4.3.2) ลมทีห่ ัวจ่าย (Louver) ไมม่ คี วามเย็น เครือ่ งปรบั อากาศรถยนตโ์ ดยสารขนาดใหญ่
ไมม่ ีความเยน็ ออก 93
ท่ีหวั จ่าย
โบลลเ์ วอร์ Yes โบลลเ์ วอร์ No
มอเตอร์ ทางานทกุ ตวั
เช็ครีเลยค์ วบคุม
No Yes ตาแหน่ง Me ,Lo่่
No เปิ ดแอร์? Yes
ฟิ วส์เมนขาด NG เชค้ รีเลยแ์ ละฟิ วส์ NG วดั ค่ากระแสท่ีข้วั NG เช็ครีซีสเตอร์
เปลี่ยน ของโบลลเ์ วอร์
เปลี่ยน เช็คไดชาร์จและ Yes เปล่ียน Good
Good แบตเตอร์ร่ี
NG
เช็ครีซีสเตอร์ NG เช็คจุดร่ัวของลม เช็คแอมปรีฟลาย
เปล่ียน ตามช่องแอร์
Good เปล่ียนยาง/ซีลขอบ
Yes
เช็คมอเตอร์
และแอมปรีฟลาย เช็คมอเตอร์ เปลี่ยน
และแอมปรีฟลาย
เปลี่ยน
เปลี่ยน
รปู ที่ 4-2 แผนผงั การวิเคราะห์ลมท่หี ัวจา่ ยไมม่ ีความเย็น
โดย ธารา คงลาธาร และคณะอนกุ รรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแหง่ ชาติ
4.3.3) การควบคุมอุณหภมู ผิ ดิ พลาด เครือ่ งปรบั อากาศรถยนตโ์ ดยสารขนาดใหญ่
94
การควบคุมอณุ หภูมิผิดพลาด
เช็คเซ็นเซอร์วดั อณุ หภูมิ เช็คการปรับต้งั อณุ หภูมิ
No คา่ ความตา้ นทานเซ็นเซอร์วดั อณุ หภูมิ ค่าความตา้ นทานของป่ มุ ปรับ No
ปกติหรือไม่ ? ปกติหรือไม่ ?
Yes
Yes
เปล่ียนป่ ุมปรับอุณหภูมิ
No คา่ ความตา้ นทานเซ็นเซอร์ฟิ นคอลย์
ปกติหรือไม่ ?
เปล่ียนเซ็นเซอร์
Yes
No
คา่ ความตา้ นทานเซ็นเซอร์วดั อุณหภูมิ
แตกตา่ งจากลมกลบั มาก เช็คแอมปริฟลาย
Yes
ตาแหน่งของเซ็นเซอร์ไมถ่ ูกตอ้ ง
รูปที่ 4-3 แผนผังการวิเคราะหก์ ารควบคมุ อุณหภูมผิ ดิ พลาด
โดย ธารา คงลาธาร และคณะอนกุ รรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแหง่ ชาติ
4.3.4) ขอ้ บกพร่องของวงจรสารท่าความเยน็ เคร่อื งปรับอากาศรถยนตโ์ ดยสารขนาดใหญ่
ความบกพร่องของวงจรน้ายาแอร์ 95
ไฟแดงท่ีหนา้ ปัดโชว์
โลวเ์ พรสเซอร์สวทิ ช์
ไฮเพรสเซอร์สวทิ ช์
Yes คอลย์ ร้อนระบาย น้ายาขาด Yes การหมุนเวยี นของอากาศ Yes
ไมด่ ีอณุ หภูมิภายนอก ไมด่ ี/ฟิ นเตอร์ตนั
ตรวจเช็คการระบาย ทาความสะอาดฟิ นเตอร์
เอาวสั ดุ/เศษสกปรกออก สูงมาก No
No
No No พดั ลมโบลลเ์ วอร์
ทางานปกติ ไปท่ีหวั ขอ้ มอเตอร์โบลลเ์ วอร์
ไปท่ีหวั ขอ้ มอเตอร์คอนเด็นเซอร์ พดั ลมคอนเด็นเซอร์
ทางานปกติ Yes Yes
Yes
Yes คอลย์ เยน็ ตนั ลา้ งคอลย์
ลา้ งคอลย์ มีลมเยน็ ถูกดูดกลบั เช็คสภาพการซีลก้นั ลม
เช็คสภาพการซีลก้นั ลมร้อน คอลย์ ร้อนตนั
มีลมร้อนหวน No No
No
No แรงดนั ดา้ นไฮต่ามาก
เช็คสตอ๊ ปวาลว์
เช็คการไหลของน้ายา ท่อซกั ชนั่ ใกลค้ อมเพรส แกไ้ ขจดุ ร่ัว วาลว์ ผิดปกติ มีความช้ืนในระบบ
เซอร์เป็ นน้าแขง็ เปลี่ยนวาลว์ เปล่ียนไดเออร์
มีอากาศปนอยใู่ นน้ายา
Yes ลา้ งระบบ
น้ายาเกิน
รปู ที่ 4-4 แผนผังการวเิ คราะห์ข้อบกพร่องวงจรสารทา่ ความเย็น
โดย ธารา คงลาธาร และคณะอนกุ รรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแห่งชาติ
เคร่ืองปรบั อากาศรถยนตโ์ ดยสารขนาดใหญ่
4.3.5) ขอ้ บกพร่องของมอเตอร์โบล์เวอร์ 96
มอเตอร์โบลลว์ เวอร์
จงั หวะ Lo และ Hiไม่ทางาน จงั หวะพดั ลมไม่เปล่ียนแปลง มอเตอร์ไมห่ มนุ
<Manual> <AUTO>
สวิทชป์ รับจงั หวะ No ป่ มุ ปรับอุณหภูมิ No กระแสระหวา่ งข้วั ฟิ วส์ No กระแสรวม No
พดั ลมปกติ ? เซ็นเซอร์ปกติ ?
เสีย เสีย และกราวด์อยรู่ ะหวา่ ง 21-28V 1Vหรอื นอ้ ยกว่า
Yes Yes
Manual Yes เช็คสายไฟ
AUTO Yes
เช็คแอมปริฟลาย
รีเลย์ RLB1-16 กระแสระหวา่ งข้วั แอมป์ No 2 และ 9 รีเลย์ RLB1-16 No สายไฟท่ีฟิ วส์ขาด
ปกติ ? และกราวดก์ บั รีเลยอ์ ยรู่ ะหวา่ ง 21-28V ปกติ ? No
เสีย
No เม่ือสวทิ ชเ์ ปิ ดไปท่ี Lo หรือ HI No Yes
เสีย Yes Yes เช็คดูการช๊อตของสายไฟ
และมอเตอร์
สายไฟระหวา่ งกล่อง Yes สายไฟระหวา่ งกล่อง โบลลเ์ วอร์หยดุ No RLB1 ,B2 ,B6
รีเลยแ์ ละแผงหนา้ ปัดขาด รีเลยแ์ ละแผงหนา้ ปัดขาด หมุนท่ีจงั หวะ และ B7 ปกติ No
รีเลย์ RLB1-16 Me2 และ Lo เช็คแอมปริฟลาย
ปกติ ? No Yes เสีย
Yes Yes
Yes เสีย
รีซิสเตอร์เสีย
โบลลเ์ วอร์หยดุ คอลย์ รีเลย์ RLB1 No
หมุนที่จงั หวะ Lo ,B2 ,B6 และ B7
ตอ่ ถึงกนั กบั แผงหนา้ ปัดิ สายไฟระหวา่ งกล่อง
Yes รีเลยแ์ ละแผงหนา้ ปัดขาด
No Yes ่ฟิ ่วส์ขาดหรือไม่ ?
เช็คแอมปริฟลาย
รีซิสเตอร์เสีย ฟิ วส์เสีย No
No มอเตอร์ทางานปกติ ?
มอเตอร์เสีย Yes
สายไฟควบคุมมอเตอร์บกพร่อง
รปู ท่ี 4-5 แผนผังการวิเคราะห์ข้อบกพร่องมอเตอรโ์ บลเ์ วอร์
โดย ธารา คงลาธาร และคณะอนกุ รรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแหง่ ชาติ
4.3.6) ข้อบกพร่องของมอเตอร์คอนเดน็ เซอร์ เครอ่ื งปรับอากาศรถยนตโ์ ดยสารขนาดใหญ่
97
พดั ลมคอนเดน็ เซอร์
ผิดปกติ
จงั หวะพดั ลมไมเ่ ปลี่ยนแปลง มอเตอร์ไมห่ มนุ
(มอเตอรท์ ำงาน)
Yes แรงดนั ในระบบ No Yes
14 กก/ซม2 ; ทำงานรอบโลว์
ปกติ 18 กก/ซม2 ; ทำงานรอบไฮ มอเตอร์ทกุ ตวั ไมท่ างาน ตรวจเช็คแรงดนั ในระบบ
Yes No Yes Yes
ถอดปลกั เพรสเซอร์สวทิ ช์ วงจรน้ายาปกติหรือไม่ ตรวจเช็ค RLC1
มอเตอร์ตอ้ งหมุนรอบโลว์ ตรวจเช็คฟิ วส์
No
No
Yes No คอมเพรสเซอร์ไม่ทางาน
ช๊อตสายไฟท่ีเพรสเซอร์สวิทช์ ตรวจเช็คฟิ วส์
มอเตอร์ตอ้ งทางานรอบไฮ
เพรสเซอร์สวทิ ช์เสีย Yes ฟิ วส์ขาด
No ทดลองป้ อนกระแสที่ No
มอเตอร์โดยตรง
รีเลยค์ วบคุม RLD2 และ RLD3 มอเตอร์เสีย
No
Yes Yes รีเลย์ RLD1,2,3 No
รีเลยเ์ สีย ปกติ
สายไฟรีเลย์ RLD2 , RLD3 สายไฟท่ีมอเตอร์ผดิ ปกติ รีเลยเ์ สีย
ผิดปกติ สายไฟ RLD1 ผิดปกติ
รูปท่ี 4-6 แผนผังการวเิ คราะห์ข้อบกพร่องมอเตอรค์ อนเด็นเซอร์
4.4) การตรวจสอบคา่ แรงดนั ของระบบด้วยเมนิโฟล์เกจ (Pressure Inspection by Manifold Gauge)
เป็นท่ีทราบกันดีว่าปัญหาของระบบจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือปัญหาของวงจรสารท่าความเย็น
และปญั หาของระบบควบคมุ (ทเ่ี ก่ียวข้องกับอุปกรณ์ไฟฟ้า) ส่าหรับวฎั จักรสารท่าความเย็น เราจะใช้ค่าแรงดัน
ที่อ่านได้จากเมนิโฟล์เกจน์ทั้งด้านไฮและด้านโลว์เพ่ือท่าการวิเคราะห์ปัญหา แล้วน่าไปต่อยอดด้วยการ
เตรยี มการแก้ไขซ่อมแซมระบบได้อย่างแมน่ ย่าและถกู ต้อง
ถ้าระบบสมบูรณ์ในขณะทย่ี งั ไม่เปดิ เครอ่ื งปรับอากาศให้ท่างาน ค่าแรงดันที่อ่านได้จากเมนิโฟล์เกจจะ
ใกลเ้ คียงกนั ทัง้ 2 ด้าน คอื 5 – 8 kg/cm2 และตอ่ ไปกจ็ ะอธบิ ายตามลา่ ดบั ในแต่ละหัวข้อพร้อมวิธีแกไ้ ข
โดย ธารา คงลาธาร และคณะอนกุ รรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแหง่ ชาติ
เครอ่ื งปรับอากาศรถยนตโ์ ดยสารขนาดใหญ่
4.4.1) สารทา่ ความเย็นขาด (น้อย) 98
ข้อบกชขี้ องปัญหา - คา่ แรงดนั ท้ังสองด้านท้ังด้านไฮและด้านโลว์ แสดงค่าสูงทง้ั คู่
- มีฟองอากาศที่ไซสก์ ล๊าส
- ลมท่อี อกจากหัวจา่ ย (Louver) เป็นลมร้อน
สาเหตุ - เติมสารท่าความเยน็ เขา้ ระบบนอ้ ยเกินไป
- มีการ่วั ซมึ ของสารท่าความเย็นทีข่ อ้ ต่อหรืออปุ กรณ์อนั ใดอันหนง่ึ
การแก้ไข - เตมิ สารทา่ ความเยน็ เพิ่มในกรณที ี่เติมเขา้ ไปน้อย
คา่ แรงดนั (โดยประมาณ) - แก้ไขรอยรวั่ แวค็ คั่มและเตมิ สารทา่ ความเย็นใหม่
ดา้ นโลว์ 0.5 – 1.0 kg/cm2G
ดา้ นไฮ 7.0 – 10.0 kg/cm2G
รูปที่ 4-7 ค่าแรงดันสารท่าความเย็นเมื่อสารท่าความเยน็ ขาด (น้อย)
4.4.2) สารท่าความเย็นไม่มีการหมุนเวยี น (ตัน)
ข้อบกชข้ี องปัญหา - เม่อื เกิดการตันทันทที นั ใด ค่าแรงดนั ดา้ นดลว์จะแสดงคา่ เป็น
สุญญากาศ
- ถา้ ค่อยๆเกิดการตนั คา่ แรงดันด้านโลวจ์ ะคอ่ ยๆแสดงค่าสุญญากาศ
ทลี ะนอ้ ย
สาเหตุ - มกี ารอุดตันทีว่ ัฏจักรสารท่าความเย็น
การแก้ไข - ตรวจสอบการทา่ งานของเอ็กเพนชั่นวาลว์ , ดรายเออร์, อีวาพอเร
เตอร์ ฯลฯ
ค่าแรงดนั (โดยประมาณ)
ดา้ นโลว์ แสดงค่าสญุ ญากาศ
ดา้ นไฮ 5.0 – 6.0 kg/cm2G
รปู ท่ี 4-8 ค่าแรงดนั สารทาความเยน็ เมอ่ื สารทาความเยน็ ตนั
โดย ธารา คงลาธาร และคณะอนกุ รรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแหง่ ชาติ
เครอ่ื งปรับอากาศรถยนตโ์ ดยสารขนาดใหญ่
4.4.3) มคี วามช้ืนปะปนในสารทา่ ความเย็น 99
ข้อบกช้ขี องปัญหา - เคร่อื งปรบั อากาศท่างานปกติเมื่อเร่มิ ใช้งานใหมๆ่ ใชง้ านไปสักระยะ
ดา้ นโลว์แสดงคา่ สุญญากาศ
สาเหตุ - มเี กร็ดน่้าแข็งอุดตันในเอ็กเพนช่นั วาลว์ ซึง่ เกิดจากความชน้ื ในระบบ
การแก้ไข - ตรวจสอบการท่างานของเอ็กเพนช่นั วาลว์
ค่าแรงดัน (โดยประมาณ) - เปลย่ี นดรายเออร์
- ทา่ สญุ ญากาศใหม่พร้อมทงั้ เติมสารทา่ ความเย็นใหม่
ดา้ นโลว์ สุญญากาศ
ด้านไฮ 14.0 – 16.0 kg/cm2G
รปู ที่ 4-9 ค่าแรงดันสารท่าความเยน็ เม่ือมีความช้ืนปะปนในสารท่าความเย็น
4.4.4) คอมเพรสเซอรไ์ มม่ ีก่าลงั อัด
ข้อบกชข้ี องปัญหา - คา่ แรงดนั ด้านไฮแสดงค่าต่า และคา่ แรงดนั ด้านโลวแ์ สดงค่าสูง
- เม่อื ปิดเคร่ืองปรับอากาศแรงดนั ทัง้ สองจะมีคา่ เท่ากนั ทนั ที
สาเหตุ - คอมเพรสเซอร์เสยี
การแก้ไข - เปล่ียนหรือโอเวอร์ฮอลคอมเพรสเซอร์
ค่าแรงดนั (โดยประมาณ)
ดา้ นโลว์ 4.0 – 6.0 kg/cm2G
ด้านไฮ 7.0 – 10.0 kg/cm2G
รปู ท่ี 4-10 คา่ แรงดันสารท่าความเยน็ เมอ่ื คอมเพรสเซอรเ์ สีย
โดย ธารา คงลาธาร และคณะอนกุ รรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแห่งชาติ
เครอ่ื งปรับอากาศรถยนตโ์ ดยสารขนาดใหญ่
4.4.5) สารท่าความเยน็ มากเกินไปหรือการระบายความร้อนไมด่ ี 100
ข้อบกชขี้ องปัญหา - คา่ แรงดนั ทั้งสองด้านสงู ผิดปกติ
สาเหตุ - เตมิ สารทา่ ความเย็นเขา้ ระบบมากเกนิ ไป
- พัดลมคอนเดน็ เซอร์ช่ารดุ หรอื มกี ารอุดตนั ที่แผงคอนเดน็ เซอร์
การแก้ไข - ตรวจสอบการทา่ งานของพดั ลมคอนเดน็ เซอร์
ค่าแรงดัน (โดยประมาณ) - ตรวจสอบปรมิ าณสารทา่ ความเยน็ ในระบบ เมือ่ พบวา่ มากเกินให้
ด้านโลว์ 2.5 – 3.5 kg/cm2G
ดา้ นไฮ 20.0 – 25.0 kg/cm2G ค่อยๆปล่อยออก
- ล้างทา่ ความสะอาดแผงคอนเดน็ เซอร์
รปู ที่ 4-11 ค่าแรงดันสารท่าความเย็นเมอื่ การระบายความร้อนผดิ ปกติ
