The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมแผน ออกแบบเครื่องจักรกล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mint3003.intira, 2022-10-03 05:18:41

รวมแผน ออกแบบเครื่องจักรกล

รวมแผน ออกแบบเครื่องจักรกล

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

4.3.1 เพลาตนั เป็ นเพลาท่ีใชง้ านกนั ทว่ั ๆ ไป จะมีลกั ษณะเป็นเพลาผวิ เรียบไม่มีบา่ ใด ๆ หรืออาจกลึงมา
ใหม้ ีบา่ เลก็ นอ้ ยเพ่อื การประกอบกบั ชิ้นส่วนอื่น เช่น เพลาลอ้ สายพาน เพลาของ ลอ้ เฟื อง เพลาเฟื องโซ่ ดงั รูป

รูปที่ 4.3 เพลาตนั ติดลอ้ สายพาน

รูปท่ี 4.4 เพลาตนั ติดลอ้ เฟื อง
รูปท่ี 4.5 เพลาตนั ติดเฟื องโซ่

50

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

4.3.2 เพลากลวง เป็นเพลาที่ผอู้ อกแบบไดอ้ อกแบบมาเพื่อตอ้ งการลดน้าหนกั ซ่ึงจะมีน้าหนกั เบากวา่
เพลาตนั ประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ ใชท้ าเพลาชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกล เช่น เพลาหวั เครื่องกลึง เพลาเครื่องกดั
เพลาเครื่องเจาะ ลกั ษณะของเพลาจะมีผวิ เรียบ และใชท้ าเพลาขบั เฟื องทา้ ยรถยนต์ แต่ลกั ษณะเพลาขบั เฟื อง
ทา้ ยรถยนตผ์ วิ ของเพลาจะไม่เรียบ ดงั รูป

เพลากลึงกบั แบริ่งชนิดปลอก
(a) เพลากลึง
(b) หวั เพลากลึง
(c) ปลอกบุชช่ิง
(d) แหวนกลม
(e) บอลแบริ่ง

รูปท่ี 4.6 เพลาหวั เคร่ืองกลึง

รูปที่ 4.7 เพลาหวั เครื่องกดั

รูปท่ี 4.8 เพลาหวั เครื่องเจาะ

51

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

4.3.3 เพลาขอ้ เหวย่ี ง เป็นเพลาที่ทาหนา้ ที่เปลี่ยนการหมุนแบบเส้นตรงเป็นลกั ษณะตรงกนั ขา้ ม ส่วน
ใหญเ่ พลาขอเหวยี่ งจะใชเ้ ป็นชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ ดงั รูป

รูปท่ี 4.9 ลกั ษณะเพลาขอเหวยี่ ง

4.3.4 เพลาสปลายน์ (SPLINE) เป็นเพลาท่ีมีร่องคลา้ ยกบั ฟันเฟื องอยรู่ อบตวั เพลา ความยาวของร่อง
ฟันเฟื องจะมากหรือนอ้ ยข้ึนอยกู่ บั ลกั ษณะการใชง้ านของเพลาน้นั เพลาชนิดน้ีส่วนใหญ่จะใชก้ บั เฟื องหวั
เครื่องกลึง มีลกั ษณะดงั รูป

ลกั ษณะทางานของเฟื องเลื่อนบนร่องสปลายนส์ ่ีเหลี่ยม เฟื อง Z 2 ติดแน่น
อยบู่ นเพลา  แต่เพยี ง Z1 เลื่อนเขา้ ขบและเล่ือนออกจากขบเพียง Z2
ไดบ้ นเพลา 

รูปที่ 4.10 ลกั ษณะของเพลาสปลายน์

52

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

4.3.5 เพลาเรียว เป็ นเพลาชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลอีกลักษณะหน่ึง ซ่ึงตวั เพลาจะมีความเรียวตาม
มาตรฐานเพ่ือใชใ้ นการจบั ยดึ เขา้ ดว้ ยกนั ระหวา่ งเรียวนอกและเรียวใน เช่น เพลาเรียว หวั เครื่องกลึง เคร่ืองกดั
และเครื่องเจาะ และศูนยห์ วั -ทา้ ยของเคร่ืองกลึง ดงั รูป

รูปท่ี 4.11 ลกั ษณะเพลาเรียว
4.4 หนา้ ท่ีการใชง้ านของเพลา

เพลาแตล่ ะชนิดมีหนา้ ที่การใชง้ านดงั ต่อไปน้ี
4.4.1 เพลาส่งกาลงั เพลาชนิดน้ีมีหนา้ ท่ีส่งถ่ายกาลงั จากจุดหน่ึงไปยงั อีกจุดหน่ึงโดยผา่ นชิ้นส่วนอื่นต่าง ๆ
ดงั น้ี เช่น ส่งถ่ายกาลงั มาจากเฟื อง มาจากพลูเลย์ มาจากคลตั ช์ ซ่ึงชิ้นส่วนตา่ ง ๆ เหล่าน้ีไดต้ น้ กาลงั มาจาก
มอเตอร์ หรือเคร่ืองยนต์ ดงั รูป

รูปท่ี 4.12 การส่งกาลงั ดว้ ยเพลา

53

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

4.4.2 เพลารองรับภาระ เป็นเพลาท่ีทาหนา้ ท่ีรองรับภาระจากชิ้นส่วนอ่ืนเช่นกนั ซ่ึงเพลาอาจหมุน
หรือไม่หมุนกไ็ ด้ แต่ท่ีสาคญั เพลารองรับภาระทาหนา้ ท่ีหลกั คือรับแรงกดอดั จากชิ้นส่วนอ่ืน ตลอดเวลาการใช้
งาน เช่น เพลาของรอก ตา่ ง ๆ ดงั รูป

รูปที่ 4.13 ลกั ษณะการใชง้ านของเพลารองรับภาระ

54

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

ล่ิม เป็นชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลชิ้นหน่ึงท่ีทาใหช้ ิ้นส่วนเครื่องจกั รกลอ่ืน ๆ เช่น เฟื อง พลู เลย์ หนา้ แปลน
ยดึ ติดกบั เพลา และช่วยถ่ายทอดแรงบิดจากเพลาไปยงั ดุมลอ้ หรือถ่ายทอดแรงบิดจากดุมลอ้ ไปยงั เพลาเพอื่ ใหท้ ้งั
สองหมุนตามกนั อยา่ งสมบูรณ์ หากใชแ้ ตค่ วามฝื ดของรูดุมลอ้ และเพลาเท่าน้นั เมื่อเกิดแรงข้ึนกจ็ ะทาใหล้ อ้ หยดุ
หมุนหรือหมุนฟรี ดงั น้นั จึงตอ้ งใชล้ ิ่มมาเป็นตวั ล๊อกตาแหน่งในการหมุนสมั พทั ธ์กนั ตลอดไป

5.1 ประเภทของล่ิม
ล่ิมที่ใชป้ ระกอบระหวา่ งเพลากบั ชิ้นส่วนอ่ืนไม่วา่ จะเป็นเฟื อง พลู เลย์ หรือลอ้ สายพาน

ตา่ งๆ ลิ่มมีหลายประเภทข้ึนอยกู่ บั การใชง้ าน โดยมีรายละเอียดดงั ต่อไปน้ี

รูปท่ี 5.1 ส่วนประกอบที่ใชค้ ู่กบั ล่ิม

5.1.1 ล่ิมกาลงั
ล่ิมประเภทน้ีมีหนา้ ที่ส่งกาลงั ระหวา่ งลอ้ กบั เพลาในเครื่องจกั รกลใหญ่ ๆ ที่ใชล้ อ้

สายพาน ใชเ้ ฟื อง ใชค้ ลตั ช์ หรือเครื่องจกั รกลการเกษตร ก็ใชล้ ิ่มส่งกาลงั ล่ิมชนิดน้ีถอดประกอบไดง้ ่าย ลิ่ม
ส่งกาลงั จะมีความลาด 1 ต่อ 100 หมายถึง ท่ีความยาว 100 มิลลิเมตร ความสูงของลิ่มจะลดลง 1 มิลลิเมตร
ดงั รูป

รูปท่ี 5.2 การกาหนดขนาดของลิ่มส่งกาลงั

55

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม

สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

5.1.2 ล่ิมสวมอดั เขา้ ไปในลอ้ กบั เพลา
ล่ิมประเภทน้ีจะมีหวั ทา้ ยเป็นปลายตดั ตรง การใชจ้ ะสอดใส่เขา้ ไประหวา่ งลอ้ กบั

เพลา จากน้นั จึงใชแ้ รงกระแทกอดั ใหแ้ น่นใหไ้ ดต้ าแหน่งตามตอ้ งการ ร่องลิ่มจะตอ้ งมีความยาวมากกวา่ ล่ิมสอง
เทา่ การใส่ล่ิมจะใส่ในทิศทางหน่ึงและเวลาถอดตอ้ งถอดในทิศทางตรงกนั ขา้ ม

รูปที่ 5.3 ลกั ษณะของลิ่มสวมอดั
5.1.3 ล่ิมจมูก

ล่ิมประเภทน้ีจะใช้ในกรณีท่ีล้อ และเพลาสามารถใส่ล่ิมได้เพียงด้านเดียวดังน้ันการถอด
ประกอบกต็ อ้ งถอดเพยี งดา้ นเดียว ดงั รูป

รูปที่ 5.4 ลกั ษณะของลิ่มจมูก
5.1.4 ล่ิมขวาง

ล่ิมประเภทน้ีเหมาะสาหรับยึดชิ้นงานที่ตอ้ งรับแรงดึง แรงกดโก่ง และแรงอดั
แต่มีขอ้ เสียคือชิ้นงานจะมีความแขง็ แรงนอ้ ยลงเพราะมีรูขวางอยู่ ดงั รูป

