94
บทท่ี 3
การตดั สินใจเลือกพัฒนาอาชีพ
สาระสําคญั
สังคมยุคปจจุบัน มีการพัฒนาทางดานเทคโนโลยีอยางรวดเร็ว ในการตอบสนองความ
ตองการของบุคคลและสงั คม กอใหเกดิ ความหลากหลายอันเปนชองทางใหสามารถตัดสินใจเลือก
พัฒนาอาชีพใหเ หมาะสมกบั ตนเองได
ตัวช้วี ดั
ตัดสินใจเลือกพฒั นาอาชีพไดอยางเหมาะสมกับตนเอง
ขอบขายเนื้อหา
เร่อื งท่ี 1 ขอ มูลการตดั สนิ ใจเลือกพฒั นาอาชพี
เรือ่ งที่ 2 ตัดสินใจพัฒนาอาชพี ดวยการวเิ คราะหศ กั ยภาพ
95
เรอ่ื งท่ี 1 ขอมูลการตดั สนิ ใจเลอื กพัฒนาอาชีพ
1. ความพรอม หมายถึง สภาพของบุคคลท่ีมีวุฒิภาวะแรงจูงใจและประสบการณเดิมสูง พอท่ีจะ
กอใหเ กดิ การตัดสินใจเลอื กพัฒนาอาชีพไดโ ดยสะดวก
การวเิ คราะหก ารตัดสนิ ใจเลือกพัฒนาอาชพี
ผลประโยชน ประสิทธิภาพ
ตอบแทน
- คาใชจ า ย
- ทรัพยากร
- เวลา
- สภาพแวดลอม
โอกาส/
งานอาชพี
การบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค ประสทิ ธิผล
- ผลตอบแทนที่เปน ตัวเงิน
- ผลตอบแทนทีไ่ มไ ดเปน ตัวเงิน
2. ความตอ งการของตลาด
การวิเคราะหดา นการตลาด
ตลาด คอื กลุมของบุคคลและองคก ารทม่ี ีความตอ งการและมอี ํานาจในการซื้อสนิ คาและบริการ
สว นประกอบของตลาด
1. ความสนใจในสนิ คาและบรกิ าร
2. ความเตม็ ใจที่จะแลกเปลี่ยนสนิ คา และบรกิ าร
3. มีอาํ นาจซอื้
การตลาด มรี ะบบของการดาํ เนินงานของธุรกิจ ท่ีมุงเนนการตอบสนองของตลาด หรือผบู รโิ ภค
เปนสําคัญ
การหาคาํ ตอบเกี่ยวกับผบู รโิ ภค
1. ผซู อ้ื คอื ใคร
2. ตอ งการซอ้ื อะไร
96
3. ตองการซือ้ อยา งไร
4. ตองการซื้อเมือ่ ใด
5. ตอ งการซ้ือที่ไหน
6. เพราะเหตใุ ดจึงซอ้ื
7. ใครเปน ผูมอี ทิ ธพิ ลในการซื้อ
ปจจัยที่ควรคาํ นงึ ถงึ ในการตดั สนิ ใจเลอื กกลยทุ ธต ลาดเปา หมาย
1. ทรัพยากรของกจิ การ
2. ความเหมอื นกนั ของผลิตภณั ฑ
3. ลาํ ดบั ชนั้ ในวัฏจักรชีวิตผลติ ภณั ฑ
4. ความเหมือนกนั ของตลาด
5. กลยทุ ธก ารตลาดของคูแขงขนั
การพยากรณความตอ งการของตลาด
อปุ สงคข องผลติ ภณั ฑ ปรมิ าณทงั้ หมดของผลติ ภณั ฑทซี่ ้อื โดยกลุมลกู คาท่ีกาํ หนด ไดแ ก
1. ผลิตภณั ฑ
2. ปรมิ าณทั้งหมด
3. การซอ้ื
4. กลมุ ลูกคา
5. ขอบเขตของภมู ิศาสตร
6. ระยะเวลา
7. สภาวะแวดลอ มการตลาด
8. แผนการตลาด
วธิ กี ารในการพยากรณค วามตองการของตลาด
1. เทคนคิ การสาํ รวจ
1.1 สาํ รวจความคดิ เห็นจากผูบริหาร
1.2 สาํ รวจความคดิ เห็นจากพนักงานขาย
1.3 สํารวจความคิดเหน็ จากลกู คา
2. การวิเคราะหย อดขายในอดีต
3. การวเิ คราะหแนวโนม
4. การวิเคราะหส หสมั พนั ธและการถดถอย
5. การทดสอบตลาด
97
3. ความร/ู ทักษะและเทคนคิ ตา ง ๆ
ความรู หมายถึง การเรียนรู การจํา และการระลึกถึงความคิดโดยใชขอมูลขอเท็จจริงให
เปน ไปตามเปาหมายวัตถุประสงคในการตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชีพ
ทกั ษะ คือ ความสามารถในการปฏิบตั งิ านดานตา ง ๆ อยา งชํานาญ ซง่ึ ครอบคลุมการตัดสินใจ
เลือกพฒั นาอาชพี
เทคนคิ คอื กลวธิ ีตาง ๆที่ใชเสรมิ กระบวนการ ขั้นตอน วิธกี าร หรือการกระทําใด ๆ เพ่ือชวยให
กระบวนการขนั้ ตอน วิธกี าร หรอื การกระทาํ ในกิจกรรม/งานน้นั ๆ มคี ณุ ภาพและประสทิ ธิภาพมากขนึ้
4. ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม หมายถึง ส่ิงท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ และทุกสิ่ง
ทุกอยางท่ีอยูรอบตวั เรา ทงั้ มชี ีวติ และไมม ีชีวติ ท้งั ท่ีเปน รูปธรรมและนามธรรม (วัฒนธรรม แบบแผน
ประเพณี ความเชื่อ) มีอิทธิพลเกี่ยวโยงถึงกัน เปนปจจัยในการเกื้อหนุนซ่ึงกันและกัน ผลกระทบ
จากปจจัยหนึ่งจะมีสวนเสริมสราง หรือทําลายอีกสวนหนึ่งอยางหลีกเล่ียงมิได สิ่งแวดลอมเปน