4.4.6) มีอากาศปะปนในสารท่าความเย็น
ข้อบกชขี้ องปัญหา - ค่าแรงดันทั้งสองด้านสงู ผิดปกติ
- ท่อทางดา้ นโลวค์ ่อนข้างร้อนเมื่อสมั ผัสด้วยมอื
สาเหตุ - มีอากาศปะปนในวฏั จักรสารท่าความเย็น
การแก้ไข - ทา่ สุญญากาศใหม่ พรอ้ มกันนี้จะต้องเปลี่ยนสารทา่ ความเย็นใหม่
คา่ แรงดนั (โดยประมาณ)
ดา้ นโลว์ 2.5 – 3.5 kg/cm2G
ดา้ นไฮ 20.0 – 25.0 kg/cm2G
รปู ท่ี 4-12 ค่าแรงดันสารท่าความเย็นเมอื่ การระบายความร้อนผดิ ปกติ
โดย ธารา คงลาธาร และคณะอนกุ รรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแหง่ ชาติ
เครอ่ื งปรบั อากาศรถยนตโ์ ดยสารขนาดใหญ่
4.4.7) เอ็กเพนชัน่ วาลว์ เปิดนานเกนิ ไป 101
ขอ้ บกช้ีของปัญหา - คา่ แรงดนั ทั้งสองด้านตา่ ผิดปกติ
สาเหตุ - มเี กรด็ น้่าแข็งเกาะทีท่ ่อทางด้านโลว์
- เอก็ เพนชนั่ วาล์วทา่ งานบกพร่อง
การแก้ไข - ตรวจสอบเอก็ เพนชัน่ วาล์ว โดยเฉพาะต่าแหน่งการยดึ ของหาง
กระเปาะวาล์ว
คา่ แรงดัน (โดยประมาณ)
ด้านโลว์ 0.5 – 1.5 kg/cm2G
ด้านไฮ 7.0 – 10.0 kg/cm2G
รูปที่ 4-13 ค่าแรงดนั สารท่าความเยน็ เมื่อเอ็กเพนชัน่ วาล์วท่างานผดิ ปกติ
เราจะเห็นว่าปัญหาของเครื่องปรับอากาศนอกจากจะมาจาก 2 ส่วนคือวงจรสารท่าความเย็นและ
ปัญหาไฟฟ้าควบคุม ยังมีการช่ารุดของชื้นส่วนหรืออุปกรณ์ท่ีใช้งานตามอายุ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์, วาล์ว,
คอล์ย เป็นต้น จากรายละเอียดของบทนี้จะท่าให้ผู้อ่านเข้าใจเทคนิคและหลักการในการแก้ไขปัญหาได้อย่าง
ครอบคลุมในทุกส่วนของเครื่องปรับอากาศ นอกเหนือจากน้ียังจ่าเป็นจะต้องรู้จักวิธีการใช้เคร่ืองมือในการ
วเิ คราะหป์ ญั หาใหถ้ กู ตอ้ ง
โดย ธารา คงลาธาร และคณะอนกุ รรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแห่งชาติ
บทที่ 5 เครอื่ งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
การตดิ ตั้งเคร่ืองปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่ 102
5.1) กลา่ วนา (Introduction)
โดยทั่วไปแล้วการติดต้ังเครื่องปรับอากาศรถโดยสารจะมีความแตกต่างกับการติดต้ังระบบปรับอากาศใน
รถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เป็นการผลิตแบบต่อเน่ือง (Mass production) เพราะอุตสาหกรรมการต่อตัวถังรถ
โดยสารยังเป็นแบบไม่ต่อเน่ือง (Job shop) จะมีการยืดหยุ่นตามความต้องการของลูกค้าท่ีเป็นเจ้าของรถ มี
ความหลากหลายของรุ่นผลิตภัณฑ์มาก ดังน้ันจึงทาให้ลักษณะของงานติดต้ังเคร่ืองปรับอากาศจะต้องแปรผัน
ตามงานตัวถังเปน็ หลัก การควบคุมคุณภาพและการกาหนดระยะเวลาสน้ิ สดุ การทางานค่อนข้างลาบาก
นอกจากน้ียังมีหลายหน่วยงานเข้ามาเก่ียวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตชัชซีส์, ผู้ผลิตเก้าอ้ี, ผู้ผลิตกระจก,
อปุ กรณต์ กแตง่ ภายใน เช่นเครื่องเสียง ส่ิงอานวยความสะดวกต่างๆ ฯลฯ จนกระทั้งประกอบกันเข้าเป็นตัวรถ
ย่อมที่จะมีความเบี่ยงเบนมาก ขาดการบูรณาการท่ีชัดเจน ทั้งนี้อาจจะเป็นผลกระทบมาจากลักษณะของ
อุตสาหกรรมท่ีมีจานวนความต้องการของตลาดยังไม่สูงมาก จนทาให้ผู้ประกอบการไม่สามารถลงทุนพัฒนา
ศักยภาพการประกอบตวั ถังให้สูงกว่าที่เป็นอยู่ได้มากนัก อีกท้ังยังขาดเคร่ืองมือที่ทันสมัยเพราะส่วนใหญ่ใช้กล
ยทุ ธ์แรงงานที่ขาดทกั ษะ (Blue collar worker) ซ่ึงจะทาให้ตน้ ทนุ การผลติ ตา่ ลงน่ันเอง
การติดต้ังเครื่องปรับอากาศที่ดีจะต้องเป็นส่วนหน่ึงของงานโครงสร้างหลัก ซ่ึงควรจะเริ่มต้นต้ังแต่
กระบวนการออกแบบช้ินส่วน เพราะจะทาให้มีความเข้าถึงเป็นเนื้อเดียวกันของงานประกอบตัวถัง ลดการ
สูญเสียในการดัดแปลงแก้ไขภายหลัง อันเกิดจากต่างคนต่างทา ในบทนี้เราจะพยายามอธิบายให้เข้าใจถึง
ภาพรวมของขั้นตอนการติดตั้งเคร่ืองปรับอากาศรถโดยสารซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านได้นาไปใช้ประโยชน์ในการ
ปฏบิ ตั จิ รงิ การพิจารณาถึงแง่มุมของสภาพแวดล้อมการทางานของเคร่ืองปรับอากาศ เพ่ือใช้เป็นปัจจัยในการ
เลือกขนาดของเคร่ืองปรับอากาศใหเ้ หมาะสมในการตดิ ตั้ง ควรจะคานึงถึง
ภาระความรอ้ น (Heat load)
การกระจายลม (Air flow distribution)
ความชนื้ (Humidity)
การออกแบบใหส้ วยงามในการติดต้ังกับตัวถังรถ (Design)
นอกจากน้ียังจะต้องวิเคราะห์ถึงเป้าหมายหลักของการติดต้ังท่ีเกี่ยวข้องกันระหว่างการทางานของ
เครอ่ื งปรบั อากาศกบั คุณภาพของงานตัวถัง ซ่ึงเป็นผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพโดยรวมท่ีท้ังผู้ออกแบบ
และผปู้ ฏิบตั งิ านต่อตวั ถงั จะต้องเข้าใจให้ตรงกัน
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมอื แรงงานแห่งชาติ
เคร่อื งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
1. ป้องกันการถ่ายเทความร้อนด้วยการเลือกใช้ชนิดของฉนวนที่มีคุณภาพสูง ป้องกันการแทรกซึม 103
ของความรอ้ นจากภายนอกตวั รถไดด้ ี หรือใชก้ ระจกที่มีฟิล์มกันความร้อนก็เป็นอีกวิธีที่สามารถลด
ภาระความรอ้ นได้
2. ควบคุมคุณภาพของตัวถังให้มีรอยต่อที่อากาศภายนอกสามารถร่ัวซึมเข้ามาได้ ด้วยเทคนิคการใช้
วัสดุซลี ป้องกันการร่ัวของตัวถงั ขณะวง่ิ และออกแบบการไหลของระบบระบายอากาศให้เหมาะสม
5.2) ข้อควรระวังในการติดตั้งเครอื่ งปรบั อากาศรถโดยสาร
ลกั ษณะของงานติดตั้งซึ่งจะเป็นงานท่ีจะต้องทาบนท่ีสูง (ความสูงรถประมาณ 3.80 เมตร) จึงมีความ
จาเป็นจะต้องใหค้ วามระมัดระวังเป็นพิเศษท้ังในเร่ืองของเคร่ืองแต่งกายผู้ปฏิบัติงาน, อุปกรณ์ช่วยป้องกัน จน
กระทั้งตัวผู้ปฏิบัติงานเองก็จะต้องมีจิตสานึกท่ีระมัดระวังอยู่เสมอ สาเหตุใหญ่ของอุบัติเหตุมักจะเกิดจากการ
ขาดความรู้และความเข้าใจในกฎระเบียบแห่งความปลอดภัยรวมถึงความประมาท เพื่อลดการสูญเสียท้ังชีวิต
และทรัพยส์ ิน จะอธิบายถงึ ขอ้ แนะนาในการป้องกนั อุบตั ิเหตดุ งั ต่อไปน้ี
5.2.1) กอ่ นท่ีจะเร่มิ ปฏบิ ัติงาน
ใหท้ าการตรวจสอบเครือ่ งมือในการติดตั้ง, อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย เช่นรองเท้านิรภัย, เข็มขัด
นิรภยั , หมวกนิรภยั เพือ่ ใหแ้ น่ใจว่าอยใู่ นสภาพท่ีสมบรู ณพ์ รอ้ มใช้งาน
ตรวจสอบสภาพการจอดของโครงรถที่กาลังต่อตัวถังอยู่ว่าจอดอยู่ในพื้นที่ท่ีราบและมีการป้องกันการ
ลืน่
ตรวจสอบสภาพของนัง่ ร้านหรือบนั ไดทีจ่ ะใช้ข้ึนลงในระหว่างปฏบิ ัตงิ าน
5.2.2) ในขณะปฏบิ ตั งิ าน
จะต้องทางานดว้ ยกนั อยา่ งนอ้ ย 2 คนเพือ่ ตดิ ตง้ั หรอื ขนย้ายอุปกรณ์ช้นิ ส่วนขนาดใหญ่บนหลงั คารถ
ใช้กระเป๋าพร้อมเข็มขัดท่ีบรรจุเคร่ืองมือขนาดเล็ก เช่นไขควง, คีม, ค้อน ฯลฯ เพื่อใช้ในขณะ
ปฏิบตั งิ าน
การสือ่ สารระหวา่ งผู้ปฏิบตั งิ านด้วยกนั จะตอ้ งชดั เจน เพ่ือไมใ่ หเ้ กดิ การเขา้ ใจผิด
5.2.3) เมอื่ ปฏิบัตงิ านเสร็จ
จะตอ้ งตรวจสอบให้แนใ่ จว่าไม่ลมื เครอ่ื งมือตา่ งๆ ไวบ้ นรถ
5.3) ขอ้ แนะนาในการตดิ ตั้งเครื่องปรบั อากาศรถโดยสาร
ต่อไปน้ีถือว่าเป็นข้อแนะนาเพื่อความปลอดภัยและความราบรื่นในการปฏิบัติงาน และเป็นความรู้
ความเข้าใจท่ีผู้ปฏิบัติงานทุกคนควรจะศึกษาให้ถ่องแท้ เพราะจะส่งผลให้ผลงานออกมามีคุณภาพมากข้ึน
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมอื แรงงานแห่งชาติ
เครือ่ งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
เพราะการปฏบิ ตั ิตามกฎระเบียบของความปลอดภยั จะช่วยให้มผี ลติ ภาพสูง เน่ืองจากไม่มีความสูญเสียทั้งเวลา 104
และของเสยี
ลาดับ ขอ้ ควรปฏิบตั ิ ภาพแสดง
1 ถอดสายแบตเตอร์ร่ีทุกคร้ังที่มีการเชื่อมไฟฟ้า และ
ควรจะถอดขั้วลบออกก่อน เพราะอาจจะทาให้เกิด
การลัดวงจรของไฟฟา้ ได้
2 จะต้องใช้ประแจทอร์คในการขันน๊อตทุกคร้ัง โดย
อา้ งอิงค่าแรงขันจากบริษัทผผู้ ลิต
3 เม่ือต้องเดินสายไฟในห้องเครื่องยนต์ จะต้องระวัง
ไ ม่ ใ ห้ ส า ย ไ ฟ ไ ป อ ยู่ ใ น ต า แ ห น่ ง ท่ี ใ ก ล้ กั บ ชิ้ น ส่ ว น
เครอื่ งยนตท์ ่ีร้อนมาก
4 การถอดหรือใส่ข้ัวสายไฟต่างๆ ให้ใช้มือจับที่ตัวหัว
พลาสติก ไม่ควรดึงท่ีสายไฟ เพราะจะทาให้เกิดการ
หลวมคลอนได้ เม่ือใส่ขั้วสายไฟจะต้องแน่ใจว่าได้ยิน
เสียงดัง “คล๊ิก” และใช้มือดึงท้ังสองด้านเบาเพ่ือ
ตรวจสอบอกี ครง้ั
5 ใช้น้ามันหล่อลื่นชโลมโอริงที่ประกอบท่อ เพ่ือป้องกัน
การดน้ิ หลดุ ของโอรงิ
6 ในการประกอบท่อจะต้องใช้ประแจ 2 ตัวเพ่ือป้องกัน
การบดิ งอของทอ่ ในระหวา่ งขนั
7 ต้องตรวจสอบการขันด้วยประแจทอร์คอีกคร้ัง เพื่อ
ไมใ่ หแ้ รงขนั สูงเกินไป เพราะจะทาให้โอริงฉีกขาดได้
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแหง่ ชาติ
เครื่องปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
105
8 เม่ือต้องถอดเปล่ียนโอริงให้ใช้ไม้จิ้มฟันเข่ียนออกจาก
บ่าทอ่ (ดงั รปู )
9 สวมแว่นตาป้องกันสารทาความเย็นกระเด็นเข้าตาใน
ระหวา่ งปฏิบตั งิ าน
ตารางที่ 5.1 ขอ้ แนะนาในการติดต้งั เครื่องปรับอากาศ
5.4) การติดตั้งเครอ่ื งปรับอากาศรถโดยสาร
ในการติดตั้งจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ คือ (1) งานท่ีเกี่ยวกับตัวถังหรือโครงสร้าง (2) งานเตรียม
ชิ้นส่วนในการติดต้ังของเคร่ืองปรับอากาศ และ (3) งานตรวจสอบหลังจากติดตั้งเสร็จ เนื้อหาในส่วนน้ีจะ
อธิบายไปแต่ละส่วนของการติดตั้ง โดยจะเน้นหนักไปที่เคร่ืองปรับอากาศชนิดติดต้ังบนหลังคา เพราะเป็นที่
นิยมในการใชง้ านของผปู้ ระกอบการมากทสี่ ุด
5.4.1) งานที่เกยี่ วกบั ตวั ถัง
ซึ่งจะแบ่งออกเปน็ 2 งานยอ่ ยท่สี าคญั ดงั น้ี
5.4.1.1) ฉนวนกันความร้อน เป็นท่ีทราบกันดีว่ารถโดยสารสาธารณะท่ีว่ิงอยู่บนถนนจะได้รับความ
รอ้ นจากหลายๆ แหล่งด้วยกนั ไม่ว่าจะเป็นความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตยผ์ า่ นมาทางกระจก ค่าเฉลี่ยความ
ร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ มีค่าระหว่าง 4.5 - 5.5 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อตารางเมตรต่อวัน (4.5-5.5
