The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การบัญชีชั้นกลาง 1.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การบัญชีชั้นกลาง 1.

การบัญชีชั้นกลาง 1.

คำนำ หนังสือเรียนวิชา การบัญชีชั้นกลาง 1 (Intermediate Accounting 1) รหัสวิชา 30201-2001 เล่มนี้ เรียบเรียงขึ้นเพื่อประกอบการเรียนการสอนที่เน้นเพื่อผู้เรียนเป็นสำคัญตามหลักสูตรประกาศนียบัตร วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้มี5 หน่วยการเรียนรู้ ประกอบด้วย (1) ความหมายละหลักการจำแนกประเภทของสินทรัพย์ (2) เงินสด (3) ลูกหนี้ (4) สินค้าคงเหลือ (5) ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์พร้อมทั้งแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลังเรียน เพื่อ ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต่อไป หวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเรียนวิชาการบัญชีชั้นกลาง 1 (Intermediate Accounting 1) รหัส วิชา 30201-2001 เล่มนี้จะเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน และอาจารย์ผู้สอน หากมีข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทำยินดีน้อมรับไว้ด้วยความขอบคุณยิ่ง นางสาวจริญญา ประสิทธิ์สุวรรณ นายสุรศักดิ์ ระวังพรมราช 2566


สารบัญ หน่วยที่ 1 ความหมายและหลักการจำแนกประเภทของสินทรัพย์ ความหมายของสินทรัพย์ 5 การจำแนกประเภทของสินทรัพย์ 6 ความหมายของงบการเงิน 6 ความหมายของมาตรฐานการบัญชีหรือหลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป 7 องค์ประกอบของสินทรัพย์ที่แสดงในงบการเงิน 7 การรับรู้สินทรัพย์ 16 การวัดมูลค่าของสินทรัพย์ 16 หน่วยที่ 2 เงินสด ความหมายของเงินสด 24 รายการที่ไม่นับเป็นเงินสด 25 การควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสด 26 เงินสดย่อย 26 งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร 34 งบประมาณเงินสด 39 หน่วยที่3ลูกหนี้ ความหมายของลูกหนี้ 52 ประเภทของลูกหนี้ 52 การรับรู้ลูกหนี้ 52 การวัดมูลค่าลูกหนี้ 55 การวิเคราะห์บัญชีลูกหนี้ 57 การจัดหาเงินสดจากบัญชีลูกหนี้ 58 การแสดงรายการ และเปิดเผยข้อมูลลูกหนี้ในงบการเงิน 59


หน่วยที่4 สินค้าคงเหลือ ความหมายของสินค้าคงเหลือ 72 การพิจารณารายการถือเป็นสินค้าคงเหลือ 73 ต้นทุนของสินค้าคงเหลือ 74 การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือ 74 การวัดมูลค่าสินค้าคงเหลือ 75 มูลค่าสุทธิที่จะได้รับ 77 การแสดงรายการ และเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าในงบการเงิน 77 การวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินของสินค้าคงเหลือ 78 หน่วยที่5 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ความหมายของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 91 การรับรู้รายการที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 91 การจำแนกประเภทที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 92 การวัดมูลค่าเริ่มแรกของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 92 การบันทึกบัญชีมูลค่าเริ่มแรกของที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ 94


หน่วยการเรียนรู้ที่1 ความหมายและหลักการจำแนกประเภทของสินทรัพย์ สาระสำคัญ ในการประกอบธุรกิจ กิจการต้องจัดสรรเงินทุนส่วนหนึ่งมาลงทุนในสินทรัพย์ ดังนั้นจึงจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องมีหลักการบริหารสินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น สินทรัพย์บาง ชนิดก่อให้กิจการเกิดรายได้จำนวนมาก ได้แก่ สินค้าคงเหลือ ทั้งนี้การบริหารสินทรัพย์ของกิจการจะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูล ทางการบัญชีที่ใช้ในการประกอบการวางแผน ควบคุม และตัดสินใจของผู้บริหาร เพราะข้อมูลทางการ บัญชีทำการรวบรวมข้อมูลของสินทรัพย์หนี้สินและส่วนของเจ้าของทั้งหมดที่กิจการมีอยู่ แล้วสรุปผลมา ในรูปแบบของงบการเงิน คือ งบแสดงฐานะการเงินเพื่อแสดงฐานะทางการเงินของกิจการว่ามีฐานะทาง การเงินอย่างไร ดังนั้นกิจการจะต้องมีหลักและวิธีการบัญชีเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของสินทรัพย์ 5. องค์ประกอบของสินทรัพย์ที่แสดงในงบ 2. การจำแนกประเภทของสินทรัพย์ การเงิน 3. ความหมายของงบการเงิน 6. การรับรู้สินทรัพย์ 4. ความหมายของมาตรฐานการบัญชีหรือ 7. การวัดมูลค่าของสินทรัพย์ หลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกความห มายของสินทรัพย์ได้ 5. บอกองค์ประกอบของสินทรัพย์ในงบ 2. จำแนกประเภทของสินทรัพย์ได้ แสดงฐานะการเงินได้ 3. บอกความหมายของงบการเงินได้ 6. บอกการรับรู้สินทรัพย์ได้ 4. บอกความหมายของมาตรฐานการบัญชี 7. วัดมูลค่าของสินทรัพย์ได้หรือหลักการ บัญชีที่รับรองโดยทั่วไป


2 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความหมายและหลักการจำแนกประเภทของสินทรัพย์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย () ลงหน้าข้อความที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์หมุนเวียน ก. ยานพาหนะ ข. เงินลงทุนระยะยาว ค. หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ง. ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท 2. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ก. ค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า ข. ลูกหนี้และตั๋วเงินรับ ค. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ง. เงินสดและเงินฝากธนาคาร 3. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ก. สิทธิบัตร ข. เครื่องหมายการค้า ค. สัมปทาน ง. ถูกทุกข้อ 4. ข้อใดเป็นรายจ่ายรอตัดบัญชี ก. ส่วนเกินมูลค่าหุ้น ข. ภาษีเงินได้รอการตัดจ่าย ค. ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท ง. ภาษีเงินได้รอการตัดจ่าย และ ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท สแกนเพื่อท ำแบบทดสอบ


3 5. สินทรัพย์ในข้อใดที่ต้องมีการคิดค่าเสื่อมราคา ก. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์(ยกเว้นที่ดิน) ข. วัสดุสำนักงาน ค. ตั๋วเงินรับ ง. ถูกทุกข้อ 6. ข้อใดเป็นส่วนประกอบของงบการเงิน ก. งบแสดงฐานะการเงิน ข. งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ค. หมายเหตุประกอบงบการเงิน ง. ถูกทุกข้อ 7. จากรายการสินทรัพย์ต่อไปนี้ จงเรียงลำดับรายการในงบแสดงฐานะการเงิน 1. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 4. เงินให้กู้ยืมระยะสั้น 2. สินค้าคงเหลือ 5. เงินลงทุนชั่วคราว 3. ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 6. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ก. 1 2 3 4 5 6 ข. 1 5 3 2 4 6 ค. 1 5 3 4 2 6 ง. 1 4 3 5 2 6 8. รายได้ค่าเช่าค้างรับ แสดงในหัวข้อใดในงบแสดงฐานะการเงิน ก. ลูกหนี้การค้า ข. ลูกหนี้อื่น ค. เงินให้กู้ยืมระยะสั้น ง. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น


4 9. ข้อใดคือรายการที่ควรจะปรากฏในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ก. นโยบายงบการเงิน ข. รายชื่อลูกหนี้ ค. รายชื่อเจ้าหนี้ ง. ถูกทุกข้อ 10. วัสดุสำนักงาน ต้องแสดงในหัวข้อใดในงบการเงิน ก. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ข. สินค้าคงเหลือ ค. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ง. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น


5 สินทรัพย์ (Assets) หมายถึง ทรัพยากรที่อยู่ในความควบคุมของกิจการ ทรัพยากรดังกล่าว เป็นผลของเหตุการณ์ในอดีตซึ่งกิจการคาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากทรัพยากรนั้นในอนาคต ดังรายการที่จะถือเป็นสินทรัพย์ต้องเข้าเงื่อนไข 3 ข้อ ดังนี้ 1. ทรัพยากรที่อยู่ในความควบคุมของกิจการ แยกเป็น 2 ประเด็น ดังนี้ 1.1 กิจการสามารถควบคุมประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ ซึ่งความสามารถในการควบคุม ประโยชน์ของสินทรัพย์เป็นผลมาจากสิทธิตามกฎหมาย นั่นหมายถึงกิจการมีสิทธิครอบครองสินทรัพย์นั้น ตามกฎหมาย 1.2 อาจมีรายการบางรายการที่ถือเป็นสินทรัพย์แม้ว่ากิจการจะไม่มีสิทธิตามกฎหมายในการ ควบคุมสินทรัพย์นั้น เช่น ความรู้ความชำนาญที่กิจการได้จากการวิจัยพัฒนาและกิจการสามารถรักษา ความรู้ความชำนาญนั้นเป็นความลับ และสามารถควบคุมประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากความรู้ความ ชำนาญนั้น 2. ทรัพยากรดังกล่าวเป็นผลของเหตุการณ์ในอดีต หมายความว่าโดยปกติกิจการได้สินทรัพย์มาโดยการ ซื้อหรือผลิตสินทรัพย์ขึ้นเอง หรือจากเหตุการณ์ทางบัญชีในลักษณะอื่น เช่น การค้นพบแหล่งแร่ ที่ดินที่มี ราคาสูงขึ้นจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 3. กิจการคาดว่าจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากทรัพยากรนั้นในอนาคต หมายถึง ศักยภาพของ สินทรัพย์ในการก่อให้เกิดกระแสเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดแก่กิจการทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่ง ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับอาจจะมีหลายรูปแบบ เช่น 3.1 กิจการอาจใช้สินทรัพย์หรือนำสินทรัพย์มาใช้ร่วมกับสินทรัพย์อื่นเพื่อผลิตสินค้า หรือใช้ บริการ 3.2 กิจการนำสินทรัพย์ที่มีอยู่ไปแลกกับสินทรัพย์อื่น 3.3 กิจการอาจนำสินทรัพย์ไปชำระหนี้ 3.4 กิจการอาจนำสินทรัพย์มาจ่ายให้กับเจ้าของ ความหมายของสินทรัพย์


