The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดการเรียนรู้ ศาสนบัญญัติ ม.ปลาย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by razu_liver, 2020-08-08 12:43:32

ชุดการเรียนรู้ ศาสนบัญญัติ ม.ปลาย

ชุดการเรียนรู้ ศาสนบัญญัติ ม.ปลาย

Keywords: อิสลาม,ชุดการเรียนศาสนบัญญัติ

รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟกิ ฮฺ 3) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 147

ความว่า โอ้ศรัทธาชนทั้งหลาย สูเจ้าท้ังหลายจงยาเกรงต่ออัลลอฮฺ และสูเจ้าทั้งหลายจงละท้ิงสิ่งที่
เหลืออยู่จากดอกเบ้ีย หากว่าสูเจ้าทั้งหลายเป็นศรัทธาชน ดังน้ัน หากสูเจ้าทั้งหลายไม่ปฏิบัติ สูเจ้าท้ังหลายจง
รับรู้สงครามจากอัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์เถิด และหากสูเจ้าท้ังหลายสานึกผิดแล้ว ดังน้ันสาหรับสูเจ้า
ท้งั หลายคือทรัพยต์ น้ ทนุ ของสเู จา้ (ทม่ี สี ิทธเิ อาคนื ) สูเราะฮ อลั บากอเราะฮฺ อายะฮฺ 278-279

เหตุผลของการห้ามดอกเบี้ย
1.ดอกเบยี้ เป็นสงิ่ ทีข่ ดั กบั หลักความยุติธรรม โดยเฉพาะในการลงทุน หากฝุายหน่ึงฝุายใดกาหนดอัตรา

กาไรหรือผลตอบแทนล่วงหน้าตายตัวโดยไม่คานึงความรับผิดชอบต่อสัญญาร่วมลงทุนระหว่างกัน ถือว่าเป็น
ความไมย่ ตุ ิธรรม

2.ดอกเบ้ียทาให้คนรวยเกียจคร้าน ไม่คิดจะลงทุนหรือทางาน แต่จะคิดให้กู้เงินเพ่ือเอาดอกเบี้ยแต่
เพยี งอยา่ งเดียว

3.ดอกเบ้ียเป็นส่ิงท่ีทาให้คนรวยเป็นชนช้ันที่ได้เปรียบสังคมเพียงนามาฝากธนาคาร คนรวยสามารถมี
รายได้โดยไมต่ อ้ งทางาน ดงั นั้นในระบบดอกเบย้ี คนรวยมแี ต่จะรวยขึ้นแต่คนจนมแี ต่จะจนลง

4.ดอกเบี้ยมผี ลเสียต่อเศรษฐกิจ หากดอกเบยี้ สูงและยังมีการลงทุน ผู้ผลิตท่ีกู้ยืมเงินจากธนาคารจะนา
ดอกเบ้ยี เข้าไปเป็นต้นทุน ซ่ึงทาให้ราคาสินค้าสูงข้ึน และผู้แบกรับภาระคือประชาชน หากดอกเบี้ยสูงและไม่มี
การลงทุน ผลที่ตามมาคือไม่มีการจ้างงานเพ่ิม และไม่มีการกระจายรายได้ เกิดภาวะว่างงาน อันจะก่อให้เกิด
ป๎ญหาสังคมอน่ื ๆตามมา

5.ดอกเบีย้ นอกจากจะขัดต่อหลกั ศาสนาอสิ ลามแล้ว ยังเป็นการทาลายความรู้สึกแห่งความเป็นพี่น้อง
กันในหมู่มนุษยท์ ค่ี นร่ารวยจะตอ้ งช่วยเหลอื คนยากจน

2. ธนาคารอสิ ลาม( ‫)البنكُالإسلامى‬

ธนาคาร หมายถึง นติ บิ คุ คลทต่ี ั้งข้นึ ตามกฎหมายบริษัท หรือบริษัทมหาชนจากัด ท่ีใช้ช่ือหรือคาแสดง
ช่อื ว่า ธนาคาร ที่ประกอบธุรกจิ เก่ยี วกบั การเงินและธุรกิจหลักทรัพย์

ป๎จจุบัน ธนาคารเป็นสถาบันการเงินที่มีบทบาทสาคัญต่อระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก หน้าท่ีสาคัญ
ของธนาคารคือการฝากเงนิ จากปะชาชนในดา้ นหน่งึ และอีกดา้ นก็เปน็ การนาเงินของประชาชนไปปล่อยกู้ให้แก่
นกั ธรุ กจิ นกั ลงทนุ พอ่ ค้า สถาบนั องคก์ รตา่ งๆและประชาชนทว่ั ไป

เน่ืองจากธนาคารโดยท่ัวไปมีการทาธุรกรมท่ีเก่ียวข้องกับดอกเบ้ีย ( ‫ )اٌشتا‬ซ่ึงเป็นสิ่งที่ต้องห้ามตาม
หลักอิสลาม ตลอดจมีการนาเงินฝากไปลงทุนในธุรกิจบางประเภทท่ีขัดต่อหลักการอิสลาม จงได้มีการริเร่ิม
จัดต้ังธนาคารอิสลามข้ึนในโลกมุสลิมพ่ือเป็นการหลีกห่างจากระบบดอกเบี้ยและเป็นทงเลือกสาหรับมุสลิมใน
การทาธุรกรรมทส่ี อดคล้องกับหลักการของศาสนาอิสลาม เช่นธนาคารอิสลามฟ๎ยศอล ก่อต้ังขึ้นในปีค.ศ.1977
ธนาคารอิสลามแห่งจอรแ์ ดน กอ่ ตั้งในปี ค.ศ. 1978 เปน็ ตน้

ต่อมาระบบธนาคารไดม้ กี ารปรับปรงุ ระบบการดาเนินกิจการของตนและพัฒนาอย่างเป็นมาตรฐานจน
ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในโลกมสุ ลมิ และไม่ใช่อิสลาม เชน่ ประเทศฟลิ ปิ ปินส์ ประเทศไทย

หลกั การทางานของธนาคารอิสลาม
1.ธนาคารอสิ ลามไม่ดาเนนิ งานหรอื ธรุ กรรมใดๆทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั ดอกเบ้ียทกุ ชนดิ
2.ธนาคารอิสลามจะไม่ทาธุรกรรม หรือลงทุน หรือให้การสนับสนุนทางการเงินในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ

สิง่ ตอ้ งห้ามตามหลักศาสนาอิสลาม
3.ธนาคารอสิ ลามจะดาเนนิ งานตามหลักนิตธิ รรมอสิ ลาม( ‫ح‬١ِ‫ؼح الإعلا‬٠‫ )اٌشش‬ทุกประการ

148 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟกิ ฮฺ 3) ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

การหาเงินทนุ ของธนาคารอสิ ลาม
ธนาคารอิสลามจะหาแหล่งเงินทุนโดยการรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไป โดยแบ่งเงินฝากเป็น 2

ประเภทใหญๆ่ คือ
1. บญั ชเี งนิ ฝากรกั ษาทรัพย์ อันเป็นการฝากเพื่อรักษาทรพั ยจ์ รงิ ๆโดยผฝู้ ากไม่สามารถเรียกร้องส่งิ

ตอบแทนจากธนาคารได้
2. บญั ชรี ่วมลงทนุ การฝากประเภทนผ้ี ้ฝู ากจะนาเงนิ มารว่ มลงทนุ โยการนาเงินขั้นต่าท่ีธนาคารกาหนด

ไวม้ าฝากในบญั ชี และยนิ ยอมให้ธนาคารนาเงนิ ของตนไปลงทุนในกิจการทไี่ ม่เกย่ี วข้องกับดอกเบ้ียและไม่ขัดต่อ
หลักการอิสลาม โดยจะแบ่งกกาไรและขาดทุนตามสัดส่วนท่ีได้ตกลงไว้และผู้ฝากจะต้องมีการยอมรับเร่ืองการ
ลงทุนย่อมมีความเสี่ยงต่อการขาดทุน หากเกิดการขาดทุน ผู้ฝากท่ีนาเงินมาลงทุนจะรับผิดชอบในทุนที่ผู้ฝาก
นามาลงทนุ ส่วนธนาคารจะเสียเวลาคา่ ดาเนินการและแรงงานไปโดยไมไ่ ดร้ บั อะไรเลยเป็นการตอบแทนเช่นกัน
ดังน้ันผูฝ้ ากเงินกับธนาคารจึงมีความสัมพนั ธ์เหมอื นกบความสัมพันธ์ของผู้ลงทนุ กับผู้ประกอบการ

บัญชีเงินฝากร่วมลงทุนประเภทน้ี เรียกว่า มูฏอรอบะฮฺ ( ‫ )ِضاستح‬เม่ือธนาคารนาเงินลงทุนของผู้
ฝากไปลงทุนร่วมกบั นักธุรกิจและผปู้ ระกอบการใดๆ ธนาคารจะใชว้ ิธกี ารเดยี วกนั
การหารายไดข้ องธนาคาร

เนื่องจากธนาคารอิสลามไม่สามรถหารายได้จาการปล่อยเงินกู้เพื่อเอาดอกเบี้ยได้ แต่ธนาคารอิสลาม
สามารถหาเงนิ ได้จากชอ่ งตา่ งๆดังน้ี

1. การเกบ็ ค่าธรรมเนียมตา่ งๆ เชน่ ค่าธรรมเนียมโอนเงนิ การออกหนงั สอื คา้ ประกันและอื่นๆ
2. การเชา่ และการเชา่ ซอื้
3. การซื้อขายสนิ คา้ รถยนต์ บา้ น ทดี่ ิน
4. การร่วมลงทุน ซึง่ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท
- แบบมูฏอรอบะฮฺ คือการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการบนพื้นฐานของการแบ่งกาไร / ขาดทุนร่วมกัน
ในสดั ส่วนและเวลาทก่ี าหนดไว้ ในการลงทุนด้วยวธิ ีน้ีธนาคารจะไมเ่ ขา้ ไปยุ่งเกย่ี วกับการบริหารงานแต่อย่างใด
- แบบมูชารอกะฮฺ คือการร่วมลงทุนโดยผู้ร่วมลงทุนแต่ละฝุายนาเงินทุนหรือทรัพย์สิน หรือมีแต่
ช่ือเสียงของตนเองมาร่วมลงทุนในกิจการหน่ึงกิจการใด และตกลงร่วมกันว่าจะรับผิดชอบในกาไรและขาดทุน
ร่วมกันตามสัดสว่ นทีไ่ ด้ตกลงกนั ไว้เปน็ ชัดเจน ในการลงทุนประเภทน้ีธนาคารในฐานะผู้ร่วมลงทุนสามารถท่ีจะ
เขา้ ไปร่วมบริหารงานโดยตรงหรอื จะแต่งตัง้ ตวั แทนเข้าไปรว่ มบริหารก็ได้

3. ระบบสหกรณอ์ ิสลาม

สหกรณ์อิสลาม หมายถึง คณะบุคคลซึ่งร่วมกันดาเนินกิจการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือซึ่งกัน
และกนั ตามหลักการของศาสนาอสิ ลาม

หลักการดาเนินงานของสหกรณอ์ สิ ลาม
1.สหกรณ์อิสลามมีวัตถุประสงค์และเปูาหมายหลักในการให้ความช่วยเหลือสมาชิกของสหกรณ์เพื่อ

บรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น อัคคีภัย ความเสียหายทางทรัพย์สินหรือกรณีเจ็บปุวย เป็นต้น ซึ่งการ
ช่วยเหลือดงั กล่าวสอดคลอ้ งกบั หลกั คาสอนของศาสนาอสิ ลาม ดังท่ปี รากฏในอลั กุรอาน

َُٜٛ ‫اٌرَُ ُْم‬َُٚ ‫ ا ٌُْثُِش‬ٍَُٝ‫ا َُػ‬َُُٛٔٚ ‫ُُذَ َؼُا‬َٚ

ความว่า และสเู จ้าท้งั หลายจงช่วยเหลือซ่งึ กนั และกัน ในส่ิงทีด่ ีงามและความยาเกรง
( ซูเราะฮฺ อลั มาอีดะฮฺ อายะฮฺที่ 2)

รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟิกฮฺ 3) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 149

2. สมาชิกของสหกรณอ์ ิสลามจะจ่ายเงินเป็นงวดให้แก่กองทุนของสหกรณ์ ซ่ึงอาจจะมีอัตราท่ีแน่นอน
หรือเปล่ียนแปลงก็ได้ โดยสมาชิกของสหกรณ์จะมีคุณสมบัติเป็นท้ังผู้ให้ประกันและผู้เอาประกันในคราว
เดยี วกนั ซึ่งนักวชิ าการเรยี กการเอาประกนั ประเภทนีว้ า่ การเอาประกันแบบแลกเปลี่ยน ( ٌٟ‫ٓ اٌرثاد‬١ِ‫)اٌرؤ‬

3. บรรดาสมาชิกของสหกรณ์สามารถตั้งคณะกรรมการกองทุนสหกรณ์จากกลุ่มสมาชิกเพ่ือทาหน้าท่ี
ในการกาหนดอตั ราของเงินช่วยเหลือทดแทน ซึ่งสมาชิกมีสิทธิได้รับในกรณีเกิดอุบัติภัย หรือความเสียหายโดย
อตั ราของเงนิ ช่วยเหลอื น้ันจะต้งั อย่บู นหลักของความเท่าเทยี มกนั

4. การทาข้อตกลงของสมาชิกกับสหกรณ์น้ันจะมีเน้ือหาหลักในการร่วมกันแบกรับผลกระทบหรือ
อุบัติภัยท่ีเกิดข้ึนกับผู้หนึ่งผู้ใดจากสมาชิก กล่าวคือ เป็นการกระจายความเส่ียงในสมาชิกโดยไม่มีการแสวงหา
กาไรและผลประโยชน์ตา่ งตอบแทน แต่เปน็ การทาข้อตกลงในเชงิ ของการรว่ มรบั ผิดชอบซงึ่ กันและกัน

5. การจ่ายเงนิ เข้าร่วมกองทนุ ของสหกรณ์น้นั เปน็ การจ่ายเงินในเชิงบริจาค ( ‫ )اٌرثشع‬และไม่มีข้อห้าม
แต่อย่างใดในการนาเงินของกองทุนสหกรณ์ไปลงทุนเพ่ือการพัฒนากองทุนให้งอกงามในกิ จการท่ีเป็นที่อนุมัติ
ตามหลักการอิสลาม โดยใชห้ ลกั การรว่ มลงทนุ แบบมฏู อรอบะฮฺ

4. หนุ้ ส่วน( ‫)اٌششوح‬

หุ้นส่วน ( ‫ )اٌششوح‬ตามหลักภาษาหมายถึง การเข้าร่วมกัน โดยจะมีข้อตกลงหรือไม่ก็ตาม และการ
เขา้ รว่ มกนั นั้นจะร่วมกนั ในทรพั ยส์ นิ หรือสง่ิ ท่ีไมใ่ ช่ทรพั ย์สินกไ็ ด้

