The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thanasin.sinza.8, 2022-10-09 20:55:14

งานจ้าง E-BOOK (1)

งานจ้าง E-BOOK (1)

โรงเรียนศรีนครินทร์วิทยานุเคราะห์

ตลอดเวลาเกือบ 10 ปีที่โรงเรียนศรีนครินทร์วิทยานุเคราะห์ ได้นำนวัตกรรมการ
ศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study)
และวิธีแบบเปิด (Open Approach) เข้ามาใช้ในพัฒนาการเรียนการสอนในสาระ
คณิตศาสตร์และหลายต่อหลายครั้งที่เราได้มาถอดบทเรียนกันว่า “เราได้อะไรบ้างจากวิธีแบบ
เปิด (Open Approach) นี้” ถ้าสังเกตดี ๆ เราจะได้เห็นว่าคำตอบในแต่ละช่วงเวลาที่ผ่าน
มานั้นถูกเปลี่ยนไปเสมอ ถึงแม้คำตอบจะใกล้เคียงกันก็ตาม ไปดูกันนะคะว่าเราผ่านคำตอบ
อะไรมาบ้างในการเปลี่ยนแปลงวิธีการสอนที่เราเลือก

ในปีแรก ๆ ที่เราที่เราเริ่มนำวิธีแบบเปิด (Open Approach) เข้ามาใช้ในการ
เรียนการสอนเราจะโฟกัสที่ตัวเด็ก ๆ เป็นสิ่งแรก เราเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับเด็ก ๆ
เราเห็นเด็ก ๆ มีความสุข มีรอยยิ้ม มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการ
เรียนรู้ เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ได้อย่างแท้จริง เรียนรู้ได้จริงตามศักยภาพของตนเอง มีวิธี การ
เรียนรู้ที่เป็นของตนเองมีความกล้าแสดงออก กล้าคิด กล้าสื่อสาร กล้าบอกความคิดของ
ตนเองได้อย่างตรงไปตรงมาและสามารถยอมรับความคิดของคนอื่ นได้อย่างมีเหตุมีผล

OPEN APPROACH

เมื่อวันเวลาผ่านไปอีกสักระยะหนึ่ง ชั้นเรียนเริ่มคงที่ใช้วิธีแบบเปิด (Open Approach) เป็นวิถีของการ
เรียนการสอนในชั้นเรียนเริ่มมีวัฒนธรรมชั้นเรียน ชั้นเรียนเริ่มคุ้นชิ้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็ก ๆ เพราะทุกอย่าง
เริ่มเป็นวิถีเป็นความปกติของชั้นเรียนไม่ว่าจะเป็นความสุขหรือรอยยิ้มของเด็ก ๆ เป็นสิ่งเกิดขึ้นอย่างปกติ
สำหรับชั้นเรียนเราไปเสียแล้ว และในช่วงเวลานี้ก็เป็นช่วงที่ครูผู้สอนเริ่มหันมาถอดบทเรียนกันอีกครั้งด้วย
คำถามเดิมว่า “เราได้อะไรบ้างจากวิธีแบบเปิด (Open Approach) นี้” แปลกนะที่เรามีคำตอบแต่กลับไม่
ได้มีคำตอบแบบเดิมอีกแล้วเพราะคำตอบแบบเดิมกลายเป็นวิถีของเราไปเสียแล้ว แต่คำตอบที่เราได้ในช่วง
เวลานี้คือ พื้นที่ของการเรียนรู้ เรากลับเรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกว่าการศึกษาไม่ต้องอาศัยปัจจัยมากมายแต่สิ่งที่สำคัญ
คือการจัดพื้นที่การเรียนรู้ให้เด็ก ๆ ได้เกิดเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม เกิดสังคมการเรียนรู้ ไม่ใช่เกิดพื้นที่การ
เรียนรู้สำหรับเด็ก ๆ เท่านั้น ในวันนี้มีพื้นที่การเรียนรู้สำหรับครูเพิ่มขึ้นอีกด้วย มีเครือข่ายการเรียนรู้เพิ่มขึ้น มี
พื้นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์มีการเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิชาชีพของครูอีกด้วย และข้อสำคัญเป็นการดูแลกัน
อย่างเป็นกัลยาณมิตร เติมเต็มซึ่งกันและกันอย่างงดงาม ชั้นเรียนยังคงถูกพัฒนาไปอย่างสม่ำเสมออย่างเป็น
วิถีปฏิบัติ

เเม้ในช่วงเกิดวิกฤตทางการศึกษา(ช่วงโควิด) การเรียนการสอนในชั้นเรียนปกติหยุดชะงักลง และเกิด
การเรียนการสอนแบบออนไลน์ขึ้น แต่จากสถานการณ์ดังกล่าวไม่ได้ส่งผลให้ชั้นเรียนของเราหยุดการ
พัฒนาชั้นเรียนลงเลย เรายังคงใช้วิถีแบบเดิมได้อย่างไม่เป็นอุปสรรค ยังคงสร้างพื้นที่การเรียนีรู้
สำหรับนักเรียนและมีสังคมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาวิชาชีพสำหรับครูอีกด้วย เห็นได้จากการการทำงาน

ระหว่างครูในสาระที่ยังคงทำงานด้วยวิถีปฏิบัติแบบเดิมหรือแม้กระทั้งการเปิดชั้นเรียนที่เราเอามาเป็น
พื้นที่เรียนรู้ร่วมกันสำหรับครูก็ยังคงมีต่อไปแต่เปลี่ยนรูปแบบเป็นแบบการเปิดชั้นเรียนออนไลน์ที่ยังจัด
เพื่อวัตถุประสงค์เดิม ยังคงเป็นพื้นที่เรียนรู้ได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นเคย เมื่อเป็นในรูปแบบออนไลน์

แล้วกลับทำให้ยิ่งเกิดความเข้มข้นมากขึ้น เกิดเครือข่ายมากขึ้น เกิดการพัฒนาชั้นเรียนได้อย่างแท้จริง
หรือเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ไร้พรหมแดนแม้จะเกิดขึ้นในช่วงที่การศึกษาแทบจะเป็นขาลงด้วยซ้ำ

เและในวันนี้วันที่เราลองมาทบทวนและตอบคำถามอีกครั้งว่า “เราได้อะไรบ้างจากวิธีแบบเปิด (Open
Approach) นี้”ในวันที่เราเดินผ่านวันเวลามาในปีที่ 10 ลองอยู่กับตัวเองลองถามตัวเองในฐานะครูผู้

ปฏิบัติการสอน นั่นทำให้รู้ว่าทุกครั้งที่หวนนึกถึงเวลาที่ผ่านมากับการเปลี่ยนแปลงชั้นเรียนในวันนั้น สิ่งที่
แสดงออกมาคือ “รอยยิ้ม” ที่เต็มไปด้วยความสุข เรามีเรื่องสนุก ๆ ให้ได้เรียนรู้อยู่ทุกวัน แปลกไหมที่
สอนเรื่องเดิม ๆ อยู่เกือบ 10 ปีแต่ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายสักครั้งกลับตรงกันข้ามทุกครั้งที่เข้าสอนจะรู้สึก
สนุก ตื่นเต้น ลุ้นในบทเรียนเดิม ๆ ที่มีความแปลกใหม่อยู่เสมอ เสียงร้อง “อ๋อ” ของเด็กๆ สร้างความ
สุขให้ครูอย่างไม่น่าเชื่อ และบางประโยคของเด็ก ๆ “ทำไมวันนี้ถึงไม่มีเรียนคณิตค่ะ” “หมดคาบแล้วเห
รอเร็วจัง” “หนูอยากเรียนอีกจังเลย” ทำให้ใจครูฟูอย่างเป็นที่สุด เหมือนโดนบอกรักในทุก ๆ ครั้งที่

ได้ยิน และวันนี้เองที่ทำให้เราได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น จริง ๆ แล้วเป็นรางวัลของเรา
“เรา” ที่เป็นครูผู้ทำแล้วมีความสุข เราจะไม่สามารทำให้เด็ก ๆ มีความสุขได้เลยหากเราไม่มีความสุขใน
สิ่งนั้น เด็ก ๆ จะไม่มีทัศนคติที่ดีได้เลยหากเราไม่มีทัศนคติที่ดี ความสุขที่เกิดการวิธีแบบเปิด (Open
Approach) ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชั้นเรียนเป็นรางวัล เป็นความสุข เป็นความเชื่อมั่นของครูที่เชื่อว่าวิธี

การนี้สามารถพัฒนาชั้นเรียนได้อย่างแท้จริงและความสุขก็เป็นพลังงานดี ๆ ที่สามารถส่งต่อถึงกันได้
คำตอบของวันนี้กับช่วงเวลาที่อยู่กับวิธีแบบเปิด (Open Approach) มาในปีที่ 10 ทำให้รู้ว่า “การ
สร้างการศึกษา” จะให้เป็นอย่างไรผู้สร้างต้องเป็นแบบนั้น ถ้าผู้สร้างเป็นสุขกับสิ่งที่ทำความสุขจะถูกส่ง

ต่อไปยังคนรอบข้างแบบละมุน ๆ ผู้สัมผัสจะดูดซับความสุขนั้นอย่างไม่รู้ตัว สำหรับโรงเรียนศรี
นครินทร์ฯ ในวันนี้การใช้วิธีแบบเปิด (Open Approach) ในการจัดการชั้นเรียนคงเป็นวิถีการเรียนรู้

ของเราไปเสียแล้ว ครูยังคงเป็นผู้ที่มีความสุข สุขกับการใช้วิธีการแบบเปิดในการจัดการชั้นเรียน ครูยัง

คงเชื่อมั่นว่าวิธีการแบบนี้สามารถพัฒนาชั้นเรียนได้อย่างแน่นอน และข้อสำคัญความสุขของครูจะถูกส่ง

ต่อไปยัง ชั้นเรียนจากรุ่นต่อรุ่นแบบนี้ต่อไป

“ทวนก้าวย่าง
สร้างการเรียนรู้”

ธีรวัฒน์ ทองเสนอ
ครูโรงเรียนศรีนครินทร์วิทยานุเคราะห์
“ ค รู ข วั ญ ศิ ษ ย์ ” มู ล นิ ธิ ร า ง วั ล ส ม เ ด็ จ เ จ้ า ฟ้ า

มหาจักรี ปี 60
จังหวัดสงขลา

“ทวนก้าวย่าง สร้างการเรียนรู้”

“ผ่านมาแล้วตั้ง 10 ปี” เป็นกิจกรรมเดียวในชีวิตที่ทำร่วมกับผู้อื่นที่ยาวนานที่สุดเท่าที่

ชีวิตผมได้ทำงานร่วมกับ คน คณะบุคคล หรือ องค์กรภายนอกสถานศึกษาที่ยาวนาน
ที่สุด และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง แต่กลับพบ “จุดเริ่มต้นใหม่อยู่เสมอมา” เมื่อ 10 ปีที่
ผ่านมาผมได้มีโอกาสรู้จักกับ ดร.เกษม เปรมประยูร เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้และ
การเดินร่วมทางในการทำงานร่วมกัน กับอาจารย์มหาวิทยาลัยทักษิณ ซึ่งเป็นการเชื่อม

