เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
7.2.5 เฟื องเฉียงปลา (HERRINGBONE GEARS) เป็นเฟื องท่ีมีลกั ษณะคลา้ ยกบั เฟื องตรงฟันของเฟื อง
จะเอียงสลบั กนั เป็นฟันปลา เฟื องชนิดน้ีจะมีรูปร่างลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 7.7 ลกั ษณะของเฟื องกา้ งปลา
7.2.6 เฟื องดอกจอก (BEVAL GEARS) ลกั ษณะของเฟื องคลา้ ยกบั กรวย ฟันของเฟื องดอกจอกมีท้งั
แบบตรงและแบบเฉียง เฟื องดอกจอกมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 7.8 ลกั ษณะของเฟื องดอกจอก
7.2.7 เฟื องหนอน (WORM GEARS) เป็นชุดเฟื องประกอบดว้ ยเกลียวและเฟื องท่ีใชใ้ นการส่งกาลงั
รูปร่างลกั ษณะของเฟื องหนอนจะมีรูปร่าง ดงั รูป
100
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปท่ี 7.9 ลกั ษณะของเฟื องหนอน
7.2.8 เฟื องเกลยี วสกรู (SPIRAL GEARS) เป็นเฟื องเกลียวท่ีใชส้ างกาลงั ระหวา่ งเพลาท่ีทามุม 90 องศา
เฟื องเกลียวชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 7.10 ลกั ษณะของเกลียวสกรู
7.3 หน้าทก่ี ารใช้งานของเฟื อง
เฟื องแต่ละชนิดมีหนา้ ท่ีหลกั ที่เหมือนกนั คือ ใชใ้ นการส่งก าลงั จากจุดหน่ึงไปอีกจุดหน่ึงแลว้ แต่
ลกั ษณะการใชง้ าน แต่การใชง้ านของเฟื องแต่ละชนิดจะมีหนา้ ที่รองต่างกนั ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี
7.3.1 หน้าที่การใช้งานของเฟื องตรง เป็นเฟื องท่ีใชส้ ่งก าลงั กบั เพลาท่ีขนานกนั เฟื องตรงเหมาะส าหรับ
การส่งท่ีมีความเร็วรอบต่ า หรือความเร็วรอบปานกลางไมเ่ กิน 20 เมตร ต่อนาที เช่น ชุดเฟื องทดของ
เคร่ืองกลึงเพื่อเดินกลึงอตั โนมตั ิ หรือชุดเฟื องทดของเครื่องจกั รกลการเกษตรท่ีความเร็วรอบต่ า ๆ ขอ้ ดีของ
เฟอื งตรงขณะใช้งาน คือ เฟอื งตรงขณะใชง้ านไม่เกิดแรงในแนวแกน ประสทิ ธิภาพในการท างานสูง หนา้
101
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
กวา้ งของเฟื องตรงสามารถเพิ่มไดเ้ พอ่ื ใหเ้ กิดผวิ สมั ผสั ท่ีมากข้ึน เพอื่ ลดการสึกหรอให้นอ้ ยลง ขอ้ เสียของเฟื อง
หมุนดว้ ยความเร็วรอบสูงจะเสียงดงั มาก เน่ืองจากผวิ สมั ผสั ของฟันเฟื องจะสมั ผสั พร้อมกนั เตม็ หนา้ จึงทาใหเ้ กิด
เสียงดงั ตวั อยา่ งหนา้ ที่การใชง้ านเฟื องตรง ดงั รูป
รูปที่ 7.11 การส่งกาลงั ของเฟื องตรงเพื่อเครื่องกลึงอตั โนมตั ิ
รูปท่ี 7.12 ชุดเฟื องตรงภายในหวั เคร่ืองกลึง
7.3.2 หน้าท่ีการใช้งานเฟื องสะพาน ในการใชง้ านของเฟื องสะพาน (RACK) จะตอ้ งใชค้ ูก่ บั เฟื องตรงท่ี
เรียกวา่ พินเนียน (PINNION) เสมอ กจ็ ะสามารถทาการส่งกาลงั ได้ ลกั ษณะการใชง้ านของเฟื องสะพาน
ตวั อยา่ งเช่น เฟื องของเครื่องกลึงยนั ศนู ย์ ที่ช่วยใหช้ ุดแท่นเลื่อนเคลื่อนที่ ซา้ ย – ขวา หรือเฟื องสะพานของ
เคร่ืองเจาะท่ีทาหนา้ ที่เคลี่อนเพลาเครื่องเจาะใหข้ ้ึนลง ดงั รูป
102
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปท่ี 7.13 หนา้ ท่ีการใชเ้ ฟื องสะพานเคร่ืองกลึง
รูปที่ 7.14 หนา้ ท่ีการใชง้ านเฟื องสะพานของเคร่ืองเจาะ
7.3.3 หน้าทกี่ ารใช้งานของเฟื องวงแหวน เฟื องชนิดน้ีเป็นเฟื องเฉพาะอยา่ ง ที่ใชง้ านกบั เครื่องจกั รกล
เช่น ใชเ้ ป็นเฟื องสาหรับป้ัมน้ามนั เคร่ืองของเครื่องยนต์ โดยท่ีเฟื องตวั เล็กที่อยภู่ ายในเป็นตวั ขบั ส่วนเฟื องตวั
ใหญจ่ ะหมุนลกั ษณะการเย้อื งศนู ย์ เพอ่ื ดูดน้ามนั เครื่องส่งไปใชง้ านดงั รูปตวั อยา่ ง
รูปที่ 7.15 ลกั ษณะการใชง้ านของเฟื องวงแหวน
103
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
7.3.4 หน้าทกี่ ารใช้งานเฟื องเฉียง เฟื องเฉียงมีหนา้ ที่การใชง้ านเหมือนกบั เฟื องตรงทุกอยา่ ง แต่มีขอ้ ดีกวา่
เฟื องตรงที่เมื่อส่งกาลงั ดว้ ยความเร็วรอบสูง ๆ แลว้ จะไม่เกิดเสียงดงั เหมือนเฟื องตรง ลกั ษณะการใชง้ านของ
เฟื องเฉียง ดงั รูป
รูปที่ 7.16 ลกั ษณะการใชง้ านของเฟื องเฉียง
7.3.5 หน้าทกี่ ารใช้งานของเฟื องก้างปลา เฟื องกา้ งปลาเป็นเฟื องที่ออกแบบมาเพอ่ื ลบลา้ งแรงดนั ที่ปลาย
ฟันเฟื อง เนื่องจากเฟื องกา้ งปลาเป็นเฟื องเฉียงที่สร้างมาใหค้ ู่ติดกนั เฟื องกา้ งปลาท่ีใชส้ ่งกาลงั กบั เพลาที่ขนาน
กนั เท่าน้นั ขอ้ ดีของเฟื องชนิดน้ี คือ เฟื องจะเล่ือนออกจากกนั ไม่ได้ ลกั ษณะการใชง้ าน ดงั รูป
รูปท่ี 7.17 ลกั ษณะการส่งกาลงั ของเฟื องกา้ งปลา
7.3.6 หน้าทกี่ ารใช้งานของเฟื องดอกจอก เฟื องดอกจอกเป็นที่ใชส้ ่งก าลงั เพือ่ เปลี่ยนทิศทางของเพลา
หรือเพลาสามารถทามุมได้ 90 องศา และเป็นเฟื องที่ใหก้ าลงั ในการส่งมาก ส่วนใหญ่เป็นเฟื องของรถยนต์
เช่น เฟอื งทา้ ยรถยนต์ เฟอื งเกียร์รถยนต์ ดงั ตวั อยา่ ง
104
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปท่ี 7.18 การทางานของเฟื องทา้ ยรถยนต์
7.3.7 หน้าทกี่ ารใช้งานของเฟื องหนอน เฟื องหนอนประกอบดว้ ยเกลียวหนอนกบั เฟื องหนอนซ่ึงตอ้ งใช้
คูก่ นั เสมอ โดยที่เกลียวหนอนเป็นตวั ส่งกาลงั หมุนขบั ไปยงั เฟื องหนอนเพื่อใหเ้ ฟื องหนอนส่งกาลงั ต่อไป เฟื อง
หนอนเป็นการส่งกาลงั ระหวา่ งเพลาที่ทามุมกนั 90 องศา เป็นการส่งกาลงั จากความเร็วรอบสูงใหม้ าเป็น
ความเร็วรอบต่า การส่งกาลงั ของชุดเฟื องหนอนของชุดหวั แบง่ เพ่ือกดั เฟื องของเคร่ืองกดั ลกั ษณะการใชง้ าน
ดงั รูป
รูปท่ี 7.19 การท างานชุดเฟื องหนอนในหวั แบ่งเครื่องกดั
7.3.8 หน้าทก่ี ารใช้งานของเฟื องสกรูเกลยี ว เป็นเฟื องท่ีทาหนา้ ที่ใชส้ ่งก าลงั เพอื่ ตอ้ งการเปล่ียนทิศทาง
ของเพลาใหท้ ามุมกนั 90 องศา คลา้ ยกบั ชุดเฟื องหนอน แตส่ ามารถส่งก าลงั ไดน้ อ้ ยเนื่องจากดา้ นขา้ งของฟันท่ี
สมั ผัสกนั น้อยมาก สามารถใหอ้ ตั ราทดไดร้ ะหวา่ ง 1 ถึง 5 ลกั ษณะการท างาน ดงั รปู
ี 105
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 7.20 ลกั ษณะการทางานของเฟื องเกลียวหนอน
7.4 การคานวณเฟื อง
ก่อนท่ีจะคานวณเฟื องจะตอ้ งทราบส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของเฟื องก่อนจึงสามารถคานวณได้
ส่วนตา่ ง ๆ เฟื องแตล่ ะชนิดมีส่วนประกอบต่าง ๆ ดงั ต่อไปน้ี
7.4.1 ส่วนประกอบต่าง ๆ ของเฟื องตรง (SPUR GEAR) ส่วนประกอบของเฟื องตรงเพือ่ ใชส้ าหรับการ
คานวณ มีดงั ตอ่ ไปน้ี
7.4.1.1 การคานวณเฟื องตรงระบบองั กฤษ (DP)
รูปท่ี 7.21 แสดงส่วนต่าง ๆ ของเฟื องตรงที่จะคานวณแบบ DP
