93
เกี่ยวกับความรุนแรงของโรคไมชัดเจน มีความยากกวาในรายท่ีเปนมะเร็งระยะ
สุดทายหรอื มะเรง็ ท่ีมขี อมลู ชัดเจน
การดูแลผูปวยระยะทายสุดของชีวิต โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช
ดานซายมีการพัฒนาอยางตอเน่ืองหลังจากพยาบาลไดเขารวมอบรมหลักสูตร
การดูแลผูปวยระยะสุดทายเพ่ิมเติม อยางท่ีเกริ่นไวเบื้องตน กลาวเพื่อขยาย
ความอีกครั้งหน่ึง คือ พยาบาลสามารถพูดคุยถามความคิดความรูสึกของ
ผูปวยและครอบครัว สามารถใหขอมูลและถามความคิดเห็นของครอบครัวเบื้อง
ตนได รวมถึงใหคําปรึกษา ตอบขอสงสัยเพิ่มเติมหลังแพทยวินิจฉัยและใหการ
รักษาได สามารถจัดทําพิธีกรรม เชน การขอขมา การทําบุญตักบาตรสังฆทาน
หากผูป ว ยและญาตติ องการ ชวยใหค าํ แนะนําญาติสาํ หรับการจัดการส่ิงทีค่ ัง่ คาง
ของผปู วย
นอกจากน้ี ยังสามารถประเมินระดบั คะแนนความเจ็บปวด (pain score)
ของผูปวยผานการใหค ะแนนจาก 0 ถงึ 10 คะแนน โดย 0 หมายถึง ไมปวดเลย
10 คะแนนหมายถึงปวดมากท่ีสุด มีการนําภาพหนาคนมาเพื่อใหผูปวยเขาใจ
งายขึ้น สามารถใหค ะแนนไดถ กู ตรงตามทร่ี ูสึกจริงมากข้ึน กลาวคือ
0 เปนรปู หนาคนย้ิมแบบปกติ
5 คะแนนเปน รูปคนหนา บึง้
10 คะแนนเปนรปู คนรอ งไห เทยี บเหมอื นกับปวดจนรูสกึ อยากจะรองไห
หลังจากนั้น จะประเมินระดับผูปวยท่ีไดรับการดูแลแบบประคับประคอง
Palliative Performance Scale (PPS) ซ่ึงประเมินจากการเคล่ือนไหวของ
ผูปวย การปฏิบัติกิจกรรมและการดําเนินโรค การทํากิจวัตรประจําวัน การรับ
ประทานอาหารและระดับความรูสึกตัว ระดับคะแนนชวยในการพยากรณโรค
โดยคราวๆ ใชติดตามผลการรักษา ประเมินภาระงานของผูดูแลผูปวยและใช
ประเมินการความเรงดวนในการดูแลผูปวย คะแนนเต็ม 100% หากได PPS
เทา กบั 10 จาํ นวนวนั ทผี่ ปู ว ยมชี วี ติ อยโู ดยประมาณ 2-5 วนั ขยายความหลกั การ
ประเมนิ ซ่ึงชว ยในการใหขอ มูลครอบครัวเก่ยี วกบั การพยากรณโรคของผูปวยได
94
สง่ิ ที่ แพทยห ญงิ ทพิ พาวดี สบื นกุ ารณ คดิ วา อยากพฒั นาตอ ในอนาคตเกยี่ ว
กบั การดูแลผูปวยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ คอื
1. เพิ่มศักยภาพในการดูแลผูปวยระยะสุดทายที่บานไดมากข้ึน เชน
มียาและอุปกรณทางการแพทยท่ีชวยควบคุมอาการปวดและอาการเหนื่อย
เพ่ิมข้ึน เพ่ือชวยลดความทุกขทรมานของผูปวยและครอบครัวที่ตองเดินทาง
เขาออกโรงพยาบาล
2. มีชองทางในการเพ่ิมความรูหรือปรึกษาแพทยผูเช่ียวชาญเฉพาะทาง
เกยี่ วกบั แนวทางในการตรวจรกั ษาเพม่ิ เตมิ และการพยากรณโ รคในผปู ว ยบางกรณี
ทแ่ี พทยใ นโรงพยาบาลไมม น่ั ใจ ไมส ามารถทราบไดจ ากการอา นตาํ รา แพทยผ ดู แู ล
จะไดมนั่ ใจในการใหข อมลู การใหคําปรกึ ษา แนะนําถึงทางเลือกตางๆ และขอดี
ขอเสีย สิ่งที่ควรตองทํา การพยากรณโรคท่ีมีขอมูลถูกตองและแมนยํามากข้ึน
จากผเู ชย่ี วชาญจะชวยใหผ ูป วยและครอบครัวตัดสนิ ใจในการตรวจรกั ษาไดดีข้ึน
สว น ประสบการณสว นตัวของแพทยหญงิ ทพิ พาวดี สืบนุการณ เก่ียวกบั
ผูปวยระยะทายสุดของชีวิต คือ เปนกรณีของคุณยายแทๆ ปวยเปนมะเร็งลําไส
ขณะอายุ 90 ป แพทยหญงิ ทิพพาวดี เปนผตู ดั สินใจเกี่ยวกับการรกั ษา รอบแรก
ผาตัดเอากอนออก รอบสองผาตัดซ้ํา แตหลังผารอบสองมีภาวะแทรกซอน คือ
ลาํ ไสทผี่ าตัดมีรอยรัว่ ทําใหเ กิดไตวายตามมา ตอ งลา งไตหลายคร้ัง อาการหนัก
อยูในหอง ICU ทางคณะแพทยและญาติพยายามรักษาอยูเปนเดือน สุดทาย
คณุ ยายเสียชวี ติ
แพทยห ญงิ ทพิ พาวดี สบื นกุ ารณ บอกวา ถา ยอ นไปได อาจตดั สนิ ใจยตุ กิ าร
ยอื้ เรว็ กวา นี้ เนอ่ื งจากเหตผุ ลเรอ่ื งความคมุ คา ในทกุ ๆ ดา นประกอบกนั ทงั้ คณุ ภาพ
ชีวิตของผูปวยและครอบครัว คาใชจายในการดูแล แนวโนมการตอบสนองโรค
วิธีการและหัตถการที่ใชในการดูแลรักษาผูปวย แตอยางไรก็ตาม แตถึงกระนั้น
แพทยห ญงิ ทพิ พาวดกี ถ็ กู คาํ ถามยอ นกลบั จากญาตผิ ปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ ทวี่ า
“คาํ วาคมุ คอื อะไร สําหรบั เขา ถึงแมแ มจ ะอยไู ดแบบเปน ผักก็ถือวา คุม คา
แลว ขอแคแ มม ีลมหายใจก็พอ”
95
คาํ กลา วดงั กลา วทาํ ให แพทยห ญงิ ทพิ พาวดี สบื นกุ ารณ ไดเ ปด มมุ มองใหม
ทวี่ า ความคมุ คา ของแตล ะคนตา งกนั ขนึ้ อยกู บั ความเชอื่ ความคดิ และมมุ มองการ
ใชชีวติ
นางวมิ ลมาศ พงษอํานวยกฤต
นางวิมลมาศ พงษอํานวยกฤต หัวหนาพยาบาลประจําหอผูปวยใน 1
เปนบุคคลากรคนสําคัญคนหน่ึงเกี่ยวกับการดูแลผูปวยระยะทายสุดของชีวิต
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย เธอเปนคนดานซายโดยกําเนิด พอ
แมเปนคนดานซาย มีพี่นอง 3 คน แตพ่ีคนหน่ึงไดเสียชีวิตเน่ืองจากโรคลมชัก
จบการศกึ ษาชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน ทอี่ าํ เภอดา นซา ย และมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
ทอ่ี าํ เภอหลม เกา จงั หวดั เพชรบรู ณ กอ นเขา ศกึ ษาพยาบาลศาสตรแ ละผดงุ ครรภ
วทิ ยาลัยพยาบาลอดุ รธานี จงั หวัดอุดรธานี
เม่ือสําเร็จการศึกษาเขาทํางานที่โรงพยาบาลเลย แผนกอายุรกรรมหญิง
4 ป จากน้ัน ศึกษาตอที่วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพุทธชินราช จังหวัด
พิษณุโลก 2 ป จึงกลับมาทํางานในแผนกอายุรกรรมหญิง โรงพยาบาลเลยอีก
5 ป หลังจากน้ัน จึงยายมาทํางานที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซายใน
ป 2540 เรมิ่ ทาํ งานทหี่ อผปู ว ยในหนงึ่ 1 ป ฝา ยเวชปฏบิ ตั คิ รอบครวั 5 ป แลว ยา ย
กลับมาเปนหวั หนา หอผูปวยใน 1
ขณะนนั้ มหี ลกั สตู รอบรมเกยี่ วกบั การดแู ลผปู ว ยระยะสดุ ทา ย โดยอาจารย
ศรเี วยี ง ไพโรจนก ุล อาจารยแ พทยป ระจําโรงพยาบาลศรนี ครนิ ทร มหาวิทยาลัย
ขอนแกน นางวิมลมาศ พงษอํานวยกฤตและนางกันตพัฒน อภิญญาฐิติพงษ
ซึ่งมีความสนใจเร่ืองดังกลาวจึงเขาอบรมเม่ือป พ.ศ. 2547 จากการอบรมดัง
กลา ว ทาํ ใหเกดิ ความคดิ ที่สอดคลอ งความรสู กึ ทผ่ี านมา กลาวคอื ในผูป วยรายที่
อาการไมดี รายที่แมจ ะไดรบั การใสท อ ชวยหายใจ (endotracheal intubation)
ซึ่งเปนการใสทอเขาทางปากแลวตอเขาหลอดลมเพื่อใชเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
ในรายทซี่ มึ หรอื มรี ะบบการหายใจลมเหลว (respiratory failure) ไปแลวอาการ
ไมคอยดีขึ้นอาจจะไมจําเปนตองใสเน่ืองจากอาจเปนเพียงการย้ือชีวิตผูปวย
ควรมีการถามความคดิ เห็นของญาตแิ ละผปู วยลว งหนาไว
96
สวนประสบการณสวนตัวเก่ียวกับความเจ็บปวยของตนเองและคนใน
ครอบครัวของนางวิมลมาศ พงษอํานวยกฤต ไดแก 1) คุณพอเปนเสนเลือดใน
สมองตบี เมอื่ ป พ.ศ. 2552 ไดเ ตรยี มเรอ่ื งการดแู ลตอ เนอื่ งทบี่ า น 2) สามมี อี าการ
ปว ยและเสยี ชวี ติ อยา งไมค าดคดิ ภายใน 3 สปั ดาหท ป่ี ว ย มเี หตกุ ารณท ที่ าํ ใหเ รยี น
รูคือ มีวันหน่ึง นางวิมลมาศและสามีไดไปรอพบแพทยท่ีโรงพยาบาลรามาธิบดี
ต้ังแต 7.00 น แตขาดผูใหขอมูลเร่ืองขั้นตอนการดําเนินการ ระยะเวลาที่ตอง
รอ เมือ่ ไดต รวจพบวาอาการหนกั แลวตอ งรีบเรง หาอุปกรณต างๆ และยา ตามท่ี
โรงพยาบาลแจง การไมไดขอมูลลวงหนาทําใหขาดการเตรียมตัวเตรียมใจและ
วางแผนบทเรยี นดงั กลาว ทําให นางวมิ ลมาศ พงษอ าํ นวยกฤต เกดิ ความคิดที่วา
การไปโรงพยาบาลใหญไ มใ ชส งิ่ ทดี่ ที ส่ี ดุ และควรใหข อ มลู กบั ญาตแิ ละคนไขอ ยา ง
เพียงพอ โดยพยาบาลควรมีสวนรวมเพราะการรอแพทยอยางเดียวอาจไมเพียง
พอหรือลาชาไป สามีของนางวิมลมาศก็รับทราบและรับรูวาตนเองอาการหนัก
แตย ังไมอยากใหบ อกญาติพนี่ อ ง เมอ่ื อาการหนกั และญาติๆ รับทราบจึงใหใ สท อ
ชว ยหายใจไปกอ น ญาตไิ มไ ดร บั การเตรยี มลว งหนา ไมม เี วลาเตรยี มใจและไมไ ดร บั
ขอมลู ที่เพยี งพอ ทาํ ใหนางวิมลมาศคิดวา แพทยและพยาบาลพยายามควรจะให
ขอ มูลกับผูปว ยและญาตใิ หเ พยี งพอ แมจะมอี าการซมึ เศราในระยะแรกแตกจ็ ะดี
ตอการตัดสนิ ใจและการวางแผนของครอบครวั มากกวา รบี บอกใหท ําใจแลวทาง
ทมี มาดแู ลทางจิตใจเพ่ิมเตมิ จะดีกวา
นางบุญลกั ษณ แวน ทอง
นางบุญลักษณ แวนทอง เปนคนบานศาลานอย ตําบลดานซาย อําเภอ
ดา นซา ยโดยกาํ เนดิ บดิ ามารดาทาํ อาชพี เกษตรกร นางบญุ ลกั ษณ เปน บตุ รคนโต
จากพนี่ อ ง 2 คน ศกึ ษาชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1-3 โรงเรยี นดา นซา ย จากนน้ั ยา ยไปเขา
เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาป 4-6 ที่โรงเรียนศรีวชิ ยั วิทยา อาํ เภอเมือง จังหวัดนครปฐม
โดยมีผูใ จบญุ อปุ การะคา เลา เรยี น คา ใชจ า ยและท่ีอยอู าศยั หลงั จากนั้น จึงศึกษา
ตอระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีจักรีรัช จังหวัดราชบุรี
97
เมอื่ สาํ เรจ็ การศกึ ษา นางบญุ ลกั ษณเ รม่ิ ทาํ งานทห่ี อผปู ว ยใน 1 โรงพยาบาลสมเดจ็
พระยพุ ราชดา นซา ย อาํ เภอดา นซา ย จงั หวดั เลย ตง้ั แตต น ป พ.ศ. 2549 จนปจ จบุ นั
สมรสกับ นายอาํ นาจ บญุ มี ใน ป พ.ศ. 2556
งานท่ี นางบุญลักษณ แวนทอง ไดรับมอบหมายเปนหลักชวงแรก คือ
งานการดแู ลผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ นางบญุ ลกั ษณ รสู กึ วา การทเ่ี ราจะทาํ ให
ใครสักคนตายอยางสงบเปนเร่ืองยากมาก เพราะตองใชศาสตรและศิลปหลาย
อยางประกอบกัน แมเปนงานใหมและทาทายสําหรับคนรุนใหม อายุยังนอย
แตดวยเพราะเปนหนาท่ีรับผิดชอบจึงตองอานหนังสือและศึกษาขอมูลตางๆ
หาความรเู พิม่ เตมิ อยเู สมอ
จนเม่ือประมาณกลางป พ.ศ. 2552 นางกันตพัฒน อภิญญาฐิติพงษ
พยาบาลวิชาชีพรุนพ่ีซึ่งเปนคนชอบศึกษาธรรมะอยูเดิมไดยายเขามาทํางานใน
หอผปู ว ยใน 1 เนอ่ื งจากมพี นื้ ฐานดา นธรรมะดรี วมทงั้ คณุ สมบตั เิ หมาะสมทง้ั ดา น
วยั วฒุ ิ คณุ วฒุ แิ ละองคค วามรู นางกนั ตพฒั นจ งึ ถอื เปน อกี กาํ ลงั สาํ คญั ของงานดแู ล
ผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ จนกระทง่ั ป พ.ศ. 2555 ไดร บั ผดิ ชอบงานนโี้ ดยตรง
การท่ีงานตรงกับคน คนตรงกับงาน ทําใหการดูแลผูปวยระยะทายสุดของชีวิต
เปน ไปดวยดี และมกี ารพัฒนาเปนระยะๆ
นางกันตพัฒน อภญิ ญาฐติ ิพงษ
นางกันตพัฒน อภิญญาฐิติพงษ เปนลูกสาวคนเดียวของครอบครัว
ภมู ลิ าํ เนาเดมิ อยบู า นนาพงึ อาํ เภอนาแหว จงั หวดั เลย สว นใหญแ ลว นางกนั ตพฒั น
จะอยูใกลชิดกับยายซ่ึงเปนผูเล้ียงดู ยายนางเปนคนชอบทําบุญ มักพาใสบาตร
ทุกเชาและสวดมนตทุกเย็น ทุกวันพระยายจะไปถือศีลแปดที่วัด ชาวบานเรียก
ยายวา เปน แมชดี ีเดน นางกันตพัฒนจึงไดซ ึมซับการเรียนรูหลกั ธรรมและทาํ บญุ
กับวัดมาตั้งแตสมัยอนุบาล และคอยๆ ซึมซับการเรียนรูดังกลาวไปโดยไมรูตัว
นางกันตพัฒน ศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปที่ 1-3 โรงเรียนนาแหววิทยา เรียน
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาป 4-6 โรงเรยี นเลยพทิ ยาคม หลงั จากนนั้ จงึ ศกึ ษาตอ ระดบั ปรญิ ญา
98
ตรจี ากวทิ ยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีพระพุทธบาท จงั หวดั สระบุรี
เมื่อสําเร็จการศึกษา นางกันตพัฒน อภิญญาฐิติพงษ เร่ิมทํางานท่ี
