The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการบันทึกบัญชี การรับรู้รายการ การวัดมูลค่าและการจำหน่ายจ่ายโอนตามมาตรฐานการบัญชีของเงินสด ลูกหนี้ ตั๋วเงิน เงินลงทุน สินค้าคงเหลือ ที่ดิน อาคารอุปกรณ์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน การแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูลในงบแสดงฐานะการเงิน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kannatchachanok, 2021-09-14 03:44:56

วิชาการบัญชีชั้นกลาง 1

ศึกษาและปฏิบัติเกี่ยวกับการบันทึกบัญชี การรับรู้รายการ การวัดมูลค่าและการจำหน่ายจ่ายโอนตามมาตรฐานการบัญชีของเงินสด ลูกหนี้ ตั๋วเงิน เงินลงทุน สินค้าคงเหลือ ที่ดิน อาคารอุปกรณ์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตน การแสดงรายการและการเปิดเผยข้อมูลในงบแสดงฐานะการเงิน

สื่อการสอน
วิชา การบญั ชีชน้ั กลาง 1

(30201-2001)
ครผู ู้สอน

ครกู ญั ญณ์ ัชชาชนก รัตนพร

วิชาการบญั ชีชน้ั กลาง 1 (3201 - 2001)
หนว่ ยท่ี 1 การจัดหมวดหมู่สินทรพั ย์ และการตีราคาสินทรพั ย์
ความหมายของสินทรพั ย์
แมบ่ ทการบัญชีใหค้ ำนิยามสินทรพั ยไ์ ว้ว่า “ สินทรัพย์ (Assets) หมายถึง ทรัพยากรท่ีอยใู่ นความ
ควบคมุ ของกจิ การ ทรัพยากรดังกลา่ วเป็นผลของเหตุการณ์ในอดีต และกิจการคาดว่าจะไดร้ ับประโยชน์เชงิ
เศรษฐกิจจากทรพั ยากรนนั้ ในอนาคต” ซงึ่ ทรัพยากรทางเศรษฐกจิ ในท่ีน้ีกค็ ือส่ิงของท่เี ป็นที่ต้องการของบุคคล
ท่ัวไปอาจเปน็ สังหาริมทรัพย์หรืออสังหาริมทรัพย์ และเป็นสง่ิ ท่มี ีตวั ตนหรอื ไม่มีตวั ตนกไ็ ด้ เช่น เงนิ สด ลกู หนี้
สินคา้ คงเหลอื ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ เป็นตน้
ดังน้นั คำวา่ ประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกิจในอนาคตของสินทรัพย์หมายถึง ศักยภาพของสินทรพั ย์ในการก่อให้เกิด
กระแสเงนิ สดหรือรายการเทียบเทา่ เงนิ สดแก่กจิ การท้ังทางตรงและทางอ้อม กจิ การอาจไดร้ บั ประโยชนเ์ ชิง
เศรษฐกจิ ในอนาคตของสนิ ทรัพย์ได้ในหลายลกั ษณะเช่น
• กจิ การใช้สินทรัพยห์ รอื นำสินทรพั ยม์ าใช้ร่วมกบั สินทรัพย์อ่ืนเพ่ือผลติ สนิ ค้าหรือ ให้บรกิ าร
ตัวอย่างเช่น กิจการใช้เคร่อื งจกั รในการผลิตสนิ คา้ เครือ่ งจักรนกี้ ่อให้เกิดประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกิจใน
อนาคตในรปู ของกระแสเงนิ สดท่ีไดจ้ ากการขายสนิ ค้าท่ีเครื่องจักรผลิต และเคร่อื งจกั ร เป็นทรัพยากร
ทอ่ี ย่ใู นความควบคุมของกจิ การ ดงั นั้นเคร่ืองจักรดังกลา่ วจึงถือเปน็ สินทรัพย์ตาม คำนยิ ามทรี่ ะบุไว้ใน
แมบ่ ทการบัญชี
• กจิ การนำสนิ ทรัพย์ท่ีมีอยู่ไปแลกเปลี่ยนกับสนิ ทรพั ย์อ่ืนตวั อย่างเช่น กิจการนำสินค้าท่บี ริษัทผลติ ได้ไป
แลกกบั สินคา้ ของอีกบรษิ ทั หน่ึง เปน็ ต้น
• กิจการนำสนิ ทรัพยไ์ ปชำระหน้ีสินตัวอยา่ งเชน่ กจิ การนำสินทรัพย์ไปชำระหน้ีใหแ้ ก่เจ้าหน้ีการค้า เป็น
ตน้
สรปุ แล้วจากคำนิยามดงั กล่าวข้างต้น สนิ ทรัพย์มลี กั ษณะสำคญั ดงั นี้
1. สินทรัพยท์ ำให้กจิ การได้รบั ประโยชน์เชิงเศรษฐกจิ ในอนาคต ซงึ่ เกยี่ วข้องกับความสามารถในการ
ก่อให้เกดิ กระแสเงินสดท้ังทางตรง และทางอ้อม
2. กิจการสามารถควบคุมประโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกิจในอนาคตจากสินทรัพย์นั้น เชน่ กิจการได้รับประโยชน์
จากเครื่องจักร หรอื สิทธบิ ัตรซึง่ อยใู่ นความควบคุมของกจิ การ
การรับรู้และการวัดมลู คา่ สนิ ทรพั ย์
รับรูส้ ินทรัพย์ ศิลปพร ศรีจ่ันเพชร (2549 : 26) กล่าวถึง การรับรู้สนิ ทรัพยค์ วรรบั รสู้ นิ ทรพั ย์ในงบดุลเมื่อมี
ความเป็นไปได้ค่อนข้างแนท่ ีป่ ระโยชน์เชิงเศรษฐกจิ ในอนาคตจะเขา้ สู่กิจการ และสนิ ทรพั ยน์ น้ั มรี าคาทุน หรือ
มลู ค่าทีส่ ามารถวัดได้อยา่ งน่าเช่ือถอื หากรายการนั้นไมส่ ามารถก่อให้เกิดประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต
กจิ การต้องรบั รูร้ ายการดังกล่าวเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยในงบกำไรขาดทนุ เช่นกจิ การสามารถผลติ สนิ คา้ ได้มากข้ึน

เนื่องจากเครื่องจักรมีประสิทธภิ าพหรอื อายุการใชง้ านมากขึน้ และเครื่องจักรนั้นมรี าคาทุนทสี่ ามารถวัดได้
อยา่ งนา่ เช่ือถือ กจิ การต้องรบั รูเ้ ครื่องจักรนี้เปน็ สนิ ทรัพย์ในงบดุล เนอ่ื งจากเขา้ เกณฑ์ของการรบั รสู้ นิ ทรัพย์
ในทางตรงกันข้าม กจิ การจา่ ยค่าซ่อมแซมเครอ่ื งจกั รมลู ค่า 35,000 บาทซ่ึงรายการนี้ไม่ได้ทำให้กิจการได้รบั
ประโยชน์เชงิ เศรษฐกิจเกนิ กว่ารอบระยะเวลาบญั ชีท่เี กิดรายจา่ ยน้ัน กจิ การต้องรับรคู้ า่ ซ่อมแซม 35,000 บาท
เป็นคา่ ใชจ้ า่ ยในงบกำไรขาดทุน เน่ืองจากรายการดงั กลา่ วไม่เปน็ ไปตามคำนิยามของสินทรัพย์
การวัดมูลคา่ สนิ ทรัพย์ ศิลปพร ศรีจั่นเพชร (2549 : 27) กล่าวถงึ การวดั มลู คา่ ของสนิ ทรัพย์ตามเกณฑ์การวัด
มลู คา่ ดังต่อไปน้ี
ราคาทนุ เดมิ (Historical Cost) เป็นราคาทน่ี ิยมใช้กนั อยา่ งแพร่หลาย เพราะเปน็ ราคาที่มีหลักฐาน ซึ่ง
สามารถตรวจสอบได้แน่นอน เนอื่ งจากเป็นราคาทีต่ กลงกนั ระหวา่ งผู้ซื้อและผ้ขู ายและราคาทนุ ยังชว่ ย
แก้ปญั หาความยุง่ ยากอนั เน่ืองมาจากมลู คา่ ของสนิ ทรัพย์ทีเ่ ปลีย่ นแปลงตลอดเวลา อยา่ งไรกต็ าม การวัดมลู คา่
สนิ ทรพั ย์ตามราคาทนุ มขี ้อเสียอยหู่ ลายประการ เช่น สนิ ทรัพย์ยงั คงแสดงในราคาทนุ เดิม ท้งั ท่มี ูลค่าในปจั จุบนั
มีการเปลย่ี นแปลงจนราคาทุนเดมิ ไม่มคี วามหมายและไดค้ ำนงึ ถึงกำไรขาดทนุ อนั เนอ่ื งมาจากการเปลี่ยนแปลง
ราคาของสินทรัพย์
ราคาทนุ ปัจจบุ นั (Current Cost) หมายถงึ ราคาที่กจิ การจะต้องจา่ ยในขณะนั้น
เพือ่ ให้ไดม้ าซง่ึ สนิ ทรัพย์ชนิดเดียวกนั หรือสนิ ทรัพย์ทีเ่ ทา่ เทียมกนั มลู คา่ ของสนิ ทรัพย์อาจมกี ารเปลี่ยนแปลงซ่ึง
ทำให้ราคาทนุ ปจั จุบันของสนิ ทรัพย์น้นั มีมลู ค่าสงู หรือตำ่ กว่าราคาทนุ เดิมแลว้ แตส่ ถานการณ์ เชน่ กจิ การ
บันทกึ ท่ดี นิ ในงบดุลดว้ ยราคาทนุ เดมิ 7 ลา้ นบาท เม่ือสถานการณเ์ ปลย่ี นไป ราคาทนุ ปจั จุบันมมี ูลค่า 10 ลา้ น
บาท ซ่งึ เปน็ ราคาทีก่ จิ การต้องจา่ ยในขณะน้นั เพอื่ ใหไ้ ด้มาซึ่งท่ีดนิ แปลงน้ี การวัดมูลค่าสินทรพั ย์ดว้ ยราคาทนุ
ปัจจุบัน ให้ผลดีหลายประการ เชน่ – ราคาทุนปัจจบุ ันเปน็ ราคาทีก่ ิจการจะตอ้ งจ่ายในขณะน้นั เพ่ือให้ได้มาซ่งึ
สินทรัพย์จงึ ชว่ ยใหก้ ิจการสามารถเปรียบเทยี บรายไดแ้ ละค่าใชจ้ า่ ยไดช้ ัดเจนมากข้นึ และใชเ้ ป็นพ้ืนฐานในการ
พยากรณอ์ นาคตอย่างสมเหตุสมผล
– สินทรัพยท์ ีแ่ สดงด้วยราคาทนุ ปจั จุบัน ช่วยผูใ้ ช้งบการเงนิ ในการตัดสนิ ใจไดช้ ดั เจนกว่าราคาทนุ เดิม
– ในกรณีที่กิจการมีการจดั หาสนิ ทรัพยม์ าเพิ่มเติมอย่เู สมอราคาทุนปัจจุบันจะสะท้อนใหเ้ ห็นถึงมูลค่าของ
สินทรัพย์ในปัจจบุ นั ได้อยา่ งชัดเจน
อยา่ งไรก็ตาม เน่ืองจากเป็นการยากในการหาหลกั ฐานอา้ งองิ สำหรบั ราคาทนุ ปัจจบุ นั ราคาทุนปัจจุบันจึง
เหมาะสมในกรณีท่กี จิ การสามารถกำหนดและพิสจู น์ราคาทุนปัจจบุ นั ของการจัดหาสินทรัพย์น้นั ได้
มูลค่าทจ่ี ะได้รับ (Realizable Value) การวัดมลู ค่าสินทรัพย์ด้วยมูลคา่ ที่จะไดร้ ับเหมาะสมกบั กจิ การทม่ี ี
วัตถุประสงคจ์ ะขายสนิ ทรัพย์ในอนาคตอันใกลห้ ากกิจการสามารถประมาณต้นทนุ ที่เกดิ จากคา่ ใช้จา่ ยในการ
ขายได้กจิ การต้องนำมูลค่าท่จี ะไดร้ บั หักดว้ ยคา่ ใชจ้ ่ายในการขายที่ประมาณไวม้ ลู ค่านเี้ รยี กวา่ มลู คา่ สุทธทิ ่จี ะ
ได้รับ อย่างไรก็ตาม การวัดมูลค่าสินทรัพย์ดว้ ยมลู ค่าที่จะไดร้ บั มขี ้อจำกดั บางประการดงั น้ี

-กิจการไม่สามารถวดั มูลค่าสินทรพั ย์ดว้ ยมลู ค่าทจ่ี ะไดร้ บั สำหรบั สนิ ทรัพยท์ ุกรายการเนื่องจากกิจการไมม่ ี
เจตนาทจ่ี ะเกบ็ สนิ ทรพั ย์บางประเภทไว้ขาย หรือสินทรัพย์ไมม่ รี าคาตลาดในขณะนั้น
– การวดั มลู ค่าสินทรัพย์ด้วยมลู คา่ ทีจ่ ะไดร้ บั ใช้ได้เฉพาะสนิ ค้าท่มี ีไวเ้ พื่อขาย เช่นสนิ คา้ หรือสินทรัพย์ที่ไม่ไดม้ ี
วตั ถุประสงคจ์ ะเก็บไวใ้ ช้
มลู ค่าปัจจุบนั (Present Value) การวดั มลู คา่ สินทรัพยด์ ้วยมลู คา่ ปจั จุบนั เปน็ วธิ วี ดั มูลค่าของสินทรัพยซ์ ่ึงคดิ
จากกระแสเงินสดที่กิจการคาดวา่ จะไดร้ ับในอนาคต ข้อมลู ทตี่ ้องใช้ในการวดั มลู ค่าของสินทรัพยด์ ้วยมูลคา่
ปจั จบุ ัน มีดังน้ี
– กระแสเงนิ สดที่คาดว่าจะได้รบั ในอนาคตจากสนิ ทรัพย์
– อัตราสว่ นลด ซึ่งหมายถงึ อัตราผลตอบแทนหรือต้นทุนของเงนิ ท่ีเก่ียวข้อง
กับมลู ค่าสินทรัพยท์ ่ีจะไดร้ บั ในอนาคต
– ระยะเวลาที่เก่ียวข้อง ซึ่งหมายถึง ช่วงระยะเวลาจากปัจจบุ ันจนกระท่ังถึงวันที่เกิดรายการกิจการจะวดั
มูลค่าของสินทรัพย์ด้วยมลู ค่าปัจจบุ นั เม่อื กจิ การสามารถคาดคะเน หรือประมาณกระแสเงินสดรับ หรอื
รายการเทียบเท่าเงนิ สดทจี่ ะได้รับในอนาคตได้ค่อนขา้ งแน่นอน
ตวั อย่างเช่น ในกรณีของสัญญาเชา่ การเงิน เม่ือสัญญาเชา่ เขา้ เกณฑข์ องสัญญาเช่าการเงนิ ผเู้ ช่าจะบนั ทึก
สินทรพั ยต์ ามสญั ญาเชา่ การเงินด้วยมูลคา่ ปจั จุบันของคา่ เช่าขั้นตำ่ หรอื มูลค่ายุติธรรมของสินทรพั ยท์ ่เี ช่า ณ
วนั ทำสญั ญาเช่าแล้วแต่ราคาใดจะตำ่
สรุป ตามแมบ่ ทบัญชี สินทรัพย์ควรรบั รู้ในงบดุลเมอ่ื มีความเป็นไปได้คอ่ นขา้ งแน่ทป่ี ระโยชน์เชงิ เศรษฐกิจใน
อนาคตจะเขา้ สู่กิจการ และสนิ ทรพั ยน์ น้ั มีราคาทุนหรือมลู ค่าทส่ี ามารถวัดได้อย่างนา่ เชื่อถือ สนิ ทรพั ย์ไมค่ วร
รบั รหู้ ากไมน่ ่าเป็นไปไดท้ ี่กจิ การจะได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจากรายจา่ ยทเ่ี กดิ ขน้ึ เกินกว่ารอบระยะเวลา
บัญชที ี่เกดิ รายจ่ายนัน้ รายจ่ายควรรับรเู้ ปน็ คา่ ใชจ้ ่ายในงบกำไรขาดทนุ
การจัดลำดบั สนิ ทรพั ย์ในงบดุล
งบดุล ( Balance Sheets) หมายถงึ งบท่ีแสดงถึงฐานะการเงินของกิจการ วา่ มสี ินทรัพย์ หนส้ี นิ และสว่ นของ
เจ้าของเทา่ ใด ณ วันใดวันหนึ่งโดยงบดลุ แสดงฐานะของกจิ การภายใตห้ ลกั การบัญชีทร่ี ับรองโดยท่ัวไป
อาจกลา่ วไดว้ ่า งบดุลเป็นรายงานทางการเงินประเภทหน่งึ ท่ีแสดงถงึ ความม่งั คง่ั (Wealth) ของกิจการ ณ วัน
ใดวันหน่งึ โดยความมง่ั ค่งั ของกิจการแสดงมูลค่า โดยนำมลู คา่ ปัจจุบันของทรัพยากรที่มอี ยู่ทงั้ หมดหักดว้ ย
มลู คา่ ปัจจุบันของหนสี้ นิ หรอื ภาระผูกพันโดยมูลคา่ ปัจจบุ นั ของทรพั ยากรหรอื มูลค่าปัจจุบนั ของหน้สี ินนนั้ วัดได้
ยากมาก และมีขอ้ จำกดั มากซ่ึงปกติโดยท่ัวไปแลว้ มีวธิ ีการวัดมูลค่าหลายวิธีท่นี ำมาใชใ้ นการวัดมลู คา่ รายการ
ต่างๆที่ปรากฏในงบดลุ จะแสดงด้วยมลู คา่ ในอดตี หรอื ราคาทีไ่ ด้มา (Historical Cost) บางรายการก็อาจแสดง
ด้วยราคาปัจจุบนั (Replacement Cost) หรืออาจแสดงด้วยราคายุตธิ รรม (Fair Value)

วิธีการจดั หมวดหมู่เรยี งลำดบั สนิ ทรพั ย์ตา่ ง ๆ ในงบดลุ จงึ เปน็ วธิ ีการท่จี ะทำใหผ้ อู้ ่านงบการเงินสามารถเข้าใจ
ได้งา่ ยดังน้นั การจัดลำดบั สนิ ทรพั ยต์ ่างๆทแี่ สดงในงบดุลมีการจัดเรยี งโดยคำนงึ ถงึ สภาพคล่องในการ
เปลย่ี นเป็นเงนิ สดของสนิ ทรพั ยน์ น้ั และในทน่ี ้ีจะมีการจำแนกในลักษณะทวั่ ไปเพ่อื ให้ง่ายต่อการจดั เรียงลำดับ
ดงั นี้
3.1 สนิ ทรัพย์หมุนเวียน (Current Assets)
3.2 เงินลงทนุ ระยะยาว (Long – Term Investment)
3.3 ทด่ี นิ อาคาร และอปุ กรณ์ (Property Plant Equipment)
3.4 สินทรัพยไ์ ม่มตี ัวตน ( Intangible Assets)
3.5 สินทรัพยอ์ ื่น ๆ ( Other Assets)
ลักษณะของสินทรัพย์หมนุ เวียน
มาตรฐานการบัญชีเรื่องการนำเสนองบการเงนิ ได้ให้เกณฑใ์ นการจัดประเภทสนิ ทรัพย์เป็นสินทรัพยห์ มุนเวียน
เมอื่ เข้าเงอื่ นไขดงั น้ี
1 สินทรัพย์นน้ั เปน็ เงินสดหรือรายการเทยี บเท่าเงนิ สด ซง่ึ ไม่มขี ้อจำกัดในการใช้
2 กิจการมวี ัตถปุ ระสงคห์ ลักที่จะถือสินทรพั ย์ไวเ้ พ่ือการค้า หรอื ถือไวร้ ะยะส้นั และกิจการคาดวา่ จะได้รับ
ประโยชนจ์ ากสินทรพั ย์น้นั ภายใน 12 เดือนนับจากวนั ทีใ่ นงบดุล
3 กจิ การคาดวา่ จะได้รับประโยชน์จากสินทรัพยน์ ั้นภายในรอบระยะเวลาการดำเนนิ งานตามปกติ หรอื กิจการ
มีสินทรพั ยน์ ้นั ไว้เพ่ือนำมาใชใ้ นการดำเนินงานตามปกติ
ความหมายของสินทรัพย์หมุนเวยี น

