พธิ ีเปิ ดกำรชุมนุมรอบกองไฟ
ประธานในพิธีเขา้ มา พิธีกรสั่ง “กอง - ตรง” ทุกคนยนื ประธานเดินไปหนา้ กองไฟ ยกมือขวา
แสดงรหสั ลูกเสือยนื่ ไปขา้ งหนา้ ประมาณ 45 องศา แลว้ กล่าวเปิ ดการชุมนุมรอบกองไฟ
กำรร้องเพลงเปิ ด
เม่ือประธานกล่าวเปิ ดแล้ว ทุกคนร้อง ฟ่ ู ฟ่ ู ฟ่ ู 3 คร้ัง แล้วรองเพลงปลุกใจ 1 - 2 เพลง
( เพลงสดุดีมหาราชา 2 รอบ )
พวงมำลยั พ่มุ สลำก
หมู่บริการนาแห่พวงมาลยั และพุม่ สลากรอบกองไฟ 3 รอบ ( วนขวามือ ) ไปมอบใหป้ ระธานในพิธี
กำรแสดง
พิธีกรเชิญประธานจบั สลากจะใหห้ ม่ใู ดแสดง ใหน้ ายหม่บู อก “หม.ู่ ..ตรง” ( หมู่ท่ีแสดงยืนอยกู่ บั ท่ี
ไมต่ อ้ งออกมาเขา้ แถวหนา้ ประธาน )เฉพาะนายหมู่ทาวนั ทยาหตั ถ์ ( เมื่อไม่มีอาวธุ ) ทาวนั ทยาวุธ
(เมื่อมีอาวุธ) แลว้ เริ่มแสดง เม่ือแสดงจบ ให้กลบั ที่เดิมนายหมู่ส่ัง “หมู่...ตรง” นายหมู่ทาความ
เคารพคนเดียว เช่นเดิม
กำรกล่ำวชมเชย
การกล่าวให้กบั หมู่ที่แสดง ผนู้ ากล่าวชมเชยกา้ วออกไปขา้ งหนา้ 1 กา้ วกล่าววา่ “พ่ีน้องลูกเสือ
ยปรดยนื ข้ึน และกล่าวตามขา้ พเจา้ 3 คร้ังวา่ “......” นบั 1,2-3 ทุกคนหนั หนา้ ไปทางหมู่ท่ีแสดง
ยดยกามือขวา จากหวั ใจ ขวา้ งมือไปขา้ งหนา้ ทิศทางท่ีผแู้ สดงยนื อยู่ 3 คร้ัง แลว้ นง่ั ลง
กำรกล่ำวตอบ
หมู่ท่ีแสดงจบ จะกล่าวตอบส้ันๆ เพียงคร้ังเดียว ยดยเอามือขวาทับมือซ้ายแล้วก้มศีรษะ ตอบว่า
“.........”
พธิ ีปิ ด
ก่อนปิ ด เมื่อการแสดงทุกหมู่จบลง พธิ ีกรนาร้องเพลงเยน็ ๆ เช่น ลาวดวงเดือนหรือสร้อยเพลง 1 จบ
เชิญประธานออกไปเล่าเรื่องส้ัน ท่ีเป็ นคติ ( ประธานจะออกไปยนื หนา้ กองไฟ ) และกล่าวปิ ด ....
จบดว้ ยขา้ พเจา้ ขอปิ ดการชุมนุมรอบกองไฟ ณ บดั น้ี ( ช่วงน้ีทุกคนที่อยู่ในท่ีน้นั นั่งตามปกติ )
ประธานกล่าวปิ ดไม่ตอ้ งยกมือขวาเหมือนตอนเปิ ดจากน้นั พิธีกร ในพิธีส่ัง “กอง...ตรง” ให้ทุก
คนยนื ข้ึนแลว้ ร่วมร้องเพลงสามคั คีชุมนุม
ลูกเสือ - แขกผมู้ ีเกียรติในที่น้นั ร่วมร้องเพลงสามคั คีชุมนุม จบั มือเป็นวงกลม มือขวาทบั มือซา้ ย
สวดมนต์ เมื่อร้องเพลงจบ หมบู่ ริการนาสวดมนต์ ( ศาสนาอื่น สงบน่ิง )
เพลงสรรเสริญพระบารมี สวดมนตจ์ บ ใหท้ ุกคนหนั หนา้ ไปทางทิศที่ในหลวงประทบั อยู่ แลว้ ร้อง
เพลงสรรเสริญพระบารมี จบแลว้ ทุกคนแยกยา้ ยกนั กลบั ท่ีพกั ( อาจมีการนดั หมาย )
151
คาทค่ี วรใชใ้ นการกลา่ วชมเชย
ตามพธิ กี ารของลกู เสอื
รวบรวมยดย พนั เอกสุรพิชย์ อมรวิเชษฐ์
ผตู้ รวจการลูกเสือประจาสานกั งานคณะกรรมการบริหาร ฯ
ผ้กู ล่ำวนำ “ พี่นอ้ งลูกเสือท้งั หลาย จงกล่าวคาชมเชยใหแ้ ก่ ........... ยดยพร้อมเพรียงกนั ดว้ ยถอ้ ยคาต่อไปน้ี
3 คร้ัง ...... หน่ึง สอง สาม ”
กรณเี มือ่ จบกำรแสดงหรือกำรแข่งขัน
เก่งนกั จกั จาไว้ , จบเม่ือไร ไม่รู้ตวั , สวยอยา่ งน้ี ไม่มีใครสู้ , บุญตา ท่ีไดม้ าเห็น , ท่ีหน่ึงไม่มีสอง ,
ผูช้ ายก็ยอด ผูห้ ญิงก็เยี่ยม , เก่งแท้ ไม่แพใ้ คร , เราอยากเก่งเหมือนท่าน , เก่งอย่างน้ี ขอให้เก่งต่อไป ,
สนุกแท้ ลืมแก่ไปเลย , ซาบซ้ึงนกั จกั ทาตาม , เป็ นคติดี มีประยยชน์ , แสดงมา หาดูยาก , ลวดลายดี
