แผนการจัดการเรียนรู้
ช่ือวิชา ภาษาอังกฤษธรุ กจิ
(Business English)
รหสั วิชา 30000-1207 ท–ป–น 3–0–3
หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชพี ชั้นสูง(ปวส.) พุทธศกั ราช 2563
หมวดวิชาทกั ษะชีวิต
จดั ทำโดย
นางสาวนชุ จนาท ภทู องพนั ธ์
ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
หมวดวชิ าภาษาต่างประเทศ แผนกวิชาสามญั สมั พนั ธ์
วิทยาลยั เทคนคิ ระยอง
คำนำ
พระราชบัญญัตกิ ารศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ที่ได้ประกาศใชต้ งั้ แต่เดอื นสิงหาคม 2542 เป็นต้นมา ได้
เน้นให้ครู-อาจารย์และผู้เก่ียวข้องทั้งหลายจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนสำคัญที่สุด ซึ่งกิจกรรมการเรียน
การสอนทีจ่ ดั ควรมลี กั ษณะสำคญั ดงั น้ี
1. ผูเ้ รียนได้เรยี นรจู้ ากการปฏบิ ตั ิจรงิ
2. ผู้เรียนมโี อกาสเลอื กเรยี นรใู้ นสิง่ ที่ตนถนัดและสนใจ
3. ผู้เรยี นไดม้ โี อกาสแสวงหาความรู้และสร้างองค์ความรดู้ ้วยตัวเอง
4. ผ้เู รียนไดม้ ีโอกาสทีจ่ ะนำความรู้ไปปฏิบตั ใิ ชจ้ ริงในชวี ิตประจำวนั
5. ผเู้ รียนมสี ่วนร่วมในการประเมนิ ผลการเรยี นรขู้ องตนเอง
ผู้จดั ทำ ได้ตระหนักถึงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ด้วยการบูร
ณาการคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ไว้ในรายวิชา และในการคิดกิจกรรมที่จะ
ส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติให้เป็นรูปธรรมจึงได้จัดทำส่ิงอำนวยความ
สะดวกใหแ้ ก่ผเู้ รยี น ในรายวิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ(Business English) รหัสวิชา 30000-1207 (3-0-3)
ซึ่งประกอบดว้ ย
• จุดประสงค์รายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธบิ ายรายวชิ า
• ลักษณะรายวิชา
• ตารางวเิ คราะห์หลกั สตู ร
• โครงการจัดการเรียนรู้
• แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่บี ูรณาการคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
ผู้จัดทำ หวังว่าคู่มือครูเล่มน้ีคงเป็นประโยชน์แก่ครู-อาจารย์ได้ใช้เป็นแนวทางในการจัดกิจกรรมการ
เรยี นรู้ให้บรรลุตามวตั ถุประสงคต์ ่อไป
นุชจนาท ภทู องพนั ธ์
ผ้จู ัดทำ
สารบัญ
คำนำ
รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้
หลกั สตู รรายวิชา
หนว่ ยการเรยี น
ความสอดคล้องของหนว่ ยกับสมรรถนะรายวชิ า
ตารางวิเคราะหห์ ลักสตู รรายวิชา
การวดั ผลและประเมินผล
โครงการจดั การเรยี นรู้
แผนการจดั การเรียนรทู้ บ่ี รู ณาการคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1
แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 2
แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 3
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 5
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 6
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 7
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 9
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 10
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 11
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 12
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี 13
แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 14
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 15
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 17
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 18
ภาคผนวก
ก ตวั อย่างแบบประเมินดว้ ยแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio)
ข ตวั อยา่ งแบบสังเกตพฤตกิ รรมการปฏบิ ัติงานรายบุคคล
ค ตวั อยา่ งแบบสังเกตพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
ง ตวั อย่างแบบประเมินการนำเสนอผลงานรายบุคคล
จ ตวั อยา่ งแบบประเมินคณุ ธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ฉ ตัวอย่างแบบรวมคะแนนการประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านิยม
และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ช ตวั อยา่ งแบบสรุปผลการประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
ซ วิธกี ารใชแ้ บบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
รายการตรวจสอบและอนุญาตให้ใช้
เสนอ ผอู้ ำนวยกำรวทิ ยำลยั / รองผอู้ ำนวยกำรฝ่ำยวชิ ำกำร/ ผแู้ ทน……………………..……………
เพอ่ื ตรวจสอบและอนุญำตใหใ้ ชแ้ ผนกำรจดั กำรเรยี นรวู้ ชิ ำภาษาองั กฤษเทคโนโลยีอุตสาหกรรม
(English for Industrial Technology) รหสั วิชา 30000-1206 (3-0-3)
1.แผนกำรจดั กำรเรยี นรมู้ กี ำรวเิ ครำะหห์ ลกั สตู รรำยวชิ ำ เพอ่ื กำหนดหน่วยกำรเรยี นรทู้ ม่ี ุ่งเน้น
สมรรถนะอำชพี
☑ วเิ ครำะห/์ จดั ทำในแผนฯแลว้ ไม่ม/ี ไมไ่ ดว้ เิ ครำะหไ์ ว้
2.แผนกำรจดั กำรเรยี นรมู้ กี ำรบูรณำกำรคุณธรรม จรยิ ธรรม คำ่ นิยม คุณลกั ษณะทพ่ี งึ ประสงค์ และ
ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
☑ บูรณำกำรแลว้ ไมไ่ ดบ้ ูรณำกำร
3.แผนกำรจดั กำรเรยี นรมู้ กี ำรกำหนดรปู แบบ/ วธิ กี ำรเรยี นรู้สกู่ ำรปฏบิ ตั แิ ละกจิ กรรมกำรจดั กำรเรยี นรู้
ทห่ี ลำกหลำย
☑ กำหนดรปู แบบแลว้ ไม่ไดก้ ำหนดรปู แบบ
4.แผนกำรจดั กำรเรยี นรมู้ กี ำรกำหนดกำรใชส้ อ่ื เครอ่ื งมอื อปุ กรณ์ และเทคโนโลยกี ำรจดั กำรเรยี นรทู้ ่ี
เหมำะสมและนำมำใชใ้ นกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน
☑ กำหนดกำรใชส้ อ่ื ฯแลว้ ไม่ไดก้ ำหนดกำรใชส้ อ่ื ฯ
5.แผนกำรจดั กำรเรยี นรมู้ กี ำรกำหนดแนวทำงกำรวดั และประเมนิ ผลตำมสภำพจรงิ ดว้ ยรปู แบบ วธิ กี ำร
ทห่ี ลำกหลำย
☑ กำหนดแลว้ ไมไ่ ดก้ ำหนด
ลงชอ่ื
(.........................................)
ครผู สู้ อน
ควรอนุญำตใหใ้ ชส้ อนได้ เหน็ ควรอนุญำตใหใ้ ชส้ อนได้
ควรปรบั ปรงุ เก่ยี วกบั ควรปรบั ปรงุ ดงั เสนอ
อ่นื .............................................. อ่นื ๆ ..................................................
ลงช่อื ……………….………… ลงชอ่ื ………………….…………..
(........................................) (........................................)
หวั หน้ำแผนกวชิ ำ/ ผแู้ ทน
รองผอู้ ำนวยกำรฝ่ำยวชิ ำกำร/ ผแู้ ทน
............./.............../............... ............../................/...................
ชือ่ วิชา ภาษาองั กฤษธุรกิจ รหัสวชิ า 30000- 1207
ท–ป–น 3–0–3 จำนวนคาบสอน 3 คาบ/ สัปดาห์ ระดบั ชน้ั ปวส.
……………………………………………………………………………………………………………………………….
จุดประสงค์รายวชิ า เพือ่ ให้
1. เขา้ ใจหลกั การใช้ภาษาอังกฤษในงานอาชพี ทางธรุ กิจ
2. สามารถนาํ ภาษาอังกฤษไปใชเ้ ป็นเคร่ืองมือสื่อสารในงานอาชีพทางธุรกจิ
3. มเี จตคติและกิจนสิ ัยท่ดี ีในการใชภ้ าษาองั กฤษในงานอาชพี และการศกึ ษาต่อ
สมรรถนะรายวิชา
1. แสดงความรูเ้ ก่ียวกับการใชภ้ าษาอังกฤษในงานอาชพี ทางธุรกิจ
2. พูดใหข้ ้อมูลเก่ียวกับสนิ ค้าและบริการ
3. สนทนาในสถานการณท์ างธุรกิจตามมารยาทสังคมของเจ้าของภาษา
4. สรปุ ใจความสําคัญของเรือ่ งท่ีอ่านทางธุรกจิ จากสื่อสิ่งพมิ พ์และสอื่ ออนไลน์
5. เขียนบนั ทกึ และรายงานการปฏบิ ัตงิ านในงานอาชพี ทางธรุ กิจ
6. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อพัฒนาทกั ษะภาษาองั กฤษในงานอาชีพทางธรุ กิจ
คำอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาและปฏิบตั เิ ก่ยี วกับการฟงั พดู อา่ น และเขียนภาษาอังกฤษในงานอาชีพทางธรุ กจิ คํา
ศพั ท์เทคนคิ ทางธรุ กิจ และพาณชิ ยอ์ ิเล็กทรอนิกส(์ E-Commerce) การใหข้ ้อมลู เก่ียวกับสินคา้ หรอื บรกิ าร การ
สนทนาในสถานการณท์ างธรุ กจิ การสนทนาทางโทรศพั ท์ การอา่ นเอกสาร โฆษณา ประกาศ ตาราง แผนภูมิ
กราฟ กาํ หนดการ การสืบคน้ ข้อมลู ทางธุรกจิ การเขยี นบนั ทกึ รายงานการปฏบิ ตั งิ าน ข้อความทางโทรศัพท์
ข้อความบนสือ่ สงั คมออนไลน์ และการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือพฒั นาทักษะภาษาองั กฤษในงานอาชีพทาง
ธรุ กิจ
หน่วยการเรียนรู้
ชอื่ วชิ า วิชาภาษาอังกฤษธุรกจิ (Business English) ท.ป.น.3-0-3
รหสั วิชา 30000-1207 (3-0-3) จำนวน 3 ชวั่ โมง/ สปั ดาห์ ระดบั ปวส.
หนว่ ย ช่ือหน่วย จำนวน ท่มี า
ที่ ชว่ั โมง A B C D E F
1 What do you do? 6 ✓✓✓✓✓✓
6 ✓✓✓✓✓✓
2 Workplace 6 ✓✓✓✓✓✓
3 ✓✓✓✓✓✓
3 Goods and Services 3 ✓✓✓✓✓✓
3 ✓✓✓✓✓✓
4 Day- to- day jobs 6 ✓✓✓✓✓✓
6 ✓✓✓✓✓✓
5 Customer Service 6 ✓✓✓✓✓✓
3 ✓✓✓✓✓✓
6 Vacation & Business trip 6
54
7 Dealing with messages
8 Business Information
9 Business Correspondence
10 Looking back
การวดั ผล/ ประเมนิ ผล (กลางภาค/ปลายภาค)
รวม
หมายเหตุ A = หลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพชั้นสูง พุทธศกั ราช 2563
B = กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
C = แบบฝึกหดั ท้ายหน่วย
D = ใบงานของแผนการสอน
E = เอกสารประกอบการสอน
F = หนังสือเรียน วิชาภาษาอังกฤษธุรกิจ สำนกั พิมพ์เอมพันธ์ จำกัด
ความสอดคล้องของหนว่ ยกบั สมรรถนะรายวิชา
ชื่อวชิ า วิชาภาษาอังกฤษธรุ กิจ (Business English) ท.ป.น.3-0-3
รหสั วิชา 30000-1207 (3-0-3) จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ระดับ ปวส.