วงจรวฏั จักรท่เี กี่ยวขอ งกนั ไปทัง้ ระบบ และมนษุ ยส ามารถนาํ มาใช หรือปรับแตงใหเกิดประโยชน
ในการดํารงชวี ิต
การพัฒนาการเกษตร ท่ีมีผลตอ ดา นเศรษฐกจิ และสงั คมของครวั เรือนเกษตรกร จําเปน ตอง
อาศัยทรัพยากรในระดับครวั เรอื น คือ ท่ดี ิน ทนุ แรงงาน และทรัพยากรมนษุ ย หรอื ความสามารถใน
การจัดการเพื่อดาํ เนนิ การผลติ สนิ คาเกษตรสผู บู รโิ ภค
ทรัพยากรระดับครัวเรือน มีความสัมพันธกับขนาดของฟารม แรงงาน การถือครองและ
รายได รายจา ยครัวเรือน ขนาดของฟารมขนาดเล็กสามารถรองรับแรงงานไดนอยกวาฟารมขนาด
ใหญ และการถือครองและการใชท่ีดินจําเปนตองเพ่ิมประสิทธิภาพการใชที่ดินโดยการปลูกพืช
หมนุ เวียนหรอื พชื แซม
การวางแผนการใชทรัพยากรระดับครัวเรือน มีความจําเปนอยางยิ่งในการผลิตพืชผล
การเกษตร ซ่ึงผูจัดการหรือเจาของฟารมตองพิจารณาใชทรัพยากรอยางเหมาะสม ไมทําลาย
สิ่งแวดลอม และอนุรักษท รัพยากรอยางยง่ั ยนื
การวเิ คราะหผลกระทบทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม
- การเปลีย่ นแปลงสมดลุ
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอม
- ผลกระทบดานบวกและดานลบ
- มองการปรบั ปรุงผลเสยี
งาน/ ทรัพยากรธรรมชาติ - ใชผ ลดใี หเกิดประโยชนสงู สดุ
โครงการ และสิง่ แวดลอม - ปองกันและลดคาใชจ า ยใน
การแกป ญ หา
- การตดั สินใจลงทุน
98
5. การใชทดี่ ิน
ทด่ี ิน เปนทรัพยากรที่มจี าํ กัดตามธรรมชาติ มีลักษณะแตกตางกันตามชนิดโครงสรางและ
คณุ สมบตั ิขึ้นอยูกับสภาพภูมิประเทศ
ที่ดิน เปน ปจ จยั อยางหน่ึงไมวาจะผลติ ทางดานการเกษตร หรืออุตสาหกรรม อยางไรก็ตาม
ในดา นการเกษตรน้นั ท่ีดินถือวามีความสาํ คัญพิเศษ โดยปกติแลวที่ดินมีคุณลักษณะท่ีแตกตางกัน
ในแตล ะทอ งที่ ความอดุ มสมบรู ณกแ็ ตกตา งกนั ออกไป ความลาดชัน ท่ีราบ ที่ลุม ที่ดอน ก็มีความ
แตกตางกัน ดังนน้ั ดินเปนปจ จัยหน่งึ ในการกําหนดกจิ กรรมตา ง ๆ ภายในฟารม กลาวคอื
1. ทดี่ นิ เปนปจ จยั สาํ คัญทก่ี าํ หนดวาควรจะผลติ ชนดิ พืชและสตั วอ ะไร
2. ที่ดินสามารถจะกําหนดระยะเวลาการปลูก ระบบการปลูกพืช และรูปแบบการผลิตทาง
การเกษตร เชน ที่ดนิ เปนท่รี าบลุมและมคี วามชื้นอยบู า ง สามารถกําหนดระยะเวลาการปลูกของพืช
แตละชนิด การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชแซม การปลูกพืชเหลื่อมฤดู และรูปแบบการผลิต
แบบไรนาสวนผสม และเกษตรผสมผสาน
3. ชนดิ ของดนิ ท่ีสวนในการกําหนดกิจกรรม เชน ดินเหนียวปนดินรวน อาจจะเหมาะสม
ตอ การทาํ นา ดินรวนปนดินทรายอาจจะเหมาะตอ การทําพชื ไรบ างชนดิ ดินเหนยี วหรือดินทรายกย็ งั
สามารถปลูกพืชและทําบอปลาได แตถาหากดินท่ัวไป ไมมีความอุดมสมบูรณมากนักอาจจะใช
เลี้ยงสัตว เปน ตน
4. สภาพพื้นที่แตละแหง เชน ที่ราบและที่ลุมอาจจะเหมาะสมตอการทํานา พืชผัก
ไมดอกไมประดับ ไมผลและไมยืนตนบางชนิด หากสภาพพ้ืนท่ีลุมมากอาจจะทําบอปลา นาบัว
นาผักกระเฉด เปนตน สวนสภาพพื้นที่ดอนอาจจะปลูกพืชไร ไมผลและไมยืนตนบางชนิด
ตลอดจนการเล้ยี งสัตว
5. ลักษณะและคุณสมบัติอื่น ๆ เชน ความเปนกรดเปนดาง ปริมาณอินทรียวัตถุในดิน
ดินเปร้ยี ว ดนิ เคม็ ความลกึ ของหนาดนิ ดนิ ชั้นตาง ๆ เปนตน ส่งิ เหลา น้มี ีผลตอการกาํ หนดกิจกรรม
วิธกี ารผลิตทงั้ ปริมาณและคณุ ภาพ
อยางไรก็ตาม ทดี่ ินมไิ ดมองเฉพาะเน้อื ดนิ ชนดิ ของดิน ลักษณะดิน และสภาพตาง ๆ ทางเคมี
หรือทางกายภาพท่กี ลาวมาแลว เทา น้ัน ดนิ ยังหมายถึง สภาพพื้นดินท่ีมนี ํา้ ใตด นิ น้ําบนดิน ความชื้น
ของดนิ ความอดุ มสมบูรณข องดนิ ปรมิ าณอินทรียวตั ถุ พชื พรรณไมนานาชนดิ ที่ปรากฏใหเห็นบน
พื้นท่ีเหลานั้น ส่ิงมีชีวิตสัตวบกเล็ก ๆ บนพ้ืนดิน เปนตน ดังน้ัน ดินจึงเปนปจจัยสําคัญหน่ึงที่จะ