ไม่มีสอง , แสดงได้ คลา้ ยของจริง , สมบทบาท ไม่พลาดเลย , แสดงไดด้ ี ไม่มีติ , ขอจาไวไ้ ปเล่นบา้ ง ,
มีคติหนา้ คิดสะกิดไดม้ นั ส์ , ขาขนั คร้ืนเครง , บรรเลงไดด้ ี ท่าทีสมจริงชายนิ้ง หญิงเยยี่ ม หาเทียบไม่ได้ ,
จาไวเ้ ป็ นครู , ดูแล้วไม่เบ่ือ , ชวนเช่ือให้เพลินเดินเรื่องได้เหมาะ , แคะเคาะหน้าท่ึง , ซาบซ้ึงใจนัก ,
จกั ขอเป็ นแบบ , แนบแน่นอารมณ์ , สุขสมบนั เทิง , ร่ืนเริงทว่ั กนั , สุขสรรค์ลืมบา้ น , เช่ียวชาญการแสดง ,
แจกแจงได้ดี , ไม่มีใครแข่ง , แปลงเร่ืองได้สนุก , หมดทุกข์กังวล , ทานทนดีแท้ , รู้แน่ว่ายอด ,
ถ่ายทอดไดเ้ หมือน , สะเทือนใจคนดู , ไดเ้ ร่ืองแปลก , แทรกมุขสนุกแท้ , ดีแน่ตลอดไป , ยากใครทาได้ ,
เพลินไปไม่รู้ตวั , ดีท่ัวผูแ้ สดง , ขนั แข็งสามคั คี , รู้ดีประวตั ิศาสตร์ , ไม่ซ้าซากสาระ , สะใจคนชม ,
คาคมซาบซ้ึง , น่าท่ึงตอนจบ , ครบเรื่องเป็ นคติ , เริ่มพฒั นา , สรรหามาแปลก , แนวแหวกมายชว์ , อ่ายอ่
ซาบซ่า , ทีทา่ พาใหเ้ ชื่อ
คำกล่ำวตอบ ของผ้แู สดง 1 คร้ัง
ขอบพระคุณ , ชมไดไ้ พเราะ , พอเหมาะเวลา , ไม่เหลิงคายอ , หยอกล้อกนั เอง , ยงั เกรงไม่ผา่ น ,
ท่านชอบเราขอบใจ , ท่านสนุก เราสนุกดว้ ย , ชมว่าดี เรามีสุข , ไม่มีทุกข์ เราสุขใจ , ถา้ ผิดไป อภยั ดว้ ย ,
อยากช่วยให้คร้ืนเครง , ไม่เก่งเหมือนคากล่าว , เรื่องราวตอ้ งแกไ้ ข , ดีใจ ทาใหส้ นุก , อยากปลุกให้รักชาติ ,
ผิดพลาดขออภัย , ทาได้เพราะลูกเสือ , ไม่เบ่ือชมสมต้ังใจ , เป็ นไปเพราะใจเดียวน้อมรับจบั จิตแท้ ,
ไมแ่ น่ไมแ่ สดง , อยา่ ตะแบงคาชม , ไม่หลงคาคมปาก , ไมย่ ากหากช่วยกนั , มีพลงั ฟังคาชม
กรณมี ีผ้มู ำเยย่ี ม นำอำหำร เครื่องด่ืม ส่ิงของมำมอบให้
กล่ำวนำ เสียสละมา พาต้ืนตนั ใจ , พ่ีมาพาใหน้ อ้ งอ่ิม , เสียสละให้นอ้ งตอ้ งบูชาน้าใจพ่ีดีหนกั หนา ,
พีจ่ ๋า นอ้ งจะไม่ลืมคุณ , ซาบซ้ึง เหลือหลาย , อายวุ รรณะ สุขะพละ , พี่มาพานอ้ งสบาย ,รักใดไม่เท่าน้าใจพี่ ,
น้าใจดีหนอ , ขอใหเ้ จริญ , ซ้ึงใจนกั จกั ไม่ลืม , พ่ีรุ่นน้ีดีแท้ ไม่แพใ้ จ , เหนื่อยเต็มที่ พี่มาพาหายเหน่ือย , พี่ดี
กบั น้องตอ้ งจาไว้ , หิว หิว หิว พ่ีมาพาหายหิว , จงเจริญยิ่งเหนือส่ิงใด ,วา้ เหว่อยู่ ช่างรู้ใจ ,ความปราณีมี
พระคุณ , พี่จ๋า มาบอ่ ย ๆ ต้ืนตนั ใจ , ความการุณ ขอทูลไว้ , ใจดีไม่มีใครเหมือน , ไม่ลืมเลือนเสมือนญาติ
152
ตวั อย่ำงกำรกล่ำวกำรชุมนุมรอบกองไฟ
1. เชิญพระเพลงิ เริงเล่น เป็ นสักขี
เชิญอคั คี ท่รี ้อนแรง แขง็ ขยนั
เชิญพระเจ้ำ เฝ้ ำเหนือใต้ ให้มำพลนั
ออกตกน้ัน ฉันทูลเสร็จ เสดจ็ มำ
โปรดทวี สิ่งดเี ด่น เป็ นหลกั ฐำน
โปรดเผำผลำญ มำรร้ำย ท้ังซ้ำยขวำ
อปุ สรรค ขดั ขวำงใคร อย่ำได้มำ
ท้ังหลงั หน้ำ ผำสุก สนุกปอง
ขอเทวะ พระเจ้ำ เฝ้ ำปกปัก
มำรีย์รักษ์ พทิ กั ษ์ท่ำน ผ่ำนภยั ผอง
ขอพระจติ ฤทธ์ิเดชำ มำคุ้มครอง
มำนำร่อง ส่ องสว่ำง นำทำงเทอญ
บดั นไี้ ด้เวลำสมควรแล้ว ข้ำพเจ้ำขอเปิ ดกำรชุมนุมรอบกองไฟ
ณ บดั นี้ ............. ฟู ... ฟู ... ฟู ...
