กฎการรวมกลุ่มอยา่ งอิสระ
นอกจากการใชต้ ารางพนั เนตตส์ ามารถใช้แผนภาพตน้ ไม้ (fork line หรอื branching method)
เพอ่ื หาผลลพั ธ์ของโอกาสเข้าค่ขู องแอลลลี ในขณะเกดิ การปฏสิ นธไิ ด้
จโี นไทปข์ อง จโี นไทปข์ อง โอกาสของจีโนไทป์
Rr x Rr YY x Yy
¼ RR ¼ YY 1Τ16 RRYY
2Τ16 RRYy
2Τ4 Rr 2Τ4 Yy 1Τ16 RRyy
¼ yy
2Τ16 RrYY
¼ YY 4Τ16 RrYy
2Τ16 Rryy
2Τ4 Yy
¼ yy
¼ rr ¼ YY 1Τ16 rrYY
2Τ16 rrYy
2Τ4 Yy 1Τ16 rryy
¼ yy
การผสมสองลักษณะของถั่วลันเตา คือ การผสม
พันธถ์ุ ั่วลันเตาลักษณะเมลด็ กลมสีเหลอื งพนั ธแ์ุ ท้
(RRYY) กบั ลกั ษณะเมล็ดขรุขระสเี ขยี ว (rryy)
F1 มจี โี นไทป์เปน็ RrYy สรา้ งสเปิร์มหรือเซลล์ไข่
ได้ 4 แบบ คือ RY Ry rY และ ry โดยแอลลีลแต่
ละค่ขู องยีนทีค่ วบคุมลกั ษณะหน่ึง ๆ แยกจากกัน
ตามกฎการแยก
ถ้ามยี ีน 2 คู่ สภาพเฮเทอโรไซกัส เช่น RrYy เม่อื มีการแบง่ เซลล์แบบไมโอซิสจะ
สรา้ งเซลลส์ ืบพันธุไ์ ด้ 4 แบบ คือ RY Ry rY และ ry ในอัตราส่วนเทา่ ๆ กนั จะเห็นได้
วา่ การรวมกลุ่มอยา่ งอิสระของยนี เกดิ จากการทยี่ ีนเหล่านน้ั อย่บู นฮอมอโลกัส
โครโมโซมตา่ งคกู่ ัน
โอกาสที่จะเกิดเมล็ดกลมสเี หลือง คอื ผลคณู ระหวา่ งโอกาสการเกดิ เมล็ดกลม ( Τ ) กบั โอกาสการ
เกดิ เมล็ดเหลือง ( Τ x Τ ) เปน็ ( Τ )
▪ โอกาสท่ีจะเกดิ เมลด็ กลมสเี ขียว คือ ( Τ x Τ ) Τ
▪ โอกาสที่จะเกดิ เมลด็ ขรขุ ระสเี หลอื ง ( Τ x Τ ) = Τ
▪ โอกาสท่จี ะเกิดเมลด็ ขรขุ ระสีเขียว คอื ( Τ x Τ ) = Τ
การหาโอกาสในการเกดิ เซลลส์ ืบพันธข์ุ องส่งิ มีชีวิตทมี่ ีจีโนไทป์เปน็ AaBBCcDd
สง่ิ มชี วี ติ ท่ีมจี โี นไทปเ์ ป็น AaBBCcDd จะมโี อกาสสรา้ งเซลล์สบื พันธ์ุได้ 8 รปู แบบและแต่ละ
รปู แบบจะมีโอกาสเกดิ ขึ้นเท่ากบั 1Τ8
กฎการรวมกลมุ่ อย่างอสิ ระ
ตัวอยา่ ง ส่ิงมีชีวติ ชนดิ หนงึ่ มจี โี นไทป์ AaBbCc จะสร้างเซลลส์ ืบพนั ธุ์ทม่ี ียีนตา่ งกนั
ไดก้ ่แี บบ
วิธที ี่ 1 ใช้สตู รชนิดเซลล์สบื พนั ธุ์ = 2n = 23 = 8 ชนิด
C = ABC
วธิ ีท่ี 2 ใช้กฎแหง่ การรวมกลุม่ โดยอสิ ระ B c = ABc เซลล์สืบพนั ธ์
A b C = AbC ตา่ งกนั 8 ชนดิ
c = Abc
C = aBC
a B c = aBc
b C = abC
c = abc
กฎการรวมกลมุ่ อย่างอสิ ระสมั พันธก์ ับระยะใดในการแบ่งเซลล์
เพือ่ สร้างเซลลส์ บื พันธุ์ ??
