ด้านครูผู้สอน
- เกิดวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีม
- มีการสร้างเครือข่ายของครูต่างโรงเรียนเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
- เปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นผู้ฟังมากขึ้น (รับฟังแนวคิดของนักเรียน)
- ไม่หยุดที่จะพัฒนาตนเอง มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา
- มีความกระตือรือร้นในการสอนมากขึ้น
- รับฟังเสียงสะท้อนจากเพื่อนร่วมงาน
- ทำงานอย่างเป็นระบบ
- มีการสังเกตการสอน สะท้อนผล เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแก้ไข พร้อมพัฒนาการจัดการเรียนรู้ต่อไป
ด้านผู้เรียน
ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น แล้วยังพบอีกว่า พฤติกรรมการเรียนรู้ของนักเรียนเกิด
การเรียนรู้ และมีการเปลี่ยนแปลงอย่างให้เห็นได้ชัด คือ นักเรียนมีอิสระในการคิดหาคำตอบด้วย
ตนเอง เกิดทักษะกระบวนการคิด คิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน คิดอย่างเป็นระบบ มีความคิดที่หลาก
หลาย มีการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์อย่างมีเหตุมีผล มีพื้นที่ปลอดภัยในการเสนอแนวคิดของตนเอง
รู้จักการแก้ปัญหา มีระบบการทำงานเป็นกลุ่ม ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น มีความสุขในการ
เรียนคณิตศาสตร์ และมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์
ดังที่กล่าวไว้ขั้นต้น โรงเรียนเล็งเห็นความสำคัญในการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นสำคัญ และมีความเชื่อ
มั่นว่าการพัฒนาวิชาชีพครูด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบ
เปิด (Open Approach) จะทำให้ผู้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี มีประสิทธิภาพ และมี
ประโยชน์ต่อการเรียนรู้ของเยาวชนในอนาคตอย่างแน่นอน
เหตุการณ์ ณ วันที่ 21/9/62“กิจกรรมเปิดชั้น ชั้นเรียนที่กล้าที่จะยกมือและการแก้ปัญหาร่วมกัน
เรียน (Open Class) จังหวัดชายแดนภาคใต้ ครั้ง
ที่ 2”
ณ โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ปัตตานี
การได้ร่วมศึกษาชั้นเรียนของโรงเรียนอื่ นๆ
“นวัตกรรมแห่ง
การเรียนรู้ สู่การ
พัฒนาที่ยั่งยืน”
อับดุลการ
ีม มะแซ
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ
โรงเรียนซอลีฮียะห์
จังหวัดป
ัตตานี
“นวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน”
โลกปัจจุบันเป็นโลกแห่งยุคของการเปลี่ยนแปลงและ แต่นวัตกรรมด้านการศึกษาจะสามารถเข้ามาช่วยแก้ปัญหาเหล่า
พัฒนาไปอย่างรวดเร็วทำให้เกิดนวัตกรรมทางด้าน
ต่าง ๆ อย่างมากมาย เช่นนวัตกรรมด้าน นี้ได้ตราบใดที่โรงเรียน ผู้บริหาร และครูมีนวัตกรรมที่ดีในการ
อุตสาหกรรม นวัตกรรมด้านความงาม นวัตกรรม
การเกษตร นวัตกรรมด้านสุขภาพ รวมไปถึง จัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพและให้ผู้
นวัตกรรมทางการศึกษา ซึ่งถ้าจะกล่าวถึงนวัตกรรมที่
กล่าวมาข้างต้นล้วนแล้วมีความสำคัญต่อการพัฒนา เรียนได้เรียนรู้ผ่านนวัตกรรมที่ทางโรงเรียนได้เลือกใช้ให้เหมาะ
คุณภาพชีวิตของมนุษย์ทั้งสิ้น นวัตกรรมทางการ
ศึกษาคือ สิ่งใหม่ที่จะช่วยส่งเสริมให้การจัดการเรียน สมกับบริบทและตัวของผู้เรียน นวัตกรรมทางการศึกษาที่ทางผู้
การสอนสะดวกขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะ
เกิดปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนแบบ บริหารและคณะครูโรงเรียนซอลีฮียะห์ได้นำมาใช้ในการจัดการ
ปกติได้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
โคโรนาที่ผ่านมา เรียนการสอนเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน ณ โรงเรียนแห่งนี้
คือ นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธี
การแบบเปิด (Open Approach) ซึ่งทางโรงเรียนได้นำมาใช้
ในการจัดการเรียนการสอนในรายวิชาคณิตศาสตร์ระดับชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 1 ย้อนหลังไป 5 ปีที่ผ่านมาจากการศึกษาดูงาน
ของท่านผู้อำนวยการโรงเรียน ดร.อับดุลเลาะ ยีเลาะ และ ตัวของ
ข้าพเจ้าเอง ณ จังหวัดขอนแก่น
เป็นจุดประกายที่ทำให้ทางโรงเรียนซอลีฮียะห์ได้นำนวัตกรรม
การศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด
(Open Approach) มาใช้ในโรงเรียน
พัฒนาผู้เรียนผ่านกระบวนการ
การศึกษาชั้นเรียน
(Lesson Study)
การพัฒนาชั้นเรียนที่ให้ครูได้พัฒนาผู้เรียนผ่านกระบวนการการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) ที่
ทำให้ครูและนักเรียนสามารถพัฒนาไปได้ในเวลาเดียวกัน นวัตกรรมที่มุ่งเน้นให้ครูได้พัฒนาทักษะของ
ตนเองผ่านห้องเรียนและใช้ห้องเรียนเป็นพื้นที่ในการเรียนรู้ร่วมกันผ่านกระบวนการ Co-Plan Co-
do และ Co-see ที่ครูทุกคนจะมีหน้าที่ที่จะดำเนินการในการออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ราย
สัปดาห์ ร่วมกันเตรียมสื่อการสอน ใบงาน ร่วมสังเกตชั้นเรียนและ
ร่วมสะท้อนผล ทำให้บรรยากาศแห่งการทำงานร่วมกันและภาพแห่งการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกิดขึ้น
อย่างสม่ำเสมอ ครูสามารถ
แสดงความคิดเห็นหรือสะท้อนการจัดการเรียนการสอนของตนเองและเพื่อนครูด้วยกันด้วยความ
เป็นกัลยาณมิตร ถือเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีงามภายในโรงเรียน
เรียนรู้คนเดียว สอนคนเดียว และประเมินคนเดียว
การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาผ่านนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด
(Open Approach) คือการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานของผู้บริหารและครูที่เมื่อก่อนครูจะออกแบบแผนการ
จัดการเรียนรู้
คนเดียว สอนคนเดียว และประเมินคนเดียว แต่การศึกษาชั้นเรียน คือ กระบวนการที่สร้างการทำงานเป็นทีม การ