106
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
ตัวย่อ ช่ือเรียก สูตรคานวณเฟื องตรงแบบ DP
Od OUT SIDE DIAMETER Od = Pd + 2/DP =N + 2/Dp
Pd PITCH DIAMETER
Pd = / Cp = N / Pd
Rd ROOT DIAMETER Rd = Od – 2Wd
Cp CIRCULAR PITCH
Cp = / Cp = Pd/0.3183 x N
b FACE WIDTH แลว้ แต่กาหนด
C CLEARANCE C = 0.157/Pd
Wd WHOLE DEPTH OF TOOTH Wd = Add + Ded = Wk + C = 2.157/DP
Wk WORKING DEPTH Wk = Wd – C
Add ADDENDUM Add = Pd – 2Add
Ded DEDENDUM Ded = Pd – 2Add
N NUMBER OF TEEH N = Pd x Dp
DP DIAMETER PITCH DP = N/DP
I อตั ราทด I = N2/ N1
7.4.1.2 การคานวณเฟื องตรงระบบเมตริก (โมดูล M)
รูปท่ี 7.22 ส่วนต่างของเฟื องที่คานวณแบบโมดูล (M)
107
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
ตัวย่อ ชื่อเรียก สูตรคานวณเฟื องตรงแบบ DP
dk OUT SIDE DIAMETER dk = do + 2M
do PITCH DIAMETER do = MZ = dk – 2M
df ROOT DIAMETER df = do – 2hk
tn CIRCULAR PITCH
b FACE WIDTH tn = M
C CLEARANCE แลว้ แต่กาหนด
hz WHOLE DEPTH OF TOOTH C = hf – hk
hw WORKING DEPTH Hz = 13/6 x M
hk ADDENDUM Hw = hz – C
hf DEDENDUM hk = M
Z NUMBER OF TEEH hf = 1.2 M
M MODULE Z = x do/t
I อตั ราทด M = t/
I = Z2/ Z1
7.4.2 ส่วนประกอบต่าง ๆ ของเฟื องสะพาน (RACK GEAR) ส่วนประกอบของเฟื องตรงเพอื่ ใช้
สาหรับการคานวณ มีดงั ต่อไปน้ี
7.4.2.1 การคานวณเฟื องสะพานระบบองั กฤษ (DP)
รูปท่ี 7.23 แสดงส่วนต่าง ๆ ของเฟื องที่สะพานจะคานวณแบบ DP
108
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
ตวั ย่อ ช่ือเรียก สูตรคานวณเฟื องตรงแบบ DP
Tt TICKNESS OF TOOTH
Lp CIRCULAR PITCH Tt = Lp = x /DP
Pl PITCH LINE Lp = /DP
Wd WHOLE DEPTH Pl เส้นก่ึงกลางของฟัน
Add ADDENDUM Wd = Add + Ded = 2.157/DP
Ded DEDENDUM Add = 1/DP
Wk WORKING DEPTH Ded = 1.157/DP
C CLEARANCE Wk = 2/DP = Wd - C
b WIDTH C = Ded - Add
DP DIAMETER PITCH b แลว้ แต่กาหนด
Cd CENTER DISTANCE DP = /Lb
Cd = Pd + Add/2
7.4.2.2 การคานวณเฟื องสะพานระบบเมตริก (โมดูล M)
รูปที่ 7.24 แสดงส่วนต่างๆ ของเฟื องสะพานท่ีจะคานวณแบบโมดูล (M)
109
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
ตัวย่อ ช่ือเรียก สูตรคานวณเฟื องตรงแบบ DP
Tt TICKNESS OF TOOTH
Lp CIRCULAR PITCH Tt = Lp = x M
Pl PITCH LINE Lp = M
hz WHOLE DEPTH Pl เส้นก่ึงกลางของฟัน
hk ADDENDUM hz = hk + hf
hf DEDENDUM hk = M
hw WORKING DEPTH hf = 1.16M
C CLEARANCE hw = hz - C
B WIDTH C = hf - hk
M MODULE b 6 ถึง 10 x M
Cd CENTER DISTANCE M = Lp/
Cd = do + hk/2
7.5 ตวั อย่างการใช้งานเฟื องชนิดต่างๆ
ก่อนท่ีจะไดก้ ล่าวถึงวสั ดุในการผลิตเฟื อง จะขอยกตวั อยา่ งการใชง้ านของเฟื องที่นิยมใชใ้ นเครื่องมือ-
เคร่ืองจกั ร และตวั อยา่ งการใชง้ านจริง ตลอดจนขอ้ ดี - ขอ้ เสีย โดยจาแนกไดด้ งั น้ี
110
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
ชนิดเฟื อง ตัวอย่างการใช้งาน ข้อดี ข้อเสีย
ผลิตไดง้ ่าย เสียงดงั ขณะใชง้ าน
เฟื องตรง (Spur Gear) หวั แท่นเคร่ืองกลึง
เฟื องเฉียง (Helical Gear) ป๊ัมน้า เกิดเสียงดงั นอ้ ย เกิดการดา้ นใน
กวา่ เฟื องตรง แนวแกน
เฟื องดอกจอก (Bevel สวา่ นมือ
Gear) การผลิตยากกวา่
เฟื องตรง
ส่งกาลงั เพลาที่ กรรมวธิ ีการผลิตท่ี
ทามุมตอ่ กนั ได้ ยงุ่ ยาก
เกิดแรงตา้ นใน
แนวแกน
111
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
ชนิดเฟื อง ตวั อย่างการใช้งาน ข้อดี ข้อเสีย
หวั แบ่งบนเครื่องกดั
เฟื องหนอน (Worm ทดความเร็วรอบ จะใชต้ วั เฟื องเป็ นตวั
Gear) ไดส้ ูง (จากความเร็ว ตน้ กาลงั ไมไ่ ด้
รอบสูงไปต่า)
สามารถส่งถ่าย
แรงบิด (Torque) ได้
สูง
สามารถลอ็ คต้งั
เองได้
เฟื องสะพาน (Rack สวา่ นต้งั โตะ๊ เปล่ียนทิศ
Gear) ทางการเคล่ือนที่
จากการหมุนเป็ นการ
เคล่ือนท่ี เป็ น
เส้นตรง
7.6 องค์ประกอบทมี่ อี ทิ ธิพลต่อการเลอื กวสั ดุทาเฟื อง
เพอ่ื ใหเ้ ฟื องชนิดต่าง ๆ ใชง้ านอยา่ งไดผ้ ลดีที่สุด จึงจาเป็นอยา่ งยงิ่ ที่ผอู้ อกแบบควรจะเลือกวสั ดุให้
เหมาะสมกบั สภาวะของการใชง้ าน และความปลอดภยั ในการออกแบบชุดเฟื อง จะตอ้ งคานึงถึงราคา และ
องคป์ ระกอบสาคญั ดงั ต่อไปน้ี
1. ความแขง็ แรงในการรับภาระของฟันเฟื อง
2. ตา้ นทางต่อปฏิกิริยาท่ีเกิดข้ึนบนวสั ดุท่ีใชท้ าเฟื อง อนั เกิดจากหมุนและล่ืนไถล
(Slide) บนฟันแต่ละฟัน
3. การหล่อลื่น
112
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
4. ชนิดของการรับภาระ รับแรงสม่าเสมอ หมุนในทิศทางเดียว หมุนสองทิศทางหรือใชก้ บั งานท่ีรับ
แรงในลกั ษณะกระตุก
5. ระยะเวลาในการใชง้ านแต่ละวนั
6. ความเร็วรอบที่ใชง้ าน
7. อตั ราทดเฟื อง โดยสมั พนั ธ์กบั ความเร็วและการเขา้ สัมผสั ของฟันเฟื องแตล่ ะฟัน
8. ความสึกหรอของฟันเฟื อง ซ่ึงมีสาเหตุจาก
จานวนคร้ังของฟันเฟื องขบั และตามที่สัมผสั กนั
วสั ดุที่ใชท้ าเฟื อง
ภายใตส้ ภาวะของการใชง้ าน
9. ความเงียบของการส่งกาลงั ขบั
10. สภาพของการใชง้ าน เช่น เม่ือเฟื องถูกยดื ติดในปั๊ม
11. รูปร่างฟันเฟื อง
12. ปัญหาของวสั ดุในการชุบแข็ง
จะเห็นไดว้ า่ ในการออกแบบเฟื องน้นั เรามีขอ้ ที่จะตอ้ งพิจารณามากมาย ซ่ึงในองคป์ ระกอบเหล่าน้ี ขอ้
สาคญั ท่ีสุดจะตอ้ งคานึงถึงก็คือ ความแขง็ แรงของชุดเฟื องและคุณสมบตั ิในดา้ นเรื่องการทนต่อความสึกหรอ
วสั ดุทใี่ ช้ทาเฟื อง
7.6.1 เหลก็ หล่อ (Cast Iron)
เป็นวสั ดุท่ีมีราคาถูกใชก้ นั อยา่ งกวา้ งขวางในการนามาผลิตเฟื อง เป็นวสั ดุสามารถหล่อรูปร่างตา่ งๆ
และแปรรูปไดง้ ่ายใชผ้ ลิตเฟื องท่ีส่งกาลงั ขบั ในงานท่ีตอ้ งการกาลงั ไมม่ ากนกั เฟื องขนาดใหญม่ กั จะทาจาก
เหล็กหล่อสีเทา และเฟื องตวั เล็กท่ีเป็นตวั ขบั และหมุนเร็วกวา่ จะทาจากเหล็กหล่อผสม ซ่ึงใหค้ วามเคน้ แรงดึง
สูงกวา่ และมีคุณสมบตั ิในการทนต่อการสึกหรอมากกวา่ เหตุท่ีเฟื องมีความแขง็ แรงมากกวา่ เฟื องตวั ใหญ่ ก็คือ
ฟันของเฟื องตวั เล็ก จะเขา้ ขบมากกวา่ และรับภาระมากกวา่ เฟื องตวั ใหญ่นนั่ เอง
7.6.2 เหลก็ กล้า
เหลก็ กลา้ ท่ีนามาใชใ้ นการผลิตเฟื อง แบง่ ออกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ 3 หวั ขอ้ คือ
