รายงานผลการประเมินตนเอง (Self - Assessment Report : SAR) ประจำปีการศึกษา 2566 โรงเรียน เสริมมิตรวิทยา รหัสโรงเรียน 1114100032 39 หมู่ที่ 6 ถนน พหลโยธิน ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13180 โทรศัพท์ 035-361-900 โทรสาร 035-353-450 สังกัด สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการ
รายงานผลการประเมินตนเองของสถานศึกษา (Self - Assessment Report : SAR) ประจำปีการศึกษา 2566 ส่วนที่ 1 บทสรุปผู้บริหาร (Executive Summary) โรงเรียนเสริมมิตรวิทยากำหนดจุดเน้นให้เด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้านได้แก่ ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาอย่างสมดุลเหมาะสมตามวัยและ ส่งเสริมในทุกๆกิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้ควบคู่ไปเป็นสามภาษาได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาจีน ได้ดำเนินการดังนี้ 1.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านร่างกาย 2.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านอารมณ์-จิตใจ 3.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านสังคม 4.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านสติปัญญาและโรงเรียนได้นำผลการ ดำเนินการในแต่ละโครงการมาเป็นฐานข้อมูลในเพิ่มเติมในจุดเน้นและ จุดที่ควรพัฒนาตาม บริบทของผู้เรียนและสถานศึกษาไปใช้ในการพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพสูงขึ้น ในปีการศึกษาต่อไปและการส่งเสริมการทดสอบการวัดทักษะทางภาษา ต่างประเทศวิชาภาษาจีน การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT เสริมทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนในแต่ละระดับชั้น หน้า 2 จาก 141
ตอนที่ 1 : การนำเสนอผลการประเมินตนเอง ระดับปฐมวัย 1. มาตรฐานการศึกษา มาตรฐานการศึกษา ระดับ คุณภาพ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก ยอดเยี่ยม 1. มีพัฒนาด้านร่างกาย แข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดี และดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ ยอดเยี่ยม 2. มีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุม และแสดงออกทางอารมณ์ได้ ยอดเยี่ยม 3. มีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเองและเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ยอดเยี่ยม 4. มีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐาน และแสวงหาความรู้ได้ ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ยอดเยี่ยม 1. มีหลักสูตรครอบคลุมพัฒนาการทั้งสี่ด้าน สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ยอดเยี่ยม 2. จัดครูให้เพียงพอกับชั้นเรียน ยอดเยี่ยม 3. ส่งเสริมให้ครูมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดประสบการณ์ ยอดเยี่ยม 4. จัดสภาพแวดล้อมและสื่อเพื่อการเรียนรู้อย่างปลอดภัยและเพียงพอ ยอดเยี่ยม 5. ให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุน การจัดประสบการณ์ ยอดเยี่ยม 6. มีระบบบริหารคุณภาพที่เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ยอดเยี่ยม 1. จัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้าน อย่างสมดุลเต็มศักยภาพ ยอดเยี่ยม 2. สร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข ยอดเยี่ยม 3. จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อและเทคโนโลยี ที่เหมาะสมกับวัย ยอดเยี่ยม 4. ประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบก ารณ์และพัฒนาเด็ก ยอดเยี่ยม สรุปผลการประเมินระดับปฐมวัย ยอดเยี่ยม 2. หลักฐานสนับสนุนผลการประเมินตนเองตามระดับคุณภาพ 1.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านร่างกาย 2.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านอารมณ์-จิตใจ 3.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านสังคม 4.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านสติปัญญ 5.โครงการการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนสำหรับเด็ก YCT หน้า 3 จาก 141
3. โรงเรียนมีแผนจะพัฒนาตนเองต่อไปอย่างไรให้ได้มาตรฐานที่ดีขึ้นกว่าเดิม 1 ระดับ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยากำหนดจุดเน้นให้เด็กมีพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาอย่างสมดุลเหมาะสมตามวัย และส่งเสริมในทุก ๆ กิจกรรมให้นักเรียนได้เรียนรู้ควบคู่ไปเป็นสามภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาจีน ได้ดำเนินการดังนี้ 1.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านร่างกาย 2.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านอารมณ์-จิตใจ 3.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านสังคม 4.โครงการส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนด้านสติปัญญาและโรงเรียนได้นำผล การดำเนินการในแต่ละโครงการมาเป็นฐานข้อมูลในเพิ่มเติมในจุดเน้น และจุดที่ควรพัฒนาตามบริบทของผู้เรียนและสถานศึกษาไปใช้ใน การพัฒนาเด็กให้มีคุณภาพสูงขึ้นในปีการศึกษาต่อไปและนำการใช้ สามภาษาในแต่ละโครงการมาดำเนินการให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นโดย นำภาษาไทย ภาษาอังกฤษและภาษาจีนมาใช้ในการดำเนิน กิจกรรมในทุกๆรูปแบบและการส่งเสริมการทดสอบการวัดทักษะทางภาษา ต่างประเทศวิชาภาษาจีน การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT เสริมทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนในทุกๆะระดับชั้นเรียน 4. นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี (Innovation/Best Practice) 1. เกมต่อเติมอวัยวะ 2. บ้านจากหลอด 3. การสร้างบ้านไม้เรือนแพจากตะเกียบไม้ไผ่ 4. บ้านไม้ไอติม 5. ประดิษฐ์สัตว์ปากอ้า 6. ประดิษฐ์สัตว์ปากอ้า 7. เกมกระดูกมือดุ๊กดิ๊ก 8. bingo พยัญชนะไทย 9. แครอทจากผ้ากำมะหยี่ 10. การพัฒนาทักษะด้านอารมณ์ของเด็กปฐมวัย โดยการประดิษฐ์ 11. เกมสนุกประยุกต์ทักษะเด็กปฐมวัย 12. โมเดลฟัน 13. โครงร่างของฉัน 14. อวัยวะของฉัน หน้า 4 จาก 141
15. นี่คือสัตว์อะไรเอ่ย 16. Unplug Coding เกาะมหาสมบัติ 17. สามภาษา(ไทย อังกฤษ จีน) 18. ฉันคือนักการทูต(สามภาษา ไทย อังกฤษ จีน) หน้า 5 จาก 141
ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 1. มาตรฐานการศึกษา มาตรฐานการศึกษา ระดับ คุณภาพ มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน ยอดเยี่ยม 1. มีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และ การคิดคำนวณ ยอดเยี่ยม 2. มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปั ญหา ยอดเยี่ยม 3. มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม ยอดเยี่ยม 4. มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร ยอดเยี่ยม 5. มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา ยอดเยี่ยม 6. มีความรู้ทักษะพื้นฐาน และเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ยอดเยี่ยม 7. การมีคุณลักษณะและค่านิยมที่ดีตามที่สถานศึกษากำหนด ยอดเยี่ยม 8. ความภูมิใจในท้องถิ่นและความเป็นไทย ยอดเยี่ยม 9. การยอมรับที่จะอยู่ร่วมกันบนความแตกต่างและหลากหลาย ยอดเยี่ยม 10. สุขภาวะทางร่างกายและจิตสังคม ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ ยอดเยี่ยม 1. มีเป้าหมายวิสัยทัศน์และพันธกิจที่สถานศึกษากำหนดชัดเจน ยอดเยี่ยม 2. มีระบบบริหารจัดการคุณภาพของสถานศึกษา ยอดเยี่ยม 3. ดำเนินงานพัฒนาวิชาการที่เน้นคุณภาพผู้เรียนรอบด้านตามหลักสูตรสถานศึกษาและทุกกลุ่มเป้าหมาย ยอดเยี่ยม 4. พัฒนาครูและบุคลากรให้มีความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ยอดเยี่ยม 5. จัดสภาพแวดล้อมทางกายภาพและสังคมที่เอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ อย่างมีคุณภาพ ยอดเยี่ยม 6. จัดระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการและ การจัดการเรียนรู้ ยอดเยี่ยม มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ยอดเยี่ยม 1. จัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ยอดเยี่ยม 2. ใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อ ต่อการเรียนรู้ ยอดเยี่ยม 3. มีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก ยอดเยี่ยม 4. ตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบ และ นำผลมาพัฒนาผู้เรียน ยอดเยี่ยม 5. มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับ เพื่อพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ยอดเยี่ยม สรุปผลการประเมินระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยอดเยี่ยม หน้า 6 จาก 141
2. หลักฐานสนับสนุนผลการประเมินตนเองตามระดับคุณภาพ โรงเรียนกำหนดให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นตามเป้าหมาย ที่กำหนดในการพัฒนาผู้เรียนร้อยละ 85 และผลการทดสอบทางการ ศึกษาระดับชาติสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยผู้รับผิดชอบวางแผนโครงการ กิจกรรมที่หลากหลาย ได้แก่โครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผลการทดสอบระดับชาติ ผู้เรียนมีผลการทดสอบระดับชาติในปีการศึกษา 2566 นั้นพบว่าผู้เรียน มีผลการทดสอบระดับชาติสูงขึ้นโดยโรงเรียนได้นำผลการพัฒนาไปใช้ เป็นข้อมูลในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและ การส่งเสริมการทดสอบการวัดทักษะทางภาษาต่างประเทศวิชาภาษาจีน การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT ,HSH,HSKK เสริมทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนในแต่ละระดับชั้น 3. โรงเรียนมีแผนจะพัฒนาตนเองต่อไปอย่างไรให้ได้มาตรฐานที่ดีขึ้นกว่าเดิม 1 ระดับ โรงเรียนกำหนดให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นตามเป้าหมาย ที่กำหนดในการพัฒนาผู้เรียนร้อยละ 85 และผลการทดสอบทางการ ศึกษาระดับชาติสูงขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา โดยผู้รับผิดชอบวางแผนโครงการ กิจกรรมที่หลากหลาย ได้แก่โครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โครงการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการทดสอบระดับชาติผู้เรียน มีผลการทดสอบระดับชาติในปีการศึกษา 2566 นั้น พบว่าผู้เรียน มีผลการทดสอบระดับชาติสูงขึ้นโดยโรงเรียนได้นำผลการพัฒนา ไปใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการส่ง เสริมการทดสอบการวัดทักษะทางภาษาต่างประเทศวิชาภาษาจีน การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT ,HSH,HSKK เสริมทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่านและการเขียนในทุกระดับชั้น 4. นวัตกรรม/แบบอย่างที่ดี (Innovation/Best Practice) 1. ฉันคือนักการทูต(สามภาษา ไทย อังกฤษ จีน) 2. สามภาษา(ไทย อังกฤษ จีน) 3. เซียมซีปริศนา (หว่อ เมิน เตอะ เซิง ฉือ ) 4. การเขียนตามจินตนาการเค้าโครงเรื่อง 5. รักการอ่าน 6. ฉันชอบกิน(หว่อ สี่ ฮวน ชือ) 7. ขลุ่ยพลิ้วเสียงเพลง 8. วงล้อหรรษา Animais Gand 4 หน้า 7 จาก 141
9. ระบบย่อยอาหาร 10. Codding ชุดคำสั่ง Scratch ลงชื่อ........................................ (........นางสุภาพร พันธุโคตร........) ตําแหน่ง ผู้อํานวยการ หน้า 8 จาก 141
ส่วนที่ 2 ข้อมูลพื้นฐาน 1. โรงเรียน (School Name) : เสริมมิตรวิทยา รหัสโรงเรียน (School Code) : 1114100032 ที่อยู่ (Address) : 39 อาคาร (Bldg) : หมู่ที่ (Village No.) : 6 ตรอก (Alley) : ซอย (Lane) : ถนน (Street) : พหลโยธิน ตำบล/แขวง (Sub-district) : เชียงรากน้อย อำเภอ/เขต (District) : บางปะอิน จังหวัด (Province) : พระนครศรีอยุธยา รหัสไปรษณีย์ (Post Code) : 13180 โทรศัพท์ (Tel.) : 035-361-900 โทรสาร (Fax.) : 035-353-450 อีเมล (Email) : [email protected] เว็บไซต์ (Website) : ไลน์ (Line) : เฟซบุ๊ก (Facebook) : โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา 2. ระดับที่เปิดสอน ปกติ (สามัญศึกษา) : อนุบาล, ประถมศึกษา English Program : หน้า 9 จาก 141
