อัศวนิ บนหลงั มา้ สมัยโคกรุ โิ อ
ไดพ้ บซากสตั วโ์ บราณ ๑๐๐,๐๐๐ ปี สว่ นทเ่ี หลอื มกั จะเปน็ ฟนั -กระดกู
พบซากเครอ่ื งปน้ั ดนิ เผาอายุ ๕,๐๐๐ ปี สมยั บา้ นเชยี ง เรม่ิ มลี วดลาย พบขลยุ่
ทำ� ดว้ ยกระดกู สตั ว,์ ปน้ั ดนิ เผา รูปหมู อายุ ๔,๐๐๐ ปี มหี ลมุ ฝังศพ ทำ� เปน็ หนิ
เรยี กวา่ สสุ านหนิ
51
52
๑๔.๓๐ น. ไปเย่ยี ม “มนั ยองแด” เปน็ บา้ นเกิดของ คิมอลิ ซุง อยมู่ า
๔ ร่นุ รกั ษาบา้ นไวใ้ ห้คนเข้าชมสสุ านบรรพบุรษุ ได้
53
ผนู้ ำ� คมิ อลิ ซงุ เกดิ ๑๕ เมษายน ๑๙๑๒ (พ.ศ. ๒๔๕๕) สมยั ผนู้ ำ� ยงั เปน็
เดก็ บ้านมคี นอยู่ ๑๓ คน ทง้ั พ่อและอา ซึ่งเกดิ ที่น่ี ท้ังบา้ นมีห้องนอน ๓ ห้อง
ปทู่ ำ� การเกษตร ทำ� นา ตอนที่ คมิ อลิ ซงุ เปน็ ผนู้ ำ� แลว้ ปยู า่ ยงั มชี วี ติ อยู่ สว่ นพอ่
อา และแม่ ตายแล้ว
ทา่ นผู้นำ� ยงั กลบั มานอนทบี่ า้ น (หลงั จากการตอ่ สบู้ นภเู ขามา ๑๕ ปี)
ท่ีบ้านมีตุ่ม ไหกิมจิ ใช้มา ๔ รุ่น (ทุกบ้านมีไหกิมจิหมักผักดองเป็น
อาหารประจำ� ชาต)ิ ปู่ไม่มีสตางค์ ต้องซือ้ ไหท่ีมีต�ำหนิ ราคาถูกมาใชท้ บ่ี ้าน
ในด้านการศึกษา คิมอิลซุง ไม่ได้เรียนสูง จบช้ันมัธยมแล้วต้องออก
ทำ� การต่อส้เู ลย
54
ปู่ของผนู้ �ำอยู่ทบี่ ้านนีจ้ นถงึ ปี ๑๙๕๙ (พ.ศ. ๒๕๐๒)
ตอนเล็ก ๆ ปู่ชอบพาท่านผู้น�ำมาน่ังอ่านหนังสือที่ภูเขามองลงไปที่
แม่นำ�้ แตดอง
ในปี ๑๘๖๖ (พ.ศ. ๒๔๐๙) เรืออเมริกันเข้ามาจนถึงแม่น้�ำท่ีมันยอง
แด ชาวเกาหลชี ว่ ยกนั เผาเรอื อเมรกิ นั และไลอ่ อกไปทเ่ี กาะหนา้ ภเู ขา ไดส้ รา้ ง
อนสุ าวรียข์ องครอบครัวเอาไว้
รอบบริเวณเป็นป่าสนชนิดต่าง ๆ สวยงามมาก “มันยอง” แปลว่า
หม่ืนภาพ ดูวิวจากเขานจี้ ะได้ ๑๐,๐๐๐ ภาพ
55
วนั จนั ทรท์ ี่ ๑๒ กนั ยายน ๒๕๓๑
ขบวนรถออกจากบา้ นพกั ไปสนามบนิ เพอื่ บินกลบั ไปท่กี รงุ ปกั กิ่ง
ถึงสนามบิน นายยูโฮจุน รองประธานสภาที่จัดเล้ียงรับรองคณะของ
เราทมี่ าถงึ เปยี งยางและรฐั มนตรชี ว่ ยวา่ การกระทรวงตา่ งประเทศมาสง่ ทลี่ าน
บนิ เพอื่ ขน้ึ เคร่ืองบนิ เท่ียวพเิ ศษไปปักกงิ่
มีแถวประชาชนยนื เรียงรายถอื ดอกไม้ชมพู-แดง
โบกร้อง “มาซิ มาซิ”แถวยาวเหยียด
๐๙.๕๐ น. เครอ่ื งบนิ ออกตามเวลา พอเครอื่ งขน้ึ มกี ารเปดิ เพลงปลกุ ใจ
คิมอิลซงุ ทนั ที ดงั กระห่มึ
56
สรปุ ข้อสังเกต
ผนู้ ำ� เกาหลเี หนอื ฉลาด นำ� เอาสง่ิ ดี ๆ จากยโุ รปมาประยกุ ตเ์ ขา้ กบั สง่ิ ดี ๆ
ของประเทศของเขาอยา่ งกลมกลืน อาจแบ่งข้อสังเกตเป็นขอ้ ๆ ดงั นี้
๑. การแต่งกาย
แตง่ กายสภุ าพแบบตะวันตก ผูช้ ายใสส่ ทู (ชดุ สากล) พนกั งานขบั รถ
แต่งชุดซาฟารี ผหู้ ญิงใสก่ ระโปรง-สูท
๒. อาหาร
อาหารมอื้ ตา่ ง ๆ มากมายไม่ซ�้ำกัน การเสิรฟ์ อาหารเป็นคอรส์ เหมอื น
ยโุ รป มอี อเดริ ฟ์ กอ่ น อาหารประจำ� ชาตมิ ี กมิ จ-ิ ผกั ดอง ซปุ ขน้ -ซปุ ใส ปลา เนอ้ื
ของหวาน (สำ� หรบั ประชาชนธรรมดาคงมขี า้ วซปุ และกมิ จเิ ปน็ อาหารประจำ� )
๓. ท่อี ยู่อาศัยของประชาชน
ทางการพยายามให้ประชาชนอยู่ในอพาร์ทเม้นท์หรือคอนโดมิเนียม
การปลูกสร้างเป็นระเบียบ มีการจัดสวน ปลูกดอกไม้สวยงาม ตามระเบียง
บ้าน เหมือนบ้านในยโุ รป เช่น บา้ นทน่ี อรเ์ วย์ แตท่ ี่ส�ำคัญทีส่ ุดคอื มขี ้อหา้ ม
