48
ผลสาเร็จ
เชิงปริมาณ
1. การทดสอบความสามารถทางภาษาตามอ้างอิงมาตรฐานสากล CEFR โดยผลการทดสอบภาพรวม
(Overall) มคี รเู ข้าสอบจานวน ๕๑ คน มผี ลการสอบตามเกณฑ์ทีก่ าหนด
2. ผลประเมินความพึงพอใจของครผู ูส้ อนที่มตี ่อกระบวนการนเิ ทศ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก คอื ผู้นิเทศ
ให้คาปรกึ ษา คาชี้แนะทเ่ี หมาะสมกับธรรมชาติของรายวชิ าภาษาองั กฤษและนาส่กู ารปฏบิ ตั ิได้จรงิ รองลงมา คือ ผู้
นิเทศช่วยหา/แนะนาแหลง่ วิทยาการ สอื่ เอกสาร อุปกรณก์ ารสอนต่าง ๆ ที่จาเปน็ ต่อการพัฒนาการจัดการเรียนรู้
ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสาร อันดับที่สาม มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน 2 ข้อ คือ ผู้นิเทศเปิดโอกาสและมีส่วนร่วมวาง
แผนการดาเนินกจิ กรรมต่าง ๆ และเกิดองค์ความรู้ใหม่ ๆ หลงั จากไดแ้ ลกเปลยี่ นเรียนรู้ระหวา่ งผนู้ ิเทศ
3. ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET) รายวิชาภาษาอังกฤษ ช้ันประถมศึกษา
ปีท่ี ระดับสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา เปรียบเทียบระหว่างปีการศึกษา 2562 กับปีการศึกษา 2563 มีผลการ
พฒั นาเพม่ิ สงู ข้นึ 3.01 และชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 3 มผี ลการพฒั นาสูงข้ึน 0.27
เชงิ คณุ ภาพ
1. ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษได้รับการพัฒนาสมรรถนะการใช้ภาษาอังกฤษเพ่ือการส่ือสารเต็มตาม
ศักยภาพ
2. ครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ พัฒนาการเรียนการสอนและนาไปใช้ให้เกิด
ประโยชน์ต่อตนเองและผู้เรียนในด้านการผลิตสื่อ การวัดและประเมินผล มีทัศนคติท่ีดีต่อการสอนภาษาอังกฤษ
เพื่อการสือ่ สาร พฒั นาตนเองอยู่เสมอและมีนสิ ัยใฝเ่ รียนรู้
3. ผู้เรียนได้รับการพัฒนาทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการส่ือสารเต็มศักยภาพ ผ่านกิจกรรมทางภาษา
ทห่ี ลากหาย สนกุ สนานและมีความสขุ ในการเรียนรู้ทกั ษะภาษาอังกฤษ
ปัจจัยส่งผลใหเ้ กิดความสาเร็จอย่างยิ่ง
การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการรว่ มกันพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษครผู สู้ อนวิชาภาษาอังกฤษ เพ่ือให้
เกิดความตระหนัก เห็นความสาคัญในการพัฒนาตนเองและพัฒนาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษให้เกิดความ
ต่อเน่ือง
การเผยแพร/่ ประชาสัมพันธ/์ เผยแพร/่ หนว่ ยงานทมี่ าศกึ ษาดงู าน
มีการเผยแพร่ผ่าน Youtube channel สพป.กาญจนบุรี เขต 1 และการเผยแพร่รายงานผลในการ
คัดเลือกผปู้ ระกอบวิชาชีพทางการศึกษาเพื่อรบั รางวัลคุรุสภา ประจาปี 2564
สแกน QR code
รับชมผา่ น Youtube
ผผลลงานเด่นเป็นทปี่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
49
เอกสารแนบ
ผลงาน Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564
ผลงานชนิ้ ที่ 7
ช่อื ผลงาน การประชาสมั พันธ์ ๔.๐
กลุ่ม อานวยการ
ความเปน็ มา
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ ได้มีการติดต่อสื่อสารประชาสัมพันธ์
ท้ังภายในและภายนอกระหวา่ งสถานศึกษา หน่วยงานต่างๆ รวมทั้งบุคคลภายนอก ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารผา่ น
ช่องช่องทางการประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การประชาสัมพันธ์ทางเว็บไซต์, แอปพลิเคช่ัน Facebook,
แอปพลิเคชั่น Line, การทาจดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ และการใช้เคร่ืองมือส่ือสารต่างๆ ซ่ึงเป็นตัวกลางท่ี
สามารถสื่อสารไปยังผู้รับสารได้ ทาให้เสริมสร้างความเข้าใจท่ีดีและเป็นประโยชน์ในการเข้าถึงข่าวสารได้รวดเร็ว
ถูกต้อง และยังสร้างความเชื่อถือให้กับผู้ที่รับสาร จะก่อให้เกิดการยอมรับและสนับสนุนให้ความร่วมมือในการ
จัดการศึกษาได้ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ จึงเห็นว่าการประชาสัมพันธ์เป็นส่ิง
สาคัญท่ีเสริมสร้างภาพลักษณ์และเป็นการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารขององค์กรให้ไปในทิศทางท่ีดี ที่สามารถให้
ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเก่ียวกับการดาเนินงานขององค์กร โดยผ่านการส่ือสารในชอ่ งทางที่หลากหลายและมี
ประสิทธิภาพ
วธิ ีการดาเนินงาน/กระบวนการ
๑. การประชาสัมพนั ธ์ภายในองค์กร
เป็นการปฏบิ ัติงานเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ข้อมลู ข่าวสารทีไ่ ดร้ บั มาจากหนว่ ยงานตน้ สงั กัด (สพฐ.) องค์กรเอกชน
หน่วยงานภายนอก ฯลฯ ที่เป็นการแจง้ ประชาสัมพนั ธ์เผยแพรใ่ ห้บุคลากรในสงั กัดสานักงานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา
ขา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา นักเรียน และผ้ปู กครองได้รับทราบ หรอื ดาเนินการใดๆ ตามข้อมลู ท่ี
ประสงคจ์ ะใหเ้ ผยแพร่ อาทิ การจัดกจิ กรรมประกวด การเชญิ ชวนเข้าร่วมกจิ กรรมประเภทต่างๆ การขอสนบั สนุน
ดาเนนิ การตอบแบบสอบถาม และการประชาสมั พนั ธ์ทว่ั ไป ซ่ึงมขี ้นั ตอนการปฏิบตั ิ ดังนี้
1.1 รับขอ้ มลู ข่าวสารแจ้งการประชาสัมพนั ธ์
1.2 จัดทาหนงั สอื ราชการ
ผผลลงานเดน่ เป็นทีป่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
50
1) บนั ทกึ ข้อความ เสนอผ้อู านวยการสานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาเพื่อทราบและ
พิจารณา โดยนาเสนองานผา่ นผูบ้ ังคับบัญชาตามลาดบั ช้นั งาน
2) ออกหนงั สือราชการ (ครุฑ) เพ่ือแจ้งเผยแพร่ข้อความตามท่ตี ้นทางประสงค์ให้
ดาเนนิ การ
1.3 นาหนังสือราชการท่ผี ่านการลงนามแลว้ มาดาเนินการลงทะเบียนตามระเบียบงานสาร
บรรณ โดยดาเนนิ งานผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ (AMSS++)
1.4 จัดเตรยี มหนงั สอื ราชการและเอกสารประกอบ (ถา้ มี) โดยตรวจสอบความถูกต้อง
กอ่ นนาสง่
1.5 นาส่งหนังสือราชการไปสโู่ รงเรยี น หรอื การประชาสัมพันธแ์ จง้ บุคลากรภายในสานักงานฯ
ผา่ นชอ่ งทางระบบส่งหนงั สือราชการ
๒. การประชาสัมพนั ธภ์ ายนอกองค์กร
เปน็ การปฏิบัติงานเผยแพร่ประชาสัมพันธข์ ่าวสาร ทเี่ ป็นกิจกรรมภายในกลุ่ม/หน่วย ของสานกั งานเขต
พนื้ ทก่ี ารศึกษาและโรงเรยี น ซึง่ ประสงค์ให้ดาเนินการเผยแพรอ่ อกสู่ชุมชน สงั คมภายนอก ในรูปแบบส่ือต่างๆ ทั้ง
ส่งิ พิมพ์ ภาพนิง่ ภาพเคลื่อนไหว ซง่ึ มขี ั้นตอนการดาเนนิ งาน ดังนี้
2.1 กลุม่ อานวยการรบั แจ้ง ความประสงค์ในการดาเนินการเผยแพรข่ ้อมลู ข่าวสาร ซง่ึ เป็น
กจิ กรรมของกลุ่ม/หน่วย หรือโรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพ้นื ท่ีการศึกษา
2.2 ดาเนินการในสว่ นของการใหค้ วามร่วมมือผลิตข่าว เชน่ การถ่ายภาพ การจดั ทาคลปิ การ
เขยี นขา่ วประชาสัมพันธ์ ตามข้อมูลที่เจา้ ของเรอ่ื งนาสง่ ให้
2.3 การเผยแพรป่ ระชาสัมพันธ์ ขา่ วสารกิจกรรมดังกล่าว ผา่ นช่องทางสื่อของสานกั งาน เชน่
เว็บไซต์สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษา สือ่ โซเชยี ลมีเดยี (Facebook และ Line) ตลอดจนชอ่ งทางสื่อของ
สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน (OBEC line)
๒.๔ เก็บรวบรวมผลงานด้านการประชาสมั พนั ธ์ เพอื่ จัดทาขอ้ มลู รายงาน และตดิ ตามประเมินผล
เพอ่ื นาไปพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะๆ
ผผลลงานเด่นเป็นท่ปี ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
51
รูปแบบ/เทคนิค/กระบวนการ
กระบวนการผลิตส่ือในการประชาสมั พนั ธ์
1. ติดตามหาแหล่งขา่ วจากหน่วยงานภายในองค์กร หรือจากหน่วยงานทีเ่ กี่ยวข้อง
2. ปฏิบัตงิ านทาข่าว ถา่ ยภาพน่งิ /บันทึกวิดีโอ ณ สถานท่ีจัดกจิ กรรมนน้ั ๆ
3. ปฏิบตั ิงานหาขอ้ มูลจากการสอบถาม หรือหาข้อมลู จากเว็บไซต์
4. ขน้ั ตอนการผลติ ส่อื ออกเป็นช้นิ งาน
5. ตรวจสอบความถกู ต้องในการสะกดคา และนาเสนอเน้ือหาข่าวทเี่ ปน็ ความจริง
6. เผยแพรข่ ่าวสารตามชอ่ งทางต่างๆ
ผลสาเร็จ
เชงิ ปรมิ าณ
ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา ลกู จ้าง บุคคลภายนอก ได้รับทราบข่าวสารประชาสัมพนั ธ์ทุก
คน
เชิงคุณภาพ
สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต ๑ เสรมิ สร้างภาพลกั ษณ์การเผยแพร่ข้อมูล
ข่าวสารไปในทิศทางเดยี วกนั เปน็ อย่างดี เกิดการรบั รู้และเข้าใจท่ีถูกตอ้ ง
ปัจจัยสง่ ผลให้เกดิ ความสาเรจ็ อย่างยิง่
การเขียนข่าวเพือ่ ประชาสัมพันธ์อย่างมจี ุดมุ่งหมาย เพื่อให้กลมุ่ เป้าหมายเกิดความเข้าใจและรับรตู้ าม
ผผลลงานเด่นเป็นท่ปี ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
52
วัตถปุ ระสงคต์ ่างๆ ดังน้ี
๑. การเขียนเพื่อสรา้ งความเข้าใจ
๒. การเขียนเพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิด ได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง และเปน็ ความจรงิ