ประสานกันของผู้บริหารโรงเรียน ผมทำงานอยู่ในหน้าที่ครูผู้สอนสาระคณิตศาสตร์และ
วิทยาศาสตร์ ยาวนานถึง 13 ปี ซึ่งพอที่จะสร้างการเรียนรู้ในรูปแบบเดิมที่เคยทำมา

สร้างเด็กให้เป็นเด็กเก่งได้หลากหลายรุ่น ทางด้านคณิตศาสตร์ ด้านการคิดเลขเร็ว
รางวัลแชมป์ระดับภาคใต้ถ้วยพระราชทานทั้งประเภทบุคคลและประเภททีม 5 คน แชมป์
ระดับจังหวัดสงขลา หลายครั้งหลายรายการ พอจะเป็นที่รู้จักในฐานะครูผู้สอนและฝึก
พัฒนาทักษะการคิดเลขเร็ว ที่เรียกว่า IQ 180 เมื่อเจอกับ ดร.เกษม เปรมประยูร ใน
เวลานั้น ท่านเป็นคนถ่อมสุภาพ เป็นกัลยาณมิตร ไม่ถือตัว เรียกผมว่าพี่ “พี่เราทำไป
ด้วยกันยาวๆครับ” “ทำได้แค่ไหนก็แค่นั้นครับพี่” “ทำบนบริบทของเราครับพี่”
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้น ณ ใต้อาคารประถมศึกษาปีที่ 4-6 เป็นจุดเริ่มต้นของ “นวัตกรรม
การศึกษาชั้นเรียน” (Lesson Study) และการสอนคณิตศาสตร์ แบบเปิด ( Open
Approach) แบบตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าสอนอย่างไร คุณครูที่ร่วมทางเดินอีก 2 คน
เคยถามผมว่า “แล้วการสอนคณิตศาสตร์ที่ผ่านมาไม่ดีหรือพี่” ต้องยอมรับว่าผมนิ่งไป
พักใหญ่ก่อนจะตอบคุณครู คณิตตา นวสันชัยและครูพนิดา นวลแก้ว ไปว่า “ถ้าดีการ
ศึกษาบ้านเราคงไม่อยู่อย่างนี้หรอก” คุณครูถามผมต่อว่า แล้ว ถ้ามันไม่ได้ผลละจะทำ
อย่างไร? ผมตอบไปว่า “คงไม่มีอะไรที่แย่ไปกว่าสิ่งที่การศึกษาเราเป็นอยู่ ทำไม่ได้ก็ค่า
เท่าเดิม “หากทำได้ก็ถือว่าสร้างประโยชน์ให้กับเด็กไทยของเรา”

การเดินทางที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยการไปดู การก้าวเดินอย่างค่อยๆบนบริบทของ การไม่มีอะไร
งานการเปิดชั้นเรียนระดับชาติ ที่มหาวิทยาลัย
ขอนแก่น ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการสอนคณิตศาสตร์ รองรับในเวลานั้น กระดานแม่เหล็กไม่มี ก็จัดการเรียนรู้
แบบเปิด ซึ่งที่นั่น ได้รับการต้อนรับและรอรับในฐานะ แบบเปิดบนกระดานปกติ ติดกระดาษกาวบนกระดานดำ
เจ้าบ้าน จาก ดร.เกษม เปรมประยูร ที่สนามบิน
ขอนแก่น ดูงานอยู่เป็นระยะเวลา 3 วัน มีคุณครู 4 อยู่หลายปี จนพัฒนาผู้เรียนและตัวครูได้ดีเป็นที่น่าพอใจ

คน ในกิจกรรมการเปิดชั้นเรียนทั้งสาระคณิตศาสตร์ เด็กมีผลการเรียนดี มีผลการสอบโอเน็ตดี มีผลการสอบ
และวิทยาศาสตร์ ทั้งจากครูในประเทศไทยและประเทศ เข้าเรียนต่อระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ดี ไม่มีอะไรลดลง
ญี่ปุ่น มีการถอดบทเรียนหลังการสอน อย่างเป็นรูป ไปจากเดิมมีแต่เพิ่มขึ้น เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง มี
การเปิดชั้นเรียนเป็นระยะๆให้ผู้ปกครอง ผู้เชี่ยวชาญจาก
แบบ เห็นการเตรียมตัว การมีทีมสอน ที่มี ผู้นอก ผู้สนใจ เข้าเยี่ยมชมชั้นเรียนปกติ อยู่อย่าง
สม่ำเสมอ เห็นได้ชัดเจนบรรยากาศการเรียนของเด็กๆ
ประสิทธิภาพ น่าสนใจ ตื่นตา ตื่นใจ ในเวลานั้น ในฐานะ เปลี่ยนไป มีความกล้าคิด
ครู ที่สอนแบบเก่าก่อนมา แบบ ไร้รูปแบบและกระบวน
ท่าก็ว่าได้ “ไฟแห่งการเรียนรู้จุดติดทันที” เรากลับมา กล้าแสดงความคิดของตัวเอง ยกมือ มีกติกา มีการ

ด้วยความหวัง ว่า เราจะเป็นครูที่จัดการศึกษาให้ผู้ ยอมรับสิ่งที่ดีกว่า หรือแนวคิดที่ดีกว่า มีการปรับตัวที่ดี
บทบาทการแก้ปัญหาของเด็กดีขึ้น บทบาทการเรียนรู้
เรียนได้มีโอกาส คิด แสดงแนวคิด สะท้อนคิด สรุป
เป็นของเด็กอย่างแท้จริง มองเห็นชัดเจน ห้องเรียนมี
แนวคิดโดยตัวนักเรียนเองได้อย่างแท้จริง เป็นก้าวที่ ความสุข มีชีวิต เรียกว่า เปลี่ยนวัฒนธรรมการเรียนรู้
2 อย่างแท้จริง ของการทำหน้าที่ครูและการเรียนรู้ ใหม่ของเด็กไทยก็ไม่ผิด ครูเองก็พัฒนาคุณค่าความเป็น
เรื่องการสอน “แบบเปิด” ของตัวเองและทีมคุณครู
ครูมากยิ่งขึ้น แบ่งปันให้เพื่อนร่วมอาชีพ ได้เรียนรู้ ผมจะ
ในโรงเรียน ทำหน้าที่การเป็นทีมสอนและการให้คำแนะนำเกี่ยวกับ

แผนการสอน การอ่านและตีความหนังสือเรียน สะท้อน

ผลการเรียนรู้ อย่างต่อเนื่องนอกเหนือจากการทำหน้าที่

สอนปกติ

ครูคณิตตา นวสันชัย ได้มีโอกาสเปิดชั้นเรียน เมื่อปี 2560 ตัวผมเองได้เข้าร่วมการ
ระดับชาติ ที่ มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา ผม
และทีมครูในโรงเรียนมีส่วนร่วมกับ ดร.เกษม ประเมินการทำหน้าที่ครู ของมูลนิธิรางวัล
เปรมประยูร อีกหลายครั้งในการทำงานร่วมกัน
ตลอดระยะเวลาการเดินทางร่วมกัน มา 10 ปี สมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี ประเด็นหนึ่งที่ผมนำ
ที่ร่วมในการเปิดชั้นเรียนต่างๆ ร่วมกลุ่ม
ออนไลน์แม้ช่วงสถานการณ์โควิด 19 ก็ยังยืน เสนอต่อคณะกรรมการประเมินรางวัล คือ
หยัดการเปิดชั้นเรียน แบบออนไลน์ อย่างต่อ การสอนคณิตศาสตร์แบบเปิด ( Open
เนื่อง นี่นับเป็นผลการพัฒนาตนเองของทีมครู Approach ) และผลคือผมได้รับรางวัล
ในโรงเรียนศรีนครินทร์วิทยานุเคราะห์เป็นที่ “ครูขวัญศิษย์”มูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้า
ยอมรับของเพื่อนครูร่วมอาชีพด้วยกัน มหาจักรี ในปี 2560 จึงนับเป็นผลงานของ
เ ดร.เกษม เปรมประยูร ด้วยเช่นกัน
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยถ่อยคำสัญญา อันเป็นสัจจะวาจาของ
ดร.เกษม เปรมประยูร ที่กล่าวว่า “พี่เราทำไปด้วยกันยาวๆครับ” “ทำได้แค่
ไหนก็แค่นั้นครับพี่” “ทำบนบริบทของเราครับพี่” สิ่งนี้เป็นความจริงถึง
ปัจจุบัน การทำงานยังเหนียวแน่น มีเครือข่าย การสอนคณิตศาสตร์แบบ
เปิดในภาคใต้ มีการทำ MOU ระหว่างคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ทักษิณ กับโรงเรียนต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการ โดยเป็นโครงการที่แทบจะไม่มี
งบประมาณใดๆในการเดินทางร่วมกัน ท่าน ดร.เกษม เปรมประยูร และ
อาจารย์ ดร.สุวรรณี เปลี่ยนรัมย์ ลูกศิษย์ท่านรองศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี
อินทร์ประสิทธิ์ มีความมุ่งมั่นที่สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดกับการศึกษา
ไทยอย่างแท้จริง มีการเยี่ยมเยือนโรงเรียนต่างๆที่เข้าร่วมในโครงการอย่าง
สม่ำเสมอ ทั้งพื้นที่เสี่ยง พื้นที่สีแดง ท่านก็เดินทางไปตามโรงเรียนต่างๆ
อย่างต่อเนื่องและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ท่านเป็นฟันเฟืองเชื่อมต่อ
ระหว่างการจัดการศึกษาแบบเดิมๆกับแบบใหม่ ระหว่างการจัดการศึกษาใน
พื้นที่เสี่ยงและพื้นที่ปกติ ซึ่งตัวท่านเองได้ทำหน้าที่ครูโดยไม่คำนึงเรื่องการ
ทำงานในพื้นที่เสี่ยงภัย เป็นที่น่าชื่นชม ยกย่องด้วยหัวใจแห่งความเป็นครู
อย่างแท้จริง จนปัจจุบันผ่านไป 10 ปีมีเครือข่าย “นวัตกรรมการศึกษาชั้น
เรียน” (Lesson Study) และการสอนคณิตศาสตร์ แบบเปิด ( Open
Approach) นับ 50 กว่าโรงเรียน
นับเป็นคุณูปการต่อการศึกษาของไทยเป็นอย่างยิ่ง

“เรื่องเล่าการพัฒนาโรงเรียนภายใต้นวัตกรรมการ
ศึกษาชั้นเรียน(LESSON STUDY) และ

วิธีแบบเปิดเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ”



ดร.ศันสนีย์ ปูรณัน
ผู้อำนวยการโรงเรียน
ศรีนครินทร์วิทยานุเคราะห์

จังหวัด
สงขลา

ช่วงที่ 1 ผู้บริหารรู้สึกมีความหวังและศรัทธาในแผน lesson
Study
สร้างคนระยะยาว
30 ปีของ รองศาสตราจารย์ไมตรี อินทร์ประสิทธ์ และ

นวัตกรรมการศึกษาชั้นวิธีการสอนแบบโจทย์ปลายเปิด
แต่ยังไม่มีความรู้ในเชิงปฏิบัติ
ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 2540 คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลั
ขอนแก่น ได้นำ 2 นวัตกรรมการศึกษาที่ใช้ในประเทศ

