นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN โดย นิสิตหลักสูตรการศึกษาบัณฑิตสาขาภาษาไทย รหัส ๖๓ นิสรา
60 Hi โนดะ!
หนังสือรวมกวีนิพนธ์และบทความบน Facebook - นิสรา นิสรา จัดพิมพ์ขึ้นเนื่องในกิจกรรมแสดงมุฑิตาจิต ๖ ทศวรรษนัยสวนชีวิต มาโนช นิสรา “นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN” คัดสรรผลงาน/เรียบเรียง เจิมอักษร ถนอมลิขิตวงศ์ นราวดี จินดา เนติธร ชูศรีหรัญ มธุริน สุขเกื้อ วิภาวี สิทธิการ อิศริยา อิทะสุวรรณ์ ฮาน่า อุสมา ออกแบบ พงศกร เจะดราแม
เสมือ มื นคำ นำ
สารบัญ บั บทที่ ๑ บทที่ ๒ บทที่ ๓ บทที่ ๔ บทที่ ๕ “กาล...ที่รัก” “วันซึ่งอิ่มละอองฝน” “แม่ในสายลมเดือนสิงหาคม” “เป็นเธอที่งดงามในความคิด” (๒๕๕๖ - ๒๕๕๗) (๒๕๕๘ - ๒๕๕๙) (๒๕๖๐ - ๒๕๖๑) (๒๕๖๒ - ๒๕๖๓) (๒๕๖๔ - ๒๕๖๖) หน้า ๑ หน้า ๒๒ หน้า ๔๔ หน้า ๘๗ หน้า ๑๓๐ ความนัยหลังห้อง หน้า ๑๕๘ “รองแง็งในเงาจันทร์”
บทที่ ๑ (๒๕๕๖ - ๒๕๕๗) “กาล...ที่รัก”
๒ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN “ท่าสยาม” มรสุมพัดเรามาหาฝั่งฝัน ถึงท่าเงียบสงบงันคืนจันทร์ฉาย เพียงสัมผัสอารมณ์เปลี่ยนเนียนเนื้อทราย เห็นความหมายท่าสยามเผยความรักฯ แรงดาลใจจากร้านอาหารเจ้าประจำ ... ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ “อำ นาจ” เมืองหลวงมิเคยหลับ มิเคยลืมอำ นาจเหลิง โศกศัลย์ฤาบันเทิง อาจถูกเล่นเป็นเบี้ยแพ้ฯ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ “อีกด้าน” นั่งอยู่ในซอกมุมห่างกลุ่มคน ถอยจากเสียงอึงอลพ้นเพลงฉาว ช่างครึกครื้นตื่นใจในเรื่องราว เหมือนโศกเศร้าทุกข์แสนร้างแผ่นดิน ด้านหนึ่งดวดดื่มครึ้มใจจัง อีกฟากรอดูหนังจากต่างถิ่น อีกกลุ่มใหญ่รอดาราออกหากิน มาโบยบินแห่บ้าออกท่าโชว์ สิ่งที่เห็นเป็นไปให้เราเผลอ สิ่งที่เจออาจชี้หน้าว่าเราโง่ เพราะอีกสิ่งดูเหมือนว่าจะใหญ่โต เห็นทนโท่กลับพบว่ามันพร่ามัว ๒๕๕๖
นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๓ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เพียงนั่งรอครู่หนึ่งจึงได้เห็น กลบประเด็นสำ คัญเหมือนหยันยั่ว บ้านเมืองล่มจมไปไม่น่ากลัว อาจดีชั่วพังทลายไปด้วยแล้วฯ -ณ ศูนย์การค้ากลางเมืองหลวง- “พรุ่งนี้” ชีวิตคงมีอะไรดี ๆ ผ่านเข้ามา อย่าได้อนาทรกับอดีต เพราะมันผ่านไปแล้ว ชีวิตยังคงดำ เนินต่อไป ทั้งเธอและฉัน รวมทั้งคนอื่น ๆ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ “สัญจรภายใน” ขณะกรมอุตุปะทุข่าว ว่าถึงคราวปักษ์ใต้อิ่มสายฝน กวีหนุ่มผู้คุ้นเคยเผยตัวตน พร้อมผลิตผลพิเศษเกษตรกร มาด้วยใจแจ่มจิตมิตรภาพ มาซึมซาบความรักมาพักผ่อน มายืนยันมรรคกวีมิสั่นคลอน มาสัญจรภายในใจกวีฯ แด่...การมาเยือนของกวีหนุ่ม “วิสุทธิ์ ขาวเนียม” ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
๔ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN “ประชาชน” ฉันเห็นเธอเหนื่อยล้า-ประชาชน ไยเธอต้องอดทนเสียทุกอย่าง ประเทศเธอเสี่ยงภัยไปทุกทาง หรือเธอแค่ไว้อ้างอย่างที่เป็น เมื่ออำ นาจเปลี่ยนข้างอีกฝั่งหนึ่ง เธอฝันถึงสิ่งใดอยากได้เห็น เธอยอมแลกทุกทางอย่างใจเย็น หวังลำ เค็ญเธอคลายในการเมืองฯ แด่...มวลมหาประชาชนผู้มีใจบริสุทธิ์ ๙ ธันวาคม ๒๕๕๖ “Kiss” คริสต์มาส “คิสมี” นะที่รัก... กลางลมหนาวโหมหนักจักได้อุ่น ตระกองกอดพรอดพร่ำ คำ เราคุ้น เพื่อโลกหมุนต่อไปด้วยใจเราฯ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๖ “กาล...ที่รัก” ที่รัก...เหนื่อยมากไหมในคืนวัน กลางทุ่งฝันร้อนเจ็บหรือเหน็บหนาว มีบ้างไหมได้ดื่มด่ำ ตำ นานดาว มีสักเช้าบ้างไหมได้ชื่นเช้า ที่รัก...เขาพูดกันว่าจะปีใหม่ ปีเดิมจะผ่านไป-ใช่หรือเปล่า? เธอตื่นเต้นเพียงใดในเรื่องราว หมายกินข้าวกับใครปีใหม่นี้
นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๕ ที่รัก...หรือเธอหลุดพ้นแล้ว กำ หนดแนวเหนือกาลต้านวิถี บัตรอวยพรของขวัญใดมิไยดี เสียงแสงสีอึกทึกไม่นึกกราย ที่รัก...เธอยืนยันมรรคอันใด ก็ต้องใจแห่งฉันทุกอันหมาย กาลเปลี่ยนปีเก่าใหม่ใจมิคลาย เพราะที่รักเฉิดฉายกลางใจรักฯ แด่...ที่รักในเทศกาลเปลี่ยนปี ๕๖-๕๗ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ “ค่ารัก” ฉันรักเธอยิ่งกว่าคำ ว่ารัก เกินทอถักถ้อยคำ นำ เสนอ โลกกำ นัลคุณค่ามาเป็นเธอ แต่แรกเจอก็รู้ค่าคำ ว่ารักฯ แด่...เธอผู้มาพร้อมค่ารัก ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ “Of Love” ฟรานซิส เบคอน...พูดก่อนนี้ ความรักนั้นแลดูดีกว่าที่เห็น มีความจริงหนักหนากว่าที่เป็น ซ่อนสิ่งลวงหลอกเร้นมักเล่นเรา เช่นราคะราคาคือบ้าคลั่ง... ยากหยุดยั้งยื้อใจมิให้เขลา ดูสิ!มาร์กแอนโทนีมีรูปเงา คลีโอพัตราเย้าสั่นเสาโรม