ก. เหลก็ กลา้ ที่ใชก้ บั ภาระงานทว่ั ๆ ไป
ข. เหลก็ กลา้ ท่ีไมส่ ามารถชุบผวิ แขง็ ได้
ค. เหล็กกลา้ ท่ีใชก้ บั งานที่ตอ้ งการชุบแขง็ คือ ใหค้ วามร้อนแลว้ ทาใหเ้ ยน็ ตวั ลงอยา่ งรวดเร็ว เพื่อเพิม่
ความแขง้ แรง และคุณภาพในการทนตอ่ การกดั ร่อน โดยในเหล็กกลา้ คาร์บอนต่า ไม่สามารถทา
การชุบแขง็ ได้ จึงไม่เหมาะสมกบั งานท่ีมี ที่เกิดข้ึนบนผวิ เฟื องสูง เป็นวสั ดุท่ีมีความออ่ น
เปลี่ยนแปลงรูปไดง้ ่ายและสึกหล่ออยา่ งรวดเร็ว
113
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
เหล็กกลา้ ในกลุ่ม ก. การเลือกใชค้ วรมีปริมาณของคาร์บอนอยรู่ ะหวา่ ง 0.4 ถึง 0.55%
เหลก็ กลา้ น้ีเป็นวสั ดุที่ทาเฟื องใชก้ บั งานในสภาวะที่ปกติ มีความเหนียว และทนต่อการสึกหรอ เหมาะสม
สาหรับทาเฟื องใชง้ านตรง เฟื องดอกจอกและเฟื องเฉียง
เหลก็ กลา้ ในกลุ่ม ข. เป็นกลุ่มของเหล็กที่สามารถนามาทาการชุบแขง็ ไดเ้ หล็กกลุ่มน้ีจะมี
ธาตุต่าง ๆ ผสมอยดู่ ว้ ย คือ นิเกิล โครเมียม โมลิบดินมั่ ซ่ึงเหล็กในกลุ่มน้ีสามารถชุบผวิ แขง็ ได้ โดยเราตอ้ ง
พิจารณาถึงการรับภาระของแกนเฟื อง การชุบแขง็ จะทาใหผ้ ิวของฟันเฟื องนอ้ ยลง ทาใหอ้ ายกุ ารใชง้ าน
เพ่มิ ข้ึน
เหล็กกลา้ ในกลุ่ม ค. เป็นเหลก็ คาร์บอนปานกลาง สามารถชุบแขง็ ไดด้ ว้ ยอากาศ น้ามนั
หรือน้า การเลือกเหล็กกลา้ เหล่าน้ี บ่อยคร้ังเรามกั โอนเอียงไปในทางเหล็กเกรดที่ชุบผวิ แขง็ ซ่ึงใหค้ วามดา้ น
ทานต่อแรงกระแทกไดส้ ูง และมีความเคน้ แรงดึงสูง
7.6.3 วสั ดุทเ่ี ป็ นอโลหะ
ซ่ึงวสั ดุที่เป็นอโลหะที่นามาทาการผลิตเฟื อง ไดแ้ ก่
ก. กระดาษ
ข. ลินินอดั
ค. พลาสติก
ง. ยาง
โดยที่วสั ดุโลหะเหล่าน้ี บ่อยคร้ังจะถูกเลือกใชท้ าเฟื องแทนเหลก็ หล่อหรือเหลก็ กลา้ ท้งั น้ีเพราะให้
การหมุนขบั ท่ีเงียบ ในการออกแบบเฟื องที่จริงแลว้ จะข้ึนอยกู่ บั ขนาด และการเลือกใชว้ สั ดุ เฟื องที่ใชก้ บั
อุปกรณ์เคร่ืองใชไ้ ฟฟ้ า หรือของเล่นท่ีมีลกั ษณะการรับภาระไม่มาก ส่วนใหญ่จะทาจากพลาสติก ท้งั น้ีเพราะ
ราคาไมแ่ พง ข้ึนรูปง่าย น้าหนกั เบา และเสียงเงียบในการส่งกาลงั แตม่ ีขอ้ เสียท่ีวา่ เกิดการสึกหรอไดง้ ่าย และ
รับภาระไดน้ อ้ ย
7.6.4 วธิ ีการทใี่ ช้ในการผลติ เฟื อง
ในการผลิตเฟื องเพอื่ การคา้ สามารถจาแนกไดด้ งั น้ี
4.1 การหล่อ
แบบหล่อดว้ ยทรายหล่อ (Die Casting)
4.2 ป้ัมข้ึนรูป (Stemping)
4.3 แปรรูปดว้ ยเครื่องจกั ร
ขบวนการข้ึนรูปฟันเฟื องดว้ ยเครื่องกดั
ขบวนการข้ึนรูปฟันเฟื องดว้ ยเครื่องแทงข้ึนรูป
ขบวนการข้ึนรูปฟันเฟื องดว้ ยเคร่ืองไส
114
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
4.4 กรรมวธิ ีการลอกแบบ (Template Process)
4.5 กรรมวธิ ีการใชช้ ุดมีดกนั เฟื อง
ชุดมีดตดั บนเคร่ืองไส
ฮอบ (Hob)
หวั กดั แบบโรตารี่
4.6 กรรมวธิ ีอดั โลหะผง (Sinter Materials)
4.7 กรรมวธิ ีการอดั (Extrudong)
4.8 รีดข้ึนรูป (Rolling)
4.9 กรรมวธิ ีเจียระไน
4.10 ฉีดดว้ ยโมลดพ์ ลาสติก
7.7 การซ่อมแซม และการบารุงรักษาเฟื อง
7.7.1 การตรวจสอบฟันเฟื อง
อนั เน่ืองมาจากเฟื องเป็นชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลท่ีมีความซบั ซอ้ นทางเทคนิค เฟื องจะทาหนา้ ที่
ไดส้ มบูรณ์กต็ ่อเม่ือ ไดม้ ีการดาเนินการผลิตเฟื องท่ีพิกดั กาหนด มิเช่นน้นั แลว้ จะทาใหเ้ กิดการสึกหรอกบั เฟื อง
เกิดเสียงดงั โดยในการตรวจสอบเฟื องสามารถกระทาไดด้ งั น้ี
7.7.1.1 การตรวจสอบรูปร่างฟันเฟื อง
รูปร่างของฟันเฟื อง จะถูกวดั ด้วยอุปกรณ์ลอกแบบหรืออุปกรณ์ฉายโปรไฟล์ (Profile
Projector) (ดงั รูปที่ 7.25) โดยท่ีรูปร่างของฟันเฟื องจะถูกส่งสัญญาณผา่ นหวั สัมผสั เพ่ือนาไปแปลงเป็ นคล่ืน
แม่เหล็กทางไฟฟ้ า แล้วเขียนเป็ นรูปร่างลงบนแผ่นกระดาษ โดยท่ีการสามารถขยายได้ 1,000 เท่า และ
สามารถวดั ระยะพติ ชข์ องเฟื องไดอ้ ีกดว้ ย
รูปท่ี 7.25 แสดงอุปกรณ์ตรวจสอบรูปร่างฟันเฟื อง
115
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
7.7.1.2 การวดั ความหนาของฟันเฟื อง
ในการวดั ความหนาของฟันเฟื อง สามารถท่ีจะวดั ความหนาของฟันเฟื องได้ (ดงั รูปที่ 7.26) ดว้ ย
เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์วดั ความหนา
รูป 7.26 แสดงเวอร์เนียร์คาลิปเปอร์วดั ความหนาฟังเฟื อง
7.7.1.3 การตรวจสอบระบบเฟื อง
ในการตรวจสอบระบบของเฟื องสามารถกระทาไดโ้ ดยการใชแ้ ผน่ เกจในการตรวจสอบใหต้ รง
กบั ระบบของเฟื องที่ทาการผลิตมา เช่น เป็ นระบบโมดูล หรือระบบดีพี เพื่อใชใ้ นการตรวดสอบขนาด
สัดส่วนต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ดงั รูป
รูปท่ี 7.27 แสดงการตรวจสอบระบบเฟื องดว้ ยเกจ
7.7.1.4 การตรวจสอบระยะฟรีของฟังเฟื อง
ในการขบกนั ของเฟื องสองตวั จะตอ้ งท าให้เกิดช่องวา่ งระหวา่ งช่างฟันเฟื อง เพอื่ ไม่ใหเ้ สียดสีกนั และจะ
เกิดความร้อนที่สูงดงั แสดงในรปู 7.28 (ก)
116
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
ดงั น้นั ในการตรวจสอบระบบฟรีของฟันเฟื อง สามารถกระทาไดโ้ ดยการใชฟ้ ิ ลเลอร์เกจในการ
ตรวจสอบ โดยฟิ ลเลอร์เกจจะมีลกั ษณะเป็นแผน่ บาง ๆ ขนาดความหนาจะเท่ากบั ระยะฟรีของฟังเฟื องดว้ ย
ดงั รูปที่ 7.28 (ข)
รูป 7.28 แสดง (ก) การขบกนั ของฟันเฟื องสองตวั
(ข) ฟิ ลเลอร์เกจตรวจสอบช่องวา่ ง
ซ่ึงในการที่เฟื องสองตวั ขบกนั แลว้ ตอ้ งมีระยะฟรีน้นั ความสาคญั ในระยะฟรีในกรณีท่ีมีมากเกินไปก็จะ
ทาใหเ้ กิดเสียงดงั ในขณะที่ทางานและยงั เป็นสาเหตุใหฟ้ ันสึกหรอเร็วอีกดว้ ย (ดงั รูปท่ี 7.29 (ก) ) และในกรณีท่ีมี
ระยะฟรีนอ้ ยเกิดไป ก็จะเกิดแรงเสียดทานท่ีสูงข้ึน และถา้ ฟันเฟื องลึกมากในขณะขบกนั กจ็ ะทาใหเ้ ฟื องไม่หมุน
ได้ ดงั รูปท่ี 7.29 (ข)
รูปที่ 7.29 แสดงระยะฟรีของฟังเฟื อง
7.7.1.5 การตรวจสอบการขบของฟันเฟื อง
ในการตรวจสอบระบบของฟันเฟื อง สามารถทาใหท้ ราบวา่ เฟื องไดม้ ีการติดต้งั ใหฟ้ ันสมั ผสั
กนั เตม็ ตลอดหนา้ กวา้ งของดา้ นขา้ งฟันหรือไม่ รายละเอียดแสดงในรูป
117
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปท่ี 7.30 แสดงข้นั ตอ้ นการตรวจสอบการขบของฟังเฟื อง
โดยการตรวจสอบ สามารถกระทาไดโ้ ดยใชส้ ีทาลงบนเฟื อง (ดงั รูปท่ี 7.30 (ก) ) และการหมุนฟันเฟื อง
คู่กนั ไปขบ (ดงั รูปท่ี 7.30 (ข) ) โดยกระทาอย่างช้า ๆ หน้าสัมผสั ฟันเฟื องจะขบกนั และเกิดรอยข้ึน หากรอย