กําหนดกิจกรรมการเกษตรได ทั้งน้ี ข้ึนอยูกับความสามารถของเจาของฟารมจะจัดการกับท่ีดินให
เกดิ ประโยชนส งู สดุ ไดอ ยางไรแตถามองในแงเศรษฐศาสตรผลตอบแทนที่ดนิ คือ คา เชา ท่ดี ิน
ประเทศไทยมีขนาดฟารม โดยเฉล่ีย 25.94 ไร และสภาพการใชที่ดินเพ่ือการเกษตร
ในแตละภาคมีลักษณะและปญ หาแตกตา งกัน ดังนี้
99
ภาคกลาง มีระบบชลประทานคอ นขา งสมบูรณ อัตราขยายตัวของการผลิตทางการเกษตร
สงู ขน้ึ 7 % ตอป ปญหาทีเ่ กดิ ขึน้ คอื ปญหากรรมสิทธท์ิ ี่ดนิ ปญ หาดนิ เปรย้ี วในทรี่ าบภาคกลาง และ
ปญหาดินเคม็ ตามแนวราบฝง ทะเล ทาํ ใหป ระสิทธิภาพในการใชดนิ โดยเฉลีย่ ท้งั ภาคไมส ูงเทา ทค่ี วร
กลา วคือ ผลผลิตตอ ไรใ นภาคกลางยังตํา่ กวาภาคเหนือ แตก ารทํานาขา วในภาคกลางยงั มีโอกาสเพิ่ม
ผลผลิตตอไรไ ด เน่ืองจากระบบชลประทานเออ้ื อํานวยและการนําเทคโนโลยีเขาปรบั ปรุงดนิ เปรี้ยว
และดนิ เค็มที่มปี ญหา
ภาคเหนือ มีผลผลิตตอไรสูงสุด เพราะคุณภาพดินดี มีการกระจายการผลิตและปลูกพืช
หมุนเวียนมาก แตกม็ ขี นาดการถอื ครองทด่ี ินเล็กท่ีสุดในประเทศ มีปญหาการบุกรุกทําลายปาเพ่ือ
ทําไรเล่ือนลอย แตมีลูทางท่ีจะกระจายการผลิตไปสูพืชหมุนเวียน พืชยืนตน ไมผลเมืองหนาว
ไมดอกเมืองหนาว ชา กาแฟ และการเลยี้ งโคนม
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ มีขนาดพ้นื ท่ที ําการเกษตรสดู สุดในประเทศ คือ 41% ของเนื้อท่ี
ทาํ การเกษตรท้ังหมด แตมผี ลผลิตเพียง 26 % ของผลผลิตรวมท้ังประเทศ จึงเปนภาคที่มีอัตราการ
ขยายตวั ของการผลิตทางการเกษตรตํ่าสุด คุณภาพดินไมดี ไมเก็บซับนํ้าฝน และมีดินเค็มอยูเปน
เนื้อท่กี วา งใหญ มีเน้ือที่รับนํ้าชลประทานเพียง 1.6 ลานไร จากเนื้อท่ีเพาะปลูกท้ังภาค 60 ลานไร
เปนภาคที่อาศัยการเกษตรนํา้ ฝนมากที่สุด แตยังมีโอกาสกระจายการผลิตไปสูพืชฤดูแลวไดอีก
เชน มนั สําปะหลงั ออย พชื น้ํามัน ฝาย และปศุสตั ว เปนตน
ภาคใต เปน ภาคทม่ี ผี ลผลิตเกษตรหลักเพียง 2 ชนิด คือ ยางพารา และขาว นับวาเปนฐาน
การเกษตรท่ีแคบมากท้ัง ๆ ที่โอกาสในการใชท่ีดินเพื่อปลูกพืชหมุนเวียนแซมสวนยางพาราและ
การปลูกผลไมยนื ตนยังมอี ีกมาก รวมท้ังโอกาสในการเล้ียงปศุสัตวในพื้นที่ซึ่งเคยใชทําเหมืองแร
แลว นาํ มาฟน ฟูใหเปนทงุ หญาเล้ียงสัตว
6. การใชทนุ
ทนุ หมายถึง เงนิ ทุน เครอื่ งจกั รกลการเกษตรตาง ๆ โรงเรือน ส่ิงกอสรางท่ีใชในการผลิต
และเกบ็ รักษาผลผลติ รวมทัง้ ปจ จยั การผลิตท่เี ปนพันธุพ ืช พนั ธสุ ัตว ปยุ สารเคมี เปนตน
ทนุ มีความสําคญั มากตอ การผลติ และทนุ ยงั มีความสัมพันธก ับแรงงาน ถาใชทนุ มากการใช
แรงงานก็นอยลง การเกษตรแบบสมัยใหมจําเปนตองอาศัยทุน สําหรับแหลงเงินทุนอาจไดจาก
ทรัพยสินท่ีมีอยู ไดจากกิจกรรมที่ใหผลตอบแทนหลังจากดําเนินงานเสร็จและการออมทรัพย
ทุนอาจไดจากการกูเงินหรือมีเครดิตกับสถาบันการเงินหรือกับเพ่ือนบาน การใชทุนใหมี
ประสิทธภิ าพ มีขอ พจิ ารณา ดังน้ี
1. ในกรณกี ารลงทนุ ในระบบทางการเงนิ การธนาคารมีการแบงทุนใน 2 ลักษณะดว ยกนั
1.1 ทุนดาํ เนินการเตรียมการหรือคา ลงทุน ซ่งึ ทนุ นีจ้ ะดาํ เนินการใชไดหลายปและ
ยาวนาน ถึงแมวาบางคร้ังอาจจะมีการซอมแซมหรือตอเติมความจําเปน และระยะเวลาท่ีใช เชน
ทุนในการปรับสภาพพน้ื ท่จี ากพื้นราบเปน แบบยกรอ งคันลอ ม ข้ันบนั ได ขุดบอ โรงเรอื นและอาคาร
100
ระบบคลองและระบบสงนํา้ เคร่ืองมือ เครื่องจักรและอุปกรณการเกษตรที่คงทนถาวรตลอดจน
คาซอ้ื ท่ดี ิน เปนตน
1.2 ทุนดําเนินการในการผลิต หรือเงินทุนหมุนเวียน สวนใหญเปนทุนทางดาน
การผลิตผันแปร เชน พันธุพืช พันธุสัตว ปุย และยาเคมี อาหารสัตว น้ํามันเชื้อเพลิง อุปกรณ