ประพนั ธ์โดย
คุณพ่อวจิ ติ ร ลขิ ติ ธรรม
2. จากแสงไฟที่ลุกยชติช่วงอยู่ ณ บดั น้ี เปรียบประดุจกิจการลกู เสือที่รุ่งยรจน์ ส่วนเถา้
ถ่านท่ีมอดดบั เหมือนกบั สิ่งท่ีเราไดท้ าผดิ พลาดไวข้ อใหส้ ลายไป ถึงเวลาแลว้ ขา้ พเจา้
ขอเปิ ดการชุมนุมรอบกองไฟ ณ บดั น้ี
153
เม่ือลูกเสือ - เนตรนารี เดินทางไกลและอยคู่ ่ายพกั แรม จาเป็ นอยา่ งย่ิงท่ีจะใชค้ วามร้อนในการ
ประกอบอาหาร และใหค้ วามสวา่ ง จึงจาเป็นที่จะตอ้ งเรียนรู้ การก่อกองไฟมี 2 ลกั ษณะคือ
1. กำรก่อกองไฟเพอื่ ใช้ในกำรประกอบอำหำร มีวิธีทาไดห้ ลายๆ วิธีท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั สถานที่หรือ วธิ ีท่ี
จะทาใหอ้ าหารสุก ยดยวธิ ี ตม้ ยา่ ง เผา ทอด ปิ้ ง ฯลฯ ดงั รูป
เตาแขวน เตาแขวน ( คนั ยอ ) เตาสามเส้า
เตาสามเส้า ( ใชห้ ิน ) เตาราง เตาอุยมงค์
เตาสามเส้า ( ใชไ้ มส้ ด ) เตาขอนไม้
2. กำรก่อกองไฟเพอ่ื ให้แสงสว่ำง มีวธิ ีการก่อไดห้ ลายวธิ ีข้ึนอยกู่ บั จุดประสงคท์ ี่จะใช้ วา่ ใหส้ วา่ งมาก
หรือนอ้ ยเพยี งไร เช่น การก่อไฟในการชุมนุมรอบกองไฟ ป้ องกนั สตั ว์ มีวธิ ีก่อดงั น้ี
154
ก. ก่อแบบกระยจมอินเดียนแดงหรือแบบปิ รามิด ซ่ึงจะใหค้ วามสวา่ งมาก แตอ่ ยไู่ ม่นาน
ข. ก่อแบบคอกหมู จะใหค้ วามสวา่ งนอ้ ย แต่อยไู่ ดน้ าน
ค. ก่อแบบผสม คือ ก่อแบบกระยจมอยู่ดา้ นใน แลว้ ทาคอกหมูลอ้ มรอบ ให้ความสวา่ ง อย่ไู ด้
นานใชใ้ นการชุมนุมรอบกองไฟ
155
เพลงมีบทบาทสาคญั มานาน ต้งั แต่สมยั ประวตั ิศาสตร์
เพลงเป็นเคร่ืองแสดงถึงสติปัญญา และคุณธรรมของประเทศชาติ
เพลงเป็นสื่อกลางในการติดต่อ และสร้างความเขา้ ใจกนั ไดด้ ี
เพลงเป็ นเครื่องพฒั นาอารมณ์ให้เบิกบาน แจ่มใส เสียงและทานองของเพลงเป็ นการ
แสดงออกถึงความชื่นชมยนิ ดี หรือความเศร้ายศกเสียใจ การร้องเพลงเป็ นการให้ความสุข
และความพงึ พอใจ ท้งั ผรู้ ้องและผฟู้ ัง
การร้องเพลงช่วยบารุงสุขภาพท้งั ทางกายและจิต ( เป็ นคาวินิฉัยในทางการแพทย์ ) การ
ร้องเพลงเป็ นเคร่ืองกระตุน้ ให้เกิดการหมุนเวียนของยลหิตและระบบประสาทช่วยกระตุน้
ความหิวกระหายอยา่ งนอ้ ยก็กระหายน้า น้าเป็ นสิ่งที่ก่อให้เกิดความชุ่มช่ืนในร่างกายและ
เกิดพลงั ขณะร้องเพลง เราตอ้ งผ่อนลมหายใจเขา้ ออกตามจงั หวะ ส้ัน-ยาว ของทานอง
เพลง ทาใหป้ อดขยาย เขา้ – ออก ถา้ ร้องเพลงบ่อย ๆ เท่ากบั เป็ นการช่วยเสริมสร้างให้
ทรวงอกเจริญเติบยตแข็งแรงฉะน้นั จึงเห็นไดว้ ่า ทาไมเราจึงตอ้ งปลูกฝังให้เด็กไดม้ ีการ
ร้องเพลง เพราะนอกจากจะช่วยสร้างเสริมสุขภาพแลว้ ยงั เป็ นการช่วยให้เด็กไดอ้ อกเสียง
อยา่ งถูกตอ้ งดว้ ย
ในกิจการลูกเสือ การร้องราทาเพลง ถือเป็ นกิจกรรมท่ีสาคญั อย่างหน่ึง สาหรับการ
ฝึกอบรมลูกเสือทุกประเภท ใหไ้ ดร้ ้องเพลงบ่อย ๆ ( ทุกยอกาสท่ีจะหาได้ )
ประโยชน์ทจ่ี ะได้รับจำกกำรร้องเพลง
1. เพ่ือขบั กล่อมอารมณ์ใหม้ ีจิตใจผอ่ งใส
2. ก่อใหเ้ กิดความสนุกสนานร่ืนเริง
3. ทาใหเ้ กิดความสามคั คีรักใคร่ในหม่คู ณะ
4. ผอ่ นคลายความตึงเครียดและเบ่ือหน่ายในบทเรียน
5. ช่วยเพม่ิ ความจาในบทเรียนใหแ้ ม่นยายงิ่ ข้ึน
6. เป็นยาแกง้ ่วงเหงาหาวนอนไดเ้ ป็นอยา่ งดี
156
หลกั กำรสอนเพลง
1. ผสู้ อนตอ้ งมีความมนั่ ใจตนเอง เช่น มนั่ ใจวา่ จาจงั หวะและทานองของเพลงไดแ้ ม่นยา จาเน้ือ
ร้องไดค้ รบถว้ น ( เพราะการร้องเพลงน้นั เขาไม่นิยมที่จะร้องจากหนงั สือหรือกระดาษ )
2. ร้องใหฟ้ ังสกั เท่ียวหรือ 2 เท่ียวก่อนเพ่ือใหล้ ูกเสือจบั เคา้ ของเพลงได้
3. ใหล้ ูกเสือร้องตามทีละวรรค สองวรรค สามวรรคเรื่อยไปจนจบเพลงยดยเร่ิมตน้ สอนดว้ ยเพลง
ส้นั ๆ ก่อน
4. ใหส้ ัญญาณการร้องก่อน เพ่อื ใหท้ ุกคนไดเ้ ร่ิมยดยพร้อมเพียงกนั เช่น บอกวา่ “เร่ิม” หรือนบั
“1-2-3” ปรบมือ “กระทืบเทา้ ” หรือ ใชส้ ัญญาณมือข้ึน – ลง
5. จงั หวะของเพลงเป็นสิ่งสาคญั ตอ้ งควบคุมจงั หวะให้ดี ยดยใชว้ ิธีเคาะพ้ืนหรือปรบมือ อยา่ ให้
