ผลงาน
ประจาปี 2564
กลมุ่ พัฒนาครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน
คำนำ
สำนักงำนเขตพ้ืนที่กำรศึกษำประถมศกึ ษำกำญจนบุรี เขต 1 ไดร้ วบรวมผลกำรปฏิบัติทเ่ี ดน่ เป็น
ท่ปี ระจักษ์ (Best Practice) ของกลมุ่ ต่ำง ๆ เพ่ือเผยแพร่ต่อสำธำรณชน
ขอขอบคุณคณะผบู้ รหิ ำรสำนักงำนเขตพน้ื ท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 1 และ
ผ้รู ับผิดชอบโครงกำรทุกท่ำนทีไ่ ด้ให้ควำมรว่ มมือเป็นอย่ำงดี
กลุม่ พฒั นำครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ
สำนกั งำนเขตพน้ื ท่ีกำรศึกษำประถมศกึ ษำกำญจนบุรี เขต 1
สำรบญั
หน้ำ
ช่อื ผลงำน Best Practice
1. ช่ือผลงำน กำรพัฒนำตนเองผำ่ นระบบออนไลน์เสริมสร้ำงสมรรถนะครผู ชู้ ่วย สู่กำรเปน็ ครมู อื อำชพี
กลมุ่ พัฒนำครูและบตุ ลำกรทำงกำรศึกษำ 1
2. ช่อื ผลงำน กำรใหบ้ รกิ ำรผำ่ นระบบ Online ในช่วงสถำนกำรณ์โควดิ -19
กลมุ่ บรหิ ำรงำนบุคคล 10
3. ชื่อผลงำน กำรประกวดผลงำนผำ่ นระบบ Online ด้วย Google Form
กลุ่ม ส่งเสริมกำรจัดกำรศกึ ษำ 21
4. ชื่อผลงำน กำรพฒั นำโปรแกรม “ระบบบนั ทกึ เสนอออนไลน์” ของสพป.กำญจนบรุ ี เขต 1
กลมุ่ ส่งเสรมิ กำรศกึ ษำทำงไกลเทคโนโลยีสำรสนเทศและกำรสอ่ื สำร 27
5. ชอ่ื ผลงำน จุลสำรขำ่ ววินยั และกำรรกั ษำวินัย “สพป.กำญจนบุรี เขต 1 ร้เู ทำ่ ทันโทษทำงวินยั หัวใจสจุ ริต”
กลมุ่ กฎหมำยและคดี 36
6. ช่ือผลงำน รำยงำนกำรใช้รูปแบบ KANONE ร่วมกับกระบวนกำรนิเทศเพื่อพัฒนำสมรรถนะกำรใช้
ภำษำอังกฤษเพื่อกำรสื่อสำรสำหรับครูผู้สอนวิชำภำษำอังกฤษ ในโรงเรียนสังกัดสำนักงำนเขตพื้นที่กำรศึกษำ
ประถมศกึ ษำกำญจนบรุ ี เขต 1
กลุ่ม นิเทศ ตดิ ตำมและประเมินผลกำรจดั กำรศึกษำ 44
7. ชอ่ื ผลงำน กำรประชำสัมพนั ธ์ ๔.๐
กลุ่ม อำนวยกำร 49
8. ชอ่ื ผลงำน กำรรำยงำนบัญชคี รภุ ัณฑต์ ำมเกณฑป์ ระเมินผลกำรปฏบิ ัติงำนด้ำนบญั ชี
กลมุ่ กลุ่มบริหำรงำนกำรเงนิ และสินทรพั ย์ 58
9. ชื่อผลงำน รำยงำนผลกำรตรวจสอบภำยใน ประจำปงี บประมำณ 2563
กลมุ่ ตรวจสอบภำยใน 61
10. ชอ่ื นวัตกรรม “รูปแบบกำรนเิ ทศ 4C Model เพ่อื พัฒนำกำรจัดกำรเรียนรูแ้ นวคิดเชิงคำนวณ
(Computational Thinking) โดยใช้เกมเป็นฐำน (Game-based Learning) สพป.กำญจนบุรี เขต 1”
ชอ่ื ผู้สร้ำง ช่ือ นำงสำวศศชิ ำ ทรพั ย์ลน้ ตำแหนง่ ศึกษำนิเทศก์ 67
11. ช่ือนวัตกรรม รปู แบบกำรนเิ ทศโดยใช้กระบวนกำรช้ีแนะและระบบพี่เลี้ยง เพ่ือส่งเสริมศกั ยภำพกำรจดั กำร
เรียนร้วู ิทยำกำรคำนวณ สังกัดสำนักงำนเขตพ้ืนท่ีกำรศึกษำประถมศึกษำกำญจนบุรี เขต 1
ช่อื ผูส้ รำ้ ง ชื่อ นำยพนภำค ผิวเกลยี้ ง ตำแหนง่ ศึกษำนิเทศก์ชำนำญกำรพเิ ศษ 81
1
เอกสารแนบ
ผลงาน Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564
ผลงานช้นิ ท่ี 1
ช่อื ผลงาน การพัฒนาตนเองผ่านระบบออนไลน์เสรมิ สร้างสมรรถนะครผู ู้ชว่ ย สู่การเปน็ ครมู ืออาชีพ
กลมุ่ พัฒนาครแู ละบตุ ลากรทางการศกึ ษา
ความเป็นมา
สานักงาน ก.ค.ศ. ได้กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้ม
ตาแหน่งครูผู้ช่วยเป็นเวลาสองปีก่อนแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งครู โดยให้ดาเนินการจัดปฐมนิเทศครูผู้ช่วยภายใน
สามสิบวนั นบั แต่วันเขา้ ปฏิบตั หิ นา้ ท่ีราชการ (หนงั สอื สานกั งาน ก.ค.ศ. ท่ี ศธ ๐๒๐๖.๗/ว๑๙ ลงวนั ที่ ๒๕ ตุลาคม
๒๕๖๑) อาศัยอานาจตามมาตรา ๑๙(๔) และมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษา พ.ศ. ๒๕๔๗ และท่แี กไ้ ขเพ่ิมเติม โดยให้สานักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาเปน็ ผสู้ ่งเสริมสนบั สนุนในการ
ดาเนินการ ประกอบกับนโยบายสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้ให้
ความสาคัญในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและกระบวนจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพ
และเกิดผลสาเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งหวังให้การพัฒนาเป็นไปในทิศทางท่ีสอดคล้องกับสังคมโลก ส่งเสริม
และสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ และลดความเหลื่อมล้าโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศการพัฒนาครูและบุคลากร
ทางการศึกษา ในยุทธศาสตร์ท่ี ๓ มุ่งเน้นการพัฒนาครูให้สามารถยกระดับคุณภาพตามศักยภาพของแต่ละบุคคล
โดยการประยกุ ต์ใช้สื่อและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารอย่างเหมาะสม เปน็ ไปในทศิ ทางเดยี วกันกับ
แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งได้กาหนดแนว
ทางการพัฒนาเพื่อปรับเปล่ยี นโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่สอดคล้องกับนโยบายสานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาข้ันพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ นโยบายที่ 3ด้านการพัฒนาและสร้างเสริมศักยภาพของ
ทรัพยากรมนษุ ย์ พฒั นาคุณภาพครใู หม้ สี มรรถนะสูงเป็นครูยุคใหม่ใหม้ ีทักษะและสมรรถนะความสามารถในการใช้
เทคโนโลยีดิจทิ ัล (Digital Technology) และยกจิตวิญญาณความเป็นครู ดังนั้น “ครู” ยังคงเป็นผู้ที่มีความหมาย
และปัจจัยสาคัญมากท่ีสุดในห้องเรียนและเป็นผู้ท่ีมีความสาคัญต่อคุณภาพการศึกษา ทั้งนี้เพราะคุณภาพของ
ผู้เรียนขึ้นอยู่กับคุณภาพของครูสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ เห็นความสาคัญ
จาเป็นจึงจัดทาโครงการพัฒนาอย่างเข้มครูผู้ช่วยก่อนแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งครู ด้วยกระบวนการ PLC
(ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ) ประจาปีงบประมาณ 2564 เพ่ือจัดการความรู้ (KM) ปลูกจิตสานึกให้ครู
เป็นผทู้ ม่ี ีวนิ ยั มคี ณุ ธรรม ยดึ หลักธรรมาภบิ าล และมจี ติ สานกึ ของความเปน็ ครดู ้วยจิตวิญญาณอย่างแท้จริง
วธิ ีการดาเนินงาน-กระบวนการ
สานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1 ได้ดาเนินการในเรื่องการพัฒนาตนเองผ่าน
ระบบออนไลน์เสริมสรา้ งสมรรถนะครูผู้ช่วย สกู่ ารเป็นครมู ืออาชีพ โดยใชก้ ระบวนการ PDCA ดังน้ี
1 การวางแผน (P)
สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1 ดาเนินการ ดงั น้ี
1) ประชมุ คณะทางาน คณะกรรมการและผู้เก่ียวข้องเพื่อวางแผนการพฒั นาพฒั นาตนเองผ่านระบบ
ออนไลน์เสรมิ สร้างสมรรถนะครูผู้ช่วย สู่การเป็นครมู ืออาชพี
2) จัดทาข้อมูลรายชอื่ ครผู ู้ชว่ ยท่บี รรจใุ หม่ท่ียังไม่ผา่ นการอบรม (ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๔)
และประกาศรายช่ือผ้เู ข้ารับการพฒั นา
3) แตง่ ตง้ั คณะกรรมการดาเนินงานฯ/วิทยากรหลกั /วิทยากรพี่เล้ียง/
4) ประชมุ คณะวทิ ยากรหลัก/วิทยากรพี่เลีย้ ง วางแผนการดาเนนิ งานตลอดหลักสตู ร เพอ่ื จัดส่งใหก้ ับ
โรงเรยี นในระบบ SMSS ใหม้ ีความเช่อื มโยงกับระบบพัฒนาตนเองผา่ นระบบออนไลนเ์ สรมิ สรา้ งสมรรถนะครู
ผผลลงานเด่นเป็นที่ประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
2
ผู้ช่วย สกู่ ารเป็นครมู ืออาชีพ ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และกระทรวงศึกษาธกิ าร โดย
จดั ทาโครงการ อบรมพัฒนาครูอยา่ งต่อเนอื่ งและเป็นรปู ธรรม
2 ขน้ั ดาเนนิ การ (D)
1) มีการประชมุ ชี้แจง สร้างความเข้าใจ สรา้ งความตระหนัก ให้แก่ ครูผู้ช่วย
2) มกี ารประชาสัมพันธ์ เผยแพร่แนวนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ สานกั งานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน แก่สถานศึกษา
3) จดั ทาโครงการประชุม อบรม สัมมนา ดังน้ี
กิจกรรมท่ี 1 การพัฒนาอยา่ งเข้ม
1.๑ กิจกรรมพัฒนาอยา่ งเข้ม
1.๒ กจิ กรรมบรรยายองคค์ วามรู้ ตามหลกั สูตร โดยวทิ ยากรหลกั (จานวน 2 รุน่ ๆ ละ 1 วนั )
1.๓ กจิ กรรม PLC พบปะวิทยากรพเ่ี ลีย้ ง/ กจิ กรรมระดมความคดิ
1.๔ กจิ กรรมสรปุ องค์ความรู้ ในแต่ละรายวิชา
กจิ กรรมท่ี 2 การพัฒนาผ่านระบบ Online
2.๑ เข้ารับการพฒั นาอยา่ งเข้ม ศกึ ษาเรยี นรูด้ ้วยตนเองผา่ นระบบ online ตามระยะเวลาท่ีกาหนด
2.๒ ผู้เขา้ รบั การพัฒนาศึกษาหลกั สูตร นาเสนอใบงาน /กิจกรรม/ผลงานผ่านระบบ line กลมุ่ โดยมี
วิทยากรพ่ีเล้ียงวดั และประเมินผล ใหค้ าแนะนาปรึกษาตามระยะเวลาที่กาหนด
4) แจ้งปฏทิ ินการดาเนินการให้ผู้เกยี่ วขอ้ งไดร้ บั ทราบ
5) มอบหมายภารกิจให้บุคลากรท่รี บั ผิดชอบ การขบั เคลื่อนการดาเนนิ งานกิจกรรม PLC พบปะวิทยากร
พีเ่ ลยี้ ง/ กิจกรรมระดมความคดิ กจิ กรรมสรุปองค์ความรู้ ในแตล่ ะรายวิชา
6) ดาเนนิ การจัดอบรมพฒั นาตามโครงการต่าง ๆ ตามนโยบายของส่วนราชการระดบั สงู
3 ข้นั ตดิ ตาม/ตรวจสอบ (C)
1) ประเมินผลการดาเนินงานตามโครงการ/กจิ กรรม
2) สรุปผลการประเมิน
4 ขนั้ ปรับปรุง แก้ไข (A)
หลังจากไดม้ ีการดาเนนิ การในแตล่ ะโครงการ/กจิ กรรม มกี ารติดตามและประเมนิ ผลเสรจ็ ส้ินแล้ว
ได้มกี ารจัดทาข้อมลู สรปุ รายชื่อผผู้ า่ นการพัฒนา มอบเกียรตบิ ัตรผา่ นระบบ Online /รายงานผลการดาเนินงาน
โครงการ เพื่อวิเคราะหป์ ญั หา อปุ สรรค แก้ไขปัญหา และพัฒนาปรบั ปรงุ ให้ดียงิ่ ขน้ึ เพื่อให้การดาเนินงานตาม
โครงการพฒั นาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ประสบผลสาเรจ็ ตามวตั ถุประสงค์ทีต่ ง้ั ไว้
รูปแบบ/เทคนคิ ท่ีทาให้เกิดความสาเร็จ
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ได้ศึกษาวิเคราะห์ครูผู้ช่วยให้มี
ความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มก่อนแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งครูให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.