kWh/m2/day) ซึ่งเป็นข้อมูลจาก http://www.thaisolarfuture.com , พลังงานความร้อนจากผู้โดยสาร,
พลังงานความร้อนจากอากาศภายนอกท่ีรั่วซึมผ่านมาทางรอยต่อของตัวถัง จนถึงความร้อนท่ีถ่ายเทมาจาก
ห้องเครื่องยนต์ ล้วนแล้วแต่เป็นตัวลดประสิทธิภาพความเย็นของเคร่ืองปรับอากาศท้ังส้ิน การต่อตัวถังที่ดี
จะต้องมีการติดตั้งฉนวนกันความร้อนที่เหมาะสมในแต่ละตาแหน่งของตัวรถ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วฉนวนที่แนะนา
ให้ใช้จะเป็นไปตามตารางข้างลา่ งดงั นี้
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมอื แรงงานแหง่ ชาติ
เครือ่ งปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
ตาแหนง่ ชนิดของฉนวนท่ีแนะนาให้ใช้ ความหนา ค่าการนาความร้อน 106
(mm)
หลงั คา Fiber glass woolslab (S300) 50 (W/m.K)
75
มุมเว้าตา่ งๆ Fiber glass wool 40 0.036
25 0.036
แผงข้าง Fiber glass woolslab (S300) 0.036
0.036
แผงหลังและผนังด้านบน(ท้าย Fiber glass woolslab (S300)
รถ)
หอ้ งเครอื่ งยนต์ Long Dtrand fible glass with 50 0.035
stamped aluminum foil
พื้น Brich combi plywood incl.cover 15 0.15
15 0.15
บันไดหรือทางขน้ึ /ทางลง Brich combi plywood incl.cover 3 0.15
6
ทอ่ ดักส์ GRP 6 0.15
4 0.15
Polyurethane foam facting
ซุ้มลอ้ GRP with plastic cell foam core
ประต/ู ขอบซีลประตู Synthetic “EPDM” rubber
ตารางท่ี 5.2 แสดงค่าการนาความร้อนของฉนวนทใี่ ชใ้ นการต่อตัวถงั
5.4.1.2) การเจาะชอ่ งตวั ถงั สาหรบั เครอ่ื งปรับอากาศ
ในส่วนของงานเจาะช่องตา่ งๆ เพ่ือให้สามารถติดต้ังเครื่องปรับอากาศได้นั้น โดยทั่วไปผู้ผลิตจะมีแบบ
และขนาดให้กับโรงงานตัวถัง เป็นการประสานงานร่วมกันไม่ว่าจะเป็นการกาหนดตาแหน่งของอุปกรณ์, การ
เปิดชอ่ งสาหรับซอ่ มบารุง และตาแหน่งการยดึ ตา่ งๆ ดว้ ย
ชอ่ งจา่ ยลมเย็นและช่องดูดลมกลบั
ในห้องโดยสารจะต้องมีการหมนุ เวยี นของอากาศท่ผี า่ นโหลดความรอ้ นจากผู้โดยสารกลบั เข้าไปยังอีวา
พอเรเตอร์ แล้วก็กลายเป็นอากาศเย็นส่งออกมายังหัวจ่ายลม ผ่านมาจากท่อดักส์ สาหรับเครื่องปรับอากาศ
ชนิดที่ติดตั้งบนหลังคาจะต้องเจาะช่องอย่างน้อย 3 ช่องเพ่ือเป็นช่องดูดลมกลับจานวน 1 ช่อง และเป็นช่อง
จ่ายลมเยน็ อกี 2 ช่อง ช่องว่างระหว่างหลังคากับชุดเครื่องปรับอากาศบนหลังคาจะมีการซีลป้องกันลมและน้า
ไม่ให้ร่ัวด้วยแผ่นยางท่ีมีความยืดหยุ่นปานกลาง ท่ีเรียกว่า “EDPM – Ethylene propylene rubber” มี
ความแข็งประมาณ 0.6 kgf/cm2 เมอ่ื ติดตงั้ ชุดเครอื่ งปรบั อากาศลงบนแผ่นยางจะต้องมีแรงกดอย่างน้อย 25%
ของความหนา
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแหง่ ชาติ
เครอื่ งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
107
รปู ท่ี 5.1 แสดงการเจาะช่องตัวถังบนหลังคารถ
การติดตั้งเฟรมยึดเครอ่ื งปรับอากาศ
เฟรมที่ใช้ยึดเคร่ืองปรับอากาศจะต้องเป็นวัสดุที่แข็งแรง น้าหนักเบา ไม่เป็นสนิมหรือมีการทาสีรอง
พ้ืนป้องกันการเกิดสนิม ควรจะมีจุดยึดทุกจุดอยู่ในระนาบเดียวกัน เพื่อลดการส่ันสะเทือนในขณะท่ีรถว่ิง
เพราะสภาพถนนท่ีไม่เรียบหรือขรุขระ และควรจะมีความหนาอย่างน้อย 3 - 5 มิลลิเมตร โดยปกติอู่ประกอบ
ตัวถังจะสร้างเฟรมยึดขึ้นตามแบบที่ผู้ติดต้ังเครื่องปรับอากาศแนะนา นอกจากนี้แล้วยังจะต้องออกแบบการ
ยึดนอ๊ ตไม่ให้หลวมคลอนเม่ือมีการส่ันสะเทือนระหว่างการใช้งาน เช่นการใช้น๊อตซ้อนกัน 2 ตัว, การให้แหวน
สปรงิ รอง หรอื การใชส้ ลักล๊อคกนั คลาย ฯลฯ
การตดิ ต้ังท่อน้าทงิ้
ตาแหน่งของการเตรียมช่องสาหรับสายยางท่อน้าท้ิงจะต้องอยู่ในแนวเอียงท่ีน้าจากการกล่ันตัวของอี
วาพอเรเตอร์ไหลได้สะดวก ไม่มีการโก่งของสายยางด้วยการยึดเคล้มป์พลาสติกเป็นระยะๆ ไม่ห่างกันมาก ไล่
ระดับความลาดเอียงของสายให้ค่อยๆเอียงลงด้านล่างไปตามตัวถังรถ วัสดุที่ใช้จะต้องเป็นสายยางท่ีทนความ
รอ้ นได้ดี เน่ืองจากในระหวา่ งทร่ี ถจอดไว้กลางแดด อาจจะทาใหส้ ายยางเกดิ การบิดตัวได้ง่ายและจะทาให้น้าไม่
ไหลลงด้านล่าง ผลท่ีตามมาคือน้าร่ัวเข้าห้องโดยสาร นอกจากน้ีท่ีปลายสายจะต้องติดต้ังปล๊ักกันลมย้อนกลับ
เพราะในขณะท่ีระบบปรับอากาศทางานจะมีแรงดูดอากาศจากภายนอกที่ปลายสายยางน้าท้ิงย้อนข้ึนไป ทาให้
น้าไหลลงไมส่ ะดวกจนมกี ารอุดตนั ในที่สดุ ขนาดของอีวาพอเรเตอร์ที่ยาวเกิน 1 เมตร จะต้องติดต้ังสายยางท่อ
น้าท้ิงแยกอิสระท้ังสองด้านของถาดรองน้า เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าขณะท่ีรถไม่อยู่ในแนวระนาบ เช่น
ด้านหน้าสูงกว่าทา้ ยรถนัน้ น้าจะไหลได้อยา่ งสม่าเสมอ
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมอื แรงงานแห่งชาติ
เครื่องปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
108
รปู ท่ี 5.2 แสดงลักษณะการติดตงั้ ทอ่ น้าท้งิ
ในการติดต้ังมักจะพบว่าพื้นท่ีในการเดินสายยางมักจะไม่ตรงกับโครงสร้างของขอบกระจกรถ ซึ่งเป็น
ปัญหาของผู้ติดตั้งเครื่องปรับอากาศท่ีต้องประสานงานกับอู่ต่อตัวถังให้ดี จะต้องมีการหลบทามุมเอียง ซึ่ง
มักจะเป็นจุดอ่อนที่จะทาใหน้ า้ ไหลไม่สะดวกหลังจากใช้งานไปนานๆ
การตดิ ตง้ั ท่อดกั สแ์ ละหัวจ่ายลม
โดยทั่วไปโบล์เวอร์สาหรับรถโดยสารจะผลิตปริมาณลมออกมาตามขนาดของชุดทาความเย็น ซ่ึง
อาจจะแบ่งไดต้ ามขนาดของรถ
ลาดบั ขนาดรถ ปริมาณลม
(เมตร) (ลบ.ม/ชม.)
1 ขนาดใหญ่ 6,000 – 6,600
(11-12 ม.)
2 ขนาดกลาง 4,500 – 5,500
(8-10 ม.)
3 ขนาดเลก็ 3,500 – 4,000
(6-7 ม.)
ตารางท่ี 5.3 แสดงค่าปรมิ าณลมทเ่ี หมาะสมกับขนาดรถโดยสาร
การติดต้ังท่อดักส์ลมน้ันจะต้องมีขนาดพ้ืนท่ีหน้าตัดไม่น้อยกว่า 0.04 ตารางเมตร (m2) และมีความ
ตา้ นทานลมภายในท่อดักส์ต้องไม่เกิน 80 มิลลิเมตรน้า (mmAg) โดยจะต้องออกแบบให้ไม่มีมุมตัดหรือหักมุม
เกินกว่า 45 องศา เพอ่ื ลดการสญู เสียกาลังลมในทอ่ ถ้าหากจาเป็นจะต้องมมี ุมก็จะต้องใส่ลิ้นเพื่อเป็นแนวให้ลม
ไหลได้สะดวก และเมื่อมีการหุ้มท่อดักส์ด้วยฉนวนกันความร้อนภายในท่อจะต้องเลือกวัสดุที่มีพื้นผิวท่ีเรียบ
(โรงงานประกอบตัวถังนิยมใช้ยางแผ่นหนา 3 มม.) เพ่ือป้องกันการกล่ันตัวของหยดน้าอันเกิดจากความ
แตกต่างอณุ หภมู ิในทอ่ และนอกทอ่
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแห่งชาติ
เคร่ืองปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
ตาแหน่งของหัวจ่ายลมจะต้องสอดคล้องกับตาแหน่งของเก้าอ้ี และทิศทางของลมจะต้องเป่าท่ีศีรษะ 109
ของผ้โู ดยสาร ดังรูปที่ 5.3
รูปท่ี 5.3 แสดงตาแหนง่ ของหัวจ่ายลม
สัดส่วนของหัวจ่ายท่ีไม่สามารถปิดได้จะต้องไม่น้อยกว่า 30% ของหัวจ่ายท้ังหมดที่ติดต้ังในห้อง
โดยสาร เนื่องจากรถโดยสารส่วนใหญ่จะว่ิงในเวลากลางคืน(อากาศภายนอกค่อนข้างเย็น) ทาให้ผู้โดยสารปิด
หวั จ่ายลม จนมีผลกระทบต่อการหมุนเวียนของอากาศภายในห้องโดยสาร เมื่อไม่มีการหมุนเวียนหรือปริมาณ
ลมทไ่ี หลกลับเข้าอีวาพอเรเตอร์นอ้ ยก็จะทาใหค้ อมเพรสเซอร์หยุดการทางานในท่ีสุด สาหรับจานวนหัวจ่ายลม
ทีจ่ ะตดิ ตง้ั มหี ลักจากพจิ ารณาวา่ จานวนหัวจ่ายทั้งหมดจะต้องมีพ้ืนที่เปิด (ลมผ่านได้) รวมกันไม่น้อยกว่า 0.02
m2 สาหรบั รถขนาดใหญ่ เพราะลมทโี่ บล์เวอร์ผลติ ออกมาผ่านไปท่ที ่อดักส์และไหลต่อไปยังห้องโดยสารทางหัว
จ่ายจะตอ้ งมีความแตกตา่ งกันไม่เกนิ 10% ของความสามารถที่โบลเ์ วอร์ทาได้
5.4.2) งานเตรยี มช้ินสว่ นของเครอื่ งปรบั อากาศ
ในส่วนของการเตรียมชิ้นส่วนในการติดตั้งเครื่องปรับอากาศจะเป็นส่วนที่เป็นหัวใจหลักในการติดตั้ง
เพราะจะสง่ ผลกระทบโดยตรงกบั ประสิทธิภาพของการทาความเย็น ซึ่งจะสามารถแบ่งงานออกเป็นข้ันตอนได้
ดังน้ี
5.4.2.1) การติดตัง้ คอมเพรสเซอร์
คอมเพรสเซอร์สาหรับระบบฉุดตรงส่วนใหญ่ติดตั้งอยู่ในห้องเครื่องยนต์ ซึ่งจาแนกออกได้เป็นการ
ติดต้ังบนเครื่องยนต์และการติดต้ังบนชัชซีส์ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เราสามารถ
แยกปจั จยั ของการพิจารณาลักษณะการติดต้งั ออกเป็นข้อได้ดงั น้ี
- ตาแหนง่ ในการตดิ ตงั้ คอมเพรสเซอร์ที่เหมาะสม
- ระยะหา่ งจากช้ินส่วนอนื่ ๆ เชน่ หมอ้ นา้ , ท่อไอเสยี , ปั๊มนา้ ฯลฯ
- ความเรยี บของระนาบเคร่อื งยนตท์ ีจ่ ดุ ยดึ ต่างๆ กรณีท่จี ะติดตั้งบนแทน่ เคร่อื งยนต์
- ความแขง็ แรงของโครงสร้างเฟรมชชั ซีส์ กรณีทจ่ี ะติดตง้ั บนชัชซสี ์
- ตาแหนง่ ของนอ๊ ตทีจ่ ะยึด ตอ้ งมีขนาดไมน่ อ้ ยกวา่ M8 เป็นอยา่ งนอ้ ย
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแหง่ ชาติ
เคร่อื งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
- ลักษณะการคลอ้ งสายพานบนพูลเลย่ ์ 110
- วิธกี ารปรบั ต้งั ความตงึ สายพาน
อไลเมนทข์ องสายพาน (Belts Alignment)
ความสาคัญของอไลเมนท์สายพานจะเป็นตัวช่วยให้ประสิทธิภาพการส่งกาลังจากเครื่องยนต์ไปยัง
คอมเพรสเซอรส์ ูญเสยี น้อย ชว่ ยยดื อายกุ ารใช้งานของสายพานและตลับลูกปืนคอมเพรสเซอร์ เรามีข้อกาหนด
ที่ยอมรับได้ของระยะอไลเมนท์ระหว่างพูลเล่ย์เคร่ืองยนต์และคอมเพรสเซอร์ต้องไม่เกิน (G) = 3 มิลลิเมตร
หรือน้อยกว่าต่อระยะห่างของพูลเล่ย์ทั้งสอง (L) = 350 มิลลิเมตร สาหรับค่าองศา ที่ยอมรับได้ไม่เกิน 0.5
องศา
รูปที่ 5.4 แสดงค่าอไลเมนท์ของพลู เล่ย์
ในการคานวณหาระยะการเยี้ยงศูนย์ของหน้าพูลเล่ย์คอมเพรสเซอร์ (G) สามารถหาได้จากการวัดค่า
ความยาวของ L แลว้ นามาคานวณในสมการข้างลา่ งนี้
(( ) )
เมื่อใส่ค่าระยะห่างของพูลเล่ย์ทั้งสองตัว (L) ในสูตรแล้วคานวณและก็นามาเปรียบเทียบกับค่าเย้ือง
ศนู ย์ (G) ท่ีวัดได้จะต้องน้อยกวา่ หรือเท่ากบั ผลลัพธ์ จึงจะถือวา่ อยู่ในเกณฑม์ าตรฐาน
อัตราทดของคอมเพรสเซอร์
อัตราทดคืออัตราส่วนของความเร็วรอบของพูลเล่ย์ตัวขับ(เครื่องยนต์) กับพูลเล่ย์ตัวตาม