จงั หวะขาดหายไป เลือกเพลงท่ีมีจงั หวะง่ายแก่การร้อง เช่น จงั หวะมาร์ชและจงั หวะที่ใช้
ระดบั เสียงกลาง ๆ ( ต่าหรือสูงเกินไปยากแก่การร้อง )
6. เวลาร้องอยา่ ตะเบง็ เสียง แตใ่ หร้ ้องเตม็ เสียง และร้องดว้ ยถอ้ ยคาท่ีชดั เจน
ลกั ษณะของเพลงทคี่ วรนำมำร้อง
1. เพลงท่ีรู้จกั กนั ทวั่ ไป พอข้ึนตน้ ก็ร้องได้
2. เพลงส้ัน ๆ เพื่อจะไดจ้ าไดง้ ่าย
3. เพลงท่ีร้องไล่กนั ไดร้ อบวง
4. เพลงประกอบทา่ ทาง
5. เพลงที่มีลูกคู่ ( เช่น เพลงเห่เรือ )
ประเภทของเพลงทจ่ี ะนำมำร้อง
1. เพลงท่ีใชใ้ นยอกาสเฉพาะหรือยอกาสพิเศษ
2. เพลงเก่ียวกบั การระลึกถึงเรื่องในประวตั ิศาสตร์
3. เพลงปลุกใจ หรือ รักชาติบา้ นเมือง
4. เพลงที่เกี่ยวกบั ความซาบซ้ึงในศาสนา
5. เพลงประกอบบทเรียน
6. เพลงสนุกสนานทว่ั ไป ( ถ้อยคาไม่หยาบยลน ) แต่แฝงไวด้ ว้ ยคติธรรม ระเบียบประเพณี
วฒั นธรรมคาสอนอ่ืน ๆ ฯลฯ
157
เคร่ืองหมำยสะกดรอย เป็นเครื่องหมายท่ีทาข้ึนเพื่อใหผ้ ทู้ ่ีตามมาหรือผทู้ ี่ติดตามมาไดท้ ราบและปฏิบตั ิตาม
เคร่ืองหมายน้นั
หลกั ในกำรทำเคร่ืองหมำยสะกดรอย
1. ตอ้ งทาในท่ีท่ีผผู้ า่ นมาขา้ งหลงั สามารถมองเห็นชดั เจน
2. เครื่องหมายน้นั จะตอ้ งชดั เจน เม่ือเห็นแลว้ ปฏิบตั ิได้
3. หา้ มเปล่ียนแปลงเคร่ืองหมายใด ๆ เมื่อพบเห็น
กำรทำเครื่องหมำยสะกดรอย ส่วนมากเราจะใชว้ สั ดุธรรมชาติที่มีอยู่ เช่น กอ้ นหิน กอ้ นดิน หญา้
ใบไม้ ก่ิงไม้ ตอไม้ เป็นตน้
เคร่ืองหมำยสะกดรอยต่ำง ๆ ทใี่ ช้ในขบวนกำรลกู เสือ – เนตรนำรี
ไปทางน้ี 5 จากน้ี 5 กา้ วตามหวั ลูกศรช้ี จะพบคาสงั่
หา้ มผา่ น ผเู้ ขียนเครื่องหมายกลบั แลว้ ใหก้ ลบั ได้
สัญลกั ษณ์ ไปทางซา้ ย มีแหล่งน้าขา้ งหนา้ อนั ตราย
วสั ดุ ไปทางน้ี ไปทางขวา หา้ มผา่ น ช่วยดว้ ย
ฟ่ อนหญา้
กอ้ นหิน
ไม้
158
การจดั กิจกรรมผจญภยั เป็ นการจดั กิจกรรม เพื่อให้เป็ นไปตามวิชา “ นกั ผจญภยั ” ซ่ึงเป็ นวิชา
บงั คบั ในเครื่องหมายสายยงยศลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ การจดั กิจกรรมผจญภยั มีหลกั การดงั น้ี
1. ฝึ กเพอ่ื อะไร
1.1 เพื่อใหไ้ ดร้ ับเคร่ืองหมายวชิ า “ นกั ผจญภยั ”
1.2 ฝึกการเป็นผนู้ าและผตู้ ามท่ีดี
1.3 ฝึกความสามารถเฉพาะตวั
1.4 ฝึกการตดั สินใจ
1.5 ฝึกระบบหมู่
2. ส่ิงทตี่ ้องคำนึง
2.1 ความพร้อมของอุปกรณ์
2.2 ความปลอดภยั
2.3 สภาพภูมิประเทศ
2.4 กิจกรรมเหมาะสมกบั วยั
2.5 ความพร้อมของผกู้ ากบั ลูกเสือ
3. กำรเตรียมกำร
3.1 สารวจพ้นื ที่ภูมิประเทศที่จะจดั ฐานผจญภยั
3.2 การกาหนดฐานท่ีเหมาะสม คือ
3.2.1 พ้ืนที่จดั ฐานเป็นลกั ษณะวงกลมหรือวงรี
3.2.2 ระยะห่างระหวา่ งฐาน มีระยะทางใกลเ้ คียงกนั
3.2.3 สามารถไดย้ นิ สญั ญาณการเปลี่ยนฐาน
3.3 เตรียมคาส่งั และใบประเมินผลประจาฐาน
4. ข้นั ดำเนินกำร
4.1 เคลียร์พ้ืนที่ ก่อนมีการสร้างฐาน
4.2 เม่ือสร้างเสร็จ ตอ้ งตรวจสอบใหแ้ น่นนอน
4.3 ประชุมช้ีแจง ใหผ้ บู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือท่ีคุมฐานแต่ละฐานทราบ
4.4 ช้ีแจงใหล้ ูกเสือทราบ เช่น ตาแหน่งแตล่ ะฐาน การเปลี่ยนฐาน ขอ้ ปฏิบตั ิต่าง ๆ ฯลฯ
4.5 เริ่มปฏิบตั ิตาม “ คาส่งั ”
4.6 สรุปผลและประเมินผล
159
เขม็ ทิศเป็ นอุปกรณ์ท่ีสาคญั ชนิดหน่ึงที่เรานามาใชป้ ระยยชน์ในการหาทิศเพื่อการเดินทางยดยนิยม
ใชป้ ระกอบกบั แผนที่
เข็มทิศที่เรารู้จกั มีหลายชนิดเช่น แบบตลับ ท่ีมีขายตามท้องตลาดทว่ั ๆ ไปแบบเลนซาติค
( Lensatic compass ) ซ่ึงในวงการทหารนิยมใช้เพราะตอ้ งการความละเอียดมากกวา่ หรือแบบขอ้ มือ
ท่ีทาคลา้ ยนาฬิกาแต่แบบที่ลูกเสือและวงการทวั่ ยลกนิยมใชก้ นั มากที่สุด คือ แบบซิลวา ( Silva ) ซ่ึงเป็ น
ผลิตภณั ฑท์ ่ีทาจากประเทศสวเี ดนยดยสงวนสิทธ์ิ ประเทศอื่นผลิตไมไ่ ด้ ดงั น้นั ในท่ีน้ี เราจะกล่าวถึงเฉพาะ
การใชเ้ ขม็ ทิศแบบซิลวาน้ีเทา่ น้นั
เขม็ ทศิ แบบซิลวำ
ลกษณะ
ส่วนประกอบ
1. แผน่ ป้ ายพลาสติกรองเข็มทิศ ทาหนา้ ท่ีเป็ นฐานรองเขม็ ทิศรอบ ๆ 2 ดา้ นจะมี Scale มาตรา
