The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by mahawong3706, 2022-08-29 00:12:12

ภูมินามของสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ศิลปกรรมท้องถิ่น ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และประติมากรรมรูปเคารพ ในอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

จัดทำโดย หน่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิ่นจังหวัดพิษณุโลก

ศลิ ปกรรมทอ้ งถิ่น ประเพณี ภมู ิปัญญา และประตมิ ากรรมรูปเคารพ

อำเภอชำติตระกำร
จงั หวดั พษิ ณโุ ลก

จดั ทาโดย

หนว่ ยอนรุ ักษ์ส่ิงแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรมท้องถิน่ จังหวดั พิษณโุ ลก
ท่ตี ั้ง สานักศลิ ปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลยั ราชภฏั พบิ ลู สงคราม (สว่ นวงั จันทน)์

เลขท่ี 66 ตาบลในเมอื ง อาเภอเมอื งพิษณุโลก จังหวดั พิษณโุ ลก 65000
โทร.055-230596 facebook หนว่ ยอนุรักษฯ์ จงั หวัดพษิ ณโุ ลก

คำนำ

ภูมินามกับส่ิงแวดล้อมธรรมชาติ ศิลปกรรมท้องถิ่น ประเพณี ภูมิปัญญา และ
ประติมากรรมรูปเคารพ ของอาเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก เล่มน้ี เป็นการ
รวบรวมคาเรียกช่ือท่ีมีปรากฏเป็นคาเรียกขานในอาเภอชาติตระการ ประกอบด้วย
ศิลปกรรมท้องถ่ิน จานวน 9 แห่ง ส่ิงแวดล้อมธรรมชาติ จานวน 30 แห่ง ประเพณี
ภูมิปัญญา จานวน 7 แห่ง และ ประติมากรรมรูปเคารพ จานวน 6 แห่ง รวมทั้งหมด
จานวน 52 แหง่

ซึ่งช่ือที่เรียกดังกล่าวสามารถบ่งบอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมและ
วัฒนธรรม รวมถึงลักษณะภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์ ท่ีสัมพันธ์กับการต้ังถ่ินฐาน
บ้านเมือง วัด และโบราณสถานของผู้คน มาแต่คร้ังโบราณ หรืออาจ มีความหมาย
ความสาคัญทางประวัตศิ าสตร์ สงั คม และวัฒนธรรม

ซึ่งการรวบรวมข้อมูลภูมินามในคร้ังน้ี นับเป็นการรักษาคุณค่าของพ้ืนที่มรดกทาง
วัฒนธรรม เพ่อื เกิดประโยชนต์ ่อสาธารณะและสง่ เสริมการเรยี นร้ขู องชมุ ชนต่อไป

คณะผู้จัดทาขอบคุณองค์การบริหารส่วนตาบล ผู้นาท้องถ่ิน ผู้นาท้องท่ี พระสงฆ์
และปราชญ์ชุมชนในอาเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลกทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการ
ทางาน และให้ข้อมูลในการจัดทาฐานข้อมูลโครงการภูมินามกับส่ิงแวดล้อมธรรมชาติ
ศิลปกรรมท้องถ่ิน ประเพณี ภูมิปัญญา และประติมากรรมรูปเคารพ ของอาเภอชาติ
ตระการ จังหวัดพษิ ณุโลก ทาให้เกดิ ผลสาเรจ็ ลุล่วงด้วยดี จงึ ขอขอบคณุ มา ณ โอกาสนี้



สำรบญั

เรอ่ื ง หนา้

ตาบลชาตติ ระการ
ตาบลท่าสะแก
ตาบลบอ่ ภาค
ตาบลบา้ นดง
ตาบล ปา่ แดง
ตาบล สวนเม่ยี ง



คานิยามภูมนิ าม

นิยามศัพท์เฉพาะ

ภูมินาม หมายถึง ชื่อเรียกสถานที่ซ่ึงอาจจะเป็นเป็นช่ือเรียกแบบทางการ หรือช่ือเรียกของคน
ในท้องถ่ินก็ได้ ภูมินามมีความสาคัญต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ชุมชนเป็นอย่างย่ิง ชื่อเรียกบางช่ือ
อาจหลงเหลอื เพยี งชื่อ แต่สถานทถี่ กู ปรบั เปลี่ยนเป็นอืน่ ตามยคุ สมัย หรือช่ือเรียกบางชื่ออาจมีมาแต่อดีต
และดารงอยจู่ นถึงปจั จุบนั สงิ่ เหลา่ นี้ล้วนเป็นขอ้ มูลที่แสดงใหเ้ ห็นประวัตศิ าสตรท์ ้องถิน่ ของชุนชนได้
เป็นอยา่ งดี

ภูมนิ ามของสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ในอาเภอชาติตระการ ที่จะช่วยในการเรียนรู้ การแก้ปัญหาจัดการและการปรับตัวใน
จังหวัดพิษณุโลก หมายถึง ชื่อเรียก ส่ิงต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา การดาเนินชีวิตของคนเรา ภูมิปัญญาท้องถ่ินเป็นความรู้ท่ีมีอยู่
ทงั้ ส่ิงทม่ี ีชีวติ ส่งิ ไมม่ ชี ีวติ เหน็ ไดด้ ้วยตาเปล่า และไมส่ ามารถเหน็ ท่ัวไปในสังคม ชุมชนและในตัวผู้รู้เอง จึงควรมีการสืบค้น
ได้ด้วยตาเปล่า เป็นส่ิงท่ีเกิดข้ึนโดยธรรมชาติ ได้แก่ บรรยากาศ รวบรวม ศึกษา ถ่ายทอด พัฒนาและนาไปใช้ประโยชน์ได้อย่าง
นา้ ดิน แร่ธาตุ และสิ่งมีชีวิตท่ีอาศัยอยู่บนโลก (พชื และสัตว์) ฯลฯ กว้างขวาง ซึ่งสามารถจาแนกได้ 6 สาขา ได้แก่ 1)วรรณกรรม
ที่ปรากฎอยใู่ นอาเภอชาตติ ระการ จงั หวัดพิษณโุ ลก พื้นบ้านและภาษา 2)ศิลปะการแสดง 3)แนวปฏิบัติทางสังคม
พิธีกรรม ประเพณี และงานเทศกาล 4)ความรู้และการปฏิบัติ
ภูมินามของศิลปกรรมท้องถิ่น ในอาเภอชาติตระการ เก่ียวกับธรรมชาติและจักรวาล 5)งานช่างฝีมือดั้งเดิม และ
จังหวัดพิษณุโลก หมายถึง ช่ือเรียก สิ่งที่มนุษย์ได้สร้างหรือ 6)การเล่นพื้นบ้าน กีฬาพื้นบ้าน และศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว
กาหนดขึ้นท้ังในอดีตและปัจจุบันด้วยความสามารถสติปัญญา ท่ปี รากฎอยใู่ นอาเภอชาติตระการ จงั หวัดพษิ ณโุ ลก
กาลังกายกาลังใจ ในท้องถิ่นน้ันๆ และได้รับการยกย่องว่า
มีคุณค่าในทางศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ โบราณคดี และ ภูมนิ ามของประติมากรรมรูปเคารพ ในอาเภอชาติตระการ
เทคโนโลยี สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ ลักษณะที่ 1 คือ จังหวัดพิษณุโลก หมายถึง ชื่อเรียกงานศิลปกรรม ในรูปแบบ
ศิลปกรรมที่ใช้งานอยู่ เช่น วัด สถานท่ีราชการ อาคารพาณิชย์ ของประติมากรรม ท่ีเป็นรูปทรงแห่งวัตถุ และได้รับการ
บ้านเรือน ย่านวัฒนธรรม ลักษณะท่ี 2 คือ ศิลปกรรมที่ไม่ได้ใช้ สร้างสรรค์ข้ึน เพือ่ เป็นส่ิงแทน เป็นสิ่งพรรณนาความรู้สึก อุดม
งาน (ตามหน้าที่เดิม) แล้ว เช่น ซากโบราณสถาน วัดร้าง คติ และความเชื่อที่เป็นนามธรรมออกมาเป็นรูปธรรม ในบริบท
กาแพงเมือง คูเมือง แหล่งประวัติศาสตร์ และโบราณคดี ของคนไทยใช้เพ่ือแสดงความเช่ือทางศาสนาเป็นส่วนใหญ่
ท่ีปรากฎอยใู่ นอาเภอชาติตระการ จังหวดั พิษณุโลก โดยเฉพาะพระพุทธศาสนา เป็นการรับใช้พระพุทธศาสนา
ในทางศิลปะ ด้วยงานศิลปกรรม เนื่องจากสังคมไทย มี
ภูมินามของประเพณี ในอาเภอชาติตระการ จังหวัด ความสัมพนั ธ์เก่ียวข้องกับพทุ ธศาสนาอย่างลึกซ้ึง และมีมานาน
พษิ ณุโลก หมายถึง ชื่อเรยี กสง่ิ ท่นี ิยมถอื ประพฤตปิ ฏบิ ัติสืบทอด ก่อนพุทธศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน จึงเช่ือคาสั่งสอนของ
กันมาจนเป็นแบบแผน ขนบธรรมเนียม หรือจารีตประเพณี พุทธศาสนาอย่างฝังใจ ได้แก่ เช่ือในพระรัตนตรัย เช่ือในการ
ซ่ึงเกี่ยวกับศาสนา เทศกาล วงจรชีวิต และการทามาหากิน กระทาของมนุษย์ว่า ทาดีได้ดี ทาช่ัวได้ชั่ว เช่ือในความจริง
ที่ปรากฎอยใู่ นอาเภอชาตติ ระการ จังหวดั พิษณโุ ลก ตลอดจนเช่ือความศักด์ิสิทธ์ิ และอภินิหารต่างๆอาจแบ่ง
ประติมากรรมรูปเคารพตามลักษณะ ของการแสดงออกได้
ภูมินามของภูมิปัญญาท้องถ่ินในอาเภอชาติตระการ จังหวัด 2 ประเภท คือ ประติมากรรมรูปคน และประติมากรรมรูป
พิษณุโลก หมายถึง ช่ือเรียก ความรู้ท่ีเกิดจากประสบการณ์ใน สัญลักษณ์ ท่ีปรากฎอยใู่ นอาเภอชาติตระการ จังหวดั พษิ ณุโลก
ชีวิตของคน ซึ่งผ่านกระบวนการศึกษา สังเกต คิดวิเคราะห์จน
เกิดปัญญาและตกผลึกเป็นองค์ความรู้ ที่ประกอบกันข้ึนมาจาก
ความรูเ้ ฉพาะหลายๆ เรื่อง เป็นพืน้ ฐานขององค์ความรู้สมัยใหม่