6 สินทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่กิจการมีไว้ในการหมุนเสียนของ เงินทุนปกติ สินทรัพย์นั้นเป็นไปตามเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้ 1. กิจการคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์นั้น หรือตั้งใจจะขาย หรือนำมาใช้ในการ ดำเนินงานตามปกติภายในรอบระยะเวลาการดำเนินงานตามปกติ 2. มีวัตถุประสงค์หลักมีไว้เพื่อค้า 3. คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากสินทรัพย์นั้นภายในระยะเวลา 12 เดือน หลังจากรอบระยะเวลา รายงาน 4. สินทรัพย์นั้นเป็นเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสด ซึ่งไม่มีข้อจำกัดในการแลกเปลี่ยนหรือ การชำระหนี้สินภายในระยะเวลาอย่างน้อย 12 เดือน หลังจากรอบระยะเวลารายงาน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current Assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข ของสินทรัพย์หมุนเวียน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ให้หมายถึงสินทรัพย์ที่มีตัวตนเงินลงทุนระยะเวลา ที่ดิน อาคาร และ อุปกรณ์ สินทรัพย์ที่ไม่มีตันตน เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สัมปทาน และสินทรัพย์ทางการเงินซึ่งมีลักษณะที่ เป็นระยะยาว งบการเงิน (Financial Statement) หมายความว่า รายงานผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินของกิจการ ประกอบด้วย 1. งบแสดงฐานะการเงิน (Statement of financial position) ประกอบด้วย สินทรัพย์ หนี้สิน ส่วนของเจ้าของ หรือส่วนของผู้เป็นหุ้นส่วน หรือส่วนของผู้ถือหุ้น 2. งบกำไรขาดทุน (Profit and loss statement) ประกอบด้วย รายได้ ค่าใช้จ่าย 3. งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ (Statement of changes in equity) 4. งบกระแสเงินสด (Statement of cash flow) การจำแนกประเภทของสินทรัพย์ ความหมายของงบการเงิน


7 5. หมายเหตุประกอบงบการเงิน ประกอบด้วย สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น 6. งบประกอบอื่น 7. คำอธิบายที่ทำให้งบการเงินนันสมบูรณ์ขึ้น มาตรฐานการบัญชี หรือ หลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป หมายถึง วิธีการบัญชีซึ่งเป็นที่ยอมรับ โดยกฎหมายบัญชี หรือโดยผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และสอบบัญชีรับอนุญาตส่วนใหญ่ ซึ่งมักมีที่มาจาก กฎเกณฑ์ หรือประเพณีที่นักบัญชีถือปฏิบัติติดต่อกันมา งบแสดงฐานะการเงิน จัดทำขึ้น ณ วันใดวันหนึ่งเพื่อแสดงให้ทราบว่า กิจการมีสินทรัพย์ หนี้สิน และส่วนของเจ้าของเท่าใด กิจการต้องจัดทำงบการเงินตามประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องกำหนดรายการย่อที่ต้องมี ในงบการเงิน พ.ศ.2554 โดยกำหนดไว้ 5 แบบ ดังนี้ 1. ห้างหุ่นส่วนจดทะเบียน ต้องมีรายการย่อตามที่กำหนดในแบบ 1 2. บริษัทจำกัด ต้องมีรายการย่อตามที่กำหนดในแบบ 2 3. บริษัทมหาชนจำกัด ต้องมีรายการย่อตามที่กำหนดในแบบ 3 4. นิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทส ต้องมีรายการย่อตามที่กำหนดในแบบ 4 5. กิจการร่วมค้าตามประมวลรัษฎากร ต้องมีรายการย่อตามที่กำหนดในแบบ 5 หมายเหตุประกอบงบการเงิน ถือเป็นส่วนหนึ่งของงบการเงิน กิจการจะต้องจัดทำหมายเหตุ ประกอบงบการเงินแสดงเป็นรายการต่อท้ายของงบการเงิน โดยจะต้องแสดงให้สอดคล้องกับมาตรฐาน รายงานทางการเงิน หมายเหตุประกอบงบการเงินมีส่วนประกอบ 2 ส่วน ดังนี้ 1. สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ 2. ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น ความหมายของมาตรฐานการบัญชีหรือหลักการบัญชีที่รับรอง โดยทั่วไป องค์ประกอบของสินทรัพย์ที่แสดงในงบการเงิน


8 1. เกณฑ์ที่ใช้วัดมูลค่าที่ใช้จัดทำงบการเงิน เช่น ใช้ราคาทุนเดิม มูลค่ายุติธรรม หรือมูลค่าสุทธิที่ ได้รับ ราคาทุนจัดจำหน่าย 2. ในกรณีที่มาตรฐานการบัญชีแต่ละเรื่อง ให้ทางเลือกในการปฏิบัติหลาย ๆ ทางเลือกฝ่าย บริหารของกิจการใช้ทางเลือกอะไร เช่น การตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ มีทางเลือกคือคิดจากยอดขายกับ ยอดลูกหนี้กิจการคำนวณตั้งจากยอดใด หรือการตีราคาสินค้าคงเหลือ มาตรฐานกำหนดให้ใช้วิธีราคาทุน หรือมูลค่าสุทธิที่ได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า แต่ราคาทุนให้ทางเลือกได้หลายวิธีเช่น ราคาเจาะจง เข้า ก่อน-ออกก่อน ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ต้นทุนมาตรฐาน ราคาขายปลีก ฝ่ายบริหารใช้นโยบายทุนราคาใดเพื่อ นำมาเปรียบเทียบกับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ ให้แสดงในหมายเหตุประกอบงบการเงิน หัวข้อนโยบายการ บัญชีที่สำคัญ 1. รายละเอียดประกอบรายการแต่ละหัวข้อ 2. ข้อมูลเพิ่มเติมอื่นที่เกี่ยวกับการตัดสินใจของผู้ใช้งบการเงินอย่างเป็นนัยสำคัญ เช่น ความเสี่ยงที่ อาจเกิดขึ้นในอนาคต หรือภาระหนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นในปีบัญชีถัดไป เช่น ที่ดิน อาคารและ อุปกรณ์ ที่กิจการได้นำไปค้ำประกันเงินกู้ บัญชีลูกหนี้ที่กิจการนำไปขายโดยมีเงื่อนไข สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ ต้องแสดงรายละเอียด ดังนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมอื่น แสดงรายละเอียด ดังนี้ หมายเหตุประกอบงบการเงิน เฉพาะสินทรัพย์ บริษัท กขค จำกัด หมายเหตุประกอบงบการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2562 และ 2561 ตัวอย่าง


9 1. เงินลงทุนชั่วคราว 1.1 หลักทรัพย์เพื่อค้าและหลักทรัพย์เผื่อขายแสดงด้วยมูลค่ายุติธรรม 1.2 เงินลงทุนทั่วไปแสดงด้วยราคาทุน 1.3 ตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนดภายใน 1 ปี แสดงด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย 2. เงินลงทุนระยะยาว 2.1 เงินลงทุนในตราสารหนี้ - หลักทรัพย์เผื่อขายแสดงด้วยมูลค่ายุติธรรม และรับรู้มูลค่าที่เปลี่ยนแปลงใน องค์ประกอบอื่นของส่วนของเจ้าของ เมื่อจำหน่ายจึงบันทึกข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าวในกำไรหรือ ขาดทุน - ตราสารหนี้ที่ถือจนครบกำหนดแสดงในงบแสดงฐานะการเงินด้วยราคาทุนจัด จำหน่าย 2.2 เงินทุนในตราสารทุน แสดงด้วยมูลค่ายุติธรรม และรับรู้มูลค่าที่เปลี่ยนแปลงใน องค์ประกอบอื่นของส่วนของเจ้าของ เมื่อจำหน่ายจึงบันทึกมูลค่าที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าวในกำไรหรือ ขาดทุน 3. ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ บริษัทประมาณหนี้สงสัยจะสูญเท่าจำนวนที่คาดว่าจะเสียหายจากการ เรียกเก็บเงินไม่ได้ ผลเสียหายนี้เกิดขึ้นจากการพิจารณาฐานะปัจจุบันและหลักประกันของลูกหนี้ 4. สินค้าคงเหลือ กิจการตีราคาสินค้าคงเหลือราคาทุน วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน (FIFO) หรือมูลค่า สุทธิที่ได้รับแล้วแต่มูลค่าใดจะต่ำกว่า 5. ค่าเสื่อมราคา ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ตัดค่าเสื่อมราคาตามระยะเวลาและวิธี ดังนี้ จำนวนปี วิธี อาคาร 20 เส้นตรง เครื่องจักร 5 ผลรวม เครื่องตกแต่งและอุปกรณ์สำนักงาน 5 เส้นตรง ยานพาหนะ 5 เส้นตรง สรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ


10 ค่าเสื่อมราคาสำหรับปีมีจำนวน........บาท และ........บาท ของจำนวนค่าเสื่อมดังกล่าว บันทึก เป็นต้นทุนการผลิต 1. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จำนวน........บาท ประกอบด้วย 2562 2561 เงินสดในมือ xx xx เงินสดย่อย xx xx เงินฝากธนาคารออมทรัพย์ xx xx เงินฝากธนาคารกระแสรายวัน xx xx รวม xx xx 2. เงินลงทุนชั่วคราว จำนวน........บาท ประกอบด้วย 2562 2561 1. หลักทรัพย์เผื่อค้า xx xx หัก รายการกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น xx xx รวมหลักทรัพย์เพื่อค้า xx xx 2. หลักทรัพย์เผื่อขาย xx xx หัก รายการกำไรขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้น xx xx รวมหลักทรัพย์เผื่อขาย xx xx รวมเงินลงทุนชั่วคราว xx xx 3. ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น ๆ จำนวน........บาท ประกอบด้วย 2562 2561 ลูกหนี้การค้า ลูกหนี้การค้า xx xx หัก ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ xx xx xx xx ข้อมูลเพิ่มเติม


