The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เอกภพ (เอกภพและกาแล็กซี่)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by cheerfully_9, 2022-02-24 12:54:28

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เอกภพ (เอกภพและกาแล็กซี่)

หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เอกภพ (เอกภพและกาแล็กซี่)

1.2 กล้องโทรทรรศนแ์ บบสะทอ้ นแสง (reflecting telescope)

01 ใช้กระจกเวา้ - ทาหนา้ ที่รับแสงจากวตั ถุ

(primary mirror)

02 ใช้กระจกเงาราบ – ทาหนา้ ท่รี ับภาพจาก

กระจกเว้า (secondary mirror)

03 เลนสใ์ กล้ตา - ทาหน้าทข่ี ยายภาพ

04 เหมาะสาหรบั ใชส้ ังเกตวัตถทุ อ้ งฟา้ ที่มีความ
สวา่ งไมม่ าก เช่น เนบิวลา และกาแล็กซี

ปัจจุบันกล้องโทรทรรศน์ตามหอดูดาวขนาดใหญ่จะนิยมใช้กล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสง
เนื่องจากการผลิตกระจกสะท้อนแสงขนาดใหญ่สามารถผลิตได้ง่ายและราคาถกู กว่าเลนส์ที่มีขนาด
หนา้ กลอ้ งเทา่ กัน

ในประเทศไทยกล้องโทรทรรศน์แบบสะท้อนแสงเส้นผ่าศูนย์กลาง 2.4 เมตรตั้งอยู่ท่ีหอดูดาว
เฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา หอดูดาวแห่งชาติอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัด
เชียงใหม่

2.กลอ้ งโทรทรรศน์ชว่ งคลื่นวิทยุ

เป็นกล้องโทรทรรศน์ท่ใี ชต้ รวจจบั คลน่ื แมเ่ หล็กไฟฟ้าในช่วงคล่ืนวิทยุ มคี วามยาวคลนื่ มากกว่า
1 เมตร โทรทรรศน์ช่วงคลน่ื วทิ ยสุ ามารถตรวจจบั วตั ถใุ นอวกาศ เชน่ ซุปเปอรโ์ นวา หลุมดา กาแลก็ ซี
และไมโครเวฟพนื้ หลังจากอวกาศ เชน่ กลอ้ งโทรทรรศนว์ ทิ ยุฟาสต์ (FAST)

3.กลอ้ งโทรทรรศน์ชว่ งคลนื่ ไมโครเวฟ

เปน็ กลอ้ งโทรทรรศนท์ ใ่ี ช้ศกึ ษารงั สไี มโครเวฟพื้นหลงั จาก
อวกาศ ซ่งึ เปน็ หลักฐานสาคญั ที่สนับสนนุ ทฤษฎีบกิ แบง
และทาใหท้ ราบถงึ อัตราการขยายตัว อายุ และ
องคป์ ระกอบของเอกภพ ตวั อยา่ งกล้องโทรทรรศน์ เช่น
กลอ้ งโทรทรรศน์อวกาศพลงั ค์ (Planck)

กลอ้ งโทรทรรศน์อวกาศพลงั ค์

4.กลอ้ งโทรทรรศน์ช่วงคลื่นอนิ ฟาเรด

เป็นกลอ้ งโทรทรรศน์ทใ่ี ช้ศึกษาวตั ถทุ ่แี ผ่รังสีชว่ งคลน่ื อฟิ าเรด
เชน่ ดาวฤกษ์เกิดใหม่ การแล็กทางชา้ งเผอื ก กล้องทีต่ ิดต้งั
บนผิวโลกจงึ ต้องอย่บู ริเวณภเู ขาสงู เชน่ กลอ้ งโทรทรรศน์
อวกาศสปติ เซอร์ (Spitzer; SST)

กลอ้ งโทรทรรศน์อวกาศสปิตเซอร์

5.กล้องโทรทรรศน์ชว่ งคลืน่ อัลตราไวโอเลต

เป็นกล้องโทรทรรศนอ์ วกาศท่ีใช้ศึกษาวตั ถทุ แี่ ผ่รงั สีชว่ งคลน่ื อลั ตราไวโอเลต เช่น กาแลก็ ซี
สสารระหวา่ งดาว องค์ประกอบของเนบิวลาดาวเคราะห์ เชน่ กลอ้ งโทรทรรศน์อวกาศฮบั เบิล
(Hubble Space Telescope)

