The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ช่องทางการพัฒนาอาชีพ 21001

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by muang, 2022-05-17 03:14:58

ช่องทางการพัฒนาอาชีพ 21001

ช่องทางการพัฒนาอาชีพ 21001

หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ

รายวชิ า ช่องทางการพฒั นาอาชีพ

(อช21001)

ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น

หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551

(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)

สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย
สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ

ห้ามจาหน่าย

หนงั สือเรียนเล่มน้ีจดั พิมพด์ ว้ ยเงินงบประมาณแผน่ ดินเพ่ือการศึกษาตลอดชีวติ สาหรับประชาชน
ลิขสิทธ์ิเป็นของ สานกั งาน กศน. สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ

เอกสารทางวชิ าการลาดบั ท่ี 25/2555

หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ

รายวชิ า ช่องทางการพฒั นาอาชีพ

(อช21001)

ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560

ลิขสิทธ์ิเป็นของ สานกั งาน กศน. สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารทางวชิ าการลาดบั ที่ 25/2555

คํานาํ

กระทรวงศึกษาธิการไดป ระกาศใชหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 เม่อื วันท่ี 18 กนั ยายนพ.ศ.2551 แทนหลกั เกณฑแ ละวิธกี ารจัดการศกึ ษานอกโรงเรียน
ตามหลักสูตรการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2544 ซ่ึงเปน หลักสูตรทพ่ี ัฒนาข้ึนตามหลักปรัชญา
และความเช่อื พ้ืนฐานในการจดั การศกึ ษานอกโรงเรียนท่ีมีกลมุ เปา หมายเปนผใู หญม ีการเรยี นรูและ
สงั่ สมความรู และประสบการณอ ยางตอเนื่อง

ในปง บประมาณ 2554 กระทรวงศึกษาธิการไดกําหนดแผนยุทธศาสตรในการขับเคลื่อน
นโยบายทางการศึกษาเพอื่ เพ่มิ ศกั ยภาพ และขีดความสามารถในการแขงขันใหป ระชาชนไดม ีอาชพี
ที่สามารถสรางรายไดทมี่ ่ังค่ังและมน่ั คง เปนบุคลากรที่มีวินัย เปยมไปดวยคุณธรรมและจริยธรรม
และมีจิตสํานึกรับผิดชอบตอตนเองและผูอื่น สํานักงาน กศน. จึงไดพิจารณาทบทวนหลักการ
จดุ หมาย มาตรฐาน ผลการเรียนรทู ่คี าดหวงั และเนอื้ หาสาระ ทั้ง 5 กลุมสาระการเรียนรู ของหลักสูตร
การศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ใหมีความสอดคลองตอบสนอง
นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสงผลใหตองปรับปรุงหนังสือเรียน โดยการเพ่ิมและสอดแทรก
เน้ือหาสาระเก่ียวกับอาชีพ คุณธรรม จริยธรรม และการเตรียมพรอมเพื่อเขาสูประชาคมอาเซียน
ในรายวชิ าทม่ี คี วามเกี่ยวของสัมพันธกัน แตยงั คงหลกั การและวิธกี ารเดิมในการพฒั นาหนงั สอื ทีใ่ ห
ผูเรยี นศึกษาคนควาความรูดวยตนเอง ปฏิบตั ิกิจกรรม ทาํ แบบฝก หดั เพื่อทดสอบความรูความเขาใจ
มีการอภปิ รายแลกเปล่ียนเรียนรกู ับกลมุ หรอื ศึกษาเพ่ิมเติมจากภูมิปญญาทองถ่ิน แหลงการเรียนรู
และสอ่ื อ่นื

การปรับปรงุ หนังสอื เรยี นในคร้ังน้ี ไดรับความรว มมืออยางดีย่ิงจากผูทรงคุณวุฒิในแตละ
สาขาวชิ า และผูเกี่ยวของในการจดั การเรยี นการสอนท่ีศึกษาคน ควา รวบรวมขอมูลองคความรูจาก
สอื่ ตา ง ๆ มาเรียบเรียงเน้อื หาใหค รบถวนสอดคลองกับมาตรฐาน ผลการเรียนรูที่คาดหวัง ตัวช้ีวัด
และกรอบเน้ือหาสาระของรายวิชา สาํ นักงาน กศน.ขอขอบคุณผูมีสวนเกี่ยวของทุกทานไว
ณ โอกาสน้ี และหวงั วาหนังสอื เรียนชดุ น้ีจะเปนประโยชนแกผูเรียน ครู ผูสอน และผูเก่ียวของใน
ทุกระดบั หากมขี อเสนอแนะประการใด สํานกั งาน กศน. ขอนอมรับดว ยความขอบคุณยงิ่

สารบญั

คํานาํ หนา

คาํ แนะนาํ การใชหนงั สอื เรยี น
โครงสรา งรายวิชาชอ งทางการพฒั นาอาชพี
บทที่ 1 การงานอาชพี 1
เรอื่ งท่ี 1 ความสาํ คญั และความจําเปน ในการพฒั นาอาชีพ
2
เรอ่ื งที่ 2 การพฒั นากระบวนการผลิตอาชีพในชุมชน สงั คม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป 3
ไดแ ก ทวปี เอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี ทวปี อเมริกา ทวปี ยโุ รป และทวปี แอฟริกา
เรือ่ งท่ี 3 กลมุ อาชีพใหม
เรือ่ งที่ 4การประกอบอาชพี ในภมู ภิ าค 5 ทวีป 32

เรอื่ งที่ 5 การพัฒนากระบวนการจดั การงานอาชพี ในชมุ ชน สังคม ประเทศ และ 34

42

ภูมภิ าค 5 ทวปี ไดแ ก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมริกา ทวีปยโุ รป
และทวปี แอฟรกิ า
เร่อื งท่ี 6 คุณธรรม จริยธรรม
เร่ืองที่ 7 การอนุรกั ษพลังงานและสง่ิ แวดลอ มในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และ 77

80

ภูมิภาค 5 ทวปี ไดแ ก ทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมรกิ า ทวปี ยโุ รป
และทวีปแอฟริกา
บทที่ 2 ชอ งทางการพฒั นาอาชพี 83
เรื่องที่ 1 ความจําเปน ในการมองเห็นชอ งทางเพอื่ พฒั นาอาชพี
เรือ่ งท่ี 2 ความเปน ไปไดใ นการพฒั นาอาชพี 84

เร่อื งที่ 3 การกําหนดวธิ กี ารพัฒนาอาชีพพรอ มเหตุผล 85

92
บทท่ี 3 การตดั สนิ ใจเลอื กพฒั นาอาชพี 94
เรอ่ื งท่ี 1 การตดั สนิ ใจเลอื กพัฒนาอาชีพ
เรอ่ื งท่ี 2 การตดั สนิ ใจพฒั นาอาชีพดว ยการวิเคราะหศกั ยภาพ 95

106
บรรณานุกรม 110
คณะผูจดั ทํา 111

คําแนะนําการใชห นังสอื เรียน

หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ รายวิชาชองทางการพัฒนาอาชีพ รหัส อช21001
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน เปนหนงั สือเรยี นทีจ่ ดั ทําขน้ึ สาํ หรบั ผูเรียนที่เปนนักศกึ ษานอกระบบ

ในการศึกษาหนังสอื เรยี นสาระการประกอบอาชีพ รายวชิ าทกั ษะการพฒั นาอาชีพ ผูเรียนควร
ปฏิบัติ ดังนี้

1. ศึกษาโครงสรางรายวิชาใหเขาใจในหัวขอและสาระสําคัญ ผลการเรียนรูท่ีคาดหวัง และ
ขอบขา ยเน้ือหา

2. ศึกษารายละเอียดเน้ือหาของแตละบทอยางละเอียด และทํากิจกรรมตามที่กําหนด
หากยังไมเขาใจควรกลับไปศึกษาและทําความเขาใจในเน้ือหานั้นใหมใหเขาใจ กอนท่ีจะศึกษา
เร่ืองตอไป

3. หนงั สอื เรยี นเลมนี้มี 3 บท คือ
บทที่ 1 การงานอาชพี
บทที่ 2 ชอ งทางการพฒั นาอาชีพ
บทท่ี 3 การตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชพี

โครงสรางรายวิชาชอ งทางการพฒั นาอาชพี
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน (อช21001)

สาระสาํ คญั
เปนองคความรเู ก่ยี วกบั การงานอาชพี และเทคโนโลยี ซ่งึ ประกอบดวยการสํารวจวิเคราะห

อาชีพในชุมชน ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา
ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา เพื่อนําไปสูการพัฒนา ระบุส่ิงท่ีตองการพัฒนาอาชีพ เหตุผลความ
จําเปนท่ีตองการพัฒนาอาชีพดานตาง ๆ แสวงหาความรูและเทคนิคการพัฒนาอาชีพวิเคราะห
ความรู และเทคนิคท่ไี ดม า เพ่ือนําไปสกู ารพฒั นาอาชีพ การตัดสินใจเลือกวิธีการเพ่ือพัฒนาอาชีพ
และการตรวจสอบความเปน ไปไดในการพัฒนาอาชีพ ใหผูเรียนสามารถเลือกแนวทางการพัฒนา
อาชพี ท่เี หมาะสมตอตนเองและชมุ ชนได
ผลการเรยี นรูทคี่ าดหวงั

1. อธิบายความหมาย ความสําคัญ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายอาชีพในชุมชน สังคม
ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี ทวปี อเมรกิ า ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา
ที่จะนําไปสกู ารพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับศกั ยภาพของตน และสอดคลองกับชุมชน สังคม

2. อธิบายเหตผุ ล ปจ จยั ความจาํ เปน ในการพัฒนาอาชพี ที่เหมาะสมกบั ศกั ยภาพของตนเองได
3. จดั ระบบความสาํ คัญในการตดั สินใจพัฒนาอาชีพได

4. ปฏบิ ัติการวเิ คราะหเพือ่ การพฒั นาอาชพี ได
ขอบขา ยเนือ้ หา

บทท่ี 1 การงานอาชพี
บทท่ี 2 ชอ งทางการพัฒนาอาชีพ
บทที่ 3 การตดั สินใจเลอื กพัฒนาอาชีพ
สื่อการเรียนรู
1. กิจกรรม
2. หนังสอื เรยี น

1

บทท่ี 1
การงานอาชีพ

สาระสําคญั
อาชีพในปจจุบันมีอยูหลากหลายในสังคม มีทั้งสรางขึ้นใหมจากทรัพยากรท่ีมีอยู หรือ

พัฒนาขยายขอบขายจากอาชีพหน่ึงเปนอาชีพหนึ่ง หากผูเรียนมีโลกทัศนทางอาชีพจะทําใหมี
ความรู ความเขาใจ อธิบายความสําคัญ และความจําเปน ลักษณะขอบขายกระบวนการผลิตงาน
อาชีพ การจดั การในงานอาชีพ คุณธรรม จรยิ ธรรม และการอนุรกั ษพลังงานและสิ่งแวดลอม จะทําให
เหน็ ชอ งทางในการพัฒนาอาชีพ
ตัวช้วี ดั

1. อธิบายความสําคญั และความจําเปน ในการพัฒนาอาชพี
2. อธิบายลักษณะขอบขายกระบวนการผลิตงานอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และ
ภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา
เพ่อื นาํ มาวเิ คราะหใ นการพัฒนาอาชีพ
3. อธิบายการจดั การในงานอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลีย ทวปี อเมรกิ า ทวปี ยุโรป และทวปี แอฟริกา เพอ่ื นาํ มาวเิ คราะหใ นการพฒั นาอาชพี
4. อธิบายคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการพัฒนาอาชีพ
5. อธบิ ายการอนรุ ักษพลงั งานและสิ่งแวดลอมในการพัฒนาอาชีพในชมุ ชน สงั คม ประเทศ
และภูมภิ าค 5 ทวปี ไดแก ทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลีย ทวีปอเมรกิ า ทวปี ยุโรป และทวีปแอฟริกา
ขอบขา ยเนื้อหา
เร่ืองที่ 1 ความสาํ คัญและความจาํ เปน ในการพัฒนาอาชีพ
เรอ่ื งท่ี 2 การพฒั นากระบวนการผลิตอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป
ไดแ ก ทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยโุ รป และทวปี แอฟริกา
เร่อื งที่ 3 กลมุ อาชีพใหม
เร่ืองท่ี 4 การประกอบอาชีพในภมู ภิ าค 5 ทวีป
เรื่องท่ี 5 การพฒั นากระบวนการจดั การงานอาชพี ในชุมชนสังคม ประเทศ และภูมิภาค5 ทวีป
ไดแก ทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปแอฟรกิ า
เรื่องท่ี 6 คุณธรรม จรยิ ธรรม
เรือ่ งท่ี 7 การอนุรกั ษพ ลังงานและส่ิงแวดลอมในชมุ ชน สังคม ประเทศ และภูมภิ าค 5 ทวีป
ไดแก ทวปี เอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี ทวปี อเมรกิ า ทวีปยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า

2

เรอ่ื งท่ี 1 ความสาํ คัญและความจําเปนในการพฒั นาอาชพี

ความสาํ คญั และความจาํ เปนของการพัฒนาอาชีพ วิเคราะหลกั ษณะขอบขายการงานอาชีพ
กระบวนการทาํ งาน การบรหิ ารจัดการของอาชีพตา ง ๆ ในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และภูมภิ าค 5 ทวีป
ไดแก ทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวปี อเมรกิ า ทวีปยโุ รป และทวีปแอฟริกา เพ่ือการพัฒนาอาชีพ
จากการงานอาชีพตาง ๆ
ความสําคัญในการพฒั นาอาชีพ

การพฒั นาอาชพี เปน สงิ่ ท่สี าํ คญั ในวิถีชีวิตและการดาํ รงชพี ในปจจบุ ัน เพราะอาชพี เปน การสราง
รายไดเ พ่ือเล้ยี งชพี ตนเองและครอบครัว อาชีพกอใหเกิดผลผลิตและการบริการ ซ่ึงสนองตอบตอ
ความตองการของผูบริโภค และที่สําคัญคือ การพัฒนาอาชีพมีความสําคัญตอเศรษฐกิจของ
ประเทศชาติ ความสําคัญจึงเปน ฟน เฟองในการพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต เศรษฐกิจ ชมุ ชน สงผลถึงความ
เจรญิ กา วหนาของประเทศชาติ
ความจําเปน ในการพฒั นาอาชพี

ความจําเปนในการพัฒนาอาชพี ในชุมชน สังคม ประเทศ และภมู ภิ าค 5 ทวีป ไดแ ก ทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา ท่ีเหมาะสมกับตนเอง วิเคราะห
ความเปนไปไดตาง ๆ ไดแก การลงทุน การตลาด กระบวนการผลิต การขนสง การบรรจุหีบหอ
การแปรรูป และผลกระทบตอชุมชน และสิ่งแวดลอม ความรูความสามารถของตนเองตอส่ิงที่
ตองการพัฒนา การลําดับความสาํ คัญของการพฒั นาทีม่ คี วามเปน ไปได เพื่อนําขอมูลที่วิเคราะหไว
นาํ ไปปรกึ ษาผรู ู การตัดสนิ ใจเลือกพฒั นาอาชพี ที่เหมาะสมกบั ตนเอง โดยวเิ คราะหค วามพรอ มของ
ตนเอง ความตองการของตลาด เทคนิคความรู ทักษะในอาชีพ และความรับผิดชอบตอสังคม
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม

3

เร่อื งท่ี 2 การพฒั นากระบวนการผลิตอาชีพในชุมชน สังคมประเทศและภมู ภิ าค5ทวีปไดแ ก
ทวีปเอเชีย ทวปี ออสเตรเลีย ทวปี อเมริกา ทวีปยโุ รป และทวปี แอฟริกา

เปนการวิเคราะหลักษณะ ขอบขาย กระบวนการผลิตทางอาชีพจากงานตาง ๆ ในวิถีชีวิต
ไดแ ก งานบาน งานเกษตร งานชา ง งานประดิษฐ และงานธรุ กจิ
1. งานบา น

งานบา น เปนการวเิ คราะหเกย่ี วกบั งานบานและชีวติ ความเปน อยใู นบาน ผาและเครื่องแตง กาย
อาหารและโภชนาการ โดยเนนการแกปญหาในการทํางาน มีความรับผิดชอบ สะอาด มีระเบียบ
ประหยัด อดออม อนรุ กั ษพลงั งานและส่ิงแวดลอม เพ่ือนําไปสูการสรางงานอาชีพที่เหมาะสมกับ
ศักยภาพของตนเองและสอดคลอ งกบั ชุมชน สงั คม

1.1 บานและชวี ิตความเปน อยูในบาน
ความสัมพนั ธข องสมาชิกในบา น บานเปนปจ จยั ที่จําเปน ในการดํารงชีวิต บานเปนท่ีอาศัย
ใหความปลอดภยั ความรกั ความอบอนุ รว มกนั ทาํ กิจกรรมตาง ๆ เปนศูนยรวมของสมาชิกทุกคน
ในครอบครัวและมคี วามสมั พันธตอกัน

ความหมายของครอบครัว
ครอบครัวเปนหนวยหนึ่งของสังคม ประกอบดวยสมาชิกต้ังแต 2 คนข้ึนไปอยูรวมกัน
บานเดียวกนั ชว ยกนั ดูแลรกั ษาและออกคาใชจา ยของบานรวมกัน และยังเปนรากฐานหรือสถาบัน
ทสี่ ําคัญของสงั คมในการใหการศึกษา อบรมเล้ียงดูและสรางประสบการณดานตาง ๆ แกสมาชิก
ที่อาศัยอยูรว มกนั

ลกั ษณะของครอบครวั มีดงั น้ี
1. ครอบครัวที่ประกอบดวยกลุมคนท่ีมีความผูกพันกันทางกฎหมาย คือ การสมรส และ
การรบั บคุ คลอ่นื เปนบุตรบญุ ธรรม
2. ครอบครวั ที่ประกอบดวยกลมุ คนที่มีความผูกพันกันทางสายเลือด ไดแก พอ แม ลูก ปู ยา
ตา ยาย พี่ นอง หลาน
3. ครอบครัวท่ีประกอบดวยกลุมคนท่ีมีการใชจายรวมกัน จากเงินงบประมาณเดียวกัน
อาจเก่ยี วพันกันทางสายเลอื ด หรือไมเ กี่ยวพันกนั เชน พอ แม ลูก พ่นี อง นายจา ง ลกู จาง เพื่อน

ความสาํ คญั ของครอบครัว
ครอบครวั ตองมหี วั หนาครอบครัว โดยปกติจะเปนบิดา แตบางครอบครัวอาจเปนมารดา
หรือญาติผูใหญ หัวหนาครอบครัวเปนบุคคลสําคัญในการสรางความสัมพันธและบรรยากาศให
สมาชกิ ในครอบครวั มีความรกั ความอบอุน ความเขาใจอันดีตอกัน สมาชิกจะไดรับแบบอยางที่ดี
จากครอบครวั ทําใหมจี ิตสาํ นึกในบทบาทภาระหนาที่ของตนเองทม่ี ีตอ ครอบครวั และสังคม

4

ดงั น้ัน ครอบครวั จึงเปน สถาบันท่สี าํ คัญตอ การปลกู ฝงคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคใหเ กดิ แก
สมาชกิ ของครอบครวั ไดแ ก ความเปนผมู ีระเบียบวินัย มคี วามรบั ผดิ ชอบ ซื่อสัตยตรงตอเวลา รูจัก
การเสียสละ ซึ่งเปนรากฐานสําคัญใหสมาชิกของครอบครัวกาวไปสูสถาบันอื่น ๆ ของสังคมได
อยางมคี ณุ ภาพ