โรงพยาบาลผาขาว อาํ เภอผาขาว จงั หวัดเลย เปนระยะเวลา 6 เดือน กอ นยาย
มาประจําท่ีโรงพยาบาลนาแหว อําเภอนาแหว จังหวัดเลย 8 ป เมื่อแตงงาน
จึงยายไปทํางานท่ีโรงพยาบาลพระนั่งเกลา อําเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
5 ป จวบจน ป พ.ศ. 2552 ไดหยารางแลวจึงยายมาท่ีโรงพยาบาลสมเด็จ
พระยพุ ราชดา นซาย และปฏบิ ตั ิงานเปนเวลา 5 ป
กระทั่งป พ.ศ. 2558-ปจจุบัน จึงยายไปโรงพยาบาลภูเรือ ดวยเหตุผล
สวนตวั จดุ หักเหทท่ี ําให นางกันตพัฒน อภญิ ญาฐิติพงษ หนั มาสนใจหลักธรรมะ
คือ การหยาราง ประสบการณดังกลาวของครอบครัวทําใหเกิดความรูสึกทุกข
และรูสึกวาไมมีอะไรแนนอน ใครที่หวังมาก ก็จะผิดหวังมาก หลังจากนั้นจึงใช
ธรรมะท้ังการทาํ ทาน ศลี และภาวนามาเปน แนวทางในการดําเนนิ ชวี ติ มาตลอด
มีกัลยาณมติ รใหค าํ ปรกึ ษาและนําสิ่งดีๆ เขามาสชู วี ติ
เมอื่ นางวมิ ลมาศ พงษอ ํานวยกฤต เปนหวั หนาหอผปู ว ยใน 1 มอบหมาย
ให นางกันตพัฒน อภิญญาฐิติพงษ ดูแลเก่ียวกับการดูแลผูปวยระยะทายสุด
คิดวาที่นางวิมลมาศเลือกใหทําท้ังๆ ท่ีไมไดมีความรูดานนี้มากอนคงเพราะ
เห็นวา ชอบไปวัด ชอบทําบุญเลยใหรับมอบหมาย รูส กึ ดีใจมากท่ีจะไดช ว ยเหลือ
ผปู ว ยใหจ ากไปดวยดี ไดชว ยเหลอื ผูปว ยกอ นตาย หากทวาเกิดความกังวลอยูวา
จะชวยเคาอยางไรบาง เพราะมีแคความรูพ้ืนฐานจากการเรียนรูงานจากนางบุญ
ลกั ษณและการอา นหนงั สือธรรมะหาความรเู พม่ิ เตมิ เทานน้ั
ตอมา นางวิมลมาศ พงษอํานวยกฤต และนางกันตพัฒน อภิญญา
ฐิติพงษ ไดไปอบรมเก่ียวกับการดูแลผูปวยระยะสุดทาย 2 หลักสูตร คือ 1)
ทโ่ี รงพยาบาลเลย 3 วนั และ 2) ทโ่ี รงพยาบาลศรนี ครนิ คร 1 สปั ดาห เปน การอบรม
เร่ืองดูแลผูปวยระยะทายสุดของท่ีโรงพยาบาลเลย จัดโดยสํานักงานสาธารณสุข
จังหวัดเลย เพ่ือใหตัวแทนแตละโรงพยาบาลเขารวมโดยมีพระอาจารยไพศาล
วสิ าโล เปน วทิ ยากร มสี อนการดแู ลคนไขก อ นจะตายทงั้ การชว ยใหผ ปู ว ยรสู กึ สบาย
99
มากขนึ้ โดยเนนทางใจ การชว ยใหผ ปู ว ยไดปลดเปล้อื งสิง่ คางคาใจ การทําภาวนา
“โพวา-ทองเลน” เปน การภาวนาแบบธิเบตที่นํามาใชในการเยียวยากายและใจ
“โพวา” เปนการแผพลังแหงความปรารถนาดีหรือเมตตาจิตแกผูปวยท่ี
ใกลจ ะสิ้นลมดว ยการพดู นําผูป วยใหน อมระลึกถงึ สิ่งศกั ดิส์ ิทธิท์ ่ผี ปู ว ยนบั ถอื เชน
พระพทุ ธเจา พระโพธสิ ตั ว พระธาตศุ รสี องรกั มาเปน เครอื่ งเสรมิ พลงั เพอ่ื ดงึ เคา ไป
สสู ขุ คติ สว น “ทองเลน” เปน การรบั และใหโ ดยผทู าํ รบั เอาความทกุ ขข องคนไขม า
ไวในตัวเรา ขณะเดียวกันก็แปรเปล่ียนใหเปนพลังแหงความสุข ความมีชีวิตชีวา
และความเบกิ บาน
การอบรมทโ่ี รงพยาบาลศรีนครินทรจัดอบรมโดยทีมบริการสุขภาพเขต 8
ซึ่งเปนการแบงเขตสุขภาพของสํานักงานหลักประกันสุขภาพแหงชาติ ประกอบ
ไปดวยจังหวัดอุดรธานี สกลนคร นครพนม เลย หนองบัวลําภู หนองคายและ
บึงกาฬ มีทีมอาจารยศรีเวียง ไพโรจนกุล อาจารยแพทยประจําโรงพยาบาล
ศรีนครินทร มหาวิทยาลัยขอนแกน หัวหนาหนวยการบริบาลระยะทายสุดของ
ชวี ิตเปนวทิ ยากร
การอบรมดังกลาวสอนเร่ืองการดูแลทาง “กาย” และ “ใจ” ผานทั้งวิธี
ทางการแพทยแ ละธรรมะ เชน สอนอาการทพี่ บไดเ วลาใกลเ สยี ชีวติ และแนวทาง
การดแู ล สอนวธิ กี ารดแู ลครอบครวั ผปู ว ย สอนเรอ่ื งยาทลี่ ดความทกุ ขท รมานของ
ผูปวยทั้งยาระงับปวด ยาลดเสมหะ ยาลดอาการเหน่ือย ทางทีมวิทยากรจะมี
การเลาประสบการณและกิจกรรมในการดูแลผูปวยระยะทายสุดที่โรงพยาบาล
ศรีนครินทรและที่ตางประเทศท่ีอาจารยเคยไปดูงาน ทําอะไรบาง เชน นิมนต
พระมาโปรดคนไขกอนตาย การใสบาตรพระ เลาประสบการณการดูแลผูปวย
ระยะสุดทายในที่ตางๆ เพื่อใหเราไดเลือกกิจกรรมที่เราชอบไปประยุกตใช
ในการดูแลผูปว ยระยะสุดทา ยในโรงพยาบาล
หลังผา นการอบรมทําให นางกันตพฒั น อภญิ ญาฐติ พิ งษ เกิดความมั่นใจ
ในการดูแลผูปวยมากข้ึน บางครั้งเราสอนใหผูปวยใหอภัย ขออโหสิกรรมตอ
บคุ คลอน่ื แตกไ็ มรวู า ผูปว ยมภี มู ิหลังอยา งไร เรื่องราวเปนอยางไร เราไดแตเ พียง
100
ใหค าํ แนะนาํ เทา นนั้ ทางคณะทาํ งานทาํ ตามทอ่ี บรมมาและดว ยใจทอี่ ยากจะชว ย
คนไขใ หไ ปดที สี่ ดุ มคี วามเขา ใจและเหน็ ใจอยา งเตม็ เปย ม ขณะเดยี วกนั เมอื่ มกี าร
ถา ยทอดความรแู กพ ยาบาลคนอน่ื ๆ ทกุ คนใสใ จและรหู ลกั ในการดแู ลคนไขม ากขน้ึ
เมอ่ื กอ นอาจทาํ ได แตไ มไ ดล งลกึ รว มกบั ทมี บรหิ ารของโรงพยาบาลใหค วามสาํ คญั
และใสเรื่องการดูแลผูปวยระยะทายสุดไวเปนสวนหน่ึงของยุทธศาสตรหลักของ
โรงพยาบาลทาํ ใหก ารดแู ลผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ มกี ารพฒั นาขนึ้ มาตามลาํ ดบั
สงิ่ ที่ นางกันตพัฒน อภิญญาฐติ พิ งษ มองเปน โอกาสพฒั นาในอนาคต คือ
อยากพฒั นาใหก ารดแู ลผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ เปด กวา งและเหมาะสมกบั คน
ทกุ ชนชาติ ทกุ ศาสนา ไมใ ชเ ฉพาะศาสนาพทุ ธ ปจ จบุ นั และอนาคตเราไมส ามารถ
คาดการณไดวาผูปวยของเราจะนับถือศาสนาใด เพราะปจจุบันมีคนอิสลามและ
ชาวตางชาติเขามาอยูในพื้นที่มากขึ้น ดังนั้น ในอนาคต ทีมอาจจะตองศึกษา
ทําความเขาใจเกี่ยวกับความเช่ือในศาสนาตางๆ เพิ่มมากข้ึนเพื่อทีมจะสามารถ
ชวยใหท ุกคนตายอยา งสงบไดตอไป
นางภาวดี ศรคี าํ มี
นางภาวดี ศรีคํามี เปนคนบานดานซาย ตําบลดานซาย อําเภอดานซาย
โดยกําเนิด บิดาเปนอดีตลูกจางประจําโรงเรียน มารดาเปนแมบาน นางภาวดี
เปนบุตรคนโตจากพ่ีนอง 2 คน ศึกษาชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนชุมชนบาน
ดา นซา ย ศกึ ษาชน้ั มธั ยมศกึ ษาป 1-6 ทโ่ี รงเรยี นศรสี องรกั ษว ทิ ยา อาํ เภอดา นซา ย
จังหวัดเลย หลังจากน้ันป พ.ศ. 2538-2540 จึงศึกษาตอระดับอนุปริญญาที่
วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี จงั หวดั ขอนแกน เมอื่ สาํ เรจ็ การศกึ ษาเรมิ่ ทาํ งานท่ี
โรงพยาบาลนาแหว อําเภอนาแหว จังหวัดเลย จน ป พ.ศ. 2545 จงึ ไดศกึ ษา
ตอที่คณะพยาบาลศาสตรวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดขอนแกน หลัง
สําเร็จการศึกษาไดมาทํางานที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย อําเภอ
ดา นซา ย จงั หวดั เลยตงั้ แตป พ.ศ. 2547 จนปจ จบุ นั สมรสกบั นายดาบตาํ รวจพรชยั
ศรีคํามี ในป พ.ศ. 2541 มบี ตุ รสาวหนงึ่ คน อายุ 9 ป
101
ป พ.ศ. 2551 นางภาวดี ศรคี าํ มี เขา อบรมการนาํ สมาธบิ าํ บดั ทวี่ ดั ปญ ญา
นันทาราม คลอง 3 จังหวดั ปทุมธานี เพือ่ นาํ ความรูแ ละทกั ษะมาชวยในการดูแล
ผูปวยและญาติในเชิงพุทธ ชวงอบรมมีพระอาจารยสลับกันมาใหความรูตลอด
มผี เู ขา อบรมทา นหนง่ึ เลา ใหฟ ง วา คนเราไมต อ งคดิ อะไรมาก ใหป ลอ ยวางจติ ใจไม
ฟงุ ซา นจะไดท าํ งานอยา งมคี วามสขุ มคี วามคดิ เชงิ บวก สมมตุ วิ า เงนิ เดอื น 15,000
บาทใหค ดิ วา 5,000บาทเปน คา นายวา 5,000บาทคา เพอ่ื นรว มงานตาํ หนนิ นิ ทา
อีกท่ีเหลอื 5,000 บาท เปน คาทํางาน คดิ ไดอ ยา งนแี้ ลว สบายใจเมื่อถกู ตําหนิ
ไมว า เรอ่ื งใดกต็ ามเกยี่ วกบั งานจะไมท อ แทห รอื หมดกาํ ลงั ใจงา ย จงึ ทาํ ใหม มี มุ มอง
ในการคดิ และทาํ งานรว มกบั ผอู นื่ ไดโ ดยใชว ธิ เี ปลยี่ นความคดิ ทตี่ วั ของเราเองกอ น
โครงการศนู ยส มาธบิ าํ บดั สาํ หรบั ผปู ว ยและญาตเิ ปน โครงการทจ่ี ดั ขนึ้ ตาม
แผนปฏบิ ตั กิ ารของโรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ยในปพ.ศ.2549-2552
มวี ตั ถปุ ระสงคส าํ คญั เพอ่ื ใหเ กดิ สตหิ รอื ความสขุ สงบทางอารมณ อกี ทง้ั ยงั เปน การ
สรา งสมั พนั ธภาพระหวา งผรู กั ษาและผปู ว ยใหก ลบั คนื สวู ฒั นธรรมทางการแพทย
ด้ังเดิมของคนไทยในอดีตเพ่ือฝกการออกกําลังจิตในกลุมผูปวย ญาติ เจาหนาท่ี
และประชาชนในเขตรับผิดชอบผานกิจกรรมที่นําหลักธรรมทางศาสนาในเร่ือง
ทาน ศีล ภาวนา
นางภาวดี ศรคี าํ มี คดิ วา สาเหตทุ ห่ี วั หนา เลอื กตนไปอบรมและดแู ลในเรอื่ ง
ดงั กลา วเปน เพราะลกั ษณะนสิ ยั สว นตวั ทเ่ี ปน คนใจเยน็ เปน ผใู หญ มปี ระสบการณ
ชวี ติ และชอบดา นธรรมะอยเู ปน ทนุ นางภาวดยี งั เลา วา สาเหตทุ ศี่ กึ ษาธรรมะเปน
เพราะวา ตนเองมีปญหามีลูกยาก แทงบอย ขณะทํางานท่ีโรงพยาบาลนาแหว
ป พ.ศ. 2544 ไดแ ทง เปน ครง้ั ท่ี 5 ขณะอายคุ รรภ 28 สปั ดาห เสยี ใจมากจงึ ไปวดั
แหง หนึ่ง ที่วดั มคี ุณยายเอาหนังสอื ธรรมะใหอ า น มีบทสวดมนตอ ติ ิปโ ส จากน้นั
จึงสนใจทางธรรมและสวดมนตไหวพระกอนนอนมาตลอด
กจิ กรรมสมาธบิ าํ บดั ของโรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ยมกี จิ กรรม
ทนี่ าสนใจ คือ การทาํ บุญตกั บาตรทุกวนั พระ 8 ค่าํ 15 คํ่า กอนวันพระ 1-2 วนั
พยาบาลและผูชวยเหลือคนไขจะประกาศเสียงตามสายประชาสัมพันธใหแก
102
ผปู ว ยเตรยี มใสบ าตร นายไกรลาศ พมิ พร ตั น เปน จติ อาสานมิ นตแ ละรบั สง พระสงฆ
จากวัดเนรมิตวิปสสนา จํานวน 3 รูป มารับบาตรบริเวณหองโถงหนาตึกผูปวย
ผูปวยที่ชวยเหลือตัวเองไดนอยหรือลุกลําบาก หากประสงคทําบุญจะนิมนต
พระสงฆใ สบาตรท่เี ตียง เจาหนา ทีเ่ ตรียมกระจาดใสของ แกว นํา้ ขวดนาํ้ สําหรบั
กรวดนาํ้ ให มีบทสวดมนตใ หอ าน กลา วคําถวาย ใสบาตรทีห่ อผูปว ยใน 1 เสรจ็
ตอดวยหอผูปวยใน 2 ถาหากผูปวยและญาติไมทันก็สามารถตักบาตรบริเวณ
ทางเดินพระสงฆลงมาไดนอกจากนั้นจะมีการนําผูปวยและญาติสวดมนตไหว
พระกอ นนอนทกุ วนั เวลา 19.30-20.00 น. การทไี่ ดท าํ บญุ และสวดมนตไ หวพ ระ
ทาํ ใหร สู กึ เหมอื นผปู ว ยอยทู บี่ า น ทาํ ใหส ามารถปรบั ตวั ขณะอยโู รงพยาบาลไดง า ย
สรางความสัมพันธระหวางเจาหนาที่และญาติ ผูปวยและญาติไววางใจเจาหนาท่ี
มากขน้ึ ทาํ ใหก ารพดู คยุ ปญ หา การใหค าํ แนะนาํ ตา งๆ งา ยขนึ้ อกี ทงั้ ยงั ถอื เปน การ
นําวฒั นธรรมมาผสมผสานกบั ภมู ปิ ญ ญาทอ งถน่ิ เช่ือมโยงอยา งเปนองครวม
ป พ.ศ. 2553 พยาบาลหัวหนาหอผปู วยใน 1 ไดสง นางภาวดี ศรคี ํามี
ไปอบรมเร่ืองการดูแลผูปวยระยะทายสุดของชีวิตกับพระอาจารยไพศาล วิสาโล
เปน เวลา 3 วัน มีตัวอยางกจิ กรรมทีป่ ระทบั ใจ คอื วนั แรกมีกจิ กรรมเนน ใหเขาใจ
และดูใจตัวเอง ผูจัดการอบรมจะปดไฟแลวใหสมมติวาเราเปนผูปวยที่จะกําลัง
จะตาย เม่ือนางภาวดีตั้งใจทําตามจึงไดรับรูความรูสึกที่วาตัวเองจะตายจริงๆ
นา้ํ ตามนั ไหลออกมา เหมือนมอี ะไรเกดิ ข้ึนมากมายในใจ กจิ กรรมน้ีเปนกจิ กรรม
ที่ประทับใจเพราะทําใหเขาใจผูปวยระยะสุดทายมากขึ้น สวนกิจกรรมวันที่สอง
ใหผูเขารวมกิจกรรมแตละคนเลาถึงเร่ืองท่ีทําใหเราไมสบายใจหนึ่งเรื่องในชีวิต
ของเรา เม่ือไดฟงเรื่องสะเทือนใจของคนอื่นๆ ทําใหเกิดความรูสึกท่ีวา ใครๆ
กม็ ปี ญ หาเหมอื นกนั การอบรมทําใหไ ดเ รยี นรูวา
“จรงิ ๆ เราไมต อ งพดู เยอะกไ็ ด เนน การฟง เนน ใหเ ขาพดู ระบายใหม ากทสี่ ดุ
การทเี่ ราฟง เขา เขาจะเขาใจและไดขอสรปุ ”
103
จากเดมิ เคยพดู ตดั บทบอ ย นางภาวดี ศรคี าํ มี เรม่ิ มคี วามมน่ั ใจในการใหค าํ
แนะนาํ ญาตเิ พม่ิ ขน้ึ หลงั จากอบรมจงึ รสู กึ ชอบ และไดน าํ ความรมู าเปน ประโยชน