๓. การเขียนเพื่อเสรมิ สรา้ งภาพลักษณ์และเผยแพรข่ ้อมูลขา่ วสารขององค์กรใหไ้ ปในทิศทางท่ดี ี
๔. การเขยี นเพื่อสร้างความสัมพันธ์องค์กร
การเผยแพร/่ ประชาสมั พนั ธ์/เผยแพร/่ หน่วยงานที่มาศกึ ษาดูงาน
การประชาสัมพนั ธเ์ ปน็ การเสริมสรา้ งภาพลกั ษณ์และเป็นการเผยแพรข่ ้อมูลขา่ วสารขององค์กร
ให้ไปในทิศทางท่ีดี ซึ่งเปน็ วธิ ีทีส่ ามารถให้ความรู้ ความเข้าใจท่ีถกู ต้องเก่ยี วกบั การดาเนินงานขององค์กร
ไปส่หู น่วยงานภายนอก และยังเป็นช่องทางในการส่ือสารที่มีหลากหลายช่องทาง สะดวก รวดเร็ว และมี
ประสิทธิภาพ โดยมีชอ่ งทางในการประชาสมั พันธ์ ดังนี้
ชอ่ งทางการสอ่ื สาร กระบวนการไปยังกลุ่มเป้าหมาย
1. การทาจดหมายข่าว
การประชาสัมพนั ธ์ข่าวสารภารกจิ งาน
ในรปู แบบข่าวสั้น กระชับ เข้าใจง่าย
ผ่านชอ่ งทางอิเล็กทรอนิกส์ และช่องทาง
แอปพลิเคชนั่ Line
2. facebook สพป.กาญจนบุรี เขต 1 การประชาสัมพนั ธ์ข่าวสาร ภาพขา่ วกิจกรรม
“ประชาสมั พันธ์ สพป กาญจนบุรีเขตหน่ึง” และขา่ วสารต่างๆทเ่ี ปน็ ปจั จบุ ัน และนา่ เช่อื ถือ
โดยตอ้ งการให้ผ้รู ับสารไดร้ บั ขอ้ มูลท่ีทนั ต่อ
สถานการณต์ ่างๆ ผ่านทาง facebook
ชอ่ งทางการสอ่ื สาร กระบวนการไปยังกลุ่มเปา้ หมาย
3. เวบ็ ไซต์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1 การประชาสมั พันธข์ ้อมูลข่าวสารเบอื้ งตน้
www.kan1.go.th ภารกจิ งานขององค์กรและหน่วยงานท่ี
เกีย่ วข้อง ผ่านทางเวบ็ ไซต์
4. แอปพลิเคชันไลน์
การประชาสัมพันธ์ข่าวสาร ข้อความ ทีเ่ ป็น
๕. หนังสือราชการทเ่ี กี่ยวข้องกบั งาน เฉพาะกลุ่ม หรือสามารถติดต่อรายบคุ คลได้
ประชาสัมพนั ธ์ อย่างรวดเร็ว
การประชาสัมพนั ธห์ นังสือราชการ/เอกสาร ที่
ไดร้ ับจากภายในองคแ์ ละภายนอกองค์กรผ่าน
ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส์ (AMSS++)
ผผลลงานเด่นเป็นทีป่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
53
ตวั อยา่ งภาพกิจกรรม (อย่างนอ้ ย 4 ภาพกิจกรรม)
ตวั อยา่ งการประชาสัมพันธ์ในรปู แบบจดหมายข่าวอิเลก็ ทรอนกิ ส์
เว็บไซต์ สพป.กาญจนบุรี เขต 1 (www.kan1.go.th)
facebook ประชาสัมพันธ์
ผผลลงานเดน่ เป็นทป่ี ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
54
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
55
ตวั อยา่ งการประชาสัมพนั ธ์ทางแอปพลเิ คชนั ไลน์
“ขอ้ ราชการบุคลากรสานกั งาน” เปน็ ช่องทางการประชาสมั พันธ์ขา่ วสารภายในสานกั งาน มีสมาชกิ 75 คน
“ประชาสัมพนั ธ์กจิ กรรม สพป.กาญจน์ ๑” เป็นชอ่ งทางการประชาสมั พันธข์ ่าวสารระหว่างสานักงานเขตและ
โรงเรียนในสงั กัด มีสมาชิก 344 คน
“ประชาสัมพันธ์ 4.0” เป็นช่องทางการประชาสมั พันธ์ข่าวกิจกรรมของ สพท. มีสมาชกิ 400 คน
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
56
ตวั อยา่ งการแจ้งข้อมูลข่าวสารงานประชาสมั พนั ธ์
ตวั อยา่ งหนังสือราชการทเ่ี ก่ียวข้องกับงานประชาสมั พนั ธ์
ผผลลงานเดน่ เป็นท่ีประจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
57
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
58
เอกสารแนบ
ผลงาน Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564
ผลงานช้นิ ท่ี 8
ช่ือผลงาน การรายงานบญั ชคี รุภัณฑต์ ามเกณฑ์ประเมินผลการปฏบิ ัติงานด้านบญั ชี
กลุม่ กลุ่มบริหารงานการเงินและสินทรพั ย์
ความเปน็ มา
ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐเป็นหน่วยงานที่ปฏิบัติงานภายใต้กากับดูแลของทางรัฐบาล ขึงต้องปฏิบัติ
ตามระบบบริหารราชการในการควบคุมงบประมาแผ่นดินและเงินรายได้ให้เป็นไปด้วยความถูกต้องตามกฎหมาย
กฎระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ จึงมีความจาเป็นอย่างย่ิงท่ีจะให้บุคลากรภาครัฐเข้าใจแนวคิดการกาหนด
มาตรฐานการบัญชีของส่วนราชการ สามารถปฏิบัติงานในระบบ GFMIS และการบันทึกรายการบัญชีในระบบ
ของส่วนราชการ เข้าใจหลักการและนโยบายบัญชีสาหรับหน่วยงานภาครัฐ ผังบัญชี และรูปแบบรายงานการเงิน
การประเมินผลด้านบัญชีของส่วนราชการมีความต่อเน่ืองและให้ความสาคัญในการกากับดูแลการปฏิบัติงานด้าน
บัญชขี องหน่วยเบิกจ่ายเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วน และเป็นปจั จุบนั สามารถนารายงานการเงินของส่วนราชการ
เผยแพรส่ ูส่ าธารณะรวมทั้งสามารถคานวณตน้ ทุนต่อหนว่ ยผลผลิตได้ถูกต้องและใชป้ ระโยชนจ์ ากข้อมูลในการเพ่ิม
ประสิทธิภาพการทางาน ส่งผลให้การทาบัญชสี าหรับหน่วยงานภาครฐั เป็นไปตามมาตรฐานคมู่ อื การบัญชีภาครฐั
การปฏิบัติงานด้านบัญชีของส่วนราชการ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะมีการ
ประเมินผลการปฏิบัติงานตามรอบระยะเวลาบัญชีตามปีงบประมาณ ทั้งด้านบัญชีการเงินและด้านบัญชีบริหาร
แบ่งออกเป็น เรื่อง ได้แก่ ความถูกต้อง (Accuracy) ความโปร่งใส (Transparency) ความรับผิดชอบ
(Accountabily) และความมีประสิทธิผล (Effectiveness) ซ่ึงเป็นการสร้างความร่วมมือในการปฏิบัติงาน และมี
การควบคุมคุณภาพการปฏิบัติงานด้านบัญชี เพ่ือประเมินความสาเร็จในการจัดทาบัญชีของส่วนราชการ โดยจะ
สง่ ผลให้การจัดทาบัญชีและรายงานการเงินของหน่วยงานมีครามถูกต้อง ครบถว้ น น่าเชอ่ื ถือ ทันเวลา เปน็ ไปตาม
มาตรฐานการบัญชีภาครฐั และนโยบายการบัญชภี าครฐั มกี ารเปิดเผยขอ้ มูลรายงานการเงินสู่สาธารณะซ่ึงสะท้อน
ให้เห็นถึงความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงนาข้อมูลบัญชีมาใช้ในการบริหารทรัพยากร
ได้อย่างมีประสิทธิผล ส่งเสริมให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการภาครัฐ อีกท้ังเป็นการสะท้อนถึงความ
รบั ผดิ ชอบตอ่ ขอ้ มลู และการปฏิบตั งิ านดา้ นบญั ชขี องหนว่ ยงาน
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต จะต้องผ่านการประเมินผลตัวช้ีวัดตาม
มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ และต้องผ่านเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานด้านบญั ชี
ของส่วนราชการตามท่ี สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน และ กรมบัญชีกลางกาหนด
วิธีการดาเนินงาน/กระบวนการ
1. วิเคราะห์ขอบเขตเกณฑ์มาตรฐานการประเมินตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการ
ปฏิบตั ิราชการ (KRS) และเกณฑก์ ารประเมินผลการปฏิบตั งิ านด้านบัญชขี องส่วนราชการ (กรมบญั ชกี ลาง)
2. แจ้งเกณฑ์การประเมินผลการปฏิบัติงานด้านบัญชีของส่วนราชการในแต่ละปีให้กับเจ้าหน้าท่ีใน
กลุ่มงานเพื่อท่ีจะได้บันทึกบัญชีในระบบ GFMIS ได้ถูกต้อง และแจ้งโรงเรียนในสังกัดให้จัดทาแบบรายงานตาม
เกณฑ์ประเมินผลตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ (KRS) หัวข้อความมี
ประสทิ ธผิ ล หัวข้อยอ่ ย 5.2 บญั ชคี รภุ ัณฑ์
3. พิมพ์รายงานการเงินพร้อมตรวจสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีและผังบัญชีก่อนท่ีจะปิด
งวดบัญชใี นแตล่ ะงวด
ผผลลงานเด่นเป็นทปี่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
59
4. วิเคราะหร์ ายงานการเงิน ใหเ้ ปน็ ไปตามผังบัญชี และมาตรฐานการบันทึกบัญชี หากไมถ่ กู ต้องแจ้ง
เจา้ หน้าท่ีที่เกีย่ วข้องดาเนนิ การแก้ไขก่อนทจี่ ะปิดงวดในแต่ละงวด
5. ให้โรงเรียนในสังกัดทุกโรงเรียนจัดส่งแบบรายงานการตรวจสอบครุภัณฑ์ประจาปีส่งให้สานักงาน
เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 เพ่ือจะได้ตรวจสอบความถูกต้อง หากมีครุภัณฑ์ท่ีเป็นเงินนอก
งบประมาณ ต้องดาเนินการบันทกึ บัญชีในระบบ GFMIS กอ่ นการปิดงวดสน้ิ ปี
1 P = Plan การวางแผน
4 A = Action การดาเนนิ การ
รปู แบบ/เทคนคิ /
กระบวนการ
2 D = Do การปฏิบตั ติ ามแผน
3 C = Check ตรวจสอบผล
ผลสาเร็จ
เชิงปริมาณ มีโรงเรียนในสังกัดจัดส่งแบบรายงานการตรวจสอบบัญชีครุภัณฑ์ประจาปี เป็นจานวน
136 โรงเรียน
เชิงคุณภาพ มีโรงเรียนในสังกัดจัดส่งแบบรายงานการตรวจสอบบัญชีครุภัณฑ์ประจาปี ถูกต้องตาม
เกณฑป์ ระเมนิ ผลตวั ชวี้ ัดตามมาตรการปรับปรุงประสทิ ธิภาพในการปฏิบัติราชการ (KRS) เป็นจานวน 6 โรงเรียน
และสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ได้คะแนนตามเกณฑ์มาตรฐานการประเมิน
ตัวชี้วัดตามมาตรการปรับปรงุ ประสทิ ธิภาพในการปฏิบัติราชการ (KRS) จานวน 580 คะแนน จากคะแนนเตม็
640 คะแนน และเปน็ 1 ใน 5 เขตท่ีผา่ นหวั ขอ้ บญั ชีครภุ ัณฑ์
ผผลลงานเด่นเป็นท่ปี ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
60
ปัจจัยส่งผลให้เกิดความสาเร็จอย่างย่ิง ต้องศึกษาเกณฑ์มาตรฐานการประเมินตัวชี้วัดตามมาตรการ
ปรับปรุงประสิทธภิ าพในการปฏิบัตริ าชการ (KRS) ให้เข้าใจ และสามารถอธิบายใหโ้ รงเรียนในสงั กัดเข้าใจถึงแบบ
รายงาน ฯ ทตี่ อ้ งจัดส่งให้ สพฐ.
