44
กิจกรรมที่ทํา วัตถปุ ระสงค
การวางแผน
1. การวางแผน
“การวางแผนเปนจดุ เริม่ ตน ของการทาํ งานตามนโยบาย เพื่อบรรลุวัตถปุ ระสงคข ององคกร
โดยกําหนดกิจกรรมไวชัดเจนวา จะใหใครทําอะไร ที่ไหน เม่ือใด เพราะอะไร ดวยวิธีใด เมื่อพบ
ปญหาและอุปสรรคทีค่ าดวา จะมีจะเกดิ อยางนั้นอยางน้ีแลว จะแกไขอยางไร ในชวงเวลาขางหนา
ของการดําเนินการภายใตง บประมาณทต่ี ้งั ไว”
นอกจากความหมายดงั กลาวขา งตน สามารถแสดงองคป ระกอบของการวางแผนงานไดดงั นี้
1. การวางแผนเปนจุดเร่ิมตนของการลงมือทํางาน เปนรากฐานหรือหนาท่ีประการแรก
ของกระบวนการการจัดการ
2. แผนงานตองสอดคลองหรือรับใชนโยบาย ซึ่งนโยบายสนองตอบวัตถุประสงค
ขององคกร
3. ในแผนงานประกอบดวยกิจกรรมตาง ๆ ตามลําดับความสําคัญและวิธีการทํางาน
อยางเปนข้ันตอน
4. ทุกขัน้ ตอนของแตล ะกิจกรรม สามารถตอบคาํ ถามได ดงั น้ี
4.1 ใคร (ตามหนาทีแ่ ละความรบั ผิดชอบที่ไดร ับมอบหมายใหทํา)
4.2 ทําอะไร เรือ่ งอะไร (ตามภาระงาน)
4.3 ทําทีไ่ หน จดุ ที่ทาํ งานหนวยงานทีท่ ํา
4.4 ทาํ เมอื่ ใด คอื เร่มิ ตน ทาํ ตามกจิ กรรมท่ีมอบหมายเม่อื ใด จะสิ้นสดุ ลงเม่ือใด
4.5 แสดงเหตผุ ลวา ทาํ เชนนี้ (กจิ กรรม) เพราะอะไร จะไดผลอยา งไร
4.6 กําหนดวิธีทํางานในแตละขั้นตอนเอาไวชัดเจนพรอมกับแสดงปญหาและ
อุปสรรคท่คี าดวา เมอื่ ทําถงึ ข้ันตอนนน้ั แลว อาจเกิดอะไรข้ึนบางและจะไดดีตองกําหนดหรือแสดง
วธิ ีการแกปญ หาและวธิ หี ลีกเลย่ี งอุปสรรคนน้ั ๆ เอาไวด วย
5. ตองกําหนดชว งเวลาของแผนไวต ามลกั ษณะหรอื ชนดิ ของแผนงานนน้ั
45
6. ในทกุ กจิ กรรมจะตอ งใชทรพั ยากรหรืองบประมาณเทาใดกํากับไวดวยจะยิ่งดี เม่ือรวม
แลวจะทราบวาแผนงานนี้จะตอ งใชงบประมาณเทาใด
ความสาํ คญั ของการวางแผน
การวางแผน เปนการกาํ หนดแนวทางวา จะทําอะไร เมอื่ ใด อยา งไร โดยใชท รัพยากรตาง ๆ
ขององคก ร ทาํ ใหเห็นถึงความชดั เจนทีจ่ ะดําเนนิ ไปสูความสําเร็จตามวัตถุประสงคท่ีตองการ หาก
การดาํ เนินการใดปราศจากการวางแผนจะกอ ใหเกิดปญ หาตา ง ๆ ขึ้นดงั น้ี
1. เกดิ ความสบั สนวา จะตองทาํ อะไร ทําเม่อื ใด ทาํ อยา งไร
2. เกิดความเส่ียงตอความสําเรจ็ เพราะไมทราบแนวทางวาจะมีโอกาสสาํ เรจ็ ตามวัตถุประสงค
ไดอ ยางไร
3. เกดิ ความสูญเสียในการใชท รพั ยากรตาง ๆ ซ่ึงนาํ มาใชอยา งไมเหมาะสมไมมีประสิทธิภาพ
สูงสุดและการสูญเสยี เวลา
4. เกดิ การทํางานท่ีหลงทศิ ทาง เบ่ยี งเบนออกจากวัตถุประสงคเดมิ
5. ไมสามารถตดิ ตามความกา วหนา ของงานและไมส ามารถประเมินผลงานได
การวางแผนจึงมีความสําคัญท่ีชว ยใหผ ปู ฏิบตั งิ านไมเกิดความสับสนวาจะตองทํางานอะไร
ทําเมอ่ื ใด งานใดทํากอน งานใดทําหลัง และทํางานโดยวิธีอยางไร เมื่อทํางานแลวสามารถติดตาม
ความกา วหนาของงานวา สาํ เร็จมากนอยเพียงใด มีโอกาสดําเนินงานถึงผลสําเร็จตามวัตถุประสงค
หรือไมแ ละสามารถประเมนิ ผลงานไดวา มีความสําเร็จเพียงใด
ประเภทของแผนงาน
การแบง ประเภทของแผน มีการแบง ในหลายลกั ษณะ ดังนี้
1. แบง การวางแผนตามระยะเวลา แบง ได 3 ประเภท
1.1 แผนระยะส้ัน เปน แผนงานทีเ่ กีย่ วของกบั กจิ กรรมเฉพาะอยาง หรือกิจกรรมท่ี
มีระยะเวลาดําเนินการไมนาน โดยปกติมักจะมีระยะเวลาดําเนินการไมเกิน 1 ป เชน แผนงาน
ประจําป แผนงบประมาณ แผนงานเฉพาะกิจ เปนตน
1.2 แผนระยะปานกลาง เปนแผนงานท่ีมีระยะเวลาดําเนินการยาวนานกวา 1 ป
สว นใหญจะมรี ะยะเวลา 3-5 ป กลา วคือ มีระยะเวลาไมสั้นจนไมสามารถเห็นความสําเร็จ แตก็ไม
ยาวนานเกินไป เชน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ แผนโครงการกอสรางรถไฟฟา
แผนการสรา งเขอ่ื นเก็บกักนํา้ เปนตน
1.3 แผนระยะยาว เปน แผนงานท่มี ีระยะเวลาดาํ เนินการยาวนานกวา 5 ป ประมาณ
5-10 ป เชน แผนรณรงคใหคนไทยรูหนังสือไทย 100 % แผนการพัฒนาทุกหมูบานปลอดฝุน
แผนการบรกิ ารใหท กุ หมบู า นมีโทรศัพทใช แผนการขยายไฟฟา ท่วั ทุกหมบู าน เปนตน แผนระยะยาว
สว นใหญจะเปนแผนการจัดบริการของทางราชการ สวนทางดานธุรกิจเอกชนอาจมีบางในธุรกิจ
46
ขนาดใหญหรือธุรกิจขามชาติ เชน แผนการขยายสาขามินิมารทท่ัวทุกจังหวัด แผนการขยาย
ขอบขา ยบรกิ ารสญั ญาณโทรศัพทมือถอื ครอบคลุมทุกพ้นื ที่ของประเทศไทย เปนตน
2. แบง การวางแผนตามขอบเขตของการวางแผน เปนการจัดแบงโดยพิจารณาเนื้อหาของ
แผนวา มีขอบเขตครอบคลุมเพียงใด มี 5 ประเภท คอื
2.1 แผนแมบท เปนแผนหลักท่ีครอบคลุมแผนระดับรองลงมาท้ังหมดโดย
แผนระดบั รองตองมีความสอดคลอ งกับแผนแมบท
2.2 แผนกลุมหนาท่ีหรือกลุมงาน เปนแผนกวาง ๆ ที่ครอบคลุมขอบเขตของ
กลมุ หนา ท่ี เชน แผนงานขาย แผนการเงิน แผนการตลาด แผนการผลิต เปน ตน
2.3 โครงการ เปน แผนงานเฉพาะกิจที่เก่ยี วขอ งกบั หนวยงานใหญ ๆ มากกวาหนึ่ง
ข้นึ ไป เชน โครงการสง เสริมการขายในฤดูรอน โครงการจัดแสดงสินคา โครงการจัดงานกาชาด
ประจาํ ป เปน ตน
2.4 แผนสรุป เปนแผนทจ่ี ัดทาํ ข้ึนเพอ่ื สรปุ รวมแผนกลุมหนา ท่ีหรอื โครงการตาง ๆ
เขา ดว ยกันเปน หมวดหมู เชน แผนการศกึ ษา แผนสาธารณสุข แผนการเกษตร เปนตน
2.5 แผนกิจกรรม เปน แผนทแี่ สดงกจิ กรรมตาง ๆ ของแตละสวนงาน เปนแผนใน
ระดบั แผนขององคก ร มีรายละเอียดในการปฏบิ ตั ิงาน ซง่ึ ถือวา เปนแผนในระดับลางขององคกร
3. แบง การวางแผนตามลักษณะของการใช
3.1 แผนงานที่ใชประจํา เปนแผนท่ีใชในการปฏิบัติงานท่ีมีการทําซ้ํา ๆ หรือใช
สําหรับการแกป ญ หาที่เกดิ ขึ้นเปน ประจํา เชน ระเบียบวธิ ีปฏบิ ัติงาน กฎ เปน ตน
3.2 แผนงานที่ใชค รัง้ เดยี ว เปน แผนที่กําหนดขน้ึ เพอ่ื การปฏิบตั งิ านเฉพาะครงั้ หรอื
ใชเพยี งคร้งั เดยี ว เชน แผนเฉพาะกิจ โครงการ งบประมาณ เปน ตน
4. แบง การวางแผนตามขอบขา ยของการใชแผน
4.1 แผนกลยุทธ เปนแผนท่ีมีขอบขายกวาง ครอบคลุมทุกสวนขององคกรเปน
แผนระยะยาวท่ีกําหนดแนวทางของการใชทรัพยากรใหมีประสิทธิภาพสูงสุดภายใตสภาวะ
แวดลอ มทง้ั ภายในและภายนอกองคกร
4.2 แผนกลวิธี เปนแผนที่มีขอบขายที่แคบ กําหนดเฉพาะรายละเอียดของการ
ปฏิบัติงานวาควรทําอยางไรเพื่อใหงานบรรลุผลสําเร็จอยางมีประสิทธิภาพสูงสุดเปนแผนที่มี
ระยะเวลาส้นั 1-5 ป
ลกั ษณะของแผนทด่ี ี
ลกั ษณะของแผนทดี่ คี วรประกอบดว ยลกั ษณะดงั ตอไปนี้
1. มวี ัตถปุ ระสงคห รอื เปาหมายทีช่ ัดเจน เขา ใจงาย วัตถุประสงคหรือเปาหมายตองไมมาก
จนไมส ามารถกําหนดแผนงานทรี่ ัดกุมได
47
2. ตอ งครอบคลมุ รายละเอียดอยางเพียงพอท่ีจะสามารถปฏิบัติใหสําเร็จตามวัตถุประสงค
หรอื เปา หมาย
3. มีความยืดหยนุ พอสมควร สามารถปรับใชก ับสถานการณท ่เี ปลย่ี นแปลงไปได
4. มีระยะเวลาการดาํ เนนิ การท่ีแนน อน
5. มกี ารกําหนดบทบาทหนาทข่ี องผูปฏบิ ตั ติ ามแผนชัดเจน
6. ผูทเี่ ก่ียวของกบั แผนมสี วนรว มในการวางแผนชดั เจน
7. ใชขอมูลเปนพ้นื ฐานในการตดั สินใจทุกข้ันตอน
เทคนิคการวางแผนทดี่ ี
1. กําหนดวตั ถุประสงคห รอื เปา หมายใหชัดเจน
1.1 วัตถปุ ระสงค หมายถึง สงิ่ ท่ตี องการใหเกดิ ขนึ้ ในอนาคต วัตถปุ ระสงคของการ
วางแผนของแตละระดับ การจัดการจะมีลักษณะท่ีแตกตางกันตามบทบาทหนาท่ีที่รับผิดชอบ
วัตถปุ ระสงคข ององคกรยอ มตองรับผดิ ชอบความสําเร็จในภาพรวมขององคกร วัตถุประสงคของ
กลมุ หนาที่รบั ผิดชอบตอ ความสาํ เร็จในภาระหนาท่ีหนึ่ง วัตถุประสงคของกิจกรรมรับผิดชอบตอ
ความสําเรจ็ ในกจิ กรรมหนงึ่
1.2 เปาหมาย เปนส่ิงท่ีตองการใหเกิดข้ึนในอนาคตเชนกัน แตจะมีลักษณะ
เฉพาะเจาะจงกวา วตั ถปุ ระสงค มักระบเุ ปนเลขท่ชี ัดเจน เชน
ตองการสรา งผลกําไรปล ะ 10,000,000 บาท
ตอ งการผลติ ใหไ ดป ละ 500 คนั
ตอ งการทาํ ยอดขายใหไ ดป ละ 30,000,000 บาท
อยางไรก็ตาม การกําหนดวัตถุประสงคและเปาหมายขององคกรจะตองมีความ
สอดคลอ งกับกลยุทธแ ละนโยบายขององคกรดว ย
2. กําหนดกิจกรรมเปนแนวทางหรือรองรับการปฏิบัติงานใหเกิดความสําเร็จตาม
วตั ถปุ ระสงค ดังนี้
2.1 วเิ คราะหก ิจกรรมที่ตองการ
2.2 กาํ หนดผูรบั ผดิ ชอบแตละกิจกรรม
2.3 กําหนดระยะเวลาดําเนินการของแตละกิจกรรม ตลอดจนความสัมพันธ
ระหวา งกจิ กรรม
2.4 กําหนดงบประมาณของแตละกิจกรรม
3. วิเคราะหห รือตรวจสอบความเปนไปไดข องแผน แผนงานตา งๆ ทถ่ี กู เขยี นขนึ้ จากความรู
ความสามารถของผูบ ริหารที่แตกตางกันอาจไมม ีความสมบูรณหรืออาจเปนไปไมไดในทางปฏิบัติ
48
จําเปน ตองมีการวเิ คราะหห รอื ตรวจสอบวา แผนทเ่ี ขยี นข้ึน มีความเปนไปไดมากนอ ยเพยี งใด อาจมี
การปรบั ปรุงแผนใหม คี วามสมบูรณย ่ิงขึ้น เปน การทบทวนแผนกอ นท่ีจะนาํ ไปปฏบิ ตั จิ ริง เชน
3.1 กจิ กรรมทกี่ ําหนดขนึ้ ไมส อดคลอ งตอความสาํ เร็จตามวัตถุประสงค
3.2 กจิ กรรมไมค รบถวนทจ่ี ะทําใหส ําเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค
3.3 ผูรับผดิ ชอบทรี่ ะบุไวใ นแผนอาจไมเหมาะสมไมสามารถปฏิบัตงิ านตามแผน
ใหบรรลผุ ลได
3.4 ระยะเวลาในแผนไมเ หมาะสม
3.5 งบประมาณทต่ี ํ่าเกนิ ไปจนไมสามารถปฏิบตั ติ ามแผนได หรืออาจสงู เกินไป
ทําใหสน้ิ เปลอื งคา ใชจ ายในการดําเนนิ การ
4. การกําหนดรายละเอียดของแผน มักจะเก่ียวของกับการตัดสินใจเลือกวิธีการวาควร
ทาํ อยางไร หลกั ในการพิจารณาตดั สินใจเลอื กมี 4 ข้ันตอน ดงั น้ี
4.1 กาํ หนดประเดน็ ปญหาใหช ดั เจน
4.2 กําหนดทางเลอื กตา ง ๆ ที่สามารถแกป ญ หานนั้ ไดหลาย ๆ ทางเลอื ก
4.3 ประเมนิ ขอดี ขอเสยี ของทางเลือกแตละทางเลอื กวามอี ยางไร
4.4 ตดั สินใจเลอื กทางเลอื กท่ีดที ีส่ ดุ ภายใตสภาวะแวดลอ มภายในและภายนอก
องคก ร
ประเดน็ ปญหา ทางเลอื ก 1 พิจารณาขอ ดี ทางเลอื กที่ดที สี่ ดุ
ทางเลือก 2 ขอ เสยี
ทางเลอื ก 3 แตละทางเลือก
ภายใตส ภาวะ
แวดลอมภายใน
และภายนอก
องคกร
ดังน้ัน ผูจัดการฝายผลิตจะตองตัดสินใจเลือกวิธีท่ี 1 ซึ่งจะใหโรงงานมีผลกําไรเพ่ิม
1,690,000 บาท
กระบวนการวางแผน
การวิเคราะหกจิ กรรม เปนการกําหนดกิจกรรมที่จะตองทําในแผน ผูที่ทําหนาที่วิเคราะห
จะตองมคี วามรูเกยี่ วกบั เร่ืองที่จะทําอยางดี จึงจะสามารถระบุกิจกรรมท่ีตองทําไดถูกตองครบทุก
49
กจิ กรรมและเขียนความสมั พันธข องกจิ กรรมตาง ๆ ได ตลอดจนการกาํ หนดระยะเวลาของกิจกรรม
และการกําหนดงบประมาณท่ตี องใชไดถูกตอง
การวเิ คราะหก ิจกรรมโดยการวเิ คราะหกระบวนการของภาระงานท่ที าํ ถือวาภาระงานหน่ึง ๆ
สามารถแยกเปน งานยอยหลาย ๆ งาน ซึง่ มคี วามเชอ่ื มโยงกัน มีการลําดับทํากอ นและหลัง ดงั น้ี
1. ภาระงานหน่งึ สามารถแยกเปน งานยอยไดห ลาย ๆ งาน
2. งานยอ ยแตล ะงานมคี วามเชอ่ื มโยงกนั
2.1 งานยอยเช่ือมโยงในแนวนอน
งานยอย งานยอย งานยอ ย งานยอย
2.2 งานยอ ยเชื่อมโยงในแนวต้ัง
งานยอ ย งาน
งานยอย ประกอบ
งานยอ ย รวมกนั
2.3 งานเช่ือมโยงในลกั ษณะผสม
งานยอ ย งานยอย งานยอย งานยอย
งานยอย งานยอย
3. งานยอยแตละงานมลี าํ ดับการทํากอ นและทําหลัง หรือบางงานอาจทาํ พรอมกัน
50
ตัวอยา งการวเิ คราะหงานของรา นอาหารตามสัง่
วัตถปุ ระสงคข องราน ปรงุ อาหารตามสั่งจําหนา ยลกู คา
รายการอาหาร จัดซือ้ จัดเตรียม จัดปรงุ จดั บรกิ าร ลกู คา จัดเก็บ
ทล่ี กู คา สั่ง วตั ถดุ ิบ วัตถุดิบ อาหาร ลกู คา ภาชนะเพ่ือ
นําไปลา ง
จัดเก็บเงนิ
ตัวอยางนี้จะพบวา การขายอาหารตามส่ังซึ่งเปนภาระงานของรานอาหารสามารถแยก
ออกเปนงานยอยไดหลายงาน เชน งานจัดซ้ือวัตถุดิบ งานจัดปรุงอาหารตามสั่ง งานบริการลูกคา
งานจัดเก็บเงิน งานจัดเกบ็ ภาชนะไปทาํ ความสะอาด ซง่ึ งานยอยเหลานี้มีลําดับการทํางานกอนหลัง
และเช่อื มโยงท้งั ในแนวนอนและแนวตัง้
ตวั อยางการวเิ คราะหง านของธุรกิจโรงพิมพใ นระบบออฟเซท็
วัตถุประสงค เพ่อื จดั พิมพงานตามที่ลูกคาสงั่ พมิ พ
รบั คําสั่งพมิ พ ออกแบบส่ังพมิ พ จดั ทําแมพิมพ จดั บรกิ าร
งานจากลกู คา จัดซื้อกระดาษ การ จัดสง
พมิ พ ลกู คา
ตวั อยางการวเิ คราะหงานของฝา ยสนิ เช่อื ของธนาคารพาณชิ ย 51
สมุหบญั ชี
งาน อนุมตั ิ จายเงิน
ตรวจสอบ เงนิ กู ทกี่ ู
เอกสาร
ลูกคา หลกั ฐาน งาน งาน งานขอ นําหลักทรพั ย
แสดง ประเมนิ วเิ คราะห อนุมตั ิ ลกู คา ไป
ความจาํ นง ขัน้ ตน หลกั ทรัพย สนิ เชื่อ เงินกู จาํ นอง
ขอกเู งิน
จากงานยอยตาง ๆ ท่ผี า นการวิเคราะหไ ดแ ลวนํามาจดั ทาํ เปน แผนอยางครา ว ๆ หรอื เปน
แผนในรายละเอยี ดเพอื่ นาํ ไปปฏิบตั ิแลว แตก รณี ดงั นี้
จากตวั อยา ง ระยะเวลา ผูรบั ผดิ ชอบ งบประมาณ
ลกั ษณะงานยอ ย ดําเนนิ การ
1. งานจดั ซอ้ื วัตถุดบิ
2. งานจดั เตรียมวตั ถดุ บิ
3. งานจดั ปรงุ อาหาร
4. งานจดั บรกิ ารลกู คา
5. งานจดั เกบ็ เงนิ