ความสอดคลอ้ ง
หน่วย ช่ือหน่วย ชวั ่ โมง แสดงควำมรู้เก่ียวกับกำรใช้ภำษำอังกฤษในงำน
อำชีพทำง ุธรกิจ
พูดให้ข้อมูลเก่ียวกับสินค้ำและบริกำร
สนทนำในสถำนกำร ์ณทำง ุธรกิจตำมมำรยำท
สังคมของเจ้ำของภำษำ
สรุปใจควำมสำคัญของเร่ืองท่ีอ่ำนทำง ุธรกิจจำกส่ือ
สิ่งพิมพ์และ ่สือออนไล ์น
เขียนบันทึกและรำยงำนกำรปฏิบัติงำนในงำน
อำชีพทำง ุธรกิจ
ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศเพ่ือพัฒนำทักษะ
ภำษำอังกฤษในงำนอำชีพทำง ุธรกิจ
1 What do you do? 6
2 Workplace 6
3 Goods and Services 6
4 Day- to- day jobs 3
5 Customer Service 3
6 Vacation & Business trip 3
7 Dealing with messages 6
8 Business Information 6
9 Business Correspondence 6
10 Looking back 3
การวดั ผล/ ประเมินผล 6
รวม 54
การวัดผลและประเมินผล
ชอ่ื วชิ า วชิ าภาษาองั กฤษธรุ กิจ (Business English) ท.ป.น.3-0-3
รหัสวชิ า 30000-1207 (3-0-3) จำนวน 3 ช่ัวโมง/ สปั ดาห์ ระดบั ปวส.
…………………………………………………………………………………………………………………………………
1.การวดั ผล 1) แบบฝึกหดั รวม 20 %
2) ทดสอบหลงั เรยี น 10 %
-พุทธพิ สิ ยั 3) วดั ผลสมั ฤทธิ์ รวม 15 %
รวม 45 %
-ทกั ษะพสิ ยั 1) ใบงำน รวมทงั้ หมด 10 %
-จติ พสิ ยั 2) วดั ผลสมั ฤทธิ์ 5%
15%
10 %
70 %
(คะแนนทดสอบก่อนเรยี นไวส้ ำหรบั เปรยี บเทยี บกบั คะแนนทดสอบหลงั เรยี น)
คะแนนระหว่างภาค/ปลายภาค 70 : 30
ระหว่ำงภำค 1) แบบฝึกหดั +ทดสอบหลงั เรยี น 30 %
2) สอบกลำงภำค 20 %
3) ใบงำน 10 %
4) จติ พสิ ยั 10 %
รวม 70 %
สอบปลำยภำค 30 %
รวม 100 %
2.การประเมินผล (อิงเกณฑ)์
80 – 100 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 4.0 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอยใู่ นเกณฑด์ เี ยย่ี ม
75 – 79 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 3.5 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอยใู่ นเกณฑด์ มี ำก
70 – 74 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 3.0 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอยใู่ นเกณฑด์ ี
65 – 69 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 2.5 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอยใู่ นเกณฑด์ พี อใช้
60 – 64 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 2.0 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอย่ใู นเกณฑพ์ อใช้
55 – 59 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 1.5 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอย่ใู นเกณฑอ์ อ่ น
50 – 54 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 1.0 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นอยใู่ นเกณฑอ์ ่อนมำก
50 คะแนน ไดผ้ ลกำรเรยี น 0 หมำยถงึ ผลกำรเรยี นต่ำกวำ่ เกณฑข์ นั้ ต่ำ
ตารางวเิ คราะห์หลกั สตู ร
ชื่อวิชา วชิ าภาษาอังกฤษธรุ กิจ(Business English) ท.ป.น.3-0-3
รหสั วิชา 30000-1207 (3-0-3) จำนวน 3 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ ระดบั ปวส.
พทุ ธิพิสยั (45%)
ความ ้รู
พฤติกรรม ความเข้าใจ
การนาไปใ ้ช
ชื่อหน่วย การ ิวเคราะ ์ห
การสังเคราะ ์ห
1. What do you do?
2. Workplace รวม
3. Goods and Services ทักษะ ิพสัย (15%)
4. Day- to- day jobs ิจต ิพสัย (10%)
5. Customer Service
6. Vacation & Business trip รวม
7. Dealing with messages ลาดับความสาคัญ
8. Business Information จานวนชั ่วโมง
9. Business Correspondence
10. Looking back 2 1 1 -- 4 - 1 5 6 6
21-1-4 - 1 5 5 6
สอบกลางภาค 11- - -2 3 1 6 2 6
รวม 211- -4 - 1 5 7 3
11- - -2 2 1 5 8 3
สอบปลายภาค 211- -4 - 1 5 9 3
รวมท้ังหมด 211- -4 - 1 5 4 6
ลำดับความสำคญั 11- - -2 2 1 5 3 6
11-1-3 3 1 7 1 6
- 1 - - - 1 - 1 2 10 3
5 5 4 1 - 15 5 - 20 - 3
19 15 8 3 - 45 15 10 70 - 51
30 3
100 54
123
หมายเหตุ การสอบกลางภาคเรยี น/ ปลายภาคเรียนนัน้ ขน้ึ อยกู่ ับสถานศกึ ษา หรอื ครูผ้สู อน
โครงการจัดการเรยี นรู้
ชอื่ วิชา วชิ าภาษาอังกฤษธุรกิจ (Business English) ท.ป.น.3-0-3
รหัสวชิ า 30000-1207 (3-0-3) จำนวน 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ ระดับ ปวส.
สปั ดาห์ หน่วย ชวั่ โมง ช่ือหน่วย/สาระการเรียนรู้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ทฤษฏี ปฏิบตั ิ
ท่ี ที่
1 1 1-3 ปฐมนิเทศ 1. สำมำรถใชค้ ำศพั ทใ์ นเรอ่ื งของอำชพี ไดอ้ ยำ่ ง 3 0
ถกู ตอ้ ง
1.จดุ ประสงคร์ ำยวชิ ำ สมรรถนะรำยวชิ ำ 2. สำมำรถถำม-ตอบในเรอ่ื งอำชพี ไดอ้ ย่ำงเหมำะสม
3. สำมำรถตงั้ คำถำมดว้ ย Wh-question ในเรอ่ื ง
และคำอธบิ ำยรำยวชิ ำ ทวั่ ไปได้
4. สำมำรถศกึ ษำรำยละเอยี ดของบคุ คลอ่่นื ๆ ได้
2. แนวทำงวดั ผลและกำรประเมนิ ผลกำร
เรยี นรู้
Unit 1: What do you do?(1)
1.คำศพั ทเ์ กย่ี วกบั อำชพี
2.กำรสนทนำเกย่ี วกบั อำชพี
3.กำรตงั้ คำถำมดว้ ย Wh-question
4.กำรศกึ ษำขอ้ มลู เกย่ี วของบคุ คล
2 1 4-6 Unit 1: What do you do?(2) 5. อ่ำนเพอ่ื ทำควำมเขำ้ ใจเรอ่ื งรำวเก่ยี วกบั งำน 3 0
อำชพี ได้ 3 0
5.เร่อื งรำวทเ่ี กย่ี วกบั งำนอำชพี 6. จบั ใจควำมสำคญั บทสมั ภำษณ์ของผปู้ ระกอบ
6.บทสมั ภำษณ์ผปู้ ระกอบอำชพี อำชพี ได้
7.คำเรยี กบคุ คลอ่นื อยำ่ งไมเ่ ป็นทำงกำร 7. ใชค้ ำเรยี กบุคคลอน่ื อยำ่ งไมเ่ ป็นทำงกำรได้
8.กำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และ ถกู ตอ้ ง
ฝึกฝนกำรใชภ้ ำษำองั กฤษ 8. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนกำรใช้
9.กำรเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ ภำษำองั กฤษจำกหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
อำเซยี น 9. ตอบคำถำมเกย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ อำเซยี น
ได้
3 2 7-9 Unit 2: Workplace(1)
1. ใชค้ ำศพั ทท์ ใ่ี หร้ ำยละเอยี ดของชวั่ โมงกำรทำงำน
1.คำศพั ทท์ ใ่ี หร้ ำยละเอยี ดของชวั่ โมงกำร ได้
ทำงำน 2. ถำมตอบเกย่ี วกบั เวลำเปิด-ปิดของสถำนประกอบ
2.บทสนทนำถำมตอบเกย่ี วกบั เวลำเปิด- กำรได้
ปิดของสถำนประกอบกำร 3. อธบิ ำยลกั ษณะทส่ี ำคญั และรำยละเอยี ดบน
3.ลกั ษณะทส่ี ำคญั และรำยละเอยี ดบน นำมบตั รได้
นำมบตั ร 4. บอกตำแหน่งทต่ี งั้ จำกกำรอำ่ นแผนทข่ี องสถำน
4.ตำแหน่งทต่ี งั้ จำกกำรอ่ำนแผนทข่ี อง ประกอบกำรได้
สถำนประกอบกำร
4 2 10-12 Unit 2: Workplace(2) 5. อำ่ นจบั ใจควำมสำคญั เรอ่ื งกำรเพมิ่ ขน้ึ ของ 3 0
0
5.อ่ำนบทควำมเรอ่ื งกำรเพม่ิ ขน้ึ ของ พนักงำนสุภำพสตรใี นตลำดแรงงำนได้ 0
0
พนกั งำนสุภำพสตรใี นตลำดแรงงำนได้ 6. บอกลกั ษณะเดน่ ของรำ้ นสะดวกซอ้ื จำกกำรอำ่ น
6.อ่ำนบทสนทนำเหตผุ ลทค่ี นทวั่ ไปชอบใช้ บทสนทนำเหตุผลทค่ี นทวั่ ไปชอบใชบ้ รกิ ำรจำกรำ้ น
บรกิ ำรจำกรำ้ นสะดวกซอ้ื ได้ สะดวกซ้อื ได้
7.วฒั นธรรมกำรตรงตอ่ เวลำของเจำ้ ของ 7. เขำ้ ใจมำรยำทในกำรตรงตอ่ เวลำของเจำ้ ของ
ภำษำ ภำษำ
8.กำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และ 8. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนกำรใช้
ฝึกฝนกำรใชภ้ ำษำองั กฤษ ภำษำองั กฤษจำกหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
9. กำรเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ 9. ตอบคำถำมเกย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ อำเซยี น
อำเซยี น ได้
5 3 13-15 Unit 3: Goods and Services(1) 1. จำแนกควำมแตกตำ่ งระหวำ่ งสนิ คำ้ และบรกิ ำรได้ 3
1. ควำมแตกต่ำงระหวำ่ งสนิ คำ้ และบรกิ ำร 2. บอกขอ้ มลู สนิ คำ้ จำกกำรฟังบทสนทนำสอบถำม
2. บทสนทนำสอบถำมขอ้ มลู สนิ คำ้ กอ่ น ขอ้ มลู สนิ คำ้ ก่อนกำรตดั สนิ ใจซอ้ื ได้
กำรตดั สนิ ใจซอ้ื 3. บอกขอ้ มลู ทป่ี รำกฏบนฉลำกของบรรจุภณั ฑไ์ ด้
3. ขอ้ มลู ทป่ี รำกฏบนฉลำกของบรรจุภณั ฑ์ 4. บอกทม่ี ำและควำมหมำยของสโลแกน
4. ทม่ี ำและควำมหมำยของสโลแกน ภำษำองั กฤษของแบรนดร์ ะดบั โลกได้
ภำษำองั กฤษของแบรนดร์ ะดบั โลก