๖ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN นั่นความรักรื่นรมย์ห่มใจโลกย์ จะสุขโศกฤาคลั่งดังไฟโหม ต่างหมายมุมครู่คราวอิ่มเล้าโลม จึงจู่โจมเข้าหารักพร้อมทักทายฯ เช้า...กาแฟขมปร่าก่อนสิ้นปี ๕๖ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๖
“เช่นนั้น” อารมณ์ปีใหม่...ผ่านไปแล้ว?? เสียงต้อนรับขับแว่วทุกแนวหาย หลับแล้วตื่นฟื้นมาฝันกระจาย.. เพราะสุดท้ายปีเก่าใหม่ใช่ต่างกันฯ ...แล้วพรุ่งนี้ก็จะเป็นปีเก่า… ๑ มกราคม ๒๕๕๗ ๒๕๕๗ “ต้นไม้ของเธอ” ค่อยค่อยโตหยัดต้นสูงพ้นเธอ เพียงแค่เผลอผ่านไปในคืนค่ำ หมายว่าฝนผละฟ้าโปรยประจำ คงชุ่มฉ่ำ เพียงพอต่อรากตรึง เธอไปทำ นั่นนี่-งานชีวิต ไปเรียนรู้ถูกผิด-จิตแบบหนึ่ง ไปเรียนรู้มรรคา-มาคำ นึง มั่นหมายว่าลึกซึ้งถึงแก่นแท้ สูงพ้นเธอขึ้นไปใบดกหนา กิ่งก้านแตกสาขามาปกแผ่ ต้นไม้เธอร่มรื่นเธอยืนแล พลิ้วกระแสลมล่องงามต้องใจ ทางของเธอทอดผ่านดาลอดีต คือเส้นขีดเคร่งครัดขนาดใหญ่ เมื่อห้วงกาลผ่านมาคลาเคลื่อนไป ทางเธอไกลนักหนาจนล้าแรง นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๗
เสียงดนตรีแปลกหูอยู่รอบด้าน ลมสำ ราญกล่อมใจไปทุกแห่ง เนื้อทำ นองล่องไหลให้แจกแจง โดยสำ แดงตัวตนตามคนฟัง ระยะทางระยะเธอ-เผลอลืมไป คือระยะโตแตกใบรากไชหยั่ง เห็นต้นไม้เห็นตัวตนพ้นเงาบัง เห็นเบื้องหลังเบื้องหน้าเห็นค่าตัวฯ ๗ มกราคม ๒๕๕๗ “ครู” ครูมิใช่เรือจ้างอย่างที่ว่า ครูมิใช่เทวดามาดลหวัง ครูมิใช่ท้องฟ้ามาป้องบัง ครูมิใช่แรงพลังได้ดังคิด ครูมิใช่กระทิงแดงอันแรงรส ครูมิใช่โอสถรักษาศิษย์ ครูมิใช่ลิโพเฮโมวิต ครูมิใช่ยาเสพติดชนิดใด ครูคือคนธรรมดาหนึ่งหน้าที่ ครูคือคนปนเลวดีมีหวั่นไหว ครูคือคนพยายามตามหัวใจ ครูคือคนก้าวไปในทางดี ๘ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
ครูอาจผิดพลั้งได้ในทางนั้น ครูอาจฝันเพ้อไปได้ทุกที่ ครูอาจอดอิ่มได้ในชีวี ครูอาจมีชอบชังอยู่ข้างใน ครูจะเป็นเช่นไรในกำ หนด ครูจะเป็นตามกฎหรือหมดสมัย ครูจะเป็นเช่นครูหรือผู้ใด อาจปัจจัยเหมือนต่างสร้างให้เป็นฯ แด่...ครูในความเป็นจริง “วันครู ๕๗” ๑๖ มกราคม ๒๕๕๗ “ศิริราช” ริมฝั่งเจ้าพระยา-มหานคร ณ ช่วงตอนตลิ่งลานเรือผ่านท่า กระฉอกน้ำ ฉ่ำ ชื้นคลื่นเคลื่อนมา เบาและช้าเช่นนั้นเน่ินนานแล้ว เป็นย่านคนอลอึงหนึ่งหย่อมบ้าน สืบเสียงทุกข์สนุกสนานยังขานแว่ว ศิริราชวาดภาพไหวไปทุกแนว จ้วงเรือแจวเช่นไร-ไหวเช่นนั้น ไหวความหวังคืนวันบันทึกว่า... ศิริราชร้อยวิญญาณ์มาเลือนหวั่น กระฉอกน้ำ ฉ่ำ ชื้นคลื่นรำ พัน เมื่อหมอกควันคลายจางทางชีวิต เสียงร่ำ ไห้คล้ายมีที่ริมท่า เพียงชั่วผ่่านกาลเวลาเงียบสนิท ศิริราชศิริสมัยไปถ้วนทิศ เพราะแจ้งสิทธิ์ศักดิ์ศรีมีเท่ากัน นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๙
ศิริราชเมื่อคืนวันคงผันเปลี่ยน รอบตลิ่งโล่งเตียนทางเปลี่ยนผัน โดยรอบด้านลุกตื่นทุกคืนวัน ต่างโจษจันศิริราชมิขาดรักฯ ณ “ศิริราช” ..โรงพยาบาลแห่งความเท่าเทียม. ๑๙ มกราคม ๒๕๕๗ “ชีวิต” ในห้วงกาลวันนี้ของชีวิต ต้องอ่านจิตแห่งตนค้นรู้สึก ขณะทุกข์โถมทำ ดำ ดิ่งลึก ตั้งตรองตรึกสตินำ ทุกค่ำ เช้า อาจดูเหมือนอิ่มสุขทุกคราเห็น อาจเปลือกเป็นเช่นนั้นไร้วันเศร้า แท้ที่จริงทุกข์ท่วมใจในเรื่องราว แท้ที่จริงเหน็บหนาวแม้ผ่าวร้อน เดินทางไกลค้นหาค่ามนุษย์ มิอาจหยุดสักแห่งแม้แรงอ่อน หมายยืนยันมรรคามาทุกตอน มิอาจถอนจริงแท้จนแพ้ชนะ จึงบางครั้งขัดแย้งแห่งรูปลักษณ์ เมื่อเกินหักโหยเศร้าบางคราวขณะ น้ำ ตาไหลเปื้อนถ้อยคำ ข้อธรรมะ จำ ต้องผละแอบป้ายสายน้ำ ตาฯ แด่...