ลุศักราช ๒๕๖๐ “เหลว” ล้มลงแล้วลักลั่น...ยันน้ำ เหลว คือว่า “เค้ว”สุดสุดตรงจุดหมาย ยิ่งตอกย้ำ เห็นสำ คัญ...อันตราย ความชิบหายกำ ลังมาวิชชาลัยฯ บางรู้สึกบางกาละ... ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ลุศักราช ๒๕๖๐ “กี่เช้า” กี่เช้าแล้วล่ะ...กี่เช้า กี่เรื่องราวสูญหายในวิถี ในรีบเร่งเคร่งงานนานนับปี ลืมสิ่งดีรอบบ้านเจือจานใจฯ ; บางเช้ากับบางช้า ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐ “นอกศักราช” ในวันที่เหนื่อยล้า สติปัญญาก็อ่อนแรง ความโง่จึงโถมแทง อาจจบลงตรงความตาย!!! ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ๔๖ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“ผ่าน” โศกนาฏกรรมธรรมดาแห่งป่าเขา ในโลกซึ่งความเศร้าเราใหญ่กว่า เพียงตัวเองได้ข้ามผ่านกาลเวลา จึงร่วมสานม่านมายาชะตากรรม มองไม่เห็นความเศร้าชนเผ่าอื่น เพียงโปรแกรมหยิบยื่นให้เดินย่ำ เพียงฉาบฉวยเรื่องราวขาวและดำ จึงถ้อยคำ เล่าขาน...แล้วผ่านเลยฯ แด่...กลุ่มชาติพันธ์ุใด ๆ ซึ่งตกเป็นเหยื่อรัฐ ; หน้าห้องจ่ายยา มอ. ลุศักราช ๒๕๖๐ “จำ ดะรำ ลึก” เหลืองยุมดีจำ ดะอร่อยจ้าน เข้มรสหวานวอนใจให้คิดถึง กระชากไส้พวงยุมชุมตะลึง ค่อยค่อยดึงอิ่มด้วยแค่หนวยเดียวฯ รำ ลึกการจากไปของฤดูจำ ดะ... ; สายสวย เชิงเขารูปกุญชร ; สงขลา ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๐ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๔๗
ลุศักราช ๒๕๖๐ “เขียนเมฆ” ฟายมือโอบเมฆเสกสรร โจทย์ใจไหววันยันสาย พรมเมฆเผยที่คลี่คลาย แดดฉายฉากชั้นจารฟ้าฯ จารเมฆเลขผาปรากฏ กลั่นใจจารจดสดค่า หนักหน่วงล่วงไปในตา เมฆธรรมนำ พายาใจฯ เหนือน่านฟ้าอันดามัน. ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ลุศักราช ๒๕๖๐ “เศร้าของเสาเรือน” • เห็นน้ำ ตาวิบไหวในแสงค่ำ เปล่งปวงนัยสีดำ ย้ำ เสียงนั่น เงี่ยหูฟังเถิดโมงยามถ้อยรำ พัน เพื่อแบ่งปันโศกเศร้าเข้าใจรัก • นวลเนื้อจันทร์บรรเทาขับเงาง้ำ อุ่นโอบเอื้อร่ายรำ ปลอบช้ำ หนัก หอมมาลีโลมล่องหมายผ่องพัก อกกระอักพอได้อิ่มงามยิ้มมวล ๔๘ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
• แบกแต่เบื้องบุราณนานนักหนา เรือนหนาวร้อนก่อนมาภาระถ้วน เสาสงัดหยัดคุณค่าตามกระบวน เมื่อเจียนจวนพินาศหวาดกังวล • ลมหลงฤดูเพียงพลิ้วปลิวดอกน้ำ กระเด็นดอกพรมพรำ ดังฉ่ำ ฝน อุปาทานเสียยกใหญ่นัยมืดมน ปรุงโดยตนตกแต่งหลอนแรงใจ • เป็นเศร้าเป็นซึมเศร้ายิ่งเหงารุก เปลื้องภาระสิ้นสนุกทุกข์โถมใส่ แค่ปลิดคว้างพฤกษาละดอกใบ หวั่นสะทกอกไหวไม่เห็นคลาย • เอียดออดดังพื้นฟากกระชากสติ เห็นแตกปริปุยเมฆใครเสกหมาย โลกสะท้านราน-มโน...โอ!วอดวาย เห็นทำ ลายกักขฬะภาพประทับ • จมความเศร้าเสาเรือนเหมือนไม่มี ปวงจิ้งจกตระหนกหนีสิ้นสีสรรพ เรือนค่อยรวนร่วงรานกาลเก็บรับ คืนแผ่นดินแตกดับกลับสู่ธรรมฯ ๔ สิงหาคม ๒๕๖๐ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๔๙
๒๗ กันยายน ๒๕๖๐ “สวนสักการ” จึงบริเวณรอบบ้านตระการตา หลงเชื่อมั่นเข้าท่ากว่าบ้านไหน ไม่รู้เสพคุณค่าเวลาใด เป็นอย่างไรอย่างนั้นจนวันนี้. คือ “ชำ ดะ” เพราะชำ ดะจึงอิ่มคำ จำ ปาดะ รสหวานนะหวานเนื้อเจือใจฝัน กระชากยุมชุมไส้ไหวถึงจันทร์ หมายแบ่งปันปวงชนคนรอยุม. ...เอาไปคนละยุมสองยุมนะจ๊ะ… ๖ ตุลาคม ๒๕๖๐ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๐ ๕๐ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN “ดารารัตน์” ดารารัตน์เสน่ห์ซึ้ง กลีบพิสุทธิ์นวลตา หอมกลีบห่มโลกา นึกค่าบุปผาพ้อง ทรวงหา ตื่นต้อง ทิพย์กรุ่น ยิ่งเพี้ยงเพลินสวรรค์ฯ
๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๐ “ตุลาวาทกรรม” เมื่อเห็นพูดกันนัก...ฉันรักพ่อ จะสานต่อพระดำ ริมิหวั่นไหว ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป พูดทำ ไมนักหนา...ถ้าไม่ทำ ฯ หรือเพื่อให้เห็นว่า...ข้าฯจงรัก พูดกันหนักนานวันเช้ายันค่ำ จนกลายเป็นพงป่าวาทกรรม ยิ่งตอกย้ำ คุณค่าอันพร่าเลือนฯ ทำ สักทีเถิดไทย...ให้ทรงเห็น อย่าให้เป็นเพียงกระแสยิ่งแลเกลื่อน พอพ้นห้วงเวลาบ่ายหน้าเบือน ก็เลื่อนเปื้อนเปลี่ยนคำ ไปตามยุคฯ เห็นบอกว่า “พอเพียง” เสียงเซ็งแซ่ พอเพียงแน่หรือพูดไปให้สนุก แต่ที่เห็นล้วนอาการควานหาทุกข์ ยิ่งเบียนบุกเบียดกันยันเลือดย้อยฯ ทำ สักทีเถิดไทย...ให้ทรงเห็น อย่ามัวเล่นเริงคำ ย้ำ เชิงถ้อย หรือมัวแข่งดราม่าน้ำ ตาปรอย ประเทศนี้ยังคอย...คนทำ ดีฯ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๕๑