(คอมเพรสเซอร์) ซ่ึงเราจะใช้สัญลักษณ์ i เป็นเคร่ืองหมายแทนอัตราทด, n1 เป็นความเร็วรอบของพูลเล่ย์ตัว
ขับและ n2 เป็นความเร็วรอบของพูลเลย่ ต์ วั ตาม ซ่งึ สามารถเขยี นเป็นสตู รทางคณติ ศาสตร์เป็น i =n1/n2
ตวั อย่างการคานวณง่ายๆ เชน่ กาหนดเคร่ืองยนต์หมุนด้วยความเร็วรอบ 600 รอบ/นาที และมีอัตรา
ทดในการติดต้ังคอมเพรสเซอร์ 1.5 ให้คานวณหาความเร็วรอบของคอมเพรสเซอร์
จากสูตร i = n1/n2
1.5 = 600/n2
ดงั น้นั n2 = 600 x 1.5 = 900 รอบ/นาที
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
เครือ่ งปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
เมื่อใดท่ีจะกาหนดอัตราทดในการออกแบบระบบฉุดคอมเพรสเซอร์จะต้องพิจารณาว่าเม่ือใดที่ 111
เคร่ืองยนต์หมุนด้วยความเร็วรอบสูงสุด คอมเพรสเซอร์จะต้องหมุนไม่เกินความเร็วรอบสูงสุดท่ีโรงงานผลิต
อนญุ าต เพราะจะทาให้เกิดการสึกหรอขึ้นกับชิ้นส่วนภายในคอมเพรสเซอร์ได้ถ้าหมุนเกินกาหนด ดังนั้นอัตรา
ทดไม่ควรจะเกิน 1:2 ในทางปฏิบัติเราจะเร่ิมตั้งต้นที่คอมเพรสเซอร์ว่าต้องการให้หมุนท่ีประมาณ 900 รอบ/
นาที เมอื่ เครือ่ งยนต์ทางานที่รอบเดินเบาแลว้ คอ่ ยไปคานวณหาอตั ราทดเพ่ือกาหนดขนาดของความโตพูลเล่ย์ก็
ได้ จากเหตุผลข้างต้นทาให้มีลักษณะการิดตั้งคอมเพรสเซอร์ในหลายลักษณะ บางคร้ังจาป็นจะต้องมีพูลเล่ย์
ทด (intermediate pulley) ระหว่างเคร่ืองยนต์กับคอมเพรสเซอร์ เพื่อทดรอบการหมุนของคอมเพรสเซอร์
หรอื เพราะข้อจากัดของพื้นที่ในการตดิ ต้งั คอมเพรสเซอร์
รปู ท่ี 5.5 แสดงการติดตั้งแบบฉดุ ตรงแบบไม่มีพลู เลย่ ท์ ด
รปู ที่ 5.6 แสดงการติดต้ังแบบฉุดตรงแบบมีพลู เลย่ ์ทด
นอกจากนแ้ี ล้วยังจะตอ้ งพจิ ารณาถึงความยากง่ายในการบารุงรักษาในอนาคตด้วย เช่นการตรวจสอบ
ความตึงสายพานซง่ึ จะตอ้ งทาทุกสัปดาห์, ตน้ ทุน, ผลกระทบต่อเคร่อื งยนต์ เป็นต้น
5.4.2.2) การประกอบท่อสารทาความเยน็
ส่วนที่สาคัญอีกงานคือการเชื่อมท่อ (pipe) ของสารทาความเย็น ซ่ึงจะนิยมใช้ท่อทองแดงมาทาการ
เช่อื มแก๊สใหม้ ลี ักษณะตามท่ตี อ้ งการ เป็นการเช่ือต่อระหว่างอุปกรณห์ ลักๆ 3 ส่วนคอื คอมเพรสเซอร์, คอนเด็น
ซิ่งยูนิตและคูลลิ่งยูนิต โดยจะแบ่งออกเป็นท่อด้านดูดมีขนาด 1-3/8” กับท่อด้านอัดมีขนาด 3/4” ในการต่อ
ระหว่างอุปกรณ์ดังกลา่ วจะมีข้อต่อท่ีเรียกว่ายูเนี่ยนและแฟร์ ตาแหน่งและจานวนข้ึนอยู่กับลักษณะของตัวถังที่
จะตดิ ตั้งทอ่
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
เครื่องปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
112
รูปที่ 5.7 แสดงลักษณะของท่อทเ่ี ช่ือมระหวา่ งอปุ กรณ์สาหรบั รุ่นติดตั้งบนหลังคา
การควบคมุ คณุ ภาพของการเชือ่ มท่อ
คุณภาพเป็นส่ิงสาคัญที่สุดสาหรับขั้นตอนการติดตั้งท่อสารทาความเย็น และเพ่ือรักษาระดับ
มาตราฐานของคุณภาพเครื่องปรับอากาศจะต้องทาให้การติดต้ังมีมาตราฐาน ด้วยทักษะการเชื่อมของ
ผูป้ ฏบิ ัตงิ าน และปจั จยั สาคัญของการรกั ษามาตรฐานคือ
1. การป้องกันไม่ใหช้ ้ินสว่ นแปลกปลอมเขา้ ไปในท่อขณะปฏบิ ตั งิ านและการจัดเก็บ
2. ป้องกันการเกดิ อ๊อกซิเดช่นั ดว้ ยการใช้ไนโตรเจนขณะทาการเชอ่ื มท่อ
3. ปอ้ งกนั การเกิดครอลีนตกค้างในท่อด้วยการไมใ่ ชฟ้ ลั๊กในการเชอื่ ม
คุณภาพของการเชื่อมท่อจะขึ้นอยู่กับเทคนิคและความชานาญของช่าง การเชื่อมที่ขาดทักษะจะนาไปสู่
การรั่วของสารทาความเยน็ หรือเกิดคราบอ๊อกไซคใ์ นท่อได้
การเชือ่ มประสาน หรอื การบดั กรีแขง็
การบัดกรแี ข็ง (Brazing) คือกรรมวิธกี ารตอ่ โลหะตัง้ แตส่ องช้นิ หรอื มากกวา่ เข้าด้วยกัน โดยที่โลหะน้ัน
จะเป็นชนิดเดยี วกันหรือต่างชนิดกันก็ได้ ให้ความร้อนแก่รอยต่อที่อุณหภูมิสูงกว่า 450°C แต่ไม่ถึงกับอุณหภูมิ
หลอมละลายของโลหะหลักที่นามา การเช่ือม Brazing ใช้โลหะเติมที่เป็นโลหะที่ไม่อยู่ในจาพวกเหล็ก เช่น
ลวดเงิน หรืออาจเป็นโลหะผสม เช่น ลวดทองเหลือง ลวดทองแดงผสมฟอสฟอรัส ก็ได้ โดยที่โลหะเติมน้ีเป็น
โลหะท่ีมีจุดหลอมเหลวสูงกว่า 450°C แต่ต่ากว่าอุณหภูมิหลอมเหลวของโลหะท่ีนามาทาการ Brazing เติมลง
ไปที่รอยตอ่ ของชิ้นงาน ซงึ่ มผี ้ผู ลติ บางรายแนะนาคุณสมบัติของลวดเช่ือมดงั นี้
คณุ สมบตั ิ : ทองแดงฟอสฟอรสั ซ่งึ เป็นทองแดงชนิดท่ีมีธาตุฟอสฟอรัสตกค้าง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้
มีอ๊อกไซค์ตกค้างบนผิวโลหะที่เช่ือม และเคลือบผิวเช่ือมให้สะอาดไม่ทาให้เกิดปฎิกริยาอ๊อกซิเดชั่นหลังจาก
เชอ่ื มเสรจ็ อกี ท้งั ยังช่วยใหล้ ดความตึงของผิวเช่อื มทาใหม้ กี ารประสานของแนวเชื่อมได้ดีข้ึน
จดุ เดือด : 700 – 850 °C
ส่วนผสม : ทองแดง (Copper) 80%
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแห่งชาติ
เครื่องปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
ฟอสฟอรัส (Phosphorus) 5% 113
เงนิ (Silver) 15%
ขั้นตอนการทาทอ่ สารทาความเย็น (Refrigerantion pipe processing) คือ
1. การตดั ทอ่ ตามความยาวท่ีต้องการ ด้วยคทั เตอร์ตดั ทอ่ วางใบมีให้ขนาดกบั ทอ่ ในตาแหน่งที่จะตัด แล้ว
หมุนเข้าหาตัว ค่อยๆหมุนใบมีดเข้าไปทีละ 0.1 – 0.2 มม. (อย่ากดแรงเกินไปเพราะจะทาให้ท่อเสีย
รูปทรงบิดเบ้ียวได้) หมุนตัดไปเร่ือยๆจนกระทั่งขาด ห้าใช้เลื่อยหรือใบมีดเหล็กเพราะจะทาให้มีเศษ
ผงทองแดงตกคา้ งในท่อ
2. ลบคมปลายท่อท่ีตัดใหเ้ รยี บดว้ ยใบมดี เล็กๆ ต้งั ใบมีดให้ทามุม 45° ดังรูป
รปู ที่ 5.8 แสดงการลบคมปลายท่อ
3. ใช้ลมเปา่ สิ่งสกปรกภายในท่อ ก่อนทาการกดเป่าให้ใช้ปืนลมเป่าลมท้ิงในอากาศก่อนสัก 2-3 คร้ังเพ่ือ
ไลค่ วามช้ืน แลว้ ปรับแรงดนั ลมประมาณ 5-6 kg/cm2 เป่าเขา้ ในท่อเพือ่ ไล่เศษตกค้างในท่อออก
4. การเช่ือม (เป็นขน้ั ตอนสาคญั ) ท่อทองแดงเขา้ ด้วยกัน ซ่ึงจะต้องเตรียมงานให้พร้อมก่อนเร่ิมการเช่ือม
ไมว่ ่าจะเป็นอุปกรณ์แทน่ จับยึดท่อ, หัวเชอื่ มแก๊ส, หัวไล่ไนโตรเจน ฯลฯ
1) สวมท่อที่จะเชื่อมเข้าด้วย(กาหนดระยะช่องว่างของท่อทั้งสอง 0.025 – 0.05 มม./ข้าง)
พร้อมทั้งยดึ ทอ่ เข้ากบั แทน่ ยดึ (Fixing stand)
2) สวมปากทอ่ เข้ากับหัวไลไ่ นโตรเจน
รูปที่ 5.9 แสดงการยดึ ท่อและหวั ไลไ่ นโตรเจน
3) เตรียมถังแก๊สอะซิทีลีนและอ๊อกซิเจน ปรับค่าแรงดันในท่อ (Secondary Pressure
gauge) ของอะเซทีลีนไปที่ 0.3 – 0.5 kg/cm2 และปรับค่าแรงดันในท่อ(Secondary
Pressure gauge) ของอ๊อกซิเจนไปท่ี 3 – 5 kg/cm2
4) ปรบั เปลวไฟ ดว้ ยการเปดิ อะซทิ ลี ีนแล้วจุดไฟที่หัวเชื่อม (การเปิดออกซิเจนก่อนจะทาให้
อาจเกดิ ไฟย้อนกลับเข้าถังได้) จากน้ันก็เปิดออกซิเจนแล้วปรับวาล์วควบคุมปริมาณของ
อ๊อกซิเจนให้เปลวไฟเป็นสีน้าเงิน เราสามารถสังเกตสีของเปลวไฟได้ถ้าเปลวเป็นสีขาว
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแหง่ ชาติ
เคร่ืองปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
แสดงวา่ อ๊อกซเิ จนมากเกินไป ซ่ึงทาให้มีความร้อนสูงมาก เวลาเช่ือมจะทาให้ท่อเป็นรูได้ 114
และถ้าเปลวไฟเป็นสีแดงแสดงวา่ อ๊อกซิเจนน้อยไป ทาให้เปลวไฟร้อนน้อยใช้เวลาในการ
เช่ือมนานขึ้น ดังน้ันเราต้องการเปลวไฟเช่ือมสีน้าเงิน เรียกว่าเปลวกลาง (Neutral
frame) เทา่ นั้น
รูปท่ี 5.10 แสดงลกั ษณะเปลวกลาง
5) ปรับแรงดันไนโตรเจนให้ไหลเข้าในท่อขณะทาการเชื่อมในอัตราการไหล 5-10 ลิตรต่อ
นาที
6) ให้ความร้อนท่ีท่อด้วยเปลวไฟจนกระท่ังท่อทองแดงท่ีต้องการเชื่อมเป็นสีชมพู (700 -
850°) ใส่ลวดเชอื่ มเข้าไปในบ่อหลอมละลายทันที (ห้ามใชฟ้ ล๊ักในการเชื่อมเดด็ ขาด)
รปู ที่ 5.11 แสดงการเชื่อม
7) เมือ่ ทาการเชอื่ มเสรจ็ ใหป้ ดิ ออกซเิ จนก่อน แลว้ ตามด้วยอะซทิ ลี นี
5. ทาให้ท่อเย็น หลังจากทาการเชื่อมเสร็จแล้ว ยังคงปล่อยให้ไนโตรเจนไหลผ่านภายในท่อต่อไปอีก
ประมาณ 2 นาที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอ๊อกซิเดชั่นจากความร้อนท่ีหลงเหลือในท่อ ต่อมาใช้ผ้าชุบน้า
คลุมที่ท่อทาใหเ้ ย็น ไม่แนะนาให้ใช้น้าราดไปทีท่ อ่ เพราะจะทาให้นา้ เข้าในท่อไดง้ ่าย
รปู ท่ี 5.12 การทาใหท้ ่อเยน็ ด้วยผา้ ชุบนา้
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมอื แรงงานแหง่ ชาติ
เครอื่ งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
6. ทดสอบแรงดนั หารอยร่ัวหลังจากการเชื่อม ด้วยการต่อปลายท่อที่เชื่อมเสร็จแล้วเข้ากับหัวต่อสายท่อ 115
ไนโตรเจน ปรับค่าแรงดนั ถงั ในช่วง 50 - 150 kg/cm2 แล้วปรับแรงดันท่อประมาณ 30 kg/cm2 แล้ว
จากนน้ั ก็เปดิ วาลว์ ให้ไนโตรเจนไหลเขา้ ในทอ่ ฉีดน้าสบไู่ ปทรี่ อยเชื่อมเพื่อตรวจสอบหารอยร่วั
รูปท่ี 5.13 การตรวจสอบรอยรว่ั ด้วยไนโตรเจน
7. ใช้ฝาปิดท่ปี ลายทงั้ สองด้าน และจดั เก็บก่อนท่จี ะนาไปตดิ ตง้ั บนรถ
การติดต้งั ท่อบนตวั รถ
หลังจากทาการเชื่อมท่อสารทาความเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปเป็นขั้นตอนการนาไปติดต้ังบนรถ
ซึ่งสอดคล้องกับการออกแบบในขั้นตอนแรกว่าเส้นทางของท่อจะเดินไปทางไหน มีการหักมุมหรือเลี้ยวไปทาง
ไหนตามท่ีเชื่อมเอาไว้ สาหรับท่อดูดจะต้องใส่ฉนวนหุ้มท่อกันน้าก่อนท่ีจะติดต้ัง เครื่องปรับอากาศบางรุ่นเดิน
ทอ่ ในทอ่ ดักส์ บางร่นุ ก็เดินใต้ท้องรถ จุดสาคัญของการติดต้ังท่อจะต้องให้มีความแข็งแรง ไม่มีการสั่นสะเทือน
เพราะจะทาให้เกิดการรั่วภายหลังใช้งานได้ถ้าท่อมีการสั่นมาก ในการวางแผนการเดินท่อจะต้องคานึงถึง
ระยะทาง ยิ่งสั้นยิ่งดี หลีกเลี่ยงการหักมุมและเล้ียวข้ึนลง เพราะจะทาให้น้ามันหล่อล่ืนตกค้างตามมุมต่างๆได้
ส่งผลให้ประสทิ ธิการการแลกเปล่ียนความร้อนและการชารดุ ของชิน้ ส่วนเกิดขน้ึ ภายหลังได้ ข้อแนะนาเบ้ืองต้น
ในการติดตัง้ ท่อท่พี อสรุปไดก้ ็คือ
การดัดโคง้ ท่อ
รปู ท่ี 5.14 แสดงการดัดโค้งท่อสารทาความเย็น
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
เครอ่ื งปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