สัมผสั ท่ีเกิดข้ึนไมส่ ม่าเสมอ (ดงั รูปท่ี 7.30 (ค) ) แสดงวา่ การเบียดกนั มากเกินไปของฟันเฟื อง ซ่ึงอาจมาจาก
สาเหตุที่เฟื องขบไม่ขนานกนั (เย้อื งกนั ) และสามารถทาการปรับแกแ้ ลว้ ทาการทดสอบใหมใ่ หไ้ ดร้ อยท่ีสมั ผสั
ดงั รูปที่ 7.30 (ง)
7.7.2 การซ่อมแซมฟันเฟื อง
ในการซ่อมฟันเฟื องที่มีขนาดใหญ่ สามารถกระทาไดโ้ ดยการซ่อมขณะอยบู่ นเครื่องจกั รโดยไม่
ตอ้ งถอดออกมาจากเครื่องจกั ร แลว้ ล็อคเฟื องตวั ขบคูก่ นั เอาไว้ จากน้นั กห็ าผา้ คลุมส่วนต่าง ๆ ไมเ่ กี่ยวขอ้ งเพื่อ
ป้ องกนั เศษโลหะจากการตะไบเขา้ ไปได้ จากน้นั ทาตามข้นั ตอนดงั น้ี
ตะใบส่วนท่ีหกั ของฟันเฟื องจนเรียบ
118
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
ร่างแบบ เพอ่ื หาระยะที่จะทาการเจาะรู
ใส่สลกั ท่ีจะทาการเสริมฟันเฟื อง
เจาะรูทาเกลียวตามที่ร่างแบบไว้
ขนั สลกั เกลียวลงไป เพ่ือจะตดั ใหต้ าม
ความสูง
ตดั สลกั เกลียวใหไ้ ดค้ วามสูงใกลเ้ คียง
กบั ฟันเฟื องเดิม
ทาการเชื่อมฟอกคลุมรอบสลกั เกลียว
และทาการตกแตง่
119
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
โดยในขณะตกแต่ง อาจใชเ้ กจในการวดั
ขนาดฟังเฟื องดว้ ย
7.7.3 การบารุงรักษาเฟื อง
ในการบารุงรักษาเฟื องสิ่งสาคญั ท่ีจะทาใหเ้ ฟื องมีอายกุ ารใชง้ านที่ยาวนาน คือ การหล่อลื่นดงั น้นั ใน
การบารุงรักษาเฟื องจะอธิบายถึงการหล่อล่ืนฟันเฟื องชนิดตา่ ง ๆ
7.7.3.1 การหล่อลนื่ ด้วยมอื คือ การทาหรือชโลมน้ามนั ลงไป เหมาะกบั งานท่ีมีความเร็วรอบต่า เช่น
ลูกกล่ิงบดปลาหมึก เป็นตน้ ดงั รูป
รูปท่ี 7.31 แสดงการหล่อล่ืนดว้ ยมือ
7.6.3.2 การหล่อลนื่ แบบหยด เหมาะสาหรับชุดเฟื องที่มีความเร็วรอบต่า เช่น เครื่องเลื่อยไฟฟ้ า
เป็นตน้ ดงั รูป
120
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปท่ี 7.32 แสดงการหล่อลื่นแบบหยด
7.7.3.3 การหล่อลน่ื แบบจุ่มหรือแบบวดิ สาด เป็นการหล่อล่ืนท่ีเฟื องท้งั หมดแช่อยใู่ นน้ามนั เหมาะ
สาหรับชุดเฟื องส่งกาลงั ขนาดเล็ก และความเร็วรอบปานกลาง-สูง เช่น หวั เคร่ืองกลึง ดงั รูป
รูปที่ 7.33 แสดงการหล่อล่ืนแบบจุ่มหรือวดิ สาด
7.7.3.4 การหล่อลนื่ แบบป๊ัมฉีด เหมาะสาหรับชุดเฟื องส่งกาลงั ขนาดใหญ่ มีความสูงที่ตา่ งระดบั
กนั และความเร็วรอบท่ีสูง ๆ โดยจะมีปั๊มทาหนา้ ท่ีดูดน้ามนั หมุนเวยี นในการหล่อล่ืน ดงั รูป
รูปท่ี 7.34 แสดงการหล่อลื่นแบบปั๊มฉีด
121
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 8
สายพานและพูลเลย์
(BELT AND PULLEY)
สาระสาคญั
สายพาน เป็นชิ้นส่วนของเคร่ืองจกั รกลประเภท ฉุด ดึง ตลอดจนทาหนา้ ที่ส่งถ่ายโมเมนตห์ มุนและ
ส่งการเคล่ือนที่ระหวา่ งเพลาต้งั แต่ 2 เพลาข้ึนไป ดว้ ยความเร็วรอบสูงต่าไดต้ ามความตอ้ งการและมีระยะห่าง
กนั มากได้ โดยใชพ้ ลู เลยเ์ ป็นตวั ช่วยในการติดต้งั สายพาน จึงจาเป็นตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั สายพาน
และพลู เลย์ เพือ่ ใหส้ ามารถนาความรู้ความเขา้ ใจไปใชใ้ นการออกแบบ ผลิต ตลอดจนการซ่อมบารุงดา้ น
เคร่ืองจกั รกลได้
8.1 การส่งกาลงั ด้วยสายพาน
การส่งกาลงั ดว้ ยสายพาน จะเป็นการส่งถ่ายโมเมนต์ ใหห้ มุนไปดว้ ยความเสียดทาน (Friction)
ระหวา่ งสายพานกบั พลู เลย์ ดงั รูป พลูเลย์ (Pulley)
รูปที่ 8.1 แสดงการส่งดว้ ยกาลงั สายพาน
แรงบิดจะถูกส่งผา่ นไปจากลอ้ ขบั สู่ลอ้ ตามดว้ ยความเสียดทาน ดงั น้นั ความดึง (Tension) ของ
สายพาน จึงมีความจาเป็นในการสร้างความฝืด หากไม่เป็ นดงั กล่าวแลว้ จะไมเ่ กิดการส่งถ่ายแรงบิดไดเ้ ลย
122
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
และเหตุผลอีกประการหน่ึงท่ีจะทาใหเ้ กิดการลื่นขณะส่งกาลงั กค็ ือ มุมโอบ (Wrapping Angle) ซ่ึงเป็นมุม
พ้นื ท่ีผวิ สัมผสั ( ) ดงั รูป
รูปท่ี 8.2 แสดงมุมโอบ
โดยที่มุม@1 นอ้ ยกวา่ @2 และพ้นื ท่ีสมั ผสั ท่ีลอ้ ขบั จะตอ้ งนอ้ ยกวา่ พ้ืนที่สัมผสั ที่ลอ้ ตาม ดงั น้นั ถา้ ลอ้
สายพานท่ีมุมโอบมาก ก็จะทาใหก้ ารส่งถ่ายกาลงั เป็นไปไดด้ ว้ ยดี สาเหตุอีกอยา่ งหน่ึงท่ีทาใหเ้ กิดการล่ืน
ในขณะส่งกาลงั ก็คือ ทิศทางการหมุนของมอเตอร์ไมส่ ัมพนั ธ์กบั การดึง และหยอ่ นของสายพาน ซ่ึงการดา้ นตึง
(Tight Side) และดา้ นหยอ่ น (Slag Side) อยผู่ ดิ ตาแหน่งก็จะทาใหล้ ่ืนได้ ดงั รูป
รูปที่ 8.3 แสดงทิศทางการเคล่ือนท่ีของมอเตอร์
8.2 ชนิดของสายพาน
สายพานและพลู เลยท์ ใ่ี ชง้ านกบั เคร่ืองจกั รกลทวั่ ไปมีหลายชนิดข้ึนอยกู่ บั ลกั ษณะการใชง้ านโดยมี
รายละเอียดดงั ต่อไปน้ี
8.2.1 สายพานแบน (FLAT BELT) ใชส้ าหรับถ่ายทอดก าลงั ระหวา่ งเพลาลอ้ ผวิ เกล้ียงไดร้ ะหวา่ ง 0.1
กิโลวัตต์ ถึง 4,000 กิโลวัตต์ ความเร็วรอบของล้อได้สูงถึง 200,000 รอบต่อนาทีและความเร็วแล่นของ
123
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
สายพานไดถ้ ึง 100 เมตรต่อนาที โครงสร้างของสายพานแบบท่ีใชก้ นั ทว่ั ไปมี 3 แบบ คือ แบบหุม้ ตวั แบบ
ช้นั และแบบหล่อ
รูปท่ี 8.4 ลกั ษณะของสายพาน
8.2.1.1 สายพานแบบหุ้มตัว (FOLD EDGE) ใชเ้ ส้นใยทอเป็นแถบห่อแผน่ ยางสลบั กนั โดยใช้
กาวยดึ ติด สายพานแบบน้ีเมื่อใชง้ านตอ้ งต่อปลายท้งั 2 ขา้ งเขา้ ดว้ ยกนั ตวั สายพานถูกห่อไวโ้ ดยรอบตวั เพือ่
ป้ องกนั ความเปลี่ยนแปลงของความช้ืนในอากาศ และอุณหภมู ิแวดลอ้ ม และช่วยลดความสึกหรอเน่ืองจากการ
เสียดสีระหวา่ งสายพานกบั ผวิ ลอ้ พลู เลย์
รูปท่ี 8.5 โครงสร้างของสายพานแบบหุม้ ตวั
8.2.1.2 สายพานแบบช้ัน (CORD) เป็นสายพานท่ีน าเส้นเชือกที่มีขนาดต่างกนั แต่ละ
ขนาดขดเป็นวงเรียงกนั และยดึ ติดกนั และตอ่ ติดกนั ดว้ ยยาง แลว้ น าแต่ละวงมาผนึกติดกนั เป็นช้นั ๆ ดว้ ยกาวยาง
สายพานแบบน้ีสร้างเป็นวงส าเร็จรูปไม่มีรอยต่อ จะมีขนาดความยาวระบุจากวงกลมเล็กและกบั ลอ้ ขึงสายพาน
ดงั รปู
124
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปที่ 8.6 ลกั ษณะโครงสร้างของสายพานแบบช้นั
8.2.1.3 สายพานแบบหล่อ (ROW EDGE) เป็นสายพานที่ววิ ฒั นาการของกรรมวธิ ีการ
ผลิตยางสาเร็จรูปเส้นเชือกแต่ละขนาดถูกนามาทอเป็ นแถบและเป็นวงวางซอ้ นสลบั กบั ยางโดยไมม่ ีรอยต่อ แลว้
นามาหล่อติดกนั เป็ นช้นั เดียวโดยการใชค้ วามร้อน สายพานแบบหล่อน้ีจะโคง้ ตวั ไดด้ ีเหมาะสาหรับใชก้ บั พลู
