ส�ำหรับประเด็นด้านความปลอดภยั ทางถนนสอดคลอ้ งกบั วัตถุประสงค์ จำ� นวน 2 วัตถปุ ระสงค์ คือ
วัตถุประสงค์ที่ 1 การปรับเปลี่ยนให้คนในสังคมไทยมีค่านิยมตามบรรทัดฐานที่ดีทางสังคม เป้าหมายท่ี 1
คนไทยส่วนใหญ่มีทัศนคติและพฤติกรรมตามบรรทัดฐานท่ีดีของสังคม ตัวช้ีวัด 1.1 ประชากรอายุ 13 ปีข้ึนไปมีกิจกรรม
การปฏบิ ัตติ นทส่ี ะท้อนการมคี ุณธรรมจรยิ ธรรมเพ่ิมข้ึน
วัตถุประสงค์ท่ี 3 การส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะท่ีดีตลอดช่วงชีวิต เป้าหมายการพัฒนาที่ 4 คนไทย
มสี ขุ ภาวะทดี่ ขี น้ึ ตวั ชวี้ ดั 4.2 การตายจากอบุ ตั เิ หตทุ างถนนตำ่� กวา่ 18 คน ตอ่ ประชากรแสนคน และตวั ชว้ี ดั 4.6 รายจา่ ยสขุ4ภ6าพ
ทง้ั หมดไม่เกินร้อยละ 5 ของผลิตภัณฑม์ วลรวมในประเทศ
แภหาง่พชภา2าต-พ4ิฉท่มี2บย-าบั4ุท:ทยธภุท่ี ศา1ธพา2ศปสารสตะตรกร์อทท์ บี่ี่ 11เอกกกาสราเารสรเรปสิมรรสะิรมก้าอสงบแรกล้าาะงรพแบฒั ลรนระยาพศายักัฒเยรนภื่อางาพศยทุทักุนธยมศภนาสุษาตยพร์ แท์ 2ผุน0นมปพีนัฒอุนษนาายเคศ์ ตแรปษผรฐนะกเิจพทแศัฒลไทะนสยาังมคเ่ันศมคแรงหษมง่ ฐช่ังคกาั่งติจิฉยแบ่งั ลยบั นืะทส่ี 1ัง2คม
ท่ีมา : ภาพประกอบ เอกสารประกอบการบโดรยรยดารย. เปรร่ือเมงธยี วุทมิ ลธศศิราิ สตร์ 20 ปี อนาคตประเทศไทยมั่นคง มั่งคั่ง
ยงั่ ยนื โดย ดร. ปรเมธี วิมลศิริ
ดังนั้น ความปลอดภัยทางถนนที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ท่ี 1 คือ การให้ความส�ำคัญกับการลดปัจจัยเส่ียง
ดา้ดนังสนขุ ภั้นาพคแวลาะมใหปท้ กุลภอาคดสภว่ นัยคทำ� นางึ งถถงึ ผนลนกรทะที่สบอตดอ่ สคขุ ลภา้อพงกซง่ึับควยาุทมปธลศอาดภสยั ตทราง์ทถ่ีน1น คเปือน็ ปกจั จายั รเสใยี่หง้คดา้ วนาสมขุ ภสาาพคในัญระกดบัับตกน้ ๆาร
ลดปทัจี่ส่งจผัยลเกสร่ียะทงดบต้า่อนสสุขุขภาภพาขพองแคนลไะทใยห้แทลุกะภเสารคิมสสร่ว้านงคควาามนเึงขถ้มแึงขผ็งลขกองรชะุมทชบนใตน่อกาสรุขมภีส่วานพร่วซมจ่ึงัดคกวิจากมรรปมลสอาธดาภรณัยปทราะงโยถชนนน์
เผขปู้อล็นงะใคจปชนเดัรวุมัจกูร้นผาะจชปู้รเกัยบนผกาเยีลคใสรบกันร่ียปทดอกนังงาฏางดใชยิสบหร้ามุทุงัมส้ัตนคชธถีสิตมนศสา่วาบาุขเแสนปมนั ภลต็นทรบะราแา่วก์ทพรงนำ�มี่รสให2วจงัทนรนคกัดว่ัรดดมามกะบรฐมใสิทจดนสีารลกว่กบัน้านงารงตใโรรคทนรผ้นว่ วษมมลสๆาแักใสัมงนกดคเาทผก่ปันธมลู้าส่ี็นใาระห่งธพรเน้เรผวกฒัณรน้อลดิมนกกปกวลาาฒัจดรรรปปคนะาะรฏวกะธทโารเบยินบทมรตัชมศี้เตติหยนอค่อาลยวัง์มจสอื่าา่สบัดมมงุขอรเลปรขภรด้�ำะลม็ทาใอคเแดันพบดขฐลสภขง็าียงั้อนยัคโอบงดใทมงนกยทาคสอับงางันถาคแงศนไมสยันทนแังภวยนนคาทอวยมแกราใจลว่นงแามะสใกลจนถเนาสะากก้ี บรกยสาันิมงัาถรหสสหาผอลบรนลดกันั้าคักดทกงลาดบาคอ้งรันวทสงศกางัใกึลคบัมหษงมแเา้สโนขทชถวม้ มทษาแราบแมขงันก็ง่
ทางสังคมมีสว่ นยรทุ่วธมศใานสกตรา์ทร่ีพ2 ัฒกำ� นหนาปดวรัตะถเปุ ทรศะสองยค่าข์ งอเงขย็มทุ ธแศขา็งสตโรด์ไยว้อ3าวศัตถัยุปแระนสวงคร์่วไดม้แจกา่ (ก1ส) ขถยาาบยโันอกาาสรทศาึกงเษศารษชฐกมจิ รแมลคะรู
ผู้ปกสคังครมอใงห้แชกุมก่ ลชุ่มนปรเะปช็นากแรนรอ้วยรล่วะม4ใ0นกท่มีาีรราผยลไดักต้ ด�ำ่ ัสนุดให(2้เ)กกิดาวรใัฒห้คนนธไรทรยมทุกคควนาเมขา้ปถลึงบอรดิกภารัยททางาสงงั ถคนมทนี่มภคี าณุ ยภใานพสไดถอ้ ายบา่ งันทหว่ั ถลึงัก
ทางแสลงั ะค(ม3) สร้างความเขม้ แขง็ ใหช้ ุมชน
ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การสรา้ งความเป็นธรรมลดความเหล่ือมล้าในสงั คม
42 ยThุทaiธlaศnาdสRตoaรd์ทSี่ a2feกtyาMหaนstดeวr ัตPlถanุป2ร0ะ18ส-ง2ค0์2ข1องยุทธศาสตร์ไว้ 3 วัตถุประสงค์ ได้แก่ (1) ขยายโอกาส
ทางเศรษฐกิจและสังคมให้แก่กลุ่มประชากรร้อยละ 40 ที่มีรายได้ต่าสุด (2) การให้คนไทยทุกคนเข้าถึง
สำ� หรับประเด็นดา้ นความปลอดภยั ทางถนนสอดคลอ้ งกบั วตั ถปุ ระสงค์ จำ� นวน 1 วตั ถุประสงค์ คือ
วัตถุประสงค์ที่ 2 การให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการทางสังคมที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง เป้าหมายท่ี 2
47เตพอ่ ิ่มปโรอะกชาาสกกราระรเหขว้าา่ ถงึงพบื้นรทิกี่ลาดรลพงื้นฐานทางสังคมของภาครัฐ ตัวช้ีวัด 2.4 ความแตกต่างของสัดส่วนบุคลากรทางการแพทย์
ภภาาพพ22--55 ยยทุ ุทธศธาศสาตสรท์ตี่ร2์ทก่ี า2รสกรา้างรคสวราม้าเงปคน็ วธารรมมเลปด็นคธวารมรเมหลลอื่ ดมคลวำ�้ ใานมสเงั หคมล่ือแผมนลพ้าฒั ในนาสเังศครษมฐกแจิ ผแนละพสัฒงั คนมแาหเศง่ ชราษตฐฉิ บกบัิจทแ่ี ล12ะ
ทสัง่ีมคาม:แภทหมี่า่งพาชป:าภรตะาฉิ พกบปอับรบะทกเี่ออ1กบ2สเาอรกปสารระปกรอะบกกอบารกบารรบรรยโราดยยยาเยรดเื่อรร.อื่งปงยรยุทเุทมธธธศีศวาาิมสสลตตศรรริ์ ์2ิ 200ปปี อี อนนาคาตคปตรปะรเทะศเทไทศยไมทัน่ ยคมงั่นมค่ังงคง่ัมย่ัง่งัคย่ังนื ยั่งยืน
โดย ดร. ปรเมดธังี นวั้นิมลคศวาริ มิ ปลอดภยั ทางถนนท่สี อดคลอ้ งกับยุทธศาสตรท์ ี่ 2 ควรใหค้ วามสำ� คัญกบั การกระจายการให้บริการ
กสดรา้าะนธจากราาณรยแะกพทาทีด่ รยี แฉ์ใดยลกหุ ุทังะเ้ธฉบนปศนิ ั้ลนราเอิปกสดคน็ตาภบรวรท์ยัราดอกิ่ี ม3้าายปรา่นกภงาลกทารอคว่ัาสรถดรรฐังึา้ แภทงแมค่ีพัยลควี ททะาณุ รมายะภเง์บขฉาถพ้มบุกนแใปเหขนรฉค้็งะทินทรกอ่ีาสเนั บงปอขเคศ็ัน้นดลรพมุบคษนื้แฐลรฐลก้ิอกาะจิ นทงาแสกวั่รล�ำถับะภหงึ แยราขนบัุทค่งอรขกธรถนั จัศฐโไดาทดากย้อสนี่สมยต้ีาีค่าครรงวุสณย์ทราง่ัพธ่ีภยาจิ2ืนารา ณรพคณะวใาหรกใ้คาหรรเ้คขอา้วบถางึ คมระลสบุมาบคแบัญรลกิ ะกาทรับข่ัวกนถาสงึ่รง
นอกจากน้ีควยรุทพธิจศารสณตราท์ กี่ 3ากร�ำเหขน้าดถวึงัตรถะปุ บรบะสบงครข์ิกอางรยขุทนธศสา่งสสตารไ์ธวา้ 2รณวัตะถทุปรี่ดะีแสลงคะไ์ ปดแ้ลกอ่ (ด1)ภสัยร้าองยค่าวางมทเ่ัขว็มถแึงขง็ แใหลเ้ ศะรรษะฐบกบิจ
ปขรยะากยนั ตวขั อั้นยพา่ ง้นื มฐเี สาถนยี สราภหาพรแับลระถยโง่ั ดยยนื สแาลระส(2า)ธสารรา้ ณงคะวามเขม้ แขง็ ใหก้ บั เศรษฐกจิ รายสาขา เพอ่ื ยกระดบั ขดี ความสามารถในการ
เขกแ็มขาร่งแขพขันัฒ็งขนใอหางนภ้เศวาัตครยยสกเษำ�ทุุทกรหษฐธวธรรัตตมกศศับถรใิาจาปนุปสอสขรกรตุะตตยาะเสรรสรดาาส์ทง์ทน็ยหคร่ีดี่ตก้า์ท33า้ รงัว่ีนมร2กอกคมูลากวายคบราาห่า่าสมรรแงนสกิปรลมราดา้ละา้รีเงอวงเสคพแดัคตถลภวิ่มวถียะาาัยปุปมกมทรราเรภาะเขรขะงสม้คาถส้มิทแ้าพนงแธขนกแคิภง็ขาสใลา์ขง็รหอพทละอก้ดกงยงาับคทายง่ัลเงรุนศเุท้อยผศรงลืธนษรกิตศฐษับขแกาวฐอิจสลัตกงรถตะสิจาุปรยินแ(ร์สไคล2ะวา้าะส)้ขแง2แาสลคขระใ์วนจง่บ้าัตำ�ขวงรนถัตันิกควถุปาไวนุปรดราระ1้อมะแวสยสลเัตงา่งขะถคคง้มุปย์ย1์ไแร่อด.ั่งะ2ยขย้แส.ท4็งนืกง่ีใค่1เห์(พ.ค12้กื่ออื.)1ับเพสเเ่ิมพรศศ้ื่อารักสงษคย่งเฐภวสกาารพมิิมจ
ราขยองสอาตุ ขสาาหกเพรรื่อมยสำ�กครญั ะเดดมิับใขหีดส้ าคมวาารถมตสอ่ ายมอาดรสถอู่ ตุในสากหากรรแรมขแ่งหขง่ ันอขนาอคงตภทาใี่ ชคเ้ เทกคษโนตโรลยอสี ุตมยัสใาหหมอ่กยรา่ รงมเขม้ บขรน้ ิกแาลระแสรลา้ ะงรกาากรฐคาน้า
กกาารรลพงฒั ทนนุ าอตุ สาหกรรมใหม่บนฐานของความเป็นมติ รตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม
สาหรับประเดน็ ดา้ นความปลอดภัยทางถนนสอดคล้องกับวตั ถุประสงค์ จานวน 1วตั ถปุ ระสงค์ คอื
ที่ 1.2.1 วัตถุประสงค์ที่ 2 การสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจรายสาขา ในวัตถุประสงค์ย่อย 43
เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมในการสร้างมูลค่าแแลผะนเแพม่ิม่บทปครวะามสปิทลธอิภดภาัยพทกางาถรนผนลพิ ต.ศข.อ2ง5ส6ิน1-ค2้า56แ4ละ
48
ที่มภา า: พทภาี่มพ2าป-ภ6ร:าะพยภกุทอา2บธพ-6ศเปอายกรสุทสะตธากศรราอปท์ สรบ่ี ตะ3รกเท์ กออี่บา3กรกสกสาารารรบรา้สรปงรรค้ายรงวาะคยากวเมารอเม่อื ขบเงข้มกย้มแทุาแขธรข็งศ็งบททารสาารตงงเยรเศศ์ าร2รษย0ษฐเปกรฐีจิ่ือกอแนิจงลาแะคยลแตุทะขปง่แธรขศขะันเง่าทไขดสศัน้อตไยทไรา่ดย์งม้อ2ยัน่ยงั่0ยคา่ ืนงงปยมี ่ังัง่อคยนั่งนื ายคง่ั ยตืนประเทศ
ไทยมน่ั คง มัง่ คัง่ ยง่ั ยืน โดย ดร. ปรโเดมยธีดวริม. ปลรศเริมิธี วิมลศริ ิ
ยามนาพตารหฐนดาะนังแนยลดั้าะนังกนนาคพ้ันรวาใหาคหม้บวนารปะมิกลแปาอรลลดดอะ้าดภกนภาัยกัยราททรใาหขางงน้บถถสรนน่งกินผนาูท้โดทร่ีสยดี่สอส้าดอานครดลกคเ้อาพลงรื่อก้อขเับงพนยกิ่มสุทับข่งธีดยผศคุทโู้าวดสธาตยมศรสสา์ทาาส่ีมร3ตาเพรรคถ์ทื่อวใ่ีนเรพ3ใกหิ่มาค้ครขววแีดาขรมค่งใสขหว�ำันา้คคขมวัญอสางกามปับมรสกะาาาเรรทคถยศัญกในรกพะกับัฒดากับนรมาาแบราขตุคยง่ รลกขฐารันากะนรขดอับง
ดา้ปนรกะารเทใหศบ้ รพกิ าัฒรในนาอบตุ สุคาลหากรกรรมดย้าานนยกนาตร์ ใแหละ้บทรอ่ ิกงเาทรยี่ ใวนใหอม้ ุตศี สกั ยาภหากพรทรส่ี มงู ขยนึ้ านเนยอ่ื นงจตา์กแอลตุ สะาทห่อกงรรเทมย่ียาวนใยหน้มตแ์ีศลักะยอตุภสาาพหกทรี่สรมูงข้ึน
กาเนรทือ่ ่องงจเทา่ยีกวอเตุ ปส็นาอหตุ กสารหรกมรยรามนหยลักนขตอ์แงปลระะอเทุตศสาหกรรมการทอ่ งเทยี่ ว เปน็ อุตสาหกรรมหลักของประเทศ
ยุทธศาสตรท์ ่ี 4 การเติบโตท่ีเปน็ มิตรกับสงิ่ แวดล้อมเพ่ือการพัฒนาอย่างยัง่ ยนื
ยทุ ธยศทุ าธสศตาสรต์ทร่ี ท์4ี่ 4กกาำ� รหเนตดิบวโตั ตถทปุ ี่เรปะ็นสงมคติ ข์ รอกงยบั ทุ สธ่ิงศแาสวตดรลไ์ วอ้ ้ ม4 เวพตั ่อืถปุกราะรสพงคฒั ์ ไนดาแ้ อก่ย(1่า)งรยกั ั่งษยาืนฟน้ื ฟทู รพั ยากรธรรมชาติ
และมีการยใชุท้ปธรศะโายสชตน์รอ์ยท่า่ี ง4ยั่งกยาืนหแลนะดเปว็นัตธถรุปรมระ(2ส)งสคร์ข้าองคงวยาุทมมธ่ันศคางสดต้านรน์ไว้�ำข้ 4องวปัตระถเุทปศรแะลสะงบคริ์หไาดร้จแัดกก่ า(ร1ท)รรัพักยษาการนฟ�้ำ้ืนฟู
ทั้งทรระัพบบยใาหก้มรีปธระรสริทมธชิภาาตพิแ(ล3)ะบมรีกิหาารรใจชัด้กปารระสิ่โงแยวชดนล์้ออมยแ่าลงะยลั่งดยมืนลพแิษลใะหเ้มปีค็นุณธภราพรมดีข้ึน(2แ) ลสะร้า(4ง)คพวัฒามนามข่ันีดคควงาดม้าสนามนา้ารถของ
ใจนาเลปกกพดราก่ือระมาลลรเลดทเดปพกผศล๊าิษล่ียซแนใกเรสหลแรือ�ำป้มะะนหลวทบีคกรัตงบับรุณรสถะปิหจภุปจภราาากระพากะรแเพภดสกจล็นมูงะดาัดคอิดกรีขก์ทาา้าเึ้นปกนารี่ ปารค4ลศแรวทีย่ ับาพลรแนมตัฒะัลพปแวั ะนลยป(กา4อเาลาพขด)กรงีด่ือภรพสรลคบััยนภดัฒวทมาผ้าาอืานมลพงทกสกถาบัภ้ังารนขภรมะูมนีดัยทะาอิสพครบบอาถิบวจดบกใัตาาคนาใกิมลกศหเกปอ้สาแา้มง้ารราลกหีลปเมปับะดมราลวกากะรตัย่ีย๊าาสถนถทซริุปทแี่ใเรร4นปรับธือะลกิกภมนสงาากืองาสรรครภพกเ์ลพะาบัจจพมิ่ดำ�(ภก3ปนภกแยั)รวมู๊าละนพบิอซะสาิบร1เกิทกริหัตาธาวือริภศิัตาปนแาถรรพลุปกจับะกรัรดตกาะะกรัวาสจลรางรเดคกรพับก์สแค่ือมา๊ ิ่ลงือลซือแดเะกรวผับกอื ดลภนากัยลรกรพรป้อะะบิ รมทจตั ับบกแิ ตลัวะ
แในลภะาขคีดพคลวสังางามาหสนราแมบั ลาปะรครถมะในนเดากค็นามรดขป้านรนัสบคง่ตวลัวาดตมล่อปงกไลมาอร่นเดอ้ ปยภลกัยี่ยวนท่าแราอ้ปงยถลลนงะสนภ7สาอขพดอภงคูมกลิอา้อราปกงกาลศ่อับยวตใัตนัวถกชปุร้ีวณัดระีป4สก.ง1ตคิภป์าจยริามในนาณวพนก.ศา.1ร2ปว5ลตั6่อ3ถยปุ กร๊าะซสเรงือคน์ กครอื ะจก
วัตถุประสงค์ที่ 4 พัฒนาขีดความสามารถในการลดก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัว เพื่อลด
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการรับมือกับภัยพิบัติ เป้าหมายท่ี 4 การเพิ่ม
ประสิทธิภาพการลดก๊าซเรือนกระจกและขีดความสามารถในการปรับตัวต่อการเปล่ียนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศ ตัวชี้วัด 4.1 ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคพลังงานและคมนาคมขนส่งลดลง
44 ไTมhaน่ ilอ้ aยndกวRา่oรad้อยSลafะet7y Mขอasงtกeาr รPปlaลn่อ2ย0ใ18น-ก2ร0ณ21ีปกตภิ ายใน พ.ศ. 2563
49
ภาพ 2-7 ยุทธศาสตร์ท่ี 4 การเติบโตที่เป็นมติ รกับสงิ่ แวดลอ้ มเพ่ือการพัฒนาอย่างย่ังยนื
ที่มา : ภาพปรภะากพอ2บ-7เอยุทกธสศาารสปตรร์ทะ่ี ก4อกบารกเตาบิ รโบตรทรีเ่ ปยน็ ามยติ เรรกื่อบั งสิง่ยแุทวดธลศอ้ ามสเพต่อืรก์ 2าร0พัฒปนี อาอนยา่าคงยตงั่ ปยนืระเทศไทยมั่นคง
ม่งั คทัง่ ่มี ยา ง่ั:ยภนืาพโปดรยะกดอรบ. เปอกรสเมารธปี วระิมกลอศบริ กิ ารบรโรดยยายดเรร.อ่ื ปงรยเุทมธธีศวามิ สลตศริร์ 2ิ 0 ปี อนาคตประเทศไทยมน่ั คง มัง่ คง่ั ยง่ั ยืน
ดังนั้น ความปลอดภัยทางถนนท่ีสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่ 4 ควรให้ความสาคัญกับการ
ส่งเสริมการใชด้จงั ักนรัน้ ยคาวนามกปลาอรดใชภ้ยัรทะาบงถบนขนนทสี่ส่องสดคาลธ้อางรกณับยะทุ ธแศลาะสกตรา์ทร่ีป4รคับวรปใหรุค้งควาุณมสภ�ำาคพญั กกบัากราใรหส้บ่งเรสิกรมิากรารรถใชโ้จดกั ยรสยาานร
ปลดรกกในะอาาดรรจุบเา้ใาขชัตนท้า้รขิเถะหาองึบงงตขกบใอุในาขนงรนคเเกมตนสลืบอิ่งทุ่มสโงมี่ ตาเีฐทธสนาาเี่่ียนอประงณนก็ ปหมจะาลติานรแักกกกลอจลบั ะยาะสกง่าชงิ่าแงใร่วหวรปยด้เถรขสลับจ้าอ้่งถปักเมงึรสรแรุงยระลคิมบว้าุณยนบใภงันขยเาปนดนพน็ส้าตกกง่ นาม์าโรขรวดใลลอหยดชง้บอนกกรบุ าิกาทตั รราดเิ สรหเแตร่งตทถิบเใุนโสนดโกรกตยาิลมสรทมุ่กใา่ีเชเราปส้รปรยี่ถ็นรงเจขะหมกั จ้าลิตร�ำกถัยรทอึงากายนขงับา่ยอใงนสนงรเ่ิตงถคมแ์ไจนือดกัวง้ทรดยี่มนลาอีฐน้อกายมจนนแาตะกล์ปโจ้วดะายยชนกัง่วกาเยปรลสส็นา่งง่ เงเกสสารรไิมดมิร้
เขา้ ถงึ ระบบขนยสทุ ่งธมศาวสลตชรนท์ ่ี 7ทดกาแรทพนัฒกนาารระใชบร้บถโคจรกั งสรรย้าางนพยน้ื ฐนาตน์ไแดล้ะระบบโลจสิ ตกิ ส์
ยยุทธศศาาสสตตรร์ทท์ี่ 7ี่ 7กก�ำหานรดพวัฒัตถนุปารระะสบงคบ์ขโอคงรยงุทสธรศา้ างสพตร้ืน์ไฐวา้ 5นแวลัตถะุประระบสบงคโล์ ไจดสิ ้แตก่กิ (ส1)์ พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน
สิ่งอ�ำนวยควายมุทสะธดศวากสดต้ารน์ทกา่ี ร7ขกนสา่หงแนลดะกวาัตรถคุป้า รระวสมงทค้ังม์ขีกอลงไยกุทก�ำธกศับาสดตูแลรก์ไวาร้ 5ปรวะัตกอถบุปกริจะกสางรขคน์ ไสด่ง้แท่ีมกีป่ (ร1ะ)สิพทธัฒิภนาพา
โคแรลงะสโปร้ารง่งใพสใื้นหฐส้ าานมารสถ่ิงสอนาบั นสวนยนุ คกาวราเพมม่ิสขะดี ดคววกามดส้าานมการาถรใขนนกาสร่งแแขลง่ ขะนั กขาอรงคป้ราะเรทวศมแทล้ังะมยีกกรละไดกบั กคาณุ กภับาพดชูแวี ลติ ใกหาแ้ รกปป่ รระะชกาอชบน
ขกอิจ(อต2งกลย)ปอ่าาสดรงรรทจะข้าน่ัวเนงทถขคสึยงศวทา่งายแั้ทงมโปมลี่อมรั่นะกีปะคายเรสงทกททะศราาสะใงงนิทพดธรุรลธับากังิภคคิจงาใาุาณนนทพภภเ่ีเแพหูมา่ิมลิภมพปะาาชคะรโีวะอสปิตสามรเิทใเซ่งหปธียใิภ็น้แนสาธกใพร(ห่ป3กร)้รสมาะรเาพใชแมช่ิมลา้พาปชะรลรสนถังะ่งงสสเา(ิทส2นนรธ)ับิิภมแสาธสลรพุระน้ากแสุงนิจล่งคะดเกสวขิจารยาิทิมรามัลกเยมพใากหร่ัน่ิมามใรคชข่ใแ้พงหีดลท้บลคะังารนวงิกงาวาาพนัตรมลทกดสงั้าดรางนรแามมโทคนานรรเรแงพวสถลม่ิมระใท้านพปงั้งลพกรพังะ้ืนาัฒงสฐรานานิแทนาสขธรดะิ่ภงะิจอขบิทาาัพบัลนด
กาครวใาชม้พปลลอังดงภานัยทแางลไะซเสบ่งอเรส์ใรหิม้มกีควาารมใมช่ัน้พคลงังแงาลนะคทุ้มดคแรอทงนสแิทธลิสะ่วพนลบัุคงงคาลนให้แสกะ่ผอู้ใาชด้บรติกาลรอด(4จ) นพขัฒยนาายปโรอะกสิทาสธิภทาาพงแธลุระกขิจยใานย
ภูมกาิภราใหค้บอราิกเาซรียโคนรง(ส3ร)้างเพพื้น่ิมฐปานรดะ้าสนิทนธ�้ำปิภราะพปแา ลทะ้ังขในยเชาิงยปกราิมราณใหแ้บละรคิกุณาภราดพ้าในห้คโครอรบงคสลรุม้าทงั่วพป้ืนระฐเาทนศดลิจดิทอัตลรอายก่ารงสทูญั่วเถสียึง
ทั้งในปรระะบเบทปศรใะนปราาแคลาะทสี่เรห้างมกาละไสกกมาเรปบ็นริหธรารรจมัดกแาลรกะาสร่งปเรสะรกิมอธบุรกกิจิจกาดริจนิท้�ำปัลรใะหปมาใ่แนลภะานพรววัตมกขรอรงมปรระเวทมศทแ้ังลพะัฒ(น5)ารพะัฒบนบา
คปวรใอหาะุต้กมสสบั าิปทหปธลกริภะรอเราทดมพศภตแ่อัยเลนทะ่ือาขงงทยไ่ีเซากิดยเบจกาอากรรลใ์ใงหหทุ้นบ้ มดรีค้าิกนวาโาครมรโมงคสั่นรรง้าคสงงพร้ืน้าแฐงลาพนะ้ืนคเพฐุ้มา่ือคนลรดดอก้าางนรสนนิท�ำ้าเธขปิส้ารจ่วาะนกปตบา่าุคงทปครั้งละใใเนทหเศ้ชแิงกแปล่ผะรู้ใสิมชร้าบ้างณรโอิกแกาลารสะทค(า4ุณง)เศภพราัษฒพฐนกใหิจา้
ครอบคลุมท่ัวประเทศ ลดอัตราการสูญเสียในระบบประปา และสร้างกลไกการบริหารจัดการการประกอบ
กิจการน้าประปาในภาพรวมของประเทศ และ (5) พัฒนาอุตสาหกรรมต่อเนื่องท่ีเกิดจากลงทุน
ดา้ นโครงสรา้ งพน้ื ฐาน เพอื่ ลดการนาเขา้ จากต่างประเทศ และสแรผา้นงแมโอ่บทกคาวสาทมปาลงอเศดรภษัยทฐากงิจถในหน้กพบั .ศป. ร2ะ56เท1-ศ2564 45
สำ� หรบั ประเดน็ ด้านความปลอดภัยทางถนนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ จำ� นวน 1 วัตถปุ ระสงค์ คอื
วัตถปุ ระสงคท์ ี่ 1 พัฒนาโครงสรา้ งพ้นื ฐาน สิ่งอ�ำนวยความสะดวกดา้ นการขนสง่ และการคา้ รวมทง้ั มีกลไก
กำ� กบั ดูแล การประกอบกิจการขนส่งท่มี ปี ระสิทธิภาพและโปร่งใสใหส้ ามารถสนบั สนุนการเพมิ่ ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั
ของประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน เป้าหมายที่ 1 การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานและระบบโลจิสติกส์
ในภาพรวมมีเปา้ หมายเพื่อลดการใช้พลังงาน (Energy Intensity: EI) และลดต้นทุนโลจิสตกิ ส์ของประเทศ ตัวชีว้ ดั 1.2 สัดส่วน
ต้นทนุ โลจิสตกิ ส์ ลดลงจากรอ้ ยละ 14 เปน็ รอ้ ยละ 12 ของผลติ ภัณฑม์ วลรวมในประเทศ โดยในส่วนของต้นทนุ คา่ ขนสง่ สนิ ค้า
ต่ำ� กวา่ รอ้ ยละ 7 ของผลติ ภัณฑม์ วลรวมในประเทศ ใน พ.ศ. 2564
ยุทธศาสตร์ที่ 7 ก�ำหนดแนวทางการพัฒนา 3.1.2 พฒั นาระบบขนส่งสาธารณะในเขตเมือง ข้อ 3.1.3 พัฒนา
โครงขา่ ยทางถนน โดย
1) บ�ำรุงรักษาและยกระดับคุณภาพ รวมท้ังความปลอดภัยของโครงข่ายถนน ท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน และขยาย
ขดี ความสามารถในการรองรบั ปรมิ าณจราจรตามความเหมาะสมของแตล่ ะพนื้ ทร่ี วมทง้ั พฒั นาโครงขา่ ย ทางพเิ ศษและทางหลวง
พิเศษระหว่างเมือง บริเวณด่านการค้าและประตูการค้าที่ส�ำคัญเพ่ือรองรับปริมาณการเดินทางและขนส่งสินค้าที่คาดว่า
จะเพ่ิมข้ึนจากการเข้าส่ปู ระชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น อาทิ ด่านปาดงั เบซาร์ ด่านบา้ นพนุ ้�ำรอ้ น รวมทั้งเชื่อมโยงการเดนิ ทางและ
การขนสง่ สินค้าไปยงั ฐานการผลติ และแหลง่ ท่องเที่ยวที่ส�ำคัญของประเทศ
2) น�ำเทคโนโลยีระบบการขนส่งและจราจรอจั ฉรยิ ะ (Intelligent ransportSystems) มาใชใ้ นการควบคุมและ
สงั่ การจราจร โดยใหม้ กี ารบรู ณาการขอ้ มลู การเดนิ ทางทกุ รปู แบบในพน้ื ทกี่ รงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑล เพอ่ื ใหม้ ขี อ้ มลู ประกอบ
การตัดสินใจควบคุมและสั่งการจราจรท่ีทันต่อเหตุการณ์ และสามารถให้ข้อมูลแก่ผู้สัญจรเพื่อประกอบการตัดสินใจวางแผน
การเดนิ ทาง ซง่ึ จะชว่ ยเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในการบรหิ ารจดั การจราจร เพมิ่ ความปลอดภยั ในการใชร้ ถใชถ้ นนและชว่ ยใหห้ นว่ ยงาน
ที่เกี่ยวข้อง ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจแนวทางการพัฒนาระบบขนส่ง รวมท้ังสามารถใช้เป็นเคร่ืองมือในการบริหาร
จดั การในสภาวะวิกฤตของหน่วยงานทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
ภาพ 2-8 ยุทธศาสตรท์ ่ี 7 การพัฒนาระบบโครงสรา้ งพ้ืนฐานและระบบโลจสิ ติกส์
ท่ีมา : ภาพประกอบ เอกสารประกอบการบรรยายเร่อื ง ยทุ ธศาสตร์ 20 ปี อนาคตประเทศไทยมนั่ คง มัง่ คง่ั ย่งั ยืน
โดย ดร. ปรเมธี วมิ ลศริ ิ
46 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
ดังน้นั ความปลอดภัยทางถนนท่ีสอดคลอ้ งกบั ยุทธศาสตร์ท่ี 7 ควรให้ความสำ� คญั กบั การพฒั นาระบบโครงสรา้ ง
พื้นฐานเพอ่ื การขนส่งคนและสนิ ค้าจะเป็นการช่วยลดการเกิดอบุ ตั เิ หตุ เสรมิ สร้างศักยภาพในการแขง่ ขนั ของประเทศได้
2.1.5 ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาโครงสร้างพนื้ ฐานกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 - 2565
ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาโครงสรา้ งพ้นื ฐานกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 - 2565 จดั ท�ำขึ้นภายใต้กรอบการลงทุน
พฒั นาโครงสร้างพืน้ ฐานดา้ นคมนาคมขนส่ง ในระยะ 8 ปี (พ.ศ. 2558 - 2565) ซงึ่ มีเป้าหมายการพัฒนา ดงั น้ี
1. เสริมสรา้ งรากฐานความมน่ั คงทางสงั คม ด้วยการยกระดบั คุณภาพชวี ิตของประชาชนอยา่ งท่ัวถงึ
2. เสรมิ สรา้ งรากฐานความมนั่ คงทางเศรษฐกจิ โดยลดตน้ ทนุ การขนสง่ เพมิ่ ความเรว็ ในการเดนิ ทาง และกระตนุ้
ให้เกิดการลงทนุ ในภาคการผลติ และดำ� เนินกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ
3. เสรมิ สรา้ งความมน่ั คง ความปลอดภยั ในการเดนิ ทางและการขนสง่ และเกดิ การพฒั นาทเี่ ปน็ มติ รตอ่ สงิ่ แวดลอ้ ม
และยัง่ ยืน
4. สรา้ งโอกาสสำ� หรบั การแข่งขันและให้ประเทศไดป้ ระโยชนส์ ูงสดุ จากการเป็นประชาคมอาเซยี น
ความเชอื่ มโยงความปลอดภยั ทางถนนกบั ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐานกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 – 2565
เมอ่ื พจิ ารณาความเชอื่ มโยงความปลอดภยั ทางถนนกบั ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐาน กระทรวงคมนาคม
พ.ศ. 2558 - 2565 พบว่า ความปลอดภัยทางถนนมีความเกยี่ วขอ้ งกับแผนงาน ทัง้ หมด 2 แผนงาน ดงั น้ี
1. แผนงานการพฒั นาโครงขา่ ยขนสง่ สาธารณะเพอื่ แกไ้ ขปัญหาจราจรกรงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑล
โดยจะเร่งรัดขยายเส้นทางรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพ่ือให้บริการประชาชน
ไดอ้ ยา่ งทวั่ ถงึ เปลยี่ นรถโดยสารประจำ� ทางใหป้ ระชาชนไดใ้ ชร้ ถทไี่ ดม้ าตรฐาน ลดมลพษิ ในเขตเมอื ง ปรบั ปรงุ ถนนและสะพาน