รูปท่ี 5.5 ลกั ษณะของลิ่มขวาง

56

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม

สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

5.1.5 ลิ่มขนาน
ล่ิมประเภทน้ีไม่มีความลาดตามแนวยาว จะขนานตามแนวยาวตลอดลาตวั ดงั น้นั แรงที่ขบั

ลอ้ หรือเพลาใหห้ มุนน้นั ใหก้ ระทาผา่ นผวิ ดา้ นขา้ งของล่ิม ผวิ ดา้ นขา้ งของลิ่มจะรับภาระเฉือนแต่มีขอ้ ดีคือ
ระหวา่ งลอ้ กบั เพลาจะไมม่ ีการเย้อื งศูนย์ ลิ่มประเภทน้ีเหมาะสาหรับเพลาที่หมุนเร็ว ดงั รูป

รูปท่ี 5.6 ลกั ษณะของลิ่มขนาน
5.2 ลกั ษณะรูปร่างของลิ่มประเภทตา่ ง ๆ

ล่ิมที่ใชก้ บั เครื่องจกั รกลแต่ละประเภทจะมีรูปร่างลกั ษณะที่แตกต่างกนั ตามลกั ษณะการใช้
งาน ดงั รายละเอียดตอ่ ไปน้ี

5.2.1 ล่ิมฝัง เป็นลิ่มกาลงั ตามมาตรฐานของ DIN 6886 แบบ A ลกั ษณะรูปร่างของลิ่มฝังจะมีหวั ทา้ ย
เป็นรูปโคง้ วงกลม ในการประกอบจะวางลิ่มลงในร่องเพลาก่อน แลว้ เล่ือนลอ้ สวมอดั เขา้ ไปใหแ้ น่น ตาแหน่ง
ลอ้ ท่ีอดั แน่นจะไม่สามารถกาหนดไดแ้ น่นอน การกดั ผวิ ร่องกระทาไดย้ ากจึงไม่นิยมนามาใช้ แตล่ ่ิมชนิดน้ีฝัง
ลงในร่องจึงนามาใชใ้ นงานที่รับโมเมนตม์ ากได้ ลิ่มชนิดน้ีมีลกั ษณะรูปร่าง ดงั รูป

รูปที่ 5.7 ลกั ษณะรูปร่างของล่ิมฝัง

5.2.2 ล่ิมเวา้ เป็นลิ่มส่งกาลงั ตามมาตรฐานของ DIN 6881 มีดา้ นที่ประกอบติดเพลาเป็นรูปเวา้ ใหแ้ นว
ติดผวิ เพลากลม ไม่ตอ้ งปาดผวิ เพลาทาใหล้ ดตน้ ทุนการผลิตใชก้ บั งานท่ีรับโมเมนตต์ ่าพวกลอ้ ขนาดเล็กๆ ลิ่ม
ชนิดน้ีมีลกั ษณะรูปร่าง ดงั รูป

รูปที่ 5.8 ลกั ษณะของรูปร่างของลิ่มเวา้

57

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

5.2.3 ลิ่มราบ เป็นลิ่มส่งกาลงั ตามมาตรฐานของ DIN 6883 มีลกั ษณะเป็นสี่เหล่ียมผนื ผา้ ก่อน
ประกอบยดึ ตอ้ งกดั หรือไสใหผ้ วิ เพลาราบพอท่ีจะใหล้ ิ่มประกอบได้ ประหยดั ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิตและผวิ ราบน้ี
มีผลตอ่ ความแขง็ แรงของเพลานอ้ ยรับแรงโมเมนตไ์ ดน้ อ้ ยกวา่ ล่ิมฝัง ลิ่มชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป

รูปที่ 5.9 ลกั ษณะรูปร่างของล่ิมราบ

5.2.4 ลิ่มเล่ือน เป็นลิ่มประเภทสวมอดั เขา้ ไปในลอ้ เพลาตามมาตรฐานของ DIN 6886 แบบ B เป็น
ล่ิมรูปสี่เหลี่ยมผนื ผา้ การประกอบยดึ ตอ้ งสอดใส่เขา้ ไประหวา่ งร่องลอ้ และเพลา จากน้นั จึงใชแ้ รงตอกอดั ให้
แน่น ร่องของเพลาตอ้ งยาวเป็นสองเทา่ ของล่ิม ลิ่มเลื่อนมีลกั ษณะ ดงั รูป

รูปที่ 5.10 ลกั ษณะรูปร่างของล่ิมเล่ือน

5.2.5 ลิ่มสัมผสั เป็นลิ่มสวมอดั เขา้ ไปในลอ้ เพลาตามมาตรฐานของ DIN 268 เป็นลิ่มท่ีสามารถจะ
กาหนดทาร่องบากเป็นมุมฉากเขา้ ไปในเพลาได้ 1 ถึง 2 ร่อง เหมาะกบั งานท่ีมีโมเมนตม์ าก ๆ
ที่เพลาหมุนไปกลบั และรับแรงกระแทก ลิ่มสมั ผสั จะประกอบในลกั ษณะผวิ ความลาดของลิ่มท้งั สองสมั ผสั กนั
มีลกั ษณะดงั รูป

รูปที่ 5.11 ลกั ษณะรูปร่างของล่ิมสัมผสั

58

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

5.2.6 ลิ่มจมูก ตามมาตรฐานของ DIN 6887 เป็นลิ่มที่มีรูปทรงส่ีเหล่ียมผนื ผา้ ลาดเอียงและมีหวั
ใชป้ ระกอบลอ้ กบั เพลาไดเ้ พียงดา้ นเดียว การถอดประกอบกท็ าไดเ้ พียงดา้ นเดียว ลิ่มชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป

รูปท่ี 5.12 ลกั ษณะรูปร่างของลิ่มจมกู
5.2.7 ลิ่มขวาง เป็นลิ่มที่มีรูปทรงกระบอกแบนเรียว เหมาะสาหรับชิ้นงานที่ตอ้ งรับแรงดึงและแรงอดั
แตม่ ีขอ้ เสียชิ้นงานจะไม่แขง็ แรงเพราะมีรูขวาง ลิ่มชนิดน้ีจะมีลกั ษณะ ดงั รูป

รูปที่ 5.13 ลกั ษณะรูปร่างของลิ่มขวาง
5.2.8 ลิ่มขนาน แบบขนานปลายมนโคง้ ตามมาตรฐานของ DIN 6885 แบบ A แบบขนานใช้
สกรู ยดึ ปลายมนโคง้ ตามมาตรฐานของ DIN 6885 แบบ E และแบบวงเดือน ตามมาตรฐานของ
DIN 6886 ล่ิมท้งั หมดน้ีเป็นลิ่มอดั ลิ่มชนิดน้ีมีลกั ษณะดงั รูป

ล่ิมขนานปลายมนโคง้
DIN 6885 แบบ A
รูปท่ี 5.14 ล่ิมขนานปลายมนโคง้ ตาม DIN 6885 แบบ A

59

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

ล่ิมขนาน DIN 6885 แบบ E มีสกรูยดึ 2 ท่ี
และรูเกลียวกลางสาหรับใชส้ กรู ถอดได้

รูปที่ 5.15 ลิ่มขนานปลายมนโคง้ ยดึ ดว้ ยสกรูตาม DIN 6885 แบบ E

รูปที่ 5.16 ล่ิมวงเดือนตาม DIN 6886

การประกอบและการถอดลิ่ม
การประกอบลิ่มนบั วา่ เป็นสิ่งจาเป็นท่ีตอ้ งศึกษา เพ่ือใหเ้ กิดความถูกตอ้ ง ซ่ึงจะยกตวั อยา่ งใน

การประกอบลิ่ม ในตวั ท่ีนิยมใชก้ นั อยโู่ ดยทวั่ ไป ดงั น้ี

1. การประกอบลิ่มขนาน
 ก่อนการประกอบลิ่มขนาน

จะตอ้ งทาร่องลิ่มบนเพลาเสียก่อน

 สวมลิ่มโดยอดั ลงไปในร่อง
แลว้ ตอกดว้ ยคอ้ นพลาสติก หากลิ่มขยบั ไปมา
ทางดา้ นขา้ งไดใ้ หเ้ ปล่ียนลิ่มใหม่

60

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

 ประกอบดุมลอ้ ลงไป แลว้
ตอกดว้ ยคอ้ นพลาสติกหรือคอ้ นไม้

2. การประกอบลิ่มวงเดือน
 ทาร่องลิ่มบนเพลาใหไ้ ดต้ ามมาตรฐานของร่องลิ่ม

 ประกอบลิ่มวงเดือนเขา้ กบั เพลา โดยใชค้ อ้ น
ยางหรือคอ้ นไม้

 ใชค้ อ้ นยางหรือคอ้ นไมต้ อกลงไปบนดุมลอ้
บริเวณขอบ ๆ

3. การประกอบลิ่มจมูก
 ก่อนการประกอบลิ่มจมูกจะตอ้ ง

ทาร่องลิ่มท่ีปลายเพลา และทดลองใส่ล่ิมลงไปใน
ร่องก่อนเพื่อป้ องกนั การหลุดออกของลิ่ม

 ประกอบดุมลอ้ เขา้ กบั เพลา โดย
ตอ้ งใหร้ ่องลิ่มท่ีเพลากบั ร่องท่ีดุมลอ้ ตรงกนั
และไดศ้ นู ยเ์ ดียวกนั ดว้ ย

61

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

 ใส่ล่ิมจมกู ไปดว้ ยมือ และใชค้ อ้ นยาง
หรือคอ้ นไมเ้ คาะ จนอดั แน่นในร่องลิ่ม

4. การประกอบลิ่มเวา้
 ในการประกอบล่ิมเวา้ ท่ีเพลางานไม่ตอ้ ง

ทาร่องลิ่มท่ีเพลาทางาน แต่ท่ีดุมลอ้ จะตอ้ งทาร่องลิ่มไวแ้ ลว้
ประกอบดุมลอ้ เขา้ กบั เพลาก่อน