๑๗ ตุลาคม ๒๕๖๐ “คน” ฉันยังเศร้าของฉันเช่นวันก่อน ฉันยังร้อนของฉันเหมือนวันอื่น ฉันยังหนาวของฉันทุกวันคืน ฉันยังกลืนความช้ำ ทุกค่ำ เช้าฯ ฉันยังวนเวียนว่ายในสายทุกข์ ฉันยังเสาะซากสุขในคุกเหย้า ฉันยังคงหวาดไหวในเรื่องราว ฉันยังคล้ายทุกคราวคือร้าวใจฯ ฉันยังเดินดุ่มไปในหมอกหนา ฉันยังเพ่งสายตาหมายฟ้าใส ฉันยังโหมแรงกายบ่ายหน้าไป ฉันยังใฝ่หมายหยิบทิพย์ปรัชญาฯ ฉันยังเหนื่อยชิบผายเช่นใครเขา ฉันยังเมาชิบผายนอนก่ายหมา ฉันยังเซ็งชิบผาย “ฟาย” นินทา ฉันยังบ้าชิบผายคล้ายคล้ายคุณ. แด่...ใครก็ได้ ๕๒ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๐ ลุศักราช ๒๕๖๐ ล่วงเข้า ๒๒ ตุลามาส เสียงอึกทึกดังมา จากฟากฝั่งวัดของหมู่บ้าน เพราะวันนี้ มีการทอดกฐิน...ลมร้อนบาดผิววูบแล้ว วูบเล่า ความรู้สึกหลั่งเลือดอยู่ข้างใน เดินดูต้นไม้ข้างบ้านความสดชื่นซับ เลือดพอเจือจาง สีแดงจากเลือด ความรู้สึกข้างในที่แท้ก็ซาบซึมมาสู่เนื้อ หนั่นแน่นของชมพู่พลาสติกนี่เอง แดง สดและใสจนอิ่มสวยประดับต้นเตี้ยเติบ พุ่มงามตา...เพียงผ่านห้วงกาลมิช้านาน ผลชมพู่ก็ยืนยันความอุดมของแดนดิน ถิ่นนี้...อีกแล้วชมพู่!!! ลุศักราช ๒๕๖๐ “รองแง็งในเงาจันทร์” ในสายลมพลิ้วผ่านลานลำ ดวน หอมอ่อนอวลอบใจในจันทร์แจ่ม รำ มะนากระแทกท่วงล่วงขึ้นแรม แว่วเสียงร้องเริงแซมสัมพันธ์นัย ฟังได้ว่าจันทร์เอยจันทร์เผยนวล อาบแสงอ่อนคลื่นครวญชวนหวั่นไหว บางเรือลำ ลอยหวังห่างฝั่งไกล นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๕๓
๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ บางบ้านส่งแรงใจไปตามเรือ อีกหลายบ้านเบิกไฟให้วาววาม มีบางสิ่งสวยงามยามปาดเหงื่อ ข้ามเชิงเขาลาดควนส่วนจุนเจือ สวนยังเอื้อเนื้อน้ำ ตามรูปการณ์ ร้อยเรื่องราวรองแง็งฉากแสงจันทร์ ล้วนบอกเล่าความฝันอันหอมหวาน อาจบางครั้งบางคำ คล้ายตำ นาน คล้ายห่างไกลทุกด้าน-ลานลำ ดวน ไม่ขึ้นต่อข่าวคราวจากชาวอื่น ไม่แตกตื่นครั่นคร้ามความปั่นป่วน คนแปลกหน้ามาไปไม่รบกวน ยังชี้ชวนชมจันทร์ฉันญาติมิตร ยังอยากร้องอยากฟังนั่งเต็มลาน ทั่วหย่อมย่านได้ยินรินรดจิต ใต้นวลจันทร์หลายสิ่งนิ่งนัยน์พิศ ดื่นลำ ดวนดาลประดิษฐ์คิดถึงกัน ในสายลมพลิ้วผ่านกาลรองแง็ง หลอมวิถีกล้าแข็งเติมแต่งฝัน โต้คลื่นลมกระแสแรงแข่งคืนวัน เริงเงาจันทร์จิบเช้าเข้าถึงนัยฯ เชิงเขารูปกุญชร ; สงขลา. ๕๔ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
ลุศักราช ๒๕๖๐ “คืนแห่งเธอ” ; เหตุ ๑. เพียงคำ พูดบางคำ -เธอทำ ลาย มากความหมายเกินกว่าจะทำ เฉย สะท้านจิตสะเทือนใจไม่น้อยเลย โอ้อกเอ๋ยเจียนบ้าพริบตานั้น ๒. โลกถล่มฟ้าทะลายในบัดดล เหมือนมืดมนหมดสิ้นถึงถิ่นสวรรค์ อาทิตย์ดับลับหายไปพร้อมจันทร์ เป็นหรือตายเท่ากันในวันนี้ ๓. มิอาจทำ สิ่งใดให้ดำ เนิน จะนั่งเดินยืนนอนร้อนไฟจี้ ทุรนทุรายลึกล้ำ คำ คนดี จึงเสียทีเมามายไปอีกครา ๔. เป็นเมามายสำ คัญน่าหวั่นหวาด หลังเป็นทาสยาวนานรานสังขาร์ ต้องตัดใจทันทีมินำ พา หันกลับมาท้าทายดื่มไม่ยั้ง ๕. มีคนบอกคืนแห่งกาลผ่านไปเสมอ คืนแห่งเธอจะผ่านไปไม่อาจหวัง ความรู้สึกความคิดไม่ปิดบัง เธอเหยียบพังโดยง่ายไร้เมตตา นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๕๕
; ขอ ๖. เหมือนโลกพลิกกลับมาอีกคราหนึ่ง เมื่อยินคำ แสนซึ้งอันสูงค่า เมื่อเธอหมายสานต่อขอเวลา ปรุงวาจาแจ่มใจในรุ่งวัน ๗. ถึงได้รู้ชัดเจนเป็นรักใหม่ เป็นแรงใจแจ่มหวังมุ่งสร้างสรรค์ แต่ตรู่เช้ายินคำ เธอจำ นรรจ์ คือมากครันพลังกล้าเติมค่าใจ ; มือ ๘. เธอมาอยู่ชิดใกล้อิ่มไออุ่น มือละมุนยื่นมาน่าหวั่นไหว จึงประจงสัมผัสรู้ชัดนัย มิอาจไกลเหินห่างแม้วางมือฯ ......................... เชิงเขารูปกุญชร ; สงขลา ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ๕๖ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
