The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะโรงเรียนเทศบาล 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะโรงเรียนเทศบาล 3

หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะโรงเรียนเทศบาล 3

โรงเรียนเทศบาล ๓ (เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา) เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีคำสั่งที่ สพฐ ๒๙๓/๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ให้ใช้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และคำสั่งที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และ สาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๓ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒๗ วรรค ๒ กำหนดให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าที่จัดทำสาระของหลักสูตรตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองที่ดีของชาติการดำรงชีวิตและการ ประกอบอาชีพ ตลอดจนเพื่อการศึกษาต่อ ในส่วนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคม ภูมิปัญญา ท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ประกอบกับคณะกรรมการขับเคลื่อนพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ได้ประกาศรายชื่อ สถานศึกษานำร่องการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ปีที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ซึ่งตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒๐ (๔) และ มาตรา ๒๕ กำหนดให้นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานไปปรับใช้กับการจัดการศึกษาใน สถานศึกษานำร่องให้เหมาะสมกับพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ครอบคลุมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์และมาตรฐานการเรียนรู้โดยต้องจัดสาระการเรียนรู้รายวิชาให้หลากหลายและ สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัดหรือความสนใจของผู้เรียน และสภาพภูมิสังคม ทั้งนี้ต้องขอความ เห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและคณะกรรมการขับเคลื่อน โรงเรียนเทศบาล ๓ (เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา) สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลเมืองศรีสะเกษ เป็นโรงเรียนนำร่องการดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษาจังหวัดศรีสะเกษ ได้ดำเนินการปรับปรุงพัฒนา หลักสูตรระดับสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑(ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ปีพุทธศักราช ๒๕๖๖ และเป็นไปตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่แล้ว ทั้งนี้หลักสูตรนี้ได้รับความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในคราวประชุม ครั้งที่ ๑ /๒๕๖๖ เมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ณ ห้องประชุมโรงเรียนเทศบาล ๓ (เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา) จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรนี้ตั้งแต่ปี การศึกษา ๒๕๖๖ เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ ก (นางชยุดา ไนยะกูล) ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๓ ( เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ) (นางสาวอัญชลี จิตรเสนาะ) ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาล ๓ ( เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา )


คำนำ ตามพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๒ มาตรา ๒๐ (๔) ให้โรงเรียนนำร่องการ ดำเนินงานพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้นำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานตามกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติไปปรับใช้กับการจัดการศึกษาในสถานศึกษานำร่องให้เหมาะสมกับพื้นที่นวัตกรรม เพื่อให้การดำเนินการบริหารโรงเรียนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา มาตรา ๕ จึงส่งผลให้โรงเรียนเทศบาล ๓ ( เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ) มีความจำเป็นต้องมีการปรับปรุง หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน เทศบาล ๓ ( เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา ) พุทธศักราช ๒๕๖๖ อีกครั้ง หนึ่ง โดยการปรับปรุงครั้งนี้ยังคงยึดมาตรฐานและตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ การเสริมสร้างและพัฒนาทักษะ ศักยภาพของพลเมืองใน ศตวรรษที่ ๒๑ เป้าหมายการพัฒนา ผู้เรียนที่สอดรับกับเป้าประสงค์ของการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะ และกระบวนการจัดการเรียนการสอน ที่สอดคล้องกับนวัตกรรม แบบองค์รวม ตามที่โรงเรียนได้ร่วม ดำเนินงานนำร่องพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา จังหวัดศรีสะเกษ มุ่งพัฒนาผู้เรียน ให้เป็นไปตามมาตรฐาน การศึกษาชาติ พ.ศ.๒๕๖๑ คือ ๑.ผู้เรียนรู้ เพื่อ สร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี ๒.ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ๓.พลเมืองที่ เข้มแข็ง เพื่อสันติสุข เป็นต้น จากความสำคัญที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้โรงเรียนต้องปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ตาม กระบวนการหลักสูตรอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือเป็นการ ปรับปรุงหลักสูตรสถานครั้งที่ ๓ ตั้งแต่มีการใช้หลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นแกนสาระการเรียนรู้พื้นฐานของหลักสูตร สถานศึกษาเป็นต้นมา โดยการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา ฯ ครั้งนี้ เป็นการปรับปรุงในส่วนของ เป้าประสงค์ที่เป็นคุณลักษณะบ่งชี้เฉพาะของพลเมืองของจังหวัด ศรีสะเกษ ในอีก ๑๐ ปีข้างหน้า และเทคนิค วิธีการบริหารจัดการศึกษาตามแนวทางของนวัตกรรมแบบ องค์รวม ตลอดจนเป้าประสงค์ของการพัฒนา ผู้เรียนด้านสมรรถนะเพื่อสอดคล้องกับความเป็นพลเมืองไทย และพลโลกในยุคดิจิทัลและหลักสูตรฐาน สมรรถนะการศึกษา ตามประกาศ จังหวัดศรีสะเกษ ที่ให้โรงเรียน นำร่องพื้นที่การศึกษาเป็นโรงเรียนนำร่อง การใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ผู้จัดทำ โรงเรียนเทศบาล ๓ (เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา) ข


สารบัญ หน้า ประกาศให้ใช้หลักสูตรโรงเรียนเทศบาล ๓ (เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา) ฐานสมรรถนะ ก คำนำ ข สารบัญ ค องค์ประกอบที่ 1 ข้อมูลทั่วไป…………………………………………………………………………………………….. 1 องค์ประกอบที่ 2 ที่มา เหตุผลและวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ……………………………………………………..2 ต่อการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา องค์ประกอบที่ ๓ ข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำหลักสูตร …………………………………………………..…. 7 องค์ประกอบที่ ๔ แบบแผนหลักสูตรฐานสมรรถนะ …………………………………………………………...10 4.1. แบบแผนหลักสูตรฐานสมรรถนะ ……………………………………………………… 10 4.1.1 หลักการของหลักสูตร ………………………………………………………………..... 10 4.1.2 ปรัชญาทางการศึกษาของสถานศึกษา (Philosophy) ………………………..10 ๔.1.3 แนวคิดหลักของสถานศึกษา (School Concept)…………………….………10 4.1.4 วิสัยทัศน์ (Vision) ของหลักสูตรสถานศึกษา……………………………………..๑1 4.1.5 พันธกิจ (Mission) ของสถานศึกษา………………………………………….……. 11 4.1.6 คุณลักษณะของผู้เรียนอันเป็นจุดมุ่งหมายของหลักสูตร……………………...12 4.1.7 จุดหมายของหลักสูตร ……………………………………………..…………………… 12 4.1.8 สมรรถนะหลักโรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) ….…. 12 4.1.9 สมรรถนะหลัก 6 ด้าน และระดับสมรรถนะ 10 ระดับ ……………………. 15 4.1.10 โครงสร้างสัดส่วนเวลาเรียน ………………………………………..………………..41 4.1.11 สาระการเรียนรู้ ………………………………………..……………………………… 45 4.1.12 คำอธิบายรายวิชา ………………………………………..…………………………..125 1. สาระการเรียนรู้ช่วงชั้นที่ 1 ……………………………………….………….. 140 2. สาระการเรียนรู้ช่วงชั้นที่ 2 ……………………………………….………….. 201 4.2 สาระการเรียนรู้บูรณาการ ……………………………………….……………………………….….. 264 4.3 แนวทางการจัดการเรียนรู้ และการประเมินการเรียนรู้………………………………………315 4.4 แนวทางการบริหารจัดการหลักสูตรฐานสมรรถนะ ……………………………………….… 319 ภาคผนวก ……………………………………………………………………………………………………………………… 326 ค


หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) องค์ประกอบที่ ๑ ข้อมูลทั่วไป ๑.1 ชื่อหลักสูตร หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) โดยนำ แนวคิดนวัตกรรมการจัดการศึกษาอย่างเป็นองค์รวม (Holistic Education) เป็นฐานในการพัฒนาโรงเรียน ทั้งระบบ (Whole School Transforming) 1.๒ ชื่อผู้เสนอ นางชยุดา ไนยะกูล 1.2.1 คณะที่ปรึกษา 1. นางวัชรกาญจน์ คงพูล ศึกษาธิการจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ทรงคุณวุฒิ 2. รศ.ประภาภัทร นิยม อธิการบดีสถาบันอาศรมศิลป์และผู้ก่อตั้งโรงเรียนรุ่งอรุณ ผู้ทรงคุณวุฒิ 3. นายสืบศักดิ์ น้อยดัด สถาบันอาศรมศิลป์ ผู้ทรงคุณวุฒิ 4. นางสาวพัชรินทร์ วินัยกุลพงศ์ โรงเรียนรุ่งอรุณ ผู้ทรงคุณวุฒิ 5. นางสาวเบญจพร บุกบุญ โรงเรียนรุ่งอรุณ ผู้ทรงคุณวุฒิ 6. นางปุณยวีร์ พิศนอก ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ 7. นายพรนิรันดร์ ใจสิงห์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ 8. นางสาวพิมพ์พิชชา บุญสถิตย์ หัวหน้าฝ่ายวิชาการเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ผู้ทรงคุณวุฒิ 9. นางสาวอัญชลี จิตรเสนาะ ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ทรงคุณวุฒิ 10. พระญาณเวทย์ จารุวัณโณ กรรมการสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ 11. นางสุรัตน์ กันภัย กรรมการสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ 1.3 ข้อมูลพื้นฐาน โรงเรียนเทศบาล ๓ (เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา) (Tessaban 3 Chalermprakiat 72 Phansa) ตั้งอยู่เลขที่ 350 หมู่ที่ 9 ตำบลโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ รหัสไปรษณีย์ ๓๓๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๔๕- ๖๑๒๓๒๔ E-mail : https://www.facebook.com/tessaban.sisaket/ สังกัด สำนักการศึกษา เทศบาล เมืองศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ เปิดสอนระดับชั้นอนุบาลปีที่ ๑ ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จำนวน ๙ ห้องเรียน ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2540 ตามประกาศเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ฉบับลงวันที่ 14 มีนาคม 2540 โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลเมืองศรีสะเกษ ในการประชุมสมัยวิสามัญสมัยแรก ประจำปี 2540 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540


๒ 1.4 ข้อมูลพื้นฐาน ชื่อสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล ๓ (เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา) (Tessaban 3 Chalermprakiat 72 Phansa) ที่อยู่ 350 หมู่ที่ 9 ตำบลโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ รหัสไปรษณีย์ ๓๓๐๐๐ โทรศัพท์ ๐๔๕-๖๑๒๓๒๔ E-mail : https://www.facebook.com/thessaban.sisaket/ สังกัด สำนักการศึกษา เทศบาลเมืองศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ระดับที่เปิดสอน ระดับชั้นอนุบาล ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 9 ห้องเรียน โรงเรียนมีเนื้อที่ 14 ไร่ 1 งาน 71 ตารางวา วัน เดือน ปี ที่ก่อตั้ง ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2540 1.5. ข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำหลักสูตร 1.5.1 ข้อมูลนักเรียน (แต่ละระดับชั้น เพศ จำนวน จำนวนห้อง) ระดับชั้นเรียน จำนวนห้อง เพศ รวม ชาย หญิง อ.๑ (...๓....ขวบ) 1 ๓ ๔ ๗ อ.๒ (...๔....ขวบ) 1 ๕ ๖ ๑๑ อ.๓ (....๕...ขวบ) 1 ๕ ๕ ๑๐ รวม 3 ๑๓ ๑๕ ๒๘ ป.๑ 1 ๔ ๖ ๑๐ ป.๒ 1 ๗ ๓ ๑๐ ป.๓ 1 ๖ ๑ ๗ ป.๔ 1 ๔ ๓ ๗ ป.๕ 1 ๘ ๒ ๑๐ ป.๖ 1 ๗ ๓ ๑๐ รวม 6 ๓๖ ๑๘ ๕๔ รวมทั้งสิ้น 9 ๔๙ ๓๓ ๘๒ 1.5.2 ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหา และความต้องการของผู้เรียน 1. จากที่การจัดกระบวนการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนที่ผ่านมาครูมีวิธีการสอนแบบเดิมคือครูเป็น ศูนย์กลางมีกระบวนการเรียนรู้แบบเดิม ผู้เรียนไม่ได้รับการพัฒนาตนเองเต็มตามศักยภาพของผู้เรียนตาม ความสามารถ เนื่องจากมีการจัดการเรียนการสอนแบบรายวิชา เน้นตามตัวชี้วัด จึงไม่ตอบสนองต่อความ ต้องการในการพัฒนาตนเองของผู้เรียน


๓ 2. อาชีพผู้ปกครองมีความหลากหลาย ได้รับการพัฒนาตนเองแตกต่างกันตามอาชีพและการ ดำรงชีวิตของผู้ปกครองส่วนใหญ่มีรายได้น้อย ทำให้ผู้เรียนมีความต้องการในการพัฒนาตนเองที่แตกต่างกัน และมีปัจจัยที่จะสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ได้ยาก 3. ผู้เรียนมีความต้องการในการพัฒนาตนเองด้านเทคโนโลยีที่หลากหลายและทันสมัย สามารถใช้ สืบค้นเรียนรู้เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกปัจจุบันได้ 4. ผู้เรียนต้องการที่จะดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยใช้ทักษะและ ความสามารถของตนเองเพื่อให้การดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข 5) ผู้เรียนมีความต้องการเรียนรู้ด้านการเกษตรเพื่อนำความรู้และทักษะไปใช้เป็นพื้นฐานของการ ดำรงชีวิตของตนเองให้อยู่ได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข 1.5.3 ข้อมูลครูและบุคลากรสนับสนุนการสอน (ประจำชั้น/วิชา/ตำแหน่ง/เพศ) ลำดับที่ ชื่อ - นามสกุล ประจำชั้น วิชาเอก ตำแหน่ง เพศ 1 นางชยุดา ไนยะกูล - การบริหารการศึกษา ผู้อำนวยการ สถานศึกษา หญิง 2 นางสุกัญญา แซ่จึง อนุบาล 1 การบริหารการศึกษา ครู หญิง 3 นางอลิษา บัวพร อนบาล 2 - 3 การศึกษาปฐมวัย ครู หญิง 4 นางบุญมี เพิ่มบุญ ประถมศึกษาปีที่ 1 การบริหารการศึกษา ครู หญิง 5 นางสมาพร ศรีโยง ประถมศึกษาปีที่ 3 การบริหารการศึกษา ครู หญิง 6 นายเสนีย์ อ่อนเหลา ประถมศึกษาปีที่ 4 วิทยาศาสตร์การกีฬา ครู ชาย 7 นางณัฐฐิณีพร วงศ์ษา ประถมศึกษาปีที่ 4 คอมพิวเตอร์ ผู้ดูแลเด็กเล็ก หญิง 8 นางสาวพรรณธิวา ชาติมนตรี ประถมศึกษาปีที่ 5 สังคมศึกษา ผู้ช่วยครู หญิง 9 นางชนิสรา ศรีโสภา ประถมศึกษาปีที่ 6 การบริหารการศึกษา ครู หญิง 10 นายนิพัทธ์ ผ่องราศรี - บริหารธุรกิจ บุคลากรสนับสนุน ทางการศึกษา ชาย 11 นายวิชิต โพธิ์ขาว - ม.๖ นักการภารโรง ชาย 12 นายทนง บุญขยัน - ป.4 ยาม ชาย 1.5.4 ข้อมูลคอมพิวเตอร์และระบบสารสนเทศ โรงเรียนมีการจัดเก็บในการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ มีการจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ต มีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ มีเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งหมด จำนวน 18 เครื่อง จำแนก เป็น ใช้เพื่อการเรียนการสอน จำนวน 10 เครื่อง โดยจำนวนนักเรียนที่ใช้บริการสืบค้นข้อมูลทาง อินเทอร์เน็ต นักเรียนระดับประถม 49 คน การจัดระบบบริหารและสารสนเทศของสถานศึกษา นับว่ามี ความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งในการดำเนินการประกันคุณภาพการศึกษาของ เรียนรู้จนเกิดความสามารถที่ไปเข้าใจความรู้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้และทักษะ นั้นๆ ไปใช้ ชีวิตได้จริง