 นาลิ่มเวา้ ใส่เขา้ ไปที่เพลากบั ดุมลอ้ ซ่ึง
ประกอบกนั อยู่

 ตอกดว้ ยคอ้ นยางหรือคอ้ นไม้ จนลิ่มอดั

แน่นในร่องลิ่ม

การถอดล่ิม
ในการถอดลิ่มชนิดตา่ งๆ กระทาไดห้ ลายวธิ ี ผปู้ ฏิบตั ิการถอดควรตอ้ งศึกษาการถอดอยา่ ง

ถูกตอ้ ง เพราะจะทาใหส้ ามารถรักษาสภาพของเพลาและดุมลอ้ ตลอดจนตวั ลิ่มที่จะมีอายกุ ารใชง้ านท่ียนื ยาว
ตอ่ ไป ซ่ึงวตั ถุประสงคก์ ็การถอดกอ็ าจเป็นการซ่อมแซมตวั ลิ่ม ร่องลิ่ม เปลี่ยนดุมลอ้ เปลี่ยนเพลา เป็นตน้
โดยจะแนะนาการถอดลิ่มชนิดต่างๆ ดงั น้ี

1. การรถอดลิ่มขนาน
การถอดล่ิมขนานกระทาไดโ้ ดยใชเ้ หลก็ ดูด 3 ขาดึง เอาดุมลอ้ ออกมาหลงั จากน้นั ใชค้ ีมจบั ลิ่ม

62

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

และดึงล่ิมออกมา ดงั รูป

รูปที่ 5.17 แสดงการถอดล่ิมขนาน

2. การถอดล่ิมวงเดือน
หลงั จากที่ถอดดุมลอ้ ออกจากกนั แลว้ น้นั

ในการถอดลิ่มวงเดือน สามารถกระทาไดโ้ ดยใช้
เหล็กส่ง ซ่ึงอาจทามาจาก ทองเหลือง ทองแดง
ตอกที่ดา้ นใดดา้ นหน่ึง ก็จะทาใหล้ ิ่มหลุดออกมา

รูปท่ี 5.18 แสดงการถอดลิ่มวงเดือน

3. การถอดล่ิมจมกู
การถอดล่ิมจมูกดว้ ยแหล่งแทง่ ส่ีเหลี่ยมเรียว (ดงั รูปที่ 5.19 (ก)) ใหผ้ วิ ดา้ นเรียวอยดู่ า้ น

หวั ลิ่ม แลว้ ใชค้ อ้ นตอกเหล็กส่ง ใหล้ ิ่มถอยออกมา หรือถอดลิ่มดว้ ยเหลก็ งดั ดงั รูปที่ 5.19 (ข)

รูปที่ 5.19 แสดงการถอดลิ่มจมกู

4. การถอกล่ิมแบบมีสกรูยดึ
ลิ่มแบบมีสกรูยดึ เป็นล่ิมท่ีออกมาแบบมาเพ่อื ไม่ใหล้ ิ่มพลิกไปมา ขณะเลื่อนดุมลอ้ ไปมาได้
(ดงั รปู ที่ 5.20 ) โดยลิ่มมีสกรสู าหรับขนั อยู่ 2 ตวั แล้วกางไว้ส าหรับน าเอาลิ่มออก

63

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

รูปที่ 5.20 แสดงการถอดลิ่มแบบมีสกรูยดึ
ในการถอดลิ่มแบบมีสกรูยดึ น้ี จะตอ้ งนาสกรูยดึ ท้งั สองตวั ออกมากก่อน แลว้ จึงนา ไขควงขนั สกรูลง
ไปในรูท่ีอยตู่ รงกลาง เพื่อดนั ลิ่มออก ดงั น้นั ที่เพลาจะเจาะรูทาเกลียวเพยี ง 2 ตวั เทา่ น้นั สกรูตรงกลางจะไมท่ า
เกลียวที่เพลา ดงั รูป

รูปท่ี 5.21 แสดงการถอดลิ่มแบบมีสกรู
การผลิตร่องลิ่ม

ในการผลิตร่องลิ่มท่ีไมซ่ บั ซอ้ น จะสามารถพบเห็นอยปู่ ระจาตามโรงงานช่างกลทวั่ ๆ ไป ไดแ้ ก่
1. การผลิตบนเครื่องไส

การผลิตร่องลิ่มจานวนนอ้ ย ๆ กส็ ามารถจะกระทาไดบ้ นเคร่ืองไสในแนวดิ่ง ดงั รูปท่ี 5.22 (ก)
2. การผลิตบนเคร่ืองแทงข้ึนรูป

การผลิตร่องลิ่มที่มีจานวนมาก ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมและผลิตร่องลิ่มบนเพลาที่ยาว ๆ ดงั รูปที่
5.22 (ข)

3. การผลิตบนเครื่องกดั

64

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

การผลิตร่องลิ่มทีละชิ้นท่ีกลางเพลา จะใช้เครื่องกัดต้งั และกัดด้วยดอกกัดร่องยาว(End Mill)
(ดังรูปที่ 5.22(ค)) และในส่วนการทาร่องลิ่มสาหรับเพลาปลายตัดตรงจะกระทาได้ด้วยดอกกัดด้านข้าง
ดงั รูปท่ี 5.22 (ง)

ก. ข.

ค. ง.
รูปท่ี 5.22 แสดงการผลิตร่องล่ิม

65

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

5.4 ตารางมาตรฐานของลิ่ม

66

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

ตารางท่ี 5.2 ขนาดมาตรฐานของลิ่มสัมผสั (ISO 3117)

67

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

ตารางท่ี 5.3 ขนาดมาตรฐานของลิ่มสไพลน์

68

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 5

ลม่ิ (KEYS)

สาระสาคญั

ลม่ิ เป็นชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลชิ้นหน่ึงที่ทาใหช้ ิ้นส่วนเครื่องจกั รกลอื่น ๆ เช่น เฟื อง พูลเลย์ หนา้ แปลน
ยดึ ติดกบั เพลา และช่วยถ่ายทอดแรงบิดจากเพลาไปยงั ดุมลอ้ หรือถ่ายทอดแรงบิดจากดุมลอ้ ไปยงั เพลาเพอื่ ใหท้ ้งั
สองหมุนตามกนั อยา่ งสมบรู ณ์ หากใชแ้ ต่ความฝื ดของรูดุมลอ้ และเพลาเทา่ น้นั เมื่อเกิดแรงข้ึนก็จะทาใหล้ อ้ หยดุ
หมุนหรือหมุนฟรี ดงั น้นั จึงตอ้ งใชล้ ิ่มมาเป็นตวั ล๊อกตาแหน่งในการหมุนสัมพทั ธ์กนั ตลอดไป

5.1 ประเภทของลมิ่

ล่ิมที่ใชป้ ระกอบระหวา่ งเพลากบั ชิ้นส่วนอื่นไม่วา่ จะเป็นเฟื อง พลู เลย์ หรือลอ้ สายพาน
ตา่ งๆ ลิ่มมีหลายประเภทข้ึนอยกู่ บั การใชง้ าน โดยมีรายละเอียดดงั ตอ่ ไปน้ี

รูปที่ 5.1 ส่วนประกอบที่ใชค้ ู่กบั ล่ิม

5.1.1 ลมิ่ กาลงั
ล่ิมประเภทน้ีมีหนา้ ท่ีส่งกาลงั ระหวา่ งลอ้ กบั เพลาในเคร่ืองจกั รกลใหญ่ ๆ ท่ีใชล้ อ้

สายพาน ใชเ้ ฟื อง ใชค้ ลตั ช์ หรือเครื่องจกั รกลการเกษตร กใ็ ชล้ ิ่มส่งกาลงั ลิ่มชนิดน้ีถอดประกอบไดง้ ่าย ลิ่ม
ส่งกาลงั จะมีความลาด 1 ตอ่ 100 หมายถึง ที่ความยาว 100 มิลลิเมตร ความสูงของลิ่มจะลดลง 1 มิลลิเมตร
ดงั รูป

รูปท่ี 5.2 การกาหนดขนาดของลิ่มส่งกาลงั

69

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

5.1.2 ลมิ่ สวมอดั เข้าไปในล้อกบั เพลา
ล่ิมประเภทน้ีจะมีหวั ทา้ ยเป็นปลายตดั ตรง การใชจ้ ะสอดใส่เขา้ ไประหวา่ งลอ้ กบั

เพลา จากน้นั จึงใชแ้ รงกระแทกอดั ใหแ้ น่นใหไ้ ดต้ าแหน่งตามตอ้ งการ ร่องลิ่มจะตอ้ งมีความยาวมากกวา่ ล่ิมสอง
เทา่ การใส่ล่ิมจะใส่ในทิศทางหน่ึงและเวลาถอดตอ้ งถอดในทิศทางตรงกนั ขา้ ม

รูปท่ี 5.3 ลกั ษณะของล่ิมสวมอดั

5.1.3 ลมิ่ จมูก
ล่ิมประเภทน้ีจะใช้ในกรณีท่ีล้อ และเพลาสามารถใส่ล่ิมได้เพียงด้านเดียวดังน้ันการถอด

ประกอบกต็ อ้ งถอดเพยี งดา้ นเดียว ดงั รูป

รูปที่ 5.4 ลกั ษณะของล่ิมจมูก

5.1.4 ลมิ่ ขวาง
ล่ิมประเภทน้ีเหมาะสาหรับยดึ ชิ้นงานท่ีตอ้ งรับแรงดึง แรงกดโก่ง และแรงอดั

