The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by aphisitk1315, 2023-01-27 06:57:01

คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน

คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน

คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๕๑ 7. ข้อบังคับคุรุสภาต้องได้รับความเห็นชอบจากใคร ก. คณะรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรี ค. คณะกรรมการคุรุสภา ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ตอบ ข. 8. ข้อใดไม่เป็นรายได้ของคุรุสภา ก. ค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย ข. เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน ค. ผลประโยชน์จากการจัดการทรัพย์สินและการดำเนินกิจการของคุรุสภา ง. เงินและทรัพย์สินซึ่งมีผู้อุทิศให้แก่คุรุสภา ตอบ ก. 9. ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาจำนวนเท่าใด ก. 200 บาท ข. 300 บาท ค. 400 บาท ง. 500 บาท ตอบ ง. 10. บุคคลในข้อใดที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖ ก. ครู ข. ผู้บริหารสถานศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. ผู้บริหารการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา ง. ผู้บริหารการศึกษาระดับเหนือเขตพื้นที่การศึกษา ตอบ ง. 11. ใบประกอบวิชาชีพทางการศึกษามีกี่ประเภท ก. 1 ประเภท คือ ครู ข. 2 ประเภท คือ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ค. 3 ประเภท คือ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษา ง. 4 ประเภท คือ ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และศึกษานิเทศก์ ตอบ ง. 12. ประธานกรรมการคุรุสภา คนปัจจุบัน คือใคร ก. นางสาวตรีนุช เทียนทอง ข. นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ ค. นายประเสริฐ บุญเรือง ง. นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ตอบ ก. 13. ประธานกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ คนปัจจุบัน คือใคร ก. นางสาวตรีนุช เทียนทอง ข. นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ ค. นายประเสริฐ บุญเรือง ง. รองศาสตราจารย์เอกชัย กี่สุขพันธ์ ตอบ ง. 14. คณะกรรมการคุรุสภามีจำนวนกี่คน ก. 12 คน ข. 17 คน ค. 23 คน ง. 39 คน ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๕๒ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 15. คณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาครูและบุคลากรทางการศึกษา มีจำนวนกี่คน ก. 9 คน ข. 11 คน ค. 15 คน ง. 17 คน ตอบ ก. 16. ประธานคณะกรรมการคุรุสภาคือใคร ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ง. ผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้ง ตอบ ก. 17. ประธานคณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพคือใคร ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ง. ผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรีแต่งตั้งจากคณะกรรมการคุรุสภา ตอบ ง. 18. ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลและรักษาทะเบียนผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาคือใคร ก. คณะกรรมการคุรุสภา ข. คุรุสภา ค. เลขาธิการคุรุสภา ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ตอบ ค. 19. ใครเป็นผู้พิจารณาออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ก. คณะกรรมการคุรุสภา ข. คุรุสภา ค. เลขาธิการคุรุสภา ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ตอบ ง. 20. ผู้ขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม ต้องมีคุณสมบัติตามข้อใด ยกเว้น ก. มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ ข. มีวุฒิปริญญาทางการศึกษา หรือเทียบเท่า หรือมีคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง ค. ผ่านการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาตามหลักสูตรปริญญาทางการศึกษาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ง. และผ่านเกณฑ์การประเมินปฏิบัติการสอนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คุรุสภากำหนด ตอบ ง. 21. ประธานคณะกรรมการสวัสดิการและสวัสดิภาครูและบุคลากรทางการศึกษา คือใคร ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. ผู้ทรงคุณวุฒิที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ง. เลขาธิการคุรุสภา ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๕๓ 22. บุคคลที่จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูต้องมีอายุกี่ปี ก. 18 ปีบริบูรณ์ ข. ไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ค. 20 ปีบริบูรณ์ ง. ไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ตอบ ข. 23. ผู้ที่ประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูต้องยื่นคำขอต่อใคร ก. คณะกรรมการคุรุสภา ข. คุรุสภา ค. เลขาธิการคุรุสภา ง. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ ตอบ ค. 24. กรณีที่คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่ต่อใบอนุญาตให้ ต้องยื่นอุทธรณ์ต่อใคร ก. คณะกรรมการคุรุสภา ข. คุรุสภา ค. เลขาธิการคุรุสภา ง. คณะรัฐมนตรี ตอบ ก. 25. บุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก. วิทยากรพิเศษทางการศึกษา ข. ผู้ที่จัดการศึกษาตามอัธยาศัย ค. คณาจารย์ ในระดับปริญญาทั้งของรัฐและเอกชน ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 26. ข้อใด ไม่ใช่ มาตรฐานวิชาชีพ ก. มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ข. มาตรฐานการปฏิบัติงาน ค. มาตรฐานการปฏิบัติตน ง. มาตรฐานการปฏิบัติการสอน ตอบ ง. 27. ข้อใด ไม่ใช่ มาตรฐานการปฏิบัติตน ที่กำหนดเป็นข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ ก. จรรยาบรรณต่อตนเอง ข. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ค. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ง. จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบอาชีพ ตอบ ง. 28.ข้อใดไม่ได้กำหนดไว้ใน จรรยาบรรณวิชาชีพครู ก. ครูต้องรักและเมตตาศิษย์ ข. ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพครู ค. ครูย่อมเป็นบุคคลที่ประหยัดและมัธยัสถ์ ง. ครูย่อมเป็นผู้นำในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๕๔ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 29. คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ยกเว้นข้อใด ก. ยกข้อกล่าวหา ข. ว่ากล่าวตักเตือน ค. ภาคทัณฑ์ ง. พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินห้าปี ตอบ ข. 30. “ห้ามมิให้ผู้ใดแสดงด้วยวิธีใด ๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิหรือพร้อมจะประกอบวิชาชีพ โดยไม่ได้รับ ใบอนุญาตจากคุรุสภา และห้ามมิให้สถานศึกษารับผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตเข้าประกอบวิชาชีพควบคุมใน สถานศึกษา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากคุรุสภา” ถ้าฝ่าฝืนจะได้รับโทษตามข้อใด ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ค. จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ง. จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท ตอบ ง. 31. การมีเจตคติที่ดีต่อวิชาชีพครู ส่งผลต่อพฤติกรรมใดของครูมากที่สุด ก. ความตั้งใจในการสอน ข. ปรับปรุงพัฒนาวิธีสอน ค. การพัฒนาตน ง. การวางแผนการจัดการเรียนรู้ ตอบ ก. 32. “ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้” ถ้าฝ่าฝืนจะได้รับโทษตามข้อใด ก. จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท ข. จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท ค. จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท ง. จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท ตอบ ข. 33. ผู้ที่ประสงค์จะยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพต้องยื่นคำขอก่อนหมดอายุกี่วัน ก. 60 วัน ข. 90 วัน ค. 120 วัน ง. 180 วัน ตอบ ง. 34. ครูต้องประพฤติปฏิบัติตนตามค่านิยมพื้นฐาน 5 ประการ ที่ทางสำนักงานคณะกรรมการ วัฒนธรรมแห่งชาติกำหนดเพราะอะไร ก. ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์และบุคคลทั่วไป ข. ต้องนำความรู้และความเปลี่ยนแปลงมาอบรมสั่งสอนศิษย์ ค. จำเป็นต้องสร้างรากฐานและความมั่นคงให้แก่ชีวิตอย่างมีเกียรติ ง. ครูเป็นข้าราชการที่มีความใกล้ชิดกับผู้คนในชุมชนมากกว่าข้าราชการอื่น ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๕๕ 35. ผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนจะยื่นขออีกได้เมื่อใด ก. จนกว่าจะพ้นห้าปี ข. จนกว่าจะพ้นห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน ค. เมื่อครบห้าปี ง. เมื่อครบห้าปีนับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอน ตอบ ข. 36. พักใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษา มีกำหนดระยะเวลาตามข้อใด ก. 3 ปี ข. ไม่เกิน 3 ปี ค. 5 ปี ง. ไม่เกิน 5 ปี ตอบ ง. 37. ข้อใดคือสมาชิกคุรุสภา ยกเว้น ก. สมาชิกสามัญ ข. สมาชิกวิสามัญ ค. สมาชิกกิตติมศักดิ์ ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ข. 38. จรรยาบรรณ ในข้อใดสำคัญที่สุดต่ออาชีพครู ก. รัก เมตตา เอาใจใส่ช่วยเหลือ ส่งเสริมให้กำลังใจในการศึกษาแก่ศิษย์ ข. ไม่ทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญาจิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์ ค. อบรม สั่งสอน สร้างเสริมความรู้ทักษะและนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ง. ไม่แสวงหาประโยชน์จากศิษย์ ไม่ใช้ จ้างวาน ให้ศิษย์กระทำการใด ๆ อันเป็นการหาประโยชน์ให้แก่ตน ตอบ ข. 39 นางสาวญาญ่า ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์สุจริตตามกฎหมายระเบียบและแบบแผน ของทางราชการถือว่ามีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ตามจรรยาบรรณข้อใด ก. จรรยาบรรณต่อตนเอง ข. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ค. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ง. จรรยาบรรณต่อสังคม ตอบ ข. 43. เจตคติของครูต่อการประกอบอาชีพครู ส่งผลต่อการปฏิบัติงานของครูตามข้อใดมากที่สุด ก. เพื่อนครูและนักเรียนรักใคร่เชื่อถือไว้วางใจ ข. ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพครู ค. ช่วยส่งเสริมให้วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพที่มีเกียรติ ง. ปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่น มีความก้าวหน้าในการประกอบอาชีพครู ตอบ ง. 44. นายนเดช นำภูมิปัญญาท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรม มาเป็นปัจจัยในการจัดการศึกษาให้เป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวม ถือว่ามีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ตามจรรยาบรรณข้อใด ก. จรรยาบรรณต่อตนเอง ข. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ค. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ง. จรรยาบรรณต่อสังคม ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๕๖ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 45. ข้อใด ไม่ใช่ ความสำคัญของจรรยาบรรณวิชาชีพครู ก. ปกป้องการปฏิบัติงานของสมาชิกวิชาชีพครู ข. ส่งเสริมความก้าวหน้าในวิชาชีพครู ค. พัฒนาวิชาชีพครู ง. รักษาเกียรติของวิชาชีพครู ตอบ ง. 46. นายมาริโอ้ ชอบศึกษา ค้นคว้า ริเริ่มสร้างสรรค์ความรู้ใหม่ในการพัฒนาวิชาชีพอยู่เสมอถือว่า มีพฤติกรรม ที่พึงประสงค์ตามจรรยาบรรณข้อใด ก. จรรยาบรรณต่อตนเอง ข. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ค. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ ง. จรรยาบรรณต่อสังคม ตอบ ก. 47. “ครูย่อมรักและศรัทธาในวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ” ข้อความนี้ครูต้องมีความเชื่อมั่น ในวิชาชีพครูอย่างไร ก. พัฒนาตนเองได้ตามความสามารถ ข. ทำงานได้สะดวก มีกฎระเบียบน้อยกว่าข้าราชการอื่น ๆ ค. มีความเจริญก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่รวดเร็วกว่าข้าราชการอื่น ง. มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และก่อให้เกิดความภาคภูมิใจในการพัฒนาตน ตอบ ง. 48. ครูที่ประพฤติผิดในทางชู้สาวหรือมีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ ติดสุรา ยาเสพติดเป็น พฤติกรรมที่ไม่พึง ประสงค์ตามข้อใด ก. จรรยาบรรณต่อตนเอง ข. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ค. จรรยาบรรณต่อสังคม ง. จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ ตอบ ก. 49. ครูที่คัดลอกผลงานของผู้อื่นมาเป็นของตน ประพฤติตนผิดจรรยาบรรณตามข้อใด ก. จรรยาบรรณต่อตนเอง ข. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ ง. จรรยาบรรณต่อสังคม ค. จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ ตอบ ข. 50. บุคคลในข้อใดที่มีจรรยาบรรณของวิชาชีพครูน้อยที่สุด ก. ครูแดงขาดสอนบ่อย ๆ เพราะไปอบรมที่เขต ข. ครูชมพูขายของออนไลน์เพื่อหารายได้พิเศษ ค. ครูฟ้ารับจ้างสอนพิเศษหลังเลิกเรียน ง. ครูขาวหาเทคนิคใหม่ๆ มาสอนนักเรียน ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๕๗ แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ๑. เด็ก หมายถึงข้อใด ก. บุคคลที่มีอายุไม่เกินสิบห้าปีบริบูรณ์ ข. บุคคลที่มีอายุไม่เกินสิบเจ็ดปีบริบูรณ์ ค. บุคคลที่มีอายุไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ ง. บุคคลที่มีอายุไม่ถึงเกณฑ์ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน ตอบ ค. ๒. เด็กที่อยู่ในครอบครัวจากจน หรือบิดา มารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขังหรือแยกกันอยู่ หมายถึง ก. เด็กเร่ร่อน ข. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด ง. เด็กกำพร้า ตอบ ข. ๓. เด็กที่ไม่มีบิดามารดา หรือมีแต่ไม่เลี้ยงดู จนเป็นเหตุให้ต้องเร่ร่อนไปในที่ต่างๆ ก. เด็กเร่ร่อน ข. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด ง. เด็กกำพร้า ตอบ ก. ๔. เด็กที่อยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานที่ที่อาจชักนำไปในทางเสียหาย หมายถึงเด็กตามข้อใด ก. เด็กเร่ร่อน ข. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด ง. เด็กกำพร้า ตอบ ค. ๕. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. นักศึกษาหมายถึง เด็กที่กำลังศึกษาตั้งแต่ระดับอาชีวศึกษาขึ้นไป ข. บิดามารดา หมายถึง เฉพาะบิดา มารดาของเด็กที่จดทะเบียนสมรสกันเท่านั้น ค. ผู้ปกครอง หมายถึง บิดามารดา และญาติของเด็กเท่านั้น ง. ครอบครัวอุปถัมภ์ หมายถึง บุคคลซึ่งรับเด็กไว้อุปการะอย่างบุตร ตอบ ง. ๖. ข้อใดคือสถานรับเลี้ยงเด็ก ก. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุ ๓-๖ ปี ตั้งแต่ ๖ คนขึ้นไป ข. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุ ๓-๖ ปี ตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ค. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุไม่เกิน ๖ ปี ตั้งแต่ ๖ คนขึ้นไป ง. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กอายุไม่เกิน ๖ ปี ตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ตอบ ค. ๗. ใครเป็นกรรมการและเลขานุการในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ก. ปลัดจังหวัด ข. วัฒนธรรมจังหวัด ค. พัฒนาการจังหวัด ง. พัฒนาสังคมและสวัสดิการจังหวัด ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๕๘ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ ๘. ข้อใดเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ก. ส่งเสียให้ได้รับการศึกษาในระดับปริญญาตรี ข. สนับสนุนให้ได้อุปสมบทในพระพุทธศาสนา หรือปฏิบัติกิจในศาสนาที่ตนนับถือ ค. ให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาตามควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมท้องถิ่น ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ค. ๙. บุคคลใดมีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิ์ภาพเด็กที่อยู่ในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ ก. นายอำเภอ ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด ค. ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. ๑๐. ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์มี ๘ ประเภท ข. เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิ์ภาพ มี ๓ ประเภท ค. การสงเคราะห์เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ให้ดำเนินการตามวิธีที่เหมาะสม ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. ๑๑. ข้อใด ไม่ใช่ เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิ์ภาพ ก. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก ข. เด็กที่ถูกทารุณกรรม ค. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด ง. เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ตอบ ก. ๑๒. การจำหน่ายสุราหรือบุหรี่แก่เด็กมีโทษอย่างไร ก. จำคุกไม่เกิน ๑ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ข. จำคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๓๐,๐๐๐ บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ค. จำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ง. จำคุกไม่เกิน ๑๐ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตอบ ข. ๑๓. ในกรณีที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิ์ภาพเด็กอาจนำตัวเด็กไปยังที่ทำการ ของพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อทราบข้อมูลของเด็กและครอบครัว ในกรณีนี้จะกักตัวเด็กไว้ได้ไม่เกินกี่ชั่วโมง ก. ๖ ชั่วโมง ข. ๑๒ ชั่วโมง ค. ๒๔ ชั่วโมง ง. ๔๘ ชั่วโมง ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๕๙ ๑๔. ข้อใด ไม่ใช่ อำนาจหน้าที่ของผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ก. เยี่ยมเยียน ตักเตือนเรื่องความประพฤติแก่เด็ก ข. เยี่ยมเยียน แนะนำแก่ผู้ปกครองเรื่องการอบรมสั่งสอนเด็ก ค. จัดทำรายงานและความเห็นเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของเด็กเสนอต่อผู้มีอำนาจ ง. ควบคุมความประพฤติรวมทั้งนำเด็กส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีที่เด็กทำผิดกฎหมาย ตอบ ง. ๑๕. การให้การสงเคราะห์เด็กในกรณีใดที่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนให้การอุปการะ การสงเคราะห์ หรือคุ้มครองสวัสดิภาพไว้ปกครองดูแลชั่วคราวได้ในระยะเวลาเท่าใด ก. การส่งเด็กเข้าในสถานแรกรับ ข. การส่งเด็กเข้าสถานสงเคราะห์ ค. การส่งเด็กเข้าครอบครัวอุปถัมภ์ ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. ๑๖. ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับ มีความจำเป็นอาจรับเด็กที่จำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์ หรือคุ้มครองสวัสดิ์ภาพไว้ปกครองดูแลชั่วคราวได้ในระยะเวลาเท่าใด ก. ไม่เกิน ๑ เดือน ข. ไม่เกิน ๔๕ วัน ค. ไม่เกิน ๓ เดือน ง. ไม่เกิน ๖ เดือน ตอบ ค. ๑๗. การจัดการศึกษา อบรมและสั่งสอนเด็กที่อยู่ในปกครอง เป็นอำนาจหน้าที่ของใคร ก. ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานสงเคราะห์ ข. ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานคุ้มครองสวัสดิภาพ ค. ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานพัฒนาและฟื้นฟู ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. ๑๘. กรณีที่บุคคลที่ได้รับการสงเคราะห์มีอายุครบ ๑๘ ปีบริบูรณ์แล้ว แต่ยังอยู่ในสภาพที่ต้องได้รับ การสงเคราะห์ต่อไป ผู้มีอำนาจอาจสั่งให้บุคคลนั้นได้รับการสงเคราะห์ต่อไปจนอายุครบกี่ปีบริบูรณ์ ก. ๒๐ ปี ข. ๒๒ ปี ค. ๒๕ ปี ง. ๒๖ ปี ตอบ ก. ๑๙. ผู้มีอำนาจอาจสั่งให้บุคคลนั้นได้รับการสงเคราะห์ต่อไปคือใคร ก. ปลัดกระทรวง ข. ผู้ว่าราชการจังหวัด ค. นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ง. ข้อ ก และ ข้อ ข ถูก ตอบ ง. 20. ผู้ใดกระทำการอันเป็นการยุยง หรือสนับสนุนให้นักเรียนหรือนักศึกษาฝ่าฝืนระเบียบของโรงเรียน ต้องระวางโทษตามข้อใด ก. จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ค. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ง. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๖๐ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 21. เจ้าของหรือผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานรับเลี้ยงเด็ก ไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องระวางโทษ ก. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ค. จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ง. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตอบ ง. 22. “คณะกรรมการ” หมายความว่าอย่างไร ก. คณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ข. คณะกรรมการคุ้มครองสวัสดิการและสวัสดิภาพเด็กแห่งชาติ ค. คณะกรรมการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กแห่งชาติ ง. คณะกรรมการคุ้มครอง พัฒนา และฟื้นฟูเด็กแห่งชาติ ตอบ ก. 23. ให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดตั้งกองทุนคุ้มครองเด็ก เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการสงเคราะห์คุ้มครอง สวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กที่อยู่ในสังกัด ก. สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ข. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. สำนักนายกรัฐมนตรี ง. กระทรวงการคลัง ตอบ ก. 24. การส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู ระหว่างการสืบเสาะและพินิจเพื่อหาวิธีการคุ้มครอง สวัสดิภาพที่เหมาะสม ให้กระทำได้ไม่เกินกี่วัน ก. ไม่เกิน 3 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 7 วัน ข. ไม่เกิน 7 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 30 วัน ค. ไม่เกิน 3 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 15 วัน ง. ไม่เกิน 7 วัน ขยายได้อีกไม่เกิน 15 วัน ตอบ ข. 25. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ ก. มีผลใช้บังคับพ้น 60 วันจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข. มีผลใช้บังคับวันถัดไปจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ค. มีผลใช้บังคับพ้น 180 วันจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ง. มีผลใช้บังคับพ้น 90 วันจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตอบ ค. 26. พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้ วันที่เท่าใด ก. 24 กันยายน พ.ศ. 2546 ข. 2 ตุลาคม พ.ศ. 2546 ค. 30 มีนาคม พ.ศ. 2547 ง. 