6 3 16-18 Unit 3: Goods and Services(2) 5. ตอบคำถำมหลงั กำรอำ่ นอเี มลสอบถำมขอ้ มลู 3
5. อ่ำนอเี มลสอบถำมขอ้ มลู สนิ คำ้ สนิ คำ้ ได้
6. อำ่ นจบั ใจควำมสำคญั เหตุผลของกำร 6. อำ่ นจบั ใจควำมสำคญั เหตุผลของกำรตดั สนิ ใจ
ตดั สนิ ใจเลอื กซอ้ื ตรำผลติ ภณั ฑต์ ่ำงๆ เลอื กซอ้ื ตรำผลติ ภณั ฑต์ ่ำงๆ ได้
7. วฒั นธรรมและมำรยำทกำรต่อแถว 7. เขำ้ ใจวฒั นธรรมและมำรยำทกำรตอ่ แถวเขำ้ ควิ
เขำ้ ควิ 8. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนกำรใช้
8. กำรเทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และ ภำษำองั กฤษจำกหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
ฝึกฝนกำรใชภ้ ำษำองั กฤษ 9. ตอบคำถำมเกย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ อำเซยี น
9. กำรเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ ได้
อำเซยี น
7 4 19-21 Unit 4 Day- to- days jobs 1. ใชค้ ำศพั ทใ์ นชวี ติ ประจำวนั ของกำรปฏบิ ตั งิ ำนได้ 3
1. คำศพั ทใ์ นชวี ติ ประจำวนั ของกำร 2. ฟังและตอบคำถำมจำกบทสนทนำเกย่ี วกบั กำร
ปฏบิ ตั งิ ำน ประชุมพนักงำนได้
2. บทสนทนำเกย่ี วกบั กำรประชมุ พนกั งำน 3. รแู้ ละเขำ้ ใจช่อื แผนกตำ่ งๆ ภำยในองคก์ ร
3. ชอ่ื แผนกต่ำงๆ ภำยในองคก์ ร 4. แตง่ ประโยคโดยใชส้ ำนวนรำยงำนตวั หรอื ขน้ึ ตรง
4. กำรใชส้ ำนวนรำยงำนตวั หรอื ขน้ึ ตรงตอ่ ตอ่ ผบู้ งั คบั บญั ชำไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง
ผบู้ งั คบั บญั ชำ 5. อ่ำนบนั ทกึ กำรประชมุ และตอบคำถำมได้
5. อำ่ นบนั ทกึ กำรประชุมและตอบคำถำม 6. จบั ใจควำมบทสนทนำแสดงรำยละเอยี ดกำร
6. บทสนทนำแสดงรำยละเอยี ดกำรประชุม ประชุมของบรษิ ทั และตอบคำถำมได้
ของบรษิ ทั 7. เขยี นวนั ทภ่ี ำษำองั กฤษดว้ ยรปู แบบองั กฤษและ
7. กำรเขยี นวนั ทภ่ี ำษำองั กฤษดว้ ยรปู แบบ อเมรกิ นั ได้
องั กฤษและอเมรกิ นั 8. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนกำรใช้
8. กำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และ ภำษำองั กฤษจำกหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
ฝึกฝนกำรใชภ้ ำษำองั กฤษ 9. ตอบคำถำมเกย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ อำเซยี น
9. กำรเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ ได้
อำเซยี น
8 5 22-24 Unit 5 Customer Service 1. ใชค้ ำศพั ทท์ แ่ี สดงถงึ กำรบรกิ ำรลกู คำ้ ไดอ้ ย่ำง 3 0
1. คำศพั ทท์ แ่ี สดงถงึ กำรบรกิ ำรลูกคำ้ ถกู ตอ้ ง 0
0
2. บทสนทนำเกย่ี วกบั กำรชว่ ยเหลอื ลกู คำ้ 2. ฟังบทสนทนำเกย่ี วกบั กำรช่วยเหลอื ลูกคำ้ ใน
0
ในซเู ปอรม์ ำรเ์ กต็ ซูเปอรม์ ำรเ์ กต็ ได้
3. บทสนทนำขอ้ มลู เกย่ี วกบั สนิ คำ้ ของ 3. ฟังขอ้ มลู เกย่ี วกบั สนิ คำ้ ของธนำคำรได้
ธนำคำร 4. ฟังเพ่อื ทำควำมเขำ้ ใจสถำนกำรณ์เกย่ี วกบั กำรขอ
4. บทสนทนำสถำนกำรณ์เกย่ี วกบั กำรขอ คนื สนิ คำ้ ได้
คนื สนิ คำ้ 5. อำ่ นจดหมำยเรอ่ื งกำรรอ้ งขอใหแ้ กไ้ ขและ
5. จดหมำยเรอ่ื งกำรรอ้ งขอใหแ้ กไ้ ขและ จดหมำยแจง้ กำรแกไ้ ขและตอบคำถำมได้
จดหมำยแจง้ กำรแกไ้ ข 6. อำ่ นจดหมำยรอ้ งเรยี นและตอบคำถำมได้
6. จดหมำยรอ้ งเรยี น 7. เขำ้ ใจมำรยำทและวธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นกำรใหท้ ปิ
7. มำรยำทและวธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นกำรใหท้ ปิ 8. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนกำรใช้
8. กำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และ ภำษำองั กฤษจำกหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
ฝึกฝนกำรใชภ้ ำษำองั กฤษ 9. ตอบคำถำมเกย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ อำเซยี น
9. กำรเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ ได้
อำเซยี น
9 - 25-27 สอบกลางภาคเรยี น 3
10 6 28-30 Unit 6 Vacation & Business trip 1. ใชค้ ำศพั ทท์ เ่ี กย่ี วกบั วนั หยุดพกั ผ่อนไดถ้ ูกตอ้ ง 3
1.คำศพั ทท์ เ่ี กย่ี วกบั วนั หยดุ พกั ผ่อน 2. ฟังบทสนทนำเกย่ี วกบั กำรเดนิ ทำงไปทำธุรกจิ
2.บทสนทนำเกย่ี วกบั กำรเดนิ ทำงไปทำ และตอบคำถำมได้
ธุรกจิ 3. อธบิ ำยควำมหมำยของป้ำยสญั ลกั ษณ์ทพ่ี บเหน็
3.ควำมหมำยของป้ำยสญั ลกั ษณ์ทพ่ี บเหน็ ในสนำมบนิ ได้
ในสนำมบนิ 4. อธบิ ำยคำศพั ทแ์ ละกำรแจง้ เตอื นเสยี งประกำศใน
4.คำศพั ทแ์ ละกำรแจง้ เตอื นเสยี งประกำศ สนำมบนิ
ในสนำมบนิ 5. อ่ำนเร่อื งรำวกำรเล่ำประสบกำรณ์กำรเดนิ ทำง
5.เร่อื งรำวกำรเล่ำประสบกำรณ์กำร ภำยในประเทศ และตอบคำถำมได้
เดนิ ทำงภำยในประเทศ 6. อำ่ นเรอ่ื งรำวของสำยกำรบนิ รำคำประหยดั และ
6.เรอ่ื งรำวของสำยกำรบนิ รำคำประหยดั ตอบคำถำมได้
7.มำรยำทและวธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นกำรทกั ทำยของ 7. รจู้ กั มำรยำทและวธิ ปี ฏบิ ตั ใิ นกำรทกั ทำยของคน
คนต่ำงชำติ ตำ่ งชำติ
8.กำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และ 8. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนกำรใช้
ฝึกฝนกำรใชภ้ ำษำองั กฤษ ภำษำองั กฤษจำกหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
9.กำรเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ 9. ตอบคำถำมเกย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ อำเซยี น
อำเซยี น ได้
11 7 31-33 Unit 7 Dealing with messages(1) 1. ใชค้ ำศพั ทแ์ ละสำนวนเพอ่ื รบั ฝำกขอ้ ควำมไดอ้ ยำ่ ง 3
ถกู ตอ้ ง
1. คำศพั ทแ์ ละสำนวนเพ่อื รบั ฝำกขอ้ ควำม 2. ฟังบทสนทนำทำงโทรศพั ทท์ เ่ี กย่ี วกบั กำรรบั ฝำก
2. บทสนทนำทำงโทรศพั ทท์ เ่ี กย่ี วกบั กำร ขอ้ ควำม และตอบคำถำมได้
รบั ฝำกขอ้ ควำม และตอบคำถำมได้ 3. ฟังบทสนทนำเกย่ี วกบั กำรโทรศพั ทต์ ดิ ตอ่ และ
3. ฟังบทสนทนำเกย่ี วกบั กำรโทรศพั ท์ ตอบคำถำมได้
ตดิ ตอ่ และตอบคำถำมได้ 4. สำมำรถจดบนั ทกึ ขอ้ ควำมในรำยละเอยี ดทวั่ ไปได้
4. สำมำรถจดบนั ทกึ ขอ้ ควำมใน
รำยละเอยี ดทวั่ ไปได้
12 7 34-36 Unit 7 Dealing with messages(2) 5. สำมำรถอำ่ นขอ้ ควำมสนั้ ๆ ทเ่ี พอ่ื นเขยี นใหก้ นั ได้ 3 0
0
5. กำรอ่ำนขอ้ ควำมสนั้ ๆ ทเ่ี พ่อื นเขยี นให้ 6. อำ่ นจบั ใจควำมสำคญั สถำนกำรณ์กำรนดั หมำย 0
กนั ได้ ทำงโทรศพั ทไ์ ด้ 0
0
6. กำรอ่ำนจบั ใจควำมสำคญั สถำนกำรณ์ 7. เขำ้ ใจกำรแสดงควำมรสู้ กึ ผ่ำนน้ำเสยี งของผู้
กำรนดั หมำยทำงโทรศพั ทไ์ ด้ สนทนำ
7. กำรแสดงควำมรสู้ กึ ผ่ำนน้ำเสยี งของผู้ 8. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนกำรใช้
สนทนำ ภำษำองั กฤษจำกหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
8. กำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และ 9. ตอบคำถำมเกย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ อำเซยี น
ฝึกฝนกำรใชภ้ ำษำองั กฤษ ได้
9. กำรเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ
อำเซยี น
13 8 37-39 Unit 8 Business Information(1) 1. รแู้ ละเขำ้ ใจควำมหมำยของคำศพั ทท์ ค่ี วรทรำบใน 3
1. คำศพั ทท์ ค่ี วรทรำบในงำนธุรกจิ ทวั่ ไป งำนธรุ กจิ ทวั่ ไป
2. บทสนทนำทเ่ี กย่ี วกบั ศูนยก์ ำรคำ้ 2. ฟังบทสนทนำทเ่ี กย่ี วกบั ศนู ยก์ ำรคำ้ และตอบ
3. ภำพยนตรโ์ ฆษณำและกำรนำเสนอ คำถำมได้
สนิ คำ้ ผ่ำนสอ่ื ต่ำงๆ 3. ชมภำพยนตรโ์ ฆษณำ และกำรนำเสนอสนิ คำ้ ผ่ำน
4. วธิ กี ำรพำดหวั ขำ่ วในภำษำองั กฤษ ส่อื ต่ำงๆ และตอบคำถำมได้
4. รแู้ ละเขำ้ ใจวธิ กี ำรพำดหวั ขำ่ วในภำษำองั กฤษ
14 8 40-42 Unit 8 Business Information(2) 5. อำ่ นสง่ิ พมิ พท์ ใ่ี ชใ้ นกำรเผยแพร่ขอ้ มลู ขำ่ วสำร 3
5. กำรอำ่ นสงิ่ พมิ พท์ ใ่ี ชใ้ นกำรเผยแพร่ และตอบคำถำมได้
ขอ้ มลู ขำ่ วสำร 6. บอกควำมหมำยและสถำนกำรณ์ของธุรกจิ คำ้ ปลกี
6. อ่ำนบทควำมสถำนกำรณ์ของธุรกจิ คำ้ ได้
ปลกี 7. รแู้ ละเขำ้ ใจเรอ่ื งเครอ่ื งแตง่ กำยสำหรบั คนทำงำน
7. เครอ่ื งแตง่ กำยสำหรบั คนทำงำนใน ในประเทศสหรฐั อเมรกิ ำ
ประเทศสหรฐั อเมรกิ ำ 8. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนกำรใช้
8. กำรใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และ ภำษำองั กฤษจำกหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
ฝึกฝนกำรใชภ้ ำษำองั กฤษ 9. ตอบคำถำมเกย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ อำเซยี น
9. กำรเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ ได้
อำเซยี น
15 9 43-45 Unit 9 Business Correspondence(1) 1.รแู้ ละเขำ้ ใจคำศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กำรส่อื สำรใน 3
1. คำศพั ทท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กำรสอ่ื สำรใน รปู แบบขอ้ ควำมและเอกสำร
รปู แบบขอ้ ควำมและเอกสำร 2. จำแนกควำมแตกต่ำงระหวำ่ งจดหมำยทเ่ี ป็น
2. จดหมำยท่เี ป็นทำงกำรและไมเ่ ป็น ทำงกำรและไมเ่ ป็นทำงกำรได้
ทำงกำร 3. รแู้ ละเขำ้ ใจภำษำทใ่ี ชใ้ นกำรส่อื สำรทำงอเี มลเพอ่ื
3. ภำษำทใ่ี ชใ้ นกำรสอ่ื สำรทำงอเี มลเพอ่ื แจง้ ใหท้ รำบ
แจง้ ใหท้ รำบ 4. อธบิ ำยคำศพั ทท์ เ่ี กย่ี วกบั กำรส่งแฟกซไ์ ด้
4. คำศพั ทท์ เ่ี กย่ี วกบั กำรสง่ แฟกซ์
16 9 46-48 Unit 9 Business Correspondence(2) 5. อ่ำนบตั รเชญิ ร่วมงำนแต่งงำนและอเี มลเชญิ 3
5. บตั รเชญิ ร่วมงำนแต่งงำนและอเี มลเชญิ รว่ มงำนปีใหม่ และตอบคำถำมได้
ร่วมงำนปีใหม่ 6. รแู้ ละเขำ้ ใจเทคนคิ เขยี นจดหมำยธุรกจิ
6. เทคนคิ ในกำรเขยี นจดหมำยธรุ กจิ 7. รแู้ ละเขำ้ ใจมำรยำทในกำรเขยี นอเี มล
7. มำรยำทในกำรเขยี นอเี มล 8. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนกำรใช้
8. กำรเทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และ ภำษำองั กฤษจำกหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
ฝึกฝนกำรใชภ้ ำษำองั กฤษ 9. ตอบคำถำมเกย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ อำเซยี น
9. กำรเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ ได้
อำเซยี น
17 10 49-51 Unit 10 Looking back 1. บอกควำมหมำยคำศพั ทจ์ ำกแตล่ ะหน่วยกำรเรยี น 3 0
1. ทบทวนคำศพั ทจ์ ำกแต่ละหน่วยกำรเรยี นท่ี ทผ่ี ำ่ นมำได้
ผำ่ นมำ
2. บทสนทนำระหว่ำงเพอ่ื นร่วมงำน 2. ฟังบทสนทนำระหวำ่ งเพอ่ื นรว่ มงำน และตอบ
3. ตวั อยำ่ งกำรใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั งำนปัจจบุ นั คำถำมได้
4. โฆษณำในรปู แบบตำ่ งๆ ทอ่ี ยใู่ น 3. ศกึ ษำตวั อยำ่ งกำรใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั งำนปัจจุบนั
ชวี ติ ประจำวนั และตอบคำถำมได้
5. ขำ่ วธรุ กจิ และเทคโนโลยี 4. อ่ำนโฆษณำในรปู แบบต่ำงๆ ทอ่ี ย่ใู น
6. กำรอำ่ นจบั ใจควำมลกั ษณะทส่ี ำคญั ของ ชวี ติ ประจำวนั
อำชพี นักขำย 5. อ่ำนขำ่ วธรุ กจิ และเทคโนโลยี และตอบคำถำมได้
7. กำรอำ่ นขอ้ มลู ประเทศทม่ี รี ะบบจรำจร 6. อ่ำนจบั ใจควำมลกั ษณะทส่ี ำคญั ของอำชพี นักขำย
ซำ้ ยมอื และขวำมอื และตอบคำถำมได้
8. กำรเทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝน 7. อำ่ นขอ้ มลู ประเทศทม่ี รี ะบบจรำจรซำ้ ยมอื และ
กำรใชภ้ ำษำองั กฤษ ขวำมอื และตอบคำถำมได้
9. กำรเรยี นรเู้ กย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ 8. ใชเ้ ทคโนโลยสี ำรสนเทศสบื คน้ และฝึกฝนกำรใช้
อำเซยี น ภำษำองั กฤษจำกหวั ขอ้ ทก่ี ำหนดใหไ้ ด้
9.ตอบคำถำมเกย่ี วกบั ประชำคมเศรษฐกจิ อำเซยี น
ได้
18 - 52-54 ทบทวน/ สอบปลายภาคเรียน 30
รวม 54 0
รวมทงั้ สิ้น 54
หมายเหตุ กำหนดกำรสอนทบ่ี รู ณำกำรคุณธรรม จรยิ ธรรม ค่ำนยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคน์ ้ี จดั ทำขน้ึ เพอ่ื เป็น
แนวทำงใหก้ บั ครผู สู้ อนในกำรจดั กำรเรยี นกำรสอนเท่ำนนั้ สำมำรถเปลย่ี นแปลงไดข้ น้ึ อย่กู บั ผสู้ อน และสถำนศกึ ษำทจ่ี ะนำไป
ประยกุ ตใ์ ชเ้ ป็นสำคญั
แผนการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการที่ 1 หนว่ ยท่ี 1
รหัส 30000 - 1207 ภาษาองั กฤษธรุ กิจ (3-0-3) สอนครั้งที่ 1 (1-3)
ช่อื หน่วย/เรอ่ื ง ปฐมนเิ ทศ/ What do you do?(1) จำนวน 3 ชว่ั โมง
…………………………………………………………………………………………………………………………….
สาระสำคญั
งานอาชีพถือเปน็ หัวข้อสำคัญในการสอ่ื สารทางธุรกิจและสังคม เพราะอาชพี และการทำงานเปน็ ขอ้ มูล
ส่วนตัวพ้นื ฐานท่มี ักจะถกู ถามในระหว่างท่ีมีการทำความรจู้ กั กัน
สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความร้เู กี่ยวกับการใช้ภาษาองั กฤษในงานอาชีพทางธรุ กจิ
2. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับสนิ คา้ และบริการ
3. สนทนาในสถานการณ์ทางธรุ กิจตามมารยาทสังคมของเจา้ ของภาษา
4. สรุปใจความสาํ คญั ของเรือ่ งทอี่ า่ นทางธรุ กจิ จากส่ือสง่ิ พิมพแ์ ละสื่อออนไลน์
5. เขยี นบันทกึ และรายงานการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพทางธุรกจิ
6. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาทกั ษะภาษาองั กฤษในงานอาชีพทางธุรกจิ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ปฐมนเิ ทศ
1. บอกจดุ ประสงคร์ ายวิชา สมรรถนะรายวิชา และคำอธบิ ายรายวิชาตามหลักสตู รฯ
ได้
2. บอกแนวทางวดั ผลและการประเมินผลการเรียนรูไ้ ด้
Unit 1: What do you do? (1)
1. สามารถใช้คาํ ศพั ทใ์ นเร่ืองของอาชพี ไดอ้ ย่างถูกต้อง
2. สามารถถาม-ตอบในเรอ่ื งอาชีพได้อยา่ งเหมาะสม
3. สามารถต้ังคาํ ถามดว้ ย Wh-question ในเรอ่ื งทั่วไปได้
4. สามารถศกึ ษารายละเอียดของบคุ คลอน่ื ๆ ได้
คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์
มีการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้สำเร็จการศกึ ษา
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ที่ครูสามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรอ่ื ง
1. ความมีมนุษยสัมพันธ์
2. ความมวี นิ ัย
3. ความรบั ผิดชอบ
4. ความซอ่ื สัตย์สจุ รติ
5. ความเช่ือมน่ั ในตนเอง
6. การประหยดั
7. ความสนใจใฝ่รู้
8. การละเว้นสงิ่ เสพติดและการพนนั
9. ความรกั สามคั คี
10. ความกตัญญูกตเวที
สาระการเรียนรู้
ปฐมนเิ ทศ
1.บอกจดุ ประสงค์รายวชิ า สมรรถนะรายวิชา และคำอธิบายรายวิชาตามหลักสตู รฯ ได้
2. บอกแนวทางวัดผลและการประเมนิ ผลการเรียนรู้ได้
Unit 1: What do you do?(1)
1. คำศพั ทเ์ กี่ยวกับอาชีพ
2. การสนทนาเกยี่ วกับอาชีพ
3. การตัง้ คำถามดว้ ย Wh-question
4. การศึกษาข้อมูลเก่ยี วของบคุ คล
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรยี น
1. ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นเปิดหนังสือ Activity 1.1 Starting up Occupation: Practice A และให้
ผู้เรียนดูภาพอาชีพตา่ งๆ ว่ามอี าชพี อะไรบา้ ง พร้อมบอกความหมาย (ผสู้ อนสามารถส่มุ ถาม
ผเู้ รยี น โดยให้อา่ นออกเสียง และบอกความหมายประกอบ)
ข้นั สอน
2. ผสู้ อบเปดิ คลิปเสยี งอาชพี จาก Activity 1.1 Starting up Occupation: Practice A หน้า 2
ใหผ้ เู้ รียนฟงั และอา่ นออกเสียงตาม หลังจากนนั้ สรุปความหมายอาชีพตา่ งๆ ดังน้ี
• electrician---ช่างไฟฟ้า
• teacher---คร/ู อาจารย์
• chef---พ่อครวั
• lawyer---ทนาย
• business person---นักธรุ กิจ
• nurse---พยาบาล
• doctor---หมอ/ แพทย์
• dentist---หมอฟนั / ทันตแพทย์
• carpenter---ชา่ งไม้
• architect---สถาปนกิ
• engineer---วศิ วกร
• pilot---นกั บิน
• actor---นกั แสดง
• mechanic---ชา่ งซ่อมรถยนต์
• photographer---ชา่ งถ่ายภาพ
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนดูตัวอย่างการสนทนาเกี่ยวกับอาชีพจากActivity1.2 Conversation Asking
about someone’s job: Practice A หน้า 4 และสรุปโครงสร้างของการสอบถามอาชีพ
ดังนี้
• What+ do/does+ Subject+ do?
What do you do?
Subject+ Verb to Be+ อาชพี .
I’m a nurse.
• What (sort of) work+ do/does+ Subject+ do?
What (sort of) work do you do?
Subject+ work for+ ชื่อบริษทั + as+ อาชีพ.
I work for a car company as a manager.
• What+ do/does+ Subject+ do for a living?
What do you do for a living?
Subject+ work at/in+ สถานท่ที ำงาน.