แตม่ ีขอ้ เสียคือชิ้นงานจะมีความแขง็ แรงนอ้ ยลงเพราะมีรูขวางอยู่ ดงั รูป

รูปท่ี 5.5 ลกั ษณะของลิ่มขวาง

70

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

5.1.5 ลมิ่ ขนาน
ล่ิมประเภทน้ีไม่มีความลาดตามแนวยาว จะขนานตามแนวยาวตลอดลาตวั ดงั น้นั แรงท่ีขบั

ลอ้ หรือเพลาใหห้ มุนน้นั ใหก้ ระทาผา่ นผวิ ดา้ นขา้ งของล่ิม ผวิ ดา้ นขา้ งของลิ่มจะรับภาระเฉือนแต่มีขอ้ ดีคือ
ระหวา่ งลอ้ กบั เพลาจะไมม่ ีการเย้อื งศูนย์ ลิ่มประเภทน้ีเหมาะสาหรับเพลาท่ีหมุนเร็ว ดงั รูป

รูปท่ี 5.6 ลกั ษณะของล่ิมขนาน

5.2 ลกั ษณะรูปร่างของลม่ิ ประเภทต่าง ๆ

ล่ิมที่ใชก้ บั เครื่องจกั รกลแต่ละประเภทจะมีรูปร่างลกั ษณะที่แตกต่างกนั ตามลกั ษณะการใช้
งาน ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี

5.2.1 ลมิ่ ฝัง เป็นลิ่มกาลงั ตามมาตรฐานของ DIN 6886 แบบ A ลกั ษณะรูปร่างของลิ่มฝังจะมีหวั ทา้ ย
เป็นรูปโคง้ วงกลม ในการประกอบจะวางลิ่มลงในร่องเพลาก่อน แลว้ เลื่อนลอ้ สวมอดั เขา้ ไปใหแ้ น่น ตาแหน่ง
ลอ้ ท่ีอดั แน่นจะไม่สามารถกาหนดไดแ้ น่นอน การกดั ผวิ ร่องกระทาไดย้ ากจึงไมน่ ิยมนามาใช้ แต่ล่ิมชนิดน้ีฝัง
ลงในร่องจึงนามาใชใ้ นงานที่รับโมเมนตม์ ากได้ ลิ่มชนิดน้ีมีลกั ษณะรูปร่าง ดงั รูป

รูปท่ี 5.7 ลกั ษณะรูปร่างของลิ่มฝัง
5.2.2 ลมิ่ เว้า เป็นล่ิมส่งก าลงั ตามมาตรฐนาของ DIN 6881 มีดา้ นที่ประกอบติดเพลาเป็นรูปเวา้ ใหแ้ นว
ติดผวิ เพลากลม ไมต่ อ้ งปาดผวิ เพลาท าใหล้ ดตน้ ทุนการผลิตใชก้ บั งานท่ีรับโมเมนตต์ ่ าพวกลอ้ ขนาดเล็กๆ ลิ่ม
ชนิดนมี้ ีลกั ษณะรปู รา่ ง ดงั รปู

71

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

รูปที่ 5.8 ลกั ษณะของรูปร่างของลิ่มเวา้
5.2.3 ลมิ่ ราบ เป็นลิ่มส่งกาลงั ตามมาตรฐานของ DIN 6883 มีลกั ษณะเป็นส่ีเหลี่ยมผนื ผา้ ก่อน
ประกอบยดึ ตอ้ งกดั หรือไสใหผ้ วิ เพลาราบพอที่จะใหล้ ิ่มประกอบได้ ประหยดั ค่าใชจ้ า่ ยในการผลิตและผวิ ราบน้ี
มีผลต่อความแขง็ แรงของเพลานอ้ ยรับแรงโมเมนตไ์ ดน้ อ้ ยกวา่ ล่ิมฝัง ลิ่มชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป

รูปที่ 5.9 ลกั ษณะรูปร่างของล่ิมราบ
5.2.4 ลมิ่ เลอื่ น เป็ นลิ่มประเภทสวมอดั เขา้ ไปในลอ้ เพลาตามมาตรฐานของ DIN 6886 แบบ B เป็น
ล่ิมรูปสี่เหล่ียมผนื ผา้ การประกอบยดึ ตอ้ งสอดใส่เขา้ ไประหวา่ งร่องลอ้ และเพลา จากน้นั จึงใชแ้ รงตอกอดั ให้
แน่น ร่องของเพลาตอ้ งยาวเป็นสองเทา่ ของล่ิม ลิ่มเลื่อนมีลกั ษณะ ดงั รูป

รูปท่ี 5.10 ลกั ษณะรูปร่างของล่ิมเลื่อน
5.2.5 ลมิ่ สัมผสั เป็นล่ิมสวมอดั เขา้ ไปในลอ้ เพลาตามมาตรฐนาของ DIN 268 เป็นล่ิมท่ีสามารถจะ
ก าหนดท ารอ่ งบากเปน็ มุมฉากเขา้ ไปในเพลาได้ 1 ถึง 2 รอ่ ง เหมาะกบั งานทีม่ ีโมเมนตม์ าก ๆ

72

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

ท่ีเพลาหมุนไปกลบั และรับแรงกระแทก ลิ่มสัมผสั จะประกอบในลกั ษณะผวิ ความลาดของลิ่มท้งั สองสมั ผสั กนั
มีลกั ษณะดงั รูป

รูปที่ 5.11 ลกั ษณะรูปร่างของลิ่มสัมผสั
5.2.6 ลม่ิ จมูก ตามมาตรฐานของ DIN 6887 เป็นลิ่มที่มีรูปทรงส่ีเหลี่ยมผนื ผา้ ลาดเอียงและมีหวั
ใชป้ ระกอบลอ้ กบั เพลาไดเ้ พียงดา้ นเดียว การถอดประกอบกท็ าไดเ้ พียงดา้ นเดียว ลิ่มชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป

รูปท่ี 5.12 ลกั ษณะรูปร่างของล่ิมจมูก

5.2.7 ลมิ่ ขวาง เป็นล่ิมท่ีมีรูปทรงกระบอกแบนเรียว เหมาะสาหรับชิ้นงานท่ีตอ้ งรับแรงดึงและแรงอดั
แตม่ ีขอ้ เสียชิ้นงานจะไม่แขง็ แรงเพราะมีรูขวาง ลิ่มชนิดน้ีจะมีลกั ษณะ ดงั รูป

รูปท่ี 5.13 ลกั ษณะรูปร่างของล่ิมขวาง

73

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

5.2.8 ลมิ่ ขนาน แบบขนานปลายมนโคง้ ตามมาตรฐานของ DIN 6885 แบบ A แบบขนานใช้
สกรู ยดึ ปลายมนโคง้ ตามมาตรฐานของ DIN 6885 แบบ E และแบบวงเดือน ตามมาตรฐานของ
DIN 6886 ล่ิมท้งั หมดน้ีเป็ นลิ่มอดั ลิ่มชนิดน้ีมีลกั ษณะดงั รูป

ล่ิมขนานปลายมนโคง้
DIN 6885 แบบ A

รูปที่ 5.14 ล่ิมขนานปลายมนโคง้ ตาม DIN 6885 แบบ A

ล่ิมขนาน DIN 6885 แบบ E มีสกรูยดึ 2 ท่ี

และรูเกลียวกลางสาหรับใชส้ กูรถอดได้

รูปท่ี 5.15 ล่ิมขนานปลายมนโคง้ ยดึ ดว้ ยสกรูตาม DIN 6885 แบบ E

รูปท่ี 5.16 ล่ิมวงเดือนตาม DIN 6886

74

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

การประกอบและการถอดลมิ่

การประกอบลิ่มนบั วา่ เป็นสิ่งจาเป็นที่ตอ้ งศึกษา เพ่ือใหเ้ กิดความถูกตอ้ ง ซ่ึงจะยกตวั อยา่ งใน
การประกอบลิ่ม ในตวั ที่นิยมใชก้ นั อยโู่ ดยทวั่ ไป ดงั น้ี

1. การประกอบลม่ิ ขนาน
 ก่อนการประกอบลิ่มขนาน

จะตอ้ งทาร่องลิ่มบนเพลาเสียก่อน

 สวมลิ่มโดยอดั ลงไปในร่อง
แลว้ ตอกดว้ ยคอ้ นพลาสติก หากลิ่มขยบั ไปมา
ทางดา้ นขา้ งไดใ้ หเ้ ปล่ียนลิ่มใหม่

 ประกอบดุมลอ้ ลงไป แลว้
ตอกดว้ ยคอ้ นพลาสติกหรือคอ้ นไม้

2. การประกอบลมิ่ วงเดือน
 ทาร่องลิ่มบนเพลาใหไ้ ดต้ ามมาตรฐานของร่องลิ่ม

 ประกอบลิ่มวงเดือนเขา้ กบั เพลา โดยใชค้ อ้ น
ยางหรือคอ้ นไม้

 ใชค้ อ้ นยางหรือคอ้ นไมต้ อกลงไปบนดุมลอ้

75

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

บริเวณขอบ ๆ

3. การประกอบลมิ่ จมูก
 ก่อนการประกอบลิ่มจมูกจะตอ้ ง

ทาร่องลิ่มท่ีปลายเพลา และทดลองใส่ล่ิมลงไปใน
ร่องก่อนเพ่ือป้ องกนั การหลุดออกของลิ่ม

 ประกอบดุมลอ้ เขา้ กบั เพลา โดย
ตอ้ งใหร้ ่องลิ่มท่ีเพลากบั ร่องที่ดุมลอ้ ตรงกนั
และไดศ้ นู ยเ์ ดียวกนั ดว้ ย

