The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cheerfully_9, 2022-03-07 01:37:35

หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 5

การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรม

Overview บทที่ 5

1. การศึกษาพันธกุ รรมของเมนเดล

2. ลกั ษณะทางพันธกุ รรมท่ีเป็น
ส่วนขยายของพันธุศาสตร์เมนเดล

3. ยีนบนโครโมโซมเดียวกัน

การศกึ ษาพนั ธศุ าสตรข์ องเมนเดล

การศกึ ษาพนั ธุศาสตรข์ องเมนเดล

เกรเกอร์ โยฮนั น์ เมนเดล เป็นชาวออสเตรีย ศกึ ษาและบวชที่โบสถ์แหง่ หนึง่ ในกรงุ
บรึนน์ ปัจจบุ นั คือเมอื งเบอร์โน ตอ่ มาศกึ ษาที่มหาวทิ ยา-เวยี นนาเรยี นรู้ด้าน
พฤกษศาสตร์ คณิตศาสตร์ เคมี และฟสิ ิกส์ ภายหลังเมนเดลกลับมาเป็นครูและได้
ดัดแปลงทดี่ นิ ในโบสถ์ใหเ้ ป็นแปลงทดลองดา้ นพฤกษศาสตรค์ วบคไู่ ปดว้ ยปี พ.ศ. 2408
เมนเดลไดน้ าเสนอวจิ ัย และตพี มิ พใ์ นปถี ัดมา แต่ผลงานของเขาไดย้ อมรับหลงั ทเ่ี ขา
เสียชวี ิตแล้ว

การศึกษาพนั ธุศาสตร์ของเมนเดล

เมนเดลได้ศกึ ษากระบวนการถ่ายทอดลักษณะโดยทดลองผสมพันธ์ุถวั่ ลนั เตา (Pisum sativum)
มลี กั ษณะทีเ่ หมาะต่อการทดลองของเมนเดล คือ

เป็นพืชที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว มีวัฏจักรชีวิตส้ัน ให้

01 เมล็ดจานวนมาก ให้ผลการทดลองได้ในระยะเวลาไม่นาน

ทาใหข้ อ้ มูลจากผลการทดลองนา่ เชอ่ื ถือมากข้ึน

02 เป็นพืชที่มีหลายพันธ์ุ และมีลักษณะทางพันธุกรรมท่ี

แตกต่างกันอย่างชดั เจน

ถ่ัวลันเตามีดอกสมบูรณ์เพศ สามารถเกิดการผสมพันธุ์

03 ภายในดอกเดียวกัน (self-pollination) หรือเกิดการผสม

ข้ามตน้ (cross-pollination) ได้

การศกึ ษาพันธุศาสตร์ของเมนเดล

นอกจากน้นั มกี ลีบดอกปิดคลมุ กล่มุ เกสรเพศผ้แู ละเกสรเพศเมีย ป้องกนั ไม่ใหเ้ รณูจากดอกอน่ื
เขา้ ผสมกับเซลลไ์ ข่ ในธรรมชาตจิ ึงมกี ารปฏสิ นธิตัวเอง ทาใหค้ วบคุมการปฏสิ นธิขา้ มไดง้ ่าย

การทดลองของเมนเดล

1. เมนเดลคดั เลือกลักษณะของถัว่ ลันเตา 7 ลกั ษณะ ได้แก่ ความสูงของตน้ สขี องกลีบดอก
ตาแหนง่ ของดอกบนต้น สีของเมล็ด รูปรา่ งของเมล็ด สีของฝัก และรูปรา่ งของฝัก ซึ่งแต่ละ
ลกั ษณะมรี ปู แบบทีแ่ ตกต่างกันอย่างชดั เจน เช่น กลบี ดอกสีม่วงและกลบี ดอกสีขาว

การทดลองของเมนเดล

2. เมนเดลทาการทดลองผสมพันธ์ถุ ่ัวลันเตาโดยพิจารณาลักษณะ ทีละลักษณะ เรียกว่า การผสม
ลักษณะเดยี ว (monohybrid cross)

3. ผสมภายในดอกเดียวกนั หลาย ๆ รนุ่ จนแนใ่ จว่าได้ตน้ ที่เปน็ พนั ธแ์ุ ทข้ องลักษณะนนั้ แลว้ นาตน้
แมท่ ่มี ีกลีบดอกสมี ่วงพันธ์แุ ท้และตน้ พอ่ ทม่ี กี ลีบดอกสีขาวพนั ธ์ุแท้มาผสมกันเรยี กรนุ่ นว้ี ่ารุ่นพอ่
แม่ (Parental generation) หรือ รุ่น P และตน้ ถ่ัวลันเตาตน้ ใหม่ทไี่ ดจ้ ากการผสมพนั ธุ์ เรียกวา่
รนุ่ ลกู (First filial generation) หรอื รุ่น F1

