The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาการงานอาชีพ 5 รหัสวิชา ง23101

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ka_na_tion, 2021-09-07 08:43:42

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาการงานอาชีพ 5

แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชาการงานอาชีพ 5 รหัสวิชา ง23101

โรงเรียนปากเกร็ด จงั หวัดนนทบรุ ี

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4

กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชพี

รหัสวิชา ง 23101 รายวชิ า การงานอาชพี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 3

ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 จานวน 50 นาที (1 คาบ)

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 1 เรอื่ ง วสั ดุ อปุ กรณ์ และเครอื่ งมือในการดแู ลเส้ือผา้

ผสู้ อน น.ส.สภุ าพร เรยี มรตั นวาณชิ ย์

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระท่ี 1 : การดารงชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทางาน มีความคดิ สรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการ
จดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หา ทักษะการทางานร่วมกนั และทักษะการแสวงหาความรู้ มี
คณุ ธรรม และลักษณะนิสัยในการทางาน มีจิตสานึกในการใช้พลงั งาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพ่ือ
การดารงชวี ติ และครอบครวั

2. ตวั ช้ีวดั
1. อภปิ รายขั้นตอนการทางานทีม่ ีประสิทธิภาพ (ง 1.1 ม.3/1)
2. ใช้ทักษะในการทางานร่วมกนั อย่างมคี ุณธรรม (ง 1.1 ม.3/2)
3. อภิปรายการทางานโดยใช้ทักษะการจดั การเพ่อื การประหยัดพลงั งาน ทรัพยากร และสง่ิ แวดลอ้ ม
(ง 1.1 ม. 3/3)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นักเรียนบอกวสั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือในการดแู ลเสอ้ื ผ้าไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง (K)
2. นักเรยี นทางานร่วมกบั ผู้อ่ืนได้ (P)
3. นกั เรยี นเหน็ ความสาคญั ของการดูแลเสอ้ื ผา้ (A)

4. คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

5. สมรรถนะผเู้ รียน
1. ความสามารถในการสือ่ สาร

2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด
วสั ดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมอื ในการดูแลเส้อื ผ้า
การดแู ลเสอื้ ผ้าต้องมีความรเู้ ก่ียวกบั การใช้งานวัสดุ อปุ กรณ์ และเครือ่ งมือในการดแู ลเสือ้ ผ้า
เพ่ือใหส้ ามารถเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับลักษณะงาน

7. กิจกรรมการเรยี นรู้

ขน้ั นา (5 นาท)ี
1. ครูใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั เล่นเกม Frogo Man คาวา่ วัสดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือในการดูแลเส้ือผ้า
2. เม่ือนักเรยี นทายเสรจ็ เรียบรอ้ ยแล้ว ครจู งึ ถามนักเรียนโดยมแี นวคาถามดังต่อไปนี้

- นกั เรียนคิดว่าวสั ดุอุปกรณท์ ี่ใช้ในการดูแลเส้ือผ้ามีอะไรบ้าง
3. ครูโยงคาตอบของนักเรยี นทไ่ี ด้เข้าสู่บทเรียน
ข้นั สอน (40 นาที)
1. ครใู หน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละเท่า ๆ กนั ใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ระดมความคิดเกยี่ วกับวสั ดุ อุปกรณ์
และเคร่ืองมือในการดูแลเสือ้ ผ้าวา่ มีอะไรบา้ ง และแตล่ ะอย่างใช้ทาอะไร ให้เขยี นรายการอุปกรณ์ให้
ไดม้ ากทสี่ ดุ โดยใหเ้ วลาทา 10 นาที
2. ครถู ามนักเรยี นแตล่ ะกลุ่มว่าเขยี นอุปกรณ์กี่อยา่ ง มีอะไรบ้าง พรอ้ มทง้ั อธิบายเพ่ิมเติมเกย่ี วกับวสั ดุ
อปุ กรณ์และเคร่อื งมอื ในการดูแลเสื้อผ้าโดยการใช้ Power Point เรอ่ื ง วัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือ
ในการดูแลเส้อื ผา้
ขน้ั สรปุ และประเมนิ ผล (5 นาที)
1. ครูสรปุ เรอ่ื ง วสั ดุ อปุ กรณ์และเคร่ืองมอื ในการดูแลรักษาเสือ้ ผ้า และการดูแลเส้ือผา้ ประเภท
ตา่ ง ๆ รว่ มกับนักเรียนโดยฉายชาร์ตสรปุ บนโปรเจคเตอร์ และพดู โยงเร่ืองการดูแลรกั ษาเส้อื ผ้าเพื่อให้
นกั เรียนเห็นประโยชนใ์ นการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั
2. ครูให้นักเรยี นทาใบงาน เรื่อง วสั ดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือในการดูแลรักษาเสื้อผ้า หากนักเรยี นทา
เสรจ็ ให้ นักเรียนส่งใบงานใน Google Classroom ก่อนทจี่ ะมาเรียนในคาบถดั ไป
8. สอื่ และแหล่งการเรียนรู้
1. เกม Frogo Man
2. Power Point เรอื่ งวัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือในการดูแลเสอ้ื ผ้า
3. ชาร์ตวัสดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือในการดแู ลเสื้อผ้า
4. ใบงาน เรือ่ ง วสั ดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมือในการดูแลเสอื้ ผ้า

9. การวดั และประเมินผล : เกณฑก์ ารประเมินผล / เครื่องมือ
9.1 หลักฐานการเรยี นรู้ (ชิ้นงานสุดท้ายที่แสดงพฤตกิ รรมการเรียนรูร้ วบยอด)
1. ใบงาน เรอื่ ง วัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่อื งมือในการดูแลเสอ้ื ผ้า
9.2 วธิ กี ารวดั ประเมินผล
1. ประเมินโดยการถามตอบ
2. สงั เกตพฤติกรรมการทางานร่วมกบั ผู้อนื่
9.3 เครือ่ งมือการวดั และประเมนิ ผล
1. แบบประเมนิ การตอบคาถาม
2. แบบประเมินพฤติกรรม
3. แบบประเมนิ การทาใบงาน

แบบประเมินการตอบคาถาม

ช่อื …………………………………….. นามสกุล ………………………………… ชั้น …………………..

เกณฑ์ 321
1. การมีส่วนรว่ มในการตอบคาถาม
2. ความถูกต้องของคาตอบ
3. ความต้ังใจในการคิดคาตอบ

รวม

ชว่ งคะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
7-9 ระดบั คณุ ภาพ
4–6 ดี
1-3 พอใช้
ควรปรบั ปรงุ

แบบประเมินพฤติกรรมการทางานรว่ มกับผอู้ ืน่
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 3 / ………………….

เลขที่ พฤติกรรม มีสว่ นรว่ ม การแสดง การยอมรบั หมาย
ช่อื -สกุล ในการ ความ ฟงั ความ เหตุ
ทางานกลุม่ คิดเหน็ คิดเห็นของ

ผ้อู น่ื
432143214321

เกณฑ์การวัดผล ให้คะแนนระดบั คุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังน้ี
ดมี าก = 4 มีการแสดงออกทางด้านพฤติกรรมอยู่ในเกณฑ์ 80% ข้นึ ไป
ดี = 3 มกี ารแสดงออกทางด้านพฤติกรรมอยู่ในเกณฑ์ 50% - 79%
ปานกลาง = 2 มีการแสดงออกทางด้านพฤติกรรมอยู่ในเกณฑ์ 20% - 49%
ควรปรบั ปรงุ = 1 มกี ารแสดงออกทางดา้ นพฤติกรรมอยู่ในเกณฑน์ ้อยกวา่ 20%

เกณฑก์ ารประเมินใบงาน

เรอ่ื ง วสั ดุ อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมอื ทีใ่ ชใ้ นการดแู ลเส้อื ผา้

รายการ / คะแนน 3 2 1
1. ใบงานถกู ต้อง ทาใบงานอยา่ งครบถ้วน ทาใบงานอย่างครบถว้ น ทาใบงานไมค่ รบถ้วน
ครบถว้ น สมบรู ณ์ และถูกต้องทกุ ขอ้ และมตี อบผดิ บางขอ้
2. มีความรับผิดชอบใน ส่งงานตรงตามเวลา ส่งงานช้ากว่ากาหนด ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด
การทางาน 1-3 วนั 4 วันข้ึนไป / ไมส่ ง่ งาน
3. ความตัง้ ใจในการ ตั้งใจทางานท่ไี ดร้ บั ตัง้ ใจทางานทีไ่ ด้รบั ไมต่ ง้ั ใจทางานที่ไดร้ ับ
ทางาน มอบหมายอย่างเตม็ มอบหมายอย่างเต็ม มอบหมาย / ไม่พยายาม
ความสามารถ และ ความสามารถและ แกป้ ญั หาดว้ ยตนเอง
พยายามแก้ปัญหาด้วย พยายามแก้ปญั หาดว้ ย
ตนเองทุกครัง้ ตนเองในบางครั้ง

เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ แปลคา่ ระดับคณุ ภาพได้ ดี
7 – 9 คะแนน แปลค่าระดบั คณุ ภาพได้ พอใช้
5 – 6 คะแนน แปลค่าระดับคุณภาพได้ ควรปรบั ปรงุ
3 – 4 คะแนน

ลาดบั ที่ เอกสารประกอบการสอน หมายเหตุ
1 ขนั้ สอน
2 รายช่อื เอกสาร ข้นั ประเมินผล
เกม Frogo Man
3 Power Point เรื่อง วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมอื ใน ขน้ั สรุป
4 การดูแลเสื้อผา้ ข้นั ประเมินผล
ชารต์ วสั ดุ อุปกรณ์ และเครื่องมอื ในการดแู ลเส้ือผา้
ใบงาน เรอื่ ง วัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องมือในการดแู ล

เสื้อผา้

วชิ า การงานอาชีพ 5 Power Point เรอ่ื ง วัสดุ เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 1
เร่ือง การดูแลเส้อื ผา้ อปุ กรณ์ และเคร่อื งมอื ในการ ระดบั : ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3

ดแู ลเสอ้ื ผ้า

วตั ถปุ ระสงค์
ใช้ในการนาเขา้ ส่บู ทรยี น

วธิ ดี าเนินการ
1. ครูใหน้ กั เรยี นร่วมกนั เลน่ เกม Frogo Man คาว่า วสั ดุ อปุ กรณ์ และเครื่องมอื ในการดูแลเส้ือผา้
2. เมอ่ื นักเรยี นทายเสรจ็ เรยี บร้อยแล้ว ครูจงึ ถามนักเรยี นโดยมีแนวคาถามดงั ต่อไปน้ี
- นักเรยี นคดิ ว่าวสั ดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการดแู ลเส้ือผ้ามีอะไรบ้าง
3. ครโู ยงคาตอบของนักเรียนท่ไี ด้เข้าสบู่ ทเรียน

วชิ า การงานอาชีพ 5 Power Point เร่ือง วสั ดุ เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 2
เรื่อง การดูแลเส้อื ผา้ อุปกรณ์ และเคร่อื งมือในการ ระดบั : ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3

ดแู ลเส้ือผา้

วตั ถปุ ระสงค์
ใชใ้ นการใหเ้ น้ือหา

วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
นักเรยี นบอกวัสดุ อปุ กรณ์ และเครอื่ งมือในการดูแลเส้ือผา้ ได้อยา่ งถกู ต้อง (K)

วธิ ดี าเนินการ
ครเู ปดิ Power Point เรื่อง วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือในการดูแลเส้ือผา้ พรอ้ มท้งั อธิบาย วัสดุ

อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ และวิธีการใช้ในการดแู ลเสื้อผ้า

ลาดบั ที่ PowerPoint คาอธิบาย
1

2 การท่ีเราดูแลเส้ือผา้ สิง่ แรกที่นกึ ถึง คือ
ขนั้ ตอนของการซัก และสิง่ ท่ีขาดไม่ได้ คือ
ผงซกั ฟอกที่จะมีทงั้ ชนดิ ผงและชนิดน้า
สามารถใชไ้ ด้ท้ังแบบซักด้วยเครอ่ื งซักผ้า
และซักด้วยมือ

3 ต่อมาเปน็ สารฟอกขาว จะใชข้ จดั รอย
เป้ือน และทาให้ผา้ ขาวสะอาด สารฟอก
ขาวคลอรีนหรือโซเดยี ม ใชก้ ับผา้ ฝาู ย ผา้
ลนิ ิน ไมค่ วรใช้กบั ผ้าไหม ผ้าขนสตั ว์ สาร
ฟอกขาวไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ใช้ได้กบั
ผา้ ทุกชนดิ ทาให้ผ้าขาว ไม่เกิดสหี มน่

ลาดบั ท่ี PowerPoint คาอธบิ าย
4 ต่อมา นา้ ยาปรบั ผ้านุ่มใส่เพื่อช่วยลด
ความกระดา้ งของผ้า แตจ่ ะมีผลทาใหล้ ด
5 การดดู ซึมของน้า

6 ต่อมาเปน็ สารตกแต่งผา้ ขาว จะช่วย
ตกแตง่ ผ้าขาวใหม้ สี ีสดใส โดยนาคราม
7 ละลายในนา้ แลว้ นาผ้าท่ซี ักสะอาดชาท้ิง
ไว้ 5-10 นาที จึงบิดแล้วนาไปตาก
8
ถัดมาเป็นสารตกแตง่ ผ้าให้คงรปู มี 2 ชนิด
อยา่ งแรกคือแปงู ลงผา้ เป็นการนาแปูง
มันต้มให้ให้สกุ กรอง นาผา้ แช่ แลว้ บิด
ตาก อยา่ งท่ี 2 คือเจลลี วิธีทา
เช่นเดียวกับแปูงมนั
ต่อมานา้ ยารีดผา้ เรยี บ ใช้ฉดี ลงบนผา้
กอ่ นท่ีจะรีด จะทาใหผ้ ้าเรียบอยทู่ รงนาน
ผ้าล่นื รีดงา่ ย และทาให้ผ้ามีกล่ินหอม

กะละมงั จะใชใ้ ส่นา้ และส่วนผสมของ
ซกั ฟอก เพ่อื ทาความสะอาดเสอ้ื ผา้

ลาดบั ที่ PowerPoint คาอธิบาย

9 เมื่อมีกะละมงั ก็ตอ้ งมีแปรงซักผา้ ใช้
สาหรับแปรงเส้อื ผา้ ท่มี ีคราบซักออกยาก

10 ตอ่ มาตะกรา้ ผา้ จะใช้ใส่เส้อื ผ้าทจ่ี ะ
นามาซกั หรือเส้อื ผ้าท่ีซกั แล้วเพื่อเตรียม
นามาตาก

11 เครอ่ื งซักผา้ จะมี 2 ชนิด คือแบบ
กึ่งอตั โนมัติถงั คู่ และแบบอัตโนมัตถิ ัง
เดย่ี ว ซ่งึ ท้งั สองแบบควรจะศึกษาคู่มอื
การใชง้ านใหถ้ ูกต้อง

12 เตารีด ใช้รดี เสื้อผา้ ให้เรียบ มีท่งี เตารีด
แหง้ เตารดี ไอนา้ และเตารีดแบบทับ
และจะต้องศกึ ษาจากคมู่ ือการใชง้ านให้
เข้าใจ เพื่อท่จี ะใชเ้ ตารดี ได้ถูกต้อง

13 ขวดใส่นา้ ยารีดผา้ เรียบ สามารถปรับ
หวั ฉีดได้ตามต้องการ ใหม้ ีความละเอยี ด
ของละอองนา้ มากหรือนอ้ ย ใช้ฉีดบนผา้
ให้พอเหมาะไม่แฉะเกนิ ไป

ลาดบั ที่ PowerPoint คาอธิบาย
14 โต๊ะรีดผา้ ใช้สาหรับรองรดี เสอ้ื ผา้ ทกุ ชนดิ
ลกั ษณะเหมือนโตะ๊ พบั ได้ มีหลายขนาด
15 ปรบั ได้หลายระดบั ทั้งแบบนั่งและแบบ
ยนื ดา้ นบนบดุ ว้ ยฟองน้า ดา้ นลา่ งเปน็
16 เหล็กพน่ สี
หมอนรองรีด ใชร้ องรดี เสื้อผ้าในส่วนท่ี
17 เตารดี เข้าถึงยาก เชน่ ปกเส้ือ แขนเสอ้ื
จบี เกลด็ กระโปรง กางเกง เป็นตน้
18
ไมแ้ ขวนเส้อื มที ั้งแบบพลาสติก แบบไม้
แบบทาจากลวดหุ้มพลาสติด และทา
จากโครงไม้หรอื พลาสตกิ บุดว้ ยฟองน้า
กบั ผา้ ด้านนอก

ท่ีหนีบผา้ หรอื ไม้หนบี ผ้า ใชห้ นีบเสื้อบน
ราวตากผ้า บนไมแ้ ขวนเสือ้ เพอ่ื ไมใ่ ห้
เสื้อผ้าปลิวเมือ่ ลมพัดแรง ๆ และใชห้ นบี
เส้อื ผ้าใหต้ ิดกับไม้แขวนเสื้อ

วชิ า การงานอาชีพ 5 ชารต์ วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือใน เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 3
เรอื่ ง การดแู ลเสื้อผา้
การดูแลเสอ้ื ผ้า ระดบั : ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 3