ทำงานเป็นกลุ่ม เป็นระบบ และสร้างความรักความสามัคคีของคณะครูในโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัดเจน การเข้าถึงชั้น
เรียนของผู้บริหารที่จะทำให้ทราบถึงปัญหาด้านการจัดการเรียนการสอน การจัดตารางเรียน การจัดตารางที่จะทำให้ครู
เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ถือเป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกันที่ผู้บริหารจะต้องคำนึงและพิจารณาด้านความเหมาะ
สมเรื่องของเวลา และการสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ในการออกแบบการจัดการเรียนการสอนที่เอื้อความสะดวกให้
กับครูในการผลิตสื่อ ผลิตใบงาน ที่จะใช้ในการจัดการเรียนการสอน
เมื่อผู้บริหารเข้าใจในหน้าที่และบทบาทของตนเอง ครูเข้าใจในภาระหน้าที่ของตนเองก็จะทำให้เกิดวัฒนธรรมองค์กร
แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน (Learning Community) ภายในโรงเรียนอย่างเห็นได้ชัดเจน สำหรับการเปลี่ยนแปลงที่
ในด้านต่าง ๆ เห็นได้ชัดเจนจากการนำนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open
Approach)
ด้านผู้บริหาร การเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารที่มีเวลาใน
การเข้าร่วมการออกแบบแผนการจัดการ
เรียนรู้ร่วมกับคณะครู
ที่อยู่ในทีม มีเวลาในการเข้าชั้นเรียนเพื่อ
สังเกตการสอนและร่วมสะท้อนผล
1)อีกทั้งยังทำให้ผู้บริหารเห็นถึงสภาพของชั้นเรียนที่เป็นจริง เพื่อที่ตนเองจะสามารถเห็นถึง
ปัญหา ความต้องการของครู และให้การสนับสนุนตรงกับความต้องการของทีมและครูผู้สอน
เนื่องการการที่ผู้บริหารใส่ใจในเรื่องเหล่านี้จะทำให้การปฏิบัติงานของครูดำเนินไปได้ด้วยดี
เพราะมีผู้บริหารคอยสนับสนุน ให้กำลังใจและร่วมรับผิดชอบร่วมกันในแผนการจัดการเรียนรู้
พร้อมที่จะแก้ไขและร่วมเผชิญปัญหาไปพร้อม ๆ กับทีมและครู
ด้านครูผู้สอน ครูผู้สอนจะมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นเนื่องจากการ
ออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ตนเองไม่ได้ออกแบบ
แต่เพียงผู้เดียว แต่จะเป็นการออกแบบที่ทุกคนในทีม
มีส่วนร่วมในการออกแบบแผนการสอนร่วมกันทำให้
ครูผู้สอนรู้สึกสบายใจที่จะสอน เช่นเดียวกันกับการเตรี
ยมใบงาน สื่อการสอน ร่วมสังเกตการสอนและร่วม
สะท้อนผลด้วยกัน ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างครูด้วยกัน
น้อยลง อีกทั้งยังเป็นการทำงานเป็นทีมที่เห็นได้ชัดเจน
ช่วยเหลือ สนับสนุนแก้ไข และเติมเต็มในทุก ๆ ด้าน ทุก
ๆ มิติด้วยด้วยกันเพื่อการพัฒนาชั้นเรียนและผู้เรียนให้
มีคุณภาพต่อไป ทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นจะไม่ปรากฏ
และไม่เกิดขึ้นในโรงเรียนที่ไม่ได้นำนวัตกรรมนี้มาใช้
การนิเทศที่เดิมคือการจับผิด กลับกลายเป็นการ
พัฒนาร่วมกันผ่านประโยคและเสียงที่มุ่งเน้นเพื่อให้
เกิดการพัฒนา และเติมเต็มในการจัดการเรียนการ
สอนของครู
ด้านผู้เรียน และ ด้านผู้ปกครอง
ด้านผู้เรียน จะเห็นได้ชัดเจนจากการเปลี่ยนแปลงที่ตัว ด้านผู้ปกครอง ผู้ปกครองเห็นถึงพัฒนาการของลูก
ของผู้เรียนเองมีความกล้าแสดงออก กล้าที่จะแสดง
ความคิดเห็น กล้าตัดสินใจ และมีแนวคิดเป็นของตัวเอง ผ่านการเรียนด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน
ผู้เรียนรู้สึกมีอิสระเสรีในการที่ตนเองจะแสดงความคิด (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open
เห็น ห้องเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขาที่จะ Approach) ที่เคยสัมผัสและได้รับเสียงสะท้อนคือ
แสดงความคิดเห็นความสามารถและเสนอแนวคิดตามที่
ตนเองได้ออกแบบหรือหาคำตอบ บรรยากาศใน เวลาลูก ๆ กลับบ้านก็มักจะมีเรื่องเล่าที่ตนเองเรียนกลับ
ห้องเรียนที่ไม่ตึงเครียด มีเสียงหัวเราะ รอยยิ้มและความ
สนุกสนาน ซึ่งบางครั้งพวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังเรียน ไปเล่าให้ คุณพ่อ คุณแม่ฟัง ทำให้สร้างความใกล้ชิดและ
เพราะกระบวนการที่ครูออกแบบการจัดการเรียนการ
สอนผ่านการเล่นและการมีส่วนร่วมในห้องเรียน สิ่งที่ สามารถสร้างความสัมพันธ์ของสมาชิกภายในครอบครัว
เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างคือ วัฒนธรรมของการยกมือใน
ห้องเรียน การเข้าสังคม การช่วยเหลือกัน การเป็นผู้พูด ได้ ผู้ปกครองให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือในการ
และผู้ฟังที่ดีรวมไปถึงการแบ่งปันซึ่งกันและกัน สิ่งเหล่า เข้าร่วมกิจกรรมเปิดชั้นเรียน (Open Class)ที่ทาง
นี้คือผลที่นักเรียนได้รับผ่านการเรียนด้วยนวัตกรรมการ โรงเรียนจัดขึ้น ไว้ใจและมั่นใจในกระบวนการจัดการเรียน
ศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด รู้ด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study)
(Open Approach) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) เช่น
เดียวกัน
นักเรียนกล้าที่จะยกมือเพื่อแสดงความคิดเห็นของตนเอง ร่วมสังเกตชั้นเรียน ร่วมสะท้อนผล
รอยยิ้มในชั้นเรียนที่ทำให้ครูผู้สอนมีพลังที่ขับเคลื่ อน ร่วมออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้
นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study)
และวิธีการแบบเปิด (Open Approach)
“ ชั้นเรียนแ
ห่งรอยยิ้ม ”
นเัพกื่ อเรแียสนดตกงนลแ้เา
นอที่งวจคะิ ยกมือ อานีรา สาอิ
ดของ ครูจโัรงงหเวรัีดยปนัตซตอาลีนฮีียะห์
Open ช่วงแรกๆ ที่ข้าพเจ้าได้นำวิธีแบบเปิด (Open Approach) มา
Approach ใช้ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนของตนเองก็ยังรู้สึกติดๆ
ขัดๆ เพราะยังไม่ค่อยชินที่ตนเองจะต้องเงียบและต้องเป็นผู้ฟัง
วิธีแบบเปิด (Open Approach) คือการ หรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีสิทธิ์มีเสียงในชั้นเรียนนั้นๆ อาจจะ
จัดการเรียนรู้ที่ครูใช้โจทย์สถานการณ์ปัญหา
ปลายเปิดในการขับเคลื่ อนกระบวนการเรียนรู้ เพราะว่าก่อนหน้านี้ หรือหลายปีก่อนหน้าที่ตนเองจะนำวิธีแบบ