I work at/in the supermarket.
• Where+ do/does+ Subject+ work?
Where do you work?
Subject+ work+ as+ อาชพี at สถานที่ทำงาน.
I work as a cleaner at the hospital.
• Do/Does Subject+ work+ full-time or part-time?
Do you work full-time or part-time?
Subject+ work+ part-time from เวลาเรม่ิ ต้น until เวลาเลกิ งาน.
I work part-time from 10 am until 2 pm.
Subject+ work+ full-time/ part-time.
I only work part-time at the moment.
4. ผู้สอนให้ผู้เรียนดูตัวอย่างการสนทนาเก่ียวกับอาชีพจากActivity1.2 Conversation Asking
about someone’s job: Practice C หน้า 5 และสรุปโครงสร้างของการงาน full-time/
part-time และดตู ัวอย่างเพม่ิ เติม ดังน้ี
Subject+ work+ full-time/ part-time+ สถานทท่ี ำงาน.
I work part-time at a Japanese restaurant.
Subject+ have/has+ a full-time/ part-time+ จำนวนชั่วโมง/ระยะเวลาในการทำงาน+
as+ อาชพี .
I have a part-time job three hours every day.
I have a nine-to-five job.
I have a full-time job as an electrician.
Subject+ Verb to Be+ a full-time/ part-time+ อาชีพ.
I’m a part-time librarian.
Subject+ do/does+ full-time/ part-time work+ as+ อาชพี .
I do part-time work as a hairdresser.
5. ผู้สอนใหผ้ ู้เรยี นจบั คู่ฝึกสนทนาเก่ยี วกับอาชีพจากActivity1.2 Conversation Asking
about someone’s job: Practice Aและ C หน้า 4-5 ซ้ำอีกคร้งั ก่อนเร่มิ บทเรียนใหม่
6. ผู้สอนให้ผู้เรียนดูActivity1.3Giving information; Personal information questions
หน้า 6 และอธิบาย Wh-questions ในการถาม-ตอบ มีการถามแตกต่างกัน เพ่ือกำหนด
วตั ถปุ ระสงคใ์ นการตอบ โดยใช้ Wh-words ดงั น้ี
people(ถามเกย่ี วกับบุคคล)
---Who was that guy with you last night?
things(ถามเกย่ี วกับสิ่งของท้งั จับต้องได้และไม่ได)้
---What subjects do you like most?
places(ถามเกี่ยวกับสถานท่ี)
---Where were you born?
time(ถามเกย่ี วกับวันและเวลา)
---When was the last time you went to Chiang Mai?
duration (ถามเกี่ยวกับระยะเวลา)
---How long is the movie?
manner(ถามเกี่ยวกับความรสู้ กึ / อาการ)
--- How do you feel about quitting this job?
*ผู้เรยี นสามารถดูตวั อยา่ งWh-wordsและความหมายเพ่ิมเติมจากActivity1.3Giving
informationPersonal information questions: Practice A หนา้ 6
7. ผสู้ อนนำเสนอเรอื่ งสุดท้ายประจำสปั ดาหน์ ค้ี อื การอ่านข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล แล้ว
ตอบคำถาม โดยให้ผเู้ รียนดู Activity 1.4 Increase your comprehension; Two file
cards: Practice A หน้า 7 พร้อมทั้งสรปุ หัวขอ้ สำคญั และบอกความหมายในการ
นำเสนอขอ้ มูล มดี ังนี้
• Name ชอ่ื - สกุล
• Age อายุ
• Education การศกึ ษา
• Experience ประสบการณ์
• Skills ทักษะ
• Personality/appearance บุคลิกภาพ/ ลกั ษณะนสิ ัย
Example 1
Example 2
ข้นั สรุปและการประยกุ ต์
8. ผสู้ อนให้ผู้เรยี นทบทวนคำศัพทแ์ ละความหมายเก่ียวกับอาชีพโดยทำ Activity 1.1
Starting up Occupation: Practice D-E หนา้ 3 และเฉลยรว่ มกันหลังทำเสรจ็
9. ผสู้ อนให้ผู้เรียนทบทวนการสนทนาเก่ียวกับอาชพี โดยทำActivity 1.2 Conversation
Asking about someone’s job: Practice D หนา้ 5 และเฉลยร่วมกนั หลังทำเสร็จ
10. ผู้สอนให้ผูเ้ รียนทบทวนเก่ยี วกับการตงั้ คำถามโดยใช้ Wh-words โดยทำ Activity
1.3 Giving information; Personal information questions: Practice B หน้า 6 และ
เฉลยร่วมกนั หลงั ทำเสรจ็
11. ผู้สอนใหผ้ ้เู รียนทบทวนเกย่ี วกับการอ่านข้อมูลบุคคลโดยตอบคำถามทา้ ยการอา่ น
ใน Activity 1.4 Increase your comprehension; Two file cards: Practice A หนา้ 7
สอ่ื และแหล่งการเรียนรู้
1. หนงั สือเรยี น วิชา ภาษาอังกฤษธุรกิจ ของ สำนกั พิมพ์เอมพนั ธ์ จำกัด
2. กิจกรรมการเรยี นการสอน
3. ส่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์, PowerPoint และเคร่ืองคอมพิวเตอร์
หลักฐาน
1. บนั ทึกการสอนของผูส้ อน
2. ใบเชค็ รายชื่อ
3. แผนจดั การเรียนรู้
4. แบบฝึกหดั
5. แบบประเมนิ และแบบสังเกตต่างๆ
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวัดผล
1. สังเกตและประเมนิ พฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. สงั เกตและประเมินพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่ม
3. ตรวจแบบฝึกหดั
4. สังเกตและประเมินพฤติกรรมดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และ
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
เคร่ืองมอื วดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกล่มุ (โดยผูเ้ รียน)
4. แบบฝกึ หัด
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครู
และผเู้ รียนร่วมกันประเมิน
เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล ต้องไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มระดบั ดี
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มระดบั ดี
4. แบบฝกึ หดั มีเกณฑ์การผ่านร้อยละ 80 ขนึ้ ไป
5. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คะแนนขึ้นอยกู่ ับการประเมนิ ตามสภาพจริง
กิจกรรมเสนอแนะ
ผสู้ อนมอบหมายใหผ้ เู้ รียนฝึกสนทนาเก่ยี วกบั อาชีพจาก Activity1.2 Conversation Asking about
someone’s job: Practice A, C หน้า 4-5 เพิ่มเติมนอกเวลาเรยี น และเปลี่ยนเป็นอาชีพอื่นๆ ที่ผ้เู รียนสนใจ
โดยพิจารณาร่วมกบั โครงสร้างประโยคที่ใช้ในการสอ่ื สารตามที่ผูส้ อนไดอ้ ธิบายในบทเรยี น
บนั ทกึ หลังการสอน
ข้อสรุปหลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปญั หา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการท่ี 2 หนว่ ยที่ 1
รหสั 30000 - 1207 ภาษาองั กฤษธรุ กิจ (3-0-3) สอนครง้ั ที่ 2
(4-6)
ชอ่ื หน่วย/เรือ่ ง What do you do? (2) จำนวน 3 ช.ม.
………………………………………………………………………………………………………………………………………..
สาระสำคัญ
งานอาชีพถือเป็นหัวข้อสำคัญในการสือ่ สารทางธุรกจิ และสงั คม เพราะอาชพี และการทำงานเปน็ ขอ้ มูล
สว่ นตัวพน้ื ฐานท่มี ักจะถูกถามในระหวา่ งที่มีการทำความรจู้ ักกัน
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาอังกฤษในงานอาชีพทางธรุ กจิ
2. พดู ใหข้ อ้ มูลเก่ียวกับสินคา้ และบริการ
3. สนทนาในสถานการณท์ างธรุ กิจตามมารยาทสงั คมของเจ้าของภาษา
4. สรปุ ใจความสําคญั ของเรอื่ งทอ่ี ่านทางธุรกิจจากส่ือสงิ่ พิมพ์และสื่อออนไลน์
5. เขียนบันทกึ และรายงานการปฏิบัตงิ านในงานอาชพี ทางธุรกจิ
6. ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อพฒั นาทกั ษะภาษาอังกฤษในงานอาชพี ทางธุรกิจ
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
Unit 1: What do you do?(2)
5. อ่านเพือ่ ทําความเข้าใจเรอื่ งราวเก่ยี วกับงานอาชพี ได้
6. จบั ใจความสำคัญบทสัมภาษณข์ องผปู้ ระกอบอาชพี ได้
7. ใชค้ ำเรยี กบุคคลอ่ืนอย่างไม่เปน็ ทางการได้ถกู ตอ้ ง
8. ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้น และฝึกฝนการใชภ้ าษาองั กฤษจากหัวข้อทกี่ ําหนดให้ได้
9. ตอบคำถามเกี่ยวกับประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียนได้
คณุ ลกั ษณะทพ่ี ึงประสงค์
มีการพฒั นาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผสู้ ำเรจ็ การศกึ ษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษา ทค่ี รสู ามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเรอื่ ง
1. ความมีมนุษยสัมพันธ์
2. ความมีวนิ ัย
3. ความรับผดิ ชอบ
4. ความซ่อื สัตย์สุจรติ
5. ความเชื่อม่ันในตนเอง
6. การประหยัด
7. ความสนใจใฝร่ ู้
8. การละเวน้ ส่งิ เสพติดและการพนัน
9. ความรกั สามัคคี
10. ความกตญั ญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
Unit 1: What do you do?(2)
1. เรอื่ งราวทีเ่ ก่ยี วกับงานอาชีพ
2. บทสัมภาษณผ์ ปู้ ระกอบอาชีพ
3. คำเรียกบุคคลอ่ืนอยา่ งไมเ่ ป็นทางการ
8. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นและฝกึ ฝนการใช้ภาษาองั กฤษ
9. การเรียนรูเ้ กี่ยวกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น
กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำเขา้ สบู่ ทเรียน
1. ผู้สอนให้ผู้เรยี นดู Activity 1.5; ReadingMy job: Practice A หนา้ 8 แลว้ ใหผ้ เู้ รียนจบั
กลุ่มๆ ละเทา่ ๆ กนั ระดมความคิด จับประเดน็ จากเรอื่ งทอ่ี า่ น ว่าเป็นเร่ืองเกีย่ วกับอะไร โดยใหเ้ วลา 10
นาที
2. เมือ่ ครบเวลาท่กี ำหนด ผู้สอนให้ตัวแทนกลุม่ มานำเสนอการจับประเด็นจากเรื่องท่ีอ่านหน้าชนั้ เรยี น
ขัน้ สอน
3.ผู้สอนให้ผเู้ รยี นกลับไปดู Activity 1.5; Reading My job: Practice A หน้า 8 ซำ้ อีกครงั้ แล้ว
อธบิ ายวิธกี ารอา่ นเพ่ือจบั ใจความสำคัญ (Reading comprehension) ต้องเขา้ ใจองค์ประกอบของ
Paragraph writing ผ่านสื่อ Powerpoint ดังน้ี
Parts of a Story Topic of a story
My job
Introduction Hello, my name is Amy Siriwan. I’m 26 years old. I work as a bank teller at a
commercial bank. When I was a little child, I dreamed of having a career in
banking, and now I’m working in the banking industry.
Body My day-to-day job is to receive and pay out money, help customers and process
checking, fixed-deposit and savings accounts. I deal with hundreds of customers
who make deposits into their bank accounts and who make withdrawals from their
bank accounts.
Conclusion Although this job makes me feel tired almost every day, I love this job very much.