กาหนด และพระราชบญั ญัตริ ะเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี
๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ และ(ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ รวมถึงกฎหมายท่เี กย่ี วขอ้ ง โดยทั่วถงึ เทา่ เทียมกัน ตาม
ศักยภาพ เสริมสร้างให้ครูผู้ช่วยแสวงหาความรู้อย่างต่อเนื่อง และนาเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนา
การจัดการความรู้ได้อย่างมีระบบเป็นมาตรฐาน และส่งผลต่อคุณภาพของผู้เรียน โดยจัดอบรมพัฒนาคุณภาพครู
ให้มีสมรรถนะสูงเป็นครูยุคใหม่ให้มีทักษะและสมรรถนะความสามารถในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital
Technology) และยกจิตวิญญาณความเปน็ ครู ในปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
3
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เห็นความสาคัญในการพัฒนา
คณุ ภาพผู้เรียนและกระบวนจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานท้งั ระบบให้มีประสทิ ธภิ าพและเกิดผลสาเร็จอย่างเป็นรปู ธรรม
โดยมุ่งหวงั ใหก้ ารพัฒนาเป็นไปในทิศทางท่ีสอดคล้องกบั สังคมโลก สง่ เสรมิ และสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ และลด
ความเหล่ือมล้าโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศการพัฒนาครูและบุคลากรทา งการศึกษา ใน
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ มงุ่ เนน้ การพฒั นาครูให้สามารถยกระดับคณุ ภาพตามศกั ยภาพของแต่ละบุคคลโดยการประยุกต์ใช้
สื่อและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างเหมาะสม เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับแผนแม่บทภายใต้
ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ซ่ึงได้กาหนดแนวทางการพัฒนาเพ่ือ
ปรับเปล่ียนโฉมบทบาท “ครู” ให้เป็นครูยุคใหม่สอดคล้องกับนโยบายสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พ้นื ฐาน
ผลสาเรจ็
เชงิ ปรมิ าณ
1. พฒั นาครูผ้ชู ่วยสังกดั สพป.กาญจนบุรี เขต ๑ จานวน 50 คน
2. คณะวทิ ยากร คณะทางาน และเจา้ หนา้ ที่ จานวน ๑๐ คน
เชิงคุณภาพ
- ครผู ูช้ ่วยในสังกัดทกุ คนมีคุณธรรม จริยธรรม มีจิตวญิ ญาณของความเปน็ ครู มีความเข้าใจ
เกยี่ วกบั บทบาทหน้าท่ีเต็มตามศกั ยภาพส่กู ารเป็นครูมืออาชพี มนี วตั กรรมในการจดั การเรยี นการสอน
- ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ ทุกสายงาน สามารถนาเทคโนโลยีมาใช้ใน
การพฒั นาการจดั การเรยี นรู้ และพฒั นาตนเอง
ปัจจยั สง่ ผลใหเ้ กดิ ความสาเรจ็ อยา่ งยิ่ง
1. นาเทคโนโลยี ความพร้อมของอุปกรณ์ที่ทันสมัยน้ัน สามารถสนับสนุนการทางาน และการ
สื่อสารของคนในองค์กรได้ การท่ีจะทาให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ใช้คอมพิวเตอร์และ
สมาท์โฟน เพ่ือเป็นส่ือกลางในการติดต่อสื่อสาร ในช่วงแพร่ระบาดของเช้ือไวรัสโควิด-19 และอยู่ในช่วง Work
From Home กลมุ่ พัฒนาครแู ละบุคลากรทางการศึกษา จงึ ได้สร้างฐานขอ้ มลู และระบบโปรแกรมบนเว็บเพจของ
กลุ่มพัฒนาครูและบคุ ลากรทางการศึกษา สพป.กาญจนบรุ ี เขต 1 เพ่ือมาอานวยความสะดวกให้ครูผชู้ ่วยในสังกดั
และได้ประโยชน์แก่ทางราชการมากท่สี ดุ
การเผยแพร่/ประชาสัมพันธ์/หน่วยงานทม่ี าศึกษาดงู าน
1. แจ้งประชาสมั พนั ธใ์ หท้ ุกโรงเรยี น แจ้งขา้ ราชการครูผู้ช่วยท่บี รรจุใหมท่ ี่ยงั ไม่ผ่านการอบรม
(ปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ – ๒๕๖๔) และประกาศรายชือ่ ผู้เข้ารับการพัฒนา โดยเข้าไปลงทะเบยี นอบรมใน
ระบบลงทะเบียน เว็บไซคข์ องกล่มุ พฒั นาครูและบุคลากรทางการศึกษา ผ่านช่องทางดังนี้
https://sites.google.com/kan1.go.th/onlinekan1
ผผลลงานเดน่ เป็นทปี่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
4
ตัวอยา่ งภาพกจิ กรรม
เพิม่ ทักษะการเรียนรู้ดว้ ยระบบ ONLINE การพฒั นาทักษะดา้ นดิจทิ ัล
สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี เขต 1
ภาพ เวบ็ ไซค์กลุม่ พฒั นาครูและบุลากรทางการศึกษา
ภาพ ช่องทางการพัฒนาตนเอง ผ่านระบบออนไลน์เสรมิ สรา้ ง สมรรถนะครูผชู้ ่วย สกู่ ารเป็นครูมืออาชพี
ผผลลงานเดน่ เปน็ ทป่ี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
5
ภาพ ขน้ั ตอนการเข้าอบรม ลงทะบยี นออนไลน์
ภาพ ประกอบการศกึ ษา
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
6
ภาพ ใบงาน การศกึ ษาคน้ คว้า
ภาพ ระบบพฒั นาคณุ ภาพครูใหม้ ีสมรรถนะสูงเปน็ ครูยคุ ใหม่ใหม้ ีทักษะและสมรรถนะความสามารถในการใช้
เทคโนโลยดี ิจิทลั (Digital Technology) และยกจติ วิญญาณความเป็นครู
(ระบบโปรแกรม https://classroom.google.com/c/MzY4OTEzNzY0Mzg1)
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
7
ภาพ ชน้ิ งานในการเขา้ รบั การอบรม
ภาพ การพฒั นาตนเอง ผา่ นระบบออนไลนเ์ สรมิ สรา้ งสมรรถนะครผู ู้ชว่ ย สูก่ ารเปน็ ครมู ืออาชีพ
ครูผ้ชู ่วย สู่การเป็นครมู อื อาชพี
ผผลลงานเดน่ เปน็ ท่ปี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
8
ช่องทางการพัฒนาตนเอง ผ่านระบบออนไลนเ์ สริมสร้าง สมรรถนะครูผูช้ ่วย สกู่ ารเป็นครูมอื อาชีพ
(ระบบโปรแกรม https://classroom.google.com/c/MzY4OTEzNzY0Mzg1)
ผผลลงานเด่นเปน็ ทีป่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
9
ชอ่ งทางการพัฒนาตนเอง ผ่านระบบออนไลนเ์ สรมิ สร้าง สมรรถนะครูผูช้ ่วย สู่การเปน็ ครูมอื อาชพี
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
10
เอกสารแนบ
ผลงาน Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564
ผลงานช้ินที่ 2
ช่ือผลงาน การใหบ้ ริการผ่านระบบ Online ในชว่ งสถานการณโ์ ควิด-19
กลมุ่ บรหิ ารงานบุคคล
ความเป็นมา
กลุ่มบริหารงานบุคคล ได้เล็งเห็นถึงการอานวยความสะดวกในการให้บริการข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษา ใหส้ อดคลอ้ งกับบรบิ ทการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษาในสถานการณ์ปัจจุบนั ตามนโยบาย
กระทรวงศึกษาธิการ โดยทบี่ คุ ลากรสว่ นใหญ่ต้องทางาน Work from home ทาใหไ้ มส่ ามารถดาเนนิ การ ขอ
เอกสารทางราชการได้ในกรณีจาเป็นเร่งด่วน เพื่อให้เป็นการอานวยความสะดวกแก่ผ้รู ับบริการ เป็นไปตามบริบท
การจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์ปัจจุบัน กลุ่มบริหารงานบุคคลจึงได้สร้างเวบ็ เพจข้ึน (sites.google.com)
https://sites.google.com/view/personnel-kan1 ซ่ึงเป็นโปรแกรมท่ีช่วยอานวย ความสะดวกในการ
ติดต่อสื่อสารของกลุ่มบริหารงานบุคคล สพป.กาจญบุรี เขต 1 ตัวอย่างเช่นโปรแกรมบริการ คัดสาเนาทะเบียน
ประวัติ/ก.พ.7/ก.ค.ศ.16 โปรแกรมค้นหาบัตรประจาตัวเจ้าหน้าท่ีของรัฐ อีกท้ังยังเป็นเว็บเพจจดหมายข่าว
ประชาสัมพันธ์ อีกท้ังยังใช้เป็นที่เผยแพร่ข้อมูลการบริหารงานการดาเนินงานของกลุ่มบริหาร งานบุคคลอีก
ดว้ ย
วิธีการดาเนินงาน/กระบวนการ
1. โปรแกรมขอคัดสาเนาทะเบียนประวัติ /ก.พ.7/ก.ค.ศ.16
เพื่อลดการแพร่ระบาดของเช้อื โควิด-19 ในปัจจุบัน ผู้ประสงค์ขอคัดสาเนาทะเบียนประวัตแิ ละ ก.พ.๗/
ก.ค.ศ.๑๖ เข้าไปท่ีเว็บเพจกลุ่มบริหารงานบุคคล เลือกหัวข้อบริการคัดสาเนาทะเบียนประวัติ กรอกแบบคาขอ
คัดสาเนาทะเบยี นประวัติของตนเองผา่ นระบบออนไลน์ และสามารถเขา้ ตรวจสอบสถานะของการดาเนินการได้
2. โปรแกรมระบบค้นหาบตั รประจาตัวเจ้าหน้าทีข่ องรฐั