ญี่ปุ่นมาขยายผลในระบบการศึกษาไทยนวัตกรรมหนึ่ง
คือการศึกษาชั้นเรียน "Lesson Study" ซึ่งเป็น
วงจรการพัฒนาคุณภาพการสอนโดยการพัฒนาและ

วิจัยแผนการสอนอย่างต่อเนื่องโดยกลุ่มครูแลก

เปลี่ยน

เรียนรู้กันภายในและระหว่างโรงเรียนและอีกนวัตกรรม

หนึ่งคือการสอนคณิตศาสตร์ด้วยโจทย์ปลายเปิด
(Open Approach) ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนฝึกฝน

ทักษะการคิดและการถกเถียงแบบคณิตศาสตร์โดยครู

จะตั้งโจทย์ปลายเปิดที่ท้าทายให้นักเรียนคิดและนำ
เสนอวิธีแก้ปัญหาแบบต่างๆหลังจากนั้นจะชวน
นักเรียนทั้งห้องร่วมกันถกเถียงจุดเด่นและจุดด้อย
ของวิธีแก้ปัญหาแบบต่างๆเหล่านั้น

และท้ายสุดครูจะสรุปแนวคิดจากการถกเถียงดัง
กล่าวนวัตกรรมทั้งสองนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็น
ปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ทำให้นักเรียนญี่ปุ่นมีอันดับ
คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ดีในการทดสอบ
นานาชาติ1ในการขยายผลสู่ระบบการศึกษาไทย คณะ
ศึกษาศาสตร์ฯได้ทำข้อตกลงถ่ายทอดความรู้แก่
โรงเรียนกับหน่วยงานภาครัฐโดยคณะทำหน้าที่
ถ่ายทอดนวัตกรรมการศึกษาและพัฒนาขีดความ
สามารถของครูซึ่งเป็นช่วงแรกที่อยู่ในช่วงครูสอน
คณิตศาสตร์ด้วยวิธีเดิมๆคือสอนสั่งบอกความรู้
– ให้โรงเรียนอาสา4-5โรงเรียนแรกๆและขยายผล
เป็นร้อยกว่าโรงเรียนในปีที่9-10
- ปัจจัยความสำเร็จและข้อจำกัด

1) การถอดบทเรียนและถ่ายทอดบทเรียนคณะศึกษาศาสตร์ฯ ได้ประยุกต์การ
ศึกษาชั้นเรียน
(Lesson study) ให้เข้ากับบริบทของครูไทยที่คุ้นเคยกับการสอนแบบ
บรรยายและต่างคนต่างทำงาน โดยเน้นการพัฒนาวิธีการสอนด้วยโจทย์
ปลายเปิดและการสร้างวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างต่อ
เนื่องมากกว่าการทำวิจัยและพัฒนาแผนการสอน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
ปรับการศึกษาชั้นเรียนจาก "วงจรการพัฒนาและวิจัยบทเรียน" เป็น"วงจร
การพัฒนาการสอนด้วยโจทย์ปลายเปิด"
2) การพัฒนาบุคลากรคณะศึกษาศาสตร์ฯ ได้จัดฝึกอบรมต่างๆ ให้แก่ครู
และผู้บริหารโรงเรียน รวมทั้งศึกษานิเทศก์ทั้งในช่วงเริ่มต้นและระหว่างการ
ดำเนินโครงการ และในแต่ละปีจะจัดอบรมความรู้เพิ่มเติมอีก 3-5 วันและ
สร้างเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญในมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ เพื่อสร้าง
บุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่จะดูแลการขยายผลนวัตกรรมนี้อย่างต่อเนื่องในระยะ
ยาวอย่างไรก็ตามเพราะการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนของครู
คือ กลไกสำคัญและส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้
เรียน ซึ่งแนวทางส่งเสริมให้ครูมีสมรรถภาพในการจัดการเรียนการสอนได้
อย่างมีคุณภาพนั้นมีอยู่หลากหลายแนวทาง ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา

แนวทางการพัฒนาครูได้เริ่มปรับเปลี่ยนจากรูปแบบเดิมที่มักใช้การฝึกอบรมระยะสั้น ซึ่ง
หน่วยงานต้นสังกัดมักเป็นผู้กำหนดสาระสำคัญของการอบรมที่อาจไม่สอดคล้องกับ
สภาพปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของครูและนักเรียนในสถานศึกษาแต่ละแห่งมา
เป็นแนวทางของการพัฒนาครูโดยใช้บริบทชั้นเรียนและสถานศึกษาเป็นฐาน
(Classroom / School-based Development) ผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จาก
กันและกันของครูและผู้ที่เกี่ยวข้องบนพื้นฐานของความเข้าใจในบริบทและสภาพปัญหา
จริงของนักเรียนและสถานศึกษาของตน ในลักษณะของการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้
เชิงวิชาชีพที่สามารถดำเนินการได้ภายในสถานศึกษาโดยบูรณาการสู่การทำงานตามปกติ
ที่ครูไม่จำเป็นต้องละทิ้งนักเรียน ชั้นเรียน และโรงเรียนของตน เพื่อไปรับการอบรมหรือ
พัฒนาตนเองนอกสถานที่ ถือเป็นการพัฒนาครูที่คืนครูสู่ศิษย์ซึ่งสามารถสร้างการ
เปลี่ยนแปลงสถาพ "การเรียน" และ "การสอน" ได้อย่างแท้จริงอย่างไรก็ดี ด้วยชุมชน
แห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพไม่ได้มีวิธีการหรือแนวทางสำเร็จรูปที่ใช้ได้อย่างสอดรับกับทุก
บริบทของทุกสถานศึกษา

ช่วงที่ 3 ปี 2556-2565 ขยายผลสู่พื้นที่นวัตกรรมในจังหวัดปัตตานี ,สงขลา(รอการอนุมัติ)จากพื้นฐานใน
สร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพ (Professional Learning Community-PLC) คือ การรวมกลุ่ม

ทำงานแบบร่วมมือรวมพลังของผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียน การจัดการเรียน

การสอน และคุณภาพการศึกษา โดยใช้กระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติ การถอดบทเรียน การสืบสอบ

เพื่อสะท้อนผลเชิงวิชาชีพ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทั้งค่านิยม วิสัยทัศน์ ภาวะผู้นำ และประสบการณ์การปฏิบัติ
ส่วนบุคคลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยการดำเนินงานตามแนวคิดนี้ไม่ได้มีขั้นตอนหรือรูปแบบการ
ดำเนินงานที่สำเร็จรูปเป็นรูปธรรม ผู้สนใจจึงสามารถใช้การพัฒนาบทเรียนร่วมกัน (Lesson Study) เป็นอีก

หนึ่งทางเลือกในการดำเนินงานได้ เนื่องจากมีหลักการและกระบวนการที่ชัดเจน สอดคล้องกับแนวคิดชุมชนแห่ง

การเรียนรู้เชิงวิชาชีพ และสามารถช่วยพัฒนาครู ผู้เรียน สภาพการเรียนการสอน และสัมพันธภาพของบุคลากรใน

สถานศึกษาได้พร้อมกัน แต่ทั้งนี้ ต้องอาศัยการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง การใช้เทคนิควิธีในแต่ละขั้นตอนของ
การดำเนินงาน การสื่อสารทางบวก และการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร จึงสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงสำเร็จผล

และเกิดชุมชนแห่งการเรียนรู้เชิงวิชาชีพได้อย่างแท้จริง สอดคล้องกับการขับเคลื่อนโรงเรียนนวตกรรมเพื่อ
พัฒนาโรงเรียนทั้งระบบ รองศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์กล่าวว่าหัวใจสำคัญคือการเอาครูมาเรียนรู้
ร่วมกันเป็นทีมให้ได้ เพื่อพัฒนาชั้นเรียนและติดตั้งเครื่องมือการศึกษาชั้นเรียนและวิธีสอนแบบเปิด ในวง แลก
เปลี่ยนของผู้บริหารซึ่ง อาจารย์ ดร.เกษม เปรมประยูร ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานจัดการประชุมเป็นวัฒนธรรมเทอม
ละ 1 ครั้ง และยังเป็นผู้นิเทศครูผู้ใช้นวัตกรรมโดยให้มีการ Open class อย่างสมำเสมอและสอนผู้เริ่มต้นนวตกร
รมใหม่ด้วยตัวเองตามความพร้อมของแต่ละโรงเรียน กล่าวโดยสรุปอาจารย์ เกษม เปรมประยูรและคณะได้บริการ

วิชาการจนเกิดผลกระทบในทางดีเกิดการเปลี่ยนแปลงวิธีการเรียนรู้ของนักเรียนในชั้นเรียน และเกิดการ
เปลี่ยนแปลงในตัวครู ให้เกิดความภาคภูมิใจในวิชาชีพ จากการทำให้สมาชิกในชุมชนวิชาชีพ ดำรงไว้ในเรื่องต่อไปนี้

1) การแลกเปลี่ยนคำนิยมและวิสัยทัศน์ (Shared values and vision) สมาชิกในชุมชนต้องมี
การแลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์ ความคิด และประสบการณ์ของผู้ร่วมวิชาชีพและผู้เกี่ยวข้องเพื่อ
นำไปสู่การมีคำนิยมและวิสัยทัศน์ร่วมกัน การกำหนดพันธกิจ การดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพผู้
เรียนและการจัดการศึกษา ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เนื่องจากการมีพันธสัญญา
และพันธกิจที่ชัดเจนร่วมกันเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเป็นชุมชนการเรียนรู้ (Learning
Community) ในสถานศึกษาการมีวัฒนธรรมรวมพลัง (Collaborative Culture) เป็นการ
ร่วมมือรวมพลังที่งพาอาศัยซึ่งกันและกันของครู ผู้บริหาร และชุมชนในการดำเนินกิจกรรมที่
เกี่ยวข้องกับการพัฒนาความรู้ความสามารถในวิชาชีพ การจัดการเรียนการสอน และการพัฒนาผู้
เรียนให้บรรลุเป้าหมายภายใต้เป้าหมาเดียวกัน

2) การร่วมกันรับผิดชอบต่อการพัฒนาผลการเรียนรู้ของผู้เรียน (Collective Responsibility For
Students Learning/Focus on Students Outcome) เป็นการให้ความสำคัญแก่ผลลัพธ์การ
เรียนรู้ (Learning Outcomes) ของผู้เรียน มีเป้าหมายหลักชื่งเป็นเป้าหมายร่วมกันของสมาชิกทุกคน

คือ เพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้และพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และพัฒนาคุณภาพของผู้
เรียนอย่างต่อเนื่อง โดยอยู่บนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้
3) การจัดปัจจัยเงื่อนไขสนับสนุนโครงสร้างการดำเนินงาน และความสัมพันธ์ของบุคลากร (Supportive
Conditions Structural Arrangements and Collegial Relationships) การสนับสนุนและ
แลกเปลี่ยนภาวะผู้นำ (Supportive and Share Leadership) เป็นการเตรียมความพร้อมสนับสนุน

ทรัพยากรโดยผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานของชุมชนทั้งการจัดกลุ่ม การสังเกตชั้นเรียน
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้หรือกิจกรรมอื่นๆ เป็นไปได้ด้วยดี รวมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้สอนเป็นผู้นำและตัดสินใจ
เชิงวิชาการ