ของผู้เรียน โดยที่ผู้เรียนแต่ละคนเป็นผู้นำ เปิด (Open Approach) มาใช้ ข้าพเจ้าเคยชินกับห้องเรียนที่
เสนอวิธีการแก้ปัญหาของตน การแลกเปลี่ยน มีแต่บรรยากาศเงียบขรึม นักเรียนต้องฟังผู้สอนเท่านั้น ผู้สอน
เรียนรู้ร่วมกันในชั้นเรียน เพื่อเรียนรู้วิธีการ ต้องใหญ่หรือมีอำนาจที่สุดในชั้นเรียน ผู้เรียนไม่มีสิทธิ์ตอบถ้าคำ
คิด และวิธีการทำความเข้าใจทั้งของตนเอง ตอบนั้นไม่ตรงกับคำตอบที่ครูคิดไว้หรือกำหนดไว้แล้ว พอจบ
และของผู้อื่ นร่วมกัน
คาบเรียนตนเองกลับมีคำถามเยอะแยะมากมายว่า ทำไมผู้เรียน
เข้าใจยากจัง ทั้งๆ เรื่องที่เรียนเป็นแค่เรื่องที่ง่ายมาก
คิดเข้าข้าง
ตนเองว่าผู้
เรียนเข้าใจยาก
แอบคิดเข้าข้างตนเองว่าผู้เรียนเข้าใจยากจัง ทำไมนักเรียนไม่ หรือเราแค่ให้ความสำคัญกับกลุ่มนักเรียนหน้าห้อง
ตั้งใจเรียน ขี้เกียจ ไม่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่างๆ หรือกลุ่มนักเรียนที่ให้คำตอบที่โดนใจเรา ถูกใจเรา และ
และสุดท้ายทำไมนักเรียนถึงตอบผิด ทั้งที่เรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ แน่นอนว่าเมื่อคาบเรียนนั้นๆ เราคิดว่าเราใหญ่สุด เรา
ง่ายมาก ซึ่งตลอดระยะเวลาที่สอนก็ยังคงมีคำถามเหล่านี้เสมอ ถูกเสมอ ก็ไม่แปลกที่เราไม่เคยเล็งเห็นถึงกระบวนการ
มาว่า ทำไม ทำไม และทำไม แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยตั้งคำถามหรือมี ศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) เพราะเราคิดว่าไม่
คำถามเลย จำเป็นต้องมีใครมาดู มาศึกษาชั้นเรียนที่เราสอน ถึง
คือ เราวางแผนและเตรียมการเรียนการสอนดีพอหรือยัง เรามี มาดูก็คงไม่เข้าใจ และไม่สามารถเข้าถึงชั้นเรียนของ
สื่อที่น่าสนใจ ดึงดูด หรือสื่อที่ส่งเสริม สนับสนุนนักเรียนให้เกิด เราได้ เพราะชั้นเรียนนั้นเป็นชั้นเรียนของเรา ไม่ใช่ของ
ทักษะการคิดไหม เราเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ลองเล่าหรือ คนที่เข้ามาดูมาศึกษา
อธิบายสิ่งที่เขาได้เห็น ได้คิดไหม เราให้ความสำคัญกับคำตอบ
ทุกคำตอบ หรือแนวคิดทุกแนวคิดไหมว่า ทำไมถึงได้มาซึ่งคำ
ตอบ หรือแนวคิดเหล่านั้น เราให้ความสำคัญกับกลุ่มนักเรียนที่
ขึ้นชื่อว่า “ เด็กหลังห้อง ”
Lesson Study
Open Approach
แต่เมื่ อข้าพเจ้าได้นำนวัตกรรมการศึกษาชั้น การตั้งโจทย์สถาณการณ์ปัญหาปลายเปิด
เรียน (Lesson Study) และวิธีแบบเปิด ที่สามารถกระตุ้นให้นักเรียนเกิดทักษะการ
(Open Approach) มาใช้ในกระบวนการ คิด และอื่นๆ อีกมากมาย และสิ่งสำคัญ
จัดการเรียนการสอน สิ่งแรกที่ข้าพเจ้าได้เห็น อีกประการหนึ่ง คือ การให้โอกาสและการ
การเปลี่ยนแปลงในชั้นเรียน คือ ชั้นเรียนนั้น เป็นผู้ฟังที่ดีจะก่อให้เกิดวัฒนธรรมที่ดีใน
กลายเป็น “ชั้นเรียนที่มีชีวิต ” ได้เห็นรอยยิ้ม ชั้นเรียน นอกจากนี้วิธีแบบเปิด (Open
เห็นความตื่นเต้น ความสุข ความเป็นธรรมชาติ Approach) ยังเป็นกระบวนการเรียนรู้
ของนักเรียนผ่านสีหน้า ท่าทาง แววตา ซึ่งต่าง ที่ทำให้ครูสามารถเห็นศักยภาพ และ
จากวิธีการสอนที่ข้าพเจ้าเคยสอนโดยสิ้นเชิง สมรรถนะของผู้เรียนได้ชัดเจนเพียงพอที่
ซึ่งภาพเหล่านั้นกลับทำให้ข้าพเจ้ายิ้มตามและมี จะนำไปปรับปรุงแผนการเรียนการสอน
ความสุขแบบไม่รู้ตัว เลยย้อนนึกถึงคำถามที่ ปรับปรุงตัวผู้สอน ไปจนถึงเข้าช่วยเหลือ
เคยมีเยอะแยะมากมาย และคำตอบของคำถาม ผู้เรียนได้อย่างทั่วถึง ซึ่งส่งเสริมให้
เหล่านั้น คือ “ ตัวผู้สอน ” ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ กระบวนการศึกษาชั้นเรียน (Lesson
ตัวผู้สอน เพราะผู้สอนเปรียบเสมือน ผู้กำกับ Study) ดำเนินไปได้เป็นอย่างดีอีกเช่น
ที่ต้องคอยวางแผนและเตรียมการในทุกๆ ด้าน กัน
ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบสื่อการสอน การ
คาดการณ์แนวคิดของนักเรียน
รับฟังและให้ความสำคัญกับแนวคิดของนักเรียน บรรยากาศการออกแบบแผนการสอนและสื่อการสอนร่วมกัน
“Episode 5 :
ความเปลี่ยนแปลง
ที่เกิดขึ้น”
ศาสตรา ศาสนโสภา
ผู้ อำ น ว ย ก า ร โ ร ง เ รี ย น ด า รุ ล อู โ ล ม นิ บ ง บ า รู
จั ง ห วั ด ย ะ ล า
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
จุดเริ่มต้นของการนำนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study)
และวิธีการสอนคณิตศาสตร์ด้วยวิธีการแบบเปิด (Open
Approach) เข้ามาใช้ที่โรงเรียนดารุลอูโลมนิบงบารู แผนกอนุบาล-
ประถม เกิดจากการที่ผู้บริหารได้ร่วมประชุมกับคณะทีมครูวิชาการถึง
ประเด็นบรรยากาศการเรียนการสอนและผลสัมฤทธิ์วิชาคณิตศาสตร์ที่
ตกต่ำ จากนั้นจึงลงมติเห็นสมควรต้องเปลี่ยนวิธีการสอนวิชา
คณิตศาสตร์ ถ้าสามารถเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนก็มีโอกาสที่จะเกิดผล
ที่ดีต่อนักเรียนได้ แต่หากไม่เริ่มต้นเปลี่ยนแปลง สภาพและผลลัพท์ที่
เกิดกับนักเรียนก็คงเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ การเริ่มต้นนั้นไม่ได้ง่ายดาย
ตามที่วางแผนไว้ มีความไม่พร้อมเนื่ องด้วยปัจจัยหลายๆ ประการ ต้อง
ต่ อ สู้เ อ า ช น ะ อุ ป ส ร ร ค ล้ ม ลุก ค ลุก ค ล า น กั น พ อ ส ม ค ว ร
ทางโรงเรียนเริ่มต้นเปลี่ยนแปลงด้วยการทำความเข้าใจและสร้างแรงบันดาลใจให้
แก่คุณครูเป็นลำดับแรก เพราะทัศนคติและความเข้าใจต่อเรื่องนี้รวมถึงภาพใน
อนาคตที่จะเกิดกับนักเรียนและคุณครูถือเป็นเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง ต้องให้ความเป็น
ธรรมกับคุณครูเพราะการเปลี่ยนแปลงย่อมกระทบกับคุณครูก่อนใครๆ หากไม่
ทำให้คุณครูมองเห็นว่าเมื่ อคุณครูเปลี่ยนวิธีการสอนและเปลี่ยนวิธีการทำงานแล้ว
คุณครูจะได้อะไร หากผู้บริหารใช้วิธีการสั่งการตามสายงานลงไปหรือใช้วิธีการ
บังคับ คุณครูจะยอมทำตามแต่ก็ทำได้ไม่นาน เรื่องนี้ต้องเข้าใจเพราะคุณครูไม่มี
ประสบการณ์การสอนแบบนี้มาก่อน การทำให้คุณครูเชื่อว่าการสอนวิธีการแบบเปิด
