The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)
โรงเรียนโพนทองพัฒนาวิทยา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wilaiporn.techa, 2022-09-28 04:04:53

วิจัยและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)

วิจัยและนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)
โรงเรียนโพนทองพัฒนาวิทยา

Keywords: Active Learning

การเกบ็ รวบรวมข้อมลู

การศึกษาครง้ั น้ี ผวู้ จิ ยั ได้ทำการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ด้วยตนเองโดยปฏิบัตดิ งั นี้

1. ผู้วิจัยใช้การสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยการจับฉลากเลือก

หอ้ งเรยี นไดห้ อ้ ง 4/2 จากหอ้ งเรียนท้งั หมด 8 ห้อง ซงึ่ มนี ักเรยี นจำนวน 10 คน

2. ทดสอบความรู้วิชาการงานอาชีพ ก่อนเรียนโดยใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ

เรยี นวิชาการงานอาชีพ เรอ่ื ง อาหารจานเดียว

3. ดำเนนิ การทดลอง

4. ทดสอบความรูว้ ชิ าการงานอาชีพ หลงั เรยี นโดยใชแ้ บบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

วชิ าการงานอาชพี เรือ่ ง อาหารจานเดยี ว

5. นำข้อมูลทไี่ ดท้ ง้ั หมดไปวิเคราะหโ์ ดยใช้ระเบยี บวธิ ีทางสถติ ิ

การวิเคราะห์ข้อมลู

ในการวเิ คราะห์ขอ้ มูลในการศกึ ษาครง้ั นี้ ผู้วิจยั ไดด้ ำเนินการดังน้ี

1. นำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการงานอาชีพ เรื่อง อาหารจานเดียว

มาตรวจให้คะแนนในแต่ละข้อโดยใหห้ าคา่ คำตอบของแต่ละขอ้ ดังน้ี

ถา้ ตอบถกู ใหข้ ้อละ 1 คะแนน

ถา้ ตอบผดิ หรือไมต่ อบใหข้ ้อละ0 คะแนน

2. เปรยี บเทยี บผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาการงานอาชีพ เรือ่ ง อาหารจานเดียว ก่อนเรียน

และหลังเรียนของนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ทีเ่ รียนโดยใชร้ ูปแบบการสอนแบบสาธิต วชิ าการงาน

อาชีพ เร่ือง อาหารจานเดยี ว โดยใช้สถติ ิทดสอบค่าที (t-test)

3. นำคะแนนที่ได้มาหาค่าเฉลี่ย ( X ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) โดยกำหนด

ความหมายของคะแนนดงั น้ี (งามนติ ย์ สริ พิ งษ์, 2547: 56)

4.50 ≤ X < 5.00 หมายถงึ มากทสี่ ุด
3.50 ≤ X < 4.49 หมายถงึ มาก
2.50 ≤ X < 3.49 หมายถึง ปานกลาง
1.50 ≤ X < 2.49 หมายถงึ น้อย

1.00 ≤ X < 1.49 หมายถงึ น้อยทสี่ ดุ

5. นำข้อมูลจากข้อเสนอแนะมาวิเคราะห์โดยการหาค่าร้อยละแล้วนำเสนอในรูปตาราง

ประกอบความเรยี ง

10. ผลการศกึ ษา

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธิต ในวิชาการงานอาชีพ เรื่อง อาหาร
จานเดียว ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนโพนทองพัฒนาวิทยา ผลการศึกษาพบว่า
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่เรียนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธิต ในวิชาการงานอาชีพ เรื่อง
อาหารจานเดียว มผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรยี นอย่างมีนยั สำคัญทางสถิติท่ีระดับ
.05 ซ่ึงตรงกบั สมมติฐานทต่ี ้ังไว้ทงั้ น้อี าจเนื่องมาจากการเรยี นโดยใช้รปู แบบการสอนแบบสาธติ เพราะ
รูปแบบการสอนแบบสาธิตเป็นกระบวนการที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเ รียนรู้ตาม
วตั ถปุ ระสงคท์ ี่กำหนด โดยการแสดงหรือทำสิ่งทีต่ ้องการใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนรูใ้ หผ้ เู้ รยี นสังเกตดู แล้วให้
ผู้เรยี นซักถาม อภิปราย และสรปุ การเรียนรู้ที่ไดจ้ ากการสงั เกตการสาธิต สอดคลอ้ งกบั ทิศนา แขม
มณี (2557: 19) ที่กล่าวว่า การที่ครูหรือนักเรียนคนใดคนหนึ่ง แสดงบางสิ่งบางอย่างให้นักเรียนดู
หรือให้เพื่อนๆดู อาจเป็นการแสดงการใช้เครื่องมือแสดงให้เห็นกระบวนการวิธีการ กลวิธีหรือการ
ทดลองทม่ี ีอันตราย ซ่ึงไม่เหมาะทจ่ี ะใหน้ กั เรยี นทำการทดลอง การสอนวธิ นี ช้ี ว่ ยใหน้ กั เรยี นเกดิ ความรู้
ความเข้าใจและสามารถทำในสิ่งนั้นได้ถูกต้อง และ ยังเป็นการสอนให้นักเรียนได้ใช้ทักษะในการ
สังเกต และถือว่าเป็นการได้ประสบการณ์ตรงวธิ ีหนึ่ง วิธีสอนแบบสาธิต จึงเป็นการสอนที่ยึดผู้สอน
เป็นศูนย์กลาง เพราะผู้สอนเป็นผู้วางแผน ดำเนินการ และลงมือปฏิบัติ ผู้เรียนอาจมีส่วนร่วมบ้าง
เล็กน้อย วิธีสอนแบบนี้จึงเหมาะสำหรับ จุดประสงค์การสอนที่ต้องการให้ผู้เรียนเห็นขั้นตอนการ
ปฏิบัติ เช่น วิชาพลศึกษา ศิลปศึกษา อุตสาหกรรมศิลป์ วิชาในกลุ่มการงานและพื้นฐานอาชีพซึ่ง
สอดคล้องกับงานวจิ ัยของ เปรมวราพร จิรสินกุลวงษ์ (2559) ที่พบว่า การใช้แผนการจัดการเรียนรู้
โดยใช้กระบวนการกลุ่มสัมพันธ์นักเรียนมคี วามสามัคคีในกลุ่มเพื่อน มีความสนุกสนานในการเรียน
รว่ มกันวางแผนในการทำงาน เกดิ ลักษณะการเปน็ ผ้นู ำ ผูต้ ามส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นมี
ค่าเฉล่ียเท่ากับ 30.80 คดิ เปน็ ร้อยละ 77 ซึ่งสงู กวา่ เกณฑ์
11. ข้อเสนอแนะ

1. ครูผู้สอนสามารถนำการเรียนการสอนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธิต วิชาการงาน
อาชีพ เรื่อง อาหารจานเดียว ซึ่งผู้วิจัยไดส้ ร้างข้ึน และมีประสิทธิภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
ไปใชก้ บั การเรียนการสอนในช้นั อน่ื ๆ ที่อยูใ่ นระดับเดียวกันจะทำให้การเรยี นการสอนมีประสิทธิภาพ
มากขนึ้

2. ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนครคู วรบอกข้อบกพรอ่ ง และให้ข้อเสนอแนะในทักษะ
ที่นักเรียนยังทำไม่ได้ ตลอดจนชมเชยให้กำลังใจเมื่อนักเรียนทำได้ หรือมีการปรับปรุงแก้ไข
ขอ้ บกพรอ่ งและสามารถปฏบิ ัติทกั ษะได้ดขี ้ึน

3. การปฏิบัติกิจกรรมครูควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ค้นพบความรู้ ความสามารถด้วย
ตนเองและได้เรียนรูโ้ ดยการปฏบิ ัติจริงเพื่อใหเ้ กดิ ทกั ษะ และความรูท้ ีย่ ั่งยืน โดยครูผู้สอนเป็นเพียงผู้
เติมเตม็ ใหก้ ับนักเรยี นในส่วนท่ีนักเรียนขาดเทา่ นน้ั

4. ในการปฏิบัติกิจกรรมแต่ละครั้งครูไม่ควรเร่งรัดนักเรียนต้องทำให้ได้ หรือถูกต้อง
คล่องแคล่วในทันทีในชั่วโมงเรียน ควรให้อิสระ และยืดหยุ่นเวลาตามความเหมาะสมเพื่อให้เกิดการ
พฒั นาทกั ษะเป็นขั้น ๆ

5. ก่อนการทำแบบทดสอบหลังเรียน นักเรียนต้องได้เรียนเนื้อหา และฝึกทักษะนั้น ๆ มา
ก่อน

ประโยชนท์ ี่คาดวา่ จะได้รบั

1. นกั เรยี นมีทักษะพนื้ ฐานในการเรยี นโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธติ
2. เปน็ แนวทางในการพฒั นาการเรียนการสอนโดยใชร้ ูปแบบการสอนแบบสาธิต
3. เป็นแหลง่ ความรูแ้ ก่ครูผู้สอนและผู้สนใจในการนำรปู แบบการสอนแบบสาธิตไปใช้ในการ
จดั การเรียนการสอนในเนอ้ื หาวิชาอ่นื ๆตอ่ ไป

บรรณานกุ รม

กรมวิชาการ. คู่มอื การพัฒนาโรงเรยี นเขา้ สมู่ าตราฐานการศกึ ษา : การสอนทเี่ นน้ ผ้เู รียนเป็น
ศูนย์กลาง. พมิ พค์ รั้งที่ 2 กรุงเทพมหานคร : ม.ป.ท. , 2543.

กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551. กรุงเทพฯ :
โรงพมิ พ์ชุมชนสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย

คมเพชร ฉัตรศภุ กุล. กจิ กรรมกลมุ่ ในโรงเรยี น, กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลัยศรีนครนิ ทร
วิโรฒประสานมิตร, 2546.

จริญญารกั ษ์ ชัยมงคล. รูปแบบการสอนแบบสาธิต สำหรบั นกั เรยี นช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 4 โรงเรยี น
แม่ตืนวิทยา. 2551.

ณฐั ชา วฒั นวไิ ล. การวเิ คราะหค์ วามสัมพนั ธ์ระหว่างปจั จยั ผู้เรยี นกับผลสัมฤทธิท์ างการเรียน
วชิ าหลักการบัญชี 1. 2552.

ทศิ นา แขมมณ.ี การสาธิตเพ่ือการทำงาน และการจัดการเรียนการสอน. กรงุ เทพฯ : นิชนิ แอดเวอร์
ไทซ่งิ กรฟู , 2545.

แนง่ นอ้ ย พงศส์ ามารถ. (2519). จิตวิทยาอุตสาหกรรม. กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ประพันธศ์ ริ ิ สุเสารจั . “การเรยี นรแู้ บบการสาธติ .” โครงการพัฒนาคุณภาพการเรยี นการสอนทฤษฎี

การเรยี นรู้แบบมีส่วนรว่ มตน้ แบบการเรยี นรู้ทางดา้ นหลกั ทฤษฎแี ละแนวปฏิบัต.ิ กรงุ เทพฯ :
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ, 2540.
ประโยชน์ของอาหารจานเดยี ว. (ออนไลน์). แหลง่ ท่ีมา :
http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/knowledge/1576-00/
(สบื คน้ เมอื่ 12/08/2559)
พงษ์ศานติ เย็นออน. การสอนโดยใช้รูปแบบการสอนแบบสาธิตเพ่อื พัฒนาพฤติกรรมเชิง
จรยิ ธรรม สำหรบั นกั เรียนชน้ั มัธยมศึกษาปี ท่ี 4 โรงเรียนบ้านคลองแขยงวทิ ยา ตำบลคลอง
ลาน. 2545.พจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน.(2542).
พิสมัย แทนหลาบ. “การศึกษาเปรียบเทยี บผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์
ชวี ติ เรื่องพลงั งานและสารเคมี ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 4 ทไ่ี ด้รบั การสอนโดยใชร้ ูปแบบการ
สอนแบบสาธิตกับการสอนตามปกต.ิ ” วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวชิ าประถมศึกษา บณั ฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2541.
วุฒชิ ยั ดานะ. (2553). ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมในโรงเรยี นกบั ผลสมั ฤทธ์ิ
ทางการเรียนของนักเรียนในโรงเรยี น สังกัดสำนักงานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาในจงั หวดั เลย.
สมพงษ์ เกษมสิน. (2518). การปกครองของไทย. พิมพ์ครงั้ ที่ 3. กรงุ เทพฯ : ไทยวฒั นาพานิช.

สำนักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ. แผนพฒั นาเศรษฐกิจและ
สังคมแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 10 (2550-2554). กรงุ เทพมหานคร : สำนกั นายกรัฐมนตรี, 2549.
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาแห่งชาติ. การปฏิรูปการเรยี นร้ตู ามแนวคิด 5 ทฤษฎ.ี
กรุงเทพมหานคร. ไอเดยี สแควร์, 2542.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาต.ิ พระราชบัญญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542.
กรุงเทพมหานคร : สำนกั นายกรฐั มนตรี, 2542.
สุธาทพิ ย์ แปน้ ทองคำ. (2544)“การเปรยี บเทียบผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี น วิชาหลักการตลาดของ
นกั ศึกษาระดับประกาศนยี บัตรวิชาชีพข้นั สูงทจี่ ัดการเรียนการสอนโดยใชร้ ปู แบบการสอน
แบบสาธติ และวธิ สี อนแบบปกติ.” วิทยานิพนธ์ปรญิ ญาศกึ ษาศาสตรมหาบณั ฑติ สาขาวิชา
หลักสูตรและการนเิ ทศ ภาควิชาหลกั สูตรและวิธีสอน บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวิทยาลยั ศิลปากร.
สุพัฎรา อ้นลำพลู . (2544) “การใชก้ ิจกรรมสมั พันธเ์ พื่อพัฒนาเหตผุ ลเชงิ จรยิ ธรรมของนกั เรยี นระดับ
ชัน้ ปวช.2 วทิ ยาลยั อาชีวศึกษานครปฐม.” วทิ ยานพิ นธ์ปรญิ ญาศกึ ษาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาหลกั สตู รและการนิเทศ บัณฑิตวทิ ยาลยั มหาวทิ ยาลัยศิลปากร.
สภุ าลกั ษณ์ ชยั อนนั ต์. (2540). ความพงึ พอใจของเกษตรกรที่มตี อ่ โครงการส่งเสริมการปลูก
มะเขอื เทศแบบมีสัญญาผกู พนั ในจังหวดั ลำปาง. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชยี งใหม.่
สาระมาตราฐานตวั ช้วี ัด. (ออนไลน)์ . แหล่งที่มา :
http://www.kroopol.com/psp/index.php?option=com (สืบคน้ เมอื่ 12/08/2559)
อทุ ัย หริ ัญโต. (2523). การปกครองทอ้ งถ่นิ . กรุงเทพฯ : สำนกั พิมพโ์ อเดียนสโตร.์
อาหารจานเดียว. (ออนไลน์). แหลง่ ทม่ี า : http://thaicarte.blogspot.com/2010/07/blog-
post_26.html. (สบื คน้ เมอ่ื 12/08/2559)
อาหาร 5 หมู่. (ออนไลน์). แหลง่ ทีม่ า : http://www.rakjung.com/healthy-no130.html
(สบื คน้ เมือ่ 12/08/2559)











แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียน

แบบทดสอบก่อนเรียน/หลังเรียนในการเรียนวชิ าการงานอาชีพ เร่ือง อาหารจานเดยี ว
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 4
ช่ือ-นามสกุล............................................................................ชน้ั ............................เลขท่ี.....................

ตอนท1่ี แบบปรนยั จำนวน 8 ข้อ (8 คะแนน)

คำช้ีแจง ให้นักเรยี นทำเครอื่ งหมายกากบาท(X)ทบั ขอ้ ทีถ่ ูกทสี่ ุดเพยี งข้อเดยี ว

1. อาหารจานเดยี วหมายถงึ ข้อใด.

ก. ในการจดั สำรับมเี พยี งอาหารชนิดเดยี ว

ข. อาหารปรุงสำเรจ็ 1 จานมปี รมิ าณได้เพยี งพอทีจ่ ะรับประทานไดอ้ ม่ิ 1 มือ้ โดยไม่ต้อง

รบั ประทานอาหารอืน่ รว่ มด้วย

ค. อาหารปรุงสำเรจ็ 1 จานรับประทานรว่ มกับอาหารชนิดอืน่ เพ่อื ใหไ้ ดค้ ุณค่าอาหารครบ

ทงั้ 5 หมู่

ง. อาหารใน 1 จานมีทง้ั อาหารคาวอาหารหวานรวมทง้ั ผลไม้มีคุณคา่ อาหารครบ 5 หม่มู ี

สารอาหารครบทงั้ 6 ชนดิ

เฉลยขอ้ ข

2. ข้อใดคืออาหารจานเดียว.

ก. ส้มตำ ไกย่ ่าง ขา้ วเหนยี ว ข. ขา้ วสวย ไข่เจยี ว ต้มจืด เงาะ

ค. ขา้ วผัด กว๋ ยเต๋ียว ผดั ไทย บะหมี่ ง. ข้าวสวย ผัดเปรย้ี วหวาน ตม้ ยำ

เฉลยขอ้ ค

3. ขอ้ ใดคือหลกั การประกอบอาหารจานเดียว.

ก. มปี ระโยชน์มคี ณุ ค่าครบ 5 หมูเ่ หมาะกับเพศและวยั ผรู้ บั ประทาน

ข. ประหยัดในการประกอบอาหารต้องเลอื กอาหารตามฤดกู าล

ค. ปลอดภัยควรเลอื กเครื่องปรุงทสี่ ดใหมน่ อกจากน้ยี งั นา่ รบั ประทานจดั ตกแต่งจานอาาหรใหน้ า่

รับประทาน

ง. ถกู ทุกขอ้

เฉลยข้อ ง ถูกทุกข้อท่ีกล่าวมา

4. เพราะเหตผุ ลใดจงึ มกี ารวางแผนในการทำอาหารจานเดียว.
ก. ประหยดั เวลา

ข. ประหยัดแรงงาน ประหยัดค่าใชจ้ ่าย
ค. ได้ผลงานท่ีมคี ุณภาพ และเพอ่ื ใหก้ ารทำงานมีประสิทธิภาพ
ง. ถกู ทกุ ขอ้

เฉลยขอ้ ง ถูกทกุ ข้อท่ีกล่าวมา

ใชต้ อบคำถามในข้อ 5

1. กำหนดรายการอาหารและเคร่ืองปรงุ ท่จี ะใช้

2. สำรวจอาหารสดอาหารแหง้ และเครอื่ งปรงุ ทมี่ ีอยูแ่ ล้ว

3. เตรยี มอาหารสดและอาหารแหง้ เครอ่ื งปรงุ รสและอปุ กรณ์

4. ประกอบอาหารตามขนั้ ตอนท่ีถกู ตอ้ ง

5. จดั ตกแต่งอาหารใหน้ ่ารบั ประทาน

6. เก็บล้างอปุ กรณท์ ี่ใชป้ ระกอบอาหารและทำความสะอาดบรเิ วณปฏบิ ัตงิ าน

5. ใหน้ กั เรียนเรยี งลำดบั ข้ันตอนการวางแผนประกอบอาหารจานเดยี วจากก่อนไปหลัง

ก. 1 2 3 4 5 6 ข. 2 1 3 4 5 6

ค. 1 3 2 4 5 6 ง. 3 2 1 4 5 6

เฉลยข้อ ก 1 2 3 4 5 6

6. ขา้ วสวย นำ้ มนั พืช กระปิ ไขไ่ ก่ กุง้ แห้ง หอมแดงซอย มะมว่ งดบิ แตงกวา ผักชีจีน กงุ้

หวาน มะนาว หมายถงึ เครือ่ งปุงอาหารจานเดียวในขอ้ ใด.

ก. ขา้ วคลุกกะปิ ข. ขา้ วมันไก่ ค. หมีก่ ะทิ ง. กว๋ ยเตีย๋ วราดหน้ากุ้ง

เฉลยขอ้ ก ขา้ วคลุกกะปิ

7. กงุ้ สด คะนา้ ขา้ วโพดออ่ น เห็ดฟาง แป้งขา้ วโพด นำ้ มันพืช น้ำตาลทราย กระเทียม

สับ นำ้ ปลา ซอี ิ้วขาว หมายถึงเครื่องปรงุ อาหารชนิดใด.

ก. ข้าวคลุกกะปิ ข. ข้าวมนั ไก่ ค. หมก่ี ะทิ ง. กว๋ ยเต๋ียวราดหนา้ กุ้ง

เฉลยขอ้ ง ก๋วยเต๋ียวราดหน้ากงุ้

8. ขา้ วสวยไขไ่ ก่ ไสก้ รอก ข้าวโพด ถว่ั ฝกั ยาว แครอท กระเทียมมสับ นำ้ มันพชื ซอส นำ้ ตาล

ทราย หมายถึงอาหารชนดิ ใด.