ตามศาสนบัญญัติ การหุ้นส่วน หมายถึง การที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปมีกรรมสิทธิ์ในสิ่งหนึ่งร่วมกัน
โดยมีขอ้ ตกลงท่ีเกิดข้ดึ ว้ ยความสมคั รใจ และมเี จตนาดาเนนิ การโดยจะแสวงหาผลกาไรหรือไมก่ ต็ าม

ประเภทของหุ้นส่วน
นกั วิชาการได้แบ่งหนุ้ ส่วนออก 2 ประเภทดังนี้

1. การห้นุ ส่วนในกรรมสิทธิ์ คอื การทบ่ี ุคคลตง้ั แตส่ องคนขึ้นไปถือกรรมสิทธ์ิร่วมกันในส่ิงหนึ่ง ซ่ึงการมี
ส่วนร่วมน้ีอาจเกิดข้ึนโดยที่บุคคลท้ังสองไม่ได้สมัครใจ หรือเกิดขึ้นโดยท่ีบุคคลทั้งสองมิได้กระทา หรืออาจ
เกิดขึ้นด้วยความสัครใจ หรือด้วยการกระทาและความพอใจของบุคคลทั้งสอง การหุ้นส่วนในกรรมสิทธิ์นี้ ไม่
อนุญาตใหผ้ มู้ ีห้นุ สว่ นเขา้ ไปดาเนนิ การโดยพลการในส่วนของผู้มีหุ้นสว่ นอกี คนหนึ่ง เว้นแต่ได้รับอนญุ าต

2. การหุ้นสว่ นทม่ี ขี อ้ ตกลง ถือเปน็ เนอื้ หาทีจ่ ะกล่าวต่อไปน้ี

หลักฐานวา่ ด้วยการหุ้นส่วน
การหนุ้ สว่ นโดยทั่วไปเปน็ สิ่งที่ศาสนาบัญญตั ิไว้ โดยมหี ลักฐานจากอัลกุรอานและฮาดีษ ดังน้ี

‫فهن شركآء فى ا لثلث‬

ความวา่ ดงั น้นั พวกเขาย่อมมีสว่ นรว่ มกนั หน่ึงในสาม ( ซเู ราะฮฺ อนั นสิ าอ อายะฮฺที่12)

หลักฐานจากฮาดีษ รายงานจากอบูฮูรายเราะฮฺ

ُُُُُُُُُُُ‫ َُّا‬ُِٙ ُِٕ١ُْ َ‫خُ ُْٓ أَُ َُدذُُ٘ َُّا َصُا ِدُُثَ ُٗ فَُبُِ َدُُاَ َُخُأَُٗ َخُ َشُ ُْﺟ ُد ُِِ ُٓ ُت‬٠َُ ُْ ٌَ‫ُ ُِٓ َُُِا‬١ْ ُ‫ُ َى‬٠ْ ‫ أََُُٔاُشَاٌُِسُ اٌ َشُ ُِش‬ٌٝ‫ ُي الله ذؼا‬ُٛ‫َم‬٠ُ

ความวา่ อัลลอฮฺตรัสว่า ฉนั คอื ท่ีสามของหุ้นส่วนสองคน ตราบที่คนหนึ่งจากทั้งสองน้ันไม่คดโกงเพ่ือนของ
เขา ดังนนั้ เม่อื เขาคดโกงเพ่ือนของเขา ฉันก็ไดอ้ อกแลว้ จากทา่ นกลางคนท้ังสองคน (รายงานโดยอาบดู าวดู )

150 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟิกฮฺ 3) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

ประเภทของหุ้นส่วนทมี่ ีข้อตกลง
นักวชิ าการได้กาหนดประเภทของการหนุ้ สว่ นทม่ี ขี ้อตกลงไว้ 4 ประเภทดังนี้
1. ชะริกะฮฺ อัลอินาน ( ‫ )شركة العٌاى‬หมายถึง การท่ีบุคคลต้ังแต่สองคนขึ้นไปนาทรัพย์สินมา

หุ้นส่วนทาการค้าขาย โดยแบ่งผลกาไรกัน อันเป็นส่ิงที่ศาสนาบัญญัติและอนุญาตให้กระทาได้ โดยความเห็น
พอ้ งกันของนักนติ ิศาสตร์ตลอดจนเป็นประเภทของการหุ้นสว่ นท่แี พร่หลายและเปน็ หลกั ในการก่อต้ังบริษัทและ
ห้างห้นุ ส่วนตา่ งๆ

เงอื่ นไขของชะริกะฮฺ อลั อินาน
1. ถ้อยคาที่ใช้ตกลงกัน คือถ้อยคาที่ชัดเจนจากหุ้นส่วนทุกคนที่กล่าวแก่คนอื่นๆท่ีเป็นการบ่งบอกว่า

อนญุ าตใหด้ าเนินการซ้ือขายจากกิจการต่างๆท่ีเก่ียวข้องกับการคา้
2. ผู้ร่วมหุ้นส่วนต้องมีคุณสมบัติที่เป็นผู้มอบอานาจได้ กล่าวคือ เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ บรรลุศาสน

ภาวะ ไมถ่ กู อายัดทรพั ยใ์ นการดาเนนิ การตา่ งๆ
3. ทรัพยส์ นิ ที่นามาหนุ้ สว่ นกนั ต้องเหมือนกนั กล่าวคือ เมอ่ื นาทรพั ย์สินมาร่วมห้นุ ส่วนกันแล้วก็แยกไม่

ออกวา่ ทรัพย์ไหนเป็นของผู้ใด
4. ต้องนาทรัพย์สินท่ีร่วมหุ้นส่วนกันนั้นมาปะปนกันก่อนทาข้อตกลงร่วมหุ้นส่วนกันในกรณีท่ีผู้มี

หุ้นส่วนทุกคนนาทรัพย์ของตนมาและทาข้อตกลงหุ้นส่วนกัน ส่วนในกรณีท่ีผู้มีหุ้นส่วนทั้งหลายมีกรรมสิทธิ์
ร่วมกันในทรัพย์สินน้ัน ก่อนการทาข้อตกลงหุ้นส่วนกัน หลังจากน้ันได้ทาข้อตกลงหุ้นส่วนกันย่อมถือว่าเป็น
ขอ้ ตกลงทีใ่ ช้ได้ โดยไม่มเี งอ่ื นไขว่าจะตอ้ งแบ่งทรัพยก์ ันก่อนแล้วจึงนามาเข้าหุ้นส่วนกนั แต่อย่างใด

5. ผลกาไรและการขาดทุนต้องเป็นไปตามสัดส่วนของทรัพย์ ดังน้ัน การกาหนดเง่ือนไขว่าให้ผู้มี
หุ้นส่วนคนหนึ่งได้รับผลกาไรเกินกว่าทุนทรัพย์ของตนท่ีเข้าหุ้นส่วนกันจึงใช้ไม่ได้เช่นเดียวกับการกาหนด
เง่อื นไขวา่ ใหผ้ ู้มีหุ้นส่วนคนหนึ่งต้อรับผดิ ชอบการขาดทุนหรอื ได้ผลกาไรน้อยกว่าสัดส่วนทุนทรัพย์ของเขาที่เข้า
หุ้นส่วนกันย่อมถือว่าใช้ไม่ได้ ซ่ึงในการหุ้นส่วนน้ันไม่มีเงื่อนไขว่าทรัพย์ท่ีนามาเข้าหุ้นส่วนนั้นจะต้องมีจานวน
เทา่ กนั ผู้มีหุ้นส่วนย่อมท่ีจาสัดส่วนที่มากกว่าหรือน้อยกว่าผู้มีหุ้นส่วนคนอื่นก็ได้ โดยผลกาไรจะตกเป็นของผู้มี
หุ้นส่วนแต่ละคนตามสัดส่วนของเงินทุนและการเฉล่ียการขาดทุนก็ให้เป็นไปในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้โดยไม่
คานงึ วา่ ทกุ คนร่วมกนั ทางานหรือไม่ก็ตามหรือทุกคนจะทางานเทา่ กนั หรือไม่ก็ตาม

2. ชะริกะฮฺ อัลมูฟาวาเฎาะฮฺ ( ‫ )شركة الوفاوضة‬หมายถึงการที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไป นา

ทรัพย์สินมาหุ้นส่วนกันในลักษณะกว้างๆโดยแต่ละคนเป็นหุ้นส่วนในทุกส่ิงที่แต่ละคนมี ตลอดจนเป็นตัวแทน
และเป็นผู้ค้าประกันซึ่งกันและกัน อีกทั้งเป็นหุ้นส่วนในผลประโยชน์ที่ได้รับ และรับผิดชอบต่อความเสียหายที่
เกิดขึ้นท้งั หมดร่วมกัน

การหุ้นส่วนในสินค้าที่ซื้อมานั้นประเภทน้ีเป็นโมฆะตามทัศนะของอีมามชาฟีอีย์ เพราะมีความฉ้อฉลอยู่
อยา่ งมาก อกี ทั้งมกี ารมอบหมายและมีการประกนั ในส่ิงท่ีไมร่ ู้ท่แี นช่ ัด ซึ่งทง้ั สองกรณนี ้ีถอื เป็นโมฆะ

3. ชะริกะฮฺ อัลอบั ดาร ( ‫ )شركة الأبداى‬หรือชะริกะฮฺ อัลอะมาล ( ‫ )ششوح الأػّاي‬หมายถึง การ

ที่บุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปซ่ึงไม่มีทรัพย์สินเป็นหุ้นส่วนรับทางานต่างๆโดยไม่คานึงถึงว่าแต่ละคนจะมีอาชีพ
เดยี วกนั หรือตา่ งอาชีพกนั เพ่ือนาผลกาไรทไ่ี ดม้ าแบ่งกันโดยจะแบง่ เท่าๆกนั หรือไม่กต็ าม

การหุ้นส่วนประเภทนตี่ กเปน็ โมฆะเชน่ กนั เพราะมผี ลเสยี ทีศ่ าสนาห้ามเก่ียวขอ้ งในหุ้นส่วนนี้ เนื่องจาก
บางคนอาจตอ้ งทางานมากกว่าคนอืน่ ๆหรือบางครั้งคนหน่ึงอาจต้องทางานทั้งหมด โดยท่ีคนอื่นๆไม่ต้องทางาน
อะไรเลย

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟิกฮฺ 3) ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 151

4. ชะริกะฮฺ อัล วูญูฮฺ( ٍ‫ )شركة الىجى‬หมายถึงการท่ีบุคคลทั้งสองคนข้ึนไปมีอานาจบารมี และมี

ช่อื เสียงซ้ือสินคา้ ดว้ ยเงนิ เชือ่ โดยรว่ มกันหรอื โดยลาพงั กต็ าม ซง่ึ ทกุ คนมีส่วนร่วมในสินค้าที่ซื้อมานั้น ต่อมาเม่ือ
พวกเขาขายสนิ คา้ แล้วนาผลกาไรทีไ่ ดจ้ ากการขายสินค้านน้ั มาแบ่งเทา่ ๆกันหรือตามแตจ่ ะตกลงกนั

การหุ้นส่วนประเภทน้ีตกเป็นโมฆะเช่นกัน ทั้งนี้เพราะไม่มีทรัพย์สินที่นามาเข้าหุ้นส่วนกัน ซ่ึงการ
หนุ้ สว่ นประเภทท่ี 2 3 และ4 ดังกล่าวมาถือเป็นส่ิงทอี่ นญุ าตใหก้ ระทาไดใ้ นมัซฮบั อนื่ นอกจากมซั ฮบั ชาฟีอีย์
ผลทีเ่ กดิ ขน้ึ เม่ือข้อตกลงหนุ้ ส่วนกนั มผี ลใชไ้ ด้

ในกรณีการหุ้นส่วนกันแบบอัลอินาน ครบเง่ือนไขการเข้าหุ้นส่วนกันย่อมถือว่าใช้ได้ และมีผลตามมา
ดังน้ี

1. หุ้นส่วนทุกคนมีสิทธิเข้าไปดาเนินการในทรัพย์สินที่นามาเข้าหุ้นกันโดยไม่มีเง่ือนไขใดๆตราบท่ีการ
ดาเนนิ การนน้ั เปน็ ไปตามประเพณปี ฎิบตั ิ และไมก่ อ่ ให้เกิดความเสยี หายแกผ่ ูร้ ว่ มหนุ้ สว่ นคนอนื่ ๆ

2. บรรดาผู้ร่วมหุ้นส่วนจาเป็นตอ้ งทางานตามทมี่ ีขอ้ ตกลงกันไว้
3 .เม่ือผู้ร่วมห้นุ ส่วนคนหนึง่ ซือ้ สินค้าดว้ ยทรัพย์สินท่ีหุ้นส่วนกัน ตามเงื่อนไขท่ีกล่าวมาข้างต้น ย่อมถือ
ว่าการซ้ือสินค้านั้นเป็นการดาเนินการของผู้ร่วมหุ้นส่วนทุกคน เพราะผู้ซ้ือถือเป็นตัวแทนของทุกคน ยกเว้นใน
กรณีทผี่ ขู้ ายถามราคาจากผซู้ ือ้ เพยี งผเู้ ดียวเทา่ นั้น

ผลที่จะเกิดขนึ้ หลงั จากที่หุน้ ส่วนเป็นโมฆะ
การหุ้นสว่ นเป็นโมฆะใน 2 กรณี

1. กรณีท่ีรู้ว่าการหุ้นส่วนเป็นโมฆะก่อนที่จะดาเนินการใดๆ ในการหุ้นส่วนกัน ย่อมถือว่าไม่มีผู้ใดๆ
เกิดขึ้นจากการทาข้อตกลงหุ้นส่วนร่วมกัน ทั้งนี้ สมควรท่ีจะต้องทาข้อตกลงหุ้นส่วนกันใหม่ให้ถูกต้อง หาก
ประสงคท์ ่ีจะดาเนินการหุ้นสว่ นกันตอ่ ไป

2. กรณีท่ีรวู้ ่าการหนุ้ ส่วนเป็นโมฆะภายหลังจากเร่ิมดาเนินการในการหุ้นส่วนไปแล้ว จาเป็นต้องระงับ
การดาเนินการในทันที และให้ทาข้อตกลงหุ้นส่วนกันใหม่ให้ถูกต้อง หากประสงค์ท่ีจะดาเนินการหุ้นส่วนกัน
ต่อไป และผลทเ่ี กิดจากการทาขอ้ ตกลงหนุ้ ส่วนทีเ่ ป็นโมฆะมีดังนี้

- ใหแ้ บง่ ผลกาไรที่เกิดข้ึนภายหลังจากการดาเนินการแก่ผู้ร่วมหุ้นส่วนตามสัดส่วนของเงินลงทุนของ
แตล่ ะคน เพราะผลกาไรดังกล่าวเกดิ จากเงนิ ลงทุน เมอ่ื ขอ้ ตกลงการหุ้นส่วนเปน็ โมฆะ กใ็ ห้กลับคืนสู่หลักเดิมคือ
ทรพั ย์ทน่ี ามาเข้าหุ้นในการลงทุนกัน ดังน้ัน ผลกาไรของผู้ร่วมหุ้นส่วนแต่ละคน จึงคิดตามสัดส่วนของเงินทุนที่
แต่ละคนนามาเขา้ ห้นุ กัน