การทดลองของเมนเดล

4. ตัดเกสรเพศผู้ทิ้งให้เหลือเฉพาะเกสรเพศเมีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผสมภายในดอกเดียวกัน
แล้วนาเรณูจากอับเรณูของดอกจากอีกต้นหน่ึงมาป้ายที่ยอดเกสรเพศเมียของดอกเพศเมียนั้น
เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิข้าม

การทดลองของเมนเดล

5. ผสมพนั ธใ์ุ นรนุ่ พ่อแมจ่ ะได้เมลด็ ซึง่ ไปปลูกไดเ้ ป็นตน้ ใหม่
จานวนมาก เรียกรุน่ นวี้ ่า รุ่นลูก (First filial generation)
หรือ ร่นุ F1

6. ให้รุ่น F1 ปฏิสนธติ ัวเองจะไดเ้ มล็ดซึ่งไปปลกู ไดเ้ ป็นตน้ ใหม่
เรยี กรุ่นนีว้ า่ รนุ่ F2

การทดลองของเมนเดล

นาตน้ แม่ท่ีมดี อกสีม่วงพันธแ์ุ ท้ และต้นพอ่ สีขาวพันธ์ุ
แทม้ าผสมกนั เรยี กร่นุ นว้ี า่ รุ่น พ่อแม่ หรือ P

จากการผสมในรุน่ P ได้เมล็ดแลว้ นาไปปลกู ใหมจ่ านวนมาก
เรยี กลูกผสมวา่ F1 พบวา่ รุน่ F1 มีดอกสีม่วงทงั้ หมด แม้ว่า
จะใชต้ ้นแม่สมี ่วงและพอ่ สขี าว

เมือ่ ให้รนุ่ F1 ผสมดอกเดียวกันนาเมล็ดไปปลกู จานวนมาก
เรียกวา่ ร่นุ F2 พบว่ารุน่ F2 มที ัง้ ดอกสมี ว่ งและขาว
อตั ราส่วนดอกสีม่วงตอ่ ดอกสขี าว 3 : 1

เพราะเหตใุ ดถั่วลันเตาในรนุ่ F1 จึงไมป่ รากฏตน้ ท่ีมดี อกสขี าว?

ยนี ควบคุมลกั ษณะสขี องกลบี ดอกถูกถา่ ยทอดจากรนุ่ P ไปยังรุ่น F1 และไป
ยังรนุ่ F2 โดยลกู จะได้รับแอลลลี หน่ึงจากพ่อและอกี แอลลีลหน่งึ จากแม่

ทั้งนใี้ นรุ่น F1 จะปรากฏต้นท่ีมีกลบี ดอกสีมว่ งซ่งึ เป็นลักษณะเด่นทัง้ หมด
แมว้ ่าจะมีแอลลีลด้อยควบคุมกลีบดอกสขี าวจากรุน่ P อยู่ แต่ไม่มกี ารแสดงออก
จงึ ทาใหเ้ กดิ กลบี ดอกสมี ่วง

เพราะเหตใุ ดลกั ษณะทปี่ รากฏในรนุ่ F2 จึงแตกตา่ งจาก

ลกั ษณะทปี่ รากฏในรุ่น F1 ?

ในรนุ่ F2 จะปรากฏทัง้ ต้นท่ีมีกลบี ดอกสีมว่ งและต้นท่มี กี ลีบดอกสขี าว
ในอัตราสว่ นประมาณ 3 : 1 เนอ่ื งจากร่นุ F1 เป็นลกู ผสมจากแมเ่ ดน่ พันธ์ุ
แทแ้ ละพอ่ ดอ้ ยพนั ธุแ์ ท้

เมื่อนารนุ่ F1 ทเี่ ปน็ เฮเทอโรไซกสั (Heterozygous genotype) มาผสม
ภายในดอกเดียวกนั จงึ ปรากฏตน้ ท่ีมีกลีบดอกสีขาว