วตั ถปุ ระสงค์
ใชใ้ นการสรุปเน้อื หา

วธิ ดี าเนนิ การ
ครูสรุป เร่อื ง วัสดุ อปุ กรณ์และเครื่องมือในการดแู ลรักษาเส้ือผ้า และการดูแลเสอ้ื ผ้าประเภท

ตา่ ง ๆ รว่ มกบั นกั เรยี นโดยฉายชารต์ สรปุ บนโปรเจคเตอร์ และพดู โยงเรื่องการดูแลรักษาเสือ้ ผ้าเพ่ือให้นกั เรยี น
เห็นประโยชน์ในการนาไปใช้ในชีวติ ประจาวัน

วชิ า การงานอาชพี 5 ใบงาน เรือ่ ง วสั ดุ อุปกรณ์ และ เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 4
เร่อื ง การดแู ลเสอ้ื ผา้ เครื่องมอื ในการดูแลเสอ้ื ผา้ ระดบั : ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

วตั ถปุ ระสงค์
ใชใ้ นการประเมนิ ผล

วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม

นกั เรียนบอกวัสดุ อุปกรณ์ และเครอื่ งมือในการดแู ลเสอ้ื ผา้ ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง (K))
วธิ ดี าเนนิ การ

ครูให้นักเรียนทาใบงาน เรื่อง วัสดุ อุปกรณ์ และเคร่ืองมือในการดูแลเสอื้ ผ้า หากนักเรยี นทาเสรจ็ ให้
นกั เรยี นส่งใบงาน ใน Google Classroom ก่อนทจ่ี ะมาเรียนในคาบถัดไป

ใบงานที่ 4 วัสดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือในการดูแลเสื้อผา้

ชอ่ื .................................................สกุล..................................................ชั้น................เลขท่.ี ...............
คาช้แี จง : ใหน้ กั เรียนนาตวั อักษรหนา้ วสั ดุ อปุ กรณ์ และเคร่ืองมือในการดแู ลเส้ือผา้ ไปเติมหนา้ วธิ ีการใชใ้ ห้
ถูกต้อง

............ 1.ใชต้ กแต่งเสื้อให้ขาวสดใส โดยนาไปละลายกบั น้า แช่ผ้าท้ิง A. สารซักฟอก
ไว้ 5-10นาที B. สารฟอกขาว
C. สารปรับผ้านุ่ม
............. 2.มีส่วนผสมของนา้ มันช่วยเคลือบผนื ผ้า ลดความกระด้างของ D. สารตกแตง่ ผา้ ขาว (คราม)
ผ้า ผสมน้าตามอัตราสว่ นแลว้ นาผา้ แช่ทงิ้ ไว้ 10-15นาที E. แปง้ ลงผ้า
F. นา้ ยารดี ผ้าเรียบ
............. 3.มที ั้งแบบคลอรนี และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ใชข้ จดั รอย G. กะละมัง
เปอ้ื น ทาให้ผ้าขาว H. แปรงซกั ผ้า
I. ตะกร้าใสผ่ ้า
............. 4.ตกแตง่ ให้ผ้าคงรูป ใช้ได้กบั ผา้ สีขาว นิยมใชก้ ับผา้ ฝา้ ย ผา้ J. เครื่องซกั ผ้า
ไหม นาไปต้มกบั น้าจนสกุ มีลักษณะขน้ ใส K. เตารดี
L. โตะ๊ รองรีด
............. 5.ใช้รดี ผา้ ใหเ้ รยี บ คานงึ ถงึ ระดบั อุณหภมู ทิ ่เี หมาะสมกับชนิด M. หมอนรองรดี
ของผา้ N. ไมแ้ ขวนเส้ือ
O. ทหี่ นีบผา้
............. 6.ใช้รองรีดในส่วนท่ีเข้าถึงยาก เชน่ แขนเสอ้ื จบี หรอื เกล็ด

............. 7.ใชส้ าหรบั แขวนตากเสอ้ื ผ้า หรือเส้ือผ้าท่ีรดี แล้วเพอ่ื ไมใ่ ช้
เสียรูปทรง

............. 8.ใชข้ ัดถบู ริเวณท่มี ีคราบหรอื รอยเป้ือนทซ่ี ักออกยาก

............. 9.ใสเ่ สอ้ื ผา้ ทเี่ ตรียมจะซกั หรือใสเ่ สือ้ ผ้าท่ีซกั แลว้ เตรยี มนา
ตาก

............. 10.ใช้ใสน่ ้าเพือ่ ซักเสื้อผา้

............. 11.ใช้ทาความสะอาดเสอื้ ผ้า มีหลายรูปแบบเปน็ ผง และเป็น
นา้ นาไปผสมน้าเพ่ือแช่ผ้าแล้วซักให้สะอาด

............. 12.ฉดี พรมเสอ้ื ผา้ ทต่ี ้องการกอ่ นนาไปรดี

โรงเรยี นปากเกรด็ จังหวัดนนทบรุ ี

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 5

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ การงานอาชีพ

รหสั วิชา ง 23101 รายวชิ า การงานอาชพี ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี 3

ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 จานวน 50 นาที (1 คาบ)

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 เรื่อง วิธีการดแู ลเส้ือผ้าประเภทต่าง ๆ ผู้สอน น.ส.สภุ าพร เรยี มรัตนวาณชิ ย์

1. มาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี 1 : การดารงชีวติ และครอบครวั
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทางาน มคี วามคดิ สร้างสรรค์ มีทกั ษะกระบวนการทางาน ทักษะการ
จดั การ ทักษะกระบวนการแก้ปญั หา ทกั ษะการทางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มี
คุณธรรม และลกั ษณะนสิ ัยในการทางาน มีจิตสานกึ ในการใช้พลงั งาน ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพื่อ
การดารงชีวิตและครอบครวั

2. ตัวชี้วดั
1. อภิปรายขัน้ ตอนการทางานท่ีมปี ระสิทธภิ าพ (ง 1.1 ม.3/1)
2. ใชท้ ักษะในการทางานรว่ มกนั อยา่ งมีคุณธรรม (ง 1.1 ม.3/2)
3. อภปิ รายการทางานโดยใช้ทกั ษะการจัดการเพ่อื การประหยดั พลังงาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล้อม
(ง 1.1 ม. 3/3)

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั เรยี นอธบิ ายวธิ ีการขจัดรอยเปอ้ื นจากสถานการณท์ ่ีกาหนดให้ได้อย่างถูกต้อง (K)
2. นกั เรยี นวิเคราะห์วธิ ีการดูและรักษาเสือ้ ผา้ จากสถานการณท์ ่ีกาหนดใหไ้ ด้อย่างถกู ต้องครบถว้ น (K)
3. นกั เรยี นทางานรว่ มกบั ผู้อื่นได้ (P)
4. นักเรียนเหน็ ความสาคญั ของการดูแลเสอ้ื ผ้า (A)

4. คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

5. สมรรถนะผู้เรียน
1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด
การขจดั รอยเป้ือนบนเสือ้ ผ้า
การทากจิ กรรมตา่ ง ๆ การทางาน หรอื เหตกุ ารณ์ทเี่ กิดขึ้นในชีวิตประจาวัน อาจทาใหเ้ สื้อผา้
ท่ีสวมใส่เปือ้ นคราบสกปรกต่าง ๆ ได้ หากไม่ขจัดทันทีจะทาใหค้ ราบสกปรกเหล่านั้นฝังแนน่ ในเสน้ ใย
ผ้าจนกระทง่ั ไมส่ ามารถซักออกได้ ควรขจดั รอยเปื้อนบนเสื้อผ้าทนั ทีที่พบโดยมีวธิ ีขจดั ที่แตกตา่ งกันไป

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นา (5 นาที)
1. ครใู ห้นกั เรยี นร่วมเลน่ เกมจับผดิ ภาพ
2. เม่อื จบั ผิดภาพจนครบทุกจุด ครูมีแนวคาถามดังน้ี
- นักเรยี นอยากสวมเสื้อผา้ แบบในภาพใดมากกวา่ กนั
- หากเส้อื ผา้ นกั เรยี นมรี อยเป้ือนนักเรียนจะทาอย่างไรกบั เส้ือผา้ ตัวนน้ั
3. ครนู าคาตอบของนักเรยี นเช่อื มโยงเข้าสู่เนื้อหา

