ไชยวัฒน์ ไชยกิจ สถาปัตยกรรมเชื่อมย่านสะท้อนอัตลักษณ์เมืองเก่าสงขลา สงขลา แอนทีค SONGKHLA OLD TOWN ARCHITECTURE SONGKHLA ANTIQUE ARCHITECTURAL THESIS 2022 SCHOOL OF ARCHITECTURE SRIPATUM UNIVERSITY
CHAIWAT CHAIYAKIT SONGKHLA OLD TOWN ARCHITECTURE SONGKHLA ANTIQUE ARCHITECTURAL THESIS 2022 SCHOOL OF ARCHITECTURE SRIPATUM UNIVERSITY
สถาปัตยกรรมเชื่อมย่านสะท้อนอัตลักษณ์เมืองเก่าสงขลา สงขลา แอนทีค ไชยวัฒน์ ไชยกิจ วิทยานิพนธ์หลักสูตรสถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ปีการศึกษา 2565
SONGKHLA OLD TOWN ARCHITECTURE SONGKHLA ANTIQUE CHAIWAT CHAIYAKIT A THESIS SUBMITTED IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMENTS FOR THE DEGREE OF BACHELOR OF ARCHITECTURE DEPARTMENT OF ARCHITECTURE SCHOOL OF ARCHITECTURE SRIPATUM UNIVERSITY ACADEMIC YEAR 2022
หัวข้อวิทยานิพนธ์ สถาปัตยกรรมเชื่อมย่านสะท้อนอัตลักษณ์เมืองเก่าสงขลา: สงขลา แอนทีค SONGKHLA OLD TOWN ARCHITECTURE: SONGKHLA ANTIQUE ชื่อนักศึกษา ไชยวัฒน์ ไชยกิจ หลักสูตร สถาปัตยกรรมศาสตรบัณฑิต ปีการศึกษา 2565 อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์กรรณิกา สงวนสินธุกุล............................................... คณะกรรมการดำ เนินงานวิทยานิพนธ์ ประธานคณะกรรมการ อาจารย์ธีรบูลย์ พิศาลอภิพงศ์ คณะกรรมการตรวจวิทยานิพนธ์ คณะกรรมการอาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ กรรณิกา สงวนสินธุกุล ผู้ช่วยศาสตร์ตราจารย์ ปิยะ ไล้หลีกพาล คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์ภาวิน สุทธินนท์ อาจารย์ ดร.วิญญู อาจรักษา อาจารย์สมิทธิ์ โลหอุ่นจิตร คณะกรรมการตรวจวิทยานิพนธ์ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบและผ่านการสอบแล้ว วันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2565 คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์รับรองแล้ว ……....................................................... (อาจารย์ ธีรบูลย์ พิศาลอภิพงศ์) คณบดี คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม
บทคัดย่อ ABSTRACT สงขลา แอนทีค เป็นโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาย่านเศรษฐกิจที่สามารถช่วยสร้างโอกาสในการพลิกฟื้น เศรษฐกิจของเมือง โดยมุ่งเน้นส่งเสริมในด้านการท่องเที่ยว ผ่านการบูรณาการองค์ประกอบเมืองระหว่าง บริบทเดิมที่มีคุณค่ากับสิ่งใหม่ที่สามารถสร้างอนาคตให้แก่เมือง โดยในปัจจุบันเมืองสงขลามีบทบาทสำ คัญ ในระดับภูมิภาค และเป็นเมืองสร้างสรรค์ของไทยที่เป็นที่รู้จักในระดับโลก เศรษฐกิจท้องถิ่นและเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว คือการพัฒนาให้เกิดความสมดุลโดยไม่ก่อให้เกิดการทำ ลายคุณค่าความเป็นชุมชน สังคม และสภาพแวดล้อมเมือง เพื่อคงความเป็นเอกลักษณ์ของพื้นที่อันเต็มไปด้วยเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ให้เลือน หายไปตามกระแสการพัฒนาใหม่ ดังนั้นการที่จะพัฒนาทั้งสองด้านไปพร้อมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำ เป็นต้องมีการสร้างย่านที่สามารถดึงดูดผู้คนที่หลากหลาย ก่อให้เกิดกิจกรรมที่มีความเข้มข้นสูงและมี ความยืดหยุ่นในการใช้งาน วิทยานิพนธ์นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถาปัตยกรรมเมืองเก่า จังหวัดสงขลา ที่สามารถนำ มาปรับใช้ในการ ออกแบบ และเชื่อมต่อกับเส้นทางการท่องเที่ยวในย่านเมืองเก่า ส่งเสริมการเรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวของเมืิองเก่า จังหวัดสงขลา จากการศึกษาสาเหตุในการสร้างสถาปัตยกรรมส่งเสริมอัตลักษณ์เมืองเก่า นำ ไปสู่ปัจจัยในการเลือกที่ตั้ง โครงการและบริบทการเลือกที่ตั้งต้องตอบสนองในการสร้าง เพื่อส่งเสริมทัศนียภาพ ส่งเสริมการท่องเที่ยว คำ สำ คัญ : สถาปัตยกรรม / บริบท / วัฒนธรรม / อัตลักษณ์สงขลา