 ใส่ล่ิมจมูกไปดว้ ยมือ และใชค้ อ้ นยาง
หรือคอ้ นไมเ้ คาะ จนอดั แน่นในร่องลิ่ม

4. การประกอบลม่ิ เว้า
 ในการประกอบลิ่มเวา้ ท่ีเพลางานไมต่ อ้ ง

ทาร่องลิ่มที่เพลาทางาน แต่ท่ีดุมลอ้ จะตอ้ งทาร่องลิ่มไวแ้ ลว้
ประกอบดุมลอ้ เขา้ กบั เพลาก่อน

 นาลิ่มเวา้ ใส่เขา้ ไปที่เพลากบั ดุมลอ้ ซ่ึง
ประกอบกนั อยู่

76

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

 ตอกดว้ ยคอ้ นยางหรือคอ้ นไม้ จนลิ่มอดั

แน่นในร่องลิ่ม

การถอดลม่ิ

ในการถอดลิ่มชนิดต่างๆ กระทาไดห้ ลายวธิ ี ผปู้ ฏิบตั ิการถอดควรตอ้ งศึกษาการถอดอยา่ ง
ถูกตอ้ ง เพราะจะทาใหส้ ามารถรักษาสภาพของเพลาและดุมลอ้ ตลอดจนตวั ลิ่มท่ีจะมีอายกุ ารใชง้ านท่ียนื ยาว
ตอ่ ไป ซ่ึงวตั ถุประสงคก์ ก็ ารถอดก็อาจเป็นการซ่อมแซมตวั ลิ่ม ร่องลิ่ม เปลี่ยนดุมลอ้ เปล่ียนเพลา เป็นตน้
โดยจะแนะนาการถอดลิ่มชนิดตา่ งๆ ดงั น้ี

1. การรถอดลม่ิ ขนาน
การถอดล่ิมขนานกระทาไดโ้ ดยใชเ้ หลก็ ดูด 3 ขาดึง เอาดุมลอ้ ออกมาหลงั จากน้นั ใชค้ ีมจบั ลิ่ม

และดึงล่ิมออกมา ดงั รูป

รูปท่ี 5.17 แสดงการถอดล่ิมขนาน
2. การถอดลม่ิ วงเดอื น

หลงั จากที่ถอดดุมลอ้ ออกจากกนั แลว้ น้นั
ในการถอดลิ่มวงเดือน สามารถกระทาไดโ้ ดยใช้
เหล็กส่ง ซ่ึงอาจทามาจาก ทองเหลือง ทองแดง
ตอกที่ดา้ นใดดา้ นหน่ึง กจ็ ะทาใหล้ ิ่มหลุดออกมา

รูปที่ 5.18 แสดงการถอดลิ่มวงเดือน

77

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

3. การถอดลม่ิ จมูก
การถอดล่ิมจมูกดว้ ยแหล่งแท่งส่ีเหล่ียมเรียว (ดงั รูปที่ 5.19 (ก)) ใหผ้ วิ ดา้ นเรียวอยดู่ า้ น

หวั ลิ่ม แลว้ ใชค้ อ้ นตอกเหลก็ ส่ง ใหล้ ิ่มถอยออกมา หรือถอดลิ่มดว้ ยเหลก็ งดั ดงั รูปที่ 5.19 (ข)

รูปท่ี 5.19 แสดงการถอดลิ่มจมูก
4. การถอกลม่ิ แบบมีสกรูยดึ
ล่ิมแบบมีสกรูยดึ เป็นลิ่มที่ออกมาแบบมาเพ่ือไมใ่ หล้ ิ่มพลิกไปมา ขณะเลื่อนดุมลอ้ ไปมาได้
(ดงั รูปที่ 5.20 ) โดยลิ่มมีสกรูสาหรับขนั อยู่ 2 ตวั แลว้ กางไวส้ าหรับนาเอาลิ่มออก

รูปที่ 5.20 แสดงการถอดลิ่มแบบมีสกรูยดึ
ในการถอดลิ่มแบบมีสกรูยดึ น้ี จะตอ้ งนาสกรูยดึ ท้งั สองตวั ออกมากก่อน แลว้ จึงนา ไขควงขนั สกรูลง
ไปในรูท่ีอยตู่ รงกลาง เพอื่ ดนั ลิ่มออก ดงั น้นั ท่ีเพลาจะเจาะรูทาเกลียวเพียง 2 ตวั เท่าน้นั สกรูตรงกลางจะไม่ทา
เกลียวท่ีเพลา ดงั รูป

78

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

รูปที่ 5.21 แสดงการถอดลิ่มแบบมีสกรู

การผลติ ร่องลม่ิ

ในการผลิตร่องลิ่มท่ีไมซ่ บั ซอ้ น จะสามารถพบเห็นอยปู่ ระจาตามโรงงานช่างกลทวั่ ๆ ไป ไดแ้ ก่
1. การผลติ บนเคร่ืองไส

การผลิตร่องลิ่มจานวนนอ้ ย ๆ ก็สามารถจะกระทาไดบ้ นเครื่องไสในแนวดิ่ง ดงั รูปท่ี 5.22 (ก)
2. การผลติ บนเคร่ืองแทงขึน้ รูป

การผลิตร่องลิ่มที่มีจานวนมาก ๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมและผลิตร่องลิ่มบนเพลาที่ยาว ๆ ดงั รูปที่
5.22 (ข)

3. การผลติ บนเคร่ืองกดั
การผลิตร่องลิ่มทีละชิ้นท่ีกลางเพลา จะใช้เครื่องกัดต้งั และกัดด้วยดอกกดั ร่องยาว(End Mill)

(ดังรูปที่ 5.22(ค)) และในส่วนการทาร่องลิ่มสาหรับเพลาปลายตดั ตรงจะกระทาได้ด้วยดอกกัดด้านข้าง
ดงั รูปท่ี 5.22 (ง)

ก. ข.

ค. ง.
รูปที่ 5.22 แสดงการผลิตร่องล่ิม

79

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

5.4 ตารางมาตรฐานของลม่ิ

80

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

81

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

ตารางท่ี 5.2 ขนาดมาตรฐานของลิ่มสัมผสั (ISO 3117)

82

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

ตารางท่ี 5.3 ขนาดมาตรฐานของลิ่มสไพลน์

83

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

หน่วยการเรียนรู้ท่ี 6

ตลบั ลูกปื น (BEARING)

สาระสาคญั

ตลบั ลูกปื น เป็นชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลท่ีใชค้ ูก่ บั เพลา โดยมีลูกปื นและสารหล่อลื่นอยรู่ ะหวา่ งเพลา มีใช้
กนั อยา่ งแพร่หลายและมีบริษทั ตา่ ง ๆ ผลิตออกมาจาหน่ายเป็นอยา่ งมาก ตลบั ลูกปื นใชส้ าหรับรับรองเพลาโดย
ใหเ้ พลารับภาระและหมุนไปอยา่ งราบรื่นปลอดภยั และมีอายกุ ารใชง้ านทนทาน นอกจากน้ีตอ้ งแขง็ แกร่งและมี
ความเที่ยงตรงเพ่ือใหเ้ ครื่องจกั รกลทางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชนส์ ูงสุด

6.1 ส่วนประกอบของตลบั ลูกปื น

รูปท่ี 6.1 แสดงส่วนต่าง ๆ ของตลบั ลูกปื น

ตามโครงสร้างของตลบั ลูกปื น สามารถจาแนกหนา้ ท่ีของส่วนประกอบตลบั ลูกปื น ไดด้ งั น้ี
แหวนนอก (Outer Races) มีหนา้ ท่ีสวมเขา้ กบั ตวั เรือน (Housing) ของตลบั ลูกปื น และเป็นราววงิ่
ใหก้ บั เมด็ ลูกปื นที่ผวิ ดา้ นนอกดว้ ย
แหวนใน (Inner Races) มีหนา้ ที่สวมเขา้ กบั เพลา และเป็ นรางวงิ่ ดา้ นในของเมด็ ลูกปื น
เมด็ ลูกปื น (Ball) มีหนา้ ท่ีลดความเสียดทาน เผอื่ ใหม้ ีความฝืดนอ้ ยท่ีสุด หรือเรียกอีกอยา่ งหน่ึงไดว้ า่
เป็นชิ้นส่วนรองรับท่ีไมม่ ีความฝืด (Antifriction) โดยมีรูแบบต่างๆ ท้งั แบบเมด็ กลม เมด็ ทรงกระบอก เมด็ เรียว
เมด็ โคง้ และแบบเมด็ เขม็

ตวั ประคอง (Gage) เป็นตวั กาหนดระยะห่างระหวา่ งเมด็ ลูกปื นใหอ้ ยใู่ นตาแหน่งที่ถูกตอ้ ง หรือเรียกอีก
อยา่ งหน่ึงวา่ กรอบบงั คบั ระยะ

สอนโดย นายชัยวฒั น์ นึกชนะ ตาแหน่งครูพเิ ศษสอน วทิ ยาลยั เทคนิครัตนบุรี 84

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

6.2 ประเภทของตลบั ลูกปื น

6.2.1 แบ่งตามเมด็ ลูกปื น
ในการแบง่ ประเภทของตลบั ลูกปื น จะสามารถจาแนกไดต้ ามเมด็ ของลูกปื น (ดงั รูป) ซ่ึงในแตล่ ะ

ประเภทของตลบั ลูกปื น ก็จะมีทิศทางของการรับแรงท่ีมากระทา ตลอดจนพ้ืนที่สมั ผสั ของเมด็ ลูกปื นต่อขอบ
แหวนใน (Inner Races) ที่ต่างกนั โดยสามารถแบ่งประเภทของเมด็ ลูกปื น ดงั น้ี