ขั้นสอน (40 นาที)
1. ครูอธบิ าย เรือ่ ง วธิ ขี จัดรอยเป้อื นบนเส้ือผา้ โดยใช้ Power Point เรอ่ื ง วิธีขจดั รอยเปื้อนบนเสอ้ื ผ้า
โดยถาม – ตอบกับนักเรยี น และเช่อื มโยงไปถึงเร่ือง Fast Fashion ครูอธิบายเร่ือง Fast Fashion
เพ่มิ เติม และถาม – ตอบกับนักเรยี น
2. ครูเปิดคลปิ วิดีโอ “ขจัดรอยเปือ้ นบนผา้ จากปากกา แบบง่าย ๆ”จาก Pakkred Learning Cyber
ใหน้ กั เรียนดู และถาม-ตอบกับนักเรยี น
ขนั้ สรปุ และประเมินผล (5 นาท)ี
1. ครสู รปุ เร่ือง วิธกี ารขัดรอยเปอื้ นบนเส้อื ผ้า และการดูแลเสื้อผา้ ประเภทต่าง ๆ ร่วมกับนกั เรียน
เพ่ือใหน้ ักเรียนเห็นประโยชนใ์ นการนาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน
2. ครใู หน้ ักเรยี นทาใบงาน เรื่อง วธิ กี ารขจัดรอยเปอื้ น
8. สอื่ และแหล่งการเรยี นรู้
1. เกมจบั ผิดภาพ
2. Power Point เร่ือง วธิ กี ารขจัดรอยเป้ือนแบบตา่ ง ๆ

3. คลปิ วดิ โี อ เรอื่ ง ขจดั รอยเป้ือนบนผ้าจากปากกา แบบง่าย ๆ
4. ใบงาน เร่อื ง วิธขี จัดรอยเป้ือน
9. การวดั และประเมินผล : เกณฑก์ ารประเมินผล / เคร่อื งมือ

9.1 หลักฐานการเรียนรู้ (ช้ินงานสุดท้ายท่แี สดงพฤตกิ รรมการเรยี นรูร้ วบยอด)
1. ใบงาน เรอื่ ง วธิ ขี จดั รอยเปื้อน

9.2 วิธีการวดั ประเมินผล
1. ประเมนิ โดยการถามตอบ
2. ประเมินโดยการทาใบงาน

9.3 เครื่องมือการวัดและประเมินผล
1. แบบประเมนิ การตอบคาถาม
2. แบบประเมนิ การทาใบงาน

แบบประเมินการตอบคาถาม

ช่อื …………………………………….. นามสกุล ………………………………… ชั้น …………………..

เกณฑ์ 321
1. การมีส่วนรว่ มในการตอบคาถาม
2. ความถูกต้องของคาตอบ
3. ความต้ังใจในการคิดคาตอบ

รวม

ชว่ งคะแนน เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
7-9 ระดบั คณุ ภาพ
4–6 ดี
1-3 พอใช้
ควรปรบั ปรงุ

เกณฑก์ ารประเมินใบงาน

เร่ือง วิธีการดแู ลเสอื้ ผา้ ประเภทตา่ ง ๆ

รายการ / คะแนน 3 2 1
1. ใบงานถกู ต้อง ทาใบงานอย่างครบถ้วน ทาใบงานอย่างครบถว้ น ทาใบงานไม่ครบถว้ น
ครบถ้วน สมบูรณ์ และถูกต้องทุกขอ้ และมีตอบผดิ บางข้อ
2. มีความรบั ผิดชอบใน ส่งงานตรงตามเวลา ส่งงานช้ากวา่ กาหนด สง่ งานชา้ กว่ากาหนด
การทางาน 1-3 วนั 4 วนั ขึน้ ไป / ไมส่ ่งงาน
3. ความต้งั ใจในการ ต้ังใจทางานทไี่ ดร้ บั ต้ังใจทางานทไ่ี ดร้ บั ไม่ต้งั ใจทางานท่ีไดร้ ับ
ทางาน มอบหมายอยา่ งเตม็ มอบหมายอย่างเต็ม มอบหมาย / ไมพ่ ยายาม
ความสามารถ และ ความสามารถและ แก้ปัญหาดว้ ยตนเอง
พยายามแกป้ ัญหาดว้ ย พยายามแก้ปญั หาด้วย
ตนเองทุกครง้ั ตนเองในบางคร้งั

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ แปลคา่ ระดบั คุณภาพได้ ดี
7 – 9 คะแนน แปลค่าระดบั คุณภาพได้ พอใช้
5 – 6 คะแนน แปลค่าระดบั คุณภาพได้ ควรปรบั ปรุง
3 – 4 คะแนน

ลาดบั ท่ี เอกสารประกอบการสอน หมายเหตุ
1 ขนั้ นาเขา้ สู่บทเรียน
2 รายช่อื เอกสาร
3 เกมจบั ผดิ ภาพ ข้นั สอน
Power Point เรื่อง วธิ ีการขจัดรอยเปอ้ื นแบบต่าง ๆ ขั้นประเมินผล
ใบงาน เร่อื ง วธิ ีการขจัดรอยเปื้อน

วชิ า การงานอาชพี 5 เกมจับผดิ ภาพ เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 1
เรื่อง วธิ กี ารดแู ลเสอ้ื ผา้ ประเภทตา่ ง ๆ ระดบั : ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 3

วตั ถปุ ระสงค์
ใช้ในการนาเข้าสูบ่ ทเรียน

วธิ ดี าเนนิ การ
1. ครใู หน้ กั เรียนร่วมเลน่ เกมจับผดิ ภาพ
2. เม่ือจับผิดภาพจนครบทุกจุด ครมู ีแนวคาถามดงั นี้
- นกั เรียนอยากสวมเสื้อผ้าแบบในภาพใดมากกวา่ กัน
- หากเส้อื ผ้านักเรียนมีรอยเป้ือนนกั เรียนจะทาอย่างไรกบั เสื้อผา้ ตวั นนั้
3. ครูนาคาตอบของนกั เรียนเชื่อมโยงเขา้ สเู่ นื้อหา

วชิ า การงานอาชีพ 5 Power Point เรอื่ ง วธิ กี าร เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 2
เรอื่ ง วธิ กี ารดแู ลเสอ้ื ผ้าประเภทตา่ ง ๆ ขจดั รอยเปอ้ื นแบบตา่ ง ๆ ระดบั : ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

วตั ถปุ ระสงค์
ใช้ในการให้เน้ือหา

วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
นกั เรียนอธิบายวธิ กี ารขจดั รอยเป้อื นจากสถานการณท์ ่ีกาหนดให้ได้อย่างถูกต้อง (K)

วธิ ดี าเนินการ
ครอู ธิบาย เรือ่ ง วธิ ีขจดั รอยเป้ือนบนเสอื้ ผ้า โดยใช้ Power Point เรอื่ ง วธิ ีขจดั รอยเปื้อนบนเส้ือผู้

โดยถาม – ตอบกับนักเรยี น

ลาดับที่ PowerPoint คาอธบิ าย

1 นักเรียนอาจพบปญั หารอย

เปื้อนบนเสอื้ ผ้าได้บ่อย เรามา

ดกู นั ดกี ว่า ว่ามวี ธิ ีการขจดั

รอยเปอื้ นอะไรกันบา้ ง

2 รอยเป้ือนชา รอยกาแฟ การ
ขจดั คาบคือการนาแปูงโรยบน
รอยเปอ้ื น ทิ้งให้แห้ง ใช้แปรง
ปัดออกแล้วนาไปซักตามปกติ

3 รอยต่อมาคือรอยเป้ือนเลือด
หากเปน็ ผ้าฝาู ยหรือลนิ นิ ที่
เป้อื น ให้แชน่ า้ และใช้
แอมโมเนยี เจือจางเช็ดแลว้ ไป
ซัก หรอื ใช้แปูงผสมน้าใหข้ ้น
ทาตรงรอยเปื้อน ทง้ิ ไว้ 4
ชัว่ โมงแล้วนาไปซกั

4 รอยเปอื้ นหมากฝรั่ง ใช้สันมีด
ขดู หมากฝรงั่ ออก ใชน้ า้ แข็งถู
เพื่อให้หมากฝรั่งแข็งตัว
ค่อยๆแกะออก ใชส้ าลีชบุ
แอลกอฮอลเ์ ชด็ รอยหมากฝร่ัง
แล้วนาไปซกั

5 รอยเปอ้ื นครมี เนย น้ามนั นา
แปูงฝนุ โรยบนรอยเป้อื น ใช้
กระดาษชาระวางทบั แล้วรดี
เมื่อโดนความร้อน ไขมันจะ
ละลาย จงึ ทาให้กระดาษดดู
ซับความมันทห่ี ลุดออกจาก
เสอื้ ผา้ ได้

6 รอยเป้อื นนา้ หมกึ โรยเกลอื
ปนุ ตรงรอยเปื้อน แล้วบีบ
มะนาวลงไปให้ชุ่ม ผ่งึ แดดไว้

คร่งึ วันค่อยนาไปซัก และหาก
เป็นรอยปากกา นักเรยี น
สามารถใชแ้ อลกอฮอลเ์ ช็ด
หมกึ จะจางลงได้