กฎการรวมกลุ่มอย่างอสิ ระสัมพันธก์ ับการแบ่งเซลลใ์ นระยะไมโอซิส I
โดยโครโมโซมทเี่ ปน็ คกู่ ันแต่ละคู่จะจดั กล่มุ อย่างอสิ ระ และจะแยกไปยงั ขั้วเซลล์
อยา่ งอสิ ระ จนในที่สดุ ไดเ้ ป็นเซลลส์ บื พนั ธ์ุ
กฎการรวมกลมุ่ อยา่ งอิสระ
มะเขอื เทศผลสีแดงเปน็ ลกั ษณะเดน่ (R) ผลสเี หลืองเปน็ ลักษณะดอ้ ย (r) และต้นสูง
เปน็ ลักษณะเดน่ (T) ตน้ เตีย้ เป็นลกั ษณะด้อย (t) เมื่อผสมพันธม์ุ ะเขอื เทศตน้ หนึ่งมจี โี นไทป์
RrTT กับตน้ ที่มีจโี นไทป์ rrTt จงหาอัตราสว่ นฟีโนไทปแ์ ละจีโนไทปข์ องรุ่นลูก
รุ่น P RrTT x rrTt
พจิ ารณาสีผล
Rr x rr TT x Tt พจิ ารณาความสูง
Rr rr TT Tt
จากนั้นพิจารณา 2 ลกั ษณะพร้อมกนั
กฎการรวมกลมุ่ อยา่ งอิสระ
TT RrTT แดง , สูง
Rr เหลอื ง , สูง
RrTt
Tt rrTT
TT
rr rrTt
Tt
รนุ่ ลกู ทม่ี ีลกั ษณะสีผลแดง ตน้ สูง : ผลสีเหลอื ง ต้นสูง ในอัตราสว่ น 1: 1
และได้ลกู ท่ีมจี ีโนไทป์ RrTT : RrTt : rrTT : rrTt ในอตั ราสว่ น 1 : 1 : 1 : 1
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมที่เป็นส่วนขยายของพนั ธุศาสตรเ์ มนเดล
ความเดน่ ไม่สมบูรณ์ (incomplete dominance)
ความเด่นไม่สมบูรณ์เป็นการถ่ายทอดลักษณะ
ทางพันธุกรรมที่แอลลีลหนึ่งไม่สามารถข่มอีก
แอลลีลหน่ึงได้อย่างสมบูรณ์ ทาให้สิง่ มีชีวิตท่ีเป็น
เฮเทอโรไซกัสแสดงฟีโนไทป์ท่ีอยู่ระหว่างฟีโนไทป์
ของสงิ่ มชี วี ิตทเี่ ป็น “ฮอมอไซกสั ”
รุน่ F1ทุกต้นมดี อกสีชมพู มลี ักษณะแตกต่างจากรนุ่ พอ่ แม่ การถ่ายทอดลักษณะ
สดี อกของต้นล้ินมังกรไม่เป็นไปตามผลการทดลองของเมนเดล คือ ลักษณะสีดอกล้ิน
มังกรมี 3 ลักษณะ คือ แดง ขาว และชมพู ซึ่งแตกต่างจากลักษณะของถ่ัวลันเตาท่ี
เมนเดลนาเสนอที่มี 2 ลักษณะ เช่น ลักษณะสีกลีบดอกถั่วลันเตา มี 2 ลักษณะ คือ
กลีบดอกสมี ว่ งและกลีบดอกสีขาว
ลักษณะสีของดอกลิ้นมังกรถูกควบคุมด้วยยีนท่ีควบคุมการสังเคราะห์โปรตีนท่ี
เกีย่ วขอ้ งกบั การสร้างสารสี โดยยนี นี้มแี อลลีล 2 รปู แบบ คอื แอลลีล CR เปน็
แอลลีลท่ีสังเคราะห์โปรตีนเกี่ยวข้องกับการสร้างสารสีได้ และแอลลีล CW เป็นแอล
ลีลทสี่ งั เคราะห์ โปรตีนทบ่ี กพรอ่ งไม่สามารถสรา้ งสารสีได้
ในกรณดี อกลนิ้ มังกรท่ีมีจีโนไทป์ CRCW จะมีแอลลลี CR เพียงแอลลีล
เดียวจึงสังเคราะห์สารสีได้ในปริมาณน้อยกว่าต้นท่ีมีจีโนไทป์เป็น
CRCR ทาให้ได้ดอกสชี มพู รูปแบบการถ่ายทอดลักษณะสีดอกของ