รูปท่ี 6.2 แสดงเมด็ ลูกปื นชนิดตา่ ง ๆ
6.2.1.1 ตลบั ลูกปื นลูกกลิง้ กลม (Ball Bearing) ตลบั ลูกปื นชนิดน้ี เมด็ ลูกปื นจะเป็นลกั ษณะเมด็
กลม โดยท่ีเม่ือประกอบกบั เพลาจะมีการรับแรงในแนวรัศมี ใชร้ ับภาระไดด้ ีกวา่ ในแนวแกนของเพลา ดงั รูป

รูปท่ี 6.3 แสดงการรับแรงของ Ball Bearing

6.2.1.2 ตลบั ลูกปื นลูกกลิ้งทรงกระบอก (Cylinder Bearing) ลกั ษณะของเมด็ ลูกปื น ในตลบั
ลูกปื นชนิดน้ี จะมีลกั ษณะเป็ นทรงกระบอกใชร้ ับแรงในแนวรัศมีได้ แต่รับแรงในแนวแกนไม่ได้ ซ่ึงเหมาะ
สาหรับเพลาท่ีมีขนาดเส้นผา่ นศูนยก์ ลางโต ๆ ดงั รูป

รูปที่ 6.4 แสดงการรับแรงของ Cylinder Bearing

85

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

6.2.1.3 ตลบั ลูกปื นลูกกลิ้งเรียว (Tapered Bearing) ตลบั ลูกปื น .ชนิดน้ีสามารถที่จะรับแรงใน
แนวรัศมีและแนวแกนได้ ซ่ึงตลบั ลูกปื นลูกกลิ้งเรียวน้ีนิยมนามาประกอบเป็ นคู่ ใหย้ อ้ นทิศทางกนั ดงั รูป

รูปท่ี 6.5 แสดงการรับแรงของ Tapered Bearing
6.2.1.4 ตลบั ลูกปื นลูกกลิ้งผวิ โคง้ (Tone Bearing) ลกั ษณะการรับแรงของตลบั ลูกปื นลูกกลิ้งผวิ
โคง้ จะคลา้ ยคลึงกบั ตลบั ลูกปื นลูกกลิ้งทรงกระบอก แต่ความสามารถพิเศษ คือ สามารถใชก้ บั เพลาที่มีการ
เย้อื งศนู ยไ์ ดด้ ี ดงั รูป

รูปท่ี 6.6 แสดงการรับแรงของ Tone Bearing

86

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

6.2.1.5 ตลบั ลูกปื นลูกกลิ้งเขม็ (Needle Bearing) ตลบั ลูกปื นลูกกลิ้งเขม็ น้ี ใชส้ าหรับบริเวณ
พ้นื ท่ีการประกอบนอ้ ย สามารถรับแรงกระทาในแนวรัศมีได้มาก เพราะความกวา้ งของตลบั ลูกปื นมีมาก ตาม
ความยาวของเขม็ แบริ่ง ดงั รูป

รูปที่ 6.7 แสดงการรับแรงของ Needle Bearing
6.2.2. แบ่งตามประเภทตลบั ลกู ปื น

ในการแบ่งประเภทของตลบั ลูกปื นน้ี อาจจะแบ่งตามลกั ษณะของการรับแรงเช่น
(A) ตลบั ลูกปื นที่รับแรงในแนวรัศมี (Cylindrical Bearing)
(B) ตลบั ลูกปื นที่รับแรงในแนวแกน (Thrust Bearing)
(C) ตลบั ลูกปื นท่ีรับแรงในแนวรัศมีและแนวแกน (Deed Groove Bearing)

รูปที่ 6.8 แสดงการแบ่งตลบั ลูกปื นตามลกั ษณะการรับแรง
6.2.3. ตลบั ลกู ปื นแบบปลอก (Plain Bearing)

ตลบั ลูกปื นแบบปลอก หรือเรียกอีกอยา่ งหน่ึงคือ รองเพลาหรือบูช (Bush)
กไ็ ด้ โดยทวั่ ไปบูชอาจผลิตมาจากโลหะอ่อนหรือพลาสติกและบูชผงโลหะอดั ส าเร็จรูป (Sinter)
เป็นทรงกระบอกกลวง รองรับเพลาทีมีโหลดมาก แต่ไม่ต่อเนื่อง เช่น บชู มอเตอร์สตาร์ท ตุก๊ ตารองเพลา
(Solid Journal Bearing) ดงั รปู

ี 87

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

รูปที่ 6.9 แสดงตลบั ลูกปื นแบบปลอก

6.3 การเลอื กใช้ตลบั ลูกปื น

องค์ประกอบในการเลอื กใช้ตลบั ลกู ปื น
องคป์ ระกอบในการเลือกใชต้ ลบั ลูกปื น เพอ่ื ใหเ้ หมาะสมกบั งานจะตอ้ งคานึงถึงสิ่งตา่ ง ๆ

ดงั ตอ่ ไปน้ี
- ขนาดและทิศทางของแรงท่ีกระทาตอ่ ตลบั ลูกปื น
- ความเร็วในแนวหมุนของแหวนวงในและแหวนวงนอก

- อายใุ ชง้ านของตลบั ลูกปื นท่ีตอ้ งการ
- ความแตกตา่ งของอุณหภมู ิระหวา่ งแหวนใน-แหวนนอก กบั อุณหภมู ิภายนอก
(Ambient temperature)
- การไดแ้ นวศูนยข์ องแกนในตลบั ลูกปื นท่ีตอ้ งการ
- ขนาดของแรงบิดท่ีเกิดจากความเสียดทาน (Friction Torque) และความดงั ของเสียงท่ี

เกิดข้ึน
- ชนิดของสารหล่อลื่นที่ตอ้ งการจะใช้
- จานวนของตลบั ลูกปื นจากดั หรือไม่

6.4 คุณลกั ษณะการใช้งาน

6.4.1. ตลบั ลกู ปื นแถวเดยี่ วร่องลกึ (Deed Groove Ball Bearing)
ตลบั ลูกปื นชนิดน้ี นิยมใชก้ นั อยา่ งกวา้ งขวางกรอบของลูกปื นเป็นร่องลึกจะท าใหล้ ูกปื นกลิ้ง

ไดส้ ะดวกและมีความเที่ยงตรงสูง สามารถรับแรงในแนวรัศมีมีไดม้ ากและรับแรงในแนวแกนไดพ้ อสมควร
เหมาะส าหรับงานที่มีความเรว็ สูง ดงั รปู

88

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

รูปท่ี 6.10 แสดง Deep Groove Ball Bearing

โดยตลบั ลูกปื นน้ีอาจจะมีฝาปิ ด (Shield) หรือซีล (Seal) เพ่ือบรรจุจาระบีไวห้ ล่อลื่นภายใน
ทาใหอ้ ายกุ ารใชง้ านของจาระบียาวนาน ไม่สามารถรั่วไหลออก และยงั สามารถป้ องกนั ฝ่ นุ ผงภายนอกเขา้ สู่
ภายใน ซ่ึงการใชง้ านเหมาะสาหรับใชก้ บั ส่วนท่ีเติมสารหล่อล่ืนได้ เช่น มอเตอร์หรือใชก้ บั ส่วนท่ีใกลน้ ้า

6.4.2. ตลบั ลกู ปื นสองแถวร่องลกึ (Deep Groove Ball Bearing Double Row)
ตลบั ลูกปื นมีลกั ษณะเหมือนกบั ตลบั ลูกปื นแถวเด่ียวร่องลึก เพยี งแต่มีส่วนประกอบเพิ่ม คือ

จานวนลูกปื นจะเป็นสองแถว จึงสามารถรับภาระ (Load) ไดม้ ากกวา่ แบบแถวเดี่ยวร่องลึก ดงั รูป

รูปท่ี 6.11 แสดง Deep Groove Ball Bearing Double Row
6.4.3 ตลบั ลกู ปื นแถวเดย่ี วรับแรงแนวเอยี ง (Angular Contact Ball Bearing)

ลกั ษณะของตลบั ลูกปื นคลา้ ยกบั ตลบั ลูกปื นแถวเดี่ยวร่องลึก จะแตกต่างกนั ที่แหวนนอกและแหวน
ใน ซ่ึงจะมีเพยี งบา่ เดียว โดยจะทาใหแ้ หวนในและแหวนนอก แยกออกจากกนั เหมาะกบั ส่วน ที่ตอ้ งการเขา้ –
ออก อยเู่ สมอ ๆ สามารถใชร้ ับแรงไดท้ ้งั แรงในแนวรัศมี และแรงในแนวแกนทิศทางเดียว ดงั รูป

รูปที่ 6.12 แสดง Angular Contact Ball Bearing

89

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

6.4.4 ตลบั ลกู ปื นรับแรงแนวเอยี ง (Angular Contact Ball Bearing Double Row)
ตลบั ลูกปื นชนิดน้ีจะคลา้ ยกบั ตลบั ลูกปื นแถวเดี่ยวรับแรงแนวเอียง 2 อนั ติดเป็นเน้ือเดียวกนั

ชนิดที่ดา้ นหลงั ชนกนั จึงสามารถรับแรงในแนวแกนไดท้ ้งั 2 ทิศทาง ดงั รูป

รูปท่ี 6.13 แสดง Angular Contact Ball Bearing Double Row
6.4.5 ตลบั ลูกปื นลูกกลงิ้ ทรงกระบอก (Cylindrical Roller Bearing)

ตลบั ลูกปื นชนิดน้ีสามารถที่จะรับแรงในแนวรัศมีมาก ใชไ้ ดก้ บั ความเร็วสูงและจะสามารถรับแรง
แนวแกนไดเ้ พียงเลก็ นอ้ ยเท่าน้นั ซ่ึงตลบั ลูกปื นชนิดน้ีมีดว้ ยกนั หลายแบบ เช่น ชนิดท่ีมีร่องทางเดินของลูกกลิ้ง
ทรงกระบอกท่ีแหวนวงใน (ก) หรือแบบที่มีร่องที่แหวนวงนอก (ข) ดงั รูป