ก. ข้าวคลุกกะปิ ข. กว๋ ยเตีย๋ วราดหน้าก้งุ ค. ข้าวมนั ไก่ ง. ข้าวผัดสามสี

เฉลยข้อ ง ขา้ ววผัดสามสี

ตอนที2่ แบบอตั นยั จำนวน 1 ข้อ (2 คะแนน)
คำชแ้ี จง ใหน้ กั เรียนเขยี นอธบิ ายสว่ นผสมและขัน้ ตอนวิธกี ารทำ “ผัดไทย” ใหถ้ กู ตอ้ งตามขน้ั ตอน
ส่วนผสม

1. เสน้ ก๋วยเตี๋ยวผัดไทย 100 กรมั

2. กงุ้ สด 4 ตวั

3. ไข่ไก่ 1 ฟอง

4. ถ่วั งอก 20 กรมั

5. ต้นกยุ ชา่ ย 10 กรัม

6.หอมแดงสับละเอยี ด 2 ช้อนโต๊ะ

7. หวั ไชโป๊วดองหวานสบั ละเอยี ด 2 ช้อนโต๊ะ

8. เต้าหู้เหลือง 3 ชอ้ นโตะ๊

9. ถัว่ ลสิ งควั่ (บดหยาบ) 2 ช้อนโตะ๊

10. กระเทียมสับ 2 ชอ้ นโตะ๊

11. หัวปล/ี มะนาว/พรกิ ป่น

วธิ ีการทำผดั ไทย

1. ใส่น้ำมันเล็กน้อยตามด้วยหอมแดงสับละเอียด ผดั ให้มีกลิน่ หอม แล้วใส่กุง้ และมันกงุ้ ลงไป
ผดั ให้เขา้ กัน ตักขึ้นใสไ่ ว้ในจาน เพราะถ้าผดั รวมกันกุ้งจะสุกมากจนเกนิ ไป

2. ใส่เตา้ หู้ ผดั ไปสกั พกั แลว้ ใส่เส้นผัดไทยตามดว้ ยน้ำซปุ และเวลาผดั เส้นหา้ มสับเสน้ ให้ขาด
ใหใ้ ช้ทพั พีละเลงแทน

3. ใสน่ ้ำผัดไทย ประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ ผัดใหเ้ ข้ากนั อย่าให้เสน้ ขาด แล้วใส่หวั ไชโป๊วหวาน
ถ่วั งอก ใบกยุ ช่าย ผัดให้เขา้ กัน ตามดว้ ยพริกและถัว่ ใส่ลงไปผดั ให้เข้ากัน

4. นำเส้นไวด้ ้านบนกระทะ ทำกระทะใหเ้ อยี ง ใสน่ ้ำมนั ประมาณ 2 ชอ้ นโตะ๊ ตอกไขใ่ ส่ลงไป
ใหเ้ ป็นแผน่ บางแล้วนำเสน้ ลงมาประกบ ตักใส่จานตกแตง่ ใหส้ วยงาม

(ตกแตง่ ดว้ ยหัวปลี มะนาว นำ้ ตาลทราย พริกป่น และถั่วลสิ งค่ัวบดหยาบ

จดั การเรียนรู้ Active Learning รูปแบบ WOWS MODEL

รหสั วิชา อ31101 วชิ าภาษาอังกฤษ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 Lifestyles

แผนการจัดการเรียนรู้ เรือ่ ง Asking for & Giving Directions เวลา 3 ช่วั โมง

ครผู ู้สอน นายสุทธชิ ยั บุญประจักษ์ ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ครูชานาญการพเิ ศษ

โรงเรยี นโพนทองพฒั นาวิทยา สานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษาร้อยเอ็ด

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ดั
สาระที่ 1 ภาษาเพือ่ การสื่อสาร
มาตรฐาน ต 1.2 ม.4/1 สนทนาและเขียนโตต้ อบข้อมลู เกีย่ วกบั ตนเองและเรือ่ ง

ต่าง ๆ ใกล้ตัว ประสบการณ์ สถานการณ์ ข่าว / เหตุการณ์ ประเดน็ ทอี่ ยูใ่ นความสนใจของสงั คม และสือ่ สาร
อยา่ งต่อเนื่องและเหมาะสม

มาตรฐาน ต 1.2 ม.4/2 เลือกและใช้คาขอรอ้ ง ใหค้ าแนะนา คาชแี้ จง คาอธิบาย
อยา่ งคล่องแคลว่

มาตรฐาน ต 1.2 ม.4/3 พดู และเขียนแสดงความตอ้ งการ เสนอ ตอบรบั และ
ปฏิเสธการให้ความชว่ ยเหลือในสถานการณ์จาลองหรอื สถานการณจ์ ริงอยา่ งเหมาะสม

สาระท่ี 4 ภาษากบั ความสมั พนั ธก์ บั ชุมชนและโลก
มาตรฐาน ต 3.1 ม.4/1 คน้ ควา้ /สืบคน้ บันทึก สรปุ และแสดงความคดิ เห็น

เกยี่ วกับข้อมลู ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั กลมุ่ สาระการเรียนรอู้ นื่ จากแหลง่ เรียนร้ตู า่ งๆ และนาเสนอดว้ ยการพูดและการ
เขียน

2. จุดประสงค์การเรยี นรู้
2.1 ด้านความรู้ ความคดิ (K)
2.1.1 ถามตอบเกี่ยวกับทศิ ทาง การเดินทางไปสถานทตี่ ่างๆได้
2.1.2 ปฏิบัตติ ามคาส่งั เกีย่ วกบั ทศิ ทางได้
2.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P)
2.2.1 มีทกั ษะด้านความรว่ มมือ การทางานเป็นทมี และวางแผน แกป้ ญั หา การดาเนินงานตามที่

ได้รับมอบหมาย โดยการทากจิ กรรมกลมุ่
2.3 ด้านเจตคติ คณุ ธรรมและจริยธรรม (A)
2.3.1 ใฝ่เรียนรู้
2.3.2 มงุ่ มัน่ ในการทางาน

3. สาระสาคัญ
การเรยี นรวู้ ิธกี ารอธิบายทศิ ทางจากสถานทห่ี นึง่ ไปอีกสถานหนึง่ ซ่งึ ในชีวิตประจาวันเราอาจ

จาเปน็ ต้องเดินทางไปสถานทีท่ ่ไี มค่ ้นุ เคยหรอื ไมร่ จู้ ักทาง และบางโอกาสเราอาจพบบุคคลหรือชาวต่างประเทศ
มาสอบถามเก่ียวกบั เสน้ ทางไปยงั สถานท่ตี ่างๆ ผเู้ รยี นจึงควรเรยี นรู้ ฝกึ ฝนการถามและบอกทางใหถ้ กู ต้องตาม
หลกั การ และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 คาศพั ท์ สานาน เกยี่ วกบั การถามและบอกทาง
4.2 บทสนทนาเกยี่ วกบั การถามและบอกทาง
4.3 เกมจบั คู่สถานท่ี
4.4 เกมลา่ สมบตั ิ (Treasure Hunt)

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
5.1 ความสามารถในการส่อื สาร
5.2 ความสามารถในการคิด
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
5.4 ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
6.1 ใฝเ่ รียนรู้
6.2 ม่งุ มน่ั ในการทางาน