I have gained a lot of work experience, which helps me develop my customer
service skills, attentiveness and diplomacy in dealing with customers and co-
workers.
ผูส้ อนสรปุ สาระสำคญั ของเรอื่ งจากแตล่ ะองค์ประกอบ ดังนี้
Topic of a story : my job (a bank teller)
Introduction : Amy Siriwan is a bank teller.
Body: Amy describes about her job responsibilities.
Conclusion: Amy loves her job because she gained lot of work experience
from it.
4. ผู้สอนอธบิ ายต่อวา่ นอกจากการนำเสนอข้อมลู เก่ียวกับอาชีพจะนำเสนอโดยการเขียนแบบ Paragraph
writing แลว้ ยังสามารถสื่อสารโดยการสนทนา ผู้สอนใหผ้ ้เู รียนดู Activity1.6 Business Talk;
Interview with a hairstylist: Practice A หนา้ 8-9 การสมั ภาษณ์อาชพี ช่าง
ทำผม พร้อมอภิปรายร่วมกันกับผเู้ รียนเกยี่ วกับการถาม-ตอบ เกี่ยวกับอาชีพ ดังกล่าว เม่ือ
เสร็จแล้วใหผ้ ู้เรยี นตอบคำถามท้ายการอา่ นรว่ มกนั
5. ในบทเรยี นนีผ้ สู้ อนเสริมเกี่ยวกับวัฒนธรรม โดยการเรยี กช่อื บุคคลทส่ี นทิ สนมโดยใช้คำว่า
man และ mate แตกต่างกันอยา่ งไร โดยใหด้ ู Activity 1.7 Culture note; A friendly way to
address a friend หน้า 10 และทำ Activity 1.7: Practice A และ B หน้า 10 เพ่ือทบทวน
ความเขา้ ใจ
6. ผู้สอนเสริมความรเู้ ก่ียวกับประชาคมอาเซยี นโดยให้ดู Activity 1.9 Know the neighbors in
AEC; Five questions about AEC: Practice A-B หน้า 12 โดยผู้สอนอภิปรายความหมาย
ของ AEC ร่วมกนั จากคำถามในกจิ กรรม
สรปุ และการประยุกต์
7. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รยี นทบทวนเนื้อหา Unit 1 โดยทำ Activity 1.10 : Check your progress หน้า
13 และเฉลยในชน้ั เรียน
8. ผูส้ อนให้ผู้เรยี นทบทวนองคป์ ระกอบของ Reading comprehension จากการอา่ นเรื่องที่
นำเสนอในรปู แบบ Paragraph writing จาก Activity 1.8; IT Search; A football agent หนา้
11 และส่งเปน็ การบา้ น
สอ่ื และแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สือเรียน วิชา ภาษาอังกฤษธรุ กจิ ของ สำนกั พมิ พ์เอมพนั ธ์ จำกัด
2. กิจกรรมการเรยี นการสอน
3. สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนิกส,์ PowerPoint และเครอ่ื งคอมพิวเตอร์
หลักฐาน
1. บันทกึ การสอนของผ้สู อน
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนจดั การเรยี นรู้
4. แบบประเมนิ และแบบสังเกตตา่ งๆ
5. แบบฝึกหดั
6. แบบทดสอบหลงั เรยี น
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ วี ัดผล
1. สงั เกตและประเมินพฤติกรรมรายบุคคล
2. สังเกตและประเมนิ พฤติกรรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่ม
3. ตรวจแบบฝกึ หัด
4. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน
5. สังเกตและประเมินพฤติกรรมด้านคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
เคร่อื งมือวดั ผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลมุ่ (โดยผเู้ รียน)
4. แบบฝกึ หัด
5. แบบทดสอบหลังเรยี น
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครู
และผูเ้ รยี นร่วมกันประเมิน
เกณฑ์การประเมินผล
1. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มชี อ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุ่มระดับดี
3. เกณฑผ์ า่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลุ่มระดับดี
4. แบบฝึกหดั มีเกณฑ์การผ่านร้อยละ 80 ขึ้นไป
5. แบบทดสอบหลังเรยี นมีเกณฑ์การผ่านรอ้ ยละ 80 ขึ้นไป
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม คา่ นิยม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คะแนนขน้ึ อยูก่ บั การประเมินตามสภาพจรงิ
กิจกรรมเสนอแนะ
ผสู้ อนมอบหมายใหผ้ เู้ รยี นฝกึ สืบค้นข้อมูลหวั ข้อเกย่ี วกบั วชิ าภาษาอังกฤษจาก web search
engine จากหวั ข้อในบทเรยี น โดยใหผ้ ้ดู ู Activity 1.8: Practice A และC (ขนึ้ อยู่กับดุลยพนิ จิ ของผสู้ อน ใน
การมอบหมายงานเพมิ่ เตมิ )
บนั ทกึ หลังการสอน
ข้อสรปุ หลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาที่พบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
Quiz 1
Unit 1: What do you do? (วัดพทุ ธพิ ิสัย 2 คะแนน)
Directions: Look at the picture then answer the questions.
1. What does he do?
__________________________________________________________.
2. Where does he work?
__________________________________________________________.
แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบูรณาการท่ี 3 หนว่ ยที่ 2
รหสั 30000 - 1207 ภาษาองั กฤษธุรกจิ (3-0-3) สอนคร้ังท่ี 3
(7-9)
ช่อื หน่วย/เรื่อง Workplace(1) จำนวน 3 ช.ม.
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
……
สาระสำคัญ
การใหข้ ้อมลู เบื้องตน้ ทางธรุ กจิ ที่สาํ คัญประการหนึ่งคอื ขอ้ มูลของสถานประกอบการ ช่ัวโมงการทํางาน
เวลาเปดิ -ปดิ ทต่ี ง้ั เพราะนัน่ คอื สถานทแ่ี ละเวลาทก่ี ารติดต่อทางธรุ กิจจะเกิดขึน้
สมรรถนะประจำหนว่ ย
1. แสดงความร้เู กยี่ วกับการใช้ภาษาองั กฤษในงานอาชีพทางธรุ กิจ
2. พูดใหข้ อ้ มลู เก่ียวกับสนิ คา้ และบริการ
3. สนทนาในสถานการณท์ างธรุ กจิ ตามมารยาทสังคมของเจา้ ของภาษา
4. สรปุ ใจความสาํ คัญของเรือ่ งทอี่ ่านทางธุรกจิ จากสื่อสง่ิ พิมพ์และส่ือออนไลน์
5. เขียนบันทกึ และรายงานการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชพี ทางธุรกิจ
6. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่อื พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในงานอาชพี ทางธรุ กิจ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
Unit 2 Workplace(1)
1. ใชค้ าํ ศพั ทท์ ีใ่ ห้รายละเอียดของชั่วโมงการทาํ งานได้
2. ถามตอบเก่ียวกับเวลาเปิด-ปิดของสถานประกอบการได้
3. อธิบายลกั ษณะทีส่ าํ คัญและรายละเอียดบนนามบัตรได้
4. บอกตำแหนง่ ทตี่ ั้งจากการอา่ นแผนทีข่ องสถานประกอบการได้
คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงค์
มกี ารพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นยิ ม และคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ของผ้สู ำเร็จการศึกษา
สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศึกษา ที่ครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรอ่ื ง
1. ความมมี นุษยสัมพนั ธ์
2. ความมีวนิ ัย
3. ความรับผดิ ชอบ
4. ความซือ่ สตั ยส์ ุจรติ
5. ความเช่ือมนั่ ในตนเอง
6. การประหยัด
7. ความสนใจใฝ่รู้
8. การละเวน้ สง่ิ เสพตดิ และการพนนั
9. ความรกั สามัคคี
10. ความกตญั ญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
Unit 2: Workplace(1)
1. คาํ ศพั ทท์ ใ่ี หร้ ายละเอียดของช่ัวโมงการทํางาน
2. บทสนทนาถามตอบเกี่ยวกบั เวลาเปดิ -ปดิ ของสถานประกอบการ
3. ลักษณะทส่ี าํ คัญและรายละเอียดบนนามบตั ร
4. ตำแหนง่ ที่ตั้งจากการอา่ นแผนท่ีของสถานประกอบการ
กิจกรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเขา้ สูบ่ ทเรียน
1. ผ้สู อนเขยี นคำศัพท์บนกระดาน หรือนำเสนอผ่านสือ่ Powerpoint ดังนี้
• business hours
• opening hours
• trading hours
• office hours
2. ผ้สู อนสุ่มถามถามผู้เรยี นในช้ันเรยี น เพ่ือดพู ื้นความรเู้ ดิมเก่ยี วกับคำศพั ท์ ดงั กลา่ วข้างตน้
ขั้นสอน
3. ผ้สู อนให้ผู้เรยี นดู Activity 2.1 Starting up: Asking about business hours หนา้ 15 เพือ่ ทำ
ความเข้าใจเกยี่ วกับคำศพั ท์แสดงชว่ั โมงในการประกอบธรุ กิจ หรือการทำงาน
4. ผ้สู อนยกตัวอย่างการสนทนาเกยี่ วกับเวลาทำการเปดิ -ปิดสถานประกอบการ โดยให้ผูเ้ รยี นดู
Activity 2.2 Conversation open/close: Practice A และD 16-17 ดงั น้ี
•What time does this café open?
It opens at nine thirty.
•Is this supermarket open on Sundays
Yes, it is. This supermarket is open every day.
•What time does this bookstore close?
This bookstore closes at seven.
•Is this museum closed on Sundays?
No, it isn’t. This museum is closed on Mondays.
5. เมือ่ อธบิ ายโครงสร้างประโยคและความหมายแล้ว ผู้สอนเปดิ คลปิ เสยี งใหผ้ ู้เรยี นฝึกสนทนาตามอกี
คร้ัง
6. ผูส้ อนอธิบายการแนะนำตนเองให้ลูกค้ารู้จกั โดยใช้ business card (นามบัตร) ถือว่ามคี วามสำคญั
มาก หลังจากนัน้ ผสู้ อนใหผ้ เู้ รยี นดู Activity 2.3 Giving information; Business card: Practice
D หน้า 18 เพื่อดอู งค์ประกอบของนามบัตร ดังนี้
Logo/ Name of
company
Contact address Full name
Job position
Name of company
7. นอกจากการแนะนำตนเองให้ลกู ค้ารจู้ กั แล้ว การบอกท่ตี ั้งของสถานประกอบการถือเป็นสิ่งสำคญั ที่
ทำให้ผ้ปู ระกอบการประสบความสำเรจ็ ในการปิดการขาย ดังนนั้ จงึ จำเปน็ ตอ้ งรจู้ กั สำนวนการบอก
ทีต่ ้ังโดยอธิบายจากแผนท่ี ดังนี้
โครงสรา้ งประโยคของการบอกที่ตัง้ สถานประกอบการ มีดังนี้
Verb to locate
Workplace+ Verb to Be+ located+ preposition of place+ Place.
Ex. Thaicom Satellite Station is located opposite Nontaburi Provincial Office.
Verb to Be
Workplace+ Verb to Be+ preposition of place+ Place.
Thaicom Satellite Station is near KAERAI Intersection Flyover.