การสรางความสัมพันธใ นครอบครวั
บรรยากาศของครอบครัวท่ีมีสมาชิกอารมณดีมีความสัมพันธอันดีตอกัน สามารถทําได
ดังนี้
1. ใหส มาชกิ มีสวนรวมแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั งาน หรือปญ หาของครอบครวั
2. ฝก ใหรจู กั การเปนผฟู ง และผพู ูดทีด่ ี
3. ยอมรับนบั ถอื ในความคดิ เหน็ ของผูอ ่นื
4. มอบหมายงานใหเหมาะสมกบั วยั และความสามารถ
5. รูจกั หลกี เลย่ี งการขดั แยง พยายามทําความเขาใจและรูจักการใหอ ภยั ซ่ึงกันและกนั
6. มกี ิจกรรมหรืองานที่ทํารวมกนั ชวยใหเ กดิ ความสามัคคี การปรับตัวเขา หากนั
7. มีสมั มาคารวะ ประพฤตติ นเหมาะสมกบั วัย และกาลเทศะ
8. ใหความเคารพนบั ถอื ตอ ผอู าวุโส
9. ใหค วามชว ยเหลือ เอือ้ อาทร และมีนาํ้ ใจอันดตี อกนั
10. รูจกั เสียสละตามสมควรแกโ อกาส
หนา ท่คี วามรบั ผดิ ชอบของสมาชิกในครอบครวั
สมาชกิ ทุกคนในครอบครัวมีสวนรว มในการทํางานบาน ไมควรมอบภาระใหกับผูใดผูหน่ึง
งานตาง ๆ จะสําเรจ็ ไดด วยดตี อ งอาศยั ความรว มมือรว มใจของสมาชิกทุกคน ซง่ึ หลกั ในการแบงงาน
และความรับผิดชอบควรพจิ ารณา ดงั น้ี
1. วเิ คราะหแ ละวางแผนรว มกนั วามงี านอะไรบา งทจี่ ะตอ งจัดทาํ ในครอบครัว
2. มอบหมายงานใหส มาชิกทาํ ตามความสามารถ ความถนดั และเหมาะสมกบั วยั
3. กําหนดหนาท่ีรับผิดชอบงานของแตละคนใหชัดเจนวาใครมีหนาที่อะไรและมีงานใด
ท่สี มาชกิ ควรทํารว มกนั
ลักษณะงานในบา น
ลกั ษณะงานในบา นมหี ลายประการ สมาชิกในครอบครวั ควรมีสวนรว มลกั ษณะงานในบาน
แบงออกได 2 ประเภท คือ
1. งานสวนตัว เปนงานที่สมาชกิ ตองปฏิบัติสําหรับตนเอง เชน ดานสุขภาพอนามัยตัวเอง
คือ การทาํ ความสะอาดรางกาย การทาํ ความสะอาดเครื่องใชสวนตัว รับประทานอาหารท่ีมี

5

ประโยชนตอรางกาย พกั ผอ นใหเ พียงพอ ดานการวางแผนมกี ารวางแผนในการใชเวลาแตละวันให
เปนประโยชนและเหมาะสมกบั ลักษณะงานท่ีปฏบิ ัติ

2. งานสว นรวม เปนงานทีไ่ ดร บั มอบหมายจากสมาชกิ ในครอบครัว หรอื เปนงานท่ีแบง เบา
ภาระของบิดามารดา ผูปกครอง และสมาชกิ ในบาน เชน การประกอบอาหาร งานซักรดี เส้ือผา และ
ทําความสะอาดเคร่ืองนงุ หม

การจดั และการดูแลรักษาบาน
การใช การเกบ็ การบํารงุ รักษา การเลอื ก ซอมแซม ดดั แปลง เครื่องมือเครื่องใชในบานให
ถกู วิธีและเหมาะสมกับบริเวณพื้นท่ีในบาน จะชวยใหสะดวกตอการนํามาใชและยืดอายุการเก็บ
รกั ษา ซง่ึ จะเปนประโยชนตอ การจัดและการดูแลรักษาบาน แบง ไดดงั น้ี
1. อุปกรณการทําความสะอาดบาน เชน ไมกวาดประเภทตา ง ๆ หลังจากใชแ ลวควรเก็บใน
บริเวณทล่ี ับตาหรอื ขางตูท่ีสูง เพ่ือหยิบใชไดสะดวกในการใชงานคร้ังตอไป สารท่ีชวยในการทํา
ความสะอาด เชน ผงซักฟอก น้ํายาขัดพ้นื ควรเกบ็ ใสภาชนะท่ีมฝี าปดมิดชดิ
2. อปุ กรณเครื่องใชไ ฟฟา เชน เตารีด โทรทัศน เตาไฟฟา ฯลฯ ควรจดั วางในที่อากาศถา ยเท
หรือหมุนเวยี นไดส ะดวก ไมค วรมนี า้ํ ขงั และหลังจากใชง านแลวตอ งถอนปลั๊กออกใหเรยี บรอย
1.2 ผา และเคร่อื งแตงกาย
การเลือกใชผาและเคร่ืองแตงกายผาและความสําคัญของเสื้อผา ผาเปนเคร่ืองนุงหมที่ให
ประโยชนตอการดํารงชีวิตของมนุษย ผาเปนเคร่ืองนุงหมท่ีใหความอบอุนแกรางกาย ปองกัน
อนั ตรายจากการปฏบิ ัติงานตา ง ๆ และเพ่ือใหเกดิ ความสวยงาม นอกจากนั้นผายังใชในการตกแตง
บา นเรือน กอ นที่จะนาํ ผา มาใชใ หเกิดประโยชนต อการดาํ รงชีวิต ควรศึกษาและเลือกใชใหถูกตอง
ตามความเหมาะสม
การเลือกใชเสื้อผาเคร่ืองแตง กายทีถ่ กู ตอง จะตองคํานึงถึง
1. การสํารวจและรจู ักตนเอง การพจิ ารณารูปราง ลักษณะของผูสวมใส เชน ความสูง เตี้ย
ความอว น ผอม สผี ิว สีตา สีผม จุดเดนและจุดบกพรองของรูปรางหนาตา
2. ในการเลือกแบบเส้อื แบบเสอ้ื ที่ดีควรเปน แบบท่งี าย ๆ แตนา สนใจ มจี ุดเดน เพยี งจดุ เดียว
ไมควรมกี ารตกแตงรงุ รงั มากเกินไป และเลือกใหเ หมาะสมกับบุคลกิ ของผสู วมใส
3. งบประมาณเรอ่ื งเส้ือผา ควรซือ้ มาใชแ ลว คมุ คาเงินที่เสียไปและใชไ ดนาน
การทําความสะอาด ดูแลและรกั ษาผาและเครือ่ งแตง กาย
เส้อื ผา นอกจากจะตอ งเลอื กเส้ือใหเหมาะสม ใหถูกตอ งกับบุคลิกภาพ โอกาส สถานท่ีแลว
ผสู วมใสค วรศึกษาการรักษาความสะอาดอยางถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใชงาน ความทนทาน รวมทั้ง
รูจ กั การซอ มแซมเส้ือผาใหอยใู นสภาพพรอมที่จะใชป ระโยชนไดทันที การทําความสะอาดเส้ือผา
ควรคํานงึ ถึงชนิดของผาเสียกอนวาควรใชน า้ํ ยา ผงซกั ฟอกหรือสบชู นดิ ใด ผา ที่ซกั นนั้ ทนตอการขยี้

6

หรือไม และอณุ หภมู มิ ากนอ ยเพยี งใด รวมท้ังความคงทนของสีผา ควรอานปายท่ีติดกับตัวเสื้อให
ละเอยี ดเก่ยี วกับคุณสมบตั ขิ องเสอ้ื ผาที่นํามาใช เพราะผาแตละชนิดการดแู ลรกั ษาแตกตา งกนั ดังนน้ั
ควรไดศ กึ ษาเพื่อจะไดมีเส้ือผา ที่ใหมแ ละใชงานไดนาน ๆ

การซกั ผา มจี ุดมุงหมาย คอื การทําความสะอาด ลบรอยเปอนออกใหหมด การซักผาทําได
2 วธิ ี คือ

1. ซักดวยน้ํา เรียกวา ซกั เปย ก
2. ซกั ดวยสารละลายโดยผา ตอ งไมถกู นาํ้ เรียกวา ซักแหง

การซักผา ทถ่ี กู ตองจะชวยทาํ ใหผาทนทานและสวยงามอยูเสมอ มีลาํ ดับข้ันตอน ดงั น้ี
1. ตรวจดูรอยชํารดุ ของเส้อื ผา กอ นลงมอื ซกั ถามีรอยชาํ รดุ ควรซอมแซมกอน
2. รดู ซปิ และปลดเขม็ ขดั ออกจากหวง เพราะจะทําใหฟ นซิปหรอื เข็มขดั เสยี ในระหวางท่ีซกั
3. ลวงดูกนกระเปาหากมสี ิ่งของหรือสิ่งแปลกปลอมควรเอาออกใหห มดเพราะบางคร้ังสิง่ เหลาน้ี
จะทําใหเ สื้อผา เปอน ถา ซกั ดวยเครื่องจะทําใหเคร่อื งซกั ผาเสยี เร็ว
4. กําจดั รอยเปอนและจดุ ดา งดําใหหมดกอนลงมือซกั
5. แยกประเภทของผา กอ นท่ีจะนําไปซัก เพราะผา บางชนดิ อาจสีตก
6. กอนนําผาลงไปซักกับผงซักฟอกหรือน้ําสบู ควรซักน้ําเปลากอน 1 คร้ัง เพื่อขจัดสิ่ง
สกปรก เชน ฝุน ละออง หรอื คราบส่ิงสกปรกอ่นื ๆ เพราะผา บางชนดิ สกปรก สามารถดูดซึมซับได
รวดเร็วจะทาํ ใหผานนั้ เกา เรว็ สไี มสดใส
การรดี ผา ควรปฏิบตั ิ ดงั น้ี
1. เสยี บปล๊กั เตารดี แลว เปดสวิตชปรบั อุณหภมู คิ วามรอนใหเหมาะสมกับเน้ือผาท่ีกําลังรีด
หรืออา นจากปายทีต่ ดิ เส้อื วาควรใชอ ณุ หภูมเิ ทา ไหรใ นการรดี การรีดควรกลบั ตะเขบ็ ดา นในทดลอง
รีดดกู อน เพอื่ ปองกนั ผาเสียหาย
2. การรดี เตารีดไอนํา้ ควรใชน ้ํากล่ันเตมิ กอ นเสียบปลั๊กไฟเปดสวิตช ไมค วรใชนํ้าประปาเติม
เพราะถา ใชน้าํ เตมิ ไปนาน ๆ ทาํ ใหนํา้ ท่ตี กตะกอนจบั ตัวทาํ ใหอุดตันท่ีทอไอน้ําได ดังน้ัน หลังจาก
เลิกใชท กุ ครั้งควรถายนา้ํ ออกใหห มด
3. อยาพรมนาํ้ เปยกมากจนเกินไป ควรพรมนาํ้ ท้งิ ไวป ระมาณ 5-10 นาที แลว คอ ยรดี เพราะ
ถา ผา เปยกมากเกนิ ไปจะทาํ ใหเสียเวลาการรดี ผา และจะเสียคา ไฟฟา มากขึน้ กวา ปกติ
4. ควรรดี ผาหลาย ๆ ตวั ในคร้งั เดียวกัน ถา ผาเนอ้ื บาง ๆ ควรรีดหลังสดุ เพราะผาบางไมไดใช
อณุ หภูมสิ งู เหมาะทีจ่ ะรีดหลังจากถอดสวติ ชแ ลว เพอ่ื เปน การประหยดั กระแสไฟฟาและเงินอีกดวย
5. ระวงั อยา ใหเ ตารดี หลนหรือตก ขณะที่กําลังจะหยุดรีดชั่วขณะหน่ึงควรปดสวิตช หรือ
ถอดปลกั๊ เตารีดเพ่ือปอ งกนั การเกิดไฟไหม

7

6. ขณะทร่ี ดี ผา ควรใหสายเตารดี เรยี บไมมวนงอ เพราะจะทาํ ใหส ายเสยี ดสีกนั ทําใหฉนวน
หุมสายไฟไมท นทานจะทําใหเกิดอันตรายได

7. เม่ือรดี ผาเสรจ็ ทกุ ครั้งตอ งปด สวิตช ถอดปลัก๊ และเก็บพับสายใหเ รียบรอยทุกครงั้
8. เตารีดหลังจากใชแลว หากมีส่ิงสกปรกติดอยู ควรใชผาชุบนํ้าหรือเบนซินหมาด ๆ เช็ดออก
ทุกครง้ั
การซอ มแซมเส้ือผา
เสื้อผาที่ชาํ รดุ อาจเน่ืองมาจากการซักรีด หรือถูกส่ิงอื่นเกาะเก่ียว ทําใหเส้ือผามีรอยตําหนิ
หรือเสียหาย เส้ือผาที่ใสอยูบางตัวยังใหม ตองการกลับมาใชประโยชนอีก จึงจําเปนตองศึกษา
วิธีการซอมแซมใหเหมาะสมและถูกวิธี การซอมแซมเสื้อผา นอกจากจะนํากลับมาใชไดอีก
ยังสามารถดดั แปลงเสอ้ื ผา ใหไ ดแบบใหมแ ปลกตา ทําใหเกดิ ความสวยงามยิง่ ขน้ึ และนา สวมใส
กอนท่ีจะนําเส้ือผามาซอมแซม ควรพิจารณากอนวาควรซอมแซมวิธีใดจึงจะเหมาะสม
โดยพิจารณาจากรอยชํารุดกอนและวิธีการซอมแซมสามารถนํากลับไปใชไดอีกนานหรือไม
การซอมแซมก็ไมยุงยาก
กจิ กรรม
ใหผ เู รียนหาภาพการแตงกายของบุคคลตาง ๆ คนละ 3 ชุด ใหเหมาะสมกับวัย กาลเทศะ
และฐานะทางเศรษฐกจิ พรอมทงั้ แสดงความคิดเห็น
1.3 อาหารและโภชนาการ
การเลอื กบริโภคอาหารเครือ่ งดม่ื และมารยาทในการรับประทานอาหาร อาหารเปนหน่ึงใน
ปจจัย 4 ทส่ี ําคัญตอ การดาํ รงชีวิต รา งกายจะเจริญเติบโตแข็งแรง และมสี ุขภาพทด่ี ีตองไดรับอาหาร
ท่ีถูกสุขลักษณะ มีคุณคาทางโภชนาการเพียงพอกับความตองการของรางกายในแตละวัยซึ่งมี
ความแตกตา งกัน
อาหาร หมายถึง ส่ิงท่ีกินเขาสูรางกายแลวไมมีโทษตอรางกาย แตนําไปใชประโยชนได
โดยสรางความเจริญเติบโต ซอมแซมสวนที่สึกหรอ ชวยใหรางกายดําเนินชีวิตตามปกติและ
ปราศจากโรค
สารอาหาร หมายถึง สวนประกอบที่เปนสารเคมีที่มีอยูในอาหารและรางกาย สามารถ
นําไปใชป ระโยชนได ไดแ ก โปรตนี คารโบไฮเดรต วติ ามนิ เกลือแร ไขมัน
อาหารสมสว น หมายถึง อาหารที่มีสารอาหารครบทง้ั ปริมาณและคุณภาพตามความตองการ
ของรางกาย

8

การเลือกบรโิ ภคอาหารใหถกู หลักอนามยั
การมีความรูความเขาใจเก่ียวกับการเลือกบริโภคอาหารใหถูกหลักอนามัย จะชวยปองกัน
การแพรกระจายของเช้อื โรคท่ีมใี นอาหารได
หลกั การเลอื กบริโภคอาหารใหถูกหลักอนามัย
1. ควรบริโภคอาหารสุก เน่อื งจากอาหารสุกเปน อาหารท่ผี านการฆาเชือ้ ดวยความรอ น จงึ มี
ความปลอดภัยมากกวาอาหารดิบ
2. ควรใชชอนกลางประจําสําหรับตักกับขาวในการรับประทานอาหาร เพ่ือเปนการปองกัน
การแพรกระจายของโรคที่ตดิ ตอได
3. ควรลางมือกอนรับประทานอาหารดวยนํ้าสบูทุกครง้ั โดยเฉพาะผูน ยิ มบริโภคขาวเหนยี ว
และอาหารอ่นื ๆ ดวยมอื
4. รูจักเลอื กบริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภยั
5. อาหารตอ งมีคณุ คา สูงและราคาไมแพงนัก การเลือกซ้อื อาหารควรพิจารณาถึงคุณคาของ
สารอาหารตามหลกั โภชนาการ
6. อาหารตองมีคุณภาพ สังคมในปจจุบันมีการเลือกซื้ออาหารมารับประทานกันมากขึ้น
ผบู รโิ ภคควรเลอื กอาหารสดใหม ไมบูดเนา หรือสงกลิ่นเหม็น ไมควรเก็บอาหารท่ีซื้อไวนานเกิน
เพราะจะทําใหอาหารไมมีคุณภาพ
7. ทาํ ความสะอาดและเกบ็ ภาชนะอุปกรณเ ครื่องใชอ ยา งถูกตอ ง หลังทําความสะอาดผึ่งใหแหง
และควรเกบ็ เขา ท่ีใหเ รียบรอย เพ่ือปอ งกนั ฝุนละอองและไมอับช้นื
การปฏิบัติหลังรบั ประทานอาหาร
1. เมื่อรับประทานอาหารอ่ิมแลวควรรวบชอนและสอ มไวใ นจาน
2. ชว ยกันเกบ็ ภาชนะตาง ๆ เกบ็ กวาดเชด็ ถูใหเรียบรอย (รบั ประทานอาหารทบ่ี าน)
3. ควรลกุ จากโตะอาหารพรอ ม ๆ กนั ถา จําเปนตองลุกกอ นควรกลา วขออนุญาตแลว เกบ็ เกา อ้ี
ไวใ นสภาพเดมิ
การเลอื กบริโภคอาหารใหเหมาะสมตามวยั
อาหารสําหรับผใู หญ (อายุ 40 ปขึ้นไป) วัยนี้รางกายมกี ารเสริมสรางเซลลตาง ๆ เพ่ือรักษา
สมรรถภาพการทํางานในรา งกายใหคงที่ จงึ ควรไดร บั อาหารครบทัง้ 5 หมแู ละไดสัดสวนท่เี หมาะสม
ดังน้ี
โปรตีน
นม 1 แกว ตอวัน
ไข 1 ฟองตอวัน หรอื สปั ดาหล ะ 3-4 ฟอง
เน้อื สัตว 100 กรัมตอวนั

9

เครือ่ งในสตั ว 1 ครงั้ ตอสปั ดาห
ถ่วั เมลด็ แหง 50 กรมั
แปง หรือนา้ํ ตาล (ใน 1 วนั )
ขาวสวยหรืออาหารจากแปง 3 จาน (250-300 กรมั )
เผอื ก มัน 1 หวั เล็ก นาํ้ ตาล 2 ชอนโตะ
นาํ้ มนั หมู 2 ½-3 ถว ยตวง
ผกั / ผลไม (ใน 1 วนั )
ผกั ใบเขยี วสุก ½ ถว ยตวง
ผักใบเขียวสด 1 ถวยตวง
ผกั ประเภทหวั ดอก ผล ½ ถวยตวง
ผลไม 1 ผลเล็ก (สม 1 ผล)
นํา้ ผลไม ½ ถวยตวง
อาหารสําหรับผสู งู อายุ (อายุ 60 ปขึน้ ไป) วยั น้มี ีการเปล่ยี นแปลงไปในทางเส่อื มลงของเซลล
อวัยวะตาง ๆไดแก เซลลของสมอง ไต หัวใจ กระดูกออน กลามเนื้อลาย เปนตน และไมสามารถ
สรางข้นึ ใหมไ ด จงึ ควรไดร บั สารอาหารในปริมาณที่เพียงพอเชนเดียวกบั วัยผูใหญ
การเกบ็ และการถนอมอาหาร
วธิ ีการเกบ็ อาหารประเภทตา ง ๆ
1. การเก็บอาหารสด กอนเก็บไวในตูเย็นหรือตูแช ตองลางส่ิงปกปรกที่ติดมากับอาหาร
ออกใหห มดขณะที่แชเย็น และจะชวยยืดอายกุ ารเกบ็ อาหารสดได
2. การเกบ็ อาหารแหง ตองปองกันความชนื้ ทจี่ ะเกดิ กบั อาหาร เชน การเก็บเมล็ดพืชควรทําให
แหง กอนนาํ ไปเกบ็ ในภาชนะมีฝาปดและไมอับชื้น สวนพืชที่เปนหัวควรแขวนไวในที่โปรง สะอาด
มลี มโกรกไดด ี ควรนําไปผึง่ แดดออ น ๆ เปนประจาํ
3. การเก็บอาหารกระปอง ควรเก็บไวในที่ท่ีมีอากาศเย็น โปรงและไมอับชื้น เพราะจะได
ปอ งกนั เชอื้ โรคท่หี ลงเหลืออยูใ นกระปอ ง
4. การเกบ็ อาหารปรงุ สาํ เรจ็ อาหารทีเ่ หลอื จากการบริโภคควรเก็บในตเู ยน็ ไมเ กิน2 วันกอ นนํามา
รบั ประทานควรอนุ ใหรอนจัด เพ่อื ทําลายเช้อื จลุ นิ ทรียทท่ี าํ ใหเ กดิ อาการทอ งเสยี
การถนอมอาหาร คอื วิธกี ารตา ง ๆ ที่ทําใหอ าหารเกบ็ ไดน านกวาปกติ โดยไมบ ดู เสีย
หลกั ในการถนอมอาหาร หลักในการถนอมอาหารสามารถทําไดหลายวิธี ดังนี้
1. การแชอ าหารในอณุ หภมู ิต่าํ วิธนี ชี้ วยใหอ าหารเสยี ชาลง เพราะแบคทีเรียและเชื้อราซ่ึงเปน
ตนเหตุใหญม กี ารเจรญิ เตบิ โตไดช า การเก็บอาหารไมใหเสียโดยใชอุณหภูมิตํ่านี้จะเก็บไวไดนานเทาไร
ข้ึนอยกู ับอุณหภมู ิในการเก็บ วิธีเกบ็ อาหารในตเู ยน็ จะเกบ็ อาหารไดใ นระยะส้นั ประมาณ 1 สัปดาห

