ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
รุน่ P แทน แอลลลี เด่น
แทน แอลลลี ด้อย
เซลล์สบื พนั ธ์ุ แดงปานกลาง
ร่นุ F1
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ร่นุ F1 สร้างเซลล์สบื พันธไุ์ ด้กี่แบบ รุน่ F1
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ร่นุ F1 ผสมกันเองจะได้ร่นุ F2 ทม่ี สี ีของเมลด็ ขา้ วสาลแี ตกตา่ งกนั อยา่ งไรบ้าง
รุ่น F1
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
สขี องเมลด็ ข้าวสาลีควบคุมดว้ ยยีน 3 โลคสั
โดยมเี มล็ดสแี ดงเปน็ ลักษณะเดน่ เมล็ดสีขาวเปน็
ลกั ษณะด้อย รุน่ F1 เมล็ดมสี ีแดงปานกลางรุ่น F2
เมล็ดมสี แี ตกต่างกัน ตั้งแตส่ ีแดงเขม้ และมีสแี ดง
จางลงลดหลัน่ กันจนถึงเมลด็ สีขาว
รุน่ F2..มีฟโี นไทป์ 7 แบบ ในอัตราสว่ น
>> 1 : 6 : 15 : 20 : 15 : 6 : 1 <<
รนุ่ F1 มีเมลด็ สแี ดงปานกลาง เน่ืองจากจีโนไทป์มแี อลลีลเด่นและแอลลีลด้อยจานวน
เท่ากัน คอื 3 แอลลลี ฟโี นไทป์มีลกั ษณะกง่ึ กลาง เม่ือให้ F1 ผสมกนั เองจะไดร้ ุน่ F2 ท่ี
มีฟโี นไทป์แตกตา่ งกนั เปน็ 7 แบบ ขน้ึ อยู่กบั จานวนแอลลีลเดน่ ถ้ามแี อลลลี เด่นมาก
เมล็ดจะมีสีแดง ทานองเดียวกนั ถา้ แอลลลี เด่นมีน้อยเมล็ดจะมสี ีแดงจางลงมา ถา้ ไม่มี
แอลลลี เด่นเมล็ดจะมีสีขาว
ลองทาดู
ถ้าสเปริ ม์ เป็นแบบ r1r2R3 ผสมกบั
เซลล์ไข่แบบ r1r2r3 จะได้ลกู ทม่ี ี
จโี นไทปแ์ ละฟโี นไทปเ์ ปน็ อย่างไร
ถ้าสเปริ ์มเปน็ แบบ r1r2R3 ผสมกบั เซลล์ไข่แบบ r1r2r3 จะไดล้ กู ท่มี ีจีโนไทปแ์ ละฟโี นไทป์ ดังนี้
เซลล์สบื พนั ธ์ุ ลกู จะมีจโี นไทป์ r1r1r2r2R3r3 ซ่งึ มี
จีโนไทปข์ องลูก แอลลีลเดน่ 1 แอลลีล แอลลีลดอ้ ย
5 แอลลลี ฟีโนไทป์จงึ เป็นเมลด็ สี
แดงอ่อนมาก
ลักษณะฟโี นไทป์ทถ่ี ูกควบคุมดว้ ยยีนหลายคู่ ส่งผลให้
เกดิ ความแตกต่างของลักษณะเพยี งเล็กน้อย มีความลดหล่ัน
ไปน้นั เรียกวา่ การแปรผนั แบบต่อเนอ่ื ง (continuous
variation) หรอื ลกั ษณะเชงิ ปรมิ าณ (quatitative trait)
เชน่ ความสงู สีผวิ น้าหนัก สตี า
ลกั ษณะฟีโนไทป์ท่ถี ูกควบคมุ ดว้ ยยนี เพยี งคู่เดยี ว
สง่ ผลให้เกดิ ความแตกต่างกนั อย่างชดั เจน ไม่มคี วามลดหล่นั
เรยี กวา่ การแปรผันแบบไม่ต่อเนื่อง (discontinuous
variation) หรือลักษณะเชิงคุณภาพ (qualitative trait)
เชน่ การมีหรอื ไม่มลี ักยิ้ม การมหี รือไมม่ ตี ่งิ หู
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
การแปรผนั ไม่ตอ่ เน่อื ง ลกั ษณะทางพนั ธุกรรมควบคุมด้วยยนี ตำแหนง่ เดยี ว
(discontinuous variation) แต่ละฟีโนไทปม์ คี วามแตกตา่ งกันอย่างชัดเจน
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
การแปรผันต่อเนอ่ื ง ลกั ษณะทางพันธกุ รรมควบคมุ ด้วยยีนหลายคู่