กิตติประกาศ ACKNOWLEDGEMENTS ความสำ เร็จของการศึกษาวิทยานิพนธ์ในครั้งนี้ ข้าพเจ้าได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือใน การ ดำ เนินงานวิทยานิพนธ์ ทั้งในส่วนภาคการศึกษาข้อมูลและภาคออกแบบจากบุคคลและ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งข้าพเจ้าขอขอบคุณในความเมตตากรุณา ความเสียสละที่มีต่อ ข้าพเจ้าตลอดเวลาในการ ศึกษาออกแบบวิทยานิพนธ์ทางสถาปัตยกรรม จนสำ เร็จลุล่วง เป็นผลงาน วิทยานิพนธ์การออกแบบทาง สถาปัตยกรรมที่สมบูรณ์ได้แก่ อาจารย์กรรณิกา สงวนสินธุกุล (อาจารย์ที่ปรึกษา) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ปิยะ ไล้หลีกพาล (กรรมการที่ปรึกษา)
ส า ร บั ญ บทที่ 1 บทนำ 1.1 ที่มาและความสำ คัญ 1.2 วัตถุประสงค์การศึกษา 1.3 ขอบเขตการศึกษาวิทยานิพนธ์ 1.4 ประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษา 02 04 05 06 บทที่ 2 บททวนวรรณกรรมและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง 2.1 ประวัติความเป็นมาและลักษณะทางกายภาพของสงขลา 2.2 ความเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบัน 2.2.1 ความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต 2.2.1.1 สมัยดั้งเดิม 2.2.1.2 สมัยเริ่มเปลี่ยนแปลง 2.2.1.3 สมัยเปลี่ยนแปลง 2.2.1.4 สมัยปัจุบัน 2.2.1.5 ความเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรม 2.3 วัฒนธรรมและความเชื่อ 2.3.1 วัฒนธรรมการตกแต่งที่อยู่อาศัย 2.3.2 วัฒนธรรมอาหาร 2.3.3 ที่ตั้งและการวางผัง 2.3.3.1 อาคารที่อยู่มุมถนน 2.3.3.2 อาคารที่อยู่ตอนกลางถนน 2.3.3.3 อาคารที่อยู่ตอนกลางถนนและอยู่ระหว่างสองถนน 08 14 15 15 16 17 18 19 20 22 23 30 32 34 36
2.4 เอ ก ลั ก ษ ณ์ ส ถ า ปั ต ย ก ร ร มเมื อ งเก่ า ส ง ข ล า 2.4.1 รู ป แ บ บ ส ถ า ปั ต ย ก ร ร ม 2.4.1.1 รู ป แ บ บ จี น ดั้ งเดิ ม 2.4.1.2 รู ป แ บ บ จี น พ า ณิ ช ย์ 2.4.1.3 รู ป แ บ บ จี น ส มั ย ใ ห ม่ 2.4.1.4 รู ป แ บ บ แ บ บ ส ง ข ล า ดั้ งเดิ ม ( ชิ โ น - ยู โ รเปี้ ย น ) 2.4.2 ล ว ด ล า ย ส ถ า ปั ต ย ก ร ร ม 2.4.3 วั ส ดุ 2.4.4 โ ค ร ง ส ร้ า ง 2.5 ส ถ า ปั ต ย ก ร ร ม ใ น ชุ ม ช นเมื อ งเก่ า ส ง ข ล า 2.5.1 ล ว ล า ย ข อ ง อ า ค า ร ( P a t t e r n ) 2.5.2 รู ป ท ร ง 2.6 ที่ พั ก ใ น ย่ า นเมื อ งเก่ า ส ง ข ล า - นิ ย า ม ข อ ง โ ร ง แ ร ม - ป ร ะเภ ท ข อ ง โ ร ง แ ร ม - ข น า ด แ ล ะ จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ ใ น ก า ร พั ก - ร ะ ดั บ ข อ ง ก า ร บ ริ ก า ร - ป ร ะเภ ท โ ร ง แ ร ม ใ น มิ ติ ก า ร อ อ ก แ บ บ - วิเค ร า ะ ห์ โ ร ง แ ร ม ใ น ย่ า นเมื อ งเก่ า 2.7 ก า ร ท่ อ งเที่ ย ว แ ล ะเศ ร ษ ฐ กิ จ - แ ห ล่ ง ท่ อ งเที่ ย ว ป ร ะเภ ท อ า ห า ร - แ ห ล่ ง ท่ อ งเที่ ย ว ป ร ะเภ ท วั ฒ น ธ ร ร ม - แ ห ล่ ง ท่ อ งเที่ ย ว ป ร ะเภ ท ธ ร ร ม ช า ติ - ส ถ า น ที่ ท่ อ งเที่ ย ว 3 8 3 8 3 9 4 041 42434445464951 626364656667 687981 828384
บ ท ที่ 3 ทำ เล ที่ ตั้ ง โ ค ร ง ก า ร แ ล ะ โ ป ร แ ก ร ม 3.1 ส่ งเส ริ ม แ ห ล่ ง ท่ อ งเที่ ย ว ย่ า นเมื อ งเก่ า 3.2 ป ร ะเภ ท ก ลุ่ ม นั ก ท่ อ งเที่ ย ว แ ล ะ รู ป แ บ บ ที่ พั ก อ า ศั ย 3.3 จำ น ว น นั ก ท่ อ งเที่ ย ว 3.4 วิเค ร า ะ ห์เลื อ ก ที่ ตั้ ง ข อ ง โ ค ร ง ก า ร - วิเค ร า ะ ห์เลื อ ก บ ริเว ณ พื้ น ที่ ตั้ ง โ ค ร ง ก า ร - ส รุ ป ก า รเลื อ ก ที่ ตั้ ง 3.5 ก ลุ่ ม ผู้ ใ ช้ ง า น โ ค ร ง ก า ร - จำ น ว น ผู้ ใ ช้ ง า น โ ค ร ง ก า ร อ้ า ง อิ ง จ า ก ข้ อ มู ล จำ น ว น นั ก ท่ อ งเที่ ย ว 3.6 ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร นำ ไ ป สู่ โ ป ร แ ก ร ม 3.7 โ ป ร แ ก ร ม ก า ร ใ ช้ ง า น 3.8 ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร พื้ น ที่ ( A r e a R e q uir e m e n t ) 3.9 ส รุ ป สั ด ส่ ว น โ ป ร แ ก ร ม ใ น ด ค ร ง ก า ร บ ท ที่ 4 ก า ร อ อ ก แ บ บ ส ถ า ปั ต ย ก ร ร ม 4.1 ก า ร วิเค ร า ะ ห์ ที่ ตั้ ง โ ค ร ง ก า ร ( Sit e a n aly sis ) 4.2 แ น ว คิ ด ( C o n c e p t ) 4.3 แ ผ น ภ า พ แ น ว คิ ด แ ล ะ ก า ร จั ด ว า ง พื้ น ที่ ( C o n c e p t u al , Dia g r a m A ) 4.4 แ ผ น ภ า พ แ น ว คิ ด แ ล ะ ก า ร จั ด ว า ง พื้ น ที่ ( C o n c e p t u al , Dia g r a m B ) 4.5 แ ผ น ภ า พ แ น ว คิ ด แ ล ะ ก า ร จั ด ว า ง พื้ น ที่ ( C o n c e p t u al , Dia g r a m C ) 4.6 โ ค ร ง ก า ร ( FIN A L P R O J E C T ) 4.6.1 ที่ ตั้ ง โ ร ง แ ร ม ( SIT E A H O T E L ) - ผั ง บ ริเว ณ ( L a y o u t ) - แ บ บ แ ผ น ผั ง ( Pla n ) - รู ป ด้ า น ( Ele v a tio n ) 8 7 9 3 9 7 1 0 1 1 1 9 1 2 0 1 2 9 1 3 1 1 3 2 1 3 4 1 3 6 1 5 1 1 5 4 1 5 8 1 6 0 1 6 5 1 7 0 1 7 5 1 7 9 1 8 0 1 8 1 1 8 7
- รู ป ตั ด ( S e c tio n A ) - รู ป ทั ศ นี ย ภ า พ ภ า ย น อ ก ( P e r s p e c tiv e e x t e rio r ) - รู ป ทั ศ นี ย ภ า พ ภ า ย ใ น ( P e r s p e c tiv e in t e rio r ) 4.6.2 ที่ ตั้ ง ศู น ย์ ก า รเรี ย น รู้ ( SIT E B M U S E U M ) - ผั ง บ ริเว ณ ( L a y o u t ) - แ บ บ แ ผ น ผั ง ( Pla n ) - รู ป ด้ า น ( Ele v a tio n ) - รู ป ตั ด ( S e c tio n B ) - รู ป ทั ศ นี ย ภ า พ ภ า ย น อ ก ( P e r s p e c tiv e e x t e rio r ) - รู ป ทั ศ นี ย ภ า พ ภ า ย ใ น ( P e r s p e c tiv e in t e rio r ) 4.6.3 ที่ ตั้ ง ศู น ย์ ก า รเรี ย น รู้ ( SIT E C A R T G A LLE R Y ) - ผั ง บ ริเว ณ ( L a y o u t ) - แ บ บ แ ผ น ผั ง ( Pla n ) - รู ป ด้ า น ( Ele v a tio n ) - รู ป ตั ด ( S e c tio n C ) - รู ป ทั ศ นี ย ภ า พ ภ า ย น อ ก ( P e r s p e c tiv e e x t e rio r ) - รู ป ทั ศ นี ย ภ า พ ภ า ย ใ น ( P e r s p e c tiv e in t e rio r ) บ ท ที่ 5 บ ท ส รุ ป 5.1 บ ท ส รุ ป แ ล ะ ข้ อเส น อ แ น ะ 5.2 ส รุ ป ผ ล ก า ร ศึ ก ษ า 5.3 ก า ร นำ ไ ป ป ร ะ ยุ ก ต์ สำ ห รั บ อ อ ก แ บ บ 5.4 บ ร ร ณ า นุ ก ร ม 5.5 ส า ร บั ญ รู ป ภ า พ 5.6 ภ า ค ผ น ว ก 1 8 9 1 9 0 1 9 3 2 0 0 2 0 1 2 0 2 2 0 6 2 0 8 2 0 9 2 1 2 2 1 6 2 1 7 2 1 8 2 2 0 2 2 5 2 2 6 2 3 1 2 3 5 2 3 6 2 3 6 2 3 7 2 3 8 2 4 2
01 INTRODUCTION
ความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ของการศึกษา ขอบเขตของการศึกษา ประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษา 01
ความเป็นมาของโครงการ สงขลาเป็นเมืองที่สำ คัญเมืองหนึ่งทางภาคใต้ มีประวัติความเป็นมายาวนาน เป็นเมืองท่าที่ สำ คัญในการติดต่อค้าขายกับ อินเดีย จีน อาหรับ ฮอลันดา อังกฤษ ฝรั่งเศส ชวา มลายู บางพวกเข้ามาตั้งถิ่นฐานและสืบลูกสืบหลานต่อมา เมืองสงขลาจึงกลายเป็นแหล่งผสม ผสานทางวัฒนธรรมอันหลากหลาย ถนนทั้ง 3 สายนี้แฝงไปด้วยวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน ยังคงสภาพอาคารแบบดั้งเดิม และวิถี ชีวิตผู้คนที่กำ ลังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคและสมัย แต่ควรศึกษาเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่มากับความ เจริญสมัยใหม่ จึงจะทำ การศึกษาเรื่องวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมชุมชนเมืองเก่าของเมืองสงขลา ผ่านมุมมอง ทางด้านสถาปัตยกรรมที่จะสะท้อนบริบทของสภาพแวดล้อมทางกายภาพและวัฒนธรรม เพื่อเป็นแนวทางต่อไป ในการอนุรักษ์และส่งเสริมเอกลักษณ์ชุมชน อันจะนำ ไปสู่การพัฒนอื่นต่อไป 02
