เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
10.3.2 คลตั ซ์หลายแผ่น (Multiple Clutch) เป็ นคลตั ซ์ชนิดที่ส่งกาลงั ดว้ ยความฝืดเช่นเดียวกบั คลตั ซ์
แผน่ เดียว แตจ่ ะใชแ้ ผน่ คลตั ซ์หลายๆแผน่ ทาใหก้ ารส่งกาลงั ไดส้ ูง เม่ือใชแ้ รงกด ขนาดของแผน่ คลตั ซ์เท่ากบั
ของคลตั ซ์แผน่ เดียว การส่งกาลงั จะเงียบและนุ่มนวลกวา่ โดยทวั่ ไปแรงกดคลตั ซ์จะอาศยั กาลงั แม่เหลก็ เพอ่ื ให้
การกดคลตั ซ์ที่มนั่ คง หล่อลื่นแผน่ คลตั ซ์ขณะใชง้ านดว้ ยน้ามนั
รูปที่ 10.5 ส่วนประกอบของคลตั ซ์หลายแผน่
10.3.3 คลตั ซ์กรวย (Cone Clutch) เป็นคลตั ซ์ท่ีมีโครงสร้างและส่วนประกอบง่าย คลตั ซ์ชนิดน้ีการ
ตอ่ กาลงั จะมีความนิ่มนวล เพราะอาศยั ความฝืดของหนา้ สมั ผสั ที่เรียวในคลตั ซ์เป็ นตวั ต่อกาลงั ส่งกาลงั ไดป้ าน
กลาง
รูปที่ 10.6 ส่วนประกอบของคลตั ซ์กรวย
10.3.4 คลตั ช์ลาเมลลา (LAMALLAR CLUTCH) เป็นคลตั ช์ชนิดหลายชนิดแผน่ เรียงซอ้ นสลบั กนั
โดยคลตั ชแ์ ผน่ นอกจะสวมอยใู่ นร่องตวั เรือนและคลตั ชแ์ ผน่ ในจะสวมอยบู่ นร่องเพลาตาม แผน่ คลตั ชส์ ามารถ
ขยบั เลื่อนตามแนวแกนได้ แผน่ คลตั ชห์ ลายแผน่ ที่ซอ้ นกนั จะถูกปลอกเลื่อนดนั กดบงั คบั ใหแ้ ขนกดไปกดแผน่
150
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
คลตั ช์ ทาใหเ้ กิดการส่งกาลงั จากเพลาขบั ไปยงั เพลาตามคลตั ช์ชนิดน้ีมีลกั ษณะการทางานดว้ ยแขนกด ทางาน
ดว้ ยแม่เหลก็ ไฟฟ้ า ทางานดว้ ยแรงดนั น้ามนั ดงั รูป
รูปที่ 10.7 ลกั ษณะของคลตั ช์ลาเมลลาที่ทางานดว้ ยแขนกด
รูปท่ี 10.8 ลกั ษณะของคลตั ช์ลาเมลลาที่ทางานดว้ ยแมเ่ หล็กไฟฟ้ า
รูปท่ี 10.9 ลกั ษณะของคลตั ช์ลาเมลลาที่ทางานดว้ ยแรงดนั น้ามนั
151
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
10.3.5 คลตั ช์แบบเรียว เป็นคลตั ช์ที่มีพ้ืนท่ีเสียดทานรูปร่างเรียวอยภู่ ายในตวั เรือนคลตั ช์ คลตั ช์ชนิดน้ี
สามารถส่งถ่ายโมเมนตบ์ ิดไดม้ าก สามารถเล่ือนปลอกเลื่อนตามแนวแกนจะทาใหเ้ กิดแรงอดั ผา่ นแขนกระเดื่อง
ไปดนั แผน่ คลตั ช์ใหส้ มั ผสั กบั ตวั เรือนจะไดแ้ รงอดั สัมผสั สูมาก คลตั ช์ชนิดน้ีมีลกั ษณะรูปร่าง ดงั รูป
รูปที่ 10.10 ลกั ษณะของคลตั ช์แบบเรียว
10.3.6 คลตั ซ์ทอ่ี าศัยรูปทรงในการส่งกาลงั ในการส่งกาลงั จะใชก้ ารลอ็ คทางกลโดยตรง ซ่ึงเป็ นการ
ลอ็ คที่ไมม่ ีอตั ราส่วนของแรงที่สะทอ้ นกลบั (Relative Rotation) และในขณะการตดั ต่อกาลงั จะไม่เกิดการล่ืน
(No Slip) โดยที่การตดั ต่อกาลงั จะเป็นไปไดอ้ ยา่ งต่อเนื่อง เพลาจะตอ้ งเริ่มหมุน คือยงั หยดุ อยกู่ บั ท่ี หรือเพลาท้งั
สองหมุนความเร็วใกลเ้ คียงกนั คลตั ซ์ชนิดน้ีประกอบดว้ ยคลตั ซ์ 2 ชนิดคือ
10.3.6.1 คลตั ซ์แบบฟัน (Jaw Clutch) เป็นคลตั ซ์ที่ส่งกาลงั โดยใชร้ ูปร่างลกั ษณะของฟัน และมี
ขอ้ จากดั คือไมส่ ามารถต่อกาลงั ภายใตภ้ าระได้ คลตั ซ์ชนิดน้ีท่ีใชก้ นั มากมีอยู่ 2 ชนิดคือ
(1). คลตั ซ์ฟันตรง เป็นคลตั ซ์ท่ีส่งกาลงั ได้ 2 ทิศทาง การต่อคลตั ซ์ ตอ้ งต่อในขณะที่เพลาขบั
และเพลาตามยงั ไมห่ มุน แตก่ ารตดั คลตั ซ์กระทาไดข้ ณะเพลาขบั และเพลาตามกาลงั หมุน
รูปที่ 10.11 คลตั ซ์ฟันตรง
152
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
(2). คลตั ซ์ฟันเหลย่ี ม ใชส้ ่งกาลงั ไดส้ องทิศทาง ถา้ ส่งกาลงั เกินพิกดั ฟันคลตั ซ์จะลื่นออก
จากกนั และคลตั ซ์ฟันเหล่ียมน้ี สามารถใชก้ บั เพลาท่ีมีภาระสูงได้
รูป 10.11 คลตั ซ์ฟันเหลี่ยม
10.3.7 คลตั ซ์นิรภัย (Safety Clutch) เป็นคลตั ซ์ท่ีส่งกาลงั ทางเดียว ลกั ษณะของฟันคลตั ซ์จะไปใน
ทิศทางเดียว โดยท่ีในการส่งกาลงั เพลาขบั และเพลาตามตอ้ งมีความเร็วใกลเ้ คียงกนั คุณลกั ษณะพเิ ศษของคลตั ซ์
ชนิดน้ี คลตั ซ์สามารถตดั กาลงั ไดเ้ องเมื่อแรงบิดสูงเกินไป (Overload)
รูปท่ี 10.12 ส่วนประกอบของคลตั ซ์นิรภยั
ส่วนประกอบของคลตั ซ์นิรภยั
1. เพลาขบั จะตอ่ กบั ตน้ กาลงั เช่น มอเตอร์
2. ฟันคลตั ซ์ จะยดึ ติดอยกู่ บั เพลาขบั ทิศทางการเอียงของฟันจะมีผลทาใหก้ ารส่งกาลงั ได้
ทิศทางเดียว
3. เพลานา มีหนา้ ท่ีนาศูนยก์ ่อนการต่อกาลงั
4. สปริงปรับ จะเป็ นตวั กดแผน่ ฟันคลตั ซ์ท่ีติดอยกู่ บั เพลาตาม
153
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
10.4 ชนิดของคบั ปลงิ้
คบั ปลิ้งที่ใชเ้ ป็นงานทวั่ ไปของเคร่ืองจกั รกลมีหลายชนิด แต่ละชนิดข้ึนอยกู่ บั วตั ถุประสงคใ์ นการใช้
งาน สามารถแบ่งประเภทของคบั ปลิ้งออกเป็น 2 ประเภท คือ คบั ปลิ้งแบบตดั ต่อกาลงั ไมไ่ ด้ กบั คบั ปลิ้งแบบ
ตดั ต่อกาลงั ได้ ดงั น้ี
10.4.1 คบั ปลงิ้ แบบฝาประกบ (SPLIT COUPING) เป็ นคบั ปลิ้งแบบตดั ต่อกาลงั ไม่ได้ ทาจาก
เหล็กหล่อ 2 ชิ้น ยดึ ติดกนั ดว้ ยสกรูใหบ้ ีบอดั เพลาท้งั สองไว้ การส่งถ่ายกาลงั จะผา่ นบริเวณบีบอดั จากแรงของ
สกรู หากตอ้ งการส่งถ่ายการหมุนท่ีคงท่ีกจ็ ะใส่ล่ิมอดั เขา้ ไป คบั ปลิ้งชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 10.13 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งแบบฝาประกบ
10.4.2 คบั ปลงิ้ แบบหน้าแปลน (FLANGE COUPLING) เป็นคบั ปลิ้งชนิดตดั ตอ่ กาลงั ไมไ่ ด้ จะ
ประกอบไปดว้ ยหนา้ แปลน 2 ชิ้น สวมอดั อยทู่ ี่ส่วนปลายของเพลา และมีสกรูร้อยขนั ยดึ ติดดว้ ยกนั สามารถ
ใส่ล่ิมเพ่อื การประกอบใหม้ นั่ คงกไ็ ด้ คบั ปลิ้งชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 10.14 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งแบบหนา้ แปลน
154
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
10.4.3 คบั ปลงิ้ แบบเพลา (SHAFT COUPLING) กบั ปลอกเรียว เป็ นคบั ปลิ้งแบบตดั ต่อกาลงั ไม่ได้
ทาหนา้ ท่ียดึ เพลาท่ีมีขนาดโตเทา่ กนั และอยใู่ นแนวศูนยเ์ ดียวกนั ผวิ ที่ยดึ มีลกั ษณะเรียวทาใหไ้ ม่ตอ้ งใชล้ ิ่มอดั
ช่วยยดึ ท่ีปลายของเพลา คบั ปลิ้งชนิดน้ีมีรูปร่างลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 10.15 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งแบบเพลากบั ปลอกเรียว
10.3.4 คับปลงิ้ แบบเคลอื่ นไหวได้ เป็นคบั ปลิ้งที่ใชก้ บั เพลาที่ไมร่ ่วมศนู ยส์ ามารถขยบั เล่ือนแนวแกน
ขณะหมุนทางานได้ คบั ปลิ้งชนิดน้ีจะมีส่วนท่ีมีความยดื หยนุ่ ไดเ้ หมาะสาหรับในการดูดรับภาระการกระแทก
และการสั่นสะเทือนท่ีเกิดจากการหมุนไดด้ ี คบั ปลิ้งชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปที่ 10.16 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งชนิดเคล่ือนไหวได้
10.4.5 คับปลงิ้ แบบฟันโค้ง เป็ นคบั ปลิ้งท่ีใชก้ บั เพลาที่เย้อื งศนู ยม์ ุมตามแนวรัศมีหรือขยบั ตามแนวแกน
สามารถส่งถ่ายโมเมนไดม้ ากและมีความเร็วรอบสูง คบั ปลิ้งชนิดน้ีมีลอ้ สวมอยทู่ ี่ปลายของเพลาท้งั 2 ขา้ ง โดย
มีฟันเฟื องโคง้ อยดู่ า้ นนอกของลอ้ และจะขบกบั ฟันเฟื องตรงท่ีอยดู่ า้ นในของตวั เรือนคบั ปลิ้งชนิดน้ีมีลกั ษณะ
ดงั รูป
รูปที่ 10.17 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งชนิดฟันโคง้
155
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
10.4.6 คับปลงิ้ แบบข้อต่อ (JOINT COUPLING) เป็นคบั ปลิ้งที่สามารถเย้อื งศูนยข์ องเพลาไดม้ ากกวา่
ชนิดฟันโคง้ คบั ปลิ้งขอ้ ต่อที่ใชง้ านไดด้ ีคือแบบบอลล์ จะสามารถส่งถ่ายการหมุนระหวา่ งเพลาดว้ ยลูกบอลล์
เหล็กกลา้ ทาใหก้ ารส่งถ่ายการหมุนของเพลาไดส้ ม่าเสมอไม่สัน่ สะเทือนคบั ปลิ้งขอ้ ต่อมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปที่ 10.18 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งขอ้ ตอ่ แบบบอลล์