การเผยแพร่/ประชาสัมพันธ์/เผยแพร่/หน่วยงานที่มาศึกษาดูงาน ผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานการเงินและ
สินทรพั ย์ สานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 2 ได้ติดตอ่ ขอดูงานการจดั ทาบญั ชคี รภุ ัณฑ์
ตัวอย่างภาพกิจกรรม (อยา่ งนอ้ ย 4 ภาพกจิ กรรม)
ผผลลงานเด่นเป็นที่ประจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
61
เอกสารแนบ
ผลงาน Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - 2564
ผลงานช้ินที่ 9
ช่อื ผลงาน รายงานผลการตรวจสอบภายใน ประจาปีงบประมาณ 2563
กลมุ่ ตรวจสอบภายใน
วิธกี ารดาเนินงาน
กระบวนการปฏิบัติงานตรวจสอบภายใน จาเป็นต้องดาเนินการอย่างเป็นขั้นตอน เพ่ือให้ผู้ตรวจสอบ
ภายในสามารถปฏิบัติงานตรวจสอบได้อย่างม่ันใจและได้ผลงานที่มีคุณภาพ ทั้งน้ีการปฏิบัติงานตรวจสอบท่ี
สาคญั มี 4 ขน้ั ตอน ประกอบด้วย
1. การวางแผนการตรวจสอบ (Planning)
2. การปฏบิ ตั ิงานตรวจสอบ (Examination)
3. การรายงานผลการตรวจสอบ (Reporting)
4. การตดิ ตามผลการตรวจสอบ (Follow-up)
1. การวางแผนการตรวจสอบ (Planning)
1.1 การเลือกเร่ืองหรือโครงการท่ีจะตรวจสอบ ควรเริ่มจากการสารวจภายในโครงสร้างองค์กรของผู้ตรวจสอบ
ภายใน และศึกษาหน่วยรับตรวจในเรื่องของการดาเนินงานตามแผนงบประมาณ ผลผลิต โครงการ กิจกรรม ซึ่งอาจ
พิจารณา ดังน้ี
1) เป็นโครงการหรอื กิจกรรมท่มี ีความสาคัญ และได้รบั ความสนใจจากหลายๆ ฝา่ ย
2) เปน็ โครงการหรือกิจกรรมท่ีมปี ระโยชน์ซง่ึ จะเปน็ บทเรยี นในการดาเนนิ งานตอ่ ไป
3) อยูใ่ นชว่ งเวลาทมี่ ีผลการดาเนนิ งานเกดิ ขนึ้ แล้ว
4) ใช้งบประมาณมาก
5) ทราบวา่ การดาเนนิ งานมปี ญั หา อุปสรรค
6) มผี ู้รับผิดชอบ เปา้ หมายและวัตถุประสงค์ชดั เจน
1.2 การจดั ทีมงานตรวจสอบ ควรประกอบดว้ ยผทู้ ่ีมีลักษณะและความรู้แตกต่างกนั แตล่ ะ สาขาวิชา
1.3 การสารวจข้อมูลเบื้องต้น สาระสาคัญของข้ันตอนน้ีคือการศึกษาและทาความเข้าใจ เนื้องาน จุดแข็ง
และจุดอ่อนของเร่ืองที่จะตรวจ เพื่อกาหนดประเด็นที่จะตรวจสอบซ่ึงส่วนใหญ่จะเป็นประเด็น ท่ีคาดว่าจะเป็นข้อ
ตรวจพบ โดยเรม่ิ จากการวางแนวการสารวจข้อมลู ศึกษาเอกสารระเบยี บ แนวปฏิบัติ นโยบาย หลกั ฐานของเร่ือง
ทจ่ี ะตรวจ สัมภาษณ์ผ้รู ับผิดชอบตามแนวทว่ี างไว้ หลังจากทีไ่ ดด้ าเนินการเสร็จแล้วจะต้องสรปุ ผลการสารวจข้อมูล
เบ้ืองต้น เพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาตัดสินใจว่าจะตรวจสอบต่อไปหรือไม่ ถ้าตรวจสอบต่อจะ มีประเด็นในการ
ตรวจสอบอย่างไร ซึ่งขั้นตอนน้ีอาจดาเนินการก่อนการวางแผนการตรวจสอบ หรือ ดาเนินการเมื่อเข้าตรวจสอบ
หากดาเนินการเมื่อเขา้ ตรวจสอบข้อมลู ที่ได้จะช่วยในการตัดสนิ ใจตรวจสอบต่อหรือยตุ ิการตรวจ หากเปน็ ประเด็น
ปญั หาทช่ี ดั เจน มีผลกระทบ หรอื ความเสยี หายเกิดข้ึนจากความแตกต่างของสิ่งที่ควรจะเป็นและส่งิ ทเ่ี ปน็ อยู่ก็ควร
วางแผนงานในการตรวจสอบต่อไป แต่ในกรณีท่ีไม่พบประเด็นท่ีเป็นข้อตรวจพบสาคัญ ผู้ตรวจสอบต้องจัดทา
บันทกึ ขอยตุ กิ ารตรวจสอบพรอ้ มทง้ั เหตผุ ลท่ขี อยตุ ิการตรวจดว้ ย
1.4 การประชมุ เปดิ ตรวจ เป็นการประชมุ รว่ มกนั ระหว่างผบู้ ริหารและผูร้ ับผิดชอบแผน งบประมาณ ผลผลิต
โครงการ กิจกรรม ของหน่วยรับตรวจกับคณะผู้ตรวจ เพ่ือแจ้งให้ผู้บริหารทราบและเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ใน
การตรวจสอบอันเป็นมารยาทซ่ึงจะเสริมสร้างทัศนคติและจะช่วยก่อให้เกิดมนุษย์สัมพันธ์ท่ีดีต่อกัน ซ่ึงรวมถึง
ผผลลงานเดน่ เป็นทีป่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
62
การสอบถามความเห็นของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผ้รู ับตรวจถึงปญั หา อุปสรรค แนวความคิด หรือแนวทางปฏิบตั ิ
ในอนาคต
1.5 การประเมินประสทิ ธภิ าพการควบคมุ ภายใน เปน็ การควบคมุ ระบบการบริหารองคก์ รให้ บรรลเุ ป้าหมาย
ท่กี าหนดไว้ ให้เกิดประสิทธภิ าพ ประสิทธผิ ล และความประหยดั
1.6 การวางแผนงานตรวจสอบ (Audit Program) เป็นข้ันตอนสาคัญท่ีทีมงานตรวจสอบต้องร่วมกันคิดและ
พิจารณาว่าประเด็นที่จะตรวจสอบท่ีมีอยู่น้ัน จะมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไรในการรวบรวมหลักฐาน ข้อมูล เพ่ือ
สรุปเป็นข้อตรวจพบ (Audit Finding) นอกจากน้ันแผนงานการตรวจสอบยังเป็นเครื่องมือสาคัญในการควบคุม
การปฏิบัตงิ านให้เป็นในแนวทางทก่ี าหนด องค์ประกอบของแผนงานตรวจสอบควรประกอบด้วยสาระสาคัญ ดงั นี้
1) รายละเอยี ดของเรอื่ งที่ตรวจสอบ เช่น ชอ่ื โครงการ ชือ่ กจิ กรรม ชื่อหน่วยงาน เปน็ ต้น
2) ประเดน็ ท่จี ะตรวจสอบ
3) วัตถุประสงคข์ องการตรวจสอบ
4) ขั้นตอนและวิธีการในการตรวจสอบ ควรกาหนดโดยละเอียดในแต่ละประเด็น หรือในแต่ละเรื่องท่ี
ตรวจสอบ และควรเขยี นให้เขา้ ใจงา่ ย เพื่อทผี่ ู้ตรวจสอบจะปฏิบตั ิตามไดอ้ ย่างถกู ต้อง
5) แหล่งข้อมลู
6) ผรู้ บั ผิดชอบในการตรวจสอบ ควรระบทุ กุ ระดับทร่ี บั ผิดชอบ เชน่ ผู้ควบคุมงานตรวจสอบ
ผูร้ บั ผดิ ชอบแต่ละประเดน็ ผู้รับผดิ ชอบแตล่ ะเรื่อง เป็นตน้
7) ประมาณการในเรอ่ื งของเวลาท่ีจะใชใ้ นการตรวจสอบ เชน่ วันเริม่ และกาหนดเสรจ็ ของการ
ตรวจสอบ ระยะเวลาทัง้ หมด เปน็ ต้น
8) เกณฑ์หรอื มาตรฐานในการวัดทใี่ ช้ในการตรวจสอบ
9) กระดาษทาการ อา้ งองิ /แบบสอบถาม/แบบสัมภาษณ์
2. การปฏบิ ัตงิ านตรวจสอบ (Examination)
ผู้ตรวจสอบภายในได้กาหนดแผนการตรวจสอบและแผนงานตรวจสอบการดาเนินงานของผลผลิต
โครงการหรือกิจกรรมและไดร้ ับความเห็นชอบจากหวั หนา้ ส่วนราชการและหัวหนา้ หน่วยงานตรวจสอบภายในแล้ว
ผู้ตรวจสอบภายในควรปฏบิ ตั ิงานตรวจสอบโดยมี 4 ขั้นตอนดงั นี้
2.1 รวบรวมข้อมูล ผู้ตรวจสอบภายในควรตรวจสอบ สอบถาม สัมภาษณ์ และรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่
เกย่ี วขอ้ ง ในระหว่างการปฏบิ ตั ิงานตรวจสอบ โดยขอ้ มลู ทรี่ วบรวมควรมีลกั ษณะสาคญั ดังน้ี
1) ความถกู ต้องหรือเช่ือถือได้
2) ความเก่ียวข้องหรือสัมพันธ์กับประเด็นการตรวจสอบ ควรเป็นข้อมูล หลักฐาน หรือข้อเท็จจริงที่มี
สาระสาคัญและตรงตามประเด็นการตรวจสอบท่ีกาหนดไว้
3) ความเพยี งพอต่อการสรุปผลการตรวจสอบ ควรมีขอ้ มูลหลกั ฐานหรือข้อเท็จจริงในปรมิ าณหรือ
จานวนที่เพยี งพอต่อการสรปุ ผลการตรวจสอบได้อย่างสมเหตุสมผลหรอื ใชอ้ า้ งอิง
4) ความมีประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ควรเป็นข้อมูลหลักฐานหรือข้อเท็จจริงที่ช่วยในการควบคุมและ
ตัดสินใจของผู้บริหาร เพ่ือให้การดาเนินงานของส่วนราชการบรรลุเป้าหมายท่ีกาหนด ทั้งน้ี ข้อมูลควรนาเสนอให้
ทันเวลาในการใช้ประโยชนแ์ ละความมีสาระสาคญั ในการสรุปความเห็นหรือตัดสินใจ
2.2 วิเคราะห์และประเมินผล เป็นการนาข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์และประเมินผลว่าผลของสภาพ
การดาเนินงานที่เกิดขึ้นจริงมีความแตกต่างกับแผนหรือเกณฑ์หรือส่ิงท่ีควรจะเกิดข้ึนหรือควรจะเป็นสา หรับ
การดาเนินงานน้ันหรือไม่ หากแตกต่างจากแผนหรือเกณฑ์หรือสิ่งที่ควรจะเป็น ควรวิเคราะห์ต่อไปว่า จะเกิดผล
กระทบอะไรบา้ ง และมีสาเหตมุ าจากอะไร ซึ่งควรมีการปรบั ปรุงแก้ไขการดาเนินงานหรือไม่ อย่างไร
ผผลลงานเด่นเป็นท่ปี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
63
3. การรายงานผลการตรวจสอบ (Reporting)
การจัดทารายงานเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานให้ผู้บริหารทราบถึงวัตถุประสงค์ ขอบเขต วิธี
ปฏบิ ตั งิ านและผลการตรวจสอบข้อมลู ท้ังหมดทุกขน้ั ตอน สรปุ ขอ้ บกพร่องท่ีตรวจพบรวมทั้งเร่ืองอ่ืนทผี่ ้บู ริหารต้อง
รับทราบ พร้อมท้ังข้อเสนอแนะในการปรับปรุงแก้ไข ซ่ึงผู้ตรวจสอบภายในจะพิจารณากาหนดวิธีการและเวลาที่
เหมาะสมในการติดตามผลรวมทง้ั กาหนดระยะเวลาให้หน่วยรบั ตรวจสามารถรายงานผลการปฏบิ ัติตามข้อเสนอแนะ
4. การตดิ ตามผลการตรวจสอบ (Follow-up)