บางขณะเศร้า ๆ เหนื่อย ๆ ของชีวิต ๒๖ มกราคม ๒๕๕๗ ๑๐ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“ง่วง” มิได้หลับมิได้นอนจนค่อนรุ่ง ภาระยุ่งเฝ้าคนป่วยช่วยปลอบขวัญ เพราะบาดแผลผ่าตัดฉกาจฉกรรจ์ ต่างยักยันยากเย็นน่าเห็นใจ พยาบาลงานดูเพลินเดินเข้าออก คำ ตะคอกมิเปื้อนปากจากคนไหน บรรยากาศเครียดหมองค่อยล่องไป พอทนไหวแม้ง่วงหนักเกินจักทน ผลัดกันป่วยผลัดกันปลอบระบอบนี้ ผ่านเดือนปีธรรมดามาหลายหน อนิจจังพุทธธรรมนำ จิตตน พอคลี่คลายกังวลกลโลกา ค่อยค่อยคลี่กี่เหตุแห่งเลศนัย ค่อยผ่อนใจจดจ่อต่อทีท่า ง่วงก็หายเท่าทันวันเวลา จึงสบตากับความจริงไม่กริ่งเกรง มิกังวลกับเงินตรามหาศาล เริ่มเบิกบานทุนนิยมมิข่มเหง เมื่อเลือกสิ่งสุขสวยด้วยเราเอง ย่อมเพลินเพลงหลากทำ นองผ่องหัวใจ คล้ายมิใช่โรงพยาบาลเคยผ่านทาง แต่คือสวนพฤกษ์พร่างกลางฟ้าใส เผยชีวิตเปี่ยมชีวาละเมียดละไม เพราะเนื้อในแห่งสวนนี้มีเงินเลี้ยง นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๑๑
เหมือนทุกคนเปลี่ยนไปในสวนนี้ เหมือนคนดีทั้งนั้นสวรรค์เบี่ยง เออหนอโลกคนเข็ญเห็นลำ เอียง เพราะต่างเสี่ยงอยู่อีกสวนอวลอกโอยฯ เขียน...ขณะนอนดูความเป็นไปของชีวิต ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ๒๗ มกราคม ๒๕๕๗ “สักดอก-วาเลนไทน์” อยากจัดให้สักดอกพร้อมบอกรัก อยากจัดให้หน่วงหนักเพื่อรักมั่น อยากจัดให้ดอกพฤกษานานาพันธุ์ อยากจัดให้ตลอดวัน-วาเลนไทน์ เพื่อดอกนี้มีความหมายซึ้งใจยิ่ง เพื่อดอกนี้เห็นความจริงรักยิ่งใหญ่ เพื่อดอกนี้ลืมมิได้ทุกหายใจ เพื่อดอกนี้ฝังอยู่ในวัยชีวิตฯ “ดอก... ” ในวันแห่งความรัก ๕๗. ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ “เช้าข้าวฟ่าง” ผ่านคืนค่ำ ร่ำ ลาวาเลนไทน์ ผ่านกาละแห่งใจไม่ตื่นเต้น ผ่านความจริงสิ่งไหนไม่ร้อนเย็น ผ่านฉาบฉวยที่เห็นสิ่งเป็นไป จิบกาแฟขมขมลมผ่านเช้า นั่งทบทวนเรื่องราวเช้าวันใหม่ เห็นเงาแดดอุ่นเช้าผ่านเข้าใจ ข้าวฟ่างกวนหวานละไมไหวกาแฟฯ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ๑๒ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“อนินทิตา” คล้ายเธอจะยินคำ แม่พร่ำ บอก คล้ายเธอจะยิ้มออกในหมอกหม่น คล้ายเธอจะยืนยัน-ฉันอดทน คล้ายเธอจะไหวตนพ้นเจ็บนั้น อนินทิตาคราชีวิตกลับบิดไป อนินทิตายังแข็งใจไม่บิดผัน อนินทิตายังลืมตาสบตากัน อนินทิตายังผ่องพรรณวันเลวร้าย เห็นน้ำ ตาเธอไหล-ใจกลับชื้น เห็นมือไหวใจตื่น-ฟื้นความหมาย เห็นความหวังแจ่มจ้าทอประกาย เห็นความรักมาทักทายให้เธอคืนฯ สำ หรับ...อาการที่ดีขึ้นของอนินทิตา ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ “เพราะรัก” ฉันรักเธอด้วยใจมิใช่อื่น มิขอรักตอบคืนทั้งตื่นฝัน เป็นรักเอื้ออุ่นไอในทุกวัน นานนิรันดร์เช่นนี้มิเปลี่ยนไปฯ ๔ มีนาคม ๒๕๕๗ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๑๓
“วันนี้” วันนี้คือปัจจุบันของวันนี้ อนาคตย่อมมีวันนี้ผ่าน ล่วงเลยเส้นขีดอดีตกาล วันนี้เมื่อวันวานฉันเกิดมา วันนี้จึงเป็นวันอันแปลกนัก เห็นคนรักเผยใจให้คุณค่า ร่วมอวยพรซาบซึ้งตรึงอุรา ให้ชีวายาวนานเลยวันนี้ฯ แด่...วันนี้ของฉัน ๑๑ เมษายน. ๑๑ เมษายน ๒๕๕๗ “เล่น?” รณรงค์รักษ์น้ำ -ย้ำ คุณค่า ทุกเวลาปลูกฝังอย่างเข้มข้น แต่สงกรานต์“เล่นน้ำ ”ทำ วกวน เหมือนไม่สนคุณค่าน้ำ ที่ย้ำ นัก คุณค่าแท้คืออะไรมองไม่เห็น มีเพียงเล่นเรื่อยไปไม่เห็นหลัก ยุคสมัยฉาบฉวยด้วยคึกคัก เลิกประจักษ์ค่าแท้แค่อ้างอิงฯ แด่...สงกรานต์และเทศกาลจับฉ่ายทั้งหลาย ๑๒ เมษายน ๒๕๕๗ ๑๔ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“คล้าย” บางวันคล้ายว่าจะหมดแรง บางวันคล้ายแสงจะสร่างใส บางวันคล้ายรักจะพรากใจ บางวันคล้ายใคร...มิใช่คน ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๕๗ “บางครูและบางศิษย์” เห็นใครใครไหว้ครูอยู่คึกคึก คงบางใครรำ ลึกตรองตรึกมั่น เห็นบางครูน้ำ ตาไหลทำ ไมกัน คงบางศิษย์ไหวสั่นวิญญาณครูฯ ณ ชายคาสยามพารากอน ; ย่ำ ค่ำ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๗ “ผู้สุนทร” ผู้สุนทรผู้สอนไทยไพศาลถ้อย ฝากร่องรอยจารดวงใจให้ซึ้งค่า ผู้สุนทรจรเหนือกาลผ่านเวลา ฝากภาษาพาแก่นสารเป็นทานใจฯ แด่...วรรณผู้สุนทร ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ “บอก” อยากจะบอกบางใจในแดดเช้า อยากรื่นรมย์บางคราวในเช้าอุ่น อยากระบายเบิกบานผ่านใจคุณ อยากเริงโลกหอมกรุ่นถ้อยสุนทรีย์ฯ แด่...ความอยากอันรื่นรมย์!!! ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๑๕