ความสนใจมุ่งการศึกษาที่ภาพรวมเน้นบริบททางกายภาพ วัฒนธรรมและวิถีชีวิต อันสะท้อนให้ เกิดสุนทรียภาพ ความงดงามของสถาปัตยกรรมที่มีการวิวัฒนาการผสมผสานระหว่างความ เป็นพื้นถิ่นและอิทธิพลของต่างประเทศให้เป็นเอกลักษณ์ที่น่าสนใจ รูปที่ 1 ความหลากหลายของเมืองเก่าสงขลา 03
วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1 2 ศึกษาความเป็นมา สถาปัตยกรรมเมืองเก่าของ จังหวัดสงขลา ศึกษาลักษณะการตั้งบ้านเรือนและลักษณะทาง กายภาพในชุมชนเมืองเก่า 3 4 ศึกษาวัฒนธรรมและภูมิปัญญา ศึกษารูปแบบสถาปัตยกรรมเมืองเก่าตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน 04
ขอบเขตของการศึกษา 1 2 ขอบเขตด้านพื้นที่ กำ หนดพื้นที่ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา บริเวณถนนนครนอก ถนน นครใน และถนนนางงาม รูปแบบสถาปัตยกรรมในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา 3 วัฒนธรรมในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา 05
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการศึกษา 1 2 ได้เรียนรู้รูปแบบสถาปัตยกรรมในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา มีความเข้าใจลักษณะการตั้งบ้านเรือนและลักษณะ ทางกายภาพในชุมชนเมืองเก่า 3 ได้รู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา 06
LITERAT 0 URE RE 2 VIEWS
2.1 ประวัติความเป็นมาและลักษณะทางกายภาพของสงขลา 07
ประวัติความเป็นมา และลักษณะทางกายภาพของสงขลา สงขลาเป็นชุมชนประมงบนคาบสมุทรสทิงพระ ต่อมาพ่อค้าชาวตะวันตกใช้เป็นท่าเรือขนส่งสินค้า ชุมชนจึงขยาย ตัวเป็นเมืองท่า สำ คัญที่ปรากฏชื่อในประวัติศาสตร์ว่า "Singora" (ซิงกอรา) โดยชื่อนี้สามารถสันนิษฐานได้ หลายแบบ โดยข้อสันนิษฐานที่เด่น ชัดที่สุดคือ เมืองสงขลาในสมัยก่อนมีชื่อว่า "สิงขร" เมื่อพ่อค้า ชาวตะวันตก เข้ามาจึงได้มีการเรียกตามสำ เนียงฝรั่งและเพี้ยนมา เป็นสงขลาในปัจจุบัน"singora" เจ้าเมืองสงขลายุคแรกเป็น ชาวมุสลิม สงขลาเป็นเมืองท่าที่สําคัญเมืองหนึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งทะเลตะวันตกของอ่าวไทยตั้งแต่สมยโบราณ มีชุมชนโบราณและ เมืองเก่าแก่หลายเมืองมีศิลปโบราณวัตถุโบราณสถานขนบธรรมเนียม ประเพณี ภาษา การละเล่นพื้นเมือง ศิลปะพื้นเมือง เป็นมรดกทางวัฒนธรรมจังหวัดสงขลา 1 2 3 4 5 พ.ศ.1993 สงขลาเป็นเมืองท่าที่สําคัญ พ.ศ.2162 เขาแดงเจริญด้านการค้า พ.ศ.2185 เจ้าเมืองสงขลาเป็นมุสลิม พ.ศ.2223 เจ้าเมืองสงขลาเป็นกบฏ พ.ศ.2242 เมืองสงขลาไปตั้งขึ้นใหม่ 08 ที่มา : MUSEUM THAILAND. ม.ป.ป. ย่านเมืองเก่าสงขลา. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2565,
การเข้ามาสู่ชุมชนเมืองเก่าสงขลา ก่อนการก่อตั้งเมืองสงขลาบ่อยางในปัจจุบัน เมืองสงขลาเดิมมีที่ตั้งในบริเวณ “หัวเขาแดง” และมีชาวมุสลิมเป็นผู้ ปกครอบทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้าในระดับนานาชาติ อันนำ มาสู่ความเจริญรุ่งเรืองของเมืองในระดับที่สามารถ ผลิตสกุลเงิน “ซิงกอร่า” ของตนเองได้ ต่อมาภายหลังอยุธยาได้ส่งกองทัพมาเพื่อปราบปรามเมืองสงขลาซึ่ง ขณะนั้นถือเป็นรัฐอิสระจนกระทั่งเมืองสงขลาแตก แต่นั้นมาเมืองสงขลาหัวเขาแดงจึงหมดบทบาท ทางการ ปกครอง ภายหลังชาวสงขลาได้ย้ายถิ่นฐานอีกครั้งหนึ่ง พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงผู้ปกครองเป็นชาวจีน และ เนื่องจากความหมายหลากหลายทางชาติเผ่าพันธุ์ของชาวสงขลาทำ ให้มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบไทย จีน และอิสลาม ลักษณะการตั้งถิ่นฐานและการเปลี่ยนแปลงชุมชน จากประวัติศาสตร์เมืองสงขลา ตั้งแต่ พ.ศ. 2162-2565 ในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงที่สำ คัญของเมืองสงขลา โดยเฉพาะการย้ายเมือง 1 2 3 เมืองสงขลาเชิงเขาแดง พ.ศ.2162-2223 ผู้นำ ชาวมุสลิม เมืองสงขลาแหลมสน พ.ศ.2242-2319 ผู้นำ ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยพุทธ เมืองสงขลาบ่อยาง พ.ศ.2385-2565ในปัจจุบัน ผู้นำ ชาวจีน 09 ที่มา : สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