เลยล์ อ้ เล็กๆ ได้ และสามารถรับแรงดึงไดส้ ูงเหมาะสาหรับงานหนกั โครงสร้างมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 8.7 ลกั ษณะโครงสร้างของสายพานแบบหล่อ
8.2.2 สายพานลมิ่ (V-BELT) สายพานลิ่มมีลกั ษณะคลา้ ยกบั สายพานแบน คือ ใชเ้ ส้นใยธรรมชาติและ
เส้นใยสังเคราะห์วงเป็ นแกนแรง และห่อหุม้ ดว้ ยยางหรือวสั ดุเดียวกบั แกน สายพานลิ่มมีรูปหนา้ ตดั เป็ นรูป
ส่ีเหล่ียมคางหมู ดา้ นขา้ งท้งั สองเอียงสอบเขา้ หากนั ท ามุม 38 ถึง 44 องศา สายพานลิ่มส่งถ่ายก าลงั ดว้ ยพลู เลย์
ผงิ เกลยี้ งเปน็ รอ่ ง สายพานลิม่ ยังแบ่งชนิดออกไปตามลกั ษณะการใชง้ านดงั นี้
125
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
8.2.2.1 สายพานลมิ่ ปกติ เป็นสายพานท่ีใชง้ านกนั โดยทว่ั ไปกบั เครื่องจกั รกลธรรมดาที่ใช้
ความเร็วรอบไมม่ ากนกั ทาดว้ ยแผน่ ยางสลบั กบั ผา้ ใบเป็นช้นั ๆ สายพานแบบน้ีมีลกั ษณะดงั รูป
รูปท่ี 8.8 ลกั ษณะโครงสร้างของสายพานปกติ
8.2.2.2 สายพานลม่ิ ร่วม เป็ นสายพานท่ีสร้างลิ่มหลายล่ิมมารวมกนั ในเส้นเดียวปัจจุบนั นิยมใช้
มาก สายพานแบบน้ีจะมีแผน่ ปิ ดยางสงั เคราะห์ จึงเหมาะสมกบั งานท่ีมีงานท่ีถ่ายโมเมนตท์ ่ีไมส่ ม่าเสมอ และ
ระยะห่างระหวา่ งแกนเพลามากๆ สายพานแบบน้ีมีลกั ษณะดงั รูป
รูปท่ี 8.9 ลกั ษณะโครงสร้างสายพานแบบล่ิมร่วม
8.2.2.3 สายพานลม่ิ แหลม เป็นสายพานลิ่มเช่นกนั แต่ลิ่มจะแหลม สามารถกระจายแรงตามแนว
รัศมีไปยงั แผน่ ปิ ดดา้ นบนสายพานอยา่ งสม่ าเสมอตลอดหนา้ กวา้ ง จึงเหมาะใชก้ บั แกนเพลาท่ีมีระยะห่างมาก ๆ
และรับแรงสูง สายพานแบบนมี้ ีลกั ษณะ ดงั รปู
126
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปที่ 8.10 ลกั ษณะโครงสร้างของสายพานลิ่มแบบแหลม
8.2.2.4 สายพานลม่ิ หน้ากว้าง เป็นสายพานรูปร่างพิเศษที่ใชส้ าหรับการส่งกาลงั ที่มีการปรับ
ความเร็วรอบตามความตอ้ งการ สายพานชนิดน้ีมีลกั ษณะโครงสร้าง ดงั รูป
รูปที่ 8.11 ลกั ษณะโครงสร้างของสายพานหนา้ ลิ่มกวา้ ง
8.2.2.5 สายพานลม่ิ หลายรูปพรรณ เป็นสายพานท่ีผิวช้นั บนเป็ นพลาสติกหุม้ อยโู่ ดยรอบทาหนา้ ที่
เป็นผวิ รับแรงดึงส่วนเน้ือสายพานร่องลิ่มเป็ นลิ่มสายพานที่เรียงต่อกนั ท่ีสวมสมั ผสั ผวิ ร่องลอ้ พลู เลยไ์ ดแ้ นบ
สนิทพอดี ซ่ึงทาใหแ้ รงตามแนวรัศมีถูกถ่ายเทไปยงั ดา้ นบนสายพานเหมาะกบั งานท่ีมีอตั ราทดสูงมาก ๆ และส่ง
กาลงั ไดถ้ ึง 600 กิโลวตั ต์ สายพานชนิดน้ีมีลกั ษณะโครงสร้างดงั รูป
รูปที่ 8.12 ลกั ษณะโครงสร้างของสายพานลิ่มรูปพรรณ
127
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
8.2.3 สายพานฟันเฟื อง (TOOTH BELT) เป็ นสายพานที่แกนรับแรงทาด้วยลวดเหล็กกลา้ หรือทา
ดว้ ยลวดไฟเบอร์ฝังอยใู่ นยางเทียม ซี่ฟันของสายพานทาดว้ ยยางเทียมแต่มีสูตรผสมพิเศษเพ่ือใหค้ งรูปพอดีกบั
ลอ้ พลู เลย์ ผิวภายนอกซ่ึงสัมผสั กบั ผิวของลอ้ ซี่ฟันจะหุม้ ดว้ ยเส้นใยไนลอนเพอื่ ลดความสึกหรอ สายพานชนิด
น้ีสามารถงอตวั ได้ดีใช้กบั พูลเลยล์ ้อเล็ก ๆ ท่ีมีเส้นผ่าศูนยก์ ลาง 16 มิลลิเมตรได้ และมีระยะห่างระหว่าง
ศูนยก์ ลางของเพลาชิดมากได้ ตอ้ งการผิวสัมผสั บนล้อเพียง 6 ฟันก็เพียงพอ ความเร็วแล่นของสายพาน
ระหว่าง 0.5 ถึง 80 เมตรต่อวินาที ส่งกาลงั ไดถ้ ึง 450 กิโลวตั ต์ ความตึงของสายพานแบบน้ีไม่ตอ้ งให้ตึง
เหมือนสานพานแบบล่ิมเน่ืองจากมีฟันบนผวิ ลอ้ โครงสร้างของสายพานชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปที่ 8.13 ลกั ษณะโครงสร้างของสายพานฟันเฟื อง
8.3 ชนิดของพลู เลย์
พลู เลยเ์ ป็นชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลท่ีใชง้ านรวมกบั สายพาน ลกั ษณะรูปร่างของพลู เลยท์ ี่ใชก้ จ็ ะข้ึนกบั
ลกั ษณะของสายพานชนิดน้นั ๆ ดงั รายละเอียดต่อไปน้ี
8.3.1 พูลเลย์สายพานแบน เป็นพลู เลยท์ ่ีใชค้ ู่กบั สายพานแบนทาจากเหล็กกลา้ โลหะเบา พลาสติก
หรือไม้ บนผวิ ลอ้ ที่สัมผสั กบั สายพานจะตอ้ งล่ืนมิเช่นน้นั จะทาใหส้ ายพานสึกหรอเร็วมาก โดยใหม้ ีความ
หยาบของผวิ อยรู่ ะหวา่ ง 4 ถึง 10 m พลู เลยส์ ายพานแบนยงั แบ่งออกเป็นแบบต่าง ไดแ้ ก่ พลู เลยแ์ บบรูป
ทรงกระบอก พลู เลยแ์ บบรูปผวิ โคง้ และพลู เลยแ์ บบถอดแยกเป็น 2 ชิ้นได้ ดงั รูป
128
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปที่ 8.14 ลกั ษณะโครงสร้างของพลู เลยส์ ายพานแบนรูปทรงกระบอก
รูปท่ี 8.15 ลกั ษณะโครงสร้างของพลู เลยส์ ายพานแบนรูปผวิ โคง้
รูปที่ 8.16 ลกั ษณะโครงสร้างของพลู เลยส์ ายพานแบนแบบถอดแยก 2 ชิ้นได้
8.3.2 พลู เลย์สายพานลม่ิ ตามมาตรของ DIN 2217 พลู เลยส์ ายพานลิ่มจะแบบร่องเดียวหรือหลาย
ร่อง มุมรวมของร่องลอ้ พลู เลยส์ ายพานลิ่มเทา่ กบั 32 องศา 34 ลิปดา และ 38 องศา โดยลอ้ พลู เลยท์ ่ีมี
ขนาดเส้นผา่ ศูนยก์ ลางโตกวา่ จะมีมุมร่องลอ้ พลู เลยท์ ี่โตกวา่ ร่องลอ้ พลู เลยจ์ ะมีการผลิตใหส้ ายพานท่ีสวม
ประกอบแลว้ ไม่เลยพน้ จากขอบร่องลอ้ และจะตอ้ งไม่จมอยใู่ นร่องลอ้ ไม่เช่นน้นั สายพานจะสูญเสียปฏิกิริยา
แรงลิ่มขบั ลกั ษณะของพลู เลยส์ ายพานลิ่มมลี กั ษณะ ดงั รูป
129
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปที่ 8.17 ลกั ษณะพลู เลยส์ ายพานล่ิมแบบปกติ
รูปที่ 8.18 ลกั ษณะพลู เลยส์ ายพานล่ิมแบบรวม
รูปท่ี 8.19 ลกั ษณะพลู เลยส์ ายพานลิ่มแบบแหลม
8.3.3 พูลเลย์สายพานฟันเฟื อง พูลเลยแ์ บบน้ีมีลักษณะคล้ายกับเฟื องตรงมีฟันเฟื องสาหรับเป็ นตวั
สัมผสั กบั สายพานเพ่ือใช้ในการส่งกาลงั ระยะพิตช์ฟันเฟื องของพูลเลย์ กบั ระยะพิตช์ของสายพานจะตอ้ ง
เทา่ กนั จึงสามารถใชง้ านร่วมกนั ได้ พลู เลยส์ ายพานฟันเฟื องมีลกั ษณะโครงสร้างดงั รูป
รูปท่ี 8.20 ลกั ษณะของพลู เลยส์ ายพานฟันเฟื อง
130
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
8.4 หน้าทกี่ ารใช้งานของสายพาน
สายพานแตล่ ะชนิดมีหนา้ ท่ีการใชง้ านเหมือนกนั คือ ส่งกาลงั จากเพลาตวั หน่ึงไปยงั เพลาอีกตวั หน่ึงดว้ ย
ความเร็วตามท่ีกาหนด แต่ลกั ษณะการส่งกาลงั ของสายพานแต่ละชนิดจะแตกต่างกนั ตามลกั ษณะการใชง้ าน
และความสามารถของสายพานน้นั ๆ สายพานแตล่ ะชนิดมีหนา้ ท่ีการใชง้ านในลกั ษณะดงั ตอ่ ไปน้ี
8.4.1 หน้าที่การใช้งานของสายพานแบน สายพานจะไดร้ ับกาลงั ขบั มาจากมอเตอร์ผา่ นพูลเลย์ และส่ง
กาลงั ไปยงั พูลเลยต์ วั ต่อไป เช่น ใชก้ บั เครื่องสีขา้ ว สายพานแบนมีลกั ษณะการใชง้ านในรูปแบบต่าง ๆ กนั