ในการดแู ลผปู วยระยะสดุ ทายท้งั ผปู วยไตวายระยะสุดทา ย ผปู ว ยมะเรง็ และผูสงู
อายทุ ่ปี ว ยแลวไมขอสง ตัวไปที่โรงพยาบาลเลย ไมใสท อ หายใจ ไมป มหัวใจ มน่ั ใจ
ในการรบั ฟงและใหค ําแนะนาํ ญาตเิ พิ่มข้ึน
“สมั ผสั กาย สมั ผสั ใจ...” คอื เรอื่ งราวการรกั ษาและดแู ลผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ ทมี่ คี วาม “ละเอยี ด
ออน” ทัง้ กระบวนการรักษาทางรางกาย (body) และความ “บอบบาง” ในการดแู ลทางจิตใจ (mind/ soul)
104
นางภาวดี ศรีคาํ มี ยังบอกวา ชอบการทํางานดานน้ี เพราะไดช วยบรรเทา
ความทุกขในใจของผูปวยและญาติ ชอบใหเคาไดพูดเหมือนลูกโปงท่ีไดระบาย
ลมออกจะดีข้ึน และชวยเหลือเกี่ยวกับอุปกรณทางการแพทย กอนออกจาก
โรงพยาบาล ผูปวยมกั จะมาขอบคุณที่เราชว ยเหลือดูแลเขา
ทั้งหลายท้ังปวงจะเห็นไดวา ความเชื่อทองถิ่นกับการรักษาผูปวยระยะ
ทายสุดของชีวิต กรณีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย พัฒนาขึ้นมาจาก
วิธีคิดของผูบริหารโรงพยาบาลและบุคลากร ในการเปลี่ยนมุมมองตอการรักษา
โรคภัยไขเจ็บ โดยใหความสําคัญท้ังกับเรื่องแนวทางการรักษาทางการแพทย
การดูแลทางจิตใจ การเขาใจในมิติชุมชนและทองถิ่นท่ีเปนฐานชีวิตของผูปวย
ดังนั้น จึงปฏิเสธไมไดวาการจะทําใหสุขภาพท่ีดีจะตองเร่ิมตนจากหนวยยอยๆ
ซง่ึ คอื ครอบครวั ชมุ ชน และทอ งถน่ิ โดยเฉพาะกบั การรกั ษาและดแู ลผปู ว ยระยะ
ทายสุดของชีวิตท่ีมีความ “ละเอียดออน” ท้ังกระบวนการรักษาทางรางกาย
(body) และความ “บอบบาง” ในการดูแลทางจิตใจ (mind/ soul)
105
บทที่ 4
ตาง “กาย” ตา ง “ใจ”
ใน “โลก” เดยี วกนั
ตาง “กาย” ตาง “ใจ” ใน “โลก” เดียวกนั เปนชือ่ ตอนหนึง่ ทีค่ ณะวจิ ยั
ตอ งการสอ่ื ถงึ ความหลากหลายทางความคดิ เกย่ี วกบั เรอ่ื งผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของ
ชีวิตในมิติตางๆ ขอมูลท่ีถูกถายทอดไดทั้งจากการสัมภาษณผูปวยและจากญาติ
สนิทของผูปวย เรื่องราวบางกรณีอาจนําเสนอเน้ือหาเพียงนอยนิด เน่ืองจากขอ
จํากัดหลายๆ ประการ โดยเฉพาะกรณีท่ีพูดคุยกับผูปวยที่มีความเหน่ือยลาท้ัง
ทางรางกายและรูสึกทอทางจิตใจ ทําใหการสนทนาไมตอเนื่อง อยางไรก็ตาม
แมเ นอื้ หาจะคอ นขา งสนั้ หากแตค าํ พดู คาํ จาของผถู า ยทอดเรอ่ื งราวกลบั สอื่ ความ
ไดอยางคมคายและชวนใหข บคิดอยางย่งิ
106
กรณีศึกษาท่ี 1
นางแสงเดือน แกวแจม อายุ 44 ป เปนคนตําบลรองจิก อําเภอภูเรือ
จงั หวดั เลย นบั ถอื ศาสนาพทุ ธ สาํ เรจ็ การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาปท ี่ 3 ทาํ อาชพี คา ขาย
เปนภรรยาของผปู ว ยชือ่ นายวริ ัส แกว แจม ปวยเปนโรคตบั แข็งจากเชอ้ื ไวรัสตบั
ซี เคยอาเจียนเปนเลือด มีอาการซึมจนตองใสทอชวยหายใจและสงตัวไปรักษา
เพ่ิมเติมท่ีโรงพยาบาลเลย ลาสุด (มกราคม 2559) ตับเริ่มเสื่อมสภาพมากขึ้น
และมีภาวะซึมมากกวา เดิม เนื่องจากมีภาวะของเสียค่งั ในรา งกายมากขนึ้
จากอาการดังกลาว แพทยเจาของไขจึงสอบถามความเห็นญาติและ
ผูปวยเรื่องการรักษาหากเกิดอาการหนักกวาเดิม เชน เร่ืองการใสทอชวยหายใจ
การปมหัวใจ จะสงตัวตอไปโรงพยาบาลเลยไหม ญาติและผูปวยเลือกขอไมไป
เพราะไมต อ งการใสท อ ชว ยหายใจและไมต อ งการปม หวั ใจ ญาติ (พสี่ าวและพชี่ าย
ของผปู วย) และภรรยาไมอยากใหผูปว ยตองทรมานไปมากกวา น้ี
หลังจากน้ัน ผูปวยเริ่มมีอาการหนักอีกคร้ัง คือ มานอนโรงพยาบาลดวย
อาการซึมลง 2 คร้ัง คร้ังน้ีเขามานอนเม่ือวันท่ี 20 มกราคม 2559 มีอาการ
หนกั กวา ครง้ั กอ น เนอ่ื งจากมอี าการซมึ นานและมอี าการอาเจยี นรว มดว ย ภรรยา
ตอ งชว ยเกอื บทกุ อยา งในชว งทผี่ ปู ว ยซมึ แตถ า เรม่ิ ตนื่ ขน้ึ ผปู ว ยจะพยายามกนิ ขา ว
เอง ภรรยาเพียงชวยเรอ่ื งเขา หอ งนา้ํ
อยา งไรก็ตาม ผูปวยจะเปน หว งและหวงภรรยามาก จึงไมอยากใหห ายไป
นาน ตอนอยบู านเชนกนั ผปู วยจะไมย อมหลบั หากภรรยาออกไปนอกบานแลว
ยังไมกลับมา ครั้งน้ีแพทยจึงใหคําแนะนําวา ตองทําใจไวเพราะอาการหนักมาก
คณะวจิ ยั จึงไดต้ังคําถามวา ต้งั แตค นในครอบครัวปวย ผปู วยไดใ ชการรกั ษาแนว
ทางอนื่ ๆ อกี หรอื ไมน อกเหนอื จากการรักษาท่โี รงพยาบาล
107
ในเวลาวิกฤต นอกจากสายตาของญาติจะจับจองไปที่ผูปวย ท่ีแพทยพยาบาล อีกส่ิงท่ีญาติใหความ
สนใจคอื คลนื่ หวั ใจและตัวเลขทอ่ี ยบู นจอ สําหรับแพทยพ ยาบาล ตวั เลขอาจบอกความดัน ชพี จร ออกซิเจนที่
เราใชประเมินผูปวย แตสําหรับญาติแลว เสนขยุกขยิกคงเปรียบเสมือนตัวแทนแหงความหวังท่ีไมมีใครอยาก
ให. ....หยดุ น่ิงลง
ทางฝา ยภรรยาจึงไดย อ นประวตั ขิ องตนเองใหฟ งส้ันๆ วา เดมิ เปน คนบาน
รองจิก อําเภอภูเรือ จังหวัดเลย โดยกําเนิด แมของตนเปนคนที่มีความเชื่อทาง
ไสยศาสตร พธิ ีกรรมและเรือ่ งดวง ตนจึงคิดวา เปนเพราะแมเปนคนรนุ กอนและ
นา จะมปี ระสบการณต รงกบั ทง้ั ตวั เองและคนรอบขา งทวี่ า ประกอบพธิ กี รรมตา งๆ
แลวอาการเจบ็ ปวยจะดีข้นึ
นางแสงเดอื น แกวแจม เลา วา ครง้ั หนึ่ง มารดาปวดเอว ราวลงขา รกั ษา
ทางการแพทยแ ลวไมดีขน้ึ จึงหาวิธแี กโดยการไปนัง่ สมาธทิ วี่ ดั 3 วัน 3 คนื จาก
นน้ั อาการเรมิ่ ดขี นึ้ จงึ มคี วามเชอ่ื มน่ั มากขนึ้ สว นตวั ของนางแสงเดอื นจะเนน รกั ษา
กบั แพทยแ ผนปจ จบุ นั มากกวา ความเชอ่ื ทางไสยศาสตร เพราะมคี วามมน่ั ใจในการ
ตรวจรกั ษาโรคและการใหบริการของโรงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราชดานซาย
108
อยา งไรกต็ าม หลงั จากทส่ี ามขี องนางแสงเดอื น แกว แจม ปว ยหนกั ครงั้ แรก
แมย ายของผูปว ยไดแ นะนําผูป วยใหไ ปจับยามสามตา ตรวจดวงกบั อาจารยท แี่ ม
เชอื่ ถอื ซึ่งคือพระภิกษรุ ูปหนึ่งทว่ี ดั ประจําหมูบ าน (วดั อดุ มมงคล บานแกง แลน)
เพอื่ ความสบายใจ นางแสงเดอื นซงึ่ มคี วามเชอ่ื ทางไสยศาสตรอ ยบู า งจงึ คดิ วา ลอง
ดูไมม อี ะไรเสยี หาย จงึ ทําตามคําแนะนํา
นางแสงเดอื น แกว แจม ถา ยทอดเรอ่ื งราวครงั้ นน้ั ใหฟ ง วา พระภกิ ษจุ บั ยาม
ตรวจดวงผปู ว ยตามตําราพรหมศาสตรพ บวา เกดิ ราหเู ขา ทานจึงแนะนําใหแ กไข
ทําพธิ ีกรรมสง ราหูโดยการใชเ ครือ่ งเซน ซ่ึงประกอบดวย ขนม 7 สี อาหารคาว
หวาน นํ้า ขา วสุกขาวสาร ดอกไม 5 คู และเทยี น 5 คู
นางแสงเดือน แกวแจม ยังเลาวา พิธีกรรมที่พระภิกษุประกอบขึ้นจะมี
รายละเอียดตางจากหมอยามท่ัวไป แตไมทราบรายละเอียดและเหตุผลที่ทําตาง
สวนคาครูในการจับยามแลวแตผูตรวจยามจะให ทางภรรยาผูปวยจึงรวมถวาย
เงิน 100-150 บาท หลงั จากทาํ พธิ จี งึ รสู ึกสบายใจขึน้
หลังจากน้ัน คนขางบานซ่ึงถือเปนอาจารยจับยามในหมูบานอีกคนหนึ่ง
ไดเขา มาเสนอใหความชวยเหลอื ดวยการนง่ั สมาธิจบั ยามให อาจารยจับยามคน
ดังกลา วบอกวา ที่ปว ยเปน เพราะโรคในทอ งของผปู ว ยเอง ทาํ พธิ อี ยา งไรก็ไมห าย
เพียงแตทําแลวอาจจะสบายใจขึ้น ท้ังนี้ อาจารยจับยามไดประกอบพิธีโดยการ
ทําน้าํ มนตใหด ม่ื แทนน้าํ ทาํ ใหค รั้งละ 1 ขวดใหญ
สวนวิธีการทํานํ้ามนตของอาจารยทานนี้ นางแสงเดือน แกวแจม เลาวา
อาจารยจ ะนาํ นาํ้ ดม่ื มาแลว ทอ งคาถาใสน าํ้ ประมาณ 5 นาที ไมไ ดพ น อะไรใสห รอื
เอาอะไรหยดลงนา้ํ มนต และทาํ พธิ โี ดยการเอาผา ขาวหอ ไขท ต่ี ม ไวแ ลว 2 ฟองมา
คลงึ รา งกายบรเิ วณทร่ี สู กึ ปวด คลงึ นานเทา ไหรก ไ็ ดเ ทา ทผ่ี ทู าํ พธิ ที าํ ได ระหวา งนนั้
คนทําพธิ จี ะอยูดว ยและมองผปู วยไปดว ย ผูปวยคลึงอยูเกอื บชวั่ โมง
หลงั ประกอบพธิ ี ผปู ว ยและญาตริ สู กึ สบายใจขน้ึ คา ครกู แ็ ลว แตจ ะให ทง้ั นี้
นางแสงเดอื น แกว แจม ไดจ า ยไปจาํ นวน 100 บาท จากนนั้ หากตอ งการนาํ้ มนต
เพ่ิมไมตองจายคาครูอีก นางแสงเดือนคิดวา การประกอบพิธีกรรมกับพระนา
109
จะดีกวา เพราะพระดูดวงใหแลวจะแกไปตามดวง สวนอาจารยขางบานคิดวา
ถา ทาํ เพ่ือการรักษาโรคกไ็ มหายอยดู ี แตเ พ่อื ความสบายใจจึงไดทาํ
กระทง่ั วนั ที่ 12 เมษายน 2559 ผูปว ยมอี าการแนน ทอ ง หายใจไมออก
ขอใหภรรยาพามาโรงพยาบาล แพทยประเมินแลวบอกวาผูปวยดูออนเพลีย
มีนํ้าในทอง แพทยถามผูปวยและญาติวาตองการใหชวยอยางไร ผูปวยบอกวา
อยากเจาะทอ งเพอื่ ระบายนา้ํ ในทอ งออกเหมอื นทกุ ๆ ครงั้ ชว งเยน็ ของวนั ดงั กลา ว
หลงั กลบั บา น ผปู ว ยอาเจยี นเปน เลอื ดสด 1 กระโถน ถา ยเปน เลอื ดสด 3 ครง้ั นาง
แสงเดอื น แกว แจม บอกวา แพทยเ คยบอกไวว า หากผปู ว ยมเี ลอื ดออกในทางเดนิ
อาหารอีกครง้ั คงจะเปนอนั ตราย เสีย่ งตอ ชวี ิต
นางแสงเดือน แกวแจม สะทอนความรูสึกการปวยของสามีครั้งน้ีวา
ทางญาตไิ ดต กลงกนั จะไมพ าผปู ว ยมาโรงพยาบาล อกี ทง้ั ผปู ว ยเองไมไ ดข อใหญ าติ
พามา ญาตพิ น่ี อ งจงึ มายาม (มาหา) ไมม กี ารสง่ั เสยี หรอื ทาํ พธิ กี รรมอะไรเปน พเิ ศษ
ผปู ว ยเพยี งแตก อดคอภรรยา ไมไ ดพ ดู อะไร สดุ ทา ยผปู ว ยเสยี ชวี ติ อยา งสงบในเชา
วันท่ี 13 เมษายน 2559 เวลา 6.45
สวนความคิดเห็นเร่ือง “การปวยระยะทายสุดของชีวิต” นางแสงเดือน
แกว แจม มองจากประสบการณต รงของตนเองวา รสู กึ ใจหายชว งแรก แตพ อหมอ
บอกใหทําใจต้ังแตคร้ังแรก พ่ีสาวพ่ีชายตัดสินใจวาไมอยากใหใสทอหายใจ
ไมป ม หวั ใจ จะไดไ มท รมาน ผปู ว ยกค็ ดิ เชน เดยี วกนั คอื ไมอ ยากทรมาน ชว งแรกๆ
ท่ีทราบวาอาการหนัก ผูปวยจะมีอาการซึมๆ เหงาๆ พูดนอยลง แตเธอคิดวา
พอญาตมิ าเยย่ี มและมาใหกําลงั ใจ รว มกับมีหมอพยาบาลมาคยุ ใหข อ มลู อาการ
จงึ ดขี น้ึ ทําใจยอมรับได อาการเหงาๆ ของผูปวยมอี ยปู ระมาณ 3 วัน
ขณะที่ความเห็นเกี่ยวกับภาวะใกลตาย นางแสงเดือน แกวแจม เห็นวา
นาจะเหมือนกบั ระยะทายสดุ ของชีวติ แตหากเรียกวา “ใกลตาย” ดูจะหดหกู วา
เราไมร วู า ระยะใกลต ายนค่ี อื กวี่ นั หรอื กเ่ี ดอื น เธอยงั บอกวา ตามความรสู กึ ของเธอ
น้นั คดิ วา ประโยค “แกเปน เยอะ” รสู ึกดกี วา “แกเปนมาก” หรือ “แกเปนหนัก”
110
สว นโลกทศั นเ กย่ี วกบั ความตาย นางแสงเดอื น แกว แจม กลบั มองวา ตนเอง
ไมเคยคิดและไมม ีประสบการณ แตถ าใหน กึ เรอื่ งความตายจะนกึ ถงึ คนแก คิดวา
คนแกทใี่ กลต าย คือ คนทก่ี ินขาวไมไ ด กินน้ําไมไดเ ปนอาทติ ย ขณะเดียวกนั หาก
เรื่องดังกลาวเกิดข้ึนกับตน หากรูวาตนเองและทราบวา จะตองเสียชีวิตภายใน
1 ป ชวงแรกคงจะคิดมากและทําใจไมได หากอาการไมด ี ชว ยเหลือตนเองไมได
คงไมอ ยากทาํ อะไรอกี แลว หว งลกู อยากใหล กู คนโตอายุ 20 ป แตง งานออกเรอื น
และอยากใหล ูกคนเล็กเรยี นจบ
กรณีศกึ ษาที่ 2
นางอบุ ลรตั น สงิ หภ า อายุ 47 ป บา นตาดเสยี้ ว ตาํ บลอปิ มุ อาํ เภอดา นซา ย
เปน ภรรยาของผูป วยชื่อนายปญ ญา สิงหภา อายุ 56 ป ปวยเปนโรคตับแขง็ จาก
เช้ือไวรัสตับซี มะเร็งตบั มีภาวะตับวายและของเสยี ค่ังในรางกาย
นางอบุ ลรตั น สิงหภา แตง งานกับนายปญญา สิงหภ า เปน คนบานทงุ เทงิ
ตําบลโปง ได 20 ปเศษโดยผูใ หญจบั คใู ห หลังแตง งานสรางครอบครวั ท่บี านตาด
เสย้ี ว มบี ตุ รดว ยกนั 2 คน ความสมั พนั ธใ นครอบครวั รกั ใครก นั ดี ผปู ว ยเรม่ิ มอี าการ