ภมู ินำม

ตาบล

ชำติตระกำร

ภมู ินำมกับส่ิงแวดลอ้ มศลิ ปกรรมท้องถนิ่ ประเพณี ภูมปิ ัญญำ และ ประตมิ ำกรรมรปู เคำรพ

ศิลปกรรมทอ้ งถ่ิน สงิ่ แวดลอ้ มธรรมชาติ

1.ถาคอขาด 6. นาตกชาตติ ระการ
2.ปราสาทเสาเดียว 7. นาตกนาจาน
3. ผากระดานเลข 8. ผาวงั ส่อง
4. ภาพเขียนบนเพดานถางั่ง
5. พระธาตดุ นิ แทน บ้านโคกผกั หวาน

ประตมิ ากรรมรูปเคารพ

9. วดั เขากะไดมา้

ประเพณี ภมู ปิ ัญญา

10. แหต่ น้ ดอกไม้
11. แห่นางดง้ หรอื แหน่ างแมว

หนา้ 1

01 ถา้ คอขาด ตาบลชาตติ ระการ

(ภาพเขยี นสสี มยั กอ่ นประวตั ศิ าสตร)์

ประเภท ตำแหน่งท่ีพบ

ศลิ ปกรรมทอ้ งถ่ิน 17.300464, 100.655732

ทตี่ งั้

วดั เขากะไดมา้ หมทู่ ่ี 5 ตาบลชาติตระการ อาเภอชาตติ ระการ จงั หวัดพิษณโุ ลก

ภูมนิ าม ชอ่ื “ถ้าคอขาด” ถูกเรยี กตามการคน้ พบภาพเขยี นสีสมัยกอ่ นประวตั ิศาสตร์ บรเิ วณเพดานหิน
ซ่งึ อยูบ่ ริเวณเพงิ ผาหรือชะงอ่ นผา ลกั ษณะเปน็ ภาพคล้ายคนหวั ขาด จึงเรียกว่า “ถ้าคอขาด”

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

ถาคอขาด มีลักษณะเป็นเพิงผาหรือชะง่อนผา เช่นเดียวกับ เช่นเดียวกบั ทถี่ ้าพระองี ่ัง และมลี ักษณะการเขยี นภาพแบบลายเส้น
ถ้าพระอีงงั่ จดุ ท่ีพบศลิ ปะภาพเขยี นสีของถ้า คือบรเิ วณเพดานหนิ ลกั ษณะเปน็ ภาพนามธรรมแสดงลวดลายต่างๆ ไวโ้ ดยรอบ
ที่อยู่ในเพิงผาหรือชะง่อนผา และผนังหินด้านข้างที่อยู่ถัดลงมา
โดยภาพบางส่วนมีคราบเกลือข้ึนทับบริเวณภาพ ทาให้ลักษณะภาพ ภาพส่วนท่ีอยู่ด้านล่าง เป็นภาพเขียนสีแดง ภาพคน 2 ภาพ
ไม่ชัดเจน เพดานหินภายในถ้าคอขาดที่พบศิลปะภาพเขียนสีของถ้า ในทา่ ทางกางแขนกางขา น่องโป่ง ภาพด้านซ้ายเป็นภาพเงาทึบ
มลี ักษณะคล้ายการแบ่งภาพออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่อยู่ด้านบน ภาพดา้ นขวา เหมอื นจะเปน็ ภาพรา่ ง มกี ารระบายสีดา้ นในจางๆ
และสว่ นทีอ่ ยดู่ า้ นล่าง โดยภาพคนที่ไม่มศี รี ษะนเ้ี ปน็ ทมี่ าของชอ่ื ถา้ คอขาดที่ชาวบา้ นใน
พ้นื ท่เี รียกกนั
ภาพส่วนท่ีอยู่ด้านบน เป็นการเขียนภาพแบบกลุ่ม เขียนด้วย
สแี ดง มีลักษณะการเขยี นหลายแบบ ที่เห็นได้ชัดคือแบบเงาทึบ ภาพเขียนสีอีกจุดท่ีอยู่บริเวณผนังหินที่อยู่ถัดลงมา เป็น
(silhouette) เป็นภาพคน 1 ภาพ หันหน้าไปทางด้านซ้ายแสดง ภาพคน 1 ภาพ เขียนแบบเงาทบึ (silhouette) เขยี นดว้ ยสีแดง
ทา่ ทางกางแขนกางขาแสดงลักษณะทางสรีระท่ีชัดเจน คือ น่องโต โดยในบริเวณนี้มีคราบเกลือขึ้นปกคลุมท่ัวท้ังภาพ ทาให้
หรือโปง่ ออกมา ท่ีบรเิ วณเอวมชี ายผา้ ห้อยตกลงมาท้ังสองด้าน มองเห็นภาพไม่ชัดเจน

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอรโ์ ทรศพั ท์ 081-0534210

1. นายพงษ์ศักด์ิ ขุมขา อายุ 44 ปี
2. นายแสง แตง่ น้อย อายุ 60 ปี

หนา้ 2

ภาพเขียนสีแดง ภาพคน 2 ภาพในท่าทางกางแขน
กางขา นอ่ งโปง่ ภาพ ดา้ นซ้ายเป็นภาพเงาทบึ

ภาพด้านขวา เหมือนจะเปน็ ภาพรา่ งมกี ารระบายสี
ดา้ นในจางๆ

ภาพคน 2 ภาพ เบอรโ์ ทรศัพท์ 063-6649055
เขยี นแบบเงาทึบ(silhouette)

เขียนดว้ ยสแี ดงจาง ๆ

รปู ภำพ

1.นางสาวธัญญพร มาบวบ อายุ 37 ปี

หนา้ 3

02 ตาบลชาตติ ระการ

ปราสาทเสาเดยี ว

ประเภท ตำแหน่งที่พบ

ศลิ ปกรรมท้องถ่นิ 17.312001787769482, 100.64408458483575

ทตี่ ง้ั

วัดโคกผักหวาน หมทู่ ี่ 5 ตาบลชาติตระการ อาเภอชาตติ ระการ จงั หวัดพษิ ณุโลก

ภมู นิ าม ชื่อ “ปราสาทเสาเดียว” เรียกตามรูปทรงท่ีมีลักษณะคล้ายๆ ปราสาท มียอดแหลม ทาเสาเดียว
เพ่ือป้องกันปลวกหรือมดข้ึนไปเพราะปราสาทแห่งนี้เป็นท่ีเก็บหนังสือ และใบลานไว้ท่ีแห่งนี้
รวมทัง้ เป็นกฎุ ิของเจ้าอาวาสดว้ ย

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

อดีตพระสงฆ์รูปหน่ึง ชื่อ “พระธรรม” เป็นคนท่ีออกแบบ 2 ช้ัน โดยสถานท่ีแห่งนี้ ออกแบบและก่อสร้าง เมื่อปี พ.ศ.
และสรา้ ง พร้อมกับญาติโยมในหมู่บา้ นรวมตวั กนั มาช่วยสร้างด้วย 2500 ด้วยฝีมือของ นายไท้ สิงห์รัก ซ่ึงปัจจุบันได้เสียชีวิตแล้ว
เริ่มแรกเป็นกุฎิพระธรรมดา จากน้ันพระธรรมจึงมีความคิด ในอดีตมีพระสงฆ์ 2 รปู ใชส้ ถานทแ่ี ห่งน้ีเป็นหอไตรปฏิบัติธรรม
อยากลองทากฏุ เิ สาเดยี ว หรอื ปราสาทเสาเดียว ก่อนมีการปล่อยร้าง เพราะไม่มพี ระจาวัด จากนั้นชาวบ้านได้ร่วมกัน
ปรับปรุง ซ่อมแซม และบูรณะ เพ่ือใช้เก็บรักษาส่ิงสาคัญทางศาสนา
ดังน้ัน “ปราสาทเสาเดียว” จึงเป็นสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ของชาวบ้านโคกผักหวาน ส่วนสาเหตุที่ต้องสร้างเป็นอาคาร
ของตาบลชาติตระการ ทม่ี ีอายมุ ากกว่า 50 ปี และมีแห่งเดียว เสาเดียว เช่ือว่า น่าจะได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมของชาวลาว
ในประเทศไทย ซง่ึ ได้ยา้ ยถิ่นฐานเขา้ มาในพน้ื ที่ อาเภอชาติตระการ จานวนมาก
วัฒนธรรมของชาวลาวนิยมสร้างหอไตรที่มีน้าล้อมรอบหรือ
ลักษณะของปราสาทเสาเดียวหลังน้ี พบว่า เป็นอาคารไม้ ไตรเสาเดยี ว
ท้งั หลัง ต้งั อยบู่ นเสาปูนขนาดความกว้าง ประมาณ 50 เซนตเิ มตร
สูงประมาณ 1 เมตร ในส่วนของแกนหลักใช้รับน้าหนักศาลาไม้