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๖๑ 27. “นักเรียน” หมายความว่าอย่างไร ก. เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาภาคบังคับระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบ หรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน ข. เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้งในระบบและนอกระบบ หรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน ค. เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้งประเภทสามัญศึกษา และอาชีวศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน ง. เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาภาคบังคับระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ทั้งประเภทสามัญศึกษา และอาชีวศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน ตอบ ค. 28. “นักศึกษา” หมายความว่าอย่างไร ก. เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน ข. เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน ค. เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับปริญญาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน ง. เด็ก ซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือระดับอนุปริญญาในสถานศึกษาของรัฐหรือเอกชน ตอบ ก. 29. ข้อใด ไม่ใช่ “เด็กพิการ” ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ก. เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ข. เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น ค. เด็กที่มีความบกพร่องทางสมอง ง. เด็กที่มีความบกพร่องทางจิตใจ ตอบ ข. 30. “เด็กกำพร้า” หมายความว่าอย่างไร ก. เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้จนเป็นเหตุให้เด็ก ต้องเร่ร่อนไปในที่ต่าง ๆ หรือเด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพ ของตน ข. เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคล ที่น่าจะชักนำไป ในทางกระทำผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานที่อันอาจชัก นำไปในทางเสียหาย ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ค. เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาอย่าร้าง ทิ้งร้างถูกคุมขัง หรือ แยกกันอยู่ และได้รับ ความลำบาก หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัยหรือกำลังความสามารถและ สติปัญญา หรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ง. เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้ ตอบ ง. 31. “ครอบครัวอุปถัมภ์” หมายความว่าอย่างไร ก. บุคคลที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตร ข. ผู้รับบุตรบุญธรรมที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตร ค. ครอบครัวที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตร ง. ผู้ที่รับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูอย่างบุตร ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๖๒ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 32. “เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด” หมายความว่าอย่างไร ก. เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้ ข. เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้จนเป็นเหตุให้เด็ก ต้องเร่ร่อนไปในที่ต่าง ๆ หรือเด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพ ของตน ค. เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาอย่าร้าง ทิ้งร้างถูกคุมขัง หรือ แยกกันอยู่ และได้รับ ความลำบาก หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัยหรือกำลังความสามารถและ สติปัญญา หรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ง. เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคล ที่น่าจะชักนำไป ในทางกระทำผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานที่อันอาจชัก นำไปในทางเสียหาย ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ตอบ ง. 33. ข้อใดไม่จัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์ ก. เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการอุปถัมภ์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ข. เด็กเร่ร่อน หรือเด็กกำพร้า ค. เด็กพิการ ง. เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตอบ ก. 34. “สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ” หมายความว่าอย่างไร ก. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์และมีจำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่ เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของ ข. สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัวเพื่อกำหนด แนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ละราย ค. สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก ที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์ ซึ่งมีจำนวนตั้งแต่หกคน ขึ้นไป ง. สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ เพื่อแก้ไขความประพฤติบำบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพทั้ง ทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ตอบ ง. 35. ข้อใดจัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ก. เด็กเร่ร่อน หรือเด็กกำพร้า ข. เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือพลัดหลง ณ ที่ใดที่หนึ่ง ค. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก ง. เด็กที่ถูกทารุณกรรม ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๖๓ 36. “สถานแรกรับ” หมายความว่าอย่างไร ก. สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ เพื่อแก้ไขความประพฤติบำบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ ทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ข. สถานที่รับเด็กไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและครอบครัวเพื่อกำหนด แนวทางในการสงเคราะห์และคุม้ครองสวัสดิภาพที่เหมาะสมแก่เด็กแต่ละราย ค. สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็ก ที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์ ซึ่งมีจำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป ง. สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกิน 6 ปีบริบูรณ์และมีจำนวนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไป ซึ่งเด็กไม่เกี่ยวข้องเป็นญาติกับเจ้าของ ตอบ ข. 37. เด็กที่พึงได้รับการสงเคราะห์มีกี่ประเภท ก. 9 ประเภท ข. 8 ประเภท ค. 12 ประเภท ง. 11 ประเภท ตอบ ข. 38. ข้อใดไม่จัดเป็นเด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ก. เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด ข. เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก ค. เด็กที่อยู่ในสภาพที่จำต้องได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ง. เด็กที่ถูกทารุณกรรม ตอบ ข. 39. “เด็ก” หมายความว่าอย่างไร ก. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 17 ปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ข. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ค. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ง. บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรส ตอบ ข. 40. “บิดามารดา” หมายความว่าอย่างไร ก. บิดามารดาของเด็ก รวมถึงผู้ปกครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ข. บิดามารดาของเด็กไม่ว่าจะสมรสกันหรือไม่ ค. บิดามารดาของเด็กโดยการจดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย ง. บิดามารดาของเด็ก รวมถึงผู้รับบุตรบุญธรรม ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๖๔ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 41. บุคคลที่ได้รับการสงเคราะห์มีอายุ18 ปีบริบูรณ์แต่ยังอยู่ในสภาพที่จำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์ต่อไป ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดอาจสั่งให้ได้รับการสงเคราะห์ต่อไป “จนอายุเท่าใด” และถ้ามีเหตุ จำเป็นต้องให้การสงเคราะห์ต่อไปอีก “ไม่เกินอายุเท่าใด” ก. 22 ปีบริบูรณ์ / 25 ปีบริบูรณ์ ข. 22 ปีบริบูรณ์ / 24 ปีบริบูรณ์ ค. 20 ปีบริบูรณ์ / 25 ปีบริบูรณ์ ง. 20 ปีบริบูรณ์ / 24 ปีบริบูรณ์ ตอบ ง. 42. ข้อใด ไม่ใช่ ความหมายของ “สถานพินิจ” ก. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา ข. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด ค. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ง. สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด ตอบ ก. 43. ข้อใดจัดเป็น “เด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิด” ก. เด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตราย ข. เด็กที่บิดามารดาหย่าร้าง ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับความลำบาก ค. เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้ ง. เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร ตอบ ง. 44. “การเลี้ยงดูโดยมิชอบ” หมายความว่าอย่างไร ก. การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานที่กำหนดในกฎกระทรวง จนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ข. การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานขั้นพื้นฐานที่กำหนดใน กฎกระทรวงจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ค. การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานพื้นฐานที่กำหนดใน กฎกระทรวงจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ง. การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดูอบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตามมาตรฐานขั้นต่ำที่กำหนดใน กฎกระทรวงจนน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ตอบ ง. 45. “ผู้บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม” หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน ต้องระวางโทษ ก. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ค. จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ง. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๖๕ 46. เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพมีกี่ประเภท ก. 4 ประเภท ข. 3 ประเภท ค. 8 ประเภท ง. 9 ประเภท ตอบ ข. 47. การบังคับ ขู่เข็ญ หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร มีโทษตามข้อใด ก. จำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข. จำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ค. จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ง. จำคุกไม่เกิน 2 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตอบ ก. 48. “เด็กเร่ร่อน” หมายความว่าอย่างไร ก. เด็กที่ไม่มีบิดามารดาหรือผู้ปกครองหรือมีแต่ไม่เลี้ยงดูหรือไม่สามารถเลี้ยงดูได้จนเป็นเหตุให้เด็ก ต้องเร่ร่อนไปในที่ต่าง ๆ หรือเด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชีวิตเร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพ ของตน ข. เด็กที่ประพฤติตนไม่สมควร เด็กที่ประกอบอาชีพหรือคบหาสมาคมกับบุคคล ที่น่าจะชักนำไป ในทางกระทำผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมหรือสถานที่อันอาจชัก นำไปในทางเสียหาย ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ค. เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาอย่าร้าง ทิ้งร้างถูกคุมขัง หรือ แยกกันอยู่ และได้รับ ความลำบาก หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัยหรือกำลังความสามารถและ สติปัญญา หรือเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ง. เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถสืบหาบิดามารดาได้ ตอบ ก. 49. ใครเป็นประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนคุ้มครองเด็ก ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ข. ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ง. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตอบ ข. 50. ข้อใด ไม่ใช่ ผู้รักษาการตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๖๖ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ แนวข้อสอบ พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 1. พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 ประกาศวันที่ ก. 5 กุมภาพันธ์ 2551 ข. 6 กุมภาพันธ์ 2551 ค. 7 กุมภาพันธ์ 2551 ง. 8 กุมภาพันธ์ 2551 ตอบ ก. 2. “บิดา มารดา ผู้ปกครอง บุตร สามี ภรรยา ญาติ พี่น้องหรือบุคคลอื่นใดที่รับดูแลหรือรับอุปการะคนพิการ” มีความหมายตรงกับข้อใด ก. ครูการศึกษาพิเศษ ข. ผู้ปกครองคนพิการ ค. ผู้อุปการะคนพิการ ง. ผู้ดูแลคนพิการ ตอบ ง. 3. “การจัดให้คนพิการได้เข้าศึกษาในระบบการศึกษาทั่วไปทุกระดับและหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการจัด การศึกษา ให้สามารถรองรับการเรียนการสอนสำหรับคนทุกกลุ่มรวมทั้งคนพิการ” หมายถึงข้อใด ก. การจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ข. การเรียนร่วม ค. การจัดการศึกษาเฉพาะทาง ง. การจัดการศึกษาพิเศษ ตอบ ข. 4. “สถานศึกษาของรัฐหรือเอกชนที่จัดการศึกษา สำหรับคนพิการโดยเฉพาะ ทั้งในลักษณะอยู่ประจำ ไป กลับ และรับบริการที่บ้าน” มีความหมายตรงกับข้อใด ก. สถานศึกษาเฉพาะความพิการ ข. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ค. ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ ง. องค์การคนพิการแต่ละประเภท ตอบ ก. 5. “องค์กรสมาชิกระดับชาติตามประเภทความพิการที่ได้แจ้งชื่อไว้กับสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการแห่งชาติ” มีความหมายตรงกับข้อใด ก. สถานศึกษาเฉพาะความพิการ ข. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ค. ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ ง. องค์การคนพิการแต่ละประเภท ตอบ ง. 6. “สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษานอกระบบ หรือตามอัธยาศัยแก่คนพิการ ตั้งแต่แรกเกิดหรือแรกพบ ความพิการจนตลอดชีวิต และจัดการศึกษาอบรมแก่ผู้ดูแลคนพิการ ครู บุคลากรและชุมชน รวมทั้ง การจัดสื่อ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก บริการและความช่วยเหลืออื่นใด”มีความหมายตรงกับข้อใด ก. สถานศึกษาเฉพาะความพิการ ข. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ค. ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ ง. องค์การคนพิการแต่ละประเภท ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๖๗ 7. “สถานศึกษาที่จัดการศึกษานอกระบบ หรือตามอัธยาศัยแก่คนพิการโดยเฉพาะ โดยหน่วยงานการศึกษา นอกโรงเรียน บุคคล ครอบครัว ชุมชนองค์กรเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรวิชาชีพ สถาบัน ศาสนา สถานประกอบการโรงพยาบาล สถาบันทางการแพทย์ สถานสงเคราะห์และสถาบันทางสังคมอื่น เป็นผู้จัด ตั้งแต่ระดับการศึกษาปฐมวัย การศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา อุดมศึกษาและหลักสูตรระยะสั้น” มีความหมายตรงกับข้อใด ก. สถานศึกษาเฉพาะความพิการ ข. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ค. ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ ง. องค์การคนพิการแต่ละประเภท ตอบ ค. 8. ใครเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 ก. นายรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ ตอบ ค. 9. ใครมีอำนาจออกกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ก. นายรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ ตอบ ค. 10. ข้อใด ไม่ใช่ สิทธิทางการศึกษาของคนพิการ ก. ได้รับการจัดสภาพแวดล้อม ระบบสนับสนุนการเรียนการสอน ข. ได้รับการศึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการจนตลอดชีวิต ค. เลือกบริการทางการศึกษา สถานศึกษา ระบบและรูปแบบการศึกษา ง. ได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา ตอบ ก. 11. การศึกษาสำหรับคนพิการต้องดำเนินการจัดการศึกษาตามข้อใด ก. จัดตั้งแต่พบความพิการ ข. จัดตั้งแต่แรกเกิด ค. จัดมีสิทธิเท่ากับคนปกติ ง. ถูกทั้ง ก และ ข ตอบ ง. 12. ข้อใด ไม่ใช่ คนพิการ ตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 ก. มีความบกพร่องทางการเห็น ข. มีความบกพร่องทางการได้ยิน ค. มีความบกพร่องทางการเดิน ง. มีความบกพร่องทางการสื่อสาร ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๖๘ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 13. ให้สถานศึกษาในทุกสังกัดจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล โดยให้สอดคล้องกับความต้องการ จำเป็นพิเศษของคนพิการ และต้องมีการปรับปรุงแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลอย่างน้อยปีละกี่ครั้ง ก. 1 ครั้ง ข. 2 ครั้ง ค. 3 ครั้ง ง. 4 ครั้ง ตอบ ก. 14 “คณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ” มีทั้งหมดกี่คน ก. 23 คน ข. 27 คน ค. 25 คน ง. 31 คน ตอบ ค. 15. ใครเป็นประธานคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ก. ผู้ทรงคุณวุฒิในที่ประชุมเลือก ข. ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ค. เลขาธิการ สพฐ. ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตอบ ง. 16. ใครเป็นกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ก. ผู้ทรงคุณวุฒิในที่ประชุมเลือก ข. ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ค. เลขาธิการ สพฐ. ง. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตอบ ข. 17. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ก. เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ข. อนุมัติเงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษสำหรับครูการศึกษาพิเศษ ค. เห็นชอบแผนการใช้จ่ายเงินกองทุนเพื่อสนับสนุนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ง. กำหนดหลักสูตรการกำหนดมาตรฐานและประกันคุณภาพการศึกษา ตอบ ข. 18. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับผู้ทรงวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ก. มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ข. มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ค. มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ง. มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละหกปี แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน ตอบ ข. 19. เมื่อครบกำหนดตามวาระ ให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ภายในกี่วัน ก. 15 วัน ข. 30 วัน ค. 60 วัน ง. 90 วัน ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๖๙ 20. สถานศึกษาที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน จะได้รับเงินอุดหนุนและความช่วยเหลือเป็นพิเศษจากรัฐ ยกเว้นข้อใด ก. สถานศึกษาของรัฐและเอกชนที่จัดการเรียนร่วม ข. สถานศึกษาเอกชนการกุศลที่จัดการการศึกษาสำหรับคนพิการโดยเฉพาะ ค. ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ ง. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ตอบ ง. 21. หน่วยงานใดมีหน้าที่จัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล โดยให้สอดคล้องกับความต้องการ จำเป็นพิเศษของคนพิการ ก. ครู ข. สถานศึกษา ค. สำนักงานเขตพื้นที่ ง. สำนักงานบริหารการศึกษาพิเศษ ตอบ ข. 22. สถานศึกษาในทุกสังกัดและศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการสามารถจัดการศึกษาพิเศษได้ตามข้อใด ก. ได้เฉพาะการศึกษาในระบบ ข. ได้เฉพาะการศึกษานอกระบบ ค. ได้เฉพาะการศึกษาตามอัธยาศัย ง. ได้ทุกรูปแบบ ตอบ ง. 23. ข้อใด ไม่ใช่ หน้าที่ของสถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อให้คนพิการสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ก. จัดสภาพแวดล้อม ข. ระบบสนับสนุนการเรียนการสอน ค. บริการเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อบริการ และความช่วยเหลืออื่นใด ง. จัดการทดสอบทางการศึกษา ตอบ ง. 24. สถานศึกษาใดปฏิเสธไม่รับคนพิการเข้าศึกษาสอดคล้องกับข้อใด ก. ไม่มีสิทธิได้รับเงินอุดหนุน ข. ได้รับโทษทั้งจำและปรับ ค. เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามกฎหมาย ง. ไม่มีสิทธิในการจัดการศึกษาอีก ตอบ ค. 25. ให้สถานศึกษาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนผู้ดูแลคนพิการและประสานความร่วมมือจากชุมชน หรือนักวิชาชีพเพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาถึงระดับใด ก. ถึงระดับการศึกษาภาคบังคับ ข. ถึงระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. ถึงระดับอุดมศึกษา ง. ทุกระดับการศึกษา ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๗๐ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 26. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ได้รับการแต่งตั้งต้องมีบุคคลซึ่งเป็นผู้แทนขององค์การคนพิการแต่ละประเภท จำนวนไม่น้อยกว่ากี่คน ก. 5 คน ข. 7 คน ค. 10 คน ง. 14 คน ตอบ ข. 27. ใครเป็นคนแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ก. คณะรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตอบ ข. 28. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง ยกเว้นข้อใด ก. เป็นบุคคลล้มละลาย ข. เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ ค. คณะกรรมการมีมติให้ออกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสาม ง. รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ หรือมีความประพฤติเสื่อมเสีย ตอบ ค. 29. กรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ เว้นแต่วาระของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เหลืออยู่ไม่ถึงกี่วัน จึงจะไม่ดำเนินการเพื่อให้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ ก. 60 วัน ข. 90 วัน ค. 120 วัน ง. 180 วัน ตอบ ก. 30. ใครเป็นคนแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการในคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ตอบ ง. 31. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ สังกัดหน่วยงานใด ก. สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ข. สำนักงานสภาการศึกษา ค. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. สำนักงานรัฐมนตรี ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๗๑ 32. หน่วยงานใดมีหน้าที่สนับสนุน กำกับ ดูแล ให้สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ก. สำนักงานสภาการศึกษา ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ง. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตอบ ข. 33. การรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ และการตัดหนี้เป็นสูญให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบจากใคร ก. กรมบัญชีกลาง ข. กระทรวงการคลัง ค. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ง. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตอบ ข. 34. คณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการมีทั้งหมดกี่คน ก. 11 คน ข. 14 คน ค. 21 คน ง. 27 คน ตอบ ค. 35. หน่วยงานใดมีหน้าที่เกี่ยวกับเลขานุการของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาฯ ก. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตอบ ก. 36. ใครเป็นประธานกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ ก. ผู้ทรงคุณวุฒิในที่ประชุมเลือก ข. ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ค. เลขาธิการ สพฐ. ง. รมต.กระทรวงศึกษาธิการ ตอบ ค. 37. หน่วยงานใดมีหน้าที่ดำเนินการจัดการศึกษาโดยเฉพาะการจัดการเรียนร่วม การนิเทศ กำกับ ติดตาม เพื่อให้คนพิการได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ ก. สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ข. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ค. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ง. สถานศึกษาเฉพาะความพิการ ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๗๒ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 38. ใครเป็นผู้ตรวจบัญชีของกองทุนส่งเสริมและพัฒนาการศึกษาสำหรับคนพิการ ก. ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ ข. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ค. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. ผู้ตรวจบัญชี ตอบ ข. 39. ใครเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551 ก. นายกรัฐมนตรี ข. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ค. ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ง. เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตอบ ก. 40. “การปฏิบัติหน้าที่สอนคนพิการในสถานศึกษาเป็นงานที่มีลักษณะยากลำบาก ต้องใช้ความอดทนสูง และ ตรากตรำในการทำงาน ตลอดจนต้องใช้ความรู้ ความชำนาญ และความเอาใจใส่เป็นพิเศษต่อคนพิการ” จากเหตุผลดังกล่าวข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. เงินเพิ่มสำหรับตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษ ข. เงินวิทยฐานะสำหรับครูสอนคนพิการ ค. เงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับครูเรียมร่วม ง. เงินเพิ่มเลี้ยงชีพสำหรับครูสอนคนพิการ ตอบ ก. 41. ใครไม่สามารถรับเงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการจากกองทุน คนพิการได้ ก. แก้วตาบอกตั้งแต่กำเนิด ข. ขวัญไม่สารถเคลื่อนไหวร่างกายได้ ค. เจนิ้วเท้าขาดเนื่องจากอุบัติเหตุ ง. จอมเป็นใบ้หูหนวก ตอบ ค. 42. รูปแบบวิธีการพัฒนาคนพิการในวัยเรียนให้เป็นรูปธรรม โดยกระบวนการจัดทำแผนการจัดการศึกษา เฉพาะบุคคล หมายถึงข้อใด ก. Individualized Education Program ข. Individualized Education Project ข. Individualized Education Plan ง. Individualized Education Performance ตอบ ก. 43. ประเภทความพิการ ตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ พ.