The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ช่องทางการพัฒนาอาชีพ 21001

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by muang, 2022-05-17 03:14:58

ช่องทางการพัฒนาอาชีพ 21001

ช่องทางการพัฒนาอาชีพ 21001

44

กิจกรรมที่ทํา วัตถปุ ระสงค

การวางแผน

1. การวางแผน
“การวางแผนเปนจดุ เริม่ ตน ของการทาํ งานตามนโยบาย เพื่อบรรลุวัตถปุ ระสงคข ององคกร

โดยกําหนดกิจกรรมไวชัดเจนวา จะใหใครทําอะไร ที่ไหน เม่ือใด เพราะอะไร ดวยวิธีใด เมื่อพบ
ปญหาและอุปสรรคทีค่ าดวา จะมีจะเกดิ อยางนั้นอยางน้ีแลว จะแกไขอยางไร ในชวงเวลาขางหนา
ของการดําเนินการภายใตง บประมาณทต่ี ้งั ไว”

นอกจากความหมายดงั กลาวขา งตน สามารถแสดงองคป ระกอบของการวางแผนงานไดดงั นี้
1. การวางแผนเปนจุดเร่ิมตนของการลงมือทํางาน เปนรากฐานหรือหนาท่ีประการแรก
ของกระบวนการการจัดการ
2. แผนงานตองสอดคลองหรือรับใชนโยบาย ซึ่งนโยบายสนองตอบวัตถุประสงค
ขององคกร
3. ในแผนงานประกอบดวยกิจกรรมตาง ๆ ตามลําดับความสําคัญและวิธีการทํางาน
อยางเปนข้ันตอน
4. ทุกขัน้ ตอนของแตล ะกิจกรรม สามารถตอบคาํ ถามได ดงั น้ี

4.1 ใคร (ตามหนาทีแ่ ละความรบั ผิดชอบที่ไดร ับมอบหมายใหทํา)
4.2 ทําอะไร เรือ่ งอะไร (ตามภาระงาน)
4.3 ทําทีไ่ หน จดุ ที่ทาํ งานหนวยงานทีท่ ํา
4.4 ทาํ เมอื่ ใด คอื เร่มิ ตน ทาํ ตามกจิ กรรมท่ีมอบหมายเม่อื ใด จะสิ้นสดุ ลงเม่ือใด
4.5 แสดงเหตผุ ลวา ทาํ เชนนี้ (กจิ กรรม) เพราะอะไร จะไดผลอยา งไร
4.6 กําหนดวิธีทํางานในแตละขั้นตอนเอาไวชัดเจนพรอมกับแสดงปญหาและ
อุปสรรคท่คี าดวา เมอื่ ทําถงึ ข้ันตอนนน้ั แลว อาจเกิดอะไรข้ึนบางและจะไดดีตองกําหนดหรือแสดง
วธิ ีการแกปญ หาและวธิ หี ลีกเลย่ี งอุปสรรคนน้ั ๆ เอาไวด วย
5. ตองกําหนดชว งเวลาของแผนไวต ามลกั ษณะหรอื ชนดิ ของแผนงานนน้ั

45

6. ในทกุ กจิ กรรมจะตอ งใชทรพั ยากรหรืองบประมาณเทาใดกํากับไวดวยจะยิ่งดี เม่ือรวม
แลวจะทราบวาแผนงานนี้จะตอ งใชงบประมาณเทาใด

ความสาํ คญั ของการวางแผน
การวางแผน เปนการกาํ หนดแนวทางวา จะทําอะไร เมอื่ ใด อยา งไร โดยใชท รัพยากรตาง ๆ
ขององคก ร ทาํ ใหเห็นถึงความชดั เจนทีจ่ ะดําเนนิ ไปสูความสําเร็จตามวัตถุประสงคท่ีตองการ หาก
การดาํ เนินการใดปราศจากการวางแผนจะกอ ใหเกิดปญ หาตา ง ๆ ขึ้นดงั น้ี
1. เกดิ ความสบั สนวา จะตองทาํ อะไร ทําเม่อื ใด ทาํ อยา งไร
2. เกิดความเส่ียงตอความสําเรจ็ เพราะไมทราบแนวทางวาจะมีโอกาสสาํ เรจ็ ตามวัตถุประสงค
ไดอ ยางไร
3. เกดิ ความสูญเสียในการใชท รพั ยากรตาง ๆ ซ่ึงนาํ มาใชอยา งไมเหมาะสมไมมีประสิทธิภาพ
สูงสุดและการสูญเสยี เวลา
4. เกดิ การทํางานท่ีหลงทศิ ทาง เบ่ยี งเบนออกจากวัตถุประสงคเดมิ
5. ไมสามารถตดิ ตามความกา วหนา ของงานและไมส ามารถประเมินผลงานได
การวางแผนจึงมีความสําคัญท่ีชว ยใหผ ปู ฏิบตั งิ านไมเกิดความสับสนวาจะตองทํางานอะไร
ทําเมอ่ื ใด งานใดทํากอน งานใดทําหลัง และทํางานโดยวิธีอยางไร เมื่อทํางานแลวสามารถติดตาม
ความกา วหนาของงานวา สาํ เร็จมากนอยเพียงใด มีโอกาสดําเนินงานถึงผลสําเร็จตามวัตถุประสงค
หรือไมแ ละสามารถประเมนิ ผลงานไดวา มีความสําเร็จเพียงใด
ประเภทของแผนงาน
การแบง ประเภทของแผน มีการแบง ในหลายลกั ษณะ ดังนี้
1. แบง การวางแผนตามระยะเวลา แบง ได 3 ประเภท

1.1 แผนระยะส้ัน เปน แผนงานทีเ่ กีย่ วของกบั กจิ กรรมเฉพาะอยาง หรือกิจกรรมท่ี
มีระยะเวลาดําเนินการไมนาน โดยปกติมักจะมีระยะเวลาดําเนินการไมเกิน 1 ป เชน แผนงาน
ประจําป แผนงบประมาณ แผนงานเฉพาะกิจ เปนตน

1.2 แผนระยะปานกลาง เปนแผนงานท่ีมีระยะเวลาดําเนินการยาวนานกวา 1 ป
สว นใหญจะมรี ะยะเวลา 3-5 ป กลา วคือ มีระยะเวลาไมสั้นจนไมสามารถเห็นความสําเร็จ แตก็ไม
ยาวนานเกินไป เชน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ แผนโครงการกอสรางรถไฟฟา
แผนการสรา งเขอ่ื นเก็บกักนํา้ เปนตน

1.3 แผนระยะยาว เปน แผนงานท่มี ีระยะเวลาดาํ เนินการยาวนานกวา 5 ป ประมาณ
5-10 ป เชน แผนรณรงคใหคนไทยรูหนังสือไทย 100 % แผนการพัฒนาทุกหมูบานปลอดฝุน
แผนการบรกิ ารใหท กุ หมบู า นมีโทรศัพทใช แผนการขยายไฟฟา ท่วั ทุกหมบู าน เปนตน แผนระยะยาว
สว นใหญจะเปนแผนการจัดบริการของทางราชการ สวนทางดานธุรกิจเอกชนอาจมีบางในธุรกิจ

46

ขนาดใหญหรือธุรกิจขามชาติ เชน แผนการขยายสาขามินิมารทท่ัวทุกจังหวัด แผนการขยาย
ขอบขา ยบรกิ ารสญั ญาณโทรศัพทมือถอื ครอบคลุมทุกพ้นื ที่ของประเทศไทย เปนตน

2. แบง การวางแผนตามขอบเขตของการวางแผน เปนการจัดแบงโดยพิจารณาเนื้อหาของ
แผนวา มีขอบเขตครอบคลุมเพียงใด มี 5 ประเภท คอื

2.1 แผนแมบท เปนแผนหลักท่ีครอบคลุมแผนระดับรองลงมาท้ังหมดโดย
แผนระดบั รองตองมีความสอดคลอ งกับแผนแมบท

2.2 แผนกลุมหนาท่ีหรือกลุมงาน เปนแผนกวาง ๆ ที่ครอบคลุมขอบเขตของ
กลมุ หนา ท่ี เชน แผนงานขาย แผนการเงิน แผนการตลาด แผนการผลิต เปน ตน

2.3 โครงการ เปน แผนงานเฉพาะกิจที่เก่ยี วขอ งกบั หนวยงานใหญ ๆ มากกวาหนึ่ง
ข้นึ ไป เชน โครงการสง เสริมการขายในฤดูรอน โครงการจัดแสดงสินคา โครงการจัดงานกาชาด
ประจาํ ป เปน ตน

2.4 แผนสรุป เปนแผนทจ่ี ัดทาํ ข้ึนเพอ่ื สรปุ รวมแผนกลุมหนา ท่ีหรอื โครงการตาง ๆ
เขา ดว ยกันเปน หมวดหมู เชน แผนการศกึ ษา แผนสาธารณสุข แผนการเกษตร เปนตน

2.5 แผนกิจกรรม เปน แผนทแี่ สดงกจิ กรรมตาง ๆ ของแตละสวนงาน เปนแผนใน
ระดบั แผนขององคก ร มีรายละเอียดในการปฏบิ ตั ิงาน ซง่ึ ถือวา เปนแผนในระดับลางขององคกร

3. แบง การวางแผนตามลักษณะของการใช
3.1 แผนงานที่ใชประจํา เปนแผนท่ีใชในการปฏิบัติงานท่ีมีการทําซ้ํา ๆ หรือใช

สําหรับการแกป ญ หาที่เกดิ ขึ้นเปน ประจํา เชน ระเบียบวธิ ีปฏบิ ัติงาน กฎ เปน ตน
3.2 แผนงานที่ใชค รัง้ เดยี ว เปน แผนที่กําหนดขน้ึ เพอ่ื การปฏิบตั งิ านเฉพาะครงั้ หรอื

ใชเพยี งคร้งั เดยี ว เชน แผนเฉพาะกิจ โครงการ งบประมาณ เปน ตน
4. แบง การวางแผนตามขอบขา ยของการใชแผน
4.1 แผนกลยุทธ เปนแผนท่ีมีขอบขายกวาง ครอบคลุมทุกสวนขององคกรเปน

แผนระยะยาวท่ีกําหนดแนวทางของการใชทรัพยากรใหมีประสิทธิภาพสูงสุดภายใตสภาวะ
แวดลอ มทง้ั ภายในและภายนอกองคกร

4.2 แผนกลวิธี เปนแผนที่มีขอบขายที่แคบ กําหนดเฉพาะรายละเอียดของการ
ปฏิบัติงานวาควรทําอยางไรเพื่อใหงานบรรลุผลสําเร็จอยางมีประสิทธิภาพสูงสุดเปนแผนที่มี
ระยะเวลาส้นั 1-5 ป

ลกั ษณะของแผนทด่ี ี
ลกั ษณะของแผนทดี่ คี วรประกอบดว ยลกั ษณะดงั ตอไปนี้
1. มวี ัตถปุ ระสงคห รอื เปาหมายทีช่ ัดเจน เขา ใจงาย วัตถุประสงคหรือเปาหมายตองไมมาก
จนไมส ามารถกําหนดแผนงานทรี่ ัดกุมได

47

2. ตอ งครอบคลมุ รายละเอียดอยางเพียงพอท่ีจะสามารถปฏิบัติใหสําเร็จตามวัตถุประสงค
หรอื เปา หมาย

3. มีความยืดหยนุ พอสมควร สามารถปรับใชก ับสถานการณท ่เี ปลย่ี นแปลงไปได
4. มีระยะเวลาการดาํ เนนิ การท่ีแนน อน
5. มกี ารกําหนดบทบาทหนาทข่ี องผูปฏบิ ตั ติ ามแผนชัดเจน
6. ผูทเี่ ก่ียวของกบั แผนมสี วนรว มในการวางแผนชดั เจน
7. ใชขอมูลเปนพ้นื ฐานในการตดั สินใจทุกข้ันตอน
เทคนิคการวางแผนทดี่ ี
1. กําหนดวตั ถุประสงคห รอื เปา หมายใหชัดเจน

1.1 วัตถปุ ระสงค หมายถึง สงิ่ ท่ตี องการใหเกดิ ขนึ้ ในอนาคต วัตถปุ ระสงคของการ
วางแผนของแตละระดับ การจัดการจะมีลักษณะท่ีแตกตางกันตามบทบาทหนาท่ีที่รับผิดชอบ
วัตถปุ ระสงคข ององคกรยอ มตองรับผดิ ชอบความสําเร็จในภาพรวมขององคกร วัตถุประสงคของ
กลมุ หนาที่รบั ผิดชอบตอ ความสาํ เร็จในภาระหนาท่ีหนึ่ง วัตถุประสงคของกิจกรรมรับผิดชอบตอ
ความสําเรจ็ ในกจิ กรรมหนงึ่

1.2 เปาหมาย เปนส่ิงท่ีตองการใหเกิดข้ึนในอนาคตเชนกัน แตจะมีลักษณะ
เฉพาะเจาะจงกวา วตั ถปุ ระสงค มักระบเุ ปนเลขท่ชี ัดเจน เชน

ตองการสรา งผลกําไรปล ะ 10,000,000 บาท
ตอ งการผลติ ใหไ ดป ละ 500 คนั
ตอ งการทาํ ยอดขายใหไ ดป ละ 30,000,000 บาท
อยางไรก็ตาม การกําหนดวัตถุประสงคและเปาหมายขององคกรจะตองมีความ
สอดคลอ งกับกลยุทธแ ละนโยบายขององคกรดว ย
2. กําหนดกิจกรรมเปนแนวทางหรือรองรับการปฏิบัติงานใหเกิดความสําเร็จตาม
วตั ถปุ ระสงค ดังนี้
2.1 วเิ คราะหก ิจกรรมที่ตองการ
2.2 กาํ หนดผูรบั ผดิ ชอบแตละกิจกรรม
2.3 กําหนดระยะเวลาดําเนินการของแตละกิจกรรม ตลอดจนความสัมพันธ
ระหวา งกจิ กรรม
2.4 กําหนดงบประมาณของแตละกิจกรรม
3. วิเคราะหห รือตรวจสอบความเปนไปไดข องแผน แผนงานตา งๆ ทถ่ี กู เขยี นขนึ้ จากความรู
ความสามารถของผูบ ริหารที่แตกตางกันอาจไมม ีความสมบูรณหรืออาจเปนไปไมไดในทางปฏิบัติ

48

จําเปน ตองมีการวเิ คราะหห รอื ตรวจสอบวา แผนทเ่ี ขยี นข้ึน มีความเปนไปไดมากนอ ยเพยี งใด อาจมี
การปรบั ปรุงแผนใหม คี วามสมบูรณย ่ิงขึ้น เปน การทบทวนแผนกอ นท่ีจะนาํ ไปปฏบิ ตั จิ ริง เชน

3.1 กจิ กรรมทกี่ ําหนดขนึ้ ไมส อดคลอ งตอความสาํ เร็จตามวัตถุประสงค
3.2 กจิ กรรมไมค รบถวนทจ่ี ะทําใหส ําเรจ็ ตามวตั ถปุ ระสงค
3.3 ผูรับผดิ ชอบทรี่ ะบุไวใ นแผนอาจไมเหมาะสมไมสามารถปฏิบัตงิ านตามแผน
ใหบรรลผุ ลได
3.4 ระยะเวลาในแผนไมเ หมาะสม
3.5 งบประมาณทต่ี ํ่าเกนิ ไปจนไมสามารถปฏิบตั ติ ามแผนได หรืออาจสงู เกินไป
ทําใหสน้ิ เปลอื งคา ใชจ ายในการดําเนนิ การ
4. การกําหนดรายละเอียดของแผน มักจะเก่ียวของกับการตัดสินใจเลือกวิธีการวาควร
ทาํ อยางไร หลกั ในการพิจารณาตดั สินใจเลอื กมี 4 ข้ันตอน ดงั น้ี
4.1 กาํ หนดประเดน็ ปญหาใหช ดั เจน
4.2 กําหนดทางเลอื กตา ง ๆ ที่สามารถแกป ญ หานนั้ ไดหลาย ๆ ทางเลอื ก
4.3 ประเมนิ ขอดี ขอเสยี ของทางเลือกแตละทางเลอื กวามอี ยางไร
4.4 ตดั สินใจเลอื กทางเลอื กท่ีดที ีส่ ดุ ภายใตสภาวะแวดลอ มภายในและภายนอก
องคก ร

ประเดน็ ปญหา ทางเลอื ก 1 พิจารณาขอ ดี ทางเลอื กที่ดที สี่ ดุ
ทางเลือก 2 ขอ เสยี
ทางเลอื ก 3 แตละทางเลือก
ภายใตส ภาวะ
แวดลอมภายใน
และภายนอก
องคกร

ดังน้ัน ผูจัดการฝายผลิตจะตองตัดสินใจเลือกวิธีท่ี 1 ซึ่งจะใหโรงงานมีผลกําไรเพ่ิม
1,690,000 บาท

กระบวนการวางแผน
การวิเคราะหกจิ กรรม เปนการกําหนดกิจกรรมที่จะตองทําในแผน ผูที่ทําหนาที่วิเคราะห
จะตองมคี วามรูเกยี่ วกบั เร่ืองที่จะทําอยางดี จึงจะสามารถระบุกิจกรรมท่ีตองทําไดถูกตองครบทุก

49

กจิ กรรมและเขียนความสมั พันธข องกจิ กรรมตาง ๆ ได ตลอดจนการกาํ หนดระยะเวลาของกิจกรรม
และการกําหนดงบประมาณท่ตี องใชไดถูกตอง

การวเิ คราะหก ิจกรรมโดยการวเิ คราะหกระบวนการของภาระงานท่ที าํ ถือวาภาระงานหน่ึง ๆ
สามารถแยกเปน งานยอยหลาย ๆ งาน ซึง่ มคี วามเชอ่ื มโยงกัน มีการลําดับทํากอ นและหลัง ดงั น้ี

1. ภาระงานหน่งึ สามารถแยกเปน งานยอยไดห ลาย ๆ งาน
2. งานยอ ยแตล ะงานมคี วามเชอ่ื มโยงกนั

2.1 งานยอยเช่ือมโยงในแนวนอน

งานยอย งานยอย งานยอ ย งานยอย

2.2 งานยอ ยเชื่อมโยงในแนวต้ัง

งานยอ ย งาน
งานยอย ประกอบ
งานยอ ย รวมกนั

2.3 งานเช่ือมโยงในลกั ษณะผสม

งานยอ ย งานยอย งานยอย งานยอย

งานยอย งานยอย

3. งานยอยแตละงานมลี าํ ดับการทํากอ นและทําหลัง หรือบางงานอาจทาํ พรอมกัน

50

ตัวอยา งการวเิ คราะหงานของรา นอาหารตามสัง่
วัตถปุ ระสงคข องราน ปรงุ อาหารตามสั่งจําหนา ยลกู คา

รายการอาหาร จัดซือ้ จัดเตรียม จัดปรงุ จดั บรกิ าร ลกู คา จัดเก็บ
ทล่ี กู คา สั่ง วตั ถดุ ิบ วัตถุดิบ อาหาร ลกู คา ภาชนะเพ่ือ
นําไปลา ง

จัดเก็บเงนิ
ตัวอยางนี้จะพบวา การขายอาหารตามส่ังซึ่งเปนภาระงานของรานอาหารสามารถแยก
ออกเปนงานยอยไดหลายงาน เชน งานจัดซ้ือวัตถุดิบ งานจัดปรุงอาหารตามสั่ง งานบริการลูกคา
งานจัดเก็บเงิน งานจัดเกบ็ ภาชนะไปทาํ ความสะอาด ซง่ึ งานยอยเหลานี้มีลําดับการทํางานกอนหลัง
และเช่อื มโยงท้งั ในแนวนอนและแนวตัง้
ตวั อยางการวเิ คราะหง านของธุรกิจโรงพิมพใ นระบบออฟเซท็
วัตถุประสงค เพ่อื จดั พิมพงานตามที่ลูกคาสงั่ พมิ พ

รบั คําสั่งพมิ พ ออกแบบส่ังพมิ พ จดั ทําแมพิมพ จดั บรกิ าร
งานจากลกู คา จัดซื้อกระดาษ การ จัดสง
พมิ พ ลกู คา

ตวั อยางการวเิ คราะหงานของฝา ยสนิ เช่อื ของธนาคารพาณชิ ย 51

สมุหบญั ชี

งาน อนุมตั ิ จายเงิน
ตรวจสอบ เงนิ กู ทกี่ ู
เอกสาร
ลูกคา หลกั ฐาน งาน งาน งานขอ นําหลักทรพั ย
แสดง ประเมนิ วเิ คราะห อนุมตั ิ ลกู คา ไป
ความจาํ นง ขัน้ ตน หลกั ทรัพย สนิ เชื่อ เงินกู จาํ นอง
ขอกเู งิน