๔ จากการจัดกระบวนการเรียนรู่ที่ผ่านมาของโรงเรียน คณะผู้บริหารเห็นว่าเพื่อให้บรรลุ เป้าหมาย การจัดการศึกษาของโรงเรียน โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) จึงต้อง พัฒนาการจัด การศึกษา เพื่อรองรับความแตกต่างและพัฒนาศักยภาพนักเรียนเป็นรายบุคคลได้อย่าง แท้จริง โรงเรียนจึง จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรระนะ ที่ใช้ระบบการประเมินสมรรถนะ หรือการบรรลุเป้าหมายการ เรียนรู้ของผู้เรียนเป็นเกณฑ์ อันจะเป็นเป้าหมายให้ครูผู้สอนนำพาผู้เรียนไปสู่การพัฒนาให้เกิดสมรรถนะ การ เรียนรู้ที่จำเป็นต่อการศึกษาและดำรงชีวิต


๕ องค์ประกอบที่ ๒ ที่มา เหตุผลและวิสัยทัศน์ของผู้บริหาร ต่อการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 2.1 วิสัยทัศน์ของผู้บริหารต่อการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) จัดการศึกษาด้วยวิถีการเรียนรู้อย่างองค์รวม (Holistic Learning) บนพื้นฐานทักษะชีวิต ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนค้นพบศักยภาพในตนเอง เข้าใจ ความหมาย และเป้าหมายของชีวิต เกิดความตะหนักและความเข้าใจตนเอง เน้นความสำคัญในการพัฒนากาย ใจ สติปัญญา อารมณ์ การรู้คิด สุนทรียภาพและความคิดสร้างสรรค์เป็นการจัดการศึกษาแบบบูรณาการที่เน้น การเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรงสอดคล้องเกื้อหนุนต่อการพัฒนาชีวิต จากกระบวนการจัดการศึกษา ดังกล่าว โรงเรียนมีเป้าหมายที่จะให้ผู้เรียนบรรลุจุดประสงค์ในด้าน ความรู้ คือ การเรียนรู้จาก ประสบการณ์ตรงมาสร้างเป็นความรู้ความเข้าใจของตนเองในด้านทักษะ คือ การ ฝึกฝนทักษะการเรียนรู้ จนเกิดความสามารถที่ไปเข้าใจความรู้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้และทักษะ นั้นๆ ไปใช้ชีวิตได้ จริง จากการจัดกระบวนการเรียนรู่ที่ผ่านมาของโรงเรียน คณะผู้บริหารเห็นว่าเพื่อให้บรรลุ เป้าหมาย การจัดการศึกษาของโรงเรียน โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) จึงต้อง พัฒนาการจัด การศึกษา เพื่อรองรับความแตกต่างและพัฒนาศักยภาพนักเรียนเป็นรายบุคคลได้อย่าง แท้จริง โรงเรียนจึง จัดทำหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรระนะ ที่ใช้ระบบการประเมินสมรรถนะ หรือการบรรลุเป้าหมายการ เรียนรู้ของผู้เรียนเป็นเกณฑ์ อันจะเป็นเป้าหมายให้ครูผู้สอนนำพาผู้เรียนไปสู่การพัฒนาให้เกิดสมรรถนะ การ เรียนรู้ที่จำเป็นต่อการศึกษาและดำรงชีวิต 2.2 แนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้การพัฒนาหลักสูตรดังกล่าวเกิดประสิทธิภาพต่อผู้เรียนได้จริง โรงเรียนจึงจำเป็นที่จะต้อง พัฒนาทั้งระบบโรงเรียน (Whole School Transform) โดยเฉพาะบุคลากรซึ่งมีความสำคัญต่อการ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว รวมถึงพัฒนาเครื่องมือที่จะใช้ในการจัดการเรียนการสอนและการ ประเมินผลที่สามารถบอกถึงสมรรถนะของผู้เรียนได้จริง ดังต่อไปนี้ 2.2.1. เป้าหมายการจัดการศึกษาของชาติ (DOE:Desired Outcoms of Education 3 ด้าน คือ ๑. ผู้เรียนรู้(Leamer Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี๒. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ๓. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อ สันติสุข เชื่อมโยงสู่ ( DOE: Sisaket Desired Outcoms of Education )จังหวัดศรีสะเกษ 6 ด้าน คือ SISAKET ASTECS 1. ORGANIC AGRICULTULTURE เกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า 2. WORLD CLASS SPORT กีฬาก้าวไกล 3. CREATIVE TOURISM ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 4. INNOVATIVE ENTRENEUR นวัตกรประกอบการ 5. CULTURE DIVERSITY ร่ำรวยวัฒนธรรม 6. SISAKET SPIRIT จิตวิญญาณศรีสะเกษ


๖ 2.2.2. การวิเคราะห์ต้นทุนโรงเรียน บริบท นักเรียน ชุมชน เพื่อให้เห็นบริบทของชุมชนด้านต่างๆ เพื่อนำ ไปสู่การกำหนดแนวคิดหลัก/วิสัยทัศน์ ของโรงเรียน (School concept ) ยุวเกษตรอินทรีย์ (Little Farmer Organic Farm) 2.2.3.ออกแบบสมรรถนะ (Competency) ผู้เรียนที่สอดคล้องกับแนวคิดหลัก/วิสัยทัศน์ ของ โรงเรียน (School concept ) 2.2.4. การออกแบบการจัดการเรียนแบบใฝ่รู้ (Active Learning) แบบไตรยางค์การศึกษา ด้วย ระบบ OLE บรรลุจุดประสงค์ 3 ด้าน (K/S/A) ด้านความรู้ ด้านทักษะ ด้านเจตคติ/คุณค่า 2.2.4.1 ด้านเป้าหมาย/วัตถุประสงค์ (Objective) คือการกำหนดขอบเขตเนื้อหาเรื่องที่ จะนำไปสอน 2.2.4.2 ด้านความรู้ ((Understanding of Knowledge) คือการระบุชุดความรู้ของเรื่อง ที่เรียน ที่มีความสอดคล้องกับขอบเขตเนื้อหาเรื่องที่กำหนด 2.2.4.3 ด้านทักษะ (Skill) คือการเรียนรู้ที่ผ่านการทำงานปฏิบัติจริง โดยใช้ความคิด สติปัญญา 2.2.4.4 ด้านเจตคติ/คุณค่า (Attitude) คือการสะท้อนความรู้สึกนึกคิด ใคร่ครวญ สะท้อนสิ่งที่คิดออกมาจากความรู้ ความเข้าใจ จนเกิดความตระหนักของสิ่งต่างๆที่เรียน นำไปสู่การเข้าถึง คุณค่าแท้ (Value) และนำไปใช้อย่างมีความหมาย 2.2.4.5 ด้านกระบวนการเรียนรู้ (Learning Process) คือมุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้แบบ บูรณาการ ปฏิบัติจริงผ่านโจทย์/คำถาม /สถานการณ์ ที่เป็น (Active Learning) ผ่านสื่อการเรียนรู้ /พื้นที่ การเรียนรู้ภายในและภายนอก (Learning Area) ตามลำดับ 4 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ ขั้นการนำเข้าสู่บทเรียน ขั้นกระบวนการปฏิบัติ ขั้นสรุปบทเรียน ขั้นช้อนความรู้/ Reflection 2.2.4.6 การวัดและประเมินผลอิงสมรรถนะผู้เรียน (Evaluation) คือกระบวนการวัด ประเมินผล ผ่านการใช้เครื่องมือใบงาน แบบสังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกการเรียนรู้ แบบสัมภาษณ์ ประกอบการวัดประเมินผลด้านความรู้ ทักษะ และเจตคติ/คุณค่า ที่กำหนดตามแผนการจัดการเรียนรู้ โดย คำนึงถึงความแตกต่างของผู้เรียนให้สอดคล้องกับสมรรถนะที่โรงเรียนกำหนด 2.2.4.7 การพัฒนาการจัดการเรียนรู้ผ่านเครื่องมือกัลยาณมิตรนิเทศ (CRC: Classroom Reflection to Change) เป็นการสะท้อนชั้นเรียนเพื่อการเปลี่ยนแปลงด้วยกระบวนการเข้าสังเกตชั้นเรียน โดยมีผู้อำนวยการ หัวหน้าสายชั้น หัวหน้างานวิชาการ ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ ผู้สังเกตชั้นเรียนใช้ วิธีการถ่ายภาพ และถ่ายคลิปวิดีโอการสอนในชั่วโมงของแผนนั้น ให้เห็นพฤติกรรมการเรียนการสอนของ ทั้งครูและผู้เรียนว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในชั้นเรียน ใช้ภาพและคลิปนั้นมาเป็นเครื่องมือในการสะท้อนผล ซึ่งมี หลักฐานที่ชัดเจน ผลที่ได้คือครูเกิดการพัฒนาทันทีเป็นการประเมินเพื่อพัฒนาครูให้สามารถกลับไปปรับ แผนหรือนำไปวางแผนการเรียนการสอนต่อเนื่องจากแผนเดิม (AAR: After Action Review) ผ่านวง สนทนาชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC: Professional Learning Community)


๗ องค์ประกอบที่ ๓ ข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำหลักสูตร ๓.๑ ข้อมูลเกี่ยวกับบริบทของโรงเรียน ปัญหา และความต้องการของผู้เรียนและโรงเรียน บริบทของโรงเรียน โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) สถานที่ตั้งโรงเรียน ตั้งอยู่เลขที่ 350 หมู่ 9 ถนนกสิกรรม ตำบลโพธิ์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ จังหวัดศรีสะเกษ รหัสไปรษณีย์ 33000 โทรศัพท์ 0–4561–6324 สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลเมืองศรีสะเกษ บริเวณโรงเรียน มีพื้นที่ 14 ไร่ 1 งาน 71 ตารางวา โรงเรียนอยู่ในความดูแลของสำนักการศึกษา เทศบาลเมืองศรีสะเกษ ปัญหา ผู้เรียนอยู่ในสภาพแวดล้อมทางครอบครัว ยากจน หย่าร้าง และโดยภาพรวมของผู้เรียนมีความ เป็นอยู่ที่ด้อยโอกาส ขาดการส่งเสริมและสนับสนุนในด้านต่างๆ ความต้องการของผู้เรียน ผู้เรียนมีความต้องการเรียนรู้เพื่อให้มีความรู้นำไปในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพต้องการ ความ รักความอบอุ่น การได้รับด้านความช่วยเหลือเรื่องปัจจัย 4 นั้นมีน้อย ผู้เรียนจึงต้องการมีสุขภาพที่ ดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ ความต้องการของโรงเรียน โรงเรียนต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้ระบบการศึกษาไทย สามารถพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้ที่กล้า เปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง รวมทั้งสภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ พัฒนาคุณภาพีชีวิตที่ดีขึ้น อีกทั้งพัฒนา คุณภาพความเป็นพลเมืองไทย ร่วมดูแลสังคมและประเทศชาติต่อไป 3.2 ข้อมูลบริบทผู้ปกครอง ผู้ปกครองในชุมชุนมีอาชีพที่หลากหลาย เช่น ภูมิปัญญาด้านอาหาร การทำขนมไทย ภูมิปัญญา ด้านงานฝีมือ โดยให้ความร่วมกับทางโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ อาชีพหลัก คือ รับจ้าง ทั่วไป อาชีพเกษตรกร ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ฐานะทางเศรษฐกิจ/รายได้โดยเฉลี่ยต่อครอบครัว 10,000 -20,000 บาท / ปี 3.3 ข้อมูลบริบทระดับท้องถิ่น ชุมชน สภาพชุมชนรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะ เป็นชุมชนขนาดปานกลาง มีสิ่งอำนวยความสะดวก ค่อนข้างน้อย ลักษณะของบ้านเรือน เป็นบ้านปูนกึ่งไม้มีประชากรประมาณ 900 กว่าคน บริเวณใกล้เคียง โดยรอบโรงเรียน ได้แก่ บ้านเรือน ชุมชนและวัดฯลฯ อาชีพหลักของชุมชน คือ รับจ้างทั่วไป อาชีพ เกษตรกร ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ประเพณี/ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป คือประเพณี ทางศาสนา ทุกวันสำคัญ เช่น ทำบุญ ตักบาตร เวียนเทียน และประเพณีที่เกี่ยวข้องทางศาสนา เป็นต้น พร้อมทั้งมีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายภายในชุมชนและบริเวณรอบๆ ชุมชน


๘ ทิศเหนือติดห้วยสำราญ ทิศใต้ติดที่ดินราชพัสดุ ทิศตะวันออกติดศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพเด็กและเยาวชนจังหวัดศรีสะเกษ ทิศตะวันตกติดห้วยสำราญ 3.4 ข้อมูลบริบทระดับพื้นที่จังหวัด โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) ตั้งอยู่ในอำเภอเมืองศรีสะเกษ มีจำนวน ประชากรประมาณ 1.47 ล้านคน ซึ่งมีสภาพภูมิประเทศทางตอนใต้เป็นที่สูง และค่อยๆลาดต่ำไปทาง เหนือสู่ลุ่มแม่น้ำมูลซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด ประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลาย ซึ่งพูดภาษาถิ่น ต่าง ๆ กัน พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ คือ ข้าวหอมมะลิ ผลไม้ เช่น ทุเรียน เงาะ พืชสวน เช่น หอมแดง กระเทียม และยางพารา ตลอดจนพืชไร่ เช่น มันสำปะหลัง และข้าวโพด 1. ORGANIC AGRICULTULTURE เกษตรอินทรีย์ก้าวหน้า 2. WORLD CLASS SPORT กีฬาก้าวไกล 3. CREATIVE TOURISM ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 4. INNOVATIVE ENTRENEUR นวัตกรประกอบการ 5. CULTURE DIVERSITY ร่ำรวยวัฒนธรรม 6. SISAKET SPIRIT จิตวิญญาณศรีสะเกษ