ต้นลิ้นมังกรเป็นการถา่ ยทอดแบบเด่นไมส่ มบรู ณ์
การผสมต้นลิน้ มงั กรท่ีมดี อกสีแดง (CRCR)
กับดอกสขี าว (CWCW) ไดร้ นุ่ F1 ดอกสีชมพู
(CRCW) เมอื่ นาลูกรุ่น F1 ผสมกันเองได้ลกู รุน่ F2
มอี ตั ราส่วนของตน้ ลน้ิ มังกรทีม่ ี
ดอกสแี ดง : ดอกสีชมพู : ดอกสขี าว
เทา่ กับ 1 : 2 : 1
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ลักษณะการควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือด
ฟโี นไทป์ ปกติ คอเลสเตอรอลในเลอื ด คอเลสเตอรอลในเลือด
คอ่ นข้างสูง สงู มาก
ยนี LDLR (low-density lipoprotein recetor) : ไขมนั เลวหรือคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี
5.2 ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
ถา้ ชายท่ีมีจีโนไทป์ LH Lh แต่งงานกบั หญงิ ท่ีมีจีโนไทป์ LH Lh โอกาสท่จี ะมีลูกทม่ี ี
คอเลสเตอรอลในเลอื ดคอ่ นข้างสงู เป็นเท่าใด
วธิ ีทำ รนุ่ P LH Lh X LH Lh
เซลลส์ บื พนั ธ์ุ LH Lh LH Lh
รุ่น F1 1/4 LH LH 1/4 LH Lh 1/4 LH Lh 1/4 Lh Lh
2/4 LH Lh
ดังน้นั โอกาสท่ีรนุ่ ลกู ที่จะมีคอเลสเตอรอลในเลอื ดคอ่ นขา้ งสูงจะมีจโี นไทปเ์ ปน็ เฮเทอโรไซกัส
โอกาส คือ ร้อยละ 50%
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ความเด่นร่วม (codominance)
การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมท่ีแอลลลี ทั้งสองแอลลลี บนคู่
ฮอมอโลกสั โครโมโซมสามารถแสดงออกไดเ้ ทา่ ๆ กัน ทำใหส้ งิ่ มีชีวิต
ทเ่ี ป็นเฮเทอโรไซกสั แสดงฟโี นไทปข์ องทั้งสองแอลลีลร่วมกัน
ฟีโนไทปแ์ ละจโี นไทปส์ ีขนของไก่ สขี องดอกกหุ ลาบพนั ปี
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
เมื่อนำวัวท่มี ีขนสแี ดงผสมพนั ธุ์กบั วัวทม่ี ขี นสีขาว รุ่น F1 จะมีขนสีอะไร
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
สขี นจะแสดงออกรว่ มกัน
ท้ังขนสีแดงและขนสีขาว
วัวทีม่ ีขนสีโรน (roan)
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
ความเด่นรว่ ม เป็นการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมทีค่ ู่ของแอลแสดง
(codominance) ลักษณะเด่นเท่ากนั ทำใหส้ ง่ิ มชี วี ิตที่เป็นเฮเทอโรไซกสั
แสดงฟโี นไทปข์ องทงั้ สองแอลลลี ร่วมกัน
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
รุ่น P
เซลล์สืบพันธ์ุ CRCR CW CW
CR CW
ร่นุ F1
CRCW
