หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ
รายวชิ า ช่องทางการพฒั นาอาชีพ
(อช21001)
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
หลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พนื้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551
(ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.2560)
สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย
สานักงานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการ
ห้ามจาหน่าย
หนงั สือเรียนเล่มน้ีจดั พิมพด์ ว้ ยเงินงบประมาณแผน่ ดินเพ่ือการศึกษาตลอดชีวติ สาหรับประชาชน
ลิขสิทธ์ิเป็นของ สานกั งาน กศน. สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารทางวชิ าการลาดบั ท่ี 25/2555
หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ
รายวชิ า ช่องทางการพฒั นาอาชีพ
(อช21001)
ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น
ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560
ลิขสิทธ์ิเป็นของ สานกั งาน กศน. สานกั งานปลดั กระทรวงศึกษาธิการ
เอกสารทางวชิ าการลาดบั ที่ 25/2555
คํานาํ
กระทรวงศึกษาธิการไดป ระกาศใชหลักสตู รการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศกั ราช 2551 เม่อื วันท่ี 18 กนั ยายนพ.ศ.2551 แทนหลกั เกณฑแ ละวิธกี ารจัดการศกึ ษานอกโรงเรียน
ตามหลักสูตรการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช 2544 ซ่ึงเปน หลักสูตรทพ่ี ัฒนาข้ึนตามหลักปรัชญา
และความเช่อื พ้ืนฐานในการจดั การศกึ ษานอกโรงเรียนท่ีมีกลมุ เปา หมายเปนผใู หญม ีการเรยี นรูและ
สงั่ สมความรู และประสบการณอ ยางตอเนื่อง
ในปง บประมาณ 2554 กระทรวงศึกษาธิการไดกําหนดแผนยุทธศาสตรในการขับเคลื่อน
นโยบายทางการศึกษาเพอื่ เพ่มิ ศกั ยภาพ และขีดความสามารถในการแขงขันใหป ระชาชนไดม ีอาชพี
ที่สามารถสรางรายไดทมี่ ่ังค่ังและมน่ั คง เปนบุคลากรที่มีวินัย เปยมไปดวยคุณธรรมและจริยธรรม
และมีจิตสํานึกรับผิดชอบตอตนเองและผูอื่น สํานักงาน กศน. จึงไดพิจารณาทบทวนหลักการ
จดุ หมาย มาตรฐาน ผลการเรียนรทู ่คี าดหวงั และเนอื้ หาสาระ ทั้ง 5 กลุมสาระการเรียนรู ของหลักสูตร
การศึกษานอกระบบระดับการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ใหมีความสอดคลองตอบสนอง
นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งสงผลใหตองปรับปรุงหนังสือเรียน โดยการเพ่ิมและสอดแทรก
เน้ือหาสาระเก่ียวกับอาชีพ คุณธรรม จริยธรรม และการเตรียมพรอมเพื่อเขาสูประชาคมอาเซียน
ในรายวชิ าทม่ี คี วามเกี่ยวของสัมพันธกัน แตยงั คงหลกั การและวิธกี ารเดิมในการพฒั นาหนงั สอื ทีใ่ ห
ผูเรยี นศึกษาคนควาความรูดวยตนเอง ปฏิบตั ิกิจกรรม ทาํ แบบฝก หดั เพื่อทดสอบความรูความเขาใจ
มีการอภปิ รายแลกเปล่ียนเรียนรกู ับกลมุ หรอื ศึกษาเพ่ิมเติมจากภูมิปญญาทองถ่ิน แหลงการเรียนรู
และสอ่ื อ่นื
การปรับปรงุ หนังสอื เรยี นในคร้ังน้ี ไดรับความรว มมืออยางดีย่ิงจากผูทรงคุณวุฒิในแตละ
สาขาวชิ า และผูเกี่ยวของในการจดั การเรยี นการสอนท่ีศึกษาคน ควา รวบรวมขอมูลองคความรูจาก
สอื่ ตา ง ๆ มาเรียบเรียงเน้อื หาใหค รบถวนสอดคลองกับมาตรฐาน ผลการเรียนรูที่คาดหวัง ตัวช้ีวัด
และกรอบเน้ือหาสาระของรายวิชา สาํ นักงาน กศน.ขอขอบคุณผูมีสวนเกี่ยวของทุกทานไว
ณ โอกาสน้ี และหวงั วาหนังสอื เรียนชดุ น้ีจะเปนประโยชนแกผูเรียน ครู ผูสอน และผูเก่ียวของใน
ทุกระดบั หากมขี อเสนอแนะประการใด สํานกั งาน กศน. ขอนอมรับดว ยความขอบคุณยงิ่
สารบญั
คํานาํ หนา
คาํ แนะนาํ การใชหนงั สอื เรยี น
โครงสรา งรายวิชาชอ งทางการพฒั นาอาชพี
บทที่ 1 การงานอาชพี 1
เรอื่ งท่ี 1 ความสาํ คญั และความจําเปน ในการพฒั นาอาชีพ
2
เรอ่ื งที่ 2 การพฒั นากระบวนการผลิตอาชีพในชุมชน สงั คม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป 3
ไดแ ก ทวปี เอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี ทวปี อเมริกา ทวปี ยโุ รป และทวปี แอฟริกา
เรือ่ งท่ี 3 กลมุ อาชีพใหม
เรือ่ งที่ 4การประกอบอาชพี ในภมู ภิ าค 5 ทวีป 32
เรอื่ งที่ 5 การพัฒนากระบวนการจดั การงานอาชพี ในชมุ ชน สังคม ประเทศ และ 34
42
ภูมภิ าค 5 ทวปี ไดแ ก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมริกา ทวีปยโุ รป
และทวปี แอฟรกิ า
เร่อื งท่ี 6 คุณธรรม จริยธรรม
เร่ืองที่ 7 การอนุรกั ษพลังงานและสง่ิ แวดลอ มในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และ 77
80
ภูมิภาค 5 ทวปี ไดแ ก ทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมรกิ า ทวปี ยโุ รป
และทวีปแอฟริกา
บทที่ 2 ชอ งทางการพฒั นาอาชพี 83
เรื่องที่ 1 ความจําเปน ในการมองเห็นชอ งทางเพอื่ พฒั นาอาชพี
เรือ่ งท่ี 2 ความเปน ไปไดใ นการพฒั นาอาชพี 84
เร่อื งที่ 3 การกําหนดวธิ กี ารพัฒนาอาชีพพรอ มเหตุผล 85
92
บทท่ี 3 การตดั สนิ ใจเลอื กพฒั นาอาชพี 94
เรอ่ื งท่ี 1 การตดั สนิ ใจเลอื กพัฒนาอาชีพ
เรอ่ื งท่ี 2 การตดั สนิ ใจพฒั นาอาชีพดว ยการวิเคราะหศกั ยภาพ 95
106
บรรณานุกรม 110
คณะผูจดั ทํา 111
คําแนะนําการใชห นังสอื เรียน
หนังสือเรียนสาระการประกอบอาชีพ รายวิชาชองทางการพัฒนาอาชีพ รหัส อช21001
ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน เปนหนงั สือเรยี นทีจ่ ดั ทําขน้ึ สาํ หรบั ผูเรียนที่เปนนักศกึ ษานอกระบบ
ในการศึกษาหนังสอื เรยี นสาระการประกอบอาชีพ รายวชิ าทกั ษะการพฒั นาอาชีพ ผูเรียนควร
ปฏิบัติ ดังนี้
1. ศึกษาโครงสรางรายวิชาใหเขาใจในหัวขอและสาระสําคัญ ผลการเรียนรูท่ีคาดหวัง และ
ขอบขา ยเน้ือหา
2. ศึกษารายละเอียดเน้ือหาของแตละบทอยางละเอียด และทํากิจกรรมตามที่กําหนด
หากยังไมเขาใจควรกลับไปศึกษาและทําความเขาใจในเน้ือหานั้นใหมใหเขาใจ กอนท่ีจะศึกษา
เร่ืองตอไป
3. หนงั สอื เรยี นเลมนี้มี 3 บท คือ
บทที่ 1 การงานอาชพี
บทที่ 2 ชอ งทางการพฒั นาอาชีพ
บทท่ี 3 การตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชพี
โครงสรางรายวิชาชอ งทางการพฒั นาอาชพี
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน (อช21001)
สาระสาํ คญั
เปนองคความรเู ก่ยี วกบั การงานอาชพี และเทคโนโลยี ซ่งึ ประกอบดวยการสํารวจวิเคราะห
อาชีพในชุมชน ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา
ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา เพื่อนําไปสูการพัฒนา ระบุส่ิงท่ีตองการพัฒนาอาชีพ เหตุผลความ
จําเปนท่ีตองการพัฒนาอาชีพดานตาง ๆ แสวงหาความรูและเทคนิคการพัฒนาอาชีพวิเคราะห
ความรู และเทคนิคท่ไี ดม า เพ่ือนําไปสกู ารพฒั นาอาชีพ การตัดสินใจเลือกวิธีการเพ่ือพัฒนาอาชีพ
และการตรวจสอบความเปน ไปไดในการพัฒนาอาชีพ ใหผูเรียนสามารถเลือกแนวทางการพัฒนา
อาชพี ท่เี หมาะสมตอตนเองและชมุ ชนได
ผลการเรยี นรูทคี่ าดหวงั
1. อธิบายความหมาย ความสําคัญ วิเคราะหลักษณะงาน ขอบขายอาชีพในชุมชน สังคม
ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี ทวปี อเมรกิ า ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา
ที่จะนําไปสกู ารพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมกับศกั ยภาพของตน และสอดคลองกับชุมชน สังคม
2. อธิบายเหตผุ ล ปจ จยั ความจาํ เปน ในการพัฒนาอาชพี ที่เหมาะสมกบั ศกั ยภาพของตนเองได
3. จดั ระบบความสาํ คัญในการตดั สินใจพัฒนาอาชีพได
4. ปฏบิ ัติการวเิ คราะหเพือ่ การพฒั นาอาชพี ได
ขอบขา ยเนือ้ หา
บทท่ี 1 การงานอาชพี
บทท่ี 2 ชอ งทางการพัฒนาอาชีพ
บทที่ 3 การตดั สินใจเลอื กพัฒนาอาชีพ
สื่อการเรียนรู
1. กิจกรรม
2. หนังสอื เรยี น
1
บทท่ี 1
การงานอาชีพ
สาระสําคญั
อาชีพในปจจุบันมีอยูหลากหลายในสังคม มีทั้งสรางขึ้นใหมจากทรัพยากรท่ีมีอยู หรือ
พัฒนาขยายขอบขายจากอาชีพหน่ึงเปนอาชีพหนึ่ง หากผูเรียนมีโลกทัศนทางอาชีพจะทําใหมี
ความรู ความเขาใจ อธิบายความสําคัญ และความจําเปน ลักษณะขอบขายกระบวนการผลิตงาน
อาชีพ การจดั การในงานอาชีพ คุณธรรม จรยิ ธรรม และการอนุรกั ษพลังงานและสิ่งแวดลอม จะทําให
เหน็ ชอ งทางในการพัฒนาอาชีพ
ตัวช้วี ดั
1. อธิบายความสําคญั และความจําเปน ในการพัฒนาอาชพี
2. อธิบายลักษณะขอบขายกระบวนการผลิตงานอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และ
ภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา
เพ่อื นาํ มาวเิ คราะหใ นการพัฒนาอาชีพ
3. อธิบายการจดั การในงานอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลีย ทวปี อเมรกิ า ทวปี ยุโรป และทวปี แอฟริกา เพอ่ื นาํ มาวเิ คราะหใ นการพฒั นาอาชพี
4. อธิบายคณุ ธรรม จรยิ ธรรมในการพัฒนาอาชีพ
5. อธบิ ายการอนรุ ักษพลงั งานและสิ่งแวดลอมในการพัฒนาอาชีพในชมุ ชน สงั คม ประเทศ
และภูมภิ าค 5 ทวปี ไดแก ทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลีย ทวีปอเมรกิ า ทวปี ยุโรป และทวีปแอฟริกา
ขอบขา ยเนื้อหา
เร่ืองที่ 1 ความสาํ คัญและความจาํ เปน ในการพัฒนาอาชีพ
เรอ่ื งท่ี 2 การพฒั นากระบวนการผลิตอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป
ไดแ ก ทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยโุ รป และทวปี แอฟริกา
เร่อื งที่ 3 กลมุ อาชีพใหม
เร่ืองท่ี 4 การประกอบอาชีพในภมู ภิ าค 5 ทวีป
เรื่องท่ี 5 การพฒั นากระบวนการจดั การงานอาชพี ในชุมชนสังคม ประเทศ และภูมิภาค5 ทวีป
ไดแก ทวีปเอเชยี ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปแอฟรกิ า
เรื่องท่ี 6 คุณธรรม จรยิ ธรรม
เรือ่ งท่ี 7 การอนุรกั ษพ ลังงานและส่ิงแวดลอมในชมุ ชน สังคม ประเทศ และภูมภิ าค 5 ทวีป
ไดแก ทวปี เอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี ทวปี อเมรกิ า ทวีปยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า
2
เรอ่ื งท่ี 1 ความสาํ คัญและความจําเปนในการพฒั นาอาชพี
ความสาํ คญั และความจาํ เปนของการพัฒนาอาชีพ วิเคราะหลกั ษณะขอบขายการงานอาชีพ
กระบวนการทาํ งาน การบรหิ ารจัดการของอาชีพตา ง ๆ ในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และภูมภิ าค 5 ทวีป
ไดแก ทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวปี อเมรกิ า ทวีปยโุ รป และทวีปแอฟริกา เพ่ือการพัฒนาอาชีพ
จากการงานอาชีพตาง ๆ
ความสําคัญในการพฒั นาอาชีพ
การพฒั นาอาชพี เปน สงิ่ ท่สี าํ คญั ในวิถีชีวิตและการดาํ รงชพี ในปจจบุ ัน เพราะอาชพี เปน การสราง
รายไดเ พ่ือเล้ยี งชพี ตนเองและครอบครัว อาชีพกอใหเกิดผลผลิตและการบริการ ซ่ึงสนองตอบตอ
ความตองการของผูบริโภค และที่สําคัญคือ การพัฒนาอาชีพมีความสําคัญตอเศรษฐกิจของ
ประเทศชาติ ความสําคัญจึงเปน ฟน เฟองในการพัฒนาคณุ ภาพชวี ิต เศรษฐกิจ ชมุ ชน สงผลถึงความ
เจรญิ กา วหนาของประเทศชาติ
ความจําเปน ในการพฒั นาอาชพี
ความจําเปนในการพัฒนาอาชพี ในชุมชน สังคม ประเทศ และภมู ภิ าค 5 ทวีป ไดแ ก ทวีปเอเชีย
ทวีปออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา ท่ีเหมาะสมกับตนเอง วิเคราะห
ความเปนไปไดตาง ๆ ไดแก การลงทุน การตลาด กระบวนการผลิต การขนสง การบรรจุหีบหอ
การแปรรูป และผลกระทบตอชุมชน และสิ่งแวดลอม ความรูความสามารถของตนเองตอส่ิงที่
ตองการพัฒนา การลําดับความสาํ คัญของการพฒั นาทีม่ คี วามเปน ไปได เพื่อนําขอมูลที่วิเคราะหไว
นาํ ไปปรกึ ษาผรู ู การตัดสนิ ใจเลือกพฒั นาอาชพี ที่เหมาะสมกบั ตนเอง โดยวเิ คราะหค วามพรอ มของ
ตนเอง ความตองการของตลาด เทคนิคความรู ทักษะในอาชีพ และความรับผิดชอบตอสังคม
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอม
3
เร่อื งท่ี 2 การพฒั นากระบวนการผลิตอาชีพในชุมชน สังคมประเทศและภมู ภิ าค5ทวีปไดแ ก
ทวีปเอเชีย ทวปี ออสเตรเลีย ทวปี อเมริกา ทวีปยโุ รป และทวปี แอฟริกา
เปนการวิเคราะหลักษณะ ขอบขาย กระบวนการผลิตทางอาชีพจากงานตาง ๆ ในวิถีชีวิต
ไดแ ก งานบาน งานเกษตร งานชา ง งานประดิษฐ และงานธรุ กจิ
1. งานบา น
งานบา น เปนการวเิ คราะหเกย่ี วกบั งานบานและชีวติ ความเปน อยใู นบาน ผาและเครื่องแตง กาย
อาหารและโภชนาการ โดยเนนการแกปญหาในการทํางาน มีความรับผิดชอบ สะอาด มีระเบียบ
ประหยัด อดออม อนรุ กั ษพลงั งานและส่ิงแวดลอม เพ่ือนําไปสูการสรางงานอาชีพที่เหมาะสมกับ
ศักยภาพของตนเองและสอดคลอ งกบั ชุมชน สงั คม
1.1 บานและชวี ิตความเปน อยูในบาน
ความสัมพนั ธข องสมาชิกในบา น บานเปนปจ จยั ที่จําเปน ในการดํารงชีวิต บานเปนท่ีอาศัย
ใหความปลอดภยั ความรกั ความอบอนุ รว มกนั ทาํ กิจกรรมตาง ๆ เปนศูนยรวมของสมาชิกทุกคน
ในครอบครัวและมคี วามสมั พันธตอกัน
ความหมายของครอบครัว
ครอบครัวเปนหนวยหนึ่งของสังคม ประกอบดวยสมาชิกต้ังแต 2 คนข้ึนไปอยูรวมกัน
บานเดียวกนั ชว ยกนั ดูแลรกั ษาและออกคาใชจา ยของบานรวมกัน และยังเปนรากฐานหรือสถาบัน
ทสี่ ําคัญของสงั คมในการใหการศึกษา อบรมเล้ียงดูและสรางประสบการณดานตาง ๆ แกสมาชิก
ที่อาศัยอยูรว มกนั
ลกั ษณะของครอบครวั มีดงั น้ี
1. ครอบครัวที่ประกอบดวยกลุมคนท่ีมีความผูกพันกันทางกฎหมาย คือ การสมรส และ
การรบั บคุ คลอ่นื เปนบุตรบญุ ธรรม
2. ครอบครวั ที่ประกอบดวยกลมุ คนที่มีความผูกพันกันทางสายเลือด ไดแก พอ แม ลูก ปู ยา
ตา ยาย พี่ นอง หลาน