ดงั รูป
รูปที่ 8.21 ลกั ษณะการใชง้ านของสายพานแบน
รูปที่ 8.22 ลกั ษณะการใชง้ านของสายพานแบนแบบเปิ ด
รูปท่ี 8.23 ลกั ษณะการใชง้ านของสายพานแบนแบบไขว้
131
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปที่ 8.24 ลกั ษณะการใชง้ านของสายพานแบนแบบก่ึงไขว้
8.4.2 หน้าทกี่ ารใช้งานของสายพานลมิ่ สายพานล่ิมส่วนใหญ่ใชก้ บั เคร่ืองจกั รกลตามโรงงานต่าง ๆ
สามารถส่งกาลงั ไดใ้ นตาแหน่งต่าง ๆ ได้ แต่ไมส่ ามารถส่งกาลงั แบบไขวเ้ หมือนกบั สายพานแบนลกั ษณะการใช้
งานของสายพานลิ่ม เช่น สายพานของเคร่ืองกลึง สายพานของรถไถนาเดินตาม ดงั รูป
รูปที่ 8.25 การใชง้ านของสายพานลิ่มในแนวราบ
รูปที่ 8.26 การใชง้ านของสายพานลิ่มในแนวด่ิงมีลูกกลิ้งกด
132
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปท่ี 8.27 การใชง้ านของสายพานลิ่มในแนวด่ิงปรับฐานมอเตอร์ได้
8.4.3 หน้าทก่ี ารใช้งานของสายพานฟันเฟื อง สายพานชนิดน้ีส่วนใหญ่จะใชง้ านกบั เคร่ืองจกั รกลหรือ
เคร่ืองยนตท์ ่ีมีความเร็วรอบสูง และไม่ใหเ้ กิดการลื่นขณะส่งกาลงั เช่น สายพานโซ่ราวลิ้นของเคร่ืองยนต์ หนา้ ท่ี
การใชง้ านของสายพานชนิดน้ีมีลกั ษณะดงั รูป
รูปที่ 8.28 หนา้ ท่ีการทางานของสายพานฟันเฟื อง
8.4.4 หน้าทก่ี ารใช้งานของสายพานหน้ากว้าง การใชง้ านของสายพานชนิดน้ี มีหนา้ ที่การใชง้ านคลา้ ยกบั
สายพานแบบฟันเฟื อง แต่ต่างกนั ที่พลูเลยข์ องสายพานชนิดน้ีสามารถปรับเขา้ ออกได้ ดงั รูป
133
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปท่ี 8.29 ลกั ษณะการใชง้ านของสายพานหนา้ กวา้ ง
8.5 การทาให้สายพานตงึ
จากการที่ไดก้ ล่าวมาแลว้ วา่ ถา้ สายพานเกิดการตึง (Tension) จะทาใหก้ ารลื่นในการส่งกาลงั มีนอ้ ย
ดงั น้นั จึงจาเป็นอยา่ งยงิ่ ท่ีจะตอ้ งทาใหส้ ายพานเกิดความตึงเสียก่อน โดยวธิ ีการดงั น้ี
8.5.1 นา้ หนักของสายพาน
การเกิดแรงดึงดูดของโลกทาใหส้ ายพานหยอ่ น จึงทาใหแ้ รงกระทาต่อสายพานน้นั มีมากตามแนว
ยาว ดงั น้นั โดยทวั่ ไปถา้ ระยะห่างของศูนยก์ ลางลอ้ สายพาน ประมาณมากกวา่ หรือเทา่ กบั 5 เมตร ใหเ้ อา
สายพานดา้ นตึงไวข้ า้ งล่าง ท้งั น้ีเพอื่ ป้ องกนั มุมโอบของสายพานนอ้ ยเกิดไป
รูปที่ 8.30 แสดงน้าหนกั ของสายพาน
134
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
8.5.2 ดงึ สายพานด้วยฐานของมอเตอร์
รูปที่ 8.31 แสดงการตึงสายพานดว้ ยฐานของมอเตอร์
8.5.3 ใช้ตุ้มนา้ หนักหรือสปริง
เป็นการอาศยั จุดหมุนของอุปกรณ์ที่ผลิตข้ึนมาอยเู่ ย้อื งแนวศูนย์ เมื่อเกิดการหมุนกจ็ ะทาใหเ้ กิดการ
ดึงร้ัง จึงเกิดความดึงข้ึน ดงั รูป
รูปที่ 8.32 แสดงการใชต้ ุม้ น้าหนกั หรือสปริง
8.5.4 ใช้ล้อกดสายพาน (Idler)
เป็นการทาใหล้ อ้ สายพานตึงโดยใชอ้ ุปกรณ์ประกอบก็คือ ลูกกลิ้ง ซ่ึงเม่ือประกอบเขา้ ไปแลว้
กจ็ ะทาใหก้ ารล่ืน (Slip) เกิดข้ึนนอ้ ยมาก หรืออาจสรุปไดว้ า่ การท่ีใชล้ อ้ กดลงบนสายพานจะทาใหเ้ กิดภาระดดั
สูงขน้ึ ทาให้เกิดเสยี งดงั มากขนึ้ ประสิทธิภาพการทางานลดลง
135
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
การใชล้ ูกกลิ้งกดลงบนสายพาน อาจกระทาได้ 2 วธิ ีคือ ใชล้ ูกกลิ้งกดลงในสายพาน เรียกวา่
อดั ใน และใชล้ ูกกลิ้งอดั มาจากดา้ นนอก เรียกวา่ อดั นอก
รูปท่ี 8.33 แสดงการใชล้ อ้ กดสายพาน
ซ่ึงถา้ เปรียบเทียบแรงโอน ซ่ึงเกิดจากการใชล้ อ้ กดสายพานแลว้ จะพบวา่ มุมโอบจะมากข้ึนพ้ืน
ผวิ สัมผสั จะมากข้ึน ก็จะทาใหก้ ารส่งถ่ายแรงบิดไดด้ ี ดงั รูป
ข้อควรจำ : ตำแหน่งล้อกดสำยพำนควรอย่ใู กล้กบั ล้อขบั
รูปที่ 8.34 แสดงผลของการใชล้ อ้ กดสายพาน
8.6. วสั ดุทใ่ี ช้ผลติ สายพาน
วสั ดุท่ีใชท้ าสายพานมีส่วนส าคญั ที่จะท าใหเ้ กิดประสิทธิภาพในการส่งก าลงั ซ่ึงคุณสมบตั ิของวสั ดุท่ี
ใชท้ าสายพานจะตอ้ งดี ตอ้ งมีความเหนียวยดื หยนุ่ ได้ มีค่าความยดื มาก ทนต่อการดดั ตวั ทนสภาพดินฟ้ า
อากาศ โดยวัสดุทีใ่ ชท้ าสายพานมีดงั น้ี
136
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
8.6.1 หนัง เป็นวสั ดุที่มีความเสียดทานมาก ซ่ึงจะตอ้ งมีวสั ดุที่เคลือบผวิ โดยท่ีสายพานท่ีทาจากหนงั
จะตอ้ งมีวสั ดุเคลือบผวิ เพอ่ื ใหเ้ กิดความคงทน ซ่ึงวสั ดุเคลือบผวิ แบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ Cern Leather คือ
สายพานหนงั ที่เคลือบดว้ ยวสั ดุท่ีทามาจากพชื หรือมีช่ือเรียกอีกอยา่ งหน่ึงวา่ Lohger (L) ชนิดต่อไป คือ
Chrom Leather เป็นสายพานหนงั ที่เคลือบดว้ ยวสั ดุที่ทาจากแร่ หรือมีช่ืออีกอยา่ งหน่ึงวา่ Chromgar (C)
สายพานทท่ี าจากหนัง สามารถแบ่งไดด้ งั น้ี
หนงั มาตรฐาน (S) ใชก้ บั งานที่มีความเร็วรอบชา้ ๆ และงานหยาบ ๆ
หนงั ท่ีอ่อนตวั (G) ใชส้ าหรับงานทวั่ ๆ ไป งานสายพานไขว้
หนงั ที่อ่อนตวั ไดม้ าก (GH) จะเหมาะสาหรับงานทุกชนิด ท่ีมีความเร็วสูง ความถ่ีใน
การดดั ตวั มาก งานท่ีมีมุมโอบสายพานนอ้ ย ๆ
8.6.2 ผ้า สายพานที่ทาจากผา้ มีท้งั ที่เป็นวสั ดุธรรมชาติ และวสั ดุสังเคราะห์ ซ่ึงวสั ดุจากธรรมชาติ
ไดแ้ ก่ เยอื่ ไม้ ฝ้ าย ขนสตั ว์ (ขนอูฐและขนแพะ) ใยไหม ป่ านและลินิน ส่วนวสั ดุที่ไดจ้ ากการสังเคราะห์ คือ
พวกโพลียาไมด์ (Polyamides) หรือไนบ่อน (Nylon)
ขอ้ ดี ของสายพานผา้ น้ี เม่ือเปรียบเทียบกบั สายพานหนงั คือ จะสามารถทอใหม้ ีโครงสร้าง
สม่าเสมอกนั ไดต้ ลอดความยาว และสายพานจะไมม่ ีรอยตอ่ จึงทาใหส้ ายพานวงิ่ เรียบกวา่
ขอ้ เสีย ของสายพานผา้ เมื่อมีรอยขาดเลก็ นอ้ ย กจ็ ะทาใหส้ ายพานขาดง่าย
8.6.3 พลาสติก ไดแ้ ก่ โพลียาไมด์ (Polyamides) หรือไนล่อน (Nylon) จะมีคุณสมบตั ิคลา้ ยสายพาน
จากผา้ ดดั ตวั ไดด้ ีมาก ทนต่อน้ามนั สภาพดินฟ้ าอากาศ
8.6.4 วสั ดุผสม ปัจจุบนั นิยมผลิตสายพานดว้ ยการผสมวสั ดุหลาย ๆ อยา่ งท่ีกล่าวขา้ งตน้ คือ ใชห้ นงั
และพลาสติกมาวางเรียงเป็นช้นั ๆ ทาใหส้ ายพานมีคุณภาพสูง ดงั รูป
(ก) ผ้ำสังเครำะห์ ข) หนัง
(ค) โพลยี ำไมด์ ง) โพลีเอสเตอร์
รูปที่ 8.35 แสดงวสั ดุผสมในสายพาน
137
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
8.7 การบารุงรักษาสายพาน
การบารุงรักษาสายพานที่จะกล่าวเป็นการบารุงรักษาของสายพานทุกชนิด โดยท่ีจะกล่าวรวมกนั ดงั น้ี
8.7.1 ควรหมน่ั ตรวจสอบร่องของลอ้ สายพานใหป้ ราศจากความคม