ลุศักราช ๒๕๖๐ “ฉันเห็นเธอ...ทะเล” เธอหายไปหลายวัน ในหมอกฝันอันพร่าพราย โลกเห็นเป็นนิยาย แต่ฉันเห็นเป็นนิยาม แดดเช้ามาคลี่ฉาก เบิกหมอกหนานิรนาม พรมแพรแรฟ้าคราม จึงขับเน้นเห็นรูปเธอ เธองามทุกความฝัน เป็นเธอนั้นของฉันเสมอ เพียงใจได้แจ่มเจอ จึงใจนั้นบันดาลรัก ฉันเห็นเธอ...ทะเล เพราะความหลังยังจำ หลัก อาจไกลได้แค่ทัก ก็เหมือนใกล้เพียงไล้เธอ ฉันเห็นเธอ...ไกลไกล เธอเห็นใจฉันไหมเออ เปี่ยมคำ มาบำ เรอ บำ รุงค่าเธอ...ทะเลฯ .......... ...วันที่เห็นทะเล... ณ เชิงเขารูปกุญชร : สงขลา ๗ ธันวาคม ๒๕๖๐ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๕๗
ลุศักราช ๒๕๖๑ เสียงว่าวันนี้...มีความหมาย เสียงว่าคนหญิงชายมีใจมั่น เสียงว่า “รัก” กำ จายไปทั้งวัน เสียงว่า “เร็ว” และ “สั้น” รักวันนี้... ....รักกันเข้าไป ไม่ต้องรีบ... ๑๔ กุมภาพันธ์...วัน...รัก ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ๕๘ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN ลุศักราช ๒๕๖๑ “เรื่องเธอ” เห็นเธอหวานเพราะเธอเสนอหวาน เธอร้าวรานเพราะเป็นเธอเสนอสิ้น เรื่องของเธอบำ เรอถ้วนโลกล้วนยิน เธอเคยชินกับการแฉแผลเธอเองฯ ๘ เมษายน ๒๕๖๑ ๒๕๖๑
ลุศักราช ๒๕๖๑ “การหักโค่นของความรักชราภาพ” ต้นไม้โบราณของบรรพชน ได้หักโค่นลงแล้ว ฉันกระโจนออกไปอ้าแขน รับด้วยจริตพิการ ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง ห้ามปรามระคนตื่นกลัว ขาทั้งสองข้างแข็งเกร็ง เกินสมองสั่งการ ความตายบดขยี้กระแสลม แปลกหน้าอึงคะนึง เสียดแทงทะลุวิญญาณ โง่งั่งแห่งห้วงยามวิกฤต เหมือนฉันกล้าหาญอย่างบัดซบ, ในสายตาความหวาดผวา ทั้งหลายบนแผ่นดิน เปล่าเลย...ฉันขี้ขลาดที่สุด, รอยฉีกแตกของลำ ต้น ผุเปื่อยแสยะยิ้มเย้ยหยัน การแสดงความห่วงใย อย่างโกลาหลหมุนวน เหมือนลูกข่างเด็กเล่น กิ่งไม้ชราหักสะบั้นหวีดหวือ พุ่งมาฟาดศีรษะฉันจนเลือดสาด นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๕๙
พื้นดินแห้งแข็งในหน้าร้อนมิไยดี ต่อการล้มฟาดลงของฉัน เช่นเดียวกับมิไยดีต่อต้นไม้โบราณ ซึ่งกำ ลังหักโค่นลง วิญญาณโง่งั่งกู่ตะโกน แข่งกับความห่วงใยโกลาหล ความรู้สึกของฉันวูบดับลง ก่อนที่จะเห็นความจ้าเจิดแจ่ม ขึ้นในความมืด ต้นไม้โบราณที่หักโค่นลง ค่อย ๆ ผลิใบอ่อนแตกดอกแย้มกลีบ กำ จายกลิ่นหอมละมุน ฉันคล้ายจะแย้มยิ้ม ขณะเลือดทะลักไหลนองพื้นดิน และการจ้องมอง ของสายตาสมเพช นับพันนับหมื่น พร้อมการกดบันทึกภาพ ในกล้องโทรศัพท์มือถือ ก่อนเทศกาลกดไลค์ ในวินาทีถัดไปจะเริ่มต้น. ๒๗ เมษายน ๒๕๖๑ ๖๐ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
ลุศักราช ๒๕๖๑ “เราต่างเดินอยู่บนคมมีดปาดตาล” ท่านทั้งหลาย, เราต่างมิใช่ร่างทรงผู้เปี่ยมปาฏิหาริย์ เราแค่คนสามัญผู้มีเลขประจำ ตัว สิบสามหลักตอกแสดงอยู่ ทั่วทุกอณูเนื้อ อิสระเสรีของเราต่างถูกรัฐ ควบคุมเอาไว้ด้วยชิพข้อมูล ของระบบดิจิทัล เราอย่าอวดอ้าง ความเป็นส่วนตัวนักเลย มันไม่มีอยู่จริงหรอกท่านทั้งหลาย เราต่างปีติล้นพ้นยามพร่ำ เพ้อ ถึงอนาคตแบบ ๔.๐ และเอกภาพ แบบประชาคม เสียงกู่ตะโกนถึงย่างก้าวพัฒนาการ แท้แล้วนั่นคือการเปิดเปลือย ชีวิตของเราให้ล่อนจ้อน ข้อมูลของเรากำ ลังถูกระบาย ความชอบธรรมให้ชัดแจ่ม เพื่อรัฐจะได้รู้สถิติการร่วมเพศของเรา ในห้องหับอันมิดชิด, แน่นอนรัฐต้องรู้-จำ เป็นต้องรู้ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๖๑
วิกฤตประชากรคือสีสันอันสวยงาม แห่งความชอบธรรม... เราอาจไม่มีสิทธิ์ถึงจุดสุดยอด ตามใจชอบได้อีกต่อไป ท่านทั้งหลาย, จังหวะก้าวย่างของเราต่างน่าหวั่นกลัว เท้าของเราบอบบางเกินไปเสียแล้ว อย่าหลงเชื่อคำ โฆษณาของรองเท้า ยี่ห้อใด ๆ อีกต่อไป เพราะรัฐได้วางกับดักเอาไว้ทุกตารางนิ้ว ข้อมูลของเราในเงื้อมมือของรัฐ ไม่ได้ต่างจากคมมีดปาดตาลอันคมกริบ ของชายชาวนาในทุ่งระโนด หรือคาบสมุทรสทิงพระ ผู้เพิ่งวายชนม์คนนั้น ท่านทั้งหลาย, เราต่างเดินยิ้มอยู่ด้วยความเจ็บปวด เราต่างถูกทำ ให้เชื่อว่าความเจ็บปวด คือความรื่นรมย์ และคือความรุ่งเรือง เราต่างแย่งกันเป็นคนดีของรัฐ ท่านทั้งหลาย, เราคือคนดี. ๖๒ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN ๒๘ เมษายน ๒๕๖๑