สินทรัพย์หมุนเวยี น (Current Assets) หมายถึง สนิ ทรัพย์ท่มี ีความสำคญั มากมสี ภาพคลอ่ งสงู กว่า
สนิ ทรัพยป์ ระเภทอ่ืนๆ สามารถเปลยี่ นเปน็ เงนิ สดไดภ้ ายในระยะเวลา 1 ปี หรอื ภายในรอบระยะเวลาการ
ดำเนินงานตามปกตขิ องธุรกจิ ( Normal Operating Cycle)
ชูศรี เทยี้ ศิริเพชร (2541 : 14) กล่าวถึงรอบระยะเวลาดำเนินงาน ดังนี้ รอบระยะเวลาดำเนินงานหมายถึง
ระยะเวลาท่ีกิจการใช้ในการจัดหาวตั ถดุ ิบแลว้ นำเข้าสู่กระบวนการผลติ ผลิตสนิ คา้ นำสนิ คา้ ไปขาย แล้วเก็บ
เงนิ จากลกู ค้าน่นั คือมีการหมุนเวยี นจากเงินสด เปน็ สนิ คา้ เปน็ ลกู หนี้ แลว้ กลับเป็นเงนิ สดอกี คร้งั หน่ึงซงึ่ รอบ
ระยะเวลานีจ้ ะยาวนานกว่า 1 ปใี ห้ถือระยะเวลาท่นี านกวา่ เป็นเกณฑ์
ลำดับชนดิ ของสนิ ทรพั ย์หมุนเวยี น

การจัดลำดบั ของสนิ ทรัพย์หมุนเวยี น จะเรียงลำดับจากสินทรพั ยท์ ่ีมสี ภาพคล่องมากท่ีสุดไปจนถึง
สนิ ทรัพย์ท่ีมีสภาพคลอ่ งน้อยทสี่ ดุ คือ
1 เงนิ สด (Cash) หมายถงึ เงินสดในมือและเงนิ ฝากธนาคารทุกประเภททส่ี ามารถถอนได้ทันทีเมื่อตอ้ งการแตไ่ ม่
รวมเงินฝากประเภททตี่ ้องจ่ายคนื เมอื่ สนิ้ ระยะเวลาอันกำหนดไว้ เงินสดนก้ี ิจการมีไว้เพ่ือใชใ้ นการดำเนินงาน

ไดแ้ ก่ ธนบัตร เหรียญกษาปณ์ เชค็ ของลกู คา้ ที่สามารถนำไปขึ้นเงินได้ทันที เช็คเดนิ ทาง ดราฟต์ ธนาณัติ ตัว๋
ไปรษณยี ์ เปน็ ตน้
2 หลกั ทรพั ยใ์ นความต้องการของตลาด (Marketable Securities) หมายถึงหลักทรัพยห์ รือเงนิ ลงทุนอนื่ ที่มี
การซอื้ ขายในตลาดซอ้ื ขายคล่อง จงึ ทำใหส้ ามารถกำหนดมูลค่ายุติธรรมของหลกั ทรัพยห์ รอื เงนิ ลงทุนนั้นได้
ในทันที มลู ค่ายุติธรรมจะถือว่าสามารถกำหนดได้ในทันทหี ากราคาขายหรอื ราคาเสนอขายมีการเผยแพร่ท่ีเปน็
ปจั จุบันในตลาดหลักทรัพยแ์ ห่งประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย์อนื่ ท่ีทำการเผยแพร่ราคาตอ่ สาธารณชน
3 ตัว๋ เงินรับ (Notes Receivable) หมายถึง ตราสารท่ีแสดงสทิ ธทิ จี่ ะได้รับชำระเงินซึ่งอาจอยใู่ นรปู ของต๋วั
สัญญาใช้เงนิ หรอื ตวั๋ แลกเงินก็ได้ เปน็ เอกสารทางการค้า ที่สามารถผ่านมือจากบคุ คลหน่ึงไปยังอกี บุคคลหนงึ่
ได้ โดยการสลักหลัง ดงั นน้ั จงึ มีลักษณะพรอ้ มทจี่ ะเปล่ียนเป็นเงินสดได้ทันที กจิ การมีสิทธิจะได้รับเงนิ ตาม
จำนวนท่ีแน่นอนเม่ือถึงเวลาครบกำหนดชำระเงินตามท่ีระบุไวใ้ นตัว๋ น้ัน
4 รายไดค้ ้างรับ (Revenues Receivable) หมายถงึ รายได้ทีเ่ กิดขนึ้ แล้วแตก่ ิจการยงั ไม่ไดร้ บั เงนิ ในวันทจ่ี ดั ทำ
งบดุล เช่น ดอกเบ้ยี คา้ งรบั ค่าเชา่ คา้ งรับ เป็นตน้
5 ลกู หนี้ (Account Receivable ) หมายถึงสิทธิเรยี กร้องที่กจิ การมีต่อบุคคลอืน่ ใน
อันที่จะให้ชำระภาระผูกพันทันทีทม่ี ีต่อไม่วา่ จะเปน็ การชำระในรปู ของสนิ ทรัพย์ เช่น เงนิ สด สนิ ค้า หรือในรปู
ของบริการ ณ เวลาใดเวลาหนง่ึ ในอนาคต
6 สินค้าคงเหลอื (Inventories) หมายถงึ สนิ ค้าที่กิจการซือ้ ไว้เพื่อขายหรือใช้ในการผลิตสนิ ค้าหรอื บริการเพ่ือ
ขายตามปกติของกิจการ ประกอบดว้ ย วตั ถุดบิ วสั ดุโรงงาน สนิ คา้ ระหวา่ งผลิต สินค้าสำเร็จรูป โดยท่วั ไป
สินค้าคงเหลอื มักหมุนเวยี นเปล่ียนเปน็ เงินสดไดภ้ ายในระยะเวลาการดำเนินงานปกติ
7 คา่ ใช้จา่ ยจ่ายลว่ งหนา้ (Prepaid Expense) หมายถึงค่าใชจ้ า่ ยทกี่ จิ การจ่ายไปแต่ในวันท่ีจดั ทำงบการเงินยัง
มิได้ใช้ประโยชน์จากการจา่ ยเงินนน้ั เชน่ ค่าเช่า คา่ เบยี้ ประกนั เปน็ ตน้
ลกั ษณะความหมายและการจดั ลำดับสนิ ทรพั ย์ประเภทเงินลงทนุ ระยะยาว
1.ลักษณะของสินทรพั ย์ประเภทเงนิ ลงทุนระยะยาว
มาตรฐานการบัญชีกลา่ ววา่ เงินลงทนุ ระยะยาวเป็นเงินลงทุนท่กี ิจการตั้งใจจะถอื ไวเ้ กนิ 1 ปี เงนิ ลงทุนระยะ
ยาวรวมถึงตราสารทนุ ท่จี ัดประเภทเป็นหลักทรัพย์เผ่ือขาย เงนิ ลงทนุ ท่วั ไป ตราสารหนี้ที่จดั ประเภทเปน็
หลักทรัพยเ์ ผ่ือขายและตราสารหนท้ี จ่ี ะถือจนครบกำหนด
2. ความหมายของเงินลงทนุ ระยะยาว
เงนิ ลงทนุ ระยะยาว (Long-term Investment) หมายถึง เงินลงทุนทีก่ จิ การนำไปลงทนุ ในกิจการอน่ื เพ่ือหวงั
ผลตอบแทนตา่ ง ๆ ในระยะยาว เชน่ ลงทุนซื้อหุน้ สามัญ หุ้นบรุ ิมสทิ ธิ หุ้นกู้ พันธบัตร และสนิ ทรพั ย์อื่นๆ ซ่ึง
มไิ ดม้ ีไวเ้ พื่อการดำเนนิ งาน และผลตอบแทนจากเงินลงทุนระยะยาวอาจอยู่ในรูปของเงนิ ปันผล ดอกเบย้ี และ
เพือ่ ต้องการหารายได้หรือต้องการเขา้ ไปมีส่วนในการควบคุมกิจการอ่นื

เยาวลกั ษณ์ สุขวบิ ูลย์ (2544 : 6-1-6-2) กลา่ วสรุปไดว้ า่ เงินลงทนุ ระยะยาวหมายถึงหลักทรพั ย์ หรือสนิ ทรัพย์
ทกี่ จิ การซื้อไว้โดยมวี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อหาผลประโยชนจ์ ากการลงทนุ นน้ั และไมม่ ีความตงั้ ใจทีจ่ ะขายเมื่อต้องการ
ใชเ้ งินสดซ่งึ เป็นเงินลงทุนในลักษณะท่ีไมใ่ ช่เงินลงทนุ ชว่ั คราว หรอื สนิ ทรัพยห์ มนุ เวยี นแตเ่ ป็นเงนิ ลงทนุ ประเภท
ท่ีจัดอยู่ในสนิ ทรัพย์ไม่หมุนเวียน อันไดแ้ ก่

• เงนิ ลงทนุ ซ้อื หุ้นทนุ ในบรษิ ัทอื่น
• เงินลงทุนซ้อื พนั ธบตั รหรอื หุ้นกู้
• เงนิ กองทุนที่ต้ังไว้เพื่อวตั ถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะเช่นเงินกองทนุ เพอ่ื ไถ่ถอนหุ้นกหู้ รอื

หุน้ บุริมสทิ ธ์ิเปน็ ตน้
• เงนิ ลงทุนซือ้ ทด่ี ินหรือสินทรพั ย์อื่นที่ไม่ไดน้ ำมาใชป้ ระโยชนใ์ นการดำเนินงานของกิจการในปัจจบุ ัน
• เงินลงทนุ ในรูปแบบอื่น ๆ เช่นเงนิ ล่วงหน้าให้บริษทั ย่อยหรือบรษิ ทั ในเครือ มูลคา่ เวนคืนกรมธรรม์

ประกนั ชวี ติ
• เงินลงทนุ ในห้างหนุ้ ส่วนและในกิจการร่วมค้าเปน็ ตน้
3 .ลำดบั ชนิดของเงินลงทนุ ระยะยาว
เงินลงทนุ ระยะยาวมกี ารจัดลำดบั เรียงตามอายุและความเหมาะสมของเงนิ ลงทุนแต่ละประเภทได้แก่
• หนุ้ กขู้ องกิจการอ่นื พนั ธบตั รรัฐบาล หรอื รฐั วิสาหกิจ
• เงินลงทนุ ในทรัพย์สนิ อนื่ เพ่อื หวงั ผลกำไรในอนาคต เชน่ เงินลงทนุ ใน ที่ดิน อาคารเพอื่ ไว้ขายในวัน

ข้างหน้า
• ใหก้ ู้โดยมีระยะเวลาชำระคนื เกนิ กว่า 1 ปี
• เงินกนั ไว้เพอ่ื ไถ่ถอนหนี้สนิ หุ้นกู้ หรอื เงนิ กู้ระยะยาว
ลักษณะของสนิ ทรพั ย์ประเภททด่ี ิน อาคาร และอุปกรณ์
มาตรฐานการบญั ชีกลา่ ววา่ ท่ีดนิ อาคาร และอุปกรณ์ เปน็ สินทรัพยท์ ีม่ ตี ัวตนซึ่งกิจการ
1 มีไวเ้ พ่ือใชป้ ระโยชนใ์ นการผลิต เพ่ือใชใ้ นการจำหน่ายสินค้าหรอื ให้บริการ เพ่ือใหเ้ ช่าหรือเพื่อใช้ในการ
บริหารงาน
2 คาดวา่ จะใช้ประโยชนม์ ากกวา่ หนึ่งรอบปรี ะยะเวลาของปีบญั ชี
ความหมายของสินทรัพย์ประเภททีด่ นิ อาคาร และอปุ กรณ์
ทีด่ ิน อาคาร และอุปกรณ์ หมายถึง สินทรัพย์ท่มี ีลักษณะคงทนถาวรเม่ือเปรียบเทยี บกับสนิ ทรพั ย์อน่ื ซ่งึ
กิจการมีไวใ้ ชใ้ นการดำเนนิ งาน เพ่อื กอ่ ให้เกดิ รายได้หลกั ของ กิจการ
ลำดบั ชนิดของสินทรัพยป์ ระเภททีด่ ิน อาคาร และอุปกรณ์
การแสดงสนิ ทรัพยป์ ระเภทท่ีดนิ อาคาร และอปุ กรณ์ จะจัดเรยี งลำดบั จากอายุการใชง้ านนานทสี่ ดุ ไปหาอายุ
การใชง้ านน้อยท่สี ุด เชน่

1 ทดี่ ิน เปน็ สินทรพั ย์ซึ่งกิจการมไี วใ้ ชป้ ระโยชน์ในการดำเนินงานตามปกติ โดยแสดงไวใ้ นราคาทุน หากเป็น
ทดี่ นิ ทก่ี จิ การมีไว้เพ่ือเก็งกำไรในอนาคต หรือไวเ้ พ่ือวตั ถปุ ระสงค์อ่ืนจะแสดงไว้ในเงินลงทุนระยะยาว
2 อาคาร หรือ ส่ิงปลูกสรา้ งทุกชนดิ ของกจิ การ เป็นสง่ิ ท่ีกจิ การมไี วเ้ พอ่ื ใชป้ ระโยชน์ในการดำเนินงานตามปกติ
เชน่ รา้ นค้า สำนกั งาน คลังสินค้าโรงงาน แสดงไวใ้ นราคาทนุ หกั ดว้ ยคา่ เสื่อมราคาสะสมท่ีคำนวณไดจ้ นถึงวันที่
จัดทำงบดุลนัน้
3 อุปกรณ์ เปน็ สนิ ทรัพย์ท่กี จิ การมีไว้ใชใ้ นการดำเนินงานปกตขิ องกจิ การ เชน่ อปุ กรณ์ สำนกั งาน (โต๊ะ เก้าอี้
เคร่ืองพมิ พ์ดีด เครื่องคอมพิวเตอร์ และเคร่ืองถา่ ยเอกสาร) อปุ กรณ์การขนส่ง (รถยนต์ และรถบรรทุก)
อุปกรณ์โรงงาน (เคร่ืองจักร และเครือ่ งมือ) ฯลฯ โดยแสดง ไวใ้ นราคาทุนหักดว้ ยค่าเสื่อมราคาสะสม
4 ทรพั ยากรธรรมชาติ เป็นสนิ ทรัพย์ท่ีกิจการไดท้ ำสญั ญาจา่ ยค่าสัมปทานจากวสั ดุในการประกอบธรุ กิจ
เกยี่ วกบั ทรัพยากรของแผน่ ดิน เช่น เหมืองแร่ บอ่ นำ้ มัน ป่าไม้ เป็นตน้ บันทึกไวใ้ นราคาทุนหักดว้ ยค่าเสื่อมสน้ิ
ความหมายของสนิ ทรัพยไ์ ม่มตี วั ตนและสินทรัพย์อ่นื ๆ
1 สนิ ทรัพยไ์ ม่มีตวั ตน (Intangible Assets) หมายถงึ สินทรัพยท์ ่ไี ม่อาจมองเหน็ ด้วยตาเปลา่ แตใ่ ห้ประโยชน์
ต่อการดำเนนิ งานของกิจการ มีลกั ษณะเปน็ สทิ ธติ า่ ง ๆ ตามกฎหมายกำหนด
2 สนิ ทรพั ย์อ่นื ๆ (Other Assets) หมายถงึ สนิ ทรัพยท์ ี่ไม่สามารถจดั เข้าหมวดหมู่ใด หรืออาจข้นึ อยู่กบั ดลุ ย
พนิ ิจของนักบัญชีแตล่ ะกจิ การว่าจะจดั สนิ ทรพั ยใ์ ดเขา้ มาอยู่ เชน่ คา่ ใชจ้ ่ายรอการตัดบัญชี เปน็ ตน้
ประเภทของสนิ ทรพั ย์ไม่มีตัวตน
สนิ ทรัพย์ท่ีไมม่ ตี ัวตน มลี ักษณะเปน็ สิทธติ า่ ง ๆ ตามกฎหมายกำหนดให้บางประเภทอายุการ ใชง้ านจำกัด
จำเปน็ ตอ้ งตดั บัญชีให้หมดไปภายในระยะเวลาที่กำหนด บางประเภทมีอายุการใชง้ านไม่จำกัด และไมต่ ้องตดั
บัญชี ดังมรี ายละเอยี ดตอ่ ไปนี้
1 สทิ ธิบตั ร (Patents) คอื สทิ ธทิ ่ีกิจการไดร้ ับจากรฐั ในการเปน็ ผูค้ ดิ คน้ สง่ิ ประดษิ ฐ์หรอื กรรมวธิ ใี นการผลิต
แบบใหมข่ น้ึ มา หรอื ซ้ือสทิ ธบิ ัตรนน้ั ต่อจากบุคคลอ่ืน ซึ่งหากเปน็ ผูค้ ิดค้นค่าสิทธิบตั รจะเปน็ ตน้ ทนุ ทก่ี ิจการใช้
ไปในการดำเนินการคดิ ค้นหรือตน้ ทนุ ทีจ่ ่ายไป สิทธิบตั รนม้ี ีการตดั บญั ชเี ปน็ ค่าใช้จ่ายในแต่ละงวดบัญชีตาม
ระยะเวลาทีจ่ ะได้รับ ประโยชน์จากสทิ ธชิ นิดน้ี
2 ลิขสิทธ์ิ (Copyrights) คือสิทธทิ ก่ี ิจการได้รับจากรฐั ที่ให้จดั พมิ พ์ หรอื ขาย หรือใช้ประโยชน์จากศลิ ปกรรม
ดนตรีหรือวรรณกรรมอย่างใดอยา่ งหน่ึง คา่ ลิขสิทธ์ทิ แ่ี สดงจะเปน็ ตน้ ทนุ ที่เกดิ ขนึ้ โดยจะต้องทำการตัดบัญชีเป็น
คา่ ใช้จา่ ยในแต่ละงวดบัญชี ตามระยะเวลาที่ไดร้ ับประโยชนจ์ ากสิทธนิ ้ี
3 สัมปทาน (Franchise) คอื สิทธทิ กี่ ิจการได้รับจากรัฐหรอื ธรุ กิจอื่น เช่น สทิ ธิทไ่ี ด้รบั จากกิจการหนึ่งในการนำ
สินค้าชนดิ ใดชนิดหนึง่ วางตลาด และใช้ประโยชนจ์ ากเครือ่ งหมายการค้าของกจิ การนั้นในพืน้ ทที่ ี่กำหนด หรือ
สิทธทิ ่ไี ด้รบั จากรฐั ในการทำป่าไม้ เหมืองแร่ บ่อนำ้ มัน เปน็ ตน้ ค่าสัมปทานจะแสดงเป็นต้นทุนท่เี กดิ ขน้ึ และ
จะต้องตัดบญั ชีเปน็ คา่ ใช้จ่ายในแตล่ ะงวดบัญชีตามระยะเวลาท่ีได้รับประโยชนจ์ ากสิทธิ์

4 คา่ ความนยิ ม (Goodwill) คอื มูลคา่ ของความเชือ่ ถือจากบุคคลอ่นื ทม่ี ีต่อกิจการ และ ตรี าคาออกมาเป็นตัว
เงินอาจเกิดจากกรณที ่ีกจิ การประกอบธุรกจิ มาเปน็ ระยะเวลานานจนได้รบั ความเชื่อถือจากบุคคลอื่น หรือกรณี
ทก่ี จิ การมีความสามารถในการทำกำไรไดส้ ูงขึน้ ค่าความนิยมท่แี สดงในงบดุล เป็นสินทรัพยท์ ม่ี ีอายุใชง้ านไม่
จำกดั จึงไม่ต้องตัดบัญชใี นแต่ละงวด
5 เครือ่ งหมายการคา้ (Trademark) คือสิทธทิ ี่กิจการได้รับจากรัฐในการใช้ประโยชน์จากเครอ่ื งหมายหรอื ชือ่ ที่
กำหนดอยา่ งถาวรแต่ผู้เดยี ว มูลค่าของเครื่องหมายการค้าทแี่ สดงในงบดุลจะเปน็ ตน้ ทนุ ท่ีเกิดขึ้นจากการไดร้ ับ
สทิ ธนิ ้ีมา
6 สัญญาเชา่ ระยะยาว (Leasehold) คอื สทิ ธใิ นการใช้ประโยชน์จากสนิ ทรัพย์นนั้ ตามกำหนดเวลาในสญั ญาเช่า
ซึง่ กจิ การได้จา่ ยเงนิ ค่าเชา่ ล่วงหน้าไปแลว้ ไม่ตำ่ กว่า 1 ปี
7 คา่ ใช้จา่ ยในการจัดตั้งกิจการ (Organization Costs) คอื ค่าใชจ้ า่ ยทัง้ หมดท่ีเกิดข้นึ ในการดำเนินการเพือ่
จัดตงั้ กจิ การ ซึ่งสามารถตัดบัญชีเป็นค่าใชจ้ า่ ยได้ตามที่กจิ การกำหนด
8 คา่ ใชจ้ า่ ยรอการตัดบญั ชี (Deferred Charges) คอื คา่ ใชจ้ ่ายทกี่ ิจการจ่ายเงนิ ไปเรียบร้อยแล้วพรอ้ มทัง้
กจิ การไดร้ บั ประโยชนแ์ ลว้ แต่ระยะเวลาท่ีได้รับประโยชนย์ งั มผี ลตอ่ ไปอีกหลายงวดบญั ชี
หลักเกณฑท์ ่ใี ช้ในการตรี าคาสินทรพั ยข์ องกจิ การ