เพื่อเป็นการอานวยความสะดวกและประหยัดเวลาให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ลูกจ้างประจา พนักงานราชการ และข้าราชการบานาญ ผู้ประสงค์ยื่นคาขอมีบัตรประจาตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือ
บัตรประจาตัวเจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้รับบาเหน็จบานาญ ให้ยื่นคาขอมีบัตรฯ ตามแบบท่ีกาหนด พร้อมเอกสาร
ประกอบ เมื่อเจ้าหน้าที่ทาการออกบัตรฯให้เรียบร้อยแล้วนั้น ผู้ย่ืนขอมีบัตรฯ สามารถเข้าเว็บเพจเลือกหัวข้อ
บัตรประจาตัวเจ้าหน้าท่ีของรัฐ ไปท่ีระบบค้นหาบัตรประจาตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ และตรวจสอบข้อมูลได้ทันที
พร้อมเดนิ ทางมารบั บตั รฯ
ผผลลงานเด่นเป็นท่ปี ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
11
รูปแบบ/เทคนคิ /กระบวนการ
1. โปรแกรมขอคดั สาเนาทะเบยี นประวตั ิ /ก.พ.7/ก.ค.ศ.16
การให้บริการคัดสาเนาทะเบียนประวัติ และ ก.พ.๗/ก.ค.ศ.๑๖ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศกึ ษา/ลกู จา้ งประจา ในสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1 ผปู้ ระสงคข์ อคัดสาเนา
ทะเบียนประวตั ิฯ สามารถย่นื คารอ้ งขอคัดสาเนาทะเบยี นประวตั ิของตนเองผ่านระบบออนไลน์
ขอคัดสาเนาทะเบียนประวตั ิ ก.พ.๗/ก.ค.ศ.๑๖ งา่ ยๆใน 2 ขนั้ ตอน
1.1 คลิกปุ่มสีแดง เพื่อกรอกคาขอการขอคดั สาเนาทะเบียนประวัตฯิ
1.2 คลิกปมุ่ สีเขียว เพือ่ ตรวจสอบสถานะ ถา้ ข้ึนสถานะดาเนนิ การแลว้ สามารถติดต่อรบั เอกสารได้ทันที
2. โปรแกรมระบบค้นหาบตั รประจาตัวเจ้าหน้าที่ของรฐั
เมอื่ เจา้ หนา้ ทท่ี าการออกบัตรฯให้เรยี บรอ้ ยแลว้ ผยู้ ่นื ขอมีบัตรฯ สามารถเขา้ เวบ็ เพจเลือกหวั ข้อ
บัตรประจาตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไปท่รี ะบบค้นหาบัตรประจาตวั เจ้าหน้าทีข่ องรัฐ แล้วดาเนนิ การตามขั้นตอนดังน้ี
ขน้ั ตอน การลงช่ือรบั บตั รประจาตวั เจ้าหน้าท่ีของรัฐ
2.1 มาติดตอ่ รบั บัตร โดยแจ้งเจ้าหน้าท่ี กลุ่มบริหารงานบุคคล เพ่ือสแกน QR Code
2.2 เขา้ ระบบคน้ หาบตั รประจาตวั เจา้ หนา้ ทีข่ องรฐั เลือกข้อมลู ท่ีต้องการค้นหา
2.3 เมอื่ เจอชื่อตรงกับผ้ยู ่นื ขอมีบัตรแลว้ ใหค้ ลิกท่ีลงิ ค์ ในหัวขอ้ ลงช่อื ผ้มู ารับบตั ร
2.4 เมื่อเปดิ ลงิ คแ์ ล้ว ใหล้ งช่ือผมู้ ารับบัตร(อยู่ดา้ นล่างสดุ ใน Google form) แล้วกด ส่ง
2.5 เสร็จเรยี บรอ้ ย รบั บัตรประจาตัวเจา้ หน้าท่ขี องรฐั กับเจา้ หน้าท่ี
ผลสาเร็จ
เชงิ ปริมาณ
1. โปรแกรมขอคดั สาเนาทะเบียนประวตั ิ /ก.พ.7/ก.ค.ศ.16 ข้อมูล ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2564
ข้อมูลผู้ขอคัดสาเนาทะเบียนประวัติ และ ก.พ.7 / ก.ค.ศ.16 จานวน 277 คน คิดเป็นร้อยละของ
จานวน ผขู้ อคัดสาเนาฯ แยกเปน็ 4 อาเภอ ดงั น้ี
1.1 อาเภอเมือง คิดเปน็ ร้อยละ 41.5%
1.2 อาเภอศรสี วัสด์ิ คดิ เป็นร้อยละ 9.7%
1.3 อาเภอดา่ นมะขามเตย้ี คดิ เป็นรอ้ ยละ 18.1%
1.4 อาเภอทา่ ม่วง คิดเป็นรอ้ ยละ 30.7%
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
12
2. โปรแกรมระบบคน้ หาบัตรประจาตวั เจา้ หน้าท่ีของรฐั ขอ้ มลู ณ วนั ที่ 1 พฤษภาคม 2564
ถึงวนั ท่ี 20 สิงหาคม 2564
2.1 ข้อมลู ผู้ยน่ื ขอมบี ัตรประจาตวั เจา้ หนา้ ที่ของรฐั ใหม่ จานวน 22 คน คดิ เปน็ ร้อยละของจานวน
ผู้ยน่ื ขอมีบตั รฯ แยกเป็น 5 ประเภท ดงั นี้
2.1.1 ข้าราชการครู คิดเปน็ ร้อยละ 86.4%
2.1.2 บุคลากรทางการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 0%
2.1.3 ลกู จ้างประจา คิดเปน็ ร้อยละ 0%
2.1.4 พนักงานราชการ คดิ เป็นรอ้ ยละ 0%
2.1.5 ผรู้ ับบานาญ คิดเปน็ ร้อยละ 13.6%
2.2 ขอ้ มลู ผ้ยู ่ืนขอมีบตั รประจาตัวเจา้ หน้าทข่ี องรฐั ใหม่ จานวน 22 คน คิดเปน็ ร้อยละของจานวน
ผยู้ ่นื ขอมีบัตรฯ แสดงตาแหนง่ ที่ยน่ื ขอมากท่ีสุด 4 ลาดบั ดงั น้ี
2.2.1 ตาแหน่งครู คดิ เป็นร้อยละ 50.0%
2.2.2 ตาแหน่งครชู านาญการพเิ ศษ คดิ เป็นร้อยละ 27.3%
2.2.3 ตาแหนง่ ครชู านาญการ คิดเปน็ ร้อยละ 18.2%
2.2.4 ตาแหนง่ ครผู ้ชู ่วย คิดเปน็ ร้อยละ 4.5%
ผผลลงานเดน่ เป็นที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
13
เชงิ คณุ ภาพ
1. โปรแกรมขอคดั สาเนาทะเบยี นประวตั ิ /ก.พ.7/ก.ค.ศ.16 ขอ้ มูล ณ วันที่ 20 สิงหาคม 2564
ผู้ขอคัดสาเนาฯ มีความประสงค์ขอคัดสาเนาทะเบียนประวัติ และ ก.พ.7/ก.ค.ศ.16 เพื่อนาไปใช้ประกอบเร่ือง
ตา่ งๆของทางราชการดงั นี้
1.1 ย่นื คาร้องขอยา้ ย
1.2 ขอเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ์
1.3 สมัครสอบ
1.4 ขอขน้ึ ทะเบียนใบประกอบวชิ าชพี
1.5 ขอมหี รอื เล่อื นวทิ ยฐานะ
1.6 ลาออกจากราชการ
1.7 อน่ื ๆ เช่น ส่งObec Awards, สง่ ผลงานครูดีศรีกาญจน์, ขอรบั รางวลั ครุ สุ ดุดี เป็นต้น
2. โปรแกรมระบบค้นหาบัตรประจาตวั เจา้ หน้าท่ีของรัฐ ขอ้ มลู ณ วันท่ี 1 พฤษภาคม 2564
ถงึ วันท่ี 20 สิงหาคม 2564 จากจานวนบัตรฯท่ีออกเสรจ็ แลว้ ท้งั หมด 22 ใบ
มีผู้มาลงช่ือรับบัตรประจาตัวเจ้าหน้าท่ีของรัฐ โดยการสแกน QR Code เพ่ือเข้าระบบค้นหาบัตรฯ และ
คลกิ ท่ีลิงคเ์ พ่ือลงช่อื ผมู้ ารบั บตั ร แล้วจานวน 8 ราย และยงั ไม่เดินทางมารับบตั รฯ จานวน 14 ราย
ผผลลงานเดน่ เปน็ ทป่ี ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
14
ปัจจยั ส่งผลให้เกดิ ความสาเร็จอยา่ งย่ิง
1. เทคโนโลยี ความพร้อมของอปุ กรณ์ทที่ ันสมยั น้ัน สามารถสนบั สนุนการทางาน และการส่อื สารของคน
ในองค์กรได้ การที่จะทาให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ใช้คอมพิวเตอร์และสมาท์โฟน
เพ่อื เป็นส่ือกลางในการติดตอ่ ส่ือสาร ในช่วงแพร่ระบาดของเชื้อไวรสั โควดิ -19 และอยู่ในช่วง Work From Home
กลุ่มบริหารงานบุคคลจึงมีความพยายามท่ีจะให้ผู้มาติดต่อราชการได้รับการบริการท่ีรวดเร็วและทันสมัย จึงได้
สร้างฐานข้อมูลและระบบโปรแกรมบนเว็บเพจของกลุ่มบริหารงานบุคคล สพป.กาญจนบุรี เขต 1 เพ่ือมาอานวย
ความสะดวกให้ผรู้ ับบรกิ าร และได้ประโยชน์แก่ทางราชการมากทส่ี ุด
2. ความคิดเห็นของผู้รับบริการท่ีมีต่อคุณภาพการให้บริการ เพื่อนากลับมาพัฒนาปรับปรุงกระบวนการ
ทางานให้มปี ระสทิ ธภิ าพทดี่ ียงิ่ ขึ้น ของกล่มุ บรหิ ารงานบุคคล สพป.กาญจนบุรี เขต 1 ในงานบริการ 2 งาน มดี ังน้ี
- การขอคัดสาเนาทะเบยี นประวตั ิ /ก.พ.7/ก.ค.ศ.16
- การขอมีบัตรประจาตวั เจ้าหน้าทีข่ องรฐั
โดยสารวจความพงึ พอใจทม่ี ตี ่อคณุ ภาพการให้บริการของแต่ละงานใน 10 ด้าน ไดแ้ ก่
1) ความสุภาพ ยิม้ แย้มแจม่ ใสกริ ยิ ามารยาทของเจ้าหน้าที่ผใู้ ห้บรกิ าร
2) ความเอาใจใส่ กระตือรือร้น และความพร้อมในการใหบ้ รกิ ารของเจา้ หน้าที่
3) การอธบิ าย ช้แี จง และแนะนาขั้นตอนการใหบ้ ริการของเจา้ หน้าท่ีชดั เจน
4) เจา้ หน้าที่มีความรู้ ความสามารถในการใหบ้ ริการ
5) ความมีน้าใจ มีความเอ้อื เฟื้อเผ่ือแผ่ไม่ปดั ความรบั ผิดชอบ
6) มีช่องทางเลอื กใชบ้ รกิ ารไดห้ ลายรปู แบบ
7) ระบบสารสนเทศการใหบ้ ริการสามารถเข้าถงึ ได้ง่าย
8) ช่วงเวลาการให้บรกิ ารมคี วามเหมาะสม
9) ได้รบั ความสะดวกรวดเร็วในการบรกิ าร
10) ไดร้ ับเอกสารและสารสนเทศตรงตามเวลาท่นี ดั หมาย
สรุปข้อมูลของผู้รับบริการในงานทั้ง 2 งาน จานวน 37 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือ
แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้รับบรกิ าร กลุ่มบรหิ ารงานบคุ คล สพป.กาญจนบรุ ี เขต 1 มดี งั นี้
ผผลลงานเดน่ เปน็ ท่ีประจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
15
การเผยแพร/่ ประชาสมั พันธ/์ เผยแพร่/หน่วยงานท่มี าศึกษาดงู าน
เวบ็ เพจกลุ่มบริหารงานบคุ คล สพป.กาญจนบรุ ี เขต 1 https://sites.google.com/view/personnel-kan1
ตวั อยา่ งการเผยแพรป่ ระชาสัมพนั ธข์ ้อมลู และโปรแกรม จากเวบ็ เพจกลุ่มบรหิ ารงานบุคคล
1. จดหมายขา่ วประชาสมั พนั ธ์
-วนั จันทรท์ ี่ 2 สงิ หาคม พ.ศ. 2564
-การย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตาเหน่งศกึ ษานิเทศก์ ปีพ.ศ. ๒๕๖๔
-วนั อังคาร ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
-ซักซ้อมความเข้าใจในการขอคดั สาเนาทะเบียนประวัติ และ ก.พ.๗/ก.ค.ศ.๑๖
-วันจันทร์ ท่ี 28 มถิ ุนายน พ.ศ. 2564
-ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์กลุ่มบรหิ ารงานบคุ คล และ การให้บริการของผ่านระบบออนไลน์
2. ระบบคน้ หาบตั รประจาตวั เจา้ หน้าที่ของรัฐ
-โปรแกรมระบบค้นหาบตั รประจาตัวเจา้ หนา้ ท่ีของรัฐ พรอ้ มลงช่ือผมู้ ารบั บัตรฯ
3. บรกิ ารคัดสาเนาทะเบียนประวัต/ิ ก.พ.7/ก.ค.ศ.16
-ยนื่ คารอ้ งขอคัดสาเนาทะเบียนประวัติของตนเอง ผ่านระบบออนไลน์ (Google Form)
4. ตรวจสอบสถานะการดาเนินการ ขอคดั สาเนาทะเบียนประวตั ิ/ก.พ.7/ก.ค.ศ.16
-โปรแกรมตรวจสอบสถานะการดาเนินการ ขอคดั สาเนาทะเบยี นประวตั /ิ ก.พ.7/ก.ค.ศ.16
5. บุคลากร กลมุ่ บริหารงานบคุ คล
-ทาเนียบบุคลากรภายในกลมุ่ บริหารงานบคุ คล
6. แบบสอบถามความพงึ พอใจของผรู้ บั บรกิ าร
-Google forms แบบสอบถามความพงึ พอใจของผู้รับบริการ
7. ปฏิทนิ ขา่ วกจิ กรรม กลุ่มบริหารงานบคุ คล สพป.กาญจนบรุ ี เขต 1
-โปรแกรมแจ้งเวยี นหนังสอื ภายในกลุ่มบรหิ ารงานบคุ คล สพป.กาญจนบรุ ี เขต 1
8. หนงั สอื และคู่มอื
- หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการ คมู่ อื และแนวทางปฏิบัตติ ่างๆ
9. คู่มือการปฏบิ ตั ิงานกลมุ่ บรหิ ารงานบุคคล
-คู่มอื การปฏิบัติงานกลมุ่ บรหิ ารงานบุคคล และคู่มอื การปฏบิ ตั งิ านรายบคุ คล ปีงบประมาณ ๒๕๖๔
10. รายละเอยี ดตัวชี้วดั ของแบบวดั OIT ตวั ชวี้ ดั ที่ 9 การเปิดเผยข้อมลู
-เผยแพร่ข้อมูลทเ่ี ปน็ ปัจจบุ นั ของหน่วยงานเพื่อเปดิ เผยข้อมลู ต่าง ใหส้ าธารณชนได้รับทราบ
11. ดาวนโ์ หลดแบบฟอร์มต่างๆ
-คาขอมบี ตั รประจาตัวเจา้ หนา้ ทีข่ องรฐั , แบบขอคัดสาเนาทะเบยี นประวตั ิ และ ก.พ.7/ก.ค.ศ.16
12. สาหรบั เจา้ หน้าที่ บตั รประจาตวั เจ้าหน้าท่ีของรัฐ
-โปรแกรมทะเบยี นคมุ ออกเลขบตั รประจาตัวเจา้ หนา้ ท่ีของรฐั
ผผลลงานเดน่ เปน็ ท่ปี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
16
ตวั อย่างภาพกิจกรรม
รูปท่ี 1 หนา้ เว็บเพจกลมุ่ บริหารงานบุคคล สพป.กาญจนบุรี เขต 1
รปู ที่ 2 จดหมายขา่ วประชาสัมพนั ธ์ กลุม่ บริหารงานบุคคล สพป.กาญจนบุรี เขต 1
ผผลลงานเดน่ เปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
17
รูปท่ี 3 ข้ันตอนการลงชือ่ รับบตั รประจาตัวเจา้ หนา้ ท่ีของรัฐ
รูปท่ี 4 โปรแกรมระบบค้นหาบัตรประจาตวั เจา้ หนา้ ที่ของรัฐ พร้อมลงช่อื ผมู้ ารบั บัตรฯ
ผผลลงานเดน่ เป็นทป่ี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
18
รูปที่ 5 ขน้ั ตอนการบริการคัดสาเนาทะเบยี นประวตั ิ /ก.พ.7 /ก.ค.ศ.16 Online
รปู ที่ 6 โปรแกรมคน้ หาเพือ่ ตรวจสอบสถานการณด์ าเนนิ การ ขอคดั สาเนาทะเบียนประวัติ Online
ผผลลงานเด่นเปน็ ทป่ี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
19
รูปท่ี 7 โปรแกรมแจง้ เวยี นหนังสือราชการภายในกลุ่มบรหิ ารงานบุคคล ในช่วง Work Form Home
รูปที่ 8 การแจ้งเวียนหนงั สือราชการ Online สามารถให้บุคลากรภายในกลุ่มลงชื่อรบั ทราบได้
ผผลลงานเดน่ เป็นทปี่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
20
รปู ที่ 9 จดหมายขา่ วประชาสัมพันธ์ กล่มุ บริหารงานบุคคล สพป.กาญจนบุรี เขต 1
ผผลลงานเดน่ เปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
21
เอกสารแนบ
ผลงาน Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564
ผลงานชนิ้ ที่ 3
ชือ่ ผลงาน การประกวดผลงานผา่ นระบบ Online ด้วย Google Form
กลุ่ม ส่งเสริมการจดั การศกึ ษา
ความเป็นมา
เน่ืองด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรน่า 2019(Covid-19) ส่งผลให้การ
ดาเนินงานหลายๆ อย่างไม่สามารถดาเนินการได้อย่างปกติ โดยเฉพาะอย่างย่ิงในเรื่องของการจัดประชุม การ
เดินทาง หรือการพบปะหารือในเรื่องต่างๆ กลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษาเป็นอีกหนึ่งกลุ่มงานท่ีมีขอบข่ายงาน
เกี่ยวข้องกับนักเรียนและสถานศึกษา จึงมีความจาเป็นท่ีจะต้องค้นหาวิธีการดาเนินงานรูปแบบใหม่ที่สะดวก
รวดเรว็ และงา่ ยตอ่ การทางานร่วมกันกับหลายๆ ฝา่ ยที่เกี่ยวข้อง จึงได้มีการนา Google Form เขา้ มาประยุกต์ใช้
ในการทางานในหลายๆ งาน โดยเฉพาะงานดา้ นการประเมินและรวบรวมความคดิ เห็น
การจัดการประกวดส่ือสร้างสรรค์ เป็นหน่ึงในกิจกรรมที่นิยมจัดขึ้นในหน่วยงานด้านการศึกษา Google
Form จึงเข้ามามีบทบาทในการอานวยความสะดวกในการรับสมัครผลงานการประกวด ลดการพบเจอใน
สถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 ได้เปน็ อย่างดี
วธิ กี ารดาเนนิ งาน/กระบวนการ
1. การรับสมัครผลงานการประกวด
1.1 สร้างขอ้ คาถาม รายละเอยี ดต่างๆ ท่ตี อ้ งการทราบจากผ้สู มคั รทาง Google Form
1.2 นาลิงค์ของ Form ท่ีได้ไปแนบในเอกสารนาส่ง หรือนาไปสร้างเป็น QR Code เพื่อสร้าง
ความสะดวกในการเข้าถึง Form
2. การพิจารณาให้คะแนนผลงานเข้าประกวด
2.1 สร้างข้อคาถาม รายละเอียด เกณฑ์ท่ีใช้ในการพิจารณาให้คะแนนผลงานเข้าประกวดทาง
Google Form
2.2 สง่ ลงิ คข์ อง Form ใหค้ ณะกรรมการแตล่ ะท่านเพื่อลงคะแนน และขอ้ คดิ เห็น
2.3 นาคะแนนในด้านต่างๆ ท่ีปรากฏใน Form มาสรปุ เพือ่ ตัดสินผลงานเขา้ ประกวด
รปู แบบ/เทคนิค/กระบวนการ
1. ลงชอ่ื เข้าใชใ้ นระบบ Google ทกุ ครง้ั เพ่ือสร้างหรือแก้ไข Form
2. กด Google App ตรงมมุ ขวาบนของหนา้ เวบ็
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
22
3. เลอื่ นลงมาด้านล่างจนเจอ Forms (สมี ว่ ง) แลว้ คลิก
4. กดกรอบ “เครอื่ งหมาย +” เพอื่ สรา้ ง Form ใหม่
5. ดาเนินการกรอกชื่อ Form และขอ้ คาถามท่ตี ้องการ
6. เพ่ิมข้อคาถาม นาเข้าคาถาม เพ่ิมช่ือและรายละเอียด เพิ่มรูปภาพ เพิ่มวิดิโอ และเพ่ิมส่วนได้จากแท็บ
ดา้ นขวาของ “คาถาม” แต่ละข้อ
ผผลลงานเด่นเป็นท่ปี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
23
หมายเหตุ : VDO ที่จะเพิ่มเข้าในข้อคาถามได้จะต้องมาจาก Youtube เท่าน้นั หาก VDO ที่ตอ้ งการไม่มีใน
Youtube ผสู้ ร้าง Form จะต้องทาการอัพโหลดขน้ึ บน Youtube กอ่ น เพ่ือนาลิงค์มาใส่ Form ใน
ส่วนของการเพ่ิมวดิ โิ อ
7. คลิกป่มุ “จาเป็น” เพอ่ื กาหนดให้ไม่สามารถเวน้ วา่ งคาตอบในข้อคาถามนี้ได้ (ผู้ตอบจาเป็นต้องตอบ
จงึ จะสามารถส่งผลการตอบแบบสอบถามได้ ซึง่ เป็นการป้องกันการข้ามข้อคาถามที่สาคัญ)
8. กด “สง่ ” ทม่ี ุมดา้ นบนขวาของ Form เพ่ือรับลงิ ค์สาหรับใชใ้ นการแชร์ Form ใหก้ ับผตู้ อบ
แบบสอบถาม
9. คลกิ แทป็ “สง่ ผา่ น” แบบท่ี 2 ตามรูป เพอื่ รับลงิ ค์ แล้วต๊กิ ถูกที่ “ตดั URL ให้สั้นลง” เพอ่ื สรา้ งความ