ย้ายครั้งที่ 1 ประการที่ 1 พื้นที่จำ กัด คับแคบ ไม่สามมารถขยาย เมืองได้ ประการที่ 2 ขาดแคลนน้ำ ใช้ โดยเฉพาะน้ำ จืด ประการที่ 3 ฝั่งบ่อยางทำ เลดีกว่า และมีท่าเรือน้ำ ลึกตาม ธรรมชาติหลายแห่ง ประการที่ 4 มีพื้นที่มากกว่า สามารถตั้ง บ้านเรือนเป็นหมู่พวกได้ ถูกปราบปรามจากกรุงศรีอยุธยาและตกเป็นเมือง ขึ้นของพัทลุง จึงถูกปล่อยให้ทรุดโทรม ย้ายครั้งที่ 2 10 ที่มา :สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
สงขลาหัวเขาแดง 1 2 3 1 3 2 รูปที่ 2 การย้ายถิ่นฐานเมืองเก่า 11 สงขลาบ่อยาง สงขลาแหลมสน
ผังเมืองโบราณสงขลา เมืองสงขลานับตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย(ขณะนั้นเมืองสงขลาตั้งอยู่ ฝั่งแหลมสน) เริ่มมีชาวจีนฮกเกี้ยนเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่มากและเริ่มหนา แน่นขึ้นเรื่ยๆ ซึ่งมีบทบาททางเศรษฐกิจและการปกครองอย่างมาก จีนเหยี่ยง แซ่เฮา(ต้นตระกูล ณ สงขลา) ซึ่งเป็นนายอากรรังนก เป็นหลวงสุวรรณคีรีสมบัติ เจ้าเมืองสงขลาในปี พ.ศ.2318 มีบุตร หลายสืบตระกูลที่เป็นเจ้าเมืงสงขลาไม่ขาดสาย 8 คน (จนถึงปี พ.ศ.2444)เป็นเหตุให้คนจีนและวัฒนธรรมจีนเข้ามาประสบประสาน อยู่ในเมืองนี้อย่างเห็นได้ชัด เจ้าเมืองสงขลา(เถี้ยนเส้ง) ย้ายที่ตั้ง เมืองจากบริเวณบ้านแหลมสน ตำ บลหัวเขา อำ เภอสิงหนคร ปัจจุบันมาสร้างเมืองใหม่มาตั้งทางฝั่งตะวันออกของทะเลสาสงขลา ซึ่งเป็นที่ตั้งของตำ บลบ่อยางในปัจุบัน และพระราชทานหลักเมืองให้ มาประดิษฐานที่บริเวณถนนนางงาม ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่ชาวจีน อาศัยอยู่อย่างหนาแน่น ดังจะเห็นได้จากหลักฐานทางโบราณสถาน โบราณวัตถุ ตลอดจนบ้านเรือนของชาวเมืองล้วนแสดงถึงอิทธิพล ของวัฒนธรรมจีนที่ผสมผสานอยู่อย่างเห็นได้ชัด ผังเมืองสงขลาในปัจจุบัน ปัจจุบันเมืองสงขลาเป็นเมืองที่มีพัฒนาการในหลายๆด้านและเกิดโครงการ เพื่อพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ด้านสาธารณูปโภค และ สาธารณูปการ ซึ่งผลจากการพัฒนาของเมืองทำ ให้เกิดการสร้าง อาคาร ใหม่ๆ แทนที่อาคารรูปแบบเก่า การรื้ออาคารทางประวัติศาสตร์ลงเพื่อ การขยายพื้นผิวทางจราจร นอกจากนี้สถานที่สำ คัญทางประวัติศาสตร์ ของเมืองบางแห่งยังรายล้อมไปด้วยชุมชนแออัด หรือ อาคารพาณิชย์ สมัยใหม่ซึ่งเป็นสาเหตุจากการขยายตัวของเมือง ยิ่งไปกว่านั้นการขยาย ตัวของอุตสาหกรรมการประมงในเมืองสงขลาทำ ให้ เกิดการว่าจ้าง แรงงานต่างด้าวเข้ามาซึ่งคนกลุ่มนี้ได้เป็นสาเหตุหลัก ที่ทำ ให้เกิดปัญหาทาง มลภาวะใน พื้นที่ และยังทำ ให้สภาพทางภูมิทัศน์ของเมืองเสื่อมโทรม ป้อม ประตูเมือง วัด ศาลหลักเมือง สงขลา ป้อม ประตูเมือง วัด ศาลหลักเมือง รูปที่ 3 ผังเมืองโบราณสงขลา สงขลา รูปที่ 4 ผังเมืองสงขลาในปัจจุบัน 12 ที่มา :สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
พ.ศ.2484-2489 พ.ศ.2497 พ.ศ.2558-ปัจจุบัน การขยายตัวของอาคารระยะ 1 การขยายตัวของอาคารระยะ 3 การขยายตัวของอาคารระยะ 2 ปัจจุบัน เมืองสงขลาเป็นเมืองที่มีพัฒนาการในหลาย ๆ ด้านและเกิดโครงการเพื่อพัฒนาเมืองอย่าง ต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ด้านสาธารณูปโภค และสาธารณูปการ ซึ่งผลจากการพัฒนาของเมืองทำ ให้เกิดการสร้าง อาคารใหม่ ๆ แทนที่อาคารรูปแบบเก่า การรื้ออาคารทางประวัติศาสตร์ลงเพื่อการขยายพื้นผิวทางจราจร การขยายตัวของอาคาร รูปที่ 5 การขยายตัวของอาคาร 1 รูปที่ 6 การขยายตัวของอาคาร 2 รูปที่ 7 การขยายตัวของอาคาร 3 13 ที่มา :สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