11 ตั๋วเงินรับ xx xx หัก ส่วนลดของตั๋วเงินรับ xx xx xx xx รวมลูกหนี้การค้า xx xx ลูกหนี้อื่น ค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า xx xx ดอกเบี้ยค้างรับ xx xx รวมลูกหนี้ xx xx รวมลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น xx xx 4. สินค้าคงเหลือ จำนวน........บาท ประกอบด้วย 2562 2561 สินค้าสำเร็จรูป xx xx หัก ค่าเผื่อมูลค่าสินค้าลดลง xx xx สินค้าระหว่างทำ xx xx วัตถุดิบ xx xx วัสดุโรงงาน xx xx รวมสินค้าคงเหลือ xx xx 5. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น จำนวน........บาท ประกอบด้วย 2562 2561 วัสดุสำนักงาน xx xx รวมสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น xx xx 6. ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ จำนวน........บาท ประกอบด้วย 2562 2561 ที่ดิน xx xx อาคาร xx xx หัก ค่าเสื่อราคาสะสม - อาคาร xx xx xx xx


12 เครื่องจักร xx xx หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม - เครื่องจักร xx xx xx xx อุปกรณ์สำนักงาน xx xx หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม - อุปกรณ์สำนักงาน xx xx xx xx รวมที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ xx xx 7. สินทรัพย์ไม่มีตัวตน จำนวน........บาท ประกอบด้วย 2562 2561 สิทธิบัตร xx xx หัก ค่าตัดจำหน่ายสะสมสิทธิบัตร xx xx รวมสินทรัพย์ไม่มีตัวตน xx xx ในการจัดทำงบแสดงฐานะการเงิน กิจการจะต้องจัดเรียงรายการสินทรัพย์ในงบแสดงฐานะการเงิน ให้เป็นไปตามประกาศของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เรื่องรายการย่อที่ต้องมีในงบการเงิน พ.ศ.2544 โดย ก่อนจัดทำงบการเงิน ผู้จัดทำงบการเงินจะต้องศึกษาความหมายของรายการย่อในงบการเงินให้เข้าใจดังนี้ 1. สินทรัพย์หมุนเวียน 1.1 เงินสดและรายการเที่ยบเท่าเงินสด (Cash and cash equivalents) เงินสด หมายถึง เงินสดในมือและเงินฝากธนาคารทุกประเภท แต่ไม่รวมเงินฝากประเภทที่ ต้องจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาที่กำหนด เช่น 1.1.1 ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่กิจการมีอยู่ รวมทั้งเงินสดย่อย ธนาณัติ ตั๋วแลกเงิน ไปรษณีย์ 1.1.2 เงินฝากธนาคารกระแสรายวันและออมทรัพย์ ทั้งนี้ไม่รวมเงินฝากธนาคารประเภท จ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลา (เงินฝากประจำ) รวมทั้งบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์และสถาบัน การเงินอื่น ซึ่งกำหนดไว้ในรายการที่ 1.2 และ 2.5 แล้ว 1.1.3 เช็คที่ถึงกำหนดชำระแต่ยังมิได้นำฝาก เช็คเดินทาง ดราฟต์ของธนาคาร


13 รายการเทียบเท่าเงินสด หมายถึง เงินลงทุนชั่วคราวที่มีสภาพคร่องสูง ซึ่งพร้อมที่จะ เปลี่ยนเป็นเงินสดในจำนวนที่ทราบได้และมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าน้อย หรือไม่มี นัยสำคัญ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในมาตรฐานการรายงงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง 1.2 เงินลงทุนชั่วคราว (Temporary investments) หมายถึง เงินลงทุนที่กิจการตั้งถือไว้ไม่เกิน 1 ปี เงินลงทุนชั่วคราวรวมถึงหลักทรัพย์เพื่อค้า หลักทรัพย์เผื่อขาย เงินลงทุนทั่วไป และตราสารหนี้จะครบกำหนดภายใน 1 ปี ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่ กำหนดในมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง 1.3 ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น(Trade ang other receivables) ลูกหนี้การค้า หมายถึง เงินที่ลูกค้าค้างชำระค่าสินค้าหรือค่าบริการที่กิจการได้ขายหรือให้บริการ ตามปกติ และลูกหนี้ตามตั๋วเงินรับอันเกิดจากค่าสินค้าหรือบริการดังกล่าว ลูกหนี้อื่น หมายถึง ลูกหนี้อื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้การค้า เช่น ค่าใช้จ่ายล่วงหน้า รายได้ค้างรับ เงินทด รอง เป็นต้น 1.4 เงินให้กู้ยืมระยะสั้น (Short-term loans) หมายถึง เงินให้กู้ยืมระยะสั้น รวมทั้งลูกหนี้ในลักษณะอื่นใด ซึ่งจัดเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน นอกจากลูกหนี้การค้าที่เกิดจากการขายสินค้าหรือบริการและลูกหนี้อื่นซึ่งกำหนดไว้ในรายการที่ 1.3 1.5 สินค้าคงเหลือ (Inventories) หมายถึง สินค้าสำเร็จรูป งานหรือสินค้าระหว่างทำ วัตถุดิบและวัสดุที่ใช้ในการผลิตเพื่อขาย หรือให้บริการตามปกติของกิจการ 1.6 สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น (Other current assets) หมายถึง สินทรัพย์หมุนเวียนอื่นใด นอกจากที่กำหนดให้แสดงไว้ในรายการที่ 1.1 ถึง 1.5 ทั้งนี้หากรายการใดมีสาระสำคัญให้แยกแสดงออกมาต่างหาก 2. สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน (Non-current assets) 2.1 เงินลงทุนเผื่อขาย (Available for-sale investments) หมายถึง เงินลงทุนในตราสารหนี้ทุกชนิดหรือตราสารทุนในความต้องการของตลาด ซึ่งไม่ ถือเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้า และในขณะเดียวกันไม่ถือเป็นตราสารหนี้ที่จะถือจนครบกำหนด หรือเงินลงทุน


14 ในบริษัทร่วม เงินลงทุนในบริษัทย่อย หรือเงินลงทุนในการร่วมค้า ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กำหนดใน มาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง 2.2 เงินลงทุนในบริษัทร่วม (Investments in associates) หมายถึง เงินลงทุนในกิจการอื่นซึ่งกิจการมีอิทธิพลอย่างมีวินัยสำคัญในกิจการนั้น ทั้งนี้ ความหมายของการมีอิทธิพลอย่างมีนัยสำคัญให้เป็นไปตามที่กำหนดในมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ที่เกี่ยวข้อง 2.3 เงินลงทุนในบริษัทย่อย (Investments in subsidiaries) หมายถึง เงินลงทุนในกิจการอื่นซึ่งกิจการมีอำนาจการควบคุมกิจการนั้น ทั้งนี้ใน ความหมายของการควบคุมให้เป็นไปตามที่กำหนดในมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง 2.4 เงินลงทุนในการร่วมค้า (Investments in joint subsidiaries) หมายถึง เงินลงทุนเพื่อการประกอบกิจกรรมเชิงเศรษฐกิจของบุคคลหรือกิจการตั้งแต่สอง รายขึ้นไปโดยมีการควบคุมร่วมกันตามที่ตกลงไว้ในสัญญา ทั้งนี้ความหมายของการควบคุมร่วมกันให้ เป็นไปตามที่กำหนดในมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง 2.5 เงินลงทุนระยะยาวอื่น (Other long-term investments) หมายถึง เงินลงทุนระยะยาวในกิจการอื่น นอกจากที่กำหนดให้แสดงไว้ในรายการที่ 2.1 ถึง 2.4 2.6 เงินให้กู้ยืมระยะยาว (Long-term loans) หมายถึง เงินให้กู้ยืมระยะยาว รวมทั้งลูกหนี้ในลักษณะอื่นใดซึ่งจัดเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน 2.7 อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน (Investments property) หมายถึง อสังหาริมทรัพย์ (ที่ดิน อาคารหรือส่วนของอาคาร (ส่วนควบอาคาร) หรือ ทั้งที่ดิน และอาคาร) ที่ถือครอง (โดยเจ้าของหรือผู้เช่าภายใต้สัญญาเช่าการเงิน) เพื่อหาประโยชน์จากรายได้ค่าเช่า หรือจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าของสินทรัพย์ หรือทั้งสองอย่าง ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กำหนด ในมาตรฐาน การรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง 2.8 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขาย (Non-current assets classified as held for sale) หมายถึง สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่กิจการมีวัตถุประสงค์ที่ถือไว้เพื่อขาย ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่ กำหนดในมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง


15 2.9 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (Property,plan and equipment) หมายถึง สินทรัพย์ที่มีตัวตนที่กิจการมีไว้เพื่อใช้ประโยชน์ในการผลิต เพื่อใช้ในการจำหน่าย สินค้า หรือให้บริการ เพื่อให้เช่าหรือเพื่อใช้ในการบริหารงาน โดยกิจการคาดว่าจะใช้ประโยชน์มากกว่า หนึ่งรอบระยะเวลารายงาน 2.10 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible assets) หมายถึง สินทรัพย์ที่ไม่เป็นตัวเงินที่ระบุได้และไม่มีกายภาพตามที่กำหนดในมาตรฐาน การรายงานทางการเงิน เช่น ลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร สัมปทาน 2.11 สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี (Deferred tax assets) หมายถึง จำนวนเงินภาษีเงินได้ที่กิจการคาดว่าจะได้รับคืนในอนาคตซึ่งเกิดขึ้น (1) ผลแตกต่างชั่วคราวที่ใช้หักภาษี (2) ขาดทุนทางภาษีที่ยังไม่ได้ใช้ยกไป (3) เครดิตภาษีที่ยังไม่ได้ยกไป ทั้งนี้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง 2.12 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่น (Other non-current asstes) หมายถึง สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนอื่นใด นอกจากที่กำหนดให้แสดงไว้ในรายการที่ 2.1 ถึง 2.11 ทั้งนี้หากรายการใดมีสาระสำคัญให้แยกแสดงออกมาต่างหาก