รูปท่ี 6.14 แสดง Cylindrical Roller Bearing
6.4.6 ตลบั ลกู ปื นลูกกลงิ้ เรียว (Tapered Roller Bearing)

จะมีร่องทางเดินของลูกกลิ้ง เอียงเป็นเรียวอยใู่ นวงแหวน มีพ้ืนที่สัมผสั มาก จึงสามารถรับแรงใน
แนวรัศมีไดม้ าก ตลบั ลูกปื นชนิดน้ีใชก้ นั อยา่ งกวา้ งขวาง เช่น โรงงานยอ่ ยหิน ในรถยนต์ ในเคร่ืองจกั รกล
ก่อสร้าง เป็นตน้ ดงั รูป

90

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

รูปที่ 6.15 แสดง Tapered Roller Bearing
6.4.7 ตลบั ลูกปื นลกู กลงิ้ ผวิ โค้งทรงกระบอก (Spherical Roller Bearing)

ตลบั ลูกปื นชนิดน้ี มีลกั ษณะคลา้ ยกบั ตลบั ลกู ปื นสองแถว ที่สามารถเบี่ยงแกนได้ (Self Aligning
Ball Bearing) จะแตกต่างกนั ตรงลูกกลิ้ง โดยจะใชล้ ูกกลิ้งลกั ษณะผวิ โคง้ ทรงกระบอกกลมแทน ส่วนลกั ษณะ
การใชง้ านจะเหมือนกนั โดยสามารถรับแรงในแนวแกนไดม้ ากกวา่ เพราะมีพ้ืนท่ีสมั ผสั มาก เหมาะสาหรับใช้
รับแรงกระแทก (Shock Load) ดงั รูป

รูปท่ี 6.16 แสดง Spherical Roller Bearing
6.4.8 ตลบั ลูกปื นลกู กลงิ้ เข็ม (Needle Roller Bearing)

ตลบั ลูกปื นชนิดน้ี จะสามารถรับแรงในแนวรัศมีไดม้ าก และลกั ษณะลูกกลิ้งของตลบั ลูกปื นชนิดน้ี
คลา้ ยกบั ตลบั ลูกปื นลูกกลิ้งทรงกระบอก โดยทวั่ ไปจะเรียกตลบั ลูกปื นชนิดน้ีวา่ ตลบั ลูกปื นลูกกลิ้งเขม็ ไดน้ ้นั ก็
ต่อเมื่อมีขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางเล็กกวา่ 5 มิลลิเมตร ลกั ษณะการใชง้ าน จะใชค้ ลา้ ยกบั ตลบั ลูกปื นลูกกลิ้ง
ทรงกระบอกแบบที่ไมม่ ีวงแหวนใน โดยลูกกลิ้งแบบเขม็ จะกลิ้งอยบู่ นเพลาโดยตรง ท้งั น้ีจะใชเ้ ม่ือกรณีที่มี
พนื้ ที่จากดั และ Load สูง ๆ ดงั รปู

91

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

รูปท่ี 6.17 แสดง Needle Roller Bearing

6.5 การถอดประกอบตลบั ลกู ปื น

6.5.1 การถอดตลบั ลูกปื นโดยใช้เครื่องดึง
ในการถอดประกอบตลบั ลูกปื นท่ีสวมอดั อยู่ จะมีการใชอ้ ุปกรณ์ในการถอดประกอบ โดยท่ีไมท่ าให้

ผวิ ตวั เรือน รองเพลาเสียหาย โดยมีข้นั ตอนดงั น้ี
6.5.1.1 นาเครื่องดึง (Puller) มาโดยจะตอ้ งใหข้ าของอุปกรณ์เกาะท่ีแหวนรองเพลา ลูกกลิ้งอยใู่ น

ลกั ษณะที่มิใหแ้ รงดึงน้นั ถ่ายเทผา่ นไปยงั ตวั ลูกกลิ้งเด็ดขาด ซ่ึงสามารถใชเ้ คร่ืองดึงไดห้ ลายแบบ ดงั รูป

รูปที่ 6.18 แสดงเครื่องดึง (Puller) แบบต่าง ๆ

92

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

6.5.1.2 ในการถอดตลบั ลูกปื น จาเป็ นตอ้ งใหข้ าของอุปกรณ์การดึงน้นั เกี่ยวที่แหวนใน (Inner
Race) ของตลบั ลูกปื น ถา้ ถอดตลบั ลูกปื น โดยไม่เกี่ยวที่แหวนใน รางวง่ิ ลูกปื นอาจชารุดได้ ดงั รูป

รูปที่ 6.19 แสดงการถอดตลบั ลูกปื น โดยไม่ก่อใหเ้ กิดการชารุด

6.5.2 การประกอบตลบั ลูกปื นโดยใช้ปลอกรองตี
ในการประกอบตลบั ลูกปื นนบั วา่ เป็ นส่วนสาคญั เพราะจะไปทาใหเ้ กิดความเสียหายต่อตลบั

ลูกปื นได้ หากการประกอบไมถ่ ูกตอ้ ง โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ การประกอบตลบั ลูกปื น โดยใชป้ ลอกรองตี จะทาให้
ชารุดไดง้ ่าย และการประกอบโดยใชป้ ลอกรองตีน้ี เหมาะสาหรับการประกอบตลบั ลูกปื นขนาดเลก็ ซ่ึงจาแนก
ไดด้ งั น้ี

6.5.2.1 การประกอบตลบั ลูกปื นบนเพลา
การประกอบตลบั ลูกปื นบนเพลาน้นั จะตอ้ งใชป้ ลอกรองเพลาขนาดเท่ากบั แหวนใน

ของตลบั ลูกปื น ดงั รูป (ก) แลว้ จึงทาการตีตลบั ลูกปื นเขา้ กบั เพลา ไม่ควรใชป้ ลอกรองตีที่มีความโตเทา่ กบั
แหวนนอก เพราะจะทาใหต้ ลบั ลูกปื นชารุด ดงั รูป (ข)

รูปที่ 6.20 แสดงการใชป้ ลอกรองตีสวมตลบั ลูกปื นกบั เพลา

93

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

6.5.2.2 การประกอบตลบั ลูกปื นในรูควา้ น
การประกอบตลบั ลูกปื นในรูควา้ น โดยใชป้ ลอกรองตีน้ี จะตอ้ งรองตี ท่ีแหวนนอกของ

ตลบั ลูกปื น ดงั รูป (ก) และไม่ควรใชป้ ลอกรองตีที่มีขนาดเท่ากบั แหวนในตี เพราะจะทาให้รางวิง่ เกิดการชารุด
ได้ ดงั รูป (ข)

รูปที่ 6.21 แสดงการใชป้ ลอกรองตีสวมตลบั ลูกปื นกบั รูควา้ น

6.6 การตรวจสอบความบกพร่องของตลบั ลูกปื น

การตรวจสอบความบกพร่องของตลบั ลูกปื นทาใหไ้ ดท้ ราบวา่ ตลบั ลูกปื นอยใู่ นสภาพที่ดีหรือมีการชารุด
หรือไม่น้นั นบั วา่ เป็นสิ่งจาเป็นและมีความสาคญั เพราะหากตลบั ลูกปื นชารุดกจ็ ะไดแ้ กไ้ ข หรือเปลี่ยนใหม่ได้
ทนั ทว่ งที โดยมีการตรวจสอบในเบ้ืองตน้ ดงั น้ี

6.6.1 การตรวจสอบระยะฟรีตามแนวรัศมดี ้วยฟิ ลเลอร์เกจ
เป็นการตรวจสอบหาระยะฟรี ตามแนวรัศมีที่ผผู้ ลิตกาหนดมาให้ อาจกระทาไดท้ ้งั ก่อนและหลงั การ

ใชง้ าน ซ่ึงจะทาใหท้ ราบถึงสถานภาพของตลบั ลูกปื น วา่ มีสภาพดีอยหู่ รือไมอ่ ยา่ งไร แลว้ รีบดาเนินการแกไ้ ข
ต่อไป ดงั รูป

รูปที่ 6.22 แสดงการตรวจสอบโดยฟิ ลเลอร์เกจ

94

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

6.6.2 ตรวจสอบโดยใช้การสัมผสั
เป็นการตรวจสอบความร้อนท่ีเกิดข้ึนอาจะโดยวธิ ีสัมผสั ท่ีตวั เรือน (ดงั รูป) ดว้ ยมือหรือ

เทอร์โมมิเตอร์สาหรับวดั อุณหภมู ิ หากความร้อนมากผดิ ปกติ อุณหภูมิก็จะสูงข้ึน จึงรีบดาเนินการแกไ้ ข

รูปท่ี 6.23 แสดงการตรวจสอบโดยการสัมผสั
6.6.3 ตรวจสอบด้วยการฟังเสียง

เป็นการตรวจสอบ ดว้ ยการใชห้ ูฟังเสียงที่เกิดข้ึน ในขณะท่ีตลบั ลูกปื นกาลงั หมุน หากพบ
เสียงดงั ไม่สม่าเสมอกจ็ ะแสดงวา่ ตลบั ลูกปื นมีเมด็ ลูกปื นท่ีชารุดอยู่ โดยในการฟังอาจใชอ้ ุปกรณ์ช่วย อาจเป็ น
ทอ่ นไมห้ รือเหลก็ กไ็ ด้ เพื่อเป็นการรวบรวมเสียงให้ฟังไดช้ ดั เจนยงิ่ ข้ึนดงั รูป