ผลการทดลอง

เมือ่ ผสมพนั ธุ์ถว่ั ลันเตาทง้ั 7 ลักษณะสอดคลอ้ งกนั
คอื ร่นุ F1 จะแสดงเฉพาะลกั ษณะของพอ่ หรือแม่เพยี ง
ลกั ษณะเดียวท่ีเปน็ ลกั ษณะเดน่ ส่วนลักษณะทถี่ า่ ยทอด
ไปยงั F2 จะแสดงท้งั สองลกั ษณะของรุ่น P ในอัตราสว่ น
ลกั ษณะเดน่ : ลกั ษณะดอ้ ย โดยประมาณ 3 : 1
ลกั ษณะเด่น ได้แก่ ต้นสงู กลีบดอกสมี ่วง ดอกตาม
ซอก เมล็ดสีเหลอื ง เมล็ดกลม ฝักสเี ขยี ว และฝักอวบ
สว่ น ลักษณะดอ้ ย ไดแ้ ก่ ต้นเตย้ี กลีบดอกสีขาว ดอก
ตามยอด เมลด็ สีเขยี ว เมล็ดขรุขระ ฝกั สเี หลือง
และฝกั แฟบ

จากผลการทดลองของเมนเดลสรุปได้ว่า แฟกเตอร์ (Factor) ซ่ึงแฟกเตอร์ของแต่ละ
ลักษณะจะอยู่เป็นคู่ ภายหลังนักวิทยาศาสตร์เรียกแฟกเตอร์น้ีว่า ยีน (gene) ซึ่งเป็นตาแหน่ง
ของหน่วยพนั ธุกรรม

โดยยีนที่ควบคุมลักษณะหน่ึง ๆ มีรูปแบบต่างกันได้หลายรูปแบบ เรียก รูปแบบของยีนที่
กาหนดลกั ษณะ เรียกวา่ แอลลีล (Allele)

การศกึ ษาพนั ธุศาสตร์ของเมนเดล

Homozygous คาศัพทท์ ่ตี ้องรู้
Heterozygous = ยนี ทีม่ ีอัลลีลเหมอื นกนั
Dominant = ยนี ท่มี ีอัลลีลต่างกัน
Recessive = ลกั ษณะเด่น
Phenotype = ลักษณะด้อย
= ลกั ษณะทแี่ สดงออกมา
Genotype
(ทง้ั เดน่ และดอ้ ย)
= ยีนทค่ี วบคุมลักษณะ

ทแี่ สดงออกมา

อัลลีล (allele) คอื หน่วยที่ควบคมุ ลักษณะทางพันธกุ รรมหากมาอย่เู ป็นคจู่ ะเรยี ก ยีน
**ง่าย ๆ คอื เปน็ คู่ เรยี ก ยีน แยกกัน เป็น อัลลีล เชน่ ยีน Aa แต่ถา้ แยกออกจากกนั เปน็ อัลลีล A และอัลลีล a

ตวั อย่าง

ลกั ษณะของสีตา พอ่ มตี าสีนา้ ตาล (ลกั ษณะเดน่ ) มจี โี นไปท์เปน็ ฮอมอไซกสั โดมแิ นนท์

(BB) แตง่ งานกับแม่ตาสฟี า้ (ลกั ษณะดอ้ ย) มจี โี นไปทเ์ ป็นฮอมอไซกสั รีเซสซีพ (bb) ไดล้ ูกร่นุ F1
เปน็ ตาสีน้าตาลทั้งหมด แตม่ จี ีโนไปทเ์ ป็นแบบเฮทเทอโรไซกสั (Bb) มีแอลลลี ตาสีฟา้ แฝงอยู่

(BB) (bb) (Bb)

ฟโี นไทป์ (phenotype) ลกั ษณะทีป่ รากฏซงึ่ เป็นผลจากการควบคมุ ของจีโนไทป์
จโี นไทป์ (genotype) รปู แบบของยีนท่ีอยู่เป็นคู่ เพ่อื ควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม

โลคัส (locus) คอื ตำแหน่งของยีนท่ีเปน็ แอลลลี กัน
และอย่ตู รงกนั บนฮอมอโลกัสโครโมโซม

เฮเทอโรไซกัส (heterozygous) คือ รูปแบบของจี
โนไทป์ทม่ี ีแอลลีล 2 แอลลีลท่แี ตกต่างกัน เช่น Bb

ฮอมอไซกสั (homozygous) คือ รูปแบบของจโี นไทป์ท่ีมีแอลลีล 2 แอลลลี ท่เี หมือนกัน
เช่น แอลลลี เดน่ ท้ัง 2 แอลลลี (AA) เปน็ ฮอมอไซกสั โดมแิ นนท์ (homozygous dominant)
หรือ แอลลีลด้อยทง้ั 2 แอลลีล (aa) เปน็ ฮอมอไซกสั รีเซสสพี (homozygous recessive)