4) การสืบสอบเพื่อสะท้อนผลเชิงวิชาชีพและการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์การปฏิบัติส่วนบุคคล(Reflective
Professional Inquiry and Shared Personal
Practice) เป็นการสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์
กันระหว่างสมาชิกในชุมชนการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งระหว่างครูผู้สอนแต่ละคน ผู้เชี่ยวชาญ นักการศึกษา และ
ผู้บริหารเกี่ยวกับการปฏิบัติงานสอนและการจัดการเรียนรู้ เพื่อ
สะท้อนผลการปฏิบัติงาน ร่วมกันเสนอแนะแนวทางการปฏิบัติที่
ช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ดีขึ้น เพื่อช่วยจัดระบบความรู้ เพื่อช่วยให้
ครูมีความรู้เรื่องผู้เรียน หลักสูตร เทคนิควิธีสอน เนื้อหา สื่อ และ
แหล่งการเรียนรู้ซึ่งส่งผลต่อการจัดการเรียนการสอนอย่างมี
ประสิทธิภาพ รวมทั้งเพื่อสร้างความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการ
พัฒนาความรู้ความสามารถในวิชาชีพของสมาชิกในชุมชนและ
คุณภาพผู้เรียน โดยมุ่งเน้นเรียนรู้ร่วมกันของทุกฝ่ายมิใช่เพียง
การนำเสนอความรู้

สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณคณาจารย์ผู้ร่วมขับเคลื่ อนการเรียนรู้
ด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน และวิธีการแบบเปิดเป็นอย่าง
สูงที่สร้าง Core Purposeให้ทุกคนในชุมชนมีอุดมการณ์ร่วม
ในการสร้างพลเมืองที่คิดเป็น แก้ปัญหาเป็นในยุคต่อไป

“นวัตกรรมการสอนแบบเปิด
(open approach ) กับการจัดการ
เรียนรู้คณิตศาสตร์ในยุคปัจจุบัน”

อูไซดา ดือราแม
หัวหน้าแผนกอนุบาลประถมโรงเรียนศรีฟารีดาบารูวิทยา

จังหวัดยะลา

คณิตศาสตร์มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์และความ
เจริญก้าวหน้าของสังคมโลก มนุษย์ใช้คณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานในการ
ศึกษาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศาสตร์อื่นๆ รวมทั้งใช้คณิตศาสตร์
เป็นเครื่องมือในการพัฒนาความคิดที่หลากหลาย ทั้งการคิดวิเคราะห์
สังเคราะห์ คิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล
คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดอย่างเป็นระบบ และมีแบบแผน ลักษณะการ
คิดดังกล่าวทำให้มนุษย์สามารถคิดวิเคราะห์ปัญหาและสถานการณ์ คาด
การณ์ วางแผนตัดสินใจและแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ในการสอนคณิตศาสตร์ที่ผ่านมาโรงเรียนศรีฟารีดาบารูวิทยาได้จัดการเรียน
แบบทั่วไป ในการสอนคณิตศาสตร์ด้วยการบรรยายบทบาทของครูมักเป็นผู้
ส่งสารและนักเรียนเป็นผู้รับสารเท่าที่ครูบอกในห้องเรียน
ครูเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ อธิบายและให้นักเรียนปฏิบัติตามคือ การจำสูตร
กฎ ทฤษฎี การทำตามตัวอย่าง
การสอนแม้ว่านักเรียนจะมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาเป็นอย่างดี แต่
นักเรียนจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่เข้าใจ
ในเนื้อหาและการแก้ปัญหาเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ คณิตศาสตร์จึงเป็นวิชาที่
นักเรียนหลายคนไม่เข้าใจ จึงทำให้นักเรียนไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์
ทางโรงเรียนศรีฟารีดาบารูวิทยาจึงเห็นความสำคัญของการแก้ปัญหา
ในการเรียนคณิตศาสตร์ เพื่อให้นักเรียนสนใจและสนุกกับการเรียนวิชา
คณิตศาสตร์มากขึ้น

โรงเรียนศรีฟารีดาบารูวิทยาได้นำนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และการเรียนแบบเปิด (Open
Approach) มาใช้ในการจัดการเรียนการสอน โดยเริ่มต้นจากการเรียนรู้ การอบรม การศึกษาชั้นเรียน และศึกษาทำความ
เข้าใจในการเรียนการสอนแบบ (Lesson Study) และการเรียนแบบเปิด (Open Approach) เรียนรู้จากการไป
โรงเรียนต่างๆ ศึกษาหนังสือเรียน เป็นระยะเวลา 1 ภาคเรียน จนตัดสินใจว่าจะใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน(Lesson
Study) และการเรียนแบบเปิด (Open Approach) โรงเรียนศรีฟารีดาบารูวิทยาเปิดชั้นเรียนปีแรกในระดับชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 1
ต่อมาได้มีการขยายชั้นเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปัจจุบันได้มีการทดลองเปิดชั้นเรียนใน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ซึ่งพบว่า นักเรียนกล้าแสดงออก มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อน
มีทักษะการทำงานกลุ่มได้ดีขึ้น ได้แสดงแนวคิดและพัฒนาแนวคิดได้หลากหลาย มีความสนใจ สนุกกับการเรียนรู้ และเข้าใจ

มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ครูได้เรียนรู้วิธีการแก้ปัญหาในการจัดการเรียนการสอน ได้เรียนรู้การศึกษาหนังสือเรียน
คณิตศาสตร์ ได้เรียนรู้การวางแผนการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน ได้เรียนรู้แนวคิดที่หลากหลายของ

นักเรียน รวมทั้งได้ศึกษาและพัฒนาศักยภาพการสอนของตนเองอีกด้วยทางโรงเรียนได้เห็นถึงผลการพัฒนาทั้งนักเรียน
และการพัฒนาครูได้ดีที่สุดเพราะกระบวนการเรียนการสอนแบบ (Lesson Study) และการเรียนแบบเปิด (Open
Approach)เน้นการตอบโจทย์ในการพัฒนาการเรียนการสอนได้ดีที่สุด และทางโรงเรียนจะบูรณาการไปยังวิชาอื่น ๆ ต่อ

ไป

รอยทางที่ย่างก้าวของชาว
ศิริพงศ์วิทยา

บุญเจือ ทองประหวั่น

ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนศิริพงศ์วิทยา
จังหวัดสงขลา

รอยทางที่ย่าง บนเส้นทางแอลเอสและโอเอ วัฒนธรรมเชิงรับถูกปรับเปลี่ยน
ก้าวของชาว เราโซซัดโซเซอยู่นานโข
ศิริพงศ์วิทยา เป็นชั้นเรียนเชิงรุกสุขสิกขา
เหมือนเด็กน้อยสอนเดินก่อนเติบโต ไม่ง่วงเหงาเซาซบคอยหลบตา

ต้องหัวโนฟกช้ำเป็นธรรมดา
ล้มแล้วลุกปลุกปล้ำทำต่อเนื่อง ปลุกชีวิตชีวาให้ตื่นตัว
สร้างฟันเฟืองทีมงานขันอาสา
เด็กหลังห้องไม่ต้องถูกทอดทิ้ง
ร่วมเรียนรู้หนังสือเรียนเปลี่ยนหน้าตา ตัวตนจริงพริ้งพรายได้ยิ้มหัว
ต่างมะงุมมะงาหราท้าผจญ บรรยากาศตัดขาดความหวาดกลัว

สถานการณ์ปัญหาเป็นอย่างไร ยะเย้ายั่วยะเย้าเล่นเป็นกันเอง
ทุกแนวคิดต้องสอนไหมให้ฉงน นวัตกรรมแอลเอสและโอเอ
กระบวนการสี่ขั้นตอนก็ร้อนรน
ครูอดทน “ปิดปาก” แสนยากเย็น ไม่ซวนเซมั่นคงเดินตรงเผง
ท่านอาจารย์ ดร.เกษม เปรมประยูร เราร่วมด้วยช่วยกันร่วมบรรเลง
คอยเกื้อกูลชี้ทางสร่างทุกข์เข็ญ
ประดุจเพลงประสานเสียงสำเนียงดนตรี
ไขปัญหาพาคลายปมประเด็น
ทางลำเค็ญค่อยค่อยโปร่งจนโล่งเตียน ใช่เด่นดังปังเปรี้ยงเยี่ยงใครอื่ น
เพียงระรื่นร่วมพิทักษ์สมศักดิ์ศรี
การศึกษาชั้นเรียนช่วยเปลี่ยนครู สร้างรอยทางรอยประทับรับวจี
จากผู้รู้ผู้สอนจนเกษียณ
“ผมไม่มีค่าตัว” ติดตรึงใจ
สร้างสถานการณ์ปัญหาให้ศิษย์เรียน
ให้แลกเปลี่ยนแนวคิดจนศิษย์ชิน ขอขอบคุณสองท่านอาจารย์อู๋
ด้วยการเรียนแบบเปิดประเสริฐยิ่ง
เด็กรู้จริงรู้คิดเป็นนิจศิล ท่านเป็นครูแบบอย่างทางใสใส
กล้าสื่อสารแนวคิดแบบวินวิน
จนคุ้นชินเป็นวิถีที่คุ้นตา อีกอาจารย์สุวรรณีดีต่อใจ

ยากหาใดมาตรแม้นหากแทนคุณ

หมายเหตุ รอยทางที่ย่างก้าวเป็นเรื่องราวการพัฒนาชั้นเรียนคณิตศาสตร์
ของโรงเรียนศิริพงศ์วิทยา ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปีการศึกษา 2557 เป็นต้นมา

เรียนรู้ด้วยหัวใจ สร้างไฟในตัว
ตน สร้างบุคคลแห่งการเรียนรู้


ศักดิ์สิทธิ์ มณีโชติ

ครูผู้สอนโรงเรียนศิริพงศ์วิทยา

จังหวัดสงขลา

เรียนรู้ด้วยหัวใจ สร้างไฟในตัวตน
สร้างบุคคลแห่งการเรียนรู้

ตลอด 1 ปีที่ผ่านมากับการเป็นครูคณิตศาสตร์ในรั้วครอบครัวศิริพงศ์
วิทยา ยิ่งทำให้เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนยิ่งขึ้นและรู้สึกว่ากระบวนการสอน
ที่ใช้สอนนักเรียนตอบโจทย์กับทัศนคติของตัวเอง ซึ่งกระบวนการ
สอนดังกล่าวคือ นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson
Study)และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) เข้ามาทำงานใน
ช่วงแรงรู้สึกถึงความกังวลเพราะเนื่องด้วยเป็นนวัตกรรมที่ไม่คุ้นเคย
หลังจากได้ร่วมทำงาน ร่วมวางแผนกับทีมคณิตศาสตร์ของโรงเรียน
ยิ่งทำให้เข้าใจในกระบวนการสอนคณิตศาสตร์แบบใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม
อีกต่อไป ณ ตอนนั้นยิ่งทำให้ไฟในตัวเองลุกโชนขึ้นอีกครั้งเพราะรู้สึก
ถึงความสนุกของการเรียนรู้ ความท้าทายของครูผู้สอน และสิ่งที่ทำให้
ตอบโจทย์มากที่สุดคือ “เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หรือ เน้นที่
กระบวนการคิดของผู้เรียนเป็นหลัก” ฟังตอนแรกเหมือนกับการสอน
ที่เป็นแบบ Active Learning ทั่วไปแต่หากมองด้วยหัวใจทำให้
ทราบว่า “ครูผู้สอนต้องนำแนวคิดของผู้เรียนมาเรียบเรียงและสรุป
ออกมาเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับหลักการทางคณิตศาสตร์” เมื่อ
รู้สึกแบบนี้ยิ่งทำให้ไฟในตัวยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะด้วยบุคลิกและนิสัยส่วน
ตัวชอบสิ่งที่ท้าทาย สิ่งที่ทำให้พัฒนาตนเองอยู่ตลอด