๙ 3.5 ข้อมูลบริบทระดับชาติประเทศ และโลก ข้อมูลบริบทระดับชาติประเทศ 1. ผู้เรียนรู้(Leamer Person) เพื่อสร้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดี 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตรกรรม (Innovative Co-creator) เพื่อสังคมที่มั่นคง มั่งคั่ง และ ยั่งยืน 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) เพื่อสันติสุข


๑๐ องค์ประกอบที่ ๔ แบบแผนหลักสูตรฐานสมรรถนะ 4.1 แบบแผนหลักสูตรฐานสมรรถนะ 4.1.1 หลักการของหลักสูตร เป็นหลักสูตรที่ใช้โครงสร้างตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐ ) และได้นำมาผนวกกับเป้าหมายของการจัดการศึกษาของชาติ 3 ด้าน พร้อมดำเนินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ (Competency Base Curriculum) ” ของ โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) เพื่อนำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลง ทั้งตนเอง สังคม สิ่งแวดล้อมและประเทศชาติ โดยมีหลักการสำคัญ ดังต่อไปนี้ - เด็กเป็นผู้เรียนรู้ได้ด้วยตนเองตลอดเวลา - การบูรณาการสาระวิชากับสาระชีวิตอย่างสมดุลเป็นองค์รวมของกาย จิต ปัญญา - การพัฒนาด้านสังคม อารมณ์ จิตใจ และสติปัญญา - เรียนรู้และพัฒนาศักยภาพได้ตามสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ความเป็นอยู่ - สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ที่หลากหลาย - มีความยืดหยุ่นและปรับปรุงให้พร้อมกับสถานการณ์เพื่อพัฒนาไปสู่สมรรถนะของผู้เรียนอย่างมี คุณภาพ - ผู้อำนวยการและครู เป็นผู้นำทางวิชาการมีส่วนร่วมในการพัฒนาหลักสูตร นำไปสู่การจัดการ เรียนรู้ได้ตามเป้าหมาย 4.1.2 ปรัชญาทางการศึกษาของสถานศึกษา (Philosophy) เป็นการจัดการศึกษาโดยใช้หลักพุทธธรรมเพื่อพัฒนามนุษย์อย่างเป็นองค์รวมตั้งแต่ระดับ ปฐมวัยจนถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ปัญญา คือ ความรอบรู้ รู้ทางแห่งความเสื่อม รู้ทางแห่งความเจริญ แบ่งเป็น 2 อย่าง คือ ปัญญาทางโลก กับ ปัญญาทางธรรม โดยน้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นหลักคิดของการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน “ โย คา เว ชายเต ภูริ ” ( ปัญญา ย่อมเกิดเพราะความเพียร ) 4.1.3 แนวคิดพื้นฐานในการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ (School Concept) โรงเรียนเทศบาล ๓ (เฉลิมพระเกียรติ ๗๒ พรรษา)จัดการศึกษาด้วยวิถีการเรียนรู้อย่าง องค์รวม (Holistic Learning) บนพื้นฐานทักษะชีวิต เป็นการจัดการศึกษาแบบบูรณาการที่เน้นการเรียนรู้ ด้วยประสบการณ์ตรงสอดคล้องเกื้อหนุนต่อการพัฒนาชีวิต นำการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงม าสร้าง เป็นความรู้ความเข้าใจของตนเองในด้านทักษะ จนเกิดการความรู้ความเข้าใจเรื่องเกษตรอินทรีย์คือการทำ การเกษตรด้วยกรรมวิธีทางธรรมชาติ โดยที่พื้นที่ที่ทำเกษตรนั้น ต้องไม่มีสารพิษ หรือสารเคมีตกค้างและ หลีกเลี่ยงจากการปนเปื้อนของสารเคมี ความสมบูรณ์ทางชีวภาพในระบบนิเวศน์และฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้ เป็นไปตามสมดุลของธรรมชาติ และสามารถนำความรู้และทักษะ นั้นๆ ไปใช้ชีวิตได้จริง ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียน


๑๑ ค้นพบศักยภาพในตนเอง เข้าใจ ความหมายและเป้าหมายของชีวิต เกิดความตะหนักและความเข้าใจตนเอง เน้นความสำคัญในการพัฒนากาย ใจ สติปัญญา อารมณ์ การรู้คิด สุนทรียภาพ และสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่ง ครูผู้สอนนำพาผู้เรียนไปสู่การพัฒนาให้เกิดสมรรถนะการเรียนรู้ที่จำเป็นต่อการศึกษาและดำรงชีวิตต่อไป 4.1.4 วิสัยทัศน์ (Vision) ของสถานศึกษา ยุวเกษตรอินทรีย์ (Little Farmer Organic Farm) เรียนรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์รอบด้าน บนพื้นฐานความพอเพียง จัดการเรียนรู้อย่างเป็นองค์รวม (Holistic Learning) ที่มุ่งเน้นการเรียนแบบใฝ่รู้ (Active learning) ด้วยกระบวนการเรียนรู้เคียงคู่ ธรรมชาติ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 4.1.5 พันธกิจ (Mision) ของสถานศึกษา มุ่งเน้นการจัดการศึกษาแบบองค์รวม (Holistic Education) โดยยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ โดยมีภารกิจดังนี้ 1. เสริมสร้างและปลูกฝังให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรมการเสริมสร้างและปลูกฝังให้ ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม ประพฤติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม สามารถจัดการตนเองให้เกิดความ ปลอดภัย จากสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ได้โดยจัดกิจกรรมโครงการเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และสอดแทรกบูรณาการเข้าไปในกลุ่มสาระวิชาต่าง ๆ 2. จัดการเรียนการสอนให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะอาชีพเพื่อการดำรงชีวิตจัดการเรียน การสอนให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ (Active Learning) ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ ในเนื้อหา มี ทักษะอาชีพเพื่อการดำรงชีวิต บูรณาการการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ จัดการตนเองให้ ปลอดภัยจากสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ ส่งเสริมครูและบุคลากรให้มีความรู้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ในโลกปัจจุบัน 3.ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงวิธีการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผู้เรียนโดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็น แนวทางในการจัดการเรียนการสอน โดยที่ทุกคนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามหลัก ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4. พัฒนาอาคารสถานที่ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้การจัดสภาพแวดล้อมของ โรงเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียน โดยการจัดห้องเรียนให้มีบรรยากาศ ทั้งหมดเปรียบเสมือนบ้าน หลังใหญ่ที่พร้อมให้ความรู้แก่ผู้เรียนมีความสมดุลกับธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมที่ผู้เรียนอยู่ ซึ่งผู้เรียนได้มี โอกาสสัมผัสและเรียนรู้ด้วยตนเอง อัตลักษณ์ รับผิดชอบ สร้างสรรค์และสานประโยชน์ในทุกสถานการณ์ เอกลักษณ์ ยุวเกษตรอินทรีย์ (Little Farmer Organic Farm)


๑๒ 4.1.6 คุณลักษณะอันพึงประสงค์คุของผู้เรียนอันเป็นจุดมุ่งหมายของหลักสูตร 1. ทักษะชีวิต 2. ฉลาดรู้ 3. รู้คิด 4. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 5. พึ่งตนเอง สร้างอาชีพได้ 4.1.7 จุดหมายของหลักสูตร มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้ 1. รู้จักดูแลสุขภาวะกายจิต แก้ปัญหาได้ พึ่งพาตนเอง สามารถจัดการตนเองด้านอารมณ์ สังคม ดำเนินชีวิตอย่างมีสติปัญญา (ทักษะชีวิต) 2. มีความรู้และทักษะในการทำการเกษตรอินทรีย์ สามารถจัดการด้านเกษตรอินทรีย์เป็นต้นแบบ ของการทำเกษตรอินทรีย์วิถีคนเมือง (ฉลาดรู้) 3. เป็นนักสืบค้น มีความใฝ่รู้ คิดค้นออกแบบการทำเกษตรอินทรีย์แบบครบวงจร (รู้คิด) 4. เป็นนักสืบสานภูมิปัญญา (เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) 5. สร้างผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า โดยใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (พึ่งพา ตนเอง สร้างอาชีพได้) 4.1.8 สมรรถนะหลักโรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) DOE (Desired Outcome of Education) D O L (Desired Outcomes of Learning) สมรรถนะหลัก โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) 1. ผู้เรียนรู้ (Learner person) 1. นักเรียนมีทักษะชีวิต รู้จักดูแลสุข ภาวะกายจิต แก้ปัญหาได้ พึ่งพา ตนเอง สามารถจัดการตนเองด้าน อารมณ์ สังคม ดำเนินชีวิตอย่างมี สติปัญญา 1. การจัดการตนเอง ( Self-Management ) 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) 2. คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และ ตัดสินใจอย่างมีวิจารญาณบนหลัก เหตุผลอย่างรอบด้าน โดยใช้ คุณธรรม กำกับการตัดสินใจได้อย่างมี วิจารณญาณ เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ได้อย่างมีเป้าหมาย ๒. คิดขั้นสูง Higher Order Thinking : HOT


๑๓ DOE (Desired Outcome of Education) D O L (Desired Outcomes of Learning) สมรรถนะหลัก โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) 2. ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovative Co-creator) 3. รับรู้รับฟัง ตีความ และส่งสาร ด้วยภาษาต่าง ๆ ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา โดยใช้ กระบวนการคิด ซึ่งจะนำไปสู่การ เรียนรู้ความเข้าใจ ในระบบคุณค่า 3 การสื่อสาร (Comunication 3. พลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen) 4 .จัดระบบและกระบวนการทำงาน กิจการ และการประกอบการใด ๆ ทั้ง ของตนเอง และ ร่วมกับผู้อื่น โดยใช้ การรวมพลังทำงานเป็นทีม มีแผน ขั้นตอน ให้บรรลุผลสำเร็จตาม เป้าหมาย มีภาวะผู้นำ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการประสานความ คิดเห็นที่แตกต่างสู่การตัดสินใจและ แก้ปัญหาเป็นทีม 5. รับผิดชอบในฐานะพลเมืองไทย และพลโลก รู้เคารพสิทธิเสรีภาพของ ตนเอง และผู้อื่น มีส่วนร่วมทางสังคม อย่างมีวิจารณญาณ อยู่ร่วมกับผู้อื่น 6.เป็น Organic Farmer Model 4.สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration: TC) 5.สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen: AC) 6.เป็นนักจัดการด้านเกษตรอินทรีย์ (Organic Farmer Model)


๑๔ (DOL) สมรรถนะหลักของโรงเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) School Concept สมรรถนะหลักของโรงเรียน(DOL) พฤติกรรมบ่งชี้ ยุวเกษตรอินทรีย์ (Little Farmer Organic Farm) 1. นักเรียนมีทักษะชีวิต รู้จักดูแลสุข ภาวะกายจิต แก้ปัญหาได้ พึ่งพา ตนเอง สามารถจัดการตนเองด้าน อารมณ์ สังคม ดำเนินชีวิตอย่างมี สติปัญญา 1. รู้และเข้าใจวิธีการจัดการตนเอง ในการ เตรียมเป็นผู้ประกอบการ เลือก และ ตัดสินใจใช้วิธีการที่เหมาะสม 2. คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และ ตัดสินใจอย่างมีวิจารญาณบนหลัก เหตุผลอย่างรอบด้าน โดยใช้ คุณธรรม ก ำ ก ั บ ก า ร ต ั ด ส ิ น ใ จ ไ ด ้ อ ย ่ า ง มี วิจารณญาณ เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ได้อย่างมีเป้าหมาย 3. รับรู้ รับฟัง ตีความ และส่งสารด้วย ภาษาต่าง ๆ ทั้งวัจนภาษาและอวัจน ภาษา โดยใช้กระบวนการคิด ซึ่งจะ นำไปสู่การเรียนรู้ ความเข้าใจ ใน ระบบคุณค่า 2. รู้และเข้าใจวิธีการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และตัดสินใจอย่างมีวิจารญาณ บนหลักเหตุผลอย่างรอบด้าน โดยใช้ คุณธรรมกำกับการตัดสินใจได้อย่างมี วิจารณญาณ เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ อย่างมีเป้าหมาย 3.สามารถสื่อสารรับและส่งสาร ถ่ายทอด ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เกิดความ เข้าใจได้อย่างถูกต้อง ถ่ายทอดความรู้สึก นึกคิด และทัศนะของตนเอง เพื่อแลก เปลี่ยนข้อมูลข่าวสารอย่างมีเหตุผลและ ถูกต้อง 4.จัดระบบและกระบวนการทำงาน กิจการ และการประกอบการใด ๆ ทั้ง ของตนเอง และ ร่วมกับผู้อื่น โดยใช้ การรวมพลังทำงานเป็นทีม มีแผน ขั้นตอน ให้บรรลุผลสำเร็จตาม เป้าหมาย มีภาวะผู้นำ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการประสานความ คิดเห็นที่แตกต่างสู่การตัดสินใจและ แก้ปัญหาเป็นทีม 4.สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงาน กิจการ และการประกอบการใด ๆ ทั้งของ ตนเอง และ ร่วมกับผู้อื่น โดยใช้การรวม พลังทำงานเป็นทีม มีแผน ขั้นตอน ให้ บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย มีภาวะผู้นำ มี ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการประสาน ความคิดเห็นที่แตกต่างสู่การตัดสินใจและ แก้ปัญหาเป็นทีม