รูปท่ี 6.24 แสดงการตรวจสอบโดยการฟัง
6.6.4 ตรวจสอบด้วยการดมกลน่ิ

เป็นการตรวจสอบ โดยใชก้ ารดมกลิ่นของจารบี อนั เนื่องมาจากความร้อนท่ีผดิ ปกติในตลบั
ลูกปื น จึงสามารถทาใหท้ ราบไดว้ า่ หากมีกลิ่นจาระบีเกิดข้ึนจากตลบั ลูกปื น คือเป็นการช ารุดของตลบั ลูกปื น
อยา่ งแน่นอน ดงั รปู

95

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

รูปท่ี 6.25 แสดงการตรวจสอบโดยการดมกลิ่น

6.7 การหล่อลน่ื ตลบั ลูกปื น

ระบบการหล่อลื่นตลบั ลูกปื น เพอื่ ให้เกิดความคล่องตวั ในการท างานและใหเ้ กิดประสิทธิภาพสูงสุด
จึงจาเป็นตอ้ งมีการหล่อล่ืนดว้ ยวธิ ีการต่าง ๆ ใหเ้ หมาะสม ดงั น้ี

1. การหล่อล่ืนดว้ ยจาระบี เป็นการหล่อล่ืนโดยอดั จาระบีเขา้ ไปในตาแหน่งที่ใชอ้ ดั โดยตรง (ตามจุดท่ี
ก าหนดในเครื่องจกั ร) ซ่ึงเป็ นการหล่อลื่นท่ีนิยมกนั ใชม้ ากที่สุด

2. การหล่อลื่นโดยการแช่ในอ่างน้ ามนั เป็นการหล่อลื่นที่ตอ้ งมีน้ ามนั ส าหรับหล่อลื่นตลบั ลูกปื นไม่
เกินคร่ึงหน่ึงของเมด็ ลูกปื นเมด็ ล่างสุด เพ่อื ป้ องกนั ไม่ใหน้ ้ ามนั ไปท าใหร้ ะบบการสวมของเพลาเปล่ียนไป

3. การหล่อลื่นดว้ ยวธิ ีการหยดน้ ามนั เป็นการหยดน้ ามนั ลงบนเมด็ ลูกปื นและน้ ามนั ท่ีหยดแลว้ กจ็ ะไหล
ออกไปทิง้

4. การหล่อล่ืนดว้ ยการป้ัมน้ ามนั หมุนเวยี น เป็นการหล่อล่ืนโดยน้ ามนั ท่ีใชแ้ ลว้ จะไหลเขา้ สู่ถงั เก็บ
น้ ามนั แลว้ จะถูกป้ัมข้ึนมาใชอ้ ีกโดยผา่ นไส้กรอง (Filter) ซ่ึงทวั่ ไปจะใชก้ บั ตลบั ลูกปื นท่ีรับงานมีความเร็วสูง
อุณหภมู ิสูง ตลอดจนภาระสูง

5. การหล่อลื่นโดยบรรจุจาระบีไวภ้ ายใน (Built in) ซ่ึงเป็นการหล่อลื่นจาระบีไวภ้ ายในตลบั ลูกปื น
และมีซีลป้องกนั การไหลของจาระบี ซงึ่ ท าให้ไม่ต้องท าการหล่อลืน่ อีก จึงนบั วา่ มีประโยชนอ์ ยา่ งมาก

96

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

หน่วยการเรียนรู้ที่ 7

เฟื อง (GEARS)

สาระสาคญั

เฟื อง (GEARS) เป็นชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลท่ีพบอยทู่ ว่ั ไป ในเครื่องจกั รกลโดยทาหนา้ ที่ส่งกาลงั ให้
เพลาหน่ึงไปยงั อีกเพลาหน่ึงได้ โดยส่วนใหญ่จะประกอบดว้ ยเฟื องขบั และเฟื องตาม

7.1 การส่งกาลงั เฟื อง

การส่งกาลงั ระหวา่ งเพลาสองเพลากระทาไดห้ ลายแบบ เช่น การส่งกาลงั โดยใชส้ ายพาน โซ่ ลอ้
ความฝืด เฟื อง เป็นตน้

ลอ้ ความฝืดเป็ นการส่งกาลงั อยา่ งหน่ึง ท่ีใชล้ อ้ สองลอ้ ถูกดใหส้ ัมผสั กนั เมื่อลอ้ แตล่ ะลอ้ ประกอบอยกู่ บั
เพลา ถา้ หมุนเพลาตวั ใดตวั หน่ึง เพลาอีกตวั หน่ึงจะหมุนตามไปดว้ ย เนื่องจากผวิ หนา้ ของลอ้ ท้งั สองเกิดความ
ฝืด จากการสัมผสั ลอ้ ที่ใชส้ ่งกาลงั ระหวา่ งเพลาท้งั สองน้ีเรียกวา่ ล้อความฝื ด (Friction Wheels) ดงั รูป

รูปท่ี 7.1 แสดงลอ้ ความฝื ด (Friction Wheels)
จากการส่งกาลงั ดงั กล่าวขา้ งตน้ ดว้ ยลอ้ ความฝืด เม่ือมีภาระมาก การส่งกาลงั สูง ๆ หรือเมื่อเกิดแรง
กระตุก (Shock Load) จะสามารถเกิดการลื่นไถล ทาใหก้ ารส่งกาลงั ไมแ่ ม่นยา และไดอ้ ตั ราทดไม่แน่นอน
เพ่อื ใหไ้ ดก้ ารหมุนที่แม่นยาข้ึน และสามารถถ่ายทอดกาลงั ระหวา่ งเพลาสองเพลาได้ จึงไดต้ ิด
ฟันเฟื องไวท้ ี่ผวิ ของลอ้ โดยรอบ ลอ้ ก็จะมีลกั ษณะเป็นลอ้ ฟันเฟื อง ทาใหก้ ารส่งกาลงั และถ่ายทอดการหมุน
จากเพลาหน่ึงไปยงั อีกเพลาหน่ึงได้ โดยไม่มีการล่ืนไถล ลอ้ ท่ีติดฟันเฟื องเขา้ ไปโดยรอบน้ี เรียกวา่ เฟื อง
(GEAR) ดงั รูปท่ี 7.2

รูปท่ี 7.2 แสดงการส่งกาลงั ดว้ ยเฟื อง (Gear)

97

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล

จากที่กล่าวแลว้ วา่ เฟื องเป็ นชิ้นส่วนของเคร่ืองจกั รกลท่ีมีความสาคญั มาก มีใชใ้ นงานวิศวกรรมกนั อยา่ ง
กวา้ งขวาง เพราะสามารถส่งกาลงั ไดอ้ ยา่ งแมน่ ยา เท่ียงตรง ซ่ึงจะมีความแตกต่างจากลอ้ ความฝืดท่ีสามารถ
สรุปไดด้ งั น้ี

สาเหตุ ล้อความฝื ด เฟื อง
1. การล่ืนไถล มี ไมม่ ี
2. ความเร็วรอบ คงท่ี
3. การส่งกาลงั ไมค่ งท่ี สูงและคงท่ี
4. ลกั ษณะการส่งกาลงั ต่าและไมค่ งท่ี อาศยั รูปร่างของฟันเฟื อง
อาศยั แรงเสียดทาน

7.2 ชนิดของเฟื อง

เฟื องท่ีใชเ้ ป็นชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลหลายชนิด แต่ละชนิดจะทาหนา้ ที่ใหก้ บั ชิ้นส่วนอ่ืน ๆ ของ
เคร่ืองจกั รกลต่อไป เฟื องที่รู้จกั กนั จะมีลกั ษณะดงั ตอ่ ไปน้ี

7.2.2 เฟื องตรง (SPUR GEARS) เป็นเฟื องที่ใชก้ นั ทว่ั ไปในเครื่องจกั รกลทุกชนิดลกั ษณะของเฟื อง
เป็นรูปวงกลมฟันของเฟื องจะตรง ความตรงของฟันเฟื องจะขนานของรูปเพลา ฟันเฟื องตรงมีลกั ษณะ ดงั รูป

รูปที่ 7.3 ลกั ษณะของเฟื องตรง
7.2.2 เฟื องสะพาน (RACK GEARS) เป็นเฟื องตรงชนิดน้ี มีลกั ษณะรูปร่างยาวเป็นเส้นตรงเหมือน
สะพาน ฟันเฟื องทามุมกบั ลาตวั 90 องศา โดยประมาณ และตอ้ งใชค้ ู่กบั เฟื องตรงเฟื องสะพานท่ีใชง้ านกนั
ทว่ั ไปมีรูปร่างลกั ษณะ ดงั รูป

98

เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล

รูปท่ี 7.4 ลกั ษณะของเฟื องสะพาน

7.2.3 เฟื องวงแหวน (INTERNAL GEARS) เป็นเฟื องตรงชนิดหน่ึงมีรูปร่างลกั ษณะกลมเช่นเดียวกบั
เฟื องตรง ตาฟันของเฟื องจะอยดู่ า้ นบนของวงกลม และตอ้ งใชค้ ู่กบั เฟื องตรงที่มีขนาดเล็กกวา่ ขบอยภู่ ายใน
เฟื องวงแหวนจะมีรูปร่างลกั ษณะ ดงั รูป

รูปที่ 7.5 ลกั ษณะของเฟื องวงแหวน

7.2.4 เฟื องเฉียง (HELICAL GEARS) จะมีลกั ษณะรูปร่างคลา้ ยเฟื องตรง คือ จะเป็นลอ้ กลม
เช่นเดียวกนั แต่เฟื องเฉียงไปทามุมเท่าท่ีตอ้ งการ อาจเฉียงไปทางซา้ ยหรือเอียงไปทางขวาข้ึนอยกู่ บั การใชง้ าน
เฟื องเฉียงจะมีรูปร่างลกั ษณะ ดงั รูป

รูปที่ 7.6 ลกั ษณะของเฟื องเฉลียง

99


Click to View FlipBook Version