(continuous variation) - ฟีโนไทปม์ ีหลากหลาย
- ฟโี นไทปม์ ีความแตกตา่ งกันเพียงเล็กนอ้ ย
- ตรวจวัดในเชงิ ปรมิ าณได้
- กราฟแสดงขนาดของประชากรมีการกระจาย
อย่างต่อเนอื่ งหรอื กระจายแบบโคง้ ปกติ
- สงิ่ แวดล้อมมอี ทิ ธพิ ลสูงตอ่ การแสดงออก
ของยนี เช่น สว่ นสูงของมนุษย์
การเปรยี บเทียบลักษณะทีค่ วบคุมด้วยมัลติเพลิ แอลลีล
และลักษณะทค่ี วบคมุ ดว้ ยยีนหลายคู่
การถ่ายทอดยนี บนโครโมโซมเพศ
01 การถา่ ยทอดยนี บนโครโมโซมเพศ เรยี กว่ายนี ทเ่ี กีย่ วเน่อื งกบั เพศ
หากยีนมตี าแหน่งบนโครโมโซม X เรียกว่ายีนบนโครโมโซม X (X-linked gene)
ถ้ายีนมตี าแหน่งบนโครโมโซม Y เรียกวา่ ยีนบนโครโมโซม Y (Y-linked gene)
02 โครโมโซมของมนษุ ย์มีทง้ั หมด 23 คู่ โดยเป็นออโตโซม 22 คู่ และโครโมโซมเพศ 1 คู่
ในเพศหญงิ มโี ครโมโซมเพศ XX ส่วนในเพศชายมโี ครโมโซมเป็น XY ยีนท่เี กย่ี วเนอ่ื งกับ
เพศ เชน่ ตาบอดสีเขียว - แดงในมนุษย์
ตาบอดสีเขยี ว - แดงในมนษุ ย์
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ลักษณะควบคมุ ด้วยยนี บนโครโมโซมเพศ
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
ลกั ษณะตาบอดสเี ขียว-แดง • เกิดจากความบกพรอ่ งของเซลล์รบั แสงในตา
• มคี วามบกพร่องในการแยกความแตกต่างของสี
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
5.2 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
เพศหญิง , XX เพศชาย , XY
ยีนทีค่ วบคุมลกั ษณะตาบอดสเี ขียว-แดง
อย่บู นโครโมโซม X ของมนษุ ย์แตไ่ มพ่ บบนโครโมโซม Y
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
Thomas H. Morgan และคณะ
ในปี พ.ศ.2453 ได้ทดลองผสมพนั ธแุ์ มลงหวี่ (Dorsophila
melangaster) การถา่ ยทอดยีนบนโครโมโซมเพศและ
การถ่ายทอดของยีนบนโครโมโซมเดยี วกัน
จากการคน้ พบไดพ้ บรางวลั Norbel Prize ในปี 1933
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
ขอ้ ดขี องการใช้แมลงหวเ่ี ป็นสัตว์ทดลองการศึกษาการถ่ายทอด
ลกั ษณะทางพันธกุ รรม
• สามารถติดตามการถา่ ยทอดได้เวลาส้นั ๆ
• มีความแปรผันของลักษณะทางพนั ธุกรรมตา่ ง ๆ
อย่างชัดเจน
• สามารถผสมพันธ์ใุ ห้ได้รนุ่ ลกู จำนวนมาก
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
w+แทน แอลลีลควบคุมลกั ษณะตาสีแดง w แทน แอลลลี ควบคุมลกั ษณะตาขาว
ลกั ษณะปกติ พนั ธ์กุ ลาย
(wild type) (mutant)
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
ร่นุ P เพศเมีย X เพศผู้
ตาสแี ดง ตาสีขาว
รุน่ F1 เพศเมยี X เพศเมีย
ตาสแี ดง ตาสีแดง
รุน่ F2
เพศเมีย เพศเมยี เพศผู้ เพศผู้
ตาสแี ดง ตาสแี ดง ตาสีแดง ตาสขี าว
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