เด็ดขาด ไม่ให้ตากผ้าที่ซักแล้วเป็นที่รกนัยน์ตาเหมือนฮ่องกงและเหมือน
บา้ นเราดว้ ย ใครละเมดิ จะไมไ่ ดร้ บั อนญุ าตใหอ้ ยู่ จะตอ้ งยา้ ยไปอยนู่ อกเมอื ง
๔. การศึกษา
เมื่อเรม่ิ ประกาศอสิ รภาพ (๗-๑๕ ปี) “คมิ อิลซงุ ” ต้งั มหาวทิ ยาลัยทันที
เพราะเห็นความส�ำคัญของการศึกษา สร้าง Children Palace ฝึกเด็กตาม
ความชอบของตน หลงั เลกิ เรยี นตอ้ งมาทกุ วนั เปน็ การดงึ ความสามารถเฉพาะ
ตวั ของเดก็ แต่ละคนออกมา แทนทีจ่ ะไปเสยี เวลาอยา่ งอ่ืน
57
๕. การกฬี า
มีการส่งเสริมมากโดยเฉพาะยิมนาสติก ให้มีการหัดต้ังแต่เด็ก ๆ
ทำ� ใหร้ า่ งกายแขง็ แรง มสี มาธดิ แี ละเปน็ ประโยชนใ์ นการเปน็ ทหารตอ่ ไป เมอ่ื
โตข้นึ มกี ารสร้าง Stadium สำ� หรบั กฬี าโดยเฉพาะ
๖. ดนตร-ี ศลิ ปะการแสดง
อยใู่ นระดบั สากลเพราะมวี นิ ยั และสมาธิ มกี ารสง่ เสรมิ ดนตรมี าก โดย
เฉพาะดนตรีแบบตะวันตก โดยใส่เน้ือร้องเป็นภาษาเกาหลี แม้กระท่ังการ
แสดงของเด็กกใ็ ช้วงดรุ ยิ างค์จรงิ ๆ ไม่ใช้เปิดเทป
การเต้นร�ำมีการผสมผสานท่าเต้นบัลเล่ต์กับยิมนาสติกเข้าด้วยกัน
ท�ำให้ดูงดงาม กลมกลืนเข้าดว้ ยกนั ดีมาก
๗. ใช้เด็ก ใช้งานศิลปวัฒนธรรมและการกีฬาออกหน้า ไม่มี
การแสดงแสนยานภุ าพทางทหารในงานนี้ ทง้ั ๆ ทมี่ ที หารเดนิ เตม็ เมอื ง แตใ่ ช้
ทหารมาช่วยงานก่อสร้างร่วมกับประชาชน จนมีความเคยชินในการอยู่ร่วม
กบั ทหาร ซง่ึ เขา้ มาแทรกซมึ ควบคมุ อยา่ งฉลาดทำ� ใหป้ ระชาชนไมร่ สู้ กึ ตอ่ ตา้ น
58
ถงึ ปกั ก่ิงเวลา ๐๙.๓๐ น. (เวลาตา่ งกัน) มผี มู้ าต้อนรับฝา่ ยจนี ไดแ้ ก่
นายเฉียนเหมิน กรรมการผู้แทนประชาชนแห่งชาติ นายซิกัวเผ่า ผู้อ�ำนวย
การกองกิจกรรมแห่งพรรคคอมมิวนิสต์ นายซื่อท่งหลาง รองเลขาธิการ
NPC
59
บุคคลในคณะท่ีมาต้อนรับคือนายเฉียนเหมิน เคยมาเมืองไทย
เม่ือ พ.ศ.๒๕๒๙ ตามค�ำเชิญของประธานรัฐสภา พร้อมทั้งคณะเจ้าหน้าท่ี
ระดับสูงท่ีให้การต้อนรับบริการคณะรัฐสภาไทย ในขณะท่ีเยือนสาธารณรัฐ
ประชาชนจีน เม่ือ พ.ศ.๒๕๒๘ เกอื บ ๒๐ คนรวมท้ังลา่ มดว้ ย
60
นายเฉียนเหมินได้แต่งกลอนชมตะวันตกดินที่ “บ้านตะวันรอน”
ของเราได้เพราะพรง้ิ
ฝ่ายไทย มีท่านเอกอัครราชทูต เตช บุนนาคและคุณเพ็ญศรีรวมทั้ง
ข้าราชการสถานทตู ไทย
เจา้ ภาพจัดใหพ้ ักที่ “เต้ยี วหยวู ์ไถ” ซึ่งคณะผแู้ ทนรัฐสภาได้เคยมาพกั
แลว้ ในการมาเยือนสาธารณรัฐประชาชนจนี คร้ังที่ ๑ เมือ่ พ.ศ. ๒๕๒๘ พัก
ท่ีบ้านหลังที่ ๑๔ คร้ังน้ีพักที่บ้านหลัง ๑๑ บ้านพักสะดวกสบาย มีเคร่ืองใช้
ไมส้ อยเรยี บรอ้ ยเชน่ เดียวกับบา้ นหลงั ท่ี ๑๔
คณะที่รว่ มเดนิ ทางไดแ้ ก่
๑. ประธานรัฐสภา
๒. คณุ หญิงมณฑินี มงคลนาวนิ
๓. คุณชชั วาล อภิบาลศรี
๔. คุณลักขณา อภิบาลศรี
๕. พล.ร.ท.สมโภช ขมะสุนทร
๖. พล.อ.ท.วรี ะ กจิ จาทร
๗. พล.ต.วฒั นา สรรพานชิ
๘. พล.ต.สพุ ติ ร วรอทุ ยั
๙. ดร.อภชิ ยั จนั ทรเสน
๑๐. คุณสภุ าสินี ขมะสุนทร
๑๑. ร.ต.อ. ฐติ ิราช หนองหารพิทักษ์
๑๒. คุณวิชัย เจ้าหนา้ ทีจ่ ากสถานทูต ติดตามไปดว้ ย
61
สาธารณรฐั ประชาชนจนี
วันที่ ๑๒-๒๐ กนั ยายน ๒๕๓๑
สาธารณรัฐประชาชนจีน
วันท่ี ๑๒-๒๐ กันยายน ๒๕๓๑
สาธารณรัฐประชาชนจีน
วันที่ ๑๒-๒๐ กนั ยายน ๒๕๓๑