แบ่งเป็ นเซนติเมตร บริเวณขอบใชเ้ ป็ นมุมฉากได้ ตรงกลางจะมีศรสีแดง เรียกวา่ ศรดรรชนี
เข็มทิศ ซ่ึงยคนของดรรชนีเข็มทิศน้ีจะมีขีดมาตดั กบั ขอบตวั เข็มทิศ ซ่ึงจะบอกองศาอาซีมุท
ตรงกลางของศรดรรชนีช้ีทิศน้ีมักจะทาให้มีลักษณะเป็ น เลนส์นูนเพ่ือช่วยขยาย เมื่อ
จาเป็นตอ้ งอา่ นแผนท่ีที่มีอกั ษรหรือเครื่องหมายขนาดเลก็ ๆ
2. แป้ นบอกองศา ( A ) ซ่ึงจะบอกองศาเป็ นมุมอาซีมุท ( Azimuth ) ท้งั 360 องศา ขีดเล็ก ๆ
แต่ละช่องมีค่า 2 องศา แถบบอกองศาน้ีจะหมุนได้
มุมอำซีมุท คือ มุมท่ีกากบั ทิศเหนือแม่เหล็ก หมุนวนไปทางขวา ดงั น้นั มุมอาซีมุท 0 องศา
และ 360 องศา คือมุมมุมเดียวกนั
3. ลูกศรกา้ งปลา ( C ) เป็ นศรสีแดงอยใู่ ตเ้ ข็มแม่เหล็กภายในแป้ นเข็มทิศ ศรน้ีจะหมุนไปเมื่อ
หมุนแป้ นองศา และจะช้ีท่ีตวั อกั ษร N ทิศเหนือของแป้ นองศาเท่าน้นั
4. ตวั เข็มทิศ ( B ) มีสภาพเป็ นแม่เหล็กชนิดถาวร ดงั น้ันจึงมีปฏิกิริยา ต่อยลหะประเภท
Magnetic Substance เช่น เหลก็ และจะช้ีในแนวเหนือใตเ้ สมอดา้ นทิศเหนือมกั จะทาดว้ ยสีเขม้
เช่น สีแดง
5. ขีดตาแหน่งสาหรับต้งั มุมและอ่านค่ามุม ( D ) อยบู่ นฐานวงกลมใตแ้ ป้ นบอกองศา A น้นั เอง
160
กำรวำงเข็มทิศ
1. วางเขม็ ทิศในระดบั แนวราบไมเ่ อนเอียง
2. วางเขม็ ทิศให้ห่างจากยลหะประเภทสาร Magnetic Substance เช่น เหล็ก วางในระยะที่ไม่มี
ปฏิกิริยาต่อแมเ่ หลก็ ( เขม็ ทิศ )
3. วางเขม็ ทิศใหถ้ ูกตามแนวเหนือ - ใต้ เม่ือใชเ้ ขม็ ทิศประกอบกบั แผนที่
กำรวดั มมุ อำซีมทุ
เม่ือกำหนดตำแหน่งใหว้ ดั
โจทย์ ใหว้ ดั มุมอาซีมุท จากพมุ่ ไมท้ ี่กาหนดให้
ตาแหน่งตน้ ไมท้ ่ีตอ้ งการวดั
ตำแหน่งทอ่ี ยู่
วิธีทำ
1. วางเขม็ ทิศตามหลกั การใชเ้ ขม็ ทิศ N
2. หนั ศรช้ีทิศ ( E ) ไปยงั ทิศทาง ณ ตาแหน่งที่ตอ้ งการวดั
3. หมุนแป้ นองศา ( A ) ใหล้ ูกศรช้ีทิศเหนือ ( C ) ไปซอ้ นอยใู่ ตเ้ ขม็ ทิศเหนือ ( B )
4. อา่ นมุมอาซีมุท ตาแหน่งยคนของศรช้ีทิศ ( E ) ตดั กบั ขอบแป้ นองศา ( A ) ณ ตาแหน่ง ( D )
A
E
D
เช่น ตดั กบั ขอบอาซีมุท 50 มุมอาวมี ุท คือ 50 องศา
161
เม่ือกำหนดมมุ ใหว้ ดั
โจทย์ ใหว้ ดั มุมอาซีมุท 120 องศา
1. หมุนแป้ นองศาไปที่มุม 120 องศา อยู่ ณ ตาแหน่งยคนของศรดรรชนีช้ีทิศบริเวณ ( D )
E
D
2. หมุนแป้ นพลาสติกท้งั แป้ นใชศ้ รช้ีทิศเหนือ ( C ) ซ่อนอยใู่ ตเ้ ขม็ ทิศเหนือ ( B )
D
A
E
3. ศรดรรชนีช้ีทิศ ( E ) จะช้ีไปยงั มุมอาซีมุทท่ีตอ้ การ
กำรหมุนย้อนกลบั ( Back Azimuth )
การหมุนยอ้ นกลบั ของมุมอาซีมุท กระทาในกรณีเม่ือคร้ังแรก เราวดั มุมอาซีมุทเท่ียวไป และ
ไดเ้ ดินทางไปถึงจุดหมายปลายทางแลว้ และตอ้ งการที่จะกลบั มา ณ ตาแหน่งเดิมคร้ังแรก เราอาศยั การ
คานวณดงั น้ี
1. ในกรณีท่ีมุมอาซีมุทวดั ไดม้ ีค่านอ้ ยกวา่ 180 องศา ใหเ้ อา 180 องศา บวกจะได้มุมอาซีมุทกลบั
เช่น มุมอาซีมุทวดั ได้ 45 องศา มุมยอ้ นกลบั คือ 180 องศา บวก 45 องศา ดงั น้นั มุมกลบั คือ 225
องศา
2. ในกรณีที่มุมอาซีมุทวดั ไดม้ ีค่ามากกวา่ 180 องศา ใหเ้ อา 180 องศา ลบออกจะไดม้ ุมอาซีมุทกลบั
เช่น มุมอาซีมุทท่ีวดั ได้ 225 องศา มุมยอ้ นกลบั คือ 225 องศา ลบ 180 องศา ดงั น้นั มุมกลบั คือ 45
องศา
162
ข้อควรระวงั ในกำรใช้เข็มทศิ
1. ควรถือเขม็ ทิศดว้ ยความระมดั ระวงั เพราะหนา้ ปัดเขม็ ทิศน้นั บอบบาง
2. ควรถือเขม็ ทิศในแนวระนาบ เพ่ือใหต้ วั เขม็ แม่เหลก็ อยใู่ นลกั ษณะสมดุลย์
3. ควรมีสายเชือกคลอ้ งคอ เพอ่ื มิใหเ้ ขม็ ทิศตกหล่น หรือ เสียหายได้
4. เมื่อเลิกใชเ้ ขม็ ทิศ ควรปิ ดฝาตลบั หรือ เกบ็ ไวใ้ นกระเป๋ า สาหรับใส่เขม็ ทิศยดยเฉพาะ
5. ตใู้ ชเ้ กบ็ เขม็ ทิศ ควรเป็นตไู้ ม้
6. การอ่านเขม็ ทิศ ไม่ควรกระทาใกล้ ๆ ส่ิงที่เป็ นยลหะ หรือ วงจรไฟฟ้ า ควรคานึงถึง ระยะ
ปลอดภยั ในการใชเ้ ขม็ ทิศยดยประมาณดงั ต่อไปน้ี
สายไฟแรงสูง 55 เมตร
รถถงั / รถยนต์ / ปื นใหญ่สนาม 18 เมตร