10.4.7 คบั ปลงิ้ แบบยูนิเวอร์แซล (UNIVERSAL JOINT) คบั ปลิ้งชนิดน้ีประกอบไปดว้ ยชิ้นส่วน
กากบาท 2 ชิ้น และส่วนท่ีขยบั เล่ือนไปมาตามแนวเพลา ซ่ึงเป็นเพลาแบบฟันสไปลน์ ใชใ้ นงานเครื่องมือกล
เช่น เครื่องกดั ขนาดเล็ก คบั ปลิ้งชนิดน้ีมีลกั ษณะรูปร่าง ดงั รูป
(A) แบบปรับความยาวได้ (B) แบบปรับความยาวไม่ได้ (C) โครงสร้างส่วนประกอบของขอ้ ต่อ
รูปที่ 10.19 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งแบบยนู ิเวอร์แซล
156
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
10.4.8 คับปลงิ้ แบบเมมเบรน (MEMBRANE COUPLING) เป็นคบั ปลิ้งท่ีสามารถส่งถ่ายโมเมนตท์ ี่
ความเร็วรอบสูงไดด้ ี การหมุนท่ีเป็นมุมจะกระทาดว้ ยแผน่ เมนเบรนท่ีทาดว้ ยเหล็กกลา้ สปริงที่สามารถดดั ไปมา
ได้ แต่การหกั มุมตอ่ หน่ึงแผน่ เมนเบรนหา้ มเกิน 1 องศา เพราะคบั ปลิ้งชนิดน้ีไม่มีชิ้นส่วนที่เล่ือนไปมา
คบั ปลิ้งชนิดน้ีไม่ตอ้ งมีการหล่อล่ืนเหมาะสาหรับใชง้ านท่ีอุณหภมู ิสูง คบั ปลิ้งชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปที่ 10.20 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งแบบเมนเบรน
10.4.9 คบั ปลงิ้ แบบยดื หย่นุ (FLEXIBLE COUPLING) เป็นคบั ปลิ้งท่ีใชก้ บั เพลาท่ีไมร่ ่วมศูนย์
สามารถรับภาระการกระแทรกการส่นั สะเทือนไดร้ อบทิศทาง ชิ้นส่วนที่รองรับการยดื หยนุ่ ทาจากยาง หรือทา
จากสปริง คบั ปลิ้งชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปท่ี 10.21 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งยดื หยนุ่ แบบปลอกยาง
157
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 10.22 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งยดื หยนุ่ แบบแถบยางคา้ ง
รูปที่ 10.23 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งยดื หยนุ่ แบบสปริง
10.4.10 คบั ปลงิ้ แบบตัดต่อกาลงั เป็นคบั ปลิ้งที่นามาใชเ้ ม่ือตอ้ งการตดั ต่อกาลงั ใหเ้ พลา 2 ตวั คบั ปลิ้ง
แบบตดั ต่อกาลงั จะแยกเป็นคบั ปลิ้งส่งถ่ายกาลงั ดว้ ยลกั ษณะรูปร่าง และดว้ ยลกั ษณะแรง ดงั รูป
รูปที่ 10.24 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งตดั ตอ่ กาลงั ดว้ ยรูปร่างแบบเข้ียว
158
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 10.25 ลกั ษณะของคบั ปลิ้งตดั ตอ่ กาลงั ดว้ ยรูปร่างแบบคลตั ชแ์ ผน่ เดียว
10.5 การบารุงรักษาคลตั ช์และคบั ปลงิ้
10.5.1 การบารุงรักษาคลตั ช์
การบารุงรักษาคลตั ชเ์ ป็นสิ่งสาคญั ท่ีผปู้ ฏิบตั ิงาน จะตอ้ งตรวจสอบใหอ้ ยใู่ นสภาพท่ีดีเสมอ ซ่ึงจะส่งผล
ทาใหค้ ลตั ชม์ ีอายกุ ารใชง้ านยาวนาน โดยสามารถแยกการบารุงรักษาของคลตั ช์ออกได้ ดงั น้ี
10.5.1.1 การบารุงรักษาคลตั ช์แผ่นเดยี ว
หลงั จากท่ีคลตั ชใ์ ชง้ านไปไดร้ ะยะหน่ึง จะทาใหผ้ า้ คลตั ช์เกิดการสึกหรอ ซ่ึงผา้ คลตั ช์อาจทาดว้ ย
วสั ดุแอซเบชทอส (Asbestos) จึงทาใหต้ อ้ งต้งั คลตั ชใ์ หม่ และเม่ือเกิดการเสียดสี จนสึกหรอถึงหมุดย้าท่ีทาดว้ ย
ทองแดง จะตอ้ งเปลี่ยนผา้ คลตั ช์ใหมท่ นั ที
10.5.1.2 การบารุงรักษาคลตั ช์หหลายแผ่น
คลตั ช์แบบหลายแผน่ จาเป็นตอ้ งใชน้ ้ามนั หล่อล่ืนในขณะใชง้ าน ซ่ึงจะหมุนเวยี นดว้ ย Pump และตอ้ ง
เปลี่ยนถ่ายน้ามนั ออกจากคลตั ช์ ตามระยะเวลาท่ีกาหนด หากมีการถ่ายน้ามนั ออกมาพบเศษของโลหะ
แสดงวา่ ชิ้นส่วนภายในสึกหรอ หรือแตกหกั เสียหาย จะตอ้ งถอดร้ือคลตั ช์แลว้ ทาการตรวจสอบ ดงั รูป
159
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปที่ 10.26 แสดงการถ่ายน้ามนั จากคลตั ช์
10.5.1.3 การบารุงรักษาคลตั ช์แบบฟัน
หมน่ั ตรวจสอบและบารุงรักษาคลตั ช์แบบฟัน โดยการทาจารบีที่บริเวณฟันคลตั ชอ์ ยา่ ง
สม่าเสมอ และตรวจดูที่ฟันวา่ อยใู่ นสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่
10.5.2 การบารุงรักษาคบั ปลงิ้
เม่ือคบั ปลิ้งใชง้ านเป็ นเวลานาน หรือเกิดความเสียหายข้ึนจาเป็นอยา่ งยงิ่ ที่ช่างจะตอ้ งศึกษาถึงวธิ ีการ
ถอดประกอบ ซ่อมแซมและบารุงรักษาใหเ้ ขา้ ใจ โดยในที่น้ีจะแนะนาคบั ปลิ้งที่นิยมใชก้ ารโดยทวั่ ๆ ไป
เท่าน้นั แต่ก่อนท่ีจะกล่าวถึงการถอดประกอบและบารุงรักษาดงั กล่าว ช่างจาเป็นตอ้ งทราบสาเหตุสาคญั ที่ทา
ใหเ้ กิดการสึกหรอของคบั ปลิ้งอาจพอสรุป ไดด้ งั น้ี คือ
แนวเพลาเย้อื งศนู ย์ (Misalingment) ซ่ึงอาจเกิดจากการติดต้งั ที่ไม่ไดต้ รวจเช็คแนวศูนยห์ รือ
อาจเกิดจากการขยบั ตวั ของฐานรองรับเครื่องจกั รตามแนว
การสัน่ สะเทือน ซ่ึงในการสั่นสะเทือนของคบั ปลิ้ง เม่ือรวมกบั ความเคน้ ในคบั ปลิ้งกจ็ ะ
เป็นสาเหตุทาใหเ้ สียหายข้ึน และอาจเป็นสาเหตุทาใหแ้ นวเพลาเย้อื งศนู ยไ์ ดอ้ ีก
การขยายตวั จากความร้อน ในการปฏิบตั ิงานบางคร้ังอาจเกิดความร้อนกบั คบั ปลิ้งจนเป็น
สาเหตุทาใหค้ บั ปลิ้งเสียหายข้ึน ดงั น้นั ควรหาวธิ ีที่จะทาใหเ้ คร่ืองจกั รเดินในสภาพที่ปกติ และไมค่ วร
รับภาระมากเกินความจาเป็น เพ่ือป้ องกนั ความเสียหายก่อนท่ีจะศึกษาถึงการถอดประกอบซ่อมแซม
บารุงรักษาคบั ปลิ้งก็ตอ้ งใชห้ ลกั เกณฑใ์ นการพิจารณาเปล่ียนคบั ปลิ้งใหมใ่ หเ้ หมาะสมดงั น้ี
ควรเปลี่ยนคบั ปลิ้งใหเ้ ป็นชนิดเดียวกนั เป็นชนิดท่ีออกแบบมาเพื่อใหส้ ามารถส่งถ่ายกาลงั
ไดเ้ ทา่ กนั (กรณีคบั ปลิ้งต่างชนิด)สามารถเบี่ยงจากแนวศนู ยม์ ุมเอียงไดเ้ ท่ากนั
160
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
หน่วยการเรียนรู้ที่ 11
เบรก
(BRAKE)
สาระสาคญั
เบรก เป็ นชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลท่ีสาคญั มาก ทาหนา้ ที่หยดุ การหมุนของวงลอ้ หรือชะลอใหช้ า้ ลงตาม
ความตอ้ งการ จึงเป็ นอุปกรณ์ที่ทาใหเ้ กิดความปลอดภยั โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์
11.1 ความหมายของเบรก
เบรก หรือเรียกอีกอยา่ งหน่ึงวา่ หา้ มลอ้ เป็ นอุปกรณ์ควบคุมการเคล่ือนที่ของวตั ถุ โดยทวั่ ไปแลว้ เบรกจะ
ทาใหว้ ตั ถุเคล่ือนที่ชา้ ลงหรือหยุดการเคลื่อนท่ี การเกิดการเบรก คือ การใชค้ วามฝื ดไปสัมผสั กบั วตั ถุ จึงทาให้
เกิดการหยดุ ข้ึน ดงั น้นั ถา้ มีการใชเ้ บรกติดต่อกนั ในระยะเวลาหน่ึง อุณหภมู ิของเบรกจะเพ่ิมมากข้ึน จึงมีผลทาให้
คา่ สมั ประสิทธ์ความเสียดทานในการสัมผสั ลดลง
11.2 ชนิดของเบรก
เบรกที่ใชก้ บั เคร่ืองจกั รวาลและที่ใชก้ บั เคร่ืองยนตม์ ีหลายแบบ สามารถแยกออกไดด้ งั น้ี
11.2.1 เบรกแบบดุม (DRUM BRAKE)ท่ีนิยมใชก้ นั มากในรถยนตเ์ บรกดุมมีขอ้ ดีคือ ผา้ เบรกยาวนาน
แต่จุดอ่อนของเบรกชนิดน้ี คือ การระบายความร้อนไม่ดีเนื่องจากแท่งมีลกั ษณะคลา้ ยกา้ มปู บางคร้ังจะเรียก
เบรกชนิดน้ีว่า เบรกก้ามปู เบรกชนิดน้ีมีส่วนประกอบท่ีสาคญั ๆ ได้แก้ ดุมเบรก ผา้ เบรก ก้ามเบรก สปริง
กระบอกเบรก ดงั รูป
รูปที่ 11.1 ลกั ษณะดุมเบรก
161
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 11.2 ลกั ษณะผา้ เบรกและกา้ มเบรก
รูปท่ี 11.3 องคป์ ระกอบของเบรกแบบดุม
11.2.2 เบรกแบบแท่ง (BLOCK BRAKE) เบรกแท่งท่ีใชก้ บั เครื่องจกั รกลมี 2 อยา่ ง ดงั น้ี
11.2.2.1 เบรกแท่งแบบแท่งเบรกเดียว เบรกชนิดน้ีจะประกอบไปดว้ ย ดุมเบรก แท่งเบรก คาน
เบรก มีท้งั แบบแท่งเบรกคู่และแท่งเบรกเด่ียว เบรกชนิดน้ีถา้ เบรกดว้ ยแรงคนสามารถใหแ้ รงประมาณ
15-20 กิโลกรัม นิยมใชก้ บั เครื่องจกั รกลท่ีมีแรงบิดมาก ๆ เบรกชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
162
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 11.4 ลกั ษณะของเบรกแทง่ แบบแทง่ เบรกเดี่ยว
11.2.2.2 เบรกแท่งแบบแท่งเบรกคู่ เบรกชนิดน้ีจะใชง้ านไดด้ ีกวา่ แบบเบรกแท่งเด่ียว