ผ้ทู ำบญั ชอี าจระบุหลักเกณฑ์ท่ใี ชใ้ นการตรี าคาสินทรัพย์แต่ละประเภทไวใ้ นหมายเหตปุ ระกอบงบ
การเงนิ เพื่อใหผ้ ู้ศึกษางบการเงินได้ทราบว่าผทู้ ำบัญชอี าจระบหุ ลกั เกณฑ์ที่ใชใ้ นการตีราคาสนิ ทรพั ยแ์ ต่ละ
ประเภทไว้ในหมายเหตปุ ระกอบงบการเงนิ เพ่ือใหผ้ ศู้ ึกษางบการเงินไดท้ ราบวา่ เหตใุ ดจึงตอ้ งใช้หลักเกณฑ์นั้น
ซ่งึ สินทรัพย์ทจ่ี ัดอยูใ่ นประเภทเดียวกนั อาจใช้หลักเกณฑใ์ นการตรี าคาต่างกนั ก็ได้ เพราะการตรี าคา ตอ้ ง
คำนึงถงึ ลักษณะตามท่ีนิยมถือปฏบิ ัตกิ ันมีดังน้ี
1 เงนิ สดหรือเงินฝากธนาคารใชร้ าคาตามท่ีปรากฏในเอกสารนัน้ โดยไม่ต้องตีราคาใหม่ เชน่ ธนบัตร เงนิ
เหรียญจำนวนเงนิ ทร่ี ะบใุ นเช็ค หรือยอดคงเหลอื ตามบญั ชเี งนิ ฝากธนาคาร
2 หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด การตีราคาโดยคำนึงถงึ หลักแห่งความระมัดระวังคือจะใช้ราคาตำ่ สุด
เมอ่ื เปรียบเทียบระหวา่ งราคาทนุ และราคาตลาด
3 ลูกหน้ี และต๋ัวเงินรับ การตีราคาสินทรัพย์ประเภทลูกหนี้และตวั๋ เงินรับนีใ้ นวนั สิ้นงวดบัญชีจะคำนึงถงึ หลัก
แหง่ ความระมดั ระวงั โดยคำนวณจากจำนวนลูกหน้ี หักดว้ ยจำนวนหนที้ ่ีประมาณว่าจะเป็นหนส้ี ูญ
4 สินคา้ คงเหลอื การตีราคาสนิ ค้าคงเหลือในวันส้ินงวดบัญชจี ะใช้ราคาทค่ี ำนึงถงึ หลักแห่งความระมดั ระวัง คือ
ใชร้ าคาต่ำสุดเมื่อเปรยี บเทียบระหว่างราคาทนุ กบั มลู คา่ สุทธทิ ่ีจะได้รับ
5 เงินลงทุนระยะยาว การตีราคาเงนิ ลงทุนระยะยาวคำนึงถงึ หลกั แห่งความระมดั ระวังคือใชร้ าคาตำ่ สุดเมื่อ
เปรยี บเทยี บระหว่างราคาทนุ กับราคาตลาด

6 สินทรัพยป์ ระเภททดี่ ินอาคารและอุปกรณ์ และสนิ ทรัพย์อ่ืนๆ การตรี าคาสินทรัพยถ์ าวรและสนิ ทรัพย์อน่ื ๆ
จะใชร้ าคาทุนแสดงในงบดุลและหักด้วยคา่ เสื่อมราคาสะสมยกเวน้ ที่ดนิ เพ่ือให้ได้ราคาสุทธิ
สรุปการจัดหมวดหมูส่ นิ ทรัพย์และการตรี าคาสินทรพั ย์

จากทไี่ ด้กลา่ วมาขา้ งตน้ สนิ ทรัพย์ หมายถงึ ทรัพยากรท่ีอยใู่ นความควบคมุ ของกิจการทรัพยากร
ดงั กล่าวเปน็ ผลของเหตกุ ารณ์ในอดีต ซึ่งกจิ การคาดวา่ จะได้รบั ประโยชน์เชงิ เศรษฐกจิ จากทรัพยากรนั้นใน
อนาคต สินทรัพยค์ วรรบั รใู้ นงบดุลเม่อื มีความเป็นไปได้ค่อนข้างแนท่ ป่ี ระโยชนเ์ ชงิ เศรษฐกจิ ในอนาคตจะเข้าสู่
กิจการและสินทรัพย์นั้นมรี าคาทนุ หรอื มูลค่าทส่ี ามารถวัดไดอ้ ยา่ งนา่ เชื่อถือ กิจการสามารถวัดมูลคา่ ไดห้ ลาย
ราคาเช่น ราคาทนุ เดิม ราคามูลคา่ ปจั จบุ นั ราคาทุนปจั จุบันและมลู ค่าที่จะไดร้ ับ
การจดั เรียงลำดับรายการของสนิ ทรัพย์ในงบดลุ จะเหน็ ไดว้ ่ากจิ การจำแนกเปน็ สินทรัพย์ประเภทสนิ ทรพั ย์
หมุนเวยี น เงนิ ลงทนุ ระยะยาว ทีด่ ินอาคารและอุปกรณ์ สนิ ทรัพยไ์ ม่มตี วั ตนและสนิ ทรพั ย์อ่ืน ๆ และมี
หลกั เกณฑใ์ นการจัดเรียงลำดับตามหลักเกณฑ์ทีแ่ ตกต่างกันเช่นสนิ ทรพั ยห์ มุนเวียนจัดเรียงลำดบั จากสภาพ
คล่องมากทสี่ ดุ ไปหาน้อยทีส่ ดุ ทด่ี นิ อาคารและอปุ กรณจ์ ัดเรียงตามลำดับอายกุ ารใช้งานมากจนถงึ อายุการใช้
งานนอ้ ย เป็นตน้ สำหรับการการตีราคาสนิ ทรัพยข์ องกิจการ จะใชร้ าคาทนุ หรอื ราคาที่คำนึงถงึ ความ
ระมัดระวังจะอยทู่ ี่วา่ สนิ ทรัพยแ์ ตล่ ะประเภทจะเหมาะสม เชน่ ตีราคาเงินลงทนุ ระยะยาวจะใชห้ ลกั คำนงึ ถงึ
ความระมัดระวังคือใชร้ าคาต่ำสุดเมื่อเปรยี บเทยี บระหว่างราคาทนุ กับราคาตลาด และสนิ ทรัพยป์ ระเภททีด่ ิน
อาคารและอุปกรณ์ และสินทรัพย์อืน่ ๆ การตีราคาสนิ ทรัพย์ถาวรและสนิ ทรัพย์อ่ืนๆ จะใช้ราคาทนุ แสดงในงบ
ดุลและหักด้วยค่าเส่ือมราคาสะสม

แบบฝึกหดั หน่วยการเรียนรู้ที่ 1

ข้อ 1. ข้อใดเป็นสนิ ทรัพย์อยู่ในหมวดประเภทดงั ต่อไปน้ี

ก. สนิ ทรพั ยห์ มุนเวียน

ข. เงินลงทุนระยะยาว

ค. ท่ีดิน อาคารและอปุ กรณ์

ง. สินทรพั ย์ไม่มีตวั ตนและสนิ ทรัพย์อืน่ ๆ

1. หลักทรพั ยใ์ นความต้องการของตลาด.................................................................................

2. เงนิ ลงทนุ ในหุ้นกู้ (ระยะเวลา 2 ปี)......................................................................................

3. เงินสดและเงินฝากธนาคาร.................................................................................................

4. ทด่ี ินเพ่ือขยายกิจการในอนาคต..........................................................................................

5. ทด่ี ิน....................................................................................................................................

6. ค่าใชจ้ า่ ยในการตัดบัญช.ี ....................................................................................................

7. ดอกเบย้ี ค้างรับ.............................................................................................................. .....

8. รถยนต.์ ...............................................................................................................................

9. ตั๋วเงินรับ.................................................................................................................. ...........

10. ค่าความนยิ ม.......................................................................................................................

ข้อ 2. จงคำนวณตัวเลขลงในชอ่ งวา่ งใหถ้ ูกตอ้ งตามหลกั การบัญชขี องสินทรัพยแ์ ตล่ ะประเภท ดังมรี ายการ

ตอ่ ไปนี้

เงนิ สด 5,000 บาท พนั ธบัตรรฐั บาล 10,000 บาท

ที่ดนิ 50,000 บาท อาคาร 38,000 บาท

สินคา้ คงเหลอื 1,000 บาท ลกู หน้ี 1,000 บาท

ลขิ สทิ ธ์ิ 1,000 บาท ทด่ี นิ เพื่อขยายกิจการฯ 20,000 บาท

ค่าใช้จ่ายรอการตดั บญั ชี 500 บาท สมั ปทาน 10,000 บาท

1. สนิ ทรัพยห์ มุนเวียน.......................................................... บาท

2. สินทรัพยอ์ ่นื ๆ ................................................................ บาท

3. ที่ดนิ อาคารและอปุ กรณ์.................................................. บาท

4. สินทรัพย์ไมม่ ตี ัวตน........................................................... บาท

5. เงินลงทุนระยะยาว............................................................ บาท

หนว่ ยท่ี 2 การบนั ทกึ บญั ชเี กี่ยวกับเงนิ สด

ความหมายของเงินสด
มาตรฐานการบญั ชใี ห้คำนยิ ามเงินสดไว้วา่ “ เงินสด (Cash) หมายถึง เงินสดในมือและเงินฝาก

ธนาคารทกุ ประเภท ไมร่ วมเงินฝากธนาคารประเภทท่ีตอ้ งจ่ายคนื เมื่อส้ินระยะเวลาอันกำหนดไว”้
เงินสดในทางบญั ชยี งั หมายความรวมถึงเอกสารทางการเงนิ หรอื เอกสารเครดิตทีส่ ามารถเปล่ยี นมือได้ง่าย
สามารถเปลีย่ นเป็นเงินสดได้ทนั ทเี มื่อต้องการใช้ เงนิ สดมีลักษณะอยู่หลายชนิดทใ่ี ชเ้ ปน็ ส่อื กลางในการ
แลกเปลยี่ นแต่ในขณะเดยี วกันจะเป็นตวั กำหนดมลู ค่าทางเศรษฐกจิ ในการดำเนนิ ธุรกิจกิจการอาจมีเงินฝาก
ธนาคารหลายบญั ชีและมีเงนิ สดในมอื อีกด้วย แตจ่ ะแสดงรายการในงบดุล รวมยอดเงนิ สดและเงนิ ฝากธนาคาร
ไวเ้ ข้าด้วยกันภายใต้สนิ ทรัพย์หมนุ เวียน เงินสดสามารถแบ่งจดั รายการเป็นชนดิ ของเงนิ สด และเอกสารท่มี ิใช่
เงินสดไดด้ งั ต่อไปน้ี
ชนดิ ของเงนิ สดท่ีจัดเปน็ สินทรพั ยห์ มุนเวียน ประกอบดว้ ย
1 เงนิ เหรียญ ธนบตั ร
2 เชค็ ของลูกค้า เช็คของธนาคาร เชค็ เดินทาง เชค็ ไปรษณีย์ เช็คส่วนบุคคล
3 ดราฟต์
4 ธนาณัติ
5 เงนิ ฝากธนาคารประเภทถอนไดเ้ มื่อทวงถาม
การควบคุมภายในเก่ียวกับเงนิ สด (Internal Control for Cash)

เงินสดเป็นสนิ ทรพั ยท์ ่ีสามารถเปล่ียนมอื ไดง้ า่ ย จึงทำให้เกดิ การสูญหาย หรือทุจรติ ไดง้ ่ายท่สี ุด ดงั น้ัน
กิจการจึงต้องมีวธิ กี ารรักษาและควบคมุ ภายในเกีย่ วกับเงนิ สดอย่างรัดกุม การวางแผนเก่ียวกับเงินสด เป็น
เครอ่ื งมอื ท่ผี ้บู รหิ ารใชใ้ นการประเมนิ ความสามารถของกจิ การในการชำระหนี้ และเปน็ วิธีการท่ที ำให้เกดิ ความ
แน่ใจวา่ มีเงินสดเพยี งพอทีจ่ ะใช้จ่ายภายในกจิ การรวมท้ังเพ่ือป้องกันไม่ให้เกดิ ความเสียหายแกก่ จิ การได้ การ
ควบคมุ เงนิ สดเปน็ วธิ ีการที่ทำให้เกดิ ความเชื่อม่ันได้ระดับหนงึ่ ถึงความปลอดภยั ของเงินสด การควบคุมภายใน
ที่มอี ย่างเพียงพอจะชว่ ยในดา้ นการดแู ลรกั ษาสนิ ทรพั ย์ของกิจการ การทุจรติ และการยกั ยอกเงนิ สด การ
ควบคมุ ภายในเงนิ สดสามารถทำได้หลายวิธี

การทจุ ริตและการยักยอกเงนิ สด การทุจริตและยักยอกเงนิ สดหรอื เงินฝากธนาคาร มกั จะเกดิ ขึน้ เปน็
ประจำ เชน่

1 การยักยอกเงินลูกคา้ (Lapping) พนกั งานเก็บเงินสดท่ีได้รับชำระหนี้จาก
ลกู ค้านำไปใชส้ ว่ นตัว โดยยังไมบ่ ันทกึ บัญชีการรบั ชำระหนใี้ นวนั ท่ีไดร้ บั เงิน และจะรอไว้จนลกู หนีร้ ายอน่ื นำ
เงินมาชำระหนี้จงึ จะบันทึกการรบั ชำระหนีจ้ ากลกู หนร้ี ายแรก หรือบนั ทึกแต่เพยี ง
บางสว่ น

2 การโอนเช็คลอย (Check Kiting) การทจุ รติ วิธนี ก้ี ระทำโดยผ่านบญั ชเี งนิ ฝากธนาคารและจะกระทำ
ในวันสิ้นเดือน โดยผ้ทู จุ ริตเขียนเช็คของธนาคารหนง่ึ แลว้ ไปฝากไวก้ บั อีกธนาคารหน่ึงเท่ากับจำนวนเงนิ ท่ขี าด
บญั ชีเงินฝากธนาคารในธนาคารหลงั น้ีจะสูงขึ้นเท่ากับเชค็ ที่นำฝากแตเ่ งนิ ฝากธนาคารในธนาคารแรกจะยงั ไม่
ลดลงทนั ที เพราะธนาคารอาจจะสง่ เชค็ ไปเรยี กเกบ็ เงินยังไมท่ ันยอดเงินฝากธนาคารในธนาคารแรก จะสงู เกนิ
กวา่ ความจรงิ เทา่ กับจำนวนเงินท่ีถูกยักยอกไปใช้

3 การบันทึกรายการลวงในบัญชีรายจา่ ยหรือบัญชอี น่ื เพื่อยักยอกเงนิ สดไป
ใช้สว่ นตัว โดยการทำใบสำคัญปลอมเพื่อเบิกเงินหรือนำใบสำคญั ทเ่ี บิกจ่ายแลว้ มาเบิกซ้ำอกี เพราะมไิ ด้มกี าร
ประทับตราจ่ายแลว้ เป็นตน้
การควบคุมภายในเก่ยี วกับเงนิ สด มีหลักการควบคมุ ภายในเกย่ี วกบั เงินสดดังน้ี
1 แบ่งแยกหน้าท่ี ความรับผิดชอบอยา่ งชัดเจนท้ังนเี้ พื่อป้องกันมใิ หม้ ีการนำเงินสดไปใชส้ ่วนตวั แล้วบนั ทึกบัญชี
เพ่ือบิดเบอื นรายการดงั กลา่ วโดยสะดวก
2 ไมใ่ ห้พนักงานคนใดคนหนง่ึ ทำงานต้งั แต่ต้นจนจบคนเดียวเพราะจะเกิดทจุ ริตไดง้ ่ายหรือเกดิ การหลงลืมได้
งา่ ย
3 ให้การทำงานของแต่ละคน สามารถทดสอบซ่งึ กันและกันได้ มีการตรวจเช็ดระหวา่ งอย่างสม่ำเสมอ
4 มีการตรวจสอบภายในอยา่ งสมำ่ เสมอและ เพ่ือประเมินผลการควบคมุ การดำเนินไปด้วยดเี พียงใด มีสิ่งใดที่
ต้องแก้ไขปรับปรุง แต่งตั้งผู้ตรวจสอบเพื่อตรวจเช็คความถูกต้อง
5 ใช้เครือ่ งมอื ช่วยในการควบคุมเงินสด เชน่ เครื่องบันทกึ เงนิ สด เป็นตน้
6 ใช้ระบบใบสำคัญเพ่ือควบคุมการจา่ ยเงนิ เพราะต้องผา่ นการอนุมัตใิ บสำคัญ และการจา่ ยเชค็ ต้องจา่ ยตาม
ใบสำคัญที่อนมุ ัติ
7 เงนิ สดรบั ทกุ รายการ ควรนำฝากธนาคารทงั้ หมด เมื่อตอ้ งการจา่ ยเงินใหจ้ ่ายเป็นเช็ค
วธิ ีการบัญชีเกยี่ วกับเงนิ สดย่อย

จากการควบคมุ ภายในเก่ยี วกับเงินสดมีหลักการทสี่ ำคญั คือรายจ่ายทุกรายการควรจ่าย
ด้วยวิธกี ารใชเ้ ช็ค เวน้ แต่จะมีรายการท่จี ่ายเปน็ จำนวนเพยี งเลก็ นอ้ ยกิจการควรจ่ายจากระบบใบสำคัญจา่ ย
(Voucher System) มาใช้ เพื่อให้ม่ันใจวา่ รายจา่ ยทุกรายการได้มีการอนมุ ัติอยา่ งเหมาะสมมีการตรวจสอบ
ก่อนออกเช็คสั่งจ่าย และยังช่วยวางแผนการจา่ ยเงินได้ทนั เวลา จากการกำหนดวิธอี นุมัติจ่ายซึ่งรายการที่
จำนวนเงนิ ไมม่ ากควรใหจ้ ่ายจากเงินสดยอ่ ย ซึ่งระบบเงินสดย่อยมวี ิธีปฏบิ ัตทิ างบญั ชี และมีความหมายดังจะ
กล่าวต่อไปน้ี
เงินสดยอ่ ย (Petty Cash) หมายถงึ เงินสดที่จำนวนหนงึ่ ท่ีมพี นักงานได้รบั มอบหมายให้เปน็ ผู้ดแู ลซงึ่ เรียกว่า
ผรู้ ักษาเงินสดย่อย (Petty Cash Custodian) มหี นา้ ท่รี ับผดิ ชอบในการจา่ ยเงินจำนวนนเี้ ปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยท่ีเป็น
จำนวนไม่มาก นอกเหนือจากการจา่ ยเงินตามปกติของกิจการจ่ายชำระดว้ ยเชค็ ตามนโยบายควบคุมเงินสด

กิจการกำหนดวงเงนิ ไว้เพ่ือใช้สำหรบั รายจา่ ยตา่ ง ๆของกิจการ ที่เป็นจำนวนเงินไม่มากและรายจ่ายนน้ั ไม่
สะดวกในการสั่งจา่ ยด้วยเชค็ การท่กี จิ การตง้ั วงเงนิ สดย่อยถือไดว้ า่ เป็นการควบคุมการจ่ายเงนิ สด โดยการ
กำหนดใหผ้ ทู้ ม่ี ีหน้าทร่ี ับผิดชอบในการตัง้ เบิกเงินสด และการดแู ลในการเบิกจา่ ย เชน่ การจา่ ยคา่ น้ำมันรถ ค่า
พาหนะ ค่ารบั รอง เปน็ ต้น
ระบบเงนิ สดย่อย วธิ ีการเงนิ สดยอ่ ยแบง่ เป็น 2 ระบบ คือระบบวิธกี ารปฏิบตั ิแบบระบบจำกดั วงเงนิ (Imprest
Cash System)และวิธกี ารปฏิบตั ิแบบระบบไมจ่ ำกดั วงเงนิ (Unimprest Cash System) วิธีท่ีนิยมใช้มากท่ีสดุ
คือ ระบบจำกัดวงเงินเพราะสามารถควบคุมได้ง่าย เมื่อมีการจ่ายชดเชยเงนิ สดยอ่ ยจำนวนเงนิ จะต้องเท่ากับ
วงเงินท่ตี ั้งไว้ในคร้งั แรกทุกคร้ัง ในทีน่ ้จี ะยกตวั อย่างเพยี งวธิ ีจำกดั วงเงินเท่านั้น วิธปี ฏิบตั แิ บบระบบจำกดั
วงเงินมวี ิธกี ารดงั น้ี
วิธีการปฏิบัติแบบระบบจำกัดวงเงนิ คือ เมอื่ เร่ิมต้งั วงเงินสดย่อย เจ้าหน้าที่การเงนิ (Cashier) จะจ่ายเช็คให้
พนักงานรักษาเงินสดย่อย เป็นจำนวนเท่ากับวงเงินท่ีต้ังไว้ เมื่อได้รับเช็คพนักงานรักษาเงินสดย่อยจะรบั เช็คไป
เบกิ เงนิ สดจากธนาคารนำมาเกบ็ รกั ษาไว้เมื่อมีการขอเบิกเงินรายยอ่ ยพนักงานผู้รักษาเงนิ สดย่อย รวบรวม
ใบสำคัญหลักฐานการเบกิ จา่ ย และบันทึกรายการไวใ้ นสมดุ เงินสดย่อย เม่ือครบกำหนดระยะเวลา หรือเม่ือเงิน
ใกล้หมดพนกั งานรักษาเงนิ สดยอ่ ย สรุปรวบรวมหลักฐานมาขอเบิกเงนิ ตามจำนวนทไ่ี ดจ้ ่ายไป เรียกว่าการเบิก
ชดเชยเงินสดยอ่ ย สมุดเงนิ สดยอ่ ย มลี ักษณะเป็นบันทึกความทรงจำของผรู้ กั ษาเงนิ สดย่อย
ขน้ั ตอนการบนั ทึกบัญชีเงินสดยอ่ ยวิธีระบบจำกดั วงเงิน (Imprest System)
1. การตั้งวงเงินสดย่อย เม่ือกิจการกำหนดวงเงินสดย่อย วธิ ีการเหมือนกับการจา่ ยเงินของกิจการ โดยกจิ การ
สั่งจา่ ยเป็นเชค็ และผู้ดูแล เงนิ สดย่อยจะนำเช็คนนั้ ไปเบกิ เงินท่ธี นาคารเพื่อไวจ้ า่ ยเมือ่ มผี ู้มาขอเบกิ เงินสดย่อย
2 การจ่ายเงินสดย่อย ผดู้ แู ลเงินสดยอ่ ย จะบนั ทกึ บัญชีในสมดุ เงินสดย่อย เพอ่ื ชว่ ยในการทำงานสะดวก
รวดเร็วขน้ึ และยังชว่ ยบนั ทกึ ความทรงจำ (Memo) ในการเบกิ เงินสดเม่ือมีผู้มาขอเบิกเงิน