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศพั ท์ 081-0534210
เบอร์โทรศพั ท์ 085-7295251
1. นายพงษ์ศกั ดิ์ ขมุ ขา อายุ 44 ปี
2. นายประเสริฐ สงิ ห์รกั ษ์ อายุ 60 ปี

หน้า 4

ปราสาทเสาเดียว
เดิมเป็นกุฎเิ จ้าอาวาสชนั้ บน

ปราสาทเสาเดียว มเี สาเพยี งต้นเดยี วท่ีใช้ค้ายันกฏุ ิ

รปู ภำพ เบอร์โทรศัพท์ 063-6649055

1.นางสาวธัญญพร มาบวบ อายุ 37 ปี

หนา้ 5

03 ตาบลชาตติ ระการ

ผากระดานเลข

ประเภท ตำแหน่งที่พบ

ศิลปกรรมทอ้ งถ่ิน 17.29818010330394, 100.68861580997024

ทต่ี ง้ั

อทุ ยานแห่งชาตนิ า้ ตกชาติตระการ หมู่ที่ 3 ตาบลชาตติ ระการ อาเภอชาตติ ระการ จังหวัดพิษณุโลก

ภูมนิ าม ช่ือ “ผากระดานเลข” มาจากลักษณะของผาหนิ ที่มีลักษณะผิวเรียบขนาดใหญ่ เหมือนกระดาษ
ท่มี อี ักษรลกั ษณะคล้ายตวั เลข จึงเรยี กวา่ ผากระดานเลข

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

“ผากระดานเลข” เป็นแผ่นหินที่มีความหนาประมาณ ซ่ึงยังตีความไม่ได้ โพรงถ้าริมหน้าผาเป็นปากโพรง กว้าง
20-25 เซนติเมตร วางลาดเอียงทามุมกับพ้ืนเพิงหน้าผา ประมาณ 2.5 เมตร สูงประมาณ 3.3 เมตร แผ่นหินท่ีมีภาพ
ประมาณ 50-55 องศา ความสูงจากพ้ืนถึงผนังด้านแผ่นหิน สลักตั้งเอยี งประมาณ 45 องศา ขวางปากถ้าทาให้แบ่งโพรงถ้า
180 เซนติเมตร ด้านหน้าแผ่นหินจะมีภาพสลักหินที่ขูดเป็น ออกเป็น 2 คูหา โดยแผ่นหินหรือกระดานหินน้ีเป็นหินทราย
รอยลึกประมาณ 0.7 - 1 เซนติเมตร เป็นภาพวงกลมเรียงเป็นแถว สเี ทาอมแดง
ประมาณ 14 วง บางภาพมีลักษณะคล้ายภาพคนในท่าต่าง ๆ

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศพั ท์ 088-2924247

1. นางสาวญาณินท์ เลิกนอก อายุ 31 ปี

หนา้ 6

รูปที่ 1

ถ้าผากระดานเลข
ผากระดานเลข

รปู ภำพ เบอร์โทรศัพท์ 063-9926888

1. นายบญุ เลศิ โทจาปา อายุ 44 ปี

หนา้ 7

ภาพเขยี น04 ตาบลชาตติ ระการ
บนเพดานถา้ งง่ั
(วดั เขากะไดมา้ )

ประเภท ตำแหน่งที่พบ

ศลิ ปกรรมท้องถิ่น 17.31948496954974, 100.6417313730197

ทต่ี ง้ั

วัดเขากะไดมา้ หม่ทู ี่ 5 ตาบลชาตติ ระการ อาเภอชาติตระการ จงั หวัดพิษณุโลก

ภูมนิ าม ช่ือ “ภาพเขียนบนเพดานถ้าง่ัง” มาจากคาว่า “ง่ัง” มีเร่ืองเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่เช่ือว่าเป็นช่ือของ
ชายคนหน่ึงที่ใช้ถ้าเป็นท่ีพักอาศัย บางคนก็เช่ือว่ามีพระพุทธรูปหล่อด้วยโลหะ น่ังขัดสมาธิลาตัว
เกลี้ยงไม่มีจีวร และสังฆาฏิ มีแต่กรองคอโลหะที่ใช้หล่อ ที่ประสมทองแดงมากกว่าอย่างอื่น
จึงเรยี กวา่ พระง่ัง ซึง่ แปลว่า พระทองแดง ชาวบ้านจึงเรยี ก “ถ้างงั่ ”

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

ภายในถ้าจะพบภาพเขียนสีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ท่ีมี แตกต่างกันไป รวมถึงแสดงออกถึงการแต่งกายและการล่าสัตว์
ความพิเศษแตกต่างจากภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ หรือ แต่ด้วยกาลเวลาผ่านไปนาน พื้นผิวเพดานบางส่วนได้ร่วงหล่น
ตามแหล่งโบราณคดีอื่นๆทั่วไป ที่มักจะขีดเขียนตามฝาผนัง ทาให้ความสมบูรณ์ของภาพได้ลดลงมาโดยตลอด จากหลักฐาน
แต่ถ้างั่ง มนุษย์ในยุคนั้นเลือกที่จะกะเทาะเพดานหินให้เป็นรูป ที่เหลืออยู่ทาให้เช่ือได้ว่ามนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ต้องการ
วงกลม แล้วนอนเขียนภายในกรอบวงกลม เพดานน้ีมีความสูง ส่ือสารกบั คนในอนาคตให้ได้ทราบเร่ืองราวของตนเอง ด้วยการ
จากพื้นเกือบ 10 เมตร คาดว่าน่าจะเป็นภาพเขียนสีสมัยก่อน บอกเล่าเรื่องราวของตนเองและครอบครวั จึงต้องใชค้ วามพยายาม
ประวัติศาสตร์ท่ีหายาก มีอายุประมาณ 3,000 - 4,000 ปี และมี ข้นึ ไปนอนเขียนบนเพดานท่ีอยู่สงู จากพืน้ ดนิ เกือบ 10 เมตร ซึ่งเป็น
ความเป็นไปไดว้ า่ อาจจะมแี ห่งเดยี วในประเทศไทย ภาพเขยี นสี เร่ืองท่ีค่อนข้างยาก ภาพเขียนเหล่าน้ีควรได้รับการอนุรักษ์ให้
สมัยก่อนประวัติศาสตร์ท่ีปรากฏบนเพดานถ้าแห่งนี้ เบ้ืองต้น คงอยูต่ ลอดไป เพื่ออนุชนไดศ้ ึกษาหาความรตู้ อ่ ไป
สันนิษฐานว่าลักษณะภาพจะเป็นมนุษย์ตัวใหญ่ ตัวเล็กท่ี

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอรโ์ ทรศพั ท์ 081-0534210

1. นายพงษ์ศักด์ิ ขมุ ขา อายุ 44 ปี
2. นายแสง แตง่ นอ้ ย อายุ 60 ปี

หนา้ 8

ภาพเขยี นถา้ งง่ั
มลี ักษะเปน็ รปู คน

ภาพเขียนบริเวณเพดาน
มีจานวน 3 รูป

รปู ภำพ เบอรโ์ ทรศพั ท์ 063-6649055

1.นางสาวธญั ญพร มาบวบ อายุ 37 ปี

หนา้ 9

05 พระธาตุดนิ แทน ตาบลชาตติ ระการ

ประเภท ตำแหน่งที่พบ

ศลิ ปกรรมท้องถ่ิน ตั้งอยภู่ ายในวดั พระธาตุ บ้านโคกผกั หวาน

ทตี่ ง้ั

ตาบลชาติตระการ อาเภอชาติตระการ จังหวัดพษิ ณุโลก

ภมู นิ าม “พระธาตุดินแทน” จากคาบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้านว่า พระธาตุดินแทน บ้านโคกผักหวาน
ตาบลชาติตระการ ได้เริ่มต้นจากการเม่ือปี พ.ศ.2504 โดยการนาพระธาตุดินแทนมาจากบ้านแสงภา
อาเภอนาแห้ว จังหวัดเลย ซึ่งพระธาตุดินแทนเป็นพระธาตุเก่าแก่อายุกว่า 200 ปี มีความศักดิ์เป็นท่ี
เคารพสักการะของชาวบ้านแสงภาและหมู่บ้านใกล้เคียงอย่างย่ิง ชาวบ้านก็ยังคงเรียก “พระธาตุดิน
แทน” เช่นเดิม