ใช้รบั สญั ญาณที่มคี วามยาวคล่นื ตั้งแต่ 10 ถึง 320 นาโนเมตร

กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮบั เบิล

6.กลอ้ งโทรทรรศนช์ ่วงคล่นื รงั สเี อกซ์

เปน็ กลอ้ งโทรทรรศนอ์ วกาศทใ่ี ชศ้ กึ ษาวตั ถุท่แี ผ่รังสี
ในช่วงคล่นื รังสีเอก็ ซ์ เช่น ดาวนิวตรอน หลุมดา
บรรยากาศช้นั คอโรนาของดาวฤกษ์ เช่น กล้องโทรทรรศน์
อวกาศจันทรา (Chandra X-ray Observatory)

กลอ้ งโทรทรรศนอ์ วกาศจนั ทรา

7.กล้องโทรทรรศนช์ ่วงคล่ืนรังสีแกมมา

กลอ้ งโทรทรรศนอ์ วกาศเฟอรม์ ิ เปน็ กล้องโทรทรรศนอ์ วกาศท่ใี ชศ้ กึ ษาวตั ถุทแ่ี ผ่รงั สีชว่ ง
คล่นื รังสีแกมมา เช่น ใจกลางกาแล็กซีทางชา้ งเผือก ดาว
นิวตรอน บริเวณรอบ ๆ หลุมดา ซ่ึงตดิ ตง้ั อปุ กรณ์ 2 ชนดิ
คือ อุปกรณ์ตรวจจบั โฟตอนของรงั สแี กมมาและอุปกรณ์
ตรวจจบั ระเบิดของแหล่งรังสแี กมมา เช่น กล้องโทรทรรศน์
อวกาศเฟอรม์ ิ (fermi Gramma-ray Space Telescope)

กลอ้ งโทรทรรศน์ท่สี ังเกตการณ์บนพื้นโลก

- ช่วงคล่นื แสงทต่ี ามองเหน็
ใช้ศึกษาดวงจนั ทร์ ดาวเคราะห์ ดาวฤกษ์ กาแล็กซี

- ชว่ งคล่ืนวทิ ยุ
ใช้ศึกษาซเู ปอรโ์ นวา หลุมดา กาแล็กซี

ยานอวกาศ (Spacecraft)

ยานอวกาศเป็นยานพาหนะที่ถูกส่งออกไปในอวกาศโดยมีวัตถปุ ระสงคเ์ พื่อใชใ้ นการสารวจ
อวกาศและวตั ถบุ นท้องฟา้ ต่าง ๆ ท่อี ยไู่ กลออกไปหรือไมม่ มี นุษย์เดนิ ทางไปดว้ ยกไ็ ด้ยานอากาศท่ี
สาคญั เช่น

ยานอะพอลโล เปน็ ยานทมี่ นุษย์นาไปสารวจดวงจนั ทร์
ยานคิวรอิ อสซติ ี เป็นยานอวกาศท่ีใชใ้ นการสารวจดาวองั คาร
ยานอวกาศจูโน ใช้สารวจดาวพฤหสั บดี
ยานอวกาศแคสสนิ ี-ฮอยเกนส์ สารวจดาวเสาร์

ยานอวกาศนวิ ฮอไรซนั ส์ ใชส้ ารวจดาวเคราะห์แคระพลโู ต

ยานอะพอลโล เป็นยานทม่ี นษุ ย์นาไปสารวจดวงจันทร์

Apollo

ยานคิวริออสซติ ี เปน็ ยานอวกาศท่ใี ช้ในการสารวจดาวองั คาร

Curiosity

Jono

ยานอวกาศจโู น ใชส้ ารวจดาวพฤหสั บดี

Cassini-Huygens

ยานอวกาศแคสสนิ ี-ฮอยเกนส์ สารวจดาวเสาร์

New Horizon

ยานอวกาศนวิ ฮอไรซนั ส์ ใชส้ ารวจดาวเคราะห์แคระพลโู ต

สถานอี วกาศ

สถานอี วกาศเปน็ ห้องปฏิบัตกิ ารทางวทิ ยาศาสตร์ท่โี คจรรอบโลกสถานีอวกาศทใ่ี หญ่ท่ีสุดคอื สถานี
อวกาศนานาชาติ เป็นห้องปฏิบัตกิ ารทางวทิ ยาศาสตรท์ โ่ี คจรรอบโลกท่ีความสงู ประมาณ 400 กโิ ลเมตร
โดยความรว่ มมอื ขององค์การอวกาศของประเทศสหรัฐอเมรกิ า ญป่ี ุ่น แคนาดา และรสั เซีย