3 การเบิกชดเชยเงินสดย่อย ผู้ดแู ลเงินสดยอ่ ยทำการเบิกชดเชยเงนิ สดย่อยเมื่อเห็นว่าเงินสดยอ่ ยใกลห้ มด หรือ
เมอ่ื ส้นิ ระยะเวลาทีก่ ำหนดไวใ้ นการเบกิ ชดเชยน้ันผูด้ แู ลรวบรวมใบสำคญั จา่ ยเงินสด และจดั ทำใบขอเบิก
ชดเชยใหมต่ ามเงินในใบสำคัญท่ีจา่ ยไป

การทำงบพิสูจนย์ อดเงินฝากธนาคาร (Bank Reconciliation Statement)
เมอื่ กิจการเปิดบัญชีเงินกระแสรายวนั กับธนาคาร กิจการมีฐานะเปน็ เจา้ หนธี้ นาคารตามจำนวนเงินฝากใน

บญั ชีของกจิ การที่ยังคงเหลืออยู่ โดยปกติกจิ การคา้ ส่วนใหญ่มรี ายการรับเงนิ และกจิ การนำเงินไปฝากธนาคาร
เพื่อการควบคุมเงนิ สด คือ เมื่อมรี ายการรับก็นำฝากธนาคารทั้งหมด เม่ือมรี ายการจา่ ยกิจการจ่ายเป็นเชค็
ดังน้นั ธนาคารสว่ นใหญจ่ ะแจ้งรายละเอยี ดการฝากเงินกบั การถอนเงินใหล้ ูกคา้ ทราบเปน็ ระยะๆ เพื่อป้องกนั
การจา่ ยเงินเกินบัญชี ซ่ึงจะเป็นสาเหตุให้ลกู คา้ เสยี หายเว้นแต่ มีการตกลงกนั เปน็ พิเศษในเรื่องการขอเบิกเงนิ
เกนิ บญั ชจี ากธนาคาร ที่เรยี กว่า O.D = Bank Overdraft ดงั นน้ั ธนาคารจึงถือเปน็ ธรรมเนยี มปฏิบัติ โดยสง่
สำเนาบัญชเี งินฝากให้กิจการอย่างน้อยเดอื นละคร้ังโดยปกติส่งใหท้ กุ วนั สิน้ เดอื นเพ่ือยนื ยนั ยอดเงนิ ฝาก
ธนาคาร ณ วนั ใดวนั หนง่ึ วา่ มีจำนวนเงินในบัญชีเทา่ ใด สำเนาบัญชเี งินฝากทแ่ี สดงรายละเอียดให้เห็นวา่ กจิ การ
นำเงนิ ฝากเม่ือไร ได้จ่ายเงินตามเช็คเลขอะไร เปน็ จำนวนเงินเทา่ ใด หรือธนาคารคิดค่าธรรมเนียมใดบ้างสำเนา
บญั ชเี งนิ ฝากน้ีเรียกว่าใบแจ้งยอดเงนิ ฝากธนาคาร (The Bank Statement)

1 วัตถปุ ระสงค์ของการจดั ทำงบพสิ จู น์ยอดเงินฝากธนาคาร เพือ่ ให้กจิ การสามารถใช้ใบแจง้ ยอดจากธนาคาร
ตรวจสอบกบั ข้อมลู ที่กจิ การไดจ้ ดบันทึกไว้ ถา้ ตรงกันก็ไม่จำเปน็ ต้องกระทบยอดเงนิ ฝากธนาคาร ตามปกติ
ยอดคงเหลือในกจิ การจะไมเ่ ทา่ กบั ยอดเงินฝากกิจการ ดังน้นั จึงตอ้ งมีการจัดทำงบเพ่ือกระทบยอดโดยมี
วตั ถปุ ระสงค์เพือ่ พสิ ูจน์ความถกู ต้องของตวั เลขท่ีบันทึกไว้ท้ังสองฝา่ ย
2สาเหตทุ ่ีทำใหย้ อดคงเหลอื ในกิจการและยอดคงเหลือตามใบแจ้งยอดแตกตา่ งกันอาจสรุปได้ดงั น้ี

• เงินฝากระหวา่ งทาง (Deposits In Transit) คอื รายการฝากเงินที่กิจการไดบ้ ันทึกบญั ชแี ลว้ แต่
ธนาคารยงั ไม่ได้บนั ทึกบัญชี ซึ่งอาจเน่ืองจากเป็นเชค็ ระหวา่ งรอเรียกเกบ็ จงึ มผี ลทำใหย้ อดเงนิ ฝาก
ธนาคารตำ่ ไป

• เชค็ คา้ งจา่ ย (Outstanding Checks) คือ เช็คที่กิจการสง่ั จา่ ยไปแลว้ แต่ผทู้ ี่ไดร้ ับเช็คยงั ไมน่ ำไปขนึ้ เงนิ
กับธนาคาร มผี ลทำให้ยอดธนาคารสงู กวา่ กิจการ

• ธนาคารเพิม่ ยอดเงนิ ฝากโดยทไี่ ม่ไดแ้ จ้งให้กิจการทราบ เช่น มีการโอนเงินเข้าบัญชี หรอื การทธี่ นาคาร
เรยี กเกบ็ เงินตามตว๋ั และนำเข้าบัญชซี ่ึงธนาคารเพิ่มยอดใหแ้ ต่กิจการยังไม่ไดเ้ พ่ิม มผี ลทำให้เงนิ ฝาก
ธนาคารสูงกว่ากิจการ

• ธนาคารลดยอดเงินฝากโดยมไิ ด้แจ้งให้ทราบ เชน่ คา่ ธรรมเนียม ค่าสมุดเชค็ เชค็ คืน เป็นต้น รายการ
นีท้ ำใหย้ อดธนาคารต่ำกว่ายอดกจิ การ

• การบนั ทกึ บัญชีผดิ พลาด อาจเนื่องมาจากพนักงานของกจิ การหรอื ธนาคารบนั ทึกผดิ พลาดเชน่ นำเช็ค
ของผู้อื่นมาหกั บัญชี หรอื ฝากผิดบัญชี หรือลงบญั ชสี งู ไป และต่ำไป เปน็ ตน้

3 ขัน้ ตอนการจดั ทำงบพสิ ูจน์ยอดเงนิ ฝากธนาคาร
• เปรยี บเทยี บรายการฝากเงนิ ในชอ่ งฝาก (Deposit) ตรวจเช็ครายการชอ่ งฝากตามใบแจ้งยอดของ
ธนาคารด้านเดบติ ในสมุดบญั ชีของกจิ การโดยดูสำเนาใบฝากเงินประกอบรายการใดตรงกันใหเ้ ช็คถูก
รายการใดไม่ตรงใหเ้ ช็คผดิ เพ่ือนำรายการท่ีไมต่ รงมาทำงบพิสจู นย์ อดเงนิ ฝากธนาคาร
• เปรยี บเทียบรายการถอนเงินในช่องถอน (Withdrawal) ตรวจเช็ครายการตามใบแจ้งยอดธนาคารกับ
รายการดา้ นเครดิตในสมุดกจิ การโดยดตู น้ ข้ัวเช็คประกอบด้วยรายการทต่ี รงกนั ให้เชค็ ถูก รายใดไม่
ตรงให้เช็ดผดิ ใหร้ วบรวมรายการท่ีไม่ตรงมาทำงบพิสูจน์ยอดเงนิ ฝากธนาคาร
• นำรายการท่ีไมต่ รงกันมาจัดทำงบพสิ ูจนย์ อดเงนิ ฝากธนาคาร เมอื่ รวบรวมรายการมาทำงบพิสจู น์
สามารถจัดทำงบพสิ ูจน์ยอดเงินฝากได้ 3 วิธี

4 การจัดทำงบพิสจู นย์ อดเงนิ ฝากธนาคาร สามารถกระทำงบพิสจู นย์ อดเงนิ ฝากได้ 3 วธิ ีคือ
• วธิ กี ารพิสจู น์ยอดเงนิ ฝากธนาคารทถ่ี ูกต้อง คอื วธิ หี ายอดคงเหลอื ทีถ่ ูกตอ้ งทั้งสองด้านจะต้องเทา่ กัน
วธิ นี จ้ี ะนิยมทำกนั มากทีส่ ุด สามารถจัดทำรปู แบบฟอรม์ ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี้

• วิธีการพิสจู นย์ อดเงินฝากธนาคารไปหายอดเงนิ ฝากตามสมุดกจิ การ กจิ การ
สามารถจดั ทำยอดกระทบจากอีกฝา่ ยไปหายงั อีกฝา่ ยได้ดงั ตามแบบฟอรม์ ตอ่ ไปน้ี

• วธิ กี ารพสิ ูจนย์ อดเงนิ ฝากตามสมดุ บญั ชกี ิจการไปหายอดเงินฝากธนาคาร

กจิ การสามารถจัดทำยอดกระทบจากอกี ฝ่ายไปหายงั อีกฝา่ ยไดด้ ังตามแบบฟอร์มต่อไปน้ี

งบประมาณเงินสด (Cash Budgets)
การจดั ทำงบประมาณเงินสดเปน็ การวางแผนการใชจ้ ่ายเงินระยะสัน้ ในแตล่ ะปเี พอื่ ใหก้ จิ การทราบวา่

มีการรบั และจา่ ยเงินสดระหว่างเดือนเป็นจำนวนเทา่ ใดมีเงินเพยี งพอ สำหรบั การใชจ้ า่ ยและมีเงนิ สดคงเหลือ
ในกจิ การเปน็ จำนวนเทา่ ใด การจดั ทำงบประมาณเงินสดนิยมทำเปน็ ไตรมาสและจะต้องวิเคราะหข์ ้อมลู ตา่ ง ๆ
ที่เกิดท้ังในอดีต ปจั จุบัน และอนาคต
การจัดทำงบประมาณเงนิ สดเปน็ การสรปุ ยอดการรับเงนิ สดและจา่ ยเงนิ สดพรอ้ มท้ังยอดเงนิ สดคงเหลอื ทจี่ ะ
เกดิ ขึน้ ในช่วงเวลาท่กี ำหนดใหด้ ว้ ย วธิ กี ารประมาณข้อมลู ท่ีเกดิ ขึ้นแล้ว อยา่ งมหี ลักเกณฑ์ กลา่ วคอื เงินสดรับ
จะประมาณได้จากยอดขายและประสบการณ์ในการเรียกเก็บเงนิ จากลูกหนใ้ี นเวลาทผี่ า่ นมา การจา่ ยเงินสดจะ
ประมาณไดจ้ ากการพจิ ารณาถึงการซ้ือสินค้าตลอดจนการจา่ ยชำระหน้ี
ตวั อยา่ ง การจดั ทำงบประมาณเงินสด บริษัทชลธาร จำกดั ไตรมาสแรกของปี 25×2 โดยมีข้อมูลทางการเงนิ
ดังต่อไปนี้

1. ยอดเงนิ สดยกมาในวนั ท่ี 1 ม.ค.25×2 จำนวน 14,000 บาท
2. ยอดขายสดและขายเช่ือปี 25×1, 25×2 มีรายละเอียดดัง

3. บริษทั มรี ายจ่ายดังตอ่ ไปน้นี ้ี
การเก็บเงินจากลกู หนี้ มเี งอ่ื นไข 2/10, n/90 และประมาณการเรียกเก็บเงินไดด้ งั น้ี

o 70% เก็บไดใ้ นเดือนท่ีขายและใหส้ ว่ นลด
o 20% เก็บในเดือนถัดไป
o 10% เกบ็ ในเดือนถัดไปอกี
4. บรษิ ัทมีรายจา่ ยดังต่อไปน้ี

บรษิ ัทมีนโยบายจา่ ยชำระหนี้ในการซ้ือเช่ือดงั นี้
o 80% จา่ ยในเดือนทซี่ ้ือ
o 20% จา่ ยในเดือนตอ่ ไป

5. บรษิ ทั มีรายไดด้ อกเบี้ยเดือนละ 7,000 บาท
ให้ทำ งบประมาณเงนิ สดสำหรับไตรมาสแรกของปี 25×2 และงบประกอบงบประมาณเงินสด
ตาราง ก.

ตาราง ข.

ตาราง ค.

สรุป
เงินสดเปน็ สินทรัพย์ของกจิ การทม่ี ีสภาพคล่องเปน็ อันดบั แรกและมักมีการทจุ รติ ยักยอกโดยวธิ ีการ

ต่างๆ ดงั กลา่ วมาขา้ งต้น กิจการจงึ ตอ้ งมีการวางแผนควบคุมเงนิ สดเพื่อปอ้ งกนั การทุจรติ และเพ่ือความอยรู่ อด
ของการดำเนนิ งานทางธุรกิจ ปัจจบุ ันนักบรหิ ารทดี่ ีจงึ ต้องมีการวางแผนการใชจ้ ่ายเงินมกี ารจดั การเก่ยี วกับเงิน
สดเชน่ มีการจัดทำวงเงนิ สดย่อยซึง่ สามารถทำได้สามขนั้ ตอน
การพิสูจนย์ อดเงนิ ฝากธนาคารสามารถพิสจู น์ไดส้ ามวธิ ี การจัดทำงบประมาณเงินสดประกอบด้วยงบประกอบ
งบประมาณการรับชำระหนีแ้ ละงบประมาณการจ่ายชำระหนี้ จากวิธกี ารเงินสดย่อย
งบพิสูจนย์ อดเงินฝากธนาคารและการจดั ทำงบประมาณก็ เพ่อื ชว่ ยในการบริหารดา้ นการเงนิ ของกิจการ
เพ่ือให้กจิ การมีเงนิ สดใชจ้ า่ ยเพยี งพอกับธุรกิจของตน และเพื่อก่อให้เกิดความเช่อื มนั่ ในกระบวนการตดั สินใจ
ดา้ นการลงทุนในอนาคตตอ่ ไป

แบบฝกึ หดั หน่วยการเรียนรู้ที่ 2
1.ใหน้ กั ศึกษาอธิบายความหมายและลกั ษณะของเงินสดมาพอสังเขป
............................................................................................................................. .................................................
..................................................................................................................................................................... .........
.......................................................................................................................... ....................................................
2.หลักการควบคุมภายในเกี่ยวกบั เงินสดมีอะไรบา้ งจงอธบิ ายมาพอสังเขป
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................................................ ..
3.ขนั้ ตอนเงนิ สดย่อยมีกขี่ นั้ ตอนอะไรบ้าง
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
4.การจดั ทำงบพสิ ูจนย์ อดเงนิ ฝากธนาคารมีกี่วิธอี ะไรบ้าง (จงอธิบาย)
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................... ..........................................
......................................................................................... .....................................................................................
5.การจัดทำงบประมาณมปี ระโยชนต์ อ่ กจิ การอย่างไรบ้างทำไมต้องมีการจดั ทำงบประมาณเงนิ สด
......................................................................................... .....................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

หนว่ ยท่ี 3 การบนั ทึกบัญชเี ก่ยี วกับเงินลงทุนชว่ั คราวในตราสารหน้ีและตราสารทนุ

ความหมายของเงินลงทุนชั่วคราว
ตามคำนิยามในมาตรฐานการบญั ชีฉบับที่ 40 ของสมาคมนักบญั ชีและผสู้ อบบัญชีรบั อนุญาตแหง่ ประเทศไทย
ได้ให้คำนิยามมดี ังน้ี
เงินลงทนุ ( Investments) หมายถึง สินทรัพย์ที่กิจการมีไว้เพื่อเพม่ิ ความม่ังคง่ั ให้กบั กิจการไม่ว่าจะอยใู่ นรูป
ของสว่ นแบง่ ท่ีจะไดร้ บั (เช่น ดอกเบี้ย ค่าสทิ ธิ และเงนิ ปันผล) ในรปู ของราคาที่เพิม่ ข้นึ หรอื ในรูปของประโยชน์
อยา่ งอน่ื ทก่ี จิ การไดร้ บั (เช่น ประโยชนท์ ี่ได้รับจากความสมั พนั ธท์ างการคา้
เงินลงทนุ ชั่วคราว (Temporary Investment) หมายถงึ เงินลงทนุ ที่กจิ การตั้งใจจะถือไว้ไม่เกิน1 ปี เงนิ ลงทนุ
ชั่วคราวรวมถงึ หลักทรพั ย์เพื่อค้า หลกั ทรัพย์เผ่ือขาย เงินลงทนุ ทัว่ ไป และตราสารหนี้ทีจ่ ะครบกำหนดภายใน
1 ปี จากคำนิยามดังกล่าวจะพบว่าเงินลงทนุ ช่วั คราว จะประกอบดว้ ยหลกั ทรัพยเ์ พื่อค้า หลักทรพั ยเ์ ผอ่ื ขาย
เงินลงทนุ ท่ัวไปและตราสารหน้ี กิจการตอ้ งแสดงเงนิ ลงทนุ ประเภทหลักทรัพยเ์ พื่อค้าและหลกั ทรัพย์เผอื่ ขาย
ดว้ ยมูลคา่ ยตุ ธิ รรม เงินลงทนุ ท่วั ไปต้องแสดงดว้ ยราคาทนุ และตราสารหน้ีทีจ่ ะถือจนครบกำหนดภายใน 1 ปี
แสดงดว้ ยราคาทุนตัดจำหน่าย
ประเภทของเงนิ ลงทนุ ชว่ั คราว
มาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 40 แบง่ ประเภทเงินลงทุนชัว่ คราวดงั ต่อไปน้ี
จัดประเภทตราสารหนที้ ุกชนดิ และตราสารทนุ ในความตอ้ งการของตลาด ได้แก่
1.หลักทรัพย์เพ่อื ค้า หมายถึง เงนิ ลงทนุ ในตราสารหนท้ี ุกชนิดหรอื ตราสารทุนในความต้องการของตลาดที่
กิจการถือไว้ โดยมีวัตถปุ ระสงค์หลกั ท่จี ะขายในอนาคตอันใกลท้ ำให้กิจการถือหลกั ทรัพย์น้ันไว้เป็นระยะเวลา
ส้ัน ๆ เพือ่ หากำไรจากการเปลย่ี นแปลงราคาของหลกั ทรัพย์ ดงั นั้นหลกั ทรพั ยเ์ พื่อคา้ จงึ มอี ตั ราการหมุนเวียน
สงู
2. หลักทรัพยเ์ ผอ่ื ขาย หมายถึงเงินลงทุนในตราสารหนท้ี ุกชนดิ หรอื ตราสารทนุ ในความต้องการของตลาด ซ่งึ
ไม่ถือเป็นหลักทรัพย์เพอ่ื คา้ และในขณะเดียวกนั ไม่ถือเป็นตราสารหนี้ท่ีจะถือจนครบกำหนดหรอื เงนิ ลงทุนใน
บรษิ ทั ยอ่ ยหรือบริษัทรว่ ม หลักทรัพย์เผื่อขายสามารถแยกประเภทเปน็ เงินลงทนุ ช่ัวคราว หรือเงินลงทนุ ระยะ
ยาว
3.ตราสารหน้ที จ่ี ะถือจนครบกำหนด หมายถึง เงนิ ลงทุนในหลกั ทรัพย์ประเภท
ตราสารหนี้ทีก่ ิจการมคี วามต้ังใจแนว่ แน่ และมีความสามารถที่จะถอื ไว้จนครบกำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี
จัดประเภทตราสารทุนทไ่ี ม่อยู่ในความต้องการของตลาด ได้แก่ เงนิ ลงทุนทวั่ ไป
เงนิ ลงทนุ ท่วั ไป หมายถงึ เงนิ ลงทุนในตราสารทนุ ท่ีไม่อย่ใู นความต้องการของ
ตลาด ทำให้กจิ การไมส่ ามารถจดั ประเภทเป็นหลกั ทรัพย์เพื่อค้าหรือหลกั ทรัพยเ์ ผ่อื ขาย เงินลงทุนทั่วไป