เมื่อมีการดัดโค้งของท่อขนาดต่างๆ จะต้องอ้างอิงระยะห่างตามตาแหน่งของท่อเพ่ือหลีกเล่ียงการ 116
ชารุดและความสวยงามของทอ่ ทีเ่ ราดดั จากตารางข้างลา่ งน้ี (หนว่ ยเป็นมิลลเิ มตร)
ขนาดท่อ รศั มี R A B C
D3/8 20 15 R+20 R+30
D1/2 25 20 R+25 R+35
D5/8 30 25 R+30 R+40
D3/4 30 30 R+35 R+50
D1 50 100 R+70 R+50
ตารางท่ี 5.4 แสดงค่าระยะการดัดโคง้ ทอ่
การทาสญุ ญากาศและการเติมสารทาความเย็น
เรมิ่ ต้นทาสุญญากาศ 30 นาทหี รือ -750 mmHg แกไ้ ขรอยรว่ั
เสรจ็ สิน้ การทาสญุ ญากาศ ทงิ้ ไว้ประมาณ 5 นาที
ตรวจสอบรั่ว
เติมสารทาความเยน็ ค่าแรงดนั ท่อี า่ นจากเกจนผ์ ดิ ปกติ
ตรวจสอบรว่ั เตมิ แกส๊ เข้าทางด้านไฮจนกระทั่ง 1kg/cm2
เตมิ สารทาความเยน็
เปิดเครอ่ื งปรบั อากาศเตมิ แกส๊ เข้าทางดา้ นโลว์
เดินเคร่ืองยนต์ เมื่อเตมิ สารทาความเย็นแลว้ เดินเครอื่ งยนตใ์ หเ้ ครอื่ งปรับอากาศ
ทางานทร่ี อบเดนิ เบา อยา่ งน้อย 5 นาทีหรอื มากกว่า
ตรวจสอบปรมิ าณสารทาความ
เยน็ ท่ีไซสก์ ลา๊ ส
รปู ที่ 5.16 แสดงขั้นตอนการเติมสารทาความเย็น
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแหง่ ชาติ
เครื่องปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
การยดึ เคลม้ ป์ท่อ 117
เม่ือทาการติดตั้งท่อสารทาความเย็นกับตัวรถจะใช้เคล้มป์เหล็กยึดแน่นกับบริเวณโครงสร้างของรถ
ระยะห่างของเคลม้ ป์มค่ วรเกิน 100 มิลลเิ มตร และจะตอ้ งใชย้ างไนล่อนรองเคลม้ ปท์ ุกตัว
รปู ที่ 5.15 แสดงการยดึ เคล้มปท์ ่อ
5.4.3) การตรวจสอบหลงั จากตดิ ต้งั เสร็จ
หลังจากติดต้ังเสร็จแล้วจะต้องทาการตรวจสอบคุณภาพของการติดต้ังและทดสอบระบบการทางานของ
เครื่องปรับอากาศ เพื่อเป็นการให้เกิดความมั่นใจว่าการติดต้ังสมบูรณ์เรียบร้อย ก่อนที่จะส่งมอบให้กับลูกค้า
ในการตรวจสอบจะแบ่งเปน็ 2 สว่ นหลักคือการตรวจสอบการตดิ ตง้ั ซง่ึ ในส่วนนจี้ ะรวมไปถึงการตรวจสอบงาน
ของตัวถงั รถท่ีเกี่ยวข้องกับระบบปรับอากาศด้วยและการตรวจสอบการทางานของเคร่ืองปรับอากาศ ไม่ว่าจะ
เปน็ การทาความเยน็ หรือการทางานของระบบป้องกนั ความปลอดภัย เป็นต้น
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแห่งชาติ
เคร่ืองปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
5.4.3.1) ใบตรวจสอบการติดตง้ั ลายเซน็ ลูกคา้ 118
แบบฟอร์มการตรวจสอบงานติดต้งั
รายละเอียด ชนิดของรถ ทะเบยี น ผู้ตรวจสอบ
ผูร้ บั ผดิ ชอบ
หมายเลขผลิต รหสั สนิ คา้
รุน่ แอร์ วนั ท่ี
สถานทต่ี ดิ ตงั้
รายการทต่ี รวจสอบแล้วจะตอ้ งแกไ้ ขกอ่ นส่งมอบใหล้ กู คา้
ลาดับ รายการ การแก้ไข วันท่ีแกไ้ ข
รปู ท่ี 5.17 แสดงใบตรวจสอบการตดิ ต้ัง
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมอื แรงงานแหง่ ชาติ
เคร่ืองปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
5.4.3.2) การทดสอบประสทิ ธภิ าพความเยน็ 119
ก่อนที่จะทาการส่งมอบให้ลูกค้า การตรวจสอบประสิทธิภาพความเย็นถือว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายท่ี
สาคัญ เป็นการยืนยันความสมบูรณ์ของงานติดต้ังที่กระทามาทุกขั้นตอน ซึ่งจะต้องทาการทดสอบ 2 หัวข้อ
หลักคือ
การวัดความเรว็ และปริมาตรของลม
เราจะใช้เคร่ืองมอื วัดความเร็วลมลมท่ีเรียกว่า แอนิโนมิเตอร์ (Anemometer) ซึ่งเป็นใบพัด นาไปวัด
ทุกหัวจ่ายลมในห้องโดยสาร แล้ววัดค่าออกมามีหน่วยเป็น เมตรต่อวินาที ในการวัดจะทาการจดบันทึก
ตาแหนง่ ของหัวจ่ายท้ังซ้ายและขวา แล้วนามาคานวณหาค่าปริมาตรของลมจากสมการดังต่อไปน้ี
̅
เม่อื กาหนด V = ปริมาตรของลมทอ่ี อกจากหวั จ่าย (m3/h)
̅ = คา่ เฉลีย่ ของความเรว็ ลมทวี่ ัดจากทกุ หวั จา่ ยลม (m/s)
n = จานวนหัวจา่ ยลมในหอ้ งโดยสาร
Fb = คา่ คงท่ี (แนะนาให้ใช้ 0.0072)
จากผลของการวัดหลังจากคานวณปริมาตรของลมที่ได้แล้ว จะทาให้เรารู้ว่าระบบของท่อดักส์ภายใน
จะมีการสูยเสียปริมาตรของลมไปเท่าใด เมื่อนาไปเทียบกับค่าสเปคของเคร่ืองปรับอากาศ เช่น สเปคจาก
โรงงานผลิตกาหนดปริมาตรลมที่ 6,600 m3/h แต่เม่ือคานวณแล้วผลลัพธ์ออกมาได้ 4,500 m3/h เมื่อเป็น
เช่นน้ีจะต้องไปตรวจสอบว่าลมท่ีออกจากโบล์เวอร์มีการสูญเสียไปในจุดใดบ้าง อาจจะเป็นขนาดพื้นท่ีหน้าตัด
ของท่อดักส์, มุมโค้งต่างๆของท่อตามตัวถังรถ, จานวนหัวจ่ายที่ติดตั้ง, พ้ืนที่เจาะรูให้ลมไหลผ่านออกมา เป็น
ตน้
นอกจากนี้แล้ว ความเร็วลมท่ีวัดได้จากหัวจ่ายในทุกตัวตลอดความยาวของตัวรถ จะต้องไม่มีความ
แตกต่างกันเกิน 15% ของคา่ เฉลี่ย หากตรวจสอบพบว่าหัวจ่ายในตาแหน่งใดมีลมออกน้อย ก็จะต้องทาลิ้นดัก
ภายในให้ลมออกมาแรงขน้ึ
รูปท่ี 5.18 ลักษณะการวดั ความเร็วลม
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแห่งชาติ
เครอื่ งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
5.5) การทดสอบประสิทธิภาพความเย็น 120
การทดสอบประสิทธิภาพความเย็น (Cool-down test) เป็นการตรวจสอบภาระความร้อนกับ
ประสทิ ธภิ าพของเครื่องปรบั อากาศในหอ้ งโดยสาร เป็นการประเมินค่าความสามารถของเคร่ืองปรับอากาศกับ
คุณภาพของตัวถัง ซ่ึงปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพของระบบคือการแผ่รังสีของแสงอาทิตย์, อุณหภูมิ
ภายนอก, การรัว่ ซมึ ของตัวถังตามจุดตอ่ ต่างๆ ของโครงสร้างรถ ไม่ว่าจะเป็นขอบประตูหรือช่องระบายอากาศ
ต่างๆ สว่ นใหญจ่ ะมีการกาหนดค่าเง่ือนไขในการทดสอบประสทิ ธิภาพไวด้ ังน้ี
อากาศภายนอก ไม่เกิน 35°C
รังสีแสงอาทิตย์ ไมน่ ้อยกวา่ 300 Kcal/h.m2
กระแสลม ไมเ่ กนิ 15 m/s (บริเวณทจี่ อดรถเพอ่ื ทาการทดสอบ)
เวลาท่ีเหมาะสม ช่วง 11:00 – 16:00 และควรจะเร่มิ ต้นทดสอบกอ่ น 14:00 น.
อุณหภูมเิ รม่ิ ต้น จะต้องอบให้ห้องโดยสารร้อนด้วยการปิดประตูจอดท้ิงไว้กลางแดดไม่น้อย
กว่า 1 ช่ัวโมงหรืออุณหภูมิในห้องโดยสารมีค่าสูงกว่าอุณหภูมิภายนอก
อย่างน้อย 5°C หรือมากกวา่
ในการทดสอบจะต้องติดตั้งเทอร์โมคัปเปิล (thermocouple) ไว้ในตาแหน่งสูงจากพื้น 1.2 เมตรใน
ตาแหน่งกลางของเบาะนั่ง ส่วนจานวนหัวเซ็นเซอร์ที่จะทาการวัดนั้นข้ึนอยู่กับว่าผู้ทดสอบต้องการวัดค่า
อุณหภูมิในส่วนใดของรถ แต่จะนิยมวัดในตาแหน่งค่าเฉล่ียของห้องโดยสาร (หน้า,กลางและหลัง), อุณหภูมิ
ของลมท่อี อกจากท่อดักส์, อณุ หภมู ิของลมกลบั เขา้ คอล์ยเยน็ และอุณหภูมิภายนอก เปน็ ต้น
นอกจากน้ีแล้วจะต้องตรวจสอบความพร้อมการทางานของเคร่ืองปรับอากาศให้สมบูรณ์ท่ีสุดก่อน
เรม่ิ ทาการทดสอบ
- ปริมาณน้ามันเช้ือเพลงิ ว่ามีเพียงพอหรอื ไม่
- ความตึงสายพานของคอมเพรสเซอร์
- ปรบั ทศิ ทางของหัวจา่ ยแอรใ์ ห้ตรง และเปิดรูให้ลมผ่านได้ทกุ หัวจ่าย
- ความสะอาดของฟนิ เตอร์ (เพอ่ื การหมุนเวียนของลมทีด่ ี)
- ปรมิ าณสารทาความเย็นในระบบ
- เครอ่ื งวดั อณุ หภูมทิ กุ ตัวจะต้องอยูใ่ นสภาพพรอ้ มใช้งาน
- สภาพแบตเตอร์รี่
เมอ่ื ทกุ อย่างเรยี บร้อยดีแลว้ ก็เร่ิมทาการทดสอบ ด้วยการปิดประตูเพื่ออบความร้อนในห้องโดยสารให้
ได้ตามระดับท่ีกาหนด ขณะอบความร้อนก็จะต้องทาการบันทึกค่าอุณหภูมิไปพร้อมๆกัน โดยท่ัวไปแล้ว
เคร่อื งวดั จะบันทกึ ค่าอุณหภูมทิ ุกๆ 5 นาที เมอ่ื ผ่านไป 1 ชั่วโมงโดยประมาณจะทาการสตาร์ทเคร่ืองยนต์ เปิด
เครื่องปรับอากาศให้ทางานที่อุณหภูมิเย็นสุด ทาการทดสอบจนกว่าอุณหภูมิในห้องโดยสารไม่มีการ
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแหง่ ชาติ
เครอ่ื งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
เปลย่ี นแปลง (กราฟจะค่อนข้างเป็นแนวระนาบ) ซ่ึงจะใช้เวลาประมาณ 90 นาที นาผลที่ได้นามาวิเคราะห์หา 121
ค่าเฉลี่ยของอณุ หภูมิในหอ้ งโดยสาร
อย่างไรก็ดี เราอาจจะคิดว่าการเลือกใช้เครื่องปรับอากาศให้ใหญ่ข้ึนหรือกาหนดอัตราทดของ
คอมเพรสเซอร์ใหส้ งู ขึ้น เมอ่ื ต้องการความเย็นที่มากกว่าปกติ ล้วนแต่เป็นทางออกที่ไม่ถูกต้องเพราะสิ้นเปลือง
พลงั งานและเสียคา่ ใช้จา่ ยโดยไมจ่ าเป็น สงิ่ ท่ีสามารถเพิ่มประสิทธภิ าพของเครื่องปรับอากาศจากการติดต้ังควร
จะพยายามควบคุมปจั จัยท่ีมผี ลกระทบต่อความเยน็ เชน่ ออกแบบท่อดักส์ให้มีขนาดท่ีเหมาะสมกับปริมาตรลม
ของโบล์เวอร์ หลีกเลี่ยงจุดหรือมุมท่ีทาให้ลมไหลไม่สะดวก, เพิ่มหรือลดขนาดของท่อสารทาความเย็นและให้
สนั้ ทส่ี ุดเท่าทีจ่ ะทาได้ แมก้ ระทั่งหลกี เลย่ี งการรวั่ ซึมของลมตามจุดของคอล์ยร้อน/เย็น เพ่ือประสิทธิภาพสูงสุด
ของเคร่ืองปรบั อากาศทเี่ ราตดิ ตงั้ น่นั เอง
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
เครื่องปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
บทท่ี 6 การถอดและประกอบช้ินส่วน 122
6.1 กลา่ วนา (Introduction)
การเปลี่ยนชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์ของเครื่องปรับอากาศ ในการซ่อมบารุงอาจจะต้องใช้เคร่ืองมือพิเศษ
ในการปฏบิ ตั ิงาน เพอ่ื ใหร้ วดเร็วและลดขอ้ บกพรอ่ ง เพราะการออกแบบมาจากโรงงานผู้ผลิตเป็นการออกแบบ
มาเฉพาะรุ่น ดังน้ันเราต้องทาการเรียนรู้เทคนิคในการประกอบ ซ่ึงถือว่าค่อนข้างเป็นเร่ืองที่สาคัญต่อคุณภาพ
งานซอ่ ม เราอาจจะต้องหาคู่มือการซ่อมเฉพาะรุ่นมาศึกษา เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ในบทน้ีจะอธิบาย
ถงึ วิธกี ารถอดประกอบช้นิ ส่วนของระบบปรบั อากาศรนุ่ ตดิ ตั้งบนหลังคาเปน็ หลกั
6.2 การถอดมอเตอร์โบลเ์ วอร์ สาหรับรนุ่ ตดิ ตงั้ บนหลังคา (Blower motor Replace)
ก่อนทจี่ ะเร่มิ ขั้นตอนการซอ่ ม ต้องถามวา่ ทาไมต้องซอ่ ม? มสี าเหตุหลายอย่างเช่น ซ่อมบารุงตามระยะ
มอเตอร์ไม่หมุน, การเปล่ียนแปรงถ่าน การเปล่ียนตลับลูกปืน ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วจะทาการเปล่ียนชิ้นส่วน
ภายในทุกๆ 10,000 ช่ัวโมงการทางาน มอเตอร์กระแสตรงจะมีการสึกหรอที่ทุ่นคอมมิวเตเตอร์และแปรงถ่าน
ถ้าอย่างใดอย่างหน่ึงสึกหรอเกินกว่าค่ากาหนด จะทาให้มอเตอร์ไม่หมุน ดังนั้นในการซ่อมมอเตอร์โบล์เวอร์