ความสมั พนั ธไ์ ทย-สาธารณรัฐประชาชนจีน
การเยือนคราวน้ีมีลักษณะพิเศษเพราะเป็นการเยือนประเทศสอง
ประเทศท่ีเกี่ยวเน่ืองกัน คือการเยือนประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย
ประชาชนเกาหลี (วันท่ี ๖-๑๒ กันยายน ๒๕๓๑) และประเทศสาธารณรัฐ
ประชาชนจนี (วนั ท่ี ๑๒-๒๐ กันยายน ๒๕๓๑)
ท่ีว่ามีลักษณะพิเศษเพราะการเยือนประเทศเกาหลีเหนือต้องต้ังต้นท่ี
กรงุ ปกั กง่ิ และขากลบั ก็ตอ้ งเดินทางจากกรงุ เปียงยางมาทปี่ กั กิ่ง
เมื่อถึงปักกิ่งในวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๓๑ แล้ว จึงเป็นจุดเร่ิมต้น
ของการเยอื นเป็นทางการ
แตย่ งั มลี กั ษณะพเิ ศษอกี ประการหนงึ่ คอื ระหวา่ งการเยอื นประเทศจนี
ทางเจา้ ภาพจดั ให้เดินทางไปเยอื น “ทเิ บต” ๒ วนั คือวันท่ี ๑๕-๑๖ กนั ยายน
๒๕๓๑
การเยือนประเทศจีนคร้ังท่ี ๒ ในช่วงเวลาที่ห่างกัน ๓ ปี มีการ
เปลี่ยนแปลงที่มีนัยส�ำคัญมากมาย โดยเฉพาะ การเปลี่ยนแปลงต�ำแหน่ง
ผู้น�ำระดับสูงหลายต�ำแหน่ง คณะผู้แทนของรัฐสภาไทยได้รับเกียรติให้เข้า
เย่ียมคารวะบุคคลสำ� คญั รวม ๓ คน คือ
68
ประธานาธบิ ดี“หยางซา่ งคนุ ”ขนึ้ มาแทนประธานาธบิ ดี“หลเี ซยี นเหนยี น”
ประธานสภาเปล่ียนจากประธานสภา “เผิงเจิน” เป็นประธานสภา
“หวา่ นล”ี่
นายกรฐั มนตรี “จา้ วจอื่ หยาง” พน้ จากตำ� แหนง่ นายกรฐั มนตรเี ปน็ เพยี ง
เลขาธกิ ารพรรคคอมมิวนิสตจ์ ีน
สว่ นเพอ่ื นเกา่ ของเรา ทา่ นรองประธานสภา “เยเ่ ฟย” ยงั อยใู่ นตำ� แหนง่
เดมิ และมาต้อนรับคณะของเราด้วยความดีใจ พร้อมกับ “ซนุ เสี่ยวยู่” ซงึ่ เป็น
หวั หนา้ คณะเจา้ หนา้ ทด่ี ำ� เนนิ การอำ� นวยความสะดวกตลอดการเยอื นประเทศ
จีนเป็นทางการในการเยือนคร้ังที่ ๑ เป็นผู้น�ำคณะเจ้าหน้าที่จีน มาเยือน
ประเทศไทยตามค�ำเชิญของรัฐสภาไทย ซ่ึงเป็นการเชิญคณะบุคคลระดับ
เจ้าหน้าที่รวม ๑๒ คนมาทัศนศึกษาประเทศไทยเป็นคร้ังแรกและเป็น
คณะแรก
คนส�ำคัญอีกคนหน่ึงคือ “เถียนยู่หยุน” ชื่อภาษาไทยว่า “เสถียร
นาสมบรู ณ”์ เปน็ โฆษกสถานวี ทิ ยปุ กั กง่ิ มาทำ� หนา้ ที่ “ลา่ ม” ทมี่ คี วามสามารถ
ในการแปลภาษาไทย-จีนอย่างมีประสิทธิภาพย่ิง ได้เรียนภาษาไทยจาก
มหาวทิ ยาลัยปักกง่ิ โดยไมเ่ คยมาเรียนภาษาไทยทปี่ ระเทศไทยเลย จนไดม้ า
ประเทศไทยเป็นครั้งแรกกบั คณะเจ้าหน้าทจี่ นี เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๒๘
ในช่วงเวลาที่คุณเสถียร นาสมบูรณ์ ได้มาเยือนประเทศไทย ได้ให้
สัมภาษณ์ใน หนงั สอื ภารกิจ...เพื่อชาติ เลา่ วา่
69
ภาพถ่ายที่บา้ นพัก “หาดตะวนั รอน” พัทยา
คณะเจา้ หนา้ ที่สภาประชาชนแหง่ สาธารณรัฐประชาชนจีน
โดยมีนายซุนเสีย่ วยู่ ฝา่ ยวิเทศสมั พนั ธ์ เปน็ หัวหน้า พร้อมท้ังคณะรวม ๑๒ คน
มาเยือนประเทศไทยอยา่ งเปน็ ทางการตามคำ� เชญิ ของรฐั สภาไทย
ระหวา่ งวนั ท่ี ๒๒-๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๒๘
เม่ือ ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน เดินทางกลับประเทศไทยแล้ว ท่านได้
กรุณาเชื้อเชิญเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลจีนที่ให้การต้อนรับคณะผู้แทนไทย
ในการไปเยี่ยมคร้ังนั้นมาเยือนประเทศไทยบ้าง โดยถือเป็นแขกของท่าน
นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่มีผู้น�ำคนใดปฏิบัติ เพราะการเชิญเจ้าหน้าท่ี
ระดับธรรมดามาเป็นแขกของคนระดับประธานรัฐสภาซ่ึงเจ้าหน้าท่ีฝ่ายจีน
ต่างก็ประทับใจในการต้อนรับครั้งนี้มากโดยเฉพาะท่านเช้ือเชิญไปพักผ่อน
ที่บ้านท่านที่พัทยา เสถียร นาสมบูรณ์ หน่ึงในคณะเจ้าหน้าที่จีนครั้งนั้น
เปดิ เผยความรูส้ กึ ว่า
“เม่ือผมทราบว่าจะได้ไปเทีย่ วบา้ นพักของ ดร.อกุ ฤษ คล้าย ๆ ว่าจะ
ได้ไปเท่ียวบ้านของญาติพ่ีน้องในประเทศไทย รู้สึกว่าอบอุ่นใจ ต่างคนต่าง
70
เตรียมตวั บางคนไปซอ้ื กางเกงว่ายน�้ำ แต่ท่านบอกว่าไม่ต้องซ้อื เตรียมไวใ้ ห้
แล้ว และยังเชิญรับประทานขนมไทยและอาหารไทยท่ีบ้านท่านอีกด้วย มี
การร้องเพลงสนกุ สนานเฮฮากัน ครัง้ นนั้ ดร.อกุ ฤษ ท่านรอ้ งเพลงเป็นภาษา
ฝรง่ั เศสกบั ซนุ เฉายู่ เจา้ หนา้ ทร่ี ะดบั อธบิ ดคี นหนงึ่ ของจนี เหตกุ ารณใ์ นวนั นนั้
ทำ� ใหเ้ จ้าหน้าท่ีของจีนทกุ คนประทับใจในตัวทา่ นมาก”
ระหวา่ งที่ ดร.อกุ ฤษ เยอื นจนี เมอ่ื ปี ๒๕๒๗ นนั้ สง่ิ ทผ่ี นู้ ำ� ฝา่ ยจนี ประทบั
ใจทา่ นมากกค็ อื ทา่ นกลา่ วสนุ ทรพจนใ์ นงานเลย้ี งเกอื บทกุ งานอยา่ งชนดิ เปน็
กนั เอง ไมม่ สี ครปิ ต์ ซงึ่ ฝา่ ยจนี รสู้ กึ ประทบั ใจ และไมม่ ผี นู้ ำ� ระดบั ชาตคิ นใดกลา้
ท�ำเชน่ ท่าน ในการเลี้ยงคร้ังหนึ่ง เจา้ ภาพจดั โต๊ะประดับด้วยอา่ งแก้วกลมใส่
ปลาเงิน-ปลาทอง ท่านกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนนั้นเหมือน
อา่ งเลย้ี งปลาท่ีตง้ั ไว้กลางโตะ๊ รับประทานอาหาร ความสมั พนั ธป์ ระดุจความ
สัมพันธ์ระหว่างน้�ำกับปลา ทั้งสองสีอยู่ในอ่างแก้วเดียวกัน จะแยกจากกัน
ไมไ่ ด้ เมอ่ื ทา่ นกลา่ วสนุ ทรพจนจ์ บลง เสยี งปรบมอื จากผนู้ ำ� ฝา่ ยจนี กด็ งั กกึ กอ้ ง
ลัน่ หอ้ งจดั งานเลยี้ ง
จีนได้กล่าวยกย่องท่านว่า ดร.อุกฤษ เป็นนักกฎหมาย แต่มีความ
เชย่ี วชาญมคี วามถนดั ในวชิ าการทกุ อยา่ ง มคี วามรเู้ กยี่ วกบั ประวตั ศิ าสตรจ์ นี
โดยเฉพาะเก่ียวกบั ชนชาติส่วนน้อยในเขตสิบสองปนั นา ทา่ นเป็นคนมีน้�ำใจ
เอาใจใสเ่ จา้ หนา้ ท่ีธรรมดาทั้งจนี และไทย ไม่ถอื ตวั ไม่ทอดท้ิงลกู น้อง
คำ� ยกยอ่ งของเจา้ หนา้ ทฝี่ า่ ยจนี นบั วา่ ไมผ่ ดิ จากความจรงิ เลย ความดี
ความสามารถในประการเหล่านี้ ย่อมเป็นที่ประจักษ์ดีในหมู่คนท่ีได้ใกล้ชิด
กับทา่ น”
บันทึกภาพประวัติศาสตร์ความทรงจ�ำเรื่องการเยือนสาธารณรัฐ
ประชาชนจนี คร้งั ที่ ๒ น้ี จึงจะเรม่ิ จากการมาถึงกรุงปกั กง่ิ จากกรงุ เปยี งยาง
และดำ� เนนิ ไปตามกำ� หนดการจนถงึ วนั ท่ี ๑๕ กนั ยายนและวนั ที่ ๑๖ กนั ยายน
๒๕๓๑ เปน็ วนั เวลาท่ีเดนิ ทางไปเยีย่ ม “ทิเบต”
71
วันท่ี ๑๒ กันยายน ๒๕๓๑ ถงึ กรงุ ปกั ก่งิ
ขบวนรถเตรียมพร้อมพาไปยังบา้ นพัก “เตย้ี วหยวู ไ์ ถ”
บ้านพกั “เต้ียวหยวู ไ์ ถ” หลังท่ี ๑๑
72
เพื่อนเกา่ นายซุนเสีย่ วยู,่ นายวหู ลนั มาพบทบ่ี ้านพกั
มีข่าวท่ีน่ายินดีว่า นายซุนเส่ียวยู่ ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่
ฝา่ ยจีนใหก้ ารดูแล อำ� นวยความสะดวกแก่คณะของเราในการเยือนประเทศ