เนื่องจากจะมีแรงกดสองดา้ นจะใหแ้ รงไดม้ ากกวา่ เบรกแท่งเบรกคู่มีท้งั แทง่ เบรกที่อยภู่ ายนอกและแทง่ เบรกที่
อยภู่ ายใน ซ่ึงมีลกั ษณะดงั รูป
รูปท่ี 11.5 ลกั ษณะของเบรกแท่งแบบแท่งเบรกคู่
11.2.3 เบรกแบบจาน (DISK BRAKE) เบรกชนิดน้ีจะประกอบไปดว้ ยจานเบรกท่ีมีรูป
เป็นแผน่ กลม และมีผา้ เบรกประกบอยทู่ ้งั สองดา้ น เบรกชนิดน้ีสามารถควบคุมไดง้ ่าย ถ่ายเทความร้อนไดด้ ี
เหมาะสมสาหรับงานที่มีความเร็วรอบสูง ๆ นิยมใชก้ บั รถยนต์ รถจกั รยานยนต์ เบรก ชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
163
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปท่ี 11.6 องคป์ ระกอบของเบรกชนิดจาน
11.2.4 เบรกแบบสายพาน (BAND BRAKE) เบรกชนิดน้ีประกอบไปดว้ ยแถบเหล็กท่ี
เคลือบดว้ ยวสั ดุทนความเสียดทาน ดุมเบรกและคานโยก ขอ้ ดีของเบรกชนิดน้ี คือ สามารถทาใหผ้ วิ สายพานมี
ขนาดใหญ่ ๆ ได้ การประกอบทาไดง้ ่าย สามารถใหแ้ รงเบรกสูง ๆ ได้ ไม่เหมาะกบั งานท่ีมีความเร็วสูง นิยมใช้
กบั เคร่ืองกวา้ นต่าง ๆ เบรกชนิดน้ีมีลกั ษณะ ดงั รูป
164
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 11.7 ลกั ษณะของเบรกแบบสายพาน
11.2.5 เบรกไฮโดรลิกส์ (Hydraulic Brake) จากหลกั การที่ของเหลวไม่สามารถยุบตวั ได้ และถ้า
แรงดนั ในระบบไม่มีการร่ัวไหลจะเท่ากนั ทุกจุด หลกั การน้ีจึงนามาใชใ้ นระบบเบรกไฮโดรลิกส์ ในระบบคนั
เหยยี บเบรก จะยดึ ต่อกบั แม่ป๊ัม เมื่อเหยยี บกดคนั เบรก จะทาใหล้ ูกสูบถูกดนั เขา้ ไปในกระบอกลูกสูบของแม่ป๊ัม
การเคล่ือนที่ของลูกสูบน้ีจะดนั น้ามนั เบรกตลอดระบบและเขา้ ไปในกระบอกเบรกของแต่ละลอ้ เมื่อเป็ นเช่นน้ี
ลูกสูบในกระบอกเบรกท่ีลอ้ แต่ละลอ้ จะถูกแรงดนั น้ามนั เบรก ดนั ให้เคลื่อนออก ซ่ึงจะไปดนั ขาเบรกให้กาง
ออกเช่นกนั
รูปท่ี 11.8 แสดงแรงกระทาที่คานเบรก ทาใหข้ องเหลวในระบบเกิดความดนั
165
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
เพือ่ ใหก้ ารทางานของเบรกไฮโดรลิกส์ เกิดประสิทธิภาพสูงไดด้ ีทุกสภาวะ น้ามนั เบรกตอ้ งมีคุณสมบตั ิ
ดงั น้ี
1. ตอ้ งไม่ทาปฏิกิริยากบั ชิ้นส่วนที่เป็นยางของระบบ เช่นทาใหเ้ กิดการบวมหรืออ่อนตวั
2. ตอ้ งไม่เป็ นอนั ตรายต่อโลหะต่างๆ ที่ใชใ้ นระบบ เพราะถา้ ชิ้นส่วนเกิดสนิม ทาใหเ้ บรกติดแน่นได้
3. น้ามนั เบรกตอ้ งไม่ระเหยกลายเป็นไอ ท่ีอุณหภมู ิสูงสุดตามสภาพการทางานของมนั
4. ตอ้ งไม่แขง็ ตวั ในอุณหภูมิต่า และตอ้ งคงสภาพเป็ นของเหลว แมจ้ ะมีน้าปนอยบู่ า้ งก็ตาม
5. ทาหนา้ ท่ีคลา้ ยกบั ตวั หล่อลื่นชิ้นส่วนตา่ งๆ ท่ีเคลื่อนที่ในระบบ
6. ตอ้ งรวมตวั หรือผสมเขา้ กบั สิ่งอื่น ที่นามาผสมเป็นน้ามนั เบรกไดเ้ ป็นอยา่ งดี
7. ตอ้ งรักษาคุณสมบตั ิดงั กล่าวไดน้ าน
11.3 การปรับแต่งและซ่อมบารุงเบรก
11.3.1 การวนิ ิจฉัยข้อขัดข้องของเบรก (Brake Trouble Diagnosis)
ในการวนิ ิจฉยั รายระเอียดขอ้ ขดั ขอ้ งของเบรก เพื่อทาใหส้ ามารถทาการแกไ้ ขได้
อยา่ งรวดเร็ว ซ่ึงจะขอ้ ยกตวั อยา่ งในการวนิ ิจฉยั ของเบรกบางชนิด โดยสามารถจาแนกขอ้ ขดั ขอ้ งท่ีเกิดข้ึน
สาเหตุท่ีอาจทาใหเ้ กิดการขดั ขอ้ ง ตลอดจนวธิ ีการตรวจหรือแกไ้ ขขอ้ ขดั ขอ้ งเหล่าน้นั ในเบ้ืองตน้
1. การวนิ ิจฉัยการขัดข้องของเบรกดรัม (Drum Brake)
ขอ้ ขดั ขอ้ ง สาเหตุ การแกไ้ ข
1. เบรกฝืดหรือติด -ปรับแตง่ กา้ นเบรกไม่ถูกตอ้ ง -ปรับแตง่ กา้ นต่อ
-ป้ัมเบรกขดั ขอ้ งหรือชารุด -ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนป้ัมเบรก
(One Brake Drags) -ถา้ เป็นระบบเบรกดรัมไฮดรอลิคอาจ -เปล่ียนชิ้นส่วนท่ีเป็ นยางในน้า
มีน้าเขา้ ปนในเบรก มนั เบรกตามคาแนะนา
2. เบรกไม่ค่อยอยแู่ ละตอ้ ง
ออกแรงเหยยี บคดั เบรก -ผา้ เบรกอาจเปี ยกน้า -เมื่อผา้ เบรกแหง้ จะเป็ นปกติอาจ
เพ่มิ ข้ึน -ผา้ เบรกร้อนจดั ทาให้
-ผา้ เบรกไหม้ -ปรับแต่งขาเบรกใหม่
(Poor Braking Action -ขาเบรกเคลื่อนไปจากที่ปรับแตง่ ไว้ -ใหโ้ อกาสผา้ เบรกเยน็ ลง
Requiring Excessive Pedal หรือปรับแต่งขาเบรกไม่ถูกตอ้ ง -เปล่ียนผา้ เบรกใหม่
Pressure)
3. เบรกมีเสียงดงั -ผา้ เบรกสึกหรอ -เปลี่ยนผา้ เบรกใหม่
-ขาเบรกบิดเบ้ียวหรือคดงอ -เปลี่ยนขาเบรกใหม่
(Noisy Brake) -หมุดย้าผาเบรกหลวม -ขดั ชิ้นส่วนต่างๆ ของเบรกใหแ้ น่น
-ชิ้นส่วนตา่ งๆ ของเบรกหลวม
166
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
4. มีลมในระบบเบรก -แม่ป้ัมเบรกชารุด -ซ่อมแซมหรือเปล่ียนป้ัมเบรก
-ขอ้ ต่อหลวมหรือท่อเบรกชารุด -ขนั ขอ้ ตอ่ ใหแ้ น่นเปล่ียนทอ่ ที่ชารุด
-น้ามนั เบรกสูญหายไป
2. การวนิ ิจฉัยข้อขัดข้องของดสิ ด์เบรก
ขอ้ ขดั ขอ้ ง สาเหตุ การแกไ้ ข
1. เบรกไม่สม่าเสมอ ดนั แบรกสั่น -ตวั จานเบรกแกวง่ มากเกินไป -ตรวจอาการแกวง่ ของจาน ถา้
เป็นหว้ งๆ (Brake-pedal -ลูกปื นท่ีลอ้ หลวม แกวง่ มากเกินไปก็ใหเ้ ปลี่ยน
Pulsations) -ปรับลูกปื นเป็ นที่ลอ้ ใหม่
2. เบรกมีเสียงดงั จากการขดู ขีด -เบรกมีเสี ยงดังท่ีความเร็วต่าใน -เปลี่ยนผา้ เบรกและผา้ เบรกใหม่
หรือเสียดสีกนั ระหวา่ งโลหะกบั ขณะท่ีรถวิ่งบนถนนท่ีขรุขระ อาจ -ตรวจดูสนิมหรือโคลนท่ีเกาะจบั
โลหะ (Scraping) เกิดจากช่องว่างระหวา่ งขาเบรกกบั อยู่กับจานเบรก ตรวจการติดต้ัง
คาลิเปอร์มากเกินไป คาลิเปอร์ใหแ้ น่น
-จานเบรกเสียดสีกบั เส้ือคาลิเปอร์ -เปลี่ยนผา้ เบรก
-ผา้ เบรกสึกหรอมาก ทาใหเ้ ครื่อง
เตือน (Telltal Tabs) ขดู กบั จาน
เบรก
3. ระดบั น้ามนั เบรกในป้ันต่า -เกิดการรั่วในระบบ -ตรวจหารอยรั่วและทาการแกไ้ ข
-ผา้ เบรกสึกหรอมาก -เปลี่ยนผา้ เบรกใหม่
11.3.2 ความปลอดภยั ในการตรวจซ่อมเบรก
ในการลงมือทาการตรวจซ่อมเบรกท้งั ก่อนปฏิบตั ิและหลงั การปฏิบตั ิ ผทู้ างานตอ้ งคานึงถึงความ
ปลอดภยั หลายๆ ดา้ น ดงั น้ี
1. อนั ตรายเกย่ี วกบั สุขภาพ
วสั ดุที่ทาผา้ เบรกส่วนใหญ่จะมีแอสเบสทอผสมอยดู่ ว้ ย เรียกวา่ ตาร์ซิโนเจน
(Carcinogen)โดยที่เป็ นสารทาใหเ้ กิดมะเร็ง การเจียระไนผา้ เบรกหรือการทาความสะอาดส่วนประกอบของ
เบรก ทาใหเ้ กิดฝ่ นุ ละอองของคาร์ซิโนเจนฟ้ ุงกระจายในร่างกายได้ ควรใส่อุปกรณ์ป้ องกนั ดว้ ยเวลาปฏิบตั ิงาน
2. การระวงั นา้ มันเบรก
น้ามนั เบรกเป็ นอนั ตรายต่อสีรถยนต์ ระวงั อยา่ ใหน้ ้าเบรกหกหรือกระเด็นถูกสีรถยนตห์ ากเกิดการ
หกหรือกระเด็น รีบใชผ้ า้ ซบั ออกแลว้ นาน้าสบู่อยา่ งอ่อนมาลา้ งจากน้นั ใชน้ ้าสะอาดลา้ งอีกคร้ังหน่ึง
167
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
11.4 หน้าทก่ี ารใช้งานของเบรก
เบรกแต่ละชนิดมีหนา้ ท่ีการใชง้ านตามวตั ถุประสงคเ์ ดี่ยวกนั คือ ทาหนา้ ท่ีเป็นตวั ชะลอความเร็วจาก
การหมุนของวงลอ้ ใหช้ า้ ลง หรือให้หยดุ เพ่ือความปลอดภยั เป็นการเปล่ียนพลงั งานการเคลื่อนท่ีใหเ้ ป็น
พลงั งานความร้อน ทาหนา้ ที่บงั คบั การหยดุ ในระยะทางหรือเวลาที่กาหนดไวเ้ ช่น จะหยดุ รถท่ีเราขบั ข่ีอยตู่ รง
สัญญาณไฟแดงตามทางแยกตา่ ง ๆ หรือหยดุ การหมุนของหวั จบั เครื่องกลึงขณะทาการกลึงเพือ่ ตรวจวดั ขนาด
ของชิ้นงาน และทาหนา้ ท่ีบงั คบั ใหห้ ยดุ อยกู่ บั ที่ไม่ใหไ้ ปได้ เช่น การหยดุ ดว้ ยเบรกมือของรถยนตเ์ พ่ือตอ้ งการ
ใหร้ ถจอดอยกู่ บั ท่ีไมใ่ หเ้ ลื่อนไปท่ีอื่น
เบรกท่ีใชง้ านกนั อยทู่ ว่ั ไปจะใชแ้ รงคนในการเบรกผา่ นระบบการทางานของเบรก เช่น ผา่ นระบบกลไก
ผา่ นระบบลม ผา่ นระบบน้ามนั ผา่ นระบบไฟฟ้ า และผา่ นระบบอตั โนมตั ิ ไปยงั เบรกชนิดต่าง ๆ เช่น เบรก
แบบดุม เบรกแบบแท่ง เบรกแบบจาน หรือเบรกแบบแม่เหลก็ ไฟฟ้ า เป็นตน้
รูปท่ี 11.8 ลกั ษณะการทางานของเบรกรถยนต์
168
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
หน่วยการเรียนรู้ที่ 12
การประกอบชิ้นส่ วนเคร่ืองกล