๑๕ School Concept สมรรถนะหลักของโรงเรียน(DOL) พฤติกรรมบ่งชี้ ยุวเกษตรอินทรีย์ (Little Farmer Organic Farm) 5.รับผิดชอบในฐานะพลเมืองไทยและ พลโลก รู้เคารพสิทธิเสรีภาพของ ตนเอง และผู้อื่น เคารพในกฎกติกา และกฎหมาย มีส่วนร่วมทางสังคม อย่างมีวิจารณญาณ อยู่ร่วมกับผู้อื่น 6. เป็น Organic Farmer Model 5.รับผิดชอบในฐานะพลเมืองไทยและพล โลก รู้เคารพสิทธิเสรีภาพของตนเอง และ ผู้อื่น เคารพในกฎกติกาและกฎหมาย มีส่วน ร่วมทางสังคมอย่างมีวิจารณญาณ อยู่ ร่วมกับผู้อื่น 6. มีความรู้และทักษะในการทำการเกษตร อินทรีย์ สามารถจัดการด้านเกษตรอินทรีย์ เป็นต้นแบบของการทำเกษตรอินทรีย์วิถีคน เมือง 4.1.9 สมรรถนะหลัก 6 ด้าน และระดับสมรรถนะ 10 ระดับ สมรรถนะหลัก (Core Competencies) ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง สมรรถนะที่ กำหนดให้เป็นพื้นฐานที่นักเรียนทุกคนต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นความสามารถติดตัวเมื่อจบการศึกษา มีลักษณะเป็นสมรรถนะข้ามสาระการเรียนรู้หรือคร่อมวิชา สามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นแก่ผู้เรียนได้ในสาระ การเรียนรู้ต่าง ๆ ที่หลากหลาย หรือสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาผู้เรียนให้เรียนรู้สาระต่าง ๆ ได้ดี ขึ้น เป็นสมรรถนะที่มีลักษณะ “content – free” คือ ไม่ขึ้นกับเนื้อหาสาระของศาสตร์ใด ๆ อย่างไรก็ตาม สมรรถนะหลักโดยตัวมันเองไม่ได้ปราศจากความรู้ แต่ความรู้ที่เป็นองค์ประกอบของสมรรถนะหลัก จะเป็น องค์ความรู้เชิงกระบวนการ (Procedural Knowledge) ซึ่งเป็นชุดของขั้นตอนหรือการปฏิบัติเพื่อ ดำเนินการ ให้บรรลุเป้าหมายของสมรรถนะนั้น ๆ เป็นได้ทั้งกระบวนการที่ใช้เฉพาะศาสตร์หรือบูรณาการ ข้ามศาสตร์ เช่น ความรู้ที่เป็นองค์ประกอบของสมรรถนะการคิดขั้นสูงเป็นเป็นชุดความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ กระบวนการคิด ประเภทต่าง ๆ เช่น การคิดวิเคราะห์ การคิดเชิงวิพากษ์ และการคิดสร้างสรรค์ ตามกรอบ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และกำหนดสมรรถนะหลัก ๖ ด้าน เพื่อเป็นเป้าหมายการพัฒนาผู้เรียนระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้


๑๖ สมรรถนะหลัก 6 ด้าน สมรรถนะหลัก 6 ด้าน ๑. การจัดการตนเอง ๒. การคิดขั้นสูง ๓. การสื่อสาร ๔. การรวมพลังทำงานเป็นทีม ๕. การเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ๖. การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยื ๑. สมรรถนะการจัดการตนเอง (Self-Management: SM) นิยาม การรู้จัก รัก เห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น การพัฒนาปัญญาภายใน ตั้งเป้าหมายในชีวิต และกำกับ ตนเองในการเรียนรู้และใช้ชีวิต การจัดการอารมณ์และความเครียด รวมถึงการจัดการปัญหาและภาวะ วิกฤต สามารถฟื้นคืนสู่สภาวะสมดุล (Resilience) เพื่อไปสู่ความสำเร็จของเป้าหมายในชีวิต มีสุขภาวะที่ดี และมีสัมพันธภาพกับผู้อื่นได้ดี องค์ประกอบ ๑.) การเห็นคุณค่าในตนเอง: การรู้จัก รัก เห็นคุณค่าในตนเอง รู้จุดเด่น ข้อจำกัด ความสนใจ ความสามารถ ความถนัด และภาคภูมิใจในตนเอง มั่นใจในตนเอง เห็นอกเห็นใจ ให้เกียรติและเคารพสิทธิ ตนเองและผู้อื่น มีความรับผิดชอบในตนเอง ๒) การมีเป้าหมายในชีวิต: การตั้งเป้าหมายในชีวิต มีวินัยในตนเอง สามารถบริหารจัดการเวลา ทรัพยากร สามารถพึ่งพาและกำกับตนเองให้ไปสู่เป้าหมายในชีวิต และมีสุขภาวะที่ดี


๑๗ ๓) การจัดการอารมณ์และความเครียด: การรับรู้ เข้าใจ รู้เท่าทัน อารมณ์ ความรู้สึกความคิด และ ความเครียดที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของตนเอง เข้าใจสาเหตุและสามารถจัดการอารมณ์ ความรู้สึก และ ความคิดของตนเอง ๔) การจัดการปัญหาและภาวะวิกฤต: การรู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากปัญหาและภาวะ วิกฤต สามารถฟื้นคืนสู่สภาวะสมดุลได้ สามารถเตรียมการ ป้องกัน และแก้ไข เพื่อให้เกิดความปลอดภัยใน ชีวิต และทรัพย์สิน


๑๘ ระดับสมรรถนะการจัดการตนเอง ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๑ รู้จักตนเอง (Knowing Self) ทางด้านกายภาพ ความชอบ ความสนใจ จัดการชีวิตประจำวัน ของตนเอง รับรู้และ จัดการอารมณ์และความรู้สึกพื้นฐาน ปฏิบัติตนตามบรรทัด ฐาน ทางสังคมภายใต้การดูแลของผู้อื่น เริ่มต้น ๒ รู้จักตนเองในจุดเด่น จุดควรพัฒนา มีวินัยในการดูแลจัดการ ชีวิตประจำวันของตนเอง รับรู้และจัดการอารมณ์และ ความรู้สึกพื้นฐาน รู้ถูกผิดในการปฏิบัติตนตามบรรทัดฐาน ทางสังคม ภายใต้การดูแลของผู้อื่น ตระหนักรู้ในสถานการณ์ ที่เป็นปัญหาในชีวิตประจำวัน กำลังพัฒนา ๓ รู้จักความสามารถของตนเอง มีวินัยในการดูแลจัดการ ชีวิตประจำวันของตนเอง รับรู้และ จัดการอารมณ์และ ความเครียด แยกแยะสิ่งถูกผิด หลีกเลี่ยงการนำพาตัวเองเข้า ไปสู่ภาวะเสี่ยง ตามคำแนะนำ อดทนต่อปัญหาใน ชีวิตประจำวันและการเรียน สามารถ เริ่มต้น ๔ รู้จักความสามารถของตนเอง มีวินัยในการดูแลจัดการ ชีวิตประจำวันของตนเอง รับรู้และจัดการอารมณ์และ ความเครียด ตระหนักรู้ผิดชอบชั่วดีจัดการปัญหา ชีวิตประจำวัน และการเรียนตามคำแนะนำ พร้อมเผชิญและ ยอมรับปัญหาที่เกิดขึ้น เหนือความ คาดหวัง กำลังพัฒนา ๕ มีมโนทัศน์เกี่ยวกับตัวเอง (Self Concept) ที่ถูกต้อง สามารถตัดสินใจและมุ่งมั่นที่จะจัดการ สิ่งที่จำเป็นสำหรับ ชีวิตและการเรียนของตนเอง รับรู้และจัดการอารมณ์และ ความเครียด ละเว้นการกระทำที่ไม่ควรทำ รู้ทันการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จัดการปัญหาชีวิตประจำวัน และการ เรียนตามคำแนะนำ สามารถ ๖ มีความมั่นใจและภาคภูมิใจในตนเอง (Self Esteem) สามารถตัดสินใจและวางแผนเกี่ยวกับ ชีวิตและการเรียนของ ตนเอง มีวินัยและจูงใจตนเองให้ไปสู่เป้าหมาย รับรู้และ จัดการอารมณ์และความเครียด มีจุดยืนและความเชื่อของ ตัวเอง ปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และสามารถฟื้น คืนจากสภาพปัญหาเมื่อเผชิญภาวะวิกฤตตามคำแนะนำ เหนือความ คาดหวัง


๑๙ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๗ มีความภาคภูมิใจในตนเอง มีกรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) สามารถกำกับ ตนเองให้ลงมือทำตาม แผนเกี่ยวกับชีวิตและการเรียนของตนเอง รับรู้และจัดการ อารมณ์และความเครียด แสดงออกตามความเชื่อและจุดยืน ของตัวเอง แก้ไขปัญหา มีความรับผิดชอบ ในผลของการ กระทำของตนเอง และฟื้นคืนจากสภาพปัญหาเมื่อเผชิญ ภาวะวิกฤตตามคำปรึกษา ๘ มีกรอบความคิดแบบเติบโต สามารถกำกับตนเองให้ลงมือทำ ตามแผนเกี่ยวกับชีวิต และการเรียนของตนเอง และสะท้อน ความก้าวหน้าของตนเอง รู้ทันและจัดการอารมณ์และ ความเครียด มีความรับผิดชอบในผลของการกระทำของ ตนเอง วางแผนป้องกันปัญหา และความเสี่ยง และฟื้นคืน จากสภาพปัญหาเมื่อเผชิญภาวะวิกฤต ๙ มีภาพอนาคตของตนเอง (Ideal Self) ที่ต้องการจะเป็น มองเห็นข้อจำกัดและแนวทาง การพัฒนาตนเอง กำหนด ลง มือทำ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ค่านิยม และความเชื่อของ ตนเอง ตามแผนพัฒนาตนเอง รู้ทันและจัดการอารมณ์และ ความเครียด และสามารถฟื้นคืน จากสภาพปัญหาได้ด้วย ตนเองเมื่อเผชิญภาวะวิกฤต ๑๐ มีความสุขกับชีวิตที่ตนเองเป็นอยู่ มุ่งมั่นเพื่อความสำเร็จแม้ ต้องเผชิญความท้าทายที่เข้ามา ในชีวิต รู้ทันและจัดการ อารมณ์และความเครียด สามารถสร้างมุมมอง ค่านิยมใหม่ ให้กับตนเอง และสามารถฟื้นคืนจากสภาพปัญหาเมื่อเผชิญ ภาวะวิกฤต


๒๐ 2. สมรรถนะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking : HOT) นิยาม สามารถคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และตัดสินใจอย่างมีวิจารญาณบนหลักเหตุผลอย่างรอบด้าน โดย ใช้ คุณธรรมกำกับการตัดสินใจได้อย่างมีวิจารณญาณ มีความสามารถคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผลด้วยความ เข้าใจถึง ความเชื่อมโยงของสรรพสิ่งที่อยู่ร่วมกันอย่างเป็นระบบ ใช้จินตนาการและความรู้สร้างทางเลือก ใหม่ เพื่อแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้อย่างมีเป้าหมาย องค์ประกอบ ๑) การคิดอย่างมีวิจารณญาณ (Critical Thinking: HOT-CTC) หมายถึง กระบวนการคิดที่ พิจารณาไตร่ตรองอย่างมีเหตุผล มีจุดประสงค์เพื่อตัดสินว่าสิ่งใดควรเชื่อหรือควรกระทำ โดยมีหลักฐาน สนับสนุนซึ่งเป็นผลมาจากการตีความ ประเมิน วิเคราะห์ สรุปความ และอธิบายตามหลักฐาน แนวคิด วิธีการ กฎเกณฑ์ หรือบริบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับข้อมูลที่รวบรวมหรือข้อมูลจากการสังเกต ประสบการณ์ การ ใช้เหตุผล การสะท้อนคิด การสื่อสาร และการโต้แย้ง นำไปพิจารณาร่วมกับข้อมูลด้านอื่น ๆ เช่น ความ เหมาะสม ตามหลักกฎหมาย ศีลธรรม คุณธรรม ค่านิยม ความเชื่อและบรรทัดฐานทางสังคมและวัฒนธรรม ๒) การคิดเชิงระบบ (System Thinking: HOT-STM) หมายถึง กระบวนการคิดที่มองเห็น ภาพรวมโครงสร้างทั้งหมดที่เชื่อมโยงสัมพันธ์กันเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างเป็นระบบ ภายใต้บริบท/ปัจจัย ของ สิ่งแวดล้อมที่เกิดสถานการณ์นั้น ๆ โดยมองสถานการณ์ให้ลึกลงไปกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นแบบแผน หรือรูปแบบที่เกิดขึ้น เห็นรากเหง้าของสถานการณ์และปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์นั้น ๆ จน เกิด ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในสถานการณ์นั้น นำไปสู่การออกแบบระบบ เปรียบเทียบแบบจำลองความคิด ทำนาย ผลลัพธ์ของการแทรกแซงระบบ และประเมินระบบได้ ๓) การคิดสร้างสรรค์ (Creative Thinking: HOT-CRT) หมายถึง กระบวนการคิดที่หลากหลาย ริเริ่ม ประเมิน ปรับปรุง และพัฒนาต่อยอดความคิด เพื่อการแก้ปัญหาหรือสร้างทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ การสร้างความก้าวหน้าในความรู้ หรือการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ โดยอาศัยจินตนาการและทักษะ พื้นฐาน ด้านการคิดริเริ่ม คิดคล่อง คิดยืดหยุ่น คิดละเอียดลออ คิดหลากหลาย คิดวิเคราะห์และสังเคราะห์ เพื่อให้ได้ สิ่งใหม่ที่ดีกว่า แตกต่างไปจากเดิม มีประโยชน์ และมีคุณค่าต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคมมาก กว่าเดิม ซึ่งสิ่งใหม่ ในที่นี้อาจเป็นการปรับหรือประยุกต์สิ่งเดิมให้อยู่ในรูปแบบใหม่ หรือเป็นการต่อยอดจาก สิ่งเดิม หรือเป็นการ ริเริ่มสิ่งใหม่ขึ้นมาทั้งหมด ๔) การคิดแก้ปัญหา (Problem Solving Thinking: HOT-PRB) หมายถึง กระบวนการคิดที่ใช้ ในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการกำหนดปัญหา เข้าใจเหตุและผลของปัญหา วางแผน การ แก้ปัญหาโดยรวบรวมข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา ออกแบบวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลาย และเลือกวิธีการ แก้ปัญหาที่ดีที่สุด ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นลำดับขั้นตอน เก็บ และวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อประเมินและตรวจสอบผลของการแก้ปัญหา ปรับปรุง จนปัญหาได้รับการแก้ไข