สามารถแยกประเภทเปน็ เงนิ ลงทุนชว่ั คราว หรือเงินลงทนุ ระยะยาวโดยข้ึนอยู่กบั ระยะเวลาหรอื อายตุ าม
สัญญาของเงินลงทนุ
วธิ ีการซ้อื ขายเงนิ ลงทุนช่วั คราว
เชาวลีย์ พงศผ์ าตโิ รจน์ (2539 : 296) กล่าววา่ วิธกี ารซอื้ เงินลงทุนอาจทำได้ 2 ชอ่ งทางคือ
ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยผา่ นบริษทั เงินทนุ หลักทรัพย์ทเ่ี ปน็ สมาชิกของตลาดหลักทรัพยแ์ หง่ ประเทศ
ไทย ใชว้ ธิ ีการประมูลมีคนกลางบริษทั สมาชกิ จะคิดค่าธรรมเนยี มในการซื้อขาย โดยตลาดหลกั ทรัพย์กำหนดให้
ดังน้ี
1.หุน้ สามัญ หุ้นบุริมสิทธ์ิ หรอื หุ้นกู้ หรอื ตราสารอ่ืนทร่ี ัฐมนตรีวา่ การกระทรวงการคลังเรยี กเก็บในอตั ราร้อยละ
0.50 ของจำนวนเงนิ ท่ีซ้ือขาย
2.พนั ธบตั ร ในการซ้ือขายให้เรยี กเกบ็ ค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 0.10 ของจำนวนเงนิ ท่ีซ้อื ขาย และในการ
คดิ คา่ ธรรมเนยี มดังกลา่ วแตล่ ะครงั้ ต้องไม่ตำ่ กว่าครั้งละ 50 บาท ทกุ กรณีผูซ้ ้อื เสนอซื้อในราคาท่ตี นต้องการ
และผขู้ ายเสนอขายตามราคาท่ีต้องการขายซงึ่ เรียกวา่ ราคายตุ ธิ รรม
ซอื้ ขายนอกตลาดหลักทรพั ย์ วธิ ีน้ีกระทำได้โดยซื้อจากบริษัทท่ีตง้ั ขึน้ ใหม่ไม่ใชบ่ รษิ ัทท่ีจดทะเบียนและรับ
อนุญาตจากตลาดหลักทรัพย์แหง่ ประเทศไทย ราคาซื้อขายจะเปน็ ราคาท่ตี ราไว้ (At-par) หรือราคาสงู กว่า
ราคาทตี่ ราไว้ (Over-par)
ตน้ ทุนของเงินลงทุนและราคาตามบญั ชีของเงินลงทุนชั่วคราว
ต้นทนุ ของเงินลงทุนแบ่งออกเปน็
1. ต้นทุนของเงนิ ลงทุนของเงินลงทุนชัว่ คราว ต้นทุนของเงินลงทนุ คอื รายจ่ายโดยตรงทง้ั ส้ินท่ีกิจการจ่าย
เพอื่ ใหไ้ ด้มาซ่งึ เงินลงทุนนั้น เชน่ รายจ่ายซึ่งเงนิ ลงทุน ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม และคา่ ภาษีอากร ไมร่ วม
ต้นทุนทางการเงนิ ตน้ ทนุ ของการบริหาร และต้นทนุ ภายในท่ไี ดร้ ับการแบง่ ปันมา
2. ราคาตามบญั ชี ราคาตามบัญชเี งนิ ลงทนุ ช่ัวคราว พจิ ารณาแยกตามชนิดของเงนิ ลงทุนคือ หลักทรัพย์เพ่ือค้า
จะแสดงมูลค่ายตุ ิธรรมซึ่งเป็นราคาตลาดที่ซ้ือขายกนั ผลตา่ งระหว่างราคาทุนและราคาตลาดเป็นกำไร
(ขาดทุน) ทีย่ งั ไมเ่ กิดแสดงในงบกำไรขาดทนุ และหลกั ทรัพย์เผ่ือขาย จะแสดงตามมลู ค่ายุตธิ รรมราคาทุนกับ
ราคาตลาดเป็นกำไร(ขาดทนุ ) ทีย่ งั ไม่เกดิ สะสมตามส่วนของเจ้าของในงบดลุ
หลกั เกณฑ์ในการเปดิ เผยข้อมูลในงบการเงิน
ขอ้ มลู เกยี่ วกับเงนิ ลงทุนท่ีต้องเปดิ เผยในงบการเงินหรอื ในหมายเหตปุ ระกอบงบการการเงินมีดงั ต่อไปน้ี
1.นโยบายการบญั ชี
นโยบายการบญั ชีทีต่ อ้ งเปิดเผย ไดแ้ ก่

• การกำหนดมูลคา่ ของเงินลงทุน
• การใช้วิธีถัวเฉล่ยี ถ่วงน้ำหนกั ในการกำหนดตน้ ทนุ ของตราสารท่ีจำหน่าย

• การบนั ทกึ บัญชเี กยี่ วกบั การเปล่ียนแปลงมูลค่ายตุ ธิ รรมของเงนิ ลงทุนช่ัวคราว
2.รายการที่มีนัยสำคัญทีร่ วมอยใู่ นงบกำไรขาดทุน
รายการท่มี ีนัยสำคญั ท่ีต้องเปิดเผย ไดแ้ ก่

• รายไดด้ อกเบีย้ ค่าสิทธิ และเงินปันผลที่เกิดจากเงินลงทนุ ชั่วคราว
• จำนวนรวมของส่งิ ตอบแทนจากการขายเงนิ ลงทุนแตล่ ะประเภท
• จำนวนรวมของรายการกำไรและจำนวนรวมของรายการขาดทุนท่เี กิดขึ้นจาก

การโอนเปล่ยี นหลักทรัพยเ์ ผ่อื ขายไปเป็นหลักทรพั ย์เพ่ือคา้
• จำนวนรวมของรายการกำไรและจำนวนรวมของรายการขาดทุนจากการขาย

เงนิ ลงทนุ แตล่ ะประเภท
• จำนวนรวมของรายการกำไรและจำนวนรวมของรายการขาดทุนทยี่ ังไม่

เกดิ ข้นึ ของหลักทรพั ย์เพื่อค้าและเงนิ ลงทนุ ทว่ั ไป
3.การเปลย่ี นแปลงในระหวา่ งงวดของส่วนเกินทนุ จากการเปลีย่ นแปลงมูลค่าและลกั ษณะของการเปล่ยี นแปลง
นนั้
4.ข้อมลู เก่ยี วกับหลกั ทรัพย์เผ่ือขายและตราสารหนที้ จี่ ะถือจนครบกำหนด โดยแสด
แยกตราสารหนีท้ ี่จะถือจนครบกำหนดเปน็ แต่ละรายการ ดังนี้

• มลู ค่ายตุ ธิ รรม
• จำนวนรวมของรายการกำไรและจำนวนรวมของรายการขาดทุนที่ยังไม่เกิดข้นึ จากการเปลี่ยนแปลง

มลู คา่
• จำนวนของราคาทนุ ตัดจำหน่ายของตราสารหน้ที จ่ี ะถือจนครบกำหนด
• ตราสารหนี้ท่ีจะถือจนครบกำหนดตามสญั ญา โดยจัดกลุ่มตามระยะเวลาทจี่ ะถงึ กำหนด เช่นภายใน 1

ปี ภายใน 2-5 ปี หรือภายใน 6-10 ปี
5.ขอ้ มลู สำหรบั การขายหรอื การโอนเปลย่ี น ประเภทตราสารหนี้ท่ีจะถือจนครบกำหนดที่ต้องเปดิ เผยในหมาย
เหตปุ ระกอบงบการเงิน มดี ังต่อไปนี้

• จำนวนตน้ ทุนตดั จำหนา่ ยของหลักทรพั ยท์ ่ีมกี ารขายหรอื โอนเปลย่ี น
• จำนวนรวมของรายการกำไรสุทธิท่ีเกิดข้นึ
• จำนวนรวมของรายการกำไรหรอื ขาดทุนสุทธทิ ยี่ ังไมเ่ กดิ ข้ึน
• สถานการณ์ท่ีทำให้กิจการขายหรือโอนเปล่ยี นตราสารนั้น เช่น

– มีหลกั ฐานทแี่ สดงวา่ ความน่าเชอ่ื ถือของผู้ออกเอกสารลดลงอยา่ งเป็นสาระสำคัญ
– มีการเปลยี่ นแปลงกฎหมายภาษซี ่งึ เป็นผลให้มีการยกเลิกหรอื ลดข้อลดหย่อนทางภาษอี ากรเก่ยี วกับ
ดอกเบยี้ ทจี่ ะได้รับจากตราสารซงึ่ กรณนี ี้ไมเ่ กย่ี วกบั การเปลี่ยนแปลงอัตราภาษโี ดยทว่ั ไป

– มีการรวมกิจการหรือจำหน่ายกิจการท่สี ำคญั ซ่งึ ทำให้กิจการต้องขายหรอื โอนตราสารหนีท้ จี่ ะถือจน
ครบกำหนดเพ่ือให้กิจการสามารถรักษาระดับความเสีย่ งในอัตราดอกเบี้ยหรือความเสีย่ งด้านเครดิต
ของกิจการไว้ดงั เดมิ
– มกี ารเปล่ยี นแปลงกฎหมายทส่ี ่งผลใหก้ จิ การไมส่ ามารถถือเงนิ ลงทุนบางชนิดไว้ในระดับทกี่ ิจการ
เคยถอื ไวไ้ ด้ ทำให้กิจการจำเป็นต้องขายตราสารหนีด้ ังกลา่ ว
– มีการเปล่ียนแปลงข้อกำหนดหรอื กฎหมายเก่ียวกับการรกั ษาระดบั เงินทุนท่ตี ้องการ ทำใหก้ ิจการ
ต้องลดขนาดลงโดยการขายเงินลงทนุ ดังกล่าว
– สถานการณ์อนื่ ๆ ทไ่ี ม่อาจคาดการณ์ได้ซ่ึงเกดิ จากเหตุการณ์ที่ไมป่ กติ
การเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ในงบการเงินหรือในหมายเหตุประกอบงบการเงนิ ข้างตน้ จะใหข้ ้อมูลที่เป็นประโยชน์
ต่อผู้ใชง้ บการเงนิ อยา่ งไรกต็ าม กิจการอาจเปดิ เผยข้อมลู เพ่มิ เตมิ เพ่ือช่วยใหผ้ ใู้ ชง้ บการเงินเขา้ ใจงบการเงินได้
ดยี ่งิ ขึน้
การเปดิ เผยขอ้ มลู ในงบดุล/งบแสดงฐานะทางการเงนิ
เม่ือกิจการจดั ทำงบกำไรขาดทนุ และงบดลุ เสร็จเรยี บร้อยแล้วต้องเขียนหมายเหตุประกอบงบการเงนิ บางสว่ น
ต่อจากงบการเงินน้นั ๆ ดังตัวอยา่ งต่อไปนี้
ตวั อยา่ ง การแสดงรายการเงินลงทุนช่ัวคราวในงบดลุ ตามมาตรฐานดัง

หมายเหตุประกอบงบการเงิน (บางส่วน)
1.สรุปนโยบายบญั ชสี ำคญั

• เงนิ ลงทุน
o เงนิ ลงทนุ ระยะสน้ั แสดงดว้ ยราคายตุ ธิ รรม
o ต้นทนุ ของเงนิ ลงทุนช่วั คราวท่ีจำหน่ายในระหวา่ งงวดคำนวณโดย วิธถี วั เฉล่ยี ถว่ งน้ำหนกั

2.เงนิ ลงทุนชั่วคราว

3.รายการกำไร(รายการขาดทุน) ท่ยี ังไมเ่ กิดขนึ้ จากการเปล่ียนแปลงมลู ค่าของเงินลงทุน

4.คา่ ใช้จา่ ยในการขายและบรหิ าร

สรุปการบญั ชเี กี่ยวกับเงินลงทนุ ชวั่ คราว
เงนิ ลงทนุ ชวั่ คราวเปน็ เงนิ ลงทุนที่มวี ตั ถุประสงคเ์ พือ่ เพ่ิมความมั่งค่ังให้กับกจิ การ ได้แก่ เงินลงทุนในหลกั ทรัพย์
เพื่อคา้ หลกั ทรัพย์เผ่อื ขาย เงินลงทนุ ทั่วไป และตราสารหน้ที ่ีจะครบกำหนดภายใน 1 ปมี ีวิธีปฏิบัตทิ างบญั ชี
ตง้ั แต่การซื้อขาย การโอนเปลี่ยน การปรบั มูลค่า การตีราคา กจิ การเปิดเผยข้อมลู เก่ยี วกับเงินลงทนุ ในงบดลุ
หรือในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารทุนคือเงนิ ปันผล และในตราสารหนี้
คอื ดอกเบี้ย

แบบฝึกหดั หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3
1. เงินลงทุนหมายถึง
2. หลกั ทรพั ย์ในความต้องการของตลาด หมายถึง
3. หลกั ทรพั ยเ์ พือ่ คา้ หมายถึง
4. หลกั ทรัพยเ์ ผื่อขาย หมายถึง
5. มลู ค่ายุติธรรม หมายถึง
6. ณ วนั ที่กจิ การไดม้ าซ่งึ เงนิ ลงทุนกิจการต้องปฏบิ ตั ิอยา่ งไร
7. ต้นทุนของเงนิ ลงทุน หมายถงึ
8. หลกั ปฏบิ ตั ิทางบญั ชีเกี่ยวกับเงนิ ลงทนุ ชว่ั คราวมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอย่างไร
9. หลกั ปฏบิ ัตทิ างบญั ชใี นการโอนเปล่ยี นจากตราสารหน้ีเปน็ หลักทรพั ย์เพอ่ื ขายจะบนั ทึก
อย่างไร
10. หลกั ปฏบิ ัติทางบัญชีในการโอนหลกั ทรัพย์เผื่อขายไปเป็นหลกั ทรัพย์เพอ่ื ค้าจะบันทกึ อยา่ งไร

หน่วยที่ 4 การบัญชเี กีย่ วกบั ลกู หนี้
ความหมายและประเภทของลกู หน้ี
1.ความหมายของลกู หนี้

คำว่า ลกู หนี้ ตามที่กำหนดในมาตรฐานการบัญชีโดยสมาคมนักบัญชีและผูส้ อบบญั ชีรบั อนุญาตแห่ง
ประเทศไทย มิถนุ ายน 2546 มีดังน้ี
ลูกหนี้ (Receivable) หมายถึง สิทธเิ รยี กรอ้ งอย่างหนง่ึ ของเจา้ หน้ใี นการท่จี ะใหช้ ำระหน้ีด้วยเงินสดหรือ
ทรพั ยส์ ินอยา่ งอ่ืน โดยคาดหมายวา่ จะได้รับชำระเต็มจำนวนเม่ือถึงกำหนดชำระ ลูกหน้จี ัดเป็นสินทรัพย์อย่าง
หนง่ึ ของกิจการและควรแสดงในงบการเงนิ ด้วยมูลคา่ สุทธิท่ีคาดว่าจะได้รบั นั่นก็คือจำนวนทค่ี าดหมายวา่ จะ
เกบ็ ได้
2.ประเภทของลกู หน้ี
ลกู หนี้แบง่ ออกเป็น 2 ประเภทคือ

• ลูกหนกี้ ารค้า (Trade Receivable) หมายถึง ลูกหนที้ ีเ่ กิดจากการดำเนินการค้าตามปกติของธรุ กิจ
และจะมชี ื่อบัญชีแตกต่างกนั ไดต้ ามประเภทของธุรกิจ เช่นธรุ กิจธนาคารพาณชิ ย์ หมายถึงบญั ชี
ระหว่างธนาคารทม่ี ีดอกเบีย้ เงินใหส้ นิ เชอ่ื และดอกเบี้ยค้างรบั กจิ การประกันภยั หมายถึงบญั ชีเบี้ย
ประกันภัยค้างรับ เงินคา้ งรับเกีย่ วกบั การประกนั ต่อ และเงินให้ก้ยู มื

• ลูกหนอ้ี น่ื ๆ (Other Receivable) หมายถงึ ลูกหน้ีทีไ่ ม่ได้เกดิ จากการดำเนนิ การค้าตามปกติของ
ธรุ กจิ เชน่ ลูกหน้ีและเงินให้กู้ยมื แก่กรรมการและลกู จา้ ง เงินใหย้ มื แกบ่ ริษัทในเครือและบรษิ ัทร่วม
รายไดอ้ ่ืน เป็นตน้

การกำหนดมลู คา่ ลกู หนแ้ี ละการบันทกึ บญั ชีลกู หนี้
1.การกำหนดมูลค่าลกู หน้ี เมื่อกจิ การขายสินค้าและบริการควรจะรบั รรู้ ายการและบนั ทึกบญั ชีลกู หน้ี ณ วัน
ใดด้วยจำนวนเงนิ เท่าใดขน้ึ อยู่กับกำหนดเวลาทส่ี ง่ มอบสินค้าหรอื บรกิ ารและมูลค่าท่ีจะเกิดกบั ลกู คา้ ดูไดจ้ าก
เอกสารคือใบกำกับสนิ ค้า ในการกำหนดมลู ค่าลกู หนี้ทจี่ ะบันทกึ ควรพจิ ารณาถึงส่วนลด (Discounts) ซ่งึ แบง่
ออกไดเ้ ปน็ 2 ประเภทคือ

• สว่ นลดการค้า (Trade Discounts) คอื สว่ นลดทล่ี ดทนั ที ณ ท่ตี กลงซื้อขายสนิ คา้ กจิ การจะให้
สว่ นลดการค้าน้เี พ่ือจูงใจให้ลูกคา้ ซ้ือสินคา้ ในปริมาณทม่ี าก โดยใช้กลยุทธใ์ นดา้ นส่วนลดการค้า และ
จะกำหนดไวเ้ ปน็ อตั ราร้อยละของราคาขาย เปน็ อัตราเดียวหรือหลายอตั ราก็ได้ เมอื่ ตกลงซ้อื ขายกัน
โดยให้ส่วนลดการคา้ กบั ลกู ค้า กจิ การจะส่งใบแจ้งหน้ีไปใหล้ ูกค้าอีกครั้งหนึง่ ดว้ ยจำนวนสทุ ธหิ ลังจาก
หักสว่ นลดการคา้ แล้ว

• ส่วนลดเงินสด (Cash Discounts หรือ Sales Discounts) คอื สว่ นลดทใ่ี หแ้ กล่ ูกคา้ เมอื่ ลูกค้านำเงนิ

มาชำระภายในเวลาทีก่ ำหนดไว้ตามเง่ือนไขเช่น 2/10, n/30 หมายความวา่ จะใหส้ ว่ นลด 2 % ถา้

ชำระเงินภายใน 10 วนั จากระยะเวลาทใี่ หเ้ ครดิต 30 วนั การคา้ แลว้

2.การบนั ทกึ บญั ชี

• การบันทกึ บัญชีกรณีไดร้ บั สว่ นลดการค้า จะบนั ทกึ ราคาลกู หนหี้ ักส่วนลดทันทีดังตัวอยา่ งต่อไปนี้

ตัวอย่าง สมมติวา่ กจิ การขายสนิ คา้ เช่อื ใหล้ กู หน้ีจำนวน 10,000 บาท ใหส้ ่วนลด 2 %

เดบติ ลูกหน้ี 9,800

เครดติ ขาย 9,800

• การบันทกึ บญั ชีกรณไี ด้รบั สว่ นลดเงนิ สด การบนั ทกึ บัญชีกระทำได้ 2 วิธีคอื

วธิ ที ่ี 1 วธิ ี Gross Method เปน็ วิธีท่ีบนั ทึกรายการขายเช่ือด้วยราคาเต็มของสินคา้ ท่ีตกลงซอ้ื ขายกนั

เม่อื มีการชำระเงินโดยลกู หนไี้ ดร้ ับส่วนลดเงนิ สดจึงจะมีการบันทกึ สว่ นลดเงินสด ซงึ่ ในด้านผขู้ ายจะ

เรียกว่า สว่ นลดจา่ ยและนำไปหักจากยอดขายเพื่อใหไ้ ดย้ อดขายสทุ ธิในงบกำไรขาดทนุ

วธิ ีท่ี 2 วิธี Net Method เปน็ วธิ ีท่คี ิดวา่ ส่วนลดเงินสดมิใช่ส่วนลดอยา่ งแทจ้ รงิ แต่ใช้ราคาเป็น

ตัวกำหนดเพ่ือเร่งรัดให้มกี ารชำระเงินเรว็ ข้ึนโดยปกติการกำหนดราคาสนิ คา้ นั้นอาจมีการกำหนดราคา

ขายสงู ขึ้นกว่าราคาเงินสดเล็กน้อยและราคาสูงดังกล่าวก็จะถูกชดเชยส่วนลดดังกลา่ ว หมายความวา่

ลูกค้าทีช่ ำระเงินภายในกำหนดเวลาจะชำระตามราคาเงนิ สด แต่ถ้าชำระพน้ จากกำหนดการใหส้ ว่ นลด