สาระสาคญั
การถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องกลมีความสาคญั มากในการซ่อมบารุงเคร่ืองจกั รกลดงั น้ัน จะตอ้ งมี
ความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั เคร่ืองมือและอุปกรณ์ วิธีการใช้เคร่ืองมือและอุปกรณ์ และวิธีการถอดประกอบ
ชิ้นส่วนเคร่ืองกล เพื่อจะไดน้ าความรู้ความเขา้ ใจไปใชใ้ นการซ่อมบารุงเครื่องจกั รกลตอ่ ไป
โดยในการถอดประกอบสาเหตุหลกั ก็คือ เพื่อทาการตรวจ ปรับแต่ง หรือซ่อมบารุง ซ่ึงการซ่อมบารุง
(Maintenance) ก็คือการดาเนินการใดๆ เพ่ือให้เกิดผลคงหรืออยู่ในสภาพความพร้อมในการทางานของ
เครื่องจกั ร โดยมีเป้ าหมายสาคญั ๆ คือ
-ชะลอความเส่ือมสภาพของเครื่องจกั ร
-รักษาสภาพการทางานใหป้ ลอดภยั
-ลดคา่ ใชจ้ ่ายในการผลิต
-เกิดขวญั และกาลงั ใจในการทางาน เป็นตน้
12.1 การวางแผนการถอดประกอบชิ้นส่วนทวั่ ไป
12.1.1 การวางแผน (Planing)
ในการทางานไม่วา่ จะเป็ นงานทางด้านใด การวางแผนจะมีส่วนสาคญั ต่อการทางาน ซ่ึงการวางแผน
(Planing) เป็ นจุดเริ่มต้นในการบริหารงานของนักบริหารทุกคน นักบริหารที่ดีจะตอ้ งคาดคะเนและกาหนด
จุดมุ่งหมายในการปฏิบตั ิงาน ไวเ้ ป็ นการล่วงหนา้ โดยจะทาอะไร กบั ใคร ท่ีไหน เม่ือไร และจาอยา่ งไร ซ่ึงการ
วางแผนในการปฏิบตั ิงาน ควรลาดบั เป็นข้นั ตอน ดงั น้ี
169
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
การลาดบั ข้นั ตอนในการวางแผนการทางาน จะเริ่มตน้ ที่กาหนดจุดมุง่ หมายของการทางาน เมื่อเสร็จสิ้น
แลว้ จึงวางนโยบายและกฎเกณฑท์ ่ีจะทางาน ตลาดจนวางแผนเพื่อเตรียมการในการทางานกล่าวคือ ตอ้ งเตรียม
สถานที่ กาลงั คน วตั ถุดิบ เงินทุด หลงั จากน้นั จึงเนินการตามแผนงานและสรุปผลในการดาเนินงานต่อไป
12.1.2 หลกั การพนื้ ฐานในการถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องจักรกลทั่วไป
ในการถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องจกั รกล หลงั จากท่ีไดต้ ดั สินใจแลว้ วา่ จะตอ้ งมีการถอดประกอบ ไม่
วา่ จะเพอื่ ทาการซ่อม ปรับแต่ง เปลี่ยนชิ้นส่วน ตรวจสภาพ ทาความสะอาด เปลี่ยนสารหล่อล่ืน ฯลฯ ควรจะไดม้ ี
การดาเนินการดงั น้ี
-ศึกษารายละเอียดของส่วนประกอบชิ้นส่วนตา่ งๆ จากคูม่ ือการใชเ้ คร่ืองจกั ร (Maching Manual)
-ตรวจและบนั ทึกสภาพชิ้นส่วนต่างๆ ตลาดจนอุปกรณ์ก่อนทาการถอดประกอบ
-จดั เตรียมและบนั ทึกอุปกรณ์ตา่ งๆ ในการท่ีจะถอดอุปกรณ์ก่อนทาการถอดประกอบ
-เตรียมภาชนะท่ีจะเกบ็ และภาชนะท่ีจดั เรียง และทาความสะอาดชิ้นส่วนตา่ งๆ ใหเ้ ป็นหมวดหมู่
-หากเป็นไปไดค้ วรจดั เตรียมอะไหล่ท่ีจะทาการปรับเปลี่ยนใหค้ รบ
-เตรียมการจดบนั ทึกตาแหน่ง และท่ีอยขู่ องชิ้นส่วนตา่ งๆ เพ่อื ประโยชนใ์ นการถอดประกอบ
12.1.3 การถอดประกอบชิ้นส่วนต่างๆ ของเคร่ืองจักร
โดยในการถอดประกอบชิ้นส่วนกระทาได้ 2 ลกั ษณะ คือ
(1) ถอดประกอบแบบยกชุด
ซ่ึงในส่วนประกอบใดของเคร่ืองจกั ร ที่ตรวจสอบแล้วน้ันมน่ั ใจว่าไม่มีความจาเป็ นตอ้ งแยกย่อยออกเป็ น
ชิ้นส่วนเล็กๆ จึงทาการถอดยกชุด ดงั รูป
รูปท่ี 12.1 การถอดแบบแยกชุด
170
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
ขอ้ ควรปฏิบตั ิ : ส่วนต่าง ๆ ของเคร่ืองจกั รท่ีประกอบจากบริษทั ผูผ้ ลิตย่อยท่ีจะมีเคร่ืองมือในการ
ประกอบที่มีความพร้อมตลอดความชานาญมาก และถูกใชง้ านในสภาพท่ีไดป้ รับตวั เขา้ ท่ีดีแลว้ ดงั น้นั เม่ือไดท้ า
การตรวจสอบอยา่ งมนั่ ใจแลว้ วา่ ไมม่ ีความจาเป็นตอ้ งถอดก็ไมค่ วรถอดชิ้นส่วนน้นั ออกมา
(2) การถอดแบบแยกย่อย
หากส่วนประกอบใดๆ ของเครื่องจกั รซ่ึงมีความจาเป็ นที่ตอ้ งมีการปรับแต่ง เปลี่ยนชิ้นส่วน พฒั นา
ชิ้นส่วน หรือตอ้ งทาความสะอาด จึงทาการถอดทุกชิ้นส่วน เพื่อจุดประสงค์ดงั กล่าวก็ควรมีการ
ถอดแบบแยกยอ่ ย
รูปท่ี 12.2 การถอดชิ้นส่วนแบบแยกชิ้น
171
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
ข้อควรปฏิบตั ิ
-ในกรณีท่ีทาการถอดประกอบชิ้นส่วนแบบแยกย่อย สาหรับเครื่องจกั รที่ไม่มีคู่มือการใช้เคร่ือง
(Machine Manual) แสดงรายละเอียดต่างๆ ของชิ้นส่วน (Part Sections) หากเป็ นไปไดค้ วรมีการสเก็ตภาพหรือ
บนั ทึกตาแหน่งท่ีอยขู่ องชิ้นส่วนต่างๆ โดยตอ้ งกระทาก่อนการถอดท้งั น้ีเพ่ือเป็นการป้ องกนั การผดิ พลาดและให้
เกิดความสะดวกรวดเร็ว
- ในกรณีที่ชิ้นส่วนสามารถกลบั ทางไดท้ ้งั สองดา้ น เช่น นตั ขนั ปรับ ขนั ล็อค ปลอก (Bush) แหวน
เฟื อง ซ่ึงก่อนทาการถอดควรทาเคร่ืองหมายแสดงตาแหน่งทิศทางที่เคยประกอบอยเู่ ดิม ท้งั น้ีเพื่อจะไดป้ ระกอบ
เขา้ ตาแหน่งเดิม เพราะชิ้นส่วนน้นั ๆ ไดร้ ับการเสียดสีและสมั ผสั ในการรับภาระต่างๆ อยแู่ ลว้
12.1.4 ข้นั ตอนการปฏิบตั ิในการซ่อมบารุง
ในการถอดประกอบชิ้นส่วนของเคร่ืองจกั ร นอกจากจะเป็ นการเติมน้ามนั หล่อลื่น การถอดเปลี่ยนซ่อม
บารุงจึงเป็นส่วนสาคญั ในการปฏิบตั ิงาน จาเป็ นตอ้ งมีการวางแผนเพื่อการจดบนั ทึกขอ้ มูลคน้ หาจุดท่ีเป็ นปัญหา
แลว้ จึงสร้างมาตรการแกไ้ ข ซ่ึงมีข้นั ตอนดงั น้ี
-ตรวจสอบสภาพ
-ถอดประกอบชิ้นส่วน
-ทาความสะอาดชิ้นส่วน
-ตรวจสอบวเิ คราะห์ชิ้นส่วน
-วางแผนดาเนินการซ่อม
-ตรวจปรับ
-ปฏิบตั ิการทางสี (ถา้ มี)
-ประกอบเพอ่ื ปรับแนวศนู ย์
-ทดสอบและประเมินผล
1. ตรวจสอบสภาพ
ในการตรวจสอบสภาพของเคร่ืองจกั ร ทาให้สามารถรับทราบว่าเคร่ืองจกั รมีส่วนท่ีชารุด
เพียงใด หรือเม่ือไร (ดงั รูปท่ี 12.3) แสดงแผนภูมิการตรวจสอบวา่ สามารถแบ่งไดเ้ ป็ น 2 ลกั ษณะ คือ การ
ตรวจแบบต่อเน่ือง และการตรวจไม่ต่อเน่ือง ซ่ึงการตรวจแบบต่อเนื่องต้องใช้เครื่องมือและอุปกรณ์และ
สามารถตรวจได้ คือ ตรวจสภาพทว่ั ๆ ไป ตรวจการทางาน ตรวจความปลอดภยั ของเคร่ือง
โดยท่ีการตรวจแบบไมต่ ่อเน่ือง อาจไมจ่ าเป็นตอ้ งใชเ้ คร่ืองมือ เช่น การตรวจสอบดว้ ยสายตากไ็ ด้
172
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 12.3 แผนภูมิการตรวจสอบ
2. ถอดประกอบชิ้นส่วน
ในข้นั ตอนของการถอดประกอบชิ้นส่วนท่ีจะคานึงถึงองคป์ ระกอบตา่ งๆ ดงั น้ี
2.1 การเลือกใชอ้ ุปกรณ์ ซ่ึงควรท่ีจะเลือกเครื่องมือให้ถูกตอ้ งกบั ระบบของเครื่องจกั รน้นั
ดว้ ย เช่น
- ระบบองั กฤษ (หน่วยเป็นนิ้ว ฟุต ฯลฯ)
- ระบบเมตริก (หน่วยเป็นมิลลิเมตร เซนติเมตร ฯลฯ
- ตอ้ งสร้างอุปกรณ์ท่ีจะช่วยในการถอดประกอบ
2.2 การจดั วางชิ้นส่วน ในการจดั วางชิ้นส่วนท่ีไดถ้ อดออกมาแลว้ ตามลาดบั ก่อนหลงั ดงั น้ี
- เครื่องมือในการถอดประกอบควรเรียงใหเ้ ป็ นระเบียบ
- ชิ้นส่วนที่ถูกถอดประกอบควรจดั เรียงใหเ้ ป็นระเบียบ
2.3 การระมดั ระวงั อุบตั ิเหตุที่เกิดข้ึน เป็ นสิ่งที่จาเป็นโดยตอ้ งระมดั ระวงั ท้งั กบั ผทู้ ี่ปฏิบตั ิงาน
และกบั ชิ้นส่วนของเคร่ืองจกั รดว้ ย
โดยท่ีในการถอดประกอบชิ้นส่วน ของเคร่ืองจกั รที่มีคู่มือจะไดท้ าการบอกสัญลกั ษณ์แก่ผถู้ อด
ประกอบโดยสามารถยกตวั อยา่ งได้ ดงั น้ี
173
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
3. ทาความสะอาดชิ้นส่วน
เป็นข้นั ตอนหลงั จากท่ีเราไดท้ าการถอดชิ้นส่วนต่างๆ เป็นท่ีเรียบร้อยโดยมีข้นั ตอน ดงั น้ี
3.1 เช็ด ขดู คราบน้ามนั เก่าออกก่อน
3.2 น้ามนั เก่าที่ไดจ้ ากหัวของเคร่ืองจกั ร หรือห้องเกียร์ ควรนาออกแยกไว้ เพื่อใช้
ประโยชนต์ อ่ ไป
3.3 ลา้ งทาความสะอาด
- ใชน้ ้ามนั ลา้ งทาความสะอาด เช่น น้ามนั โซล่า น้ามนั เบนซิน น้ามนั กา๊ ด
- ลมเป่ า ชิ้นส่วนใหแ้ หง้
- ชะโลมน้ามนั กนั สนิม
3.4 จดั วางชิ้นส่วนและเคร่ืองมือใหเ้ ป็นระเบียบ
3.5 กรองน้ามนั ที่ใชแ้ ลว้ เพือ่ ที่จะไดใ้ ชใ้ นโอกาสต่อไป
4. ตรวจสอบวเิ คราะห์ชิ้นส่วน
โดยในการตรวจสอบวิเคราะห์ชิ้นส่วนกบั เครื่องจกั ร ท่ีมีคู่มือเครื่องจกั รในชิ้นส่วนบางชิ้นจะ