6. งานจัดเกบ็ ภาชนะไปลาง
จากตวั อยา ง ระยะเวลา ผูร บั ผดิ ชอบ งบประมาณ
ลักษณะงานยอ ย ดําเนนิ การ
1. ออกแบบส่งิ พิมพ
2. จดั ซอ้ื กระดาษ
3. จัดทําแมพ ิมพ
4. จัดการพมิ พ
5. จดั สงลกู คา
จากตวั อยา ง ระยะเวลา 52
ลกั ษณะงานยอ ย ดาํ เนนิ การ
ผูร บั ผดิ ชอบ งบประมาณ
1. งานตรวจสอบเอกสารหลกั ฐาน
ข้นั ตน
2. งานประเมินหลกั ทรพั ย
3. งานวเิ คราะหส นิ เช่ือ
4. งานขออนมุ ัตเิ งินกู
5. นาํ หลักทรพั ยล กู คาไปจํานอง
6. จายเงินกู
แผนงานท่ีไดผานการทําข้ึนแลว ควรจะไดตรวจสอบถึงขั้นตอนตาง ๆ วาครบถวนเพียงพอ
ทีจ่ ะดาํ เนินการไปสคู วามสําเรจ็ ตามแผนได ตรวจสอบระยะเวลาวา สามารถดําเนินการใหแลวเสร็จได
ตามแผนหรือไม ตรวจสอบผูรับผิดชอบวามีความสามารถท่ีจะดําเนินการใหเสร็จตามแผนได
ตลอดจนการตรวจสอบงบประมาณที่ใชวาเพียงพอหรอื เหมาะสมตอการดาํ เนินการตามแผน
การดาํ เนนิ งานตามแผนในระยะเวลาหนึ่ง อาจจะพบวาแผนยงั มีความบกพรอง ซึ่งจะทราบได
กต็ อ เมอ่ื ตองมีการปฏิบตั จิ รงิ เมือ่ พบความบกพรองจะตองมีการปรับปรงุ แผนใหดีข้ึนตามหลักการ
วางแผนท่ีวาการวางแผนจะตองมีความยืดหยุนพอสมควรท่ีทําการปรับปรุงแผนงานตาม
สภาพการณทีเ่ ปลย่ี นไป
กิจกรรม
ใหผ เู รยี นกาํ หนดสนิ คา ที่จะออกสตู ลาดมา 1 ชนดิ และวางแผนการตลาด อธิบายมาพอเขา ใจ
2. การจดั ทาํ โครงการ
แนวคดิ สําคญั
โครงการเปนงานลักษณะหน่ึงที่นิยมนํามาใชในการดําเนินกิจกรรมอยางใดอยางหน่ึง
ลักษณะของงานโครงการเปนงานที่มีกําหนดเวลาแลวเสร็จท่ีแนนอน มีการประเมินผลสําเร็จ
เมื่อส้ินสุดโครงการเปนลักษณะงานที่ไมเหมาะที่จะจัดดําเนินการในระยะยาวหรืองานประจํา
การจัดการงานโครงการจึงมีลักษณะของการจัดการที่แตกตางจากการดําเนินงานประจํา
ความสําคัญของงานโครงการก็คือ การควบคุมเวลาใหโครงการมีการดําเนินการใหเสร็จสิ้น
ในระยะเวลาท่ีกําหนดที่สั้นที่สุด เพ่ือสามารถควบคุมตนทุนรายจายใหตํ่าสุด ซ่ึงตนทุนรายจาย
เหลานีจ้ ะแปรตามระยะเวลาของโครงการหากโครงการมีการเสร็จทลี่ า ชา ออกไป
53
โครงการเปนสง่ิ ทพี่ บเหน็ ไดเสมอในการจดั การองคกรทว่ั ไป มกี ารแบง แยกงานในองคกร
มาบรหิ ารในรปู ของโครงการ ไมว าจะเปน หนว ยงานของรฐั หรอื หนวยงานเอกชน และไมวา จะเปน
องคก รขนาดใหญหรือองคก รขนาดเล็กกต็ าม การจัดการงานโครงการก็เปนที่นิยมอยางแพรหลาย
การทาํ ความเขาใจเก่ียวกับการจดั การงานโครงการเปนสิ่งท่ีนาสนใจที่สามารถนําไปใชประโยชน
ไดสาํ หรับนักบรหิ ารโดยทวั่ ไป
ความหมายของโครงการ
1. โครงการหมายถงึ งานทม่ี กี ารดาํ เนนิ การในขอบเขตที่จาํ กดั โดยมุงหวังความสําเร็จของงาน
เปนสําคญั
2. จากความหมายขางตน มสี าระสาํ คัญ ดังนี้
2.1 เปนงานท่ีมีขอบเขตจํากดั ไดแก
2.1.1 ปริมาณงานทจี่ ํากัด งานโครงการจะเปนงานท่ีมีเน้ืองานจํากัด เชน
โครงการจัดงานฉลองปใหม โครงการกอ สรา งสะพาน โครงการรณรงคงดสูบบุหร่ีในที่สาธารณะ
โครงการขยายตลาดสินคา ในภาคอสี าน โครงการปรบั ปรงุ ประสทิ ธิภาพการผลติ ในโรงงาน เปน ตน
2.1.2 มีเวลาที่จํากัด โครงการจะมีการจํากัดเวลาการดําเนินการ เพื่อให
เห็นความสาํ เรจ็ ในเวลาทแี่ นนอน เชน 1 สปั ดาห 3 เดือน 1 ป เปนตน
2.2 เปน งานที่ตอ งการเห็นความสําเร็จที่ชดั เจน จะมีการประเมินผลงานเม่ือสิ้นสุด
โครงการเพ่อื วดั ผลงานวามีความสําเร็จมากนอยเพียงใด
ลกั ษณะของโครงการ ในเรอ่ื งของการวัดความสําเร็จของงานจะแตกตางจากการ
ดําเนนิ งานปกติทว่ั ไป งานโครงการตองการวดั ความสําเร็จของงานในเนือ้ งานโครงการเทานั้นวามี
ความสําเร็จมากนอยเพียงใด สวนการวัดความสําเร็จของงานท่ัวไปจะวัดความสําเร็จของงานใน
ระยะเวลาหนงึ่ วา มคี วามสาํ เรจ็ เพยี งใด และยงั มกี ารดําเนินการตอไป ซึ่งเมือ่ ครบระยะเวลาหน่ึงก็จะ
มีการวดั ผลงานเปน ชว ง ๆ ตอ ไป เชน กาํ หนดวดั ผลงานเดอื นละครงั้ หรอื วดั ผลงานเปน รายไตรมาส
หรือเปน รายป เปนตน
ความสําคญั ของโครงการ
การดําเนินโครงการมีการใชทรพั ยากรตา ง ๆ ขององคก ร ซง่ึ เก่ยี วพันกับคาใชจายที่เกิดขึ้น
จากการใชทรพั ยากร การกําหนดงานโครงการมีการจดั ทาํ งบประมาณที่ตอ งใชตลอดโครงการและ
กําหนดระยะเวลาส้ินสุดของโครงการ หากการดําเนินโครงการเสร็จสิ้นตามระยะเวลาท่ีกําหนด
จะมกี ารใชเ งนิ ตามงบประมาณ แตหากการดําเนินงานโครงการมีการเลื่อนกําหนดเวลาแลวเสร็จ
ออกไปจะมีผลทําใหตองเพ่ิมงบประมาณคาใชจาย การดําเนินงานโครงการจึงตองมีการควบคุม
เวลาใหแลวเสร็จตามระยะเวลาท่ีกาํ หนด เพ่ือควบคุมตนทุนคาใชจายและผลกระทบตาง ๆ
ทอี่ าจเกดิ ขึน้ ได
54
ลกั ษณะของงานโครงการ
1. งานโครงการเปน งานท่ีมีกาํ หนดระยะเวลาท่ีแนนอน มีระยะเวลาเร่ิมตนและระยะเวลา
สิ้นสดุ ซง่ึ แตกตางจากการดําเนินการประจํา จะมรี ะยะเวลาเริม่ ตน แตจะมีการกําหนดเวลาส้ินสุดท่ี
แนนอน ระยะเวลาการดําเนินการของโครงการมีระยะเวลาแตกตางกันตามลักษณะของเนื้องาน
โครงการบางลักษณะมีระยะเวลาสั้นต้ังแต 1 สัปดาห ถึง 1 ป เชนโครงการจัดงานคอนเสิรต
หารายได โครงการสรา งสะพานลอยสําหรับคนขามถนน
2. งานโครงการมีการบริหารแยกออกจากงานประจํา ลักษณะของงานโครงการจะมีการ
จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรแยกออกจากหนวยงานประจํา บางโครงการมีการแยกจาก
หนว ยงานประจาํ อยา งเดนชดั ไดแ ก งานโครงการพเิ ศษ ซึ่งจะมีงบประมาณของโครงการโดยตรง
มกี ารจัดสรรทรัพยากรเพอื่ ใชใ นโครงการโดยตรง สว นบางโครงการอาจจะมกี ารแยกจากหนวยงาน
เปนบางสวนและดําเนินการควบคูก ับหนวยงานประจํา โครงการลักษณะน้จี ะมีงบประมาณท่ีใชใน
โครงการเทาที่จําเปนและทรัพยากรสวนหนึ่งจะใชรวมกับหนวยงานประจํา ไดแก แผนงาน
โครงการตาง ๆ
3. งานโครงการจะมีผูบริหารโครงการรับผิดชอบงานโครงการโดยตรง เพื่อใหการ
ดาํ เนินงานโครงการมีความเดนชัด มีผูทาํ หนาที่จัดการและตัดสินใจโดยตรง ทาํ ใหงาน
มีความกาวหนาตามลาํ ดับ หากงานโครงการไมเปน ไปตามแผนงานกส็ ามารถระบุผรู ับผดิ ชอบได
4. งานโครงการมีการประเมินผลงานท้ังโครงการเม่ือสิ้นสุดโครงการ งานโครงการจะ
เกย่ี วขอ งกับรายรบั และรายจายทเี่ กิดขน้ึ ในการดําเนินการ เม่ือส้ินสุดโครงการจะมีการประเมินถึง
ผลงานที่ไดรับวาเปนไปตามวัตถุประสงคของโครงการหรือไม และมีรายรับรายจายเปนอยางไร
เพอื่ ประเมินวาโครงการมีความสําเร็จมากนอ ยเพียงใด แตกตางจากการดําเนินงานประจําจะมีการ
ประเมนิ ผลตามระยะเวลาชวงหน่งึ เชน 1 เดอื น 3 เดือน หรือ 1 ป เปนการวัดผลสําเร็จในชวงเวลา
หนง่ึ เทานัน้ ไมใ ชการวดั ผลสําเรจ็ ตลอดอายขุ องการดําเนนิ การ
55
ตวั อยางการจดั งานรปู โครงการของบรษิ ทั รับเหมากอ สรา งแหง หนง่ึ เปน ดงั นี้
บริษัทรับเหมา
กอสราง
ฝา ยวางแผนงาน
ฝา ยการตลาด ฝายบุคลากร ฝา ยวิศวกรรม ฝายกอสรา ง ฝายจดั ซ้อื วสั ดุ ฝายบญั ชี
และการขาย และสถาปต ย อุปกรณ และ
การเงิน
กรรม
โครงการ ฝายการตลาด ฝา ยบคุ ลากร ฝายวิศวกรรม ฝายกอสรา ง ฝายจดั ซอ้ื วสั ดุ ฝายบญั ชี
กอสราง และการขาย และสถาปต ย อุปกรณ และ
สะพานขาม การเงนิ
แมน า้ํ กรรม
โครงการ ฝายการตลาด ฝายบุคลากร ฝายวิศวกรรม ฝา ยกอสรา ง ฝายจดั ซอ้ื วสั ดุ ฝา ยบญั ชี
กอ สรางศนู ย และการขาย และสถาปตย อุปกรณ และ
การเงนิ
ราชการ กรรม
จังหวัด
โครงการสราง ฝายการตลาด ฝา ยบุคลากร ฝา ยวศิ วกรรม ฝายกอ สรา ง ฝายจัดซอื้ วสั ดุ ฝายบัญชี
เข่ือน และการขาย และสถาปตย อุปกรณ และการเงิน
กรรม
56
เทคนคิ การบริหารงานโครงการ
1. เทคนิคการดําเนินงานโครงการ การดําเนินงานโครงการมีลักษณะคลายการจัดการ
องคกรโดยเริ่มจากการกําหนดวัตถุประสงคของโครงการใหชัดเจนวาตองการทําอะไร จาก
วตั ถปุ ระสงคจ ะนํามาวางแผนของโครงการ ดงั นี้
วตั ถุประสงคของโครงการ
แผนงานของโครงการ
การวางแผนงานของโครงการก็เหมือนการวางแผนโดยทั่วไปวาจะใหใครทําอะไร ที่ไหน
และอยา งไร ซึง่ เปนการกําหนดกิจกรรมท่ีทําและกําหนดการใชทรัพยากรตาง ๆ ท้ังคน เงิน วัสดุ
อุปกรณ ตลอดจนวิธีการ ทรัพยากรเหลานี้จะถูกตีมูลคามาเปนงบประมาณที่ใช หรือแผนงาน
โครงการไดรับการอนุมัตใิ หดาํ เนินการแลว จะมีการจัดโครงสรางองคกร จัดบุคลากรเขาทาํ งาน
มกี ารอํานวยการและการควบคมุ งานเชนเดยี วกบั การจดั องคก ร
วตั ถปุ ระสงค
ของ
โครงการ
แผนการ จดั โครงสรา ง จดั บคุ ลากร อํานวยการ ควบคมุ
ของ องคกรของ เขาทํางาน งาน
โครงการ
โครงการ
การวางแผนงานของโครงการเพื่อกําหนดแนวทางปฏิบัติใหสามารถดําเนินการโครงการ
สําเร็จไดต ามวตั ถปุ ระสงคท ีต่ อ งการ การจดั โครงสรางองคกรของโครงการเพือ่ ใหเหน็ ภาพท่ชี ัดเจน
ในการปฏิบตั งิ านรองรับแผนงานของโครงการ การจัดบคุ ลากรเขาทํางานตามโครงสรา งองคก รของ
57
โครงการเพ่อื ใหม ีบุคลากรท่จี ะปฏิบตั ิงานตามแผนงานของโครงการ ตลอดจนมกี ารอํานวยการและ
ควบคมุ งานเพื่อใหง านมีการปฏบิ ัตติ ามขนั้ ตอนของแผน เกดิ ความสาํ เรจ็ ตามแผนได
2. เทคนคิ การจดั การทรพั ยากรในงานโครงการ
2.1 เทคนิคการจัดการบุคลากร เนื่องจากงานโครงการเปนงานท่ีมีกําหนดเวลา
โดยเฉพาะโครงการที่มีกําหนดเวลาส้ัน การจัดหาบุคลากรเขาทํางาน ควรจัดหาบุคคลที่มีความรู
ความสามารถท่เี หมาะสมเขา ทํางานในโครงการ โดยไมต องมีกระบวนการพัฒนาบุคลากรกอนเขา
ทํางาน ตลอดจนในระหวางการดําเนินงานโครงการก็จะไมมีข้ันตอนการพัฒนาบุคลากรเชนกัน
สาํ หรบั โครงการทมี่ ีระยะเวลาดําเนินการยาวนานหลายป อาจมีการพัฒนาบุคลากรกอนเขาทํางาน
หรือพัฒนาบุคลากรในระหวางดําเนินการก็ไดแตจะพัฒนาบุคลากรเทาท่ีจําเปนตอการดําเนินงาน
โครงการใหเสรจ็ สนิ้
2.2 เทคนคิ การจดั หาวัสดุอุปกรณและเคร่ืองจักร การจัดหาวัสดุในงานโครงการ
ควรจดั หาเทาทจี่ ะตอ งใชในงานโครงการเทานั้น ไมจ าํ เปน ตอ งมีวัสดคุ งเหลอื เหมือนการดาํ เนินงาน
ประจํา เพราะหากมีสินคาคงเหลืออาจไมมีประโยชนท่ีจะใชไดตอไป สวนการจัดหาอุปกรณท่ีมี
มูลคา ไมสูงนัก ก็จัดซื้อเทาที่จําเปนตองใช สําหรับอุปกรณที่มีราคาสูงหรือเครื่องจักรท่ีมีราคาสูง
ควรใชวิธีการเชาซึ่งจะทําใหตนทุนรวมมีคาตํ่ากวา และเม่ือส้ินสุดโครงการก็จะไมตองเหลือ
อปุ กรณห รือเคร่อื งจกั รเกา ท่จี ะเปน ภาระแกโครงการ
2.3 เทคนิคการจัดสรรการเงิน การจัดสรรการเงินในงานโครงการจะเนนการใช
เงนิ ทนุ หมนุ เวยี นเปน หลัก การลงทุนในสนิ ทรัพยถาวรควรจะใหมีนอ ยท่ีสุดเทา ท่ีจําเปน หรอื อาจไม
ควรมีสาํ หรับงานโครงการที่จําเปน ตองใชส นิ ทรัพยท่มี ีราคาสูง เชน ทดี่ ิน อาคาร เครื่องจักร ควรใช
วิธกี ารเชา เพ่ือลดการใชเงนิ ทนุ ถาวรซ่ึงเปนเงนิ ทุนระยะยาว และเมื่อสิ้นสุดโครงการก็จะไมตองมี
ภาระกบั สนิ ทรัพยถาวรเหลาน้ี อีกทง้ั ยังทาํ ใหต น ทุนรวมในการลงทนุ ตํา่ กวาดวย
3. เทคนคิ การบรหิ ารเวลาในงานโครงการ
เวลาในการดาํ เนินงานโครงการเปนสง่ิ สําคัญ หากโครงการลาชาออกไปจากแผนงานจะมี
ผลตอคาใชจา ยทสี่ ูงขึน้ การดาํ เนนิ งานโครงการจึงตองมีการควบคุมเรื่องเวลาเพื่อใหงานเสร็จสิ้น
ตามแผนงาน
โดยปกติงานโครงการหน่งึ ๆยอ มแบงออกเปนกิจกรรมยอย ๆ หลาย ๆ กิจกรรม แตละกิจกรรม
มีความสมั พันธทสี่ ามารถเขยี นเปน แผนผังแสดงความสัมพันธกนั ไดในลกั ษณะของโครงขา ยงาน
กจิ กรรม
ใหผเู รยี นเขยี นโครงการอาชพี ของตนเองมา 1 อาชพี
58
3. การใชวสั ดุอุปกรณ
เคร่ืองมือ หมายถึง สิ่งตาง ๆ ที่มนุษยคิดคนขึ้นหรือประดิษฐข้ึนมาใชเพื่อความสะดวก
รวดเรว็ ประหยัดเวลาและแรงงาน
วสั ดุ หมายถึง สิ่งที่ใชแลวส้ินเปลืองและหมดไป เชน เน้ือ สารใหสี เกลือ ขาว กระเทียม
พรกิ ขี้หนู
อปุ กรณ หมายถึง สิง่ ท่ใี ชแลว ยงั คงเหลือ สามารถใชไ ดอกี เชน เคร่ืองบดเนื้อ เคร่ืองอัดไส
เครอื่ งช่ังชนิดละเอยี ดและชนิดหยาบ อุปกรณเครือ่ งครวั ตา ง ๆ ไดแ ก มีด เขียง ถาด กะละมัง หมอ เตา
ยกตัวอยา ง การทําแหนม
การทาํ แหนม
การทจ่ี ะทําแหนมใหม ีคุณภาพดี จําเปนตองรูจักเลือกใชวัตถุดิบ วัสดุอุปกรณตาง ๆ ที่ใช
ทําแหนมอยางเหมาะสม ผูบริโภคหรือผูประกอบการเกี่ยวกับการใชเนื้อ เพื่อนําไปแปรรูป
ทาํ ผลติ ภณั ฑแ หนมควรจะทราบถึงสิง่ ตา ง ๆ ที่มีผลตอคณุ ภาพของผลิตภัณฑแหนมท่ีตองการ และ
สง่ิ สําคญั อันดับแรกทจี่ ะตอ งคาํ นึงถงึ ก็คือ คณุ ภาพของวตั ถุดิบทีจ่ ะใช เพราะวา คณุ ภาพของผลิตภัณฑ
ขน้ั สุดทา ยจะดีไปไมไดถ าวตั ถุดิบคณุ ภาพดอย ฉะนัน้ ควรที่จะรจู ักกับวตั ถดุ บิ ตาง ๆ ในการทําแหนม
ไดแ ก
1. เนอ้ื หมายถึง เน้อื ที่ไดจ ากสัตวเ พื่อนํามาใชเปนอาหาร ซึ่งรวมถึงกลามเน้ือ และอวัยวะ