สถานอี วกาศนานาชาติมวี ตั ถปุ ระสงค์เพือ่ ประโยชนใ์ นการวิจัยทดลองและประดษิ ฐ์คดิ ค้นในสภาพไร้
น้าหนัก

ดาวเทยี ม

ดาวเทยี ม (satellite) เป็นสิง่ ประดษิ ฐ์ทสี่ ่งขน้ึ ไปโคจรรอบโลกโดยมคี วามเร็ว
ในการโคจรสมั พนั ธ์กบั มวลและระยะห่างจากโลก ท่ีระดับความสูงเพิ่มมากข้ึน
ความเรว็ ในการโคจรของดาวเทียมจะลดลง

ดาวเทยี มแตล่ ะดวงจะมคี วามเร็วคงทเ่ี พอื่ รกั ษาวงโคจรของดาวเทียม

ในระดบั ความสงู ทแี่ ตกต่างกันขนึ้ อย่กู บั วัตถปุ ระสงคใ์ นการใชง้ าน เชน่
การส่อื สาร การสารวจทรพั ยากรธรรมชาติ การบอกตาแหนง่ บนโลก การ
พยากรณอ์ ากาศ ซ่งึ สามารถแบ่งดาวเทยี มตามระดบั การโคจรได้ 3 ประเภทดังนี้

1. ดาวเทียมที่โคจรใกล้โลก

ดาวเทยี มในวงโคจรนีจ้ ะอยสู่ งู จากผวิ โลกระหว่าง 160 – 2,000 กิโลเมตร
ใช้ในการสารวจสภาพแวดลอ้ มของโลกถา่ ยภาพผวิ โลกและเมฆดาวเทียมชนิดนี้นยิ มโคจร
ผ่านข้ัวโลกในแนวเหนือใต้เพ่อื เกบ็ ขอ้ มลู ท่ีครอบคลุมพน้ื ผิวโลกมากขึ้น เช่น ดาวเทียม
อุตนุ ิยมวิทยา ดาวเทียมสารวจทรพั ยากรธรรมชาติ

ดาวเทยี มอุตุนยิ มวิทยา อยู่สูงจากพนื้ โลกประมาณ 700-900 กิโลเมตร ให้ข้อมูล

เกย่ี วกับสภาพลมฟ้าอากาศดว้ ยภาพถ่ายในชว่ งคลน่ื ไมโครเวฟ ชว่ งคลื่นแสงที่
มองเห็น และช่วงคลื่นอนิ ฟราเรด มีอปุ กรณถ์ ่ายภาพเมฆและเก็บข้อมลู
องค์ประกอบลมฟา้ อากาศชว่ ยให้ไดข้ ้อมลู ทีส่ าคญั ในการพยากรณ์อากาศได้อย่าง
รวดเร็วถูกตอ้ งซง่ึ เปน็ ประโยชน์ในการปอ้ งกันและบรรเทาความเสียหายทเี่ กิดจาก
สภาพลมฟา้ อากาศทร่ี ุนแรง

ดาวเทียม NOAA

ดาวเทียมสารวจทรัพยากรธรรมชาติ อยสู่ ูงจากพน้ื โลกประมาณ 600 ถงึ 900 Km
เป็นดาวเทียมทีม่ ีอุปกรณส์ ารวจและทรัพยากรธรรมชาตทิ ส่ี าคัญ เพอื่ ศึกษาพืน้ ท่ที ่ี
ถกู ตัดไมท้ าลายป่า ซึ่งทาใหเ้ กดิ อทุ กภยั และความแหง้ แลง้ นอกจากนย้ี งั ใชศ้ ึกษาการ
ทบั ถมของตะกอนปากแม่นา้ การชะล้างการพงั ทลายของดินบรเิ วณพนื้ ท่ีล่มุ นา้ การ
ทางานของดาวเทยี มสารวจทรัพยากรจะใชห้ ลกั การสารวจขอ้ มูลระยะไกลโดยใช้ช่วง
คลนื่ แสงทีม่ องเห็น อนิ ฟราเรดและไมโครเวฟ เช่น ดาวเทยี มธีออส (THEOS) ของ
ประเทศไทย ดาวเทยี มแลนด์แซท (LANDSAT) และ ดาวเทยี มเทอรร์ า (TERRA)
ของประเทศสหรฐั อเมริกา