16 กิจการจะบันทึกรับรู้สินทรัพย์ในงบแสดงฐานะการเงิน เมื่อเข้าเงื่อนไขทุกข้อ ดังนี้ 1. มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ที่กิจการจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต 2. มีราคาทุนหรือราคามูลค่าที่สามารถวัดได้อย่างน่าเชื่อถือ สินทรัพย์ที่กิจการได้มา จึ้ง ต้องบันทึกด้วยราคาทุน หรือจำนวนเงินที่จ่ายออกไปทั้งหมด การวัดมูลค่าของสินทรัพย์ในงบการเงิน จะเกี่ยวข้องกับการเลือกในเกณฑ์การวัดมูลค่าต่าง ๆ ได้แก่ 1. ราคาทุนเดิม หมายถึง การบันทึกสินทรัพย์ด้วยจำนวนเงินสด ที่จ่ายหรือด้วยมูลค่ายุติธรรมของ สิ่งที่นำไปแลกสินทรัพย์มา ณ เวลาที่ได้มาซึ่งสินทรัพย์นั้น 2. ราคาทุนปัจจุบัน หมายถึง การแสดงสินทรัพย์ด้วยจำนวนเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดที่ต้อง จ่ายในขณะนั้นเพื่อให้ได้มาซึ่งสินทรัพย์ชนิดเดียวกันหรือสินทรัพย์ที่เท่าเทียมกัน 3. มูลค่าที่จะได้รับ หมายถึง การแสดงสินทรัพย์ด้วยจำนวนเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดที่จะ ได้มาในขณะนั้นหากกิจการขานนสินทรัพย์โดยเป็นไปตามขั้นตอนปกติในการจำหน่ายสินทรัพย์ 4. มูลค่าปัจจุบัน หมายถึง การแสดงสินทรัพย์ด้วยมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดรับสุทธิในอนาคต ซึ่งคาดว่าจะได้รับจากสินทรัพย์นั้นในการดำเนินงานตามปกติของกิจการสินทรัพย์รายการใด จะเลือกใน เกณฑ์ในการวัดมูลค่าเกณฑ์ใด ให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินในเรื่องนั้น ๆ ซึ่งจะได้ ศึกษารายละเอียดในหน่วยต่อไป การรับรู้สินทรัพย์ การวัดมูลค่าของสินทรัพย์


17 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความหมายและหลักการจำแนกประเภทของสินทรัพย์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย () ลงหน้าข้อความที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์หมุนเวียน ก. ยานพาหนะ ข. เงินลงทุนระยะยาว ค. หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ง. ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท 2. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ก. ค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า ข. ลูกหนี้และตั๋วเงินรับ ค. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ง. เงินสดและเงินฝากธนาคาร 3. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ก. สิทธิบัตร ข. เครื่องหมายการค้า ค. สัมปทาน ง. ถูกทุกข้อ 4. ข้อใดเป็นรายจ่ายรอตัดบัญชี ก. ส่วนเกินมูลค่าหุ้น ข. ภาษีเงินได้รอการตัดจ่าย ค. ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท ง. ภาษีเงินได้รอการตัดจ่าย และ ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท สแกนเพื่อท ำแบบทดสอบ


18 5. สินทรัพย์ในข้อใดที่ต้องมีการคิดค่าเสื่อมราคา ก. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์(ยกเว้นที่ดิน) ข. วัสดุสำนักงาน ค. ตั๋วเงินรับ ง. ถูกทุกข้อ 6. ข้อใดเป็นส่วนประกอบของงบการเงิน ก. งบแสดงฐานะการเงิน ข. งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ค. หมายเหตุประกอบงบการเงิน ง. ถูกทุกข้อ 7. จากรายการสินทรัพย์ต่อไปนี้ จงเรียงลำดับรายการในงบแสดงฐานะการเงิน 1. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 4. เงินให้กู้ยืมระยะสั้น 2. สินค้าคงเหลือ 5. เงินลงทุนชั่วคราว 3. ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 6. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ก. 1 2 3 4 5 6 ข. 1 5 3 2 4 6 ค. 1 5 3 4 2 6 ง. 1 4 3 5 2 6 8. รายได้ค่าเช่าค้างรับ แสดงในหัวข้อใดในงบแสดงฐานะการเงิน ก. ลูกหนี้การค้า ข. ลูกหนี้อื่น ค. เงินให้กู้ยืมระยะสั้น ง. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น


19 9. ข้อใดคือรายการที่ควรจะปรากฏในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ก. นโยบายงบการเงิน ข. รายชื่อลูกหนี้ ค. รายชื่อเจ้าหนี้ ง. ถูกทุกข้อ 10. วัสดุสำนักงาน ต้องแสดงในหัวข้อใดในงบการเงิน ก. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ข. สินค้าคงเหลือ ค. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ง. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น


20 เฉลย แบบทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ความหมายและหลักการจำแนกประเภทของสินทรัพย์ คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย () ลงหน้าข้อความที่ถูกต้องที่สุด 1. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์หมุนเวียน ก. ยานพาหนะ ข. เงินลงทุนระยะยาว ค. หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด ง. ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท 2. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ก. ค่าเบี้ยประกันจ่ายล่วงหน้า ข. ลูกหนี้และตั๋วเงินรับ ค. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ง. เงินสดและเงินฝากธนาคาร 3. ข้อใดหมายถึงสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ก. สิทธิบัตร ข. เครื่องหมายการค้า ค. สัมปทาน ง. ถูกทุกข้อ 4. ข้อใดเป็นรายจ่ายรอตัดบัญชี ก. ส่วนเกินมูลค่าหุ้น ข. ภาษีเงินได้รอการตัดจ่าย ค. ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท ง. ภาษีเงินได้รอการตัดจ่าย และ ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งบริษัท


21 5. สินทรัพย์ในข้อใดที่ต้องมีการคิดค่าเสื่อมราคา ก. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์(ยกเว้นที่ดิน) ข. วัสดุสำนักงาน ค. ตั๋วเงินรับ ง. ถูกทุกข้อ 6. ข้อใดเป็นส่วนประกอบของงบการเงิน ก. งบแสดงฐานะการเงิน ข. งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของเจ้าของ ค. หมายเหตุประกอบงบการเงิน ง. ถูกทุกข้อ 7. จากรายการสินทรัพย์ต่อไปนี้ จงเรียงลำดับรายการในงบแสดงฐานะการเงิน 1. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 4. เงินให้กู้ยืมระยะสั้น 2. สินค้าคงเหลือ 5. เงินลงทุนชั่วคราว 3. ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 6. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ก. 1 2 3 4 5 6 ข. 1 5 3 2 4 6 ค. 1 5 3 4 2 6 ง. 1 4 3 5 2 6 8. รายได้ค่าเช่าค้างรับ แสดงในหัวข้อใดในงบแสดงฐานะการเงิน ก. ลูกหนี้การค้า ข. ลูกหนี้อื่น ค. เงินให้กู้ยืมระยะสั้น ง. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น


22 9. ข้อใดคือรายการที่ควรจะปรากฏในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ก. นโยบายงบการเงิน ข. รายชื่อลูกหนี้ ค. รายชื่อเจ้าหนี้ ง. ถูกทุกข้อ 10. วัสดุสำนักงาน ต้องแสดงในหัวข้อใดในงบการเงิน ก. เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ข. สินค้าคงเหลือ ค. ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ ง. สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น


หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เงินสด สาระสำคัญ เงินสดจัดเป็นสินทรัพย์ประเภทหมุนเวียน ที่สามารถเปลี่ยนมือได้ง่าย เพราะเงินสดเป็นสิ่งที่ ยอมรับกันโดยทั่วไปในการเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน และใช้ชำระหนี้ได้ง่ายที่สุด ดังนั้นกิจการต้องมี วิธีป้องกันการทุจริตให้รัดกุมและมีวิธีการบริการเงินสดให้มีสภาพคล่องที่ดี สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของเงินสด 4. เงินสดย่อย 2. รายการที่ไม่นับเป็นเงินสด 5. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร 3. การควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสด 6. งบประมาณเงินสด จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกความหมายของเงินสดได้ 2. นับรายการที่ไม่นับเป็นเงินสดได้ 3. บอกวิธีการควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสดได้ 4. บันทึกบัญชีเกี่ยวกับเงินสดย่อยได้ 5. จัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารได้ 6. จัดทำงบประมาณเงินสดได้


24 แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เงินสด คำชี้แจง จงทำเครื่องหมาย () ลงหน้าข้อความที่ถูกต้องที่สุด 1. รายการในข้อใดไม่นับเป็นเงินสด ก. เช็คคืน ข. เงินมัดจำค่าเครื่องปรับอากาศ ค. ใบหุ้นทุน ง. ถูกทุกข้อ 2. การปฏิบัติในข้อใดถือเป็นการควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสด ก. แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี ข. การจ่ายเงินจำนวนมาก ควรจ่ายเป็นเช็ค ค. การรับ-จ่ายเงินจะต้องมีหลักฐานทุกครั้ง ง. ถูกทุกข้อ 3. ข้อใดแสดงว่ากิจการมีการควบคุมภายในเกี่ยวกับการจ่ายเงินสด ก. รายจ่ายทุกรายการจ่ายเป็นเงินสด ข. รายจ่ายทุกรายการจ่ายเป็นเช็ค ค. รายจ่ายทุกรายการที่เป็นเงินจำนวนมากจ่ายเป็นเช็ค ส่วนค่าใช้จ่ายเล็กน้อยจ่ายเป็นเงินสด โดยตั้งวงเงินสดย่อย ง. ถูกทุกข้อ แสกนเพื่อท ำแบบทดสอบ