- ให้ผู้ร่วมหุ้นส่วนแต่ละคนรับค่าจ้างการทางานของตนคืนจากทรัพย์สินเฉพาะของผู้ร่วมหุ้นส่วนคน
อื่นๆมิใชเ่ ป็นผู้ร่วมหนุ้ สว่ นกบั พวกเขาแตอ่ ย่างใด

- สิ่งท่ีผู้ร่วมหุ้นส่วนดาเนินการไปถือว่าบรรลุผล เพราะผู้ร่วมหุ้นส่วนแต่ละคนดาเนินการไปโดยได้รับ
การยนิ ยอมจากผูร้ ่วมหุ้นส่วนคนอื่นๆ

การสน้ิ สดุ ของข้อตกลงการหุ้นส่วนท่มี ผี ลใช้ได้
ข้อตกลงการหนุ้ ส่วนจะส้ินสดุ ลงดว้ ยกรณใี ดกรณีหนง่ึ ดังนี้
1. เม่ือบอกเลิกข้อตกลงการหุ้นส่วนจากผู้ร่วมหุ้นส่วนทุกคนหรือจากผู้ร่วมหุ้นส่วนบางคน ทั้งนี้ผู้ร่วม

หนุ้ สว่ นแต่ละคนยอ่ มมีสิทธขิ อยกเลกิ ข้อตกลงการหุ้นสว่ นเม่ือใดก็ได้
2 .เม่ือมีการเสียชีวิตของผู้ร่วมหุ้นส่วนเกิดขึ้น การหุ้นส่วนกันก็เป็นอันสิ้นสุดลง ท้ังนี้เฉพาะบรรดาผู้

ร่วมห้นุ ส่วนที่ทาการตกลงในการหุ้นส่วนกันได้เสียสิทธิท่ีจะดาเนินการในทรัพย์สินของผู้ร่วมหุ้นส่วนท่ีเสียชีวิต
จึงถือว่าขาดคุณสมบัติในการดาเนินการเพราะการหุ้นส่วนกันมีการมอบอานาจในระหว่างผู้ร่วมหุ้นส่วนในการ
ดาเนนิ การ ซึ่งการมอบอานาจนจ้ี ะไม่ยา้ ยสิทธไิ ปสทู่ ายาทของผเู้ สียชวี ติ

152 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟกิ ฮฺ 3) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

ในกรณีการบอกเลิกข้อตกลงการหุ้นส่วนและการส้ินสุดลงของข้อตกล งนั้นให้นับต้ังแต่วันท่ีบอกเลิก
หรือนับแต่วนั ทผี่ รู้ ว่ มหุน้ สว่ นเสียชีวติ ถงึ แมผ้ ้รู ่วมหนุ้ ส่วนคนอ่ืนๆจะไม่รกู้ ต็ าม

3. กรณีเป็นบ้า หรือวิกลจริต หรือหมดสติ ถ้าหากผู้ร่วมหุ้นส่วนคนหน่ึงเป็นบ้าวิกลจริตหรือหมดสติ
ข้อตกลงการหุ้นส่วนของเขาย่อมถือว่าถูกยกเลิกและสิ้นสุดลงโดยปริยาย เพราะสติสัมปชัญญะถือเป็น
องค์ประกอบสาคัญในการบังคับใช้ตามหลักศาสนาท้ังนี้ การหมดสติท่ีจะทาให้การหุ้นส่วนเป็นอันส้ินสุดลงน้ัน
มีเง่ือนไขว่าการหมดสตินั้นต้องใช้ระยะเวลาการละหมาดหนึ่งฟ๎รฎุ หากไม่เกินระยะเวลาดังกล่าวถือว่าไม่มีผล
ในเรื่องน้ีแต่อย่างใด

ในกรณีท่ีผู้ร่วมหุ้นส่วนเป็นบ้าวิกลจริต การตัดสินใจจะตกเป็นของผู้ปกครอง ( ُٟ ٌِ َٚ ) ของผู้น้ัน หาก
ผู้ปกครองมีความประสงค์อาจขอให้มีการแบ่งทรัพย์สินได้ หรืออาจขอเข้าเป็นหุ้นส่วนแทนก็ได้ โดยต้องทา
ขอ้ ตกลงใหม่

ในกรณีที่ผูร้ ่วมหนุ้ สว่ นหมดสติ ให้พิจารณาดังนี้
- หากมีความหวังว่าสติสัมปชัญญะของเขาจะกลับคืนมาโดยเร็ว การตัดสินใจจะยังไม่ตกเป็นของ

ผูป้ กครอง
- หากสติของเขากลับคืนมา เขาย่อมมีสิทธิท่ีจะขอให้แบ่งทรัพย์สินหรือขอเข้าเป็นหุ้นส่วนโดยทาเป็น

ขอ้ ตกลงกันใหมไ่ ดต้ ามต้องการ แม้จะใช้ถ้อยคายนื ยนั กต็ าม
- หากหมดหวังว่าสติของเขาจะกลับคืนมาโดยเร็วหรือเขาหมดสติเป็นเวลา 3วัน หรือมากกว่าน้ัน การ

ตัดสินใจจะตกเป็นของผู้ปกครองของเขา ดังน้ัน หากผู้ปกครองมีความประสงค์อาจขอให้แบ่งทรัพยืสิน หรือ
อาจขอเขาเป็นหนุ้ ส่วนไดโ้ ดยการทาขอ้ ตกลงใหม่

5.การแกป้ ัญหาเศรษฐกจิ ในระบบอิสลาม

ปญ๎ หาเศรษฐกจิ ในป๎จจบุ นั มีความซับซ้อนและเก่ยี วพนั กับป๎จจัยเหตุหลายประการ ซ่ึงแต่ละป๎จจัยเหตุ
ล้วนมีความสัมพันธ์ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบต่อการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวมท้ังสิ้น ดังน้ัน การ
แก้ป๎ญหาเศรษฐกจิ จึงตอ้ งเปน็ การแก้ปญ๎ หาทั้งระบบ

ปจ๎ จบุ ันระบบเศรษฐศาสตรม์ ี 3แบบหลัก คือ แบบทุนเสรีนิยมที่กาลังประสบป๎ญหาวิกฤติอยู่ในขณะนี้
แบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ที่ล่มสลายไปแล้ว และแบบเศรษฐศาตร์อิสลาม ซึ่งกาลังได้รับการพิสูจน์และ
ทดสอบจากสภาวการณ์ของโลกทส่ี ญู เสยี ความเชื่อมน่ั ต่อ 2ระบบแรกและกาลงั มองหาทางเลอื กใหม่

ดังน้นั ระบบเศรษฐศาสตรอ์ สิ ลามจะเป็นทางเลือกท่ี 3 สาหรับประชาคมโลกในอนาคตอันใกล้
แนวคดิ และหลัการของเศรษฐศาสตรอ์ ิสลาม

ด้านคุณธรรมจริยธรรม
- ระบบเศรษฐกจิ ตอ้ งมมี าตรฐานทางจรยิ ธรรมเป็นตวั ควบคุมจะแยกออกจากนั ไม่ได้
- การอุปโภคบริโภคตอ้ งเป็นทีอ่ นุมตั ติ ามหลักศาสนบัญญัติ กล่าวคือ ผู้บริโภคและผู้ผลิตเครื่องอุปโภค
บรโิ ภคต้องหลกี หา่ งจากสงิ่ ต้องห้าม
- รูปแบบการทาธุรกจิ การค้าขายแลกเปล่ียน การทาสญั ญาขอ้ ตกลง การทาธุรกรรมต้องสอดคล้องกับ
หลกั ศาสนาบัญญตั โิ ดยปลอดจากดอกเบ้ยี การทุจริต การเอารดั เอาเปรียบ
- ผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจต้องมีคุณธรรมไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ใช้แรงงาน นายจ้าง ผู้ให้บริการ
และผบู้ ริโภค
- ตอ้ งยดึ หลักความพอดีและพอเพียง ไมโ่ ลภ ไมฟ่ ุมเฟอื ยสรุ ุ่ยสรุ า่ ย

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อัลฟิกฮฺ 3) ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 153

ดา้ นการผลิต
- ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดตอ้ งเปน็ สงิ่ ท่ีอนุมัติตามหลักศาสนบัญญัติและมปี ระโยชน์ในการอุปโภคบริโภค
- กระบวนการผลิตทกุ ขั้นตอนต้องสอดคลอ้ งกับหลักศาสนบัญญัติ กล่าวคือ ต้องไม่มีส่ิงท่ีต้องห้ามตาม
หลักศาสนบัญญัติเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการได้มาซ่ึงวัตถุดิบ ปหล่งเงินทุน หรือสถานประกอบการ เป็น
ตน้
- สถานประกอบการต้องมีมาตรการท่ีเข้มงวดลัรัดกุมในการรักษาสภาพส่ิงแวดล้อมและหลีกห่างจาก
การสรา้ งมลภาวะเป็นพิษ เพราะหลกั คาสอนของศาสนาถือว่าการทาลายสง่ิ แวดล้อมและการสร้างมลภาวะเป็น
ส่ิงท่ีต้องห้าม เน่ืองจากเป็นการสรา้ งวบิ ัติเสียหายบนหน้าแผน่ ดนิ

ด้านการตลาด
- การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนเคร่ืองอุปโภคบริโภคต้องสอดคล้องกับหลัก
ศาสนาทีบ่ ญั ญตั ิไว้
- ผู้เก่ียวข้องกับกลไกตลาดต้องมีคุณธรรม กล่าวคือ มีความซ่ือสัตย์ สุจริต ไม่หลอกลวง ไม่ว่าจะเป็น
การโฆษณาสินค้า การนาเสนอสินค้า การช่ังตวงสินค้า ไม่เอารัดเอาเปรียบโดยการกักตุนสินค้าหรือการ
แสวงหากาไรเกินจรงิ
- จัดตั้งกลุ่มคณะบุคคลหรือองค์กรที่ทาหน้าท่ีตรวจสอบคุณภาพสินค้า การกาหนดราคาสินค้า และ
มาตราช่งั ตวงให้เป็นไปอยา่ งถกู ตอ้ ง
- กลไกตลาดจะต้องไม่แทรกแซงหรือบิดเบือนจากสภาพความเป็นจริง แต่ต้องปล่อยให้กลไกตลาด
ดาเนินไปตามหลักอุปสงค์และอุปทาน ยกเว้นในกรณีวิกฤติรัฐสามารถเข้าแทรกแซงกลไกตลาดได้ตามคว าม
จาเปน็
- ส่งเสริมการตลาดภายในประเทศให้มีความม่ันคง ลดการพ่ึงพาสินค้านาเข้าด้วยการสนับสนุนภาค
การผลิตภายในประเทศ โดยเน้นการพ่ึงพาตนเองด้วยการสร้างบุคลากรผู้ชานาญการในสาขาต่างๆการ
สนบั สนนุ กลมุ่ องคก์ รทางดา้ นการค้าและพาณิชยโ์ ดยใชห้ ลกั ฟ๎รฏูกฟี ายะฮฺ
- เปิดตลาดการค้ากับกลุ่มประเทศใกล้เคียงที่มีเส้นพรมแดนติดต่อกันโดยผ่านระบบคมนาคมท่ี
เชอื่ มตอ่ เป็นโครงขา่ ยถึงกัน

ดา้ นทรพั ยากรและส่งิ แวดล้อม
- สารวจแหล่งทรัพยากรภายในประเทศและกาหนดมาตรการท่ีชัดเจนและรัดกุมในการใช้ทรัพยากร
เหล่านนั้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
- ทรัพยากรธรรมชาติถือเป็นสิ่งถูกสร้างที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่มนุษย์ในการใช้สอยและเอา
ประโยชน์ ดังน้ันรัฐจะต้องมีการบริหารทรัพยากรเหล่าน้ันอย่างเป็นระบบและเข้มงวดในการปกปูอง
ทรัพยากรธรรมชาติจากการทาลายและการผูกขาดของนายทุน
- การพัฒนาใดๆทางด้านเศรษฐกิจต้องคานึงถึงผลกระทบท่ีจะเกิดขึ้นจากการใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่
ตลอดจนต้องคานึงถงึ สภาพสงิ่ แวดล้อมและวิถีชีวติ ของผู้คน
- รัฐต้องสนับสนุนการใช้ประโยชน์ในท่ีดินรกร้างว่างเปล่าเพื่อสร้างผลผลิตและรายได้แก่ประชาชน
โดยอาศัยหลักการอิฮยาอุลมาวาต ( ‫اخ‬ٌّٛ‫اء ا‬١‫ )اد‬ในนิติศาสตร์อิสลามมาประยุกต์ใช้ รวมถึงการใช้ท่ีดิน

สาธารณประโยชนเ์ ป็นที่ดนิ ทากนิ แก่ชนชนั้ ลา่ งท่ยี ากจน

154 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อัลฟกิ ฮฺ 3) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

ด้านแหล่งเงินทุน
- จดั ตั้งกองทุนเพือ่ การพัฒนาเศรษฐกิจที่มรี ะบบการบรหิ ารจัดการที่สอดคลอ้ งกบั หลกั ศาสนบญั ญตั ิ
- สร้างระบบการเงนิ และการคลงั ตลอดจนการทาธรุ กรรมตา่ งๆท่ปี ลอดดอกเบี้ย
- แหลง่ ทมี่ าของรายได้อนั เปน็ งบประมาณของรฐั ต้องปลอดจากสิง่ ต้องหา้ มตามหลักศาสนบญั ญัติ
- จัดระบบซากาตให้มีประสิทธิภาพ เพราะทรัพย์ซากาตถือเป็นแหล่งเงินทุนท่ีประชาชนเข้าถึงได้มาก
ที่สุด รวมถึงเป็นรายได้ของรัฐท่ีจะนามาใช้ในด้านสวัสดิการสังคม บรรเทาทุกข์และสาธารณภัย พั ฒนา
สาธารณูปโภค
ดา้ นแรงงานและการประกอบอาชพี
- การประกอบอาชีพและการใช้แรงงานในแต่ละสาขาอาชีพต้องเป็นส่ิงที่สอดคล้องกับหลักศาสน
บัญญตั ิ
- เจ้าของกิจการต้องมีคุณธรรมด้วยการจ่ายค่าแรงอย่างยุติธรรมและเหมาะสมกับสาขาอาชีพ ไม่เอา
รดั เอาเปรียบและขดู รีด
- ผู้ใช้แรงงานต้องมีการพัฒนาฝีมือและทักษะในการทางานตามสาขาอาชีพของตนอยู่เสมอ ตลอดจน
มคี วามซื่อสตั ยแ์ ละขยันขันแขง็ ในการทางาน
- ผู้ใชแ้ รงงานตอ้ งรจู้ กั อดออมมัธยัสถ์ ไมฟ่ ุมเฟือย ไมส่ ุรยุ่ สุร่ายในการใชจ้ ่ายและไม่ยุ่งเกย่ี วกบั อบายมุข
- รัฐต้องสร้างงานและกระจายการสร้างงานสู่สังคมชนบทด้วยการสนับสนุนอาชีพเสริมแก่ผู้คนใน
ท้องถิน่ โดยรฐั ต้องรบั ผดิ ชอบในการจดั หาตลาดรองรบั ผลิตภณั ฑท์ ่ีเกดิ จากอาชีพเสริมนนั้