จากงานยอยตาง ๆ ท่ผี า นการวิเคราะหไ ดแ ลวนํามาจดั ทาํ เปน แผนอยางครา ว ๆ หรอื เปน
แผนในรายละเอยี ดเพอื่ นาํ ไปปฏิบตั ิแลว แตก รณี ดงั นี้

จากตวั อยา ง ระยะเวลา ผูรบั ผดิ ชอบ งบประมาณ
ลกั ษณะงานยอ ย ดําเนนิ การ

1. งานจดั ซอ้ื วัตถุดบิ
2. งานจดั เตรียมวตั ถดุ บิ
3. งานจดั ปรงุ อาหาร
4. งานจดั บรกิ ารลกู คา
5. งานจดั เกบ็ เงนิ
6. งานจัดเกบ็ ภาชนะไปลาง

จากตวั อยา ง ระยะเวลา ผูร บั ผดิ ชอบ งบประมาณ
ลักษณะงานยอ ย ดําเนนิ การ

1. ออกแบบส่งิ พิมพ
2. จดั ซอ้ื กระดาษ
3. จัดทําแมพ ิมพ
4. จัดการพมิ พ
5. จดั สงลกู คา

จากตวั อยา ง ระยะเวลา 52
ลกั ษณะงานยอ ย ดาํ เนนิ การ
ผูร บั ผดิ ชอบ งบประมาณ
1. งานตรวจสอบเอกสารหลกั ฐาน
ข้นั ตน

2. งานประเมินหลกั ทรพั ย
3. งานวเิ คราะหส นิ เช่ือ
4. งานขออนมุ ัตเิ งินกู
5. นาํ หลักทรพั ยล กู คาไปจํานอง
6. จายเงินกู

แผนงานท่ีไดผานการทําข้ึนแลว ควรจะไดตรวจสอบถึงขั้นตอนตาง ๆ วาครบถวนเพียงพอ
ทีจ่ ะดาํ เนินการไปสคู วามสําเรจ็ ตามแผนได ตรวจสอบระยะเวลาวา สามารถดําเนินการใหแลวเสร็จได
ตามแผนหรือไม ตรวจสอบผูรับผิดชอบวามีความสามารถท่ีจะดําเนินการใหเสร็จตามแผนได
ตลอดจนการตรวจสอบงบประมาณที่ใชวาเพียงพอหรอื เหมาะสมตอการดาํ เนินการตามแผน

การดาํ เนนิ งานตามแผนในระยะเวลาหนึ่ง อาจจะพบวาแผนยงั มีความบกพรอง ซึ่งจะทราบได
กต็ อ เมอ่ื ตองมีการปฏิบตั จิ รงิ เมือ่ พบความบกพรองจะตองมีการปรับปรงุ แผนใหดีข้ึนตามหลักการ
วางแผนท่ีวาการวางแผนจะตองมีความยืดหยุนพอสมควรท่ีทําการปรับปรุงแผนงานตาม
สภาพการณทีเ่ ปลย่ี นไป

กิจกรรม
ใหผ เู รยี นกาํ หนดสนิ คา ที่จะออกสตู ลาดมา 1 ชนดิ และวางแผนการตลาด อธิบายมาพอเขา ใจ

2. การจดั ทาํ โครงการ
แนวคดิ สําคญั
โครงการเปนงานลักษณะหน่ึงที่นิยมนํามาใชในการดําเนินกิจกรรมอยางใดอยางหน่ึง

ลักษณะของงานโครงการเปนงานที่มีกําหนดเวลาแลวเสร็จท่ีแนนอน มีการประเมินผลสําเร็จ
เมื่อส้ินสุดโครงการเปนลักษณะงานที่ไมเหมาะที่จะจัดดําเนินการในระยะยาวหรืองานประจํา
การจัดการงานโครงการจึงมีลักษณะของการจัดการที่แตกตางจากการดําเนินงานประจํา
ความสําคัญของงานโครงการก็คือ การควบคุมเวลาใหโครงการมีการดําเนินการใหเสร็จสิ้น
ในระยะเวลาท่ีกําหนดที่สั้นที่สุด เพ่ือสามารถควบคุมตนทุนรายจายใหตํ่าสุด ซ่ึงตนทุนรายจาย
เหลานีจ้ ะแปรตามระยะเวลาของโครงการหากโครงการมีการเสร็จทลี่ า ชา ออกไป

53

โครงการเปนสง่ิ ทพี่ บเหน็ ไดเสมอในการจดั การองคกรทว่ั ไป มกี ารแบง แยกงานในองคกร
มาบรหิ ารในรปู ของโครงการ ไมว าจะเปน หนว ยงานของรฐั หรอื หนวยงานเอกชน และไมวา จะเปน
องคก รขนาดใหญหรือองคก รขนาดเล็กกต็ าม การจัดการงานโครงการก็เปนที่นิยมอยางแพรหลาย
การทาํ ความเขาใจเก่ียวกับการจดั การงานโครงการเปนสิ่งท่ีนาสนใจที่สามารถนําไปใชประโยชน
ไดสาํ หรับนักบรหิ ารโดยทวั่ ไป
ความหมายของโครงการ

1. โครงการหมายถงึ งานทม่ี กี ารดาํ เนนิ การในขอบเขตที่จาํ กดั โดยมุงหวังความสําเร็จของงาน
เปนสําคญั

2. จากความหมายขางตน มสี าระสาํ คัญ ดังนี้
2.1 เปนงานท่ีมีขอบเขตจํากดั ไดแก
2.1.1 ปริมาณงานทจี่ ํากัด งานโครงการจะเปนงานท่ีมีเน้ืองานจํากัด เชน

โครงการจัดงานฉลองปใหม โครงการกอ สรา งสะพาน โครงการรณรงคงดสูบบุหร่ีในที่สาธารณะ
โครงการขยายตลาดสินคา ในภาคอสี าน โครงการปรบั ปรงุ ประสทิ ธิภาพการผลติ ในโรงงาน เปน ตน

2.1.2 มีเวลาที่จํากัด โครงการจะมีการจํากัดเวลาการดําเนินการ เพื่อให
เห็นความสาํ เรจ็ ในเวลาทแี่ นนอน เชน 1 สปั ดาห 3 เดือน 1 ป เปนตน

2.2 เปน งานที่ตอ งการเห็นความสําเร็จที่ชดั เจน จะมีการประเมินผลงานเม่ือสิ้นสุด
โครงการเพ่อื วดั ผลงานวามีความสําเร็จมากนอยเพียงใด

ลกั ษณะของโครงการ ในเรอ่ื งของการวัดความสําเร็จของงานจะแตกตางจากการ
ดําเนนิ งานปกติทว่ั ไป งานโครงการตองการวดั ความสําเร็จของงานในเนือ้ งานโครงการเทานั้นวามี
ความสําเร็จมากนอยเพียงใด สวนการวัดความสําเร็จของงานท่ัวไปจะวัดความสําเร็จของงานใน
ระยะเวลาหนงึ่ วา มคี วามสาํ เรจ็ เพยี งใด และยงั มกี ารดําเนินการตอไป ซึ่งเมือ่ ครบระยะเวลาหน่ึงก็จะ
มีการวดั ผลงานเปน ชว ง ๆ ตอ ไป เชน กาํ หนดวดั ผลงานเดอื นละครงั้ หรอื วดั ผลงานเปน รายไตรมาส
หรือเปน รายป เปนตน
ความสําคญั ของโครงการ

การดําเนินโครงการมีการใชทรพั ยากรตา ง ๆ ขององคก ร ซง่ึ เก่ยี วพันกับคาใชจายที่เกิดขึ้น
จากการใชทรพั ยากร การกําหนดงานโครงการมีการจดั ทาํ งบประมาณที่ตอ งใชตลอดโครงการและ
กําหนดระยะเวลาส้ินสุดของโครงการ หากการดําเนินโครงการเสร็จสิ้นตามระยะเวลาท่ีกําหนด
จะมกี ารใชเ งนิ ตามงบประมาณ แตหากการดําเนินงานโครงการมีการเลื่อนกําหนดเวลาแลวเสร็จ
ออกไปจะมีผลทําใหตองเพ่ิมงบประมาณคาใชจาย การดําเนินงานโครงการจึงตองมีการควบคุม
เวลาใหแลวเสร็จตามระยะเวลาท่ีกาํ หนด เพ่ือควบคุมตนทุนคาใชจายและผลกระทบตาง ๆ
ทอี่ าจเกดิ ขึน้ ได

54

ลกั ษณะของงานโครงการ
1. งานโครงการเปน งานท่ีมีกาํ หนดระยะเวลาท่ีแนนอน มีระยะเวลาเร่ิมตนและระยะเวลา
สิ้นสดุ ซง่ึ แตกตางจากการดําเนินการประจํา จะมรี ะยะเวลาเริม่ ตน แตจะมีการกําหนดเวลาส้ินสุดท่ี
แนนอน ระยะเวลาการดําเนินการของโครงการมีระยะเวลาแตกตางกันตามลักษณะของเนื้องาน
โครงการบางลักษณะมีระยะเวลาสั้นต้ังแต 1 สัปดาห ถึง 1 ป เชนโครงการจัดงานคอนเสิรต
หารายได โครงการสรา งสะพานลอยสําหรับคนขามถนน
2. งานโครงการมีการบริหารแยกออกจากงานประจํา ลักษณะของงานโครงการจะมีการ
จัดสรรงบประมาณและทรัพยากรแยกออกจากหนวยงานประจํา บางโครงการมีการแยกจาก
หนว ยงานประจาํ อยา งเดนชดั ไดแ ก งานโครงการพเิ ศษ ซึ่งจะมีงบประมาณของโครงการโดยตรง
มกี ารจัดสรรทรัพยากรเพอื่ ใชใ นโครงการโดยตรง สว นบางโครงการอาจจะมกี ารแยกจากหนวยงาน
เปนบางสวนและดําเนินการควบคูก ับหนวยงานประจํา โครงการลักษณะน้จี ะมีงบประมาณท่ีใชใน
โครงการเทาที่จําเปนและทรัพยากรสวนหนึ่งจะใชรวมกับหนวยงานประจํา ไดแก แผนงาน
โครงการตาง ๆ
3. งานโครงการจะมีผูบริหารโครงการรับผิดชอบงานโครงการโดยตรง เพื่อใหการ
ดาํ เนินงานโครงการมีความเดนชัด มีผูทาํ หนาที่จัดการและตัดสินใจโดยตรง ทาํ ใหงาน
มีความกาวหนาตามลาํ ดับ หากงานโครงการไมเปน ไปตามแผนงานกส็ ามารถระบุผรู ับผดิ ชอบได
4. งานโครงการมีการประเมินผลงานท้ังโครงการเม่ือสิ้นสุดโครงการ งานโครงการจะ
เกย่ี วขอ งกับรายรบั และรายจายทเี่ กิดขน้ึ ในการดําเนินการ เม่ือส้ินสุดโครงการจะมีการประเมินถึง
ผลงานที่ไดรับวาเปนไปตามวัตถุประสงคของโครงการหรือไม และมีรายรับรายจายเปนอยางไร
เพอื่ ประเมินวาโครงการมีความสําเร็จมากนอ ยเพียงใด แตกตางจากการดําเนินงานประจําจะมีการ
ประเมนิ ผลตามระยะเวลาชวงหน่งึ เชน 1 เดอื น 3 เดือน หรือ 1 ป เปนการวัดผลสําเร็จในชวงเวลา
หนง่ึ เทานัน้ ไมใ ชการวดั ผลสําเรจ็ ตลอดอายขุ องการดําเนนิ การ

55

ตวั อยางการจดั งานรปู โครงการของบรษิ ทั รับเหมากอ สรา งแหง หนง่ึ เปน ดงั นี้

บริษัทรับเหมา
กอสราง

ฝา ยวางแผนงาน

ฝา ยการตลาด ฝายบุคลากร ฝา ยวิศวกรรม ฝายกอสรา ง ฝายจดั ซ้อื วสั ดุ ฝายบญั ชี
และการขาย และสถาปต ย อุปกรณ และ
การเงิน
กรรม

โครงการ ฝายการตลาด ฝา ยบคุ ลากร ฝายวิศวกรรม ฝายกอสรา ง ฝายจดั ซอ้ื วสั ดุ ฝายบญั ชี
กอสราง และการขาย และสถาปต ย อุปกรณ และ
สะพานขาม การเงนิ
แมน า้ํ กรรม

โครงการ ฝายการตลาด ฝายบุคลากร ฝายวิศวกรรม ฝา ยกอสรา ง ฝายจดั ซอ้ื วสั ดุ ฝา ยบญั ชี
กอ สรางศนู ย และการขาย และสถาปตย อุปกรณ และ
การเงนิ
ราชการ กรรม
จังหวัด

โครงการสราง ฝายการตลาด ฝา ยบุคลากร ฝา ยวศิ วกรรม ฝายกอ สรา ง ฝายจัดซอื้ วสั ดุ ฝายบัญชี
เข่ือน และการขาย และสถาปตย อุปกรณ และการเงิน

กรรม

56

เทคนคิ การบริหารงานโครงการ
1. เทคนิคการดําเนินงานโครงการ การดําเนินงานโครงการมีลักษณะคลายการจัดการ
องคกรโดยเริ่มจากการกําหนดวัตถุประสงคของโครงการใหชัดเจนวาตองการทําอะไร จาก
วตั ถปุ ระสงคจ ะนํามาวางแผนของโครงการ ดงั นี้

วตั ถุประสงคของโครงการ

แผนงานของโครงการ
การวางแผนงานของโครงการก็เหมือนการวางแผนโดยทั่วไปวาจะใหใครทําอะไร ที่ไหน
และอยา งไร ซึง่ เปนการกําหนดกิจกรรมท่ีทําและกําหนดการใชทรัพยากรตาง ๆ ท้ังคน เงิน วัสดุ
อุปกรณ ตลอดจนวิธีการ ทรัพยากรเหลานี้จะถูกตีมูลคามาเปนงบประมาณที่ใช หรือแผนงาน
โครงการไดรับการอนุมัตใิ หดาํ เนินการแลว จะมีการจัดโครงสรางองคกร จัดบุคลากรเขาทาํ งาน
มกี ารอํานวยการและการควบคมุ งานเชนเดยี วกบั การจดั องคก ร
วตั ถปุ ระสงค
ของ
โครงการ

แผนการ จดั โครงสรา ง จดั บคุ ลากร อํานวยการ ควบคมุ
ของ องคกรของ เขาทํางาน งาน
โครงการ
โครงการ

การวางแผนงานของโครงการเพื่อกําหนดแนวทางปฏิบัติใหสามารถดําเนินการโครงการ
สําเร็จไดต ามวตั ถปุ ระสงคท ีต่ อ งการ การจดั โครงสรางองคกรของโครงการเพือ่ ใหเหน็ ภาพท่ชี ัดเจน
ในการปฏิบตั งิ านรองรับแผนงานของโครงการ การจัดบคุ ลากรเขาทํางานตามโครงสรา งองคก รของ

57

โครงการเพ่อื ใหม ีบุคลากรท่จี ะปฏิบตั ิงานตามแผนงานของโครงการ ตลอดจนมกี ารอํานวยการและ
ควบคมุ งานเพื่อใหง านมีการปฏบิ ัตติ ามขนั้ ตอนของแผน เกดิ ความสาํ เรจ็ ตามแผนได

2. เทคนคิ การจดั การทรพั ยากรในงานโครงการ
2.1 เทคนิคการจัดการบุคลากร เนื่องจากงานโครงการเปนงานท่ีมีกําหนดเวลา

โดยเฉพาะโครงการที่มีกําหนดเวลาส้ัน การจัดหาบุคลากรเขาทํางาน ควรจัดหาบุคคลที่มีความรู
ความสามารถท่เี หมาะสมเขา ทํางานในโครงการ โดยไมต องมีกระบวนการพัฒนาบุคลากรกอนเขา
ทํางาน ตลอดจนในระหวางการดําเนินงานโครงการก็จะไมมีข้ันตอนการพัฒนาบุคลากรเชนกัน
สาํ หรบั โครงการทมี่ ีระยะเวลาดําเนินการยาวนานหลายป อาจมีการพัฒนาบุคลากรกอนเขาทํางาน
หรือพัฒนาบุคลากรในระหวางดําเนินการก็ไดแตจะพัฒนาบุคลากรเทาท่ีจําเปนตอการดําเนินงาน
โครงการใหเสรจ็ สนิ้

2.2 เทคนคิ การจดั หาวัสดุอุปกรณและเคร่ืองจักร การจัดหาวัสดุในงานโครงการ
ควรจดั หาเทาทจี่ ะตอ งใชในงานโครงการเทานั้น ไมจ าํ เปน ตอ งมีวัสดคุ งเหลอื เหมือนการดาํ เนินงาน
ประจํา เพราะหากมีสินคาคงเหลืออาจไมมีประโยชนท่ีจะใชไดตอไป สวนการจัดหาอุปกรณท่ีมี
มูลคา ไมสูงนัก ก็จัดซื้อเทาที่จําเปนตองใช สําหรับอุปกรณที่มีราคาสูงหรือเครื่องจักรท่ีมีราคาสูง
ควรใชวิธีการเชาซึ่งจะทําใหตนทุนรวมมีคาตํ่ากวา และเม่ือส้ินสุดโครงการก็จะไมตองเหลือ
อปุ กรณห รือเคร่อื งจกั รเกา ท่จี ะเปน ภาระแกโครงการ

2.3 เทคนิคการจัดสรรการเงิน การจัดสรรการเงินในงานโครงการจะเนนการใช
เงนิ ทนุ หมนุ เวยี นเปน หลัก การลงทุนในสนิ ทรัพยถาวรควรจะใหมีนอ ยท่ีสุดเทา ท่ีจําเปน หรอื อาจไม
ควรมีสาํ หรับงานโครงการที่จําเปน ตองใชส นิ ทรัพยท่มี ีราคาสูง เชน ทดี่ ิน อาคาร เครื่องจักร ควรใช
วิธกี ารเชา เพ่ือลดการใชเงนิ ทนุ ถาวรซ่ึงเปนเงนิ ทุนระยะยาว และเมื่อสิ้นสุดโครงการก็จะไมตองมี
ภาระกบั สนิ ทรัพยถาวรเหลาน้ี อีกทง้ั ยังทาํ ใหต น ทุนรวมในการลงทนุ ตํา่ กวาดวย

3. เทคนคิ การบรหิ ารเวลาในงานโครงการ
เวลาในการดาํ เนินงานโครงการเปนสง่ิ สําคัญ หากโครงการลาชาออกไปจากแผนงานจะมี
ผลตอคาใชจา ยทสี่ ูงขึน้ การดาํ เนนิ งานโครงการจึงตองมีการควบคุมเรื่องเวลาเพื่อใหงานเสร็จสิ้น
ตามแผนงาน
โดยปกติงานโครงการหน่งึ ๆยอ มแบงออกเปนกิจกรรมยอย ๆ หลาย ๆ กิจกรรม แตละกิจกรรม
มีความสมั พันธทสี่ ามารถเขยี นเปน แผนผังแสดงความสัมพันธกนั ไดในลกั ษณะของโครงขา ยงาน

กจิ กรรม
ใหผเู รยี นเขยี นโครงการอาชพี ของตนเองมา 1 อาชพี

58

3. การใชวสั ดุอุปกรณ
เคร่ืองมือ หมายถึง สิ่งตาง ๆ ที่มนุษยคิดคนขึ้นหรือประดิษฐข้ึนมาใชเพื่อความสะดวก

รวดเรว็ ประหยัดเวลาและแรงงาน
วสั ดุ หมายถึง สิ่งที่ใชแลวส้ินเปลืองและหมดไป เชน เน้ือ สารใหสี เกลือ ขาว กระเทียม

พรกิ ขี้หนู
อปุ กรณ หมายถึง สิง่ ท่ใี ชแลว ยงั คงเหลือ สามารถใชไ ดอกี เชน เคร่ืองบดเนื้อ เคร่ืองอัดไส

เครอื่ งช่ังชนิดละเอยี ดและชนิดหยาบ อุปกรณเครือ่ งครวั ตา ง ๆ ไดแ ก มีด เขียง ถาด กะละมัง หมอ เตา
ยกตัวอยา ง การทําแหนม