10

แตถาตองการเก็บอาหารในระยะยาวเปนเดือนหรือเปนป จะตองใชอุณหภูมิต่ํากวาจุดเยือกแข็ง คือ
แชใหอาหารแข็ง อาหารท่ีแชแข็งน้ีถานํามาไวในอุณหภูมิสูงขึ้นก็จะเริ่มเสียไดอีก เชนเดียวกับ
อาหารสดทว่ั ไป

2. การตากแหง แบคทีเรียและเชื้อราในอาหารจะเจริญเติบโต ทําใหอาหารเสียได ตองอาศัย
ความชื้นพอสมควร การตากแหง ทาํ ใหค วามช้ืนในอาหารต่าํ จนเชื้อจุลนิ ทรียไมสามารถเจรญิ เติบโตได
อาหารก็ไมเสียนิยมใชกันมากกับเน้ือสัตว ผักและผลไม เพราะทําไดงายและประหยัด การตากแหง
อาจจะใชวธิ ตี ากแดดอบ ปง ยา ง หรือรมควนั กไ็ ด สาํ หรบั วธิ หี ลังนี้ ควันไฟยงั มสี ารบางอยางชว ยถนอม
อาหารไมใ หเสยี อกี ดว ย

3. การใชความรอ น วธิ ีน้อี าศัยความรอนเพอ่ื ทําลายจุลินทรียที่จะทําใหอาหารเสียและทําลาย
เอนไซมท าํ ใหปฏิกิริยาดาํ เนินไปไมไ ด การทาํ ลายจลุ ินทรียดว ยความรอนนอ้ี าจทําไดหลาย ๆ ขัน้ เชน

3.1 การทาํ ลายเชื้อจุลินทรียบ างตัว ใชก บั อาหารบางชนดิ ทตี่ อ งการรกั ษาใหค งรปู เดิมไว
เชน นมสด ใชวธิ ีพาสเจอรไ รส ซ่ึงใชความรอ นต่าํ ไมถ ึงจดุ เดอื ด เพียงแตทําลายเชื้อจุลินทรียท่ีจะเปน
อันตรายแกผ ูบรโิ ภคเทา นนั้ ฉะนน้ั นมสดทผี่ า นความรอนไมถึงจดุ เดือดจะยงั มเี ช้อื จลุ นิ ทรยี อยูตอ งเกบ็
ไวในที่อุณหภูมิตํา่ เพ่ือไมใหเ สีย

3.2 การทาํ ลายเช้ือจลุ ินทรียท ัง้ หมด วิธนี ้ีใชค วามรอ นสูงในระยะยาว ใชวิธีสเตอริไลซ
เพื่อฆาเช้ือจลุ นิ ทรียใ นอาหารใหหมด และเก็บอาหารที่ไมมีเช้ือจุลินทรียแลวในภาชนะที่มิดชิด เชน
บรรจุกระปอง หรือบรรจุขวด อาหารท่ีถนอมดวยวิธีนี้เก็บไวไดนานมาก เพราะไมมีสิ่งท่ีจะทําให
อาหารเสยี เหลืออยู แตวธิ ีการนี้ยงุ ยากไมเหมาะที่จะทําในครอบครัว เพราะตนทุนสูงเหมาะในการทํา
เปน อตุ สาหกรรมเทานัน้

4. วธิ ีอ่นื ๆ ไดแ ก การดอง การกวน การแชอ ่มิ ฯลฯ ใชม ากกบั ผกั และผลไม ในประเทศเรา
วิธเี หลา นชี้ ว ยถนอมอาหารไวไ ดม ากโดยทําส่ิงแวดลอ มใหมสี ภาพไมเ หมาะสมสาํ หรับการเจรญิ เตบิ โต
ของเชือ้ จุลนิ ทรยี 

คุณคา ทางโภชนาการของอาหารทีถ่ นอมแลว
วิธีการถนอมอาหารทุก ๆ วิธี ทําใหมีการเปลี่ยนแปลงในตัวอาหารเองมากบางนอยบาง
แลว แตวิธกี าร สาํ หรบั คณุ คาทางโภชนาการน้นั ก็มีการเปลยี่ นแปลงเชนเดยี วกัน มากนอยขึ้นอยูกับ
ประเภทของอาหารและวิธีการที่ทําถนอมไวโดยตากแหง เชน เน้ือเค็ม ปลาแหง ปลากรอบ ฯลฯ
ดองหรือหมักใสเกลือ เชน ปลารา หอยดอง ฯลฯ เหลาน้ี โปรตีนในเน้ือสัตวยังใชประโยชนได
แตการบริโภคอาหารเหลาน้ีจะตอ งระวังในดานความสะอาด ควรจะทําใหสุกดีเสยี กอ น
ผักและผลไม สารอาหารที่สําคัญ คือ วิตามิน โดยเฉพาะอยางย่ิงวิตามินซีสลายตัวไดงาย
โดยความรอน การสัมผัสกับอากาศ ฯลฯ ฉะนั้น ผักและผลไมท่ีถนอมวิตามินจะนอยลง เมื่อถูก
ความรอ นและสมั ผสั กบั อากาศ สว นเกลอื แรในผักและผลไมไมคอยมีการเปลยี่ นแปลง

11

กจิ กรรม
ใหผูเรียนจัดรายการอาหารและเครื่องด่ืมเพ่ือสุขภาพ 3 ม้ือ ใน 1 วัน สําหรับบุคคล

ดงั ตอไปนี้
(เลือก 1 หวั ขอ)

- เดก็ วัยเรียน
- ผใู หญ
- ผสู ูงอายุ

มื้ออาหาร ช่อื อาหาร/เคร่อื งดื่ม สว นผสม/วธิ ีปรงุ คณุ คา ทางโภชนาการ

การอนรุ ักษพ ลังงานและส่ิงแวดลอ ม
การอนุรักษพลังงานและส่ิงแวดลอมในครอบครัว ไดแก การใชไฟฟา นํ้าประปาอยาง

ประหยดั ดังนี้
การใชไฟฟา
1. การเลือกซื้อเครื่องใชไฟฟา ควรเลือกซ้ือชนิดประหยัดไฟ เชน หลอดตะเกียบ หรือ

เครอื่ งใชไ ฟฟาท่รี ะบฉุ ลากประหยัดไฟ
2. เครื่องใชไฟฟา ทก่ี นิ ไฟมาก เชน หมอหงุ ขาว กาตมน้ํา กระทะ เคร่ืองซักผา เตารีด หรือ

เคร่ืองใชไ ฟฟาเสียบปล๊กั ทุกชนิด เมอ่ื ใชเ สร็จแลว ตอ งถอดปลั๊กออกทนั ที
3. การใชเ ตารดี ไฟฟารีดผา ควรเตรียมเสอื้ ผา ท่ีจะรีด และเตรียมเครื่องใชอ่ืน ๆ ใหพรอมกอน

เมอ่ื จะรีดจึงเสียบปลัก๊ ควรรดี ครงั้ ละมาก ๆ ประหยดั ไฟฟา มากกวา รดี ทีละนอยและบอยคร้ัง

4. เคร่อื งใชไฟฟา ทีม่ สี วิตซป ด เปด เชน หลอดไฟ พัดลม เมอ่ื เลิกใชค วรปด สวิตชท นั ที
5. เครื่องปรบั อากาศตอ งใชเ ทา ท่ีจาํ เปน เมอื่ จะออกจากหองหรอื หยุดใชงานควรปด เคร่อื งกอน
ประมาณครึง่ ชั่วโมง
6. ควรตรวจปลั๊ก สวิตชเ ครอื่ งใชไฟฟาในบานทกุ ชนดิ ใหเรียบรอย และอยูในสภาพดเี สมอ
เพ่ือประหยัดไฟฟา และปลอดภยั จากอบุ ัตเิ หตุที่จะเกิดจากไฟฟา

12

การใชนา้ํ ประปา
1. เม่ือเปดกอ กน้าํ ประปาและใชน้ําในปริมาณพอเพียงแลว ปดกอกน้ําทันที อยาปลอยให
น้าํ ไหล จนลนภาชนะ
2. หมั่นตรวจดูกอกน้าํ ทอ น้าํ ภายในบานและบรเิ วณบา น ถามรี อยรั่วแตกตอ งรบี ซอมทันที
3. บา นท่ีมีหอ งสุขาแบบชกั โครก ควรเลอื กซือ้ ชักโครกแบบประหยัดน้ําและถาใชขวดพลาสติก
กรอกน้าํ ใหเต็ม แชไ วใ นถังชักโครกจะชว ยประหยดั นํ้าได
4. นาํ้ ทใ่ี ชแลว เชน น้ําซาวขา วนา้ํ ลา งผกั ผลไม นาํ้ ลา งจาน นํา้ ท่ซี กั ผา ถา เปนนํา้ สุดทา ย จะไม
คอ ยสกปรกสามารถนําไปรดตนไมได
5. กอ นออกไปนอกบา น หรอื กอนนอนควรตรวจดกู อ กนา้ํ ในบานตอ งปดใหเรยี บรอย
การเกบ็ ขยะภายในบานและการแยกขยะ
ปจจุบันปญหาสิ่งแวดลอม คือ ขยะ ซ่ึงตองกําจัดอยางรวดเร็ว ขยะนอกจากทําลาย
สง่ิ แวดลอมแลว ยงั เปนจุดรวมของสตั วทเี่ ปนพาหนะนาํ โรค เชน หนู แมลงสาบ ดงั นัน้ การเก็บขยะ
และแยกขยะทีถ่ กู วธิ ี ชว ยใหส ะดวกตอการนาํ ไปยอ ยสลายหรือนาํ ไปใชใหเ กิดประโยชน อกี ทง้ั ชวย
รกั ษาสภาพแวดลอ มที่ดี
กิจกรรม
1. ทา นมหี ลกั ในการมอบหมายหนา ที่ใหก บั สมาชิกในครอบครัวอยา งไรบา ง
2. ครอบครวั หน่งึ มสี มาชิกท้งั หมด 5 คน และมีความชอบท่ตี า งกัน ดังนี้
พอ ชอบปลกู ตน ไม แมช อบทาํ อาหาร ลูกสาวคนท่ี 1 ชอบอา นหนังสือ ลูกชายคนที่ 2 ชอบ
เลนเกม และลกู ชายคนสดุ ทอ งชอบเลนกฬี า
ทานมวี ิธกี ารแบงหนา ทก่ี ารทาํ งานบา นใหก ับคนในครอบครัวนี้ไดอยางไร

2. งานเกษตร
งานเกษตร เปน การวเิ คราะหเกี่ยวกับการปลูกพืช และการเลย้ี งสัตว ตามกระบวนการผลิต

และการจดั การผลผลติ มกี ารใชเทคโนโลยเี พือ่ การเพ่มิ ผลผลติ ปลูกฝงความรบั ผดิ ชอบ การอนุรักษ
พลังงานและส่ิงแวดลอมเพื่อนําไปสูการสรางงานอาชีพท่ีเหมาะสมกับศักยภาพของตนและ
สอดคลอ งกบั ชมุ ชน สังคม

2.1 การปลกู พืช
การปลกู ผักสวนครัวปลอดสารเคมี
ผักเปนพืชที่เรานํามาประกอบเปนอาหารในชีวิตประจําวัน มีคุณคาทางอาหารที่เปน
ประโยชนตอรางกาย การปลูกผักสวนครัวปลอดสารเคมีเปนการปลูกผักโดยไมใชสารเคมี เชน

13

ปยุ เคมี และสารปองกันกาํ จดั ศัตรพู ชื แตใชป ยุ คอก ปุยหมักชวี ภาพ นํ้าสกัดชีวภาพ และสารสมุนไพร
ปองกันกําจัดแมลงมาใชใ นการปลกู ทาํ ใหป ลอดภัยกับผผู ลติ และผบู ริโภค

ความหมายของพชื ผกั สวนครวั
พืชผกั สวนครวั หมายถงึ พืชผักทีป่ ลกู ในพน้ื ทว่ี างในบริเวณบานหรือหนวยงาน อาจปลูก
ลงแปลงหรือในภาชนะตา ง ๆ เพ่ือใชบริโภคในครอบครัว หากมีจํานวนมากเหลือจากการบริโภค
ก็สามารถนําไปจําหนายได
การแบง ประเภทของพืชผักสวนครัว
1. ผกั กนิ ใบกินตน เชน คะนา ผักบงุ กะหล่ําปลี ผักกาดขาว
2. ผกั กินฝกกินผล เชน พรกิ มะเขือ ถว่ั ฝก ยาว ถั่วแขก ถวั่ พู
3. ผกั กินหัวกินราก เชน ผกั กาดหวั กระชาย ขม้ิน
4. ผักกนิ ยอด เชน ตาํ ลงึ ชะอม
5. ผักกนิ ดอก เชน กะหล่ําดอก ดอกแค ขจร
การคดั เลือกเมลด็ พันธุ มวี ธิ ีการคดั เลอื ก ดังน้ี
1. เปนเมล็ดทแ่ี กเ ต็มท่ี เก็บจากผลหรือฝก ทแ่ี กหรือสุกจัด มอี าหารสะสมในเมล็ดมาก
2. เปนเมล็ดที่สมบูรณ ไมม ีรอยแตก หักรา ว หรือลบี
3. เปนเมล็ดที่เกบ็ มาใหม ๆ ไมเ กบ็ ไวน านจนเกนิ ไป
4. เปน เมล็ดทส่ี ะอาดปราศจากโรคและแมลง
เครอ่ื งมือและอุปกรณในการปลูกผัก
เครือ่ งมอื และอุปกรณใ นการปลูกผัก เปนสิ่งท่ีชวยใหทํางานไดสะดวกและรวดเร็วย่ิงข้ึน
ไดง านทีม่ คี ุณภาพ ประหยดั เวลา แรงงาน และสงผลใหไดผลผลิตมากยิ่งขึ้น เชน เครื่องพรวนดิน
อุปกรณรดนา้ํ และเครือ่ งพนยา เปน ตน
หลกั การปลกู ผกั สวนครัวปลอดสารเคมี
1. ไมใชสารเคมีใด ๆ ในการปลูกผัก เชน ยาปองกันและกําจัดเช้ือรา ยาฆาแมลง ปุยเคมี
และยากาํ จดั วัชพชื
2. ใชวิธีการปองกนั และกําจัดศตั รูพืชโดยวิธีผสมผสาน
3. ใชปุยท่ีไดจากธรรมชาติ เชน ปุยคอก ปุยหมัก อินทรียวัตถุตาง ๆ บํารุงดินโดยใช
จุลินทรียเขา มาชวย
4. ใชปุยหมักชีวภาพ นํ้าสกัดชีวภาพ น้ําหมักสะเดา หรือสารสมุนไพรอยางสม่ําเสมอ
ทกุ 7-10 วัน ถามีแมลงศัตรูพืชมารบกวน พนสารสมุนไพรกําจัดแมลงใหบอยข้ึนเปนทุก 2-3 วัน
หรือทกุ วนั

14

5. ไมป ลอยใหท ด่ี ินวางเปลา ควรมีการปลกู พืชหมุนเวยี น
6. ใชพ ันธพุ ืชตา นทานโรค
7. เตรียมดินปลูกใหอ ุดมสมบูรณ จะทําใหพชื ผกั สมบรู ณแ ขง็ แรงตานทานโรค ใหผลผลิต
ทด่ี แี ละมคี ณุ ภาพ
8. ปลกู ผักผสมผสาน โดยปลกู สลบั หรอื คละกนั ในแปลงเดยี ว ปองกันการทาํ ลายของหนอน
และแมลง
9. ปลูกพืชใหเหมาะสมกับฤดกู าล
การเตรยี มดินปลกู ผกั
เลือกสถานท่ใี นการปลกู ผักสวนครัว ควรเปน สถานที่ที่ไมมนี าํ้ ทวมขัง ไดรับแสงแดดอยางนอย
วนั ละ 6 ช่ัวโมง ไมมสี ตั วเ ลยี้ งมารบกวน ใชจ อบหรอื มดี ดายหญา บริเวณท่จี ะปลูกแปลงควรมีขนาด
กวาง 1-1.5 เมตร ยาว 4 เมตร ขดุ ดินลกึ ประมาณ 30 เซนตเิ มตร ตากดิน ยอ ยดินเก็บวชั พชื ใสป ยุ คอก
ปุยหมกั จาํ นวน 1 ปบ ตอพ้ืนที่ 1 ตารางเมตร และปุยหมักชีวภาพ 1 กิโลกรัม คลุกเคลาใหเขากัน
คลุมดวยฟาง รดนํ้าสกัดชีวภาพ 1 ลติ ร ตอ นา้ํ 20 ลิตร ใหช ุม หมักทิง้ ไว 2-3 วนั
การปลูกผกั สวนครัว มีวิธกี ารปลกู ดังนี้
1. เพาะกลาแลวยายปลูก อาจเพาะในแปลงหรือในภาชนะจะชวยประหยัดคาเมล็ดพันธุ
เชน กะหล่าํ ปลี กะหล่ําดอก มะเขอื เทศ พรกิ ฯลฯ
2. หวานเมล็ดในแปลงปลูก เปนผักที่เมล็ดมีราคาไมแพง ปลูกงาย เชน คะนา ผักบุง
กวางตงุ ผกั กาดขาว ฯลฯ
3. ปลูกแบบหยอดหลุม เปนการปลกู ผกั ท่ีมีเมล็ดใหญ เชน ถว่ั พู ถวั่ ฟก ยาว ฟก ทอง ฯลฯ
การบํารุงรกั ษาผกั สวนครัว มวี ธิ ีการ ดังนี้
1. การรดนํา้ ควรรดนาํ้ อยางสมาํ่ เสมอเชาและเย็น ใหชุม ชน้ื พอเหมาะอยางใหนํ้าขงั แฉะ
2. ใสปุย ใชปยุ ท่ีไดจ ากธรรมชาติ เชน ปยุ คอก ปุยหมกั น้าํ สกดั ชวี ภาพ หรอื ปุยหมกั ชวี ภาพ
3. การปอ งกันกําจดั ศัตรพู ชื ใชว ธิ ีผสมผสานและใชส ารสมนุ ไพรกําจดั แมลงไมใ ชสารเคมี
การเก็บเกยี่ วผักสวนครวั
การเกบ็ เกย่ี วและระยะเวลาในการเกบ็ เกยี่ วของพชื ผกั แตละครง้ั จะแตกตางกนั ออกไปตามชนิด
ของผัก เชน แตงกวา อายุ 30-45 วัน หลังปลกู ผลออ นสเี ขยี วออนปนขาวไดข นาด ผกั บุง อายุ 25 วนั
ตนออ นสูง ประมาณ 30 เซนตเิ มตรขนึ้ ไป

15

ขอ ควรรู
ผักกินตนบางชนิดเมื่อโตเต็มท่ีแลว เหลือโคนตนท่ีมีใบติดไว 2-3 ใบ รดน้ํา ใหปุย ดูแล
รักษาตอไป จะมีตาขางหรือแขนงผักเกิดข้ึนมา สามารถเก็บมารับประทานไดอีก เชน คะนา
กะหลา่ํ ปลี ผกั บงุ
การเก็บผักท่ตี อ งถอนออกมาทงั้ ตน ควรรดนา้ํ ใหด ินช้ืนจะทาํ ใหถอนไดงา ย จัดเรียงเปน กอง
นําสวนรากไปลางน้ําเอาดินออก นํามาจัดเรียงใหโคนตนเสมอกัน ดึงในบริเวณโคนตนและ
ใบท่ีเนาเสียออก
การแปรรปู พชื ผักสวนครวั
ผักสวนครัวถามีปริมาณมากใชบริโภคในครัวเรือนไมหมดก็สามารถนําไปจําหนายหรือ
แปรรูปดวยวธิ ีการตา ง ๆ เชน การตากแหง เชน พริก หอม กระเทียม
การทําปยุ หมักชีวภาพ
ปุยหมักชีวภาพ ไดจากการหมกั อินทรยี วตั ถุกบั นํ้าสกัดชีวภาพ เปนการเพมิ่ จุลินทรียไปชวย
ยอยสลายอินทรยี วัตถทุ าํ ใหด ินมคี วามอดุ มสมบูรณย งิ่ ข้ึน
วิธีใชป ุยหมักชวี ภาพกบั ผักสวนครัว
1. ใสปยุ ลงไปในแปลงปลูกขณะเตรยี มดินอัตราสวน 1 กโิ ลกรมั ตอพน้ื ท่ี 1 ตารางเมตร
2. พืชผกั ท่ีมีอายเุ กือบ 2 เดือน เชน ถ่ัวฝกยาว แตง พริก มะเขือ ใชปุยชีวภาพรองกนหลุม
กอ นปลูก 1 กาํ มอื
3. หลงั จากปลกู ผักแลวใสป ยุ หมกั ชวี ภาพทุก 7-10 วัน และรดดวยนา้ํ สกัดชีวภาพ 1 ชอนโตะ
ตอน้าํ 5-10 ลิตร ทุก 5-7 วนั
4. ดินทีใ่ ชปุยหมักชีวภาพควรเปนดินที่มีสวนผสมของปุยหมัก ปุยคอก หรืออินทรียวัตถุ
เพอื่ เปนอาหารของจุลนิ ทรียต อ ไป
5. บริเวณแปลงปลูกผักควรมวี สั ดุคลุมแปลง เพื่อรักษาอุณหภูมิและความช้ืนใหเหมาะสม
กบั การเจริญเติบโตของจุลนิ ทรยี 
6. เพอื่ เปน การประหยดั ปุย หมกั ชวี ภาพ กอนนําไปใชควรนําไปคลุกเคลากับปุยหมัก หรือ
ปุย คอกในอตั ราสวนปยุ ชีวภาพ 1 สวน ตอ ปุย หมกั หรือปุย คอก 10 สวน
การจดั จําหนา ย
การตลาด ตองศกึ ษาความไดเ ปรียบเสยี เปรยี บของปจจัยตน ทนุ อายุของสินคา โควตา และ
สิทธิบัตรท่ีไดครอบครอง หรือแปรรูปกง่ึ อตุ สาหกรรมเพอ่ื ตอบสนองตลาดภายในประเทศ หากเกนิ
ความพอดสี ามารถวางแผนการตลาดสูต ลาดตา งประเทศได

16

กิจกรรม
ใหผ เู รียนวางแผนการปลูกผกั ลงในตารางดา นลาง

ข้นั ตอน วธิ กี ารปฏบิ ตั ิ

1. การเตรยี มการกอ นปลูก ............................................................................................................
2. การเตรียมอปุ กรณ ............................................................................................................
3. การเตรยี มดนิ ............................................................................................................
4. วิธีปลกู ............................................................................................................
5. การดแู ลรกั ษา ............................................................................................................
6. การเก็บเกย่ี ว ............................................................................................................

กิจกรรม
จงตอบคําถามตอ ไปน้ี
1. ผกั สวนครัวคอื อะไร
2. การปลกู พชื สวนครวั ปลอดสารเคมมี ีประโยชนอยางไร
3. วัสดอุ ปุ กรณในการทําปุย หมักชวี ภาพมอี ะไรบาง
4. อินทรยี วัตถุในทองถ่นิ ของผูเรยี น ทส่ี ามารถนาํ มาทาํ ปุย หมกั ชีวภาพมอี ะไรบาง
5. วิธีการปองกันและกําจดั แมลงสาํ หรับการปลกู ผักปลอดสารเคมมี ีวิธกี ารอยา งไรบาง

2.2 การเลยี้ งสัตว
การเล้ียงสัตวมีจุดประสงคที่สําคัญ คือ เพื่อเปนอาหารของประชากรภายในครอบครัว
หมูบานในประเทศ และเพื่อประชากรโลก ซึ่งอาหารที่ไดจากสัตว ไดแก อาหารประเภทเนื้อ นม
และไข อาหารประเภทเน้ือไดจาก โค กระบือ สุกร สัตวปก สัตวนํ้า จระเข อาหารประเภทนมได
จากโคนม แพะนม และควายนม เปนตน อาหารประเภทไขไดจากไขไก ไขเปด ฯลฯ นอกจากน้ี
การเลี้ยงสตั วย งั ใหประโยชนใ นดา นเครือ่ งนุง หม ยารักษาโรค เคร่ืองประดับและกอใหเกิดรายได
จากผลประกอบการจากอุตสาหกรรมการเลยี้ งสตั ว

สภาพปญ หาของการเล้ียงสตั ว
ปญ หาของการเล้ียงสัตวใ นประเทศไทยมมี ากทก่ี ําลงั รอการแกไข ซงึ่ เราสามารถแบง สภาพ
ปญ หาออกเปนหัวขอ ใหญ ๆ ได 5 ปญหา คือ

17

1. ปญ หาเรือ่ งคน ปญ หาของคนในภาคเกษตร คอื ผลิตไดแ ตข ายไมอ อก คนยังขาดความรู
เร่ืองการตลาด ขาดการชวยเหลือจากภาครัฐอยางจริงจัง ขาดความชวยเหลือเพ่ือต้ังกลุมซ่ึงจะทํา
อยางไรใหคนเกิดความเออ้ื เฟอ อาทรตอ เพอื่ นรวมอาชีพ

2. ปญ หาเร่ืองเงินทนุ หมายถึง เงินทุน เกษตรกรสวนใหญคิดได ทําไดและทําไดดีแตขาด
เงินทนุ ในการดําเนนิ กิจกรรมการเลยี้ งที่ตอ เนื่อง ทาํ ใหขาดรายไดห มนุ เวยี นในฟารม

3. ปญหาเรอ่ื งปจจัยการเลย้ี ง เร่ิมจากท่ีดนิ โรงเรยี น อปุ กรณก ารเลยี้ ง ธรรมชาตใิ นทอ งถิ่น
เปน ปญ หาทผ่ี เู ล้ยี งสัตว และหนวยงานภาครัฐตอ งรวมมือกันแกไ ข

4. ปญหาเร่ืองการจัดการฟารมเกษตรกรขาดความรู ความเขาใจเกยี่ วกับกระบวนการเลย้ี งสตั ว
ในเรื่องความสมดลุ ของการลงทนุ กบั ผลตอบแทนทคี่ ุม คาท่ีสุด รวมถึงการใชแรงงาน เงินทุน และ
ปจจยั การเลีย้ งไมเหมาะสมกอ ใหเ กิดปญ หาในดา นการจดั การฟารมในเวลาตอมา

5. ปญหาเร่ืองกิจกรรมดานการตลาด เกษตรกรในประเทศไทยปจจุบัน ประสบปญหานี้
เปนหลัก หลักการเลี้ยงสัตวท่ีดีควรคํานึงถึงปจจัยน้ีเปนปจจัยแรกในการที่จะตัดสินใจลงทุนใน
การเลย้ี งสตั ว

ชนดิ และประเภทของสัตวท ี่ควรเลย้ี ง
สัตวเลยี้ งที่สําคญั ทางเศรษฐกจิ แบง ออกตามชนิดและประเภทได ดงั น้ี
1. สตั วใหญ ไดแ ก
โค หรือวัว แบงออกเปน 3 ประเภท คือ โคนม เลี้ยงเพอ่ื ตอ งการนํา้ นมเปน หลัก โคเนื้อเลย้ี ง
เพื่อตอ งการเนื้อเปนหลกั โคกึง่ เน้ือก่งึ นมเลี้ยงไวเ พอ่ื ตอ งการทั้งเนื้อและนม
กระบอื หรอื ควาย แบง ออกเปน 2 ประเภทใหญ คือ กระบอื ปลกั เล้ียงเพื่อใชง านและใหเ นอื้
กระบือแมน ้ํา (กระบือนม) เลี้ยงไวเ พ่ือตองการนาํ้ นม
2. สตั วเ ล็ก ไดแก

- สกุ ร แบงออกเปน 2 ประเภท คือ สุกรเน้ือ ไดแก สุกรท่ีนําเขาจากตางประเทศ
เมือ่ ปรบั ปรุงพันธแุ ลวจะใหเ นอื้ เปน หลัก สุกรนํา้ ไดแ ก สกุ รพืน้ เมอื งในประเทศ สุกรประเภทนีเ้ ลยี้ ง
งายใหเ น้อื นอยมีมนั มาก

- แพะ แบง ออกไดเ ปน 2 ประเภท คอื แพะนมเลยี้ งไวเ พอื่ ใหนมเปน หลัก แพะเนื้อ
ใหเนอื้ เปนหลกั เล้ยี งงายโตเรว็

- แกะ เล้ียงเพ่ือใหขนเปน หลกั มากกวาเน้ือ
3. สตั วป ก ไดแก

- ไก แบงออกเปน 3 ประเภท ไดแก ไกเน้อื ไกไข ไกสวยงาม
- เปด ไดแก เปด เนือ้ เปด ไข

18

4. สัตวน า้ํ ไดแก
- ปลาทะเล
- ปลานาํ้ จดื
- ปลาสวยงาม
- ปลานาํ้ กรอ ย
- สัตวคร่ึงบกครงึ่ นํา้

การเลอื กสถานท่ีเลยี้ งสตั ว
เม่ือตองการเล้ยี งสัตว สงิ่ ทต่ี องคํานงึ เปน อันดับแรกคอื สถานทส่ี ําหรบั เลย้ี ง ยอมตองการสถานที่
อันจาํ เพาะและเหมาะสมกับตวั ของเขาเองตามหลกั ธรรมชาติ ชนดิ ของสัตว ภูมิอากาศ รวมถึงความเหมาะสม
ของสตั วชนดิ น้นั ๆ และยังตองคํานึงถงึ เปาหมายของการเลีย้ งวาจะเล้ยี งสตั วเ พือ่ อะไร เพอ่ื นันทนาการ
เพื่อการคาหรืออื่น ๆ เมื่อทราบความตองการเปนเบ้ืองตนแลว จึงควรพิจารณาสถานที่เล้ียงสัตว
ซง่ึ จะมีขอ พจิ ารณาสถานที่เล้ยี งสตั ว ดังน้ี
ขนาดและสดั สวนรา งกายสัตวท จ่ี ะเลยี้ ง
- พืน้ ทีต่ ั้งฟารม ทเ่ี หมาะสมตามประเภทของสตั วนน้ั ๆ
- ประเภทของโรงเรอื น
- ขนาดของโรงเรือนเลย้ี งสตั ว และการตอเติมในอนาคต
- มีแหลง นํา้ พอเพยี ง
- การคมนาคมสะดวก
- สภาพภมู ิอากาศเหมาะสมกบั ชนิดและประเภทของสัตว
การคัดเลอื กพันธุ
ลกั ษณะพนั ธสุ ตั ว
1. สัตวพนั ทาง คือ สตั วท่ผี สมพนั ธโุ ดยธรรมชาติ ไมมีการคดั เลือกสายพนั ธทุ าํ ใหสตั วเลี้ยง
ดอยคุณภาพทางดานผลผลิต สีสัน รูปราง และไมสามารถประมาณการผลผลิตที่คาดวาจะไดรับ
แนนอนได
2. สัตวพันธุแท คือ สัตวท่ีไดรับการคัดเลือกแลวเม่ือมีการผสมพันธุสัตว ลูกท่ีไดจะมี
ลกั ษณะเหมอื นพอแมท้ังรูปราง สีสัน นาํ้ หนกั เม่ือโตเต็มที่ ทัง้ ไดร บั การยอมรับจากสมาคมผูเลี้ยงสัตว
และสามารถประมาณการการใหผ ลผลิตได
การปองกันและดแู ลรักษาโรคสตั ว
นักเล้ียงสัตวท่ีดีควรคาํ นึงถึงการปองกันรักษาสุขภาพของสัตวเปนอันดับตน ซึ่งเปนวิธี
ทีป่ ระหยดั ทง้ั เงนิ และคา รักษาโรค

19

โรคสัตว มี 2 สาเหตใุ หญ คือ
1. โรคท่เี กดิ จากเชื้อโรค เชน แทง ตดิ ตอ วณั โรค ปากและเทาเปอ ย หวัดไก ฯลฯ
2. โรคที่ไมเกดิ จากเชื้อโรค เชน โรคกระเพาะและลําไส บาดแผลหรอื ของมคี มบาด เปนตน
การถนอมอาหารและการแปรรูป
การถนอมอาหารเปน การเก็บรักษาอาหารทีเ่ หลือเพ่ือใชบริโภคในมื้อตอไป โดยใหคุณคา
ของอาหารสญู เสียนอ ยทสี่ ุด การถนอมอาหารวิธงี าย ๆ มดี งั นี้
1. การทาํ ใหแหง เนือ้ สัตวบกและสัตวน้ํา มีการทําแหงเชนเดียวกัน เม่ือมีเน้ือสดหรือปลา
สดเหลอื มาก ใหนําเนือ้ หรอื ปลามาทําใหเปน ชนิ้ บาง ๆ ตามความพอใจ นาํ มาคลุกเกลือเพ่ือปองกัน
การเนาเสีย วางแผบ นตะแกรงหรอื กระจาด แลวนําไปผึ่งแดดจนแหงในระหวางตากควรกลับชิ้นเน้ือ
ใหทกุ สวนไดร ับความรอ นโดยทว่ั ถงึ เมื่อแหงแลวนาํ มาเกบ็ โดยการผึ่งกระจาดในทไ่ี มอบั ชืน้ เพราะ
จะทําใหมีกลนิ่ เหมน็ เราเรียกวา เนือ้ เค็มหรอื ปลาเคม็ ระยะเวลาการเกบ็ รกั ษาจะมากหรือนอยขึ้นอยูกับ
ความเคม็ และความแหงของเนือ้ ถา แหง มากจะเกบ็ ไวไดน านระหวา งการเกบ็ ควรนาํ ออกผ่งึ แดดบาง
เพือ่ ใหอาหารเกบ็ ไวไดนานขนึ้
2. การหมักเกลือ การถนอมผลิตผลการเกษตร อาจจะใชเกลือเปนตัวชวยในการรักษาไมใ ห
เนาเสยี ทางดานเนอื้ สัตว จะเนา เสียไดง า ย ควรนาํ เนอ้ื มาห่นั เปนชนิ้ บาง ๆ นําไปหมกั กบั เกลือ เกลือ
จะเปน ตวั รกั ษาไมใ หอ าหารเนา โดยการดูดน้ําในเน้อื ออกมาแลวสงความเค็มเขา ไปแทนท่ี การหมัก
เกลือถานาํ เนอ้ื ไปตากใหแ หงจะทําใหเ น้อื เก็บไดน าน
การถนอมอาหารประเภทเน้ือมีวิธีการทําหลายอยาง ตามลักษณะของเน้ือสัตวแตละชนิด
ผเู รยี นควรศกึ ษาเพ่ิมเติมจากตําราถนอมอาหาร ศึกษาในหวั ขอ ที่นา สนใจ บางคร้ังอาจจะเปนอาชีพ
เสริมสรางรายไดแกค รอบครัวได
การจดั การผลผลติ และการจดั จําหนา ย
การจัดการผลผลิตทางดา นสตั ว ความไดเ ปรียบหรอื เสยี เปรียบข้ึนอยูกับราคาในตลาดและ
ตนทุนในการยดื อายกุ ารขายเพอื่ รอราคาใหส ูงข้ึน เพ่อื ระบายสินคาออกสตู ลาด
ตลาดการคา สัตว แบงออกเปน 2 ระบบ
ระบบตลาดภายในประเทศไดแก พอคา คนกลางโรงงานแปรรปู ตลาดรวบรวมผลผลติ ขนาดใหญ
กลุมคนเหลานี้จะรวบรวมผลผลิตจากผูเล้ียงสัตวเพื่อท่ีจะไดกระจายไปตามแหลงรับซื้อทั่วไป
ภายในประเทศ โดยการขายสัตวเปน หรอื แปรรูปไปสผู ูบริโภคปลายทาง
ตลาดตางประเทศ เมอ่ื ความตอ งการภายในประเทศลดนอยลง เนื่องจากเกินความพอดีเราสามารถ
สง ออกผลิตภณั ฑจากสตั วออกนอกประเทศได ปจจบุ นั มีการคา และการลงทุนเพ่อื การสงออกหลาย
รปู แบบ

20

ลกั ษณะการจัดจําหนายสัตวเ ล้ียงหรอื ผลิตภัณฑ
- การคา ขายลูกสตั ว เชน ลูกสุกร ลูกปลา เพื่อนาํ ไปเล้ยี ง เปน ตน
- การคา ขายสัตวใ หญ เพื่อนําไปเปนอาหารหรอื วตั ถปุ ระสงคอ่นื
- การคาขายสัตวพ อพนั ธุ แมพนั ธุ เพอ่ื ใชท าํ พนั ธุ
- การคา ขายซากสตั วชาํ แหละ เปน การบริการในทองถ่นิ
- การคาขายผลติ ภณั ฑจากสัตว เชน นม ไข หนงั เขา ฯลฯ
- การทํากจิ การโรงงานทเ่ี กีย่ วของกับสตั ว เชน โรงงานผลติ ภัณฑอาหารสัตว โรงฟอกหนัง
โรงงานแปรรูปเนือ้ เปน ตน
กจิ กรรม
ใหผูเรียนคิดวิธีที่จะใชพลังงานจากธรรมชาติ มาประกอบการเล้ียงสัตวใหมากท่ีสุดโดย
ไมทําลายส่งิ แวดลอ มมาคนละ 1 เรื่อง พรอ มอภิปรายในกลมุ
3. งานชา ง
งานชาง เปนการวิเคราะหเกี่ยวกบั การทาํ งานตามกระบวนการของงานชาง ซง่ึ ประกอบดว ย
การบาํ รุงรักษา การติดตั้งและประกอบ การซอม และการผลิต เพื่อจะนาํ ไปสูการสรางงานอาชีพ
ท่เี หมาะสมกบั ศักยภาพของตนและสอดคลองกบั ชมุ ชน สงั คม
3.1 การติดต้ังและการประกอบ
เครือ่ งมอื เครื่องใชห ลาย ๆ ชนิด กอนนําไปใชงานตอ งนาํ ชน้ิ สวนแตละช้ินมาประกอบกัน
ใหเปน เคร่ืองมือเคร่ืองใชเคร่ืองน้ัน ๆ แมกระทั่งเคร่ืองใชในบานที่เรียกวา เฟอรนิเจอรแบบถอด
ประกอบ การประกอบตองทาํ ตามลําดับขนั้ ดังนี้
1. อา นแบบหรือผังท่ีติดมากับชุดอุปกรณ โดยทั่วไปเครื่องมือเครื่องใชท่ีโรงงานผลิตมา
จําหนายมักมีรูปแบบ ผัง การติดต้ัง การประกอบ คุณลักษณะของเครื่อง การใชงาน การรักษา
ตลอดถงึ ขอควรระวงั ความปลอดภยั ในการใชท่ีอาจจะเกดิ แกผูใช และความปลอดภัยตอเครื่องมือ
ใหอายุการใชงานนานขน้ึ และความปลอดภัยในการเก็บรักษา เปนตน เคร่ืองมือเครื่องใชบางชิ้น
ตองนาํ ชน้ิ สวนมาปรับแตงใหเหมาะสมแลวนําแตละช้ินมาประกอบกัน แบบหรือผังอาจจะเขียน
คลายของจริง ยอขนาดหรือขนาดเทาของจริง ถาขนาดเทาของจริงใหนําช้ินสวนเหลานั้นทาบลง
กับแบบ เพื่อตรวจสอบวาอุปกรณชิ้นนั้นเปนช้ินเดียวกับแบบ ถาแบบผังมีขนาดเล็กกวาของจริง
ใหเทียบเคียงกันวารูปรางเหมือนกันหรือไม มีสวนโคง เวา หยัก นูน กี่แหง อยางไร การติดต้ัง
การประกอบตองใชช้ินไหนเปนหลัก ชิ้นรองประกอบอยางไร เรียงตามลําดับกอนหลัง อาจมี
หมายเลขกาํ กบั ตําแหนงที่ตอเชื่อม อาจจะใชตะปูควง น็อต สกรู หรือล่ิมเสียบขัดกันเทานั้น หรือ
อาจตองใชกาว ใชต ะกว่ั บดั กรี

21

2. ตรวจสอบจาํ นวนชนิ้ สวนกบั แบบใหถูกตอง กอนประกอบช้ินสวนใหตรวจนับกอนวา
ชิน้ สวนของเครอื่ งน้นั ๆ มีจํานวนก่ีชิ้น ถูกตองตรงตามแบบที่แนบมากับเคร่ืองหรือไม เครื่องมือ
เครื่องใชบ างชนิดบางประเภทอาจมหี ลายรุน แตละรุนคลายคลึงกัน อาจแตกตางเฉพาะขนาดหรือ
อปุ กรณบางชน้ิ แบบทุกรุนใชอันเดียวกัน แตจะกําหนดในหมายเหตุเฉพาะแตละรุนไว รุนน้ัน ๆ
ประกอบอุปกรณก่ีช้ิน ช้ินใดไมมีในรุนนั้น สภาพของชิ้นสวนชํารุดหรือไม หากชํารุดแตกหัก
ไมควรนํามาประกอบใช

3. อา นทําความเขาใจขั้นตอนการประกอบ ขนั้ ตอนการประกอบจะกําหนดไวในแบบเปน
ช้ินสวนหลักและชิ้นสวนชิ้นตอ ๆ ไปตามลําดับ 1 2 3 ช้ินสวนหลักวางอยางไร หงาย ควํ่า เอียง
นอน ยนื ช้นิ สว นชิน้ ที่ 1 ประกอบทางดา นไหน บน ลา ง ซา ย หรือขวา ช้นิ สว นชิน้ ตอ ๆ ไป วางตอ
จากชนิ้ ไหนอยางไร

4. ลงมอื ประกอบตามลําดับขั้นตอนท่ีกําหนด นําช้ินสวนที่เปนหลักวางในตําแหนงและ
ทศิ ทางที่เหมาะสม อาจตองใชอุปกรณหรือเคร่ืองมืออื่นจับ ยึด หรือตองมีคนชวยจับ นําชิ้นสวน
ลําดับที่ 1 2 3 4 และ 5 ตามลําดับมาประกอบตามลําดับ ตามแบบกําหนด หามนําชิ้นสวนอ่ืนมา
ประกอบกันกอนโดยปฏิบัตินอกเหนือไปจากแบบอาจจะทําใหประกอบยาก และทําใหช้ินสวน
เสยี หาย

5. ประกอบใหค รบทุกช้นิ กอนลงมอื ทดลองใช ประกอบชน้ิ สว นใหค รบทกุ ชน้ิ กอ นทดลองใช
บางครงั้ ผูป ระกอบอยากลองท้ังท่ีประกอบช้ินสวนไดเพียงบางช้ิน อยากจะทดสอบทีละข้ัน ๆ ใน
ระหวางประกอบ เน่ืองจากชิ้นสวนตองใชยึดโยงซึ่งกันและกันหากประกอบยังไมสมบูรณหาก
ทดลองจะทําใหเกดิ การแตกหกั ชาํ รดุ ได ดังนัน้ ตอ งประกอบทกุ ชิ้นสวนใหครบถวนตามแบบกอน
แลว จึงทาํ การทดสอบ

6. ชิ้นสวนชิ้นใดประกอบยากอยาฝน ใหคอย ๆ พิจารณา การประกอบชิ้นสวนอาจจะ
พจิ ารณารปู แบบไมช ดั เจนหรอื แบบผงั ทใ่ี หมาไมชดั เจน ในสว นทซ่ี อนหรอื ทบั กัน หรือบางจุดตอง
ใชภ าพขยายยงุ ยากอานแบบไมเขา ใจ หรือมองอยางผวิ เผนิ ใชค วามเคยชินตดั สินใจประกอบ อาจจะ
ขัดกันตองพยายามฝน กดผลกั จนประกอบได อาจจะทาํ ใหชนิ้ สว นนัน้ โคง งอ และหักในที่สุด หาก
รูส ึกวาการประกอบชิ้นสวนนั้นไมสะดวกยุงยากใหกลับไปพิจารณาแบบผังใหมอีกครั้ง ช้ินสวน
ถูกตองตามแบบรุนจริงหรอื ไม
กิจกรรม

ใหประกอบโตะอาหาร จํานวน 1 ตวั ตามแบบ
วัสดุอปุ กรณ
1. พน้ื โตะขนาด 100 x 20 x 10 เซนตเิ มตร สาํ เร็จรปู จํานวน 1 ชิ้น
2. ขาโตะ ไมแ ทงสี่เหลย่ี มยาว 1.2 เมตร จาํ นวน 4 ทอน
3. น็อตพรอมแหวนรอง จํานวน 4 ชุด

22

เครือ่ งมือ
กญุ แจเลือ่ น กุญแจลอ็ ก และคมี ปากแบนขนาดใหญ
ขนั้ ตอนการประกอบ
1. เตรียมเครื่องมือและวสั ดใุ หพรอม
2. วางพื้นโตะ บนพืน้ หรือบนโตะทํางาน หงาย พน้ื โตะ (งาน) ขน้ึ
3. นาํ ขาโตะหมายเลข 1 วางบนพน้ื ใหสกรูท่ีตดิ กับขาโตะเสียบในชอ งหมายเลขที่ 1 บนพน้ื โตะ
4. ใสนอ็ ตเขา กบั สกรู หมุนน็อตจนแนน
5. ปฏบิ ตั ขิ น้ั ท่ี 3 และ 4 กบั ขาโตะ หมายเลข 2
6. ปฏิบตั ิขนั้ ที่ 3 และ 4 กับขาโตะ หมายเลข 3
7. ปฏบิ ัติขัน้ ท่ี 3 และ 4 กบั ขาโตะ หมายเลข 4
8. จับโตะท่ีประกอบเสร็จแลววางกับพ้ืน ใชมือสองขางผลักดู แข็งแรงหรือไม หากโอน
เอนใหปรับหมุนน็อตใหแ นนข้ึน
3.2 การบํารงุ รักษา
เครื่องมือเครื่องใช เมื่อใชไปนานมักสึกหรอ สภาพชํารุด คลาดเคลื่อนจากสภาพเดิม
ฝุนละอองเกาะสกปรก ตอ งดแู ลรกั ษา ปรบั แตง ทาํ ความสะอาด ดงั นี้
1. การปรบั แตงเครื่องมอื เครื่องใช เครือ่ งมอื เครื่องใชท ่ปี ระกอบขนึ้ จากชิ้นสว นหลาย ๆ ช้ิน
โดยการใชก ารเช่อื มยดึ น็อต สกรู หรือวิธอี ่ืนใด เมอื่ ใชง านไปนาน จากการส่นั สะเทอื น จากการเคลอื่ นยาย
หรืออบุ ัติเหตุ ตําแหนงเชอื่ มตอระหวา งชน้ิ สว นอาจจะเคล่ือนจากที่เดมิ ตอ งรบี แกไขปรับแตง ใหอยู
ในสภาพปกติกอนใชงานตอ ไป หากคิดวาไมเปนไร ชํารุดเล็กนอย ยังใชการไดไมเปนไร หากใช
ตอ ไปอาจจะเกิดอนั ตรายกับผใู ชและอาจจะเกิดความเสียหายตอเครื่องมอื ไดด ว ย
2. การทาํ ความสะอาดประจําวนั /สัปดาห/ เดอื น/ ป เคร่ืองมือเครอื่ งใชท ุกชน้ิ กอนนําไปใชงาน
ตอ งตรวจสภาพใหพ รอมกอนและหลังการใชงานแลวกอนเก็บเขาตูหรือที่เก็บใหทําความสะอาด
เสยี กอ นเปน การทาํ ความสะอาดประจาํ วนั เครอื่ งมือเคร่ืองใชบ างชนิดอาจมเี ศษวัสดุขยะจากการทาํ งาน
เขาไปติดสะสมภายในเครื่อง ไมสามารถทําความสะอาดอยางงาย ๆ ได ควรมีวันหยุดพักเคร่ือง
ทําความสะอาดประจําสปั ดาห หรือประจําเดือน หรือประจาํ ป แลว แตช นิดของเครื่องมือน้นั ๆ
3. ปรบั เปล่ียนอะไหลตามอายุการใชงาน เครื่องมือเคร่ืองใชทุกชิ้นใชไปนาน ๆ ชิ้นสวน
โดยเฉพาะที่มกี ารเคลอื่ นไหวจะสกึ หรองา ย เชน เครือ่ งมอื ประเภทเครอื่ งกลเครอ่ื งไฟฟา เมอ่ื ใชงาน
ระยะหนึ่งจะตองปรบั เปลี่ยนชนิ้ สวนใหมต ามทีค่ มู ือของเครื่องน้ัน ๆ กําหนด เชน การเปลยี่ นแหวน
เปลย่ี นบูต กระเดื่อง คันกระแทก นํา้ มันเคร่อื ง นํ้ามนั หลอลนื่ จาระบี เปนตน
4. นาํ ไปใหศ ูนยบ ริการตรวจสภาพตามกําหนด เครือ่ งมือเคร่ืองใชบางชนิด ใชเทคโนโลยี
คอ นขางสงู โดยตองใชเครื่องมอื เครื่องวดั พเิ ศษเฉพาะ ผใู ชง านไมสามารถซอ มบํารงุ ไดเอง ตองนาํ ไป

23

ใหศนู ยบริการชวยตรวจสอบ ปรบั แตงใหเ ทา น้นั ซึง่ คูมอื ท่มี ากับเครื่องจะระบุไววา ใชงานไปเปน
ระยะเวลานานเทาไร ควรนําไปบริการตรวจสภาพ ผูใชตองปฏิบัติตามคูมือเพื่อยืดอายุการใชงาน
ของเครื่องมอื เครื่องใช

5. การขัดของบางลักษณะตองใหชางซอมเทาน้ัน หามซอมเอง เคร่ืองมือบางชนิด เชน
เคร่อื งไฟฟา เครอ่ื งกล ผใู ชไมสามารถซอมเองได เพราะบริษัทผูผลิตสงวนไวสําหรับผูผลิต ผูแทน
จาํ หนายเทานน้ั หากผูใชแ กไขเองอาจจะทําใหช าํ รดุ เสียหายมากขึ้น
กจิ กรรม

ใหนาํ รถจักรยานยนตไปตรวจสภาพตามที่กาํ หนดแลว บันทึกการซอมบํารุงมาดวย

3.3 การซอ ม
เคร่ืองมอื เคร่ืองใช หากรูส ึกวาใชงานไมคลอง ติดขัดไมสะดวกสบาย หรือมีความรูสึกวา
ไมป ลอดภัยควรดําเนินการตรวจซอมกอนนาํ ไปใช ดงั น้ี
1. ศกึ ษาใหรจู กั คณุ ลกั ษณะของเครอ่ื งมือเคร่อื งใช เคร่ืองมอื เครอ่ื งใชทกุ ชนดิ ทีว่ างจําหนา ย
ในทอ งตลาด ในชดุ หรอื กลองบรรจจุ ะมีตัวเครอื่ งมอื เครอ่ื งใช ยังมีคูมือและใบรบั ประกนั ติดมาดว ย
ใหอ านรายละเอียดคูมอื ซ่งึ จะประกอบดวยคุณลกั ษณะของเคร่อื งมอื นน้ั การใชง าน การบํารงุ รักษา
ขอควรระวัง และอื่น ๆ เฉพาะคุณลักษณะของเครื่อง ประกอบดวย นํ้าหนัก ขนาดกวาง ยาว สูง
วัสดุที่ใชถาเปนเครื่องกลเคร่ืองไฟฟา จะบอกขนาดกําลัง แรงมา ความสามารถในการทํางาน
ยาวนานเทาใดควรพักหรือใชไดตลอดเวลา เปนตน หากเกิดการชํารุดดวยอาการหน่ึงอาการใด
มกั จะบอกข้ันตอนการตรวจสอบและตรวจซอ มเบ้อื งตนไวในคูม ือ ใหล องทาํ ตามขั้นตอนท่ีระบุใน
คูมือนน้ั
2. ตรวจสภาพภายนอก กอนถอดชนิ้ สว นใด ใหต รวจสอบภายนอกกอนวาสภาพภายนอก
เปนอยางไร แตกหักหรือไม ยุบ บุบสลาย อาจทําใหกระทบตอชิ้นสวนภายในได แตถาสภาพ
ภายนอกปกตแิ สดงวาการขัดของเกิดจากสภาพการใชงาน จึงตองถอดชิ้นสวนประกอบภายนอก
ออก แลว คน หาชน้ิ สวนท่ชี าํ รดุ เสยี หายตอ ไป
3. ถอดช้ินสวนประกอบออกตรวจสอบ ชิ้นสวนภายนอกที่ประกอบเปนตัวเครื่อง อาจ
ประกอบดว ยชิ้นสวนหลาย ๆ ชิ้น ตองนาํ คมู ือ ผงั การประกอบเคร่อื งมาพจิ ารณาในการถอดช้ินสว น
ดวย ใหถอดยอนถอยจากลําดับสุดทายไปหาลําดับที่ 1 โดยใชไขควงหรือคีม หรือกุญแจเลื่อน
แลว แตกรณี บางชนดิ อาจใชเ ปนเข้ียวหรือเดือยเกาะเก่ียวกัน อาจใชมือกดสวนหน่ึง ดันสวนหน่ึง
แลวปลดออก การถอดบตู สลกั บางช้นิ อาจตอ งใชเ คร่ืองมือประเภทเครื่องดูด
4. หากเหน็ วา ชิ้นสวนใดสึกหรอตองเปลี่ยนใหม ชน้ิ สวนทเ่ี กย่ี วของกับการหมนุ การกระแทก
การเคล่ือนท่ี ชิน้ สวนที่ทําใหเกิดการเคลื่อนไหวใชไ ปนานวนั จะเกดิ การสึกหรอ เม่ือถอดชิ้นสว นมา
ดแู ลว เห็นวา สึกหรอควรเปลีย่ นใหม

24

5. ประกอบใหอยูในสภาพปกติ เม่ือเปลี่ยนอะไหลใหมทุกช้ินแลวใหตรวจความเรียบรอย
ใสอ ะไหลใ หมเ ขา ไปในสภาพเดมิ หรือไม หากปกติแลว ใหประกอบชน้ิ สว นอืน่ ใหเ ปน ตัวเคร่ืองเขา
ปกติตามขนั้ ตอนการประกอบเครอ่ื ง จากประสบการณท่ีถอดหรอื ดูจากคมู อื ประกอบ

6. ทดสอบขั้นตน เม่ือประกอบเครื่องเสร็จแลวใหทดลองเครื่องกอนนําไปใชงานจริง
ถาเปนเครือ่ งประเภทไฟฟา ใหก ดสวิตชแลวสงั เกตวามีสิ่งผิดปกติหรือไม กลิ่นเหม็นไหม เคร่ืองรอน
ผดิ ปกติ หากผิดปกตเิ พยี งนิดหนอยควรปดสวิตชท นั ทีแลว ตรวจสอบใหม ถาประเภทเคร่ืองยนตให
ตดิ เครื่องยนตเดินเปลาระยะหนงึ่ กอน

7. ทดลองใชงานจริงระยะหนึ่ง หลังจากทดลองเครื่องจนใชไดจริงแลว ใหใชดวยความ
ระมัดระวัง คอยสังเกตอาการเปลย่ี นแปลงท่อี าจเกดิ ข้นึ ในระหวางการใชง าน หากมีเสยี ง อาการส่ัน
รอนจัดผิดปกติ ใหห ยุดพักการทํางานไวกอ น แลวทาํ การตรวจสอบตามกระบวนการตรวจสอบแลว
จงึ นาํ ไปใชง านตอไป

8. นาํ ไปใชงานจริง เมื่อเครือ่ งท่ซี อ มแซมใชง านไดตามปกตแิ ลว จึงนาํ ไปใชง านจรงิ
กิจกรรม

ใหซ อมเครือ่ งใชใ นบานหนึง่ ชิ้น แลว บันทกึ ข้นั ตอนการซอมไวด วย
4. งานประดษิ ฐ

งานประดษิ ฐ เปน การวเิ คราะหเก่ียวกับการทํางานดานการประดิษฐส่ิงของเครื่องใชท่ีเนน
ความคิดสรางสรรค โดยเนน ความประณตี สวยงาม ตามกระบวนการงานประดิษฐและเทคโนโลยี
และเนนการอนุรักษและสืบสานศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ตามภูมิปญญา
ทอ งถน่ิ และสากลเพ่อื นําไปสูการสรางงานอาชีพท่เี หมาะสมกับศักยภาพของตนเองและสอดคลอง
กบั ชมุ ชน สงั คม

ความหมายของงานประดษิ ฐ
ประดิษฐ แปลวา คิดทําข้ึน งานประดิษฐจึงหมายถึงการนําเอาวัสดุตาง ๆ มาทําเปน
ผลิตภัณฑใหม เพ่อื ประโยชนใ ชส อยดานตา ง ๆ เชน เปนของเลน ของใช หรือเพือ่ ความสวยงาม
ประโยชนข องงานประดษิ ฐ มดี งั นี้
1. เปนการใชเ วลาวางใหเกิดประโยชน
2. มีความภาคภูมิใจในผลงานของตน
3. มีรายไดจ ากผลงาน
4. มีความคิดริเร่ิมสรางสรรคผลงานใหม ๆ
5. เปนการฝก ใหรจู ักสังเกตสง่ิ รอบ ๆ ตัว และนาํ มาใชใหเกิดประโยชน

25

ลกั ษณะของงานประดษิ ฐ แบง เปน 2 ประเภท คือ
1. งานประดิษฐท่ัวไปเปนงานท่ีบุคคลสรางขึ้นมาจากความคิดของตนเองโดยอาศัย
การเรียนรูจากสิง่ รอบ ๆ ตัว นํามาดัดแปลงหรือเรียนรูจากตํารา เชน การประดิษฐของใชจากเศษ
วัสดุ การประดษิ ฐดอกไม
2. งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยเปนงานที่ไดรับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษใน
ครอบครัวหรือในทองถิ่น หรือทําข้ึนเพ่ือใชในงาน หรือเทศกาลเฉพาะอยาง เชน มาลัย บายศรี
งานแกะสลัก

ประเภทของงานประดษิ ฐ งานประดิษฐตาง ๆ สามารถเลือกทําไดตามความตองการและ
ประโยชนใชสอย ซง่ึ อาจแบงประเภทของงานประดิษฐตามโอกาสใชสอย ดงั นี้

1. ประเภทท่ีใชเปนของเลน เปนของเลนที่ผูใหญในครอบครัวทําใหลูกหลานเลน เพ่ือ
ความเพลดิ เพลนิ เชน งานปน ดินเปนสัตว ส่งิ ของ งานจักสานใบลานเปน โมบาย งานพับกระดาษ

2. ประเภทของใช ทาํ ขน้ึ เพอ่ื เปนของใชในชีวิตประจําวัน การสานกระบุง ตะกรา การทํา
เครื่องใชจ ากดินเผา จากผาและเศษวัสดุ

3. ประเภทงานตกแตง ใชตกแตงสถานท่ี บานเรือนใหสวยงาม เชน งานแกะสลักไม
การทํากรอบรปู ดอกไมป ระดษิ ฐ

4. ประเภทเคร่ืองใชในงานพิธี ประดิษฐขนึ้ เพ่ือใชใ นงานเทศกาล หรือประเพณีตาง ๆ เชน
การทํากระทงลอย ทําพานพุม มาลยั บายศรี

วัสดแุ ละอปุ กรณทใ่ี ชในงานประดิษฐ
การเลือกใชวสั ดอุ ปุ กรณใ นการประดิษฐช ้ินงาน ตอ งเลอื กใหเหมาะสมจงึ จะไดงานออกมา
มีคุณภาพสวยงาม รวมท้ังตองดูแลรักษาอุปกรณเคร่ืองใชเหลานี้ใหอยูในสภาพท่ีใชงานได
ตลอดเวลา
1. วัสดแุ ละอุปกรณใ นงานประดิษฐ แบง ออกเปน ประเภทตาง ๆ ดังนี้
ประเภทของเลน
- วสั ดทุ ี่ใช เชน กระดาษ ใบลาน ผา เชอื ก พลาสตกิ กระปอ ง
- อุปกรณท ่ีใช เชน กรรไกร เข็ม ดา ย กาว มีด ตะปู คอน แปรงทาสี
ประเภทของใช
- วัสดุท่ีใช เชน กระดาษ ไม โลหะ ดิน ผา
- อปุ กรณทีใ่ ช เชน เลอื่ ย สี จกั รเยบ็ ผา กรรไกร
ประเภทของตกแตง
- วสั ดทุ ใ่ี ช เชน เปลือกหอย ผา กระจก กระดาษ ดินเผา
- อุปกรณท ่ใี ช เชน เขม็ เย็บผา เข็มรอยมาลัย คีม คอน เข็มหมดุ

26

2. การเลอื กใชแ ละการบํารงุ รกั ษาอุปกรณ มีหลักการดังนี้
1. ควรเลือกใชใ หถ ูกประเภทของวัสดแุ ละอปุ กรณ
2. ควรศึกษาวิธกี ารใชก อนลงมอื ใช
3. เมอ่ื ใชแลวเกบ็ ไวใหเ ปนระเบียบเรียบรอย
4. ซอ มแซมเครอื่ งมอื ท่ีชํารุดใหพ รอ มใชเ สมอ
การประดษิ ฐชนิ้ งาน
ขั้นตอนในการปน
1. กาํ หนดโครงสรา ง รูปรางของชน้ิ งาน ตามลักษณะสดั สวนของช้ินงาน การยอ สวน ขยายสว น
2. ศึกษาลักษณะธรรมชาติของชิ้นงานที่ตองการปน เชน ตัวสัตวตาง ๆ ศึกษารูปทรง
ภายนอก ภายในรายละเอียดตาง ๆ เชน ลําตวั หัว หู หาง ฯลฯ ในการเลยี นแบบใหเหมือนจริง หรือเปน
รปู รา งทแ่ี ตกตางไปจากความเปนจริง รูปรางตลกขบขนั
วัสดอุ ปุ กรณท ใี่ ชใ นการปน
1. แปงหรือดนิ สําหรบั ปน
2. กาวลาเทก ซ กาวไฟฟา (กาวปน )
3. ลวดขนาดตา ง ๆ
4. กรรไกร ปากคีม เข็มเยบ็ ผา ไมจ ้มิ ฟน
5. ดาย เอน็ เชือก
6. ถุงพลาสติก หรือแผน พลาสติกสาํ หรับรองพบั
7. โลชั่น หรอื ครมี ทาผิว
8. ภาชนะสาํ หรับจัดวาง
9. สีสาํ หรบั ผสมแปง หรือดิน อาจใชส ผี สมอาหาร สโี ปสเตอร
วธิ กี ารผสมแปง
1. แปง กาว สารกนั รา โลชั่นใสก ะละมัง คนสวนผสมใหเ ขากัน
2. โลช่ันทามือ นวดแปง จนเปน กอนนมิ่ นวดบนพ้ืนโตะ จนแปง เนียนนุมไมต ิดมือ
3. เก็บแปงใสถุงพลาสติก แบงผสมสีตามตองการ ในปจจุบันมีแปงและดินสําเร็จขาย
แตราคาคอนขางแพง
กจิ กรรม
ใหผูเ รยี น ตอบคาํ ถามตอ ไปน้ี
1. ความแตกตางของชิ้นงานปน ในสมยั โบราณกับปจ จบุ นั มีความแตกตา งกนั อยา งไรบาง
2. อปุ กรณท ีใ่ ชในงานประดษิ ฐม ีอะไรบา ง มีวิธกี ารใชอยางไร
3. ขอปฏิบัตหิ ลังจากใชอ ุปกรณท กุ ครั้ง ควรทําอยา งไร

27

4. การประดษิ ฐช ้นิ งานดว ยตนเอง มีขอ ดีอยา งไร
5. งานธุรกจิ

งานธุรกจิ เปน การวิเคราะหง านหรือกิจกรรมทเี่ ปน การนําเอาทรัพยากรตาง ๆ มาใชรว มกนั
หรือเปลีย่ นสภาพเพ่อื ท่ีจะกอใหเ กิดคุณคาท่ีสูงกวาเดิม โดยที่ผูซ่ึงเปนเจาของหรือผูจัดการหวังวา
ส่ิงที่ตนทาํ นั้นจะยั่งยืนและเจริญกาวหนาตอไปในอนาคต โดยในงานหรือกิจกรรมทางธุรกิจ
จะกลาวถงึ งานการตลาด งานการผลติ หรอื บริการ งานการเงินและบัญชี และงานทรัพยากรมนษุ ย

ความรูธ ุรกจิ ในชีวิตประจําวัน
ปจจุบันชีวิตคนเราสวนใหญเกี่ยวพันกับเรื่องธุรกิจเกือบทั้งสิ้น เพ่ือความอยูรอด ความ
สะดวกสบายจะตองอาศัยปจจัยตาง ๆ ในการดําเนินชีวิต อันไดแก ปจจัย 4 ซึ่งก็คือ อาหาร
เครื่องนุงหม ท่ีอยูอาศัย และยารักษาโรค ความตองการเหลานั้นเปนสาเหตุทําใหเกิดกิจกรรม
ทเ่ี กี่ยวขอ งกบั การผลิต การจําหนาย และการซ้ือขายแลกเปล่ียน
ความหมายของธุรกิจ
ธรุ กจิ คือ กิจการที่กอใหเกิดสินคาและบริการ ชองทางการประกอบธุรกิจไมใชเพียงแต
มุง หวังผลกําไร แตม ุงอาํ นวยสินคาและบริการเพอ่ื สนองความตองการของมนุษย
จุดมุงหมายของธรุ กจิ คือ
1. เพอ่ื ใหบ ริการแกผูบริโภคอุปโภค
2. นาํ ผลกาํ ไรมาสูผลู งทุน
3. เพือ่ ความอยรู อดและเจรญิ เตบิ โต
ความสมั พันธร ะหวางธุรกิจกับบุคคล
เราอาจแบงความสัมพันธร ะหวา งธุรกิจกับบคุ คลออกเปน 2 ลกั ษณะ คอื
1. ความสัมพันธข องธุรกจิ กบั บคุ คลในฐานะผบู รโิ ภค คอื การบรโิ ภคส่งิ ของ เคร่ืองใช เชน
เสอื้ ผา อาหาร นอกเหนือจากปจ จัย 4 เนอ่ื งจากคนเรามคี วามตอ งการไมม สี ิ้นสดุ
2. ความสัมพันธของธุรกิจกับบุคคลในฐานะผูผลิต เมื่อเปนผูบริโภคจะตองผลิตใหได
มูลคา เทากบั มูลคาการบรโิ ภค มิฉะนัน้ จะยากจน เชน การเปน ผผู ลติ ในครอบครัว ชวยพอแมทาํ งาน
ธุรกจิ ที่เก่ยี วของในชวี ิตประจาํ วัน
ประเภทของธรุ กจิ ท่ีเกีย่ วของในชีวิตประจาํ วัน มดี ังน้ี
1. ธุรกิจผลิตสินคา เปนธุรกิจท่ีผลิตสินคาสนองความตองการของผูบริโภค ไดแก ธุรกิจ
การเกษตร ธุรกิจเหมืองแร ธุรกิจอุตสาหกรรมในครัวเรือน อุตสาหกรรมโรงงาน และธุรกิจ
กอสรา ง

28

2. ธุรกิจจาํ หนายสนิ คา เปน ธุรกจิ ที่กระจายสินคา จากผผู ลติ ไปยงั ผูบรโิ ภค เชน การจําหนาย
สินคาท่ีใชในการดํารงชีวิต สินคาที่อํานวยความสะดวกสบาย ซึ่งธุรกิจประเภทนี้เปนธุรกิจ
ขายปลีกและขายสง

3. ธรุ กิจการบรกิ าร เปนธุรกิจใหบรกิ ารแกลูกคา ไดแ ก ธนาคาร โรงแรม โรงเรียน โรงภาพยนตร
การคมนาคมและการขนสง
กิจกรรม

ใหผูเรียนศึกษาคนควาเร่ืองประเภทของธุรกิจท่ีเกี่ยวของกับชีวิตประจําวัน บันทึกเปน
รายงานสงและนํามาอภิปรายในการพบกลุม
งานสาํ นกั งาน

การจัดเก็บเอกสารทางธุรกจิ
ความหมายของเอกสารทางธุรกิจ หมายถึง เอกสารตาง ๆ ท่ีทําข้ึนเปนลายลักษณอักษร
อาจจะเขียนขึน้ เองในลกั ษณะของจดหมาย พิมพเปนแบบฟอรม เชน ใบเสรจ็ รับเงิน ใบกํากับสินคา
เปน ตน เพอื่ ใชเปนหลักฐานในการดาํ เนนิ งานตาง ๆ ทางธรุ กิจ หรือใชในการอา งอิงกรณีท่ีมีปญหา
เกดิ ขนึ้
ความสําคัญและประโยชนของเอกสารทางธุรกิจ คือ ใชเปนขอมูลสนับสนุนดานการ
บริหารงานใหม ปี ระสิทธภิ าพ เพอื่ ประโยชนใ นการคาระหวางประเทศ เพ่ือใหเกิดความเปนธรรม
ใชคุมครองสิทธิแกผลู งทุน ใชป ระกันในการขอเครดิต เพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบของ
กรมสรรพากรและการเรียกรอ งคาเสียหาย
ประเภทของเอกสารทางธรุ กจิ จาํ แนกได ดังนี้
1. เอกสารการเครดิตและการเงนิ ไดแ ก เช็ค ตัว๋ แลกเงิน ตั๋วสัญญาใชเงิน ใบหุน พันธบัตร
เปน ตน
2. เอกสารการซื้อขายและขายสินคา หรอื เอกสารการคา เชน ใบเสนอราคา ใบเสรจ็ รับเงนิ
3. เอกสารการขนสง เชน ใบรบั สินคา ขึน้ เรอื ใบตราสง สนิ คา สญั ญาเชา เหมาซอ้ื
4. เอกสารประกันภัย ไดแก ใบคําขอทาํ ประกัน กรมธรรมประกันภยั เปน ตน
5. เอกสารการนําเขา และสงออก เชน ใบขนขาเขา ใบตราสง ใบรับของจากทา เรอื
การจดั เก็บเอกสารทางธุรกิจ
เอกสารทางธุรกิจมีความสําคัญ จะตองมีการเก็บเอกสารใหเปนระบบ เพื่อใหคนหาได
สะดวกหยบิ ใชไดงายและใชเปนหลกั ฐานอางอิงกรณที ่มี ีปญ หาเกดิ ขึน้ วิธกี ารจดั เกบ็ เอกสาร ทน่ี ยิ ม
ใชกนั คือ การเก็บตามลําดับตัวอักษร ช่ือบริษัท หางราน การเก็บเอกสารตามตัวเลขโดยใชตัวเลข
แทนช่ือบุคคล หางราน บรษิ ทั การเก็บเอกสารตามชื่อเรือ่ งและการเกบ็ เอกสารตามภมู ศิ าสตร ใชช่ือ
สถานท่ี ประเทศ จงั หวดั อาํ เภอ เปนหนวยจัดเก็บ

29

การใชเ ครอื่ งใชส าํ นักงานและการบํารุงรกั ษา
เครื่องใชสํานักงาน หมายถึง เคร่ืองมือเคร่ืองใชสํานักงานท่ีจัดทําข้ึนเพื่ออํานวยความ
สะดวกสบายในการปฏิบัติงานสํานักงานใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ เชน เคร่ืองพิมพดีด
เคร่ืองคํานวณเลข โทรศัพท โทรสาร เครื่องถายเอกสาร และเครื่องคอมพิวเตอร เปนตน
การเลือกใชเ คร่อื งใชสาํ นกั งานชนดิ ใด ขนาดเทาใด ขน้ึ อยกู บั ขนาดและความจําเปนของแตละธุรกจิ
ความสาํ คัญและประโยชนของเคร่ืองใชสํานักงาน คือ ทําใหงานมีความถูกตอง แมนยํา
ลดความผิดพลาด ลดตนทุนในการทาํ งาน ชวยใหงานเสร็จดวยความรวดเร็ว เรียบรอย สวยงาม
และทุนแรงผูปฏิบัติ ลดความเม่ือยลา
การบํารงุ รกั ษาเคร่ืองใชส าํ นักงาน มีการบาํ รุงรักษา อาจทําได 3 วธิ ี คอื
1. เรียกใชบรกิ ารเปนคร้งั คราว
2. ทาํ สัญญารับบริการจากผูจ ําหนายโดยตรง
3. ศกึ ษาวธิ กี ารบํารุงรกั ษาจากหนงั สอื คูม ือการใช
การนาํ เทคโนโลยมี าใชใ นงานธุรกิจ
ปจจุบันหนวยงานธุรกิจจํานวนมากไดนําเทคโนโลยีมาใชงานธุรกิจ เพื่อชวยในการ
ปฏิบัตงิ าน ในสํานักงานใหม ีประสิทธภิ าพมากข้ึนและสะดวกขน้ึ ดงั นี้
1. งานพิมพเอกสาร โดยใชคอมพวิ เตอรพมิ พเอกสารตาง ๆ แทนเคร่ืองพิมพดีด
2. งานฐานขอมลู ใชคอมพวิ เตอรเพอื่ รวบรวม ประมวลผล บันทึกและจัดเกบ็ ขอ มลู ตา ง ๆ
3. งานติดตอสอ่ื สาร โดยใชคอมพวิ เตอรเ พ่ือรวบรวม ประมวลผล บนั ทึก และจดั เกบ็ ขอ มลู
ตาง ๆ
4. งานดานการเงินและการบัญชี เชน การนําคอมพิวเตอรเขามาใชในการทําบัญชีเงินเดือน
เปน ตน
งานการเงนิ และบัญชี
เปาหมายท่สี าํ คญั ของตนเองและครอบครวั กค็ ือ การทําใหค วามเปน อยูของครอบครัวดีข้ึน
ไมประสบปญ หาเร่อื งการใชจา ยเงนิ การใชจา ยเงนิ ทีด่ กี ค็ วรท่จี ะจดั ทาํ แผนการใชจายเงนิ และจัดทํา
งบประมาณของตนเองและครอบครัวอยางเปนระบบ บุคคลในครอบครัวก็ตองชวยกันบันทึกบัญชี
เงินสดของตนเองและครอบครัวอยางเปนระบบ เพื่อที่จะไดนําของแตละคนมารวบรวม ทําการ
เปรียบเทยี บงบประมาณกับการจายจรงิ ของครอบครัว เปา หมายที่สาํ คัญอกี ประการหน่ึงก็คือ การที่
ตนเองและครอบครัวมเี งนิ ออมและสามารถนําเงนิ ออมน้นั ไปลงทุนทําธรุ กิจ

30

การทาํ งบประมาณของตนเองและครอบครวั
งบประมาณ หมายถงึ การวางแผนประมาณการรายรับ-รายจาย เพื่อเปนแนวทางในการใช
จา ยอยางประหยัด งบประมาณแบง ออกไดเปน 2 สว น คอื
1. รายรับ แบงออกเปน

- รายรับประจําวัน เปน รายไดท ่แี นน อน เปนรายสปั ดาห รายเดอื น
- รายรับจร เปน รายไดท ่เี กดิ ขึ้นไมแ นน อน เปน บางครัง้ บางคราว
2. รายจาย แยกประเภทได ดังนี้
- รายจายเพือ่ ความตอ งการพ้ืนฐาน ไดแ ก คา อาหาร ทอ่ี ยู เส้อื ผา และคายา
- รายจายเพื่อดําเนนิ ชวี ิตประจําวัน ไดแก คา นํา้ คา ไฟฟา คา โทรศพั ท ฯลฯ
- รายจายเพอ่ื ประโยชนร ะยะยาว เชน เงินออมเพือ่ การศึกษา เงินประกนั ชวี ิต
- รายจายอน่ื ๆ เชน คาของขวัญในโอกาสตา ง ๆ เงนิ ทาํ บญุ เงนิ บริจาค เงนิ ชว ยงาน
ข้ันตอนการจดั ทํางบประมาณ
1. ประมาณการรายรบั ประจําเดือน
2. ประมาณการรายจา ยประจําเดือน ตามความจําเปน กอ นหลัง
3. ประมาณการรายรับ - รายจายตอ งเทากนั

ตัวอยา งประมาณการรายรบั -รายจา ยของครอบครวั 6,400
งบประมาณเดือนมนี าคม 2553 4,500
ประมาณการรายรับ 10,900
1,500
เงินเดือนสามี 4,000
เงนิ เดอื นภรรยา 500
รวม 500 6,500
ประมาณการรายจา ย
รายจายเพื่อความตองการขน้ั พ้นื ฐาน

คา เชา บาน
คา อาหาร
คา เสอ้ื ผา
คารักษาพยาบาล

รายจายเพื่อการดําเนินชวี ติ ประจําวนั 31
คา รถ
คากาซหุงตม 600
คา ไฟฟา 250
คาน้าํ ประปา 250
คา โทรศัพท 150
150 1,400
รายจายเพ่ือประโยชนร ะยะยาว 500
คาประกนั ชีวิต 1,000
เงนิ ฝากธนาคารเพือ่ การศกึ ษา 1,000 2,500
เงินออม 500 500

รายจา ยอน่ื ๆ 10,900
รวม

ประโยชนข องการจัดทํางบประมาณ มีดังน้ี
1. ทําใหม แี ผนการใชจายเงินอยางเปน ระบบ
2. ชว ยลดปญหาการใชจ า ยเงินมากกวารายได
3. สามารถจดั สรรเงินออมไวใ ชจ ายในอนาคต
การออมทรัพยแ ละการลงทุนกับธนาคารและสถาบันการเงิน
การออมทรัพย หมายถึง การนาํ เงินรายไดส วนทจี่ ดั สรรไวเ พอ่ื ประโยชนในอนาคต หรือใน
ยามจาํ เปน
การลงทนุ หมายถงึ การนาํ เงินออมทีส่ ะสมไวไปใชเ พ่ือใหเกดิ ประโยชนห รอื วัตถปุ ระสงค
อยางใดอยา งหนึ่งโดยเฉพาะ
สถาบันการเงิน หมายถึง องคการทางการเงินท่ีจัดข้ึนมาเพ่ือดําเนินงานทางดานการเงิน
ทําหนาท่เี ปนสอื่ กลางทางการเงิน ไดแก ธนาคาร บรษิ ัทเงนิ ทนุ บรษิ ัทหลักทรัพย เปนตน
ประเภทของการลงทนุ
เราสามารถที่จะนาํ เงินออมที่มอี ยูไ ปลงทุนได 2 ประเภทใหญ ๆ คือ พันธบัตร และหุน ซ่ึง
ทง้ั สองชนดิ เรยี กวา หลักทรพั ย
1. พันธบัตร คือ ตั๋วสัญญาใชเงินท่ีรัฐบาลหรือบริษัทเปนผูออกโดยสัญญาวาจะใชเงิน
ภายในระยะเวลาท่กี าํ หนดพรอ มดอกเบยี้
2. หนุ ของบริษทั หนุ หมายถงึ ใบรบั รองวาเปน ผูมีสวนในกิจการหรอื เปนเจา ของบริษัท

32

กิจกรรม
1. ใหผเู รยี นจดั ทําบญั ชีเงนิ สดของตนเอง เปน รายบุคคล
2. ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานประมาณ 1 สัปดาห
3. นําเสนอผลการปฏิบตั ิงานโดยการสมุ ตัวอยาง

เรอื่ งท่ี 3 กลุมอาชพี ใหม

จากการเปล่ียนแปลงในบริบทโลกทั้งในสวนการรวมกลุมทางการเงิน การเปล่ียนแปลง
เทคโนโลยีอยางรวดเรว็ การเปล่ยี นแปลงของธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม การเปล่ยี นแปลงพฤติกรรม
ของผูบริโภค การรวมกลุมทางเศรษฐกิจ และประการสําคัญคือ การเปลี่ยนแปลงโครงสราง
ประชากรทางสังคม ดงั นัน้ อาชพี ในปจ จุบันจะตอ งมีการพัฒนาวิธีการและศักยภาพในการแขงขันได
ในระดบั โลก ซ่งึ จะตองคาํ นึงถึงบริบทภมู ิภาคหลกั ของโลก หรือ “รศู กั ยภาพเขา” หมายถึง ทวีปเอเชีย
ทวปี อเมริกา ทวปี ยโุ รป ทวปี ออสเตรเลีย และทวีปแอฟริกา และจะตอง “รูศักยภาพเรา” หมายถึง
รูศ ักยภาพหลักของพื้นท่ีประเทศไทย คอื ศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพื้นที่ ศักยภาพ
ของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของแตละพื้นที่ และศักยภาพของทรัพยากรมนุษยใน
แตละพ้ืนท่ี ดังน้ัน เพื่อใหการประกอบอาชีพสอดคลองกับศักยภาพหลักของพื้นที่และสามารถ
แขงขันในเวทีโลก จึงไดกําหนดกลุมอาชีพใหม 5 กลุมอาชีพ คือ กลุมอาชีพใหมดานการเกษตร
กลุมอาชีพใหมดานพาณิชยกรรม กลุมอาชีพใหมดานอุตสาหกรรม กลุมอาชีพใหมดานความคิด
สรางสรรค และกลุมอาชพี ใหมดานบรหิ ารจัดการและบรกิ าร