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟกิ ฮฺ 3) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 155

ใบความรู้ท่ี 16

เศรษฐศาสตรอ์ สิ ลาม(‫) الاقتصاد اْلسلمى‬

เศรษฐศาสตร์อิสลาม (‫ )الاقتصاد اْلسلمى‬หมายถึงความหมายที่ว่าด้วยภาควิชาท่ีประมวลบรรดา
หลกั การและกฎเกณฑท์ างศาสนบญั ญัตทิ ่ีเกี่ยวขอ้ งกับสนิ ทรัพยใ์ นรูปแบบต่างๆตลอดจนวิธีการพัฒนาสินทรัพย์
ใหง้ อกงามโดยมที ่ีมาจากอลั กรุ อานและอลั ฮาดีษ การวินิจฉยั ดว้ ยสติปญ๎ ญาของบรรดานกั วิชาการ

ท่มี าของเศรษฐศาสตรอ์ ิสลาม
หลักการและกฎเกณฑ์ต่างๆในเศรษฐศาสตร์อิสลาม มีท่ีมาจากแหล่งเดียวกันกับกฎหมายอิสลามคือ

อัลกุรอานและอลั ฮาดษี และท่ปี รากฏอยูใ่ นตาราของบรรดานกั วชิ าการมุสลมิ เปน็ จานวนมาก ดังที่ปรากฏในอัล
กุรอานวา่

ความว่า และบรรดาผู้ซึ่งเมื่อพวกเขาได้ใช้จ่าย พวกเขาก็ไม่ฟุมเฟือยสุรุ่ยสุร่ายและพวกเขาก็ตระหนี่ถ่ี
เหนยี ว และระหวา่ งทัง้ สองสภาพน้นั พวกเขาอยูส่ ายกลาง (ซูเราะฮฺ อัลฟุรกอน อายะฮทฺ ่ี67 )

และยังมปี รากฏในอัลฮาดษี ว่า
‫ماعال من اقتصد‬

ความว่า บุคคลท่ีมีความพอดี(ไม่ฟุมเฟือยในการใช้จ่ายและไม่ตระหน่ี) ย่อมไม่ขัดส นยากจน
(รายงานโดย อะฮหฺ มดั )

หลักพนื้ ฐานของเศรษฐศาสตรอ์ ิสลาม

1. มีลักษณะเปน็ เอกเทศ
เศรษฐศาสตร์อิสลามเป็นสาระท่ีแยกเอกเทศจากสาระอื่นๆ โดยมีความแตกต่างทางด้านเปูาหมาย

วิธกี ารและการตราบญั ญตั ิต่างๆเพอ่ื ปกปูองควบคมุ ส่งเสรมิ และขบั เคล่อื นสาระความรู้อย่างเปน็ รูปธรรม

2. เปน็ สว่ นหนึง่ จากองคร์ วมของหลักคาสอนในศาสนาอสิ ลาม
ระบบเศรษฐศาสตร์อิสลามมีความผูกผันกับหลักความเชื่อ จริยธรรมอิสลามและหลักบัญญิติทาง

ศาสนาอิสลามข้ออื่นๆ อย่างย่ิงยวด โดยไม่สามารถแยกส่วนระบบเศรษฐศาสตร์อิสลามออกจากระบบอิสลาม
อ่ืนๆได้เลย เน่ืองจากเศรษฐศาสตร์อิสลามไม่อาจแสดงบทบาทท่ีถูกต้องในการปฎิรูปเรื่องการเงินการคลังของ
ประชาชาติได้เลยตราบใดท่ีระบบนี้ไม่นาหลักคาสอนทางจิตวิญญาณมาเป็นป๎จจัยพ้ืนฐานในการพัฒนาจิตใจ
ของป๎กเจกบคุ คล

3. เป็นระบบทส่ี อดคล้องกับธรรมชาตแิ ละสัญชาตญาณของมนุษย์
ธรรมชาติของมนุษย์มีความรักในการครอบครอง และการถือครองกรรมสิทธ์ิอิสลามได้อนุมัติในเรือง

ดังกล่าวด้วยภาพลักษณ์ท่ีเปิดกว้างอิสลามเพียงแต่กาหนดเง่ือนไขต่างๆเพ่ือควบคุมไม่ให้ธรรมชาติในการรักที่
จะครอบครองและมีกรรมสิทธ์ิน้ันส่งผลกระทบต่อป๎กเจกบุคคลและสังคม ตลอดจนส่งเสริมเรื่องการทางาน
การประกอบอาชีพทไ่ี ม่สง่ ผลรา้ ยตอ่ ตวั เองหรอื ผอู้ น่ื

156 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟกิ ฮฺ 3) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

4. เปน็ ทางสายกลางและมดี ุลยภาพ

ระบบเศรษฐศาสตรอ์ ิสลามไดม้ ีการกาหนดระเบียบที่เหมาะสมต่อการดารงอยู่ของป๎กเจกบุคคลและวิถี
ชวี ิตของสงั คมสว่ นรวม ทั้งสองภาคสว่ นได้รบั การคุ้มครองสิทธิของตนอย่างมีความสมดุลและเป็นธรรม ส่ิงน้ีจะ
ไมม่ ีในระบบอ่ืนๆนอกจากระบบอสิ ลามอนั เปน็ ระบบทอ่ี ัลลอฮฺทรงประทานลงมาให้กบั มนุษยชาติ

5. เกดิ ความเมตตาและการเกอ้ื กลู อยา่ งเป็นรูปธรรม

การตราบัญญัติในระบบเศรษฐศาตร์อิสลามมุ่งช้ีนาให้บรรดาผู้ร่ารวยได้พยายามทุ่มเทไปในทาง
เก้ือหนุนสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของเหล่าผู้ยากจน ขัดสน ให้หยิบย่ืนความช่วยเหลือแก่คนเหล่าน้ันจาก
คาสง่ั ของอัลลอฮฺและกาหนดบทลงโทษสาหรับผทู้ ่เี บี่ยงเบน ดังเห็นจากการบญั ญตั ิเร่อื งซากาต

6. ปฎเิ สทระบบชนช้นั วรรณะ

ระบบอิสลามไม่มีระบบชนช้ันวรรณะ แม้ความรวยความจนจะเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ในทุกสังคม
หากแต่ความประเสรฐิ ของบุคคลขึน้ อยูก่ ับความยาเกรงและการประกอบความดี

7. สร้างความใกลช้ ดิ ระหว่างคนรวยและคนจน

ระบบเศรษฐศาตร์อิสลามยอมรับถึงความรวยความจนจะเป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฎอยู่ในสังคมเพราะ
ผู้คนในสังคมย่อมมีความเหล่ือมล้าในด้านศักยภาพ โอกาสและสถานภาพในการแสวงหาป๎จจัยยังชีพ แต่
อิสลามก็ได้มีการเยียวยาป๎ญหาความยากจนด้วยการขจัดป๎ญหาดังกล่าวเพื่อลดป๎ญหาให้แคบลงโดยกาหนด
ลู่ทางหลายประการด้วยกัน เช่น ส่งเสริมให้แสวงหาป๎จจัยยังชีพ การทางานด้วยน้าพักน้าแรงของตนเอง เป็น
ตน้

8. ทรพั ย์สินคือสือ่ กลางมิใชเ่ ปา้ หมายสงู สุด

อสิ ลามถือว่าทรพั ยส์ ินเป็นเครื่องประดับและเป็นเพียงป๎จจัยของความสุขในโลกน้ี การใช้ทรัพย์สินเป็น
สื่อกลางในการประกอบคุณงามความดี และแสวงหาความโปรดปรานขอลอัลลอฮฺในโลกหน้าคือสิ่งท่ีอิสลาม
เรียกร้องจากผศู้ รทั ธา

9. หลกั แห่งความเปน็ ธรรม

ระบบเศรษฐศาตรอ์ สิ ลามมงุ่ เนน้ ให้ความสาคัญในเรื่องความเป็นธรรมของราคาสินค้า ค่าจ้าง ผลกาไร
ด้วยวิธีการต่างๆอันนามาซ่ึงความไม่เป็นธรรมโดยกาหนดระบบตรวจสอบ (‫ ) الحسبة‬เป็นกลไกในการ
ตรวจสอบและควบคุม

10. หลักมูลฐานทางศาสนบัญญัติ
ระบบเศรษฐศาตร์อิสลามกาหนดเร่ืองการอนุมัติ (‫ ) حلل‬และการไม่อนุมัติ (‫ ) حرام‬ในการค้าและ

การทาธุรกรรมรูปแบบต่างๆที่เป็นลักษณะเฉพาะของระบบเศรษฐศาตร์อิสลามเช่น การห้ามในเร่ืองดอกเบ้ีย
การประกอบอาชีพท่ีต้องห้ามตามหลักคาสอนของศาสนา เช่น อาชีพท่ีเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิง ธุรกิจการ
พนัน เป็นต้น

รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อัลฟกิ ฮฺ 3) ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 157

ใบงานที่ 16

เร่ือง เศรษฐศาสตร์อสิ ลาม

1.อธิบายความหมายของเศรษฐศาสตร์อสิ ลามและลกั พนื้ ฐานของเศรษฐศาสตร์อสิ ลาม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

2.นักเรยี นรว่ มอภปิ รายหัวขอ้ ระบบเศรษฐกิจอสิ ลามกับการแกป้ ญ๎ หาความเหล่ือมล้าทางสงั คม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ช่ือ.................................................สกลุ .......................................................กลุ่ม...............................

158 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อัลฟิกฮฺ 3) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

ใบความรู้ที่ 17

ระบบเศรษฐกจิ ในอิสลาม

ในอิสลามส่งเสริมให้มีการค้าขายหรือการทาธุรกรรมต่างๆท่ีเป็นการสานสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
ช่วยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั และห้ามปรามในเร่อื งของดอกเบ้ยี
1. ดอกเบ้ีย ( ‫ )الربا‬ตามหลักภาษา หมายถึง ส่วนเกิน สว่ นทีเ่ พม่ิ ขึน้ และความงอกงาม

ดอกเบยี้ ตามหลักนติ ิศาสตร์อิสลาม หมายถึง การทาข้อตกลงบนสิ่งแลกเปลี่ยนที่ถูกกาหนดไว้แน่นอน
ซ่ึงไมร่ วู้ า่ เท่ากนั ตามมาตรฐานของศาสนาขณะทาข้อตกลงหรือมีการค้างชาระในส่ิงท่ีแลกเปล่ียนกันทั้งสองฝุาย
หรือฝุายใดฝุายหน่ึงโดยไม่มีการรับส่ิงท่ีนามาแลกเปลี่ยนกันในสถานท่ีท่ีทาการตกลง หรือมีการต้ังเงื่อนไข
ในขอ้ ตกลงวา่ จะยังไมช่ าระจนกว่าจะถงึ กาหนดเวลาที่ตั้งไว้

ดอกเบ้ยี ( ‫ )الربا‬เป็นส่ิงที่ต้องหา้ มในอสิ ลาม โดยมหี ลกั การยนื ยนั ดงั นี้

‫وأحل الله البٌع وحرم الربا‬

ความว่า และอัลลออฮฺทรงอนุมัติการค้า และทรงบัญญัติห้ามดอกเบี้ย (ซูเราะฮฺ อัลบากอเราะฮฺ อา
ยะฮทฺ ่ี 275)
หลกั ฐานจากอลั ฮาดีษ รายงานจากญาบริ

‫لعن رسول الله آكل الربا وموكله وكاتبه وشاهدٌه‬

ความวา่ รอซลู ลลู ลออฮฺสาปแช่งคนทก่ี ินดอกเบ้ยี คนใหก้ ินดอกเบ้ยี คนบันทึก พยานสองคนในเรื่อง

ดอกเบยี้ ( รายงานโดยมุสลิม )

ทรพั ยส์ นิ ทีเ่ กดิ ดอกเบ้ีย

1. ทองคา 2. เงนิ

3. ข้าวสาลี 4. ข้าวบาเล่ย์

5. อินผาลัมแห้ง 6. เกลือ

นอกจากนี้ ดอกเบ้ียยังเกิดขึ้นได้ในทรัพย์สินอื่นๆ เพราะการกาหนดของดอกเบ้ียท่ีเกิดข้ึนในทรัพย์สิน

เหล่านี้มีสาเหตุ จึงนาทรัพย์สินทุกชนิดที่มีสาเหตุเดียวกันท่ีทาให้เกิดอกเบี้ย ไปเทียบเคียงกับทรัพย์สินท้ัง

6 ประเภทดังกล่าว

สาเหตุท่ที าใหเ้ กดิ ดอกเบี้ย
สาเหตุที่ทาให้เกิดดอกเบ้ีย หมายถึง ลักษณะอย่างหน่ึงเม่ือพบอยู่ในทรัพย์สินใดทรัพย์สินนั้นมี

สาเหตุของดอกเบ้ยี อยู่ และเม่ือพบสาเหตนุ ัน้ อยใู่ นสองสิ่งท่ีนามาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน การซ้ือขายแลกเปลี่ยน
กนั นัน้ ยอ่ มถอื เป็นการซอื้ ขายแลกเปล่ยี นทเ่ี กิดดอกเบี้ย

- การมคี ่า ใชเ้ ป็นเงนิ ตราในทองคาและเงิน
- การเป็นอาหารของมนุษย์ในข้าวสาลี ขา้ บาเล่ย์ อินทผาลัมแห้ง และเกลือ
ดังน้ัน ทุกส่ิงที่นามาซื้อขายแลกเปล่ียนกัน ได้แก่ เงินตราท่ีเข้ามาทดแทนที่ทองคาและเงิน ได้แก่
เงินตราสกุลต่างๆ ในป๎จจุบัน ให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีดอกเบ้ียโดยใช้หลักการเทียบเคียงกับทองคาและเงิน
อาหารที่มนุษย์ใช้บริโภคเป็นส่วนใหญ่ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่มีดอกเบ้ียด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารหลัก เช่น
ข้าวสาร ข้าวโพด โดยเทียบเคียงกับข้าวสาลีและข้าวบาร์เล่ย์หรือใช้รับประทานเพ่ือความเอร็ดอร่อย เช่นองุ่น

รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อัลฟิกฮฺ 3) ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 159

แห้ง มะเด่ือ โดยเทียบเคียงกับอินทผาลัมแห้ง หรือที่รับประทานเป็นยารักษาโรคและที่เป็นเคร่ืองปรุงทาให้
อาหารมรี สชาตดิ ีขึ้น หรือทาให้ร่างกายแข็งแรง โดยเทยี บเคียงกับเกลือ

ประเภทของดอกเบี้ย
ดอกเบ้ยี มี 4 ประเภท คือ
1. ริบา อัน นาสาอฺ ( ‫ )ربا النساء‬หมายถึง ดอกเบียท่ีเกิดจากความล่าช้าในการส่งมอบสิ่ง