จะต้องมขี ัน้ ตอนในการถอด-ประกอบ ดังต่อไปนี้
1. ถอดแคลม้ ป์รัดสายไฟ
(ในชุดคูลลิ่งจะมีมอเตอร์จานวน 8 ตัว ซึ่งมีสายไฟต่อ
เขา้ กบั มอเตอร์แตล่ ะตัวไปยงั ชดุ แผงรีเลยค์ วบคมุ )
วิธีการคือใช้มือกดปลายหมายเลข 1 ลงด้านล่างแล้ว
ดันปลายหมายเลข 2 เข้าด้านใน จะทาให้มีการขยาย
ออก ทาใหถ้ อดสายไฟออกได้
2. ทาการถอดโบล์เวอร์
ให้คลายน๊อต M6 ออกจากเบ้าที่ยึดกับเสื้อไฟเบอร์
ออกจนครบทุกตัว ต่อจากน้ันก็ให้ถอดขั้วสายไฟออก
จากตัวมอเตอร์
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
เคร่อื งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
3. แกะยางซีลปากโบล์เวอร์ออก 123
แนะนาให้เปล่ียนยางซีลทุกครั้งท่ีถอดชุดโบล์เวอร์
อาจจะใชฟ้ องนา้ ตดั ให้เขา้ รูปติดกาวได้
4. ข้นั ตอนการถอดเสอ้ื โบล์
ให้ทาการคลายสกรู M4 จานวน 4 ตัวที่ยึดเส้ือโบล์อยู่
และต่อจากน้ันให้คลายน๊อตขนาด M6 จานวน 8 ตัว
ทย่ี ดึ เบค็ เกต็ ออกให้หมด
5. ถอดมอเตอร์พรอ้ มใบพัด
หลังจากท่ีถอดน๊อตยึดเส้ือโบล์และเบ็คเก็ตออก
หมดแล้วให้ดึงเสื้อโบล์ตัวบนออก(ดังรูป) จะทาให้
สามารถดึงชุดมอเตอร์พร้อมใบพัดออกมาได้ ควร
สังเกตตาแหน่งและทิศทางการวางมอเตอร์บนเส้ือ
โบล์ เพ่ือปอ้ งกนั การประกอบผดิ ตาแหน่ง
6. ถอดใบพัด
คลายน๊อต M5 ท่ีปลายแกนเพลามอเตอร์ทั้งด้านซ้าย
และขวา เพ่ือถอดใบพัดออก ต้องให้แกนเบ็ดเก็ต
มอเตอร์หันเข้าหาตัวทุกครั้ง เพื่อป้องกันความ
ผิดพลาดในการใส่และประกอบใบพดั
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแหง่ ชาติ
เคร่ืองปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
7. การประกอบ 124
ใหท้ าข้ันตอนย้อนกลบั กบั ข้ันตอนการถอด
ขอ้ ควรระวัง :-
ควรตรวจสอบทิศทางการหมุนของมอเตอร์ และ
ประกอบใบพดั ให้ตรงกับตาแหน่ง ซ่ึงมีตักอักษรกากับ
อยู่ทีใ่ บพดั L = ซา้ ย, R = ขวา
6.3 การถอดมอเตอรค์ อนเด็นเซอร์ สาหรบั รนุ่ ติดตัง้ บนหลังคา (Condenser fan replace)
สาหรับมอเตอร์คอนเดน็ เซอรจ์ ะตดิ ตั้งไวเ้ พ่อื ระบายความรอ้ นของคอนเดน็ เซอร์ มีการทางาน 2 ระดับ
ความเร็ว จะเป็นแบบมอเตอร์แบบแนวแกนตรง ดังน้ันการถอดประกอบจะทาได้ง่ายกว่ามอเตอร์โบล์เวอร์
สาหรบั รนุ่ ใหญ(่ ขนาด 96,000 บีทียู/ช่ัวโมง ขึ้นไป) จะใช้มอเตอร์ 4 ตัว และมีการลดจานวนลงตามขนาดของ
บีทียูอยา่ งเป็นสดั สว่ น แต่การซ่อมบารุงก็จะเหมือนๆกัน โรงงานผู้ผลิตแนะนาให้เปล่ียนแปลงถ่านทุกๆ 5,000
ช่วั โมง และเปลย่ี นทนุ่ คอมมวิ เตเตอรท์ กุ ๆ 10,000 ชวั่ โมง
ข้นั ตอนงา่ ยๆ ดงั ตอ่ ไปน้ี
1. ขนั้ ตอนการถอดโครงใบพดั มอเตอร์
จะต้องคลายน๊อต M6 จานวน 4 ตัว เพ่ือดึงเอาโครง
ฝาครอบมอเตอร์ที่เรียกว่า Shroud (อ่านว่า ชา-เร้า)
เพ่อื จะทาการถอดใบพดั ในขั้นตอนตอ่ ไป
2. ถอดใบพดั
การยึดใบพัดกับแกนมอเตอร์ใช้น๊อต M5 ตัวเดียว
เท่านั้น ดังน้ันให้คลายน๊อตตัวเมียดังกล่าวออก ตาม
รูปด้านซ้าย แลว้ ใช้มือดงึ ใบพัดออกได้ทันที
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแห่งชาติ
เครอ่ื งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
3. ถอดมอเตอร์ 125
คลายน๊อต M6 จานวน 3 ตัวท่ียึดมอเตอร์กับแท่น
เหลก็ อยู่ โดยจะตอ้ งดงึ ขว้ั สายไฟออก (อาจจะต้องแรง
ดึง เพราะสายไฟเปน็ ขวั้ แบบกนั นา้ จงึ มซี ลี ดา้ นใน)
สาหรับขั้นตอนการประกอบ ก็เพียงแต่ทาตามข้ันตอนย้อนกลับในการถอดข้ึนไปเท่าน้ันเอง แต่มีข้อควรระวัง
ในการประกอบโครงใบพัดมอเตอร์ (Shroud) จะต้องตรวจสอบระยะห่างของขอบกับใบพัดให้เท่าๆกันทุกด้าน
เพอื่ ป้องกันการเสียดสขี องใบพัดในขณะที่หมนุ ซ่ึงแนะนาให้มีระยะห่างไมน่ ้อยกวา่ 4 มิลลิเมตรรอบตัว
เม่ือผ่านข้ันตอนการถอดมอเตอร์ออกมาจากตาแหน่งท่ีติดตั้งในชุดเครื่องปรับอากาศเรีย บร้อยแล้ว
การซอ่ มชนิ้ ส่วนภายในมอเตอร์ ท่ีช่างเรียกว่า โอเวอร์ฮอลนั้น ก็จะมีขั้นตอนและข้อพิจารณาในการเปลี่ยนอีก
เช่นการวัดคา่ ความยาวของแปรงถ่าน, การวัดความโตของท่นุ คอมมิวเตเตอร์ เพ่ือตัดสินใจว่าจะเปลี่ยนชิ้นส่วน
ดงั กลา่ วหรือไม่ เป็นต้น สาหรบั การโอเวอร์ฮอลมอเตอร์นน่ั อาจจะแยกเป็นงานเปลี่ยนแปลงถ่านกับงานเปล่ียน
หัวคอมมวิ เตเตอร์และตลบั ลกู ปืน ซ่งึ จะอธบิ ายตามลาดับดงั ต่อไปนี้
6.4 การถอดและประกอบมอเตอร์โบล์เวอร์ (Remove and re-install blower motor)
1. การถอดเส้อื มอเตอร์
ให้คลายสกรูที่ยึดฝามอเตอร์ออก 2 ตัว หลังจากน้ันก็
ดึงฝาครอบมอเตอร์, แหวนรอง, แหวนล๊อคและซอง
แปรงถา่ นออกตามลาดบั ได้เลย
2. ดึงอาร์เมเจอรอ์ อก
ระวังอย่าสัมผัสกับกับหัวทุ่นคอมมิวเตเตอร์ และให้
ตรวจสอบดูการสึกหรอของหัวุท่น ถ้าจาเป็นก็ต้อง
เปล่ยี นหรอื ซอ่ ม
3. ถอดยางหุ้มซองแปรงถ่าน
ในการที่จะเปลีย่ นแปรงถา่ น จะต้องดึงยางหุ้มออก ซ่ึง
มีขอ้ ควรระวงั อยา่ ให้มอื สัมผัสกับถ่านคาร์บอน เพราะ
อาจจะมีคราบนา้ มันทาให้ผวิ สมั ผัสสกปรกได้
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแหง่ ชาติ
เครื่องปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
เกณฑห์ รอื ข้อกาหนดในการตัดสินใจเปลย่ี นชิน้ สว่ นท่ีสาคัญ แนะนาใหพ้ ิจารณาจากตาราง ด้านลา่ งนี้ 126
จดุ ทีต่ รวจสอบ ลักษณะท่ีตรวจพบ การแก้ไข
อาร์เมเจอร์ - ลักษณะทางกายภาพของแกนเพลา (มีรอย/มีการเสีย เปล่ียนใหม่หรือซ่อม
รูปทรง) เป็นจุดๆ ตามอาการ
- มรี อยขดี ข่วนหรอื สึกหรอทค่ี อมมิวเตเตอร์
- ขนาดความโตของหวั คอมมวิ เตเตอร์เล็กเกินไป (เล็กกว่า
ขนาดที่โรงงานผู้ผลิตกาหนด) ซ่งึ เกิดจากการสึกหรอ
- ตลับลกู ปนื ไม่หมุน/ขึน้ สนิม/มเี สียงดัง
- ขดลวดผิดปกติ
แปรงถ่าน ขนาดความยาวสนั้ กวา่ ขนาดที่โรงงานผผู้ ลิตกาหนด เปลย่ี นใหม่
ฝาครอบมอเตอร์ มกี ารผุหรือเป็นสนิม เปล่ียนใหม่
ตารางท่ี 6.1 หวั ข้อทใ่ี ช้พจิ ารณาเปลยี่ นชนิ้ สว่ นมอเตอร์
เมื่อพิจารณาจากตารางแล้ว จะพบว่าเมื่อโอเวอร์ฮอลมอเตอร์ทุกคร้ังจาเป็นต้องเปล่ียนแปรงถ่าน
เสมอ เพราะในความเป็นจริงเราจะซ่อมมอเตอร์ก็ต่อเม่ือมอเตอร์ไม่หมุน ทีน้ีมาดูวิธีการเปล่ียนแปรงถ่านกัน
ดกี ว่า
จะต้องใช้กรรไกรตัดสายไฟของแปรงถ่านเก่าออกที่
ตาแหนง่ A และ B และดึงเอาแปรงถ่านออก
(เราสามารถใช้สปริงเดิมได้) แต่จะต้องระวังช้ินส่วน
กระเด็นหายในระหว่างถอดออก เพราะเป็นชิ้นส่วน
เลก็ ๆ และกระเด้งได้
ดังน้ันจะต้องใช้ลวดขนาดเล็ก เพื่อรัดสปริงกับแปรง
ถ่านไว้ในตอนใส่เข้ากับซองแปรงถ่าน ขั้นตอนนี้
จะต้องดูทิศทางและตาแหน่งของปลายแปรงถ่านให้
ถูกต้อง ตามรูป ให้กดสปริงเข้าด้านในแล้วรัดไว้ด้วย
ลวด ต่อจากน้ันใส่แปรงถ่านเข้าไป และทาการบัดกรี
วายไฟเขา้ กบั ขั้วแปรงถา่ นตัวใหม่
6.4.1 การประกอบมอเตอร์
เม่ือเปลี่ยนแปรงถ่านและชิ้นส่วนอ่ืนๆที่ต้องการเสร็จแล้ว ก็จะต้องทาการประกอบมอเตอร์
ให้เรยี บร้อย กอ่ นท่ีจะนาไปประกอบกับเส้ือโบลเ์ วอร์
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมอื แรงงานแห่งชาติ
เคร่อื งปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
1. ประกอบตัวอาร์เมเจอร์เข้ากับเสื้อมอเตอร์ 127
ระวังอย่าให้ขดลวดกระแทกกับเสื้อมอเตอร์
เพราะด้านในเสื้อมอเตอร์จะมีแผ่นแม่เหล็ก
ตดิ อยู่
2. เอาชุดซองแปรงถ่านท่ีบัดกรีสายไฟกับแปรง
ถา่ นใหม่ก่อนหน้าน้ีมาเตรียมไว้ เพ่ือจะนาไป
ประกอบเขา้ กับอารเ์ มเจอร์
3. เม่ือนาเอาชุดซองแปรงถ่านใส่เข้ากับแกน
อารเ์ มเจอรแ์ ละเส้ือมอเตอร์แล้ว ให้ตัดลวดที่
รัดสปริงออก
4. ใส่ยางหุ้มทั้งสองด้าน โดยการค่อยๆยกซอง
แปรงถ่านขึ้นทีละข้าง แล้วยัดยางหุ้มเข้าไป
ตามรปู
5. ประกอบแหวนรอง และแหวนล๊อคแกน
ตามลาดับ ต่อด้วยใส่ฝาปิดมอเตอร์แล้วขัน
สกรยู ึดจานวน 2 ตวั เป็นลาดบั สุดท้าย
6.5 การถอดและประกอบมอเตอร์คอนเดน็ เซอร์ (Remove and re-install condenser motor)
ลักษณะการถอดช้ินส่วนภายในมอเตอร์คอนเด็นเซอร์ก็จะคล้ายๆกับมอเตอรโบล์เวอร์ แต่จะมี
รายละเอียดที่แตกตา่ งกันบ้าง ขอใหอ้ า่ นวธิ ีการดงั ต่อไปนี้
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมอื แรงงานแหง่ ชาติ
เครื่องปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
1. ถอดฝามอเตอร์ 128
ใช้ไขควงแบนแงะจุดยึดระหว่างฝาบนกับฝาล่างของ
มอเตอร์ ซึ่งมีอยู่ 3 จดุ
2. คลายสกรูทั้ง 4 ตัวออก
3. ถอดฝาบนและฝาลา่ ง
จะต้องใช้เครื่องมือพิเศษในการกระแทกที่แกนของ
อาร์เมเจอร์เพื่อให้ฝาล่างของมอเตอร์แยกออกจากฝา
บนของมอเตอร์
4. ถอดอารเ์ มเจอร์
หลังจากน้ันก็สามารถถอดชิ้นส่วนภายในออกได้
ตามลาดบั อาร์เมเจอร์, แหวนสปริง, ซีลน้ามันและฝา
ลา่ งทมี่ ีชุดซองแปรงถา่ นตดิ ไปดว้ ย
แนะนาให้เปลี่ยนซีลน้ามันทุกคร้ังที่ถอด แต่อนุญาต
ใหใ้ ช้แหวนสปริงตัวเกา่ ได้
ต่อมาเปน็ ขน้ั ตอนที่จะต้องเปลี่ยนปรงถา่ น ซึง่ มีลาดับขั้นตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแห่งชาติ
เคร่อื งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
จะต้องใช้กรรไกรตัดสายไฟของแปรงถ่านเก่าออกที่ 129
ตาแหนง่ A, B, C และD และดงึ เอาแปรงถ่านออก
(เราสามารถใช้สปริงเดิมได้) แต่จะต้องระวังช้ินส่วน
กระเด็นหายในระหว่างถอดออก เพราะเป็นช้ินส่วน
เล็กๆ และกระเด้งได้
ดังนั้นจะต้องใช้ลวดขนาดเล็ก เพ่ือรัดสปริงกับแปรง
ถ่านไว้ในตอนใส่เข้ากับซองแปรงถ่าน ขั้นตอนนี้
จะต้องดูทิศทางและตาแหน่งของปลายแปรงถ่านให้
ถูกต้อง ตามรูป ให้กดสปริงเข้าด้านในแล้วรัดไว้ด้วย
ลวด ต่อจากน้ันใส่แปรงถ่านเข้าไป และทาการบัดกรี
วายไฟเขา้ กบั ข้ัวแปรงถา่ นตวั ใหม่
6.5.1 การประกอบมอเตอร์คอนเดน็ เซอร์
การประกอบมอเตอร์คอนเดน็ เซอรจ์ ะมลี าดบั ขัน้ ตอนดงั ต่อไปนี้
1. ประกอบฝาลา่ งกับชดุ แปรงถา่ น
ใช้ลวดยาวประมาณ 70 mm. เพ่ือรัดสปริงกดแปรง
ถ่านไว้ โดยการให้ลวดดึงรั้งสายไฟและแปรงถ่านให้
อยู่ด้านหลัง ท้ัง 4 จุด และให้ตรวจสอบทิศทางของ