3. ประวัติโรงเรียน โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2471 มีนายอยู่ท้วง แซ่กี้ เป็ นผู้รับใบอนุญาตเปิดทำการสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 4 สอนตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการและขอเปิดสอนภาษาจีนมีน ายเอี้ยวค้วง แซ่ลิ้ม เป็นผู้จัดการ นางสาวจันทนา สิวนะกูล เป็นครูใหญ่ โดยใช้ชื่อว่าโรงเรียนเคี้ยว-กงฮัก ในปีพ.ศ. 2507 ต่อมา เปลี่ยนซื่อเป็น โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ในปี 2521 ได้ขยายชั้นเรียนเป็นระดับชั้นอนุบาลถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ต ามใบอนุญาตเลขที่ 1340/2521 นำโดยคณะพ่อค้าชาวจีนชื่อ นายกิม เหม-โก นายสำเริง ประดิษฐ์ และนายวัชระ อมรสิง ห์ ได้ร่วมกันต่อตั้งเป็นสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา นับรวมระยะเวลาถึงปีการศึกษาปัจจุบันเป็นเวลา 75 ปี เป็นโ รงเรียนเอกชนสอนภาษาจีนประเภทขนาดใหญ่พิเศษ ก่อตั้งโดยกลุ่มพ่อค้าชาวไทยเชื้อสายจีน ชาวประตูน้ำพระอินทร์ อำเภอ บางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้กุลบุตร-กุลธิดา ได้เรียนรู้ถึงวัฒนธรรมภาษาจีนภายใต้การบริหารงานสม าคมศิษย์เก่าโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาได้ร่วมกันระดมความคิดงบประมาณในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาด้านการเรียนการสอนนักเ รียนให้มีขีดความสามารถให้ทัดเทียม ระดับสากลปัจจุบันโรงเรียนเสริมมิตรวิทยามีเนื้อที่ 2 ไร่ 1 836 ตารางวา (ที่ตั้ง 39 หมู่ 6 ถนนพหลโยธิน ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13180 ปัจจุบันโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา โดย นายราชัน เศวตอมรกุ ล ดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา คณะผู้บริหารโรงเรียนประกอบด้วย 1.นายวันชัย เศวตอมรกุล ดำรงตำแหน่ง ผู้แทนผู้รับใบอนุญาต 2.นางสาวปราณี โพธิ์ทอง ดำรงตำแหน่ง ผู้จัดการ 3.นางสุภาพร พันธุโคตร ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ วัตถุประสงค์การจัดตั้งโรงเรียน ตามเจตนารมณ์ของกลุ่มพ่อค้าชาวไทยเชื้อสายจีนตลาดประตูน้ำพระอินทร์ ที่ก่อตั้งโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนเอก ชนสอนภาษาจีนขนาดใหญ่ ในเขต อำเภอบางปะอินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เปิด ทำการเรียนการสอนมานานกว่า ๗๕ ปีกว่า เพื่อให้กุลบุตร-กุลธิดาได้เรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีจีน และอนุรักษ์วัฒนธรรมด้านทางภาษาจีน ภายใต้การบริหารงานข องสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา มีวัตถุประสงค์ดังนี้ ๑.จัดการศึกษาเรียนรู้ด้านภาษาไทย ภาษาจีน และภาษาอังกฤษ ให้แก่เด็ก และเยาวชนชุมชนประตูน้ำพระอินทร์โดยไ ม่แสวงหาผลกำไร ๒.ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เข้าถึงหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ๓.ส่งเสริมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยและประเพณีจีน สร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ๔.ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนรักการออกกำลังกาย วัตถุประสงค์ของโรงเรียน 1. ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร 2. ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดเป็นอย่างเป็นระบบ คิดสร้างสรรค์ ตัดสินในแก้ปัญหาได้อย่างมีสติ สมเหตุสมผล 3. ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการอ่านและพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 4. สถานศึกษามีการจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนทักษะชีวิต 5. ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรมและสืบสานวัฒนธรรมไทย 6. ผู้เรียนรู้จักพัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หน้า 10 จาก 141
7. ผู้เรียนมีความเป็นอยู่อย่างพอเพียงพอประมาณสมเหตุสมผล 8 .ผู้เรียนทุกคนปลอดสารเสพติด เป้าหมาย 1. ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตรสถานศึกษา 2. ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ คิดสร้างสรรค์ตัดสินใจ แก้ปัญหาอย่างมีสติ สมเหตุสมผล 3. ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการอ่านและพัฒนาตนเอง อย่างต่อเนื่อง 4. โรงเรียนจัดหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนทักษะชีวิต 5. ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และสืบสานวัฒนธรรมไทย 6. ผู้เรียนรู้จักพัฒนา และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม 7. ผู้เรียนมีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง พอประมาณสมเหตุสมผล 8. ผู้เรียนทุกคนปลอดสารเสพติด 9. ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 10.โรงเรียนมีเอกลักษณ์ และอัตลักษณ์ที่โดดเด่น 11. โรงเรียนมีระบบประกันคุณภาพได้ตามมาตรฐาน 12. ครูจัดการเรียนการสอน ตามจุดเน้นกระทรวงศึกษาและหน่วยงานต้นสังกัด หน้า 11 จาก 141
4. ข้อมูลพื้นฐานแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ปรัชญา ความรู้ คู่จรรยา พัฒนาสังคม วิสัยทัศน์ ระดับปฐมวัย โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา มุ่งเน้นพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคมและสติปัญญาเหมา ะสมกับวัย เรียนรู้ผ่านการเล่น มีคุณธรรม จริยธรรม มีมารยาทที่งดงามตามวัฒนธรรมไทย ช่วยเหลือตนเองได้ดำรงชีวิตตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกฝังให้เด็กมีนิสัยประหยัดและอดออม โดยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน และทุกฝ่า ยที่เกี่ยวข้อง ระดับประถมศึกษา โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา มุ่งมั่น จัดการศึกษาได้มาตรฐาน สืบสานวัฒนธรรมไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพียบพร้อมคุณธ รรม น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง หลีกเลี่ยงยาเสพติด เป็นมิตรกับชุมชน มุ่งสู่สากล แยบยลภาษาจีน พันธกิจ ระดับปฐมวัย 1.พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่มุ่งเน้นพัฒนาการเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้านอย่างสมดุล 2.พัฒนาครูและบุคลากรด้านการจัดการศึกษาปฐมวัยที่ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นที่มีจุดหมายอย่างต่อเนื่อง 3.ส่งเสริม สนับสนุนการจัดสภาพแวดล้อม สื่อ เทคโนโลยีแหล่งเรียนรู้ในการพัฒนาเด็กปฐมวัย 4.จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายสอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองของเด็กโดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงแ ละแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถื่นมาใช้เสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก 5.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชนในการพัฒนาเด็กปฐมวัย ระดับประถมศึกษา 1.จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตรสถานศึกษา 2.จัดกิจกรรมส่งเสริมให้ผู้เรียน มีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ คิดสร้างสรรค์ ตัดสินใจแก้ปัญหาได้อย่างมีสติ สมเ หตุสมผล 3จัดกิจกรรมส่งเสริมผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการอ่าน และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 4.ส่งเสริมพัฒนาให้สถานศึกษามีการจัดหลักสูตร และกระบวนการเรียนการสอนทักษะชีวิต 5.ส่งเสริมจัดกิจกรรมพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม และสืบสานวัฒนธรรมไทย 6.จัดกิจกรรมอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม 7. จัดกิจกรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจอย่างพอเพียงสู่สถานศึกษา 8. จัดกิจกรรมต่อต้านหลีกเลี่ยงสารเสพติด ค่านิยม yù (อวี้) jiào yù (เจี้ยว อวี้) ให้ความรู้ qiáo (เฉียว) qiáo dé (เฉียว เต๋อ) ปลูกฝังคุณธรรม gong (กง) gong gong (กง ก้ง) จิตสาธารณะ หน้า 12 จาก 141
xué (เสวีย) xué xí (เสวีย สี) ฝึกฝนเรียนรู้ เป้าหมาย ระดับปฐมวัย 1.เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกายแข็งแรง มีสุขนิสัยที่ดีและดูแลความปลอดภัยของตนเองได้ 2.เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ควบคุมและแสดงออกทางอารณ์ได้ 3.เด็กมีพัฒนาการด้านสังคม ช่วยเหลือตนเองและเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม 4.เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญา สื่อสารได้ มีทักษะการคิดพื้นฐานและแสวงหาความรู้ได้ 5.ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและพึงพอใจต่อการบริหารจัดการของโรงเรียน 6.โรงเรียนมีระบบการประกันคุณภาพที่เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 7.ครูจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพเน้นทักษะกระบวนการคิดและการปฏิบัติจริงของเด็ก 8.โรงเรียนจัดสภาพแวดล้อมที่มีความสะดวก สะอาด ปลอดภัย เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก 9.โรงเรียนให้บริการสื่อเทคโนโลยีที่พอเพียงกับครูในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก 10.ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำทางวิชาการและเป็นที่ยอมรับของบุคคลภายนอก ระดับประถมศึกษา 1.ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตรและมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามที่โรงเรียนกำหนด 2.ผู้เรียนมีความสามารถทางการคิดอย่างเหมาะสมตามวัย 3.ผู้เรียนสามารถสื่อสารภาษาต่างประเทศทั้งภาษาอังกฤษและภาษาจีนตามวัย 4.ผู้เรียนมีความสามารถทางวิชาการพร้อมสู่การแข่งขันในระดับสากลและพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น 5.โรงเรียนพัฒนาหลักสูตรและแผนการจัดการเรียนรู้ของครูที่มุ่งสู่การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและความซื่อสัตย์สุจริต 6.ผู้เรียนมีทักษะชีวิต รักการเล่นกีฬาและว่ายน้ำเป็นเพื่อช่วยเหลือตนเองและผู้อื่น ได้ 7.ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม ไหว้สวย และอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทย 8.ผู้เรียนทุกคนปลอดภัยจากสารเสพติดให้โทษ 9.ผู้ปกครองและชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและพัฒนาผู้เรียน 10.โรงเรียนมีระบบการประกันคุณภาพที่เกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง 11.ครูจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กระตุ้นให้ผู้เรียนมีทักษะการคิดสมวัย 12.โรงเรียนจัดสภาพแวดล้อมที่สะอาด และมีระบบความปลอดภัยที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน 13.ผู้เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาพึงพอใจต่อการบริหารจัดการและการจัดการศึกษาของโรงเรียน 14.ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ เป็นผู้นำทางวิชาการและเป็นที่ยอมรับของบุคคลภายนอก ยุทธศาสตร์หรือกลยุทธ์ ระดับปฐมวัย 1.พัฒนาคุณภาพเด็กให้มีความพร้อมทั้ง 4 ด้าน มุ่งเน้นทักษะการคิดพื้นฐานและการสื่อสาร 3 ภาษาตามวัย 2.พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการและการประกันคุณภาพภายในที่มีคุณภาพ 3.พัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ ระดับประถมศึกษา หน้า 13 จาก 141
1.พัฒนาคุณภาพผู้เรียน มุ่งเน้นทักษะการคิดพื้นฐาน และการสื่อสารสามภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) ตามที่โรงเรียนกำหนดแล ะเป็นพื้นฐานในการแข่งขันและการศึกษาต่อ 2.พัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการและการประกันคุณภาพภายในที่มีคุณภาพ 3.พัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เอกลักษณ์ แจ่มใส ไหว้งาม อัตลักษณ์ เรียนรู้ คู่ภาษาจีน หน้า 14 จาก 141
5. จำนวนนักเรียน จํานวนผู้เรียน ปกติ จํานวนผู้เรียนท่ีมี ระดับท่ีเปิดสอน ความต้องการพิเศษ การจัดการเรียน การสอน จำนวน ห้องเรียน ชาย หญิง ชาย หญิง รวม ระดับก่อนประถมศึกษา อนุบาลปีที่ 1 ห้องเรียนปกติ 3 54 38 0 0 92 อนุบาลปีที่ 2 ห้องเรียนปกติ 4 54 63 0 0 117 อนุบาลปีที่ 3 ห้องเรียนปกติ 3 49 45 0 0 94 รวม ห้องเรียนปกติ 10 157 146 0 0 303 ระดับประถมศึกษา ประถมศึกษาปีที่ 1 ห้องเรียนปกติ 4 68 65 0 0 133 ประถมศึกษาปีที่ 2 ห้องเรียนปกติ 4 78 61 0 0 139 ประถมศึกษาปีที่ 3 ห้องเรียนปกติ 5 72 103 0 0 175 ประถมศึกษาปีที่ 4 ห้องเรียนปกติ 4 64 89 0 0 153 ประถมศึกษาปีที่ 5 ห้องเรียนปกติ 5 81 81 0 0 162 ประถมศึกษาปีที่ 6 ห้องเรียนปกติ 5 82 92 0 0 174 รวม ห้องเรียนปกติ 27 445 491 0 0 936 รวมทั้งสิ้น ห้องเรียนปกติ 37 602 637 0 0 1,239 หน้า 15 จาก 141
6. จำนวนผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา 6.1. ผู้บริหารสถานศึกษา - นายวันชัย เศวตอมรกุล ตำแหน่ง ผู้รับใบอนุญาต/ผู้แทนผู้รับใบอนุญาต เบอร์โทรศัพท์ 089-888-5564 - นางสาวปราณี โพธิ์ทอง ตำแหน่ง ผู้จัดการ เบอร์โทรศัพท์ 081-914-4031 - นางสุภาพร พันธุโคตร ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน เบอร์โทรศัพท์ 094-547-6677 6.2. จำนวนครู และบุคลากรทางการศึกษา (เฉพาะที่บรรจุเท่านั้น) 6.2.1. สรุปจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษา จำแนกวุฒิการศึกษาและประเภท/ตำแหน่ง จำนวนครู และบุคลากรทางการศึกษา ประเภท/ตำแหน่ง ต่ำกว่า ป.ตรี ป.ตรี ป.บัณฑิต ป.โท ป.เอก รวม ผู้สอนก่อนประถมศึกษา 1. ครูไทย 0 13 0 1 0 14 2. ครูชาวต่างชาติ 0 0 0 0 0 0 ผู้สอนประถมศึกษา 1. ครูไทย 0 46 0 2 0 48 2. ครูชาวต่างชาติ 0 2 0 0 0 2 รวม 0 61 0 3 0 64 บุคลากรทางการศึกษา 1. บรรณารักษ์ 0 0 0 0 0 0 2. งานแนะแนวทั่วไป 0 0 0 0 0 0 3. เทคโนโลยีการศึกษา 0 0 0 0 0 0 4. งานทะเบียนวัดผล 0 0 0 0 0 0 5. บริหารงานทั่วไป 1 1 0 0 0 2 รวม 1 1 0 0 0 2 บุคลากรอื่น หน้า 16 จาก 141
จำนวนครู และบุคลากรทางการศึกษา ประเภท/ตำแหน่ง ต่ำกว่า ป.ตรี ป.ตรี ป.บัณฑิต ป.โท ป.เอก รวม 1. พี่เลี้ยง 7 2 0 0 0 9 2. บุคลากรอื่นๆ 0 0 0 0 0 0 รวม 7 2 0 0 0 9 รวมทั้งสิ้น 8 64 0 3 0 75 สรุปอัตราส่วน สรุปอัตราส่วน จํานวนห้อง จํานวนนักเรียน จํานวนครู จํานวนผู้เรียนต่อครู จํานวนผู้เรียนต่อห้อง ระดับอนุบาล 10 303 14 22:1 31:1 ระดับประถมศึกษา 27 936 50 19:1 35:1 หน้า 17 จาก 141
6.2.2. จำนวนครูจำแนกตามระดับและกลุ่มสาระการเรียนรู้ จํานวนครูผู้สอน ระดับ ตรงวุฒิ ไม่ตรงวุฒิ รวม ปฐมวัย 1 0 1 จํานวนครูผู้สอน กลุ่มสาระการเรียนรู้ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ตรงวุฒิ ไม่ตรงวุฒิ ตรงวุฒิ ไม่ตรงวุฒิ รวม ภาษาไทย 1 0 0 0 1 คณิตศาสตร์ 0 1 0 0 1 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 0 0 0 0 0 สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม 1 0 0 0 1 สุขศึกษาและพลศึกษา 3 0 0 0 3 ศิลปะ 1 0 0 0 1 การงานอาชีพ 0 0 0 0 0 ภาษาต่างประเทศ 4 2 0 0 6 รวม 10 3 0 0 13 6.2.3. ตารางสรุปจำนวนครูที่สอนกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จํานวนครูผู้สอน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ประถมศึกษา มัธยมศึกษา รวม กิจกรรมนักเรียน - ลูกเสือ 40 0 40 - เนตรนารี 40 0 40 - ยุวกาชาด 0 0 0 - ผู้บำเพ็ญประโยชน์ 0 0 0 - รักษาดินแดน (ร.ด.) 0 0 0 - กิจกรรมชุมนุม ชมรม 40 0 40 กิจกรรมแนะแนว 40 0 40 กิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชน์ 40 0 40 หน้า 18 จาก 141
ส่วนที่ 3 : ผลการดำเนินงาน 1. ผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา 1.1. ระดับปฐมวัย ยุทธศาสตร์ที่ 1 : พัฒนาคุณภาพเด็ก โครงการ : ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. เด็กมีน้ำหนัก ส่วนสูงเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุข 2. เด็กเคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่ว ทรงตัวได้ดี ใช้มือและตาประสานสัมพันธ์ได้ดี 3. เด็กดูแลรักษาสุขภาพอนามัยส่วนตนและปฏิบัติจนเป็นนิสัย 4. เด็กปฏิบัติตนตามข้อตกลงเกี่ยวกับความปลอดภัย หลีกเลี่ยงสภาวะที่เสี่ยงต่อโรค สิ่งเสพติดและระวังภัยจากบุคคล สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 97.78 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมหนูน้อยสุขภาพดีมีสุข โดยได้ดำเนินการดังนี้ กิจกรรมหนูน้อยสุขภาพดีมีสุขรับผิดชอบจัดกิจกรรมโดยฝ่ายปฐมวัย ผู้รับผิดชอบกิจกรรมได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ให้คุณครูแต่ละระดับชั้นทราบเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมหนูน้อ ยสุขภาพดี มีสุข ซึ่งคุณครูแต่ละระดับชั้น ได้มีการจัดกิจกรรมในแต่ละวัน เช่น การดื่มนม การรับประทานอาหารที่มีคุณภาพตามหลักโภชนาการ กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ การออกกำลังกาย การเล่นเครื่องเล่นสนาม คุณครูจะชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง ทำให้เด็กๆ มีพัฒนาการที่ดีขึ้น และสุขภาพแข็งแรง จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 96.80 มีน้ำหนัก ส่วนสูงเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน 2.เด็กร้อยละ 97.60 เด็กคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่ว ทรงตัวได้ดีใช้มือและตาประสานสัมพันธ์ได้ดี 3.เด็กร้อยละ 96.00 เด็กดูแลรักษาสุขภาพอนามัยส่วนตนแลปฏิบัติจนเป็นนิสัย 4.เด็กร้อยละ 97.60 เด็กปฏิบัติตนตามข้อตกลงเกี่ยวกับความปลอดภัยหลีกเลี่ยงสภาวะที่เสี่ยงต่อโรคสิ่งเสพติดและระวังภัยจากบุคคล สิ่งแวดล้อม และสถานการณ์ที่เสี่ยงอันตราย สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.80 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 2. โรงเรียนจัดกิจกรรมหนูน้อยปลอดภัยห่างไกลจากโรค โดยได้ดำเนินการดังนี้ กิจกรรมหนูน้อยปลอดภัย ห่างไกลจากโรคจัดกิจกรรมโดยฝ่ายปฐมวัย ผู้รับผิดชอบกิจกรรมได้ประชุมชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ให้คุณครูแต่ละระดับชั้นทราบเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรร ม มีการจัดบอร์ดให้ความรู้เกี่ยวกับโรคที่เกิดขึ้นกับเด็กเล็กโดยมีคุณครูเป็นวิทยากรให้ความรู้สาเหตุการเกิดโรค รู้จักวิธีการดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคเพื่อให้เด็กสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันของตนเองได้ จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 97.60 มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรคต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน 2.เด็กร้อยละ 94.50 มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม 3.เด็กร้อยละ 98.40 รู้จักคิดวิเคราะห์ จากการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริงและรู้จักวิธีการป้องกันตนเองได้มากขึ้น 4.เด็กร้อยละ 97.60 สามารถนำความรู้ที่ได้ไปป้องกันในการใช้ชีวิตประจำวัน สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.47 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 3.โรงเรียนจัดกิจกรรมหนูน้อยนักกีฬา โดยได้ดำเนินการดังนี้ กิจกรรมหนูน้อยนักกีฬา ผู้รับผิดชอบกิจกรรมได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ให้คุณครูทราบ จับสลากแบ่งสี จำนวน 4 สี คือ สีแดง สีเหลือง สีเขียวและสีฟ้า จัดตารางการแข่งขันกีฬาทั้งประเภทลู่ กีฬาพื้นบ้าน กีฬาสากล เช่น วิ่งเดี่ยว วิ่งผลัด จักรยานเดี่ยว จักรยานผลัด ฟุตบอล ชู๊ตบาส ชักเย่อ และจัดกีฬาสีภายในวันที่ 6 ตุลาคม 2566 จากการดำเนินงานพบว่า หน้า 19 จาก 141
1.เด็กร้อยละ 99.20 รักการออกกำลังกาย 2.เด็กร้อยละ 96.80 เคลื่อนไหวร่างกายคล่องแคล่ว ทรงตัวได้ดี ใช้มือและตาประสานสัมพันธ์ได้ดี 3.เด็กร้อยละ 97.60 สามารถเล่นกีฬาที่ตนเองชอบและถนัด 4.เด็กร้อยละ 97.60 มีน้ำใจเป็นนักกีฬา “ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย ” สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 98.03 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 4.โรงเรียนจัดกิจกรรมมือปราบน้อยตามรอยลูกน้ำ(ลูกน้ำยุงลาย) โดยได้ดำเนินการดังนี้ กิจกรรมมือปราบน้อยตามรอยลูกน้ำโดยฝ่ายปฐมวัย ผู้รับผิดชอบกิจกรรมได้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ให้คุณครูแต่ละระดับชั้นทราบเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมมือปร าบน้อยตามรอยลูกน้ำ ให้คุณครูได้ดำเนินการแจ้งทางผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมเกี่ยวกับการป้องกันลูกน้ำยุงลายเมื่ออยู่ที่บ้านและพาเด็กๆ เดินดูบริเวณโรงเรียนเพื่อสำรวจแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย เช่น บริเวณน้ำขังหรือบริเวณที่มีแจกัน และกระถางปลูกต้นไม้ ถ้ามีน้ำขังให้เทน้ำทิ้ง หรือมีแจกันปลูกต้นไม้ให้เปลี่ยนน้ำทุกสัปดาห์เพื่อป้องกันการวางไข่ของยุงลายจากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 99.20 มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับลูกน้ำยุงลาย 2.เด็กร้อยละ 97.60 รู้จักคิดวิเคราะห์ จากการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริงและรู้จักวิธีการป้องกัน 3.เด็กร้อยละ 96.80 สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 4.ผู้ปกครองร้อยละ 97.60 มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรม สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.81 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาการสมวัยอย่างมีคุณภาพ - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล หน้า 20 จาก 141
- การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. เด็กแสดงออกทางอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม 2. เด็กมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น 3. เด็กสนใจมีความสุขและแสดงออกผ่านงานศิลปะ ดนตรีและการเคลื่อนไหว 4. เด็กซื่อสัตย์สุจริต 5. เด็กมีความเมตตากรุณา มีน้ำใจและช่วยเหลือแบ่งปัน 6. เด็กมีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น 7. เด็กมีความรับผิดชอบ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 96.77 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1. โรงเรียนจัดกิจกรรมมือน้อยสร้างสรรค์โดยได้ดำเนินการดังนี้ กิจกรรมมือน้อยสร้างสรรค์จัดขึ้นโดยฝ่ายปฐมวัย โดยมีการประชุมคณะครูฝ่ายปฐมวัยเพื่อชี้แจงขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมมือน้อยสร้างสรรค์ โดยจัดการประกวดผลงานศิลปะของแต่ละสายชั้น มีการแต่งตั้งกรรมการให้คะแนนการทำใบงานศิลปะในแต่ละเดือนและมอบเกียรติบัตรให้กับเด็กนักเรียนที่ได้รางวัลชนะเลิศ ลำดับ 1-3 ในแต่ละช่วงชั้น จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 95.20 มีความร่าเริงแจ่มใส แสดงอารมณ์ความรู้สึกได้เหมาะสม 2.เด็กร้อยละ 93.60 รู้จักยับยั้งชั่งใจ อดทนในการรอคอย 3.เด็กร้อยละ 96.80 หน้า 21 จาก 141
ยอมรับและพอใจในความสามารถ และผลงานของตนเองและผู้อื่นได้ 4.เด็กร้อยละ 93.60 มีความมั่นใจ กล้าพูด กล้าแสดงออก 5.เด็กร้อยละ 93.60 ช่วยเหลือแบ่งปัน 6.เด็กร้อยละ 94.40 เคารพสิทธิ รู้หน้าที่รับผิดชอบ อดทนอดกลั้น 7.เด็กร้อยละ 94.40 มีความสุขกับศิลปะดนตรี และการเคลื่อนไหว สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 95.94 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมเด็กดีมีศีลธรรม โดยได้ดำเนินการดังนี้ กิจกรรมเด็กดีมีศีลธรรมจัดขึ้นโดยฝ่ายปฐมวัย ผู้รับผิดชอบกิจกรรมดำเนินงานโดยการประชุมคุณครูประจำชั้นเพื่อชี้แจงเกี่ยวกับกิจกรรมเด็กดีมีศีลธรรมโดยมอบหมายให้คุ ณครูช่วยฝึกเด็กๆในการไหว้ในระดับต่างๆ การกล่าวคำทักทายต่างๆ และก่อนนอนกลางวันในระดับอนุบาล 1 และอนุบาล 2 ต้องสวดมนต์ก่อนนอนทุกครั้ง ในช่วงเย็นก่อนกลับบ้านมีการสวดมนต์ทุกวัน ตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 - 3 สวดมนต์ และร่วมกิจกรรมวิถีพุทธกับระดับประถมศึกษาในวันอังคารจะใส่ชุดขาวเพื่อร่วมกิจกรรมสวดมนต์ ฟังธรรมจากพระอาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัยร่วมกับพี่ระดับประถมศึกษา จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 96.80 รู้จักยับยั้งชั่งใจอดทนในการรอคอย 2.เด็กร้อยละ 96.80 มีจิตสำนึกและค่านิยมที่ดี 3.เด็กร้อยละ 96.80 รู้จักเคารพสิทธิรู้หน้าที่รับผิดชอบอดทนอดกลั้น 4.เด็กร้อยละ 96.80 ซื่อสัตย์สุจริตมีคุณธรรมจริยธรรมตามที่โรงเรียนกำหนด สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.60 กิจกรรมนนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก - มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาการสมวัยอย่างมีคุณภาพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ หน้า 22 จาก 141
- มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา โครงการ : ส่งเสริมพัฒนาด้านสังคม เป้าหมายเชิงปริมาณ : 90.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.เด็กช่วยเหลือตนเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน 2.เด็กมีวินัยในตนเอง 3.เด็กประหยัดและพอเพียง 4.เด็กดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 5.เด็กมีมารยาทวัฒนธรรมไทยและรักษาความเป็นไทย 6.เด็กยอมรับความเหมือนและความแตกต่างระหว่างบุคคล 7.เด็กปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น 8.เด็กปฏิบัติตนเบื้องต้นในการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 96.95 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1. โรงเรียนจัดกิจกรรมยิ้มสวย มารยาทงาม โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมได้ดำเนินกิจกรรมยิ้มสวย มารยาทงาม ประจำปีการศึกษา 2566 ในระดับอนุบาล 1- 3โดยมีคณะครูผู้รับผิดชอบเป็นผู้ฝึกซ้อมและแนะนำวิธีการไหว้ที่ถูกต้องในแบบต่างๆ ให้แก่เด็กก่อนจะจัดการประกวดเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตามลำดับขั้นตอน ผู้จัดกิจกรรมจึงจัดทำตารางการประกวดทุกเดือน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมและประสานงานแก่คณะครูผู้ฝึกซ้อมการไหว้ในแต่ละห้อง รวมถึงแจ้งให้คณะครูที่เป็นคณะกรรมการตัดสินให้ทราบการกำหนดวันประกวด เด็กที่ได้รับคัดเลือกในแต่ละห้อง จะมาประกวดรวมระดับอีกครั้งเพื่อคัดเลือกเด็กที่ปฏิบัติการไหว้ทั้ง 3 ระดับได้ถูกต้องตามขั้นตอนเหมาะสมกับวัยจากนั้นจะมีการสรุปผลการประกวดและมอบเกียรติบัตรแก่เด็กที่ได้รับคัดเลือกแต่ ละระดับทุกเดือนจากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 96.20 สามารถไหว้ทั้ง 3 ระดับได้อย่างถูกต้องตามวัย 2.เด็กร้อยละ 96.80 สามารถปฏิบัติตนตามมารยาทไทยได้เหมาะสมตามวัย 3.เด็กร้อยละ 95.20 มีบุคลิกภาพที่ดีตามวัย 4.เด็กร้อยละ 92.80 กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสมตามวัย สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.17 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมวันสำคัญ โดยได้ดำเนินการดังนี้ผู้จัดกิจกรรมได้จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ และใบความรู้วันสำคัญต่างๆ ให้ครูแต่ละระดับชั้นได้จัดบอร์ดวันสำคัญแต่ละอาคารเพื่อให้เด็กอนุบาลได้เรียนรู้เกี่ยวกับวันสำคัญต่างๆ อีกทั้งการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี เพื่อให้เด็กมีความสนใจในการเรียนรู้ ในวันสำคัญต่างๆ ที่จัดขึ้น เช่น วันขึ้นปีใหม่ วันไหว้ครู วันเด็ก วันเข้าพรรษา วันลอยกระทง วันเด็ก ผู้จัดกิจกรรมจัดให้เด็กได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ โดยมีครูประจำชั้นอนุบาลคอยดูแล เช่น กิจกรรมวันขึ้นปีใหม่ จัดให้มีการทำบุญตักบาตร ข้าวสารอาหารแห้ง วันไหว้ครู ได้จัดให้เด็กได้เข้าร่วมกิจกรรมโดยการเตรียมอุปกรณ์ทำพานเพื่อให้ตัวแทนห้องไหว้ครู วันเด็กจัดให้เด็กได้ร่วมกิจกรรมและมีของรางวัลต่างๆ แจกให้เด็ก วันเข้าพรรษาจัดให้มีการหล่อเทียนและเวียนเทียน หน้า 23 จาก 141
วันลอยกระทงจัดให้เด็กได้เตรียมอุปกรณ์ในการทำกระทงและให้ความรู้เกี่ยวกับวันลอยกระทง อีกทั้งมีการประกวดหนูน้อยนพมาศ ช่วงบ่ายได้พาเด็กอนุบาลร่วมนำกระทงไปลอยที่คลองหลังโรงเรียน เป็นต้น จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 98.40 มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวันสำคัญต่างๆ 2.เด็กร้อยละ 97.60 มีจิตสำนึกและค่านิยมที่ดี 3.เด็กร้อยละ 97.60 รู้จัก ยับยั้งชั่งใจ อดทนในการรอคอย 4.เด็กร้อยละ 96.80 มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย เช่น การไหว้ การยิ้ม ทักทาย และการมีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.66 กิจกรรมนuhตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 3. โรงเรียนจัดกิจกรรมหนูน้อยพอเพียง โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมได้ประชุมชี้แจงคณะครูเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมหนูน้อยพอเพียง โดยให้ครูแต่ละห้องส่งเสริมให้เด็กของตน เรียนรู้และปฏิบัติจริงเกี่ยวกับการประหยัดน้ำ ประหยัดไฟที่โรงเรียน และขอความร่วมมือกับผู้ปกครองให้เด็กได้ปฏิบัติกิจกรรมที่บ้านด้วย และถ่ายรูปเด็กขณะปฏิบัติกิจกรรมเพื่อเก็บข้อมูลให้เจ้าของกิจกรรม จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 96.00 ประหยัดและพอเพียง 2.เด็กร้อยละ 96.80 มีส่วนร่วมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมในและนอกห้องเรียน สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 96.45 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 4.โรงเรียนจัดกิจกรรมหนูน้อยประชาธิปไตย โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมแจ้งให้ครูประจำชั้นระดับอนุบาล 3/1 - 3/3 คัดเลือกเด็กนักเรียนห้องละ 5 คนเพื่อฝึกการเป็นผู้นำและเข้าสมัครรับเลือกตั้งหนูน้อยประชาธิปไตย และจัดกลุ่มเด็กเป็น 4 กลุ่ม โดยผู้จัดกิจกรรมได้แบ่งหน้าที่ครูช่วยกันในการฝึกซ้อมเด็กหาเสียงและจัดบอร์ดตามทับใช้ระยะเวลาในการหาเสียงเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้เด็กในแต่ละกลุ่มได้พูดเกี่ยวกับนโยบายในกลุ่ม และทำการเลือกตั้งหนูน้อยประชาธิปไตย กลุ่มที่ได้คะแนนรับเลือกตั้งมากที่สุดจะได้เป็นประธาน รองประธาน เลขานุการ ระดับปฐมวัย ส่วนกลุ่มอื่นที่ได้คะแนนตามลำดับก็จะเป็นสมาชิกหนูน้อยจิตอาสา หลังจากเลือกตั้งเสร็จผู้จัดกิจกรรมได้จัดทำปลอกแขนให้สมาชิกทุกคนใส่เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของพี่ผู้นำ ได้ดำเนินการให้สมาชิกหนูน้อยประชาธิปไตยทุกคนได้มีเวรประจำวันที่รับผิดชอบในช่วงเช้า โดยการยืนเวรเพื่อรับส่งน้องอนุบาล 1-2 ตามจุดต่างๆ และมีเวรให้สมาชิกในกลุ่มพูดไมค์เพื่อพาน้องอนุบาลท่องคำคล้องจองในโรงอาหาร และกิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในโรงเรียนจะมีสมาชิกหนูน้อยประชาธิปไตยเป็นจิตอาสาไปช่วยตามซุ้มต่างๆ และช่วยดูและน้องอนุบาล 1-2 เมื่อสิ้นปีการศึกษาผู้จัดกิจกรรมได้ทำเกียรติบัตรให้สมาชิกหนูน้อยประชาธิปไตยทุกคน เพื่อให้เด็กได้มีความภาคภูมิใจในตนเอง จากการดำเนินงานพบว่า 1. เด็กร้อยละ 96.80 ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานประชาธิปไตยผ่านกิจกรรมการเลือกตั้ง 2. เด็กร้อยละ 95.20 มีจิตสำนึกและค่านิยมที่ดี 3. เด็กร้อยละ 96.80 ช่วยเหลือแบ่งปัน 4. เด็กร้อยละ 96.80 เคารพสิทธิ์ รู้หน้าที่รับผิดชอบ อดทนอดกลั้น สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 96.51 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก - มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน หน้า 24 จาก 141
2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป้าหมายเชิงปริมาณ : 90.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. เด็กสนทนาโต้ตอบและเล่าเรื่องราวให้ผู้อื่นเข้าใจ 2. เด็กอ่าน เขียนภาพและสัญลักษณ์ได้ 3. เด็กมีความสามารถในการคิดรวบยอด 4. เด็กมีความสามารถในการคิดเชิงเหตุผล 5. หน้า 25 จาก 141
เด็กมีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ 6. เด็กทำงานศิลปะตามจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ 7. เด็กแสดงท่าทางเคลื่อนไหวตามจินตนาการอย่างสร้างสรรค์ 8. เด็กมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ 9. เด็กมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 97.80 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรม Camping Day 3 ภาษา โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมจัดเตรียมให้มีคำศัพท์ 3 ภาษาประจำห้องเรียนอนุบาลทุกห้อง ระดับอนุบาล 1 จะเป็นคำศัพท์สัปดาห์ละคำ ส่วนระดับอนุบาล 2-3จะมีคำศัพท์ สัปดาห์ละ 2 คำ คำศัพท์ที่อ่านในแต่ละสัปดาห์จะมีความสอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้ในแต่ละหน่วย และจะมีการจัดซุ้มกิจกรรม Camping Day 3 ภาษา โดยจะจัดซุ้ม มีสื่อการเรียนรู้ที่เป็นของจริงและรูปภาพให้เด็กได้เรียนรู้ ทั้ง 3 ภาษา คือ ไทย จีน อังกฤษ และมีคำศัพท์ให้เด็กได้อ่านออกเสียง โดยจะมีเหล่าซือจีน และ Teacher ร่วมกิจกรรมในการจัดทำคำศัพท์และสื่อการเรียนรู้ ผู้จัดกิจกรรมจัดให้มีพี่ผู้นำเป็นจิตอาสาในการช่วยพาน้องๆ อ่านคำศัพท์ คำศัพท์ที่ใช้ในการจัดกิจกรรม มีความสอดคล้องกับการเรียนรู้ Project Approach และสัปดาห์แห่งการเรียนรู้ โดยผู้จัดกิจกรรมจะให้แต่ละห้องเข้าฐานเรียนรู้แต่ละห้องประมาณ 15 นาที และเวียนเข้าฐานให้ครบทุกห้อง จากนั้นจะมีการสรุปการเรียนรู้ที่เด็กได้เข้าฐานในแต่ละห้อง จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 98.40 มีทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับคำศัพท์ 3 ภาษา 2.เด็กร้อยละ 98.40 ได้เรียนรู้และมีทักษะด้านภาษาเพื่อการสื่อสารง่ายๆ ได้ตามวัย 3.ร้อยละ 100.00 คำศัพท์และภาษาที่ใช้ในการเรียนรู้เหมาะสมตามวัย 4.เด็กร้อยละ 98.40 เรียนรู้คำศัพท์และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 99.20 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมหนูน้อยนักวิทย์ โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมได้ทำการแบ่งฐานการทดลองมีจำนวน 4 ฐานๆ ละ 3 คน โดยแต่ละฐานจะแบ่งครูตามทับ และให้ครูแต่ละฐานช่วยกันค้นหาการทดลองวิทยาศาสตร์ เพื่อจะนำมาสาธิตให้เด็กดู และให้เด็กได้ลงมือ ทดลองด้วยตนเอง เมื่อสรุปได้ว่าจะทำการทดลองวิทยาศาสตร์ อะไร ครูแต่ละฐานก็ทำการสำรวจ ว่าต้องใช้วัสดุ อุปกรณ์อะไรในการทำกิจกรรมที่พอหาได้ และบางส่วน ผู้จัดกิจกรรมก็จะทำการเตรียม วัสดุ และอุปกรณ์ ของแต่ละฐานให้ วันที่จัดกิจกรรมผู้จัดกิจกรรมสาธิตการทดลองวิทยาศาสตร์ที่น่าตื่นเต้น เพื่อให้เด็กๆ ได้สนใจก่อนที่จะทำการทดลองของแต่ละฐาน หลังจากนั้นก็ให้เด็กๆ แต่ละห้องเวียนกันเข้าตามฐาน ตั้งแต่ทับ 1 เวียนไปเรื่อยๆ จนครบทุกห้อง โดยในแต่ละฐาน ครูประจำฐานจะให้พี่ อนุบาล 3 เป็นผู้ทดลองให้เพื่อนๆและน้องๆดหลังจากนั้นก็ให้เด็กๆ แต่ละคนลงมือทดลองเอง ซึ่งครูประจำฐานก็จะคอยให้คำแนะนำ จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 98.40 มีทักษะพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ตามวัย 2.เด็กร้อยละ 96.00 มีความสามารถในการคิดรวบยอด การคิดเชิงเหตุผลทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ การคิดแก้ปัญหาและสามารถตัดสินใจในเรื่องง่ายๆได้ 3.เด็กร้อยละ 97.60 สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีเช่น แว่นขยาย แม่เหล็ก กล้องดิจิตอลเป็นต้นเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้และ แสวงหาความรู้ได้ระดับปฏิบัติได้ 4.เด็กร้อยละ 96.80 รู้จักคิดวิเคราะห์ จากการเรียนรู้ด้วย ประสบการณ์จริงได้เปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนรู้ด้วยตนเอง อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.78 กิจกรรมนตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 3. โรงเรียนจัดกิจกรรมหนูน้อยเล่านิทาน โดยได้ดำเนินการดังนี้ จัดกิจกรรมได้มอบหมายให้ครูประจำชั้นแต่ละระดับคัดเลือกเด็กที่มีความสามารถอ่านหนังสือได้และมีความกล้าแสดงออกแล ะมีความมั่นใจในเองมีความสามารถในการเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้ เพื่อมาฝึกซ้อมการเล่านิทาน และเมื่อได้ตัวแทนแต่ละห้องแล้ว มีการมอบหมายให้ครูประจำชั้นฝึกเด็กนักเรียนเล่านิทานเพื่อคัดเลือกอีกหนึ่งรอบ หน้า 26 จาก 141