7 ต่อมารอยเปื้อนสนิม นาผา้ ชบุ
น้าใหเ้ ปียกก่อน บีบมะนาวลง
ไปบนรอยเป้ือน ทง้ิ ไวส้ ักครู่
แลว้ นาไปซกั ตามปกติ ครู
ตรวจคาตอบของนักเรยี นว่า
ถูกต้องหรือไม่

8 รอยเปือ้ นยางผลไม้ ใชส้ ารสม้
ถูบริเวณรอยทเ่ี ป้ือน แลว้
นาไปซกั ดว้ ยสารซักฟอก
ผลไม้ที่มยี าง เช่น กล้วย
มะมว่ ง หรือมะละกอ หาก
นักเรียนทาหยดลงบนผ้าจะ
เป็นคราบเห็นได้ชดั ต้องรบี
ขจดั ออก

9 อันต่อมารอยเปื้อนโคลน ให้
ทิง้ โคลนให้แห้งแลว้ ใชแ้ ปรง
ปัดออก จากน้นั ซักดว้ ยนา้
หลายๆครงั้ จนไม่มโี คลน
ออกมา จึงนาผา้ ไปซัก
ตามปกติ

10 รอยเป้ือนดนิ สอให้ใชย้ าสีฟัน
ปาู ยตรงรอยเป้ือนแล้วขย้ี จงึ
นาไปซกั ตามปกติ

11 รอยคราบสดุ ท้ายคือรอยเปื้อน
เหง่ือไคล ใหซ้ ักดว้ ยน้าผสม
น้าส้มสายชูเล็กนอ้ ย แล้วจึง
นาไปซักตามปกติ

12 หลักจากได้เรียนรู้แล้ววา่
สามารถขจัดรอยเปื้อนได้

อยา่ งไรบ้าง จะทาให้นกั เรียน
มีเสอื้ ผ้าไว้ใช้ได้นาน ๆ
นอกจากนี้ การดูแลรักษา
เสอื้ ผ้าท่เี ราได้เรยี นร้กู ัน
ทั้งหมด ยงั ช่วยประหยัด

ทรัพยากร และลดปญั หาใน
ปัจจุบนั ได้ด้วย

13 นักเรียนรู้จกั Fast Fashion
หรอื ไม่

Fast Fashion หมายถึง
เสือ้ ผา้ สินคา้ แฟช่ันตา่ ง ๆ ที่
ถกู ผลิตออกมาอย่างรวดเร็ว
ในราคาต่าที่สุด ขณะท่ผี ซู้ ้ือมี
ความต้องการซื้อมาก ๆ และ
ใสไ่ ม่กี่คร้ังก็ทง้ิ แล้วไปซือ้ ตัว
ใหม่แทน ทาใหเ้ กดิ ขยะ การ
รักษาเส้อื ผ้าให้ใสไ่ ด้นาน ๆ
จะเป็นส่วนหน่งึ ที่ช่วยลด
ปัญหา fast Fashion ได้

วชิ า การงานอาชพี 5 ใบงาน เรอ่ื ง วธิ กี ารขจดั รอย เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 3

เร่อื ง วธิ กี ารดแู ลเสอื้ ผา้ ประเภทตา่ ง ๆ เปอื้ น ระดบั : ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3

วตั ถปุ ระสงค์
ใช้ในการประเมนิ ผล

วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม

นักเรียนวิเคราะหว์ ธิ กี ารดูและรักษาเสือ้ ผา้ จากสถานการณ์ทกี่ าหนดให้ได้อย่างถูกตอ้ งครบถว้ น (K)
วธิ ดี าเนินการ

ครใู ห้นกั เรยี นทาใบงาน เร่ือง วิธีการดูแลเสอื้ ผา้ ประเภทตา่ ง ๆ หากนกั เรียนทาเสรจ็ ให้นักเรยี นส่ง
ใบงาน ใน Google Classroom กอ่ นท่จี ะมาเรยี นในคาบถัดไป

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 อาหารประเภทสารบั

โรงเรียนปากเกรด็ จังหวดั นนทบุรี

แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 6

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ การงานอาชพี

รหัสวชิ า ง 23101 รายวชิ า การงานอาชีพ ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 3
ภาคเรียนท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564 จานวน 50 นาที (1 คาบ)

เรือ่ ง อาหารสารบั น่ารู้ ผูส้ อน น.ส.สภุ าพร เรยี มรัตนวาณิชย์

1. มาตรฐาน

มาตรฐาน ง 1.1 เขา้ ใจการทางาน มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทกั ษะการ
จดั การ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะการแสวงหาความรู้ มคี ุณธรรม และ
ลกั ษณะนสิ ยั ในการทางาน มีจติ สานึกในการใช้พลังงาน ทรพั ยากร และสงิ่ แวดล้อม เพ่ือการดารงชวี ติ และ
ครอบครวั

2. ตวั ชี้วดั
ง 1.1 ม.3/1 อภิปรายขัน้ ตอนการทางานท่ีมีประสิทธภิ าพ
ง 1.1 ม.3/2 ใชท้ กั ษะในการทางานร่วมกันอย่างมคี ณุ ธรรม
ง 1.1 ม.3/3 อภปิ รายการทางานโดยใชท้ ักษะการจดั การเพ่ือการประหยดั พลังงาน ทรพั ยากร และ

สิง่ แวดลอ้ ม

3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรยี นบอกความหมายของอาหารประเภทสารับได้ (K)
2. นักเรียนบอกความสาคัญของอาหารประเภทสารับได้ (K)
3. นักเรยี นเหน็ ความสาคัญของอาหารประเภทสารบั (A)

4. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
4. รกั ความเป็นไทย

5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2.ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
5.ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. สาระสาคญั
อาหารประเภทสารบั คือ อาหารทีจ่ ัดเปน็ ชดุ มอี าหารหลายอย่าง หลายรสชาติ หลายลักษณะ ซ่งึ

รสชาติของอาหารสามารถรับประทานรว่ มกนั ได้ และให้ความอร่อยเม่ือรบั ประทานทง้ั ชุด

ความสาคญั ของอาหารประเภทสารบั คือ ใหค้ ุณคา่ ทางโภชนาการครบถว้ น มปี ระโยชนต์ อ่ รา่ งกาย
แสดงถงึ เอกลักษณ์และวฒั นธรรมไทย สะดวกต่อการรับประทานและบรกิ ารอาหาร และเหมาะสาหรับจัดเล้ียง
ในโอกาสพิเศษ

7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ครูรอนักเรียนเข้า google meet ประมาณ 10 นาที
ข้ันนา (3 นาที)
1. ครูนารปู ภาพการรับประทานกับครอบครวั ใหน้ ักเรียนดู และถามคาถามนกั เรยี น โดยมีแนวคาถาม
ดงั นี้
- จากภาพท่ีนักเรียนเป็นภาพทเ่ี กีย่ วข้องกบั อะไร
- นกั เรียนเคยมีประสบการณเ์ หมือนในภาพดังกล่าวหรือไม่ หรือเคยพบเจอทไ่ี หนบา้ ง
- รปู แบบของอาหารท่รี ับประทานร่วมกบั ครอบครัวเปน็ รปู แบบใด
2. ครูโยงคาตอบของนักเรยี นท่ไี ด้เข้าสู่บทเรยี น เร่ือง อาหารสารบั
ข้นั สอน (12 นาที)
1. ครถู ามนักเรียนเกย่ี วกับอาหารสารบั โดยมีแนวคาถามดังน้ี
- นกั เรียนคดิ ว่าอาหารสารบั มีลกั ษณะเป็นอย่างไร
- นักเรยี นคดิ ว่าอาหารสารับกับอาหารจานเดียวมีความแตกต่างกนั อยา่ งไร
- อาหารสารับมคี วามสาคัญกับคนไทยอย่างไร
2. ครสู รปุ คาตอบของผู้เรยี น และสอนเร่ืองความหมายและความสาคญั ของอาหารประเภทสารบั โดย
ใช้ Power Point

3. ครูเชอ่ื มโยงไปสเู่ รื่อง รับประทานอาหารอย่างไร ใหป้ ลอดภยั และหา่ งไกลโควิด – 19 โดยใช้
Power Point
ขนั้ สรุปและประเมินผล (15 นาท)ี
1. ครสู รุปเร่ืองอาหารประเภทสารบั โดยใชก้ ารถามตอบรว่ มกับนักเรียน และพดู เชอ่ื มโยงกับการ

นาไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาวัน
2. ครูใหน้ กั เรยี นเล่นเกม จรงิ หรือเท็จ ผ่าน www.wordwall โดยทาการสง่ link ให้นกั เรยี นในช่อง
ข้อความของ google meet และสรปุ คะแนนหลังจบเกม
3. ครูเขา้ ระบบ pakkred learning cyber และเปิดใบงาน เรื่อง อาหารสารบั และสาธิตการทาใบ
งานเปน็ ตัวอยา่ งใหน้ กั เรียนดู