“ใจ” เหมือนมิเคยสุขแท้มาแต่ต้น เหมือนรอยหม่นปกในจนใจขุ่น เหมือนมิอาจกำ จัดได้ไว้เป็นทุน เหมือนมือฆ่าทารุณผลาญบุญใจฯ จึงบางวันมืดมนหนทางหาย จึงบางวันความตายขยายใหญ่ จึงบางวันวุ่นวายคล้ายร้อนไฟ จึงบางวันผ่านผ่านไปเพียงให้พ้นฯ มีทุกอย่างสร้างด้วยยากไม่พรากทุกข์ มีมากมายคล้ายสนุกเสียทุกหน มีตามโลกโชคช่วยนำ แต่กรรมกล มีท่วมตนพ้นทุกข์ได้ไม่เคยมีฯ ๓ สิงหาคม ๒๕๕๗ “จันทร์แจ่มแห่งเรือนใจ” คือจันทร์จริงควรจดจำ จรจันทร์บรรเทืองธรรม บรรเจิดท่วงแห่งปวงใจฯ คืนมองจันทร์ วันมองใจ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๗ ๑๖ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“ฝน” พอเธอมา...สายฝนเมฆหม่นครึ้ม ฟ้าทึบทึมปกสถานชวนหวั่นไหว หวังเธอมาเบิกพฤกษ์บานโปรยลานใจ โปรยหอมให้คนที่รักประจักษ์นิรันดร์ฯ ...ฝนคงไม่ใจร้ายกับเธอ… “บางวันของบางวัย” ลมกระหน่ำ ย่ำ กระบวนทวนกระแส ฝนสาดซัดบัดปวงแปรแลหนหลัง น้ำ หลากไหลให้เขาโค่นแตกโตนดัง คนบ้าคลั่งยิ่งท้าทายโลกกลายการณ์ฯ จึงบางวันของบางวัยคล้ายแหว่งวิ่น เมื่อผืนดินบิ่นเนื้อบ่งวัฏสงสาร วัยล่วงเลยเผยใบหน้าชรายาน จักข้ามผ่านด้วยแรงใดในบางวันฯ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๗ ๑๖ กันยายน ๒๕๕๗ “กาล” จะค่ำ แล้วอีกวันจะผันเปลี่ยน อีกบทเรียนแห่งวันจะผันผ่าน อีกเรื่องราวดีร้ายป้ายดวงมาน เพื่ออีกวารพรุ่งนี้มีต้นทุนฯ แด่...กาละของเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิต ๒๕ กันยายน ๒๕๕๗ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๑๗
“ทะเล” คล้อยบ่ายหมายมาทักทะเล คลื่นคงเห่เพลงหวนชวนถวิล แดดระยิบลมเย้าเข้าเยือนยิน เสียงสนรินโลมใจให้ตื่นลุกฯ มาโดยหมายฟายฟองละอองคลื่น หมายกลับกลืนชื่นหวานซึ้งซ่านสุข จึ่งซมซานกาฬปักษ์หนักหนาทุกข์ มาซบทรายให้สนุกสนานนานฯ เปิดเวิ้งว้างกว้างแดนแสนเสรี... เป็นพื้นที่ความหมายหลายผสาน เปลือยเรื่องเล่าเผาใจให้คลี่บาน ปอกปัญหาอันดักดานให้ดิ่งดูฯ ณ เบื้องนี้อาณาจักรลมรักไหว จึงความกล้าเกลาใจไม่อดสู ล่วงราตรีมิเหนี่ยวรั้งคงพรั่งพรู หมายทะเลคงเห่อยู่รู้ความนัยฯ ครามาทะเลยามคล้อยบ่าย ๘ ตุลาคม ๒๕๕๗ ๑๘ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“แรม” มืดแห่งคืนฝืนค่ำ ...รีบย่ำ รุ่ง เศร้ามาปรุงปลิดฝันหวั่นและไหว ตามิอาจข่มหลับ...ขับแสงไฟ นอนคุดคู้อยู่ในแรมพรายลวงฯ ...ราตรีลวง… “หล่ม” ในหล่มลึกดึกร้ายสยายร่าง ในผ่องหาวดาวพร่างยังว้างฝัน ในโลกหนาวผ่าวไพรได้อุ่นวัน ในแจ่มจันทร์ตื่นจ้าอวดตาเนื้อฯ เขียนแก้ง่วงตอนตีหนึ่ง... ๒๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ “เงา” เมื่อแสงวาบภาพไหวในว้าเหว่ โยกทะเลแรมคลื่นรื่นเริงสนาน มายาภาพหรือไร-นัยเล่ห์กาล เพียงวูบผ่านมาล้อเล่นกันเช่นนี้ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ “ดึก” คุยอยู่กับความง่วงจนล่วงดึก กายเหมือนนึกถามใจไหวรึนั่น ต่างอิดโรยแรงล้ามาด้วยกัน เบื่อตาวันเบิกฟ้า...มาไล่คืนฯ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๑๙
“วันแห่งรัก” อึกทึกคึกคัก..เพราะรักเคลื่อน โลกก็เลื่อนฟ้าก็ลั่นสวรรค์ไหว ผูกเกลียวพันมั่นแกร่งแห่งสายใย ต่างเชื่อในวันสมมติพูดเรื่องรัก เหมือนวันแม่ผ่านไปในกาลก่อน รอโลกย้อนอีกยามตามกาลปักษ์ ยุครูปแบบบอกคุณค่าน่าหวั่นนัก อาจนี่คือ “กับดัก” รักหนึ่งวัน!!! ปฏิทินประเทศนี้...อาจมีเพิ่ม... ค่อยค่อยเติมรักพึงมีเป็นสีสัน หนึ่งสองสามสี่ห้า...สารพัน มาคึกคักรักกัน...วันแห่งปีฯ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ “ราตรีเรา” ริมรั้วเรือนราตรีแสงคลี่สวย ย้อมยามด้วยอุ่นอวลนวลเนื้อสี ครู่ผ่อนคลายไม้ครึ้มซ่านซึมฤดี เริงราตรีคลี่ตัวตนทวนหนทางฯ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ ๒๐ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“เหนื่อย” เป็นบางวันสั่นคลอนกับย้อนยอก เป็นบางวันพลันหอกมาหลอกทิ่ม เป็นบางวันเหนื่อยใจเกินร่ายยิ้ม เป็นบางวันกั้นรักปริ่มออกริมทางฯ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๗ “สี” เขียวเขาและเงาฟ้า ละมุนตาละเมอตน เพ้อพร่ำ เพียงคำ คน จึงเขาฟ้าแจ่มค่าฝัน... ...ฟ้า-เขารูปช้างนอกหน้าต่าง... ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๒๑
บทที่ ๒ (๒๕๕๘ - ๒๕๕๙) “วันซึ่งอิ่มละอองฝน”