เพอ่ื ลดความแออดั ของปรมิ าณจราจรในพน้ื ทตี่ า่ งๆ รวมทง้ั การพจิ ารณาความเปน็ ไปไดใ้ นการพฒั นาถนนเลยี บแมน่ ำ้� เจา้ พระยา
ในเขตกรงุ เทพมหานคร
2. แผนงานการเพมิ่ ขดี ความสามารถทางหลวงเพื่อเชอื่ มโยงฐานการผลติ ที่ส�ำคญั ของประเทศและเชือ่ มโยง
กับประเทศเพือ่ นบา้ น
โดยปรับปรุงถนนเช่ือมโยงแหล่งการเกษตรและแหล่งท่องเท่ียว รวมถึงการปรับปรุงโครงข่ายถนนระหว่าง
เมอื งหลกั และเชอ่ื มเมอื งหลกั กบั ดา่ นพรมแดนใหเ้ ปน็ 4 ชอ่ งจราจร การพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐานดา้ นศลุ กากร การกอ่ สรา้ งทางหลวง
พิเศษระหว่างเมืองในเส้นทางท่ีมีความจ�ำเป็น ตลอดจนผลักดันการพัฒนาสิ่งอ�ำนวยความสะดวกด้านการขนส่งทางถนน
เช่น จดุ พักรถบรรทุก สถานขี นส่งสนิ คา้ ศูนย์เปลย่ี นถ่ายระหวา่ งการขนส่งทางรางกบั ทางถนน เพื่อให้เกดิ ระบบขนสง่ ต่อเนือ่ ง
หลายรูปแบบ สามารถรองรับการคา้ การลงทนุ ทจ่ี ะสูงข้นึ จากการเข้าสูป่ ระชาคมอาเซียน
แผนแมบ่ ทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 47
2.1.6 แผนหลกั การแพทยฉ์ กุ เฉนิ แหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี 3 พ.ศ. 2560 - 2564
แผนหลักการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ฉบับท่ี 3 พ.ศ. 2560 - 2564 จัดท�ำขึ้นภายใต้อ�ำนาจหน้าท่ีที่ระบุไว้ใน
พระราชบัญญัติการแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 มาตรา 15 (1) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นกรอบการด�ำเนินงานร่วมกัน
ของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทยให้ครอบคลุมทุกมิติท้ังในภาวะปกติ
และสาธารณภยั โดยมเี ปา้ หมายทสี่ ำ� คญั ของแผนหลกั ฯ ฉบบั ที่ 3 คอื ลดการเสยี ชวี ติ และความพกิ ารจากภาวะฉกุ เฉนิ ทเี่ กดิ จากโรค
และภยั ประกอบดว้ ย 5 ยุทธศาสตรห์ ลัก คอื
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 พัฒนาคุณภาพระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
ยุทธศาสตรท์ ่ี 2 พัฒนาระบบบรหิ ารจัดการบุคลากรในระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
ยุทธศาสตรท์ ี่ 3 พัฒนากลไกอภิบาลระบบการแพทย์ฉกุ เฉิน
ยุทธศาสตร์ที่ 4 พัฒนาศกั ยภาพและการมสี ่วนรว่ มของภาคเี ครอื ขา่ ยทงั้ ในและต่างประเทศ
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 5 การส่อื สารสาธารณะในระบบการแพทย์ฉุกเฉนิ สูป่ ระชาชน
ภาพ 2-9 กรอบยุทธศาสตร์การพฒั นาการแพทยฉ์ กุ เฉินไทยใน 5 ปี
48 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
ภาพ 2-9 (ตอ่ ) ลดการเสียชวี ติ และความพิการจากภาวะฉกุ เฉนิ ท่ีเกดิ จากโรคภยั
แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 49
จะเห็นได้ว่าในด้านการแพทย์ฉุกเฉินจะให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาในระดับจังหวัดโดยมีเป้าประสงค์
ในการพฒั นาจงั หวดั ใหม้ รี ะบบการจดั การดา้ นการแพทยฉ์ กุ เฉนิ ทม่ี คี ณุ ภาพ เปน็ ไปตามมาตรฐานสากล โดยเนน้ การมสี ว่ นรว่ มจาก
ภาครัฐ องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ องคก์ รภาคเอกชนท่ไี ม่แสวงหาผลกำ� ไร และภาคเอกชน ให้เกิดประสิทธภิ าพ
2.1.7 แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แห่งชาติ พ.ศ. 2558
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 เป็นการนำ� แนวคิดการพัฒนาระบบการป้องกัน
การเตรยี มความพร้อม และการสร้างภูมิคุ้มกันโดยพฒั นาภมู คิ วามรู้และเสริมสรา้ งความเข้มแข็ง ระดับชมุ ชน ในการเฝา้ ระวงั
และรับมือกับสาธารณภัย การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและการสร้างภูมิต้านทาน ให้แก่ชุมชนตามแนวทาง "ปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพยี ง" รวมทง้ั การนำ� แนวคดิ การลดความเสย่ี งจากสาธารณภยั เพอ่ื ปอ้ งกนั ภยั ตามหลกั สากลคอื "รรู้ บั - ปรบั ตวั - ฟน้ื เรว็ ทวั่ -
อย่างยั่งยืน" (Resilience) โดยเสริมสร้างความตระหนักในการลดความเส่ียงต้ังแต่ก่อนเกิดภัย ขณะเกิดภัย และหลังเกิดภัย
และการดำ� เนนิ การขบั เคลื่อนใหเ้ ป็นไปตามกรอบพระราชบัญญัติป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั พ.ศ. 2550
ยุทธศาสตร์การด�ำเนินงานตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 ประกอบด้วย
การมุ่งเน้นการลดความเส่ียงจากสาธารณภัย (Disaster Risk Reduction : DRR) การบูรณาการการจัดการในภาวะฉุกเฉิน
(Emergency Management) การเพม่ิ ประสิทธภิ าพการฟ้นื ฟอู ยา่ งยัง่ ยืน (Build Back Better and Safer) และการสง่ เสริม
ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศในการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั เปน็ แนวทางหลกั ในการดำ� เนนิ การใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายของ
แผนและนำ� ไปสคู่ วามสำ� เรจ็ ในการจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภยั ซ่งึ เป็นพน้ื ฐานของการพัฒนาท่ยี ัง่ ยนื
เป้าหมายการจดั การความเส่ยี งจากสาธารณภยั
1. ระบบการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยของประเทศมีความพร้อมรับสถานการณ์ท่ีอาจเกิดข้ึน
โดยการบูรณาการร่วมกันทุกภาคส่วนท้ังในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งท�ำให้ผู้ประสบภัยได้รับการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว
รวมท้ังพื้นท่ีประสบภัยได้รับการฟื้นฟูอย่างทั่วถึงและเป็นธรรมเพ่ือเป็นการสร้างมาตรฐานในการจัดการความเส่ียง
จากสาธารณภัยของประเทศ
2. สงั คมไทยเปน็ สงั คมทมี่ กี ารเรยี นรแู้ ละมภี มู คิ มุ้ กนั ในการจดั การความเสยี่ งจากสาธารณภยั โดยใหท้ อ้ งถน่ิ ชมุ ชน
และภาคส่วนตา่ งๆ เขา้ มามสี ว่ นร่วมในการจัดการความเสยี่ งจากสาธารณภยั นำ� ไปสูก่ ารพัฒนาท่ียงั่ ยืน
3. ประชาชนมีความตระหนักถึงความปลอดภัย โดยให้ความส�ำคัญกับการสร้างองค์ความรู้ ความตระหนัก
และวัฒนธรรมความปลอดภัย รวมถงึ การพฒั นาศักยภาพสังคมและท้องถน่ิ เพื่อมุง่ เข้าสู่ “การรรู้ บั – ปรบั ตวั – ฟนื้ เรว็ ท่ัว –
อย่างย่ังยืน” (Resilience)
วัตถปุ ระสงคข์ องแผน
1. เพื่อเป็นกรอบแนวคิดในการปฏิบัติ (Concept of Operations) ให้แก่หน่วยงานทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับ
ทอ้ งถิน่ ถงึ ระดบั ประเทศในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยอยา่ งบรู ณาการเป็นระบบ และมที ิศทางเดยี วกนั
2. เพื่อเป็นการประมวลแนวทางปฏิบัติและทิศทางการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัยที่นานาประเทศใช้อยู่
ในปัจจุบันและเป็นที่ยอมรับมาประยุกต์ใช้ในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัยท่ีสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย
และสามารถน�ำไปปรับใช้ในการจัดท�ำแผนระดับต่าง ๆ เชน่ แผนการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด/กรงุ เทพมหานคร
รวมถงึ แผนปฏบิ ตั กิ ารในการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ และแผนปฏิบัติการสนับสนนุ การ
ปฏบิ ตั งิ านในภาวะฉกุ เฉนิ ดา้ นตา่ ง ๆ เปน็ ตน้ ใหก้ ารจดั การความเสย่ี งจากสาธารณภยั มปี ระสทิ ธภิ าพ และประสทิ ธผิ ลมากยง่ิ ขนึ้
50 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
3. เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการจัดการความเส่ียงจากสาธารณภัย ประกอบด้วยการลดความเสี่ยงจาก
สาธารณภัย (Disaster Risk Reduction) การจัดการในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Management) และการฟื้นฟูให้ดีกว่า
และปลอดภยั กวา่ เดมิ (Build Back Better and Safer) ตั้งแตร่ ะดบั ชุมชน ทอ้ งถ่นิ ถงึ ระดบั ประเทศ รวมถงึ ระดบั นานาชาติ
เพ่ือใหม้ คี วามเสยี หายนอ้ ยท่สี ดุ เมอื่ เกิดสาธารณภยั
ภาพ 2-10 ความเช่อื มโยงการขบั เคลอ่ื นแผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ
ที่มา: แผนยุทธศาสตรต์ ามภารกิจเฉพาะด้าน ของกระทรวงมหาดไทย 10 ปี ด้านสาธารณภัย พ.ศ. 2558 – 2568
ขอ้ จ�ำกดั ทีส่ ำ� คญั ตามภารกจิ ดา้ นสาธารณภยั ทผี่ ่านมา
(1) ระบบฐานข้อมูลด้านการจัดการสาธารณภัยระดับประเทศยังมีความสมบูรณ์และเป็นเอกภาพไม่เพียงพอ
ท�ำให้การตดั สินใจและสง่ั การลา่ ช้า
(2) มหี นว่ ยงานหลายหนว่ ยทเ่ี ขา้ มาปฏบิ ตั งิ านดา้ นสาธารณภยั ทำ� ใหข้ าดการบรู ณาการดา้ นการจดั การสาธารณภยั
สง่ ผลต่อประสทิ ธภิ าพและประสิทธิผลในการแก้ปัญหา
(3) หน่วยงานปฏิบัติด้านสาธารณภัย มีบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมืออุปกรณ์ท่ีจ�ำเป็นในเบื้องต้น รวมท้ัง
เครอื่ งมือพเิ ศษในกรณีต่างๆ และบุคลากรท่ีมคี วามเช่ียวชาญเฉพาะดา้ นอย่อู ย่างจ�ำกัด
(4) ชุมชน/ประชาชนคาดหวังแต่จะรอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐอย่างเดียว โดยไม่มีองค์ความรู้ในการที่จะ
ช่วยเหลือตนเองได้ในเบื้องต้น เนื่องจากยังขาดความรู้และทักษะในการเฝ้าระวังภัย ส�ำหรับการป้องกันตนเอง หรืออาจมี
รูปแบบทีไ่ มช่ ัดเจนและการประชาสมั พันธไ์ มท่ ่ัวถึง
แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 51
2.1.8 มตคิ ณะรฐั มนตรีว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน
มตคิ ณะรฐั มนตรี เมอ่ื วนั ท่ี 29 มถิ นุ ายน 2553 เหน็ ชอบให้ “พ.ศ. 2554 – 2563 เปน็ ทศวรรษแหง่ ความปลอดภยั
ทางถนน” โดยก�ำหนดบูรณาการการด�ำเนินงานจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน
ตำ่� กว่า 10 คน ตอ่ ประชากรหนึง่ แสนคนใน พ.ศ. 2563 โดยกำ� หนดยทุ ธศาสตร์ในการดำ� เนนิ การ ดังนี้
เสาหลกั ที่ 1 การสรา้ งความสามารถในการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั ทางถนน (Road Safety Management)
เสาหลกั ที่ 2 ถนนและการสญั จรอยา่ งปลอดภัย (Safer Roads and Mobility)
เสาหลักที่ 3 ยานพาหนะทีป่ ลอดภยั (Safer Vehicles)
เสาหลักที่ 4 ผู้ใช้รถใชถ้ นนอย่างปลอดภยั (Safer Road Users)
เสาหลกั ท่ี 5 การตอบสนองหลังการเกดิ อุบตั ิเหตุ (Post-Crash Response)
นอกจากนี้ ยังได้วางกรอบแนวทางการด�ำเนินงานของประเทศไทยเพื่อให้การด�ำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ
ทศวรรษแห่งความปลอดภยั ทางถนนสามารถบรรลุตามเปา้ หมายทศวรรษแหง่ ความปลอดภยั ทางถนน 8 ประเดน็ คอื
(1) สง่ เสรมิ การสวมหมวกนริ ภยั โดยมเี ปา้ หมายใหผ้ ขู้ บั ขแี่ ละผซู้ อ้ นทา้ ยรถจกั รยานยนตท์ กุ คนตอ้ งสวมหมวกนริ ภยั
(2) ลดพฤติกรรมเสี่ยงจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะ โดยมีเป้าหมายให้พฤติกรรม
เมาแลว้ ขบั ของผขู้ ับข่ียานพาหนะลดลง
(3) แก้ไขปญั หาจดุ เสีย่ ง จุดอันตราย โดยมเี ป้าหมายใหจ้ ดุ เสย่ี งทุกจดุ ได้รับการแกไ้ ขภายในระยะเวลาทก่ี ำ� หนด
(4) ปรับพฤติกรรมของผู้ขับข่ียานพาหนะให้ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายก�ำหนดโดยเฉพาะความเร็วของ
รถจักรยานยนต์ รถโดยสารสาธารณะและรถบรรทกุ
(5) ยกระดับมาตรฐานยานพาหนะให้ปลอดภัยโดยเฉพาะมาตรฐานของรถจักรยานยนต์ รถกระบะ รถโดยสาร
สาธารณะและรถบรรทกุ
(6) พัฒนาสมรรถนะของผใู้ ช้รถใชถ้ นน (Road Users) ใหม้ ีความปลอดภยั
(7) พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การรักษาและการฟื้นฟูผู้บาดเจ็บ เพ่ือให้การบริการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
การรกั ษาและฟนื้ ฟผู ูบ้ าดเจบ็ ไดอ้ ย่างทั่วถึงและรวดเรว็
(8) พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การความปลอดภยั ทางถนนของประเทศใหม้ คี วามเขม้ แขง็ เพอ่ื ใหห้ นว่ ยงานทม่ี หี นา้ ที่
รบั ผดิ ชอบ มคี วามพรอ้ มในการปฏิบตั ภิ ารกิจท่ไี ด้รบั มอบหมายอย่างมีประสทิ ธภิ าพ มากยง่ิ ขึ้น
ตอ่ มาในรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทรโ์ อชา แถลงนโยบายตอ่ สภานติ บิ ญั ญตั ิแห่งชาติ ข้อ 5.4 “ปอ้ งกันและ
แกไ้ ขปญั หาการเกดิ อบุ ตั เิ หตใุ นการจราจร อนั นำ� ไปสกู่ ารบาดเจบ็ และเสยี ชวี ติ โดยการรว่ มมอื ระหวา่ งฝา่ ยตา่ งๆ ในการตรวจจบั
เพ่ือป้องกัน การรายงาน และการดูแลผู้บาดเจ็บ” และเมื่อวันท่ี 24 กุมภาพันธ์ 2558 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบนโยบาย
เน้นหนักกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 การบูรณาการภาคีเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อน
“วาระแห่งชาติด้านความปลอดภัยทางถนน” ให้เปน็ รปู ธรรมอย่างชัดเจน
2.1.9 ทศวรรษแห่งความปลอดภยั ทางถนนขององค์การสหประชาชาติ
ใน พ.ศ. 2553 องค์การสหประชาชาติ ได้เสนอกรอบการขับเคล่ือนทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน
: Decade of Action for Road Safety 2011-2020 ภายใตแ้ นวทาง “ระบบความปลอดภยั ” (Safe system) แนวทางดงั กลา่ วมี
เป้าหมายในการพัฒนาระบบการขนส่งทางถนน ซึ่งสามารถลดความผิดพลาดของมนุษย์และรักษาความเป็นมนุษย์ไว้ได้
ซงึ่ เรม่ิ จากการยอมรบั ความผดิ พลาดของมนษุ ยแ์ ละตระหนกั ถงึ ความจรงิ ทวี่ า่ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนไมส่ ามารถหลกี เลยี่ งได้ ซง่ึ ระบบ
ท่ีปลอดภัยจะท�ำให้ไม่เกิดการบาดเจ็บรุนแรง และองค์การสหประชาชาติได้เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกด�ำเนินการตามกรอบ
52 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
ปฏิญญามอสโก โดยก�ำหนดให้ “ค.ศ. 2011-2020 (พ.ศ. 2554 - 2563) เป็นทศวรรษแห่งการปฏบิ ตั กิ ารเพอ่ื ความปลอดภยั
ทางถนน” เพ่อื ใหแ้ ตล่ ะประเทศกำ� หนดทิศทาง แผนงาน มาตรการในการแก้ไขปญั หาอุบตั เิ หตุทางถนน เม่ือวนั ที่ 29 มิถุนายน
2553 คณะรัฐมนตรี จึงก�ำหนดให้ พ.ศ. 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทย โดยให้
ศนู ยอ์ ำ� นวยการความปลอดภยั ทางถนนจดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ ารทศวรรษแหง่ ความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2554-2563 (Decade of
Action for Road Safety) ซง่ึ การดำ� เนนิ การดา้ นความปลอดภยั ทางถนนของประเทศไทยใหบ้ รรลเุ ปา้ หมาย กลา่ วคอื ลดอตั รา
การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนต�่ำกว่า 10 คนต่อประชากรหน่ึงแสนคน ใน พ.ศ. 2563 โดยก�ำหนดแนวทาง
การด�ำเนินงานใน “ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน” เพ่ือใช้เป็นกรอบในการจัดท�ำแผนปฏิบัติการ พ.ศ. 2554 - 2563
จ�ำนวน 8 ประการ ดังนี้
1) สง่ เสรมิ การสวมหมวกนริ ภยั โดยมเี ปา้ หมายใหผ้ ขู้ บั ขแ่ี ละผซู้ อ้ นทา้ ยรถจกั รยานยนตท์ กุ คนตอ้ งสวมหมวกนริ ภยั
2) ลดพฤตกิ รรมเส่ยี งจากการบรโิ ภคเครอื่ งด่ืมแอลกอฮอล์แล้วขับขี่ยานพาหนะโดยมเี ปา้ หมายให้พฤติกรรมเมา
แลว้ ขบั ของผูข้ บั ขยี่ านพาหนะลดลง
3) แก้ไขปัญหาจดุ เสยี่ ง จดุ อนั ตราย โดยมีเป้าหมายใหจ้ ุดเสีย่ งทุกจุดได้รบั การแกไ้ ขภายในระยะเวลาท่กี ำ� หนด
4) ปรับพฤติกรรมของผู้ขับข่ียานพาหนะให้ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายก�ำหนด โดยเฉพาะความเร็วของ
รถจกั รยานยนต์ รถโดยสารสาธารณะและรถบรรทกุ
5) ยกระดับมาตรฐานยานพาหนะให้ปลอดภัยโดยเฉพาะมาตรฐานของรถจักรยานยนต์ รถกระบะ รถโดยสาร
สาธารณะ และรถบรรทกุ
6) พฒั นาสมรรถนะของผู้ใชร้ ถใช้ถนน (Road users) ให้มีความปลอดภยั
7) พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน การรักษาและฟื้นฟูผู้บาดเจ็บ เพื่อให้การบริการระบบการแพทย์ฉุกเฉิน
การรักษาและฟ้นื ฟูผบู้ าดเจบ็ ไดอ้ ย่างทว่ั ถึงและรวดเร็ว
8) พฒั นาระบบบรหิ ารจดั การความปลอดภยั ทางถนนของประเทศใหม้ คี วามแขง็ แรง เพอ่ื ใหห้ นว่ ยงานทม่ี หี นา้ ท่ี
รบั ผดิ ชอบ มีความพรอ้ มในการปฏิบัติภารกิจทไ่ี ด้รับมอบหมายอย่างมปี ระสทิ ธิภาพมากยิง่ ขึน้
2.1.10 กรอบแนวทาง 5 เสาหลกั
ประชมุ High - Level Conference on Road Safety ครั้งท่ี 2 ระหวา่ งวันที่ 18 - 19 พฤศจิกายน 2558
ณ กรุงบราซเิ ลยี สหพนั ธรฐั บราซิล มีข้อเสนอแนะในการยกระดับความปลอดภยั ทางถนน ใน 5 เสาหลกั ได้แก่
เสาหลักที่ 1 การบรหิ ารจัดการความปลอดภัยทางถนน
เสาหลกั ท่ี 2 ถนนและการสัญจรอย่างปลอดภัย
เสาหลกั ท่ี 3 ยานพาหนะปลอดภยั
เสาหลักท่ี 4 ผูใ้ ชร้ ถใชถ้ นนอยา่ งปลอดภยั
เสาหลักท่ี 5 การตอบสนองหลังเกดิ อบุ ตั เิ หตุ
คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ (คณะกรรมการ นปถ.) ได้มีการประชุม
เมื่อวันท่ี 18 ตุลาคม 2556 จึงได้มีมติเห็นชอบแนวทางขับเคล่ือนนโยบายความปลอดภัยทางถนน ของคณะอนุกรรมการ
ทง้ั 6 คณะ ในคณะกรรมการศนู ยอ์ ำ� นวยการความปลอดภยั ทางถนน ทงั้ 9 ขอ้ เปน็ วาระแหง่ ชาติ เพอื่ จะไดน้ ำ� เสนอคณะรฐั มนตรี
พจิ ารณาเหน็ ชอบตอ่ ไป และมอบหมายให้ศนู ย์อำ� นวยการความปลอดภยั ทางถนนและคณะอนุกรรมการท้งั 6 คณะ นำ� แผนท่ี
นำ� ทางเชิงกลยุทธท์ ศวรรษแหง่ ความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2554 - 2563 แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2556 –
2559 และการขบั เคล่อื นนโยบายความปลอดภยั ทางถนนเปน็ วาระแห่งชาติ ไปเปน็ กรอบ ในการขบั เคลือ่ นและนำ� ไปเป็นกรอบ
การประชุมหารือ
แผนแมบ่ ทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 53
2.1.11 แผนทนี่ ำ� ทางเชงิ กลยุทธ์ทศวรรษแหง่ ความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2554 - 2563
เป็นแนวทางขับเคลื่อนการด�ำเนินงานทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องทั้งระดับ
นโยบายและระดบั ปฏิบตั กิ ารไดใ้ ชเ้ ป็นกรอบแนวทางในการจดั ท�ำแผนปฏิบตั กิ ารของหนว่ ยงานในระยะ 10 ปี ข้างหน้า
วสิ ยั ทศั น์ - รว่ มกนั สรา้ งการสญั จรทปี่ ลอดภยั ตามมาตรฐานสากล Achieving the Standard of Safe Journeys
“Together”
พนั ธกจิ
1. สนับสนนุ ใหค้ วามปลอดภัยทางถนนเป็นแนวทางหลักของประเทศในทุกมติ ิของนโยบายรฐั
2. เสรมิ สร้างวฒั นธรรมความปลอดภยั ใหเ้ ป็นรากฐานของสงั คมไทย
3. สง่ เสริมระบบที่เอ้ือตอ่ ความปลอดภัยเพอื่ ลดความสญู เสียของประชาชนไทย
เป้าประสงค์
1. มีโครงสร้างกลไกเชิงระบบที่ตอบสนองตอ่ การจัดการเพ่อื บรรลเุ ป้าหมายในทศวรรษแห่งความปลอดภัย
2. มีแนวทางเป้าหมาย ตัวช้ีวัด กลไกการก�ำกับติดตาม ท้ังในระยะส้ัน กลาง ยาว ที่สร้างความสมดุลในการ
เสรมิ สรา้ งวัฒนธรรมความปลอดภยั และระบบท่เี อื้อต่อความปลอดภัย
3. เกิดการมีส่วนร่วมและความรู้สึกเป็นเจ้าภาพในการยกระดับความปลอดภัยทางถนนในทุกภาคส่วนและ
ในทุกระดบั 5.6 เป้าหมายเชิงนโยบาย ลดอัตราการเสยี ชีวติ จากอบุ ัติเหตทุ างถนนต่�ำกวา่ 10 คนตอ่ ประชากรหนง่ึ แสนคนใน
พ.ศ. 2563 โดยก�ำหนดเปา้ หมายใน พ.ศ. 2554 ไวท้ ่ี 15.16 พ.ศ. 2555 ไวท้ ่ี 14.15
สำ� หรบั ประเดน็ ยทุ ธศาสตรข์ องแผนทนี่ ำ� ทางควรกำ� หนดใหเ้ ปน็ ไปตามแนวทางสากลซง่ึ ใชแ้ นวทางของ 5 เสาหลกั
และก�ำหนดเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ให้ครอบคลุมแนวทาง 8 ประเด็นของรัฐบาล และได้มีการแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ
ในระดบั แผนปฏบิ ตั ิการ 4 แผนงานหลกั คือ
1. แผนงานหลกั พฒั นาระบบข้อมูล และกลไกการตดิ ตาม ประเมินผลเพือ่ การจัดการทีม่ ีประสิทธภิ าพ
2. แผนงานหลกั พฒั นากฎหมายและการบงั คบั ใชก้ ฎหมายเพอ่ื การจดั การท่ีมปี ระสทิ ธิภาพ
3. แผนงานหลกั พฒั นาระบบและวฒั นธรรมความปลอดภัย
4. แผนงานหลักพัฒนาระบบสนับสนนุ การทํางานตามเป้าหมาย
2.1.12 แผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน
ใน พ.ศ. 2552 องค์การสหประชาชาติได้มีการจัดประชุมในเดือนพฤศจิกายนที่ประเทศรัสเซีย เพ่ือเรียกร้อง
ให้ประเทศสมาชิกได้ยกระดับการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยทางถนนเป็นวาระท่ีส�ำคัญของทุกประเทศในโลก
โดยใชช้ ่อื ว่า A Decade of Action for Road Safety 2010 - 2020 องคก์ ารสหประชาชาติคาดหวงั วา่ จะสามารถลดอตั รา
การเสียชีวิตอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางถนนของทั้งโลก ร้อยละ 50 ภายใน 10 ปี ประเทศไทยในฐานะประเทศสมาชิก
และมศี กั ยภาพในการจดั การปัญหาดงั กล่าวดงั ที่ไดแ้ สดงให้เหน็ จากการทำ� งานในชว่ ง 4 ปที ีผ่ า่ นมาควรจะได้ก�ำหนดเป้าหมาย
การแกป้ ญั หาดงั กลา่ วใหเ้ ปน็ วาระทส่ี ำ� คญั ของประเทศ และควรตงั้ เปา้ หมายการลดอตั ราการเสยี ชวี ติ ใหไ้ ดค้ รง่ึ หนง่ึ ใน 10 ปี ขา้ งหนา้
เพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั เป้าหมายขององค์การสหประชาชาติ
ด้วยเหตุน้ีประเทศไทยจึงได้มีการจัดท�ำแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนมาแล้ว จ�ำนวน 3 ฉบับ
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนนจาก 22.21 คนต่อแสนประชากรใน พ.ศ. 2547