ตาง ๆ เชน ตับ หวั ใจ และสวนอื่น ๆ ที่บริโภคได เน้ือจากสัตวชนิดตาง ๆ ไดแก โค กระบือ สุกร
แพะ แกะ เปนตน เนื้อสัตวจะมีสวนประกอบทางเคมีแตกตางกันไป ข้ึนอยูกับสภาพของสัตว
แตละชนิดหรืออายุตางกัน โดยทั่วไปกลามเนื้อของสัตวจะมีสวนประกอบทางเคมี ไดแก น้ํา
โปรตนี ไขมนั คารโ บไฮเดรต วิตามนิ เอน็ ไซม สี และแรธ าตตุ าง ๆ เปนตน
2. สารใหสี การทําแหนมในระดับชาวบาน มักมีการเติมดินประสิวลงไปดวยเล็กนอย
เพ่อื ใหเกดิ สีแดงสวย โดยปริมาณที่ใชเ ติมน้ันไมไ ดม ีการช่ัง ตวง วดั ใชประมาณเองตามความชํานาญ
ท่ีปฏิบัติมา ซ่ึงนับวาเปนอันตรายตอผูบริโภค เพราะสารใหสีดังกลาวจัดเปนวัตถุเจือปนอาหาร
พวกไนเตรทและไนไตรท ซงึ่ มีกฏหมายควบคุมกําหนดปรมิ าณการใช โดยอนญุ าตใหใชไดไมเกิน
200 - 500 มิลลิกรัมตออาหาร 1 กิโลกรัม ซ่ึงตองคํานวณในรูปโซเดียมไนเตรท และโซเดียม
ไนไตรทตามลาํ ดับ ปจ จุบันการใชไ นเตรทและไนไตรท ผสมกบั อาหารมีวัตถุประสงค 3 ประการ คือ
2.1 เพื่อชว ยใหอ าหารโดยเฉพาะเน้ือสัตวมสี ีแดงคงทน ไมเ ส่อื มสลายไป ขณะหงุ ตม
2.2 ทาํ ใหอ าหารมรี สชาตแิ ละกล่นิ เฉพาะ
2.3 ทําใหเก็บอาหารไวไดนาน ไนเตรท ไนไตรท จะทําหนาท่ีเปนสารกันเสีย ปองกันการ
เจรญิ เติบโตของจลุ ินทรยี โดยเฉพาะพวกที่ทําหนา ท่ใี หเ กดิ การบูด และพวกท่สี รางสารพิษ สารใหสีท่ี
ขอแนะนําใหใช คือ ผงเพรก ผงเพรกเปนสารเคมีพวกสารประกอบไนเตรทไนไตรท ใชใสลง
59
ผลติ ภัณฑ เพือ่ ใหเ กดิ กล่ินและรสท่ีตองการ ทําลายจุลินทรียท่ีเปนพิษและทําใหเกิดโรค และเพ่ิม
ลงไปเพือ่ ทาํ ใหผ ลิตภณั ฑม ีสดี ขี ึน้
3. สว นผสมอื่น ๆ
เกลือ การเติมเกลือประมาณ 2 - 3 % ของน้ําหนักอาหาร จะชวยทําหนาท่ีปองกัน ไมให
จลุ นิ ทรยี อ ืน่ ๆ เจรญิ ได และชว ยดึงน้าํ และน้ําตาลจากเน้ือ และยังสามารถทําหนาท่ีเปนสารกันบูดได
วัตถุประสงคของการใสเ กลือในแหนม คือ ทําใหเ กดิ รสเคม็ และทาํ ใหแหนมเก็บไวไดน าน ปรมิ าณ
เกลือที่ใสถานอยเกินไป จะทําใหแหนมเนาเสียได และถาใสเกลือมากเกินไปแหนมที่ไดจะมีรส
เปรีย้ วนอ ยกวารสเคม็
ขาว ขา วท่ีใสล งในแหนมเปน ขาวทผี่ านการหุงตมจนสกุ แลว ใชไ ดท ้ังขา วเจา และขาวเหนียว
การใสขาวลงไปก็เพื่อเปนแหลงคารโบไฮเดรตแกแบคทีเรียที่สรางกรดแลคติก ซึ่งเปนตัวท่ี
ทําใหแหนมมีรสเปร้ียว
กระเทียม ตามปกติมักจะบดกระเทียมใหละเอียดกอนแลวจึงใสลงในผลิตภัณฑ การใส
กระเทยี มจะใหผ ลทั้งในแงเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติของแหนม และยังชวยเปนสารกันบูดไดดวย
โดยจะใสประมาณ 10 % ของนํ้าหนักอาหาร
พรกิ ขห้ี นู การทําแหนมอาจจะมีการเติมพริกขี้หนูเปนเม็ด ๆ พริกขี้หนูที่เติมน้ัน นอกจาก
จะใหร สเผ็ดเมอ่ื บรโิ ภคแลว ยังชว ยเพ่ิมสสี นั ทส่ี วยงามใหก ับแหนมอกี ดว ย
วสั ดุอุปกรณใ นการทาํ แหนม
การทําแหนมบริโภคกนั เองภายในครวั เรือนไมจ ําเปน ตองใชวัสดอุ ปุ กรณท่ียุงยาก แตถามี
การผลิตเพื่อจําหนายในปริมาณมาก ๆ จะมีอุปกรณชวยทุนแรงในการผลิต ซึ่งอุปกรณตาง ๆ ที่
เกี่ยวขอ งกับการทาํ แหนมมดี งั นี้
1. เครื่องบดเนือ้
2. เครอ่ื งอดั ไส
3. เครื่องช่ังชนิดละเอยี ดและชนดิ หยาบ
4. อปุ กรณเ คร่อื งครัวตาง ๆ ไดแก มีด เขียง ถาด กะละมัง หมอ เตา
4. การใชแ รงงาน
แรงงาน หมายถึง บคุ คลที่ผูประกอบการจางมาใหปฏิบัติงานตามความเหมาะสมของงาน
และความสามารถของแตละบุคคล ซึ่งมีท้ังแรงงานประเภทที่มีความชํานาญงานหรือแรงงานท่ีมี
ฝมือ แรงงานประเภทไรฝมือที่ตองใชกําลังในการปฏิบัติงาน เชน คนงานแบกหาม และแรงงาน
ประเภทวิชาการที่ตองใชมันสมอง เพ่ือชวยใหการวางแผน การกําหนดนโยบาย และการ
ประเมินผลใหธุรกิจดําเนินไปอยางราบรื่น และประสบความสําเร็จตามแผนที่กําหนดไว ดังนั้น
เจา ของกจิ การหรอื ผูประกอบการจาํ เปน จะตอ งเลือกบคุ ลากรท่มี ีความรู ความสามารถมาทาํ งานตาม
60
ความถนดั ของแตละบคุ คลเพ่อื ประสทิ ธิภาพของงาน ท้ังนี้ นายจางจะตองจายเงินเดือน คาจาง คา
คอมมิชชนั่ และสวสั ดกิ ารอน่ื ๆ ใหแกพ นกั งานอยางเหมาะสม
สรุป ความสามารถของมนษุ ยทถ่ี กู นํามาใชใ นการผลิต เพื่อทาํ ใหเ กิดเปน สินคา หรือบริการ
ข้ึนมา แรงงานนับเปนทรัพยากรที่สําคัญท่ีสุด ถาปราศจากแรงงานและทรัพยากรตาง ๆ ท่ีกลาว
มาแลวทั้งหมด ก็ไมสามารถนําออกมาใชประโยชนไดผลตอบแทนของแรงงานก็คือ คาจาง มาก
หรือนอ ยข้นึ อยกู ับความสามารถและชนิดของงานนัน้ ๆ
ประเภทของแรงงาน
ตลาดแรงงานประเทศไทยไดแ ยกประเภทของแรงงาน ดงั น้ี
1. แรงงานประเภทปญ ญาชน แรงงานประเภทนี้ ไดแ ก ผูทจ่ี บการศกึ ษาในระดบั อุดมศกึ ษา
มีความรูและมีสติปญญาดีแตไมคอยมีฝมือในวิชาชีพ ในแตละปจะมีแรงงานประเภทนี้เขาสู
ตลาดแรงงานเพ่ิมข้ึน
2. แรงงานไรฝมือ แรงงานประเภทน้ีไมคอยมีปญหานักในอาชีพเกษตรกรรมแตกําลังมี
ปญหาในดา นอตุ สาหกรรม ท่ตี ลาดแรงงานไมตอ งการเทาทค่ี วร
3. แรงงานประเภทฝมือ แรงงานประเภทนี้ตองผานการฝกอบรมหรือมีประสบการณ
ทํางานมากพอสมควร เชน ชา งยนต ชางไม ชางปูน ชา งไฟฟา เปน ตน
4. แรงงานที่ใชค วามรูความชํานาญพิเศษ แรงงานประเภทนี้จะตองฝกอบรมมาเปนระยะ
เวลานานจดั เปนแรงงานท่ียังขาดแคลน ดังนั้น จึงไมมีปญหาการวางงานปจจุบันรัฐบาลกําลังเริ่ม
ผลิตแรงงานประเภทน้ีใหเขาสูตลาดแรงงานมากขึ้น เพื่อใหเพียงพอกับความตองการของ
ตลาดแรงงาน แรงงานประเภทนี้ ไดแ ก แพทย วิศวกร สถาปนิก นกั วิทยาศาสตร เปนตน
ตลาดแรงงาน
ตลาดแรงงานในประเทศ แบง ไดเ ปน 4 ภาค คอื
1. ตลาดแรงงานภาครัฐ ไดแก แรงงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เชน กระทรวงตาง ๆ
การไฟฟาสวนภมู ิภาค องคก ารโทรศัพทแ หงประเทศไทย เปนตน
2. ตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรม ไดแก แรงงานในเมืองที่ประกอบธุรกิจ การผลิต
การแปรรูปการผลติ เชน สถานประกอบการ โรงงานตาง ๆ ธรุ กจิ กอ สราง เปน ตน
3. ตลาดแรงงานภาคเกษตรกรรม ไดแก แรงงานในชนบทที่มีอาชีพทําไร ทํานา ทําสวน
และกิจการอ่ืน ๆ ทเี่ ก่ยี วกบั การเกษตร จดั เปนแรงงานท่ีทํางานไมสม่ําเสมอ อาจมีการวางงานตาม
ฤดูกาล หรอื มีการทาํ งานตา่ํ กวาระดับที่ควรจะเปน เชน ในฤดูฝนเกษตรกรจะทําไร ทํานา มีการใช
แรงงานมาก แตพอฤดแู ลง หรอื หลงั เก็บเกย่ี วพืชไรหรือขาวแลวกจ็ ะเกิดการวา งงานข้ึน
4. ตลาดแรงงานภาคพาณิชยกรรม ไดแก แรงงานท่ีประกอบการคา หรือการบริการ เชน
การคา ขายปลีก-สง การโรงแรม ภตั ตาคาร การธนาคาร ธรุ กิจทองเทยี่ ว ธุรกิจสง ออก เปนตน
61
5. การใชส ถานท่ี
สถานท่ี หมายถงึ อาคาร บรเิ วณที่ประกอบอาชพี ธรุ กิจของผปู ระกอบการ ดงั กลาว
6. การใชทนุ
ทนุ หมายถึง เงินทุนสวนตัวของเจาของ หรือ เงินจากหุนสวนธุรกิจท่ีตกลงปลงใจจะมา
สรางธรุ กิจใหมรวมกนั นาํ มากองกนั ไวกอ นเร่มิ ตน ทําธรุ กิจ
ทุน หมายถงึ ปจจัยในการผลติ ทใี่ ชในการสรางสนิ คา หรอื บริการอื่น ๆ ที่มนุษยเปนผูผลิต
และไมเ กิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ สินคาและบริการน้นั ๆ จะตอ งไมใชตัวทุน แมว า ทนุ นนั้ สามารถที่
จะเสอ่ื มราคาลงได สินคาประเภททุนสามารถรับมาไดโดยใชเงินหรือเงินทุน ในการเงินและการ
บัญชี คําวาทุนหมายถึงความมั่งค่ัง โดยเฉพาะความม่ังคั่งท่ีใชในการเปดกิจการ ทุนเปนหน่ึงใน
ปจ จยั ในการผลติ ปจจยั อ่นื ๆ รวมไปถงึ ทด่ี นิ แรงงาน และองคกร ผูประกอบการ หรือการบริหาร
จัดการ ซึ่งคณุ สมบัตดิ งั ตอไปน้ีจดั วาเปน ทนุ
1. สามารถนําไปผลติ สนิ คาอืน่ ๆ ได อยใู นรูปของปจจยั ในการผลติ
2. ถูกสรางข้ึนมาอีกทีหน่ึงโดยแตกตางจาก "ท่ีดิน" ที่ซึ่งหมายถึง ปจจัยในการผลิตที่
เกดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ เชน พื้นทท่ี างภมู ิศาสตร และทรพั ยากรทางธรรมชาติ เชน แรธ าตุ
3. ไมไดถูกใชในการผลิตเปนหลักโดยสมบูรณซ่ึงทําใหแตกตางจากสินคากึ่งสําเร็จรูป
(ยกเวนคาเส่ือมราคา)
การจดั การกบั การลงทนุ ในธุรกจิ
มีความเขาใจกันวาการจัดการกับการลงทุนในธุรกิจเปนส่ิงเดียวกัน เนื่องจากในอดีต
การจัดการกบั การลงทุนในธุรกิจมีลักษณะท่กี ลมกลนื กนั ธรุ กิจแรกเรม่ิ ภายในประเทศมาจากธุรกิจ
ในครัวเรือนและมีขนาดเล็ก เจาของกิจการตัดสินใจลงทุนประกอบธุรกิจและดําเนินธุรกิจดวย
ตนเอง แมภายหลังธุรกิจมีขนาดเติบโตข้ึน เจาของยังคงดําเนินธุรกิจดวยตนเอง ความสัมพันธ
ระหวางการจดั การกับการประกอบธุรกิจจึงกลมกลืนกันอยางแนบแนน จนกอใหเกิดความเขาใจ
ดังกลาว หากไดมีการวิเคราะหในรายละเอียดอยางแทจริงแลว จะเห็นความแตกตางระหวาง
การจดั การกบั การลงทนุ ในธรุ กิจ โดยพจิ ารณาถงึ หลักบคุ คล หนา ที่ และวตั ถปุ ระสงค ดงั น้ี
ลักษณะ บคุ คล หนาท่ี วัตถุประสงค
ตดั สินใจลงทนุ ตองการผลกําไรจากการ
1. การลงทนุ ในธุรกจิ เจา ของ ลงทนุ ในธรุ กจิ
ตดั สินใจจดั การทรพั ยากร
2. การจดั การ ผจู ดั การ เพอ่ื ใชทรพั ยากรตา ง ๆ ไดมี
ประสิทธิภาพสูงสุด
62
ตดั สินใจ การจัดการ
เจาของ ลงทนุ ในธุรกจิ ผจู ดั การ
ตอ งการผลกําไร ใชทรัพยากรอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ
จากตารางและแผนภาพดังกลาว เจาของธุรกจิ ในฐานะผูท ตี่ ดั สนิ ใจเลือกลงทนุ ในธุรกิจ ซึ่ง
ตองลงทนุ ในทรพั ยากรตา ง ๆ เพ่อื มงุ หวงั ผลกําไรจากการลงทุน ผูทําหนาท่ีนําทรัพยากรตาง ๆ มา
จัดการ คือ ผูจ ัดการ ซึ่งตองรับผิดชอบตอการนําทรัพยากรที่มีอยูมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุดตอ
ธรุ กจิ ซึง่ จะทําใหธ รุ กิจไดร บั ผลกําไรตามทคี่ าดหวงั ของเจา ของ
ในธรุ กิจขนาดใหญการแบงแยกหนาท่ีระหวางเจาของและผูจัดการจะมีความชัดเจน แต
สําหรับธุรกิจขนาดยอม เจาของมักจะเขาจัดการธุรกิจดวยตนเอง กลาวคือ เปนทั้งผูลงทุนและ
ผูจดั การทรพั ยากรดวยตนเอง
2. การจดั การการตลาด
2.1 การกําหนดทิศทางการตลาด
เปนการศึกษาตลาดจากปจ จยั ภายนอกและภายในทาํ ใหผ ปู ระกอบการวางแผนการตลาดได
อยา งมน่ั ใจและสามารถบอกรายละเอียดในการดาํ เนินงานไดอ ยา งชดั เจน
การวจิ ัยการตลาดและขอมลู การตลาด
การวจิ ัยการตลาดหรือการศึกษาตลาดจะตอ งพิจารณาถึงพฤติกรรมผูบริโภค มีข้ันตอนใน
การวจิ ยั ดงั น้ี
1. การศกึ ษาโอกาสหรอื การศกึ ษาตลาด ผปู ระกอบการจะตอ งศึกษาใน 2 เรอ่ื ง คือ
การศึกษาโอกาสทางการตลาด เปน การศกึ ษาพฤตกิ รรม ผบู ริโภค และการศึกษาสถานการณทาง
การตลาด เปนการศึกษาส่ิงแวดลอมภายในและภายนอกของกิจการ ประกอบดวย
1) การศกึ ษาจดุ แข็ง เปน การศกึ ษาถงึ ขอดีหรือจดุ แข็งของสินคาหรือบรกิ าร
2) การศึกษาจดุ ออน เปนการศึกษาขอเสียหรือปญ หาทเ่ี กิดจากองคประกอบทาง
การตลาด
3) การศกึ ษาโอกาส เปน การศกึ ษาขอ ไดเปรียบหรอื ส่ิงทีเ่ อื้ออาํ นวยใหแ กก จิ การ
4) การศกึ ษาอปุ สรรค เปน การศกึ ษาปญ หา อปุ สรรคทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ
2. การกาํ หนดวตั ถุประสงคทางการตลาด
3. การเลอื กตลาดเปา หมาย
4. การศกึ ษาพฤตกิ รรมผบู รโิ ภค
63
5. การศกึ ษาสวนประสมทางการตลาด ไดแ ก ดา นผลิตภัณฑ ดา นการสง เสริมการตลาด
ดา นแผนการจดั จําหนา ย ดา นแผนราคา
2.2 การหาความตองการของตลาด
ความจาํ เปน และความตองการ
ความจําเปน หมายถงึ ความตอ งการขัน้ พ้ืนฐาน เปน ตวั ผลักดันใหเกดิ พฤติกรรมเพื่อสนอง
ความตองการน้ัน ความตองการในสิ่งจําเปนพื้นฐานในการดํารงชีวิต ไดแก ปจจัย 4 จะเปนส่ิงท่ี
สําคัญตอชวี ติ ไมม ไี มได
ความตองการ หมายถึง ความตองการอยากได อยากมี อยากเปน แตไมมีก็ไมเดือดรอน
แกช ีวิต เปน การแสดงออกหรอื พฤติกรรมท่ตี องการสนองความตองการขั้นพ้ืนฐาน ซ่ึงหลอหลอม
จากสภาพแวดลอมและบุคลิกสวนตัว
การตลาด หมายถึง กระบวนการวางแผนและการปฏิบัติตามแนวคิด การกําหนดราคา
การสงเสริมการตลาด และการจดั จาํ หนา ยสินคา และบริการ เพือ่ สรางใหเ กดิ การแลกเปลี่ยนท่ีทําให
ผูบ รโิ ภคไดร ับความสุข ความพอใจ และบรรลวุ ตั ถุประสงคข ององคกร
จดุ สําคัญของการตลาด
1. ทําใหเกิดการเปลยี่ นแปลงที่ทําใหผ ูบ ริโภคไดรับความพงึ พอใจ
2. เปนการแลกเปลี่ยนความคดิ สนิ คา และบรกิ าร
ความสําคัญของการตลาด
ความสําคญั ตอ บคุ คล
1. สรา งอาชีพ
2. อํานวยความสะดวกใหลูกคา
ความสาํ คญั ตอ องคก รธรุ กจิ
1. สรา งรายไดใ หอ งคก ร
2. กอใหเ กดิ ธุรกจิ ใหมเ พ่ิมมากข้นึ
ความสาํ คญั ตอ เศรษฐกจิ และสงั คม
1. สรา งรายไดใหป ระเทศ
หนา ท่ที างการตลาด
1. หนา ที่ท่ีจะทําใหมกี ารโอนกรรมสิทธิ์ของสินคาจากผขู ายไปสผู ูซอื้
1.1 การซือ้