• ลักษณะสีตาของแมลงหวคี่ วบคุมโดยยนี บนโครโมโซม X (X-linked gene)
• โครโมโซม Y ไมม่ ยี นี ทีค่ วบคมุ ลกั ษณะสตี า
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
รุ่น P เซลล์สบื พันธุ์ W+ W+ X
รุ่น F1 XX
W
W+ W+ XY
W
สเปิรม์
W
เซลล์ไข่ W+ W+ W W+ จโี นไทปข์ องร่นุ F1 : ½ w+w , ½ w+Y
XX XY ฟโี นไทปข์ องร่นุ F1 : ½ เพศเมยี ตาสีแดง
½ เพศผ้ตู าสีแดง
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
รุ่น F1 x F1 W+ W X
XX W+
เซลลส์ ืบพันธ์ุ XY
รุ่น F2 W+ W
W+
สเปิรม์
W+
W+ W+ W+ W+ จโี นไทปข์ องรนุ่ F2 : ¼ w+w+, ¼ w+w ,
XX XY ¼ w+Y , ¼ wY
W W+ W W ฟโี นไทปข์ องรนุ่ F2 : ½ เพศเมียตาสีแดง
XX XY ¼ เพศผ้ตู าสีแดง
¼ เพศผ้ตู าสขี าว
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
จากผลการทดลองการถา่ ยทอดลกั ษณะสตี า
ของแมลงหว่ี
- ลักษณะใดเป็นลักษณะเดน่
- ลักษณะใดเปน็ ลักษณะด้อย
5.2 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
แมลงหว่เี พศเมยี มโี อกาสมตี าสีขาวไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
พ่อ/แม่ Xw กาหนดให้ W = แอลลลี ตาสีแดง
w = แอลลีลตาสีขาว
XW
Y ดงั นนั้ XW = แอลลลี ตาสแี ดง
Xw Xw = แอลลลี ตาสีขาว
ยนี บนโครโมโซม X ( X-linked gene)
ยนี ทีอ่ ยบู่ นโครโมโซม X เช่น G6PD ฮีโมฟิเลีย หรอื ตาบอดสี ถูกควบคมุ ดว้ ยยีนดอ้ ย
ท่อี ยู่บนโครโมโซม X (หมายความวา่ โรคดังกล่าวเป็นลกั ษณะดอ้ ย) ส่งผลให้เพศชายน้ันมี
โอกาสเป็นโรคดังกล่าวมากกวา่ เพศหญงิ
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
ตวั อยา่ งที่ 1 หากชายตาปกติ แต่งงานกบั หญิงท่ีเปน็ พาหะของตาบอดสี โอกาสทจ่ี ะมี
ลูกตาปกติ : ตาบอดสี อตั ราส่วนเทา่ ใด จงแสดงวธิ ที าเปน็ แผนภาพ
กาหนดให้ C = แอลลลี ตาปกติ พอ่ /แม่ XC Xc
c = แอลลลี ตาบอดสี XC
Y XC XC XC Xc
ดงั นัน้ XC XC = หญิงตาปกติ
Xc Xc = หญงิ ตาบอดสี ญ -ปกติ ญ-ปกติ (พาหะ)
XC Xc = หญิงตาปกติ (พาหะ)
XCY XcY
XC Y = ชายตาปกติ
Xc Y = ชายตาบอดสี ช - ปกติ ช - ตาบอดสี
ตวั อยา่ งท่ี 2 หญงิ ตาปกติ (แต่มพี ่อเป็นตาบอดสี) แตง่ งานกับชายตาบอดสี โอกาสทีจ่ ะมี
ลกู ตาปกติ : ตาบอดสี อัตราสว่ นเทา่ ใด และในหมลู่ กู ชายจะมีโอกาสเปน็ ตาบอดสี
ก่ีเปอรเ์ ซ็นต์ จงแสดงวิธที าเป็นแผนภาพ
กำหนดให้ C = แอลลลี ตาปกติ พ่อ/แม่
c = แอลลีลตาบอดสี
ดงั นน้ั XC XC = หญิงตาปกติ
Xc Xc = หญิงตาบอดสี
XC Xc = หญงิ ตาปกติ (พาหะ)
XC Y = ชายตาปกติ
Xc Y = ชายตาบอดสี
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
5.2 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
Ishihara Test
ภาพปกติ
ภาพทผี่ ูม้ ลี กั ษณะ