3. ครอบครัวท่ีประกอบดวยกลุมคนท่ีมีการใชจายรวมกัน จากเงินงบประมาณเดียวกัน
อาจเก่ยี วพันกันทางสายเลอื ด หรือไมเ กี่ยวพันกนั เชน พอ แม ลูก พ่นี อง นายจา ง ลกู จาง เพื่อน
ความสาํ คญั ของครอบครัว
ครอบครวั ตองมหี วั หนาครอบครัว โดยปกติจะเปนบิดา แตบางครอบครัวอาจเปนมารดา
หรือญาติผูใหญ หัวหนาครอบครัวเปนบุคคลสําคัญในการสรางความสัมพันธและบรรยากาศให
สมาชกิ ในครอบครวั มีความรกั ความอบอุน ความเขาใจอันดีตอกัน สมาชิกจะไดรับแบบอยางที่ดี
จากครอบครวั ทําใหมจี ิตสาํ นึกในบทบาทภาระหนาที่ของตนเองทม่ี ีตอ ครอบครวั และสังคม
4
ดงั น้ัน ครอบครวั จึงเปน สถาบันท่สี าํ คัญตอ การปลกู ฝงคณุ ลักษณะอนั พึงประสงคใหเ กดิ แก
สมาชกิ ของครอบครวั ไดแ ก ความเปนผมู ีระเบียบวินัย มคี วามรบั ผดิ ชอบ ซื่อสัตยตรงตอเวลา รูจัก
การเสียสละ ซึ่งเปนรากฐานสําคัญใหสมาชิกของครอบครัวกาวไปสูสถาบันอื่น ๆ ของสังคมได
อยางมคี ณุ ภาพ
การสรางความสัมพันธใ นครอบครวั
บรรยากาศของครอบครัวท่ีมีสมาชิกอารมณดีมีความสัมพันธอันดีตอกัน สามารถทําได
ดังนี้
1. ใหส มาชกิ มีสวนรวมแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั งาน หรือปญ หาของครอบครวั
2. ฝก ใหรจู กั การเปนผฟู ง และผพู ูดทีด่ ี
3. ยอมรับนบั ถอื ในความคดิ เหน็ ของผูอ ่นื
4. มอบหมายงานใหเหมาะสมกบั วยั และความสามารถ
5. รูจกั หลกี เลย่ี งการขดั แยง พยายามทําความเขาใจและรูจักการใหอ ภยั ซ่ึงกันและกนั
6. มกี ิจกรรมหรืองานที่ทํารวมกนั ชวยใหเ กดิ ความสามัคคี การปรับตัวเขา หากนั
7. มีสมั มาคารวะ ประพฤตติ นเหมาะสมกบั วัย และกาลเทศะ
8. ใหความเคารพนบั ถอื ตอ ผอู าวุโส
9. ใหค วามชว ยเหลือ เอือ้ อาทร และมีนาํ้ ใจอันดตี อกนั
10. รูจกั เสียสละตามสมควรแกโ อกาส
หนา ท่คี วามรบั ผดิ ชอบของสมาชิกในครอบครวั
สมาชกิ ทุกคนในครอบครัวมีสวนรว มในการทํางานบาน ไมควรมอบภาระใหกับผูใดผูหน่ึง
งานตาง ๆ จะสําเรจ็ ไดด วยดตี อ งอาศยั ความรว มมือรว มใจของสมาชิกทุกคน ซง่ึ หลกั ในการแบงงาน
และความรับผิดชอบควรพจิ ารณา ดงั น้ี
1. วเิ คราะหแ ละวางแผนรว มกนั วามงี านอะไรบา งทจี่ ะตอ งจัดทาํ ในครอบครัว
2. มอบหมายงานใหส มาชิกทาํ ตามความสามารถ ความถนดั และเหมาะสมกบั วยั
3. กําหนดหนาท่ีรับผิดชอบงานของแตละคนใหชัดเจนวาใครมีหนาที่อะไรและมีงานใด
ท่สี มาชกิ ควรทํารว มกนั
ลักษณะงานในบา น
ลกั ษณะงานในบา นมหี ลายประการ สมาชิกในครอบครวั ควรมีสวนรว มลกั ษณะงานในบาน
แบงออกได 2 ประเภท คือ
1. งานสวนตัว เปนงานที่สมาชกิ ตองปฏิบัติสําหรับตนเอง เชน ดานสุขภาพอนามัยตัวเอง
คือ การทาํ ความสะอาดรางกาย การทาํ ความสะอาดเครื่องใชสวนตัว รับประทานอาหารท่ีมี
5
ประโยชนตอรางกาย พกั ผอ นใหเ พียงพอ ดานการวางแผนมกี ารวางแผนในการใชเวลาแตละวันให
เปนประโยชนและเหมาะสมกบั ลักษณะงานท่ีปฏบิ ัติ
2. งานสว นรวม เปนงานทีไ่ ดร บั มอบหมายจากสมาชกิ ในครอบครัว หรอื เปนงานท่ีแบง เบา
ภาระของบิดามารดา ผูปกครอง และสมาชกิ ในบาน เชน การประกอบอาหาร งานซักรดี เส้ือผา และ
ทําความสะอาดเคร่ืองนงุ หม
การจดั และการดูแลรักษาบาน
การใช การเกบ็ การบํารงุ รักษา การเลอื ก ซอมแซม ดดั แปลง เครื่องมือเครื่องใชในบานให
ถกู วิธีและเหมาะสมกับบริเวณพื้นท่ีในบาน จะชวยใหสะดวกตอการนํามาใชและยืดอายุการเก็บ
รกั ษา ซง่ึ จะเปนประโยชนตอ การจัดและการดูแลรักษาบาน แบง ไดดงั น้ี
1. อุปกรณการทําความสะอาดบาน เชน ไมกวาดประเภทตา ง ๆ หลังจากใชแ ลวควรเก็บใน
บริเวณทล่ี ับตาหรอื ขางตูท่ีสูง เพ่ือหยิบใชไดสะดวกในการใชงานคร้ังตอไป สารท่ีชวยในการทํา
ความสะอาด เชน ผงซักฟอก น้ํายาขัดพ้นื ควรเกบ็ ใสภาชนะท่ีมฝี าปดมิดชดิ
2. อปุ กรณเครื่องใชไ ฟฟา เชน เตารีด โทรทัศน เตาไฟฟา ฯลฯ ควรจดั วางในที่อากาศถา ยเท
หรือหมุนเวยี นไดส ะดวก ไมค วรมนี า้ํ ขงั และหลังจากใชง านแลวตอ งถอนปลั๊กออกใหเรยี บรอย
1.2 ผา และเคร่อื งแตงกาย
การเลือกใชผาและเคร่ืองแตงกายผาและความสําคัญของเสื้อผา ผาเปนเคร่ืองนุงหมที่ให
ประโยชนตอการดํารงชีวิตของมนุษย ผาเปนเคร่ืองนุงหมท่ีใหความอบอุนแกรางกาย ปองกัน
อนั ตรายจากการปฏบิ ัติงานตา ง ๆ และเพ่ือใหเกดิ ความสวยงาม นอกจากนั้นผายังใชในการตกแตง
บา นเรือน กอ นที่จะนาํ ผา มาใชใ หเกิดประโยชนต อการดาํ รงชีวิต ควรศึกษาและเลือกใชใหถูกตอง
ตามความเหมาะสม
การเลือกใชเสื้อผาเคร่ืองแตง กายทีถ่ กู ตอง จะตองคํานึงถึง
1. การสํารวจและรจู ักตนเอง การพจิ ารณารูปราง ลักษณะของผูสวมใส เชน ความสูง เตี้ย
ความอว น ผอม สผี ิว สีตา สีผม จุดเดนและจุดบกพรองของรูปรางหนาตา
2. ในการเลือกแบบเส้อื แบบเสอ้ื ที่ดีควรเปน แบบท่งี าย ๆ แตนา สนใจ มจี ุดเดน เพยี งจดุ เดียว
ไมควรมกี ารตกแตงรงุ รงั มากเกินไป และเลือกใหเ หมาะสมกับบุคลกิ ของผสู วมใส
3. งบประมาณเรอ่ื งเส้ือผา ควรซือ้ มาใชแ ลว คมุ คาเงินที่เสียไปและใชไ ดนาน
การทําความสะอาด ดูแลและรกั ษาผาและเครือ่ งแตง กาย
เส้อื ผา นอกจากจะตอ งเลอื กเส้ือใหเหมาะสม ใหถูกตอ งกับบุคลิกภาพ โอกาส สถานท่ีแลว
ผสู วมใสค วรศึกษาการรักษาความสะอาดอยางถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใชงาน ความทนทาน รวมทั้ง
รูจ กั การซอ มแซมเส้ือผาใหอยใู นสภาพพรอมที่จะใชป ระโยชนไดทันที การทําความสะอาดเส้ือผา
ควรคํานงึ ถึงชนิดของผาเสียกอนวาควรใชน า้ํ ยา ผงซกั ฟอกหรือสบชู นดิ ใด ผา ที่ซกั นนั้ ทนตอการขยี้
6
หรือไม และอณุ หภมู มิ ากนอ ยเพยี งใด รวมท้ังความคงทนของสีผา ควรอานปายท่ีติดกับตัวเสื้อให
ละเอยี ดเก่ยี วกับคุณสมบตั ขิ องเสอ้ื ผาที่นํามาใช เพราะผาแตละชนิดการดแู ลรกั ษาแตกตา งกนั ดังนน้ั
ควรไดศ กึ ษาเพื่อจะไดมีเส้ือผา ที่ใหมแ ละใชงานไดนาน ๆ
การซกั ผา มจี ุดมุงหมาย คอื การทําความสะอาด ลบรอยเปอนออกใหหมด การซักผาทําได
2 วธิ ี คือ
1. ซักดวยน้ํา เรียกวา ซกั เปย ก
2. ซกั ดวยสารละลายโดยผา ตอ งไมถกู นาํ้ เรียกวา ซักแหง
การซักผา ทถ่ี กู ตองจะชวยทาํ ใหผาทนทานและสวยงามอยูเสมอ มีลาํ ดับข้ันตอน ดงั น้ี
1. ตรวจดูรอยชํารดุ ของเส้อื ผา กอ นลงมอื ซกั ถามีรอยชาํ รดุ ควรซอมแซมกอน
2. รดู ซปิ และปลดเขม็ ขดั ออกจากหวง เพราะจะทําใหฟ นซิปหรอื เข็มขดั เสยี ในระหวางท่ีซกั
3. ลวงดูกนกระเปาหากมสี ิ่งของหรือสิ่งแปลกปลอมควรเอาออกใหห มดเพราะบางคร้ังสิง่ เหลาน้ี
จะทําใหเ สื้อผา เปอน ถา ซกั ดวยเครื่องจะทําใหเคร่อื งซกั ผาเสยี เร็ว
4. กําจดั รอยเปอนและจดุ ดา งดําใหหมดกอนลงมือซกั
5. แยกประเภทของผา กอ นท่ีจะนําไปซัก เพราะผา บางชนดิ อาจสีตก
6. กอนนําผาลงไปซักกับผงซักฟอกหรือน้ําสบู ควรซักน้ําเปลากอน 1 คร้ัง เพื่อขจัดสิ่ง
สกปรก เชน ฝุน ละออง หรอื คราบส่ิงสกปรกอ่นื ๆ เพราะผา บางชนดิ สกปรก สามารถดูดซึมซับได
รวดเร็วจะทาํ ใหผานนั้ เกา เรว็ สไี มสดใส
การรดี ผา ควรปฏิบตั ิ ดงั น้ี
1. เสยี บปล๊กั เตารดี แลว เปดสวิตชปรบั อุณหภมู คิ วามรอนใหเหมาะสมกับเน้ือผาท่ีกําลังรีด
หรืออา นจากปายทีต่ ดิ เส้อื วาควรใชอ ณุ หภูมเิ ทา ไหรใ นการรดี การรีดควรกลบั ตะเขบ็ ดา นในทดลอง
รีดดกู อน เพอื่ ปองกนั ผาเสียหาย
2. การรดี เตารีดไอนํา้ ควรใชน ้ํากล่ันเตมิ กอ นเสียบปลั๊กไฟเปดสวิตช ไมค วรใชนํ้าประปาเติม
เพราะถา ใชน้าํ เตมิ ไปนาน ๆ ทาํ ใหนํา้ ท่ตี กตะกอนจบั ตัวทาํ ใหอุดตันท่ีทอไอน้ําได ดังน้ัน หลังจาก
เลิกใชท กุ ครั้งควรถายนา้ํ ออกใหห มด
3. อยาพรมนาํ้ เปยกมากจนเกินไป ควรพรมนาํ้ ท้งิ ไวป ระมาณ 5-10 นาที แลว คอ ยรดี เพราะ
ถา ผา เปยกมากเกนิ ไปจะทาํ ใหเสียเวลาการรดี ผา และจะเสียคา ไฟฟา มากขึน้ กวา ปกติ
4. ควรรดี ผาหลาย ๆ ตวั ในคร้งั เดียวกัน ถา ผาเนอ้ื บาง ๆ ควรรีดหลังสดุ เพราะผาบางไมไดใช
อณุ หภูมสิ งู เหมาะทีจ่ ะรีดหลังจากถอดสวติ ชแ ลว เพอ่ื เปน การประหยดั กระแสไฟฟาและเงินอีกดวย
5. ระวงั อยา ใหเ ตารดี หลนหรือตก ขณะที่กําลังจะหยุดรีดชั่วขณะหน่ึงควรปดสวิตช หรือ
ถอดปลกั๊ เตารีดเพ่ือปอ งกนั การเกิดไฟไหม
7
6. ขณะทร่ี ดี ผา ควรใหสายเตารดี เรยี บไมมวนงอ เพราะจะทาํ ใหส ายเสยี ดสีกนั ทําใหฉนวน
หุมสายไฟไมท นทานจะทําใหเกิดอันตรายได
7. เม่ือรดี ผาเสรจ็ ทกุ ครั้งตอ งปด สวิตช ถอดปลัก๊ และเก็บพับสายใหเ รียบรอยทุกครงั้
8. เตารีดหลังจากใชแลว หากมีส่ิงสกปรกติดอยู ควรใชผาชุบนํ้าหรือเบนซินหมาด ๆ เช็ดออก
ทุกครง้ั
การซอ มแซมเส้ือผา
เสื้อผาที่ชาํ รดุ อาจเน่ืองมาจากการซักรีด หรือถูกส่ิงอื่นเกาะเก่ียว ทําใหเส้ือผามีรอยตําหนิ
หรือเสียหาย เส้ือผาที่ใสอยูบางตัวยังใหม ตองการกลับมาใชประโยชนอีก จึงจําเปนตองศึกษา
วิธีการซอมแซมใหเหมาะสมและถูกวิธี การซอมแซมเสื้อผา นอกจากจะนํากลับมาใชไดอีก
ยังสามารถดดั แปลงเสอ้ื ผา ใหไ ดแบบใหมแ ปลกตา ทําใหเกดิ ความสวยงามยิง่ ขน้ึ และนา สวมใส
กอนท่ีจะนําเส้ือผามาซอมแซม ควรพิจารณากอนวาควรซอมแซมวิธีใดจึงจะเหมาะสม
โดยพิจารณาจากรอยชํารุดกอนและวิธีการซอมแซมสามารถนํากลับไปใชไดอีกนานหรือไม
การซอมแซมก็ไมยุงยาก
กจิ กรรม
ใหผ เู รียนหาภาพการแตงกายของบุคคลตาง ๆ คนละ 3 ชุด ใหเหมาะสมกับวัย กาลเทศะ
และฐานะทางเศรษฐกจิ พรอมทงั้ แสดงความคิดเห็น
1.3 อาหารและโภชนาการ
การเลอื กบริโภคอาหารเครือ่ งดม่ื และมารยาทในการรับประทานอาหาร อาหารเปนหน่ึงใน
ปจจัย 4 ทส่ี ําคัญตอ การดาํ รงชีวิต รา งกายจะเจริญเติบโตแข็งแรง และมสี ุขภาพทด่ี ีตองไดรับอาหาร
ท่ีถูกสุขลักษณะ มีคุณคาทางโภชนาการเพียงพอกับความตองการของรางกายในแตละวัยซึ่งมี
ความแตกตา งกัน
อาหาร หมายถึง ส่ิงท่ีกินเขาสูรางกายแลวไมมีโทษตอรางกาย แตนําไปใชประโยชนได
โดยสรางความเจริญเติบโต ซอมแซมสวนที่สึกหรอ ชวยใหรางกายดําเนินชีวิตตามปกติและ
ปราศจากโรค
สารอาหาร หมายถึง สวนประกอบที่เปนสารเคมีที่มีอยูในอาหารและรางกาย สามารถ
นําไปใชป ระโยชนได ไดแ ก โปรตนี คารโบไฮเดรต วติ ามนิ เกลือแร ไขมัน
อาหารสมสว น หมายถึง อาหารที่มีสารอาหารครบทง้ั ปริมาณและคุณภาพตามความตองการ
ของรางกาย
8
การเลือกบรโิ ภคอาหารใหถกู หลักอนามยั
การมีความรูความเขาใจเก่ียวกับการเลือกบริโภคอาหารใหถูกหลักอนามัย จะชวยปองกัน
การแพรกระจายของเช้อื โรคท่ีมใี นอาหารได
หลกั การเลอื กบริโภคอาหารใหถูกหลักอนามัย
1. ควรบริโภคอาหารสุก เน่อื งจากอาหารสุกเปน อาหารท่ผี านการฆาเชือ้ ดวยความรอ น จงึ มี
ความปลอดภัยมากกวาอาหารดิบ
2. ควรใชชอนกลางประจําสําหรับตักกับขาวในการรับประทานอาหาร เพ่ือเปนการปองกัน
การแพรกระจายของโรคที่ตดิ ตอได
3. ควรลางมือกอนรับประทานอาหารดวยนํ้าสบูทุกครง้ั โดยเฉพาะผูน ยิ มบริโภคขาวเหนยี ว
และอาหารอ่นื ๆ ดวยมอื
4. รูจักเลอื กบริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภยั
5. อาหารตอ งมีคณุ คา สูงและราคาไมแพงนัก การเลือกซ้อื อาหารควรพิจารณาถึงคุณคาของ
สารอาหารตามหลกั โภชนาการ
6. อาหารตองมีคุณภาพ สังคมในปจจุบันมีการเลือกซื้ออาหารมารับประทานกันมากขึ้น
ผบู รโิ ภคควรเลอื กอาหารสดใหม ไมบูดเนา หรือสงกลิ่นเหม็น ไมควรเก็บอาหารท่ีซื้อไวนานเกิน
เพราะจะทําใหอาหารไมมีคุณภาพ
7. ทาํ ความสะอาดและเกบ็ ภาชนะอุปกรณเ ครื่องใชอ ยา งถูกตอ ง หลังทําความสะอาดผึ่งใหแหง
และควรเกบ็ เขา ท่ีใหเ รียบรอย เพ่ือปอ งกนั ฝุนละอองและไมอับช้นื
การปฏิบัติหลังรบั ประทานอาหาร
1. เมื่อรับประทานอาหารอ่ิมแลวควรรวบชอนและสอ มไวใ นจาน
2. ชว ยกันเกบ็ ภาชนะตาง ๆ เกบ็ กวาดเชด็ ถูใหเรียบรอย (รบั ประทานอาหารทบ่ี าน)
3. ควรลกุ จากโตะอาหารพรอ ม ๆ กนั ถา จําเปนตองลุกกอ นควรกลา วขออนุญาตแลว เกบ็ เกา อ้ี
ไวใ นสภาพเดมิ
การเลอื กบริโภคอาหารใหเหมาะสมตามวยั
อาหารสําหรับผใู หญ (อายุ 40 ปขึ้นไป) วัยนี้รางกายมกี ารเสริมสรางเซลลตาง ๆ เพ่ือรักษา
สมรรถภาพการทํางานในรา งกายใหคงที่ จงึ ควรไดร บั อาหารครบทัง้ 5 หมแู ละไดสัดสวนท่เี หมาะสม
ดังน้ี
โปรตีน
นม 1 แกว ตอวัน
ไข 1 ฟองตอวัน หรอื สปั ดาหล ะ 3-4 ฟอง
เน้อื สัตว 100 กรัมตอวนั
9
เครือ่ งในสตั ว 1 ครงั้ ตอสปั ดาห
ถ่วั เมลด็ แหง 50 กรมั
แปง หรือนา้ํ ตาล (ใน 1 วนั )
ขาวสวยหรืออาหารจากแปง 3 จาน (250-300 กรมั )
เผอื ก มัน 1 หวั เล็ก นาํ้ ตาล 2 ชอนโตะ
นาํ้ มนั หมู 2 ½-3 ถว ยตวง
ผกั / ผลไม (ใน 1 วนั )
ผกั ใบเขยี วสุก ½ ถว ยตวง
ผักใบเขียวสด 1 ถวยตวง
ผกั ประเภทหวั ดอก ผล ½ ถวยตวง
ผลไม 1 ผลเล็ก (สม 1 ผล)
นํา้ ผลไม ½ ถวยตวง
อาหารสําหรับผสู งู อายุ (อายุ 60 ปขึน้ ไป) วยั น้มี ีการเปล่ยี นแปลงไปในทางเส่อื มลงของเซลล
อวัยวะตาง ๆไดแก เซลลของสมอง ไต หัวใจ กระดูกออน กลามเนื้อลาย เปนตน และไมสามารถ
สรางข้นึ ใหมไ ด จงึ ควรไดร บั สารอาหารในปริมาณที่เพียงพอเชนเดียวกบั วัยผูใหญ
การเกบ็ และการถนอมอาหาร
วธิ ีการเกบ็ อาหารประเภทตา ง ๆ
1. การเก็บอาหารสด กอนเก็บไวในตูเย็นหรือตูแช ตองลางส่ิงปกปรกที่ติดมากับอาหาร
ออกใหห มดขณะที่แชเย็น และจะชวยยืดอายกุ ารเกบ็ อาหารสดได
2. การเกบ็ อาหารแหง ตองปองกันความชนื้ ทจี่ ะเกดิ กบั อาหาร เชน การเก็บเมล็ดพืชควรทําให
แหง กอนนาํ ไปเกบ็ ในภาชนะมีฝาปดและไมอับชื้น สวนพืชที่เปนหัวควรแขวนไวในที่โปรง สะอาด
มลี มโกรกไดด ี ควรนําไปผึง่ แดดออ น ๆ เปนประจาํ
3. การเก็บอาหารกระปอง ควรเก็บไวในที่ท่ีมีอากาศเย็น โปรงและไมอับชื้น เพราะจะได
ปอ งกนั เชอื้ โรคท่หี ลงเหลืออยูใ นกระปอ ง
4. การเกบ็ อาหารปรงุ สาํ เรจ็ อาหารทีเ่ หลอื จากการบริโภคควรเก็บในตเู ยน็ ไมเ กิน2 วันกอ นนํามา
รบั ประทานควรอนุ ใหรอนจัด เพ่อื ทําลายเช้อื จลุ นิ ทรียทท่ี าํ ใหเ กดิ อาการทอ งเสยี
การถนอมอาหาร คอื วิธกี ารตา ง ๆ ที่ทําใหอ าหารเกบ็ ไดน านกวาปกติ โดยไมบ ดู เสีย
หลกั ในการถนอมอาหาร หลักในการถนอมอาหารสามารถทําไดหลายวิธี ดังนี้
1. การแชอ าหารในอณุ หภมู ิต่าํ วิธนี ชี้ วยใหอ าหารเสยี ชาลง เพราะแบคทีเรียและเชื้อราซ่ึงเปน
ตนเหตุใหญม กี ารเจรญิ เตบิ โตไดช า การเก็บอาหารไมใหเสียโดยใชอุณหภูมิตํ่านี้จะเก็บไวไดนานเทาไร
ข้ึนอยกู ับอุณหภมู ิในการเก็บ วิธีเกบ็ อาหารในตเู ยน็ จะเกบ็ อาหารไดใ นระยะส้นั ประมาณ 1 สัปดาห
10
แตถาตองการเก็บอาหารในระยะยาวเปนเดือนหรือเปนป จะตองใชอุณหภูมิต่ํากวาจุดเยือกแข็ง คือ
แชใหอาหารแข็ง อาหารท่ีแชแข็งน้ีถานํามาไวในอุณหภูมิสูงขึ้นก็จะเริ่มเสียไดอีก เชนเดียวกับ
อาหารสดทว่ั ไป
2. การตากแหง แบคทีเรียและเชื้อราในอาหารจะเจริญเติบโต ทําใหอาหารเสียได ตองอาศัย
ความชื้นพอสมควร การตากแหง ทาํ ใหค วามช้ืนในอาหารต่าํ จนเชื้อจุลนิ ทรียไมสามารถเจรญิ เติบโตได
อาหารก็ไมเสียนิยมใชกันมากกับเน้ือสัตว ผักและผลไม เพราะทําไดงายและประหยัด การตากแหง
อาจจะใชวธิ ตี ากแดดอบ ปง ยา ง หรือรมควนั กไ็ ด สาํ หรบั วธิ หี ลังนี้ ควันไฟยงั มสี ารบางอยางชว ยถนอม
อาหารไมใ หเสยี อกี ดว ย
3. การใชความรอ น วธิ ีน้อี าศัยความรอนเพอ่ื ทําลายจุลินทรียที่จะทําใหอาหารเสียและทําลาย
เอนไซมท าํ ใหปฏิกิริยาดาํ เนินไปไมไ ด การทาํ ลายจลุ ินทรียดว ยความรอนนอ้ี าจทําไดหลาย ๆ ขัน้ เชน
3.1 การทาํ ลายเชื้อจุลินทรียบ างตัว ใชก บั อาหารบางชนดิ ทตี่ อ งการรกั ษาใหค งรปู เดิมไว
เชน นมสด ใชวธิ ีพาสเจอรไ รส ซ่ึงใชความรอ นต่าํ ไมถ ึงจดุ เดอื ด เพียงแตทําลายเชื้อจุลินทรียท่ีจะเปน
อันตรายแกผ ูบรโิ ภคเทา นนั้ ฉะนน้ั นมสดทผี่ า นความรอนไมถึงจดุ เดือดจะยงั มเี ช้อื จลุ นิ ทรยี อยูตอ งเกบ็
ไวในที่อุณหภูมิตํา่ เพ่ือไมใหเ สีย
3.2 การทาํ ลายเช้ือจลุ ินทรียท ัง้ หมด วิธนี ้ีใชค วามรอ นสูงในระยะยาว ใชวิธีสเตอริไลซ
เพื่อฆาเช้ือจลุ นิ ทรียใ นอาหารใหหมด และเก็บอาหารที่ไมมีเช้ือจุลินทรียแลวในภาชนะที่มิดชิด เชน
บรรจุกระปอง หรือบรรจุขวด อาหารท่ีถนอมดวยวิธีนี้เก็บไวไดนานมาก เพราะไมมีสิ่งท่ีจะทําให
อาหารเสยี เหลืออยู แตวธิ ีการนี้ยงุ ยากไมเหมาะที่จะทําในครอบครัว เพราะตนทุนสูงเหมาะในการทํา
เปน อตุ สาหกรรมเทานัน้
4. วธิ ีอ่นื ๆ ไดแ ก การดอง การกวน การแชอ ่มิ ฯลฯ ใชม ากกบั ผกั และผลไม ในประเทศเรา
วิธเี หลา นชี้ ว ยถนอมอาหารไวไ ดม ากโดยทําส่ิงแวดลอ มใหมสี ภาพไมเ หมาะสมสาํ หรับการเจรญิ เตบิ โต
ของเชือ้ จุลนิ ทรยี
คุณคา ทางโภชนาการของอาหารทีถ่ นอมแลว
วิธีการถนอมอาหารทุก ๆ วิธี ทําใหมีการเปลี่ยนแปลงในตัวอาหารเองมากบางนอยบาง
แลว แตวิธกี าร สาํ หรบั คณุ คาทางโภชนาการน้นั ก็มีการเปลยี่ นแปลงเชนเดยี วกัน มากนอยขึ้นอยูกับ
ประเภทของอาหารและวิธีการที่ทําถนอมไวโดยตากแหง เชน เน้ือเค็ม ปลาแหง ปลากรอบ ฯลฯ
ดองหรือหมักใสเกลือ เชน ปลารา หอยดอง ฯลฯ เหลาน้ี โปรตีนในเน้ือสัตวยังใชประโยชนได
แตการบริโภคอาหารเหลาน้ีจะตอ งระวังในดานความสะอาด ควรจะทําใหสุกดีเสยี กอ น
ผักและผลไม สารอาหารที่สําคัญ คือ วิตามิน โดยเฉพาะอยางย่ิงวิตามินซีสลายตัวไดงาย
โดยความรอน การสัมผัสกับอากาศ ฯลฯ ฉะนั้น ผักและผลไมท่ีถนอมวิตามินจะนอยลง เมื่อถูก
ความรอ นและสมั ผสั กบั อากาศ สว นเกลอื แรในผักและผลไมไมคอยมีการเปลยี่ นแปลง
11
กจิ กรรม
ใหผูเรียนจัดรายการอาหารและเครื่องด่ืมเพ่ือสุขภาพ 3 ม้ือ ใน 1 วัน สําหรับบุคคล
ดงั ตอไปนี้
(เลือก 1 หวั ขอ)
- เดก็ วัยเรียน
- ผใู หญ
- ผสู ูงอายุ
มื้ออาหาร ช่อื อาหาร/เคร่อื งดื่ม สว นผสม/วธิ ีปรงุ คณุ คา ทางโภชนาการ
การอนรุ ักษพ ลังงานและส่ิงแวดลอ ม
การอนุรักษพลังงานและส่ิงแวดลอมในครอบครัว ไดแก การใชไฟฟา นํ้าประปาอยาง
ประหยดั ดังนี้
การใชไฟฟา
1. การเลือกซื้อเครื่องใชไฟฟา ควรเลือกซ้ือชนิดประหยัดไฟ เชน หลอดตะเกียบ หรือ
เครอื่ งใชไ ฟฟาท่รี ะบฉุ ลากประหยัดไฟ
2. เครื่องใชไฟฟา ทก่ี นิ ไฟมาก เชน หมอหงุ ขาว กาตมน้ํา กระทะ เคร่ืองซักผา เตารีด หรือ
เคร่ืองใชไ ฟฟาเสียบปล๊กั ทุกชนิด เมอ่ื ใชเ สร็จแลว ตอ งถอดปลั๊กออกทนั ที
3. การใชเ ตารดี ไฟฟารีดผา ควรเตรียมเสอื้ ผา ท่ีจะรีด และเตรียมเครื่องใชอ่ืน ๆ ใหพรอมกอน
เมอ่ื จะรีดจึงเสียบปลัก๊ ควรรดี ครงั้ ละมาก ๆ ประหยดั ไฟฟา มากกวา รดี ทีละนอยและบอยคร้ัง
4. เคร่อื งใชไฟฟา ทีม่ สี วิตซป ด เปด เชน หลอดไฟ พัดลม เมอ่ื เลิกใชค วรปด สวิตชท นั ที
5. เครื่องปรบั อากาศตอ งใชเ ทา ท่ีจาํ เปน เมอื่ จะออกจากหองหรอื หยุดใชงานควรปด เคร่อื งกอน
ประมาณครึง่ ชั่วโมง
6. ควรตรวจปลั๊ก สวิตชเ ครอื่ งใชไฟฟาในบานทกุ ชนดิ ใหเรียบรอย และอยูในสภาพดเี สมอ
เพ่ือประหยัดไฟฟา และปลอดภยั จากอบุ ัตเิ หตุที่จะเกิดจากไฟฟา
12
การใชนา้ํ ประปา
1. เม่ือเปดกอ กน้าํ ประปาและใชน้ําในปริมาณพอเพียงแลว ปดกอกน้ําทันที อยาปลอยให
น้าํ ไหล จนลนภาชนะ
2. หมั่นตรวจดูกอกน้าํ ทอ น้าํ ภายในบานและบรเิ วณบา น ถามรี อยรั่วแตกตอ งรบี ซอมทันที
3. บา นท่ีมีหอ งสุขาแบบชกั โครก ควรเลอื กซือ้ ชักโครกแบบประหยัดน้ําและถาใชขวดพลาสติก
กรอกน้าํ ใหเต็ม แชไ วใ นถังชักโครกจะชว ยประหยดั นํ้าได
4. นาํ้ ทใ่ี ชแลว เชน น้ําซาวขา วนา้ํ ลา งผกั ผลไม นาํ้ ลา งจาน นํา้ ท่ซี กั ผา ถา เปนนํา้ สุดทา ย จะไม
คอ ยสกปรกสามารถนําไปรดตนไมได
5. กอ นออกไปนอกบา น หรอื กอนนอนควรตรวจดกู อ กนา้ํ ในบานตอ งปดใหเรยี บรอย
การเกบ็ ขยะภายในบานและการแยกขยะ
ปจจุบันปญหาสิ่งแวดลอม คือ ขยะ ซ่ึงตองกําจัดอยางรวดเร็ว ขยะนอกจากทําลาย
สง่ิ แวดลอมแลว ยงั เปนจุดรวมของสตั วทเี่ ปนพาหนะนาํ โรค เชน หนู แมลงสาบ ดงั นัน้ การเก็บขยะ
และแยกขยะทีถ่ กู วธิ ี ชว ยใหส ะดวกตอการนาํ ไปยอ ยสลายหรือนาํ ไปใชใหเ กิดประโยชน อกี ทง้ั ชวย
รกั ษาสภาพแวดลอ มที่ดี
กิจกรรม
1. ทา นมหี ลกั ในการมอบหมายหนา ที่ใหก บั สมาชิกในครอบครัวอยา งไรบา ง
2. ครอบครวั หน่งึ มสี มาชิกท้งั หมด 5 คน และมีความชอบท่ตี า งกัน ดังนี้
พอ ชอบปลกู ตน ไม แมช อบทาํ อาหาร ลูกสาวคนท่ี 1 ชอบอา นหนังสือ ลูกชายคนที่ 2 ชอบ
เลนเกม และลกู ชายคนสดุ ทอ งชอบเลนกฬี า
ทานมวี ิธกี ารแบงหนา ทก่ี ารทาํ งานบา นใหก ับคนในครอบครัวนี้ไดอยางไร
2. งานเกษตร
งานเกษตร เปน การวเิ คราะหเกี่ยวกับการปลูกพืช และการเลย้ี งสัตว ตามกระบวนการผลิต
และการจดั การผลผลติ มกี ารใชเทคโนโลยเี พือ่ การเพ่มิ ผลผลติ ปลูกฝงความรบั ผดิ ชอบ การอนุรักษ
พลังงานและส่ิงแวดลอมเพื่อนําไปสูการสรางงานอาชีพท่ีเหมาะสมกับศักยภาพของตนและ
สอดคลอ งกบั ชมุ ชน สังคม
2.1 การปลกู พืช
การปลกู ผักสวนครัวปลอดสารเคมี
ผักเปนพืชที่เรานํามาประกอบเปนอาหารในชีวิตประจําวัน มีคุณคาทางอาหารที่เปน
ประโยชนตอรางกาย การปลูกผักสวนครัวปลอดสารเคมีเปนการปลูกผักโดยไมใชสารเคมี เชน
13
ปยุ เคมี และสารปองกันกาํ จดั ศัตรพู ชื แตใชป ยุ คอก ปุยหมักชวี ภาพ นํ้าสกัดชีวภาพ และสารสมุนไพร
ปองกันกําจัดแมลงมาใชใ นการปลกู ทาํ ใหป ลอดภัยกับผผู ลติ และผบู ริโภค
ความหมายของพชื ผกั สวนครวั
พืชผกั สวนครวั หมายถงึ พืชผักทีป่ ลกู ในพน้ื ทว่ี างในบริเวณบานหรือหนวยงาน อาจปลูก
ลงแปลงหรือในภาชนะตา ง ๆ เพ่ือใชบริโภคในครอบครัว หากมีจํานวนมากเหลือจากการบริโภค
ก็สามารถนําไปจําหนายได
การแบง ประเภทของพืชผักสวนครัว
1. ผกั กนิ ใบกินตน เชน คะนา ผักบงุ กะหล่ําปลี ผักกาดขาว
2. ผกั กินฝกกินผล เชน พรกิ มะเขือ ถว่ั ฝก ยาว ถั่วแขก ถวั่ พู
3. ผกั กินหัวกินราก เชน ผกั กาดหวั กระชาย ขม้ิน
4. ผักกนิ ยอด เชน ตาํ ลงึ ชะอม
5. ผักกนิ ดอก เชน กะหล่ําดอก ดอกแค ขจร
การคดั เลือกเมลด็ พันธุ มวี ธิ ีการคดั เลอื ก ดังน้ี
1. เปนเมล็ดทแ่ี กเ ต็มท่ี เก็บจากผลหรือฝก ทแ่ี กหรือสุกจัด มอี าหารสะสมในเมล็ดมาก
2. เปนเมล็ดที่สมบูรณ ไมม ีรอยแตก หักรา ว หรือลบี
3. เปนเมล็ดที่เกบ็ มาใหม ๆ ไมเ กบ็ ไวน านจนเกนิ ไป
4. เปน เมล็ดทส่ี ะอาดปราศจากโรคและแมลง
เครอ่ื งมือและอุปกรณในการปลูกผัก
เครือ่ งมอื และอุปกรณใ นการปลูกผัก เปนสิ่งท่ีชวยใหทํางานไดสะดวกและรวดเร็วย่ิงข้ึน
ไดง านทีม่ คี ุณภาพ ประหยดั เวลา แรงงาน และสงผลใหไดผลผลิตมากยิ่งขึ้น เชน เครื่องพรวนดิน
อุปกรณรดนา้ํ และเครือ่ งพนยา เปน ตน
หลกั การปลกู ผกั สวนครัวปลอดสารเคมี
1. ไมใชสารเคมีใด ๆ ในการปลูกผัก เชน ยาปองกันและกําจัดเช้ือรา ยาฆาแมลง ปุยเคมี
และยากาํ จดั วัชพชื
2. ใชวิธีการปองกนั และกําจัดศตั รูพืชโดยวิธีผสมผสาน
3. ใชปุยท่ีไดจากธรรมชาติ เชน ปุยคอก ปุยหมัก อินทรียวัตถุตาง ๆ บํารุงดินโดยใช
จุลินทรียเขา มาชวย
4. ใชปุยหมักชีวภาพ นํ้าสกัดชีวภาพ น้ําหมักสะเดา หรือสารสมุนไพรอยางสม่ําเสมอ
ทกุ 7-10 วัน ถามีแมลงศัตรูพืชมารบกวน พนสารสมุนไพรกําจัดแมลงใหบอยข้ึนเปนทุก 2-3 วัน
หรือทกุ วนั
14
5. ไมป ลอยใหท ด่ี ินวางเปลา ควรมีการปลกู พืชหมุนเวยี น
6. ใชพ ันธพุ ืชตา นทานโรค
7. เตรียมดินปลูกใหอ ุดมสมบูรณ จะทําใหพชื ผกั สมบรู ณแ ขง็ แรงตานทานโรค ใหผลผลิต
ทด่ี แี ละมคี ณุ ภาพ
8. ปลกู ผักผสมผสาน โดยปลกู สลบั หรอื คละกนั ในแปลงเดยี ว ปองกันการทาํ ลายของหนอน
และแมลง
9. ปลูกพืชใหเหมาะสมกับฤดกู าล
การเตรยี มดินปลกู ผกั
เลือกสถานท่ใี นการปลกู ผักสวนครัว ควรเปน สถานที่ที่ไมมนี าํ้ ทวมขัง ไดรับแสงแดดอยางนอย
วนั ละ 6 ช่ัวโมง ไมมสี ตั วเ ลยี้ งมารบกวน ใชจ อบหรอื มดี ดายหญา บริเวณท่จี ะปลูกแปลงควรมีขนาด
กวาง 1-1.5 เมตร ยาว 4 เมตร ขดุ ดินลกึ ประมาณ 30 เซนตเิ มตร ตากดิน ยอ ยดินเก็บวชั พชื ใสป ยุ คอก
ปุยหมกั จาํ นวน 1 ปบ ตอพ้ืนที่ 1 ตารางเมตร และปุยหมักชีวภาพ 1 กิโลกรัม คลุกเคลาใหเขากัน
คลุมดวยฟาง รดนํ้าสกัดชีวภาพ 1 ลติ ร ตอ นา้ํ 20 ลิตร ใหช ุม หมักทิง้ ไว 2-3 วนั
การปลูกผกั สวนครัว มีวิธกี ารปลกู ดังนี้
1. เพาะกลาแลวยายปลูก อาจเพาะในแปลงหรือในภาชนะจะชวยประหยัดคาเมล็ดพันธุ
เชน กะหล่าํ ปลี กะหล่ําดอก มะเขอื เทศ พรกิ ฯลฯ
2. หวานเมล็ดในแปลงปลูก เปนผักที่เมล็ดมีราคาไมแพง ปลูกงาย เชน คะนา ผักบุง
กวางตงุ ผกั กาดขาว ฯลฯ
3. ปลูกแบบหยอดหลุม เปนการปลกู ผกั ท่ีมีเมล็ดใหญ เชน ถว่ั พู ถวั่ ฟก ยาว ฟก ทอง ฯลฯ
การบํารุงรกั ษาผกั สวนครัว มวี ธิ ีการ ดังนี้
1. การรดนํา้ ควรรดนาํ้ อยางสมาํ่ เสมอเชาและเย็น ใหชุม ชน้ื พอเหมาะอยางใหนํ้าขงั แฉะ
2. ใสปุย ใชปยุ ท่ีไดจ ากธรรมชาติ เชน ปยุ คอก ปุยหมกั น้าํ สกดั ชวี ภาพ หรอื ปุยหมกั ชวี ภาพ
3. การปอ งกันกําจดั ศัตรพู ชื ใชว ธิ ีผสมผสานและใชส ารสมนุ ไพรกําจดั แมลงไมใ ชสารเคมี
การเก็บเกยี่ วผักสวนครวั
การเกบ็ เกย่ี วและระยะเวลาในการเกบ็ เกยี่ วของพชื ผกั แตละครง้ั จะแตกตางกนั ออกไปตามชนิด
ของผัก เชน แตงกวา อายุ 30-45 วัน หลังปลกู ผลออ นสเี ขยี วออนปนขาวไดข นาด ผกั บุง อายุ 25 วนั
ตนออ นสูง ประมาณ 30 เซนตเิ มตรขนึ้ ไป
15
ขอ ควรรู
ผักกินตนบางชนิดเมื่อโตเต็มท่ีแลว เหลือโคนตนท่ีมีใบติดไว 2-3 ใบ รดน้ํา ใหปุย ดูแล
รักษาตอไป จะมีตาขางหรือแขนงผักเกิดข้ึนมา สามารถเก็บมารับประทานไดอีก เชน คะนา
กะหลา่ํ ปลี ผกั บงุ
การเก็บผักท่ตี อ งถอนออกมาทงั้ ตน ควรรดนา้ํ ใหด ินช้ืนจะทาํ ใหถอนไดงา ย จัดเรียงเปน กอง
นําสวนรากไปลางน้ําเอาดินออก นํามาจัดเรียงใหโคนตนเสมอกัน ดึงในบริเวณโคนตนและ
ใบท่ีเนาเสียออก
การแปรรปู พชื ผักสวนครวั
ผักสวนครัวถามีปริมาณมากใชบริโภคในครัวเรือนไมหมดก็สามารถนําไปจําหนายหรือ
แปรรูปดวยวธิ ีการตา ง ๆ เชน การตากแหง เชน พริก หอม กระเทียม
การทําปยุ หมักชีวภาพ
ปุยหมักชีวภาพ ไดจากการหมกั อินทรยี วตั ถุกบั นํ้าสกัดชีวภาพ เปนการเพมิ่ จุลินทรียไปชวย
ยอยสลายอินทรยี วัตถทุ าํ ใหด ินมคี วามอดุ มสมบูรณย งิ่ ข้ึน
วิธีใชป ุยหมักชวี ภาพกบั ผักสวนครัว
1. ใสปยุ ลงไปในแปลงปลูกขณะเตรยี มดินอัตราสวน 1 กโิ ลกรมั ตอพน้ื ท่ี 1 ตารางเมตร
2. พืชผกั ท่ีมีอายเุ กือบ 2 เดือน เชน ถ่ัวฝกยาว แตง พริก มะเขือ ใชปุยชีวภาพรองกนหลุม
กอ นปลูก 1 กาํ มอื
3. หลงั จากปลกู ผักแลวใสป ยุ หมกั ชวี ภาพทุก 7-10 วัน และรดดวยนา้ํ สกัดชีวภาพ 1 ชอนโตะ
ตอน้าํ 5-10 ลิตร ทุก 5-7 วนั
4. ดินทีใ่ ชปุยหมักชีวภาพควรเปนดินที่มีสวนผสมของปุยหมัก ปุยคอก หรืออินทรียวัตถุ
เพอื่ เปนอาหารของจุลนิ ทรียต อ ไป
5. บริเวณแปลงปลูกผักควรมวี สั ดุคลุมแปลง เพื่อรักษาอุณหภูมิและความช้ืนใหเหมาะสม
กบั การเจริญเติบโตของจุลนิ ทรยี
6. เพอื่ เปน การประหยดั ปุย หมกั ชวี ภาพ กอนนําไปใชควรนําไปคลุกเคลากับปุยหมัก หรือ
ปุย คอกในอตั ราสวนปยุ ชีวภาพ 1 สวน ตอ ปุย หมกั หรือปุย คอก 10 สวน
การจดั จําหนา ย
การตลาด ตองศกึ ษาความไดเ ปรียบเสยี เปรยี บของปจจัยตน ทนุ อายุของสินคา โควตา และ
สิทธิบัตรท่ีไดครอบครอง หรือแปรรูปกง่ึ อตุ สาหกรรมเพอ่ื ตอบสนองตลาดภายในประเทศ หากเกนิ
ความพอดสี ามารถวางแผนการตลาดสูต ลาดตา งประเทศได
16
กิจกรรม
ใหผ เู รียนวางแผนการปลูกผกั ลงในตารางดา นลาง
ข้นั ตอน วธิ กี ารปฏบิ ตั ิ
1. การเตรยี มการกอ นปลูก ............................................................................................................