จีน คร้ังแรก พ.ศ. ๒๕๒๘ ได้รับต�ำแหน่งรัฐมนตรีกิจการโพ้นทะเลและยัง
ระลกึ ถงึ การไปเยอื นประเทศไทยและบา้ นพกั สว่ นตวั ของผมทห่ี าดตะวนั รอน
พทั ยา ไม่เคยลืม
73
เวลา ๑๘.๓๐ น. ท่านหว่านลี่ ประธานรัฐสภาจีน จัดเล้ียงรับรองที่
มหาศาลาประชาชน
74
บรรยากาศการใหก้ ารตอ้ นรบั ท่ีหอ้ งอันหยุ กอ่ นการเข้าห้องจัดเลี้ยง เป็นห้องรับรอง
สวยมาก ห้องนเ้ี ป็นห้องท่ีทตู ประเทศต่าง ๆ เชิญสาสนย์ น่ื ต่อประธานาธิบดี
มกี ารมอบของทร่ี ะลึกตามธรรมเนียม
75
หลังจากนั้น ถา่ ยภาพรว่ มกนั
ทา่ นอภัย อะวาจมิ ิ เข้ารว่ มใหก้ ารต้อนรับด้วย ท่านเปน็ ชาวทิเบต เคยไปประเทศไทย
76 พร้อมท้งั ภริยาและคราวนจ้ี ะรว่ มเดินทางไป “ทเิ บต” กบั คณะของเราดว้ ย
ระหวา่ งการเลีย้ งอาหารมีการกลา่ วตอ้ นรับและกล่าวตอบตามธรรมเนียม
โดยกลา่ วถงึ ความส�ำเรจ็ ของการเยอื นคร้ังแรกเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๒๘
และกล่าวย้�ำมิตรภาพไทยจีน “จีน-ไทย ไมใ่ ชอ่ ่ืนไกล พ่นี ้องกนั ”
77
วันท่ี ๑๓ กันยายน ๒๕๓๑
เวลา ๐๗.๕๐ น. ออกเดินทางไป “ซตึ ”ู้ อ�ำเภอฝางซาน ระหว่างทาง
ทิวทัศน์สวยงาม
ปีน้ีน้�ำท่วมหนัก แถว “หางโจว” มีพายุหนักแถวอีสาน ปีก่อนก็เกิด
ไฟไหม้ปา่ คร้งั ใหญ่ ตอนนี้เลยกวดขนั การตดั ไมท้ ำ� ลายปา่
ระหว่างทาง ถนนร่มรื่น มีการปลูกผกั กาด ข้าวโพด ฯลฯ เข้าเขต “ซึตู้”
ภูมปิ ระเทศ เปน็ ภูเขาใหญ่ ๆ โดนน้ำ� เซาะกดั กรอ่ น เปน็ ช้นั ๆ เหมือนอยู่ใต้น้�ำ
มานานเลา่ กันวา่ จักรพรรดเิ ฉนิ หลง เคยมาล่าสตั วท์ นี่ ่ี
78
แมน่ ้ำ� ท่ไี หลผ่านชอื่ จู่มา่ เคอ หินรอบ ๆ บริเวณชายน�้ำมีรูปกลมเกลี้ยงเตม็ ไปหมด
แสดงวา่ สายนำ้� แรงมาก
ขบวนรถหยุดพกั ระหวา่ งทาง ภูมิประเทศงดงาม
79
นับเป็นสถานท่ีแปลกตาของทางเหนือ คลา้ ย ๆ กับเป็น “กุ้ยหลิน” น้อย ๆ
เพราะมนี �้ำ มีภูเขา ถา้ เป็นทางใต้กจ็ ะไมแ่ ปลก
80
๑๕.๕๐ น. ออกไป จงหนานไหพ่ บท่านจ้าวจือ่ หยาง
ท่านยงั มสี ขุ ภาพแข็งแรงดเี หมือนเดมิ ทัง้ ๆ ท่ีอายุ ๗๐ ปีแลว้
ยงั ชอบด่มื เบยี ร์ มีรสนิยมไปทางตะวันตก
ขอน�ำบทสนทนาในการพบกันท่ี “เปไต้เหอ” เม่ือเข้าพบในวันท่ี
๓๐ กรกฎาคม ๒๕๒๘ ในขณะท่ีท่านจ้าวจื่อหยางยังด�ำรงต�ำแหน่งนายก
รัฐมนตรีมาลงไว้อีกครั้งหนึ่ง ต่อเน่ืองบทสนทนากับท่านจ้าวจ่ือหยาง
เมอื่ พ.ศ.๒๕๓๑ทที่ ำ� เนยี บ“จงหนานไห”่ เปน็ ทพี่ กั ทางราชการโดยในขณะนน้ั
ทา่ นด�ำรงต�ำแหน่งเป็น “เลขาธิการพรรคคอมมิวนสิ ต”์ เพียงตำ� แหนง่ เดยี ว
81
“จ้าวจ่ือหยางยังเชื่ออีกว่าถ้าต้องการความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจก็
หนีไม่พ้นการท�ำให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย (Democratization) เขาเล่า
ใหฟ้ ังถงึ แนวความคิดใหม้ ีการเลอื กตั้งระบอบผูแ้ ทน โดยให้ใช้ระบบนี้ต้ังแต่
ในระดบั หมูบ่ า้ นมาจนถงึ ระดบั สมาชกิ ในคณะกรรมการกลาง
ในช่วงท่ีจ้าวจื่อหยางเป็นเลขาธิการพรรคน้ัน เป็นช่วงท่ีจีนสมัยใหม่
มบี รรยากาศเปดิ กวา้ งมากทสี่ ดุ ขอ้ จำ� กดั ตา่ งๆ ในเรอ่ื งเสรภี าพสอื่ และเสรภี าพ
ให้นักวชิ าการมโี อกาสชว่ ยออกความเห็นในเรือ่ งการพัฒนาประเทศ
เราท้ังสองมีความเห็นตรงกันว่าก่อนการพัฒนาเศรษฐกิจต้องท�ำให้