ลงเหลือ 10 คน ต่อ แสนประชากรใน พ.ศ. 2563 โดยแผนแม่บททั้ง 3 ฉบับมรี ายละเอียด โดยสรปุ ดงั นี้
54 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
ภาพ 2-11 สรุปแผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน ฉบับที่ 1-3
ทมี่ า : ส�ำนักบูรณาการสาธารณภัย อุบตั ภิ ยั และความปลอดภยั ทางถนน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั , 2558
แผนแมบ่ ทความปลอดภัยทางถนนฉบับที่ 1 พ.ศ. 2548 - 2551 เป็นแผนแมบ่ ทฉบับแรก ใช้ยุทธศาสตร์ 5 E
ในการขับเคลื่อนแผนตามแนวทางสากลท่ีใช้ในการด�ำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนน โดยมีการก�ำหนดตัวชี้วัด
และค่าเป้าหมายของแผนในแต่ละปี มีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณาการแก้ปัญหาด้านความปลอดภัยทางถนนของประเทศในช่วง
พ.ศ. 2548-2551 แผนฯ ดงั กลา่ วไดก้ ำ� หนดวสิ ยั ทศั น์ เพอื่ พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชนใหด้ ขี นึ้ โดยยกระดบั ความปลอดภยั
ทางถนนของประเทศไทยสู่มาตรฐานสากล และมีเป้าหมายให้สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนน
ตอ่ ประชากร แสนคน ลงจาก 22.21 ใน พ.ศ. 2547 เหลอื 20.00 ภายใน พ.ศ. 2551 โดยใชย้ ทุ ธศาสตรห์ ลกั 5 ดา้ น ประกอบดว้ ย
1. ยุทธศาสตรด์ ้านการบังคับใชก้ ฎหมาย (Law Enforcement)
2. ยทุ ธศาสตรด์ า้ นงานวิศวกรรม (Engineering)
3. ยุทธศาสตร์ด้านการใหค้ วามรู้ การประชาสัมพันธ์ และการมสี ่วนรว่ ม (Education)
4. ยุทธศาสตรด์ ้านการบรกิ ารการแพทย์ฉกุ เฉนิ (Emergency)
5. ยุทธศาสตร์ด้านการประเมินผลและสารสนเทศ (Evaluation
แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนฉบับที่ 2 พ.ศ. 2552 - 2555 เป็นแผนแม่บทที่มีการปรับยุทธศาสตร์
ให้สอดคล้องกับแนวทางในการปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณของประเทศเป็นการจัดสรรงบประมาณด้วยระบบยุทธศาสตร์
จดั สรรการปรับระบบงบประมาณเป็นแบบ Function Agenda และ Area ทำ� ให้มีการปรบั เปล่ียนการกำ� หนดยุทธศาสตรใ์ หม่
เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางในการจัดสรรงบประมาณของประเทศ และได้เสนอให้มีการออกระเบียบส�ำนักนายกรัฐมนตรี
เพอ่ื สรา้ งกลไกการจัดการโครงสร้างทีเ่ ข้มแขง็ โดยมหี ลกั การส�ำคญั คอื
แผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 55
1. การก�ำหนดวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และแนวทางขับเคล่ือนของแผนต้องสามารถบูรณาการ ทั้งในระดับ
ยทุ ธศาสตรช์ าติ กระทรวง กรม และในระดบั พนื้ ทซี่ งึ่ สอดคลอ้ งกบั กฎหมายและแนวทางในการบรหิ ารจดั การทเี่ ปน็ อยใู่ นปจั จบุ นั
2. ตัวอย่างแนวทางการปฏิบัติที่ดีของต่างประเทศช้ีให้เห็นถึงความส�ำคัญของการวางรากฐานด้านวัฒนธรรม
ด้านความปลอดภยั (Safety Culture) ระบบที่เออื้ ต่อความปลอดภยั (Safe System)
3. มกี ารนำ� เปา้ หมายขององค์การสหประชาชาติ (UN) และองคก์ ารอนามัยโลก (WHO) เปน็ มาตรฐานสากล
ทเี่ ป็นมาตรฐานสากลมาเปน็ กรอบในการกำ� หนดเป้าหมายของแผนแมบ่ ทความปลอดภยั ทางถนนฉบับที่ 2
แผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนนฉบบั ที่ 2 ไดว้ างยทุ ธศาสตร์ทัง้ หมด 6 ดา้ น คือ
1. ยทุ ธศาสตร์การปรับนโยบายเรง่ ด่วนระดบั ชาติ
2. ยทุ ธศาสตร์การสร้างเสถียรภาพในการแก้ปญั หาอย่างยั่งยนื
3. ยทุ ธศาสตร์การท�ำแผนนติ ิบัญญัติ
4. ยุทธศาสตร์การป้องกนั และแกป้ ญั หาความปลอดภยั ทางถนนในสว่ นกลาง
5. ยุทธศาสตรก์ ารปอ้ งกันและแกป้ ัญหาความปลอดภัยทางถนนสว่ นภูมภิ าค
6. ยุทธศาสตรว์ จิ ัย พัฒนา และตดิ ตามประเมนิ ผลด้านความปลอดภัยทางถนน
แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนฉบับที่ 3 พ.ศ. 2556 - 2559 เป็นแผนแม่บทท่ีได้มีการทบทวนแผน
แห่งความปลอดภัยทางถนนขององค์การสหประชาชาติซ่ึงใช้กรอบ 5 เสาหลักในการขับเคล่ือนทศวรรษแห่งความปลอดภัย
ทางถนน และน�ำมาปรับให้เข้ากับบริบทของประเทศไทย โดยเน้นการแก้ไขปัญหาท้ังระบบ มุ่งวางรากฐานให้เกิดระบบ
ที่เอื้อต่อความปลอดภัย (Safe System) และน�ำไปสู่วัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture) ในระยะ 10 ปีข้างหน้า
ซง่ึ เปน็ ผลลพั ธส์ ูงสดุ โดยทำ� ใหเ้ กิด
• การพัฒนาความปลอดภัยทางด�ำเนินงานของประเทศมีความชัดเจน และน�ำไปสู่การบรรลุเป้าหมาย
ตามมาตรฐานสากล
• รัฐบาลและศูนย์อ�ำนวยการความปลอดภัยทางถนนมีแผนบริหารเชิงมหภาค เพ่ือก�ำหนดแนวทาง
ในการด�ำเนนิ การจดั สรรทรพั ยากรทตี่ อ้ งสนองตอ่ เปา้ หมายในทศวรรษแห่งความปลอดภยั ทางถนน
• หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติมีทิศทางในการด�ำเนินงานความปลอดภัย
ทางถนนของประเทศเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนนฉบับท่ี 3 ได้น�ำแนวทางขององค์การสหประชาชาติก�ำหนดกรอบแนวคิด
เพอื่ ผลกั ดันใหเ้ กดิ การเปล่ยี นแปลงอย่างเปน็ ระบบใน 3 ระดับ หรอื เรยี กวา่ Tri-Circle of Influence ประกอบด้วย
2.1) วงกลมเพ่ือท�ำให้เกิดระบบทเี่ อ้อื ต่อความปลอดภยั (Safe System Influence)
2.2) วงกลมเพ่ือทำ� ใหเ้ กดิ วัฒนธรรมความปลอดภัย (Safety Culture Influence)
2.3) วงกลมเพื่อท�ำให้เกิดทิศทางนโยบายที่มีผลกระทบเชิงบวกต่อนโยบายด้านความปลอดภัย (Road Safety
Derived policies Influence)
56 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
ภาพ 2-12 กรอบแนวคดิ แผนแมบ่ ทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2556 – 2559
แผนแมบ่ ทเพอื่ ความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2556-2559 ไดก้ ำ� หนดยทุ ธศาสตรอ์ อกเปน็ 4 ยทุ ธศาสตร์ ดงั นี้
ยุทธศาสตรท์ ่ี 1 พัฒนาระบบบริหารจัดการดา้ นความปลอดภัยทางถนนสู่ระดับสากล
การพฒั นาระบบบรหิ ารจดั การดา้ นความปลอดภยั ทางถนนสรู่ ะดบั สากล เปน็ ยทุ ธศาสตรท์ ส่ี นบั สนนุ แผนงาน
หลักที่ 1 และ 2 ของแผนท่ีน�ำทางเชิงกลยุทธ์ทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน เพ่ือตอบสนองต่อเป้าหมายเชิงกลยุทธ์
ในเสาหลักท่ี 1 ของทศวรรษแหง่ ความปลอดภัยทางถนน ในการผลักดนั ใหน้ โยบายทางถนนไดร้ บั ความสำ� คัญจากทกุ ภาคสว่ น
และเกดิ กลไกการขบั เคลอื่ นงานดา้ นความปลอดภยั ทางถนนอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ บนพน้ื ฐานองคค์ วามรแู้ ละหลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์
ยุทธศาสตรท์ ่ี 2 การเสรมิ สร้างความปลอดภยั แบบมุง่ เปา้
เป็นยุทธศาสตร์ที่สนับสนุนแผนงานหลักที่ 3 ของแผนท่ีน�ำทางเชิงกลยุทธ์ทศวรรษแห่งความปลอดภัย
ทางถนน ในการสรา้ งระบบและวฒั นธรรมความปลอดภยั ทางถนน เพอื่ ตอบสนองตอ่ เปา้ หมายเชงิ กลยทุ ธใ์ นเสาหลกั ท่ี 2, 3 และ 4
ของทศวรรษแหง่ ความปลอดภยั ทางถนน ในการผลกั ดนั ใหเ้ กดิ ระบบความปลอดภยั ทงั้ ดา้ นถนนและการสญั จรดา้ นยานพาหนะ
และด้านผใู้ ชร้ ถใชถ้ นน
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ลดความสูญเสยี ในปัจจัยเสี่ยงหลกั อย่างย่ังยืน
เปน็ ยทุ ธศาสตรท์ สี่ นบั สนนุ แผนงานหลกั ท่ี 3 ของแผนทนี่ ำ� ทางเชงิ กลยทุ ธท์ ศวรรษแหง่ ความปลอดภยั ทางถนน
ในการสร้างระบบและวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน เพ่ือตอบสนองต่อเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในเสาหลักที่ 2, 3 และ 4
ของทศวรรษแหง่ ความปลอดภยั ทางถนน ในการลดปจั จยั เสยี่ งหลกั ทงั้ ดา้ นถนน และการสญั จรดา้ นยานพาหนะ และดา้ นผใู้ ชร้ ถ
ใชถ้ นน
แผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 57
ยุทธศาสตรท์ ี่ 4 เสริมสรา้ งความปลอดภยั ทางถนนในท้องถ่ินอยา่ งมีส่วนร่วม
เปน็ ยทุ ธศาสตรท์ ส่ี นบั สนนุ แผนงานหลกั ท่ี 3 และ 4 ของแผนทนี่ ำ� ทางเชงิ กลยทุ ธท์ ศวรรษแหง่ ความปลอดภยั
ทางถนน ในการสรา้ งระบบและวฒั นธรรมความปลอดภยั ทางถนน และสง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ ระบบสนบั สนนุ การทำ� งาน ตามเปา้ หมาย
เพื่อตอบสนองต่อเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในเสาหลักท่ี 4 ของทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนนในการสร้างภาคีเครือข่าย
การมสี ว่ นร่วมในการดำ� เนนิ การอยา่ งจริงจงั ในทศวรรษแหง่ ความปลอดภัยทางถนน
เม่ือทบทวนผลการด�ำเนินงานตามแผนแม่บทความปลดภัยทางถนนทั้ง 3 ฉบับ ยังพบข้อจ�ำกัดที่ท�ำให้
ประเทศไทยยงั ไมบ่ รรลตุ ามเปา้ หมายทศวรรษแห่งความปลอดภยั ทางถนน ดงั นี้
1. เปน็ แผนทไ่ี มม่ งี บประมาณรองรบั โดยตรง ตอ้ งไปขอรบั การจดั สรรตามระบบปกติ ทำ� ใหข้ อ้ เสนอโครงการ
ต่างๆ ไมไ่ ดร้ ับการดำ� เนินการ และไมม่ กี ารบรู ณาการแผนระหว่างหนว่ ยงานท่ตี อ้ งทำ� งานรว่ มกนั จึงจะเกดิ ผลสมั ฤทธ์ิ
2. ขาดระบบการตดิ ตาม ประเมิน และทบทวนแผนทีต่ อ่ เน่อื งและจรงิ จงั
3. ระบบการจัดเก็บข้อมูลการเสียชีวิตยังไม่เป็นตามมาตรฐานสากลแม้จะผ่านไปถึง 3 แผน
หรอื เปน็ ระยะเวลา 11 ปี
4. การขบั เคลอ่ื นนโยบายดา้ นความปลอดภยั ทางถนนไปยงั หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง ยงั ไมส่ ามารถดำ� เนนิ การบรรลุ
ไดต้ ามเปา้ หมายอย่างสมบรู ณ์ เช่น ขอ้ เสนอเรอื่ งการจดั ให้มีหลักสูตรความปลอดภัยทางถนนในสถานศึกษา ไดร้ ับการบรรจุไว้
ในทุกแผน แตไ่ ม่มีการด�ำเนนิ การใดๆ จากกระทรวงศกึ ษาธกิ าร
5. แผนแมบ่ ทความปลอดภัยทางถนนทัง้ 3 ฉบบั ไมไ่ ด้รบั ความสนใจอยา่ งจริงจังจากฝา่ ยรัฐบาล ถึงแมจ้ ะมี
มตคิ ณะรฐั มนตรเี ห็นชอบใหเ้ รอ่ื งความปลอดภัยทางถนนเป็นวาระแหง่ ชาตทิ ุกคร้งั
58 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
บทสรปุ ผลทบทวนนโยบายทเ่ี กี่ยวขอ้ งกบั ความปลอดภยั ทางถนน
1. ผลการทบทวนนโยบายระดับสากลและประเทศท่ีเก่ียวข้องกับความปลอดภัยทางถนน เพ่ือน�ำไปสู่การพัฒนา
แผนแมบ่ ทฉบับใหม่ท่สี อดคลอ้ งกับการพฒั นาของประเทศและการแกไ้ ขปัญหาอบุ ัติเหตุทางถนนระดบั สากล ประกอบดว้ ย
1.1 หลกั การพฒั นาทย่ี ัง่ ยืน (Sustainable Development Goals)
หลักการพัฒนาทีย่ ่งั ยืนขององค์การสหประชาชาตกิ �ำหนดค่าเป้าหมายไวใ้ นเป้าประสงคท์ ี่ 3.6 คอื การลดจำ� นวน
การตายและบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนทั่วโลกลงครึ่งหน่ึง ภายใน พ.ศ. 2563 และก�ำหนดตัวช้ีวัด คือ อัตราผู้เสียชีวิต
จากการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนน และก�ำหนดค่าเป้าหมายไว้ในเป้าประสงค์ที่ 11.2 คือ การจัดให้มีการเข้าถึงระบบ
คมนาคมขนสง่ ทย่ี ง่ั ยนื เขา้ ถงึ ได้ ปลอดภยั ในราคาทส่ี ามารถจา่ ยได้ สำ� หรบั ทกุ คน พฒั นาความปลอดภยั ทางถนน โดยการขยาย
การขนสง่ สาธารณะ และคำ� นงึ เป็นพิเศษถงึ กล่มุ คนที่อยูใ่ นสถานการณ์ท่ีเปราะบาง ผูห้ ญิง เด็ก ผู้มีความบกพรอ่ งทางร่างกาย
และผสู้ งู อายุ ภายใน พ.ศ. 2573 แตย่ งั ไม่มีการกำ� หนดตวั ชี้วดั
1.2 ยทุ ธศาสตร์ชาตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580)
ความปลอดภยั ทางถนนมคี วามเกยี่ วข้องกบั ยุทธศาสตร์ทัง้ หมด 4 ยทุ ธศาสตร์ โดยมรี ายละเอยี ด ดังน้ี
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 ด้านความมั่นคง โดยเกี่ยวข้องหลักในเรื่องการพัฒนาระบบการเตรียมความพร้อมแห่งชาติ
และระบบบรหิ ารจดั การภยั พบิ ตั ิ เพอื่ เสรมิ สรา้ งรปู แบบการทำ� งานดา้ นการชว่ ยเหลอื ผปู้ ระสบเหตทุ ม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ นอกจากนี้
ยังเช่อื มโยงกบั การปฏริ ูปกลไกการบรหิ ารประเทศในการกระจายอำ� นาจในการบรหิ ารจัดการความปลอดภยั ทางถนนส่ทู อ้ งถนิ่
และการปรับปรุงกระบวนการท�ำงานของกลไกที่เกี่ยวข้องจากแนวดิ่งสู่แนวราบมากขึ้นโดยต้องการการออกแบบระบบ
การบรหิ ารจดั การดา้ นความปลอดภยั อยา่ งยง่ั ยนื และการปรบั ปรงุ กฎหมายใหเ้ ออ้ื ตอ่ การดำ� เนนิ งานดา้ นการบงั คบั ใชก้ ฎหมาย
และการกระจายอำ� นาจสรู่ ะดบั ทอ้ งถน่ิ และควรมกี ารพฒั นาระบบตดิ ตามประเมนิ ผลสำ� หรบั ความปลอดภยั ทางถนนโดยเฉพาะ
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 2 การสร้างความสามารถในการแขง่ ขนั โดยเกย่ี วข้องประเดน็ ท่ีสำ� คัญ ดังน้ี
(1) ด้านสมรรถนะทางเศรษฐกิจในประเด็นการพัฒนาประเทศสู่ความเป็นชาติการค้า โดยในการส่งเสริมการ
อ�ำนวยความสะดวกทางด้านโครงสร้างถนนซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของประเทศไทยท่ีเช่ือมโยงการค้าประเทศเพ่ือนบ้าน
และภายในประเทศ ท่ีต้องมีการประเมินผลกระทบและความเส่ียงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่จะเกิดกับสังคมบริเวณที่จะมี
การสรา้ งถนน
(2) การพฒั นาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษและเมือง โดยในการพฒั นาพน้ื ทีเ่ มืองศนู ย์กลางความเจริญ ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ
ปลอดภัย และน่าอยู่ เน่ืองจากความเจริญและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของเมืองมักมาพร้อมกับการจราจรท่ีสะดวกสบาย
มากขึ้น จึงควรมีการวิเคราะห์และจัดท�ำแผนบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนเพ่ือรองรับการเปล่ียนแปลงของพื้นท่ี
เศรษฐกิจพิเศษและเมือง
(3) การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่ง โดยควรมีการประเมินผลกระทบอุบัติเหตุทางถนนส�ำหรับ
โครงการกอ่ สรา้ งถนนทกุ เสน้ รวมทงั้ ควรมกี ารสง่ เสรมิ การพฒั นางานวจิ ยั เพอ่ื การพฒั นาเทคโนโลยสี ำ� หรบั การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย
ทมี่ ีประสทิ ธิภาพและต้นทุนตำ�่ เช่น เครอื่ งตรวจจับความเรว็ เคร่อื งตรวจวดั ปริมาณแอลกอฮอล์ เปน็ ตน้ รวมถงึ การพฒั นาดา้ น
ความปลอดภยั ทางถนนดว้ ยการลงทนุ ในดา้ นการขนสง่ ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ การวจิ ยั และพฒั นาในอตุ สาหกรรมยานยนต์
ใหม้ ีมาตรฐานจะเป็นกลไกสำ� คัญในการลดความสูญเสียจากอุบตั ิเหตุ
(4) การเช่ือมโยงกับภูมิภาคและเศรษฐกิจโลก โดยการสร้างองค์ความรู้ด้านการต่างประเทศ และการให้ความรู้
ความเข้าใจด้านการต่างประเทศและผลประโยชน์ที่มีต่อการพัฒนาประเทศต่อภาคส่วนต่างๆ และสาธารณชนไทย รวมทั้ง
การด�ำเนินการเชิงรุกในการสร้างความเข้าใจ ความเชื่อม่ัน และภาพลักษณ์ท่ีดีและศักยภาพทางด้านการบริหารจัดการ
ความปลอดภยั ทางถนนของประเทศไทย
แผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 59
บทสรปุ ผลทบทวนนโยบายทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับความปลอดภัยทางถนน (ตอ่ )
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 การพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศกั ยภาพคน เกยี่ วขอ้ งกบั ประเดน็ การยกระดบั คณุ ภาพการศกึ ษาและ
การเรยี นรใู้ หม้ คี ณุ ภาพเทา่ เทยี มและทว่ั ถงึ โดยการสรา้ งการเรยี นรเู้ กยี่ วกบั การใชร้ ถใชถ้ นนทป่ี ลอดภยั ผา่ นการศกึ ษาในสถาบนั
การศกึ ษาและการเรยี นรนู้ อกสถานศกึ ษา การพฒั นาสมรรถนะของผปู้ ระกอบอาชพี ในภาคขนสง่ เปน็ การพฒั นาและเสรมิ สรา้ ง
ศกั ยภาพของคนใหส้ งู ขึน้ ตามแนวทางดา้ นการพฒั นาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพคน
ยุทธศาสตรท์ ี่ 5 การสร้างการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ที่เป็นมิตรต่อส่ิงแวดลอ้ ม เกีย่ วข้องกับการร่วมลดปัญหา
โลกรอ้ นและการปรบั ตวั ใหพ้ รอ้ มรบั การเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ โดยการสง่ เสรมิ การเดนิ ทางทไ่ี มใ่ ชเ้ ครอื่ งยนต์ ระบบขนสง่
สาธารณะ เปน็ การพฒั นาด้วยการสรา้ งการเติบโตบนคุณภาพชวี ติ ที่เปน็ มติ รกบั ส่ิงแวดล้อม
ยุทธศาสตร์ที่ 6 การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ เก่ียวข้องกับประเด็นภาครัฐ
ยึดประชาชนเป็นศนู ย์กลาง ตอบสนองความตอ้ งการและบรกิ ารอยา่ งสะดวกรวดเร็ว โปร่งใส และกฎหมายมคี วามสอดคล้อง
เหมาะสมกับบริบทต่างๆ และมีเทา่ ทจ่ี �ำเปน็
1.3 นโยบายการบรหิ ารราชการแผน่ ดิน
เม่ือพจิ ารณาความเชือ่ มโยงความปลอดภัยทางถนนกับนโยบายการบริหารราชการแผน่ ดนิ พบว่า ความปลอดภัย
ทางถนนมีความเกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ทั้งหมด 5 ด้าน ส�ำหรับงานด้านความปลอดภัยทางถนนมีความเกี่ยวข้องในด้าน
ของตา่ งๆ คอื
1) การยกระดบั คณุ ภาพบริการดา้ นสาธารณสขุ และสขุ ภาพของประชาชน (ขอ้ 5.4 และ ข้อ 5.7) โดยการป้องกัน
และแกไ้ ขปญั หาการเกดิ อบุ ตั เิ หตใุ นการจราจรอนั นำ� ไปสกู่ ารบาดเจบ็ และเสยี ชวี ติ โดยการรว่ มมอื ระหวา่ งฝา่ ยตา่ ง ๆ ในการตรวจ
จับเพื่อป้องกัน การรายงานและการดูแลผู้บาดเจ็บ รวมถึงการจัดให้มีบุคลากรและเคร่ืองมือท่ีทันสมัย และให้มีความร่วมมือ
ทง้ั ระหวา่ งหนว่ ยงานภายในประเทศและหนว่ ยงานตา่ งประเทศ เชน่ แนวทาง เครอ่ื งมอื และวธิ กี ารในการตรวจปรมิ าณแอลกอฮอล์
สำ� หรบั ใชเ้ ปน็ หลกั ฐานในการดำ� เนนิ คดกี บั ผกู้ ระทำ� ผดิ กรณเี มาแลว้ ขบั ทจ่ี ำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารพฒั นาและตอ้ งมกี ารจดั สรรเครอื่ งมอื
และงบประมาณในการซ่อมบ�ำรงุ อย่างเพยี งพอ
2) การเพิม่ ศักยภาพทางเศรษฐกจิ ของประเทศ (ข้อ 6.3 ข้อ 6.12 และ ข้อ 6.13) โดยกระตุ้นการลงทุนด้วยการเร่ง
พจิ ารณาโครงการลงทนุ ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพและปลอดภยั สำ� หรบั ผโู้ ดยสารทกุ กลมุ่ เชน่ โครงการขนสง่ มวลชนในกรงุ เทพมหานคร
มาจัดท�ำเป็นโครงการลงทุนร่วมกับเอกชนก�ำหนดมาตรฐานการให้บริการและความปลอดภัย รวมถึง ปรับปรุงกฎหมาย และ
ระเบยี บทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั สาขาขนสง่ และการประกอบกจิ การโลจสิ ตกิ สใ์ หท้ นั สมยั สอดคลอ้ งกบั สถานการณใ์ นปจั จบุ นั และมคี วาม
ชดั เจนในทางปฏบิ ตั ิ รวมทัง้ สนบั สนุนใหภ้ าคเอกชนเขา้ มามสี ่วนร่วมในภาคขนสง่ เพิม่ ขน้ึ
3) การพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม
(ขอ้ 8.3 และ 8.4) ปฏริ ูประบบการใหส้ งิ่ จงู ใจ ระเบยี บ และกฎหมายท่เี ปน็ อปุ สรรค ตอ่ การทำ� งานวจิ ัยและพัฒนาไปต่อยอด
หรอื ใชป้ ระโยชน์ รวมทง้ั สง่ เสรมิ การจดั ทำ� แผนพฒั นาการวจิ ยั และพฒั นาในระดบั ภาคหรอื กลมุ่ จงั หวดั เพอื่ ลดอบุ ตั เิ หตทุ างถนน
ใช้ประโยชน์จากผลการศึกษาวิจัย และพัฒนา และนวัตกรรมของไทยตามความเหมาะสม สร้างโอกาสการพัฒนาเทคโนโลยี
ของประเทศ ในกรณีที่จ�ำเป็นจะต้องจัดซ้ือวัสดุอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีจากต่างประเทศจะให้มีเง่ือนไขการถ่ายทอดเทคโนโลยี
เพื่อให้สามารถพึง่ ตนเองได้
60 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
บทสรปุ ผลทบทวนนโยบายท่เี กย่ี วข้องกับความปลอดภยั ทางถนน (ตอ่ )
4) การส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินท่ีมีธรรมาภิบาลและการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติ
มชิ อบในภาครฐั (ขอ้ 10.1) โดยปรบั ปรงุ ระบบการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั ทางถนนของหนว่ ยงานภาครฐั ทเี่ กย่ี วขอ้ งใหเ้ กดิ
การบรู ณาการการทำ� งานรว่ มกนั ทง้ั ในระดบั ประเทศ ภมู ภิ าค และทอ้ งถน่ิ ทบทวนการจดั โครงสรา้ งหนว่ ยงานภาครฐั ทม่ี อี ำ� นาจ
หน้าที่ซ�้ำซ้อนหรือลักลั่นกัน ปรับปรุงวิธีปฏิบัติราชการให้ทันสมัยโดยน�ำเทคโนโลยีมาใช้ แก้ไขกฎระเบียบให้โปร่งใส ชัดเจน
สามารถบริการประชาชนได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
5) การปรบั ปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม (ข้อ 11.1 และ ขอ้ 11.4) โดยการปรับปรงุ กฎหมายใหท้ นั สมัย
เปน็ ธรรม และนำ� เทคโนโลยที ที่ นั สมยั และความรทู้ างนติ วิ ทิ ยาศาสตรม์ าใชเ้ พอ่ื เรง่ รดั การดำ� เนนิ คดที กุ ขนั้ ตอนใหร้ วดเรว็ มรี ะบบ
ฐานข้อมูลทสี่ ามารถเชื่อมโยงและติดตามประวัตกิ ารกระท�ำผดิ ได้
1.4 แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 12
เมอื่ พจิ ารณากรอบยทุ ธศาสตรท์ งั้ 10 ยทุ ธศาสตร์ พบวา่ ความปลอดภยั ทางถนนเกย่ี วขอ้ งกบั แผนพฒั นาเศรษฐกจิ
และสังคมแหง่ ชาติ จ�ำนวน 5 ยุทธศาสตร์ ดงั นี้
ยุทธศาสตร์ท่ี 1 การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพทุนมนุษย์ - การให้ความส�ำคัญกับการลดปัจจัยเส่ียง
ดา้ นสขุ ภาพ และใหท้ กุ ภาคสว่ นคำ� นงึ ถงึ ผลกระทบตอ่ สขุ ภาพ และเสรมิ สรา้ งความเขม้ แขง็ ของชมุ ชนในการมสี ว่ นรว่ มจดั กจิ กรรม
สาธารณประโยชนจ์ ดั ระเบยี บทางสงั คมโดยอาศยั แนวรว่ มจากสถาบนั การศกึ ษา ชมรมครผู ปู้ กครอง ชมุ ชน เปน็ แนวรว่ มในการ
ผลกั ดันใหเ้ กดิ วฒั นธรรมความปลอดภยั ทางถนนภายในสถาบันหลกั ทางสงั คม
ยุทธศาสตร์ท่ี 2 การสร้างความเป็นธรรมลดความเหลื่อมล�้ำในสังคม - การให้ความส�ำคัญกับการกระจายการ