แลกเปลี่ยนกัน กล่าวคือ เป็นการซ้ือขายแลกเปล่ียนทรัพย์ที่มีดอกเบ้ียอย่างหน่ึงกับทรัพย์ท่ีมีดอกเบี้ยอีอย่าง
หน่งึ ในทรัพยส์ ินมสี าเหตุที่ทาให้เกิดดอกเบี้ยอันเดียวกันโดยมีการค้างชาระจนถึงเวลาที่กาหนดไว้ ไม่ว่าทรัพย์
ทั้งสองที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันจะมาจากประเภทเดียวกันหรือไม่ก็ตาม ไม่ว่าจะเท่ากันหรือไม่ก็ตาม เช่น
ซื้อขายแลกเปลี่ยนข้าวสาลี 1ลิตรกับข้าวสาลี 1ลิตร หรือข้าวสาลี 1ลิตร กับข้าวบาร์เล่ย์1ลิตรหรือ 2ลิตรโดย
ตกลงค้างชาระเป็นเวลา 1 เดือน การซื้อขายแลกเปล่ียนเช่นนี้เป็นที่ต้องห้ามเน่ืองจากมีความหมายของ
ดอกเบี้ยจริงปรากฏอยู่ ถงึ แมว้ ่าจะไปรากฎชัดกต็ าม เพราะการชาระทันทีย่อมมีส่วนเกินกว่าการค้างชาระ จึงมี
ส่วนเกินเกิดข้ึนในส่ิงท่ีนามาแลกเปล่ียน และสามารถเรียกริบาประเภทนี้ได้เช่นกันว่า ริบา อันนาซีอะฮฺ( ‫ربا‬
‫)النسٌىئة‬

2. ริบา อัลฟัฎล ( ‫ )ربا الفضل‬หมายถึง ดอกเบ้ียที่เป็นส่วนเกิน ได้แก่ การซ้ือขายแลกเปลี่ยน
ทรัพย์สินท่ีมีดอกเบ้ียประเภทเดียวกันพร้อมกับมีส่วนเกินท่ีเพ่ิมมาในสิ่งท่ีนามาซ้ือขายแลกเปล่ียนกับฝุายหนึ่ง
เช่นมีการซ้ือขายแลกเปล่ียนข้าวสาลีจานวน 1ลิตร กับข้าวสาลีจานวน 2ลิตร หรือทองน้าหนัก 100 กรัมกับ
ทองคาน้าหนัก 110 กรัม หรือน้อยกว่า หรือมากกว่า การซื้อขายแลกเปลี่ยนในรูปแบบน้ีเป็นส่ิงท่ีต้องห้าม ดัง
ฮาดีษท่ีวา่

‫الدهب بالدهب والفضة بالفضة والبر بالبر والشعٌر بالشعٌر والملح بالملح‬
‫مثلبمثل ٌدابٌد فمن داد أواستداد فقد أربى‬

ความว่า ทองคาแลกเปล่ยี นกับทองคา เงินแลกเปลยี่ นกบั เงิน ขา้ วสาลีแลกเปลย่ี นกับข้าวสาลี ข้าวบาร์
เล่ย์แลกเปลีย่ นกับข้าวบารเ์ ลย่ ์ และเกลอื แลกเปลีย่ นกบั เกลือ ตอ้ งเทา่ กัน ส่งมอบกันทันที ผู้ใดได้ให้เกินหรือขอ
เกิน ผนู้ น้ั กระทาส่งิ ท่ีเปน็ ดอกเบย้ี ทั้งผู้เอาและผู้ให้ในสงิ่ นน้ั มีโทษเทา่ กนั ( รายงานโดยมสุ ลิม )

การซอื้ ขายแลกเปล่ียนในประเภทนี้จะไม่พิจารณาว่าสิ่งท่ีนามาซ้ือขายนั้นมีคุณภาพอย่างไร และไม่ว่า
เงินหรือทองคานั้นมีการแปรรูปเป็นทองรูปพรรณหรือถูกทาเป็นเหรียญกษาปณ์หรือไม่ก็ตาม การซ้ือขาย
แลกเปล่ยี นทรัพย์สนิ ดงั กล่าว ต้องมนี า้ หนกั เทา่ กัน จะมากน้อยกว่ากนั ไม่ได้ ถา้ ไมเ่ ช่นนน้ั ถือว่าเปน็ ดอกเบย้ี

3. ริบา อัลยัด ( ‫ )ربا الٌد‬หมายถึง การซ้ือขายแลกเปล่ียนทรัพย์ท่ีมีดอกเบี้ยกับทรัพย์ท่ีมี
ดอกเบ้ียอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมีเหตุที่ทาให้เกิดดอกเบ้ียอันเดียวกัน โดยไม่มีการต้ังเงื่อนไขการค้างชาระไว้ใน
ข้อตกลงเดียวกัน แต่เกิดการล่าช้าในการรับส่ิงท่ีนามาแลกเปลี่ยนกันท้ังสองฝุายหรือฝุายใดฝุายหน่ึงจาก
สถานทีท่ ต่ี กลงกนั ในภายหลงั อุมัรรายงานหลักฐานในเรือ่ งนี้ ดงั ท่ีปรากฎในอัลฮาดีษวา่

‫إلا هاء وهاء‬
ความวา่ นอกจากตา่ งฝาุ ยตา่ งรับกนั ไป ( รายงานโดยบุคอรแี ละมุสลิม )
จากอัลฮาดีษดังกล่าว หมายความว่า การซ้ือขายแลกเปล่ียนทรัพย์สินที่มีสาาเหตุของดอกเบี้ยเกิดข้ึน
ได้นั้น จาเป็นต้องรับมอบกันจริงๆ ในสถานท่ีที่ตกลงกัน หากไม่เช่นนั้นกล่าวคือ มีการล่าช้าในการรับมอบ
เกิดขึน้ ในภายหลงั ถอื เปน็ ดอกเบี้ยในประเภทท่ี 3

160 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อัลฟิกฮฺ 3) ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย

4. ริบา อัล ก็อรฎ ( ‫ )ربا القرض‬หมายถึง การท่ีบุคคลหนึ่งกู้เงินจานวนที่แน่นอนจากอีกคน
หนึ่ง โดยมีเง่ือนไขว่า เม่ือถึงเวลาที่กาหนดการชาระหน้ีผู้ท่ีกู้ (ลูกหนี้ ) ต้องคืนเงินที่กู้ไป (เงินต้น ) พร้อมกับ
ส่วนเกนิ ที่กาหนดเอาไว้แนน่ อนแก่เจา้ หนี้ หรือผ่อนใหเ้ ป็นงวดๆ ในรูปของผลประโยชน์หรือกาไร จนกว่าจะคืน
เงินต้นได้ครบ

การกระทาเช่นนี้ถือเป็นสิ่งที่ต้องห้าม ( ‫ )حرام‬และถือเป็นบาปใหญ่ เน่ืองจากเป็นดอกเบี้ยที่ผู้คนใน
ยุคก่อนอิสลามนิยมกันอย่างแพร่หลาย และอัลลอฮฺทรงบัญญัติห้ามการกินดอกเบ้ียประเภทน้ีไว้โดยตรง ดังท่ี
ปรากฎในอัลกรุ อานวา่

‫ٌآٌهاالدٌن ءامنوااتقوالله ودروامابقً من الرباإن كنتم تعلمون‬

ความว่า โอ้ศรัทธาชนท้ังหลาย สูเจ้าทั้งหลายจงยาเกรงต่ออัลลอฮฺ และสูเจ้าท้ังหลายจงละท้ิงส่ิงที่
เหลืออยู่จากดอกเบี้ย หากว่าสูเจ้าทั้งหลายเป็นศรัทธาชน ดังนั้น หากสูเจ้าทั้งหลายไม่ปฏิบัติ สูเจ้าทั้งหลายจง
รับรู้สงครามจากอัลลอฮฺและรอซูลของพระองค์เถิด และหากสูเจ้าทั้งหลายสานึกผิดแล้ว ดังน้ันสาหรับสูเจ้า
ทัง้ หลายคือทรัพย์ตน้ ทนุ ของสูเจ้า(ท่ีมสี ิทธิเอาคืน) สเู ราะฮ อัลบากอเราะฮฺ อายะฮฺ 278-279

เหตุผลของการห้ามดอกเบี้ย
1. ดอกเบ้ียเป็นสิ่งท่ีขัดกับหลักความยุติธรรม โดยเฉพาะในการลงทุน หากฝุายหนึ่งฝุายใดกาหนด

อัตรากาไรหรือผลตอบแทนล่วงหน้าตายตัวโดยไม่คานึงความรับผิดชอบต่อสัญญาร่วมลงทุนระหว่างกัน ถือว่า
เป็นความไม่ยุติธรรม

2. ดอกเบ้ียทาให้คนรวยเกียจคร้าน ไม่คิดจะลงทุนหรือทางาน แต่จะคิดให้กู้เงินเพ่ือเอาดอกเบี้ยแต่
เพียงอยา่ งเดยี ว

3. ดอกเบ้ียเปน็ สง่ิ ที่ทาให้คนรวยเปน็ ชนช้ันที่ได้เปรียบสังคมเพียงนามาฝากธนาคาร คนรวยสามารถมี
รายไดโ้ ดยไมต่ อ้ งทางาน ดังนัน้ ในระบบดอกเบ้ยี คนรวยมแี ตจ่ ะรวยขน้ึ แต่คนจนมีแตจ่ ะจนลง

4. ดอกเบีย้ มีผลเสียตอ่ เศรษฐกิจ หากดอกเบีย้ สูงและยังมกี ารลงทุน ผู้ผลติ ท่ีกูย้ มื เงนิ จากธนาคารจะนา
ดอกเบย้ี เข้าไปเป็นต้นทุน ซึ่งทาให้ราคาสินค้าสูงขึ้น และผู้แบกรับภาระคือประชาชน หากดอกเบี้ยสูงและไม่มี
การลงทุน ผลท่ีตามมาคือไม่มีการจ้างงานเพิ่ม และไม่มีการกระจายรายได้ เกิดภาวะว่างงาน อันจะก่อให้เกิด
ป๎ญหาสังคมอื่นๆตามมา

5. ดอกเบ้ยี นอกจากจะขัดตอ่ หลกั ศาสนาอิสลามแล้ว ยังเป็นการทาลายความร้สู กึ แห่งความเป็นพ่ีน้อง
กนั ในหมมู่ นษุ ยท์ ่ีคนรา่ รวยจะต้องช่วยเหลอื คนยากจน

2. ธนาคารอิสลาม( ‫)البنك الإسلامى‬

ธนาคาร หมายถงึ นติ บิ ุคคลทตี่ ้ังข้ึนตามกฎหมายบริษทั หรอื บรษิ ัทมหาชนจากัด ที่ใช้ชื่อหรือคาแสดง
ชื่อว่า ธนาคาร ทปี่ ระกอบธรุ กิจเกี่ยวกบั การเงนิ และธรุ กจิ หลักทรพั ย์

ป๎จจุบัน ธนาคารเป็นสถาบันการเงินท่ีมีบทบาทสาคัญต่อระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก หน้าท่ีสาคัญ
ของธนาคารคอื การฝากเงินจากปะชาชนในด้านหนึง่ และอีกด้านกเ็ ปน็ การนาเงินของประชาชนไปปล่อยกู้ให้แก่
นักธรุ กจิ นักลงทุน พ่อค้า สถาบัน องค์กรต่างๆและประชาชนทว่ั ไป

เนื่องจากธนาคารโดยทั่วไปมีการทาธุรกรมท่ีเก่ียวข้องกับดอกเบี้ย ( ‫ )الربا‬ซ่ึงเป็นสิ่งท่ีต้องห้ามตาม
หลักอิสลาม ตลอดจมีการนาเงินฝากไปลงทุนในธุรกิจบางประเภทท่ีขัดต่อหลักการอิสลาม จงได้มีการริเร่ิม
จัดต้ังธนาคารอิสลามขึ้นในโลกมุสลิมพ่ือเป็นการหลีกห่างจากระบบดอกเบี้ยและเป็นทงเลือกสาหรับมุสลิมใน
การทาธรุ กรรมที่สอดคล้องกับหลักการของศาสนาอิสลาม เช่นธนาคารอิสลามฟ๎ยศอล ก่อต้ังขึ้นในปีค.ศ.1977
ธนาคารอสิ ลามแห่งจอรแ์ ดน กอ่ ตั้งในปี ค.ศ. 1978 เป็นต้น

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟกิ ฮฺ 3) ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย 161

ตอ่ มาระบบธนาคารไดม้ ีการปรบั ปรุงระบบการดาเนินกิจการของตนและพัฒนาอย่างเป็นมาตรฐานจน
ได้รบั ความนิยมอย่างแพร่หลายในโลกมุสลมิ และไม่ใช่อสิ ลาม เชน่ ประเทศฟลิ ปิ ปินส์ ประเทศไทย

หลกั การทางานของธนาคารอสิ ลาม
1.ธนาคารอสิ ลามไม่ดาเนินงานหรอื ธรุ กรรมใดๆที่เกย่ี วข้องกับดอกเบ้ยี ทกุ ชนดิ
2.ธนาคารอสิ ลามจะไม่ทาธุรกรรม หรือลงทุน หรือให้การสนับสนุนทางการเงินในธุรกิจที่เก่ียวข้องกับ

ส่ิงต้องหา้ มตามหลักศาสนาอสิ ลาม
3.ธนาคารอสิ ลามจะดาเนินงานตามหลักนติ ธิ รรมอิสลาม( ‫ )الشرٌعة اْلسلمٌة‬ทุกประการ

การหาเงนิ ทนุ ของธนาคารอสิ ลาม
ธนาคารอิสลามจะหาแหล่งเงินทุนโดยการรับฝากเงินจากประชาชนทั่วไป โดยแบ่งเงินฝากเป็น 2

ประเภทใหญๆ่ คอื
1.บัญชเี งินฝากรักษาทรัพย์ อันเป็นการฝากเพือ่ รักษาทรัพย์จริงๆโดยผฝู้ ากไม่สามารถเรียกรอ้ งสิง่ ตอบ

แทนจากธนาคารได้
2.บัญชีร่วมลงทนุ การฝากประเภทนี้ผู้ฝากจะนาเงินมาร่วมลงทุนโยการนาเงินขั้นต่าท่ีธนาคารกาหนด

ไวม้ าฝากในบญั ชี และยนิ ยอมให้ธนาคารนาเงินของตนไปลงทุนในกจิ การที่ไม่เก่ียวข้องกับดอกเบี้ยและไม่ขัดต่อ
หลักการอิสลาม โดยจะแบ่งกกาไรและขาดทุนตามสัดส่วนท่ีได้ตกลงไว้และผู้ฝากจะต้องมีการยอมรับเรื่องการ
ลงทุนย่อมมีความเสี่ยงต่อการขาดทุน หากเกิดการขาดทุน ผู้ฝากท่ีนาเงินมาลงทุนจะรับผิดชอบในทุนท่ีผู้ฝาก
นามาลงทุน สว่ นธนาคารจะเสียเวลาคา่ ดาเนินการและแรงงานไปโดยไมไ่ ด้รบั อะไรเลยเป็นการตอบแทนเช่นกัน
ดังนน้ั ผู้ฝากเงินกับธนาคารจงึ มีความสัมพนั ธ์เหมอื นกบความสัมพนั ธ์ของผู้ลงทุนกับผู้ประกอบการ