ประวตั ิ ถนนหนทางยานพาหนะก็ไม่มี จึงได้มีความคิดนาดินพระธาตุ
มาไว้ที่หมู่บ้านโดยนาไปไว้ยังวัดพระธาตุ บ้านโคกผักหวาน
ความเป็ นมา ตาบลชาติตระการ จงั หวัดพิษณุโลก เวลาที่ชาวบ้านมีทุกข์ร้อน
ก็จะมาขอพรด้วยการตักดินใส่ถังแล้วนาไปเทบนองค์พระธาตุ
จากคาบอกเล่าสมัยก่อนมีชาวบ้าน บ้านแสงภา อาเภอนา เพ่ืออธิษฐานขอพรให้สาเร็จดังใจหวัง จึงไม่แปลกที่ดินบน
แห้ว จังหวัดเลย ย้ายถิ่นฐานมาอาศัยอยู่บ้าน โคกผักหวาน องค์พระธาตุแห่งนี้จะพอกพูนข้ึนทุกปีๆ จนกลายเป็นภูเขาดิน
ตาบลชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ท่ใี หญ่โตมาก ๆ
ชาวบ้านก็ยังคงไม่ลืมจะนาวัฒนธรรม และความเช่ือดั้งเดิม
โดยเฉพาะเร่ืองของประเพณีฉลองพระธาตุดินแทน เมื่อถึง
วันข้ึน 15 ค่า เดือน 12 ของทุกปีเป็นวันทาบุญพระธาตุ
ชาวบ้านชวนลูกหลานกลับร่วมประเพณีฉลองพระธาตุดินแทน
บ้านแสงภา อาเภอนาแห้ว จังหวัดเลย แต่เนื่องด้วยในขณะน้ัน

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอรโ์ ทรศัพท์ 081-9534210

1. นายพงษ์ศกั ด์ิ ขุมขา อายุ 44 ปี

หนา้ 10

พระธาตุดนิ แทน
บา้ นโคกผกั หวาน

สิ่งของ
ที่นาแกบ้ น
บา้ นโคกผกั หวาน

รปู ภำพ เบอร์โทรศพั ท์ 063-6649055

1.นางสาวธญั ญพร มาบวบ อายุ 37 ปี

หนา้ 11

06 ตาบลชาตติ ระการ

นา้ ตกชาติตระการ

ประเภท ตำแหน่งท่ีพบ

สง่ิ แวดล้อมธรรมชาติ 17.302287, 100.678046

ทต่ี งั้

อุทยานแหง่ ชาตินา้ ตกชาติตระการ หมู่ท่ี 3 บา้ นปากกรอง ตาบลชาติตระการ อาเภอชาตติ ระการ จังหวดั พษิ ณุโลก

ภูมนิ าม ชอ่ื “นา้ ตกชาตติ ระการ” ตั้งตามช่ือของอาเภอชาตติ ระการ คาว่า “ชาติตระการ” มีท่ีมาจากการ
แยกอาเภอจากเดิมเป็นอาเภอนครไทย แลว้ ได้แยกออกมาเป็นก่งิ อาเภอนครไทย หลังจากแยกตวั ออกมา
ได้ประสบปัญหาความล่าช้าของการประสานงานราชการต่างๆ การคมนาคม และอ่ืนๆ อีกมากมาย
จงึ ตง้ั ฉายานามวา่ “ช้า ล่า การ” จนกระทัง่ เพี้ยนมาเป็นชาติตระการ จนถึงทกุ วนั น้ี

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

นาตกชาตติ ระการ หมายถึง ภูมิลาเนาท่ีสวยงาม มีประวัติ เพื่อสงวนทรัพยากรป่าไม้ และป่าต้นน้าของลาแควน้อย
ความเปน็ มาว่า กานนั ผูใ้ หญบ่ า้ น และประชาชนในทอ้ งทต่ี าบล ในปี พ.ศ.2523 กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้เริ่ม
นครไทย อาเภอนครไทย และตาบลน้าทุ่ม อาเภอชาติตระการ ดาเนินการจัดสารวจและจัดต้ังวนอุทยานขึ้น โดยใช้ช่ือว่า
จังหวัดพิษณุโลก ได้เสนอผ่าน นายประเทือง วิจารย์ปรีชา “วนอุทยานเขาย่าปุก” ต่อมาในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2535 จงึ
สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร จงั หวัดพษิ ณุโลก ขอให้กรมป่าไม้เข้าไป ได้เปล่ียนมาใช้ชื่อ “วนอุทยานน้าตกชาติตระการ” ตามช่ือ
จดั การพน้ื ที่บริเวณป่าเขาย่าบุก ซึ่งมีน้าตกสวยงามเป็นวนอุทยาน อาเภอชาติตระการ

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศพั ท์ 063-9926888

1. นายบุญเลิศ โทจาปา อายุ 44 ปี

หนา้ 12

น้าตกชาตติ ระการในฤดูน้าหลากจะมองเหน็ สายนา้ ไหลเต็มหนา้ ผาทีส่ งู ชันจนเกิดมา่ นนา้ ตกขนาดใหญท่ ส่ี วยงาม

รูปท่ี

สายนา้ ทไ่ี หลลงตามหนา้ ผาสงู
ผา่ นโขดหินทเี่ ปน็ ชั้นย่อยๆ
เกิดเปน็ มา่ นน้าท่ีสวยงาม

รปู ภำพ เบอรโ์ ทรศัพท์ 063-9926888

1. นายบุญเลิศ โทจาปา อายุ 44 ปี

หนา้ 13

07 ตาบลชาตติ ระการ

นา้ ตกนาจาน

ประเภท ตำแหน่งท่ีพบ

สง่ิ แวดลอ้ มธรรมชาติ 17.327993302713914, 100.70570016940138

ทต่ี ง้ั

หมทู่ ี่ 4 และ หมูท่ ี่ 9 ตาบลชาตติ ระการ อาเภอชาตติ ระการ จงั หวดั พิษณุโลก

ภมู นิ าม ชื่อ “น้าตกนาจาน” ตั้งชื่อตามช่ือหมู่บ้าน ซึ่งมาจากพ้ืนท่ีส่วนใหญ่ในหมู่บ้านจะแบ่งพ้ืนท่ี
ออกเป็น 2 ส่วน คือ พ้ืนท่ีตั้งบ้านเรือน และพ้ืนที่นา โดยบริเวณพ้ืนท่ีนาจะมีต้นจานหรือ
ต้นทองกวาวอยู่เป็นจานวนมาก จึงตั้งชื่อหมู่บ้านว่า “บ้านนาจาน” ซึ่งน้าตกนาจาน อยู่ในเขต
หมบู่ า้ นนาจาน จงึ เรียกวา่ “น้าตกนาจาน”

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

นาตกนาจาน เป็นน้าตกขนาดกลาง ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่า นักท่องเท่ียวเพื่อให้เจ้าหน้าท่ีเป็นผู้นาทางและต้องเตรียม
ท่ีอุดมสมบูรณ์ในเขตอุทยานแห่งชาติน้าตกชาติตระการ อุปกรณ์สาหรับการพักแรมและอุปกรณ์สาหรับดูนก และผีเส้ือ
มีทั้งหมด 7 ช้ัน อยู่ห่างจากที่ทาการอทุ ยานแหง่ ชาติชาติตระการ ไปด้วย บริเวณน้าตกนาจานยังคงมีธรรมชาติที่สมบูรณ์ เป็น
ไปทางบา้ นนาจาน 3 กโิ ลเมตร จากบ้านนาจานเดินเท้าอกี ประมาณ ที่อยู่อาศัยของนกและผีเส้ือนานาชนิด รวมท้ังพรรณไม้
3 กิโลเมตร สภาพเส้นทางจะมีความลาดชันปานกลาง การเดินทาง กลว้ ยไม้ตา่ งๆ ที่พบไดง้ า่ ยในบรเิ วณน้าตกนาจาน
ไปเที่ยวชมน้าตกนาจาน ต้องติดต่อเจ้าหน้าท่ี ท่ีศูนย์บริการ

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศพั ท์ 081-0534210

1. นายพงษ์ศกั ด์ิ ขมุ ขา อายุ 44 ปี

หนา้ 14

นา้ ตกนาจาน ในฤดนู า้ หลากจะเหน็ น้าไหลเต็มหน้าผาที่สงู ชนั เกิดม่านนา้ ขนาดใหญท่ ่สี วยงาม

รปู ภำพ เบอร์โทรศพั ท์ 063-99926888

1. นายพยงุ คมุ้ สุพรรณ อายุ 64 ปี
2. นายบุญเลศิ โทจาปา อายุ 44 ปี

หนา้ 15

08 ผาวงั สอ่ ง ตาบลชาตติ ระการ

ประเภท ตำแหน่งที่พบ

สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ ตาบลชาตติ ระการ อาเภอชาติตระการ จงั หวัดพษิ ณโุ ลก