8.7.2 การปรับสายพานใหต้ ึง (สาหรับสายพานใหม่) ควรกระทาหลงั จากใหส้ ายพานทางานไปเตม็ ภาระ
ระหวา่ ง 30 นาทีถึง 4 ชวั่ โมง เพ่อื ชดเขยการยดื ตวั ของสายพานในช่วงแรก
8.7.3 การใชล้ ูกกลิ้งกดสายพานหากไมม่ ีความจาเป็นกไ็ ม่ควรใชล้ ูกกลิ้งกดสายพาน หากจาเป็นตอ้ งใช้
ควรใชล้ ูกกลิ้งกดดา้ นในดีกวา่ ดา้ นนอก เพราะหากกดดา้ นนอกอาจทาใหส้ ายพานแตกได้
8.7.4 การตรวจสอบสายพานควรกระทาอยา่ งสม่าเสมอ เช่นตรวจดูวา่ สายพานหยอ่ นหรือตึงเกินไป
หรืออุณหภมู ิสูงเพยี งใดและความช้ืนมีมากนอ้ ยขนาดไหน
8.7.5 อยา่ ติดตวั ลอ็ คขอ้ ต่อโซ่ (Grip) ใหห้ นั ไปในทิศทางท่ีโซ่เคลื่อนท่ี ซ่ึงการติดใหถ้ ูกที่คือ ใหห้ นั ไป
ทิศทางตรงกนั ขา้ มกบั ทิศทางท่ีโซ่เคล่ือนท่ี ดงั รูป
รูปท่ี 8.36 แสดงการล็อคขอ้ ต่อโซ่
8.7.6 อยา่ เปลี่ยนสายพานในขณะท่ีอยใู่ นสภาพที่ตึง คือ จะตอ้ งปรับระยะใหแ้ คบลงแลว้ ถอดสายพาน
ออก จากน้นั จึงปรับความตึงของสายพาน
8.8 วธิ กี ารต่อสายพาน
8.8.1 การต่อสายพานแบน การต่อสายพานนบั วา่ เป็ นส่ิงจาเป็น เพราะในการส่งก าลงั จะเกิดการกระซาก
ซ่ึงการต่อดว้ ยวธิ ีการยดึ ทางกลเป็นที่นิยมใช้ ซ่ึงมีวธิ ีการ ดงั น้ี
8.8.1.1 การใช้ลวดถัก (Wire Laching) เป็นวธิ ีการกดเหลก็ ลงไปบนปลายสายพานท้งั สองดา้ น
จากน้นั กน็ าปลายมาชนกนั แลว้ ใชส้ ลกั สอดผา่ นวงลวดน้ี วธิ ีการกดลงไปน้ีจะเป็นการใชเ้ ครื่องมือช่วยเหมาะ
ส าหรับงานขนาดเลก็ ดงั รปู
138
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 8.37 แสดงการใชล้ วดถกั
8.8.1.2 การใช้ห่วงเหลก็ กล้า (Steel Hinge) การต่อชนิดน้ีมีชื่อเรียกอีกอยา่ งหน่ึงวา่ Alligator
Lacing ในการยดึ จะติดห่างจากปลายของสายพานดว้ ยคอ้ น ตอกท่ีห่วงเหล็กกลา้ แลว้ จึงสอดสลกั ผา่ นห่วง
เหลก็ กลา้ เหมาะสาหรับการทางานตอ่ สายพานลาเลียง (Belt Conveyor) ที่รับแรงปานกลาง ดงั รูป
รูปที่ 8.38 แสดงการใชห้ ่วงเหลก็ กลา้
8.8.1.3 การใช้แผ่นเหลก็ (Plate Type) เป็นการใชแ้ ผน่ เหล็กรูปโคง้ หน่ึงแผน่ หรือหลายแผน่
ติดต่อกนั ซ่ึงอยดู่ า้ นบนของสายพาน โดยรัศมีความโคง้ ของแผน่ เหล็กมกั จะพอเหมาะกบั รัศมีความโคง้ ของลอ้
สายพาน ดงั รูป
รูปท่ี 8.39 แสดงการใชแ้ ผน่ เหลก็
139
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 9
ลูกเบยี้ ว
(CAMS)
สาระสาคญั
ส่วนประกอบที่สาคญั ของเคร่ืองจกั รกลที่ทางานอตั โนมตั ิ หรือกลไกที่เปลี่ยนการหมุนหรือการ
แกว่งไปมาโดยการเคล่ือนไหวเชิงเส้น (กลบั ไปกลบั มา) คือลูกเบ้ียว และการเคลื่อนที่พร้อมกบั เพลา แต่ผิว
ของลูกเบ้ียวอยคู่ นละศูนยก์ ลางกบั เพลา ดงั น้นั จึงจาเป็นตอ้ งมีความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ชนิดและหนา้ ท่ีการใชง้ านของ
ลูกเบ้ียว
9.1 ชนิดของลกู เบยี้ ว
ลูกเบ้ียวท่ีเป็นชิ้นส่วนของเคร่ืองจกั รกลมีหลายชนิด แต่ละชนิดจะประกอบดว้ ย ตวั ลูกเบ้ียว
(CAM FACE) ตวั ตาม (FOLLOWER ROLLER) เพลา (SHAFT) ดงั รูป
รูปท่ี 9.1 ลกั ษณะของลูกเบ้ียว
9.1.1 ลูกเบยี้ ววงกลม เป็นลูกเบ้ียวท่ีมีผวิ กลมปกติ แต่การประกอบเพ่ือใชง้ านจุดศูนยก์ ลางของเพลา
ไม่ไดอ้ ยตู่ าแหน่งเดียวกบั จุดศูนยก์ ลางของลูกเบ้ียว ลูกเบ้ียวกลมจะมีลกั ษณะ ดงั รูป
140
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปที่ 9.2 ลกั ษณะของลูกเบ้ียววงกลม
9.1.2 ลกู เบยี้ วเลอ่ื นไปและกลบั ลูกเบ้ียวชนิดน้ีตวั ลูกเบ้ียวไม่ไดห้ มุน แต่ผวิ ลูกเบ้ียวจะเป็นทางเล่ือน
เคล่ือนที่ไปและกลบั ตามทิศทางซา้ ย – ขวา หรือหนา้ หลงั เพอ่ื ส่งกาลงั ขบั ตวั ตามให้เล่ือนข้ึนลงไดห้ รือ
บางอยา่ งลูกเบ้ียวแบบน้ีอาจเป็นตวั บงั คบั สวติ ซ์ควบคุมการทางานของเคร่ืองจกั รกลระบบอตั โนมตั ิลกั ษณะของ
ลูกเบ้ียวจะมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 9.3 ลกั ษณะของลูกเบ้ียวเลื่อนไปและกลบั
9.1.3 ลูกเบยี้ วแบบสมมาตร ลูกเบ้ียวชนิดน้ีจะมียอด 3 ยอดท่ีสมมาตรกนั ขณะท่ีลูกเบ้ียวหมุนไปหน่ึง
รอบจะทาใหต้ วั ตามเคล่ือนท่ีได้ 3 คร้ัง สามารถส่งกาลงั ไดท้ ้งั แนวดิ่ง แนวนอน อยา่ งสมดุลกนั ลกั ษณะของ
ลูกเบ้ียวสมมาตรมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปที่ 9.4 ลกั ษณะของลูกเบ้ียวสมมาตร
141
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
9.1.4 ลูกเบีย้ วแบบตกบ่า เป็ นลูกเบ้ียวแบบสมมาตรท่ีมียอด 3 ยอดเช่นกนั แต่ตรงยอดเป็ นแบบตกบ่า
ทางข้ึนจะลาดเอียง แต่ทางลงจะตกลงในแนวดิ่งตรงจุดศูนยก์ ลางของเพลาหมุนตวั ตามจะเคล่ือนไหวแบบ
กระโดดอยา่ งรวดเร็ว ลูกเบ้ียวชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปที่ 9.5 ลกั ษณะของลูกเบ้ียวแบบตกบ่า
9.1.5 ลกู เบยี้ วแบบแผ่น ลูกเบ้ียวชนิดน้ีจะเซาะร่องภายในเป็นรูปวงรี ลูกเบ้ียวจะมีความโตกวา่ ลูกกลิ้ง
เล็กนอ้ ย ทิศทางเดินของตวั ตามจะเดินในแนวจุดศนู ยก์ ลางของเพลาลูกเบ้ียวชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปที่ 9.6 ลกั ษณะของลูกเบ้ียวแบบแผน่
9.1.6 ลูกเบยี้ วแบบทรงกระบอก ลูกเบ้ียวชนิดน้ีเป็ นรูปทรงกระบอก เซาะร่องหมุนรอบลาตวั โดยที่ปลาย
อีกขา้ งสามารถกลึงใหเ้ ป็นรูปตามที่ตอ้ งการได้ ลูกเบ้ียวชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 9.7 ลกั ษณะของลูกเบ้ียวแบบทรงกระบอก
142
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
9.1.7 ลูกเบยี้ วแบบขบั ส่งตัวตาม ลูกเบ้ียวชนิดน้ีมีลกั ษณะเป็นรูปไข่ ขบั ส่งใหต้ วั ตามเป็นตวั ถ่ายแรงจาก
ลูกเบ้ียวโดยตรง ตวั ตามจะสัมผสั กบั ผวิ ของลูกเบ้ียวตลอดเวลา และจะเลื่อนข้ึนลงตามลกั ษณะความสูงของลูก
เบ้ียวไม่มีการเปล่ียนแปลงเป็ นการส่งกาลงั แบบคงท่ี ลูกเบ้ียวชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 9.8 ลกั ษณะของลูกเบ้ียวแบบขบั ส่งตวั ตาม
9.1.8 ลกั ษณะของตัวตามท่ใี ช้กบั ลูกเบยี้ ว ตวั ตามของลูกเบ้ียวแบบส่งตวั ตามที่ใชก้ บั เครื่องจกั รกลมีหลาย
แบบ ซ่ึงแต่ละแบบจะมีความไวต่างกนั ดงั น้ี ตวั ตามปลายแหลมมีความไวสูงสุด ถดั มาเป็ นแบบปลายมน
ส่วนแบบปลายแบนจะชา้ ที่สุด ตาแหน่งของตวั ตามจะมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 9.9 รูปร่างของตวั ตามและตาแหน่งการใชง้ าน
143
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
9.2 หน้าทกี่ ารใช้งานของลกู เบยี้ ว