บัญชีเงินฝากร่วมลงทุนประเภทนี้ เรียกว่า มูฏอรอบะฮฺ ( ‫ )مضاربة‬เมื่อธนาคารนาเงินลงทุนของผู้
ฝากไปลงทนุ ร่วมกบั นักธรุ กจิ และผูป้ ระกอบการใดๆ ธนาคารจะใช้วธิ ีการเดียวกัน

การหารายได้ของธนาคาร
เนื่องจากธนาคารอิสลามไม่สามรถหารายได้จาการปล่อยเงินกู้เพ่ือเอาดอกเบี้ยได้ แต่ธนาคารอิสลาม

สามารถหาเงินได้จากชอ่ งตา่ งๆดงั นี้
1. การเกบ็ คา่ ธรรมเนยี มต่างๆ เชน่ คา่ ธรรมเนียมโอนเงิน การออกหนงั สอื คา้ ประกนั และอ่นื ๆ
2. การเชา่ และการเชา่ ซือ้
3. การซ้ือขายสนิ ค้า รถยนต์ บ้าน ทีด่ นิ
4. การร่วมลงทนุ ซง่ึ แบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท
- แบบมูฏอรอบะฮฺ คือการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการบนพื้นฐานของการแบ่งกาไร / ขาดทุนร่วมกัน

ในสัดสว่ นและเวลาที่กาหนดไว้ ในการลงทุนด้วยวิธนี ้ธี นาคารจะไม่เขา้ ไปย่งุ เกีย่ วกบั การบริหารงานแต่อยา่ งใด
- แบบมูชารอกะฮฺ คือการร่วมลงทุนโดยผู้ร่วมลงทุนแต่ละฝุายนาเงินทุนหรือทรัพย์สิน หรือมีแต่

ช่ือเสียงของตนเองมาร่วมลงทุนในกิจการหนึ่งกิจการใด และตกลงร่วมกันว่าจะรับผิดชอบในกาไรและขาดทุน
รว่ มกันตามสัดสว่ นที่ได้ตกลงกนั ไว้เปน็ ชดั เจน ในการลงทุนประเภทนี้ธนาคารในฐานะผู้ร่วมลงทุนสามารถท่ีจะ
เข้าไปร่วมบริหารงานโดยตรงหรือจะแตง่ ตง้ั ตวั แทนเขา้ ไปร่วมบรหิ ารก็ได้

162 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อัลฟกิ ฮฺ 3) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

3.ระบบสหกรณ์อิสลาม
สหกรณ์อิสลาม หมายถึง คณะบุคคลซึ่งร่วมกันดาเนินกิจการ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือช่วยเหลือซึ่งกัน

และกนั ตามหลกั การของศาสนาอิสลาม

หลักการดาเนินงานของสหกรณอ์ สิ ลาม
1. สหกรณ์อิสลามมีวัตถุประสงค์และเปูาหมายหลักในการให้ความช่วยเหลือสมาชิกของสหกรณ์เพ่ือ

บรรเทาผลกระทบท่ีเกิดขึ้น เช่น อัคคีภัย ความเสียหายทางทรัพย์สินหรือกรณีเจ็บปุวย เป็นต้น ซ่ึงการ
ช่วยเหลอื ดังกลา่ วสอดคลอ้ งกบั หลักคาสอนของศาสนาอิสลาม ดงั ทีป่ รากฏในอัลกุรอาน

‫وتعاونوا على البر والتقوى‬

ความว่า และสเู จ้าทงั้ หลายจงช่วยเหลอื ซง่ึ กันและกนั ในส่งิ ท่ีดีงามและความยาเกรง ( ซเู ราะฮฺ อลั มา
อดี ะฮฺ อายะฮทฺ ี่ 2)

2. สมาชิกของสหกรณ์อสิ ลามจะจ่ายเงินเป็นงวดให้แก่กองทุนของสหกรณ์ ซ่ึงอาจจะมีอัตราท่ีแน่นอน
หรือเปล่ียนแปลงก็ได้ โดยสมาชิกของสหกรณ์จะมีคุณสมบัติเป็นท้ังผู้ให้ประกันและผู้เอาประกันในคราว
เดียวกนั ซ่ึงนักวชิ าการเรียกการเอาประกันประเภทนว้ี า่ การเอาประกันแบบแลกเปล่ยี น ( ً‫)التؤمٌن التبادل‬

3. บรรดาสมาชิกของสหกรณ์สามารถต้ังคณะกรรมการกองทุนสหกรณ์จากกลุ่มสมาชิกเพ่ือทาหน้าท่ี
ในการกาหนดอตั ราของเงนิ ชว่ ยเหลือทดแทน ซ่ึงสมาชิกมีสิทธิได้รับในกรณีเกิดอุบัติภัย หรือความเสียหายโดย
อัตราของเงินชว่ ยเหลอื นนั้ จะตัง้ อยู่บนหลกั ของความเทา่ เทยี มกัน

4. การทาข้อตกลงของสมาชิกกับสหกรณ์นั้นจะมีเนื้อหาหลักในการร่วมกันแบกรับผลกระทบหรือ
อุบัติภัยที่เกิดข้ึนกับผู้หนึ่งผู้ใดจากสมาชิก กล่าวคือ เป็นการกระจายความเส่ียงในสมาชิกโดยไม่มีการแสวงหา
กาไรและผลประโยชน์ต่างตอบแทน แตเ่ ปน็ การทาข้อตกลงในเชิงของการรว่ มรบั ผิดชอบซึ่งกันและกนั

5. การจา่ ยเงินเข้ารว่ มกองทุนของสหกรณ์นั้นเปน็ การจ่ายเงินในเชิงบริจาค ( ‫ )التبرع‬และไม่มีข้อห้าม
แต่อย่างใดในการนาเงินของกองทุนสหกรณ์ไปลงทุนเพ่ือการพัฒนากองทุนให้งอกงามในกิจการท่ีเป็นที่อนุมัติ
ตามหลักการอสิ ลาม โดยใช้หลักการร่วมลงทุนแบบมูฏอรอบะฮฺ

รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อัลฟิกฮฺ 3) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 163

ใบงานที่ 17

เรอื่ ง ดอกเบี้ย

1.ทรัพย์สนิ ใดที่เปน็ ดอกเบี้ยพร้อมเหตุผลและหลักฐานหา้ มดอกเบ้ีย

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

2.เขียนเรียงความเร่ือง ดอกเบ้ยี มหันตภยั ใกล้ตวั
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3.อภิปรายประเภทของดอกเบี้ยมาพอเขา้ ใจ
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ชื่อ.................................................สกลุ .......................................................กลุม่ ...............................

164 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟิกฮฺ 3) ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย

ใบความร้ทู ่ี 25
ห้นุ ส่วน( ‫)الشركة‬

หุ้นส่วน ( ‫ )الشركة‬ตามหลักภาษาหมายถึง การเข้าร่วมกัน โดยจะมีข้อตกลงหรือไม่ก็ตาม และการ
เขา้ ร่วมกันน้ันจะร่วมกนั ในทรัพย์สนิ หรือส่งิ ทไ่ี ม่ใช่ทรพั ย์สนิ ก็ได้

ตามศาสนบัญญัติ การหุ้นส่วน หมายถึง การท่ีบุคคลต้ังแต่สองคนข้ึนไปมีกรรมสิทธ์ิในสิ่งหน่ึงร่วมกัน
โดยมีขอ้ ตกลงท่เี กิดข้ดึ ้วยความสมัครใจ และมีเจตนาดาเนนิ การโดยจะแสวงหาผลกาไรหรือไม่ก็ตาม

ประเภทของห้นุ ส่วน
นักวชิ าการได้แบ่งหุ้นสว่ นออก 2 ประเภทดังน้ี

1. การหนุ้ ส่วนในกรรมสทิ ธิ์ คอื การทบี่ คุ คลตง้ั แตส่ องคนขึน้ ไปถอื กรรมสทิ ธริ์ ่วมกันในส่ิงหน่ึง ซ่ึงการมี
ส่วนร่วมนี้อาจเกิดข้ึนโดยท่ีบุคคลทั้งสองไม่ได้สมัครใจ หรือเกิดข้ึนโดยท่ีบุคคลท้ังสองมิได้กระทา หรืออาจ
เกิดขึ้นด้วยความสัครใจ หรือด้วยการกระทาและความพอใจของบุคคลท้ังสอง การหุ้นส่วนในกรรมสิทธิ์น้ี ไม่
อนุญาตให้ผ้มู หี นุ้ สว่ นเขา้ ไปดาเนนิ การโดยพลการในส่วนของผูม้ หี ุ้นส่วนอีกคนหนึ่ง เว้นแตไ่ ด้รับอนุญาต

2. การหนุ้ ส่วนทม่ี ขี อ้ ตกลง ถือเป็นเน้อื หาท่จี ะกลา่ วต่อไปนี้

หลกั ฐานวา่ ด้วยการหนุ้ ส่วน
การหนุ้ ส่วนโดยท่ัวไปเป็นส่ิงที่ศาสนาบัญญัติไว้ โดยมีหลกั ฐานจากอัลกุรอานและฮาดีษ ดังนี้

‫فهم شركآء فى ا لثلث‬

ความวา่ ดงั นน้ั พวกเขายอ่ มมีส่วนร่วมกนั หนึ่งในสาม ( ซูเราะฮฺ อันนิสาอ อายะฮฺที่12)

หลักฐานจากฮาดีษ รายงานจากอบูฮูรายเราะฮฺ

‫ٌقول الله تعالى أناثالث الشرٌكٌن مالم ٌخن أحدهما صاحبه فإداخانه خرجت من بٌنهما‬

ความวา่ อัลลอฮตฺ รัสว่า ฉันคือท่ีสามของหุ้นส่วนสองคน ตราบท่ีคนหนึ่งจากทั้งสองน้ันไม่คดโกงเพื่อน
ของเขา ดงั นน้ั เมอ่ื เขาคดโกงเพอื่ นของเขา ฉนั กไ็ ดอ้ อกแลว้ จากทา่ นกลางคนทั้งสองคน

(รายงานโดยอาบูดาวูด )

ประเภทของหุน้ ส่วนท่มี ีขอ้ ตกลง
นักวิชาการได้กาหนดประเภทของการหนุ้ สว่ นทีม่ ขี ้อตกลงไว้ 4 ประเภทดงั นี้
1.ชะริกะฮฺ อัลอินาน ( ‫ )شركة العنان‬หมายถึง การที่บุคคลต้ังแต่สองคนข้ึนไปนาทรัพย์สินมา

หุ้นส่วนทาการค้าขาย โดยแบ่งผลกาไรกัน อันเป็นส่ิงท่ีศาสนาบัญญัติและอนุญาตให้กระทาได้ โดยความเห็น
พ้องกนั ของนักนิติศาสตร์ตลอดจนเป็นประเภทของการหุ้นสว่ นทีแ่ พร่หลายและเป็นหลกั ในการก่อตั้งบริษัทและ
ห้างหุ้นส่วนต่างๆ

เง่ือนไขของชะรกิ ะฮฺ อัลอินาน
1. ถ้อยคาท่ีใช้ตกลงกัน คือถ้อยคาที่ชัดเจนจากหุ้นส่วนทุกคนท่ีกล่าวแก่คนอ่ืนๆท่ีเป็นการบ่งบอกว่า

อนญุ าตให้ดาเนนิ การซอ้ื ขายจากกิจการต่างๆทีเ่ กย่ี วข้องกบั การค้า
2. ผู้ร่วมหุ้นส่วนต้องมีคุณสมบัติที่เป็นผู้มอบอานาจได้ กล่าวคือ เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ บรรลุศาสน

ภาวะ ไม่ถูกอายัดทรพั ยใ์ นการดาเนนิ การต่างๆ

รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟกิ ฮฺ 3) ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 165

3. ทรัพย์สินที่นามาหนุ้ สว่ นกันตอ้ งเหมือนกัน กลา่ วคือ เมื่อนาทรพั ยส์ ินมาร่วมหนุ้ ส่วนกันแล้วก็แยกไม่
ออกว่าทรัพย์ไหนเปน็ ของผู้ใด

4. ต้องนาทรัพย์สินที่ร่วมหุ้นส่วนกันนั้นมาปะปนกันก่อนทาข้อตกลงร่วมหุ้นส่วนกันในกรณีท่ีผู้มี
หุ้นส่วนทุกคนนาทรัพย์ของตนมาและทาข้อตกลงหุ้นส่วนกัน ส่วนในกรณีที่ผู้มีหุ้นส่วนทั้งหลายมีกรรมสิทธ์ิ
ร่วมกันในทรัพย์สินน้ัน ก่อนการทาข้อตกลงหุ้นส่วนกัน หลังจากน้ันได้ทาข้อตกลงหุ้นส่วนกันย่อมถือว่าเป็น
ขอ้ ตกลงท่ีใชไ้ ด้ โดยไม่มีเงื่อนไขวา่ จะต้องแบง่ ทรัพยก์ ันก่อนแลว้ จึงนามาเขา้ หนุ้ ส่วนกนั แต่อย่างใด

5. ผลกาไรและการขาดทุนต้องเป็นไปตามสัดส่วนของทรัพย์ ดังนั้น การกาหนดเง่ือนไขว่าให้ผู้มี
หุ้นส่วนคนหน่ึงได้รับผลกาไรเกินกว่าทุนทรัพย์ของตนท่ีเข้าหุ้นส่วนกันจึงใช้ไม่ได้เช่นเดียวกับการกาหนด
เง่ือนไขวา่ ให้ผู้มหี นุ้ สว่ นคนหน่ึงตอ้ รับผดิ ชอบการขาดทุนหรอื ได้ผลกาไรน้อยกว่าสัดส่วนทุนทรัพย์ของเขาที่เข้า
หุ้นส่วนกันย่อมถือว่าใช้ไม่ได้ ซ่ึงในการหุ้นส่วนนั้นไม่มีเงื่อนไขว่าทรัพย์ท่ีนามาเข้าหุ้นส่วนนั้นจะต้องมีจานวน
เทา่ กนั ผู้มีหุ้นส่วนย่อมท่ีจาสัดส่วนท่ีมากกว่าหรือน้อยกว่าผู้มีหุ้นส่วนคนอื่นก็ได้ โดยผลกาไรจะตกเป็นของผู้มี
หุ้นส่วนแต่ละคนตามสัดส่วนของเงินทุนและการเฉลี่ยการขาดทุนก็ให้เป็นไปในลักษณะเดียวกัน ท้ังนี้โดยไม่
คานึงว่าทุกคนร่วมกนั ทางานหรือไม่ก็ตามหรือทุกคนจะทางานเทา่ กันหรือไมก่ ็ตาม