และวิธีการทำงานผ่านนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนสามารถเปลี่ยนคุณครูไปสู่การ
เป็นคุณครูมืออาชีพได้ และเปลี่ยนนักเรียนไปเป็นนักเรียนที่รักการเรียนรู้ด้วย
ตนเองนั้น ต้องทำให้คุณครูเชื่อด้วยการเดินทางศึกษาดูงานทั้งที่จังหวัดขอนแก่น
ที่โรงเรียนวรพัฒน์ และอีกหลายโรงเรียน ทำให้คุณครูเชื่อว่าคุณครูสามารถทำได้
ให้คุณครูทดลองสอนและสะท้อนผลผลว่าการสอนด้วยวิธีการแบบนี้คุณครูรู้สึก
อย่างไร จากจุดเริ่มต้นเมื่ อปี 2559 วันนี้ล่วงเลยจนมาถึงขวบปีที่ 6 วันนี้หลังจาก
ที่โรงเรียนได้นำการสอนวิธีการแบบเปิด และวิธีการทำงานผ่านนวัตกรรมการ
ศึกษาชั้นเรียนเข้ามาใช้ในโรงเรียนแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายด้านดังจะได้นำ
เสนอต่อไปนี้
การสอนด้วยวิธีการแบบเปิดเปลี่ยนแปลงนักเรียนไปอย่างไรบ้าง ก่อนหน้านี้วิชา
คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่นักเรียนไม่ชอบ ทางโรงเรียนได้พยายามแก้ปัญหาต่างๆ
นานา ด้วยการสรรหาคุณครูที่สอนคณิตศาสตร์เก่งบ้าง เปิดรับสมัครคุณครูที่จบ
ตรงเอกบ้าง ฝ่ายวิชาการก็พยายามจัดตารางเรียนให้ชั่วโมงคณิตศาสตร์อยู่คาบ
แรกของทุกวัน เพิ่มกิจกรรมดึงดูดนักเรียนเข้าสู่บทเรียน แต่ถึงอย่างไรความ
พยายามดูจะไม่สัมฤทธิ์ผล นักเรียนจะถ่วงเวลาไม่อยากเข้าห้อง นักเรียนพยายาม
หนีชั้นเรียนไปดื่ มน้ำบ้าง ไปเข้าห้องน้ำบ้าง สภาพชั้นเรียนคณิตศาสตร์ทั้งนักเรียน
และคุณครูจะมีอารมณ์ขุ่นมัว นักเรียนส่วนใหญ่ไม่ร่าเริง ไม่แจ่มใส บทบาทและการ
มีตัวตนในห้องเรียนจะตกอยู่กับนักเรียนเก่งและนักเรียนที่ตั้งใจเรียน นักเรียนที่
ไม่เก่งหรือไม่มีสมาธิจะเรียนไม่เข้าใจและคอยรบกวนการสอนของคุณครู คอย
สร้างความรำคาญแก่เพื่ อนๆ ที่ตั้งใจเรียน นักเรียนส่วนใหญ่จะไม่มีส่วนร่วมในการ
ตอบคำถาม ไม่อยากคิด จะรอคำตอบจากคุณครู รอให้คุณครูเฉลย คำตอบที่ถูก
ต้องจะมาจากนักเรียนเก่งและมีแค่คำตอบเดียว
แนวคิดในการแก้ปัญหาค้นหาคำตอบมีแนวคิดเดียว ถ้ามีแนวคิดแบบอื่ นคุณครูจะบอกว่าจะผิด
ทันที หลังจากที่ได้นำวิธีการสอนด้วยวิธีการแบบเปิดเข้ามาใช้ ปรากฏว่านักเรียนเข้าห้องเรียนเร็วขึ้น
คุณครูไม่ต้องมาตามนักเรียน นักเรียนมีความพร้อมมากเตรียมตัวเรียนมาอย่างดี ทั้งคุณครูและ
นักเรียนพบกันในสภาพหน้าตาแจ่มใส จิตใจเบิกบาน การเรียนรู้ของนักเรียนค่อยๆ เปลี่ยนไปทีละ
น้อย นักเรียนมีความกล้าที่จะคิด กล้าที่จะปรึกษากับเพื่ อนๆ กล้าที่จะพู ดและนำเสนอแนวคิดของ
ตนเองกับเพื่ อนๆ แนวคิดที่นักเรียนนำเสนอหรือคำตอบที่นักเรียนตอบในชั้นเรียน คุณครูจะไม่รีบ
สรุปว่าผิด แต่จะพยายามขยายความถามต่อโดยใช้ประโยคสื่ อสารยังนักเรียนว่า “เพราะอะไรถึงได้
คำตอบมาแบบนี้” หรือ “ได้คำตอบมาอย่างไร” นักเรียนเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีความสุขเพราะรู้สึก
รับรู้ได้ว่าตนเองมีตัวตนในห้องเรียน นักเรียนมีส่วนร่วมกับชั้นเรียนมากขึ้น เรียนคณิตศาสตร์แบบ
เพลิดเพลิน นักเรียน ป.1 หลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเรียนคณิตศาสตร์ เพราะนักเรียนเรียนรู้
ผ่านสถานการณ์ปัญหา ผ่านเกมส์ หรือรูปภาพ จากจุดเริ่มต้นนั้นวันนี้สภาพการเรียนของนักเรียน
เปลี่ยนแปลงไปจนสามารถที่กล่าวได้ว่าได้วิธีการเรียนรู้ด้วยวิธีการแบบเปิด (Open
Approach) ได้กลายเป็นวัฒนธรรมชั้นเรียนไปแล้ว
ส่วนวิธีการทำงานผ่านนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนเปลี่ยนแปลงของคุณครู
คณิตศาสตร์ของเราอย่างไรบ้าง สภาพเมื่อก่อนคุณครูจะไม่สนใจแผนการสอน มี
แผนการสอนก็จริงแต่ไม่ได้สอนตามแผน ใช้วิธีการสอนตามหนังสือ ใช้วิธีการสอนแบบ
บรรยายบอกเล่า คุณครูพูดเยอะมาก พูดจนเหนื่อยแต่นักเรียนไม่เข้าใจ ควบคุมบริหาร
ชั้นเรียนไม่ได้ เมื่อนักเรียนไม่ตั้งใจคุณครูใช้วิธีการดุและทำโทษ ในแต่ละวันคุณครู
เหน็ดเหนื่อยมาก ถึงแม้คุณครูหลายท่านจะเตรียมการสอนมาอย่างดีแต่สุดท้ายก็สอน
ไม่ตรงกับแผนที่วางไว้เนื่องจากไม่ได้คาดการณ์ปัญหาที่จะเกิดไว้ตั้งแต่ต้น วิชาเดียวกัน
แต่ต่างห้องกันก็ใช้วิธีการสอนไม่เหมือนกัน บางห้องสอนเนื้อหาครบแต่บางห้องสอนไม่
ครบ คุณครูใช้วิธีการวัดผลประเมินผลที่ต่างกัน บทบาทของคุณครูในห้องเรียนก็เกิน
ความจำเป็น หลังจากที่ได้นำวิธีการทำงานผ่านนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนเข้ามาใช้แล้ว
เกิดการเปลี่ยนแปลงของที่น่าประทับใจ กล่าวคือคุณครูทำงานร่วมกันเป็นทีม ตั้งแต่
การวางแผนการสอน มีการสังเกตการสอนของเพื่อนครู เพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าสอน
ตรงตามแผนที่วางไว้
การจดบันทึกข้อมูลและถ่ายภาพชั้นเรียนเพื่ อนำมาสะท้อนผลและ
วางแผนการสอนต่อในคาบต่อไป คุณครูเหนื่ อยน้อยลงและมีความ
มั่นใจในการสอนมากกว่าเดิม พู ดน้อยลงเพราะดำเนินกิจกรรมตาม
แผนที่ได้วางไว้ ไม่ต้องเหนื่ อยเรื่องการควบคุมบริหารชั้นเรียนเพราะ
นักเรียนมีสวนร่วมกับกิจกรรมตลอด ไม่ต้องดุและทำโทษนักเรียน
เหมือนแต่ก่อน ส่วนปัญหาหน้างานต่างๆ ก็ไม่ได้พบมากนักเพราะได้
คาดการณ์ปัญหาและความยุ่งยากของนักเรียนมาแล้วล่วงหน้า เมื่ อ
คุณครูใช้วิธีการสอนเหมือนกันนำมาซึ่งจุดร่วมเดียวกัน สามารถที่จะมา
นั่งประชุมเตรียมการสอนในคาบต่อไป ถกกันเพื่ อสร้างสถานการณ์
ปัญหาให้กระชับเพื่ อนำนักเรียนเข้าสู่เนื้ อหา หาวิธีการวัดผลที่เหมาะสม
เพื่ อพัฒนาผู้เรียน ในปีแรกคุณครูจะเหนื่ อยเพราะยังไม่มีประสบการณ์
ต้องกลับบ้านช้ากว่าคนอื่ น แต่ปีถัดไปทำงานง่ายขึ้นเพราะข้อมูลต่างๆ
ของปีแรกถูกเก็บไว้สามารถนำมาใช้เตรียมการสอนได้ ต่อยอดได้ มี
การสอบถามคุณครูถึงความรู้สึกว่าวิธีการทำงานผ่านนวัตกรรมการ
ศึกษาชั้นเรียนเปลี่ยนคุณครูไปอย่างไรบ้าง คุณครูตอบว่าได้เปลี่ยนไป
อย่างสิ้นเชิง จนเรียกได้ว่าบัดนี้เป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้ว หากไม่มี