การทาํ แหนม
การทจ่ี ะทําแหนมใหม ีคุณภาพดี จําเปนตองรูจักเลือกใชวัตถุดิบ วัสดุอุปกรณตาง ๆ ที่ใช
ทําแหนมอยางเหมาะสม ผูบริโภคหรือผูประกอบการเกี่ยวกับการใชเนื้อ เพื่อนําไปแปรรูป
ทาํ ผลติ ภณั ฑแ หนมควรจะทราบถึงสิง่ ตา ง ๆ ที่มีผลตอคณุ ภาพของผลิตภัณฑแหนมท่ีตองการ และ
สง่ิ สําคญั อันดับแรกทจี่ ะตอ งคาํ นึงถงึ ก็คือ คณุ ภาพของวตั ถุดิบทีจ่ ะใช เพราะวา คณุ ภาพของผลิตภัณฑ
ขน้ั สุดทา ยจะดีไปไมไดถ าวตั ถุดิบคณุ ภาพดอย ฉะนัน้ ควรที่จะรจู ักกับวตั ถดุ บิ ตาง ๆ ในการทําแหนม
ไดแ ก
1. เนอ้ื หมายถึง เน้อื ที่ไดจ ากสัตวเ พื่อนํามาใชเปนอาหาร ซึ่งรวมถึงกลามเน้ือ และอวัยวะ
ตาง ๆ เชน ตับ หวั ใจ และสวนอื่น ๆ ที่บริโภคได เน้ือจากสัตวชนิดตาง ๆ ไดแก โค กระบือ สุกร
แพะ แกะ เปนตน เนื้อสัตวจะมีสวนประกอบทางเคมีแตกตางกันไป ข้ึนอยูกับสภาพของสัตว
แตละชนิดหรืออายุตางกัน โดยทั่วไปกลามเนื้อของสัตวจะมีสวนประกอบทางเคมี ไดแก น้ํา
โปรตนี ไขมนั คารโ บไฮเดรต วิตามนิ เอน็ ไซม สี และแรธ าตตุ าง ๆ เปนตน
2. สารใหสี การทําแหนมในระดับชาวบาน มักมีการเติมดินประสิวลงไปดวยเล็กนอย
เพ่อื ใหเกดิ สีแดงสวย โดยปริมาณที่ใชเ ติมน้ันไมไ ดม ีการช่ัง ตวง วดั ใชประมาณเองตามความชํานาญ
ท่ีปฏิบัติมา ซ่ึงนับวาเปนอันตรายตอผูบริโภค เพราะสารใหสีดังกลาวจัดเปนวัตถุเจือปนอาหาร
พวกไนเตรทและไนไตรท ซงึ่ มีกฏหมายควบคุมกําหนดปรมิ าณการใช โดยอนญุ าตใหใชไดไมเกิน
200 - 500 มิลลิกรัมตออาหาร 1 กิโลกรัม ซ่ึงตองคํานวณในรูปโซเดียมไนเตรท และโซเดียม
ไนไตรทตามลาํ ดับ ปจ จุบันการใชไ นเตรทและไนไตรท ผสมกบั อาหารมีวัตถุประสงค 3 ประการ คือ
2.1 เพื่อชว ยใหอ าหารโดยเฉพาะเน้ือสัตวมสี ีแดงคงทน ไมเ ส่อื มสลายไป ขณะหงุ ตม
2.2 ทาํ ใหอ าหารมรี สชาตแิ ละกล่นิ เฉพาะ
2.3 ทําใหเก็บอาหารไวไดนาน ไนเตรท ไนไตรท จะทําหนาท่ีเปนสารกันเสีย ปองกันการ
เจรญิ เติบโตของจลุ ินทรยี  โดยเฉพาะพวกที่ทําหนา ท่ใี หเ กดิ การบูด และพวกท่สี รางสารพิษ สารใหสีท่ี
ขอแนะนําใหใช คือ ผงเพรก ผงเพรกเปนสารเคมีพวกสารประกอบไนเตรทไนไตรท ใชใสลง

59

ผลติ ภัณฑ เพือ่ ใหเ กดิ กล่ินและรสท่ีตองการ ทําลายจุลินทรียท่ีเปนพิษและทําใหเกิดโรค และเพ่ิม
ลงไปเพือ่ ทาํ ใหผ ลิตภณั ฑม ีสดี ขี ึน้

3. สว นผสมอื่น ๆ
เกลือ การเติมเกลือประมาณ 2 - 3 % ของน้ําหนักอาหาร จะชวยทําหนาท่ีปองกัน ไมให
จลุ นิ ทรยี อ ืน่ ๆ เจรญิ ได และชว ยดึงน้าํ และน้ําตาลจากเน้ือ และยังสามารถทําหนาท่ีเปนสารกันบูดได
วัตถุประสงคของการใสเ กลือในแหนม คือ ทําใหเ กดิ รสเคม็ และทาํ ใหแหนมเก็บไวไดน าน ปรมิ าณ
เกลือที่ใสถานอยเกินไป จะทําใหแหนมเนาเสียได และถาใสเกลือมากเกินไปแหนมที่ไดจะมีรส
เปรีย้ วนอ ยกวารสเคม็
ขาว ขา วท่ีใสล งในแหนมเปน ขาวทผี่ านการหุงตมจนสกุ แลว ใชไ ดท ้ังขา วเจา และขาวเหนียว
การใสขาวลงไปก็เพื่อเปนแหลงคารโบไฮเดรตแกแบคทีเรียที่สรางกรดแลคติก ซึ่งเปนตัวท่ี
ทําใหแหนมมีรสเปร้ียว
กระเทียม ตามปกติมักจะบดกระเทียมใหละเอียดกอนแลวจึงใสลงในผลิตภัณฑ การใส
กระเทยี มจะใหผ ลทั้งในแงเพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติของแหนม และยังชวยเปนสารกันบูดไดดวย
โดยจะใสประมาณ 10 % ของนํ้าหนักอาหาร
พรกิ ขห้ี นู การทําแหนมอาจจะมีการเติมพริกขี้หนูเปนเม็ด ๆ พริกขี้หนูที่เติมน้ัน นอกจาก
จะใหร สเผ็ดเมอ่ื บรโิ ภคแลว ยังชว ยเพ่ิมสสี นั ทส่ี วยงามใหก ับแหนมอกี ดว ย
วสั ดุอุปกรณใ นการทาํ แหนม
การทําแหนมบริโภคกนั เองภายในครวั เรือนไมจ ําเปน ตองใชวัสดอุ ปุ กรณท่ียุงยาก แตถามี
การผลิตเพื่อจําหนายในปริมาณมาก ๆ จะมีอุปกรณชวยทุนแรงในการผลิต ซึ่งอุปกรณตาง ๆ ที่
เกี่ยวขอ งกับการทาํ แหนมมดี งั นี้
1. เครื่องบดเนือ้
2. เครอ่ื งอดั ไส
3. เครื่องช่ังชนิดละเอยี ดและชนดิ หยาบ
4. อปุ กรณเ คร่อื งครัวตาง ๆ ไดแก มีด เขียง ถาด กะละมัง หมอ เตา

4. การใชแ รงงาน
แรงงาน หมายถึง บคุ คลที่ผูประกอบการจางมาใหปฏิบัติงานตามความเหมาะสมของงาน
และความสามารถของแตละบุคคล ซึ่งมีท้ังแรงงานประเภทที่มีความชํานาญงานหรือแรงงานท่ีมี
ฝมือ แรงงานประเภทไรฝมือที่ตองใชกําลังในการปฏิบัติงาน เชน คนงานแบกหาม และแรงงาน
ประเภทวิชาการที่ตองใชมันสมอง เพ่ือชวยใหการวางแผน การกําหนดนโยบาย และการ
ประเมินผลใหธุรกิจดําเนินไปอยางราบรื่น และประสบความสําเร็จตามแผนที่กําหนดไว ดังนั้น
เจา ของกจิ การหรอื ผูประกอบการจาํ เปน จะตอ งเลือกบคุ ลากรท่มี ีความรู ความสามารถมาทาํ งานตาม

60

ความถนดั ของแตละบคุ คลเพ่อื ประสทิ ธิภาพของงาน ท้ังนี้ นายจางจะตองจายเงินเดือน คาจาง คา
คอมมิชชนั่ และสวสั ดกิ ารอน่ื ๆ ใหแกพ นกั งานอยางเหมาะสม

สรุป ความสามารถของมนษุ ยทถ่ี กู นํามาใชใ นการผลิต เพื่อทาํ ใหเ กิดเปน สินคา หรือบริการ
ข้ึนมา แรงงานนับเปนทรัพยากรที่สําคัญท่ีสุด ถาปราศจากแรงงานและทรัพยากรตาง ๆ ท่ีกลาว
มาแลวทั้งหมด ก็ไมสามารถนําออกมาใชประโยชนไดผลตอบแทนของแรงงานก็คือ คาจาง มาก
หรือนอ ยข้นึ อยกู ับความสามารถและชนิดของงานนัน้ ๆ

ประเภทของแรงงาน
ตลาดแรงงานประเทศไทยไดแ ยกประเภทของแรงงาน ดงั น้ี
1. แรงงานประเภทปญ ญาชน แรงงานประเภทนี้ ไดแ ก ผูทจ่ี บการศกึ ษาในระดบั อุดมศกึ ษา
มีความรูและมีสติปญญาดีแตไมคอยมีฝมือในวิชาชีพ ในแตละปจะมีแรงงานประเภทนี้เขาสู
ตลาดแรงงานเพ่ิมข้ึน
2. แรงงานไรฝมือ แรงงานประเภทน้ีไมคอยมีปญหานักในอาชีพเกษตรกรรมแตกําลังมี
ปญหาในดา นอตุ สาหกรรม ท่ตี ลาดแรงงานไมตอ งการเทาทค่ี วร
3. แรงงานประเภทฝมือ แรงงานประเภทนี้ตองผานการฝกอบรมหรือมีประสบการณ
ทํางานมากพอสมควร เชน ชา งยนต ชางไม ชางปูน ชา งไฟฟา เปน ตน
4. แรงงานที่ใชค วามรูความชํานาญพิเศษ แรงงานประเภทนี้จะตองฝกอบรมมาเปนระยะ
เวลานานจดั เปนแรงงานท่ียังขาดแคลน ดังนั้น จึงไมมีปญหาการวางงานปจจุบันรัฐบาลกําลังเริ่ม
ผลิตแรงงานประเภทน้ีใหเขาสูตลาดแรงงานมากขึ้น เพื่อใหเพียงพอกับความตองการของ
ตลาดแรงงาน แรงงานประเภทนี้ ไดแ ก แพทย วิศวกร สถาปนิก นกั วิทยาศาสตร เปนตน
ตลาดแรงงาน
ตลาดแรงงานในประเทศ แบง ไดเ ปน 4 ภาค คอื
1. ตลาดแรงงานภาครัฐ ไดแก แรงงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เชน กระทรวงตาง ๆ
การไฟฟาสวนภมู ิภาค องคก ารโทรศัพทแ หงประเทศไทย เปนตน
2. ตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรม ไดแก แรงงานในเมืองที่ประกอบธุรกิจ การผลิต
การแปรรูปการผลติ เชน สถานประกอบการ โรงงานตาง ๆ ธรุ กจิ กอ สราง เปน ตน
3. ตลาดแรงงานภาคเกษตรกรรม ไดแก แรงงานในชนบทที่มีอาชีพทําไร ทํานา ทําสวน
และกิจการอ่ืน ๆ ทเี่ ก่ยี วกบั การเกษตร จดั เปนแรงงานท่ีทํางานไมสม่ําเสมอ อาจมีการวางงานตาม
ฤดูกาล หรอื มีการทาํ งานตา่ํ กวาระดับที่ควรจะเปน เชน ในฤดูฝนเกษตรกรจะทําไร ทํานา มีการใช
แรงงานมาก แตพอฤดแู ลง หรอื หลงั เก็บเกย่ี วพืชไรหรือขาวแลวกจ็ ะเกิดการวา งงานข้ึน
4. ตลาดแรงงานภาคพาณิชยกรรม ไดแก แรงงานท่ีประกอบการคา หรือการบริการ เชน
การคา ขายปลีก-สง การโรงแรม ภตั ตาคาร การธนาคาร ธรุ กิจทองเทยี่ ว ธุรกิจสง ออก เปนตน

61

5. การใชส ถานท่ี
สถานท่ี หมายถงึ อาคาร บรเิ วณที่ประกอบอาชพี ธรุ กิจของผปู ระกอบการ ดงั กลาว
6. การใชทนุ
ทนุ หมายถึง เงินทุนสวนตัวของเจาของ หรือ เงินจากหุนสวนธุรกิจท่ีตกลงปลงใจจะมา
สรางธรุ กิจใหมรวมกนั นาํ มากองกนั ไวกอ นเร่มิ ตน ทําธรุ กิจ
ทุน หมายถงึ ปจจัยในการผลติ ทใี่ ชในการสรางสนิ คา หรอื บริการอื่น ๆ ที่มนุษยเปนผูผลิต
และไมเ กิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ สินคาและบริการน้นั ๆ จะตอ งไมใชตัวทุน แมว า ทนุ นนั้ สามารถที่
จะเสอ่ื มราคาลงได สินคาประเภททุนสามารถรับมาไดโดยใชเงินหรือเงินทุน ในการเงินและการ
บัญชี คําวาทุนหมายถึงความมั่งค่ัง โดยเฉพาะความม่ังคั่งท่ีใชในการเปดกิจการ ทุนเปนหน่ึงใน
ปจ จยั ในการผลติ ปจจยั อ่นื ๆ รวมไปถงึ ทด่ี นิ แรงงาน และองคกร ผูประกอบการ หรือการบริหาร
จัดการ ซึ่งคณุ สมบัตดิ งั ตอไปน้ีจดั วาเปน ทนุ
1. สามารถนําไปผลติ สนิ คาอืน่ ๆ ได อยใู นรูปของปจจยั ในการผลติ
2. ถูกสรางข้ึนมาอีกทีหน่ึงโดยแตกตางจาก "ท่ีดิน" ที่ซึ่งหมายถึง ปจจัยในการผลิตที่
เกดิ ขนึ้ เองตามธรรมชาติ เชน พื้นทท่ี างภมู ิศาสตร และทรพั ยากรทางธรรมชาติ เชน แรธ าตุ
3. ไมไดถูกใชในการผลิตเปนหลักโดยสมบูรณซ่ึงทําใหแตกตางจากสินคากึ่งสําเร็จรูป
(ยกเวนคาเส่ือมราคา)

การจดั การกบั การลงทนุ ในธุรกจิ
มีความเขาใจกันวาการจัดการกับการลงทุนในธุรกิจเปนส่ิงเดียวกัน เนื่องจากในอดีต
การจัดการกบั การลงทุนในธุรกิจมีลักษณะท่กี ลมกลนื กนั ธรุ กิจแรกเรม่ิ ภายในประเทศมาจากธุรกิจ
ในครัวเรือนและมีขนาดเล็ก เจาของกิจการตัดสินใจลงทุนประกอบธุรกิจและดําเนินธุรกิจดวย
ตนเอง แมภายหลังธุรกิจมีขนาดเติบโตข้ึน เจาของยังคงดําเนินธุรกิจดวยตนเอง ความสัมพันธ
ระหวางการจดั การกับการประกอบธุรกิจจึงกลมกลืนกันอยางแนบแนน จนกอใหเกิดความเขาใจ
ดังกลาว หากไดมีการวิเคราะหในรายละเอียดอยางแทจริงแลว จะเห็นความแตกตางระหวาง
การจดั การกบั การลงทนุ ในธรุ กิจ โดยพจิ ารณาถงึ หลักบคุ คล หนา ที่ และวตั ถปุ ระสงค ดงั น้ี

ลักษณะ บคุ คล หนาท่ี วัตถุประสงค
ตดั สินใจลงทนุ ตองการผลกําไรจากการ
1. การลงทนุ ในธุรกจิ เจา ของ ลงทนุ ในธรุ กจิ
ตดั สินใจจดั การทรพั ยากร
2. การจดั การ ผจู ดั การ เพอ่ื ใชทรพั ยากรตา ง ๆ ไดมี
ประสิทธิภาพสูงสุด

62

ตดั สินใจ การจัดการ

เจาของ ลงทนุ ในธุรกจิ ผจู ดั การ

ตอ งการผลกําไร ใชทรัพยากรอยางมี
ประสทิ ธภิ าพ

จากตารางและแผนภาพดังกลาว เจาของธุรกจิ ในฐานะผูท ตี่ ดั สนิ ใจเลือกลงทนุ ในธุรกิจ ซึ่ง
ตองลงทนุ ในทรพั ยากรตา ง ๆ เพ่อื มงุ หวงั ผลกําไรจากการลงทุน ผูทําหนาท่ีนําทรัพยากรตาง ๆ มา
จัดการ คือ ผูจ ัดการ ซึ่งตองรับผิดชอบตอการนําทรัพยากรที่มีอยูมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุดตอ
ธรุ กจิ ซึง่ จะทําใหธ รุ กิจไดร บั ผลกําไรตามทคี่ าดหวงั ของเจา ของ

ในธรุ กิจขนาดใหญการแบงแยกหนาท่ีระหวางเจาของและผูจัดการจะมีความชัดเจน แต
สําหรับธุรกิจขนาดยอม เจาของมักจะเขาจัดการธุรกิจดวยตนเอง กลาวคือ เปนทั้งผูลงทุนและ
ผูจดั การทรพั ยากรดวยตนเอง

2. การจดั การการตลาด
2.1 การกําหนดทิศทางการตลาด
เปนการศึกษาตลาดจากปจ จยั ภายนอกและภายในทาํ ใหผ ปู ระกอบการวางแผนการตลาดได
อยา งมน่ั ใจและสามารถบอกรายละเอียดในการดาํ เนินงานไดอ ยา งชดั เจน
การวจิ ัยการตลาดและขอมลู การตลาด
การวจิ ัยการตลาดหรือการศึกษาตลาดจะตอ งพิจารณาถึงพฤติกรรมผูบริโภค มีข้ันตอนใน
การวจิ ยั ดงั น้ี
1. การศกึ ษาโอกาสหรอื การศกึ ษาตลาด ผปู ระกอบการจะตอ งศึกษาใน 2 เรอ่ื ง คือ
การศึกษาโอกาสทางการตลาด เปน การศกึ ษาพฤตกิ รรม ผบู ริโภค และการศึกษาสถานการณทาง
การตลาด เปนการศึกษาส่ิงแวดลอมภายในและภายนอกของกิจการ ประกอบดวย

1) การศกึ ษาจดุ แข็ง เปน การศกึ ษาถงึ ขอดีหรือจดุ แข็งของสินคาหรือบรกิ าร
2) การศึกษาจดุ ออน เปนการศึกษาขอเสียหรือปญ หาทเ่ี กิดจากองคประกอบทาง
การตลาด
3) การศกึ ษาโอกาส เปน การศกึ ษาขอ ไดเปรียบหรอื ส่ิงทีเ่ อื้ออาํ นวยใหแ กก จิ การ
4) การศกึ ษาอปุ สรรค เปน การศกึ ษาปญ หา อปุ สรรคทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ
2. การกาํ หนดวตั ถุประสงคทางการตลาด
3. การเลอื กตลาดเปา หมาย
4. การศกึ ษาพฤตกิ รรมผบู รโิ ภค

63

5. การศกึ ษาสวนประสมทางการตลาด ไดแ ก ดา นผลิตภัณฑ ดา นการสง เสริมการตลาด
ดา นแผนการจดั จําหนา ย ดา นแผนราคา

2.2 การหาความตองการของตลาด
ความจาํ เปน และความตองการ
ความจําเปน หมายถงึ ความตอ งการขัน้ พ้ืนฐาน เปน ตวั ผลักดันใหเกดิ พฤติกรรมเพื่อสนอง
ความตองการน้ัน ความตองการในสิ่งจําเปนพื้นฐานในการดํารงชีวิต ไดแก ปจจัย 4 จะเปนส่ิงท่ี
สําคัญตอชวี ติ ไมม ไี มได
ความตองการ หมายถึง ความตองการอยากได อยากมี อยากเปน แตไมมีก็ไมเดือดรอน
แกช ีวิต เปน การแสดงออกหรอื พฤติกรรมท่ตี องการสนองความตองการขั้นพ้ืนฐาน ซ่ึงหลอหลอม
จากสภาพแวดลอมและบุคลิกสวนตัว
การตลาด หมายถึง กระบวนการวางแผนและการปฏิบัติตามแนวคิด การกําหนดราคา
การสงเสริมการตลาด และการจดั จาํ หนา ยสินคา และบริการ เพือ่ สรางใหเ กดิ การแลกเปลี่ยนท่ีทําให
ผูบ รโิ ภคไดร ับความสุข ความพอใจ และบรรลวุ ตั ถุประสงคข ององคกร
จดุ สําคัญของการตลาด
1. ทําใหเกิดการเปลยี่ นแปลงที่ทําใหผ ูบ ริโภคไดรับความพงึ พอใจ
2. เปนการแลกเปลี่ยนความคดิ สนิ คา และบรกิ าร
ความสําคัญของการตลาด
ความสําคญั ตอ บคุ คล
1. สรา งอาชีพ
2. อํานวยความสะดวกใหลูกคา
ความสาํ คญั ตอ องคก รธรุ กจิ
1. สรา งรายไดใ หอ งคก ร
2. กอใหเ กดิ ธุรกจิ ใหมเ พ่ิมมากข้นึ
ความสาํ คญั ตอ เศรษฐกจิ และสงั คม
1. สรา งรายไดใหป ระเทศ
หนา ท่ที างการตลาด
1. หนา ที่ท่ีจะทําใหมกี ารโอนกรรมสิทธิ์ของสินคาจากผขู ายไปสผู ูซอื้