การเกษตรชั่วคราวที่ใชในฤดูการผลิตเทานั้น เชน เชือก ถุงพลาสติก เปนตน ตลอดจนคาจาง
แรงงาน
2. ขนาดของทุนท่ีใชในแตละกิจกรรมหรือท้ังฟารม จะสังเกตวามีขนาดของทุนมากก็
สามารถมีโอกาสขยายกจิ กรรมไดม าก มที นุ นอ ยกข็ ยายกจิ กรรมไดนอ ย
2.1 ขนาดของทนุ จะสัมพันธกับชนิดของกิจกรรม โดยเฉพาะทุนขนาดใหญหรือ
ทุนมากมักจะเปน ดา นการปศสุ ตั ว การประมง และไมผ ล ไมยนื ตน เปนสวนใหญ นอกจากนี้อาจจะ
เปน ฟารมลักษณะประณีต เชน ไมดอกไมป ระดับ พืชผักเมืองหนาว หรือกิจกรรมตาง ๆ ที่ตองการ
ใชเทคโนโลยีคอนขางสงู
2.2 ขนาดของทุนจะสัมพันธกับระยะเวลาการลงทุน หรือระบบสินเชื่อจาก
แหลงตาง ๆ มักจะพบวา ขนาดของทุนมากการลงทุนสวนใหญจะเปนกิจกรรมระยะยาว เชน
ไมผล ไมยนื ตน และปศสุ ตั ว ทเ่ี ลยี้ งแบบมีโรงเรือนและอาคาร หากจะเปรียบเทยี บกับระบบสนิ เชอ่ื แลว
มักจะเปนการลงทุนท่ีตองคืนเงินทุนสินเช่ือเกิน 3 ป หากทุนนอยหรือขนาดทุนเล็กจะเปน
การลงทุนกิจกรรมระยะสน้ั ภายใน 1 ป เชน การทํานา ทําไร และพชื ผกั สตั วบางชนิด เปน ตน
3. การใชท ุนกบั ระยะเวลาการลงทุนและผลตอบแทนกลับคืนจากการลงทุน เม่ือกลาวถึง
ระยะเวลาของการลงทุนทจี่ ะใหผลตอบแทนน้ัน เวลาเปนตวั สาํ คญั มากในการตดั สนิ ใจในการเลือก
ดําเนินกจิ กรรม หากมีทุนนอยแลวเลอื กกิจกรรมท่ีใหญ หรือมีระยะเวลาการลงทุนนานก็จะทําให
สูญเสียโอกาสของการลงทุน ในบางครั้งหากมีการกูยืมจากเพ่ือนบาน หรือสถาบันการเงินก็จะ
ทําใหด อกเบยี้ สูง การชําระหนี้ลําบาก ซ่ึงมีตัวอยางมากมายในดานการเกษตร อุตสาหกรรม และ
ธุรกิจ ดังนั้น หากเปนฟารมขนาดเลก็ ควรเลอื กกิจกรรมที่มีการลงทุนนอ ยและชวงระยะเวลาสั้นใน
การใหผลตอบแทน นอกจากนแ้ี ลวจาํ นวนผลตอบแทนทไ่ี ดร บั กม็ ีความหมายในการเลือกกิจกรรม
เชนกัน หากผลตอบแทนคมุ กบั การลงทุนไมว า ระยะสั้นหรือยาว หลงั จากไตรตรองคิดคํานวณแลว
ก็สามารถจะทําการผลิตได จากท่ีกลาวมาแลวน้ีระยะเวลาและจํานวนผลตอบแทนที่ไดรับจาก
การลงทุนกม็ ีบทบาทสาํ คญั ในการพิจารณาเร่อื งทุน
เม่ือพูดถึงการวัดประสิทธิภาพ หรือผลตอบแทนการใชทุน หากทุนอยูในรูปเงินสด
ผลตอบแทนคอื ดอกเบย้ี หากทนุ อยใู นรูปของเครือ่ งจักร เครื่องมืออุปกรณการเกษตร ปจจัยการผลิต
ผลตอบแทนคือ คา เชาเครอื่ งจักร คา ปยุ คาเมล็ดพนั ธุ เปนตน
101
7. การใชแรงงาน
แรงงานเปน ปจจยั สาํ คัญอยางหนึง่ ในการผลติ ในท่นี ้หี มายถึงลกั ษณะทง้ั กายภาพและจิตใจ
ในดานกายภาพนัน้ เกยี่ วกบั เร่ืองสุขภาพและอนามยั ความแข็งแรงสมบูรณในการทํางาน สวนดาน
จติ ใจนน้ั รวมถงึ ทัศนคติ อุดมการณ ความขยันหม่ันเพยี ร ความรสู กึ รบั ผิดชอบในการผลิต ลักษณะ
ของแรงงานพอที่แยกแรงงานออกเปน 3 ประเภท คอื
1. แรงงานคน
2. แรงงานสัตว
3. แรงงานเครอื่ งจกั รกลการเกษตร
การใชแรงงานแตละประเภทข้ึนอยูกับจุดมุงหมาย ขั้นตอนการทํางาน คาใชจาย และ
รวมถงึ เวลา อยางไรกต็ ามแรงงานแตละประเภทก็อาจจะสามารถใชรวมกันได ข้ึนอยูกับกิจกรรม
และข้ันตอนการผลิต สําหรับแรงงานในลักษณะฟารมขนาดเล็กมีความสําคัญมากตองรูจักใช
แรงงานใหม ีประสิทธิภาพ ลักษณะของแรงงานคนอาจพอจาํ แนกตามภาวะปจจบุ นั น้ีไดค อื แรงงาน
ในครอบครัว แรงงานจาง และการแลกเปลยี่ นแรงงาน (การลงแขก การเอาแรง) ในแงข องเกษตรกร
พยายามสง เสรมิ ใหเ กษตรกรใชแ รงงานครอบครัวใหมากทสี่ ดุ ไมค วรปลอ ยใหแรงงานวางโดยเปลา
ประโยชน การใชแรงงานใหมปี ระสิทธภิ าพควรพจิ ารณา ดงั นี้
1. การใชแ รงงานทเี่ หมาะสมกับชนดิ ของงาน เชน กจิ กรรมดานพชื และสตั ว
2. การใชแรงงานหรือจัดระบบการกระจายของแรงงานใหเหมาะสม เชน กิจกรรมที่มี