สองสิ่งคือคือ OA และ LS พวกเขาคงไม่ได้ก้าวเดินเข้าสู่เส้นทางของ
การพัฒนาวิชาชีพครูและเข้าไกล้ความเป็นครูมืออาชีพเลย
การเปลี่ยนแปลงโรงเรียนต้องเริ่มที่ชั้นเรียน การ
เปลี่ยนแปลงชั้นเรียนต้องเปลี่ยนแปลงทัศนคติและ
วิธีการทำงานของผู้บริหารก่อนจึงสามารถ
เปลี่ยนแปลงคุณครู เมื่ อคุณครูเปลี่ยนแปลงวิธีการ
ทำงานและปรับเปลี่ยนวิธีการสอน นักเรียนจะ
เปลี่ยนแปลงและพัฒนาต่อยอดต่อไป ต้องขอ
ขอบคุณ ดร.เกษม เปรมประยูร และ ดร.สุวรรณี
เปลี่ยนรัมย์ เป็นอย่างยิ่งมา ณ ที่นี้ รวมผู้ที่มีส่วน
เกี่ยวข้องทุกท่านที่ได้ให้การสนับสนุนให้กำลังตลอด
การเดินทางมาด้วยกัน และที่ต้องขอบคุณมากๆ คือ
คุณครูของโรงเรียนที่ได้ทุ่มเท มุ่งมั่น เสียสละ ต่อ
การพัฒนาผู้เรียนโดยไม่ได้ย่อท้อตลอดมา
y nails . beauty nails
. beauty
“กระดานแห่งอิสรภาพ nails .beaut
สู่ห้องเรียนที่ปลอดภัย”
นาบิลลา ยาโหงด
ครู โรงเรียนทรัพย์
ธานีวิทยา
จังหวัดสงขลา
การเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในอดีต
หากจะกล่าวถึงการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในอดีต ซึ่งเป็นการเรียนโดยการจดจำสูตร กฎ ทฤษฎีบท
โดยครูจะทำหน้าที่เป็นผู้สอน ผู้บอก ผู้ป้อน และนักเรียนจะทำหน้าที่เป็นผู้รับฟัง และทำตามตัวอย่าง
หากนักเรียนสามารถพิสูจน์หรือแก้ปัญหาโจทย์ และทำข้อสอบได้ก็ถือเป็นความสำเร็จในการเรียน
คณิตศาสตร์ ด้วยความเชื่อแบบเดิมนี้จึงทำให้การเรียนคณิตศาสตร์ในอดีตให้ความสำคัญแก่การ
จดจำวิธีการในการหาคำตอบหรือการพิสูจน์ โดยละเลยการให้นักเรียนเข้าใจถึงเหตุผลว่าเนื้อหา
คณิตศาสตร์เหล่านั้นมี้ความหมายอย่างไร และสามารถใช้อธิบายสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเราได้อย่างไร
จึงก่อเกิดคำถามว่าเราเรียนคณิตศาสตร์ไปทำไม ในขณะที่บางคนมีความกลัวคณิตศาสตร์ ไม่ชอบ
เรียนวิชาคณิตศาสตร์เพราะคิดว่าเป็นเรื่องยาก เนื่องจากหลักสูตรที่ไม่ยืดหยุ่นพอที่จะทำให้นักเรียน
ได้เท่าเทียมกันทางความคิด และครูเองก็ได้แต่แสดงวิธีคิดเพียงวิธีเดียวสำหรับผลเฉลย 1 ข้อนั้นๆ
ทำให้นักเรียนเกิดความกลัวที่จะคิดนอกกรอบหรือไม่กล้าคิดโดยใช้วิธีอื่น ทำให้ความกลัว
คณิตศาสตร์จึงเกิดขึ้นมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษ
OPEN APPROACH สู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 ทำให้เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมไปอย่างรวดเร็ว
การศึกษาจึงจำเป็นจะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับปัจจุบันมากที่สุด ดังนั้นเพื่อให้ผู้เรียน
มีความพร้อมในการใช้ชีวิตจึงจำเป็นต้องปรับรูปแบบการสอนโดยไม่ใช่แค่เป็นการปฏิรูปเพียง
ครั้งคราว แต่เป็นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเรื่อย ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของเยาวชน
สังคมทั้งในปัจจุบันและอนาคต คุณครูสามารถแก้ปัญหาการจัดการเรียนรู้ได้หลายวิธี ซึ่งดิฉันได้
ใช้วิธีการจัดการเรียนรู้แบบเปิด Open Approach เพื่อใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้
ปัญหาปลายเปิด โดยกระบวนการหลักๆ จะมีอยู่ 4 ขั้นตอน
ปัญหาปลายเปิด โดยกระบวนการหลักๆ
จะมีอยู่ 4 ขั้นตอน
ขั้นที่ 1 การสร้างสถานการณ์ปัญหาให้กับนักเรียนจากโลกเสมือนจริง ให้กลายมา
เป็นโลกคณิตศาสตร์ ซึ่ง
สถานการณ์ที่สร้างขึ้นมานั้นก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละคาบ โดยอ้างอิงจากเนื้อหา
หลักสูตรในรายวิชาที่สอน
ขั้นที่ 2 การนำเอาสถานการณ์ต่างๆ เหล่านั้นมาแก้ปัญหาซึ่งในแต่ละคาบอาจจะทำ
รายกลุ่มหรือรายเดี่ยว
ขั้นที่ 3การนำเสนอแนวคิดหลังจากการแก้ปัญหา ในส่วนนี้นักเรียนจะได้เรียนรู้
แนวคิดที่หลากหลายจากเพื่อนเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาต่อสถานการณ์ที่ครูกำหนด
ให้
OPEN APPROACH
สู่การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
ขั้นที่ 4 ขั้นตอนสุดท้าย คือ การที่ครูเชื่อมโยงแนวคิดของนักเรียน
ทั้งหมด ผนวกเข้ากับองค์ความรู้ที่จะให้ ฉะนั้นการเรียนรู้แบบ
Open Approach ครูจะต้องใช้ความหลากหลายของ
กระบวนการในการแก้ปัญหาที่ทำให้นักเรียนได้ประสบการณ์ในการ
ค้นพบสิ่งใหม่โดยใช้ความรู้ทักษะและการคิดทางคณิตศาสตร์ที่
นักเรียนมีอยู่กิจกรรมที่ใช้ในห้องเรียนจะต้องช่วยให้นักเรียนใช้
คณิตศาสตร์กับสถานการณ์อย่างเหมาะสม และสามารถแสดง
แนวคิดได้อย่างอิสรภาพและสมเหตุสมผล โดยใบงานที่คุณครูจัดทำ
ขึ้นเปรียบเสมือนกระดานอิสรภาพทางแนวคิดของนักเรียนในการหา
คำตอบ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ใน
การแก้ปัญหานั้นๆ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ใช้ความคิด
สร้างสรรค์ตามความสามารถของนักเรียน อีกทั้งยังมีการนำเสนอ
และเปรียบเทียบแนวคิดของนักเรียนในห้องเรียนเพื่อนำไปสู่การ
ปรับปรุงและพัฒนาแนวคิดในการแก้ปัญหาของนักเรียนแต่ละคน
กระดานแห่งอิสรภาพสู่พื้นที่ปลอดภัย
เมื่อนักเรียนสามารถมีอิสรภาพทางความคิดในการหาคำ
ตอบ เปิดกว้างสำหรับการแสดงความคิดเห็นโดยที่ไม่มีกร
อบใดๆ มาปิดกั้น นักเรียนจะมีความกล้าแสดงออก กล้าคิด
กล้าพูด กล้าเสนอความคิดเห็นของตัวเองไม่ว่าจะถูกหรือ
ผิด กิจกรรมการจัดการเรียนการสอนแบบ Open
Approachในห้องเรียนนั้นก็จะเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับ
นักเรียนทุกคนเพราะคุณครูเคารพสิทธิในการแสดงออก
ทางแนวคิดที่หลากหลายของนักเรียน อีกทั้งยังร่วมกัน
สร้างบรรยากาศของห้องเรียนให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี
ระหว่างกัน สามารถแก้ปัญหาการเรียนคณิตศาสตร์ที่ใช้เน้น
การจำมาเป็นการใช้ทักษะผ่านกระบวนการคิดด้วยตัวของ
นักเรียนเองและเปลี่ยนกระดานของคุณครูมาเป็นกระดาน
อิสระภาพของนักเรียนทุกคน
Store Gallery
“จุดเปลี่ยนที่ใช้”