ทต่ี งั้

ตาบลชาตติ ระการ อาเภอชาตติ ระการ จังหวัดพิษณโุ ลก

ภมู นิ าม ช่ือ “ผาวังส่อง” เป็นชื่อที่มาจาก ผาก็คือ พ้นื ท่ีมีความสูงชัน วัง คือ ลักษณะของแอ่งน้าท่ีมีความลึก
“ส่อง” คอื ช่องไวส้ าหรบั ดู หรือชะโงกดู

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

มเี รอื่ งเล่ากนั ต่อ ๆ มาว่า บรเิ วณดังกล่าวมลี าแสงพงุ่ ข้ึนมา ซงึ่ ผาวังส่อง น่าจะเกดิ ตามธรรมชาติ ควบคูต่ ั้งแต่การตง้ั หม่บู ้าน
การเกิดของผาวังสอ่ งจะเหมอื นกันการเกิดขึ้นของนา้ ตกชาตติ ระการ หรอื น้าตกปากรอง ไมท่ ราบแนช่ ดั วา่ เกดิ ขึน้ ต้งั แตเ่ มอ่ื ไหร่

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอรโ์ ทรศัพท์ 081-1713653
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 063-9926888
1. ผ้ใู หญล่ าไพ จันทะคุณ
2. นายบุญเลศิ โทจาปา อายุ 44 ปี

หนา้ 16

ความสวยงามของ
เงาสะท้อนน้า
ผาวงั ส่อง

ทวิ เขา
และลานา้
ของผาวังสอ่ ง

รปู ภำพ เบอร์โทรศัพท์ 081-1713653
เบอร์โทรศพั ท์ 081-9534210
1. ผใู้ หญ่ลาไพ จนั ทะคุณ
2. นายพงษ์ศกั ดิ์ ขุมขา อายุ 44 ปี

หนา้ 17

09 วดั เขากระไดมา้ ตาบลชาตติ ระการ

ประเภท ตำแหน่งท่ีพบ

ประติมากรรมรูปเคารพ 17.319542078290613, 100.64152635336197

ทตี่ ง้ั

วัดเขากะไดม้า หมทู่ ่ี 5 ตาบลชาติตระการ อาเภอชาติตระการ จังหวดั พิษณโุ ลก

ภูมนิ าม ช่อื “วดั เขากะไดมา้ ” เกดิ จากการแยกคาออกเป็น 3 คา ได้แก่ วัดเขา กะได และม้า ซ่ึงแต่ละคา
มีที่มาดังน้ี 1) วัดเขา เป็นวัดที่สร้างอยู่บนเขาสูง 2) กะได เป็นภาษาท้องถิ่นที่หมายถึงบันได
3) มา้ เนอื่ งจากพบหลมุ ของหนิ ทม่ี ลี กั ษณะคล้ายรอยเทา้ ของมา้ อยู่ 2 จุด ณ บรเิ วณองค์พระมหา
จักรพรรดิ จงึ สันนษิ ฐานวา่ เป็นเสน้ ทางการเดนิ ทางของมา้ หรอื บรเิ วณแหง่ นม้ี ีม้าอาศยั อยู่ จึงเรียก
“วดั เขากะไดมา้ ”

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

เมื่อปี พ.ศ. 2520 หลวงพอ่ สมบูรณ์ กันตสีโล เป็นคนริเร่ิม ค่อนข้างลาบาก แต่ช่วงหลังได้เร่ิมมีการสร้างถนนข้ึนไปบนเขา
สร้างวัดเขากะไดม้า ท่านธุดงค์มาแล้ว พบว่าสถานที่แห่งน้ีน่าพัก โดยใช้หินมาปูเป็นทาง ทาให้การเดินทางสะดวกขึ้น แต่ยังต้อง
อาศยั สามารถปฏิบัติธรรมได้ มีหินและชะง่อนผาที่พอจะหลบแดด ใช้รถอีต๊อกเป็นพาหนะในการขึ้นลงเขา เพราะเส้นทางมี
หลบฝนได้ ต่อมาด้วยจิตศรัทธาของญาติโยมจึงได้มาช่วยกัน ลักษณะลาดชันและแคบ ต้องอาศัยความชานาญในการเดินทาง
สรา้ งวัดโดยการซือ้ ไมเ้ กา่ จากหมบู่ า้ นซึ่งอยู่ด้านล่าง และใช้รอกดึงไม้ จึงจะขึ้นลงเขาได้อย่างปลอดภัย เมื่อถึงวันสาคัญทาง
เสา และหลงั คาบ้านเก่า ข้ึนไปสร้างวัดบนเขา ทางข้ึนเขามีลักษณะ พระพุทธศาสนา ประชาชน ญาติโยม และผู้มีจิตศรัทธาจะข้ึนไป
ลาดชัน ประมาณ 2 กิโลเมตร ทาให้พระเดินลงมาบิณฑบาตร ทาบญุ ทวี่ ดั เขากะไดม้า

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศพั ท์ 081-0534210

1. นายพงษ์ศักดิ์ ขุมขา อายุ 44 ปี
2. นายแสง แตง่ น้อย อายุ 60 ปี

หนา้ 18

เจดีย์ทรงพทุ ธคยา ณ วัดเขากะไดม้า รอยเท้าม้า จดุ ท่ี 1

รอยเทา้ ม้า จุดที่ 2 พระมหาจักรพรรดิ

รปู ภำพ เบอรโ์ ทรศพั ท์ 063-6649055
เบอรโ์ ทรศัพท์ 063-9926888
1.นางสาวธญั ญพร มาบวบ อายุ 37 ปี
2. นายบญุ เลศิ โทจาปา อายุ 44 ปี

หนา้ 19

10 แหต่ น้ ดอกไม้ ตาบลชาตติ ระการ

ประเภท ตำแหน่งท่ีพบ

ประเพณี ภมู ปิ ญั ญา ตาบลชาติตระการ อาเภอชาติตระการ จังหวดั พิษณุโลก

ทตี่ ง้ั

ตาบลชาตติ ระการ อาเภอชาติตระการ จังหวัดพษิ ณุโลก

ภมู นิ าม ชื่อ “แห่ตน้ ดอกไม้” เป็นชอื่ ท่ีมาจาก การนาดอกไมม้ าผูกตดิ กบั ไมท้ ที าขึ้นคลา้ ยๆทรงปราสาท

ประวตั ิ เพ่ือบชู าพระรตั นตรยั ตลอดทั้งคนื ร่งุ เชา้ จงึ จะนาตน้ ดอกไม้ออก
จากวัด ถ้าต้นไหนยังแข็งแรงไม่เสียรูปทรง สามารถนามาเปลี่ยน
ความเป็ นมา ดอกไม้ใหม่ เพ่ือนาไปแห่ในคืนต่อไป การแห่ ผู้หามต้นดอกไม้
ต้องโยกประกอบจังหวะให้ต้นดอกไม้หมุนซ้ายขวาตามจังหวะ
ประเพณีแห่ต้นดอกไม้ มีการแห่ต้ังแต่ก่อสร้างวัดแล้วเสร็จ เสยี งกลอง ฆอ้ ง ฉง่ิ ฉาบ ทีบ่ รรเลงประกอบจนครบ 3รอบ และ
จนถงึ ปจั จบุ ันกวา่ 400 ปี แล้ว ชาวบ้านเกดิ ความเชอ่ื ว่า การนา ประดับเทยี นและจุดเทียนให้สว่างเพ่ือให้เกิดแสงสว่าง ด้วยทุก
ดอกไมม้ าบูชาพระท่ชี าวไทยถอื วา่ วันสงกรานต์ เป็นวนั ขน้ึ ปใี หม่ ต้น สาหรับโครงสร้างต้นดอกไม้ ประกอบโครงสร้างด้วยไม้ไผ่
การบูชาพระรัตนตรยั ด้วยดอกไม้ถือว่าเปน็ ส่ิงอันมงคล ด้วยการ ทงั้ หมด ไม่มลี วด ตะปู ผูกหรือตอก โครงสร้างท่ีสาคัญมีชื่อตาม
เก็บดอกไมท้ ี่สด ดอกสวยงามท่ีสดุ เป็นดอก เป็นชอ่ และพัฒนา ภาษาถนิ่ คือ 1) คาน (ฐานรากใช้หาม) 2) ขาธนู (ส่วนยึดคาน)
เป็นพานพุ่ม พานบายศรี ขนาดเล็ก และขนาดใหญ่ จนพัฒนา 3) ง่าม (เสาของต้นดอกไม้) 4) พง่ (ตัวรัดมมุ ขนาด) 5) ดวด (ส่วน
ไปถึงการทาโครงดว้ ยไมเ้ รยี กวา่ ตน้ ดอกไม้ ขนาดเล็กถอื คนเดยี ว รัดลาต้น) 6) แกนกลาง แกนค้ายัน 7) ลี้ก (ระแนงสานรอบต้น)
ขนาดกลางใช้คนหาม 4 คน และขนาดใหญ่ใชค้ นหาม 6-10 คน 8) คันกล่อง (ส่วนประกอบสาหรับห้อยสายมาลัย) 9) แมงมุม
โดยชาวบ้านมีความเช่ือและถือเป็นสิริมงคล ที่ได้นาดอกไม้ (ส่วนประกอบยอดสูงสุด) การสร้างต้นดอกไม้ต้องนาอุปกรณ์
มาบูชา พระรัตนตรัย ขอให้อยู่ดีมีสุข ให้ฝนตกตามฤดูกาล ให้ และดอกไม้สดมาประกอบสร้างให้เสร็จภายในวันเดียว จากนั้น
ข้าวกล้าในนาอุดมสมบูรณ์ บ้านเมืองร่มเย็น ปราศจากโรคภัย จะนาต้นดอกไมไ้ ปรวมกนั ท่วี ดั เพอ่ื รอเวลาแห่ในตอนคา่ ก่อนถึง
ไข้เจบ็ วัว ควาย สัตว์เล้ียงขยายคอกออกผลสมบูรณ์ ประเพณี เวลาแห่ทกุ คนจะไปรวมตวั กันทว่ี ดั เม่อื ถึงเวลาแหต่ อ้ งโยกตน้ ไม้
การแหต่ ้นดอกไม้ มีการแห่ทุกปี เร่ิมจากวันสรงน้าพระพุทธรูป หมุนตามจังหวะกลองอย่างสวยงาม ต้นใหญ่สุดมีความกว้าง
เริ่มวันท่ี 13 เมษายน ของทุกปี โดยหลักปฏิบัติจะเร่ิมแห่ต้ังแต่ 3 เมตร สูง 15 เมตร" (ขนาดของตน้ ดอกไมห้ รือปราสาทดอกไม้
วันท่ี 13-16 เมษายน ของทุกปี ติดต่อกันและจะมีการแห่ต้น จะขนาดไม่แน่นอนข้ึนอย่กู ับการทาชา่ ง หรอื กรรมการวัด ผู้เฒ่า
ดอกไมท้ ุกคนื วันพระ ตลอดเดือนเมษายนของทุกปี การแห่ต้อง ผู้แก)่
แห่ตอนกลางคืนราว 1 ทุ่ม ถึง 3 ทุ่ม และต้องมาแห่ท่ีวัดรอบ
พระอุโบสถเท่านั้น และต้องแหใ่ ห้ครบ 3 รอบ รอบท่ี 1 บูชา
พระพุทธ รอบท่ี 2 บูชาพระธรรม รอบที่ 3 บูชาพระสงฆ์ เมื่อ
แหค่ รบทัง้ 3 รอบแล้ว ต้องวางต้นดอกไมท้ กุ ตน้ ไว้รอบพระอโุ บสถ