ดาวเทยี มธอี อส (THEOS)

ดาวเทยี มธอี อส (THEOS) หรอื ดาวเทยี มไทยโชต (THAICHOTE)

2. ดาวเทียมในวงโคจรระดบั กลาง

ดาวเทียมทีอ่ ย่ใู นวงโคจรนี้จะอยูส่ งู จากผวิ โลกประมาณ 10,000 ถึง 20,000 km ใช้ในด้าน
การบอกตาแหนง่ บนโลก เชน่ ดาวเทยี มระบบจีพีเอส (Global Positioning System : GPS)
ของสหรัฐอเมรกิ า ใชใ้ นระบบนาร่อง ทงั้ เครอื่ งบนิ เรือเดินสมุทร รถยนต์ และ ขีปนาวุธ

โดยดาวเทียมแตล่ ะดวงจะมีการโคจรรอบโลกในทิศทางตา่ ง ๆ เปน็ 6 ระนาบ ๆ ละ 4 ดวง ซ่งึ
ท้ังระบบจะตอ้ งมดี าวเทียมท้ังหมด 24 โดยสญั ญาณทีไ่ ดจ้ ากดาวเทียมแต่ละดวงจะถกู นามา
คานวณเพ่อื ใหท้ ราบตาแหนง่ ครอบคลมุ ทุกจดุ บนผวิ โลก

การทางานของระบบจีพเี อส

3. ดาวเทยี มโคจรค้างฟา้

ดาวเทียมทอ่ี ยใู่ นวงโคจรน้จี ะอยสู่ งู จากผิวโลกประมาณ 35,780 กิโลเมตร
ใชค้ วามเรว็ ในการโคจรรอบโลกเท่ากบั การหมุนรอบตัวเองของโลก จึงทาใหด้ าวเทยี ม
เสมือนลอยอย่นู ่งิ กบั ทเ่ี มื่อเทยี บกบั พืน้ โลก จงึ เรียกดาวเทียมนว้ี ่า ดาวเทียมคา้ งฟ้า และ
เรียกวงโคจรนวี้ ่า วงโคจรคา้ งฟา้

โดยระนาบของการโคจรของดาวเทยี มจะอยู่ในแนวเส้นศูนย์สตู รโลก โดยส่วน มาก
จะเปน็ ดาวเทยี มประเภทดาวเทียมสื่อสาร เชน่ ดาวเทยี มอนิ เทลแซต (Intelsat)
ดาวเทยี มไทยคม (Thaicom) นอกจากนี้ยังมดี าวเทยี มอุตนุ ยิ มวทิ ยาท่ีประเทศไทยนา
ข้อมลู มาใชซ้ ึง่ อยใู่ นวงโคจรนี้ ได้แก่ ดาวเทียมฮมิ าวาริ (Himawari) ของญีป่ นุ่ และ
ดาวเทียม FY-2 ของจีน

เทคโนโลยอี วกาศ วงโคจรคา้ งฟ้า ≈ 35,780 km

ดาวเทยี ม (Geostationary Earth Orbit ; GEO)

วงโคจรระดบั กลาง ≈ 10,000 – 20,000 km

(Medium Earth Orbit ; MEO)

วงโคจรระดับต่า ≈ 160 – 2,000 km

(Low Earth Orbit ; LEO)

จรวด (Rocket)

เป็นเคร่ืองยนต์ท่ีมพี ลงั ขับดันสงู มาก ใช้ในการส่งดาวเทยี มและยานอวกาศ
ออกนอกโลก การทางานของจรวดอาศยั แรงดันเชอื้ เพลงิ ทท่ี าใหจ้ รวดเคลอ่ื นทไ่ี ด้
โดยเชอ้ื เพลงิ ที่ตอ่ ไมจ้ ะพน่ ออกดา้ นหลงั ของจรวดดว้ ยความเรว็ สงู จากหอ้ งเผาไหม้
ทาใหจ้ รวดเคลอ่ื นทไ่ี ปขา้ งหนา้