ขัน้ สรปุ และการประยกุ ต์
8. ผ้สู อนให้ผเู้ รียนทบทวนคำศพั ทแ์ สดงชั่วโมงในการประกอบธรุ กจิ หรือการทำงาน
โดยทำแบบฝกึ หัด Activity 2.1 Starting up; Asking about business hours: Practice A-C
หน้า 15-16 เม่ือเสรจ็ แล้ว ผู้สอนเฉลยรว่ มกับผเู้ รียน
9. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทบทวนการสนทนาเกย่ี วกบั เวลาเปิด-ปิดจาก Activity 2.2 Conversation
open/close: Practice A-B และE-F 16-17
10. ผู้สอนใหผ้ ู้เรียนทบทวนองค์ประกอบของ Business card โดยดู Activity 2.3
Giving information; Business card: Practice A-D หนา้ 18
สือ่ และแหล่งการเรียนรู้
1. หนังสือเรยี น วิชา ภาษาอังกฤษธุรกจิ ของ สำนกั พมิ พ์เอมพันธ์ จำกัด
2. กิจกรรมการเรยี นการสอน
3. ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์, PowerPoint และเครื่องคอมพิวเตอร์
หลักฐาน
1. บนั ทกึ การสอนของผสู้ อน
2. ใบเช็ครายชื่อ
3. แผนจัดการเรียนรู้
4. แบบฝกึ หัด
5. แบบประเมนิ และแบบสังเกตตา่ งๆ
การวัดผลและการประเมนิ ผล
วธิ ีวัดผล
1. สังเกตและประเมินพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. สงั เกตและประเมินพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม
3. ตรวจแบบฝกึ หดั
4. สงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมดา้ นคุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และ
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
เครอ่ื งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. แบบประเมินพฤติกรรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเข้ารว่ มกจิ กรรมกลมุ่ (โดยผ้เู รียน)
4. แบบฝึกหัด
5. แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ โดยครู
และผเู้ รียนรว่ มกนั ประเมิน
เกณฑ์การประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบคุ คล ต้องไม่มีชอ่ งปรบั ปรุง
2. เกณฑ์ผา่ นการประเมินพฤติกรรมการเขา้ รว่ มกิจกรรมกลุ่มระดบั ดี
3. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา้ รว่ มกจิ กรรมกลุ่มระดับดี
4. แบบฝกึ หดั มีเกณฑก์ ารผ่านร้อยละ 80 ข้นึ ไป
5. แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
คะแนนขึ้นอยู่กับการประเมนิ ตามสภาพจรงิ
กจิ กรรมเสนอแนะ
ผู้ ส อ น ให้ ผู้ เรี ย น ท บ ท ว น ส ำ น ว น Giving directions แ ล ะ prepositions of place จ า ก
https://agendaweb.org/vocabulary/directions.html โดยให้ผู้เรียนเลือกฝึกปฏิบัติตามหัวข้อกิจกรรมท่ี
ผู้สอนมอบหมายนอกเวลาเรียน เพ่ือทดสอบความเข้าใจเก่ียวกับโครงสร้างประโยคในการบอกที่ตั้งของสถานท่ี
และนำมาปรับใช้กับการบอกท่ีต้ังสถานประกอบการในบทเรียนท่ี 2(หัวข้อกิจกรรมฝึกทักษะเพ่ิมเติม ขึ้นอยู่กับ
ดุลยพนิ ิจของผู้สอน)
บนั ทึกหลังการสอน
ขอ้ สรุปหลงั การสอน
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
ปญั หาท่ีพบ
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แนวทางแก้ปัญหา
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
..................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการท่ี 4 หน่วยที่ 2
รหัส 30000 - 1207 ภาษาอังกฤษธรุ กจิ (3-0-3) สอนครง้ั ท่ี 4 (10-12)
ช่ือหนว่ ย/เร่อื ง Workplace(2) จำนวน 3 ช.ม.
……………………………………………………………………………………………………………………………………..
สาระสำคญั
การให้ข้อมูลเบ้ืองต้นทางธุรกิจท่ีสําคัญประการหน่ึงคือ ข้อมูลของสถานประกอบการ ชั่วโมง
การทํางาน เวลาเปิด-ปิด ที่ตงั้ เพราะนัน่ คอื สถานท่แี ละเวลาที่การติดต่อทางธุรกิจจะเกิดขึ้น
สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรเู้ กยี่ วกับการใช้ภาษาอังกฤษในงานอาชพี ทางธรุ กิจ
2. พดู ใหข้ ้อมลู เก่ยี วกับสินคา้ และบรกิ าร
3. สนทนาในสถานการณ์ทางธุรกิจตามมารยาทสงั คมของเจ้าของภาษา
4. สรปุ ใจความสาํ คัญของเรื่องทอี่ า่ นทางธรุ กิจจากสอื่ ส่ิงพิมพแ์ ละสอื่ ออนไลน์
5. เขียนบันทึกและรายงานการปฏบิ ัตงิ านในงานอาชีพทางธุรกจิ
6. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือพัฒนาทักษะภาษาองั กฤษในงานอาชพี ทางธรุ กิจ
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
Unit 2: Workplace(2)
5. อ่านจับใจความสำคญั เรอ่ื งการเพิม่ ข้นึ ของพนักงานสภุ าพสตรีในตลาดแรงงานได้
6. บอกลักษณะเดน่ ของรา้ นสะดวกซือ้ จากการอ่านบทสนทนาเหตุผลทีค่ นท่ัวไปชอบใช้
บรกิ าร
จากร้านสะดวกซอ้ื ได้
7. เข้าใจมารยาทในการตรงตอ่ เวลาของเจา้ ของภาษา
8. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศสบื ค้น และฝึกฝนการใชภ้ าษาองั กฤษจากหัวขอ้ ท่กี ําหนดใหไ้ ด้
9. ตอบคำถามเกยี่ วกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี นได้
คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์
มีการพฒั นาคณุ ธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ของผู้สำเร็จ
การศึกษา สำนกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ท่ีครูสามารถสังเกตได้ขณะทำการสอนในเรอ่ื ง
1. ความมมี นุษยสมั พนั ธ์
2. ความมวี ินยั
3. ความรบั ผดิ ชอบ
4. ความซือ่ สัตยส์ จุ ริต
5. ความเชอ่ื ม่ันในตนเอง
6. การประหยัด
7. ความสนใจใฝร่ ู้
8. การละเว้นสง่ิ เสพติดและการพนัน
9. ความรกั สามคั คี
10. ความกตัญญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
Unit 2: Workplace(2)
5.อา่ นบทความเร่ืองการเพ่ิมขึน้ ของพนักงานสุภาพสตรีในตลาดแรงงานได้
6.อา่ นบทสนทนาเหตุผลที่คนท่วั ไปชอบใช้บรกิ ารจากร้านสะดวกซ้อื ได้
7.วัฒนธรรมการตรงตอ่ เวลาของเจา้ ของภาษา
8. การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศสืบค้นและฝกึ ฝนการใชภ้ าษาอังกฤษ
9. การเรียนร้เู กยี่ วกับประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นำเข้าสูบ่ ทเรียน
1. ผู้สอนเขียนคำวา่ “gender” ลงบนกระดาน หรอื นำเสนอผา่ นสือ่ PowerPoint แลว้ ถาม
ผู้เรียนว่าแปลวา่ อะไร ผ้สู อนส่มุ ถามผู้เรียน 3-5 คน เพ่ือฟงั ความหมายว่าผู้เรียนแตล่ ะคน
มีความคดิ เหน็ แตกต่างกนั หรือไม่อย่างไร
2. หลงั จากไดส้ ุม่ ถามผู้เรียนแล้ว ผู้สอนใหค้ วามหมายคำวา่ “gender” แปลวา่ “เพศ
ภาวะ” หรือ “เพศสภาพ”
ขั้นสอน
3. ผูส้ อนใหผ้ เู้ รียนดู Activity 2.5 Reading; The rise of female employment:
Practice Aหนา้ 20 และใหผ้ เู้ รยี นจับกลมุ่ ทำกจิ กรรมหาคำศัพทจ์ ากบทความทีแ่ สดง
gender โดยผู้สอนใหเ้ วลา 10 นาที ในการอา่ นแบบ scaning เพื่อหาคำศัพท์ดังกลา่ วที่
ปรากฏอยูใ่ นบทความ (แนวคำตอบมี ดังน้ี)
4.
Gender vocabulary
man- men (n.) woman- women (n.)
gentleman- lady-ladies(n.)
gentlemen(n.)
male(adj.) female(adj.)
musculine(adj.) feminine(adj.)
*คำทปี่ รำกฏในบทควำม Activity 2.5: PracticeA หนำ้ 20
ผสู้ อนสามารถเสนอให้ตวั แทนกลุ่มออกมาเขยี นบนกระดานดำ และเฉลยคำศัพท์ทัง้ หมดอีก
ครงั้ หลงั จากเสร็จกจิ กรรม โดยผู้สอนสามารถอธบิ ายเพิ่มเติมการเปล่ียนรปู ของคำนามจากเอกพจน์
เปน็ พหูพจน์ของกลุ่มคำแสดงเพศสภาวะทงั้ ชาย-หญงิ ประกอบด้วย
4. หลงั จากน้นั ผสู้ อนและผเู้ รยี นสรปุ สาระสำคัญของบทความร่วมกนั และผสู้ อนให้ผเู้ รียนทำ
Activity 2.5 Reading; The rise of female employment: Practice B หน้า 21 เพื่อ
ทดสอบความเข้าใจหลงั การอ่าน และเฉลยร่วมกนั
5. ผูส้ อนใหผ้ เู้ รียนดู Activity 2.6 Business Talk; Big fans of convenience stores:
Practice A หนา้ 21 โดยให้ผเู้ รยี นจบั กลุม่ และอภิปรายบทสนทนาเก่ียวกบั เหตผุ ลที่คนชอบใช้
บรกิ ารรา้ นสะดวกซื้อ และให้สรปุ เป็นประเดน็ ทไี่ ดจ้ ากการอ่านบทสนทนา กลุ่มละ 1 ขอ้ และ
นำเสนอหน้าชั้นเรยี น (ผู้สอนอาจใหผ้ เู้ รยี นเขยี นประเด็นที่ไดจ้ ากบทสนทนาเปน็ ประโยค
ภาษาอังกฤษส้นั ๆ แตใ่ หผ้ ูเ้ รยี นอภิปรายเป็นภาษาไทยร่วมกนั โดยเช่อื มโยงกับประสบการณ์การใช้
บรกิ ารร้านสะดวกวื้อของผเู้ รยี นเอง และนำสาระของการอภิปรายในกลุม่ นำเสนอหนา้ ชน้ั เรยี น
กลมุ่ ละ 5 นาท)ี
6. หลงั จากเสร็จกจิ กรรมนำเสนอหนา้ ช้ันเรียน ให้ผูเ้ รียนทำกจิ กรรมใน Activity 2.6:
Practice A-B หนา้ 21
7. ผสู้ อนเขยี นคำว่า Punctuality บนกระดานและถามผเู้ รยี นว่า วันน้ีมีใครมาเขา้ เรยี นสาย
บา้ งหรอื ไม่ ผูส้ อนบอกความหมายของคำวา่ Punctuality แปลวา่ ความตรงต่อเวลา แลว้ ให้
ผเู้ รียนอ่านบทความส้ันๆจาก Activity 2.7 Culture note; Punctuality 22 ผู้สอนบรรยายต่อ
วา่ ในวัฒนธรรมตะวนั ตก การตรงต่อเวลาถือเปน็ มารยาททางสงั คม และผสู้ อนเขียนสำนวน
เกี่ยวกับการตรงตอ่ เวลาตามทศั นะตะวนั ตกจากบทความไว้ ดังน้ี
Punctuality is the politeness of kings.
Time is money.