สายยทรเลข / ยทรศพั ท์ / ลวดหนาม 10 เมตร
ปื นกล 1 เมตร
ปื นเลก็ / หมวกเหล็ก 0.2 เมตร
กำรหำทศิ โดยไม่ใช้เข็มทศิ
1. กำรหำทศิ โดยอำศัยดวงอำทติ ย์
เราทราบแลว้ วา่ ดวงอาทิตย์ ข้ึนทางทิศตะวนั ออก และตกทางทิศตะวนั ตก ในตอนเชา้
เม่ือดวงอาทิตยข์ ้ึนถา้ เราหนั หนา้ ไปทางดวงอาทิตย์ ดา้ นหลงั เราคือทิศตะวนั ตก ดา้ นซ้ายมือเรา
จะเป็นทิศเหนือ และดา้ นขวาเราจะเป็ นทิศใต้ แต่การยคจรของดวงอาทิตย์ ยดยธรรมชาติน้นั
ไม่คงที่ คือจะยคจรไปในขอบฟ้ าดา้ นเหนือ ( ตะวนั ออ้ มเหนือ ) และยคจรไปในขอบฟ้ าดา้ น
ใต้ ( ตะวนั ออ้ มใต้ ) ส่วนวถิ ียคจรที่ดวงอาทิตยจ์ ะยคจรผา่ นตรงศีรษะเราพอดีน้นั ในปี หน่ึง ๆ
จะมีเพียงวนั เดียวเท่าน้นั เป็นอยา่ งมาก
จากวถิ ียคจรของดวงอาทิตยใ์ นวนั หน่ึง ๆ ของแต่ละฤดูกาล ยอ่ มทาใหว้ ตั ถุที่อยกู่ ลางแจง้
มีเงาทอดไปในทิศทางต่าง ๆ ยดยประมาณดงั น้ี
ฤดูตะวนั อ้อมเหนือ ( ประมาณเดือนเมษายน - สิงหาคม )
เชา้ : เงาจะทอดไปทางทิศตะวนั ตกเฉียงใต้
เที่ยง : เงาจะทอดไปทางทิศใต้
บ่าย : เงาจะทอดไปทางทิศตะวนั ออกเฉียงใต้
ฤดูตะวนั อ้อมใต้ ( ประมาณเดือน สิงหาคม - เมษายน )
เชา้ : เงาจะทอดไปทางทิศตะวนั ตกเฉียงเหนือ
เท่ียง : เงาจะทอดไปทางทิศเหนือ
บ่าย : เงาจะทอดไปทางทิศตะวนั ออกเฉียงเหนือ
163
2. กำรหำทศิ โดยอำศัยดวงจันทร์
ดวงจนั ทร์ข้ึนทางทิศตะวนั ออก และตกทางทิศตะวนั ตกเช่นเดียวกบั ดวงอาทิตย์ แต่ดวง
จนั ทร์สามารถบอกขา้ งข้ึนขา้ งแรมได้ คือ เวลาขา้ งข้ึนดวงจนั ทร์จะหนั ทางดา้ นเวา้ แหวง่ ไป
ทางทิศตะวนั ออก เวลาขา้ งแรมดวงจนั ทร์จะหนั ดา้ นเวา้ แหวง่ ไปทางทิศตะวนั ตก
เหนือ เหนือ
ตะวนั ตก ตะวนั ออก ตะวนั ตก ตะวนั ออก
ใต้ ใต้
ข้ำงขนึ้ ข้ำงแรม
3. กำรหำทศิ โดยอำศัยดวงดำว
ยดยดูจากดาวเหนือ เพราะดาวเหนือจะอยทู่ างข้วั ยลกเหนือตลอดเวลา การหาดาวเหนือ
วธิ ีการยดยดูจาก
กลุ่มดำวหมีใหญ่ หรือไทยเราเรียกวา่ กลุ่มดาวจระเข้ จะมีอยู่ 7 ดวง จาก ดวงคู่หนา้ สุด ( ดวงท่ี 1
และ 2 ) ถา้ ลากเส้นสมมติตอ่ ไปประมาณ 5 ½ เท่ากบั จะพบดาวเหนือ
กลุ่มดำวค้ำงคำว จะมีอยู่ 5 ดวง เป็ นรูป 5 W คว่า ถา้ เราลากเส้นสมมติจากดวงท่ี 2 ลงมายงั
ดวงดาวท่ีอยใู่ ตก้ ลุ่มดาวคา้ งคาวออกไปประมาณ 5 ½ เท่ากจ็ ะช้ีไปท่ีดาวเหนือ
กลุ่มดาวหมีใหญ่ ( จระเข้ ) กบั กลุ่มดาวคา้ งคาว จะอยกู่ นั คนละซีกคลา้ ยกบั จะหมุนรอบดาวเหนือ จะไม่
ปรากฏบนทอ้ งฟ้ าพร้อมกนั เวน้ แตค่ นท่ีอยซู่ ีกยลกเหนือจึงจะเห็นพร้อมกนั
164
กำรขออนุญำตต้ังกองลกู เสือให้ทำตำมลำดบั ข้ัน โดยใช้แบบพมิ พ์ดังนี้
1. ล.ส. 1 ( คาร้อง ) จานวน 1 แผน่
2. ล.ส. 2 ( ใบสมคั ร ผ.บ. ) จานวนคนละ 1 แผน่
3. ทาหนงั สือนาของผขู้ ออนุญาตปะหนา้ ไปดว้ ย ( หนงั สือยรงเรียน )
สังกดั อำเภอทำ 3 ชุด
- ชุดท่ี 1 สาเนาเกบ็ ไวท้ ี่ยรงเรียน 1 ฉบบั
- ชุดที่ 2 ส่งอาเภอ 1 ฉบบั
- ชุดที่ 3 ส่งจงั หวดั 1 ฉบบั
สังกดั จังหวดั ทำ 2 ชุด
- ชุดท่ี 1 เกบ็ ไวท้ ่ียรงเรียน 1 ฉบบั
- ชุดท่ี 2 ส่งจงั หวดั 1 ฉบบั
สังกดั สำนักงำนคณะกรรมกำรบริหำรงำนลูกเสือแห่งชำติทำ 2 ชุด
- ชุดที่ 1 เกบ็ ไวท้ ี่ยรงเรียน 1 ฉบบั
- ชุดที่ 2 ส่งสานกั งานคณะกรรมการบริหารงานลูกเสือแห่งชาติ 1 ฉบบั
4. เม่ือได้รับอนุมัติแต่งต้ังกองได้แล้ว ให้ทาพิธีเข้าประจากองให้เรี ยบร้อย
( เดก็ จะไดแ้ ต่งเครื่องแบบลูกเสือถูกตอ้ งเป็นคร้ังแรก ในวนั ทาพิธีเขา้ ประจากอง )
ในกองลูกเสือควรมี
1. สถานที่ฝึกอบรมท้งั ท่ีร่มและกลางแจง้
2. หอ้ งประชุมหรือหอ้ งของลูกเสือยดยเฉพาะ
3. ระเบียนตา่ ง ๆ คือ
ก. ทะเบียนลูกเสือ
ข. ใบสมคั รเป็นผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ( ล.ส. 2 )
ค. ใบสมคั รเป็นลูกเสือ ( ล.ส. 3 )
ง. ใบยอนกอง ( ล.ส. 4 )
จ. ใบต้งั กลุ่มลูกเสือต้งั กองลูกเสือ ( ล.ส. 11,12 )
ฉ. ใบแตง่ ต้งั ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ( ล.ส. 13 )