ใหบ้ รกิ ารดา้ นการแพทยฉ์ กุ เฉนิ เปน็ บรกิ ารภาครฐั ทมี่ คี ณุ ภาพใหค้ รอบคลมุ และทวั่ ถงึ รวมถงึ การเขา้ ถงึ ระบบบรกิ ารขนสง่ สาธารณะ
ท่ีดีและปลอดภัยอย่างทวั่ ถึง และระบบประกนั ข้นั พนื้ ฐานส�ำหรบั รถโดยสารสาธารณะ
ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 3 การสรา้ งความเขม้ แขง็ ทางเศรษฐกจิ และแขง่ ขนั ไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื – การใหค้ วามสำ� คญั กบั การยกระดบั
มาตรฐานยานพาหนะและการให้บรกิ ารดา้ นการขนสง่ ผู้โดยสาร เพือ่ เพิ่มขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ พฒั นา
บุคลากรด้านการใหบ้ ริการในอุตสาหกรรมยานยนต์ และทอ่ งเทีย่ วใหม้ ีศกั ยภาพสงู ขนึ้
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 4 การเตบิ โตทเี่ ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ มเพอ่ื การพฒั นาอยา่ งยง่ั ยนื – ใหค้ วามสำ� คญั กบั การสง่ เสรมิ การ
ใช้จักรยาน การใชร้ ะบบขนส่งสาธารณะ และการปรับปรงุ คณุ ภาพการใหบ้ ริการรถโดยสารประจำ� ทางในเมือง
ยุทธศาสตร์ที่ 7 การพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสติกส์ – ให้ความส�ำคัญกับการพัฒนาระบบ
ขนส่งสาธารณะในเขตเมือง และพัฒนาโครงข่ายทางถนน และนำ� เทคโนโลยีระบบการขนสง่ และจราจรอจั ฉริยะ (Intelligent
Transport Systems) มาใชใ้ นการควบคมุ และสั่งการจราจรและปอ้ งกนั การเกดิ อุบตั เิ หตทุ างถนน
2. ผลการทบทวนแผนแมบ่ ทความปลอดภยั ทางถนน เพอื่ นำ� ไปสกู่ ารพฒั นาแผนแมบ่ ทฉบบั ใหมท่ สี่ มบรู ณโ์ ดยการลดปจั จยั
ที่เป็นอุปสรรคต์ ่อการขับเคลอื่ นนโยบายด้านความปลอดภยั ทางถนนที่สำ� คัญ
ประเทศไทยได้มีการจัดท�ำแผนปฏิบัติการด้านความปลอดภัยทางถนนฉบับแรกขึ้นเพื่อบูรณาการแก้ปัญหาด้านความ
ปลอดภัยทางถนนของประเทศในชว่ ง พ.ศ. 2548 - 2551 จากนั้นได้จัดท�ำแผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน ช่วง พ.ศ. 2552 -
2555 เพ่ือให้เกิดความต่อเนื่อง ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้ก�ำหนดให้ พ.ศ. 2554 - 2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัย
ทางถนน เพอ่ื เปน็ การดำ� เนนิ งานตามปฏญิ ญามอสโก และใหศ้ นู ยอ์ ำ� นวยการความปลอดภยั ทางถนนจดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ ารทศวรรษ
แหง่ ความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2554 - 2563 (Decade of Action for Road Safety) และเพือ่ ใหก้ ารด�ำเนินงานบรรลุ
ตามเป้าหมาย จึงได้จัดท�ำแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2556-2559 จากการทบทวนแผนแม่บทความปลอดภัย
ทางถนนทผ่ี า่ นมาจึงสามารถสรุปสาระส�ำคญั ของการด�ำเนินงานดา้ นความปลอดภยั ทางถนน ดังน้ี
แผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 61
บทสรปุ ผลทบทวนนโยบายทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั ความปลอดภยั ทางถนน (ต่อ)
1) แผนปฏบิ ตั กิ ารดา้ นความปลอดภยั ทางถนน ชว่ ง พ.ศ. 2548-2551 ไดก้ ำ� หนดยทุ ธศาสตร์ 5E เพอื่ ใชใ้ นการดำ� เนนิ การ
แผนปฏิบัติด้านความปลอดภัยทางถนนดังกล่าว เป็นการก�ำหนดยุทธศาสตร์ตามกรอบปัจจัยด้านอุบัติเหตุทางถนนเป็นหลัก
(คน รถ ถนน) ร่วมกับกรอบการบริหารจัดการแบบ PDCA คือ มีการติดตามประเมินผล ท�ำให้แผนดังกล่าวยังมีช่องว่าง
ในการขบั เคลอื่ นงานดา้ นอบุ ตั เิ หตทุ างถนนในเชงิ นโยบายทต่ี อ้ งมกี ารบรู ณาการการทำ� งานรว่ มกนั ระหวา่ งหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง
ขาดการกำ� หนดโครงสรา้ งและกลไกในการบรหิ ารจดั การเชงิ บรู ณาการสง่ ผลใหก้ ารดำ� เนนิ งานขาดการบรู ณาการการทำ� งานรว่ มกนั
2) แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ช่วง พ.ศ. 2552 - 2555 ได้ก�ำหนดยุทธศาสตร์ในการด�ำเนินการได้ก�ำหนด
ยุทธศาสตร์ไว้ 6 ด้าน โดยมุ่งเน้นการผลักดันให้เกิดการขับเคล่ือนเชิงนโยบายของรัฐบาลและผู้น�ำประเทศมากขึ้น รวมถึง
การกระจายการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปยังหน่วยงานระดับภูมิภาคมากย่ิงข้ึน
และใหค้ วามส�ำคัญกบั การวจิ ัย พัฒนา และตดิ ตามประเมนิ ผลดา้ นความปลอดภัยทางถนนเพ่ือนำ� ไปสูก่ ารแก้ปญั หาบนพ้นื ฐาน
ของขอ้ มลู ทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตรท์ ส่ี ามารถพสิ จู นไ์ ด้ และนำ� ไปสกู่ ารยอมรบั ในสงั คมเพม่ิ มากขน้ึ แตย่ งั ไมม่ กี ารผลกั ดนั
และสง่ เสรมิ ใหโ้ ครงสรา้ งและกลไกในการบรหิ ารจดั การเชิงบรู ณาการมคี วามเข้มแข็งและมปี ระสิทธภิ าพ
3) แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน ช่วง พ.ศ. 2556 - 2559 ได้ก�ำหนดยุทธศาสตร์ในการด�ำเนินการ
ท้ังหมด 4 ยุทธศาสตร์ โดยมีเป้าหมายในการผลักดันให้เกิดระบบและวัฒนธรรมแห่งความปลอดภัยทางถนน โดยการพัฒนา
ระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งในการบูรณาการท�ำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
และการกระจายการบริหารจัดการไปสู่ภูมิภาคอย่างเป็นระบบ รวมถึงการออกแบบเพื่อน�ำไปสู่การลดปัจจัยเส่ียงทั้งระยะสั้น
และระยะยาวอยา่ งยงั่ ยนื
จากที่กล่าวมาข้างต้น พบว่า การด�ำเนินงานด้านความปลอดภัยน้ัน ในระยะแรกเน้นการด�ำเนินงานป้องกัน แก้ไข
ปญั หาอุบตั เิ หตุจากการจราจรบนท้องถนนดา้ นวศิ วกรรมเป็นหลัก โดยการก�ำหนดยุทธศาสตร์ 5E เป็นแนวทางการดำ� เนินงาน
การดำ� เนนิ งานในระยะตอ่ มามงุ่ เนน้ การแกไ้ ขปญั หา ทง้ั ระบบ โดยการบรู ณาการใหค้ รอบคลมุ ปญั หาทกุ ดา้ น และการดำ� เนนิ งาน
ของทกุ ภาคสว่ น โดยไดก้ ำ� หนดยทุ ธศาสตร์ 5 เสาหลกั ในการดำ� เนนิ งานมงุ่ วางรากฐานใหเ้ กดิ การมรี ะบบทเี่ ออื้ ตอ่ ความปลอดภยั
(Safe System) และน�ำไปสู่วัฒนธรรมความปลอดภยั (Safe Culture)
2.2 การทบทวนปจั จยั ความสำ� เรจ็ ของต่างประเทศ
2.2.1 ทศวรรษการจดั การความปลอดภยั ทางถนนในประเทศเนเธอรแ์ ลนด์
สถานการณ์
เนเธอร์แลนด์ถือว่าเป็นหนึ่งในประเทศท่ีมีความปลอดภัยในการใช้รถและถนน แม้ว่าจะมีจ�ำนวนผู้เสียชีวิต
1,300 รายตอ่ ปี และผบู้ าดเจบ็ จากอบุ ตั เิ หตุ 10,000 รายตอ่ ปี ซงึ่ ในอดตี เนเธอรแ์ ลนด์ ตอ้ งเผชญิ ทงั้ กบั จำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ ทเ่ี พม่ิ ขน้ึ
รวมถงึ การบาดเจบ็ และค่าใช้จา่ ยท่เี กดิ ข้ึน จากอบุ ัตเิ หตุ นอกจากนี้ เนเธอรแ์ ลนด์ยงั ต้องประสบกับปญั หาด้านข้อมูลอุบัติเหตุ
ท่ีมีผลต่อการด�ำเนินมาตรการในอดีต เช่น การเก็บข้อมูลการบาดเจ็บ การให้ค�ำจ�ำกัดความของข้อมูล และการขาดสถิติการ
เปรียบเทยี บระหว่างประเทศ เปน็ ตน้
ทั้งนี้ จากข้อมูลของ International Traffic Safety Data and Analysis Group (IRTAD) พบว่า
ระหวา่ ง พ.ศ. 2543 -2553 จำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนนของเนเธอรแ์ ลนดอ์ ยทู่ ่ี 5.7 ตอ่ ประชากร 100,000 คน ซง่ึ ถอื วา่
เปน็ ตวั เลขทต่ี ำ�่ หากเทยี บกบั ประเทศอน่ื แตส่ ถติ ทิ างอบุ ตั เิ หตใุ น พ.ศ. 2550 กลบั พบวา่ มลู คา่ ความเสยี หายทงั้ ทรพั ยส์ นิ และตน้ ทนุ
ทางสงั คมจากอบุ ตั เิ หตทุ างถนนอยทู่ ป่ี ระมาณ 9 พนั ลา้ น ยโู รตอ่ ปี และไมม่ แี นวโนม้ ทจ่ี ะลดลง ในขณะทจี่ ำ� นวนผขู้ บั ขย่ี านพาหนะ
62 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
จะเพมิ่ ข้ึนจากรอ้ ยละ 15 เปน็ รอ้ ยละ 40 รวมทัง้ ค่าระวางขนส่งทีเ่ พ่ิมขน้ึ ระหวา่ งร้อยละ 15 ถึงรอ้ ยละ 80 ภายใน พ.ศ. 2563
(ขึ้นอยู่กับการพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศ) นอกจากน้ี การคาดการณ์ทางสถิติ ยังพบว่า จ�ำนวนประชากรที่อายุ 65 ปี
ข้ึนไป และกลุ่มผู้ขาดโอกาสในการใช้ถนน เช่น กลุ่มคนใช้รถจักรยาน กลุ่มคนเดินเท้า ผู้สูงอายุ เด็ก และกลุ่มเฉพาะอื่นๆ
จะเพ่มิ ขนึ้ จากการประมาณการทีร่ อ้ ยละ 15 ใน พ.ศ. 2550 เปน็ รอ้ ยละ 20 ใน พ.ศ. 2563 ซ่ึงเมอ่ื เกดิ อุบตั ิเหตุกล่มุ คนเหลา่ นี้
จะได้รบั ผลกระทบอยา่ งหนักและก่อใหเ้ กิดตน้ ทนุ ในการดแู ลสุขภาพทีส่ ูงข้นึ ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลความปลอดภัยทางถนนของ (World Health Organization : WHO) ใน พ.ศ. 2560
พบว่า เนเธอร์แลนด์สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้เดินเท้าและการบาดเจ็บทางถนนในประเทศได้เป็นระยะเวลา
หลายทศวรรษแล้ว อีกท้ังยังสามารถลดอัตราการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนได้ร้อยละ 10 และมีอัตราการเพ่ิมขึ้น
ของสง่ิ อำ� นวยความสะดวกทางถนน อยทู่ ร่ี อ้ ยละ 30 ภายใน 10 ปี ความสำ� เรจ็ ดงั กลา่ วไดร้ บั อทิ ธพิ ลมาจากการดำ� เนนิ มาตรการ
ทจ่ี รงิ จงั อยา่ งตอ่ เนอื่ งเปน็ เวลานาน โดยสามารถพจิ ารณาไดจ้ ากลำ� ดบั เหตกุ ารณก์ ารพฒั นาดา้ นความปลอดภยั ทางถนน2 ไดด้ งั นี้
สถานการณใ์ นช่วงหลงั สงครามโลกจนถึง พ.ศ. 2513
ในช่วงก่อน พ.ศ. 2513 จ�ำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของเนเธอร์แลนด์มีจ�ำนวนมากและเพ่ิมข้ึน
อย่างเห็นได้ชัด โดยประมาณการอยู่ที่ 3,300 รายต่อปี เนื่องด้วยอิทธิพลของการเร่งฟื้นฟูและพัฒนาประเทศภายหลังจาก
สงครามโลก ซง่ึ ผลของการขยายตวั ทางเศรษฐกจิ และจำ� นวนประชากร ยอ่ มทำ� ใหค้ วามเสย่ี งของการเกดิ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนเพม่ิ ขนึ้
สถานการณ์ชว่ ง พ.ศ. 2513 -2523
ในช่วงต้น พ.ศ. 2513 ถือว่าเป็นจุดเปล่ียนส�ำคัญในเรื่องของความปลอดภัยทางถนนในเนเธอร์แลนด์
เพราะจากภาวะวกิ ฤตกิ ารเพมิ่ ขนึ้ ของผเู้ สยี ชวี ติ ทำ� ใหเ้ กดิ การหาหนทางแกไ้ ขอยา่ งเขม้ ขน้ ไมว่ า่ จะเปน็ การปรบั เปลย่ี นนโยบาย
และการแก้ไขกฎหมายการจราจร เช่น การก�ำหนดความเรว็ กฎหมายเก่ียวกับการเมาไมข่ ับ และข้อก�ำหนดเกยี่ วกบั การขบั รถ
การเพ่ิมเครือข่ายเส้นทางมอเตอร์เวย์ ทางออกแบบทางกายภาพที่เอ้ือต่อผู้ใช้รถและผู้ใช้จักรยานยนต์การให้การศึกษา
และให้ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ เป็นต้น โดยจุดประสงค์ส�ำคัญคือการสร้างแรงกระตุ้นและปรับเปล่ียนพฤติกรรมของผู้ใช้รถ
และถนน จนสง่ ผลใหจ้ ำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนนลดลงใน พ.ศ. 2543 ซง่ึ ประมาณการไดท้ ี่ 1,100 รายตอ่ ปี ในขณะท่ี
จ�ำนวนผู้ใช้รถและถนนเพิม่ ขนึ้ มากกว่า 2 เทา่
สถานการณ์ช่วง พ.ศ. 2523 - 2533
ใน พ.ศ. 2526 เนเธอรแ์ ลนดม์ แี ผนงานระดบั ชาตวิ ่าด้วยความปลอดภัยทางถนน (National Plan for Road
safety) ท่ไี ดส้ ร้างหลกั การของการแก้ไขปัญหาดว้ ยการกำ� จดั ต้นเหตุของอบุ ัตเิ หตุทางถนน ซึ่งเปน็ นโยบายทีแ่ พร่หลายและได้
รับการยอมรบั เป็นอยา่ งสงู หากแตใ่ นทางปฏบิ ตั ิ ตน้ เหตุของปัญหามคี วามซบั ซ้อนและไม่ได้มแี คส่ าเหตุเดียว ดังนั้น การแกไ้ ข
ปัญหาใดปัญหาหน่ึงอาจจะกระทบหรือสร้างปัญหาอ่ืนเพ่ิมขึ้น จึงได้มีการพัฒนาเกณฑ์โดยการแยกหรือบูรณาการของรูปแบบ
การเดินทางที่แตกต่างกัน ล�ำดับช้ันของโครงสร้างพื้นฐาน ขอบเขตของคนเดินเท้าทางเดินรถจักรยาน ฯลฯ ซ่ึงถูกก�ำหนดใน
นโยบายแผนงานดา้ นความปลอดภัยทางถนนในระยะยาว (Long-term road safety policy plans: MPVs)
ต่อมาใน พ.ศ. 2530 เนเธอร์แลนด์ได้ก�ำหนดแผนงานด้านความปลอดภัยทางถนนในระยะยาว ฉบับท่ี 1
(MPV-I) ซงึ่ มหี ลกั การสำ� คญั คอื การเพมิ่ จำ� นวนการเดนิ ทางแตอ่ บุ ตั เิ หตตุ อ้ งลดลง โดยไดก้ ำ� หนดเปา้ หมายของจำ� นวนการบาดเจบ็
จากอุบัติเหตุทางถนนให้ลดลงร้อยละ 25 ในช่วง พ.ศ. 2528 -2543 และมุ่งเน้นไปที่ประเด็นการลดความเสี่ยง ได้แก่
การดมื่ แอลกอฮอล์ ความเร็ว พืน้ ทจี่ ดุ เส่ยี ง กลุ่มเด็ก และผสู้ งู อายุ และ
อปุ กรณป์ อ้ งกนั ความปลอดภยั จนกระทง่ั ไดม้ แี ผนงานดา้ นความปลอดภยั ทางถนนในระยะยาวฉบบั ท่ี 2 (MPV- II)
ใน พ.ศ. 2532 ซึ่งตั้งเป้าหมายในการลดอุบัติเหตุทางถนนท่ีสูงย่ิงขึ้นและมีความเป็นไปได้ที่จะประสบความส�ำเร็จ พร้อมท้ัง
2 Fred Wegman & Peter Wouters Leidschendam, 2002, SWOV Institute for Road Safety Research, The Netherlands
แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 63
มงุ่ เนน้ การมีส่วนรว่ มของทุกภาคส่วน ทัง้ องคก์ รท้องถ่นิ และผมู้ สี ่วนไดส้ ว่ นเสียอนื่ ๆ และใหค้ วามสำ� คัญกบั โครงสร้างการขนสง่
และการจราจรเป็นหลัก
สถานการณช์ ่วง พ.ศ. 2533 - 2543
นโยบายในช่วงนี้เน้นการลดความรุนแรงของอุบัติเหตุในอนาคต โดยได้มีการเพ่ิมเป้าหมายการลดอุบัติเหตุของ
แผนงานด้านความปลอดภัยทางถนนในระยะยาวฉบบั ท่ี 2 (MPV- II)
ซง่ึ กำ� หนดใหล้ ดจำ� นวนการเสยี ชวี ติ ลงรอ้ ยละ 50 และลดอตั ราการบาดเจบ็ อยา่ งรนุ แรงลงรอ้ ยละ 40 ในชว่ งเวลา
ตงั้ แต่ พ.ศ. 2529 -2553 นอกจากน้ยี ังใหค้ วามสำ� คญั กับมาตรการความปลอดภัย
อยา่ งยงั่ ยนื ทเ่ี นน้ ความสำ� คญั กบั โครงสรา้ งพน้ื ฐาน เชน่ การออกแบบถนนใหเ้ หมาะสมเพอ่ื ปอ้ งกนั อบุ ตั เิ หตทุ อี่ าจ
จะเกดิ ขึน้ หรือพยายามให้เกดิ ความสญู เสยี แก่ชีวติ และทรพั ย์สินให้นอ้ ยท่ีสดุ ฯลฯ
โดยแนวทางดงั กล่าวไดก้ ลายเป็นหลกั การทส่ี ำ� คญั ในการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของเนเธอรแ์ ลนด์
สถานการณช์ ่วง พ.ศ. 2543 - 2553
สถานการณค์ วามปลอดภยั ทางถนนเนน้ ไปทกี่ ารดำ� เนนิ มาตรการอยา่ งเปน็ ระบบ โดยเนเธอรแ์ ลนดเ์ รมิ่ ตน้ โครงการ
พ้ืนฐาน (Start-up Programs) ระหวา่ ง พ.ศ. 2540 - 2545 ซ่ึงเปน็ โครงการทเี่ กย่ี วข้องกับการจดั การดา้ นโครงสรา้ งพ้นื ฐาน
โดยมีมาตรการดงั ต่อไปน้ี
- จำ� แนกเสน้ ทางถนน (ในกรณเี ครอื ข่ายเส้นทางถนนท่ีมีความสมบรู ณ์ ระยะทางมากกว่า 100,000 กิโลเมตร)
ซ่งึ ถนนเหลา่ น้ีต้องมีระบบและรปู แบบทมี่ คี วามพร้อมในการแก้ไขปญั หาอุบตั ิเหตุ
- กระตนุ้ ใหม้ กี ารใชง้ านเสน้ ทางทมี่ ตี น้ ทนุ ตำ่� ใน 30 กโิ ลเมตร/h-zone (ไมร่ วมถนนทมี่ กี ารเคลอ่ื นตวั ไดด้ แี ละถนน
ที่เปน็ สายส่ง) และเพ่ิมความเป็นไปไดข้ องเสน้ ทางดังกล่าวจากรอ้ ยละ 10 เปน็ รอ้ ยละ 50 ใน พ.ศ. 2543
- กำ� หนดใหใ้ ชเ้ ส้นทาง 60 กิโลเมตร/h-zone ในเสน้ ทางรอง ซ่งึ มีเป้าหมายส�ำหรบั เส้นทางทม่ี รี ะยะทาง 3,000
กิโลเมตรของถนนทมี่ คี วามระยะทาง 60 กิโลเมตร/h-zone ใน พ.ศ. 2543
- มแี ผนสรา้ งสง่ิ อำ� นวยความสะดวกรอบวงเวยี น และหนว่ ยวดั ทเ่ี ลก็ ในการเออ้ื ตอ่ เสน้ ทาง 30 กโิ ลเมตร/h-zone
และ 60 กิโลเมตร/h-zone
- ก�ำหนดพื้นท่ีเฉพาะของเสน้ ทางรถจกั รยานยนตใ์ นเขตเมือง
- ก�ำหนดตวั ชีว้ ัดของมาตรการในแต่ละระยะทางของถนน (นอกเขต 30 กโิ ลเมตร/h-zone และ 60 กโิ ลเมตร/
h-zone ) โดยกำ� หนดใหส้ อดคล้องกบั กฎระเบียบสำ� หรบั รถจกั รยานและจักรยานยนต์
- มีโครงการข้อมูลสาธารณะในการสนับสนุนความปลอดภัยอย่างยั่งยืน ท้ังในการก�ำหนดกฎหมายจราจรโดย
ตำ� รวจและกำ� หนดในการศึกษาของโรงเรียน
- มกี ารแนะน�ำการตรวจสอบบญั ชีเรอื่ งความปลอดภยั ทางถนน
- เพ่ิมมาตรการในการตรวจตราและการบงั คบั ใช้กฎหมายจราจร
- มีมาตรการในการสนับสนุน ส�ำหรับการให้ความรู้ในช่วงเปล่ียนผ่านและวางแผนการด�ำเนินงานข้ันตอนท่ี 2
ของความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน
ขน้ั ตอนแรกของการดำ� เนนิ โครงการความปลอดภยั ทางถนนของเนเธอรแ์ ลนด์ คอื การเสนอโครงการในแผนงาน
การขนสง่ และการจราจรแห่งชาตใิ น พ.ศ. 2544 - 2563 (National Traffic and Transport Plan for the Netherland :
NVVP) ซ่ึงจะเป็นวาระในการพิจารณาของรฐั สภาตอ่ ไป โดยข้อเสนอของโครงการได้นิยามและอธิบายความรับผดิ ชอบของผู้มี
สว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทงั้ หมด ทง้ั ในรปู แบบของการทำ� งานแบบกระจายอำ� นาจและรวมอำ� นาจ ตามแตค่ วามเหมาะสมของ การดำ� เนนิ งาน
64 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
อีกท้ังยังแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าจากการลดจ�ำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ ท้ังนี้ แผนการท�ำงานของโครงการดังกล่าวยัง
ครอบคลมุ ถงึ เรื่องการสนบั สนนุ โครงสรา้ งพืน้ ฐานดา้ นความปลอดภัย การอบรมการใหข้ อ้ มลู และการบงั คับใชก้ ฎหมายจราจร
อยา่ งเขม้ งวด
ทั้งน้ี คณะผู้วิจัยสามารถสรุปการด�ำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนนในแต่ละช่วงเวลาของเนเธอร์แลนด์
ตามกรอบการท�ำงานภายใต้ 5 เสาหลัก ได้ดังตาราง 3-1 โดยจะเห็นได้ว่าเนเธอร์แลนด์ให้ความส�ำคัญกับการบริหารจัดการ
หรอื เสาหลกั ที่ 1
ตาราง 2-1 การด�ำเนนิ การดา้ นความปลอดภยั ทางถนนในแตล่ ะช่วงเวลาของเนเธอรแ์ ลนด์ ตามกรอบ 5 เสาหลัก
พ.ศ. การดำ� เนนิ การ เสาหลัก
ช่วงต้น จุดเปลย่ี นส�ำคญั ของรัฐบาลในการดำ� เนนิ มาตรการด้านความปลอดภยั ทางถนน ไดแ้ ก่ 1
2513 - การปรับเปลยี่ นนโยบาย
- การแกไ้ ขกฎหมายจราจร เชน่ การกำ� หนดความเรว็ การเมาไมข่ บั และขอ้ กำ� หนดอน่ื ๆ ในการขบั ขี่
- การเพ่ิมเสน้ ทางมอเตอรเ์ วย์
- ออกแบบกายภาพของถนนให้เอื้อต่อผใู้ ช้รถและจกั รยานยนต์
- ให้การศกึ ษาและขอ้ มลู อนั เปน็ ประโยชน์แก่ประชาชน
จากมาตรการดังกลา่ วท�ำให้จำ� นวนผเู้ สียชวี ิตลดลงใน พ.ศ. 2543 ประมาณการได้ 1,100 รายต่อปี
2505 ก่อต้ังองค์กร S.W.O.V. โดยกระทรวงคมนาคมของเนเธอร์แลนด์ สมาคมการเดินรถหลวง 1
ของเนเธอร์แลนด์ (Royal Dutch Touring Club ANWB) สมาคมผู้ประกันตนรถยนต์ชาวดัตช์
(Dutch Association of Automobile Insurers) อตุ สาหกรรมจกั รยานและยานยนตเ์ นเธอรแ์ ลนด์
(Netherlands Bicycle and Automobile Industry RAI) เพ่ือเป็นองค์กรหลักท�ำวิจัยและ
สรา้ งเครอื ขา่ ยเพอื่ ปรบั ปรงุ ความปลอดภยั บนทอ้ งถนน รวมถงึ เผยแพรค่ วามรู้ โดยมกี ลมุ่ เปา้ หมายหลกั
ได้แก่ ผเู้ ช่ยี วชาญด้านความปลอดภัยทางถนนและผ้มู สี ่วนไดเ้ สียเกยี่ วกับความปลอดภยั ทางถนน
2526 มีการจัดท�ำแผนงานระดับชาติว่าด้วยความปลอดภัยทางถนน เพ่ือแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุและ 1
พัฒนาเกณฑ์ โดยถูกก�ำหนดในนโยบายแผนงานด้านความปลอดภัยทางถนนในระยะยาว
(Long-term road safety policy plans) หรือ MPVs
2530 สร้างแผนงานด้านความปลอดภัยทางถนนในระยะยาว ฉบับท่ี 1 (MPV-I) ซึ่งมีหลักการส�ำคัญ 1
คอื เพมิ่ จำ� นวนการเดินทางแตอ่ บุ ตั ิเหตตุ ้องลดลง โดยได้ก�ำหนดเป้าหมายของจ�ำนวนการบาดเจบ็
ทางอุบตั เิ หตใุ หล้ ดลงร้อยละ 25 ในชว่ ง พ.ศ. 2528 - 2543 โดยมงุ่ เน้นไปท่ปี ระเด็นเส่ียง ได้แก่
การดม่ื แอลกอฮอล์ ความเรว็ พน้ื ทจี่ ดุ เสย่ี ง กลมุ่ เดก็ และผสู้ งู อายุ และอปุ กรณป์ อ้ งกนั ความปลอดภยั
2532 มแี ผนงานดา้ นความปลอดภยั ทางถนนในระยะยาว ฉบับท่ี 2 (MPV- II) โดยต้งั เป้าหมายในการ 1
ลดอุบัติเหตุสูงมากย่ิงข้ึนแต่มีความเป็นไปได้ท่ีจะประสบความส�ำเร็จ มุ่งเน้นการมีส่วนร่วม
ของทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรท้องถิ่นและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอ่ืนๆ และให้ความส�ำคัญกับโครงสร้าง
การขนสง่ และการจราจรเปน็ หลัก
2540-2545 เริ่มต้นโครงการพื้นฐาน (Start-up Programs) ระหว่าง พ.ศ. 2540 - 2545 โดยได้ก�ำหนด 1
มาตรวัดในโครงการ ได้แก่ การจ�ำแนกเสน้ ทางเดินทางตามระยะทาง การเดินทาง รวมถงึ เส้นทาง
รถจกั รยานยนต์ พฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐาน และสงิ่ อำ� นวยความสะดวกในการเดนิ ทาง เพม่ิ มาตรการ
การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย ฯลฯ
ทีม่ า : Wegman and Wouters, 2545
แผนแมบ่ ทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 65
ถอดบทเรียนการทำ� งานด้านความปลอดภัยทางถนนของประเทศเนเธอรแ์ ลนด์
1) นโยบายดา้ นความปลอดภยั ทางถนนที่ครอบคลุม
จากสถิติการเกิดอุบัติเหตุในประเทศเนเธอร์แลนด์ จะเห็นได้ว่าอุบัติเหตุทางถนนและนโยบายด้านความปลอดภัย
ทางถนนในปจั จบุ นั เนน้ ไปทผี่ ขู้ บั ขย่ี านยนตเ์ ปน็ สว่ นใหญ่ เนอื่ งจากมจี ำ� นวนมากขนึ้ และมกี ารขบั ขค่ี อ่ นขา้ งเรว็ ทำ� ใหเ้ กดิ อบุ ตั เิ หตุ
อยู่บ่อยคร้ัง โดยท่ีไม่ได้มีมาตรการป้องกันแก่ผู้ใช้ทางเท้าหรือข่ีจักรยานอย่างเป็นรูปธรรม ท�ำให้นโยบายส่วนใหญ่เน้นไปที่
ผู้ขับขี่ยานยนต์มากกว่ามุ่งปกป้องกลุ่มผู้ขาดโอกาสในการใช้ถนน ซึ่งต้องการความปลอดภัยและมาตรการท่ีเฉพาะเจาะจง
รวมถึงมาตรการที่เข้มงวดกับกลุ่มคนที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ทั้งน้ี การด�ำเนินนโยบายในแนวทางดังกล่าวจะสามารถรักษา
ความยืดหยุ่นในการก�ำจัดความเสี่ยง เพ่ือให้เป้าหมายความปลอดภัยบนท้องถนน อันเป็นส่วนส�ำคัญของยุทธศาสตร์
ความปลอดภยั ทางถนนใน พ.ศ. 2553 - 2563 บรรลไุ ด้
ตัวอยา่ งของมาตรการการดงั กล่าว ได้แก่ (1) การออกแบบถนน เชน่ กอ่ สรา้ งโซนการขบั ขดี่ ว้ ยความเร็ว 30 กม./ชม.