การติดตามผลการตรวจสอบ เพ่อื ให้เกิดความม่ันใจว่า หัวหนา้ ส่วนราชการได้มีการสั่งการให้มีการปฏิบัติ
ตามข้อเสนอแนะที่ได้นาเสนอในรายงานผลการปฏิบัติงานตรวจสอบ และได้ยอมรับความเสี่ยงจากการไม่ปฏิบัติ
ตามขอ้ เสนอแนะ ในกรณีทห่ี วั หน้าหน่วยตรวจสอบภายในมคี วามเห็นวา่ ความเสี่ยงทเี่ หลอื อยทู่ ี่ฝ่ายบริหารยอมรับ
(ไมป่ ฏบิ ตั ิตามข้อเสนอแนะ) อาจจะไม่อยู่ในระดบั ทส่ี ว่ นราชการสามารถยอมรับได้ หวั หน้าหน่วยตรวจสอบภายใน
ตอ้ งหารือผู้บริหารระดบั สูงหากไม่สามารถหาข้อยตุ ิไดต้ ้องเสนอหัวหน้าส่วนราชการเพ่ือหาข้อยุติ
ผลการดาเนินงาน
หนว่ ยตรวจสอบภายใน ดาเนนิ การตรวจสอบครบถ้วน เป็นไปตามแผนการตรวจสอบภายในท่ีกาหนด
และรายงานผลการตรวจสอบ โดยมีผลการดาเนินการ ดังนี้
เชิงปริมาณ
1. การประเมินผลระบบควบคุมภายในและการบริหารความเส่ียงของสถานศึกษา ประเมินระบบควบคุม
ภายในท่ีจัดทาของปีงบประมาณ 2563 เร่ือง การปฏิบัติงานตรวจสอบบัญชีวัสดุ/ทะเบียนคุมทรัพย์สิน โดยมี
วัตถุประสงค์ ให้สถานศึกษาปฏิบัติงานได้ถูกต้องตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจัดซ้ือจัดจ้างและ
การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.2560 ประเมินจากการตรวจสอบบัญชีวัสดุ/ทะเบียนคุมทรัพย์สินของสถานศึกษา
บนั ทึกขอ้ มูลไม่ถูกตอ้ ง และไมค่ รบถ้วน ขาดความรแู้ ละเข้าใจในการปฏบิ ัตงิ าน ซ่งึ ยงั มคี วามเสีย่ งอยู่
2. ตรวจสอบติดตามการใช้ค่าสาธารณูปโภค หน้ีคา้ งชาระของหนว่ ยรบั ตรวจ จานวน 139 โรงเรียน และ
สานกั งานเขตพนื้ ที่ 1 แหง่
3. ตรวจสอบการบรหิ ารงานการเงิน บญั ชี และสินทรัพย์ ของสถานศึกษา จานวน 15 โรงเรียน มี ขนาด
ใหญ่พิเศษ จานวน 1 โรงเรียน ขนาดกลาง จานวน 8 โรงเรยี น ขนาดเล็ก จานวน 6 โรงเรียน และตดิ ตาม
จานวน 5 โรงเรยี นของงบประมาณก่อน
4. ตรวจสอบเงินอดุ หนนุ โครงการอาหารกลางวนั โรงเรียนประถมศึกษา โดยรับเงนิ งบประมาณจากองค์การ
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ของปงี บประมาณ พ.ศ.2563 จานวน 15 โรงเรียน
5. ตรวจสอบการดาเนนิ งานการสนับสนนุ คา่ ใชจ้ ่ายในการจัดการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานตามโครงการขยาย
โอกาสการเขา้ ถึงบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชวี ิตอย่างทั่วถึงและมคี ุณภาพ จานวน 15 โรงเรยี น
6. ตรวจสอบการเงนิ การบญั ชี ของสานักงานเขตพื้นท่ี ณ วนั ท่ี 31 มีนาคม 2563 ในเรอ่ื ง เงินสดใน
มอื เงนิ ฝากธนาคาร เงินฝากคลงั ลูกหนี้ และเงินทดรองราชการ
7. ตรวจสอบใบสาคญั และหลักฐานการจา่ ย (งบเดือน) จานวน 165 ฎกี า
8. ตรวจสอบการเบกิ จ่ายเงินค่าเช่าบา้ น
เชงิ คุณภาพ
1. การควบคุมภายในของหน่วยตรวจสอบภายใน มีการดาเนินงานตามข้ันตอนที่กาหนดจัดทาคู่มือ
ปฏิบัติงานด้านพัสดุใหก้ ับสถานศึกษานาไปปฏิบตั ิ แต่ยังต้องมีติดตามเน่ืองจาก สถานการณ์ Covid-19 ส่งผลให้
ไม่ไดจ้ ัดประชมุ /อบรม เพื่อสรา้ งความเขา้ ใจในการปฏบิ ัตงิ านใหต้ รงกนั
ผผลลงานเด่นเป็นที่ประจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
64
สาหรบั การปฏิบัตงิ านควบคุมภายในของหน่วยรับตรวจ ได้มีจดั ทาและจดั ส่งแก่หนว่ ยเหนือพร้อมทั้ง
ไดเ้ สนอความคดิ เหน็ เพือ่ ลดความเสย่ี งในการดาเนินงานและการบริหารงาน
2. การตรวจสอบติดตามการใช้ค่าสาธารณูปโภคของหน่วยรับตรวจ พร้อมกาชับในมาตรการเร่งรัด
การเบกิ จา่ ยเงินหนคี้ า้ งชาระ โดยจดั ทารายงานแก่หน่วยเหนือตามรูปแบบท่กี าหนดเป็นรายไตรมาส(ทุก 3 เดือน)
ซึ่งสามารถรายงานได้ทันตามกาหนดเวลา รวมท้ังได้กาชับให้หน่วยรับตรวจปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีและ
นโยบายของหน่วยงานภาครัฐ โดยเครง่ ครดั
3. ผู้ตรวจสอบสามารถเข้าตรวจสอบได้ตามแผนงาน/โครงการที่กาหนด พร้อมสรุปรายงานผลต่อ
ผู้บังคับบัญชาและหน่วยเหนือได้ทันตามกาหนดเวลา สาหรับหน่วยรับตรวจ ได้ปฏิบัติงานอย่างถูกต้อง เป็น
ปัจจุบัน เนื่องจากในการตรวจสอบหากพบประเด็นปัญหาได้แจ้งหน่วยรับตรวจให้ปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลา
กอ่ นรายงานผล จัดอย่ใู นระดบั ดี
ปญั หาและอุปสรรค
1. สถานศกึ ษาท่ีเขา้ ตรวจสอบ มีการเปล่ยี นแปลง ผู้บรหิ าร ครผู รู้ บั ผิดชอบ ซ่ึงเขา้ รับตาแหนง่ ใหม่ ทาให้
ยังขาดประสบการณ์ในการปฏบิ ัตงิ าน ทาให้การปฏิบัตงิ านด้านงบประมาณไม่ต่อเน่ือง ขาดความรู้ ความเข้าใจใน
การปฏิบตั ติ ามระเบยี บ กฎหมาย ขอ้ บังคับ และนโยบายที่เกีย่ วข้อง
2. สถานศึกษาท่ีเข้าตรวจสอบ ผู้บริหารท่ีเข้ามาดารงตาแหน่งใหม่ และครูท่ีรับผิดชอบด้านงบประมาณ
ยงั ขาดความเข้าใจกนั ส่งผลใหก้ ารปฏบิ ัติงานไปราบร่ืน มแี นวคิดท่ไี มเ่ ป็นไปในทิศทางเดียวกัน
3. ระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับ และนโยบาย มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย ทาให้ผู้ปฏิบัติสับสน ไม่ทันต่อ
การเปล่ียนแปลง รวมทั้งครูมีภารกิจที่ต้องรบั ผิดชอบมาก โดยเฉพาะโรงเรียนท่ีมีขนาดเลก็ ถึงแม้จะมีครูธุรการ
เขา้ ไปชว่ ยปฏบิ ตั งิ านแตจ่ ะเปน็ งานสารบรรณและยังเปน็ เพยี งจา้ งเหมาบรกิ ารไม่สามารถปฏิบัตงิ านด้านการเงนิ ได้
4. ผู้ตรวจสอบภายใน มีจานวนอัตราน้อยเม่ือเปรียบเทียบกับเนื้องานที่ต้องรับผิดกชอบ และต้อง
ปฏิบัติงานตามแผนงาน/โครงการ ที่ถูกกาหนดภารกิจโดยหน่วยเหนือ แต่ก็ต้องร่วมปฏิบัติงานกับกิจกรรมภายใน
สานักงานเขตพื้นท่ีท่ีตนสังกัด ซึ่งในปัจจุบันขาดขวัญและกาลังใจในการปฏิบัติงานเน่ืองจากผู้ตรวจสอบภายในมี
ได้ในระดับ กระทรวง กรม และจังหวัด สาหรับสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาจะมีผู้ตรวจสอบภาย ในไม่ได้
เน่ืองจากไม่มีระเบียบ กฎหมายรองรับ จึงต้องข้ึนต่อสานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ทาให้รู้สึกว่า
จะต่อไปในวันข้างหน้าจะมีตาแหน่งนี้อยู่ในสานักงานเขตพื้นที่หรือไม่ ควรจะเปล่ียนตาแหน่งไปทาหน้าท่ีอ่ืนหรอื
ย้ายไปหน่วยงานตอ่ ไป
5. ในสถานการณ์ Covid-19 การติดตอ่ ประสานงานกับสถานศึกษาทางโทรศัพทแ์ ละ Line อาจได้รบั
ข้อมลู ไมค่ รบถว้ น ไม่ชัดเจน เทียบเทา่ กบั การไปดูเอกสารหลกั ฐานทีส่ ถานศึกษา แต่จาเป็นตอ้ งปฏบิ ตั ใิ ห้เปน็ ไป
ตามแผนงาน/โครงการ จงึ ขอให้สถานศึกษาจัดส่งเอกสารหลกั ฐานในหลายช่องทางตามความสะดวก เช่น ส่งเปน็
เอกสาร ส่งทางระบบ AMSS++ ทาง Line หรือ ทาง e-mail ทัง้ น้เี นน้ ความปลอดภัยจากเชอื้ โรค Covid-19
ทัง้ ผู้ตรวจและผูร้ ับตรวจ ตามนโยบายของผูบ้ ังคับบญั ชาและประโยชนข์ องทางราชการเป็นสาคัญ
ผผลลงานเด่นเป็นท่ปี ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
65
ตวั อย่างภาพกิจกรรม
ในการตรวจสอบตามแผนปฏบิ ัตปิ ระจาปงี บประมาณ 2563
ในอาเภอเมอื ง ฯ อาเภอท่ามว่ ง อาเภอดา่ นมะขามเตี้ย อาเภอศรสี วสั ดิ์
สงั กดั สานักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี เขต 1
ผผลลงานเดน่ เป็นทป่ี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
66
ตวั อย่างภาพกจิ กรรม
ในการตรวจสอบตามแผนปฏบิ ัตปิ ระจาปีงบประมาณ 2563
ในอาเภอเมอื ง ฯ อาเภอทา่ ม่วง อาเภอด่านมะขามเตี้ย อาเภอศรสี วัสดิ์
สงั กัดสานกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบรุ ี เขต 1
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ปี ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
67
แบบรายงานการสรา้ งนวัตกรรม
1. ชอื่ นวตั กรรม
“รูปแบบการนิเทศ 4C Model เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้แนวคิดเชิงคานวณ(Computational
Thinking) โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี
เขต 1”
2. ชอ่ื ผู้สรา้ ง
ช่อื นางสาวศศชิ า นามสกุล ทรัพย์ล้น ตาแหน่ง ศกึ ษานเิ ทศก์
สงั กัด สานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
อาเภอ เมืองกาญจนบรุ ี จงั หวัดกาญจนบรุ ี โทร.