ลุศักราช ๒๕๖๑ “คลื่นแปลกหน้าในชามสลัดวันฝนพรำ ” ที่นี่ไม่เคยมีทะเล นักโบราณคดียืนยันไว้ หลายทศวรรษมาแล้ว แต่ฟองคลื่นใหม่หมาด ในชามสลัดนี่เล่า มาจากทะเลแห่งใดในผืนโลก กลิ่นคาวและรสเค็มขื่น แสนคุ้นเคย...ทะเล เปล่าเลยฉันมิได้ติดใจนักหนา คุณค่าของที่มาถูกทำ ให้เลือนหายไปนานแล้ว ก็แค่ฟองคลื่นแปลกหน้าเท่านั้น รสชาติน้ำ สลัดที่เปลี่ยนแปร่งไปต่างหาก ที่ฉันชะเง้อมองหาทะเล ผู้สาดคลื่นมาสู่จาน ใครจะรับผิดชอบความรื่นรมย์ที่พร่องไป ฉันมิปรารถนาจะขัดแย้งกับเส้นขอบฟ้า และลมทะเลผู้คลี่คลื่นให้เคลื่อนมา... ฉันเพียงจะกินสลัดราดน้ำ งาคั่วญี่ปุ่น ซึ่งฉันคุ้นเคย, จำ ได้ว่าวันฝนพรำ เช่นนี้ โลกหล้าจะงดงามเสมอเมื่อสลัดแต่ละคำ ถูก ช้อนเข้าปากอย่างบรรจง. ๒๙ เมษายน ๒๕๖๑ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๖๓
ลุศักราช ๒๕๖๑ “ราตรีกาลในดวงตานกพิทิดพิที” บนถนนสายความรัก ของคนโหยหาความรัก พร่างพรมรื้นน้ำ ตาไหลริน ชุ่มพื้นมิเคยเหือด อาการโซซัดโซเซบางจังหวะ ชีวิตคล้ายจะล้มลง น่าสะท้านสะเทือนหัวใจ กับย่างก้าวที่หมองหม่น เบื้องหน้ามืดหม่นคล้ายถนน จะขาดสะบั้นลงเสียแล้ว ความรักอาจลิ่วลอยหายไป ในเวิ้งว้างอันนิรันดร์ หรือควรหยุดความเคลื่อนไหว เสียแต่บัดนี้ หรืออาจเป็นเพียงมายา จากความรู้สึกโง่เขลา แท้แล้วความรักยังฟุ้งกำ จาย อยู่เบื้องหน้าแสนใกล้ อาจดูน่ากลัวในยามราตรี, ทว่าในดวงตานกพิทิดพิทีกลับสว่างใส ภาพสะท้อนบนรูปทรง อันอัปลักษณ์น่าพรั่นพรึง คือเรื่องราวน่ารัญจวนใจ-ในนั้น ๖๔ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
หากเพ่งมองและก้าวข้าม ความน่าพรั่นพรึงของนกผี ความจริงซึ่งเราต่างโหยหา จักฉายฉานในบัดดล ราตรีกาลอาจน่ารื่นรมย์ เกินกว่าความคุ้นชินดาด ๆ ดวงตานกพิทิดพิที อาจคือญาณทัศนะวิเศษ จะพาเราก้าวข้ามปวงมายา ซึ่งฉุดรั้งเราไว้ในปมพรั่นพรึง ราตรีกาลในดวงตานกพิทิดพิที, คือรุ่งอรุณอันสว่างไสวของความรัก ซึ่งมิพักต้องโหยหาและพรั่นพรึง. ๓๐ เมษายน ๒๕๖๑ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๖๕
ลุศักราช ๒๕๖๑ “ผู้ถือดาบสนิมเกรอะจากอดีตกาล” ฉันเห็นแล้วอย่างเต็มตา-เหมือนคนอื่น เพียงแต่ฉันเฉยเมยเลยผ่านไป ด้วยความเวทนา เพราะมื้อเช้าอันโอชาบนโต๊ะ ทรงสวยรอท่าอยู่เพียบพร้อม คนรักหลายคนนั่งกันเรียบร้อย อย่างมีมารยาท ฉันจะกินมื้อเช้ากับคนรักเหล่านี้, อำ นาจจากผู้ถือดาบสนิมเกรอะ มิควรมาเฉียดวง อาหาร ชาอุ่น ๆ และกาแฟหอมกรุ่น ควรคงรสชาติรื่นรมย์ ถอยออกไปเสียเถิดคุณ-ผู้ถือดาบ สนิมเกรอะจากอดีตกาล ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ หรือควรพูดว่า “ที่นี่ไม่เคยต้อนรับคุณ” การบอกเล่าเรื่องราวภายในคือความ เฉยเมยและเงียบนิ่ง ลมเช้าแผ่วพัดบอกว่าที่นี่ยังมีชีวิต คุณค่าจะก่อรูปขึ้นหลังมื้อเช้า-อีกไม่นาน เป็นเช่นนี้มานานแสนนาน... ผู้ถือดาบสนิมเกรอะจากอดีตกาล วางดาบลงสักครู่หนึ่งเถิด ๖๖ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
เพื่ออำ นาจจะได้พักผ่อน เพื่อคุณจะได้รู้สึกเบาสบาย ในปัจจุบันขณะ เรายังมีกาแฟรสชาติดี เหลืออีกถ้วย และเรายังมีขนมพื้น บ้านทรงคุณค่าเหลืออยู่อีกมาก มาสิ, เผื่อหลังมื้อเช้าของคุณจะเห็นรูป การณ์แห่งคุณค่าแท้ปรากฏขึ้น. ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๖๗
ลุศักราช ๒๕๖๑ “เราจะก้าวข้ามคูน้ำ ครำ ข้างบ้านไปได้อย่างไร” กลิ่นเหม็นรุนแรงรุกรานตั้งแต่ย่ำ รุ่ง กระชากพลังจากขั้วหัวใจออกไปจนแทบสิ้น เราต่างโซซัดโซเซออกจากที่นอนอย่างระโหย ไก่ขันน้ำ เสียงแหบพร่าติดขัด ไร้จังหวะการปลุกเร้าเช่นเช้าโน้น สายลมแข็งกระด้าง บาดเปลือกไม้โบราณร่วงกราวอยู่เช้าค่ำ กี่วันกี่เดือนกี่ปีแล้วหรือ, ปลาพื้นบ้านสะดุ้งน้ำ ดีดผลึง ขึ้นสุดตัวขาดใจตายไปตัวแล้วตัวเล่า เราต่างถูกโอบล้อมและจำ นน ต่อความกว้างยาวเพียงตะโกนถึงกัน สะพานผุพังทิ้งร้างอยู่ทั่วไป ไร้คนซ่อมแซมสร้างใหม่ น่าขันขื่นกับเรือข้ามคูน้ำ จอดนิ่งเนิ่นนาน ไม่มีใครจำ ได้ ว่าใครเคยปลดเชือกจ้ำ พายข้ามคูไปมา-อาจไม่มี ไม่เคยมี เหมือนโลกจะป่วยไข้ไปสิ้นแล้ว, ๖๘ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