แลว้ กถ็ อื วา่ ชำระเงนิ สงู กวา่ ราคาเงนิ สด วธิ ีนจ้ี ะบันทึกลูกหนีแ้ ละขายดว้ ยจำนวนเงนิ สทุ ธิหลังจากหกั

ส่วนลดจำนวนสว่ นลดดังกลา่ วจะเดบติ ลูกหนแ้ี ละเครดิตสว่ นลดที่ไม่ไดจ้ า่ ย (Sales Discounts

Forfeited) บัญชสี ว่ นลดท่ีไม่ไดจ้ า่ ยน้ถี อื เป็นรายได้ประเภทหนงึ่ ในงบกำไรขาดทุน

การบญั ชเี กี่ยวกบั ลูกหนีท้ เ่ี ก็บเงนิ ไมไ่ ด้

1.การบันทกึ บญั ชีเก่ยี วกับลูกหนที้ ่ีเกบ็ เงินไมไ่ ด้ การบันทึกบญั ชจี ะใช้มลู ค่าของหน้ที ค่ี ้างชำระเมื่อถงึ กำหนด

ซง่ึ อาจจะมีลกู หนี้บางรายไม่ชำระหน้ี กรณีเชน่ นีท้ ำใหม้ ูลคา่ ของลกู หนี้ที่แสดงในงบดลุ ไม่ตรงกับความเปน็ จริง

ลกู หน้ที เี่ กบ็ ไม่ได้ควรเป็นคา่ ใช้จ่ายท่ีทำใหร้ ายได้ของกิจการลดลงมผี ลกระทบต่อส่วนของเจา้ ของ

ขณะเดียวกันยอดท่แี สดงในงบดุลควรจะลดยอดลงด้วยจำนวนดงั กล่าวดว้ ยการบันทึกบัญชีลูกหน้ีท่ีเก็บไม่ได้มี

วิธปี ฏบิ ัติ 2 วธิ คี อื

• วธิ ตี ดั จำหน่ายโดยตรง (Direct Write- Off Method)

วิธีน้จี ะไม่มีการประมาณคา่ ใช้จา่ ยเกย่ี วกบั ลกู หน้ที เี่ ก็บไม่ได้ในปที ่ีมีการขายแตจ่ ะบันทึกเป็นคา่ ใชจ้ ่าย

ในปีท่เี รยี กเก็บไมไ่ ด้จริง โดยบันทึกบัญชดี งั น้ี

เดบิต หน้สี ูญ xxx

เครดติ ลูกหนี้ xxx

กจิ การจะบันทึกบัญชีเปน็ หน้ีสญู ซึ่งเป็นคา่ ใช้จา่ ย คำว่าหน้ีสญู มีความหมายดังตอ่ ไปน้ีหน้ีสญู (Bad

Debt) หมายถึง ลูกหน้ีที่ได้ติดตามทวงถามจนถงึ ที่สดุ แล้ว แต่ไม่ไดร้ ับชำระหนี้ และได้ตัดจำหน่าย

ออกจากบญั ชี บญั ชีหนสี้ ูญเป็นบัญชีประเภทค่าใช้จา่ ยนำไปแสดงในงบกำไรขาดทุนภายใต้หวั ขอ้

คา่ ใชจ้ า่ ยในการดำเนินงาน

วธิ นี ีเ้ ป็นวธิ ตี ัดจา่ ยโดยตรงเปน็ วิธีท่ีสะดวกในทางปฏบิ ตั ิแต่ไมส่ อดคล้องกบั หลกั การบัญชีท่รี ับรอง

โดยทวั่ ไปในเร่อื งเปรียบเทียบรายไดก้ บั ค่าใช้จ่ายท่ีกอ่ ใหเ้ กิดรายไดใ้ นรอบระยะเวลาในบัญชีเดยี วกัน

และมลู ค่าลูกหน้ีทีแ่ สดงในงบดลุ ไมไ่ ด้แสดงมูลค่าของลูกหนี้ท่คี าดว่าจะเกบ็ เงนิ ได้ วธิ ีนจ้ี ึงเปน็ วธิ ีที่ไม่

เหมาะสมแตอ่ าจใช้ในกรณีที่จำนวนเงินเรียกเก็บไม่ไดน้ ัน้ มจี ำนวนนอ้ ยหรอื ไมม่ ีนัยสำคัญ

• วิธีต้ังค่าเผ่อื หนสี้ งสัยจะสญู (Allowance Method) วิธนี ีม้ ีแนวคิดว่าคา่ ใช้จา่ ยเกี่ยวกบั หนท้ี ี่เก็บไม่ได้

ควรบนั ทกึ ในรอบระยะเวลาบัญชีเดยี วกบั ท่มี รี ายไดจ้ ากการขาย และเพอื่ ใหส้ อดคล้องกับหลักการ

จบั คูร่ ายได้กบั คา่ ใชจ้ ่ายเพ่ือให้มูลคา่ ของลกู หนี้ปรากฏในงบดลุ แสดงมูลคา่ ท่ีใกล้เคียงกบั มูลคา่ ท่ีคาด

ว่าจะเรียกเกบ็ เงินได้ วธิ ีนีใ้ นวนั สนิ้ งวดจะมกี ารประมาณจำนวนลกู หน้ที ค่ี าดวา่ จะเก็บเงนิ ไมไ่ ด้แล้ว

บนั ทกึ รายการปรบั ปรุงเพื่อรับรู้เป็นค่าใช้จ่าย โดยบันทึกบัญชดี ังนี้

เดบติ หนส้ี งสัยจะสญู xxx

เครดิต คา่ เผ่ือหนีส้ งสัยจะสญู xxx

คำว่า หนสี้ งสัยจะสูญและค่าเผ่ือหน้ีสงสัยจะสูญ ตามที่กำหนดในมาตรฐานการบัญชฉี บับที่ 11 โดย

สมาคมนกั บญั ชีและผูส้ อบบัญชรี บั อนญุ าตแหง่ ประเทศไทย มิถนุ ายน 2546 มคี วามหมายดังนี้

o หนสี้ งสยั จะสญู (Doubtful Accounts) หมายถึง ลกู หนท้ี ี่คาดวา่ เรยี กเกบ็

ไมไ่ ด้และถือว่าเป็นคา่ ใช้จ่ายของรอบระยะเวลาบัญชีนน้ั

o คา่ เผ่อื หน้ีสงสยั จะสูญ (Allowance for Doubtful Accounts) หมายถงึ จำนวนเงนิ ท่กี ันไว้
สำหรบั ลูกค้าท่ีคาดวา่ จะเรียกเก็บไม่ได้ถอื เปน็ บัญชีปรบั มูลค่า (Valuation Account)ทีต่ ั้งขึ้น
เพ่ือ แสดงเปน็ รายการหักจากบญั ชีลกู หนี้ ในงบการเงิน เพื่อให้คงเหลือเปน็ มูลคา่ สุทธขิ อง
ลกู หนี้ที่คาดหมายวา่ จะเกบ็ ได้

o บญั ชหี นส้ี งสัยจะสญู เปน็ บัญชปี ระเภทค่าใช้จ่ายนำไปแสดงในงบกำไรขาดทนุ ภายใต้หวั ขอ้
คา่ ใชจ้ ่ายในการดำเนินงานส่วนบญั ชคี ่าเผื่อหนี้สงสยั จะสญู เป็นบัญชีปรับมลู ค่านำไปหักออก
จากบญั ชลี กู หนใ้ี นงบดลุ วธิ ีนี้ตอ้ งมีการมีการประมาณหน้สี งสัยจะสญู และอาจมีการตดั
จำหนา่ ยหนี้สญู ในภายหลงั

การแสดงรายการลกู หน้ใี นงบการเงิน
ตามท่กี ำหนดในมาตรฐานการบัญชฉี บับท่ี 11 โดยสมาคมนักบญั ชแี ละผสู้ อบบัญชรี ับอนุญาตแหง่

ประเทศไทย มิถนุ ายน 2546 ได้กล่าวแลว้ ว่า ลูกหน้แี บ่งออกเปน็ ลกู หนกี้ ารคา้ และลูกหนอ้ี ่ืน ลกู หนี้การคา้
เปน็ สินทรพั ย์หมนุ เวยี นของกิจการส่วนลกู หนีอ้ ื่นเป็นรายการตา่ งหากจากลกู หนกี้ ารค้า โดยมกี ำหนด
ระยะเวลาชำระหนภ้ี ายใน 1 ปี และกิจการควรมกี ารประมาณจำนวนหน้สี งสยั จะสญู สำหรบั ลูกคา้ ทค่ี าดว่าจะ
เกบ็ เงนิ ไม่ได้ ณ วนั ส้นิ รอบระยะเวลาบญั ชี และต้งั เป็นบัญชีคา่ เผื่อหนสี้ งสยั จะสญู นำไปลดยอดมูลคา่ ของ
ลูกหน้ี เพื่อใหแ้ สดงมูลค่าสทุ ธิของลูกหนี้ตามจำนวนท่ีคาดว่าจะเรยี กเก็บได้ ให้พจิ ารณาค่าเผ่ือหน้ีสงสยั จะสญู
สำหรับลูกหนีก้ ารคา้ และลกู หนีอ้ ่นื แยกจากกนั เนื่องจากลักษณะของลกู หนี้ท้งั สองแตกต่างกนั ดังนั้นในงบดุล
ให้แสดงบัญชีค่าเผ่ือหนี้สงสัยจะสญู ของลูกหน้กี ารค้าเปน็ รายการหักจากลูกหนี้การคา้ และบัญชคี า่ เผอื่ หนี้
สงสัยจะสญู สำหรับลกู หนอี้ น่ื ให้แสดงเป็นรายการหักจากลกู หนอ้ี ืน่ หรือกิจการจะแสดงลูกหนใี้ นงบดุลดว้ ย
มลู คา่ สทุ ธกิ ไ็ ด้ แตถ่ า้ แสดงดว้ ยมลู ค่าสทุ ธใิ ห้เปิดเผยจำนวนคา่ เผือ่ หนีส้ งสยั จะสูญไว้ในหมายเหตปุ ระกอบงบ
การเงิน ดังตัวอย่างตอ่ ไปนี้
นโยบายการบัญชีทส่ี ำคัญ

การตัง้ คา่ เผื่อหนีส้ งสยั จะสูญ บริษทั ได้ประมาณจากยอดลกู หน้ีทคี่ าดว่าจะเก็บเงินไม่ได้ โดยพิจารณา
จากประสบการณ์ ในการเกบ็ เงนิ จากลกู หนีใ้ นปีทผ่ี ่านมาเป็นเกณฑ์
กรณีทม่ี ีการนำลูกหน้ีไปหาผลประโยชน์ จะตอ้ งเปดิ เผยถึงภาระผกู พนั ไวอ้ ย่างเพยี งพอในงบการเงนิ และ การ
นำลูกหนี้ไปค้ำประกันเงนิ กู้ การโอนบัญชลี กู หนี้ และการขายบัญชลี ูกหน้จี ะต้องเปิดเผยไว้ในหมายเหตุ
ประกอบงบการเงนิ ดงั ตัวอย่างต่อไปนี้
หมายหตุ กจิ การได้ออกตวั๋ เพื่อกู้ยืมเงินจากบริษทั สนิ ทรัพย์ จำนวน…………. บาท อตั รา ดอกเบ้ยี …….%ตอ่ ปี
ชำระปลี ะ……ครง้ั โดยนำบญั ชลี กู หนไ้ี ปค้ำประกนั เงินกู้ดังกล่าว

การบัญชีเกยี่ วกบั การนำบญั ชลี กู หนีไ้ ปหาผลประโยชน์

การดำเนนิ ธุรกิจ หากกิจการมบี ญั ชีลูกหนี้เป็นจำนวนมาก และกิจการมคี วามจำเป็นต้องการเงินสด

กจิ การสามารนำลูกหนี้ไปเป็นประโยชน์ วิธกี ารได้เงนิ สดกระทำได้ 2 วิธีคอื

1.การนำบญั ชลี ูกหนี้ไปเปน็ หลักประกนั เงินกู้ (Assignment Of Receivables) กจิ การจะใชบ้ ัญชลี กู หนที้ ่มี ี

อยู่เปน็ ส่ิงคำ้ ประกัน การกเู้ งิน จากสถาบนั การเงนิ ตา่ ง ๆ เช่น ธนาคาร หรือบรษิ ทั เงนิ ทุน ได้ โดยกิจการทีเป็น

เจ้าของบัญชลี กู หนี้ (assignor) กู้เงนิ จากผใู้ ห้กู้ (Assignee) และไดเ้ ขยี นตวั๋ สัญญาใช้เงินหรอื ทำสัญญากเู้ งิน

โดยระบุบัญชีลูกหนี้เปน็ สินทรัพยค์ ้ำประกนั เงินกู้จำนวนน้ี ถ้าไมม่ ีการจ่ายชำระหนเ้ี งินกเู้ ม่ือครบกำหนด ผใู้ หก้ ู้

มีสทิ ธเิ รียกเกบ็ เงินจากบัญชลี ูกหนีท้ คี่ ำ้ ประกนั นั้นได้ สามารถทำได้ 2 วธิ คี อื

1.1โอนสิทธโิ ดยทวั่ ไป (General Assignment) วธิ นี ีบ้ ัญชลี กู หนท้ี ง้ั หมดจะใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ และลูกหนี้

ไมท่ ราบถงึ การนำไปคำ้ ประกันเงินกู้ ลูกหนี้ยงั คงชำระหนใ้ี หแ้ กก่ จิ การตามปกติ และกิจการจะต้องชำหนใี้ ห้แก่

ผู้ให้กูต้ ามข้อตกลง

วธิ กี ารบันทึกบัญชี วิธีนจ้ี ะบนั ทึกบัญชีเฉพาะรายการกเู้ งนิ แต่ไม่บันทึกการโอนบัญชีลูกหนี้ จะบนั ทึก

เปน็ การกู้ยืมปกติ และการรับชำระหน้จี ากลกู หนีย้ ังคงเป็นของกิจการเปน็ ผรู้ ับชำระหนจ้ี ากลูกหนี้ ในวนั ส้ิน

งวดบญั ชี ถ้ายังมไิ ด้มกี ารชำระหน้ี ใหห้ มายเหตุไว้ในงบดลุ ว่า ได้นำบัญชีลูกหนี้ไปค้ำประกนั การกยู้ ืมในบัญชี

เงินก้เู ป็นจำนวนเทา่ ใดด้วย เพอื่ ให้ผู้อ่านงบการเงนิ ได้ทราบรายละเอียดในการค้ำประกันเปน็ เร่อื งตกลงกนั

ระหว่างผูใ้ ห้กแู้ ละผ้กู ใู้ นเร่ืองของการยอมให้กู้เปน็ จำนวนเท่าใด คิดค่าธรรมเนยี มหรอื คา่ ใช้จา่ ยหรือการจ่าย

ชำระหนีค้ นื เมื่อใด

หลกั ปฏบิ ตั ใิ นการบนั ทกึ บัญชี

1.เม่อื กจิ การนำบัญชลี ูกหน้ีไปคำ้ ประกนั เงินกู้เพ่ือกเู้ งนิ จากธนาคารและเสยี ค่าใชจ้ า่ ยจะบันทกึ

เดบิต เงนิ สด xx

คา่ นายหน้า xx

ค่าธรรมเนยี ม xx

เครดติ เงนิ ก-ู้ ธนาคาร xxx

2.เมื่อลกู หน้นี ำเงินมาชำระหนใ้ี หก้ ิจการจะบันทึก

เดบิต เงินสด xxx

เครดติ ลกู หนี้ xxx

3.เม่ือกจิ การนำเงนิ สดไปชำระหน้เี งนิ กู้ใหธ้ นาคารพร้อมดอกเบ้ยี จะบนั ทกึ

เดบติ เงนิ กู้-ธนาคาร xxx

ดอกเบย้ี จ่าย xx

เครดติ เงนิ สด xxx

ตวั อย่าง ตอ่ ไปน้ีเปน็ รายการของบริษัทพรชนกจำกัด ต้องการกเู้ งินจากบรษิ ัทเงินทุน จำกดั โดยสัญญาว่า จะ
นำบญั ชีลูกหน้จี ำนวน 120,000 บาท เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกนั เมื่อไดร้ บั ชำระหนจี้ ากลกู หน้ีจะนำเงนิ มาชำระ
เงนิ กู้พร้อมดอกเบ้ยี 10% บริษทั เงนิ ทนุ ยอมให้กใู้ นอัตรา 75 % ของลูกหนี้คำ้ ประกนั คิดคา่ นายหนา้ 5% และ
คิดค่าธรรมเนียม 2% ของเงินทจ่ี ่าย
25×1 ส.ค. 1 ทำสญั ญาเงิน
ก.ย. 1 รบั ชำระหนี้จากลกู หน้ี 40,000 บาท ให้สว่ นลด 2 %และนำเงนิ ชำระเงินกู้พรอ้ มท้งั ดอกเบีย้
ก.ย. 2 รบั คนื สนิ ค้า 800 บาท
ต.ค. 1 รับชำระหน้ีจากลกู หนี้ 35,000 บาท จา่ ยเช็คชำระเงินกพู้ ร้อมดอกเบี้ย
พ.ย. 1 รับชำระหนจ้ี ากลูกหนี้ 45,000 บาท นำเงนิ ไปชำระหนเ้ี งนิ กพู้ ร้อมดอกเบ้ยี
ใหท้ ำ บนั ทกึ บัญชีของบริษัทพรชนก จำกัด

1.2 วธิ โี อนสิทธเิ ปน็ การเฉพาะ
วิธโี อนสทิ ธิเป็นการเฉพาะ กระทำโดย เงินทเี่ กบ็ จากลูกหน้ีท่ีคำ้ ประกันจะนำมาชำระคืนเงินกู้ ผใู้ ห้กู้

และผูก้ จู้ ะต้องตกลงกันในเรือ่ ง ใครจะเปน็ ผเู้ กบ็ เงินจากลูกหน้ี คา่ ธรรมเนียมและดอกเบี้ยจ่ายจะเป็นเทา่ ใด
บญั ชลี ูกหน้ีรายใดบา้ งจะเป็นหลักทรัพยค์ ้ำประกัน และจะตอ้ งบอกกล่าวให้ลกู หนี้ทราบถงึ การโอนเป็น
หลักประกนั เงินก้หู รือไม่

การโอนวิธีนี้จะต้องบันทึกรายการโอนบญั ชีลูกหนี้ออกบัญชีลูกหนไ้ี ปเขา้ บัญชลี กู หน้ีทโี่ อนหรือลกู หน้ี
คำ้ ประกนั ผ้กู ยู้ ังคงเปน็ เป็นเรียกเกบ็ เงนิ จากลูกหนท้ี ่ีเอาไปคำ้ ประกนั แล้วนำเงนิ ไปชำระหน้ีเงนิ กู้ ผู้ให้กู้จะจ่าย
ในจำนวนทีต่ ่ำกว่าบัญชีลูกหน้ีค้ำประกนั ส่วนใหญจ่ ะอยใู่ นช่วง 70 % – 90 % การโอนบัญชีลูกหนี้มลี กั ษณะ
เปน็ การโอนลกู หนเี้ พ่อื การก้เู งนิ จากสถาบันการเงินอย่างหน่ึง ซึ่งกจิ การสามารถออกตัว๋ เงินจ่ายเพื่อกูเ้ งนิ ท้ังน้ี
ลกู หน้ที ี่โอนจะต้องระบบุ ัญชใี ห้ชดั เจน โดยจะต้องแยกบัญชีออกจากลกู หน้ีทีไ่ มไ่ ด้โอนไป และผู้โอนยังคงเป็นผู้
เกบ็ ชำระหนีจ้ ากลูกหนตี้ ามปกติ ซึ่งเมื่อเกบ็ เงินจากลูกหน้ไี ดจ้ ะนำไปชำระให้สถาบนั การเงนิ ทนั ที

หลังจากผู้โอนลกู หนไ้ี ด้ชำระหน้ีเงนิ กู้แก่ผรู้ ับโอนหมดแล้วปรากฏว่ายังมีบญั ชลี ูกหนท้ี ่โี อนคงเหลืออยใู่ นบญั ชี ผู้
โอนจะต้องบนั ทึกบญั ชีลกู หนี้ทีโ่ อนกลบั มาเป็นลกู หนตี้ ามเดิม เน่อื งจากภาระการกู้เงินโดยการโอนบัญชลี ูกหน้ี
ได้สิ้นสดุ แลว้ ส่วนด้านผรู้ ับโอนจะไม่บนั ทึกบัญชี
ตัวอย่าง บรษิ ทั มนตรา จำกดั นำบญั ชลี กู หนี้จำนวน 120,000 บาทโอนให้บริษทั มีนตรา จำกดั เพื่อขอก้เู งินซ่งึ
บรษิ ัทมนี ตราตกลงรับโอนโดยใหก้ ู้เงนิ จำนวน 90% และคิดค่านายหนา้ 2% ของยอดจำนวนเงินทใ่ี หก้ ู้ คิด
ดอกเบ้ยี ในอตั รา 9%ของเงินท่สี ง่ ชำระหนีโ้ ดยมรี ายการดังนี้
25×1 ก.ค. 1 บรษิ ทั มนตรา ขอกู้เงนิ จากบรษิ ัทมีนตรา พรอ้ มรบั เงินกู้ตามข้อข้อตกลง
ส.ค. 1 ลูกหนน้ี ำเงนิ มาชำระ 40,000 บาท
ก.ย. 1 รบั คืนสนิ คา้ จากลูกหน้ี 4,000 บาท
ต.ค. 1 ลกู หนี้นำเงินมาชำระ 50,000 บาท
พ.ย. 1 ลูกหน้นี ำเงินมาชำระ 26,000 บาท
ให้ทำ บนั ทกึ บัญชเี กี่ยวกับการนำลกู หน้ไี ปคำ้ ประกนั การกู้เงนิ ของทัง้ 2 บริษัท