มอื ถือ 086-3151949 E-mail : [email protected]
3. แนวทางการคดิ ค้นนวตั กรรม
การสรา้ งนวตั กรรมใหม่
4. ความเปน็ มาและความสาคัญของปัญหา
ปัจจุบันระบบการศึกษาท่ัวโลกให้ความสาคัญต่อการสอนเทคโนโลยีในโรงเรียน โดยเฉพาะการสอน
วิทยาการคานวณตั้งแต่ระดับประถมศึกษาเป็นการสร้างแนวคิดเชิงคานวณ (Computational thinking) ซ่ึงเป็น
การคดิ แก้ปัญหาอย่างเป็นข้นั ตอนและเป็นระบบ ซึ่งกระบวนการคดิ เหล่าน้ีเป็นส่ิงสาคัญทเ่ี ด็กทุกคนควรได้รับการ
ปลูกฝังตั้งแต่ระดับ ประถมศึกษาเพื่อที่จะนาประเทศไปสู่การพัฒนาตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ต่อไป
กระทรวงศึกษาธกิ ารได้มีการปรบั หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
2560) กาหนดใหว้ ิทยาการคานวณ เป็นมาตรฐาน ว 4.2 ในสาระที่ 4 เทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์
และจัดให้มีคณะกรรมการ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายส่งเสริมการสอนภาษาคอมพิวเตอร์(Coding)
แห่งชาติ ซึ่งสานักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ดาเนินโครงการที่เก่ียวข้องกับวิทยาการ
คานวณในระดบั ช้นั ต่าง ๆ มาอย่างต่อเนอื่ ง
จากนโยบายข้างต้นประกอบกับความต้องการกาลังคนของประเทศในกลุ่มอาชีพสะเต็มศึกษาและ
ผู้สร้าง นวัตกรรม โดยดาเนินการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษาเพื่อสร้างโอกาสในการ
เขา้ ถงึ บรกิ ารการศึกษาที่มีคณุ ภาพ มาตรฐาน ลดความเหล่อื มลา้ และสรา้ งความเทา่ เทียมดา้ นการศกึ ษา ปัจจุบัน
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน (สพฐ.) ได้ดาเนนิ โครงการอบรมครู และบคุ ลากรทางการศึกษาตาม
นโยบาย Coding ข้างต้นซึ่งจะมีผลการดาเนินงานครอบคลุมทุกพื้นท่ีในปีงบประมาณ พ.ศ.2563-2564 โดย
มุ่งเน้น ให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาการคิด ทักษะกระบวนการ ค่านิยม เจตคติ มาหลอมรวมกันเป็นสมรรถนะเพื่อ
แก้ปัญหา ในชีวิตจริง เป็นฐานในการพัฒนาสู่อาชีพการเรียนรู้ตลอดชีวิตอันเป็นสิ่งสาคัญต่อการพัฒนากาลังคน
และเปน็ ฐาน ในการตอ่ ยอดไปส่ชู ีวติ ประจาวันและการแขง่ ขันของประเทศในอนาคต แต่อยา่ งไรก็ตาม ในส่วนของ
นักเรียนซ่ึง เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสาคัญในการจัดการศึกษาจาเปน็ ต้องได้รบั การพัฒนาอย่างท่ัวถึงและสอดคลอ้ ง
กบั บริบทท่ี ผูเ้ รียนอาศัยอยู่
นักเรยี นระดับประถมศึกษาปีท่ี 1 - 6 เปน็ วยั ท่มี ีความสาคัญต่อการพัฒนาการคิด โดยเฉพาะการคิด
เชิง ตรรกะ การคดิ เปน็ เหตเุ ปน็ ผล การตัดสนิ ใจ ซง่ึ จาเปน็ ต้องปรบั ให้เหมาะกับบริบทของสถานศึกษาและสังคมท่ี
นักเรียนอาศัยอยู่ รวมทั้งการเรียนรู้ที่ดีท่ีสุดสาหรับเด็กคือการเรียนรู้ผ่านการลงมือทา(เล่น) อย่างสนุกสนาน การ
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
68
เรียนรู้โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) สามารถทาให้เด็กเปลี่ยนแนวคิดเชิงนามธรรม เป็นรูปธรรม
สรา้ งแรงจงู ใจใหผ้ เู้ รียนมีสว่ นร่วมในการเรียนรู้ทาให้การเรียนรู้เป็นไปอยา่ งมีความหมาย (Meaningful Learning)
ทาให้เกดิ องค์ความรู้ที่คงทน ผเู้ รยี นเขา้ ใจเห็นภาพ เชื่อมโยงกบั ชวี ิตจริงได้ พร้อมกบั การพฒั นาทักษะในศตวรรษที่
21 ไปกบั การเรียนรู้รว่ มกัน ผู้เรยี นจึงสามารถนาความรู้และทักษะท่ีได้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตและการทางานอย่างมี
ประสิทธิภาพ ด้วยความตระหนัก ในความสาคัญดังกล่าวข้างต้น จึงได้กาหนดให้มีการดาเนินการด้านการนิเทศ
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาแนวคิดเชิงคานวณโดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) ซ่ึง
กาหนดการนิเทศติดตามในภาคเรียนท่ี ๒/256๓ ระหว่างวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ถึงวันที่ 29 มกราคม 2564
เพื่อให้เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาแนวคิดเชิงคานวณโดยใช้เกมเป็นฐาน
(Game-based Learning) และใช้เกมเป็นสื่อในการจัดกิจกรรม สาหรับนักเรียนประถมศึกษาปีที่ 1 - 6 ที่
เหมาะสมกบั บริบทของโรงเรยี นคณุ ภาพประจาตาบล ไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
ผู้รายงานในฐานะศึกษานิเทศก์ ผู้รับผิดชอบกลุ่มงานศึกษา วิเคราะห์ วิจัยเพ่ือพัฒนาหลักสูตรการ
สอน และกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียน และกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี สาระที่ 4 เทคโนโลยี
กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
โดยในปี พ.ศ.2562 ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ซ่ึง
ดาเนินงานโดย สานักงานเลขาธิการคุรุสภา ร่วมกับ สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา
สถาบันวิจัยและพัฒนาวิชาชีพครูสาหรับอาเซียน มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ National Institute for School
Teachers and Staff Development (NITS) ณ ประเทศญ่ปี ุน่ ไดม้ โี อกาสรว่ มแลกเปลี่ยนเรยี นรกู้ ารใชน้ วัตกรรม
การศึกษาช้ันเรียน (Lesson Study) ซ่ึงเป็นรูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนให้มีประสิทธิภาพ
ยง่ิ ข้นึ ของประเทศญป่ี ุ่น ภายหลังเขา้ ร่วมโครงการได้นามาขยายผลใหโ้ รงเรยี นทรี่ บั ผิดชอบจานวน 8 โรงเรียน โดย
มีครูกลุ่มเป้าหมายจานวน 50 คน ในปี พ.ศ.2563 สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1
ได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการการพัฒนาแนวคิดเชิงคานวณโดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning)
ของสานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขัน้ พื้นฐาน โดยมีโรงเรยี นแกนนาเปน็ โรงเรียนคุณภาพประจาตาบล จานวน
2 โรงเรียน ได้แก่ โรงเรียนบ้านหนองไผ่ และโรงเรียนบ้านนาสวน ซึ่งในช่วงน้ันประเทศไทยต้องเผชิญกับ
สถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) สง่ ผลให้การจดั การเรียนรขู้ องครผู ูส้ อน
ตอ้ งมกี ารปรับเปลย่ี นรูปแบบการจัดการเรยี นการสอน ผูร้ ายงานในฐานะผ้รู บั ผดิ ชอบจงึ ไดศ้ ึกษาแนวทางการนิเทศ
ติดตามการจัดการเรียนรู้โดยใช้การนิเทศ 2 รูปแบบ ได้แก่ การนิเทศในรูปแบบ Online และการนิเทศในรูปแบบ
On site มาผสมผสานกับแนวทางการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
(Professional Learning Community : PLC)
5. วัตถปุ ระสงค์
5.1 เพ่ือพัฒนารูปแบบการนิเทศเพื่อพัฒนาครูในการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาแนวคิดเชิงคานวณ โดยใช้
เกมเปน็ ฐาน (Game-based Learning)
5.2 เพื่อนิเทศ ติดตามการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาแนวคิดเชิงคานวณ โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-
based Learning)
6. กล่มุ เป้าหมาย
ประชากร ครูผสู้ อนระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 – 6 โรงเรียนคุณภาพประจาตาบล จานวน 36 คน
กลมุ่ ตวั อย่าง ครผู ู้สอนระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 1 – 6 โรงเรียนคณุ ภาพประจาตาบล ท่ไี ดร้ บั การ
คดั เลอื กจากสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน จานวน 2 คน
ผผลลงานเด่นเป็นท่ปี ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
69
7. หลกั การ แนวคดิ ทฤษฎที ใี่ ช้
แนวทางการศึกษาชัน้ เรยี น (Lesson Study)
รปู แบบการนเิ ทศ
8. การออกแบบนวตั กรรม
จากการสังเคราะห์แนวคิด ทฤษฎีของนักการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการนิเทศ และแนวทาง
การศึกษาช้ันเรียน ผู้รายงานได้พัฒนารูปแบบการนิเทศการจัดการเรยี นรู้เพื่อพัฒนาแนวคิดเชิงคานวณโดยใชเ้ กม
เป็นฐาน(Game-based Learning) ของครูผู้สอนโรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