25 จากโจทย์ต่อไปนี้ จงตอบคำถามข้อที่ 4-5 กิจการแห่งหนึ่งวางระบบเงินสดย่อยแบบ Imprest system โดยกำหนดวงงเงินสดย่อยเดือนละ 5,000 บาท ในวันสิ้นเดือนปรากฏว่ามีเงินสดย่อยเหลืออยู่จำนวน 1,500 บาท 4. รายจ่ายที่ผู้รักษาเงินสดย่อยจ่ายไปมีจำนวนเท่าใด ก. 1,500 บาท ข. 3,500 บาท ค. 5,000 บาท ง. 6,500 บาท 5. จำนวนเงินที่ผู้รักษาเงินสดย่อยต้องเบิกชดเชยเท่ากับเท่าใด ก. 1,500 บาท ข. 3,500 บาท ค. 5,000 บาท ง. 6,500 บาท 6. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารทำขึ้นเพื่ออะไร ก. พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทกระแสรายวัน ข. พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทประจำ ค. พิสูจน์ความถูกต้องของเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์ ง. ถูกทุกข้อ 7. เงินฝากระหว่างทางหมายถึงอะไร ก. เงินที่เจ้าหน้าที่การเงินทำหล่นหาย ข. เงินที่กิจการนำไปฝากธนาคารแล้วเจ้าหน้าที่ธนาคารนำไปใช้ก่อน ค. เงินที่กิจการนำไปฝากธนาคารแล้วเจ้าหนี้ที่ธนาคารยังไม่บันทึกบัญชีให้ ง. เงินที่พนักงานขายจะนำมาให้กิจการ


26 8. เช็คคืนหมายถึงอะไร ก. เช็คที่กิจการจ่ายให้กับผู้อื่นแล้วบุคคลผู้นั้นนำกลับมาคืนให้กิจการ ข. เช็คที่กิจการทำหายแล้วมีผู้เก็บมาคืนให้ ค. เช็คที่กิจการจ่ายให้กับผู้อื่นแล้วธนาคารคืนมาเนื่องจากเงินในบัญชีมีไม่พอจ่าย ง. เช็คที่กิจการสั่งจ่ายและบันทึกบัญชีแล้ว แต่ผู้รับยังไม่นำไปขึ้นเงินที่ธนาคาร 9. เช็คค้างจ่ายหมายถึงอะไร ก. เช็คที่กิจการสั่งจ่ายและบันทึกบัญชีแล้ว แต่ผู้รับยังไม่นำไปขึ้นเงินที่ธนาคาร ข. เช็คที่ผู้รับไม่สามารถเบิกเงินจากธนาคารได้ ค. เช็คที่ธนาคารคืนมาให้กิจการ ง. เช็คที่กิจการยังไม่ได้ให้แก่บุคคลภายนอก 10. จงบอกประโยชน์ของงบประมาณเงินสด ก. เป็นเครื่องมือในการวางแผนการผลิต ข. เป็นเครื่องมือในการวางแผนการขาย ค. เป็นเครื่องมือในการวางแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบ ง. เป็นเครื่องมือในการวางแผนเพื่อให้มีเงินสดหมุนเวียนคล่อง


27 เงินสด (Cash) หมายถึง เงินสดในมือและเงินฝากธนาคารทุกประเภท แต่ไม่รวมเงินฝาก ประเภทที่ต้องจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาที่กำหนด เช่น 1. ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ที่กิจการมีอยู่ รวมทั้งเงินสดย่อย ธนาณัติ ตั๋วแลกเงินไปรษณีย์ 2. เงินฝากธนาคารกระแสรายวันและออมทรัพย์ ทั้งนี้ไม่รวมเงินฝากธนาคารประเภทจ่ายคืนเมื่อ สิ้นระยะเวลา (เงินฝากประจำ) รวมทั้งบัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินอื่น ซึ่ง กำหนดไว้ในรายการที่ 1.2 และ 2.5 แล้ว * เงินฝากประจำตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไปแต่ไม่เกิน 12 เดือน แสดงภายใต้หัวข้อเงินลงทุนชั่วคราว * เงินฝากประจำเกิน 12 เดือน แสดงภายใต้หัวข้อเงินลงทุนระยะยาว 3. เช็คที่ถึงกำหนดชำระแต่ยังมิได้นำฝาก เช็คเดินทาง ดราฟต์ของธนาคาร รายการเทียบเท่าเงินสด หมายถึง เงินลงทุนชั่วคราวที่มีสภาพคล่องสูง ซึ่งพร้อมที่จะ เปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดในจำนวณที่ทราบได้และมีความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนแปลงในมูลค่าน้อย หรือไม่มี นัยสำคัญ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามที่กำหนดในมาตรฐานรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เช่น เงินฝากประจำไม่ เกิน 3 เดือน จากความหมายดังกล่าวข้างต้น สรุปได้ว่า เงินสด หมายถึง เงินสดในมือ (Cash on hand) ได้แก่ ธนาบัตร เหรียญกษาปณ์ เงินสดย่อย รวมถึงเอกสารต่าง ๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้ ทันทีที่ต้องการได้แก่ ธนาณัติ ตั๋วแลกเงินไปรษณีย์ เช็คที่ถึงกำหนดชำระแต่ยังไม่ได้นำฝาก เช็คเดินทาง ดราฟต์ของธนาคาร และเงินฝากธนาคาร (Cash at bank) ประเภทออมทรัพย์ กระแสรายวัน และเงิน ฝากประจำไม่เกิน 3 เดือน ความหมายของเงินสด


28 1. เช็คลงวันที่ล่วงหน้า หมายถึง เช็คที่กิจการได้รับมาจากบุคคลอื่น ซึ่งนำไปฝากธนาคารแต่ ธนาคารยังไม่ขึ้นเงินสดให้ทันที ธนาคารจะขึ้นเงินให้เมื่อถึงกำหนด ดังนั้นเช็คลงวันที่ล่วงหน้าถือเป็นตั๋ว เงินรับ 2. เช็คคืน หมายถึง เช็คที่กิจการได้รับจากบุคคลอื่น และเมื่อกิจการไปขอขึ้นเงินที่ธนาคาร ปรากฏว่าเจ้าของบัญชีมีเงินไม่พอ ธนาคารจะส่งเช็คดังกล่าวคืนมาให้กิจการ ดังนั้นเช็คคืนถือเป็นลูกหนี้ 3. อากรแสตมป์และไปรษณียากร ในส่วนที่กิจการยังไม่ใช้ถือเป็นวัสดุสำนักงาน 4. เงินให้ยืมสำหรับพนักงาน ถือเป็นลูกหนี้ของกิจการ 5. เงินมัดจำที่กิจการจ่ายล่วงหน้าตามสัญญาต่าง ๆ เช่น เงินมัดจำเพื่อซื้อสินทรัพย์ เงินมัดจำ เพื่อจ้างทำของ 6. เงินสดที่กันไว้เพื่อใช้ในวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่ง เช่น เงินสดที่กันเข้าเป็นเงินกองทุน เพื่อไถ่ถอนหนี้สินนหรือกันไว้เพื่อซื้อสินทรัพย์ 7. ตั๋วเงินที่ธนาคารเก็บเงินให้ ซึ่งจะถือเป็นเงินสดก็ต่อเมื่อธนาคารเรียกเก็บเงินตามตั๋วได้ 8. ใบหุ้นทุน (ได้แก่ ใบหุ้นสามัญ ใบหุ้นบุริมสิทธิ) ใบหุ้นกู้ พันธบัตรรัฐบาล ที่กิจการได้ไปลงทุน ในบริษัทอื่นไว้ เมื่อต้องการเงินสดกิจการสามารถขายออกไปได้ทันที ดังนั้นจึงต้องถือเป็นเงินลงทุน ไม่ใช่ เงินสด 9. เงินฝากธนาคารที่มียอดคงเหลืออยู่ทางด้านเครดิต ถือเป็นเงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร ให้แสดง เป็นหนี้สินหมุนเวียนในงบแสดงฐานะการเงิน ในการประกอบธุรกิจไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ เจ้าของกิจการมักจะไม่ได้ เข้ามาควบคุมดูแลเงินสดด้วยตนเอง โดยส่วนมากจะกำหนดหน้าที่ให้แก่พนักงานภายในองค์กรที่มีหน้าที่ ดูแลในการรับเงินและจ่ายเงิน ดังนั้นถ้าหากกิจการไม่มีการควบคุมภายในที่ดีเท่ากับให้โอกาสพนักงานที่ รายการที่ไม่นับเป็นเงินสด การควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสด


29 จะทำการทุจริตนำเงินสดของกิจการไปใช้ส่วนตัวได้ ดังนั้นกิจการจึงจำเป็นต้องมีการควบคุมอย่างใกล้ชิด ซึ่งการควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสดแต่ละกิจการจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของการ ประกอบธุรกิจ 1. ควรแบ่งหน้าที่ระหว่างการรับเงินและการจ่ายเงินออกจากหน้าที่การบันทึกบัญชี ซึ่งไม่ให้ บุคคลใกบุคคลหนึ่งทำหน้าที่ตั้งแต่การรับและการจ่ายเงินจนถึงการบันทึกบัญชี 2. ควรนำเงินสดฝากธนาคารทุกวัน หรืออย่างช้าภายในวันรุ่งขึ้นของวันถัดไป 3. กรณีกิจการจ่ายเงินสดจำนวณมากควรจ่ายเป็นเช็ค โดยกำหนดหน้าที่ผู้อนุมัติภายในวงเงินที่ มีอำนาจในการอนุมัติ สำหรับเงินสดจ่ายที่มีจำนวนน้อยควรจะตั้งวงเงินสดย่อยเพื่อเบิกจ่าย 4. ในการรับและจ่ายเงินสดควรจะมีหลักฐานทุกครั้ง เช่น ใบเสร็๗รับเงิน บิลเงินสด 5. กรณีที่กิจการมีการขายสินค้าเป็นเงินสด ควรนำเครื่องบันทึกเงินสดมาช่วยในการเก็บเงินและ ควรให้พนักงานจัดทำรายงานการรับเงินประจำวันที่เกิดจากการขาย แล้วส่งฝ่ายการเงิน 6. กรณีเก็บเงินไว้นในตู้นิรภัย ไม่ควรกำหนดให้ผู้ถือกุญแจ และผู้เปิดรหัสเป็นบุคคลเดียวกัน 7. ควรมีการตรวจสอบภายในเกี่ยวกับเงินสดอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ ทราบล่วงหน้า 8. ควรมีการสับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ ความรับผิดชอบเกี่ยวกับเงินสดตลอดเวลา เงินสดย่อย (Petty cash) หมายถึง เงินสดที่กิจการกำหนดวงเงินไว้เพื่อใช้สำหรับการจ่ายต่าง ๆ ที่เป็นจำนวนเงินไม่มากและรายจ่ายนั้นไม่สะดวกในการสั่งจ่ายด้วยเช็ค การที่กิจการตั้งวงเงินสดย่อถือ ได้ว่าเป็นการควบคุมการจ่ายเงินสด โดยการกำหนดให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการตั้งเบิกเงินสด และดูแล การควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสด ได้แก่ เงินสดย่อย