เราคงจะขาดใจตายกันอยู่ที่นี่ คูน้ำ ครำ ข้างบ้านยังคงดำ รง เราต่างเฉยเมย เราต่างขยะแขยง ถอยห่าง เราต่างบ่นบ้า เราต่างชี้หน้ากัน เราต่างโยนความรับผิดชอบออกไป เราต่างรอ เรารอ อะไร. : เนินขุมทอง ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๖๙
ลุศักราช ๒๕๖๑ “หรือดอกไม้จะไม่ผลิบานอีกแล้ว” โลกเป็นอะไรไปหรือนี่ ฤดูกาลเสียสติตั้งแต่ปีกลาย ทะเลดื่มกินสายฝนอย่างมูมมาม พฤกษ์พันธ์ุหยั่งรากลงผืนดินชอนไช ไปสู่เมืองบาดาลอันลึกเร้น ดวงตาวันบอกลาอรุณรุ่ง อย่างเลื่อนลอย ขณะดวงจันทร์กลับเต้นระบำ กับฝูงหิ่งห้อยคล้ายราตรีกาลคือนิรันดร์ สมณะลึกลับสงบนิ่งอยู่ในป่าลึก เหมือนรูปประติกรรมโบราณไร้ค่า ฝูงเหี้ยวิ่งเกลื่อนเรือนชานบ้านช่อง โดยมิแยแสต่อภยันตรายจากมนุษย์ เสียงหวีดร้องโหยหวนจากก้อนเมฆ เสียดแทงแก้วหูยุคสมัยวิกลจริต นักบวชหลากนิกาย พร่ำ สวดมนตร์อย่างบ้าคลั่ง ประชันเสียงกับออเคสตรา ชื่อก้องโลกซึ่งขับกล่อมซากศพ เกลื่อนแผ่นดิน ฝูงบินทรงอานุภาพถูกปล่อยออกไป แล้วท่ามเสียงไชโยโห่ร้องปิติ ๗๐ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
การลงนามความร่วมมือระหว่างรัฐ มหาอำ นาจได้เสร็จสิ้นไปแล้ว ร่างเด็กน้อยนับล้านถูกฉีกทึ้ง เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยปลิวว่อนไปทั่ว พวกเขาตายลงอย่างชอบธรรม เพราะเอกสารความร่วมมือ ได้ลงนามถูกต้อง อย่าไปรู้สึกเวทนาสงสาร โลกเปลี่ยนไปแล้วตั้งแต่ปีกลาย ความรู้สึกใด ๆ กำ ลังถูกทำ ให้กลายเป็นหนึ่งเดียว, เราต้องยอมรับ เห็นไหมเล่าทุกอย่าง ได้เปลี่ยนไปหมดแล้ว อย่าได้ยื้อดึง สงสัยหรือแม้แต่ โหยหาความดีงาม. : ค่ำ คืนที่เหลือ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๗๑
ลุศักราช ๒๕๖๑ “ผีเสื้อสีสวยโบยบินไปแล้ว” ลมเช้าหอบเอาผีเสื้อสีสวยมาทักทาย ขณะเปิดหน้าต่างพลิ้วม่าน หอมกลิ่นน้ำ ค้างหลงราตรีบนบางใบไม้ กระถางห้อยชายคาอาการร่าเริง เหลิงเล่นล่อหลอกหยอกเย้า ประหนึ่งสนิทสนมในอาณาจักร ใจมาแต่บุราณกาล เผลอไผลหลงเชื่อเย้าหยอกอยู่เป็นนาน ลืมเสียสนิทว่าชงกาแฟหอมกรุ่นวางไว้ กรุ่นกลิ่นกาแฟล่องลอยไร้ทิศทาง ผีเสื้อปีกสวยยังคงสนุกสนาน มิอาจขังกรงใด ๆ มิอาจจับตัวผูกมัด จำ เป็นต้องผละจากหน้าต่างพลิ้วม่าน กาแฟคาถ้วยเย็นชืด ประจงจิบด้วยความเคยชิน แดดเช้าเริ่มสาดแสงแรงร้อน ผีเสื้อสีสวยโบยบินไปแล้ว ๗๒ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
ปีกคู่นั้นหอบเอาอาการร่าเริง เหลิงเล่นไปด้วยอย่างหมดจด เช้าตรู่พรุ่งนี้อาจมีใครบางคน เปิดหน้าต่างมาพบเจอ... และเผลอลืมกาแฟรสละมุนจนเย็นชืด ก่อนสายจะมาเยือนพร้อมความว่างเปล่า. : ดึกดื่น ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑ “เพื่อนกิน” เที่ยวเสาะหาเพื่อนกินจนสิ้นหา อนิจจา! ไยยากเย็นเช่นนี้หนอ เงินมีพร้อมรถยิ่งพร้อมยอมใจรอ หาจนท้อแพ้เพื่อนตายมากมายจริงฯ แด่...เพื่อนกินที่ไม่ยอมกิน : โมงยามที่กูเนือย เชิงเขารูปกุญชร/สงขลา ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๗๓
ลุศักราช ๒๕๖๑ “สลัด” สลัดรักประจักษ์รู้ รานใจ สลัดเล่นเห็นโดยนัย นั่นแล้ว สลัดลาหนึ่งหมายไป ปองสู่ หลายแฮ สลัดว่าเหตุจริยะแก้ว กู่อ้างอวดงามฯ กาลวิสาขบูชา : ถวายกวีนิพนธ์ : รัตติกาล ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ลุศักราช ๒๕๖๑ “คำ บอกเล่าเรื่องฝันของหญิงสาวจากก้อนเมฆ” เธอเล่าว่า... เห็นฉันในงานมงคลสมรสแปลกตา แขกเหรื่อคับคั่งประชันอาภรณ์สวย ยิ้มแย้มแจ่มใสถ้วนทุกใบหน้าในแสงเงา ประหนึ่งต่างประจงสื่อนัยว่ายินดีนักแล้ว บนผืนทรายขาวนวลตาทอดยาวแสนไกล ประดับประดาด้วยกลุ่มช่อดอกไม้ นานาพันธ์ุซึ่งเบ่งบานเต็มที่ด้วยสีสันตระการ โต๊ะเก้าอี้นับพันบนลานซีเมนต์ขนาดใหญ่ ได้รับการตกแต่งสุดฝีมือจากอีเว้นท์มืออาชีพ, ๗๔ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๗๕ อาหารหลากชนิดทยอยเสิร์ฟโดยพนักงาน ชำ นาญเชิงพลิ้วพรายดุจร่ายรำ ออเคสตร้าบรรเลงเพลงแปลกหู ทว่าคล้ายทุกคนคุ้นเคยเป็นหนึ่งเดียว... เธอยืนยัน-เธอยืนยัน, เห็นฉันในงานมงคลสมรสแปลกตา เธอบอกว่าเห็นฉันจ้องมองชื่อบ่าวสาว ซึ่งโดดเด่นอยู่แสนไกล มีฉากหลังเป็นเส้นขอบฟ้า และระยิบดาวแต่งแต้มพิไล ภาพเรือประมงและแสงไฟวับแวม เบื้องล่างนั้นเล่าล้วนจัดวางอย่างครุ่นคิด อาหารบางจานบนบางโต๊ะพร่อง และหายไปอย่างเชื่องช้า... บ่าวสาวในชุดสีดำ อ่อนหวาน ปรากฏกายขึ้นเหนือฟองคลื่นบางเบา บนใบหน้ารื้นน้ำ ตาในโมงยามอันปิติซ่าน เธอยังยืนยัน-เธอเห็นฉัน, ใบหน้าฉันรื้นน้ำ ตาทว่าเรียบเฉยว่างเปล่า เธอมิอาจโปรยยิ้มขณะน้ำ ตายังรินไหล และพวงแก้มเริ่มกระดำ กระด่าง เสียงไชโยโห่ร้องดังขึ้นเป็นจังหวะยาวนาน