กาญจนบรุ ี เขต 1 โดยใช้รปู แบบการนเิ ทศ
ซ่ึงมี 4 ข้ันตอน ดงั นี้
4C Model
ขั้นตอนที่ 1 : C1 – Collaborative Planning ร่วมกันวิเคราะห์ วางแผน กาหนดเปา้ หมาย
ขน้ั ตอนท่ี 2 : C2 – Collaborative Learning รว่ มกันเรียนรูเ้ พอ่ื ออกแบบการจัดการเรยี นรู้
ข้ันตอนท่ี 3 : C3 – Collaborative Coaching ร่วมกันสงั เกตชน้ั เรยี น
ข้นั ตอนที่ 4 : C4 – Collaborative Reflecting ร่วมกันสะท้อนผล
ผผลลงานเดน่ เป็นท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
70
9. วธิ ดี าเนนิ การ
ผรู้ ายงานไดด้ าเนินการพัฒนาการจดั การเรยี นรู้การจดั การเรยี นรูเ้ พ่ือพฒั นาแนวคดิ เชิงคานวณโดยใช้
เกมเป็นฐาน(Game-based Learning) ของครูผู้สอนโรงเรียนในสังกัดสานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา
กาญจนบรุ ี เขต 1 โดยใชร้ ปู แบบการนิเทศ 4C Model ดังนี้
ข้นั ตอนท่ี 1 : C1 – Collaborative Planning ร่วมกนั วเิ คราะห์ วางแผน กาหนดเป้าหมาย
ศึกษานเิ ทศก์ ผู้บรหิ าร ครวู ิชาการ และครูผูส้ อน ร่วมกันวางแผนการนเิ ทศ กาหนดเปา้ หมายของสถานศึกษา และ
กาหนดเปา้ หมายของการจัดการเรียนรู้
ขั้นตอนที่ 2 : C2 – Collaborative Learning ร่วมกนั เรียนรเู้ พ่ือออกแบบการจัดการเรียนรู้
ศกึ ษานิเทศก์ ครวู ิชาการ และครูผ้สู อน ร่วมกันออกแบบการจดั การเรียนรู้พัฒนาแนวคิดเชงิ คานวณโดยใช้เกมเป็น
ฐาน(Game-based Learning) สะท้อนผลการออกแบบการจดั การเรียนรู้ของครูผ้สู อนเพ่ือพัฒนาแผนการจัดการ
เรียนรู้ใหม้ คี ณุ ภาพ
ผผลลงานเดน่ เป็นทปี่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
71
ข้ันตอนท่ี 3 : C3 – Collaborative Coaching ร่วมกันสังเกตช้ันเรียน ครูผู้สอนนาแผนการ
จัดการเรยี นรลู้ งสกู่ ารปฏบิ ตั ใิ นชน้ั เรียน โดยมีศกึ ษานเิ ทศก์ ผบู้ รหิ าร ครูวชิ าการ รว่ มสงั เกตชั้นเรียน โดยเนน้ ท่กี าร
สงั เกตแนวคิดของผ้เู รียนเป็นรายบคุ คล
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
72
ขั้นตอนที่ 4 : C4 – Collaborative Reflecting ร่วมกันสะท้อนผล หลังจากการสังเกตช้ันเรียน ศึกษานิเทศก์
ผูบ้ รหิ าร ครูวชิ าการและครูผสู้ อน รว่ มกนั สะท้อนผลการจัดการเรยี นรู้ โดยเปดิ โอกาสให้ครผู ้สู อนไดส้ ะท้อนตนเอง
(Self Reflection) จากน้ันศึกษานิเทศก์ ผู้บริหาร ครูวิชาการ รวมถึงผู้ร่วมสังเกตชั้นเรียน ร่วมกันสะท้อนผลโดย
นาเสนอแนวคดิ ของผูเ้ รยี นที่สังเกต เพ่อื นาไปสกู่ ารพฒั นาการจัดการเรยี นรขู้ องครูผ้สู อนในครงั้ ต่อไป
10. ผลการสรา้ งหรอื พัฒนานวัตกรรม
10.1 ไดร้ ูปแบบการนิเทศ 4C Model เพ่อื พัฒนาการจัดการเรียนรเู้ พื่อพฒั นาแนวคิดเชิงคานวณ โดยใช้
เกมเป็นฐาน (Game-based Learning)
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ปี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
73
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
74
1) ครูแกนนา เข้าร่วมการประกวดคลิปวิดีโอแนวทางการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาแนวคิดเชิง
คานวณ โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) ของสานักงานคณะกรรมการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน จนมผี ลงาน
เชงิ ประจักษ์ ดงั น้ี
2.1) นางสาวนภัสพร ทองพราย ครู โรงเรียนบ้านหนองไผ่ ได้รับรางวัลชนะเลิศ ระดับภูมิภาค
พรอ้ มเงินรางวัล 10,000 บาท และเป็นตวั แทนนาเสนอผลงานได้รบั รางวลั ชมเชยในระดบั ประเทศ
ผผลลงานเดน่ เป็นทีป่ ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
75
2.2) นายเอกพันธ์ ตะพัง ครู โรงเรียนบ้านนาสวน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับ
ภมู ิภาค พร้อมเงนิ รางวัล 6,000 บาท
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ปี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
76
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
77
10.3 ศกึ ษานิเทศก์ผู้รับผิดชอบ ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดคลิปวิดโี อแนวทางการจัดการเรียนรู้เพ่ือ
พัฒนาแนวคิดเชิงคานวณ โดยใช้เกมเป็นฐาน (Game-based Learning) ของสานักงานคณะกรรมการศึกษาขั้น
พ้นื ฐาน ในระดับภูมภิ าค
ผผลลงานเดน่ เปน็ ท่ีประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
78
11. การเผยแพร่นวัตกรรม
11.1คลิปวิดีโอโรงเรียนบ้าหนองไผ่ https://youtu.be/jky0b1t3knE
11.2คลิปวดิ ีโอโรงเรียนบ้านนาสวน https://youtu.be/mrV2vPqiyQA
ผผลลงานเดน่ เป็นท่ปี ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
79
11.3 เผยแพร่ผลงานแนวทางการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาแนวคิดเชิงคานวณ โดยใช้เกมเป็นฐาน
(Game-based Learning) ของครูแกนนา ใหก้ บั โรงเรียนในสังกัดทุกโรงเรยี น ใช้เปน็ แนวทางในการจัดการเรียนรู้
ตามบรบิ ทของสถานศกึ ษา
11.4 เป็นวทิ ยากรการอบรมเชงิ ปฏิบตั กิ ารการจดั การเรยี นรู้วทิ ยาการคานวณแบบ Active Learning
“Coding and Computing Science” ณ สพป.ลพบุรี เขต 2 มีครผู า่ นการอบรม 160 คน
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
80
11.5 เป็นวิทยากรอบรมเชิงปฏิบตั ิการหลักสูตรอบรมการให้คาปรึกษาและการจัดการเรียนรู้วิทยาการ
คานวณสาหรบั ศกึ ษานเิ ทศก์ Coding Mentor ในรปู แบบออนไลน์ ให้กบั ศึกษานิเทศก์ทว่ั ประเทศจานวน 430 คน
ผผลลงานเดน่ เปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
81
แบบรายงานการสร้างนวตั กรรม
1. ชื่อนวตั กรรม
รปู แบบการนเิ ทศโดยใช้กระบวนการชี้แนะและระบบพเ่ี ลี้ยง เพือ่ ส่งเสรมิ ศกั ยภาพการจัดการเรยี นรู้
วทิ ยาการคานวณ สงั กัดสานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี เขต 1
2. ชอื่ ผสู้ ร้าง
ชอื่ นายพนภาค นามสกลุ ผิวเกล้ียง ตาแหน่ง ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ
สานกั งานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษากาญจนบุรี เขต 1 อาเภอ เมอื ง
จังหวัดกาญจนบรุ ี โทร.034-564330
มอื ถือ 087-1664787 E-mail : [email protected]
3. แนวทางการคดิ คค้นนวัตกรรม
การสรา้ งนวัตกรรมใหม่
4. ประเภทของนวัตกรรม
การนเิ ทศ ตดิ ตามและประเมนิ ผล
5. ความเป็นมาและความสาคัญของปัญหา
ครูเป็นบุคลากรสาคัญของประเทศ มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพประชากร จากสังคมท่ีมีการ
เปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทาให้กระทรวงศึกษาธิการกาหนดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี เดิมอยกู่ ลุ่มสาระการเรียนการงานอาชีพ มาอยใู่ นกล่มุ สาระวิทยาศาสตรฯ์ โดยมีผลบังคบั ใชต้ ั้งแต่เดือน
พฤษภาคม พ.ศ.2561 โดยมีการเริ่มสอนทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่มีการ
พัฒนาด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และวิทยาการคานวณ ซ่ึงได้เข้ามาแทนวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเดิมท่ีมีอยู่ใน
ปัจจุบัน เพ่ือส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะในการแก้ปัญหา มีกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ การ Coding
คือ การเขียนชุดคาสั่งของโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วย "โค้ด (Code)" เพ่ือให้โปรแกรมทาตามคาส่ัง เสมือนการ
สั่งงานคอมพิวเตอร์ให้ทาตามที่เราตอ้ งการ โดยการใช้ภาษาของคอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่างๆ เช่น ภาษา C ภาษา
PHPภาษา Pythonปัญหาทพี่ บในปจั จุบนั คือ ครผู ู้สอนในโรงเรยี นยงั ขาดความเข้าใจเป้าหมายหลักสูตรไมส่ ามารถ
ออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ใหก้ บั นกั เรยี น
ครูเป็นบุคลากรสาคัญของประเทศ มีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพประชากร จากสังคมที่มีการ