ถา้ กาหนดให้ P แทน แอลลลี เด่น ทีค่ วบคุมดอกสีมว่ ง และ p แทนแอลลีลดอ้ ย
ทค่ี วบคุมดอกสีขาว สามารถเขียนจโี นไทปไ์ ด้ 3 แบบ คอื PP Pp และ pp จีโนไทป์
PP และ Pp แสดงฟีโนไทป์ ดอกม่วง ส่วนจีโนไทป์ pp จะแสดงฟีโนไทป์สีขาว

แอลลีล P แอลลีล p
คุมกลบี ดอกสีม่วง คุมกลบี ดอกสีขาว

ฮอโมโลกสั โครโมโซมคทู่ ี่ 1

จากการทดลองของเมนเดลในรุน่ F1 แอลลลี ทค่ี วบคุมลักษณะกลีบ
ดอกสขี าวยังคงมหี รอื ไมเ่ พราะเหตใุ ด ??

รุ่น F1 เปน็ เฮเทอโรไซกัสและมแี อลลลี ควบคมุ ลักษณะกลีบดอกสขี าว (p) ท่ี
ไดร้ บั การถา่ ยทอดจากร่นุ P อยู่ แต่ไมม่ ีการแสดงออก และกลบี ดอกสีมว่ งในรุน่ F1

เกดิ จากการแสดงออกของแอลลีลท่ีควบคมุ ลกั ษณะกลบี ดอกสีม่วง (P)
ทาใหม้ กี ารสรา้ งสารสีแอนโทไซยานิน

กฎการแยก

PP

pp

กฎการแยก

กฎการแยก

ความรเู้ พม่ิ เติม

ตารางพันเนตต์ (Punnett square)
คดิ ค้นโดยเรจินัลด์ พันเนตต์ (Raginald Punett)

สามาใชต้ ารางพันเนตต์หาผลลพั ธข์ องโอกาสการเข้าคู่กนั
ของแอลลลี ในขณะเกดิ การปฏิสนธิ

กฎการแยก

ความรเู้ พม่ิ เตมิ

แผนภาพตน้ ไม้ (Tree Diagram)
เครอื่ งมอื ที่ใชส้ ำหรบั แสดงใหเ้ ห็นถงึ ความเปน็ ไปได้

ของผลลัพธท์ ่ีจะเกดิ ขน้ึ ทง้ั หมดในลกั ษณะของรูปภาพ

กฎการแยก

เพศเมยี เพศผู้
รนุ่ P TT X tt

เซลล์สบื พันธ์เุ พศผู้

tt

รุ่น F1 เซลล์ ืสบ ัพน ์ธุเพศเ ีมย T Tt Tt ความนา่ จะเป็นของจีโนไทป์ในรุ่นลกู

T Tt Tt

ตารางพันเนตต์ (Punnett square)

เมนเดลไดเ้ สนอหลกั การของพันธุศาสตร์ 2 ขอ้ คอื กฎการแยก และกฎการรวมกลมุ่ อย่างอสิ ระ

กฎการแยก (law of segregation)

แอลลีลที่อยู่เป็นคู่กันจะแยกออกจากกันในระหว่างการสร้างเซลล์
สบื พันธุ์โดยเซลล์สืบพันธุ์ แต่ละเซลล์จะมีพยี งแอลลีลใดแอลลลี หนงึ่

ตารางพนั เนตตใ์ นการหาจโี นไทปข์ องร่นุ ลกู

จากการทดลองของเมนเดล มีการนาวิชาคณิตศาสตร์มาใช้ในการ
วิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองและใช้หลักความน่าจะเป็น ในการ
อธิบาย และนาไปสู่การอธิบายเก่ียวกับการแยกของแอลลีลที่เข้าคู่กัน
ไปยังเซลลส์ ืบพันธ์ุซึง่ จะมโี อกาสปรากฏในเซลล์สืบพนั ธไ์ุ ด้เทา่ ๆ กัน

อัตราสว่ น 3 : 1 ในรนุ่ F2 ในการทดลองของเมนเดลเกิดได้อย่างไร ??

เม่ือโยนเหรียญ 2 เหรียญพร้อมกัน โอกาสท่ีจะเป็นไปได้มี 3 แบบ คือ ออกหัว 2 เหรียญ ออกหัว
และออกก้อย และออกก้อยทั้ง 2 เหรียญ ในอัตราส่วน 1 : 2 : 1 เช่นเดียวกับการผสมพันธ์ุต้นถั่ว
ลันเตาที่เป็นเฮเทอโรไซกัส จะมีโอกาสได้ลกู ท่ีมี จีโนไทป์เป็น ฮอมอไซกัสโดมิแนนท์ : เฮเทอโรไซกัส :
ฮอมอไซกัสรีเซสสฟี เทา่ กับ 1 : 2 : 1 โดยจะมฟี โี นไทป์เปน็ ลกั ษณะเด่น : ลักษณะด้อย เทา่ กบั 3 : 1