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
รุ่น F1 CRCW CRCW
เซลล์สบื พันธุ์ CR CW CR CW
CW
รุน่ F2 CR
CRCW
CR
CRCR CW CW
CW
CRCW
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
CR CW
รนุ่ F2 CR CRCW
CRCR CW CW
CW
CRCW
จโี นไทปใ์ นรุน่ F2 CRCR : CRCW : CW CW ในอตั ราส่วน 1 : 2 : 1
ฟโี นไทปใ์ นรนุ่ F2 ขนสีแดง : ขนสีโรน : ขนสีขาว ในอัตราส่วน 1 : 2 : 1
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ABO Rh MN
หมู่เลอื ดระบบ MN ของมนษุ ยจ์ ำแนก
ตามชนิดของไกลโคโปรตีนบนเยือ่ หมุ้ เซลล์
เมด็ เลือดแดง
ตวั อยา่ ง ลักษณะหมเู่ ลือดระบบ MN เก่ยี วขอ้ งกับยีนท่คี วบคุมการสร้างไกลโคโปรตนี
บนผวิ เซลล์เม็ดเลือดแดง ซงึ่ มีแอลลลี 2 รูปแบบ คือ แอลลลี LM ควบคุมการ
สรา้ งไกลโคโปรตีนชนิด M และ แอลลลี LN ควบคมุ การสรา้ งไกลโคโปรตีนชนิด
N หมู่เลือดระบบ MN มจี ีโนไทป์และฟีโนไทป์ ดงั ตาราง
การถ่ายทอดลักษณะหมู่เลอื ดระบบ MN เป็นแบบเด่นร่วม
ซึ่งไมเ่ ปน็ ไปตามผลการทดลองของเมนเดล เนอื่ งจาก
เมนเดลศึกษาลักษณะท่ีควบคุมด้วยยีนที่มีแอลลีลหนึ่งเด่น
สมบูรณ์ต่อแอลลีลท่ีเป็นคู่กัน แต่ลักษณะเลือดหมู่ MN จะ
ควบคุมด้วยยีนท่ีมีแอลลีล LM และแอลลีล LN ท่ีแสดง
ลักษณะได้ทั้งคู่จงึ แสดงออกร่วมกัน ทาให้ผู้ท่ีมจี ีโนไทป์ LMLN
สามารถสรา้ งไกลโคโปรตนี M และ N ได้ จึงมีเลอื ดหมู่ MN
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
หมูเ่ ลือดระบบ MN ในมนุษย์
จโี นไทป์
เซลล์เมด็ เลือดแดง
ฟีโนไทป์
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ถ้าชายที่มีจีโนไทป์ LM LM แตง่ งานกับหญิงท่ีมีจโี นไทป์ LM LN ลูกทีเ่ กิดมาจะมจี ีโนไทป์
และฟโี นไทปเ์ ป็นอยา่ งไร
วิธีทำ รนุ่ P LM LM X LM LN
เซลลส์ บื พันธุ์ LM LM LM LN
รนุ่ F1 LM LM LM LN LM LM LM LN
ดังนั้น ลูกจะมีโอกาสมจี ีโนไทปเ์ ปน็ M LM : LM LN ในอตั ราส่วน 1 : 1
L
ฟโี นไทปม์ โี อกาสมเี ลอื ดได้ 2 รูปแบบ คอื M : MN ในอตั ราสว่ น 1 : 1
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
ถา้ พ่อและแมม่ ีเลือดหมู่ MN จะมีโอกาสมลี ูกที่มจี โี นไทปแ์ ละฟีโนไทปอ์ ย่างไรบ้างอตั ราสว่ นเท่าใด
ใหน้ ักเรียนเขยี นแผนผงั การถ่ายทอดลักษณะดงั กลา่ ว เขยี นแผนผงั การถ่ายทอดลักษณะหม่เู ลอื ด MN ได้ดังน้ี
วิธีทำ ร่นุ P LM LN X LM LN