4.ครูให้นกั เรยี นทาใบงาน เรือ่ ง อาหารสารับ ใน pakkred learning cyber หากนกั เรยี นทาเสร็จให้
นักเรยี นสง่ ใบงานใน Google Classroom ก่อนทจ่ี ะมาเรยี นในคาบถัดไป

8. ส่ือการเรียนรู้
1. ภาพการรบั ประทานอาหารรว่ มกบั ครอบครัว
2. Power Point ความหมาย ความสาคญั ของอาหารประเภทสารบั
3. เกม จรงิ หรอื เทจ็
4. ใบงานท่ี 1 อาหารสารับ ใน pakkred learning cyber

9. การวดั และประเมนิ ผล : เกณฑ์การประเมินผล / เคร่ืองมือ
9.1 หลกั ฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงานสุดทา้ ยท่ีแสดงพฤตกิ รรมการเรยี นรรู้ วบยอด)
1. ใบงานท่ี 1 เรือ่ ง อาหารสารบั ใน pakkred learning cyber
9.2 วธิ กี ารวัดประเมินผล
1. ประเมินจากการเลน่ เกม จรงิ หรอื เท็จ
2. ประเมนิ จากการทาใบงาน
9.3 เครอื่ งมอื การวดั ประเมินผลและเกณฑก์ ารประเมนิ
1. แบบประเมินการทาใบงาน

เกณฑก์ ารประเมินใบงาน

ใบงานท่ี 1 เร่อื ง อาหารสารบั

รายการ / คะแนน 3 21

1. ใบงานถกู ต้อง ทาใบงานอยา่ งครบถ้วนและ ทาใบงานครบถ้วน และมี ทาใบงานไมค่ รบถว้ น
ครบถว้ น สมบรู ณ์
ถกู ต้องทุกข้อ ตอบผดิ บางขอ้

2. มีความรับผดิ ชอบ ส่งงานตรงตามเวลา สง่ งานชา้ กวา่ กาหนด 1 -3 ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด 4
ในการทางาน วัน วันขนึ้ ไป / ไมส่ ง่ งาน

3. ความตงั้ ใจในการ ตั้งใจทางานท่ไี ดร้ บั ตั้งใจทางานท่ไี ด้รบั ไม่ตงั้ ใจทางานทีไ่ ดร้ บั
ทางาน มอบหมายอยา่ งเต็ม มอบหมายอยา่ งเตม็ มอบหมาย / ไมพ่ ยายาม
ความสามารถ และพยายาม ความสามารถ และพยายาม แกป้ ญั หาดว้ ยตนเอง
แกป้ ัญหาดว้ ยตนเองทุกคร้ัง แก้ปัญหาดว้ ยตนเองใน
บางครัง้

เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ แปลคา่ ระดบั คณุ ภาพได้ ดี
7 – 9 คะแนน แปลคา่ ระดบั คณุ ภาพได้ พอใช้
5 – 6 คะแนน แปลค่าระดบั คณุ ภาพได้ ควรปรับปรุง
3 - 4 คะแนน

เอกสารประกอบการสอน

ลาดบั ที่ ช่ือเอกสาร หมายเหตุ

1 รูปภาพการรับประทานอาหารรว่ มกบั ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรียน
ครอบครัว

2 PowerPoint เรอื่ ง ความหมายและ ข้ันสอน
ความสาคัญของอาหารประเภทสารับ

3 เกม จริงหรือเทจ็ ขั้นประเมินผล

4 ใบงานที่ 1 เรอ่ื ง อาหารสารบั ขนั้ ประเมนิ ผล

วชิ า การงานอาชีพ 5 รปู ภาพการรบั ประทานอาหาร เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 1
เรอ่ื ง อาหารสารบั น่ารู้
ร่วมกบั ครอบครวั ระดบั : ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 3

วัตถุประสงค์

ใชใ้ นการนาเขา้ สู่บทเรยี น

วิธกี ารดาเนินการ

1. ครูนารปู ภาพการรับประทานกับครอบครวั ใหน้ ักเรยี นดู และถามคาถามนกั เรยี น โดยมีแนวคาถาม
ดงั นี้

- จากภาพท่ีนักเรยี นเปน็ ภาพเกย่ี วขอ้ งกบั อะไร
- นกั เรียนเคยมปี ระสบการณ์เหมอื นในภาพดังกล่าวหรือไม่ หรือเคยพบเจอทไ่ี หนบ้าง
- รปู แบบของอาหารทรี่ ับประทานร่วมกบั ครอบครวั เป็นรูปแบบใด
2. ครูโยงคาตอบของนักเรียนทไ่ี ด้เข้าสู่บทเรียน เรือ่ ง อาหารสารบั

วชิ า การงานอาชีพ 5 PowerPoint เร่อื ง เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 2
เรื่อง อาหารสารบั นา่ รู้ ความหมายและความสาคัญ ระดบั : ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 3
ของอาหารประเภทสารบั

วัตถุประสงค์

ใช้ในการใหเ้ นื้อหา

วตั ถปุ ระสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
1. นกั เรียนบอกความหมายของอาหารประเภทสารับได้ (K)
2. นักเรยี นบอกความสาคัญของอาหารประเภทสารบั ได้ (K)

วธิ ดี าเนนิ การ

1. ครูสอนเรอื่ งความหมายและความสาคัญของอาหารประเภทสารบั โดยใช้ Power Point
2. ครเู ชอื่ มโยงไปสู่เรื่อง รบั ประทานอาหารอย่างไร ให้ปลอดภยั และหา่ งไกลโควดิ – 19 โดยใช้
Power Point

ลาดบั ที่ PowerPoint คาอธบิ าย
1
เรามาดูกันดีกวา่ ว่าทนี่ กั เรียนเข้าใจถูก
หรอื ไม่

อาหารสารบั ก็คอื อาหารท่ีจัดเป็นชดุ ทีม่ ี

อาหารหลากหลายอย่าง หลายรสชาติ ซึ่ง

2 ตอ้ งรบั ประทานร่วมกนั ได้โดยไม่ขัดแย้งกัน
ซง่ึ ในสารับนน้ั ต้องมโี ภชนาการครบ 5 หมู่

และในส่วนของความสาคญั ของอาหาร
3 ประเภทสารับนั้น เรามาดูกันดีกวา่ ว่าที่

นักเรยี นเขา้ ใจถกู หรือไม่

ความสาคัญของอาหารสารบั อยา่ งแรกเลย
ก็คอื ต้องมีคณุ ค่าทางโภชนาการครบถ้วน
4 ทั้ง 5 หมู่ ทง้ั โปรตนี คารโ์ บไฮเดรต ไขมนั

วิตามินและเกลือแร่ มีประโยชน์ต่อ
ร่างกาย

อย่างท่สี องคือ เปน็ สิ่งที่แสดงถึงเอกลักษณ์
ของความเปน็ ไทย การจัดสารบั มักจะมี
5 การตกแตง่ ดว้ ยการแกะสลักให้นา่

รับประทานเสมอ

ความสาคญั อย่างที่สามคือ อาหารสารับ
สะดวกต่อการรับประทานและการ

6 ใหบ้ รกิ ารอาหาร เพราะจดั เป็นชดุ สะดวก
ตอ่ การยก จดั เสริ ฟ์ และรบั ประทานได้
สะดวก

ความสาคญั อยา่ งสุดท้ายก็คือ อาหาร
สารับเหมาะกับการจัดเลย้ี งในโอกาสพเิ ศษ
7 ตา่ งๆ เพราะมีอาหารท่หี ลากหลาย มีการ
จดั ตกแตง่ ทีส่ วยงามดดู ี เหมาะแกการจดั

เล้ียงต้อนรบั งานพธิ ีตา่ งๆ

นอกจากจะเรียนรเู้ รื่องอาหารสารบั แลว้
ยังมเี ร่ืองการเลอื กรับประทานอาหาร
8 ในช่วงโควิด-19อกี ดว้ ย เพื่อที่นักเรียนจะ
ไดน้ าไปปฏบิ ตั ิกับการรับประทานอาหาร