ถ้าผสมพันธ์ุถวั่ ลนั เตาต้นพ่อทม่ี ีเมล็ดรปู ร่างกลมและมีจีโนไทป์ Rr
กับถ่วั ลันเตาตน้ แม่ทเ่ี มล็ดรปู รา่ งขรุขระและมจี ีโนไทป์ rr จะมีโอกาส
สร้างเซลลส์ ืบพนั ธุไ์ ดก้ แ่ี บบ อะไรบ้าง และรุน่ ลกู มโี อกาสมจี ีโนไทป์
และฟโี นไทปก์ แ่ี บบ อะไรบ้าง และมีอตั ราส่วนเป็นเท่าใด

ต้นพ่อทมี่ ีจีโนไทป์ Rr มโี อกาสสร้างสเปิร์ม 2 แบบ คอื R และ r และตน้ แมท่ ีม่ ีจีโนไทป์ rr
สรา้ ง เซลลไ์ ข่ 1 แบบ คอื r รนุ่ F1 มโี อกาสมีจโี นไทป์ 2 แบบ คอื Rr และ rr มอี ัตราส่วน
เปน็ 1 : 1 และมฟี โี นไทป์ 2 แบบ คือ เมล็ดกลม และเมล็ดขรขุ ระ มีอตั ราสว่ นเป็น 1 : 1

5.1 การศกึ ษาพันธุศาสตรข์ องเมนเดล

ความรเู้ พม่ิ เติม

ความนา่ จะเป็น (probability) คือ อตั ราสว่ นของจำนวนผลลพั ธข์ องเหตุการณ์ตอ่ จำนวน
ผลลัพธท์ ัง้ หมดทอ่ี าจเกิดขึ้นได้ เมอื่ แต่ละผลลพั ธ์ทีอ่ าจเกิดขน้ึ มีโอกาสเกิดขเึ นไดเ้ ท่า ๆ กนั

โดยความนา่ จะเป็นมโี อกาสอยู่ในชว่ ง 0 ถงึ 1
ตัวอยา่ ง การโยนเหรียญ 1 เหรียญ จำนวน 1 ครง้ั มีโอกาสที่ออกหวั และกอ้ ยไดเ้ ท่ากัน
ดงั นนั้ โอกาสทีจ่ ะออกหวั คอื 1/2 และโอกาสที่จะออกกอ้ ย คือ 1/2

หวั กอ้ ย
ความนา่ จะเปน็ ของเหตุการณม์ ากกว่า 2 เหตกุ ารณ์ข้นึ ไป สามารถหาได้ดงั นี้

5.1 การศึกษาพันธุศาสตรข์ องเมนเดล

ความรเู้ พม่ิ เตมิ

หลักการคณู : ใชก้ ับเหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ ทเี่ ปน็ อสิ ระต่อกันสามารถเกดิ ข้ึนได้พร้อมกันมีค่าเทา่ กบั
ผลคูณของโอกาสทจ่ี ะเกิดขึ้นของแต่ละเหตกุ ารณ์

ตวั อยา่ ง ถ้าครอบครวั หน่ึงวางแผนจะมลี กู 2 คน โอกาสทีค่ รอบครวั นม้ี ีลูกคนทีห่ น่งึ และคนที่สอง
เป็นเพศชายเป็นเท่าใด

โอกาสทีล่ ูกคนที่หนึง่ เปน็ ชาย = 1
2
1
โอกาสท่ลี กู คนทสี่ องเปน็ ชาย = 2

ดังน้ัน โอกาสท่ลี ูกคนทงั้ สองคนจะเปน็ ชาย = 1 x 1 = 1
2 2 4

5.1 การศกึ ษาพนั ธุศาสตรข์ องเมนเดล

ความรเู้ พม่ิ เติม

หลักการบวก : ใช้กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ทไ่ี มส่ ามารถเกดิ ขนึ้ ไดพ้ รอ้ มกัน ความน่าจะเป็นของการ
เกิดเหตกุ ารณ์ทหี่ นึ่งหรอื เหตกุ ารณ์ที่สองจะเทา่ กบั ผลบวกของโอกาสทเ่ี กดิ ข้ึนของแต่ละเหตุการณ์
ตวั อยา่ ง เม่อื โยนลูกเตา๋ 1 ครัง้ โอกาสที่จะไดเ้ ลข 1 หรอื ได้เลข 4 เปน็ เท่าใด