เปล่ียนแปลงด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทาให้กระทรวงศึกษาธิการกาหนดให้มาอยู่กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี ซึง่ มีอยู่ 3 แกนหลักไดแ้ ก่ ICT CS และ DL โดยมีผลบงั คับใช้ตงั้ แต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2561 โดยมี
การเริ่มสอนท้ังระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา เพื่อเป็นการพัฒนาครูให้เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงและการ
จัดการเรียนร้วู ทิ ยาการคานวณ
ผผลลงานเด่นเป็นท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
82
จากการสารวจ ครูผู้สอนของ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรีเขต 1 เรื่องความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับเป้าหมายการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาการคานวณ พบว่า ครูมีความรู้ความ
เข้าใจเกี่ยวกับเป้าหมายการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิทยาการคานวณ มีความรู้ความเข้าใจเพียงเล็กน้อย
ถ้าจะให้สอนต้องหาความรู้เพิ่มเติมร้อยละ 67.00 เป็นอันดับเล็ก และ มีความรู้ความเข้าใจมาก สามารถจัด
กิจกรรมการเรียนการสอนให้นักเรียนได้เป็นอย่างดี และวิธีการที่จะทาให้ครูสามารถจัดกิจกรรมการเรียนรู้มี
คุณภาพมากท่ีสุด ครูจะต้องพัฒนาตนเองเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้วิทยาการคานวณร้อยละ 80.30 เป็น
อันดับแรก และ มีสื่อจากส่วนกลางทุกระดับชั้น ทุกโรงเรียนสามารถนามาใช้ได้ร้อยละ 71.00 สร้างพื้นฐาน
กระบวนการคิดให้นักเรียนทุกระดับชั้นร้อยละ 57.70 และใช้กระบวนการ PLC ในการพัฒนาการจัดกิจกรรม
การเรียนรู้ร้อยละ 46.20 ตามลาดบั
จากความสาคัญของปัญหาและความเป็นมา ผู้วิจัยจึงได้สร้างรูปแบบการนิเทศ PISSA Model มาใช้ใน
การจดั การเรยี นร้ขู องครูส่กู ารพฒั นาคุณภาพผูเ้ รียน เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นมีทักษะการคดิ แกป้ ัญหา และเห็นวา่ รปู แบบการ
การนิเทศ PISSA Model เป็นรูปแบบการนิเทศท่ีจะช่วยพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู เพ่ือส่งเสริม
กระบวนการคดิ และแกป้ ัญหาของนกั เรยี นได้ เพราะรูปแบบการนิเทศ PISSA Model เปน็ การสังเคราะห์
รูปแบบการนิเทศ เป็นรูปแบบการนิเทศท่ีผู้วิจัยสร้างข้ึนเพ่ือ พัฒนาครูเพ่ือให้มีความรู้และทักษะในการ
จัดการเรียนรู้วิทยากาคานวณ สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ได้รูปแบบการ
นิเทศ PISSA MODEL ซึ่งมี 6 ขั้นตอน คือขั้นตอนที่ 1 ขั้นศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการจาเป็น
(P-Preparing)ข้ันตอนท่ี 2 ขั้นจัดการความรู้ก่อนการนิเทศ (I-Informing)ข้ันตอนท่ี 3 ขั้นวางแผนและออกแบบ
นิเทศ (S-System planning & design)ข้ันตอนท่ี 4 ขั้นปฏิบัติการนิเทศ (S-Supervising)ขั้นตอนท่ี 5 ข้ันสะท้อน
คิดหลงั การนิเทศ (A-Action reflecting)
6. วตั ถุประสงค์
1.เพ่ือพฒั นารูปแบบการนเิ ทศเพื่อพัฒนาครูในการจดั การเรียนรู้วิทยาการคานวณ สานกั งานเขต
พ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประศึกษากาญจนบรุ ี เขต 1
2.เพื่อประเมนิ ผลเกย่ี วกับการเรียนรวู้ ทิ ยาการคานวณ ของครูผสู้ อน และความพึงพอใจต่อการ
ฝกึ อบรมทีม่ ตี อ่ ฝึกอบรมหลกั สูตรวิทยาการคานวณ ของสานักงานเขตพน้ื ที่การศึกษาประถมศึกษากาญจนบรุ ี เขต 1
3. เพอ่ื นิเทศ ตดิ ตามและประเมินผลความคิดเห็นความคิดเหน็ ที่มตี ่อความสามารถของครูในการ
จดั การเรียนรูว้ ิทยาการคานวณ
7. กลมุ่ เป้าหมาย ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
กลมุ่ เปา้ หมาย ครูแกนนาผา่ นการคัดเลือก จานวน 32 คน
8. หลกั การ แนวคิดและ ทฤษฏที ีใ่ ช้
กระบวนการนเิ ทศการศึกษา
กระบวนการนิเทศ (process of supervision) หมายถึง ขนั้ ตอนในการดาเนนิ งานและการปฏิบัติงานการ
นิเทศอย่างมีระบบ มีการประเมินสภาพการทางาน การจัดลาดับงานท่ีต้องทาการออกแบบงาน การประสานงาน
ตลอดจนการอานวยการให้งานลุลว่ งไปชดั บญุ ญา (2538 : 46) กลา่ วถึง กระบวนการนิเทศของ เลฮ์แมน มี 8 ขน้ั
ดังน้ี
ขน้ั ท่ี 1 การกาหนดปัญหาและความต้องการจาเป็น (Need)
ชนั้ ท่ี 2 การกาหนดจุดประสงค์ทวี่ ดั ได้ (Measurable Goals)
ผผลลงานเด่นเป็นท่ีประจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
83
ขน้ั ที่ 3 การกาหนดอุปสรรคและขอ้ จากดั ต่าง ๆ (Constraints)
ขน้ั ท่ี 4 การกาหนดวธิ กี ารที่เป็นทางเลอื กในการแกป้ ัญหา (AIlternatives)
ขนั้ ที่ 5 การเลือกทางเลอื กในข้ันที่ 4 มาปฏบิ ัตเิ พื่อแก้ปญั หา (Selection)
ขั้นท่ี 6 การนาทางเลือกท่เี ลือกแลว้ ไปทดลองใช้ (Implementation)
ขน้ั ท่ี 7 การประเมนิ ผลการทดลอง เพื่อพิจารณาดูว่าได้ผลตามวตั ถปุ ระสงค์หรือไม่
ขน้ั ที่ 8 การปรับปรงุ แก้ไขสว่ นที่บกพร่องหลงั จากทดลองดูแล้ว (Modification)
สานักงานการประถมศึกษาแหง่ ชาติ (2540 : 26) กล่าวถงึ กระบวนการนิเทศไว้ 4 ขนั้ ตอน
1) การศึกษาสภาพปจั จุบนั เพ่ือกาหนดปัญหาและความต้องการ ดงั นี้
1.1) ศึกษาวิเคราะห์ขอ้ มลู ดา้ นคณุ ภาพตา่ ง ๆ
1.2) สารวจและประเมนิ ความต้องการของครู
1.3) จัดลาดับความสาคัญของปญั หา
1.4) วเิ คราะห์สาเหตุและลาดับความสาคัญ
2) การวางแผน นาข้อมูลผลการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ปัญหา สาเหตุแห่งปัญหานามากาหนดกิจกรรม
และแนวทางแก้ไข ปฏิบัติ โดยเขียนเป็นโครงการประกอบด้วยหลักการและเหตุโลวัตถุประสงค์ เป้าหมาย
ทรพั ยากร ผลทคี่ าดหวงั
3) การปฏิบตั กิ ารนิเทศ เปน็ การดาเนินตามกิจกรรมที่กาหนดในโครงการนเิ ทศ เพ่ือให้การปฏบิ ัติ
เรียบรอ้ ย ผนู้ ิเทศควรดาเนินการ ดังน้ี
3.1) เตรียมพร้อมกอ่ นการนเิ ทศ ควรประชมุ ครชู กั ซ้อมความเข้าใจ
3.2) ปฏบิ ัตกิ ารนิเทศ ดาเนินการตามกจิ กรรมทก่ี าหนดไว้ รบั ทราบปัญหาและนามาพจิ ารณา
ช่วยเหลือและคานงึ ถึงขวญั กาลงั ใจของครู
4) การประเมนิ ผลเป็นการตรวจสอบความสาเรจ็ ของโครงการถงึ วตั ถุและเป้าหมาย ท่ีกาหนดไว้
ปรยี าพร วงศ์อนุตรโรจน์ (2548 : 39) กล่าวถึง กระบวนการนิเทศว่า เป็นขั้นตอนในการดาเนนิ งานและ
การปฏบิ ตั ิงานการนเิ ทศอย่างมีระบบ มีการประเมนิ สภาพการทางาน การจดั ลาดับงานที่ตอ้ งทา การออกแบบงาน
การประสานงาน ตลอดจนการอานวยการให้งานลุลว่ งไปสงัด อทุ รานนั ท์ (อ้างถงึ ใน วรรณพร สุขอนนั ต์, 2550 :
24-25) กลา่ วถึง กระบวนการนเิ ทศการศกึ ษาที่มีความสอดคลอ้ งกับสภาพสังคมไทย มี 5 ขัน้ ตอน ดงั น้ี
ข้ันท่ี 1 วางแผนการนิเทศ (planning-P) เป็นขั้นท่ีผู้บริหาร ผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศจะทาการประชุม
ปรึกษาหารือเพ่ือให้ได้มาซ่ึงปัญหาและความต้องการจาเป็นท่ีจะต้องมีการนิเทศรวมทั้งวางแผนถึงข้ันตอนการ
ปฏิบตั ิงานเกย่ี วกบั การนิเทศทจ่ี ะจดั ข้นึ อกี ด้วย
ขั้นที่ 2 ให้ความรู้ในส่ิงที่จะทา (informing-I) เป็นข้ันตอนของการให้ความรู้ความเข้าใจถึงสิ่งที่จะ
ดาเนินการว่าจะต้องอาศัยความรู้ความสามารถอย่างไรบ้าง มีข้ันตอนอย่างไรและจะทาอย่างไรจึงจะทาให้ได้ผล
งานออกมาอยา่ งมคี ณุ ภาพ
ข้ันท่ี 3 การปฏิบัติงาน (doing-D) ประกอบด้วยการปฏิบัติงานใน 3 ลักษณะ คือการปฏิบัติงานของผู้รับ
การนิเทศ เป็นข้ันที่ผู้รับการนิเทศลงมือปฏิบัติงานตามความรู้ความสามารถที่ได้รับการปฏิบัติงานของผู้ให้การ
นิเทศ ข้ันน้ีผู้ให้การนิเทศจะทาการนิเทศและควบคุมคุณภาพให้งานสาเร็จทันตามกาหนดเวลาและมีคุณภาพสูง
การปฏิบตั ิงานของผู้สนบั สนุนการนิเทศ ในเรอ่ื งวัสดุอปุ กรณ์ เครอ่ื งใช้ต่าง ๆ ท่ีจะช่วยให้การปฏิบัตงิ านบรรลผุ ล
ข้ันท่ี 4 การสร้างขวัญและกาลังใจ (reinforcing-R) ขั้นน้ีเป็นขั้นของการเสริมกาลังใจของผู้บริหารเพ่ือให้