เซลล์สืบพนั ธ์ุ LM LN LM LN
รนุ่ F1 LM LM LM LN LM LN LN LN
ดังนน้ั ลกู จะมีโอกาสมีจโี นไทป์เปน็ M LM : LM LN : LNLN ในอัตราส่วน 1:2:1
L
ฟีโนไทปม์ โี อกาสมีเลอื ดได้ 2 รูปแบบ คอื M : MN : N ในอัตราส่วน 1 : 2 : 1
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ลกั ษณะเสน้ ผมในมนุษยม์ ี 3 รปู แบบ ดังน้ี
HCHC แสดงลกั ษณะผมหยิก
HCHS แสดงลักษณะผมเปน็ ลอนหรือหยักศก
HSHS แสดงลักษณะผมเหยยี ดตรง
1.1 ถ้าพ่อมีผมเหยียดตรงและแม่มีผมหยิก ลูที่เกดิ มาจะมีจโี นไทปแ์ ละฟโี นไทปเ์ ปน็ อยา่ งไร
1.2 เสน้ ผมในมนษุ ย์มีการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรมแบบใด
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
ลักษณะเสน้ ผมในมนุษยม์ ี 3 รูปแบบ ดังน้ี HCHC แสดงลกั ษณะผมหยิก
HCHS แสดงลกั ษณะผมเปน็ ลอนหรือหยักศก และ HSHS แสดงลกั ษณะผมเหยียดตรง
1.1 ถ้าพอ่ มผี มเหยยี ดตรงและแม่มีผมหยิก ลกู ทเ่ี กิดมาจะมีจโี นไทปแ์ ละฟโี นไทปเ์ ป็นอย่างไร
วธิ ีทำ รุ่น P HSHS X HCHC
gametes HS HS HC HC
รนุ่ F1 HCHS HCHS HCHS HCHS
ดงั น้นั ลูกที่เกดิ มาจะมจี ีโนไทปร์ ูปแบบเดียว คือ heterozygous ลกั ษณะผมหยกั ศกท้งั หมด
5.2 ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ลกั ษณะเส้นผมในมนษุ ย์มี 3 รปู แบบ ดังน้ี H H แสดงลักษณะผมหยกิ
H H แสดงลกั ษณะผมเปน็ ลอนหรอื หยักศก และ H H แสดงลกั ษณะผมเหยยี ดตรง
1.2 เสน้ ผมในมนุษยม์ ีการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมแบบใด
ความเดน่ ไม่สมบูรณ์ : ฟโี นไทปข์ องลกู ท่ีเกดิ จากพ่อผมเหยยี ดตรงและแม่ผมหยกิ จะเกดิ มาแตกตา่ ง
จากพอ่ และแม่จะแสดงลกั ษณะฟีโนไทปท์ อี่ ยรู่ ะหว่างฟีโนไทปข์ องพ่อและแมท่ ีเ่ ปน็ homozygous
ท้งั คู่ คอื แสดงลกั ษณะผมหยักศก
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
มลั ติเพลิ แอลลลี
เซลล์เมด็ เลือดแดงของแต่ละหมเู่ ลอื ดแตล่ ะหมแู่ ตกต่างกนั หรือไม่
บนผวิ เซลลเ์ ม็ดเลอื ดแดงแต่ละหมู่จะมีชนิดของคาร์โบไฮเดรตหรอื แอนตเิ จนท่ีแตกตา่ งกัน
มัลติเพิลแอลลลี (multiple alleles)
มลั ตเิ พลิ แอลลีล คอื การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธกุ รรมทีม่ ีการควบคุมด้วยยนี ทีโ่ ลคสั
เดียวบนฮอมอโลกสั โครโมโซมแตม่ แี อลลลี ที่ควบคุมลักษณะใดๆ มากกว่า 2 แบบ เช่น หมเู่ ลอื ด