“สองนัย” สองรูปสองอารมณ์ สองอาลัยในอำ ลา สองครั้งคือสองครา สองแห่งคนผลแห่งรักฯ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘ ...มีนาคมในสายลมมิตรภาพ... เมื่อแขกคนพิเศษมาเยือน มวลดอกไม้แย้มบาน อ้อมกอดของบ้านเอื้ออุ่น เสียงลมล่องเริงละมุน เมฆฟ้าฝันครุ่นคำ นึงนัย ...เช้า ๆ แห่งฤดูกาลของใจ... ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘ “ละคน-ละคร” ละครรักหลังข่าว ได้จบลงไปอีกเรื่อง พล็อตแบบเดิม ๆ ทว่าเรียกน้ำ ตาได้มากมาย แม้เรทติ้งจะสูงลิ่ว แต่ก็ต้องจบ เพราะไม่มีอะไรแล้ว อาจเสียดายจนล้นเกิน แต่ก็ต้องทำ ใจกันไป... ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๘ ๒๕๕๘ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๒๓
“เช้าชื่นตื่นมา-ปรุงอาหาร” เจือจานกันไปให้ท้องอิ่ม อร่อยจ้านจับใจเมื่อได้ชิม เลยแย้มยิ้มย้อมเช้ากินข้าวไปฯ กินกันไปตามมีตามเกิด...ดินลาน ๑ เมษายน ๒๕๕๘ ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๘ “บางขณะ” ขณะหนึ่งขณะนั้นก็พลันเหนื่อย ขณะนั้นก็พลันเฉื่อยขณะหนึ่ง เหมือนมายายื้อยุดคอยฉุดดึง หลงซาบซึ้งกับมายาขณะนั้นฯ “เหนื่อย” ต่างก็เหนื่อยกันไปในกาละ ต่างก็มีกิจจะเพื่อสะสาง ต่างก็ก้าวเดินไปในหนทาง ควรฤาร้างเร้นไปในเหตุนั้นฯ “พร่างสายฝน” ร้านกาแฟริมทางหว่างวิถี ฟังดนตรีเบาแผ่วแว่วใจไหว สาวชงรู้อ่อนหวานสักปานใด พร่างสายฝนโลกใฝ่ในจิบนี้ จิบกาแฟรสนุ่มอุ้มอารมณ์ ลิ้มหอมห่มอวลไอไปทุกที่ คือขณะเบาสบายในวันดี ยังพอมีให้ดื่มด่ำ โลกย้ำ เราฯ ๒๒ เมษายน ๒๕๕๘ ๒๔ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
๒๕ เมษายน ๒๕๕๘ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ “แสง-เงา-ความว่าง” หนังสือเล่มเปรมเช้าเย้าโลกเล่น แลโลกเห็นแสงเช้าเย้าเราครุ่น เงาบนพื้นดื่นนิยามตามสมดุล คือความว่างอันละมุนน่าครุ่นคิดฯ “เนปาลในธารน้ำ ตา” เกินจะกราบกล่าวคำ ร่ำ วอนโลก เมื่อปวงเสียงเศร้าโศกวิโยคไหว ภาพความจริงเบื้องหน้าปวดปร่าใจ โดยทางใดปลอบเนปาลในธารน้ำ ตาฯ “ตัดใจ” อาจจะต้องตัดใจไปเพียงนี้ เพราะเบื่อบ่นท่าทีแบบหนีห่าง เมื่อยืนยันมั่นหมายในหนทาง ยิ่งเปล่าว่างถ้อยคำ ประจำ วันฯ ...แด่...ความปกติของโลก ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ “ดอกไม้ในแสงเงา” แสงใสในเช้าสวย เมื่อสาดส่องเป็นเงาแสง ปลุกใจให้เริงแรง ปลุกดอกไม้ให้ชื่นรักฯ เช้าสวย... นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๒๕
๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ “โรฮีนจา” ผละแผ่นดินสิ้นศักดิ์ศรีเสรีหาย ยอมซื้อขายหมายคืนฟื้นศักดิ์ศรี กระบวนการมารร้ายผายอัปรีย์ จึงอ้วนพีเพราะสายโซ่โรฮีนจาฯ “เช้าของเรา” แค่คนธรรมดา...ประสาเรา ง่ายงามแห่งเงาเช้าวันหนึ่ง ในกาละผันผ่านลานรำ พึง พอซาบซึ้งจังหวะใจในกาแฟฯ “ดูมานิ” โศกนาฏกรรมธรรมดาแห่งป่าเขา ในโลกซึ่งความเศร้าเราใหญ่กว่า เพียงตัวเองได้ข้ามผ่านกาลเวลา จึงร่วมสานม่านมายาชะตากรรม มองไม่เห็นความเศร้าชนเผ่าอื่น เพียงโปรแกรมหยิบยื่นให้เดินย่ำ เพียงฉาบฉวยเรื่องราวขาวและดำ จึงถ้อยคำ เล่าขาน...แล้วผ่านเลยฯ แด่...มานิ-พื้นที่ของเขากำ ลังถูกรุกราน ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ๒๖ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“ร้อน” คืนนี้ไม่มีลมร้อนห่มฟ้า คืนนี้ไม่รู้ว่าฟ้าหม่นหมอง คืนนี้ไม่รู้ว่าใจข้าฯปอง คืนนี้จึงจับจ้องลมล่องฟ้าฯ หรือลมรู้เรื่องราวขาวและดำ หรือลมรู้ถ้อยคำ เงื่อนงำ หนา หรือลมรู้ทุกร้อยเล่ของเวลา หรือลมไม่พัดมา...ให้ข้ารู้ฯ ...ค่ำ คืนทะเลไร้ลม... ...ปากเมง… ๗ มิถุนายน ๒๕๕๘ “แสงอันพรั่งใจ” ขรึมทะเลเล่ห์หาย...เมฆฟายฟ้า เพลินหาดทรายพรายตาตื่นค่าแฝง คราวชีวิตดำ เนินช้าโลกกล้าแรง อ้อมกอดเธอคือหนแห่งแสงพรั่งใจฯ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๘ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๒๗