8.ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนแสดงความคดิ เห็นกบั สำนวนทแ่ี สดงทศั นะเกี่ยวกบั เวลาในภาษาอังกฤษ
และถามผูเ้ รียนว่า ผเู้ รียนสามารถยกตวั อยา่ งสำนวนไทยทแ่ี สดงทัศนะเกี่ยวกับเวลาได้
หรอื ไม่ มีความเหมือนหรอื แตกต่างจากของชาวตะวันตกหรือไม่อยา่ งไร(ผสู้ อนสามารถ
อภิปรายร่วมกนั ในชั้นเรยี น หรอื แบ่งเป็นกลุ่มย่อยให้ผู้เรียนแสดงความคดิ เหน็ )
9.ผ้สู อนใหผ้ เู้ รียนพฒั นาทกั ษะการสืบคน้ ข้อมูลทางอนิ เตอรเ์ นต็ ในบทเรียนเรอื่ ง Workplace
ในหวั ขอ้ Headquarters แปลว่า สำนักงานใหญ่ มีความหมายเหมอื นคำวา่ Head
office โดยให้ผ้เู รียนดู Activity 2.8 IT Search; Headquarters: Practice A หน้า 23
ผู้เรยี นจะไดร้ ูว้ ธิ ีการบอกทต่ี ง้ั ของสำนักงานใหญ่ เชน่
My company’s headquarters are in Singapore.
My company’s headquarter is in Bangkok.
10.ผ้สู อนนำเสนอบทเรียนสดุ ท้ายของหนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 โดยใหผ้ เู้ รียน ดู Activity 2.9
Know the neighbors in AEC; Fact sheet about Singapore: Practice A หนา้ 24
โดย
อา่ นข้อเทจ็ จรงิ เก่ยี วกับประเทศสิงคโปร์ ประเทศในกลมุ่ ประชาคมอาเซียน พรอ้ มถาม
ผู้เรียนว่า ใครเคยเดินทางไปประเทศสงิ คโปร์ (ถ้ามผี ทู้ ี่เคยเดนิ ทางไป หรอื ผู้สอน ให้เลา่
ประสบการณ์ของการเดินทางไปเชือ่ มโยงกับเนอื้ หาในบทเรยี น (เป็นการอภปิ รายและ
แสดงความคิดเห็นร่วมกนั ในช้ันเรยี น)
ข้ันสรุปและการประยกุ ต์
11.ผู้สอนให้ผเู้ รียนทบทวนความเข้าใจเก่ยี วกบั Punctuality โดยทำ Activity 2.7
Culture note; Punctuality: Practice B หนา้ 22
12.ผ้สู อนใหผ้ เู้ รยี นพฒั นาทักษะการสืบค้นขอ้ มลู ทางอินเตอรเ์ น็ตในบทเรยี นเรื่อง หัวขอ้
Headquarter โดยทำ Activity 2.8 IT Search; Headquarters: Practice B หนา้ 23
สบื คน้ ท่ีตง้ั ของบรัทตา่ งๆ วา่ ตัง้ อยใู่ นประเทศใด
13.ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นทบทวนเน้ือหา Unit 2 โดยทำ Activity 2.10 : Check your progress
หนา้ 25 เพอ่ื ทบทวนเนอ้ื หาทา้ ยบทเรยี น เป็นการบา้ น
14.ผูส้ อนให้ผู้เรยี นทบทวนเนื้อหาเกยี่ วกบั ประเทศสงิ คโปร์ ประเทศในกล่มุ ประชาคมอาเซียน
โดยทำ Activity 2.9 Know the neighbors in AEC; Fact sheet about
Singapore: Practice B-C หน้า 24 เป็นการบ้าน
สื่อและแหล่งการเรยี นรู้
1. หนงั สอื เรียน วิชา ภาษาองั กฤษธรุ กิจ ของ สำนกั พิมพ์เอมพันธ์ จำกัด
2. กจิ กรรมการเรียนการสอน
3. สื่ออิเลก็ ทรอนิกส์, PowerPoint และเคร่อื งคอมพวิ เตอร์
หลักฐาน
1. บันทกึ การสอนของผสู้ อน
2. ใบเชค็ รายชือ่
3. แผนจดั การเรยี นรู้
4. แบบประเมนิ และแบบสงั เกตตา่ งๆ
5. แบบฝึกหดั
6. แบบทดสอบหลังเรยี น
การวดั ผลและการประเมินผล
วธิ ีวดั ผล
1. สงั เกตและประเมนิ พฤตกิ รรมรายบคุ คล
2. สังเกตและประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรมกลุม่
3. ตรวจแบบฝกึ หัด
4. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น
5. สงั เกตและประเมนิ พฤติกรรมด้านคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และ
คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
เคร่อื งมอื วัดผล
1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมรายบุคคล
2. แบบประเมนิ พฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยครู)
3. แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกิจกรรมกลุ่ม (โดยผเู้ รยี น)
4. แบบฝึกหดั
5. แบบทดสอบหลงั เรียน
6. แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยครู
และผูเ้ รยี นรว่ มกันประเมนิ
เกณฑก์ ารประเมนิ ผล
1. เกณฑผ์ ่านการสงั เกตพฤติกรรมรายบุคคล ตอ้ งไม่มีช่องปรบั ปรงุ
2. เกณฑผ์ า่ นการประเมินพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกลุม่ ระดับดี
3. เกณฑ์ผา่ นการสังเกตพฤตกิ รรมการเขา้ ร่วมกจิ กรรมกล่มุ ระดบั ดี
4. แบบฝกึ หัดมีเกณฑก์ ารผา่ นรอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป
5. แบบทดสอบหลังเรียนมเี กณฑ์การผ่านรอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป
6. แบบประเมนิ คุณธรรม จริยธรรม ค่านยิ ม และคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
คะแนนข้ึนอยกู่ บั การประเมินตามสภาพจริง
กจิ กรรมเสนอแนะ
ผู้สอนสามารถให้ผูเ้ รยี นรู้จักประเทศสิงคโปร์ เพิม่ เติมจากคลปิ วดิ โี อ ในหัวขอ้ ตา่ งๆ ดังนี้
• AEC Business Class รู้ทนั เออีซี : สงิ คโปร์ เมอื งใหมส่ ร้างได้ (3 พ.ค. 59) สบื คน้
จาก https://www.youtube.com/watch?v=Geza7oMYan4
• AEC Business Class รู้ทนั เออซี ี : สงิ คโปร์ กอ่ รา่ งสรา้ งเมอื ง (2 พ.ค. 59)สืบค้น
จาก https://www.youtube.com/watch?v=X-Dfjz6uO4o
• AEC Business Class รู้ทนั เออีซี : สงิ คโปร์ เมืองท่าการคา้ (4 พ.ค. 59) สืบคน้
จาก https://www.youtube.com/watch?v=MEraL-fEOb8
บนั ทกึ หลงั การสอน
ข้อสรุปหลงั การสอน
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
ปัญหาที่พบ
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
แนวทางแกป้ ัญหา
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
.......................................................................................................................................
.........
Quiz 2
Unit 2: Workplace (วัดพุทธพิ สิ ยั 2 คะแนน)
Directions: Make sentences to describe the location of places from the map given.
1._____________________________________________________________________________
__
______________________________________________________________________________
_
2._____________________________________________________________________________
__
______________________________________________________________________________
_
แผนการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการที่ 5 หน่วยท่ี 3
รหัส 30000 – 1207 ภาษาองั กฤษธุรกจิ (3-0-3) สอนครง้ั ท่ี 5 (13-15)
ช่ือหน่วย/เรื่อง Goods and Services (1) จำนวน 3 ช.ม.
…………………………………………………………………………………………………………………………………………
….
สาระสำคัญ
การส่ือสารทางธรุ กิจทส่ี าํ คัญอกี ประการหนึ่งคือ การสอบถามและใหข้ ้อมูลเกีย่ วกับสินคา้ และบรกิ าร
เพราะมันคือเหตุผลที่ผู้ซื้อและผู้ขายมาตดิ ตอ่ กัน
สมรรถนะประจำหน่วย
1. แสดงความรเู้ กี่ยวกับการใช้ภาษาองั กฤษในงานอาชีพทางธุรกจิ
2. พูดให้ขอ้ มลู เก่ียวกับสนิ คา้ และบริการ
3. สนทนาในสถานการณท์ างธรุ กิจตามมารยาทสงั คมของเจ้าของภาษา
4. สรุปใจความสาํ คัญของเรอ่ื งที่อา่ นทางธรุ กจิ จากสื่อส่งิ พิมพ์และส่ือออนไลน์
5. เขยี นบนั ทึกและรายงานการปฏบิ ตั งิ านในงานอาชีพทางธุรกิจ
6. ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อพัฒนาทกั ษะภาษาอังกฤษในงานอาชพี ทางธรุ กิจ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
Unit 3 Goods and Services(1)
1. จำแนกความแตกต่างระหว่างสนิ ค้าและบริการได้
2. บอกข้อมูลสนิ ค้าจากการฟงั บทสนทนาสอบถามข้อมูลสินค้ากอ่ นการตดั สนิ ใจซอ้ื ได้
3. บอกข้อมูลทป่ี รากฏบนฉลากของบรรจภุ ัณฑ์ได้
4. บอกที่มาและความหมายของสโลแกนภาษาอังกฤษของแบรนด์ระดบั โลกได้
คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์
มีการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม คา่ นยิ ม และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ของผ้สู ำเร็จการศกึ ษา
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ท่คี รูสามารถสังเกตไดข้ ณะทำการสอนในเร่อื ง
1. ความมมี นุษยสัมพนั ธ์
2. ความมวี นิ ัย
3. ความรบั ผิดชอบ
4. ความซอื่ สัตยส์ จุ รติ
5. ความเช่ือม่ันในตนเอง
6. การประหยัด
7. ความสนใจใฝ่รู้
8. การละเว้นสง่ิ เสพตดิ และการพนนั
9. ความรกั สามัคคี
10. ความกตญั ญูกตเวที
สาระการเรยี นรู้
Unit 3: Goods and Services(1)
1. ความแตกตา่ งระหว่างสินค้าและบริการ
2. บทสนทนาสอบถามข้อมลู สนิ คา้ กอ่ นการตดั สินใจซ้ือ
3. ข้อมูลทป่ี รากฏบนฉลากของบรรจภุ ัณฑ์
4. ที่มาและความหมายของสโลแกนภาษาองั กฤษของแบรนดร์ ะดบั โลก
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นำเขา้ สูบ่ ทเรยี น
1. ผสู้ อนเขยี นคำว่า “ goods” และ “services” บนกระดาน หรือนำเสนอผ่านสื่อ PowerPoint
ผ้สู อนถามผ้เู รียนวา่ ท้งั สองคำนีม้ ีความหมายอย่างไร หลังจากนัน้ ให้ผเู้ รียนยกตวั อย่างสนิ คา้ และ
บรกิ าร(ผ้สู อนและผ้เู รียนสามารถอภปิ รายร่วมกนั เปน็ ภาษาไทย)
ขั้นสอน
2. ผสู้ อนใหผ้ ้เู รยี นดู Activity 3.1 Starting up; Difference between goods and services
หนา้ 27
ดงั น้ี
3. ผู้สอนสรปุ ความแตกต่างของ “goods” และ “services” ดังน้ี
Goods Services
Things that are produced to be System that provides something
sold. that the public needs, organized by
the government or a private
Goods are tangible products. company.
Services are intangible products.
4. ผูส้ อนอธบิ ายเพิ่มเติมวา่ Goods และ Merchandise มีความหมายเหมือนกัน แปลว่า สนิ ค้าหรอื
ผลติ ภัณฑ์ และใหผ้ เู้ รียนดตู ัวอยา่ งจาก Activity 2.3: Practice B หนา้ 28 ดังนี้