การทจี่ รวดสามารถเคลอ่ื นทอี่ อกนอกโลกได้ต้องมคี วามเร็วเรม่ิ ตน้ มากพอที่
จะสามารถเอาชนะแรงโนม้ ถ่วงของโลก เชน่ ถ้าต้องการสง่ จรวดจากพ้ืนโลกให้พน้
วงโคจรรอบโลกไดต้ ้องมีความเรว็ ประมาณ 11.2 กิโลเมตรต่อวนิ าที เรียกว่า
ความเรว็ หลดุ พน้ (escape velocity)

ถงั เชือ้ เพลิงภายนอก โดยระบบขนสง่ อวกาศประกอบดว้ ย 3 สว่ นหลกั ไดแ้ ก่
จรวดเช้ือเพลิงแข็ง
จรวจเชื้อเพลิงแขง็ ที่ติดกบั ถังเชอื้ เพลิงภายนอกท้งั 2 ข้าง
ยานขนสง่ อวกาศ
ถังเชอื้ เพลงิ นอกเปลย่ี นทเี่ ก็บเช้ือเพลงิ เหลว

ยานขนสง่ อวกาศใช้บรรทุกสัมภาระที่จะสง่ ไปอยวู่ งโคจร
เช่นดาวเทยี มกล้องโทรทรรศนอ์ วกาศและการส่งนักบนิ
อวกาศเพือ่ ไปปฏิบัติงานอย่างสถานอี วกาศนานาชาติ

ระบบขนส่งอวกาศเข้าส่วู งโคจร ยานขนส่งอวกาศปฏบิ ัตภิ ารกิจ

ถังเช้ือเพลิงภายนอก ปฏิบัตภิ ารกิจเสร็จจะลดระดบั
แยกตวั ออกมา วงโคจรเขา้ สชู่ น้ั บรรยากาศ
แลว้ ลงสู่พนื้ โลก

จรวดเช้ือเพลิงแข็ง
แยกตัวออกมา

ระบบขนส่งอวกาศถูกปลอ่ ยจากฐาน ยานขนส่งอวกาศกลับสูพ่ ้นื โลก

ข้ันตอนการทางานของระบบขนส่งอวกาศ

เทคโนโลยอี วกาศ

ยานอวกาศ : ยานพาหนะที่ถกู สง่ ไปสารวจอวกาศและวัตถุทอ้ งฟ้าต่าง ๆ

สถานีอวกาศ: หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทางวทิ ยาศาสตร์ท่อี ยู่ในอวกาศ

เทคโนโลยีอวกาศ ดา้ นอาหาร

การประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยอี วกาศ ▪ การทาแหง้ เยอื กแข็งแบบสญุ ญากาศ (freeze drying)

ดา้ นวสั ดุศาสตร์ ดา้ นการแพทย์
▪ กล้องส่องตรวจและผา่ ตดั อวัยวะภายใน 3 มติ ิ
▪ ยางรถยนต์ทีใ่ ช้งานไดน้ าน ▪ เครอ่ื งวดั อณุ หภมู ทิ างหู
▪ เครอ่ื งตรวจจบั ควัน
▪ เซลลส์ ุริยะ
▪ ชุดนกั ดับเพลงิ /ชุดของนักแข่งรถ
▪ ทน่ี อนลดการปวดเมอื่ ย

สรปุ เทคโนโลยีอวกาศ

การสารวจอวกาศ กลอ้ งโทรทรรศน์อวกาศ ยานอวกาศ
พาหนะที่ใช้สารวจอวกาศ
กล้องโทรทรรศน์ทตี่ ิดตง้ั บนโลก ใช้ศึกษาวัตถุ
ใช้ศึกษาวัตถุ - ชว่ งคล่ืนอนิ ฟราเรด สถานีอวกาศ
- ช่วงคลื่นแสงท่ีมองเห็น - ช่วงคลนื่ อัลตราไวโอเลต ห้องปฏบิ ตั กิ ารทาง
- ชว่ งคล่นื วทิ ยุ - ชว่ งคลืน่ รงั สีเอกซ์ วิทยาศาสตรท์ ่อี ย่ใู นอวกาศ
- ชว่ งคลืน่ รงั สีแกมมา
การประยกุ ต์ใช้