ในครอบครัว

แนะนาให้ทาอาหารทานเองท่ีบา้ น เพอ่ื

ความสะอาด ปลอดภยั และสบายใจกว่า

สงั่ อาหารมา ทางองค์การอนามยั โลก

(WHO) แนะนาไว้ดังนี้

1. สามารถบรโิ ภคเนอ้ื สัตว์ต่าง ๆ ได้ ถา้ มี

การปรงุ สกุ อยา่ งทวั่ ถึงและจดั เตรียมอยา่ ง

9 ถกู ต้องเหมาะสม

2. ให้ใชเ้ ขยี งและมีด แยกกนั ระหวา่ ง

อาหารที่ปรุงสุกและเน้ือดิบ

3. ใหล้ ้างมอื ทุกคร้งั ระหวา่ งทเ่ี ตรียมเนือ้

ดิบสลับกับทป่ี รุงสกุ แลว้

4. ตอ้ งแน่ใจว่า เนื้อสัตวท์ น่ี ามาประกอบ

อาหารไมป่ วุ ยหรือตายจากโรค

ตวั อย่างเมนูที่ควรหลีกเลี่ยง อยา่

แรก ไดแ้ ก่ ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ขา้ วขา

หมู แม้วา่ เนอ้ื สตั ว์ ไก่ หรือหมู จะถูกทาให้

10 สกุ แล้ว แต่ชว่ งทีค่ นขายใช้มือจบั และหัน่

ใส่กล่อง อาจทาใหเ้ ช้ือโรคติดมากับมือ

คนขายก็ได้ หากร้านนนั้ ใชม้ อื เปล่าหรือ

ไมไ่ ดใ้ ส่ถุงมือ

สม้ ตา เพราะส้มตาไม่ไดผ้ า่ นความรอ้ นเลย

ตอ้ งใชม้ ือหยิบจับวตั ถดุ ิบ อาจทาให้เช้ือ

โรคติดมากับมือของคนขาย และครกท่ีใช้

11 ตา หรอื ภาชนะทใี่ ช้ยา หากใช้ซา้ หลาย ๆ
ครั้ง กอ็ าจทาให้เกิดการสะสมของเช้ือโรค

ได้ อีกท้ังมักจะล้อมวงทานกันหลาย ๆ คน

ก็มคี วามเส่ียงที่จะติดเชอ้ื ไวรสั จากคนที่

ทานอาหารรว่ มกนั ด้วย

สลัดผัก เป็นอาหารที่ไมผ่ า่ นความร้อนเลย
ต้องทานแบบเยน็ เพ่ือคงความสดของผัก
12 หากร้านท่ีลา้ งผกั สลัดไมส่ ะอาดเท่าที่ควร
เชอื้ ไวรสั ที่อาจปนเปอื้ นมากับผัก กจ็ ะเขา้

ส่รู า่ งกายของเราได้

ชาบู ป้ิงยา่ ง เมนนู ี้อาจไม่ไดส้ ่ังมาทาน แต่
อาจหาซื้อเนอ้ื สัตวห์ รอื วัตถดุ ิบมาทาทาน
13 กันเองทบี่ า้ น แต่ก็ไม่แนะนาเพราะเป็น
เมนทู ่ตี ้องลอ้ มวงกนิ กันหลาย ๆ คน แบบ
นี้ก็เสย่ี งทจี่ ะตดิ เชือ้ ไวรสั ได้เหมือนกัน

วชิ า การงานอาชีพ 5 เกม จรงิ หรือเทจ็ เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 3
เรอื่ ง อาหารสารบั นา่ รู้ ระดบั : ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

วตั ถปุ ระสงค์
ใชใ้ นการประเมินผล

วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม

1. นกั เรียนบอกความหมายของอาหารประเภทสารับได้ (K)
2. นักเรียนบอกความสาคัญของอาหารประเภทสารับได้ (K)
วธิ ดี าเนนิ การ
1. ครใู หน้ ักเรยี นเล่นเกม จรงิ หรือเท็จ ผา่ น www.wordwall โดยทาการส่ง link :
https://bit.ly/3A0hZMZ ให้นักเรยี นในชอ่ งขอ้ ความของ google meet และสรุปคะแนนหลังจบ
เกม

ขอ้ คาถาม
จริง
1. อาหารสารับ คอื อาหารที่จดั เป็นชดุ รวมกนั หลากหลายอย่าง
2. อาหารสารบั มโี ภชนาการทางอาหารครบ 5 หมู่
3. รสชาตอิ าหารในสารับต้องไม่ขัดแย้งกัน

4. อาหารสารบั จดั เป็นชดุ สะดวกตอ่ การรบั ประทานและจัดเสริ ฟ์

5. อาหารสารบั เหมาะกับการจดั เลย้ี งในโอกาสพิเศษ

เท็จ

1. อาหารสารับ คือ อาหารท่ีให้คณุ คา่ ทางโภชนาการครบ ภายใน 1 จาน
2. อาหารสารับไมแ่ สดงถึงวฒั นธรรมไทย
3. ในช่วงโควดิ - 19 ควรรับประทานสลัด เพราะเปน็ อาหารท่ีไมผ่ า่ นความร้อน
4. ข้าวมนั ไก่ จดั เปน็ อาหารสารับ
5. ในช่วงโควดิ - 19 ควรส่งั อาหารมารับประทาน เพราะปลอดภัยกวา่ ทาอาหารทานเอง

วชิ า การงานอาชพี 5 เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 4
เรอ่ื ง อาหารสารบั นา่ รู้ ใบงานท่ี 1 เรอ่ื ง อาหารสารบั

ระดบั : ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3

วตั ถปุ ระสงค์
ใช้ในการประเมนิ ผล

วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม

1. นกั เรยี นบอกความหมายของอาหารประเภทสารับได้ (K)
2. นักเรยี นบอกความสาคญั ของอาหารประเภทสารบั ได้ (K)
วธิ ดี าเนนิ การ
1. ครูเขา้ ระบบ pakkred learning cyber และเปิดใบงาน เร่ือง อาหารสารบั และสาธิตการทาใบ
งานเปน็ ตวั อย่างให้นักเรียนดู

2.ครใู หน้ กั เรยี นทาใบงาน เรอื่ ง อาหารสารับ ใน pakkred learning cyber หากนักเรยี นทาเสรจ็ ให้
นกั เรียนสง่ ใบงานใน Google Classroom ก่อนทีจ่ ะมาเรยี นในคาบถัดไป

ใบงานท่ี 1 เร่ือง อาหารสารบั

ชื่อ.................................................สกลุ ..................................................ชัน้ ................เลขท่.ี ...............
คาช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นนาคาในกรอบข้อความ ไปเติมในชอ่ งความหมายและความสาคญั ของอาหารประเภท
สารบั

ให้ถูกตอ้ ง

อาหารทจ่ี ดั เปน็ ชดุ แสดงถงึ เอกลกั ษณแ์ ละวฒั นธรรมไทย เหมาะสาหรับจดั เล้ียงในโอกาสพเิ ศษ

ให้ความอร่อยเมื่อรับประทานทัง้ ชุด สะดวกต่อการรบั ประทาน ใหค้ ณุ ค่าทางโภชนาการครบถ้วน

มกี ารตกแตง่ ใหน้ า่ รบั ประทาน จดั เสิรฟ์ ได้สะดวก รสชาตไิ มข่ ดั แย้งกนั มอี าหารหลายอย่าง

ความหมายของอาหารสารับ

ความสาคัญของอาหารประเภทสารับ

โรงเรียนปากเกรด็ จังหวดั นนทบุรี

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7

กลุม่ สาระการเรียนรู้ การงานอาชีพ

รหสั วชิ า ง 23101 รายวิชา การงานอาชพี ชั้น มัธยมศึกษาปีท่ี 3
ภาคเรียนท่ี 1
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564 จานวน 50 นาที (1 คาบ)

เร่อื ง ประเภทของอาหารสารับ ผ้สู อน น.ส.สภุ าพร เรยี มรัตนวาณชิ ย์

1. มาตรฐาน
มาตรฐาน ง 1.1 เข้าใจการทางาน มีความคิดสรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทกั ษะการ

จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทกั ษะการทางานร่วมกนั และทักษะการแสวงหาความรู้ มคี ุณธรรม และ
ลกั ษณะนิสัยในการทางาน มีจติ สานกึ ในการใชพ้ ลังงาน ทรพั ยากร และสงิ่ แวดลอ้ ม เพ่ือการดารงชีวิตและ
ครอบครัว

2. ตัวชี้วัด
ง 1.1 ม.3/1 อภิปรายข้นั ตอนการทางานทีม่ ีประสิทธภิ าพ
ง 1.1 ม.3/3 อภิปรายการทางานโดยใช้ทักษะการจัดการเพ่ือการประหยัดพลังงาน ทรพั ยากร และ

ส่ิงแวดล้อม

3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. นักเรียนบอกประเภทของอาหารสารับได้ (K)
2. นักเรียนเห็นความสาคัญของประเภทของอาหารสารบั (A)

4. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ ม่ันในการทางาน
4. รักความเปน็ ไทย

5. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2.ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต
5.ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. สาระสาคัญ
ประเภทของอาหารสารบั แบ่งตามลกั ษณะของอาหารและการประกอบอาหาร ได้ 3 ประเภท ไดแ้ ก่