ความเปลี่ 2 ลี่ ยนแปลงจ . าก 2 อดีตจนถึงปัจจุบัน 14
คนในพื้นที่เป็นชาวจีนฮกเกี้ยน อพยพมาจากเมืองจีน ตั้งแต่สมัยปลายกรุงศรีอยุทธยา ดังนั้นวิถีชีวิตดั้งเดิมจึงเป็นแบบจีน มีความเคร่งครัดในวัฒนธรรม ความเชื่อ และประเพณี และประกอบอาชีพค้าขาย สมัยดั้งเดิม อพยพมาจากเมืองจีน เคร่งครัดวัฒนธรรม ประกอบอาชีพค้าขาย ความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต 15 ที่มา :สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
พ่อค้าชาวจีน มีการปรับตัวทางวัฒนธรรมให้เข้ากับสังคมไทยภาคใต้และระบบราชการท้องถิ่น เพื่อให้การค้า ราบรื่น เข้าถึงคนท้องถิ่น ประกอบกับทางราชการยกเลิกการทำ บัญชีแบบจีนด้วย จึงมีการแต่งงานกับคนท้อง ถิ่นมากขึ้น จนทำ ให้คนที่นี่ในปัจจุบันมีน้อยคนนักที่จะใช้ภาษาจีนได้ สมัยเริ่มเปลี่ยนแปลง มีการปรับตัวให้เข้ากับภาคใต้ ปัจจุบันน้อยคนนักที่จะใช้ภาษาจีนได้ ความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต 16 ที่มา :สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
ชาวไทยเชื้อสายจีนเริ่มมีการค้ามั่นคง มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ จนรับวัฒนธรรม ตะวันตกเข้ามา เน้นให้ลูกหลานมีการศึกษาสูงๆ ส่วนคนเฒ่าคนชราดูแลบ้าน บ้างก็เช่าบ้าน เดิมและอพยพไปอยู่ที่อื่น ส่วนน้อยก็มาสืบทอดกิจการของครอบครัว และขยายธุรกิจใหญ่ โต เช่น ท่าเรือขนส่ง สังขภัณฑ์ ของแห้ง ค้าเบียร์ โซดา ฯลฯ สมัยเปลี่ยนแปลง คนไทยเชื้อสายจีน มีการค้าที่มั่นคง และติดต่อ ค้าขายกับต่างประเทศ รับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามา ความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต 17 ที่มา :สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
ความเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต คนที่อยู่ดั้งเดิมแต่แรกมีน้อยลง เนื่องจากอพยพตามลูกหลานไปอยู่ที่อื่น ส่วนคนที่อยู่ ดั้งเดิมที่อยู่ ส่วนใหญ่ก็เป้นคนชรา บ้านโบราณก็ให้เช่า มีคนต่างถิ่นเข้ามาทำ มาหากินมาก ขึ้น มาทำ ประมง รับจ้าง ค้าขายเล็กๆน้อยๆ และมีกิจกรรมสมัยใหม่เข้ามามากขึ้น ความเข้ม ทางวัฒนธรรมจีนในชีวิตประจำ วันลดลง เหลือเพียงประเพณีประจำ ปี แต่มีสิ่งที่ไม่ เปลี่ยนแปลงคือ อุปนิสัยของคนที่นี่ มีการพบปะตามร้านน้ำ ชาแบบโบราณ ไม่มีความบันเทิง ตามสมัยนิยม เช่น ศูนย์การค้า สถานบันเทิง โรงแรม และเป็นสถานท่องเที่ยว สมัยปัจจุบัน คนที่อยู่ดั้งเดิมมีน้อยลง บ้านโบราณปล่อยให้เช่า คนต่างถิ่นเข้ามาหากินเป็นอาชีพต่างๆ เป็นสถถานที่ท่องเที่ยว 18 ที่มา :สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
ความเปลี่ยนแปลงของสถาปัตยกรรม หน้าตาอาคารมีความหลากหลายทั้ง รูปแบบและอายุอาคาร พบทั้ง รูปแบบจีนดั้งเดิม รูป แบบชิโนโปรตุกีส และรูปแบบสมัยใหม่ เรียงตามอายุ ขึ้นสลับกันไป ซึ่งของดั้งเดิมจะเป็นรูป แบบจีนดั้งเดิม เมื่อมีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ เช่น อังฤษ โปรตุเกส ปีนัง สิงคโปร์ ก็ได้รับอิทธิพลทางด้านสถาปัตยกรรมมาด้วย เกิดเป็นรูปแบบผสมผสานแบบฝรั่งกับแบบ จีนที่มีอยู่ กลายเป็นสถาปัตยกรรมแบบชิโน-ยูโรเปี้ยน และรูปแบบจีนพาณิชย์ ต่อมามีการ พัฒนาและด้วยศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ทำ ให้ต้องประหยัดเงินและเวลาในการก่อสร้างมากขึ้น เกิดสถาปัตยกรรมแบบใหม่ที่เน้นความเรียบง่าย คือ รูปแบบสมัยใหม่ ความหลากหลายที่ เกิดขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นกลุ่มชัดเจนและผสมผสานกลมกลืนกันไป คือ แบบแรก การ เปลี่ยนแปลงที่เป็นกลุ่มชัดเจน คือ บริเวณปลายถนนทั้ง 2 ด้านของถนนจะเป็นรูปแบบสมัย ใหม่ และมีอายุน้อยที่สุด ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะเป็นพื้นที่เชื่อมกับพื้นที่อื่น ซึ่งจะได้รับอิทธิพล ของวัฒนธรรม ความเจริญ สมัยใหม่ได้ง่ายกว่าบริเวณอื่นในถนนนครนอกและนครใน ส่วนแบบกลมกลืนกันไป คือ ตึกแถวรูปแบบจีนดั้งเดิม ที่ก่อสร้างชุดหนึ่ง และมีตึกแถวรูป แบบชิโนโปรตุกีส ขึ้นใหม่ แทรกตอนกลางถนนนครใน และค่อยๆเบาบางลงเรื่อยๆไปทาง ปลายถนนทั้งสอง จีน รูปแบบจีนพาณิชย์ ฝรั่ง รูปแบบชิโน-ยูโรเปี้ยน 19 ที่มา :สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