สะดวกให้กบั ผู้ตอบแบบสอบถามสามารถเข้าถงึ Form ได้โดยตรงด้วยตนเอง
ผผลลงานเดน่ เป็นทปี่ ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
24
10. นาลงิ คไ์ ปสรา้ ง QR Code จากเว็บไซด์สรา้ ง QR Code Online ต่างๆ
11. บนั ทกึ รปู QR Code ทไี่ ด้ เพ่อื นาไปใช้
ผลสาเรจ็
เชิงปรมิ าณ
1.1 คณะกรรมกรรมการประเมนิ ผลงานเข้าประกวดตอบคาถามครบ 100%
เชงิ คณุ ภาพ
. 1. ผ้สู มัครสง่ ผลงานเข้าประกวดมีความสะดวกในการส่งผลงาน
2. คณะกรรมการตัดสนิ ผลงานมคี วามสะดวกในการตดั สนิ ผลงาน
3. ลดความเสย่ี งจากการติดเชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019
4. ไมม่ ขี ้อคาถามสาคญั ท่ไี ม่ถูกตอบหรือเวน้ วา่ ง
5. สามารถติดตามความคืบหน้าของการดาเนินการแบบสอบถามได้จากทุกท่ีท่ัวโลกท่ีมี
อินเตอร์เน็ต
ปจั จัยส่งผลให้เกิดความสาเรจ็ อย่างย่ิง
1. มีการนาขอ้ คาถามไปทดลองใชแ้ ละตรวจสอบจากสมาชิกในกลุ่มสง่ เสริมการจดั การศึกษา เพอื่ ใหไ้ ด้ข้อ
คาถามท่ชี ัดเจนและเหมาะสมท่สี ุด
2. สร้างความสะดวกในการเข้าถึงต่อผู้เข้าใช้งานแบบสอบถามให้มากที่สุด เช่น การทาลิงค์ให้สั้น การ
สร้าง QR Code เพ่ือเขา้ ถึงการตอบแบบสอบถาม
3. แนบช่องทางการติดต่อผูด้ ูแลแก้ไขแบบสอบถามไปกับหนังสือนาส่งทุกคร้ัง เพ่อื ให้ผูต้ อบแบบสอบถาม
สามารถตดิ ต่อได้เมือ่ มปี ัญหา
ผผลลงานเดน่ เป็นทป่ี ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
25
การเผยแพร่/ประชาสัมพนั ธ์/เผยแพร/่ หน่วยงานท่ีมาศึกษาดงู าน
อยู่ระหวา่ งการทดลองใช้
ตัวอยา่ งภาพกจิ กรรม
รูปที่ 1 ภาพตวั อย่างการประกวดผลงานผ่านระบบ Online ด้วย Google Form
รูปที่ 2 กราฟแสดงขอ้ มูลการตอบแบบสอบถาม
ผผลลงานเด่นเปน็ ทีป่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
26
รูปท่ี 3 คลิป VDO ทตี่ ้องใชใ้ นการพจิ ารณาตดั สนิ ผลการประกวดฯ
รูปท่ี 4 ตัวอย่าง Form
ผผลลงานเด่นเป็นท่ปี ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
27
เอกสารแนบ
ผลงาน Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564
ผลงานชิ้นท่ี 4
ช่ือผลงาน การพัฒนาโปรแกรม “ระบบบันทึกเสนอออนไลน์” ของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
กลุ่ม สง่ เสริมการศึกษาทางไกลเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร
ความเปน็ มา
เนื่องจากเหตุปัจจุบันเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ COVID-19 ทาให้ ไม่สามารถมา
ทางานได้ตามปกติและลดจานวนบุคลากรทางการศึกษาในการทางานของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ให้
ดาเนินการ Work Form Home สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ได้กาหนดนโยบายและสนับสนุน
การทางานที่บา้ นในสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโรคตดิ ต่อเช้อื ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)
สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมกาญจนบุรีเขต 1 จงึ ไดอ้ อกแบบและพัฒนาโปรแกรม “ระบบบนั ทึก
เสนอออนไลน์” สานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 เป็นระบบยอ่ ยสว่ นหนึ่งในโปรแกรม
สนับสนนุ การบรหิ ารจัดการสานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษา (Education Area Management Support System :
AMSS++) ของ สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1 ตามแนวคิดของ ดร.สมหมาย เทยี น
สมใจ ผู้อานวยการสานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ที่มคี วามประสงคป์ ระยกุ ตใ์ ช้
โปรแกรมในการติดต่อส่ือสาร การเสนอแฟ้มงานภายในหน่วยงาน เปน็ การลดขน้ั ตอนในการปฏิบัติงาน ให้มคี วาม
สะดวกในการเสนอแฟม้ งาน รวมท้งั คานงึ ถงึ การประหยัดทรพั ยากร การลดการใชก้ ระดาษ การอานวยความ
สะดวกใหบ้ ุคลากรสามารถทางานได้ในทุกท่ี ทุกเวลา และปฏิบตั ิหนา้ ที่ Work from Home ในสถานการณ์
COVID-19 ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพมากขึ้นในการทางาน
วิธีการดาเนินงาน/กระบวนการ
1. วิเคราะห์ความต้องการจาเป็นของการบรหิ ารงานของสานักงานเขตพื้นการศึกษาประถมศกึ ษา
กาญจนบรุ ีเขต 1
2. ศกึ ษาและวเิ คราะห์และออกระบบ
3. ศกึ ษาวิเคราะหใ์ นการดาเนินงานในการเขียนโปรแกรม
4. ดาเนนิ การจดั จา้ งเขยี นโปรแกรม
5. ดาเนนิ การทดลองใช้ระบบ
6. ปรับปรงุ ระบบ
7. นาระบบไปใช้
ผผลลงานเด่นเปน็ ทปี่ ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
28
รูปแบบ/เทคนิค/กระบวนการ
ADDIE Model เป็นกระบวนการพัฒนารูปแบบนักพัฒนาการฝึกอบรมนิยมใช้กัน ซ่ึง ADDIE Model มี
ลาดับการพัฒนาเป็น 5 ข้ัน ซึ่งประกอบด้วย การวิเคราะห์ (Analysis) การออกแบบ (Design) การ
พัฒนา (Development) การนาไปใช้ (Implement) และการประเมินผล (Evaluation) ซ่ึงแต่ละขั้นตอนเป็น
แนวทางท่ีมลี ักษณะทีย่ ืดหยุน่ เพื่อใหส้ ามารถนาไปสรา้ งเป็นเครื่องมือได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพซ่ึงมรี ายละเอียดดังน้ี
ขั้นท่ี 1 ข้ันวเิ คราะห์ (Analysis Phase)
ในขัน้ นี้เป็นการทาความเข้าใจปัญหาวัตถุประสงค์ที่จะสร้างข้นึ ตลอดจนสภาพแวดล้อมและความรู้
พนื้ ฐานและทักษะของผู้ใช้ท่จี าเปน็ ต้องมี โดยพจิ ารณาจากคาถามเพื่อการวิเคราะห์ดงั น้ี
- ใครคือกลุม่ เป้าหมายและเขาต้องมีคุณลักษณะอย่างไร
- ระบพุ ฤติกรรมใหม่ทคี่ าดหวังวา่ จะเกิดกับผู้ใช้
- มขี ้อจากัดในการพฒั นาโปรแกรม
- อะไรท่ีเปน็ ทางเลอื กสาหรับทม่ี ีอยูบ่ า้ ง
- หลกั การสอนที่พิจารณาเป็นแบบไหน อย่างไร
- มชี ว่ งเวลาการพฒั นาเปน็ อย่างไร
ผผลลงานเด่นเป็นทีป่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
29
ขัน้ ท่ี 2 การออกแบบ (Design Phase)
ขน้ั ตอนการออกแบบประกอบด้วย การสร้างวัตถุประสงค์การใช้ระบบข้ันตอนการออกแบบควรจะทา
อยา่ งเป็นระบบและมเี ฉพาะเจาะจง โดยความเป็นระบบนี้หมายถงึ ตรรกะ มีระเบยี บแบบแผนของการจาแนกการ
พัฒนาและการประเมินแผนยุทธวิธีทว่ี างไวเ้ พอื่ ใหบ้ รรลุเป้าหมาย สาหรับความเฉพาะเจาะจงหมายถงึ แตล่ ะ
องค์ประกอบของการออกแบบทกุ รายละเอยี ด ซึ่งมขี น้ั ตอนดังนี้
- จาแนกเอกสารของการออกแบบให้เป็นหมวดหม่ทู ั้งด้านเทคนคิ ยุทธวธิ ีในการออกแบบ
- กาหนดยุทธศาสตร์การใหส้ อดคล้องกบั พฤติกรรมทีค่ าดหวงั ในแต่ละกลมุ่ งาน
- สร้างสตอรบี อรด์
- ออกแบบ User interface และ User Experiment
- ดาเนินการสร้างระบบต้นแบบ
ข้ันท่ี 3 ขั้นการพัฒนา (Development Phase)
ขั้นตอนการพัฒนาคือขัน้ ที่ผูอ้ อกแบบสรา้ งส่วนต่างๆ ทไ่ี ด้ออกแบบไวใ้ นขั้นของการออกแบบซึ่งการ
พัฒนาโปรแกรมสาหรับการใชร้ ะบบเมือ่ เรยี บร้อยทาการทดสอบเพื่อหาข้อผิดพลาดเพื่อนาผลไปปรับปรุงแก้ไข
ขน้ั ที่ 4 ข้ันการนาดาเนนิ การ (Implementation Phase)
ในข้ันตอนการดาเนินการน้ี หมายถงึ ขั้นการฝึกอบรมการใช้โปรแกรมบันทกึ เสนอออนไลน์ โดย
จดุ มงุ่ หมายของข้ันตอนนี้คอื การสอนอย่างมปี ระสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล จะต้องใหก้ ารสง่ เสรมิ ความเขา้ ใจของ
ผใู้ ชร้ ะบบตามวัตถุประสงค์ต่างๆที่ตงั้ ไว้
ขนั้ ที่ 5 ข้ันการประเมินผล (Evaluation Phase)
ขัน้ การประเมนิ ผลประกอบด้วยสองสว่ นคือการประเมินผลรูปแบบ (Formative) และการประเมนิ ผล
ในภาพรวม (Summative) การประเมินผลรูปแบบคือการนาระบบไปใช้การแตล่ ะขน้ั ของ ADDIE Process ซง่ึ เปน็