ศ.2551 แบ่งเป็นกี่ประเภท ก. 5 ประเภท ข. 7 ประเภท ค. 9 ประเภท ง. 10 ประเภท ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๗๓ 44. Individualized Education Program : IEP คืออะไร ก. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ข. แผนการสอนรายบุคคล ค. การจัดทำแผนการให้บริการช่วงเชื่อมต่อเฉพาะบุคคล ง. แผนการจัดประสบการณ์ ตอบ ก. 45. Individual Implementation Plan : IIP คืออะไร ก. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ข. แผนการสอนรายบุคคล ค. การจัดทำแผนการให้บริการช่วงเชื่อมต่อเฉพาะบุคคล ง. แผนการจัดประสบการณ์ ตอบ ข. 46. Individualized Education Plan : ITP คืออะไร ก. แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล ข. แผนการสอนรายบุคคล ค. การจัดทำแผนการให้บริการช่วงเชื่อมต่อเฉพาะบุคคล ง. แผนการจัดประสบการณ์ ตอบ ค. 47. พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ มีกี่ฉบับ และปีใดบ้าง ก. 1 ฉบับ ปี 2541 ข. 1 ฉบับ ปี พ.ศ. 2556 ค. 2 ฉบับ ปี พ.ศ. 2551 และ พ.ศ. 2556 ง. 2 ฉบับ ปี พ.ศ. 2541 และ พ.ศ.2556 ตอบ ค. 48. พระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ มีผลบังคับใช้ในวันใด ก. ทันทีภายในวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ข. วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ค. สองวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ง. หนึ่งเดือนนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตอบ ข. 49. “บุคคลซึ่งมีข้อจำกัดในการปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันหรือเข้าไปมีส่วนร่วมทางสังคม เนื่องจากมีความ บกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่นใดประกอบกับมีอุปสรรคในด้านต่าง ๆ” จากข้อความดังกล่าว กล่าวถึงข้อใด ก. คนพิการ ข. ผู้ดูแลคนพิการ ค. ครูการศึกษาพิเศษ ง. คนป่วย ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๗๔ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 50. สถานศึกษาในข้อใดที่ผู้พิการสามารถเข้ารับการศึกษาได้ ก. สถานศึกษาเฉพาะความพิการ ข. ศูนย์การศึกษาพิเศษ ค. ศูนย์การเรียนเฉพาะความพิการ ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 51. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับสิทธิการศึกษาของคนพิการ ก. ได้รับการศึกษาโดยไม่จ่ายค่าใช้จ่าย ข. ได้รับการศึกษาตั้งแต่แรกเกิด ค. ได้รับการศึกษาเมื่อพบความพิการ ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 52. การเลือกบริการทางการศึกษา สถานศึกษา ระบบและรูปแบบการศึกษา จะต้องคำนึงถึงข้อใด ก. ความสนใจของบุคคลนั้น ข. ความรู้ของบุคคลนั้น ค. ความสามารถของบุคคลนั้น ง. ความต้องการที่จำเป็นของบุคคลนั้น ตอบ ข. 53. บุคคลใดไม่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ก. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ข. รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ค. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ง. อธิบดีกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น ตอบ ค. 54. ข้อใด ไม่ใช่ อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ก. เสนอนโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ข. เสนอความเห็นและให้คำปรึกษาต่อประธานเกี่ยวกับการกำหนดหลักสูตร ค. พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อรัฐมตรีผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการกำหนดหลักสูตร ง. วางระเบียบ ข้อกำหนด แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๗๕ แนวข้อสอบ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม 1. หลักการสำคัญของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ข. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ค. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็นเอกภาพของชาติ ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 2. ข้อใดกำหนดคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้ถูกต้อง ก. ใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ทุกข้อที่กำหนดเท่านั้น ข. เลือกใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์บางข้อเท่านั้น ค. เลือกใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์บางข้อ และสามารถเพิ่มเติมได้ตามที่สถานศึกษาต้องการ ง. ใช้คุณลักษณะอันพึงประสงค์ทุกข้อที่กำหนด และสามารถเพิ่มเติมได้ตามที่สถานศึกษาต้องการ ตอบ ง. 3. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จัดระดับการศึกษาเป็นกี่ระดับ ได้แก่อะไรบ้าง ก. 2 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา ข. 3 ระดับ ได้แก่ ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ค. 4 ระดับ ได้แก่ ระดับปฐมวัย ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษา ตอนปลาย ง. 4 ระดับ ได้แก่ ช่วงชั้นที่ 1 (ป.1-3) ช่วงชั้นที่ 2 (ป.4-6) ช่วงชั้นที่ 3 (ม.1-3) ช่วงชั้นที่ 4 (ม.4-6) ตอบ ข. 4. การประเมินผลการเรียนในรายวิชาต่าง ๆ ข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. ระดับประถมศึกษาประเมินผลการเรียนเป็นรายภาค ข. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นประเมินผลการเรียนเป็นรายปี ค. ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นประเมินผลการเรียนเป็นรายภาค ง. ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายประเมินผลการเรียนเป็นรายปี ตอบ ค. 5. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการประกาศการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ก. ปีการศึกษา 2551 ประกาศเตรียมการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 และใช้ ป.1, ป.4, ม1, ม.4 ในโรงเรียนต้นแบบ ข. ปีการศึกษา 2552 ใช้ ป.1, ป.4, ม1, ม.4 ในโรงเรียนโรงเรียนพร้อมใช้ ค. ปีการศึกษา 2553 ใช้ ป.1, ป.4, ม.1,ม.4 ในโรงเรียนทั่วไป ง. ปีการศึกษา 2555 ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ครบทุกชั้นทั้งประเทศ ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๗๖ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 6. ข้อใดคือ วิสัยทัศน์ของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ก. มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญบนพื้นฐานความเชื่อว่า ทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ได้เต็มตามศักยภาพ ข. มุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคน ซึ่งเป็นกำลังของชาติให้เป็นมนุษย์ที่มีความสมดุลทั้งด้านร่างกาย ความรู้ คุณธรรม มีจิตสำนึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลก ค. ยึดมั่นในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีความรู้และ ทักษะพื้นฐาน รวมทั้งเจตคติที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 7. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็น มีลักษณะเช่นไร ก. คนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ ข. คนดี คนเก่ง มีปัญญา นำพาสังคมสู่ความรุ่งเรือง ค. มนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งกาย ใจ มีความสุขในการดำรงชีวิต ง. มนุษย์ที่ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ ตอบ ก. 8. ข้อใดคือจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ก. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ ข. มีความรู้ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและมี ทักษะชีวิต ค. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 9. ข้อใดเป็นสมรรถนะที่ต้องการให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ก. ความสามารถในการสื่อสาร ข. ความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ ค. ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ง. ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ตอบ ก. 10. ข้อใดคือคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ก. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ข. ซื่อสัตย์สุจริต ค. มีวินัย ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 11. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 มีกี่กลุ่มสาระการเรียนรู้ ก. 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ข. 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ค. 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ง. 11 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๗๗ 12. กลุ่มสาระการเรียนรู้ใดที่มีการแก้ไขปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐ ก. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ข. กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปศึกษา ค. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ง. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ตอบ ค. 13. ข้อใดกล่าวถูกต้องกับการใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ก. ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ให้ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ข. ปีการศึกษา ๒๕๖๒ ให้ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๒ ๔ และ ๕ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ๒ ๔ และ ๕ ค. ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ให้ใช้ในทุกชั้นเรียน ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 14. เกณฑ์การจบระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ข้อใดถูกต้อง ก. เรียนวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่น้อยกว่า 77 หน่วยกิต ข. เรียนวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่เกินกว่า 77 หน่วยกิต ค. เรียนวิชาพื้นฐานและเพิ่มและได้ผ่านทุกรายวิชา ง. เรียนวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมและต้องได้รับการตัดสิน ตอบ ก. 15. โครงสร้างเวลาเรียนของระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีการกำหนดเวลาเรียนตามข้อใด ก. 1,000-1,200 ชั่วโมงต่อปี ข. ไม่น้อยกว่า 1,200 ชั่วโมงต่อปี ค. ไม่เกิน 1,200 ชั่วโมงต่อปี ง. ไม่น้อยกว่า 3,600 ชั่วโมงต่อ 3 ปี ตอบ ง. 16. ระดับผลการประเมินข้อใดกล่าวถูกต้อง ก. รายวิชาพื้นฐาน มีระดับผลการประเมิน เป็น ยอดเยี่ยม-ปานกลาง-ควรปรับปรุง ข. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีระดับผลการประเมิน เป็น ดีเยี่ยม-ดี-ผ่าน-ไม่ผ่าน ค. การอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน มีระดับผลการประเมิน เป็น ดีเยี่ยม-ดี-ผ่าน-ไม่ผ่าน ง. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีระดับผลการประเมิน เป็น ดีเยี่ยม-ดี-ผ่าน ตอบ ค. 17. ตัวชี้วัด “ท 1.1 ม.1/2” มีความหมายตรงกับข้อใด ก. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 2 ตัวชี้วัดชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ข้อ 1 ข. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ 2 มาตรฐานข้อที่ 1 ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ข้อ 2 ค. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 2 ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ข้อ 1 ง. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระที่ 1 มาตรฐานข้อที่ 1 ตัวชี้วัดชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ข้อ 2 ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๗๘ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 18. หากท่านต้องการจะกำหนดรหัสวิชาของรายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ข้อใดกำหนดรหัสวิชานี้ได้ถูกต้อง ก. ค 11101 ข. ค 11201 ค. ค 21101 ง. ค 21201 ตอบ ก. 19. หากท่านต้องการจะกำหนดรหัสวิชาของรายวิชาเพิ่มเติม เรียนปีใดก็ได้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งเป็นรายวิชาลำดับที่ 4 ข้อใดกำหนดรหัสวิชานี้ได้ถูกต้อง ก. ว 31204 ข. ว 30204 ค. ว 43204 ง. ว 42204 ตอบ ข. 20. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้รายวิชาพื้นฐานต้องใช้ตัวชี้วัด กำหนดคุณภาพของผู้เรียน และกำหนดให้รายวิชาเพิ่มเติมต้องใช้อะไรกำหนดคุณภาพของผู้เรียน ก. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวังรายปี/รายภาค ข. ตัวชี้วัด ค. จุดประสงค์ ง. ผลการเรียนรู้ ตอบ ง. 21. ข้อใดกล่าวถึง “หลักสูตรอิงมาตรฐาน” ได้อย่างถูกต้อง ก. มาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ข. มาตรฐานการเรียนรู้ได้ระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ และคุณลักษณะสำคัญ ค. สถานศึกษามีบทบาทหน้าที่ในการกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ ง. มาตรฐานการเรียนรู้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของผู้เรียนและท้องถิ่น ตอบ ก. 22. “มาตรฐานการเรียนรู้” มีความสำคัญโดยตรงต่อสถานศึกษาและผู้ปกครองอย่างไร ก. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วยให้ทราบถึงสิ่งที่ต้องรู้และปฏิบัติได้ ข. มาตรฐานการเรียนรู้เป็นกรอบและแนวทางในการสร้างหลักสูตร ค. มาตรฐานการเรียนรู้เป็นสื่อกลางในการรายงานผลการเรียนรู้ ง. มาตรฐานการเรียนรู้ช่วยให้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการพัฒนาผู้เรียน ตอบ ค. 23. การจัดเวลาเรียนและการตัดสินผลการเรียนปัจจุบันดำเนินการตามข้อใด ก. ประถมศึกษาจัดโครงสร้างเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายปี ข. มัธยมศึกษาจัดโครงสร้างเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายปี ค. ประถมศึกษาจัดโครงสร้างเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายภาค ง. มัธยมศึกษาจัดโครงสร้างเวลาเรียนและตัดสินผลการเรียนเป็นรายภาค ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๗๙ 24. ใครเป็นผู้กำหนดหลักสูตรแกนกลางศึกษาขั้นพื้นฐาน ก. กระทรวงศึกษาธิการ ข. สภาการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมแห่งชาติ ค. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ง. คณะกรรมการจัดทำหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน ตอบ ค. 25. ข้อใดคือความหมายของหลักสูตร ก. ความรู้ ทักษะ กระบวนการที่จัดให้ผู้เรียน ข. ความรู้ทั้งมวลที่จัดให้ผู้เรียน ค. ประสบการณ์ทั้งมวลที่จัดให้ผู้เรียน ง. ประสบการณ์ในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศัย ตอบ ค. 26. ข้อปฏิบัติใดของสถานศึกษาที่สอดคล้องกับข้อกำหนดโครงสร้างเวลาเรียนของหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 ก. ระดับประถมศึกษาปรับเวลาเรียนพื้นฐานตามความเหมาะสม ข. มัธยมศึกษาต้องจัดรายวิชาเพิ่มเติมตามที่กำหนดในหลักสูตรแกนกลาง ค. ระดับประถมศึกษาต้องจัดรายวิชาเพิ่มเติมทุกระดับชั้น ง. ต้องจัดกิจกรรมชมรมในทุกระดับชั้นในมัธยมศึกษาตอนปลาย ตอบ ก. 27. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กำหนดสิ่งใดต่อไปนี้เป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ก. มาตรฐานการเรียนรู้ ข. หลักการของหลักสูตร ค. ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง ง. สาระเรียนรู้แกนกลาง 8 กลุ่มสาระ ตอบ ก. 28. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) ได้เพิ่มสาระเทคโนโลยี ในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์คือสาระการเรียนรู้ใด ก. การออกแบบและเทคโนโลยีและวิทยาการคำนวณ ข. การออกแบบและเทคโนโลยีและวิทยาการคอมพิวเตอร์ ค. กระบวนการทางเทคโนโลยีและวิทยาการคำนวณ ง. กระบวนการทางเทคโนโลยีและวิทยาการคอมพิวเตอร์ ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๘๐ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ แนวข้อสอบ หลักการสอนและการจัดการเรียนรู้ 1. ข้อใด ไม่ใช่ ระบบสนับสนุนการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ก. มาตรฐานและการประเมินในยุคศตวรรษที่ 21 ข. หลักสูตรและการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ค. การพัฒนาผู้บริหารในศตวรรษที่ 21 ง. สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเรียนในศตวรรษที่ 21 ตอบ ค. 2. กุญแจ ในการก้าวสู่ BBL มีกี่ดอก ก. 3 ดอก ข. 4 ดอก ค. 5 ดอก ง. 6 ดอก ตอบ ค. 3. ข้อใด ไม่ใช่ กุญแจในการก้าวสู่ BBL ก. สนามเด็กเล่น ข. ครูและบุคลากรทางการศึกษา ค. หนังสือเรียนและใบงาน ง. สื่อและนวัตถกรรมการเรียนรู้ ตอบ ข. 4. การจัดเวลาให้เด็กได้เล่นทุกวัน โดยมีครูคอยดูแลมีสีสัน จะช่วยกระตุ้นให้เด็กสามารถเรียนรู้ และจดจำ เนื้อหาที่เรียนได้ดีนั้น ควรมีเวลาวันละกี่นาที ก. วันละ 10 นาที ข. วันละ 15 นาที ค. วันละ 20 นาที ง. วันละ 30 นาที ตอบ ค. 5. ข้อใด ไม่ใช่ กรอบความคิดเพื่อการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ก. สาระวิชาหลัก ความรู้สำคัญในการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 ข. ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี ค. ทักษะชีวิตและอาชีพ ระบบสนับสนุนการเรียนรู้ ง. ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ตอบ ง. 6. ข้อใด ไม่ใช่ สาระวิชาหลักในศตวรรษที่ 21 ก. ภาษาแม่ และภาษาโลก ข. ดนตรี ค. รัฐ และความเป็นพลเมืองดี ง. ประวัติศาสตร์ ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๘๑ 7. ข้อใดเป็นบทบาทของครูในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยไปสู่คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในศตวรรษที่ 21 ก. ครูเป็นผู้อำนวยการเรียนรู้ ข. ครูเป็นผู้สอน ค. ครูเป็นผู้ชี้นำการเรียนรู้ ง. ครูเป็นผู้กำกับการเรียนรู้ ตอบ ก. 8. เป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบด้วย ก. 2R 8C ข. 3Rs 8Cs ค. 4R 9C ง. 4Rs 9Cs ตอบ ข. 9. ด้านการบริหารจัดการชั้นเรียน ของครูผู้สอน ข้อใดไม่ใช่ ก. จัดบรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ ข. ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ค. ดำเนินการตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ง. อบรมส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ตอบ ข. 10. ข้อใด ไม่ใช่ วิชาที่เกี่ยวข้องกับสะเต็มศึกษา ก. วิทยาศาสตร์ ข. วิศวกรรมศาสตร์ ค. เทคโนโลยี ง. สังคมศึกษา ตอบ ง. 11. การปลูกฝังและพัฒนาค่านิยม 12 ประการ แก่นักเรียนเกี่ยวกับการรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กตัญญู มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย เน้นนักเรียนในชั้นใด ต่อไปนี้ ก. ป.1-3 ข. ป.4-6 ค. ม.1-3 ง. ม.4-6 ตอบ ก. 12. การปลูกฝังและพัฒนาค่านิยม 12 ประการ แก่นักเรียนเกี่ยวกับการใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียนเน้น นักเรียนในชั้นใด ต่อไปนี้ ก. ป.1-3 ข. ป.4-6 ค. ม.1-3 ง. ม.4-6 ตอบ ข. 13. การปลูกฝังและพัฒนาค่านิยม 12 ประการ แก่นักเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เน้นนักเรียนในชั้นใด ต่อไปนี้ ก. ป.1-3 ข. ป.4-6 ค. ม.1-3 ง. ม.4-6 ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๘๒ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 14. ทฤษฎีการเรียนรู้ที่สนับสนุนแนวคิด “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”คือ ทฤษฎีใด ต่อไปนี้ ก. ทฤษฎีของธอร์นไดด์ ข. ทฤษฎีของสกินเนอร์ ค. ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ ง. ทฤษฎีของโรเจอร์ส ตอบ ค. 15. หลักการของการจัดกิจกรรม “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้”ให้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ครอบคลุม หลักองค์ 4 แห่งการศึกษา ข้อใดต่อไปนี้ไม่ถูกต้อง ก. ด้านพุทธิพิสัย ข. ด้านจริยศึกษา ค. ด้านหัตถศึกษา ง. ด้านพลศึกษา ตอบ ก. 16. ข้อใด หมายถึง ความรู้และทักษะในการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทัศนคติที่ดีต่องาน และเห็นคุณค่า ของการทำงาน ก. ด้านพลศึกษา ข. ด้านจริยศึกษา ค. ด้านหัตถศึกษา ง. ด้านพุทธิศึกษา ตอบ ค. 17. การเตรียมการสอนทำเพื่ออะไร ก. ช่วยให้ครูเข้าใจในตัวเด็ก ข. ช่วยให้ครูสอนด้วยความมั่นใจและถูกต้อง ค. ช่วยให้เด็กเกิดความสนุกสนานในบทเรียน ง. ช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความเลื่อมใสในตัวครู ตอบ ข. 18. แถวหน้าของโต๊ะเรียนควรจะอยู่ห่างจากกระดานดำประมาณเท่าใด ก. ไม่น้อยกว่า 1 เมตร ข. ไม่น้อยกว่า 2 เมตร ค. ไม่น้อยกว่า 3 เมตร ง. ไม่น้อยกว่า 4 เมตร ตอบ ค. 19. การตั้งโต๊ะครูเพื่อให้มองเห็นนักเรียนได้ดีที่สุดควรอยู่ที่ใด ก. หน้าห้อง ข. หลังห้อง ค. กลางห้อง ง. ตรงไหนก็ได้ ตอบ ข. 20. ฝึกให้นักเรียนมีระเบียบวินัย มิใช่การควบคุม ไม่ให้มีอิสระ เป็นการจัดบรรยากาศชั้นเรียนแบบใด ก. บรรยากาศท้าทาย ข. บรรยากาศอิสระ ค. บรรยากาศยอมรับนับถือ ง. บรรยากาศควบคุม ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๘๓ แนวข้อสอบ จิตวิทยาการศึกษา และการแนะแนว 1. จิตวิทยาการเรียนการสอน เป็นการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องใด ก. พฤติกรรมทางการเรียนการสอนและสิ่งที่ส่งเสริมให้บุคคลได้เกิดการเรียนรู้ ข. ธรรมชาติการเรียนรู้ และองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเรียนรู้ ค. พฤติกรรมของมนุษย์ที่เกิดจากการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ๆ หรือกับสังคม ง. พัฒนาการด้านต่างๆ ของมนุษย์ตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงวัยชรา ตอบ ก. 2. จิตวิทยาการศึกษาเกี่ยวข้องกับเทคนิคการสอนอย่างไร ก. ช่วยให้ครูใช้วิธีการสอนแบบเดียวกันในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ข. ช่วยให้ครูเลือกกระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาใช้กับการสอน ค. ช่วยให้ครูเลือกวิธีการสอนที่เหมาะสมกับสาระของวิชา ง. ช่วยให้ครูเลือกใช้สิ่งเร้ากับนักเรียนที่ขาดความสนใจในการเรียน ตอบ ค. 3. ความรู้ทางจิตวิทยาเรื่องใดที่นำมาใช้เป็นหลักในการกำหนดแนวทางการศึกษาและจัดทำหลักสูตรการศึกษา ให้เหมาะสมกับนักเรียน ก. พฤติกรรมภายนอก ข. ความแตกต่างระหว่างบุคคล ค. ความสามารถทางทักษะ ง. การควบคุมระบบประสาท ตอบ ข. 4. ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้บุคคลมีการแสดงพฤติกรรม คืออะไร ก. สิ่งเร้า ข. ความรัก ค. การเรียนรู้ ง. แรงจูงใจ ตอบ ง. 5. จิตวิทยามีประโยชน์ต่อครูอย่างไร ก. ช่วยให้ครูเข้าใจวิธีการสอนดีขึ้น ข. ช่วยให้ครูมีบุคลิกภาพดีขึ้น ค. ช่วยให้ครูควบคุมพฤติกรรมนักเรียนได้ดีขึ้น ง. ช่วยให้ครูดูแลเอาใจใส่นักเรียนดีขึ้น ตอบ ค. 6. สัมปชัญญะเกี่ยวข้องกับเรื่องใด ก. พันธุกรรม ข. สภาวะรู้ตัวในขณะปัจจุบัน ค. การตอบสนองต่อสิ่งเร้า ง. สัญชาตญาณ ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๘๔ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 7. ในข้อใดคือแรงจูงใจภายนอกที่ควรมอบให้แก่ผู้เรียน ก. คำชม ข. คำตำหนิ ค. การลงโทษ ง. การตักเตือน ตอบ ก. 8. ข้อใดคือเป้าหมายจิตวิทยาพฤติกรรมนิยม ก. ควบคุมพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของมนุษย์ ข. ทำนายและควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์ ค. ควบคุมพัฒนาการทางสติปัญญาของมนุษย์ ง. ควบคุมอารมณ์และทำนายพฤติกรรมของมนุษย์ ตอบ ข. 9. นักจิตวิทยาในกลุ่มนี้เชื่อว่ามนุษย์ต้องการพัฒนาตนเองให้ถึง Self-actualization ก. กลุ่มโครงสร้างของจิต ข. กลุ่มหน้าที่ของจิต ค. กลุ่มพฤติกรรมนิยม ง. กลุ่มมนุษยนิยม ตอบ ง. 10. จิตวิทยาการศึกษาเป็นประโยชน์ต่อครูในการจัดการเรียนการสอนอย่างไร ก. ทำให้ครูรู้จักสร้างบรรยากาศการเรียน ข. ทำให้ครูรู้จักจูงใจนักเรียน ค. ทำให้ครูรู้จักนักเรียนทุกคน ง. ทำให้ครูรู้จักนิสัยของนักเรียน ตอบ ข. 11. กระบวนการรับสัมผัสมีความสำคัญอย่างไร ก. เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจ ข. ทำการเปลี่ยนข้อมูลดิบเพื่อส่งให้สมอง ค. เกี่ยวข้องกับการตอบสนอง ง. เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหา ตอบ ข. 12. ทฤษฎีอะไรเกี่ยวข้องกับแรงจูงใจ ก. ทฤษฎีแรงขับ ข. ทฤษฎีสัญชาตญาณ ค. ทฤษฎีหลักการมีเหตุผล ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 13. ข้อใดเป็นความหมายของการทำจิตวิทยาสำหรับเด็ก ก. การช่วยให้นักเรียนได้มีความรู้ดีขึ้น ข. การช่วยให้นักเรียนรู้จักช่วยตนเอง ปรับเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้ ค. การช่วยให้นักเรียนรู้จักผ่อนคลายอารมณ์ ง. การแก้ไขปัญหาทุกอย่างให้นักเรียน ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๘๕ 14. ข้อใดแสดงว่าครูใช้จิตวิทยาในการสอนมากที่สุด ก. สอนในสิ่งที่มีความหมายต่อเด็ก ข. สอนในส่งที่เด็กสนใจ ค. สอนโดยสร้างแรงจูงใจให้เกิดความสนใจ ง. สอนให้เด็กนำไปใช้ได้จริง ตอบ ค. 15. เป้าหมายของการจิตวิทยาสำหรับเด็กคือข้อใด ก. เด็กเข้าใจปัญหาของตนทุกด้าน ข. เด็กสามารถอยู่ในสังคมได้ ค. เด็กสามารถเลือกอาชีพได้ ง. เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้อย่างดีทุกด้าน ตอบ ข. 16. ข้อใดเป็นเป้าหมายหลักของการแนะแนวในสถานศึกษา ก. ส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักรักและเห็นคุณค่าในตนเอง ข. แนะนำวิธีการเรียนในโรงเรียนให้ได้เกรดสูง ๆ ค. สร้างค่านิยมความสำเร็จทางสังคมให้กับผู้เรียน ง. เพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนในการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ตอบ ก. 17. หลักของการแนะแนวในโรงเรียนจัดตั้งขึ้นเพื่อใคร ก. เพื่อผู้ปกครอง ข. เพื่อสถานศึกษา ค. เพื่อนักเรียนทุกคน ง. เพื่อครูนำไปพัฒนาผลงาน ตอบ ค. 18. ป้องกันปัญหา แก้ปัญหา ส่งเสริมและพัฒนา เป็นสิ่งใดของการแนะแนว ก. ปรัชญาของการแนะแนว ข. หลักของการแนะแนว ค. เป้าหมายของการแนะแนว ง. ขอบข่ายของการแนะแนว ตอบ ค. 19. ข้อใดคือหัวใจหลัก ของการบริการแนะแนว ก. การบริการให้คำปรึกษา ข. การบริการวางตัวบุคคล ค. การบริการติดตามประเมินผล ง. การบริการรวมรวมข้อมูล ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๘๖ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 20. ข้อใด ไม่ใช่ ภาระงานบริการแนะแนว ก. บริการสนเทศ ข. บริการให้คำปรึกษา ค. การจัดหาทุนการศึกษา ง. การศึกษานักเรียนเป็นรายบุคคล ตอบ ค. 21. งานใดที่ช่วยให้นักเรียนปรับตัวเข้ากับเพื่อนในห้องเรียนได้ดีที่สุด ก. งานสภานักเรียน ข. งานเสริมสร้างวินัย ค. งานกิจกรรมสหกรณ์ ง. งานแนะแนว ตอบ ง. 22. หากมีความมุ่งหมายที่จะให้นักเรียนสามารถตัดสินใจและแก้ปัญหาได้ด้วยตนเองควรทำเช่นไร ก. บริการสนเทศ ข. บริการให้คำปรึกษา ค. บริการแก้ปัญหา ป้องกันปัญหาและส่งเสริมพัฒนานักเรียน ง. บริการติดตามและประเมินผลนักเรียน ตอบ ข. 23. เด็กวัยเรียนเป็นวัยที่มีความสำคัญของการวางรากฐานพื้นฐานในเรื่องใด ก. การงานและอาชีพ ข. การเรียนและบุคลิกภาพ ค. ครอบครัวและสุขภาพ ง. การอยู่ในสังคม ตอบ ข. 24. คำพูดของครูในข้อใดเหมาะสมที่จะเสริมกำลังใจให้เด็กประสบความสำเร็จ ก. ครูช่วยเธอมามากแล้ว คราวนี้เธอต้องช่วยตนเองบ้าง ข. งานนี้เป็นก้าวแรกที่จะพิสูจน์ความสามารถที่แท้จริงของเธอ ค. เหรียญทองเชียวนะ ถ้าเธอทำงานได้สำเร็จ ง. ถูกทั้งข้อ ข และ ค ตอบ ข. 25. ปัจฉิมนิเทศในโรงเรียนจัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ใด ก. ให้เด็กสามารถปรับตัวได้กับสังคมภายนอกโรงเรียน ข. ให้เด็กมองเห็นแนวทางการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ ค. เพื่อให้นักเรียนเข้าใจและยอมรับความเป็นจริงของตนเอง ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ข ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๘๗ 26. ข้อใดเป็นหลักการสอนวิชากิจกรรมแนะแนว ก. ใช้สื่อการสอนที่เป็นรูปธรรม ข. ผู้สอนมีประสบการณ์เรื่องงานแนะแนว ค. จัดกิจกรรมการสอนทั้งในและนอกห้องเรียน ง จัดกิจกรรมการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตอบ ง. 27. คุณสมบัติของครูแนะแนว ข้อใดสำคัญที่สุด ก. มีความรู้และศรัทธางานแนะแนว ข. เข้าใจหลักปรัชญางานแนะแนว ค. เก็บความลับผู้ขอรับบริการได้ ง. เมื่อมีเวลาว่างจะอยู่ทำงานในห้องแนะแนว ตอบ ก. 28. ครูควรมีการสร้างแรงจูงใจแบบใดให้นักเรียนในชั้นเรียนมีความสนใจในการเรียนมากขึ้น ก. พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ข. มีเทคนิคการสอนใหม่ ๆ อยู่เสมอ ค. นั่งอยู่กับที่เวลาสอน ง. สอนโดยการบรรยายเพียงอย่างเดียว ตอบ ข. 29. ถ้าท่านเป็นครูแนะแนวที่ดี ท่านควรทำอย่างไร ก. ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นให้ได้ ข. ประสานงานกับบุคคลฝ่ายต่าง ๆ ได้ ค. ปฏิบัติงานแนะแนวตามหลักการวิชาชีพแนะแนว ง. รับผิดชอบเด็กที่มีปัญหา ตอบ ค. 30. จากปรัชญาแนะแนวที่ว่า “มนุษย์มีความแตกต่างกัน” ดังนั้น เมื่อพบเด็กมีปัญหา สิ่งที่ครูแนะแนว ต้องทำเป็นประการแรกคืออะไร ก. ส่งเด็กต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ข. เล่าปัญหาของเด็กให้เพื่อนครูทราบ ค. ตามผู้ปกครองมารับกลับบ้าน ง. รวบรวมข้อมูลเพื่อหาสาเหตุของปัญหา ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๘๘ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ แนวข้อสอบ การพัฒนาผู้เรียน 1. ข้อใด ไม่ใช่ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ก. กิจกรรมแนะแนว ข. กิจกรรมนักเรียน ค. กิจกรรมชุมนุม ชมรม ง. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ตอบ ค. 2. ข้อใด ไม่ใช่ เป้าหมายการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ก. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต ข. ความสามารถในการแก้ปัญหา ค. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ง. ความสามารถในการพัฒนาตนเอง ตอบ ง. 3. ข้อใดเป็นแนวการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ที่สถานศึกษาจัดให้ผู้เรียนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรม ก. ให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจ ข. ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ค. ให้ผู้เรียนฝึกการทำงานที่สอดคล้องกับชีวิตจริง ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ ของผู้เรียน ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 4. ข้อใดเป็นขอบข่ายที่สถานศึกษาจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ก. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ได้กว้างขวางลึกซึ้งยิ่งขึ้น ข. จัดในลักษณะเป็นกระบวนการเชิงบูรณาการโดยยึดหลักคุณธรรมจริยธรรม ค. บูรณาการระหว่างกิจกรรมแนะแนว กิจกรรมนักเรียน และกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง. 5. ข้อใดเป็นวัตถุประสงค์ของกิจกรรมแนะแนว ก. เพื่อให้ผู้เรียนรู้จัก เข้าใจ รัก และเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น ข. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวางแผนการเรียน และอาชีพ รวมทั้งดำเนินชีวิตในสังคม ค. เพื่อให้ผู้เรียนปรับตัวได้อย่างเหมาะสมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ง. เป็นวัตถุประสงค์ กิจกรรมแนะแนวทุกข้อ ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๘๙ 6. ข้อใดคือ ความหมายของการพัฒนาผู้เรียน (Student Development) ก. พัฒนาสุขภาพกายและสุขภาพจิต ความเป็นประชาธิปไตย ความภูมิใจในความเป็นไทยเพื่อพัฒนา ผู้เรียนให้มีคุณภาพ ข. การปลูกฝังภูมิใจในความเป็นไทย การจัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ค. พัฒนาทักษะชีวิต การจัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ง. ปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม พัฒนาทักษะชีวิต สุขภาพกายและสุขภาพจิต ความเป็นประชาธิปไตย ความภูมิใจในความเป็นไทย จัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ตอบ ง. 7. กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551 มีกี่กิจกรรม อะไรบ้าง ก. 2 กิจกรมแนะแนว/กิจกรรมนักเรียน ข. 2 กิจกรมแนะแนว/กิจกรรมเพื่อสังคม ค. 3 กิจกรมแนะแนว/กิจกรรมนักเรียน/กิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ง. 3 กิจกรมแนะแนว/กิจกรรมนักเรียน/กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ตอบ ง. 8. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเองสอดคล้องกับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทางด้านใด ก. กิจกรรมนักเรียน ข. กิจกรรมแนะแนว ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ง. ทุกกิจกรรมรวมกัน ตอบ ข. 9. เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัยความเป็นผู้นำผู้ตามที่ดีสอดคล้องกับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ทางด้านใด ก. กิจกรรมนักเรียน ข. กิจกรรมแนะแนว ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ง. ทุกกิจกรรมรวมกัน ตอบ ก. 10. เป็นที่กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้บำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และถ้องถิ่น ก. กิจกรรมนักเรียน ข. กิจกรรมแนะแนว ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ง. ทุกกิจกรรมรวมกัน ตอบ ค. 11. กิจกรรมชุมนุม ชมรม เป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทางด้านใด ก. กิจกรรมนักเรียน ข. กิจกรรมแนะแนว ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ง. ทุกกิจกรรมรวมกัน ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๙๐ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 12. กิจกรรมลูกเสือ นักศึกษาวิชาทหารเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทางด้านใด ก. กิจกรรมนักเรียน ข. กิจกรรมแนะแนว ค. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ง. ทุกกิจกรรมรวมกัน ตอบ ก. 13. เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินรายกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนวัดจากสิ่งใด ก. เวลาเข้าร่วมกิจกรรม ข. การปฏิบัติกิจกรรม ค. ผลงาน/ชิ้นงาน/คุณลักษณะของผู้เรียน ง. ทุกข้อรวมกัน ตอบ ง. 14. ข้อใดคือผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ก. ผ่าน/ไม่ผ่าน ข. ดีเยี่ยม/ดี/พอใช้ ค. ดีเยี่ยม/ดี/พอใช้/ปรับปรง ง. ดี/พอใช้/ปรับปรุง ตอบ ก. 15. ลูกเสือสำรองใช้สอนในระดับชั้นอะไร ก. ป.1 – ป.3 ข. ป.4 – ป.6 ค. ม.1 – ม.3 ง. ม.4 – ม.6 ตอบ ก. 16. ลูกเสือสามัญใช้สอนในระดับชั้นอะไร ก. ป.1 – ป.3 ข. ป.4 – ป.6 ค. ม.1 – ม.3 ง. ม.4 – ม.6 ตอบ ข. 17. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ใช้สอนในระดับชั้นอะไร ก. ป.1 – ป.3 ข. ป.4 – ป.6 ค. ม.1 – ม.3 ง. ม.4 – ม.6 ตอบ ค. 18. ลูกเสือวิสามัญใช้สอนในระดับชั้นอะไร ก. ป.1 – ป.3 ข. ป.4 – ป.6 ค. ม.1 – ม.3 ง. ม.4 – ม.6 ตอบ ง. 19. ข้อใดเป็นระดับของลูกเสือสำรอง ก. ดาวดวงที่ 1 ข. ลูกเสือโลก ค. ลูกเสือตรี ง. ลูกเสือหลวง ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๙๑ 20. ข้อใดเป็นระดับของลูกเสือลูกเสือสามัญ ก. ดาวดวงที่ 1 ข. ลูกเสือโลก ค. ลูกเสือตรี ง. ลูกเสือหลวง ตอบ ค. 21. ข้อใดเป็นระดับของลูกเสือลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ก. ดาวดวงที่ 1 ข. ลูกเสือโลก ค. ลูกเสือตรี ง. ลูกเสือโท ตอบ ข. 22. “เสียชีพอย่าเสียสัตย์” เป็นคติพจน์ของลูกเสือ ก. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ ข. ลูกเสือสามัญ ค. ลูกเสือสำรอง ง. ลูกเสือทุกประเภท ตอบ ง. 23. “มองไกล” เป็นคติพจน์ของลูกเสือ ก. ลูกเสือสำรอง (ป.1 – ป.3) ข. ลูกเสือสามัญ (ป.4 – ป.6) ค. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (ม.1 – ม.3) ง. ลูกเสือวิสามัญ (ม.4 – ม.6) ตอบ ค. 24. “ทำดีที่สุด” เป็นคติพจน์ของลูกเสือ ก. ลูกเสือสำรอง (ป.1 – ป.3) ข. ลูกเสือสามัญ (ป.4 – ป.6) ค. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (ม.1 – ม.3) ง. ลูกเสือวิสามัญ (ม.4 – ม.6) ตอบ ก. 25. “จงเตรียมพร้อม” เป็นคติพจน์ของลูกเสือ ก. ลูกเสือสำรอง (ป.1 – ป.3) ข. ลูกเสือสามัญ (ป.4 – ป.6) ค. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (ม.1 – ม.3) ง. ลูกเสือวิสามัญ (ม.4 – ม.6) ตอบ ข. 26. “บริการ” เป็นคติพจน์ของลูกเสือ ก. ลูกเสือสำรอง (ป.1 – ป.3) ข. ลูกเสือสามัญ (ป.4 – ป.6) ค. ลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ (ม.1 – ม.3) ง. ลูกเสือวิสามัญ (ม.4 – ม.6) ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๙๒ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 27. เด็กมักจะอ่อนไหวต่อการติเตียน เยาะเย้ยถากถาง เป็นพฤติกรรมของระดับชั้นใด ก. ป.1 – ป.3 ข. ป.4 – ป.6 ค. ม.1 – ม.3 ง. ม.4 – ม.6 ตอบ ก. 28. ครูควรสอนเรื่องเพศศึกษาให้กับเด็กวัยใดมากที่สุด ก. ป.1 – ป.3 ข. ป.4 – ป.6 ค. ม.1 – ม.3 ง. ม.4 – ม.6 ตอบ ค. 29. เด็กจะมีการเจริญเติบโตเต็มที่และมีความสนใจในร่างกายของตัวเองมากเป็นพฤติกรรมของระดับชั้นใด ก. ป.1 – ป.3 ข. ป.4 – ป.6 ค. ม.1 – ม.3 ง. ม.4 – ม.6 ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๙๓ แนวข้อสอบ การบริหารจัดการชั้นเรียน ๑. เป้าหมายด้านผู้เรียน (Learner Aspirations) โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มี คุณลักษณะและทักษะ การเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ประกอบด้วย ก. 2R 8C ข. 3Rs 8Cs ค. 4R 9C ง. 4Rs 9Cs ตอบ ข. ๒. องค์ประกอบของ 3Rs ข้อใด ไม่ใช่ ก. การอ่านออก ข. การเขียนได้ ค. การฟังได้ ง. การคิดเลขเป็น ตอบ ค. 3. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง ก. ครูต้องเตรียมการสอนทุกวัน ข. ครูต้องเข้าใจความแตกต่างของบุคคล ค. สมศรีเป็นครูมาหลายปีแล้วไม่จำเป็นต้องเตรียมการสอน ง. แม้จะสอนจนชำนาญก็ควรมีสื่อการสอนประกอบด้วย ตอบ ค. 4. ข้อใดไม่สอดคล้องกับวิถีทางแห่งประชาธิปไตย ก. ส่งเสริมให้นักเรียนรักษาผลประโยชน์ของตนเอง ข. ส่งเสริมให้นักเรียนมีวินัยในตนเอง ค. ส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกัน ง. ส่งเสริมให้นักเรียนมีความรับผิดชอบ ตอบ ก. 5. เทคนิคการสอนแบบหมวก 6 ใบ ข้อใดหมายถึง การแทนความรู้สึก และอารมณ์ ก. สีขาว ข. สีดำ ค. สีแดง ง. สีเหลือง ตอบ ค. 6. การเรียนรู้ด้านพุทธิพิสัย ตามทฤษฎีของบลูม ขั้นตอนสุดท้ายคือ ก. ความเข้าใจ ข. การวิเคราะห์ ค. การประเมินค่า ง. การนำความรู้ไปประยุกต์ ตอบ ค. 7. ข้อใดเป็นสิ่งเร้าที่วางเงื่อนไข ตามทฤษฎีของพาฟลอฟ ก. สั่นกระดิ่ง ข. สุนัขกระดิกหาง ค. เสียงกระดิ่ง ง. สุนัขน้ำลายไหล ตอบ ค.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๙๔ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 8. ข้อใดอยู่ในกลุ่มทฤษฎีการเรียนรู้พุทธินิยม ก. เกสตัลท์ ข. มาสโลว์ ค. จอห์น ดิวอี้ ง. สกินเนอร์ ตอบ ก. 9. คำว่า “สุนทรียศึกษา”ควรสังเคราะห์เข้าในข้อใด ก. พุทธศึกษา ข. จริยศึกษา ค. พลศึกษา ง. หัตถศึกษา ตอบ ง. 10. ข้อใดคือปรัชญาของการวัดผล ก. สอบเพื่อให้รู้ว่าได้หรือตก ข. สอบเพื่อให้เด็กอยู่ในระดับใดของชั้น ค. สอบเพื่อค้นหาเด็กที่อ่อนที่สุด ง. สอบเพื่อค้นหาและพัฒนาสมรรถภาพของมนุษย์ ตอบ ง. 11. ข้อใดมิใช่การประเมินผลเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน ก. การประเมินผลเมื่อปลายปี ข. การประเมินผลก่อนเรียน ค. การประเมินผลระหว่างเรียน ง. การประเมินผลปลายภาคเรียน ตอบ ก. 12. บุคคลที่เหมาะสมที่สุดในการวัดผล โดยการสังเกตคือใคร ก. ผู้อำนวยการโรงเรียน ข. กรรมการศึกษา ค. ครูฝ่ายปกครอง ง. ครูผู้สอนประจำชั้น/ประจำวิชา ตอบ ง. 13. ลักษณะข้อสอบวัดผลสัมฤทธิ์มุ่งหวังที่จะวัดอะไรเป็นสำคัญ ก. วัดผลงานที่เด็กได้กระทำมา ข. วัดการพัฒนาการของเด็ก ค. วัดความสำเร็จในชั่วโมงวิชาการ ง. วัดความเจริญงอกงาม ตอบ ค. 14. ลักษณะการสอนที่ดีที่ครูควรคำนึงคือข้อใด ก. สอนจากนามธรรมไปหารูปธรรม ข. สอนจากง่ายไปยาก ค. สอนทันทีที่ครูพร้อม ง. ครู/กระดานดำ/ชอล์ก ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๙๕ 15. ข้อใด ไม่ใช่ บรรยากาศที่พึงปรารถนาในชั้นเรียน ก. บรรยากาศที่ท้าทาย ข. บรรยากาศที่มีอิสระ ค. บรรยากาศที่มีความอบอุ่น ง. บรรยากาศที่นุ่มลึก ตอบ ง. 16. เป็นบรรยากาศที่นักเรียนมีโอกาสได้คิด ได้ตัดสินใจตรงกับการจัดบรรยากาศในชั้นเรียนแบบใด ก. บรรยากาศที่ท้าทาย ข. บรรยากาศที่มีอิสระ ค. บรรยากาศที่มีความอบอุ่น ง. บรรยากาศที่นุ่มลึก ตอบ ข. 17. เป็นบรรยากาศที่ครูกระตุ้นให้กำลังใจนักเรียนเพื่อให้ประสบผลสำเร็จในการทำงานตรงกับ การจัดบรรยากาศในชั้นเรียนแบบใด ก. บรรยากาศที่ท้าทาย ข. บรรยากาศที่มีอิสระ ค. บรรยากาศที่มีความอบอุ่น ง. บรรยากาศที่นุ่มลึก ตอบ ก. 18. ถ้าครูเข้มงวด นักเรียนจะเป็นอย่างไร ก. นักเรียนจะอึดอัด ข. นักเรียนจะกลัว ค. นักเรียนจะหงุดหงิด ง. นักเรียนจะขาดความเคารพ ตอบ ค. 19. ถ้าครูปั้นปึ่งนักเรียนจะเป็นอย่างไร ก. นักเรียนจะอึดอัด ข. นักเรียนจะกลัว ค. นักเรียนจะหงุดหงิด ง. นักเรียนจะขาดความเคารพ ตอบ ข. 20. ถ้าครูแต่งกายไม่เรียบร้อยนักเรียนจะเป็นอย่างไร ก. นักเรียนจะอึดอัด ข. นักเรียนจะกลัว ค. นักเรียนจะหงุดหงิด ง. นักเรียนจะขาดความเคารพ ตอบ ง. 21. ถ้าครูท้อถอยนักเรียนจะเป็นอย่างไร ก. นักเรียนจะท้อแท้ ข. นักเรียนจะหงอยเหงา ค. นักเรียนจะเฉื่อยชา ง. นักเรียนจะไม่สนใจฟัง ตอบ ก. 22. ถ้าครูเฉยเมยนักเรียนจะเป็นอย่างไร ก. นักเรียนจะท้อแท้ ข. นักเรียนจะหงอยเหงา ค. นักเรียนจะเฉื่อยชา ง. นักเรียนจะไม่สนใจฟัง ตอบ ค. 23. ถ้าครูแสดงความเป็นมิตร นักเรียนจะเป็นอย่างไร ก. นักเรียนจะอบอุ่นใจ ข. นักเรียนจะแจ่มใส ค. นักเรียนจะกระปรี้กระเปร่า ง. นักเรียนจะเรียนสนุก ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๙๖ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 24. ถ้าครูยิ้มแย้มนักเรียนจะเป็นอย่างไร ก. นักเรียนจะอบอุ่นใจ ข. นักเรียนจะแจ่มใส ค. นักเรียนจะกระปรี้กระเปร่า ง. นักเรียนจะเรียนสนุก ตอบ ข. 25. ถ้าครูมีอารมณ์ขันนักเรียนจะเป็นอย่างไร ก. นักเรียนจะอบอุ่นใจ ข. นักเรียนจะแจ่มใส ค. นักเรียนจะกระปรี้กระเปร่า ง. นักเรียนจะเรียนสนุก ตอบ ง. 26. ถ้าครูกระตือรือร้นนักเรียนจะเป็นอย่างไร ก. นักเรียนจะอบอุ่นใจ ข. นักเรียนจะแจ่มใส ค. นักเรียนจะกระปรี้กระเปร่า ง. นักเรียนจะเรียนสนุก ตอบ ค. 27. บรรยากาศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ดีคือ ก. บรรยากาศแบบประชาธิปไตย ข. บรรยากาศแบบเผด็จการ ค. บรรยากาศแบบโล่งใจ ง. บรรยากาศแบบสบายใจ ตอบ ก.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๙๗ แนวข้อสอบ การวิจัยทางการศึกษา และการประเมินโครงการ 1. การวิจัยในชั้นเรียนจัดเป็นการวิจัยรูปแบบใด ก. การวิจัยเชิงปริมาณ ข. การวิจัยเชิงปฏิบัติการ ค. การวิจัยเพื่อสร้างทฤษฎี ง. การวิจัยเพื่อพัฒนาเครื่องมือ ตอบ ข. 2. “การแก้ไขปัญหาของนักเรียนชั้น ป. 6 ที่อ่านหนังสือไม่คล่อง” ข้อใดคือตัวแปรตาม ก. เพศ ข. ระดับชั้น ค. วิธีการแก้ไข ง. พฤติกรรมการอ่าน ตอบ ข. 3. ค่าการแปลผล IOC ใดมีความยากง่ายที่เหมาะสม ก. 0.20 - 0.80 ข. 0.20 -1.00 ค. 0.00 - 0.80 ง. 0.5 -1.00 ตอบ ก. 4. วิธีสอนแบบแก้ปัญหาเป็นการสอนที่ให้นักเรียนเป็นผู้คิดแก้ปัญหาโดยเริ่มจากข้อใดเป็นข้อแรก ก. วิเคราะห์ปัญหา ข. ตั้งสมมติฐาน ค. วางแผนแก้ปัญหา ง. เก็บรวบรวมข้อมูล ตอบ ข. 5. “การพัฒนาพฤติกรรมการเขียนของนักเรียนชั้น ป. 5” ข้อใดคือตัวแปรต้น ก. พฤติกรรมการอ่าน ข. วิธีการพัฒนา ค. เพศ,อายุ ง. ระดับชั้น ตอบ ข. 6. การคาดคะเนคำตอบของการวิจัยอย่างมีเหตุผล ตรงกับข้อใด ก. ความมุ่งหมายการวิจัย ข. สมมุติฐานการวิจัย ค. การวิเคราะห์ข้อมูลในการวิจัย ง. การอภิปรายผลการวิจัย ตอบ ข. 7. ข้อใด ไม่ใช่ จุดมุ่งหมายของการวิจัยในชั้นเรียน ก. แก้ปัญหาผู้เรียน ข. หาสาเหตุของพฤติกรรม ค. พัฒนาผู้เรียน ง. ประเมินตัดสินผู้เรียน ตอบ ง. 8. เด็กชายแดงขาดเรียนบ่อย ๆ ควรตั้งคำถามการวิจัยว่าอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด ก. ทำไม เด็กชายแดงจึงขาดเรียน ข. จะแก้ปัญหาการขาดเรียนของ เด็กชายแดงอย่างไร ค. ห้องเรียนมีปัญหาอะไร เด็กชายแดงจึงขาดเรียน ง. ทางบ้าน เด็กชายแดงมีปัญหาอะไร จึงต้องขาดเรียน ตอบ ข.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๑๙๘ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 9. “เด็กชายดำไม่ชอบทำงานรวมกลุ่มกับเพื่อน” ควรใช้วิธีการใดในการรวบรวมข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา ก. การทดสอบ ข. การสังเกต ค. การสัมภาษณ์ ง. การใช้แบบสอบถาม ตอบ ค. 10. “ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำเนื่องจากนักเรียนไม่เข้าใจบทเรียน” ควรออกแบบการวิจัย เพื่อแก้ปัญหาในลักษณะใด ก. เชิงทดลองพัฒนาสื่อนวัตกรรม ข. เชิงสำรวจหาสาเหตุปัญหา ค. เชิงปริมาณอ้างอิงทฤษฎีการเรียนรู้ ง. เชิงปฏิบัติการอบรมพัฒนาการเรียนรู้ ตอบ ก. 11. “ความพึงพอใจของครูต่อการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โรงเรียนอนุบาลดำรงราชานุสรณ์” หัวข้อวิจัยนี้ควรใช้เครื่องมือชนิดใดในการเก็บรวบรวมข้อมูล ก. แบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า ข. แบบทดสอบอิงเกณฑ์ ค. แบบสังเกตพฤติกรรม ง. แบบสัมภาษณ์ ตอบ ก. 12. ข้อใด ไม่ใช่ การหาคุณภาพของแบบทดสอบ ก. ความเที่ยงตรง ข. ความเชื่อมั่น ค. อำนาจจำแนก ง. ความเป็นสากล ตอบ ง. 13. “การวิเคราะห์ความแตกต่างคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนหลังเรียนด้วยชุดฝึกของนักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่ง จำนวน 40 คน” ควรใช้สถิติใดวิเคราะห์ความแตกต่าง ก. t-test ข. ANOVA ค. Z-test ง. F-test ตอบ ก. 14. “เพื่อศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญของครู โรงเรียนอนุบาลหมีน้อย” ความมุ่งหมายของการวิจัยนี้ ควรใช้สถิติข้อใดในการนำเสนอ ก. ค่าเฉลี่ย และร้อยละ ข. การวิเคราะห์ความแปรปรวน ค. การทดสอบที ง. การทดสอบไคว์สแควร์ ตอบ ก. 15. การอภิปรายผลการวิจัยควรจัดไว้ในส่วนใด ก. บทที่ 1 ข. บทที่ 3 ค. บทที่ 4 ง. บทที่ 5 ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ หน้า ๑๙๙ 16. “การศึกษาการอ่านของนักเรียนชั้น ป.2 จังหวัดอุดรธานี” หัวข้อวิจัยนี้ควรเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีใด ก. เลือกแบบเจาะจง ข. สุ่มแบบอย่างง่าย ค. สุ่มแบบแบ่งชั้น ง. สุ่มแบบหลายขั้นตอน ตอบ ง. 17. “การศึกษาการอ่านของนักเรียนโรงเรียนอนุบาลหมีน้อย จังหวัดแสนสุข” หัวข้อวิจัยนี้ควรเลือก กลุ่มตัวอย่างโดยวิธีใด ก. เลือกแบบเจาะจง ข. สุ่มแบบอย่างง่าย ค. สุ่มแบบแบ่งชั้น ง. สุ่มแบบหลายขั้นตอน ตอบ ง. 18. ข้อใด ไม่ใช่ วิธีการกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง ก. ใช้การคาดคะเน ข. ใช้สูตรคำนวณ ค. ใช้ตารางสำเร็จรูป ง. ใช้เกณฑ์ร้อยละ ตอบ ก. 19. ความสำคัญของการวิจัยควรนำเสนอในส่วนใด ก. บทที่ 1 ข. บทที่ 3 ค. บทที่ 4 ง. บทที่ 5 ตอบ ก. 20. ข้อใดกล่าวถึงการวิจัยในชั้นเรียนตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 ได้อย่างถูกต้องที่สุด ก. ครูทุกคนต้องดำเนินการวิจัยในชั้นเรียนเพื่อพัฒนาตนเอง ข. การวิจัยในชั้นเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน ค. การวิจัยในชั้นเรียนเป็นเครื่องประเมินวิทยฐานะครู ง. ครูต้องเชี่ยวชาญในการวิจัยในชั้นเรียน ตอบ ข. 21. การวิจัยเชิงพรรณา หรือเชิงบรรยาย ตรงกับข้อใด ก. Descriptive Research ข. Experimental Research ค. Correlation Research ง. Qualitative Research ตอบ ก. 22. การวิจัยเชิงคุณภาพ ตรงกับข้อใด ก. Descriptive Research ข. Experimental Research ค. Correlation Research ง. Qualitative Research ตอบ ง.


คู่มือเตรียมสอบ ครูผู้สอน สพฐ. หน้า ๒๐๐ สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๙ 23. การวิจัยเชิงทดลอง ตรงกับข้อใด ก. Descriptive Research ข. Experimental Research ค. Correlation Research ง. Qualitative Research ตอบ ข. 24. การวิจัยเชิงความสัมพันธ์ ตรงกับข้อใด ก. Descriptive Research ข. Experimental Research ค. Correlation Research ง. Qualitative Research ตอบ ค. 25. การตั้งสมมุติฐานการวิจัยมีความจำเป็นอย่างไร ก. การคาดคะเนคำตอบ ข. บอกแนวทางการแก้ปัญหา ค. บอกให้ทราบถึงรูปแบบการวิจัย ง. เป็นการกำหนดค่าสถิติของงานวิจัย ตอบ ก. 26. จุดมุ่งหมายของการวิจัย มีความจำเป็นอย่างไร ก. เป็นการกำหนดหัวข้อของงานวิจัย ข. บอกให้ทราบว่าผู้วิจัยต้องการศึกษาค้นคว้าอะไร ค. บอกแนวทางการแก้ไขและพัฒนางานวิจัย ง. บอกให้ทราบถึงรูปแบบการวิจัย ตอบ ข. 27. การวิจัยทางการศึกษา เป็นการวิจัยประเภทใด ก. การวิจัยเชิงประวัติศาสตร์ ข. การวิจัยขั้นพื้นฐานตามมาตรฐานโรงเรียน ค. การวิจัยอิสระเชิงวิเคราะห์ ง. การวิจัยเชิงประยุกต์ ตอบ ง. 28. การวิจัยในชั้นเรียน เหมาะกับการศึกษาระดับใด ก. ปฐมวัย ข. ประถมศึกษา ค. มัธยมศึกษา ง. ถูกทุกข้อ ตอบ ง.


Click to View FlipBook Version