พัชรี ขรีดาโอ๊ะ
ครูโรงเรียนทรัพย์ธานีวิทยา
จังหวัดสงขลา
“จุดเปลี่ยนที่ใช้”
มุ ม ม อ ง ท า ง ก า ร ศึ ก ษ า
“จุดเปลี่ยนที่ใช้” เป็นมุมมองทางการศึกษาที่เกิดขึ้นสำหรับดิฉันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ดิฉัน
ชื่อนางสาวพัชรี ขรีดาโอ๊ะเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนทรัพย์ธานีวิทยา
ปัจจุบันดิฉันทำหน้าที่สอนนักเรียนย่างเข้าปีที่ 8 แล้วดิฉันจะเล่าย้อนอดีตที่ทำให้ดิฉัน
เปลี่ยนมุมมองทางการเรียนการสอน ดิฉันได้รับมอบหมายให้สอนเด็กห้องที่อ่อน
ที่สุด การสอนของดิฉันเป็นการสอนแบบทั่วๆไป คือมีหน้าที่คอยบรรยายความรู้และ
บอกวิธีการเรียน บอกขั้นตอนการลงมือทำหรือแก้ปัญหาโจทย์ต่างๆ ตามขั้นตอนที่
คุณครูได้คิดเอาไว้แล้ว การสอนที่นักเรียนต้องทำตามที่คุณครูบอก การสอนที่
นักเรียนต้องใช้ความจำเป็นอย่างมาก การสอนที่คุณครูคาดหวังความรู้ความเข้าใจ
และคำตอบที่จะได้จากนักเรียนให้ตรงกับตามใจที่คุณครูต้องการ บอกได้เลยว่าการ
สอนในช่วงนั้นค่อนข้างเครียดเป็นอย่างมาก บรรยากาศในชั้นเรียนเต็มไปด้วย
ความเครียดนักเรียนกลัวไม่กล้าตอบคำถามเพราะกลัวว่าจะตอบผิด ครูอธิบายเรื่อง
เดิม ๆ ซ้ำ ๆ เป็นร้อยรอบ แต่ก็ยังมีนักเรียนอีกครึ่งห้องยังทำไม่ได้ และไม่เข้าใจที่
คุณครูสอน นักเรียนเบื่อครู กิจกรรมการเรียนการสอนไม่สนุก มันแย่มากจริง ๆ
สำหรับนักเรียน จนกระทั่งดิฉันได้เข้าร่วมฟังการอบรม นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน
(Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) นั้นแหละค่ะเป็นจุด
เปลี่ยนของดิฉัน
มุมมองทางการศึกษา
ในการอบรมครั้งนั้นมีประโยคนึงที่ท่านรอง
ศาสตราจารย์ ดร. ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์ พูดและ
ได้ไปสะกิดใจของดิฉันนั่นคือ “ความจริงแล้ว
ความรู้ไม่ได้มีอยู่แค่ที่ตัวคุณครู” แท้จริงแล้ว
ความรู้นั้นอยู่รอบตัวเรา อยู่ในโทรทัศน์ อยู่ใน
โทรศัพท์ อยู่ในหนังสือนอกตำรา และอยู่ใน
เหตุการณ์หรือประสบการณ์ชีวิตในแต่ละวันของผู้
เรียน หากผู้เรียนมีทักษะการคิดก็สามารถที่จะนำ
ความรู้ที่มีอยู่ในที่ต่างๆมาใช้ให้เกิดประโยชน์และ
แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของตัวเองได้
จุดเปลี่ยนที่ใช้สำหรับครู
ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ เ พื่ อ ใ ห้ ผู้ เ รี ย น เ กิ ด ก า ร เ รี ย น รู้ ด้ ว ย ตั ว เ อ ง
ดิฉันเปลี่ยนวิธีการสอนของตนเองจากผู้ที่ทำหน้าที่คอยบอกนักเรียนอยู่ตลอดเวลากลายมาเป็น
ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ด้วยตัวเองใช้ช่วงแรกๆผลปรากฏว่ามีปัญหา
เกิดขึ้นมากมายหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการเตรียมสื่อการเรียนการสอนการวิเคราะห์หนังสืออย่าง
จริงจังเพื่อที่จะวางแผนรูปแบบการเรียนการสอนให้ตรงกับจุดประสงค์ของคาบเพื่อให้ผู้เรียนเกิด
การเรียนรู้ได้จริง การสอนในช่วงแรกของดิฉันนั้นนักเรียนไม่ค่อยเข้าใจในสถานการณ์ที่คุณครูให้
แก้ปัญหาดิฉันต้องมีความอดทนอย่างมากอดทนที่จะไม่บอกคำตอบกับผู้เรียนต้องรอคอยคำ
ตอบจากผู้เรียนและเมื่อเวลาผ่านไปห้องเรียนของดิฉันก็ค่อยๆเปลี่ยนไปรอยยิ้มกลับมาสู่
ห้องเรียนอีกครั้งนึงความสนุกสนานก็กลับมาสู่ห้องเรียนอีกครั้งหนึ่งห้องเรียนไม่ได้เป็นพื้นที่
ของคุณครูคนเดียวอีกต่อไปแต่เป็นห้องเรียนสำหรับนักเรียนทุกคนกระดานไม่ใช่พื้นที่ที่คุณครูจะ
เขียนอะไรก็ได้แต่เป็นกระดานที่เต็มไปด้วยแนวคิดของนักเรียนสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า
นักเรียนทุกคนมีความสุขในการเรียนและนักเรียนเกิดทัศนะทัศนคติที่ดีต่อวิชาที่เรียนในฐานะคน
เป็นครูดิฉันเชื่อว่าแค่นักเรียนเข้าใจกล้าคิดกล้าแสดงออกและสามารถสรุปแนวคิดยอมรับฟัง
ความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างมีเหตุผลได้นั่น คือ สิ่งที่คุณครูคาดหวังที่จะให้เกิดขึ้นและเป็นความ
สุขของคุณครูเช่นกัน
จุดเปลี่ยนที่ใช้สำหรับนักเรียน
สำหรับการเปลี่ยนแปลงของตัวผู้เรียนนั้น ช่วงแรก ๆ ของกระบวนการ
เรียนการสอนนักเรียนของไม่ยอมคิดเพราะนักเรียนเคยชินกับการที่มี
คุณครูคอยบอกวิธีการว่าทำอย่างไรเมื่อถึงเวลาที่นักเรียนจะต้องคิดเอง
นักเรียนกลับไม่กล้าที่จะคิดหรือแสดงความคิดเห็นคุณครูต้องคอยกระตุ้น
ให้ผู้เรียนค่อยๆคิดคอยปลอบโยนด้วยคำพูดที่ให้กำลังใจให้แก่ผู้เรียน ว่าไม่
เป็นไรนักเรียนบอกตามที่นักเรียนคิดได้เลยจะถูกหรือจะผิดเดี๋ยวเรามาช่วย
กันวิเคราะห์นักเรียนก็เริ่มบอกวิธีคิดของตัวเองดิฉันยังจำสีหน้าของผู้เรียน
ในการบอกในครั้งนั้นได้นักเรียนบอกวิธีการคิดของตัวเองด้วยสีหน้าที่ไม่
มั่นใจน้ำเสียงเบาคุณครูก็ต้องคอยเป็นกระบอกเสียงบอกคำตอบของ
นักเรียนคนนั้นให้กับเพื่ อนๆนักเรียนคนอื่ นในห้องฟังและชมเชยความกล้า
แสดงออกของนักเรียนจนทำให้นักเรียนคนอื่ นอยากที่จะแสดงความคิด
เห็นของตัวเองบ้างจากการสอนในช่วงแรกๆที่นักเรียนไม่ค่อยมั่นใจ
ปัจจุบันนี้นักเรียนกล้าที่จะบอกความคิดเห็นของตัวเองอย่างมีเหตุผล
นักเรียนบอกคำตอบด้วยความภาคภูมิใจและภูมิใจในแนวคิดหรือความคิด
ของตนเองนักเรียนที่ฟังก็ตั้งใจฟังแล้วหาเหตุผลมาแย้งหรือเห็นด้วยกับ
แนวคิดของเพื่อนที่นำเสนอ
จุดเปลี่ยนที่ใช้สำหรับการศึกษาไทยในอนาคต
ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู้ เ พื่ อ ใ ห้ ผู้ เ รี ย น เ กิ ด ก า ร เ รี ย น รู้ ด้ ว ย ตั ว เ อ ง
ปัจจุบันนี้ดิฉันได้นำนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน
(Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open
Approach) มาใช้ในการจัดกระบวนการเรียนการสอน
ในห้องเรียนเป็นเวลา 4 ปีแล้ว และดิฉันก็หวังว่ากระ
บวการสอนแบบเปิด (Open Approach) จะถูกนำไป
ใช้ในการสอนในรายวิชาต่าง ๆ สุดท้ายนี้ดิฉันขอขอบคุณ
ท่านอาจารย์ ดร.เกษม เปรมประยูร และท่านอาจารย์ ดร.