ช. บตั รประจาลูกเสือ ( ล.ส. 15,16,17,18 )
ซ. ใบเสร็จรับเงินคา่ บารุงลูกเสือ ( ล.ส. 19 )
165
4. บนั ทึกการประชุมผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือของยรงเรียน
5. บนั ทึกการสอนของผบู้ งั คบั บญั ชา ( แผนการสอน )
6. บญั ชีรายชื่อ
7. แผนภมู ิตา่ ง ๆ เกี่ยวกบั กิจกรรมลูกเสือเพอ่ื ประกอบการสอน / สื่อ
8. บนั ทึกรายงานการประชุมนายหมู่
9. หนงั สือคู่มือตา่ ง ๆ
กำรแนะนำกำรใช้แบบพมิ พ์ต่ำง ๆ
ล.ส. 1 ( คาร้องขอจดั ต้งั กลุ่มลูกเสือหรือกองลูกเสือ )
คาร้องน้ี สาหรับขอจดั ต้งั กลุ่มลูกเสือหรือกองลูกเสือใหม่ ใหท้ าคาร้อง 3 ฉบบั เก็บไวท้ ี่
กอง 1 ฉบบั ถา้ สังกดั สานกั งานคณะกรรมการบริหารงานลูกเสือแห่งชาติ ให้ทา 2 ฉบบั เก็บไวท้ ี่กอง 1
ฉบบั และส่งท่ีสานกั งานคณะกรรมการบริหารงานลูกเสือแห่งชาติ 1 ฉบบั
ล.ส. 2 ( ใบสมคั รขอเป็นผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ฯลฯ )
ใบสมคั รขอเป็นผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ผตู้ รวจการลูกเสือ และเจา้ หนา้ ที่ลูกเสือจะตอ้ งทา 2
ฉบบั 3 ฉบบั เช่นเดียวกบั ล.ส. 1
ล.ส. 3 ( ใบสมคั รเขา้ เป็นลูกเสือ )
เม่ือเด็กสมคั รเข้าเป็ นลูกเสือจะตอ้ งเขียนใบสมคั ร ไม่ว่าจะเป็ นลูกเสือสารอง ลูกเสือ
สามญั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ ลูกเสือวิสามญั เม่ือสมคั รเขา้ เป็ นลูกเสือประเภทใหม่จะตอ้ งเขียนใบสมคั ร
ใหม่
ล.ส. 4 ( ใบยอนกอง )
ลูกเสือทุกประเภทเม่ือสมคั รไปอยูก่ องใหม่ จะตอ้ งขอใบยอนกองจากกองเดิมพร้อมท้งั
แนบบตั รประจาตวั ลูกเสือไปดว้ ย
ล.ส. 5 ( รายงานประจาปี )
จะต้องส่งรายงานประจาปี สานักงานคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ ในเดือน
มีนาคมของทุกปี
ล.ส. 6 ( ทะเบียนลูกเสือสารอง )
กองลูกเสือสารองจะตอ้ งมีทะเบียน ยดยถือเสมือนหน่ึงทะเบียนนักเรียนของยรงเรียน
( ลูกเสือสารองที่ไดเ้ ขา้ ประจากองแลว้ ลงช่ือในทะเบียนน้ีได้ )
ในทะเบียนนีจ้ ะมี
- บญั ชีเกบ็ เงินค่าบารุงลูกเสือ
- ผลการเรียน
- การเดินทางไกลและการพกั แรมบญั ชีรายรับ – จา่ ย ของกองลูกเสือ
- บญั ชีทรัพยส์ ินของกองลูกเสือ
166
ล.ส. 7 ( ทะเบียนลูกเสือสามญั )
ในทะเบียนนีจ้ ะมี
- บญั ชีเกบ็ เงินคา่ บารุงลูกเสือ
- ผลการเรียน
- การเดินทางไกลและการพกั แรมบญั ชีรายรับ – จ่าย ของกองลูกเสือ
- บญั ชีทรัพยส์ ินของกองลูกเสือ
( ลูกเสือสามญั ท่ีสอบวชิ าลูกเสือตรีไดแ้ ลว้ ไดเ้ ขา้ ประจากองแลว้ จึงจะลงบญั ชีได้ )
ล.ส. 8 ( ทะเบียนลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ )
ในทำเบียนนีจ้ ะมี
- บญั ชีเกบ็ เงินค่าบารุงลูกเสือ
- ผลการเรียน
- การเดินทางไกลและการพกั แรมบญั ชีราย รับ - จ่าย ของกองลูกเสือ
- บญั ชีทรัพยส์ ินของกองลูกเสือ
ล.ส. 9 ( ทะเบียนลูกเสือวสิ ามญั )
ในทำเบียนนีจ้ ะมี
- บญั ชีเกบ็ เงินคา่ บารุงลูกเสือ
- ผลการเรียน
- การเดินทางไกลและการพกั แรมบญั ชีราย รับ - จา่ ย ของกองลูกเสือ
- บญั ชีทรัพยส์ ินของกองลูกเสือ
ล.ส. 10 ( รายงานการเงินของลูกเสือ )
ให้ส่งถึงสานกั งานคณะกรรมการบริหารงานลูกเสือแห่งชาติปี ละ 2 งวด งวดแรกเดือน
สิงหาคม งวดท่ีสองเดือนมีนาคม
ล.ส. 11 ( ใบต้งั กลุ่มลูกเสือ )
เม่ือสานักงานคณะกรรมการบริงานลูกเสือแห่งชาติหรือผู้อานวยการลูกเสือจงั หวดั
อนุญาตใหต้ ้งั กลุ่มได้ ก็ออกไปต้งั กลุ่มได้
ล.ส. 12 ( ใบต้งั กองลูกเสือ )
เม่ือสานักงานคณะกรรมการบริ หารลูกเสือแห่งชาติหรือผู้อานวยการลูกเสือจังหวดั
อนุญาตใหต้ ้งั กองได้ ก็ออกไปต้งั กองให้
ล.ส. 13 ( ใบต้งั ผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ )
เม่ือผมู้ ีอานาจส่ังแต่งต้งั ผใู้ ดเป็ นผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือ ผตู้ รวจการลูกเสือกรรมการลูกเสือ
และเจา้ หนา้ ท่ีลูกเสือ กอ็ อกใบแต่งต้งั ให้
167
ล.ส. 14 ( ใบหนงั สือสาคญั คู่กบั เขม็ ลูกเสือสมนาคุณ )