30 ในการเบิกจ่าย เช่น การจ่ายค่าน้ำมันรถ ค่าพาหนะ ค่ารับรอง เป็นต้น ผู้ดูแลเงินสดย่อยจะจ่ายเงิน เมื่อมี ผู้มาขอเบิกเงินและมีการอนุมัติอย่างถูกต้องเท่านั้น เมื่อถึงเวลาตั้งเบิกเงินสดย่อยผู้ดูแลก็จะรวบรวม ใบสำคัญจ่ายเพื่อขออนุมัติเบิกเงินสดชดเชยการตั้งวงเงินสดย่อย ระบบเงินสดย่อยมี 2 ระบบ ได้แก่ 1. ระบบเงินสดย่อนแบบกำหนดวงเงินไว้แน่นอน (Imprest system) ระบบนี้เมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติตั้งวงเงินสดย่อยบัญชีเงินสดย่อยจะคงไม่เปลี่ยนแปลง เว้นแต้ จะมีการอนุมัติให้มีการเพิ่ม หรือลดวงเงินสดย่อย หรือปรับปรุงบัญชีในวันสิ้นงวดบัญชีเพื่อให้บัญชีเงินสด ย่อยมียอดเท่ากับตัวเงินสดย่อยที่เหลืออยู่จริง วิธีนี้เมื่อกิจการตั้งวงเงินสดย่อยในมือพนักงานเงินสดย่อย แล้วอาจกำหนดช่วงเวลา วันที่ ในการเบิกชดเชย หรือเมื่อเงินสดในมือพนักงานเงินสดย่อยเหลือน้อยลง แล้วจึงขอเบิกชดเชยได้ ในการจ่ายเงินสดย่อยเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ น้อย ๆ ของกิจการ พนักงานเงินสด ย่อย จะเก็บรวบรวมหลักฐานที่จ่ายไปทั้งหมดไปขอเบิกชดเชย ตามวัน เวลาที่กิจการกำหนด ซึ่งกิจการ ส่วนใหญ่นิยมใช้ระบบเงินสดย่อยวิธีนี้ เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่ายในการปฏิบัติ การบันทึกรายการเกี่ยวกับเงินสดย่อย มี 3 ขั้นตอน ดังนี้ เมื่อกิจการกำหนดเงินสดย่อย วิธีการเหมือนกับการจ่ายเงินของกิจการ โดยสั่งจ่ายเป็นเช็ค ผู้ดูแลเงินสดย่อยก็จะขอเบิกเงินที่ธนาคารเพื่อไว้จ่ายเมื่อมีผู้มาขอเบิก กิจการกำหนดวงเงินสดย่อยไว้ 10,000 บาท การบันทึกบัญชี Dr. เงินสดย่อย 7,000 .- Cr.ธนาคาร 7,000 .- กำหนดวงเงินสดย่อย 1. การตั้งวงเงินสดย่อย ตัวอย่าง1


31 ผู้ดูแลเงินสดย่อยควรจะทำสมุดเงินสดย่อย เพื่อช่วยให้การทำงานสะดวกรวดเร็วขึ้น และยังช่วย บันทึกความทรงจำในการเบิกเงินสดเมื่อมีผู้มาขอเบิกเงิน ตัวอย่างเช่น พศ.2562 เลขที่ ใบสำคัญ ค่า พาหนะ ค่า น้ำมันรถ ค่า รับรอง ค่าใช้จ่าย เบ็ดเตล็ด บัญชีอิ่น เดือน วันที่ ชื่อบัญชี จำนวนเงิน มี.ค 1 4 6 9 10 14 20 101 102 103 104 105 106 107 200 100 120 50 300 100 150 60 40 160 100 100 30 ค่าไปรษณียากร 200 470 400 510 130 200 จากตัวอย่างข้างต้น สมุดเงินสดย่อยเป็นเพียงสมุดที่ทำขึ้นเพื่อช่วยในการทำงานให้สะดวกขึ้นและ ยังช่วยในการรวบรวมใบสำคัญจ่าย ดังนั้นไม่ถือว่าสมุดเงินสดย่อยเป็นสมุดบัญชีของกิจการและในการ กำหนดช่องต่าง ๆ ในสมุดบัญชีเงินสดย่อยขึ้นอยู่กับรายจ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ กัน สำหรับรายการที่ไม่เกิดขึ้น บ่อยให้ลงไว้ในช่องบัญชีอื่น ผู้ดูแลเงินสดย่อยจะทำการเบิกชดเชยเงินสดย่อยเมื่อเห็นว่าเงินสดย่อยใกล้หมดหรือเมื่อสิ้น ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในการเบิกชดเชยนั้นผู้ดูแลจะรวบรวมใบสำคัญจ่ายเงินสดและจัดทำใบขอเบิก ชดเชยใหม่ตามจำนวนเงินในใบสำคัญที่จ่ายไป 2. การจ่ายเงินสดย่อย 3. การเบิกชดเชยเงินสดย่อย


32 การคำนวณ วงเงินสดย่อย = 7,000 บาท เงินสดจ่าย (ทั้งสิ้น) = 1,710 บาท เงินสดคงเหลือ = 5,290 บาท เบิกเงินชดเชยเงินสดย่อย = 1,710 บาท เงินสดย่อยคงเหลือ = 7,000 บาท 2562 มี.ค. 31 Dr. ค่าพาหนะ 470 ค่านำมันรถ 400 ค่ารับรอง 510 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 130 ค่าไปรษณียากร 200 Cr. ธนาคาร 1,710 เบิกชดเชยเงินสดย่อย ในวันสิ้นงวดบัญชีถ้ามีใบสำคัญค้างเบิกที่ผู้ดูแลเงินสดย่อยได้จ่ายออกไปแล้วแต่ไม่ได้เบิกเงินชดเชย เช่น ค่าวัสดุสำนักงาน 500 บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ 350 บาท รวม 850 บาท การบันทึกบัญชี 2562 ธ.ค. 31 Dr. วัสดุสำนักงาน 500 ค่าน้ำ ค่าไฟ 350 Cr. เงินสดย่อย 850 ปรับปรุงเงินสดย่อยค้างเบิกชดเชย


33 2. ระบบเงินสดย่อยแบบไม่กำหนดวงเงินไว้แน่นอน (Fluctuating system) วิธีนี้เมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติเงินสดย่อยให้พนักงานเงินสดย่อยแล้ว ต่อมาพนักงานเงินสด ย่อยจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายจากเงินสดย่อยจะบันทึกบัญชีในสมุดเงินสดย่อยทันที โดยบันทึกค่าใช้จ่าย และลด ยอดเงินสดย่อย ซึ่งสมุดเงินสดย่อยจะทำหน้าที่เป็นสมุดบันทึกรายการขั้นต้น และผ่านรายการไปยังสมุด บัญชีแยกประเภททันที ระบบนี้จึงทำให้จำนวนเงินสดย่อยจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ในจำนวนเงินที่ไม่ แน่นอนสำหรับการเบิกชดเชยขึ้นอยู่กับพนักงานเงินสดย่อยจะเบิกเงินสดย่อยเมื่อใด และเป็นจำนวนเงิน เท่าไร ไม่ได้กำหนดไว้แน่นอน จากโจทย์ตัวอย่างที่ 1 การบันทึกบัญชีเกี่ยวกับเงินสดย่อยแบบไม่ได้กำหนดวงเงินแน่นอนเป็น ดังนี้ 2562 มี.ค. 1 กิจการกำหนดวงเงินสดย่อยไว้ 7,000 บาท Dr. เงินสดย่อย 7,000 .- Cr. เงินฝากธนาคาร 7,000 .- บันทึกตั้งวงเงินสดย่อย ........................................ Dr. ค่าพาหนะ 200 .- ค่ารับรอง 150 .- ค่าไปรษณียากร 200 .- Cr. เงินสดย่อย 550 .- จ่ายค่าพาหนะ ค่ารับรอง ค่าไปรษณียากรจากเงินสดย่อย ........................................ 4 Dr. ค่าน้ำมันรถ 300 .- ค่ารับรอง 60 .- ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 100 .- Cr. เงินสดย่อย 460 .- จ่ายค่าน้ำมันรถ ค่ารับรอง และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดจากเงินสดย่อย ........................................


34 6 Dr. ค่าพาหนะ 100 .- ค่ารับรอง 40 .- Cr. เงินสดย่อย 140 .- จ่ายค่าพาหนะและค่ารับรองจากเงินสดย่อย ........................................ 9 Dr. ค่าน้ำมันรถ 100 .- Cr. เงินสดย่อย 100 .- จ่ายค่าน้ำมันรถจากเงินสดย่อย ........................................ 10 Dr. ค่าน้ำมันรถ 120 .- ค่ารับรอง 160 .- ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด 30 .- Cr. เงินสดย่อย 360 .- จ่ายค่าน้ำมันรถ ค่ารับรอง และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดจากเงินสดย่อย ........................................ 14 Dr. ค่ารับรอง 100 .- Cr. เงินสดย่อย 100 .- จ่ายค่ารับรองจากเงินสดย่อย ........................................ 20 Dr. ค่าพาหนะ 50 .- Cr. เงินสดย่อย 50 .- จ่ายค่ารับรองจากเงินสดย่อย ........................................