Experience

ประสบการณ์ครั้งแรกกับการสอนคณิตศาสตร์ด้วยนวัตรกรรมการศึกษา
ชั้นเรียน (Lesson Study)และวิธีการแบบเปิด (Open Approach)
ปี 2564 ณ ตอนนั้นเป็นช่วงระบาดของโควิด 19 ทำให้รูปแบบการเรียน
การสอนเป็นแบบออนไลน์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ท้าทายเพิ่มมากขึ้น แต่ต้อง
ขอบคุณทีมคณิตศาสตร์ อาจารย์บุญเจือ ทองประหวั่น อาจารย์
ดร.เกษม เปรมประยูร ที่ชวนชี้ชวนคิดจนเข้าใจอย่างชัดเจน ในช่วงนั้น
ทางมหาวิทยาลัยทักษิณ โดยมีอาจารย์ ดร.เกษม เปรมประยูร เป็นแกน
นำในการสร้างทีม LS&OA แบบออนไลน์ ซึ่งมีโรงเรียนในเครือข่ายที่ได้
นำนวัตกรรม LS&OA ไปใช้ได้เข้าร่วมในกลุ่มเพื่อเรียนรู้แลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ โดยชั้นเรียนของผมได้เปิดเป็นชั้นเรียนแรก ถือว่าตอนนั้น
ความรู้สึกเต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ เพราะเป็นประสบการณ์ที่ใหม่
และยังไม่เคยผ่านการสอนแบบ On-site แต่อย่างไรก็ตามอย่างที่เคย
กล่าวไว้ว่ามีทีมคณิตศาสตร์ที่ร่วมกันวางแผนร่วมกัน สังเกตชั้นเรียน
และสะท้อนผล ทำให้ตัวผู้สอนอบอุ่นหัวใจพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนา
ตนเองต่อไปอย่างเต็มที่ หลังจากที่ได้เปิดชั้นเรียนออนไลน์ครั้งแรกโดยมี
ผู้เข้าร่วมสังเกตมากมายหลายท่านตัวแทนจากโรงเรียนและอาจารย์จาก
มหาวิทยาลัยต่าง ๆ และฟังสะท้อนผลยิ่งทำให้ตัวเองรู้สึกอบอุ่น และ
ปลอดภัยสำหรับพื้นที่ตรงนี้ ทุกคนสะท้อนผลอย่างเป็นกัลยาณมิตรที่ดี
ต่างคนต่างมุมมองที่ทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือ “ผู้เรียน และชั้นเรียน
ที่มีคุณภาพ”

Self ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2564 – ปัจจุบัน การพัฒนา
development ตนเองเกิดขึ้นตลอดทั้งเรื่องของการคิด การวางแผน การ
วิเคราะห์แนวคิดของผู้เรียนรวมไปถึงชั้นเรียนที่แตกต่างกัน
ของครูแต่ละท่าน เนื่องจากทางโรงเรียนศิริพงศ์วิทยาได้จัดทำ

ปฏิทินเปิดชั้นเรียนอย่างเป็นประจำและต่อเนื่อง มีการร่วมกัน
วางแผนทุกสัปดาห์ ซึ่งขอขอบคุณอาจารย์ ดร.เกษม เปรม
ประยูร และอาจารย์ ดร.สุวรรณี เปลี่ยนรัมย์ ที่ช่วยเหลือและ

เป็นกำลังใจให้กับทีมคณิตศาสตร์อยู่เสมอ มุมมองของ

อาจารย์เป็นมุมมองที่น่าสนใจ พร้อมชวนให้คิดอยู่ตลอดเป็น

มุมที่บางทีครูผู้สอนคาดการณ์ไม่ถึงหรือมองผ่านจึงเป็นกำลัง

ใจหรือเชื้อเพลิงอย่างสุดท้ายนี้สิ่งที่หัวใจสัมผัสได้ในชั้นเรียน
ของตนเองและชั้นเรียนของครูท่านอื่น ๆ เมื่อนำนวัตกรรมการ
ศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study)และวิธีการแบบเปิด
(Open Approach) ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้รายวิชา

คณิตศาสตร์ พบว่าผู้เรียนรู้สึกปลอดภัยมั่นใจในการแสดง
แนวคิด การตอบคำถาม มีการคิดวิเคราะห์ คิดเชื่อมโยงมาก

ยิ่งขึ้นโดยสังเกตจากแนวคิดของผู้เรียน ส่งผลให้เกิดชั้นเรียน
ที่สวยงามทางความคิดของผู้เรียน สิ่งหนึ่งที่พัฒนาควบคู่กัน
ไปคือตัวครูผู้สอน ที่เรียนรู้ไม่แพ้เช่นเดียวกันกับเด็ก ๆ ที่ต้อง

คาดการณ์แนวคิด คิดในมุมของเด็ก ๆ มองอย่างหลากหลาย

และเตรียมสถานการณ์ คำสั่งที่ต้องสื่อให้ผู้เรียนเข้าใจมี
อารมณ์ร่วมในการเรียนรู้ ถือเป็นสิ่งที่ท้าทายแต่สนุก อย่างที่
กล่าวมาทั้งหมดทำให้ตระหนักว่า “หากครูเรียนรู้ด้วยหัวใจก็จะ
ทำให้เกิดไฟในการเรียนรู้ของตัวครูเอง และนำไปสู่การสร้าง
บุคคลแห่งการเรียนรู้ คือ ผู้เรียน เช่นเดียวกัน ดังกฏข้อที่ 3
ของนิวตันที่ว่า Action = Reaction นั่นเอง”

“ 8 ปี แห่งการเรียนรู้
สู่การเปลี่ยนแปลง ”




ดร. อัจจิมา มาศนิยม
และคณะครูกลุ่มสาระคณิตศาสตร์โรงเรียนหวังดี

จังหวัดสงขลา

โรงเรียนหวังดีกับการพัฒนาวิชาชีพครูด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson
Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) เมื่อย้อนหลังไปประมาณ 8 ปี
โรงเรียนหวังดี ซึ่งเป็น 1 ในสมาชิกของกลุ่มโรงเรียนเบญจมิตรบวกหนึ่ง ในขณะนั้นได้มี
โรงเรียนศรีนครินทร์วิทยานุเคราะห์ และโรงเรียนวรพัฒน์ ที่นำร่องในการใช้นวัตกรรมการ
ศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach)
โรงเรียนหวังดีได้เข้าร่วมการสังเกตชั้นเรียนที่ทั้งสองโรงเรียนนี้จัดขึ้น ได้เห็นว่า เป็นการ
จัดกระบวนการเรียนการสอนที่น่าสนใจ แตกต่างจากที่เคยเป็นมา เด็ก ๆ มีวิธีการคิดที่

หลากหลาย มีความกล้าแสดงออก ครูมีสื่อการสอน มีการใช้กระดานดำที่น่าสนใจ เราจึง

ได้กลับมาคุยกันและเห็นด้วยที่จะเข้าร่วมการพัฒนาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ โดยใช้
นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open
Approach) ข่วงปีแรกของการเริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน ทางโรงเรียนได้รับความอนุเคราะห์
จากท่าน อ. ดร. เกษม เปรมประยูร และ อ. ดร. สุวรรณี เปลี่ยนรัมย์ ในการพัฒนา
บุคลากรของโรงเรียนผ่านกระบวนการอบรมฯ การ plc ทำความเข้าใจกับครูผู้สอน ผู้

บริหาร ผู้ปกครอง พาครูไปดูห้องเรียนของโรงเรียนต่าง ๆ เข้าร่วมการสังเกตชั้นเรียน
จนครูเกิดความมั่นใจ ต่อจากนั้นเราก็เริ่มใช้จัดการเรียนการสอนปีแรกในระดับชั้นประถม
ศึกษาปีที่ 1 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และขยายไปในระดับชั้นอื่น ๆ ตามลำดับ

ตามลำดับ ตลอดระยะเวลาของการพัฒนาทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร/ครู/และผู้เรียนสรุปได้ดังนี้
1. การเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร
ผู้บริหารเปลี่ยนแปลงตนเอง ปรับบทบาทของตนเอง โดยการส่งเสริมและสนับสนุนด้านงบประมาณสร้างขวัญ
กำลังใจสำหรับครูผู้สอนจากนั้นเข้าร่วมประชุมวางแผนการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ เข้าร่วมการสังเกตชั้น
เรียน รับฟังและร่วมสะท้อนผลการสอนผลการสังเกตชั้นเรียนรวมถึงเป็นที่ปรึกษาในการแก้ไขปัญหาและ
อุปสรรคต่าง ๆ ให้กับคณะครู
2. การเปลี่ยนแปลงของครู
ครูเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการสอน จากผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวกให้กับผู้เรียนจัดเตรียมสื่อและ
สภาพแวดล้อมให้น่าเรียนใช้คำถามและคำพูดเพื่อกระตุ้นความคิดให้นักเรียนค้นพบความเป็นอัจฉริยะของตัวเขา
เอง เปิดประตูผู้เรียนสู่การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวผู้เรียนเอง พร้อมทั้งขับเคลื่อนและปรับพฤติกรรมของผู้
เรียนด้วยวิธีการเชิงบวก มีการทำงานร่วมกับผู้อื่นรับฟังและแสดงความคิดเห็นในการวางแผนออกแบบการสอน
ในแต่ละครั้ง
3. การเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน
นักเรียนกล้าคิด กล้าแสดงออก มีอิสระในการคิดหาคำตอบด้วยตนเอง เกิดทักษะกระบวนการคิด มีความคิดที่
หลากหลายคิดเป็นระบบคิดสร้างสรรค์และคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลรู้จักการแก้ปัญหามีระบบการทำงานกลุ่ม
ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่ นพร้อมทั้งมีความสุขในการทำกิจกรรม

ณ ปัจจุบันนี้ครบรอบ 8 ปี ของการทำงานร่วมกันกับ อ. ดร. เกษม เปรมประยูร และ อ. ดร. สุวรรณี
เปลี่ยนรัมย์ ตลอดจนเครือข่ายโรงเรียนต่าง ๆ ที่ได้เดินทางร่วมกันมาในทุก ๆ ภาคเรียน กิจกรรมต่าง ๆ
ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ผ่านระบบของ Lesson Study เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ
การพัฒนาจึงเกิดขึ้นในแต่ละปี การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นในทุก ๆ ปี
สุดท้ายนี้ทางโรงเรียนต้องขอขอบคุณ อ. ดร. เกษม เปรมประยูร และ อ. ดร. สุวรรณี เปลี่ยนรัมย์ ที่ให้
ความกรุณาและ
เป็นที่ปรึกษา คอยให้คำแนะนำในการขับเคลื่อนนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธี
การแบบเปิด (Open Approach) ด้วยดีเสมอมา