มีลญั ลกั ษณ์ ซ่ึงแสดงการตรวจสอบ (Inspect) คือ รูปดวงตา
ซ่ึงสามารถท่ีจะแบง่ สาเหตุของการชารุดได้ 2 ลกั ษณะ คือ
4.1 สาเหตุเบ้ืองตน้ : มาจาก
- ลกั ษณะของเคร่ืองท่ีไมเ่ อ้ืออานวยต่อการใชง้ าน
- การใชง้ านของผปู้ ฏิบตั ิ (คน)
-สภาพแวดลอ้ มในการติดต้งั เครื่องจกั ร
174
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
4.2 จากผผู้ ลิต : มาจาก
- เครื่องจกั รท่ีออกแบบมาสลบั ซบั ซอ้ น ขาดซ่ึงขอ้ มูลในการใชง้ านท่ีถูกตอ้ ง แบบท่ีใช้
ในการสร้างไมส่ มบรู ณ์
- การผลิตเคร่ืองจกั รมีกรรมวิธีในการผลิตที่ไม่เรียบร้อย เก็บรายละเอียดต่างๆ ไม่ดี
วสั ดุท่ีใชใ้ นการผลิตไม่ไดค้ ุณภาพ
- การใช้งาน เป็ นอีกสาเหตุหน่ึงท่ีทาให้เคร่ืองจกั รชารุด เพราะใช้ไม่ถูกวิธี ขาดการ
บารุงรักษาตามวาระอนั ควร
ข้นั ตอนการปฏบิ ตั ิเม่อื รู้อาการชารุดของเคร่ืองจักร
จากแผนภมู ิ เมื่อรู้การช ารุดของเคร่ืองท่ีแสดงขา้ งตน้ ไดบ้ อกถึงลกั ษณะข้นั ตอนในการปฏิบตั ิพอสรุป
ได้ ดงั น้ี คือ (1) เม่ือพบสาเหตุของการขดั ขอ้ งของเคร่ืองจกั ร (2) จึงแจง้ แก่ผทู้ ี่รับผดิ ชอบ (3) เพื่อหาสาเหตุ
ของอาการที่แสดงออกมา ซ่ึงถา้ อาการที่แสดงออกมาไม่ชดั เจนก็ตอ้ งตรวจหาอาการท่ีเกิดการช ารุด แต่ถา้ สาเหตุ
ของอาการแสดงชดั เจน (4) จึงตดั สินใจวางแผนแกไ้ ข
โดยท่ีในการแกไ้ ขซ่อมแซมก็จะตอ้ งมีแผนงานที่เตรียมรองรับไวเ้ ช่นเดียวกนั ว่าจะมีข้นั ตอนในการ
ถอด ประกอบอยา่ งไร ชิ้นส่วนใดที่จะตอ้ งสัง่ มาเปลี่ยน หรือชิ้นส่วนใดท่ีตอ้ งท าการผลิตข้ึนเองก็จะตอ้ งหา
แผนงานมาหรือร่างแผนข้ึนมา ถา้ ไม่มีก็ตอ้ งถ่ายภาพหรือหาของจริงมาเป็ นตน้ แบบในการผลิตชิ้นส่วนน้นั ข้ึนมา
เปล่ียน
เม่ือวางแผนการแกไ้ ขแลว้ (5,6,7) ก็แสดงสัญญาณหรือแสดงสัญลกั ษณ์ในการแกไ้ ข พร้อมท้งั ปิ ดหรือ
ดบั กระแสไฟฟ้า รวมถึงการกัน้ บรเิ วณที่จะซอ่ มแซมเพือ่ ป้องกนั บุคคลอืน่ จะมาในบรเิ วณทีเ่ ครอื่ งจกั รท างาน
175
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
หรือ (8) ป้ องกนั มิให้เครื่องจกั รทางานต่อไป เน่ืองจากการชารุดให้มากข้ึนกว่าเดิม และ (9) ทาการประกอบ
ปรับ-ต้งั เคร่ืองจกั รใหเ้ ครื่องจกั ร (10) สามารถทางานไดต้ ามปกติ
5. วางแผนดาเนินการซ่อม
จากท่ีไดก้ ล่าวไวเ้ ม่ือพจิ ารณาแลว้ วา่ จะทาการซ่อมแซมชิ้นส่วนเคร่ืองจกั ร จึงมาวางแผนการซ่อม
-การถอด
-การประกอบ
-การผลิตชิ้นส่วนเองถา้ ตอ้ งมีความจาเป็น
6. ตรวจปรับ
เม่ือดาเนินการซ่อมแลว้ จะตอ้ งตรวจปรับอุปกรณ์นาเขา้ ประกอบกบั เคร่ืองจกั รอีกคร้ังหน่ึง
เพ่ือเป็ นการให้แน่ใจวา่ ชิ้นส่วนน้นั ๆ ไดค้ ุณภาพหรือไม่ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งชิ้นส่วนท่ีทาการผลิตข้ึน
เอง ซ่ึงในการผลิตชิ้นส่วนเองน้นั ควรท่ีจะพจิ ารณาถึง
-เคร่ืองจกั รกลหรือเคร่ืองมือในการผลิตตอ้ งพร้อมและละเอียดแม่นยา
-วสั ดุที่นามาใชใ้ นการผลิตตอ้ งไดค้ ุณภาพ มีอายกุ ารใชง้ านที่ยาวนานพอสมควร
-ผูป้ ฏิบตั ิงานตอ้ งมีความรู้ความสามารถเพียงพอ มีฝี มือที่ดีเพราะจะตอ้ งทาการผลิตชิ้นส่วน
ข้ึนมาใหม่
-จะตอ้ งใช้เวลาในการทาชิ้นส่วนหรือปฏิบตั ิงานท่ีพอสมควรแก่งานไม่นานเกินไปทาให้มี
ผลกระทบทางการเงินอีกดว้ ย
-คา่ ใชจ้ ่ายในส่วนของเวลาทางาน คา่ อุปกรณ์ตอ้ งคุม้ ค่า ตลอดจนคุณภาพท่ีดีกวา่ การสัง่ อะไหล่
จากโรงงานผผู้ ลิตโดยตรง
7. ปฏิบตั ิการทางสี (ถ้ามี)
เมื่อผลิตชิ้นส่วนไดแ้ ลว้ หรือส่งั ชิ้นส่วนมากต็ าม ตอ้ งมาปฏิบตั ิเก่ียวกบั สี อาจกระทาไดโ้ ดย
- เตรียมผวิ
ขดั สีเก่าทิ้งท้งั หมด
ขดั แต่งเฉพาะผวิ ชารุด
เช็ดทาความสะอาด
- ชุบโครเมียม
- ทาสี
-พน่ สี
8. ประกอบเพอ่ื ปรับแนวศูนย์
การถอดประกอบชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลทวั่ ๆไ ตอ้ งมีการปรับเพ่ือหาแนวศูนย์ เพราะเคร่ืองจกั ร
ตอ้ งมีประสิทธิภาพ เช่น การปรับแนวศนู ยเ์ ครื่องกลึง
176
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
- ตรวจปรับดว้ ยการร่วมศนู ยห์ วั เครื่องกบั ศนู ยท์ า้ ยแทน่
รูปท่ี 12.4 การตรวจสอบศนู ยห์ วั ทา้ ยเคร่ืองกลึง
- ตรวจปรับท่ีขีดดา้ นหลงั แทน่ ยนั ศูนย์
รูปที่ 12.5 การปรับศนู ยท์ า้ ยแทน่
- ปฏิบตั ิการกลึงและวดั
รูปที่ 12.6 การทดสอบศนู ยด์ ว้ ยการกลึง
177
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
- ใชแ้ ท่นตรวจสอบ (Test Bar) กบั นาฬิกาวดั (Dial Indicator)
รูปท่ี 12.7 การตรวจสอบดว้ ยแทง่ ตรวจสอบและนาฬิกาวดั
12.2 การเตรียมข้อมูลในการถอดประกอบชิ้นส่วน
ในการถอดประกอบชิ้นส่วน การเตรียมขอ้ มูลมีความจาเป็ นอย่างมากก่อนการตดั สินใจซ่อมบารุง
เคร่ืองจกั ร โดยแบ่งขอ้ มลู ไดด้ งั น้ี
12.2.1. ข้อมูลที่ไม่แน่นอน หมายถึงข้อมูลที่ไม่ทราบว่าจะเกิดข้ึนมาก่อนหรือเกิดข้ึนโดยไม่คาด
ล่วงหนา้ เช่น
- เครื่องจกั รเกิดการเสียหาย ไมส่ ามารถท่ีจะทราบล่วงหนา้ เพราะขอ้ มูลเสียหายสามารถนาเป็ น
บทเรียนเพื่อคาดการณ์ความเสียหายคร้ังตอ่ ไป
- ขาดแคลนอะไหล่ ถ้ามาทราบเหตุการณ์ล่วงหน้าว่าชิ้นส่วนไหนเสีย ไม่สามารถจดั เก็บ
อะไหล่สารองไวไ้ ด้ เมื่อตอ้ งการซ่อม
- งบประมาณ ไม่สามารถจดั เตรียมไวไ้ ด้ ทาใหเ้ กิดผลกระทบตอ่ การซ่อมบารุง
- ความรับผิดชอบ เม่ือไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าว่าชิ้นส่วนใดชารุด ผูค้ วบคุมควรตรวจ
ตราตลอดเวลา
12.2.2. ข้อมูลทแ่ี น่นอน หมายถึงขอ้ มูลท่ีไดม้ ีการจดั เตรียมล่วงหนา้ ไวแ้ ลว้ เช่น
- คู่มือเครื่องจกั ร ซ่ึงบริษทั ผูผ้ ลิตจะบอกรายละเอียดต่างๆไว้ เช่นคู่มือทางเทคนิค วิธีการซ่อม
บารุงรักษา ฯลฯ
- บนั ทึกความเสียหายของเคร่ืองจกั ร รู้ไดจ้ ากขอ้ มูลบนั ทึกการบารุงรักษา
- งบประมาณการซ่อมบารุง ที่ไดม้ ีการกาหนดไวช้ ดั เจน โดยทวั่ ไปกาหนดไวท้ ี่ 7% ของราคา
เครื่องจกั ร
- ขอ้ มูลผผู้ ลิต ตอ้ งทราบที่อยเู่ พ่ือใชใ้ นการติดต่อเพื่อการซ่อมบารุงหรือการจดั ซ้ืออะไหล่
12.2.3. การรวบรวมข้อมูล จะตอ้ งมีการรวบรวมขอ้ มลู ในการซ่อมบารุง ซ่ึงแยกเป็นประเภทต่างๆดงั น้ี
- ขอ้ มูลทางเทคนิค ไดแ้ ก่ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั การใชเ้ คร่ืองจกั ร ประสิทธิภาพของเครื่องจกั ร เช่น
ความเร็วรอบ ก าลงั ของเครอื่ ง
178
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
- ขอ้ มลู ทางโครงสร้างของเคร่ืองจกั ร ไดแ้ ก่ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั ชิ้นส่วน รายการอะไหล่
- ข้อมูลการบารุงรักษา ได้แก่ ข้อมูลที่จดบันทึกจากการซ่อมบารุง จานวนคร้ัง วิธีการ
บารุงรักษา ชิ้นส่วนที่เปลี่ยน
- ขอ้ มูลการจดั การ ไดแ้ ก่ ขอ้ มูลการบริหาร เช่นการต้งั งบประมาณในการซ่อมบารุง อะไหล่
ผรู้ ับผดิ ชอบรวมท้งั ระยะเวลา
12.3. ชนิดของเครื่องมอื และอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องกล
เครื่องมือและอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องกลซ่ึงใชก้ นั อยเู่ ป็นประจาทุกวนั มี
หลายอยา่ ง ดงั น้ี
12.3.1 เครื่องมือทั่วไป (HAND TOOLS) เครื่องมือทั่วไปที่จาเป็ นต้องใช้ในการถอดประกอบ
ชิ้นส่วนเครื่องกลมีหลายอย่าง เช่น ประแจชนิดต่าง ๆ ไขควงชนิดต่าง ๆ คีมชนิดต่าง ๆ ค้อนชนิดต่าง ๆ
ปากกาจบั งาน เหล็กดูด และเหล็กส่ง (PIN PUNCH) เป็ นต้น ซ่ึงเครื่องมือและอุปกรณ์แต่ละอย่างมี
รายละเอียด ดงั น้ี
12.3.1.1 ประแจชนิดต่าง ๆ ประแจท่ีใชใ้ นการถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องกลประกอบไปดว้ ย
ประแจปากตาย ประแจแหวน ประแจเล่ือน ประแจบล็อก และประแจหกเหล่ียม ซ่ึงประแจแต่ละอยา่ งใชท้ า