แสงไฟจากกล้องถ่ายรูปยุคใหม่ เริ่มทำ งานวับ ๆ ไหว ๆ พร้อมท่วงท่าอาการของทุกคนเปลี่ยนไป คล้ายเสียสติโดยถ้วนหน้า เธอยืนยัน-พยายามดึงแขนฉัน พร้อมบอกว่า"ทุกคนเปลี่ยนไปแล้ว ไยมัวนิ่งเฉยอยู่เล่า ถึงเวลาต้องร่วมแสดงแล้ว มันก็แค่ละครน้ำ เน่าของมืออาชีพ.. ... ฉันบอกเธอว่า “อาจจะไม่ใช่ฉันก็ได้นะ” : ดึกฉกรรจ์ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๑ ลุศักราช ๒๕๖๑ “ความเศร้าในเช้านั้น” เธอหายไปในเกสรดอกหญ้าแต้มน้ำ ค้าง เมื่ออรุณรุ่งมาส่งสาส์นเศร้าเปื้อนน้ำ ตา เธอฝากบางถ้อยแปลกตาเอาไว้ ในสายลมละมุน ฉันมิอาจเข้าใจเนื้อความใด ๆ ได้เลย กลิ่นหอมลึกล้ำ จากเรือนผมเธอยังคงซึม แทรกอยู่ในกลีบดอกไม้นานาพันธุ์ ๗๖ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๗๗ เปลโบราณยังแกว่งไกวเนิบช้า ฉันเฝ้ามองดอกหญ้าคล้ายยังมีความหวัง เม็ดน้ำ ค้างใสวาวค่อย ๆ ระเหยหาย นาฬิกาของโลกสาดความเศร้าเข้ามา พร้อมเสียงเข็มกระดิกล่วงเลย ฉันเปียกปอนด้วยความเศร้าลึกล้ำ พยายามข่มตาลงเพื่อลบภาพจำ เบื้องหน้า เมือลืมตาอีกครั้ง, ดอกหญ้าถูกเด็ดหลุดไปพร้อมต้น บอบบาง... สัตว์ร้ายบางชนิดเพิ่งกระโจนหายไป ในแสงจ้าของความจริง คล้ายแว่วเสียงหัวเราะระริกของเธอ ดังมาจากที่ไหนสักแห่ง ความเศร้าลึกล้ำ เติบโตขึ้นในบัดดล น้ำ ตาไหลลงเป็นสายพรั่งพรู เหมือนโลกคืนฤดูฝนมาอย่างอัศจรรย์. : เที่ยงวัน ๔ มิถุนายน ๒๕๖๑
ลุศักราช ๒๕๖๑ “โหย” แล้วชื่นฝนจากฟ้ามาเยือนดิน มาเติมกลิ่นหอมนักให้รักหอม ค่อยค่อยโปรยปรุงใจให้รู้ออม มิซึ้งค่าควรถนอมละพร้อมนัยฯ ดินแห้งผากพฤกษารอท่าฝน เผยตัวตนโหยหาโยกฟ้าไหว ฤดูกาลแปลกหน้าเปลือยค่าใจ จึงเป็นไปได้รู้เห็นเย็นฝนเยือนฯ ...ดินลาน : วันฝนโปรย... : ย่างเย็น. ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๑ ลุศักราช ๒๕๖๑ “ด่า” เอาตัวเองเป็นหลักจักรวาล ติคนอื่นสามานย์จนหมดสิ้น หยาบคายก่นด่าเป็นอาจิณ เก่งเล่นลิ้นรายวันสันดานใจ ฯ มิเคยมองตรองตนไยคนถอย จึงโศกซ้ำ เสียบ่อยคอยแถไถ เหมือนลืมสิ้นเสาะหาค่าอื่นใด จมอยู่ในบอดบ้า...การด่าทอ ฯ บ้านสวนดินลาน : ฤดูมังคุด ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ๗๘ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๗๙ ลุศักราช ๒๕๖๑ “ปลูก” คือหน่อกล้วยหลากพันธ์ุสรรมาฝาก โต้แห้งผากผายคุณค่ายุคสมัย ตันหยงโปปรุงปันบันดาลนัย อีกฟากไกลปลูกความจริงสิ่งสวยงามฯ ขอบคุณ “วรภ วราภา” ผู้กำ นัลหน่อกล้วย. ลุศักราช ๒๕๖๑ “ชื่นหวัง” ดอกไม้สวยอวยเช้าให้เราชื่น ทักแรกตื่นมนตรามาอวลกลิ่น เป็นเช้าหอมหัวใจอิ่มนัยจินต์ โลกหลั่งรินรดพลังหยิบหวังวันฯ : เช้าตรู่ บ้านในเมือง. ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๑ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๑
ลุศักราช ๒๕๖๑ “หอม” แม่ส่งข่าวมาว่า...จำ ปาดะ สุกแล้วนะหอมจังฟุ้งทั้งสวน ดูเนื้อในงามจริงยิ่งเย้ายวน ครุ่นคิดถึงอบอวลจากสวนมาฯ มาเอาเถอะ...แม่ว่า...ถ้าหากว่าง ก่อนในเนื้อจะเจือจางบางคุณค่า เลือกลูกสวยในนอกไม่หลอกตา มากนักหนาเผื่อเอาไปให้มวลมิตรฯ ตอบแม่ว่า...เก็บไว้อย่าให้มาก อย่าลำ บากกายชรามาปลดปลิด จำ ปาดะถึงหอมจ้านหวานไปนิด สร้างจริตโลกยุคใหม่ไร้คนกินฯ “จะฝากใครต่างเบือนหน้า...อา! เศร้าใจ” ฤดูจำ ปาดะ-๖๑ บ้านสนามบิน. ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๑ ๘๐ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๘๑ ๔ กันยายน ๒๕๖๑ ลุศักราช ๒๕๖๑ “แห่งทุ่ง...ฟ้าฟุ้งฝัน” มานั่งลงชายทุ่งฟ้าฟุ้งฝัน เอื้อมตะวันยันใจให้รักอิ่ม เพื่อรับเช้าชื่นใจให้โลกยิ้ม กาลจักพิมพ์ภาพงามในยามรักฯ ภูหลวง-ลูกลม ชานเมือง : ตรัง.