ต่างรีบไปสู่จุดหมาย ปล่อยให้อดีตบันทึกความเคลื่อนไหว เพื่อโปรยร่องรอยมาเย้าปัจจุบัน คล้ายจะบอกหรือไม่ว่า... อาจแตกต่างรูปลักษณ์และลีลา ทว่าจุดหมายอาจคือจุดไข่ปลา..จุดเดียวกัน และการถกเถียงระหว่างนั้น, ก็แค่การยืนยันตัวตนของชีวิต...เท่านั้น ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๘ “กาละ” ฉันเห็นกาละกลืนหายในสายห้วย พร้อมกับน้ำ รินรวยล่องเอื่อยไหล ฉันตื่นเต้นกำ หนดนับปรับหัวใจ เพื่อค้นข้อสงสัยในภาพนั้นฯ ค่อยค่อยจุ่มมือเจอเผลออารมณ์ เหมือนชีวิตมิดจมล่มเลือนฝัน แล้วบัดดลจักรวาลกาลหยุดพลัน หนาวและสั่นสะท้านไหวในนิ่งนึกฯ ๑๓ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ๒๘ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“ขณะ” เพียงลมพัดผ่านบ้านของเรา แล้วไยความเหงามาเย้าไหว เพรียกหาความรักจากสิ่งใด หลั่งน้ำ ตาทำ ไมในเพลงลม พัดไปสิ,พัดไปในเส้นทาง... เพราะโลกกว้างรู้การว่าหวานขม แค่พลิกใบพฤกษ์คว้างลงพร่างพรม คือความจริงดิ่งจมควรข่มใจ รากฐานบ้านช่องบ้านของเรา ลงรากฝากเสาผ่านเก่าใหม่ ไม่มีหรอกทรุดสั่นลมปั่นไกว ขอเพียงซึ้งความนัยรู้ไหวลมฯ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ ทะเลยามเช้า แม้ฝนจะพรมพรำ แต่ยังสวย ชีวิตริมทะเลตื่นแล้ว จิตวิญญาณสวยงาม แสดงออกอย่างสำ รวม สงบ เปี่ยมสุข... ในโมงยามแห่งฮารีรายอ… ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๘ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๒๙
“ภาพเดิม” เช้าตรู่...ตรึงใจ...ในภาพนี้ ภาพแสง-สี...ระบายใจตื่น เสียงบทกวีแห่งหวังยังครืน มายืนทุกเยือนเหมือนภาพคงฯ มาโนช นิสรา ; กวีหนุ่มนิรันดร์ สะกอม ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘ “วันซึ่งอิ่มละอองฝน” เปิดแต่เช้าหน้าต่างพร่างลมพรู พอชื่นอยู่เพลินงามในยามแสง เอกเขนกเนิ่นนานซับซ่านแรง เพื่อปรุงแปลงเป็นงานอีกวารวันฯ ล่องอารมณ์ชมเมฆเสกภาพจินต์ หวนถวิลแห่งวิ่นแหว่งโยกแรงสั่น ภาพวิจิตรบิดเบี้ยวสิ้นเกี่ยวพัน จบสิ้นกันผุกร่อนย้อนแย้งใจฯ เหมือนน้ำ ตามาไหลในวันว้าง นอกหน้าต่างฝนโปรยรู้โหยไห้ ลมโบกเบาเย้ากันบั่นอาลัย ฝนละอองล่องละไมพรมใจรู้ฯ อิ่มละอองฝนโปรยอิ่มโอยนั่น โถมเวลานานวันโศกศัลย์อยู่ หลงลืมเช้าอันแช่มชื่นไม่ตื่นดู ให้หดหู่ปิดหน้าต่างปิดทางใจฯ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๘ ๓๐ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๘ “หนาว” ฝนตกเข้าหน่อยเมฆลอยหนา เป็นม่านบังแสงฟ้ามาขับหนาว จึงอาบน้ำ ปรารถนา-ฟ้าไร้ดาว แต่ละคราวคลับคล้ายหยุดหายใจฯ แด่...ค่ำ คืนอันหนาวเหน็บ!!! “สักบางใคร” ขอบใจนะที่รัก...สักครั้งหนึ่ง สงสารอย่างสุดซึ้งถึงหวั่นไหว เธอมีสิทธิ์เสาะหามาสักใคร จึงจัดไปพร้อมกันวันละคนฯ ยังรักนะคนดี...หลายปีนั้น เธอล่าฝันจริงจังเธอหวังผล เหมือนว่าจริงใจในเปรอปรน ช่างอดทนทั่วถึงซาบซึ้งใจฯ เหนื่อยไหมจ๊ะคนดี...มิรู้พัก พอรู้จักคนนั้นพลันหวังใหม่ รีบปล่อยมือคนนี้ปรี่เข้าไป สักบางใครก็คว้าถ้าเป็นคนฯ กล่าวอำ ลาง่ายดาย...ในชั่วคืน หลับพอตื่นเธอหายหลังสายฝน คำ ว่ารักเรี่ยรายในบัดดล เธอไม่สนย่ำ ไปดูง่ายดีฯ แรงดาลใจจากหนังน้ำ เน่าหลังข่าว ช่องฟรีทีวีชัดแจ๋ว ทีวีดิจิตอล นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๓๑
“ฟ้าโศก” ชิ้นชีวิตปิดฟ้า...เวลาค่ำ โลกสีดำ ร่ำ ไห้ใจฟ้าโหย เดือนดับดาวดิ้นยินโอดโอย โลกจึงโรยน้ำ ตาฟ้าโศกนักฯ สัตว์ลึกลับอาละวาดฆาตกร พ่นไฟร้อนคลั่งบ้าโลกกระอัก มันแอบจ้องจับตาฆ่าความรัก เพื่อครองอาณาจักรอีกสักครั้งฯ จึงทาโลกสีดำ ย่ำ ใจฟ้า... ระเบิดบ้าบดขยี้มีใครสั่ง ชิ้นชีวิตปลิดไปในเสียงดัง รักก็พังพาบลงตรงตีนมันฯ แด่...ผู้เคราะห์ร้ายจากระเบิดบ้าที่ราชประสงค์กทม. ๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๘ “มอง” ฉันเดินอยู่บนเส้นขอบฟ้าเพียงลำ พัง เรือหาปลาร้างไร้ผู้คน ลอยลำ เคว้งคว้าง... ความฝันเรี่ยรายบนผิวคลื่นบางเบา เรื่อยไหลล่องเลื่อนไปเรื่อยเปื่อย ฉันปรารถนาจะกลับไปหาดทรายไกลโพ้น เปล่าหรอก, เส้นขอบฟ้าไม่มีเจ้าของ และเส้นขอบฟ้าไม่มีความฝัน เส้นขอบฟ้าไม่มีอะไร นอกจากฉันซึ่งเดินอยู่เพียงลำ พัง ขณะสายตาจับจ้องหาดทรายยาวเหยียด ไกลโพ้น ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ ๓๒ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