หนา้ ท่ีในการข้นั สกรูเพอื่ ถอดหรือประกอบชิ้นส่วนเครื่องกล ดงั รูป
รูปท่ี 12.8 ประแจปากตาย
รูปท่ี 12.9 ประแจแหวน
รูปท่ี 12.10 ประแจเลื่อน
179
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปที่ 12.11 ประแจบล๊อก
รูปท่ี 12.12 ประแจหกเหลี่ยม
12.3.1.2 ไขควงชนิดต่าง ๆ ไขควงที่ใช้ในการถอดประกอบชิ้นส่วนเคร่ืองกลมีหลายแบบ
ข้ึนอย่กู บั การใช้งาน แต่ละชนิดมีหน้าที่ในการขนั ถอดประกอบสกรูที่มีขนาดเล็ก เช่น ไขควงปากแบน ไข
ควงปากแฉก และไขควงปลายท้งั สองสลบั กนั ดงั รูป
รูปท่ี 12.13 ไขควงปากแบน
รูปที่ 12.14 ไขควงปากแฉก
180
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
รูปท่ี 12.15 ไขควงปลายท้งั สองสลบั กนั
12.3.1.3 คีมชนิดต่าง ๆ คีมที่ใชเ้ ป็ นเครื่องมือในการถอดประกอบชิ้นส่วนเคร่ืองกลใชส้ าหรับ
ช่วยในการจบั ยดึ ชิ้นส่วนเคร่ืองกล คีมแต่ละชนิด ไดแ้ ก่ คีมปากผสม คีมปากจิ้งจก คีมตดั และคีมล็อก ดงั
รูป
รูปที่ 12.16 คีมปากผสม
รูปท่ี 12.17 คีมปากจิง้ จก
รูปที่ 12.18 คีมตดั
รูปท่ี 12.19 คีมล็อก
181
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
12.3.1.4 ค้อนชนิดต่าง ๆ คอ้ นท่ีใช้ในการถอดประกอบชิ้นส่วนเคร่ืองกลมีหลายอยา่ งแต่ละ
อยา่ งทาหนา้ ที่ในการตอกชิ้นส่วน คอ้ นแต่ละชนิด ไดแ้ ก่ คอ้ นหวั อ่อน ใชใ้ นการประกอบชิ้นส่วน เพื่อไม่ให้
ผวิ ชิ้นงานเป็นรอย คอ้ นหวั แขง็ ใชใ้ นการถอดประกอบชิ้นส่วนท่ีมีความแขง็ แรงมาก ๆ ดงั รูป
รูปท่ี 12.20 คอ้ นหวั อ่อนทาจากยางและพลาสติก
รูปที่ 12.21 คอ้ นหวั กลมทาจากโลหะ
รูปท่ี 12.22 คอ้ นหวั ตรงที่ทาจากโลหะ
182
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
รูปที่ 12.23 คอ้ นหวั ตดั ที่ทาจากโลหะ
รูปที่ 12.24 คอ้ นงานไมท้ ี่ทาจากโลหะ
12.3.1.5 ปากาจับงาน เป็นอุปกรณ์ที่ใชใ้ นการจบั ชิ้นส่วนเคร่ืองกล หลงั จากที่ถอดชิ้นส่วนตา่ ง
ๆ ออกมาแลว้ เพื่อตอ้ งการปรับแกโ้ ดยใชป้ ากาจบั งานช่วยจบั ชิ้นส่วนน้นั ๆ ปากกาจบั งานมีลกั ษณะ ดงั รูป
รูปที่ 12.25 ปากกาจบั งาน
183
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
12.3.1.6 เหล็กดูด เป็ นเครื่องมือท่ีใช้สาหรับถอดชิ้นส่วนเคร่ืองกลจาพวก เช่น ถอดเฟื อง
ถอดแบร่ิงลูกปื น ถอดพลู เลย์ มีหลายแบบ เช่น แบบที่ใชแ้ รงกระแทก ดงั รูป
รูปท่ี 12.26 เหล็กดูดแบบเกลียวข้นั
รูปท่ี 12.27 เหลก็ ดูดแบบกระแทก
12.3.1.7 เหล็กส่ง (PIN PUNCH) เหล็กส่งเป็ นเคร่ืองมือที่ใชใ้ นการส่งสลกั พินหรือลิ่มออก
จากเพลา มีหลายขนาดข้ึนอยกู่ บั การใชง้ าน ดงั รูป
รูปท่ี 12.28 ลกั ษณะของเหล็กส่ง (PIN PUNCH)
12.4 วธิ กี ารใช้เครื่องมอื และอปุ กรณ์ถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องกล
เคร่ืองมือและอุปกรณ์แตล่ ะชนิดมีวธิ ีการใชใ้ หส้ อดคลอ้ งกบั ชิ้นส่วนเคร่ืองกลดงั น้ี
184
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
12.4.1 ประแจชนิดต่าง ๆ ประแจท่ีใชถ้ อดประกอบชิ้นส่วนเคร่ืองกลที่ใชก้ นั อยทู่ ง่ั ไปมี 2 ระบบ คือ
ระบบเมตริก มีหน่วยวดั เป็ นมิลลิเมตร แต่ภาษาทอ้ งตลาดเรียกวา่ ประแจเบอร์ เช่น ประแจระบบองั กฤษ มี
หน่วยวดั เป็ นนิ้ว ภาษาจะตอ้ งตลาดจะเรียกว่าประแจนิ้ว ดงั น้นั วิธีการใชจ้ ะตอ้ งใช้ให้ถูกกบั ระบบน้นั ๆ เช่น
ตอ้ งการจะถอดประกอบสกรูระบบเมตริก M.10 ตอ้ งใชป้ ระแจระบบเมตริก จะทาให้หวั ของสกรูไม่เกิดการ
เสียหายได้ ห้ามใชป้ ระแจระบบองั กฤษมาใชแ้ ทนเป็ นอนั ขาด ไม่วา่ จะเป็ นประแจท่ีขนั ภายนอกหรือภายในก็
ตาม
12.4.2 ไขควงชนิดต่าง ๆ ในการใชไ้ ขควงตอ้ งใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั ขนาดของสกรู ใหถ้ ูกตอ้ งกบั หวั ของ
สกรูที่ผา่ นมา เช่น หากสกรูผา่ หวั มาแบบสี่แฉกตอ้ งใชไ้ ขควงสี่แฉก หากหวั สกรูผา่ ตรงใหใ้ ชไ้ ขควงปากแบน
และตอ้ งเป็นขนาดท่ีเหมาะสมกบั สกรูทุกคร้ัง
12.2.3 คีมชนิดต่าง ๆ ในการใชค้ ีมเพื่อถอดประกอบชิ้นส่วนเครื่องกลมีความจาเป็ นอยา่ งมากที่ตอ้ งให้
ถูกตอ้ งและเหมาะสมกบั ชิ้นส่วนน้นั ๆ ไมเ่ ช่นน้นั แลว้ ชิ้นส่วนที่ผา่ นการถอดประกอบจะเป็ นรอยตาหนิได้ การ
ใชค้ ีมเพอื่ ถ่างแหวนแต่กลบั ใชค้ ีมแบบปากผสมแทนจะทาใหผ้ วิ ของแหวนรองเป็นรอยได้
12.4.4 ค้อนชนิดต่าง ๆ ในการใชค้ อ้ นเพื่อการถอดประกอบชิ้นส่วนเคร่ืองกลก็มีความสาคญั เช่นกนั
หากใชค้ อ้ นไมถ่ ูกตอ้ งและเหมาะสมอาจทาใหช้ ิ้นส่วนที่ถอดประกอบเป็นรอยเยนิ ไดห้ รืออาจผิดรูปทรงไปเลยก็
ได้ เช่น ในการถอดประกอบแบริ่งลูกปื นแต่ใชค้ อ้ นหวั แขง็ ในการตอก ประกอบจะทาใหผ้ วิ ของแบริ่งลูกปื นเป็ น
รอยไม่สามารถประกอบเขา้ กนั ได้ จะตอ้ งใชค้ อ้ นหัวอ่อนเท่าน้นั ส่วนขนาดความโตของคอ้ นก็มีความสาคญั
เช่นกนั การถอดประกอบชิ้นส่วนบางชิ้นใชค้ อ้ นท่ีมีความโตมากไม่ได้
12.4.5 ปากกาจับงาน เป็นอุปกรณ์ช่วยในการจบั ชิ้นส่วนเครื่องกลในการประกอบหรือปรับแต่งขณะที่
อยภู่ ายนอก สิ่งสาคญั ขณะบีบจบั ชิ้นส่วนควรใชโ้ ลหะอ่อนมารองตรงส่วนปากของปากกาจบั งานทุกคร้ังเพื่อ
ป้ องกนั ผวิ ชิ้นส่วนเป็นรอย
12.4.6 เหลก็ ดูด ในการถอดประกอบชิ้นส่วนเคร่ืองกล เหล็กดูดมีความจาเป็นมากใชส้ าหรับถอดเฟื อง
พลูเลย์ แบริ่งออกจากเพลา มีท้งั แบบเกลียวหมุนถอดออก และแบบกระแทกถอดออกวธิ ีการถอดใชข้ าของตวั
เหล็กดูดเก่ียวกบั ขอบของเฟื องหรือพลูเลยแ์ ลว้ ข้นั เกลียวให้แกนของเหล็กดูดไปดนั ให้เฟื องหรือพลูเลยถ์ อย
ออกมา
12.5 วธิ กี ารถอดประกอบชิ้นส่วนเคร่ืองกล
ชิ้นส่วนเคร่ืองกลแต่ละชนิดมีการถอดประกอบท่ีแตกต่างกนั ออกไปตามแต่ชิ้นส่วนน้นั ๆ ที่
ประกอบอยกู่ บั เครื่องจกั รกลแตล่ ะชนิด แตโ่ ดยภาพรวมทว่ั ไปชิ้นส่วนแตล่ ะชิ้นจะตอ้ งถอดประกอบดงั น้ี
12.5.1 โบลต์และนัต การถอดประกอบโบลต์และนัตโดยทว่ั ไปจะใช้ประแจชนิดต่างๆ ในการถอด
ประกอบ หากเปน็ เกลียวปกติในการถอดจะตอ้ งขนั ประแจให้หมุนทวนเขม็ นาฬิกา ด้วยแรงที่พอเหมาะ
185
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
12.5.2 เพลา การถอดเพลาโดยทวั่ ไปจะใช้ประแจขนั แท่งยึดเพลาออกจากเครื่องจกั รกลหรือหากเป็ น
เพลาที่ประกอบดว้ ยหวั เพลาเรียว หรือหวั เพลาแบบสไปลน์ การถอดตอ้ งใชแ้ รงดึงหรือแรงกระแทกส่วนการ
ประกอบก็ใส่กลบั เขา้ ไปตามเดิมหรือตามลกั ษณะของหวั เพลา
12.5.3 ลิ่ม การถอดล่ิมอาจใช้เหล็กส่ง ใช้คีมในการถอดออก ส่วนการประกอบโดยการใช้เหล็กส่ง
หรือหวั อ่อนท าการประกอบ
12.5.4 รองลืน่ การถอดรองลื่นข้ึนอย่กู บั แบบของรองลื่นหากเป็ นแยกชิ้นก็สามารถใชป้ ระแจถอดได้
แต่หากเป็ นแบบชิ้นเดียวตอ้ งใช้เหล็กดูดท าการถอด ส่วนในการประกอบใช้ประแจและใช้คอ้ นหัวอ่อนช่วย
ประกอบ
12.5.5 ตลบั ลูกปื น ในการถอดตลบั ลูกปื นตอ้ งใชเ้ หล็กดูดเพื่อถอดตลบั ลูกปื นออกจากเพลา เม่ือตอ้ งใช้
คอ้ นหวั อ่อนช่วยในการประกอบ
12.5.6 เฟื อง ในการถอดเฟื องตอ้ งใชเ้ หล็กดูดถอดออกจากเพลา เมื่อตอ้ งการประกอบกลบั เขา้ ที่เดิมให้
ใชค้ อ้ นหวั อ่อนช่วยในการประกอบ
12.5.7 สายพาน ในการถอดสายพานตอ้ งใชป้ ระแจขนั แท่นยึดพูลเลยใ์ ห้หยอ่ นแลว้ จึงใชม้ ือหมุนปลด
สายพานออกจากพูลเลย์ เม่ือตอ้ งการประกอบท าโดยการใส่สายพานเขา้ ไปในร่องของพูลเลยต์ รวจต าแหน่งให้
ตรง แลว้ ขนั สกรูดึงยดึ ฐานพลู เลยใ์ หต้ ึงตามท่ีตอ้ งการดว้ ยประแจ
12.5.8 พลู เลย์ การถอดประกอบพลู เลยท์ าเช่นเดียวกบั การถอดประกอบเฟื องและตลบั ลูกปื น
12.5.9 ลูกเบีย้ ว การถอดประกอบลูกเบ้ียวตอ้ งใชป้ ระแจช่วยในการถอดข้ึนอย่กู บั ลกั ษณะของลูกเบ้ียว
แตล่ ะชนิด
12.5.10 คลัตช์ การถอดประกอบคลตั ช์ตอ้ งใชป้ ระแจ เหล็กส่ง คีมชนิดต่าง ๆ ไขควงช่วยในการถอด