และยกระดับทางข้าม ท�ำให้สามารถมองเห็นได้ง่ายและเป็นแบบเดียวกัน (2) มาตรการด้านยานพาหนะ เช่น การออกแบบ
ด้านหน้ารถยนตท์ ีเ่ ป็นมติ รต่อคนเดนิ ถนน และ (3) มาตรการดา้ นขอ้ มูลและการศึกษาด้านพฤตกิ รรม เช่น บุคคลทีเ่ มาแล้วขับ
และขับรถเรว็ เกินก�ำหนด ทง้ั นี้ มาตรการเหลา่ นท้ี �ำใหค้ นเดินถนนมีความปลอดภยั เพ่ิมขึ้น อีกท้งั การให้ความสนใจเป็นพเิ ศษ
ตอ่ ความตอ้ งการเฉพาะของเดก็ และคนชรา ยงั สง่ ผลทำ� ใหเ้ กดิ การลดการเสยี ชวี ติ และการบาดเจบ็ ของคนเดนิ ถนนได้ นอกจากน้ี
ผลทางอ้อมท่ีเกิดขึ้นจะท�ำให้ประชากรของเนเธอร์แลนด์ยอมรับและสามารถสร้างวัฒนธรรมด้านความปลอดภัย
และความกา้ วหนา้ ในการค้มุ ครองชีวิตของคนเดินถนน ดังจะเหน็ ไดจ้ ากการมงุ่ เนน้ ความปลอดภัยในระดบั ทว่ั ทั้งชุมชน
2) การใชเ้ ทคโนโลยดี า้ นความปลอดภยั
การดำ� เนนิ การดงั กลา่ วจะสามารถลดความเสย่ี งจากอบุ ตั เิ หตไุ ด้ โดยภายหลงั จาก พ.ศ. 2553 เปน็ ตน้ มา เทคโนโลยี
และนวัตกรรมการขบั เคลอ่ื นได้เขา้ มามีบทบาทเพิ่มขึ้น โดยมีส่วนชว่ ยท�ำใหค้ วามพยายามดา้ นนโยบายความปลอดภัยทางถนน
เปน็ จรงิ ในอกี หลายปตี อ่ มา อกี ทง้ั การมเี ทคโนโลยยี งั ทำ� ใหส้ ามารถดำ� เนนิ มาตรการในการบงั คบั ใชก้ ฎหมายกบั ผขู้ บั ขท่ี กี่ อ่ ใหเ้ กดิ
ความเสีย่ งบนท้องถนนไดอ้ ย่างเหมาะสม
3) การไดร้ ับความร่วมมอื จากหลากหลายภาคส่วน
การด�ำเนินงานต่างๆ ด้านความปลอดภัยทางถนนของประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง
หนว่ ยงานตา่ งๆ ทงั้ หนว่ ยงานดา้ นการศกึ ษา ตำ� รวจ กระทรวงยตุ ธิ รรม สำ� นกั งานอยั การ รวมทงั้ การรว่ มมอื กบั ทอ้ งถนิ่ ทปี่ ระกอบดว้ ย
เทศบาล ศาลยุติธรรม และเจ้าหน้าท่ีต�ำรวจท้องถิ่น ตลอดจนภาคประชาสังคมและภาคเอกชน ในการเข้ามามีบทบาท
ด้านนโยบายความปลอดภัยทางถนน ท้ังนี้ มาตรการท่ีเกิดขึ้นจากการร่วมมือดังกล่าวคือ มาตรการป้องกันและปราบปราม
เพ่ือลดความเส่ียงการจราจรบนท้องถนน เช่น การตรวจใบอนุญาตขับขี่และการดื่มสุรา การให้ความรู้ทั้งในห้องเรียน
และเผยแพรค่ วามรู้ สสู่ าธารณชน การสรา้ งความตน่ื ตวั แกก่ ลมุ่ ผใู้ ชร้ ถใชถ้ นน รวมถงึ สรา้ งความตระหนกั แกผ่ ใู้ ชร้ ถจกั รยานยนต์
ผู้ขับข่ที เ่ี ป็นมือใหม่ หรอื ผู้สงู อายุ
4) การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและการวิจยั ดา้ นอุบตั เิ หตุ
ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้พัฒนาการเก็บข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทางถนน ท้ังผู้ได้รับความเสียหายและผู้ท่ีกระท�ำผิด
เพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการพิจารณาบทลงโทษ และการเยียวยาผู้บาดเจ็บ รวมถึงการวิเคราะห์กลุ่มเสี่ยงและจุดเส่ียง ซึ่งสามารถ
ลดจ�ำนวนการเกดิ อุบตั เิ หตทุ างถนนได้
5) การใสใ่ จผใู้ ช้รถใชถ้ นนทุกกลมุ่ อย่างเท่าเทยี มกนั
ประเทศเนเธอรแ์ ลนดไ์ ดก้ ำ� หนดนโยบายทค่ี ำ� นงึ ถงึ ผใู้ ชร้ ถใชถ้ นนและยานพาหนะ บางประเภท เชน่ กลมุ่ คนใชจ้ กั รยาน
กลมุ่ ผเู้ ดนิ เทา้ และกลมุ่ ผสู้ งู อายุ ซง่ึ สว่ นใหญเ่ ปน็ กลมุ่ ผเู้ สยี หายจากอบุ ตั เิ หตทุ างถนน นอกจากนย้ี งั ใหค้ วามสำ� คญั กบั กลมุ่ ผกู้ อ่ เหตุ
66 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
ท้ังท่ีต้ังใจและไม่ได้ต้ังใจ เช่น การขับขี่รถฝ่าฝืนกฎจราจร การขับข่ีเร็วเกินก�ำหนด หรือเกิดจากการเมาแล้วขับ เป็นต้น
รวมถงึ การมงุ่ เนน้ มาตรการใหค้ วามรแู้ กผ่ ขู้ บั ขมี่ อื ใหม่ เดก็ วยั รนุ่ และมแี นวคดิ ในการสรา้ งมาตรการทเ่ี ปน็ รปู ธรรมสำ� หรบั ผขู้ บั ขี่
ตา่ งชาตหิ รอื ชนกลุม่ นอ้ ย ท่มี ีแนวโนม้ ความเสยี่ งตอ่ ความปลอดภยั ทางถนน ดว้ ยวิธีการเฝ้าระวังกลุ่มเป้าหมายเหลา่ น้ี
6) การมีสว่ นรว่ มและกำ� หนดความรับผดิ ชอบของภาครัฐ
หลกั การพ้นื ฐานของนโยบายความปลอดภยั ทางถนนก�ำหนดให้รัฐบาลเนเธอร์แลนดต์ อ้ งเขา้ มามบี ทบาท มสี ่วนรว่ ม
และรับผิดชอบต่อปัญหาด้านอุบัติเหตุทางถนน เพื่อสร้างความม่ันใจให้กับประชาชน ท�ำให้ประชาชนรู้สึกถึงความปลอดภัย
ในการใช้รถใช้ถนน นอกจากน้ี ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการให้ความร่วมมือ เพราะหากละเลยในเร่ืองดังกล่าว อาจส่งผล
ต่อการอยู่ร่วมกันของสังคม ดังนั้น มาตรการวัดผลด้านความปลอดภัยทางถนนจึงต้องตั้งอยู่บนพ้ืนฐานของการพิจารณา
ในดา้ นผลประโยชนข์ องสงั คม ประสิทธิผล และสัดส่วนของต้นทนุ ทีก่ ่อให้เกดิ ความค้มุ คา่ มากท่ีสดุ อกี ทง้ั นโยบายของภาครฐั
ต้องสร้างความเชื่อม่นั ให้แก่กลมุ่ เป้าหมาย ในการใชแ้ นวคิดใหม่ในการแก้ไขปญั หาอุบตั เิ หตุทางถนนได้
โครงสร้างการจัดการความปลอดภัยทางถนนของประเทศเนเธอร์แลนด์
โครงสร้างการจัดการความปลอดภัยทางถนนของประเทศเนเธอร์แลนด์อยู่ภายใต้การก�ำกับดูแล ของคณะรัฐมนตรี
และนายกรัฐมนตรี ในการก�ำหนดนโยบายความปลอดภัยทางถนนแห่งชาติ และต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงาน
ท้องถิน่ ตา่ ง ๆ และประชาชน โดยในสว่ นของการวจิ ยั และเก็บข้อมูลรฐั บาล ไดจ้ ดั ตัง้ หนว่ ยงานในการดแู ลเฉพาะ ซ่งึ จะกล่าว
ในส่วนถดั ไป
สถาบนั วจิ ัยความปลอดภยั ทางถนน (Stichting Wetenschappelijk OnderzoekVerkeersveiligheid : SWOV)
เป็นสถาบันท่ีได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐมนตรีการคมนาคม โดยเป็นองค์กรอิสระที่ไม่แสวงหาผลก�ำไร ก่อต้ังเมื่อ พ.ศ. 2505
มีเป้าหมายหลักในการสนับสนุนความปลอดภัยทางถนน ด้วยวิธีการวิจัยที่เป็นระบบและเผยแพร่ผลลัพธ์และองค์ความรู้
อนั นำ� มาสกู่ ารออกแบบนโยบาย โดยงานวจิ ยั ดงั กลา่ วจะมงุ่ เนน้ ตวั แปรทเ่ี ปน็ พน้ื ฐานของความปลอดภยั ทางถนนและความเปน็ ไปได้
เพือ่ ความปลอดภัยท่มี ากขึน้ ซง่ึ จะเกี่ยวขอ้ งกบั ประเดน็ ส�ำคญั ไดแ้ ก่ การสำ� รวจความปลอดภยั ทางถนน โครงสรา้ งพน้ื ฐานและ
อบุ ตั เิ หตบุ นทอ้ งถนน การวเิ คราะหค์ วามเรว็ การกระจายความเรว็ และความปลอดภยั บนทอ้ งถนน มาตรการสำ� หรบั การจดั การ
ความเรว็ การกำ� หนดโครงขา่ ยเสน้ ทางการวางรปู แบบซงึ่ เปน็ ทยี่ อมรบั และการคาดการณพ์ ฤตกิ รรม การดแู ลผขู้ บั ขม่ี อื ใหมแ่ ละ
การฝึกอบรมในการขบั ขกี่ ารศกึ ษาผลกระทบของการศึกษาและข้อมูลสาธารณะ และการใช้ขอ้ มลู ในการตัดสินใจบนทอ้ งถนน
ท้ังน้ี การจัดตั้งหน่วยงานวางแผนความปลอดภัยทางถนนมีวัตถุประสงค์เพ่ือส�ำรวจและวิเคราะห์แนวทาง
ในการพัฒนาความปลอดภัยทางถนน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อท่ีจะอธิบายสถานการณ์ต่างๆ และเฝ้าระวังในระยะยาว ทั้งน้ี
หนว่ ยงานดงั กลา่ วจะดำ� เนนิ การวจิ ยั เพอ่ื กำ� หนดแนวทางการพฒั นาในอนาคต ซง่ึ จะใชข้ อ้ มลู พน้ื ฐานจำ� นวนมากในการดำ� เนนิ การ
สำ� รวจ และวเิ คราะห์ นอกเหนอื จากขอ้ มลู ดา้ นการจราจร โดยมงุ่ วเิ คราะหแ์ ละเชอ่ื มโยงขอ้ มลู กบั ผลกระทบภายนอกทมี่ อี ทิ ธพิ ล
เพอ่ื สรา้ งองค์ความรู้บนพ้นื ฐานของความเป็นจริง
แผนทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน 10 ปี ของประเทศเนเธอรแ์ ลนด์
ส�ำหรับแผนงานที่จะด�ำเนินการในช่วง 10 ปี มีเป้าหมายหลัก คือ การท�ำให้จ�ำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนลดลง
จากจ�ำนวนผู้เสยี ชวี ติ และจ�ำนวนผบู้ าดเจ็บ 750 คน และ 17,000 คน ตามล�ำดบั ใน พ.ศ. 2553 ใหล้ ดลงเหลือจำ� นวนผเู้ สียชวี ติ
สูงสดุ 580 คน และจำ� นวนคนที่ไดร้ ับบาดเจ็บเหลอื เพยี ง 12,250 คน ใน พ.ศ. 2563 ซงึ่ หมายถึงภายใน 10 ปี จะสามารถ
ลดลงได้มากกวา่ ร้อยละ 25
นอกจากนี้ นโยบายการใชถ้ นนอยา่ งปลอดภยั ใน พ.ศ. 2553 - 2563 ตงั้ อยบู่ นพนื้ ฐานของ 3 เสาหลกั ของความสำ� เรจ็
นน้ั ก็คือ
แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 67
• ความรว่ มมือรว่ มใจกันของทุกภาคสว่ นท่เี กี่ยวขอ้ ง
• การเข้าถึงเปา้ หมายอย่างมีนัยสำ� คัญ
• ความปลอดภัยทีย่ ่งั ยืน
ทั้งนี้ ปัจจยั สำ� คญั 2 ประการ ทที่ �ำให้เข้าถึง 3 เสาหลักของความสำ� เร็จ ประกอบด้วย (1) การใช้เคร่อื งมอื วัดผล
โดยท่ัวไป ท่ีสามารถส่งผลต่อเน่ืองจากความส�ำเร็จในปีที่ผ่านมา (2) การมุ่งเป้าหมายไปยังพ้ืนท่ีกลุ่มเป้าหมายท่ีต้องการ
ให้ความสนใจ ซ่ึงพ้ืนที่ที่ให้ความสนใจเหล่านั้นจะก�ำหนด โดยการวิเคราะห์ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุ และวิจัยแนวโน้มต่างๆ
ที่มีผลกระทบต่อความปลอดภัยทางถนนในแต่ละปีท่ีผ่านมา ซึ่งการวิเคราะห์ดังกล่าวจะท�ำให้เห็นสถิติกลุ่มเส่ียงทั้งในส่วน
ของกลุม่ ผู้ท่กี อ่ ให้เกิดอุบตั เิ หตุ และกล่มุ ผู้ท่ไี ด้รับผลกระทบจากการเกดิ อบุ ัตเิ หตุที่ชดั เจนมากขึ้น
ท้ังน้ี การสร้างกลยุทธ์ทางเลือกนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนน เพื่อลดจ�ำนวนผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ
ให้ได้ตามเป้าหมายของ พ.ศ. 2563 ซ่ึงเป็นแผนงานในการส่งเสริมทศวรรษด้านความปลอดภัยทางถนนที่เพิ่มขึ้น จะท�ำให้
จ�ำนวนผเู้ สียชีวติ ของเนเธอรแ์ ลนดล์ ดลงเหลอื 250 คน ภายใน พ.ศ. 2563 ได้
2.2.2 ทศวรรษการจดั การความปลอดภัยทางถนนในประเทศญป่ี นุ่
สถานการณ์
รายงานสถานการณค์ วามปลอดภัยทางถนนของโลกที่ตพี มิ พ์โดย WHO ในช่วง พ.ศ. 2552 2556 และ 2558
ได้น�ำเสนอผลการวิเคราะห์ความสมั พันธร์ ะหวา่ งการเสียชีวติ จากอุบัตเิ หตุทางถนนกบั ปัจจัยอ่นื ๆ เชน่ รายไดร้ วมของประเทศ
และอัตราการครอบครองยานพาหนะในทวีปเอเชีย เป็นต้น โดยพบว่า ญี่ปุ่นมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน 4.70
เม่ือเทียบกับจ�ำนวนประชากรต่อแสนคน ซ่ึงถือว่าเป็นตัวเลขท่ีต่�ำมากหากเทียบกับประเทศอ่ืนๆ ในเอเชีย เช่น ประเทศไทย
ท่มี กี ารเสยี ชีวิตของประชากรต่อแสนคนอยู่ที่ 36.17 ดงั แสดงในภาพ 3-13 อกี ทั้งยงั พบวา่ ญปี่ ่นุ มสี ถิตใิ นการคาดเขม็ ขดั นิรภยั
ร้อยละ 95 ซึ่งเป็นจ�ำนวนที่สูงมากหากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในเอเชียและในโลก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์
ดา้ นความปลอดภัยทางถนนของญี่ปนุ่ สามารถสรุปล�ำดับไดเ้ ปน็ ชว่ งเวลาต่อไปนี้
ภาพ 2-13 สถานการณก์ ารเสียชีวิตจากอบุ ัติเหตุทางถนนต่อประชากร 1 แสนคน
ท่ีมา: Global Status Report on Road Safety (2015)
68 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
สถานการณ์ในช่วงหลังสงครามโลกคร้ังที่ 2 จนถงึ พ.ศ. 2513: อบุ ตั ิเหตุเพ่มิ ตามการเรง่ พัฒนาเศรษฐกจิ
ภายหลังจากสงครามโลกครั้งท่ี 2 ญ่ีปุ่นจ�ำเป็นต้องเร่งฟื้นฟูประเทศชาติ ด้วยการเพิ่มจ�ำนวนประชากร
รวมถงึ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทำ� ให้เกดิ การเจรญิ เตบิ โตอยา่ งรวดเร็วทางเศรษฐกิจ ตง้ั แต่ต้น พ.ศ. 2503 และสง่ ผลให้ญี่ปุ่น
ประสบปัญหาการเพิ่มขึ้นของอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างเห็นได้ชัด โดยสาเหตุส�ำคัญมาจากการพัฒนาสิ่งอ�ำนวยความสะดวก
ทไี่ มส่ อดคลอ้ งกบั การเพม่ิ ขนึ้ ของประชากร และการเปลย่ี นมาใชร้ ถยนตท์ มี่ ากขนึ้ ซง่ึ เปน็ ผลกระทบจากการเตบิ โตทางเศรษฐกจิ
ของประเทศเกดิ ปญั หาการขนยา้ ยเกนิ ขนาด การขับขี่ทีไ่ มใ่ สใ่ จของผขู้ บั ขีร่ ถบรรทกุ หรอื คนขบั แทก็ ซี่ ฯลฯ ท้ังนี้ ผเู้ สียหายหลกั
จากอุบัติเหตุในช่วงเวลาดังกล่าว คือ เด็ก ผู้สูงอายุ คนเดินเท้า และกลุ่มผู้ขับข่ีจักรยาน ในขณะท่ีกลุ่มผู้กระท�ำผิดท่ีมีส่วน
ในการเกดิ อบุ ัติเหตุ (ผู้ขบั ขรี่ ถยนต)์
สถานการณ์ช่วง พ.ศ. 2513 ถึง 2523: ผู้เสียชีวติ สงู กว่าการเกิดสงคราม
ประเทศญี่ปุ่นต้องประสบกับปัญหาอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรเพิ่มข้ึนสูงท่ีสุด โดยมีจ�ำนวนสูงสุดอยู่ท่ี
16,765 ราย ใน พ.ศ. 2513 ซึ่งมากกวา่ ตัวเลขค่าเฉลยี่ ของผูเ้ สยี ชีวติ ในช่วงท่มี สี งครามจนี -ญปี่ ุน่ ครง้ั ที่ 1 (พ.ศ. 2437-2438)
จึงเรียกเหตกุ ารณ์ดังกล่าวว่าเปน็ “สงครามการจราจร” ดงั นั้น รัฐบาลญปี่ ุ่นจึงไดพ้ จิ ารณาให้ปญั หาดงั กลา่ วเป็นวิกฤติเร่งดว่ น
ท่ภี าครัฐตอ้ งสรา้ งมาตรการในการแก้ไขเพอื่ ลดจำ� นวนผ้เู สียชีวิต
สถานการณช์ ่วง พ.ศ. 2523 ถึง 2533: เร่งพฒั นามาตรการลดอบุ ัติเหตุทางถนน
จากการดำ� เนนิ มาตรการของภาครฐั ในช่วง พ.ศ. 2513 - 2524 ท�ำให้จ�ำนวนอบุ ตั ิเหตุ ผ้เู สยี ชวี ิต และผู้บาดเจบ็
ลดลงมาอย่างตอ่ เนือ่ ง จนมีจ�ำนวนผู้เสียชวี ติ จากอบุ ัตเิ หตทุ างถนนอยทู่ ่ี 8,719 ราย ใน พ.ศ. 2524 อย่างไรกต็ าม ตัวเลขของ
รถยนตแ์ ละยานพาหนะที่ใชเ้ ดนิ ทางยงั คงเพม่ิ ขึ้นอย่างตอ่ เนื่อง ในขณะท่ีจ�ำนวนองค์กรทท่ี �ำงานเพอ่ื ลดความเส่ียงบนทอ้ งถนน
กลบั ลดลง จงึ สง่ ผลใหจ้ ำ� นวนผูเ้ สียชวี ิตกลบั มาสงู ข้นึ อีก โดยสูงถงึ 11,452 ราย ใน พ.ศ. 2535 ซึง่ แมภ้ ายหลงั จำ� นวนผูเ้ สียชวี ติ
จะลดลง แตจ่ ำ� นวนอบุ ัติเหตุทางถนนกลบั เพมิ่ ข้ึน
สถานการณช์ ่วง พ.ศ. 2533 ถงึ 2543: ผลของมาตรการเร่ิมลดความรุนแรงของอุบตั เิ หตุได้
แม้ภายหลัง พ.ศ. 2535 จ�ำนวนผู้เสียชีวิตจะลดลง แต่จ�ำนวนอุบัติเหตุทางถนนกลับเพ่ิมขึ้น ซึ่งขัดแย้งกลับ
แนวโนม้ กอ่ น พ.ศ. 2535 ทจี่ ำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ จะแปรผนั ไปตามจำ� นวนอบุ ตั เิ หตยุ งิ่ อบุ ตั เิ หตมุ ากขนึ้ จำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ กม็ ากขน้ึ ดว้ ย
จึงแสดงให้เห็นว่ามาตรการเริ่มมีผลในการลดความรุนแรงของอุบัติเหตุทางถนนได้ แต่ยังไม่สามารถลดการเกิดอุบัติเหตุลงได้
อย่างไรกต็ าม จ�ำนวนอบุ ตั ิเหตทุ างถนนกลบั มแี นวโนม้ ลดลงในชว่ งก่อน พ.ศ. 2543
สถานการณช์ ว่ ง พ.ศ. 2543 ถึง 2553: จำ� นวนผเู้ สียชวี ิตลดลงและประกาศเป้าหมายทช่ี ดั เจน
ต้นทุนทางสังคมของอุบัติเหตุได้ถูกกระตุ้นให้เกิดความกังวลในประเทศ เพราะนอกเหนือจากการสูญเสีย
ทางการเงินแล้ว ยังมีการสูญเสียท่ีมิใช่ทางการเงิน เช่น ความเจ็บปวดทางด้านจิตใจการทนทุกข์ทรมานจากอุบัติเหตุ
และการสูญเสียความสุขของชีวิต ฯลฯ โดยมีการประมาณการความสูญเสียที่มิใช่ทางการเงินที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนน
ท่ีรุนแรงในประเทศญ่ีปุ่นอยู่ที่ 2.3 ล้านล้านเยน ใน พ.ศ. 2547 ส่งผลให้รัฐบาลญ่ีปุ่นพยายามประมาณการต้นทุนทางสังคม
ของการเกิดอบุ ัตเิ หตุ ต้ังแตใ่ นช่วงแรกของศตวรรษท่ี 21
แผนแมบ่ ทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 69
จากช่วง พ.ศ. 2503 - 2513 ที่ภาครัฐเร่ิมตระหนักปัญหาอย่างจรงิ จงั และสร้างมาตรการต่างๆ เพ่ือลดปัญหา
อบุ ตั เิ หตทุ างถนน สง่ ผลให้ญี่ปุน่ เป็นประเทศทปี่ ลอดภยั จากปัญหาทางดา้ นอุบตั ิเหตุตา่ งๆ บนท้องถนน โดยสถติ ใิ น พ.ศ. 2546
และ 2547 พบว่ามีจำ� นวนผ้เู สยี ชีวติ จากอุบตั เิ หตทุ างถนนสงู ถึง 7,702 คน และลดลงเป็น 7,358 คน ตามลำ� ดับ นอกจากนี้
รัฐบาลญี่ปุ่นได้ประกาศเป้าหมายการลดจ�ำนวนผู้เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนให้ต่�ำกว่า 5,000 คน ภายในช่วงเวลา
10 ปี นับจากเดอื นมกราคม พ.ศ. 2548 เปน็ ตน้ ไป เพือ่ สรา้ งระบบจราจรทป่ี ลอดภัยทส่ี ุดในโลก
คณะผู้วิจัยได้สรุปการด�ำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนนในแต่ละช่วงเวลาของญ่ีปุ่นตามการท�ำงานภายใต้
กรอบ 5 เสาหลัก ดังตาราง 2-2
ตาราง 2-2 การด�ำเนินการดา้ นความปลอดภัยทางถนนในแต่ละชว่ งเวลาของญี่ปุ่น ตามกรอบ 5 เสาหลัก
พ.ศ. การด�ำเนินการ เสาหลัก
2491 เกดิ โครงการความปลอดภัยทางจราจรระดบั ชาตใิ นชว่ งฤดูใบไมผ้ ลิและฤดูใบไม้รว่ ง ของทกุ ปี เพ่อื รณรงค์ 4
และตกั เตอื นถงึ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนโดยใชส้ อื่ ในการประชาสมั พนั ธแ์ ละอาสาสมคั รชมุ ชนในการสง่ เสรมิ และ
สนับสนนุ กจิ กรรม
2494 กฎหมายการเดินทางด้วยรถยนต์ทางถนน ได้ก�ำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพของ 3
เครื่องยนต์ของญ่ีปุ่น ซ่ึงมีการแก้ไขกฎหมายหลายครั้ง เนื่องจากข้อก�ำหนดมาตรฐานบางอย่างเข้มงวด
มากเกินไป หรอื การกำ� กับดแู ลบางอย่างยังหละหลวม
2506-2513 - ภาครัฐเร่ิมตระหนักปัญหาของผู้ขับ และสร้างมาตรการเกี่ยวกับการขับรถ เพ่ือควบคุมคนขับที่ไม่มี 1
ประสทิ ธภิ าพและกลมุ่ เมาแลว้ ขบั ขยายและเพม่ิ สญั ลกั ษณท์ างจราจรในถนน สรา้ งโครงการเพอื่ สนบั สนนุ
ใหเ้ กิดความเห็นพอ้ งในการปฏิบัติตามกฎจราจร
- เริ่มติดตั้งสัญญาณจราจร ซ่ึงมีประสิทธิภาพอย่างมากในการลดตัวเลขของอุบัติเหตุ ท้ังจ�ำนวนผู้ได้รับ
บาดเจบ็ และผูเ้ สียชวี ิต
2513-2524 จำ� นวนอบุ ตั เิ หตทุ างถนนลดลงอยา่ งมากจากมาตรการทหี่ ลากหลายของหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง ซง่ึ แบง่ ออก 1
เป็นหมวดหมตู่ ่างๆ ดังน้ี
• ส่งิ อำ� นวยความสะดวกเพื่อความปลอดภยั ทางจราจรและสภาพแวดลอ้ มการจราจรบนถนน
• การก�ำกับดแู ลและการบังคับใช้กฎหมาย
• การศกึ ษาและการเผยแพรค่ วามรู้
• การปรบั ปรุงมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์
• การดูแลทางการแพทยฉ์ ุกเฉิน
2513 ภาครัฐและประชาชนได้สร้างกรอบความร่วมมือในการจัดท�ำ“พระราชบัญญัติพื้นฐานเกี่ยวกับนโยบาย 1
ความปลอดภัยทางจราจร (Traffic Safety Policies Basic Act)”
2514 - ผู้ก�ำหนดนโยบายได้ก�ำหนดโครงการความปลอดภัยทางถนนข้ันพ้ืนฐานครั้งท่ี 1 (Fundamental 1
Traffic Safety Program) ระหว่าง พ.ศ. 2514-2518 มีโครงการเร่ือยมาจนมแี ผนท่ี 10 ใน พ.ศ. 2558
ชว่ งระหวา่ ง พ.ศ. 2559 - 2563
- กฎหมายเกี่ยวกับการจราจรทางถนน พ.ศ. 2514 เรียกร้องให้คนขับและผู้โดยสารในรถยนต์ที่เดินทาง 4
บนทางดว่ นใชเ้ ข็มขดั นิรภัย แต่ไม่ไดก้ ำ� หนดบทลงโทษ
2516 มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับมาตรฐานเครื่องยนต์ โดยการก�ำหนดพ้ืนฐานหลักของมาตรฐานเคร่ืองยนต์ 3
3 ด้าน ได้แก่ มาตรการความปลอดภัยแบบ Active มาตรการความปลอดภัยแบบ Passive และ มาตรการ
การป้องกันการเกิดอัคคีภัย เช่น มาตรฐานของรถยนต์ที่ต้องมี กราฟวัดความเร็ว เครื่องวัดความเร็ว
ระบบเบรกสามชน้ั และอนื่ ๆ สว่ นรถบรรทกุ ขนาดใหญก่ ต็ อ้ งมเี ขม็ ขดั นริ ภยั พนกั พงิ ศรี ษะ และอปุ กรณอ์ น่ื ๆ
ส�ำหรับผูโ้ ดยสาร ท่ีออกแบบเพื่อลดความรนุ แรงหากเกดิ อุบัติเหตุรถชนกัน
70 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
พ.ศ. การด�ำเนินการ เสาหลัก
2518 ปรบั ปรงุ แกไ้ ขกฎหมายการเดนิ ทางดว้ ยรถยนตท์ างถนนของ พ.ศ. 2494 เพอ่ื ทจ่ี ะทำ� ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั 3
มากขึ้น รวมท้ังนิยามมาตรฐานความปลอดภัยของรถยนต์ โดยสร้างข้อเรียกร้องให้มีเข็มขัดนิรภัย
แกผ่ โู้ ดยสารในยานพาหนะจากผผู้ ลิตรถยนต์
2526 การปรบั ปรงุ และบำ� รุงรกั ษาถนน 2
• สรา้ งถนนทม่ี ชี อ่ งเดนิ รถเดยี ว (Single lane) ถนนทม่ี สี องเสน้ ทาง (Two- way road) เพอื่ เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ
ในการจราจรของรถยนต์
• ออกแบบเสน้ ทางถนนเลย่ี งเมอื ง (Bypass) ถนนแบบวงรอบ (Ring road) และทางยกระดบั สำ� หรบั สแ่ี ยก
ทสี่ �ำคญั ทำ� ให้เพ่มิ ประสทิ ธิภาพของการจราจรได้
• ทางด่วน (Expressway) กลายมาเป็นประเภทถนนท่ีปลอดภัยที่สุด ซึ่งเกิดอุบัติเหตุเพียง 1 ใน 4
ของถนนธรรมดา
2528 มกี ารแกไ้ ขกฎหมายใหม้ ภี าระผกู ผนั แกผ่ เู้ ดนิ ทางทนี่ งั่ ดา้ นหนา้ ทงั้ คนขบั และผโู้ ดยสารตอ้ งคาดเขม็ ขดั นริ ภยั 4
บนทางดว่ น ซง่ึ มบี ทลงโทษแกผ่ ู้ท่ีฝ่าฝืนอย่างรนุ แรง
2529 กฎหมายก�ำหนดให้ผู้เดินทางท่ีนั่งด้านหน้าทั้งคนขับและผู้โดยสารต้องคาดเข็มขัดนิรภัยบนบทถนน 4
ทุกประเภทเส้นทาง และมบี ทลงโทษแกผ่ ูท้ ีฝ่ า่ ฝืนอย่างรนุ แรง
2534 การก�ำหนดใบอนุญาตขับรถส�ำหรับการส่งผ่านอัตโนมัติ (Automatic-transmission) เฉพาะรถปกติ 3
(Regular Vehicle) เทา่ นั้น
2535 ก่อตั้งสถาบันเพ่ือการวิจัยและการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุบนท้องถนน (ITARDA) โดยความร่วมมือ 1
ของกระทรวงพน้ื ที่ โครงสรา้ งพน้ื ฐาน การคมนาคมและการทอ่ งเทยี่ ว (Ministry of Land, Infrastructure,
Transport and Tourism : MLIT) ส�ำนักงานต�ำรวจแหง่ ชาติ (National Police Agency: MLIT) และ
สมาคมผผู้ ลิตยานยนตญ์ ปี่ ่นุ (JAMA) เพ่ือดำ� เนนิ การ สำ� รวจและวิเคราะหข์ อ้ มลู ทางอบุ ตั เิ หตุ โดยใช้ขอ้ มูล
เชงิ ประจกั ษแ์ ละหลกั การทางวทิ ยาศาสตร์ ซงึ่ ขอ้ มลู จาก ITARDA มปี ระโยชนใ์ นการสรา้ งมาตรการปอ้ งกนั
อุบตั เิ หตุ
2544 จ�ำนวนการใชง้ านสะพานเดินเทา้ มีแนวโนม้ เพิ่มสูงข้นึ ทำ� ใหม้ คี วามกงั วลเก่ยี วกับอายุของสะพานเดินเท้า 2
และผลกระทบของข้อจ�ำกัดของการติดต้ังสะพานเดินเท้าใหม่ ท�ำให้ภาครัฐเริ่มก�ำจัดสะพานเดินเท้า
บางแห่งในช่วงต้นศตวรรษท่ี 21 อกี ทั้งยงั กำ� หนดการก่อสร้างสะพานเดนิ เทา้ ให้มขี นาดรองรบั ขนาดใหญ่
เพื่อปกป้องคนเดินทางเท้าจากเกดิ อุบัติเหตุ