1.1 การซือ้
- หาความตอ งการซื้อ
- การเลือกแหลง ซื้อ
- การพจิ ารณาความเหมาะสมของสินคา

64

1.2 การขาย เปน การสรางอุปสงค
2. หนา ท่เี กยี่ วกบั การจัดสงสินคา
2.1 การขนสง การขนสงทีต่ นทนุ ต่ํา รวดเรว็ และเหมาะสมกบั สนิ คา
2.2 การจดั เก็บสนิ คา
3. หนา ท่ีอํานวยความสะดวกตาง ๆ
3.1 การเงิน
3.2 ความเสย่ี ง
3.3 สารสนเทศทางการตลาด
3.4 การจัดมาตรฐานและแบงเกรดของสินคา
4. สารสนเทศทางการตลาดและการวิจัยตลาด

- เกบ็ รวบรวมขอ มูลทางการตลาดมาใชในการวเิ คราะหและวจิ ัย
5. การเกบ็ รกั ษา
- เก็บรกั ษาใหพอกบั ความตองการของลกู คา และไมน านเกนิ ไปจนลา สมยั
6. การจัดมาตรฐานและคณุ ภาพของสนิ คา
- ไดม าตรฐานตรงความตอ งการลกู คา
7. การขาย
- กระตุนลกู คา ใหซ ้ือสินคาไดมากและเร็วขึ้น ซ่ึงกจิ กรรมหลักไดแ ก
1. การโฆษณา - การใชพ นกั งานขาย
2. การสงเสริมการขาย - การประชาสมั พนั ธ
8. การเงิน
- บริหารเงนิ ใหอ ยใู นงบที่ประมาณไว
9. การรับภาระเสยี่ งภยั
- หาสาเหตุและหาทางปองกนั ปญ หาทีอ่ าจเกิดข้ึน

กิจกรรม
ใหผ ูเรยี นบอกหนาทีท่ างการตลาดมอี ะไรบาง อธบิ ายมาพอเขาใจ

65

2.3 การขนสง
การขนสง หมายถึง การเคลื่อนยายบุคคล สิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง
โดยอาศัยอปุ กรณใ นการขนสง ตามความตอ งการและเกดิ อรรถประโยชน
ประเภทของการขนสง คือ การขนสงมีความเจริญกาวหนาและมีพัฒนาการมากยิ่งขึ้น
มีวิธีการขนสงใหผูประกอบธุรกิจเลือกหลายวิธี ผูประกอบธุรกิจตองเลือกวิธีการขนสง
ใหเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง และสามารถจาํ แนกการขนสงได 5 ประเภท ดังน้ี
1. การขนสง ทางน้ํา คือ การขนสง ทางน้ํา เปน วธิ ีการขนสงเกาแกมีมาแตสมัยโบราณ โดย
การใชแมน ํา้ ลําคลองเปนเสนทางลําเลยี งสินคา รวมถึงการขนสงทางทะเล ซ่ึงสวนใหญใชสําหรับ
การขนสงสินคาระหวางประเทศ การขนสงทางน้ําน้ีเหมาะสมกับสินคาท่ีมีขนาดใหญขนสงได
ปรมิ าณมากเปน สินคาทย่ี ากแกก ารเสยี หาย เชน ทราย แร ขาวเปลือก เครื่องจักร ยางพารา เปนตน
สว นประกอบของการขนสงทางนํ้า
1.1 ผูประกอบการขนสงทางนา้ํ
1.2 อุปกรณการขนสง คือ เรือ ไดแ ก เรือโดยสาร เรือสินคา และเรอื เฉพาะกจิ เชน เรือลากจูง
เรือประมง
1.3 ทาเรอื
1.4 เสน ทางเดินเรอื สามารถแบง ไดเปน 3 ประเภท คือ

- เสน ทางเดนิ เรอื ภายในประเทศ
- เสนทางเดินเรือชายฝง ทะเล
- เสน ทางเดินเรอื ระหวา งประเทศ ขอดี ขอเสยี ของการขนสง ทางน้าํ มีดังน้ี
ขอดี
1. อตั ราคาขนสง ถูกกวา เม่อื เทยี บกับการขนสง ทางอ่นื
2. ขนสง ไดปริมาณมาก
3. มีความปลอดภยั
4. สามารถสง ไดร ะยะไกล ๆ
ขอเสยี
1. มคี วามลาชา ในการขนสง มาก
2. ในฤดูนาํ้ ลดหรือฤดรู อ น นา้ํ อาจมีนอย ซ่งึ เปนอปุ สรรคตอการขนสง เพราะเรือเกยตืน้ ได
3. ไมส ามารถกําหนดเวลาทแี่ นน อนในการขนสงไดข นึ้ อยกู บั ภมู อิ ากาศ และ ภมู ปิ ระเทศ

66

2. การขนสง ทางบก จาํ แนกเปน 2 ประเภท ไดแก
2.1 การขนสงทางรถไฟ การขนสงทางรถไฟ เปนเสนทางการลําเลียงที่สําคัญที่สุดของ
ประเทศไทย ดาํ เนินงานโดยการรถไฟแหง ประเทศไทย ซึ่งถือวา เปนรัฐวสิ าหกจิ เหมาะสําหรับการ
ขนสงสินคาหนกั ๆ ปรมิ าณมากและในระยะทางไกล อัตราคาบริการไมแพง การขนสงทางรถไฟจะ
มีกําหนดเวลาออกและถึงจุดหมายปลายทางในระยะเวลาแนนอนและมีความปลอดภัยจาก
การเสียหายของสินคา
1) รถปด คือ รถไฟทปี่ ดทกุ ดาน เหมาะสําหรบั การขนสงสนิ คา ท่ีเสียหายงา ยเม่ือถกู แดด ถกู ฝน
2) รถเปด คือ รถไฟที่ไมมีหลังคา เหมาะสาํ หรับการขนสงสินคาที่ไมเ สียหายเม่อื ถูกแดด ถูกฝน

3) รถเฉพาะกิจ คือ รถไฟที่ออกแบบสําหรับใชเฉพาะงาน เชน รถบรรทุกน้ํามัน รถบรรทุก
ปนู ซเี มนต เปนตน

ขอ ดี
1. ประหยดั ขนสงสินคาไดจาํ นวนมากหลายชนดิ
2. รวดเรว็ สามารถขนสง สนิ คาไดทนั ตามกาํ หนดเวลาทต่ี อ งการ
3. สะดวก เพราะมีตูหลายชนิดใหเลือกเพ่ือความเหมาะสมกับสนิ คา
4. ปลอดภยั สงู เมอ่ื เทียบกับเสน ทางอน่ื
5. ขนสงไดท กุ สภาพดินฟาอากาศ

ขอเสยี
1. ไมสามารถขนสง สนิ คาใหถึงท่ีตองการขนถายได
2. ความยดื หยนุ มีนอย เพราะมเี สนทางตายตวั
3. มีความคลอ งตวั นอ ยกวาการขนสง แบบอน่ื เพราะมีกฏระเบยี บมาก
4. ไมเ หมาะสมกบั ผูสงสินคา รายยอย ปรมิ าณนอ ย

2.2 การขนสง ทางรถยนต หรือรถบรรทกุ การขนสงทางรถยนตหรือทางรถบรรทุก ถือวา
เปนหวั ใจของการขนสงทางบก ท้ังน้ีในปจ จุบันรฐั บาลไดม กี ารสรางถนน ขยายถนนเชื่อมโยงระหวาง
จังหวัดตาง ๆ ไดอยางทั่วถึง โดยมีกรุงเทพมหานครเปนศูนยกลางการขนสง ซ่ึงการขนสงทาง
รถยนตหรือทางรถบรรทุก สามารถแกปญหาในดานการจําหนายสินคาของพอคาไดเปนอันมาก
เพราะการขนสงสนิ คาสะดวก รวดเร็ว สามารถสงสินคาไปถึงผูใชไดโดยตรง สวนประกอบของ
การขนสงทางรถยนตห รือรถบรรทกุ (1) ผูประกอบการ อาจเปน รัฐหรอื เอกชนดําเนินงานก็ได หรือ
เปนการดําเนินงานรวมกันก็ได เชน รถยนตรับจาง (2) อุปกรณในการขนสง ไดแก รถยนต และ
รถบรรทกุ (3) ถนน หรอื เสนทางเดินรถ

ขอดี
1. บรกิ ารไดถ ึงที่โดยไมต องมกี ารขนถา ย

67

2. ขนสงสินคาไดต ลอดเวลาตามความตอ งการของลูกคา
3. สะดวก รวดเรว็
4. เหมาะกับการขนสงระยะสั้นและระยะกลาง
5. เปนตัวเช่ือมในการขนสงแบบอ่ืนท่ีไมสามารถไปถึงจุดหมาย ไดโ ดยตรง
ขอเสยี
1. คา ขนสงสงู เมื่อเทยี บกบั การขนสง ทางรถไฟ
2. มีความปลอดภัยตา่ํ เกิดอบุ ตั เิ หตุบอ ย

3. ขนสงสนิ คา ไดปรมิ าณและขนาดจาํ กัด
4. กําหนดเวลาแนน อนไมได ขึ้นอยกู ับสภาพการจราจรและดนิ ฟาอากาศ
3. การขนสงทางอากาศการขนสง ทางอากาศมคี วามสาํ คญั มากในปจจบุ ันโดยเฉพาะการขนสง
ระหวางประเทศเพราะทําการขนสง ไดร วดเร็วกวา การขนสง ประเภทอ่นื ๆ ไมเสยี เวลาในการขนสงนาน
สะดวกและปลอดภัย เหมาะกับการขนสงสินคาประเภทท่ีสูญเสียงาย เชน ผัก ผลไม ดอกไม เปนตน
หรือสินคาตองการสั่งจองมาดวยความรวดเร็วแกการใชงาน ถาลาชาอาจเกิดความเสียหายไดไม
เหมาะกับสินคา ที่มขี นาดใหญ น้ําหนกั มากและสนิ คา ราคาถกู ๆ ไมรบี รอนในการขนสง ซ่ึงการขนสง
ประเภทนี้ ทาํ ใหธรุ กจิ สามารถขยายตัวไดร วดเรว็ ทง้ั ในและตา งประเทศแตคา ใชจา ยแพงกวาการขนสง
ประเภทอนื่
สวนประกอบของการขนสง ทางอากาศ
3.1 ผูป ระกอบการ ไดแ ก บรษิ ทั การบนิ ใหบริการขนสงทั้งผูโดยสารและสินคาท้ังภายใน
และระหวา งประเทศ
3.2 อปุ กรณในการขนสง ไดแ ก เครื่องบิน แบง เปน 3 ประเภท คือ
- เครอ่ื งบินโดยสาร ใหบรกิ ารขนสง ผโู ดยสาร
- เครอ่ื งบินบรรทุกสินคา ใหบริการขนสง เฉพาะสินคา
- เคร่อื งบนิ แบบผสม ใหบ ริการทั้งผูโดยสารและสินคาภายในลําเดียวกนั
3.3 เสน ทางบิน คือ เสน ทางที่กําหนดจากแหงหน่ึงไปยังอีกแหงหนึ่ง มี 2 ลักษณะ คือ เสนทาง
ในอากาศ และเสนทางบนพืน้ ดนิ
3.4 สถานีในการขนสง หรือทาอากาศยาน เปนบรเิ วณทใ่ี ชส าํ หรับการข้ึนลงของเครื่องบิน
ประกอบดวย อาคารสถานี ทางว่ิงและทางขบั และลานจอด
ขอดี
1. สะดวก รวดเรว็ ทีส่ ุด
2. สามารถขนสงกระจายไปทว่ั ถงึ ไดอ ยา งกวางขวางทง้ั ในประเทศ และระหวา งประเทศ

68

3. สามารถขนสง ไปในทองถ่นิ ทก่ี ารขนสง ประเภทอืน่ ไปไมถ งึ หรือไปยากลาํ บาก
4. เหมาะกบั การขนสงระยะไกล ๆ
5. เหมาะกับการขนสงสินคา ทเี่ สียงาย จาํ เปน ตอ งถงึ ปลายทางรวดเร็ว
6. ขนสง ไดหลายเทีย่ วในแตละวนั เพราะเครือ่ งบนิ ข้ึนลงไดร วดเรว็
ขอเสยี
1. คาใชจ า ยในการขนสงสงู กวา ประเภทอื่น
2. จํากัดขนาดและนํา้ หนักของสนิ คาท่ีบรรทกุ จะมีขนาดใหญและน้ําหนักมากไมได
3. บริการขนสง ไดเ ฉพาะเมอื งทมี่ ที าอากาศยานเทา นั้น
4. การขนสง ขนึ้ อยกู บั สภาพภูมิอากาศ
5. การลงทนุ และคาใชจา ยในการบํารุงรกั ษาอุปกรณสูง
6. มีความเสี่ยงภัยอนั ตรายสูง
4. การขนสงทางทอ เปนการขนสงสิ่งของประเภทของเหลวและกาซผานสายทอ เชน
น้าํ ประปา นาํ้ มนั กาซธรรมชาติ เปนตน ซึ่งการขนสงทางทอจะแตกตางกับการขนสงประเภทอ่ืน
คอื อปุ กรณท่ใี ชในการขนสง ไมตองเคล่อื นที่ โดยเสนทางขนสงทางทออาจจะอยูบนดิน ใตดิน หรือ
ใตนาํ้ ขึน้ อยูกับสภาพภมู อิ ากาศ ประเทศแรกทีใ่ ชระบบการขนสงทางทอ คือ ประเทศสหรฐั อเมริกา
ใชสําหรับขนสงสินคาประเภทเชื้อเพลิง ปจจุบันประเทศไทยใชระบบการขนสงทางทอสําหรับ
สนิ คา ประเภทนํา้ มนั เชื้อเพลิงและกา ซธรรมชาติ
สวนประกอบของการขนสงทางทอ
4.1 ผูประกอบการ ซึง่ ผูประกอบการท่สี ําคญั ไดแก การปโ ตรเลียมแหง ประเทศไทย
(ปตท.)
4.2 อุปกรณใ นการขนสง ไดแก ทอ หรอื สายทอ แบง เปน ทอ หลัก และทอ ยอย
4.3 สถานใี นการขนสง ไดแ ก สถานีตนทาง สถานีปลายทาง สถานีแยก สถานสี บู ดนั
ขอดี
1. ประหยัดตน ทนุ เวลาในการขนยา ยสินคา
2. สามารถขนสง ไดท ุกสภาพภูมอิ ากาศ
3. สามารถขนสง ไดไ มจ าํ กัดเวลาและปรมิ าณ
4. มีความปลอดภยั สงู จากการสญู หายหรือลักขโมย
5. กําหนดเวลาการขนสงไดแนนอนชดั เจน
6. ประหยดั คา แรง เพราะใชก าํ ลงั คนนอย
ขอ เสยี
1.ใชขนสงไดเ ฉพาะสินคาทเี่ ปน ของเหลวหรือกา ซเทา นนั้
2. คา ใชจา ยในการลงทนุ ครง้ั แรกสูง

69

3. ตรวจสอบหาจุดบกพรองทาํ ไดยาก
4. ทอ หลักท่ใี ชข นสงเม่ือวางแลว เคลื่อนยายเปลีย่ นเสนทางไมได
5. ไมเ หมาะกบั การขนสงในภมู ิประเทศทีม่ ีแผน ดนิ ไหวบอ ย
5. การขนสง ระบบคอนเทนเนอร การขนสง ระบบคอนเทนเนอร เปนการพัฒนาการขนสง
อีกข้นั หนงึ่ โดยการบรรจุสนิ คา ท่ีจะขนสงลงในตหู รอื กลองเหลก็ ขนาดใหญ ทเ่ี รียกวา คอนเทนเนอร
แลวทําการขนสงโดยรถบรรทกุ รถไฟ หรอื เครื่องบิน ไปยงั จดุ หมายปลายทางโดยไมมีการขนถาย
สนิ คาออกจากตรู ะหวางทาํ การขนสงเท่ยี วนน้ั

ชนดิ ของตคู อนเทนเนอร ซึ่งสามารถแบงได 3 ชนิด คือ
5.1 ตแู หงหรือตูสินคาทั่วไป เปนตูทึบไมมีแผนฉนวนอยูดานใน ไมมีเคร่ืองทําความเย็น
ตดิ ต้งั หนาตู ใชบรรทุกสินคา แหง หรือสนิ คา ทว่ั ไป
5.2 ตคู วบคมุ อณุ หภูมิ แบง ได ดังน้ี

- ตหู อ งเย็น จะมเี ครื่องทาํ ความเยน็ ในตู ภายในบุฉนวนทุกดาน เพื่อปองกันความรอน
จากภายนอกเขาสูดา นใน นยิ มเก็บผักสด ผลไม

- ตูฉนวน ภายในจะบุฉนวนดวยโฟมทุกดานเพ่ือปองกันความรอนแผเขาตู นิยม
บรรทกุ ผกั

- ตรู ะบายอากาศ เหมือนกบั ตูเย็นแตมพี ัดลมแทนเครื่องทําความเย็น พัดลมจะดูดกาซ
อีเทอรล นี ที่ระเหยออกจากตวั สนิ คา

5.3 ตพู เิ ศษ ไดแ ก ตูแ ทง็ กเ กอรหรือตบู รรจขุ องเหลว ตเู ปด หลังคา ตูแพลตฟอรม ตูเปดขาง
ตบู รรทกุ รถยนต ตูบรรทุกหนังเคม็ ตูส งู หรือจัมโบ

ประโยชนของระบบตูคอนเทนเนอร
1. ทาํ ใหขนถายสินคา ไดรวดเร็ว
2. ลดความเสียหายของสนิ คา ทขี่ นสง และปอ งกันการถูกโจรกรรมได
3. ประหยดั คา ใชจา ย
4. สามารถขนสง ไดป รมิ าณมาก
5. การส่ังจองเรอื ระวางเพือ่ ขนสง สินคาทําไดส ะดวก
6. ตรวจนบั สนิ คา ไดง าย

กจิ กรรม
ใหผ ูเ รียนอธิบายการขนสง ในทองถนิ่ มีอะไรบา ง พรอมอธบิ ายขอ ดแี ละขอ เสียมาพอเขา ใจ

70

2.4 การขาย
ความสาํ คัญของการขาย
ความสําคัญของการขายโดยใชพนักงาน เปนเร่ืองที่ผูบริหารธุรกิจจะตองใหความสําคัญ
โดยเฉพาะการจดั ทีมหลังการขาย เปาหมายที่ธุรกิจต้ังไวในการเพิ่มกําไรจากการขายจะสําเร็จไป
ไมไดเลยหากขาดซ่งึ การขาย การขายนีจ้ ะสนองตอบถงึ ความตองการของผูบรโิ ภคอยา งใกลช ิดโดย
อาศัยพนักงานขาย พนักงานขายจะตองรูจักวิธีการจูงใจลูกคาใหมีความสนใจที่จะซื้อสินคา
โดยอาศัยการเขาพบเผชิญหนากับลกู คา โดยตรง ซง่ึ งานการขายจดั เปนการติดตอส่ือสารสวนบุคคล
โดยมีลกั ษณะของการส่ือสารสองทิศทาง ซงึ่ สามารถสงั เกตและรบั รไู ดจ ากปฏิกิริยาตอบสนองของ
ลูกคาได ซ่ึงจะแตกตางจากโฆษณาและการสงเสรมิ การขายซ่ึงจัดเปนการสื่อสารทิศทางเดียว โดย
พนักงานขายสามารถทําใหธุรกิจบรรลุถึงเปาหมายของธุรกิจไดโดยการทํากิจกรรมการขายที่

แตกตางจากการโฆษณา การโฆษณานั้นมักจะเปนการเรียกรองความสนใจ เสนอขอมูลทาง
การตลาดตอ กลมุ เปาหมายไมไดก ระตนุ ใหเกดิ การขายโดยตรง