๒๗ สิงหาคม ๒๕๕๘ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๘ “ไปงานแต่งงาน” ระหว่างทางที่ผ่าน, เห็นงานแต่งงานมากมาย... บอกว่าวันนี้เป็นวันดีเหมือนกันทุกตำ รา ขณะที่แต่ละงานต่างก็มีรูปแบบเหมือนกันทุกงาน เช่นกัน, สงสัยอยู่ว่า หากมีสักงานที่แตกต่าง... จะส่งผลอะไรต่อความรักบ่าวสาวหรือไม่ และจะสั่นคลอนชีวิตคู่สักกี่มากน้อย หรือว่าก็เป็นแบบนี้-เช่นนี้ ไม่ต้องตั้งคำ ถามใด ๆ เรื่อยไป ไหลไป ตาม ๆ กันไป… “เธอ” เธอหายไปในกาลเวลาเปื่อยเน่า รอยเท้าของอดีตเหยียบเธอไว้มิดชิด ร่องรอยทุรนทุรายอย่างโง่เขลาเลือนไป เธอหมดความหมายจากพื้นที่ใจ, โดยสิ้นเชิง... ไม่รู้สึกใดเมื่อพบเห็น ไม่ผูกพันแม้เส้นขนความรู้สึก เธอไร้ค่าอย่างน่าใจหาย คุณค่าที่เคยเจิดจ้าในหัวใจ วูบดับลับหายเสมือนไม่เคยมี วันนี้และวันพรุ่ง ภาพของเธอว่างเปล่า. แด่...วันที่เห็นภาพเธอแล้วไม่รู้สึกใด นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๓๓
๓ กันยายน ๒๕๕๘ “ไหว้” จะไหว้ครูรึไหว้ใคร ด้วยหัวใจรึจำ เป็น ด้วยเห็นค่ารึว่าเห็น, เพียงแค่กิจประดิษฐ์การฯ เนื่องในวันไหว้ครู...ม.ทักษิณ '๕๘ เมืองนครฯนอกกระจก... ขณะแดดหลับใหล ฟ้าหม่นหมอง ความมืดครึ้มร่าเริง และอาคันตุกะตื่นนอน อรุณสวัสดิ์… ๕ กันยายน ๒๕๕๘ “มือ” ด้วยมืออันเมตตา ประคองค่าประสาคอย ธรรมชิดประดิดประดอย ประดุจญาติประกาศย้ำ ฯ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๘ ๓๔ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“เที่ยง ๆ บ่าย ๆ” ลมโชยบางเบา ประตูครัวเปิดกว้าง มะละกอห้อยลูกเล่นแดดอ่อน เพลงรักทุ้มเสียงนักร้องและดนตรีอ่อนโยน หยิบนั่นทำ นี่สนุกข้างใน...ชายหนุ่ม อาจมิใช่แกงกับข้าวคือเป้าหมาย เขาเผยยิ้มในจังหวะกาลเวลากระดิกเท้า ขณะยกหม้อกับข้าวลงจากเตา ครั้งแล้วครั้งเล่า ๒๐ กันยายน ๒๕๕๘ “ดอก” สวยเพราะสีรูปทรงส่งคุณค่า สวยจับตาอิ่มหัวใจในเฉดสี สวยกลีบเนียนเนื้อในให้รู้ดี สวยดอกนี้มีคุณค่าทั้งตาใจฯ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๘ “ต่าง” เราต่างมาแต่หมายคล้ายคล้ายกัน เราต่างฝันต่างนิยามต่างความหมาย เราต่างพูดเพ้อพร่ำ ลืมความตาย เราต่างย้ายโมงยามตามแต่คิดฯ เช้ายันสายหมายค่ามาทุ่มเถียง แท้คือเพียงตอกย้ำ คำ ประดิษฐ์ ต่างภาพลักษณ์หมายว่าค่าชีวิต สร้างถูกผิดวุ่นวายในทางตนฯ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๘ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๓๕
๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๘ “เปรต” ตื่นแต่เช้าต่างเห็นใครไปชิงเปรต ถ้วนทุกเพศหลายวัยต่างใจอิ่ม เสื้อผ้าใหม่ของทำ บุญอุ่นรอยยิ้ม เห็นปลื้มปริ่มเปลื้องใดจากใจคนฯ (ยืมรูปของครูไพบูลย์ พันธ์ุเมือง มาประกอบหน่อยนะครับ) “ดอก” ดอกเอยดอก ดอกสวยงาม ดอกเอิบนาม ดอกยามเริง ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๘ ราตรีภิรมย์...เธอทั้งสอง นั่งมองท้องฟ้าระยิบดาว ผ่อนคลายใจขึ้งตึงเครียด เพื่อพร้อม “อ่าน” หนังสือ บางเล่ม-บางอารมณ์แกว่งไกว ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๘ “ฝนตก” อ้าว...ฝนตกซะแล้วแถวบ้านเรา หนักไม่เบาเลยนั่นฟ้าซ่านหมอง ครึ้มหม่นเศร้าเหงาบ้ามาถือครอง เราเลยต้องหลบเร้นกายในบ้านนี้ฯ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ๓๖ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“รูป” เห็นรูปบางรูปฉันวูบไหว เห็นใครบางใครฉันไม่ชื่น เห็นคำ บางคำ ฉันกล้ำ กลืน เห็นคืนบางคืนไร้ฟืนไฟฯ รูปนี้รูปนั้นมันสื่อสาร รูปมิตรรูปมารสถานไหน รูปสวยรูปทรามตามกันไป รูปเก่ารูปใหม่บอกใจคนฯ ; ว่าด้วยรูป ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ “วันพ่อ” เพราะมีพ่อจึงรู้กันมีวันพ่อ เพราะมีรักถักไยทอพ่อลูกมั่น เพราะโลกนี้มีคำ ถ้อยจำ นรรจ์ จึงเสกสรรจนซึ้งค่าวาทกรรมฯ เมื่อมีพ่อก็ยืนยันวันของพ่อ เมื่อปีเดือนเคลื่อนต่อรอเช้าค่ำ เมื่อใจคนอัตคัตวัฒนธรรม จึงตอกย้ำ พร่ำ คุณค่าปีละวันฯ แด่...หนึ่งวันของพ่อ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๓๗
“ดอกและแดด” แดงแห่งดอกกลีบสวยรวยเสน่ห์ เช้าเชี่ยวเล่ห์ลูบไล้ลายอ่อนหวาน ดอกและแดดโดยนัยใครสันดาน วุ่นในวารกาลยังไหวใจห่อนวางฯ ในห้อมแห่งสัจจะมโนหมาย...!!! ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๘ “ชื่น” ชวนยามเช้าเย้าชื่นตื่นมาต้อง ชวนมามองแมกไม้ชื่นใบเขียว ฉากสดใสชื่นเฉดสีดีนักเชียว ฉายแรงเรี่ยวเยียวยาให้อารมณ์ฯ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๘ “เช้าดอกไม้และสายลมหนาว” ตื่นมาตอนแดดฉาย-สายลมหนาว เปิดหน้าต่างเรื่องราว-เช้าขับขาน หอมดอกไม้ทายทัก-รักแย้มบาน หนาวสำ ราญเช้าสำ เริง-บันเทิงใจฯ “ส่งท้ายปีปัจจุบัน ๒๕๕๘” ... ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๘ ๓๘ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
๒๕๕๙ “ใจ” โดดเดี่ยวในใจจักรวาล แต่เบิกบานในใจพฤกษา เงาแห่งเช้าเย้าใจไหววิญญาณ์ จักรวาลพึงรู้ว่าแคบกว่าใจฯ มาโนช นิสรา ๑๐ กุมภ์ ๕๙ ; เช้า ๑๐ กุมพาพันธ์ ๒๕๕๙ “ปีใหม่” เช้าขับขานบ้านสวนอวลอุ่นไหว ปลุกปีใหม่เดินทางอย่างเริงรื่น มวลคำ พรอวยคุณค่ามาทั้งคืน ลืมตาตื่นเห็นปีใหม่-ดอกไม้งามฯ สวัสดีปีใหม่ในบ้านสวน...๒๕๕๙ (ขอใช้ภาพดอกไม้สวยนี้) ๑ มกราคม ๒๕๕๙ “ฆ่า-ค่า” เยี่ยงนี้กี่ยุค-หา? รัฐเบ่งบ้าถืออธรรม์ กี่กัปกี่กัลป์กัน ยังหยันค่าประชาทุกข์ กฎหมายในมือรัฐ ก็เพื่อรัฐบัญญัติสุข นิยามใช่ทรามซุก เพื่อใครสรรบันดาลเอา นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๓๙
คนด้อยก็ด้อยทาง เพราะทุกทางมันทึมเทา เมื่อรัฐไม่เห็นเรา จึงย่อมเขาไม่เห็นคุณ ยุคทุนคือชอบธรรม ย่อมถือธรรมคือทาสทุน ท่วงท่าอาจทารุณ ก็เพื่อชาติสะอาดตา ก็แค่... “ชนกลุ่มน้อย” ก็ย่อมน้อยในเจตนา “ขายขอบ” แห่งมรรคา ก็ย่อมรัฐต้องจัดการ คุณค่าประชาไทย ก็แค่ทางประเทืองมาร รองตีนพวกซาตาน เพื่อโคตรตัวโงหัวตาม ประชาธิปไตย? ก็หมายใจในชีพงาม ส่วนน้อยได้เผยนาม แห่งศักดิ์ศรีวิถีมวล อา..! ประชาธิปไตย ประทับไทยกี่ทบทวน เล่นแร่แปรธาตุกวน ให้กลมกล่อมแบบย้อมแมว ๔๐I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
หลายรัฐธรรมนูญ แค่หลายค่าตำ ราแจว หลายหน้ามาหลายแนว ก็ล้วนหน้าบรรดาเขา เมื่อข่าวปู่คออี้... และลูกหลานลาญลำ เนา เห็นชัดว่า “รัฐเรา” มิเห็นค่าประชาธิปไตย แด่...ชะตากรรมของชาวบ้านสามัญ-ผู้ถูกกระทำ มาโนช นิสรา : เมืองหลวง ๑๑ กันยายน ๒๕๕๙ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๔๑
“เศร้า” เศร้าเถอะแผ่นดิน... เพราะดวงจินต์โลกาแตกสลาย ฟ้ามืดหม่นดาวไร้แรงสิ้นแสงพราย เกินบรรยายทุกใจเศร้าชนชาวไทยฯ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ; วันที่ประเทศไทยท้นเศร้า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต” ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ “ขนมมุกดา” ปลื้มขนมมุกดามาแต่เช้า รู้เรื่องราวภายในใจขนม ใจชมพูผจงถ้อยร้อยอารมณ์ ส่วนผสมกลมกลืนยื่นกำ นัล เป็นขนมถุงน้อยอวดนัยเนื้อ แต่มวลใหญ่ใจเจือเจิมเนื้อฝัน จากบ้านเธอเมืองตรังยังยืนยัน ว่าคืนวันยังเติมสุขใจมุกดาฯ เช้า เชิงเขารูปกุญชร/สงขลา ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๙ “ตรู่เช้า กาแฟและซีไรต์” เปิดประตูหน้าต่างออกกว้างกว่า, เปิดหน่วยตาหน่วยใจในเช้าตรู่ เปิดบทกวีของซีไรต์หมายอ่านดู เปิดเพื่อรู้เริงคุณค่า...แนมกาแฟฯ ยินดีกับ “พลัง” ....ธันวาคม ๒๕๕๙ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ ๔๒ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
ลุศักราช ๒๕๕๙ ค่ำ คืนอันแสนเศร้ากับการจากไปของเธอ เธอบอบช้ำ เกินไปจากการกรำ งานหนัก มิอาจฝืน...จำ เป็นต้องให้เธอไปอย่างสงบ หลับให้สบายนะ ขอบใจที่ทำ ให้ฉันมีความสุขตลอดมา!!! ...เธอ... ขอบใจนะ “น้ำ ตาล” กับงานหนัก เธอถึงกาลหยุดพักจากโลกฝัน กฎไตรลักษณ์พรากวิถีไปนิรันดร์ ภาพผูกพันผ่องพรายคล้ายมีเธอฯ แด่...การจากไปของเธอ “น้ำ ตาล” ๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๙ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๔๓
บทที่ ๓ (๒๕๖๐ - ๒๕๖๑) “รองแง็งในเงาจันทร์”
ลุศักราช ๒๕๖๐ “มองบ้าน” ตื่นแต่เช้าข้าฯ มานั่งมองบ้าน ในกรอบกาลเก่าแก่แลสงบ เห็นเนื้อหาแห่งนัยใช่ผ่านพบ ภาพพิสุทธิ์จุดจบเห็นครบครันฯ จึงไม่แปลกปลวกรุกบุกกินฝา รอยปริแตกถึงหลังคาตำ ตานั่น มวลต้นไม้รุกกิ่งท้ามาเยือนยัน ข้าฯฤาบ้านไหวหวั่นบรรดารุกฯ เห็นแสงเงาแง่ศิลป์จิบจินต์เช้า แดดมาเย้าม่านย้วยเติมสวยสุข ค่อยลุกเดินต่อไปคลี่นัยทุกข์ คาเฟอีนเอ๋ยสนุกปลุกปวงกาลฯ เขียน ณ บ้านสวนดินลาน ขณะกาแฟดำ พร่องถ้วย : ๑๐.๐๐ น. ๒๕๖๐ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ “พร่างสายฝน” ร้านกาแฟริมทางหว่างวิถี ฟังดนตรีเบาแผ่วแว่วใจไหว สาวชงรู้อ่อนหวานสักปานใด พร่างสายฝนโลกใฝ่ในจิบนี้ จิบกาแฟรสนุ่มอุ้มอารมณ์ ลิ้มหอมห่มอวลไอไปทุกที่ คือขณะเบาสบายในวันดี ยังพอมีให้ดื่มด่ำ โลกย้ำ เราฯ ๒๒ เมษายน ๒๕๖๐ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๔๕