2545 มีการรณรงค์เพิ่มบทลงโทษส�ำหรับผู้ขับข่ีขณะมึนเมา โดยเพ่ิมโทษจ�ำคุกสูงสุด 3 ปี และปรับสูงสุด 4
500,000 เยน หรือประมาณ 150,000 บาท จากเดิมทจี่ ำ� คุกสูงสุด 2 ปี และปรับสูงสดุ 100,000 เยน
2547 ส�ำนักงานคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลญี่ปุ่นพยายามประมาณการต้นทุนทางสังคมของการเกิดอุบัติเหตุ 5
ทางถนนในช่วงต้นปีแรกๆ ของศตวรรษท่ี 21 พบว่าจ�ำนวนเงินที่สูญเสียทั้งหมดของปีจากอุบัติเหตุ
ทางถนน ประมาณ 4.4 ล้านล้านเยน นอกจากนี้ยังมีการสูญเสียท่ีมิใช่ทางการเงิน เช่น ความเจ็บปวด
ทางดา้ นจติ ใจ การทนทกุ ขท์ รมานจากอบุ ตั เิ หตุ และการสญู เสยี ความสขุ ของชวี ติ ฯลฯ ซงึ่ ประมาณการอยทู่ ี่
2.3 ล้านล้านเยน
2550 - กฎหมายก�ำหนดให้ผู้เดินทางทุกคนท่ีเดินทางด้วยรถยนต์ (ท้ังด้านหน้าและด้านหลัง) ต้องคาดเข็มขัด 4
นิรภัยบนบทถนนทกุ ประเภทเสน้ ทาง และมบี ทลงโทษแกผ่ ู้ท่ฝี า่ ฝืนอยา่ งรนุ แรง
- ให้ค�ำนิยาม “รถปกติ” ในระบบการให้ใบอนุญาตขับรถ โดยมีการแก้ไขและจ�ำกัดให้มีขนาดท่ีเล็กกว่า 3
และมนี �้ำหนักเบา
2556 เพ่ิมประสิทธภิ าพการท�ำงานของรถพยาบาล (Ambulance) จากแต่เดมิ ใน พ.ศ. 2508 สามารถรองรบั 5
ผบู้ าดเจบ็ เปน็ จำ� นวน 100,000 เปน็ 530,000 คนใน พ.ศ. 2556 ซึง่ ช่วยลดอตั ราผู้เสียชีวิตจากอุบัตเิ หตุ
ทางถนนได้
แผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 71
พ.ศ. การด�ำเนินการ เสาหลกั
2558 - กำ� หนดโครงการความปลอดภัยทางถนนข้ันพน้ื ฐานครั้งท่ี 10 (ระหวา่ ง พ.ศ. 2559 - 2563) 1
- การอนุญาตให้ใบขับข่ี ผู้ขับต้องมีหลักฐานการเข้าโครงการแนะน�ำการขับรถในโรงเรียนสอนขับรถ 4
โดยจะตอ้ งมฝี กึ ปฏบิ ตั ิ 34 ชวั่ โมง และฟงั บรรยาย 26 ชวั่ โมง เกย่ี วกบั กฎหมายการจราจรและระบบเครอื่ งยนต์
ของรถยนต์ นอกจากน้ีผขู้ บั ตอ้ งตอ่ ใบอนญุ าตขับรถในทกุ ๆ 3 ปี และเปลย่ี นเปน็ 5 ปี ใน พ.ศ. 2537 และ
ต้องเข้าอบรมโครงการแนะนำ� อกี ครงั้ ซ่ึงถูกกำ� หนดไว้ในกฎหมายการจราจร
ท่มี า Takashi Oguchi, 2559
ถอดบทเรยี นการทำ� งานด้านความปลอดภยั ทางถนนของประเทศญปี่ นุ่
1) การก�ำหนดมาตรการทางกฎหมายและการรณรงค์
การด�ำเนินงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อจับกุมผู้ขับขี่ที่ไม่มีประสิทธิภาพและผู้ที่เมาแล้วขับ รวมถึงกระตุ้น
ความรว่ มมอื ทางดา้ นกฎระเบยี บทางถนนโดยกำ� หนดผา่ นหลกั สตู รการเรยี นสอนขบั รถทว่ั ประเทศเพอื่ ทจี่ ะสามารถตดิ ตามการออก
ใบอนุญาตขบั ขี่ยานพาหนะได้ ทงั้ นี้ ผ้ทู ่ตี ้องการท�ำใบขบั ข่จี ะต้องผ่านการอบรมระยะสน้ั และตอ้ งทำ� ใบอนญุ าตขบั ขใ่ี หมท่ ุก 3 ปี
เพอ่ื เป็นมาตรการควบคุมในระยะยาว
นอกจากน้ี ญี่ปุ่นยังประสบความส�ำเร็จอย่างมากในเร่ืองของการปลูกฝังเรื่องความปลอดภัยทางถนน ต้ังแต่ระดับ
อนบุ าล ประถม ไปจนถึงมัธยม โดยมองว่าการใหค้ วามรูใ้ นระดับมธั ยมและอุดมศกึ ษา จะช้าเกินไปและอาจไมป่ ระสบความ
ส�ำเร็จ อีกทั้งการประชาสัมพันธ์ของญ่ีปุ่นสามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้อย่างกว้างขวาง เช่น การใช้เกมส์เส้นทางปลอดภัยในการ
เขา้ ถงึ กลมุ่ ของเยาวชน เป็นต้น
2) การให้ความส�ำคัญกับการมีส่วนร่วมของชุมชน
การดำ� เนนิ งานในสว่ นนจี้ ะใหค้ วามสำ� คญั กบั การมสี ว่ นรว่ มและใชช้ มุ ชนเปน็ ตวั ขบั เคลอ่ื นการแกไ้ ขปญั หาดา้ นอบุ ตั เิ หตุ
เช่น การให้ชุมชนมีส่วนช่วยในการให้ความรู้และการศึกษากับเยาวชน รวมถึงเป็นจุดประชาสัมพันธ์ สร้างความตระหนักรู้
เก่ียวกับความปลอดภัยทางถนน หรือการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมเพ่ือส่งเสริมความปลอดภัย เช่น การก�ำหนด
เสน้ ทางเดินเท้าของเดก็ นักเรยี นในชุมชน เป็นตน้
3) การพฒั นาโครงสร้างทางกายภาพ
การพัฒนาโครงสร้างทางกายภาพและรูปแบบมาตรฐานในการออกแบบถนน ได้แก่ การปรับถนนในแนวนอน
การปรบั ความลาดชนั และการจดั ความกวา้ งของถนน โดยภาครัฐมุ่งเน้นไปท่กี ารพัฒนา ปรับปรุงและรักษาถนน เพื่อสง่ เสรมิ
ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ทง้ั การทำ� ถนนเลนเดยี วถนนคขู่ นาน ฯลฯ เพอื่ ใหม้ คี วามเหมาะสมกบั การจราจรของรถยนต์ จนไดร้ ปู แบบ
ของถนนท่ีมีความปลอดภัยมากท่ีสุดหรือทางด่วน เพราะสามารถท�ำให้จ�ำนวนอุบัติเหตุลดลงได้ อีกทั้งยังสามารถ
สรา้ งทางเดินเท้าส�ำหรบั ผทู้ ีส่ ัญจรด้วยเท้าได้
4) การสร้างมาตรการทางดา้ นวศิ วกรรมจราจร
การด�ำเนินงานดังกล่าวมีจุดประสงค์เพ่ือรองรับการผลิตเทคโนโลยีท่ีก้าวหน้าและหลากหลาย เพื่อก่อให้เกิด
เทคโนโลยคี วามปลอดภยั สามารถยกระดับมาตรฐานความปลอดภยั ของยานยนตร์ ะดับนานาชาติ รวมถงึ นวัตกรรมในการดแู ล
ทางการแพทย์ในกรณีฉุกเฉินท่ีช่วยรักษาชีวิตได้ ส่งผลให้ระดับความปลอดภัยทางด้านการจราจรของญี่ปุ่นอยู่ในระดับต้นๆ
ในชว่ งก่อน พ.ศ. 2543 เป็นตน้ มา เชน่ เดียวกบั จำ� นวนอบุ ัติเหตุทางถนนของญี่ปุ่นท่มี แี นวโน้มลดลงอยา่ งต่อเน่อื ง นอกจากน้ี
การขยายองคค์ วามรขู้ องระบบวศิ วกรรมจราจรยงั ชว่ ยในการเพมิ่ ความปลอดภยั ทางถนนอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและการเปน็ มติ ร
กับสิง่ แวดลอ้ มอีกดว้ ย
72 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
5) การพฒั นาระบบฐานขอ้ มูลในการวเิ คราะห์อบุ ตั ิเหตทุ างถนน
ประเทศญ่ีปุ่นได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลด้านอุบัติเหตุทางถนน โดยใช้ข้อมูลเชิงบูรณาการจากหลายฝ่าย ท้ังภาครัฐ
และภาคเอกชน และใช้วิธีการวิเคราะห์แบบวิทยาศาสตร์ รวมถึงมีการจัดต้ังสถาบันเพ่ือการวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุ
ทางถนน (Institute for Traffic Accident Research and Data Analysis: ITARDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานในการรวบรวมขอ้ มูล
และวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งแสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นให้ความส�ำคัญกับการมีฐานข้อมูลท่ีมีประสิทธิภาพ โดยเห็นว่าการรวบรวมและ
วิเคราะห์ข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเป็นหัวใจหลักของการสร้างมาตรการความปลอดภัย จึงจ�ำเป็นต้องจัดตั้งหน่วยงานที่
มบี ทบาทหนา้ ที่ในการดแู ลหลัก
ภาพ 2-14 ได้สรุปปัจจัยหลัก 3 ประการ ที่ประเทศญี่ปุ่นใช้เป็นมาตรการเพ่ือความปลอดภัยทางถนน ได้แก่
(1) การใหค้ วามสำ� คญั กบั ผใู้ ชร้ ถใชถ้ นน เชน่ การใหก้ ารศกึ ษาและการอบรม การออกมาตรการทางกฏหมาย ฯลฯ (2) การพฒั นา
ความปลอดภัยของรถ เช่น การน�ำเทคโนโลยีมาใช้ ฯลฯ และ (3) การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยานพาหนะ เช่น ถนน
ระบบไฟสัญญาณ ป้ายจราจร ฯลฯ ซึง่ ปจั จยั ท้ังสามมคี วามเกยี่ วโยงและมคี วามสัมพนั ธก์ นั ดังนัน้ การพฒั นาจะต้องเป็นไป
ในรปู แบบองค์การบรู ณาการ โดยเฉพาะจดั ท�ำฐานข้อมูลเพื่อการวเิ คราะห์อบุ ตั เิ หตุทางถนนในเชิงบูรณาการ ซ่งึ ไดม้ ีการจัดตัง้
หน่วยงาน ITARDA ท่ีมีบทบาทและหน้าที่หลัก ในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการใช้วิธีการท่ีเป็นวิทยาศาสตร์
ในการวิเคราะห์ข้อมลู หลายตัวแปร ซง่ึ มคี วามส�ำคัญต่อการก�ำหนดมาตรการดา้ นความปลอดภยั ทางถนน
ภาพ 2-14 ลำ� ดับการใชม้ าตรการด้านความปลอดภัย
ทม่ี า: เอกสารประกอบงานสมั มนาระดบั ชาติ เรอ่ื ง ความปลอดภยั ทางถนน ครงั้ ท่ี 12 “ครง่ึ ทางทศวรรษกบั การจดั การทเ่ี ขม้ แขง็ ”
แผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 73
โครงสร้างการจดั การความปลอดภัยทางถนนของประเทศญปี่ นุ่
ภายใต้พระราชบัญญัติพ้ืนฐานเก่ียวกับนโยบายความปลอดภัยทางจราจร (Traffic Safety Policies Basic Act)
พ.ศ. 2513 ส�ำนกั นายกรัฐมนตรขี องญีป่ นุ่ ไดจ้ ัดตัง้ คณะกรรมการนโยบายความปลอดภยั ทางถนนแหง่ ชาติ (Central Traffice
Safety Policy Council) ซ่งึ อยูภ่ ายใต้การดูแลของส�ำนักนายกรัฐมนตรีใน พ.ศ. 2544 และมีนายกรฐั มนตรีเป็นประธาน
อีกท้ังยังประกอบด้วย หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรี หัวหน้าหน่วยราชการในนโยบายเฉพาะต่างๆ และรัฐมนตรี
ของหน่วยงานอื่นๆ ที่เก่ียวข้อง เพ่ือท�ำภารกิจในการสนับสนุนการยกร่างและ การด�ำเนินการของพระราชบัญญัติพ้ืนฐาน
เก่ียวกับนโยบายความปลอดภัยทางจราจร ดังนั้น กรอบและนโยบายด้าน ความปลอดภัยทางถนนของประเทศญี่ปุ่น
จึงก�ำหนดร่วมกันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังน้ัน ประเทศญ่ีปุ่นจึงเป็นกรณีตัวอย่างของการมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้น�ำ
ในการริเรมิ่ แนวทางการพัฒนาความปลอดภยั ทางถนน
ส�ำหรับการจัดการด้านอุบัติเหตุ แสดงให้เห็นว่าโครงสร้างของคณะกรรมการนโยบายความปลอดภัยทางถนน
แห่งชาติของประเทศญ่ีปุ่นมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ระหว่างหน่วยงานอย่างชัดเจน ยกเว้นการจัดการข้อมูลทางอุบัติเหตุ
ซงึ่ รฐั บาลญป่ี นุ่ ไดจ้ ดั ตงั้ ITARDA ซงึ่ เปน็ หนว่ ยงานนอกภาครฐั โดยมสี ำ� นกั งานตำ� รวจแหง่ ชาตเิ ปน็ ผรู้ วบรวมขอ้ มลู ระดบั ประเทศ
ITARDA ได้รับการก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ. 2535 เพ่ือเป็นคลังข้อมูลและมีหน้าที่ในการวิเคราะห์ข้อมูลเก่ียวกับการเกิด
อุบัติเหตุทางถนน โดยได้รับความร่วมมือในการสร้างฐานข้อมูลแบบบูรณาการด้านอุบัติเหตุจากกระทรวงท่ีดิน โครงสร้างพ้ืน
ฐาน การคมนาคม และการทอ่ งเท่ียว (Ministry of Land, Infrastructure, Transport and Tourism: MLIT) สำ� นกั งานต�ำรวจ
แห่งชาติ (National Police Agency: MLIT) และสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น (JAMA) ซ่ึงมี MLIT เป็นหน่วยงานหลัก
ในการผลกั ดัน
ภารกจิ หลกั ของ ITARDA คอื การมสี ว่ นรว่ มในการลดการเกดิ อบุ ตั เิ หตุ การบาดเจบ็ และเสยี ชวี ติ ทางถนน โดยวเิ คราะห์
และวิจัยจากปัจจัยทางด้านผู้ใช้ถนน ยานพาหนะ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานและสภาพแวดล้อม ท้ังน้ี ฐานข้อมูลระดับมหภาค
และจลุ ภาคทน่ี ำ� มาบรู ณาการ เพอ่ื การกำ� หนดกจิ กรรมตา่ งๆ ไดแ้ ก่ (1) ขอ้ มลู สถติ อิ บุ ตั เิ หตทุ างถนนและขอ้ มลู การบรหิ ารจดั การ
ผขู้ บั ขจ่ี าก MLIT และ (2) ขอ้ มลู การจดทะเบยี นยานพาหนะ การสำ� รวจสำ� มะโนจราจรบนถนน และขอ้ มลู อปุ กรณค์ วามปลอดภยั
จาก JAMA จะไดร้ บั การน�ำไปวิเคราะห์และวิจยั อยา่ งครอบคลมุ โดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เพ่อื ค�ำนึงถึงปัจจัยหลายตัวแปร
ผลการด�ำเนินงานวิเคราะห์การเกดิ อุบตั ิเหตุของสถาบัน ITARDA ไดแ้ ก่
Kanatani (2558) ได้อธิบายการด�ำเนินงานของ ITARDA ซ่ึงก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อหนว่ ยงานรฐั ในการใช้เปน็ ขอ้ มลู
พืน้ ฐานส�ำหรับก�ำหนดนโยบายความปลอดภยั ทางถนน ดังน้ี
• การขยายบทลงโทษตอ่ ต้นเหตหุ ลายดา้ นในการเมาแล้วขบั
• การปรับปรุงระบบสอบเพอ่ื รบั ใบอนญุ าตขับรถและปรับปรงุ กฎหมายการขนสง่ ทางบก
• การพฒั นามาตรฐานดา้ นเทคโนโลยีและอุปกรณข์ องยานพาหนะ ฯลฯ
ITARDA ยังท�ำงานที่มีประโยชน์ต่อผู้ผลิตยานยนต์ ในการใช้เป็นข้อมูลด้านความปลอดภัยของการวิจัยและพัฒนา
รถยนต์ ดังโครงการวจิ ัยตอ่ ไปนี้
• การวจิ ยั และพฒั นายานพาหนะทปี่ ลอดภยั เพื่อลดการบาดเจ็บของผใู้ ชร้ ถ
• การวจิ ัยและพฒั นาอุปกรณแ์ ละระบบในการช่วยเหลือเพอ่ื การขบั ข่ที ปี่ ลอดภัย
• การศกึ ษาวิจัยประสิทธผิ ลของเครื่องมือป้องกนั การบาดเจ็บ เช่น การกระแทกท่ีหนา้ อก หมวกนิรภยั ฯลฯ
74 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
นอกจากนี้ การทำ� งานของ ITARDA ยงั มีประโยชนต์ อ่ สงั คมส่วนรวม ผา่ นการประชาสมั พันธ์ การกระตนุ้ เตือนและ
การปลูกฝังจิตส�ำนกึ ใหม้ กี ารตระหนกั ถงึ ความปลอดภยั การส่งเสริมกิจกรรมการศึกษาอบรม ดังกิจกรรมต่อไปน้ี
• การนำ� เสนอผลงานวจิ ัย
• การตพี ิมพน์ ิตยสารรายงานการวิเคราะห์อุบตั เิ หตุทางถนนเพื่อประชาชน ไดแ้ ก่ ITARDA Information
• การเผยแพรส่ ถิติการเกิดอุบตั เิ หตทุ างถนนท่เี ปน็ รายงานประจำ� ปี และรายงานการวิจยั ต่างๆ ที่เกี่ยวขอ้ ง
แผนทศวรรษแหง่ ความปลอดภยั ทางถนน 10 ปขี องประเทศญปี่ ่นุ
ต้ังแต่ใน พ.ศ. 2556 ประเทศญ่ีปุ่นมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉล่ีย 4,000 คน ซ่ึงประเทศญ่ีปุ่น
ไดต้ ง้ั เปา้ หมายในการลดจำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ จากอบุ ตั เิ หตลุ งใหเ้ หลอื ประมาณ 2,500 คน ภายใน 3 ปี โดยใชท้ งั้ กฎหมายและกศุ โลบาย
ในการรณรงคเ์ พ่อื ลดอุบัตเิ หตทุ างถนน ทัง้ น้ี ภาครัฐไดก้ ำ� หนดเป้าหมายไว้ในวาระของแผน (Fundamental Traffic Safety
Program) ซึง่ มีเป้าหมายหลัก ได้แก่
• การลดจ�ำนวนการเสียชีวิตหลังจากเกิดอุบัติเหตุภายใน 24 ช่ัวโมง ให้น้อยกว่า 3,000 รายภายใน พ.ศ. 2558
(ซ่ึงจะท�ำใหญ้ ่ีป่นุ เปน็ ประเทศที่มีถนนปลอดภัยทีส่ ดุ ในโลก)
• การลดจ�ำนวนผเู้ สยี ชวี ติ ทงั้ หมดใหน้ อ้ ยกวา่ 700,000 ราย ภายใน พ.ศ. 2558
แม้ว่าเป้าหมายส�ำคัญของประเทศคือการท�ำให้สังคมไร้อุบัติเหตุทางถนน แต่ยังถือว่าเป็นไปได้ยากในเวลาที่จ�ำกัด
ทจี่ ะลดจ�ำนวนผู้เสียชีวติ เป็น 3,000 รายหรือน้อยกวา่ ภายใน พ.ศ. 2558 ซ่งึ หากเปรยี บเทยี บตัวเลขใน พ.ศ. 2553 จะพบว่า
จำ� นวนการเสยี ชีวิตภายใน 24 ช่วั โมงหลังจากเกิดอบุ ัตเิ หตเุ ท่ากับ 3,500 ราย หรอื 2.8 รายตอ่ ประชากร 100,000 คน
จากขอ้ มลู ของ ITARDA พบวา่ ญป่ี นุ่ อยใู่ นอนั ดบั ท่ี 5 ของประเทศทมี่ จี ำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ จากอบุ ตั เิ หตทุ างถนนนอ้ ยทส่ี ดุ
หรือเท่ากับ 4.5 ราย และหากเป้าหมายท่ีภาครัฐได้ตั้งไว้ส�ำเร็จหรือสถานการณ์ทางอุบัติเหตุไม่เปล่ียนแปลง ญี่ปุ่นจะกลาย
เปน็ ประเทศท่มี จี �ำนวนผูเ้ สยี ชวี ิตจากอุบัติเหตุทางถนนต�ำ่ ทส่ี ุดในปัจจุบนั
นอกจากนี้ ใน พ.ศ. 2553 ญปี่ นุ่ ยงั มเี ปา้ หมายระดบั กลาง ทจ่ี ะลดจำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ ใหต้ ำ่� กวา่ 2,500 ราย ใน พ.ศ. 2561
หรอื เรียกว่าเป้าหมายเพอื่ การเป็นประเทศท่ีมถี นนที่ปลอดภยั ทส่ี ุดในโลก โดยจ�ำนวนผู้เสยี ชวี ติ จากอุบตั ิเหตทุ างถนนของญ่ีปุน่
จะตอ้ งลดลงเปน็ 2.4 ราย หากต้องการจะบรรลุเปา้ หมาย ซึ่งมี ความเปน็ ไปไดท้ ีญ่ ปี่ นุ่ จะประสบความส�ำเร็จ
ดังนั้น แผนงานของญ่ีปุ่นแสดงให้เห็นว่าการต้ังเป้าหมายที่สูงของประเทศจะท�ำให้จ�ำนวนผู้เสียชีวิตในอนาคต
ลดลง ผ่านการด�ำเนินงานและมาตรการดา้ นความปลอดภัยตา่ งๆ เพอ่ื ลดจ�ำนวนผูเ้ สยี ชีวติ และจำ� นวนอบุ ตั ิเหตทุ างถนน รวมถงึ
การทำ� งานอย่างจริงจังของภาครัฐ
2.2.3 ทศวรรษการจัดการความปลอดภัยทางถนนในประเทศฝรัง่ เศส
สถานการณ์
ประเทศฝร่ังเศสในช่วงท่ีเกิดนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างจริงจังระหว่าง พ.ศ. 2515 ถึง 2517
จำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ จากอบุ ตั ิเหตลุ ดลงจาก 16,617 เป็น 13,521 คน หรือลดลงไป ร้อยละ 19 และถา้ เปรียบเทยี บกับคา่ พยากรณ์
ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากสถิติของปีก่อนหน้าพบว่าสามารถลดลงได้เกือบร้อยละ 30 และการลดลงอย่างรุนแรงก็เกิดอีกครั้ง
ในช่วง พ.ศ. 2544-2547 ท่ีได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังจากฝ่ายนโยบาย โดยมีอัตราการลดลงของผู้เสียชีวิตจาก 7,720
เป็น 5,232 ราย ซ่ึงเป็นการลดลงถึงร้อยละ 32.5 ดังแสดงในภาพ โดยเฉล่ียแล้วอัตราการลดลงของการเสียชีวิตในช่วง
พ.ศ. 2517-2544 มอี ตั ราการลดลงโดยเฉลยี่ รอ้ ยละ 2.3 ในขณะทชี่ ว่ ง พ.ศ. 2544-2547 มอี ตั ราการลดลงเฉลยี่ สงู มากถงึ รอ้ ยละ 12
ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องจากการเอาจริง เอาจังของฝ่ายนโยบายของรัฐบาล เร่ิมต้นจากความมุ่งม่ันของประธานาธิบดีในขณะน้ัน
นาย Jacques Chirac
แผนแมบ่ ทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 75
ภาพ 2-15 สถานการณก์ ารเสยี ชวี ติ จากอุบตั ิเหตุทางถนนของฝรั่งเศสในช่วง พ.ศ. 2515-2545 (ค.ศ. 1972-2002)
ทมี่ า: Road Safety in France 30 years
สถานการณใ์ นช่วงหลังสงครามจนถึง พ.ศ. 2513
จากขอ้ มูลสถติ ยิ ้อนหลังพบว่าอุบัตเิ หตทุ างถนนในประเทศฝรง่ั เศสเริ่มเพ่มิ ข้นึ อยา่ งรวดเร็วในชว่ งทศวรรษที่ 50
ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั ปรมิ าณยานพาหนะทเ่ี พมิ่ ขนึ้ สาเหตสุ ว่ นหนง่ึ อาจจะมาจากการทถี่ นนไมไ่ ดร้ บั การปรบั ปรงุ ใหท้ นั ตอ่ สภาพจราจร
และคนขบั ไมไ่ ด้รบั การอบรมอยา่ งเพยี งพอ ในชว่ งทศวรรษท่ี 60 และ 70 อัตราการเสยี ชีวิตเพ่ิมขึ้นร้อยละ 55.7 หรือประมาณ
2.3 เทา่ ของการเพม่ิ ขนึ้ ของปริมาณจราจร
สถานการณช์ ว่ ง พ.ศ. 2513 ถงึ 2523
ในชว่ งทศวรรษที่ 70 ได้มีการจดั ตงั้ คณะกรรมการความปลอดภัยทางถนน (Inter-ministerial Road Safety
Committee) ขน้ึ ไดม้ กี ารมอบหมายความรบั ผดิ ชอบใหก้ บั อธบิ ดกี รมความปลอดภยั ทางถนน (Road Safety Inter-ministerial
Directorate) เพอ่ื รบั ผดิ ชอบเรอื่ งนโ้ี ดยตรงไดม้ กี ารจดั การรณรงคค์ รง้ั ใหญใ่ นชว่ งดงั กลา่ วโดยทค่ี นจำ� นวน 16,000 คน นอนอยู่
บนพน้ื ถนน เพ่ือแสดงใหเ้ ห็นถึงจำ� นวนคนทเี่ สยี ชีวิตในหนึ่งปี การรณรงคด์ งั กล่าวได้สร้างกระแสความต่ืนตวั ให้กบั สาธารณชน
ทั่วไป ในช่วงดังกล่าว รัฐบาลได้ก�ำหนดขีดจ�ำกัดความเร็ว ก�ำหนดให้ต้องคาดเข็มขัดนิรภัยส�ำหรับคนขับและผู้โดยสาร
ในเบาะหน้า และบังคบั ใหผ้ ู้ขับขรี่ ถจกั รยานยนตต์ อ้ งสวมหมวกนิรภยั สถติ กิ ารเสยี ชีวิตเพ่มิ ข้นึ สงู สุดใน พ.ศ. 2515 โดยตวั เลข
อยู่ที่ 16,545 คน ภายใต้นยิ าม 6 วนั และประมาณ 18,000 คนภายใตน้ ิยาม 30 วัน จ�ำนวนผเู้ สียชีวิตในช่วงหลังจากมมี าตรการ
ท�ำให้จำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ ลดลงถึงรอ้ ยละ 30 ในช่วงดงั กลา่ ว
สถานการณ์ชว่ งพ.ศ. 2523 ถงึ 2533
ด้วยมาตรการเพ่ิมเติมอย่างการปรับลดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดจาก 1.2 เป็น 0.8 กรัม/ลิตร การติดตั้ง
เบรก ABS การเพมิ่ บทบาทของทอ้ งถนิ่ ในการจดั ทำ� แผนงานดา้ นความปลอดภยั REAGIR โดยสาเหตขุ องการทำ� ใหเ้ กดิ การจดั ทำ�
แผนมาจากอุบัติเหตุใหญ่ทเ่ี กดิ ขนึ้ เมอื ง BEAUNE ซงึ่ สง่ ผลใหม้ ีผเู้ สียชีวติ ถงึ 53 คน และ 44 คนเป็นเด็ก ท�ำใหเ้ กดิ การต่ืนตวั
ในภาคทอ้ งถนิ่ มากขนึ้ อยา่ งไรกต็ ามแนวโนม้ การลดลงกย็ งั ไมส่ มำ�่ เสมอ มกี ารแกวง่ ตวั ในบางชว่ ง โดยในชว่ ง 10 ปลี ดการเสยี ชวี ติ
ลงไดร้ ้อยละ 20
76 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
สถานการณ์ชว่ ง พ.ศ. 2533 ถงึ 2543
จากการตพี มิ พส์ มดุ ปกขาววา่ ดว้ ยความปลอดภยั ทางถนนสำ� หรบั ประเทศฝรง่ั เศส เมอ่ื พ.ศ. 2532 ไดส้ รา้ งใหเ้ กดิ
การเปลย่ี นแปลงทส่ี ำ� คญั ในช่วง พ.ศ. 2533 ถึง 2543 โดยเฉพาะแนวคิด เรือ่ งการควบคมุ และลงโทษ ใน พ.ศ. 2533 ความเร็ว
ในเขตเมืองได้ถูกกำ� หนดขึน้ ท่ี 50 กม/ชม และปรมิ าณแอลกอฮอล์ในเลือด ถกู ปรับลดลงเหลอื 0.5 กรัม/ลิตร ในพ.ศ. 2535
ระบบตัดแต้มได้ถูกพัฒนาขึ้น รถยนต์ส่วนใหญ่ติดตั้งระบบถุงลมนิรภัย การให้ความรู้เก่ียวกับความปลอดภัยทางถนนยังมี
การดำ� เนนิ การตอ่ มาอยา่ งเรอื่ ย ๆ อยา่ งไรกต็ ามดว้ ยมาตรการใหมๆ่ เหลา่ นก้ี ารลดลงของการเสยี ชวี ติ ยงั ลดลงไดเ้ พยี งรอ้ ยละ 20
ในชว่ ง 10 ปดี งั กล่าว
สถานการณช์ ว่ ง พ.ศ. 2543 ถงึ 2553
ในเดือนกรกฎาคม 2545 ความปลอดภัยทางถนนเป็น 1 ใน 4 เร่ืองท่ีส�ำคัญทางนโยบายของประธานาธิบดี
ปืนตรวจจับความเรว็ อัตโนมัตไิ ด้ถกู นำ� มาใชใ้ น พ.ศ. 2546 สภาความปลอดภยั ทางถนนแหง่ ชาติ (National Council for Road
Safety) ได้ถูกจัดต้ังขึ้นมาตรการเพ่ิมบทลงโทษส�ำหรับคนด่ืมแล้วขับเกินท่ีกฎหมายก�ำหนดจะได้รับการตัดแต้ม 6 แต้มส่งผล
ให้การเสียชีวิตลดลงต�่ำกว่า 5,000 คน เป็นครั้งแรกใน พ.ศ. 2549 การลดลงของการเสียชีวิตถึงร้อยละ 51.1 ในช่วงเวลา
ดังกล่าวคาดว่ามาจากผลของมาตรการลดขีดจ�ำกัดความเร็วประมาณร้อยละ 75 และอีกร้อยละ 11 มาจากการปรับปรุง
ความปลอดภยั ของยานพาหนะ
ภาพ 2-16 มาตรการใหมท่ ี่ใชใ้ นการด�ำเนนิ การเพ่ือลดปญั หาขบั รถเรว็ และเมาแล้วขับ
ระหว่าง พ.ศ. 2513-2555 (ค.ศ.1970-2012)
ทีม่ า: Road Safety in France 2012 Annual Report
แผนแม่บทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 77
สรุปการด�ำเนนิ การดา้ นความปลอดภยั ทางถนนในแตล่ ะช่วงเวลาของประเทศฝรงั่ เศสตามกรอบ 5 เสาหลกั
ท่มี า Road Safety in France 30 years
พ.ศ. การด�ำเนนิ การ เสาหลกั
2515 รัฐบาลฝร่ังเศสในสมัยนายกรฐั มนตรี Jacques Chaban -Delmas ได้จัดตั้ง คณะกรรมการความปลอดภยั 1