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชวั่ โมงท่ี 1
ขน้ั ท่ี 1 นาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครทู ักทายนกั เรยี น
T: Good morning class, how are you?
Ss: Good morning teacher. I’m fine. Thank you, and you?
T: I’m very good today.
……..
2. นักเรียนชมเพลงแร็ป เก่ียวกับการบอกเสน้ ทาง และแสดงท่าทางประกอบ

จาก https://www.youtube.com/watch?v=qHJe8WcVQD4

ขน้ั ท่ี 2 ขน้ั การเรยี นรู้
1. นักเรียนศกึ ษา ทาความเขา้ ใจ เร่อื ง Asking for and Giving Directions จาก

https://www.youtube.com/watch?v=-_YoeEY8FPM
2. ครูให้นกั เรียนดูทีแ่ ผนท่ี และสถานทีต่ ่างๆ ในแผนที่บนจอโปรเจ็คเตอร์ แล้ว

ครูให้นักเรียนบอกทางไปสถานท่ตี า่ งๆ

T: Look at the map. What places are there on the map?
Ss: There are a zoo, a police station, a bus station, ….
T: Could you tell me the way to the supermarket?
Ss: Go straight ahead. Keep going until you get to the intersection.
And then turn right and go along the East street about 100 meters. You will see the
supermarket at the left hand side.
3. ครใู ห้นกั เรียนแบง่ กลุม่ ออกเป็น 2 กล่มุ
4. นักเรยี นเลน่ เกมที่ 1 โดยดแู ผนทบี่ นจอ และฝึกพดู บทสนทนาตามตวั อยา่ ง
5. ครูแจกบตั รคาท่เี ปน็ สถานท่ีต่างๆ ในแผนทใ่ี ห้แก่นักเรียนกลุ่ม A
T: Group A gets this card. Pass to your friends.
1. ครูแจกบัตรข้อความทบ่ี อกทิศทางการเดินทางไปยังสถานทต่ี า่ งๆ ในแผนที่ ให้
นักเรยี นกลุม่ B
T: Group B takes this one. Pass to your friends.
2. นักเรยี นท้งั สองกลุ่มพยายามหาจับคใู่ ห้ตรงกนั ระหว่างสถานท่แี ละการบอก
ทิศทาง โดยใชก้ ารถามตอบดงั ตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้

A: Could you tell me the way please?
B: Go straight ahead. Keep going until you get to the

intersection. Go straight ahead, my place is opposite to the
city hall.
A: Is your place a bookstore?
B: Yes, of course. / No, it isn’t.

ขนั้ ที่ 3 ระดมสมอง
1. ครูแจกลายแทงสมบตั ใิ หน้ กั เรยี นฝกึ เล่นเกม Treasure Hunt โดยอธบิ าย

วิธกี ารเล่น ดังนี้

1. Divide class into 6 groups.
2. Each group will get the Treasure Manuscript (ลายแทงสมบตั )ิ .
3. Follow the treasure manuscript description to find the

treasure.

2. ครูเปิดคลปิ วิดีโอการเลน่ เกมหาสมบัติ (Treasure Hunt) ของรนุ่ พี่ปีท่ีแลว้ ให้
นกั เรียนดูเปน็ ตัวอยา่ ง จาก https://www.youtube.com/watch?v=nnetiTCK_40&t=54s

3. นักเรยี นคน้ หาสมบัติตามลายแทงทค่ี รูแจกให้กลุ่มละ 1 แผน่ เพือ่ เป็นการฝึก
ปฏิบัตใิ ห้เขา้ ใจ

4. นกั เรยี นสร้างเกมลา่ สมบตั ดิ ว้ ยตนเอง โดยให้นกั เรียนเดนิ สารวจจดุ ที่จะซ่อน
ลายแทง และทศิ ทางการเดินมายังจดุ ที่ซ่อนลายแทง แล้วนาไปเขียนลายแทงเพือ่ ให้เพอ่ื นกลุ่มอ่นื ๆ ไดม้ าหา
สมบตั ขิ องกล่มุ เรา กาหนดจานวนลายแทงกลุ่มละ 5 จุด รวมจุดเรม่ิ ตน้ และจดุ สุดทา้ ยจะเปน็ สมบตั ิทเี่ ตรยี ม
ไวใ้ หเ้ พอ่ื นกลุ่มอืน่ ทงั้ นใ้ี นการเดนิ สารวจและทาลายแทง แต่ละกลมุ่ จะตอ้ งเก็บเป็นความลับสดุ ยอด ไมใ่ ห้
เพอ่ื นกลุ่มอื่นรโู้ ดยเด็ดขาด และแตล่ ะกลุ่มจะตอ้ งใหค้ รูตรวจสอบความถูกต้องของขอ้ ความในลายแทงสมบตั ิ
เพือ่ ใหแ้ น่ใจว่าสือ่ ความหมายไดช้ ัดเจน ใช้คาเหมาะสม และบอกทศิ ทางได้ถูกตอ้ ง เป็นตน้

5. ทกุ กลุ่มเตรยี มจดั ทาลายแทง และซอ่ นลายแทงและสมบัตไิ ว้ใหพ้ รอ้ มกอ่ น
เรยี นในชัว่ โมงต่อไป

ช่วั โมงท่ี 2
ข้นั ท่ี 3 ระดมสมอง (ตอ่ )

1. ครูตรวจสอบความพร้อมของแต่ละกลุม่ เกี่ยวกับการซอ่ นลายแทง
T: Have you finished everything about the treasure hunt

game?
Ss: Yes, we have.
T: Have you already hidden your treasure manuscripts?
Ss: Yes.
T: Have you already prepared the treasure at the last point

for your friends?
Ss: Yes.
T: Good! Now we’ll start the game.

2. นักเรยี นเลน่ เกม treasure hunt โดยครูสังเกตพฤตกิ รรมการเล่นเกมของ
นกั เรยี นเพือ่ ใหค้ ะแนนกระบวนการกลุ่ม และตรวจสอบวา่ นักเรียนเดินตามทศิ ทางท่ีบอกในลายแทงหรอื ไม่

3. ครูตรวจสอบวา่ กลุ่มใดไดส้ มบตั ิบา้ ง มกี ลุ่มใดที่ไมไ่ ด้สมบัติ และถามถงึ สาเหตุ
การทแี่ ตล่ ะกลมุ่ ที่ไดแ้ ละไม่ไดส้ มบตั ิ เพราะเหตใุ ด

4. ครชู ี้ใหเ้ หน็ ถึงความสาคญั ของการบอกทิศทางทถี่ กู ต้อง วา่ ในชวี ติ ประจาวนั เรา
จะต้องได้ใช้การถามทางและการบอกทางทง้ั ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง ถ้าเราสามารถ
บอกทศิ ทางใหแ้ กช่ าวตา่ งชาติที่มาเที่ยวบา้ นเราได้ ก็จะยง่ิ เปน็ ส่งิ ท่ีนา่ ภาคภูมใิ จอยา่ งย่ิง

5. ครโู ชวค์ ะแนนท่แี ตล่ ะกลมุ่ ไดร้ บั ในการทากจิ กรรมแต่ละกจิ กรรมต้งั แตช่ วั่ โมง
แรก พรอ้ มทัง้ ใหร้ างวัลกลุ่มทไี่ ดค้ ะแนนสงู สุด ตลอดจนกลา่ วชมเชยนกั เรยี นทกุ คนวา่ ไดต้ ั้งใจทากิจกรรมได้
เป็นอยา่ งดีแล้ว ถงึ แม้ว่าจะไม่ไดร้ างวัล แต่ทกุ คนไดส้ มบัตอิ ันล้าคา่ ติดตวั ไปแลว้ น่ันคอื ความรนู้ ั่นเอง

T: I have already given you all valuable treasure. You know
what it is. It’s the knowledge about asking for and giving directions.