2.ชะริกะฮฺ อัลมูฟาวาเฎาะฮฺ ( ‫ )شركة المفاوضة‬หมายถึง การท่ีบุคคลต้ังแต่สองคนขึ้นไป นา
ทรัพย์สินมาหุ้นส่วนกันในลักษณะกว้างๆโดยแต่ละคนเป็นหุ้นส่วนในทุกสิ่งที่แต่ละคนมี ตลอดจนเป็นตัวแทน
และเป็นผู้ค้าประกันซึ่งกันและกัน อีกท้ังเป็นหุ้นส่วนในผลประโยชน์ท่ีได้รับ และรับผิดชอบต่อความเสียหายท่ี
เกิดข้ึนทัง้ หมดร่วมกนั

การหุ้นส่วนในสินค้าท่ีซื้อมานั้นประเภทน้ีเป็นโมฆะตามทัศนะของอีมามชาฟีอีย์ เพราะมีความฉ้อฉลอยู่
อย่างมาก อีกทัง้ มกี ารมอบหมายและมกี ารประกนั ในสิ่งทไี่ มร่ ้ทู แ่ี นช่ ดั ซงึ่ ท้งั สองกรณนี ้ีถอื เป็นโมฆะ

3. ชะริกะฮฺ อัลอับดาร ( ‫ )شركة الأبدان‬หรือชะริกะฮฺ อัลอะมาล( ‫ )شركة الأعمال‬หมายถึง
การที่บุคคลตั้งแต่สองคนข้ึนไป ซ่ึงไม่มีทรัพย์สินเป็นหุ้นส่วนรับทางานต่างๆโดยไม่คานึงถึงว่าแต่ละคนจะมี
อาชีพเดยี วกนั หรอื ต่างอาชพี กัน เพ่อื นาผลกาไรทีไ่ ดม้ าแบง่ กนั โดยจะแบ่งเทา่ ๆกันหรอื ไม่ก็ตาม

การหุ้นสว่ นประเภทน่ีตกเปน็ โมฆะเช่นกนั เพราะมีผลเสยี ที่ศาสนาหา้ มเก่ยี วข้องในหนุ้ สว่ นน้ี เนือ่ งจาก
บางคนอาจต้องทางานมากกวา่ คนอน่ื ๆหรือบางครง้ั คนหน่งึ อาจตอ้ งทางานทง้ั หมด โดยที่คนอ่นื ๆไม่ตอ้ งทางาน
อะไรเลย

4. ชะริกะฮฺ อัล วูญูฮฺ( ‫ )شركة الوجوه‬หมายถึง การท่ีบุคคลทั้งสองคนขึ้นไปมีอานาจบารมี และมี
ชื่อเสียงซือ้ สินคา้ ด้วยเงนิ เชื่อ โดยร่วมกนั หรอื โดยลาพงั กต็ าม ซ่งึ ทกุ คนมีส่วนร่วมในสินค้าท่ีซื้อมาน้ัน ต่อมาเม่ือ
พวกเขาขายสนิ ค้าแลว้ นาผลกาไรท่ีไดจ้ ากการขายสินค้าน้ันมาแบ่งเท่าๆกันหรือตามแตจ่ ะตกลงกัน

การหุ้นส่วนประเภทนี้ตกเป็นโมฆะเช่นกัน ทั้งน้ีเพราะไม่มีทรัพย์สินที่นามาเข้าหุ้นส่วนกัน ซ่ึงการ
หุ้นส่วนประเภทที่ 2 3 และ4 ดังกลา่ วมาถือเป็นส่งิ ที่อนญุ าตใหก้ ระทาไดใ้ นมัซฮบั อนื่ นอกจากมซั ฮบั ชาฟีอีย์
ผลท่เี กิดขึ้นเมื่อขอ้ ตกลงหุ้นสว่ นกนั มีผลใช้ได้

ในกรณีการหุ้นส่วนกันแบบอัลอินาน ครบเง่ือนไขการเข้าหุ้นส่วนกันย่อมถือว่าใช้ได้ และมีผลตามมา
ดังน้ี

1. หุ้นส่วนทุกคนมีสิทธิเข้าไปดาเนินการในทรัพย์สินท่ีนามาเข้าหุ้นกันโดยไม่มีเง่ือนไขใดๆตราบที่การ
ดาเนินการน้นั เปน็ ไปตามประเพณปี ฎบิ ตั ิ และไม่ก่อให้เกิดความเสยี หายแก่ผ้รู ว่ มหนุ้ ส่วนคนอื่นๆ

2. บรรดาผู้รว่ มหุน้ สว่ นจาเปน็ ตอ้ งทางานตามท่มี ขี อ้ ตกลงกนั ไว้
3. เม่ือผ้รู ่วมห้นุ ส่วนคนหนึง่ ซอ้ื สนิ คา้ ดว้ ยทรัพย์สินท่ีหุ้นส่วนกัน ตามเง่ือนไขท่ีกล่าวมาข้างต้น ย่อมถือ
ว่าการซ้ือสินค้านั้นเป็นการดาเนินการของผู้ร่วมหุ้นส่วนทุกคน เพราะผู้ซื้อถือเป็นตัวแทนของทุกคน ยกเว้นใน
กรณที ่ีผขู้ ายถามราคาจากผซู้ ือ้ เพียงผู้เดยี วเท่าน้ัน

166 รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟิกฮฺ 3) ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย

ผลท่ีจะเกิดข้ึนหลังจากที่หนุ้ สว่ นเปน็ โมฆะ
การหุ้นสว่ นเปน็ โมฆะใน 2 กรณี

1. กรณีท่ีรู้ว่าการหุ้นส่วนเป็นโมฆะก่อนที่จะดาเนินการใดๆ ในการหุ้นส่วนกัน ย่อมถือว่าไม่มีผู้ใดๆ
เกิดข้ึนจากการทาข้อตกลงหุ้นส่วนร่วมกัน ท้ังน้ี สมควรที่จะต้องทาข้อตกลงหุ้นส่วนกันใหม่ให้ถูกต้อง หาก
ประสงคท์ ่จี ะดาเนินการหนุ้ สว่ นกันต่อไป

2. กรณีที่รู้วา่ การหุน้ ส่วนเป็นโมฆะภายหลังจากเร่ิมดาเนินการในการหุ้นส่วนไปแล้ว จาเป็นต้องระงับ
การดาเนินการในทันที และให้ทาข้อตกลงหุ้นส่วนกันใหม่ให้ถูกต้อง หากประสงค์ท่ีจะดาเนินการหุ้นส่วนกัน
ต่อไป และผลที่เกดิ จากการทาขอ้ ตกลงหุ้นส่วนทีเ่ ปน็ โมฆะมดี ังน้ี

- ให้แบ่งผลกาไรท่ีเกิดข้ึนภายหลังจากการดาเนินการแก่ผู้ร่วมหุ้นส่วนตามสัดส่วนของเงินลงทุนของ
แต่ละคน เพราะผลกาไรดังกลา่ วเกิดจากเงนิ ลงทนุ เม่ือขอ้ ตกลงการห้นุ สว่ นเป็นโมฆะ ก็ให้กลับคืนสู่หลักเดิมคือ
ทรัพยท์ ีน่ ามาเข้าหุน้ ในการลงทุนกัน ดังนั้น ผลกาไรของผู้ร่วมหุ้นส่วนแต่ละคน จึงคิดตามสัดส่วนของเงินทุนที่
แตล่ ะคนนามาเขา้ หุน้ กนั

- ให้ผู้ร่วมหุ้นส่วนแต่ละคนรับค่าจ้างการทางานของตนคืนจากทรัพย์สินเฉพาะของผู้ร่วมหุ้นส่วนคน
อนื่ ๆมิใชเ่ ป็นผู้ร่วมหนุ้ ส่วนกับพวกเขาแต่อยา่ งใด

- สิ่งท่ีผู้ร่วมหุ้นส่วนดาเนินการไปถือว่าบรรลุผล เพราะผู้ร่วมหุ้นส่วนแต่ละคนดาเนินการไปโดยได้รับ
การยินยอมจากผ้รู ่วมหนุ้ ส่วนคนอน่ื ๆ

การส้นิ สุดของข้อตกลงการหุ้นสว่ นที่มีผลใช้ได้
ข้อตกลงการหุ้นส่วนจะสิน้ สดุ ลงดว้ ยกรณใี ดกรณหี นึ่ง ดงั นี้
1. เม่ือบอกเลิกข้อตกลงการหุ้นส่วนจากผู้ร่วมหุ้นส่วนทุกคนหรือจากผู้ร่วมหุ้นส่วนบางคน ท้ังนี้ผู้ร่วม

หุน้ ส่วนแตล่ ะคนย่อมมสี ทิ ธิขอยกเลิกข้อตกลงการหนุ้ สว่ นเม่ือใดกไ็ ด้
2. เมื่อมีการเสียชีวิตของผู้ร่วมหุ้นส่วนเกิดขึ้น การหุ้นส่วนกันก็เป็นอันสิ้นสุดลง ทั้งนี้เฉพาะบรรดาผู้

รว่ มหนุ้ ส่วนที่ทาการตกลงในการหุ้นส่วนกันได้เสียสิทธิที่จะดาเนินการในทรัพย์สินของผู้ร่วมหุ้นส่วนท่ีเสียชีวิต
จึงถือวา่ ขาดคุณสมบัติในการดาเนินการเพราะการหุ้นส่วนกันมีการมอบอานาจในระหว่างผู้ร่วมหุ้นส่วนในการ
ดาเนินการ ซึ่งการมอบอานาจนจ้ี ะไม่ยา้ ยสทิ ธิไปส่ทู ายาทของผูเ้ สยี ชีวิต

ในกรณีการบอกเลิกข้อตกลงการหุ้นส่วนและการส้ินสุดลงของข้อตกลงนั้นให้นับต้ังแต่วันที่บอกเลิก
หรอื นับแต่วนั ท่ผี ู้ร่วมหุ้นสว่ นเสยี ชีวติ ถงึ แมผ้ รู้ ว่ มหุ้นสว่ นคนอน่ื ๆจะไม่ร้กู ต็ าม

3. กรณีเป็นบ้า หรือวิกลจริต หรือหมดสติ ถ้าหากผู้ร่วมหุ้นส่วนคนหนึ่งเป็นบ้าวิกลจริตหรือหมดสติ
ข้อตกลงการหุ้นส่วนของเขาย่อมถือว่าถูกยกเลิกและส้ินสุดลงโดยปริยาย เพราะสติสัมปชัญญะถือเป็น
องค์ประกอบสาคัญในการบังคับใช้ตามหลักศาสนาทั้งนี้ การหมดสติที่จะทาให้การหุ้นส่วนเป็นอันส้ินสุดลงนั้น
มีเง่ือนไขว่าการหมดสติน้ันต้องใช้ระยะเวลาการละหมาดหนึ่งฟ๎รฎุ หากไม่เกินระยะเวลาดังกล่าวถือว่าไม่มีผล
ในเร่อื งนีแ้ ตอ่ ย่างใด

ในกรณีที่ผู้ร่วมหุ้นส่วนเป็นบ้าวิกลจริต การตัดสินใจจะตกเป็นของผู้ปกครอง ( ً‫ )ول‬ของผู้นั้น
หากผู้ปกครองมคี วามประสงคอ์ าจขอให้มีการแบง่ ทรพั ย์สินได้ หรืออาจขอเข้าเป็นหุ้นส่วนแทนก็ได้ โดยต้องทา
ขอ้ ตกลงใหม่

ในกรณที ่ีผ้รู ่วมหนุ้ ส่วนหมดสติ ให้พิจารณาดังนี้
- หากมีความหวังว่าสติสัมปชัญญะของเขาจะกลับคืนมาโดยเร็ว การตัดสินใจจะยังไม่ตกเป็นของ

ผปู้ กครอง

รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟกิ ฮฺ 3) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 167

- หากสติของเขากลับคืนมา เขาย่อมมีสิทธิที่จะขอให้แบ่งทรัพย์สินหรือขอเข้าเป็นหุ้นส่วนโดยทาเป็น
ข้อตกลงกนั ใหมไ่ ด้ตามต้องการ แมจ้ ะใช้ถ้อยคายืนยนั กต็ าม

- หากหมดหวงั ว่าสติของเขาจะกลับคืนมาโดยเร็วหรือเขาหมดสติเป็นเวลา 3วัน หรือมากกว่าน้ัน การ
ตัดสินใจจะตกเป็นของผู้ปกครองของเขา ดังน้ัน หากผู้ปกครองมีความประสงค์อาจขอให้แบ่งทรัพยืสิน หรือ
อาจขอเขาเป็นหนุ้ สว่ นไดโ้ ดยการทาขอ้ ตกลงใหม่

การแกป้ ญั หาเศรษฐกิจในระบบอสิ ลาม

ปญ๎ หาเศรษฐกจิ ในปจ๎ จบุ ันมคี วามซบั ซอ้ นและเกย่ี วพันกับป๎จจัยเหตุหลายประการ ซึ่งแต่ละป๎จจัยเหตุ
ล้วนมีความสัมพันธ์ท้ังในเชิงบวกและเชิงลบต่อการสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยรวมทั้งสิ้น ดังนั้น การ
แกป้ ญ๎ หาเศรษฐกจิ จงึ ตอ้ งเปน็ การแก้ป๎ญหาทั้งระบบ

ปจ๎ จุบนั ระบบเศรษฐศาสตร์มี 3แบบหลัก คือ แบบทุนเสรีนิยมที่กาลังประสบป๎ญหาวิกฤติอยู่ในขณะนี้
แบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ที่ล่มสลายไปแล้ว และแบบเศรษฐศาตร์อิสลาม ซึ่งกาลังได้รับการพิสูจน์และ
ทดสอบจากสภาวการณข์ องโลกทสี่ ูญเสยี ความเชอื่ ม่นั ตอ่ 2ระบบแรกและกาลงั มองหาทางเลอื กใหม่

ดงั นัน้ ระบบเศรษฐศาสตร์อสิ ลามจะเปน็ ทางเลือกที่ 3 สาหรบั ประชาคมโลกในอนาคตอนั ใกล้

แนวคดิ และหลกั ารของเศรษฐศาสตร์อิสลาม
ดา้ นคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
- ระบบเศรษฐกจิ ต้องมมี าตรฐานทางจรยิ ธรรมเปน็ ตวั ควบคมุ จะแยกออกจากนั ไม่ได้
- การอุปโภคบริโภคตอ้ งเป็นทีอ่ นมุ ัตติ ามหลักศาสนบัญญัติ กล่าวคือ ผู้บริโภคและผู้ผลิตเครื่องอุปโภค

บรโิ ภคตอ้ งหลกี หา่ งจากสงิ่ ตอ้ งหา้ ม
- รปู แบบการทาธรุ กิจ การค้าขายแลกเปลีย่ น การทาสญั ญาข้อตกลง การทาธุรกรรมต้องสอดคล้องกับ

หลักศาสนาบญั ญัติโดยปลอดจากดอกเบย้ี การทจุ ริต การเอารดั เอาเปรยี บ
- ผู้ที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจต้องมีคุณธรรมไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ใช้แรงงาน นายจ้าง ผู้ให้บริการ

และผบู้ รโิ ภค
- ตอ้ งยึดหลกั ความพอดีและพอเพียง ไมโ่ ลภ ไมฟ่ ุมเฟือยสุรุ่ยสุร่าย