ด้านวัสดศุ าสตร์ ดา้ นอาหาร ด้านการแพทย์
- การทาแห้งเยือกแข็งแบบ
- ยางรถยนตท์ ใี่ ช้งานได้นาน - กลอ้ งส่องตรวจและผา่ ตัดอวยั วะ
- เครือ่ งตรวจจบั ควัน สุญญากาศ (freeze drying) ภายในรา่ งกาย 3 มิติ
- เซลลส์ ุริยะ
- ชดุ นกั ดบั เพลงิ ลดอณุ หภูมิและความช้นื ในอาหาร - เครอื่ งวัดอุณหภูมิทางหู
- ทน่ี อนลดการปวดเม่อื ย ทาใหอ้ าหารมีน้าหนักเบา เกบ็ ไว้ได้นาน (infrared ear thermometer)

แบบฝกึ หดั ท่ี 4.1 เทคโนโลยอี วกาศ

1. นกั วทิ ยาศาสตรต์ ้องการศกึ ษารังสไี มโครเวฟพ้ืนหลงั จากอวกาศ นักวิทยาศาสตรค์ วรเลอื กใช้กล้องชนิดใด
เพราะเหตุใด
___ก__ล_้อ_ง_โ_ท_ร_ท__ร_ร_ศ_น__์ช_่ว_ง_ค_ล__่ืน_ไ_ม_โ_ค_ร_เ_ว_ฟ__เพ__ร_า_ะ_เ_ป_็น_ก__ล_้อ_ง_ท__ีใ่ ช_้ศ__ึก_ษ_า_ร_ัง__ส_ีไม__โค__ร_เว__ฟ_พ_้ืน__ห_ล__ัง_จ_า_ก_อ_ว_ก__า_ศ__ซ_ึ่ง_เ_ป_็น_ห__ล_ัก_ฐ__า_น_ท_ี่___
สนบั สนุนทฤษฎบี กิ แบง และทาใหท้ ราบถึงอัตราการขยายตวั อายุ และองคป์ ระกอบของเอกภพ

_____________________________________________________________________________________________________

2. นอ้ ยนากลอ้ งโทรทรรศน์ขึ้นไปตดิ ต้ังบนภเู ขาสูง เพือ่ ใช้ศึกษาดาวฤกษ์เกดิ ใหม่ น้อยตดิ ตั้งกลอ้ งโทรทรรศน์ชนิดใด
เพราะเหตใุ ดจงึ ต้องติดตง้ั บริเวณน้นั
___ก__ล_้อ_ง_โ_ท__ร_ท_ร_ร_ศ__น_์ช_่ว_ง_ค__ล_ื่น_อ__ิน_ฟ__า_เร_ด__เ_พ__ร_า_ะ_เป__็น_ก_ล__้อ_ง_ท_ี่ใ_ช_้ศ__ึก_ษ_า_ว_ั_ต_ถ_ุท_่ี_แ_ผ_่ร_ัง_ส__ีช_่ว_ง_ค_ล__ื่น_อ_ิน__ฟ_า_เ_ร_ด_แ__ล_ะ_เน__ื่อ_ง_จ__า_ก_ค_ล_ื่น____
อ__ิน_ฟ__า_เร_ด__บ_า_ง_ส_ว่_น__ถ_กู _ด_ูด__ก_ล_นื __โด_ย__ช_ัน้ _บ__ร_ร_ย_า_ก_า_ศ_ข__อ_ง_โ_ล_ก__ก_ล_อ้__ง_ท_ี่ต_ิด__ต_้ัง_บ_น__ผ_วิ _โ_ล_ก_จ__ึง_ต_้อ_ง_อ__ย_บู่ _ร_ิเ_ว_ณ__ภ_เู _ข_า_ส_ูง_______________