ผิดปกตปิ ระมาณ 1 ปก อ น คือ เร่ิมมอี าการอืดทอ งเปน ๆ หายๆ
ชว ง 6 เดอื นกอ นหนา เปน บอ ยขน้ึ มาตรวจทโ่ี รงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราช
ดา นซา ย แพทยวนิ ิจฉยั เปน โรคกระเพาะอาหาร ตรวจรักษา 5 คร้งั กลบั ไมดีขนึ้
จึงไปตรวจที่โรงพยาบาลนครหลม อัตราซาวนพบวา มีภาวะตับแข็ง ใหกลับมา
รกั ษาตอ เนอ่ื งทโี่ รงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ย ทางโรงพยาบาลจงึ ตรวจ
เพ่ิมเติมสงสัยวา ตับกลีบขวาโตจึงสงตอโรงพยาบาลเมืองเลย กอนสงตัวตอโรง
พยาบาลอุดรธานตี ามลําดับ
โรงพยาบาลอุดรธานีบอกวา เปนไวรัสตับแข็งและมีเนื้องอกอยูที่ขั้วตับ
เนื่องจากสภาพคนไขออนลาและมีเกล็ดเลือดต่ําทําใหไมสามารถผาตัดได หมอ
บอกวา “ผาก็ตาย ไมผาก็ตาย” ใหเคมีบําบัดก็ไมได หมดทางการรักษาแลว
ผปู ว ยและภรรยาจงึ กลบั มารกั ษาทโ่ี รงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ย แตไ ม
ไดน อนโรงพยาบาล
111
หลังจากน้ันระยะหนึ่งจึงตัดสินใจไปตรวจเพ่ิมที่โรงพยาบาลเพชรรัตน
จงั หวดั เพชรบรู ณ แพทยบ อกวา ทาํ อะไรไมไ ดแ ลว ใหก ลบั มาโรงพยาบาลใกลบ า น
ชวงแรกผูปว ยและครอบครวั (ภรรยาและลกู ) รสู ึกทอใจท่ีไมสามารถรักษาไดอีก
แตต อ มาทาํ ใจได เพราะพยายามใหก าํ ลงั ใจและดแู ลกนั ใหด ที สี่ ดุ คนเราจะชา หรอื
เร็วกต็ องตาย ไมม ใี ครหนคี วามตายพน เมอ่ื มะเร็งมนั เกดิ ขึ้นแลว กป็ ลอ ยมนั ไป
ตอมาญาติพี่นองผูปวยฝงบานทุงเทิงไมเห็นดวยที่ถอดใจไมพยายาม
รักษาตอ จึงใหไปตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลศรีนครินทร จังหวัดขอนแกน
หลังจากตรวจเลือดเพิ่ม และดูผลการตรวจอ่ืนๆ ทางโรงพยาบาลแจงวา
อาการหนักมากไมสามารถรักษาได ภรรยาเลยถามหมอเพิ่มเติมวา มีทางเลือก
อ่ืนอกี ไหมที่จะรักษาได
แพทยตอบวา “ไมสามารถรกั ษาได เพราะรางกายรบั ไมไดแลว” บอกวา
กอนเนอื้ ท่ีข้วั ตบั ผาตัดยาก
นางอุบลรัตน สิงหภา บอกวา ผปู วยรูตัวตลอดวา ตวั เองเปน อะไร เพราะ
เวลาหมอแจงอะไรกแ็ จงตรงๆ ตอหนา ผูปวย ไมไ ดปดบัง ตอนแรกยงั รูสกึ วาจะมี
ความหวัง แตพ อหมอแตล ะโรงพยาบาลบอกวา ไมม ีหวัง จึงทําใจ เขาเลาวาจริงๆ
อยากใหหมอแจง แคญ าติ แตถ ึงทีส่ ุดตัวภรรยาก็บอกวา คงไมกลาบอกผปู วยอยูด ี
แพทยบอกวา การบอกผูปวยตรงๆ จะดีกวา เพราะจะทําใหรูตัวเองและทําใจ
ไดในท่ีสุด ขอใหญาติชวยประคับประครองใจผปู ว ย หลังจากนั้นจะคอยๆ ดขี น้ึ
นางอุบลรตั น สงิ หภา ยงั เลาวา ผูป ว ยบอกเสมอวา “เปน ก็เปน ตายก็ตาย
ไป คนเราเกิดมาทุกคนก็ตองตายทุกคน” ตั้งแตสามีของเธอเปนตับแข็ง มะเร็ง
ตบั ยงั ไมเ คยไดน อนโรงพยาบาลสกั ครงั้ สว นใหญม าเจาะทอ งแลว กลบั บา น ครงั้ น้ี
หมอใหนอน คือ วันท่ี 28 มกราคม 2559 เน่ืองจากมีอาการตัวเหลืองมากข้นึ
รว มกบั เกดิ อาการออ นเพลยี สบั สน ตรวจพบตบั อกั เสบเพมิ่ ขน้ึ สว นนา้ํ ในชอ งปอด
มีปริมาณปานกลาง มีเลือดออกในชองปากบางคร้ัง กินอาหารไดเพียงเล็กนอย
จาํ ญาติไมได
112
สว นการรกั ษาดว ยวธิ กี ารอน่ื นางอบุ ลรตั น สงิ หภ า เลา วา ตวั เองเปน คนตาด
เสี้ยว ตาํ บลอปิ มุ อาํ เภอดา นซายโดยกาํ เนดิ ต้ังแตเดก็ มีอาการปว ยแบบแปลกๆ
ทแี่ พทยแ ผนปจ จบุ นั รกั ษาไมห าย คอื วบู ไมร ตู วั บอ ยๆ กนิ อาหารงานศพไมไ ด จน
เมือ่ อายุ 35 ปไ ดป วยอีกคร้งั เมอื่ ถามผูเฒา เพม่ิ เติมไดทราบวา มีเทพชอบรางนี้
เคยเปนทหารของบานเมืองน้ี รับใชเมืองมากอน อยากใหภรรยามาเปนคนทรง
กลับมารบั ใช ภรรยาบอกวา ถาไมรบั ก็ไมได ภรรยาจงึ แตงขันธไปทาํ พิธีทบี่ า นเจา
พอ กวน บา นเจา แมน างเทยี มและพระธาตศุ รสี องรกั ใชต น ผงึ้ 1 ตน เปน คา หวั (ตน
ผงึ้ ถา ทาํ เอง ตน ทนุ ประมาณ 100 บาท ถา ซอ้ื ราคาประมาณ 150 บาท) จากนนั้
ชวี ิตและสขุ ภาพจะดีข้ึน
นางอุบลรัตน สิงหภา ไดสัมผัสเร่ืองทางไสยศาสตรมาตลอดคือไดเห็น
วา การใชนํ้ามนั ผีตายโหง ขเี้ ถา ผีตายโหงเจ็ดปา ชา มจี ริง ครัง้ หนง่ึ ยายทวดของ
เธอเกิดไมพูด 5 วัน มารักษาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย แพทยได
สงตรวจคอมพิวเตอรสมองท่ีโรงพยาบาลเลย ไมพบความผิดปกติ นางอุบลรัตน
จึงเขาทรงเองไดพบวา ที่มีอาการดังกลาวเปนผลจากเรื่องบรรพบุรุษ กวาคือ
สมยั กอ นบรรพบรุ ษุ ซง่ึ เปน ทหารไดบ นเจา นายทดี่ า นซา ยไวก อ นไปรบทเี่ วยี งจนั ทน
หลังจากชนะยังไมทันแกบนก็เสียชีวิตไปกอน ตอนน้ีลูกหลานจึงจะตองแก
บนแทน ใครไมแกจะตองตายไปเร่ือยๆ การแกใชหมูใหญ 2 ตัว ตนผึ้ง 4 ตน
สามสบิ 1 ขัน (ตุน = หมวู า น) หลังไปหาเจาพอกวน ไปเดนิ วนคารวะพระธาตุ
ศรสี องรกั 3 รอบ อาการยายทวดของนางอบุ ลรัตนจ ึงกลบั มาเปนปกติ จากนน้ั
ความเช่อื ก็หนักแนนขึ้น
คร้ังที่ผูปวยปวยคร้ังนี้ เริ่มมีการทําพิธีในชวงปลายธันวาคม 2558–ตน
มกราคม 2559 นางอุบลรัตน สงิ หภ า บอกวา ทําเพราะการแพทยแ ผนปจ จบุ นั
ทกุ ทบี่ อกวา หมดทางรกั ษาแลว จงึ ตอ งลองทางสายไสยศาสตรค วบคกู นั แรกเรมิ่
นางอบุ ลรตั นพ าผปู ว ยมาดหู มอกบั ยายวาดยายจบ ทอี่ ยตู วั เมอื งดา นซา ยและเปน
หมอยามมีชอื่ เสียงในทอ งถิน่
113
หมอยามบอกวา ราหูมาแทรก ราหูมาเสวยอายุ ใหพ าพอ ไปทาํ พธิ ีรับราหู
โดยสามารถทําไดสองทาง คือ ทํากับพระหรือทํากับพราหมณ ภรรยาบอกวา
เลยไปทําทั้งกับพระและพราหมณจะไดสบายใจ ไมคางคาใจ ทางพระไดไปหา
หลวงพอ ทบ่ี า นทงุ เทงิ ซงึ่ ญาตสิ ามนี บั ถอื และแนะนาํ เปน พระทมี่ ภี มู ลิ าํ เนาทช่ี ลบรุ ี
แตม าอยทู บี่ า นทงุ เทงิ นานแลว ทกุ ปบ ญุ กฐนิ จะมลี กู ศษิ ยม ามากมาย ถวายเงนิ เปน
หลักลาน หลวงพอทําน้ํามนตให สวนทางพราหมณ ก็จะแตงกระทง 2 กระทง
ขา งในมเี ครอ่ื งแกง 12 ใสใ นกระจอก (แกงสม 12 แกงหวาน 12) ใสใ นแตล ะกระทง
นาํ ไปถวายเทวบตุ รเทวดา และมกี ารผกู แขน สงิ่ ท่ตี ัดสินใจใหท าํ เพราะไปรักษา
มาหมดแลว และเชือ่ วาไสยศาสตร มนตดาํ มจี ริง
สวนเรื่องยาสมุนไพรตม นางอุบลรัตน สิงหภา บอกวา ไดมาจากหลวง
พอวัดทุงเทิง ที่ตัดสินใจพาผูปวยไปรักษากับหลวงพอ เนื่องจากเห็นตัวอยางวา
หลวงพอสามารถรักษาคนในหมูบานไดจริง มีท้ังคนที่เปนมะเร็งตับและมะเร็ง
เตา นม รว มกบั ทางแผนปจ จบุ นั วา ไมม ที างรกั ษาแลว เลยลองดู พระจดั ยาใหห ลาย
ขนานโดยตอนแรกเอายาซองผสมนํา้ 1 ขนั ผสมนํ้ามะนาว 1 ลกู ผสมใหเปน เนอื้
เดยี วกนั แลว เอาผา ขนหนซู บั มาผา มาประคบหนา อก 1 ครงั้ ทาํ ซา้ํ อกี ครง้ั มาประคบ
ที่หลัง ทานวาปวยหนักแลว ตัวเหลืองแลวจึงไมอยากใหกิน หลังทําแลวรูสึกวา
หายใจดขี น้ึ จากนน้ั มยี าตม และยาแคปซลู ซงึ่ เปน สมนุ ไพรบดมารวมกนั 5เมด็ ตอ วนั
ยาตมมีสวนประกอบหลายอยางเทาที่ภรรยาทราบไดแก ขม้ิน บอระเพ็ด
ปาชา เศรา รากปลาไหลเผือก ยาหอ หนงึ่ ตมได 4 แกว น้าํ กินวันละแกว “เผ่อื จะ
มีปาฏหิ าริย มันไมเสียหายอะไร” พระไมคดิ เงนิ ทานไมรบั เงิน ทานวาทา นเพยี ง
ตอ งการรกั ษาญาตโิ ยม เงนิ ทค่ี รอบครวั ถวาย ทา นกใ็ หใ สไ วต บู รจิ าค ภรรยาถวาย
ไป 256 บาท (200 + อายุผปู วย + 1)
ขณะความเห็นตอการรักษาดวยวิธีทางอ่ืน นางอุบลรัตน สิงหภา
มองวา เลือกทําทุกทางที่คิดวาดี ในเมื่อแผนปจจุบันไมมีทางแลว ลองดีกวา
ในเรอ่ื งของการกนิ ยาตม จะดหี รอื ไม ใหด ทู กี่ ารตอบสนองของรา งกาย นางอบุ ลรตั น
ยังบอกวา หลังกินยาตมแลวผูปวยเองบอกวาคลื่นไส กินไมคอยได ตัวเหลือง
114
มากขน้ึ และมถี า ยเปน เลอื ด 2 ครง้ั ซง่ึ หลวงพอ บอกไวแ ลว วา อาจจะมเี ลอื ดออกได
เพราะเปน การขบั พษิ ออก ไมต อ งหยดุ ยา ตนเองคดิ วา ทไ่ี มด ขี นึ้ เปน เพราะรา งกาย
ของผปู ว ยเปน เยอะแลว
ในความหมายของระยะทายสุดของชีวิตคืออะไร นางอุบลรัตน สิงหภา
อธิบายวา หมายถึง ระยะที่หมอไมสามารถรักษาไดแลว รอวันตาย ไมได
คิดวาหมายถึงระยะเวลาเทาไหร เมื่อเกิดข้ึนแลว ฟงแลวก็ทําใจ ยังไงตอง
ประคบั ประคองกนั ไป อยไู ดนานแคไหนกอ็ ยูกันไป ประสบการณข องครอบครัว
ตอนแรกทไ่ี ดย นิ วา รกั ษาไมไ ดก ท็ ง้ั รสู กึ เสยี ใจ กลวั และเสยี ดายวา รกั ษาตงั้ แตแ รก
นา จะทัน แตก ไ็ มไ ดโกรธหมอทตี่ รวจไมเจอ
สวนความคิดเห็น เร่ืองของภาวะ “ใกลตาย” นางอุบลรัตน สิงหภา
มองวา คลายๆ กันกบั ระยะสุดทา ย แตนา จะอยูไ ดไมก วี่ นั ฟงแลวก็ทาํ ใจ ขณะท่ี
ภาวะใกลต ายจะดจู ากอาการทห่ี มดอาลยั ตายอยาก ไมอ ยากทาํ อะไร ไมม สี ตสิ ตางค
ไมมีเรี่ยวแรง ดังน้ันระยะทายสุดของชีวิตจึงเปนภาวะการรอความตายท่ีบาน
อยางเดียว
กรณศี กึ ษาที่ 3
ผปู ว ยชอ่ื นายพชั รส จนั ทรศ รี อายุ 60 ป เปน คนบา นนา้ํ พงุ อาํ เภอดา นซา ย
ผใู หสมั ภาษณเปนนองสาว ช่ือรัชนี รอดนอ ย อายุ 45 ป พ่ีชายปว ยเปนโรครูมา
ตอยด เปน มานานหลายสบิ ป กระบวนการรกั ษาจะมาหาหมอโรงพยาบาลสมเดจ็
พระยพุ ราชดานซาย ตามหมอนัดอยางตอ เนือ่ ง
แมวาจะเจ็บปวยมานาน แต นายพัชรส จันทรศรี เริ่มมาหาหมอชวง
4-5 ปท่ีผานมา เขามีอาการบวมตามขอ มือใชการไมได หลังจากไปหาหมอ
ทางโรงพยาบาลสมเดจ็ พระยุพราชดานซา ยใหยามากิน อาการเร่ิมดขี ้นึ หากทวา
ภายหลงั กลับอาการทรุดลง โดยเฉพาะชวงหลงั ปใ หม 2559 ขณะทก่ี อนปใ หม
ทาํ งานไดตามปกติ
115
นางรชั นี รอดนอ ย ผเู ปน นอ งเลา ถงึ อาการทรดุ ของพชี่ ายตนเองวา มอี าการ
เจ็บปวดตามกระดูก เจ็บทง้ั ตัว ลกุ ตวั ขนึ้ ยนื และนั่งลาํ บาก หมอกบอกวาเปน โรค
กระดูผุ หลังจากนั้น จึงรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซายมาตลอด
ดูแลอยา งใกลช ดิ แตพ่ีชายกลบั ผอมลง ทัง้ ๆ ทกี่ นิ ขาวได
การดแู ลผปู ว ยระยะทา ยสดุ เปน การใหก ารดแู ลโดยใหค วามสาํ คญั ทกุ ๆดา น ผใู หก ารดแู ลตอ งมเี มตตา
ตอ งปลอบโยนบรรเทาความทกุ ขท างใจ ชว ยแนะนาํ ทางปฎบิ ตั ใิ หจ ติ สงบ รวมทง้ั ใหค รอบครวั มสี ว นรว มในการ
ดูแล ชวยใหราํ่ ลาผูเปนทีร่ กั การมบี ุคคลทีร่ กั อยใู กล หอมลอมในยามที่กาํ ลงั จะจากไป ชว ยใหเกดิ ความอบอุน
ใจ กา วสจู ุดสดุ ทา ยของชีวิตอยางมสี ติและสงบ
สวนการการรักษาดวยความเชือ่ แบบชาวบาน นางรชั นี รอดนอย บอกวา
พช่ี ายของตนไปหายา “ผบี อก” ตามเพ่อื นบา นเขากินกัน ไมรวู า เอามาจากไหน
พีช่ ายเห็นคนซื้อกินกันจึงซื้อกนิ บาง นอกจากน้ี ชว งปว ยหนกั เม่ือปก อ นยังไปหา
หมอยาม หมอยามบอกชอื่ เดมิ คอื “สมรส” ไมด ใี หเปลี่ยนเปน “พชั รส”
อาชพี หลกั ของ นายพชั รส จนั ทรศ รี คอื ทาํ การเกษตรปลกู ขา วโพดเลยี้ งสตั ว
และปลูกมนั สําปะหลงั ราว 10 ไรเ ศษ นางรัชนี รอดนอ ย เลาวา พชี่ ายของตน
116
ทาํ ไรเกษตรทใี่ ชสารเคมีทางการเกษตร พวกยาฆา หญา เปน จาํ นวนมาก ระหวา ง
ท่เี กดิ อาการปวดตามขอ กย็ งั ทําไรอ ยู ปทแี่ ลว แกไมไดท ํา แตปกอนแกยังทําไหว
อยู
สว นอาการลาสดุ ทม่ี าโรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซาย คอื เม่อื เชา
(12 เมษายน 2559) ราวเกา โมงเชา พช่ี ายของตนอยเู ฉยๆ กลบั พดู ไมไ ดแ ละตาคา ง
วันนี้ที่เห็นญาติมาเยอะเพราะวาถาคนปวยหนักญาติพ่ีนองจะมาดูใจกัน ทางโรง
พยาบาลแนะนําใหญ าติมาดใู จครัง้ สดุ ทาย