Ss: WOWS!
6. ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายวา่ จากการทากจิ กรรมตา่ งๆ เรอ่ื ง Asking for
and Giving Directions นกั เรียนจะสามารถต่อยอดองค์ความรู้เพอื่ สรา้ งสรรค์นวตั กรรมเก่ียวกบั เรอ่ื งนี้ได้
อยา่ งไรบา้ ง ครยู กตัวอยา่ งนวัตกรรมท่มี อี ยแู่ ลว้ เช่น เพลงแรป็ ทรี่ ้องและเตน้ ในชวั่ โมงแรก คลปิ วดิ โี อการสอน
เกี่ยวกับ Asking for and Giving Directions และเกม Treasure hunt ทเ่ี ราเพง่ิ ทากจิ กรรมเสรจ็ สน้ิ ไป
7. นักเรยี นเสนอแนวคดิ เกี่ยวกับการผลติ ผลงาน/นวตั กรรมเกีย่ วกบั
Asking for and Giving Directions แล้วให้นกั เรยี นแตล่ ะคนเลือกเข้ากลุ่มจัดทานวตั กรรมตามความสนใจ
8. นกั เรียนแต่ละกลุม่ ประชุม วางแผนการดาเนนิ งานสรา้ งนวัตกรรมของกลมุ่
ตนเอง เพ่อื นาเสนอผลงานในชัว่ โมงต่อไป

ชวั่ โมงท่ี 3
ข้นั ท่ี 4 นาเสนอผลงาน

1. นักเรียนแตล่ ะกล่มุ เตรยี มนาเสนอผลงานของกลมุ่ ตนเอง
2. ครแู จกแบบประเมินการนาเสนอผลงาน เพ่ือให้แต่ละกลุ่มมสี ว่ นร่วมในการประเมิน โดย
ครชู ้แี จงการประเมนิ ให้นกั เรียนเขา้ ใจก่อนการนาเสนอ
3. แต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงาน และสมาชกิ กลมุ่ ท่ไี ม่ได้นาเสนอผลงาน ชว่ ยกันวิเคราะห์ และ
ประเมินการนาเสนอผลงานของกลุ่มเพือ่ น
4. เม่อื แต่ละกลมุ่ นาเสนอผลงานเสรจ็ ครแู ละเพื่อนนักเรยี นในกลุ่มที่ไมไ่ ด้นาเสนอผลงาน
ร่วมกนั อภิปราย ช่ืนชม เสนอแนะในการนาเสนอผลงาน
5. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั สรุปเนอ้ื หา เรอ่ื ง Asking for and Giving Directions

9. ส่ือการเรียนร้/ู แหล่งการเรยี นรู้
9.1 คอมพวิ เตอร์โน้ตบคุ๊
9.2 เคร่อื งฉายโปรเจค็ เตอร์ และจอรับภาพ
9.3 ไมโครโฟน เครอื่ งเสียง
9.4 โปรแกรม PowerPoint 2010
9.5 คลปิ เพลงแร็ป เกยี่ วกับการบอกเสน้ ทาง
จาก https://www.youtube.com/watch?v=qHJe8WcVQD4
9.6 คลิปการสอน เรอื่ ง Asking for and Giving Directions จาก

https://www.youtube.com/watch?v=-_YoeEY8FPM
9.6 บัตรขอ้ ความ
9.7 แผนท่ี
9.8 เกม Treasure Hunt
9.9 คลิปตวั อย่างการทากจิ กรรม Treasure Hunt จาก

https://www.youtube.com/watch?v=nnetiTCK_40&t=54s
9.10 Smart Phone
9.11 ระบบอินเตอร์เนต็ ไรส้ าย Wifi
9.12 QR Code

10. การวดั และประเมินผล

สง่ิ ทีว่ ดั และ วิธีการวดั และประเมินผล เครอ่ื งมือวัดและ เกณฑ์การวัดและ
ประเมนิ ผล
1. ดา้ นความรู้ 1. ถามตอบเก่ยี วกบั ทิศทาง ประเมินผล ประเมินผล
ความคดิ การเดนิ ทางไปสถานทตี่ า่ งๆ
(K) ได้ 1. แบบประเมนิ การทา 1. ไดค้ ะแนน ระดบั ดีขึน้ ไป

2. ปฏบิ ัติตามคาสั่งเกยี่ วกบั กจิ กรรมที่ 1 (เกมจับคู่) 2. ไดค้ ะแนน ระดับดขี ้ึนไป
ทิศทางได้
2. ดา้ นทกั ษะ 1. สงั เกตทักษะดา้ นความ 2. แบบประเมินการทา
กระบวนการ ร่วมมอื การทางานเป็นทีม
(P) และวางแผน แก้ปัญหา การ กิจกรรมท่ี 2 (เกม
ดาเนินงานตามท่ีได้รับ
มอบหมาย โดยการทา Treasure Hunt)
กิจกรรมกล่มุ
3. ดา้ นเจตคติ 1. สงั เกตพฤติกรรม และ 1. แบบประเมนิ พฤตกิ รรม ไดค้ ะแนนในระดับ ดี ขน้ึ ไป
คณุ ธรรม คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
และจริยธรรม มุ่งม่ันทางาน ใฝ่เรียนรู้ การร่วมมอื การทางาน
(A)
เป็นทีม และภาวะผนู้ า

การแก้ปญั หา

1. แบบประเมนิ ไดค้ ะแนนในระดบั ดี ขึน้ ไป

คุณลักษณะอันพึงประสงค์

ภาคผนวก

PowerPoint ประกอบการสอน

คลปิ ประกอบการสอน

https://www.youtube.com/watch?v=qHJe8WcVQD4

https://www.youtube.com/watch?v=-_YoeEY8FPM

https://www.youtube.com/watch?v=nnetiTCK_40&t=54s
หมายเหตุ คลิปน้จี ะเปล่ยี นเว็บไซตท์ กุ คร้ังทมี่ กี ารค้นหา ลิง้ คท์ แ่ี จ้งข้างบนจะเขา้ เวบ็ ไซต์ไมไ่ ด้ ให้พมิ พ์
คน้ หาตามชื่อคลิป หรอื พิมพ์วา่ สอ่ื การสอน by ครูหมู แล้วอย่าลืมกด Subscribe นะครบั ...ขอบคุณครบั

Game 1: Find your pair

Group A Group B

Supermark Go straight ahead until you get to the
et intersection. Then turn right to the East
Street. Keep going about 100 meters. It’s

opposite to a school.