ประเทศเป็นประชาธิปไตยก่อนซ่ึงแนวคิดของจ้าวจื่อหยางได้รับการต่อต้าน
จากกลมุ่ อนรุ ักษ์นยิ มในพรรคอยา่ งรุนแรง
ผมเลา่ ประสบการณท์ เี่ กดิ ในประเทศไทยวา่ มคี วามพยายามใหป้ ระเทศ
เปน็ ประชาธปิ ไตยแบบตะวนั ตกโดยมกี ารเรยี กรอ้ งใหป้ ระเทศเปน็ ประชาธปิ ไตย
โดยกลุ่มนิสิต-นักศึกษาจนในที่สุดเกิดเหตุการณ์รุนแรงท่ีสุดเมื่อมีการ
ล้อมปราบนักศึกษาทีม่ หาวิทยาลัยธรรมศาสตรเ์ ม่อื วันท่ี ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙
นอกจากนั้นระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้งถูกขัดขวางและ
ล้มล้างเปน็ ระยะๆ โดยการรัฐประหาร
ท่านจ้าวจ่ือหยางรับฟังด้วยความสนใจและว่าประเทศไทยก้าวหน้า
กว่าจนี ในเรื่อง “ประชาธปิ ไตย” ในระดับหน่งึ
82
แต่ท่านยังยืนยันว่าการปฏิรูปประเทศให้เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย
ที่แท้จริงจะเป็นการพัฒนาประเทศท่ีถาวรเมื่อได้เวลาอันควร ผมและคณะ
ได้ลากลับและหวังว่าคงได้มีโอกาสพบกันอีก (ซ่ึงเป็นเร่ืองท่ีไม่น่าเป็นไปได้
แต่เร่ืองนี้ได้เกิดขึ้นจริง เพราะผมและคณะผู้แทนรัฐสภาไทยได้มีโอกาส
เข้าเย่ียมพบท่านจ้าวจ่ือหยางอีกครั้งหนึ่ง ในการเยือนประเทศจีนคร้ังท่ี ๒
เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๓๑ โดยทใี่ นขณะนั้น ทา่ นพ้นจากตำ� แหน่งนายกรัฐมนตรแี ลว้
คงเหลอื เพยี งตำ� แหนง่ เลขาธกิ ารพรรคจนกระทง่ั พ.ศ. ๒๕๓๒ เกดิ เหตกุ ารณ์
ปราบปรามนักศึกษาและประชาชนอย่างรุนแรงท่ี “เทียนอันเหมิน” ท�ำให้
เกดิ รอยบาปมาจนถึงทุกวันน้)ี ”
83
สรุปการหารอื ในครงั้ นี้ ทา่ นยงั ยืนยันความเห็นทว่ี ่า
“แนน่ อนวา่ มคี วามเปน็ ไปไดท้ ใ่ี นอนาคตจะมรี ะบอบการเมอื งทลี่ ำ้� หนา้
ยิง่ กว่าประชาธปิ ไตยแบบรัฐสภา” จ้าวกล่าว “แต่นั่นเปน็ เร่อื งของอนาคต ใน
ปัจจุบันมันไมม่ ีอยา่ งอ่ืนท่ดี กี ว่า”
เขายังได้บอกอีกว่า จีนจะไม่สามารถมีระบบเศรษฐกิจท่ีเข้มแข็งหรือ
กลายเปน็ สงั คมสมยั ใหมท่ ม่ี หี ลกั นติ ธิ รรมไดเ้ ลยหากปราศจากประชาธปิ ไตย
“แทนท่ีจะเป็นเช่นนั้น มันเป็นเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในประเทศ
ก�ำลังพัฒนาหลายประเทศ รวมทั้งจีน คือการใช้อ�ำนาจเพื่อแสวงหา
ก�ำไร เกิดการโกงอยา่ งกวา้ งขวางและสังคมก็แบ่งขว้ั กนั ระหว่างคนรวย
กับคนจน”
84
ได้พูดคุยกันนานโดยเฉพาะเก่ียวกับเรื่องเศรษฐกิจของประเทศจีน
ทา่ นมคี วามเหน็ วา่ ประเทศจนี กา้ วเรว็ เกนิ ไป จะมผี ลเปน็ วฏั จกั รเหมอื นทผี่ า่ น
มาแล้ว
“คนรวยก็รวยยิ่ง ๆ ขึ้น คนจนก็ยังจนเหมือนเดิม” มีช่องว่าง
กวา้ งข้ึน การคอรัปช่ันในวงราชการมาก จะเกดิ ภาวะเงินเฟ้อจนคมุ ไม่อยู่
หลังจากนั้น เกิดเหตุการณ์จลาจลที่ “เทียนอันเหมิน” และท�ำให้
จ้าวจ่ือหยาง พ้นจากต�ำแหน่ง เพราะไม่ยอมร่วมมือเข่นฆ่าประชาชน
ผเู้ รยี กรอ้ งประชาธปิ ไตย เมอื่ ปี พ.ศ. ๒๕๓๒ และถกู ควบคมุ อยใู่ นทพ่ี กั จนถงึ
แก่อนจิ กรรม เมอ่ื เดอื นมกราคม ปี ๒๕๔๘
85
การสนทนาพดู คุยกนั ดว้ ยความเข้าใจในเหตุการณ์บา้ นเมืองคลา้ ย ๆ กนั
มีความเปน็ กันเองมาก พูดคุยกนั ประมาณ ๑ ชวั่ โมง จงึ กลบั “เต้ยี วหยวู ไ์ ถ”