ของคน มแี อลลลี ควบคุมอยู่ทง้ั หมด 3 แบบ คอื IA IB และ i
Phenotype (หมูเ่ ลอื ด) Genotype
A IAIA, IAi
B IBIB, IBi
AB
O IAIB
ii
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ถงึ แมม้ ีแอลลลี ท่ีเป็นไปได้ 3 รูปแบบในแตล่ ะบคุ คลจะมีแอลลลี เพยี ง 2 แอลีล
แต่ละแอลลีลอยบู่ นฮอมอโลกัสโครโมโซมแตล่ ะโครโมโซม
ดงั นัน้ หมู่เลอื ดระบบ ABO มี 4 ฟีโนไทป์ คือ เลือด
หมู่ A เลอื ดหมู่ B เลอื ดหมู่ AB และเลอื ดหมู่ O
ระบบหมู่เลอื ด ABO
5.2 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
การทมี่ ีแอลลลี ทเี่ ป็นไปได้ 3 รปู แบบ
ทำให้มจี ำนวนจโี นไทปแ์ ละฟโี นไทปท์ ีเ่ ป็นไปได้มากกวา่ ในกรณที ี่เมนเดลศกึ ษา
5.2 ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ความเด่นรว่ ม เปน็ การถ่ายทอดลกั ษณะทางพนั ธุกรรมท่ีคู่ของแอลลีลแสดงลกั ษณะเดน่
(codominance) เท่ากันทำใหส้ ง่ิ มชี วี ิตท่ีเปน็ เฮเทอโรไซกสั แสดงฟีโนไทปข์ องทง้ั สอง
แอลลลี รว่ มกนั
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
ถา้ แม่มีเลอื ดหมู่ A พอ่ มเี ลอื ดหมู่ B และทง้ั ค่เู ป็นเฮเทอโรไซกสั จะมีโอกาสมีลกู ทีม่ ี
เลือดหมใู่ ดบา้ ง
วธิ ที ำ แม่ พ่อ
เลอื ดหมู่ A (IA i) X เลือดหมู่ B (IB i)
เซลลส์ บื พนั ธุ์ IA i IB i
IA IB IA i IB i ii
เลือดหมู่ AB (IA IB ) เลอื ดหมู่ A (IA I) เลอื ดหมู่ B (I BI) เลอื ดหมู่ O (ii)
โอกาสทล่ี กู มีหมู่เลือด AB = 25% โอกาสท่ลี กู มีหมูเ่ ลอื ด A = 25% โอกาสทีล่ กู มีหมเู่ ลอื ด B = 25% โอกาสทีล่ กู มหี ม่เู ลอื ด O = 25%
5.2 ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
เมอื่ พจิ ารณาเลือดหมู่ในระบบ ABO และระบบ MN พร้อมกัน
ภรรยามีเลือดหมู่ B และ N และสามีมีเลือดหมู่ A และ M โดยพ่อของท้งั คูต่ ่างมีเลอื ดหมู่ O
ลกู ของสามภี รรยาคนู่ ี้จะมโี อกาสมีฟีโนไทปไ์ ด้กี่แบบ อะไรบา้ ง
วิธที ำ รุน่ P IBi LN LN X IAi LM LM
เซลลส์ บื พนั ธุ์ IBLN i LN i LM IALM i LM
IBLN IALM IBi LM LN AB , MN B , MN
IAIB LM LN
F1 i LN IAi LM LN ii LM LN A , MN O , MN
ลองทาดู
กาหนดเลือดหมูข่ องพอ่ และแมแ่ ล้วให้หาหมูเ่ ลือดของลกู
ฟีโนไทป์ จโี นไทป์ จโี นไทปข์ องลกู ฟีโนไทปข์ องลกู
ของพอ่ และแม่ ของพ่อและแม่
..................................... .....................................