- หาความตอ งการซื้อ
- การเลือกแหลง ซื้อ
- การพจิ ารณาความเหมาะสมของสินคา
64
1.2 การขาย เปน การสรางอุปสงค
2. หนา ท่เี กยี่ วกบั การจัดสงสินคา
2.1 การขนสง การขนสงทีต่ นทนุ ต่ํา รวดเรว็ และเหมาะสมกบั สนิ คา
2.2 การจดั เก็บสนิ คา
3. หนา ท่ีอํานวยความสะดวกตาง ๆ
3.1 การเงิน
3.2 ความเสย่ี ง
3.3 สารสนเทศทางการตลาด
3.4 การจัดมาตรฐานและแบงเกรดของสินคา
4. สารสนเทศทางการตลาดและการวิจัยตลาด
- เกบ็ รวบรวมขอ มูลทางการตลาดมาใชในการวเิ คราะหและวจิ ัย
5. การเกบ็ รกั ษา
- เก็บรกั ษาใหพอกบั ความตองการของลกู คา และไมน านเกนิ ไปจนลา สมยั
6. การจัดมาตรฐานและคณุ ภาพของสนิ คา
- ไดม าตรฐานตรงความตอ งการลกู คา
7. การขาย
- กระตุนลกู คา ใหซ ้ือสินคาไดมากและเร็วขึ้น ซ่ึงกจิ กรรมหลักไดแ ก
1. การโฆษณา - การใชพ นกั งานขาย
2. การสงเสริมการขาย - การประชาสมั พนั ธ
8. การเงิน
- บริหารเงนิ ใหอ ยใู นงบที่ประมาณไว
9. การรับภาระเสยี่ งภยั
- หาสาเหตุและหาทางปองกนั ปญ หาทีอ่ าจเกิดข้ึน
กิจกรรม
ใหผ ูเรยี นบอกหนาทีท่ างการตลาดมอี ะไรบาง อธบิ ายมาพอเขาใจ
65
2.3 การขนสง
การขนสง หมายถึง การเคลื่อนยายบุคคล สิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
โดยอาศัยอปุ กรณใ นการขนสง ตามความตอ งการและเกดิ อรรถประโยชน
ประเภทของการขนสง คือ การขนสงมีความเจริญกาวหนาและมีพัฒนาการมากยิ่งขึ้น
มีวิธีการขนสงใหผูประกอบธุรกิจเลือกหลายวิธี ผูประกอบธุรกิจตองเลือกวิธีการขนสง
ใหเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง และสามารถจาํ แนกการขนสงได 5 ประเภท ดังน้ี
1. การขนสง ทางน้ํา คือ การขนสง ทางน้ํา เปน วธิ ีการขนสงเกาแกมีมาแตสมัยโบราณ โดย
การใชแมน ํา้ ลําคลองเปนเสนทางลําเลยี งสินคา รวมถึงการขนสงทางทะเล ซ่ึงสวนใหญใชสําหรับ
การขนสงสินคาระหวางประเทศ การขนสงทางน้ําน้ีเหมาะสมกับสินคาท่ีมีขนาดใหญขนสงได
ปรมิ าณมากเปน สินคาทย่ี ากแกก ารเสยี หาย เชน ทราย แร ขาวเปลือก เครื่องจักร ยางพารา เปนตน
สว นประกอบของการขนสงทางนํ้า
1.1 ผูประกอบการขนสงทางนา้ํ
1.2 อุปกรณการขนสง คือ เรือ ไดแ ก เรือโดยสาร เรือสินคา และเรอื เฉพาะกจิ เชน เรือลากจูง
เรือประมง
1.3 ทาเรอื
1.4 เสน ทางเดินเรอื สามารถแบง ไดเปน 3 ประเภท คือ
- เสน ทางเดนิ เรอื ภายในประเทศ
- เสนทางเดินเรือชายฝง ทะเล
- เสน ทางเดินเรอื ระหวา งประเทศ ขอดี ขอเสยี ของการขนสง ทางน้าํ มีดังน้ี
ขอดี
1. อตั ราคาขนสง ถูกกวา เม่อื เทยี บกับการขนสง ทางอ่นื
2. ขนสง ไดปริมาณมาก
3. มีความปลอดภยั
4. สามารถสง ไดร ะยะไกล ๆ
ขอเสยี
1. มคี วามลาชา ในการขนสง มาก
2. ในฤดูนาํ้ ลดหรือฤดรู อ น นา้ํ อาจมีนอย ซ่งึ เปนอปุ สรรคตอการขนสง เพราะเรือเกยตืน้ ได
3. ไมส ามารถกําหนดเวลาทแี่ นน อนในการขนสงไดข นึ้ อยกู บั ภมู อิ ากาศ และ ภมู ปิ ระเทศ
66
2. การขนสง ทางบก จาํ แนกเปน 2 ประเภท ไดแก
2.1 การขนสงทางรถไฟ การขนสงทางรถไฟ เปนเสนทางการลําเลียงที่สําคัญที่สุดของ
ประเทศไทย ดาํ เนินงานโดยการรถไฟแหง ประเทศไทย ซึ่งถือวา เปนรัฐวสิ าหกจิ เหมาะสําหรับการ
ขนสงสินคาหนกั ๆ ปรมิ าณมากและในระยะทางไกล อัตราคาบริการไมแพง การขนสงทางรถไฟจะ
มีกําหนดเวลาออกและถึงจุดหมายปลายทางในระยะเวลาแนนอนและมีความปลอดภัยจาก
การเสียหายของสินคา
1) รถปด คือ รถไฟทปี่ ดทกุ ดาน เหมาะสําหรบั การขนสงสนิ คา ท่ีเสียหายงา ยเม่ือถกู แดด ถกู ฝน
2) รถเปด คือ รถไฟที่ไมมีหลังคา เหมาะสาํ หรับการขนสงสินคาที่ไมเ สียหายเม่อื ถูกแดด ถูกฝน
3) รถเฉพาะกิจ คือ รถไฟที่ออกแบบสําหรับใชเฉพาะงาน เชน รถบรรทุกน้ํามัน รถบรรทุก
ปนู ซเี มนต เปนตน
ขอ ดี
1. ประหยดั ขนสงสินคาไดจาํ นวนมากหลายชนดิ
2. รวดเรว็ สามารถขนสง สนิ คาไดทนั ตามกาํ หนดเวลาทต่ี อ งการ
3. สะดวก เพราะมีตูหลายชนิดใหเลือกเพ่ือความเหมาะสมกับสนิ คา
4. ปลอดภยั สงู เมอ่ื เทียบกับเสน ทางอน่ื
5. ขนสงไดท กุ สภาพดินฟาอากาศ
ขอเสยี
1. ไมสามารถขนสง สนิ คาใหถึงท่ีตองการขนถายได
2. ความยดื หยนุ มีนอย เพราะมเี สนทางตายตวั
3. มีความคลอ งตวั นอ ยกวาการขนสง แบบอน่ื เพราะมีกฏระเบยี บมาก
4. ไมเ หมาะสมกบั ผูสงสินคา รายยอย ปรมิ าณนอ ย
2.2 การขนสง ทางรถยนต หรือรถบรรทกุ การขนสงทางรถยนตหรือทางรถบรรทุก ถือวา
เปนหวั ใจของการขนสงทางบก ท้ังน้ีในปจ จุบันรฐั บาลไดม กี ารสรางถนน ขยายถนนเชื่อมโยงระหวาง
จังหวัดตาง ๆ ไดอยางทั่วถึง โดยมีกรุงเทพมหานครเปนศูนยกลางการขนสง ซ่ึงการขนสงทาง
รถยนตหรือทางรถบรรทุก สามารถแกปญหาในดานการจําหนายสินคาของพอคาไดเปนอันมาก
เพราะการขนสงสนิ คาสะดวก รวดเร็ว สามารถสงสินคาไปถึงผูใชไดโดยตรง สวนประกอบของ
การขนสงทางรถยนตห รือรถบรรทกุ (1) ผูประกอบการ อาจเปน รัฐหรอื เอกชนดําเนินงานก็ได หรือ
เปนการดําเนินงานรวมกันก็ได เชน รถยนตรับจาง (2) อุปกรณในการขนสง ไดแก รถยนต และ
รถบรรทกุ (3) ถนน หรอื เสนทางเดินรถ
ขอดี
1. บรกิ ารไดถ ึงที่โดยไมต องมกี ารขนถา ย
67
2. ขนสงสินคาไดต ลอดเวลาตามความตอ งการของลูกคา
3. สะดวก รวดเรว็
4. เหมาะกับการขนสงระยะสั้นและระยะกลาง
5. เปนตัวเช่ือมในการขนสงแบบอ่ืนท่ีไมสามารถไปถึงจุดหมาย ไดโ ดยตรง
ขอเสยี
1. คา ขนสงสงู เมื่อเทยี บกบั การขนสง ทางรถไฟ
2. มีความปลอดภัยตา่ํ เกิดอบุ ตั เิ หตุบอ ย
3. ขนสงสนิ คา ไดปรมิ าณและขนาดจาํ กัด
4. กําหนดเวลาแนน อนไมได ขึ้นอยกู ับสภาพการจราจรและดนิ ฟาอากาศ
3. การขนสงทางอากาศการขนสง ทางอากาศมคี วามสาํ คญั มากในปจจบุ ันโดยเฉพาะการขนสง
ระหวางประเทศเพราะทําการขนสง ไดร วดเร็วกวา การขนสง ประเภทอ่นื ๆ ไมเสยี เวลาในการขนสงนาน
สะดวกและปลอดภัย เหมาะกับการขนสงสินคาประเภทท่ีสูญเสียงาย เชน ผัก ผลไม ดอกไม เปนตน
หรือสินคาตองการสั่งจองมาดวยความรวดเร็วแกการใชงาน ถาลาชาอาจเกิดความเสียหายไดไม
เหมาะกับสินคา ที่มขี นาดใหญ น้ําหนกั มากและสนิ คา ราคาถกู ๆ ไมรบี รอนในการขนสง ซ่ึงการขนสง
ประเภทนี้ ทาํ ใหธรุ กจิ สามารถขยายตัวไดร วดเรว็ ทง้ั ในและตา งประเทศแตคา ใชจา ยแพงกวาการขนสง
ประเภทอนื่
สวนประกอบของการขนสง ทางอากาศ
3.1 ผูป ระกอบการ ไดแ ก บรษิ ทั การบนิ ใหบริการขนสงทั้งผูโดยสารและสินคาท้ังภายใน
และระหวา งประเทศ
3.2 อปุ กรณในการขนสง ไดแ ก เครื่องบิน แบง เปน 3 ประเภท คือ
- เครอ่ื งบินโดยสาร ใหบรกิ ารขนสง ผโู ดยสาร
- เครอ่ื งบินบรรทุกสินคา ใหบริการขนสง เฉพาะสินคา
- เคร่อื งบนิ แบบผสม ใหบ ริการทั้งผูโดยสารและสินคาภายในลําเดียวกนั
3.3 เสน ทางบิน คือ เสน ทางที่กําหนดจากแหงหน่ึงไปยังอีกแหงหนึ่ง มี 2 ลักษณะ คือ เสนทาง
ในอากาศ และเสนทางบนพืน้ ดนิ
3.4 สถานีในการขนสง หรือทาอากาศยาน เปนบรเิ วณทใ่ี ชส าํ หรับการข้ึนลงของเครื่องบิน
ประกอบดวย อาคารสถานี ทางว่ิงและทางขบั และลานจอด
ขอดี
1. สะดวก รวดเรว็ ทีส่ ุด
2. สามารถขนสงกระจายไปทว่ั ถงึ ไดอ ยา งกวางขวางทง้ั ในประเทศ และระหวา งประเทศ
68
3. สามารถขนสง ไปในทองถ่นิ ทก่ี ารขนสง ประเภทอืน่ ไปไมถ งึ หรือไปยากลาํ บาก
4. เหมาะกบั การขนสงระยะไกล ๆ
5. เหมาะกับการขนสงสินคา ทเี่ สียงาย จาํ เปน ตอ งถงึ ปลายทางรวดเร็ว
6. ขนสง ไดหลายเทีย่ วในแตละวนั เพราะเครือ่ งบนิ ข้ึนลงไดร วดเรว็
ขอเสยี
1. คาใชจ า ยในการขนสงสงู กวา ประเภทอื่น
2. จํากัดขนาดและนํา้ หนักของสนิ คาท่ีบรรทกุ จะมีขนาดใหญและน้ําหนักมากไมได
3. บริการขนสง ไดเ ฉพาะเมอื งทมี่ ที าอากาศยานเทา นั้น
4. การขนสง ขนึ้ อยกู บั สภาพภูมิอากาศ
5. การลงทนุ และคาใชจา ยในการบํารุงรกั ษาอุปกรณสูง
6. มีความเสี่ยงภัยอนั ตรายสูง
4. การขนสงทางทอ เปนการขนสงสิ่งของประเภทของเหลวและกาซผานสายทอ เชน
น้าํ ประปา นาํ้ มนั กาซธรรมชาติ เปนตน ซึ่งการขนสงทางทอจะแตกตางกับการขนสงประเภทอ่ืน
คอื อปุ กรณท่ใี ชในการขนสง ไมตองเคล่อื นที่ โดยเสนทางขนสงทางทออาจจะอยูบนดิน ใตดิน หรือ
ใตนาํ้ ขึน้ อยูกับสภาพภมู อิ ากาศ ประเทศแรกทีใ่ ชระบบการขนสงทางทอ คือ ประเทศสหรฐั อเมริกา
ใชสําหรับขนสงสินคาประเภทเชื้อเพลิง ปจจุบันประเทศไทยใชระบบการขนสงทางทอสําหรับ
สนิ คา ประเภทนํา้ มนั เชื้อเพลิงและกา ซธรรมชาติ
สวนประกอบของการขนสงทางทอ
4.1 ผูประกอบการ ซึง่ ผูประกอบการท่สี ําคญั ไดแก การปโ ตรเลียมแหง ประเทศไทย
(ปตท.)
4.2 อุปกรณใ นการขนสง ไดแก ทอ หรอื สายทอ แบง เปน ทอ หลัก และทอ ยอย
4.3 สถานใี นการขนสง ไดแ ก สถานีตนทาง สถานีปลายทาง สถานีแยก สถานสี บู ดนั
ขอดี
1. ประหยัดตน ทนุ เวลาในการขนยา ยสินคา
2. สามารถขนสง ไดท ุกสภาพภูมอิ ากาศ
3. สามารถขนสง ไดไ มจ าํ กัดเวลาและปรมิ าณ
4. มีความปลอดภยั สงู จากการสญู หายหรือลักขโมย
5. กําหนดเวลาการขนสงไดแนนอนชดั เจน
6. ประหยดั คา แรง เพราะใชก าํ ลงั คนนอย
ขอ เสยี
1.ใชขนสงไดเ ฉพาะสินคาทเี่ ปน ของเหลวหรือกา ซเทา นนั้
2. คา ใชจา ยในการลงทนุ ครง้ั แรกสูง
69
3. ตรวจสอบหาจุดบกพรองทาํ ไดยาก
4. ทอ หลักท่ใี ชข นสงเม่ือวางแลว เคลื่อนยายเปลีย่ นเสนทางไมได
5. ไมเ หมาะกบั การขนสงในภมู ิประเทศทีม่ ีแผน ดนิ ไหวบอ ย
5. การขนสง ระบบคอนเทนเนอร การขนสง ระบบคอนเทนเนอร เปนการพัฒนาการขนสง
อีกข้นั หนงึ่ โดยการบรรจุสนิ คา ท่ีจะขนสงลงในตหู รอื กลองเหลก็ ขนาดใหญ ทเ่ี รียกวา คอนเทนเนอร
แลวทําการขนสงโดยรถบรรทกุ รถไฟ หรอื เครื่องบิน ไปยงั จดุ หมายปลายทางโดยไมมีการขนถาย
สนิ คาออกจากตรู ะหวางทาํ การขนสงเท่ยี วนน้ั
ชนดิ ของตคู อนเทนเนอร ซึ่งสามารถแบงได 3 ชนิด คือ
5.1 ตแู หงหรือตูสินคาทั่วไป เปนตูทึบไมมีแผนฉนวนอยูดานใน ไมมีเคร่ืองทําความเย็น
ตดิ ต้งั หนาตู ใชบรรทุกสินคา แหง หรือสนิ คา ทว่ั ไป
5.2 ตคู วบคมุ อณุ หภูมิ แบง ได ดังน้ี
- ตหู อ งเย็น จะมเี ครื่องทาํ ความเยน็ ในตู ภายในบุฉนวนทุกดาน เพื่อปองกันความรอน
จากภายนอกเขาสูดา นใน นยิ มเก็บผักสด ผลไม
- ตูฉนวน ภายในจะบุฉนวนดวยโฟมทุกดานเพ่ือปองกันความรอนแผเขาตู นิยม
บรรทกุ ผกั
- ตรู ะบายอากาศ เหมือนกบั ตูเย็นแตมพี ัดลมแทนเครื่องทําความเย็น พัดลมจะดูดกาซ
อีเทอรล นี ที่ระเหยออกจากตวั สนิ คา
5.3 ตพู เิ ศษ ไดแ ก ตูแ ทง็ กเ กอรหรือตบู รรจขุ องเหลว ตเู ปด หลังคา ตูแพลตฟอรม ตูเปดขาง
ตบู รรทกุ รถยนต ตูบรรทุกหนังเคม็ ตูส งู หรือจัมโบ
ประโยชนของระบบตูคอนเทนเนอร
1. ทาํ ใหขนถายสินคา ไดรวดเร็ว
2. ลดความเสียหายของสนิ คา ทขี่ นสง และปอ งกันการถูกโจรกรรมได
3. ประหยดั คา ใชจา ย
4. สามารถขนสง ไดป รมิ าณมาก
5. การส่ังจองเรอื ระวางเพือ่ ขนสง สินคาทําไดส ะดวก
6. ตรวจนบั สนิ คา ไดง าย
กจิ กรรม
ใหผ ูเ รียนอธิบายการขนสง ในทองถนิ่ มีอะไรบา ง พรอมอธบิ ายขอ ดแี ละขอ เสียมาพอเขา ใจ
70
2.4 การขาย
ความสาํ คัญของการขาย
ความสําคัญของการขายโดยใชพนักงาน เปนเร่ืองที่ผูบริหารธุรกิจจะตองใหความสําคัญ
โดยเฉพาะการจดั ทีมหลังการขาย เปาหมายที่ธุรกิจต้ังไวในการเพิ่มกําไรจากการขายจะสําเร็จไป
ไมไดเลยหากขาดซ่งึ การขาย การขายนีจ้ ะสนองตอบถงึ ความตองการของผูบรโิ ภคอยา งใกลช ิดโดย
อาศัยพนักงานขาย พนักงานขายจะตองรูจักวิธีการจูงใจลูกคาใหมีความสนใจที่จะซื้อสินคา
โดยอาศัยการเขาพบเผชิญหนากับลกู คา โดยตรง ซง่ึ งานการขายจดั เปนการติดตอส่ือสารสวนบุคคล
โดยมีลกั ษณะของการส่ือสารสองทิศทาง ซงึ่ สามารถสงั เกตและรบั รไู ดจ ากปฏิกิริยาตอบสนองของ
ลูกคาได ซ่ึงจะแตกตางจากโฆษณาและการสงเสรมิ การขายซ่ึงจัดเปนการสื่อสารทิศทางเดียว โดย
พนักงานขายสามารถทําใหธุรกิจบรรลุถึงเปาหมายของธุรกิจไดโดยการทํากิจกรรมการขายที่
แตกตางจากการโฆษณา การโฆษณานั้นมักจะเปนการเรียกรองความสนใจ เสนอขอมูลทาง
การตลาดตอ กลมุ เปาหมายไมไดก ระตนุ ใหเกดิ การขายโดยตรง
ลักษณะท่ัวไปของการขาย
หากวิเคราะหลกั ษณะทัว่ ไปของการขาย จะแบง ออกได ดังน้ี
1. การขายมลี ักษณะเปนการตดิ ตอ ส่อื สาร ไมวา จะเปน การขาย โดยพนักงานขาย หรือการ
โฆษณา การสง เสริมการขาย หรือการสง เสริมการตลาดอน่ื ๆ กจ็ ดั เปนกจิ กรรมทม่ี ีลกั ษณะของการ
สื่อสารทงั้ สน้ิ เพียงแตจ ะเปน ทิศทางเดียว หรือสองทิศทางเทานั้น โดยผูรับสารคือ กลุมของลูกคา
ซึ่งจะไดร บั ขอ มลู ขา วสารเกยี่ วกับสนิ คาหรอื บรกิ ารเพอ่ื ใชข อมูลประกอบการตดั สนิ ใจซอื้
2. การขายมีลกั ษณะของการจูงใจไมใชก ารบังคบั พนกั งานขายจาํ เปน ตอ งเขา ใจในตัวของ
ลูกคา รูจักจิตวิทยาการขาย ทฤษฎีการโนมนาวจิตใจ โดยเฉพาะสินคาท่ีมีราคาสูงมากก็จะย่ิง