แปรงถ่านดังรปู เพื่อไม่ให้หน้าสัมผัสของแปรงถ่านผิด
ด้าน เวลาทป่ี ระกอบกบั คอมมิวเตเตอร์
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแห่งชาติ
เคร่อื งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
2. ประกอบแหวนสปริงกับอาร์เมเจอร์ 130
เม่ือประกอบแหวนสปริงเข้ากับอาร์เมเจอร์แล้ว ก็ให้
ประกอบเข้ากับฝาล่างท่ีมีชุดแปรงถ่านอยู่ หลังจาก
นั้นกใ็ หค้ ลายลวดทร่ี ดั แปรงถา่ นออก เพ่ือใหแ้ ปรงถ่าน
ดันออกมากดทุ่นคอมมิวเตเตอร์ ต่อมาก็ประกอบซีล
น้ามนั ตัวใหม่
สังเกตตาแหนง่ ของแหวนรอง ให้ประกอบตามรูป
3. ประกอบฝาบนเขา้ กับฝาลา่ ง
ต้องใช้เคร่ืองมือพิเศษเป็นตัวนาในการประกอบ
เพ่อื ใหส้ ะดวกและรวดเรว็ ในการประกอบ
4. ปรับตาแหน่งของปีกล๊อคและขั้วสายไฟให้
ตรงระหว่างฝาบนและฝาล่าง โดยการลอง
ขยับซ้าย-ขวา เพ่ือให้อาร์เมเจอร์และตลับ
ลกู ปืนด้านในนง่ั บนตาแหนง่ รอง
5. ขันสกรยู ึดฝาบนและฝาล่าง
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแหง่ ชาติ
เครอ่ื งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
6. กดปกี ลอ๊ คเขา้ ดา้ นใน 131
ใช้ไขควงกดปกี ลอ๊ คท่ีติดอยู่กับฝาล่างให้กดล๊อคฝาบน
ตามจุดทถี่ อดออกกอ่ นหนา้ นี้
7. เกบ็ ความเรียบร้อย
ใช้กาวหรือซีลีโคลนท่ีซีลกันน้า รอบตัวมอเตอร์
ระหว่างรอยต่อของฝาบนและฝาลา่ ง
เม่ือประกอบเสร็จแล้วให้ทาการทดสอบข้ันต้นด้วยมือ โดยการหมุนดูว่าการหมุนของแกนเพลา
มอเตอรต์ ดิ ขดั อะไรหรือไม่? ความเรยี บร้อยของงาน เช่นจดุ ยึด ข้ัวสายไฟ ฯลฯ
6.6 การเก็บสารทาความเยน็ ไวใ้ นดา้ นดิสชาร์จ (Pump down in high pressure side)
เมื่อต้องการจะซ่อมเปลี่ยนชิ้นส่วนท่ีติดตั้งอยู่ด้านซักช่ัน เข่นดรายเออร์, เอ็กเพนช่ันวาล์ว, อีวาพอเร
เตอร์ เป็นต้น เราสามารถดูดสารทาความเย็นไปเก็บไว้ด้านดิสชาร์จ โดยไม่จาเป็นจะต้องปล่อยสารทาความ
เย็นทิง้ ออกนอกระบบ ซงึ่ เรียกว่า กระบวนการป๊ัมดาวน์ (Pump down) ถือได้วา่ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายใน
การซ่อมบารุง โดยเฉพาะคา่ สารทาความเยน็ นอกจากนี้ยงั ประหยัดเวลาในการซ่อมอีกด้วย
กอ่ นเรมิ่ กระบวนการป๊ัมดาวน์ จะต้องตรวจสอบระดับน้ามันหล่อล่ืนในคอมเพรสเซอร์ก่อน ปกติแล้ว
น้ามันจะมีการตกค้างอยู่ตามช้ินส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคอนเด็นเซอร์, อีวาพอเรเตอร์หรือรีซีฟเวอร์ ดังนั้น
จะต้องมีการดูดให้น้ามันหล่อล่ืนดังกล่าวไหลกลับมาท่ีคอมเพรสเซอร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สาหรับ
วธิ กี ารใหด้ าเนนิ การเปน็ ลาดบั ดังนี้
1. นารถไปจอดไว้กลางแจ้ง(ถ้าเป็นไปได้) เปิดประตูรถ สตาร์ทเครื่องยนต์และเปิดระบบปรับอากาศให้
โบล์เวอร์ทางานท่ีรอบไฮสปีด อากาศจากภายนอกรถจะมีการหมุนเวียนเข้าไปในตัวรถ และเกิดการ
ถา่ ยเทความรอ้ นด้วยลมทด่ี ดู กลับทางชอ่ งรีเทิรน์
2. วงจรสารทาความเย็นจะไหลวนภายใน เปน็ การดูดเอานา้ มันหล่อลื่นไหลวนกลับไปยังคอมเพรสเซอร์
3. ให้ระบบปรับอากาศทางานต่อเนือ่ งไปไมน่ ้อยกวา่ 20 นาที
4. ตรวจสอบระดบั น้ามนั หลอ่ ลน่ื ท่ีไซสก์ ลา๊ ส(คอมเพรสเซอร์)
เริ่มต้นที่การดูดเอาสารทาความเย็นไปเก็บไว้ท่ีด้านดิสชาร์จ(หรือด้านไฮ) ระหว่างที่คอมเพรสเซอร์
และสต๊อปวาล์วก่อนเข้าดรายเออร์ ซึ่งจะทาให้สามารถเปล่ียนชิ้นส่วนที่อยู่หลังจากสต๊อปวาล์วได้โดยไม่ต้อง
สญู เสียสารทาความเยน็
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมอื แรงงานแหง่ ชาติ
เครือ่ งปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
132
รูปที่ 6.1 วงจรสารทาความเย็นแสดงตาแหน่งการปั๊มดาวน์
ขั้นตอนการป๊มั ดาวน์
1. ปิดวาล์วทเ่ี มนิโฟลเ์ กจน์
2. ติดตั้งเกจน์ด้านดิสชาร์จเข้ากับเซอร์วิสวาล์วด้าน
ไฮ และซดั ้านซักช่ันเขา้ กับด้านโลว์
3. ปรับแกนเซอร์วิสวาล์วของคอมเพรสเซอร์ไปที่
ตาแหน่ง Back seated (แกนวาล์วจะโผล่ขึ้น
สูงสุดจากเบ้าเซอร์วิสวาล์ว) เพ่ือให้สารทาความ
เยน็ ตอ่ เชอ่ื มกับอปุ กรณ์อืน่ ในวงจร
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแหง่ ชาติ
เคร่ืองปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
4. ปิดสต๊อปวาล์วที่อยกู่ ่อนเขา้ ดรายเออร์ โดยการใช้ 133
ไขควงแบนหมนุ ตามเข็มนาฬิกาไป ¼ รอบ
5. ดึงข้ัวสายไฟของสวิตช์แรงดันด้านโลว์ออก
เนื่องจากในขณะที่สารทาความเย็นถูกดูดไปเก็บ
ไว้ท่ีด้านดิสชาร์จ แรงดันด้านซักชั่นจะลดต่าลง
น้อยกว่า 0.5 kg/cm2 ทาให้สวิตช์สั่งหยุดการ
ทางานของระบบ ถ้าไมถ่ อดสายไฟออก
6. ปรับแกนเซอร์วิสวาล์วท้ังสองด้านไปท่ีตาแหน่ง
middle seated (ตาแหน่งกลาง) โดยการหมุน
ตามเข็มนาฬิกา 2-3 รอบ ทาให้แรงดันสารทา
ความเยน็ ต่อเชื่อมกบั ระบบและเมนิโฟลเ์ กจน์ได้
7. เปิดเคร่ืองปรับอากาศไปที่ตาแหน่งเย็นสุด
อาจจะเป็น 18 องศาเซนเซียส โดยการหมุน
สวิตช์ปรับอุณหภูมิไปด้านซ้าย และกดสวิตช์เปิด
คอมเพรสเซอร์ (A/C) ให้คอมเพรสเซอรท์ างาน
8. เดินเคร่ืองปรับอากาศตอ่ เนื่องไปเร่ือยๆ
9. เฝ้าสังเกตค่าแรงดันด้านโลว์ท่ีเกจน์เมนิโฟล์ เมื่อ
ค่าแรงดันตกลงมาที่ 0.1 – 0.2 kg/cm2 หรือ
0.01 – 0.02 MPa (เมกกะปาสคาล) ให้หยุด
เคร่ืองปรับอากาศทันที
10.ท้ิงไว้สักประมาณ 5- 10 นาที เพ่ือดูความ
เปลี่ยนแปลงของแรงดันด้านโลว์ ถ้ามีสารทา
ความเย็นหลงเหลืออยู่ทางด้านซักชั่น จะทาให้
เข็มค่อยๆขยับขึ้นเร่ือยๆ ขอให้ทาการเปิด
เคร่ืองปรับอากาศเช่นเดียวกับข้อ 7 ซ้าอีกครั้ง
จนกว่าค่าแรงดันจะคงที่ โดยท่ัวไปจะทาซ้า
ประมาณ 2-3 ครั้ง
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแห่งชาติ
เครอ่ื งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
11. เมื่อทุกขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ปรับแกนเซอร์วิสวาล์วที่คอมเพรสเซอร์ไปยังตาแหน่ง Front 134
seated เพือ่ กักสารทาความเย็นไว้ที่คอมเพรสเซอร์และสต๊อปวาล์ว
มาถึงขั้นตอนน้ี เราสามารถเปลี่ยนช้ินส่วนท่ีบกพร่อง เช่นดรายเออร์, เอ็กเพนชั่นวาล์ว, อีวาพอเรเตอร์
ออกได้โดยไม่สูญเสียสารทาความเย็นเลย ปัจจุบันเทคโนโลยีพัฒนาสูงข้ึน มีการผลิตเครื่องเก็บกักและฟอก
ปรับสภาพสารทาวามเย็นท่ีเรียกว่า Recovery machine (เคร่ืองเก็บกักและฟื้นฟูสารทาความเย็น) ซึ่งทาให้
ไมจ่ าเป็นจะต้องปฏิบตั ใิ นขัน้ ตอนการป๊ัมดาวนก์ ไ็ ด้ เพียงแตต่ ิดต้ังเคร่อื งเชือ่ มต่อเข้ากับระบบ ก็สามารถดูดสาร
ทาความเยน็ ไปฟนื้ ฟสู ภาพความบรสิ ุทธิ์ แล้วใส่กลับเข้าไปในระบบใช้งานได้เช่นเดิม แต่ราคาเคร่ืองค่อนข้างสูง
มาก สาหรับรา้ นซอ่ มทมี่ ีเงนิ ลงทุนจดั ซ้ือมาบรกิ ารลูกคา้ ได้กม็ จี านวนไม่มาก
ที่น้เี รามาดขู น้ั ตอนการเก็บงาน ข้ันสุดท้ายกันดีกว่า เม่ือเปลี่ยนชิ้นส่วนเรียบร้อยแล้ว จะทาอย่างไรต่อ ให้
ดวู งจรวฎั จกั รสารทความเย็นรูปท่ี 6.2 ในหน้าตอ่ ไป
รูปท่ี 6.2 วงจรสารทาความเย็นหลังจากเปลี่ยนช้นิ สว่ นแลว้
ติดตั้งเครื่องทาสุญญากาศเข้ากับสายกลางที่เกจน์เมนิโฟล์ เปิดวาล์วด้านโลว์ที่เกจน์ เพื่อทาการดูดเอา
ความช้ืนด้านโลว์ออก เม่ือทาสุญญากาศเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้ปิดวาล์วด้านโลว์ที่เกจน์เมนิโฟล์ ต่อมาให้
เปิดสต๊อปวาล์วและปรับแกนเซอร์วิสวาล์ว(ดิสชาร์จ) ของคอมเพรสเซอร์ไปที่ตาแหน่ง middle seated แล้ว
ตรวจหารอยร่ัวของอุปกรณ์ท่ีเปล่ียน ด้วยเคร่ืองมือตรวจรั่ว ทาการต่อข้ัวสายไฟของสวิตช์แรงดันท่ีถอดออก
กอ่ นหน้านีเ้ ข้าทเ่ี ดิม
เปิดเครื่องปรับอากาศให้ทางาน แล้วทาการตรวจสอบปริมาณสารทาความเย็นทางไซส์กล๊าส ถ้าพบว่ามี
ฟองอากาศ ก็ใหเ้ ติมเพ่มิ เข้าไป สดุ ท้ายก็ให้ปรับแกนเซอรว์ ิสวาลว์ ไปทตี่ าแหน่ง back seated
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแห่งชาติ
เครื่องปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
เป็นที่รู้กันดีว่าเราสามารถเปล่ียนชิ้นส่วนที่ติดต้ังด้านซักช่ันได้ ถ้าทาการปั๊มดาวน์ มาลองดูว่าจะเปล่ียน 135
อปุ กรณท์ ่ีวา่ ตอ่ ไปนี้ไดอ้ ย่างไร
การเปลยี่ นดรายเออร์
เครื่องปรับอากาศบางรุ่นมีดรายเออร์ 2 ตัว ในการ
เปล่ียนก็ทาได้ไม่ยาก ด้วยการคลายน๊อต M6xL20
ออกแล้วก็ยกแท่นรัดกระบอกดรายเออร์ออก ต่อมาก็
ถอดนอ๊ ต M6xL20 อีกสี่ตวั ออก
การเปล่ยี นเอก็ เพนชน่ั วาล์ว
1. ถอดเคล้มปท์ ยี่ ดึ เคปเปอรล์ ารท่ี วิ สอ์ อก
2. แกะฉนวนยางดาทีห่ มุ้ ข้อตอ่ ทอ่ ออก
3. แกะฉนวนหุ้มหางกระเปาะวาล์วออก
4. ถอดท่อหมายเลข *1, *2 และ *3 สาหรับโอริงท่ี
ข้อตอ่ ทุกตัวใหเ้ ปล่ียนใหมท่ กุ ครง้ั ที่มกี ารถอด
5. ถอดท่ออีควอไลเซอร์ออกจากท่อซกั ชั่น
6. ถอดเคล้มป์ยดึ หางกระเปาะวาล์ว
7. ถอดเอ็กเพนช่นั วาลว์ ออก
การเปล่ียนอวี าพอเรเตอร์
หลงั จากที่ถอดเอก็ เพนชัน่ วาลว์ ออกแลว้ กส็ ามารถถอดอีวาพอเรเตอรอ์ อกได้
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแหง่ ชาติ
เครือ่ งปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
ถอดนอ๊ ต M6 x L20 จานวน 6 ตวั ออก ดงั รูป 136
ทั้งหมดน้ีเป็นการรวบรวมวิธีการถอดเปล่ียนอุปกรณ์ท่ีสาคัญหลักๆของระบบปรับอากาศ ซึ่งทาให้
ผู้อา่ นสามารถทาความเข้าใจการซ่อมบารุงได้ง่ายข้ึน นอกเหนือจากนี้เป็นช้ินส่วนท่ีสามารถถอดได้ไม่ยากมาก
นัก โดยท่ัวไปแล้วเครื่องปรับอากาศแต่ละย่ีห้อก็จะมีหลักการวิธีการถอดเปลี่ยนช้ินส่วนคล้ายๆกัน อาจจะ
แตกตา่ งกนั บ้างตรงการออกแบบรายละเอียดช้ินส่วน, การติดต้ัง, เทคนิคการยึดหรือท่อทางต่างๆ แต่หลักการ
ทางานและพื้นฐานการซอ่ มบารุงเป็นไปในทานองเดยี วกนั
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ
เครื่องปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
หนงั สอื อา้ งอิง 137
1. Installation Manual of Bus air Conditioner, Roof package type, Denso cooperation,
Japan.