ลักษณะท่ัวไปของการขาย
หากวิเคราะหลกั ษณะทัว่ ไปของการขาย จะแบง ออกได ดังน้ี
1. การขายมลี ักษณะเปนการตดิ ตอ ส่อื สาร ไมวา จะเปน การขาย โดยพนักงานขาย หรือการ
โฆษณา การสง เสริมการขาย หรือการสง เสริมการตลาดอน่ื ๆ กจ็ ดั เปนกจิ กรรมทม่ี ีลกั ษณะของการ
สื่อสารทงั้ สน้ิ เพียงแตจ ะเปน ทิศทางเดียว หรือสองทิศทางเทานั้น โดยผูรับสารคือ กลุมของลูกคา
ซึ่งจะไดร บั ขอ มลู ขา วสารเกยี่ วกับสนิ คาหรอื บรกิ ารเพอ่ื ใชข อมูลประกอบการตดั สนิ ใจซอื้
2. การขายมีลกั ษณะของการจูงใจไมใชก ารบังคบั พนกั งานขายจาํ เปน ตอ งเขา ใจในตัวของ
ลูกคา รูจักจิตวิทยาการขาย ทฤษฎีการโนมนาวจิตใจ โดยเฉพาะสินคาท่ีมีราคาสูงมากก็จะย่ิง
ตัดสนิ ใจซือ้ ยาก ดังน้นั พนักงานขายจะตอ งใชศ ลิ ปะในการขายเพอ่ื โนม นา วอยา งมีเหตผุ ล
3. การขายเปนงานที่ชวยแกปญหา พนักงานขายเปนบุคคลท่ีแนะนําใหลูกคาเห็นและ
ตระหนักถึงปญหาที่กําลังเผชิญอยู และผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้นไดหรือเม่ือลูกคามีปญหาพนักงาน
ขายควรจะแนะนําวิธีการแกปญหา โดยใชสินคาที่มีคุณภาพเพียบพรอมในการแกปญหาของ
ลูกคาคนน้ัน พนักงานขายจะตองเปนผูขจัดปญหาตาง ๆ ของลูกคาใหหมดไปเพ่ือใหลูกคาเกิด
ความแนใจและยอมรบั ในสินคาทถ่ี กู แนะนาํ
4. การขายมีลักษณะของการใหความรู พนักงานขายเปรียบเสมือนผูใหความรู โดยการ
อธบิ าย สาธติ เปรียบเทยี บ และใหความกระจางแกลูกคา ตอบหรือไขขอของใจใหลูกคาไดเขาใจ
แจม แจง ไมวาลกู คา จะตดั สนิ ใจซื้อหรือไม ดงั นน้ั การขายจึงเปนการใหความรูแกล กู คา อยา งหน่ึง
5. การขายเปน การใหส ่ิงตอบแทนแกทกุ ฝาย เม่ือเกิดการซ้ือขายสินคาขึ้นตัวพนักงานขาย
ของจะไดร ับยอดขาย ไดค า คอมมิชชนั่ ไดรายไดจาการขายสินคาน้ัน ธุรกิจเองก็ไดยอดขาย ไดผล

71

กําไรจากยอดขายสินคาน้นั ลูกคา กไ็ ดสนิ คา ที่มีคณุ ภาพไปสนองความตอ งการ รวมท้ังไดรบั ความรู
แปลกใหมจากพนักงานขายดว ย

ความสาํ คัญของการขาย
การขายมคี วามสาํ คญั ดงั นี้
1. ชวยใหเ กิดธรุ กิจอตุ สาหกรรมการผลติ ธรุ กิจอุตสาหกรรมการผลิตจะกอใหเกิดนวัตกรรม
ใหม ๆ รวมถึงการพฒั นาสินคา เพอื่ ตอบสนองความตองการของลูกคาอยา งแทจริง
2. ชว ยใหธรุ กจิ บรรลุผลสาํ เรจ็ คอื ไดยอดขาย ไดกาํ ไร สามารถขยายกิจกรรมใหเจริญเติบโต
ตอ ไปได
3. ชว ยใหเกิดการจางงาน ในภาวะที่อัตราการวางงานสูง เชน ปจจุบันงานดานการขายมี
บทบาทในการจา งงานอยา งตอเนอ่ื ง ทาํ ใหค นมีรายไดแ ละความเปนอยูดขี ้ึน
4. ชว ยลดปญ หาของสังคม โดยเฉพาะปญ หาสังคมอน่ื ๆ ที่เกิดจากปญหาการวางงาน เชน
ปญหายาเสพตดิ ปญ หาสุขภาพจิต เปน ตน หากคนมีงานทําก็จะสามารถแกปญ หาดังกลาวได
หนา ทีแ่ ละคณุ สมบัตขิ องพนกั งานขาย
หนา ท่ขี องพนกั งานขาย
พนกั งานขายมีหนาท่ที ตี่ องปฏบิ ัติ ดงั นี้
1. พนกั งานขายควรมีความรอบรูอยางดี เชน ผลิตภัณฑท่ีเสนอขาย นโยบายและระเบียบ
ปฏิบตั ขิ องบรษิ ทั และแผนงานการขาย เปน ตน
2. เปนตวั แทนของบริษทั ในการพบปะกับลกู คา เพ่อื รกั ษาความสัมพันธอันดีระหวางลูกคา
และบริษัท บําเพ็ญตนเปนผูบริการท่ีดีตอลูกคา เพื่อขจัดปญหาขอรองขอของลูกคาเก่ียวกับตัว
ผลิตภัณฑแ ละบรกิ าร
3. ปฏิบัติหนาที่ดวยความตั้งใจ เพอ่ื เพิ่มพนู การขาย หาลูกคาใหม ๆ เพิ่มขึ้น รายงานความ
เคลอื่ นไหว และสถิตกิ ารขายใหบ รษิ ัททราบ
4. ปฏิบตั ิตนเปนพนักงานทส่ี มบรู ณข องบริษัท เชน ชวยเหลือเกี่ยวกับการทวงถามหนี้สิน
รายงานภาวการณแขงขันของตลาดตอบริษทั และเสนอความคดิ เหน็ ท่เี ปน ประโยชนต อ บริษทั
5. ใหความรวมมือกับพนักงานทุกฝายของบริษัท เชน แสดงบทบาทในท่ีประชุม เสนอ
ความคดิ เห็น ใหคําแนะนาํ ทถ่ี ูกตองแกเจาหนาที่ฝายอื่น ๆ ของบริษัท และรวมงานขายของบริษัท
ดว ยความจรงิ ใจ
คุณสมบัติของพนกั งานขายทด่ี ี
พนกั งานขายทดี่ ี ควรมคี ุณสมบัตทิ ่สี ําคญั ดงั น้ี
1. จะตอ งมีความตั้งใจ เอาใจใส มคี วามรับผดิ ชอบสงู ตอ หนา ท่ีมากกวา เร่อื งสวนตวั
2. จะตอ งมีมนษุ ยสมั พนั ธท ีด่ ี
3. จะตองเปน ผูท ่ีมคี วามสามารถอานเดาใจลกู คา ไดถ กู ตอง

72

4. จะตอ งมคี วามขยนั อดทน
5. จะตองควบคมุ อารมณไดอ ยางดีในทุกสถานการณ
ประเภทของงานการขาย
งานการขายแบง ออกได 4 ประเภท คอื
1. การขายโดยใชพนกั งานขาย

การขายโดยใชพ นกั งานขาย หมายถึง งานขายทีใ่ ชพ นกั งานตดิ ตอกับลูกคาโดยตรงและ
พนกั งานขายจะเปนผูท าํ หนาทโี่ นม นาวชกั จงู กระตุนใหลูกคาเกดิ การตดั สนิ ใจซ้ือสินคา ซ่ึงอาจทํา
ไดโดยไปพบลกู คา ดวยตนเอง ใชโ ทรศพั ทพดู คยุ กับลูกคาโดยตรงดว ยตนเองหรอื ใชจดหมายตดิ ตอ

ในลกั ษณะเฉพาะเรอ่ื ง เฉพาะคนไป หากลกู คา สนใจกไ็ ปเขา พบดวยตนเองภายหลัง เชน พนักงาน
ขายหนารา น พนักงานขายประกันชวี ติ พนกั งานขายเครอ่ื งสําอาง เปนตน

2. การขายโดยไมใ ชพนกั งานขาย
การขายโดยไมใชพนักงานขาย คือ การปฏิบัติการขายในปจจุบันที่หลีกเล่ียงการใช

พนักงานขายโดยใชสื่อหรือเครื่องจักรทําหนาท่ีแทนพนักงานขาย เพราะสามารถทําใหเกิดการ
โนม นาวชกั จงู และรับรไู ดใ นวงท่กี วางขวางครอบคลมุ พื้นท่ีที่ตอ งการได อีกท้ังยงั รวดเรว็ ประหยัด
เงินและเวลาอกี ดวยซงึ่ การขายโดยไมใชพนักงานขายมีหลายแบบ เชน

2.1 การขายโดยใหลูกคาบริการตนเอง การขายแบบนี้รานคาจะจัดวางสินคา
บนช้ันในระดบั สายตาเพอ่ื ดงึ ดูดเม่อื ลูกคาเดินเขามาในราน โดยวางใหเปนระเบียบเพ่ือใหลูกคาได
หยิบดูหยิบเลือกไดงาย ลูกคาก็จะไปหยิบสินคามาเองโดยไมตองมีพนักงานขายคอยชวยดูแล
ชวยเหลือ เมอื่ เปรยี บเทียบและไดส นิ คาตามทต่ี อ งการแลวก็จะตองนําสนิ คาไปชําระเงนิ ท่ีเคานเตอร
พนกั งานเกบ็ เงิน ไดม กี ารนําระบบนี้ไปใชใ นรา นตาง ๆ เชน ซเู ปอรม ารเกต็ เปน ตน

2.2 การขายโดยใชเคร่อื งจักรอัตโนมตั ิ ตองอาศยั ตูหยอดเหรียญและกดปุม เพ่ือให
ไดสนิ คาตามท่ตี อ งการ สินคาทจี่ าํ หนา ยมักเปนสนิ คา ที่ลูกคาใชบอยใชประจํา เชน บุหรี่ เคร่ืองด่ืม
ขนมขบเคยี้ ว ถุงยางอนามยั เปนตน ดังนั้น จึงควรใหความสะดวกแกผูซ้อื ไดต ลอด 24 ช่ัวโมง ไมมี
วนั หยดุ และไมจําเปน ตองใชพนักงานขาย ลูกคาคนใดตองการก็หยอดเหรียญตามราคาสินคาแลว
กดปมุ สินคาก็จะออกมา สินคาทข่ี ายสวนใหญก็จะเนนสนิ คา ท่ใี ชก ันบอย ๆ ในชีวติ ประจําวัน

3. การขายทางไปรษณยี 
ปจ จบุ ันรา นคาปลีกหลายแหงจะเปดแผนกขายปลีกตามคําสั่งซ้ือทางไปรษณีย ซ่ึงเปน

แหลงระบายสินคาและเพิ่มปริมาณการขายไดดีวิธีหน่ึง การขายทางไปรษณียเปนการเสนอขาย
บรกิ ารเปนสวนใหญ การขายสินคาในลักษณะน้ีมียอดขายท่ีสูงมาก เน่ืองจากขอบเขตการขายไม

73

จํากัด การโฆษณาสามารถเนนที่จุดเดนจึงทําใหมีโอกาสท่ีจะขายสินคาใหมากขึ้น และมีความ
สะดวกในการสั่งซ้ือตามใบสัง่ ซอ้ื ท่สี งไปให

4. การขายทางโทรทศั น
เดมิ ทธี รุ กิจการขายทางโทรทัศน ไมไ ดร บั ความสนใจเทาใดนกั และยังถูกผูขายรายใหญ

มองวาเปนเพียงส่ือกลางในการขายสินคาไมมีระดับใหแกบุคคลที่อยูหางไกล ซึ่งไมใช
กลุมเปาหมายสําคัญซ่ึงเปนผูท่ีอยูตามเมืองใหญ ความรูสึกเชนน้ีเริ่มลดลง ผูคาปลีกทั่วไปตางก็
ทบทวนแผนการที่จะเปดธุรกิจเชนนี้ โดยผานเครือขายโฮมช็อปปงเน็ตเวิรค โดยลูกคาท่ีสนใจ
สามารถส่ังซื้อไดโดยไมตองเสียเวลามาเลือกซื้อดวยตนเอง เพียงแตชมรายการเสนอขายทาง
จอโทรทศั นก็สามารถสั่งซื้อโดยใชโทรศัพทได การชาํ ระเงินสว นใหญกจ็ ะชําระโดยใชเ ครดิตการด
ซึง่ จดั วา เปนระบบการจัดจาํ หนายท่ีตนทุนตา่ํ ผขู ายไมจําเปน ตอ งเปด รา นหรือโชวร ูม ไมจ ําเปนตอ ง
ตกแตงสถานท่ี ไมตองมีรายจายท่ีเก่ียวกับคาเชา คาใชจายในการสงเสริมการขาย คาโฆษณา
การขายทางจอโทรทศั น ผูขายสามารถบอกรายละเอยี ดสรรพคณุ สีสนั รปู แบบ ความกวางยาวของ
สินคา ราคา อยางตรงไปตรงมา พรอมกับหมายเลขโทรศัพทท่ีจะติดตอเทากับผูขายไดทําการ
โฆษณาและทาํ การขายสนิ คา ไปในเวลาเดียวกนั

2.5 การกาํ หนดราคาขาย
ราคา คือ จาํ นวนเงินที่ผูซื้อจาย เพื่อแลกเปลี่ยนกับสินคาหรือบริการที่ผูซื้อเต็มใจชวย
ในดานผูขายราคา คือ มูลคาท่ีผูขายกําหนดไวสาํ หรับสิ่งที่ตนเสนอขาย
พ้นื ฐานในการกาํ หนดราคาขน้ึ อยกู บั
1. ตนทุน ตน ทุนในการผลิตสินคา เชน วตั ถุดบิ คา แรงงานในการผลติ ตน ทนุ ทางการตลาด
เชน คาโฆษณา คา นายหนา
2. สภาพของตลาด
3. คูแขงขนั
4. กฎหมาย หรือพระราชบัญญตั ิ
5. สภาพทางเศรษฐกจิ
สาเหตุทที่ าํ ใหราคาสนิ คา แตกตางกัน สินคาทม่ี ีชนดิ แบบ ขนาดเดยี วกนั ราคาแตกตา งกนั
เน่ืองจาก
1. ปรมิ าณการซือ้ ถามกี ารซอ้ื มากราคาจะตํ่า ถาซ้อื นอยราคาจะสูง
2. สภาพของผูซ ื้อ ถา ผูค า สง ผคู า ปลกี ซอ้ื ราคาจะตํ่า ถา ผูบรโิ ภคซื้อราคาจะสูง
3. สภาพภูมศิ าสตร ถา ระยะทางใกลราคาต่าํ ระยะทางไกลราคาสงู เพราะตอ งเพ่มิ คา ใชจาย
ในการขนสง

74

กจิ กรรม
ประเภทของการขายมกี ่วี ิธี พรอ มอธบิ ายขอดี ขอ เสีย มาพอเขา ใจ

นโยบายและกลยุทธก ารต้งั ราคา
1. แบบราคาเดยี่ ว เปน ราคาสินคา ท่กี ําหนดราคาเดียวกัน ไมวาจะซื้อจํานวนมากหรือนอย
ซ้ือประจําหรอื ไมก ข็ ายในราคาเดยี วกัน เชน ราคาสินคา ตามหา งสรรพสินคา
2. ราคาลอใจ เปน การตง้ั ราคาสนิ คา ใหถ กู หรอื บางคร้ังอาจจะยอมขาดทุนเพ่ือจูงใจใหคน
เขา รา น โดยจะมีสินคาที่ตั้งราคาประเภทน้ีเพียงไมก่ีรายการสวนมากเปนสินคาท่ีลูกคาใชประจํา
และรจู ักโดยทั่วไป
3. การตั้งราคาตามหลกั จติ วทิ ยา

- การตงั้ ราคาที่แสดงถึงช่ือเสียง หรือสัญลักษณของสินคา คือ การตั้งราคาใหสูง
เพอ่ื เปน การยกระดบั คณุ ภาพของสินคา

- การตั้งราคาตามความเคยชินหรือตามประเพณีนิยม เชน ราคาที่ลูกคาเคยซ้ือมา
กอน

- การตง้ั ราคาเลขค่ี เชน 29, 39, 49 และการต้ังราคาราคาเลขคู เชน 24, 32, 50
4. การตัง้ ราคาระดบั สงู และการตง้ั ราคาระดบั ตํา่

- การกาํ หนดราคาไวใ หส งู ในระยะเร่มิ แรกเพื่อจะสามารถลดราคาไดใ นระยะหลัง
กาํ ไรสูง ทําใหส ินคาดมู ีคุณคา นยิ มใชกับสนิ คาพวกแฟชัน่ เชน เสือ้ ผา

- การต้งั ราคาต่าํ ไวใ นระยะเร่มิ แรก หรอื การตัง้ ราคาแบบเจาะตลาด เพือ่ เขาสตู ลาด
ไดง า ย ตัง้ ขายไดง า ย สามารถขึ้นราคาในระยะหลังได ถาผูซื้อติดใจ ยอดขายสูง นิยมใชกับสินคา
เพอื่ การบรโิ ภค

5. สวนลด
- สว นลดปริมาณ คือ การลดราคาใหใ นกรณที ่ีซอื้ ในปรมิ าณมากขึน้
- สว นลดการคา เชน การคา สงลดใหมากกวา การคา ปลีก
- สวนลดเงนิ สด เปนการลดใหในกรณที จ่ี ายเงนิ สดภายในเวลาท่กี ําหนด

6. การต้ังราคาตามภมู ศิ าสตร
- F.O.B. คอื ราคาทรี่ วมคา ใชจ ายทง้ั ส้นิ จนสินคาไปอยบู นเรือ
- C&F คือ ราคาสินคาที่รวมคาใชจ า ยท้ังสน้ิ ณ สินคาอยูบ นเรือและรวมถงึ คา

ระวางขนสงสนิ คา
- C.I.F. คอื ราคาสินคา ทร่ี วมคา ใชจา ยทง้ั ส้นิ จนสินคาอยบู นเรือรวมคาระวางและ

คา ประกนั สินคา

75

2.6 การทําบญั ชปี ระเภทตาง ๆ
บัญชีรายรบั - รายจาย คือ แบบบนั ทกึ รายการรับ หรอื จา ย ที่เกิดขน้ึ จรงิ โดยบัญชรี ายรบั -
รายจา ย จะมสี วนประกอบ ดงั น้ี
1. ชื่อบัญชีรายรบั - รายจาย
2. วัน เดอื น ป ที่เกดิ รายรบั หรือรายจา ย
3. รายการรบั เงนิ หรอื จา ยเงนิ
4. จํานวนเงนิ ที่รับ หรือจายจรงิ
5. ยอดรวมรายรับ และรายจายท้งั หมด
6. ยอดรวมรายรับ และรายจา ยทัง้ หมด
7. ยอดเงนิ คงเหลอื เมือ่ รายรับสงู กวา รายจา ย

ตัวอยา งการจัดทําบัญชรี ายรบั - รายจาย
ประจําเดอื น มนี าคม 2553
วนั เดอื นป รายการ รายรบั รายจาย คงเหลอื
29 ก.พ. 53 3,500 -
1 ม.ี ค. 53 เงินเดือน 5,000.- 1,500 - 3,400 -
คา เชาบา น 3,390 -
15 มี.ค. 53 คา อาหาร 3,240 -
31 ม.ี ค. 53 คารถ 100 - 3,000 -
คา อาหาร 10 - 2,950 -
คาเส้ือผา 150 - 2,920 -
คา อาหาร 240 -
คา รถ 50 -
30 -

รวม 5,000.- 2,080 - 2,920 -

76

บัญชเี งนิ สดจัดประเภท คือ การบนั ทกึ รายการ ท้งั รายรบั รายจา ยทีเ่ กดิ ข้ึนจริง โดยจะนํารายรับ-รายจาย
ไปบนั ทึกแยกประเภทไว

วันเดือนป รายการ รายรับ รายจา ย เครือ่ ง อาหาร นันทนา กจิ กรรม เบ็ด
แตงกาย กลางวัน การ โรงเรยี น เตลด็

31 ม.ี ค. 53 เงินประจําสปั ดาห 100 -

เงินรายไดพ เิ ศษ 100 -

คาอาหาร 10 - 10 -

คาสมดุ 5- 5-
1 เม.ย. 53 คาอาหาร 10 - 10 -

คาเข็มลกู เสือ 5- 5-

3 เม.ย. 53 คาอาหาร 10 - 10 -

คา บตั รดดู นตรี 50 - 50 -

4 เม.ย. 53 คา อาหาร 10 - 10 -
คารถ 10 - 10 -
5 เม.ย. 53 คาอาหาร
10 - 10 -

คาเข็มขดั 30 - 30 -

6 เม.ย. 53 คา อาหาร 10 - 10 -

คา บรจิ าคทาํ บญุ 5- 5- 5-
คาปากกา 5-

7 เม.ย. 53 คาอาหาร 10 - 10 -

รวม 200 - 180 - 35 - 70 - 50 - 10 - 15 -

ยอดเงินคงเหลือยกไป 20 -

200 - 200 -

ประโยชนข องการทาํ งบประมาณและการบนั ทึกบญั ชีรายรบั - รายจา ย
1. ทาํ ใหม ีแผนจัดการรายรบั - รายจา ยท่ีมปี ระโยชนแ ละตอ งการจาํ เปน
2. ทําใหม หี ลักฐานในการรบั และจา ยเงินอยางเปนระบบระเบยี บ
3. ชวยลดปญ หาการใชจ า ยเงนิ มากกวารายรบั
4. ชว ยใหส ามารถจดั สรรเงนิ ออกไวใ ชในยามฉกุ เฉินได
5. สามารถเปรียบเทยี บงบประมาณกับบัญชรี ายรับ - รายจาย เพ่ือนาํ ผลไปปรับปรุงเพ่ือ
การวางแผนการใชจายเงินคร้ังตอไป
6. ชวยใหเ ปน คนมเี หตุผลและรูจ กั คาของเงินมากขนึ้