วั 2วัฒนธรรม . แล 3 ะความเชื่อ 20
1 วัฒนธรรมมุสลิม 2 วัฒนธรรมไทย 3 วัฒนธรรมจีน 4 วัฒนธรรมตะวันตก วัฒนธรรมและความเชื่อ จะเห็นว่าชาวไทยและชาวจีนในสงขลาซึ่งกลุ่มคนจีนที่รวมตัวกันหนาแน่นมีความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมและยังมี การปฏิบัติสืบต่อมาจากบรรพบุรุษตามประเพณีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและสังคมอย่างต่อเนื่องแม้ว่าความเข้มแข็ง ในเนื้อหาและถูกปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามความเหมาะสมของยุคสมัยและกลุ่มคนโดยเฉพาะ คนเฒ่าคนแก่และในกลุ่มคนที่เคร่งครัด 5 วัฒนธรรมอาหาร 21 ที่มา :สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
วัฒนธรรมการตกแต่งที่อยู่อาศัย จะเห็นห็ว่าว่ชาวไทยและชาวจีนจีในสงขลาซึ่งซึ่กลุ่มลุ่ คนจีนจีที่รที่วมตัวตักันกัหนาแน่นน่มีคมีวามเข้มข้แข็งข็ทางวัฒวันธรรมและยังยัมีกมีารปฏิบัติบัสืติบสืต่อต่มาจากบรรพบุรุบุษรุ ตามประเพณีที่ณีเที่กี่ยกี่วข้อข้งกับกัชีวิชีตวิและสังสัคมอย่าย่งต่อต่เนื่อนื่งแม้ว่ม้าว่ความเข้มข้แข็งข็ในเนื้อนื้หาและถูกถูปรับรั ปรุงรุเปลี่ยลี่นแปลงไปบ้าบ้งตามความเหมาะสมของยุคยุ สมัยมัและกลุ่มลุ่ คนโดยเฉพาะคนเฒ่าฒ่คนแก่แก่ละในกลุ่มลุ่ คนที่เที่คร่งร่ครัดรั ศิลปะเชิงช่างจีน ในการก่อสร้างอาคาร สถาปัตยกรรมจีนผูกพันธ์กับสภาพแวดล้อม วัสดุอุปกรณ์ และเทคโนโลยีในการก่อสร้าง โดยสถาปัตยกรรมจีนในชุมชนเมืองเก่าสงขลา งานดินเผา ทำ อิฐ ทำ กระเบื้อง ในสงขลา ก็มีผู้ริเริ่มเป็นชาวจีน แรกๆก็ทำ สำ หรับใช้ก่อสร้างอาคารอย่างจีน ต่อมาพัฒนารูปแบบให้สอดคล้องกับรูปแบบสถาปัตยกรรมไทย ลักษณะช่องเปิด ในสถาปัตยกรรมรูปแบบชิโน-ยูโรเปี้ยน มีการปรับลักษณะใช้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศภาคใต้มากขึ้น สิ่งที่ โดดเด่น คือ ช่องเปิด ที่ออกแบบให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต การใช้งานและธรรมชาติ ภายใต้ความแปรเปลี่ยนเวลา รูปที่ 8 รูปทรงหลังคาแบบจีน รูปที่ 9 ลวดลายลักษณะช่องเปิด 22 ที่มา :สุภาวดี เชื้อพราหมณ์. 2546. “ตึกแถว ผลผลิตทางกายภาพและวัฒนธรรม ในชุมชนเมืองเก่า จังหวัดสงขลา.
วัฒนธรรมอาหาร 3 ไทย จีน มุสลิม ตัวเมืองสงขลา แม้จะเป็นเมืองเล็กแต่ก็แวดล้อมด้วยธรรมชาติที่หลากหลาย ทั้งทะเล ป่า และภูเขา ทำ ให้อาหารการกินของคนที่นี่อุดมสมบูรณ์ สงขลายังเป็นเมืองท่าการค้าที่รุ่งเรืองมาแต่อดีตจึงมีผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม คนไทย คนไทยเชื้อสายจีน และคนไทยมุสลิม อาศัยอยู่ร่วมกัน มีการแลกเปลี่ยนผสมผสาน สร้างสรรค์สูตรการปรุงอาหารจนเกิดเป็น อาหารที่มีความอร่อยตามมามากมาย อาหารแต่ละมื้อ อาหารพื้นถิ่น อาหารขึ้นชื่อในย่าน 23 ที่มา :ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม. 21 ตุลาคม 2560. อัตลักษณ์แห่งสถาปัตยกรรม. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2565