2.การขายบญั ชลี ูกหน้ี (Sale Or Factoring Of Receivables) วธิ ีนก้ี จิ การจะโอนกรรมสทิ ธใิ์ นลูกหนี้
ทง้ั หมดให้กับบรษิ ทั ผูซ้ ื้อ ส่วนใหญจ่ ะเป็นบรษิ ัทการเงนิ ซึ่งเท่ากับว่ากิจการไม่มีลูกหน้ีอกี ต่อไปและลกู หน้ีจะ
ชำระหนีใ้ หแ้ ก่บริษัทผูซ้ ้ือโดยตรง การขายบญั ชลี กู หนีร้ าคาขายไดจ้ ะไมเ่ ทา่ กับจำนวนลูกหน้ีทอี่ อกขาย คอื จะ
เปน็ ราคาทผ่ี ้ซู ื้อกำหนดให้ โดยคำนวณจากราคาตามบัญชลี กู หนที้ ขี่ ายหักด้วยจำนวนส่วนลดจำนวนคา่
นายหนา้ และจำนวนเงินประกนั ค่าใช้จา่ ยจะคิดเปน็ อตั ราร้อยละของจำนวนลกู หน้ีที่คงเหลือหลงั จากหัก
สว่ นลดและคา่ นายหนา้ แล้ว สำหรบั เงนิ ประกันค่าใชจ้ า่ ยส่วนนี้จะเผอื่ ไวส้ ำหรับจ่ายคืนให้แกล่ กู หน้ีท่ีอาจส่ง
สนิ ค้ากลับคนื คือการรับคนื สินค้านัน่ เอง ซึ่งทางฝ่ายบริษัทผู้ซือ้ จะต้องเป็นผจู้ ่ายคืนเงินใหแ้ ก่ลูกหนแ้ี ทน และ
เงนิ ประกันค่าใชจ้ า่ ยน้ีถา้ คงเหลืออยู่ ณ วันหักบัญชีระหวา่ งบริษัทผขู้ าย และบริษัทผซู้ ื้อแล้วจะต้องคืนใหแ้ ก่
บรษิ ัทผขู้ ายบัญชลี ูกหนี้ แต่ถ้าจำนวนเงินประกันค่าใชจ้ ่ายทบ่ี ริษัทผู้ซ้ือเรียกไวไ้ ม่พอจ่ายบรษิ ัทผู้ซ้อื ไม่มีสิทธิ
เรียกเพิ่มได้อีกจะต้องรบั ภาระเอง

ตัวอยา่ ง ต่อไปน้เี ป็นข้อมลู ทางการเงินของบริษัทมติ รจำกัดและบรษิ ัทเงนิ ตราจำกัด 25×1 ม.ค. 1 บริษัทมติ ร
จำกัดขายบญั ชีลกู หน้ีจำนวน 200,000 บาทใหแ้ กบ่ รษิ ทั เงินตราจำกัดโดยบริษัทเงินตราคิดคา่ นายหน้า 2%
สว่ นลด 2% หักเงิน ประกนั ค่าใช้จ่ายไว้ 5%
ก.พ. 1 บรษิ ทั มติ รขอเบิกเงินลว่ งหน้าจากบริษัทเงินตรา 40,000 บาทโดยบรษิ ัทเงนิ ตรา คดิ ดอกเบี้ย 600 บาท
มี.ค. 1 ลูกหน้นี ำสนิ คา้ มาคนื 2,800 บาท
เม.ย.1 บรษิ ัทเงินตราเก็บเงนิ ลกู หนไ้ี ด้ทง้ั หมด
ใหท้ ำ บันทกึ บัญชเี ก่ียวกับการนำลกู หน้ีไปขายของทัง้ 2 บริษทั

การคำนวณหาเงินจากการขายลูกหน้ี
ลกู หน้ที ข่ี าย 200,000
หัก สว่ นลด (200,000 x 2%) 4,000
คา่ นายหนา้ (200,000 x 2%) 4,000 8,000
คงเหลือ 120,000
หัก เงินประกันค่าใชจ้ ่าย (96,000 x 5%) 6,000
จำนวนเงนิ ที่ได้รับจากการขายลูกหน้ี 186,000
การประมาณหน้สี งสยั จะสญู และการตัดจำหน่ายหนีส้ ูญ
การประมาณหนส้ี งสยั จะสูญมีวธิ ีการปฏบิ ัตดิ งั น้ี
1. การประมาณหน้ีสงสยั จะสูญ มาตรฐานการบัญชฉี บับท่ี 11 กำหนดวา่ กจิ การควรใชว้ ธิ ีการประมาณหน้ี
สงสยั จะสญู ทเ่ี หมาะสมกับลักษณะลูกหนข้ี องกิจการ ซ่ึงวธิ กี ารประมาณหนสี้ งสยั จะสญู ทน่ี ิยมใช้มดี งั ต่อไปน้ี

• คำนวณเป็นรอ้ ยละของยอดขาย (Percentage Of Sales) วิธีนี้กิจการต้องวเิ คราะห์จากประสบการณ์

ท่ีผ่านมาเก่ียวกับลกู หนี้ทเี่ ก็บไม่ไดเ้ ทียบเป็นอตั ราสว่ นกบั ยอดขาย ยอดขายแบง่ ออกเป็นยอดขายรวม

และยอดขายเชอ่ื แล้วแตก่ ิจการจะใชย้ อดขายลกั ษณะใดข้ึนอยู่กับความเหมาะสมของกจิ การ

• คำนวณเปน็ รอ้ ยละของยอดลูกหนี้ (Percentage Of Outstanding Receivable) วธิ นี ี้เปน็ วิธีทีใ่ ห้

ความสำคัญต่อความถูกต้องของมูลคา่ ลูกหนีใ้ นงบดลุ เป็นหลักมากกวา่ จะคำนึงถงึ การเปรยี บเทยี บ

รายได้และค่าใชจ้ า่ ยเชน่ วธิ ีคำนวณจากยอดขาย วิธีนกี้ ิจการตอ้ งวเิ คราะหจ์ ากประสบการณ์ทีผ่ า่ นมา

เพื่อประมาณอัตราร้อยละของยอดลูกหน้ที ี่คาดวา่ จะเกบ็ ไม่ได้ต่อยอดลกู หน้ีท่ีคา้ ง ณ วันส้ินงวด วิธีนี้

สามารถทำได้ 2 วธิ เี ช่น

วิธที ี่ 1 คำนวณเปน็ ร้อยละของยอดลูกหนสี้ ำหรบั ลกู หนี้ท้ังหมดคงที่

วธิ ที ่ี 2 คำนวณโดยเป็นจัดกลุม่ ลกู หน้จี ำแนกตามอายุของหนี้ค้างชำระ หากค้างชำระนานจะมีโอกาส

หนีส้ งสยั จะสูญสูงกว่า วธิ ีน้ีจะยุ่งยากสำหรับกรณที ก่ี จิ การมีลกู หนีจ้ ำนวนมากรายดังนน้ั จึงคำนวณ

อตั รารอ้ ยละสงู กวา่ ยอดลูกหน้ที ี่เริม่ ค้างชำระเกินกำหนด ลูกหน้ีคา้ งชำระนานมีโอกาสไม่ชำระหนี้

มากกว่าลกู หน้ีทเี่ ร่มิ เกดิ ไม่วา่ จะเป็นการประมาณหน้สี งสยั จะสญู วิธใี ด กิจการควรทบทวนอัตราร้อย

ละทีใ่ ช้เพื่อให้การประมาณในจำนวนทีใ่ กลเ้ คียงความเป็นจรงิ ใหม้ ากทสี่ ดุ

ตัวอยา่ ง การประมาณหนีส้ งสยั จะสูญโดยคำนวณเปน็ รอ้ ยละของยอดขาย

สมมติ กจิ การมีประสบการณ์จากลูกหนีท้ ่เี รยี กเกบ็ ไม่ได้เฉล่ียแลว้ ประมาณ 2 % ของยอดขายเชือ่ หากในปี

25×1 กจิ การมียอดขายเช่อื 50,000 บาทการบนั ทึกรายการปรับปรงุ เก่ียวกับหน้ที ่ีคาดว่าจะเกบ็ ไม่ได้ ณ วัน

ส้นิ ปี 25×1 จะเป็นดงั นี้

เดบิต หนี้สงสัยจะสูญ 1,000

เครดติ คา่ เผ่ือหน้ีสงสัยจะสญู 1,000

(คำนวณ 50,000 × 2 % = 1,000 บาท )

ขอ้ สงั เกต วิธนี ้ไี มว่ า่ จะใช้ยอดขายรวมหรอื ขายเช่อื กต็ ามจะไม่คำนึงถึงยอดคงเหลือที่มอี ยู่กอ่ นการบนั ทกึ

รายการปรบั ปรงุ เม่ือสิน้ ปี

ตวั อย่าง การประมาณหนีส้ งสัยจะสญู โดยคำนวณเปน็ ร้อยละของยอดลกู หนี้

สมมติ กิจการมยี อดค่าเผอ่ื หน้ีสงสยั จะสญู ยกมา จำนวน 900 บาทระหวา่ งปีกจิ การขายสนิ ค้าเปน็ เงนิ เชอ่ื

จำนวน 100,000 บาท กิจการคาดว่าจะมหี นี้ที่เรยี กเก็บไมไ่ ด้ 2%ของยอดลกู หน้ีดังน้ันจะบันทึกบญั ชี ณ วัน

สิ้นปีกจิ การจะปรบั ปรุงบญั ชดี ังนี้

เดบติ หนสี้ งสยั จะสูญ 1,100

เครดิต ค่าเผื่อหนสี้ งสยั จะสูญ 1,100

(คำนวณ 100,000 × 2 % = 2,000 – 900 = 1,100 บาท)

วิธีนจ้ี ะต้องนำมาเปรียบเทียบกบั จำนวนคา่ เผอื่ หนส้ี งสัยจะสญู ก่อนปรบั ปรุงหากจำนวนทีค่ ำนวณได้มากกวา่
จะตอ้ งเพม่ิ จำนวนค่าเผื่อหน้สี งสยั จะสูญ แตห่ ากน้อยกวา่ จะต้องตัดท้งิ เนื่องจากบญั ชคี ่าเผื่อหนีส้ งสัยจะสูญมี
เกนิ ความต้องการ
จากตัวอย่างเดิม หากกิจการมยี อดค่าเผ่อื หนส้ี งสยั จะสญู ยกมาจำนวน 2,500 บาท กิจการจะปรับปรุงดงั นี้
เดบติ ค่าเผือ่ หนีส้ งสยั จะสญู 500
เครดิต หนีส้ งสยั จะสญู 500
(คำนวณ 100,000 × 2 % = 2,000 – 2,500 = – 500) บาทยอดตดิ ลบจะลดยอดบญั ชคี ่าเผื่อหน้สี งสัยจะสูญ

เดบติ หนสี้ งสยั จะสูญ 8,500

เครดติ คา่ เผอ่ื หนี้สงสัยจะสูญ 8,500

เดบติ ค่าเผอื่ หนีส้ งสยั จะสญู 500

เครดิต หนสี้ งสยั จะสูญ 500

(คำนวณ 100,000 × 2 % = 2,000 – 2,500 = – 500) บาท

การประมาณหนีส้ งสัยจะสญู ชนดิ น้จี ะพิจารณาลูกหนแี้ ต่ละราย และเป็นวธิ ีที่เนน้ การแสดงลกู หนี้ในมูลค่าท่ี

คาดวา่ จะไดร้ ับวธิ นี ้จี ะทำให้ยอดลกู หนีท้ ่ีคาดว่าจะไดร้ ับถูกต้อง เพราะนำลกู หนี้มาพจิ ารณา อยา่ งไรก็ตามวิธนี ี้

จะทำได้ยากเพราะถ้ากจิ การมีลูกหนจี้ ำนวนมาก

สรปุ บัญชหี น้สี งสยั จะสูญท่แี สดงเป็นยอดดา้ น เครดิตตามมาตรฐานการบญั ชที ี่ 11 ใหน้ ำรายการหนส้ี งสยั จะ

สูญนี้ แสดงเปน็ รายการหักภายใตห้ ัวขอ้ ค่าใช้จ่ายในการดำเนนิ งานในงบกำไรขาดทนุ

2.การตดั จำหน่ายหนี้สูญ มวี ิธกี ารปฏิบตั ิดงั ต่อไปน้ี

• เมื่อมีการทวงถามหนจ้ี นถงึ ท่ีสุด และกิจการได้ดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมายภาษอี ากร

แลว้ แตก่ ็ยังไม่ได้รับชำระหนีแ้ ละหนส้ี ูญนัน้ เข้าเกณฑ์ทีจ่ ะถือเปน็ คา่ ใช้จา่ ยในการคำนวณกำไรสุทธิ

ตามกฎหมายภาษี มาตรฐานการบัญชีฉบบั ที่ 11 ได้กำหนดให้กิจการตัดจำหน่ายบญั ชลี กู หน้เี ป็นหน้ี

สูญและให้ลดจำนวนคา่ เผื่อหนี้สงสัยจะสญู การบนั ทึกบญั ชจี ะเป็นดังนี้

เดบติ หน้ีสูญ xxx

เครดิต ลูกหน้ี xxx

(บันทกึ การตดั ยอดลูกหนีเ้ ปน็ หนสี้ ญู )

เดบิต คา่ เผื่อหนีส้ งสยั จะสญู xxx

เครดติ หนีส้ งสัยจะสูญ xxx

(บนั ทกึ การลดยอดคา่ เผอื่ หนี้สงสยั จะสูญเทา่ กบั ยอดทต่ี ดั เป็นหนสี้ ญู )

ขอ้ สังเกต เดบิตบัญชีหนี้สูญและเครดิตบัญชีหนี้สงสัยจะสูญเป็นยอดที่เท่ากันจงึ ไม่กระทบรายการคา่ ใช้จา่ ย

ของงวดท่ีตัดจำหน่ายเปน็ หนี้สูญและไมไ่ ด้ทำใหม้ ูลค่าตามบญั ชีของลกู หนเี้ ปลยี่ นไป

• กรณีท่ีคาดหมายไดค้ ่อนขา้ งแนน่ อนว่าจะไมไ่ ดร้ บั ชำระหนี้ แตย่ ังตัดเป็นหนส้ี ญู ตามกฎหมายภาษี

อากรไม่ได้ มาตรฐานการบญั ชีฉบบั ท่ี 11 ระบวุ า่ กรณีนก้ี ิจการอาจตัดจำหนา่ ยลูกหนีเ้ ป็นหนสี้ ญู ทาง

บัญชีไดโ้ ดยบันทึกดังน้ี

เดบติ ค่าเผ่ือหน้สี งสยั จะสญู xxx

เครดติ ลกู หน้ี xxx

การบญั ชเี กี่ยวกบั หนสี้ ูญได้รับคนื

คำว่า หนส้ี ญู ไดร้ ับคนื ตามทก่ี ำหนดในมาตรฐานการบัญชีฉบบั ที่ 11 โดยสมาคมนักบญั ชีและผู้สอบ

บญั ชรี บั อนญุ าตแห่งประเทศไทย มถิ ุนายน 2546 กล่าววา่ ในบางรอบระยะเวลาบญั ชี กจิ การอาจได้รบั ชำระ

หนีจ้ ากลูกหน้ีที่ไดจ้ ำหน่ายเป็นหน้ีสูญไปแลว้ วิธกี ารบญั ชอี าจกระทำไดโ้ ดยถือเอาเงินท่ีได้รับเปน็ รายได้อน่ื

หรอื นำไปเพม่ิ บัญชคี า่ เผอ่ื หนี้สงสัยจะสญู หรือ ถา้ หากลูกหนท้ี ี่จำหน่ายเปน็ สูญแล้วชำระหนี้ให้กิจการ การ

ลงบญั ชกี ลับรายการเดิมโดยการตง้ั บัญชลี กู หนรี้ ายนั้นขนึ้ ใหมแ่ ละเพิ่มบญั ชีค่าเผื่อหนีส้ งสัยจะสูญดว้ ยจำนวน

เดียวกันโดยถือเสมือนหนึง่ วา่ ไมเ่ คยจำหนา่ ยลูกหนนี้ ้ันเปน็ สญู มาก่อนและลงรายการชำระเงนิ ที่ไดร้ บั นน้ั เปน็

การชำระหนี้ตามปกติ โดยมกี ารบนั ทกึ บญั ชีดังต่อไปนี้

1.กรณีการตัดจำหน่ายหนี้สูญเปน็ ไปตามกฎหมายภาษีอากร

กิจการบนั ทึกการตัง้ บัญชลี ูกหน้ีข้นึ ใหม่ โดยบันทึก

เดบิต ลูกหน้ี xxx

เครดติ หนี้สญู ได้รบั คนื xxx

กจิ การบันทึกการรับชำระหนี้ โดยบันทกึ

เดบิต เงินสด xxx

เครดติ ลกู หนี้ xxx

วิธนี ีบ้ ญั ชีหน้สี ูญได้รับคืนเปน็ รายได้ นำไปแสดงในงบกำไรขาดทุนในหัวข้อรายได้อ่ืน

2.กรณีการตัดจำหนา่ ยหนส้ี ูญมไิ ดเ้ ป็นไปตามกฎหมายภาษีอากร

กจิ การบนั ทึกกลบั รายการทบี่ ันทกึ ตอนตัดจำหนา่ ยบัญชลี กู หนคี้ ือ

เดบิต ลกู หน้ี xxx

เครดติ คา่ เผ่อื หนสี้ งสยั จะสูญ xxx

บนั ทึกการรบั ชำระหน้ีโดย

เดบติ เงนิ สด xxx

เครดติ ลกู หนี้ xxx

แบบฝึกหัดท้ายหนว่ ยที่ 4

ต่อไปนเ้ี ป็นขอ้ มูลของบรษิ ัทหนึง่ จำกัด มียอดคงเหลือในบัญชีแยกประเภทบางสว่ นเมือ่ 31 ธนั วาคม 25x1

ลูกหนี้ 50,000

ค่าเผือ่ หนสี้ งสัยจะสูญ 2,000

ขายท้ังสิ้น 500,000

รบั คืนสนิ ค้า 10,000

ส่วนลดจ่าย 20,000

ปิดบญั ชปี ระจำปี 25x1 คาดว่าจะเกิดหนีส้ ญู 2% ของยอดขายสทุ ธิ

25x2 ก.ค. 1 ลกู หน้ี 4,000 บาท ล้มละลายไม่สามารถชำระหนี้ไดจ้ ึงตัดหน้สี ญู

ธ.ค. 31 คาดว่าจะเกดิ หนสี้ งสัยจะสูญ 1% ของยอดขายสทุ ธโิ ดยมบี ัญชีต่าง ๆ คงเหลือดังน้ี

ลูกหนี้ 40,000

ขายสนิ ค้า 400,000

รบั คนื สินคา้ 8,000

สว่ นลดจา่ ย 4,000

ให้ทำ 1. บนั ทักรายการในสมุดรายวันท่ัวไป ปี 25x1,25x2

2. แสดงรายการในงบดลุ (บางส่วน) ของ 25x1,25x2

หนว่ ยท่ี 5 การบัญชเี กยี่ วกบั ตว๋ั เงนิ รบั
ความหมายและประเภทของตว๋ั เงนิ รับ

ความหมายของต๋ัวเงินรบั คำว่า ตัว๋ เงินรบั ตามท่ีกำหนดในมาตรฐานการบญั ชีโดยสมาคมนักบญั ชแี ละ
ผสู้ อบบญั ชรี บั อนุญาตแห่งประเทศไทย มิถุนายน 2546 มีดงั น้ี
ตั๋วเงินรับ (Note receivable) หรือ ตั๋วสัญญาให้เงนิ (Promissory note) หมายถึง หนงั สือตราสารซ่ึงบุคคล
หนงึ่ เรียกว่า ผอู้ อกต๋ัว ใหค้ ำม่ันสญั ญาว่าจะใชเ้ งนิ จำนวนหน่ึงใหแ้ ก่บุคคลอีกคนหน่ึงหรือใช้ให้ตามคำสั่งของ
บคุ คลอีกคนหนง่ึ เรยี กว่า ผรู้ บั เงนิ