77

เร่อื งที่ 6 คุณธรรม จริยธรรม

คณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชพี
คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ นับวามีผลตอความมั่นคงของอาชีพ ผูขายกับ

ผูซ้ือจะตองมีคุณธรรม จริยธรรมตอกัน จึงจะคาขายรวมกันไดเปนเวลานาน
คณุ ธรรม หมายถึง สภาพคณุ งามความดี
จรยิ ธรรม หมายถึง ธรรมทเี่ ปน ขอประพฤตปิ ฏบิ ตั ิศีลธรรม
คุณธรรม จริยธรรม หมายถึง การประพฤติปฏิบัติที่ดี ที่ชอบ ท้ังกาย วาจา และใจ

การประพฤตปิ ฏิบตั ิเปน ไปดวยความจรงิ ใจ ไมแ สแสรง เปน ไปโดยธรรมชาติของแตล ะบคุ คล
คุณธรรม จริยธรรม ที่ตองการในการประกอบอาชีพที่คนสวนใหญยอมรับวาเปนความดี

ไดแก พฤติกรรม ดงั น้คี อื
ความรับผดิ ชอบ

ความรับผดิ ชอบ หมายถึง ความสํานึกในหนาที่ ไมทอกับงาน สามารถปฏิบัติงานไดสําเร็จ
ยอมรับผลแหงการกระทํา จะตองเปนคนที่เอาใจใสรอบคอบในการทํางาน มีความตั้งใจจริง
มีพันธะผูกพันในการจะปฏิบัติหนาที่การงานของผูรวมงานใหเปนไปตามเปาหมายขององคกร
เน่ืองจากบคุ คลตองอยูรว มกันทาํ งานในองคก ร จาํ เปน ตอ งปรับลกั ษณะนิสัย เจตคติของบุคคลเพ่ือ
เปนเครอ่ื งผลักดันใหปฏิบัติงานตามระเบียบ รูจักเคารพสิทธิของผูอื่น ปฏิบัติงานในหนาที่ท่ีตอง
รบั ผดิ ชอบและมีความซือ่ สตั ยส ุจริต คนท่มี ีความรบั ผดิ ชอบ จะทาํ ใหการปฏิบตั ิงานไปสูเ ปาหมายที่
วางไว และชวยใหการทาํ งานรวมกันเปน ไปดว ยความราบรืน่ ความรบั ผดิ ชอบจึงเปน ภาระผูกพันท่ี
ผูนําตองสรางขึน้ เพอ่ื ใหองคกรสามารถบรรลุเปาหมายไดอยางดี ถาในองคกรใดมีบุคคลท่ีมีความ
รับผดิ ชอบ จะทําใหเ กิดผลดตี อ องคกรดงั นี้ คือ

1. องคกรจะไดรับความเช่ือถือและไวว างใจจากผรู ว มงานและผูอนื่
2. การปฏิบัติงานจะพบความสําเร็จทันเวลาและทันตอเหตุการณ ภายใตสถานการณท่ี
เปล่ยี นแปลงตลอดเวลา
3. ทําใหเกดิ ความเชื่อถอื ในตนเอง เพราะปฏิบัติหนาทไ่ี ดอ ยา งเรยี บรอย
4. องคก รเกดิ ความมนั่ คงเปน ทยี่ อมรบั นบั ถือจากผูอ ื่น
5. องคกรประสบความสาํ เรจ็ สามารถพัฒนาไปสูความเปน ปก แผน และม่ันคง
6. สามารถปฏิบัตงิ านไดอยา งราบร่ืนทกุ คนใหค วามรวมมอื เปน อยา งดี
จรรยาบรรณและคณุ สมบตั ิของผูประกอบธรุ กจิ
แนวคิดสําคญั
ธุรกจิ เปน กจิ กรรมที่มีความสัมพันธกับหลายองคกรโดยเฉพาะผูบริโภค เพราะธุรกิจตอง
อาศัยผูบรโิ ภคซอ้ื สนิ คา และบรกิ าร ในขณะเดียวกันผบู รโิ ภคตอ งอาศัยหนวยธุรกจิ ตา ง ๆ ผลิตสินคา

78

และบริการเพ่ือสนองความตองการของตน ผูประกอบธุรกิจจําเปนตองมีจรรยาบรรณ ซึ่งรวมถึง
ความซ่ือสัตยสุจริต มีจิตสํานึก และมีความรับผิดชอบตอผูเกี่ยวของ หากนักธุรกิจมีจรรยาบรรณ
และคุณสมบัติอืน่ ๆ ที่เหมาะกับลกั ษณะงานอาชพี ของตนในการดาํ เนินธรุ กิจแลว เช่ือไดว าธุรกิจนน้ั ๆ
จะประสบผลสําเร็จอยางแนนอน

ความสาํ คญั ของจรรยาบรรณ
ผปู ระกอบธุรกิจหรือนักธรุ กจิ เปนผูประกอบอาชีพที่มีบทบาทสําคัญในการพัฒนาสังคม
และเศรษฐกิจ ดังน้นั นกั ธรุ กิจจงึ จําเปน ตอ งปฏบิ ตั ิตนใหเ ปนแบบอยางที่ดี เพื่อใหเกิดความศรัทธา
และเกิดการยอมรับของสังคมตอวชิ าชพี นี้
จรรยาบรรณของผูป ระกอบการ มดี ังน้ี
1. จรรยาบรรณตอลกู คา
ลกู คา หรือผบู ริโภค เปน กลุม บุคคลทสี่ ําคญั ทส่ี ดุ ที่จะทาํ ใหธ ุรกจิ สามารถดาํ รงอยูไดเพราะลูกคา
เปนผูซ้ือสินคาหรือใชบริการที่ธุรกิจผลิตออกมา ทําใหธุรกิจมีรายได กอใหเกิดกําไรและทําให
ธรุ กิจสามารถเจริญเติบโตได ดงั นัน้ ผูประกอบธุรกิจจงึ จะตอ งปฏบิ ตั ิตอลูกคาอยางซื่อสตั ยและเปนธรรม
ผูป ระกอบธรุ กิจพึงปฏิบัตติ อลูกคา ดังนี้
1. ขายสนิ คาและบรกิ ารดว ยความยุตธิ รรม คือ ขายดวยราคาตามความเหมาะสมกับคุณภาพ
ของสินคา และบรกิ ารใหแ กลูกคา และมีความรบั ผดิ ชอบตามภาระผูกพนั ท่ไี ดต กลงกนั ไว
2. ละเวนการกระทําใด ๆ ท่ีจะทําใหสินคามีราคาสูงข้ึนโดยไมมีเหตุผล เชน การกักตุน
สินคาเพอื่ ทําใหส นิ คา ขาดแคลน และมรี าคาสูงข้นึ
3. ใหบ รกิ ารแกล กู คา ทกุ คนอยางเทา เทียมกนั ไมม กี ารเลือกปฏบิ ัติ โดยใหโอกาสแกล ูกคา ท่ี
จะซือ้ สินคาหรือบริการไมว า จะในสภาวะใดกต็ าม เชน ในภาวะท่สี นิ คาขาดตลาด
2. จรรยาบรรณตอคแู ขง ขนั ในเชงิ ธรุ กจิ
การประกอบธุรกิจทุกประเภท จะมีผูประกอบการมากกวาหนึ่งราย ดังน้ัน การประกอบ
ธุรกจิ จงึ ตอ งมีการแขงขันกันเพื่อพยายามทําใหธุรกิจของตนเองเจริญกาวหนา การแขงขันจึงเปน
การชว ยพัฒนาธรุ กจิ เปน ส่งิ ที่พสิ ูจนความสามารถของผปู ระกอบธรุ กิจ
ผปู ระกอบธรุ กิจพงึ ปฏบิ ตั ิตอคแู ขงขันในเชงิ ธุรกิจ ดงั น้ี
1. ไมก ลั่นแกลงคแู ขงขนั เชน ใหรายคแู ขง ขัน เพอ่ื ใหค ูแขง ขนั เสยี โอกาสในการดาํ เนนิ การ
และตดั ราคาเพือ่ แยงสนิ คา
2. ชวยกนั สรางสรรคส่ิงที่ดีงามใหเกิดแกสังคม เชน รวมกันปองกันทรัพยากรธรรมชาติ
และส่งิ แวดลอ ม
3. ไมค น หาความลบั ของคแู ขง ขันในเชิงธรุ กจิ โดยใชวิธกี ารทมี่ ิชอบ
4. พึงหลกี เล่ยี งการกระทาํ ใด ๆ ทจี่ ะบัน่ ทอนช่อื เสียงตอ สนิ คา หรือบรกิ ารของคแู ขง ขนั

79

3. จรรยาบรรณตอหนวยราชการ
ผปู ระกอบธุรกิจมคี วามจาํ เปน ตองตดิ ตอ กบั หนวยงานของราชการ ซ่ึงเปนหนวยหนึ่งของ
สังคม เชน การเสียภาษี การจดทะเบยี นธรุ กิจตาง ๆ ดงั น้ัน ควรเขา ใจในแนวทางปฏิบตั ิท่ถี ูกตองตอ
หนว ยราชการ
ผปู ระกอบธรุ กจิ พงึ ปฏบิ ัติตอ หนวยราชการ ดงั นี้

1. ปฏบิ ตั ติ ามกฎขอ บังคบั ของหนวยราชการ
2. ใหค วามรว มมอื กับหนวยราชการ ตามหนา ที่พลเมอื งดี
3. ละเวนจากการตดิ สนิ บนเจา หนา ท่ี
4. มีทัศนคตทิ ดี่ ีและถกู ตองตอ หนว ยงาน
4. จรรยาบรรณตอพนักงาน
พนักงานเปนทรัพยากรที่มีคาของผูประกอบธุรกิจ การที่ผูประกอบธุรกิจมีพนักงานท่ี
ขยันขันแขง็ มีความซอื่ สตั ย จะทาํ ใหธุรกิจดําเนนิ ไปไดอยางมีประสิทธิภาพ
ผูประกอบธรุ กจิ พึงปฏบิ ตั ติ อพนกั งาน ดังน้ี
1. ใหคาจางและผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความรู ความสามารถของพนักงานไมเอารัด
เอาเปรียบพนักงาน
2. ใหก ารพฒั นาพนกั งาน โดยการจัดฝก อบรมเพ่ือใหพนกั งานไดร ับความรูเทคโนโลยีใหม ๆ
เปน การเพมิ่ ประสิทธิภาพของการทํางาน
3. จัดสภาพการทํางาน สถานที่ทํางานใหถูกสุขลักษณะ มีความปลอดภัยตอสุขภาพและ
ชวี ิตของพนักงาน พรอ มท้ังจัดหาเคร่อื งปอ งกันภัยอันจะเกดิ ขน้ึ ไดจ ากการปฏบิ ัติหนาทีเ่ พราะสภาพ
การทํางานท่ีดจี ะเพ่ิมประสทิ ธภิ าพในการทาํ งาน และทาํ ใหพ นกั งานมขี วัญกาํ ลังใจในการทํางาน
4. ใหความเปนธรรมและเทาเทยี มกันแกพนักงานทุกคนในการปกครองและการพิจารณา
ความดีความชอบ
5. ใหโอกาสในการแสดงความสามารถของพนกั งานแตล ะคน
6. ใหค าํ แนะนาํ ใหค วามชวยเหลอื ท้ังในเรอื่ งการทํางานและเร่ืองสว นตัวตามความเหมาะสม
7. พึงปลูกฝง แนวความคดิ วาการประพฤตติ นใหอยใู นระเบยี บวินยั เปน ส่งิ ทดี่ ีงาม
5. จรรยาบรรณตอ สงั คมและสภาวะแวดลอ ม
เน่ืองดวยสังคมประกอบดวยบุคคลตาง ๆ เปนจํานวนมากแตละคนก็มีความแตกตางท้ัง
อุปนิสัย การศึกษา ศาสนา ดังน้ัน สังคมจะสงบสุขไดตองอาศัยความรวมมือรวมใจ ทุกคนตอง
ชวยกันสรางสรรคสังคม ผูประกอบธุรกิจก็เปนสวนหนึ่งของสังคม ดังน้ัน จึงมีความจําเปนท่ี
จะตองรับผดิ ชอบตอ สงั คมเพอื่ มสี วนรว มทําใหส ังคมกาวหนา ตอ ไป

80

ผูป ระกอบธรุ กจิ พึงปฏบิ ัติตอ สงั คมและสภาวะแวดลอ ม ดงั น้ี
1. ละเวนการประกอบธรุ กจิ ท่กี อใหเกดิ ความเสอื่ มเสยี ตอ สังคมและสภาวะแวดลอ มทั้งดา น
ศลี ธรรม ความเปน อยู และจติ ใจ เชน การเปด บอนการพนนั สถานเริงรมยท่มี กี ารจาํ หนายยาเสพติด
สถานเรงิ รมยท่ีมีการคา ประเวณี การรับซ้อื ของผิดกฎหมาย
2. ละเวนการประกอบธุรกิจที่ทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสภาวะแวดลอม เชน การ
ประกอบธรุ กจิ แลว ปลอ ยนํ้าเสียจากการผลิตลงในแมน้ําลําคลอง การประกอบธุรกิจท่ีมีการปลอย
ควันหรอื ฝนุ ละอองฟงุ กระจายอยูใ นบรรยากาศ การตดั ไมทาํ ลายปา การรุกลํ้าทสี่ าธารณะ
3. ใหความรวมมือทุกฝายชวยสรางสรรคสังคม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตใหแกสังคม เชน
การสงเสริมการศึกษา ใหทุนการศึกษา สงเสริมการวจิ ัย ใหบริการแกสงั คม
4. ใชทรัพยากรธรรมชาติอยางมีประสิทธิภาพที่สุด ไมทําลายทรัพยากรธรรมชาติ เชน ไม
ประกอบการประมงในฤดแู ละเขตหา มทําการประมง
5. พยายามหาวิธสี รางสิง่ ทดแทนทรัพยากรธรรมชาติ นําส่งิ ทใี่ ชแ ลว มาปรับปรุงใชอีก เชน
การนาํ หนงั สือพมิ พหรือกระดาษท่ใี ชแลว มาทําเปนกระดาษใหม
6. พึงรักษาและปรับปรุงมาตรฐานในการประกอบการเพ่ือขจัดอันตราย อันอาจสง
ผลกระทบตอ สภาวะแวดลอม
7. พงึ ประกอบธรุ กจิ ผลติ สินคาหรอื บริการที่เหมาะสมกับสภาวะแวดลอมและเปนสิ่งท่ีมี
ประโยชนตอ สงั คมและมนษุ ยชาติ

กิจกรรม
ใหผูเ รยี นกาํ หนดคุณธรรม และจริยธรรมในการประกอบอาชพี ดา นเกษตรกรรม อธบิ าย
พอเขา ใจ

เรอ่ื งที่ 7 การอนุรักษพ ลงั งานและส่ิงแวดลอ มในชมุ ชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป
ไดแ ก ทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมริกา ทวปี ยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า

แนวคดิ
ทรัพยากรเปน ปจ จยั ที่สําคญั ในการประกอบอาชพี ทรพั ยากร แบง เปน 2 ประเภทใหญ ๆ คอื

ทรัพยากรธรรมชาติ และทรพั ยากรในการประกอบการ
การใชทรัพยากรธรรมชาติ ตองคํานึงถึงความหมดเปลือง และการใชทรัพยากรทดแทน

การอนรุ ักษพลังงานและส่ิงแวดลอ มในชมุ ชน สงั คม ประเทศ และ ภมู ิภาค 5 ทวปี ไดแ ก ทวีปเอเชยี
ทวปี ออสเตรเลีย ทวปี อเมริกา ทวปี ยุโรป และทวปี แอฟริกา

81

“พลังงาน หมายถึง ความสามารถในการทาํ งานซ่ึงมีอยูในตวั ของสิง่ ทีอ่ าจใชงานไดโ ดยการ
ทําใหว ตั ถหุ รือธาตุเกดิ ความเคลือ่ นท่หี รอื เปลย่ี นรูปแบบไปได การท่ีวัตถุเคล่ือนท่ีจากท่ีหนึ่งไปยัง
อีกที่หน่ึงไดก็เพราะมีแรงหรือพลังงานเขาไปกระทําพลังงาน หรือความสามารถในการทํางาน
นอกจากสง่ิ มีชีวิตจะใชพ ลงั งาน ซึง่ อยใู นรปู ของสารอาหารในการดํารงชีวิตโดยตรงแลว ส่ิงมีชีวิต
ยงั ตองใชพ ลงั งานในรูปแบบลักษณะอื่น ๆ ที่เก่ียวกับการดํารงชีวิตประจําวันอีกในหลายรูปแบบ
เชน ทางดา นแสงสวาง ความรอน ไฟฟา เปนตน
ความหมายของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม

เพ่ือใหเ กิดความเขาใจที่ชัดเจน เราสามารถแยกการใหค าํ จาํ กัดความได ดงั น้คี อื
สิง่ แวดลอ ม หมายถึง ส่ิงตา ง ๆ ทอ่ี ยูรอบตัวเรา ทง้ั สิง่ ทีม่ ชี ีวติ สงิ่ ไมมชี ีวติ เห็นไดดวยตาเปลา
และไมสามารถเห็นไดดวยตาเปลา รวมท้งั ส่ิงทีเ่ กิดขน้ึ โดยธรรมชาติและส่ิงท่ีมนุษยเปนผูสรางข้ึน
หรอื อาจจะกลาวไดวา ส่ิงแวดลอมจะประกอบดวยทรพั ยากรธรรมชาติและทรัพยากรที่มนุษยสรางข้ึน
ในชวงเวลาหนึ่ง เพอ่ื สนองความตองการของมนษุ ยนนั่ เอง
- ส่งิ แวดลอ มท่เี กิดขึ้นโดยธรรมชาติ ไดแ ก บรรยากาศ นํา้ ดิน แรธ าตุ และสิง่ มีชีวิตที่อาศัย
อยบู นโลก (พชื และสตั ว) ฯลฯ
- สิ่งแวดลอ มทม่ี นษุ ยสรา งขนึ้ ไดแก สาธารณูปการตาง ๆ เชน ถนน เข่อื นกัน้ นํา้ ฯลฯ หรือ
ระบบของสถาบนั สงั คมมนษุ ยท ่ดี าํ เนินชีวิตอยู ฯลฯ
ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สิ่งตาง ๆ (ส่ิงแวดลอม) ที่ปรากฎและเกิดข้ึนเองตาม
ธรรมชาตแิ ละมนุษยสามารถนาํ มาใชป ระโยชนได เชน บรรยากาศ ดิน น้ํา ปาไม ทุงหญา สัตวปา
แรธ าตุ พลังงาน และกําลงั แรงงานมนุษย เปน ตน
ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ
การแบง ประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ มีการแบงกันหลายลักษณะแตในที่นี้จะขอแบง
ทรัพยากรธรรมชาติ โดยใชเ กณฑของการนาํ มาใช โดยแบง ออกเปน 4 ประเภท ดงั น้ี
1. ทรพั ยากรธรรมชาติทีใ่ ชแลวไมหมดส้นิ เปนทรพั ยากรธรรมชาติที่เกิดข้ึนมากอนที่จะมี
มนุษย เมอื่ มนษุ ยเ กิดข้นึ มาสงิ่ เหลา นก้ี ม็ ีความจําเปน ตอ การดาํ รงชีวติ ของมนษุ ย
2. ทรัพยากรธรรมชาติที่ใชแลวทดแทนได เปนทรัพยากรธรรมชาติท่ีใชไปแลว สามารถ
เกิดขึ้นทดแทนได ซึ่งอาจเร็วหรือชาขึ้นอยูกับชนิดของทรัพยากรธรรมชาติประเภทน้ัน
ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ใี่ ชแ ลว ทดแทนได เชน พืช ปาไม สัตวปา มนุษย ความอุดมสมบูรณของดิน
คุณภาพของน้ํา และทศั นียภาพท่ีสวยงาม เปนตน
3. ทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถนํามาใชใหมได เปนทรัพยากรธรรมชาติจําพวกแรธาตุ
ชนิดตาง ๆ ที่นํามาใชแ ลวสามารถนาํ ไปแปรรูปใหกลบั ไปสสู ภาพเดิมได แลวนาํ กลับมาใชใหมอีก
เชน แรโลหะ แรอโลหะ ไดแ ก เหลก็ ทองแดง อลูมิเนียม แกว ฯลฯ