สุวรรณีเปลี่ยนรัมย์ที่ค่อยมอบความรู้จากการอบรมใน
ทุก ๆ ครั้งค่อยมาเยี่ยมเยียนห้องเรียนเล็ก ๆ ของดิฉัน
ค่อยรับฟังปัญหาให้คำปรึกษาและเป็นกำลังให้กับดิฉัน
และคุณครูคนอื่น ๆ และดิฉันหวังว่าจุดเปลี่ยนเล็กๆของ
ดิฉันจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งในจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่
สำหรับการศึกษาไทยในอนาคต
“การเปลี่ยนแปลง
การบริหารจัดการ
ในโรงเรียน”
ศาสตราวุ ธ พฤกษารัตน์
ผู้ ช่ ว ย ผู้ อำ น ว ย ก า ร โ ร ง เ รีย น ท รัพ ย์
ธ า นี วิ ท ย า
จั ง ห วั ด ส ง ข ล า
พื้นที่แห่งการ โรงเรียนทรัพย์ธานีวิทยา ก่อตั้งเมื่อปี
เรียนรู้ พ.ศ. 2547 เป็นระยะเวลา 17 ปี ณ
ปัจจุบัน มีจำนวนนักเรียน 1,393 คน
คุณครูและบุคลากร 85 คน โดยมีชั้น
ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงของชั้น เรียนตั้งแต่ ระดับชั้นอนุบาล ประถมศึกษา
เรียนซึ่งเกิดจากความพยายามและ และมัธยมศึกษาตอนต้นเป็นปีแรก
ตั้งใจของคุณครูและผู้บริหาร ทำให้ นักเรียนมาจากหลากหลายพื้นที่ (ชายฝั่ ง
เกิดความสนุกทุกๆครั้งที่เข้าเรียน ทะเล, บนควนและในพื้นที่ตัวเมือง) การ
Open Approach จัดการชั้นเรียนมีความยุ่งยากพอสมควร
สำหรับครู
การสอนในรูปแบบ Open Approach เป็นการ
จัดการเรียนการสอนโดยเน้นให้นักเรียนออกแบบแนว
ความคิดในการหาคำตอบและนำเสนอให้เพื่อนๆ ภายใน
ชั้นเรียนช่วงแรกนักเรียนยังไม่เข้าใจและไม่กล้า
แสดงออก คุณครูต้องใช้ความอดทนและพยายามมากใน
การสอนที่จะละลายพฤติกรรมและการเรียนรู้แบบเดิมๆ
เปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระมาก
ขึ้น
Team Work
By
Traptanee
โรงเรียนทรัพย์ธานีวิทยา แบ่งการบริหารเป็น 2 ส่วน
ชั้นประถมต้น (ป.1 - ป.3)
ชั้นประถมปลาย (ป.4 - ป.5)
1. โดยหัวหน้ากลุ่มของ 2 ส่วน เป็นผู้บริหารทีมงาน
พร้อมให้คำปรึกษาและมีการทำแผนการสอน ถอดบท
เรียน ผลิตสื่อการสอน ประจำทุกสัปดาห์ และจะมีการทำ
PLC
2. Buddy (ผู้ดูแลประคับประคองช่วยเหลือพี่)
เป็นการ Support การทำงานของรุ่นพี่และรุ่นน้อง
ประคองการทำงานไปด้วยกัน
Open การเปิดชั้นเรียน Open Approach คุณครูได้
Approach แลกเปลี่ยน วิธีการทำงานของคุณครูแต่ละสายชั้น/
เทคนิค การสอนที่แตกต่างกันไป เพื่อนำมาพัฒนา
ตนเอง โดยทุกๆ เดือนทางโรงเรียน จะมีการเปิดชั้น
เรียนของแต่ละสายชั้น เป็นการเคาะสนิมคุณครู
พร้อมร่วมสะท้อนผลหลัง การสอนพร้อมกัน เพื่อ
1.สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่คุณครู
2.เสนอเทคนิค การสอนในรูปแบบต่างๆ
3.รับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะของคุณครู
4.เน้นการทำงานเป็น Team Work
โรงเรียนทรัพย์ธานีวิทยา ขอขอบคุณ อาจารย์
เกษม เปรมประยูร และ อาจารย์สุวรรณี เปรม
ประยูร ที่ปรึกษา “นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน
Lesson Study และวิธีการแบบเปิด (Open
Approach)” คอยให้คำปรึกษาและสนับสนุน
พร้อมให้กำลังใจ ทำให้คุณครูและนักเรียนโรงเรียน
ทรัพย์ธานีวิทยากล้าที่จะเดินต่อไปและพร้อมที่จะ
พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
“มุมมองที่เปลี่ยนไป”
นูรียา เจะเหง๊าะ
ครูโรงเรียนทรัพย์ธานีวิทยาวิทยา จังหวัดสงขลา
ตั้งแต่เริ่มต้นการทำงานในสายอาชีพครู เริ่มด้วยการเป็นติวเตอร์ในตลอดระยะเวลาการเป็นครู
ติวเตอร์ ข้าพเจ้ามีความภาคภูมิใจที่ได้เห็นนักเรียนที่เราสอนสามารถสอบเข้าโรงเรียนและมหาลัยที่ฝัน
รวมไปถึงนักเรียนมีผลการเรียนที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทำข้อสอบได้เกรดดีๆ จากนั้นก็คิดมาตลอดว่า ข้าพเจ้า
จะพัฒนาตัวเอง(ในฐานะที่เป็นครู)ให้เป็นคนที่เก่ง สอนนักเรียน แล้วนักเรียนเข้าใจง่าย พยายามหา
เทคนิคต่างๆมาสอนนักเรียน เทคนิคในการทำข้อสอบ แล้ววันหนึ่งก็มาถึงจุดเปลี่ยนของข้าพเจ้าเมื่อ
ต้องมาเป็นครูในโรงเรียน ซึ่งในช่วงแรกบอกตรงๆปรับตัวไม่ทัน ในขณะที่ข้าพเจ้าต้องเรียนรู้จาก
เพื่อนร่วมงานในการปรับตัวเพื่อเป็นครูในโรงเรียน ปรับการสอนของตัวเองเพื่อนสอนนักเรียนใน
ห้องเรียนที่มีความหลากหลาย ก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมอบรมเกี่ยวกับ นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน
(Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) โดยอาจารย์ ดร.เกษม เปรมประยูร
และอาจารย์ ดร.สุวรรณี เปลี่ยนรัมย์ ซึ่งรู้สึกว่าเป็นนวัตกรรมที่น่าใจ จากนั้นข้าพเจ้าก็ได้นำมาใช้ใน
ห้องเรียนกับนักเรียนในระดับประถมศึกษาปีที่ 3 ในวิชาคณิตศาสตร์ เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ ทำให้มุม
มอง แนวคิดที่ตัวเองคิดและมีความภาคภูมิใจมาตลอดตอนเป็นครูติวเตอร์ ว่ามันแคบมากๆ และรู้สึก
ว่าเป็นครูที่ใจแคบ เพราะมองแค่ว่า นักเรียนทำข้อสอบได้ สอบเข้าโรงเรียนและมหาลัยที่ฝันได้ ทั้งๆที่