แบบฝึกหัดที่ 4.1 เทคโนโลยอี วกาศ

3. ถ้านกั สารวจอวกาศต้องการศึกษาการแผ่รงั สชี ่วงคลนื่ รงั สแี กมมาบริเวณใจกลางของกาแล็กซที างชา้ งเผือก นกั
สารวจอวกาศจะต้องใช้อุปกรณ์ชนดิ ใดบ้าง
____ต_้อ_ง_ต__ิด_ต_ง้ั _อ__ปุ _ก_ร_ณ__์ _2__ช_น_ิด__ค_ือ__________________________________________________________________________
____1_)_อ_ุป__ก_ร_ณ__ต์ _ร_ว_จ__จ_ับ_โ_ฟ_ต__อ_น_ข_อ__ง_ร_ัง_ส_แี _ก__ม_ม_า_______________________________________________________________
____2_)_อ__ปุ _ก_ร_ณ__ต์ _ร__ว_จ_จ_ับ_ก__า_ร_ร_ะ_เบ__ิด_ข_อ_ง_แ__ห_ล_่ง_ร__ัง_ส_แี _ก_ม__ม_า_______________________________________________________

4. ประเทศไทยสง่ ดาวเทียมขึ้นไปในอวกาศเพ่ือวตั ถุประสงคใ์ ดบา้ ง ยกตัวอยา่ งมาพอสงั เขป
___1_)_ใ_ช_้ด_า_ว_เ_ท_ีย__ม_ใ_น_ก_า_ร_ถ_่า_ย__ภ_า_พ_ท__ร_ัพ_ย__า_ก_ร_ธ_ร_ร_ม__ช_า_ต_ทิ _่มี__ีอ_ย_ูภ่ __า_ย_ใน__ป_ร_ะ_เ_ท_ศ_________________________________________
___2_)_ใ_ช_ด้ _า_ว_เ_ท_ีย__ม_ใ_น_ก_า_ร_พ__ย_า_ก_ร_ณ__์อ_า_ก__า_ศ____________________________________________________________________
___3_)_ใ_ช_้ด_า_ว_เ_ท_ยี__ม_ใ_น_ก_า_ร_ว_า_ง__ผ_งั _เ_ม_อื _ง_ห__ร_ือ_บ_ร_ิห__า_ร_จ_ดั _ก__า_ร_ก_่อ_น_ส__ร_้า_ง_เม__ือ_ง____________________________________________
___4_)_ใ_ช_้ด_า_ว_เ_ท_ีย__ม_ใ_น_ก_า_ร_ส__า_ร_ว_จ_เ_ส_้น_ท__า_ง_ต_่า_ง__ๆ________________________________________________________________
___5_)_ใ_ช_ด้ _า_ว_เ_ท__ีย_ม_ใ_น_ก_า_ร_ส__่ือ_ส_า_ร_โ_ท_ร_ค__ม_น_า_ค_ม__________________________________________________________________

แบบฝึกหัดท่ี 4.2 เทคโนโลยีอวกาศ

อ่านขอ้ ความ แล้วตอบคาถามต่อไปนี้

ในอดตี จรวดทส่ี ง่ ดาวเทียมและยานอวกาศไปสารวจอวกาศ เม่อื ส่งไปแล้วจะไม่สามารถนาจรวดน้ันกลบั มาใช้งาน
ใหมไ่ ด้ จงึ ทาให้สิน้ เปลอื งงบประมาณในการสารวจอวกาศแต่ละครั้งสูงมาก ซงึ่ ปจั จบุ ันนกั วทิ ยาศาสตร์ไดพ้ ัฒนาระบบ
ขนสง่ อวกาศ (Space transportation system) ทส่ี ามารถเดนิ ทางไปยังอวกาศและนาอุปกรณก์ ลับมาใช้ใหมไ่ ด้

1. ส่วนประกอบหลกั ของระบบขนส่งอวกาศประกอบด้วยอะไรบ้าง
___1)__จ_ร_ว_ด__เช_อื้__เพ__ล_งิ _แ_ข__ง็ _________________________________________________________________________________
___2_)_ถ_งั__เช_้อื__เพ__ล_งิ _ภ_า_ย__น_อ_ก________________________________________________________________________________
___3_)_ย_า_น__ข_น_ส__ง่ _อ_ว_ก_า_ศ___________________________________________________________________________________

2. เขียนแผนภาพอธบิ ายขัน้ ตอนการทางานของระบบขนส่งอวกาศ แบบฝกึ หัดท่ี 4.2 เทคโนโลยอี วกาศ


Click to View FlipBook Version