หลายอยา งในเวลาเดยี วกันหรือเวลาที่ใกลเคียงกัน หรือเวลาท่ีตอเนื่องกัน ไดแก การปลูกพืชและ
เล้ียงสตั ว การปลกู พชื หมนุ เวียน การปลูกพชื แซม เปน ตน
3. การใชแ รงงานใหเ หมาะสมกบั วทิ ยาการแผนใหมแ ละพ้นื บา น เชน วิทยาการการเตรียม
ดนิ การปลกู การใสป ุย กําจัดศัตรพู ืช และการเก็บเกยี่ ว ซึ่งบางครัง้ วิทยาการสมัยใหมอาจจะมีความ
ยุง ยากหรอื มขี ้ันตอนมากอาจจะทาํ ใหเ กษตรกรแบงเวลาหรอื แบงงานไมถกู ตอง
4. การใชแรงงานแบงตามเพศและอายุกับข้ันตอนแรงงานหรือชนิดของงาน กลาวคือ
การเตรียมดินควรจะเปนเพศชายท่ีแข็งแรง การปลูกอาจจะเปนท้ังเพศชายและหญิงเชนเดียวกับ
การเก็บเก่ยี วงานหตั ถกรรมพืน้ บานอาจจะเหมาะกับเพศหญิงท้ังคนแก และหนุมสาว แรงงานเด็ก
อาจชวยใหอ าหารปลา อาหารสตั ว เปนตน
5. การใชแรงงานผสมผสานหรือทดแทนแรงงานคน สัตว และเคร่ืองจักรกลการเกษตร
อยา งไรจึงกอใหเกดิ ประสิทธิภาพลดตนทนุ การผลติ และประหยัดเวลา
การจดั การเรื่องแรงงานเปน เร่ืองทจี่ าํ เปน อยา งยิ่ง โดยเฉพาะแรงงานในครอบครัวเกษตรกร
ควรจัดการใหมกี ารกระจายการใชแรงงานไดตลอดป มีกิจกรรมการเกษตรอยางตอเนื่องเพื่อใหมี
102
การใชแ รงงานอยางสมํ่าเสมอทกุ ๆ เดอื น กอใหเกิดรายไดเพ่ิมข้ึน และลดการจางแรงงานท่ีไมจําเปน
เพื่อลดตนทุนการผลติ สําหรบั ผลตอบแทนของแรงงานก็คอื คาจา งแรงงาน นน่ั เอง
8. การจัดการ
การจดั การในทนี่ ้ี หมายถงึ การจดั สรรหรอื การดาํ เนินการทรัพยากรในการผลิต (ที่ดิน ทุน
และแรงงาน) เพื่อทําใหการผลิตใหไดตามวัตถุประสงคและเปาหมายของผูจัดการฟารม ดังน้ัน
การจดั การของผูจดั การฟารมในแตล ะสภาพพน้ื ทแี่ ตละฟารม ไมเหมือนกัน โดยการตัดสินใจวาจะ
เลือกผลิตกิจกรรมอะไร และอยา งไร ในสภาพขีดจํากัดดานทรัพยากรและภายใตความเส่ียง ความไม
แนน อนของการผลิตและการตลาด อยางไรกต็ ามเกณฑในการพจิ ารณาโดยทัว่ ไป พอสรปุ ได ดังน้ี
1. จะผลติ อะไร
2. จะผลติ ท่ไี หน
3. จะผลิตเมอื่ ไร
4. จะผลติ เทาไรและอยา งไร
5. จะผลิตและขายกบั ใคร
ดงั น้นั บทบาทสําคัญในการจดั การของผจู ัดการฟารมท่ีพิจารณาจากเกณฑที่ไดกลาวมาแลว
เปน หลัก ยงั จะตองพิจารณารายละเอียด ดังนี้
1. จะทําการผลิตพืชหรือสัตวชนิดอะไร เชน ปลูกขาว ไมผ ล พืชไร พืชผัก ทําปศุสัตว และ
ประมง เปนตน และจะตองพิจารณาตอไปวาจะผลิตไมผล ควรเปนผลไมชนิดอะไร เชน มะมวง
สม โอ มะขามหวาน ทเุ รียน เงาะ ลาํ ไย ลิน้ จี่ เปนตน
2. จํานวนและชนิดของปจจยั การผลิตทใ่ี ชวา เหมาะสมกบั แรงงานในครองครวั หรือไม หาก
ไมเพยี งพอจะจางจํานวนเทาไร แรงงานจางไดม าจากไหน และระยะเวลาในการจา ง
3. วิธีการผลิต และเทคนิควิชาการ ตลอดจนการจัดการและบริหารฟารมจะดําเนินการ
อยางไร จะเร่ิมตน ณ จุดใดกอนมีการตรวจสอบและปรับปรุงแกไขอยางไร และประการสุดทาย
มีความสมั พันธก ับกิจกรรมตาง ๆ ภายในฟารมหรอื ไม
4. ชนิดของโรงเรอื นและอาคาร มีความจําเปนหรือเหมาะสมเพียงไร เพื่อความสะดวกใน
การจัดการตลอดจนเคร่อื งไมเ ครอื่ งมอื และการจัดการ
5. การวางแผน และงบประมาณฟารม การจดบนั ทึกและบัญชีฟารม จะดําเนินการอยางไร
เพื่อจะใหทราบทิศทางการทํางานและผลการดําเนินงาน โดยเฉพาะรายได รายจาย และกําไร
ตลอดจนปญ หาและอุปสรรคในการทํางาน ซ่ึงสามารถนํามาเปนขอมูลในการปรับปรุงแกไขและ
วางแผนในปตอ ไป
6. จะซ้ือปจจัยการผลิตและขายผลผลิตที่ไหน กับใคร และอยางไร เชน พอคาทองถ่ิน
พอคาคนกลาง กลมุ เกษตรกร หรือสหกรณก ารเกษตร เปน ตน
103
นอกจากนีแ้ ลว ประสิทธิภาพและความเหมาะสมในดา นการจดั การยังข้ึนอยูกับหลายองคประกอบ
เชน ความรู ความสามารถ ความชํานิชํานาญ ความรอบรู และประสบการณการบริหารงาน
ดานแรงงาน ความเขาใจสภาพการผลิตการตลาด ความคลองตัวและการแสวงหาความรูใหม