ภายหลงั จากการถา่ ยรปู รว่ มกนั
86
งานเลยี้ งที่สถานเอกอคั รราชทูต
เวลา ๑๘.๓๐ น. ท่านทูตเตช และคุณเพ็ญศรี จัดเลี้ยงคณะผู้แทน
รัฐสภาไทยทสี่ ถานเอกอคั รราชทตู
แขกเชิญฝ่ายจีน ได้แก่ นายเฉยี นเหมนิ , นายซื่อชงหลาง,นายซุนเสย่ี วย,ู่
นายจางเสย่ี วปู้ และมีบุคคลอน่ื ๆ อีก แต่ผทู้ ร่ี ะบุชอื่ ข้างตน้
เป็นผู้ทีค่ นุ้ เคยกบั เราทุกคนบางคนเปน็ ผตู้ ดิ ตามคณะของเรา
ตงั้ แตก่ ารเดนิ ทางคร้งั แรก เมือ่ พ.ศ. ๒๕๒๘
87
การเลี้ยงเป็นการเล้ียงอาหารไทยฝีมือคุณเพ็ญศรีและคณะ ทุกคนชอบมากและ
การเล้ียงเปน็ การภายในครง้ั นี้ มีความสนุกสนานและมีความสนิทสนมกัน ซ่ึงทง้ั หมด
น้ีจะเป็นประโยชน์ในการติดต่อระหว่างสถานเอกอัครราชทูตไทยและหน่วยงาน
ของประเทศจีน ซ่ึงมีตัวอย่างมาจากการเดินทางไปเยือนประเทศจีน ครั้งที่หนึ่ง เม่ือ
พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งทูตไทยในขณะนั้นเล่าว่าภายหลังการเยือนท�ำให้การติดต่องานกับ
สภาจีนและรัฐบาลจีน มคี วามสะดวกขึ้นมาก
88
มอบของท่รี ะลกึ ให้ทา่ นเอกอคั รราชทูตและภริยา
89
นมัสการพระเข้ียวแกว้
วันที่ ๑๔ กนั ยายน ๒๕๓๑ เดนิ ทางไป ปาตาซู่ ไปนมัสการ พระเขยี้ ว
แกว้ วดั ชื่อ ฝัวหยาถ่า พระพันเจดยี ์
เช้านมี้ ีฝนตกพรำ� ๆ เหมือนตอนไปนมัสการ พระแกว้ หยกขาว ทเ่ี มอื ง
เซยี่ งไฮ้ ถือเปน็ ฤกษด์ ี มสี ิรมิ งคล
พอใกล้จะถึงวัด ฝนก็หายสนิท ท่านโจวเส้าหลิน รองประธาน
พุทธศาสนาในเมืองจีนให้การต้อนรับ พูดถึงสมเด็จพระสังฆราชองค์ก่อน*
ของเราดว้ ยว่าเสยี ดายทที่ า่ นมรณภาพไปเสยี ก่อนที่จะไดม้ าเมืองจนี
* สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ สมเด็จพระสังฆราช
สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก
90
คณะของเราได้มโี อกาสกราบนมสั การ พระเขีย้ วแกว้ ซ่ึงถือวา่ เปน็ องคท์ ่แี ท้จรงิ
เพียง ๒ องคใ์ นโลก องคท์ ี่หนงึ่ อยู่ทเ่ี มืองแคนด้ี ประเทศศรีลงั กา
อีกองคห์ นงึ่ อยู่ประเทศจีนมา ๑,๕๐๐ ปแี ลว้
91
หอ้ งทป่ี ระดิษฐาน พระเข้ียวแกว้ อยใู่ นเจดีย์ตอ้ งขนึ้ บันไดไปราวช้ัน ๓
จัดไว้สวยงาม ดขู ลงั ศกั ดิส์ ทิ ธ์มิ าก
ตามประวัติเล่าว่า ตอนแรกพระเขี้ยวแก้วองค์นี้ ได้มาจากประเทศ
ปากีสถาน แล้วเข้ามาในประเทศจีนที่ “ซินเกียง” ต่อมาย้ายไปที่ “นานกิง”
“ซอี าน” และ “ปกั กง่ิ ” ตามลำ�ดบั ทา้ ยสดุ อยู่ทีป่ กั ก่ิงมา ๘๓๐ ปีแล้ว
การได้มีโอกาสนมัสการ พระเขี้ยวแก้ว คร้ังนี้นับเป็นสิริมงคลแก่
พวกเราทั้งคณะ ฟ้าฝนก็เป็นใจให้เราได้ชื่นชม น้อมรำ�ลึกถึงพระพุทธคุณ
พระธรรมคุณและพระสงั ฆคุณ ไดอ้ ย่างเต็มอ่มิ โดยไมม่ ผี ูค้ นมากมาย
92
คณะของเราถือโอกาสเดิน
เวยี นขวารอบองคพ์ ระเจดียด์ ว้ ย
เหมอื นทเ่ี ราเดินเวยี นเทยี น
ที่สถานทศ่ี ักดิส์ ิทธ์ใิ นเมอื งไทย
93
๑๐.๓๐ น. เย่ียมชมพลบั พลาเทียนอันเหมิน
เร่ิมสร้าง ปี ค.ศ. ๑๔๑๗ (พ.ศ. ๑๙๖๐) มีการซ่อมแซมใหม่ใน
ค.ศ. ๑๖๕๑ (พ.ศ. ๒๑๙๔) ซึ่งวันที่ ๑ ต.ค. ๑๙๔๙ (พ.ศ. ๒๔๙๒) ประธาน
เหมาเจอ๋ ตงุ ยนื ประกาศเอกราชที่ตรงน้ี
94
เย่ียมคารวะประธานาธบิ ดี
เขา้ เย่ยี มคารวะประธานาธิบดี “หยางซ่างคนุ ” ท่ี มหาศาลาประชาชน
เวลา ๑๐.๔๕ น.