ตัดสนิ ใจซือ้ ยาก ดังน้นั พนักงานขายจะตอ งใชศ ลิ ปะในการขายเพอ่ื โนม นา วอยา งมีเหตผุ ล
3. การขายเปนงานที่ชวยแกปญหา พนักงานขายเปนบุคคลท่ีแนะนําใหลูกคาเห็นและ
ตระหนักถึงปญหาที่กําลังเผชิญอยู และผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นไดหรือเม่ือลูกคามีปญหาพนักงาน
ขายควรจะแนะนําวิธีการแกปญหา โดยใชสินคาที่มีคุณภาพเพียบพรอมในการแกปญหาของ
ลูกคาคนน้ัน พนักงานขายจะตองเปนผูขจัดปญหาตาง ๆ ของลูกคาใหหมดไปเพ่ือใหลูกคาเกิด
ความแนใจและยอมรบั ในสินคาทถ่ี กู แนะนาํ
4. การขายมีลักษณะของการใหความรู พนักงานขายเปรียบเสมือนผูใหความรู โดยการ
อธบิ าย สาธติ เปรียบเทยี บ และใหความกระจางแกลูกคา ตอบหรือไขขอของใจใหลูกคาไดเขาใจ
แจม แจง ไมวาลกู คา จะตดั สนิ ใจซื้อหรือไม ดงั นน้ั การขายจึงเปนการใหความรูแกล กู คา อยา งหน่ึง
5. การขายเปน การใหส ่ิงตอบแทนแกทกุ ฝาย เม่ือเกิดการซ้ือขายสินคาขึ้นตัวพนักงานขาย
ของจะไดร ับยอดขาย ไดค า คอมมิชชนั่ ไดรายไดจาการขายสินคาน้ัน ธุรกิจเองก็ไดยอดขาย ไดผล
71
กําไรจากยอดขายสินคาน้นั ลูกคา กไ็ ดสนิ คา ที่มีคณุ ภาพไปสนองความตอ งการ รวมท้ังไดรบั ความรู
แปลกใหมจากพนักงานขายดว ย
ความสาํ คัญของการขาย
การขายมคี วามสาํ คญั ดงั นี้
1. ชวยใหเ กิดธรุ กิจอตุ สาหกรรมการผลติ ธรุ กิจอุตสาหกรรมการผลิตจะกอใหเกิดนวัตกรรม
ใหม ๆ รวมถึงการพฒั นาสินคา เพอื่ ตอบสนองความตองการของลูกคาอยา งแทจริง
2. ชว ยใหธรุ กจิ บรรลุผลสาํ เรจ็ คอื ไดยอดขาย ไดกาํ ไร สามารถขยายกิจกรรมใหเจริญเติบโต
ตอ ไปได
3. ชว ยใหเกิดการจางงาน ในภาวะที่อัตราการวางงานสูง เชน ปจจุบันงานดานการขายมี
บทบาทในการจา งงานอยา งตอเนอ่ื ง ทาํ ใหค นมีรายไดแ ละความเปนอยูดขี ้ึน
4. ชว ยลดปญ หาของสังคม โดยเฉพาะปญ หาสังคมอน่ื ๆ ที่เกิดจากปญหาการวางงาน เชน
ปญหายาเสพตดิ ปญ หาสุขภาพจิต เปน ตน หากคนมีงานทําก็จะสามารถแกปญ หาดังกลาวได
หนา ทีแ่ ละคณุ สมบัตขิ องพนกั งานขาย
หนา ท่ขี องพนกั งานขาย
พนกั งานขายมีหนาท่ที ตี่ องปฏบิ ัติ ดงั นี้
1. พนกั งานขายควรมีความรอบรูอยางดี เชน ผลิตภัณฑท่ีเสนอขาย นโยบายและระเบียบ
ปฏิบตั ขิ องบรษิ ทั และแผนงานการขาย เปน ตน
2. เปนตวั แทนของบริษทั ในการพบปะกับลกู คา เพ่อื รกั ษาความสัมพันธอันดีระหวางลูกคา
และบริษัท บําเพ็ญตนเปนผูบริการท่ีดีตอลูกคา เพื่อขจัดปญหาขอรองขอของลูกคาเก่ียวกับตัว
ผลิตภัณฑแ ละบรกิ าร
3. ปฏิบัติหนาที่ดวยความตั้งใจ เพอ่ื เพิ่มพนู การขาย หาลูกคาใหม ๆ เพิ่มขึ้น รายงานความ
เคลอื่ นไหว และสถิตกิ ารขายใหบ รษิ ัททราบ
4. ปฏิบตั ิตนเปนพนักงานทส่ี มบรู ณข องบริษัท เชน ชวยเหลือเกี่ยวกับการทวงถามหนี้สิน
รายงานภาวการณแขงขันของตลาดตอบริษทั และเสนอความคดิ เหน็ ท่เี ปน ประโยชนต อ บริษทั
5. ใหความรวมมือกับพนักงานทุกฝายของบริษัท เชน แสดงบทบาทในท่ีประชุม เสนอ
ความคดิ เห็น ใหคําแนะนาํ ทถ่ี ูกตองแกเจาหนาที่ฝายอื่น ๆ ของบริษัท และรวมงานขายของบริษัท
ดว ยความจรงิ ใจ
คุณสมบัติของพนกั งานขายทด่ี ี
พนกั งานขายทดี่ ี ควรมคี ุณสมบัตทิ ่สี ําคญั ดงั น้ี
1. จะตอ งมีความตั้งใจ เอาใจใส มคี วามรับผดิ ชอบสงู ตอ หนา ท่ีมากกวา เร่อื งสวนตวั
2. จะตอ งมีมนษุ ยสมั พนั ธท ีด่ ี
3. จะตองเปน ผูท ่ีมคี วามสามารถอานเดาใจลกู คา ไดถ กู ตอง
72
4. จะตอ งมคี วามขยนั อดทน
5. จะตองควบคมุ อารมณไดอ ยางดีในทุกสถานการณ
ประเภทของงานการขาย
งานการขายแบง ออกได 4 ประเภท คอื
1. การขายโดยใชพนกั งานขาย
การขายโดยใชพ นกั งานขาย หมายถึง งานขายทีใ่ ชพ นกั งานตดิ ตอกับลูกคาโดยตรงและ
พนกั งานขายจะเปนผูท าํ หนาทโี่ นม นาวชกั จงู กระตุนใหลูกคาเกดิ การตดั สนิ ใจซ้ือสินคา ซ่ึงอาจทํา
ไดโดยไปพบลกู คา ดวยตนเอง ใชโ ทรศพั ทพดู คยุ กับลูกคาโดยตรงดว ยตนเองหรอื ใชจดหมายตดิ ตอ
ในลกั ษณะเฉพาะเรอ่ื ง เฉพาะคนไป หากลกู คา สนใจกไ็ ปเขา พบดวยตนเองภายหลัง เชน พนักงาน
ขายหนารา น พนักงานขายประกันชวี ติ พนกั งานขายเครอ่ื งสําอาง เปนตน
2. การขายโดยไมใ ชพนกั งานขาย
การขายโดยไมใชพนักงานขาย คือ การปฏิบัติการขายในปจจุบันที่หลีกเล่ียงการใช
พนักงานขายโดยใชสื่อหรือเครื่องจักรทําหนาท่ีแทนพนักงานขาย เพราะสามารถทําใหเกิดการ
โนม นาวชกั จงู และรับรไู ดใ นวงท่กี วางขวางครอบคลมุ พื้นท่ีที่ตอ งการได อีกท้ังยงั รวดเรว็ ประหยัด
เงินและเวลาอกี ดวยซงึ่ การขายโดยไมใชพนักงานขายมีหลายแบบ เชน
2.1 การขายโดยใหลูกคาบริการตนเอง การขายแบบนี้รานคาจะจัดวางสินคา
บนช้ันในระดบั สายตาเพอ่ื ดงึ ดูดเม่อื ลูกคาเดินเขามาในราน โดยวางใหเปนระเบียบเพ่ือใหลูกคาได
หยิบดูหยิบเลือกไดงาย ลูกคาก็จะไปหยิบสินคามาเองโดยไมตองมีพนักงานขายคอยชวยดูแล
ชวยเหลือ เมอื่ เปรยี บเทียบและไดส นิ คาตามทต่ี อ งการแลวก็จะตองนําสนิ คาไปชําระเงนิ ท่ีเคานเตอร
พนกั งานเกบ็ เงิน ไดม กี ารนําระบบนี้ไปใชใ นรา นตาง ๆ เชน ซเู ปอรม ารเกต็ เปน ตน
2.2 การขายโดยใชเคร่อื งจักรอัตโนมตั ิ ตองอาศยั ตูหยอดเหรียญและกดปุม เพ่ือให
ไดสนิ คาตามท่ตี อ งการ สินคาทจี่ าํ หนา ยมักเปนสนิ คา ที่ลูกคาใชบอยใชประจํา เชน บุหรี่ เคร่ืองด่ืม
ขนมขบเคยี้ ว ถุงยางอนามยั เปนตน ดังนั้น จึงควรใหความสะดวกแกผูซ้อื ไดต ลอด 24 ช่ัวโมง ไมมี
วนั หยดุ และไมจําเปน ตองใชพนักงานขาย ลูกคาคนใดตองการก็หยอดเหรียญตามราคาสินคาแลว
กดปมุ สินคาก็จะออกมา สินคาทข่ี ายสวนใหญก็จะเนนสนิ คา ท่ใี ชก ันบอย ๆ ในชีวติ ประจําวัน
3. การขายทางไปรษณยี
ปจ จบุ ันรา นคาปลีกหลายแหงจะเปดแผนกขายปลีกตามคําสั่งซ้ือทางไปรษณีย ซ่ึงเปน
แหลงระบายสินคาและเพิ่มปริมาณการขายไดดีวิธีหน่ึง การขายทางไปรษณียเปนการเสนอขาย
บรกิ ารเปนสวนใหญ การขายสินคาในลักษณะน้ีมียอดขายท่ีสูงมาก เน่ืองจากขอบเขตการขายไม
73
จํากัด การโฆษณาสามารถเนนที่จุดเดนจึงทําใหมีโอกาสท่ีจะขายสินคาใหมากขึ้น และมีความ
สะดวกในการสั่งซ้ือตามใบสัง่ ซอ้ื ท่สี งไปให
4. การขายทางโทรทศั น
เดมิ ทธี รุ กิจการขายทางโทรทัศน ไมไ ดร บั ความสนใจเทาใดนกั และยังถูกผูขายรายใหญ
มองวาเปนเพียงส่ือกลางในการขายสินคาไมมีระดับใหแกบุคคลที่อยูหางไกล ซึ่งไมใช
กลุมเปาหมายสําคัญซ่ึงเปนผูท่ีอยูตามเมืองใหญ ความรูสึกเชนน้ีเริ่มลดลง ผูคาปลีกทั่วไปตางก็
ทบทวนแผนการที่จะเปดธุรกิจเชนนี้ โดยผานเครือขายโฮมช็อปปงเน็ตเวิรค โดยลูกคาท่ีสนใจ
สามารถส่ังซื้อไดโดยไมตองเสียเวลามาเลือกซื้อดวยตนเอง เพียงแตชมรายการเสนอขายทาง
จอโทรทศั นก็สามารถสั่งซื้อโดยใชโทรศัพทได การชาํ ระเงินสว นใหญกจ็ ะชําระโดยใชเ ครดิตการด
ซึง่ จดั วา เปนระบบการจัดจาํ หนายท่ีตนทุนตา่ํ ผขู ายไมจําเปน ตอ งเปด รา นหรือโชวร ูม ไมจ ําเปนตอ ง
ตกแตงสถานท่ี ไมตองมีรายจายท่ีเก่ียวกับคาเชา คาใชจายในการสงเสริมการขาย คาโฆษณา
การขายทางจอโทรทศั น ผูขายสามารถบอกรายละเอยี ดสรรพคณุ สีสนั รปู แบบ ความกวางยาวของ
สินคา ราคา อยางตรงไปตรงมา พรอมกับหมายเลขโทรศัพทท่ีจะติดตอเทากับผูขายไดทําการ
โฆษณาและทาํ การขายสนิ คา ไปในเวลาเดียวกนั
2.5 การกาํ หนดราคาขาย
ราคา คือ จาํ นวนเงินที่ผูซื้อจาย เพื่อแลกเปลี่ยนกับสินคาหรือบริการที่ผูซื้อเต็มใจชวย
ในดานผูขายราคา คือ มูลคาท่ีผูขายกําหนดไวสาํ หรับสิ่งที่ตนเสนอขาย
พ้นื ฐานในการกาํ หนดราคาขน้ึ อยกู บั
1. ตนทุน ตน ทุนในการผลิตสินคา เชน วตั ถุดบิ คา แรงงานในการผลติ ตน ทนุ ทางการตลาด
เชน คาโฆษณา คา นายหนา
2. สภาพของตลาด
3. คูแขงขนั
4. กฎหมาย หรือพระราชบัญญตั ิ
5. สภาพทางเศรษฐกจิ
สาเหตุทที่ าํ ใหราคาสนิ คา แตกตางกัน สินคาทม่ี ีชนดิ แบบ ขนาดเดยี วกนั ราคาแตกตา งกนั
เน่ืองจาก
1. ปรมิ าณการซือ้ ถามกี ารซอ้ื มากราคาจะตํ่า ถาซ้อื นอยราคาจะสูง
2. สภาพของผูซ ื้อ ถา ผูค า สง ผคู า ปลกี ซอ้ื ราคาจะตํ่า ถา ผูบรโิ ภคซื้อราคาจะสูง
3. สภาพภูมศิ าสตร ถา ระยะทางใกลราคาต่าํ ระยะทางไกลราคาสงู เพราะตอ งเพ่มิ คา ใชจาย
ในการขนสง
74
กจิ กรรม
ประเภทของการขายมกี ่วี ิธี พรอ มอธบิ ายขอดี ขอ เสีย มาพอเขา ใจ
นโยบายและกลยุทธก ารต้งั ราคา
1. แบบราคาเดยี่ ว เปน ราคาสินคา ท่กี ําหนดราคาเดียวกัน ไมวาจะซื้อจํานวนมากหรือนอย
ซ้ือประจําหรอื ไมก ข็ ายในราคาเดยี วกัน เชน ราคาสินคา ตามหา งสรรพสินคา
2. ราคาลอใจ เปน การตง้ั ราคาสนิ คา ใหถ กู หรอื บางคร้ังอาจจะยอมขาดทุนเพ่ือจูงใจใหคน
เขา รา น โดยจะมีสินคาที่ตั้งราคาประเภทน้ีเพียงไมก่ีรายการสวนมากเปนสินคาท่ีลูกคาใชประจํา
และรจู ักโดยทั่วไป
3. การตั้งราคาตามหลกั จติ วทิ ยา
- การตงั้ ราคาที่แสดงถึงช่ือเสียง หรือสัญลักษณของสินคา คือ การตั้งราคาใหสูง
เพอ่ื เปน การยกระดบั คณุ ภาพของสินคา
- การตั้งราคาตามความเคยชินหรือตามประเพณีนิยม เชน ราคาที่ลูกคาเคยซ้ือมา
กอน
- การตง้ั ราคาเลขค่ี เชน 29, 39, 49 และการต้ังราคาราคาเลขคู เชน 24, 32, 50
4. การตัง้ ราคาระดบั สงู และการตง้ั ราคาระดบั ตํา่
- การกาํ หนดราคาไวใ หส งู ในระยะเร่มิ แรกเพื่อจะสามารถลดราคาไดใ นระยะหลัง
กาํ ไรสูง ทําใหส ินคาดมู ีคุณคา นยิ มใชกับสนิ คาพวกแฟชัน่ เชน เสือ้ ผา
- การต้งั ราคาต่าํ ไวใ นระยะเร่มิ แรก หรอื การตัง้ ราคาแบบเจาะตลาด เพือ่ เขาสตู ลาด
ไดง า ย ตัง้ ขายไดง า ย สามารถขึ้นราคาในระยะหลังได ถาผูซื้อติดใจ ยอดขายสูง นิยมใชกับสินคา
เพอื่ การบรโิ ภค
5. สวนลด
- สว นลดปริมาณ คือ การลดราคาใหใ นกรณที ่ีซอื้ ในปรมิ าณมากขึน้
- สว นลดการคา เชน การคา สงลดใหมากกวา การคา ปลีก
- สวนลดเงนิ สด เปนการลดใหในกรณที จ่ี ายเงนิ สดภายในเวลาท่กี ําหนด
6. การต้ังราคาตามภมู ศิ าสตร
- F.O.B. คอื ราคาทรี่ วมคา ใชจ ายทง้ั ส้นิ จนสินคาไปอยบู นเรือ
- C&F คือ ราคาสินคาที่รวมคาใชจ า ยท้ังสน้ิ ณ สินคาอยูบ นเรือและรวมถงึ คา
ระวางขนสงสนิ คา
- C.I.F. คอื ราคาสินคา ทร่ี วมคา ใชจา ยทง้ั ส้นิ จนสินคาอยบู นเรือรวมคาระวางและ
คา ประกนั สินคา
75
2.6 การทําบญั ชปี ระเภทตาง ๆ
บัญชีรายรบั - รายจาย คือ แบบบนั ทกึ รายการรับ หรอื จา ย ที่เกิดขน้ึ จรงิ โดยบัญชรี ายรบั -
รายจา ย จะมสี วนประกอบ ดงั น้ี
1. ชื่อบัญชีรายรบั - รายจาย
2. วัน เดอื น ป ที่เกดิ รายรบั หรือรายจา ย
3. รายการรบั เงนิ หรอื จา ยเงนิ
4. จํานวนเงนิ ที่รับ หรือจายจรงิ
5. ยอดรวมรายรับ และรายจายท้งั หมด
6. ยอดรวมรายรับ และรายจา ยทัง้ หมด
7. ยอดเงนิ คงเหลอื เมือ่ รายรับสงู กวา รายจา ย
ตัวอยา งการจัดทําบัญชรี ายรบั - รายจาย
ประจําเดอื น มนี าคม 2553
วนั เดอื นป รายการ รายรบั รายจาย คงเหลอื
29 ก.พ. 53 3,500 -
1 ม.ี ค. 53 เงินเดือน 5,000.- 1,500 - 3,400 -
คา เชาบา น 3,390 -
15 มี.ค. 53 คา อาหาร 3,240 -
31 ม.ี ค. 53 คารถ 100 - 3,000 -
คา อาหาร 10 - 2,950 -
คาเส้ือผา 150 - 2,920 -
คา อาหาร 240 -
คา รถ 50 -
30 -
รวม 5,000.- 2,080 - 2,920 -
76
บัญชเี งนิ สดจัดประเภท คือ การบนั ทกึ รายการ ท้งั รายรบั รายจา ยทีเ่ กดิ ข้ึนจริง โดยจะนํารายรับ-รายจาย
ไปบนั ทึกแยกประเภทไว
วันเดือนป รายการ รายรับ รายจา ย เครือ่ ง อาหาร นันทนา กจิ กรรม เบ็ด
แตงกาย กลางวัน การ โรงเรยี น เตลด็
31 ม.ี ค. 53 เงินประจําสปั ดาห 100 -
เงินรายไดพ เิ ศษ 100 -
คาอาหาร 10 - 10 -
คาสมดุ 5- 5-
1 เม.ย. 53 คาอาหาร 10 - 10 -
คาเข็มลกู เสือ 5- 5-
3 เม.ย. 53 คาอาหาร 10 - 10 -
คา บตั รดดู นตรี 50 - 50 -
4 เม.ย. 53 คา อาหาร 10 - 10 -
คารถ 10 - 10 -
5 เม.ย. 53 คาอาหาร
10 - 10 -
คาเข็มขดั 30 - 30 -
6 เม.ย. 53 คา อาหาร 10 - 10 -
คา บรจิ าคทาํ บญุ 5- 5- 5-
คาปากกา 5-
7 เม.ย. 53 คาอาหาร 10 - 10 -
รวม 200 - 180 - 35 - 70 - 50 - 10 - 15 -
ยอดเงินคงเหลือยกไป 20 -
200 - 200 -
ประโยชนข องการทาํ งบประมาณและการบนั ทึกบญั ชีรายรบั - รายจา ย
1. ทาํ ใหม ีแผนจัดการรายรบั - รายจา ยท่ีมปี ระโยชนแ ละตอ งการจาํ เปน
2. ทําใหม หี ลักฐานในการรบั และจา ยเงินอยางเปนระบบระเบยี บ
3. ชวยลดปญ หาการใชจ า ยเงนิ มากกวารายรบั
4. ชว ยใหส ามารถจดั สรรเงนิ ออกไวใ ชในยามฉกุ เฉินได
5. สามารถเปรียบเทยี บงบประมาณกับบัญชรี ายรับ - รายจาย เพ่ือนาํ ผลไปปรับปรุงเพ่ือ
การวางแผนการใชจายเงินคร้ังตอไป
6. ชวยใหเ ปน คนมเี หตุผลและรูจ กั คาของเงินมากขนึ้
77
เร่อื งที่ 6 คุณธรรม จริยธรรม
คณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชพี
คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ นับวามีผลตอความมั่นคงของอาชีพ ผูขายกับ
ผูซ้ือจะตองมีคุณธรรม จริยธรรมตอกัน จึงจะคาขายรวมกันไดเปนเวลานาน
คณุ ธรรม หมายถึง สภาพคณุ งามความดี
จรยิ ธรรม หมายถึง ธรรมทเี่ ปน ขอประพฤตปิ ฏบิ ตั ิศีลธรรม
คุณธรรม จริยธรรม หมายถึง การประพฤติปฏิบัติที่ดี ที่ชอบ ท้ังกาย วาจา และใจ
การประพฤตปิ ฏิบตั ิเปน ไปดวยความจรงิ ใจ ไมแ สแสรง เปน ไปโดยธรรมชาติของแตล ะบคุ คล
คุณธรรม จริยธรรม ที่ตองการในการประกอบอาชีพที่คนสวนใหญยอมรับวาเปนความดี
ไดแก พฤติกรรม ดงั น้คี อื
ความรับผดิ ชอบ
ความรับผดิ ชอบ หมายถึง ความสํานึกในหนาที่ ไมทอกับงาน สามารถปฏิบัติงานไดสําเร็จ
ยอมรับผลแหงการกระทํา จะตองเปนคนที่เอาใจใสรอบคอบในการทํางาน มีความตั้งใจจริง
มีพันธะผูกพันในการจะปฏิบัติหนาที่การงานของผูรวมงานใหเปนไปตามเปาหมายขององคกร
เน่ืองจากบคุ คลตองอยูรว มกันทาํ งานในองคก ร จาํ เปน ตอ งปรับลกั ษณะนิสัย เจตคติของบุคคลเพ่ือ
เปนเครอ่ื งผลักดันใหปฏิบัติงานตามระเบียบ รูจักเคารพสิทธิของผูอื่น ปฏิบัติงานในหนาที่ท่ีตอง
รบั ผดิ ชอบและมีความซือ่ สตั ยส ุจริต คนท่มี ีความรบั ผดิ ชอบ จะทาํ ใหการปฏิบตั ิงานไปสูเ ปาหมายที่
วางไว และชวยใหการทาํ งานรวมกันเปน ไปดว ยความราบรืน่ ความรบั ผดิ ชอบจึงเปน ภาระผูกพันท่ี
ผูนําตองสรางขึน้ เพอ่ื ใหองคกรสามารถบรรลุเปาหมายไดอยางดี ถาในองคกรใดมีบุคคลท่ีมีความ
รับผดิ ชอบ จะทําใหเ กิดผลดตี อ องคกรดงั นี้ คือ
1. องคกรจะไดรับความเช่ือถือและไวว างใจจากผรู ว มงานและผูอนื่
2. การปฏิบัติงานจะพบความสําเร็จทันเวลาและทันตอเหตุการณ ภายใตสถานการณท่ี
เปล่ยี นแปลงตลอดเวลา
3. ทําใหเกดิ ความเชื่อถอื ในตนเอง เพราะปฏิบัติหนาทไ่ี ดอ ยา งเรยี บรอย
4. องคก รเกดิ ความมนั่ คงเปน ทยี่ อมรบั นบั ถือจากผูอ ื่น
5. องคกรประสบความสาํ เรจ็ สามารถพัฒนาไปสูความเปน ปก แผน และม่ันคง
6. สามารถปฏิบัตงิ านไดอยา งราบร่ืนทกุ คนใหค วามรวมมอื เปน อยา งดี
จรรยาบรรณและคณุ สมบตั ิของผูประกอบธรุ กจิ
แนวคิดสําคญั
ธุรกจิ เปน กจิ กรรมที่มีความสัมพันธกับหลายองคกรโดยเฉพาะผูบริโภค เพราะธุรกิจตอง
อาศัยผูบรโิ ภคซอ้ื สนิ คา และบรกิ าร ในขณะเดียวกันผบู รโิ ภคตอ งอาศัยหนวยธุรกจิ ตา ง ๆ ผลิตสินคา
78
และบริการเพ่ือสนองความตองการของตน ผูประกอบธุรกิจจําเปนตองมีจรรยาบรรณ ซึ่งรวมถึง
ความซ่ือสัตยสุจริต มีจิตสํานึก และมีความรับผิดชอบตอผูเกี่ยวของ หากนักธุรกิจมีจรรยาบรรณ
และคุณสมบัติอืน่ ๆ ที่เหมาะกับลกั ษณะงานอาชพี ของตนในการดาํ เนินธรุ กิจแลว เช่ือไดว าธุรกิจนน้ั ๆ
จะประสบผลสําเร็จอยางแนนอน
ความสาํ คญั ของจรรยาบรรณ
ผปู ระกอบธุรกิจหรือนักธรุ กจิ เปนผูประกอบอาชีพที่มีบทบาทสําคัญในการพัฒนาสังคม
และเศรษฐกิจ ดังน้นั นกั ธรุ กิจจงึ จําเปน ตอ งปฏบิ ตั ิตนใหเ ปนแบบอยางที่ดี เพื่อใหเกิดความศรัทธา
และเกิดการยอมรับของสังคมตอวชิ าชพี นี้
จรรยาบรรณของผูป ระกอบการ มดี ังน้ี
1. จรรยาบรรณตอลกู คา
ลกู คา หรือผบู ริโภค เปน กลุม บุคคลทสี่ ําคญั ทส่ี ดุ ที่จะทาํ ใหธ ุรกจิ สามารถดาํ รงอยูไดเพราะลูกคา
เปนผูซ้ือสินคาหรือใชบริการที่ธุรกิจผลิตออกมา ทําใหธุรกิจมีรายได กอใหเกิดกําไรและทําให
ธรุ กิจสามารถเจริญเติบโตได ดงั นัน้ ผูประกอบธุรกิจจงึ จะตอ งปฏบิ ตั ิตอลูกคาอยางซื่อสตั ยและเปนธรรม
ผูป ระกอบธรุ กิจพึงปฏิบัตติ อลูกคา ดังนี้
1. ขายสนิ คาและบรกิ ารดว ยความยุตธิ รรม คือ ขายดวยราคาตามความเหมาะสมกับคุณภาพ
ของสินคา และบรกิ ารใหแ กลูกคา และมีความรบั ผดิ ชอบตามภาระผูกพนั ท่ไี ดต กลงกนั ไว
2. ละเวนการกระทําใด ๆ ท่ีจะทําใหสินคามีราคาสูงข้ึนโดยไมมีเหตุผล เชน การกักตุน
สินคาเพอื่ ทําใหส นิ คา ขาดแคลน และมรี าคาสูงข้นึ
3. ใหบ รกิ ารแกล กู คา ทกุ คนอยางเทา เทียมกนั ไมม กี ารเลือกปฏบิ ัติ โดยใหโอกาสแกล ูกคา ท่ี
จะซือ้ สินคาหรือบริการไมว า จะในสภาวะใดกต็ าม เชน ในภาวะท่สี นิ คาขาดตลาด
2. จรรยาบรรณตอคแู ขง ขนั ในเชงิ ธรุ กจิ
การประกอบธุรกิจทุกประเภท จะมีผูประกอบการมากกวาหนึ่งราย ดังน้ัน การประกอบ
ธุรกจิ จงึ ตอ งมีการแขงขันกันเพื่อพยายามทําใหธุรกิจของตนเองเจริญกาวหนา การแขงขันจึงเปน
การชว ยพัฒนาธรุ กจิ เปน ส่งิ ที่พสิ ูจนความสามารถของผปู ระกอบธรุ กิจ
ผปู ระกอบธรุ กิจพงึ ปฏบิ ตั ิตอคแู ขงขันในเชงิ ธุรกิจ ดงั น้ี
1. ไมก ลั่นแกลงคแู ขงขนั เชน ใหรายคแู ขง ขัน เพอ่ื ใหค ูแขง ขนั เสยี โอกาสในการดาํ เนนิ การ
และตดั ราคาเพือ่ แยงสนิ คา
2. ชวยกนั สรางสรรคส่ิงที่ดีงามใหเกิดแกสังคม เชน รวมกันปองกันทรัพยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอ ม
3. ไมค น หาความลบั ของคแู ขง ขันในเชิงธรุ กจิ โดยใชวิธกี ารทมี่ ิชอบ
4. พึงหลกี เล่ยี งการกระทาํ ใด ๆ ทจี่ ะบัน่ ทอนช่อื เสียงตอ สนิ คา หรือบรกิ ารของคแู ขง ขนั
79
3. จรรยาบรรณตอหนวยราชการ
ผปู ระกอบธุรกิจมคี วามจาํ เปน ตองตดิ ตอ กบั หนวยงานของราชการ ซ่ึงเปนหนวยหนึ่งของ
สังคม เชน การเสียภาษี การจดทะเบยี นธรุ กิจตาง ๆ ดงั น้ัน ควรเขา ใจในแนวทางปฏิบตั ิท่ถี ูกตองตอ
หนว ยราชการ
ผปู ระกอบธรุ กจิ พงึ ปฏบิ ัติตอ หนวยราชการ ดงั นี้
1. ปฏบิ ตั ติ ามกฎขอ บังคบั ของหนวยราชการ
2. ใหค วามรว มมอื กับหนวยราชการ ตามหนา ที่พลเมอื งดี
3. ละเวนจากการตดิ สนิ บนเจา หนา ท่ี
4. มีทัศนคตทิ ดี่ ีและถกู ตองตอ หนว ยงาน
4. จรรยาบรรณตอพนักงาน
พนักงานเปนทรัพยากรที่มีคาของผูประกอบธุรกิจ การที่ผูประกอบธุรกิจมีพนักงานท่ี
ขยันขันแขง็ มีความซอื่ สตั ย จะทาํ ใหธุรกิจดําเนนิ ไปไดอยางมีประสิทธิภาพ
ผูประกอบธรุ กจิ พึงปฏบิ ตั ติ อพนกั งาน ดังน้ี
1. ใหคาจางและผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความรู ความสามารถของพนักงานไมเอารัด
เอาเปรียบพนักงาน
2. ใหก ารพฒั นาพนกั งาน โดยการจัดฝก อบรมเพ่ือใหพนกั งานไดร ับความรูเทคโนโลยีใหม ๆ
เปน การเพมิ่ ประสิทธิภาพของการทํางาน
3. จัดสภาพการทํางาน สถานที่ทํางานใหถูกสุขลักษณะ มีความปลอดภัยตอสุขภาพและ
ชวี ิตของพนักงาน พรอ มท้ังจัดหาเคร่อื งปอ งกันภัยอันจะเกดิ ขน้ึ ไดจ ากการปฏบิ ัติหนาทีเ่ พราะสภาพ
การทํางานท่ีดจี ะเพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการทาํ งาน และทาํ ใหพ นกั งานมขี วัญกาํ ลังใจในการทํางาน
4. ใหความเปนธรรมและเทาเทยี มกันแกพนักงานทุกคนในการปกครองและการพิจารณา
ความดีความชอบ
5. ใหโอกาสในการแสดงความสามารถของพนกั งานแตล ะคน
6. ใหค าํ แนะนาํ ใหค วามชวยเหลอื ท้ังในเรอื่ งการทํางานและเร่ืองสว นตัวตามความเหมาะสม
7. พึงปลูกฝง แนวความคดิ วาการประพฤตติ นใหอยใู นระเบยี บวินยั เปน ส่งิ ทดี่ ีงาม
5. จรรยาบรรณตอ สงั คมและสภาวะแวดลอ ม
เน่ืองดวยสังคมประกอบดวยบุคคลตาง ๆ เปนจํานวนมากแตละคนก็มีความแตกตางท้ัง
อุปนิสัย การศึกษา ศาสนา ดังน้ัน สังคมจะสงบสุขไดตองอาศัยความรวมมือรวมใจ ทุกคนตอง
ชวยกันสรางสรรคสังคม ผูประกอบธุรกิจก็เปนสวนหนึ่งของสังคม ดังน้ัน จึงมีความจําเปนท่ี
จะตองรับผดิ ชอบตอ สงั คมเพอื่ มสี วนรว มทําใหส ังคมกาวหนา ตอ ไป
80
ผูป ระกอบธรุ กจิ พึงปฏบิ ัติตอ สงั คมและสภาวะแวดลอ ม ดงั น้ี
1. ละเวนการประกอบธรุ กจิ ท่กี อใหเกดิ ความเสอื่ มเสยี ตอ สังคมและสภาวะแวดลอ มทั้งดา น
ศลี ธรรม ความเปน อยู และจติ ใจ เชน การเปด บอนการพนนั สถานเริงรมยท่มี กี ารจาํ หนายยาเสพติด
สถานเรงิ รมยท่ีมีการคา ประเวณี การรับซ้อื ของผิดกฎหมาย
2. ละเวนการประกอบธุรกิจที่ทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสภาวะแวดลอม เชน การ
ประกอบธรุ กจิ แลว ปลอ ยนํ้าเสียจากการผลิตลงในแมน้ําลําคลอง การประกอบธุรกิจท่ีมีการปลอย
ควันหรอื ฝนุ ละอองฟงุ กระจายอยูใ นบรรยากาศ การตดั ไมทาํ ลายปา การรุกลํ้าทสี่ าธารณะ
3. ใหความรวมมือทุกฝายชวยสรางสรรคสังคม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตใหแกสังคม เชน
การสงเสริมการศึกษา ใหทุนการศึกษา สงเสริมการวจิ ัย ใหบริการแกสงั คม
4. ใชทรัพยากรธรรมชาติอยางมีประสิทธิภาพที่สุด ไมทําลายทรัพยากรธรรมชาติ เชน ไม
ประกอบการประมงในฤดแู ละเขตหา มทําการประมง
5. พยายามหาวิธสี รางสิง่ ทดแทนทรัพยากรธรรมชาติ นําส่งิ ทใี่ ชแ ลว มาปรับปรุงใชอีก เชน
การนาํ หนงั สือพมิ พหรือกระดาษท่ใี ชแลว มาทําเปนกระดาษใหม
6. พึงรักษาและปรับปรุงมาตรฐานในการประกอบการเพ่ือขจัดอันตราย อันอาจสง
ผลกระทบตอ สภาวะแวดลอม
7. พงึ ประกอบธรุ กจิ ผลติ สินคาหรอื บริการที่เหมาะสมกับสภาวะแวดลอมและเปนสิ่งท่ีมี
ประโยชนตอ สงั คมและมนษุ ยชาติ
กิจกรรม
ใหผูเ รยี นกาํ หนดคุณธรรม และจริยธรรมในการประกอบอาชพี ดา นเกษตรกรรม อธบิ าย
พอเขา ใจ
เรอ่ื งที่ 7 การอนุรักษพ ลงั งานและส่ิงแวดลอ มในชมุ ชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป
ไดแ ก ทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมริกา ทวปี ยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า
แนวคดิ
ทรัพยากรเปน ปจ จยั ที่สําคญั ในการประกอบอาชพี ทรพั ยากร แบง เปน 2 ประเภทใหญ ๆ คอื
ทรัพยากรธรรมชาติ และทรพั ยากรในการประกอบการ
การใชทรัพยากรธรรมชาติ ตองคํานึงถึงความหมดเปลือง และการใชทรัพยากรทดแทน
การอนรุ ักษพลังงานและส่ิงแวดลอ มในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และ ภมู ิภาค 5 ทวปี ไดแ ก ทวีปเอเชยี
ทวปี ออสเตรเลีย ทวปี อเมริกา ทวปี ยุโรป และทวปี แอฟริกา
81
“พลังงาน หมายถึง ความสามารถในการทาํ งานซ่ึงมีอยูในตวั ของสิง่ ทีอ่ าจใชงานไดโ ดยการ
ทําใหว ตั ถหุ รือธาตุเกดิ ความเคลือ่ นท่หี รอื เปลย่ี นรูปแบบไปได การท่ีวัตถุเคล่ือนท่ีจากท่ีหนึ่งไปยัง
อีกที่หน่ึงไดก็เพราะมีแรงหรือพลังงานเขาไปกระทําพลังงาน หรือความสามารถในการทํางาน
นอกจากสง่ิ มีชีวิตจะใชพ ลงั งาน ซึง่ อยใู นรปู ของสารอาหารในการดํารงชีวิตโดยตรงแลว ส่ิงมีชีวิต
ยงั ตองใชพ ลงั งานในรูปแบบลักษณะอื่น ๆ ที่เก่ียวกับการดํารงชีวิตประจําวันอีกในหลายรูปแบบ
เชน ทางดา นแสงสวาง ความรอน ไฟฟา เปนตน
ความหมายของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม
เพ่ือใหเ กิดความเขาใจที่ชัดเจน เราสามารถแยกการใหค าํ จาํ กัดความได ดงั น้คี อื
สิง่ แวดลอ ม หมายถึง ส่ิงตา ง ๆ ทอ่ี ยูรอบตัวเรา ทง้ั สิง่ ทีม่ ชี ีวติ สงิ่ ไมมชี ีวติ เห็นไดดวยตาเปลา
และไมสามารถเห็นไดดวยตาเปลา รวมท้งั ส่ิงทีเ่ กิดขน้ึ โดยธรรมชาติและส่ิงท่ีมนุษยเปนผูสรางข้ึน
หรอื อาจจะกลาวไดวา ส่ิงแวดลอมจะประกอบดวยทรพั ยากรธรรมชาติและทรัพยากรที่มนุษยสรางข้ึน
ในชวงเวลาหนึ่ง เพอ่ื สนองความตองการของมนษุ ยนนั่ เอง
- ส่งิ แวดลอ มท่เี กิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไดแ ก บรรยากาศ นํา้ ดิน แรธ าตุ และสิง่ มีชีวิตที่อาศัย
อยบู นโลก (พชื และสตั ว) ฯลฯ
- สิ่งแวดลอ มทม่ี นษุ ยสรา งขนึ้ ไดแก สาธารณูปการตาง ๆ เชน ถนน เข่อื นกัน้ นํา้ ฯลฯ หรือ
ระบบของสถาบนั สงั คมมนษุ ยท ่ดี าํ เนินชีวิตอยู ฯลฯ
ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สิ่งตาง ๆ (ส่ิงแวดลอม) ที่ปรากฎและเกิดข้ึนเองตาม
ธรรมชาตแิ ละมนุษยสามารถนาํ มาใชป ระโยชนได เชน บรรยากาศ ดิน น้ํา ปาไม ทุงหญา สัตวปา
แรธ าตุ พลังงาน และกําลงั แรงงานมนุษย เปน ตน
ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ
การแบง ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ มีการแบงกันหลายลักษณะแตในที่นี้จะขอแบง
ทรัพยากรธรรมชาติ โดยใชเ กณฑของการนาํ มาใช โดยแบง ออกเปน 4 ประเภท ดงั น้ี
1. ทรพั ยากรธรรมชาติทีใ่ ชแลวไมหมดส้นิ เปนทรพั ยากรธรรมชาติที่เกิดข้ึนมากอนที่จะมี
มนุษย เมอื่ มนษุ ยเ กิดข้นึ มาสงิ่ เหลา นก้ี ม็ ีความจําเปน ตอ การดาํ รงชีวติ ของมนษุ ย
2. ทรัพยากรธรรมชาติที่ใชแลวทดแทนได เปนทรัพยากรธรรมชาติท่ีใชไปแลว สามารถ
เกิดขึ้นทดแทนได ซึ่งอาจเร็วหรือชาขึ้นอยูกับชนิดของทรัพยากรธรรมชาติประเภทน้ัน
ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ใี่ ชแ ลว ทดแทนได เชน พืช ปาไม สัตวปา มนุษย ความอุดมสมบูรณของดิน
คุณภาพของน้ํา และทศั นียภาพท่ีสวยงาม เปนตน
3. ทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถนํามาใชใหมได เปนทรัพยากรธรรมชาติจําพวกแรธาตุ