๒๑ ระดับสมรรถนะการคิดขั้นสูง ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๑ ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาอย่างง่ายจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวสถานการณ์หรือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวัน สังเกต จำแนก สำรวจ วางแผน รวบรวมข้อมูลหรือ ทรัพยากร สรุปข้อมูล และเสนอ แนวทางแก้ปัญหาอย่างง่าย ได้สามารถจินตนาการและเสนอความคิดได้อย่างอิสระ ตลอดจนสามารถ ผลิตผลงานอย่างง่ายโดยอาศัยต้นแบบ เริ่มต้น ๒ ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาอย่างง่ายจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์ ในชีวิตประจำวัน สังเกต จำแนก หรือระบุความสัมพันธ์ของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ ปรากฏการณ์หรือ สถานการณ์นั้น ๆ ได้ สามารถสำรวจ วางแผน รวบรวมข้อมูลหรือทรัพยากร สรุปข้อมูล และเสนอ แนวทางแก้ปัญหาอย่างง่ายได้ พร้อมแสดงเหตุผลและ ประเมินความเหมาะสมของคำตอบ สามารถ จินตนาการ และเสนอความคิดได้อย่างคล่องแคล่ว หลายประเภทและ หลายทิศทาง ตลอดจน สามารถผลิตผลงานอย่างง่ายโดย อาศัยต้นแบบ กำลังพัฒนา ๓ ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาอย่างง่ายจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวัน สังเกต จำแนก หรือระบุความสัมพันธ์ของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ ปรากฏการณ์หรือ สถานการณ์นั้น ๆ ได้สามารถสำรวจ วางแผน รวบรวมข้อมูลหรือทรัพยากร แปลความหมาย ข้อมูล ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์และสรุปข้อมูล เพื่อ เปรียบเทียบ ประเมิน ตัดสินใจ หรือเสนอแนวทาง แก้ปัญหา อย่างง่ายได้พร้อมแสดงเหตุผล โดยคำนึงถึงความเหมาะสม ของการออกแบบวิธีการ แก้ปัญหา สามารถจินตนาการและ เสนอความคิดได้อย่างคล่องแคล่ว หลากหลาย โดยใช้ ความคิด ที่แปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร ตลอดจนสามารถผลิตผล งานตามจินตนาการโดยอาศัยต้นแบบ สามารถ เริ่มต้น


๒๒ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ 4 ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาอย่างง่ายจากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวันโดยละเอียด ระบุ ความสัมพันธ์ของสิ่งที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์หรือสถานการณ์ นั้น ๆ ได้สามารถวางแผนและดำเนินการสำรวจตรวจสอบ เลือก วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล แปลความหมายข้อมูลด้วยหลักฐานเชิง ประจักษ์และสรุปข้อมูล พร้อมทั้งประเมินความถูกต้อง และ ข้อจำกัดของข้อมูล เพื่อเปรียบเทียบ ประเมิน ตัดสินใจ หรือเสนอ แนวทางแก้ปัญหาอย่างง่ายได้สามารถจินตนาการและเสนอ ความคิดได้อย่างคล่องแคล่ว หลากหลาย โดยใช้ความคิดที่แปลก ใหม่ ที่ไม่ซ้ำใคร หรือพัฒนาต่อยอดจากของเดิม เหนือความ คาดหวัง กำลังพัฒนา 5 ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาที่ซับซ้อน จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์ ในชีวิตประจำวันโดยละเอียด สามารถวางแผนและดำเนินการการสำรวจตรวจสอบ เลือกวิธีการ เก็บ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมายข้อมูล เพื่อ สร้างข้อสรุปที่แม่นยำและน่าเชื่อถือ พร้อมนำเสนอและ เปรียบเทียบข้อสรุปที่เหมือนหรือแตกต่างกับข้อสรุปของตน สามารถพัฒนา ชิ้นงานหรือวิธีการ โดยใช้ความคิดที่แปลกใหม่ ที่ ไม่ซ้ำใครหรือพัฒนาต่อยอดจากของเดิม วิเคราะห์ องค์ประกอบ ของชิ้นงานหรือวิธีการเพื่อสร้างแบบจำลองอย่างง่าย สามารถ 6 ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาหรือสถานการณ์ที่ซับซ้อน จากการ สังเกตสิ่งต่าง ๆ สถานการณ์หรือ ปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวัน ระบุสาเหตุของปัญหา แยกปัญหาเป็นปัญหาย่อย ๆ สามารถ วางแผนและดำเนินการการสำรวจตรวจสอบ เลือกวิธีการเก็บ รวบรวมข้อมูล เปรียบเทียบ แหล่งข้อมูลและข้อเท็จจริงได้ วิเคราะห์ข้อมูล แปลความหมายข้อมูล ลงข้อสรุปได้อย่างถูกต้อง นำเสนอข้อสรุปรวมทั้งเปรียบเทียบและประเมินข้อสรุปที่แตกต่าง หรือตรงกันข้ามกับข้อสรุปของตน และสามารถปรับปรุงข้อสรุป ของตนตามข้อมูลและหลักฐานใหม่สร้างแบบจำลองเพื่อแสดง โครงสร้างของปัญหาหรือสถานการณ์ได้พัฒนาชิ้นงานหรือวิธีการ โดยใช้ความคิดที่แปลกใหม่ ที่ไม่ซ้ำใคร หรือพัฒนาต่อยอดจาก ของเดิม ให้เหมาะสมต่อการใช้งานจริง เหนือความ คาดหวัง


๒๓ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๗ ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาหรือสถานการณ์ที่ยากและซับซ้อน จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ใน ชีวิตประจำวัน ระบุสาเหตุของปัญหา แยกปัญหาเป็นปัญหา ย่อย ๆ สามารถ วางแผนและดำเนินการการสำรวจ ตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือหรือเทคโนโลยีเลือกวิธีการเก็บ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างข้อสรุปที่แม่นยำและ น่าเชื่อถือ เปรียบเทียบแหล่งข้อมูล และข้อเท็จจริงได้ สามารถลงข้อสรุปได้อย่างถูกต้อง เปรียบเทียบและประเมิน ข้อสรุปที่แตกต่าง หรือตรงกันข้ามกับข้อสรุปของตนโดยใช้ เหตุผลและหลักฐานที่หลากหลายและสามารถปรับปรุง ข้อสรุปของตนตามข้อมูลและหลักฐานใหม่สร้างแบบจำลอง เพื่อแสดงโครงสร้างของปัญหาหรือ สถานการณ์ได้พัฒนา ชิ้นงาน วิธีการหรือนวัตกรรม โดยใช้ความคิดที่แปลกใหม่ที่ ไม่ซ้ำใคร หรือพัฒนาต่อยอดจากของเดิมให้เหมาะสมต่อการ ใช้งานจริง ๘ ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาหรือสถานการณ์ที่ยากและซับซ้อน จากการสังเกตสิ่งต่าง ๆ สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ใน ชีวิตประจำวัน ประเมินคำถามว่าสามารถสำรวจตรวจสอบได้ หรือไม่ ระบุสาเหตุของปัญหา แยกปัญหาเป็นปัญหาย่อย ๆ สามารถวางแผนและดำเนินการการสำรวจ ตรวจสอบ เลือก วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างข้อสรุปที่ แม่นยำ และน่าเชื่อถือ เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลและ ข้อเท็จจริงได้นำเสนอข้อสรุปรวมทั้งเปรียบเทียบ และ ประเมินข้อสรุปที่แตกต่างหรือตรงกันข้ามกับข้อสรุปของตน โดยใช้เหตุผลและหลักฐาน ที่หลากหลายและสามารถ ปรับปรุงข้อสรุปของตนตามข้อมูลและหลักฐานใหม่สร้าง แบบจำลอง ความคิด เพื่ออธิบายแนวคิดที่ใช้ในการออกแบบ ระบบได้สามารถพัฒนาชิ้นงาน วิธีการหรือ นวัตกรรม โดย ใช้ความคิดที่แปลกใหม่ที่


๒๔ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๙ ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาหรือสถานการณ์ที่ยากและซับซ้อน จากการสังเกต สิ่งต่าง ๆ สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวันหรือจากผลที่ไม่ คาดคิดมาก่อน เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม ประเมิน คำถามว่าสามารถสำรวจ ตรวจสอบได้หรือไม่ ระบุสาเหตุของปัญหา สามารถแยกปัญหาเป็น ปัญหา ย่อย ๆ สามารถวางแผนและดำเนินการการสำรวจตรวจสอบ เลือกวิธีการ เก็บรวบรวม ข้อมูล พร้อมทั้งประเมินความถูกต้อง วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้าง ข้อสรุปที่แม่นยำและน่าเชื่อถือ เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลและข้อเท็จจริงได้ ประเมินผลกระทบของปัญหาโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม และครอบคลุมทุกมิติ นำเสนอข้อสรุปรวมทั้งเปรียบเทียบและประเมินข้อสรุปที่แตกต่างหรือ ตรงกันข้ามกับข้อสรุปของตน โดยใช้เหตุผลและหลักฐานที่หลากหลายและ สามารถปรับปรุง ข้อสรุปของตนตามข้อมูลและหลักฐานใหม่สามารถสร้าง แบบจำลองความคิดเพื่ออธิบายแนวคิด ที่ใช้ในการออกแบบการแก้ปัญหา สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเมื่อมีการปัจจัยอื่นเข้ามา ในระบบ พัฒนา ชิ้นงาน วิธีการหรือนวัตกรรม โดยใช้ความคิดที่แปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร หรือ พัฒนา ต่อยอดจากของเดิมให้เหมาะสมต่อการใช้งานจริง เขียนสะท้อน ความคิดเกี่ยวกับเนื้อหาและ กระบวนการเรียนรู้ ๑๐ ตั้งคำถามหรือระบุปัญหาหรือสถานการณ์ที่ยากและซับซ้อน จากการสังเกต สิ่งต่าง ๆ สถานการณ์หรือปรากฏการณ์ในชีวิตประจำวันหรือจากผลที่ไม่ คาดคิดมาก่อน เพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมและหา ความสัมพันธ์ของสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งประเมินคำถามว่าสามารถสำรวจตรวจสอนได้หรือไม่ ระบุสาเหตุของ ปัญหา แยกปัญหาเป็นปัญหาย่อย ๆ สามารถวางแผนและดำเนินการการ สำรวจ ตรวจสอบ เลือกวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล พร้อมทั้งประเมินความ ถูกต้องและข้อจำกัดของข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างข้อสรุปที่แม่นยำและ น่าเชื่อถือรวมทั้งพิจารณาข้อจำกัดของการ วิเคราะห์และตีความหมายข้อมูล สามารถเปรียบเทียบแหล่งข้อมูลและข้อเท็จจริงได้นำเสนอ ข้อสรุปรวมทั้ง เปรียบเทียบและประเมินข้อสรุปที่แตกต่างหรือตรงกันข้ามกับข้อสรุปของตน โดยใช้เหตุผลและหลักฐานที่หลากหลายและสามารถปรับปรุงข้อสรุปของตน ตามข้อมูลและ หลักฐานใหม่สร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายแนวคิด ทำนาย หรือประเมินผลลัพธ์พัฒนาชิ้นงาน วิธีการหรือนวัตกรรม โดยใช้ความคิดที่ แปลกใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร หรือพัฒนาต่อยอดจากของเดิมให้เหมาะสมต่อการใช้ งานจริงและส่งผลดีต่อสังคม เขียนสะท้อนความคิดเกี่ยวกับเนื้อหาและ กระบวนการเรียนรู้และระบุสิ่งที่ต้องสิ่งที่จะทำในอนาคตเพื่อพัฒนาการ เรียนรู้ของตนเองและ พัฒนาสังคม


๒๕ ๓. สมรรถนะการสื่อสาร (Communication: CM) นิยาม มีความสามารถรับรู้รับฟัง ตีความ และส่งสารด้วยภาษาต่าง ๆ ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา โดย ใช้กระบวนการคิด ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้ความเข้าใจ ในระบบคุณค่า การแก้ปัญหาร่วมกันผ่านกลวิธีการ สื่อสาร อย่างฉลาดรู้สร้างสรรค์มีพลัง โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม องค์ประกอบ ๑) การรับสารอย่างมีสติและถอดรหัสเพื่อให้เกิดความเข้าใจ หมายถึง การรับสารด้วยความใส่ใจ ผ่านประสาทสัมผัสในการรับสาร ตลอดจนสามารถตีความ สารที่ส่งมาได้ทั้งความคิด ความรู้สึก เจตนา ตลอดจนสามารถตีความสารและสามารถนำสารมาใช้พัฒนาตนเองและสังคม ๒) การรับส่งสารบนพื้นฐานความเข้าใจและความเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรม ที่ แตกต่าง หมายถึง การรับส่งสารด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งการเจรจาต่อรอง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล สารสนเทศ องค์ความรู้ประสบการณ์ผ่านช่องทางหรือสื่อที่มีความหลากหลาย ทั้งสื่อบุคคล สื่อธรรมชาติ สื่อ สิ่งพิมพ์สื่ออิเล็กทรอนิกส์และสื่อระคน โดยปราศจากความขัดแย้งต่าง ๆ และรู้เท่าทัน บนพื้นฐาน ความเข้าใจใน บริบทสังคมที่มีความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทั้งในระดับชุมชน ชาติและสากล ๓) การเลือกใช้กลวิธีการสื่อสารอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อ บรรลุวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร หมายถึง การเลือกใช้วิธีการสื่อสารในลักษณะต่าง ๆ ทั้งวัจนภาษา และอวัจนภาษา ตลอดจนการสื่อความหมายผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสื่อสาร โดยมีความรับผิดชอบ ต่อผลที่จะเกิดขึ้นในสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างทั้งในระดับชุมชน ชาติและสากล


๒๖ ระดับสมรรถนะการสื่อสาร ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๑ ใช้ประสาทสัมผัสในการรับและส่งสารอย่างตั้งใจ เข้าใจความแตกต่างทาง กายภาพที่มีผลต่อการสื่อสาร ใช้สื่อ ภาพ เสียง คำพูด ท่าทาง สัญลักษณ์ใกล้ ตัว และผลงานอย่างง่าย ๆ ในการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา เริ่มต้น ๒ รับและส่งสารอย่างตั้งใจโดยใช้ประสาทสัมผัส เข้าใจนัยตรง บอกข้อมูลและ ความรู้สึกที่มีต่อสารในสถานการณ์ใกล้ตัวแบบตรงไปตรงมา โดยเลือกและ ผลิตสื่อที่เหมาะสมกับบุคคลผ่านการเคลื่อนไหว ท่าทาง เสียง ภาษา ภาพ สัญลักษณ์และผลงานแบบง่าย ๆ พร้อมทั้งคำนึงถึงประโยชน์และโทษของ การสื่อสารที่มีผลกระทบ ต่อตนเอง กำลัง พัฒนา 3 รายละเอียดมากขึ้นในสถานการณ์ใกล้ตัว มีความอดทน ในการรับสาร แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสื่อสาร โดยตระหนักถึงความแตกต่างระหว่าง ตนเองกับบุคคลใกล้ตัว คำนึงถึงประโยชน์และโทษของสื่อที่มีต่อตนเอง สามารถสื่อสารเรื่องราวใกล้ตัวทั้งที่เป็นภาษา ภาพ เสียง สัญลักษณ์ท่าทาง การแสดงออกทางศิลปะอย่างง่าย โดยเลือกและผลิตสื่อให้เหมาะกับบุคคล และกาลเทศะ สามารถ เริ่มต้น