ประกอบ ข้ึนอยกู่ บั ชนิดและความซบั ซอ้ นของคลตั ชช์ นิดน้นั ๆ
12.5.11 เบรก การถอดประกอบเบรกตอ้ งใชป้ ระแจ คีม ไขควง เหล็กส่ง ช่วยในการถอดประกอบ
ขึน้ อยกู่ บั ความซบั ซอ้ นของระบบเบรกชนิดนน้ั ๆ เช่นกนั
186
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 13
การบารุงรักษาชิ้นส่ วนเครื่องกล
สาระสาคญั
การจดั ระบบและการควบคุมและใหเ้ ครื่องจกั รทางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ตามความสามารถของ
เครื่องจกั ร ที่ออกแบบมาน้นั ตอ้ งอาศยั การซ่อมรักษาท่ีดี การใชเ้ คร่ืองจกั รอยา่ งถูกวธิ ี การดูแลรักษาในดา้ นความ
สะอาด การหล่อลื่น และการซ่อมบารุงตามปกติ นบั เป็ นปัจจยั สาคญั อยา่ งยงิ่
13.1 ความหมายของการบารุงรักษา ชิ้นส่วนเครื่องกล
การบารุงรักษา หมายถึงการกระทาซ่ึงช่วยใหช้ ิ้นส่วนเครื่องจกั รกลสามารถใชง้ านได้ ปราศจาก
ขอ้ ขดั ขอ้ ง และมีอายกุ ารใชง้ านไดย้ าวนานโดยวธิ ีการดงั น้ี คือ
13.1.1 ช่วยเหลือบารุงรักษาชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลใหใ้ ชง้ านไดต้ ามหนา้ ท่ี และเป็ นไปตามกาหนดเวลาโดย
ไมข่ ดั ขอ้ ง และมีการสึกหรอนอ้ ยท่ีสุดเทา่ ที่จาเป็นเทา่ น้นั
13.1.2 ช่วยปรับแต่งชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รซ่ึงเริ่มมีการสึกหรอใหก้ ลบั คืนสู่สภาพเดิมใหม้ ากท่ีสุดเทา่ ที่จะทา
ได้
13.1.3 ช่วยปรับแต่งหรือเปลี่ยนชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลบางชิ้นซ่ึงสึกหรอมาก และปรับแต่งใหส้ ามารถให้
ใชง้ านไดใ้ นสภาพเดิมไดโ้ ดยใหส้ ึกหรอนอ้ ยท่ีสุด และไม่แตกหกั ชารุดขณะเคร่ืองจกั รกลกาลงั ทางาน
การบารุงรักษาชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลน้นั ปกติจะทาตามระยะเวลาที่ใชง้ านของเครื่องจกั รกลน้นั ๆ
ระยะเวลาของการบารุงรักษาและวธิ ีการ ตาแหน่ง วสั ดุท่ีใชส้ าหรับเครื่องจกั รกลแตล่ ะชนิดจะกาหนดไวใ้ น
คู่มือของเครื่องจกั รกลน้นั ๆ ซ่ึงผรู้ ับผดิ ชอบในการดูแลบารุงรักษาจะตอ้ งปฏิบตั ิโดยเคร่งครัดจึงจะไดผ้ ลตามท่ี
มุง่ หมาย
13.2 วธิ ีการระวงั รักษาชิ้นส่วนเครื่องจักรกลแบบป้ องกนั
วธิ ีการบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองแบบป้ องกนั สามารถแบ่งออกได้ 2 ประการ คือ
ประการที่ 1 การระวงั รักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลแบบป้ องกนั คือ การตรวจสอบสภาพชิ้นส่วน
เคร่ืองจกั รกลในโรงงาน เพือ่ ใหท้ ราบวา่ สภาพของชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลเหล่าน้นั มีการชารุดเสียหาย หรือสึก
หรอเร็วเกินไปบางหรือไม่
ประการท่ี 2 การดูแลรักษาโรงงานเพื่อไมใ่ หม้ ีขอ้ บกพร่องเกิดข้ึน หรือปรับแต่งซ่อมชิ้นส่วน
เครื่องจกั รกลใหใ้ ชง้ านไดก้ ่อนที่จะชารุดเสียหายมากไปกวา่ เดิม งานดูแลเหล่าน้ีตอ้ งเอาใจใส่เป็นพิเศษในการ
บารุงรักษาใหเ้ ครื่องจกั รกลสามารถใชง้ านไดอ้ ยใู่ นสภาพดี
โรงงานอุตสาหกรรมทวั่ ๆ ไปจาเป็นตอ้ งมีการบารุงชิ้นเครื่องจกั รกลแบบป้ องกนั ยงิ่ เป็ นโรงงานที่มีการ
187
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
ใชเ้ คร่ืองจกั รกลมาก ๆ กต็ อ้ งการบารุงรักษาแบบป้ องกนั ใหม้ ากตามไปดว้ ยเพราะหากเครื่องจกั รกลตวั ใดเกิด
ชิ้นส่วนชารุดเสียหายทาใหก้ ารใชง้ านหยดุ ชงกั จะทาให้รายไดล้ ดลงการบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลแบบ
ป้ องกนั จะช่วยลดการชารุดเสียหายของเครื่องจกั รกล ไดม้ ากการบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รท่ีดี หมายถึง การ
ทาแผนงานการบารุงรักษาที่มีการฝึกอบรมใหก้ บั เจา้ หนา้ ท่ีบุคลากรผใู้ ชเ้ คร่ืองจกั รกลเหล่าน้นั ใหร้ ู้จกั วธิ ีการใช้
และวธิ ีการใชแ้ ละวธิ ีการตรวจสอบที่ดี
ข้อดขี องการบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจักรกลแบบป้ องกนั มดี ังนี้
1. ทาใหไ้ มเ่ สียเวลาการใชง้ านของเครื่องจกั รกลท่ีเกิดจากเคร่ืองจกั รกลชารุด
2. ไมต่ อ้ งมีการทางานนอกเวลา เพราะวา่ การระวงั หรือบารุงรักษาชิ้นส่วนเครื่องจกั รกล
ไวก้ ่อนแลว้ การชารุดเสียหายก็มีนอ้ ย
3. ประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายในการซ่อมบารุง ประหยดั แรรงงาน ประหยดั ชิ้นส่วนอีกดว้ ย
4. ทาใหผ้ ลผลิตที่จะเกิดการเสียหายมีนอ้ ยลง ทาใหก้ ารควบคุมคุณภาพดีข้ึน เพราะวา่ เคร่ืองจกั รกลไดร้ ับ
การบารุงรักษาอยตู่ ลอดเวลา
5. ทาใหเ้ คร่ืองจกั รกลมีอายกุ ารใชง้ านไดย้ าวนานมากข้ึนไม่ตอ้ งเปล่ียนเครื่องจกั รบอ่ ย ๆ เป็นการประหยดั
6. ไมจ่ าเป็นตอ้ งมีเคร่ืองจกั รสารองไวม้ ากเป็นการประหยดั ค่าใชจ้ ่ายในการลงทุน
7. สามารถบอกไดว้ า่ อะไรเป็ นส่วนท่ีทาใหต้ อ้ งมีการซ่อมบารุงเคร่ืองจกั รกล เช่น การใชง้ านไมถ่ ูกวธิ ี ใช้
งานแบบไม่ระมดั ระวงั
8. ทาใหส้ ามารถจดั เตรียมอะไหล่ หรือ ชิ้นส่วนประกอบบางชิ้นไวล้ ่วงหนา้ และสามารถควบคุมรายการ
วสั ดุได้
9. บุคคลท่ีปฏิบตั ิงานใชเ้ ครื่องจกั รจะไดร้ ับความปลอดภยั เป็นการประหยดั ค่าใชจ้ ่ายใหท้ างโรงงานอนั
เน่ืองจากการเกิดอุบตั ิเหตุ
13.3 เทคนิคการบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจักรกล
การบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกล หมายถึง กระบวนการปฏิบตั ิงานการบารุงรักษาเครื่องจกั ร
ใหส้ ามารถพร้อมใชง้ านไดเ้ ต็มที่อยเู่ สมอ รวมถึงการวางแผนการดาเนินการซ่อมบารุงรักษาท่ีดี เพราะ
ปัจจุบนั โรงงานอุตสาหกรรมมีเคร่ืองจกั รกลที่ใชง้ านมากมายหลายชนิดหากขาดการจดั กระบวนการ
บารุงรักษาที่ดีจะทาใหป้ ระสิทธิภาพในการผลิตลดต่าลง
ปัจจุบนั การออกแบบเครื่องจกั รกลน้นั สลบั ซับซ้อนและมีสิทธิภาพสูงเพื่อความจาเป็ นหลายๆ
ดา้ น เช่น การลงทุนต่า ลดจานวนแรงงาน เพื่อใหก้ ารทางานที่ต่อเนื่องมีประสิทธิภาพสูงดงั น้นั การควบคุม
เครื่องจกั รกลใหม้ ีประสิทธิภาพสูงจึงมีความจาเป็นมาก สิ่งตา่ งๆ เหล่าน้ีคือ วธิ ีการบารุงรักษาที่ดี เช่น
o การใชเ้ คร่ืองจกั รกลอยา่ งถูกวธิ ี
o มีความรู้ความสามารถซ่อมปรับแตง่ ไดเ้ อง
o การเลือกใชน้ ้ามนั หล่อลื่นท่ีมีประสิทธิภาพ
188
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนยี บัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
o การดูแลรักษาและเอาใจใส่เก่ียวกบั การรักษาความสะอาด
o การดูแลบารุงรักษาตามอายกุ ารใชง้ านของชิ้นส่วนต่างๆ
13.4 สาเหตุทที่ าให้ชิ้นส่วนเครื่องจักรกลเสื่อม
เครื่องจกั รกลหรือชิ้นส่วนใดก็ตามไม่ว่าจะใช้งานหรือไม่ใช้งานก็ตามยอ่ มเกิดการเสื่อมสภาพเป็ น
ธรรมดา ส่วนจะเสื่อมสภาพมากหรือนอ้ ยข้ึนอย่กู บั ปฏิกิริยาต่าง ๆ ท่ีส่งผลกระทบการเสื่อมสภาพอนั เกิดจาก
สาเหตุใหญ่ ๆ 2 ประการ คือ
13.4.1 การเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ ไดแ้ ก่
13.4.1.1 การใชง้ านเป็นระยะเวลานาน
13.4.1.2 การชารุดของเน้ือวสั ดุ
13.4.1.3 การเก่าแก่ของเคร่ืองจกั รกล
13.4.1.4 การสึกหรอโดยการเสียดสีซ่ึงเกิดจากวสั ดุของชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลเอง
13.4.1.5 เสื่อมสภาพอนั เนื่องมาจากภยั ธรรมชาติ
13.4.1.6 สึกหรออนั เกิดจากสารเคมี
13.4.1.7 สึกหรออนั เกิดจากวสั ดุกดั กร่อนอื่น ๆ เช่น สารหล่อลื่น สารหล่อเยน็ เป็นตน้
13.4.2 การเสื่อมสภาพโดยเกิดจากการเกดิ อบุ ัตเิ หตุ ไดแ้ ก่
13.4.2.1 การใชเ้ คร่ืองจกั รกลไม่ถูกวธิ ี
13.4.2.2 การใชเ้ ครื่องจกั รกลโดยความประมาทของผปู้ ฏิบตั ิงาน
13.4.2.3 การขาดการดูแลบารุงรักษาอยา่ งถูกวธิ ี
13.5 วธิ ีการวางแผนการบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจักรกล
การบารุงรักษาชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลใหไ้ ดผ้ ลสูงสุดกต็ ่อเมื่อมีการวางแผนและควบคุมที่ดีใน
โรงงานที่มีระบบการบารุงรักษาท่ีดี งานท่ีไดว้ างแผนและไดก้ าหนดไวล้ ่วงหนา้ แลว้ ขอ้ มลู ต่าง ๆ ซ่ึงจะทาให้
สามารถวางแผนและกาหนดการไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพน้นั อาศยั จากประวตั ิของเครื่องจกั รกล ประวตั ิของ
แผนการศึกษาเก่ียวกบั การทางานของเครื่องจกั รกล การวิเคราะห์ งานอ่ืน ๆ เพอ่ื ใหส้ ะดวกแก่การวางแผนและ
กาหนดการบารุงชิ้นส่วนเครื่องจกั รกล มีดงั น้ี
13.5.1 ชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลที่ตอ้ งบารุงรักษาเป็ นประจา เช่น ชิ้นส่วนท่ีตอ้ งหล่อล่ืน ชิ้นส่วนท่ีตอ้ งทา
ความสะอาด
13.5.2 ตรวจสอบชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลสาหรับซ่อมบารุงรักษา
13.5.3 งานซ่อมบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลประจา เช่นการปรับแตง่ เล็ก ๆ นอ้ ย ๆ
13.5.4 งานซ่อมบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกลเป็นคร้ังคราวที่ไม่มากนกั
13.5.5 งานซ่อมบารุงรักษาชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลท่ีเกิดจากการชารุดกะทนั หนั
189
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเครื่องจกั รกล รหสั วชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
13.6 วธิ ีการบารุงรักษาชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลตามระยะเวลา
การใช้เคร่ื องจักรกลให้มีประสิ ทธิภาพจะต้องรู้จักการบารุงรักษาอย่างถูกต้อง เพ่ือให้
เคร่ืองจกั รกลเหล่าน้ันมีสภาพใช้งานได้มน่ั คงถาวร และมีอายุการใช้งานได้ยาวนาน ท้งั น้ีจะช่วย ประหยดั
ค่าใชจ้ ่ายในการซ่อมบารุงรักษาไดม้ าก และไม่เสียเวลาในการทางานอีกดว้ ย วกี ารบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองกล
ตามระยะเวลากระทาไดด้ งั น้ี
13.6.1 ช่างทกุ คนก่อนลงมอื ปฏิบัติงานใช้เคร่ืองจักรกลควรยดึ หลกั ปฏิบตั ดิ ังนี้
13.6.1.1 ควรเตรียมเคร่ืองมือท่ีประกอบกบั เครื่องจกั กรกลน้นั ๆ อยา่ งถูกตอ้ ง
13.6.1.2 ควรดูแลทาความสะอาดชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลก่อนใชแ้ ละเลิกใช้
13.6.1.3 ควรหยอดน้ามนั หล่อล่ืนหรืออดั จาระบีตามตาแหน่งต่างๆ ของเครื่องจกั รกลที่
กาหนดทุกคร้ัง
13.6.1.4 ควรตรวจเช็คน้ามนั หล่อลื่นในที่ตา่ งๆ ตามเครื่องจกั รกลให้สามารถใชง้ านได้
13.6.1.5 ควรตรวจเช็คระบบไฟฟ้ าและจุดควบคุมไฟฟ้ าก่อนใชท้ ุกคร้ังใหเ้ รียบร้อย
13.6.1.6 ควรตรวจเช็คการทางานของเครื่องจกั รกลดว้ ยตาเปล่าก่อนใชเ้ คร่ืองทางาน
13.6.1.7 ควรจบั ชิ้นงานใหม้ นั่ คง และจดั วางเครื่องมือประกอบเคร่ืองใหเ้ รียบร้อยทุกคร้ัง
13.6.2 ช่างทกุ คนก่อนเลกิ ปฏิบัติงานควรปฏิบตั ิดงั นี้
13.6.2.1 ยกสะพานไฟตดั ระบบไฟฟ้ าเขา้ เครื่องออกก่อน
13.6.2.2 เกบ็ อุปกรณ์ใชก้ บั เครื่องจกั รกลเช็คทาความสะอาดใหเ้ รียบร้อย
13.6.2.3 ทาความสะอาดเครื่องจกั รกลใหเ้ รียบร้อยแลว้ หยอดน้ามนั หล่อล่ืนและอดั จาระบี
ตามจุดตา่ งๆ ใหเ้ รียบร้อย
13.6.2.4 ปัดกวาดบริเวณที่ใชง้ านและบริเวณขา้ งเคียงใหเ้ รียบร้อย
13.6.2.5 ใชผ้ า้ คลุมเคร่ืองจกั รกลเพอ่ื ป้ องกนั ไม่ใหฝ้ ่ นุ ละอองไปเกาะติดกบั เครื่องหลกั เลิกใช้
13.6.3 การบารุงรักษาชิ้นส่วนเครื่องจักรกลประจาสัปดาห์
13.6.3.1 สารวจขอ้ บกพร่องตามจุดตา่ งๆ และแกไ้ ขใหเ้ รียบร้อย
13.6.3.2 ทาความสะอาดคราบฝ่ นุ ละอองคราบน้ามนั หล่อล่ืน เศษโลหะตามจุดสมั ผสั และ
จุดหมุนตา่ งๆ
13.6.3.3 ตรวจสอบ และปรับความตึงของสายพานส่งกาลงั
13.6.3.4 ตรวจสอบสภาพน้ามนั หล่อล่ืนในชุดเกียร์บ๊อก และน้ามนั หล่อเยน็
13.6.3.5 ตรวจสอบน้ามนั เคร่ืองและจารบีตามตาแหน่งต่าง ๆ ของเครื่องจกั รกลใหท้ วั่
13.6.3.6 ทดลองเดินเครื่องจกั รกลเปล่า ๆ และดูสภาพการทางานประมาณ 3-5 นาที
190
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอุตสาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเครื่องมอื กล
13.6.4 การบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจักรกลประจาเดอื น
13.6.4.1 ตรวจสอบสภาพการใชง้ านของเคร่ืองจกั รกลเก่ียวกบั อุณหภูมิ การไหล การรั่วซึม
ของน้ามนั หล่อล่ืน
13.6.4.2 สังเกตอาการผิดปกติของการสั่นสะเทือน เสียง และกลิ่น
13.6.4.3 ตรวจระบบการใชไ้ ฟฟ้ าและความถูกตอ้ งในการทางานของเครื่องจกั รกล
13.6.4.4 ตรวจสอบสภาพการใชศ้ ูนยข์ องเครื่องจกั รกล
13.6.4.5 ตรวจสอบการสึกหรอของชิ้นส่วนตา่ ง ๆ ของเครื่องจกั รกล
13.6.5 การบารุงรักษาชิ้นส่วนเครื่องจักรกลระยะเวลา 3 เดือน
13.6.5.1 ตรวจสอบการทางานของเคร่ืองจกั รกลเก่ียวกบั ระบบส่งกาลงั งานตามจุดต่าง ๆ
13.6.5.2 ลา้ งทาความสะอาดชิ้นส่วนที่เคล่ือนท่ีเพ่ือขจดั คราบสกปรกต่าง ๆ ใหอ้ อกไป
13.6.5.3 ลา้ งทาสะอาด เปลี่ยนถ่ายน้ามนั หล่อลื่นในชุดเกียร์บอ๊ กต่าง ๆ
13.6.5.4 เปล่ียนถ่ายน้ามนั หล่อเยน็ และทาความสะอาดเครื่องจกั รกลใหม่
13.6.5.5 ตรวจสอบรอยแตกร้าว การสึกหรอและชารุดของชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลต่าง ๆ
13.6.6 การบารุงรักษาชิ้นส่วนเครื่องจักรกลระยะเวลา 6 เดอื น
13.6.6.1 ตรวจสอบการใชง้ านของสายพาน เพลาในระบบส่งกาลงั ของเคร่ือง
13.6.6.2 ตรวจสอบและเปล่ียนน้ามนั หล่อล่ืนในถว้ ยบอ๊ กตา่ ง ๆ
13.6.6.3 ตรวจสอบระบบการไหลของน้ามนั หล่อลื่น
13.6.6.4 เปล่ียนและลา้ งทาความสะอาดจาระบีที่ใชใ้ นการหล่อลื่นของแบร่ิงเพลา
13.6.6.5 ตรวจสอบการต้งั ศูนยข์ องเพลากบั ชิ้นงาน
13.6.6.6 ตรวจสภาพการศึกหรอและหลุดหลวมของกลไกชิ้นส่วนต่าง ๆ
13.6.7 การบารุงรักษาชิ้นส่วนเคร่ืองจักรกลระยะเวลา 1 ปี
13.6.7.1 ลา้ งทาความสะอาดสิ่งสกปรกของชิ้นส่วน และแท่นเคร่ืองจกั รกล
13.6.7.2 ตรวจสอบระบบส่งกาลงั ของกลไกต่าง ๆ ของเคร่ืองจกั รกลแต่ละชนิด
13.6.7.3 ปรับแตง่ กลไกระบบการใชง้ านของเครื่องจกั รกล และการหล่อลื่นตามจุดตา่ ง ๆ
13.6.7.4 เดินเคร่ืองจกั รกลดูอาการผดิ ปกติ เช่น การสั่นมีเสียง การหมุนและมีกลิ่น ผดิ ปกติ
13.7 วธิ กี ารหล่อลนื่ ชิ้นส่วนเครื่องจักรกล
วธิ ีการหล่อล่ืนชิ้นส่วนเครื่องจกั รกลน้นั ส่ิงท่ีมาเก่ียวขอ้ งดว้ ยคือน้ ามนั หล่อล่ืน ตอ้ งพจิ ารณาถึง
โครงการสร้างและสภาพการใชง้ านของชิ้นส่วนแต่ละชนิดดว้ ย ดงั น้นั การหล่อลื่นชิ้นส่วนเคร่ืองจกั รกล
สามารถท าได้ดงั น้ี
191
เอกสารประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้วชิ า การออกแบบเคร่ืองจกั รกล รหัสวชิ า 3100-0116
หลกั สูตรประกาศนียบตั รวชิ าชีพช้ันสูง ประเภทวชิ าอตุ สาหกรรม
สาขาวชิ าเทคนิคการผลติ สาขางานเคร่ืองมอื กล
13.7.1 หล่อล่ืนโดยการใชก้ าน้ามนั เป็นวธิ ีท่ีใชง้ านไดส้ ะดวกรวดเร็ว แต่น้ามนั จะเขา้ ไปในชิ้นส่วน
ไมส่ ม่าเสมอ
13.7.2 หล่อลื่นโดยวธิ ีการใหไ้ หลหยดทีละนอ้ ย เป็นวธิ ีที่ตอ้ งมีอุปกรณ์เขา้ มาช่วย เช่น อาจเป็น
หลอดแกว้ หรือกระป๋ องพิเศษไดแ้ ลว้ เจาะรูทาให้น้ามนั ไหลหยดได้
13.7.3 หล่อลื่นโดยวธิ ีวิดสาดใหน้ ้ามนั ไปโดนชิ้นส่วนท่ีตอ้ งการหล่อล่ืน เป็ นวธิ ีที่ตอ้ งออกแบบมา
โดยเฉพาะท้งั อา่ งเก็บน้าวนั และอุปกรณ์วดิ สาด
13.7.4 หล่อล่ืนโดยการใชว้ งแหวนรอบเพลา เป็นวธิ ีท่ีตอ้ งออกแบบมาโดยเฉพาะเช่นกนั โดยให้เพลา
หมุนผา่ นน้ามนั เพยี งบางส่วนเพ่ือดึงน้ามนั ข้ึนไปตามวงแหวนเพื่อไปหล่อลื่นส่วนอื่น
13.7.5 หล่อลื่นโดยวธิ ีการใหน้ ้ามนั ไหลเวยี นตลอดเวลา เป็นวธิ ีท่ีตอ้ งใชป้ ้ัมเขา้ มาช่วยในการดูดน้ามนั
ไหลเวยี นเพอ่ื ส่งไปหล่อล่ืนชิ้นส่วนอ่ืน
192