35 20 Dr. เงินสดย่อย 1,710 .- Cr. เงินฝากธนาคาร 1,170 .- จ่ายค่ารับรองจากเงินสดย่อย ........................................ ในวันสิ้นงวดบัญชี ถ้ามีใบสำคัญค้างเบิกที่ผู้ดูแลเงินสดย่อยได้จ่ายออกไปแล้วแต่ไม่ได้เบิกชดเชย ไม่ต้องบันทึกรายการปรับปรุงบัญชี เพราะได้บันทึกค่าใช้จ่าทุกครั้งที่จ่ายเงินสดย่อยออกไป ใน ขณะเดียวกันบัญชีเงินสดย่อยก็ได้บันทึกเครดิต ลดยอดลงทุกครั้งเท่ากับจำนวนค่าใช้จ่าย จึงทำให้บัญชี เงินสดย่อยมียอดถูกต้องตรงกับตัวเงินสดคงเหลือ ณ วันสิ้นงวดบัญชี งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร (Bank reconciliation) 1. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารเพื่อเปรียบเทียบยอดเงินฝากธนาคาร หรือเพื่อทำให้ยอด คงเหลือเท่ากัน งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารวิธีนี้ทำขึ้นเพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุที่ทำให้ยอดเงินฝาก ธนาคารคงเหลือตามใบแจ้งยอดของธนาคารกับยอดคงเหลือในสมุกบัญชีของกิจการไม่ตรงกัน ประกอบ ไปด้วย 2 แบบ คือ 1.1 พิสูจน์จากยอดเงินฝากธนาคารคงเหลือตามใบแจ้งยอดของธนาคาร ไปหายอดเงินฝาก ธนาคารคงเหลือตามสมุดบัญชีของกิจการ จัดทำโดยตั้งด้วยยอดคงเหลือตามใบแจ้งยอดของธนาคาร บวก ด้วยข้อแตกต่างหรือสาเหตุที่ทำให้ยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดของธนาคารต่ำกว่าของกิจการและ หักด้วยข้อแตกต่างสาเหตุที่ทำให้ยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดเงินฝากธนาคารที่สูงกว่าของกิจการ เมื่อจัดทำเรียบร้อยแล้วยอดคงเหลือต้องได้เท่ากับยอดคงเหลือตามสมุดบัญชีของกิจการ 1.2 พิสูจน์จากยอดเงินฝากธนาคารคงเหลือตามสมุดบัญชีของกิจการ ไปหายอดเงินฝาก ธนาคารคงเหลือตามใบแจ้งยอดของธนาคาร จัดทำโดยตั้งด้วยยอดคงเหลือตามสมุดบัญชีของกิจการ บวก ข้อแตกต่างหรือสาเหตุที่ทำให้ยอดเงินฝากธนาคารตามสมุดบัญชีของกิจการต่ำกว่ายอดตามใบแจ้งยอด ของธนาคาร และหักข้อแตกต่างหรือสาเหตุที่ทำให้ยอดตามสมุดบัญชีของกิจการสูงกว่ายอดตามใบแจ้ง ยอดเงินฝากธนาคาร เมื่อจัดทำเรียบร้อยยอดคงเหลือต้องได้เท่ากับยอดคงเหลือตามใบแจ้งยอดของ ธนาคาร วิธีจัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร มี 2 วิธี


36 2. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารเพื่อหายอดที่ถูกต้อง การจัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารวิธี นี้ ตั้งด้วยยอดคงเหลือตามใบแจ้งยอดของธนาคารและยอดคงเหลือตามสมุดบัญชีของกิจการ พิสูจน์หา ยอดที่ถูกต้อง โดยนำสาเหตุที่ทำให้ยอดคงเหลือไม่เท่ากันมาบวกหรือพักด้านใดด้านหนึ่ง เมื่อจัดทำเสร็จ เรียบร้อยแล้วยอดคงเหลือที่ถูกต้องเท่ากัน สาเหตุที่ทำให้ยอดเงินฝากธนาคารไม่ตรงกับใบแจ้งยอดจากธนาคาร 1. เกิดจากสาเหตุที่กิจการเพิ่มยอดเงินฝากธนาคารและลดยอดเงินฝากธนาคารฝ่ายเดียว 1.1 เงินฝากระหว่างทาง (Deposit in transit) เกิดจากกิจการนำเงินไปฝากธนาคารและได้ ลงบัญชีแล้ว แต่ธนาคารยังไม่ได้บันทึกบัญชีให้ จึงทำให้ยอดเงินฝากธนาคารไม่ปรากฏในใบแจ้งยอดที่ ธนาคารส่งมาให้ 1.2 เช็คค้างจ่าย (Outstanding Check) เกิดจากเช็คที่กิจการได้สั่งจ่ายให้บุคคลภายนอก และฝ่ายกิจการได้บันทึกลดยอดเงินฝากธนาคารแล้ว แต่ธนาคารยังไม่ได้ลดยอดเงินฝากธนาคารให้ เนื่องจากผู้รับเช็คยังไม่ได้ไปขอเบิกจากธนาคาร 2. เกิดจากสาเหตุที่ธนาคารเพิ่มยอดเงินฝากธนาคารและลดยอดเงินฝากธนาคารฝ่ายเดียว และธนาคารยังไม่ได้แจ้งให้กิจการทราบ 2.1 การเพิ่มยอดเงินฝากธนาคารให้ เช่น - เก็บเงินตามตั๋วเงินที่กิจการให้ธนาคารเรียกเก็บให้ - ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร (ดอกเบี้ยรับ) 2.2 การลดยอดเงินฝากธนาคาร เช่น - ค่าธรรมเนียมธนาคาร - ค่าสมุดเช็ค - เช็คคืน 3. รายการที่กิจการหรือธนาคารลงรายการผิดพลาด ขั้นตอนในการค้นหาข้อแตกต่าง ที่เป็นสาเหตุทำให้ยอดเงินฝากธนาคารคงเหลือตามสมุด บัญชีกิจการและตามใบแจ้งยอดธนาคารไม่ตรงกัน ดังนี้


37 3.1 เปรียบเทียบระหว่างรายการฝากเงินตามสมุดบัญชีกิจการและช่องเงินฝากธนาคารตามใบ แจ้งยอดธนาคาร รายการใดที่ตรงกันให้ทำเครื่องหมายหน้ารายการนั้น สำหรับรายการใดไม่ตรงกันให้จด บันทึกเป็นข้อแตกต่าง 3.2 เปรียบเทียบระหว่างรายการสั่งจ่ายเช็ค (ถอนเงินฝากธนาคาร) ตามสมุดบัญชีกิจการและ ช่องถอนเงินฝากตามใบแจ้งยอดธนาคาร รายการใดที่ตรงกันให้ทำเครื่องหมายหน้ารายการนั้น สำหรับ รายการใดไม่ตรงกันให้จดบันทึกเป็นข้อแตกต่าง 3.3 ค้นหารายการที่ธนาคารบันทึกบัญชีฝ่ายเดียว ซึ่งเป็นสาเหตุให้ยอดเงินฝากธนาคารไม่ ตรงกันโดยที่กิจการยังไม่ได้บันทึกบัญชี เช่น ค่าธรรมเนียมธนาคาร ดอกเบี้ยรับ เช็คขาดความเชื่อถือ (เช็ค คืน) หรือรายการที่ธนาคารบันทึกผิดพลาด เมื่อพบรายการเหล่านี้ให้จดบันทึกเป็นข้อแตกต่าง 3.4 ค้นหารายการที่กิจการบันทึกบัญชีฝ่ายเดียว เช่น เงินฝากระหว่างทาง หรือรายการที่กิจการ บันทึกบัญชีผิดพลาด เมื่อพบรายการเหล่านี้ให้จดบันทึกเป็นข้อแตกต่าง การจัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร 1. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารที่ถูกต้อง เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562 บริษัท จึ้งใจ จำกัด ได้รับใบแจ้งยอดเงินฝากธนาคารมียอดคงเหลือตามใบแจ้ง ยอดเท่ากับ 120,000 บาท และยอดเงินฝากธนาคารตามบัญชีกิจการเท่ากับ 160,000 บาท จากการตรวจสอบ พบว่าข้อมูลที่เกิดขึ้นในระหว่างเดือนมีนาคม 2562 ดังนี้ 1. กิจการนำเงินฝากธนาคารในวันที่ 31 มีนาคม หลังจากที่ธนาคารปิดทำการแล้ว 101,800 บาท 2. กิจการสั่งจ่ายเช็ค แต่ผู้รับไม่ได้นำไปขึ้นเงินที่ธนาคาร ดังนี้ วันที่ หมายเลขเช็ค จำนวนเงิน (บาท) 10 ก.พ. 1987705 10,000 25 ก.พ. 1987709 16,000 16 ส.ค. 1987802 25,000 3. ธนาคารเรียกเก็บเงินตามตั๋วเงินรับให้กิจการ 400,000 บาท มีดอกเบี้ยรับ 3,000 บาท 4. เช็คคืนที่ธนาคารเรียกเก็บไม่ได้ 30,000 บาท 5. ค่าธรรมเนียมธนาคารในการเรียกเก็บตามตั๋วเงินรับ 1,600 บาท 6. เช็คหมายเลข 1987803 ซึ่งกิจการจ่ายให้เจ้าหนี้จำนวน 14,600 บาท แต่พนักงานบันทึกบัญชีเป็น 14,000 บาท งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร ตัวอย่าง 2