ความขยันหมน่ั เพียร และการดูแลเอาใจใส ตลอดจนความสาํ นึกและรบั ผิดชอบในการทํางาน เปน ตน
เมื่อเขา ใจพน้ื ฐานของปจจัยสาํ คญั ๆ ตอการผลิตในการจัดการแลววามีความสําคัญอยางไร
จึงควรทเ่ี ร่มิ รวบรวมขอมูล วิเคราะห และวางแผนงบประมาณฟารม ใหไดผ ลตอบแทนสงู สดุ
ท่ดี นิ ทุน
แรงงาน
การจดั การ
การวางแผนและงบประมาณ
ฟารม
กําไรสงู สุดและการมีรายไดต อเนือ่ ง
104
กจิ กรรม เมือ่ ผเู รยี นศกึ ษา เร่ืองท่ี 1 “ขอมูลการตัดสินใจเลือกพัฒนาอาชีพ” ใหผูเรียนตรวจสอบ
ขอ มลู ทเี่ กยี่ วของกับการประกอบอาชีพทผ่ี เู รียนตัดสินใจเลอื กไววามีความพรอมหรือไม พรอมให
เหตุผลลงในแบบบันทึก
แบบบันทกึ
ท่ี ขอมลู พรอม ไมพ รอม เหตุผล
1 ความพรอม
- ระยะเวลาในการประกอบอาชพี
- ไมมีผลกระทบสภาพแวดลอม
- ความม่ันใจทจ่ี ะดําเนนิ การ
2 ความตอ งการของตลาด
3 ความรู ทกั ษะและเทคนคิ ตา ง ๆ
4 ทรพั ยากรธรรมชาติ
5 สถานท่ี
6 แรงงาน
7 เงนิ ทุน
ผเู รยี นสรุป
จดุ เดนของขอ มลู
จุดดอ ยของขอ มลู และพอมีแนวทางแกไ ขหรือไม อยางไร
105
สรปุ (จะดาํ เนนิ การประกอบอาชพี ทต่ี ดั สินใจเลอื กไวหรอื ไมอ ยา งไร)
106
เรือ่ งที่ 2 การตัดสินใจพฒั นาอาชีพดว ยการวเิ คราะหศ กั ยภาพ
การพัฒนาสง่ิ ใดก็ตาม มวี ิธกี ารหลากหลาย เชน ทําการวิจัย ทดลองทํากอนลงมือทําจริง
การใชก ระบวนการคิดเปน นอกจากน้ียังมวี ิธกี ารวิเคราะหศักยภาพตาง ๆ ที่เก่ียวของวาจะสามารถ
พัฒนาอาชพี ไดห รอื ไม ซึ่งเรอื่ งนจ้ี ะไดศ ึกษาตอไป เพอ่ื ใชเปนแนวทางในการตดั สินใจพัฒนาอาชีพ
โดยการวิเคราะหศักยภาพ 5 ดาน ไดแ ก
1. ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาตใิ นแตละพนื้ ที่
ทรพั ยากรธรรมชาติ หมายถึง สิง่ ที่เกดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ ซ่ึงมนุษยสามารถนําไปใชให
เกิดประโยชนตอชีวติ ประจําวัน และการประกอบอาชีพ ทรัพยากรธรรมชาติ ไดแก ปาไม แมนํ้า
ลาํ คลอง อากาศ แรธาตุตาง ๆ ทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดใชแลวหมดไป เชน แรธาตุตาง ๆ
บางชนิดมนุษยสามารถสรางทดแทนข้ึนใหมได เชน ปาไม เมื่อมนุษยตัดไปใชประโยชนแลวก็
สามารถปลูกทดแทนขึน้ ใหมไ ด ดังนัน้ ผปู ระกอบอาชีพอยูแลวตองการพัฒนาอาชีพของตนใหดีข้ึน
ตองพิจารณาทรัพยากรในพ้ืนที่ที่จะนํามาใชพัฒนาอาชีพดวย เชน จากการปลูกผักท่ีใชสารเคมี
ตองการพัฒนาโดยใชป ุยหมกั แทนปยุ เคมใี นการปลกู ผักตอ งพิจารณาวาทรพั ยากรที่จะตองนํามาใช
ในการทาํ ปุยหมักในพน้ื ทม่ี หี รอื ไม มเี พียงพอหรอื ไม ถา ไมม ีผปู ระกอบการตองพจิ ารณาใหมวาจะ
พฒั นาอาชีพทตี่ ัดสินใจเลือกไวห รือไม หรือพอจะจดั หาไดในพื้นท่ีใกลเ คียง ซึ่งผูประกอบการตอง
เสียคา ขนสงจะคมุ คากบั การลงทุนหรือไมจึงจาํ เปนตองนาํ ทรพั ยากรธรรมชาติในพ้ืนท่ีมาพจิ ารณาดวย
เพ่อื ลดตนทนุ การผลิต
2. ศักยภาพของพืน้ ทต่ี ามลักษณะภูมอิ ากาศ
ในแตล ะพน้ื ที่จะมีลักษณะภมู อิ ากาศแตกตา งกนั เชน ประเทศไทยภาคกลาง มีอากาศรอน
ภาคใต มีฝนตกเปนเวลานาน ภาคเหนอื มอี ากาศเย็น โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกรรมขึ้นอยูกับสภาพ
ภูมิอากาศเปนสวนใหญ เชน การปลูกล้ินจ่ี ลําใย ตองการอากาศเย็นจึงจะออกผลได แกวมังกร
ตองการอากาศรอน ทวีปอเมริกา มีอากาศหนาวเย็นมากก็สามารถปลูกพืชเมืองหนาวได เชน
เชอรร ่ี แอปเปล ดังนน้ั การพัฒนาอาชีพจําเปน ตองพจิ ารณาสภาพภมู อิ ากาศดวยวาเหมาะสมกับส่ิง
ท่ีตองพัฒนาหรือไม การพัฒนาพันธุของพืชใหม ๆ ท่ีเกี่ยวของกับภูมิอากาศ เชน ขาวหอมมะลิ
ตอ งปลูกในสภาพภมู อิ ากาศแหง แลง ซง่ึ ไมเหมาะท่จี ะนาํ มาปลกู ในภาคกลาง หรือการพัฒนาอาชีพ