82

4. ทรัพยากรธรรมชาตทิ ใ่ี ชแ ลวหมดส้ินไป เปนทรพั ยากรธรรมชาติที่นํามาใชแลวจะหมด
ไปจากโลกนี้ หรือสามารถเกิดข้ึนทดแทนได แตตองใชระยะยาวนานมาก ทรัพยากรธรรมชาติ
ประเภทนี้ ไดแ ก นํ้ามันปโ ตรเลยี ม กาซธรรมชาติ และถานหิน เปนตน

การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง การใชทรัพยากรธรรมชาติดวยวิธีการที่ฉลาด
เหมาะสม โดยใชอ ยา งประหยดั ใหเ กดิ ประโยชน และเกิดคุณคา มากทีส่ ดุ รวมทั้งการปรับปรุงของ
เสยี ใหนาํ กลับมาใชใ หม เพอ่ื ใหเกดิ การสูญเสียนอ ยทส่ี ดุ

การอนุรักษส่ิงแวดลอม หมายถึง การใชสิ่งแวดลอมอยางชาญฉลาดไมใหเกิดพิษภัยตอ
สังคมสวนรวม ดาํ รงไวซงึ่ สภาพเดมิ ของส่ิงแวดลอมทางธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมท่ีมนุษยสรางขึ้น
รวมทั้งหาทางกาํ จดั และปอ งกนั มลพิษสิ่งแวดลอม

การอนุรักษพ ลงั งาน หมายถงึ การใชพลงั งานใหเ กิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการพัฒนาและ
นําพลังงานจากแหลง ใหม ๆ มาใชเ พอ่ื ทดแทน และมีการปอ งกันการสูญเสยี พลังงาน

วิธีการอนรุ กั ษพ ลังงาน พอสรปุ ไดดงั นี้
1. หาแหลงพลงั งานทดแทน
2. การวจิ ยั และพฒั นาพลงั งาน
3. การเผยแพรค วามรูส ูส ังคม
4. การประหยดั พลงั งาน

กจิ กรรม
ใหผ ูเรยี นสาํ รวจทรพั ยากรธรรมชาตใิ นทองถน่ิ มีอะไรบา ง

83

บทที่ 2
ชอ งทางการพัฒนาอาชีพ

สาระสาํ คัญ
การเปล่ยี นแปลงทางดา นสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดลอม ความเจริญกาวหนา

ทางเทคโนโลยีมีผลตอ ความเปนอยู และการประกอบอาชพี ดงั น้ัน จงึ จาํ เปน ตองศกึ ษาและวเิ คราะห
ความเปนไปไดใ นการพัฒนาอาชีพ เพื่อใหมองเห็นชองทางในการพัฒนาอาชีพไดอยางเหมาะสม
กับตนเองโดยการกําหนดวิธีการและข้ันตอน ดวยการพิจารณาถึงความเปนไปได และจัดลําดับ
พรอมท้งั ใหเ หตุผลในการพัฒนาอาชพี ได
ตวั ช้วี ดั

1. อธบิ ายความจาํ เปนในการมองเห็นชองทางในการพฒั นาอาชีพไดอยา งเหมาะสมกบั ตนเอง
2. ศึกษาอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีป
ออสเตรเลีย ทวีปอเมริกา ทวีปยโุ รป และทวปี แอฟรกิ า เพื่อวิเคราะหความเปนไปไดในการพัฒนา
อาชีพ
3. กําหนดวิธีการและข้ันตอนการประกอบอาชีพโดยพิจารณาความเปนไปไดของการ
พัฒนาอาชพี และจดั ลาํ ดับ พรอมทง้ั ใหเหตผุ ลในการจัดลาํ ดบั การพัฒนาอาชีพทกี่ าํ หนด
ขอบขายเนื้อหา
เรื่องที่ 1 ความจาํ เปน ในการมองเหน็ ชองทางเพ่ือพัฒนาอาชีพ
เร่อื งท่ี 2 ความเปน ไปไดใ นการพัฒนาอาชพี
เร่อื งที่ 3 การกําหนดวิธกี ารพัฒนาอาชพี พรอ มเหตผุ ล

84

เรือ่ งที่ 1 ความจําเปน ในการมองเหน็ ชองทางเพ่ือพฒั นาอาชพี

การท่ีคนเราจะประสบความสําเร็จในอาชีพไดนั้น มิใชวาเปนส่ิงที่ทํากันไดงาย ๆ แต
จะตองมีการสํารวจขอเท็จจริง มีการวางแผน กําหนดเปาหมายทต่ี อ งการ เขียนโครงการท่ีจะทําและ
ปฏบิ ัติตาม ขณะท่ีโครงการกม็ กี ารพัฒนาปรบั ปรงุ แกไ ขไปดวย นอกจากจะเนนรายไดที่พึงจะไดแลว
ส่งิ ทสี่ ําคัญท่จี ะขาดมิได ซึ่งจะทําใหอาชีพมีความม่ันคงยิ่งขึ้นก็คือ การมีคุณธรรม จริยธรรมของ
ผูประกอบการดว ย

การประกอบอาชพี หรอื ประกอบธุรกิจหรือดําเนินการสิ่งใด เชน การเดินทางไปท่ีใดสัก
แหงหนึ่ง การจัดเลีย้ งเหลานเ้ี ปนตน จะตอ งมีการกําหนดแผนเสียกอ น ถึงแมว าบางคนอาจทาํ กิจการ
โดยไมม แี ผนงาน ซงึ่ อาจประสบความสําเร็จในชวงแรกๆ เทา นน้ั แตระยะเวลาอาจมเี หตกุ ารณต า ง ๆ
เกิดข้นึ สงผลใหเกดิ อปุ สรรคการประกอบอาชีพ เชน การเปลี่ยนแปลงทางดานเศรษฐกิจ การเมือง
การปกครอง หรือแมกระท่ังความสลับซับซอนของงานที่มากข้ึน เพราะสิ่งเหลานี้ไมไดผานการ
คาดคะเนและการคดิ อยางรอบคอบกอน

การวางแผน เปน การคดิ ไวล วงหนา วาจะทําอะไร มจี ดุ มุง หมายอะไร มีวธิ กี ารอยางไร เปน
กระบวนการทมี่ รี ูปแบบอยา งหนงึ่ มกี ารระบุเปาหมาย และแผนรายละเอียดตาง ๆ มีการประสาน
กิจกรรมตาง ๆ ตั้งแตจุดเริ่มตนจนกระทั่งถึงจุดส้ินสุด การประกอบอาชีพมีความยุงยาก
สลับซบั ซอ น การดําเนินกจิ กรรมตาง ๆ จะตอ งมคี วามสอดคลอ งกนั กบั ทรัพยากร และงบประมาณ
ที่มีอยู เพื่อใหมีความเปนไดมากที่สุด ดังนั้น การวางแผนจึงมีความสําคัญตอการประกอบอาชีพ
ดังนี้คอื

1. ชวยทําใหก ารดําเนนิ งานบรรลผุ ลสาํ เรจ็ ตามเปาหมาย
2. ชวยทาํ ใหก ารใชท รัพยากรเปนไปอยา งมปี ระสิทธิภาพ
3. ชวยทาํ ใหก ารดาํ เนนิ งานมคี วามเส่ยี งนอยลง และมคี วามเชอื่ มั่นในการบรหิ ารงานมากขนึ้
4. ชวยปอ งกันการขดั แยง ซง่ึ อาจจะเกิดขน้ึ ระหวา งการดาํ เนินงานได
5. ชว ยปรบั วิธกี ารดาํ เนินงาน หรอื เปลี่ยนแปลงกิจกรรมบางอยางไดอ ยางเหมาะสม

85

เรื่องท่ี 2 ความเปนไปไดในการพฒั นาอาชพี

1. การลงทนุ
“การลงทุน” หมายถึง การออมเพ่ือใหไดรับผลตอบแทนท่ีมากข้ึน ซ่ึงเราจะตองยอมรับ

ความเสีย่ งที่เพม่ิ ขึน้ เชน กนั การตัดสินใจนําเงนิ ออมมาลงทุนเราจงึ ตองพิจารณาอยางรอบคอบ และ
ศึกษาหาขอมูลท่ีเกยี่ วขอ งเปน อยา งดี เพอื่ ใหไ ดรับผลตอบแทนทค่ี าดหวังไว และเพื่อลดความเสี่ยง
ท่ีเกิดขนึ้ จากการลงทุน

วิเคราะหทางการเงนิ การลงทนุ
เพือ่ เปรียบเทียบผลประโยชนตอบแทนที่ไดรับ และคาใชจายที่ตองเสียไปในการดําเนิน
กิจกรรมตามโครงการ
คาใชจายของโครงการ
1. คาลงทนุ
2. คาใชจ า ยในการดําเนนิ งาน และบาํ รงุ รักษา
3. คาทดแทน
4. เงนิ สํารองจา ย
การประมาณคา ใชจ ายโครงการ
1.ระบุรายการ และปรมิ าณคาใชจา ย
2. การตีราคาคาใชจา ย

- ราคาตลาด
- ราคาทางบญั ชี
3. รวมคาใชจายเปนรายป
ผลประโยชนตอบแทนของโครงการ
กระแสเงนิ สด = ผลประโยชนต อบแทนตอป - คาใชจ า ยตอ ป
2. การตลาด
การตลาด
การตลาด เปนกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความจําเปน และมีความสําคัญตอการอยูรอดของ
องคกรธุรกิจ ในระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมน้ัน ธุรกิจจําเปนจะตองอาศัยกลยุทธทางการตลาด
ซ่ึงส่ิงน้ันก็คือการขาย การเรียนรูเพ่ือใหเขาใจถึงความแตกตางของการขาย และการตลาด
อยางชัดเจนจะชวยใหธุรกิจพัฒนาตอไป รวมถึงหนาท่ีของการขายและการตลาดดวย ดังน้ัน
เปาหมายของธุรกิจจะดําเนินไปในทิศทางที่มุงหวังได จึงจําเปนท่ีตองศึกษาความสําคัญของ
การตลาด และการขายอยางละเอยี ด

86

ความสําคัญของการตลาด
ยคุ แรกของการตลาดจะเนน ที่การผลิต โดยจะทําการผลิตสินคาใหไดมากเพื่อสนองความ
ตองการในตลาดในยุคแรกน้ันคูแขงหรือผูผลิตในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหน่ึงจะมีผูผลิต
ไมม ากราย ดงั นนั้ การผลิตจึงเปน หนทางทํากําไร หากผูผลิตสามารถผลิตสินคาใหไดจํานวนมาก
ในลักษณะของสินคา เพือ่ มวลชนในยุคที่ 2 การตลาดจะเนน ทก่ี ารขาย โดยจะเนน ที่กจิ กรรมการขาย
ใหความสําคัญกับงานการขายเปนอยางมาก และกําไรของธุรกิจจะเกิดขึ้นมากนอยก็อยูท่ี
ความสามารถและประสิทธิภาพของทีมการขาย ยคุ ถัดมาเปนยคุ ทก่ี ารตลาดเนนการใชเ ครอ่ื งมือทาง
การตลาดทุกอยา ง โดยเฉพาะการสรา งความพึงพอใจใหเกิดกบั ลูกคา โดยใชส วนผสมทางการตลาด
คอื ผลติ ภัณฑก ารกาํ หนดราคาของผลิตภณั ฑท ่ีเหมาะสม
ความหมายของการตลาดและการขาย
การตลาด หมายถงึ กจิ กรรมทางธุรกจิ ทจ่ี ะทําใหส ินคา จากผูผลิตไปสูมือผูบริโภค และทําให
ผูบริโภคเกิดความพึงพอใจที่ไดบริโภคสินคาหรือบริการนั้น อันเปนผลทําใหธุรกิจประสบ
ความสาํ เรจ็ ตามวัตถุประสงคข องธรุ กิจนนั้ ๆ อีกดว ย
การขาย หมายถึง กระบวนการในการชวยเหลอื โนม นาว ชักจงู ใจ โดยใชบ ุคคลหรือไมใช
บคุ คลก็ได เพอ่ื ใหล ูกคา คาดหวงั ตัดสินใจซื้อสนิ คา หรอื บรกิ ารนนั้ ๆ
ความแตกตา งระหวา งการตลาดและการขาย
เมอ่ื ธุรกจิ ทําการผลติ สนิ คาหรอื บริการและพยายามจูงใจผูบริโภคใหซ้ือสินคาหรือบริการ
นนั้ เราจะเรียกกิจกรรมนวี้ า การขาย ซ่ึงจําเปนจะตองรูถึงความตองการของผูบริโภค เพ่ือที่ธุรกิจ
หรือผูผลิตจะผลิตสินคาใหเหมาะสมสอดคลอง กับความตองการของผูบริโภค เมื่อผูผลิตคนหา
ความตองการทแี่ ทจรงิ ของผบู ริโภค แลวนําขอมูลไปพัฒนาผลิตภัณฑของตน เพื่อทําใหผูบริโภค
เกิดความพึงพอใจเม่ือไดใชผลิตภัณฑนั้นแลว ทายที่สุดธุรกิจก็จะไดกําไร ลักษณะนี้เรียกวา
การตลาด ซ่งึ สามารถทจ่ี ะสรปุ ความแตกตางระหวา งการขายและการตลาดได ดังน้ี

การขาย การตลาด
1. เนน ทคี่ วามสาํ คญั ของผลิตภณั ฑ 1. เนน ความตองการของผบู ริโภค
2. ธุรกิจจะคนหาเทคนคิ วธิ กี ารขายท่ีประสบ 2. ธรุ กจิ จะคนหาวิธกี ารสรางความพงึ พอใจตอ

ความสําเร็จ ผูบริโภค
3. ธุรกจิ จะมุงเนน ท่ียอดขาย 3. ธุรกิจจะมุงเนน ทผี่ ลกําไร
4. แผนการขายจะเปน แผนระยะสนั้ 4. แผนการตลาดจะเปนแผนระยะยาว

สนองตอบความตอ งการของพนกั งานขาย สนองตอบความตอ งการของผซู อื้

87

แนวความคิดทางการตลาด
นักธุรกิจใหความสําคัญกับการตลาด เพ่ือทําใหธุรกิจนั้นประสบความสําเร็จโดยมีการ
พัฒนาแนวความคิด ปรัชญา และการดําเนินธุรกิจ การพัฒนา 3 ประการดังกลาวเรียกวาเปน
แนวความคิดทางการตลาด แนวความคิดทางการตลาดในปจจุบันมุงเนนไปท่ีผูบริโภคและการ
ผสมผสานของกิจกรรมทางการตลาด เพอื่ ทําใหบ รรลุถงึ วตั ถปุ ระสงคข องธรุ กิจและใหผ บู ริโภคเกิด
ความพงึ พอใจทีไ่ ดใชผ ลติ ภณั ฑนั้น ๆ
แนวความคิดทางการตลาดอาจสรปุ ไดด ังแผนภูมิ ตอ ไปน้ี

การมงุ เนน ผบู รโิ ภค

การผสมผสาน การสรางความ ธุรกจิ
กจิ กรรมทางการ พึงพอใจใหก บั ประสบ
ผลสําเร็จ
ตลาด ผูบริโภค

การกําหนดวตั ถปุ ระสงค
หรอื เปาหมายของธรุ กิจ

นอกจากแนวความคิดท่ีกลาวขางตน ยังมีการเสนอแนวความคิดใหมทางธุรกิจอันเปน
แนวความคิดที่เปนไปตามกระแสของสังคมและของประเทศชาติ คือ แนวความคิดทางการตลาด
เพ่ือสังคมและสิ่งแวดลอม โดยการตลาดในลักษณะนี้จะเนนในดานของการรักษาส่ิงแวดลอม
ความปลอดภัยตอ ชวี ิตผูบริโภคและไมทํารายธรรมชาติ โอโซน อากาศ น้ํา เน่ืองมาจากระแสการ
พิทักษโลก ดังน้ัน ธุรกิจจึงเสนอผลิตภัณฑที่เปนมิตรตอธรรมชาติปลอดสารซีเอฟซี (CFCs) ซึ่ง
ทําลายโอโซน มีกิจกรรมทางการตลาดในเร่ืองของรีไซเคิล รีฟล รียูส แนวความคิดท่ีกลาวถึงน้ี
อาจเรียกไดวาเปน กรีนมาเกต็ ตง้ิ น่นั เอง

หนา ทที่ างการตลาดทส่ี าํ คญั
หนา ท่ีของการตลาดท่มี ีผผู ลิตและผูบรโิ ภคกเ็ พอื่ ชว ยเหลือ และอํานวยความสะดวกใหกับ
ผผู ลติ และผบู รโิ ภค สรปุ ได ดงั น้ี
1. การขาย ผูประกอบธุรกิจตองอาศัยนักการตลาด ดําเนินกิจกรรมในดานการขายเพ่ือ
เคลื่อนยายสินคาจากโรงงานผลิต และการทําการโอนกรรมสิทธ์ิเปลี่ยนมือความเปนเจาของใน
สนิ คา น้นั ๆ ไปยังผูบ รโิ ภค ผูประกอบธรุ กิจจําเปนตองศึกษาจุดประสงคของตลาด และตองสราง
แรงจูงใจเพื่อทําใหลูกคาอยากไดสินคาโดยอาศัยการโฆษณา การสงเสริมการขาย และการใช
พนักงานขายเพ่ือกระตุนใหลูกคาเปาหมายตัดสินใจท่ีจะซื้อ ในทางกลับกันผูประกอบธุรกิจก็
สามารถขายสินคา ได

88

2. การซ้ือ ผูประกอบธุรกิจตองเปนนักซื้อที่ฉลาดเพ่ือใหไดวัตถุดิบ อุปกรณ เครื่องมือ
เคร่ืองใชในราคาท่ีเหมาะสมดวย เพ่ือเปนการลดตนทุนของธุรกิจเอง โดยยึดหลักตองซื้อใหได
ปริมาณในเวลาและราคาท่ีเหมาะสมดวย จะตองรูวัตถุประสงคดวยวาจะซ้ือเพ่ืออะไร เชน ซื้อไป
เพ่อื ผลิต ซ้อื ไปเพอ่ื ขายตอ และตอ งรูจ กั เปรียบเทียบคุณภาพราคาของสินคาทจ่ี ะซ้อื รวมถงึ ขอ ตกลง
ในเงื่อนไขที่สมเหตุสมผล และตรวจสอบรับสินคาเขาเก็บไวในคลังสินคาหรือสตอก เพื่อรอ
การจําหนา ยตอไป

3. การขนสง สนิ คา ตลาดตอ งจัดการขนสง ทีเ่ หมาะสมกบั สินคาโดยพจิ ารณาลกั ษณะสินคา
หีบหอของสินคา เพ่ือเลือกพาหนะขนสงที่ดีเหมาะกับสินคาประหยัดคาขนสงหรือคาระวาง
การสงมอบสินคาท่ตี รงตอ เวลา ลกู คาทกุ รายตอ งการรับสนิ คา ตรงตอ เวลา โดยเฉพาะอยางยิ่งสินคา
ที่มีฤดูกาลในการขายย่ิงจาํ เปน อยางย่งิ ทต่ี อ งรกั ษาเวลาในการขนสงธรุ กิจ จําเปนตอ งเลือกวิธกี ารขนสง
ท่ีเหมาะสมไมวาจะเปนทางรถบรรทุก รถไฟ ทางเคร่ืองบิน เรอื บรรทกุ สินคา หรือการขนสงทางทอ

4. การจัดมาตรฐานสินคา เพ่ือใหไดสินคาเปนท่ีพอใจงายตอการตัดสินใจซื้อ และสราง
ความม่ันใจใหกับผูบริโภค จึงมีการจัดแบงระดับหรือมาตรฐานของสินคา เพื่อใหลูกคาไดเลือก
สินคาท่ีเหมาะสม และตรงกับความตองการโดยเฉพาะอยางย่ิงการซื้อขายสินคาในตลาด
ตางประเทศ การจัดอันดับและมาตรฐานสินคามีความสําคัญอยางย่ิง ในปจจุบันประเทศไทย
สนบั สนุนการผลิตสินคาเพ่ือสงออกเพิ่มข้ึนสูง ดังนั้น การที่สินคาไดมาตรฐาน ISO จึงเปนส่ิงที่
สําคัญ โดยผูผลิตจําเปนตองศึกษาและพยายามผลิตใหไดมาตรฐานสากลท่ีกําหนด ไมวาจะเปน
มาตรฐานคณุ ภาพ ISO 9000, ISO 9002 หรือ ISO 14000 ก็ตาม เพ่อื รักษาภาพพจน และการยอมรับ
ในมาตรฐานสินคา ไทย