2. Maintenance Manual, Citi-RT, Thermo King Corp., U.S.A.
3. Modern Refrigeration and air conditioning, Althouse and Turnquist, The
goodheart-willcox co.,lnc.,
4. Piping making process, Denso cooperation, Japan.
5. Principle of Refrigeration, Roy J.Dossat, Wiley international education, New York
10016
6. Service Manual of Bus Air Conditioner, Denso Cooperation, Japan.
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมอื แรงงานแห่งชาติ
เคร่ืองปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
138
ภาคแผนก
รายละเอยี ดทต่ี ้องเตรยี มฝึกและหาความรู้
เพมิ่ เติมจากข้อมูลมีดังต่อไปน้ี
1.ขอ้ มลู รายละเอียดเก่ยี วกับแนวทางทดสอบมาตรฐานฝมี ือแรงงานแห่งชาติ
2.ขอ้ มูลรายละเอยี ดเกย่ี วกับวธิ ีการทดสอบความสามารถ
3.ข้อมลู รายละเอยี ดเก่ียวกับคุณสมบัติของผทู้ ่จี ะสมัครเข้ารับการทดสอบ
4.ขอ้ มูลรายละเอยี ดเกีย่ วกับใบสมคั ร
5.ขอ้ มลู รายละเอยี ดเกย่ี วกับสถานทจี ะไปทดสอบ
6.คาแนะนาอื่นๆทีเ่ กี่ยวข้อง
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแห่งชาติ
เคร่อื งปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
ข้อมลู รายละเอียดเกี่ยวกับแนวทางทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ 139
จดั อยใู่ นกลมุ่ สาขาอาชีพช่างเคร่ืองกล
ทา่ นจะสมคั รทดสอบ
สาขาชา่ งเครื่องปรบั อากาศรถยนต์ขนาดใหญ่
ความหมายรวมของสาขานี้ หมายถงึ เป็นผ้ปู รับ ประกอบ ตดิ ต้ังและซ่อมแซมอปุ กรณ์ของ
เครื่องปรบั อากาศรถยนต์โดยสาร รถยนต์บรรทุก ที่ใช้เครื่องยนต์เปน็ เคร่อื งต้นกาลัง เคร่ืองปรบั อากาศทม่ี ี
ความสามารถทาความเยน็ ขนาดไมเ่ กนิ ๔๔ กิโลวัตต์ (๑๕๐,๐๐๐ BTU/hr.) หรือมเี ครื่องยนตท์ ่ใี ช้ขับเคลื่อน
ชดุ เคร่ืองปรบั อากาศที่มีกาลงั ไม่เกิน ๒๖.๑ กิโลวตั ต์ (๓๕ แรงม้า) โดยปฏบิ ตั งิ านตรวจดูรูปแบบแผงวงจร
ทางเดินสายไฟฟ้า หรอื ส่วนต่าง ๆ เพอ่ื ดูความถูกต้อง วนิ จิ ฉัยขอ้ บกพร่องของอปุ กรณท์ างไฟฟ้า ทางกลและ
อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ถอดซ่อมชน้ิ ส่วนอุปกรณท์ ี่ชารดุ ถ้าจาเป็น
จะมอี ยู่ ๓ ระดับ ท่านจะศึกษาเก่ียวกับข้อมูล มีดังนี้
๑ จะทดสอบมาตรฐานฝมี ือแรงงานแห่งชาติ ระดับ ๑ ได้แก่ ความรู้
ประกอบด้วย ขอบเขตความรู้ ความเข้าใจในเรื่องดังตอ่ ไปนี้
2 ความปลอดภยั และการรกั ษาสภาวะแวดลอ้ ม
(๑) การใชเ้ ครื่องมือและอุปกรณ์พ้ืนฐานอย่างถูกต้อง
(๒) การปฏิบัติงานเก่ียวกบั ไฟฟา้
(๓) การปฏบิ ัติงานเกี่ยวกบั เครื่องยนต์ เครื่องจักร
(๔) การปฏิบตั งิ านเก่ียวกบั สารเคมีและสารทาความเยน็
(๕) การป้องกนั อัคคภี ัย
(๖) การปฐมพยาบาลแกผ่ ้ปู ระสบอบุ ตั เิ หตจุ ากไฟฟ้าดดู ไฟไหม้
สารเคมแี ละ
สารทาความเยน็
(๗) การใชส้ ารทาความเย็นทไ่ี มเ่ ป็นภัยต่อธรรมชาตแิ ละสภาวะ
แวดล้อม
(๘) การปฏิบัติตอ่ สารทาความเย็น น้ามนั หล่อลน่ื และสารเคมีที่
หมดอายใุ ช้งาน
๓ ระบบไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์
(๑) วงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและแบบขนาน อย่างงา่ ย
(๒) วงจรไฟฟ้าเบ้ืองตน้ ของเครื่องปรับอากาศรถยนต์ขนาดใหญ่
(๓) ประเภทและคุณสมบัติของตัวนาไฟฟ้าและฉนวนไฟฟ้า
(๔) หนว่ ยวดั พืน้ ฐานทางไฟฟ้า เช่น โวลต์ โอห์ม แอมแปรแ์ ละวัตต์
(๕) ประเภทและคุณสมบัตขิ องแบตเตอร่ี
4 เครื่องมือวดั เคร่ืองมือทางไฟฟ้าและทางกล
(๑) เครอื่ งมอื วดั ทางไฟฟ้า
(ก) มลั ตมิ เิ ตอร์
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี อื แรงงานแหง่ ชาติ
เครือ่ งปรบั อากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
(ข) โอหม์ มเิ ตอร์ 140
(ค) โวลต์มิเตอร์
(ง) แอมป์มิเตอร์
(จ) แคล้มปม์ ิเตอร์
(๒) เคร่ืองมอื วัดทางกล และเครอื่ งมือวัดพ้นื ฐาน
(ก) เครอ่ื งตรวจรอยร่วั แบบแก๊สและแบบอเิ ล็กทรอนิกส์
(ข) ชุดเกจวัดความดนั สารทาความเย็นชนดิ ตา่ ง ๆ
(ค) เคร่อื งมือวดั อณุ หภมู ิ
(ง) เครือ่ งวดั ความถว่ งจาเพาะ
(จ) เครื่องมือวดั ความตึงสายพาน
(๓) เคร่อื งมือทางกล เคร่ืองมือพ้ืนฐานสาหรบั งานเครอ่ื งปรับอากาศ
(ก) เครื่องมอื ตดั ท่อแบบตา่ ง ๆ
(ข) เครอื่ งมอื ดัดท่อ
(ค) เครอ่ื งมือบานแฟร์
(ง) เครอ่ื งมือขยายท่อ
(จ) ชุดเช่ือมแก๊ส
(ฉ) เครอ่ื งเช่ือมไฟฟา้
(ช) เคร่ืองทาสุญญากาศ
5 ระบบการทาความเย็น
(๑) ความร้อน อุณหภมู ิ การถา่ ยเทความรอ้ น
(๒) หนว่ ยวดั ระบบเอสไอ (SI) เมตริกและระบบอังกฤษ
(๓) คณติ ศาสตร์ชา่ ง เช่น การบวก ลบ คูณ หาร
(๔) พื้นฐานของโครงสรา้ งและหลกั การทางานของอุปกรณต์ า่ ง ๆ
(ก) คอมเพรสเซอร์ (Compressor)
(ข) คอนเดนเซอร์ (Condenser)
(ค) ฟลิ เตอร์-ไดร์เออร์ (Filter Drier)
(ง) ตาแมว (Sight Glass)
(จ) ทอ่ แคปปิลลาร่ที วิ้ ป์ (Capillary Tube)
(ฉ) เอ็กซ์แพนชัน่ วาล์ว (Expansion Valve)
(ช) อีวาโปเรเตอร์ (Evaporator)
(ซ) ทอ่ ทางเดนิ สารทาความเยน็
(ฌ) ทอ่ ยางและข้ออ่อน
(ญ) สวิตช์ควบคุมการทางานของมอเตอรพ์ ดั ลม (Fan Motor
Control Switch) (ฎ) สวิตช์ควบคมุ อณุ หภมู ิ (Thermostat)
Blower and Fan) (ฏ) สวติ ชค์ วบคุมแรงดนั (Pressure Switch)
(ฐ) มอเตอร์กระแสตรง โบลเวอร์และพัดลม (DC Motor ,
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแหง่ ชาติ
เคร่อื งปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
(ฑ) คลัตช์ (Clutch) 141
(ฒ) แบตเตอรี่
(ณ) อัลเตอร์เนเตอร์ (Alternator)
(ด) รีเลยไ์ ฟฟ้ากระแสตรง (DC Relay)
6 ชนดิ และคุณสมบตั ขิ องสารทาความเย็น
7 ชนดิ และคุณสมบตั ิของน้ามันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์
8 การอ่านคา่ ของชดุ เคร่ืองมือวัดความดนั สารทาความเย็นเบ้ืองตน้
9 การทาสุญญากาศ
10 การเตมิ สารทาความเย็น
11 หลักการและวธิ กี ารเบ้ืองตน้ ในการตดิ ตงั้ และซ่อมอปุ กรณ์พื้นฐานต่าง ๆ
12 วิธกี ารถ่ายสารทาความเยน็ ออกจากระบบเครอื่ งปรบั อากาศรถยนต์ขนาด
ใหญ่ ทดสอบความสามารถ ระดบั ๑ ประกอบดว้ ย ขอบเขตความสามารถในการ
ปฏิบตั งิ าน ดงั ตอ่ ไปนี้
๑ ความปลอดภัยและการรกั ษาสภาวะแวดลอ้ ม
ไหม้ สารเคมีและสาร (๑) การใช้เครอื่ งมือและอปุ กรณพ์ ้ืนฐานอยา่ งถูกตอ้ ง
แวดลอ้ ม (๒) การปฏิบตั ิงานเกย่ี วกับไฟฟา้
หมดอายใุ ชง้ าน (๓) การปฏบิ ตั ิงานเก่ียวกับเคร่ืองยนต์ เครอื่ งจักร
ความยาว ความ (๔) การปฏิบัติงานเกยี่ วกับสารเคมแี ละสารทาความเย็น
กโิ ลวัตต์ (๕) การปอ้ งกนั อัคคภี ัย
(๖) การปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นแก่ผปู้ ระสบอุบัตเิ หตุจากไฟฟา้ ดูด ไฟ
ทาความเยน็
(๗) การใช้สารทาความเย็นที่ไม่เป็นภัยตอ่ ธรรมชาติและสภาวะ
(๘) การปฏบิ ัติต่อสารทาความเย็น นา้ มันหล่อลนื่ และสารเคมีท่ี
๒ เคร่อื งมือวัด
(๑) ใชเ้ ครอื่ งมือวดั ทางไฟฟา้ เช่น มัลตมิ ิเตอร์ แคลม้ ปม์ ิเตอร์
(๒) ใชเ้ คร่ืองมือวดั ทางกล เชน่ เคร่ืองมือวัดอุณหภูมิ ความดัน ขนาด
ถ่วงจาเพาะและเครอ่ื งวัดความตึงสายพาน
๓ ระบบไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์
(๑) ตอ่ วงจรไฟฟา้ กระแสตรงเครื่องปรับอากาศ ขนาดไมเ่ กิน ๔๔
(๒) ตรวจสอบอปุ กรณไ์ ฟฟ้า ตอ่ สายและบดั กรีสายไฟ
(๓) การต่อขัว้ และการพ่วงแบตเตอร่ี
(๔) การประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝมี ือแรงงานแห่งชาติ
เคร่ืองปรับอากาศรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่
(๕) การบารุงรกั ษาแบตเตอรี่ในรถยนต์ 142
๔ ระบบการทาความเยน็ และงานทอ่
(๑) ใชเ้ คร่ืองมือตา่ งๆ ในการตดั ปรบั แต่ง ขยาย บานแฟลร์และตดั ท่อ
ทองแดง
(๒) เลอื กงานเช่ือมใชง้ านได้ถูกต้องและเหมาะสมกบั งาน
(๓) เช่ือมประสานทอ่ ทองแดงกับท่อทองแดง ท่อทองแดงกับท่อเหล็ก
ทอ่ เหล็กกบั ท่อเหลก็
ได้โดยไมร่ ่ัว
(๔) ช่วยตดิ ตง้ั ยึดและเดนิ ท่อสารทาความเย็นได้
(๕) บารงุ รกั ษาเคร่อื งปรบั อากาศ
(๖) ชว่ ยปรับตง้ั ความตึงสายพาน
ทศั นคตริ วมระดบั 1 ประกอบด้วย การปฏบิ ตั งิ านการตรงต่อเวลา การ
รกั ษาวนิ ยั มีความซ่ือสัตย์ และประหยัด
ทา่ นจะศึกษาเกีย่ วกบั ขอ้ มลู ในระดบั ๒ มีดงั นี้ ไดแ้ ก่
ความรู้ ระดับ ๒ ประกอบด้วย ขอบเขตความรู้ ความเขา้ ใจในเร่อื งดงั ต่อไปนี้
๑ ความปลอดภัย
(๑) ประกาศกระทรวงมหาไทย เรื่องความปลอดภัยทางไฟฟ้า
(๒) กฎข้อบังคับของกรมขนสง่ ทางบกเกี่ยวกบั มิตขิ องยานพาหนะ
(๓) อันตรายจากการเช่อื มโลหะ
(๔) การทางานเกีย่ วกับของทม่ี นี ้าหนัก เชน่ การเคลือ่ นยา้ ย หรือการ
ใช้อุปกรณช์ ว่ ยยก
๒ ระบบไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์
(๑) กฎของโอห์ม กฎของเลนซ์ กฎมือซา้ ย และกฎมือขวาของเฟลมมง่ิ
(๒) หลกั การของวงจรขนานและวงจรอนกุ รม
(๓) การกาหนดขนาดสายไฟและชนิดของสายไฟ เพ่ือใช้งานได้อยา่ ง
เหมาะสม
(๔) สญั ลักษณท์ างไฟฟา้ การอา่ นแบบและวงจรไฟฟ้า
เครอื่ งปรบั อากาศขนาดใหญ่
(๕) ชนิดและหลกั การทางานของอปุ กรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ
(ก) มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงและพัดลม
(ข) อุปกรณ์ปอ้ งกันทางไฟฟ้า
(ค) อปุ กรณ์ควบคมุ ทางไฟฟ้า
(ง) ตัวตา้ นทางปรบั ค่าได้ (Variable Resistor)
(จ) ตัวตา้ นทานควบคมุ ความเร็วมอเตอร์ (Blower Resistor)
(ฉ) อปุ กรณ์ควบคุมความเรว็ มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสตรง
(ช) คอยลค์ ลตั ช์ (Clutch Coil)
(ซ) สวิตช์ตง้ั เวลาอตั โนมัติ (Timer)
โดยธารา คงลาธาร และคณะอนุกรรมการกาหนดมาตรฐานฝีมือแรงงานแหง่ ชาติ