การประเมนิ ผลเพือ่ พัฒนา
ผลสาเรจ็
เชิงปริมาณ บคุ ลากรของสานักงานเขตพนื้ ทีจ่ านวน 78 คน
เชงิ คณุ ภาพ สานักงานเขตพ้ืนท่ีมีโปรแกรมบันทึกเสนอออนไลน์ ในการบันทึกเสนอได้อย่างมี
คณุ ภาพ สามารถสะดวกรวดเร็วและ่ มีเทคโนโลยีทท่ี นั สมัย
ปจั จัยสง่ ผลใหเ้ กดิ ความสาเร็จอย่างยิ่ง
บุคลากรของสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 สามารถใช้เทคโนโลยีในการ
บรหิ ารงานได้อย่างมคี ณุ ภาพ
ผผลลงานเด่นเป็นที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
30
การเผยแพร่/ประชาสัมพนั ธ/์ เผยแพร/่ หน่วยงานที่มาศกึ ษาดงู าน
ผผลลงานเด่นเปน็ ทป่ี ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
31
ตวั อยา่ งภาพกจิ กรรม (อย่างน้อย 4 ภาพกจิ กรรม)
ผผลลงานเด่นเป็นทีป่ ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
32
การศกึ ษาดงู านของสานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษานครปฐม เขต ๑
“ระบบบันทึกเสนอออนไลน์” สานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ีเขต 1
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
33
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
34
การฝึกอบรมบุคลากรทางด้านเทคโนโลยี ดา้ นการบรหิ ารจัดการระบบ
“ระบบบนั ทกึ เสนอออนไลน์” สานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ีเขต 1
ผผลลงานเด่นเปน็ ที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
35
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
36
เอกสารแนบ
ผลงาน Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564
ผลงานชน้ิ ที่ 5
ช่ือผลงาน จุลสารข่าววินัยและการรักษาวินัย “สพป.กาญจนบุรี เขต 1 ร้เู ทา่ ทันโทษทางวนิ ยั หวั ใจสจุ รติ ”
กลมุ่ กฎหมายและคดี
ความเป็นมา
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ให้ความสาคัญกับการป้องกันและ
ปราบปรามการทจุ รติ โดยกาหนดให้มมี าตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤตมิ ิชอบ สรา้ งสังคมท่ี
ไม่ทนต่อการทุจริต ป้องปรามมิให้มีการทุจริตในทุกรูปแบบ เสริมสร้างและพัฒนาให้ข้าราชการครูและบุคลากร
ทางการศึกษามีวินัย คุณธรรม จริยธรรม กลุ่มกฎหมายและคดีจึงได้ดาเนินการเผยแพร่กฎหมาย ระเบียบ
กฎเกณฑ์ วิธีปฏบิ ัตริ าชการท่ีถูกต้อง กรณศี กึ ษาตา่ ง ๆ เพื่อใหข้ ้าราชการและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความ
เข้าใจ ระเบียบ กฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ใช้ในการปฏิบัติราชการให้มากย่ิงข้ึน เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทาผิด
วินัย อันจะนาไปสู่การถูกดาเนินการทางวินัย จากความไม่รู้กฎ ระเบียบ หรือความประมาทรู้เท่าไม่ถึงการณ์
เพือ่ ให้การปฏบิ ัตงิ านเป็นไปอย่างมปี ระสิทธิภาพและเปน็ แบบอย่างที่ดีต่อไป
วธิ กี ารดาเนินงาน/กระบวนการ
1. ศึกษา วิเคราะห์ สภาพปัจจุบันและกรณีศึกษาท่ีเกิดข้ึนเป็นคดีความ และมีข้อยุติแล้ว ว่ามีผลการ
พิจารณาเป็นอย่างไร ท้ังท่ีเกิดขึ้นภายในและภายนอกองค์การของสถานศึกษาในสังกัดสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1 เพือ่ ให้เขา้ ใจถึงสภาพปัญหาและรปู แบบของคดีความที่เกิดข้นึ
2. สร้างรูปแบบการส่ือสารข้อมูลด้านกฎหมายน่ารู้ที่เหมาะสมแต่ละกลุ่มเป้าหมาย ในลักษณะเข้าถึงได้
อย่างรวดเรว็ เปน็ ปัจจุบนั และนาไปใชป้ ระโยชน์ได้จรงิ
3. ดาเนินการเผยแพร่กฎหมายเพ่ือสร้างการรับรู้ให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 โดยการเผยแพร่กรณีตัวอย่างของคดีความท่ีเกิดข้ึน
ท่ีสถานศึกษาควรรู้ เพื่อหาแนวทางป้องกันเชิงรุก และเฝ้าระมัดระวังไม่ให้เกิดการกระทาการใด ๆ อันเป็นการ
ทุจริตและจะต้องถูกดาเนินการทางวินัย รวมท้ังการเผยแพร่ขั้นตอนการดาเนินการทางกฎหมายของคดีปกครอง
คดีแพ่ง และคดีอาญาที่สถานศึกษาควรรู้ ผ่านช่องทางการเผยแพร่ทุกช่องทางการติดต่อ โดยจัดทาเป็นเอกสาร
อิเล็กทรอนิกส์ เผยแพร่ผ่านช่องทางการสื่อสารประชาสมพันธ์ เว็บไซต์สานักงาน และระบบ AMSS++ ซ่ึงจะ
ดาเนินการเผยแพร่จลุ สารข่าววินยั และการรักษาวนิ ยั เดอื นละ 1 เร่ือง ตลอดปงี บประมาณ
4. ศึกษาปัญหาอุปสรรคหรือจุดบกพร่องในการเผยแพร่กฎหมาย และดาเนินการปรับรูปแบบ และ
ชอ่ งทางการนาเสนออยา่ งตอ่ เน่ือง
ผผลลงานเด่นเป็นที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
37
รปู แบบ/เทคนคิ /กระบวนการ
การศึกษาหาความรู้จากกรณีศึกษาที่เกิดขึ้น ลักษณะของการกระทาหรือพฤติการณ์จากกรณีศึกษา
ในแต่ละเร่ืองว่ามีความแตกต่าง/คล้ายกันอย่างไร รวมท้ังขั้นตอนการดาเนินการทางกฎหมายของคดีปกครอง
คดีแพ่ง และคดีอาญา ที่มีประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ โดยนามาประยุกต์กับวิธีการนาเสนอให้มีความ
หลากหลาย ในรูปแบบของการส่ือสารที่มีท้ังเน้ือหาสาระและภาพประกอบการอธิบาย ด้วยเน้ือหาในแต่ละกรณี
นนั้ จะมีการอธบิ ายถึงหลักกฎหมายประกอบการพิจารณาว่าพฤตกิ ารณ์ท่ีเกิดขึน้ น้ันต้องดว้ ยบทบัญญัติกฎหมายใด
เพ่ือสร้างความเข้าใจ และป้องกันไม่ให้เกิดการทาผิดวินัย สร้างความตระหนักรู้ และผ่อนคลายในส่วนของเนื้อหา
สาระ ไม่ใหผ้ รู้ ับสารรู้สึกตงึ เครยี ดจนเกินไป
ผลสาเร็จ
เชิงปรมิ าณ
- จลุ สารวินยั และการรกั ษาวนิ ัย จานวน 8 ฉบับ
(*เดือนละ 1 ฉบบั เร่ิมต้งั แตเ่ ดือนมกราคม 2564 จนถงึ ปจั จบุ นั ขอ้ มูล ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2564)
- โรงเรียนในสงั กัดไดร้ ับจุลสารวินัยอย่างตอ่ เนอ่ื งครบทกุ โรงเรยี น จานวน 139 โรงเรียน
- ผู้บริหารและบุคลากรในสานักงานเขตพื้นที่ ได้รับจลุ สารวนิ ัยและการรักษาวนิ ัยอยา่ งต่อเนือ่ ง
ครบทกุ คน จานวน 82 คน
เชงิ คณุ ภาพ
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสามารถเข้าถึงข้อมูลด้านกฎหมายในลักษณะของ สื่อ
ประชาสัมพันธ์ ในรูปแบบของจุลสารวินัยและการรักษาวินัย สามารถนาไปปรับใช้และสร้างความรู้ความเข้าใจ
เกี่ยวกับการดาเนินการทางวินัย แนวทางวินิจฉัยของศาลปกครอง ในแต่ละกรณีศึกษา เพื่อเสริมสร้างความรู้และ
เปน็ ประโยชนใ์ นการปฏิบัตริ าชการ
ปัจจยั ส่งผลให้เกดิ ความสาเร็จอย่างย่งิ
การสื่อสารผ่านช่องทางประชาสัมพันธ์ของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
ในทุกช่องทาง เพ่ือเผยแพร่จุลสารวินัยและการรักษาวนิ ัยอย่างต่อเนื่อง จะทาให้เกิดความตระหนักรู้ และการทา
ผิดระเบียบวินัยและกฎหมายของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสัง กัดสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา
ประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 อาจจะลดน้อยลงหรือไม่เกิดขึ้นเลย และผู้บริหารสถานศึกษาและข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สามารถนาความรู้ที่เผยแพร่ไปใช้เป็นแนวทางการวางแผนป้องกันเชิงรุกใน
การทาผิดระเบียบวินัยและกฎหมายภายในสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของสถานศึกษา
ในสังกัดมีขวัญและกาลังใจดีข้ึน ส่งผลให้มีการจัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ และนักเรียนมีผลการ
เรียนรู้สงู ข้นึ
ผผลลงานเด่นเปน็ ที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
38
การเผยแพร่/ประชาสัมพนั ธ/์ เผยแพร/่ หน่วยงานที่มาศกึ ษาดงู าน