ตาบอดสีเขยี ว-แดงมองเหน็
5.2 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ภาพปกติ
ภาพทผี่ ู้มีลกั ษณะ
ตาบอดสีเขียว-แดงมองเหน็
ยีนบนโครโมโซม Y ( Y-linked gene)
เปน็ การถ่ายทอดลักษณะของเพศชายจากพอ่
สู่ลูกชายโดยตรง เพราะลกั ษณะของเพศชายนั้น
อยู่บนโครโมโซม Y และยงั มลี กั ษณะอื่นๆ ที่ไม่
เกี่ยวขอ้ งกบั ลกั ษณะทางเพศ
เดน่ ในชาย ด้อยในหญิง
ยนี ศีรษะล้าน เป็นยีนเดน่ เมอื่ อยู่ในเพศชาย แต่จะเป็นยนี ดอ้ ยเมอ่ื อยูใ่ นเพศหญิง โดยหาก
เทยี บจีโนไทป์ท่ีเหมือนกนั ระหวา่ งชาย และหญิง จะได้ลกั ษณะฟีโนไทป์ ตามตารางดังตอ่ ไปน้ี
*** กาหนดให้ B’ เป็นแอลลีลควบคุมลกั ษณะศีรษะลา้ น
Genotype Phenotype
ชาย หญิง
BB ศีรษะไม่ลา้ น ศีรษะไม่ลา้ น
BB’ ศรี ษะล้าน ศรี ษะไมล่ า้ น
B’B’ ศรี ษะล้าน ศีรษะลา้ น
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
การแสดงออกของยีนควบคมุ ลักษณะบางลกั ษณะ
จะมคี วามแตกตา่ งกนั ในแต่ละเพศ โดยอาจมีปจั จัยอื่น
ท่เี กยี่ วข้อง เช่น ลกั ษณะศีรษะลา้ นทค่ี วบคมุ ดว้ ยยนี
บนออโตโซมและมีฮอรโ์ มนเพศเกีย่ วข้อง
ตวั อยา่ ง
1. ผู้ชายคนหนง่ึ มพี อ่ ศรีษะไม่ล้านและแมศ่ รีษะไมล่ ้าน (heterozygous) แตง่ งานกบั ผู้หญิงศีรษะ
ไมล่ า้ น (heterozygous) ปรากฏวา่ ไดล้ กู สาวศีรษะลา้ น ผชู้ ายดงั กล่าวจะมศี ีรษะเปน็ อยา่ งไร
วธิ ที ำ รุ่น P พ่อ X แม่ (heterozygous)
จีโนไทป์ BB X BB’
F1 BB BB’ BB BB’
ชาย = ไม่ล้าน ชาย = ล้าน
หญงิ = ไมล่ า้ น หญงิ = ไม่ล้าน
ตวั อย่าง
6. ผู้ชายคนหนงึ่ มีพ่อศรีษะไมล่ ้านและแมศ่ รีษะไมล่ า้ น (heterozygous) แตง่ งานกับผูห้ ญงิ ศรี ษะ
ไมล่ ้าน (heterozygous) ปรากฏว่าไดล้ ูกสาวศีรษะล้าน ผูช้ ายดงั กล่าวจะมศี ีรษะเปน็ อย่างไร
วิธที ำ ผชู้ ายคนดังกลา่ ว X ผหู้ ญิงศรี ษะไมล่ า้ น (heterozygous)
จโี นไทป์ BB’ X BB’
เซลลส์ บื พนั ธุ์ B B’ X B B’
F2 BB BB’ BB’ B’B’
ชาย = ไมล่ ้าน ชาย = ลา้ น
ชาย = ล้าน
หญิง = ล้าน
หญิง = ไม่ลา้ น
หญงิ = ไมล่ า้ น
ดงั นั้น ผู้ชายคนดังกลา่ วจะมศี ีรษะล้านโดยมีจโี นไทปแ์ บบ BB’
ยนี บนโครโมโซมเดยี วกัน
หากกลมุ่ ของยนี ทีอ่ ยบู่ นโครโมโซมเดียวกนั
และอยู่ใกล้ชดิ กนั มากๆ มักจะถูกถา่ ยทอดพร้อมๆ
กนั เรียกลักษณะนวี้ า่ ลิงเกจ (linkage)
กาหนดให้ **ตวั สนี ้าตาลแอลลลี เดน่ (B)
**ตัวสดี าแอลลลี ดอ้ ย (b)
**ปีกปกติแอลลลี เด่น (C)
**ปกี กุดแอลลลี ดอ้ ย (c)
BbCc bbCc Bbcc
จงหาร่นุ ลูก จากการผสมพันธแุ์ มลงหวตี่ ัวสีนา้ ตาลปีกปกติเป็นเฮเทอโรไซกัส กบั แมลงหว่ีตัวสดี าปีกกดุ
กาหนดให้ *ตัวสนี า้ ตาลแอลลลี เด่น (B) พ่อ/แม่
*ตวั สดี าแอลลีลด้อย (b)
*ปกี ปกติแอลลีลเด่น (C)
*ปีกกุดแอลลลี ดอ้ ย (c)
THANK !!!