ชนิดตาง ๆ ที่นํามาใชแ ลวสามารถนาํ ไปแปรรูปใหกลบั ไปสสู ภาพเดิมได แลวนาํ กลับมาใชใหมอีก
เชน แรโลหะ แรอโลหะ ไดแ ก เหลก็ ทองแดง อลูมิเนียม แกว ฯลฯ
82
4. ทรัพยากรธรรมชาตทิ ใ่ี ชแ ลวหมดส้ินไป เปนทรพั ยากรธรรมชาติที่นํามาใชแลวจะหมด
ไปจากโลกนี้ หรือสามารถเกิดข้ึนทดแทนได แตตองใชระยะยาวนานมาก ทรัพยากรธรรมชาติ
ประเภทนี้ ไดแ ก นํ้ามันปโ ตรเลยี ม กาซธรรมชาติ และถานหิน เปนตน
การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง การใชทรัพยากรธรรมชาติดวยวิธีการที่ฉลาด
เหมาะสม โดยใชอ ยา งประหยดั ใหเ กดิ ประโยชน และเกิดคุณคา มากทีส่ ดุ รวมทั้งการปรับปรุงของ
เสยี ใหนาํ กลับมาใชใ หม เพอ่ื ใหเกดิ การสูญเสียนอ ยทส่ี ดุ
การอนุรักษส่ิงแวดลอม หมายถึง การใชสิ่งแวดลอมอยางชาญฉลาดไมใหเกิดพิษภัยตอ
สังคมสวนรวม ดาํ รงไวซงึ่ สภาพเดมิ ของส่ิงแวดลอมทางธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมท่ีมนุษยสรางขึ้น
รวมทั้งหาทางกาํ จดั และปอ งกนั มลพิษสิ่งแวดลอม
การอนุรักษพ ลงั งาน หมายถงึ การใชพลงั งานใหเ กิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการพัฒนาและ
นําพลังงานจากแหลง ใหม ๆ มาใชเ พอ่ื ทดแทน และมีการปอ งกันการสูญเสยี พลังงาน
วิธีการอนรุ กั ษพ ลังงาน พอสรปุ ไดดงั นี้
1. หาแหลงพลงั งานทดแทน
2. การวจิ ยั และพฒั นาพลงั งาน
3. การเผยแพรค วามรูส ูส ังคม
4. การประหยดั พลงั งาน
กจิ กรรม
ใหผ ูเรยี นสาํ รวจทรพั ยากรธรรมชาตใิ นทองถน่ิ มีอะไรบา ง
83
บทที่ 2
ชอ งทางการพัฒนาอาชีพ
สาระสาํ คัญ
การเปล่ยี นแปลงทางดา นสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดลอม ความเจริญกาวหนา
ทางเทคโนโลยีมีผลตอ ความเปนอยู และการประกอบอาชพี ดงั น้ัน จงึ จาํ เปน ตองศกึ ษาและวเิ คราะห
ความเปนไปไดใ นการพัฒนาอาชีพ เพื่อใหมองเห็นชองทางในการพัฒนาอาชีพไดอยางเหมาะสม
กับตนเองโดยการกําหนดวิธีการและข้ันตอน ดวยการพิจารณาถึงความเปนไปได และจัดลําดับ
พรอมท้งั ใหเ หตุผลในการพัฒนาอาชพี ได
ตวั ช้วี ดั
1. อธบิ ายความจาํ เปนในการมองเห็นชองทางในการพฒั นาอาชีพไดอยา งเหมาะสมกบั ตนเอง
2. ศึกษาอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีป
ออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยโุ รป และทวปี แอฟรกิ า เพื่อวิเคราะหความเปนไปไดในการพัฒนา
อาชีพ
3. กําหนดวิธีการและข้ันตอนการประกอบอาชีพโดยพิจารณาความเปนไปไดของการ
พัฒนาอาชพี และจดั ลาํ ดับ พรอมทง้ั ใหเหตผุ ลในการจัดลาํ ดบั การพัฒนาอาชีพทกี่ าํ หนด
ขอบขายเนื้อหา
เรื่องที่ 1 ความจาํ เปน ในการมองเหน็ ชองทางเพ่ือพัฒนาอาชีพ
เร่อื งท่ี 2 ความเปน ไปไดใ นการพัฒนาอาชพี
เร่อื งที่ 3 การกําหนดวิธกี ารพัฒนาอาชพี พรอ มเหตผุ ล
84
เรือ่ งที่ 1 ความจําเปน ในการมองเหน็ ชองทางเพ่ือพฒั นาอาชพี
การท่ีคนเราจะประสบความสําเร็จในอาชีพไดนั้น มิใชวาเปนส่ิงที่ทํากันไดงาย ๆ แต
จะตองมีการสํารวจขอเท็จจริง มีการวางแผน กําหนดเปาหมายทต่ี อ งการ เขียนโครงการท่ีจะทําและ
ปฏบิ ัติตาม ขณะท่ีโครงการกม็ กี ารพัฒนาปรบั ปรงุ แกไ ขไปดวย นอกจากจะเนนรายไดที่พึงจะไดแลว
ส่งิ ทสี่ ําคัญท่จี ะขาดมิได ซึ่งจะทําใหอาชีพมีความม่ันคงยิ่งขึ้นก็คือ การมีคุณธรรม จริยธรรมของ
ผูประกอบการดว ย
การประกอบอาชพี หรอื ประกอบธุรกิจหรือดําเนินการสิ่งใด เชน การเดินทางไปท่ีใดสัก
แหงหนึ่ง การจัดเลีย้ งเหลานเ้ี ปนตน จะตอ งมีการกําหนดแผนเสียกอ น ถึงแมว าบางคนอาจทาํ กิจการ
โดยไมม แี ผนงาน ซงึ่ อาจประสบความสําเร็จในชวงแรกๆ เทา นน้ั แตระยะเวลาอาจมเี หตกุ ารณต า ง ๆ
เกิดข้นึ สงผลใหเกดิ อปุ สรรคการประกอบอาชีพ เชน การเปลี่ยนแปลงทางดานเศรษฐกิจ การเมือง
การปกครอง หรือแมกระท่ังความสลับซับซอนของงานที่มากข้ึน เพราะสิ่งเหลานี้ไมไดผานการ
คาดคะเนและการคดิ อยางรอบคอบกอน
การวางแผน เปน การคดิ ไวล วงหนา วาจะทําอะไร มจี ดุ มุง หมายอะไร มีวธิ กี ารอยางไร เปน
กระบวนการทมี่ รี ูปแบบอยา งหนงึ่ มกี ารระบุเปาหมาย และแผนรายละเอียดตาง ๆ มีการประสาน
กิจกรรมตาง ๆ ตั้งแตจุดเริ่มตนจนกระทั่งถึงจุดส้ินสุด การประกอบอาชีพมีความยุงยาก
สลับซบั ซอ น การดําเนินกจิ กรรมตาง ๆ จะตอ งมคี วามสอดคลอ งกนั กบั ทรัพยากร และงบประมาณ
ที่มีอยู เพื่อใหมีความเปนไดมากที่สุด ดังนั้น การวางแผนจึงมีความสําคัญตอการประกอบอาชีพ
ดังนี้คอื
1. ชวยทําใหก ารดําเนนิ งานบรรลผุ ลสาํ เรจ็ ตามเปาหมาย
2. ชวยทาํ ใหก ารใชท รัพยากรเปนไปอยา งมปี ระสิทธิภาพ
3. ชวยทาํ ใหก ารดาํ เนนิ งานมคี วามเส่ยี งนอยลง และมคี วามเชอื่ มั่นในการบรหิ ารงานมากขนึ้
4. ชวยปอ งกันการขดั แยง ซง่ึ อาจจะเกิดขน้ึ ระหวา งการดาํ เนินงานได
5. ชว ยปรบั วิธกี ารดาํ เนินงาน หรอื เปลี่ยนแปลงกิจกรรมบางอยางไดอ ยางเหมาะสม
85
เรื่องท่ี 2 ความเปนไปไดในการพฒั นาอาชพี
1. การลงทนุ
“การลงทุน” หมายถึง การออมเพ่ือใหไดรับผลตอบแทนท่ีมากข้ึน ซ่ึงเราจะตองยอมรับ
ความเสีย่ งที่เพม่ิ ขึน้ เชน กนั การตัดสินใจนําเงนิ ออมมาลงทุนเราจงึ ตองพิจารณาอยางรอบคอบ และ
ศึกษาหาขอมูลท่ีเกยี่ วขอ งเปน อยา งดี เพอื่ ใหไ ดรับผลตอบแทนทค่ี าดหวังไว และเพื่อลดความเสี่ยง
ท่ีเกิดขนึ้ จากการลงทุน
วิเคราะหทางการเงนิ การลงทนุ
เพือ่ เปรียบเทียบผลประโยชนตอบแทนที่ไดรับ และคาใชจายที่ตองเสียไปในการดําเนิน
กิจกรรมตามโครงการ
คาใชจายของโครงการ
1. คาลงทนุ
2. คาใชจ า ยในการดําเนนิ งาน และบาํ รงุ รักษา
3. คาทดแทน
4. เงนิ สํารองจา ย
การประมาณคา ใชจ ายโครงการ
1.ระบุรายการ และปรมิ าณคาใชจา ย
2. การตีราคาคาใชจา ย
- ราคาตลาด
- ราคาทางบญั ชี
3. รวมคาใชจายเปนรายป
ผลประโยชนตอบแทนของโครงการ
กระแสเงนิ สด = ผลประโยชนต อบแทนตอป - คาใชจ า ยตอ ป
2. การตลาด
การตลาด
การตลาด เปนกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความจําเปน และมีความสําคัญตอการอยูรอดของ
องคกรธุรกิจ ในระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมน้ัน ธุรกิจจําเปนจะตองอาศัยกลยุทธทางการตลาด
ซ่ึงส่ิงน้ันก็คือการขาย การเรียนรูเพ่ือใหเขาใจถึงความแตกตางของการขาย และการตลาด
อยางชัดเจนจะชวยใหธุรกิจพัฒนาตอไป รวมถึงหนาท่ีของการขายและการตลาดดวย ดังน้ัน
เปาหมายของธุรกิจจะดําเนินไปในทิศทางที่มุงหวังได จึงจําเปนท่ีตองศึกษาความสําคัญของ
การตลาด และการขายอยางละเอยี ด
86
ความสําคัญของการตลาด
ยคุ แรกของการตลาดจะเนน ที่การผลิต โดยจะทําการผลิตสินคาใหไดมากเพื่อสนองความ
ตองการในตลาดในยุคแรกน้ันคูแขงหรือผูผลิตในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหน่ึงจะมีผูผลิต
ไมม ากราย ดงั นนั้ การผลิตจึงเปน หนทางทํากําไร หากผูผลิตสามารถผลิตสินคาใหไดจํานวนมาก
ในลักษณะของสินคา เพือ่ มวลชนในยุคที่ 2 การตลาดจะเนน ทก่ี ารขาย โดยจะเนน ที่กจิ กรรมการขาย
ใหความสําคัญกับงานการขายเปนอยางมาก และกําไรของธุรกิจจะเกิดขึ้นมากนอยก็อยูท่ี
ความสามารถและประสิทธิภาพของทีมการขาย ยคุ ถัดมาเปนยคุ ทก่ี ารตลาดเนนการใชเ ครอ่ื งมือทาง
การตลาดทุกอยา ง โดยเฉพาะการสรา งความพึงพอใจใหเกิดกบั ลูกคา โดยใชส วนผสมทางการตลาด
คอื ผลติ ภัณฑก ารกาํ หนดราคาของผลิตภณั ฑท ่ีเหมาะสม
ความหมายของการตลาดและการขาย
การตลาด หมายถงึ กจิ กรรมทางธุรกจิ ทจ่ี ะทําใหส ินคา จากผูผลิตไปสูมือผูบริโภค และทําให
ผูบริโภคเกิดความพึงพอใจที่ไดบริโภคสินคาหรือบริการนั้น อันเปนผลทําใหธุรกิจประสบ
ความสาํ เรจ็ ตามวัตถุประสงคข องธรุ กิจนนั้ ๆ อีกดว ย
การขาย หมายถึง กระบวนการในการชวยเหลอื โนม นาว ชักจงู ใจ โดยใชบ ุคคลหรือไมใช
บคุ คลก็ได เพอ่ื ใหล ูกคา คาดหวงั ตัดสินใจซื้อสนิ คา หรอื บรกิ ารนนั้ ๆ
ความแตกตา งระหวา งการตลาดและการขาย
เมอ่ื ธุรกจิ ทําการผลติ สนิ คาหรอื บริการและพยายามจูงใจผูบริโภคใหซ้ือสินคาหรือบริการ
นนั้ เราจะเรียกกิจกรรมนวี้ า การขาย ซ่ึงจําเปนจะตองรูถึงความตองการของผูบริโภค เพ่ือที่ธุรกิจ
หรือผูผลิตจะผลิตสินคาใหเหมาะสมสอดคลอง กับความตองการของผูบริโภค เมื่อผูผลิตคนหา
ความตองการทแี่ ทจรงิ ของผบู ริโภค แลวนําขอมูลไปพัฒนาผลิตภัณฑของตน เพื่อทําใหผูบริโภค
เกิดความพึงพอใจเม่ือไดใชผลิตภัณฑนั้นแลว ทายที่สุดธุรกิจก็จะไดกําไร ลักษณะนี้เรียกวา
การตลาด ซ่งึ สามารถทจ่ี ะสรปุ ความแตกตางระหวา งการขายและการตลาดได ดังน้ี
การขาย การตลาด
1. เนน ทคี่ วามสาํ คญั ของผลิตภณั ฑ 1. เนน ความตองการของผบู ริโภค
2. ธุรกิจจะคนหาเทคนคิ วธิ กี ารขายท่ีประสบ 2. ธรุ กจิ จะคนหาวิธกี ารสรางความพงึ พอใจตอ
ความสําเร็จ ผูบริโภค
3. ธุรกจิ จะมุงเนน ท่ียอดขาย 3. ธุรกิจจะมุงเนน ทผี่ ลกําไร
4. แผนการขายจะเปน แผนระยะสนั้ 4. แผนการตลาดจะเปนแผนระยะยาว
สนองตอบความตอ งการของพนกั งานขาย สนองตอบความตอ งการของผซู อื้
87
แนวความคิดทางการตลาด
นักธุรกิจใหความสําคัญกับการตลาด เพ่ือทําใหธุรกิจนั้นประสบความสําเร็จโดยมีการ
พัฒนาแนวความคิด ปรัชญา และการดําเนินธุรกิจ การพัฒนา 3 ประการดังกลาวเรียกวาเปน
แนวความคิดทางการตลาด แนวความคิดทางการตลาดในปจจุบันมุงเนนไปท่ีผูบริโภคและการ
ผสมผสานของกิจกรรมทางการตลาด เพอื่ ทําใหบ รรลุถงึ วตั ถปุ ระสงคข องธรุ กิจและใหผ บู ริโภคเกิด
ความพงึ พอใจทีไ่ ดใชผ ลติ ภณั ฑนั้น ๆ
แนวความคิดทางการตลาดอาจสรปุ ไดด ังแผนภูมิ ตอ ไปน้ี
การมงุ เนน ผบู รโิ ภค
การผสมผสาน การสรางความ ธุรกจิ
กจิ กรรมทางการ พึงพอใจใหก บั ประสบ
ผลสําเร็จ
ตลาด ผูบริโภค
การกําหนดวตั ถปุ ระสงค
หรอื เปาหมายของธรุ กิจ
นอกจากแนวความคิดท่ีกลาวขางตน ยังมีการเสนอแนวความคิดใหมทางธุรกิจอันเปน
แนวความคิดที่เปนไปตามกระแสของสังคมและของประเทศชาติ คือ แนวความคิดทางการตลาด
เพ่ือสังคมและสิ่งแวดลอม โดยการตลาดในลักษณะนี้จะเนนในดานของการรักษาส่ิงแวดลอม
ความปลอดภัยตอ ชวี ิตผูบริโภคและไมทํารายธรรมชาติ โอโซน อากาศ น้ํา เน่ืองมาจากระแสการ
พิทักษโลก ดังน้ัน ธุรกิจจึงเสนอผลิตภัณฑที่เปนมิตรตอธรรมชาติปลอดสารซีเอฟซี (CFCs) ซึ่ง
ทําลายโอโซน มีกิจกรรมทางการตลาดในเร่ืองของรีไซเคิล รีฟล รียูส แนวความคิดท่ีกลาวถึงน้ี
อาจเรียกไดวาเปน กรีนมาเกต็ ตง้ิ น่นั เอง
หนา ทที่ างการตลาดทส่ี าํ คญั
หนา ท่ีของการตลาดท่มี ีผผู ลิตและผูบรโิ ภคกเ็ พอื่ ชว ยเหลือ และอํานวยความสะดวกใหกับ
ผผู ลติ และผบู รโิ ภค สรปุ ได ดงั น้ี
1. การขาย ผูประกอบธุรกิจตองอาศัยนักการตลาด ดําเนินกิจกรรมในดานการขายเพ่ือ
เคลื่อนยายสินคาจากโรงงานผลิต และการทําการโอนกรรมสิทธ์ิเปลี่ยนมือความเปนเจาของใน
สนิ คา น้นั ๆ ไปยังผูบ รโิ ภค ผูประกอบธรุ กิจจําเปนตองศึกษาจุดประสงคของตลาด และตองสราง
แรงจูงใจเพื่อทําใหลูกคาอยากไดสินคาโดยอาศัยการโฆษณา การสงเสริมการขาย และการใช
พนักงานขายเพ่ือกระตุนใหลูกคาเปาหมายตัดสินใจท่ีจะซื้อ ในทางกลับกันผูประกอบธุรกิจก็
สามารถขายสินคา ได
88
2. การซ้ือ ผูประกอบธุรกิจตองเปนนักซื้อที่ฉลาดเพ่ือใหไดวัตถุดิบ อุปกรณ เครื่องมือ
เคร่ืองใชในราคาท่ีเหมาะสมดวย เพ่ือเปนการลดตนทุนของธุรกิจเอง โดยยึดหลักตองซื้อใหได
ปริมาณในเวลาและราคาท่ีเหมาะสมดวย จะตองรูวัตถุประสงคดวยวาจะซ้ือเพ่ืออะไร เชน ซื้อไป
เพ่อื ผลิต ซ้อื ไปเพอ่ื ขายตอ และตอ งรูจ กั เปรียบเทียบคุณภาพราคาของสินคาทจ่ี ะซ้อื รวมถงึ ขอ ตกลง
ในเงื่อนไขที่สมเหตุสมผล และตรวจสอบรับสินคาเขาเก็บไวในคลังสินคาหรือสตอก เพื่อรอ
การจําหนา ยตอไป
3. การขนสง สนิ คา ตลาดตอ งจัดการขนสง ทีเ่ หมาะสมกบั สินคาโดยพจิ ารณาลกั ษณะสินคา
หีบหอของสินคา เพ่ือเลือกพาหนะขนสงที่ดีเหมาะกับสินคาประหยัดคาขนสงหรือคาระวาง
การสงมอบสินคาท่ตี รงตอ เวลา ลกู คาทกุ รายตอ งการรับสนิ คา ตรงตอ เวลา โดยเฉพาะอยางยิ่งสินคา
ที่มีฤดูกาลในการขายย่ิงจาํ เปน อยางย่งิ ทต่ี อ งรกั ษาเวลาในการขนสงธรุ กิจ จําเปนตอ งเลือกวิธกี ารขนสง
ท่ีเหมาะสมไมวาจะเปนทางรถบรรทุก รถไฟ ทางเคร่ืองบิน เรอื บรรทกุ สินคา หรือการขนสงทางทอ
4. การจัดมาตรฐานสินคา เพ่ือใหไดสินคาเปนท่ีพอใจงายตอการตัดสินใจซื้อ และสราง
ความม่ันใจใหกับผูบริโภค จึงมีการจัดแบงระดับหรือมาตรฐานของสินคา เพื่อใหลูกคาไดเลือก
สินคาท่ีเหมาะสม และตรงกับความตองการโดยเฉพาะอยางย่ิงการซื้อขายสินคาในตลาด
ตางประเทศ การจัดอันดับและมาตรฐานสินคามีความสําคัญอยางย่ิง ในปจจุบันประเทศไทย