School Go straight ahead until you get to the
intersection. Then turn right to the East
Street. Keep going about 100 meters. It’s

opposite to a supermarket.

Hotel Go along this street. Then take the 2nd
Library intersection on the right. Keep going. It’s

next to the bank.

Go along this street. Go across the
intersection. Keep going. It’s next to the

post office.

Go along this street. Go across the
intersection. Keep going until you get to
the 2nd interjection. It’s at the corner on

the left.

Bar Go along this street. Go across the
intersection. It’s at the corner on the

right opposite to the post office.

Hospital Go along this street. Go across the
City Hall intersection. It’s at the corner on the left

opposite to the book store.

It’s over there opposite to the zoo.

Police
station

Game 2: Treasure Hunt (Sample)
Group 1 # 1

Go outside this room. Then, go down to 2nd floor at the first stair. Turn right
when you get to the 2nd floor, the treasure is in front of the Resource Center.

Group 1 # 2
Go up stair to 3rd floor. Then, turn right when you get to the 3rd floor, the
treasure is in front of 331 room.

Group 2 # 1
Go outside this room. Keep going about 20 meters and then look at the door
on your left hand side. The treasure is around it.

Group 2 # 2
The treasure is not here. You have to go back to 331 room. The treasure is on
the blackboard.

แบบบันทกึ ผลการประเมนิ การทากิจกรรมท่ี 1 เกมหาคู่

เล ช่ือนกั เรียน การออก คาศัพท์ เนอื้ หา ความ การ รวม ระดับ
ขท่ี เสยี ง สานวน คล่องแค แสดง คุณภาพ
ท่าทาง
ล่ว นา้ เสียง

1

2

3

4.

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

รวม

เฉลี่ย

รอ้ ยละ

S.D.

เกณฑ์การใหค้ ะแนนความสามารถในการสนทนา (ถาม ตอบ/แสดงบทบาทสมมต)ิ

ระดับคะแนน นา้ หนกั คะแนน
ความสาคั จริง
ประเด็น 4 32 1 4
การประเมนิ ญ
การออกเสยี ง ออกเสียงถูกต้อง ออกเสียง ออกเสียงถูก ออกเสยี งไม่ 1 12
ตามหลักการออก ถกู ต้องตาม ต้องเปน็ ถกู ตอ้ งทาให้
คาศัพท์ สานวน เสียง มเี สียงเน้น- หลกั การออก บางส่วน ไม่เข้าใจ 3 12
และโครงสร้าง หนกั ในคา/ เสยี งเป็นสว่ น 8
ภาษา ประโยคอย่าง ใหญ่ ใชค้ าศพั ท์ 3
สมบูรณ์ สานวนและ 2 4
ใชค้ าศพั ท์ ใช้คาศพั ท์ ใชค้ าศพั ท์ โครงสรา้ ง
สานวนและ สานวนและ สานวนและ ประโยคแบบ 1
โครงสรา้ งภาษา โครงสรา้ ง โครงสรา้ ง ง่าย ๆ และมี
ถกู ต้องและ ประโยค ประโยคแบบ ข้อผิดมาก
เหมาะสม ถกู ตอ้ งเป็น งา่ ย ๆ และมี
สว่ นใหญ่แต่ไม่ ขอ้ ผิดบา้ ง เน้ือหาไม่
เน้ือหา เนอ้ื หาถูกต้องมี หลากหลาย ถกู ตอ้ งหรอื มี
รายละเอียด เนอ้ื หาถูกต้อง เน้อื หาถกู ต้อง ข้อผิดมาก
ความ ครบถว้ นสมบูรณ์ เป็นสว่ นใหญ่ เป็นบางสว่ น พดู เป็นแบบ
คล่องแคล่ว พดู ได้อยา่ งเปน็ ท่องจา
ธรรมชาติ พดู ตดิ ขัด พูดคลา้ ยแบบ ตะกุกตะกกั
คลอ่ งแคลว่ บางครั้งแตย่ งั ทอ่ งจาพอ สอื่ สารได้น้อย
สื่อสารไดช้ ดั เจน สามารถ สอื่ สารไดบ้ ้าง มากหรอื ไม่ได้
สอ่ื สารได้ เลย
ชดั เจน พดู โดยไม่
แสดงทา่ ทาง
การแสดงทา่ ทาง แสดงท่าทางและ แสดงท่าทาง พูดโดยไม่ ประกอบ
และพูดดว้ ย แสดงท่าทาง นา้ เสยี งเปน็
น้าเสียง พูดดว้ ยนา้ เสยี งท่ี นา้ เสยี งท่ี ประกอบ การพูดแบบ
เหมาะสมกบั น้าเสียงคล้าย ท่องจา
ประกอบการพูด เหมาะสมกับ บทบาทและ การอา่ นหรอื
สถานการณ์ใน ท่องจา
บทบาทและ ระดบั ดี

สถานการณด์ ีมาก

รวม 10 40

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

36-40 ดมี าก

28-35 ดี

20-27 ปานกลาง

1-19 ปรบั ปรุง

แบบบันทกึ ผลการประเมินการทากิจกรรมที่ 2 treasure hunt

กล่มุ ชอ่ื กลุ่ม สมาชกิ ได้ ระดับ
ท่ี คะแนน คุณภาพ
1

2

3

4.

5

6

7

รวม
เฉลี่ย
รอ้ ยละ
S.D.

เกณฑ์การประเมินการทากิจกรรมที่ 2 treasure hunt

อันดบั 1 ได้ 10 คะแนน ระดบั ดมี าก
อนั ดบั 2 ได้ 9 คะแนน ระดบั ดมี าก
อนั ดบั 3 ได้ 8 คะแนน ระดบั ดี
อันดับ 4 ได้ 7 คะแนน ระดบั ดี
อันดับ 5-7 ได้ 6 คะแนน ระดบั พอใช้

แบบประเมินพฤติกรรมการรว่ มมอื การทางานเป็นทมี และภาวะผู้นา

กลุ่ม ชื่อกลมุ่ การรว่ มมอื ข้นั ตอนการ แสดงความ ความ รวม ระดบั
ท่ี (4) ทางาน (8) คดิ เห็น (4) รับผดิ ชอบ (20) คณุ ภาพ

(4)

1
2
3
4
5

รวม
เฉลยี่
ร้อยละ
S.D.