โอกาสที่โยนลูกเต๋าได้เลข 1 = 1
6
1
โอกาสทโ่ี ยนลกู เต๋าไดเ้ ลข 4 = 6

ดงั นนั้ โอกาสที่ ท่ีโยนลูกเต๋าได้เลข 1 หรอื เลข 4 = 1 + 1 = 2
6 6 6

ถ้านาถัว่ ลันเตากลบี ดอกสมี ่วงท่ีมีจโี นไทปเ์ ปน็ Pp มาผสมพันธ์ุ
กนั เอง การเขา้ คูก่ ันของแอลลลี เป็นไปตามหลกั ความน่าจะเปน็
อย่างไร

ถ้าถั่วลนั เตากลบี ดอกสมี ว่ งมจี ีโนไทป์ Pp โดยแอลลีล P และ p มีโอกาสทจ่ี ะแยกส่เู ซลล์ไข่
หรอื สเปิรม์ เท่า ๆ กนั คือ 1/2 เมื่อมีการปฏสิ นธิ สเปิรม์ จะรวมกบั เซลล์ไข่ มโี อกาสเกดิ จีโนไทป์
3 แบบ คือ

PP มีโอกาสเปน็ 1 x 1 = 1

22 4

Pp มีโอกาสเป็น (1 x 1 ) + (1 x 1) = 1 และ

22 22 2

pp มโี อกาสเปน็ 1 x 1 = 1

22 4

ถ่วั ลนั เตาลักษณะเมล็ดสเี หลืองเป็นลักษณะเด่นต่อลกั ษณะเมลด็ สีเขียว ใน
การผสมพนั ธภ์ุ ายในดอกเดยี วกันของตน้ ทมี่ ลี กั ษณะเมล็ดสีเหลอื งท่ีเปน็
เฮเทอโรไซกสั จงหารอ้ ยละของรนุ่ F1 ทม่ี ลี กั ษณะเมลด็ สีเขยี ว

รุน่ F1ทีม่ ีลักษณะเมล็ดสีเขียว คดิ เปน็ รอ้ ยละ 25 ดังน้ี
กาหนดให้

Y แทน แอลลีลควบคุมเมลด็ สีเหลอื ง
y แทน แอลลลี ควบคุมเมลด็ สีเขียว

แบบฝกึ หดั ท่ี 1.1

นาคาศัพทใ์ นกรอบด้านลา่ งมาเตมิ หนา้ ขอ้ ความท่มี คี วามสัมพนั ธ์กนั

phenotype karyotype homozygous gene
incomplete dominant genotype monohybrid cross
gamete heterozygous gene back cross
dihybrid cross homozygous dominant
first filial generation
second filial generation heterozygous dominant homozygous recessive

......s..e.c..o..n..d...f.i.l.ia..l..g..e..n..e.r..a.t.i.o..n............ 1. สงิ่ มีชวี ิตทไ่ี ดจ้ ากการผสมของรุ่น F1
..............p..h..e..n..o.t.y..p..e....................... 2. ลักษณะของสิ่งมีชีวิตท่ีปรากฏออกมา
.......h..o.m...o..z..y.g..o..u..s..d..o..m...i.n..a..n..t........... 3. รูปแบบของยีนท่ีมีแอลลีลเดน่ ทงั้ หมด

แบบฝกึ หดั ที่ 1.1

นาคาศัพท์ในกรอบดา้ นล่างมาเติมหนา้ ขอ้ ความท่มี ีความสมั พนั ธก์ ัน

phenotype karyotype homozygous gene
incomplete dominant genotype monohybrid cross
gamete heterozygous gene back cross
dihybrid cross first filial generation homozygous dominant

second filial generation heterozygous dominant homozygous recessive

............d..i.h..y.b..r..i.d...c.r..o..s.s................... 4. การถา่ ยทอดลักษณะทางพนั ธุกรรมสองลักษณะพรอ้ มกัน
........h..e..t.e..r.o..z..y.g..o..u..s...g..e..n..e............... 5. ยีนที่มีแอลลีลต่างกันอย่ดู ้วยกนั
........f.i.r.s..t..f.i.l.i.a.l...g.e..n..e..r.a..t.i.o..n.............. 6. สง่ิ มชี ีวติ รุ่นแรกทไ่ี ดจ้ ากการผสมของรนุ่ พ่อแม่

แบบฝกึ หดั ท่ี 1.1

นาคาศัพท์ในกรอบด้านล่างมาเตมิ หน้าข้อความทีม่ ีความสมั พนั ธก์ ัน

phenotype karyotype homozygous gene
incomplete dominant genotype monohybrid cross
gamete heterozygous gene back bross
dihybrid cross homozygous dominant
first filial generation
second filial generation heterozygous dominant homozygous recessive

