The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ฉบับร่างSARโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jantra Pengjam, 2024-06-11 06:15:56

ฉบับร่างSARโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา

ฉบับร่างSARโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา

ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน จัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบ รมนาถบพิตรที่ทรงมีพระคุณต่อวงการภาษาไทย ในการที่ทรงเข้าร่วมการประชุมเรื่องปัญหาการใช้คำไทยที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อีกทั้งเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความตระหนักในคุณค่าของภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาชาติ ร่วมใจกันใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องและเพื่อร่วมกันอนุรักษ์ภาษาไทยให้เป็นภาษาประจำชาติไทยของเราสืบไป โดยกิจกรรมนี้มีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ ผู้เรียนร้อยละ 85 มีส่วนร่วมในกิจกรรมรักษ์ภาษาไทย เป้าหมายเชิงคุณภาพคือ นักเรียนมีทักษะการฟัง การดู การพูด อ่าน เขียนได้เหมาะสมตามวัย นักเรียนแสดงออกถึงความสามรถด้านภาษาไทยได้อย่างเหมาะสมนำความสามารถด้านภาษาไทยไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวั นได้ นักเรียนร่วมอนุรักษ์ภาษาไทยและใช้ได้เหมาะสมกับยุคสมัย นายปฏิพัทน์ พันธ์ขาวเป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม กิจกรรมรักษ์ภาษาไทย ได้จัดขึ้น ณ สนามโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาในวันพฤหัสบดี ที่ 27 กรกฎาคม 2566 โดยมีรายละเอียดของกิจกรรม ดังนี้ ระดับอนุบาล การประกวดตัวละคร การคัดลายมือภาษาไทย การวาดภาพระบายสี การคัดลายมือพยัญชนะไทย ระดับประถมศึกษา การประกวดตัวละคร การคัดลายมือภาษาไทย การเขียนเรื่องจากภาพ การเขียนคำขวัญ การแต่งคำประพันธ์กลอนสุภาพ การเขียนเรียงความ การพูดสุนทรพจน์ และการแสดงละครตามวรรณคดีของไทย จากการดำเนินงานพบว่า การประเมินสภาพความสำเร็จของกิจกรรมตามเป้าหมายพบว่า เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,220 คน จากจำนวน 1,240 คน คิดเป็นร้อยละ 95.94 บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป้าหมายเชิงคุณภาพ พบว่า ผู้เรียนร้อยละ 90 มีทักษะการฟัง การดู การพูด อ่าน เขียนได้เหมาะสมตามวัย นักเรียนร้อยละ 90.31 นักเรียนแสดงออกถึงความสามรถด้านภาษาไทยได้อย่างเหมาะสม ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 91.56 มีความเห็นว่าควรจัดกิจกรรมวันภาษาไทยทุกปี สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมรักษ์ภาไทย คิดเป็นร้อยละ 91.64 7.กิจกรรมแข่งขันวิชาการ ประจำปีการศึกษา 2566 จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ เพื่อส่งเสริม และพัฒนาให้ผู้เรียนได้แสดงออกถึงทักษะ ความสามารถความรู้ต่างๆจากการเรียนรู้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียนรู้ พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีความพร้อมสู่การแข่งขันในระดับโรงเรียน ระดับจังหวัด ระดับภาค และมีความพร้อมในการแข่งขันสู่สากล เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความรู้ ความสามารถเพื่อเตรียมพร้อมสู่ระดับสากลโดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ ผู้เรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมและได้รับประสบการณ์ตรงจากการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการ ได้จัดขึ้น ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาในระบบห้อง zoom on-line วันที่ 6 พฤศจิกายน – 2 ธนวาคม พ.ศ.2566จำนวนนักเรียนระดับชั้นอนุบาล – ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 65 คน จากจำนวนกลุ่มเป้าหมาย 65 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้จากการดำเนินงานพบว่าสรุปผลการประเมินสภาพคว ามสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการพบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 89.84 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา ในการจัดกิจกรรมวันวิชาการพบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 88.89 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 89.84 นักเรียนมีความสามารถด้านวิชาการผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า นักเรียนร้อยละ 88.57 มีทักษะประสบการณ์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมการแข่งขั หน้า 51 จาก 141


นทักษะวิชาการ คิดเป็นร้อยละ 87.69 8.กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนจัดขึ้นระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว"พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไ ทย" เป้าหมายเชิงปริมาณคือ นักเรียนร้อยละ 85 มีส่วนร่วมในกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ เป้าหมายเชิงคุณภาพคือ นักเรียนมีความตระหนักและเห็นคุณค่าของวันวิทยาศาสตร์ นางสาวกุญช์ทิภา อาษาบาล เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม กิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ ได้จัดขึ้น ณ สนามโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาในวันศุกร์ที่ 18 สิงหาคม 2566 โดยมีรายละเอียดของกิจกรรม ดังนี้ มีการแสดง Science show การแข่งขันเครื่องร่อน ระดับประถมศึกษาต้อนต้น การแต่งกายชุดรีไซเคิล การจัดเข้าฐานการเรียนรู้ ฐานที่ 1 แรงลัพธ์ ฐานที่ 2 แรงโน้มถ่วง ฐานที่ 3 แม่เหล็กดึงดูด ฐานที่ 4 สีเต้นระบำ ฐานที่ 5 ไฟติดมือ ฐานที่ 6 จุดเทียนในแก้ว จากการดำเนินงานพบว่า สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จของกิจกรรมตามเป้าหมายพบว่า เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,254 คน จากจำนวน 1,307 คน คิดเป็นร้อยละ 95.94 บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป้าหมายเชิงคุณภาพ พบว่า นักเรียนร้อยละ 90.00 มีความตระหนักและเห็นคุณค่าของวันวิทยาศาสตร์ นักเรียนร้อยละ 87.88 สามารถมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 96.97 มีความเห็นว่าควรจัดกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ทุกปี สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมวันวิทยาศาสตร์ คิดเป็นร้อยละ 91.14 9.กิจกรรมสัปดาห์ห้องสมุด ดำเนินการจัดสัปดาห์ห้องสมุด ตามแผนปฏิบัติการโครงการพัฒนาศักยภาพของผู้เรียน ประจำปีการศึกษา 2566 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ในระดับชั้นอนุบาล – ระดับชั้นประถมศึกษา เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ รักการอ่าน รักการค้นคว้า เกิดการใฝ่รู้ และนำไปสู่การปฏิบัติในชีวิตประจำวันและส่งเสริมให้นักเรียนโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา มีแหล่งเรียนรู้และจัดกิจกรรมพัฒนานักเรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียน เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ รักการอ่าน รักการค้นคว้า เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนเกิดการใฝ่รู้ ใฝ่เรียน และเพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนสามารถนำความรู้ไปพัฒนาตนเองในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมตามวัย โดยฝ่ายวิชาการได้มอบหมายให้ นางสาวจิราภัค ภักดีธนวรกุล ในการดำเนินกิจกรรมจากการดำเนินงานพบว่านักเรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมสัปดาห์ห้องสมุด จากจำนวนกลุ่มเป้าหมาย 1,240 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของโครงการนิเทศการสอนและชุมชนแห่งการเรียนรู้ พบว่า นักเรียนร้อยละ 93.20 มความพึงพอใจในการให้บริการและอำนวยความสะดวกในการใช้บริการห้องสมุด นักเรียนร้อยละ 92.80 หนังสือและหนังสือการเรียนรู้ในการใช้บริหารห้องสมุดอย่างเพียงพอ นักเรียนร้อยละ 92.80 ความทันสมัยของหนังสือและสื่อการเรียนรู้ในการใช้ห้องสมุด นักเรียนร้อยละ 92.40 ความสวยงามของสภาพแวดล้อมในการใช้ห้องสมุดมีความสวยงาม สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 92.80 10.กิจกรรม English camp ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนได้ฝึกทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษผ่านกิจกรรมและเกมการศึก ษาที่หลากหลายในรูปแบบของค่าย English camp โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือครูบุคลากรร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมโดยฝ่ายวิชาการได้มอบหมายให้นางสาวพิมพ์สิริวิภารัศมีเกิดสกุลเป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมกิจกรรม English camp ได้จัดขึ้นที่โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาวันที่ 25 ธันวาคม 2566จากการดำเนินงานพบว่า นักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม English camp จำนวน 1,261 คนจากจำนวนนักเรียนทั้งสิ้น 1,240 คนคิดเป็นร้อยละ 98.06 หน้า 52 จาก 141


ของนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมกิจกรรม English camp พบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 89.33 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรม English camp เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดผลการประเมินความสำเร็จกิจกรรมพบว่าวันและเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมคิดเป็น ร้อยละ 99 ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรมร้อยละ 90.50 มีความเห็นว่ากิจกรรมนี้นักเรียนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ตรงจากการเข้าร่วมกิจกรรมไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำวัน ได้นักเรียนร้อยละ 90 กล้าแสดงออกโดยมีความโดยไม่มีความกังวลกล้าพูดคุยหรือสอบถามกับครูชาวต่างชาติ สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 89.33 11.กิจกรรมการส่งเสริมการศึกษาต่อและติดตามผลคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาจัดกิจกรรมระดับชั้นชั้นประถมศึกษา คุณภาพของผู้เรียนแต่ละระดับชั้นนับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะเป็นพื้นฐานสำหรับการเรียนในระดับที่สูงขึ้นรวมถึงความพร้ อมในการศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาเนื่องจากรอยต่อแต่ละระดับชั้น โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาโดยฝ่ายวิชาการมีความตระหนักในความสำคัญดังกล่าวจึงจัดให้มีโครงการกิจกรรมส่งเสริมการศึกษาต่ อและติดตามผลคุณภาพผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไปแล้ว ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีผลการเรียนตามหลักสูตรและตามเกณฑ์คุณภาพที่โรงเรียนกำหนด 2.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น 3.เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6ได้วางแผนอาชีพและการศึกษาต่อในโรงเรียนหรือแผนการเรียนที่มุ่งหวัง 4.เพื่อร่วมมือกับโรงเรียนภาคีเครือข่ายระดับชั้นมัธยมศึกษาในการจัดกิจกรรมแนะแนวการศึกษาต่อและอาชีพให้กับผู้เรียนเพื่ อเป็นแนวทางในการวางแผนการเรียนในอนาคต 5.เพื่อติดตามคุณภาพผู้เรียนที่สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 แล้วนำผลการติดตามมาพัฒนาคุณภาพผู้เรียนปัจจุบันให้มีคุณภาพมากขึ้น โดยฝ่ายวิชาการได้มอบหมายให้ นางสาวจันทราเพ็งแจ่มและนางสาวสุภาวดี บุญทาทอง เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมกิจกรรมโครงงานเพื่อการเรียนรู้ได้จัดขึ้นที่ ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา จากการดำเนินงานพบว่า สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า นักเรียนร้อยละ 100 สามารถวางแผนอาชีพและการศึกษาต่อในโรงเรียนหรือแผนการเรียนที่มุ่งหวัง นักเรียนร้อยละ 100 มีผลการเรียนตามหลักสูตรและตามเกณฑ์คุณภาพที่โรงเรียนกำหนด นักเรียนร้อยละ 100 มีความพร้อมในการศึกษาต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น นักเรียนร้อยละ 100 สำเร็จการศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้รับการติดตามคุณภาพหลังสำเร็จการศึกษา สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมสามภาษา คิดเป็นร้อยละ 100 11.กิจกรรมเขียนพู่กันจีน โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาจัดกิจกรรมการเขียนพู่กันจีน ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนได้เรียนรู้หลักการเขียนตัวอักษรจีนตามหลักการเขียนที่ถูกต้องและนำไปป รับใช้ในชีวิตประจำวันได้ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนเรียนรู้ประวัติความเป็นมาของศิลปวัฒนธรรมการเขียนพู่กันจีน อีกทั้งเพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนมีความตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่าง ซึ่งในปัจจุบัน ภาษาจีนเป็นภาษาที่นิยมใช้ในปัจจุบัน ทั้งด้านการทำงาน การศึกษา ล้วนมีภาษาจีนเข้ามาเกี่ยวข้อง และมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยกิจกรรมนี้มีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ นักเรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมการเขียนพู่กันจีน เป้าหมายเชิงคุณภาพคือ 1. นักเรียนมีความสามารถในการเขียนตัวอักษรจีนจากพู่กันจีนตามหลักการเขียนที่ถูกต้องและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ 2. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจประวัติความเป็นมาของศิลปวัฒนธรรมการเขียนพู่กันจีน 3. หน้า 53 จาก 141


นักเรียนมีความตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมที่แตกต่าง โดยฝ่ายวิชาการได้มอบหมายให้ นางสาวธนัชชา เกตุตุ้ม เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม กิจกรรมการเขียนพู่กันจีน ได้จัดขึ้น ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ในช่วงเวลาเรียนชุมนุมของนักเรียน และช่วงเวลาในคาบเรียนภาษาจีน โดยมีรายละเอียดของกิจกรรม ดังนี้ ระดับอนุบาล เรียนรู้การเขียนเส้นขีดอักษรจีน และฝึกใช้พู่กันเขียนคำศัพท์เรื่องตัวเลข ระดับประถมศึกษาปี่ที่ 1 – 3 ฝึกการเขียนตัวอักษรจีน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 – 6 ฝึกการวาดรูปด้วยพู่กันจีน โดยมีนักเรียนได้เข้าร่วมการแข่งขันทักษะวิชาการภาษาจีน เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนภาษาจีน ภาคกลาง ครั้งที่ 12 ในหัวข้อการเขียนพู่กัน ได้รับรางวัลเหรียญทองชนะเลิศอันดับ 2 และวาดรูปด้วยพู่กันจีน ได้รับรางวัลเหรียญเงิน และนักเรียนได้ร่วมจัดบูธนำเสนอการเขียนพู่กันจีนให้กับงานมหกรรมการศึกษาเอกชน ณ The Hall ศูนย์การค้าอยุธยาซิตี้พาร์ค จากการดำเนินงานพบว่า สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จของกิจกรรมตามเป้าหมายพบว่า เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,200 คน จากจำนวน 1,300 คน คิดเป็นร้อยละ 92.31 บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป้าหมายเชิงคุณภาพ พบว่า นักเรียนร้อยละ 88.40 มีความสามารถในการเขียนตัวอักษรจีนจากพู่กันจีนตามหลักการเขียนที่ถูกต้องและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักเรียนร้อยละ 89.60 มีความรู้ความเข้าใจประวัติความเป็นมาของศิลปวัฒนธรรมการเขียนพู่กันจีน นักเรียนร้อยละ 90.40 มีความตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมที่แตกต่าง และผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 93.60 มีความเห็นว่าควรจัดกิจกรรมวันภาษาไทยทุกปี สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมการเขียนพู่กันจีน คิดเป็นร้อยละ 85.70 12.กิจกรรมฉันคือนักการทูต โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาจัดกิจกรรมฉันคือนักการทูต หัวข้อ คุยเฟื่องเรื่องอาหารจีน ครั้งที่ 2ประจำประเทศไทยภายใต้ศูนย์จัดการทดสอบการแปลและล่ามภาษาจีน กรมภาษาต่างประเทศ สาธารณรัฐปประชาชนจีน วัตถุประสงค์ของกิจกรรมฉันคือนักการทูต 1. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีความสามารถในการอ่าน การเขียน และการสื่อสารทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน 2. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีกล้าแสดงออกที่เหมาะสมตามวัย 3. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้ผู้เรียนมีขีดความสามารถในการแข่งขันสู่ระดับสากลได้อย่างเหมาะสมตามวัยโดยฝ่ายวิชาการได้มอบ หมายให้ นางสาวธนัชชา เกตุตุ้ม เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ฉันคือนักการฑูตในครั้งนี้จากการดำเนินงานพบว่า สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จของกิจกรรมตามเป้าหมายพบว่า เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 1,200 คน จากจำนวน 1,300 คน คิดเป็นร้อยละ 92.31 บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป้าหมายเชิงคุณภาพ พบว่า นักเรียนร้อยละ 88.40 มีความสามารถในการเขียนตัวอักษรจีนจากพู่กันจีนตามหลักการเขียนที่ถูกต้องและนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักเรียนร้อยละ 91.60 มีความกล้าแสดงออกเหมาะสมตามวัย และผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 94.80 มีความเห็นว่าควรจัดกิจกรรมทุกปีสภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมฉันคือนักการทูต คิดเป็นร้อยละ 91.80 13.กิจกรรมวันตรุษจีน โรงเรียนจัดกิจกรรมกิจกรรมวันตรุษจีน ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนครูและบุคลากรในโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ได้เรียนรู้วัฒนธรรมและประเพณีจีนร่วมกัน และเพื่อให้นักเรียนครูและบุคลากรทราบประวัติและความเป็นมาของวันตรุษจีน โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ ผู้เรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมวันตรุษจีน เป้าหมายเชิงคุณภาพ คือ นักเรียนมีพัฒนาทักษะทางด้านภาษาและวัฒนธรรมประเพณีจีนผ่านกิจกรรมวันตรุษจีน นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจประวัติความเป็นมาและสามารถอธิบายความสำคัญของวัฒนธรรมประเพณีวันตรุษจีนของคนจีนไ ด้ นักเรียนมีส่วนร่วมในการเผยแพร่ภาษาและวัฒนธรรมประเพณีวันตรุษจีน กิจกรรมวันตรุษจีน ได้จัดขึ้นที่บริเวณสนามของโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาระหว่างวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีกิจกรรมได้แก่ การประกวด Cover หน้า 54 จาก 141


Dance การประกวด Miss ตรุษจีน การเชิดสิงโต การร้องเพลง การแสดงวัฒนธรรมจีน (รำพัด) จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 1,200 คน จากจำนวนเต็ม 1,200 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้จากการดำเนินงานพบว่า สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมวันตรุษจีนพบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 100 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมกิจกรรมวันตรุษจีน (บรรลุเป้าหมายที่กำหนด) ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 100 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 91.33 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า นักเรียนร้อยละ 100 สามารถพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารภาษาจีน ร้อยละ 91.33 มีความรู้และเข้าใจประวัติความเป็นมาของวันตรุษจีน ร้อยละ 91.00 สามารถเผยแพร่วัฒนธรรมจีนผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ร้อยละ 89.33 สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมวันตรุษจีน คิดเป็นร้อยละ 89.94 14.กิจกรรมกิจกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการสมาคมจีน โรงเรียนจัดกิจกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการสมาคมจีน ซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งในโครงการการจัดการเรียนสอน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนานักเรียนด้านทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนภาษาจีน เพื่อส่งเสริมและพัฒนานักเรียนด้านการกล้าแสดงออกในการนำความรู้ภาษาจีนไปประยุกต์ใช้ในการแข่งขัน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้โดยกิจกรรมนี้มีเป้าหมายเชิงปริ มาณคือนักเรียนร้อยละ 85 ที่เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันได้รับรางวัลในระดับจังหวัด และนักเรียนร้อยละ 85 ที่เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันได้รับรางวัลในระดับประเทศ เป้าหมายเชิงคุณภาพคือ 1. นักเรียนมีทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนภาษาจีน 2. นักเรียนกล้าแสดงออกในการนำความรู้ภาษาจีนไปประยุกต์ใช้ในการแข่งขัน 3. นักเรียนสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ 4. นักเรียนที่เข้าร่วมการแข่งขันทักษะวิชาการภาษาจีนได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันในระดับจังหวัดและระดับภาค โดยฝ่ายวิชาการได้มอบหมายให้ นางสาวธนัชชา เกตุตุ้ม เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม กิจกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการสมาคมจีน ครั้งที่ 12 ได้จัดขึ้น ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาร่วมกับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนภาษาจีน ภาคกลาง ทั้ง 11 โรงเรียน โดยมีรายละเอียดของกิจกรรม ดังนี้ คณะครูผู้สอนภาษาจีนแต่ละโรงเรียนคัดเลือกนักเรียนเข้าร่วมแข่งขันทักษะภาษาจีนตามหัวข้อรายการที่กำหนด จัดการแข่งขัน ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา จากการดำเนินงานพบว่าสรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จของกิจกรรมตามเป้าหมายพบว่า เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 85 ที่เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันได้รับรางวัลในระดับจังหวัด นักเรียนร้อยละ 85 ที่เข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขันได้รับรางวัลในระดับประเทศ บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป้าหมายเชิงคุณภาพ พบว่า นักเรียนร้อยละ 91.60 มีทักษะด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนภาษาจีน นักเรียนร้อยละ 89.20 กล้าแสดงออกในการนำความรู้ภาษาจีนไปประยุกต์ใช้ในการแข่งขัน นักเรียนร้อยละ 80.40 สามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักเรียนร้อยละ 83.20 ที่เข้าร่วมการแข่งขันทักษะวิชาการภาษาจีนได้รับเหรียญรางวัลจากการแข่งขันในระดับจังหวัดและระดับภาค และผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 94.00 มีความเห็นว่าควรจัดกิจกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการสมาคมจีนทุกปี สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 87.40 15.กิจกรรมกิจกรรมวันสารทจีน โรงเรียนจัดกิจกรรมวันสารทจีนประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้วัฒนธรรมของจีนและส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จักประวัติความเป็นมาและคว หน้า 55 จาก 141


ามเชื่อของชาวจีนซึ่งได้จัดกิจกรรมวันสารทจีนโดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือผู้เรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมวันสารทจีนเป้าหมายเชิงคุณภาพคือผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจประวัติความเป็นมาและตระหนักถึงความสำคั ญของวันสารทจีนผู้เรียนมีความเข้าใจและยอมรับวัฒนธรรมที่แตกต่างผู้เรียนความผู้เรียนมีความเข้าใจยอมรับวัฒนธรรมประเ พณีวันสารทจีน กิจกรรมวันสารทจีนได้จัดขึ้นที่บริเวณสนามโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาในวันที่ 10 สิงหาคม 2566 โดยมีกิจกรรมได้แก่การพูดถึงที่มาและความสำคัญของวันสารทจีนการพูด 3 ภาษาการมอบเกียรติบัตร ผลงานนักเรียนจำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 1,200 คนจากจำนวนเด็กเป็น 1,200 คนคิดเป็น ร้อยละ100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ จากการดำเนินงานพบว่าสรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมจากการจัดกิจกรรมวันสารทจีนพบว่าผู้เกี่ ยวข้องร้อยละ 100 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมวันสารทจีนบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวันเวลาสถานที่พบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 91.33 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่านักเรียนสามารถพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารภาษาจีนร้อยละ 91.33 มีความรู้และความเข้าใจประวัติความเป็นมาของวันสารทจีนร้อยละ 91.00 สามารถเผยแพร่วัฒนธรรมจีนผ่านกิจกรรมต่างๆ ร้อยละ 89.33สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมวันสารทจีน คิดเป็นร้อยละ 85.23 16.กิจกรรมกิจกรรมสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT,HSK,H,HSKK โรงเรียนจัดกิจกรรมการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT,HSK,H,HSKK ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักเรียนมีทักษะในการฟังการพูดการอ่านและการเขียนภาษาจีนให้มีความโดดเด่นตามอัตลั กษณ์ของโรงเรียนเพื่อให้ดำเนินงานไปด้วยความเรียบร้อย มีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ของการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนโดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือผู้เรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT ,HSK,H,HSKK เป้าหมายเชิงคุณภาพคือนักเรียนมีพัฒนาทักษะทางด้านภาษาจีนผ่านกิจกรรมการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจความสามารถในการใช้ภาษาจีนได้อย่างถูกต้องเหมาะสมโดยฝ่ายวิชาการได้มอบหมายให้ นางสาวณิชกานต์ วงศ์คำภา เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT,HSK,H,HSKK ได้จัดขึ้นที่โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาในวันเสาร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีกิจกรรมดังนี้จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 211 คนจากจำนวนเต็ม 211 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้จากการดำเนินงานพบว่า สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมจากการจัดกิจกรรมวันสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT,HSK,H,HSKK พบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 100 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน YCT ,HSK,H,HSKK บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่านักเรียนร้อยละ 90 การประเมินด้านความเหมาะสมของวันเวลาสถานที่เพราะว่าผู้เกี่ยวข้องจำนวน 46 คนมีความเห็นว่าวันเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสมร้อยละ 97.28 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่านักเรียนร้อยละ 90 สามารถพัฒนาทักษะด้านภาษาจีนร้อยละ 91.33สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีน คิดเป็นร้อยละ 97.28 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย หน้า 56 จาก 141


- การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการเพื่อป้องกันเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคัน - การส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาการสมวัยอย่างมีคุณภาพ - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ หน้า 57 จาก 141


- มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โครงการโภชนาการที่ดีและปลอดภัย เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : นักเรียนมีสุขภาพอนามัยที่ดีจากการดื่มน้ำที่สะอาด และใช้น้ำที่สะอาดปลอดภัย ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 85.36 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมน้ำดื่ม น้ำใช้ปลอดภัย ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อให้นักเรียนมีน้ำดื่ม น้ำใช้ที่สะอาด เพียงพอต่อความต้องการ 2.เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพอนามัยที่ดี เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1.ร้อยละ 85 ของนักเรียนมีน้ำดื่ม น้ำใช้ที่สะอาด เพียงพอต่อความต้องการ 2.ร้อยละ 85 นักเรียนมีสุขภาพอนามัยที่ดี เป้าหมายเชิงคุณภาพ นักเรียนมีสุขภาพอนามัยที่ดีจากการดื่มน้ำที่สะอาด และใช้น้ำที่สะอาดปลอดภัย โดยฝ่ายบริหารงานทั่วไปได้มอบหมายให้ นางสาวลำดวล ศรีจุไร เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมน้ำดื่มน้ำใช้ที่สะอาด ได้จัดขึ้น ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา จำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วมระดับอนุบาลจำนวน 303 คน ระดับประถมศึกษา จำนวน 928 คน จากจำนวนเต็ม 1,231 คน คิดเป็นร้อยละ 85.36 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้สรุปผลการประเมินความสำเร็จผู้โดยรวมของกิจกรร มพบว่า จากการจัดกิจกรรมน้ำดื่ม น้ำใช้ปลอดภัย พบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องร้อยละ 85.36 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมน้ำดื่ม น้ำใช้ปลอดภัย ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า 1. นักเรียนร้อยละ 96.80 การทำความสะอาดตู้น้ำดื่มเดือนละ 1 ครั้ง 2. นักเรียนร้อยละ 86.40 ความเหมาะสมและเพียงพอต่อน้ำดื่ม 3. นักเรียนร้อยละ 83.60 ท่านพึงพอใจต่อน้ำใช้สำหรับอุปโภคการประกอบอาหารภายในโรงเรียน 4. นักเรียนร้อยละ 80.00 จำนวนตู้กรองน้ำมีจำนวนเพียงพอต่อการใช้บริการของนักเรียน ครูและบุคลากร 5. นักเรียนร้อยละ 80.00 ความสะอาดของน้ำดื่มที่โรงเรียนจัดไว้บริการให้นักเรียน 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมนมเพื่อสุขภาพ ฝ่ายบริหารงานทั่วไปได้มอบหมายให้ นางสาวลำดวล ศรีจุไร เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมดื่มนมเพื่อสุขภาพ ได้จัดขี้นที่โรงเรียนเสริมมิตรโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อเป็นการปลูกฝังให้นักเรียนรักการดื่มนม 2.เพื่อให้สุขภาพร่างกายของนักเรียนมีความแข็งร่างสมบูรณ์ 3.เพื่อให้นักเรียนมีน้ำหนัก และส่วนสูงเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข เป้าหมายเชิงปริมาณ 1.นักเรียนมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง 2.นักเรียนมีพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาที่ดี 3.นักเรียนมีน้ำหนัก และส่วนสูงเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข จำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วมระดับอนุบาลระดับประถม รวมทั้งสิ้น 1,231 คน คิดเป็นร้อยละร้อย 100 ของจำนวนนักเรียนซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมดื่มนมเพื่อ สุขภาพพบว่า ผู้เกี่ยวข้อง ร้อยละ 89.20 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมดื่มนมเพื่อสุขภาพการประเมินความสำเร็จของผู้เกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านคุณภาพของนมโรงเรียน พบว่า 1.นักเรียนร้อยละ 89.20 ความเหมาะสมของปริมาณนม/จำนวนนักเรียน 2.นักเรียนร้อยละ 87.60 โรงเรียนจัดนมที่มีคุณค่าและถูกหลักโภชนาการบริการแก่นักเรียน 3.นักเรียนร้อยละ 85.10 หน้า 58 จาก 141


ปริมาณอาหารเสริมนมมาที่จัดให้มีความเพียงพอกับความต้องการของนักเรียน 4.นักเรียนร้อยละ 85.60 คุณค่าของนมโรงเรียนต้านบรรจุภัณฑ์ 5.นักเรียนร้อยละ 87.60 นักเรียนมีความพึงพอใจอาหารเสริมนม 6.นักเรียนร้อยละ 87.60 กิจกรรมอาหารเสริมนมช่วยแก้ไขปัญหาขาดสารอาหาร 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมอาหารกลางวัน โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา โดยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ได้จัดให้มีกิจกรรมอาหารกลางวัน ประจำปีการศึกษา 2566 เพื่อให้นักเรียนได้มีสุขนิสัย สุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดีขึ้นซึ่งเป็นรากฐานด้านสุขภาพให้แข็งแรง การเตรียมความพร้อม เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพตั้งแต่แรกเริ่มโดยมีวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานโครงการ 1.เพื่อให้ผู้เรียนรับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการ 2.เพื่อเป็นการฝึกนิสัยของนักเรียนในการรับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณค่างทางโภชนาการ เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 85 ของนักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1.นักเรียนได้รับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการ 2.นักเรียนได้ฝึกนิสัยรับประทานอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการสถานที่และวัน เวลาดำเนินงานโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ผลการประเมินเชิงปริมาณ 1 จำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วม ระดับอนุบาล ถึง ระดับประถมศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 1240 คน จากจำนวนเต็ม 1240 คนคิดเป็นร้อยละ 97.10 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่วางไว้ผลที่ได้จากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพ 1 สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมกลางวันพบว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องร้อยละ 86.60 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมอาหารกลางวัน 2 ผลการประเมินด้านสภาพความสำเร็จผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านคุณภาพอาหารกลางวันพบว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องร้อยละ 82.40 มีความเห็นว่าเมนูอาหารกลางวันของนักเรียนมีความหลากหลาย ร้อยละ 84.80 มีความเห็นว่าอาหารกลางวันที่ให้บริการนักเรียนมีคุณค่าทางโภชนาการ ร้อยละ 80.40 มีความเห็นว่าอาหารกลางวันของนักเรียนมีรสชาติอร่อย น่ารับประทาน ร้อยละ 96.80 มีความพึงพอใจอาหารกลางวันของนักเรียนมีความสะอาดและปรุงสุกใหม่ ร้อยละ 85.60 มีความพึงพอใจในอาหารมีความเพียงพอต่อการรับประทานอาหารของนักเรียน ครู และบุคลากร สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ หน้า 59 จาก 141


- การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โครงการส่งเสริมระเบียบวิยัยนักเรียน เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 มีความรู้ ความเข้าใจในกฎระเบียบของโรงเรียน 2.นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามระเบียบวินัย ข้อกำหนดต่าง ๆ ของโรงเรียนได้ 3.นักเรียนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในโรงเรียนได้อย่างมีความสุข 4.นักเรียนมีความสามัคคีในหมู่คณะ มีคุณลักษณะของการเคารพให้เกียรติ ไม่ทะเลาะกัน ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 86.96 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาโดยฝ่ายบริหารทั่วไปได้จัด งานพัฒนาวินัยนักเรียน ได้จัดให้มีโครงการส่งเสริมระเบียบวินัยนักเรียน กิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียนประจำปีการศึกษา 2566 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักให้กับนักเรียนได้รู้จักกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับ การเคารพสิทธิ์ผู้อื่น สามารถปฏิบัติตนตามระเบียบวินัยได้อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และเพื่อสร้างคุณภาพผู้เรียนในด้านคุณธรรม หน้า 60 จาก 141


จริยธรรมในการมีระเบียบวินัยในตนเองและเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ 1.เพื่อประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียนและประเมินประสิทธิผลของกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรี ยนในเรื่องความมีระเบียบวินัย การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบของโรงเรียน และมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ของโรงเรียน 2. เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานกิจกรรม ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปัญหาในการจัดกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียนในครั้งต่อไป ขอบเขตของการดำเนินงานโครงการ เป้าหมายเชิงปริมาณ ผู้เรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียน เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1.นักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 มีความรู้ ความเข้าใจในกฎระเบียบของโรงเรียน 2.นักเรียนสามารถปฏิบัติตนตามระเบียบวินัย ข้อกำหนดต่าง ๆ ของโรงเรียนได้ 3.นักเรียนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในโรงเรียนได้อย่างมีความสุข 4.นักเรียนมีความสามัคคีในหมู่คณะ มีคุณลักษณะของการเคารพให้เกียรติ ไม่ทะเลาะกัน สถานที่และวันเวลาดำเนินงาน โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมที่สำคัญ 1.ประชุมวางแผนการจัดทำกิจกรรม 2.นำเสนอกิจกรรมต่อผู้บริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติ 3.จัดทำคำสั่งแต่งตั้งมอบหมายงาน 4.ประชุมคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย 5.ประชาสัมพันธ์แจ้งให้คณะครูทราบถึงกำหนดการต่าง ๆ 6.จัดเตรียมสถานที่และเอกสารประกอบการปฐมนิเทศนักเรียน 7.จัดกิจกรรมปฐมนิเทศนักเรียนระหว่างวันที่ 24 พฤษภาคม 2566 8.ประเมินสภาพความสำเร็จของการจัดกิจกรรมและสรุปรายงานผลต่อผู้บริหาร ผลการประเมินกิจกรรม ผลการประเมินเชิงปริมาณ 1 จำนวนนักเรียนประถมที่เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 906 คน จากจำนวนเต็ม 935 คน คิดเป็นร้อยละ 96.90 ของจำนวนนักเรียนระดับประถมศึกษาทั้งหมดซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ ผลที่ได้จากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพ 1 ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 86.09 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 80.00 มีความพึงพอใจต่อสถานที่ ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19 2 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า นักเรียนร้อยละ 86.96 สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในโรงเรียนได้อย่างมีความสุข ร้อยละ 85.65 มีความสามัคคีในหมู่คณะ มีคุณลักษณะของการเคารพให้เกียรติ ไม่ทะเลาะกัน ร้อยละ 85.22 มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบของโรงเรียน ร้อยละ 83.48 สามารถปฏิบัติตนตามระเบียบวินัย ข้อกำหนดต่าง ๆ ของโรงเรียนได้ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม หน้า 61 จาก 141


และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : กิจกรรมงามอย่างไทยกิจกรรมงามอย่างไทย เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.นักเรียนสามารถไหว้ได้ถูกต้องตามระดับของบุคคล 2.นักเรียนมีจิตสำนึกและมีความภาคภูมิในในความเป็นไทย 3.นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 4.เพื่อพัฒนานักเรียนให้ได้เรียนรู้มารยาทแบบแผนที่ถูกต้องสวยงามเป็นการ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 86.90 หน้า 62 จาก 141


ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมโดยดำเนินการดังนี้ กิจกรรมงามอย่างไทยจัดขึ้นโดยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ ครูยุพินอินทรี เพื่อให้นักเรียนสามารถไหว้ได้ถูกต้องตามระดับของบุคคล เพื่อให้นักเรียนมีจิตสำนึกและความภาคภูมิใจในความเป็นไทย เพื่อให้นักเรียนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อพัฒนานักเรียนให้ได้เรียนรู้มารายาทแบบแผนที่ถูกต้องสวยงามเป็นการรักษาเอกลักษณ์ วัฒนธรรมที่ดีของชาติจากการดำเนินงานพบว่า การประเมินหัวข้อ นักเรียนร้อยละ 92.83 มีความเห็นว่าวันและเวลาในการจัดกิจกรรมใความเหมาะสม นักเรียนร้อยละ 90.57 มีความเห็นว่าผู้รับผิดชอบกิจกรรมมีการวางแผนและชี้แจงกิจกรรมให้คณะครูผู้เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า นักเรียนร้อยละ 91.32 มีความเห็นว่าการจัดประกวดมารายาทให้องเรียน นักเรียนร้อยละ 92.83 มีความเห็นว่า การเตรียมการสำหรับการประกาดในแต่ละภาคเรียน นักเรียนร้อยละ 92.83 มีความเห็นว่า สามารคไหว้ได้ถูกต้อวตามระดับของบุคคล นักเรียนร้อยละ 89.43 มีความเห็นว่า นักเรียนมีจิตสำนึกและมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทย นักเรียนร้อยละ 88.68 มีความเห็นว่า นักเรียนสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักเรียนร้อยละ 90.57 มีความเห็นว่า นักเรียนมีมารายาทตามแบบแผนที่ถูกต้องสวยงามเป็นการรักษาเอกลักษณ์ วัฒนธรรมที่ดีของชาติ นักเรียนร้อยละ 84.91 มีความเห็นว่า งบประมาณที่ใช้ในกิจกรรมนี่มีความเหมาะสม นักเรียนร้อยละ 91.29 มีความเห็นว่าควรจัดกิจกรรมงามอย่างไทยทุกปีการศึกษา สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็น ร้อยละ 96.60 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ หน้า 63 จาก 141


4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โครงการส่งเสริมประชาธิปไตยและจิตอาสา เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. นักเรียนมีคุณลักษณะความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี รู้หน้าที่ของตนเอง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2 นักเรียนมีจิตสำนึกที่ดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3 นักเรียนรู้หน้าที่ของตนเองในฐานะที่เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 92.92 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาโดยฝ่ายบริหารทั่วไป ได้จัดให้มีกิจกรรมเลือกตั้งประธานนักเรียนประจำปีการศึกษา 2566 ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี รู้หน้าที่ของตนเอง หน้า 64 จาก 141


รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นตามระบอบประชาธิปไตย 2.เพื่อให้นักเรียนมีจิตสำนึกที่ดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3.เพื่อให้นักเรียนรู้หน้าที่ของตนเองในฐานะที่เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ เพื่อประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานกิจกรรมเลือกตั้งประธานนักเรียนและประเมินประสิทธิผลของกิจกรรมในเรื่อง ความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี รู้หน้าที่ของตนเอง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นตามระบอบประชาธิปไตย ตลอดจนข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปัญหาในการจัดกิจกรรมเลือกตั้งประธานนักเรียนในครั้งต่อไป ขอบเขตของการดำเนินงานโครงการ เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมเลือกตั้งประธานนักเรียน เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1. นักเรียนมีคุณลักษณะความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี รู้หน้าที่ของตนเอง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 2 นักเรียนมีจิตสำนึกที่ดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 3 นักเรียนรู้หน้าที่ของตนเองในฐานะที่เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยสถานที่และวันเวลาดำเนินงานสนามโรงเรียนเสริมมิ ตรวิทยา ขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมที่สำคัญ 1.ประชุมวางแผนการจัดทำกิจกรรม 2.นำเสนอกิจกรรมต่อผู้บริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติ 3.จัดทำคำสั่งแต่งตั้งมอบหมายงาน 4.ประชุมคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย 5.ประชุมแจ้งให้นักเรียนประถมทุกระดับชั้นทราบ 6.ตัวแทนนักเรียนที่ลงสมัครรับเลือกตั้งทำป้ายและสื่อเพื่อหาเสียงกับคุณครู เพื่อน และน้อง ๆ 7.จัดบอร์ดแนะนำตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียน 8.ประชาสัมพันธ์การหาเสียงทางสื่อต่าง ๆ ของโรงเรียน 9.จัดกิจกรรมเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนและผู้นำจิตอาสา 10.ติดตาม ประเมินผล การจัดกิจกรรม 11.สรุปรายงานผลให้ผู้บริหารทราบ และนำผลการประเมินไปพัฒนาการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป ผลการประเมินกิจกรรม ผลการประเมินเชิงปริมาณ 1 จำนวนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 เข้าร่วมจำนวน 876 คน จากจำนวน 935 คน คิดเป็นร้อยละ 93.69 ของจำนวนนักเรียนระดับชั้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตาม เป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ 2 ผลที่ได้จากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพ สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมเลือกตั้งประธานนักเรียนและผู้นำจิตอาสาพบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 90.59 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมเลือกตั้งประธานนักเรียนผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 90.77 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 88.31 มีความพึงพอใจต่อสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมเลือกตั้งคณะกรรมการนักเรียนและผู้นำจิตอาสาพบว่าผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่า นักเรียนร้อยละ 92.92 รู้หน้าที่ของตนเองในฐานะที่เป็นพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย นักเรียนร้อยละ 91.69 มีจิตสำนึกที่ดีต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และนักเรียนร้อยละ 90.15 มีคุณลักษณะความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี รู้หน้าที่ของตนเอง รับฟังผู้อื่น 2.กิจกรรมผู้นำนักเรียนและจิตอาสา โรงเรียนจัดกิจกรรมผู้นำนักเรียนและจิตอาสา ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาให้นักเรียนมีคุณลักษณะความเป็นผู้นำ ผู้ตามที่ดี รู้หน้าที่ของตนเอง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นตามระบอบประชาธิปไตย 2.เพื่อให้นักเรียนมีจิตสาธารณะ ช่วยเหลือ แบ่งปันผู้อื่น โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ นักเรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรม สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมผู้นำนักเรียนและจิตอาสาพบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 95.85 มีความพึ่งพอใจต่อกิจกรรมผู้นำนักเรียนและจิตอาสา ผลการประเมินด้านการทำความสะอาด หน้า 65 จาก 141


และเก็บอุปกรณ์การเรียนการทำกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนเมื่อใช้เสร็จแล้วเข้าที่ให้เรียบร้อยคิดเป็นร้อยละ 91.23 ผู้เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจ ผลกราประเมินความสำเร็จของกิจกรรมผู้นำนักเรียนและจิตอาสาพบว่าผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่านักเรียนร้อยละ 95.85 มีความพึงพอใจในกิจกรรมผู้นำนักเรียนและจิตอาสา นักเรียนร้อยละ 98.40 ปิดไฟ ปิดพัดลม หลังจากเลิกเรียนแล้วหรือ ย้ายไปเรียนห้องอื่น ช่วยดูแลรักษาห้องน้ำโรงเรียนให้สะอาดร้อยละ 96.80 พบขยะตกอยู่ตามถนน หรือบริเวณอื่น ๆ นักเรียนรีบเก็บไปทิ้งในถังขยะร้อยละ 95.20 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต หน้า 66 จาก 141


- มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โครงการวันสำคัญทางศาสนา เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : นักเรียนมีความเข้าใจ เห็นความสำคัญและประโยชน์ของวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา นักเรียนได้ปฏิบัติพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 90.55 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมโดยฝ่ายบริหารทั่วไป ได้จัดให้มีกิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีการศึกษา 2566 ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจ เห็นความสำคัญและประโยชน์ของวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 2.เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเนื่องในวันเข้าพรรษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ เพื่อประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานกิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาและประเมินประสิทธิผลของกิจกรรมใน เรื่อง ความรู้ ความเข้าใจของนักเรียนเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวันเข้าพรรษา การปฏิบัติศาสนพิธีในฐานะพุทธศาสนิกชนที่ดีของนักเรียน การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาของนักเรียน ตลอดจนข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปัญหาในการจัดกิจกรรมวันเข้าพรรษาในครั้งต่อไปขอบเขตของการดำเนินงานโครง การ เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 2 เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติตนในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาในฐานะพุทธศาสนิกชนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 3 เพื่อให้นักเรียนสามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม 4 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม สามารถปฏิบัติตนเป็นคนดีและอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข สถานที่และวันเวลาดำเนินงาน วัดศาลาปูนวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมที่สำคัญ หน้า 67 จาก 141


1.ประชุมวางแผนการจัดทำกิจกรรม 2.นำเสนอกิจกรรมต่อผู้บริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติ 3.จัดทำคำสั่งแต่งตั้งมอบหมายงาน 4.ประชุมคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย 5.ประชุมแจ้งให้นักเรียนทุกระดับชั้นทราบ 6.ออกจดหมายแจ้งผู้ปกครองนักเรียนร่วมทำบุญ 7.จัดบอร์ดความรู้เกี่ยวกับอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 8.ตกแต่งต้นเทียนและฝึกซ้อมตัวแทนนักเรียนรำหน้าขบวนแห่เทียนพรรษา 9.จัดกิจกรรมวันเข้าพรรษา 10.ติดตาม ประเมินผล การจัดกิจกรรม 11.สรุปรายงานผลให้ผู้บริหารทราบ และนำผลการประเมินไปพัฒนาการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป ผลการประเมินกิจกรรม ผลการประเมินเชิงปริมาณ จำนวนนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 - ประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 1,216 คน จากจำนวน 1,240 คน คิดเป็นร้อยละ 98.06 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ ผลที่ได้จากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพ สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมวันเข้าพรรษาพบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 90.55 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมวันเข้าพรรษา ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 90.65 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 88.39 มีความพึงพอใจต่อสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรราพบว่าผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่า นักเรียนร้อยละ 91.29 มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถปฏิบัติตนเป็นคนดีและอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข นักเรียนร้อยละ 90.32 สามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา นักเรียนร้อยละ 90.00 สามารถปฏิบัติตนในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมโดยฝ่ายบริหารทั่วไป ได้จัดให้มีกิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปีการศึกษา 2566 ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจ เห็นความสำคัญและประโยชน์ของวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา 2.เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเนื่องในวันเข้าพรรษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ เพื่อประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานกิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาและประเมินประสิทธิผลของกิจกรรมใน เรื่อง ความรู้ ความเข้าใจของนักเรียนเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวันเข้าพรรษา การปฏิบัติศาสนพิธีในฐานะพุทธศาสนิกชนที่ดีของนักเรียน การปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาของนักเรียน ตลอดจนข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปัญหาในการจัดกิจกรรมวันเข้าพรรษาในครั้งต่อไปขอบเขตของการดำเนินงานโครง การ เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1. เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 2 เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติตนในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาในฐานะพุทธศาสนิกชนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม 3 เพื่อให้นักเรียนสามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม 4 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม สามารถปฏิบัติตนเป็นคนดีและอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข สถานที่และวันเวลาดำเนินงาน วัดศาลาปูนวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมที่สำคัญ 1.ประชุมวางแผนการจัดทำกิจกรรม 2.นำเสนอกิจกรรมต่อผู้บริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติ 3.จัดทำคำสั่งแต่งตั้งมอบหมายงาน 4.ประชุมคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย 5.ประชุมแจ้งให้นักเรียนทุกระดับชั้นทราบ 6.ออกจดหมายแจ้งผู้ปกครองนักเรียนร่วมทำบุญ 7.จัดบอร์ดความรู้เกี่ยวกับอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา 8.ตกแต่งต้นเทียนและฝึกซ้อมตัวแทนนักเรียนรำหน้าขบวนแห่เทียนพรรษา 9.จัดกิจกรรมวันเข้าพรรษา 10.ติดตาม ประเมินผล การจัดกิจกรรม 11.สรุปรายงานผลให้ผู้บริหารทราบ และนำผลการประเมินไปพัฒนาการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป หน้า 68 จาก 141


ผลการประเมินกิจกรรม ผลการประเมินเชิงปริมาณ จำนวนนักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 - ประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมจำนวน 1,216 คน จากจำนวน 1,240 คน คิดเป็นร้อยละ 98.06 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ ผลที่ได้จากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพ สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมวันเข้าพรรษาพบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 90.55 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมวันเข้าพรรษาผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 90.65 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 88.39 มีความพึงพอใจต่อสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19ผลการประเมินความสำเ ร็จของกิจกรรมวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรราพบว่าผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่า นักเรียนร้อยละ 91.29 มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถปฏิบัติตนเป็นคนดีและอยู่ร่วมกันกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข นักเรียนร้อยละ 90.32 สามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปปฏิบัติในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสมและมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา นักเรียนร้อยละ 90.00 สามารถปฏิบัติตนในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal หน้า 69 จาก 141


5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โครงการวันสำคัญชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : ให้ผู้เรียนทุกคนได้ตระหนักถึงวันสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 90.42 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาจัดกิจกรรมโดยฝ่ายบริหารทั่วไป ได้จัดให้มีโครงการวันสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในส่วนของกิจกรรมถวายพระพรวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประจำปีการศึกษา 2566 ขึ้น เพื่อถวายพระพรและเฉลิมพระเกียรติอีกทั้งเพื่อปลูกฝังให้นักเรียนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ 1.เพื่อประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานกิจกรรมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และประเมินประสิทธิผลของกิจกรรมในเรื่อง ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษา หน้า 70 จาก 141


ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปัญหาในการจัดกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษาในครั้งต่อไป ขอบเขตของการดำเนินงานโครงการ เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เป้าหมายเชิงคุณภาพ นักเรียนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหาษัตริย์ นักเรียนแสดงความจงรักภักดีได้อย่างเหมาะสมตามวัย สถานที่และวันเวลาดำเนินงาน โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา วันที่ 27 กรกฎาคม 2566 เวลา 09.00 น. ขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมที่สำคัญ 1.ประชุมวางแผนการจัดทำกิจกรรม 2.นำเสนอกิจกรรมต่อผู้บริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติ 3.จัดทำคำสั่งแต่งตั้งมอบหมายงาน 4.ประชุมคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย 5.ประชาสัมพันธ์แจ้งให้คณะครูทราบถึงกำหนดการต่าง ๆ 6.จัดเตรียมสถานที่ถวายพระพร 7.จัดกิจกรรมถวายพระพรในวันที่ 27 กรกฎาคม 2566 8.ประเมินสภาพความสำเร็จของการจัดกิจกรรมและสรุปรายงานผลต่อผู้บริหาร ผลการประเมินกิจกรรม ผลการประเมินเชิงปริมาณ จำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 1,220 คน จากจำนวนเต็ม 1,240 คน คิดเป็นร้อยละ98.39 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้คือร้อยละ 85 ผลที่ได้จากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพสรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมถวายพระพรวันเฉลิมพระ ชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 96.60 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 92.80 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 84.80 มีความพึงพอใจต่อสถานที่ ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า นักเรียนร้อยละ 91.60 มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหาษัตริย์ ร้อยละ 88.80 ได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ร้อยละ 87.20 มีความพร้อมเพรียงในการร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ร้อยละ 86.80 มีความพร้อมเพรียงในการร้องเพลงสดุดีจอมราชา 2.โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาจัดกิจกรรมโดยฝ่ายบริหารทั่วไป ได้จัดให้มีโครงการวันสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในส่วนของกิจกรรมถวายพระพรวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประจำปีการศึกษา 2566 ขึ้น เพื่อถวายพระพรและเฉลิมพระเกียรติอีกทั้งเพื่อปลูกฝังให้นักเรียนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ 1.เพื่อประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานกิจกรรมถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และวันแม่แห่งชาติ อีกทั้งเพื่อประเมินประสิทธิผลของกิจกรรมในเรื่อง ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความกตัญญูกตเวทิตาคุณต่อคุณแม่ผู้ให้กำเนิด 2.เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปัญหาในการจัดกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษา ฯ ในครั้งต่อไป ขอบเขตของการดำเนินงานโครงการ เป้าหมายเชิงปริมาณ นักเรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1 นักเรียนได้ร่วมกันเทิดทูนเฉลิมพระเกียรติองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง 2.นักเรียนได้แสดงความกตัญญูและระลึกถึงคุณแม่ผู้มีพระคุณอย่างสูงต่อลูก 3 เพื่อให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สถานที่และวันเวลาดำเนินงาน โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา วันที่ 11 สิงหาคม 2566 เวลา 09.00 น. ขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมที่สำคัญ หน้า 71 จาก 141


1.ประชุมวางแผนการจัดทำกิจกรรม 2.นำเสนอกิจกรรมต่อผู้บริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติ 3.จัดทำคำสั่งแต่งตั้งมอบหมายงาน 4.ประชุมคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย 5.ประชาสัมพันธ์แจ้งให้คณะครูทราบถึงกำหนดการต่าง ๆ 6.จัดเตรียมสถานที่ถวายพระพร 7.จัดกิจกรรมถวายพระพรในวันที่ 11 สิงหาคม 2566 8.ประเมินสภาพความสำเร็จของการจัดกิจกรรมและสรุปรายงานผลต่อผู้บริหาร ผลการประเมินกิจกรรม ผลการประเมินเชิงปริมาณ จำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 1,218 คน จากจำนวนเต็ม 1,240 คน คิดเป็นร้อยละ 98.23 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้คือร้อยละ 85 ผลที่ได้จากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพ สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมถวายพระพรวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปี หลวงพบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 90.42 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรม ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 93.18 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 85.91 มีความพึงพอใจต่อสถานที่ ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า นักเรียนร้อยละ 93.18 ได้แสดงออกถึงการเทิดทูนเฉลิมพระเกียรติองค์สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ร้อยละ 91.36 ได้แสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีและระลึกถึงพระคุณของคุณแม่ผู้มีพระคุณอย่างสูงต่อลูก ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 89.55 มีความเห็นว่านักเรียนมีความพร้อมเพรียงในการร้องเพลงสดุดีพระแม่ไทยได้อย่างสมพระเกียรติ ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 87.73 มีความเห็นว่านักเรียนมีความพร้อมเพรียงในการร้องเพลงสรรเสริญ พระบารมีได้อย่างสมพระเกียรติ 3.โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาโดยฝ่ายบริหารทั่วไป ได้จัดให้มีโครงการวันสำคัญของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ในส่วนของกิจกรรมถวายพระพรวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี ประจำปีการศึกษา 2566 ขึ้น เพื่อถวายพระพรและเฉลิมพระเกียรติอีกทั้งเพื่อปลูกฝังให้นักเรียนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงการ 1.เพื่อประเมินความสำเร็จของการดำเนินงานกิจกรรมถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ์ พระบรมราชินี และประเมินประสิทธิผลของกิจกรรมในเรื่อง ความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 2.เพื่อศึกษาปัญหาอุปสรรคจากการดำเนินงานกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษา ข้อเสนอแนะและแนวทางการแก้ปัญหาในการจัดกิจกรรมวันเฉลิมพระชนมพรรษาในครั้งต่อไป ขอบเขตของการดำเนินงานโครงการ เป้าหมายเชิงปริมาณ 1.นักเรียนร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมถวายพระพรสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1 นักเรียนแสดงออกถึงความจงรักภักดีแด่สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯพระบรมราชินี 2 นักเรียนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สถานที่และวันเวลาดำเนินงาน โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เวลา 09.00 น. ขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมที่สำคัญ 1.ประชุมวางแผนการจัดทำกิจกรรม 2.นำเสนอกิจกรรมต่อผู้บริหารเพื่อพิจารณาอนุมัติ 3.จัดทำคำสั่งแต่งตั้งมอบหมายงาน 4.ประชุมคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย 5.ประชาสัมพันธ์แจ้งให้คณะครูทราบถึงกำหนดการต่าง ๆ 6.จัดเตรียมสถานที่ถวายพระพร 7.จัดกิจกรรมถวายพระพรในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 8.ประเมินสภาพความสำเร็จของการจัดกิจกรรมและสรุปรายงานผลต่อผู้บริหารและนำผลการ ประเมินไปพัฒนาการจัดกิจกรรมครั้งต่อไป ผลการประเมินกิจกรรม ผลการประเมินเชิงปริมาณ 1 หน้า 72 จาก 141


จำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 1,217 คน จากจำนวนเต็ม 1,243 คน คิดเป็นร้อยละ 97.91 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ ผลที่ได้จากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพ สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมถวายพระพรวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรม ราชินีพบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 89.00 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรม ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 87.00 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 79.00 มีความพึงพอใจต่อสถานที่ ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า ผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่านักเรียนร้อยละ 91 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นักเรียนร้อยละ 89.00 แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสมเด็จ พระนางเจ้าสุทิดาฯ พระบรมราชินีได้อย่างเหมาะสม และนักเรียนร้อยละ 88 มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 4.โรงเรียนเสริมมิตรจัดกิจกรรมจัดขึ้นโดยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ ครูเพ็ญศรี วงค์รอด ได้จัดกิจกรรมขึ้นเพื่อให้ครูและบุคลากรและนักเรียนได้เข้าร่วมกิจกรรม ในกิจกรรมประกอบด้วยการให้ความรู้เรื่องเกี่ยวความสำคัญของครูให้นักเรียนได้ตระหนักเห็นความสำคัญของครู ณ สนามโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา โดยใช้เวลาในการจัดกิจกรรมในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2567 จากการดำเนินงานพบว่า การประเมินหัวข้อ วัน และ เวลาในการจัดกิจกรรมมีเหมาะสมครู คิดเป็นร้อยละ 87.27 การเตรียมการก่อนการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม คิดเป็นร้อยละ 93.09 สภาพความสำเร็จจากการเข้าร่วมกิจกรรมของนักเรียน คิดเป็นร้อยละ 90.18 นักเรียนบอกสัญลักษณ์ดอกไม้ประจำวันครูได้ คิดเป็นร้อยละ 88.36 ควรจัดกิจกรรมวันครูแห่งชาติขึ้นทุกปี คิดเป็นร้อยละ 94.18 สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็น ร้อยละ 90.44 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ หน้า 73 จาก 141


3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โครงการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.ผู้เรียนเป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมปฏิบัติตนตามหลักธรรมทางศาสนาที่ตนเองนับถือ 2.ผู้เรียนสามารถปฏิบัติตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีตามแนววิถีพุทธ 3.ผู้เรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงเรียนกำหนด ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 87.31 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมธรรมะวิถีพุทธ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖๖ จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเ หน้า 74 จาก 141


หมาะสม 2.เพื่อส่งเสริมนักเรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงรียนกำหนด โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ นักเรียนโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมธรรมะวิถีพุทธ และสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมธรรมะวิถีพุทธพบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 87.73 มีความพึ่งพอใจต่อกิจกรรมธรรมะวิถีพุทธ ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องมีความเห็น ว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 90.16 มีความพึ่งพอใจต่อสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19 ร้อยละ 85.25 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมธรรมะวิถีพุทธ พบว่าผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่านักเรียนร้อยละ 89.18 มีมารยาทที่ดีงามในฐานะพุทธศาสนิกชนที่ดี นักเรียนร้อยละ 89.18 มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงเรียนกำหนด งบประมาณร้อยละ 86.89 งบประมาณในกิจกรรมนี้ บรรลุตามจุดประสงค์ ของกิจกรรม การจัดกิจกรรมร้อยละ 88.85 ควรจัดกิจกรรมธรรมะวิถีพุทธศึกษาทุกปี 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมกิจกรรมสอบนักธรรมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเ หมาะสม 2.เพื่อส่งเสริมนักเรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงรียนกำหนดโดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ นักเรียนร้อยละ 85 มีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมสอบธรรมศึกษาพบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 86.89 มีความพึ่งพอใจต่อกิจกรรมสอบธรรมศึกษา ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องมีความเห็น ว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 89.33 มีความพึ่งพอใจต่อสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 ผลกราประเมินความสำเร็จของกิจกรรมสอบธรรมศึกษาพบว่าผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่านักเรียนร้อยละ 84.44 มีความรู้ความเข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ นักเรียนร้อยละ 85.78 มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงเรียนกำหนด งบประมาณร้อยละ 76.89 งบประมาณในกิจกรรมนี้ ไม่บรรลุตามจุดประสงค์ ของกิจกรรม การจัดกิจกรรมร้อยละ 88.44 ควรจัดกิจกรรมสอบธรรมศึกษาทุกปี สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) หน้า 75 จาก 141


- การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal - การแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โครงการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติดให้โทษ 2.นักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่ดี หน้า 76 จาก 141


รู้จักวิธีป้องกันตนเองให้ห่างไกลสารเสพติด 3.นักเรียนมีส่วนร่วมในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในทุกรูปแบบ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 94.63 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลกประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจถึงโทษและพิษภัยของบุหรี่ 2.เพื่อให้นักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่ดี รู้จักวิธีการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากบุหรี่ 3.เพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ เป้าหมายเชิงปริมาณ ผู้เรียนระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1.นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษและพิษภัยของบุหรี่ 2.นักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่ดี รู้จักวิธีการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากบุหรี่ทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า 3.นักเรียนมีส่วนร่วมในการรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ โดยฝ่ายบริหารงานทั่วไปได้มอบหมายให้ นายสิทธิพร พรรณสูตร เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลก ได้จัดขึ้นที่ ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ในวันที่ 23 มิถุนายน 2566 นอกจากกิจกรรมภายในโรงเรียนแล้วยังได้นำนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ไปร่วมเดินรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่และยาเสพติดที่ชุมชนไผ่เขียว โดยร่วมกับเทศบาลตำบลพระอินทร์ราชา ช่วงเวลา 09.00 – 11.30 น. จำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วม ระดับอนุบาลจำนวน 294 คน ระดับประถมศึกษาจำนวน 910 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,204 คน จากจำนวนเต็ม 1,240 คน คิดเป็นร้อยละ 97.10 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจ กรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลกพบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 95.78 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมวันงดสูบบุหรี่โลกผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 90.22 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 84.89 มีความพึงพอใจต่อสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า 1.นักเรียนร้อยละ 89.78 ไม่ยุ่งเกี่ยวกับบุหรี่ทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้า 2.นักเรียนร้อยละ 88.89 มีส่วนร่วมในการเดินรณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่ 3.นักเรียนร้อยละ 88.00 มีภูมิคุ้มกันที่ดี รู้จักวิธีการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากบุหรี่ 4.นักเรียนร้อยละ 87.56 มีความรู้ ความเข้าใจโทษและพิษภัยของบุหรี่ 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1.นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติดให้โทษ 2.นักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่ดี รู้จักวิธีการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากยาเสพติด 3.นักเรียนมีส่วนร่วมในการต่อต้านยาเสพติดทุกรูปแบบ เป้าหมายเชิงปริมาณ ผู้เรียนระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละ 85 เข้าร่วมกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด เป้าหมายเชิงคุณภาพ 1.นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษและพิษภัยของยาเสพติดทุกชนิด 2.นักเรียนมีภูมิคุ้มกันที่ดี รู้จักวิธีการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากยาเสพติด 3.นักเรียนมีส่วนร่วมในการต่อต้านยาเสพติดในทุกรูปแบบ โดยฝ่ายบริหารงานทั่วไปได้มอบหมายให้ นางสาวนิลุบล โบขุนทด เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรมกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติด ได้จัดขึ้นที่ ณ โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 จำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วม ระดับอนุบาลจำนวน 294 คน ระดับประถมศึกษาจำนวน 910 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 1,204 คน จากจำนวนเต็ม 1,240 คน คิดเป็นร้อยละ 97.10 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจ กรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดพบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 93.49 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมวันต่อต้านยาเสพติดผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 86.79 มีความเห็นว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 83.02 มีความพึงพอใจต่อสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด19ผลการประเมินความสำเ หน้า 77 จาก 141


ร็จของกิจกรรมพบว่า 1.นักเรียนร้อยละ 89.43 ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดทุกประเภท 2.นักเรียนร้อยละ 88.30 มีความรู้ ความเข้าใจถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติดให้โทษ 3.นักเรียนร้อยละ 87.92 มีส่วนร่วมในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในทุกรูปแบบ 4.นักเรียนร้อยละ 87.55 มีภูมิคุ้มกันที่ดี รู้จักวิธีการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากสารเสพติด สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการเพื่อป้องกันเด็กตกหล่นและเด็กออกกลางคัน - การส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาการสมวัยอย่างมีคุณภาพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการตามหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะแนวใหม่ (หลักเกณฑ์ PA) - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต หน้า 78 จาก 141


- มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โครงการสัมพันธ์ชุมชน เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.ผู้ปกครอง และชุมชนมีความสัมพันธ์อันดีต่อโรงเรียน 2.ผู้ปกครองกับครูร่วมกันส่งเสริมพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3.นักเรียนกล้าแสดงออกและมีความคิดสร้างสรรค์เหมาะสมตามวัย 4.นักเรียนเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง 5.ผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้องพึงพอใจต่อผลงานเชิงประจักษ์ด้านคุณภาพนักเรียน ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 86.51 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาจัดกิจกรรมโดยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ให้มีงานประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนมีการเผยแพร่ต่อนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากร ประจำปีการศึกษา 2566 ขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ วัตถุประสงค์ของการประเมินโครงกา 1.เพื่อพัฒนางานประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนให้เผยแพร่ต่อนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากร และ ชุมชนขอบเขตของการดำเนินงานโครงการ เป้าหมายเชิงปริมาณ มีเว็บไซต์และโซเชียล เน็ตเวิร์กของโรงเรียน สำหรับใช้ในงานประชาสัมพันธ์ของโรงเรียน เป้าหมายคุณภาพ งานประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนมีการเผยแพร่ต่อนกัเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากร และชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพสถารที่และวันที่เวลาดำเนินงานโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมที่สำคัญ 1. รวบรวมข้อมูลที่จะประชาสัมพันธ์แต่ละเดือน 2. จัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์ 3. ประชาสัมพันธ์ลงในไลน์โรงเรียน ไลน์กลุ่มผู้ปกครอง เว็บไซต์โรงเรียน ผลการสำเร็จกิจกรรม งานประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนถูกพัฒนาให้เผยแพร่ต่อนักเรียน ผู้ปกครอง ครูและบุคลากร และชุมชนได้อย่าง มีประสิทธิภาพ เป้าหมาย ร้อยละ 85 ผลดำเนินการ ร้อยละ 100 2.โรงเรียนจัดกิจกรรม กิจกรรมประชุมผู้ปกครองนักเรียน จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านและโรงเรียนอีกทั้งเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บริหาร ครู และผู้ปกครองได้มีโอกาสพบปะ หน้า 79 จาก 141


แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในการที่จะพัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพตามอัตลักษณ์/เอกลักษณ์ของโรงเรียน โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือผู้ปกครองนักเรียนร้อยละ 85 ให้ความร่วมมือเข้าร่วมการประชุมผู้ปกครอง เป้าหมายเชิงคุณภาพคือ ผู้ปกครอง ชุมชน และหน่วยงานภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาและพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้และมีความประพฤติดี อีกทั้งเพื่อส่งเสริมให้ผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดีมีความเข้าใจในแนวนโยบายการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสนอแนะแนวทางในการพัฒนานักเรียนร่วมกัน โดยฝ่ายบริหารงานทั่วไปได้มอบหมายให้ นางพิมใจ ไตรพันธุ์ เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม กิจกรรมประชุมผู้ปกครองได้จัดขึ้นที่ห้องประชุมโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาในวันอาทิตย์ที่ 18 มิถุนายน2566 โดยแบ่งระดับชั้นการประชุมดังนี้ เวลา 08.30 – 10.00 น. ผู้ปกครองนักเรียนระดับชั้นอนุบาล เวลา 10.00 – 11.30 น. ผู้ปครองนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 เวลา 13.00 – 14.30 น. ผู้ปกครองนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมประชุมผู้ปกครองผู้ปกครองร้อยละ 89.53 มีความพึงพอใจต่อสภาพความสำเร็จของการจัดกิจกรรมประชุมผู้ปคกรอง ผู้ปกครองร้อยละ 91.87 มีความพึงพอใจต่อครูประจำชั้นในการดูแลบุตรหลานในปีการศึกษา 2565 ที่ผ่านมา ร้อยละ 90.14 มีความพึงพอใจต่อมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ของโรงเรียน พึงพอใจต่อระบบความปลอดภัยภายในโรงเรียน ผู้ปกครองร้อยละ 90.10 พึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียนที่สนับสนุนการเรียนการสอนและการพัฒนานักเรียนในปีการศึกษา 2565 ที่ผ่านมา และผู้ปกครองร้อยละ 89.86 มีความพึงพอใจต่อผลการพัฒนาคุณภาพนักเรียนและการบริหารจัดการของโรงเรียนในปีการศีกษา 2565 ที่ผ่านมา 3.โรงเรียนจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้านประสานใจเยี่ยมบ้านประสานใจ จัดขึ้นโดยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ซึ่งผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ นางสาวเกษราภรณ์ แก้วเนตร มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ปกครองนักเรียนมีความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเยี่ยมบ้านในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้ านกับโรงเรียน อีกทั้งครูสามารถนำข้อมูลจากการเยี่ยมบ้านมาคัดกรองเพื่อให้การช่วยเหลือและส่งเสริมนักเรียน นอกจากนี้นักเรียนได้รับการช่วยเหลือและส่งเสริมจากครูผ่านกิจกรรมเยี่ยมบ้านจากการดำเนินงานพบว่า ผลการประเมินด้านระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรม พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 89.50 มีความเห็นว่าระยะเวลาในการดำเนินกิจกรรมมีความเหมาะสม ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า ผู้เรียนร้อยละ 87.00 มีความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ปกครองกับโรงเรียน ผู้เรียนที่มีปัญหาในด้านต่างๆได้รับการช่วยเหลือ ร้อยละ 89.00 ครูผู้สอนทราบปัญหาและแก้ไขได้ทันท่วงที ร้อยละ 87.00 และควรจัดกิจกรรมเยี่ยมบ้านประสานใจขึ้นทุกปี ร้อยละ 91.00 สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็น ร้อยละ 88.80 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม หน้า 80 จาก 141


และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โคงการคุณธรรมนำความรู้สู่ทักษะชีวิต เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. นักเรียนเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม 2. นักเรียนได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ 3. นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และค่านิยมตามที่โรงเรียนกำหนด 4. นักเรียนมีทักษะชีวิต ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ 5. นักเรียนมีความอดทน อดกลั้น หน้า 81 จาก 141


รู้จักรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตนเองและมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีความสามัคคีในหมู่คณะ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 89.90 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือสำรองจัดขึ้นโดยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ ครูสมจิต ชนะศรี ได้จัดกิจกรรมขึ้นโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาโดยฝ่ายบริหารงานทั่วไปได้จัดให้มีกิจกรรมค่ายลูกเสือ เนตรนารีสำรองประจำปีการศึกษา 2566 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะด้านความอดทน มีวินัย มีความรับผิดชอบ เสียสละ สามัคคี เพื่อให้นักเรียนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการรู้จักแบ่งปันซึ่งกันและกัน และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้และ เพื่อส่งเสริมแบะพัฒนาให้นักเรียนมีทักษะชีวิต ช่วยเหลือผู้อื่นได้ ณ ค่ายลูกเสือโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา โดยใช้เวลาในการจัดกิจกรรมในวันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 จากการดำเนินงานพบว่า การประเมินหัวข้อด้านความเหมาะสมของวัน เวลา ในการจัดกิจกรรมค่ายลูกเสือ เนตรนารีสำรองพบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 92.98 การประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่าลูกเสือ เนตรนารีสำรองร้อยละ 91.80 มีระเบียบวินัย ร้อยละ 89.82 มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีน้ำใจต่อผู้อื่น ร้อยละ 91.23 มีทักษะในการแก้ปัญหา และร้อยละ 91.58 มีความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี อดทน เสียสละ และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็น 90.82 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กำหนดให้ผู้เรียนมีการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมระบบหมู่ เพื่อให้นักเรียนรักสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ฝึกความอดทน อยู่ในระเบียบวินัย และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ โดยฝ่ายบริหารงานทั่วไปได้มอบหมายให้นายภาณุวัฒน์ กิจสมสาตร์ เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือเนตรนารีสามัญ ได้จัดขึ้น ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ระหว่างวันที่ 16 - 17 กุมภาพันธ์ 2567จำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 486 คน จากจำนวนเต็ม คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือสามัญพบว่า 1.ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 89.10 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือสามัญ 2.ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 89.62 3.ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของวิทยากร คิดเป็นร้อยละ 93.46 4.การแต่งกายและบุคลิกภาพโดยรวม คิดเป็นร้อยละ 93.08 5.ผู้รับผิดชอบกิจกรรมมีการวางแผนและชี้แจงกิจกรรมให้คณะครูผู้เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า คิดเป็นร้อยละ 91.15 6.การเตรียมการด้านการจัดสถานที่ที่ใช้กิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 90.00 7.กิจกรรมนันทนาการ คิดเป็นร้อยละ 93.46 8.พิธีชุมนุมรอบกองไฟ คิดเป็นร้อยละ 92.69 9.งบประมาณที่ใช้ในกิจกรรมนี้มีความเหมาะสมคิดเป็นร้อยละ 80.77 10.ควรจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารีสามัญขึ้นทุกปี คิดเป็นร้อยละ 91.54 3.โรงเรียนจัดกิจกรรมกิจกรรมค่ายคุณธรรม ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเ หมาะสม 2.เพื่อส่งเสริมนักเรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงรียนกำหนด โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ นักเรียนโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาชั้นอนุบาล 1-ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมค่ายคุณธรรมพบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ หน้า 82 จาก 141


88.80 มีความพึ่งพอใจต่อกิจกรรมค่ายคุณธรรมผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องมีความเห็น ว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 88.40 มีความพึ่งพอใจต่อสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 ร้อยละ 84.00 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมธรรมะวิถีพุทธ พบว่าผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่านักเรียนร้อยละ 87.60 มีความเข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง นักเรียนร้อยละ 91.60 มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงเรียนกำหนด การจัดกิจกรรมร้อยละ 92.40 ควรจัดกิจกรรมค่ายคุณธรรมทุกปี สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ร่วมทั้งกลุ่ม NEETs ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ตามความจำเป็นตามศักยภาพ - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : หน้า 83 จาก 141


1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โคงการคุณธรรมนำความรู้สู่ทักษะชีวิต เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. นักเรียนเป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม 2. นักเรียนได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรงจากแหล่งเรียนรู้นอกสถานที่ 3. นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์และค่านิยมตามที่โรงเรียนกำหนด 4. นักเรียนมีทักษะชีวิต ช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้ 5. นักเรียนมีความอดทน อดกลั้น รู้จักรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตนเองและมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มีความสามัคคีในหมู่คณะ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 89.90 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือสำรองจัดขึ้นโดยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ ครูสมจิต ชนะศรี ได้จัดกิจกรรมขึ้นโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาโดยฝ่ายบริหารงานทั่วไปได้จัดให้มีกิจกรรมค่ายลูกเสือ เนตรนารีสำรองประจำปีการศึกษา 2566 เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีคุณลักษณะด้านความอดทน มีวินัย มีความรับผิดชอบ เสียสละ สามัคคี เพื่อให้นักเรียนมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการรู้จักแบ่งปันซึ่งกันและกัน และนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้และ เพื่อส่งเสริมแบะพัฒนาให้นักเรียนมีทักษะชีวิต ช่วยเหลือผู้อื่นได้ ณ ค่ายลูกเสือโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา โดยใช้เวลาในการจัดกิจกรรมในวันพฤหัสบดีที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 จากการดำเนินงานพบว่า การประเมินหัวข้อด้านความเหมาะสมของวัน เวลา ในการจัดกิจกรรมค่ายลูกเสือ เนตรนารีสำรองพบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ หน้า 84 จาก 141


92.98 การประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่าลูกเสือ เนตรนารีสำรองร้อยละ 91.80 มีระเบียบวินัย ร้อยละ 89.82 มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีน้ำใจต่อผู้อื่น ร้อยละ 91.23 มีทักษะในการแก้ปัญหา และร้อยละ 91.58 มีความเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี อดทน เสียสละ และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็น 90.82 2.โรงเรียนจัดกิจกรรมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 กำหนดให้ผู้เรียนมีการเรียนการสอนวิชาลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมระบบหมู่ เพื่อให้นักเรียนรักสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ฝึกความอดทน อยู่ในระเบียบวินัย และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 ทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารีสามัญ โดยฝ่ายบริหารงานทั่วไปได้มอบหมายให้นายภาณุวัฒน์ กิจสมสาตร์ เป็นผู้รับผิดชอบกิจกรรม กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือเนตรนารีสามัญ ได้จัดขึ้น ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา ระหว่างวันที่ 16 - 17 กุมภาพันธ์ 2567จำนวนนักเรียนทั้งหมดที่เข้าร่วมทั้งสิ้นจำนวน 486 คน จากจำนวนเต็ม คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนนักเรียนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือสามัญพบว่า 1.ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 89.10 มีความพึงพอใจต่อกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือสามัญ 2.ผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา พบว่า ผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 89.62 3.ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของวิทยากร คิดเป็นร้อยละ 93.46 4.การแต่งกายและบุคลิกภาพโดยรวม คิดเป็นร้อยละ 93.08 5.ผู้รับผิดชอบกิจกรรมมีการวางแผนและชี้แจงกิจกรรมให้คณะครูผู้เกี่ยวข้องทราบล่วงหน้า คิดเป็นร้อยละ 91.15 6.การเตรียมการด้านการจัดสถานที่ที่ใช้กิจกรรม คิดเป็นร้อยละ 90.00 7.กิจกรรมนันทนาการ คิดเป็นร้อยละ 93.46 8.พิธีชุมนุมรอบกองไฟ คิดเป็นร้อยละ 92.69 9.งบประมาณที่ใช้ในกิจกรรมนี้มีความเหมาะสมคิดเป็นร้อยละ 80.77 10.ควรจัดกิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารีสามัญขึ้นทุกปี คิดเป็นร้อยละ 91.54 3.โรงเรียนจัดกิจกรรมกิจกรรมค่ายคุณธรรม ประจำปีการศึกษา 2566 จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ 1.เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเ หมาะสม 2.เพื่อส่งเสริมนักเรียนให้เป็นคนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงรียนกำหนด โดยมีเป้าหมายเชิงปริมาณคือ นักเรียนโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาชั้นอนุบาล 1-ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของกิจกรรมพบว่า จากการจัดกิจกรรมค่ายคุณธรรมพบว่าผู้เกี่ยวข้องร้อยละ 88.80 มีความพึ่งพอใจต่อกิจกรรมค่ายคุณธรรมผลการประเมินด้านความเหมาะสมของวัน เวลา สถานที่ พบว่า ผู้เกี่ยวข้องมีความเห็น ว่า วัน เวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 88.40 มีความพึ่งพอใจต่อสถานที่ที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีการเว้นระยะห่างตามมาตรการป้องกันโรคโควิด 19 ร้อยละ 84.00 ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมธรรมะวิถีพุทธ พบว่าผู้เกี่ยวข้องมีความเห็นว่านักเรียนร้อยละ 87.60 มีความเข้าใจหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างถูกต้อง นักเรียนร้อยละ 91.60 มีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่โรงเรียนกำหนด การจัดกิจกรรมร้อยละ 92.40 ควรจัดกิจกรรมค่ายคุณธรรมทุกปี สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย หน้า 85 จาก 141


- การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง ร่วมทั้งกลุ่ม NEETs ได้รับการศึกษาที่เหมาะสม ตามความจำเป็นตามศักยภาพ - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ หน้า 86 จาก 141


- ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค ยุทธศาสตร์ที่ 2 : ยุธศาสตร์ที่ 2 พัฒนากระบวนการบริหารและจัดการเรียนรู้ โครงการ : พันาอาคารสถานที่ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.เพื่อให้ได้ตระหนักถึงความสะอาดของสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว 2.เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาความสะอาดห้องเรียน ห้องประกอบการที่สะอาด ปลอดภัย น่าอยู่ น่าเรียน 3.เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรู้ถึงคุณค่าและประโยชน์ของการดูแลรักาความสะอาดของห้องเรียนอาคารและสถานที่ต่างๆภายในโร งเรียน ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 89.00 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรม 5 ส. จัดขึ้นโดยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ ครูยุพิน อินทรี เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักถึงความสะอาดของสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวส่งเสริมให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาความ สะอาด ให้นักเรียนรู้ถึงคุณค่าและประโยชน์ของการดูแลรักษาความสะอาดห้องเรียนอาคารและสถานี่ต่างๆ ภายในบริเวณโรงเรียน จากการดำเนินงานพบว่า การประเมินหัวข้อ วันและเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 88.92 มีการวางแผนและชี้แจงกิจกรรมให้คณะครูทราบร้อยละ 88.31 มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบชัดเจนร้อยละ 90.56 การเตรียมการด้านอุปกรณ์ทำความสะอาด ร้อยละ 87.96 การเตรียมการด้านการจัดเตรียมตารางทำความสะอาดบริเวณพื้นห้องและพื้นต่างๆร้อยละ 86.77 มีความพึงพอใจต่อความสะอาดของห้องน้ำ ห้องส้วม โรงอาหารและบริเวณโรงเรียนที่สะอาดปลอดภัย ร้อยละ 89.54 มีความพึงพอใจต่อความสะอาดของห้องเรียน ห้องประกอบ ที่สะอาด ปลอดภัย น่าอยู่ น่าเรียน ร้อยละ 87.69 นักเรียนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความสะอาดและพื้นที่ส่วนร่วม ร้อยละ 89.54 นักเรียนมีความตระหนักในการดูแลรักษาความสะอาดของพื้นที่ส่วนร่วมของโรงเรียน ร้อยละ 90.56 กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นให้ครู บุคลากร และนักเรียนได้ร่วมกันดูแลรักษาความสะอาดของพื้นที่สาวนรวมร้อยละ 89.54 ควรมีการจัดกิจกรรม 5 ส. ทุกปีการศึกษา ร้อยละ 90.15 สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็น ร้อยละ 89.00 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา หน้า 87 จาก 141


- การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีทักษะชีวิต 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีจิตอาสา โครงการ : พัฒนาอาคารสถานที่ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.เพื่อให้ได้ตระหนักถึงความสะอาดของสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัว 2.เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาความสะอาดห้องเรียน ห้องประกอบการที่สะอาด ปลอดภัย น่าอยู่ น่าเรียน 3.เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนรู้ถึงคุณค่าและประโยชน์ของการดูแลรักาความสะอาดของห้องเรียนอาคารและสถานที่ต่างๆภายในโร งเรียน ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 89.00 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรม 5 ส. จัดขึ้นโดยฝ่ายบริหารงานทั่วไป ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ ครูยุพิน อินทรี เพื่อให้นักเรียนได้ตระหนักถึงความสะอาดของสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวส่งเสริมให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการดูแลรักษาความ สะอาด ให้นักเรียนรู้ถึงคุณค่าและประโยชน์ของการดูแลรักษาความสะอาดห้องเรียนอาคารและสถานี่ต่างๆ ภายในบริเวณโรงเรียน จากการดำเนินงานพบว่า การประเมินหัวข้อ วันและเวลาในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม ร้อยละ 88.92 มีการวางแผนและชี้แจงกิจกรรมให้คณะครูทราบร้อยละ 88.31 มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบชัดเจนร้อยละ 90.56 การเตรียมการด้านอุปกรณ์ทำความสะอาด ร้อยละ 87.96 การเตรียมการด้านการจัดเตรียมตารางทำความสะอาดบริเวณพื้นห้องและพื้นต่างๆร้อยละ 86.77 มีความพึงพอใจต่อความสะอาดของห้องน้ำ ห้องส้วม โรงอาหารและบริเวณโรงเรียนที่สะอาดปลอดภัย ร้อยละ 89.54 มีความพึงพอใจต่อความสะอาดของห้องเรียน ห้องประกอบ ที่สะอาด ปลอดภัย น่าอยู่ น่าเรียน ร้อยละ 87.69 นักเรียนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาความสะอาดและพื้นที่ส่วนร่วม ร้อยละ 89.54 นักเรียนมีความตระหนักในการดูแลรักษาความสะอาดของพื้นที่ส่วนร่วมของโรงเรียน ร้อยละ 90.56 กิจกรรมนี้ช่วยกระตุ้นให้ครู บุคลากร และนักเรียนได้ร่วมกันดูแลรักษาความสะอาดของพื้นที่สาวนรวมร้อยละ 89.54 ควรมีการจัดกิจกรรม 5 ส. ทุกปีการศึกษา ร้อยละ 90.15 สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็น ร้อยละ 89.00 สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา หน้า 88 จาก 141


- การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีทักษะชีวิต 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีจิตอาสา โครงการ : โครงการส่งเสริมสวัสดิการ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1 ครู/บุคลากรที่ปฏิบัติงานมีผลงานดีเด่นได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติในการปฏิบัติหน้าที่ 2 ครูมีความภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่ 3 ครูมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 92.03 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : โรงเรียนจัดกิจกรรม ยกย่องเชิดชูเกียรติ (เครื่องราชฯ และรางวัลครูดีเด่น) ได้ดำเนินการดังนี้ 1. กิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติ (เครื่องราชฯ และรางวัลครูดีเด่น) โรงเรียนจัดขึ้นโดยฝ่ายบริหารงานบุคคล ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ นางสาวพิศญกานต์ มีสิงห์ ได้จัดให้ครูและบุคลากรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเข้ารับรางวัล ดังนี้ 1.1. ครูที่ได้รับรางวัลเป็นผู้บริหารดีและเป็นครูดี ประจำปีการศึกษา 2566 หน่วยงานที่จัดสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู จำนวน 7 คน 1. นายวันชัย เศวตอมรกุล 2. นางสาวเพ็ญศรี วงค์รอด 3. นางสาวรุ่งระวัน โคตรแสงศรี 4. นางสาวมลิกา การุญ 5. นางสาวกรวรรณ กิจจะคม 6. นางแสงเดือน ช่วยปลอด 7. นางณฐมน กูบกระโทก 2. ครูที่ได้รับผู้บริหารสถานศึกษาครู บุคลากร เจ้าหน้าที่ ที่มีผลงานดีเด่น ปสกช. ประจำปีการศึกษา 2566 หน่วยงานที่จัดกระทรวงศึกษาธิการ จำนวน 15 คน 1. นางพิมใจ ไตรพันธุ์ 2. นางชะเอม จิตรพิมาย 3. นางสาวสุลักษณ์ สมจิตร 4. นางสาวกุญช์ทิภา อาษาบาล 5. นางสาวศุภธนิศร์ หมีดาษ 6. นายสิทธิพร พรรณสูตร 7. นายภาณุวัฒน์ กิจสมสาตร์ 8. นางสาวพิศญกานต์ มีสิงห์ 9. นางสาวศุภัคษร ศักดิ์สุระ 10. นางสาวอริษา ไตรพันธุ์ 11. นางสาวนริศรา พ่วงป้อม 12. นางสาวลำดวล ศรีจุไร 13. นางพัชรินทร์ บุญนก 14. นางสาวสุพัตรา มีแสงแก้ว 15. นางสาววัลลี สนธิพร 3. ครูที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์โรงเรียนเอกชน ชั้นที่ 5 ชื่อเบญจมดิเรกคุณาภรณ์ ประจำปีการศึกษา 2567 จำนวน 6 คน 1. นางสาวสุชาดา มงคล 2. นางสาวยุพิน อินทรี 3. นางสาวศุภธนิศร์ หมีดาษ 4. นายภาณุวัฒน์ กิจสมสาตร์ 5. นางสาวชุติมา ลีนาลาด 6. นางสาวพัชรินทร์ บุญนก จากการดำเนินงานพบว่า 1. ครูร้อยละ 91.30 มีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมยกย่องเชิดชูเกียรติ ครูและบุคลากร สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 91.30 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 2 พัฒนาคุณภาพการบริหาร และการจัดการ 2. โรงเรียนจัดกิจกรรมสังสรรค์วันปีใหม่ครู/บุคลากร ได้ดำเนินการดังนี้ 1. กิจกรรมปีใหม่ครูและบุคลากร โรงเรียนจัดขึ้นโดยฝ่ายบริหารงานบุคคล ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ นางสาวรุ่งระวัน โคตรแสงศรี ได้จัดให้ครูและบุคลากรได้เข้าร่วมกิจกรรมปีใหม่ครูและบุคลากรจัดขึ้นในวันที่ 3 มกราคม 2567 จัดเลี้ยงโต๊ะจีนร่วมกันระหว่างผู้บริหาร และครูบุคลากร และผู้บริหารมอบของขวัญ(ปิ่นโต) ให้แก่ครูและบุคลากรทุกท่าน ดังนี้ จากการดำเนินงานพบว่า 1. ครูและบุคลากรร้อยละ 92.77 มีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมสังสรรค์ปีใหม่ ครูและบุคลากร สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 92.77 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 2 พัฒนาคุณภาพการบริหาร หน้า 89 จาก 141


และการจัดการ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค โครงการ : โครงการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพครู หน้า 90 จาก 141


เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1.ครู/บุคลากรได้รับการพัฒนาตนเอง และนำไปปรับใช้ในการพัฒนาตนเอง 2.ครู/บุคลากรสามารถใช้เทคโนโลยีการจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3.ครู/บุคลากร นำเอาความรู้มาขยายผลต่อและใช้ประโยชน์กับบุคลากรและนักเรียน ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 87.42 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมส่งเสริมอบรมพัฒนาครูโดยได้ดำเนินดังนี้ 1. กิจกรรมส่งเสริมอบรมพัฒนาครู และบุคลากรทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนจัดขึ้นโดยฝ่ายบริหารงานบุคคลผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ นางสาวจันทร์จิรา งามรามได้จัดให้ครูและบุคลากรได้เข้าร่วมกิจกรรมการอบรม ดังนี้ จากการดำเนินงานพบว่า 1.ครูร้อยละ 85 มีความพึงพอใจในการจัดกิจกรรมอบรม 2.ครูร้อยละ 87.42 พัฒนาครู/บุคลากรในองค์กร 3.ครูร้อยละ 86.80 สามารถนำความรู้จากการเข้ารับการอบรมไปพัฒนาการเรียนารสอน สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 87.42 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 2 พัฒนาคุณภาพการบริหาร และการจัดการ 2. โรงเรียนจัดกิจกรรมขยายผลการอบรมของครู/บุคลากร (KM) โดยได้ดำเนินดังนี้ 1.กิจกรรมการขยายผลการอบรมของครู/บุคลากร จัดขึ้นโดยฝายบริหารงานบุคคล ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ นางสาวศุภัคษร ศักดิ์สุระ ได้จัดให้ครูเข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วยครูที่ผ่านการอบรมจากหน่วยงานภายนอกมาขยายผลการอบรมให้ครูที่ไม่ได้ไปอบรม ฟัง และร่วมกันทำกิจกรรมในการขยายผลการอบรม ณ ห้องประชุมโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา โดยใช้เวลาการขยายผลการอบรมในช่วงหลังเลิกเรียนและเมื่อมีการประชุมประจำเดือนของครู/บุคลากร ตลอดปีการศึกษา จากการดำเนินงานพบว่า 1. ครูร้อยละ 82.07 ความพึงพอใจต่อสื่อเอกสารประกอบการขยายผลการอบรม การนำความรู้ ความเข้าใจในเพื่อหาที่เข้ารับฟังการขยายผลการอบรมไปพัฒนาความเป็นครูหรืองานที่ท่านได้รับมอบหมาย สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 83.52 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 2 พัฒนาคุณภาพการบริหาร และการจัดการ 3. โรงเรียนจัดกิจกรรมแฟ้มสะสมผงานครู โดยได้ดำเนินดังนี้ 1. กิจกรรมงานแฟ้มสะสมผลงานครู จัดขึ้นโดยฝายบริหารงานบุคคล ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ นางสาวศุภัคษร ศักดิ์สุระ ได้จัดให้ครูเข้าร่วมกิจกรรมประกอบด้วยครูประถมและครูอนุบาลได้จัดเตรียมรูปแบบการจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน และจัดเตรียมสถานที่ให้ครูและบุคลากรได้เข้าร่วมกิจกรรม ในกิจกรรมประกอบด้วยให้ครูได้ส่งแฟ้มสะสมผลงานครูประจำปี 2566 กิจกรรมแฟ้มสะสมผลงานครูรายชื่อครูที่ได้รับรางวัลในการจัดทำแฟ้มสะสมผลงานครู ประจำปีการศึกษา 2566 ระดับปฐมวัย มีดังนี้ 1.นางนาตยา หนูโคกสูง 2.นางนิภาพร จำกลาง 3.นางชะเอม จิตรพิมาย ระดับประถมศึกษา มีดังนี้ 1.นางสาวสุภาพร อินสองใจ 2.นายกิตติภูมิ บัวคลี่ 3.นางสาวศิริประภา สิมศิริวัตร์ 4.นายธนพัฒน พัฒนทอง 5.นางสาวธนัชชา เกตุตุ้ม 6.นางสุภาพร พันธุโคตร 7.นางสาวสุภาวดี บุญทองทา 8.นางสาวสุชาดา มงคล 9.นางสาววราภรณ์ สอ้อนกลาง 10.นางสาวจันทรา เพ็งแจ่ม 11.นางสาวนริศรา พ่วงป้อม 12.นางสาวเพ็ญศรี วงค์รอด จากการดำเนินงานพบว่า 1. ครูร้อยละ 85.45 ความร่วมมือของบุคลากรผู้เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานมีความเหมาะสม สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 85.64 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 2 พัฒนาคุณภาพการบริหาร และการจัดการ 4. โรงเรียนจัดกิจกรรมการประเมินตนเองของครู SAR โดยได้ดำเนินดังนี้ 1. กิจกรรมงานการประเมินตนเองของครู SAR จัดขึ้นโดยฝายบริหารงานบุคคล ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ นางสาวนงนภัส พงษ์บุตร เพื่อให้ครูได้รับการประเมินตนเองและมีหลักฐานในการรับพัฒนาตนเองที่ได้ปฏิบัติมาตลอดปีการศึกษา 2566 ครูประถมศึกษาโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา จำนวน 48 คน จากการดำเนินงานพบว่า 1. ครูร้อยละ 100 คณะครูระดับประถมศึกษาของโรงเรียนเสริมมิตรวิทยา จำนวน 48 คน หน้า 91 จาก 141


ซึ่งประสิทธิผลของการดำเนินกิจกรรมเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ สภาพความสำเร็จของกิจกรรมคิดเป็นร้อยละ 100 กิจกรรมนี้ตรงกับมาตรฐานการศึกษาที่ 2 พัฒนาคุณภาพการบริหาร และการจัดการ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย - มีทักษะชีวิต 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ หน้า 92 จาก 141


- ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค ยุทธศาสตร์ที่ 3 : ยุธศาสตร์ที่ 3 พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ โครงการ : พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรียนรู้ เป้าหมายเชิงปริมาณ : 85.00 เป้าหมายเชิงคุณภาพ : 1. ครูมีความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 2. ครูสามารถนำตัวชี้วัดระหว่างทางและตัวชี้วัดปลายทางลงสู่การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผลสำเร็จเชิงปริมาณ : 87.02 ผลสำเร็จเชิงคุณภาพ : 1.โรงเรียนจัดกิจกรรมโรงเรียนเสริมมิตรวิทยาโดยฝ่ายวิชาการจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและแผนการจัด การเรียนรู้ขึ้นในปีการศึกษา 2566 หลักสูตรสถานศึกษา เป็นแม่บทสำคัญในการจัดการเรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนบรรลุเป้าหมายที่กำหนด การพัฒนาหลักสูตรเป็นภารกิจสำคัญของสถานศึกษาที่จะต้องมี่การดำเนินงานเป็นระเบียบแบบแผนต่อเนื่องกันไป การพัฒนาหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนากระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูและการเรียนรู้ของผู้เรียน โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาจึงจัดทำโครงการพัฒนาหลักสูตรและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ขึ้น ผู้รับผิดชอบกิจกรรมคือ คุณครูจันทรา เพ็งแจ่ม ได้จัดการประชุมครูผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการ เพื่อชี้แจงกิจกรรม ผู้อำนวยการได้จัดให้มีการประชุมเชิงวิชาการด้านการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและแผนการจัดการเรียนรู้จากการดำเนินงา นพบว่า สรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า จำนวนครูผู้สอนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6 เข้าร่วมจำนวน 50 คน จากจำนวนกลุ่มเป้าหมาย 50 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนครูผู้สอนทั้งหมดซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาเชิงปริมาณที่กำหนดไว้ผลการประเมินด้านการเตรียมการก่อนการจัดกิจกรร ม พบว่า ผู้เกี่ยวข้อง ร้อยละ 87.60 มีความเห็นว่าผู้รับผิดชอบกิจกรรมมีการวางแผนชี้แจงให้ทราบล่วงหน้าก่อนการจัดกิจกรรม ผลการประเมินความสำเร็จของกิจกรรมพบว่า ร้อยละ 87.20 มีความรู้ความเข้าใจในพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ร้อยละ 85.60 มีความรู้ความเข้าใจในการจัดการเรียนรู้ ร้อยละ 87.60 ครูมีความรู้ความเข้าใจในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ร้อยละ 85.60 มีความรู้ความเข้าใจตัวชี้วัดระหว่างทางและปลายทาง ร้อยละ 86.40 นำตัวชี้วัดระหว่างทางและปลายทางไปใช้ในการวัดและประเมินผล สภาพความสำเร็จโดยรวมของการจัดกิจกรรมสามภาษา คิดเป็นร้อยละ 87.02 2.กิจกรรมนิเทศการสอนและชุมชนแห่งการเรียนรู้ โรงเรียนได้จัดการนิเทศการสอนซึ่งมีกระบวนการที่จะดำเนินการให้คุณครูได้ข้อมูลจากผลของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้และส ามารถพัฒนา ปรับปรุง และสามารถนำมาเป็นแบบอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น หน้า 93 จาก 141


อีกทั้งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทางวิชาชีพครู(PLC) ยังเป็นอีกกระบวนการหนึ่งที่จะช่วยให้ครูได้วางแผนร่วมกันในการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนและวิชาชีพครูได้อย่างมีประ สิทธิภาพส่งผลให้ครูมีความตื่นตัวและตระหนักถึงการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยผู้รับผิดชอบกิจกรรม คือ คุณครูจันทรา เพ็งแจ่ม เป้าหมายเชิงปริมาณ ครูร้อยละ 85 ได้รับการนิเทศการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ครูร้อยละ 85 ใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครู (PLC) มาพัฒนาการจัดการเรียนเป้าหมายเชิงคุณภาพ 1 ครูจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและการปฏิบัติจริงเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ 2 ครูใช้สื่อ เทคโนโลยีสารสนเทศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ 3 ครูมีการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวกสถานที่และวันเวลาดำเนินงาน โรงเรียนเสริมมิตรวิทยาขั้นตอนการดำเนินงานและกิจกรรมที่สำคัญ 1. จัดทำโครงการเพื่อขออนุมัติจากผู้บริหารโรงเรียน 2. จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานตามโครงการ 3. จัดทำเครื่องมือประเมินผลการดำเนินงานตามเป้าหมายและตัวชี้วัดความสำเร็จของโครงการ 4. ดำเนินงานโครงการนิเทศการสอนและชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) 5. นิเทศ กำกับ ติดตามการจัดกิจกรรมและประเมินผล 6. สรุปและจัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการผลการประเมินเชิงปริมาณครูผู้สอนเข้าร่วมจำนวน 55 คน จากจำนวนกลุ่มเป้าหมาย 55 คน คิดเป็นร้อยละ 100 เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ผลที่ได้จากการดำเนินงานในเชิงคุณภาพสรุปผลการประเมินสภาพความสำเร็จโดยรวมของโค รงการนิเทศการสอนและชุมชนแห่งการเรียนรู้ พบว่า ผู้เกี่ยวข้อง ร้อยละ 100 ได้เข้าร่วมโครงการนิเทศการสอนและชุมชนแห่งการเรียนรู้ ผู้เกี่ยวข้อง ร้อยละ 92.88 มีความพึงพอใจต่อโครงการนิเทศการสอนและชุมชนแห่งการเรียนรู้ ผลการประเมินจากแบบประเมินสภาพความสำเร็จในการจัดกิจกรรมนิเทศการสอนและชุมชนแห่งการเรียนรู้ ครูผู้สอนร้อยละ 93.20 สามารถจัดการเรียนรู้ผ่านกระบวนการคิดและปฏิบัติจริงเพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ ครูผู้สอนร้อยละ 92.80 สามารถใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศและแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ ครูผู้สอนร้อยละ 93.20 สามารถบริหารจัดการห้องเรียนเชิงบวกได้ ครูผู้สอนร้อยละ 93.20สามารถตรวจสอบและประเมินผู้เรียนอย่างเป็นระบบและนำผลมาพัฒนาผู้เรียนและนำผลมาพัฒนาผู้เรียน ครูผู้สอนร้อยละ 92.00ใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพครูมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลสะท้อนกลับเพื่อพัฒนาและปรับปรุ งการจัดการเรียนรู้ผลการประเมินสภาพความสำเร็จของโครงการนิเทศการสอนและชุมชนแห่งการเรียนรู้ พบว่า มี สภาพความสำเร็จอยู่ที่ ร้อยละ 92.88 เป็นไปตามเป้าหมายที่โรงเรียนกำหนดไว้ สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา : - มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผู้เรียน - มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ - มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายและจุดเน้นกระทรวงศึกษาธิการ : 1. การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย - การดำเนินงานตามแผน/มาตรการด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้เรียน ครู และบุคลากรในการป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ หน้า 94 จาก 141


- การจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ของผู้เรียน - การปกป้องคุ้มครองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และบุคลากร 2. การยกระดับคุณภาพการศึกษา - การส่งเสริมสนับสนุนการจัดการเรียนรู้ฐานสมรรถนะของผู้เรียน - การพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะและทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21 - การพัฒนาครูในด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for Learning) - การจัดการเรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติจริง (Active Learning) - การพัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ (Coding) ของผู้เรียน - การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม และการเสริมสร้างวิถีชีวิตของความเป็นพลเมือง ที่ทันสมัย น่าสนใจ และเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน - การส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออม (Financial Literacy) ให้กับผู้เรียน - การพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะและผลลัพธ์ที่ตัวผู้เรียน - การขับเคลื่อนโครงการโรงเรียนคุณภาพ 3. การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย - การจัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลาย เพื่อให้ทุกกลุ่มเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพ 4. การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษาและบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ - การพัฒนาสมรรถนะของครูและบุคลากรทางการศึกษา ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และสมรรถนะที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบ New Normal 5. การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล - การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและการให้บริการ - การทำงานแบบบูรณาการ การมีส่วนร่วมกับชุมชน หน่วยงาน องค์กรอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง สอดคล้องกับผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education, DOE Thailand) ตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 : 1. ผู้เรียนรู้ (Learner Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี - มีความเพียร ใฝ่เรียนรู้ - มีทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อก้าวทันโลกยุคดิจิทัลและโลกในอนาคต - มีสมรรถนะ (competency) ที่เกิดจากความรู้ ความรอบรู้ด้านต่าง ๆ - มีสุนทรียะ รักษ์และประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาไทย 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน - มีทักษะทางปัญญา - ทักษะศตวรรษที่ 21 - ความฉลาดดิจิทัล (digital intelligence) - ทักษะการคิดสร้างสรรค์ - ทักษะข้ามวัฒนธรรม - สมรรถนะการบูรณาการข้ามศาสตร์ - มีคุณลักษณะของความเป็นผู้ประกอบการ หน้า 95 จาก 141


3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข - มีความรักชาติ รักท้องถิ่น - รู้ถูกผิด มีจิตสำนึกเป็นพลเมืองไทยและพลโลก - มีจิตอาสา - มีอุดมการณ์และมีส่วนร่วมในการพัฒนาชาติ บนหลักประชาธิปไตย ความยุติธรรม ความเท่าเทียม เสมอภาค หน้า 96 จาก 141


2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน 2.1. ระดับปฐมวัย 2.1.1. ผลการพัฒนาเด็ก ร้อยละของเด็กตามระดับคุณภาพ ผลพัฒนาการด้าน ดี พอใช้ ปรับปรุง จํานวน เด็กท้ังหมด จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ ด้านร่างกาย 303 287 94.72 16 5.28 0 0.00 ด้านอารมณ์-จิตใจ 303 299 98.68 4 1.32 0 0.00 ด้านสังคม 303 299 98.68 4 1.32 0 0.00 ด้านสติปัญญา 303 288 95.05 15 4.95 0 0.00 หน้า 97 จาก 141


2.2. ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2.2.1. จํานวนและร้อยละของนักเรียนที่มีผลการเรียนระดับ 3 ขึ้นไป ระดับประถมศึกษา ระดับผลการเรียน ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 กลุ่มสาระ การเรียนรู้/ รายวิชา จำ นวน นัก เรียน ผล การ เรียน 3 ขึ้น ไป ร้อย ละ จำ นวน นัก เรียน ผล การ เรียน 3 ขึ้น ไป ร้อย ละ จำ นวน นัก เรียน ผล การ เรียน 3 ขึ้น ไป ร้อย ละ จำ นวน นัก เรียน ผล การ เรียน 3 ขึ้น ไป ร้อย ละ จำ นวน นัก เรียน ผล การ เรียน 3 ขึ้น ไป ร้อย ละ จำ นวน นัก เรียน ผล การ เรียน 3 ขึ้น ไป ร้อย ละ คณิตศาสตร์ 133 127 95.49 139 124 89.21 175 131 74.86 153 124 81.05 162 117 72.22 174 131 75.29 ภาษาไทย 133 128 96.24 139 128 92.09 175 143 81.71 153 127 83.01 162 133 82.10 174 102 58.62 สังคม ศาสนา และ วัฒนธรรม 133 127 95.49 139 111 79.86 175 78 44.57 153 104 67.97 162 134 82.72 174 54 31.03 ประวัติศาสตร์ 133 124 93.23 139 109 78.42 175 65 37.14 153 67 43.79 162 120 74.07 174 101 58.05 สุขศึกษาและ พลศึกษา 133 133 100.00 139 133 95.68 175 166 94.86 153 147 96.08 162 154 95.06 174 173 99.43 ศิลปะ 133 133 100.00 139 128 92.09 175 168 96.00 153 145 94.77 162 153 94.44 174 161 92.53 การงานอาชีพ 133 132 99.25 139 122 87.77 175 155 88.57 153 141 92.16 162 155 95.68 174 172 98.85 ภาษาต่างประ เทศ 133 117 87.97 139 114 82.01 175 118 67.43 153 49 32.03 162 102 62.96 174 57 32.76 วิทยาศาสตร์ และเทคโนโล ยี 133 122 91.73 139 105 75.54 175 133 76.00 153 126 82.35 162 122 75.31 174 54 31.03 ภาษาจีน 100 144 108.27 129 121 87.05 128 136 77.71 163 119 77.78 149 68 41.98 157 89 51.15 หน้าที่พลเมือ ง 100 127 95.49 129 111 79.86 128 78 44.57 163 104 67.97 149 134 82.72 157 101 58.05 อังกฤษสื่อสา ร 100 129 96.99 129 112 80.58 128 130 74.29 163 59 38.56 149 82 50.62 157 73 41.95 หน้า 98 จาก 141


2.3.2. ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน O-NET เปรียบเทียบผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จํานวนนักเรียนทั้งหมด : 174 คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ O-NET วิชา จํานวนนักเรียน ที่เข้าสอบ คะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศ ปี 2566 2564 2565 2566 คณิตศาสตร์ 174 29.96 39.91 38.48 31.56 วิทยาศาสตร์ 174 40.75 36.31 46.10 47.21 ภาษาไทย 174 57.30 59.57 64.63 63.70 ภาษาอังกฤษ 174 37.32 45.20 43.34 41.58 หน้า 99 จาก 141


2.4.3. ผลการประเมินการทดสอบความสามารถพื้นฐานของผู้เรียนระดับชาติ (National Test : NT) เปรียบเทียบผลการทดสอบสมรรถนะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จํานวนนักเรียนทั้งหมด : 175 คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบสมรรถ สมรรถนะ นะ จํานวนนักเรียน ที่เข้าสอบ คะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศปี 2566 2564 2565 2566 ด้านภาษาไทย (Thai Language) 170 62.58 47.43 57.44 62.90 ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematics) 170 52.97 36.33 50.85 47.54 โรงเรียนไม่สอบวัดผล หรือสอบไม่ครบ 2.5.4. ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (Reading Test : RT) เปรียบเทียบผลการทดสอบความสามารถดัานการอ่านของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จํานวนนักเรียนทั้งหมด : 133 คะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบ ความสามารถด้านการอ่าน จํานวนนักเรียน ที่เข้าสอบ คะแนนเฉลี่ย ระดับประเทศปี 2566 2564 2565 2566 อ่านรู้เรื่อง 129 78.06 75.60 74.43 76.83 อ่านออกเสียง 129 79.93 65.98 85.03 81.14 โรงเรียนไม่สอบวัดผล หรือสอบไม่ครบ หน้า 100 จาก 141


Click to View FlipBook Version