การทอ งเท่ียวในชวงอากาศเย็นสบายกส็ ามารถพัฒนาไดเตม็ ท่ี เนอ่ื งจากมีนักทองเที่ยวหล่ังไหลเขา
มา เชน พัฒนาท่ีพกั อาหาร แหลง ทองเทีย่ ว ใหต รงกบั ความตอ งการของลูกคา
3. ศักยภาพของภูมปิ ระเทศและทําเลที่ตง้ั ของแตล ะพื้นที่
สภาพภมู ิประเทศและทําเลทีต่ ้งั ของแตล ะพน้ื ทีจ่ ะแตกตางกัน เชน เปนภูเขา เปนท่ีราบสูง
ท่ีราบลุม แตละพื้นท่ีมีผลตอการพัฒนาอาชีพตาง ๆ เชน ตองการพัฒนาอาชีพอุตสาหกรรมจาก
การใชแรงคนเปนเคร่ืองจักร เพื่อใหสินคามีคุณภาพเดียวกัน ผูประกอบการตองพิจารณาวา
เครอ่ื งจกั รน้นั ตอ งไมมีผลกระทบตอ ชุมชน และสภาพแวดลอ มในภมู ปิ ระเทศน้ัน ๆ
107
4. ศกั ยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถชี วี ติ ของแตละพื้นท่ี
แตล ะพนื้ ที่ทั้งในประเทศไทย และตา งประเทศ มศี ิลปะ วฒั นธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตที่
แตกตางกัน ดังน้ัน แตละพื้นที่สามารถนําเอาสิ่งเหลาน้ีมาใชพัฒนาอาชีพได เชน การทําธุรกิจ
รานอาหารก็ตองทราบวาภาคใดมีวิถีชีวิตการรับประทานอาหารรสชาติแบบใด ภาคเหนือ นิยม
อาหารรสจืด ภาคใต นิยมอาหารรสจัด สวนภาคกลาง นิยมรับประทานอาหารท่ีมีกะทิเปน
สวนประกอบ ดังน้ัน การจะพัฒนาอาชีพตองศึกษาศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของ
ชมุ ชนดวย
5. ศักยภาพของทรพั ยากรมนษุ ยใ นแตล ะพ้ืนท่ี
ทรัพยากรมนษุ ยในแตละพน้ื ที่ หมายถึง ความรู ความสามารถของมนุษยท่ีเปนภูมิปญญา
ทั้งในอดีตจนถงึ ปจจบุ นั ดานการประกอบอาชีพตาง ๆ ในพื้นที่นั้น ๆ ปจจุบันมีหลายอาชีพท่ีเกิด
จากภมู ปิ ญ ญา แตสามารถพฒั นาใหเหมาะสมกบั สถานการณปจ จุบันได เชน การใชจุลนิ ทรียในการทาํ
ปุยหมัก แตจากการทําปุยหมักคนเราก็มีความคิดท่ีจะนําไปประยุกตใชอยางอ่ืน ๆ เชน ทํานํ้าหมัก
นาํ ไปราดในหองนา้ํ เพื่อดบั กลิน่ หรือนําไปผสมกับสวนประกอบอน่ื ๆ ใหสามารถปนเปนกอนได
นําไปโยนในน้ําเพื่อแกปญหานํ้าเสียที่เนาเหม็น เปนการชวยปรับสภาพน้ํา ดังน้ัน จะเห็นวา
ทรพั ยากรมนุษยม ีความคิดไมห ยดุ นง่ิ ชวยใหเ กดิ สินคาใหม ๆ ไดอ ยูตลอดเวลา
กิจกรรม จากการท่ีผูเรียนศกึ ษาศกั ยภาพ 5 ดานเพื่อการพฒั นาอาชีพ มาแลว ใหว ิเคราะหศ กั ยภาพ
ในอาชีพท่ตี ดั สนิ ใจจะพัฒนาอาชพี ทีส่ นใจ จะพัฒนาอาชพี ไดอยางไรใหสอดคลองกับศกั ยภาพท้ัง
5 ดา น เพ่ือใหการพฒั นาอาชีพนนั้ มคี วามเปนไปไดล งในแบบบันทกึ
108
แบบบันทึก
ตอ งการพฒั นาอาชีพ…………………………………………………….
มี
ท่ี ศกั ยภาพ 5 ดาน ทตี่ อ งการ / สอดคลอ งกบั อาชพี พอ ไมพอ ไมม ี หมายเหตุ
ในการพฒั นาอาชีพ
1 ทรัพยากรธรรมชาติ 1.1
1.2
1.3
ฯลฯ
2 ภูมอิ ากาศ
3 ภมู ิประเทศและทําเล
ทีต่ ัง้
4 ศลิ ปะ วฒั นธรรม
ประเพณี และวิถีชีวติ
5 ทรพั ยากรมนษุ ย
109
สรุปผลการตดั สนิ ใจ
ใหเลอื กอยางใดอยางหน่งึ ดังนี้
1. ตัดสินใจเลอื กพัฒนาอาชพี และใหอ ธบิ ายเหตผุ ลความเปน ไปไดท ่จี ะพัฒนาอาชีพ
2. ตดั สนิ ใจไมเลอื กพฒั นาอาชพี เน่อื งจาก
110
บรรณานุกรม
กนก จนั ทรท อง. สิ่งแวดลอ มศกึ ษา ความรเู ร่อื งสิ่งแวดลอม. ปต ตานี : พิมพท่ีฝายเทคโนโลยีทาง
การศึกษา สํานักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร วิทยาเขตปตตานี, พิมพครั้งที่ 2.
2539.
กรมการศึกษานอกโรงเรียน. ชุดวิชาชองทางการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน.
กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พประชาชนจาํ กัด, 2538.
กองพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน กรมการศึกษานอกโรงเรียน. ชุดวิชาการฝกทักษะและฝก
ประกอบการเฉพาะอาชีพ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย,
2541.