2. การเตรียมอปุ กรณ ............................................................................................................
3. การเตรยี มดนิ ............................................................................................................
4. วิธีปลกู ............................................................................................................
5. การดแู ลรกั ษา ............................................................................................................
6. การเก็บเกย่ี ว ............................................................................................................
กิจกรรม
จงตอบคําถามตอ ไปน้ี
1. ผกั สวนครัวคอื อะไร
2. การปลกู พชื สวนครวั ปลอดสารเคมมี ีประโยชนอยางไร
3. วัสดอุ ปุ กรณในการทําปุย หมักชวี ภาพมอี ะไรบาง
4. อินทรยี วัตถุในทองถ่นิ ของผูเรยี น ทส่ี ามารถนาํ มาทาํ ปุย หมกั ชีวภาพมอี ะไรบาง
5. วิธีการปองกันและกําจดั แมลงสาํ หรับการปลกู ผักปลอดสารเคมมี ีวิธกี ารอยา งไรบาง
2.2 การเลยี้ งสัตว
การเล้ียงสัตวมีจุดประสงคที่สําคัญ คือ เพื่อเปนอาหารของประชากรภายในครอบครัว
หมูบานในประเทศ และเพื่อประชากรโลก ซึ่งอาหารที่ไดจากสัตว ไดแก อาหารประเภทเนื้อ นม
และไข อาหารประเภทเน้ือไดจาก โค กระบือ สุกร สัตวปก สัตวนํ้า จระเข อาหารประเภทนมได
จากโคนม แพะนม และควายนม เปนตน อาหารประเภทไขไดจากไขไก ไขเปด ฯลฯ นอกจากน้ี
การเลี้ยงสตั วย งั ใหประโยชนใ นดา นเครือ่ งนุง หม ยารักษาโรค เคร่ืองประดับและกอใหเกิดรายได
จากผลประกอบการจากอุตสาหกรรมการเลยี้ งสตั ว
สภาพปญ หาของการเล้ียงสตั ว
ปญ หาของการเล้ียงสัตวใ นประเทศไทยมมี ากทก่ี ําลงั รอการแกไข ซงึ่ เราสามารถแบง สภาพ
ปญ หาออกเปนหัวขอ ใหญ ๆ ได 5 ปญหา คือ
17
1. ปญ หาเรือ่ งคน ปญ หาของคนในภาคเกษตร คอื ผลิตไดแ ตข ายไมอ อก คนยังขาดความรู
เร่ืองการตลาด ขาดการชวยเหลือจากภาครัฐอยางจริงจัง ขาดความชวยเหลือเพ่ือต้ังกลุมซ่ึงจะทํา
อยางไรใหคนเกิดความเออ้ื เฟอ อาทรตอ เพอื่ นรวมอาชีพ
2. ปญ หาเร่ืองเงินทนุ หมายถึง เงินทุน เกษตรกรสวนใหญคิดได ทําไดและทําไดดีแตขาด
เงินทนุ ในการดําเนนิ กิจกรรมการเลยี้ งที่ตอ เนื่อง ทาํ ใหขาดรายไดห มนุ เวยี นในฟารม
3. ปญหาเรอ่ื งปจจัยการเลย้ี ง เร่ิมจากท่ีดนิ โรงเรยี น อปุ กรณก ารเลยี้ ง ธรรมชาตใิ นทอ งถิ่น
เปน ปญ หาทผ่ี เู ล้ยี งสัตว และหนวยงานภาครัฐตอ งรวมมือกันแกไ ข
4. ปญหาเร่ืองการจัดการฟารมเกษตรกรขาดความรู ความเขาใจเกยี่ วกับกระบวนการเลย้ี งสตั ว
ในเรื่องความสมดลุ ของการลงทนุ กบั ผลตอบแทนทคี่ ุม คาท่ีสุด รวมถึงการใชแรงงาน เงินทุน และ
ปจจยั การเลีย้ งไมเหมาะสมกอ ใหเ กิดปญ หาในดา นการจดั การฟารมในเวลาตอมา
5. ปญหาเร่ืองกิจกรรมดานการตลาด เกษตรกรในประเทศไทยปจจุบัน ประสบปญหานี้
เปนหลัก หลักการเลี้ยงสัตวท่ีดีควรคํานึงถึงปจจัยน้ีเปนปจจัยแรกในการที่จะตัดสินใจลงทุนใน
การเลย้ี งสตั ว
ชนดิ และประเภทของสัตวท ี่ควรเลย้ี ง
สัตวเลยี้ งที่สําคญั ทางเศรษฐกจิ แบง ออกตามชนิดและประเภทได ดงั น้ี
1. สตั วใหญ ไดแ ก
โค หรือวัว แบงออกเปน 3 ประเภท คือ โคนม เลี้ยงเพอ่ื ตอ งการนํา้ นมเปน หลัก โคเนื้อเลย้ี ง
เพื่อตอ งการเนื้อเปนหลกั โคกึง่ เน้ือก่งึ นมเลี้ยงไวเ พอ่ื ตอ งการทั้งเนื้อและนม
กระบอื หรอื ควาย แบง ออกเปน 2 ประเภทใหญ คือ กระบอื ปลกั เล้ียงเพื่อใชง านและใหเ นอื้
กระบือแมน ้ํา (กระบือนม) เลี้ยงไวเ พ่ือตองการนาํ้ นม
2. สตั วเ ล็ก ไดแก
- สกุ ร แบงออกเปน 2 ประเภท คือ สุกรเน้ือ ไดแก สุกรท่ีนําเขาจากตางประเทศ
เมือ่ ปรบั ปรุงพันธแุ ลวจะใหเ นอื้ เปน หลัก สุกรนํา้ ไดแ ก สกุ รพืน้ เมอื งในประเทศ สุกรประเภทนีเ้ ลยี้ ง
งายใหเ น้อื นอยมีมนั มาก
- แพะ แบง ออกไดเ ปน 2 ประเภท คอื แพะนมเลยี้ งไวเ พอื่ ใหนมเปน หลัก แพะเนื้อ
ใหเนอื้ เปนหลกั เล้ยี งงายโตเรว็
- แกะ เล้ียงเพ่ือใหขนเปน หลกั มากกวาเน้ือ
3. สตั วป ก ไดแก
- ไก แบงออกเปน 3 ประเภท ไดแก ไกเน้อื ไกไข ไกสวยงาม
- เปด ไดแก เปด เนือ้ เปด ไข
18
4. สัตวน า้ํ ไดแก
- ปลาทะเล
- ปลานาํ้ จดื
- ปลาสวยงาม
- ปลานาํ้ กรอ ย
- สัตวคร่ึงบกครงึ่ นํา้
การเลอื กสถานท่ีเลยี้ งสตั ว
เม่ือตองการเล้ยี งสัตว สงิ่ ทต่ี องคํานงึ เปน อันดับแรกคอื สถานทส่ี ําหรบั เลย้ี ง ยอมตองการสถานที่
อันจาํ เพาะและเหมาะสมกับตวั ของเขาเองตามหลกั ธรรมชาติ ชนดิ ของสัตว ภูมิอากาศ รวมถึงความเหมาะสม
ของสตั วชนดิ น้นั ๆ และยังตองคํานึงถงึ เปาหมายของการเลีย้ งวาจะเล้ยี งสตั วเ พือ่ อะไร เพอ่ื นันทนาการ
เพื่อการคาหรืออื่น ๆ เมื่อทราบความตองการเปนเบ้ืองตนแลว จึงควรพิจารณาสถานที่เล้ียงสัตว
ซง่ึ จะมีขอ พจิ ารณาสถานที่เล้ยี งสตั ว ดังน้ี
ขนาดและสดั สวนรา งกายสัตวท จ่ี ะเลยี้ ง
- พืน้ ทีต่ ั้งฟารม ทเ่ี หมาะสมตามประเภทของสตั วนน้ั ๆ
- ประเภทของโรงเรอื น
- ขนาดของโรงเรือนเลย้ี งสตั ว และการตอเติมในอนาคต
- มีแหลง นํา้ พอเพยี ง
- การคมนาคมสะดวก
- สภาพภมู ิอากาศเหมาะสมกบั ชนิดและประเภทของสัตว
การคัดเลอื กพันธุ
ลกั ษณะพนั ธสุ ตั ว
1. สัตวพนั ทาง คือ สตั วท่ผี สมพนั ธโุ ดยธรรมชาติ ไมมีการคดั เลือกสายพนั ธทุ าํ ใหสตั วเลี้ยง
ดอยคุณภาพทางดานผลผลิต สีสัน รูปราง และไมสามารถประมาณการผลผลิตที่คาดวาจะไดรับ
แนนอนได
2. สัตวพันธุแท คือ สัตวท่ีไดรับการคัดเลือกแลวเม่ือมีการผสมพันธุสัตว ลูกท่ีไดจะมี
ลกั ษณะเหมอื นพอแมท้ังรูปราง สีสัน นาํ้ หนกั เม่ือโตเต็มที่ ทัง้ ไดร บั การยอมรับจากสมาคมผูเลี้ยงสัตว
และสามารถประมาณการการใหผ ลผลิตได
การปองกันและดแู ลรักษาโรคสตั ว
นักเล้ียงสัตวท่ีดีควรคาํ นึงถึงการปองกันรักษาสุขภาพของสัตวเปนอันดับตน ซึ่งเปนวิธี
ทีป่ ระหยดั ทง้ั เงนิ และคา รักษาโรค
19
โรคสัตว มี 2 สาเหตใุ หญ คือ
1. โรคท่เี กดิ จากเชื้อโรค เชน แทง ตดิ ตอ วณั โรค ปากและเทาเปอ ย หวัดไก ฯลฯ
2. โรคที่ไมเกดิ จากเชื้อโรค เชน โรคกระเพาะและลําไส บาดแผลหรอื ของมคี มบาด เปนตน
การถนอมอาหารและการแปรรูป
การถนอมอาหารเปน การเก็บรักษาอาหารทีเ่ หลือเพ่ือใชบริโภคในมื้อตอไป โดยใหคุณคา
ของอาหารสญู เสียนอ ยทสี่ ุด การถนอมอาหารวิธงี าย ๆ มดี งั นี้
1. การทาํ ใหแหง เนือ้ สัตวบกและสัตวน้ํา มีการทําแหงเชนเดียวกัน เม่ือมีเน้ือสดหรือปลา
สดเหลอื มาก ใหนําเนือ้ หรอื ปลามาทําใหเปน ชนิ้ บาง ๆ ตามความพอใจ นาํ มาคลุกเกลือเพ่ือปองกัน
การเนาเสีย วางแผบ นตะแกรงหรอื กระจาด แลวนําไปผึ่งแดดจนแหงในระหวางตากควรกลับชิ้นเน้ือ
ใหทกุ สวนไดร ับความรอ นโดยทว่ั ถงึ เมื่อแหงแลวนาํ มาเกบ็ โดยการผึ่งกระจาดในทไ่ี มอบั ชืน้ เพราะ
จะทําใหมีกลนิ่ เหมน็ เราเรียกวา เนือ้ เค็มหรอื ปลาเคม็ ระยะเวลาการเกบ็ รกั ษาจะมากหรือนอยขึ้นอยูกับ
ความเคม็ และความแหงของเนือ้ ถา แหง มากจะเกบ็ ไวไดน านระหวา งการเกบ็ ควรนาํ ออกผ่งึ แดดบาง
เพือ่ ใหอาหารเกบ็ ไวไดนานขนึ้
2. การหมักเกลือ การถนอมผลิตผลการเกษตร อาจจะใชเกลือเปนตัวชวยในการรักษาไมใ ห
เนาเสยี ทางดานเนอื้ สัตว จะเนา เสียไดง า ย ควรนาํ เนอ้ื มาห่นั เปนชนิ้ บาง ๆ นําไปหมกั กบั เกลือ เกลือ
จะเปน ตวั รกั ษาไมใ หอ าหารเนา โดยการดูดน้ําในเน้อื ออกมาแลวสงความเค็มเขา ไปแทนท่ี การหมัก
เกลือถานาํ เนอ้ื ไปตากใหแ หงจะทําใหเ น้อื เก็บไดน าน
การถนอมอาหารประเภทเน้ือมีวิธีการทําหลายอยาง ตามลักษณะของเน้ือสัตวแตละชนิด
ผเู รยี นควรศกึ ษาเพ่ิมเติมจากตําราถนอมอาหาร ศึกษาในหวั ขอ ที่นา สนใจ บางคร้ังอาจจะเปนอาชีพ
เสริมสรางรายไดแกค รอบครัวได
การจดั การผลผลติ และการจดั จําหนา ย
การจัดการผลผลิตทางดา นสตั ว ความไดเ ปรียบหรอื เสยี เปรียบข้ึนอยูกับราคาในตลาดและ
ตนทุนในการยดื อายกุ ารขายเพอื่ รอราคาใหส ูงข้ึน เพ่อื ระบายสินคาออกสตู ลาด
ตลาดการคา สัตว แบงออกเปน 2 ระบบ
ระบบตลาดภายในประเทศไดแก พอคา คนกลางโรงงานแปรรปู ตลาดรวบรวมผลผลติ ขนาดใหญ
กลุมคนเหลานี้จะรวบรวมผลผลิตจากผูเล้ียงสัตวเพื่อท่ีจะไดกระจายไปตามแหลงรับซื้อทั่วไป
ภายในประเทศ โดยการขายสัตวเปน หรอื แปรรูปไปสผู ูบริโภคปลายทาง
ตลาดตางประเทศ เมอ่ื ความตอ งการภายในประเทศลดนอยลง เนื่องจากเกินความพอดีเราสามารถ
สง ออกผลิตภณั ฑจากสตั วออกนอกประเทศได ปจจบุ นั มีการคา และการลงทุนเพ่อื การสงออกหลาย
รปู แบบ
20
ลกั ษณะการจัดจําหนายสัตวเ ล้ียงหรอื ผลิตภัณฑ
- การคา ขายลูกสตั ว เชน ลูกสุกร ลูกปลา เพื่อนาํ ไปเล้ยี ง เปน ตน
- การคา ขายสัตวใ หญ เพื่อนําไปเปนอาหารหรอื วตั ถปุ ระสงคอ่นื
- การคาขายสัตวพ อพนั ธุ แมพนั ธุ เพอ่ื ใชท าํ พนั ธุ
- การคา ขายซากสตั วชาํ แหละ เปน การบริการในทองถ่นิ
- การคาขายผลติ ภณั ฑจากสัตว เชน นม ไข หนงั เขา ฯลฯ
- การทํากจิ การโรงงานทเ่ี กีย่ วของกับสตั ว เชน โรงงานผลติ ภัณฑอาหารสัตว โรงฟอกหนัง
โรงงานแปรรูปเนือ้ เปน ตน
กจิ กรรม
ใหผูเรียนคิดวิธีที่จะใชพลังงานจากธรรมชาติ มาประกอบการเล้ียงสัตวใหมากท่ีสุดโดย
ไมทําลายส่งิ แวดลอ มมาคนละ 1 เรื่อง พรอ มอภิปรายในกลมุ
3. งานชา ง
งานชาง เปนการวิเคราะหเกี่ยวกบั การทาํ งานตามกระบวนการของงานชาง ซง่ึ ประกอบดว ย
การบาํ รุงรักษา การติดตั้งและประกอบ การซอม และการผลิต เพื่อจะนาํ ไปสูการสรางงานอาชีพ
ท่เี หมาะสมกบั ศักยภาพของตนและสอดคลองกบั ชมุ ชน สงั คม
3.1 การติดต้ังและการประกอบ
เครือ่ งมอื เครื่องใชห ลาย ๆ ชนิด กอนนําไปใชงานตอ งนาํ ชน้ิ สวนแตละช้ินมาประกอบกัน
ใหเปน เคร่ืองมือเคร่ืองใชเคร่ืองน้ัน ๆ แมกระทั่งเคร่ืองใชในบานที่เรียกวา เฟอรนิเจอรแบบถอด
ประกอบ การประกอบตองทาํ ตามลําดับขนั้ ดังนี้
1. อา นแบบหรือผังท่ีติดมากับชุดอุปกรณ โดยทั่วไปเครื่องมือเครื่องใชท่ีโรงงานผลิตมา
จําหนายมักมีรูปแบบ ผัง การติดต้ัง การประกอบ คุณลักษณะของเครื่อง การใชงาน การรักษา
ตลอดถงึ ขอควรระวงั ความปลอดภยั ในการใชท่ีอาจจะเกดิ แกผูใช และความปลอดภัยตอเครื่องมือ
ใหอายุการใชงานนานขน้ึ และความปลอดภัยในการเก็บรักษา เปนตน เคร่ืองมือเครื่องใชบางชิ้น
ตองนาํ ชน้ิ สวนมาปรับแตงใหเหมาะสมแลวนําแตละช้ินมาประกอบกัน แบบหรือผังอาจจะเขียน
คลายของจริง ยอขนาดหรือขนาดเทาของจริง ถาขนาดเทาของจริงใหนําช้ินสวนเหลานั้นทาบลง
กับแบบ เพื่อตรวจสอบวาอุปกรณชิ้นนั้นเปนช้ินเดียวกับแบบ ถาแบบผังมีขนาดเล็กกวาของจริง
ใหเทียบเคียงกันวารูปรางเหมือนกันหรือไม มีสวนโคง เวา หยัก นูน กี่แหง อยางไร การติดต้ัง
การประกอบตองใชช้ินไหนเปนหลัก ชิ้นรองประกอบอยางไร เรียงตามลําดับกอนหลัง อาจมี
หมายเลขกาํ กบั ตําแหนงที่ตอเชื่อม อาจจะใชตะปูควง น็อต สกรู หรือล่ิมเสียบขัดกันเทานั้น หรือ
อาจตองใชกาว ใชต ะกว่ั บดั กรี
21
2. ตรวจสอบจาํ นวนชนิ้ สวนกบั แบบใหถูกตอง กอนประกอบช้ินสวนใหตรวจนับกอนวา
ชิน้ สวนของเครอื่ งน้นั ๆ มีจํานวนก่ีชิ้น ถูกตองตรงตามแบบที่แนบมากับเคร่ืองหรือไม เครื่องมือ
เครื่องใชบ างชนิดบางประเภทอาจมหี ลายรุน แตละรุนคลายคลึงกัน อาจแตกตางเฉพาะขนาดหรือ
อปุ กรณบางชน้ิ แบบทุกรุนใชอันเดียวกัน แตจะกําหนดในหมายเหตุเฉพาะแตละรุนไว รุนน้ัน ๆ
ประกอบอุปกรณก่ีช้ิน ช้ินใดไมมีในรุนนั้น สภาพของชิ้นสวนชํารุดหรือไม หากชํารุดแตกหัก
ไมควรนํามาประกอบใช
3. อา นทําความเขาใจขั้นตอนการประกอบ ขนั้ ตอนการประกอบจะกําหนดไวในแบบเปน
ช้ินสวนหลักและชิ้นสวนชิ้นตอ ๆ ไปตามลําดับ 1 2 3 ช้ินสวนหลักวางอยางไร หงาย ควํ่า เอียง
นอน ยนื ช้นิ สว นชิน้ ที่ 1 ประกอบทางดา นไหน บน ลา ง ซา ย หรือขวา ช้นิ สว นชิน้ ตอ ๆ ไป วางตอ
จากชนิ้ ไหนอยางไร
4. ลงมอื ประกอบตามลําดับขั้นตอนท่ีกําหนด นําช้ินสวนที่เปนหลักวางในตําแหนงและ
ทศิ ทางที่เหมาะสม อาจตองใชอุปกรณหรือเคร่ืองมืออื่นจับ ยึด หรือตองมีคนชวยจับ นําชิ้นสวน
ลําดับที่ 1 2 3 4 และ 5 ตามลําดับมาประกอบตามลําดับ ตามแบบกําหนด หามนําชิ้นสวนอ่ืนมา
ประกอบกันกอนโดยปฏิบัตินอกเหนือไปจากแบบอาจจะทําใหประกอบยาก และทําใหช้ินสวน
เสยี หาย