ลูกเบ้ียวเป็นชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลที่มีหนา้ ที่การใชง้ านมากมาย ข้ึนอยกู่ บั ลกั ษณะของเครื่องและ
ลกั ษณะของงานน้นั ๆ ดงั ตวั อยา่ ง
9.2.1 ลูกเบยี้ วใช้กบั งานจับชิ้นงาน เป็นลกั ษณะการใชง้ านในรูปของอุปกรณ์จบั ยดึ ท่ีสร้างข้ึนมา
เฉพาะงานน้นั ๆ ดงั รูป
รูปท่ี 9.10 ลกั ษณะการจบั ยึดชิ้นงานโดยใชล้ ูกเบ้ียว
9.2.2 ลกู เบยี้ วใช้กบั การควบคุมการทางาน การใชง้ านของลูกเบ้ียวแบบน้ีส่วนใหญ่จะเป็ นลูกเบ้ียวของ
เครื่องยนต์ เช่น ควบคุมการทางานของลิ้นไอดีและลิ้นไอเสียของเครื่องยนตค์ วบคุมการทางานของเรื่องยนต์ 4
จงั หวะ ดงั รูป
รูปที่ 9.11 ลกั ษณะการทางานของระบบเปิ ดปิ ดไอดีและไอเสียของเครื่องยนต์
รูปท่ี 9.12 ลกั ษณะการทางานของเครื่องยนต์ 4 จงั หวะ
144
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
9.2.3 ลูกเบยี้ วใช้กบั การควบคุมเวลา เป็นลูกเบ้ียวที่ควบคุมการทางานของตวั ส่งสญั ญาณที่จะส่งผา่ นไป
ยงั นาฬิกาต้งั เวลาอีกคร้ัง ซ่ึงจะมีแผน่ สวติ ซ์ที่หมุนตลอดเวลาผา่ นแกนท่ีมีลูกเบ้ียว ดงั รูป
รูปที่ 9.13 การควบคุมเวลาการทางานดว้ ยลูกเบ้ียว
9.2.4 ลูกเบีย้ วใช้กบั การควบคุมระยะทาง เป็ นลูกเบ้ียวที่ตอ้ งทางานร่วมกบั แขนโยกลกั ษณะของลูกเบ้ียว
แบบน้ีเป็ นลูกเบ้ียววงกลมแต่ตาแหน่งของจุดหมุนเย้ืองออกไปตามท่ีตอ้ งการ เช่น ลูกเบ้ียวที่ใช้ในการปรับ
ระยะของเคร่ืองไสแนวราบ ดงั รูป
รูปท่ี 9.14 ลกั ษณะการทางานของลูกเบ้ียวควบคุมระยะทาง
145
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
9.2.5 ลกู เบยี้ วเคร่ืองยนต์เพอ่ื เพม่ิ สมรรถนะ เป็นลูกเบ้ียวท่ีสร้างติดกบั เพลาหลายตวั และอยลู่ ะคน
ตาแหน่งในเพลาอนั เดียวกนั ใชส้ าหรับเพิ่มสมรรถนะใหก้ บั เครื่องยนต์ ดงั รูป
รูปท่ี 9.15 ลกั ษณะการทางานของลูกเบ้ียวเคร่ืองยนต์
146
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 10
คลตั ช์และคบั ปลิง้
(CLUTCH AND COUPING)
สาระสาคญั
คลตั ชแ์ ละคบั ปลิ้ง เป็นชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลที่ทาหนา้ ท่ีคลา้ ยกนั คือ ยดึ เพลาสองเพลาใหเ้ ขา้ ดว้ ยกนั
แลว้ ส่งถ่ายโมเมนตบ์ ิดไปยงั ส่วนอ่ืน แต่สภาพการตดั ต่อกาลงั (Disengagement) ตา่ งกนั ดงั น้นั จึงจาเป็ นตอ้ งมี
ความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ชนิด และหนา้ ท่ี การใชง้ านของคลตั ช์และคบั ปลิ้ง
10.1 หน้าทขี่ องคลตั ช์และคบั ปลงิ้
10.1.1 หน้าทกี่ ารใช้งานของคลตั ช์
หนา้ ที่หลกั ของคลตั ช์ประการแรก ใชส้ าหรับในการตดั และตอ่ การส่งกาลงั ระหวา่ งเพลา 2 ตวั คลตั ช์
สามารถที่จะต่อกาลงั ระหวา่ งเพลา 2 เพลา ดว้ ยความฝืดไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและนิ่มนวลเป็ นชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลที่
ออกแบบมาใชใ้ นการทุน่ แรง เช่น คลตั ชข์ องรถจกั รยานยนต์ คลตั ช์ของรถยนต์ คลตั ชข์ องปั่นจนั่ ตอกเสาเขม็
งานก่อสร้าง คลตั ชท์ ่ีใชก้ บั เคร่ืองจกั รกลท่ีตอ้ งใชต้ น้ กาลงั จากเครื่องยนตห์ รือมอเตอร์ที่ทางานไม่ตอ่ เนื่อง
บางคร้ังตอ้ งหยดุ รอจงั หวะและบางคร้ังตอ้ งการส่งกาลงั เช่น คลตั ช์ส่งตอ่ กาลงั ระหวา่ งเคร่ืองยนตก์ บั กระปุก
เกียร์ของรถยนต์
หนา้ ที่หลกั ของคลตั ช์ประการที่สอง เป็ นตวั ทาหนา้ ที่ไม่ใหเ้ ครื่องยนตห์ รือตน้ กาลงั ทางานเกินพกิ ดั ท่ี
กาหนดจนเกิดเป็ นอนั ตรายเคร่ืองยนตต์ น้ กาลงั ตอ้ งเสียหาย แต่ยอมใหค้ วามเสียหายตกอยทู่ ่ีแผน่ คลตั ช์ เช่น
ไมใ่ หฟ้ ันเฟื องในเกียร์ของรถยนตแ์ ตกหกั แต่ยอมให้แผน่ คลตั ช์ไหมแ้ ทน
หนา้ ที่หลกั ของคลตั ช์ประการท่ีสาม เป็นตวั ป้ องกนั การส่งกาลงั หมุนกลบั ทิศทางในกรณีท่ีตวั ตามเป็ น
ตวั ขบั เช่น กรณีของคลตั ช์ทางเดียว
10.1.2 หน้าทก่ี ารใช้งานของคบั ปลงิ้
คบั ปลิ้งทาหนา้ ที่การใชง้ านคลา้ ยกบั คลตั ช์ คือ เป็นตวั จบั ยดึ ระหวา่ งเพลา 2 ตวั ใหต้ ิดกนั ขณะส่งกาลงั
หรือส่งถ่ายโมเมนต์ ลกั ษณะของการส่งกาลงั ของคบั ปลิ้งอาจส่งกาลงั ดว้ ยรูปร่างดว้ ยแรง เพื่อทาหนา้ ที่ตดั และ
ต่อการส่งกาลงั ระหวา่ งเพลาท้งั สอง คบั ปลิ้งบางอยา่ งทาหนา้ ท่ีช่วยใหเ้ พลาเย้อื งศูนยเ์ กิดการสมดุลกนั ได้
ลกั ษณะหนา้ ท่ีการใชง้ านของคบั ปลิ้ง ดงั รูป
147
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 10.1 หนา้ ท่ีการใชง้ านของคบั ปลิ้ง
10.2 ลกั ษณะของคลตั ซ์ สามารถแบ่งคลตั ซ์ ออกเป็ น 2 ชนิดตามลกั ษณะการส่งกาลงั ไดด้ งั น้ี
10.2.1 คลตั ซ์ทอี่ าศัยความฝื ดในการส่งกาลงั (Friction Clutch) ซ่ึงในการตอ่ กาลงั จะอาศยั แผน่ ความ
ฝืดในการต่อส่งกาลงั จึงทาใหเ้ พลาตามหมุนได้
รูปท่ี 10.2 แสดงการตดั ต่อกาลงั ของคลตั ซ์ท่ีอาศยั ความฝื ดในการส่งกาลงั
10.2.2 คลตั ซ์ทอี่ าศัยรูปทรงในการส่งกาลงั (Shape Clutch) โดยที่การตดั ตอ่ กาลงั ของคลตั ซ์จะอาศยั
รูปทรงท่ีออกแบบมา และคลตั ซ์ที่อาศยั รูปทรงบางชนิด ตอ้ งหยดุ ตน้ กาลงั ก่อนท่ีจะส่งถ่ายกาลงั แตจ่ ะเป็นการ
ตดั กาลงั การหมุนชวั่ คราวเท่าน้นั เม่ือทาการโยกตดั ต่อกาลงั เสร็จ ก็สามารถส่งถ่ายกาลงั ไดด้ งั เดิม
148
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 10.3 แสดงการตดั ต่อกาลงั แบบคลตั ซ์อาศยั รูปร่าง
10.3 ชนิดของคลตั ช์
คลตั ชท์ ่ีใชง้ านกนั อยจู่ ะแบ่งตามประเภทรูปร่างของผวิ แผน่ คลตั ช์ ซ่ึงสามารถแบ่งออกเป็น คลตั ชแ์ ผน่
เดียว คลตั ช์หลายแผน่ คลตั ซ์กรวย คลตั ชล์ าเมลลา คลตั ชเ์ รียว ดงั รายละเอียด
10.3.1 คลตั ซ์แผ่นเดียว (Single Disk Clutch) หรือคลตั ซ์แผน่ โดยมีชื่อเรียกหลายช่ือ เช่น Axial Clutch
Plate Clutch การส่งกาลงั อาศยั ความเสียดทานระหวา่ งผวิ หนา้ ของแผน่ คลตั ซ์ ดงั น้นั กาลงั ที่จะส่งไดข้ ้ึนอยกู่ บั
แรงเสียดทานที่เกิดข้ึนระหวา่ งหนา้ แผน่ คลตั ซ์ โดยมีส่วนประกอบและหนา้ ท่ีดงั น้ี
1. คนั โยก มีหนา้ ที่ในการตดั ต่อกาลงั
2. สปริง มีหนา้ ที่สร้างแรงกดใหเ้ กิดความเสียดทาน
3. แผน่ คลตั ซ์ ทาหนา้ ที่เป็นตวั สร้างความฝื ดระหวา่ งจานคลตั ซ์และจานกดคลตั ซ์
4. จานกดคลตั ซ์ ทาหนา้ ที่กดแผน่ คลตั ซ์ให้เขา้ กบั จานคลตั ซ์
5. จานคลตั ซ์ ทาหนา้ ท่ีส่งกาลงั จากเพลาขบั ผา่ นแผน่ คลตั ซ์ไปยงั เพลาตาม
รูปท่ี 10.4 ส่วนประกอบของคลตั ซ์แผน่ เดียว
149