เมื่อคัดเลือกเด็กได้แล้วผู้จัดกิจกรรมรับหน้าที่เป็นผู้ฝึกซ้อมการเล่านิทานประกอบสื่อ และมีการแบ่งหน้าที่ให้ครูช่วยจัดทำฉาก สื่อประกอบการเล่านิทาน และจัดเตรียมสถานที่ในวันจัดกิจกรรมหนูน้อยเล่านิทาน ในวันจัดกิจกรรมเด็กอนุบาล 1-3 เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน และมีคำถามต่างๆ เกี่ยวกับเนื้อในนิทานให้เด็กอนุบาลได้ตอบคำถาม เด็กอนุบาล 1-3 มีความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมและตอบคำถามได้ถูกต้องและมีการสรุปเนื้อหาในนิทานข้อคิดต่างๆ ให้เด็กได้ฟัง จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 97.60 เด็กมีทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับการใช้ภาษาได้เหมาะสมกับวัย 2.เด็กร้อยละ 100.00 เด็กสามารถอ่านนิทานและเล่าเรื่องที่ตนอ่านได้เหมาะสมกับวัย 3.เด็กร้อยละ 100.00 มีความกล้าแสดงออกและมีความเชื่อมั่นในตนเองมากขึ้น 4.เด็กร้อยละ 99.20 สามารถใช้ภาษาในการสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 98.46 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 4.โรงเรียนจัดกิจกรรม สัปดาห์แห่งการเรียนรู้ โดยได้ดำเนินการดังนี้ผู้จัดกิจกรรมได้ประชุมและมอบหมายให้ครูประจำชั้นติดต่อผู้ปกครองที่มีความรู้ความสามารถเกี่ยวเรื่อง ที่เด็กสนใจอยากจะเรียนรู้เพื่อมาเป็นวิทยากรและได้มีกาจัดบอร์ดเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องการเพ้นท์กระเป๋าจากธรรม ชาติ และการทำนมเย็น ทุกขั้นตอนจะมีคุณครูช่วยดูแล โดยผู้จัดกิจกรรมจะให้แต่ละห้องเข้าฐานเรียนรู้แต่ละห้องประมาณ 20 นาที และเวียนเข้าฐานให้ครบทุกห้อง จากนั้นจะมีการสรุปการเรียนรู้ที่เด็กได้เข้าฐานในแต่ละห้อง จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 98.40 มีความรู้เกี่ยวกับเนื้อหาที่เรียนรู้ตามวัย 2.เด็กร้อยละ 97.60 มีส่วนร่วมในการลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้จากสื่อของจริงรู้จักการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจในเรื่องง่ายๆได้ 3.เด็กร้อยละ 90.40 ได้ลงมือปฏิบัติจริง ได้เรียนรู้ส่วนประกอบและอุปกรณ์ต่างๆที่ใช้ในการทำกิจกรรม 4.เด็กร้อยละ 96.00 รู้จักคิดวิเคราะห์จากการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์จริงได้เปลี่ยนบรรยากาศในการเรียนรู้ด้วยตนเอง อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.23 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 5. โรงเรียนจัดกิจกรรม หนูน้อยรักการอ่าน (ภาษาจีน) โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมได้ประชุมและมอบหมายให้ครูประจำชั้นจัดหาตัวแทนเพื่อมาฝึกอ่านคำศัพท์สัตว์ตัวเลขครอบครัว สี ฝึกร้องเพลงภาษาจีน และเด็กอ่าหนังสือนิทาน หนังสือเรียน สาระต่างๆ ที่ตนเองสนใจทั้งที่บ้านและโรงเรียน ซึ่งครูได้ดูแลและแนะนำที่โรงเรียนและบันทึกหนูน้อยรักการอ่านให้สำหรับน้องอนุบาล 1-2 อนุบาล 3 จะบันทึกด้วยเอง ส่วนทางบ้านทางผู้ปกครองจะเป็นผู้ดูแล และบันทึกว่าได้อ่านหนังสืออะไร เรื่องอะไร จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 96.80 มีนิสัยรักการอ่าน 2.เด็กร้อยละ 98.40 มีพัฒนาการทางด้านทักษะการฟัง การพูด การอ่าน 3.เด็กร้อยละ 96.80 พูดคุยเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นขณะอ่านหนังสือนิทาน 4.เด็กร้อยละ 96.80 มีปฏิสัมพันธ์ขณะอ่านหนังสือนิทานร่วมกับผู้ปกครอง สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.89 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก 6.โรงเรียนจัดกิจกรรม หนูน้อยท่องโลกกว้าง โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมได้ออกหนังสือจดหมายสำรวจและขออนุญาตเด็กอนุบาล1-3 เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมหนูน้อยท่องโลกกว้างและกำหนดวันเวลาที่จะดำเนินกิจกรรม ผู้จัดกิจกรรมชี้แจงรายละเอียด สถานที่ ให้ครูและนักเรียนได้รับทราบ ผู้จัดกิจกรรมได้จัดกลุ่มนักเรียนตามสายชั้นและครูผู้ดูแลเด็กในวันที่จะไปทัศนศึกษาและขึ้นรถตามหมายเลขที่กำหนดและได้ป ระสานงานเกี่ยวกับอาหารกลางวัน น้ำ ขนม เพื่อเตรียมไปในวันทัศนศึกษา เมื่อกลับมาจากทัศนศึกษาผู้จัดกิจกรรมจัดทำแบบบันทึกและใบงานเกี่ยวกับสถานที่ที่ไปทัศนศึกษาให้เด็กได้บันทึกและทำใบง านในแต่ละระดับชั้น และจัดทำแบบประเมินในการจัดกิจกรรมทัศนศึกษาในครี้งนี้ และรวบรวมข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อปรับปรุงแลพัฒนาในปีการศึกษาต่อไป จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 96.19 หน้า 27 จาก 141
เด็กได้เรียนรู้และมีทักษะแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมตามวัย 2.เด็กร้อยละ 99.05 ได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง 3.เด็กร้อยละ 96.19 เรียนรู้จากสิ่งที่ได้พบเห็นและนำกลับมาสื่อสารได้อย่างเหมาะสม 4.เด็กร้อยละ 92.38 สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ผู้อื่นเข้าใจได้ 5.เด็กร้อยละ 93.34 กล้าพูด กล้าแสดงออกและแสดงความรู้สึกได้อย่างเหมาะสม สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 96.20 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 1 ด้านคุณภาพเด็ก สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก - มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal - การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 หน้า 28 จาก 141
- ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค ยุทธศาสตร์ที่ 2 : พัฒนากระบวนการบริหารและการจัดการ โครงการ : ประกันคุณภาพภายในโรงเรียนระดับปฐมวัย เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. มีการกำหนดมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาปฐมวัย 2. จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษา 3. มีการดำเนินการตามแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษา 4. มีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษา 5. มีการนำผลการประเมินคุณภาพทั้งภายในและภายนอกไปใช้วางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง 6. มีการจัดทำรายงานการประจำปี ประเมินคุณภาพภายใน ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 96.59 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1. โรงเรียนจัดโครงการ ประกันคุณภาพภายในโรงเรียนระดับปฐมวัย ค่าเป้าหมาย 85.00 โดยได้ดำเนินการดังนี้ โครงการประกันคุณภาพภายในระดับปฐมวัย ดำเนินงานโดยฝ่ายปฐมวัย ผู้รับผิดชอบกิจกรรมประชุมครูในระดับปฐมวัยเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานปฐมวัย การประกันคุณภาพภายในโรงเรียน การกำหนดค่าเป้าหมายของปีการศึกษา 2566 การจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีการจัดทำโครงการกิจกรรมที่สอดคล้องกับมาตรฐานปฐมวัยรวมถึงการประเมินผลโครงการกิ จกรรม จากการดำเนินงานพบว่า 1.ครูร้อยละ 98.46 มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการประกันคุณภาพภายใน 2.ครูร้อยละ 96.92 มีความเข้าใจในมาตรฐานปฐมวัย 3.ครูร้อยละ 95.38 มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ปรัชญา เป้าหมาย 4.ครูร้อยละ 96.92 สามารถนำปรัชญา เป้าหมาย วิสัยทัศน์ของโรงเรียนนำสู่การปฏิบัติได้ 5.ผลการประกันคุณภาพภายในอยู่ในระดับยอดเยี่ยม สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 96.59 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 หน้า 29 จาก 141
- การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการเพื่อป้องกันเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคัน - การส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาการสมวัยอย่างมีคุณภาพ - การส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ร่วมทั้งกลุ่ม NEETs ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ตามความจำเป็นตามศักยภาพ - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการตามหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ (หลักเกณฑ์ PA) - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal - การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ หน้า 30 จาก 141
- มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : สัมพันธ์ชุมชน เป้าหมายเชิงปริมาณ : 90.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. เด็กได้รับการส่งเสริมและพัฒนาให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงเรียนกำหนด 2. ครูและผู้ปกครองมีเจตคติที่ดีต่อกันส่งผลดีต่อการร่วมมือกันส่งเสริมและพัฒนาเด็ก 3. ผู้ปกครองและครูมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 90.00 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1. โรงเรียนจัดกิจกรรมวันแห่งความชื่นชมยินดี (บัณทิตน้อย) โดยได้ดำเนินการดังนี้กิจกรรมวันแห่งความสำเร็จจัดขึ้นโดยฝ่ายปฐมวัย โดยมีการประชุมคณะครูฝ่ายปฐมวัยเพื่อชี้แจงขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมวันแห่งความชื่นชมยินดี (บัณทิตน้อย) ครั้งที่ 28 โดยในปีการศึกษา 2566 มีเด็กอนุบาล 3 จำนวน 94 คน ที่จบหลักหลักสูตรปฐมวัย เริ่มจากการฝึกซ้อมเด็กทุกวันในช่วงเวลา 13.00 น. ถึง 14.30 น. โดยมีครูประจำชั้นและครูระดับชั้นอนุบาล 1 - 2 ช่วยดูแลในการฝึกซ้อมขั้นตอนต่างๆ เช่น การเดินขึ้นหอประชุม การต้อนรับประธาน ผู้ติดตามทุกท่าน การเดินขึ้นเวที การรับอนุบัตรจากประธาน การรับรางวัลต่างๆ การถ่ายภาพห้องและภาพรวมระดับอนุบาล 3 ระยะเวลาในการฝึกซ้อมเป็นเวลา 3 สัปดาห์ การฝึกเด็กพูดคำกลอนระลึกถึงพระคุณของครู ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน การกล่าวคำอวยพรพี่ ๆ อนุบาล 3 จากน้องอนุบาล 2 และการมอบช่อดอกไม้จากน้องอนุบาล 1 มีการแสดงความยินดีจากน้องอนุบาล 1 - 2 และมีการแสดงการต้อนรับจากพี่ระดับประถมศึกษาเมื่อการแสดงเสร็จร้องเพลงอนุบาลรำลึก เพลงพระคุณที่สาม เพลงมาร์ชเสริมมิตร และเพลงสรรเสริญพระบารมี เข้าแถวเพื่อเตรียมถ่ายภาพรวมระดับทั้ง 5 ห้องที่กลางสนาม และถ่ายรวมห้อง จากการดำเนินงานพบว่า 1. เด็กร้อยละ 93.91 มีเจตคติที่ดีต่อการศึกษาเล่าเรียน 2.เด็กร้อยละ 96.00 มีความภาคภูมิใจในความสำเร็จของตนเอง 3.เด็กร้อยละ 96.40 เด็กรักการเรียนรู้และมความพร้อมในการการศึกษาต่อระดับชั้นที่สูงขึ้น 4.เด็กร้อยละ 93.60 เด็กมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ และรักการเรียน สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 92.71 2. โรงเรียนจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้านสานสัมพันธ์ ค่าเป้าหมาย 90.00 โดยได้ดำเนินการดังนี้ กิจกรรมเยี่ยมบ้านสานสัมพันธ์จัดขึ้นโดยฝ่ายปฐมวัย โดยมีการประชุมคณะครูฝ่ายปฐมวัยเพื่อชี้แจงขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมเยี่ยมบ้านสานสัมพันธ์ โดยในปีการศึกษา 2566 ผู้จัดกิจกรรมเตรียมเอกสารการเยี่ยมบ้านแบบออนไลน์ให้ครูประจำชั้นแต่ละห้องจำนวนห้องละ 5 คน เพื่อเยี่ยมบ้านในรูปแบบออนไลน์ ผู้จัดกิจกรรมได้แจ้งวันเวลาในการเยี่ยมบ้านให้ครูประจำชั้นทราบและในการเยี่ยมบ้านแบบออนไลน์ระหว่างพูดคุยหรือร่วมสน ทนาเกี่ยวกับนักเรียนให้ครูประจำชั้นได้จดบันทึกเนื้อหาที่สำคัญระหว่างการสนทนากับผู้ปกครองและบันทึกภาพถ่ายเพื่อหลัก ฐานการเยี่ยมบ้าน การเยี่ยมบ้านก็จะมีเอกสารส่งให้ผู้ปกครองได้กรอกข้อมูลต่างๆ และเพื่อเป็นเอกสารประกอบการพูดคุย เมื่อแต่ละห้องเยี่ยมบ้านรูปแบบออนไลน์เสร็จแล้วก็จะรวบรวมเอกสารส่งให้ผู้จัดกิจกรรม หน้า 31 จาก 141
จากการเยี่ยมบ้านรูปแบบออนไลน์ทำให้ครูได้ทราบถึงปัญหา ข้อบกพร่องของเด็ก ครูก็จะหาวิธีส่งเสริมและพัฒนาร่วมกันกับผู้ปกครองได้ เด็กและผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการปฏิบัติกิจกรรมได้ดี จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 100.00 ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน 2.เด็กร้อยละ 98.40 ผู้ปกครองพึงพอใจต่อการเยี่ยมบ้านรูปแบบออนไลน์ 3.เด็กร้อยละ 96.40 ครูสามารถนำข้อมูลจากการเยี่ยมมาเป็นแนวทางการช่วยแก้ปัญหาหรือพัฒนาผู้เรียน สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 99.76 กิจกรรมนื้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ 3.โรงเรียนจัดกิจกรรมประชุมผู้ปกครองนักเรียนปฐมวัย ค่าเป้าหมาย 90.00 โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้รับผิดชอบกิจกรรมจากการดำเนินงานพบว่า 1.ร้อยละ 97.60 เด็กและผู้ปกครองได้รับทราบข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของโรงเรียน 2.ร้อยละ 98.40 เกิดสัมพันธภาพระหว่างบ้านกับโรงเรียนนำมาซึ่งความร่วมมือในการดูแลเด็ก สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ - มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาการสมวัยอย่างมีคุณภาพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal - การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล หน้า 32 จาก 141
- การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : พัฒนากระบวนการบริหารและการจัดการ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 90.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. โรงเรียนมีหลักสูตรสถานศึกษาที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย 2. ครูออกแบบการจัดประสบการณ์ที่เตรียมความพร้อมและไม่เร่งรัดวิชาการเพียงด้านเดียว 3. ครูจบการศึกษาด้านปฐมวัยโดยตรงและมีครูเพียงพอกับห้องเรียนและจำนวนเด็ก 4. ครูมีการแสวงหาความรู้และเทคนิควิธีการใหม่ๆ รับฟังความคิดเห็นใจกว้างและยอมรับการเปลี่ยนแปลง 5. ครูออกแบบการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ผ่านการเล่นและการลงมือปฏิบัติ 6. ครูออกแบบการจัดประสบการณ์ที่ตอบสนองความต้องการและความแตกต่างของเด็กปกติและกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ 7. ครูใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ในการพัฒนาการพัฒนาเด็ก ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 97.14 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1. โรงเรียนจัดกิจกรรมอบรมครู/แลกเปลี่ยนเรียนรู้ (KM) โดยได้ดำเนินการดังนี้กิจกรรมอบรมพัฒนาครูและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดำเนินงานโดยฝ่ายปฐมวัยโดยผู้รับผิดชอบกิจกรรมได้ส่งเสริมและพัฒนาครูให้เข้ารับการอบรมด้านการศึกษาปฐมวัยตลอดปีก ารศึกษา หน้า 33 จาก 141
จากนั้นครูที่ผ่านการอบรมจะนำความรู้มาเผยแพร่แก่เพื่อนครูในที่ประชุมฝ่ายปฐมวัยในแต่ละเดือนส่งผลให้ตลอดปีการศึกษา ครูได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสามารถนำความรู้ไปต่อยอดพัฒนาเด็กได้อย่างเป็นรูปธรรม จากการดำเนินงานพบว่า 1.ครูร้อยละ 97.60 มีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาที่จัดอบรม 2.ครูร้อยละ 97.60 สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมมาเผยแพร่ให้กับเพื่อนครู 3.ครูร้อยละ 98.40 สามารถนำความรู้ที่ได้รับจากการอบรมมาปรับใช้ในการพัฒนาเด็ก สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 98.74 2. โรงเรียนจัดกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Plc) โดยได้ดำเนินการดังนี้ กิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ผู้รับผิดชอบกิจกรรม ประชุม วางแผนงาน และชี้แจงการดำเนินงานการจัดกิจกรรมโดยให้ครูแต่ละครูพูดคุยถึงปัญหาที่ตนเองพบในห้องแต่ยังหาวิธีการแก้ไขไม่ได้ เรียกว่า Model Teacher ครูบางคนเคยเจอปัญหามาแล้วและสามารถแก้ปัญหาได้ ก็สามารถเป็น Buddy Teacher ให้เพื่อนครูได้ ในการดำเนินกิจกรรม Plc จะมีผู้ร่วมอภิปรายอีก 2 คน คือ Mentor Coaching เป็นผู้นำในการอภิปราย และ Recording เป็นผู้บันทึกข้อมูล กิจกรรม Plc สามารถปรึกษากันต่างระดับชั้นได้ จากการดำเนินงานพบว่า 1.ครูร้อยละ 99.20 ร่วมมือกันแก้ปัญหาและพัฒนาผู้เรียนในชั้นเรียน 2.ครูร้อยละ 95.20 แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ร่วมกัน 3.ครูร้อยละ 94.40 นำผลการประเมินแลกเปลี่ยนเรียนรู้โดยใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 95.74 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาการสมวัยอย่างมีคุณภาพ - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา หน้า 34 จาก 141
5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : พัฒนากระบวนการบริหารและการจัดการ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 90.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. มีการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเข้าใจปฏิบัติกิจกรรม 5 ส อย่างถูกต้อง 2. มีการจัดสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกห้องเรียนเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาด สวยงามที่คำนึงถึงความปลอดภัยระดับปฏิบัติได้ 3. เด็กรู้จักประหยัดและเข้าใจการดำเนินชีวิตอย่างพอเพียง ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 97.82 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมห้องเรียนน่าอยู่ น่ารู้ น่าเรียน ( 5 ส ) โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมได้ประชุมชี้แจงคณะครูเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมห้องเรียนน่าอยู่ น่ารู้ น่าเรียน (5 ส) โดยทำแบบประเมินให้ครูทั้ง 11 ห้อง ทุกเดือนและได้มอบหมายให้ครูเวรในแต่ละวันเป็นผู้ตรวจการให้คะแนนตามสภาพจริง และผู้รับผิดชอบกิจกรรมสรุปผลคะแนนรวมของทุกเดือน เพื่อมอบเกียรติบัตรให้กับห้องเรียนที่มีผลคะแนนดี จากการดำเนินงานพบว่า 1.ร้อยละ 97.60 จัดบรรยากาศและสภาพแวดล้อมในห้องเรียนได้ สะอาดปลอดภัย และอากาศถ่ายเทสะดวก 2.ร้อยละ 98.40 จัดให้มีพื้นที่แสดงผลงานเด็ก พื้นที่สำหรับมุมประสบการณ์และการจัดกิจกรรม หน้า 35 จาก 141
3.ร้อยละ 96.80 จัดให้เด็กมีส่วนร่วมในการจัดภาพแวดล้อมในห้องเรียน เช่น ป้ายนิเทศ การดูแลต้นไม้ เป็นต้น 4.ร้อยละ 97.60 จัดห้องประกอบที่เอื้อต่อการจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.30 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมเวรประจำวัน โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมได้ประชุมชี้แจงคณะครูเกี่ยวกับการดำเนินกิจกรรมเวรประจำวัน โดยจัดเวรครูดูแลความเรียบร้อย ความปลอดภัยของเด็กในแต่ละจุดทั้งช่วงเช้าและช่วงเย็น เมื่อปฏิบัติหน้าที่ในแต่ละวันครูเวรมีการอบรมเด็ก บันทึกรายงานเหตุการณ์ต่างๆ ของแต่ละวัน จากการดำเนินงานพบว่า 1.ครูร้อยละ 98.40 ทำงานเป็นทีมและมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในเวร 2.ครูร้อยละ 98.40 อบรมเด็กหลังเข้าแถวอย่างสม่ำเสมอ 3.ครูร้อยละ 97.60 มีความรับผิดชอบเขียนบันทึกรายงานความเรียบร้อยเวรประจำวันที่ได้รับมอบหมาย 4.ครูร้อยละ 99.20 ดูแลรับ ส่งเด็กเรียบร้อยและปลอดภัยดี สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 98.33 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาการสมวัยอย่างมีคุณภาพ - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal - การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) หน้า 36 จาก 141
ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : พัฒนากระบวนการบริหารและการจัดการ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 90.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.สถานศึกษาอำนวยความสะดวกและให้บริการสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อการเรียนรู้เพื่อสนับสนุนการจัดประสบการณ์ 2.มีมุมประสบการณ์หลากหลายมีคำนึงถึงความปลอดภัยระดับปฏิบัติได้ 3.มีสื่อการเรียนรู้เช่น ของเล่น หนังสือนิทานสื่อจากธรรมชาติ สื่อสำหรับเด็กมุดลอดปีนป่ายสื่อเทคโนโลยีสื่อเพื่อการสืบเสาะหาความรู้ 4.รู้จักนำเศษวัสดุที่เหลือใช้มาทำให้เกิดประโยชน์ มีสื่อประกอบการเรียนการสอน ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 97.77 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1. โรงเรียนจัดกิจกรรมพัฒนามุมประสบการณ์ โดยได้ดำเนินการดังนี้ผู้จัดกิจกรรมแจ้งให้ครูแต่ละห้องสำรวจสื่อการเรียนรู้ตามมุมประสบการณ์ต่างๆ เช่น บล็อกไม้ บล็อกพลาสติก ของเล่นมุมบทบาทสมมุติ มุมดนตรี มุมวิทยาศาสตร์ มุมหนังสือนิทาน มุมเกมการศึกษา ว่ามีอะไรชำรุดหรือเสียหายและยังขาดอุปกรณ์ การเรียนรู้อะไรบ้าง เมื่อผู้จัดกิจกรรมรวบรวมข้อมูลแล้ว ได้จัดทำเรื่องเสนอเพื่อจัดซื้อสื่อการเรียนรู้ นำเข้ามุมประสบการณ์ต่างๆ และแจกครูประจำชั้นแต่ละห้อง ได้ทำการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก จากการดำเนินงานพบว่า 1.ร้อยละ 96.80 มีมุมประสบการณ์หลากหลายให้เด็กได้เรียนรู้ 2.ร้อยละ 95.60 มีสื่อการเรียนรู้ เช่น ของเล่น หนังสือนิทาน สื่อจากธรรมชาติ สื่อสำหรับเด็กมุด ลอด ปีนป่าย 3.ร้อยละ 97.60 สื่อ มุมประสบการณ์ส่งเสริมพัฒนาการของเด็กทั้ง 4 ด้าน 4.ร้อยละ 98.40 หน้า 37 จาก 141
เด็กมีพัฒนาการเป็นไปตามวัย สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 96.00 2. โรงเรียนจัดกิจกรรมผลิตสื่อเกมสร้างสรรค์ โดยได้ดำเนินการดังนี้ผู้จัดกิจกรรมกำหนดสื่อเกมการศึกษาและจัดทำสื่อตัวอย่างแจกให้ครูประจำชั้นทุกเดือน เพื่อให้ครูได้จัดทำและให้เด็กเล่นในห้องเรียน สื่อในแต่ละเดือนจะมีความสอดคล้องกับหน่วยจัดประสบการณ์การเรียนรู้และผู้จัดกิจกรรมจะแจ้งครูแต่ละระดับชั้นให้มีการผ ลิตสื่อชิ้นใหญ่เพื่อประกอบการเรียนการสอนโดยผู้จัดกิจกรรมจะมีการเตรียมอุปกรณ์ ตัวอย่างสื่อ การใช้สื่อ และวิธีทำสื่อ เพื่อจัดทำร่วมกัน และสื่อทุกชิ้นจะนำไปไว้ประจำห้องเรียนเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ต่อไป จากการดำเนินงานพบว่า 1.ครูร้อยละ 100.00 มีความรู้เกี่ยวกับสื่อและเกมที่ผลิต 2.อุปกรณ์ในการผลิตสื่อร้อยละ 100.00 มีความเหมาะสมกับวัย 3.ครูร้อยละ 100.00 นำเกมที่ผลิตและสื่อไปพัฒนาเด็กอย่างเป็นรูปธรรม 4.ครูร้อยละ 100.00 มีแนวคิดที่แปลกใหม่ในการผลิตสื่อ สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 99.53 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ - มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาการสมวัยอย่างมีคุณภาพ - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal - การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล หน้า 38 จาก 141
- การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค ยุทธศาสตร์ที่ 3 : พัฒนาการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ โครงการ : การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 90.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.ครูจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ 2.ครูวิเคราะห์แยกแยะเกี่ยวกับความพร้อมของเด็กในแต่ละด้านเป็นรายบุคคล 3.ครูได้รู้จักเด็กเป็นรายบุคคลสำหรับส่งเสริมให้สามารถพัฒนาตามธรรมชาติของแต่ละบุคคลเต็มตามศักยภาพและหาทางช่วย เหลือผู้เรียนที่มีข้อบกพร่อง ให้มีความพร้อมที่ดีขึ้น 4.ครูได้เห็นสภาพแท้จริงของสิ่งแวดล้อมและสภาพความเป็นอยู่ทางครอบครัวของนักเรียน 5.ครูได้รู้ถึงเจตคติของผู้ปกครองที่มีต่อครู โรงเรียน และนักเรียน 6.สร้างความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านกับโรงเรียน อันจะส่งผลให้เกิดความร่วมมือที่ดีในการช่วยแก้ปัญหาหรือพัฒนานักเรียน 7.ครูสร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข 8.ครูประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก 9.ครูพัฒนาทักษะการคิดของเด็ก การลงมือปฏิบัติ การแก้ปัญหา และการเห็นคุณค่าของตนเอง หน้า 39 จาก 141
10.ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็ก ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 90.00 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1. โรงเรียนจัดกิจกรรมเล่นดีมีเหตุผลโดยได้ดำเนินการดังนี้ผู้จัดกิจกรรมได้แจ้งวันเวลาในการทำกิจกรรมเล่นดีมีเหตุผลในแต่ละสั ปดาห์ ในการจัดกิจกรรมในการเล่นดีมีเหตุผล ผู้จัดกิจกรรมจัดให้มีการละเล่นที่บริเวณสนามโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา จะจัดให้มีการละเล่นไทยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง และมีการเล่นครั้งละระดับชั้นและเวียนไปจนให้ครบทุกระดับชั้นในการละเล่นผู้จัดกิจกรรมจะเตรียมอุปกรณ์การละเล่นและกิ จกรรมการละเล่นให้เหมาะสมกับเด็กในแต่ละระดับชั้นโดยมีครูประจำชั้นแต่ละห้องคอยควบคุมดูแลเด็กในการเข้าร่วมกิจกรร ม จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 98.40 มีทักษะพื้นฐานเกี่ยวกับการละเล่นไทย 2.เด็กร้อยละ 99.20 ได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข 3.เด็กร้อยละ 93.60 มีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมดุลเต็มศักยภาพ สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.74 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 2. โรงเรียนจัดกิจกรรม Project Approach ค่าเป้าหมาย 90.00 โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมได้ประชุมชี้แจงขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม Project Approach และได้ทำการเบิกวัสดุอุปกรณ์สำหรับให้ครูได้ใช้จัดกิจกรรม โดยให้คณะครูทุกระดับชั้นดำเนินการสอบถามนักเรียนว่ามีความสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องอะไร เมื่อได้คำตอบแล้วคุณครูได้ดำเนินการจัดกิจกรรม Project Approach ตามกระบวนการของการเรียน Project Approach โดยกำหนดระยะเวลาการเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องที่สนใจเป็นเวลา 1 เดือน เมื่อเด็กได้เรียนรู้ครบตามเวลาที่กำหนดแล้วจึงได้นัดหมายคณะครูทุกระดับขั้นให้มีการแสดงผลงานโดยให้เด็กเป็นผู้นำเสนอผ ลงานโดยมีครูเป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำ โดยที่เด็กจะเรียนรู้แบบ Project Approach ปีการศึกษาละ 4 ครั้งแบ่งเป็นภาคเรียนละ 2 ครั้ง เด็กมีความสุขกับการเรียนเด็กมีทักษะการคิด การลงมือปฏิบัติ การแก้ปัญหา การเห็นคุณค่าของตนเองได้ดีมากจากการจัดกิจกรรม Project Approach และได้นำเสนอผลงาน Project Approach และได้นำเสนอผลงานให้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาในงานเปิดโลกวิชาการ เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานภายในโรงเรียน จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 98.20 มีความรู้ อธิบายผลงาน Project Approach ของตนเองให้ผู้อื่นเข้าใจได้ 2. เด็กร้อยละ 98.20 มีความสามารถในการคิดแก้ปัญหาและสามารถตัดสินใจในเรื่องง่ายๆ ได้ 3.