........h..o..m...o..z.y..g..o.u..s...g..e..n..e................. 7. ยนี ทม่ี ีแอลลลี เหมอื นกนั อยดู่ ว้ ยกนั

.......m...o..n..o..h..y..b..r.i.d...c..r.o..s..s................. 8. การถา่ ยถอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมเพียงลักษณะเดียว
...........g..e..n..o..t.y.p..e............................ 9. รูปแบบของยนี ที่มีแอลลีลปรากฏเป็นคู่กัน
....h..o..m...o..z..y.g..o..u..s...r.e..c..e.s..s..i.v.e.............. 10. รปู แบบของยีนที่มีแอลลลี ดอ้ ยท้งั หมด

แบบฝกึ หดั ที่ 1.2

ตอบคำถามเก่ยี วกับการถ่ายทอดทางพนั ธกุ รรม
1. เพราะเหตใุ ดเมนเดลจึงเลอื กถ่วั ลันเตามาศึกษาการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม พรอ้ มระบุ
ลกั ษณะเดน่ และลกั ษณะดอ้ ยของถั่วลันเตาทง้ั 7 ลักษณะที่เมนเดลศึกษา

เพราะถ่วั ลันเตาเป็นพืชทปี่ ลูกงา่ ย อายุส้ัน ให้เมลด็ จำนวนมาก มีลกั ษณะที่แตกตา่ งกัน
อยา่ งชดั เจน มดี อกสมบูรณเ์ พศสามารถผสมภายในดอกเดยี วกนั หรอื ผสมข้ามตน้ ได้

แบบฝกึ หดั ท่ี 1.2

ตอบคำถามเกีย่ วกบั การถ่ายทอดทางพันธกุ รรม ลักษณะดอ้ ย

ลักษณะเดน่ ต้นเตี้ย
ดอกสขี าว
ต้นสงู ดอกออกทย่ี อด
ดอกสมี ว่ ง
ดอกออกท่ีกิง่ ฝักแฟบ
ฝักสีเหลอื ง
ฝักอวบ เมล็ดสเี ขยี ว
ฝักสีเขียว เมลด็ ขรุขระ
เมลด็ สเี หลือง
เมลด็ กลม

แบบฝกึ หดั ท่ี 1.2

2. จากภาพ เพราะเหตใุ ดลักษณะดอกสีขาวถึงไมป่ รากฏในรนุ่ F1 และเพราะเหตใุ ดในรุ่น F2
จึงปรากฏดอกสขี าว

เพราะรุ่น F1 เมื่อนำพนั ธุแท้ผสมกันระหวา่ งลักษณะเดน่
กบั ลกั ษณะด้อยจะได้ลกู ทีม่ ีจีโนไทปเ์ ป็นแบบ
heterozygous โดยแอลลลี เดน่ สามารถข่มแอลลีลด้อย
ได้อยา่ งสมบูรณ์จึงแสดงลกั ษณะเดน่ (สมี ่วง) ออกมา

สว่ นร่นุ F2 เม่อื นำพันทางผสมกนั ทำใหป้ รากฏดอกสขี าว (pp)
เพราะแอลลลี ด้อยเขา้ คกู่ นั จึงปรากฏลักษณะด้อยออกมา

แบบฝกึ หดั ที่ 1.2

3. ถ้านำถว่ั ลนั เตาต้นสูง (พันธทุ์ าง) ผสมกับถว่ั ลันเตาตน้ เตยี้ จะไดล้ กู มีฟีโนไทปแ์ บบใดบ้างใน
อัตราส่วนเท่าใด (กำหนดให้ T = แอลลลี ควบคุมลกั ษณะตน้ สงู , t = แอลลีลควบคมุ ลกั ษณะต้นเตยี้ )

วธิ ีทำ รุ่น P ต้นสูง (พันธุท์ าง) x ตน้ เต้ีย

จีโนไทป์ Tt x tt

เซลล์สบื พันธ์ุ T,t x t

รุ่น F1 Tt , tt

ดังนั้น ลูกจะมจี โี นไทปต์ ้นสงู (พนั ธุท์ าง) กับตน้ เตย้ี ในอตั ราส่วน 1 : 1

แบบฝกึ หดั ท่ี 1.2

4. ถา้ นำถั่วลันเตาฝักสเี ขยี ว (พนั ธแุ์ ท)้ ผสมกบั ถ่วั ลนั เตาฝักสีเหลอื งจะไดล้ ูกมีฟีโนไทปแ์ บบใด
(กำหนดให้ G = แอลลีลควบคุมลักษณะฝกั สีเขียว , g = แอลลลี ควบคุมลักษณะฝักสีเหลือง)