ผผลลงานเด่นเปน็ ทป่ี ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
39
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
40
ตวั อยา่ งภาพกจิ กรรม (อย่างน้อย 4 ภาพกจิ กรรม)
ผผลลงานเด่นเป็นทีป่ ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
41
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
42
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
43
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
44
เอกสารแนบ
ผลงาน Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564
ผลงานชิน้ ท่ี 6
ช่ือผลงาน รายงานการใช้รูปแบบ KANONE ร่วมกับกระบวนการนิเทศเพื่อพัฒนาสมรรถนะการใช้
ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสาหรับครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนสังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1
กลุ่ม นิเทศ ติดตามและประเมินผลการจดั การศกึ ษา
ความเป็นมา
ภายใต้บริบทการเปล่ียนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 ที่เป็นพลวัต วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีพัฒนา
อย่างรวดเร็วและกระจายเป็นวงกว้าง ก่อให้เกิดการค้นพบองค์ความรู้ใหม่อยู่ตลอดเวลาและอย่างต่อเน่ืองใน
ลักษณะทวีคูณ ส่งผลให้ประเทศกาลังงพัฒนาเช่นประเทศไทยจาเป็นต้องปรับต้องอย่างรีบเร่ง เพ่ือดารงอยู่ใน
กระแสการเปล่ียนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การพัฒนาประชากรเพื่อเป็น
ทรัพยากรมนุษย์ (human resource development) ที่มีประสิทธิภาพและมีความสามารถในการแข่งขันใน
ระดับสากลจึงกลายเป็นกลายปจั จัยสาคัญ จนอาจกล่าวได้วา่ มนุษย์เป็นปัจจัยสาคัญในการชี้ขาดความสาเร็จและ
ความล้มเหลวในเวทีแข่งขันของโลกแห่งการเปล่ียนแปลงในยุคปัจจุบัน การปรับตัวให้ทันต่อบริบทของโลกใน
ศตวรรษที่ 21 จึงเป็นโจทย์สาคัญ โดยแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564)
ได้กาหนดให้ “การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์” เป็นศูนย์กลางของการพัฒนาและเป็นยุทธศาสตร์
สาคัญในการเตรียมความพร้อมด้านกาลังคนและเสริมสร้างศักยภาพประชากรในทุกช่วงวัย ให้คนในสังคมมี
ค่านิยมตามบรรทัดฐานท่ีดี มีทักษะในการดารงชีวิตสาหรับโลกศตววรรษท่ี 21 และมีสุขภาวะท่ีดีตลอดช่วงชีวิต
(สานกั นายกรัฐมนตร.ี สานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 2560: 65)
การเป็นพลเมืองของโลกในศตวรรษที่ 21 นอกจากการมีความรู้พนื้ ฐานในระดับอา่ นออก เขียนได้ (literacy)
แล้ว ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 (21th century skill) หรือทักษะแห่งอนาคตใหม่ท่ีมีความจาเป็นและได้รับการ
กล่าวถึงเป็นอย่างมากในปัจจุบัน อันได้แก่ “ทักษะด้านภาษาเพ่ือการส่ือสารในระดับสากล” (second language
skills) จึงมีความสาคญั ท้งั น้ี “ภาษาเพอ่ื การสอื่ สารสากล” หรอื “ภาษากลางสาหรบั การสอ่ื สาร” มบี ทบาทสาคัญ
และเป็นที่นิยมใช้มากที่สุดภาษาหน่ึงก็คือ “ภาษาอังกฤษ” ตลอดจนเป็น “ภาษาทางาน” (working language)
ในการติดต่อส่ือสารแลกเปลี่ยน ความรู้ความเข้าใจระหว่างกันของสมาคมประชาชาติแห่งชาติเอเชียตะวันออก
เฉยี งใตห้ รืออาเซยี น (ASEAN) ท่ีประเทศเขา้ รว่ มเป็นสมาชิก การสร้างเสริมสรรถนะและทักษะการใชภ้ าษาอังกฤษ
ให้ประชากรสามารถใช้ภาษาอังกฤษ ให้ประชากรสามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสารเป็นเคร่ืองมือในการ
แสวงหาองค์ความรู้เพื่อพัฒนาตน อันจะนาไปสู่การเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงจัดเป็น
ความจาเปน็ เร่งดว่ นของประเทศไทย
ปัจจุบันกระทรวงศึกษาธิการ (2557: 1-18) ได้ประกาศนโยบายการปฏิรูปการเรียนการสอน
ภาษาอังกฤษ เพือ่ เปน็ แนวทางในการดาเนินการพัฒนาสมรรถนะและทักษะใหเ้ ด็ก เยาวชน และคนไทยสามารถใช้
ภาษาในระดับสื่อสารไดอ้ ยา่ งคล่องแคลว่ มีแนวปฏิบตั ิ คอื 1) ใช้กรอบอ้างอิงความสามารถทางภาษาองั กฤษท่ีเป็น
สากล ได้แก่ The common European Framework of Reference for Languages (CEFR) เปน็ กรอบความคิด
หลักในการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษของประเทศไทย ในการกาหนดเป้าหมายการเรียนรู้ ออกแบบ
หลักสูตร ทดสอบ วัดผล ตลอดจนการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มี
ทิศทางท่ีเป็นเอกภาพ เทียบเคียงได้กับมาตรฐานสากล และเป็นท่ียอมรับในนานาชาติ 2) ปรับจุดเน้นการเรียนรู้
ผผลลงานเด่นเปน็ ทป่ี ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
45
ภาษาอังกฤษให้เป็นไปตามธรรมชาติของการเรียนรู้ภาษาโดยเน้นการส่ือสาร (communicative language
teaching: CLT) ท่ีเริ่มจากการฟัง พูด การอ่าน และการเขียนตามลาดับ 3) ส่งเสริมให้มีการเรียนการสอน
ภาษาอังกฤษท่ีมีมาตรฐานตามกรอบมาตรฐานหลัก 4) ส่งเสริมการยกระดับความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ
เพื่อการสื่อสาร การศึกษาต่อระดับสูง และการทางาน 5) ยกระดับความสามารถในการจัดการเรียนการสอนของ
ครูให้สอดคล้องกบั ววธิ กี ารเรียนรู้ทเ่ี น้นการส่ือสาร (CLT) และเปน็ ไปตามกรอบความคิดหลัก (CEFR) ส่งเสรมิ ให้มี
การใช้ส่ือ เทคโนโลยี สารสนเทศเพื่อการศึกษาเป็นเครื่องมือสาคัญในการช่วยพัฒนาความสามารถทางภาษาของ
ครูและผเู้ รยี น ทั้งนี้ การดาเนนิ งานดังกลา่ วเปน็ ไปตามแนวทางการขบั เคล่ือนและพฒั นาประเทศของรฐั บาลไทย ที่
มีนโยบายมุ่งเน้นพัฒนาขีดความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษของคนในชาติ โดยตั้งเป้าพัฒนาเฉพาะในเร่ืองของ
ทักษะภาษาอังกฤษในระยะแรกให้กับ 4 กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียน ครู ผู้บริหาร และคนทางาน ให้สามารถ
สื่อสาร รับฟังคาส่ัง ตลอดจนถ่ายทอดได้ เพื่อพัฒนายกระดับคุณภาพการศึกษาสู่ความเป็นนานาชาติ ด้วยหวังให้
ไทยเป็นศนู ย์กลางการศกึ ษาแห่งภมู ภิ าค (ประยทุ ธ์ จนั ทร์โอชา: 2559) สอดคลอ้ งกับการพฒั นาตามแนวนโยบาย
ของกระทรวงศึกษาธิการ จุดเน้น 2 ทักษะ คือ ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยี (Digital Literacy) ทักษะ
ความร้ภู าษาอังกฤษ (English Literacy)
จากรายงานการนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของครูผู้สอนวิชา
ภาษาอังกฤษ พบว่า ครูมีประสบการณ์น้อย ขาดเทคนิควิธีการสอนเน่ืองจากครูส่วนใหญ่บรรจุใหม่ ครูจบไม่ตรง
วิชาเอกภาษาอังกฤษ จึงทาให้ไม่มีความรู้ ความเข้าใจ ขาดความม่ันใจในการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร และ
จากรายงานผลการทดสอบทางการศกึ ษาระดบั ชาติขั้นพ้ืนฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2562 ทมี่ ผี ลการทดสอบต่า
กวา่ ระดับประเทศ สานกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ในฐานะหนว่ ยงานทางการศกึ ษา
มหี น้าทใี่ นการประสาน ส่งเสริม สนบั สนนุ และพัฒนาคุณภาพการศึกษารว่ มกับสถานศึกษาในเขตพื้นท่ีการศึกษา
โดยการกากับ ดูแล ติดตาม และประเมินผลสถานศึกษาข้ันพื้นฐานในเขตพ้ืนที่การศึกษาจัดระบบการประกัน
คุณภาพการศึกษา และประเมินผลสถานศึกษาในเขตพื้นที่การศึกษา (ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง การ
แบ่งส่วนราชการภายในสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ.2560. 2560 พฤศจิกายน 29. ราชกิจจานุเบกษา.