ด้านการผลิต
- ผลติ ภัณฑ์ทุกชนดิ ตอ้ งเปน็ ส่งิ ทอ่ี นุมัติตามหลักศาสนบัญญัตแิ ละมีประโยชน์ในการอปุ โภคบรโิ ภค
- กระบวนการผลติ ทกุ ขน้ั ตอนตอ้ งสอดคล้องกับหลักศาสนบัญญัติ กล่าวคือ ต้องไม่มีส่ิงท่ีต้องห้ามตาม
หลักศาสนบัญญัติเข้ามาเก่ียวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการได้มาซึ่งวัตถุดิบ ปหล่งเงินทุน หรือสถานประกอบการ
เปน็ ต้น
- สถานประกอบการต้องมีมาตรการที่เข้มงวดลัรัดกุมในการรักษาสภาพสิ่งแวดล้อมและหลีกห่างจาก
การสร้างมลภาวะเปน็ พิษ เพราะหลกั คาสอนของศาสนาถือว่าการทาลายสงิ่ แวดล้อมและการสร้างมลภาวะเป็น
สิ่งที่ต้องหา้ ม เนื่องจากเปน็ การสร้างวบิ ตั เิ สียหายบนหนา้ แผ่นดนิ

ดา้ นการตลาด
- การซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและผลิตภัณฑ์ ตลอดจนเครื่องอุปโภคบริโภคต้องสอดคล้องกับหลัก
ศาสนาที่บัญญัติไว้
- ผู้เก่ียวข้องกับกลไกตลาดต้องมีคุณธรรม กล่าวคือ มีความซ่ือสัตย์ สุจริต ไม่หลอกลวง ไม่ว่าจะเป็น
การโฆษณาสินค้า การนาเสนอสินค้า การช่ังตวงสินค้า ไม่เอารัดเอาเปรียบโดยการกักตุนสินค้าหรือการ
แสวงหากาไรเกนิ จริง

168 รายวิชาศาสนบญั ญตั ิ 3 (อลั ฟกิ ฮฺ 3) ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

- จัดตั้งกลุ่มคณะบุคคลหรือองค์กรที่ทาหน้าที่ตรวจสอบคุณภาพสินค้า การกาหนดราคาสินค้า และ
มาตราชง่ั ตวงให้เปน็ ไปอย่างถูกต้อง

- กลไกตลาดจะต้องไม่แทรกแซงหรือบิดเบือนจากสภาพความเป็นจริง แต่ต้องปล่อยให้กลไกตลาด
ดาเนินไปตามหลักอุปสงค์และอุปทาน ยกเว้นในกรณีวิกฤติรัฐสามารถเข้าแทรกแซงกลไกตลาดได้ตามความ
จาเปน็

- ส่งเสริมการตลาดภายในประเทศให้มีความม่ันคง ลดการพ่ึงพาสินค้านาเข้าด้วยการสนับสนุนภาค
การผลิตภายในประเทศ โดยเน้นการพึ่งพาตนเองด้วยการสร้างบุคลากรผู้ชานาญการในสาขาต่างๆการ
สนบั สนนุ กลมุ่ องคก์ รทางดา้ นการค้าและพาณิชยโ์ ดยใชห้ ลักฟร๎ ฏูกีฟายะฮฺ

- เปิดตลาดการค้ากับกลุ่มประเทศใกล้เคียงที่มีเส้นพรมแดนติดต่อกันโดยผ่านระบบคมนาคมท่ี
เชอ่ื มตอ่ เป็นโครงขา่ ยถึงกัน

ดา้ นทรัพยากรและสงิ่ แวดล้อม
สารวจแหล่งทรัพยากรภายในประเทศและกาหนดมาตรการท่ีชัดเจนและรัดกุมในการใช้ทรัพยากร
เหลา่ น้ันใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ
- ทรัพยากรธรรมชาติถือเป็นสิ่งถูกสร้างที่อัลลอฮฺทรงประทานให้แก่มนุษย์ในการใช้สอยและเอา
ประโยชน์ ดังน้ันรัฐจะต้องมีการบริหารทรัพยากรเหล่านั้นอย่างเป็นระบบและเข้มงวดในการปกปูอง
ทรพั ยากรธรรมชาตจิ ากการทาลายและการผูกขาดของนายทุน
- การพัฒนาใดๆทางด้านเศรษฐกิจต้องคานึงถึงผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนจากการใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่
ตลอดจนตอ้ งคานึงถงึ สภาพสิ่งแวดลอ้ มและวถิ ชี ีวิตของผูค้ น
- รัฐต้องสนับสนุนการใช้ประโยชน์ในท่ีดินรกร้างว่างเปล่าเพื่อสร้างผลผลิตและรายได้แก่ประชาชน
โดยอาศัยหลักการอิฮยาอุลมาวาต ( ‫ )إحٌاء الموات‬ในนิติศาสตร์อิสลามมาประยุกต์ใช้ รวมถึงการใช้ท่ีดิน
สาธารณประโยชน์เป็นที่ดนิ ทากินแก่ชนชน้ั ล่างทีย่ ากจน
ดา้ นแหล่งเงนิ ทุน
- จดั ตง้ั กองทนุ เพอ่ื การพฒั นาเศรษฐกิจท่ีมีระบบการบรหิ ารจดั การที่สอดคล้องกบั หลกั ศาสนบัญญตั ิ
- สรา้ งระบบการเงินและการคลัง ตลอดจนการทาธรุ กรรมตา่ งๆทีป่ ลอดดอกเบยี้
- แหล่งทมี่ าของรายได้อนั เปน็ งบประมาณของรัฐต้องปลอดจากสิ่งต้องห้ามตามหลกั ศาสนบญั ญัติ
- จัดระบบซากาตให้มีประสิทธิภาพ เพราะทรัพย์ซากาตถือเป็นแหล่งเงินทุนที่ประชาชนเข้าถึงได้มาก
ท่ีสุด รวมถึงเป็นรายได้ของรัฐท่ีจะนามาใช้ในด้านสวัสดิการสังคม บรรเทาทุกข์และสาธารณภัย พัฒนา
สาธารณปู โภค
ด้านแรงงานและการประกอบอาชพี
- การประกอบอาชีพและการใช้แรงงานในแต่ละสาขาอาชีพต้องเป็นส่ิงท่ีสอดคล้องกับหลักศาสน
บญั ญัติ
- เจ้าของกิจการต้องมีคุณธรรมด้วยการจ่ายค่าแรงอย่างยุติธรรมและเหมาะสมกับสาขาอาชีพ ไม่เอา
รดั เอาเปรียบและขดู รีด
- ผ้ใู ช้แรงงานต้องมีการพัฒนาฝีมือและทกั ษะในการทางานตามสาขาอาชีพของตนอยู่เสมอ ตลอดจนมี
ความซอ่ื สตั ย์และขยนั ขันแข็งในการทางาน
- ผใู้ ช้แรงงานต้องรู้จกั อดออมมัธยัสถ์ ไมฟ่ ุมเฟอื ย ไม่สุรุ่ยสุรา่ ยในการใชจ้ ่ายและไมย่ ุ่งเกีย่ วกับอบายมุข
- รฐั ตอ้ งสรา้ งงานและกระจายการสร้างงานส่สู งั คมชนบทด้วยการสนับสนนุ อาชพี เสรมิ แก่ผ้คู นใน

ทอ้ งถิน่ โดยรฐั ตอ้ งรบั ผิดชอบในการจัดหาตลาดรองรับผลิตภัณฑ์ท่เี กิดจากอาชีพเสรมิ นั้น

รายวชิ าศาสนบญั ญตั ิ 3 (อัลฟกิ ฮฺ 3) ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย 169

ใบงานท่ี 18

เรื่อง ห้นุ ส่วน

1. อธิบายรปู แบบของหนุ้ สว่ นทีอ่ สิ ลามอนญุ าตพร้อมหลักฐาน มาพอสังเขป

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

2. บอกข้อตกลงทีร่ ว่ มหนุ้ สว่ นจะสิน้ สุดลงในกรณีใดบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

ช่ือ.................................................สกุล.......................................................กลมุ่ ...............................

บรรณานุกรม

1. สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ ฐาน.(2554) อิสลามศกึ ษา มัธยมศกึ ษาตอนปลาย กฎหมาย
อิสลาม กรงุ เทพมหานคร. สกสค.ลาดพรา้ ว

2. วนั อดี ลิ อฎั ฮา แหลง่ ทม่ี า : วทิ ยาลัยอสิ ลามศึกษา ม.อ.ปัตตานี http://www.islammore.com
3. ประเภทของการฆ่า ซฟุ อัม อุษมาน / Islam House http://www.thaimuslim.com
4. การคมุ กาเนิด แปลจากฟาตาวา เชคอุซัยมนี http://www.piwdee.net
5. การคมุ กาเนิด แปลโดย อบชู ีส http://www.islammore.com

6. การผา่ ตัดแปลงเพศ แปลและเรยี บเรียงโดย อ.อาบดี นี พัสดุ http://www.islammore.com

7. การละเมิดสิทธิ์ในทรัพย์ของผู้อ่ืน มุหมั มัด บนิ อบิ รอฮีม อตั ตุวัยญิรยี ์ ท่ีมา : หนังสือ มคุ ตะศ็อร
อัลฟกิ ฮิล อสิ ลามีย์ แปลโดย : อสิ มาน จารง Islam House http://www.islammore.com

8. การทาประกนั บรรจง บินกาซัน http://www.muangthai.co.th
9. การทาหลกั ประกัน http://www.insure.co.th
10. การจัดการมรดก http://www.oknation.net
11. การผสมเทียม http://info.muslimthaipost.com
12. ดร.เอ เอฟ เอ็ม อิบรอฮีม (Dr.A.F.M.Ebrohim) อาจารย์อาวุโสอิสลามศึกษา มหาวิทยาลัยแห่ง

เดอรบ์ ัน Westyiie
13. อาบลู ฟัฏด์ มุฮซนิ (Abul Fadl Mohsin แอฟรีกาใต้ http://anuchamas.blogspot.com
14. การออม ความหมายและความสาคญั http://www.thaimuslim.com

คณะทางาน
หลักสูตรโปรแกรมวิชาเลอื กอสิ ลามศึกษา

ท่ปี รึกษา อรุณรัตน์ เลขาธกิ าร กศน.
1. นายกฤตชัย เพช็ รสงฆ์ ผู้อานวยการสานกั งาน กศน.จังหวัดปัตตานี
2. นายเรวฒั น์ ทพิ ยด์ นตรี ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จงั หวดั สงขลา
3. นางวรรญา นวลมาก ผอู้ านวยการสานกั งาน กศน.จงั หวดั นราธิวาส
4. นายณฐั พงษ์ เกือ้ กูล ผู้อานวยการสานกั งาน กศน.จังหวัดยะลา
5. นายธนกร สิทธพิ าที ผอู้ านวยการสานักงาน กศน.จงั หวัดสตลู
6. นายอดุ ร สดุ สาย รองผู้อานวยการสานักงาน กศน.จังหวดั ปตั ตานี
7. นายสุรสิทธิ์

ผู้ทรงคุณวฒุ ิ ยานยา นายกสามคมสถาบันศึกษาปอเนาะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
1. นายอับดลุ อาซสิ จรจติ ต์ ผเู้ ช่ียวชาญอสิ ลามศกึ ษา สานักงานศึกษาธิการภาค 8
2. นายสาโรช อับดลุ กาเดร์ ขา้ ราชการบานาญ
3. นายอารเี ฟน บากา ผชู้ านาญการอิสลามศกึ ษา สานกั งานศึกษาธิการภาค 8
4. ดร.มหู ามัดรยู านี อบั ดุลกาเดร์ ขา้ ราชการบานาญ
5. นางลาวัลย์

คณะทางาน

1. นางกรวภิ า ขวญั เพ็ชร ครูเชย่ี วชาญ กศน.อาเภอเมืองปัตตานี
ผู้อานวยการ กศน.อาเภอไม้แก่น
2. นายอบั ดุลฮาดี สีตีเลาะ ผ้อู านวยการ กศน.อาเภอบันนังสตา
นักวิชาการปฏบิ ัติการ สานกั งาน กศน.จังหวดั ปัตตานี
3. นายแวอูเซ็ง อาเก๊ะ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหริ่ง จ.ปัตตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหร่ิง จ.ปัตตานี
4. นายซุลกิฟลี สะมาแอ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหริ่ง จ.ปตั ตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะหร่งิ จ.ปตั ตานี
5. นายอบั ดลุ ฮามิด สะดยี ามู ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอสายบรุ ี จ.ปัตตานี
ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี
6. นายปฏพิ ทั ธ์ ทับโทน ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอปะนาเระ จ.ปตั ตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรัง จ.ปัตตานี
7. นายมะนาเซ มะแซ

8. นางสาวสไุ รนิง มะเดง็

9. นายโมฮาหมัดอาชมี สะระไร

10. นายอบั ดลุ เลาะ ศรีสว่าง

11. นายมฮู าหมัดสกุ รี ลาบูอาปี

12. นายหับดี ยูโซะ

คณะทางาน (ตอ่ )

13. นายมูฮาหมัดรอฎยี ์ วาเย๊ะ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรงั จ.ปตั ตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรัง จ.ปัตตานี
14. นางสาวรอดียะ๊ สะแลบิง ครอู าสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอยะรงั จ.ปัตตานี
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอหนองจิก จ.ปตั ตานี
15. นางสาวยารอนะ ลาเตะ ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอย่ีงอ จ.นราธวิ าส
ครูอาสาสมัครฯ ปอเนาะ กศน.อาเภอบันนังสตา จ.ยะลา
16. นายมะนาฮาดี อาแว ครู ศรช. กศน.อาเภอบันนังสตา จ.ยะลา
ครู ศรช. กศน.อาเภอบนั นังสตา จ.ยะลา
17. นายมะนาวี สาบูดงิ นกั วิชาการศึกษา สานกั งาน กศน.จงั หวัดปัตตานี
ครอู าสาฯ ประจาตาบล สานักงาน กศน.จังหวดั ปัตตานี
18. นางสาวรุสมี มากาเต
ครูเชยี่ วชาญ กศน.อาเภอเมอื งปัตตานี
19. นางสาวไซน๊ะ ยโู ซะ

20. นางสาวนูรีซาน การีอมู า

21. นางสาวศภุ สิ รา ราชเพช็ ร

22. นางหฤทยั สังขเ์ พ็ชร

ผ้รู บั ผิดชอบโครงการ ขวญั เพช็ ร
นางกรวภิ า



‫َمهْ ي ِر ِدْ اللَّ ْه بِ ِْه َخي ًرا ي َف ِّقه ْه فِي ال ِّدي ِهْ متفق‬
‫عليه‬

“เมื่ออลั ลอฮทฺ รงประสงค์ให้บา่ วคนหน่ึงได้รบั ความดงี าม
พระองค์จะให้เขามคี วามเข้าใจในศาสนา"
บันทึกโดย อัล-บุคอรีย์ และมุสลมิ


Click to View FlipBook Version