5. หนาที่ในการเก็บรักษาสินคา การเก็บรักษาสินคาในคลังเก็บสินคา หรือสต็อกสินคา
เพ่อื ตอบสนองความตองการของลกู คาใหตรงเวลา ไดทันทีที่มีคําส่ังซื้อสินคาเขามา การเก็บรักษา
สนิ คาเพอื่ วัตถปุ ระสงคหลายประการ เชน เหลา ไวน ยิ่งหมักบมนานปก็ย่ิงมีราคาแพง เพื่อใหขาย
นอกฤดูกาลได เชน การแชแข็ง การฉายแสงเก็บไว เพื่อชะลอการสุกของผลไม เพื่อเก็งกําไรโดย
รกั ษาระดบั อุปทานในตลาดเมอ่ื สินคาไดราคาดีคอ ยปลอ ยออกขาย

6. การประกันภัย สินคาที่ผลิตออกมาและรอการจําหนาย อาจเสี่ยงตอภัยตาง ๆ เชน
ความลาสมัย การถูกลักขโมย ภัยธรรมชาติ ลักษณะการเส่ียงภัยอาจเกิดขึ้นไดทุกเวลา ดังน้ัน
การประกันภัยจึงเปนทางเลือกหนึ่งที่จะชวยแกปญหาดังกลาว โดยธุรกิจจะตองไมผลักภาระ
การเสีย่ งภัยออกจากกิจการโดยสิน้ เชงิ ปจจุบันไดมสี ถาบันรับประกันภัยตาง ๆ เขามาชวยแบงเบา
ภาระการเสยี่ งภยั โดยใชหลักการกระจายการเส่ยี งภัยใหกวางออกไปถงึ ผูร ับภาระหลาย ๆ ราย

7. การใหค วามชวยเหลือดานการเงิน การประกอบธุรกิจซื้อขายสินคาจะมีปญหาเกี่ยวกับ
การเงนิ หน้ีสูญ หนเ้ี สีย การขาดสภาพคลอ งทางการเงนิ ขาดเงนิ สดหมุนเวยี นในธรุ กิจจนเปน ผลให
ไมมีเงินจายสินคา จายคา จางเงนิ เดือนพนักงาน ดงั นั้น การจัดการเงนิ ทด่ี ใี นฐานะการเงนิ ของกจิ การ

89

อยใู นภาวะสมดุลรายไดเ กดิ ขน้ึ สอดคลองกบั ชําระหนสี้ นิ หากกจิ การธุรกิจจดั การดานการเงนิ ไมด ีก็
อาจนาํ ไปสกู ารขาดทนุ จนถึงตองออกจากธรุ กิจนั้นไป การจัดหาเงินทุนจากแหลงตาง ๆ และการ
จดั การนําเงินกาํ ไรไปลงทนุ ใหมในธรุ กจิ ทมี่ ีความเส่ยี งต่ํา รวมถึงสถาบันทางการเงินทจี่ ะเขามาชวย
ในเรื่องการกูยืมเงินเพื่อการลงทุน เชน ธนาคารพาณิชย ทรัสต บรรษัทเงินทุน เปนการเขามามี
บทบาทในการใหความชว ยเหลอื พฒั นาการลงทุนของธุรกจิ

8. การหาขอมูลทางการตลาด เพื่อประกอบการตัดสินใจของผูบริหารธุรกิจและ
ประโยชนของธุรกิจ ใหมีผลเสียหายนอยท่ีสุด โดยเฉพาะอยางย่ิงยุคของขอมูลขาวสาร เชน
ในปจ จบุ นั ธรุ กิจใดไดข อ มลู ขา วสารกอนกย็ อ มจะไดเปรยี บในการตัดสนิ ใจไดร วดเรว็ ถูกตอง เชน
ขอมูลในการลดคาเงินบาท การใหคาเงินบาทลอยตัว ผูรูกอนยอมปรับกลยุทธและตักตวง
ผลประโยชนไ ดจ ากคา เงินทีเ่ ปล่ยี นแปลง
3. กระบวนการผลิต

กระบวนการผลิต หมายถงึ กระบวนการผลิตสินคา การใหบริการ ตามความตองการของ
ผูบริโภค ซ่ึงประกอบไปดวย ลูกคา ตลาดแรงงาน สังคม ประเทศชาติ และประชาคมโลก โดยมี
วิธกี ารในการควบคุมดแู ลการผลิตอยา งมีคณุ ภาพทไี่ ดมาตรฐาน และการสรางคณุ ลักษณะทโ่ี ดดเดน
ของสนิ คา หรอื บริการ ไดแก

1. ความนา เชือ่ ถือ ผใู หบ ริการจะตอ งแสดงถึงความนาเชื่อถอื และไววางใจ
2. การตอบสนอง การตอบสนองทมี่ ีความต้งั ใจและเต็มใจ
3. การสรา งความมัน่ ใจ สามารถทจี่ ะทาํ ใหล ูกคาเกดิ ความเช่อื ใจ
4. การดแู ลเอาใจใส
5. เครื่องมืออปุ กรณ
4. การขนสง สนิ คา
การขนสง หมายถึง การเคล่ือนยายสินคาจากท่ีหนึ่งไปยังอีกท่ีหนึ่ง ซึ่งเปนหนาที่ของ
ผูผ ลติ ทจ่ี ะใหอรรถประโยชนแกผูบริโภคในดานเวลา และสถานที่ สงผลใหสินคามีมูลคาเพ่ิมขึ้น
เพราะหลกั ในการจดั การขนสงมีอยูวา “มูลคาสินคาท่ีเพ่ิมขึ้นหลังจากขนสงไปแลวจะตองสูงกวา
คาขนสง” ซ่ึงมีสินคาบางชนิดที่คาขนสงสูงกวาราคาตัวสินคาจริงมาก เชน การขนหินทราย
ยิปซัม ถานหิน แตก็มีสินคาบางชนิดท่ีคาขนสงถูกกวาราคาสินคาจริง เชน การขนทองคํา เพชร
พลอย และยา เปน ตน
การขนสง มีสวนชวยลดคาตนทุนการผลิตได ในกรณีที่ตั้งโรงงานขนาดใหญที่ตนทุน
ตาํ่ สุดสถานที่หน่ึง แตตองการกระจายสินคาไปทั่วประเทศ เชน โรงงานผลิตรถมอเตอรไซค
ทีต่ ง้ั อยูชานเมืองกรงุ เทพฯ แตส ามารถสงรถมอเตอรไซคไปขายทว่ั ประเทศ หรอื โรงงานผลิตเสอื้ ผา
ต้ังอยูในประเทศไทย แตสามารถสงเสื้อผาไปขายไดทั่วโลก เปนตน ซ่ึงจะทําใหตนทุนการผลิต
ตอ หนวยสินคา ลดลง

90

การขนสง ทางธุรกิจมี 3 ทาง คือ
1. การขนสงทางบก ปจจุบนั มีทางรถไฟเช่ือมระหวางกรุงเทพฯ กับเมืองใหญ ๆ เกือบทั่ว
ประเทศผานจงั หวัดใหญ ๆ ทงั้ ภาคกลาง ภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ สว นท่ผี า นภาคใต
มีการเช่ือมตอ กบั ประเทศมาเลเซยี ทางปาดงั เบซาร และสุไหงโก-ลก จนถึงสงิ คโปร นอกจากนั้นยัง
มที างรถไฟเชือ่ มกับประเทศกมั พชู า แตข ณะนห้ี ยดุ กิจการ เพราะปญหาความปลอดภัยภายในของ
ประเทศนั้น กจิ กรรมหลกั ของรถไฟ คอื การขนสงสนิ คา รอยละ 90 ของรถไฟเปนตูสินคา แตละป
รถไฟทาํ การขนสง สินคา ประมาณ 8 ลานตัน สวนใหญว ตั ถดุ บิ เชน นา้ํ มนั และปนู ซีเมนต
2. การขนสงทางเรือ มีทาเรือใหญ ๆ ที่ใชขนสงสินคาท้ังภายในประเทศ และติดตอกับ
ตางประเทศ เชน ทาเรือคลองเตย แหลมฉบัง มาบตาพุด ภูเก็ต สงขลา และสีชัง การขนสงทางเรือ
มีคาใชจายตํ่าแตลาชา ระบบบริหารและระบบศุลกากรยังลาสมัย มีชองวางใหเจาหนาที่ทําการ
ทจุ รติ ไดม าก สง ผลใหมลู คาเพม่ิ ของสินคา และบริการ ขององคก รธรุ กิจหายไปเปนจํานวนมาก
3. การขนสงทางอากาศ ประเทศไทยมีทาอากาศยานนานาชาติที่สุวรรณภูมิ ดอนเมือง
เชียงใหม อูตะเภา ภูเก็ต และหาดใหญ ซ่ึงทําใหการขนสงสินคาและบริการขาเขาและขาออกดี
พอสมควร การขนสงทางอากาศมีความรวดเร็ว แตเสียคาใชจายสูงมาก เหมาะสําหรับการขนสง
สนิ คา ขนาดเล็ก นํ้าหนกั เบา
นอกจากนี้ยังมีการขนสงทางทอซึ่งใชขนสงเฉพาะกาซ น้ํา และนํ้ามันเทานั้น ปจจุบัน
การขนสงโดยบรรจุสินคาไวในตูคอนเทนเนอรเปนที่นิยมมากเพราะสามารถใชบรรจุสินคาได
หลายอยาง โดยบรรจสุ นิ คา ในกลอ งกอนทรี่ วมไวใ นตูคอนเทนเนอรทําใหส ะดวกในการขนถาย ใน
บางกรณีทตี่ อ งใชการขนสงหลายวธิ ี หรอื เปลย่ี นถายการขนสงหลายคร้งั กวา จะถึงจุดหมายปลายทาง
ก็สามารถโยกยายไดด ี เชน เคลอื่ นยา ยจากรถลงเรือหรือจากเรอื ขน้ึ รถ ตูคอนเทนเนอรม หี ลายขนาด
แลว แตการขนสง เชน การขนสงทางเรอื สวนใหญจะใชต ูมาตรฐานขนาด 21 ฟุต และ 40 ฟุต สวน
ตูคอนเทนเนอรสําหรับสงของทางอากาศจะมีขนาดเล็กกวา
การขนสง สนิ คา แตล ะวธิ ีมขี อ ดี ขอเสียตางกัน นักการตลาดท่ีดีตอ งรูจักเลอื กวิธกี ารขนสงที่
เหมาะสมกบั สินคา และบรกิ ารท่ีมปี ระสิทธภิ าพ ซึง่ ขึ้นอยกู ับวัตถปุ ระสงคของตนเอง เชน ตองการ
ความรวดเรว็ หรอื ตองการราคาถูก หรือตอ งการความสะดวก
5. การบรรจุหีบหอ
การบรรจุหบี หอนั้น นอกจากใชป องกนั ผลิตภณั ฑแลว ยังใชในการสง เสริมการขายอีก ซึ่ง
ถือวา มีความสําคัญมากทั้งสําหรับผูขายและผูบริโภค การบรรจุหีบหอที่ดีทําใหสามารถรักษางาย
ประหยัดเนือ้ ท่ี และทําใหผบู ริโภคมองเหน็ ความแตกตางของผลิตภณั ฑไ ดชดั เจน ซึ่งประโยชนข อง
การบรรจุหบี หอมีดังนี้
1. ผูบริโภคมักจะเลือกผลิตภัณฑท่ีมีการบรรจุหีบหอที่ดีกวา เชน ผูบริโภคยอมซื้อ
นาํ้ ท่บี รรจขุ วดพลาสตกิ ใสในราคาทแี่ พงกวา นํ้าทบี่ รรจขุ วดขุน ทั้งที่เปน น้ําดืม่ ทปี่ ลอดภัยเหมือนกนั

91

หรือนิยมซื้อบะหมี่ก่ึงสําเร็จรูปท่ีบรรจุในถวยพลาสติก ในอนาคตผูบริโภคอาจเลือกซื้อบะหมี่ที่
บรรจใุ นถวยทสี่ ามารถใชก บั เตาไมโครเวฟได

2. การบรรจหุ ีบหอ เปน การสอื่ สารระหวางผูผ ลิตและผูบริโภคอยางหน่ึง เพราะการบรรจุ
หีบหอ เปน ตัวกาํ หนดกลยทุ ธก ารตลาด เชน สุราทมี่ ีราคาแพงจะบรรจุขวดท่สี วยงาม แมแตบ ริการก็
ใชการบรรจุหีบหอสําหรับผูบริโภค เชน ตั๋วเคร่ืองบิน จะตองมีซองท่ีสวยงาม หรือใบเสร็จของ
โรงแรมก็ตอ งบรรจุซองท่มี ีขอความสวยงาม

3. การบรรจุหบี หอ จะชว ยใหการกระจายสินคางา ยขน้ึ และลดตนทนุ ลง เพราะวาการบรรจุ
หบี หอทีด่ ีจะทําใหการปอ งกันความเสียหายของสนิ คาดีขนึ้ ยงิ่ กวา นนั้ เม่อื มีการเก็บรักษาสินคาก็จะ
ทําใหมีความเสียหายนอยลงดวย บางคร้ังการบรรจุหีบหอท่ีดีก็เปนการโฆษณาประชาสัมพันธได
ดีกวาการโฆษณาดวยส่ือดวยซ้ําไป เพราะเมื่อวางผลิตภัณฑไวในรานคา ผูบริโภคอาจจะเห็น
บอ ยกวา การโฆษณาในสื่อ เราจะเห็นวาบางคร้ังจะมีหีบหอวางแสดงตามตูกระจกใสในรานเปน
จาํ นวนมาก

ส่ิงที่นกั การตลาดพงึ ระลกึ ไวเสมอคือ จะตองไมม ีการบรรจุหีบหอที่ทําใหผูบริโภคเขาใจผิด
เชน กระปอ งทบี่ รรจุปลาซาดนี กไ็ มค วรปดสลากวา เปน ปลาทูนา หรือกําหนดบนหีบหอวา สินคา
มนี า้ํ หนกั 0.8 กโิ ลกรมั แตกลบั ปด สลากวา 1 กโิ ลกรมั หรือนาํ้ สมธรรมชาติ 100% ทั้ง ๆ ที่จริงแลว
มเี พยี ง 25% ผสมน้ําอีก 75% หรือระบุวาหีบหอสามารถหมุนเวียนมาใชใหมไดท้ัง ๆ ที่นํามาใชอีก
ไมได

ในปจจุบนั การบรรจุหีบหอสมัยใหม มักจะใชบารโคด ซึ่งสามารถอานไดดวยเครื่องมือ
อิเล็กทรอนกิ สไ ดส ะดวก ในการชําระเงิน และการจัดหมวดหมสู ินคา ไดด ี
6. การแปรรูป

การแปรรูป หมายถึง การนาํ ผลผลติ ทางการเกษตรซ่ึงมีอยูในรูปวัตถุดิบมาผานขบวนการ
ดานวทิ ยาศาสตรและเทคโนโลยมี าใชในกรรมวิธกี ารผลติ การแปรสภาพเพอื่ สามารถบริโภค มีอายุ
ยืนยาวข้ึนตลอดท้งั ความสะดวกสบายในรปู ผลิตภัณฑก ง่ึ สําเรจ็ รูป
7. ผลกระทบตอ ชุมชนและสภาพแวดลอม

ผลกระทบ หมายถึง ผลทไ่ี ดร ับหรอื เกดิ จากการกระทําทคี่ าดวา จะกอ ใหเ กดิ ผลดีหรอื ผลเสยี
ในระยะยาวอยางไร โดยประโยชนท ่ีลงสูประชาชนนน้ั ประชาชนจะไดรบั ประโยชนอะไรบางจาก
การดําเนนิ การของโครงการนท้ี สี่ ามารถแสดงผลประโยชนต อสังคม

ระบบสิ่งแวดลอม นอกเหนือจากการเกษตรและอุตสาหกรรมที่คํานึงถึงผลกระทบตอ
ส่ิงแวดลอม ระบบส่ิงแวดลอมของชุมชนยังครอบคลุมถึงสภาพแวดลอมท่ีเอื้อตอวิถีชีวิต ระบบ
ส่งิ แวดลอ มจึงหมายรวมถึงดิน น้ํา ปา อากาศ การจัดการทางกายภาพของชุมชน เชน ถนนหนทาง
แหลงศนู ยกลางชุมชน เปน ตน และสภาพแวดลอ มทางสงั คมทเี่ อื้อตอการเจรญิ เติบโตของชีวติ ดวย

92

ปจจัยของผลกระทบสิง่ แวดลอ มและขอบเขตของการพิจารณา
1. ผลกระทบสงิ่ แวดลอมทางกายภาพ
2. ผลกระทบสง่ิ แวดลอ มทางสงั คม
3. ผลกระทบสง่ิ แวดลอ มทางสนุ ทรียภาพ
4. ผลกระทบสงิ่ แวดลอมทางเศรษฐกจิ
ลักษณะของผลกระทบสง่ิ แวดลอ มและขอสงั เกต
1. ลักษณะของผลกระทบส่ิงแวดลอม

- เกิดขนึ้ บางที่ บางสวน
- กระจายท่วั ไป
2. ขอสังเกตเกยี่ วกับผลกระทบสงิ่ แวดลอม
- อาจเกดิ ข้นึ โดยไมเรียงลาํ ดบั
- สรางปญหาลูกโซไ ดเสมอ
- แสดงผลใหเห็นไดท งั้ ระยะส้นั และระยะยาว
- เปลยี่ นแปลงอยูเสมอ
- สามารถวัดขนาดได
8. ความรู ความสามารถ
ความรู ความสามารถ หมายถึง ทกั ษะทส่ี ําคัญหรอื ความจาํ เปนในการผลิต หรอื การปฏบิ ตั งิ าน
ใหมปี ระสิทธภิ าพในความเปน ไปไดใ นการพัฒนาอาชีพ

เรื่องท่ี 3 การกาํ หนดวิธกี ารพัฒนาอาชพี พรอ มเหตผุ ล

1. เทคนคิ วิธีการทาํ งานของอาชพี ท่ีเลอื กประกอบการ เปน เคลด็ วิชาในการประกอบอาชีพ
แตละอาชีพใหป ระสบความสาํ เร็จ จงึ เปน ปจจยั สาํ คญั ที่ผูป ระกอบอาชีพจะตอ งเรียนรใู หเขา ใจอยา ง
ถองแท

2. เทคนิควิธกี ารทาํ งาน ชว ยลดขั้นตอนการทํางานอาชีพบางอาชีพ ใหสําเร็จอยางรวดเร็ว
ผปู ระกอบอาชีพจะนาํ เวลาทเี่ หลือ ไปดําเนินการในงานยอ ยอน่ื ๆ ใหมีประสิทธิภาพตอไป

3. เทคนคิ การทํางานชว ยใหการทํางานประหยัดขน้ึ เชน ใชวสั ดุบางอยา งทม่ี รี าคาถกู หางา ย
ในทองถิ่น ทดแทนวัสดุที่มีราคาแพงหรือหายากมาใชในการผลิตแทน ผลผลิตที่ผลิตไดยังมี
คุณภาพเหมอื นเดิม

4. เทคนิควธิ กี ารทาํ งานชวยใหผ ลติ ไดมากขน้ึ โดยการนาํ เครอื่ งมอื อุปกรณทดี่ ดั แปลงมาใช
ในการเพม่ิ ปรมิ าณการผลติ ผูผลติ เสาะแสวงหาเทคโนโลยตี าง ๆ ทม่ี ีในทองถิ่นมาใชหรือดัดแปลง
พฒั นาเทคโนโลยที ่ีมอี ยแู ลว ใหช ว ยเพิ่มผลผลติ ใหมากข้ึน

5. เทคนคิ วธิ ีการทาํ งานชว ยใหง านอาชพี มีคณุ ภาพ มีมาตรฐานเปนสากลเปน ที่ยอมรับของตลาด

93

ประโยชนท ไี่ ดร บั จากการกาํ หนดวิชาการพฒั นาอาชพี
การจําแนกองคป ระกอบยอยของงานอาชีพท่ีเลอื กมปี ระโยชนทส่ี ําคัญ ๆ ดังตอ ไปนี้ คอื
ชวยใหผ ปู ระกอบอาชีพไดเ ตรยี มความพรอ มดา นขอมูลอาชพี ทีต่ นเลือก เพราะผูประกอบอาชีพตองใช
หลักวิชาในการเสาะแสวงหาขอ มูลสําคัญ ๆ ในงานอาชีพน้ัน ๆ และขอมูลดานอาชีพแตละอาชพี จะ
เปลย่ี นแปลงอยูตลอดเวลา ตามระยะเวลา ตามกลไกแหงราคา ภาวะการณตลาด ฤดกู าล เปน ตน


Click to View FlipBook Version