ทางถนน (Inter-ministerial Road Safety Committee) โดยมีนายกรฐั มนตรี เป็นประธาน และรัฐมนตรี
12 คน ร่วมเป็นคณะกรรมการและได้มีการแต่งตั้งอธิบดีกรมความปลอดภัยทางถนน “Road Safety
Inter-ministerial Directorate” ทำ� หนา้ ทฝ่ี า่ ยเลขาของคณะกรรมการและรายงานขน้ึ ตรงตอ่ นายกรฐั มนตรี
โดยภารกจิ ของคณะกรรมการคอื จดั ทำ� กฎหมายและอนบุ ญั ญตั ติ า่ ง ๆ ทจ่ี ำ� เปน็ ตดิ ตามการจดั ทำ� งบประมาณ
ด้านความปลอดภัยทางถนนของแต่ละกระทรวงทเี่ ก่ยี วข้อง
หนา้ ทข่ี องอธิบดใี นการทำ� งานให้กับคณะกรรมการประกอบดว้ ย
• จัดเตรยี มประเดน็ ในการพิจารณาของคณะกรรมการและการแปลงมติของคณะกรรมการไปสกู่ ารปฏบิ ัติ
• จัดท�ำแผนแมบ่ ทความปลอดภยั ทางถนน
• จัดทำ� แผนการลงทนุ ดา้ นงบประมาณ และประมาณการกรอบงบประมาณทีจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งใช้
• ประเมินการใชง้ บประมาณและเผยแพรใ่ ห้กับสาธารณชนไดร้ ับทราบ
• กำ� หนดแนวทางในการจดั ท�ำรา่ งกฎหมาย อนบุ ญั ญัติ ตา่ งๆ ทจ่ี ำ� เป็นแกก่ ารสร้างความปลอดภยั ทางถนน
2515 กำ� หนดขีดจ�ำกัดความเรว็ ของถนนภายในประเทศเป็น 100 กม./ชม. ยกเว้นทางหลวงพิเศษระหวา่ งเมือง 4
(motorway)
ปลาย 2503 รถทุกคันตอ้ งติดตงั้ เขม็ ขดั ในทีน่ ง่ั เบาะหนา้ 4
2516 กำ� หนดให้ต้องคาดเข็มขัดขณะขับขีน่ อกเขตเมอื งและบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง 4
2521 กฎหมายเมาแลว้ ขบั ไดร้ ับการสนับสนนุ ผา่ นสภา โดยมีเนอ้ื หาหลัก 2 ประเด็นคือ สามารถสุ่มตรวจคนขบั 4
ว่ามีแอลกอฮอลใ์ นเลือดเกนิ 0.8 กรัม/ลติ ร โดยไม่เฉพาะเคสที่เกิดเหตเุ ทา่ นน้ั และอกี ประเด็นคือ เปล่ยี น
จากการตรวจดว้ ยการเจาะเลือดเป็นการตรวจด้วยการเปา่ เครอ่ื งตรวจแทนได้
2530 เพิ่มบทลงโทษ เมาแล้วขับ 4
2533 - กำ� หนดขดี จำ� กัดความเรว็ ในเขตเมืองเปน็ 50 กม./ชม. 4
- ตำ� รวจสามารถเรยี กตรวจแอลกอฮอล์ ไดต้ ลอดเวลา
- กำ� หนดใหผ้ ้โู ดยสารต้องคาดเขม็ ขดั เบาะหลัง
2535 ก�ำหนดให้มรี ะบบตัดแตม้ ส�ำหรับผูถ้ อื ครองใบอนุญาตขบั รถ 4
2537 - การไม่คาดเขม็ ขัดจะถกู ตัด 1 แต้ม 4
- มีข้อตกลงร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับบริษัทประกันภัย ท่ีจะต้ังงบประมาณจากเงินค่าประกันภาคบังคับ
0.5% เพอ่ื การรณรงคล์ ดอุบัติเหตุ
2538 ปรับลดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลอื ดจาก 0.8 เปน็ 0.5 4
2540 กำ� หนดให้เดก็ อายุ 14-16 จะตอ้ งเขา้ รับการอบรมเพอ่ื รบั ใบรับรอง (Road Safety Certificate, BSR) กอ่ น 4
จงึ จะขร่ี ถมอเตอรไ์ ซคเ์ ลก็ (Moped) ได้
2544 จัดตั้งสภาความปลอดภัยทางถนน (National Road Safety Council) ประกอบด้วยสมาชิก 45 คน 1
ซงึ่ มอี งคป์ ระกอบจากสมาชกิ สภา หนว่ ยงานภาครฐั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ตวั แทนทอ้ งถนิ่ ตวั แทนผใู้ ชร้ ถใชถ้ นน ตวั แทน
เหยอื่ จากอบุ ตั ิเหตุ ตวั แทนอุตสาหกรรมยานยนต์ ผทู้ รงคุณวุฒิ และกรมความปลอดภัยทางถนน ตวั แทน
จากผใู้ ชร้ ถใชถ้ นน และตวั แทนเหยอ่ื มบี ทบาททสี่ ำ� คญั ในการสรา้ งแรงกดดนั ในการทำ� งานของรฐั บาล และ
สนับสนนุ กฎหมายด้านความปลอดภัยทางถนน
78 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
พ.ศ. การด�ำเนนิ การ เสาหลกั
2545 ประธานาธิบดี Jacques Chirac ประกาศให้เร่ืองความปลอดภัยทางถนนเป็นหน่ึงในสาม ประเด็นหลัก 1
ด้านสขุ ภาพท่จี ะตอ้ งด�ำเนินการให้ส�ำเร็จในวาระ 5 ปี ของตนเอง การประกาศดงั กลา่ วกอ่ ใหเ้ กดิ กระแส
เชิงบวกต่อการขับเคล่ือนงานด้านความปลอดภัยทางถนน และความตื่นตัวของสังคมที่หยุดน่ิงมาอย่าง
ตอ่ เน่ือง นับตัง้ แต่ พ.ศ.2540
2545 สิ้น พ.ศ. 2545 มาตรการหลัก 4 ด้านตามแนวคิดลงโทษและควบคุม (Sanction and Control) 4
ได้ถูกกำ� หนดใหน้ �ำมาใช้ ประกอบด้วย
• กำ� หนดให้นำ� ระบบการควบคุมและลงโทษอัตโนมตั ิ (Automated Control and Sanction) มาใช้ และ
เพ่ิมประสทิ ธิภาพในการตรวจจบั ผู้กระทำ� ความผิดมากข้ึน
• น�ำบทลงโทษท่ีรนุ แรงมาใช้กบั พฤตกิ รรมท่ีเสี่ยงตอ่ การก่อให้เกิดอนั ตรายบนท้องถนน
• สง่ เสรมิ ระบบการฝกึ ฝนและสนบั สนนุ ผูข้ บั ขี่ท่ีดขี น้ึ
• ปรับปรุงแนวทางการป้องกันความเส่ียงด้วยการขับเคลื่อนภาคีร่วมงานและการแสวงหาแนวทางใหม่ๆ
มาใชเ้ พอ่ื ป้องกันความสูญเสีย
2545-2547 ทยอยจดั หาอปุ กรณ์ตรวจจบั ความเรว็ ดว้ ยเรดาร์อัตโนมตั ิ รวมทัง้ ส้นิ 1,000 เคร่อื ง 4
2546 กฎหมาย 2 ฉบับและอนุบญั ญัตอิ กี 60 เร่อื งตามกรอบมาตรการหลกั 4 ด้าน ไดถ้ ูกประกาศใช้ ได้แก่ 4
• การตรวจสอบสารเสพติดกบั คนขบั ที่ประสบอุบัตเิ หตุทกุ คน
• เพิม่ การตดั คะแนนความผิดของการไมส่ วมหมวก ไมค่ าดเขม็ ขัด และโทรแล้วขับ
• กำ� หนดใหผ้ ู้ขับรถบรรทกุ ตอ้ งคาดเข็มขดั
• ก�ำหนดมาตรการควบคุมช่ัวคราวส�ำหรบั นกั ขบั หนา้ ใหม่ เปน็ เวลา 3 ปี
• ก�ำหนดใหผ้ โู้ ดยสารรถโดยสารสาธารณะทุกคนต้องคาดเข็มขดั
• ก�ำหนดให้มกี ารตดั คะแนน 6 แตม้ กรณีด่มื แลว้ ขับทีร่ ะดบั แอลกอฮอล์ 0.5 ถึง 0.8
• น�ำระบบการควบคมุ และลงโทษอตั โนมัติมาใช้
2547 มาตรการใหม่ๆ ยงั คงถูกนำ� มาใชต้ ามกรอบ 4 ดา้ นได้แก่ 4
• กำ� หนดประเภทใบอนญุ าตขบั รถแบบช่วั คราวสำ� หรับนกั ขับหน้าใหม่
• จดั ใหม้ ีการลงทะเบียนรถจกั รยานยนต์ขนาดเลก็ ทีม่ คี วามจุต�ำ่ กว่า 50 CC (Moped)
• กำ� หนดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดสำ� หรับคนขับรถโดยสารสาธารณะเปน็ 0.2
• เพิ่มช่วั โมงอบรมในโรงเรยี น (BSR) จาก 3 เปน็ 5 ช่ัวโมง
• เพิม่ การลงโทษการขบั ขที่ ี่เรว็ กวา่ กฎหมายกำ� หนดท่ี 50 กม/ชม ในเขตเมอื ง
ถอดบทเรยี นการท�ำงานดา้ นความปลอดภัยทางถนนของประเทศฝรั่งเศส
1. หากเปรียบเทียบขนาดของประชากร ความยาวถนน และปริมาณยานพาหนะให้เท่ากัน การลดลงของการเกิด
อุบัติเหตุไม่สามารถกระท�ำได้ โดยปราศจากนโยบายท่ีได้รับการขับเคลื่อน โดยหน่วยงานหรือองค์กรเชิงนโยบายที่รับผิดชอบ
แตถ่ า้ มนี โยบายในเรอ่ื งดังกล่าวทช่ี ดั เจนก็สามารถลดการเกิดอบุ ัติเหตดุ ังกลา่ วได้อย่างแนน่ อน โดยอาจจะลดลงได้ถึง 1 ใน 4
หรือ 2 ใน 3 หรอื ในบางโอกาสทไี่ ม่บ่อยนกั สามารถลดลงไดถ้ งึ ครึง่ หนง่ึ
ประเทศฝรั่งเศสในช่วงท่ีเกิดนโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างจริงจังระหว่าง พ.ศ. 2515 ถึง 2517
จำ� นวนผเู้ สยี ชวี ติ จากอบุ ตั เิ หตลุ ดลงจาก 16,617 คน เปน็ 13,521 คน หรอื ลดลงไป รอ้ ยละ 19 และถา้ เปรยี บเทยี บกบั คา่ พยากรณ์
ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากสถิติของปีก่อนหน้าพบว่าสามารถลดลงได้เกือบร้อยละ 30 และการลดลงอย่างรุนแรงก็เกิดอีกครั้ง
แผนแมบ่ ทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 79
ในชว่ ง พ.ศ. 2544 - 2547 ทไ่ี ด้รับการสง่ เสริมอย่างจริงจัง จากฝา่ ยนโยบาย โดยมอี ตั ราการลดลงของผเู้ สียชีวติ จาก 7,720 คน
เป็น 5,232 คน ซงึ่ เป็นการลดลงถึงรอ้ ยละ 32.5
การเปลีย่ นแปลงดังกลา่ วมอี งคป์ ระกอบหลักๆ ทีค่ ล้ายกันของหลายประเทศ ไดแ้ ก่
• การประกาศและการด�ำเนินการอย่างจริงจังของกฎหมายด้านความปลอดภัยจากพฤติกรรมเส่ียงหลัก เช่น
ขบั รถเรว็ เมาแล้วขบั เปน็ ต้น
• การส่งสัญญาณของการท�ำงานอย่างเข้มแข็งของกระบวนการยุติธรรม ทั้งฝ่ายต�ำรวจที่เป็นผู้บังคับใช้ และ
ฝา่ ยศาลซึง่ เป็นผู้พพิ ากษาตัดสินการลงโทษ
• การประกาศใชบ้ ทลงโทษที่รุนแรงและมีประสิทธิภาพ
• การวางโครงสร้างด้านการรณรงค์ส่ือสารพร้อมการสนับสนุนด้านทรัพยากรอย่างเพียงพอและใช้การข้อความ
ในการสอ่ื สารทสี่ ามารถกระชากสงั คมได้
• การส่อื สารอย่างตอ่ เนื่องจากผรู้ ับผดิ ชอบด้านความปลอดภัยท่ีน่าเชอื่ ถอื และมีความเป็นผู้น�ำ
2. มาตรการท่ีกล่าวมาข้างตน้ อาจนำ� ไปส่กู ารเปลี่ยนแปลงพฤตกิ รรมของผู้ขบั ข่โี ดยรวมได้อย่างฉับพลนั และรวดเรว็
อย่างท่ีประเทศฝร่ังเศสได้ประสบมาแต่ผลของการเปล่ียนแปลงดังกล่าวจะมีอยู่เพียงระยะส้ันก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวกลับไปอยู่
ทีร่ ะดับเดิม หากไม่มมี าตรการใหมๆ่ เขา้ มาเสรมิ อยา่ งท่เี กดิ ข้นึ ในพ.ศ. 2521 และ 2530
3. เพื่อป้องกันผลของการเปลี่ยนแปลงเชิงพฤติกรรมแบบช่ัวครู่ช่ัวยามด้วยการส่ือสาร เพ่ือกระตุกทางจิตวิทยา
(Psychological Shock) ต่อสังคม จ�ำเปน็ ตอ้ งมีมาตรการเชิงกดดันดา้ นจิตวิทยา (Psychological Pressure) อย่างตอ่ เน่ือง
เพอื่ ใหส้ งั คมอยใู่ นสภาพทตี่ น่ื ตวั ตอ่ เรอ่ื งของความปลอดภยั ทางถนนอยตู่ ลอดเวลา โดยมาตรการดงั กลา่ วสามารถทำ� ทง้ั ในดา้ นลบ
อย่างเช่นการสร้างเงื่อนไขเพ่ือจ�ำกัดพฤติกรรมด้วยการลงโทษ หรือในด้านบวกด้วยการสื่อสารให้เกิดการรับรู้ในทุกช่องทาง
อยา่ งกว้างขวาง
เป้าประสงค์ของการสื่อสารก็เพ่ือให้ผู้ใช้รถใช้ถนนตระหนักถึงความเสี่ยงท่ีเกิดขึ้นบนท้องถนนรอบๆ ตนเองหรือ
ครอบครัว เพ่ือให้คนเหล่าน้ันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมท่ีอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงเหล่านั้น ซ่ึงจะกระท�ำด้วยการให้ความรู้ควบคู่
ไปกบั การบงั คบั ใชก้ ฎหมายพรอ้ มบทลงโทษ ซง่ึ จะเปน็ การสง่ สญั ญาณใหผ้ ใู้ ชร้ ถใชถ้ นนรบั รวู้ า่ ความเสยี่ งนนั้ มอี ยจู่ รงิ และภาครฐั
จะด�ำเนินการบังคับใช้กฎหมายเพ่ือลดความเสี่ยงนั้นอย่างจริงจัง ทั้งน้ีการประเมินการรับรู้ดังกล่าวสามารถกระท�ำได้
โดยการวดั ดว้ ยโพลแสดงความคดิ เหน็ ของผใู้ ชร้ ถใชถ้ นน หลงั จากการใหข้ อ้ มลู ความสถานการณเ์ สย่ี งของพฤตกิ รรมทไี่ มป่ ลอดภยั
และผลของการบงั คับใช้กฎหมายเพ่ือลดความเสี่ยงเหล่านั้น
4. การสร้างแรงกดดนั ทางจิตวิทยาผ่านส่ือ (Psychological and Media Pressure) สามารถทำ� ไดใ้ น 3 รปู แบบ
• ใช้โอกาสเม่ือเกิดเหตุการณ์ทจี่ ะสรา้ งการเปล่ยี นแปลงขึ้น เช่น เมอ่ื จะประกาศใช้กฎหมาย เมื่อจะมมี าตรการ
ออกมาบังคับใช้
• โครงสร้างที่รับผิดชอบด้านการสื่อสารโดยตรง ใช้แนวทางการโฆษณาผ่านสื่ออย่างท่ีภาคเอกชนใช้กัน เช่น
การประชาสมั พนั ธ์ผา่ นวทิ ยุ สื่อส่ิงพิมพ์ โทรทัศน์ ปา้ ยต่างๆ ซ่ึงตอ้ งมกี ารจัดเตรียมงบประมาณอย่างเพียงพอ
• การส่ือสารด้วยตัวบุคคล ซ่ึงเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากสังคม อย่างเช่น ผู้น�ำประเทศ ผู้น�ำฝ่ายนโยบาย
ผนู้ ำ� ทางสงั คม ในการสอ่ื สารในทกุ ชอ่ งทาง และทกุ โอกาสทเี่ ปน็ ไปได้ เพอื่ สรา้ งความตระหนกั ทคี่ วามเสย่ี งทย่ี งั คงมอี ยบู่ นทอ้ งถนน
5. นอกเหนือจากการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างการรับรู้ผ่านสื่อแล้ว ความกลัวในบทลงโทษก็ถือเป็น
เครอ่ื งมอื เชงิ นโยบายหลกั ทส่ี ำ� คญั และตอ้ งมกี ารดำ� เนนิ การอยา่ งตอ่ เนอ่ื งในเชงิ นโยบายทชี่ ดั เจนสำ� หรบั ความผดิ ทเี่ กดิ ขนึ้ ซำ�้ แลว้ ซำ�้ อกี
เช่นการขับรถเร็ว จ�ำเป็นจะต้องมีการน�ำระบบการควบคุมและลงโทษอัตโนมัติ (Automated Control and Sanction)
มาใชจ้ งึ จะสามารถจดั การปญั หาของพฤตกิ รรมเสย่ี งเหลา่ นน้ั ได้ เนอ่ื งจากการฝา่ ฝนื กฎจราจรเปน็ ปรากฏการณข์ องการกระทำ� ผดิ
80 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
โดยคนจำ� นวนมาก และมกี ารฝา่ ฝนื ทงั้ ในเชงิ ปรมิ าณและในเชงิ ความผดิ ซำ้� ทต่ี อ้ งการระบบการจดั การทเี่ ปน็ อตั โนมตั ิ ไมส่ ามารถ
พิจารณาได้แบบเป็นรายบุคคล ดังนั้นกฎหมายจะต้องได้รับการปรับปรุงให้ตอบสนองต่อการสนับสนุนระบบการควบคุมและ
ลงโทษอตั โนมตั ิ
6. การด�ำเนินการไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพ่ือเสริมสร้างการรับรู้ผ่านสื่อ หรือการติดตั้งระบบการ
ควบคุมและลงโทษอัตโนมัติ ล้วนแล้วแต่ต้องมีงบประมาณมาสนับสนุน โดยประมาณแล้วการรณรงค์ประชาสัมพันธ์เพื่อ
เสริมสร้างการรับรู้ผ่านส่ือ จะใช้งบประมาณ 1 ยูโร/หัวประชากร ในขณะที่การติดตั้งระบบการควบคุมและลงโทษอัตโนมัติ
จะใช้งบประมาณ 6 ยูโร/หัวประชากร ค่าใช้จ่ายดังกล่าว ในกรณีของประเทศฝรั่งเศส ถือว่าน้อยมากเม่ือเทียบกับต้นทุน
จากการเกิดอุบัติเหตุซึ่งอยู่ท่ีประมาณ 400 ยูโร/หัวประชากร/ต่อปี ถึงแม้จะถูกมองว่าต้องใช้งบประมาณในการลงทุน
แต่ผลต่อแทนการลงทุน ท้ังในเชิงเศรษฐศาสตร์ เชิงสังคม หรือแม้กระทั่งในเชิงตัวเงินที่คืนทุน ก็ล้วนแล้วแต่ช้ีให้เห็นว่า
เปน็ การลงทนุ ทคี่ มุ้ ค่าและคุ้มทนุ เป็นอย่างย่ิง
7. ส�ำหรับมาตรการในการด�ำเนินการในระยะปานกลางและระยะยาวที่นอกเหนือจากมาตรการระยะสั้นอย่าง
การรณรงคป์ ระชาสมั พนั ธเ์ พอ่ื เสรมิ สรา้ งการรบั รผู้ า่ นสอื่ หรอื การตดิ ตง้ั ระบบการควบคมุ และลงโทษอตั โนมตั ิ แลว้ มาตรการอน่ื ๆ
เชน่ การอบรมใหค้ วามรแู้ ก่ผใู้ ช้รถใช้ถนนเกี่ยวกับการใช้ถนนอย่างปลอดภัย การปรับปรงุ โครงสรา้ งพ้นื ฐาน และการปรบั ปรุง
มาตรฐานยานพาหนะ เปน็ สงิ่ ท่จี �ำเป็นจะตอ้ งดำ� เนินการด้วยเชน่ กันเพ่อื ให้เกดิ การลดลงอยา่ งตอ่ เน่ือง
การอบรมให้ความรู้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนเก่ียวกับการใช้ถนนอย่างปลอดภัยสามารถด�ำเนินการได้ ทั้งในระดับโรงเรียน
โรงเรียนสอนขับรถ และในกระบวนการขอรับใบอนุญาต ซ่ึงถึงแม้ว่ายากจะหาประสิทธิภาพประสิทธิผลของการอบรม
ให้ความรเู้ หล่านีอ้ ย่างชดั เจน แต่กเ็ ปน็ สงิ่ ทจ่ี �ำเปน็ ตอ่ ความส�ำเรจ็ ในระยะยาว
ส�ำหรับการปรับปรุงถนนให้ปลอดภัยนั้นสามารถประเมินผลได้อย่างชัดเจนผ่านการเปรียบเทียบ “ก่อนและหลัง”
ตัวอยา่ งมาตการปรบั ปรุงท่ีมีประสทิ ธิภาพได้แก่ การปรบั ปรุงความปลอดภยั ทางแยก จดุ ตัด จดุ เชอื่ มตา่ งๆ การติดตั้งอุปกรณ์
เพื่อลดผลกระทบของการจราจร (Traffic Calming) ในเขตชุมชนที่อยู่อาศยั
การส่งเสริมความปลอดภัยของยานยนต์สามารถกระท�ำได้ในหลายรูปแบบ เช่น การส่งเสริมเทคโนโลยีใหม่ๆ
ให้มีการติดตั้งภายในรถเช่น ระบบ ESP หรือการติดตั้งถุงลมนิรภัย การก�ำหนดมาตรฐานความแข็งแรงของโครงสร้างรถ
เขม็ ขดั นริ ภัย เปน็ ต้น
สุดท้ายคือการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินท่ีมีประสิทธิภาพเพ่ือเพ่ิมโอกาสในการรอดชีวิตของผู้ประสบเหตุ
ทงั้ ในดา้ นความงา่ ยต่อการเขา้ ถึง และความสามารถในการชว่ ยเหลอื ท่จี �ำเป็น
โครงสรา้ งการจัดการความปลอดภยั ทางถนนของประเทศฝร่ังเศส5
หลงั จากไดม้ กี ารจดั ตงั้ คณะกรรมการความปลอดภยั ทางถนน (CISR) ขนึ้ ใน พ.ศ. 2515 โดยในขณะนนั้ มนี ายกรฐั มนตรี
เป็นประธานคณะกรรมการ ใน พ.ศ. 2555 ได้มีการปรับโครงสร้าง โดยมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
เปน็ ประธานคณะกรรมการ (อา้ งองิ IRTAD 2560) โดยมกี รมความปลอดภยั ทางถนน ทำ� หนา้ ทเี่ ปน็ ฝา่ ยเลขานกุ ารของคณะกรรมการ
และมีอธิบดีเป็นผู้บริหาร มีหน้าท่ีในการก�ำหนดนโยบาย มาตรการ กฎหมาย และบริหารจัดการแผนด้านความปลอดภัย
ทางถนนของประเทศ
ส�ำหรับกรมความปลอดภัยทางถนน (DSCR) รับหน้าท่ีในการแปลงนโยบายและแผนของคณะกรรมการไปสู่การ
ปฏิบตั ิ โดยในปัจจุบนั นอกเหนอื จากการท�ำงานเพ่อื สนับสนนุ นโยบายของคณะกรรมการแล้ว ยังท�ำหน้าทเ่ี ปน็ ฝา่ ยประสานงาน
กบั หน่วงานดา้ นความปลอดภยั ทางถนนระดบั พื้น (CRICR) ท่ผี า่ นการทำ� งานรว่ มกบั รัฐมนตรีมหาดไทยและรัฐมนตรีกลาโหม
5 Road Safety in France
แผนแมบ่ ทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 81
สภาความปลอดภยั ทางถนนแห่งชาติ (CNSR) ประกอบดว้ ยสมาชกิ 50 คน (อ้างองิ IRTAD 2560) ซึ่งมีองค์ประกอบ
จากสมาชกิ สภา หนว่ ยงานภาครฐั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ตวั แทนทอ้ งถนิ่ ตวั แทนผใู้ ชร้ ถใชถ้ นน ตวั แทนเหยอ่ื จากอบุ ตั เิ หตุ ตวั แทนอตุ สาหกรรม
ยานยนต์ ผู้ทรงคุณวุฒิ และกรมความปลอดภัยทางถนน ตัวแทนจากผู้ใช้รถใช้ถนน และตัวแทนเหยื่อ ท�ำหน้าท่ีในการจัดท�ำ
ขอ้ เสนอแนะเชิงนโยบายดา้ นความปลอดภยั ทางถนนใหก้ ับรฐั บาล และติดตามประเมินผลมาตรการต่างๆ ทไี่ ดด้ �ำเนนิ การไป
หนว่ ยเฝา้ ระวงั ความปลอดภยั ทางถนน (ONISR) ขนึ้ ตรงตอ่ อธบิ ดกี รมความปลอดภยั ทางถนน ทำ� หนา้ ทใ่ี นการบรหิ าร
จัดการระบบฐานขอ้ มลู อบุ ตั ิเหตุ (BAAC) ทำ� การวิเคราะห์ประสิทธภิ าพ ประสทิ ธิผลการทำ� งาน ตลอดจนการบรหิ ารงานวิจยั
เพอ่ื พฒั นามาตรการใหม่ๆ ในการลดความสญู เสยี จากอบุ ัติเหตทุ างถนนในประเทศฝรั่งเศส
ระบบรายงานข้อมูลอบุ ัติเหตุ ทมี่ า IRTAD 2560
นิยามการเสียชวี ติ จากอุบัติเหตทุ างถนน
• บคุ คลทเี่ สียชีวิตอนั เน่ืองมาจากอุบัตเิ หตทุ างถนนภายใน 30 วัน ก่อนหน้า พ.ศ. 2548 ข้อมูลการเสียชีวิตใช้นยิ าม
การจัดเก็บท่ีการเสียชีวิตภายใน 6 วัน เพ่ือปรับแก้ให้เป็นไปตามนิยามสากลจึงได้มีการน�ำค่าปรับแก้ 1.069 มาใช้กับข้อมูล
การเสียชีวิตก่อน พ.ศ. 2548 ทัง้ หมด
• การพกั อยู่ในโรงพยาบาล หมายถึงการบาดเจบ็ แต่ไมเ่ สียชวี ติ ซึ่งตอ้ งพกั อยู่ในโรงพยาบาลไม่น้อยกว่า 24 ชัว่ โมง
ส�ำหรบั กอ่ น พ.ศ. 2548 นิยามก�ำหนดให้ต้องอยู่โรงพยาบาลไมน่ ้อยกว่า 6 วัน
• บาดเจ็บเล็กน้อย หมายถึง การบาดเจ็บแต่ไม่เสียชีวิต ซ่ึงได้รับการดูแลรักษาแต่รวมเวลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่ถึง
24 ชัว่ โมง
• บาดเจบ็ รุนแรงหมายถงึ บุคคลท่ีมีการบาดเจ็บในระดบั MAIS3+ แต่ไมร่ วมท่ีเสียชีวิตภายใน 30 วัน
การจัดการขอ้ มลู อบุ ตั เิ หต6ุ
ข้อมลู อบุ ัติเหตุที่นำ� ไปสู่การบาดเจ็บจะถูกบนั ทึกโดยตำ� รวจในระบบฐานขอ้ มลู ท่ชี อื่ วา่ Injury Accident Analysis
Bulletin หรือ BAAC ซึ่งจะเก็บข้อมูลในระบบเว็บและถือว่าเป็นระบบฐานข้อมูลอุบัติเหตุจราจร การจัดการข้อมูลทั้งหมด
ด�ำเนินการ โดยหน่วยงานที่ช่ือว่า French Road Safety Observatory หรือ ONISR ภายใต้การช่วยเหลือทางเทคนิค
โดย French Research Center on Risks, Environment, Mobility, and Planning หรอื CEREMA โดยจะมหี นว่ ยสงั เกตการณ์
ระดับพื้นที่ (local observatories) คอยช่วยตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลหรือสนับสนุนข้อมูลเพ่ิมเติมเมื่อจ�ำเป็น
ความน่าเช่อื ถือของขอ้ มลู จะไดร้ ับการตรวจสอบโดยเปรียบเทียบกับฐานขอ้ มลู ของโรงพยาบาล
6 irtad 2016
82 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
ภาพ 2-17 ระบบฐานขอ้ มลู อุบัตเิ หตุ BAAC
ทีม่ า: 2555 Annual Report
แผนทศวรรษแห่งความปลอดภยั ทางถนน 10 ปีของประเทศฝรงั่ เศส
เพื่อเป้าหมายท่ีจะลดผู้เสียชีวิตบนท้องถนนของประเทศฝรั่งเศสให้น้อยกว่า 2,000 คนต่อปีในสิ้นทศวรรษแห่ง
ความปลอดภัยทางถนน รัฐบาลได้มอบหมายให้สภาความปลอดภัยทางถนนจัดท�ำข้อเสนอเชิงนโยบายถึงมาตรการใหม่ๆ
เพอื่ ใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายทต่ี งั้ ไว้ นอกจากนร้ี ฐั มนตรมี หาดไทยรว่ มกบั รฐั มนตรที เี่ กย่ี วขอ้ งไดร้ ว่ มกนั สงั เคราะหข์ อ้ เสนอในเชงิ เทคนคิ
ความเป็นไปไดใ้ นการแปลงไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ
สำ� หรับประเด็นทร่ี ฐั บาลให้ความส�ำคญั ประกอบดว้ ย
• ลดความสญู เสยี ในกลุ่มวัยรุ่นและนักขับหนา้ ใหม่
• ลดความสญู เสียในกลมุ่ รถจักรยานยนต์
• มีมาตรการทชี่ ดั เจนและเปน็ รูปธรรมในการจัดการกับขอ้ หา ขบั รถเร็วและด่มื แล้วขบั
รัฐมนตรีมหาดไทยได้ประกาศเม่ือวันท่ี 26 มกราคม 2558 ถึงแผนปฏิบัติการส�ำหรับทศวรรษแห่งความปลอดภัย
ทางถนนซ่ึงประกอบด้วยมาตรการหลัก 26 ด้าน โดยมีเป้าหมายท่ีจะลดการบาดเจ็บของกลุ่มผู้ใช้รถใช้ถนนที่เปราะบาง
ซงึ่ คดิ เป็น 70% ของผู้ท่บี าดเจ็บรุนแรง ภายในสน้ิ เดือนธนั วาคมของปนี ัน้ 19 มาตรการได้รบั การดำ� เนนิ การ
คณะกรรมการความปลอดภัยทางถนน ได้มีการประชุมกันเม่ือวันที่ 2 ตุลาคม 2558 ซึ่งนับเป็นคร้ังแรกหลังจาก
ท่มี ีการประชมุ ไปเม่อื เดอื น พฤษภาคม 2554 โดยได้กำ� หนดแผนปฏบิ ตั กิ าร 22 ด้านและ 33 มาตรการโดยมีวัตถุประสงคเ์ พือ่
• เพอ่ื เพม่ิ ประสิทธภิ าพในการควบคมุ พฤตกิ รรมเสี่ยง
• เพอ่ื ปกป้องผู้ใช้รถใช้ถนนท่ีเปราะบาง
• เพือ่ เตรยี มความพรอ้ มดา้ นความปลอดภัยทางถนนไปสยู่ คุ ดจิ ทิ ัล
• เพอื่ สร้างความเท่าเทียมกนั ทางกฎหมายให้กับผู้ใชร้ ถใช้ถนนทุกกลมุ่
แผนแมบ่ ทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 83
บทวิเคราะห์เพือ่ ประกอบการจัดท�ำแผนแมบ่ ทความปลอดภัยทางถนน
ประเทศฝร่ังเศสได้มีการด�ำเนินการด้านความปลอดภัยทางถนนมาอย่างต่อเน่ืองยาวนาน โดยให้ความส�ำคัญ
กับมาตรการตามกรอบเสาหลักที่ 1 และ 4 เป็นหลัก ส�ำหรับด้านการบริหารจัดการท่ีประเทศฝร่ังเศสน�ำมาใช้ ได้ใช้รูปแบบ
คณะกรรมการเชน่ เดยี วกบั ประเทศไทย โดยรปู แบบคณะกรรมความปลอดภยั ทางถนนของประเทศฝรงั่ เศสนา่ จะเทยี บไดเ้ ทา่ กบั
คณะกรรมการนโยบายการปอ้ งกนั และลดอบุ ตั เิ หตทุ างถนนแหง่ ชาติ หรอื คณะกรรมการ นปถ. ในปจั จบุ นั แตข่ ณะเดยี วกนั กจ็ ะ
เทยี บเทา่ ไดก้ บั คณะกรรมการศนู ยอ์ ำ� นวยการความปลอดภยั ทางถนนกอ่ นจะมกี ารจดั ทำ� ระเบยี บสำ� นกั นายกรฐั มนตรี เมอื่ พ.ศ.