วธิ ที ำ รุ่น P ฝักสีเขียว x ฝกั สีเหลอื ง

จโี นไทป์ GG x gg

เซลลส์ ืบพนั ธ์ุ G xg

รนุ่ F1 Gg (แบบเดียวเท่าน้ัน)

ดังนัน้ ลูกจะมีจีโนไทปฝ์ ักสเี ขยี ว (พนั ธ์ุทาง) ทกุ ต้น

แบบฝกึ หดั ท่ี 1.2

5. ถา้ นำถวั่ ลันเตาฝักแฟบผสมกับถ่ัวลันเตาฝกั แฟบจะได้ลูกมีจโี นไทปแ์ บบใดบ้าง
(กำนหดให้ R = แอลลีลควบคมุ ลักษณะฝักอวบ , r = แอลลีลควบคมุ ลักษณะฝักแฟบ)

วิธที ำ รุน่ P ฝกั แฟบ x ฝกั แฟบ

จีโนไทป์ rr x rr

เซลลส์ บื พนั ธ์ุ r xr

ร่นุ F1 rr (แบบเดียวเท่าน้ัน)

ดังนนั้ F1 จะมจี ีโนไทป์ rr (ฝกั แฟบ) แบบเดยี ว

เท่านั้น

เมนเดลได้เสนอหลักการของพันธศุ าสตร์ 2 ข้อ คอื กฎการแยก และกฎการรวมกลมุ่ อยา่ งอสิ ระ

กฎการรวมกลมุ่ อยา่ งอิสระ (law of independent assortment)

ในระหวา่ งการสร้างเซลลส์ บื พนั ธ์ุ ยนี ท่อี ยบู่ นโครโมโซมทไ่ี ม่ได้เป็นคู่
ฮอมอโลกัสกัน จะมีการจัดกลุ่มอย่างอิสระ โดยแต่ละคู่ของแอลลีลจะ
แยกออกจากกัน และจัดกลุ่มอย่างอิสระกับแอลลลี อ่ืนที่แยกออกจาก
ค่เู ช่นกัน

กฎการรวมกลมุ่ อยา่ งอสิ ระ (law of independent assortment)

การผสม 2 ลักษณะ เปน็ การผสมโดยพจิ ารณาการถ่ายทอด
(dihybrid cross) 2 ลกั ษณะพรอ้ ม ๆ กนั เช่น

ลกั ษณะรูปรา่ งของเมล็ดและลกั ษณะสีของเมล็ด

สีของเมลด็ รปู รา่ งของเมลด็

กฎการรวมกล่มุ อย่างอสิ ระ

รนุ่ P ตน้ แม่ X ตน้ พ่อ
เมล็ดกลมสเี หลอื ง เมลด็ ขรุขระสเี ขยี ว
รุ่น F1
เมลด็ กลมสีเหลือง

รนุ่ F2 32 เมลด็ ขรขุ ระสเี ขยี ว

315 เมล็ดกลมสีเหลือง 108 เมล็ดกลมสเี ขยี ว 101 เมลด็ ขรขุ ระสเี หลือง

9:3:3:1

ผลการทดลองการผสมพนั ธ์ถุ ัว่ ลนั เตา

กฎการรวมกลุ่มอย่างอิสระ

ตน้ แม่ ตน้ พอ่ กำหนดให้

รุ่น P X R แทน แอลลลี ควบคมุ เมล็ดกลม
r แทน แอลลลี ควบคุมเมล็ดขรขุ ระ
เซลล์สืบพันธ์ุ
RRYY rryy Y แทน แอลลีลควบคมุ เมลด็ สเี หลอื ง
ร่นุ F1 y แทน แอลลลี ควบคุมเมลด็ สเี ขยี ว

เซลล์สบื พันธุ์ RY ry

RrYy

RY Ry rY ry

กฎการรวมกลุ่มอยา่ งอสิ ระ

เมลด็ กลมสีเหลือง กำหนดให้
R แทน แอลลลี ควบคุมเมลด็ กลม
ร่นุ

F1 RrYy r แทน แอลลีลควบคมุ เมล็ดขรขุ ระ

Y แทน แอลลีลควบคุมเมล็ดสเี หลอื ง

สเปริ ม์ y แทน แอลลลี ควบคมุ เมลด็ สเี ขยี ว

RY Ry rY ry

RY RRYY RRYy RrYY RrYyเซล ์ลไ ่ข9:3:3:1

ร่นุ Ry RRYy RRyy RrYy Rryy

F2 rY RrYY RrYy rrYY rrYy

ry RrYY Rryy rrYy rryy


Click to View FlipBook Version