มื้อเช้า จิบกาแฟ หรือโจ๊ก หนักท้องหน่อยก็ต้องข้าวสตู แต่ถ้าเป็นชาวมุสลิม ก็ต้องข้าวมันแกงไก่ อาหารแต่ละมื้อ มื้อเที่ยง เมนูตอนเที่ยงจะเป็นก๋วยเตี๋ยวสะส่วนใหญ่ เช่น ก๋วยเตี๋ยวหางหมู ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ และก๋วยเตี๋ยวแคะ มื้อสาย เป็นข้าวยำ น้ำ บูดู เต้าคั่ว หรือไม่ก็เป็นขนมพื้นถิ่น เช่น ขนมบอก ขนมค้างคาว มื้อบ่าย เป็นอาหารดับร้อน ในตอนบ่าย จะเป็น กาแฟเย็น หรือ ไอศกรีม มื้อเย็น อาหารในตอนเย็นจะเป็นอาหารหนัก คืออาหาร จีนแต้จิ๋ว และตบท้ายด้วยอาหารหวาน เช่น โรตี และน้ำ ชาตอนกลางคืน 24 ที่มา :ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม. 21 ตุลาคม 2560. อัตลักษณ์แห่งสถาปัตยกรรม. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2565
อาหารพื้นถิ่น ขนมบอก นำ แป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเนียว ผสมน้ำ ตาลโตนด แล้ว หยอดใส่กระบอกไม้ไผ่ ข้าวเหนียวหม้อข้าวหม้อแกงลิง คือข้าวเหนียวมูนในกะเปาะต้นหม้อ ข้าวหม้อแกงลิง ซึ่งกินได้ทั้งกะเปาะ อร่อยเข้ากันกับข้าวเหนียวกะทิ โม่งหัวครกหลาน้ำ ผึ้งโหนด หรือ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ หลา คือ การ ฉาบผิวน้ำ ตาลโตนด เป็นอาหารทานเล่น ขนมดอกโดน และขนมลูกโดน ใช้แป้งข้าวเจ้าที่ได้จากการโม่ข้าวสาร แช่น้ำ ผสมน้ำ ตาลโตนด ใส่ลงบางๆ ในแม่พิมพ์ ตั้งบนเตาถ่านไฟ อ่อนๆ กินคู่กับมะพร้าวอ่อน ขนมต้มใบกะพ้อ ใช้ใบอ่อนต้นกะพ้อมาทำ เป็นกรวย ใส่ข้าวเหนียว ผัดกับกะทิลงในกรวยแล้วพับและมัดปมที่หัวจุก นึ่งจนสุก มักทำ ใน ช่วงเทศกาล ขนมหัวล้าน ทำ จากแป้งข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนกลมห่อใส่มะพร้าว หรือถั่วเขียว และนำ ไปทอด นึ่ง หรือต้มสุกใส่ในน้ำ กะทิ ขนมมอชี่ ลักาณะคล้ายขนมโมจิ เป็นแป้งข้าวเหนียวห่อหุ้มไส่ซึ่งเป็น ถั่ว น้ำ ตาล งา แล้วคลุกแป้งเชื้อเพื่อไม่ให้เหนียวติดกัน ขนมต้มมัดกล้วยนางญา วิธีทำ เหมือนข้าวต้มมัดทั่วไป ผัดข้าว เหนียวด้วยกะทิ แล้วใส่ถั่วดำ หรือถั่วแดง หั่นกล้วยครึ่งลูกตามแนว ยาวและหุ้มด้วยข้าวเหนียวที่ผัดห่อใบตองแล้วนึ่ง 1 2 3 4 5 6 7 8 ขนมบอก ข้าวเหนียวหม้อข้าวแกงลิง ขนมดอกโดน และขนมลูกโดน โม่งหัวครกหลาน้ำ ผึ้ง ขนมม่อชี่ ขนมต้มใบกะพ้อ ขนมต้มมัดกล้วยนางญา ขนมหัวล้าน 1 2 3 4 5 7 6 8 25 ที่มา :ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม. 21 ตุลาคม 2560. อัตลักษณ์แห่งสถาปัตยกรรม. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2565
อาหารพื้นถิ่น เต้าคั่ว หน้าตาคล้ายสลัด แต่ใส่เส้นหมี่ลวงลงไป พร้อมเครื่องเคียง เช่น กุ้งชุบแป้งทอด หูหมู เต้าหู้ทอด ไข่ต้ม ผักบุ้งลวก แตงกวา ไข่ครอบ เดิมชาวประมงริมทะเลใช้ไข่ขาวย้อมด้ายถักอวน ส่วนไข่แดง ที่เหลือนำ มานึ่งโดยน้ำ เกลือเล็กน้อยเพื่อถนอมอาหารให้เก็บได้นาน ขึ้น ขนมโค ใช้แป้งข้าวเหนียวห่อไส้ที่เป็นน้ำ ตาลโตนดหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ นำ ไปลวกจนสุกแล้วคลุกกับมะพร้าว ขนมค้างคาว ใช้แป้งข้าวเหนียวนวดกับกะทิ ปั้นเป็นรูปสามเหลี่ยม คล้ายค้างคาว ใส่ไส้ที่เป็นเนื้อกุ้งผัดกับมะพร้าวขูด ขนมพิมพ์ หรือขนมรังผึ้ง ทำ จากแป้งข้าวเจ้าผสมน้ำ ตาลโตนดและไข่ ไก่ ใส่ในแม่พิมพ์ ผิงบนเตาถ่านจนสุก ขนมดู เป็นการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง โดยใส่แป้งข้าวเหนียวกับ มะพร้าวขูดลงในน้ำ ตาลโตนดที่กำ ลังเคี่ยว กวนต่อให้เหนียว ยกขึ้น พักให้หายร้อน ปั้นเป็นก้อนแล้วคลุกแป้ง ข้าวยำ ข้าวสุกคลุกกับน้ำ บูดู มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้งป่น และผักอีก หลายชนิด 1 2 3 4 5 6 7 ไข่ครอบ ขนมพิมพ์ เต้าคั่ว ขนมโค ขนมค้างคาว ขนมดู ข้าวยำ 1 2 3 4 5 6 7 26 ที่มา :ภาคีคนรักเมืองสงขลาสมาคม. 21 ตุลาคม 2560. อัตลักษณ์แห่งสถาปัตยกรรม. สืบค้นเมื่อ 20 พฤษภาคม 2565
ผังอาหารขึ้นชื่อในย่าน บนถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม มีอาหารซึ่งเป็นมรดกจาก วัฒนธรรมอันหลากหลาย ทั้งสูตรไทย จีน และมุสลิม แต่ละจานล้วนมีเรื่อง เล่าโดยแต่ละร้านมีอายุมากกว่า 50ปี และอีกอย่างเป็นย่านที่มีสถาปัตยกรรม อันเก่าแก่เหมาะกับร้านอาหารในยุคสมัยนี้มาก วัฒนธรรมอาหาร 27