การบริจาคทรัพยบ์ ารุงกิจการลูกเสือ เมื่อเขา้ เกณฑจ์ ะไดร้ ับเข็มสมนาคุณนอกจากจะไดร้ ับ
เขม็ แลว้ จะไดร้ ับหนงั สือสาคญั ประกอบดว้ ย
ล.ส. 15 ( บตั รประจาตวั ลูกเสือสารอง )
ล.ส. 16 ( บตั รประจาตวั ลูกเสือสามญั )
ในบตั รมีตารางสอนลูกเสือตรี - ยท - เอก และวชิ าพเิ ศษลูกเสือสามญั
ล.ส. 17 ( บตั รประจาตวั ลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่ )
ในบตั รมีตารางสอนวชิ าพิเศษลูกเสือสามญั รุ่นใหญ่
ล.ส. 18 ( บตั รประจาตวั ลูกเสือวสิ ามญั )
ในบตั รมีตารางสอนวชิ าพิเศษลูกเสือวสิ ามญั
ล.ส. 19 ( ใบเสร็จรับเงินคา่ บารุงลูกเสือ )
กำรแบ่งเงนิ ค่ำบำรุงลูกเสือซึ่งเกบ็ คนละ 5 บำท ต่อปี
หลงั จากหกั คนละ 50 สตางค์ ส่งบารุงกิจการลูกเสือยลกแลว้ แบ่งดงั น้ี
ก. กองลูกเสือสงั กดั สานกั งานคณะกรรมการบริหารงานลูกเสือแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร
1. เป็นของกอง 70 % (3.15 บาท )
2. ส่งสานกั งานคณะกรรมการบริหารงานลูกเสือแห่งชาติ 30 % ( 1.35 บาท )
ข. กองลูกเสือสังกดั กรุงเทพมหานคร ( เทศบาล )
1. เป็นของกอง 72 % ( 3.24 บาท )
2. ส่งกรุงเทพมหานคร 16 % ( 0.72 บาท )
3. ส่งสานกั งานคณะกรรมการบริหารงานลูกเสือแห่งชาติ 12 % ( 0.54 บาท )
ค. กองลูกเสือสงั กดั อาเภอ จงั หวดั ( ส่วนภูมิภาค )
1. เป็นของกอง 70 % ( 3.15 บาท )
2. ส่งอาเภอ 8 % ( 0.36 บาท )
3. ส่งจงั หวดั 8 % ( 0.36 บาท )
4. ส่งเขตการศึกษา 8 % ( 0.36 บาท )
5. ส่งสานกั งานคณะกรรมการบริหารงานลูกเสือแห่งชาติ 6 % ( 0.27 บาท )
ง. กองลูกเสือเทศบาลส่วนภูมิภาค ( ไม่มีสังกดั อาเภอ )
1. เป็นของกอง 70 % ( 3.15 บาท )
2. ส่งอาเภอ 8 % ( 0.36 บาท )
3. ส่งจงั หวดั 8 % ( 0.36 บาท )
4. ส่งเขตการศึกษา 8 % ( 0.36 บาท )
5. ส่งสานกั งานคณะกรรมการบริหารงานลูกเสือแห่งชาติ 6 % ( 0.27 บาท )
168
169
170
171
172
173
174
175
176
177
178
179
180
181
182
การฝกึ อบรมวชิ าผกู้ ากับลกู เสอื
( LEADER )
ข้นั ท่ี 1
ข้นั ความรู้ทว่ั ไป (สาหรับผบู้ งั คบั บญั ชาลูกเสือทุกประเภท)
GENERAL INFORMATION COURSE
ข้นั ที่ 2
ข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ (สาหรับผกู้ ากบั ลูกเสือตามประเภทของตน)
BASIC UNIT LEADER TRAINING COUTSE ( B.T.C. )
ข้นั ท่ี 3
ข้นั ฝึกหดั งาน ( 4 เดือน ในกองลูกเสือแตล่ ะประเภท )
IN-SERVICE TRANING
ข้นั ที่ 4
ข้นั ความรู้ช้นั สูง (สาหรับผกู้ ากบั ลูกเสือตามประเภทของตน)
ADVANCED UNIT LEADER TRAINING COUTSE ( A.T.C. )
ข้นั ท่ี 5
ข้นั ปฏิบตั ิการและประเมินผล ( ระยะเวลาไม่นอ้ ยกวา่ 4 เดือน )
เAคPรP่ือLงIหCAมTายIOวNดู แEบVดAจL์U2ATทIOอ่ Nน
183
แผนภมู ิกำรอบรมผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือ 2 ระดบั
( 2 STAGE TRANING SCHEME )
ผกู้ ากบั ลกู เสือ วทิ ยากร
LEADER INSTRUCTOR
ข้นั ความรูท้ ว่ั ไป ข้นั ผชู้ ่วยผใู้ หก้ ารฝึ กอบรมวชิ าผกู้ ากบั ลูกเสือ
General Information Course A.L.T.C
ข้นั ความรู้เบ้ืองตน้ Assistant Leader Trainers Course
Basic Unit Leader Trainers Course
B.T.C
Gilwell Woggle 4 เดือน 3 – BEAD A.L.T
ASSISTINT LEADER TRAINER
ข้นั ความรู้ช้นั สูง เป็ นผอู้ านวยการฝึ กอบรม
Advanced Unit Leader Trainers ข้นั หวั หนา้ ผใู้ หก้ ารฝึ กอบรม
วชิ าผกู้ ากบั ลกู เสือ
Course ( A.T.C.) L.T.C
B.T.C
Leader Trainers Course
Gilwell Bead (2 - BEAD)
เด็ก 4 – BEAD L.T
LEADER TRAINER
BOY , GIRL
ผกู้ ากบั ลกู เสือ
LEADER
เมื่ออบรมข้นั ความรู้ช้นั สูงแลว้ หลงั จากน้นั 4 เดือน เชิญเจา้ หนา้ ที่มาตรวจข้นั ท่ี 5 เพือ่ ขอรับ
เครื่องหมายวดู แบดจ์ 2 ท่อน เม่ืออบรมมาครบ 2 ปี แลว้ ยงั ไมท่ าการตรวจข้นั ที่ 5 จะตอ้ งเขา้ รับการ
อบรมใหม่
184
เครอ่ื งแบบผบู้ งั คบั บญั ชำลกู เสือชำย/หญิง
185
186