5. ประกอบใหค รบทุกช้นิ กอนลงมอื ทดลองใช ประกอบชน้ิ สว นใหค รบทกุ ชน้ิ กอ นทดลองใช
บางครงั้ ผูป ระกอบอยากลองท้ังท่ีประกอบช้ินสวนไดเพียงบางช้ิน อยากจะทดสอบทีละข้ัน ๆ ใน
ระหวางประกอบ เน่ืองจากชิ้นสวนตองใชยึดโยงซึ่งกันและกันหากประกอบยังไมสมบูรณหาก
ทดลองจะทําใหเกดิ การแตกหกั ชาํ รดุ ได ดังนัน้ ตอ งประกอบทกุ ชิ้นสวนใหครบถวนตามแบบกอน
แลว จึงทาํ การทดสอบ
6. ชิ้นสวนชิ้นใดประกอบยากอยาฝน ใหคอย ๆ พิจารณา การประกอบชิ้นสวนอาจจะ
พจิ ารณารปู แบบไมช ดั เจนหรอื แบบผงั ทใ่ี หมาไมชดั เจน ในสว นทซ่ี อนหรอื ทบั กัน หรือบางจุดตอง
ใชภ าพขยายยงุ ยากอานแบบไมเขา ใจ หรือมองอยางผวิ เผนิ ใชค วามเคยชินตดั สินใจประกอบ อาจจะ
ขัดกันตองพยายามฝน กดผลกั จนประกอบได อาจจะทาํ ใหชนิ้ สว นนัน้ โคง งอ และหักในที่สุด หาก
รูส ึกวาการประกอบชิ้นสวนนั้นไมสะดวกยุงยากใหกลับไปพิจารณาแบบผังใหมอีกครั้ง ช้ินสวน
ถูกตองตามแบบรุนจริงหรอื ไม
กิจกรรม
ใหประกอบโตะอาหาร จํานวน 1 ตวั ตามแบบ
วัสดุอปุ กรณ
1. พน้ื โตะขนาด 100 x 20 x 10 เซนตเิ มตร สาํ เร็จรปู จํานวน 1 ชิ้น
2. ขาโตะ ไมแ ทงสี่เหลย่ี มยาว 1.2 เมตร จาํ นวน 4 ทอน
3. น็อตพรอมแหวนรอง จํานวน 4 ชุด
22
เครือ่ งมือ
กญุ แจเลือ่ น กุญแจลอ็ ก และคมี ปากแบนขนาดใหญ
ขนั้ ตอนการประกอบ
1. เตรียมเครื่องมือและวสั ดใุ หพรอม
2. วางพื้นโตะ บนพืน้ หรือบนโตะทํางาน หงาย พน้ื โตะ (งาน) ขน้ึ
3. นาํ ขาโตะหมายเลข 1 วางบนพน้ื ใหสกรูท่ีตดิ กับขาโตะเสียบในชอ งหมายเลขที่ 1 บนพน้ื โตะ
4. ใสนอ็ ตเขา กบั สกรู หมุนน็อตจนแนน
5. ปฏบิ ตั ขิ น้ั ท่ี 3 และ 4 กบั ขาโตะ หมายเลข 2
6. ปฏิบตั ิขนั้ ที่ 3 และ 4 กับขาโตะ หมายเลข 3
7. ปฏบิ ัติขัน้ ท่ี 3 และ 4 กบั ขาโตะ หมายเลข 4
8. จับโตะท่ีประกอบเสร็จแลววางกับพ้ืน ใชมือสองขางผลักดู แข็งแรงหรือไม หากโอน
เอนใหปรับหมุนน็อตใหแ นนข้ึน
3.2 การบํารงุ รักษา
เครื่องมือเครื่องใช เมื่อใชไปนานมักสึกหรอ สภาพชํารุด คลาดเคลื่อนจากสภาพเดิม
ฝุนละอองเกาะสกปรก ตอ งดแู ลรกั ษา ปรบั แตง ทาํ ความสะอาด ดงั นี้
1. การปรบั แตงเครื่องมอื เครื่องใช เครือ่ งมอื เครื่องใชท ่ปี ระกอบขนึ้ จากชิ้นสว นหลาย ๆ ช้ิน
โดยการใชก ารเช่อื มยดึ น็อต สกรู หรือวิธอี ่ืนใด เมอื่ ใชง านไปนาน จากการส่นั สะเทอื น จากการเคลอื่ นยาย
หรืออบุ ัติเหตุ ตําแหนงเชอื่ มตอระหวา งชน้ิ สว นอาจจะเคล่ือนจากที่เดมิ ตอ งรบี แกไขปรับแตง ใหอยู
ในสภาพปกติกอนใชงานตอ ไป หากคิดวาไมเปนไร ชํารุดเล็กนอย ยังใชการไดไมเปนไร หากใช
ตอ ไปอาจจะเกิดอนั ตรายกับผใู ชและอาจจะเกิดความเสียหายตอเครื่องมอื ไดด ว ย
2. การทาํ ความสะอาดประจําวนั /สัปดาห/ เดอื น/ ป เคร่ืองมือเครอื่ งใชท ุกชน้ิ กอนนําไปใชงาน
ตอ งตรวจสภาพใหพ รอมกอนและหลังการใชงานแลวกอนเก็บเขาตูหรือที่เก็บใหทําความสะอาด
เสยี กอ นเปน การทาํ ความสะอาดประจาํ วนั เครอื่ งมือเคร่ืองใชบ างชนิดอาจมเี ศษวัสดุขยะจากการทาํ งาน
เขาไปติดสะสมภายในเครื่อง ไมสามารถทําความสะอาดอยางงาย ๆ ได ควรมีวันหยุดพักเคร่ือง
ทําความสะอาดประจําสปั ดาห หรือประจําเดือน หรือประจาํ ป แลว แตช นิดของเครื่องมือน้นั ๆ
3. ปรบั เปล่ียนอะไหลตามอายุการใชงาน เครื่องมือเคร่ืองใชทุกชิ้นใชไปนาน ๆ ชิ้นสวน
โดยเฉพาะที่มกี ารเคลอื่ นไหวจะสกึ หรองา ย เชน เครือ่ งมอื ประเภทเครอื่ งกลเครอ่ื งไฟฟา เมอ่ื ใชงาน
ระยะหนึ่งจะตองปรบั เปลี่ยนชนิ้ สวนใหมต ามทีค่ มู ือของเครื่องน้ัน ๆ กําหนด เชน การเปลยี่ นแหวน
เปลย่ี นบูต กระเดื่อง คันกระแทก นํา้ มันเคร่อื ง นํ้ามนั หลอลนื่ จาระบี เปนตน
4. นาํ ไปใหศ ูนยบ ริการตรวจสภาพตามกําหนด เครือ่ งมือเคร่ืองใชบางชนิด ใชเทคโนโลยี
คอ นขางสงู โดยตองใชเครื่องมอื เครื่องวดั พเิ ศษเฉพาะ ผใู ชง านไมสามารถซอ มบํารงุ ไดเอง ตองนาํ ไป
23
ใหศนู ยบริการชวยตรวจสอบ ปรบั แตงใหเ ทา น้นั ซึง่ คูมอื ท่มี ากับเครื่องจะระบุไววา ใชงานไปเปน
ระยะเวลานานเทาไร ควรนําไปบริการตรวจสภาพ ผูใชตองปฏิบัติตามคูมือเพื่อยืดอายุการใชงาน
ของเครื่องมอื เครื่องใช
5. การขัดของบางลักษณะตองใหชางซอมเทาน้ัน หามซอมเอง เคร่ืองมือบางชนิด เชน
เคร่อื งไฟฟา เครอ่ื งกล ผใู ชไมสามารถซอมเองได เพราะบริษัทผูผลิตสงวนไวสําหรับผูผลิต ผูแทน
จาํ หนายเทานน้ั หากผูใชแ กไขเองอาจจะทําใหช าํ รดุ เสียหายมากขึ้น
กจิ กรรม
ใหนาํ รถจักรยานยนตไปตรวจสภาพตามที่กาํ หนดแลว บันทึกการซอมบํารุงมาดวย
3.3 การซอ ม
เคร่ืองมอื เคร่ืองใช หากรูส ึกวาใชงานไมคลอง ติดขัดไมสะดวกสบาย หรือมีความรูสึกวา
ไมป ลอดภัยควรดําเนินการตรวจซอมกอนนาํ ไปใช ดงั น้ี
1. ศกึ ษาใหรจู กั คณุ ลกั ษณะของเครอ่ื งมือเคร่อื งใช เคร่ืองมอื เครอ่ื งใชทกุ ชนดิ ทีว่ างจําหนา ย
ในทอ งตลาด ในชดุ หรอื กลองบรรจจุ ะมีตัวเครอื่ งมอื เครอ่ื งใช ยังมีคูมือและใบรบั ประกนั ติดมาดว ย
ใหอ านรายละเอียดคูมอื ซ่งึ จะประกอบดวยคุณลกั ษณะของเคร่อื งมอื นน้ั การใชง าน การบํารงุ รักษา
ขอควรระวัง และอื่น ๆ เฉพาะคุณลักษณะของเครื่อง ประกอบดวย นํ้าหนัก ขนาดกวาง ยาว สูง
วัสดุที่ใชถาเปนเครื่องกลเคร่ืองไฟฟา จะบอกขนาดกําลัง แรงมา ความสามารถในการทํางาน
ยาวนานเทาใดควรพักหรือใชไดตลอดเวลา เปนตน หากเกิดการชํารุดดวยอาการหน่ึงอาการใด
มกั จะบอกข้ันตอนการตรวจสอบและตรวจซอ มเบ้อื งตนไวในคูม ือ ใหล องทาํ ตามขั้นตอนท่ีระบุใน
คูมือนน้ั
2. ตรวจสภาพภายนอก กอนถอดชนิ้ สว นใด ใหต รวจสอบภายนอกกอนวาสภาพภายนอก
เปนอยางไร แตกหักหรือไม ยุบ บุบสลาย อาจทําใหกระทบตอชิ้นสวนภายในได แตถาสภาพ
ภายนอกปกตแิ สดงวาการขัดของเกิดจากสภาพการใชงาน จึงตองถอดชิ้นสวนประกอบภายนอก
ออก แลว คน หาชน้ิ สวนท่ชี าํ รดุ เสยี หายตอ ไป
3. ถอดช้ินสวนประกอบออกตรวจสอบ ชิ้นสวนภายนอกที่ประกอบเปนตัวเครื่อง อาจ
ประกอบดว ยชิ้นสวนหลาย ๆ ชิ้น ตองนาํ คมู ือ ผงั การประกอบเคร่อื งมาพจิ ารณาในการถอดช้ินสว น
ดวย ใหถอดยอนถอยจากลําดับสุดทายไปหาลําดับที่ 1 โดยใชไขควงหรือคีม หรือกุญแจเลื่อน
แลว แตกรณี บางชนดิ อาจใชเ ปนเข้ียวหรือเดือยเกาะเก่ียวกัน อาจใชมือกดสวนหน่ึง ดันสวนหน่ึง
แลวปลดออก การถอดบตู สลกั บางช้นิ อาจตอ งใชเ คร่ืองมือประเภทเครื่องดูด
4. หากเหน็ วา ชิ้นสวนใดสึกหรอตองเปลี่ยนใหม ชน้ิ สวนทเ่ี กย่ี วของกับการหมนุ การกระแทก
การเคล่ือนท่ี ชิน้ สวนที่ทําใหเกิดการเคลื่อนไหวใชไ ปนานวนั จะเกดิ การสึกหรอ เม่ือถอดชิ้นสว นมา
ดแู ลว เห็นวา สึกหรอควรเปลีย่ นใหม
24
5. ประกอบใหอยูในสภาพปกติ เม่ือเปลี่ยนอะไหลใหมทุกช้ินแลวใหตรวจความเรียบรอย
ใสอ ะไหลใ หมเ ขา ไปในสภาพเดมิ หรือไม หากปกติแลว ใหประกอบชน้ิ สว นอืน่ ใหเ ปน ตัวเคร่ืองเขา
ปกติตามขนั้ ตอนการประกอบเครอ่ื ง จากประสบการณท่ีถอดหรอื ดูจากคมู อื ประกอบ
6. ทดสอบขั้นตน เม่ือประกอบเครื่องเสร็จแลวใหทดลองเครื่องกอนนําไปใชงานจริง
ถาเปนเครือ่ งประเภทไฟฟา ใหก ดสวิตชแลวสงั เกตวามีสิ่งผิดปกติหรือไม กลิ่นเหม็นไหม เคร่ืองรอน
ผดิ ปกติ หากผิดปกตเิ พยี งนิดหนอยควรปดสวิตชท นั ทีแลว ตรวจสอบใหม ถาประเภทเคร่ืองยนตให
ตดิ เครื่องยนตเดินเปลาระยะหนงึ่ กอน
7. ทดลองใชงานจริงระยะหนึ่ง หลังจากทดลองเครื่องจนใชไดจริงแลว ใหใชดวยความ
ระมัดระวัง คอยสังเกตอาการเปลย่ี นแปลงท่อี าจเกดิ ข้นึ ในระหวางการใชง าน หากมีเสยี ง อาการส่ัน
รอนจัดผิดปกติ ใหห ยุดพักการทํางานไวกอ น แลวทาํ การตรวจสอบตามกระบวนการตรวจสอบแลว
จงึ นาํ ไปใชง านตอไป
8. นาํ ไปใชงานจริง เมื่อเครือ่ งท่ซี อ มแซมใชง านไดตามปกตแิ ลว จึงนาํ ไปใชง านจรงิ
กิจกรรม
ใหซ อมเครือ่ งใชใ นบานหนึง่ ชิ้น แลว บันทกึ ข้นั ตอนการซอมไวด วย
4. งานประดษิ ฐ
งานประดษิ ฐ เปน การวเิ คราะหเก่ียวกับการทํางานดานการประดิษฐส่ิงของเครื่องใชท่ีเนน
ความคิดสรางสรรค โดยเนน ความประณตี สวยงาม ตามกระบวนการงานประดิษฐและเทคโนโลยี
และเนนการอนุรักษและสืบสานศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ตามภูมิปญญา
ทอ งถน่ิ และสากลเพ่อื นําไปสูการสรางงานอาชีพท่เี หมาะสมกับศักยภาพของตนเองและสอดคลอง
กบั ชมุ ชน สงั คม
ความหมายของงานประดษิ ฐ
ประดิษฐ แปลวา คิดทําข้ึน งานประดิษฐจึงหมายถึงการนําเอาวัสดุตาง ๆ มาทําเปน
ผลิตภัณฑใหม เพ่อื ประโยชนใ ชส อยดานตา ง ๆ เชน เปนของเลน ของใช หรือเพือ่ ความสวยงาม
ประโยชนข องงานประดษิ ฐ มดี งั นี้
1. เปนการใชเ วลาวางใหเกิดประโยชน
2. มีความภาคภูมิใจในผลงานของตน
3. มีรายไดจ ากผลงาน
4. มีความคิดริเร่ิมสรางสรรคผลงานใหม ๆ
5. เปนการฝก ใหรจู ักสังเกตสง่ิ รอบ ๆ ตัว และนาํ มาใชใหเกิดประโยชน
25
ลกั ษณะของงานประดษิ ฐ แบง เปน 2 ประเภท คือ
1. งานประดิษฐท่ัวไปเปนงานท่ีบุคคลสรางขึ้นมาจากความคิดของตนเองโดยอาศัย
การเรียนรูจากสิง่ รอบ ๆ ตัว นํามาดัดแปลงหรือเรียนรูจากตํารา เชน การประดิษฐของใชจากเศษ
วัสดุ การประดษิ ฐดอกไม
2. งานประดิษฐท่ีเปนเอกลักษณไทยเปนงานที่ไดรับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษใน
ครอบครัวหรือในทองถิ่น หรือทําข้ึนเพ่ือใชในงาน หรือเทศกาลเฉพาะอยาง เชน มาลัย บายศรี
งานแกะสลัก
ประเภทของงานประดษิ ฐ งานประดิษฐตาง ๆ สามารถเลือกทําไดตามความตองการและ
ประโยชนใชสอย ซง่ึ อาจแบงประเภทของงานประดิษฐตามโอกาสใชสอย ดงั นี้
1. ประเภทท่ีใชเปนของเลน เปนของเลนที่ผูใหญในครอบครัวทําใหลูกหลานเลน เพ่ือ
ความเพลดิ เพลนิ เชน งานปน ดินเปนสัตว ส่งิ ของ งานจักสานใบลานเปน โมบาย งานพับกระดาษ
2. ประเภทของใช ทาํ ขน้ึ เพอ่ื เปนของใชในชีวิตประจําวัน การสานกระบุง ตะกรา การทํา
เครื่องใชจ ากดินเผา จากผาและเศษวัสดุ
3. ประเภทงานตกแตง ใชตกแตงสถานท่ี บานเรือนใหสวยงาม เชน งานแกะสลักไม
การทํากรอบรปู ดอกไมป ระดษิ ฐ
4. ประเภทเคร่ืองใชในงานพิธี ประดิษฐขนึ้ เพ่ือใชใ นงานเทศกาล หรือประเพณีตาง ๆ เชน
การทํากระทงลอย ทําพานพุม มาลยั บายศรี
วัสดแุ ละอปุ กรณทใ่ี ชในงานประดิษฐ
การเลือกใชวสั ดอุ ปุ กรณใ นการประดิษฐช ้ินงาน ตอ งเลอื กใหเหมาะสมจงึ จะไดงานออกมา
มีคุณภาพสวยงาม รวมท้ังตองดูแลรักษาอุปกรณเคร่ืองใชเหลานี้ใหอยูในสภาพท่ีใชงานได
ตลอดเวลา
1. วัสดแุ ละอุปกรณใ นงานประดิษฐ แบง ออกเปน ประเภทตาง ๆ ดังนี้
ประเภทของเลน
- วสั ดทุ ี่ใช เชน กระดาษ ใบลาน ผา เชอื ก พลาสตกิ กระปอ ง
- อุปกรณท ่ีใช เชน กรรไกร เข็ม ดา ย กาว มีด ตะปู คอน แปรงทาสี
ประเภทของใช
- วัสดุท่ีใช เชน กระดาษ ไม โลหะ ดิน ผา
- อปุ กรณทีใ่ ช เชน เลอื่ ย สี จกั รเยบ็ ผา กรรไกร
ประเภทของตกแตง
- วสั ดทุ ใ่ี ช เชน เปลือกหอย ผา กระจก กระดาษ ดินเผา
- อุปกรณท ่ใี ช เชน เขม็ เย็บผา เข็มรอยมาลัย คีม คอน เข็มหมดุ
26
2. การเลอื กใชแ ละการบํารงุ รกั ษาอุปกรณ มีหลักการดังนี้
1. ควรเลือกใชใ หถ ูกประเภทของวัสดแุ ละอปุ กรณ
2. ควรศึกษาวิธกี ารใชก อนลงมอื ใช
3. เมอ่ื ใชแลวเกบ็ ไวใหเ ปนระเบียบเรียบรอย
4. ซอ มแซมเครอื่ งมอื ท่ีชํารุดใหพ รอ มใชเ สมอ
การประดษิ ฐชนิ้ งาน
ขั้นตอนในการปน
1. กาํ หนดโครงสรา ง รูปรางของชน้ิ งาน ตามลักษณะสดั สวนของช้ินงาน การยอ สวน ขยายสว น
2. ศึกษาลักษณะธรรมชาติของชิ้นงานที่ตองการปน เชน ตัวสัตวตาง ๆ ศึกษารูปทรง
ภายนอก ภายในรายละเอียดตาง ๆ เชน ลําตวั หัว หู หาง ฯลฯ ในการเลยี นแบบใหเหมือนจริง หรือเปน
รปู รา งทแ่ี ตกตางไปจากความเปนจริง รูปรางตลกขบขนั
วัสดอุ ปุ กรณท ใี่ ชใ นการปน
1. แปงหรือดนิ สําหรบั ปน
2. กาวลาเทก ซ กาวไฟฟา (กาวปน )
3. ลวดขนาดตา ง ๆ
4. กรรไกร ปากคีม เข็มเยบ็ ผา ไมจ ้มิ ฟน
5. ดาย เอน็ เชือก
6. ถุงพลาสติก หรือแผน พลาสติกสาํ หรับรองพบั
7. โลชั่น หรอื ครมี ทาผิว
8. ภาชนะสาํ หรับจัดวาง
9. สีสาํ หรบั ผสมแปง หรือดิน อาจใชส ผี สมอาหาร สโี ปสเตอร
วธิ กี ารผสมแปง
1. แปง กาว สารกนั รา โลชั่นใสก ะละมัง คนสวนผสมใหเ ขากัน
2. โลช่ันทามือ นวดแปง จนเปน กอนนมิ่ นวดบนพ้ืนโตะ จนแปง เนียนนุมไมต ิดมือ
3. เก็บแปงใสถุงพลาสติก แบงผสมสีตามตองการ ในปจจุบันมีแปงและดินสําเร็จขาย
แตราคาคอนขางแพง
กจิ กรรม
ใหผูเ รยี น ตอบคาํ ถามตอ ไปน้ี