อาหารท่ีต้องมีเครอ่ื งเคยี งและเคร่ืองแนม อาหารที่ต้องจัดชดุ เข้ากับข้าวซงึ่ เปน็ อาหารหลัก และอาหารท่ีต้อง
คลุกเคล้าดว้ ยกนั เป็นอาหารจานเดยี ว

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ครูรอนกั เรยี นเขา้ google meet ประมาณ 10 นาที
ขนั้ นา (5 นาท)ี
1. ครถู ามคาถามเช่ือมโยงกบั การเรยี นครงั้ ก่อนว่า ครอบครัวนกั เรยี นรับประทานอาหารอะไรบา้ งใน 1
สารับ ใหน้ ักเรยี นช่วยกันตอบ ครจู ดบนั ทกึ คาตอบของนกั เรียน
2. ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งประเภทของอาหารสารับ จากคาตอบของนักเรยี นท่ีครูไดจ้ ดบนั ทกึ ไว้
3. ครเู ชือ่ มโยงคาตอบของนักเรียนเขา้ สบู่ ทเรียน
ขั้นสอน ( 15 นาที )
1. ครูใหน้ ักเรยี นเล่นเกม ใชห่ รอื มวั่ ชัวร์หรอื ไม่ โดยครจู ะเปิดภาพอาหาร พร้อมกบั ระบปุ ระเภทของ
อาหารน้นั หากนักเรยี นคิดวา่ อาหารนน้ั ระบุไดถ้ ูกต้องกับประเภทของอาหารสารับใหน้ กั เรียนพมิ พ์
หมายเลข 1 แตห่ ากนกั เรยี นคดิ ว่าไม่ถูกต้องใหน้ ักเรียนพิมพ์หมายเลข 2 และถามเหตุผลในการตอบ
คาถามของนักเรียนในแตล่ ะรูปภาพ จากน้ันจงึ กดเฉลย
2. ครูสรปุ คาตอบของนักเรยี น และสอนเพ่ิมเติมเร่ือง ประเภทของอาหารสารับ โดยใช้ Power Point
ขน้ั สรปุ และประเมินผล ( 10 นาที )

1. ครูสรปุ เร่ืองประเภทของอาหารสารับ โดยใช้การถามตอบร่วมกบั นักเรยี น และพดู เชื่อมโยงกบั การ
นาไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวัน

2. ครเู ข้าระบบ pakkred learning cyber และเปิดใบงาน เร่ือง ประเภทของอาหารสารับ และสาธิต
การทาใบงานเป็นตัวอยา่ งให้นักเรยี นดู

3.ครใู หน้ ักเรยี นทาใบงาน เร่อื ง ประเภทของอาหารสารบั ใน pakkred learning cyber หากนกั เรียน
ทาเสรจ็ ใหน้ ักเรยี นส่งใบงานใน Google Classroom ก่อนทีจ่ ะมาเรยี นในคาบถัดไป

8. ส่ือการเรยี นรู้
1. PowerPoint เรอ่ื ง ประเภทของอาหารสาหรับ
2. Power Point เกมใช่หรือมั่วชัว่ รห์ รอื ไม่
3. ใบงานที่ 2 เรือ่ ง ประเภทของอาหารสารบั

9. การวัดและประเมินผล : เกณฑก์ ารประเมินผล / เคร่อื งมือ
9.1 หลกั ฐานการเรยี นรู้ (ชิ้นงานสดุ ทา้ ยทีแ่ สดงพฤติกรรมการเรียนรรู้ วบยอด)
1. ใบงานท่ี 2 เรอื่ ง ประเภทของอาหารสารับ
9.2 วิธกี ารวดั ประเมินผล
1. ประเมินโดยการตอบคาถาม
2. ประเมนิ จากการทาใบงาน
9.3 เครื่องมือการวดั ประเมินผลและเกณฑ์การประเมนิ
1. แบบประเมินการตอบคาถาม
2. แบบประเมนิ การทาใบงาน

เกณฑก์ ารประเมินใบงาน

ใบงานท่ี 2 เรอ่ื ง ประเภทของอาหารสารบั

รายการ / คะแนน 3 21

1. ใบงานถูกต้อง ทาใบงานอยา่ งครบถว้ นและ ทาใบงานครบถ้วน และมี ทาใบงานไม่ครบถ้วน
ครบถ้วน สมบรู ณ์
ถูกต้องทุกข้อ ตอบผดิ บางขอ้

2. มีความรับผิดชอบ สง่ งานตรงตามเวลา สง่ งานชา้ กว่ากาหนด 1 -3 ส่งงานชา้ กวา่ กาหนด 4
ในการทางาน วัน วนั ข้ึนไป / ไมส่ ง่ งาน

3. ความตัง้ ใจในการ ตั้งใจทางานท่ไี ด้รับ ต้ังใจทางานทไ่ี ดร้ ับ ไม่ตั้งใจทางานทีไ่ ดร้ ับ
ทางาน มอบหมายอยา่ งเต็ม มอบหมายอยา่ งเต็ม มอบหมาย / ไมพ่ ยายาม
ความสามารถ และพยายาม ความสามารถ และพยายาม แก้ปัญหาดว้ ยตนเอง
แกป้ ญั หาด้วยตนเองทุกครง้ั แกป้ ญั หาดว้ ยตนเองใน
บางครงั้

เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ แปลค่าระดับคณุ ภาพได้ ดี
7 – 9 คะแนน แปลค่าระดับคณุ ภาพได้ พอใช้
5 – 6 คะแนน แปลคา่ ระดับคุณภาพได้ ควรปรบั ปรงุ
3 - 4 คะแนน

แบบประเมินการตอบคาถาม
ช่อื …………………………………….. นามสกลุ ………………………………… ชั้น …………………..

เกณฑ์ 3 2 1
1. การมสี ่วนรว่ มในการตอบคาถาม
2. ความถูกต้องของคาตอบ
3. ความตั้งใจในการคดิ คาตอบ

รวม

เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ

7 - 9 ดี

4 – 6 พอใช้

1 - 3 ควรปรับปรุง

เอกสารประกอบการสอน หมายเหตุ
ข้นั สอน
ลาดับที่ ชื่อเอกสาร ขน้ั ประเมนิ ผล
PowerPoint เกมใชห่ รอื ม่ัวชวั ร์หรือไม่ และ

1 ประเภทของอาหารสารับ
2 ใบงานที่ 2 เรื่อง ประเภทของอาหารสารับ

วชิ า การงานอาชีพ 5 PowerPoint เกมใชห่ รือมวั่ ชวั ร์ เอกสารประกอบการสอนหมายเลข 2
เรอ่ื ง การดูแลเส้ือผา้ หรือไม่ และประเภทของอาหาร ระดบั : ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 3

สาหรับ

วตั ถปุ ระสงค์
ใชใ้ นการใหเ้ น้ือหา

วตั ถปุ ระสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
นักเรยี นบอกประเภทของอาหารสารบั ได้ (K)
วธิ ดี าเนนิ การ
1. ครใู หน้ กั เรยี นเล่นเกม ใช่หรอื ม่วั ชวั รห์ รือไม่ โดยครจู ะเปิดภาพอาหาร พรอ้ มกับระบปุ ระเภทของ
อาหารนัน้ หากนักเรยี นคดิ ว่าอาหารน้ันระบุไดถ้ ูกต้องกบั ประเภทของอาหารสารบั ให้นกั เรยี นพิมพ์
หมายเลข 1 แต่หากนกั เรียนคดิ ว่าไม่ถูกต้องให้นักเรียนพิมพ์หมายเลข 2 และถามเหตุผลในการตอบ
คาถามของนกั เรียนในแต่ละรูปภาพ จากนั้นจงึ กดเฉลย
2. ครูสรุปคาตอบของนักเรียน และสอนเพิ่มเตมิ เร่ือง ประเภทของอาหารสารับ โดยใช้ Power Point

ลาดับที่ PowerPoint คาอธิบาย
1
ประเภทของอาหารสารับท่ีจะเรียนกันใน
2 วันน้ี เราจะมาเรียนกันผา่ นเกม ใช่หรอื มว่ั
ชัวร์หรือไม่ และจะมาเรยี นรู้ไปพรอ้ มกัน
วา่ สารบั อาหารมีกป่ี ระเภท และมี
อะไรบา้ ง

ภาพที่ 1 ที่นกั เรยี นเหน็ น้ี นกั เรียนคิดวา่
เปน็ สารบั อาหารประเภททต่ี ้องมีท้งั เครอ่ื ง
เคยี งและเครือ่ งแนมใชห่ รือไม่ ถ้าใชพ่ ิมพ์
1 ไม่ใช่พิมพ์2

เฉลย ใช่


Click to View FlipBook Version