ผู้รบั การนิเทศมีความมนั่ ใจและบงั เกิดความพึงพอใจในการปฏิบัติงานข้ันนี้อาจจะดาเนินการไปพร้อม ๆ กบั ที่ผู้รับ
การนิเทศกาลังปฏบิ ตั งิ านหรือการปฏิบตั ิงานไดเ้ สร็จส้ินกไ็ ด้
ผผลลงานเด่นเป็นท่ีประจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
84
ขน้ั ที่ 5 การประเมนิ ผลผลิตของการดาเนินงาน (evaluating-E) เป็นขน้ั ทีผ่ ้นู ิเทศทาการประเมินผลการ
ดาเนนิ การซ่ึงผ่านไปแลว้ วา่ เป็นอยา่ งไร แล้วทาการปรบั ปรุงแก้ไข
กระบวนการนเิ ทศตามรปู แบบ AIPDE Mode(ของกลิกแมนและคณะ (Glickman and others 2004 :
155 – 200) ประกอบดว้ ย 5 ขั้นตอน คือ
ขั้นที่ 1 การประเมนิ สภาพและสมรรถนะในการทางาน (Assessing : A)
ขนั้ ท่ี 2 การให้ความรู้ก่อนการนิเทศการสอน (Informing : )
ขน้ั ที่ 3 การวางแผนการนเิ ทศการสอน (Planning : P)
ชั้นที่ 4 การปฏบิ ัตกิ ารนเิ ทศการสอน (Doing : D)
ช้นั ท่ี 5 การประเมนิ ผลการนเิ ทศการสอน (Evaluating : E) มกี ารตดิ ตาม ดแู ล ให้คาแนะนา
(Mentoring) ในการนิเทศการสอนและการจัดการเรยี นร้ใู หก้ บั ครผู ู้ทาหนา้ ที่นเิ ทศและครผู รู้ บั การนเิ ทศอยา่ ง
ตอ่ เนอื่ ง
กระบวนการนิเทศตามรูปแบบ NMCASIE Model ของ เลฮแมน (อ้างถงึ ใน ชดั บุญญา, 2538 : 46)
ประกอบด้วย 7 ขนั้ ตอน คือ
ขน้ั ท่ี 1 การกาหนดปัญหาและความต้องการจาเป็น (Need)
ขน้ั ที่ 2 การกาหนดจดุ ประสงคท์ ว่ี ัดได้ (Measurable Goals)
ขน้ั ท่ี 3 การกาหนดอุปสรรคและขอ้ จากดั ตา่ ง ๆ (Constraints)
ขนั้ ที่ 4 การกาหนดวิธีการทเ่ี ปน็ ทางเลอื กในการแกป้ ัญหา (Alternatives)
ขัน้ ท่ี 5 การเลือกทางเลือกในข้นั ที่ 4 มาปฏิบตั ิเพอื่ แกป้ ญั หา (Selection)
ขน้ั ที่ 6 การนาทางเลอื กทเ่ี ลือกแลว้ ไปทดลองใช้ (Implementation)
ขั้นท่ี 7 การประเมินผลการทดลอง เพ่ือพจิ ารณาดูว่าได้ผลตามวัตถปุ ระสงค์หรอื ไม่(Evaluation)
กระบวนการนิเทศตามรูปแบบ CIPE Model ของยพุ ิน ยนื ยง และวัชรา เลา่ เรยี นดี (2554 : 202)
ประกอบด้วย 4 ขัน้ ตอน คือ
ขน้ั ท่ี 1 Classifying: C การคัดกรองระดับความรู้ ความสามารถ ทกั ษะที่สาคญั เกยี่ วกบั การจดั การเรียนรู้
ขั้นที่ 2 Informing: ! การให้ความรู้ก่อนการนิเทศ
ขั้นท่ี 3 Proceeding: P การดาเนินงาน ได้แก่
1) การประชมุ ก่อนการสงั เกตการณ์สอน(Pre conference)
2) การสงั เกตการสอน(Observation) และ
3) การประชุมหลังการสงั เกตการณ์สอน (Post conference)
ขน้ั ที่ 4 Evaluating: E การประเมินผลการนิเทศ โดยมกี ารกากับ ติดตาม(Monitoring) อย่างต่อเนื่องทุก
ข้ันตอน เพอ่ื ให้การดาเนนิ การนเิ ทศเกดิ ประสิทธิภาพ
กระบวนการนเิ ทศตามรูปแบบ PPIE Model ของ วชริ า เครอื คาอา้ ย (2553 : 147)ประกอบด้วย 4
ข้ันตอน คือ
ขน้ั ที่ 1 ขน้ั เตรยี มความรู้ / เทคนคิ วธิ กี ารจัดการเรยี นรู้ (Preparing = P)
ขน้ั ท่ี 2 ขนั้ เตรียมวางแผนการนเิ ทศ (Planning =P)
ขัน้ ท่ี 3 ขั้นดาเนนิ การนิเทศการสอน(Implementing = I)
ขน้ั ท่ี 4 ขั้นประเมนิ ผลการนิเทศ (Evaluating = E)
ผผลลงานเดน่ เปน็ ที่ประจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
85
กระบวนการนเิ ทศตามรูปแบบ ของกรมวชิ าและคณะอนุกรรมการปฏิรูปการเรียนรู้ (2543 : 17)
ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ
ขั้นท่ี 1 ขัน้ เตรียมการนิเทศ
ขน้ั ท่ี 2 ข้นั วางแผนการนเิ ทศ
ขน้ั ที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ตั ติ ามแผนการนิเทศ
ขั้นท่ี 4 ขั้นประเมินผลการนิเทศ
ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั ปรบั ปรงุ แก้ไขวธิ กี ารนเิ ทศ
กระบวนการนิเทศตามรูปแบบPIDRE Model ของสงดั อุทรานนั ท์ (อ้างถึงใน วรรณพรสุขอนนั ต์, 2550 :
24- 25) กลา่ วถงึ กระบวนการนิเทศการศึกษาท่ีมีความสอดคลอ้ งกับสภาพสังคมไทย มี 5 ข้ันตอน ดงั น้ี
ขน้ั ท่ี 1 วางแผนการนเิ ทศ (planning-P)
ขน้ั ท่ี 2 ใหค้ วามรู้ในส่งิ ท่ีจะทา (informing-)
ขน้ั ท่ี 3 การปฏบิ ตั งิ าน (doing-D)
ขน้ั ที่ 4 การสรา้ งขวญั และกาลังใจ (reinforcing-R)
ขน้ั ท่ี 5 การประเมนิ ผลผลติ ของการดาเนนิ งาน (evaluating-E)
9. การออกแบบนวัตกรรม
จากแนวคิดของนักการศึกษาเก่ียวกับกระบวนการนิเทศการจัดการเรียนรู้สามารถ วิเคราะห์และ
สังเคราะห์เป็นรูปแบบท่ีมีความเหมาะสมกับสภาพปัญหาและความต้องการในการ พัฒนาครูเพ่ือให้มีความรู้และ
ทักษะในการจัดการเรียนรู้วิทยากาคานวณ สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษากาญจนบุรี เขต 1 ได้
รปู แบบการนเิ ทศ PISSA MODEL ซ่งึ มี 5 ขน้ั ตอน คือ
ขน้ั ตอนท่ี 1 ขั้นศึกษาสภาพปัจจบุ นั และความต้องการจาเป็น(P-Preparing)
ขั้นตอนท่ี 2 ขั้นจดั การความร้กู อ่ นการนิเทศ (I-Informing)
ขัน้ ตอนท่ี 3 ขั้นวางแผนและออกแบบนเิ ทศ (S-System planning & design)
ขั้นตอนที่ 4 ข้นั ปฏบิ ัตกิ ารนิเทศ (S-Supervising)
ขน้ั ตอนท่ี 5 ขนั้ สะท้อนคดิ หลงั การนิเทศ (A-Action reflecting)
ผผลลงานเดน่ เปน็ ทปี่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
86
รปู แบบการนิเทศ PISSA MODEL
ผผลลงานเด่นเป็นทป่ี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
87
10. วิธีการดาเนินการ
ขน้ั ตอนท่ี 1 ขน้ั ศึกษาสภาพปจั จบุ ันและความต้องการจาเปน็ (P-Preparing)
วิเคราะห์ความต้องการในการพัฒนาผู้เรียน โดยพัฒนาการจัดการเรียนการเรียนรู้วิทยาการ
คานวณ ส่งเสริมครูให้เตรียมความรู้ด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาการคานวณ ให้สอดคล้องกับบริบทของ
สถานศกึ ษา และคัดเลือกครูแกนนา
ผผลลงานเด่นเป็นทีป่ ระจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
88
ข้นั ตอนท่ี 2 ข้นั จัดการความรู้ก่อนการนเิ ทศ (I-Informing)
ฝกึ ปฏบิ ตั กิ ารฝึกอบรมจดั การเรยี นรู้เพ่ือสง่ เสรมิ ศักยภาพการจดั การเรยี นรู้วทิ ยาการคานวณ
ผผลลงานเดน่ เป็นทปี่ ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
89
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
90
ขน้ั ตอนที่ 3 ขน้ั วางแผนและออกแบบนเิ ทศ (S-System planning & design)
ประชุมวางแผน เพื่อออกแบบเครื่องมือการสงั เกตชั้นเรียน และปฏิทินการนิเทศ และแผนการจดั การ
เรียนร้วู ิทยาการคานวณ
ข้นั ตอนท่ี 4 ขั้นปฏิบัติการนเิ ทศ (S-Supervising)
ดาเนินการนิเทศชน้ั เรียน ตามแผนปฏทิ นิ การนเิ ทศ
ผผลลงานเดน่ เปน็ ท่ีประจักษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
91
ข้นั ตอนท่ี 4 ข้ันปฏิบตั กิ ารนิเทศ (S-Supervising)
ดำเนินกำรนิเทศช้นั เรียน ตำมแผนปฏิทินกำรนิเทศ
ผผลลงานเดน่ เปน็ ทป่ี ระจกั ษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
92
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
93
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
94
ขน้ั ตอนที่ 5 ขั้นสะท้อนคดิ หลงั การนิเทศ (A-Action reflecting)
แลกเปลีย่ นเรียนรรู้ ่วมกันระหวา่ งผูบ้ ริหาร/ผ้นู เิ ทศ/ผ้รู บั การนเิ ทศ และการใหร้ างวัลในการจดั การเรียน
การสอน ในการจดั การเรยี นรู้วิทยาการคานวณ
การประชมุ แลกเปลี่ยนเรยี นรกู้ ารขับเคลือ่ นการสร้างสอ่ื นวัตกรรมการเรียนการสอนโค้ดดง้ิ
ประกวดส่ือนวัตกรรมการเรียนการสอนโค้ดด้ิง โดยนาความรู้จากการอบรมไปสร้างส่ือเพื่อจัดการเรียน
การสอนในช้ันเรียน กาหนดการจัดกิจกรรมในวันท่ี 28 สิงหาคม 2563ณ ห้องประชุมไพลิน อาคาร 9 ชั้น 3
มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี โดยมีบุคลากรทางการศึกษาร่วมนาเสนอผลงาน และส่งผลงานเข้าร่วมกิจกรรม
เป็นจานวนมาก
ผผลลงานเด่นเป็นทป่ี ระจักษ์ Best Practice ประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2564
95
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
96
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564
97
ผผลลงานเด่นเปน็ ท่ีประจกั ษ์ Best Practice ประจาปงี บประมาณ พ.ศ.2564