กจิ การมักไดร้ บั ต๋ัวสญั ญาใช้เงินหรือต๋ัวเงนิ รับจากลกู คา้ ทีต่ ้องการขยายระยะเวลาการจา่ ยชำระเงนิ
กิจการบางแห่งกำหนดเงอื่ นไขให้ลูกคา้ ใหมห่ รือลูกคา้ ที่มีความเสี่ยงสูงชำระหนใี้ ห้กบั กจิ การโดยการออกต๋ัว
สญั ญาใช้เงนิ นอกจากนี้ยังใช้ในกรณใี ห้พนักงานหรอื บริษัทย่อยกู้ยมื เงิน หรอื ให้สำหรับการขายสินทรพั ย์ถาวร
ประเภท ท่ดี ิน อาคารหรอื อปุ กรณ์
ประเภทของตว๋ั เงินรับ

ตัว๋ เงนิ รบั แบ่งได้ออกเป็นหลายประเภทตามลักษณะตา่ ง ๆ แตใ่ นท่นี ี้จะกล่าวโดยแบง่ ตามลกั ษณะของ
การระบดุ อกเบีย้ ตั๋วเงินรบั จำแนกตามลักษณะของดอกเบ้ยี เป็น 2 ชนิด ดงั นี้

ตว๋ั เงนิ รบั ชนิดมีดอกเบ้ีย (Interest-berating Notes) เปน็ ตวั๋ เงนิ ท่ีมีอัตราดอกเบยี้ ระบุไวห้ น้าตว๋ั เงิน
เม่ือตว๋ั ครบกำหนดจะได้รบั ชำระเงินเปน็ จำนวนเงนิ ตามทรี่ ะบไุ ว้ในตว๋ั บวกดว้ ยดอกเบีย้ ตามอตั ราที่กำหนดไว้
ตามระยะเวลาของตั๋วเงนิ รับน้ัน

ตว๋ั เงินรบั ชนดิ ไมม่ ดี อกเบย้ี (Non- interest bearing Note) หมายถงึ ตว๋ั เงนิ ที่จะได้รบั ชำระเงนิ
เท่ากับจำนวนท่ีระบุไว้ในตั๋วเท่าน้ัน
การนบั วนั ครบกำหนดชำระเงนิ ตามตว๋ั

วันที่ครบกำหนดชำระของต๋วั เงนิ (Maturity Date Of a Note) วนั ทคี่ รบกำหนดชำระเงินของตั๋วเงนิ
คือวันทีร่ ะบุใหผ้ ถู้ ือต๋ัวเงินนำต๋ัวไปแสดงเพื่อระชำระเงนิ ซ่ึงวันทค่ี รบกำหนดชำระของต๋ัวเงนิ สามารถระบไุ ด้ 2
ประการ ดังน้ี

วันใดวันหนึ่งทรี่ ะบไุ ว้อยา่ งแน่นอน ซง่ึ เปน็ การระบุวนั เดอื น ปี ไวอ้ ยา่ งชดั เจน เชน่ วันทตี่ ว๋ั ครบ
กำหนด คือ วันท่ี 1 มถิ ุนายน 25×1 เป็นตน้

วนั ทกี่ ำหนดเป็นระยะเวลา การนับวนั ครบกำหนดชำระเงนิ ตามาตัว๋ เงินสามารถระบรุ ะยะเวลาเปน็ ปี
เป็นเดอื นและเป็นวนั ก็ได้ ซ่ึงสามารถนบั หาวนั ครบกำหนดในแต่ละกรณดี ังนี้

• กำหนดระยะเวลาเป็นปี วนั ครบกำหนดจะเป็นวนั ที่ตรงกับวนั ที่ในต๋วั เงินแตป่ ที ี่ครบกำหนดจะนบั
จำนวนปตี ้ังแต่ปถี ดั ไป คือ หากต๋ัวเงนิ ระบุวันที่ 1 มกราคม 25×1 ตัว๋ เงนิ มีอายุ 1ปี วันครบกำหนดคือ
1 มกราคม 25×2 เปน็ ตน้

• กำหนดระยะเวลาเป็นเดอื น วันครบกำหนดจะเปน็ วนั ทต่ี รงกับวันที่ในตั๋วเงนิ แต่เดือนจะเปลย่ี นไปคอื
จะนับเดอื นตงั้ แตเ่ ดือนถัดไปเพอ่ื ให้ทราบเดือนทจี่ ะครบกำหนด คือถ้าออกตว๋ั เงนิ วนั ท่ี 1 มกราคม
25×1 กำหนด 3 เดือน วนั ครบกำหนดคือวันท่ี 1 เมษายน 25×1 หรือ ต๋วั เงินลงวนั ที่ 31 มนี าคม
25×1 กำหนด 3 เดือน วนั ครบกำหนดคือวนั ที่ 30 มิถุนายน 25×1 เป็นต้น

• กำหนดระยะเวลาเป็นวัน การนบั วนั ครบกำหนดคือ ไมน่ ับวันที่ออกต๋ัว แตน่ ับวันทตี่ ว๋ั ครบกำหนด
ตัวอยา่ งเชน่ ตั๋วเงนิ ระบวุ ันท่ี 11 มีนาคม 25×1 ต๋วั มีอายุ 60 วนั วันครบกำหนดกระทำได้ดงั นี้

เดอื นมีนาคมมีจำนวน 31
หักวันทอี่ อกตั๋ว 11
จำนวนวนั ในเดอื นมีนาคม 20 วนั
จำนวนวนั ในเดอื นเมษายน 30 วัน
จำนวนวันในเดือนพฤษภาคม 10 วนั
รวมจำนวนวันท้ังหมด 60 วนั
ดงั นนั้ วนั ครบกำหนดคือวันที่ 10 พฤษภาคม 25×1
การคำนวณดอกเบี้ยและมูลคา่ ตว๋ั เม่ือครบกำหนด

เม่ือตว๋ั เงินครบกำหนดถา้ เปน็ ต๋ัวเงินชนิดมดี อกเบย้ี ผรู้ ับเงนิ จะได้รับเงนิ ตามหนา้ ต๋วั และดอกเบี้ยของ
ตว๋ั เงนิ ด้วย ซึง่ ดอกเบ้ียของต๋วั เงนิ และมูลคา่ ตัว๋ เม่อื ครบกำหนด คำนวณไดด้ ังน้ี
ดอกเบ้ยี รบั = จำนวนเงนิ หน้าต๋วั × อัตราดอกเบย้ี ×ระยะเวลาของต๋วั
มูลคา่ ตัว๋ ครบกำหนด = จำนวนเงินหนา้ ตั๋ว + ดอกเบ้ยี รับ
การบันทกึ บญั ชีตั๋วเงนิ รับชนิดมีดอกเบี้ย

1.การบันทึกบญั ชตี ๋วั เงินรับชนิดมดี อกเบ้ีย การบันทึกบัญชขี องตว๋ั เงนิ รับชนิดมดี อกเบี้ยจะบนั ทกึ
บญั ชีเมอื่ ได้รบั ตวั๋ ด้วยมลู คา่ หนา้ ตั๋ว และเม่ือตวั๋ ครบกำหนดก็จะบนั ทึกรบั เงินตามมูลค่าตั๋วครบกำหนดดัง
ตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้
ตัวอย่างที่ 1 บรษิ ัท สยามมติ ร จำกดั ขายสนิ คา้ เป็นเงินเชอื่ โดยไดร้ บั ต๋ัวสญั ญาใช้เงินจาก บริษทั มติ ิใหม่
จำกดั ซงึ่ ตวั๋ เงนิ ดังกลา่ วเป็น มีมูลค่าหน้าต๋ัว 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี ตั๋วลงวันท่ี 1 มนี าคม
25×1 อายุของต๋วั 60 วนั
ใหท้ ำ 1. คำนวณหาวนั ท่ีตว๋ั ครบกำหนด
2. คำนวณหาดอกเบ้ยี และมลู คา่ ตวั๋ เมือครบกำหนด
3. บนั ทกึ บญั ชีเก่ียวกับตวั๋ เงินรับ
การคำนวณหาวนั ทีต่ ว๋ั ครบกำหนดกระทำไดด้ ังต่อไปน้ี

เดือนมีนาคมมีจำนวน 31
หักวันทีอ่ อกตว๋ั 1
จำนวนวนั ในเดอื นมนี าคม 30 วัน
จำนวนวนั ในเดอื นเมษายน 30 วนั
รวมจำนวนวันทั้งหมด 60 วัน
ดังน้ันวนั ครบกำหนดคือวันท่ี 30เมษายน25×1
การคำนวณดอกเบี้ยและมลู ค่าต๋ัวเมือ่ ครบกำหนด เมื่อตั๋วเงินครบกำหนดถ้าเป็น
ต๋ัวเงินชนิดมดี อกเบย้ี ผ้รู ับเงนิ จะได้รับเงนิ ตามหน้าตั๋วและดอกเบยี้ ของตวั๋ เงนิ ด้วย ซึ่งดอกเบย้ี ของตว๋ั เงิน และ
มลู ค่าตัว๋ เมอื่ ครบกำหนด คำนวณไดด้ ังนี้
ดอกเบ้ียรับ = จำนวนเงินหน้าตว๋ั × อัตราดอกเบย้ี ×ระยะเวลาของตั๋ว
= 50,000 × 12% × 60/365
= 986.30 บาท
มูลคา่ ต๋ัวครบกำหนด = จำนวนเงนิ หนา้ ตว๋ั + ดอกเบยี้ รับ
มูลคา่ ต๋วั ครบกำหนด = 50,000 + 986.30
= 50,986.30 บาท
การบันทึกบัญชเี กยี่ วกบั ตวั๋ เงินรบั การบันทึกบัญชีของต๋ัวเงินรับชนดิ มีดอกเบย้ี จะบันทกึ บญั ชเี มื่อได้รบั ต๋วั ดว้ ย
มูลคา่ หนา้ ตว๋ั และเมื่อต๋ัวครบกำหนดก็จะบันทึกรับเงินตามมูลค่าต๋ัวครบกำหนด การบนั ทกึ รายการบัญชีวันที่
ได้รับต๋ัว และวันทคี่ รบกำหนดของบริษัท มติ ิใหม่ จำกัด มีดังน้ี

2.ตั๋วเงนิ รบั ชนดิ ไม่มดี อกเบยี้
เมอื่ ตวั๋ เงินครบกำหนดถา้ เปน็ ตั๋วเงินชนดิ ไมม่ ดี อกเบี้ยผรู้ ับเงนิ จะไดร้ บั เงนิ เฉพาะจำนวนตามหนา้ ตว๋ั เท่านน้ั แต่
ในบางคร้งั กรณที ่บี ริษัทให้กยู้ ืมเงนิ กบั พนักงาน บริษทั อาจจะหักสว่ นลดไวก้ ่อนลว่ งหน้า โดยทีส่ ว่ นลดดังกล่าว

ถอื เปน็ รายไดร้ บั ลว่ งหนา้ ซ่ึงจะบันทกึ บญั ชไี วเ้ ป็น “สว่ นลดในตว๋ั เงินรับ” และจะโอนรายไดร้ ับล่วงหนา้ เป็น
รายไดเ้ ม่ือตัว๋ ครบกำหนด
ตัวอยา่ งที่ 2 วันที่ 1 เมษายน 25×1 บริษทั สยามมิตร จำกัด ใหพ้ นกั งานของบริษัทกยู้ มื เงนิ จำนวน 30,000
บาท โดยที่หกั สว่ นลดไวล้ ว่ งหน้า จำนวน 1,200 บาท และให้พนกั งานออกตัว๋ สัญญาใช้เงินชนิดไมม่ ดี อกเบยี้
อายุ 4 เดือน มลู คา่ ตว๋ั 30,000 บาท การบนั ทึกบัญชี มดี งั น้ี

ตวั๋ เงนิ รบั ขาดความเชอ่ื ถือ (Dishonored Notes Receivable)
เนื่องจากมีตั๋วบางฉบับไม่สามารถเรียกเก็บเงนิ ได้เมื่อครบกำหนดชำระเงนิ ดังนั้นจงึ มตี ๋ัวขาดความเชอื่ ถอื เกิดขนึ้
ดังรายละเอียดตอ่ ไปน้ี

ต๋ัวเงนิ รบั ขาดความเชื่อถือ หมายถงึ ตว๋ั เงินรับท่ีครบกำหนดแล้วแต่ผู้จ่ายเงนิ ไม่สามารถจ่ายเงนิ ตาม
ต๋วั เงินรับได้ ดงั นน้ั ผรู้ ับรบั เงินต้องทำคำคดั ค้านเพ่อื ให้ต๋ัวเงินดงั กล่าวมผี ลทางกฎหมาย ซึ่งเม่อื ผรู้ ับเงนิ ทำคำ
คัดค้านแลว้ กส็ ามารถเรียกรอ้ งใหผ้ ้จู า่ ยเงนิ ชำระเงินตามมูลค่าตว๋ั ครบกำหนด ค่าใชจ้ ่ายในการทำคำคัดคา้ น
และรวมถงึ ดอกเบีย้ ต๋ัวพน้ กำหนดดว้ ย

ดอกเบ้ยี ตวั๋ พน้ กำหนด จะคำนวณจากมลู ค่าหนา้ ตว๋ั ตามอัตราดอกเบยี้ ทร่ี ะบุไวห้ น้าตั๋ว ซงึ่ ระยะเวลาท่ี
คิดดอกเบ้ยี น้นั คดิ ต้ังแตว่ นั ที่ตั๋วครบกำหนดจนถึงวนั ท่ผี ู้จา่ ยเงินชำระเงินตามตวั๋ ถ้าเป็นต๋ัวชนดิ ไม่มดี อกเบีย้
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กำหนดให้คิดดอกเบีย้ ตั๋วพน้ กำหนดได้สงู สุดไม่เกิน 15%
ตวั อย่างท่ี 3 จากตัวอยา่ งท่ี 1 สมมตวิ ่าวนั ที่ตวั๋ ครบกำหนดบริษทั มิตใิ หม่ จำกัด ผิดนัดไมช่ ำระหนีต้ ามต๋ัว
สญั ญาใช้เงินบริษัท สยามมติ ร จำกัดจงึ ทำคำคัดค้านเพ่ือเรียกรอ้ งให้บริษทั มิติใหม่ จำกัด ชำระเงนิ ซ่ึงเสีย
ค่าใชจ้ า่ ยท้ังสิน้ 500 บาท หลงั จากการทำคำคดั คา้ น บริษัทมติ ิใหม่จำกัดจา่ ยชำระหนีใ้ ห้แกบ่ ริษัท สยามมิตร
จำกดั ในวันท่ี 31 พฤษภาคม 25×1 มจี ำนวนเงินดังนี้

การบัญชเี ก่ียวกบั การนำต๋ัวเงนิ รบั ไปขายลด
การนำตว๋ั เงนิ รับไปขายลด (Discounting Notes Receivable) ตว๋ั เงนิ รบั เป็นเอกสารทอ่ี าจโอน

เปลย่ี นมอื ได้โดยการสลักหลัง เม่ือกิจการต้องการใชเ้ งนิ สามารถนำตั๋วเงินไปขายลดให้กับธนาคารหรอื บรษิ ัท
การเงนิ ได้ ซ่ึงจะต้องถกู หักส่วนลดเป็นอัตรารอ้ ยละของมลู คา่ เม่ือถงึ กำหนดของตัว๋ ธนาคารหรือบริษัทการเงนิ
หรอื บุคคลท่ีซอ้ื ตว๋ั ไว้ จะเป็นผู้มีสิทธิรับเงนิ ทีร่ ะบุหนา้ ตว๋ั พร้อมดอกเบ้ียจากผูจ้ า่ ยเงินเมื่อตวั๋ เงนิ รับน้นั ถึง
กำหนดได้

1.การขายลดโดยมีเงื่อนไข การนำตว๋ั เงินรบั ไปขายสดโดยมเี งอ่ื นไข (With Recourse) หมายถึง การ
ขายตั๋วเงินท่ผี ขู้ ายยังคงมภี าระผกู พนั ต่อผูร้ บั ตัว๋ จนกว่าจะได้รบั ชำระเงินครบถว้ นหมดแลว้ หากผจู้ ่ายเงนิ ตาม
ตวั๋ ไมจ่ ่ายเงินให้ ผู้นำตว๋ั เงนิ รับไปขายลด ต้องชดใชท้ ัง้ เงินต้นพรอ้ มดอกเบย้ี ใหค้ รบถว้ นรวมทงั้ รบั ผิดชอบ
คา่ ใชจ้ ่ายตา่ ง ๆ ทเ่ี กิดจากการไล่เบย้ี เก็บเงินจากผู้ขายตว๋ั เช่น ค่าทำคดั ค้านหากตั๋วขาดความเชอ่ื ถือ เป็นตน้

2.การขายลดโดยไม่มีเงื่อนไข การนำตั๋วเงนิ รับไปขายลดโดยไมม่ ีเง่ือนไข (Without Recourse)
หมายถึง การขายตวั๋ เงนิ ท่ผี ู้ขายไมต่ ้องมีภาระผูกพันหรือรบั ผิดชอบต่อผูซ้ ้ือต๋วั เงินแต่อยา่ งใดแม้ว่าตวั๋ นั้นจะเก็บ
เงินไม่ไดก้ ็ตาม ซ่งึ ถือว่าเป็นการขายขาด ผู้ซ้ือจะต้องรบั ความเสีย่ งเอง

การนำต๋วั เงินรบั ไปขายลดโดยมเี ง่อื นไขอาจถือวา่ เป็นการขายหรือถอื เปน็ การกยู้ มื เงินก็ได้ แตก่ ารนำตวั๋ เงนิ รับ
ไปขายลดโดยไม่มเี งื่อนไขจะถือเป็นการขายอย่างเดยี วเท่านั้น ไม่วา่ จะถือเป็นการขายหรือการกยู้ ืมก็ตาม
ข้ันตอนในการคำนวณจำนวนเงนิ เกีย่ วกับต๋ัวเงินรบั ขายลดก่อนท่ีจะนำไปบันทึกบญั ชีมีวิธีการดงั ต่อไปนี้
ข้ันตอนการปฏบิ ัตใิ นการนำต๋วั เงินไปขายลด มีดงั น้ี

ขน้ั ท่ี 1. คำนวณมูลค่าต๋ัวครบกำหนด
มูลค่าตว๋ั ครบกำหนด = มลู ค่าหนา้ ตวั๋ + ดอกเบีย้ รบั

ข้นั ที่ 2. คำนวณสว่ นลดทสี่ ถาบนั การเงนิ หกั ไว้
ส่วนลด = มลู คา่ ตวั๋ ฯ ×อตั ราส่วนลด ×ระยะเวลาต้ังแตว่ ันขายถึงวนั ครบกำหนด

ข้นั ที่ 3. คำนวณจำนวนเงนิ ที่กจิ การได้รับ
จำนวนเงินท่ีได้รับ = มลู ค่าตว๋ั ครบกำหนด – ส่วนลดทีส่ ถาบนั การเงนิ หกั ไว้

ขั้นท่ี 4. คำนวณดอกเบย้ี รบั หรือดอกเบยี้ จา่ ย
เปรียบเทียบจำนวนเงินที่ได้รับกับมลู ค่าหนา้ ต๋วั ถ้าจำนวนเงนิ ทไ่ี ด้รบั สงู กวา่ มูลค่าหนา้ ตั๋ว ผลตา่ งดงั กลา่ วถอื
เปน็ “ดอกเบ้ยี รับ” แต่ถ้าจำนวนเงนิ ทไี่ ดร้ ับ ต่ำกว่า มูลค่าหนา้ ต๋วั ผลตา่ งดังกลา่ วถอื เป็น “ดอกเบีย้ จ่าย”
ตวั อย่างท่ี 4 บรษิ ัท สยามมติ ร จำกัด ได้รบั ชำระหนี้ค่าสนิ ค้าจากบรษิ ัท สหกจิ จำกดั เป็นตั๋วแลกเงนิ ลงวันที่
1 มนี าคม 25×1 มูลคา่ หน้าต๋ัว 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 12% ต่อปี อายุ 60 วัน และบริษัท สดใส จำกัด
นำต๋ัวเงนิ รับฉบบั ดังกล่าวไปขายลดท่ีธนาคารกรุงเก่า ในวันท่ี 11 มนี าคม 25×1 โดยทธ่ี นาคารหกั สว่ นลดใน
อัตรา 14% ต่อปี (สมมติวา่ 1 ปี มี 360 วนั )
ขั้นที่ 1. คำนวณมลู คา่ ต๋ัวครบกำหนด
มลู คา่ ต๋วั ครบกำหนด = มลู คา่ เงินหนา้ ต๋ัว + ดอกเบย้ี รับ
= 100,000 + (100,000 ×12 % × 60/360)
= 100,000 + 2,000
= 102,000 บาท
ขน้ั ที่ 2. คำนวณส่วนลดทีส่ ถาบนั การเงินหักไว้
ส่วนลด = มลู คา่ ตัว๋ ฯ ×อตั ราสว่ นลด ×ระยะเวลาตงั้ แต่วนั ขายถึงวันครบฯ
= 102,000 × 14 % × 50/360
= 1,983.33
ขน้ั ที่ 3. คำนวณจำนวนเงินที่กจิ การไดร้ บั
จำนวนเงนิ ที่กิจการไดร้ ับ = มูลคา่ ตัว๋ ครบกำหนด – ส่วนลดทห่ี กั ไว้
= 102,000 – 1,983.33
= 100,016.67 บาท


Click to View FlipBook Version