38 บริษัท จึ้งใจ จำกัด งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร วันที่ 31 มีนาคม 2562 (หน่วย : บาท) ยอดเงินฝากธนาคารตามใบแจ้งยอดจากธนาคาร 120,000 บวก เงินฝากระหว่างทาง 101,800 221,800 หัก เช็คค้างจ่าย เลขที่ 1987705 10,000 เลขที่ 1987709 16,000 เลขที่ 1987802 25,000 51,000 ยอดเงินฝากธนาคารที่ถูกต้อง 170,800 ยอดเงินฝากธนาคารตามสมุดบัญชีกิจการ 160,000 บวก ตั๋วเงินรับที่ธนาคารเรียกเก็บ 40,000 ดอกเบี้ยรับ 3,000 43,000 203,000 หัก เช็คคืน 30,000 ค่าธรรมเนียมธนาคาร 1,600 เช็คเลขที่ 1987803 พนักงานบันทึกบัญชีต่ำไป 600 32,200 ยอดเงินฝากธนาคารที่ถูกต้อง 170,800


39 นอกจากการทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากแล้ว กิจการต้องปรับปรุงรายการที่เกิดขึ้น และเป็นรายการ ที่มีผลกระทบด้านกิจการเท่านั้น สำหรับรายการปรับปรุงจะบันทึกบัญชีในสมุดรายวันทั่วไป ดังนี้ สมุดรายวันทั่วไป 2562 มี.ค. 31 Dr. ธนาคาร 43,000 Cr. ตั๋วรับเงิน 40,000 ดอกเบี้ยรับ 3,000 บันทึกตั๋วเงินรับที่ธนาคารเรียกเก็บเงินให้และดอกเบี้ยรับจากตั๋ว Dr. ลูกหนี้ 30,000 ค่าธรรมเนียมธนาคาร 1,600 เจ้าหนี้ 600 Cr. ธนาคาร 32,200 บันทึกค่าธรรมเนียม เช็คคืน และปรับปรุงบัญชีที่บันทึกต่ำไป


40 2. งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร (จากยอดกิจการไปหายอดธนาคาร) บริษัท จึ้งใจ จำกัด งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร วันที่ 31 มีนาคม 2562 (หน่วย : บาท) ยอดเงินฝากธนาคารตามสมุดบัญชีกิจการ 160,000 บวก เช็คค้างจ่าย เลขที่ 1987705 10,000 เลขที่ 1987709 16,000 เลขที่ 1987802 25,000 51,000 ตั๋วเงินรับที่ธนาคารเรียกเก็บให้ 40,000 ดอกเบี้ยรับ 3,000 94,000 254,000 หัก เช็คคืน 30,000 ค่าธรรมเนียมธนาคาร 1,600 เช็คเลขที่ 1987803 พนักงานบันทึกต่ำไป 600 เงินฝากระหว่างทาง 101,800 134,000 ยอดเงินฝากตามใบแจ้งยอดธนาคาร 120,000


41 หรือ กิจการสามารถกระทบยอดจากธนาคารไปหายอดกิจการ ได้ดังนี้ บริษัท จึ้งใจ จำกัด งบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคาร วันที่ 31 มีนาคม 2562 (หน่วย: บาท) ยอดเงินฝากตามใบแจ้งยอดธนาคาร 120,000 บวก เช็คอิน 30,000 ค่าธรรมเนียมธนาคาร 1,600 เช็คเลขที่ 1987803 พนักงานบันทึกต่ำไป 600 เงินฝากระหว่างทาง 101,800 134,000 254,000 หัก เช็คค้างจ่าย เลขที่ 1987705 10,000 เลขที่ 1987709 16,000 เลขที่ 1987802 25,000 51,000 ตั๋วเงินรับที่ธนาคารเรียกเก็บให้ 40,000 ดอกเบี้ยรับ 3,000 94,000 ยอดเงินฝากธนาคารตามบัญชีกิจการ 160,000


42 งบประมาณเงินสด (Cash budget) หมายถึง งบประมาณที่แสดงถึงการรับและการจ่ายเงิน สดที่กิจการจัดทำขึ้นเพื่อการวางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้า ทั้งนี้งบประมาณเงินสดช่วยให้กิจการทราบถึงผล การใช้เงินสดในอนาคตว่าจะมีเงินสดคงเหลือ และเงินสดขาดจำนวนเท่าใด เพื่อที่ผู้บริหารจะได้ ดำเนินการต่อไป ในกรณีที่เงินสดขาดก็จะทราบว่าจะต้องจัดหาเงินได้จากแหล่งใดบ้าง เช่น การกู้ยืม การ ออกหุ้น ออกหุ้นทุน หรือการนำสินทรัพย์ที่กิจการไม่ได้ใช้ประโยชน์ออกขาย และถ้าในกรรีที่กิจการมีเงิน สดคงเหลือมากเกินความจำเป็นก็จะทราบว่าควรจะนำเงินที่มีไปลงทุนแหล่งใด เช่น ลงทุนซื้อเงินลงทุน ขยายกิจการหรือนำไปลงทุนในรูปแบบอื่นเพื่อหวังผลตอบแทนจากการลงทุนดังกล่าว งบประมาณเงินสด จัดทำหลังจากที่งบประมาณดำเนินงาน1 และงบประมาณลงทุนได้ผ่านการอนุมัติแล้ว ในการทำ งบประมาณแผนระยะสั้น 1 ปี สามารถจัดทำเป็นรายไตรมาส รายเดือน และ 6 เดือน และวิธีการจัดทำ จะต้องทราบถึงเงินสดรับและเงินสดจ่ายของกิจการว่าสามารถรับและจ่ายจากแหล่งใดบ้าง ดังนี้ เงินสดรับ เป็นแหล่งทำให้เงินสดกิจการเพิ่มขึ้น งบประมาณเงินสด


43 1. รายได้จากการดำเนินงาน การขายสินค้า 2. รายได้อื่น ๆ เช่น - ดอกเบี้ยรับ - เงินปันผล - รายได้เบ็ดเตล็ด 3. แหล่งอื่น ๆ เช่น - ขายสินค้าอื่น ได้แก่ ขายเงินลงทุน ขายที่ดิน - การจัดหาเงิน เช่น กู้ยืม ออกจำหน่ายหุ้นกู้ หรือหุ้นสามัญ ขายสินค้า ขายสินค้าเป็นเงินสด ขายเป็นเงินเชื่อ ลูกหนี้ เรียกเก็บชำระหนี้ เงินสด (เพิ่มขึ้น) (เงื่อนไขการชำระหนี้ เช่น 2/10 , n/30) กิจการซื้อขายสินค้า และกิจการอุตสาหกรรม


44 1. รายได้จากการดำเนินงานตามปกติ คือ รายได้ค่าบริการ 2. รายได้อื่น ๆ เช่น ดอกเบี้ยรับ เงินปันผลรับ รายได้เบ็ดเตล็ด 3. แหล่งอื่น ๆ เช่น ขายสินทรัพย์ กู้ยืม เงินสดจ่าย เป็นแหล่งที่ทำให้เงินสดกิจการลดลง 1. ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามปกติ 1.1 ซื้อสินค้า/ซื้อวัตถุดิบ ซื้อสินค้า/วัตถุดิบ ซื้อเป็นเงินสด ซื้อเป็นเงินเชื่อ เจ้าหนี้ จ่ายเงินชำระหนี้ เงินสด (ลดลง) (เงื่อนไขการชำระหนี้ เช่น 2/10 , n/30) กิจการซื้อขายสินค้า และกิจการอุตสาหกรรม กิจการให้บริการ


45 1.2 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่าง ๆ (ยกเว้นค่าใช้จ่ายที่ไม่มีผลกระทบต่อเงินสดลดลง เช่น ค่า เสื่อมราคา หนี้สูญ) ได้แก่ - เงินเดือน - ค่าโฆษณา - ค่าน้ำค่าไฟ - ค่าเบี้ยประกัน สำหรับกิจการอุตสาหกรรมนอกจากมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแล้ว กิจการดังกล่าวยังมี ค่าใช้จ่าย ดังนี้ - ค่าแรงงาน - ค่าใช้จ่ายในการผลิต 2. แหล่งอื่น ๆ เช่น - ซื้อสินทรัพย์ (งบประมาณลงทุน) - ดอกเบี้ยจ่าย - เงินปันผลจ่าย - ภาษีเงินได้


46 ตัวอย่างที่ 3 ต่อไปนี้เป็นข้อมูลของ บริษัท กันยา จำกัด เพื่อจัดทำงบประมาณเงินสดสำหรับ ไตรมาสแรกของปี 2562 ดังนี้ ม.ค. ก.พ. มี.ค. ขายสินค้า 6,000 5,000 9,000 ขายสินค้าเป็นเงินเชื่อ 5,000 4,000 4,500 ซื้อสินค้าเป็นเงินสด 2,500 3,000 3,600 ซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อ 2,200 4,400 3,000 ค่าใช้จ่ายในการขาย 1,500 1,700 1,600 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 3,000 3,000 3,000 ดอกเบี้ยรับจากเงินลงทุน 400 400 400 ซื้ออุปกรณ์สำนักงาน - 1,500 - 1. ยอดเงินสดคงเหลือต้นงวดปี 2562 จำนวน 500 บาท การขายเชื่อกิจการประมาณว่าจะ เก็บเงินได้ ดังนี้ 80% เก็บได้ภายในเดือนที่ขาย 15% เก็บได้ในเดือนแรกถัดจากเดือนขาย 5% เก็บได้ในเดือนที่สองถัดจากเดือนขาย 2. สำหรับยอดซื้อสินค้าเป็นเงินเชื่อ กิจการมีนโยบายจ่ายชำระหนี้ ดังนี้ 60% จ่ายในเดือนที่ซื้อ 40% จ่ายในเดือนถัดไป 3. กิจการได้ทำการกู้เงินจากธนาคารเพื่อใช้ในการดำเนินงาน 3,000 บาท ในอัตราดอกเบี้ย 10% ต่อปี กู้มาในเดือนมกราคม 2562 และจ่ายชำระคืนในเดือนมีนาคม 2562


Click to View FlipBook Version