เล่ม 134 ตอนพิเศษ 295 ง. 2560: 13-18) และตระหนักถึงปัญหาของวิชาภาษาอังกฤษที่มีผลการทดสอบทาง
การศกึ ษาระดับชาติตา่ ลง และเลง็ เหน็ ความสาคญั ของภาษาอังกฤษที่มีความจาเป็นอย่างยิง่ ในชีวิตประจาวนั และ
เป็นเครื่องมอื สาคญั ในการติดต่อส่ือสาร การแสวงหาความรู้ การประกอบอาชพี ในอนาคต
ดังน้ัน สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 จึงได้ดาเนินการพัฒนาแนวทางใน
การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษ โดยสิ่งสาคัญประการหนึ่ง คือ การสร้างความตระหนักให้กับ
ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษให้เห็นความสาคัญในการร่วมกันพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ท้ังการพัฒนา
สมรรถนะของตนเองและนาองค์ความรู้ไปปรับประยุกต์ใช้ในการพัฒนากระบวนการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในชั้น
เรียน โดยข้าพเจ้าได้รับมอบหมายจากผู้อานวยการสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา กาญจนบุรี เขต ๑ ให้
รับผิดชอบดูแล นิเทศ กากับ ติดตามและประเมินผลการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ข้าพเจ้าจึงได้
ขับเคล่ือนนโยบายของสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยการนารูปแบบ KANONE MODEL ร่วมกับ
กระบวนการนิเทศการศึกษา มาเป็นแนวทางการพัฒนาสมรรถนะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสารของครูผู้สอน
วิชาภาษาอังกฤษ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการพัฒนาทักษะทางภาษา ซ่ึงส่งผลต่อการพัฒนาผลสัมฤทธท์ิ างการ
เรียนรวู้ ชิ าภาษาองั กฤษของนกั เรียนให้สงู ข้ึน
ผผลลงานเดน่ เป็นทปี่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
46
วธิ กี ารดาเนินงาน/กระบวนการ
ขั้นที่ 1 K – Knowledge การสร้างความรู้ พบว่า ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษมีการพัฒนาทักษะ
ภาษาองั กฤษครบทัง้ 4 ทักษะ ไดแ้ ก่ การฟงั การพูด การอ่าน การเขียน มเี ทคนคิ วิธีการสอน การทาส่ือการสอน
การเลือกใช้สือ่ การสอน และแอพพลชิ ่ันใหม่ ๆ ทเ่ี หมาะสมกับพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษของตนเองในแตล่ ะทักษะ
และสามารถนาไปใช้กิจกรรมทางภาษาได้เหมาะสมกับระดับช้ันของนักเรียน และมีผลการทดสอบความสามารถ
ทางภาษาตามอ้างอิงมาตรฐานสากล CEFR โดยผลการทดสอบภาพรวม (Overall) มีครูเข้าสอบจานวน ๕๑ คน
โดยมีผลการสอบตามเกณฑท์ ี่กาหนด
ข้ันท่ี 2 A – Accountability ความรับผิดชอบ พบว่า ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษมีแผนการจัดการ
เรียนรู้/โครงการ/กิจกรรมท่ีเน้นภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสาร ท้ังในห้องเรียนและนอกห้องเรียนครูแกนนา Boot
Camp จานวน 73 คน ได้รับการนิเทศ ติดตามการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในชั้นเรียน
ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษ จานวน 46 คนได้รับการขยายผลการสอนตามแนว Boot Camp ได้รับการนิเทศการ
จดั การเรยี นการสอนภาษาอังกฤษในชัน้ เรียน และครูผสู้ อนในโครงการเด็กไทยพูดองั กฤษได้ (English for All) ได้
วิเคราะห์ตนเองและได้รับข้อเสนอแนะเพ่ือการพัฒนาการเรียนการสอนให้ดียิ่งข้ึน ท้ังน้ี ครูผู้สอนประเมินตนเอง
และนาข้อควรพัฒนาไปปรับกิจกรรมและสื่อใหส้ อดคล้องกับจุดประสงค์การเรยี นรู้ ซ่ึงนักเรียนได้รบั การพัฒนาท้งั
4 ทักษะ คอื การฟัง การพดู การอา่ นและการเขียน
ขั้นที่ 3 N – Network การสร้างเครือข่าย พบว่า ศูนย์ PEER CENTER ได้รับการพัฒนาการจัดการ
กิจกรรมการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ จานวน 4 ศูนย์ โรงเรียนตน้ แบบโครงการเดก็ ไทยพูดอังกฤษได้ (English
for All) ได้รับงบประมาณจัดจ้างครชู าวตา่ ง จานวน 3 คน และครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษมเี ครือข่ายทางวชิ าการ
ชว่ ยเหลือซึ่งกนั และกนั ท้งั ภายในสถานศกึ ษา ระหว่างสถานศกึ ษา และระหว่างอาเภอ
ข้ันท่ี 4 O – Organization องค์กรแห่งการเรียนรู้ พบว่า ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษมีการแลกเปล่ียน
เรยี นรู้ พฒั นาการเรียนการสอนและนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและนักเรียนในด้านการผลติ สื่อ การวดั และ
ประเมินผล มีทัศนคติที่ดีต่อการสอนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร พัฒนาตนเองอยู่เสมอ มีนิสัยใฝ่เรียนรู้ มีการ
อบรมพัฒนา ทง้ั จากการศกึ ษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง และนกั เรยี นไดเ้ ขา้ รว่ มแขง่ ขนั ทางวิชาการทักษะภาษาองั กฤษใน
ระดับต่าง ๆ
ขั้นท่ี 5 N – New การสร้างวิถีใหม่ วิถีคุณภาพ พบว่า ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษมีการใช้เทคนิค
วิธกี ารสอนแบบใหม่ มีการใชส้ อื่ การสอน เทคโนโลยี แอพพลิเคช่นั ทางการศกึ ษาตา่ ง ๆ รวมท้ังการจดั กิจกรรมทาง
ภาษา เพือ่ กระตุ้นนักเรียนใหเ้ กิดการเรียนรู้อยา่ งสนุกสนานและมีความสุขนักเรียนกล้าพูด กล้าแสดงออก มคี วาม
มัน่ ใจในการใชภ้ าษาองั กฤษเพอื่ การสือ่ สารอยา่ งเปน็ ธรรมชาติ เหมาะสมกับวยั
ขั้นท่ี 6 E – Excellent มุ่งสู่ความเป็นเลศิ ครผู ู้สอนวิชาภาษาอังกฤษจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษ
ที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช 2551 ครูผู้สอนมีการพัฒนาต่อยอดกิจกรรมทางภาษาจนมีนวัตกรรม ประสบความสาเร็จ และเป็น
แบบอย่างที่ดีได้ มีการถอดประสบการณ์แลกเปล่ียนเรียนรู้ และนาผลมาใช้พัฒนาสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ
ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้มีเกี่ยวข้อง มีความพึงพอใจในการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเป็นอย่างมาก
รวมทัง้ มีความเช่อื ม่ัน ให้ความไวว้ างใจโดยการส่งบุตรหลานมาเรียนจานวนเพ่ิมข้นึ
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
47
รปู แบบ/เทคนิค/กระบวนการ
กระบวนการดาเนินการ/กรอบแนวคิดในการพัฒนาสรรถนะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสารสาหรับ
ครูผ้สู อนวชิ าภาษาองั กฤษในโรงเรียนสงั กดั สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ดงั ภาพ
ปจั จัยนาเข้า กระบวนการ ผลผลติ ผลลพั ธ์
- ศึกษาสภาพ การใช้รูปแบบ KANONE - สมรรถนะการ - นักเรยี นไดร้ ับ
และความ MODEL ใช้ภาษาอังกฤษ การพฒั นาทักษะ
ตอ้ งการพัฒนา เพ่อื การส่ือสาร ภาษาอังกฤษเพ่ือ
ทักษะ K – การสร้างความรู้ ครูผู้สอนวิชา การสอื่ สาร
ภาษาอังกฤษ ภาษาอังกฤษ
A – ความรับผดิ ชอบ - ผลสัมฤทธิท์ าง
- ทฤษฎี - ผลการทดสอบ
หลกั การ N – การสรา้ งเครือข่าย ภาษาอังกฤษตาม การเรียนวิชา
แนวคดิ กรอบมาตรฐาน ภาษา
นโยบาย O – องค์กรแหง่ การเรียนรู้
เกี่ยวกบั การ สากล CEFR อังกฤษของ
พัฒนาทักษะ N – การสร้างวิถีใหม่ วิถี ของครผู ูส้ อนวิชา นักเรียน
ภาษาอังกฤษ คณุ ภาพ ภาษาอังกฤษ
- ผลการทดสอบ
- หลักการ E – มุ่งสู่ความเป็นเลศิ - ความพงึ พอใจ ขน้ั พ้ืนฐานระดับ
กระบวนการ ต่อกระบวนการ ชาติ O-NET
นิเทศ กระบวนการนเิ ทศ นิเทศของ วชิ าภาษาอังกฤษ
ครูผู้สอนวชิ า ของนักเรียนชัน้
- กจิ กรรม/สื่อ - ศกึ ษานเิ ทศก์ ผู้บริหาร ประถมศกึ ษาปที ่ี
การสอน/วิธกี าร สถานศกึ ษา คณะกรรมการที่ ภาษาองั กฤษ 6และ
การจดั การ เกีย่ วขอ้ ง รว่ มนเิ ทศ ติดตาม มธั ยมศึกษา
เรียนรทู้ พี่ ฒั นา การใช้ภาษาอังกฤษเพอื่ การ
ทักษะ สอื่ สารสาหรบั ผ้สู อนวิชา ปที ่ี 3
ภาษาองั กฤษ ภาษาอังกฤษในการจดั การ
เพอื่ เรียนรภู้ าษาองั กฤษ
การสือ่ สาร ข้อมูลย้อนกลบั
- ผลสะทอ้ นจากใช้รปู แบบ
KANONE MODEL และ
กระบวนการนเิ ทศ
- นาผลมาใชพ้ ัฒนา
ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร
และการจัดการเรียนรู้
ภาษาองั กฤษ
ผผลลงานเดน่ เปน็ ทป่ี ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564