เด็กร้อยละ 98.20 มีความมั่นใจ กล้าพูด กล้าแสดงออก 4.เด็กร้อยละ 98.20 มีมารยาทตามวัฒนธรรมไทย เช่น การไหว้ การยิ้ม ทักทาย และมีสัมมาคารวะกับผู้ใหญ่ ฯลฯ สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 98.81 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมคุณพ่อคุณแม่หนูคุณครูเพื่อน โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้จัดกิจกรรมได้ประชุมชี้แจงขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมคุณพ่อคุณแม่หนูคุณครูเพื่อน และในภาคเรียนที่ 1 ได้มออบมหายให้ครูประจำชั้นแต่ละห้องสอบถามผู้ปกครองที่พอจะมีประสบการณ์หรือมีความเชี่ยวชาญในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ที่เกิดขึ้นในวัยเรียน ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้ปกครองที่เป็นพยาบาล มาให้ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุของการเกิดโรค การดูแลรักษาหากเกิดการเจ็บป่วย และในภาคเรียนที่ 2 ทางโรงเรียนอยากให้เด็รักการดื่มนม และการวัสดุธรรมชาติมาประดิษฐ์ จึงได้เชิญผู้ปกครองมาเป็นวิทยากรในการทำน้ำนมชมพู และการพิมพ์ภาพกระเป๋าจากวัสดุธรรมชาติ ในกิจกรรมคณะครูจะช่วยจัดเตรียมอุปกรณ์และคอยช่วยเหลือขณะจัดกิจกรรม จากการดำเนินงานพบว่า 1.เด็กร้อยละ 98.20 ได้รับการจัดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงจากประสบการณ์เดิม 2.เด็กร้อยละ 98.20 ได้เลือกเรียรนรู้ ลงมือกระทำและสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง 3.เด็กร้อยละ 98.20 ได้รับการจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ หน้า 40 จาก 141
98.81 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 4.โรงเรียนจัดงานการวิเคราะห์เด็กเป็นรายบุคคล ค่าเป้าหมาย ๙๐.๐๐ โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้รับผิดชอบการวิเคราะห์เด็กเป็นรายบุคคลมีการวางแผนงานชี้แจงให้ครูประจำชั้นรับทราบการวิเคราะห์เป็นรายบุคคลของแต่ ละห้อง โดยมีแบบบันทึกและแบบประเมินของเด็กเป็นรายบุคคลโดยอ้างอิงตามมาตรฐานของเด็กปฐมวัย เพื่อให้ครูได้ประเมินพัฒนาการของเด็กและสังเกตเด็กเป็นรายบุคลเพื่อนำมาปรับปรุงและแก้ไขเพื่อเป็นการพัฒนาและประเมิ นพัฒนาการของเด็กตามสภาพจริง และได้ชี้แจงให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมเพื่อช่วยให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามลำดับโดยผู้รับผิดชอบกิจกรรมได้มีการประสานงานกั บครูประจำชั้นทุกเดือนเพื่อรับทราบข้อมูลพัฒนาการของเด็กเป็นรายบุคคลของเด็กแต่ละห้อง จากการดำเนินงานพบว่า 1.ครูประจำชั้นร้อยละ 98.40 มีความรู้ความเข้าใจเด็กในการเชื่อมโยงสู่การวิเคราะห์เด็กเป็นรายบุคคล 2.ร้อยละ 98.40 เครื่องมือวิเคราะห์เด็กรายบุคคลมีความเหมาะสม 3.ร้อยละ 97.60 การวิเคราะห์รายบุคคลช่วยให้ครูรู้จักและส่งเสริมพัฒนาเด็กได้เหมาะสมกับความแตกต่างระหว่างบุคคล 4. ร้อยละ 97.60 วิเคราะห์ข้อมูลรายบุคคลช่วยให้ครูสามารถช่วยเหลือเด็กที่มีความบกพร่องรายบุคคลให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้น 5.ร้อยละ 97.60 ความร่วมมือของผู้ปกครองในการพูดคุยส่งต่อการช่วยเหลือพัฒนาการเด็ก 6.เด็กร้อยละ 96.00 มีพัฒนาการที่ดีขึ้นจากการส่งเสริมช่วยเหลือของครูและผู้ปกครอง สภาพความสำเร็จของงานคิดเป็นร้อยละ 97.77 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 5.โรงเรียนจัดงานการประเมินปรับปรุงแผนการจัดประสบการณ์ ค่าเป้าหมาย 90.00 โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้รับผิดชอบจัดเตรียมทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานตามกิจกรรมการประเมินปรับปรุงแผนการจัดประสบการณ์ โดยครูผู้รับผิดชอบเข้าร่วมประชุมปรึกษาและประเมินปรับปรุงแผนการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสมกับหน่วยการเรียนรู้ เพื่อสามารถนำมาปรับใช้ในการเรียนของแต่ละหน่วย ครูสามารถนำมาใช้ในการประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบ การณ์และพัฒนาเด็กในครั้งต่อไป จากการดำเนินงานพบว่า 1.แผนการจัดประสบการณ์ร้อยละ 99.20 แต่ละหน่วยการเรียนรู้มีความเหมาะสม 2.แต่ละหน่วยการเรียนรู้ร้อยละ 99.20 มีแบบประเมินตามสภาพการเรียนรู้จริง 3.ครูร้อยละ 98.20 มีทักษะในการจัดประสบการณ์และการประเมินพัฒนาเด็ก 4.ครูร้อยละ 99.20 ใช้ประสบการณ์สำคัญในการออกแบบการจัดกิจกรรมสังเกตและประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคล 5. ครูร้อยละ 98.40 พัฒนาการจัดประสบการณ์โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) สภาพความสำเร็จของงานคิดเป็นร้อยละ 98.46กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ 6.โรงเรียนจัดงาน ประเมินพัฒนาการ 4 ด้าน ค่าเป้าหมาย ๙๐.๐๐ โดยได้ดำเนินการดังนี้ ผู้รับผิดชอบได้ประชุมชี้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการงานการประเมินพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ที่เป็นการส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้านของเด็ก โดยมีแบบประเมินพัฒนาการให้ครูแต่ละห้องประเมินพัฒนาการเด็ก ซึ่งการประเมินพัฒนาการตามสภาพการเรียนรู้จริงซึ่งอิงจากหน่วยการเรียนรู้ และการประเมินจากการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ได้จัดกิจกรรมให้แก่เด็กๆ และเมื่อสิ้นปีการศึกษาจะนำผลการประเมินมาสรุปว่าเด็กแต่ละคนมีพัฒนาการอย่างไร จากการดำเนินงานพบว่า 1.ร้อยละ 96.80 เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินพัฒนาการแต่ละหน่วยการเรียนรู้มีความเหมาะสม 2.ครูร้อยละ 98.40 ใช้รูปแบบประเมินตามสภาพการเรียนรู้จริงโดยอิงจากหน่วยการเรียนรู้ 3.ครูร้อยละ 96.80 มีความรู้ความเข้าใจในการประเมินพัฒนาการตามสภาพจริง 4.ครูร้อยละ 96.80 ครูประเมินพัฒนาการด้วยวิธีการที่หลากหลายตามสภาพจริง 5.ครูร้อยละ 98.40 ผลการประเมินมีความเที่ยงตรงตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของเด็ก 6.ร้อยละ 98.40 หน้า 41 จาก 141
ความพึงพอใจต่อผลพัฒนาการด้านร่างกายของเด็ก 7.ร้อยละ 99.20 ความพึงพอใจต่อผลพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจของเด็ก 8.ร้อยละ 99.20 ความพึงพอใจต่อผลพัฒนาการด้านสังคม 9.ร้อยละ 99.20 ความพึงพอใจต่อผลพัฒนาการด้านสติปัญญา สภาพความสำเร็จของงานคิดเป็นร้อยละ 98.08 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก - มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน หน้า 42 จาก 141
- มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : นิเทศการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 90.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.ครูจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้าน อย่างสมดุลเต็มศักยภาพ 2.ครูสร้างโอกาสให้เด็กได้รับประสบการณ์ตรง เล่นและปฏิบัติอย่างมีความสุข 3.ครูจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ใช้สื่อและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับวัย 4.ครูประเมินพัฒนาการเด็กตามสภาพจริงและนำผลการประเมินพัฒนาการเด็กไปปรับปรุงการจัดประสบการณ์และพัฒนาเด็ก ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 97.17 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : โรงเรียนจัดโครงการนิเทศการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โครงการนิเทศการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ดำเนินการโดยฝ่ายปฐมวัย รองผู้อำนวยการฝ่ายปฐมวัยและหัวหน้าสายชั้นได้ดำเนินการแจ้งครูประจำชั้นให้ทราบถึงกระบวนการนิเทศ โดยดำเนินการนิเทศการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ภาคเรียนละ 2 ครั้ง นอกเหนือจากที่ครูได้ใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อติดตามประเมินผลแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การใช้สื่อ นวัตกรรม การวิจัยในชั้นเรียนของครู ตลอดจนการประเมินผลพัฒนาการเด็ก จากการจัดกิจกรรมพบว่า 1.ครูร้อยละ 96.80 มีการวิเคราะห์ข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล 2.ครูร้อยละ ๙๖.๘๐ จัดทำแผนและใช้แผนการจัดประสบการณ์จากการวิเคราะห์มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในหลักสูตรสถานศึกษา 3.ครูร้อยละ 99.20 จัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการเด็กครบทุกด้านทั้งด้านร่างกายด้านอารมณ์จิตใจด้านสังคมและด้านสติปัญญา โดย ไม่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว 4.ครูร้อยละ 96.80 จัดประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์เดิม 5.ครูร้อยละ 96.00 ให้เด็กมีโอกาสเลือกทำกิจกรรมอย่างอิสระตามความต้องการความสนใจความสามารถตอบสนองต่อวิธีการเรียนรู้ของเด็กเป็นร ายบุคคล หลากหลายรูปแบบจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย 6.ครูร้อยละ 96.80 ส่งเสริมให้เด็กได้เลือกเล่น เรียนรู้ลงมือ กระทำ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง 7.ครูร้อยละ 96.00 ประเมินพัฒนาการเด็กจากกิจกรรมและกิจวัตรประจำวันด้วยเครื่องมือและวิธีการที่หลากหลาย 8.ครูร้อยละ 96.00 หน้า 43 จาก 141
วิเคราะห์ผลการประเมินพัฒนาการเด็กโดยผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วม 9. ครูร้อยละ 96.00 นำผลการประเมินที่ได้ไปพัฒนาคุณภาพเด็กอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 97.17 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 3 ด้านการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของเด็ก - มาตรฐานที่ 3 การจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต หน้า 44 จาก 141
2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค หน้า 45 จาก 141
1.2. ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ยุทธศาสตร์ที่ 1 : ยุธศาสตร์ที่ 1 พัฒนาคุณภาพผู้เรียน โครงการ : ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1ประถมศึกษาปีที่ 3 และประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธฺ์การทดสอบระดับชาติเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีการศึกษาที่ผ่านมา ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 97.27 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมสอนเสริมทักษะวิชาการ ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือคุณครูอริษา ไตรผา ได้จัดติวข้อสอบ O-Net ให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยจัดติวแนวข้อสอบ O-NET โดยมีคุณครูอริษา ไตรผา เป็นคุณครูสอนในกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ คุณครูปฏิพัทน์ พันธ์ขาว เป็นคุณครูสอนในกลุ่มวิชาภาษาไทย คุณครูกุญช์ทิภา อาษาบาล เป็นคุณครูสอน ในกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ คุณครูสมฤดี พงษ์ฤกษ์ เป็นคุณครูสอนในกลุ่มวิชาภาษาอังกฤษ โดยมีการจัดสอนสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ครูผู้สอนได้จัด ให้มีการสอนเสริมวิชาการในกลุ่มสาระคณิตศาสตร์และภาษาไทยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ได้จัดให้มีการทดสอบการอ่านและการเขียนเดือนละ 1 ครั้งเพื่อนำผล การทดสอบมาสอนเพิ่มเติมให้กับนักเรียนที่ยังอ่านไม่คล่อง เขียนไม่คล่อง ในภาคเรียนที่ 2 ฝ่ายวิชาการได้จัดให้มีการเตรียมความพร้อมในการทดสอบระดับชาติโดยการจัดให้ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สอบ Pre-Test RT / NT/O-Net จำนวน 2 ครั้งและนำผลการทดสอบมาพัฒนาผู้เรียนให้มี ผลสัมฤทธฺ์เพิ่มขึ้น จากการจัดกิจกรรมพบว่า ผลคะแนนสอบ Pre RT ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ในปีการศึกษา 2565 คิดเป็นร้อยละ 80.25 ปีการศึกษา 2566 คิดเป็นร้อยละ 81.98 ปรากฏว่า ในปีการศึกษา2566 มีผลคะแนนการสอบสูงขึ้นกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลคะแนนสอบ Pre NT ของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 พบว่า ในปีการศึกษา 2565 คะแนนสอบคิดเป็น ร้อยละ 57.53 ปีการศึกษา 2566 คะแนนสอบคิดเป็นร้อยละ 43.81 ปรากฏว่า ในปีการศึกษา2566 มีผลคะแนนการสอบน้อยกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ส่วนผลคะแนนสอบ Pre O-net ของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า ในปีการศึกษา 2565 คะแนนสอบคิดเป็นร้อยละ 45.50 ปีการศึกษา 2566 คะแนนสอบคิดเป็นร้อยละ 46.40 ปรากฏว่า ในปีการศึกษา 2566 มีผลคะแนนการสอบสูงกว่าปีการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องพัฒนาการเรียนการสอน ให้ดียิ่งขึ้นคือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ส่วนการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 และระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รวมถึงระดับชั้นอื่นๆก็ต้องมีการปรับปรุงและพัฒนาผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดียิ่งขึ้นสืบไป สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน หน้า 46 จาก 141
- การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โครงงานเพื่อการเรียนรู้ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 สามารถจัดโครงงานพร้อมรูปเล่ม ชิ้นงาน ในแต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้และสามารถนำเสนอโครงงานในวันวิชาการของโรงเรียน ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 85.00 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : ผู้เรียนร้อยละ 85.00 สามารถวางแผนการทำงานร่วมกัน ผู้เรียนร้อยละ 86.00 มีความสามารถสืบค้นข้อมูลในการทำโครงงานจากแหล่งข้อมูลต่างๆได้ด้วยตนเอง ผู้เรียนร้อยละ 87.00 มีความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดีในการทำงานร่วมกัน ผู้เรียนร้อยละ 88.00 กล้าแสดงออกแสดงความคิดเห็น สร้างสรรค์ผลงานและมีส่วนร่วมในการทำงาน สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน หน้า 47 จาก 141
- การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา โครงการ : พัฒนาศักยภาพผู้เรียน เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ 2.ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปราย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปัญหาได้ 3.ผู้เรียนมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม 4.ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร 5.ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรสถานศึกษา 6.ผู้เรียนมีความรู้ทักษะพื้นฐานและเจตคติที่ดีต่องานอาชีพ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 90.64 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมคณิตคิดเร็ว ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนจัดขึ้นในเดือน มิถุนายน 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อในการส่งเสริมให้นักเรียนทุกระดับชั้นได้รับการฝึกทักษะกระบวนการคิดและมีเทคนิคการคิดเลขได้อย่า หน้า 48 จาก 141
งรวดเร็ว โดยกิจกรรมนี้มีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ นักเรียนร้อยละ 80 มีส่วนร่วมในกิจกรรมคณิตคิดเร็ว เป้าหมายเชิงคุณภาพ คือ 1.นักเรียนมีทักษะกระบวนการคิดและมีเทคนิคการคิดเลขได้อย่างรวดเร็วและคิดได้อย่างถูกต้อง 2.นักเรียนมีความกระตือรือร้น ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนในวิชาคณิตศาสตร์ 3.นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีการศึกษาที่ผ่านมา โดยฝ่ายวิชาการได้มอบหมายให้ คุณครูอริษา ไตรผา เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมกิจกรรมคณิตคิดเร็ว ได้จัดขึ้น ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาในจัดขึ้นในเดือน มิถุนายน 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ร่วมทำกิจกรรมคณิตคิดเร็วก่อนเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 10 นาที ลงในสมุดคณิตศาสตร์ และมีการบันทึกคะแนนของแต่ละเดือน จากการดำเนินงานพบว่า ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,307 คน จากจำนวน 1,307 คน คิดเป็นร้อยละ 100 บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ผู้เรียนร้อยละ 89.50 มีทักษะกระบวนการคิดและมีเทคนิคการคิดเลขได้อย่างรวดเร็วและคิดได้อย่างถูกต้อง ผู้เรียนร้อยละ 83.58 มีความกระตือรือร้น ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนในวิชาคณิตศาสตร์ ผู้เรียนร้อยละ 83.85 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับปีการศึกษาที่ผ่านมา สภาพความสำเร็จของกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 86.24 2.โรงเรียนจัดกิจกรรม สามภาษา กิจกรรม 3 ภาษา ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีทักษะในด้านการสื่อสารได้แก่ วิชาภาษาไทย วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาภาษาจีน เพื่อให้นักเรียนกล้าแสดงออก และนำทักษะด้านการสื่อสารไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ ผู้เรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรม โดยฝ่ายวิชาการมอบหมายให้คุณครูธนพัฒน พัฒนทอง เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม 3 ภาษา ได้จัดขึ้นที่ ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา จำนวนผู้เรียน ร้อยละ 85 ที่เข้าร่วมกิจกรรม 3 ภาษาซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ จากการดำเนินงานพบว่า วันและเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 85.67 รูปแบบการจัดกิจกรรมสามภาษามีความเหมสะสม ร้อยละ 84.33 สภาพความสำเร็จในการจัดกิจกรรมสอนเสริมทักษะวิชาการ กลุ่มสาระภาษาไทย กระบวนการนำเสนอของครูและนักเรียนมีความน่าสนใจ ร้อยละ 83.33 กลุ่มภาษาอังกฤษ กระบวนการนำเสนอของครูและนักเรียนมีความน่าสนใจ ร้อยละ 86.33 กลุ่มสาระภาษาจีน กระบวนการนำเสนอของครูและนักเรียน มีความน่าสนใจ ร้อยละ 84.33 สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมสามภาษา คิดเป็นร้อยละ 84.02 3.โรงเรียนจัดกิจกรรม พัฒนาทักษะการอ่าน เขียน 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน)โดยฝ่ายบริหารงานวิชาการได้จัดขึ้นตลอดปีการศึกษา 2566 ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 – กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีพัฒนาการด้านการอ่านและการเขียน และเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้นโดยฝ่ายวิชาการได้มอบหมายให้ นางสาวดวงพร งอกคำ นางสาวพิมพ์สิริวิภา รัศมีเกิดสกุลและนางสาวธนัชชา เกตุตุ้ม เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม และมอบหมายให้ครูผู้สอนวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ทุกระดับชั้น เป็นผู้ประเมินการอ่านของนักเรียนเป็นประจำทุกเดือน ผู้รับผิดชอบกิจกรรมได้จัดทำชุดแบบฝึกทักษะการอ่านคำพื้นฐานภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน เพื่อใช้นวัตกรรมในการดำเนินกิจกรรมและจัดการเรียนรู้ให้กับนักเรียน และได้บันทึกคะแนนทุกเดือน จากการดำเนินงานพบว่า ผลการประเมินสภาพความสำเร็จของกิจกรรมตามเป้าหมายพบว่า เป้าหมายเชิงปริมาณ ผู้เรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาทักษะการอ่าน เขียน 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) คิดเป็นร้อยละ 85.00 นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,307 คิดเป็นร้อยละ 100 บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป้าหมายเชิงคุณภาพ พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 96.67 สามารถอ่าน เขียนคำพื้นฐานภาษาไทยของแต่ละชั้นเรียนได้ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด ผู้เรียนร้อยละ หน้า 49 จาก 141
97.62 สามารถอ่าน เขียนคำพื้นฐานภาษาอังกฤษของแต่ละชั้นเรียนได้ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด นักเรียนร้อยละ 97.62 สามารถอ่าน เขียนคำพื้นฐานภาษาจีนของแต่ละชั้นเรียนได้ตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะการอ่าน เขียน 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน)คิดเป็นร้อยละ 86.40 4.โรงเรียนจัดกิจกรรม วันคริสต์มาส ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา ความสำคัญ และประเพณีในวันคริสต์มาส เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้กล้าแสดงออก มีความคิดสร้างสรรค์และมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวัฒนธรรมโดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือครูบุคลากรร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมโดยฝ่ายวิชาการมอบหมายให้ นางสาวขวัญฤดี กะมุกดา เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมวันคริสต์มาส ได้จัดขึ้นที่ ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา วันที่ 25 ธันวาคม 2566 กิจกรรมวันคริสต์มาสได้รับจัดสรรงบประมาณจากโรงเรียนและจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมวันคริสต์มาสจำนวน คน จากจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 1,240 คน คิดเป็นร้อยละ 98.06 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้จากการดำเนินงานพบว่า สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จของกิจกรรมวันและเวลาในการจัดกิจกรรมมีความหมาะสม ร้อยละ 91.60 ผู้รับผิดชอบกิจกรรมมีการวางแผนและชี้แจงกิจกรรมให้คณะครูผู้เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า ร้อยละ 90.80 การเตรียมการด้านการจัดเตรียมตกแต่งสถานที่ ร้อยละ 93.60 การเตรียมการด้านการประกวดการ์ดวันคริสต์มาส ร้อยละ 89.60 การเตรียมการด้านการกล่าวประวัติวันคริสต์มาสในรูปแบบกิจกรรม 3 ภาษา ร้อยละ 92 สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมวันคริสต์มาส คิดเป็นร้อยละ 90.98 5.โรงเรียนจัดกิจกรรมวันวิชาการ ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการคิดคำนวณ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแก้ปัญหาได้เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผุ้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ และการสื่อสาร โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ ผู้เรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมและได้รับประสบการณ์ตรงจากการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมวันวิชาการได้จัดขึ้น ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา วันที่ 1 มีนาคม 2567จำนวนนักเรียนระดับชั้นอนุบาล – ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 1,199 คน จากจำนวนกลุ่มเป้าหมาย 1,241 คน คิดเป็นร้อยละ 96.61 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้จากการดำเนินงานพบว่า สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมวันวิชาการพบว่าผู้เกี่ยวข้อง ร้อยละ 88.09 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมวันวิชาการ ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา ในการจัดกิจกรรมวันวิชาการพบว่ผู้เรียนย ร้อยละ 89.09 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 86.06 มีความพึงพอใจต่อสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรม ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า นักเรียนร้อยละ 86.97 มีความสามารถในการสร้างผลงานจากการเรียนรู้ของตนเอง ร้อยละ 88.18 สามารถใช้ทักษะในการสื่อสารภาษาไทยเพื่อนำเสนอผลงานของตนเองได้เป็นอย่างดี ร้อยละ 86.67 สามารถใช้ทักษะในการสื่อสารภาษาจีนเพื่อนำเสนอผลงานของตนเองได้เป็นอย่างดี ร้อยละ 87.58 สามารถใช้ทักษะในการสื่อสารภาษาอังกฤษเพื่อนำเสนอผลงานของตนเองได้เป็นอย่างดี ร้อยละ 88.18 สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับในห้องเรียนมาต่อยอดการเรียนรู้ได้ และนักเรียนร้อยละ 86.67 มีทักษะการคิดในการคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์จากการเรียนรู้ สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมวันวิชาการ คิดเป็นร้อยละ 88.09 6.โรงเรียนจัดกิจกรรมรักษ์ไทย กิจกรรมวันภาษาไทยแห่งชาติ (รักษ์ภาษาไทย) หน้า 50 จาก 141