1. ความแตกตางของชิ้นงานปน ในสมยั โบราณกับปจ จบุ นั มีความแตกตา งกนั อยา งไรบาง
2. อปุ กรณท ีใ่ ชในงานประดษิ ฐม ีอะไรบา ง มีวิธกี ารใชอยางไร
3. ขอปฏิบัตหิ ลังจากใชอ ุปกรณท กุ ครั้ง ควรทําอยา งไร
27
4. การประดษิ ฐช ้นิ งานดว ยตนเอง มีขอ ดีอยา งไร
5. งานธุรกจิ
งานธุรกจิ เปน การวิเคราะหง านหรือกิจกรรมทเี่ ปน การนําเอาทรัพยากรตาง ๆ มาใชรว มกนั
หรือเปลีย่ นสภาพเพ่อื ท่ีจะกอใหเ กิดคุณคาท่ีสูงกวาเดิม โดยที่ผูซ่ึงเปนเจาของหรือผูจัดการหวังวา
ส่ิงที่ตนทาํ นั้นจะยั่งยืนและเจริญกาวหนาตอไปในอนาคต โดยในงานหรือกิจกรรมทางธุรกิจ
จะกลาวถงึ งานการตลาด งานการผลติ หรอื บริการ งานการเงินและบัญชี และงานทรัพยากรมนษุ ย
ความรูธ ุรกจิ ในชีวิตประจําวัน
ปจจุบันชีวิตคนเราสวนใหญเกี่ยวพันกับเรื่องธุรกิจเกือบทั้งสิ้น เพ่ือความอยูรอด ความ
สะดวกสบายจะตองอาศัยปจจัยตาง ๆ ในการดําเนินชีวิต อันไดแก ปจจัย 4 ซึ่งก็คือ อาหาร
เครื่องนุงหม ท่ีอยูอาศัย และยารักษาโรค ความตองการเหลานั้นเปนสาเหตุทําใหเกิดกิจกรรม
ทเ่ี กี่ยวขอ งกบั การผลิต การจําหนาย และการซ้ือขายแลกเปล่ียน
ความหมายของธุรกิจ
ธรุ กจิ คือ กิจการที่กอใหเกิดสินคาและบริการ ชองทางการประกอบธุรกิจไมใชเพียงแต
มุง หวังผลกําไร แตม ุงอาํ นวยสินคาและบริการเพอ่ื สนองความตองการของมนุษย
จุดมุงหมายของธรุ กจิ คือ
1. เพอ่ื ใหบ ริการแกผูบริโภคอุปโภค
2. นาํ ผลกาํ ไรมาสูผลู งทุน
3. เพือ่ ความอยรู อดและเจรญิ เตบิ โต
ความสมั พันธร ะหวางธุรกิจกับบุคคล
เราอาจแบงความสัมพันธร ะหวา งธุรกิจกับบคุ คลออกเปน 2 ลกั ษณะ คอื
1. ความสัมพันธข องธุรกจิ กบั บคุ คลในฐานะผบู รโิ ภค คอื การบรโิ ภคส่งิ ของ เคร่ืองใช เชน
เสอื้ ผา อาหาร นอกเหนือจากปจ จัย 4 เนอ่ื งจากคนเรามคี วามตอ งการไมม สี ิ้นสดุ
2. ความสัมพันธของธุรกิจกับบุคคลในฐานะผูผลิต เมื่อเปนผูบริโภคจะตองผลิตใหได
มูลคา เทากบั มูลคาการบรโิ ภค มิฉะนัน้ จะยากจน เชน การเปน ผผู ลติ ในครอบครัว ชวยพอแมทาํ งาน
ธุรกจิ ที่เก่ยี วของในชวี ิตประจาํ วัน
ประเภทของธรุ กจิ ท่ีเกีย่ วของในชีวิตประจาํ วัน มดี ังน้ี
1. ธุรกิจผลิตสินคา เปนธุรกิจท่ีผลิตสินคาสนองความตองการของผูบริโภค ไดแก ธุรกิจ
การเกษตร ธุรกิจเหมืองแร ธุรกิจอุตสาหกรรมในครัวเรือน อุตสาหกรรมโรงงาน และธุรกิจ
กอสรา ง
28
2. ธุรกิจจาํ หนายสนิ คา เปน ธุรกจิ ที่กระจายสินคา จากผผู ลติ ไปยงั ผูบรโิ ภค เชน การจําหนาย
สินคาท่ีใชในการดํารงชีวิต สินคาที่อํานวยความสะดวกสบาย ซึ่งธุรกิจประเภทนี้เปนธุรกิจ
ขายปลีกและขายสง
3. ธรุ กิจการบรกิ าร เปนธุรกิจใหบรกิ ารแกลูกคา ไดแ ก ธนาคาร โรงแรม โรงเรียน โรงภาพยนตร
การคมนาคมและการขนสง
กิจกรรม
ใหผูเรียนศึกษาคนควาเร่ืองประเภทของธุรกิจท่ีเกี่ยวของกับชีวิตประจําวัน บันทึกเปน
รายงานสงและนํามาอภิปรายในการพบกลุม
งานสาํ นกั งาน
การจัดเก็บเอกสารทางธุรกจิ
ความหมายของเอกสารทางธุรกิจ หมายถึง เอกสารตาง ๆ ท่ีทําข้ึนเปนลายลักษณอักษร
อาจจะเขียนขึน้ เองในลกั ษณะของจดหมาย พิมพเปนแบบฟอรม เชน ใบเสรจ็ รับเงิน ใบกํากับสินคา
เปน ตน เพอื่ ใชเปนหลักฐานในการดาํ เนนิ งานตาง ๆ ทางธรุ กิจ หรือใชในการอา งอิงกรณีท่ีมีปญหา
เกดิ ขนึ้
ความสําคัญและประโยชนของเอกสารทางธุรกิจ คือ ใชเปนขอมูลสนับสนุนดานการ
บริหารงานใหม ปี ระสิทธภิ าพ เพอื่ ประโยชนใ นการคาระหวางประเทศ เพ่ือใหเกิดความเปนธรรม
ใชคุมครองสิทธิแกผลู งทุน ใชป ระกันในการขอเครดิต เพื่อใชเปนหลักฐานในการตรวจสอบของ
กรมสรรพากรและการเรียกรอ งคาเสียหาย
ประเภทของเอกสารทางธรุ กจิ จาํ แนกได ดังนี้
1. เอกสารการเครดิตและการเงนิ ไดแ ก เช็ค ตัว๋ แลกเงิน ตั๋วสัญญาใชเงิน ใบหุน พันธบัตร
เปน ตน
2. เอกสารการซื้อขายและขายสินคา หรอื เอกสารการคา เชน ใบเสนอราคา ใบเสรจ็ รับเงนิ
3. เอกสารการขนสง เชน ใบรบั สินคา ขึน้ เรอื ใบตราสง สนิ คา สญั ญาเชา เหมาซอ้ื
4. เอกสารประกันภัย ไดแก ใบคําขอทาํ ประกัน กรมธรรมประกันภยั เปน ตน
5. เอกสารการนําเขา และสงออก เชน ใบขนขาเขา ใบตราสง ใบรับของจากทา เรอื
การจดั เก็บเอกสารทางธุรกิจ
เอกสารทางธุรกิจมีความสําคัญ จะตองมีการเก็บเอกสารใหเปนระบบ เพื่อใหคนหาได
สะดวกหยบิ ใชไดงายและใชเปนหลกั ฐานอางอิงกรณที ่มี ีปญ หาเกดิ ขึน้ วิธกี ารจดั เกบ็ เอกสาร ทน่ี ยิ ม
ใชกนั คือ การเก็บตามลําดับตัวอักษร ช่ือบริษัท หางราน การเก็บเอกสารตามตัวเลขโดยใชตัวเลข
แทนช่ือบุคคล หางราน บรษิ ทั การเก็บเอกสารตามชื่อเรือ่ งและการเกบ็ เอกสารตามภมู ศิ าสตร ใชช่ือ
สถานท่ี ประเทศ จงั หวดั อาํ เภอ เปนหนวยจัดเก็บ
29
การใชเ ครอื่ งใชส าํ นักงานและการบํารุงรกั ษา
เครื่องใชสํานักงาน หมายถึง เคร่ืองมือเคร่ืองใชสํานักงานท่ีจัดทําข้ึนเพื่ออํานวยความ
สะดวกสบายในการปฏิบัติงานสํานักงานใหเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ เชน เคร่ืองพิมพดีด
เคร่ืองคํานวณเลข โทรศัพท โทรสาร เครื่องถายเอกสาร และเครื่องคอมพิวเตอร เปนตน
การเลือกใชเ คร่อื งใชสาํ นกั งานชนดิ ใด ขนาดเทาใด ขน้ึ อยกู บั ขนาดและความจําเปนของแตละธุรกจิ
ความสาํ คัญและประโยชนของเคร่ืองใชสํานักงาน คือ ทําใหงานมีความถูกตอง แมนยํา
ลดความผิดพลาด ลดตนทุนในการทาํ งาน ชวยใหงานเสร็จดวยความรวดเร็ว เรียบรอย สวยงาม
และทุนแรงผูปฏิบัติ ลดความเม่ือยลา
การบํารงุ รกั ษาเคร่ืองใชส าํ นักงาน มีการบาํ รุงรักษา อาจทําได 3 วธิ ี คอื
1. เรียกใชบรกิ ารเปนคร้งั คราว
2. ทาํ สัญญารับบริการจากผูจ ําหนายโดยตรง
3. ศกึ ษาวธิ กี ารบํารุงรกั ษาจากหนงั สอื คูม ือการใช
การนาํ เทคโนโลยมี าใชใ นงานธุรกิจ
ปจจุบันหนวยงานธุรกิจจํานวนมากไดนําเทคโนโลยีมาใชงานธุรกิจ เพื่อชวยในการ
ปฏิบัตงิ าน ในสํานักงานใหม ีประสิทธภิ าพมากข้ึนและสะดวกขน้ึ ดงั นี้
1. งานพิมพเอกสาร โดยใชคอมพวิ เตอรพมิ พเอกสารตาง ๆ แทนเคร่ืองพิมพดีด
2. งานฐานขอมลู ใชคอมพวิ เตอรเพอื่ รวบรวม ประมวลผล บันทึกและจัดเกบ็ ขอ มลู ตา ง ๆ
3. งานติดตอสอ่ื สาร โดยใชคอมพวิ เตอรเ พ่ือรวบรวม ประมวลผล บนั ทึก และจดั เกบ็ ขอ มลู
ตาง ๆ
4. งานดานการเงินและการบัญชี เชน การนําคอมพิวเตอรเขามาใชในการทําบัญชีเงินเดือน
เปน ตน
งานการเงนิ และบัญชี
เปาหมายท่สี าํ คญั ของตนเองและครอบครวั กค็ ือ การทําใหค วามเปน อยูของครอบครัวดีข้ึน
ไมประสบปญ หาเร่อื งการใชจา ยเงนิ การใชจา ยเงนิ ทีด่ กี ค็ วรท่จี ะจดั ทาํ แผนการใชจายเงนิ และจัดทํา
งบประมาณของตนเองและครอบครัวอยางเปนระบบ บุคคลในครอบครัวก็ตองชวยกันบันทึกบัญชี
เงินสดของตนเองและครอบครัวอยางเปนระบบ เพื่อที่จะไดนําของแตละคนมารวบรวม ทําการ
เปรียบเทยี บงบประมาณกับการจายจรงิ ของครอบครัว เปา หมายที่สาํ คัญอกี ประการหน่ึงก็คือ การที่
ตนเองและครอบครัวมเี งนิ ออมและสามารถนําเงนิ ออมน้นั ไปลงทุนทําธรุ กิจ
30
การทาํ งบประมาณของตนเองและครอบครวั
งบประมาณ หมายถงึ การวางแผนประมาณการรายรับ-รายจาย เพื่อเปนแนวทางในการใช
จา ยอยางประหยัด งบประมาณแบง ออกไดเปน 2 สว น คอื
1. รายรับ แบงออกเปน
- รายรับประจําวัน เปน รายไดท ่แี นน อน เปนรายสปั ดาห รายเดอื น
- รายรับจร เปน รายไดท ่เี กดิ ขึ้นไมแ นน อน เปน บางครัง้ บางคราว
2. รายจาย แยกประเภทได ดังนี้
- รายจายเพือ่ ความตอ งการพ้ืนฐาน ไดแ ก คา อาหาร ทอ่ี ยู เส้อื ผา และคายา
- รายจายเพื่อดําเนนิ ชวี ิตประจําวัน ไดแก คา นํา้ คา ไฟฟา คา โทรศพั ท ฯลฯ
- รายจายเพอ่ื ประโยชนร ะยะยาว เชน เงินออมเพือ่ การศึกษา เงินประกนั ชวี ิต
- รายจายอน่ื ๆ เชน คาของขวัญในโอกาสตา ง ๆ เงนิ ทาํ บญุ เงนิ บริจาค เงนิ ชว ยงาน
ข้ันตอนการจดั ทํางบประมาณ
1. ประมาณการรายรบั ประจําเดือน
2. ประมาณการรายจา ยประจําเดือน ตามความจําเปน กอ นหลัง
3. ประมาณการรายรับ - รายจายตอ งเทากนั
ตัวอยา งประมาณการรายรบั -รายจา ยของครอบครวั 6,400
งบประมาณเดือนมนี าคม 2553 4,500
ประมาณการรายรับ 10,900
1,500
เงินเดือนสามี 4,000
เงนิ เดอื นภรรยา 500
รวม 500 6,500
ประมาณการรายจา ย
รายจายเพื่อความตองการขน้ั พ้นื ฐาน
คา เชา บาน
คา อาหาร
คา เสอ้ื ผา
คารักษาพยาบาล
รายจายเพื่อการดําเนินชวี ติ ประจําวนั 31
คา รถ
คากาซหุงตม 600
คา ไฟฟา 250
คาน้าํ ประปา 250
คา โทรศัพท 150
150 1,400
รายจายเพ่ือประโยชนร ะยะยาว 500
คาประกนั ชีวิต 1,000
เงนิ ฝากธนาคารเพือ่ การศกึ ษา 1,000 2,500
เงินออม 500 500
รายจา ยอน่ื ๆ 10,900
รวม
ประโยชนข องการจัดทํางบประมาณ มีดังน้ี
1. ทําใหม แี ผนการใชจายเงินอยางเปน ระบบ
2. ชว ยลดปญหาการใชจ า ยเงินมากกวารายได
3. สามารถจดั สรรเงินออมไวใ ชจ ายในอนาคต
การออมทรัพยแ ละการลงทุนกับธนาคารและสถาบันการเงิน
การออมทรัพย หมายถึง การนาํ เงินรายไดส วนทจี่ ดั สรรไวเ พอ่ื ประโยชนในอนาคต หรือใน
ยามจาํ เปน
การลงทนุ หมายถงึ การนาํ เงินออมทีส่ ะสมไวไปใชเ พ่ือใหเกดิ ประโยชนห รอื วัตถปุ ระสงค
อยางใดอยา งหนึ่งโดยเฉพาะ
สถาบันการเงิน หมายถึง องคการทางการเงินท่ีจัดข้ึนมาเพ่ือดําเนินงานทางดานการเงิน
ทําหนาท่เี ปนสอื่ กลางทางการเงิน ไดแก ธนาคาร บรษิ ัทเงนิ ทนุ บรษิ ัทหลักทรัพย เปนตน
ประเภทของการลงทนุ
เราสามารถที่จะนาํ เงินออมที่มอี ยูไ ปลงทุนได 2 ประเภทใหญ ๆ คือ พันธบัตร และหุน ซ่ึง
ทง้ั สองชนดิ เรยี กวา หลักทรพั ย
1. พันธบัตร คือ ตั๋วสัญญาใชเงินท่ีรัฐบาลหรือบริษัทเปนผูออกโดยสัญญาวาจะใชเงิน
ภายในระยะเวลาท่กี าํ หนดพรอ มดอกเบยี้
2. หนุ ของบริษทั หนุ หมายถงึ ใบรบั รองวาเปน ผูมีสวนในกิจการหรอื เปนเจา ของบริษัท
32
กิจกรรม
1. ใหผเู รยี นจดั ทําบญั ชีเงนิ สดของตนเอง เปน รายบุคคล
2. ระยะเวลาในการปฏิบตั ิงานประมาณ 1 สัปดาห
3. นําเสนอผลการปฏิบตั ิงานโดยการสมุ ตัวอยาง
เรอื่ งท่ี 3 กลุมอาชพี ใหม
จากการเปล่ียนแปลงในบริบทโลกทั้งในสวนการรวมกลุมทางการเงิน การเปล่ียนแปลง
เทคโนโลยีอยางรวดเรว็ การเปล่ยี นแปลงของธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม การเปล่ยี นแปลงพฤติกรรม
ของผูบริโภค การรวมกลุมทางเศรษฐกิจ และประการสําคัญคือ การเปลี่ยนแปลงโครงสราง
ประชากรทางสังคม ดงั นัน้ อาชพี ในปจ จุบันจะตอ งมีการพัฒนาวิธีการและศักยภาพในการแขงขันได
ในระดบั โลก ซ่งึ จะตองคาํ นึงถึงบริบทภมู ิภาคหลกั ของโลก หรือ “รศู กั ยภาพเขา” หมายถึง ทวีปเอเชีย
ทวปี อเมริกา ทวปี ยโุ รป ทวปี ออสเตรเลีย และทวีปแอฟริกา และจะตอง “รูศักยภาพเรา” หมายถึง
รูศ ักยภาพหลักของพื้นท่ีประเทศไทย คอื ศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพื้นที่ ศักยภาพ
ของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิตของแตละพื้นที่ และศักยภาพของทรัพยากรมนุษยใน
แตละพ้ืนท่ี ดังน้ัน เพื่อใหการประกอบอาชีพสอดคลองกับศักยภาพหลักของพื้นที่และสามารถ
แขงขันในเวทีโลก จึงไดกําหนดกลุมอาชีพใหม 5 กลุมอาชีพ คือ กลุมอาชีพใหมดานการเกษตร
กลุมอาชีพใหมดานพาณิชยกรรม กลุมอาชีพใหมดานอุตสาหกรรม กลุมอาชีพใหมดานความคิด
สรางสรรค และกลุมอาชพี ใหมดานบรหิ ารจัดการและบรกิ าร
1. กลุม อาชีพใหมดานการเกษตร คือการพัฒนาอาชีพในดานการเกษตรเก่ียวกับ
การปลูกพืช เลี้ยงสัตว การประมง โดยนําองคความรูใหม เทคโนโลยี/นวัตกรรม มาพัฒนาให
สอดคลองกับศักยภาพหลักของพ้ืนท่ี คือศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตละพื้นที่ ตาม
ลักษณะภูมิอากาศ ศักยภาพของภูมิประเทศ และทําเลท่ีต้ังของแตละพื้นท่ี ศักยภาพของศิลปะ
วัฒนธรรม ประเพณี และวิถขี องแตล ะพ้ืนที่และศักยภาพของทรพั ยากรมนุษยในแตละพื้นที่ อาชีพ
ใหมดานการเกษตร เชน เกษตรอินทรีย เกษตรผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม วนเกษตร ธุรกิจ
การเกษตร เปน ตน
2. กลุมอาชีพใหมดานพาณิชยกรรม คือการพัฒนาหรือขยายขอบขายอาชีพดาน
พาณชิ ยกรรม เชน ผูใ หบ ริการจาํ หนา ยสนิ คาทง้ั แบบคา ปลีกและคา สงใหแกผูบริโภคทั้งมีหนาราน
เปนสถานที่จัดจําหนาย เชน หางราน หา งสรรพสนิ คา ซุปเปอรส โตร รานสะดวกซอื้ และการขายที่
ไมมหี นารา น เชน การขายผานสื่ออิเล็กทรอนิกส