สนบั สนุนการผลิตสินคาเพ่ือสงออกเพิ่มข้ึนสูง ดังนั้น การที่สินคาไดมาตรฐาน ISO จึงเปนส่ิงที่
สําคัญ โดยผูผลิตจําเปนตองศึกษาและพยายามผลิตใหไดมาตรฐานสากลท่ีกําหนด ไมวาจะเปน
มาตรฐานคณุ ภาพ ISO 9000, ISO 9002 หรือ ISO 14000 ก็ตาม เพ่อื รักษาภาพพจน และการยอมรับ
ในมาตรฐานสินคา ไทย
5. หนาที่ในการเก็บรักษาสินคา การเก็บรักษาสินคาในคลังเก็บสินคา หรือสต็อกสินคา
เพ่อื ตอบสนองความตองการของลกู คาใหตรงเวลา ไดทันทีที่มีคําส่ังซื้อสินคาเขามา การเก็บรักษา
สนิ คาเพอื่ วัตถปุ ระสงคหลายประการ เชน เหลา ไวน ยิ่งหมักบมนานปก็ย่ิงมีราคาแพง เพื่อใหขาย
นอกฤดูกาลได เชน การแชแข็ง การฉายแสงเก็บไว เพื่อชะลอการสุกของผลไม เพื่อเก็งกําไรโดย
รกั ษาระดบั อุปทานในตลาดเมอ่ื สินคาไดราคาดีคอ ยปลอ ยออกขาย
6. การประกันภัย สินคาที่ผลิตออกมาและรอการจําหนาย อาจเสี่ยงตอภัยตาง ๆ เชน
ความลาสมัย การถูกลักขโมย ภัยธรรมชาติ ลักษณะการเส่ียงภัยอาจเกิดขึ้นไดทุกเวลา ดังน้ัน
การประกันภัยจึงเปนทางเลือกหนึ่งที่จะชวยแกปญหาดังกลาว โดยธุรกิจจะตองไมผลักภาระ
การเสีย่ งภัยออกจากกิจการโดยสิน้ เชงิ ปจจุบันไดมสี ถาบันรับประกันภัยตาง ๆ เขามาชวยแบงเบา
ภาระการเสยี่ งภยั โดยใชหลักการกระจายการเส่ยี งภัยใหกวางออกไปถงึ ผูร ับภาระหลาย ๆ ราย
7. การใหค วามชวยเหลือดานการเงิน การประกอบธุรกิจซื้อขายสินคาจะมีปญหาเกี่ยวกับ
การเงนิ หน้ีสูญ หนเ้ี สีย การขาดสภาพคลอ งทางการเงนิ ขาดเงนิ สดหมุนเวยี นในธรุ กิจจนเปน ผลให
ไมมีเงินจายสินคา จายคา จางเงนิ เดือนพนักงาน ดงั นั้น การจัดการเงนิ ทด่ี ใี นฐานะการเงนิ ของกจิ การ
89
อยใู นภาวะสมดุลรายไดเ กดิ ขน้ึ สอดคลองกบั ชําระหนสี้ นิ หากกจิ การธุรกิจจดั การดานการเงนิ ไมด ีก็
อาจนาํ ไปสกู ารขาดทนุ จนถึงตองออกจากธรุ กิจนั้นไป การจัดหาเงินทุนจากแหลงตาง ๆ และการ
จดั การนําเงินกาํ ไรไปลงทนุ ใหมในธรุ กจิ ทมี่ ีความเส่ยี งต่ํา รวมถึงสถาบันทางการเงินทจี่ ะเขามาชวย
ในเรื่องการกูยืมเงินเพื่อการลงทุน เชน ธนาคารพาณิชย ทรัสต บรรษัทเงินทุน เปนการเขามามี
บทบาทในการใหความชว ยเหลอื พฒั นาการลงทุนของธุรกจิ
8. การหาขอมูลทางการตลาด เพื่อประกอบการตัดสินใจของผูบริหารธุรกิจและ
ประโยชนของธุรกิจ ใหมีผลเสียหายนอยท่ีสุด โดยเฉพาะอยางย่ิงยุคของขอมูลขาวสาร เชน
ในปจ จบุ นั ธรุ กิจใดไดข อ มลู ขา วสารกอนกย็ อ มจะไดเปรยี บในการตัดสนิ ใจไดร วดเรว็ ถูกตอง เชน
ขอมูลในการลดคาเงินบาท การใหคาเงินบาทลอยตัว ผูรูกอนยอมปรับกลยุทธและตักตวง
ผลประโยชนไ ดจ ากคา เงินทีเ่ ปล่ยี นแปลง
3. กระบวนการผลิต
กระบวนการผลิต หมายถงึ กระบวนการผลิตสินคา การใหบริการ ตามความตองการของ
ผูบริโภค ซ่ึงประกอบไปดวย ลูกคา ตลาดแรงงาน สังคม ประเทศชาติ และประชาคมโลก โดยมี
วิธกี ารในการควบคุมดแู ลการผลิตอยา งมีคณุ ภาพทไี่ ดมาตรฐาน และการสรางคณุ ลักษณะทโ่ี ดดเดน
ของสนิ คา หรอื บริการ ไดแก
1. ความนา เชือ่ ถือ ผใู หบ ริการจะตอ งแสดงถึงความนาเชื่อถอื และไววางใจ
2. การตอบสนอง การตอบสนองทมี่ ีความต้งั ใจและเต็มใจ
3. การสรา งความมัน่ ใจ สามารถทจี่ ะทาํ ใหล ูกคาเกดิ ความเช่อื ใจ
4. การดแู ลเอาใจใส
5. เครื่องมืออปุ กรณ
4. การขนสง สนิ คา
การขนสง หมายถึง การเคล่ือนยายสินคาจากท่ีหนึ่งไปยังอีกท่ีหนึ่ง ซึ่งเปนหนาที่ของ
ผูผ ลติ ทจ่ี ะใหอรรถประโยชนแกผูบริโภคในดานเวลา และสถานที่ สงผลใหสินคามีมูลคาเพ่ิมขึ้น
เพราะหลกั ในการจดั การขนสงมีอยูวา “มูลคาสินคาท่ีเพ่ิมขึ้นหลังจากขนสงไปแลวจะตองสูงกวา
คาขนสง” ซ่ึงมีสินคาบางชนิดที่คาขนสงสูงกวาราคาตัวสินคาจริงมาก เชน การขนหินทราย
ยิปซัม ถานหิน แตก็มีสินคาบางชนิดท่ีคาขนสงถูกกวาราคาสินคาจริง เชน การขนทองคํา เพชร
พลอย และยา เปน ตน
การขนสง มีสวนชวยลดคาตนทุนการผลิตได ในกรณีที่ตั้งโรงงานขนาดใหญที่ตนทุน
ตาํ่ สุดสถานที่หน่ึง แตตองการกระจายสินคาไปทั่วประเทศ เชน โรงงานผลิตรถมอเตอรไซค
ทีต่ ง้ั อยูชานเมืองกรงุ เทพฯ แตส ามารถสงรถมอเตอรไซคไปขายทว่ั ประเทศ หรอื โรงงานผลิตเสอื้ ผา
ต้ังอยูในประเทศไทย แตสามารถสงเสื้อผาไปขายไดทั่วโลก เปนตน ซ่ึงจะทําใหตนทุนการผลิต
ตอ หนวยสินคา ลดลง
90
การขนสง ทางธุรกิจมี 3 ทาง คือ
1. การขนสงทางบก ปจจุบนั มีทางรถไฟเช่ือมระหวางกรุงเทพฯ กับเมืองใหญ ๆ เกือบทั่ว
ประเทศผานจงั หวัดใหญ ๆ ทงั้ ภาคกลาง ภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ สว นท่ผี า นภาคใต
มีการเช่ือมตอ กบั ประเทศมาเลเซยี ทางปาดงั เบซาร และสุไหงโก-ลก จนถึงสงิ คโปร นอกจากนั้นยัง
มที างรถไฟเชือ่ มกับประเทศกมั พชู า แตข ณะนห้ี ยดุ กิจการ เพราะปญหาความปลอดภัยภายในของ
ประเทศนั้น กจิ กรรมหลกั ของรถไฟ คอื การขนสงสนิ คา รอยละ 90 ของรถไฟเปนตูสินคา แตละป
รถไฟทาํ การขนสง สินคา ประมาณ 8 ลานตัน สวนใหญว ตั ถดุ บิ เชน นา้ํ มนั และปนู ซีเมนต
2. การขนสงทางเรือ มีทาเรือใหญ ๆ ที่ใชขนสงสินคาท้ังภายในประเทศ และติดตอกับ
ตางประเทศ เชน ทาเรือคลองเตย แหลมฉบัง มาบตาพุด ภูเก็ต สงขลา และสีชัง การขนสงทางเรือ
มีคาใชจายตํ่าแตลาชา ระบบบริหารและระบบศุลกากรยังลาสมัย มีชองวางใหเจาหนาที่ทําการ
ทจุ รติ ไดม าก สง ผลใหมลู คาเพม่ิ ของสินคา และบริการ ขององคก รธรุ กิจหายไปเปนจํานวนมาก
3. การขนสงทางอากาศ ประเทศไทยมีทาอากาศยานนานาชาติที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง
เชียงใหม อูตะเภา ภูเก็ต และหาดใหญ ซ่ึงทําใหการขนสงสินคาและบริการขาเขาและขาออกดี
พอสมควร การขนสงทางอากาศมีความรวดเร็ว แตเสียคาใชจายสูงมาก เหมาะสําหรับการขนสง
สนิ คา ขนาดเล็ก นํ้าหนกั เบา
นอกจากนี้ยังมีการขนสงทางทอซึ่งใชขนสงเฉพาะกาซ น้ํา และนํ้ามันเทานั้น ปจจุบัน
การขนสงโดยบรรจุสินคาไวในตูคอนเทนเนอรเปนที่นิยมมากเพราะสามารถใชบรรจุสินคาได
หลายอยาง โดยบรรจสุ นิ คา ในกลอ งกอนทรี่ วมไวใ นตูคอนเทนเนอรทําใหส ะดวกในการขนถาย ใน
บางกรณีทตี่ อ งใชการขนสงหลายวธิ ี หรอื เปลย่ี นถายการขนสงหลายคร้งั กวา จะถึงจุดหมายปลายทาง
ก็สามารถโยกยายไดด ี เชน เคลอื่ นยา ยจากรถลงเรือหรือจากเรอื ขน้ึ รถ ตูคอนเทนเนอรม หี ลายขนาด
แลว แตการขนสง เชน การขนสงทางเรอื สวนใหญจะใชต ูมาตรฐานขนาด 21 ฟุต และ 40 ฟุต สวน
ตูคอนเทนเนอรสําหรับสงของทางอากาศจะมีขนาดเล็กกวา
การขนสง สนิ คา แตล ะวธิ ีมขี อ ดี ขอเสียตางกัน นักการตลาดท่ีดีตอ งรูจักเลอื กวิธกี ารขนสงที่
เหมาะสมกบั สินคา และบรกิ ารท่ีมปี ระสิทธภิ าพ ซึง่ ขึ้นอยกู ับวัตถปุ ระสงคของตนเอง เชน ตองการ
ความรวดเรว็ หรอื ตองการราคาถูก หรือตอ งการความสะดวก
5. การบรรจุหีบหอ
การบรรจุหบี หอนั้น นอกจากใชป องกนั ผลิตภณั ฑแลว ยังใชในการสง เสริมการขายอีก ซึ่ง
ถือวา มีความสําคัญมากทั้งสําหรับผูขายและผูบริโภค การบรรจุหีบหอที่ดีทําใหสามารถรักษางาย
ประหยัดเนือ้ ท่ี และทําใหผบู ริโภคมองเหน็ ความแตกตางของผลิตภณั ฑไ ดชดั เจน ซึ่งประโยชนข อง
การบรรจุหบี หอมีดังนี้
1. ผูบริโภคมักจะเลือกผลิตภัณฑท่ีมีการบรรจุหีบหอที่ดีกวา เชน ผูบริโภคยอมซื้อ
นาํ้ ท่บี รรจขุ วดพลาสตกิ ใสในราคาทแี่ พงกวา นํ้าทบี่ รรจขุ วดขุน ทั้งที่เปน น้ําดืม่ ทปี่ ลอดภัยเหมือนกนั
91
หรือนิยมซื้อบะหมี่ก่ึงสําเร็จรูปท่ีบรรจุในถวยพลาสติก ในอนาคตผูบริโภคอาจเลือกซื้อบะหมี่ที่
บรรจใุ นถวยทสี่ ามารถใชก บั เตาไมโครเวฟได
2. การบรรจหุ ีบหอ เปน การสอื่ สารระหวางผูผ ลิตและผูบริโภคอยางหน่ึง เพราะการบรรจุ
หีบหอ เปน ตัวกาํ หนดกลยทุ ธก ารตลาด เชน สุราทมี่ ีราคาแพงจะบรรจุขวดท่สี วยงาม แมแตบ ริการก็
ใชการบรรจุหีบหอสําหรับผูบริโภค เชน ตั๋วเคร่ืองบิน จะตองมีซองท่ีสวยงาม หรือใบเสร็จของ
โรงแรมก็ตอ งบรรจุซองท่มี ีขอความสวยงาม
3. การบรรจุหบี หอ จะชว ยใหการกระจายสินคางา ยขน้ึ และลดตนทนุ ลง เพราะวาการบรรจุ
หบี หอทีด่ ีจะทําใหการปอ งกันความเสียหายของสนิ คาดีขนึ้ ยงิ่ กวา นนั้ เม่อื มีการเก็บรักษาสินคาก็จะ
ทําใหมีความเสียหายนอยลงดวย บางคร้ังการบรรจุหีบหอท่ีดีก็เปนการโฆษณาประชาสัมพันธได
ดีกวาการโฆษณาดวยส่ือดวยซ้ําไป เพราะเมื่อวางผลิตภัณฑไวในรานคา ผูบริโภคอาจจะเห็น
บอ ยกวา การโฆษณาในสื่อ เราจะเห็นวาบางคร้ังจะมีหีบหอวางแสดงตามตูกระจกใสในรานเปน
จาํ นวนมาก
ส่ิงที่นกั การตลาดพงึ ระลกึ ไวเสมอคือ จะตองไมม ีการบรรจุหีบหอที่ทําใหผูบริโภคเขาใจผิด
เชน กระปอ งทบี่ รรจุปลาซาดนี กไ็ มค วรปดสลากวา เปน ปลาทูนา หรือกําหนดบนหีบหอวา สินคา
มนี า้ํ หนกั 0.8 กโิ ลกรมั แตกลบั ปด สลากวา 1 กโิ ลกรมั หรือนาํ้ สมธรรมชาติ 100% ทั้ง ๆ ที่จริงแลว
มเี พยี ง 25% ผสมน้ําอีก 75% หรือระบุวาหีบหอสามารถหมุนเวียนมาใชใหมไดท้ัง ๆ ที่นํามาใชอีก
ไมได
ในปจจุบนั การบรรจุหีบหอสมัยใหม มักจะใชบารโคด ซึ่งสามารถอานไดดวยเครื่องมือ
อิเล็กทรอนกิ สไ ดส ะดวก ในการชําระเงิน และการจัดหมวดหมสู ินคา ไดด ี
6. การแปรรูป
การแปรรูป หมายถึง การนาํ ผลผลติ ทางการเกษตรซ่ึงมีอยูในรูปวัตถุดิบมาผานขบวนการ
ดานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยมี าใชในกรรมวิธกี ารผลติ การแปรสภาพเพอื่ สามารถบริโภค มีอายุ
ยืนยาวข้ึนตลอดท้งั ความสะดวกสบายในรปู ผลิตภัณฑก ง่ึ สําเรจ็ รูป
7. ผลกระทบตอ ชุมชนและสภาพแวดลอม
ผลกระทบ หมายถึง ผลทไ่ี ดร ับหรอื เกดิ จากการกระทําทคี่ าดวา จะกอ ใหเ กดิ ผลดีหรอื ผลเสยี
ในระยะยาวอยางไร โดยประโยชนท ่ีลงสูประชาชนนน้ั ประชาชนจะไดรบั ประโยชนอะไรบางจาก
การดําเนนิ การของโครงการนท้ี สี่ ามารถแสดงผลประโยชนต อสังคม
ระบบสิ่งแวดลอม นอกเหนือจากการเกษตรและอุตสาหกรรมที่คํานึงถึงผลกระทบตอ
ส่ิงแวดลอม ระบบส่ิงแวดลอมของชุมชนยังครอบคลุมถึงสภาพแวดลอมท่ีเอื้อตอวิถีชีวิต ระบบ
ส่งิ แวดลอ มจึงหมายรวมถึงดิน น้ํา ปา อากาศ การจัดการทางกายภาพของชุมชน เชน ถนนหนทาง
แหลงศนู ยกลางชุมชน เปน ตน และสภาพแวดลอ มทางสงั คมทเี่ อื้อตอการเจรญิ เติบโตของชีวติ ดวย
92
ปจจัยของผลกระทบสิง่ แวดลอ มและขอบเขตของการพิจารณา
1. ผลกระทบสงิ่ แวดลอมทางกายภาพ
2. ผลกระทบสง่ิ แวดลอ มทางสงั คม
3. ผลกระทบสง่ิ แวดลอ มทางสนุ ทรียภาพ
4. ผลกระทบสงิ่ แวดลอมทางเศรษฐกจิ
ลักษณะของผลกระทบสง่ิ แวดลอ มและขอสงั เกต
1. ลักษณะของผลกระทบส่ิงแวดลอม
- เกิดขนึ้ บางที่ บางสวน
- กระจายท่วั ไป
2. ขอสังเกตเกยี่ วกับผลกระทบสงิ่ แวดลอม
- อาจเกดิ ข้นึ โดยไมเรียงลาํ ดบั
- สรางปญหาลูกโซไ ดเสมอ
- แสดงผลใหเห็นไดท งั้ ระยะส้นั และระยะยาว
- เปลยี่ นแปลงอยูเสมอ
- สามารถวัดขนาดได
8. ความรู ความสามารถ
ความรู ความสามารถ หมายถึง ทกั ษะทส่ี ําคัญหรอื ความจาํ เปนในการผลิต หรอื การปฏบิ ตั งิ าน
ใหมปี ระสิทธภิ าพในความเปน ไปไดใ นการพัฒนาอาชีพ
เรื่องท่ี 3 การกาํ หนดวิธกี ารพัฒนาอาชพี พรอ มเหตผุ ล
1. เทคนคิ วิธีการทาํ งานของอาชพี ท่ีเลอื กประกอบการ เปน เคลด็ วิชาในการประกอบอาชีพ
แตละอาชีพใหป ระสบความสาํ เร็จ จงึ เปน ปจจยั สาํ คญั ที่ผูป ระกอบอาชีพจะตอ งเรียนรใู หเขา ใจอยา ง
ถองแท
2. เทคนิควิธกี ารทาํ งาน ชว ยลดขั้นตอนการทํางานอาชีพบางอาชีพ ใหสําเร็จอยางรวดเร็ว
ผปู ระกอบอาชีพจะนาํ เวลาทเี่ หลือ ไปดําเนินการในงานยอ ยอน่ื ๆ ใหมีประสิทธิภาพตอไป
3. เทคนคิ การทํางานชว ยใหการทํางานประหยัดขน้ึ เชน ใชวสั ดุบางอยา งทม่ี รี าคาถกู หางา ย
ในทองถิ่น ทดแทนวัสดุที่มีราคาแพงหรือหายากมาใชในการผลิตแทน ผลผลิตที่ผลิตไดยังมี
คุณภาพเหมอื นเดิม
4. เทคนิควธิ กี ารทาํ งานชวยใหผ ลติ ไดมากขน้ึ โดยการนาํ เครอื่ งมอื อุปกรณทดี่ ดั แปลงมาใช
ในการเพม่ิ ปรมิ าณการผลติ ผูผลติ เสาะแสวงหาเทคโนโลยตี าง ๆ ทม่ี ีในทองถิ่นมาใชหรือดัดแปลง
พฒั นาเทคโนโลยที ่ีมอี ยแู ลว ใหช ว ยเพิ่มผลผลติ ใหมากข้ึน
5. เทคนคิ วธิ ีการทาํ งานชว ยใหง านอาชพี มีคณุ ภาพ มีมาตรฐานเปนสากลเปน ที่ยอมรับของตลาด
93
ประโยชนท ไี่ ดร บั จากการกาํ หนดวิชาการพฒั นาอาชพี
การจําแนกองคป ระกอบยอยของงานอาชีพท่ีเลอื กมปี ระโยชนทส่ี ําคัญ ๆ ดังตอ ไปนี้ คอื
ชวยใหผ ปู ระกอบอาชีพไดเ ตรยี มความพรอ มดา นขอมูลอาชพี ทีต่ นเลือก เพราะผูประกอบอาชีพตองใช
หลักวิชาในการเสาะแสวงหาขอ มูลสําคัญ ๆ ในงานอาชีพน้ัน ๆ และขอมูลดานอาชีพแตละอาชพี จะ
เปลย่ี นแปลงอยูตลอดเวลา ตามระยะเวลา ตามกลไกแหงราคา ภาวะการณตลาด ฤดกู าล เปน ตน