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศัพท์ 086-2030067

1.ผูใ้ หญ่บัวววิ ลาสม อายุ 52 ปี

หนา้ 20

ขบวนแห่ตน้ ดอกไม้

ผหู้ ามตน้ ดอกไม้ต้องโยกประกอบจงั หวะให้
ตน้ ดอกไมห้ มุนซ้ายขวาตามจงั หวะเพลงที่
บรรเลงประกอบจนครบ 3 รอบ

ขบวนแหต่ น้ ดอกไม้ 3 รอบ
รอบท่ี 1 บูชาพระพทุ ธ รอบท่ี 2 บูชาพระธรรม
รอบที่ 3 บชู าพระสงฆ์

ตน้ ดอกไม้ ขนาดกลางใช้คนหาม 4 คน

รปู ภำพ เบอรโ์ ทรศพั ท์ 081-9534210

นายพงษ์ศกั ดิ์ ขมุ ขา อายุ 44 ปี

หนา้ 21

แห่11 ตาบลชาตติ ระการ
นางดง้ หรือแหน่ างแมว

ประเภท ตำแหน่งที่พบ

ประเพณี ภมู ปิ ญั ญา ตาบลชาตติ ระการ อาเภอชาติตระการ จงั หวัดพิษณโุ ลก

ทตี่ งั้

ตาบลชาตติ ระการ อาเภอชาติตระการ จงั หวดั พิษณโุ ลก

ภูมนิ าม ช่อื แห่นางดง้ หรือแหน่ างแมว เปน็ ช่ือที่มาจาก การทนี่ าแมวมาแห่ขอฝน

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

เน่อื งจากสงั คมไทยเปน็ สงั คมเกษตรกรรม การทาเลือกสวน ควันจะต้องขอน้าจากเทวดามาช่วยล้างเพราะน้าฝนเป็นน้าของ
นาไร่จาเป็นตอ้ งอาศยั น้าจานวนมาก ดงั น้ันหากวนั หนึ่งฝนทเ่ี คย เทวดา เน่ืองจาก เทโว แปลว่า ฝน นั่นเอง ส่วนความเชื่อ
ตกต้องตามฤดูกาลไม่ตกเช่นเคย ย่อมสร้างความเดือนร้อน เก่ียวกับแมวนั้น คนไทยเชื่อว่าแมวเป็นสัตว์ที่มีอานาจลึกลับ
ให้กับชาวนาชาวไร่ทั่วไป เพราะฉะนั้นเพื่อให้ฝนตกลงมาจะได้ ศักด์ิสิทธ์ิ เม่ือนามาทาพิธีแล้วจะช่วยเรียกฝนให้ตกลงมาได้
มีน้าเพียงพอในการทาการเกษตรกรรม จึงต้องทาพิธี “แห่นาง หรือถา้ เป็นความเชอื่ ของชาวอสี านจะมีความเชอ่ื วา่ เม่อื ฝนไมต่ ก
แมว” ขึ้น สาหรับความเช่ือเก่ียวกับประเพณีแห่นางแมวน้ัน ให้ใช้สัตว์ที่มีสีเดียวกับเมฆเรียกฝน จะทาให้ฝนตกลงมาได้
คนไทยมีความเชื่อว่าฝนตกลงมาเพราะเทวดา เมื่อฝนไม่ตก เช่นกันและสัตว์ประเภทเดียวท่ีมีสีเมฆคือแมวสีสวาท หรือแมว
จึงต้องทาพิธีขอฝนกับเทวดา แต่บางความเชื่อกล่าวว่าเมื่อ ที่อยู่ในทอ้ งถ่นิ นนั้
แผ่นดินแห้งแล้ง สิ่งแวดล้อมเป็นพิษ มีควันและละอองเขม่า

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศัพท์ 081-0534210

1. นายพงษ์ศักด์ิ ขุมขา อายุ 44 ปี

หนา้ 22

การทน่ี าแมวมาแหข่ อฝน
ขบวนแหน่ างด้งหรอื แหน่ างแมว

ชาวบา้ นจะรานา ตามด้วยขบวนดนตรบี รรเลง
ในการแห่นางดง้ หรือแหน่ างแมว

รปู ภำพ เบอรโ์ ทรศพั ท์ 081-0534210

1. นายพงษ์ศักด์ิ ขุมขา อายุ 44 ปี

หนา้ 23



ภูมนิ ำม

ตาบล

ท่ำสะแก

ภูมินำมกบั สง่ิ แวดลอ้ มศิลปกรรมทอ้ งถิน่ ประเพณี ภมู ปิ ญั ญำ และ ประตมิ ำกรรมรปู เคำรพ

สง่ิ แวดลอ้ มธรรมชาติ

1. แก่งกวาง
2. แก่งเกลือ
3. แก่งโตน
4. แกง่ ทราย
5. แก่งท่าเรอื
6. แกง่ ปเู่ ตน้
7. แก่งเปาะ
8. แกง่ สะแอก
9. แกง่ เสอื
10. แก่งหาดอ้อย
11. เขาหลักวา่ ว

ประเพณี ภูมิปัญญา

12. ประเพณแี ห่ต้นดอกไม้

หนา้ 25

01 ตาบลทา่ สะแก

แกง่ กวาง

ประเภท ตำแหน่งที่พบ

สิ่งแวดลอ้ มธรรมชาติ ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณโุ ลก

ทตี่ ง้ั

หมทู่ ี่ 7 บา้ นห้วยดี ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จังหวดั พษิ ณุโลก

ภูมนิ าม ช่ือ “แก่งกวาง” มาจากในสมัยก่อนแก่งน้ีมีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น เก้ง กวาง กระแต กระรอก ฯลฯ
ชกุ ชมุ โดยเฉพาะกวางจะมีอยเู่ ป็นจานวนมากกวา่ ชนดิ อนื่ ชาวบ้านจึงเรียกว่า แก่งกวาง ตัง้ แตน่ ัน้
เปน็ ต้นมา

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

แก่งกวาง เป็นสายน้าจากแมน่ ้าแควน้อย ตัง้ อยู่บริเวณ หมู่ท่ี 7 บ้านห้วยดี ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก
ในสมัยก่อนแก่งน้ีมีสัตว์ป่าชุกชุม เช่น เก้ง กวาง กระแต กระรอก ฯลฯ ชุกชุม โดยเฉพาะกวางมีเป็นจานวนมากกว่าชนิดอ่ืน
ชาวบา้ นจึงเรียกว่า แก่งกวาง ตงั้ แตน่ ้ันเปน็ ตน้ มา

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศัพท์ 081-8889930
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 094-6074445 ,
1. นายทวที รัพย์ ตาฉมิ มา อายุ 47 ปี เบอรโ์ ทรศพั ท์ 087-2971764
2. นายสนี วล สีไพร อายุ 60 ปี
3 .นายเสวยี น จันทะกาว อายุ 51 ปี