นางรัชนี รอดนอย เผยวา รูสึกดีที่ทางโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช
ดา นซา ยเปด โอกาสใหญ าตผิ ปู ว ยมาดใู จคนปว ย ตา งกบั โรงพยาบาลอน่ื ทไี่ มใ หญ าติ
เขา ไปดเู ลย หากเปน สมยั กอ น เมอ่ื ปว ยทบี่ า นจะไมค อ ยไดม าโรงพยาบาล ทบ่ี า นจะ
มญี าตพิ น่ี อ งไปดใู จกนั อกี ทง้ั เมอ่ื กอ นทางโรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ย
ก็ไมไดทําแบบนี้ ตางจากปจจุบัน หากคนไขที่โดน “ผีเขา” ทางโรงพยาบาลจะ
อนุญาตใหทําพิธีตางๆได ถาเปนเม่ือกอนจะไมอนุญาตใหทําเพราะกลัวติดเชื้อ
โรค แตต อนนใ้ี หทําได แตกรณขี องพ่ีชายตนเองไมไดท ําอะไร เธอยังใหความเหน็
ในเร่ืองดงั กลาววา
“ทางโรงพยาบาลอนุญาตใหประกอบพิธีกรรมตามความเชื่อตางๆ ถือวา
ดีนะ หมอและพยาบาลเขามีขันธหามาให เขาทําใหหมดและจะเอาพระมาสวด
ใหดวย จะถามเรากอ นวาจะทําไหม ไมทาํ เขากไ็ มเอามา ถาทาํ เขากจ็ ะเอามาให”
พอพบค่ํา นายพัชรส จันทรศรี ก็ส้ินลมหายใจมีการประกอบพิธีกรรม
สงฆท่ีหองผูปวยเฉพาะ ในหอผูปวยใน โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย
ทามกลางญาตพิ ่นี อ งและเพื่อนบา นของเขาจํานวนหลายสบิ คน
117
กรณศี กึ ษาที่ 4
นางบวั กาย คาํ แกว อายุ 51 ป เกดิ ทบี่ า นนาทมุ อาํ เภอดา นซา ย สมยั เดก็ ๆ
ครอบครวั ทาํ นาทาํ ไร เรม่ิ ปว ยชว งป พ.ศ. 2558 แรกๆ มอี าการถา ยยากและมมี กู
เลือด จึงตัดสินใจไปหาหมอทตี่ วั เมอื งเลย หมอนดั ไปอาทติ ยละครั้ง
สัปดาหแรกที่ไป หมอจะเอ็กซเรยลําไส สัปดาหท่ีสองเอ็กซเรยดวยระบบ
คอมพิวเตอร พอสัปดาหที่สามหมอขอตัดช้ินเนื้อในลําไสไปตรวจ สัปดาหท่ีสี่ฟง
ผล หมอบอกวาเปนเน้ืองอกท่ีลําไสสวนปลายทวารและลามมาถึงมดลูก สวนวิธี
รกั ษาหมอบอกกวาตองผา ตดั
“ถา ผา ตดั ตอ งผา หนา ทอ ง ตอ งไปผา ทโ่ี รงพยาบาลประจาํ จงั หวดั ขอนแกน
หรอื อดุ รธานี หมอใหเ ลือกเอา”
นางบวั กาย คาํ แกว เลา วา หลงั จากนนั้ หมอจากโรงพยาบาลเมอื งเลยสง ตวั
ใหไ ปรกั ษาทศ่ี นู ยม ะเรง็ โรงพยาบาลอดุ รธานี ใหต รวจดอู กี ครง้ั กอ นวา เปน สว นไหน
ผลออกมาวา เปน เนอื้ งอกธรรมดาจดุ เดยี วทล่ี ําไส
“หมอบอกอยางน้ี เราดีใจดวยเพราะเน้ืองอกไมลามตัดท้ิงก็ได เปนระยะ
แรก มโี อกาสหายสูง จงึ ตดั สนิ ใจตดั ออกพรอ มกันท้ังสองอยาง
“แรกๆ ที่รู วา เราเปน แบบนีค้ ดิ วา ยังไงคงไมร อด ตกใจบา งแตตอนหลงั เร่มิ ทําใจ
ไดเพราะเคยอา นประวตั ขิ องอาจารยกอยกอ นหนาน้ีแลว”
118
ผูปวยบางราย ไมไดตองการความชวยเหลือใดๆเลย ตองการเพียงแคการรับรู รับฟง ฟงอยางตั้งใจ
ในสง่ิ ท่เี ขาเปน ใหเขาไดเ ลา เร่อื งราว ถา ยทอดความรูส ึกท่เี กดิ ข้นึ ใหก าํ ลังใจเพอ่ื ที่จะเปนแรงเสริมใหเ กดิ พลงั
ในการดูแลตัวเองตอไปอยางมีความสุข ซ่ึงการฟงอยางลึกซึ้ง เขาใจ บุคลากรสาธารณสุข อาจจะไดสิ่งดีๆ
มาเปน แนวทางเพอ่ื ปรับใชก ับผูปวยรายอ่นื
อาจารยกอ ยทีน่ างบวั กาย คําแกว วา มานห้ี มายถึงครูโรงเรยี นศรสี องรกั ษ
วทิ ยา (โรงเรยี นประจาํ อาํ ภอดา นซา ย) ทเี่ ขยี นหนงั สอื เกยี่ วกบั เรอื่ งดงั กลา ว แรกๆ
คือมีการอาการทองผูกบอย ขับถายไมคอยออก พอดีไดไปอานหนังสืออาจารย
กอยจึงสงสยั วาตนเองเปน
นางบัวกาย คําแกว เลายอนอดีตคร้ังน้ันวา ตนเองไปตรวจโรงพยาบาล
สมเด็จพระยุพราชดานซาย หมอบอกแควาเปนริดสีดวงทวาร จึงยังไมไดสนใจ
อะไร พอพาหลานไปหาหมอเมืองเลยจึงถือโอกาสตรวจท่ีโรงพยาบาลเมืองเลย
หลังจากรักษาท่ีโรงพยาบาลอุดรธานีอาการดีข้ึน หมอนัดใหยาเคมีหรือคีโม
12 คร้งั โดยไปเดอื นละ 2 ครง้ั
“เรารกั ษาตอ เนอื่ งจากทโ่ี รงพยาบาลอดุ รฯ สว นทางโรงพยาบาลดา นซา ยจะ
มคี ณุ หมอมาเยยี่ มถงึ บา น เขา มาดแู ละประเมนิ ผลและชว ยเหลอื ดา นภาวะจติ ใจเรา”
119
นางบวั กาย คาํ แกว ยังเลา ตอวา ทางแพทยและพยาบาลจากโรงพยายาล
สมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ยจะเขา มาประเมนิ วา เขาอยใู นระยะไหน เราจะตอ งดแู ล
จดุ ไหน แตถ า เมอื่ ไหรเราตองการการดแู ลพิเศษขึ้นก็จะเขามาดูเปนรายๆ ไป
กรณีเชนน้ี ทําใหเห็นวา ทางโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดา นซา ยจะวิ่ง
เขาหาคนไข เพราะสวนใหญคนไขที่มารักษาท่ีชุมชน จะรูวาแตละรายเปนอะไร
เพราะวาอยางนอยคนในชุมชนบอกสวนหน่ึง กับอีกสวนหน่ึงถาไปรักษาท่ีโรง
พยาบาลจะมขี อ มูล ทําใหไดข อมูลคนไขในเชงิ ลึก
นางบัวกาย คําแกว เผยอาการของตนขณะน้ีวา มีอาการเหน่ือยเปนบาง
ครั้ง เจ็บในกระดูก ตามปลายเทา หมอบอกวาเปนเพราะผลของการใชยาเคมี
บาํ บดั ตนไดร บั ยาเคมบี าํ บดั ครงั้ สดุ ทา ยเมอื่ เดอื นกมุ ภาพนั ธท ผ่ี า นมา เวลาหมอมา
เยยี่ มถงึ บา น หมอจะถามวา ปกตกิ นิ อาหารแบบไหน ออกกาํ ลงั กายเปน อยา งไรบา ง
กินอาหารใหก ินปลากนิ ผกั แนะนาํ ในเรื่องของอาหาร ออกกาํ ลังกายกแ็ กวง แขน
สว นเรือ่ งการหาหมอจับยาม หมอดู นางบวั กาย คําแกว บอกวา ตนเองไม
ไดด ู มแี ตท าํ พธิ กี ารแกพ รมชาตซิ ง่ึ ตนไดท าํ อยทู กุ ป กอ นทจ่ี ะเจบ็ ไขไ ดป ว ย ทาํ เพอื่
ใหข วัญและกําลงั ใจกบั ตนเอง
กรณศี กึ ษาที่ 5
นางเสย โสประดษิ ฐ อายุ 66 ป เปนคนบานหวยตาด ครอบครัวเกษตรกร
นางเสย เร่ิมรตู วั วา เจ็บปวยมาต้ังแต ป พ.ศ. 2556 คอื เปน เบาหวาน
“จริงๆ ฉันรูตัววาเปนเบาหวานประมาณ 10 กวาปแลว ไปหาหมอ
โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยุพราชดานซา ย กินยาควบคมุ เบาหวานมาตลอด”
นางเสย โสประดิษฐ ยังเลาวา นอกจากเปนเบาหวาน ตนยังเปนความ
ดันโลหติ สูง ชวงป พ.ศ. 2556 มอี าการเปน ลม ไปหาหมอที่โรงพยาบาลสมเดจ็
พระยพุ ราชดา นซาย หมอวนิ ิจฉัยโรควาเปน เบาหวาน ตนจึงกลับมาพักฟน ทีบ่ าน
120
ระยะหนึ่ง เร่ิมรูสึกปวดหลัง หลังจากนั้น จึงไปเอ็กซเรยท่ีโรงพยาบาลอุดรธานี
หมอบอกวากระดูกทับเสนพรอมกับแนะนําใหผาตัดท่ีโรงพยาบาลเมืองเลย
ขวัญและกาํ ลังใจคอื สิง่ สําคัญในกระบวนการรักษาผูปวยระยะทายสุดของชวี ิต การพูดคุย การสมั ผสั
จงึ เปน อกี ชองทางหน่ึงในการส่อื สารและดูแลผูป ว ย
จะดวกกวา เพราะใกลบา น
ปรากฏวา เมอื่ นางเสย โสประดษิ ฐ ผา ตดั เสรจ็ กระดกู ทบั เสน ทาํ ใหต นเดนิ
ไมไ ด ซา้ํ รา งกายยงั ไมส ามารถควบคมุ ระบบขบั ถา ย จงึ ใชว ธิ กี ารรกั ษาดว ยการทาํ
กายภาพบาํ บัดทโ่ี รงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราชดา นซา ยทกุ สัปดาห
“แรกๆ หมอไมบ อกวาจะเดินไดไมได มารทู หี ลัง ฉนั ใจไมดี ใจเสีย จะเดนิ
ไมไดไปตลอดชีวิต ระหวางทํากายภาพบําบัด ฉันรูสึกไมมีความหวังเลยวาจะ
เดนิ ไดอกี เพราะวาฉนั ยืนข้นึ กล็ ม ยืนไมไดเลย ตอนน้ัน ฉันทอใจมาก เห็นลกู ดา
ลกู วา ฉนั อยากฆาตวั ตายไปใหม นั รูแลวรรู อดไป”
นางเสย โสประดิษฐ เผยความรูสึกลึกๆ เม่ือคร้ังที่อยากจบชีวิตลงหลัง
121
โศกนาฏกรรมชีวิตไดเลนตลกกับเธอ สวนลูกๆ ที่นางเสยวามาคือ ลูกสาวคน
เล็กท่ียอมทิ้งชีวิตและครอบครัวดวยการลาออกจากงานประจํามาดูแลผูเปนแม
ซง่ึ มกั มปี ากเสยี งและความไมเ ขา ใจอยเู สมอ สว นลกู อกี 3 คนเปน ผชู าย มคี นหนงึ่
แยกครอบครวั อยใู นหมบู านเดยี วกัน สว นอีกสองคนทเ่ี หลอื ไปทาํ งานตา งจังหวดั
ภาระการดจู งึ ตกอยูกับลกู สาว สวนนางเสยเผยความนอยอกนอยใจออกมาวา
“ตอนน้ันลูกก็ดาก็วา พูดเสียงดังกับเรา ทําใหไมอยากมีชีวิตตอไปอีก
แลว ....” นางเสย โสประดษิ ฐ พูดเสยี งแผวจนแทบไมไดยิน ในขณะท่นี า้ํ ตากเ็ ร่ิม
คลอเบา
ในวันท่ีไปเก็บขอมูลไมมีโอกาสไดพูดคุยกับลูกสาวคนเล็กที่ดูแล นางเสย
โสประดิษฐ ไดฟ งความจากลูกสะใภคนเล็กของนางเสย วา ในมุมมองของลูกสาว
เขาเร่ิมเครียดจากการดูแลผูเปนแมอยางตอเนื่องมานานแรมป หลายคร้ังท่ีการ
ส่ือสารอาจเปนอุปสรรค ทําใหเกิดการพูดเสียงดัง ประกอบกับความเครียดใน
การดูแลผูปวยอยูเปนทุน จึงทําใหการสื่อสารผิดจุดมุงหมายท่ีแทจริง จากความ
หวงใยจึงแปรเปล่ียนเปนความหมางเมิน และพัฒนากลายเปนปมความขัดแยง
ระหวาง “แม” และ “ลูก”
ลกู สะใภค นดงั กลาวเลา วา ตอนนลี้ ูกสาวคนเล็กอายปุ ระมาณ 40 เปนคน
ดูแลหลกั ๆ ยายเสย ตองกนิ ยาเบาหวานทกุ วัน ลกู สาวจะจัดยาใหท กุ ม้ือ ยายรสู กึ
ดขี ้นึ กวาเมอื่ กอน นอนหลับดี กอนหนา น้ียายจะเสียงเบา ลกุ น่ังแทบไมได
“ตอนนี้อาการดีขึ้นมาก แลวลูกหลานอาจจะเหนื่อยนอยลง เราลูกๆ
จะพยายามหมั่นมายาม (เย่ียม) เพื่อใหกําลังใจแก” ลูกใภกลาวท้ิงทายถึงความ
สําคญั ตอ การดแู ลดา นจิตใจ
122
กรณีศกึ ษาที่ 6
นางสาวชิน ดวงนุย อายุ 56 ป มาอยูด า นซายหลายปแลว รกรากดั้งเดิม
เปน คนจังหวัดพิษณุโลก ตอมาเมือ่ อายไุ ด 20 ปเศษ ครอบครัวของเธอไดยายมา
อยูที่อําเภอดานซาย มาแรกๆ อยูหนาโรงเรียนศรีสองรักษวิทยา พอแมไปทําไร
ขาวและขาวโพดท่ีบานนาหวา นางสาวชินก็ชวยงานพอและแมตลอด กอนท่ีจะ
ยา ยมาอยูบ านหัวนายูงภายหลงั
ชว งหลงั นางสาวชนิ ดว งนยุ ทาํ งานรบั จา งขายแรงงานเปน คนงานกอ สรา ง
ทาํ งานหนกั ๆ แบบนมี้ าตลอดชีวิต
การดแู ลรกั ษาผปู ว ยระยะสดุ ทา ยของชวี ติ นอกจากเรอ่ื งโรคแลว มติ ดิ า นจติ ใจและจติ วญิ ญาณกม็ สี ว น
สาํ คญั มาก ทจ่ี ะทาํ ใหผ ปู ว ยจากไปอยา งมคี วามสขุ ยงิ่ ถา เราสามารถรบั รขู อ มลู บางมมุ ทผ่ี ปู ว ยตอ งการการดแู ล
และเอาใจใส การไปเย่ียมอยางสม่ําสมอก็สรางรอยยิ้มใหแกเขาได ดังเชนคุณชิน ท่ีมีภูมิลําเนาอยูตางจังหวัด
วาระสุดทายของชีวิต ไมมีสายโลหิตแมแตคนเดียวมาดูแลเลย แตกลับบอกวา “ไมคิดอะไรแลว แคเห็นหมอ
มาเยย่ี ม มาหาก็ดีใจสดุ ๆแลวคะ”
123
สวนอาการท่ีเริ่มเจ็บปวยไมไดมีอาการมากนัก ตอมาเร่ิมปวดทองแนนใน
ทอ ง มารวู า เรมิ่ เจบ็ ปว ยจรงิ ๆ เมอื่ 4-5 ปท ผ่ี า นมา เมอื่ มอี าการปว ยจะไปหาหมอ
ทโ่ี รงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ย แตเ ปน แคเ ลก็ ๆ นอ ยๆ แรกๆ หมอบอก
เปน โรคกระเพาะและรักษาตอเนอ่ื งมาเร่ือยๆ
“ทางญาติพ่ีนองใหไปหาหมอจับยาม ญาติใหไปดูมา แตเราไมชอบ
ไปดูแลวไมสบายใจ ไปดูแลวไมเชื่อ ดูแลวไมนาเชื่อถือ แตติดวาทางบานเปน
หวง เขาใหไปจึงไปเพ่ือความสบายใจของเขา ไปดูแลวเขาก็กลับมาทําพิธี ไปทํา
ชว งที่เปน ใหมๆ ญาตจิ ะแตง พาขาวนอ ย เน่ืองจาก หมอยามบอกวา ผีบรรพบรุ ษุ
มาทําใหป วย ญาติจึงประกอบพธิ ีท่บี า นหมอยามหลายครงั้ ทปี่ ระกอบพิธกี รรม
บอยครั้ง เพราะ หมอยามบอกวา “ผีพอตา” จะกิน” นางสาวชิน ดวงนุย
กลาวอยา งอารมณด ที ง้ั ๆ ทย่ี ังใหออกซเิ จนถงั ยอ มวางอยูข างตวั
ในป พ.ศ. 2557 นางสาวชนิ ดว งนุย เรมิ่ อาการทรดุ เมื่อตอนทหี่ มอสง ไป
เอ็กซเรยแลวเห็นจุดดํา จึงสงตัวไปโรงพยาบาลเลย ทางโรงพยาบาลเลยบอกวา
เปนมะเร็ง
เธอเลาวา ไมเคยคิดวาตนเองจะเปนโรครายแรงแบบนี้ ตอนไปเมืองเลย
ไปคนเดียว พอหมอบอกวาเปนมะเร็งเทาน้ันกลับบานไมถูก กระทั่งจนมืดคํ่า
จึงตงั้ สติแลวคอยหาทางกลบั บา น
“พอกลับมาคยุ กับโรงพยาบาลดานซา ย หมอบอกวา อยากใหไ ปตรวจเพ่มิ
พ่ชี นิ บอกวา ไมไ ปไหนจะรักษาอยทู ่ีบานน้ี ถึงเปนก็ปลอ ยมันเปนไป เอามันอยแู ค
น้แี หละ ไมอยากไปทอี่ ่นื ไมมีเงินแลว เราเปน หวั หนาครอบครัวแลว มาเปนแบบ