3. กลุมอาชีพใหมดานอุตสาหกรรม คือการพัฒนาอาชีพที่อาศัยองคความรู
เทคโนโลย/ี นวัตกรรม อาชีพเก่ยี วกบั งานชา งซ่ึงไดแก ชางไฟฟา ชางไม ชา งยนต ชางประปา ชางปูน
33
และชา งเช่อื ม ใหส อดคลองกับความตองการของตลาดในประเทศ และตางประเทศ และศักยภาพ
หลักของพ้ืนที่ เชน ผูผลิตช้ินสวนอิเลคทรอนิกสเคร่ืองใชไฟฟา หรืออุปกรณอิเล็กทรอนิกส
โดยท่วั ไป เชน IC PCB ผูประกอบรถยนตและยานยนตประเภทตา ง ๆ ผผู ลติ ตวั แทนจาํ หนายหรือ
ผูประกอบชิ้นสว นหรอื อะไหลรถยนต ผใู หบ รกิ ารซอมบํารงุ รถยนต ผจู ัดจําหนา ยและศูนยจําหนาย
รถยนตท งั้ มือหนงึ่ มือสอง ผผู ลติ และจําหนา ยเครอื่ งจักรและเคร่ืองมอื ทุกชนดิ เชน เครื่องจักรกลหนัก
เคร่ืองจักรกลเบา ผลิตอุปกรณหรือสวนประกอบพ้ืนฐานของเครื่องใชไฟฟาตาง ๆ เชน สายไฟ
หลอดไฟ ฉนวนไฟฟา มอเตอรตาง ๆ การผลติ อลูมเิ นียม ผลติ และตัวแทนจําหนายผลิตภัณฑเหล็ก
สแตนเลส ผูผ ลติ จําหนายวสั ดกุ อสราง วัสดตุ กแตง สขุ ภณั ฑ การกอสรา ง อาคาร หรอื ทอี่ ยูอาศยั
4. กลมุ อาชพี ใหมดา นความคดิ สรางสรรค ทามกลางกระแสการแขงขันของโลก
ธรุ กิจที่ไรพรมแดน และการพัฒนาอยา งกาวกระโดดของเทคโนโลยีการส่ือสารและการคมนาคม
การแลกเปล่ียนสินคาจากท่ีหน่ึงไปยังอีกสถานท่ีที่อยูหางไกลนั้นเปนเร่ืองงายในปจจุบัน เม่ือ
ขอ จาํ กดั ของการขามพรมแดนมใิ ชอ ุปสรรคทางการคา ตอ ไปจึงทาํ ใหผ ูบริโภคหรอื ผูซอ้ื มีสิทธิเลือก
สนิ คา ใหมไ ดอ ยา งเสรีทั้งในดานคุณภาพและราคา ซงึ่ การเรียนรแู ละพัฒนาสินคาและบริการตาง ๆ
ที่มีอยูในตลาดอยูแลวในยุคโลกไรพรมแดนกระทําไดงาย ประเทศท่ีมีตนทุนการผลิตตํ่า เชน
ประเทศจนี อินเดยี เวียดนาม และประเทศในกลุมยุโรปตะวนั ออก จะมีความไดเ ปรยี บในการแขง ขนั
ดานราคา ดว ยเหตุน้ีประเทศผูนําทางเศรษฐกิจหลายประเทศจึงหันมาสงเสริมการดําเนินนโยบาย
เศรษฐกิจสรา งสรรคเ พอื่ พฒั นาสินคา และบรกิ ารใหม ๆ และหลกี เลย่ี งการผลติ สนิ คา ท่ีตองตอ สดู า น
ราคา โดยหลกั การของเศรษฐกจิ สรา งสรรคค อื แนวคิดหรือแนวปฏิบัติท่ีสราง/เพิ่มมูลคาของสินคา
และบรกิ ารไดโ ดยไมตอ งใชทรัพยากรมากนัก แตใชความคิด สติปญญา และความสรางสรรคให
มากข้นึ
ทิศทางของแผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง ชาตฉิ บับที่ 11 (พ.ศ. 2555 – 2559)
ไดก ําหนดยุทธศาสตรการปรับโครงสรางเศรษฐกิจสูการเจริญเติบโตอยางคุณภาพและยั่งยืน ให
ความสําคัญกับการปรับโครงสรางเศรษฐกิจบนฐานความรู ความคิดสรางสรรคและภูมิปญญา
ภายใตปจจัยสนับสนุนที่เอ้ืออํานวยและระบบการแขงขันที่เปนธรรมเพื่อสรางภูมิคุมกันใหกับ
ประเทศ มงุ ปรับโครงสรางและการลงทุนใหสอดคลองกับความตองการของตลาดท้ังภายในและ
ตางประเทศ สรา งมูลคา เพม่ิ ใหก ับสาขาบริการท่มี ศี ักยภาพบนพื้นฐานของนวัตกรรมและความคิด
สรางสรรค พัฒนาธุรกิจสรางสรรคและเมืองสรางสรรค เพ่ิมผลิตภาพของภาคเกษตรและสราง
มูลคาเพ่มิ ดวยเทคโนโลยีและกระบวนการผลติ ที่เปนมติ รกบั สิง่ แวดลอม พฒั นาภาคอุตสาหกรรมสู
อุตสาหกรรมฐานความรูเชิงสรา งสรรคและเปนมิตรตอสิ่งแวดลอม พัฒนาโครงสรางพ้ืนฐานและ
ระบบโลจิสตกิ ส สรางความม่ันคงดานพลงั งานควบคไู ปกับการปฏริ ปู กฎหมายและกฎระเบียบตาง ๆ
ทางเศรษฐกจิ และการบริหารจดั การเศรษฐกจิ สวนรวมอยา งมีประสิทธิภาพเพื่อใหเปนฐานเศรษฐกิจ
ของประเทศทีเ่ ขม แข็งและขยายตัวอยา งมีคณุ ภาพ
34
กลุมอาชีพใหมดานความคิดสรางสรรค จึงเปนอาชีพท่ีอยูบนพ้ืนฐานของการใช
องคความรู (Knowledge) การศึกษา (Education) การสรางสรรคงาน (Creativity) และการใช
ทรัพยสินทางปญ ญา (Intellectual Property) ทเี่ ชอื่ มโยงกับพื้นฐานทางวัฒนธรรม (Culture) การสั่งสม
ความรูของสังคม (Wisdom) และเทคโนโลยี/นวัตกรรมสมัยใหม (Technology and Innovation)
(อาคม เติมพิทยาไพสิฐ,2553) ดงั นัน้ กลมุ อาชพี ใหมด า นความคดิ สรา งสรรค จงึ เปนการตอ ยอดหรอื
การพัฒนาอาชีพในกลุมอาชีพเดิม คือกลุมอาชีพเกษตรกรรม กลุมอาชีพอุตสาหกรรม กลุมอาชีพ
พาณชิ ยกรรม กลมุ อาชีพคหกรรม กลุม อาชพี หัตถกรรม และกลมุ อาชีพศลิ ปกรรม
กลุมอาชีพใหมดานความคิดสรางสรรค เชน แฟชั่นเส้ือผา เคร่ืองประดับ
เครอื่ งสาํ อาง ทรงผม สปาสมุนไพร การออกแบบส่อื /ภาพยนตร/ โทรทัศน เคร่ืองใชไ ฟฟา เฟอรนิเจอร
วัสดุกอสรางแบบประหยัดพลังงาน เซรามิก ผาทอ จักสาน แกะสลัก รถยนตพลังงานทางเลือก
ขากลอตั โนมัติเพ่อื ผพู กิ าร การทองเทีย่ วเชิงวัฒนธรรม ตลาดน้ําอโยธยา เปนตน
5. กลุมอาชีพใหมด า นบริหารจัดการและบรกิ าร เชน ธรุ กิจบริการทองเที่ยว ธุรกิจ
บรกิ ารสุขภาพ ธุรกจิ บริการโลจสิ ติกส ธรุ กิจภาพยนตร ธุรกิจการจัดประชุมและแสดงนิทรรศการ
บรกิ ารที่ปรกึ ษาดานอสังหาริมทรพั ย ท่ีปรกึ ษาทางธรุ กจิ
งานอาชีพใหมทั้ง 5 กลุม ในอนาคตจะมีการเติบโตทางธุรกิจมากขึ้น จึงมีความ
ตอ งการเจาหนา ท่ี บคุ คล พนักงาน เพ่ือควบคุมและปฏิบัติงานที่มีความรู ความสามารถ และทักษะ
ฝม ือเปนจํานวนมาก
เรอ่ื งท่ี 4 การประกอบอาชีพในภูมิภาค 5 ทวีป
ภูมิภาคของโลกประกอบดวย 5 ทวีป ไดแก เอเชีย อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย
แอฟริกา ซ่ึงในแตล ะภมู ิภาคจะมีลักษะการประกอบอาชีพที่แตกตางกัน เพราะมีความแตกตางกัน
ทางสภาพบริบทของพ้ืนท่ี ไดแก ทรัพยากรธรรมชาติและพื้นที่ ลักษณะภูมิอากาศ ภูมิประเทศ
ศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณี วถิ ีชีวิตและการดํารงชีวิตของประชาชน ดังน้ันในการประกอบอาชีพ
ผูประกอบการจําเปนตองเขาใจในความแตกตางของสภาพบริบทของพ้ืนท่ีดังกลาว เพราะใน
อนาคต การติดตอทางการคาจะสามารถเช่ือมโยงติดตอซ้ือขายไดอยางไมมีขอบเขตจํากัด
ความแตกตางของลักษณะงานอาชีพในแตละภมู ิภาค มรี ายละเอียดดังน้ี
ภูมิภาคเอเชีย สวนใหญของประเทศในภูมิภาคเอเชีย ประกอบอาชีพเกษตรกรรม
เปนหลัก ไดแก การปลูกพืช การเล้ียงสัตว การประมง ปาไม รวมถึงงานอาชีพทางดานเหมืองแร และ
อตุ สาหกรรมดว ยโดยในแตละอาชพี ทีป่ ระกอบการในภูมภิ าคเอเชีย มีลกั ษณะการประกอบอาชีพ ดงั น้ี
การปลูกพืช เปนอาชีพเกษตรกรรมท่ีประชาชนสวนใหญในแตละประเทศของ
ภูมิภาคเอเชียดําเนินการประกอบเปนอาชีพ แตมีความแตกตางกันไปตามลักษณะภูมิอากาศ
35
ภูมปิ ระเทศ และการดํารงชีวิตของประชากร โดยประเทศในเขตพ้ืนท่ีราบท่ีมีปริมาณฝนเพียงพอ
และประชากรอาศยั อยอู ยางหนาแนน จะมีการดาํ เนินการประกอบอาชพี การปลกู พืชเพือ่ เลยี้ งตนเอง
แตใ นเขตพ้นื ท่ีท่มี ีภูมิอากาศแบบปาดิบช้ืน มีประชากรอยูบางเบา จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม
ปลกู พชื แบบเล่อื นลอย ท้ังนี้ ในพน้ื ทที่ ี่เปนทุงหญา มรี ะบบชลประทาน สวนใหญจะประกอบอาชพี
ปลูกพืชพรอมการเลยี้ งสัตว โดยพนื้ ท่ใี ดของประเทศที่อยูในเขตอากาศหนาว เขตทะเลทราย และ
เขตภเู ขา จะเปนพนื้ ทที่ ี่ไมสามารถประกอบอาชีพเกษตรกรรมปลกู พืชได
สําหรับพืชเศรษฐกิจท่ีสําคัญนิยมปลูกในประเทศของภูมิภาคเอเชีย เชน ขาวเจา
ขาวโพด มะพราว ปาลม น้าํ มัน มะกอก ชา ฝา ย ปอ ปาน ยางพารา เปน ตน
การเลีย้ งสตั ว อาชพี เกษตรกรรมการเล้ียงสัตว เปนอีกอาชีพหน่ึงที่ประชาชนใน
ประเทศตา ง ๆ ของภูมิภาคเอเชยี นิยมประกอบอาชีพ แตม คี วามแตกตา งกันไปตามสภาพภมู ปิ ระเทศ
และภูมิอากาศ โดยในประเทศท่ีมีอากาศแหงแลงแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต และตอนกลางของ
ภูมิภาค ซึ่งมลี กั ษณะพนื้ ท่เี ปน ทงุ หญากึง่ ทะเลทราย ประชากรในเขตดงั กลา ว จงึ นิยมเลี้ยงสตั วแบบ
เรร อ น ไดแ ก อฐู แพะ แกะ โค มา และจามรี โดยการเลี้ยงสตั วใ นลกั ษณะดงั กลาว เปน การประกอบ
อาชพี เพ่ือตองการนมและเน้อื นํามาใชเ ปน อาหาร สวนในเขตอากาศรอนชื้นและอบอุน ประชากร
จะนยิ มเลยี้ งสตั วเพื่อการบริโภคและการสงเปนสินคา ออก ไดแ ก สุกร ไก เปด ทั้งนี้ ในเขตอากาศ
ดังกลาว จะนิยมเลยี้ งโค กระบือ และมา เชน เดียวกัน แตเ ปนการเลี้ยงไวเ พ่ือใชง าน
การประมง การประกอบอาชีพประมงของภูมิภาคเอเชีย มีการดําเนินการประกอบ
อาชพี ประมงใน 2 ลักษณะ ไดแก ประมงนา้ํ จืด และประมงทางทะเล การประกอบอาชีพประมงนํ้าจืด
สวนใหญจะนิยมทําอาชีพประมงควบคูกับการปลูกพืช โดยเฉพาะพืชผัก สําหรับการประกอบ
อาชีพประมงทางทะเล มีการประกอบอาชีพในเขตนานนํ้าแถบชายฝงตะวันออกของภูมิภาคเอเชีย
ตง้ั แตอาวไทยไปจนถึงชองแคบเบริง ทกี่ ระแสน้าํ อนุ กุโรชโิ วไหลมาบรรจบกับกระแสนํา้ เยน็ โอยาชโิ ว
เพราะเปนแหลงที่มีอาหารสมบูรณ ทําใหมีสัตวน้ําอยูเปนจํานวนมาก ประเทศญ่ีปุนเปนประเทศที่มี
การประกอบอาชีพประมงทางทะเลมากที่สุดในโลก นอกจากการประกอบอาชีพประมงจับสัตวนํ้า
ทะเลแลว ตามแนวชายทะเลยงั มีการประกอบอาชีพการเลี้ยงหอยประเภทตาง ๆ รวมถึงสาหรายทะเล
ซ่ึงมีการประกอบอาชพี เชน น้ีกระจายโดยทวั่ ไปในประเทศท่มี พี ้ืนท่ีชายทะเล
ปา ไม อาชีพปาไม มีการดําเนนิ งานอาชีพใน 2 ลักษณะตามเขตภูมิอากาศ คือ ปาไม
ในเขตรอน จะเปนไมประเภทไมเนื้อแข็ง ในเขตประเทศ ไทย เมียนมาร ลาว กัมพูชา เวียดนาม
อนิ เดีย และในประเทศกลมุ หมูเกาะ สวนปา ไมใ นเขตหนาว จะเปนปา ตน สน โดยมีการนําไมสนมา
ใชทาํ เปน กระดาษและลังไม
เหมืองแร ภูมิภาคเอเชีย เปนภูมิภาคที่อุดมไปดวยแรธาตุนานาชนิด เนื่องจากมี
สภาพภูมิประเทศเปนเทือกเขาท่ีมีอายุแตกตางกัน แรธาตุที่สําคัญท่ีมีการขุดข้ึนมาใชประโยชน
ไดแ ก เหล็ก ถานหิน ดีบุก นาํ้ มนั แมงกานิส เพชร พลอย เปน ตน
36
อตุ สาหกรรม ในภมู ภิ าคเอเชยี การประกอบอาชพี ดา นอตุ สาหกรรม สว นใหญจะ
เปนอตุ สาหกรรมแบบหัตถกรรมหรืออุตสาหกรรมในครัวเรือน ในลักษณะงานฝมือ ของที่ระลึก
เชน ผา ทอ เครื่องโลหะ เครอื่ งแกะสลกั เครอ่ื งจักสาน เปนตน สําหรับอุตสาหกรรมใหม ประเทศ
ญีป่ นุ เกาหลี ไตห วัน และสงิ คโปร ถูกจดั ใหเ ปนประเทศในกลมุ อุตสาหกรรมใหม
ลักษณะวิธีการคาในภูมิภาคเอเชีย การคาขายแตเดิมประเทศในภูมิภาคเอเชีย
จะใชวธิ ตี า งคนตางขาย แตอ นาคตตั้งแตป พ.ศ. 2558 กลุมประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต
ในนามของอาเซียน กําหนดทะลายกําแพงทางภาษี และรว มคาขายกบั ประเทศในภูมิภาคอ่ืน เพ่ือให
สามารถกระจายสนิ คา และสรา งพลังการตอ รองราคา
ภมู ภิ าคอเมรกิ า เนือ่ งจากภมู ภิ าคอเมริกา มีความแตกตางกันในดานภูมปิ ระเทศ ภูมิอากาศ
และวิถีการดาํ รงชีวิตคอนขางสูง ในเขตอเมริกาใต และอเมริกาเหนือ การประกอบอาชีพของ
ท้ัง 2 เขต จึงมคี วามแตกตา งกันไปดวย ดังน้ี
การปลูกพชื นิยมปลกู พืช มีดงั น้ี
ประเภท อเมรกิ าใต ประเภท อเมริกาเหนือ
กาแฟ ขอ มูล ขอมูล
ขา วโพด
โกโก ปลกู มากในประเทศบราซิล มี ขา วสาลี ไมมกี ารปลูก
มากถึงรอ ยละ 50 ของโลก และ
ขา วโพด ยังมกี ารปลกู ในประเทศ ไมมีการปลูก
โคลัมเบยี และเอกวาดอร
ขาวสาลี ปลกู เพื่อนาํ มาทําเปน เปน พืชเศรษฐกจิ ของประเทศ
ช็อกโกแลต เคร่อื งด่มื และ สหรัฐอเมริกา ปลูกมากในแถบ
ขนมหวาน นยิ มปลูกใน ภาคกลางของประเทศ
ประเทศ บราซลิ เอกวาดอร ปลูกมากในประเทศ
เปนพืชทีป่ ลกู มากในประเทศ สหรฐั อเมรกิ า และแคนาดา
บราซลิ รวมถึง ประเทศ โดยประเทศสหรัฐอเมริกา
อารเจนตินา เวเนซเู อลา เปรู จะปลูกขา วสาลีฤดหู นาว
และโคลมั เบีย สวนประเทศแคนาดา
นยิ มปลกู ในประเทศบราซิล
อารเ จนตินา ชลิ ี
37
ประเภท อเมริกาใต ประเภท อเมรกิ าเหนอื
ขอ มลู ขอมูล
ออ ย
กลวย ปลกู มากในประเทศบราซลิ ฝา ย จะปลกู ขาวสาลีฤดูใบไมผลิ
ฝาย ไมมกี ารปลกู
ปลูกมากในประเทศเอกวาดอร
ปลูกมากในประเทศบราซิล ไมม ีการปลูก
อารเจนตินา ปลกู มากในบริเวณลมุ แมนา้ํ
มิสซสิ ซิปป ภาคตะวนั ตกของ
ไมมีการปลกู ถั่วเหลอื ง รฐั แอรโิ ซนา และแคลฟิ อรเ นีย
ปลูกมากในเขตทร่ี าบภาคกลาง
ไมมกี ารปลกู ยาสูบ ของประเทศสหรฐั อเมรกิ า
เปนพชื เศรษฐกจิ ท่ีสราง
ช่อื เสียงใหแกป ระเทศ
สหรัฐอเมรกิ า ปลกู มากในเขต
ภาคตะวนั ออกของประเทศ
สหรฐั อเมรกิ า
ไมมกี ารปลูก ขา วเจา ปลกู มากในเขตภาคใตข อง
ประเทศสหรฐั อเมริกา
ไมมกี ารปลูก ผกั และผลไม ในภาคตะวนั ออกของประเทศ
ตา ง ๆ สหรฐั อเมรกิ า มีการปลกู เชอรรี่
สตรอเบอรี แอปเปล ภาคใต
ปลกู สม สับปะรด ชายฝง
ตะวนั ตกเฉียงใต ปลกู องนุ
มะกอก สม มะนาว