“ดูแลดี
ไม่เคยห่าง”

วิทยา พยายาม
รองผู้อำนวยการโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาคาร

จังหวัดสงขลา

กว่า 5 ปีมาแล้ว ที่อาจารย์ ดร.เกษม เปรม
ประยูร ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับนวัตกรรมการ
ศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธี
การแบบเปิด (Open Approach) ลูก
ศิษย์ของท่านรองศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี
อินทร์ประสิทธิ์ ได้อุทิศเวลาในการบริการ
วิชาการแก่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาคารและ
โรงเรียนเครือข่ายอีกหลายสิบโรงเรียน โดย
ไม่มีข้อแม้หรือข้อเรียกร้องใด ๆ แม้แต่น้อย
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มีหลายสิ่งหลาย
อย่างที่ได้เรียนรู้จากการเดินทางร่วมกัน อาทิ
เช่น ตราบใดที่โรงเรียนยังเดินหน้าก็ยังคงได้
เห็นอาจารย์มาร่วมเดินทาง การเป็นแบบอย่าง
ของการทำงานด้วยอุดมการณ์อย่างแท้จริง
ความมุ่งมั่นตั้งใจไกลแค่ไหนก็ไม่เคยหวั่น การ
เรียนรู้และการเข้าใจถึงวัฒนธรรมที่แตกต่าง
ฯลฯ

ผมยังจำได้ดีถึงประโยคหนึ่งของ อาจารย์เกษม ที่เป็นทั้ง มีคำแนะนำมากมายที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาคารได้
คำสัญญามั่นและเป็นกำลังใจในการเดินทางร่วมกันบน
เส้นทางนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson รับจากอาจารย์เกษม รวมทั้งโอกาสในการเรียนรู้
Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ต่าง ๆ ที่อาจารย์มอบให้ ในช่วงของการเริ่มต้นการ
คือประโยคที่ว่า “ถ้ายังเดินอยู่ก็จะเห็นผม” ย้อนกลับไป ใช้นนวัตกรรมฯ ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น
เมื่อตอนปลายปี 2559 หลังจากได้เริ่มเรียนรู้และได้รู้จัก
กับ อาจารย์เกษม จนกระทั่ง วันที่ 7 เมษายน 2560 ที่ อาจารย์ได้เข้ามาดูแลเป็นพิเศษให้คำแนะนำอย่าง
ได้ให้คำมั่นสัญญากันว่าจะร่วมกันเดินหน้าในการพัฒนา
วิชาชีพครูด้วยนวัตกรรมฯ นี้ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ต่อเนื่อง จนกระทั่งตอนเริ่มต้นในระดับประถมเมื่อปี
2562 อาจารย์ก็ได้ให้คำแนะนำถึงการเริ่มต้นไปที
พร้อมกับถ่ายภาพร่วมกันเพื่อเป็นหลักฐานและพยานชิ้น ละชั้น เริ่มต้นตามบริบทและความพร้อมของ
สำคัญอีกหนึ่งอย่าง จนถึงตอนนี้ ปีการศึกษา 2565 โรงเรียน แต่ผมดันเลือก 2 ระดับชั้น คือป.1
ทุกอย่างเป็นไปตามประโยคข้างต้น “ถ้ายังเดินอยู่ก็จะ และป.4 เมื่อผ่านไป 1 ปี ก็ได้เรียนรู้ด้วยตนเองว่า
เห็นผม” ซึ่งอาจารย์เกษมเป็นเช่นนั้น โดยมาเยี่ยมให้
กำลังใจตลอดต่อเนื่องทุกปี เป็นที่ประทับใจของทุกคนใน การเริ่มต้นเช่นนั้นไม่ได้เป็นประโยชน์ใด ๆ เลย ใน
ที่สุดก็ได้ปรับเปลี่ยนมาเริ่มต้นที่ระดับชั้นป.1 แล้ว
ทุกครั้งที่อาจารย์แวะเวียนมาหาตลอดเวลาที่ได้ร่วมงาน ค่อย ๆ ต่อขึ้นไปทีละชั้น นึกถึงคำพูดของอาจารย์ที่
กับอาจารย์เกษม ผมพบว่าอาจารย์ คือผู้อุทิศตนทำงานที่ บอกว่า “ทำไปเลยแล้วจะรู้เอง” ใช่เลยครับ พวกเรา

เต็มเปี่ ยมไปด้วยอุดมการณ์ ไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ ได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง และ
เป็นการเรียนรู้ที่คุ้มค่ามากมายอย่างแท้จริง

ในการทำงานของอาจารย์เว้นแต่อุดมการณ์แห่งความสำเร็จที่จะเกิดกับนักเรียน คุณครูและโรงเรียน

เสียสละเวลาและทุ่มเท พร้อมกับทำงานอย่างมีความสุข มาพร้อมกับรอยยิ้มและความจริงใจ
อุดมการณ์ในการทำงานเช่นจะเกิดขึ้นกับใครไม่ได้เว้นแต่ผู้นั้นจะได้รับการปลูกฝังอุดมการณ์มาเป็น
อย่างดี ดังนั้น สำหรับผมแล้วอาจารย์เกษม “ทำงานด้วยอุดมการณ์” อย่างแท้จริง ตัวอย่างที่เห็นได้
ชัดประการหนึ่งที่บ่งชี้ถึงการทำงานด้วยอุดมการณ์นั่นคือ อาจารย์พร้อมเดินทางไปช่วยงานและ
ติดตามนิเทศในทุก ๆ ที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไกลแค่ไหนไม่เคยหวั่น จังหวัดสตูล ไปไกลถึงละงู
จังหวัดยะลา ก็ไปไกลถึงบันนังสตา จังหวัดนราธิวาสก็ไกลถึงรือเสาะ หลายครั้งที่ขับรถไปเองคนเดียว
ในพื้นที่สามจังหวัด บางครั้งก็เดินทางไปกับผม เช่นที่จังหวัดสตูล บางครั้งก็มีรถของแต่ละโรงเรียนมา
รับมาส่งที่มหาวิทยาลัย จะสังเกตได้ว่าอาจารย์แทบจะไม่รบกวนทางคณะศึกษาศาสตร์ หรือทางมหาลัย

เลย แต่แน่นอนว่านี่คือบทบาทหนึ่งของอาจารย์ที่ได้ทำไปด้วยอุดมการณ์ และสนองพันธกิจการบริการ

วิชาการของมหาวิทยาลัยทักษิณ อีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนของการเป็นผู้มีอุดมการณ์ คือ การที่ต้อง

ย้ายถิ่นฐานมาทำงานต่างถิ่นจากแดนอีสานสู่แดนใต้ ซึ่งไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่มีญาติ ไม่มีเครือข่าย
จำเป็นต้องเริ่มต้นเรียนรู้ทุกอย่างใหม่ทั้งหมด ซึ่งอาจารย์ก็ตัดสินใจมาโดยไม่ได้ลังเลแต่ประการใดเมื่อ
ได้รับการบอกกล่าวจากผู้เป็นอาจารย์

อีกประการหนึ่งที่อยากกล่าวถึงอาจารย์เกษมมาก อาจารย์เป็นผู้หนึ่งที่

เรียนรู้และเข้าใจผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้วัฒนธรรมและประเพณีที่

เติบโตมาแบบหนึ่ง เมื่อครั้งต้องมาทำงานในภาคใต้ก็ยิ่งต้องเจอ
วัฒนธรรมและประเพณีที่แตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มีความเชื่อและนับถือศาสนาอิสลาม ยิ่ง
ทำให้อาจารย์ต้องเรียนรู้มากยิ่งขึ้น ความเชื่อที่แตกต่าง วิถีการดำเนิน
ชีวิตที่แตกต่าง การปฏิบัติที่แตกต่างในเรื่องศาสนา ในบางครั้งอาจจะมี
ปัญหาในเรื่องการปรับตัวสำหรับบางคน แต่สำหรับอาจารย์เกษมนี่คือ

โอกาสดีที่ได้เรียนรู้ หลายต่อหลายครั้งอาจารย์พยายามสอบถามถึงเรื่อง
ราว วิถีปฏิบัติ ความเชื่อที่เป็นหลักการศาสนา และบางครั้งก็สังเกตด้วย
ตนเอง จนเกิดการเรียนรู้และเข้าใจในความแตกต่าง ยิ่งไปกว่านั้น
อาจารย์ยังพบว่าภายใต้ความเชื่อที่แตกต่างนั้นยังมีจุดที่เป็นข้อได้เปรียบ
สำหรับกลุ่มโรงเรียนมุสลิมซึ่งจะเป็นพื้นฐานหลักและเป็นแรงขับที่สำคัญ

เพื่อช่วยให้การดำเนินงานนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียนและวิธีการการ
แบบเปิดมีประสิทธิภาพ และประสบความสำเร็จในที่สุด ใช่ครับอาจารย์
เกษมเป็นผู้ที่ “เรียนรู้และเข้าใจทุกวิถีชีวิต” ของผู้คน
ทั้งหลายทั้งปวงนี้ คือสิ่งยืนยันว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาอาจารย์ ดร.เกษม
เปรมประยูร เป็นผู้ที่สม่ำเสมอในการทำงาน อุดมการณ์ไม่เคยลดน้อย

แถมยังมีพลังมากยิ่งขึ้นในทุก ๆ ปี ขอยืนยันความรู้สึกของผมและคณะ
ครูเพื่อนร่วมงานจากหาดใหญ่วิทยาคารที่มีต่ออาจารย์ตามหัวข้อ
บทความข้างต้นว่า “ดูแลดีไม่เคยห่าง”

“นำนวัตกรรม LS & OA
สู่โรงเรียน...เริ่มต้นอย่างไรให้

ปัง”

ซูฟูวัน เจะแต
รองผู้อำนวยการโรงเรียนอิบนูอัฟฟานบูรณ

วิทย์
จังหวัดปัตตานี

การเดินทางของโรงเรียนอิบนูอัฟฟานบูรณวิทย์ด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson
Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) ได้เดินทางเข้าสู่ปีที่ 4 ในปีการศึกษา
2565 ซึ่งการขับเคลื่อนนวัตกรรม LS & OA ในโรงเรียนจะเกิดได้อย่างต่อเนื่องได้นั้นต้อง
อาศัยทีมที่เข้มแข็ง และการสนับสนุนจากโรงเรียนโดยเฉพาะในเรื่องของวัสดุ สื่อ อุปกรณ์พื้นฐาน
ที่เอื้อต่อการนำนวัตกรรม LS & OA ไปใช้ และการมีโค้ชหรือผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม LS &
OA เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนกับทางโรงเรียนนั้นเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่จะทำให้นวัตกรรม
ดังกล่าวขับเคลื่อนไปด้วยดี ซึ่งแน่นอนหากกล่าวถึงนวัตกรรม LS & OA ในพื้นที่จังหวัด
ชายแดนภาคใต้แล้ว ก็คงไม่พ้นกับการได้ร่วมงานและรู้จักสนิทสนม กับ ท่านอาจารย์ ทั้ง 4 ท่านนี้
ได้แก่