“พรายน้ำ พุ” ร้อนระบำ ร่ำ เหงื่อหลั่งเพรื่อไหล ร้อนอาบใจฉากเช้าผ่าวพรั่งผืน ร้อนรุกลามละมุนสาวเจ้าผ่านคืน ร้อนแรงฝืนเฝ้าหมายพรายน้ำ พุฯ พุน้ำ พรายหมายเฝ้าฝืนแรงร้อน พุน้ำ พรายหมายผ่อนร้อนแรงดุ พุน้ำ พรายว่ายฟองผ่องร่ายลุ พุน้ำ พรายใจบรรจุพุพรายน้ำ ฯ แกว่งเท้าวนหวังเช้าเย้าย่ำ ร้อน แกว่งเท้าวนเพื่อผ่อนก่อนฟ้าค่ำ แกว่งเท้าวนคนรู้ลุกปลุกใจทำ แกว่งเท้าวนจนลึกล้ำ พุน้ำ พรายฯ . ..หนุก ๆ เช้าวันหยุด... บ้านปาล์มสปริง : สนามบินหาดใหญ่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๑ ๘๒ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๘๓ ลุศักราช ๒๕๖๑ “เสียงนกในสายฝน” พรำ พรายในวันแดดหลับใหล เปียกแฉะอยู่ทุกอณูเนื้อหนาว เสียงวิดน้ำ ดังมาจากอีกฟากกาล หายนะรุกไล่ใครบางคนอยู่นอกชายคา รูร่องของรอยปริแตกอันคุ้นชิน ดวงตานับล้านแอบมองด้วยรู้สึกแตกต่าง วีรบุรุษค่อย ๆ เผยตัวออกมาแบบรู้จังหวะ เสียงแซ่ซร้องก้องโกลาหลจนน่าสะทก เสียงวิดน้ำ เงียบหายไปอย่างน่าประหลาด มวลน้ำ มหาศาลทะยานกระแสมาครืนครืน นอกหรือในชายคาสิ้นคุณค่านิยามบัดดล กระป๋องวิดน้ำ ติ้วตามกระแสเชี่ยวผุดจม คล้ายมือใครสักคนผลุบหายลงไป, รูร่องของรอยปริแตกอันคุ้นชิน น้ำ พุ่งออกมาเป็นสายก่อนสลายสู่กระแส ไม้ใหญ่ต้นสุดท้ายทรุดล้มลงสนั่นเสียง นกหนึ่งเพริดปีกกระพือและร้องสุดแรง ขณะลูกทั้งสามลิ่วร่างหายไปคนละทาง, พรำ พรายในวันแดดหลับใหล เปียกแฉะอยู่ทุกอณูเนื้อหนาว
เสียงร้องดังมาจากอีกฟากกาล หายนะครอบคลุมไปทั่วแล้ว ม้าขาวของวีรบุรุษตาเหลือกถลนลอยผ่าน ไปตามกระแสน้ำ เชี่ยวกรากขณะฝนเทห่า น้ำ ตานกหยดลงอย่างเงียบงัน. : เช้าฝนพรำ บ้านชานเมืองหาดใหญ่/ปาล์มสปริง. ๗ ตุลาคม ๒๕๖๑ ลุศักราช ๒๕๖๑ “เช้า... ” พยายามล้างใจไปกับเหงื่อ ซึ่งพรั่งเพรื่อผ่อนใจให้เบานิ่ง พื้นที่ใจควรรับรองของดีจริง แยกปฏิกูลกรองทิ้งวิ่งเพื่อใจฯ : อีกเช้า บนถนนสายตะวันอุ่น. ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๑ ๘๔ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๘๕ ลุศักราช ๒๕๖๑ บ้า(ไม่)สิ้นดี...!! มันทำ ให้ข้าฯเหนื่อยแต่เช้า เสื้อผ้าเปียกโชก กระหืดกระหอบแทบตาย แข้งขาปวดร้าวแสนสาหัส ข้าฯจะต้องฝืนทนอีกนานเท่าไหร่ ผู้คนรอบข้างก็ไถ่ถามกันอยู่ได้, น่ารำ คาญ!! “ไปทำ ไรมา ถึงได้หุ่นดีแบบนี้” จะถามทำ ไมนักหนา!! ลองมาเป็นข้าฯดูสิ... แล้วจะรู้คำ ตอบ ... จะแปดโมงเช้าแล้ว ข้าฯควรกลับบ้านเสียที "สลัดสมรม"รอท่าอยู่อย่างเปี่ยมรัก ข้าฯไปละ, เจอกันวันต่อไปนะถนนสายนิเวศสำ นึก. ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๑
“ไอ ้ ๕๐๐ ” แหม่...ช่างคิดประดิษฐ์ค่าไอ้ห้าร้อย แหม่...นิดหน่อยมึงก็เล่นเป็นแต้มต่อ แหม่...เล่นเขาบอกชั่วร้ายไอ้บ้าบอ แหม่...มึงก็ “ทำ แบบเขา” น้ำ เน่าแท้. ...มีคนคืนเงินมา ๕๐๐ บาท... เลยเขียนเล่น ๆ ...!!! ภาพก็ไม่เกี่ยว ๑๒ ธันวาคม ๒๕๖๑ ๘๖ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
บทที่ ๔ (๒๕๖๒ - ๒๕๖๓) “แม่ในสายลมเดือนสิงหาคม”
“ง่วง” มิได้หลับมิได้นอนจนค่อนรุ่ง ภาระยุ่งเฝ้าคนป่วยช่วยปลอบขวัญ เพราะบาดแผลผ่าตัดฉกาจฉกรรจ์ ต่างยักยันยากเย็นน่าเห็นใจ พยาบาลงานดูเพลินเดินเข้าออก คำ ตะคอกมิเปื้อนปากจากคนไหน บรรยากาศเครียดหมองค่อยล่องไป พอทนไหวแม้ง่วงหนักเกินจักทน ผลัดกันป่วยผลัดกันปลอบระบอบนี้ ผ่านเดือนปีธรรมดามาหลายหน อนิจจังพุทธธรรมนำ จิตตน พอคลี่คลายกังวลกลโลกา ค่อยค่อยคลี่กี่เหตุแห่งเลศนัย ค่อยผ่อนใจจดจ่อต่อทีท่า ง่วงก็หายเท่าทันวันเวลา จึงสบตากับความจริงไม่กริ่งเกรง มิกังวลกับเงินตรามหาศาล เริ่มเบิกบานทุนนิยมมิข่มเหง เมื่อเลือกสิ่งสุขสวยด้วยเราเอง ย่อมเพลินเพลงหลากทำ นองผ่องหัวใจ . ๒๕๖๒ ๘๘ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
คล้ายมิใช่โรงพยาบาลเคยผ่านทาง แต่คือสวนพฤกษ์พร่างกลางฟ้าใส เผยชีวิตเปี่ยมชีวาละเมียดละไม เพราะเนื้อในแห่งสวนนี้มีเงินเลี้ยง เหมือนทุกคนเปลี่ยนไปในสวนนี้ เหมือนคนดีทั้งนั้นสวรรค์เบี่ยง เออหนอโลกคนเข็ญเห็นลำ เอียง เพราะต่างเสี่ยงอยู่อีกสวนอวลอกโอยฯ เขียน...ขณะนอนดูความเป็นไปของชีวิต ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ๒๗ มกราคม ๒๕๖๒ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ “แย้มปีนัง” นัยชื่นเช้ากล่าวทักนักตื่นเช้า นัยเรื่องราวกลีบกาลผ่านสมัย นัยงามดอกแย้มปีนังพรั่งพรูนัย แย้มหัวใจนักตื่นเช้าเล่านัยรักฯ ...... บ้านสวนดินลาน : พร่างดอกไม้ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๘๙