การสอบเป็นแค่ระยะเวลาสั้นๆ ของชีวิตนักเรียนเท่านั้น แล้วเวลาที่เหลือของเขาจะใช้ชีวิตอย่างไร จาก
นั้นข้าพเจ้าก็พยายามศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และ
วิธีการแบบเปิด (Open Approach) มาโดยตลอด
ในการสอนโดยใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson
Study)
และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ก็จะมีอยู่ 4 ขั้นตอน
1 การสำรวจเพื่อเชื่อมโยงโลกจริงของนักเรียนกับสถานการณ์ปัญหาใน
หนังสือเรียน
2 นักเรียนปฏิบัติ (ด้วยตนเอง) เพื่อแก้ปัญหาและนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา
ต่อเพื่อนนักเรียน ครูสังเกตและบันทึกวิธีการ (แก้ปัญหา) ของนักเรียน
และวิเคราะห์แนวคิดของนักเรียน
3 อภิปรายเพื่อหาเหตุผลและเปรียบเทียบแนวคิดของนักเรียน
4 สรุป โดยการสังเคราะห์ เครื่องมือในการเรียนรู้เพื่ออนาคต
(How to learn) จากแนวคิดทางคณิตศาสตร์ของนักเรียน
ในแต่ละขั้นตอนของการสอนจะมีเสน่ห์และสิ่งที่ทำให้ครูอย่างเราประทับใจ เช่นขั้นที่ 1 จะ
เริ่มจากปัญหาที่ใกล้ตัวนักเรียน ทำให้นักเรียนรู้สึกว่าเป็นปัญหาของเขาและอยากที่จะแก้
ปัญหา ขั้นที่ 2 นักเรียนแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ด้วยแนวคิดของตนเอง ในขณะที่นักเรียน
กำลังแก้ปัญหา ครูเดินดูแนวคิดของนักเรียนและจดบันทึก ซึ่งสิ่งที่ครูจะได้เห็นคือวิธีการ
(How to) แก้ปัญหาของนักเรียนที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นนักเรียนที่เรียนเก่ง ปานกลาง
หรืออ่อน ทุกคนจะมีวิธีการ (How to) เป็นของตัวเอง นั่นหมายความว่านักเรียนทุกคนมี
ศักยภาพที่แตกต่างกันออกไป และครูจะเข้าใจ เข้าถึงนักเรียนมากยิ่งเมื่อมาถึงขั้นที่ 3 คือ
การนำเสนอแนวคิดของนักเรียน ทำให้ครูรู้ที่มาที่ไปของคำตอบ สุดท้ายในขั้นที่ 4 เป็นการ
สรุปจากแนวคิดของนักเรียนในชั้นเรียน ไม่ใช่ของครู ทำให้มิติของกระดานเปลี่ยนไป จากที่มี
แต่คำบรรยายของครู การสอนหรือวิธีการของครูบนกระดาน ก็เปลี่ยนเป็นวิธีการ
(How to) ของนักเรียน ส่งผลให้ชั้นเรียนเปลี่ยน จากที่เป็นของครูเพียงคนเดียวที่คอย
กำกับว่าชั้นเรียนต้องเป็นอย่างไร กลายเป็นว่าชั้นเรียนมีอิสระกับนักเรียนมากขึ้น นักเรียน
ทุกคนมีส่วนร่วม และที่สำคัญบทบาทของครูก็เปลี่ยน จากเป็นผู้กำกับชั้นเรียนมาเป็นโค้ช
คอยสังเกตแนวคิดของนักเรียน นักเรียนก็จะกลายเป็นนักคิดโดยปริยาย
การใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน
(Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด
(Open Approach) เป็นการพัฒนา
วิชาชีพครู ซึ่งไม่ได้พัฒนาเพียงแค่ครูคน
เดียว แต่พัฒนาเป็นทีม เนื่องจากการทำงาน
คนเดียว สอนคนเดียว เก่งคนเดียวจะไม่มีอีก
แล้ว ก่อนที่ชั้นเรียนแต่ละคาบจะเกิดขึ้นต้อง
มีการ PLC ของทีมก่อนเสมอ และเมื่อชั้น
เรียนแต่ละคาบจบลง ทีมครูจะยังไม่จบ
เพราะจะมีการสะท้อนผลของคาบเรียนแต่ละ
คาบเพื่อปรับปรุงและพัฒนาต่อไป
ในสภาวะของโลกปัจจุบัน ที่เทคโนโลยีพัฒนาอย่าง
ไม่มีวันหยุด เราในฐานะครูคงต้องคิดอย่างถี่ถ้วน
นักเรียนที่ผ่านสองมือของเราจะสอนและปลูกฝังใน
เรื่องใดบ้างเพื่อให้เขาออกไปอยู่ในสังคมได้อย่างมี
ความสุข ทั้งตัวเขาและสังคมที่เขาอยู่ ดังนั้น ณ
ตอนนี้สำหรับข้าพเจ้าในฐานะครู การสอนเพื่อไป
สอบคงไม่ใช่เป้าหมายเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่ต้อง
มีปัจจัยอย่างอื่ นร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็นทักษะการแก้
ปัญหา ทักษะการพูด การฟัง การยอมรับความคิด
เห็นของผู้อื่น การทำงานเป็นทีม ฯลฯ ดังนั้นในมุม
มองของข้าพเจ้าการสอนโดยใช้นวัตกรรมการ
ศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบ
เปิด (Open Approach) ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่ง
ที่น่าสนใจ ที่จะนำไปใช้เพื่อฝึกทักษะต่างๆ และ
ขัดเกลานักเรียนของเราได้
Search
“ผอ. ครู โค้ช เราเดินไปด้วยกัน”
นาเดอร์ อูซิน
ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนบ้านกะรุบี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 3
นับว่าเป็นความโชคดีของโรงเรียนบ้านกะรุบี ที่ได้รู้จักกับนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson
Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ผ่านการถ่ายทอดโดยอาจารย์ ดร.เกษม
เปรมประยูร และอาจารย์ ดร.สุวรรณี เปลี่ยนรัมย์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ พวก
เราเริ่มเรียนรู้ตั้งแต่ต้นปี 2559 ในงานประชุมวิชาการคณิตศาสตรศึกษา ครั้งที่ ๒ หลังจากนั้น
ได้ทดลองใช้อย่างลองผิดลองถูก จนมาปีการศึกษา 2560 โรงเรียนได้เริ่มขับเคลื่อนนวัตกรรม
LS&OA อย่างจริงจัง จนถึงปัจจุบัน ซึ่งนำไปใช้ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1- 6โดยการดูแลอย่าง
ใกล้ชิดจากทั้งสองท่าน