เกณฑ์การประเมินการรว่ มมือ การทางานเป็นทีม และภาวะผนู้ า

ระดบั คะแนน นา้ หนัก คะแน

ประเด็น 4 3 2 1 ความ น

การประเมิน สาคญั รวม

สมาชกิ ในกลุ่ม สมาชกิ ในกลุ่ม สมาชิกในกลมุ่ สมาชกิ บาง 1 4
คนไม่ทางาน
ทุกคนร่วมมอื กนั ทกุ คนร่วมมอื กนั ทกุ คนทางานท่ี กลมุ่ ขาด
ทางาน มกี าร ทางาน สว่ นใหญ่ ได้รับมอบหมาย การ
ความรว่ มมอื ประสานงานที่ดี มกี ารประสาน แตย่ งั ขาดการ ประสานงาน
งานท่ดี ี ประสานงานใน
กลมุ่

มีการกาหนด มกี ารกาหนด มีการกาหนด มกี าร 2 8
ขนั้ ตอนการ กาหนด
ข้นั ตอนการ ข้ันตอนการ ข้ันตอนการ ทางาน แต่
ทางาน ทางานท่ชี ดั เจน ทางานคอ่ นขา้ ง ความสาเรจ็ ของ ขัน้ ตอนการ
ตั้งแต่เร่ิมทางาน ชดั เจน ตงั้ แตเ่ ริ่ม งานยงั ไมค่ ่อย ทางานไม่
จนกระท่ังผลงาน การทางาน สมบูรณ์ ชัดเจน ทา
เสร็จสมบรู ณ์ จนกระท่ังผลงาน ใหผ้ ลงาน
เสร็จสมบรู ณ์
ไมส่ มบูรณ์

สมาชิกทุกคนร่วม สมาชิกสว่ นใหญ่ สมาชกิ มากกวา่ สมาชกิ ไม่ให้ 1 4
ครงึ่ รว่ มแสดง ความรว่ มมือ
การแสดง แสดงความ ร่วมแสดง ในการแสดง
ความคดิ เห็น ความคดิ เห็น
ความคิดเห็น คดิ เหน็ ความคดิ เหน็

สมาชกิ ทุกคน สมาชิกส่วนใหญ่ สมาชกิ บางคน สมาชิกไมม่ ี 1 4

ความ ทางานทีไ่ ดร้ ับ ทางานท่ีไดร้ ับ เลยี่ งงาน ไม่ทา ความ
รบั ผิดชอบ รับผิดชอบ
มอบหมายจนงาน มอบหมายจนงาน ทาใหง้ านไม่
หน้าที่ตามทไี่ ด้รบั

เสร็จสิ้นสมบูรณ์ เสรจ็ สน้ิ สมบูรณ์ มอบหมายและ บรรลุ
ทันเวลา ทันเวลา งานไมค่ อ่ ย เป้าหมาย
สมบรู ณ์

รวม 5 20

เกณฑ์การประเมนิ ดีมาก
16-20 คะแนน ดี
13-15 คะแนน พอใช้
10-12 คะแนน ควรปรบั ปรงุ
นอ้ ยกวา่ 10 คะแนน

แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์ (มงุ่ ม่นั ในการทางาน ใฝ่เรยี นร้)ู

คณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงคร์ ายขอ้
ที่ ช่อื -สกุล 1 2 3 4 5 6 7 8 ฐานนิยม สรุป

(3) (3) (3) (3) (3) (3) (3) (3)
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15

เกณฑ์การประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ 321

1. รักชาติ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ไดย้ นิ เพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และบอก

ศาสน์ ความหมาย

กษัตรยิ ์ ของเพลงชาติ

1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสิทธิและหนา้ ทขี่ องนักเรยี น ให้ความ

รว่ มมอื

ร่วมใจ ในการทางานกบั สมาชกิ ในห้องเรยี น

1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็

ประโยชนต์ อ่ โรงเรียนและชมุ ชน

1.4 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนบั ถอื ปฏบิ ัติตนตาม

หลักของ

ศาสนาและเปน็ ตวั อย่างท่ดี ีของศาสนกิ ชน

1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมและมสี ่วนร่วมในการจดั กจิ กรรมท่ี

เกย่ี วกับ

สถาบนั พระมหากษัตริยต์ ามที่โรงเรียนและชุมชนจดั ขน้ึ

ชน่ื ชมในพระราชกรณียกิจพระปรชี าสามารถของ

พระมหากษตั ริยแ์ ละ

พระราชวงศ์

2. ซ่อื สตั ย์ 2.1 ให้ข้อมูลท่ีถูกต้อง และเปน็ จรงิ

สุจริต 2.2 ปฏบิ ัตใิ นส่งิ ทีถ่ ูกตอ้ ง ละอาย และเกรงกลัวทจ่ี ะทา

ความผดิ

ทาตามสญั ญาทตี่ นใหไ้ วก้ ับพอ่ แม่หรอื ผู้ปกครอง และครู

2.3 ปฏบิ ัติตนต่อผ้อู ื่นด้วยความซอื่ ตรง และเป็นแบบอย่างท่ีดี

แก่

เพ่อื นดา้ นความซอื่ สตั ย์

3. มีวินัย 3.1 ปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคบั ของ

รบั ผดิ ชอบ ครอบครัว

และโรงเรียน มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัติกจิ กรรม

ต่างๆ ใน

ชวี ิตประจาวันมคี วามรบั ผิดชอบ

4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 ตัง้ ใจเรียน

5. อยอู่ ย่าง 4.2 เอาใจใสใ่ นการเรียน และมคี วามเพียรพยายามในการ
พอเพียง เรียน
4.3 เขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นร้ตู า่ งๆ
6. มงุ่ ม่ันใน 4.4 ศึกษาค้นควา้ หาความรจู้ ากหนังสือ เอกสาร ส่งิ พมิ พ์ สอื่
การ
เทคโนโลยีตา่ งๆแหลง่ การเรยี นรทู้ ้งั ภายในและภายนอก
ทางาน โรงเรียน

และเลอื กใช้สื่อได้อยา่ งเหมาะสม
4.5 บันทึกความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบบางสิ่งท่เี รียนรู้ สรุป
เปน็ องค์

ความรู้
4.6 แลกเปล่ยี นความรู้ ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ และนาไปใช้ใน

ชวี ติ ประจาวนั
5.1 ใช้ทรพั ย์สินและสิง่ ของของโรงเรียนอย่างประหยัด
5.2 ใชอ้ ุปกรณ์การเรยี นอย่างประหยัดและรคู้ ณุ ค่า
5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงนิ
6.1 มคี วามตั้งใจและพยายามในการทางานท่ีไดร้ บั มอบหมาย
6.2 มีความอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรคเพอ่ื ให้งานสาเร็จ

คุณลักษณะ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ 321

7. รักความ 7.1 มีจติ สานกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย

เป็นไทย 7.2 เห็นคุณคา่ และปฏิบัตติ นตามวฒั นธรรมไทย

8. มีจิต 8.1 รจู้ ักชว่ ยพอ่ แม่ ผู้ปกครอง และครูทางาน

สาธารณะ 8.2 อาสาทางาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทา และแบง่ ปันส่งิ ของให้ผ้อู ืน่

8.3 รจู้ กั การดูแล รักษาทรพั ยส์ มบัตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มของ

ห้องเรียน

โรงเรยี นชมุ ชน

8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ของ

โรงเรียน

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ดมี าก
พฤตกิ รรมท่ปี ฏิบัตชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ดี
พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและบ่อยคร้งั ให้ 1 คะแนน พอใช้
พฤติกรรมทป่ี ฏิบัตบิ างคร้งั ให้ 0 คะแนน ควรปรับปรงุ
พฤติกรรมทีไ่ ม่เคยปฏบิ ตั ิ

ภาพกิจกรรม

วิจยั และนวตั กรรม โรงเรยี นโพนทองพัฒนาวิทยา

งานวิจัยและพฒั นานวัตกรรม ฝา ยบรหิ ารวิชาการ โรงเรียนโพนทองพฒั นาวทิ ยา


Click to View FlipBook Version