น้มี นั กด็ งึ กนั ไปหมดเลย” นางสาวชิน ดวงนุยใชสรรพนามแทนตัวเองวา “พชี่ นิ ”
ไดเ ผยความในใจเมื่อครัง้ นัน้
สวนทางบาน เม่ือทราบขาว จึงอยากให นางสาวชิน ดวงนุย ไปรักษาท่ี
124
เมอื งเลย แตเธอยนื ยนั วา ไมไป จะรกั ษาทดี่ า นซาย เธอย้ําวาหมอชวยไดเ ทาไหร
กพ็ อเทา นั้น
“ชว งทม่ี อี าการเรม่ิ เหนอื่ ยมากๆ พช่ี นิ ตอ งไปหาหมอทกุ วนั บางวนั สองครง้ั
ตอเน่ืองแบบน้ีมาตลอด พช่ี ินอยูไดแคน ้ีก็ดใี จ เพราะมีคณุ หมอมาคอยดูแลไมท ิ้ง
ไปไหน ตอนนไี้ มไดไ ปนอนโรงพยาบาล 3-4 เดอื นแลว การทม่ี นั ดขี นึ้ กเ็ พราะคณุ
หมอสอนใหทําอะไรหลายๆ อยางตองใหย าทุกเชา เครื่องมือตา งๆ คุณหมอก็มา
สอน ใหใ ชเ มอ่ื มนั เหนื่อยมาก หายใจไมออก ตอ งใชอ อกซิเยน”
นางสาวชนิ ดว งนยุ ยงั บอกวา แรกๆ กลวั เครอื่ งมอื แพทยเ พราะเปน คนแรก
ทท่ี ดลองเครอ่ื งมอื นี้ ตง้ั แตช อื้ เครอ่ื งมอื ไมเ คยไดใ ชเ ลย เธอบอกวา ตนเองเปน ราย
แรกทีใ่ ชเ ครือ่ งมอื นี้ การเรียนรไู มย าก
“การรักษาอยูท่ีบานสบายใจกวารักษาอยูท่ีโรงพยาบาล เพราะอยูท่ีบาน
มันไมตองเปนภาระใหกับหมอมากและเราก็ยังชวยเหลือตัวเองไดอยู ท่ีบอกวา
สบายใจ เพราะเรามีญาติ เขาไมต องเดินทางไปดูแลเรา การทาํ มาหากินกเ็ ปน ไป
สะดวก ตรงน้ีเราเลือกเอง
“มีเพื่อนบานถามเหมือนกันทําไมอยูท่ีบานทําไมไมไปอยูท่ีโรงพยาบาล
กบ็ อกวา อยบู า นแลว สบายใจกวา ใหอ อกซเิ จนมาเกอื บสองเดอื นแลว แตก อ นกอ็ ยู
ไดแตพอออกซิเจนออนลงเหลือแปดสิบกวาทางโรงพยาบาลก็เลยเอามาใหและ
ตอ งใหย ามอรฟ นคกู ับกนิ ยามะขามแขก”
นางสาวชิน ดว งนยุ ย้าํ วา หลงั จาก 4 ป ท่ีรวู าตนเองเปน โรครา ย หลังจาก
นน้ั มารกั ษาทโ่ี รงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ยตลอด ชว งแรกๆ ยงั ไมเ พลยี
ยงั ปกตทิ กุ อยา ง พอเรม่ิ ทรดุ เธอยงั ไมท อ เหตนุ เี้ ธอจงึ ทง้ิ ทา ยบทสนทนาไดอ ยา งนา
สนใจวา
“ยงั สไู หว เพอื่ นบา นเดนิ ผา นบา นมา ยมิ้ ใหก ด็ ใี จ เวลาเขาไปไหนมาไหน เขา
125
ทกั ทายตลอด เราเลยมกี าํ ลงั ทจี่ ะสู ทสี่ าํ คญั กาํ ลงั ใจจากหลานๆ ดว ย เพราะชว งท่ี
เราแขง็ แรง เราดแู ลลกู หลาน พอปว ยลกู หลานกก็ ลบั มาดแู ล กาํ ลงั ใจทสี่ าํ คญั ทส่ี ดุ
คือ ครอบครวั ”
จากกรณีศึกษาผูปวยระยะทายสุดของชีวิตจะทําใหเห็นวา ทุกกรณีลวนมี
การตรวจรักษาผูปวยระยะสุดทายในหอผูปวย นอกจากการรักษาโรค การบรรเทาอาการท่ีทําให
ผูปวยไมสุขสบายแลว สิ่งสําคัญอีกส่ิงคือชวยใหเคาสามารถทําใจยอมรับและพรอมรับมือกับส่ิงท่ีกําลังจะเกิด
ขน้ึ ชว ยใหผ ปู ว ยและครอบครวั สามารถแปรเปลย่ี นความกลวั และความเศรา เปน ความสงบใจ เปน ความรกั เปน
แสงสวา ง แมส ดุ ทา ยตอนจบอาจมนี า้ํ ตา แตร ะหวา งทาง การมรี อยยมิ้ ใหแ กก นั กท็ าํ ใหท กุ คนผอ นคลายมากขนึ้
126
ฐานมาจากภาวะวิกฤตทาง “รางกาย” ดวยการเผชิญโรคภัยไขเจ็บแตกตางกัน
ไป บางมีอาการหนัก บางทรงตัว บางสามารถดูแลและดําเนินชีวิตไดตามปกติ
นอกจากน้ี กรณีศึกษาสวนใหญพบวา ผูปวยมักนิยมเขารับการรักษาโดยการใช
ระบบความเช่ือทองถิ่น ซ่ึงมีทั้งมุงหวังผลใหหายจากโรคในบางราย และมุงหวัง
เยยี วยาทางจติ ใจเพื่อเสริมสรางขวญั และกาํ ลงั ใจในการดําเนินชีวติ ยกเวน กรณี
ผปู ว ยบา นนาทมุ กลบั ไมเ ลอื กใชข นบธรรมเนยี มทอ งถน่ิ ในการรกั ษา แตถ งึ กระนน้ั
ผูปวยจะประกอบพิธีกรรมและความเชื่อเกี่ยวกับการสะเดาะเคราะหเปนประจํา
ทกุ ป ประการสาํ คญั สดุ คอื ผปู ว ยแตล ะราย แมต อ งเผชญิ กบั ภาวะเจบ็ ปว ยเหมอื น
กนั หากแตส ง่ิ ดจู ะตางกนั คือ ศักยภาพในการรับมอื และตอ สทู าง “จติ ใจ” ท่แี ตก
ตา งกนั นน่ั เปน เพราะอะไร นา จะเปน คาํ ถามสาํ คญั ทง้ิ ทา ยใหฉ กุ คดิ สาํ หรบั เนอ้ื หา
ตาง “กาย” ตาง “ใจ” ใน “โลก” เดยี วกนั
127
บทท่ี 5
การจดั การองคค วามรภู ูมิปญญาทองถิน่
ดา นความเชอ่ื ในการรกั ษาผปู ว ยระยะทายสุดของชวี ติ
โรงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราชดานซา ย
ผลการศึกษา “การจัดการองคความรูภูมิปญญาทองถิ่นดานความเช่ือใน
การรักษาผูปวยระยะทายสุดของชีวิต โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย”
ชใ้ี หเ หน็ วา “ดานซา ย” เมอื งแหงหุบเขาจงั หวัดเลย ถกู ขนานนามวา “เมืองแหง
จิตวิญญาณ” เน่ืองจากวิถีชีวิตของ “คนไทดาน” หรือผูคนที่สืบทอดรากฐาน
วัฒนธรรมมาจากคนลาวเมืองหลวงพระบาง ประเทศลาว เม่ือหลายรอยปกอน
ใชครรลองของประเพณีวัฒนธรรมตลอดจนความเช่ือเปนหลักสําคัญอยางหน่ึง
ในการดาํ เนนิ ชวี ิต
ทง้ั นี้ วถิ แี หง จติ วญิ ญาณไดเ กดิ การเปลยี่ นแปลงอยา งเปน พลวตั มกี ารผสม
ผสานความเช่ือทองถิ่นเขากับพุทธศาสนากอเกิดเปนอัตลักษณทางวัฒนธรรม
และความเชอ่ื หลอหลอมใหคนรนุ ตอ มาสบื ทอดจติ วิญญาณดังกลาว ดังเหน็ จาก
ฮตี สบิ สอง ประเพณใี นวฏั จกั รชวี ติ และโดยความเชอื่ เรอ่ื ง “ผ”ี นบั วา มบี ทความ
128
สาํ คญั ตอ การดาํ รงชวี ติ ในหลายมติ ิ ทงั้ วถิ กี ารทาํ เกษตรและการรกั ษาโรคภยั ไขเ จบ็
อยา งไรกต็ าม งานศกึ ษาชนิ้ นจ้ี ะใหค วามสาํ คญั กบั ภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่ ดา นความเชอื่
ในการรกั ษาผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ ทโ่ี รงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ย
นาํ มาปรับเปนกระบวนหนงึ่ ในการรกั ษาผสานเขากับการแพทยส มัยใหม
ดงั นน้ั บทสรปุ นจ้ี ะเปน การ “ไขปรศิ นา” ถงึ วธิ คี ดิ ของคนไทดา นวา มองเรอื่ ง
ผปู ว ยระยะทา ยสดุ เปน อยา งไรและรวมถงึ กระบวนการจดั การองคค วามรดู งั กลา ว
ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดา นซา ยวางอยบู นรากฐานของหลกั การใด
ภมู ินเิ วศ “ดา นซาย”
บมเพาะอตั ลกั ษณท างความเชื่อ
อัตลักษณทางความเชื่อท่ีสัมพันธกับความเช่ือของคนไทดาน ปจจัยท่ีมี
บทบาทสําคญั ตอการความเชอื่ ดังกลา ว คอื ภมู นิ เิ วศของเมืองดานซาย ทัง้ น้หี าก
พิจารณาจากพื้นท่ีลุมน้ําหมันจะพบวา ดานซายมีลักษณะทางกายภาพเปนแทง
ยาวในแนวทิศเหนือจรดใต มีลํานํ้าหมันสายใยหลักไหลในแนวเดียวกันกับพื้นที่
ลมุ นา้ํ หากแตเ ปน แนวแคบๆ สภาพภมู ปิ ระเทศจงึ ถกู โอบกอดดว ยภเู ขาและเทอื ก
เขาสงู ชนั สลบั ซบั ซอ น มที รี่ าบแคบๆ ระหวา งหบุ เขาตามลาํ นาํ้ หมนั และเปน ทรี่ าบ
สลบั ทรี่ าบสงู บรเิ วณอาํ เภอดา นซา ยกบั บรเิ วณปากแมน าํ้ หมนั ทไี่ หลลงแมน า้ํ เหอื ง
(เอกรินทร และคณะ, 2559)
ลักษณะทางกายภาพของดานซายดังกลาวจึงไมยากนักท่ีจะจินตนาการ
กลาวคอื หากเปน สมัยกอน ยุคทถี่ นนหนทางยงั เดินทางไมสะดวก เชน ยุคกอ น
และตนป พ.ศ. 2500 การติดตอกับสังคมภายนอกนับเปนเร่ืองยาก ผลท่ีตาม
มาทําใหวัฒนธรรม ประเพณีและความเชื่อทองถ่ินมีบทบาทสําคัญ เปนเสมือน
การดําเนินชีวิตท่ัวไปของคนไทดาน ผานการปฏิบัติตามฮีตสิบสอง จารีตและ
ธรรมเนียมปฏิบัติของพิธีกรรมในวัฏจักรชีวิต โดยมีผูเชี่ยวชาญดานพิธีกรรม
(Ritual specialist) ทง้ั หมอพืน้ บา น หมอตาํ แย กวน นางแตง หมอยาม ฯลฯ ทาํ
หนาทีส่ อ่ื สารกบั สิ่งศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิเหนือธรรมชาติ
129
หมอยามหรือผูเชี่ยวชาญในการประกอบพิธีกรรมยังคงมีบทบาทสําคัญในสังคมไทดาน แมจะไม
เขมขนเทากับยคุ กอ นก็ตาม
สงิ่ ทนี่ า สนใจ คอื ผเู ชยี่ วชาญดา นพธิ กี รรมเหลา นี้ โดยสว นใหญม กี ารสบื ทอด
ความรมู าจากระบบเครอื ญาติ อาจเปน พนี่ อ งหรอื ลกู หลาน เชน กรณขี องกวนและ
นางแตง หรอื กรณขี อง นางวาด หอมทรพั ย ทีไ่ ดร บั การสืบทอดจากผูเปน แมแ ละ
ยาย หรือในกรณีของ นายไพบูลย แซหลอ มีการสืบทอดจากผูเปนพอ และได
เรียนรูการเปาแคนจากการคลุกคลีอยูก ับพอ ตางจากกรณขี อง นายสนุก หุมอาจ
กลบั ไมไ ดร บั สบื ทอดมาจากสายตระกลู แตส งั่ สมประสบการณจ ากการบวชเรยี น
และไดร า่ํ เรยี นวชิ าการจบั ยาม การสะเดาะเคราะหจ ากพระอาจารยแ ละตาํ ราจาก
อักษรธรรมและขอม
ดว ยเหตนุ ้ี จงึ ทาํ ใหเ หน็ องคค วามรขู องผเู ชย่ี วชาญในการประกอบพธิ กี รรม
จะเปน ได 2 แนวทาง แนวทางแรก เปน การเรยี นรจู ากการลกั จาํ หรอื ไดใ ชช วี ติ ผา น
ประสบการณต รง (tacit knowledge) ดงั เหน็ จากกรณี นางวาด ทรพั ยห อม และ
นายไพบลู ย แซหลอ ซึง่ ตา งจากกรณีของ นายสนกุ หมุ อาจ มีกระบวนการเรยี นรู
130
อยางเปนข้ันตอน แมจะไมไดผานระบบการศึกษาสมัยใหม หากแตเปนสถาบัน
สงฆ เมอ่ื คร้งั ทต่ี นเองไปบวชเรียนและศึกษาเพมิ่ เติมจากใบลานและตาํ ราตา งๆ
กระบวนการสบื ทอดองคค วามรขู องผเู ชยี่ วชาญดา นพธิ กี รรมของคนไทดา นมี 2 แนวทาง แนวทางแรก
เรยี นรจู ากการคลกุ คลี ใชป ระสบการณส งั่ สมองคค วามรู อกี แนวทางคอื ศกึ ษาจากสถาบนั อยา งวดั และการอา น
ใบลานพวกอกั ษรธรรมและอักษรขอม
ในมิติทางการแพทยพ้ืนบาน ผูเชี่ยวชาญดานพิธีกรรมเหลาน้ีมีบทบาท
สําคัญอยางยิ่งในเชิงจิตใจ ถอยคําที่บอกเลาในบางมิติวาดวยเรื่องการเจ็บไขได
ปวยโดยตรง มกั สมั พันธก บั ส่งิ เหนือธรรมชาตจิ นทาํ ใหม ีอนั เปน ไปตา งๆ นานา
การตอบคาํ ถามในลกั ษณะน้ี หากใชม มุ มองทางการแพทยห รอื วทิ ยาศาสตร
มักถูกมองวาเปนสิ่งท่ี “งมงาย” และขาดเหตุผล แตขณะเดียวกัน หากมองใน
มิติสังคมและวัฒนธรรมจะพบวา คําอธิบายของผูเช่ียวชาญดานพิธีกรรมเหลานี้
คือ “ตรรกกะ” สาํ คญั ของสงั คมท่ีหาทางออกหรอื คาํ ตอบกับภาวะเจบ็ ปว ยไมได
(McGee, R.J. (2011) การอา งองิ สงิ่ เหนอื ธรรมชาตใิ นกรณเี ชน นี้ จงึ เปน ชอ งทาง
หนงึ่ ทท่ี าํ ใหผ ปู ว ยผอ นคลาย รถู งึ ทม่ี าทไ่ี ปของโรคทไ่ี มอ าจควบคมุ ได แมจ ะรกั ษา
ไดหรือไมก ็ตาม
131
เหตผุ ลดังกลา ว จึงเปนการตอบคําถามกบั ยคุ ปจจบุ ันทท่ี ําไมใครและ/หรือผปู ว ย
หลายคนท่ีอบั จนหนทางดว ยการแพทยส มยั ใหม จงึ หนั กลบั มาพึง่ พาระบบความ
เช่ือประเพณแี ละพิธีกรรมตางๆ เฉกเชน คนรนุ กอนปฏบิ ัตมิ า
นอกเหนอื จากนี้ จะทาํ ใหเ หน็ วา จกั วาลวทิ ยา (cosmology) ของคนไทดา น
ไดจ ากระบบความเชอื่ ผา นผี กวน และนางแตง การปฏบิ ตั ฮิ ตี สบิ สองและพธิ กี รรม
ในวฎั จกั รชีวติ สิง่ เหลานถี้ ือเปน สว นหนึ่งของวิถกี ารดําเนินชีวติ (everyday life)
ทไ่ี มอ าจแยกขาดจากกนั ซงึ่ ลว นสอื่ ใหเ หน็ ถงึ ความเชอื่ ทช่ี าวบา นปฏบิ ตั เิ พอ่ื มงุ หวงั
ใหก ารทาํ กนิ ทางการเกษตรเกดิ ความอดุ มสมบรู ณ หรอื เพอ่ื ใหส ขุ ภาพอยา ไดเ จบ็
ไขไ ดป ว ย เปน ตน ดงั ปรากฎในภาพอนิ โฟกราฟฟก เรอ่ื งจกั วาลวทิ ยาวา ดว ยระบบ
ความเชื่อทส่ี ัมพันธก ับการแพทยพนื้ บา นของคน “ไทดา น”
ภาพอินโฟกราฟฟกแสดงวธิ คี ิด ระบบความเชื่อ (cosmology) ของไทดา นในมิตคิ วามเช่อื ทส่ี ัมพันธ
กับการแพทยพ ้นื บา น สะทอนใหเหน็ ประเพณแี ละวัฒนธรรมความเชอ่ื ถือเปน สว นหน่งึ ในการดําเนินชีวิต
132
กระท่ังเมื่อสังคมไทดานเร่ิมพัฒนาและติดตอกับสังคมภายนอกมากข้ึน
ระบบความเช่ือทองถิ่นบางอยางคอยๆ คลายบทบาทลง เชน ยุคหลัง ป พ.ศ.