95
ท่านประธานาธิบดีเป็นคนเสฉวน เป็นผู้ใหญ่มาก ท่าทางเป็นกันเอง
นา่ เคารพนบั ถอื เราไดพ้ บกนั มาครงั้ หนงึ่ แลว้ ทกี่ รงุ เปยี งยาง ในงานฉลองครบ
รอบ ๔๐ ปขี องการกอ่ ตงั้ พรรคคอมมิวนิสตใ์ นเกาหลีเหนอื
ผมและคณุ หญิงมโี อกาสยนื รบั การเคารพติดกับท่าน โดยซา้ ยมอื ของ
ทา่ นคอื ทา่ นประธานาธบิ ดี คมิ อิลซุง
ได้ถามท่านว่าเหนอ่ื ยไหมกับการฉลองที่เปียงยาง ท่านเล่าใหฟ้ งั วา่ เหน่อื ยมาก
พธิ กี ารต่าง ๆ หลากหลาย แตเ่ จ้าภาพเขาฉลองไม่เลกิ ทา่ นจะทำ� อยา่ งไร การสนทนา
กันใชเ้ วลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ท่านพูดถึงปัญหากัมพชู าโดยละเอียด และว่าจีน
จะสนบั สนุนรฐั บาล ๔ ฝ่ายซง่ึ มที า่ นสหี นุเปน็ ผู้นำ� จีนจะไม่สนบั สนนุ รัฐบาล
เฮงสมั รนิ ซง่ึ มีเวยี ดนามให้การสนบั สนุนและเปน็ ฝา่ ยทเ่ี ป็นอันตรายตอ่ ประเทศไทย
96
มกี ารมอบของทีร่ ะลกึ ตามธรรมเนยี ม ภาพบนเปน็ หนงั สือพระทีน่ ง่ั อนนั ตสมาคม
ภาพลา่ งเป็นภาพถ่ายพระทน่ี ่งั อนนั ตสมาคม ซ่งึ ในขณะนั้นได้รบั พระราชทาน
พระบรมราชานุญาตเป็นท่ีท�ำการรัฐสภา ใสอ่ ยใู่ นกรอบเงนิ แทล้ ายไทย
97
หลงั จากนนั้ มกี ารถา่ ยภาพรว่ มกันเป็นที่ระลกึ
ทา่ นประธานาธิบดไี ดท้ ราบกำ�หนดการว่า คณะของเราจะเดินทางไป
เยอื น “ทเิ บต” ทา่ นพดู วา่ พวกเราโชคดที ย่ี งั มสี ขุ ภาพ รา่ งกายแขง็ แรงพอทจี่ ะ
ไป “ทเิ บต” ได้ แตผ่ นู้ ำ�ระดบั สงู ของจนี รวมทง้ั ทา่ นดว้ ย ไมม่ โี อกาสไป “ทเิ บต”
เพราะแต่ละคนเป็นผู้สูงอายุและมีปัญหาสุขภาพด้วย ท่านเตือนพวกเราให้
ระมัดระวงั เกย่ี วกับสภาพการกดอากาศและการขาดออ๊ กซิเจนด้วย
ท้ายที่สุด ท่านขอให้พวกเราเดินทางโดยสวัสดิภาพและขอเชิญมา
“เยยี่ มมติ ร” ทีป่ ระเทศจีนอีก
98
เวลา ๑๒.๓๐ น. ท่านรองประธานสภา “เย่เฟย” “เพ่ือนสนิทของ
เรา” ในปี ๒๕๓๑ อายุ ๗๔ ปแี ลว้ เชญิ เล้ียงอาหารกลางวนั ท่รี า้ นเปด็ ปักกิ่ง
“เฉินจูเต๋อ” ร้านน้ีต้ังมา ๑๕๗ ปีแล้ว เปิดเมื่อปี ๑๘๖๔ (พ.ศ. ๒๔๐๗)
ในสมัยราชวงศ์ “ชงิ ” รา้ นนมี้ สี ัญลกั ษณ์พิเศษคอื เมนูมหี นา้ ปกเปน็ “รูปเป็ด”
ทีว่ างตะเกยี บกเ็ ปน็ เป็ด
99
พ่อครวั น�ำเปด็ มาแสดงใหด้ กู ่อนการแล่หนังเหมือนภัตตาคารท่บี ้านเรา
การเลี้ยงอาหารคราวนท้ี ีข่ าดไปคอื ภริยาท่านเย่เฟย (หวงั ยี่เก็ง)
ซง่ึ คนุ้ เคยกบั คุณหญิงมณฑินีมาก แตต่ ิดราชการ
เพราะขณะนเ้ี ปน็ กรรมการท่ีปรกึ ษาพรรคคอมมวิ นิสต์ มีภารกจิ มาก
100