2554 ซงึ่ ในประเทศฝรงั่ เศสไดม้ กี ารแตง่ ตง้ั คณะกรรมการชดุ นม้ี าตง้ั แต่ พ.ศ. 2515 ในขณะทปี่ ระเทศไทยหากนบั คณะกรรมการ
ศนู ย์อ�ำนวยการความปลอดภัยทางถนนชุดเดมิ ไดม้ ีการแตง่ ตงั้ เมื่อ พ.ศ. 2547 หรอื ช้ากว่ากันประมาณ 30 ปี อยา่ งไรก็ตาม
บทบาทของคณะกรรมการดังกล่าว จากรายงานของ IRTAD พ.ศ. 2559 ก็ช้ีให้เห็นว่าคณะกรรมการมีการประชุมไม่บ่อย
มากนัก อย่างเช่นการประชุมคร้ังล่าสุดเม่ือ พ.ศ. 2558 น้ัน ก่อนหน้านั้นเป็นการประชุมใน พ.ศ. 2554 ซ่ึงห่างกัน 4 ปี
เชน่ เดยี วกับคณะกรรมการ นปถ. ของประเทศไทยที่มกี าร ประชมุ หา่ งกันถงึ กว่า 3 ปี บทบาทของคณะกรรมการ จึงขนึ้ อยกู่ ับ
ความสนใจของ ฝา่ ยนโยบายแต่ เพยี งอย่างเดยี ว อย่างเชน่ ในสมยั ประธานาธบิ ดี Jacques Chirac ใน พ.ศ. 2545 ก็ทำ� ให้เกิด
การขับเคลื่อนงานอยา่ งเขม้ แข็งผา่ นโครงสรา้ งการท�ำงานของคณะกรรมการและหนว่ ยงานที่เกยี่ วขอ้ ง
แนวโนม้ การลดลงอยา่ งตอ่ เนอื่ งของประเทศฝรงั่ เศสถงึ แมจ้ ะมคี วามไมแ่ นน่ อนเชงิ นโยบายคาดวา่ นา่ จะมาจากการมี
ผรู้ ับผิดชอบในเร่อื งความปลอดภยั ทางถนนท่ีชัดเจนมาต้ังแต่ พ.ศ. 2515 นน่ั คอื กรมความปลอดภยั ทางถนน ทำ� ให้หนว่ ยงาน
ตอ้ งพยายามทำ� งานเพอื่ ใหม้ ผี ลงานออกมาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ซงึ่ แตกตา่ งกบั ประเทศไทยทถี่ งึ แมจ้ ะมกี ารทำ� งานในรปู แบบคณะกรรมการ
เชน่ เดยี วกนั แตเ่ ลขานกุ ารของคณะทำ� งานนน่ั คอื กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ซง่ึ สงั กดั กระทรวงมหาดไทย เชน่ เดยี วกบั
กรมความปลอดภัยทางถนนของฝรั่งเศสในปัจจุบัน แต่ก็มีภาระท่ีจะต้องรับผิดชอบไม่เพียงแต่ด้านความปลอดภัยทางถนน
แตต่ ้องรับผดิ ชอบในสาธารณภยั ทุกด้านซึ่งภยั อ่ืนๆ ก็มแี นวโนม้ ทีจ่ ะรุนแรงเพ่มิ ข้ึนเช่นเดยี วกบั ภัยทางถนน
นอกจากการมีหน่วยงานรับผิดชอบด้านความปลอดภัยทางถนนแล้ว กรมความปลอดภัยทางถนนของประเทศ
ฝร่ังเศสยังได้จัดต้ังหน่วยงานย่อยภายในกรมที่เรียกว่าหน่วยเฝ้าระวังความปลอดภัยทางถนน (ONISR) ซ่ึงท�ำหน้าที่รวบรวม
ข้อมูลอุบัติเหตุท่ีทางต�ำรวจป้อนข้อมูลเข้ามาผ่านระบบ BACC เพ่ือตรวจสอบความถูกต้อง วิเคราะห์ข้อมูล ตลอดจนติดตาม
ประเมินผลการท�ำงานตามมาตรการต่างๆ เพ่ือน�ำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายต่างๆ โดยท�ำงานร่วมกับหน่วย
เฝ้าระวังในระดับพื้นท่ี ส�ำหรับประเทศไทยใช้โครงสร้างการท�ำงานในรูปของอนุกรรมการด้านข้อมูลและติดตามประเมินผล
โดยมีกระทรวงสาธารณสุขเป็นเจ้าภาพ แต่ก็ยังขาดการสนับสนุนอย่างเต็มที่ท้ังด้านก�ำลังคน ทรัพยากร งบประมาณ
ตลอดจนยังไม่สามารถน�ำข้อมูลจากหน่วยงานอื่นมาวิเคราะห์ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลที่ 30 วันได้ โดยในปัจจุบัน
อยใู่ นระหวา่ งการบรู ณาการขอ้ มลู จากแหลง่ ขอ้ มลู 3 ฐานคอื ตำ� รวจ สาธารณสขุ และบรษิ ทั ประกนั แตก่ ย็ งั ไมใ่ ชร่ ะบบฐานขอ้ มลู
บนเวบ็ ไซดเ์ พือ่ ให้สามารถน�ำมาวเิ คราะห์ข้อมูลไดท้ ันที
อีกหนึ่งโครงสร้างที่มีความโดดเด่นของประเทศฝรั่งเศสคือสภาความปลอดภัยทางถนนที่รวมภาคีจากทุกภาคส่วน
เข้ามาส่วนร่วมในการจัดท�ำข้อเสนอเชิงนโยบายท่ีจ�ำเป็นเพ่ือให้บรรลุเป้าหมาย โดยสภาฯ จะมีท้ังตัวแทนจากฝ่ายนิติบัญญัติ
หนว่ ยงานภาครฐั ภาคประชาชน ภาคอตุ สาหกรรม เหยอ่ื ผไู้ ดร้ บั ผลกระทบจากอบุ ตั เิ หตุ และนกั วชิ าการ ในขณะทปี่ ระเทศไทย
จะมบี างสว่ นทม่ี ลี กั ษณะใกลเ้ คยี งแตก่ ไ็ มเ่ หมอื นกนั ทง้ั หมด เชน่ มกี รรมาธกิ ารวสิ ามญั ของรฐั สภาในเรอื่ งความปลอดภยั ทางถนน
ท่ีมีตัวแทนจากฝา่ ยนิตบิ ญั ญตั ิ หน่วยงานภาครฐั ภาคประชาชน ภาคอตุ สาหกรรม แต่กม็ ีการท�ำงานในช่วงส้นั ๆ ตามประเด็น
ท่กี �ำลังเปน็ ท่สี นใจ ซึง่ ทำ� ใหข้ าดความต่อเนอ่ื งและขาดการตดิ ตามประเมินผล อย่างจรงิ จัง นอกจากโครงสร้างกรรมาธกิ ารแล้ว
โครงสร้างท่ีมีลักษณะใกล้เคียงกันอีกโครงสร้างคือ อนุกรรมการด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยแต่ก็ยังขาดการสนับสนุน
84 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
ดา้ นงบประมาณอยา่ งชดั เจนโดยเฉพาะดา้ นการณรงค์ ประชาสมั พนั ธ์ และขาดการวเิ คราะหข์ อ้ มลู การวางแผน และยทุ ธศาสตร์
การทำ� งานด้านรณรงค์ประชาสัมพนั ธแ์ ละบังคบั ใชก้ ฎหมายทชี่ ดั เจน
มาตรการหลักท่ีประเทศฝร่ังเศสได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเน่ืองและส่งผลให้เกิดการลดลงของ ความสูญเสียได้
อย่างชัดเจน คือ การยึดหลักนิติรัฐ และระบบควบคุมและลงโทษในการปรับเปล่ียนพฤติกรรมท่ีไม่ปลอดภัยบนท้องถนน
มกี ารกำ� หนดกฎหมายเพอื่ วางเปน็ แนวทางใหส้ งั คมไดร้ บั ทราบถงึ พฤตกิ รรมทไี่ มพ่ งึ ประสงค์ และเปน็ ภยั ตอ่ ผอู้ นื่ มกี ารสรา้ งความรู้
ความเข้าใจถึงประโยชน์ของกฎหมาย จิตส�ำนึกท่ีรับผิดชอบต่อส่วนรวม และการบังคับใช้กฎหมายที่มีประสิทธิภาพด้วย
บทลงโทษท่ีรุนแรง และน�ำเทคโนโลยีมาใช้เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพในการจับกุมให้สูงข้ึน หรือท่ีเรียกว่าระบบควบคุม
และลงโทษอัตโนมัติ ซึ่งถือว่าเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงส�ำหรับประเทศไทยเมื่อน�ำมาเปรียบเทียบกัน โดยที่บทลงโทษ
ยงั คงออ่ น ไมม่ ผี รู้ บั ผดิ ชอบทชี่ ดั เจนในการใหค้ วามรตู้ อ่ สงั คมถงึ ประโยชนแ์ ละความจำ� เปน็ ของกฎหมาย ขาดบคุ ลากรและอปุ กรณ์
ในการท�ำงานท่ีเพียงพอ ขาดทกั ษะในการทำ� งาน ขาดความกา้ วหนา้ ในสายงาน ขาดการจดั การระบบคา่ ปรบั ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ
ขาดการบรู ณาการระหวา่ งหนว่ ยงาน และขาดการนำ� เทคโนโลยมี าใชป้ ระโยชนเ์ พอ่ื ทดแทนปญั หาทกี่ ลา่ วมาทง้ั หมด ทงั้ ปญั หา
คนกระทำ� ผดิ เปน็ จำ� นวนมาก คนทำ� งานไมเ่ พยี งพอ ไมส่ ามารถนำ� ค่าปรบั มาใชป้ ระโยชน์ เพอ่ื ลดปัญหาอปุ สรรคต่างๆ ทีเ่ กดิ ขนึ้
บทเรยี นทส่ี ำ� คญั และควรนำ� มาใชโ้ ดยเรง่ ดว่ นสำ� หรบั ประเทศไทยคอื การรณรงคแ์ ละสรา้ งกระแสใหเ้ กดิ แรงกระชาก
ทางสงั คม (Social Shock) อยา่ งรุนแรงถึงปัญหาดา้ นความปลอดภยั ทางถนน ซง่ึ พบว่าสามารถลดความสูญเสยี ลงได้ในเวลา
เพียงช่วงสั้นๆถึงเกือบร้อยละ 30 ภายใน 3-4 ปี ซ่ึงจะสอดคล้องกับ แผนแม่บทและเป็นปีสุดท้ายของแผนทศวรรษพอดี
โดยการด�ำเนินการดังกล่าวจ�ำเป็นจะต้องมีผู้รับผิดชอบ และงบประมาณท่ีชัดเจน แตกต่างจากที่ด�ำเนินการอยู่ในปัจจุบัน
โดยอาจพิจารณาจัดต้ังกองทุนจากเบ้ียประกันอย่างที่ใช้ในประเทศฝร่ังเศส นั่นคือ ก�ำหนดให้ต้องน�ำงบประมาณร้อยละ 0.5
จากคา่ ธรรมเนยี มประกนั ภยั ตาม พ.ร.บ. คมุ้ ครองผู้ประสบภยั จากรถ
2.2.4 ทศวรรษการจดั การความปลอดภยั ทางถนนในประเทศเกาหลีใต้
สถานการณ์อุบตั ิเหตุจราจร
ประเทศเกาหลีใต้เป็นประเทศที่ได้ช่ือว่ามีความก้าวหน้าทางนวัตกรรมส่ิงประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี
วิศวกรรม ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและเป็นผู้น�ำด้านอุตสาหกรรมการผลิตของโลก โดยจากข้อมูลผลิตภัณฑ์
มวลรวมภายในประเทศ (GDP) พบวา่ ประเทศเกาหลีใตม้ ผี ลิตภณั ฑม์ วลรวมภายในประเทศ สงู เปน็ อนั ดับ 4 ในทวปี เอเชีย และ
อนั ดับ 15 ของโลก (Royal Thai Embassy, 2556) และมีทิศทางทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนอ่ื ง ซึ่งในทางกลบั กนั
ประเทศเกาหลีใต้มีอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนอยู่ในเกณฑ์สูงเม่ือเทียบกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ในองค์การ
เพือ่ ความร่วมมือทางเศรษฐกจิ และการพฒั นา (Organization for Economic Co-operation and Development – OECD)
และถูกจัดให้เป็นวาระปัญหาระดับชาติท่ีมีความร้ายแรงในแง่ของคุณภาพและความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน
ของประชาชนในประเทศทีต่ ้องไดร้ บั การจัดการและแกไ้ ข
แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 85
ตาราง 2-3 สถิตกิ ารเกดิ อบุ ัตเิ หตทุ างถนนในประเทศเกาหลีใต้ในรอบ 50 ปี
ทมี่ า: Economic Growth and Transport Models in Korea, 2012
สำ� หรบั ข้อมูลแนวโน้มของการเกดิ อุบตั เิ หตุจราจร The Korea Transportation Institute (2012) ไดร้ ะบุว่า
การเกดิ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนในประเทศเกาหลใี ตส้ ว่ นหนง่ึ เปน็ ผลกระทบทเ่ี กดิ จากการเพมิ่ ขน้ึ อยา่ งรวดเรว็ ของจำ� นวนยานพาหนะ
ในประเทศ ซึ่งจากสถิติการครอบครองยานพาหนะของประชาชนในประเทศเกาหลีต้ังแต่ ค.ศ. 1980 – 2010 โดยมีจ�ำนวน
ยานพาหนะเพ่ิมมากข้ึนถึง 40เทา่ ทำ� ให้เป็นสาเหตุของโอกาสในการเกดิ อุบัติเหตุทางถนนชว่ ง 3 ทศวรรษทผ่ี ่านมา
จากสถานการณ์ที่ได้กล่าวมาข้างต้นท�ำให้ประเทศเกาหลีใต้เร่ิมตระหนักถึงอุบัติภัยด้านการจราจรทางบก
อนั กอ่ ใหเ้ กดิ การสญู เสียอย่างต่อเน่ืองมากขนึ้ โดยสถติ ผิ เู้ สียชวี ติ จากอุบัติเหตทุ างถนนให้ ค.ศ. 1980 ทีม่ ผี ้เู สียชวี ติ 5,608 ราย
ไดเ้ พ่มิ ข้นึ อยา่ งรวดเรว็ เป็น 13,429 ราย ใน ค.ศ. 1991 ซ่ึงหากเปรยี บเทียบจำ� นวนผ้เู สียชีวิตในกลุม่ ประเทศสมาชกิ OECD
ประเทศเกาหลีใต้ถูกจัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความรุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเป็นอันดับต้นๆ ของชาติสมาชิก
ท้งั หมด (IRTAD, 2007 และ 2008) โดยเฉพาะปัญหาการเสียชีวติ อบุ ัตเิ หตทุ างถนนในเดก็ รัฐบาลเกาหลใี ต้ จึงมีการรณรงค์
พรอ้ มทงั้ ออกนโยบายและมาตรการดา้ นความปลอดภยั ทางถนนในประเทศขน้ึ การใหค้ วามสำ� คญั และเอาใจใสใ่ นดา้ นการจดั การ
ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและการปรับปรุงด้านความปลอดภัยในการจราจรท่ีมีประสิทธิภาพสามารถน�ำไปสู่การลดลง
ของอัตราผู้เสียชีวิตในประเทศ การจัดการแก้ไขจุดเส่ียงอันตราย การบังคับใช้กฎหมาย การปรับปรุงลักษณะทางกายภาพ
ของถนน การลดความเร็วและการจ�ำกัดพ้ืนที่การแซง ซ่ึงปัญหาทั้งหมดส่วนใหญ่สามารถป้องกันได้ท�ำให้จ�ำนวนการเสียชีวิต
จากอุบตั ิเหตจุ ราจรทางถนนกล็ ดลงอย่างรวดเรว็ เหลอื เพียง 5,050 รายใน ค.ศ. 2010
86 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
ภาพ 2-18 จ�ำนวนผเู้ สยี ชีวิตจากอุบัตเิ หตุทางถนนต่อ 100,000 ประชากรในประเทศเกาหลใี ต้
ทีม่ า: Economic Growth and Transport Models in Korea, 2012
นโยบายความปลอดภยั ทางถนน
จากขอ้ มลู สถติ ยิ อ้ นหลงั พบวา่ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนในประเทศเกาหลใี ตเ้ รม่ิ เพม่ิ ขนึ้ อยา่ งรวดเรว็ ในชว่ งทศวรรษที่ 80 – 90
ซ่ึงสอดคล้องกับปริมาณยานพาหนะที่เพิ่มข้ึน สาเหตุส่วนหน่ึงอาจจะมาจากความรู้ ในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย
ข้อบกพร่องทางกฎหมายจราจร และถนนไม่ได้รับการปรับปรุงให้ทันต่อสภาพจราจร โดยในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา
มอี ตั ราการการเพมิ่ ขน้ึ ของยานพาหนะ 6 เทา่ มอี ตั ราการเสยี ชวี ติ เทา่ กบั 14.7 และ 28.8 ตอ่ แสนประชากร ซงึ่ เปน็ ความสญู เสยี
ทัง้ ชวี ติ และทรพั ยส์ นิ อย่างมาก
นโยบายความปลอดภัยทางถนนก่อน ค.ศ. 1991 (ช่วงเพม่ิ ข้ึนของอุบตั ิเหตุ)
ใน ค.ศ. 1979 มีการออกกฎหมายด้านความปลอดภัยในการขนส่งและก�ำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบาย
ความปลอดภัยขนสง่ แห่งชาติ
ใน ค.ศ. 1981 การออกกฎหมายขอ้ ยกเวน้ สำ� หรบั การจดั การอบุ ตั เิ หตจุ ราจรโดยผขู้ บั ขท่ี เ่ี ปน็ สาเหตใุ นการเกดิ อบุ ตั เิ หตุ
เล็กน้อยไม่ร้ายแรงจะได้รับขอ้ ยกเวน้ จากการด�ำเนินคดที างอาญา
ใน ค.ศ. 1984 ข้อมลู ความเสยี หายของทรัพยส์ ินจากการเกิดอบุ ตั เิ หตทุ างถนนจะไมไ่ ดร้ วมกบั สถติ ิการเกดิ อบุ ตั เิ หตุ
ทางถนนอน่ื ๆ
ใน ค.ศ. 1988 มีการรเิ ร่ิมน�ำระบบฐานขอ้ มลู คอมพวิ เตอรม์ าวิเคราะห์และประมวลผลการเกดิ อุบตั เิ หตุทางถนน
ใน ค.ศ. 1990 บังคับให้ผู้ขับข่ียานพาหนะและผู้โดยสารด้านหน้าต้องคาดเข็มขัดนิรภัยและ ต้องติดตั้งท่ีน่ังเด็ก
เพื่อความปลอดภัยในการโดยสาร
แผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 87
ภาพ 2-19 มาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนในประเทศเกาหลีใต้
ทม่ี า: Economic Growth and Transport Models in Korea, 2012
นโยบายความปลอดภัยทางถนน 1992 หลงั (อุบตั ิเหตุลดลง)
หลงั จากประสบปญั หาการเสียชีวติ สงู สดุ ของประเทศ ในปี 1992 จ�ำนวน 13,429 ราย สำ� นักงานปลัดสำ� นักนายก
รัฐมนตรี เปิดตวั แคมเปญลดอุบัตเิ หตุทแ่ี ขง็ แกรง่ ในปี 1992
ใน ค.ศ. 1995 มกี ารนำ� รอ่ งโครงการเขตโรงเรยี นปลอดภยั โดยใหป้ ระชาชนศกึ ษาภาคทฤษฏี ในเรอ่ื งกฎหมายจราจร
และความปลอดภยั สำ� หรบั การขอใบอนุญาตขับข่พี รอ้ มต้องทำ� การทดสอบการขบั ข่ีในภาคปฏิบตั ิ
ใน ค.ศ. 2000 กำ� หนดให้มกี ารคำ� จ�ำกัดความสาเหตุการตายจากการเกิดอบุ ตั เิ หตจุ ราจรใหม่ ซึ่งเปลี่ยนจาก 3 วัน
หลังเกดิ เหตุ เป็น 30 วนั หลงั จากประสบอบุ ัตเิ หตุ
ใน ค.ศ. 2001 ยกระดับความเข้มข้นในการรณรงค์การคาดเข็มขัดนิรภัยและจากการส�ำรวจพบว่า มีอัตรา
การคาดเข็มขัดเพิ่มข้ึน 90% ท�ำให้จำ� นวนการเสยี ชวี ติ จากอุบัตเิ หตจุ ราจรลดลงอย่างรวดเร็ว
ใน ค.ศ. 2009 เพิม่ บทลงโทษสำ� หรับผขู้ ับข่ีทเี่ มาแล้วขบั ใหม้ ีความรนุ แรงมากข้ึนระวางโทษจ�ำคกุ สงู สดุ 5 ปี และ
ปรบั เงนิ จากการกระท�ำความผิด 10 ลา้ นวอน (ประมาณ 9,000 เหรยี ญดอลลาร์สหรฐั )
การดำ� เนนิ งานด้านความปลอดภยั ทางถนนส�ำหรบั ประเทศเกาหลใี ต้
การปรบั ปรงุ จุดเสยี่ งอันตรายบนถนน (Accident Black-Spot Improvement Initiative)
จดุ ประสงคข์ องการระบจุ ดุ ทมี่ คี วามเสย่ี งและอนั ตรายในการเกดิ อบุ ตั เิ หตทุ างถนนเพอ่ื ทจี่ ะไดท้ ราบสาเหตปุ จั จยั ของ
การเกิดอุบัตเิ หตุทีเ่ ป็นองคป์ ระกอบหลักของการเกดิ อบุ ัติเหตุ ได้แก่ คน ยานพาหนะ และถนน
การวิเคราะห์จุดเสี่ยงอันตรายในการเกิดอุบัติเหตุเพื่อท�ำการปรับปรุงและลดสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุในพ้ืนท่ี
ได้กำ� หนดขน้ั ตอนในการพจิ ารณา 6 ขัน้ ตอนด้วยกนั คอื
1. การวเิ คราะห์ขอ้ มลู การเกิดอุบตั ิเหตุ
2. การระบุพืน้ ทห่ี รอื สถานท่ีของจุดเสีย่ งอนั ตราย
3. ท�ำการหาสาเหตุปัจจัยของการเกดิ อบุ ตั เิ หตเุ พอื่ ระบุแนวทางในการปรับปรงุ แก้ไขจุดเสี่ยง
4. เขียนมาตรการในการปรบั ปรงุ จดุ เส่ยี งอันตรายและจดั ทำ� รายงานแก่หน่วยงานทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง ในพน้ื ที่
5. ท�ำการก่อสรา้ ง ซอ่ มแซม และปรบั ปรงุ แก้ไขในพน้ื ทีจ่ ดุ เสยี่ งอันตรายที่เกดิ ปญั หา
88 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
6. ประเมินผลกระทบและผลลพั ธห์ ลงั จากไดท้ ำ� การปรับปรงุ จดุ เสย่ี งอันตรายในพนื้ ที่
ผลของการปรบั ปรงุ จดุ เสยี่ งอนั ตรายในประเทศเกาหลใี ต้ 12,496 จดุ ชว่ ง ค.ศ. 1991 – 2010 ทำ� ใหจ้ �ำนวนสถติ ิ
การเกดิ อบุ ตั ิเหตแุ ละเสยี ชีวติ ลดลง 27.6% และ 43.1% ตามล�ำดบั
โครงการยกระดับความปลอดภยั เขตโรงเรยี น (School Zone Improvement Project)
เขตโรงเรยี นไดก้ �ำหนดใหม้ ีระยะรศั มอี ยทู่ ี่ 300 ม. จากทางเขา้ ถงึ สถานนุบาลเด็กเลก็ โรงเรยี นประถม/มธั ยม หรือ
สถานการศกึ ษาท่ีมีเด็กนกั เรียนมากกวา่ 100 คน
โครงการเขตโรงเรยี นปลอดภยั เปน็ โครงการทม่ี แี ผนมาตรการในการตดิ ตงั้ อปุ กรณเ์ ครอ่ื งมอื ในการสยบการจราจรเพอ่ื
ยกระดับความปลอดภัยในระบบโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ เนินชะลอความเร็ว เกาะกลางที่อ�ำนวยความปลอดภัยกับผู้เดินเท้า
ให้แยกออกจากกระแสการจราจร ร้ัวป้องกนั ไฟจราจร และป้ายจราจร โดยช่วง ค.ศ. 2003 – 2010 มจี ำ� นวนโรงเรยี นที่ท�ำการ
ปรับปรงุ เขตความปลอดภยั ประมาณ 7,351 โรงเรียน ใชง้ บประมาณไปมากกวา่ 9.9 พนั ล้านเหรยี ญดอลลารส์ หรฐั
การบงั คบั ใชก้ ฎหมายและโทษปรับ (Police Enforcement & Penalties)
ใน ค.ศ. 2010 จากสถิติข้อมูลความรุนแรงของการเกิดอุบัติเหตุทางถนนโดยการบังคับใช้กฎหมายมีแนวโน้ม
ทลี่ ดลงจากปกี อ่ น 2.6% โดยจำ� แนกตามสาเหตปุ จั จยั ของการเกดิ เหตใุ นคดเี มาแลว้ ขบั (ลดลง 7.6%) ไมม่ ใี บอนญุ าตขบั ข่ี (30.9%)
การใช้ความเร็วเกินกำ� หนด (6.7%) และการฝ่าฝนื สญั ญาณไฟจราจร (9.1%)
ไมเ่ พยี งแต่มีการบงั คับใช้กฎหมายอย่างตอ่ เนื่องตลอดท้ังปี เจา้ หน้าทต่ี �ำรวจได้มกี ารก�ำหนดระยะเวลาการบงั คบั ใช้
กฎหมายตามช่วงฤดกู าลส�ำหรบั เอาผดิ แก่ผทู้ ่ลี ะเมิดการใชก้ ฎหมายอยา่ งจรงิ จงั ส�ำหรบั ตัวอยา่ งการฝา่ ฝนื และละเมิดความผดิ
ในเขตโรงเรียนท่ีปลอดภัย โดยมีช่วงในการกวดขันวินัยจราจร 2 สัปดาห์ ตั้งแต่ช่วงเปิดภาคเรียนในเดือนมีนาคม ซ่ึงมีเกณฑ์
ของการฝา่ ฝนื กฎหมายจราจรในเรอ่ื ง ฝา่ ฝนื เครอ่ื งหมายจราจร ขบั รถเรว็ เกนิ กำ� หนด ฝา่ ฝนื สญั ญาณไฟ และจอดรถในทห่ี า้ มจอด
เมาแลว้ ขบั (Drink-Driving)
การบังคับใช้กฎหมายและเอาผิดส�ำหรับผู้ขับข่ีท่ีด่ืมเคร่ืองดื่มแอลกอฮอล์น้ันเริ่มข้ึนใน ค.ศ 2010 โดยเจ้าหน้าที่
จะใหผ้ ขู้ บั ขท่ี ำ� การตรวจปรมิ าณแอลกอฮอลด์ ว้ ยเครอื่ งตรวจวดั โดยการเปา่ แตเ่ นอื่ งดว้ ยระยะเวลาในการตรวจจบั ผกู้ ระทำ� ความผดิ
น้ันต้องใช้ระยะเวลานานและส่งผลกระทบต่อการจราจรที่บางคร้ังท�ำให้เกิดการติดขัด เจ้าหน้าที่จึงท�ำการวางแผนจุดตรวจ
และสถานที่ในการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ท่ีเหมาะสมเพื่อลดการติดขัดและผู้ขับข่ีอ่ืนท่ีไม่ได้เกี่ยวข้องออกจากกระแส
การจราจร ซง่ึ เมอ่ื เปรยี บเทยี บกบั ค.ศ. 2009 มผี ขู้ บั ขท่ี ก่ี ระทำ� ความผดิ คดเี มาแลว้ ขบั ลดลง 7.6% และผลของการเลอื กดา่ นตรวจ
และจุดสกดั ท่มี ีประสิทธภิ าพเปน็ ผลท�ำใหจ้ �ำนวนผเู้ สียชวี ติ จากคดีเมาลดลง 13% เมอื่ เทียบกบั ค.ศ. 2010
การบรกิ ารทางการแพทยฉ์ กุ เฉนิ (Emergency Rescue)
การขยายตวั ของโรงงานอตุ สาหกรรมและการเจรญิ เตบิ โตของเมอื งอยา่ งรวดเรว็ ในประเทศเกาหลใี ตท้ ำ� ใหอ้ ตั ราการ
เกิดอุบัติเหตุและการเสียชีวิตของกลุ่มคนในวัยท�ำงานเพิ่มข้ึน นอกเหนือจากน้ันกลุ่มคนเหล่านี้ยังมีความเส่ียงอันเนื่องมาจาก
รับประทานอาหารฟาสตฟ์ ูด้ ได้แก่ โรคความดันโลหติ สงู โรคเสน้ เลอื ดในสมอง และโรคหัวใจ ซึ่งมคี วามต้องการในการรักษา
จำ� นวนมาก เช่นเดยี วกับผทู้ ่ีประสบปัญหาการเกิดอบุ ตั เิ หตจุ ราจรทต่ี ้องการรกั ษาเป็นการด่วน
การให้บริการด้านการแพทย์ฉุกเฉิน เป็นการบริการสาธารณะเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยท่ีได้รับการสนับสนุน
จากภาครัฐบาลในด้านการออกหน่วยช่วยเหลือ ความต้องการในการรักษา จ�ำนวนบุคลากรและเวชภัณฑ์ และการลงทุน
แผนแมบ่ ทความปลอดภัยทางถนน พ.ศ. 2561-2564 89
โดยใน ค.ศ. 2005 แผนบรกิ ารทางการแพทย์ฉกุ เฉนิ แห่งชาติ (2006 - 2010) กำ� หนดใหแ้ ผนฉบับน้มี กี ารสนบั สนุนและใชร้ ะบบ
การจัดการขอ้ มลู ด้านการแพทย์ฉกุ เฉินใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ละมปี ระสิทธิภาพสงู สุดโดยการ
1. ยกระดบั มาตรฐานการใหบ้ รกิ าร
2. ปรับปรุงรปู แบบการใหบ้ รกิ ารในการเข้าถึงพืน้ ท่ีและอ�ำนวยความสะดวกด้านการชว่ ยเหลือ
3. มีระบบการให้บริการทางการแพทย์
4. มศี ูนยก์ ลางในการตดิ ตามระบบและประเมนิ ผลการใหบ้ รกิ าร
5. ใหก้ ารสนับสนุนและฝกึ อบรมบุคลากรให้มีความพร้อมในการให้บริการ
6. พัฒนาระบบการเคลอื่ นย้ายและขนสง่ ผปู้ ระสบเหตใุ หม้ ปี ระสิทธิภาพ
7. พฒั นาระบบสอื่ สารโทรคมนาคม
การใหก้ ารศึกษา (Education)
สิ่งหนึง่ ท่จี ะท�ำให้ประชาชนตระหนกั ถึงความสำ� คญั ของความปลอดภยั ในการใชร้ ถใช้ถนนน้ัน คอื การใหก้ ารศึกษา
ในเด็กนักเรียนและผู้ปกครอง น�ำโดยระบบการศึกษาข้ันพื้นฐานในโรงเรียนหรือการให้ข้อมูลผ่านประสบการณ์ในสถานที่
ต่างๆ ยกตัวอย่างเช่น การเล่าตลอดจนการให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุอันตรายในสวนสาธารณะ การออกจดหมายท่ีเกี่ยวข้องกับ
ดา้ นความปลอดภยั ทางถนนโดยฝากใหน้ กั เรยี นนำ� ไปใหผ้ ปู้ กครองจงึ เปน็ ทางทดี่ ใี นการมอบความรนู้ ำ� ไปสทู่ พ่ี กั อาศยั และผปู้ กครอง
เชน่ เดียวกับระบบการศกึ ษาโรงเรียนท่ีมีหลักสูตรดา้ นความปลอดภัย ซ่งึ มีชั่วโมงในการสอนประมาณ 21 – 23 ชั่วโมงตลอดปี
ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมด้านความปลอดภัยท้ังหมดไม่ว่าจะเป็นการเล่นโรลเลอร์เบลด การข่ีค๊ิกบอร์ด การห้ามทางรถไฟ
การขี่จักรยาน เคร่อื งมอื ดา้ นความปลอดภยั และการเลอื กเสน้ ทางทีป่ ลอดภัย
จะเห็นได้ว่าการให้การศึกษาถูกออกแบบมาเพื่อให้นักเรียนตระหนักถึงความปลอดภัยในส่วนของการด�ำรงชีวิต
เป็นหลัก นอกจากนักเรียนในชั้นเรียนแล้ว อาจารย์และผู้ปกครองก็เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการออกแบบและถ่ายทอดความรู้
ผา่ นพฤติกรรมด้านความปลอดภยั เปน็ หลัก
การรณรงค์เผยแพร่ (Publicity)
เปน็ ท่ที ราบดีว่าการเกิดอุบตั ิเหตจุ ราจรเกดิ ข้นึ จากการรวมกนั ของผูใ้ ชร้ ถใช้ถนน ยานพาหนะ และระบบโครงสร้าง
พนื้ ฐานในการขนสง่ ซ่ึงแนน่ อนว่าไม่สามารถป้องกนั การเกิดอบุ ตั เิ หตุไดห้ มด แต่สามารถป้องกนั ได้โดยการลดปจั จยั เสี่ยงท่ีเกิด
จากผู้ใช้รถใช้ถนน
ในขณะที่มีการลงทุนปรับปรุงลักษณะทางกายภาพทางถนน หรือปรับปรุงปัจจัยเส่ียงที่เกิดข้ึนจากระบบโครงสร้าง
พ้ืนฐานในการขนส่ง การปรับและเปล่ียนพฤติกรรมของคน เป็นส่ิงจ�ำเป็นท่ีสุด ในการยกระดับความปลอดภัยทางถนน
ผา่ นการรณรงคแ์ ละประชาสัมพนั ธ์ โดยจากขอ้ มลู กวา่ 90% ของการเกดิ อุบัตเิ หตุในประเทศเกาหลใี ต้ มสี าเหตมุ าจากผู้ขับข่ี
ขบั ขดี่ ้วยความประมาทและฝา่ ฝนื กฎหมายจราจร
ดังน้นั จงึ ได้มีการก�ำหนดใหม้ ีเดือนแหง่ ความปลอดภัยในการขนส่งข้นึ ในโอกาสงานตา่ งๆ เชน่ โครงการตอบปญั หา
สำ� หรบั เดก็ ในเรือ่ งของความปลอดภยั เปน็ ต้น
เป้าหมายในการลดอุบัติเหตทุ างถนน
เป้าหมายการลดการเกิดอุบตั ิเหตุทางถนนของประเทศเกาหลีใต้ คอื การลดจำ� นวนการเสียชีวิต 8.8 ตอ่ 100,000
ประชากร และจำ� นวนเสยี ชวี ติ 1.9 ตอ่ 10,000 ยานพาหนะ ตามแผนแมบ่ ทความปลอดภยั การขนสง่ ฉบบั ที่ 6 (พ.ศ. 2550-2554)
90 Thailand Road Safety Master Plan 2018-2021
เปา้ หมายของการลดอบุ ัติเหตใุ นระยะยาว คือ ต้องการลดจำ� นวนการเสียชวี ิตตอ่ ลงไป 7.1 ตอ่ 100,000 ประชาการ
และเสียชวี ิต 1.4 ต่อยานพาหนะ 10,000 คัน ไปจนถึง พ.ศ. 2559
ตาราง 2-4 เปา้ หมายของการลดจำ� นวนการเกิดอุบตั เิ หตุ
ท่ีมา: Economic Growth and Transport Models in Korea, 2555
การเปรียบเทยี บกับกลุ่มประเทศ OECD
ใน พ.ศ. 2550 จำ� นวนการเสียชีวติ ต่อประชากร 100,000 คนในประเทศเกาหลีใตอ้ ย่ใู นอันดับที่ 24 จากประเทศ
สมาชิก OECD และมีจำ� นวนของผเู้ สยี ชีวติ ตอ่ ยานพาหนะ 10,000 คัน อนั ดบั ที่ 27 ของประเทศท้งั หมด 28 ประเทศ
จากสถานการณด์ งั กลา่ วทำ� ใหป้ ระเทศเกาหลใี ตก้ ำ� หนดใหม้ กี ารตง้ั เปา้ หมายทจี่ ะลดอตั ราการเสยี ชวี ติ ของประชาการ
ในประเทศตอ่ หวั เปน็ 6.1 ใน พ.ศ. 2559 เพอ่ื ตอ้ งการใหป้ ระเทศของตนเองอยใู่ นชว่ งปานกลางของการจดั อนั ดบั ในกลมุ่ ประเทศ
สมาชิก OECD เทียบเท่ากับประเทศฟนิ แลนด์ เดนมาร์ก ฝรงั่ เศส ออสเตรเลยี และ ไอร์แลนด์ เป็นตน้
ภาพ 2-20 จำ� นวนผู้เสยี ชวี ิตจากอุบัตเิ หตทุ างถนนตอ่ 100,000 ประชากรในกลุ่มประเทศ OECD
ท่ีมา: Economic Growth and Transport Models in Korea, 2555
แผนแมบ่ ทความปลอดภยั ทางถนน พ.ศ. 2561-2564 91