“เช้าชีวิต” มารีดเหงื่อเพรื่อไหลใจอิ่มเช้า มานับก้าวพิศกาลเติมสารสุข มาจิบถ้อยโลกธรรมรินน้ำ ทุกข์ มาเพื่อปลุกเปล่งปลั่งฟากฝั่งวัยฯ เช้าของชีวิต, ริมถนนสายออกกำ ลังใจ : ควนลัง. ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๒ “เรื่องเล่าในกลิ่นแก้มเธอ” ๑.ลมบางสายลาสาวกลบข่าวนั้น แม้แสนสั้นก็แสนซึ้งรัดรึงสาว กรุ่นแก้มเธอเลอค่ากว่าเรื่องราว ใครบางคนสืบสาวเล่าเรื่องรักฯ ๒.หอมกำ จายบ่ายค่ำ อย่างล้ำ ลึก ข่าวโครมครึกขับขานร้าวฉานหนัก เจ้าของแก้มเกียรติภูมิคือฟูมฟัก ยึดถือหลักอย่างเชื่อมั่นงานหัวใจฯ ๓.ลมลาสาวกล่าวคำ ย้ำ หนักแน่น รักคือแกนอวลในกลิ่นสิ้นสงสัย ร้อยเรื่องเล่าเล่นประโคมโหมเท่าใด อย่าหวังลบหอมละไมในแก้มนั้นฯ ๗ มีนาคม...ลมแห่งรักหอม. ๑๑.๕๕ น. ณ ห้องสอบภาษานานาพันธ์ุ. ๗ มีนาคม ๒๕๖๒ ๙๐ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“แรม” แรมโรงแรมแย้มใจในแรมหนึ่ง แรมอารมณ์ร้อนรำ พึงจึงวิกฤต แรมราตรีคลี่แรมนัยไหวชีวิต แรมห่างจิตวุ่นวางไว้ในโรงแรมฯ มาโนช นิสรา. โรงแรมกลางนคร-กรุงเทพฯ ๘ เมษายน ๒๕๖๒ “รุ่ง” รุ่งลาแรมแง้มวันแสงปันค่า รุ่งนำ พาเพลินวิถีชีวิตใหม่ รุ่งเปิดโลกโศกลาฟ้าอำ ไพ รุ่งคลี่นัยบอกเน้นจะเร้นแรมฯ มาโนช นิสรา. แรมลามหานคร-กรุงเทพฯ ๙ เมษายน ๒๕๖๒ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๙๑
๑๐ เมษายน ๒๕๖๒ “เทศกาล” ความเศร้าถูกสาดออกไปแล้ว ความสุขเต้นเร่าอยู่ในมาลัยมะลิหอมกรุ่น ขันทองเหลืองวางนิ่งอยู่นอกทางเดิน สักวันจะมีมือบางคู่ยื่นมาหยิบอีกครั้ง... แดดข้างนอกแผดเปรี้ยง ประตูหน้าต่างทุกบานเปิดกว้าง แต่ร้อน, บ้านทั้งหลังเงียบเหงาทั้งวัน เสียงหัวเราะดังมาจากชายทะเลที่ไหนสักแห่ง หรือบางทีอาจจะเป็นน้ำ ตกพรั่งน้ำ ตรงนั้นตรงนี้ ความทุกข์ถูกสาดออกไปแล้วและซึมแทรกลงพื้นปฐพี...หาย ความปิติฟุ้งฟ่องอยู่ในผงแป้งหอมกรุ่น ลมกาลเวลามาเร็วและไปเร็วเสมอ อาจใช่-เมื่อวานและวันนี้ แต่อาจไม่ใช่วันพรุ่งนี้, บางวันเราก็พบเจออะไรมามากมาย... พึงใจ/ไม่พึงใจ แค่เพียงไม่กี่นาทีที่ได้ทบทวน ปัญญาก็จะพูดคุยกับเรา แน่นอน... บางขณะเราก็ยิ้มน้อยๆ บางขณะเราเฉยเมย และบางขณะเราเคร่งขรึม เพื่อบอกตัวเองว่า “เราก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง” ซึ่งอยากดื่มน้ำ เย็นสักแก้วยามอากาศร้อนร้ายเช่นนี้ ๙๒ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
ความจริงชั่วคราวถูกสาดออกไปแล้ว ความจริงถาวรเผยสำ เนียงเย้ยหยัน มาลัยมะลิเหี่ยวแล้วกรอบร่วงรกพื้น รอยแป้งเปรอะทั่วคล้ำ หมองหม่นรา เสียงหัวเราะเงียบหายไปจากที่ใด ๆ ผีเสื้อนิรนามบินผ่านมา จังหวะปีกโบกไหววาดเสียงอ่อนโยน คล้ายจะบอกว่า “มันแค่เทศกาล” ทุกคนต่างมีหน้าที่, พวกเขาแค่มาทำ หน้าที่ตามเทศกาลกำ หนด หากพึงใจก็รอเทศกาลต่อไป... โลกนี้มากด้วยเทศกาล. เที่ยง-ร้อน บ้านสวนดินลาน. ๑๔ เมษายน ๒๕๖๒ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๙๓
กาล...รูปลักษณ์ของเราขับเน้นให้เทศะนี้ แลดูมีรสนิยมขึ้นมาอักโข...สะท้อนตัวตนเรา ให้ยิ่งใหญ่กว่าวัตถุซึ่งชำ แรกตัวขึ้น ณ ใจกลางของธรรมชาติอย่างยะโส... อาจต้องวิพากษ์ด้วยสำ นึกเชิงนิเวศอย่างจริงจัง เพราะสำ นึกเชิงบริโภค กระโดดโลดเต้นอยู่เบื้องหน้าอย่างบ้าคลั่ง โดยมิแยแสต่อมะพร้าวบางต้น ซึ่งโศกาอาดูรอยู่บนผืนทรายพร้อยรอยเท้าแปลกตา ผืนทรายซึ่งเคยบันทึกโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ เมื่อวันวาน..ขณะวาจาสามหาวน่าขยะแขยง ของใครบางคนพรั่งพรู เหิมเกริมกับสิ่งปลอม ๆ แทรกสายลม จากเส้นขอบฟ้า...ประหนึ่งโลกนี้นิรันดร์. เขาหลัก-พังงา. ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๒ “หอม” ในกลิ่นหอมลึกล้ำ -จำ ปาดะ โลกนิ่งงันชั่วขณะตะลึงหลง ฟ้าเปลี่ยนสีฤดูกาลฤามั่นคง หอมเห่ส่งจักรวาลสะท้านไป. ...ต้อนรับฤดูจำ ปาดะ... ขย่ำ ค่ำ บ้านสวนดินลาน/บางกล่ำ นคร. ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๒ ๙๔ I นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN
“ดอกไม้ของเธอบานแล้ว” อยากบอกว่าดอกไม้ในวันนั้น ซึ่งเธอมอบให้ฉัน-บานสดใส ดอกน้อยน้อยสีสวยอวยอิ่มใจ อิ่มเนื้อนัยอิ่มคุณค่าวันล้าแรง. ดอกไม้ไหว้ครูจากครูสะเดา ...บานในเช้าหนาวลมล่อง... เนินขุมทอง. ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๒ “อีกคืนหนึ่งผ่านไปอย่างเชื่องช้า” เหมือนโลกเจตนาจะกลั่นแกล้ง ตื่นเช้าขึ้นมาจึงอ่อนล้าโรยแรง ดวงตาแห้งและใจโหยโอยโอยกาล #ฝนตกนอกหน้าต่างอย่างจะรู้ ตลอดทั้งคืนจึงยืนดูอยู่เคียงม่าน ฟ้าแปลบเปรี้ยงเสียงร้องคำ รามนาน บัดเดี๋ยวใจจึงเลือดฉานเลอะม่านพลิ้ว #แล้วล้มตัวลงนอนตอนใกล้เช้า ห่มความเศร้าสาดคลุมจนชุ่มผิว ค่อยค่อยขวัญปริแตกแหลกยุ่ยปลิว ลับลับลิ่วลับลับลาฟ้าแจ้งแล้ว-นอน. ...วันภาษาใจแห่งชาติ... ...บ้านชานเมือง... ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒ นัยสวนชีวิต IN TO THE GARDEN I ๙๕