1) อาจารย์ ดร.เกษม เปรมประยูร
2) อาจารย์ ดร.รัชดา เชิงเชาวน์เสฏฐกุล
3) อาจารย์ ดร.สุวรรณี เปลี่ยนรัมย์
4) อาจารย์ ดร.วรลักษณ์ ชูกำเนิด
ซึ่งท่านอาจารย์เหล่านี้คือ บุคคลตัวอย่างแห่งการอุทิศตนด้านการนำนวัตกรรม LS & OA ไปใช้ในโรงเรียน
เพื่อยกระดับการศึกษาในพื้นที่ โดยเฉพาะการเข้ามา Coach / Guide มาเติมเต็ม และให้คำปรึกษาต่าง ๆ
เกี่ยวกับนวัตกรรม LS & OA ให้กับทีมครูในโรงเรียน ทำให้การขับเคลื่อนในระดับชั้นเรียนเป็นไปด้วยดี อีก
ทั้งเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับ ผู้บริหาร ครู และโรงเรียนหลาย ๆ โรงเรียนด้วยกันทำให้การนำนวัตกรรม
LS & OA ไปใช้ในโรงเรียนแต่ละโรงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมั่นคง จับต้องได้ และสัมฤทธิ์ผลเชิงประจักษ์
ผู้เขียนต้องกล่าวขอขอบคุณท่านอาจารย์ทั้ง 4 ท่านเป็นอย่างสูงที่เข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับการศึกษา
กับทางโรงเรียน และขอให้อาจารย์ทุกท่านมีสุขภาพเข็งแรงพร้อมเดินทางไกลไปด้วยกันกับโรงเรียนอิบนูอัฟ
ฟานบูรณวิทย์ และโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนาวิชาชีพฯ คงไว้ซึ่งชุมชนการเรียนรู้แห่งกัลยาณมิตรที่เข้ม
แข็ง และเติบโตไปด้วยกันแบบหน้ากระดาน

จากประสบการณ์ที่ผู้เขียนได้คลุกคลีกับนวัตกรรม LS & OA และจากผลที่ได้
จากการวิจัย (บางส่วนจากงานวิจัย) ของผู้เขียนที่ได้ศึกษาการนำนวัตกรรม
LS & OA สู่การปฏิบัติในสถานศึกษา กรณีศึกษา: โรงเรียนประถมศึกษา
สังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา งานวิจัยชิ้นนี้ผู้เขียนได้เลือก
ศึกษา 5 โรงเรียนแรกที่ใช้นวัตกรรม LS & OA ในจังหวัดสงขลา ในที่นี้จะนำ
เสนอประเด็นการเตรียมบริบทก่อนนำนวัตกรรม LS & OA ไปใช้ในโรงเรียน
ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้บริหารโรงเรียนหรือผู้ที่สนใจจะเริ่มต้นนำ
นวัตกรรม LS & OA ไปใช้ในโรงเรียน โดยผลการวิจัยพบว่า การเตรียม
บริบทก่อนนำนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการ
แบบเปิด (Open Approach) ไปใช้ในโรงเรียน มี 6 ประการด้วยกัน

1) การทำความเข้าใจกับนวัตกรรม LS & OA : ผู้บริหารอาจจะเชิญผู้
เชี่ยวชาญมาอบรมให้ความรู้แก่ครูในช่วงก่อนเปิดภาคเรียน หรือในช่วงที่
โรงเรียนมีความพร้อม โดยช่วงอบรมผู้เชี่ยวชาญจะนำเสนอ และเปิดตัวอย่าง
วีดีทัศน์การสอนคณิตศาสตร์ของครูญี่ปุ่นที่ใช้นวัตกรรม LS & OA ให้ครูได้
เห็นชั้นเรียนจริง ลักษณะนักเรียนในการตอบคำถาม การคิด กระบวนการทาง
คณิตศาสตร์ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน การเชื่อมโยงทางคณิตศาสตร์ Sense of
Math ตลอดจนพฤติกรรมการเรียนรู้ ต่าง ๆ ของนักเรียน ในการนี้ทั้งผู้
บริหารและครูจะเกิดความตระหนักและเห็นถึงความสำคัญหรือประโยชน์ของชั้น
เรียนคณิตศาสตร์ที่ใช้นวัตกรรมดังกล่าว และทุกคนก็จะโฟกัสในจุดเดียวกัน
เล็งเห็นว่านวัตกรรมดังกล่าวนั้นนอกจากเป็นการพัฒนาชั้นเรียน และนักเรียน
แล้ว ยังเป็นการพัฒนาวิชาชีพของครูที่ยั่งยืนอีกด้วย สำหรับการสร้างความ
ตระหนักให้กับครูนั้นควรเป็นไปอย่างไม่รีบร้อนจนเกินไป ให้เป็นแบบค่อยเป็น
ค่อยไป

2) การศึกษาดูงานโรงเรียนต้นแบบ : เปิดโอกาสให้ครูได้เข้าไปศึกษาดูชั้นเรียนจริงในโรงเรียน หรือในกิจกรรม
Open Class ที่จัดขึ้นในโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถานที่ต่าง ๆ เช่น โรงเรียนในเครือข่ายฯ ศูนย์วิจัยคณิต
ศาสตรศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น หรืออาจจะส่งครูเข้าไปร่วมในกิจกรรม
Open Class ณ ประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นต้นแบบของการนำนวัตกรรม LS & OA ไปใช้อย่างยาวนานมาแล้ว
3) การสร้างความสมัครใจของครูและผู้บริหาร : การเป็นสมาชิกของทีมศึกษาชั้นเรียนนั้นจะต้องเกิดจากความ
สมัครใจและการเสียสละของครู เนื่องจากครูจะต้องมีภาระงานที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เช่น งานในการดำเนินการศึกษา
ชั้นเรียน ถอดบทเรียน และทำสื่อการสอนร่วมกัน ซึ่งจะต้องอาศัยความเสียสละของครูมากพอสมควร โดยในทุกขั้น
ตอนนั้นจะต้องทำอย่างละเอียดอ่อน เนื่องจากแต่ละขั้นตอนจะมีความซับซ้อนของรายละเอียดต่าง ๆ มากพอสมควร
ในการนี้ต้องใช้ครูที่มีใจรักและมีความสมัครใจอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ผู้บริหารจะต้องเข้าใจและให้กำลังใจครูอย่าง
ใกล้ชิด มีการสร้างความสัมพันธ์ในแนวระนาบ ทั้งผู้เชี่ยวชาญ ผู้บริหาร และครูผู้สอน เพื่อให้มีความรู้สึกใกล้ชิดสนิท
สนม เป็นกันเอง มีการเชิญชวนซึ่งกันและกัน ไม่มีการบังคับ อาศัยความพร้อมหรือเมื่อมีความพร้อมก่อนแล้วค่อย
ให้เข้าร่วม สำหรับการสร้างความสัมพันธ์กันในทีมศึกษาชั้นเรียนด้วยกันนั้น เมื่อเกิดทีมที่มาด้วยใจก็จะมีการสร้าง
ความสัมพันธ์ที่ดีไปด้วยกัน สนิทสนมรู้จักกันมากขึ้น ยอมรับฟังกันมากขึ้น มีความใกล้ชิดสนิทสนมแบบพี่แบบน้อง
สามารถพูดคุยและเปลี่ยนและสะท้อนผลในรูปของกัลยาณมิตรเป็นกันเอง ผู้บริหารเองก็จะใช้ระบบการบริหารในเชิง
ประชาธิปไตย จะรับฟังเสียงครูและนักเรียนมากขึ้น

4) การทำความเข้าใจแบบเรียนคณิตศาสตร์ของญี่ปุ่น : ผู้บริหาร ครูผู้สอน และทีมศึกษาชั้นเรียนจะต้องทำความเข้าใจ
แบบเรียนคณิตศาสตร์ของญี่ปุ่นอย่างละเอียด ถ่องแท้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาร่วมทำความเข้าใจให้กับทีมศึกษาชั้นเรียน
ด้วย จึงจะทำให้การขับเคลื่อนนวัตกรรม LS & OA เป็นด้วยความเข้าใจสามารถถอดบทเรียนไปใช้ในชั้นเรียนได้จริง
5) การจัดสรรงบประมาณเป็นการเฉพาะ : เพื่อให้การ ดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง จึงต้องมีการจัดสรร
งบประมาณเป็นการเฉพาะสำหรับใช้ในการเตรียมความพร้อมและการขับเคลื่อนนวัตกรรม LS & OA ในโรงเรียนให้เป็น
ไปได้อย่างราบรื่น เช่น กิจกรรมอบรมพัฒนาวิชาชีพครูฯ พาครูไปดูงานหรือศึกษาชั้นเรียน ณ สถานที่ต่าง ๆ ที่มีการเปิด
ชั้นเรียน การจัดหาสื่อหรือวัสดุอุปกรณ์ และการผลิตสื่อการจัดการเรียนการสอน เป็นต้น
และ 6) การสนับสนุนสื่อ/วัสดุอุปกรณ์พื้นฐาน : จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารจะต้องเอื้อและสนับสนุนสื่อ/ วัสดุอุปกรณ์
พื้นฐานในการขับเคลื่อนนวัตกรรม LS & OA ในโรงเรียน เช่น กระดานแม่เหล็ก บล็อก เครื่องถ่ายเอกสารสี เครื่อง
เคลือบสำหรับใช้ในการผลิตสื่อ เป็นต้น แม้สื่อ/ วัสดุอุปกรณ์พื้นฐานบางรายการอาจมีราคาสูงแต่ผู้บริหารควรให้การ
สนับสนุน

หวังว่าบทความดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ไม่มาก
ก็น้อยสำหรับผู้อ่านและผู้ที่สนใจจะนำนวัตกรรมการ
ศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบ
เปิด (Open Approach) ไปใช้ในสถานศึกษาที่ตน
สังกัดอยู่ และหวังว่าจะได้ร่วมงานกันเพื่อยกระดับ
การศึกษาให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปพร้อม
ๆ กันด้วยกัลยาณมิตรทางวิชาการ

SETTLEFIELD HIGH SCHOOL

“การสอนด้วย
วิธีการแบบเปิด”