2500 เปน ตน มา ทบี่ ทบาทการแพทยส มยั ใหมเ รมิ่ เขา มามบี ทบาทมากขน้ึ พฒั นา
เปนสถานีอนามัย แตกระนั้น บทบาทของหมอตําแยยังคงมีตอคนทองถิ่น หรือ
ความเช่ือเกี่ยวกับฮีตสิบสองและประเพณีในวัฏจักรชีวิต หรือการเขามาของรถ
เรข ายยา หรอื หมอเถอ่ื น
กระทง่ั เมือ่ เร่มิ กอต้ังโรงพยาบาลสมเด็จพระเดจ็ พระยุราชดา นซา ยชวงตน
ทศวรรษที่ 2520 บทบาทของการแพทยแบบวิทยาศาสตรจึงเร่มิ เดน ชดั ขณะที่
การแพทยพ น้ื บา นอยา งหมอตาํ แยกลบั คอ ยๆ ลดบทบาทและสนิ้ ลมหายใจในเวลา
ตอมา ในยคุ หลงั พ.ศ. 2530 ฮตี และควมเชอื่ ตางๆ กลบั มีบทบาทสาํ คญั ตอ คน
ไทดาน แมจ ะไมเ ขมขน เทายคุ กอ น หากแตย ังเปน ภาพทป่ี รากฎใหเ ห็นในวิถชี วี ิต
ประจําวนั ของคนกลมุ นี้
“ผปู ว ยระยะทายสดุ ของชีวติ ”
วิธคี ดิ และมุมมองของคน “ไทดาน” และ รพร. ดานซา ย
งานวจิ ยั ครงั้ นม้ี กี ารจดั วางตาํ แหนง ทข่ี องการนาํ เสนอเนอ้ื หาทผี่ ดิ “จารตี ”
ของการจัดระเบียบการนําเสนอผลงาน โดยเฉพาะกับ “คําสําคัญ” (keyword)
“ผูป วยระยะทา ยสดุ ของชวี ิต” และ “ความตาย” ทคี่ ณะวิจยั มเี จตนาไมนําเสนอ
คําจํากัดความไวแตตน ท้ังนี้เนื่องจาก คณะวิจัยไดมีการทดสอบการเก็บขอมูล
เบอื้ งตน เกยี่ วกบั การใหน ยิ ามผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ และมโนทศั นเ รอ่ื งความ
ตายในความนกึ คิดของคนไทดานวาคิดเหน็ เปนเชนไร
เบอื้ งตน คนไทดา นพยายามเชอื่ มโยงผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ กบั อาการ
เจ็บไขไดปวยของผูปวยท่ีกําลังหมดลมหายใจหรือสุดจะเยียวยาหรือมองเพียง
มติ เิ ชงิ กายภาพหรอื รา งกาย (physical context) ขาดบรบิ ทการมองสงั คมและ
วัฒนธรรม (socio-cultural context) ของตนเอง ดวยเหตนุ ้ี คณะวิจัยจึงยอ น
กลับไปสูการทบทวนวรรณกรรมและงานวิจัยดานมานุษยวิทยาการแพทย เชน
133
“วัฒนธรรมสุขภาพกับการเยียวยา แนวคิดทางสังคมและมานุษยวิทยานิเวศ”
(โกมาตร และคณะ (บก.), 2551) “พหลุ ษั ณท างการแพทยก บั สขุ ภาพในมติ สิ งั คม
วฒั นธรรม” (โกมาตร (บก.), 2549) และ “วฒั นธรรม ความตาย กบั วาระสดุ ทา ย
ของชวี ติ คมู อื เรยี นรมู ติ สิ งั คมของการดแู ลผปู ว ยระยะสดุ ทา ย (โกมาตร และคณะ
(บก.), 2550)
งานศึกษาเร่ือง “วัฒนธรรมสุขภาพกับการเยียวยา แนวคิดทางสังคม
และมานษุ ยวิทยานเิ วศ” (โกมาตร และคณะ (บก.), 2551) เปน การทาํ ความเขา
ชีวิตและสุขภาพในมิติตางๆ โดยอาศัยแนวคิดและทฤษฎีเพื่อใชเปนแนวทางใน
การศึกษา โดยเฉพาะกับการทําความเขาใจสุขภาพในมิติสังคมและวัฒนธรรม
รวมถงึ เรอ่ื งจติ ใจทม่ี คี วามละเอยี ดออ น จะทาํ ใหเ กดิ การมองเรอื่ งการรกั ษาทางการ
แพทยในเชงิ วทิ ยาศาสตรใหเกดิ ความเขาใจอยา งรอบดา น ขณะท่ีงานศกึ ษาเรอื่ ง
“พหุลัษณทางการแพทยกับสุขภาพในมิติสังคมวัฒนธรรม” (โกมาตร (บก.),
2549) เปนหนังสือท่ีรวบรวมบทความเกี่ยวกับปรากฎการณดานสุขภาพและ
ความเจ็บปวย ซึ่งทําใหเห็นความเจ็บปวยในแตละทองถ่ินมีความหมายทาง
สังคมตางกัน และทําใหประสบการณความเจ็บปวยและความทุกขจากการเจ็บ
ปวยแตกตางกัน จึงทําใหเกิดการรักษาที่หลากหลายแนวทางหรือที่เรียกวา
“พหลุ ัษณท างการแพทย” ซ่ึงแตล ะกรณีศึกษากม็ ีลกั ษณะแตกตางกนั และทา ย
สุด “วฒั นธรรม ความตาย กับวาระสดุ ทา ยของชีวติ คูม ือเรียนรมู ติ สิ งั คมของการ
ดแู ลผปู ว ยระยะสดุ ทา ย (โกมาตร และคณะ (บก.), 2550) เปน การนาํ เสนอเนอ้ื หา
เกย่ี วกับสถานการณแ ละวิธคี ดิ เกยี่ วกบั ความตายที่ดาํ รงอยใู นสงั คม ยงั ทาํ ใหเ หน็
พลวตั ของความตายของสงั คมไทย ทเี่ กดิ จากการประมวลความรคู วามเขา ใจเกย่ี ว
กบั วิธคี ิดและปฏบิ ตั ิหลากหลายในสงั คมไทย รวมถึงยังสรปุ แนวคดิ เร่ืองการดูแล
ผูป ว ยระยะทา ยสดุ ของชีวิต
จึงเห็นไดวา งานดานสุขภาพหรือมานุษยวิทยาทางการแพทยจากผล
งานหลักดังกลาว มีสวนสําคัญตอการทําความเขาใจการจัดการองคความรูดาน
ภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่ ในมติ กิ ารแพทยพ น้ื บา นในการดแู ลผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ
134
ในงาน 2 ชิ้นแรก ถือเปนเครื่องยืนยันวิธีคิดการทํางานของโรงพยาบาลสมเด็จ
พระยพุ ราชดา นซา ย ทตี่ อ งใหค วามสาํ คญั กบั ชมุ ชนในมติ สิ งั คมวฒั นธรรม ถงึ จะนาํ
ไปสกู ารรกั ษาแบบองคร วมอยา งแทจ รงิ ขณะทง่ี านชนิ้ ทา ยสดุ นา จะมสี ว นสาํ คญั
ตอการทาํ ความเขาใจวธิ คี ดิ เรอื่ ง “ความตาย” และ “การจดั การผูปวยระยะทาย
สดุ ของชวี ติ ” กลาวโดยสรปุ คือ
โกมาตร และคณะ (บก.) (2550) มองสถานการณความตายพัฒนาข้ึน
จาก “กระแส” เรือ่ ง “การตายอยา งสนั ต”ิ และ “การดแู ลผูปว ยระยะสดุ ทา ย”
(งานวิจัยชิ้นนี้ใชคําวา “ระยะทายสุด” ซึ่งมีนัยยะและความหมายเดียวกัน)
เกิดขึ้นควบคู เน่ืองจากสังคมเกิดความใสใจถึงขอจํากัดของวิธีคิดสุขภาพจาก
กระแสหลัก ท่ีเช่ือมั่นวา วิทยาศาสตรสามารถเอาชนะธรรมชาติหรือโรคภัยไข
เจ็บตางๆ ได ซึ่งความจริงหาใชเชนนั้นเสมอไป เหตุนี้ สังคมจึงเกิดการทบทวน
การดแู ลสขุ ภาพในมติ ิทางสงั คม วฒั นธรรม และจติ วิญญาณ ตลอดจนปรบั วิธีคิด
เรือ่ งความตาย ทําใหเ กิดการเช่ือมโยงสขุ ภาพและจติ วญิ ญาณ
สวนเหตุผลสําคัญของการดูแลสุขภาพในกระแสหลักที่พยายามเอาชนะ
ธรรมชาติ ซ่ึงในท่ีนคี้ ือ ความตาย เพราะความตายถกู มองวาเปนศัตรขู องสุขภาพ
ซ่ึงอยูบนฐานคิดของการดูแลสุขภาพของกลุมดังกลาว ดังน้ัน จึงจําเปนตอง
ตอสูเพื่อเอาชนะความตาย สงผลใหคาใชจายทางการแพทยเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่
ผูปวยยังตองตายอยางทรมานทามกลางบรรยากาศที่ไมสงบหรือขาดสันติสุข
โดยเฉพาะในสถานการณปจจุบันที่แนวโนมโครงสรางประชากรที่มีผูสูงอายุมาก
ข้ึนและสถานการณโรคเรื้อรังเพ่ิมมากขึ้น นอกจากนี้ การใชเทคโนโลยีทางการ
แพทยมาจัดการกับความตายยังอาจกลายเปนการสรางความทุกขอยางเร้ือรัง
โดยเปน ปญ หาทงั้ ตอ ผตู ายทไี่ มส ามารถจากไปอยา งสงบและตอ ญาตพิ นี่ อ งทมี่ กั มี
ความขดั แยง กบั บคุ ลากรทางการแพทย กลายเปน ปญ หายงุ ยากสาํ หรบั ทงั้ สองฝา ย
ปมปญหาดังกลาวนับวาสอดคลองกับวิธีคิดของการรักษาแบบองครวม
ของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย นับจาก คําสัมภาษณท้ังของระดับ
ผูบรหิ ารและผูขบั เคลอื่ นในโครงการรกั ษาผูปวยระยะทายสดุ ของชีวติ
135
งานของโกมาตรและคณะ(บก.)(2550)ยงั สรปุ ไดอ ยา งนา สนใจวา การดแู ล
ผูปวยระยะสุดทายจึงเปนการใสใจเรื่องสุขภาพท้ังในมิติทางกายภาพ ทางจิตใจ
ทางสังคม และทางจติ วญิ ญาณ ซงึ่ ที่ผานมาพบวาการดแู ลผูปว ยระยะสดุ ทา ยใน
ระบบการแพทยเผชญิ กบั ปญหาสาํ คญั 2 ประการ คือ
ประการแรก ขาดการจัดการความรูใหมีเนื้อหาและรูปแบบที่เหมาะสม
เพอ่ื นาํ ไปใชส รา งกระบวนการเรยี นรแู ละการปรบั เปลย่ี นวธิ กี ารทาํ งานของบคุ คล
และองคกรที่เก่ียวของตอไป ประการที่สอง การขาดแนวทางและรูปแบบท่ีเปน
สหวิทยาการเช่ือมโยงในหลายมิติ โดยเฉพาะการใหบริการผูปวยระยะสุดทาย
สามารถเชอื่ มโยงมติ ติ า งๆ ไดเ ปน อยา งเปน องคร วม ซง่ึ จะชว ยใหบ คุ ลากรทางการ
แพทยส ามารถนําความเขา ใจมติ ิทางสงั คม วัฒนธรรม ตลอดจนพธิ กี รรมเกีย่ วกับ
การตายตางๆ มาชวยใหการดูแลผูปวยระยะสุดทายเปนไปอยางบูรณาการและ
มีความละเอียดออนตอมิติของความเปนมนษุ ย
เมอื่ หนั มาพจิ ารณา การดแู ละผปู ว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ กรณโี รงพยาบาล
สมเด็จพระยุพราชดานซายจะพบวา การจัดการองคความรูของดานซายกลับใช
ปญหาดังกลาวมาเปน “จุดแข็ง” ในการสรางแนวทางการใหบริการผูปวยระยะ
ทายสุดของชีวิต คือ ใหความสําคัญกับหลักการแพทยควบคูกับจิตวิญญาณและ
ประเพณีวัฒนธรรมทองถ่ิน
วธิ คี ิดดังกลาว นบั วาสอดคลอ งกับงานศึกษาของ โกมาตร และคณะ (บก.)