หนา้ 26

รูปแกง่ กวาง

รปู ภำพ เบอร์โทรศัพท์ 095-4644138

1. นายสยมพล อบุ ลบณั ฑิต อายุ 51 ปี

หนา้ 27

02 ตาบลทา่ สะแก

แกง่ เกลือ

ประเภท ตำแหน่งท่ีพบ

สง่ิ แวดลอ้ มธรรมชาติ 17’09.8374 , 100’36.5239

ทตี่ ง้ั

หมทู่ ่ี 7 บ้านห้วยดี ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จังหวัดพษิ ณุโลก

ภูมนิ าม ชอ่ื “แกง่ เกลอื ” ตง้ั ชอื่ ตามลักษณะของนา้ ท่ีมรี สชาติเค็มกว่าแกง่ อนื่ ชาวบา้ นจงึ เรียนแก่งนี้วา่
“แกง่ เกลอื ”

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

แก่งเกลอื เป็นสายน้าจากแม่นา้ แควนอ้ ย หมู่ท่ี 7 บา้ นหว้ ยดี ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จงั หวัดพิษณุโลก เป็นแก่งท่ีมี
นา้ รสชาติเค็มกวา่ แกง่ อนื่ สตั วป์ ่าจะลงมากินน้าท่ีแกง่ เปน็ ประจา แก่งมีโขดหนิ ที่สวยงาม มีวิวทัศน์ที่สวยงาม มีต้นไม้ขึ้นอยู่ตาม
เกาะกลางนา้ และมีนา้ ไหลตามโขดหินสวยงาม

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศพั ท์ 081-8889930
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 094-6074445 ,
1. นายทวที รพั ย์ ตาฉมิ มา อายุ 47 ปี เบอรโ์ ทรศพั ท์ 087-2971764
2. นายสนี วล สีไพร อายุ 60 ปี
3 .นายเสวียน จันทะกาว อายุ 51 ปี

หนา้ 28

รูปแก่งกวาง

รูปแกง่ เกลอื

รปู ภำพ เบอรโ์ ทรศพั ท์ 095-4644138

1. นายสยมพล อบุ ลบณั ฑิต อายุ 51 ปี

หนา้ 29

03 ตาบลทา่ สะแก

แกง่ โตน

ประเภท ตำแหน่งท่ีพบ

สง่ิ แวดล้อมธรรมชาติ ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จังหวดั พษิ ณุโลก

ทต่ี งั้

หมูท่ ่ี 3 บ้านนอ้ ย ตาบลทา่ สะแก อาเภอชาติตระการ จงั หวดั พิษณุโลก

ภูมนิ าม ช่ือ “แก่งโตน” มีท่ีมาจากคาว่า โตน ซ่ึงเป็นภาษาถ่ินของอาเภอชาติตระการ แสดงถึงลักษณะ
การตกลงจากที่สงู ด้วยความเรว็ และแรง ชาวบ้านจงึ ได้นามาเปรียบเทียบกับลักษณะของการไหล
ของน้าสายน้ีที่มาจากบริเวณที่น้าลึกโดยไหลตกลงมาที่ก้อนหินทาให้น้าโตนลงหิน ชาวบ้านจึง
เรยี กวา่ “แกง่ โตน” มาจนถงึ ปัจจุบนั

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

แก่งโตน ต้ังอยู่บริเวณ หมู่ที่ 3 บ้านน้อย ตาบลท่า จาก คาว่า โตน ซึ่งเป็นภาษาถ่ินของอาเภอชาติตระการ แสดง
สะแก อาเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ซ่ึงมีความอุดม ถึงลักษณะการตกลงจากท่ีสูงด้วยความเร็ว และแรง ชาวบ้าน
สมบรู ณ์ไปดว้ ยตน้ ไม้ แหลง่ น้ามี หอย กุ้ง และปลาหลากหลาย จึงได้นามาเปรียบเทียบกับลักษณะของการไหลของน้าสายนี้
สายพันธุ์ ซึ่งชาวบ้านได้หามารับประทานในครัวเรือนและ ที่มาจากบริเวณที่น้าลึกโดยไหลตกลงมาที่ก้อนหินทาให้น้าโตน
บริเวณเกาะกลางน้าจะมีต้นไม้ขึ้นอยู่ ชื่อ “แก่งโตน” มีท่ีมา ลงหนิ ชาวบา้ นจงึ เรยี กว่า “แกง่ โตน” มาจนถงึ ปจั จุบนั

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศัพท์ 081-8889930
เบอร์โทรศัพท์ 094-6074445 ,
1. นายทวีทรัพย์ ตาฉมิ มา อายุ 47 ปี เบอรโ์ ทรศัพท์ 081-9624815
2. นายสีนวล สไี พร อายุ 60 ปี
3. นายณรงค์ สฟี อง อายุ 51 ปี

หนา้ 30

รูปแกง่ โตน

รปู ภำพ เบอร์โทรศัพท์ 095-4644138

1. นายสยมพล อบุ ลบณั ฑิต อายุ 51 ปี

หนา้ 31

04 ตาบลทา่ สะแก

แกง่ ทราย

ประเภท ตำแหน่งที่พบ

ส่งิ แวดลอ้ มธรรมชาติ ตาบลท่าสะแก อาเภอชาตติ ระการ จงั หวัดพิษณุโลก

ทตี่ งั้

หมู่ท่ี 3 บ้านน้อย ตาบลทา่ สะแก อาเภอชาติตระการ จงั หวดั พิษณุโลก

ภูมนิ าม ชื่อ “แก่งทราย” ถูกเรียกช่ือตามลักษณะของแก่งท่ีมีหาดทรายสองฝ่ังของแก่ง และบริเวณตรง
กลางแกง่ จะมหี าดทรายทีม่ ีขนาดกว้างและยาว เน่ืองจากเกิดการทบั ทมของซากพชื ใบไม้ ท่ีทับ
ทมกนั มาอย่างยาวนาน จงึ ทาให้เป็นเนนิ ทราย ชาวบ้านจึงเรยี กว่า “แกง่ ทราย” มาจนถงึ ปัจจบุ ัน

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

แกง่ ทราย แกง่ ทรายจะอยู่ถัดมาจากแก่งโตน เป็นน้าสาย สองฝ่ังของแก่ง และบริเวณตรงกลางแก่งจะมีหาดทรายท่ีมี
เดียวกันจากแม่แควน้อย ต้ังอยู่บริเวณ หมู่ท่ี 3 บ้านน้อย ขนาดกวา้ งและยาว เน่อื งจากเกดิ การทับทมของซากพืช ใบไม้
ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ชื่อ ท่ที ับทมกนั มาอย่างยาวนาน จึงทาให้เปน็ เนนิ ทราย ชาวบา้ นจงึ
“แก่งทราย” ถูกเรียกชื่อตามลักษณะของแก่งที่มีหาดทราย เรยี กว่า “แกง่ ทราย” มาจนถงึ ปัจจบุ ัน

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศพั ท์ 081-8889930
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 094-6074445
1. นายทวที รัพย์ ตาฉมิ มา อายุ 47 ปี เบอร์โทรศัพท์ 081-9624815
2. นายสีนวล สีไพร อายุ 60 ปี
3. นายณรงค์ สฟี อง อายุ 51 ปี

หนา้ 32

รูปแกง่ ทราย

รปู ภำพ เบอร์โทรศัพท์ 095-4644138

1. นายสยมพล อบุ ลบณั ฑิต อายุ 51 ปี

หนา้ 33

05 ตาบลทา่ สะแก

แกง่ เรอื

ประเภท ตำแหน่งท่ีพบ

ส่งิ แวดล้อมธรรมชาติ 17.244433 , 100.648202

ทตี่ งั้

หมทู่ ่ี 2 บ้านขอนสองสลงึ ตาบลทา่ สะแก อาเภอชาติตระการ จังหวดั พิษณโุ ลก

ภูมนิ าม ช่อื “แก่งท่าเรือ” มาจากสมัยกอ่ นบรเิ วณนีเ้ ป็นท่าเรือในการรับและขายสินค้า

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

แก่งเรือ แก่งท่าเรือ ต้ังอยู่บริเวณหมู่ที่ 2 บ้านขอนสอง จุดรวมสินค้าในการรับและขายส่งสินค้า เพราะใกล้ถนน และ
สลึง ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก ประชาชนในเขตตาบลบ่อภาคก็จะหาบสินค้าทางเท้าต่อโดย
ผูเ้ ฒ่าผแู้ กเ่ ลา่ กนั วา่ ในสมยั แต่ก่อนที่การสัญจร ค้าขาย ยังไม่มี การเดินผ่านป่าขึ้นไป เพราะเช่ือกันว่าในสมัยแต่ก่อนเป็น
ถนนและรถ ชาวบ้านมักจะทาไร่ท่ีติดกับแม่น้า เพราะการขนส่ง ท่าเรือขนส่งสินค้า ชาวบ้านจึงเรียกว่าท่าเรือต้ังแต่บัดน้ัน
ค้าขาย ใช้เรือในการขนส่งลาเลียงสินค้า ซ่ึงจะใช้ท่าเรือเป็น เปน็ ตน้ มา

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอรโ์ ทรศพั ท์ 081-8889930
เบอร์โทรศัพท์ 094-6074445
1. นายทวีทรัพย์ ตาฉิมมา อายุ 47 ปี เบอร์โทรศพั ท์ 087-3071206
2. นายสีนวล สีไพร อายุ 60 ปี
3. นายสวัสดิ์ ศรสี วสั ด์ิ อายุ 59 ปี