มัรฎียะห์ ติโบซู

ครูโรงเรียนอิสลามบาเจาะวิทยา
จังหวัดยะลา

การสอนด้วยวิธีการแบบเปิด (open approach) เป็นการสอนที่ผู้สอนนำเสนอสถานการณ์
ปัญหาปลายเปิดให้นักเรียนได้เผชิญกับปัญหาในการแสดงคำตอบหรือวิธีการอย่างหลากหลาย
โดยที่ผู้สอนไม่ได้แนะวิธีการแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนโรงเรียนอิสลามบาเจาะวิทยาใช้กระบวนการเรียน
รู้ด้วยวิธีการแบบเปิดกับวิชาคณิตศาสตร์เพื่อให้นักเรียนได้แก้ปัญหาแบบปลายเปิดที่ก่อให้เกิด
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างวิชาคณิตศาสตร์กับผู้เรียนซึ่งผู้เรียนได้ทำกิจกรรมการแก้ปัญหาปลายเปิดที่
หลากหลายทั้งเกม นิทาน และสถานการณ์ปัญหาในชีวิตประจำวัน เป็นต้น เมื่อผู้สอนนำเสนอ
สถานการณ์ปัญหาปลายเปิดโดยที่ไม่ได้แนะวิธีการแก้ปัญหาเพื่อให้ผู้เรียนได้เผชิญกับปัญหาและ
หาวิธีการแก้ปัญหา ในระหว่างที่นักเรียนแก้ปัญหา นักเรียนจะเกิดความยุ่งยากและพูดคุยกับเพื่อน
เพื่อร่วมกันหาวิธีการแก้ปัญหาในขณะเดียวกันผู้สอนเองจะต้องใช้ความอดทนในการรอให้นักเรียน
สามารถแก้ปัญหาและหาวิธีการออกมาด้วยตัวเอง วิธีการแก้ปัญหาของนักเรียนจะมีความหลาก
หลายและแตกต่างกันไปตามความสามารถและประสบการณ์เดิมของแต่ละบุคคล เมื่อนักเรียนแก้
ปัญหาและหาวิธีการได้สำเร็จ ครูผู้สอนและนักเรียนนำวิธีการแก้ปัญหาของนักเรียนมาอภิปรายถึง
แนวทางการแก้ปัญหาที่ได้ว่าเหมาะสมกับสถานการณ์หรือไม่ พร้อมทั้งนำเสนอวิธีการแก้ปัญหานั้น
หน้าชั้นเรียนเพื่อให้ผู้เรียนร่วมกันอภิปรายถึงวิธีการแก้ปัญหาที่เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์นั้น
ในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่ใช้วิธีการแบบเปิด โรงเรียนอิสลามบาเจาะวิทยาเดินทางมา
เป็นปีที่ 6 แล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราเจอความท้าทาย อุปสรรค และปัญหาต่าง ๆ สิ่งที่ท้าทาย
ที่สุดคือการวิเคราะห์หนังสือเรียนเพื่อออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ และครูผู้สอนจะต้องใช้ความ
อดทนเป็นอย่างมากในขั้นตอนการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้บรรลุผลในจุดประสงค์ที่วางไว้

ทางโรงเรียนและทีมงานกลุ่มสาระคณิตศาตร์เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า
การเดินทางของเราจะไม่ศูนย์เปล่า ผลลัพธ์ของการจัดกระบวนการ
เรียนรู้แบบเปิด นักเรียนจะสามารถใช้องค์ความรู้และนำออกมาใช้ได้ใน

ระยะเวลาที่ยาวนาน

“บันทึกการเดินทางในการ
"ทำนงวัาตนกดร้วรยมกกันารเศกึี่กยษวกาัชบั้นเรียน
(LESSON STUDY)

(OPEN APPROACH)"

คณะครู LS & OA
โรงเรียนอิสลาฮุดดีนวิทยา

จังหวัดยะลา

โรงเรียนอิสลาฮุดดีนวิทยา

โรงเรียนอิสลาฮุดดีนวิทยาได้เริ่มต้น LS&OA ตามแนวคิดของท่านรองศาสตราจารย์ ดร. ไมตรี
อินทร์ประสิทธิ์ จากการที่ผู้บริหารได้เข้าร่วมประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับการประกัน
คุณภาพภายนอกรอบที่4 ซึ่งมีหัวข้อการประเมินด้านนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนและสืบ
เนื่องจากคณะผู้บริหารโรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิร่วมด้วยโรงเรียนสตรีอิสลามวิทยามูลนิธิและ
โรงเรียนอิสลาฮุดดีนวิทยาเห็นพ้องต้องกันในการพัฒนาวิชาชีพครูและเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสอน
แบบเดิมที่เน้นครูเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ จึงได้ขอความอนุเคราะห์ อาจารย์ ดร.เกษม เปรม
ประยูร และอาจารย์ ดร.สุวรรณี เปลี่ยนรัมย์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ มาเป็นวิทยากร
ในการให้ความรู้เกี่ยวกับ"การพัฒนาวิชาชีพครูด้วยนวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน
(Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach)" ซึ่งเป็นรูปแบบการพัฒนาวิชีพ
ครูที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อีกทั้งยังได้รับโอกาสในการไปศึกษาดูงานการจัดการเรียนการสอนโดยใช้
นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด (Open Approach) จาก
โรงเรียนวรพัฒน์ และด้วยการเข้าร่วมอบรมฯ การร่วมสังเกตชั้นเรียนของโรงเรียนต่าง ๆ ที่เปิดชั้น
เรียน (Open Class) และการเปิดชั้นเรียน (Open Class) เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการ
จัดการเรียนการสอนโดยใช้นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน(Lesson Study) และวิธีการแบบเปิด
(Open Approach)

“ LS & OA
พื้นที่ของการเรียนรู้

ชาวอุดมศาสน์”



นาซอฟะห์ หะยีเวาะยา
ผู้อำนวยการโรงเรียนโรงเรียนอุดมศาสน์วิทยา

จังหวัดยะลา

ด้วยสภาพที่โรงเรียนต้องพัฒนาจากการบริหารจัดการในรูปแบบเดิมๆ จากการพัฒนาชั้นเรียนในรูปแบบ
เดิมๆ จนมาถึงจุดๆ หนึ่งที่โรงเรียน ผู้บริหาร และทีมงานรู้สึกร่วมกันว่า “มันไปไม่สุดทาง” มันยังมีอะไร
บางอย่างที่เราไปไม่สุดของการพัฒนาการสอนของครูที่หลอมรวมกับการนิเทศจากทีมที่เป็นในรูปแบบ
พัฒนาทั้งกระบวนการ จนเราได้รับการอบรมและเรียนรู้ นวัตกรรมการศึกษาชั้นเรียน (Lesson Study)
และวิธีแบบเปิด (Open Approach) อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งศึกษาดูงานโรงเรียนคูคำพิทยาสรรพ์ จังหวัด
ขอนแก่น โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มอดินแดง) ที่เป็นโรงเรียนนำร่องแรกๆ ที่นำนวัตกรรมนี้
มาใช้ในประเทศไทย ประกอบกับผู้บริหารและทีมงานเองได้มีโอกาสศึกษาชั้นเรียนในประเทศต้นตำรับที่
ประเทศญี่ปุ่น จึงได้เห็นพัฒนาการของการพัฒนาชั้นเรียนเช่นนี้ได้เดินทางมาอย่างมีขั้นมีตอน และรู้ซึ้งถึง
ความยากลำบาก ปัญหา อุปสรรคในการยืนหยัดใช้ในองค์กร

โรงเรียนอุดมศาสน์วิทยา ได้ตระหนักและให้ความสำคัญกับการพัฒนาชั้นเรียน ในรูปแบบ LS & OA มา
เป็นเวลา 4 ปี ซึ่งในระยะเวลา 4 ปีมานี้ ผู้บริหารและทีมงาน ล้วนได้พบปัญหา อุปสรรค มาในแต่ละปีการ
ศึกษาที่แตกต่างกัน ในระยะตั้งไข่ที่ปัญหาครูย้ายออก ที่จะต้องสร้างทีมเพิ่มขึ้น ลงลึกในชั้นเรียนมากขึ้น
เพื่อฝึกฝนครูใหม่ที่แทนเข้ามา และในปีต่อๆมา การเพิ่มครูและเพิ่มชั้นเรียนในการในนวัตกรรมฯ นี้ ล้วน
ทำให้ทีมต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลา

สรุปขั้นตอนในการพัฒนาได้ดังนี้
1. ผู้อำนวยการและผู้ช่วยผู้อำนวยการ จะต้องเป็นตัวหลักในการขับ

เคลื่อนงานที่จะต้องอบรม ศึกษาดูงาน ศึกษาชั้นเรียน เมื่อมีการเปิดชั้นเรียน
(Open Class) ในที่ต่างๆ ที่สามารถเข้าร่วมได้ และสลับหมุนเวียนใน

การพาครูไปศึกษาร่วมด้วยทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งนี้เพื่อองค์ความรู้ในเรื่องนี้
ได้รับการเพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลา

2. การนำความรู้ประสบการณ์ที่ได้ศึกษาชั้นเรียนมาลงสู่สนามจริงที่
โรงเรียน โดยผู้อำนวยการและผู้ช่วยผู้อำนวยการที่ร่วม Plan - Do - See

ร่วมกับทีมครูทุกอาทิตย์ที่ได้นัดหมายกัน การทำอย่างต่อเนื่องหลายๆ
สัปดาห์ หลายๆ เดือน 3-4 ปี ที่ทำให้วัฒนธรรมของการขับเคลื่อนงาน
LS & OA ได้เพิ่มความแข็งแกร่งกันมาทีละเล็กทีละน้อย จนก้าวผ่านภาว
การณ์ตั้งไข่ได้สักระยะหนึ่งแล้ว อัลฮัมดุลลิละห์

3. การสร้างความยั่งยืนในทีม Work นั่นคือ การที่ทีมงานทั้งหมดได้
เข้าใจในบริบทของโรงเรียนว่า โรงเรียนมีการพัฒนาชั้นเรียนในรูปแบบนี้
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้บริหารนำโดยผู้อำนวยการและครูที่จะต้องติดตาม
ประเมินและพูดคุยอยู่ตลอดไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ กิจกรรมประชุมประจำ

เดือน การประชุมกลุ่มสาระ หรือกิจกรรมเสริม เมื่อเปิดชั้นเรียน การอัปเดต
การสอนของตนเองผ่านช่องทางเฟสบุคของครู กลุ่มโรงเรียน หรือมีการ

ศึกษาดูงาน การให้ชั้นเรียนเช่นนี้ สามารถเดินได้ตามบริบทของอุดมศาสน์
แม้ในสภาวการณ์ของออนไลน์ เราก็จัดการเรียนการสอนได้ เปิดชั้นเรียนได้
แม้เวลาได้ล่วงเลยในเทอม 2 แล้วก็ตาม และในวันนี้ผ่านมาแล้ว 4 ปี เราเปิด
ชั้นเรียนไปแล้ว 4 ครั้ง รวมชั้นเรียนออนไลน์ อุดมศาสน์ก็ยังรู้สึกว่า เราเพิ่ง
จะตื่นจากความฝันที่เราค้นพบความจริงบางอย่างว่า การพัฒนาชั้นเรียนมัน
คือ “ความสุข ความมั่นใจ ความเท่าเทียม การยอมรับความเห็นต่างของกัน
และกัน” ฯลฯ และอีกมากมาย ที่เราไม่คุ้นชินกับการเรียนคณิตศาสตร์ในรูป

แบบนี้มาก่อน

ภาพในวันนี้ที่เราเห็นเด็กๆในอุดมศาสน์ คือ ภาพรอยยิ้มความสุขของนักเรียน ความสุขของ
ครูที่ได้เห็นความมั่นใจของลูกๆ ภาพของเพื่อนที่ร่วมกันคิดในโจทย์ที่ร่วมแก้ในสถานการณ์
ปัญหาด้วยกัน ภาพของ PLC ครูที่ร่วมด้วยผู้บริหารและทีมครูร่วมกันทำงานชั้นเรียน ซึ่ง
เป็นภาพการพัฒนาชั้นเรียนที่ยั่งยืนและสร้างสุขในชั้นเรียนอย่างแท้จริง


Click to View FlipBook Version