1. กลุม อาชีพใหมดานการเกษตร คือการพัฒนาอาชีพในดานการเกษตรเก่ียวกับ
การปลูกพืช เลี้ยงสัตว การประมง โดยนําองคความรูใหม เทคโนโลยี/นวัตกรรม มาพัฒนาให
สอดคลองกับศักยภาพหลักของพ้ืนท่ี คือศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพื้นที่ ตาม
ลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศ และทําเลท่ีต้ังของแตละพื้นท่ี ศักยภาพของศิลปะ
วัฒนธรรม ประเพณี และวิถขี องแตล ะพ้ืนที่และศักยภาพของทรพั ยากรมนุษยในแตละพื้นที่ อาชีพ
ใหมดานการเกษตร เชน เกษตรอินทรีย เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม วนเกษตร ธุรกิจ
การเกษตร เปน ตน

2. กลุมอาชีพใหมดานพาณิชยกรรม คือการพัฒนาหรือขยายขอบขายอาชีพดาน
พาณชิ ยกรรม เชน ผูใ หบ ริการจาํ หนา ยสนิ คาทง้ั แบบคา ปลีกและคา สงใหแกผูบริโภคทั้งมีหนาราน
เปนสถานที่จัดจําหนาย เชน หางราน หา งสรรพสนิ คา ซุปเปอรส โตร รานสะดวกซอื้ และการขายที่
ไมมหี นารา น เชน การขายผานสื่ออิเล็กทรอนิกส

3. กลุมอาชีพใหมดานอุตสาหกรรม คือการพัฒนาอาชีพที่อาศัยองคความรู
เทคโนโลย/ี นวัตกรรม อาชีพเก่ยี วกบั งานชา งซ่ึงไดแก ชางไฟฟา ชางไม ชา งยนต ชางประปา ชางปูน

33

และชา งเช่อื ม ใหส อดคลองกับความตองการของตลาดในประเทศ และตางประเทศ และศักยภาพ
หลักของพ้ืนที่ เชน ผูผลิตช้ินสวนอิเลคทรอนิกสเคร่ืองใชไฟฟา หรืออุปกรณอิเล็กทรอนิกส
โดยท่วั ไป เชน IC PCB ผูประกอบรถยนตและยานยนตประเภทตา ง ๆ ผผู ลติ ตวั แทนจาํ หนายหรือ
ผูประกอบชิ้นสว นหรอื อะไหลรถยนต ผใู หบ รกิ ารซอมบํารงุ รถยนต ผจู ัดจําหนา ยและศูนยจําหนาย
รถยนตท งั้ มือหนงึ่ มือสอง ผผู ลติ และจําหนา ยเครอื่ งจักรและเคร่ืองมอื ทุกชนดิ เชน เครื่องจักรกลหนัก
เคร่ืองจักรกลเบา ผลิตอุปกรณหรือสวนประกอบพ้ืนฐานของเครื่องใชไฟฟาตาง ๆ เชน สายไฟ
หลอดไฟ ฉนวนไฟฟา มอเตอรตาง ๆ การผลติ อลูมเิ นียม ผลติ และตัวแทนจําหนายผลิตภัณฑเหล็ก
สแตนเลส ผูผ ลติ จําหนายวสั ดกุ อสราง วัสดตุ กแตง สขุ ภณั ฑ การกอสรา ง อาคาร หรอื ทอี่ ยูอาศยั

4. กลมุ อาชพี ใหมดา นความคดิ สรางสรรค ทามกลางกระแสการแขงขันของโลก
ธรุ กิจที่ไรพรมแดน และการพัฒนาอยา งกาวกระโดดของเทคโนโลยีการส่ือสารและการคมนาคม
การแลกเปล่ียนสินคาจากท่ีหน่ึงไปยังอีกสถานท่ีที่อยูหางไกลนั้นเปนเร่ืองงายในปจจุบัน เม่ือ
ขอ จาํ กดั ของการขามพรมแดนมใิ ชอ ุปสรรคทางการคา ตอ ไปจึงทาํ ใหผ ูบริโภคหรอื ผูซอ้ื มีสิทธิเลือก
สนิ คา ใหมไ ดอ ยา งเสรีทั้งในดานคุณภาพและราคา ซงึ่ การเรียนรแู ละพัฒนาสินคาและบริการตาง ๆ
ที่มีอยูในตลาดอยูแลวในยุคโลกไรพรมแดนกระทําไดงาย ประเทศท่ีมีตนทุนการผลิตตํ่า เชน
ประเทศจนี อินเดยี เวียดนาม และประเทศในกลุมยุโรปตะวนั ออก จะมีความไดเ ปรยี บในการแขง ขนั
ดานราคา ดว ยเหตุน้ีประเทศผูนําทางเศรษฐกิจหลายประเทศจึงหันมาสงเสริมการดําเนินนโยบาย
เศรษฐกิจสรา งสรรคเ พอื่ พฒั นาสินคา และบรกิ ารใหม ๆ และหลกี เลย่ี งการผลติ สนิ คา ท่ีตองตอ สดู า น
ราคา โดยหลกั การของเศรษฐกจิ สรา งสรรคค อื แนวคิดหรือแนวปฏิบัติท่ีสราง/เพิ่มมูลคาของสินคา
และบรกิ ารไดโ ดยไมตอ งใชทรัพยากรมากนัก แตใชความคิด สติปญญา และความสรางสรรคให
มากข้นึ

ทิศทางของแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาตฉิ บับที่ 11 (พ.ศ. 2555 – 2559)
ไดก ําหนดยุทธศาสตรการปรับโครงสรางเศรษฐกิจสูการเจริญเติบโตอยางคุณภาพและยั่งยืน ให
ความสําคัญกับการปรับโครงสรางเศรษฐกิจบนฐานความรู ความคิดสรางสรรคและภูมิปญญา
ภายใตปจจัยสนับสนุนที่เอ้ืออํานวยและระบบการแขงขันที่เปนธรรมเพื่อสรางภูมิคุมกันใหกับ
ประเทศ มงุ ปรับโครงสรางและการลงทุนใหสอดคลองกับความตองการของตลาดท้ังภายในและ
ตางประเทศ สรา งมูลคา เพม่ิ ใหก ับสาขาบริการท่มี ศี ักยภาพบนพื้นฐานของนวัตกรรมและความคิด
สรางสรรค พัฒนาธุรกิจสรางสรรคและเมืองสรางสรรค เพ่ิมผลิตภาพของภาคเกษตรและสราง
มูลคาเพ่มิ ดวยเทคโนโลยีและกระบวนการผลติ ที่เปนมติ รกบั สิง่ แวดลอม พฒั นาภาคอุตสาหกรรมสู
อุตสาหกรรมฐานความรูเชิงสรา งสรรคและเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม พัฒนาโครงสรางพ้ืนฐานและ
ระบบโลจิสตกิ ส สรางความม่ันคงดานพลงั งานควบคไู ปกับการปฏริ ปู กฎหมายและกฎระเบียบตาง ๆ
ทางเศรษฐกจิ และการบริหารจดั การเศรษฐกจิ สวนรวมอยา งมีประสิทธิภาพเพื่อใหเปนฐานเศรษฐกิจ
ของประเทศทีเ่ ขม แข็งและขยายตัวอยา งมีคณุ ภาพ

34

กลุมอาชีพใหมดานความคิดสรางสรรค จึงเปนอาชีพท่ีอยูบนพ้ืนฐานของการใช
องคความรู (Knowledge) การศึกษา (Education) การสรางสรรคงาน (Creativity) และการใช
ทรัพยสินทางปญ ญา (Intellectual Property) ทเี่ ชอื่ มโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรม (Culture) การสั่งสม
ความรูของสังคม (Wisdom) และเทคโนโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม (Technology and Innovation)
(อาคม เติมพิทยาไพสิฐ,2553) ดงั นัน้ กลมุ อาชพี ใหมด า นความคดิ สรา งสรรค จงึ เปนการตอ ยอดหรอื

การพัฒนาอาชีพในกลุมอาชีพเดิม คือกลุมอาชีพเกษตรกรรม กลุมอาชีพอุตสาหกรรม กลุมอาชีพ
พาณชิ ยกรรม กลมุ อาชีพคหกรรม กลุม อาชพี หัตถกรรม และกลมุ อาชีพศลิ ปกรรม

กลุมอาชีพใหมดานความคิดสรางสรรค เชน แฟชั่นเส้ือผา เคร่ืองประดับ
เครอื่ งสาํ อาง ทรงผม สปาสมุนไพร การออกแบบส่อื /ภาพยนตร/ โทรทัศน เคร่ืองใชไ ฟฟา เฟอรนิเจอร
วัสดุกอสรางแบบประหยัดพลังงาน เซรามิก ผาทอ จักสาน แกะสลัก รถยนตพลังงานทางเลือก
ขากลอตั โนมัติเพ่อื ผพู กิ าร การทองเทีย่ วเชิงวัฒนธรรม ตลาดน้ําอโยธยา เปนตน

5. กลุมอาชีพใหมด า นบริหารจัดการและบรกิ าร เชน ธรุ กิจบริการทองเที่ยว ธุรกิจ
บรกิ ารสุขภาพ ธุรกจิ บริการโลจสิ ติกส ธรุ กิจภาพยนตร ธุรกิจการจัดประชุมและแสดงนิทรรศการ
บรกิ ารที่ปรกึ ษาดานอสังหาริมทรพั ย ท่ีปรกึ ษาทางธรุ กจิ

งานอาชีพใหมทั้ง 5 กลุม ในอนาคตจะมีการเติบโตทางธุรกิจมากขึ้น จึงมีความ
ตอ งการเจาหนา ท่ี บคุ คล พนักงาน เพ่ือควบคุมและปฏิบัติงานที่มีความรู ความสามารถ และทักษะ
ฝม ือเปนจํานวนมาก

เรอ่ื งท่ี 4 การประกอบอาชีพในภูมิภาค 5 ทวีป

ภูมิภาคของโลกประกอบดวย 5 ทวีป ไดแก เอเชีย อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย
แอฟริกา ซ่ึงในแตล ะภมู ิภาคจะมีลักษะการประกอบอาชีพที่แตกตางกัน เพราะมีความแตกตางกัน
ทางสภาพบริบทของพ้ืนท่ี ไดแก ทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ ลักษณะภูมิอากาศ ภูมิประเทศ
ศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณี วถิ ีชีวิตและการดํารงชีวิตของประชาชน ดังน้ันในการประกอบอาชีพ
ผูประกอบการจําเปนตองเขาใจในความแตกตางของสภาพบริบทของพ้ืนท่ีดังกลาว เพราะใน
อนาคต การติดตอทางการคาจะสามารถเช่ือมโยงติดตอซ้ือขายไดอยางไมมีขอบเขตจํากัด
ความแตกตางของลักษณะงานอาชีพในแตละภมู ิภาค มรี ายละเอียดดังน้ี

ภูมิภาคเอเชีย สวนใหญของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
เปนหลัก ไดแก การปลูกพืช การเล้ียงสัตว การประมง ปาไม รวมถึงงานอาชีพทางดานเหมืองแร และ
อตุ สาหกรรมดว ยโดยในแตละอาชพี ทีป่ ระกอบการในภูมภิ าคเอเชีย มีลกั ษณะการประกอบอาชีพ ดงั น้ี

การปลูกพืช เปนอาชีพเกษตรกรรมท่ีประชาชนสวนใหญในแตละประเทศของ
ภูมิภาคเอเชียดําเนินการประกอบเปนอาชีพ แตมีความแตกตางกันไปตามลักษณะภูมิอากาศ

35

ภูมปิ ระเทศ และการดํารงชีวิตของประชากร โดยประเทศในเขตพ้ืนท่ีราบท่ีมีปริมาณฝนเพียงพอ
และประชากรอาศยั อยอู ยางหนาแนน จะมีการดาํ เนินการประกอบอาชพี การปลกู พืชเพือ่ เลยี้ งตนเอง
แตใ นเขตพ้นื ท่ีท่มี ีภูมิอากาศแบบปาดิบช้ืน มีประชากรอยูบางเบา จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ปลกู พชื แบบเล่อื นลอย ท้ังนี้ ในพน้ื ทที่ ี่เปนทุงหญา มรี ะบบชลประทาน สวนใหญจะประกอบอาชพี
ปลูกพืชพรอมการเลยี้ งสัตว โดยพนื้ ท่ใี ดของประเทศที่อยูในเขตอากาศหนาว เขตทะเลทราย และ
เขตภเู ขา จะเปนพนื้ ทที่ ี่ไมสามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลกู พืชได

สําหรับพืชเศรษฐกิจท่ีสําคัญนิยมปลูกในประเทศของภูมิภาคเอเชีย เชน ขาวเจา
ขาวโพด มะพราว ปาลม น้าํ มัน มะกอก ชา ฝา ย ปอ ปาน ยางพารา เปน ตน

การเลีย้ งสตั ว อาชพี เกษตรกรรมการเล้ียงสัตว เปนอีกอาชีพหน่ึงที่ประชาชนใน
ประเทศตา ง ๆ ของภูมิภาคเอเชยี นิยมประกอบอาชีพ แตม คี วามแตกตา งกันไปตามสภาพภมู ปิ ระเทศ
และภูมิอากาศ โดยในประเทศท่ีมีอากาศแหงแลงแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต และตอนกลางของ
ภูมิภาค ซึ่งมลี กั ษณะพนื้ ท่เี ปน ทงุ หญากึง่ ทะเลทราย ประชากรในเขตดงั กลา ว จงึ นิยมเลี้ยงสตั วแบบ
เรร อ น ไดแ ก อฐู แพะ แกะ โค มา และจามรี โดยการเลี้ยงสตั วใ นลกั ษณะดงั กลาว เปน การประกอบ
อาชพี เพ่ือตองการนมและเน้อื นํามาใชเ ปน อาหาร สวนในเขตอากาศรอนชื้นและอบอุน ประชากร
จะนยิ มเลยี้ งสตั วเพื่อการบริโภคและการสงเปนสินคา ออก ไดแ ก สุกร ไก เปด ทั้งนี้ ในเขตอากาศ
ดังกลาว จะนิยมเลยี้ งโค กระบือ และมา เชน เดียวกัน แตเ ปนการเลี้ยงไวเ พ่ือใชง าน

การประมง การประกอบอาชีพประมงของภูมิภาคเอเชีย มีการดําเนินการประกอบ
อาชพี ประมงใน 2 ลักษณะ ไดแก ประมงนา้ํ จืด และประมงทางทะเล การประกอบอาชีพประมงนํ้าจืด
สวนใหญจะนิยมทําอาชีพประมงควบคูกับการปลูกพืช โดยเฉพาะพืชผัก สําหรับการประกอบ
อาชีพประมงทางทะเล มีการประกอบอาชีพในเขตนานนํ้าแถบชายฝงตะวันออกของภูมิภาคเอเชีย
ตง้ั แตอาวไทยไปจนถึงชองแคบเบริง ทกี่ ระแสน้าํ อนุ กุโรชโิ วไหลมาบรรจบกับกระแสนํา้ เยน็ โอยาชโิ ว
เพราะเปนแหลงที่มีอาหารสมบูรณ ทําใหมีสัตวน้ําอยูเปนจํานวนมาก ประเทศญ่ีปุนเปนประเทศที่มี
การประกอบอาชีพประมงทางทะเลมากที่สุดในโลก นอกจากการประกอบอาชีพประมงจับสัตวนํ้า
ทะเลแลว ตามแนวชายทะเลยงั มีการประกอบอาชีพการเลี้ยงหอยประเภทตาง ๆ รวมถึงสาหรายทะเล
ซ่ึงมีการประกอบอาชพี เชน น้ีกระจายโดยทวั่ ไปในประเทศท่มี พี ้ืนท่ีชายทะเล

ปา ไม อาชีพปาไม มีการดําเนนิ งานอาชีพใน 2 ลักษณะตามเขตภูมิอากาศ คือ ปาไม
ในเขตรอน จะเปนไมประเภทไมเนื้อแข็ง ในเขตประเทศ ไทย เมียนมาร ลาว กัมพูชา เวียดนาม
อนิ เดีย และในประเทศกลมุ หมูเกาะ สวนปา ไมใ นเขตหนาว จะเปนปา ตน สน โดยมีการนําไมสนมา
ใชทาํ เปน กระดาษและลังไม

เหมืองแร ภูมิภาคเอเชีย เปนภูมิภาคที่อุดมไปดวยแรธาตุนานาชนิด เนื่องจากมี
สภาพภูมิประเทศเปนเทือกเขาท่ีมีอายุแตกตางกัน แรธาตุที่สําคัญท่ีมีการขุดข้ึนมาใชประโยชน
ไดแ ก เหล็ก ถานหิน ดีบุก นาํ้ มนั แมงกานิส เพชร พลอย เปน ตน

36

อตุ สาหกรรม ในภมู ภิ าคเอเชยี การประกอบอาชพี ดา นอตุ สาหกรรม สว นใหญจะ
เปนอตุ สาหกรรมแบบหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมในครัวเรือน ในลักษณะงานฝมือ ของที่ระลึก
เชน ผา ทอ เครื่องโลหะ เครอื่ งแกะสลกั เครอ่ื งจักสาน เปนตน สําหรับอุตสาหกรรมใหม ประเทศ
ญีป่ นุ เกาหลี ไตห วัน และสงิ คโปร ถูกจดั ใหเ ปนประเทศในกลมุ อุตสาหกรรมใหม

ลักษณะวิธีการคาในภูมิภาคเอเชีย การคาขายแตเดิมประเทศในภูมิภาคเอเชีย
จะใชวธิ ตี า งคนตางขาย แตอ นาคตตั้งแตป  พ.ศ. 2558 กลุมประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต
ในนามของอาเซียน กําหนดทะลายกําแพงทางภาษี และรว มคาขายกบั ประเทศในภูมิภาคอ่ืน เพ่ือให
สามารถกระจายสนิ คา และสรา งพลังการตอ รองราคา

ภมู ภิ าคอเมรกิ า เนือ่ งจากภมู ภิ าคอเมริกา มีความแตกตางกันในดานภูมปิ ระเทศ ภูมิอากาศ
และวิถีการดาํ รงชีวิตคอนขางสูง ในเขตอเมริกาใต และอเมริกาเหนือ การประกอบอาชีพของ
ท้ัง 2 เขต จึงมคี วามแตกตา งกันไปดวย ดังน้ี

การปลูกพชื นิยมปลกู พืช มีดงั น้ี

ประเภท อเมรกิ าใต ประเภท อเมริกาเหนือ
กาแฟ ขอ มูล ขอมูล
ขา วโพด
โกโก ปลกู มากในประเทศบราซิล มี ขา วสาลี ไมมกี ารปลูก
มากถึงรอ ยละ 50 ของโลก และ
ขา วโพด ยังมกี ารปลกู ในประเทศ ไมมีการปลูก
โคลัมเบยี และเอกวาดอร
ขาวสาลี ปลกู เพื่อนาํ มาทําเปน เปน พืชเศรษฐกจิ ของประเทศ
ช็อกโกแลต เคร่อื งด่มื และ สหรัฐอเมริกา ปลูกมากในแถบ
ขนมหวาน นยิ มปลูกใน ภาคกลางของประเทศ
ประเทศ บราซลิ เอกวาดอร ปลูกมากในประเทศ
เปนพืชทีป่ ลกู มากในประเทศ สหรฐั อเมรกิ า และแคนาดา
บราซลิ รวมถึง ประเทศ โดยประเทศสหรัฐอเมริกา
อารเจนตินา เวเนซเู อลา เปรู จะปลูกขา วสาลีฤดหู นาว
และโคลมั เบีย สวนประเทศแคนาดา
นยิ มปลกู ในประเทศบราซิล
อารเ จนตินา ชลิ ี

37

ประเภท อเมริกาใต ประเภท อเมรกิ าเหนอื
ขอ มลู ขอมูล
ออ ย
กลวย ปลกู มากในประเทศบราซลิ ฝา ย จะปลกู ขาวสาลีฤดูใบไมผลิ
ฝาย ไมมกี ารปลกู
ปลูกมากในประเทศเอกวาดอร
ปลูกมากในประเทศบราซิล ไมม ีการปลูก
อารเจนตินา ปลกู มากในบริเวณลมุ แมนา้ํ
มิสซสิ ซิปป ภาคตะวนั ตกของ
ไมมีการปลกู ถั่วเหลอื ง รฐั แอรโิ ซนา และแคลฟิ อรเ นีย
ปลูกมากในเขตทร่ี าบภาคกลาง
ไมมกี ารปลกู ยาสูบ ของประเทศสหรฐั อเมรกิ า
เปนพชื เศรษฐกจิ ท่ีสราง
ช่อื เสียงใหแกป ระเทศ
สหรัฐอเมรกิ า ปลกู มากในเขต
ภาคตะวนั ออกของประเทศ
สหรฐั อเมรกิ า