(2550) ที่ตกตะกอนความคดิ ไดอ ยางนา สนใจวา
“การทส่ี งั คมจะไดเ รยี นรแู ละมวี ธิ กี ารจดั การกบั เรอื่ งความตายอยา งเหมาะ
สมจึงมีความจําเปนอยางยิ่ง นอกจากน้ี การเก่ียวของกับความตายและการตาย
ยังเปนโอกาสสําคัญที่มนุษยจะไดเรียนรูคุณคาและความหมายของชีวิตไดอยาง
ดีที่สุด เพราะวาวาระท่ีมนุษยตองเผชิญหนากับความตายของบุคคลตางๆ ไม
วาจะเปนความตายของคนรูจักหรือญาติมิตรอันเปนที่รัก หรือแมกระทั่งความ
ตายของตนเองน้ัน อาจเรียกไดว า เปนชวงเวลาทค่ี า นิยมสมมุติและการปรุงแตง
136
ตา งๆ ดจู ะหมดพลงั และเสอ่ื มมนตข ลงั ทคี่ รอบงาํ มนษุ ยอ กี ตอ ไป ดงั จะเหน็ ไดจ าก
ผูท่ีมีประสบการณใกลตาย หรือมีการตายแลวฟนกลับมามีชีวิตอีกน้ัน มักจะ
ปรับเปล่ียนทัศนะตอชีวิตโดยเห็นถึงคุณคาของชีวิตและการดํารงชีวิตเพื่อคนอื่น
มากขึ้น” (โกมาตร และคณะ (บก.), 2550: 8)
โกมาตร และคณะ (บก.) (2550 ยังมองวา เมื่อความตายเปนสิ่งที่ไม
อาจหลีกเล่ียงได คําถามสําคัญจึงอยูที่วา มนุษยจะเผชิญกับความตายอยางไร
ซงึ่ สงั คมไทยทผ่ี า นมาใหค วามสาํ คญั เกยี่ วกบั ความตายทแ่ี ตกตา งกนั โดยทง้ั ยคุ สมยั
วัฒนธรรม และความเชื่อในแตละพ้ืนที่ ประเด็นดังกลาว ทําใหคณะวิจัยหันมา
ทบทวนกับวิธีคิดของคนในดานซายจะพบวา คนไทดานมีการเตรียมพรอมเร่ือง
ของความตายผานวิถีการดําเนินชีวิตผานการปฏิบัติตามจารีตในฮีตสิบสองและ
พิธีกรรมในวฎั จกั รชีวิต กลา วโดยสรปุ คือ
หากพจิ ารณาฮตี สบิ สอง คนไทดา นประกอบพธิ กี รรมทส่ี มั พนั ธก บั บรรพรษุ ทล่ี ว งลบั ทง้ั ในแงก ารระลกึ
และการเช่ือมโยงของวิญญาณของบรรพบุรษุ กบั คนโลกภพปจ จบุ นั เชน บุญสงกรานต บุญขา วสาก บญุ ออก
พรรษา และบญุ ขา วประดบั ดิน ฮตี เหลานีห้ าใชเพียงธรรมเนียมปฏบิ ัตใิ นวัฎจักรรอบปเ ทานน้ั หากยังมนี ัยยะ
สอื่ ถึง “โลกของความตาย” หรือ “ชวี ติ หลงั ความตาย” หาใชส่งิ ทนี่ ากลัวเสมอไป
137
เม่ือสน้ิ สุดลมหายของคนๆ หน่งึ ไปแลว ความตายไมใชการตายจาก หาก
แตภาวะทางใจของคนตางภพยังคงสัมพันธกันอยูเสมอ สิ่งเหลาน้ีนับวามีคุณคา
ทางจิตใจท้ังในแงการเตรียมสูภาวะการตาย โดยใหภาพวา ความตายเปนภาวะ
หนึ่งของชวี ิตท่ีทกุ คนหนีไมพ น (เอกรินทร, 2550) แตเม่อื ตายแลว ดเู หมือนวา
วญิ ญาณหาไดล ม หายตายจากไปไหน จากแตย งั คอยปกปอ งรกั ษาใหล กู หลานอยดู ี
มีสุข ขณะเดียวกนั วญิ ญาณดงั กลา วยังเปน เรอ่ื ง “ขะลํา” หรอื ขอ หาม (taboo)
เปน กฎเกณฑใ หค นรนุ ลกู หลานปฏบิ ตั ติ ามบรรทดั ฐานทางสงั คมเทา ทค่ี วรจะเปน
เชน หากฝนกระทาํ ผิดก็อาจทาํ ให ครวั เรือนและชมุ ชนตองมอี นั เปนไป เปนตน
ในมิติพิธีกรรมวัฎจักรชีวิต ตามธรรมเนียมปฏิบัติจะพบวา คนไทดานมี
การเตรียมความพรอมเร่ืองของความตายเสมือนวาปรากฏการณการสิ้นลมของ
สมาชิกในบานคนใดคนหนึ่งเปนภาวะเปลี่ยนผานอยางหน่ึงของชีวิต โดยเฉพาะ
อยางย่ิงเมื่อพิจารณาพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของคนไทดานที่มีความ
ละเอยี ดออน นับต้ังแต เมอ่ื ยามเจ็บไขไดป ว ย มกี ารหาหมอยามเพ่อื จบั ดวงชะตา
หรือเมือ่ ลมเจบ็ จนใกลส นิ้ ลมจะมีการ “ยาม” หรอื เยยี่ มดูใจ ตลอดจนเม่อื ส้ินลม
จะประกอบพิธีกรรมท่ีบาน (ยกเวนกรณีตายไมดีหรือเปนเด็ก) และหลังสิ้นสุด
พธิ ีกรรมศพกจ็ ะเขา สกู ารปฏบิ ตั ฮิ ตี ตามท่ีกลา วมา
วิถีธรรมเนียมปฏิบัติผานประเพณีในวัฏจักรชีวิตและฮีตจากท่ีกลาวไว
เบื้องตนเผยใหเห็นวิธีคิดของคนไทดานตอเรื่องการรักษาผูปวยระยะทายสุดของ
ชีวิตวา คือเร่ืองราวท่เี ปนสวนหนง่ึ ในชีวิตของคนทอ งถิน่ น้ี ประเดน็ คาํ ถาม จึงอยู
ทวี่ า ถา เชน น้ัน ทาํ ไมคนไทดา นจึงนิยามและ/หรือใหความหมายของผปู ว ยระยะ
ทา ยสดุ ของชีวิตเพยี งมิตกิ ายภาพ คอื มองการสน้ิ ชวี ิตและหมดลมหายใจเทา น้นั
คําตอบนาจะอยูท่ีวา คําดังกลาวนาจะเปนคําเฉพาะ (technical term) ที่ตาง
ไปจากบริบทการใชชีวิตของคนไทดานท่ีวางอยูบนฐานของระบบความเชื่อและ
จติ วญิ ญาณ
138
เชนเดียวกับวิธีคิดของโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย การดูแลผู
ปว ยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ ปรากฎชดั ในชว งปร อยตอ ป พ.ศ. 2550 หากแตค วาม
เปนจริงฐานคิดดังกลาวไดกอตัวกอหนานั้นนานนับสิบๆ ป โดยสะทอนผานมุม
มองของ นายแพทยภ กั ดี สบื นกุ ารณ ผอู าํ นวยการโรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราช
ดานซาย ที่แรกเร่ิมไมใหความสําคัญกับการดูแลสุขภาพในมิติวัฒนธรรมมากนัก
แตเม่อื มีโอกาสใชช วี ติ ในดา นซา ยระยะหนึง่ จงึ เริ่มสัมผัสวถิ ีชาวบา นและบคุ ลากร
ในโรงพยาบาลจากประสบการณตรง ขณะเดียวกนั ทางผูบ รหิ ารไดพยายามเรยี น
รูจากวิธีคิดของ นายแพทยโกมาตร จึงเสถียรทรัพย ท่ีใหความสําคัญของการ
ดูแลสุขภาพแบบองครวม รวมถึงการไดรวมงานวิจัยประวัติศาสตรทองถิ่นกับ
ศาสตาจารยเ กยี รตคิ ณุ ศรศี กั ร วลั ลโิ ภดม ปจ จยั เหลา นี้ ผสานกบั วสิ ยั ทศั นท พ่ี รอ ม
กับเปลยี่ นแปลงใหมจงึ ทาํ ใหเ กิดการบริการสุขภาพในมิติใหม
คําถามตอมา คือ ถาเชนนี้การจัดการองคความรูภูมิปญญาทองถ่ิน
ดานความเช่ือในการรักษาผูปวยระยะทายสุดของชีวิต โรงพยาบาลสมเด็จ
พระยพุ ราชดานซา ยจะมีลักษณะเปน เชน ไร
การจดั การองคค วามรูภมู ิปญ ญาทองถิน่ ดานความเชื่อ
ในการรักษาผูปว ยระยะทายสดุ ของชวี ติ
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดา นซาย
ผลการศึกษาเผยใหเห็นวา โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซายมีการ
จัดการองคความรูภูมิปญญาทองถ่ินดานความเชื่อในการรักษาผูปวยระยะทาย
สุดของชีวิต วางอยูบนฐานการทําความเขาใจเรื่องราววิถีชีวิตของทองถิ่นท้ังใน
แงจิตใจ รางกาย จิตวิญญาณ และสังคม ผานการสรางเครือขายในการรักษาผู
ปว ย การสนบั สนนุ เคร่ืองมอื ทางการแพทย การสรางความสมั พันธกบั ชมุ ชนโดย
บคุ ลากรทาํ งานเชงิ รกุ ลงชมุ ชน ประการสาํ คญั ไมล ะเลยหลกั การการดแู ลทางการ
แพทย ดังอธิบายสรุปไวในภาพอินโฟกราฟฟกแสดงวิธีคิดการจัดการองคความ
รูดานภูมิปญญาทองถ่ินในมิติความเช่ือในการรักษาผูปวยระยะทายสุดของชีวิต
โรงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราชดานซาย กลา วโดยสรุป คือ
139
ภาพอินโฟกราฟฟกแสดงวิธีคิดการจัดการองคความรูดานภูมิปญญาทองถ่ินในมิติความเชื่อในการ
รักษาผูป วยระยะทายสดุ ของชีวิตโรงพยาบาลสมเด็จพระยพุ ราชดา นซาย
140
จิตใจ : ประเด็นของจิตใจเห็นไดจากกรณีพยาบาลประจําหอผูปวย
โรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ย 2 ราย คอื นางวมิ ลมาศ พงษอ าํ นวยกฤต
และนางกนั ตพฒั น อภญิ ญาฐติ พิ งษ ใหค วามสนใจไปอบรมเพมิ่ เตมิ ในเรอื่ งการดแู ล
ผูปว ยระยะทายสุดของชวี ติ หรอื กรณีของนางภาวดี ศรคี าํ มี หนึง่ ในคณะทาํ งาน
ไดเขาอบรมเร่ืองสมาธิบําบัดและไดนําความรูและทักษะกลับมาทํากิจกรรมทาน
ศีลและภาวนาท่ีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซายเพ่ิมเติม กระท่ังพัฒนา
กจิ กรรมการดแู ลทาง “ธรรมะ” ดังที่เห็นปจจุบัน สง่ิ ท่นี าสนใจคือ เจา หนา ท่พี บ
วา ผูปวยและญาติบางรายกลับไมชอบธรรมะ แตชอบหมอลําจึงพยายามปรับ
แผนการดําเนินงานแลวนําเรื่องสัมผัสที่ 6 ที่ผูปวยสนใจเขามาประยุกตใช และ
ปรับการดําเนินการเพื่อใหสอดคลองกับความตองการของผูปวย หากแตสิ่งหนึ่ง
ที่คงไวคือ กระบวนการกลอมเกลาทางจิตใจ ซ่ึงสะทอนใหเห็นวา สถานรักษา
พยาบาลแหงหนึ่งคํานึงถึงเรื่องจิตใจเปนองคประกอบที่สําคัญในกระบวนการ
รกั ษาผปู วยระยะทา ยสดุ ของชวี ติ
รางกาย : รางกายถือเปนหนาท่ีหลักของสถานพยาบาลทุกแหง รวมถึง
โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย หากทวา กรณีของผูปวยระยะทายสุด
ของชีวิตกลับมีวิธีคิดที่ตางจากการรักษาการแพทยดวยกระแสหลักท่ีมองเรื่อง
“ความตาย” เปนเร่ืองตองหาม เปนเร่ืองของความลมเหลวที่วิทยาศาสตรตอง
เอาชนะธรรมชาติใหได ตรงขามกันกับมองเร่ือง “ความตาย” คือ ภาวะสวน
หนึ่งของวัฎจักรชีวิต ส่ิงเหลานี้คือกลไกการรักษาท่ีผสานเขากับเร่ืองของจิตใจ
เพ่อื ปลดล็อกความทกุ ขข องผูป ว ยและญาตวิ า “ความตาย” คอื เรอื่ งสามญั อยา ง
หนึง่ ของคนๆ หน่งึ
จิตวิญญาณ : การดูแลผูปวยระยะทายสุดของชีวิตของคณะแพทย
และพยาบาลโรงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ยเหน็ ไดจ ากการดแู ลแบบองค
รวม (holistic) และดูแลดวยหัวใจ (mind) ความเปนมนุษย ซ่ึงสะทอนใหเห็น
หลักการท่ีวา สุขภาพไมไดดูแลเฉพาะโรค (disease) ของผูปวย แตมีการใสใจ
รับฟง ถงึ ความทุกขท างใจ อารมณ ความเช่อื สวนตวั ของผปู ว ยและครอบครัวรว ม
141
ดว ย มกี ารวางแผนการจําหนา ยผูปวยโรคตา งๆ ท่นี อนรกั ษาตวั ในโรงพยาบาล มี
การติดตามเย่ียมบานในรายท่ีจําเปนซ่ึงเช่ือมโยงสูเร่ืองราวทางสังคม หรือชุมชน
ทองถ่ินอีกมิติหน่ึง นอกจากน้ี เร่ืองของจิตวิญญาณละสังคมยังเห็นไดชัดกับวิธี
คิดเร่อื ง “กลับบา น คือ มองวฒั นธรรมคนไทดานหรือมนษุ ยแ ทบทุกคนทีม่ องวา
บาน คือ ท่ีทอี่ บอนุ และปลอดภัย ดังนัน้ วาระสุดทายจงึ ส่ือความถงึ การไดใ ชชีวิต
ทา ยสดุ ทบ่ี านของตนเอง รวมถึงการใชก ระบวนการทางความเชื่อและวัฒนธรรม
ทอ งถน่ิ ใหผูปวยและญาตผิ ปู ว ยไดปฏบิ ตั ิ ดังเหน็ ไดจ าก การราํ พธิ ีขอขมาลาโทษ
การแกย าม หรอื การใชพ ิธีทางสงฆ เปน ตน
ขณะท่ีประเด็นสังคม นอกเหนือจากท่ีกลาวไวเบื้องตนยังพบเห็นไดจาก
วิธีคิดของผูอํานวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซายที่ไมไดมองเร่ือง
ชมุ ชนอยา งระบบราชการทวั่ ไป คอื จะเหน็ มติ หิ ลกั เพยี งผใู หญบ า น กาํ นนั องคก าร
บริหารสวนตําบล อาสาสมคั รสาธารณสุขชุมชน ฯลฯ หากแตในความจรงิ ชุมชน
จะมีท้ังหมอประจําหมูบาน มีนักเลงถิ่น มีผูมีอิทธิพลที่หลายคนเคารพยําเกรง
มปี ราชญช าวบา น มชี าวบา น และมคี นทชี่ าวบา นนบั หนา ถอื ตา ดงั นน้ั การขบั เคลอื่ น
สุขภาพของชุมชนจึงตองใหความสําคัญกับวิธีคิดเรื่องครอบครัวและเครือญาติ
ซง่ึ เปน พน้ื ฐานตอ การดแู ลสขุ ภาพและสขุ ภาวะชมุ ชน โดยเฉพาะกบั เรอ่ื งราวของ
ความเจบ็ ปวยในระยะทา ยสดุ ของชวี ติ ท่มี ผี ลสาํ คญั ตอจติ ใจเปน อยา งยิ่ง
การสรา งเครอื ขา ยในการรกั ษาผปู ว ย : แนวทางการสรา งเครอื ขา ยของโรง
พยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชดา นซา ยจะเหน็ ไดจ าก การพฒั นาศกั ยภาพเจา หนา ท่ี
โดยสงเขาอบรมหลักสูตรการดูแลผูปวยระยะทายสุดของชีวิตรวมกับจังหวัดเลย
ปละ 2 คน เกิดเปนเครือขายระดับจังหวัดในการแลกเปล่ียนขอมูล ศึกษาหรือ
อยางนอยไดนําความรูเพ่ิมเติมจากส่ิงท่ีเรียนรู ขณะเดียวกันกระบวนการรักษา
ผปู ว ยระยะทา ยสดุ เมอื่ ผปู ว ยกลบั บา น ทางโรงพยาบาลจะมกี ารสง ตอ ขอ มลู ผปู ว ย
และสิ่งที่จะตองติดตามดูแลแกโรงพยาบาลสงเสริมสุขภาพตําบลผานแบบฟอรม
การดูแลผูปว ยตอ เน่อื ง และทางเครือขายทางสังคม (social media) ที่เปน กลมุ
เฉพาะ (facebook group) โดยใชชือ่ กลมุ วา “ทะเลหมอก” เพ่ือการดแู ลผปู ว ย
142
ตอ เนอ่ื ง รวมถงึ การชว ยเหลอื เรอ่ื งยาและอปุ กรณท างการแพทยแ ละหลกั การดแู ล
ทางการแพทย เชน ถงั ออกซเิ จน กรณขี อง นางสาวชนิ ดว งนยุ การสรา งเครอื ขา ย
เชน น้ีทําใหการทาํ งานสะดวกและรวดเรว็ อกี ทง้ั ยงั ทาํ ให รพร.ดานซาย รูเ ทา ทัน
สถานการณผปู วย แมจะไมไดรกั ษาท่ีโรงพยาบาลกต็ าม
สงทาย
ตามหลักจารีตและความเช่ือทองถ่ิน คนไทดานเชื่อวา ผูท่ีมีอาการเจ็บไข
ไดปวยมักมีสาเหตุมาจาก “ขวัญ” หรือวิญญาณที่มีอยูจํานวนมากตามสวนตาง
ในรางกายคนไดหนีหายออกไปช่ัวคราว ซ่ึงหากหนีหายไปถาวรหรือหนีไปจน
หมดกจ็ ะทาํ ใหผ นู น้ั ตายหรอื การกระทาํ ผดิ ผี ตลอดจนผดิ จารตี ประเพณขี องกลมุ
จะทาํ ใหจติ วิญญาณดงั กลา วไมค ุมครองสงผลใหม อี ันเปน ไปและเจ็บไขไดป ว ย
เหตนุ ี้ จึงทาํ ใหคนไทดา นมีพธิ ีกรรมตางๆ มากมายทีส่ ัมพันธก ับการเจบ็ ไข
ไดป ว ยเพอื่ หวงั เปน การปลอบขวญั และไมใ หข วญั หนไี ปจากรา งของผเู จบ็ ปว ย อาทิ
การละเลน เตน ฟอน ประกอบดว ยหมอแคน, หมอลาํ , หรือการจับยาม (ผูกดวง)
ตลอดจนการทรงผบี า นผเี มอื งสอบถามหาสาเหตขุ องอาการ ทาํ พธิ ขี จดั ปด เปา สง่ิ
ชวั่ รา ย หรอื ขอขมาลาโทษ พรอ มกบั สักการะส่ิงศักด์สิ ทิ ธ์ิใหค อยคมุ ครอง
วิธีคิดของคนไทดานยังมีบทบาทในข้ันตอนหน่ึงของการรักษาทางการ
แพทย ดังกรณีโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชดานซาย อําเภอดานซาย จังหวัด
เลย มีนโยบายอนุญาตใหค นทองถนิ่ ดา นซา ยสามารถประกอบพิธีกรรมความเชื่อ
ควบคูไปกับการรักษาตามหลักวิทยาศาสตร กรณีผูปวยในระยะทายสุดของชีวิต
เชน การจับยาม การเขาทรง การฟอน และการเซนไหวบวงสรวงผีบรรพบุรุษ
เปนตน ผสานเขากบั การแพทยส มยั ใหมและหลกั ธรรมในพทุ ธศานา