AxO ……… x ……… ..................................... ......................................
……… x ………
เฉลย
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตรเ์ มนเดล
มลั ติเพลิ แอลลลี ในสตั ว์ เช่น สีขนของกระต่าย
แอลลสี C (เดน่ ) แอลลสี Cch แอลลลี Ch
สีขนมสี ดี ำหรอื สนี ้าตาลทัง้ ตวั สีขนแบบ chinchila สขี นแบบ himalayan
แอลลีส c
สีขนแบบ albino
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
การทีม่ แี อลลลี ทง้ั 4 รูปแบบทำให้กระต่ายสามารถ
มจี โี นไทปข์ องสีขนได้ 10 แบบและมีฟีโนไทปท์ ห่ี ลากหลาย
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
เมอ่ื ผสมพนั ธุร์ ะหว่างกระต่ายพนั ธ์แุ ทท้ ่มี ีขนสดี ำกับกระตา่ ยพนั ธแ์ุ ทท้ ีม่ ีสแี บบ
Himalayan จากนัน้ นำรุน่ F1 มาผสมพนั ธกุ์ ับกระตา่ ยที่มีขนแบบ albino จงหาโอกาส
ของรนุ่ F2 ที่มสี ีขนเหมอื นร่นุ F1
วธิ ีทำ รุ่น P CC X ch c h
F1 Cch x cc
สดี ำ
F2 Cc Cc chc chc
สดี ำ himalayan
ดังนั้น โอกาสท่รี นุ่ F2 จะมสี ขี นเหมือนรุน่ F1 คอื 1/2
ลักษณะควบคมุ ด้วยยนี หลายคู่ (polygenic trait)
เปน็ การควบคมุ ลกั ษณะโดยยนี หลายคู่ การควบคมุ ในลกั ษณะน้ีจะส่งผลให้เกดิ
ความลดหล่นั ของลกั ษณะน้ันๆ เช่น สีของเมล็ดข้าวสาลี ถูกควบคมุ ดว้ ยยนี 3 คู่
หากมแี อลลีลที่ควบคมุ สขี าวและสแี ดง เท่าๆ กัน จะส่งผลใหม้ ีลกั ษณะเป็นสแี ดง
ปานกลาง แต่หากมีแอลลลี ใดมากกวา่ สีก็จะมแี นวโน้มท่จี ะไปฝง่ั ทางนนั้ มากขึน้
(แบบไลเ่ ฉดสีไปเร่ือย ๆ)
ลักษณะทางพนั ธกุ รรมทเี่ ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
ลกั ษณะทค่ี วบคุมดว้ ยยนี หลายคู่ เปน็ ลกั ษณะทางพันธกุ รรมหนง่ึ ลักษณะทถี่ ูกควบคมุ ดว้ ยยีน
(polygenic trait) หลายคู่ อาจอยูบ่ นฮอมอโลกัสโครโมโซมเดียวกนั หรือ
ตา่ งกนั ก็ได้
ลกั ษณะทางพนั ธกุ รรมทเ่ี ปน็ สว่ นขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
R1 , R2 , และ R3 เปน็ แอลลลี ที่ควบคมุ ให้เมลด็ ข้าวสาลีมีสีแดง
r1 , r2 , และ r3 เป็นแอลลีลทค่ี วบคุมให้เมลด็ ข้าวสาลมี ีสีขาว
ตวั อยา่ ง