ไมมกี ารปลูก ขา วเจา ปลกู มากในเขตภาคใตข อง
ประเทศสหรฐั อเมริกา

ไมมกี ารปลูก ผกั และผลไม ในภาคตะวนั ออกของประเทศ
ตา ง ๆ สหรฐั อเมรกิ า มีการปลกู เชอรรี่
สตรอเบอรี แอปเปล ภาคใต
ปลกู สม สับปะรด ชายฝง
ตะวนั ตกเฉียงใต ปลกู องนุ
มะกอก สม มะนาว

การเลีย้ งสัตว ในเขตอเมรกิ าใต และอเมรกิ าเหนอื มีการเล้ยี งสตั ว ดงั น้ี
โคเนื้อ ในเขตอเมริกาใต นิยมเล้ียงในประเทศบราซิล อารเจนตินา และอุรุกวัย
สวนในเขตอเมริกาเหนือ นิยมเล้ียงในแถบตะวันตกของประเทศ และจะเล้ียงเปนฟารมปศุสัตว
ขนาดใหญ
โคนม เขตอเมรกิ าใตไ มมีการเล้ียงโคนม ในสวนของอเมริกาเหนือ นิยมเล้ียงใน
เขตทร่ี าบภาคกลางและภาคตะวนั ออกของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยพื้นท่ีดังกลาว จะมีการปลูก

38

ขาวโพด และถั่วเหลือง ซ่ึงมีการนําขาวโพด และถั่วเหลือง มาใชเปนอาหารสัตว เพื่อใหโคนมมี
สุขภาพแขง็ แรง

แกะ เขตอเมริกาใต นิยมเล้ียงในประเทศอุรุกวัย โดยมีการเล้ียงจํานวนมากเปน
อันดับ 2 ของโลก ในเขตอเมรกิ าเหนอื นิยมเลยี้ งในภาคตะวันตก และตะวันตกเฉยี งใตข องประเทศ
สหรัฐอเมริกา

สุกร เขตอเมรกิ าใต นิยมเลี้ยงในประเทศเปรู และบราซิล สวนเขตอเมริกาเหนือ
นยิ มเลี้ยงในเขตที่เล้ียงโคนม โดยใชห างนมนาํ มาเล้ยี งสุกร

ปาไม เขตอเมริกาใตเปน แหลงไมเ น้ือแขง็ ท่มี อี ยอู ยา งอดุ มสมบรู ณแ ละกวางขวาง
แตนํามาใชประโยชนไดนอย เพราะการคมนาคมไมสะดวก สําหรับเขตอเมริกาเหนือ สวนใหญ
ประกอบอาชพี ปา ไม ท่สี วนใหญเปนไมเ นื้อออน

เหมืองแร เขตอเมรกิ าใตและอเมรกิ าเหนือ มีแรธาตุทีส่ ําคญั อ่ืน ไดแก

อเมริกาใต อเมริกาเหนอื
ขอ มลู
ประเภท ขอ มูล ประเภท
ถา นหนิ มีมากแถบเทอื กเขาดานตะวันตก
ไมม ที รัพยากรและการผลิต ของประเทศสหรัฐอเมริกา

เหล็ก มีมากในประเทศบราซลิ มกี าร เหล็ก มีมากท่บี รเิ วณเทือกเขาเมซาบี
ผลิตมากเปนอนั ดับ 2 ของโลก รฐั มนิ นิโซตา และเปนแหลง
รวมท้ัง เวเนซเู อลา โบลิเวีย ชิลี ทองคาํ เหล็กทส่ี าํ คัญทสี่ ดุ ในเขตอเมริกา
ทองแดง เหนอื
ทองคํา มีมากในประเทศบราซลิ
แหลงผลติ ทส่ี าํ คญั อยทู เี่ ทือกเขา
ทองแดง มมี ากเปนอนั ดบั ท่ี 1 ของโลก รอกก้ี
ในประเทศชิลี รวมทั้งใน แหลงผลติ ท่ีสําคญั อยทู ่ีเทอื กเขา
ประเทศบราซิล และเปรู รอกกี้

ไมมที รพั ยากรและการผลติ บอกไซด เปนแรธ าตทุ ่ีนาํ มาใชเ พ่อื การ
ผลติ อลมู ิเนียม มมี ากท่รี ัฐ
ดบี กุ ประเทศโบลเี วีย มีการผลิตดบี กุ อารค นั ซอ
สงั กะสี มากเปน อนั ดบั 2 ของโลก
ผลิตมากในประเทศเปรู บราซิล ไมมที รัพยากรและการผลติ

ไมม ที รัพยากรและการผลิต

39

ประเภท อเมรกิ าใต ประเภท อเมรกิ าเหนอื
นํา้ มนั น้าํ มัน ขอมูล
ขอมลู
และอารเจนตินา มแี หลงผลิตทางตอนเหนอื ของ
ประเทศเวเนซูเอลา เปน ประเทศ รัฐแอลาสกา และภาคกลาง
ท่ีมีการผลิตมากทส่ี ดุ และยังมี ตอนลา งของประเทศแคนาดา
ในประเทศบราซิล โบลเี วีย
เอกวาดอร

อุตสาหกรรม ในเขตอเมริกาใต จะเปนอุตสาหกรรมเบา เชน การผลิตน้ําตาล
อาหารกระปอง ประเทศที่มีอุตสาหกรรมเจริญกา วหนา เปนอตุ สาหกรรมขนาดใหญ ไดแก ประเทศ
บราซิล และอารเ จนตนิ า เปน การผลิตเหลก็ กลา นํ้ามันและปโตรเคมี สวนอเมริกาเหนือ เปนสวน
ภมู ิภาคท่เี จริญกาวหนา มากทางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการผลิตในอตุ สาหกรรมหลกั

ภูมิภาคยุโรป การดําเนินงานอาชีพของประเทศในภูมิภาคยุโรป มีลักษณะการประกอบ
อาชีพ ดงั น้ี

การปลูกพืช พนื้ ทก่ี ารปลูกพืชของภูมิภาคยโุ รป สวนใหญป ลกู ในยโุ รปตะวนั ออก
และภาคใตของประเทศองั กฤษ ภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศฝร่ังเศส รวมถึงตอนเหนือ
ของประเทศเยอรมัน พชื ท่สี าํ คัญและมีผลตอเศรษฐกจิ ไดแก

ขาวสาลี ปลูกมาในประเทศยูเครน ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน โรมาเนีย
บัลกาเรีย เยอรมัน ฮังการี

ขา วโอต ขาวบารเลย ถ่วั มนั ฝรั่ง ปลกู ไดโ ดยท่วั ไปของประเทศตาง ๆ ใน
ภมู ิภาคยโุ รป

องุน สม มะกอก มะนาว แอปเปล ปลกู มากในประเทศที่มีลักษณะอากาศ

แบบเมดิเตอรเรเนยี น ไดแก ประเทศอติ าลี ฝรงั่ เศส สเปน กรซี
การเลี้ยงสตั ว สตั วเศรษฐกิจที่นิยมเล้ียง ไดแก กวางเรนเดียร โคเน้ือ โคนม แพะ

แกะ มา และสุกร โดยการเล้ยี งสตั วเศรษฐกจิ ดงั กลา ว ขึน้ อยูก บั ความเหมาะสมของลักษณะภูมิประเทศ
และภมู อิ ากาศ

การประมง แหลงทําการประมงทส่ี ําคัญในภมู ภิ าคยโุ รป ไดแก
ทะเลเหนือ โดยเฉพาะบริเวณกระแสนํ้าอุนแอตแลนติกเหนือบรรจบกับ

กระแสน้ําเย็นกรนี แลนดตะวันออก ทําใหมีอาหารสมบูรณ ปลาชุกชุม ประเทศที่ประกอบอาชีพ
ประมงในเขตนี้ ไดแก ประเทศนอรเวย ไอซแ ลนด และสหราชอาณาจักร

40

ทะเลดาํ ทะเลสาบแคสเปยน และแมนาํ้ โวลกา มกี ารจับปลาสเตอรเจียน
นาํ มาทาํ เปน ไขป ลาคารเวยี ร

ปาไม อาชพี ปาไม มีการประกอบอาชีพอยางจริงจังในประเทศฟนแลนด สวีเดน
รสั เซีย นอรเ วย สวนใหญเปน ปา ไมในเขตหนาว มีปาตนสนจํานวนมาก โดยมีการนํามาใชทําเปน
เยือ่ กระดาษ

เหมืองแร ภมู ภิ าคยุโรป เปน แหลงแรท ่ีสาํ คัญจํานวนมาก ไดแก
นํ้ามันและกาซธรรมชาติ อยใู นบรเิ วณทะเลเหนอื และรอบทะเลสาบแคสเปยน
บอกไซด นาํ มาถลุงเปนอลมู ิเนียม มีมากในประเทศฝร่ังเศส ยูโกสลาเวีย

ฮงั การี และเทือกเขาครู าล ในประเทศรัสเซยี
โพแทช นํามาใชในอุตสาหกรรมปุยและสบู มีมากในประเทศฝรั่งเศส

เยอรมนั สเปน และรัสเซีย
อตุ สาหกรรม ในภมู ภิ าคยุโรป ถือไดว า เปนภมู ิภาคอตุ สาหกรรม ประชากรสวนใหญ

จะประกอบอาชพี อยใู นภาคอตุ สาหกรรม แหลงอุตสาหกรรมในภูมภิ าคยโุ รปจะอยูแ ถบยุโรปตะวันตก
เชน ประเทศฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมัน เนเธอรแลนด รวมถึง ประเทศรัสเซีย ยูเครน
เบลารุส ในแถบยุโรปตะวนั ออก

ภูมิภาคออสเตรเลีย การประกอบอาชีพของภูมิภาคออสเตรเลีย มีลักษณะการประกอบ
อาชพี ดงั นี้

การปลูกพชื เกษตรกรรมการปลูกพืช ถือวาเปนอาชีพหลักของภมู ิภาคออสเตรเลีย
โดยในการดาํ เนินการอาชีพเกษตรกรรมปลกู พชื เกษตรกรมกี ารนําเคร่ืองจักรกลเขามาชวยในการ
ทําการเกษตร เน่ืองจากพ้ืนท่ีของออสเตรเลียมีความแหงแลง และใชในการขุดน้ําบาดาล พืชท่ี
สาํ คญั และมผี ลตอเศรษฐกจิ ไดแก ขาวสาลี เปนพืชเศรษฐกิจที่สําคัญท่ีสุดของภูมิภาคออสเตรเลีย
นอกจากนั้น ยังมีการปลูกขาวเจา กลวย ออย สับปะรด องุน และสม กระจายในพื้นท่ีภูมิภาค
ออสเตรเลีย ตามความเหมาะสมของสภาพภูมปิ ระเทศ และภมู อิ ากาศ

การเล้ียงสัตว ในภูมิภาคออสเตรเลีย นิยมเล้ียงสัตว ไดแก แกะ เปนการเล้ียงไว
เพ่ือการใชขน โคเน้ือ มีการเลี้ยงในบริเวณทุงหญาสะวันนา และโคนม มีการเล้ียงในบริเวณ
เขตอากาศอบอุน

การประมง ภูมิภาคออสเตรเลีย โดยเฉพาะฝงตะวันออก เปนบริเวณที่มีปลา
จํานวนมาก ไดแก ปลาทูนา ปลาฉลาม ปลาแซลมอน ปลากระบอก รวมท้ัง มีการเล้ียงหอยมุกที่
เกาะเทอรส เตย แตงานอาชีพดานประมง มีปญหาไมสามารถจับปลาที่มีชุกชุมไดมาก เพราะขาด
แรงงาน

ปาไม อาชีพปาไม มีการประกอบอาชีพปาไม ประเภทปายูคาลิปตัส เพราะมี
จาํ นวนมากในแถบตะวนั ออกของภมู ภิ าคออสเตรเลีย

41

เหมอื งแร ภูมภิ าคออสเตรเลยี เปน แหลง แรทสี่ าํ คญั จํานวนมาก ไดแ ก
เหล็ก มมี ากทร่ี ฐั เวสเทิรน ออสเตรเลีย
ถา นหนิ มมี ากทีซ่ ดิ นีย นิวคาสเซลิ
ทองคาํ มีมากท่รี ฐั เวสเทิรน ออสเตรเลยี
ดีบกุ มมี ากทร่ี ัฐควนิ สแลนด

อุตสาหกรรม ในภมู ภิ าคออสเตรเลยี มีการดาํ เนินงานอาชีพอุตสาหกรรมการเกษตร
เปน สวนใหญ ไดแก การผลิตส่ิงทอ น้ําตาล นม เนย อาหารกระปอง ดานอุตสาหกรรมอ่ืน มีการ
ผลติ เครอ่ื งใชไฟฟา การตอเรือ สว นใหญภาคอุตสาหกรรมจะประกอบการในแถบตะวันออกเฉียงใต
ของภูมิภาคออสเตรเลยี

ภมู ภิ าคแอฟรกิ า การประกอบอาชีพของภมู ิภาคแอฟริกามลี ักษณะการประกอบอาชพี ดังน้ี
การปลูกพืช ภมู ภิ าคแอฟริกาสว นใหญ เปน ทะเลทราย ดินขาดความอุดมสมบูรณ

ประชากรจะปลูกพืชไดเฉพาะบริเวณทร่ี าบดินตะกอนของปากแมนํ้าสายตาง ๆ ทําใหผลผลิตท่ีได
ไมเพยี งพอตอการบรโิ ภคของประชาชนในภมู ภิ าค ทัง้ นี้ แหลงปลกู พืช เล้ยี งสัตว และอุตสาหกรรม
ท่สี าํ คญั ของภมู ิภาคแอฟริกา ไดแก

แหลงปลูกพืชเมืองรอนในเขตรอนชื้น บริเวณลุมน้ําคองโก ชายฝงแอฟริกา
ตะวันออก และตะวันตก มีการปลูกโกโกมากที่สุด นอกจากนั้น มีการปลูกปาลมนํ้ามัน กาแฟ
ถั่วลิสง ออย ยางพารา เผือก และมัน

ลมุ แมนา้ํ ไนล เปนพ้ืนทอ่ี ากาศรอ นแหง แลงสวนใหญปลูก ฝาย ชา อินทผาลัม
ขา วฟา ง

เขตเมดเิ ตอรเ รเนียน บริเวณดานเหนือสุดและดา นใตส ุดของภมู ภิ าค มีการปลกู
สม องนุ มะกอก และขา วสาลี

เขตอบอุนชนื้ บริเวณดานตะวนั ออกเฉยี งเใตข องภูมภิ าค มกี ารปลูกผลไม
ขาวสาลี ขา วโพด

การเล้ียงสัตว ในภูมภิ าคแอฟรกิ า มีการเลย้ี งสตั วแ ละการลา สตั วป า ดังน้ี
โคเขายาว เล้ียงไวเ พอื่ ใชแรงงาน ใชเ นอื้ เปนอาหาร และเปนการแสดงฐานะ

ทางสังคม สว นใหญจะเล้ยี งในเขตภาคตะวนั ออกและภาคใตของภูมภิ าค
โคเนอ้ื และโคนมพนั ธตุ างปะเทศ นยิ มเลี้ยงในเขตท่ีมภี ูมอิ ากาศอบอนุ ชื้น
แพะ แกะ เปนการเลย้ี งแบบเรร อ น ในเขตทะเลทราย
อฐู เล้ียงไวเ พื่อใชเปนพาหนะและอาหาร นยิ มเล้ยี งในเขตทะเลทราย
การลาสัตวปาโดยชนพ้ืนเมือง สัตวปาที่เปนท่ีนิยมในการลาเพื่อนํามา

จาํ หนาย ไดแก งาชาง และนอแรด

42

เหมืองแร ภูมิภาคแอฟริกา เปนภูมิภาคที่มีแหลงแรเปนจํานวนมาก โดยเฉพาะ
เพชร มีปริมาณมากกวาทกุ ภมู ิภาค โดยแรธ าตทุ ี่สาํ คญั อ่ืน ไดแ ก

ถานหนิ มมี ากท่ีสาธารณรฐั แอฟรกิ าใต
น้ํามันปโตรเลียม มีมากท่ีทะเลทรายสะฮารา ประเทศแอฟริกาเหนือ
ลิเบีย แอลจีเรีย อยี ปิ ต ไนจเี รีย
กาซธรรมชาติ มีมากในที่ลุมของแอฟริกาเนือ และแอฟริกาตะวันตก
โดย ประเทศแอลจเี รยี มปี ริมาณกา ซธรรมชาติ มากท่ีสดุ แหงหนึ่งของโลก
ทองคาํ มีมากทส่ี าธารณรฐั แอฟรกิ าใต
ทองแดง มมี ากท่ปี ระเทศซาอรี 
อุตสาหกรรม ในภูมิภาคแอฟริกา มีการดําเนินงานอาชีพดานอุตสาหกรรม โดย
เฉพาะทสี่ าธารณรัฐแอฟริกาใต

เร่ืองที่ 5 การพฒั นากระบวนการจัดการงานอาชพี ในชมุ ชน สังคม ประเทศ และภมู ภิ าค 5 ทวปี
ไดแ ก ทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวปี อเมริกา ทวปี ยโุ รป และทวปี แอฟรกิ า

1. การจดั การการผลิต
กระบวนการของการจัดการการผลิต
มีความสําคัญ จําเปน ตองมีขั้นตอนที่กําหนดไวกอนหลังอยางชัดเจน เพื่อให

ผูดําเนินการสามารถปฏิบัติตามไดอยางถูกตอง กระบวนการผลิต จําเปนตองมีความเขาใจและ
สามารถจัดระบบการบรหิ ารจดั การ ไดอยางมีประสิทธิภาพ เพราะเปนการกาํ หนดแนวทางการส่ือสาร
การประกนั คณุ ภาพ การประเมิน การควบคุม การติดตามตรวจสอบ การดําเนินงาน การแกปญหา
เปน เครื่องมอื ในการสรา งนวตั กรรม รวมถึงการพยากรณส ่งิ ที่จะเกดิ ข้ึน

กระบวนการของการจดั การ เปน การนาํ ทรพั ยากรมาเปนผลผลติ ดงั นี้ 43

ปจ จยั นาํ เขา กระบวนการ ปจจัยนาํ ออก
Inputs Process Outputs

ทรพั ยากรการจดั การ หนาท่กี ารจัดการ ผลลัพธ
1. คน 1. การวางแผน 1. สินคา
2. เงนิ 2. การจัดองคก ร
3. วัสดุอุปกรณ 3. การจัดคนเขา ทาํ งาน 2. บรกิ าร
4. การอํานวยการ
4. วธิ กี าร 5. การควบคมุ

จากแผนภาพขางตน ปจจัยนําเขา ไดแก คน เงิน วัสดุอุปกรณ และวิธีการ ถูกนําเขาสู
กระบวนการของการแปรรูปทรัพยากร โดยหนาที่การจัดการ 5 ประการ คือ การวางแผน การจัด
องคกร การจัดคนเขาทํางาน การอํานวยการ และการควบคุม เม่ือผานกระบวนการแปรรูปแลว
ผลลัพธท ไี่ ดจ ะเปนปจจยั นาํ ออก ไดแ ก สนิ คาตาง ๆ หรืออาจอยใู นรปู ของการบรกิ าร

กระบวนการของการจัดการการผลิต เปนการวิเคราะห ลักษณะ ขอบขายท่ีเกี่ยวของกับ
การจัดการการผลิต ไดแก การวางแผน การจัดทําโครงการ การใชวัสดุอุปกรณ การใชแรงงาน
การใชสถานที่ และการใชทุน

แนวคิดสาํ คญั
การวางแผนงานเปนกิจกรรมเบ้ืองตนของการปฏิบัติงานใหผูปฏิบัติงานทราบถึงแนวทาง

วาตอ งทําอะไร ท่ีไหน เมื่อใด อยางไร โดยมีกระบวนการของการวางแผนเพ่ือใหไดแผนงานที่ดี
สามารถปฏิบัติใหสําเร็จไดตามวัตถุประสงคที่กําหนด การวางแผนงานท่ีดีจะเปนเครื่องมือของ
ฝา ยปฏบิ ตั กิ ารทจี่ ะชว ยใหก ารดําเนินการมคี วามชัดเจน ราบรื่น และประหยดั ทรพั ยากร

การดําเนินกิจกรรมใดก็ตาม สิ่งท่ีตองมีอันดับแรกนั้นก็คือ วัตถุประสงคหรือเปาหมาย
การประกอบธรุ กจิ กเ็ ชน กนั จะตอ งกําหนดวัตถปุ ระสงคหรือเปาหมายใหช ัดเจน การวางแผนจะเปน
การกําหนดแนวทางของการดําเนินกจิ กรรมวาจะทําอะไร เมื่อใด อยางไร โดยใชทรัพยากรตาง ๆ
เพอ่ื ใหเกดิ ความสาํ เรจ็ ตามวตั ถุประสงคท่ตี องการ


Click to View FlipBook Version