๒๗ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๔ รับและส่งสารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ใกล้ตัว จับประเด็นสำคัญ หรือ วัตถุประสงค์ของผู้ส่งสารได้อธิบาย ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการรับสารประเภท ต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น มีความอดทนในการรับและส่งสาร ใช้สื่อที่มี ความหลากหลายขึ้น เข้าใจผลกระทบของสื่อที่มีต่อตนเอง มีจุดมุ่งหมาย และ กลวิธีในการสื่อสารและ การผลิตสื่อ เพื่อสื่อสาระที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้ อย่างเหมาะสม เหนือความ คาดหวัง กำลัง พัฒนา ๕ รับและส่งสารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในชุมชน สังคม อย่างมีสติจับประเด็น สำคัญ ข้อคิด ทั้งเชิงบวก และลบที่ได้รับตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสาร แลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างมีสติกับบุคคลที่หลากหลายขึ้น ในสถานการณ์ที่มี ความซับซ้อน ทั้งโลกจริงและโลกเสมือน มีมารยาทและจริยธรรมในการสื่อสาร เลือกใช้กลวิธีในการผลิตสื่อและสื่อสารที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์ต่อตนเอง และต่อกลุ่ม ตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ สามารถ ๖ รับและส่งสารผ่านสื่อที่หลากหลายโดยปราศจากอคติสรุปประเด็น ตีความ และ ประเมินคุณค่า ในมิติความจริง (ข้อมูลข่าวสาร) ความดี(แก่นแนวคิด) และ ความงาม (อารมณ์สุนทรียะ) แบบง่ายได้สื่อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อการอยู่ ร่วมกันในสังคม โดยคำนึงถึงผลกระทบของการสื่อสาร รู้ผลกระทบของสื่อ ประเมินคุณค่าและ จริยธรรมในการสื่อสาร ผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ มี จุดมุ่งหมายในการสื่อสาร การผลิตสื่อ และออกแบบการสื่อสาร เพื่อให้เกิด ประโยชน์ต่อตนเอง ต่อกลุ่ม และต่อสังคม เหนือ ความ คาดหวัง ๗ รับและส่งสารผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติสรุปประเด็น ตีความ วิเคราะห์และประเมินคุณค่า ในมิติความจริง ความดีความงาม ที่มีความ ซับซ้อนมากขึ้น และเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร สามารถออกแบบ การสื่อสารที่ซับซ้อนได้อย่างมีศิลปะ และสร้างสรรค์ในการสื่อสารมากขึ้น โดย คำนึงถึง ประโยชน์ทั้งต่อตนเอง กลุ่ม และสังคมของตนเอง ตามจุดมุ่งหมายที่ กำหนดไว ๘ รับและส่งสารที่มีความซับซ้อนผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติตีความ วิเคราะห์วิพากษ์จุดเด่น จุดด้อย ประเมินคุณค่าของสารที่เกิดประโยชน์กับคน หมู่มาก หรือที่ทดสอบได้ว่าเป็นประโยชน์จริง หรือที่เป็นไปตามอุดมการณ์ สื่อสารทางบวก ผลิตสื่อที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ซับซ้อนได้โดยคำนึงถึง กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสามารถออกแบบการสื่อสารผ่านสื่อหลากหลาย ประเภทได้อย่างเหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ คำนึงถึงสิทธิและ ประโยชน์ของส่วนรวมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม


๒๘ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ 9 รับและส่งสารที่มีความซับซ้อนและมีนัยแฝงผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจาก อคติ ตีความ วิเคราะห์ วิพากษ์ จุดเด่น จุดด้อย ประเมินคุณค่าของสารนั้นได้ลึก ขึ้น มีพฤติกรรมทางกาย วาจาและใจในการสื่อสารกับบุคคล ที่มีความต่างอย่าง เห็นอกเห็นใจได้อย่างเหมาะสม รู้สึกร่วมและเข้าใจความรู้สึกต่อบุคคลที่มีความ ต่างจากตนเอง มีกลยุทธ์ในการผลิตสื่อและสื่อสารผ่านสื่อหลากหลายประเภท ได้อย่างมีศิลปะและมีพลังด้วยความรับผิดชอบ ต่อสังคม (Social Responsibility) 10 รับและส่งสารผ่านสื่อที่หลากหลายรูปแบบและมีความซับซ้อนหรือมีนัยมากขึ้น เข้าใจ วิเคราะห์ วิพากษ์ และนำสารที่ได้รับไปใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาตนเอง ชุมชน หรือสังคมได้ ใช้กลยุทธ์ในการผลิตสื่อและ สื่อสารได้อย่างมีสติและ วิจารณญาณ และรู้สึกร่วมและเข้าใจความรู้สึก (Empathy) เพื่อสร้างความ เข้าใจ โดยคำนึงถึงความแตกต่างในทุกมิติด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและการ สร้างสังคมที่พัฒนาอย่างยั่งยืน ๔. สมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration: TC) นิยาม สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงาน กิจการ และการประกอบการใด ๆ ทั้งของตนเอง และ ร่วมกับผู้อื่น โดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม มีแผน ขั้นตอน ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย มีภาวะผู้นำ มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการประสานความคิดเห็นที่แตกต่างสู่การตัดสินใจและแก้ปัญหาเป็นทีม อย่างรับผิดชอบร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและจัดการความขัดแย้งภายใต้สถานการณ์ที่ยุ่งยาก องค์ประกอบ ๑) เป็นสมาชิกทีมที่ดีและมีภาวะผู้นำ มีทักษะการทำงานเป็นทีม รับผิดชอบในบทบาท หน้าที่ ของตนและของทีม มีความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่แตกต่าง นำจุดเด่นของตนและ สมาชิกมาใช้ ในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย สะท้อนการทำงานของตนเองและทีม ส่งเสริมและพัฒนา ศักยภาพของทีม สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง ให้เป็นที่ยอมรับและไว้วางใจ ประสานความ ร่วมมือภายในทีม และระหว่างทีม สร้างค่านิยมใหม่ในการทำงานร่วมกัน และการพัฒนาทีมที่เข้มแข็ง สามารถเป็นต้นแบบผู้สร้าง การเปลี่ยนแปลง ๒) กระบวนการทำงานแบบร่วมมือรวมพลังอย่างเป็นระบบ สามารถจัดระบบการทำงาน กิจการ และการประกอบการใด ๆ ทั้งของตนเอง และร่วมกับผู้อื่น ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย แผนการ ทำงาน ขั้นตอน และกระบวนการทำงานเป็นทีม เห็นภาพความสำเร็จของทีม คำนึงถึงประโยชน์ของทีม ก่อนประโยชน์ ส่วนตน แบ่งบทบาทหน้าที่ให้เหมาะสมกับศักยภาพของสมาชิก รับผิดชอบตามบทบาท


๒๙ หน้าที่ด้วยความใส่ใจ มีความพยายามในการทำงานและสนับสนุนช่วยเหลือให้เกิดความสำเร็จ เคารพ รับ ฟัง แลกเปลี่ยน และ ประสานความคิดเห็นที่แตกต่าง ประยุกต์ใช้ทักษะการคิดขั้นสูงในการตัดสินใจเป็นทีม ที่มีประสิทธิภาพ ประเมินและปรับปรุงกระบวนการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ร่วมรับ ผิด และรับชอบต่อผลการตัดสินใจของทีม เห็นคุณค่าของการทำงานแบบร่วมมือรวมพลัง ๓) สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการจัดการความขัดแย้ง มีทัศนคติเชิงบวกในการทำงานร่วมกับ ผู้อื่น เห็นคุณค่าของสัมพันธภาพที่ดี สร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีในทีม ให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ เห็นอกเห็นใจในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน เคารพและเห็นประโยชน์ของ ความแตกต่างหลากหลาย มีทักษะและใช้วิธีการป้องกันและจัดการความขัดแย้งได้อย่างเป็นระบบ


๓๐ ระดับสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๑ รับรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง มุ่งมั่นทำงานและทำกิจกรรมของ ตนเอง และร่วมกับผู้อื่นได้สำเร็จตามข้อตกลง กฎ กติกา และ แสดงออก อย่างเหมาะสมในสถานการณ์ต่าง ๆ ตามคำชี้แนะ เริ่มต้น ๒ รู้และรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตนเอง มีความมั่นใจในการ ทำงาน ตามขั้นตอนต่าง ๆ ให้สำเร็จ ตามคำแนะนำ และปฏิบัติตาม กฎ กติกา ของทีม เมื่อได้รับการชี้แนะเพื่อสนับสนุนการทำกิจกรรม ร่วมกับผู้อื่นให้บรรลุผลสำเร็จ สามารถรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นและ ตอบสนองต่อ สถานการณ์ต่าง ๆ ตามคำแนะนำ กำลังพัฒนา ๓ มีความรับผิดชอบและใช้จุดเด่นในการทำงานให้สำเร็จ รักการ ทำงาน เป็นสมาชิกทีมที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การกำหนด เป้าหมาย การสร้างข้อตกลงและการทำงานของทีม แสดงออกถึง ความเข้าใจ ต่อเพื่อนในทีมด้วยความเป็นมิตรตามคำแนะนำ สามารถ เริ่มต้น ๔ เป็นสมาชิกทีมที่รับผิดชอบต่อบทบาทและงานตามที่ได้รับ มอบหมาย จัดระบบความคิดก่อนลงมือทำงานอย่างเป็นลำดับขั้น และปฏิบัติงานจน สำเร็จ รวมทั้งการช่วยเหลือเพื่อนในทีม โดย ปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเป็นมิตร เหนือความ คาดหวัง กำลังพัฒนา ๕ เป็นสมาชิกที่ริเริ่มกำหนดเป้าหมาย วิธีการทำงานทั้งของตนเองและ ทีม ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการวางแผนการทำงานอย่างเป็นลำดับ ขั้น และปฏิบัติงานจนสำเร็จ วิเคราะห์และสะท้อนการทำงาน แสดง ความคิดเห็นและสนับสนุนการทำงานของสมาชิกในทีมให้บรรลุ เป้าหมาย สามารถ 6 เป็นผู้นำตนเองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการทำงานเพื่อให้บรรลุ เป้าหมายของตนเองและทีม จัดระบบความคิดและการทำงาน สะท้อน ผลการทำงานโดยตระหนักถึงเป้าหมายและสัมพันธภาพเชิง บวกของทีม เหนือความ คาดหวัง


๓๑ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๗ เป็นผู้นำตนเอง สร้างการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและกระบวนการ ทำงาน ตรวจสอบและพัฒนางานร่วมกับผู้อื่นอย่างเป็นระบบ มี วิธีการ ทำงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้สร้างสัมพันธภาพเชิงบวก และ จัดการ ความขัดแย้งด้วยความเข้าใจและยอมรับ ความแตกต่าง ความเสมอภาค และเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติเห็นคุณค่าของ ทุกคนในทีม อย่างเท่าเทียมกัน ๘ มีภาวะผู้นำ ใช้ทักษะการคิดขั้นสูง เพื่อมองเห็นภาพความสำเร็จ ตัดสินใจ และทำงานอย่างมีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนทีมให้บรรลุ เป้าหมาย ด้วยกระบวนการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้อีกทั้ง รักษาสัมพันธภาพ เชิงบวกในทีม ๙ มีภาวะผู้นำ เสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกและคุณค่าของการรวม พลัง ทำงานเป็นทีม มีความสามารถในการประสานความคิดเห็นที่ แตกต่าง และทำงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้และสามารถ จัดการ ความขัดแย้งได้ ๑๐ มีคุณลักษณะของผู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างแรงบันดาลใจ เห็น คุณค่าของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน สร้างพลวัตรของการทำงาน เป็น ทีม เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความสำเร็จของงานและของทีม ๕. สมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Active Citizen: AC) นิยาม การปฏิบัติตนอย่างรับผิดชอบในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก รู้เคารพสิทธิเสรีภาพของตนเอง และผู้อื่น เคารพในกฎกติกาและกฎหมาย มีส่วนร่วมทางสังคมอย่างมีวิจารณญาณ อยู่ร่วมกับผู้อื่น ท่ามกลาง ความหลากหลาย เห็นคุณค่าของศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มีบทบาทในการตัดสินใจและสร้างการ เปลี่ยนแปลง ทางสังคม โดยยึดมั่นในความเท่าเทียมเป็นธรรม ค่านิยมประชาธิปไตย และสันติวิธี องค์ประกอบ ๑) พลเมืองรู้เคารพสิทธิเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ตระหนักในสิทธิเสรีภาพของตนเอง ช่วยเหลือ ให้เกียรติและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นบนพื้นฐานของการพึ่งพาอาศัยกัน โดยปราศจากอคติไม่เลือก ปฏิบัติเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ๒) พลเมืองรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ข้อตกลง กฎหมาย อย่าง ถูกต้อง และเหมาะสม รับผิดชอบบทบาทหน้าที่ตนเองในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก


๓๒ ๓) พลเมืองมีส่วนร่วมอย่างมีวิจารณญาณ ติดตามสถานการณ์และประเด็นปัญหาของ สังคม อย่างมีวิจารณญาณ มีส่วนร่วมทางสังคมด้วยจิตสาธารณะและสำนึกสากล ๔) พลเมืองผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง มีความกระตือรือร้นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิง บวก ทางสังคม บนพื้นฐานของความเท่าเทียมเป็นธรรม ค่านิยมประชาธิปไตยและสันติวิธี


๓๓ ระดับสมรรถนะการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๑ เข้าใจผลกระทบของการกระทำอะไรที่ตามใจตนเอง รับผิดชอบและ ปฏิบัติตน ตามคำแนะนำอย่างเหมาะสม มีส่วนร่วมในกิจกรรม ส่วนรวมและแจ้งผู้เกี่ยวข้อง เมื่อพบปัญหาในชั้นเรียน เริ่มต้น ๒ มีความสามารถในการยับยั้งชั่งใจ เคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น รู้จัก ปฏิเสธ ช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อได้รับการร้องขอ รับผิดชอบและปฏิบัติตน อย่างเหมาะสม ตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง มีส่วนร่วมในกิจกรรม ส่วนรวมต่าง ๆ ที่โรงเรียน จัดขึ้นหรือครูมอบหมายและแจ้ง ผู้เกี่ยวข้องเมื่อพบปัญหาหรือความขัดแย้ง ในชั้นเรียน กำลังพัฒนา ๓ อิสระที่จะคิดและแสดงออกที่รับผิดชอบและไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน เคารพสิทธิ เสรีภาพของผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่น รับผิดชอบและปฏิบัติ ตนอย่างเหมาะสม ตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง เคารพต่อสถาบัน หลักของชาติ ติดตามข้อมูลข่าวสาร ที่เกี่ยวข้องกับตนเอง ครอบครัว เพื่อนร่วมชั้นเรียน มีส่วนร่วมในกิจกรรมส่วนรวมต่าง ๆ ในระดับชั้น เรียนหรือโรงเรียน แก้ไขปัญหาความขัดแย้งในชั้นเรียนอย่างมี เหตุผล สามารถ เริ่มต้น ๔ อดทนอดกลั้นในความคิดเห็นและการแสดงออกที่แตกต่าง ยอมรับ ความแตกต่าง หลากหลาย ช่วยเหลือและแบ่งปันกับผู้อื่น รับผิดชอบและปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม ตามบทบาทหน้าที่ในฐานะ พลเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็น ประมุข เคารพต่อสถาบันหลักของชาติ ติดตามและตรวจสอบข้อมูล ข่าวสาร เข้าร่วมกิจกรรมและร่วมเป็นอาสาสมัครในกิจกรรม สาธารณะประโยชน์ ระดับโรงเรียนและชุมชน หาทางออกร่วมกัน กับผู้เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหา หรือความขัดแย้งอย่างมีเหตุผล เหนือความ คาดหวัง กำลังพัฒนา ๕ รู้จักและปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนเอง และผู้อื่น ยอมรับและ เคารพ ความแตกต่างหลากหลาย พยายามที่จะเห็นอกเห็นใจ ช่วยเหลือและแบ่งปันกับผู้อื่น รับผิดชอบและปฏิบัติตนอย่าง เหมาะสมตามบทบาทหน้าที่ในฐานะพลเมือง ในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เคารพต่อ สถาบันหลัก ของชาติ ติดตามและตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร เข้าร่วม กิจกรรมและร่วมเป็นอาสาสมัคร ในกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ ระดับโรงเรียนและชุมชน หาทางออกร่วมกัน กับผู้เกี่ยวข้องในการ แก้ปัญหา โดยใช้กระบวนการปรึกษาหารือตามวิถีประชาธิปไตย สามารถ


๓๔ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ 6 รู้จักและปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนเอง และผู้อื่น พยายามที่จะเห็น อกเห็นใจและ ช่วยเหลือผู้อื่น เคารพและปฏิบัติตนตามกฎ กติกา ทางสังคม มีความรับผิดชอบต่อ ผลการกระทำตามบทบาทหน้าที่ พลเมืองประชาธิปไตย ติดตามและประเมิน ความถูกต้องและ น่าเชื่อถือของข้อมูล ริเริ่มและมีส่วนร่วมทางสังคมในประเด็นที่สนใจ ระดับท้องถิ่นและประเทศ ด้วยจิตสาธารณะ กระตือรือร้นในการหา ทางออก และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกันเกี่ยวกับประเด็น ปัญหา โดยคำนึงถึง ความเท่าเทียมเป็นธรรมด้วยสันติวิธีและวิถี ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เหนือความ คาดหวัง 7 รู้จักและปกป้องสิทธิเสรีภาพของตนเอง และผู้อื่น พยายามที่จะเห็น อกเห็นใจผู้อื่น ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน ให้เกียรติ ช่วยเหลือ ผู้อื่นโดยไม่เลือกปฏิบัติ เคารพและปฏิบัติตนตามกฎ กติกาทาง สังคม มีความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ พลเมืองประชาธิปไตย ติดตามและประเมินความถูกต้องและน่าเชื่อถือของข้อมูล ที่ เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และ วัฒนธรรม ริเริ่มและมีส่วนร่วมทางสังคมในประเด็นที่สนใจระดับ ท้องถิ่นและประเทศ ด้วยจิตสาธารณะ กระตือรือร้นในการหา ทางออกร่วมกันและริเริ่มในการสร้าง การเปลี่ยนแปลงของท้องถิ่น ภูมิภาค และประชาคมโลก เกี่ยวกับประเด็นปัญหา โดยคำนึงถึง ความเท่าเทียมเป็นธรรม ด้วยสันติวิธีและวิถีประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 8 ยึดมั่นในหลักสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค พยายามที่จะเห็นอก เห็นใจผู้อื่น ทั้งในโลกจริงและโลกเสมือนบนพื้นฐานของการพึ่งพา อาศัยกันโดยปราศจากอคติ ใช้วิจารณญาณในการติดตาม สถานการณ์และประเด็นปัญหา ริเริ่มและมีส่วนร่วม ทางสังคมใน ประเด็นที่หลากหลายระดับภูมิภาคและประชาคมโลก ด้วยจิต สาธารณะและสำนึกสากล กระตือรือร้นในการร่วมสร้างการ เปลี่ยนแปลงเชิงบวก เกี่ยวกับประเด็นปัญหาของท้องถิ่น ด้วย ค่านิยมประชาธิปไตย


๓๕ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ 9 ยึดมั่นในหลักสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค เคารพและปฏิบัติ ตามกฎ กติกาทางสังคม พยายามที่จะเห็นอกเห็นใจผู้อื่นทั้งในโลก จริงและโลกเสมือน บนพื้นฐานของการพึ่งพากันโดยปราศจากอคติ ไม่เลือกปฏิบัติ มีความรับผิดชอบ ต่อบทบาทหน้าที่พลเมือง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยอมรับความ แตกต่างหลากหลาย ใช้วิจารณญาณในการติดตามสถานการณ์ และ ประเด็นปัญหา ริเริ่มและมีส่วนร่วมทางสังคมในประเด็นที่ หลากหลาย ระดับภูมิภาคและประชาคมโลก ด้วยจิตสาธารณะและ สำนึกสากล กระตือรือร้น ในการร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก เกี่ยวกับประเด็นปัญหาของท้องถิ่น ด้วยความเชื่อมั่นในสังคมที่เท่า เทียมเป็นธรรม ค่านิยมประชาธิปไตย และแนวทาง ที่ไม่เกิดความ รุนแรงต่อสังคมและต่อตัวเอง 10 ยึดมั่นและปกป้องในหลักสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาค สื่อสาร ผ่านช่องทาง สาธารณะระดับภูมิภาคและประชาคมโลก ด้วยจิต สาธารณะ สำนึกสากล ด้วยความเชื่อมั่นในสังคมที่เท่าเทียมเป็น ธรรม ค่านิยมประชาธิปไตย และแนวทาง ที่ไม่เกิดความรุนแรงต่อ สังคมและต่อตัวเอง แนวทางสันติวิธี ๖. สมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวิทยาการอย่างยั่งยืน (Sustainable coexistence with living in the harmony of nature and science) นิยาม มีความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับปรากฏการณ์ของโลกและเอกภพและความสัมพันธ์ของคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และธรรมชาติในชีวิตประจำวัน ใช้และรู้เท่าทันวิทยาการเทคโนโลยี มีความอยากรู้ อยากเห็น ช่างสังเกต เห็นคุณค่า สามารถแก้ปัญหา หรือสร้างสรรค์นวัตกรรมได้เพื่อการดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับ ธรรมชาติ อย่างยั่งยืน องค์ประกอบ ๑) การเข้าใจปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนโลกและในเอกภพ: สืบเสาะ ทำความเข้าใจข้อเท็จจริง สาเหตุ กระบวนการและผลกระทบที่เกิดขึ้นของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนโลกและในเอกภพ


๓๖ ๒) การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์เพื่อการอยู่ร่วมกันกัธรรมชาติอย่าง ยั่งยืน: มองเห็นปัญหา เชื่อมโยงและประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหา หรือสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อการดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับ ธรรมชาติอย่างยั่งยืน ๓) การสร้าง ใช้ และรู้เท่าทันวิทยาการเทคโนโลยี: สร้างและใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างสรรค์ รู้เท่าทัน มีความฉลาดทางดิจิทัล คำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สิ่งแวดล้อม และสังคม ๔) การมีคุณลักษณะทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สำหรับการเข้าใจระบบธรรมชาติและการ อยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน มีความอยากรู้อยากเห็น ช่างสังเกต เข้าใจระบบธรรมชาติ เห็นคุณค่าของ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เพื่อการดำรงชีวิตและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน


๓๗ ระดับสมรรถนะการอยู่ร่วมกับธรรมชาติ และวิทยาการอย่างยั่งยืน ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ ๑ ช่างสงสัย มีจินตนาการ สังเกต ซักถาม เก็บรวบรวมข้อมูลอย่าง กระตือรือร้น บอกข้อเท็จจริง ลงความเห็น จากการสังเกต จำแนก ความ แตกต่างของข้อมูล นำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่เหมาะสม และอธิบาย สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตนเองและสิ่งรอบตัว ทำกิจกรรม กิจวัตรต่าง ๆ และแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ/หรือ เทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและเหมาะสม มีส่วนร่วมในการ ดูแล สิ่งแวดล้อมรอบตัว ใช้สิ่งของอย่างประหยัด เริ่มต้น ๒ ช่างสงสัย กระตือรือร้นในการตั้งคำถามและรวบรวมข้อมูลโดยใช้ เครื่องมือ อย่างง่าย อ่านข้อมูลและลงข้อสรุปเพื่ออธิบายสาเหตุของ สถานการณ์ใกล้ ตัวจากความสัมพันธ์ของหลักฐานที่รวบรวมได้ แก้ปัญหา จากสถานการณ์ ใกล้ตัวหรือสิ่งแวดล้อมโดยใช้ความรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ/หรือ เทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัย และ เหมาะสม มีส่วนร่วมในการ ดูแลสิ่งแวดล้อมในโรงเรียนหรือชุมชน ใช้สิ่งของอย่างใส่ใจและรู้คุณค่า กำลัง พัฒนา ๓ กระตือรือร้นและมีฉันทะในการใฝ่หาความรู้ ตั้งคำถามที่นำไปสู่การหา คำตอบและรวบรวมข้อมูลโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย เลือกรูปแบบ การ นำเสนอ วิเคราะห์ และประเมินความน่าเชื่อถือของข้อสรุป อธิบาย สาเหตุ ของปรากฏการณ์จากหลักฐานที่รวบรวมได้และเชื่อมโยงผลที่มีต่อ ชีวิต และสิ่งแวดล้อมในชุมชน ออกแบบแนวทางและลงมือแก้ปัญหา จาก สถานการณ์ใกล้ตัวหรือสิ่งแวดล้อมโดยใช้ความรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ/หรือเทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและ เหมาะสม ใส่ใจ ดูแล สิ่งแวดล้อมในบริเวณบ้าน โรงเรียน หรือชุมชน ของตนเอง ใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า สามารถ เริ่มต้น ๔ รวบรวมข้อมูลอย่างซื่อสัตย์ ออกแบบและเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสม ประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลที่จัดการเพื่อลงข้อสรุป อธิบายสาเหตุและกระบวนการของปรากฏการณ์จากหลักฐานที่รวบรวม ได้โดยใช้ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ และเชื่อมโยงผลต่อธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในชุมชน คาดการณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์โดยอาศัยหลักวิชา และไม่มีอคติ ออกแบบแนวทางและลงมือแก้ปัญหาจากสถานการณ์ ต่าง ๆ ในธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยใช้ความรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีตามวัตถุประสงค์อย่างคุ้มค่า และปลอดภัย รับรู้ และมีจิตสำนึกในการดูแลธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เหนือ ความ คาดหวัง กำลัง พัฒนา


๓๘ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ 5 ใส่ใจ และมีฉันทะในการใฝ่หาความรู้ สังเกต ตั้งคำถามที่นำไปสู่ การหา คำตอบเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทั่วไป ประเมินและเลือก วิธีการรวบรวม ข้อมูลที่สอดคล้องกับคำถาม ประเมินความ น่าเชื่อถือของข้อมูล จัดการ และนำเสนอข้อมูลหลายประเภทได้ อย่างเหมาะสม วิเคราะห์และเลือก ชุดข้อมูลที่สอดคล้องกับ สมมติฐาน และประเมินข้อสรุปและข้อกล่าวอ้าง อธิบายสาเหตุ และกระบวนการของปรากฏการณ์จากหลักฐานที่รวบรวม ได้ โดยใช้ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ และเชื่อมโยงผลต่อธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมในชุมชน คาดการณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์โดยอาศัย หลักวิชา อย่างมีเหตุผลและไม่มีอคติ แก้ปัญหาปัจจุบันที่ เกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณ์ต่าง ๆ ในระบบ ธรรมชาติ โดยใช้ความรู้ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี ใช้เทคโนโลยีอย่างคุ้มค่า ปลอดภัย และเหมาะสม รับรู้และเห็นตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของระบบ ธรรมชาติ ใช้ ทรัพยากรธรรมชาติตามความจำเป็น สามารถ 6 มุ่งมั่นในการหาสาเหตุของปรากฏการณ์ ออกแบบวิธีการ รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลที่ค่อนข้างซับซ้อน และประเมินความสมเหตุ สมผลของข้อสรุปและการอนุมาน ยอมรับและยินดีเปลี่ยนแปลงข้อสรุปเมื่อมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ เพียงพอ อธิบายสาเหตุและกระบวนการของ ปรากฏการณ์จาก หลักฐานที่รวบรวมได้โดยใช้ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ และ เชื่อมโยงผลต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศอย่าง เป็น ระบบ คาดการณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์โดยอาศัยหลักวิชา และข้อมูล รอบด้าน แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบด้วยคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยี และปฏิบัติตนเพื่ออยู่ร่วมกับการ เปลี่ยนแปลงของ ปรากฏการณ์ในระบบธรรมชาติได้อย่าง เหมาะสม ใช้เทคโนโลยีโดย คำนึงถึงผลกระทบต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม และรู้เท่าทันในการ สื่อสารผ่านโลกดิจิทัล ใช้ ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีความรับผิดชอบ เหนือความ คาดหวัง