การเลีย้ งสัตว ในเขตอเมรกิ าใต และอเมรกิ าเหนอื มีการเล้ยี งสตั ว ดงั น้ี
โคเนื้อ ในเขตอเมริกาใต นิยมเล้ียงในประเทศบราซิล อารเจนตินา และอุรุกวัย
สวนในเขตอเมริกาเหนือ นิยมเล้ียงในแถบตะวันตกของประเทศ และจะเล้ียงเปนฟารมปศุสัตว
ขนาดใหญ
โคนม เขตอเมรกิ าใตไ มมีการเล้ียงโคนม ในสวนของอเมริกาเหนือ นิยมเล้ียงใน
เขตทร่ี าบภาคกลางและภาคตะวนั ออกของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยพื้นท่ีดังกลาว จะมีการปลูก
38
ขาวโพด และถั่วเหลือง ซ่ึงมีการนําขาวโพด และถั่วเหลือง มาใชเปนอาหารสัตว เพื่อใหโคนมมี
สุขภาพแขง็ แรง
แกะ เขตอเมริกาใต นิยมเล้ียงในประเทศอุรุกวัย โดยมีการเล้ียงจํานวนมากเปน
อันดับ 2 ของโลก ในเขตอเมรกิ าเหนอื นิยมเลยี้ งในภาคตะวันตก และตะวันตกเฉยี งใตข องประเทศ
สหรัฐอเมริกา
สุกร เขตอเมรกิ าใต นิยมเลี้ยงในประเทศเปรู และบราซิล สวนเขตอเมริกาเหนือ
นยิ มเลี้ยงในเขตที่เล้ียงโคนม โดยใชห างนมนาํ มาเล้ยี งสุกร
ปาไม เขตอเมริกาใตเปน แหลงไมเ น้ือแขง็ ท่มี อี ยอู ยา งอดุ มสมบรู ณแ ละกวางขวาง
แตนํามาใชประโยชนไดนอย เพราะการคมนาคมไมสะดวก สําหรับเขตอเมริกาเหนือ สวนใหญ
ประกอบอาชพี ปา ไม ท่สี วนใหญเปนไมเ นื้อออน
เหมืองแร เขตอเมรกิ าใตและอเมรกิ าเหนือ มีแรธาตุทีส่ ําคญั อ่ืน ไดแก
อเมริกาใต อเมริกาเหนอื
ขอ มลู
ประเภท ขอ มูล ประเภท
ถา นหนิ มีมากแถบเทอื กเขาดานตะวันตก
ไมม ที รัพยากรและการผลิต ของประเทศสหรัฐอเมริกา
เหล็ก มีมากในประเทศบราซลิ มกี าร เหล็ก มีมากท่บี รเิ วณเทือกเขาเมซาบี
ผลิตมากเปนอนั ดับ 2 ของโลก รฐั มนิ นิโซตา และเปนแหลง
รวมท้ัง เวเนซเู อลา โบลิเวีย ชิลี ทองคาํ เหล็กทส่ี าํ คัญทสี่ ดุ ในเขตอเมริกา
ทองแดง เหนอื
ทองคํา มีมากในประเทศบราซลิ
แหลงผลติ ทส่ี าํ คญั อยทู เี่ ทือกเขา
ทองแดง มมี ากเปนอนั ดบั ท่ี 1 ของโลก รอกก้ี
ในประเทศชิลี รวมทั้งใน แหลงผลติ ท่ีสําคญั อยทู ่ีเทอื กเขา
ประเทศบราซิล และเปรู รอกกี้
ไมมที รพั ยากรและการผลติ บอกไซด เปนแรธ าตทุ ่ีนาํ มาใชเ พ่อื การ
ผลติ อลมู ิเนียม มมี ากท่รี ัฐ
ดบี กุ ประเทศโบลเี วีย มีการผลิตดบี กุ อารค นั ซอ
สงั กะสี มากเปน อนั ดบั 2 ของโลก
ผลิตมากในประเทศเปรู บราซิล ไมมที รัพยากรและการผลติ
ไมม ที รัพยากรและการผลิต
39
ประเภท อเมรกิ าใต ประเภท อเมรกิ าเหนอื
นํา้ มนั น้าํ มัน ขอมูล
ขอมลู
และอารเจนตินา มแี หลงผลิตทางตอนเหนอื ของ
ประเทศเวเนซูเอลา เปน ประเทศ รัฐแอลาสกา และภาคกลาง
ท่ีมีการผลิตมากทส่ี ดุ และยังมี ตอนลา งของประเทศแคนาดา
ในประเทศบราซิล โบลเี วีย
เอกวาดอร
อุตสาหกรรม ในเขตอเมริกาใต จะเปนอุตสาหกรรมเบา เชน การผลิตน้ําตาล
อาหารกระปอง ประเทศที่มีอุตสาหกรรมเจริญกา วหนา เปนอตุ สาหกรรมขนาดใหญ ไดแก ประเทศ
บราซิล และอารเ จนตนิ า เปน การผลิตเหลก็ กลา นํ้ามันและปโตรเคมี สวนอเมริกาเหนือ เปนสวน
ภมู ิภาคท่เี จริญกาวหนา มากทางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการผลิตในอตุ สาหกรรมหลกั
ภูมิภาคยุโรป การดําเนินงานอาชีพของประเทศในภูมิภาคยุโรป มีลักษณะการประกอบ
อาชีพ ดงั น้ี
การปลูกพืช พนื้ ทก่ี ารปลูกพืชของภูมิภาคยโุ รป สวนใหญป ลกู ในยโุ รปตะวนั ออก
และภาคใตของประเทศองั กฤษ ภาคเหนือและภาคตะวันตกของประเทศฝร่ังเศส รวมถึงตอนเหนือ
ของประเทศเยอรมัน พชื ท่สี าํ คัญและมีผลตอเศรษฐกจิ ไดแก
ขาวสาลี ปลูกมาในประเทศยูเครน ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน โรมาเนีย
บัลกาเรีย เยอรมัน ฮังการี
ขา วโอต ขาวบารเลย ถ่วั มนั ฝรั่ง ปลกู ไดโ ดยท่วั ไปของประเทศตาง ๆ ใน
ภมู ิภาคยโุ รป
องุน สม มะกอก มะนาว แอปเปล ปลกู มากในประเทศที่มีลักษณะอากาศ
แบบเมดิเตอรเรเนยี น ไดแก ประเทศอติ าลี ฝรงั่ เศส สเปน กรซี
การเลี้ยงสตั ว สตั วเศรษฐกิจที่นิยมเล้ียง ไดแก กวางเรนเดียร โคเน้ือ โคนม แพะ
แกะ มา และสุกร โดยการเล้ยี งสตั วเศรษฐกจิ ดงั กลา ว ขึน้ อยูก บั ความเหมาะสมของลักษณะภูมิประเทศ
และภมู อิ ากาศ
การประมง แหลงทําการประมงทส่ี ําคัญในภมู ภิ าคยโุ รป ไดแก
ทะเลเหนือ โดยเฉพาะบริเวณกระแสนํ้าอุนแอตแลนติกเหนือบรรจบกับ
กระแสน้ําเย็นกรนี แลนดตะวันออก ทําใหมีอาหารสมบูรณ ปลาชุกชุม ประเทศที่ประกอบอาชีพ
ประมงในเขตนี้ ไดแก ประเทศนอรเวย ไอซแ ลนด และสหราชอาณาจักร
40
ทะเลดาํ ทะเลสาบแคสเปยน และแมนาํ้ โวลกา มกี ารจับปลาสเตอรเจียน
นาํ มาทาํ เปน ไขป ลาคารเวยี ร
ปาไม อาชพี ปาไม มีการประกอบอาชีพอยางจริงจังในประเทศฟนแลนด สวีเดน
รสั เซีย นอรเ วย สวนใหญเปน ปา ไมในเขตหนาว มีปาตนสนจํานวนมาก โดยมีการนํามาใชทําเปน
เยือ่ กระดาษ
เหมืองแร ภมู ภิ าคยุโรป เปน แหลงแรท ่ีสาํ คัญจํานวนมาก ไดแก
นํ้ามันและกาซธรรมชาติ อยใู นบรเิ วณทะเลเหนอื และรอบทะเลสาบแคสเปยน
บอกไซด นาํ มาถลุงเปนอลมู ิเนียม มีมากในประเทศฝร่ังเศส ยูโกสลาเวีย
ฮงั การี และเทือกเขาครู าล ในประเทศรัสเซยี
โพแทช นํามาใชในอุตสาหกรรมปุยและสบู มีมากในประเทศฝรั่งเศส
เยอรมนั สเปน และรัสเซีย
อตุ สาหกรรม ในภมู ภิ าคยุโรป ถือไดว า เปนภมู ิภาคอตุ สาหกรรม ประชากรสวนใหญ
จะประกอบอาชพี อยใู นภาคอตุ สาหกรรม แหลงอุตสาหกรรมในภูมภิ าคยโุ รปจะอยูแ ถบยุโรปตะวันตก
เชน ประเทศฝรั่งเศส สหราชอาณาจักร เยอรมัน เนเธอรแลนด รวมถึง ประเทศรัสเซีย ยูเครน
เบลารุส ในแถบยุโรปตะวนั ออก
ภูมิภาคออสเตรเลีย การประกอบอาชีพของภูมิภาคออสเตรเลีย มีลักษณะการประกอบ
อาชพี ดงั นี้
การปลูกพชื เกษตรกรรมการปลูกพืช ถือวาเปนอาชีพหลักของภมู ิภาคออสเตรเลีย
โดยในการดาํ เนินการอาชีพเกษตรกรรมปลกู พชื เกษตรกรมกี ารนําเคร่ืองจักรกลเขามาชวยในการ
ทําการเกษตร เน่ืองจากพ้ืนท่ีของออสเตรเลียมีความแหงแลง และใชในการขุดน้ําบาดาล พืชท่ี
สาํ คญั และมผี ลตอเศรษฐกจิ ไดแก ขาวสาลี เปนพืชเศรษฐกิจที่สําคัญท่ีสุดของภูมิภาคออสเตรเลีย
นอกจากนั้น ยังมีการปลูกขาวเจา กลวย ออย สับปะรด องุน และสม กระจายในพื้นท่ีภูมิภาค
ออสเตรเลีย ตามความเหมาะสมของสภาพภูมปิ ระเทศ และภมู อิ ากาศ
การเล้ียงสัตว ในภูมิภาคออสเตรเลีย นิยมเล้ียงสัตว ไดแก แกะ เปนการเล้ียงไว
เพ่ือการใชขน โคเน้ือ มีการเลี้ยงในบริเวณทุงหญาสะวันนา และโคนม มีการเล้ียงในบริเวณ
เขตอากาศอบอุน
การประมง ภูมิภาคออสเตรเลีย โดยเฉพาะฝงตะวันออก เปนบริเวณที่มีปลา
จํานวนมาก ไดแก ปลาทูนา ปลาฉลาม ปลาแซลมอน ปลากระบอก รวมท้ัง มีการเล้ียงหอยมุกที่
เกาะเทอรส เตย แตงานอาชีพดานประมง มีปญหาไมสามารถจับปลาที่มีชุกชุมไดมาก เพราะขาด
แรงงาน
ปาไม อาชีพปาไม มีการประกอบอาชีพปาไม ประเภทปายูคาลิปตัส เพราะมี
จาํ นวนมากในแถบตะวนั ออกของภมู ภิ าคออสเตรเลีย
41
เหมอื งแร ภูมภิ าคออสเตรเลยี เปน แหลง แรทสี่ าํ คญั จํานวนมาก ไดแ ก
เหล็ก มมี ากทร่ี ฐั เวสเทิรน ออสเตรเลีย
ถา นหนิ มมี ากทีซ่ ดิ นีย นิวคาสเซลิ
ทองคาํ มีมากท่รี ฐั เวสเทิรน ออสเตรเลยี
ดีบกุ มมี ากทร่ี ัฐควนิ สแลนด
อุตสาหกรรม ในภมู ภิ าคออสเตรเลยี มีการดาํ เนินงานอาชีพอุตสาหกรรมการเกษตร
เปน สวนใหญ ไดแก การผลิตส่ิงทอ น้ําตาล นม เนย อาหารกระปอง ดานอุตสาหกรรมอ่ืน มีการ
ผลติ เครอ่ื งใชไฟฟา การตอเรือ สว นใหญภาคอุตสาหกรรมจะประกอบการในแถบตะวันออกเฉียงใต
ของภูมิภาคออสเตรเลยี
ภมู ภิ าคแอฟรกิ า การประกอบอาชีพของภมู ิภาคแอฟริกามลี ักษณะการประกอบอาชพี ดังน้ี
การปลูกพืช ภมู ภิ าคแอฟริกาสว นใหญ เปน ทะเลทราย ดินขาดความอุดมสมบูรณ
ประชากรจะปลูกพืชไดเฉพาะบริเวณทร่ี าบดินตะกอนของปากแมนํ้าสายตาง ๆ ทําใหผลผลิตท่ีได
ไมเพยี งพอตอการบรโิ ภคของประชาชนในภมู ภิ าค ทัง้ นี้ แหลงปลกู พืช เล้ยี งสัตว และอุตสาหกรรม
ท่สี าํ คญั ของภมู ิภาคแอฟริกา ไดแก
แหลงปลูกพืชเมืองรอนในเขตรอนชื้น บริเวณลุมน้ําคองโก ชายฝงแอฟริกา
ตะวันออก และตะวันตก มีการปลูกโกโกมากที่สุด นอกจากนั้น มีการปลูกปาลมนํ้ามัน กาแฟ
ถั่วลิสง ออย ยางพารา เผือก และมัน
ลมุ แมนา้ํ ไนล เปนพ้ืนทอ่ี ากาศรอ นแหง แลงสวนใหญปลูก ฝาย ชา อินทผาลัม
ขา วฟา ง
เขตเมดเิ ตอรเ รเนียน บริเวณดานเหนือสุดและดา นใตส ุดของภมู ภิ าค มีการปลกู
สม องนุ มะกอก และขา วสาลี
เขตอบอุนชนื้ บริเวณดานตะวนั ออกเฉยี งเใตข องภูมภิ าค มกี ารปลูกผลไม
ขาวสาลี ขา วโพด
การเล้ียงสัตว ในภูมภิ าคแอฟรกิ า มีการเลย้ี งสตั วแ ละการลา สตั วป า ดังน้ี
โคเขายาว เล้ียงไวเ พอื่ ใชแรงงาน ใชเ นอื้ เปนอาหาร และเปนการแสดงฐานะ
ทางสังคม สว นใหญจะเล้ยี งในเขตภาคตะวนั ออกและภาคใตของภูมภิ าค
โคเนอ้ื และโคนมพนั ธตุ างปะเทศ นยิ มเลี้ยงในเขตท่ีมภี ูมอิ ากาศอบอนุ ชื้น
แพะ แกะ เปนการเลย้ี งแบบเรร อ น ในเขตทะเลทราย
อฐู เล้ียงไวเ พื่อใชเปนพาหนะและอาหาร นยิ มเล้ยี งในเขตทะเลทราย
การลาสัตวปาโดยชนพ้ืนเมือง สัตวปาที่เปนท่ีนิยมในการลาเพื่อนํามา
จาํ หนาย ไดแก งาชาง และนอแรด
42
เหมืองแร ภูมิภาคแอฟริกา เปนภูมิภาคที่มีแหลงแรเปนจํานวนมาก โดยเฉพาะ
เพชร มีปริมาณมากกวาทกุ ภมู ิภาค โดยแรธ าตทุ ี่สาํ คญั อ่ืน ไดแ ก
ถานหนิ มมี ากท่ีสาธารณรฐั แอฟรกิ าใต
น้ํามันปโตรเลียม มีมากท่ีทะเลทรายสะฮารา ประเทศแอฟริกาเหนือ
ลิเบีย แอลจีเรีย อยี ปิ ต ไนจเี รีย
กาซธรรมชาติ มีมากในที่ลุมของแอฟริกาเนือ และแอฟริกาตะวันตก
โดย ประเทศแอลจเี รยี มปี ริมาณกา ซธรรมชาติ มากท่ีสดุ แหงหนึ่งของโลก
ทองคาํ มีมากทส่ี าธารณรฐั แอฟรกิ าใต
ทองแดง มมี ากท่ปี ระเทศซาอรี
อุตสาหกรรม ในภูมิภาคแอฟริกา มีการดําเนินงานอาชีพดานอุตสาหกรรม โดย
เฉพาะทสี่ าธารณรัฐแอฟริกาใต
เร่ืองที่ 5 การพฒั นากระบวนการจัดการงานอาชพี ในชมุ ชน สังคม ประเทศ และภมู ภิ าค 5 ทวปี
ไดแ ก ทวปี เอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวปี อเมริกา ทวปี ยโุ รป และทวปี แอฟรกิ า
1. การจดั การการผลิต
กระบวนการของการจัดการการผลิต
มีความสําคัญ จําเปน ตองมีขั้นตอนที่กําหนดไวกอนหลังอยางชัดเจน เพื่อให
ผูดําเนินการสามารถปฏิบัติตามไดอยางถูกตอง กระบวนการผลิต จําเปนตองมีความเขาใจและ
สามารถจัดระบบการบรหิ ารจดั การ ไดอยางมีประสิทธิภาพ เพราะเปนการกาํ หนดแนวทางการส่ือสาร
การประกนั คณุ ภาพ การประเมิน การควบคุม การติดตามตรวจสอบ การดําเนินงาน การแกปญหา
เปน เครื่องมอื ในการสรา งนวตั กรรม รวมถึงการพยากรณส ่งิ ที่จะเกดิ ข้ึน
กระบวนการของการจดั การ เปน การนาํ ทรพั ยากรมาเปนผลผลติ ดงั นี้ 43
ปจ จยั นาํ เขา กระบวนการ ปจจัยนาํ ออก
Inputs Process Outputs
ทรพั ยากรการจดั การ หนาท่กี ารจัดการ ผลลัพธ
1. คน 1. การวางแผน 1. สินคา
2. เงนิ 2. การจัดองคก ร
3. วัสดุอุปกรณ 3. การจัดคนเขา ทาํ งาน 2. บรกิ าร
4. การอํานวยการ
4. วธิ กี าร 5. การควบคมุ
จากแผนภาพขางตน ปจจัยนําเขา ไดแก คน เงิน วัสดุอุปกรณ และวิธีการ ถูกนําเขาสู
กระบวนการของการแปรรูปทรัพยากร โดยหนาที่การจัดการ 5 ประการ คือ การวางแผน การจัด
องคกร การจัดคนเขาทํางาน การอํานวยการ และการควบคุม เม่ือผานกระบวนการแปรรูปแลว
ผลลัพธท ไี่ ดจ ะเปนปจจยั นาํ ออก ไดแ ก สนิ คาตาง ๆ หรืออาจอยใู นรปู ของการบรกิ าร
กระบวนการของการจัดการการผลิต เปนการวิเคราะห ลักษณะ ขอบขายท่ีเกี่ยวของกับ
การจัดการการผลิต ไดแก การวางแผน การจัดทําโครงการ การใชวัสดุอุปกรณ การใชแรงงาน
การใชสถานที่ และการใชทุน
แนวคิดสาํ คญั
การวางแผนงานเปนกิจกรรมเบ้ืองตนของการปฏิบัติงานใหผูปฏิบัติงานทราบถึงแนวทาง
วาตอ งทําอะไร ท่ีไหน เมื่อใด อยางไร โดยมีกระบวนการของการวางแผนเพ่ือใหไดแผนงานที่ดี
สามารถปฏิบัติใหสําเร็จไดตามวัตถุประสงคที่กําหนด การวางแผนงานท่ีดีจะเปนเครื่องมือของ
ฝา ยปฏบิ ตั กิ ารทจี่ ะชว ยใหก ารดําเนินการมคี วามชัดเจน ราบรื่น และประหยดั ทรพั ยากร
การดําเนินกิจกรรมใดก็ตาม สิ่งท่ีตองมีอันดับแรกนั้นก็คือ วัตถุประสงคหรือเปาหมาย
การประกอบธรุ กจิ กเ็ ชน กนั จะตอ งกําหนดวัตถปุ ระสงคหรือเปาหมายใหช ัดเจน การวางแผนจะเปน
การกําหนดแนวทางของการดําเนินกจิ กรรมวาจะทําอะไร เมื่อใด อยางไร โดยใชทรัพยากรตาง ๆ
เพอ่ื ใหเกดิ ความสาํ เรจ็ ตามวตั ถุประสงคท่ตี องการ