หนา้ 34

รูปแกง่ เรือ

รปู ภำพ เบอรโ์ ทรศัพท์ 095-4644138

1. นายสยมพล อบุ ลบณั ฑติ อายุ 51 ปี

หนา้ 35

06 ตาบลทา่ สะแก

แกง่ ป่ ูเตน้

ประเภท ตำแหน่งที่พบ

สิง่ แวดลอ้ มธรรมชาติ 17’09.5756 , 100’36.2066

ทต่ี งั้

หมทู่ ่ี 7 บา้ นหว้ ยดี ตาบลทา่ สะแก อาเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก

ภมู นิ าม ชือ่ “แก่งปู่เต้น” มาจากคาบอกเล่าของผู้เฒา่ ผู้แก่เล่าว่าในสมัยก่อนได้มีคนแก่ท่านหนึ่งเป็นผู้ชาย
จึงเรียกแทนว่าปู่ได้เดินทางมาจากเขาหลักว่าว เดินหลงป่าเดินวนเวียนอยู่ท่ีวังปู่เวียน และ
เดินทางต่อไปท่ีแก่งจูงนางพร้อมผู้หญิงนางหนึ่งมาที่แก่งจูงนาง และเดินทางต่อไปเร่ือย ๆ จน
มาถึงแก่งแห่งนี้ โดยลักษณะของแก่งน้ีจะมีก้อนหินอยู่ 1 ก้อนตรงกลางแก่ง ซึ่งในการเดินข้ามน้า
ต้องน้ีต้องใช้ก้อนหินก้อนนี้เท่านั้นในการข้ามไป ซ่ึงชายแก่ท่านนี้สามารถกระโดดผ่านหินก้อนน้ี
ไปยงั อีกฝั่งได้ ชาวบา้ นจงึ เรยี กแกง่ น้วี ่าแก่งปเู่ ต้น ตั้งแตบ่ ัดนน้ั เป็นต้นมา

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

แกง่ ปเู่ ต้น แก่งปู่เตน้ เปน็ สายน้าจากแมน่ า้ แควน้อย ต้งั อยบู่ รเิ วณ หมูท่ ่ี 7 บ้านห้วยดี ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ
จังหวดั พิษณุโลก เป็นแกง่ ทมี่ คี วามยาวเชอื่ มต่อจากแกง่ กวาง เปน็ แก่งทมี่ คี วามอดุ มสมบูรณ์ไปดว้ ยตน้ ไมแ้ ละสตั วน์ านาชนดิ

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศัพท์ 081-8889930
เบอร์โทรศัพท์ 094-6074445
1. นายทวที รัพย์ ตาฉิมมา อายุ 47 ปี เบอร์โทรศัพท์ 087-2971764
2. นายสีนวล สีไพร อายุ 60 ปี
3. นายเสวียน จันทะกาว อายุ 51 ปี

หนา้ 36

รูปแก่งป่เู ตน้

รปู ภำพ เบอรโ์ ทรศัพท์ 095-4644138

1. นายสยมพล อบุ ลบณั ฑิต อายุ 51 ปี

หนา้ 37

07 ตาบลทา่ สะแก

แกง่ เปาะ

ประเภท ตำแหน่งท่ีพบ

ส่งิ แวดล้อมธรรมชาติ 17.244433 , 100.648202

ทต่ี งั้

หมู่ที่ 7 บา้ นห้วยดี ตาบลท่าสะแก อาเภอชาตติ ระการ จงั หวัดพิษณโุ ลก

ภูมนิ าม ชอ่ื “แกง่ เปาะ” มาจากบรเิ วณแกง่ นจี้ ะมไี มเ้ ปาะ ข้นึ อยเู่ ป็นจานวนมาก

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

แก่งเปาะ เป็นสายน้าจากแม่น้าแควน้อย ตั้งอยู่บริเวณ มาปรุงอาหาร เช่น นามาแกง ส่วนลาของไม้เปาะนามาใช้
หมู่ท่ี 7 บ้านห้วยดี ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ เผาข้าวหลาม จักสาน เช่น หวด ตระกร้า กระบุง เป็นต้น
จังหวัดพิษณุโลกนับว่าเป็นแก่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ บริเวณ ซ่ึงลักษณะของกอลาต้นต้ังตรงและเรียว ชาวบ้านจึงเรียกว่า
แก่งจะมีไม้เปาะเยอะมาก ชาวบ้านนิยมนาหน่อของไม้เปาะ แกง่ เปาะ

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอรโ์ ทรศพั ท์ 081-8889930
เบอร์โทรศพั ท์ 094-6074445
1. นายทวีทรพั ย์ ตาฉมิ มา อายุ 47 ปี เบอร์โทรศพั ท์ 087-29717643
2. นายสนี วล สไี พร อายุ 60 ปี
3. นายเสวยี น จันทะกาว อายุ 51 ปี

หนา้ 38

รูปแกง่ เปาะ

รปู ภำพ เบอร์โทรศัพท์ 095-4644138

1. นายสยมพล อบุ ลบณั ฑิต อายุ 51 ปี

หนา้ 39

08 ตาบลทา่ สะแก

แกง่ สะแอก

ประเภท ตำแหน่งท่ีพบ

สิ่งแวดล้อมธรรมชาติ 17’09.6992 , 100’36.9212

ทต่ี ง้ั

หมทู่ ่ี 7 บา้ นหว้ ยดี ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จงั หวัดพิษณุโลก

ภมู นิ าม ชือ่ “แก่งสะแอก” มาจากลกั ษณะของแก่งมลี กั ษณะคล้ายแอกของควาย แอก คืออุปกรณ์ท่ีใช้ใน
การไถนาวางอยบู่ นคอของควาย จงึ เรยี กแกง่ นว้ี า่ “แก่งสะแอก”

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

แก่งสะแอก เป็นสายน้าจากแม่น้าแควนอ้ ย ต้งั อยูบ่ ริเวณ หมู่ท่ี 7 บ้านห้วยดี ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จงั หวัดพิษณุโลก
เป็นแก่งมีขนาดที่ยาวกว่าแก่งอนื่ ๆ น้าใสและมีน้าไม่ลึก บริเวณต้นแก่งมีวังขนาดใหญ่และมีจระเข้อาศัยอยู่ มีความอุดมสมบูรณ์
ของธรรมชาติ ตน้ ไม้และกุ้ง หอย ปลา เทา เปน็ ต้น

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอร์โทรศพั ท์ 081-8889930
เบอรโ์ ทรศัพท์ 094-6074445 ,
1. นายทวที รพั ย์ ตาฉิมมา อายุ 47 ปี เบอรโ์ ทรศัพท์ 087-2971764
2. นายสนี วล สีไพร อายุ 60 ปี
3. นายเสวยี น จันทะกาว อายุ 51 ปี

หนา้ 40

รูปแก่งสะแอก

รูปแก่งทราย

รปู ภำพ เบอร์โทรศัพท์ 095-4644138

1. นายสยมพล อบุ ลบัณฑติ อายุ 51 ปี

หนา้ 41

09 ตาบลทา่ สะแก

แกง่ เสอื

ประเภท ตำแหน่งที่พบ

สงิ่ แวดล้อมธรรมชาติ 17’09.8644 , 100’36.3530

ทต่ี ง้ั

หมู่ที่ 7 บ้านห้วยดี ตาบลท่าสะแก อาเภอชาติตระการ จังหวัดพษิ ณุโลก

ภูมนิ าม ชื่อ “แกง่ เสือ” มาจาก เรอ่ื งเลา่ โดยชาวบา้ นเลา่ วา่ ในสมัยกอ่ น สัตวช์ อบมากินโป่งท่ีแก่ง เพราะน้า
และดินเค็ม และอยู่มาวันหน่ึงชาวบ้านได้เห็นเสือมาดักกินสัตว์ที่มากินโป่งเป็นอาหาร ทาให้
ชาวบ้านหวาดกลัว และต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหากเข้าใกล้บริเวณน้ี เพราะกลัวว่าจะเจอเสือ
ชาวบา้ นจึงเรยี กแก่งนีว้ ่าแกง่ เสอื ต้งั แตน่ นั้ เป็นตน้ มา

ประวตั ิ

ความเป็ นมา

แก่งสะแอก เดิมชื่อว่าอุทยานแก่งเจ็ดแคว ข้ึนตรงกับอุทยานเขื่อนแควน้อยบารุงแดน อาเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก
แก่งเสือเป็นแก่งที่มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้และสัตว์หลายชนิด เช่น เสือ เก้ง กวาง กระแต กระรอก และนก
หลากหลายสายพนั ธุ์

ผูใ้ หข้ อ้ มูล เบอรโ์ ทรศัพท์ 081-8889930
เบอร์โทรศัพท์ 094-6074445
1. นายทวที รัพย์ ตาฉมิ มา อายุ 47 ปี เบอรโ์ ทรศัพท์ 087-2971764
2. นายสีนวล สีไพร อายุ 60 ปี
3. นายเสวยี น จนั ทะกาว อายุ 51 ปี

หนา้ 42


Click to View FlipBook Version