๓๙ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ 7 มุ่งมั่น อดทน และจดจ่อในการหาสาเหตุของปรากฏการณ์ที่ ค่อนข้าง ซับซ้อน สังเกต ตั้งคำถาม ออกแบบ ประเมิน และ ปรับปรุงวิธีการ และเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบ และประเมิน ความน่าเชื่อถือของข้อมูล ประเมินและปรับปรุงการ นำเสนอข้อมูล ให้เหมาะสม ใช้ความรู้ในการประเมินความ สมเหตุสมผลของข้อสรุป และการอนุมาน อธิบายสาเหตุและ กระบวนการของปรากฏการณ์จากหลักฐานที่รวบรวมได้และใช้ ความรู้หลักการ ทฤษฎีหรือกฎ และเชื่อมโยงผลต่อชีวิต ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ อย่างเป็นระบบ พยากรณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์อย่างสมเหตุสมผลและใช้ข้อมูล รอบด้าน แก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ไม่คาดคิดเกี่ยวกับการดำเนินชีวิต ของมนุษย์สิ่งแวดล้อม และธรรมชาติด้วยคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีส่วนร่วมในการปกป้องหรือฟื้นฟู สิ่งแวดล้อมในโรงเรียน หรือชุมชน โดยเสนอแนวทาง นำไปปฏิบัติ ตรวจสอบผลและปรับปรุง วิธีการ ใช้เทคโนโลยีโดยคำนึงถึงผลที่ เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคม และ สิ่งแวดล้อม สร้างและแบ่งปันข้อมูล อย่างปลอดภัย 8 สร้างโครงงานตามหัวข้อที่กำหนด โดยตั้งคำถาม กำหนดขอบเขตที่ ศึกษา ออกแบบ ประเมิน และปรับปรุงวิธีการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และเลือกการอนุมานที่ตรงกับเงื่อนไขและข้อจำกัด อย่างมีเหตุผล อธิบาย สาเหตุและกระบวนการของปรากฏการณ์ที่ ซับซ้อนจากหลักฐาน ที่รวบรวมได้ โดยใช้ความรู้ หลักการ ทฤษฎี กฎ และปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และเชื่อมโยงผลต่อชีวิต สิ่งแวดล้อม และธรรมชาติอย่างเป็น ระบบ พยากรณ์เกี่ยวกับปรากฏการณ์อย่าง สมเหตุสมผล ใช้ข้อมูลรอบ ด้านและน่าเชื่อถือ วิเคราะห์ปัญหาในเชิง ระบบจากสถานการณ์ที่ซับซ้อน ในธรรมชาติ แก้ปัญหาอย่างเป็น ระบบและมีวิจารณญาณด้วย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีมีส่วนร่วมสร้างสมดุลเพื่อ การดำรงชีวิตในธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของชุมชนโดยเสนอแนวทาง นำไปปฏิบัติ ตรวจสอบผล และปรับปรุงวิธีการอย่างมุ่งมั่น อดทน ใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายใน การทำงาน และจัดการผลที่เกิดขึ้น เคารพ กฎหมาย มีจริยธรรม เห็น คุณค่าของระบบธรรมชาติโดยปรับตัวให้อยู่ ร่วมกันได้อย่างสมดุล


๔๐ ระดับการพัฒนา ระดับการพัฒนา ระดับ คำบรรยายระดับ ป.๑-๓ ป.๔-๖ 9 สร้างโครงงานตามความสนใจ โดยตั้งคำถาม วิเคราะห์ สังเคราะห์ หลักการหรือทฤษฎีอย่างรอบด้านเพื่อออกแบบ วิธีการรวบรวมข้อมูล ประเมินและปรับปรุงการนำเสนอข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อ การอนุมาน เลือกใช้โมเดลในการวิเคราะห์ ข้อมูลเพื่อนำไปสู่ข้อสรุปและ ตอบข้อสงสัย อธิบายสาเหตุและ กระบวนการของปรากฏการณ์ที่ซับซ้อน และสนใจโดยบูรณา การความรู้หลากหลายสาขาวิชาและเชื่อมโยงผล ต่อธรรมชาติ วิเคราะห์ปัญหาในเชิงระบบจากสถานการณ์ในระบบ ธรรมชาติ แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและมีวิจารณญาณโดยบูรณาการ ศาสตร์ต่าง ๆ อย่างแน่วแน่ ไม่ย่อท้อ ปฏิบัติตนเพื่อดำรงชีวิตใน ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล มีส่วนร่วมในการสร้าง จิตสำนึกของคน ในชุมชน โดยเสนอแนวทางในการปกป้องหรือ ฟื้นฟู และอยู่ร่วมกับ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างเหมาะสม และยั่งยืน ใช้เทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพและโอกาส ในการแข่งขัน รู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี 10 วิเคราะห์ สังเคราะห์หลักการหรือทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดขอบเขตโครงงานที่ศึกษา ออกแบบวิธีการ รวบรวมข้อมูล อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ ประเมินจุด แข็งของชุดข้อมูล สร้าง และยืนยันความถูกต้องของข้อสรุป อธิบายสาเหตุ กระบวนการ และ ความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์ ที่ซับซ้อนในระบบธรรมชาติโดยบูรณาการ ความรู้ในศาสตร์ต่าง ๆ วิเคราะห์ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลที่เป็น จุดวิกฤตซึ่งมีผล ต่อความอยู่รอดของมนุษย์และโลกจากสถานการณ์ ในระบบ ธรรมชาติ สร้างนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สร้างสรรค์ และมีวิจารณญาณ โดยบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ อย่างมุ่งมั่น และเด็ดเดี่ยว สร้างจิตสำนึกของคนในชุมชน ปกป้องหรือฟื้นฟู และ อยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ อย่างสมดุลและยั่งยืน ใช้ เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพ หรือการเพิ่มมูลค่าของผลผลิต และโอกาสในการแข่งขัน คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน


๔๑ 4.1.10 โครงสร้างเวลาเรียน หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ได้กำหนดโครงสร้างเวลาเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนในช่วงชั้นที่ ๑ (ชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓) ตามจุดเน้นการจัดการศึกษา โครงสร้างเวลาเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนในช่วงชั้นที่ 1 (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - 3) สาระการเรียนรู้/ กิจกรรม เวลาเรียน ช่วงชั้นที่ ๑ (ป.๑-๓) ชั่วโมง/ปี ชั่วโมง/สัปดาห์ กลุ่มวิชาพื้นฐาน 320 8 (40%) -ภาษาไทย -คณิตศาสตร์ -ภาษาอังกฤษ 120 120 80 3 3 2 กลุ่มวิชาบูรณาการ 400 10 (50%) -ภาษาไทย -คณิตศาสตร์ -ภาษาอังกฤษ - ศิลปะ - สุขศึกษาและพลศึกษา - สังคมศึกษา หน้าที่พลเมือง และศีลธรรม - ประวัติศาสตร์ - วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ 40 40 40 40 80 40 40 80 1 1 1 1 2 1 1 2 กิจกรรมเพิ่มเติม 80 2 (10%) -กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี -จุดเน้นด้านการอ่านออก เขียนได้ 40 40 1 1 รวมเวลาเรียนทั้งหมด 800/ปี 20 ชั่วโมง/สัปดาห์ หมายเหตุ เวลาเรียนแต่ละสาระการเรียนรู้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทและความเหมาะสมโดย คำนึงถึง การบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ของสาระการเรียนรู้


๔๒ สัดส่วนเวลาเรียนและกลุ่มสาระการเรียนรู้ ป.1 – 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระวิชาบูรณาการ 40.00% 50.00% กิจกรรมเพิ่มเติม10.00% กลุ่มสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระวิชาบูรณาการ กิจกรรมเพิ่มเติม


๔๓ โครงสร้างเวลาเพื่อพัฒนาสมรรถนะของผู้เรียนในช่วงชั้นที่ 2 (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6) สาระการเรียนรู้/ กิจกรรม เวลาเรียน ช่วงชั้นที่ ๑ (ป.๔-๖) ชั่วโมง/ปี ชั่วโมง/สัปดาห์ กลุ่มวิชาพื้นฐาน 360 9 (40.91%) -ภาษาไทย -คณิตศาสตร์ -ภาษาอังกฤษ 120 120 120 3 3 3 กลุ่มวิชาบูรณาการ 440 11 (50.00%) - ภาษาไทย - คณิตศาสตร์ - ศิลปะ - สุขศึกษาและพลศึกษา - สังคมศึกษา หน้าที่พลเมือง และศีลธรรม - ประวัติศาสตร์ - วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ - การจัดการในครัวเรือนฯ - เทคโนโลยีดิจิทัล 40 40 40 80 40 40 40 40 40 1 1 1 2 1 1 1 1 1 กิจกรรมเพิ่มเติม 80 2 (9.09%) -กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี -จุดเน้นด้านการอ่านคล่อง เขียนคล่อง 40 40 1 1 รวมเวลาเรียนทั้งหมด 880/ปี 22 ชั่วโมง/สัปดาห์ หมายเหตุ เวลาเรียนแต่ละสาระการเรียนรู้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามบริบทและความเหมาะสมโดย คำนึงถึง การบรรลุผลลัพธ์การเรียนรู้ของสาระการเรียนรู้


๔๔ สัดส่วนเวลาเรียนและกลุ่มสาระการเรียนรู้ ป.4 – 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้พื้นฐาน 40.91% กลุ่มสาระวิชาบูรณาการ 50.00% กิจกรรมเพิ่มเติม9.09% กลุ่มสาระการเรียนรู้พื้นฐาน กลุ่มสาระวิชาบูรณาการ กิจกรรมเพิ่มเติม


๔๕ 4.1.11 สาระการเรียนรู้ 1. สาระการเรียนรู้ช่วงชั้นที่ 1 หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ โรงเรียนเมืองคง(คงคาวิทยา) พุทธศักราช ๒๕๖3 (ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖5) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๓ กำหนดสาระการเรียนรู้๗ สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย สมรรถนะเฉพาะ และผลลัพธ์การเรียนรู้เมื่อจบช่วงชั้น ดังนี้ ๑. ภาษาไทย ๒. คณิตศาสตร์ ๓. ภาษาอังกฤษ ๔. ศิลปะ ๕. สุขศึกษา และพลศึกษา ๖. สังคมศึกษา ประวัติศาสตร์หน้าที่พลเมือง และศีลธรรม ๗. วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติความหมายขององค์ประกอบสาระการเรียนรู้ สมรรถนะเฉพาะ (Specific Competencies) เป็นสมรรถนะเฉพาะสาระการเรียนรู้ที่ประกอบด้วย ความรู้(Knowledge) ทักษะ (Skills) เจตคติ (Attitudes) และค่านิยม (Values) ของแต่ละสาระการเรียนรู้ที่กำหนดสำหรับนักเรียนในแต่ละช่วงชั้น ผลลัพธ์การเรียนรู้เมื่อจบช่วงชั้น (Learning Outcome) เป็นเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้เมื่อจบช่วงชั้น ผลลัพธ์การเรียนรู้ประกอบด้วย พฤติกรรมที่ สะท้อนสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ ที่ครูผู้สอน ต้องนำไปใช้เป็นกรอบแนวคิดในการออกแบบการ จัดการเรียนรู้และการวัดผลประเมินผล เพื่อพัฒนาผู้เรียน ผลลัพธ์การเรียนรู้เมื่อจบช่วงชั้นเป็นภาพรวม ความสามารถของนักเรียนตามสาระการเรียนรู้ 2. สาระการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ช่วงชั้นที่ 2 หลักสูตรสถานศึกษาฐานสมรรถนะ โรงเรียนเทศบาล 3 (เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา) พุทธศักราช ๒๕๖3 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖5) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 - 6 กำหนดสาระการเรียนรู้๗ สาระการเรียนรู้ประกอบด้วย สมรรถนะเฉพาะ และผลลัพธ์การเรียนรู้เมื่อจบช่วงชั้น ดังนี้ ๑. ภาษาไทย ๒. คณิตศาสตร์ ๓. ภาษาอังกฤษ ๔. ศิลปะ ๕. สุขศึกษา และพลศึกษา ๖. สังคมศึกษา ประวัติศาสตร หนาที่พลเมือง และศีลธรรม


๔๖ 7. การจัดการในครัวเรือนและการประกอบการ 8. วิทยาศาสตร์และระบบธรรมชาติ 9. เทคโนโลยีดิจิทั สมรรถนะเฉพาะ (Specific Competencies) เป็นสมรรถนะเฉพาะสาระการเรียนรู้ที่ประกอบด้วย ความรู้(Knowledge) ทักษะ (Skills) เจตคติ (Attitudes) และค่านิยม (Values) ของแต่ละสาระการเรียนรู้ที่กำหนดสำหรับนักเรียนในแต่ละช่วงชั้น ผลลัพธ์การเรียนรู้เมื่อจบช่วงชั้น (Learning Outcome) เป็นเป้าหมายของการจัดการเรียนรู้เมื่อจบช่วงชั้น ผลลัพธ์การเรียนรู้ประกอบด้วย พฤติกรรมที่ สะท้อนสมรรถนะหลักและสมรรถนะเฉพาะ ที่ครูผู้สอน ต้องนำไปใช้เป็นกรอบแนวคิดในการออกแบบการ จัดการเรียนรู้และการวัดผลประเมินผล เพื่อพัฒนาผู้เรียน ผลลัพธ์การเรียนรู้เมื่อจบช่วงชั้นเป็นภาพรวม ความสามารถของนักเรียนตามสาระการเรียนรู้ 4.11.1 ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะหลักกับสาระการเรียนรู้ 1. ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะหลักกับสาระการเรียนรู้ช่วงชั้นที่ 1 หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กำหนดแนวคิดการพัฒนาสมรรถนะหลัก 7 ด้าน ผ่าน ๗ สาระการ เรียนรู้ โดยผสมผสานระหว่างสมรรถนะหลักกับสมรรถนะเฉพาะของแต่ละสาระการเรียนรู้ เพื่อกำหนดเป็น ผลลัพธ์การเรียนรู้เมื่อจบช่วงชั้นที่ ๑ ของแต่ละสาระการเรียนรู้ ดังนี้ ๑.1 สาระการเรียนรู้ภาษาไทย สาระสำคัญของสาระการเรียนรู้ ความสำคัญของสาระการเรียนรู้ภาษาไทย การใช้ภาษาไทยเป็นสมรรถนะที่ต้องได้รับการฝึกฝนเพื่อให้สามารถสื่อสารในบริบทต่าง ๆ ได้ อย่าง มีประสิทธิภาพ ถูกต้องตามกาลเทศะ และมีมารยาท รวมทั้งสามารถใช้เรียนรู้ได้ทั้งในและนอก โรงเรียน สาระการเรียนรู้นี้ มีสมรรถนะเฉพาะ ๔ สมรรถนะ ได้แก่ ๑) ฟัง ดู และพูดด้วยความเข้าใจ ๒) อ่าน ด้วยความเข้าใจ ๓) เขียนแสดงความเข้าใจ ๔) เข้าใจธรรมชาติของภาษาและการใช้ภาษาไทย


Click to View FlipBook Version