นนั ท ศรีสวุ รรณ. บญั ชเี บอ้ื งตน . กรงุ เทพฯ : สํานกั พิมพว ังอักษร, 2546.
ไพโรจน ทิพมาตร. การขายเบอื้ งตน. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พป ระสานมิตรจาํ กัด, 2545.
มหาวิทยาลยั สุโขทัยธรรมาธริ าช. (2536). เอกสารการสอนชุดวชิ าการจัดการการผลิตภณั ฑแ ละราคา.
นนทบรุ ี : สํานักพิมพม หาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช.
วิชติ ออู น . (2544). การจัดการเชิงกลยทุ ธ. กรุงเทพฯ : วี.เจ.พร้นิ ต้ิง.
สุดาดวง เรืองรจุ ริ ะ. (2545). นโยบายผลติ ภณั ฑแ ละราคา. กรงุ เทพฯ : ประกายพรกึ .
สุรชาติ ใฝรัชตพานิช. หลักการจัดการ. กรุงเทพฯ : บริษัทสํานักพิมพประสานมิตร (ปสม.) จํากัด,
2542.
สมภพ เลิศปญญาโรจน. หลกั การตลาด. กรุงเทพฯ : บริษัทสํานักพิมพประสานมิตร (ปสม.) จํากัด,
2542.
สาํ นกั งานสง เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจังหวัดปราจีนบุรี. ชดุ วชิ าพฒั นา
อาชีพระดับมธั ยมศกึ ษาตอนตน . กรงุ เทพฯ : บริษทั เอกพมิ พไ ทย จาํ กดั , 2544.
อรุณี ปนประยงค และคณะ. การจัดการฟารม . กรงุ เทพฯ : โรงพิมพเพ่มิ ทรัพยก ารพิมพ. 2547.
Nagle, Thomas T. (1987). The strategy & tactics of pricing. New York: Prentice Hall.
111
ทปี่ รึกษา คณะผจู ดั ทํา
1. นายประเสรฐิ บญุ เรือง เลขาธิการ กศน.
2. ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ รองเลขาธิการ กศน.
3. นายวัชรนิ ทร จาํ ป รองเลขาธกิ าร กศน.
4. ดร.ทองอยู แกว ไทรฮะ ที่ปรกึ ษาดานการพัฒนาหลักสตู ร กศน.
5. นางรักขณา ตัณฑวฑุ โฒ ผูอาํ นวยการกลุมพัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
ผูเ ขียนและเรยี บเรยี ง
นางสาวกฤษณา โสภี ศูนยฝ กและพฒั นาอาชีพราษฎรไทยบรเิ วณ
ชายแดน จังหวดั สระแกว
ผูบรรณาธกิ าร และพัฒนาปรบั ปรุง
1. นางอบุ ล ทศั นโกวทิ ศูนยการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม
อัธยาศัย อําเภอสนั ทราย จงั หวดั เชียงใหม
2. นายสธุ ี วรประดษิ ฐ สาํ นักงานสงเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและ
การศึกษาตามอัธยาศยั จงั หวดั ตราด
3. นางสาวสวุ ชิ า อนิ หนองฉาง ศนู ยการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม
อธั ยาศัย อาํ เภอสนั ทราย จังหวดั เชยี งใหม
4. นายเสกขภัทร ศรเี มอื ง ศูนยฝกและพฒั นาอาชีพราษฎรไทยบริเวณ
ชายแดน จงั หวดั อุตรดติ ถ
6. นางดุษฎี ศรีวฒั นาโรทยั กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
5. นางพรทพิ ย เข็มทอง กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรียน
7. นางสาวเยาวรัตน คาํ ตรง กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรยี น
คณะทาํ งาน
1. นายสรุ พงษ ม่ันมะโน กลุม พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน
2. นายศุภโชค ศรีรัตนศลิ ป กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น
3. นางสาววรรณพร ปท มานนท กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น
4. นางสาวศรญิ ญา กลุ ประดษิ ฐ กลมุ พัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น
5. นางสาวเพชรนิ ทร เหลอื งจิตวฒั นา กลมุ พัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น
ผพู มิ พต นฉบบั กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน
นางสาวเพชรนิ ทร เหลืองจติ วัฒนา
112
ผูออกแบบปก ศรรี ตั นศลิ ป กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น
นายศภุ โชค
ผพู ัฒนาและปรับปรุงครั้งที่ 2 (วนั ที่ 4 - 10 พฤศจิกายน 2554)
1. นางอญั ชลี ธรรมวธิ ีกลุ
2. นางดุษฎี ศรีวฒั นาโรทยั
3. นายสุธี วรประดษิ ฐ
4. นางสาวกฤษณา โสภี
5. นายสุภาพ เมืองนอย
6. นางสาวทิพวรรณ วงคเ รอื น
113
คณะผปู รบั ปรุงขอ มลู เกยี่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั ริย ป พ.ศ. 2560
ทีป่ รึกษา จาํ จด เลขาธกิ าร กศน.
หอมดี ผตู รวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ
1. นายสุรพงษ สุขสเุ ดช ปฏบิ ัตหิ นาทรี่ องเลขาธกิ าร กศน.
2. นายประเสริฐ ผูอํานวยการกลมุ พัฒนาการศึกษานอกระบบ
3. นางตรีนุช และการศกึ ษาตามอัธยาศยั
ผปู รบั ปรงุ ขอ มลู กศน.เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
นางสาวปริญญารตั น มา ทอง
คณะทํางาน
1. นายสรุ พงษ มน่ั มะโน กลุม พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย
2. นายศภุ โชค ศรรี ัตนศลิ ป กลมุ พฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย
3. นางสาวเบ็ญจวรรณ อาํ ไพศรี กลุมพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
4. นางเยาวรตั น ปน มณวี งศ กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัย
5. นางสาวสลุ าง เพ็ชรสวา ง กลุมพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั
6. นางสาวทิพวรรณ วงคเรอื น กลมุ พฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั
7. นางสาวนภาพร อมรเดชาวัฒน กลมุ พฒั นาการศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย
8. นางสาวชมพูนท สงั ขพชิ ยั กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย