กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
รายงานผลสัมฤทธิ์สำหรับทุนสนับสนุน
งานมูลฐาน (Fundamental Fund)
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
พฤษภาคม 2564
1
กองทุนสง่ เสริมวทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม
รายงานผลสัมฤทธ์สิ าหรับทุนสนบั สนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund)
ปงี บประมาณ พ.ศ. 2564
มหาวิทยาลยั สวนดุสิต
พฤษภาคม 2564
ก
บทสรปุ ผูบ้ รหิ าร
ผลสมั ฤทธสิ์ าหรบั ทนุ สนบั สนุนงานมลู ฐาน (Fundamental Fund) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
1. ชอ่ื แผนงาน แผนงานวจิ ยั พ้ืนฐานของมหาวิทยาลัยสวนดสุ ิต : แผนงานยอ่ ยสรา้ งองคค์ วามรู้
2. หน่วยงานรบั ผดิ ชอบ มหาวทิ ยาลัยสวนดสุ ิต
3. งบประมาณทีไ่ ด้รับจดั สรร จานวน 65,200,000 บาท
4. จานวนโครงการที่ไดร้ ับจดั สรร จานวน 15 โครงการ ประกอบดว้ ย โครงการเดี่ยว จานวน 8 โครงการ และชุดโครงการ จานวน
7 โครงการ (โครงการย่อยภายใตช้ ดุ โครงการ จานวน 23 โครงการ)
5. ระยะเวลาตามสญั ญารับทนุ 1 ปี
6. วสิ ยั ทศั น์ และพันธกจิ ของหนว่ ยงาน
วิสัยทัศน์ เป็นองค์กรที่มุ่งเน้นสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และถ่ายทอดเทคโนโลยีจากงานวิจัย ของ
มหาวิทยาลัยในสาขาอัตลักษณ์ด้านการศึกษาปฐมวัย อาหาร การพยาบาลและสขุ ภาวะ และอุตสาหกรรมบรกิ าร เพื่อพัฒนา
ชุมชนเชงิ พื้นท่ใี ห้มีความเขม้ แข็งและย่งั ยืน
พันธกิจ การจัดการเรียนการสอน การวิจัยและนวัตกรรม การบริการวิชาการ และการทานุบารุงศิลปวัฒนธรรมและ
ความเปน็ ไทย
7. ยุทธศาสตรช์ าติทส่ี อดคลอ้ งกบั แผนปฏบิ ตั งิ านด้าน ววน.
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 ด้านพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ คนไทยในอนาคต มีความพร้อมท้ังกาย ใจ
สติปญั ญา มีทกั ษะทจี่ าเป็นในศตวรรษท่ี 21 มที ักษะสื่อสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ี 3 และมคี ณุ ธรรม
8. ความสอดคล้องกบั โปรแกรมของแผน ววน.
โปรแกรม 5 ส่งเสรมิ การวจิ ยั ขนั้ แนวหนา้ และการวจิ ยั พนื้ ฐานท่ีประเทศไทยมีศกั ยภาพ
9. วัตถุประสงคข์ องแผนงาน
เพ่ือขับเคล่ือนการพัฒนามหาวิทยาลัย และประเทศ ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตาม
อตั ลกั ษณ ความเช่ยี วชาญ และจุดเนน้ เชิงกลยุทธข์ องมหาวทิ ยาลยั
10. ขอบเขตการดาเนินงาน
การพัฒนามหาวิทยาลัยและประเทศดว้ ยงานวิจัยและนวัตกรรมบนฐานอัตลกั ษณ์และความเช่ียวชาญของมหาวิทยาลัย
ทส่ี อดคลอ้ งกับจุดเนน้ ของมหาวิทยาลยั คือ การพัฒนาความเปน็ เลิศในการผลิตกาลงั คนท่เี พยี บพร้อมไปดว้ ยสตปิ ญั ญา ความรู้
และการสรา้ งนวัตกรรมที่มุง่ เนน้ ในสาขาอัตลกั ษณด์ ้านการศึกษาปฐมวัย อาหาร การพยาบาลและสุขภาวะ และอุตสาหกรรม
บรกิ าร
11. วิธกี ารดาเนินงาน
11.1 กระบวนการรบั ข้อเสนอแผนงาน/โครงการ (ภาพรวมหน่วยงาน)
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ออกประกาศมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ การเสนอโครงการวิจัย และ
อัตราการจ่ายเงินทุนอุดหนุนการวิจัย พ.ศ. 2559 และประกาศมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ การเสนอ
โครงการวิจัย และอัตราการจา่ ยเงินทุนอดุ หนนุ การวจิ ัย (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2560 โดยกาหนดการให้ทุนอุดหนุนการวจิ ัยออกเป็น
ประเภทต่าง ๆ ดังน้ี (1) การพัฒนางานวิจัยเพอื่ การเรยี นรู้ (2) การพัฒนางานวิจยั เพือ่ ฝึกทกั ษะการวจิ ัยสาหรบั นักวิจยั รุน่ ใหม่
โดยมนี กั วจิ ยั พีเ่ ลย้ี ง (3) การพฒั นางานวจิ ัยเพอ่ื ให้ประโยชน์ในการพัฒนามหาวิทยาลัยสวนดุสิต (4) การพัฒนางานวิจัยเพ่ือให้
ประโยชน์ในเชิงวิชาการ (5) การพัฒนางานวิจัยเพ่ือให้ประโยชน์ในเชิงนโยบาย (6) การพัฒนางานวิจัยเพื่อให้ประโยชน์ใน
เชิงพาณิชย์ และ (7) การพัฒนางานวิจัยเพ่ือให้ประโยชนใ์ นเชิงสาธารณะ ทั้งน้ี ในการขอรับทุนสนับสนุนงบประมาณด้านการ
วิจัยและนวัตกรรม (2 - 7) ให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการปฏิบัตคิ ือ ให้ผ่านการพิจารณาเหน็ ชอบจากผู้ทรงคุณวุฒิที่มหาวิทยาลัย
แตง่ ตั้งจากหลากหลายหน่วยงาน จานวน 3 คน และผ่านการพจิ ารณาอนมุ ตั ิจากคณะกรรมการบริหารการวจิ ยั
11.2 กระบวนการตดิ ตามการใช้จา่ ยงบประมาณ และผลการดาเนินงานของหน่วยงาน
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กาหนดให้มีการติดตามโครงการวิจัยผ่านระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ
(NRIIS) ทุกไตรมาส และดาเนนิ การติดตามโดยคณะอนกุ รรมการฯ ทกุ 6 เดอื น โดยจดั ทารายงานดาเนินโครงการวิจัย และส่ง
มอบรายงานการดาเนินงานโครงการวิจยั จนกระท่ังส่งเล่มวิจัยฉบับสมบูรณ์ นอกจากน้ียังต้องจัดทาสรุปรายงานการเงินและ
ข
การบันทึกรายการรับ-จ่ายงบประมาณการวิจัย ประกอบด้วยส่วนประกอบสาคัญ 4 ส่วน ได้แก่ การจ่ายเงินงบประมาณ
โครงการวิจัย การจัดทาบัญชีเพื่อบันทึกรายการรับ - จ่ายเงินของโครงการ การจัดเก็บหลักฐานการรับ - จ่ายเงิน และการ
จัดทารายงานการเงนิ
12. ผลการศกึ ษา
ผลการดาเนนิ งานโครงการทไี่ ดร้ บั สนับสนุนงบประมาณ ทุนสนบั สนนุ งานมลู ฐานของหนว่ ยงาน ปีงบประมาณ 2564
โครงการ ผลการดาเนินงาน
โครงการท่ี 1 นวตั กรรมและ 1. ได้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสงเสริมการเรียนรูท่ีเหมาะสมและมีประสิทธิภาพกับเด็ก
เทคโนโลยีด้านดจิ ทิ ลั เพอื่ การเรียนรู้ พิการ 9 ประเภท โดยจดั ทาเปน็ เทคโนโลยดี จิ ิทลั หนังสอื อา่ นงา่ ย จานวน 10 เรือ่ ง จัด
และการสื่อสารของคนพกิ าร ไว้ในรูปแบบออนไลน์
โครงการที่ 2 การพัฒนาศักยภาพ 2. ได้แผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP) ท่ีบุคลากรทางการศึกษาสามารถนาไปใช้สอนเด็ก
ผปู้ ระกอบการธุรกจิ เพอื่ การแขง่ ขนั พิการทง้ั 9 ประเภทความพกิ าร ประเภทละ 10 เรื่อง รวมเป็น 90 แผน
ดา้ นการทอ่ งเทยี่ วเมอื งอยธุ ยาอยา่ ง
ย่ังยืนภายใตเ้ กณฑม์ าตรฐาน 3. ได้คู่มือการใชเ้ ทคโนโลยีดิจทิ ัลหนังสอื อ่านงา่ ย 1 เล่ม
โฮมสเตย์อาเซยี น 4. ได้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของเด็กพิการท่ีใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหนังสืออ่านง่าย อยู่ใน
โครงการที่ 3 การศกึ ษายทุ ธศาสตร์ ระดบั ดีมาก
และกลยทุ ธใ์ นการส่งเสรมิ และ 5. ไดค้ ะแนนความพึงพอใจของผใู้ ชเ้ ทคโนโลยีดจิ ทิ ลั หนงั สืออา่ นง่าย อยใู่ นระดบั มาก
พฒั นาศักยภาพการท่องเทย่ี ว 6. ได้เทคโนโลยีเพื่อการเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ โบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวสาหรับคน
เชิงสขุ ภาพ เพื่อรองรับการ
พฒั นาการท่องเที่ยวใหมใ่ นเขต พิการทางการไดย้ นิ 10 แหง่
ระเบียงเศรษฐกจิ พเิ ศษภาค 7. ได้คิวอาร์โค้ดท่ีติดต้ังในโบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวสาหรับคนพิการทางการได้
ตะวันออก (EEC)
ยนิ 10 แห่ง
8. ไดผ้ ลความพึงพอใจของผู้ใช้เทคโนโลยีดจิ ิทลั เพอื่ การเขา้ ถึงแหล่งเรียนรู้ โบราณสถาน
และแหล่งทอ่ งเท่ยี วสาหรบั คนพิการทางการได้ยิน 10 แห่ง อยใู่ นระดบั มากท่สี ดุ
1. ได้แนวทางการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์ที่สามารถนาไปปรับ
ดาเนินการใช้ได้จริง ในรูปแบบโปรแกรมการท่องเที่ยวที่น่าสนใจ การอบรม
ภาษาองั กฤษและภาษาญ่ปี ุ่นเพ่ือการท่องเท่ียว การอบรมเทคนคิ การใหบ้ ริการที่สร้าง
ความประทับใจแก่ผู้รับบริการ และการอบรมทักษะการนาเสนอและการส่ือสารแบบ
วทิ ยากร
2. ได้กิจกรรมภายใต้แผนพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์ภายใต้เกณฑ์
มาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน ได้แก่ หลักสูตรการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ Homestay
Course ที่สร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์ในการ
ปรับเปล่ียนบ้านพักและส่ิงแวดล้อม รวมถึงการจัดการเอกสารให้สอดคล้องกับเกณฑ์
มาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน
3. ได้ต้นแบบการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์อาเซียน คือ
ผู้ประกอบการธรุ กิจโฮมสเตย์อาเซยี น ไทรน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่สามารถ
ถอดองค์ความรู้เป็นส่วนประกอบประเด็นสาคัญของผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์
ออกมาได้
1. ได้ทราบภาวะอุปสงค์และอุปทานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจ
พิเศษภาคตะวันออก (EEC)
2. ได้องค์ความรู้ด้านองค์ประกอบการทอ่ งเที่ยวเพ่ือการพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
ด้วยการเพิ่มมูลค่าของภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพ่ือรองรับการพัฒนาเขตระเบียง
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก (EEC)
3. ได้แอพพลิเคชั่นเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการ
จัดการโลจิสติกส์การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ท่ีสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาเขต
ค
โครงการ ผลการดาเนินงาน
ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซ่ึงรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ
ANDROID
4. ได้ยุทธศาสตรก์ ารสง่ เสรมิ การตลาดเชิงสรา้ งสรรค์สาหรับการท่องเทีย่ วเชิงสุขภาพใน
เขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และนาเสนอต่อหน่วยงานท่ี
เกย่ี วขอ้ ง
5. ได้แผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิง
สุขภาพ ในการรองรบั การพัฒนาการท่องเที่ยวใหม่ในเขตระเบียงเศรษฐกจิ พเิ ศษภาค
ตะวันออก (EEC) และนาเสนอต่อหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ผู้ประกอบการ นักท่องเที่ยว
และบุคคลทัว่ ไปที่สนใจ
6. ได้ฐานข้อมูลอิเลก็ ทรอนิกส์ในการเก็บองค์ความรูด้ ้านองค์ประกอบการท่องเที่ยวเพอื่
การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยการเพ่ิมมูลค่าของภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม
เพ่อื รองรบั การพัฒนาเขตระเบยี งเศรษฐกจิ พิเศษภาคตะวนั ออก (EEC)
7. ได้แผน่ พบั ประชาสมั พนั ธเ์ พื่อส่งเสรมิ การตลาดเชิงสร้างสรรคส์ าหรบั การทอ่ งเทย่ี วเชงิ
สุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวนั ออก (EEC)
โครงการที่ 4 นวัตกรรมการพฒั นา 1. ได้ชุดองค์ความรู้ท่ีเป็นแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวและการ
ทนุ มนษุ ยใ์ นอุตสาหกรรมการ บริการ (Frist S-Curve) บนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง-
ทอ่ งเทย่ี วและการบริการ (Frist จันทบรุ ี-ตราด)
S- Curve) บนระเบยี งเศรษฐกจิ ภาค 1.1 องค์ความรู้เก่ียวกับ (1) ศักยภาพของบุคลากรและความต้องการของ
ตะวันออก (EEC) (ชลบรุ ี-ระยอง- ผู้ประกอบการ (2) องค์ความรู้และกระบวนทัศน์ใหม่เกี่ยวกับพฤติกรรมและ
จนั ทบรุ ี-ตราด) ใหร้ องรับ ความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวตา่ งชาติ ซ่ึงสามารถนาไปใช้
มาตรฐานสากล และมงุ่ สกู่ ารบริการ เพ่ือการสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดรองรับกระบวนทัศน์ใหม่ทางสังคม (New
มลู ค่าสูง (High Value Services) Normal) (3) ชุดองค์ความรู้ในการพัฒนาทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการ
เพ่ือยกระดบั ใหป้ ระเทศไทยเปน็ ท่องเทีย่ วและการบรกิ ารสาหรบั บุคลากรวัยทางาน (Re-Skill/ Up-Skill) เพือ่ ให้
จุดหมายปลายทางของการท่องเทย่ี ว รองรับมาตรฐาน MRA บนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-
ระดบั โลก (Word Class ระยอง-จันทบรุ ี-ตราด) จานวน 6 หลักสตู ร
Destination) และรองรบั กระบวน 1.2 นวัตกรรมหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ทศั น์ใหมท่ างสังคม (New Normal) ทังในรูปแบบ Online ท่ีให้บริการผ่านระบบ Thai MOOCs และ นวัตกรรม
หลักสูตรการฝึกอบรมแบบ Onsite จานวน 6 หลักสูตร ได้แก่ (1) หลักสูตร
พนักงานแผนกแม่บ้าน (2) หลักสูตรพนักงานแผนกต้อนรับส่วนหน้า (3)
หลักสูตรพนักงานแผนกประกอบอาหาร (4) หลักสูตรพนักงานแผนกอาหาร
และเคร่ืองดื่ม (5) หลักสูตรยุวมัคคุเทศก์นาเที่ยว และ (6) หลักสูตรสุขาภิบาล
และความปลอดภัยของผูส้ ัมผสั อาหาร
2. ได้ชุดองค์ความรู้ท่ีเป็นแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเท่ียวและการ
บริการ (Frist S-Curve) บนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง-
จนั ทบุรี-ตราด)
3. ได้ฐานนวัตกรรมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของทุนมนุษย์ (Human capital big data) ที่
จัดเก็บข้อมูลบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยว การออกแบบระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม
(Digital platform) ที่สาคัญ ได้แก่ (1) การออกแบบ Prototype บน Digital
platform ที่เชื่อมโยงกับระบบ Smart tourism ด้วยการนาระบบ Artificial
Intelligence (AI) มาประยกุ ต์ (2) การพัฒนา Chatbot prototype เพ่อื เชื่อมต่อกับ
ระบบ AI ด้วย Deep learning เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว (3) การพัฒนาระบบ
ปัญญาประดิษฐ์แนะนาแหล่งท่องเท่ียวในชุมชน (AI recommended agritourism)
โครงการ ง
ผลการดาเนินงาน
4) การพัฒนา Deep learning ด้วยเทคนิค Time series เพื่อพยากรณ์แนวโน้มของ
การฟ้นื คืนของธุรกิจท่องเท่ียวหลัง COVID 19 (Deep learning methods for time-
Series forecasting tourism business recovery from the covid 19 pandemic
crisis ตลอดจนชดุ เนื้อหาดจิ ิทลั (Digital Content) 6 หลักสูตร จานวน 200 ตอน ใน
ระบบ YouTube: Upskill HCD SDU MOOCs และ S.D.U MOOC เพ่ือให้ผู้สนใจ
สามารถเรียนรู้ได้ทกุ ที่ ทุกเวลา
4. การถ่ายทอดองค์ความรู้ จานวน 200 คลิปในรูปแบบ VDO, บทเรียนออนไลน์ที่อยู่
บนระบบ MOOCs, YouTube และสื่อสงั คมออนไลน์ของโครงการท่ีได้พัฒนาข้นึ เพ่ือ
เปน็ การสง่ เสริมการเรยี นรู้ตลอดชีวิต
5. ไดจ้ ัดการฝึกอบรมในพน้ื ท่ี จานวน 3 ครัง้ และมีการอบรมเพิ่มเติมในรูปแบบออนไลน์
เพ่ือให้ได้ตามจานวน โดยได้จัดทาแนวทางการติดตามเพ่ือประเมินผลการนาองค์
ความรู้ไปใช้เพ่ือให้ทุนมนุษย์ท่ีเป็นแรงงานทักษะระดับสูงในอุตสาหกรรมการ
ท่องเท่ียวและการบริการในพ้ืนท่ี EEC ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมบริการสู่การ
บริการมูลค่าสูง (High Value Services) เพ่ือยกระดับให้ประเทศไทยเป็นจุดหมาย
ปลายทางของการท่องเท่ียวระดับโลก (World Class Destination) และรองรับ
กระบวนทัศน์ใหมท่ างสังคม (New Normal)
6. ได้นักวิจัยรุ่นใหม่ทางด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการในชุดโครงการ
จานวน 10 คน ทาให้เกิดทักษะเชิงวิชาการและการวิจัยและทักษะเชิงสังคมและการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่สาธารณะ ตลอดจนเป็นการเพิ่มพูนทักษะด้านการสื่อสารการ
ถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่กลุ่มเป้าหมายตลอดจนเกิดความรู้ความเข้าใจในบริบทของ
อุตสาหกรรมทอ่ งเท่ียวและบริการ/พื้นท่ีการวิจยั
7. เกิดเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศผ่านทางออนไลน์ และเครือข่ายความ
รว่ มมอื กับผูป้ ระกอบการในพนื้ ที่ภาคตะวนั ออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง-จันทบรุ ี-ตราด)
และได้เครือขา่ ยมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ 10 แหง่ ได้แก่
1) Universitas Muhammadiyah Sinjai, Indonesia
2) Universitas Muhammadiyah Makassar, Indonesia
3) Universitas Muhammadiyah Sidenreng Rap-pang, Indonesia
4) University of City Island, Cyprus
5) Universitas Islam Bandung (UNISBA), Malaysia
6) Polytechnic University of the Philippines, Philippines
7) UCSI University Sarawak Campus, Malaysia
8) University of Technology, Sydney, Australia
9) University of Hongkong, Hongkong
10) West China Union University, Chaina
8. ไดบ้ ทความวจิ ยั ตพี มิ พ์ในระดบั นานาชาติ ฐาน SCOPUS จานวน 7 เรอื่ ง ได้แก่
1) เ รื่ อ ง A comparative study of deep learning methods for time-Series
forecasting tourism business recovery from the covid 1 9 pandemic
crisis. (Q2, Impact Factor 1.5)
2) เ รื่ อ ง AI recommended agritourism supporting community-based
tourism post covid-19 (Q2, Impact Factor 1.5)
3) เ รื่ อ ง Sentiment analysis with a textblob package implications for
tourism. (Q2, Impact Factor 1.5)
จ
โครงการ ผลการดาเนินงาน
โครงการท่ี 5 นวัตกรรมการ 4) เร่ือง Smart tourism destinations influence a tourist’s satisfaction and
สร้างสรรคส์ มรรถนะบคุ ลากรและ intention to revisit (Q2, Impact Factor 1.5)
ผ้ปู ระกอบการธุรกิจทอ่ งเทยี่ วขนาด
ยอ่ มผ่านการมสี ่วนร่วมสร้างคณุ คา่ 5) เรอ่ื ง The Integration of a Big Data Framework and a Mobile Application
จากการฝึกอบรม โดยใช้หลัก on the iOS Platform to Support Smart Tourism (Q3)
เศรษฐกิจพอเพยี งอย่างยงั่ ยืน:
กรณีศกึ ษากลุ่มจงั หวัดภาค 6) เ ร่ื อ ง Factors Affecting Learning Outcome Intention of MOOCs for
ตะวันออก (ชลบรุ ี ระยอง จันทบรุ ี Online Learning Platform (Q4, Impact Factor 0.07)
ตราด)
7) เร่ือง A Chatbot Prototype by Deep Learning Supporting Tourism (Q4,
โครงการท่ี 6 การศึกษาการมีอยจู่ ริง Impact Factor 0.07)
ของปญั หาค่าขอบสาหรับแคลคลู สั
ควอนตัม (แคลคลู ัสไมม่ ลี ิมติ ) 1. ได้คู่มือผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวที่มีความเป็นไปได้เชิงธุรกิจของการท่องเท่ียวขนาด
ย่อมในชุมชนในกลุ่มจังหวดั ภาคตะวันออก
2. ได้แผนธุรกิจเพ่ือบุกเบิกการประกอบการธุรกิจท่องเท่ียวขนาดย่อมในชุมชนในกลุ่ม
จงั หวดั ภาคตะวนั ออก
3. ได้แผนนวตั กรรมการตลาด การตลาดดจิ ทิ ลั และการสรา้ งตราเมอื งของการทอ่ งเท่ยี ว
ขนาดย่อมในชมุ ชนในกลุ่มจงั หวดั ภาคตะวนั ออก
4. ได้หลักสูตรการศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจการท่องเที่ยวเพื่อพัฒนาสมรรถนะ
บุคลากร และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเท่ียวขนาดย่อมในชุมชนในกลุ่มจังหวัดภาค
ตะวันออก
5. ได้หลกั สตู รการสร้างแผนธุรกิจเพื่อบกุ เบกิ การประกอบการธุรกจิ ท่องเทย่ี วเพ่ือพัฒนา
สมรรถนะบุคลากร และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเท่ียวขนาดย่อมในชุมชนในกลุ่ม
จังหวดั ภาคตะวันออก
6. ได้หลักสูตรการสร้างสรรค์นวัตกรรมการ ตลาดดิจิทัล และการสร้างตราเมืองเพ่ือ
พัฒนาสมรรถนะบุคลากร และผู้ประกอบการธุรกิจท่องเท่ียวขนาดย่อมในชุมชนใน
กลุม่ จังหวดั ภาคตะวันออก
7. ไดต้ ้นฉบับบทความวิจัยเพอื่ การตพี ิมพ์ในวารสาร วิชาการทอ่ี ยใู่ นฐานขอ้ มลู TCI กลมุ่
1 ดังนี้ 1) ต้น ฉบับบทความวิจยั ที่ 1 เร่ือง “การสร้างสรรค์สมรรถนะบุคลากรและผู้
ประกอบการธุรกิจท่อง เที่ยวขนาดย่อมผ่านการศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจ และ
การบกุ เบิกการประ กอบการธรุ กจิ ขนาดย่อม สมยั ใหม่ โดยใชห้ ลักเศรษฐกิจพอเพียง
อย่างย่ังยืน:กรณี ศึกษากลุ่มจังหวัดภาคตะวัน ออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด)”
2) ต้นฉบับบทความวิจัยท่ี 2 เรื่อง “ปัจจัยที่ส่งผลต่อการยอมรับส่ือสัง คมออนไลน์
และความต้ังใจที่จะมาท่องเท่ียวของนัก ท่องเที่ยวต่อการท่องเที่ยวขนาดย่อมใน
ชุมชนของกลมุ่ จงั หวดั ภาคตะวนั ออก” 3) ตน้ ฉบับบทความวจิ ยั ท่ี 3 เร่ือง “Creating
Competency Development Courses for Small-Sized Tourism Personnel
and Entrepreneurs through Value-Based Participation Training by Using
Sustainable Sufficiency Economy: Case study of Eastern Province Group”
1. ได้บทความวิจัยเรื่อง การหาคาตอบเชิงตัวเลขในการแก้ปัญหาค่าเร่ิมต้นสาหรับ
สมการเชิงอนุพันธ์ - อนุพันธ์ไม่เชิงเส้นอันดับเศษส่วนท่ีเป็นตัวแปร โดยใช้วิธีการจัด
ระเบียบของ Haar ซึ่งได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับ
นานาชาตทิ ี่อยูใ่ นฐานขอ้ มูล Scopus Q.2
2. ได้บทความวิจัยเรื่อง การหาเงื่อนไขสาหรับการมีอยู่จริงและมีเพียงหน่ึงเดียวของ
คาตอบ และการมีอยู่จริงอย่างน้อยหนึ่งคาตอบของปัญหาค่าขอบเชิงผลต่าง p, q
อันดับเศษส่วนไม่เฉพาะท่ี ซึ่งได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการ
ระดบั นานาชาตทิ อี่ ย่ใู นฐานขอ้ มูล Web of Science Q.2
ฉ
โครงการ ผลการดาเนนิ งาน
โครงการท่ี 7 ตน้ แบบนวตั กรรมการ 3. ได้บทความวิจัยเรื่อง การหาเงื่อนไขสาหรับการมีอยู่จริงและมีเพียงหน่ึงเดียวของ
ผลิตพืชในพน้ื ท่ปี ระสบภาวะภัยแลง้ คาตอบ และการมีอยู่จริงอย่างน้อยหน่ึงคาตอบของปัญหาค่าขอบส่ีจุดเชิงปริพันธ์
ตามแนวทางเกษตรปลอดภยั ใน ฮาหน์ อนั ดับเศษส่วนสาหรบั สมการเชงิ ผลตา่ ง - ปริพนั ธ์ฮาหน์ อันดบั เศษส่วน ซงึ่ ได้รบั
พน้ื ที่จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี การตอบรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติที่อยู่ในฐานข้อมูล
Web of Science Q.2
โครงการท่ี 8 การพฒั นาชดุ สือ่
นวัตกรรมการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ 4. ได้บทความวิจัยเร่ือง การหาเง่ือนไขสาหรับการมีอยู่จริงและมีเพียงหน่ึงเดียวของ
และเทคโนโลยโี ดยใชเ้ ทคโนโลยี คาตอบ และการมีอยู่จริงอย่างน้อยหนึ่งคาตอบของปัญหาค่าขอบไม่เฉพาะที่สาหรับ
สมารต์ โฟนเซนเซอรเ์ ป็นเคร่ืองมือ สมการเชิงผลต่างอันดับเศษส่วนแบบกรันวอล์ด - เลทนิคอฟ (คาปูโต) ซึ่งได้รับการ
วดั สาหรับการจดั การเรยี นรูบ้ น ตอบรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติท่ีอยู่ในฐานข้อมูล Web
พ้นื ฐานสมรรถนะ of Science Q.2
โครงการท่ี 9 การพัฒนาความรอบรู้ 1. ได้ต้นแบบนวัตกรรมการผลิตพืชในพื้นท่ีประสบภาวะภัยแล้งตามแนวทางเกษตร
ด้านสุขภาพของผปู้ ่วยโรคไตเร้อื รัง ปลอดภัย 3 ต้นแบบ ได้แก่
1.1 ต้นแบบพันธ์ขุ า้ วผสมทนแล้ง จานวน 5 สายพันธท์ุ ่มี ีสมบตั ิในการทนแลง้
1.2 ตน้ แบบปุ๋ยอนิ ทรีย์ - ชวี ภาพ ทใ่ี ช้วสั ดเุ หลือท้ิงในพ้นื ท่ี
1.3 ต้นแบบระบบให้แสง โดยใช้ค่า PAR ในช่วงคลื่นแสงสีน้าเงิน เขียว และแดงใน
โรงเรอื น
2. ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการผลิตและการใช้ต้นแบบนวัตกรรมการผลิตพืชในพื้นท่ี
ประสบภาวะภยั แลง้ ตามแนวทางเกษตรปลอดภัย ท้งั ในรปู แบบเอกสารและคลิปวดี โิ อ
แกเ่ กษตรกร จานวน 3 เร่อื ง
3. ได้บทความวจิ ยั ตพี มิ พใ์ นวารสารทางวิชาการระดบั ชาติ จานวน 3 เรอ่ื ง ในฐาน TCI 1
4. ไดบ้ ทความวจิ ยั ระดับนานาชาติ จานวน 2 เรื่องในฐาน Scopus
5. ได้พัฒนากาลังคนท่ีเข้ารับการอบรม 262 คน นักศึกษา ระดับปริญญาตรี 100 คน
และนกั วจิ ัยในชมุ ชนจานวน 15 คน ทาให้เกิดการเผยแพร่องค์ความรอู้ ยา่ งกวา้ งขวาง
1. ไดช้ ุดสือ่ นวตั กรรมการเรยี นร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยโี ดยใชเ้ ทคโนโลยีสมาร์ตโฟน
เซนเซอร์เป็นเคร่ืองมือวัดสาหรับการจัดการเรียนรู้บนพื้นฐานสมรรถนะ สามารถ
นามาทดลองวดั ค่าตวั แปรและพารามเิ ตอร์ท่ตี อ้ งการศกึ ษาต่าง ๆ ไดอ้ ยา่ งแม่นยาและ
เทย่ี งตรง และได้ตีพมิ พเ์ ผยแพร่บทความวิจยั เร่ือง การทดสอบประสิทธิภาพเซนเซอร์
บารอมิเตอรบ์ นสมารท์ โฟนสาหรับการวัดค่าความดันของของเหลว ซ่ึงได้รับการตอบ
รับใหต้ ีพมิ พเ์ ผยแพรใ่ นวารสารวชิ าการระดบั ชาตทิ ีอ่ ยู่ในฐานข้อมลู TCI กลมุ่ 2
2. ได้ชุดกิจกรรม Teacher Training Package ท่ีพัฒนาข้ึนเหมาะสมสาหรับใช้เป็นชุด
กจิ กรรมในการจดั การเรียนรู้ บนพนื้ ฐานสมรรถนะ
3. ได้ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรียนรดู้ ว้ ยชุดสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้ หลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อน
เรียน และมีความก้าวหนา้ ทางการเรยี นเฉลย่ี อยู่ในระดับปานกลาง
4. ได้ผลความพงึ พอใจต่อการจัดการเรียนรดู้ ้วยชุดส่ือนวตั กรรมการเรยี นรู้ อยู่ในระดบั มาก
1. ได้องค์ความรู้เร่ืองบริบทที่ส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองเพ่ือ
การชะลอความเส่ือมของไต องค์ความรดู้ ังกล่าว สามารถนาไปปรับใชใ้ นการจัดระบบ
การดูแลผปู้ ่วยโรคไตเรอ้ื รังท้ังในคลินิกโรคไตและการดแู ลในชุมชนเพื่อใหเ้ กิดผลลพั ธ์
ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสามารถดูแลตนเองให้ภาวะไตเสื่อมช้าลง ส่งผลต่อการลด
ความกา้ วหนา้ ของโรคและลดอัตราการบาบัดทดแทนไต
2. ได้องค์ความรู้เร่ืองระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ภาวะสุขภาพ และความสัมพันธ์
ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้ป่วยโรคไตเร้ือรัง องค์ความรู้
ตรงส่วนนี้เป็นองค์ความรู้ท่ีจะนาไปเป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนาโมบายแอปพลิเคชัน
ช
โครงการ ผลการดาเนินงาน
โครงการท่ี 10 กระบวนการจัดการ เพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพสาหรับผู้ป่วยโรคไตเร้ือรังในโครงการวิจัยปีต่อไป
ศึกษาระดบั บณั ฑติ ศึกษาเพื่อพัฒนา (งบประมาณ 2565) 1. ได้องค์ความรู้เร่ืองบริบทที่ส่งเสริมให้ผู้ป่วยโรคไตเร้ือรังใส่ใจ
คณุ ภาพวิทยานพิ นธ์ของนกั ศกึ ษา ดแู ลสุขภาพตนเองเพือ่ การชะลอความเสื่อมของไต องคค์ วามรูด้ ังกลา่ ว สามารถนาไป
ปรับใช้ในการจัดระบบการดูแลผู้ป่วยโรคไตเร้ือรังท้ังในคลินิกโรคไตและการดูแลใน
โครงการที่ 11 การวจิ ยั และพัฒนา ชุมชนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสามารถดูแลตนเองให้ภาวะไตเสื่อมช้าลง
เพื่อยกระดบั ประสทิ ธภิ าพการจดั สง่ ผลตอ่ การลดความก้าวหน้าของโรคและลดอตั ราการบาบัดทดแทนไต
การศกึ ษาขององค์กรปกครองส่วน 3. ได้องค์ความรู้เร่ืองระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ภาวะสุขภาพ และความสัมพันธ์
ท้องถน่ิ ท่ีสอดคลอ้ งกับความ ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพและภาวะสุขภาพของผู้ป่วยโรคไตเร้ือรัง องค์ความรู้
เปล่ียนแปลงทางการศึกษาใน ตรงส่วนน้ีเป็นองค์ความรู้ที่จะนาไปเป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาโมบายแอปพลิเค
ศตวรรษท่ี 21 จากความร่วมมือของ ชัน เพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพสาหรับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในโครงการวิจัยปีต่อไป
ผู้มสี ว่ นไดเ้ สีย (งบประมาณ 2565)
โครงการที่ 12 การเสรมิ สรา้ งความ 1. ได้บทความทางวิชาการ เรื่อง มุมมองเชิงทฤษฎีเก่ียวกับนิเวศวิจัยของมหาวิทยาลัย
เขม้ แข็งด้านการพัฒนากาลังคน (Theoretical Perspectives of Research Environment in a University) จากผล
ระดับสูงตอ่ การจดั การการท่องเทย่ี ว ตรวจสอบและพัฒนาระบบนิเวศวิจัยของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตให้เอ้ือต่อการเรียนรู้
และปฏิบัตกิ ารวิจยั ของนักศึกษาระดบั บณั ฑิตศกึ ษา
2. ได้บทความวิจยั เรือ่ ง รปู แบบการจดั การเรียนร้ดู ้านการวิจยั ทางสังคมศาสตร์ด้วยการ
เรียนรู้จากการปฏิบัติ (Active Learning Model for Social Sciences Research
Methodology Learning Management) จากการพัฒนารูปแบบและแนวทาง
จดั การเรยี นรู้ดา้ นการวจิ ยั ทางสงั คมศาสตร์ด้วยการเรยี นรู้จากการปฏิบตั ิ
3. ไดพ้ ัฒนากาลังคน โดยการเตรยี มความพรอ้ มอาจารยผ์ สู้ อนจานวน 5 คน สาหรับการ
จัดการเรียนรู้ด้านการวิจัยทางสังคมศาสตร์แบบ Active Learning และพัฒนา
รปู แบบและแนวทางการทาวิทยานิพนธเ์ พื่อรบั ใชส้ ังคม
1. ได้ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันของประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย (ศูนย์พัฒนา
เด็กเล็ก สถาบันอุดมศึกษาที่ผลติ ครูปฐมวัย และองค์กรภาคีเครือข่าย) พบว่าผู้มีส่วน
ได้เสียท้ัง 3 กลุ่มส่วนใหญ่เห็นว่ายังไม่มีประสิทธิภาพ และพบว่าท้ัง 3 กลุ่มมีความ
คาดหวังต่อการพัฒนาประสทิ ธภิ าพการจดั การศึกษาในระดบั มาก
2. ได้กรอบ ชุดตัวบ่งช้ี และเคร่ืองมือประเมินประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับ
ปฐมวัยขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินฯ จากความคิดเห็นของผมู้ สี ่วนได้เสีย โดยชุด
ตัวบ่งช้ีประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ 73 ตัวบ่งช้ี (ปัจจัยป้อน(27) กระบวนการ(24)
ผลผลติ (15) ผลลัพธ์(7))
3. ได้กรอบ ชุดตัวบ่งชี้ และเครื่องมือประเมินประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับ
ปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นฯ ท่ีผ่านการตรวจสอบคุณภาพแล้ว (ด้าน
ความตรง ความเทยี่ ง ความเหมาะสม ความเปน็ ไปได้ และความเป็นประโยชน์)
4. ได้ผลการประเมินจัดลาดับความสาคัญของตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการจัดการศึกษา
ระดับปฐมวัยฯ จากการประเมินของผู้มีส่วนได้เสีย พบว่าองค์ประกอบผลผลิตมี
คา่ เฉลี่ยสูงสดุ รองลงมาคอื กระบวนการ ปัจจัยป้อน และผลลัพธ์
5. ได้ผลการวิเคราะห์และประเมนิ ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของศูนย์
พัฒนาเด็กเลก็ รวม 60 แหง่ จากการประเมนิ ของผู้มสี ่วนได้เสยี
1. ได้แนวทางสร้างความเข้มแข็งในการพัฒนากาลังคนต่อการจัดการท่องเท่ียวเชิง
วฒั นธรรมเพอื่ นาไปใช้ในการส่งเสริมการท่องเทยี่ วเชงิ วฒั นธรรมในท้องถ่ินหรอื ชมุ ขน
ซ
โครงการ ผลการดาเนนิ งาน
เชิงวัฒนธรรมในเขตเศรษฐกจิ
ตะวันออก กรณีจงั หวัดชลบุรี 2. ได้กลยุทธ์การขับเคลื่อนการพัฒนากาลังคนจากการวิเคราะห์ปัจจัยเพ่ือนาไป
ขับเคลื่อน ส่งเสริมพัฒนากาลังคนเพื่อการส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมท่ี
โครงการที่ 13 การพัฒนาศกั ยภาพ เหมาะสมต่อชุมชน
เยาวชนโดยใชภ้ ูมิปญั ญาท้องถิ่นเปน็
ฐานเพอ่ื รองรบั การท่องเท่ยี วชุมชน 3. ได้ข้อเสนอกลยุทธ์การขับเคล่อื นการพัฒนากาลงั คนเพ่ือการเสริมสรา้ งความเข็มแข็ง
ในพ้นื ทก่ี ลุ่มจงั หวดั ภาคกลาง ด้านการพัฒนากาลังคนต่อการจัดการการท่องเท่ียวและส่งเสริมชุมชนท่องเที่ยวเชิง
ตอนล่าง 1 วัฒนธรรม
1. ได้องค์ความรู้เก่ียวกับองค์ประกอบในการสนับสนุนการท่องเที่ยวชุมชน จานวน
5 เร่ือง ได้แก่ (1) องค์ความรู้การทอผ้าขาวม้าชุมชนบ้านหนองขาว (2) องค์ความรู้
การทาลูกประคบสมนุ ไพรบ้านครก (3) องค์ความรู้การท่องเท่ียวเชิงวฒั นธรรมชุมชน
บ้านอ่าววัดใหม่ (4) องค์ความรู้การทาเปลญวนบ้านแม่พระประจักษ์ (5) องค์ความรู้
ว่านหางจระเขจ้ ากหอมขจรฟารม์ สผู่ ลติ ภัณฑช์ ุมชน
2. ได้พัฒนาศักยภาพของเยาวชน โดยเยาวชนจานวนกว่า 165 คนได้เข้ารับการอบรม
ทั้งในรูปแบบของการอบรมในพื้นท่ีชุมชนและการอบรมออนไลน์ และนาข้อมูล
บางส่วนเผยแพร่ผ่าน “Facebook: การพัฒนาศักยภาพเยาวชนเพื่อการท่องเที่ยว
ชุมชน จงั หวัดภาคกลางตอนล่าง 1”
3. มีการใช้พ้ืนท่ีของศูนย์การเรยี นรู้หรือพื้นทใ่ี นชุมชนเป็นพ้ืนที่ในการจัดกิจกรรมพฒั นา
เยาวชนเพื่อการทอ่ งเที่ยวชุมชน ไดแ้ ก่ (1) ศนู ย์การเรยี นรู้บ้านแม่พระประจักษ์ โดยมี
คุณเรือนแก้ว สังขรัตน์ เป็นผู้ประสานงาน (2) โรงเรียนวัดโกสินารายน์ โดยมีคุณครู
สมบัติ สมคะเนย์ เป็นผูป้ ระสานงาน (3) ศูนยว์ ัฒนธรรมพื้นบ้านและชมุ ชนบ้านหนอง
ขาว โดยมีคุณครูนพวรรณ ใจตรง เป็นผู้ประสานงาน (4) โรงเรียนภัทรญาณวิทยา
โดยมคี ณุ ครทู รายทอง เกตพุ ลอย เปน็ ผูป้ ระสานงาน (5) โครงการหอมขจรฟารม์ โดย
มีคุณ ธนากร บุญกล่า เป็นผู้ประสานงาน โดยศูนย์การพัฒนาเยาวชนเพื่อการ
ทอ่ งเที่ยวชมุ ชนจะมีแนวทางในการดาเนนิ กิจกรรมทสี่ าคญั ได้แก่ แนวทางที่ 1 การให้
ความรู้ผ่านผ่านเครือขา่ ยออนไลนผ์ า่ น “Facebook: การพัฒนาศักยภาพเยาวชนเพื่อ
การท่องเที่ยวชุมชน จังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1” แนวทางท่ี 2 การนาวิทยากรหรอื
ปราชญ์ในพื้นท่ีเข้ามาให้ความรู้แก่เยาวชนในโรงเรียนหรือพื้นที่ของศูนย์การพัฒนา
เยาวชน แนวทางท่ี 3 การแทรกกจิ กรรมการพัฒนาในกิจกรรมการเรียนซ่ึงในการวิจัย
น้ีโรงเรียนทเ่ี ข้าร่วมไดใ้ ห้ขอ้ เสนอว่าสามารถนาลงไปใช้ไดต้ าม “นโยบายลดเวลาเรยี น
เพม่ิ เวลาร้ไู ด้เลย” และแนวทางที่ 4 การจัดกิจกรรมผ่านชมรมมคั คุเทศนข์ องโรงเรียน
หรอื ชมรมอ่ืน ๆ ท่ใี หค้ วามร้เู กีย่ วกบั ภมู ิปญั ญาท้องถนิ่ แกเ่ ยาวชน
4. การจัดต้ังข้ึนเครือข่ายการพัฒนาศักยภาพเยาวชนเพ่ือการท่องเท่ียวชุมชน จังหวัด
ภาคกลางตอนล่าง 1 ในเบ้ืองต้นเป็นความร่วมมือของ 9 หน่วยงาน คือ ศูนย์การเรียนรู้
บ้านแม่พระประจักษ์ โรงเรียนโรงเรียนแม่พระประจักษ์ โครงการหอมขจรฟาร์ม
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต โรงเรียนวัดโกสินารายน์ วิสาหกิจชุมชนสระโกสินารายณ์
พิพิธภัณฑ์โกสินารายณ์ ศูนย์วัฒนธรรมพ้ืนบ้านและชุมชนบ้านหนองขาว โรงเรียน
หนองขาวโกวิทพิทยาคม และโรงเรียนภัทรญาณวิทยา และมีการเผยแพร่กิจกรรม
ของเครือข่ายผา่ น “Facebook: การพัฒนาศักยภาพเยาวชนเพ่ือการท่องเทยี่ วชุมชน
จงั หวัดภาคกลางตอนล่าง 1” และมีแนวทางในการขับเคล่ือนเครอื ขา่ ย ประกอบด้วย
การเรียนรู้ผา่ นระบบออนไลน์ การเรียนรู้ข้ามพ้ืนที่ การแลกเปล่ียนวิทยากร และการ
สง่ ต่อนักทอ่ งเท่ียว
ฌ
โครงการ ผลการดาเนนิ งาน
โครงการที่ 14 การศึกษา
องค์ประกอบทางเคมขี องละมดุ ออร์ 1. ได้องค์ความรู้วิธีการสกัด และองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดใบละมุดสด
แกนิคเพ่อื พฒั นาเป็นเครอ่ื งสาอาง ออร์แกนิคท่ีมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ คือ สาร Myricitrin ฤทธ์ิยับยั้งเอนไซม์ไทโรซเิ นส
บารุงผวิ และฤทธิย์ ับยั้งเอนไซม์อีลาสเตส
โครงการท่ี 15 ยทุ ธศาสตร์การศกึ ษา 2. ไดอ้ งคค์ วามร้ใู นการผลิตผลิตภณั ฑ์เครอ่ื งสาอางท่มี สี ารสกดั ใบละมดุ สดออร์แกนคิ เปน็
เพ่ือพัฒนากาลังคนด้านอาชีวอนา สารออกฤทธ์ิที่ไมเ่ ปน็ พิษต่อเซลลผ์ วิ หนงั ของมนษุ ย์
มยั และความปลอดภัย ในการ
ทางานเพื่อสนองความตอ้ งการ 3. ได้แนวทางสร้างรายได้อย่างย่ังยืนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกละมุดออร์แกนิค และพัฒนา
ภาคอตุ สาหกรรมเกษตร ศักยภาพของนักวิทยาศาสตร์เคร่ืองสาอาง จากการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของ
ละมุดออร์แกนิคเพ่ือพัฒนาเป็นเครอ่ื งสาอางบารุงผวิ
4. จากผลงานวิจัย ได้ต่อยอดขอทุนโครงการวิจัยงบประมาณ 65 เร่ือง “นวัตกรรม
เครอ่ื งสาอางชะลอวัยจากสารสกัดใบละมดุ อนิ ทรีย์”
1. ได้ทราบแนวโน้มความต้องการกาลังคนด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยใน
อุตสาหกรรมเกษตร และแนวทางการฝึกอบรมเพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการ
ทางานในอตุ สาหกรรมเกษตร
2. ได้ทราบถึงความต้องการเจ้าหน้าท่ีความปลอดภัยในการทางานระดับต่าง ๆ ซ่ึงมีไม่
เพียงพอ
3. ได้ยุทธศาสตร์การศึกษาเพ่ือพัฒนากาลังคนด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัยใน
อุตสาหกรรมเกษตรประกอบไปด้วย กลุยุทธ์เชิงรุก กลยุทธ์เชิงรับกลยุทธ์ เชิงแก้ไข
และกลยทุ ธเ์ ชิงปอ้ งกัน
4. การดาเนินการจัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากร นักศึกษา และศิษย์เก่า
ด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทางานโดยมีการจัด
ฝึกอบรมหลกั สตู รต่าง ๆ ไดแ้ ก่ การฝกึ อบรม เตรียมความพรอ้ มรับสถานการณฉ์ กุ เฉนิ
เก่ียวกับอัคคีภัย การฝึกอบรม หลักสูตรการป้องกันและระงับอัคคีภัย การปฐม
พยาบาล และการช่วยเหลือกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน และ การฝึกอบรม หลักสูตรเทคนิค
การชี้บ่งอนั ตราย และการบรหิ ารความเสีย่ งแบบมอื อาชีพ
ผลผลิตรวมท่เี กดิ ข้นึ จรงิ โครงการที่ไดร้ ับสนับสนุนงบประมาณ ทุนสนับสนุนงานมูลฐานของหน่วยงาน ปงี บประมาณ 2564
ผลผลติ รวมท่เี กิดขนึ้ จริง จานวน หนว่ ยนบั
1. องค์ความรู้ 69 เร่อื ง
2. การพฒั นากาลังคน
2.1 นศ.ระดบั อาชีวศกึ ษา 672 คน
2.2 นศ.ระดบั ปรญิ ญาตรี 865 คน
2.3 นศ.ระดบั บัณฑติ ศกึ ษา 7 คน
2.4 นกั วิจยั ชมุ ชนท้องถ่นิ 59 คน
2.5 นกั วจิ ัยเชงิ ปฏบิ ัตกิ าร (พ้ืนฐาน, R&D) 7 คน
3. การฝกึ อบรมเพ่ือเพ่ิมทกั ษะ
3.1 กลุม่ คนท่ตี อ้ งการทกั ษะพเิ ศษ 280 คน
4. กระบวนการใหม่
4.1 ระดับภาคสนาม 1 กระบวนการ
5. หนังสือ
5.1 หนงั สือเลม่ ระดบั ชาติ 7 เรอ่ื ง
6. ผลงานตพี มิ พ์
6.1 ระดบั ชาติ 19 เรื่อง
ญ
ผลผลิตรวมทีเ่ กิดข้ึนจริงโครงการทไ่ี ด้รบั สนับสนุนงบประมาณ ทุนสนับสนุนงานมูลฐานของหนว่ ยงาน ปีงบประมาณ 2564 (ต่อ)
ผลผลิตรวมทีเ่ กิดขน้ึ จรงิ จานวน หน่วยนับ
6.2 ระดับนานาชาติ 27 เรอ่ื ง
7. ต้นแบบเทคโนโลยี
7.1 ระดับภาคสนาม 2 ตน้ แบบ
8. ตน้ แบบผลิตภณั ฑ์
8.1 ระดับหอ้ งปฏิบตั กิ าร 8 ตน้ แบบ
8.2 ระดบั ภาคสนาม 4 ต้นแบบ
9. การประชุมเผยแพรผ่ ลงาน /สัมมนาระดับชาติ
9.1 นาเสนอแบบปากเปลา่ 8 เรื่อง
9.2 นาเสนอแบบโปสเตอร์ 8 เรอ่ื ง
10. การประชมุ เผยแพร่ผลงาน/สัมมนาระดับนานาชาติ
10.1 นาเสนอแบบปากเปลา่ 2 เรอื่ ง
10.2 นาเสนอแบบโปสเตอร์ 9 เรื่อง
11. ทรัพยส์ ินทางปัญญา
11.1 ลิขสทิ ธิ์ 2 เรอ่ื ง
13. สรุปผลการดาเนนิ แผนงาน
มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ ได้รับสนบั สนนุ งบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรมผ่านกองทุนสง่ เสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและ
นวัตกรรม (ววน.) ประเภททุนสนับสนุนงานพ้ืนฐาน (Fundamental Fund) ประจาปีงบประมาณ 2564 มีงบประมาณรวม
65,200,000 บาท
จากแผนงานวิจัยพื้นฐานของมหาวิทยาลยั สวนดุสิต : แผนงานย่อยสร้างองค์ความรู้ จานวน 15 โครงการ ประกอบดว้ ย
โครงการเด่ียว 8 โครงการ และชุดโครงการ 7 โครงการ โดยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต สามารถดาเนินโครงการเสร็จภายใน
กาหนดเวลาในคารับรอง 7 โครงการ และดาเนินโครงการเสร็จภายในระยะเวลาการขอขยายเวลาการวิจัย 8 โครงการ ทั้งน้ี
สามารถเบกิ จา่ ยเงินตามระยะเวลาในคารบั รอง จานวน 60,615,000 บาท และเบิกจ่ายในระยะเวลาการขอขยายเวลาการวจิ ัย
จานวน 4,585,000 บาท
ผลผลิตจากโครงการวิจัยทั้งสิ้น 11 ประเภท 2,056 ผลงาน ประกอบด้วย องค์ความรู้ 69 เรื่อง การพัฒนากาลังคน
1,604 คน การฝึกอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ 280 คน กระบวนการใหม่ 1 กระบวนการ หนังสือ 7 เร่ือง ผลงานตีพิมพ์ 46 เรื่อง
ต้นแบบเทคโนโลยี 2 ต้นแบบ ต้นแบบผลิตภัณฑ์ 12 ต้นแบบ การประชุมเผยแพร่ผลงาน/สัมมนาระดับชาติ 16 เรื่อง การ
ประชมุ เผยแพร่ผลงาน/สัมมนาระดบั นานาชาติ 11 เร่ือง ทรพั ยส์ ินทางปญั ญา ประเภทลขิ สทิ ธิ์ 2 เร่อื ง
14. ปญั หาและอุปสรรคในการดาเนนิ งาน และแนวทางการแกป้ ญั หา
ในช่วงระยะเวลาการดาเนนิ งาน ได้เกดิ การแพร่ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั โคโรนา 2019 สายพันธุ์ใหม่ ส่งผลกระทบต่อ
การบรหิ ารแผนงานและการดาเนนิ งานวิจยั ทั้งในห้องปฏบิ ัติการและการลงพนื้ ท่ีทาวิจยั จึงมกี ารแกป้ ญั หาโดยการปรบั แผนการ
ดาเนินงานและรูปแบบการดาเนินการวิจัยบางส่วน เช่น การใช้เทคโนโลยีทางการส่ือสาร การจัดเก็บข้อมูลวิจัยโดยการ
สัมภาษณ์ผ่านระบบออนไลน์ โดยสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้มีการปรับแผนการติดตามการดาเนินงาน
วิจัยจากการประชุมในห้องประชุม มาเป็นรูปแบบออนไลน์ และแนะนาให้อาจารยเ์ ก็บข้อมูลวิจยั ผา่ นระบบออนไลน์แทนการ
ลงพน้ื ท่ีในช่วงท่ีมีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
ฎ
บทคัดย่อ
ในปีงบประมาณ 2564 มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้รับการสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยและนวัตกรรมผ่านกองทุน
ส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ประเภททุนสนับสนุนงานพ้ืนฐาน (FF) มีงบประมาณรวม 65,200,000 บาท
ดาเนินงานภายใต้แผนงานวิจัยพ้ืนฐานของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต : แผนงานย่อยสร้างองค์ความรู้ จานวนทั้งหมด 15 โครงการ
ประกอบด้วย โครงการเดี่ยว จานวน 8 โครงการ และชุดโครงการ จานวน 7 โครงการ (โครงการย่อยภายใต้ชุดโครงการ จานวน
23 โครงการ) โดยผลผลิตท่ีได้จากโครงการวิจัยสามารถจาแนกออกเป็น 11 ประเภท จานวนทั้งส้ิน 2 ,056 ผลงาน ได้แก่
องค์ความรู้ 69 เรื่อง การพัฒนากาลังคน 1,604 คน การฝึกอบรมเพ่ือเพิ่มทักษะ 280 คน กระบวนการใหม่ 1 กระบวนการ
หนังสือ 7 เร่ือง ผลงานตีพิมพ์ 46 เรอื่ ง ต้นแบบเทคโนโลยี 2 ต้นแบบ ต้นแบบผลติ ภัณฑ์ 12 ตน้ แบบ การประชุมเผยแพรผ่ ลงาน/
สมั มนาระดบั ชาติ 16 เรอ่ื ง การประชุมเผยแพร่ผลงาน/สมั มนาระดบั นานาชาติ 11 เรอื่ ง และทรัพย์สนิ ทางปญั ญา ประเภทลขิ สทิ ธ์ิ
2 เรื่อง ผลผลิตท่ีเกิดขึ้นจากงานวิจัยเหล่านี้ จะนาไปสู่ผลลัพธ์และผลกระทบท่ีเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนามหาวิทยาลัยและ
ประเทศตอ่ ไป
ฏ
Abstract
In the budget year 2 0 2 1 , 6 5 ,2 0 0 ,0 0 0 Baht Fundamental fund (FF) for research and
innovation was funded to Suan Dusit University through Thailand Science Research and
Innovation (TSRI) under the fundamental research program of Suan Dusit University: 1 5 projects
under knowledge building subprogram consisting of 8 projects and 7 research series (with 2 3
research sub projects). The output can be divided into 11 types in total 2,056. They were 69
knowledge, human resource development for 1,604, skill training for 280 people, 1 new
procedure, 7 books. 46 publications, 2 technology prototypes, 12 product prototypes, 16 papers
in national conferences, 11 papers in international conference and 2 copyright intellectual
property. Output from these researches led to valuable results and affects that are useful for the
development of Suan Dusit University and Thailand.
ฐ
กิตตกิ รรมประกาศ
รายงานผลสัมฤทธิส์ าหรบั ทุนสนบั สนุนงานมลู ฐาน (Fundamental Fund) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของมหาวิทยาลัย
สวนดสุ ติ ฉบับนี้ สาเร็จสมบูรณไ์ ดด้ ว้ ยดว้ ยความรว่ มมอื จากหนว่ ยงานหลายหนว่ ยงานและบคุ ลากรหลายทา่ น คณะผู้จดั ทาขอกราบ
ขอบพระคุณ รองศาสตราจารย์ ดร.ชนะศึก นิชานนท์ รองอธิการบดีฝา่ ยวิจยั และพัฒนา และผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ยุธยา อยู่เย็น
ผู้อานวยการสถาบันวิจยั และพัฒนา มหาวิทยาลัยสวนดุสติ ไดก้ รุณาเป็นท่ีปรกึ ษา ให้แนวคิด คาแนะนา คาปรึกษา ความรู้ ความ
เขา้ ใจ ตรวจสอบ แกไ้ ข และชีแ้ นะข้อบกพรอ่ งตา่ ง ๆ ด้วยความเอาใจใส่อย่างดยี ่งิ
ขอขอบพระคุณคณาจารย์นักวิจัยทุกท่านท้ัง 15 โครงการ ท่ีต้ังใจมุ่งมั่นทาโครงการวิจยั กระท่ังโครงการวิจัยสาเร็จลลุ ่วง
ไปได้ด้วยดี ตลอดจนสานักงานคณะกรรมการส่งเสรมิ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์
วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ท่ีสนับสนุนงบประมาณด้านการวิจัยทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ปีงบประมาณ
พ.ศ. 2564 ให้กับมหาวิทยาลยั ทาใหม้ หาวิทยาลัยไดม้ ีโอกาสในการพฒั นา การผลติ การต่อยอดผลงานงานวจิ ยั และนวตั กรรมใหม่
ทีม่ คี ุณภาพบนฐานอตั ลักษณ์และความเช่ียวชาญของมหาวิทยาลัย ที่เป็นประโยชน์ตอ่ ชุมชนพื้นที่และประเทศได้ตอ่ ไป นอกจากน้ี
ยังมีหน่วยงานต่าง ๆ และผู้ที่ให้ความร่วมมือช่วยเหลืออีกหลายท่าน ซ่ึงคณะผู้จัดทาไม่สามารถกล่าวนามในท่ีน้ีได้หมด
จงึ ขอขอบคุณทุกทา่ นเหลา่ นัน้ ไว้ ณ โอกาสน้ีด้วย
คุณค่าทั้งหลายที่ได้รับจากรายงานผลสัมฤทธิ์สาหรับทุนสนับสนุนงานมูลฐาน (Fundamental Fund) ปีงบประมาณ
พ.ศ. 2564 ฉบับนี้ คณะผู้จดั ทาขอมอบแด่ บิดา มารดา คณาจารย์ รวมทงั้ ผูม้ พี ระคณุ ทุกท่าน
สถาบันวิจยั และพฒั นา
มหาวิทยาลยั สวนดสุ ติ
สารบัญ ฑ
เร่ือง หน้า
บทสรปุ ผบู้ รหิ าร ก
บทคัดยอ่ ฎ
Abstract ฏ
กิตติกรรมประกาศ ฐ
สารบญั ฑ
สารบญั ภาพ ฒ
สารบญั ตาราง ณ
บทท่ี 1 บทนา 1
บทท่ี 2 วิธกี ารดาเนนิ งาน 5
บทที่ 3 ผลการศึกษา 11
บทที่ 4 สรุปผลและอภปิ รายผล 73
เอกสารอ้างองิ 78
ภาคผนวก 79
สารบญั ภาพ ฒ
ภาพ หนา้
ภาพท่ี 1 ยุทธศาสตร์การวิจยั และพัฒนานวตั กรรมเพอ่ื เพม่ิ ขดี ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 2
บนความเชีย่ วชาญของมหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ิต
5
ภาพท่ี 2 ระบบและกลไกการสนบั สนนุ งบประมาณดา้ นการวิจยั และนวัตกรรม มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ 6
ภาพท่ี 3 ระบบและกลไกการตดิ ตามทนุ สนบั สนุนงานพ้นื ฐาน (Fundamental Fund) มหาวิทยาลัยสวนดุสติ 8
ภาพที่ 4 แนวทางการจัดทาสรุปรายงานการเงินและการบนั ทึกรายการรบั -จ่าย 67
ภาพท่ี 5 ระบบและกลไกการตดิ ตามการนางานวิจัยไปใชป้ ระโยชน์
สารบญั ตาราง ณ
ตาราง หนา้
ตารางท่ี 1 ผลการดาเนนิ งานที่เกดิ ขนึ้ จรงิ ของแตล่ ะแผนงาน/โครงการ 11
ตารางที่ 2 ผลผลติ ทเี่ กดิ ขน้ึ จรงิ ของแต่ละแผนงาน/โครงการ 26
ตารางที่ 3 สรุปภาพรวมผลผลติ ทเี่ กิดข้ึนจรงิ เทียบกับคารบั รอง 55
ตารางท่ี 4 ผลลพั ธ์ท่ีเกิดขน้ึ จริงของแต่ละแผนงาน/โครงการ 56
ตารางที่ 5 ผลกระทบท่ีเกิดขน้ึ จริงของแต่ละแผนงาน/โครงการ 60
ตารางที่ 6 การนาผลงานวิจัยไปใช้ประโยชนข์ องแต่ละแผนงาน/โครงการ 68
1
บทที่ 1 บทนา
1. วิสยั ทศั น์ และพันธกิจของหนว่ ยงาน
วิสยั ทศั น์
มหาวิทยาลัยสวนดุสติ เป็นองค์กรที่มุ่งเน้นสนับสนุนการสร้างองค์ความรู้ นวัตกรรม และถ่ายทอดเทคโนโลยี จากงานวจิ ัยใน
สาขาอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลยั ได้แก่ ด้านอาหาร การศึกษาปฐมวัย อุตสาหกรรมบริการ และการพยาบาลและสุขภาวะ ภายใต้
กระบวนการพัฒนาเพ่ือความเป็นเลิศ บนพื้นฐานของการจัดการคุณภาพ โดยมีพันธกิจหลัก 4 ประการ ได้แก่ การผลิตบัณฑิต
การพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัย การทานุบารุงศิลปวัฒนธรรม และการบริการวิชาการ เพ่ือพัฒนาชุมชนเชิงพ้ืนที่ให้มีความ
เข้มแข็งและยั่งยืน ท้ังน้ี ในพันธกิจด้านการพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตนั้น เน้นการส่งเสริมการนา
ผลผลิตจากงานวิจัยทั้งในรูปแบบขององค์ความรู้และนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมใน 5 มิติ ได้แก่ การใช้
ประโยชน์ ด้านพาณิชย์ การใช้ประโยชน์ด้านสาธารณะ การใช้ประโยชน์ด้านนโยบาย การใช้ประโยชน์ด้านวิชาการ และการ
นาไปใช้ประโยชนใ์ นการพฒั นามหาวิทยาลัยสวนดุสิต โดยคานงึ ถึงความเหมาะสมตามลักษณะของงานวิจัยแต่ละประเภท
พนั ธกิจ
การส่งเสริมการขับเคลื่อนพันธกิจด้านการพัฒนานวัตกรรมและงานวิจัยมหาวิทยาลัยสวนดุสิต มหาวิทยาลัยได้ดาเนินการ
วิเคราะห์อตั ลักษณ์และความเช่ยี วชาญของมหาวทิ ยาลัยทมี่ คี วามสอดคล้องกบั ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) และนโยบาย
และยุทธศาสตร์ อววน. พ.ศ. 2563 - 2570 แล้วกาหนดนโยบายเป็นนโยบายส่งเสริมด้านการวิจัยในกลุ่มสาขาที่มีศักยภาพและ
ความเช่ียวชาญใน 7 กลุ่มสาขาได้แก่ อาหาร การศึกษาปฐมวัย อุตสาหกรรมบริการ การจัดการเกษตร การจัดการชุมชนและ
สิ่งแวดล้อม และนวัตกรรมสุขภาพและการชะลอวัย โดยกาหนดเป็นยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพ่ิมขีด
ความสามารถในการแข่งขันของประเทศบนความเช่ียวชาญของมหาวิทยาลัย ซึ่งประกอบไปด้วย 3 กลยุทธ์ คือ (1) การพัฒนา
ระบบนิเวศของมหาวิทยาลัยท่ีเอื้อต่อการพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรม (2) การสร้างสรรค์งานวิจัยและนวัตกรรมตามความ
เช่ียวชาญของมหาวิทยาลัย และ (3) การบริหารจัดการงานวิจัยและนวัตกรรมสกู่ ารขับเคลอื่ นอุตสาหกรรมสาธารณะเพื่อเพม่ิ ขดี
ความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ แสดงดงั ภาพที่ 1
2
ภาพท่ี 1 ยุทธศาสตรก์ ารวจิ ยั และพฒั นานวตั กรรมเพ่อื เพิม่ ขีดความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศบนความเชี่ยวชาญของ
มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต
กลมุ่ หนว่ ยงานท่แี บ่งตามกฎกระทรวงการจัดกลุม่ สถาบันอดุ มศึกษา พ.ศ. 2564
Area-Based and Community
2. ยทุ ธศาสตรช์ าตทิ ี่สอดคลอ้ งกบั แผนปฏิบัติงานดา้ น ววน. ของหน่วยงาน
❑ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 ดา้ นความมน่ั คง
เพ่ือบรหิ ารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความมนั่ คง ปลอดภัย และมีความสงบเรยี บร้อยในทกุ ระดับและทุกมติ ิ
❑ ยุทธศาสตร์ท่ี 2 ดา้ นการสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขัน
เนน้ การยกระดบั ศักยภาพในหลากหลายมติ ิควบคกู่ ับการขยายโอกาสของประเทศไทยในเวทีโลก
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 3 ดา้ นพัฒนาและเสรมิ สรา้ งศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย์
คนไทยในอนาคต มีความพร้อมท้ังกาย ใจ สติปญั ญา มีทักษะท่ีจาเป็นในศตวรรษที่ 21 มีทักษะสื่อสารภาษาอังกฤษ
และภาษาที่ 3 และมคี ณุ ธรรม
❑ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 4 ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม
สร้างความเป็นธรรม และลดความเหล่ือมล้าในทกุ มติ ิ กระจายศูนยก์ ลางความเจรญิ ทางเศรษฐกจิ และสงั คม เพ่ิมโอกาส
ใหท้ ุกภาคส่วนเข้ามาเปน็ กาลังของการพฒั นาประเทศในทุกระดับ
❑ ยทุ ธศาสตรท์ ่ี 5 ด้านการสรา้ งการเตบิ โตบนคุณภาพชีวิตทีเ่ ปน็ มติ รตอ่ สิ่งแวดล้อม
คานึงถึงความย่ังยืนของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปรับเปล่ียนพฤติกรรมของประชาชนให้เป็นมิตร
ต่อส่ิงแวดลอ้ ม ผา่ นมาตรการต่าง ๆ ทมี่ ุง่ เน้นใหเ้ กิดผลลัพธต์ ่อความยั่งยืน
❑ ยทุ ธศาสตร์ที่ 6 ด้านการปรบั สมดลุ และพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การภาครัฐ
การปรบั เปลยี่ นภาครฐั ยดึ หลกั “ภาครฐั ของประชาชนเพอื่ ประชาชนและประโยชนส์ ่วนรวม”
3
3. วงเงินงบประมาณกองทุน ววน. ท่ีได้รับจัดสรรในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รวม 65,200,000 บาท และโปรดระบุ
แผนงานให้สอดคลอ้ งกบั โปรแกรมของแผน ววน.
โปรแกรมตามแผน ววน. ชอื่ แผนงานทไ่ี ด้รบั อนุมัติ งบประมาณ (บาท)
โปรแกรม 5 ส่งเสรมิ การวจิ ยั ขัน้ แนวหนา้ และ แผนงานวิจยั พืน้ ฐาน-มหาวิทยาลยั สวนดสุ ิต 65,200,000
การวิจัยพื้นฐานท่ปี ระเทศไทยมีศกั ยภาพ
รวมท้ังสิ้น 65,200,000
4. รายละเอยี ดรายแผนงาน
แผนงานวจิ ยั พน้ื ฐานของมหาวิทยาลยั สวนดุสติ : แผนงานยอ่ ยสรา้ งองค์ความรู้ จานวน 15 โครงการ
ทีม่ าและความสาคัญ/หลักการและเหตุผล
มหาวิทยาลัยสวนดุสติ เป็นมหาวทิ ยาลัยที่ให้ความสาคญั และสนบั สนุนการทางานวจิ ัยและนวตั กรรม โดยได้มีการกาหนด
จุดเน้นการวิจัยและนวัตกรรม เพื่อเป็นแนวทางการขับเคลื่อนด้านการวิจัยและนวัตกรรมที่สอดคล้องกับจุดเน้นเชิงกลยุทธ์ ของ
มหาวิทยาลัย ได้แก่ การพฒั นาความเป็นเลศิ ในการผลิตกาลังคนทเี่ พยี บพร้อมไปด้วยสตปิ ญั ญา ความรู้ และการสร้างนวัตกรรมที่
มุ่งเน้นในสาขาอัตลักษณ์ด้านการศึกษาปฐมวัย อาหาร การพยาบาลและสุขภาวะ และอุตสาหกรรมบริการ โดยแบ่งเป็น
แพลตฟอร์มการดาเนนิ งานเปน็ 5 แพลตฟอรม์ ไดแ้ ก่
1. การศึกษาปฐมวัยแบบพหุวิทยาการ มุ่งเน้นการจัดการศึกษาด้วยกระบวนการพหุวิทยาการในระดับปฐมวัย และ
ระดบั ประถมศกึ ษาเพือ่ สร้างประสบการณ์ พฒั นาการทเ่ี หมาะสมตามวยั และพัฒนา ศักยภาพ เพื่อการเรยี นรู้ตลอดชวี ิต
2. อาหารบนรากฐานแห่งความเชี่ยวชาญดว้ ยการปฏิบตั ิ มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านการ
อาหารที่สะทอ้ นจากความเชย่ี วชาญ ผ่านการปฏบิ ตั ิ เพอื่ สร้างความแตกต่าง และเสริมความ เขม้ แข็งจากรากฐานการเรอื นสคู่ วาม
เป็นสากล
3. การพยาบาลและสขุ ภาวะสาหรับเด็กและผ้สู งู วัย มุง่ เนน้ การเสริมสร้างสขุ ภาพและการป้องกนั บนพื้นฐานการพยาบาล
และสุขภาวะ มุ่งพัฒนาศักยภาพคนในทุกชว่ งวยั ตั้งแต่แรกเกดิ ตลอดจนผ้สู งู อายุ
4. อุตสาหกรรมบริการด้วยมาตรฐานระดับสากล มุ่งเน้นการสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเท่ียวและบริการท่มี ี
ความโดดเด่นด้านบุคลิกภาพ มีมาตรฐานการบริการระดับสากล (World class standard) เป็นนวัตกรการบริการ (Service
innovator) ให้เขา้ กบั ยคุ ดิจิทัล
5. การสร้างคุณคา่ ของมหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตเพ่ือเป็นมหาวิทยาลัยชน้ั
นาของประเทศไทย
ท้ังน้ี ระบบและกลไกบริหารจัดการงานวิจัยตามแผนด้านวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
สามารถแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะต้นน้า (Input) มุ่งเน้นพัฒนาทักษะ ด้านการวิจัยและนวัตกรรมของบุคลากร
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต การพัฒนานักวิจัยให้สามารถค้นหาปัญหา การวิจัยแล้วพัฒนาไปสู่การสร้างโจทย์วิจัย ที่ตรงตามความ
ตอ้ งการของหน่วยงานและประเทศ พร้อมทง้ั สามารถพัฒนาโจทย์วจิ ยั สกู่ ารพฒั นาขอ้ เสนอโครงการวจิ ัย ระยะกลางน้า (Process)
มงุ่ เนน้ การบริหาร จัดการงานวิจัยด้วยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศด้านการวจิ ยั เพอื่ การพฒั นาคณุ ภาพผลงานวิจยั และ นวัตกรรม
ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต และระยะปลายน้า (Output) มุ่งเน้นส่งเสริมการนาผลงานวิจัยและนวัตกรรมของมหาวิทยาลัย
สวนดุสติ ไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชนใ์ น 4 ด้าน ไดแ้ ก่ ด้านวชิ าการ พาณิชย์ นโยบาย/สาธารณะ (ชุมชนสงั คม) และพฒั นามหาวิทยาลยั
วัตถุประสงค์ของแผนงาน
เพอ่ื ขับเคล่อื นการพฒั นามหาวทิ ยาลยั และประเทศ ด้วยงานวิจยั และนวตั กรรมของมหาวทิ ยาลัยสวนดุสิต ตามอตั ลักษณ์
ความเชีย่ วชาญ และจุดเน้นเชิงกลยทุ ธข์ องมหาวทิ ยาลยั
ขอบเขตการศึกษา
การพัฒนามหาวิทยาลัยและประเทศด้วยงานวิจัยและนวตั กรรมบนฐานอัตลักษณ์และความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลยั
ท่ีสอดคล้องกับจุดเน้นของมหาวิทยาลัย คือ การพัฒนาความเป็นเลิศในการผลิตกาลังคนที่เพียบพร้อมไปด้วยสติปัญญา ความรู้
4
และการสร้างนวัตกรรมท่ีมุ่งเน้นในสาขาอัตลักษณ์ด้านการศึกษาปฐมวัย อาหาร การพยาบาลและสุขภาวะ และอุตสาหกรรม
บริการ
นยิ ามศัพท์
1. สาขาอัตลักษณ์ด้านการศึกษาปฐมวัย คือ การจัดการศึกษาด้วยกระบวนการพหุวิทยาการ ในระดับปฐมวัย และ
ระดบั ประถมศึกษา เพอื่ เสริมสร้างประสบการณ์ พัฒนาการท่เี หมาะสมตามวัย และพฒั นาศกั ยภาพ เพอ่ื การเรียนรตู้ ลอดชีวิต
2. สาขาอัตลักษณ์ด้านอาหาร คือ การสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรม ด้านการอาหารที่สะท้อนจากความ
เชย่ี วชาญผสานการปฏบิ ตั ิ เพือ่ สรา้ งความแตกตา่ ง และ เสริมความเข้มแข็งจากรากฐานการเรือน สคู่ วามเป็นสากล
3. สาขาอัตลักษณด์ า้ นการพยาบาลและสขุ ภาวะ คอื การเสริมสร้างสขุ ภาพและการปอ้ งกนั บนพ้ืนฐาน การพยาบาลและ
สขุ ภาวะ ม่งุ พัฒนาศักยภาพคน ในทกุ ช่วงวยั ตง้ั แตแ่ รกเกิดตลอดจนผู้สูงอายุ
4. สาขาอัตลักษณ์ด้านอุตสาหกรรมบริการ คือ การสร้างและพัฒนาบุคลากรดา้ นการท่องเที่ยวและบรกิ ารท่ีมคี วามโดด
เด่นด้านบุคลิกภาพ มีมาตรฐานการบริการระดับสากล (World Class Standard) เป็นนวัตกรการบริการ (Service Innovator)
ให้เข้ากับยุคดจิ ิทัล
5
บทที่ 2 วิธีการดาเนินงาน
1. กระบวนการรบั ข้อเสนอแผนงาน/โครงการ (ภาพรวมหนว่ ยงาน)
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ออกประกาศมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ การเสนอโครงการวิจัย และ
อัตราการจ่ายเงินทุนอุดหนุนการวิจัย พ.ศ. 2559 และประกาศมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เร่ือง หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติ การเสนอ
โครงการวิจัย และอัตราการจ่ายเงินทุนอุดหนุนการวิจัย (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2560 โดยกาหนดการให้ทุนอุดหนุนการวิจัยออกเป็น
ประเภทตา่ ง ๆ ดังนี้
1. การพฒั นางานวิจยั เพ่อื การเรยี นรู้
2. การพฒั นางานวจิ ัยเพื่อฝึกทักษะการวิจัยสาหรบั นกั วจิ ัยรุ่นใหม่โดยมีนกั วิจยั พี่เล้ยี ง
3. การพฒั นางานวจิ ยั เพอ่ื ใหป้ ระโยชนใ์ นการพัฒนามหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ
4. การพฒั นางานวิจัยเพอ่ื ใหป้ ระโยชน์ในเชิงวิชาการ
5. การพฒั นางานวิจยั เพื่อใหป้ ระโยชนใ์ นเชิงนโยบาย
6. การพฒั นางานวิจัยเพ่ือใหป้ ระโยชนใ์ นเชิงพาณิชย์
7. การพฒั นางานวิจัยเพอื่ ใหป้ ระโยชน์ในเชิงสาธารณะ
ท้ังนี้ ในการขอรบั ทนุ สนบั สนุนงบประมาณดา้ นการวิจยั และนวัตกรรม (2 - 7) ใหม้ หี ลักเกณฑ์และวิธกี ารปฏบิ ตั ิคอื ให้ผา่ น
การพจิ ารณาเหน็ ชอบจากผู้ทรงคณุ วฒุ ิที่มหาวทิ ยาลัยแต่งต้ังจากหลากหลายหนว่ ยงาน จานวน 3 คน และผ่านการพจิ ารณาอนุมตั ิ
จากคณะกรรมการบริหารการวจิ ัย ซ่ึงมีข้นั ตอนการพิจารณา แสดงดงั ภาพที่ 2 ดังนี้
มหาวิทยาลัยประกาศรบั
1ข.้อเสนอเชิงหลักการ
นักวจิ ัยปรับแก้ไขและพัฒนาขอ้ เสนอ คณะอนุกรรมการฯ
โครงการวจิ ัยฉบบั สมบรู ณ์ พิจารณาขอ้ เสนอ
มขี ้อเสนอแนะ
เชิงหลกั การ
ไม่มขี อ้ เสนอแนะ
เจา้ หน้าทต่ี รวจสอบการปรับแก้ไข
ถูกต้อง/ครบถ้วน
นักวิจัยปรบั แกไ้ ขและพัฒนาข้อเสนอ ไมอ่ นุมตั ิ คณะกรรมการบรหิ ารงานวิจัย
โครงการวิจยั ฉบับสมบรู ณ์ พจิ ารณาโครงการวิจยั
ฉบับสมบรู ณ์
อนมุ ตั ิ
นักวจิ ยั จดั นาขอ้ เสนอโครงการวจิ ัย
ฉบับสมบรู ณ์และนาเข้าระบบ NRIIS
6
นักวจิ ัยปรับแกไ้ ข เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ
ไมถ่ ูกต้อง/ไมค่ รบถว้ น ความถูกต้องครบถว้ น
(ระบบ NRIIS)
ถูกต้อง/ครบถว้ น
จัดทาแผนปฏิบตั กิ ารด้าน ววน.
ของหนว่ ยงาน (ระบบ NRIIS)
หน่วยงานส่งคาของบประมาณ (ระบบ NRIIS)
นกั วิจัยสง่ เอกสาร เจา้ หนา้ ทตี่ รวจสอบ
เอกสารไมถ่ กู ตอ้ ง/ไมค่ รบถว้ น โครงการวจิ ยั และแตกตวั คูณ
งบประมาณโครงการ
เอกสารถูกตอ้ ง/ครบถว้ น
เจ้าหนา้ ที่จัดทาเอกสารประกอบคาขอ
สนับสนุนงบประมาณ
จดั ส่งเอกสารประกอบคาขอ
สนบั สนนุ งบประมาณ
ภาพท่ี 2 ระบบและกลไกการสนบั สนนุ งบประมาณดา้ นการวจิ ยั และนวัตกรรม มหาวิทยาลัยสวนดสุ ติ
2. กระบวนการติดตามการใชจ้ า่ ยงบประมาณ และผลการดาเนินงานของหน่วยงาน
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กาหนดให้มีการติดตามโครงการวิจัยผ่านระบบข้อมูลสารสนเทศวิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ
(NRIIS) ทุกไตรมาส และดาเนินการติดตามโดยคณะอนกุ รรมการฯ ทกุ 6 เดอื น โดยจดั ทารายงานดาเนนิ โครงการวิจัย และสง่ มอบ
รายงานการดาเนนิ งานโครงการวิจัย โดยแบง่ ออกเปน็ 2 ครั้ง มกี ระบวนการแสดงดงั ภาพท่ี 3 ตอ่ ไปน้ี
กระบวนการตดิ ตามและประเมนิ ผล รายละเอียดการดาเนินงาน
รายงานผลการดาเนินงาน (หนว่ ยงาน)
ระยะ 3 เดอื น 1) กาหนดงวดงานและงวดเงินผ่านระบบ NRIIS
2) จดั ทาสญั ญารับทุนโครงการ ตามคารบั รองฯ
(โครงการ)
1) รายงานวิจัยและนวตั กรรมเบ้ืองตน้ (รายงาน 3 บท) ผา่ นระบบ NRIIS
7
กระบวนการตดิ ตามและประเมินผล รายละเอียดการดาเนินงาน
(โครงการ)
รายงานผลการดาเนินงาน 1) รายงานผลการดาเนนิ งานระยะ 6 เดือน ผา่ นระบบ NRIIS
ระยะ 6 เดอื น 2) จัดสง่ รายงานผลการดาเนินงานและรายงานการวจิ ัย 4 บท
3) รายงานการใชจ้ ่ายงบประมาณโครงการ
คณะอนุกรรมการ (หน่วยงาน)
ตดิ ตาม 1) จดั ทาเอกสารประกอบการประชุมคณะอนกุ รรมการอานวยการฯ
1) หวั หนา้ โครงการนาเสนอผลการดาเนนิ งาน ระยะ 6 เดอื น
รายงานผลการดาเนินงาน 2) คณะอนุกรรมการอานวยการฯ ติดตามประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน
ระยะ 9 เดือน
โครงการ การใชจ้ ่ายงบประมาณโครงการ และให้ข้อเสนอแนะหรอื
รายงานผลการดาเนินงาน แนวทางการดาเนนิ งานโครงการให้กบั หน่วยงาน
ระยะ 12 เดือน 3) ผู้ประสานหน่วยงานสรปุ ขอ้ เสนอแนะแจ้งโครงการดาเนนิ การ
ปรบั แก้ไข
คณะอนุกรรมการ 4) รายงานผลการดาเนนิ งานไปยงั สกสว.
ติดตาม (โครงการ)
1) รายงานผลการดาเนนิ งานระยะ 9 เดือน ผา่ นระบบ NRIIS
ตรวจสอบคณุ ภาพรายงานวิจยั 2) จดั สง่ รายงานผลการดาเนินงานและรายงานการวิจยั 5 บท
ส้ินสดุ คารบั รองฯ (โครงการ)
1) รายงานผลการดาเนินงานระยะ 12 เดือน ผ่านระบบ NRIIS
2) จัดส่งรายงานผลการดาเนินงานและ (รา่ ง) รายงานการวจิ ัย
3) รายงานการใช้จ่ายงบประมาณโครงการ
(หน่วยงาน)
1) จดั ทาเอกสารประกอบการประชมุ คณะอนุกรรมการอานวยการฯ
1) หัวหน้าโครงการนาเสนอผลการดาเนินงาน ระยะ 12 เดอื น
2) คณะอนุกรรมการอานวยการฯ ติดตามประเมนิ ผลการดาเนนิ งาน
โครงการ การใชจ้ า่ ยงบประมาณโครงการ และให้ข้อเสนอแนะหรอื
แนวทางการดาเนนิ งานโครงการใหก้ ับหนว่ ยงาน
3) ผปู้ ระสานหน่วยงานสรปุ ขอ้ เสนอแนะแจง้ โครงการดาเนินการ
ปรับแก้ไข
1) จดั สง่ ผทู้ รงคณุ วุฒอิ ่านประเมินรายงานวจิ ัยฉบบั สมบูรณ์
2) ตรวจการคดั ลอกผลงานวิชาการ
3) ตรวจรปู แบบการจดั ทารายงาน
1) แจ้งปิดโครงการวิจัย ผา่ นระบบ NRIIS
2) สง่ มอบผลผลิตและสนิ้ สดุ คารบั รองฯ ผ่านระบบ NRIIS
3) รายงานผลลพั ธ์ และผลกระทบ ในระบบ NRIIS ต่อเน่ืองทุกปี
(ระยะเวลา 5 ป)ี
ภาพท่ี 3 ระบบและกลไกการติดตามทนุ สนับสนุนงานพื้นฐาน (Fundamental Fund) มหาวิทยาลยั สวนดุสติ
แนวทางการจัดทาสรปุ รายงานการเงินและการบนั ทึกรายการรบั - จ่ายงบประมาณการวิจัย ประกอบดว้ ยสว่ นประกอบ
สาคัญ 4 ส่วน ได้แก่ การจ่ายเงินงบประมาณโครงการวิจัย การจัดทาบัญชีเพ่ือบันทึกรายการรับ-จา่ ยเงินของโครงการ การจัดเกบ็
หลกั ฐานการรับ - จ่ายเงิน และการจดั ทารายงานการเงิน แสดงดงั ภาพท่ี 4 โดยมีรายละเอยี ดดงั น้ี
8
1. การจ่ายเงินงบประมาณโครงการวิจัย เมื่อหัวหนา้ แผนหรอื หัวหนา้ โครงการวิจัย ดาเนินการขออนุมัตเิ บกิ เงินพร้อมส่ง
เอกสารหลักฐานประกอบการเบิกเงินในแต่ละงวดให้เจ้าหน้าท่ีตรวจสอบ และผู้บริหารพิจารณาอนุมัติการเบิกจ่ายเงินเรียบร้อย
แล้ว เจา้ หน้าที่บัญชีจะดาเนนิ การเพื่อการจ่ายเงนิ ดังนี้
1.1 รับเอกสารการขออนมุ ตั ิเบกิ เงนิ ทุนวิจัยทผี่ า่ นการตรวจสอบจากเจา้ หน้าท่ีการเงินเรียบร้อยแล้ว
1.2 ตรวจสอบความถูกตอ้ งของเอกสารหลักฐานการขออนมุ ัตเิ บกิ เงิน ได้แก่ บันทึกการขออนุมัติเบกิ เงนิ ทนุ วจิ ัย
สาเนาสมุดบัญชีธนาคารของโครงการวจิ ัย
1.3 นาเอกสารการอนุมตั ิเบิกเงินทุนวิจยั เสนออธกิ ารบดหี รือรองอธิการบดไี ดร้ ับมอบหมาย เพ่อื พจิ ารณาอนุมัติ
การเบิกจา่ ยเงิน
1.4 ดาเนินการเบกิ จา่ ยเงินจากบญั ชธี นาคารกรุงไทย เลขทีบ่ ัญชี FRB640078-มหาวทิ ยาลยั สวนดุสติ โดยจาแนก
รายโครงการ
1.5 จา่ ยเงนิ ใหผ้ ู้รับทนุ โดยการโอนเข้าบญั ชีธนาคารของโครงการวิจยั ตามงบประมาณทีไ่ ด้รบั การอนุมัติในแต่ละงวด
1.6 จดั ทาบนั ทกึ ข้อความผา่ นระบบ e-office เพื่อแจ้งการจ่ายเงินทุนวิจยั แก่ผรู้ บั ทุนพรอ้ มแนบหลกั ฐานการโอนเงิน
1.7 บันทึกรายการเบกิ จ่ายเงินลงฐานรบั - จา่ ยงบประมาณ
1 รับเอกสารการขออนมุ ัตเิ บิกเงนิ ทนุ วจิ ยั
2 ตรวจสอบเอกสารประกอบการขออนุมัตเิ บิกเงินทุนวจิ ัย
3 เสนอผบู้ รหิ ารพจิ ารณาอนมุ ัติการเบิกจ่ายเงนิ
4 เจา้ หน้าทบ่ี ัญชีเบกิ -จ่ายเงินทุนวจิ ัย
5 โอนเงนิ ให้นกั วิจยั ตามงบประมาณท่ีได้รบั การอนุมัติ
6 ทาบนั ทึก e-office แจ้งการจา่ ยเงินทนุ วิจัยโครงการ
7 ลงฐานรบั -จ่ายงบประมาณ
ภาพที่ 4 แนวทางการจัดทาสรปุ รายงานการเงนิ และการบันทึกรายการรับ - จ่าย
2. การจดั ทาบันทึกรบั - จา่ ยงบประมาณโครงการ แบ่งออกเปน็ 4 สว่ น คอื
2.1 ส่วนแสดงสถานะของโครงการ (บรรทัดที่ 1 - 3) เพื่อใช้ในการรายงาน ตรวจสอบและควบคุมงบประมาณ
ประกอบด้วย ช่ือโครงการ บัญชีธนาคารของโครงการ งบประมาณท่ีได้รับ ค่าใช้จ่ายในแต่ละหมวด รายจ่ายรวมของโครงการ
งบประมาณคงเหลอื ในแต่ละหมวด และงบประมาณคงเหลือของโครงการ เม่ือสน้ิ งวดนั้น ๆ
2.2 ส่วนเอกสารอา้ งอิง (แถวที่ 3 ตามแนวตงั้ ) เพอ่ื ระบหุ มายเลขอา้ งอิงของหลักฐานการรบั - จา่ ยเงินโครงการ
2.3 สว่ นแสดงรายละเอียดของรายรับ (แถวที่ 2 และ 4 ตามแนวตง้ั ) ใชบ้ นั ทกึ รายละเอยี ดจานวนเงินงวดทไ่ี ด้รับ
รวมถงึ ดอกเบี้ยและรายไดอ้ ืน่ ๆ ทเ่ี กดิ จากโครงการ
2.4 ส่วนรายจ่าย (แถวท่ี 2 และแถวที่ 5 - 10 ตามแนวตั้ง) ใช้บันทึกค่าใช้จ่ายจริงที่จา่ ยไปในแต่ละรายการของ
แต่ละวัน โดยแยกตามประเภทของหมวดรายจ่าย เพื่อความสะดวกในการเก็บยอดค่าใช้จ่ายสะสมและนายอดค่าใช้จ่ายรวมที่
เกิดขน้ึ ในงวด 6 เดอื น และ 12 เดือน ไปจัดทารายงานสรปุ การเงนิ
9
3. การเก็บหลักฐาน ให้จัดเก็บใบเสร็จรับเงิน ใบสาคัญรับเงิน และหลักฐานประกอบรายการจ่ายเงินอื่น ๆ เรียงลาดับ
ตามวันที่ พร้อมกาหนดหมายเลขอ้างอิง ท่ีใช้ลงรายการอ้างอิงในรูปแบบบัญชี (เอกสารหมายเลข 1 แถวท่ี 3 ตามแนวตั้ง) ท้ังนี้
เพอ่ื ความเป็นระเบียบในการจดั เก็บเอกสาร และสะดวกต่อการตรวจสอบภายหลงั
4. การจัดทาสรุปรายงานการเงิน สาหรับรายงานการเงินที่โครงการเสนอต่อแหล่งทุน จะต้องประกอบด้วยข้อมูลที่
ครบถว้ นพอสาหรับการวิเคราะห์ ดงั นี้
4.1 จานวนเงินท่ีได้รับและจานวนเงนิ คงเหลอื ของภาพรวมทง้ั หมดของโครงการ
4.2 ดอกเบย้ี รับจากบัญชเี งินฝากธนาคารของโครงการ
4.3 เงินทไี่ ดร้ บั และเงนิ คงเหลือ
4.4 งบประมาณท้งั หมดทีต่ ัง้ ไวต้ ามสญั ญา
4.5 เงินงวดท่ไี ดร้ บั สะสมจนถงึ ปจั จบุ นั
4.6 รายจ่ายสะสมจากรายงานคร้งั กอ่ น
4.7 คา่ ใชจ้ ่ายงวดปัจจบุ ัน
4.8 ลงนามโดยหัวหน้าโครงการและเจา้ หน้าทกี่ ารเงนิ โครงการ ทกุ หนา้
4.9 สาเนาสมุดบัญชีเงนิ ฝากธนาคาร
5. เอกสารในการจัดทารายงานการเงนิ ประกอบด้วยเอกสาร 2 รายการ คือ
5.1 เอกสารสาเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารของโครงการ ซ่ึงแสดงรายการ ฝาก - ถอน และดอกเบ้ียท่ีได้รับ
ท้ังน้ี ดอกเบย้ี ท่เี กิดข้ึน โครงการจะตอ้ งรายงานใหแ้ หล่งทนุ ทราบในรายงานการเงนิ ด้วย
5.2 เอกสารสรุปรายงานการเงินรอบ 6 เดือน และรอบ 12 เดือน เป็นการแสดงยอดรายรับ รายจ่าย และเงิน
คงเหลือของงบประมาณท่ไี ด้รบั รวมถงึ ดอกเบยี้ รับจากบญั ชีเงินฝากธนาคารของโครงการให้แหล่งทุนทราบ
การจัดทารายงานทางการเงินต้องจัดทาตามที่ได้รับการจัดสรรตามเอกสารคารับรองฯ ที่ระบุไว้พร้อมข้อมูล
ที่ถกู ต้อง/ครบถว้ นเพียงพอ เพอื่ ใหท้ ราบสถานะการเงินของโครงการตามแบบฟอรม์ ทีก่ าหนดไว้ โดยหัวหนา้ โครงการจะตอ้ งนาเข้า
ข้อมูลรายงานการเงินที่โครงการเสนอต่อแหล่งทุน ท้ังน้ี ในแต่ละงวด หากมีการใช้จ่ายงบประมาณบางหมวดเกินงบประมาณ
ท่ีต้ังไว้ (มากกวา่ ร้อยละ 20 ของงบประมาณในหมวดนนั้ ๆ) หวั หนา้ โครงการจะต้องดาเนินการขออนุมตั ิ
3. การปรบั แผนงบประมาณระหวา่ งปี
ไม่มี ❑ มี ได้รบั อนุมตั ิเมอ่ื วนั ที่..........…………. (โปรดแสดงหลกั ฐานในภาคผนวก)
❑ เปลีย่ นแปลงงบประมาณ โปรดอธบิ ายการเปล่ยี นแปลง...............................................................................................
❑ เปลี่ยนแปลงวตั ถุประสงค์/ผลผลิต โปรดอธิบายการเปลี่ยนแปลง................................................................................
10
บทท่ี 3 ผลการศึกษา
3.1 ผลการดาเนินงานของแต่ละแผนงาน/โครงการ
แผนงานวจิ ัยพืน้ ฐานของมหาวทิ ยาลยั สวนดสุ ติ : แผนงานยอ่ ยสร้างองคค์ วามรู้
ตารางท่ี 1 ผลการดาเนนิ งานที่เกดิ ขึ้นจรงิ ของแต่ละแผนงาน/โครงการ
โครงการท่ีได้รบั อนมุ ัติ วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ ผลการดาเนินงานท่เี กิดข้นึ จริง
โครงการท่ี 1 นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านดิจิทัล 1. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลในการสงเสริมการ 1. การดาเนินงานศึกษาสภาพปัจจุบันและความต้องการเทคโนโลยีดิจิทัล ผลการ
เพื่อการเรียนรแู้ ละการสอื่ สารของคนพิการ เรียนรูของเด็กพกิ าร ดาเนินงานได้เทคโนโลยีดิจิทัลในการส งเสริมการเรียนรู ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
2. เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลในการสงเสริมการ กับเด็กพิการ 9 ประเภท โดยจัดทาเป็นเทคโนโลยีดิจิทัลหนังสืออ่านง่าย จานวน 10 เร่ือง
ช่ือหัวหนา้ โครงการ ผศ.ดร.กรรวภิ าร์ หงษง์ าม เขาถึงขอมูลสารสนเทศในโบราณสถาน และแหลง จัดไว้ในรูปแบบออนไลน์
ทองเทีย่ วของคนหูหนวกไทย 2. การดาเนินงานจดั ทาแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล (IIP) เพือ่ เสนอแนะแนวทางการ
3. เพ่ือทดสอบประสิทธิภาพของเทคโนโลยดี ิจิทัลใน สอนเด็กพกิ ารแตล่ ะประเภท ผลการดาเนนิ งานไดแ้ ผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP) ท่ีบุคลากร
การสงเสริมการเรยี นรูของเด็กพิการและเทคโนโลยี ทางการศึกษาสามารถนาไปใช้สอนเด็กพกิ ารทั้ง 9 ประเภทความพิการ ประเภทละ 10 เร่อื ง
ดิจิทัลในการสงเสริมการ เขาถึงขอมูลสารสนเทศใน รวมเปน็ 90 แผน
โบราณสถาน และแหลงทองเที่ยวของคนหูหนวก 3. การดาเนินงานจัดทาหนังสือนิทานอ่านง่ายไว้ในระบบออนไลน์เพ่ือให้ผู้เกี่ยวข้องได้
ไทย นาไปใช้ในระบบออนไลน์ ผลการดาเนินงานได้คู่มือการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหนังสืออ่านงา่ ย
1 เลม่
4. การศึกษาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของเด็กพิการที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหนังสืออ่านง่าย
อยู่ในระดับดมี าก
5. การดาเนินงานสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลหนังสืออ่านง่าย ผลการ
สอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้พบว่าผู้ใช้มีความพึงพอใจของผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หนังสือ
อ่านง่าย มรี ะดับความพงึ พอใจอยูใ่ นระดับมากทส่ี ุด
6. การดาเนินงานจัดทาขอมูลสารสนเทศในโบราณสถานแหลงอารยธรรม และแหลงทอง
เท่ียวสาหรับคนพิการทางการได้ยิน ผลการดาเนินงานได้แหล่งโบราณสถานและแหล่ง
ท่องเท่ียว จานวน 10 เร่ือง และได้ติดตั้งคิวอาร์โค้ดในโบราณสถานและแหล่งท่องเท่ียว
สาหรับคนพิการทางการ ได้ยิน 10 แห่ง
11
โครงการที่ไดร้ บั อนุมัติ วัตถุประสงค์ของโครงการ ผลการดาเนินงานท่ีเกิดขนึ้ จริง
6. การดาเนินงานสอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลท่ีพัฒนาข้ึน ผลการ
สอบถามความพึงพอใจของผู้ใช้พบว่าผู้ใช้มีความพึงพอใจของผู้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการ
เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ โบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวสาหรบั คนพิการทางการไดย้ นิ 10 แหง่
มีระดับความพึงพอใจอยใู่ นระดับมากที่สุด
โครงการท่ี 2 การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ 1 . เ พื่ อ ก า ห น ด แ น ว ท า ง พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ 1. การดาเนินงานกาหนดแนวทางพัฒนาศักยภาพผ้ปู ระกอบการธุรกิจ เพื่อการแข่งขันด้าน
ธุรกิจเพื่อการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวเมืองอยุธยา ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อการแข่งขันด้านการ การท่องเที่ยวเมืองอยุธยาอย่างย่ังยืนภายใต้เกณฑ์มาตรฐาน โฮมสเตย์อาเซียน ใน 5
อยา่ งย่ังยนื ภายใต้เกณฑม์ าตรฐานโฮมสเตย์อาเซยี น ท่องเท่ียวเมืองอยุธยาอย่างย่ังยืนภายใต้เกณฑ์ ประเดน็ ได้แก่ การสรา้ งรปู แบบโปรแกรมการทอ่ งเท่ียวทน่ี ่าสนใจ การพฒั นาทกั ษะทางดา้ น
มาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน ภาษาโดยเฉพาะภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น การพัฒนาเทคนิคการให้บริการที่เพิ่มมูลค่า
ชือ่ หวั หนา้ โครงการ รศ.ดร.ยุทธพงษ์ ลีลากจิ ไพศาล 2. เพ่ือจัดทาแผนพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ และสรา้ งความประทับใจใหก้ ับผู้รับบรกิ าร การเพ่ิมเติมความรโู้ ดยการศึกษาดงู านโฮมสเตย์
ธุรกิจเพ่ือการแข่งขันด้านการท่องเท่ียวเมืองอยุธยา ที่ประสบความสาเร็จในภมู ภิ าคอื่น และการพัฒนาทักษะดา้ นการนาเสนอ การพูดส่ือสารใน
อย่างย่ังยืนภายใต้เกณฑ์มาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน ฐานะวิทยากร ผลการดาเนินงานได้แนวทางการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจโฮม
3 . เ พื่ อ ส ร้ า ง ต้ น แ บ บ ก า ร พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ สเตย์ท่ีสามารถนาไปปรับดาเนินการใช้ได้จริง ในรูปแบบโปรแกรมการท่องเที่ยวท่ีน่าสนใจ
ผู้ประกอบการธุรกิจเพ่ือการแข่งขันด้านการ การอบรมภาษาอังกฤษและภาษาญ่ีปุ่นเพื่อการท่องเท่ียว การอบรมเทคนิคการให้บริการท่ี
ท่องเท่ยี วเมอื งอยธุ ยาอยา่ งยัง่ ยนื สร้างความประทับใจแก่ผู้รับบริการ และการอบรมทักษะการนาเสนอและการส่ือสารแบบ
วิทยากร
2. การดาเนินงานจัดทาแผนพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจเพ่ือการแข่งขันด้านการ
ท่องเท่ียวเมืองอยุธยาอย่างย่ังยืนภายใต้เกณฑ์มาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียนที่ประกอบด้วย
กิจกรรมสาคัญ เช่น การจัดทาหลักสูตรการฝึกอบรม Homestay Course เพ่ือสร้างความรู้
ความเข้าใจเกีย่ วกับเกณฑม์ าตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน การดาเนินการประชมุ เชงิ ปฏิบัตกิ ารที่
เกยี่ วข้องกับสรา้ งกิจกรรม รวมถึงเสน้ ทางการทอ่ งเที่ยวใหม่ ๆ ทเ่ี ก่ียวข้องกบั การส่งเสริมการมี
ส่วนร่วมระหว่างชุมชนท้องถ่ินกับผู้เข้าพัก เป็นต้น ผลการดาเนินงานได้ได้กิจกรรมภายใต้
แผนพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน
ได้แก่ หลักสูตรการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ Homestay Course ที่สร้างความรู้ความเข้าใจ
ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์ในการปรับเปลี่ยนบ้านพักและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการ
จัดการเอกสารให้สอดคลอ้ งกับเกณฑ์มาตรฐานโฮมสเตยอ์ าเซยี น
3. การดาเนินงานสร้างต้นแบบการพัฒนาศักยภาพผูป้ ระกอบการธุรกิจเพื่อการแข่งขันด้าน
การท่องเท่ียวเมืองอยุธยาอย่างย่ังยืน ประกอบด้วยประเด็นสาคัญ 5 ประเด็น ได้แก่ ความ
12
โครงการที่ได้รบั อนมุ ตั ิ วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ ผลการดาเนินงานทเ่ี กดิ ขนึ้ จรงิ
เข้มแข็งของผู้นาหรือคณะกรรมการที่ทาการบริหารอย่างจริงจังและต่อเน่ือง ความสามัคคี
และความร่วมมือของคนในชุมชน เนอ่ื งจากการท่องเท่ียวแบบโฮมสเตยจ์ ะเปน็ การทอ่ งเที่ยว
ท่ีเก่ียวข้องกับวิถีชีวิตของชุมชน ความเต็มใจและมีจิตบริการในการดาเนินงานของผู้ที่
เก่ียวข้องในธุรกิจโฮมสเตย์ การสร้างประสบการณ์ท่ีดีให้กับนักท่องเท่ียว และการสร้าง
รายได้เสริมให้กับคนในชุมชน ผลการดาเ นินงานได้ต้นแบบการพัฒนาศักยภาพ
ผู้ประกอบการธุรกิจโฮม สเตย์อาเซียน คือ ผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์อาเซียน ไทรน้อย
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่สามารถถอดองค์ความรู้เป็นส่วนประกอบประเด็นสาคัญของ
ผปู้ ระกอบการธรุ กิจโฮมสเตยอ์ อกมาได้
โครงการที่ 3 การศึกษายุทธศาสตร์และกลยุทธ์ใน 1. เพ่ือคาดการณ์อุปสงค์และอุปทานการท่องเท่ียว 1. การดาเนินงานสารวจภาวะอุปสงค์และอุปทานการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตระเบียง
การส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิง เชิงสุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผลการดาเนินงานได้ทราบภาวะอุปสงค์และอุปทาน
สุขภาพ เพื่อรองรับการพัฒนาการท่องเที่ยวใหม่ใน ตะวนั ออก (EEC) ท้งั ในระยะสัน้ และระยะยาว การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทั้งในระยะสนั้
เขตระเบยี งเศรษฐกจิ พิเศษภาคตะวันออก (EEC) 2. เพ่ือศึกษาองค์ประกอบการท่องเท่ียว (5A’s) ที่ และระยะยาว
สอดคล้องกับบริบทการส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว 2. การดาเนินงานศกึ ษาองคป์ ระกอบการทอ่ งเทยี่ ว (5A’s) ท่ีสอดคล้องกบั บริบทการส่งเสริม
ช่อื หัวหนา้ โครงการ ดร.กญั ญทอง หรดาล เชิงสุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค ธุรกิจการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ภายใต้
ตะวันออก (EEC) ภายใต้ฐานของการจัดการความรู้ ฐานของการจัดการความรู้ ผลการดาเนินงานได้องค์ความรู้ด้านองค์ประกอบการท่องเท่ียว
3. เพื่อจัดทารูปแบบการสร้างมูลค่าเพ่ิมการจัดการ เพ่ือการพฒั นาการท่องเทย่ี วเชิงสุขภาพด้วยการเพม่ิ มลู ค่าของภมู ิปัญญาทางวัฒนธรรม เพือ่
โลจิสติกส์การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพท่ีสอดคล้องกับ รองรบั การพัฒนาเขตระเบยี งเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวนั ออก (EEC)
บริบทการพัฒนาพื้นท่ีเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ 3. การดาเนินงานจัดทารูปแบบการจัดการความรู้ด้านองค์ประกอบการท่องเที่ยวเพื่อการ
ภาคตะวนั ออก (EEC) พัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพด้วยการเพิ่มมูลค่าของภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพ่ือรองรับ
4. เพื่อศึกษาและนาเสนอยุทธศาสตร์การส่งเสริม การพัฒนาเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยการจัดทาในรูปแบบของ
การตลาดเชิงสร้างสรรค์สาหรับการท่องเท่ียวเชิง ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ เพ่ือให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ผู้ประกอบการ นักท่องเท่ียว และ
สุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจพเิ ศษภาคตะวันออก บคุ คลทั่วไป สามารถเขา้ ถึงขอ้ มลู ได้อยา่ งสะดวกและรวดเรว็
(EEC) 4. การดาเนนิ งานจดั ทาแอพพลเิ คช่นั เชื่อมโยงเสน้ ทางท่องเท่ียว เพ่ือสรา้ งมลู ค่าเพิ่มด้านการ
5. เพื่อศึกษาและนาเสนอแผนยุทธศาสตร์และกล จัดการโลจิสติกส์การท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ท่ีสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาเขตระเบียง
ยุทธ์ในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพการ เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก (EEC) ซึง่ รองรับทง้ั ระบบปฏบิ ัตกิ าร IOS และ ANDROID ผล
ท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ ในการรองรับการพัฒนา การดาเนินงานได้แอพพลิเคชั่นเช่ือมโยงเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการ
จัดการโลจิสติกส์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่สอดคล้องกับบริบทการพัฒนาเขตระเบียง
13
โครงการที่ไดร้ ับอนุมัติ วัตถุประสงคข์ องโครงการ ผลการดาเนนิ งานท่เี กิดข้ึนจรงิ
การท่องเท่ยี วใหมใ่ นเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซ่ึงรองรับทั้งระบบปฏิบัติการ IOS และ ANDROID
ตะวันออก (EEC) และได้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในการเก็บองค์ความรู้ด้านองค์ประกอบการท่องเที่ยวเพ่ือ
6. เพื่อจัดทาฐานข้อมูลในการเผยแพร่องค์ความรู้ การพัฒนาการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพด้วยการเพ่ิมมูลค่าของภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เพื่อ
ด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตระเ บียง รองรบั การพัฒนาเขตระเบยี งเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก (EEC)
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ผ่านระบบ 5. การดาเนินงานจดั ทากลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดเชิงสร้างสรรคส์ าหรับการท่องเท่ยี วเชิง
ดิจิทัล ท่ีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถเข้าถึงองค์ สุขภาพในเขตระเบยี งเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวนั ออก (EEC) ผลการดาเนินงานไดย้ ทุ ธศาสตร์
ความรู้ท่ีเกี่ยวเนื่องกับการวิจัยนี้และนาไปใช้ การส่งเสรมิ การตลาดเชงิ สร้างสรรค์สาหรบั การทอ่ งเทีย่ วเชิงสขุ ภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจ
ประโยชน์ในอนาคต พิเศษภาคตะวันออก (EEC) และได้นาเสนอต่อหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องผู้ประกอบการ
นกั ทอ่ งเทย่ี ว และบคุ คลทว่ั ไปท่สี นใจ
6. การดาเนินงานจัดเวทีเสวนากลุ่มเพื่อระดมสมองทางด้านการท่องเท่ียวเชิงสุขภาพ
ทสี่ อดคล้องกบั บรบิ ทการพัฒนาเขตระเบยี งเศรษฐกจิ พิเศษภาคตะวันออก (EEC) และการใช้
ผลจากการเสวนากลุ่มเพ่ือจัดทาแผนยุทธศาสตร์และกลยุทธ์ ในการส่งเสริมและพัฒนา
ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพ่ือรองรับการพัฒนาการท่องเที่ยวใหม่ ในเขตระเบียง
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และได้จัดทาแผ่นพับประชาสัมพันธ์เพื่อส่งเสริม
การตลาดเชิงสร้างสรรค์สาหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค
ตะวันออก (EEC)
โครงการที่ 4 นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ใน 1. เพ่ือสร้างองค์ความรู้และพัฒนานวัตกรรม 1. การดาเนินงานศึกษา สังเคราะห์ และพัฒนานวัตกรรมหลักสูตรการพัฒนาทุนมนุษย์ใน
อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบริการ (Frist S- หลักสูตรการพัฒนาทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการ อุตสาหกรรมการท่องเทยี่ วและการบริการรว่ มกับผปู้ ระกอบการธรุ กิจท่องเทย่ี วและโรงแรม
Curve) บนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ท่องเทีย่ วและการบรกิ ารรว่ มกบั ผปู้ ระกอบการธรุ กจิ (R&D Consortium) บนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-
(ช ล บุ รี - ร ะ ย อง - จั น ทบุ รี - ต ร า ด ) ใ ห้ ร องรั บ ท่องเที่ยวและโรงแรม (R&D Consortium) บน ตราด) จนได้ชุดองค์ความรู้ต่าง ๆ ท่ีเป็นแนวทางในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเท่ียว
มาตรฐานสากล และมุ่งสู่การบริการมูลค่าสูง (High ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี- และการบริการ (Frist S- Curve) บนระเบยี งเศรษฐกจิ ภาคตะวันออก (EEC) (ชลบรุ ี-ระยอง-
Value Services) เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็น ระยอง-จันทบุรี-ตราด) ให้รองรับมาตรฐานสากล จันทบรุ ี-ตราด)
จุดหมายปลายทางของการท่องเท่ียวระดับโลก แ ล ะ มุ่ ง สู่ ก า ร บ ริ ก า ร มู ล ค่ า สู ง ( High Value 2. การดาเนินงาน สังเคราะห์ และพัฒนาสื่อในการพัฒนาทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการ
(Word Class Destination) และรองรับกระบวน Services) และรองรับกระบวนทัศน์ใหม่ทางสังคม ท่องเที่ยวและการบริการสาหรับบุคลากรวัยทางาน (Re-Skill/Up-Skill) เพ่ือให้รองรับ
ทศั น์ใหมท่ างสงั คม (New Normal) (New Normal) มาตรฐาน MRA บนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด) ท่ี
2. เพ่ือสร้างองค์คาวามรู้และพัฒนานวัตกรรมการ สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการของผู้ประกอบการ และการจัดการฝึกอบรมใน
ช่ือหวั หนา้ โครงการ รศ.ดร.พรรณี สวนเพลง ฝึกอบรมทนุ มนุษยใ์ นอุตสาหกรรมการทอ่ งเทยี่ วและ
14
โครงการท่ีได้รับอนุมตั ิ วัตถุประสงค์ของโครงการ ผลการดาเนนิ งานทเ่ี กิดขนึ้ จริง
การบริการสาหรับบุคลากรวัยทางาน (Re-Skill/ รูปแบบต่างๆ ที่เหมาะสมกับสถานการณ์การการแพร่ระบาดของเช้ือไวรัส โคโรนา 2019 หรือ
Up-Skill) เพ่ือให้รองรับมาตรฐาน MRA บนระเบยี ง โควดิ -19 (COVID-19)
เศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง- 3. การดาเนินงานศึกษาพัฒนานวัตกรรมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของทุนมนุษย์บนดิจิทัล
จันทบรุ ี-ตราด) แพลตฟอร์ม (Human capital big data on digital platform) และการพัฒนาเน้ือหา
3. เพ่ือสร้างองค์ความรู้และพัฒนานวัตกรรม ดิจิทัล (Digital Content) ผลการดาเนินงานได้ฐานนวัตกรรมฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของทุน
ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของทุนมนุษย์บนดิจิทัล มนุษย์ (Human capital big data) ท่ีจัดเก็บข้อมูลบุคลากรทางด้านการท่องเที่ยว การ
แพลตฟอรม์ (Human Capital Big Data on Digital ออกแบบระบบดิจิทัลแพลตฟอร์ม (Digital platform) ที่สาคัญ ได้แก่ (1) การออกแบบ
Platform) เพ่ือใช้ส่งเสริมขีดความสามารถด้านการ Prototype บน Digital platform ท่ีเชื่อมโยงกับระบบ Smart tourism ด้วยการนาระบบ
แข่งขันของธุรกิจท่องเท่ียวและการบริการมูลค่าสูง Artificial Intelligence (AI) มาประยกุ ต์ (2) การพัฒนา Chatbot prototype เพ่ือเช่อื มตอ่
(High Value Services) สู่การยกระดับให้ประเทศ กับระบบ AI ด้วย Deep learning เพื่อส่งเสริมการท่องเท่ียว (3) การพัฒนาระบบ
ไทยเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเท่ียวระดับ ปญั ญาประดษิ ฐ์แนะนาแหล่งท่องเที่ยวในชมุ ชน (AI recommended agritourism) (4) การ
โ ล ก ( Word Class Destination) แ ล ะ ร อ ง รั บ พัฒนา Deep learning ด้วยเทคนคิ Time series เพอื่ พยากรณ์แนวโนม้ ของการฟ้ืนคืนของ
กระบวนทศั นใ์ หม่ทางสงั คม (New Normal) ธุรกิจท่องเท่ียวหลงั COVID 19 (Deep learning methods for time-Series forecasting
4. เพ่อื ถ่ายทอดองคค์ วามรแู้ ละนวัตกรรมการพัฒนา tourism business recovery from the covid 19 pandemic crisis ตลอดจนชุดเนื้อหา
ทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการ ดิจิทัล (Digital Content) 6 หลักสตู ร จานวน 200 ตอน ในระบบ YouTube: Upskill HCD
บริการร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเท่ียวและ SDU MOOCs และ S.D.U MOOC เพอ่ื ใหผ้ ูส้ นใจสามารถเรียนรู้ไดท้ ุกที่ ทกุ เวลา
โรงแรมให้กับสถาบันการศึกษาในระดับอาชีวศึกษา 4. การดาเนนิ งานถา่ ยทอดเทคโนโลยแี ละนวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ในอุตสาหกรรมการ
และระดับอุดมศึกษาจานวน 20 แห่ง และเพ่ือเป็น ท่องเท่ียวและการบริการร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจท่องเท่ียวและโรงแรมในรูปแบบ
การสร้างสมรรถนะของบัณฑิตจานวนอย่างน้อย Onsite และ Online ด้วยการพัฒนาเน้ือหาดิจิทัล (Digital Content) ผลการดาเนินงานได้
3,000 คน ให้ตรงกับความต้องการของสถาน ถ่ายทอดองค์ความรู้ จานวน 200 คลิป ในรูปแบบ VDO, บทเรียนออนไลน์ท่ีอยู่บนระบบ
ประกอบการ MOOCs, YouTube และส่ือสังคมออนไลน์ของโครงการท่ีได้พัฒนาขึ้นเพ่ือเป็นการส่งเสริม
5. เพ่อื พฒั นาทุนมนษุ ยท์ ่เี ปน็ แรงงานทกั ษะระดับสูง การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ
ในอุตสาหกรรมการทอ่ งเท่ียวและการบรกิ ารในพื้นท่ี 5. การดาเนินงานฝึกอบรมเพ่ือเพิ่มศักยภาพและทักษะของแรงงานในพ้ืนท่ี จังหวัดชลบุรี
EEC อ ย่ า ง น้ อ ย 1 ,5 0 0 ค น เ พ่ื อ ขั บ เ ค ล่ื อน ระยอง จันทบุรีและจังหวัดตราด มีความจาเป็นท่ีจะต้องมีการฝึกอบรมในรูปแบบออนไลน์
อุตสาหกรรมบริการสู่การบริการมูลค่าสูง (High และมีการฝึกอบรมในพ้ืนที่ภาคสนามเพียงบางสว่ น ผลการดาเนินงานได้จัดการฝึกอบรมใน
Value Services) เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็น พื้นที่ จานวน 3 ครงั้ (เนื่องจากอย่ใู นชว่ งการแพร่ระบาดของโรคโควิดข19) และมีการอบรม
จุดหมายปลายทางของการท่องเท่ียวระดับโลก เพ่ิมเติมในรูปแบบออนไลน์ เพ่ือให้ได้ตามจานวน โดยได้จัดทาแนวทางการติดตามเพื่อ
15
โครงการที่ได้รบั อนุมตั ิ วัตถุประสงคข์ องโครงการ ผลการดาเนนิ งานที่เกดิ ขน้ึ จริง
(Word Class Destination) และรองรับกระบวน ประเมินผลการนาองค์ความรู้ไปใช้เพ่ือให้ทุนมนุษย์ที่เป็นแรงงานทักษะระดับสูงใน
ทัศน์ใหม่ทางสงั คม (New Normal) อุตสาหกรรมการท่องเท่ียวและการบริการในพืน้ ที่ EEC ในการขบั เคลือ่ นอุตสาหกรรมบรกิ าร
6. เพื่อพัฒนานักวิจัยรุ่นใหม่ทางด้านอุตสาหกรรม สู่การบริการมูลค่าสูง (High Value Services) เพ่ือยกระดับให้ประเทศไทยเป็นจุดหมาย
การท่องเที่ยวและการบริการอยา่ งนอ้ ย 10 คน ปลายทางของการท่องเท่ียวระดับโลก (World Class Destination) และรองรับกระบวน
7. เพ่ือสร้างเครอื ข่ายความร่วมมือทางด้านการวิจยั ทัศนใ์ หมท่ างสงั คม (New Normal)
กบั ตา่ งประเทศ 6. การดาเนินงานให้นักวิจัยได้เรียนรู้และพัฒนาในการทาวิจัยทางด้านอุตสาหกรรมการ
ท่องเที่ยวและการบริการผลการดาเนินงานได้นักวิจัยรุ่นใหม่ทางด้านอุตสาหกรรมการ
ทอ่ งเทีย่ วและการบรกิ ารในชุดโครงการ จานวน 10 คน ทาให้เกิดทกั ษะเชงิ วิชาการและการ
วิจัยและทักษะเชิงสังคมและการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่สาธารณะ ตลอดจนเป็นการเพิ่มพูน
ทักษะด้านการส่ือสารการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่กลุ่มเป้าหมายตลอดจนเกิดความรู้ความ
เขา้ ใจในบรบิ ทของอตุ สาหกรรมท่องเทยี่ วและบรกิ าร/พนื้ ท่ีการวิจัย
7. การดาเนินงานสร้างเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศผ่านทางออนไลน์ 10 แห่ง
ผลการดาเนินงาน เกิดเครือข่ายกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศผ่านทางออนไลน์ และ
เครือข่ายความร่วมมือกับผู้ประกอบการในพื้นท่ีภาคตะวันออก (EEC) (ชลบุรี-ระยอง-
จันทบรุ ี-ตราด) และได้เครอื ขา่ ยมหาวทิ ยาลัยในตา่ งประเทศ 10 แห่ง ได้แก่
1) Universitas Muhammadiyah Sinjai, Indonesia
2) Universitas Muhammadiyah Makassar, Indonesia
3) Universitas Muhammadiyah Sidenreng Rap-pang, Indonesia
4) University of City Island, Cyprus
5) Universitas Islam Bandung (UNISBA), Malaysia
6) Polytechnic University of the Philippines, Philippines
7) UCSI University Sarawak Campus, Malaysia
8) University of Technology, Sydney, Australia
9) University of Hongkong, Hongkong
10) West China Union University, Chaina
16
โครงการที่ได้รับอนุมตั ิ วตั ถุประสงคข์ องโครงการ ผลการดาเนนิ งานท่เี กิดขนึ้ จรงิ
โครงการท่ี 5 นวัตกรรมการสร้างสรรค์สมรรถนะ 1. เพ่ือศึกษาความเป็นไปได้ของการประกอบการ 8. การส่งบทความวิจัยตีพิมพ์ในระดับนานาชาติ ฐาน SCOPUS จานวน 7 เร่ือง ผลการ
บุคลากรและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวขนาด ธุรกิจท่องเท่ียวขนาดย่อม และสร้างแผนธุรกิจเพ่ือ ดาเนนิ งานได้บทความวจิ ยั ตีพมิ พใ์ นระดบั นานาชาติ ฐาน SCOPUS จานวน 7 เรอื่ ง ได้แก่
ย่อมผ่านการมีสว่ นร่วมสรา้ งคณุ ค่าจากการฝึกอบรม บุกเบิกการประกอบการธุรกิจท่องเท่ียวขนาดย่อม
โดยใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งอยา่ งยง่ั ยนื : กรณศี ึกษา ในกลมุ่ จังหวัดภาคตะวันออก 1) เ รื่ อ ง A comparative study of deep learning methods for time-Series
กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก (ชลบุรี ระยอง จันทบุรี 2 .เพื่อศึกษาสถานการณ์และปจั จัยทางการตลาดใน forecasting tourism business recovery from the covid 19 pandemic crisis. (Q2,
ตราด) การพัฒนานวัตกรรมการตลาด การตลาดดิจิทัล Impact Factor 1.5)
ช่อื หัวหน้าโครงการ ผศ.ดร.จริ ะวัฒน์ อนุวชิ ชานนท์ และตราเมือง/ตราผลิตภัณฑ์ของการท่องเที่ยว
ขนาดยอ่ มในกล่มุ จังหวัดภาคตะวันออก 2) เร่ือง AI recommended agritourism supporting community-based tourism
3. เพอ่ื ศกึ ษาแนวทางในการสร้างสรรคห์ ลกั สูตรเพื่อ post covid-19 (Q2, Impact Factor 1.5)
พัฒนาสมรรถนะบุคลากร และผู้ประกอบการธุรกิจ
3) เรอื่ ง Sentiment analysis with a textblob package implications for tourism. (Q2,
Impact Factor 1.5)
4) เ รื่ อ ง Smart tourism destinations influence a tourist’s satisfaction and
intention to revisit (Q2, Impact Factor 1.5)
5) เรื่อง The Integration of a Big Data Framework and a Mobile Application
on the iOS Platform to Support Smart Tourism (Q3)
6) เรื่อง Factors Affecting Learning Outcome Intention of MOOCs for Online
Learning Platform (Q4, Impact Factor 0.07)
7) เ รื่ อ ง A Chatbot Prototype by Deep Learning Supporting Tourism ( Q4,
Impact Factor 0.07)
1. การดาเนินงานศึกษาผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวท่ีมีความเป็นไปได้เชิงธุรกิจของการ
ท่องเท่ียวขนาดย่อมในชุมชนในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก เพ่ือพัฒนาการท่องเท่ียวท่ีมี
ศกั ยภาพใหม้ ีความสามารถในการแข่งขนั
2. การดาเนินงานพัฒนาแผนธุรกิจเพื่อบุกเบิกการประกอบการธุรกิจ เพ่ือให้บุคลากรและ
ผู้ประกอบการใช้เป็นแนวทางในการบุกเบิกธุรกิจการท่องเท่ียวขนาดย่อมในชุมชนในกลุ่ม
จงั หวัดภาคตะวนั ออก
3. การดาเนินงานพัฒนาแผนนวัตกรรมการตลาด การตลาดดิจิทัล และการสร้างตราเมือง
เพ่ือให้บุคลากรและผู้ประกอบการสามารถใชแ้ ผนการตลาด และการตลาดดจิ ทิ ลั เพ่อื สง่ เสรมิ
การท่องเทีย่ วขนาดย่อมในชมุ ชนในกล่มุ จงั หวดั ภาคตะวนั ออก
17
โครงการท่ีได้รับอนมุ ัติ วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ ผลการดาเนนิ งานทเ่ี กดิ ขึน้ จริง
ท่องเที่ยวขนาดย่อมผ่านการมีส่วนร่วมสร้างคุณค่า
โครงการที่ 6 การศึกษาการมีอยู่จริงของปัญหาค่า จากการฝึกอบรมโดยใชห้ ลักเศรษฐกจิ พอเพยี งอย่าง 4. การดาเนินงานพัฒนาหลักสูตรการศึกษาความเป็นไปได้เชิงธุรกิจ การท่องเท่ียวเพื่อ
ขอบสาหรับแคลคูลสั ควอนตมั (แคลคูลสั ไมม่ ีลมิ ติ ) ยงั่ ยืน พฒั นาสมรรถนะบคุ ลากร และผู้ประกอบการให้มคี วามรู้ และความเขา้ ใจในการศึกษาความ
ชือ่ หวั หน้าโครงการ ศ.ธานินทร์ สิทธวิ ิรัชธรรม เปน็ ไปได้เชิงธุรกิจของการทอ่ งเที่ยวขนาดย่อมในชุมชนในกลุ่มจังหวัดภาคตะวนั ออก
เพื่อพัฒนางานวิจัยให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการ 5. การดาเนินงานพัฒนาหลักสูตรการสร้างแผนธุรกิจ เพ่ือบุกเบิกการ ประกอบการธุรกิจ
และได้รับการยอมรับในวงการวิชาการในระดับ ท่องเทีย่ วเพ่ือพฒั นาสมรรถนะบคุ ลากร และผู้ ประกอบการให้สามารถพัฒนาแผนธรุ กิจเพ่ือ
นานาชาติ โดยสามารถนาไปตีพิมพ์เผยแพร่ใน บกุ เบิกธรุ กิจการทอ่ ง เที่ยวขนาดย่อมในชมุ ชนในกลมุ่ จังหวดั ภาคตะวันออก
วารสารวิชาการระดับนานาชาติท่ีอยู่ในฐานข้อมูล 6. การดาเนินงานพัฒนาหลักสูตรการสรา้ งสรรค์ นวัตกรรมการตลาด การตลาดดิจทิ ัล และ
Scopus หรอื Web of Science การสร้างตราเมืองเพื่อพัฒนาสมรรถนะบุคลากร และผู้ประกอบการให้สามารถใช้แผนการ
ตลาด และการตลาดดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการท่องเท่ียวขนาดย่อมในชุมชนในกลมุ่ จังหวดั ภาค
ตะวนั ออก
7. การดาเนินงานพัฒนาบทความวิจัย เพื่อการตีพิมพ์ในวารสารวิชา การท่ีอยู่ในฐานข้อมูล
TCI กล่มุ 1 ผลการดาเนินงานไดต้ ้นฉบบั บทความวิจัยเพ่อื การตพี มิ พใ์ นวารสาร วิชาการท่อี ยู่
ในฐานขอ้ มูล TCI กลมุ่ 1 ดังนี้ 1) ต้นฉบบั บทความวิจัยที่ 1 เรอื่ ง “การสร้างสรรคส์ มรรถนะ
บุคลากรและผู้ ประกอบการธุรกิจท่อง เที่ยวขนาดย่อมผ่านการศึกษาความเป็นไปได้เชิง
ธุรกิจ และการบุกเบิกการประ กอบการธุรกิจขนาดย่อม สมัยใหม่ โดยใช้หลักเศรษฐกิจ
พอเพียงอยา่ งยงั่ ยืน:กรณี ศึกษากลมุ่ จังหวัดภาคตะวนั ออก (ชลบุรี ระยอง จนั ทบุรี ตราด)”
2) ต้นฉบับบทความวิจัยที่ 2 เรื่อง “ปัจจัยท่ีส่งผลต่อการยอมรับส่ือสัง คมออนไลน์ และ
ความตั้งใจที่จะมาท่องเท่ียวของนัก ท่องเที่ยวต่อการท่องเที่ยวขนาดย่อมในชุมชนของกลุ่ม
จังหวัดภาคตะวันออก” 3) ต้นฉบับบทความวิจัยท่ี 3 เร่ือง “Creating Competency
Development Courses for Small-Sized Tourism Personnel and Entrepreneurs
through Value-Based Participation Training by Using Sustainable Sufficiency
Economy: Case study of Eastern Province Group”
1. การดาเนินงานค้นควา้ วจิ ยั เพ่ือแก้ปญั หาเชิงตัวเลขของสมการเชิงอนุพนั ธ์ - อนุพันธ์ไม่เชิง
เส้นอันดับเศษส่วนที่เป็นตัวแปร โดยใช้วิธีการจัดระเบียบของ Haar ผลการดาเนินงานได้
ตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจยั เร่อื ง การหาคาตอบเชิงตัวเลขในการแก้ปัญหาคา่ เริ่มต้นสาหรับ
สมการเชงิ อนุพนั ธ์ - อนพุ นั ธไ์ มเ่ ชงิ เสน้ อันดบั เศษสว่ นทเ่ี ป็นตวั แปร โดยใชว้ ธิ ีการจดั ระเบียบ
18
โครงการที่ไดร้ ับอนุมัติ วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการ ผลการดาเนินงานทเ่ี กดิ ขึ้นจริง
ของ Haar ซึ่งได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติท่ีอยู่ใน
ฐานข้อมูล Scopus Q.2
2. การดาเนินงานค้นคว้าวิจัยเพ่ือหาเงื่อนไขการมีอยู่จริงและมีเพียงหน่ึงเดียวของคาตอบ
และการมอี ยจู่ รงิ อยา่ งน้อยหนึ่งคาตอบของปัญหาค่าขอบเชิงผลตา่ ง p, q อันดับเศษส่วนไม่
เฉพาะที่ ผลการดาเนินงานได้ตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัยเรอ่ื ง การหาเงื่อนไขสาหรบั การมี
อยู่จรงิ และมีเพยี งหน่งึ เดียวของคาตอบ และการมีอยูจ่ ริงอย่างน้อยหน่งึ คาตอบของปัญหาคา่
ขอบเชิงผลต่าง p, q อันดับเศษส่วนไม่เฉพาะท่ี ซ่ึงได้รับการตอบรับให้ตีพิมพ์เผยแพร่ใน
วารสารวชิ าการระดับนานาชาติท่อี ย่ใู นฐานข้อมลู Web of Science Q.2
3. การดาเนินงานค้นคว้าวิจัยเพื่อหาเงื่อนไขการมีอยู่จริงและมีเพียงหนึ่งเดียวของคาตอบ
และการมีอยู่จริงอย่างน้อยหน่ึงคาตอบของปัญหาค่าขอบสี่จุดเชิงปริพันธ์ฮาห์นอันดับ
เศษส่วนสาหรับสมการเชิงผลต่าง-ปริพันธ์ฮาห์นอันดับเศษสว่ น ผลการดาเนินงานได้ตีพิมพ์
เผยแพร่บทความวิจัยเร่ือง การหาเง่ือนไขสาหรับการมีอยู่จริงและมีเพียงหน่ึงเดียวของ
คาตอบ และการมีอยู่จริงอย่างน้อยหนึ่งคาตอบของปัญหาค่าขอบสี่จุดเชิงปริพันธ์ฮาห์น
อันดับเศษสว่ นสาหรับสมการเชิงผลต่าง - ปริพันธ์ฮาห์นอนั ดบั เศษสว่ น ซ่ึงได้รับการตอบรบั
ให้ตีพิมพ์เผยแพร่ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติท่ีอยู่ในฐานข้อมูล Web of Science
Q.2
4. การดาเนินงานค้นคว้าวิจัยเพ่ือหาเง่ือนไขการมีอยู่จริงและมีเพียงหน่ึงเดียวของคาตอบ
และการมีอยู่จริงอย่างน้อยหนึ่งคาตอบของปัญหาค่าขอบไม่เฉพาะที่สาหรับสมการเชิง
ผลต่างอันดับเศษส่วนแบบกรันวอล์ด - เลทนิคอฟ (คาปูโต) ผลการดาเนินงานได้ตีพิมพ์
เผยแพร่บทความวิจัยเร่ือง การหาเง่ือนไขสาหรับการมีอยู่จริงและมีเพียงหน่ึงเดียวของ
คาตอบ และการมีอยู่จริงอยา่ งน้อยหน่ึงคาตอบของปัญหาคา่ ขอบไม่เฉพาะที่สาหรบั สมการ
เชงิ ผลตา่ งอนั ดบั เศษส่วนแบบกรนั วอล์ด - เลทนคิ อฟ (คาปโู ต) ซ่ึงได้รบั การตอบรับใหต้ พี มิ พ์
เผยแพรใ่ นวารสารวชิ าการระดับนานาชาตทิ ี่อย่ใู นฐานข้อมูล Web of Science Q.2
โครงการท่ี 7 ต้นแบบนวัตกรรมการผลิตพืชในพ้ืนท่ี 1. เพ่ือพัฒนาต้นแบบนวัตกรรมการผลิตพืชในพื้นท่ี 1. การดาเนินการพัฒนานวตั กรรมการผลติ พืชในพนื้ ทีป่ ระสบภาวะภยั แล้งตามแนวทาง
ประสบภาวะภยั แลง้ ตามแนวทางเกษตรปลอดภัยใน ประสบภาวะภัยแล้งตามแนวทางเกษตรปลอดภัย เกษตรปลอดภยั ทาใหเ้ กดิ ตน้ แบบผลติ ภณั ฑ์ 3 ต้นแบบ ไดแ้ ก่
พนื้ ท่ีจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี ได้แก่ นวัตกรรมการปรับปรุงพันธ์ุข้าวทนแล้ง 1.1 ตน้ แบบพันธขุ์ า้ วผสมทนแล้ง จานวน 5 สายพันธท์ุ ีม่ สี มบตั ิในการทนแลง้
นวัตกรรมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์-ชีวภาพ PGPR และ 1.2 ตน้ แบบปุย๋ อินทรยี ์-ชวี ภาพ ท่ใี ช้วสั ดุเหลอื ทิง้ ในพ้ืนที่
19
โครงการท่ีได้รบั อนุมตั ิ วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการ ผลการดาเนินงานท่เี กดิ ขึ้นจริง
ชอ่ื หวั หน้าโครงการ ผศ.ดร.สรุ ชาติ สินวรณ์ สารปรับปรุงดินจากวัสดุเหลือทิ้งในชุมชน นาไปใช้ 1.3 ต้นแบบระบบให้แสง โดยใช้ค่า PAR ในช่วงคลื่นแสงสีน้าเงิน เขียว และแดงใน
ร่วมกับระบบน้าหยด เพ่ือเพ่ิมผลผลิตข้าวและเม โรงเรือน
ล่อน นวัตกรรมการจัดการปริมาณและคุณภาพน้า 2. การดาเนินการถา่ ยทอดองค์ความรใู้ นการผลติ และการใชต้ น้ แบบนวัตกรรมการผลิตพืชใน
ในโรงเรือนปลกู มะเขือเทศ โดยใช้คลนื่ แสงเสริม พ้ืนที่ประสบภาวะภัยแล้งตามแนวทางเกษตรปลอดภัย ได้ถ่ายทอดองค์ความรูท้ ้ังในรูปแบบ
2. เพ่ือถ่ายทอดองค์ความรู้การผลิตและการใช้ เอกสารและคลปิ วดี โิ อแก่เกษตรกร จานวน 3 เรอ่ื ง
ต้นแบบนวัตกรรมการผลิตพืชในพื้นที่ประสบภาวะ 3. การดาเนินการส่งบทความวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับชาติ ได้บทความวิจัย
ภัยแล้งตามแนวทางเกษตรปลอดภัย โดยจัดต้งั ศนู ย์ ตพี ิมพ์ในวารสารทางวชิ าการระดับชาติ จานวน 3 เรอ่ื ง ในฐาน TCI 1
ถา่ ยทอดเทคโนโลยี การจดั อบรมเชิงปฏิบัตกิ าร 4. การดาเนินการสง่ บทความวิจยั ตพี ิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดบั นานาชาติ ได้บทความ
วจิ ยั ตพี มิ พใ์ นวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติ จานวน 2 เรื่อง ในฐาน Scopus
5. การดาเนินการพัฒนากาลังคนโดยการอบรมการถ่ายทอดองคค์ วามรู้ มีผูเ้ ข้ารับการอบรม
ทง้ั หมด 262 คน ได้ทดสอบความรู้ของผูเ้ ขา้ รว่ มอบรมในโครงการตน้ แบบนวัตกรรมการผลติ
พืชในพื้นที่ประสบภาวะแล้งตามแนวทางเกษตรปลอดภัยในเขตภาคกลาง ประเมินความรู้
ความเข้าใจเล่มคู่มือที่ได้มีการจัดทาขึ้นเพ่ือใช้ในการอบรม ประเมินความรู้ความเข้าใจเล่ม
คู่มือที่ได้มีการจัดทาขึ้นเพื่อใช้ในการอบรม และประเมินความรู้ความเข้าใจต่อการสาธิต
วิธีการ นอกจากน้ีได้ดาเนินการพัฒนานักศึกษา ระดับปริญญาตรี 100 คน และนักวิจัยใน
ชมุ ชนจานวน 15 คน ทาให้เกิดการเผยแพรอ่ งค์ความรอู้ ยา่ งกวา้ งขวาง
โครงการท่ี 8 การพัฒนาชุดสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้ 1. เพ่ือพัฒนาหลักการออกแบบและต้นแบบของชุด 1. การดาเนินงานพัฒนาชุดสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยใช้
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยโี ดยใช้เทคโนโลยีสมาร์ต การเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ เทคโนโลยีสมาร์ตโฟนเซนเซอร์เป็นเคร่ืองมือวัดสาหรับการจัดการเรียนรู้บนพื้นฐาน
โฟนเซนเซอร์เป็นเคร่ืองมือวัดสาหรับการจัดการ Teaching Packages โดยใช้ Smartphone sensors สมรรถนะท่ีพัฒนาข้ึน ผลการดาเนนิ งานสามารถนามาทดลองวัดค่าตัวแปรและพารามิเตอร์
เรียนรบู้ นพนื้ ฐานสมรรถนะ แพลตฟอร์ม เพื่อส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ใน ที่ต้องการศึกษาต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยาและเท่ียงตรง และได้ตีพิมพ์เผยแพร่บทความวิจัย
ศตวรรษท่ี 21 เรื่อง การทดสอบประสิทธิภาพเซนเซอร์บารอมิเตอร์บนสมาร์ทโฟนสาหรับการวัดค่าความ
ชือ่ หัวหนา้ โครงการ ผศ.ดร.ชาติ ทฆี ะ 2. เพ่ือทดลองและวิเคราะห์ผลการใช้ต้นแบบและ ดันของของเหลว ซึ่งได้รับการตอบรับให้ตพี ิมพเ์ ผยแพรใ่ นวารสารวิชาการระดับชาติที่อยูใ่ น
Teaching Packages โดยใช้ Smartphone sensors ฐานข้อมูล TCI กลมุ่ 2
แพลตฟอร์มของชุดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ 2. การดาเนินงานพัฒนาชุดกิจกรรม Teacher Training Package ท่ีพัฒนาข้ึนเหมาะสม
เทคโนโลยี ที่เกิดข้ึนกับครูในบริบทที่แตกต่างกัน สาหรับใช้เปน็ ชดุ กิจกรรมในการจัดการเรยี นรบู้ นพน้ื ฐานสมรรถนะ
และวิเคราะห์สารสนเทศที่จาเป็นต่อการนาไปใช้ 3. การดาเนินงานศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ของการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดสื่อนวัต
ปรบั ปรุงชุดการสอน กรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยใช้เทคโนโลยีสมาร์ ตโฟนเซนเซอร์เป็น
20
โครงการท่ีไดร้ บั อนมุ ัติ วัตถปุ ระสงคข์ องโครงการ ผลการดาเนนิ งานทีเ่ กิดขึน้ จรงิ
3. เพ่ือนาเสนอชุดการสอน และหลักการออกแบบ เครื่องมือวัดสาหรับการจัดการเรียนรู้บนพ้ืนฐานสมรรถนะหลังเรียนมีค่าสูงกว่าก่อนเรียน
ชุดการสอนสาหรับครู ที่พัฒนาจากผลการวิจัยอิง และมคี วามก้าวหนา้ ทางการเรยี นเฉล่ยี อย่ใู นระดบั ปานกลาง
ก า ร อ อ ก แ บ บ โ ด ย ใ ช้ Smartphone sensors 4. การดาเนินงานศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้
แพลตฟอรม์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยใช้เทคโนโลยีสมาร์ตโฟนเซนเซอร์เป็นเคร่ืองมือวัดสาหรับ
4. เพื่อออกแบบและพัฒนาตัวอย่าง “รายวิชา การจดั การเรยี นรู้บนพนื้ ฐานสมรรถนะ มีระดบั ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มาก
เพิ่มเติม” และ “กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน” ให้
สถานศึกษานาไปใช้ หรือปรับปรุงเป็นรายวิชา
เพิ่มเตมิ หรอื กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนของตนเอง
โครงการที่ 9 การพัฒนาความรอบรดู้ ้านสุขภาพของ 1. เพื่อศึกษาระดบั ความรอบรู้ดา้ นสุขภาพของผปู้ ่วย การวจิ ัยในปีงบประมาณ 2564 ได้ศกึ ษาเฉพาะวัตถปุ ระสงค์ข้อท่ี 1 ตามคารับรอง เพื่อให้ได้
ผปู้ ่วยโรคไตเร้อื รงั โรคไตเร้อื รัง ข้อมูลพ้ืนฐานไปใช้ในโครงการวิจัยต่อยอดในปีงบประมาณ 2565 (ตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2
2. เพื่อพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันเพ่ิมความรอบรู้ และ 3) ผลการดาเนนิ งานท่ีเกดิ ขน้ึ จริงในปีงบประมาณ 2564 มดี ังนี้
ชื่อหวั หน้าโครงการ ผศ.ดร.เพชรรัตน์ เจมิ รอด ด้านสุขภาพสาหรบั ผู้ป่วยโรคไตเร้ือรงั 1.ดาเนินการศึกษาข้อมูลของผู้ป่วยโรคไตเร้ือรัง ในด้านบริบทท่ีเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการ
3. เพ่ือศึกษาผลของการใช้โมบายแอปพลิเคชันเพมิ่ ดูแลตนเองเพ่ือการชะลอความเสื่อมของไต ด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึกในกลุ่มผู้ป่วยโรคไต
ความรอบร้ดู ้านสขุ ภาพสาหรับผปู้ ่วยโรคไตเรือ้ รงั เรือ้ รงั ทสี่ ามารถชะลอความเสื่อมของไตได้
2. ดาเนินการศึกษาข้อมูลระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ ภาวะสุขภาพ และความสัมพันธ์
ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพและภาวะสขุ ภาพของผู้ปว่ ยโรคไตเรือ้ รัง (ซ่ึงเป็นคนละกล่มุ
กบั การศกึ ษาดว้ ยการสมั ภาษณเ์ ชิงลกึ ในขอ้ แรก) เกบ็ ข้อมลู ด้วยแบบสอบถาม
โครงการที่ 10 กระบวนการจัดการศึกษาระดับ 1. เพื่อตรวจสอบและพัฒนาระบบนิเวศวิจัยของ 1. การวิจัยเอกสารเพ่ือสังเคราะห์ความรู้และแนวปฏิบัติท่ีดีของมหาวิทยาลัยช้ันนาใน
บัณฑิตศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพวิทยานิพนธ์ของ มหาวิทยาลัยสวนดุสิตให้เอื้อต่อการเรียนรู้และ ต่างประเทศ และการสัมภาษณ์เชิงลึกและศึกษาดูงานมหาวิทยาลัยชั้นนาในประเทศ การ
นกั ศกึ ษา ปฏบิ ตั ิการวจิ ยั ของนกั ศกึ ษาระดับบณั ฑติ ศึกษา ประเมินประสิทธิผลของนิเวศวิจัยของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต การจัดเวทีสนทนากลุ่มเพ่ือ
ชื่อหัวหน้าโครงการ รศ.ดร.จันทรแ์ รม เรอื นแปน้ 2. เพื่อพัฒนารูปแบบและแนวทางจัดการเรียนรู้ กาหนดแผนพัฒนานิเวศวิจัยของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต การนาแผนพัฒนานิเวศวิจัยไป
ด้านการวิจัยทางสังคมศาสตร์ด้วยการเรียนรู้จาก ปฏิบัติ การพัฒนาชุดเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะด้านการวิจัย ทาง
การปฏบิ ตั ิ สังคมศาสตร์ 6 เรื่อง เพื่อเป็นส่วนหน่ึงของการพัฒนานิเวศวิจัยของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
3. เพื่อพัฒนารูปแบบและแนวทางการทา ได้ผลผลิตเป็นบทความทางวิชาการ เรื่อง มุมมองเชิงทฤษฎีเกี่ยวกับนิเวศวิจัยของ
วทิ ยานิพนธ์ เพอ่ื รับใช้สงั คม มหาวทิ ยาลยั (Theoretical Perspectives of Research Environment in a University)
2. การจัดเวทีสนทนากลุ่มเพ่ือระดมสมองและวางแผนการจัดการเรียนรู้ด้านการวิจัยทาง
สังคมศาสตร์แบบ Active Learning การใช้ผลการจัดเวทีสนทนากลุ่มเพื่อจัดทารูปแบบและ
21
โครงการท่ีได้รบั อนมุ ตั ิ วตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ ผลการดาเนินงานทีเ่ กิดขนึ้ จรงิ
แนวทางการจัดการเรียนรู้ด้านการวิจัยทางสังคมศาสตร์แบบ Active Learning ได้ผลผลิต
เป็นบทความวิจัย เรื่อง รูปแบบการจัดการเรียนรู้ด้านการวิจัยทางสังคมศาสตร์ด้วยการ
เ รี ย น รู้ จ า ก ก า ร ป ฏิ บั ติ ( Active Learning Model for Social Sciences Research
Methodology Learning Management)
การดาเนินการจัดประชุมปฏิบัติการเพ่ือเตรียมความพร้อมอาจารย์ผู้สอนรายวิชาด้านการ
วิจัยทางสังคมศาสตร์เพื่อรองรับกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning และดาเนินการ
พัฒนารปู แบบและแนวทางการทาวทิ ยานพิ นธเ์ พอ่ื รับใช้สังคม ในปวี จิ ัยท่ี 2
โครงการที่ 11 การวิจัยและพัฒนาเพ่ือยกระดับ 1. เพื่อวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและความคาดหวงั ตอ่ 1. การดาเนินการศึกษาสภาพปัจจุบันของประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของ
ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาขององค์กรปกครอง ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากความคิดเห็นของผมู้ ีส่วนได้เสยี ทุกฝ่าย (ศูนย์พัฒนาเด็กเลก็
ส่วนท้องถ่ินที่สอดคล้องกับความเปล่ียนแปลงทาง องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และปัจจัยที่เกื้อหนุน สถาบนั อดุ มศึกษาท่ีผลิตครปู ฐมวัย และองคก์ รภาคีเครือขา่ ย) พบว่าผมู้ ีส่วนได้เสยี ทงั้ 3 กล่มุ
การศึกษาในศตวรรษที่ 21 จากความร่วมมือของผ้มู ี แ ล ะ ปั จ จั ย ที่ เ ป็ น อุ ป ส ร ร ค ต่ อ ก า ร ย กร ะ ดั บ ส่วนใหญ่เห็นว่า ยังไม่มีประสิทธิภาพ และพบว่าท้ัง 3 กลุ่มมีความคาดหวังต่อการพัฒนา
ส่วนไดเ้ สีย ประสิทธภิ าพการจัดการศึกษาระดบั ปฐมวยั ประสทิ ธิภาพการจัดการศกึ ษาในระดับมาก
2. เพ่ือพัฒนากรอบ ชุดตัวบ่งชี้ และเครื่องมือ 2. การดาเนินการพัฒนากรอบ ชุดตัวบ่งช้ี และเคร่ืองมือประเมินประสิทธิภาพการจัด
ช่อื หัวหน้าโครงการ รศ.ดร.ร่งุ นภา ต้ังจิตรเจรญิ กุล ประเมนิ ประสทิ ธภิ าพการจัดการศกึ ษาระดับปฐมวัย การศึกษาระดบั ปฐมวยั ขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นฯ และเคร่ืองมือประเมินตามตัวบง่ ขี้
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท่ีสอด คล้องกับ ที่พัฒนาขึ้น ผลการดาเนินงานได้กรอบ ชุดตัวบ่งช้ี และเครื่องมือประเมินประสิทธิภาพการ
ความเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาในศตวรรษที่ 21 จัดการศกึ ษาระดบั ปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ฯ จากความคดิ เห็นของผ้มู ีส่วนได้
จ า ก ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ข อ ง ผู้ มี ส่ ว น ไ ด้ ส่ ว น เ สี ย เสีย โดยชดุ ตวั บ่งช้ปี ระกอบด้วย 4 องคป์ ระกอบ 73 ตัวบ่งชี้ (ปัจจยั ป้อน (27) กระบวนการ
(Stakeholders) (24) ผลผลิต(15) ผลลพั ธ(์ 7))
3. เพื่อตรวจสอบคณุ ภาพของกรอบ ชุดตัวบ่งชี้ และ 3. การดาเนินการตรวจสอบคุณภาพของกรอบ ตัวบ่งชี้และเคร่ืองมือประเมนิ ประสิทธภิ าพ
เคร่ืองมือประเมินประสิทธิภาพการจัดการศึกษา การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยฯ ผลการดาเนินงานได้กรอบ ชุดตัวบ่งช้ี และเคร่ืองมือ
ระดับปฐมวัยขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่ ประเมินประสิทธภิ าพการจัดการศกึ ษาระดบั ปฐมวัยขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ฯ ท่ีผ่าน
สอดคล้องกับความเปล่ียน แปลงทางการศึกษาใน การตรวจสอบคุณภาพแลว้ (ด้านความตรง ความเท่ียง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และ
ศตวรรษที่ 21 จากความร่วมมือของผมู้ ีสว่ นไดเ้ สีย ความเป็นประโยชน์)
4. เพ่ือประเมนิ และจัดลาดบั ความสาคัญของตัวบ่งชี้ 4. การดาเนินการประเมินจัดลาดับความสาคัญของตัวบ่งช้ีประสิทธิภาพการจัดการศึกษา
ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของ ระดับปฐมวัยฯ จากการประเมินของผู้มีส่วนได้เสีย ผลการดาเนินงานพบว่าองค์ประกอบ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากการประเมินของ ผลผลิตมคี ่าเฉลย่ี สงู สดุ รองลงมาคือกระบวนการ ปัจจยั ป้อน และผลลพั ธ์
กลุ่มผู้มีสว่ นได้เสยี
22
โครงการที่ได้รับอนมุ ัติ วตั ถุประสงคข์ องโครงการ ผลการดาเนนิ งานที่เกิดขน้ึ จรงิ
5. เพื่อวิเคราะห์และเปรียบเทียบการประเมิน 5. การดาเนินการวิเคราะห์และประเมินประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของ
ประสิทธิภาพการจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของ ศนู ยพ์ ฒั นาเด็กเล็ก รวม 60 แห่งจากการประเมินของผู้มสี ว่ นไดเ้ สีย
ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแต่ละแห่ง และผลการวิเคราะห์
ท่ีระบุศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และลักษณะของการขาด
ประสิทธิภาพการจัดการศึกษา จากการวิเคราะห์
จาแนกตามมิติกลุ่มพหกุ ลุ่ม คือ กลุ่มผมู้ สี ว่ นได้เสีย
โครงการที่ 12 การเสริมสรา้ งความเข้มแข็งดา้ นการ 1. เพ่ือสร้างความเข้มแข็งและแนวทางการพัฒนา 1. การดาเนินการสร้างความเข้มแข็งและแนวทางการพัฒนากาลังคนระดับสูงให้มี
พัฒนากาลังคนระดับสูงต่อการจัดการการท่องเทย่ี ว ทุนมนุษย์ระดับสูงใหม้ ีประสิทธผิ ลเพ่ือนาไปส่งเสริม ประสิทธิผลเพื่อนาไปส่งเสริมชุมชนท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม เนื่องจากบุคลากรท่ีเข้าอบรม
เชิงวัฒนธรรมในเขตเศรษฐกิจตะวันออก กรณี เศรษฐกิจชมุ ชนทอ่ งเท่ยี วเชิงวฒั นธรรม ส่วนมากเป็นคนในท้องถ่ินประกอบอาชีพด้านการเกษตร การพัฒนาบุคลากรอันเป็น
จงั หวดั ชลบรุ ี 2. เพ่ือวิเคราะห์ปัจจัยท่ีผลักดันกลยุทธ์การ กาลังคนในพนื้ ทต่ี อ้ งเปน็ เร่อื งท่ีต้องสามารถเรียนรู้ได้งา่ ย และนาไปปฏบิ ัตใิ ช้ไดจ้ รงิ ประกอบ
ขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์เพ่ือนาไปส่งเสริม กับการที่คนในพ้ืนท่ีมีความรู้ด้านการท่องเท่ียวไม่มากนัก การสร้างความเข้มแข็งและแนว
ช่ือหัวหนา้ โครงการ ผศ.ดร.จริ านชุ โสภา เศรษฐกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยแนวคิด ทางการพัฒนากาลังคนระดับสูงให้มีประสิทธิผลเพื่อนาไปส่งเสริมชุมชนท้องเที่ยวเชิง
ความรบั ผิดชอบตอ่ สังคมนาไปสู่การปฏบิ ตั ิ วัฒนธรรม จึงควรเป็นการเสริมทักษะและอาชีพด้านบริการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบน
3. เพ่ือนาเสนอกลยุทธ์การขับเคลอ่ื นการพัฒนาทุน ฐานทรัพยากรวัฒนธรรมของตาบลไร่หลักทองให้ที่รู้จักของนักท่องเท่ียวให้มากข้ึน โดยได้
มนุษย์เพื่อนาไปส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนท่องเท่ียว “โครงสร้างรา่ งแนวทางการพัฒนากาลงั คนระดบั สูงให้มีประสทิ ธิผลเพื่อนาไปสง่ เสริมชุมชน
เชิงวฒั นธรรมอยา่ งตอ่ เน่ืองยั่งยืน และสรา้ งสรรค์ ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สาหรับตาบลไร่หลักทอง อาเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี” ดังนี้ (1)
การจดั การทอ่ งเทย่ี วเชิงวฒั นธรรม (ความรู้ดา้ นการทอ่ งเที่ยวทวั่ ไป) (2) เทคนิคการเล่าเร่ือง
(Storytelling) (ทักษะท่ีเก่ียวข้องอ่ืน ๆ) (3) งานจักสานกับการออกแบบผลิตภัณฑ์
วฒั นธรรมร่วมสมัย (ทักษะท่เี กี่ยวข้องอนื่ ๆ) (4) การตลาดสนิ ค้าออนไลน์ (ทักษะทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
อ่นื ๆ) (5) การประยกุ ต์ใช้การวิเคราะห์จุดคุ้มทุนในการทาธุรกจิ ท่องเที่ยว(ทักษะทเ่ี กี่ยวข้อง
อ่ืน ๆ) (6) ภาษาองั กฤษเพอื่ การทอ่ งเทีย่ ว (ทกั ษะการส่ือสาร) (7) การพดู เพอ่ื การนาเทีย่ วใน
ชุมชน (ทักษะการสื่อสาร) (8) ข้อมูลการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมในไร่หลักทอง (ความรู้
เกยี่ วกบั ทอ้ งถิ่น)
2. การวิเคราะห์ปัจจัยท่ีผลักดันกลยุทธ์การขับเคล่ือนการพัฒนากาลังคนระดบั สูงเพื่อนาไป
ส่งเสริมชุมชนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การเพิ่มคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ เพ่ือ
เสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการพัฒนากาลังคนระดับสูงต่อการจัดการการท่องเท่ียวเชิง
วัฒนธรรมในพ้ืนที่ตาบลไร่หลักทอง ดังน้ันในการพัฒนากลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์นั้น
23
โครงการที่ได้รับอนมุ ตั ิ วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ ผลการดาเนนิ งานท่ีเกดิ ข้ึนจริง
จาเป็นต้องสร้างความเช่ือมั่นด้วยการ โดยต้องแสดงให้เห็นว่ากลยุทธ์ด้านทรัพยากรมนุษย์
น้ันมีคุณค่าต่อคุณภาพของการดาเนินงานทางด้านธุรกิจ คุณภาพของให้บริการจึงเป็นเร่ือง
สาคัญต่อการสรา้ งกลยุทธ์การพัฒนากาลังคน สาหรบั ส่ิงทีพ่ งึ ตระหนักในการกาหนดกลยุทธ์
คือการเพิ่มคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ เพื่อให้เกิดความเข้มแข็งด้านการพัฒนากาลังคน
ระดับสูงต่อการจัดการการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพ้ืนท่ีตาบลไร่หลกั ทอง การเพิ่มคุณค่า
ด้วยการฝึกอบรม
3. การดาเนินการนาเสนอกลยุทธ์การขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์เพื่อนาไปส่งเสริมการ
ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม พ้ืนท่ีตาบลไร่หลักทองมีปัจจัยที่นาไปสู่การพัฒนาทุนมนุษย์เพ่ือ
นาไปส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม เน่ืองจากสามารถนาบริบทของพื้นท่ีไปวิเคราะห์
และสังเคราะห์เพื่อสร้างกลยุทธ์การขับเคลื่อนการพัฒนาทุนมนุษย์เพ่ือนาไปส่งเสริมการ
ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมโดยกลยุทธ์การขับเคล่อื นการพัฒนาทุนมนุษย์เพ่ือนาไปส่งเสริมการ
ท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรมต้องมีนโยบายท่ีชัดเจนในการดาเนินการพัฒนากลุ่มทุนมนุษย์ที่
ต้องการการพัฒนา กาหนดหน่วยงานหลักในการเป็นเจ้าภาพให้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ และ
ประสานงานกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่หรือสถาบันในเครือข่ายเพ่ือเข้าร่วมการจัดทากล
ยุทธ์ให้กับชุมชน รวมถึงกาหนดเป็นกรอบระยะเวลา เพื่อให้เกิดความต่อเน่ือง และ
ครอบคลุม เน่ืองจากแนวคิดการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) น้ัน ทุนมนุษย์ไม่ควร
จากดั แคค่ นในภาคธุรกจิ หรือแรงงานเท่าน้ัน แต่ควรเปน็ ทกุ กลุ่มในสังคม ไดแ้ ก่ แรงงานและ
ธุรกิจ (Business and Human Capital) คนท้องถิ่นในวัยทางาน (The Locals) กลุ่ม
ผู้สูงอายุ (Seniors) และกลุ่มเยาวชน (Youth Forces)
โครงการที่ 13 การพฒั นาศักยภาพเยาวชนโดยใชภ้ มู ิ 1. วิเคราะห์ และสังเคราะห์ องค์ความรู้ด้านภูมิ 1. การดาเนินการศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ องค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาในแต่ละพ้ืนท่ี
ปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานเพื่อรองรับการท่องเท่ียว ปัญญาในแต่ละพื้นท่ีเพ่ือให้สามารถนามาใช้เป็น หลักการ Diamond Model สรุปได้ว่าทุกประเด็นตามมิติ Diamond Model ได้แก่ ด้าน
ชุมชนในพน้ื ท่กี ลมุ่ จังหวัดภาคกลางตอนล่าง 1 องคป์ ระกอบในการสนับสนนุ การท่องเทีย่ วชุมชนได้ การตอบสนองต่อนักท่องเท่ียวหรือผู้มาเย่ียมชมชุมชน ด้านความพร้อมเก่ียวกับปัจจัยการ
2. พัฒนาศักยภาพของเยาวชนในแต่ละพ้ืนที่ผ่าน ผลิต ด้านความต่อเน่ืองและสนับสนุนการเป็นธุรกิจท่องเที่ยวชุมชน ด้านกลยุทธ์ โครงสร้าง
ชื่อหวั หน้าโครงการ ผศ.ดร.สมศกั ดิ์ เจรญิ พูล หลักสูตรท่ีพัฒนาขึ้นให้มีความสอดคล้องกับภูมิ และสถานการณ์การแข่งขัน และด้านนโยบายรัฐบาล
ปญั ญาทอ้ งถ่ินในแตล่ ะพื้นที่ 2. การดาเนินการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในแต่ละพื้นท่ีผ่านหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นให้มี
3. จัดตั้งศูนย์การพัฒนาเยาวชนเพื่อการท่องเที่ยว ความสอดคล้องกับภูมิปัญญาท้องถ่ินในแต่ละพ้ืนท่ี โดยการจัดอบรม 5 โครงการได้แก่
ชมุ ชน (1) โครงการอบรม “การถ่ายทอดความรู้การทอผ้าขาวม้าชุมชนบ้านหนองขาว” สาหรับ
24
โครงการท่ีไดร้ บั อนุมัติ วตั ถุประสงคข์ องโครงการ ผลการดาเนนิ งานทเ่ี กดิ ขน้ึ จรงิ
4. ศึกษาแนวทางการสร้างเครือข่ายระหว่างศูนย์ เยาวชนเพื่อรองรับการท่องเที่ยวชุมชนโดยใช้ภูมปิ ัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน (2) โครงการอบรม
การพัฒนาเยาวชนเพื่อการท่องเที่ยวชุมชนท่ีจัดตั้ง “การถ่ายทอดความรู้การทาลูกประคบสมุนไพรบ้านครก” สาหรับเยาวชนเพ่ือรองรับการ
ขึ้น ท่องเที่ยวชุมชนโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐาน (3) โครงการอบรม “การท่องเที่ยวเชิง
วัฒนธรรมชุมชนบ้านอ่าววัดใหม่” สาหรับเยาวชนเพ่ือรองรับการท่องเท่ียวชุมชนโดยใช้ภูมิ
ปญั ญาทอ้ งถน่ิ เปน็ ฐาน (4) โครงการอบรม “การถา่ ยทอดความรู้การทาเปลญวนบา้ นแมพ่ ระ
ประจักษ์” สาหรับเยาวชนเพื่อรองรับการท่องเท่ียวชุมชนโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถ่ินเป็นฐาน
(5) โครงการอบรม “ภูมิปัญญาท้องถ่ิน: ว่านหางจระเข้จากหอมขจรฟาร์มสู่ผลิตภัณฑ์
ชุมชน”
3. การดาเนินการจัดตั้งศูนย์การพัฒนาเยาวชนเพื่อการท่องเที่ยวชุมชน การจัดตั้งศูนย์การ
พัฒนาเยาวชนเพื่อการท่องเท่ียวชุมชนจากการประชุมกับผู้เก่ียวข้องในชุมชนได้ข้อสรุปว่า
ควรใช้พื้นที่ ๆ มีอยแู่ ล้วในชุมชนเชน่ ศูนย์การเรียนรู้ชมุ ชนหรือโรงเรียนในพน้ื ท่เี พ่ือลดปญั หา
ด้านบุคลากรและการดแู ลพ้ืนท่ี เป็นต้น แต่ให้เน้นกิจกรรมที่จะดาเนินการที่จะพฒั นาชมุ ชน
เปน็ สาคญั
4. การดาเนินการจัดตัง้ เครอื ข่ายการพฒั นาศกั ยภาพเยาวชนเพอ่ื การทอ่ งเทยี่ วชมุ ชน จังหวดั
ภาคกลางตอนล่าง 1
โครงการที่ 14 การศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของ 1. เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านองค์ประกอบทางเคมี 1. การดาเนนิ การศึกษาวิธกี ารสกดั และองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัดใบละมดุ สดออร์แก
ละมุดออร์แกนิค เพ่ือพัฒนาเป็นเคร่ืองสาอางบารุง ของสารสกดั จากใบละมดุ ออร์แกนิค นคิ ทาให้ไดอ้ งค์ความร้ดู ้านวิธีในการสกดั ทีด่ ีทส่ี ดุ คือ วิธกี ารหมกั (Maceration) โดยใชร้ อ้ ย
ผิว 2. เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในการสร้างผลิตภัณฑ์ ละ 95 เอทานอลเป็นตัวทาละลาย ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส นาน 1 วัน และได้องค์
เครอ่ื งสาอางทม่ี ีสารสกัดจากใบละมุดออรแ์ กนิคเป็น ความรู้ด้านองค์ประกอบทางเคมีของสารสกัด พบว่า ผลการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ
ช่อื หัวหนา้ โครงการ ผศ.ดร.จริ าภรณ์ ทองตัน สารออกฤทธิ์ ของสกัดใบละมุดออรแ์ กนิคสดดว้ ยวิธี DPPH และ ABTS พบว่า สารสกัดใบละมุดสดทส่ี กดั
3. เพ่ือสร้างรายได้อย่างย่ังยืนให้แก่เกษตรกรผู้ปลกู ด้วยวิธกี ารหมัก ด้วยรอ้ ยละ 95 เอทานอล ทีอ่ ณุ หภมู ิ 60 องศาเซลเซยี ส นาน 1 วนั ค่า IC50
ละมุดออร์แกนิค และพัฒนาศักยภา พของ ดีที่สุด ท่ี 0.038 ± 0.003 และค่า TEAC (mg TE/g crude extract) ท่ี 31.188 ± 0.003
นักวิทยาศาสตร์เคร่อื งสาอาง และผลการทดสอบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี ABTS มีค่า IC50 ดีท่ีสุด ท่ี 0.051 ± 0.003
และค่า TEAC (mg TE/g crude extract) ท่ี 47.98 ± 0.003 ผลการทดสอบฤทธิ์ยับย้ัง
เอนไซมไ์ ทโรซิเนส พบว่าสารสกัดใบละมุดสด สกัดด้วยร้อยละ 95 เอทานอล ท่ีอุณหภูมิ 60
องศาเซลเซียสนาน 1 วัน มีการยับย้ังเอนไซม์ไทโรซิเนสดีที่สุด ที่ร้อยละ 99.92 และเม่ือ
เทียบกับสารมาตรฐานกรดโคจิก (Kojic acid) มีค่า 4.78 มิลลิกรัมสมมูลกรดโคจิกต่อกรัม
25
โครงการที่ไดร้ ับอนุมัติ วตั ถุประสงคข์ องโครงการ ผลการดาเนนิ งานทเ่ี กิดขน้ึ จริง
โครงการที่ 15 ยุทธศาสตร์การศึกษาเพ่ือพัฒนา 1. วิเคราะห์การพัฒนากาลังคนด้านอาชีวอนามัย สารสกดั ฤทธ์ิยับย้ังเอนไซมอ์ ลี าสเตส มีค่า IC50 เทา่ กับ 0.25 ± 0.08 มลิ ลกิ รมั /มลิ ลลิ ิตร คิด
กาลังคนด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัย ใน และความปลอดภัยในภาคอุตสาหกรรมเกษตร เป็น 0.32 เท่าของ epigallocatechin gallate (EGCG) สารสกัดใบละมุดอินทรีย์ที่ความ
การทางานเพอ่ื สนองความต้องการภาคอุตสาหกรรม ต้ังแต่การกาหนดนโยบาย การวางแผนกาลังคน เข้มข้น 0.0001 - 1.00 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ไฟโบรบลาสท์ของผิวหนัง
เกษตร การผลิตและพัฒนากาลังคน และการติดตาม มนุษย์ โดยมีเปอร์เซ็นต์การรอดชีวิตอยู่ระหว่างร้อยละ 85.36 - 104.27 แยกองค์ประกอบ
ชื่อหวั หน้าโครงการ ผศ.ดร.ปฏญิ ญา สุขวงศ์ ประเมินผลการพัฒนากาลังคน รวมถึงการสารวจ ทางเคมีตามฤทธติ์ า้ นอนมุ ูลอสิ ระ ได้องค์ประกอบทางเคมคี อื Myricitrin
ความต้องการกาลังคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ความ 2. การดาเนินการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางท่ีมีสารสกัดใบละมุดสดออร์แกนิค ทาให้ได้
ปลอดภัยในการทางานระดับต่าง ๆ ในอตุ สาหกรรม องค์ความรู้ในการสร้างผลิตภัณฑ์เครื่องสาอางท่ีมีสารสกัดจากใบละมุดออร์แกนิคเป็นสาร
กลมุ่ เป้าหมาย ออกฤทธท์ิ ไี่ มเ่ ป็นพิษตอ่ เซลล์ผวิ หนงั ของมนษุ ย์
2. ศึกษาความต้องการด้านการฟื้นฟูและเพิ่มทักษะ 3. การดาเนินการศึกษาองค์ประกอบทางเคมีของละมุดออร์แกนิ คเพ่ือพัฒนาเป็น
(Re-skill/Up-skill) ด้านอาชีวอนามัยและความ เครื่องสาอางบารุงผิว ทาให้ได้แนวทางสร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกละมุด
ป ล อ ด ภั ย ใ น ก า ร ท า ง า น ข อ ง บุ ค ล า ก ร ใ น ออร์แกนคิ และพฒั นาศกั ยภาพของนกั วทิ ยาศาสตรเ์ ครอ่ื งสาอาง
ภาคอุตสาหกรรมกลมุ่ เป้าหมาย
3. เสนอยุทธศาสตร์การศึกษาเพื่อการพัฒนา 1. การดาเนินการวิเคราะห์การพัฒนากาลังคนด้านอาชีวอนามัย และความปลอดภัยใน
กาลังคนด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ใน ภาคอุตสาหกรรมเกษตร
อุตสาหกรรมกลมุ่ เปา้ หมายท่ีเหมาะสม 2. การดาเนินการวิเคราะห์ความต้องการฟื้นฟูและเพิ่มทักษะด้านอาชีวอนามัยและความ
ปลอดภยั ในการทางาน
3. การดาเนินการนาเสนอยุทธศาสตร์การศึกษาเพ่ือพัฒนากาลังคนด้านอาชีวอนามัยและ
ความปลอดภัยในอุตสาหกรรมเกษตร
4. การดาเนินการจดั ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพบคุ ลากร นักศึกษา และศิษย์เก่า ดา้ นอาชี
วอนามยั ความปลอดภัย และสภาพแวดล้อมในการทางาน
26
โครงการท่ีได้รบั อนมุ ตั ิ วัตถุประสงค์ของโครงการ ผลการดาเนินงานทเี่ กิดขน้ึ จริง
4. พัฒนาศักยภาพของนักศึกษา และศิษย์เก่าใน
ด้านการประเมินอันตรายในการทางาน การ
ตรวจวัดสภาพแวดล้อมในการทางาน และการ
ประเมนิ ความเสีย่ งอันตรายในการทางาน
3.2 ผลผลติ ท่ีเกดิ ขึ้นจริง (Output)
แผนงานวิจัยพ้ืนฐานของมหาวทิ ยาลยั สวนดุสิต : แผนงานยอ่ ยสร้างองคค์ วามรู้
ตารางที่ 2 ผลผลติ ทเี่ กดิ ขึ้นจริงของแตล่ ะแผนงาน/โครงการ
โครงการท่ีได้รับอนุมตั ิ ผลผลิตตามคารบั รอง จานวน หนว่ ยนับ ผลผลิตท่เี กิดข้นึ จริง จานวน หนว่ ยนับ รายละเอยี ดผลิต เชิงคุณภาพ
20 เรื่อง (พร้อมแนบหลกั ฐาน)
โครงการท่ี 1 การพัฒนา 1. องคค์ วามรู้ 19 เรื่อง 1. องคค์ วามรู้ 1. เทคโนโลยีดิจิทัลในการส่งเสริมการ
เทคโนโลยีดิจิทัลในการ 1. เรื่อง นานะ เรียนร้ขู องเดก็ พิการ 9 ประเภท
ส่ ง เ ส ริ ม ก า ร เ รี ย น รู้ ข อ ง 2. เรอ่ื ง หนูนา 2. เทคโนโลยีดิจิทัลเสมือนจริงสาหรับคน
เดก็ พกิ าร 3. เรอ่ื ง ธดิ า หู ห น ว ก ใ น โ บ ร า ณ ส ถ า น แ ล ะ ส ถ า น ท่ี
4. เรื่อง ชาลี ท่องเทย่ี ว 10 แห่ง
5. เร่ือง เตา่ ตนุ
6. เรือ่ ง หมชู มพู
7. เรื่อง ปลาบกึ
8. เรื่อง กระบือ
9. เรอ่ื ง เนะ
10. เร่ือง ทะเล
11. ควิ อารโ์ คด้ นาไปใช้ในโบราณสถาน
10 แหง่
2. การพัฒนากาลงั คน 2. การพัฒนากาลังคน 2 คน รายชื่อ การพัฒนากาลังคน : นักศึกษาระดับ
2.1 นศ.ระดบั อาชวี ศกึ ษา 2 คน 2.1 นศ.ระดับอาชวี ศึกษา
จากสาขาวิชาการจัดการสานักงาน ชั้นปีท่ี อาชีวศึกษา 1. เป็นแนวทางในการ
2 วทิ ยาลัยเทคนคิ บางแสน อ.เมอื ง จ.ชลบุรี สร้างสรรค์สื่อการสอนและสื่อท่ีส่งเสริม
1. นางสาวเยาวลกั ษณ์ มังคละวงศ์ พัฒนาการเด็กท่ีมีความต้องการพิเศษ 2.
2. นายนพรจุ วรเดช เปน็ แนวทางในการพัฒนาสิ่งอานวยความ
3. นางสาวปยิ ธิดา สาครรัตน์ สะดวกสาหรบั คนพิการ
27
โครงการท่ไี ด้รบั อนุมัติ ผลผลิตตามคารบั รอง จานวน หนว่ ยนบั ผลผลติ ทเ่ี กิดข้นึ จริง จานวน หนว่ ยนบั รายละเอยี ดผลติ เชิงคณุ ภาพ
2.2 นศ.ระดบั ปริญญาตรี 2 คน 2.2 นศ.ระดับปริญญาตรี 2 คน (พร้อมแนบหลักฐาน) การพัฒนากาลังคน :นักศึกษาระดับ
ปริญญาตรี ใช้ประกอบการสอนสาขาที่
2.3 นศ.ระดับบณั ฑติ ศกึ ษา 2 คน 2.3 นศ.ระดบั บัณฑิตศึกษา 2 คน รายชื่อ เก่ียวข้องกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
2 คน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีธัญบุรี หรือการส่งเสริมพัฒนาการเด็กท่ีมีความ
2.4 นักวิจยั เชงิ ปฏิบตั กิ าร 2 คน 2.4 นักวิจยั เชงิ ปฏิบัติการ ปทมุ ธานี คลอง 6 จานวน 3 คน ตอ้ งการพิเศษ
(พน้ื ฐาน, R&D) (พื้นฐาน, R&D) 1. นางสาวมุทติ า ยศทศิ
3. ผลงานตพี ิมพ์ 3. ผลงานตีพิมพ์ 2. นางสาวอรปรียา ธารแมน้ การพัฒนากาลังคน : นักศึกษาระดับ
3. นางสาวเบญจมาศ นนศริ ิ บัณฑิตศึกษา 1. ใช้ประกอบการสอน
3.1 ระดับชาติ 2 เร่อื ง 3.1 ระดับชาติ นักศึกษามหาวิทยาลัยสวนดุสิต สาขา สาขาที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่มีความต้องการ
การศึกษาปฐมวัย ลงทะเบยี นเรยี นวชิ า พิเศษ 2. การส่งเสริมพัฒนาการเด็กที่มี
การศกึ ษาพิเศษ ความตอ้ งการพเิ ศษ
1.ภาคเรียนท่ี 1/2564 ตอนเรียน
ก า ร พั ฒ น า ก า ลั ง ค น : นั ก วิ จั ย เ ชิ ง
A1=28 คน ปฏิบัติการ 1. เทคโนโลยีเสมือนจริง (AR)
2. ภาคเรียนที่ 2/2564 ตอนเรียน สาหรับเดก็ พกิ าร
B1=19 คน
ตอนเรยี น C1=18 คน
รายชื่อ
นักศึกษาประกาศนียบัตรบัณฑิตสาขา
ลา่ มภาษามือ
รุ่นท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1/2564 รายวิชา
ภาษามือไทยเพื่อการสื่อสารตอนเรียน
IA = 21 คน
รุ่นท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2/2564 รายวิชา
ภาษามือไทยเพื่อการส่ือสาร และ
รายวิชา เทคโนโลยีสาหรับคนหูหนวก
ตอนเรียน IB= 16 คน
รายช่อื
1. อาจารย์ สริ ิลกั ษณ์ มณีรัตน์
2. อาจารย์ ดร. ดนยา อนิ จาปา
3. อาจารย์ ครรชิต สมจติ ต์
2 เร่ือง ส่งผลงานตีพิมพ์บทความในวารสารราช ผลงานตีพมิ พ:์ บทความงานวจิ ัยตพี มิ พ์ใน
สดุ าเพอ่ื การวิจยั และพฒั นาคนพกิ าร วารสารวชิ าการท่ีอยใู่ นฐานขอ้ มูล(TCI1)
28
โครงการทไ่ี ดร้ ับอนมุ ตั ิ ผลผลิตตามคารบั รอง จานวน หนว่ ยนับ ผลผลิตทีเ่ กดิ ข้ึนจริง จานวน หน่วยนับ รายละเอียดผลิต เชงิ คุณภาพ
3.2 ระดบั นานาชาติ 2 เรื่อง 3.2 ระดับนานาชาติ 2 เรื่อง (พรอ้ มแนบหลกั ฐาน)
ผลงานตีพิมพ์: บทความงานวิจัยมีการ
เรอ่ื ง เรื่อง ส่ ง ตี พิ ม พ์ บ ท ค ว า ม ที่ IES ตี พิ ม พ์ บ ท ค ว า ม ใ น ว า ร ส า ร วิ ช า ก า ร
เรอ่ื ง เรอ่ื ง (International Education Studies) (Scopus 3nd quartile)
และได้รับการตอบรับให้แก้ไขและส่ง
เรื่อง เร่อื ง submit
4. การประชมุ เผยแพรผ่ ลงาน/ 2 เรอื่ ง 4. การประชุมเผยแพรผ่ ลงาน/ 2 เรื่อง นาเสนอแบบปากเปล่าในการประชุม ก า ร ป ร ะ ชุ ม เ ผ ย แ พ ร่ ผ ล ง า น / สั ม ม น า
สมั มนาระดบั ชาติ เร่อื ง สมั มนาระดบั ชาติ เรื่อง วิชาการการศึกษาพิเศษคร้ังท่ี 9 วันที่ ระดับชาติ: นาเสนอแบบปากเปล่า การ
26-27 สิงหาคม 2564 ประชมุ ดา้ นคนพกิ ารระดับชาติ
4.1 นาเสนอแบบปากเปลา่ 4.1 นาเสนอแบบปากเปลา่ นาเสนอแบบโปสเตอร์ ในงาน การ ก า ร ป ร ะ ชุ ม เ ผ ย แ พ ร่ ผ ล ง า น / สั ม ม น า
ประชุมวิชาการการศึกษาพิเศษคร้ังที่ ระดับชาติ: นาเสนอแบบโปสเตอร์ การ
4.2 นาเสนอแบบโปสเตอร์ 2 4.2 นาเสนอแบบโปสเตอร์ 2 9 วนั ที่ 26-27 สิงหาคม 2564 ประชมุ ด้านคนพิการระดบั ชาติ
5. การประชมุ เผยแพรผ่ ลงาน/ 2 5. การประชุมเผยแพรผ่ ลงาน/ 2 ส่งผลงานเพ่ือนาเสนอปากเปล่าในการ การประชุมเผยแพร่ผลงาน/สัมมนาระดบั
สมั มนาระดบั นานาชาติ สัมมนาระดบั นานาชาติ ประชุมระดับนานาชาติ SEAAIR 2022 นานาชาติ: นาเสนอแบบปากเปล่า การ
22nd Annual Conference ณ ประชุมระดบั ชาติ ดา้ นการศกึ ษา
5.1 นาเสนอแบบปากเปลา่ 5.1 นาเสนอแบบปากเปลา่ ป ระ เทศเก า ห ลีใต้ วันท่ี 28 - 30
กนั ยายน 2565 การประชุมเผยแพร่ผลงาน/สัมมนาระดบั
5.2 การนาเสนอแบบโปสเตอร์ 2 5.2 การนาเสนอแบบโปสเตอร์ 2 อยู่ในระหว่างเตรียมโปสเตอร์และหา นานาชาติ: นาเสนอแบบโปสเตอร์ การ
แหล่งสง่ ผลงานนาเสนอ ประชุมระดับชาตดิ ้านการศกึ ษาพเิ ศษ
โครงการที่ 2 การพัฒนา 1. องคค์ วามรู้ 5 1. องคค์ วามรู้ 5 1. คู่มือต้นแบบการพัฒนาศักยภาพ
ศักยภาพผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อการแข่งขัน
ธุรกิจเพื่อการแข่งขันด้าน ด้านการท่องเท่ียวเมืองอยุธยาอย่าง
การท่องเท่ียวเมืองอยุธยา ยั่งยืน
อย่างย่ังยืนภายใต้เกณฑ์ 2. รูปแบบองค์ความรู้จิตบริการแบบ
ม า ต ร ฐ า น โ ฮ ม ส เ ต ย์ ไทยของผู้ประกอบการและแรงงานใน
อาเซียน ธุรกิจโฮมสเตย์ ชาวบ้านเพื่อรองรับ
นกั ทอ่ งเที่ยวเชิงวฒั นธรรม
โครงการท่ไี ด้รบั อนุมตั ิ ผลผลิตตามคารบั รอง จานวน หนว่ ยนับ ผลผลิตทีเ่ กิดขึ้นจรงิ จานวน หน่วยนบั รายละเอยี ดผลติ 29
(พรอ้ มแนบหลักฐาน)
เชงิ คณุ ภาพ
3. รูปแบบความต้องการในการได้รับ
บริการของผู้มีศักยภาพทอ่ งเทีย่ วโฮมส
เตย์ชาวบา้ น
4. ต้นแบบการบริหารจัดการธุรกิจ
โฮมสเตย์
5. แนวทางการพัฒนามาตรการทาง
กฎหมายเก่ียวกับการประกอบธุรกิจ
โฮมสเตย์ชาวบ้านอย่างยั่งยืนภายใต้
เกณฑ์มาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน
2. ผลงานตพี ิมพ์ 2. ผลงานตีพมิ พ์ 5 เรื่อง 1. เ ร่ื อ ง ก า ร พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ
2.1 ระดบั ชาติ 5 เรอ่ื ง 2.1 ระดบั ชาติ ผู้ประกอบการธุรกจิ เพือ่ การแขง่ ขันด้าน
การทอ่ งเทยี่ วเมอื งอยธุ ยาอยา่ งยั่งยืน
2.2 ระดับนานาชาติ 5 เรื่อง 2.2 ระดับนานาชาติ 2. เรื่องรูปแบบองค์ความรู้จิตบริการ
แบบไทยของผู้ประกอบ การและ
แรงงานในธรุ กิจโฮมสเตย์ ชาวบา้ นเพือ่
รองรับนกั ท่องเที่ยวเชงิ วฒั นธรรม
3. เรื่องรูปแบบความต้องการในการ
ได้รับบริการของผู้มีศักยภาพท่องเท่ยี ว
โฮมสเตยช์ าวบ้าน
4. เรื่องต้นแบบการบริหารจัดการ
ธรุ กิจโฮมสเตย์
5. เรือ่ งแนวทางการพฒั นามาตรการทาง
กฎหมายเกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ
โฮมสเตย์ชาวบ้านอย่างย่ังยืนภายใต้
เกณฑ์มาตรฐานโฮมสเตยอ์ าเซยี น
5 เรอื่ ง 1. เ รื่ อ ง ก า ร พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ
ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อการแข่งขัน
ด้านการท่องเที่ยวเมืองอยุธยาอย่าง
ย่ังยืนภายใต้เกณฑ์มาตรฐานโฮมสเตย์
อาเซยี น
โครงการทไ่ี ด้รับอนุมตั ิ ผลผลิตตามคารบั รอง จานวน หน่วยนับ ผลผลติ ท่ีเกิดข้ึนจรงิ จานวน หน่วยนบั รายละเอยี ดผลิต 30
5 เรื่อง 5 เร่ือง (พรอ้ มแนบหลักฐาน)
3. การประชมุ เผยแพรผ่ ลงาน/ 3. การประชุมเผยแพร่ผลงาน/ 2. เร่ืองการพัฒนาและยกระดับจิต เชงิ คณุ ภาพ
สัมมนาระดบั ชาติ สัมมนาระดบั ชาติ บริการแบบไทยสาหรับธุรกิจโฮมสเตย์
ชาวบา้ นในแหล่งทอ่ งเทย่ี วเมืองอยุธยา
3.1 นาเสนอแบบโปสเตอร์ 3.1 นาเสนอแบบโปสเตอร์ อย่างยั่งยืนภายใต้เกณฑ์มาตรฐาน
โฮมสเตย์อาเซยี น
3. เร่ืองรูปแบบความต้องการในการ
ได้รับบริการของผูม้ ีศักยภาพท่องเท่ยี ว
โฮมสเตย์ชาวบ้านในแหล่งท่องเที่ยว
เมืองอยุธยาอย่างยั่งยืน ภายใต้เกณฑ์
มาตรฐานโฮมสเตย์อาเซียน
4. เรื่องกระบวนการสร้างต้นแบบการ
บริหารจัดการธุรกิจโฮมสเตย์ชาวบ้าน
ในแหล่งท่องเท่ียวเมืองอยุธยาอย่าง
ย่ังยืนภายใต้เกณฑ์มาตรฐานโฮมสเตย์
อาเซยี น
5. เรื่องมาตรการทางกฎหมายสาหรับ
ธุรกิจโฮมสเตย์ชาวบ้านในแห ล่ง
ท่ อ ง เ ที่ ย ว เ มื อ ง อ ยุ ธ ย า อ ย่ า ง ย่ั ง ยื น
ภายใต้เกณฑ์มาตรฐาน โฮมสเตย์
อาเซยี น
1 . ต้ น แ บ บ ก า ร พั ฒ น า ศัก ย ภ า พ
ผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อการแข่งขัน
ด้านการท่องเที่ยวเมืองอยุธยาอย่าง
ยัง่ ยืน
2. คู่มือและหลักสูตรการฝึกอบรม
สาหรับผู้ประกอบการธุรกิจโฮมสเตย์
และแรงงานในธรุ กิจโฮมสเตย์ชาวบา้ น
เพ่ือรองรับนักท่องเท่ียวในการประชุม
ระดบั ชาติ
31
โครงการทไ่ี ดร้ บั อนุมตั ิ ผลผลติ ตามคารบั รอง จานวน หนว่ ยนับ ผลผลิตท่เี กิดข้นึ จรงิ จานวน หน่วยนับ รายละเอียดผลติ เชงิ คุณภาพ
6 เรอ่ื ง (พร้อมแนบหลกั ฐาน)
โครงการที่ 3 การศึกษา 1. องคค์ วามรู้ 6 เรือ่ ง 1. องคค์ วามรู้ องค์ความรู้ท่ีได้นาไปใช้เป็นข้อมูลให้กับ
ยุทธศาสตรแ์ ละกลยทุ ธ์ใน 3. ความต้องการในการได้รับบริการ หน่วยงานท้ังภาครัฐและภาคเองชน ด้าน
การส่งเสริมและพัฒนา ของผู้มีศักยภาพท่องเที่ยวโฮมสเตย์ การท่องเท่ียว เพ่ือประกอบการวางแผน
ศักยภาพการท่องเท่ียว ชาวบา้ น แ ล ะ น โ ย บ า ย ด้ า น ก า ร ท่ อ ง เ ที่ ย ว เ ชิ ง
เชิงสุขภาพ เพ่ือรองรับ 4. ต้นแบบการบริหารจัดการธุรกิจ สุขภาพ
การพัฒนาการท่องเท่ียว โฮมสเตย์
ใ ห ม่ ใ น เ ข ต ร ะ เ บี ย ง 5. การพัฒนามาตรการทางกฎหมาย
เ ศ ร ษ ฐ กิ จ พิ เ ศ ษ ภ า ค เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจโฮมสเตย์
ตะวนั ออก (EEC) ช า ว บ้ า น อ ย่ า ง ยั่ ง ยื น ภ า ย ใ ต้ เ ก ณ ฑ์
มาตรฐาน โฮมสเตย์อาเซยี น
1. อุปสงค์และอุปทานการท่องเที่ยว
เชิงสุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจ
พเิ ศษภาคตะวนั ออก (EEC) ทง้ั ในระยะ
สั้นและระยะยาว
2. ฐานความรู้ดิจิทัลด้านการท่องเท่ยี ว
เชิงสุขภาพของจังหวัดชลบุรี ระยอง
และฉะเชงิ เทรา
3. ได้องค์ความรู้ด้านการจัดการ
เส้นทา งโ ลจิ สติกส์ท่ีมีมูลค่าเพิ่ม
ทางการท่องเที่ยว ในเขตระเบียง
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
บนฐานการพัฒนาการท่องเท่ียวเชิง
สุขภาพ
4. กลยุทธ์การส่งเสริมการตลาดเชิง
สร้างสรรค์สาหรับการท่องเท่ียวเชิง
สุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ
ภาคตะวนั ออก (EEC)
2. การพัฒนากาลังคน 2. การพัฒนากาลงั คน 40 คน 1. นักศึกษาทราบแนวทางการทางาน นักศึกษาในระดับปริญญาตรี มีความรู้
2.1 นศ. ระดบั ปริญญาตรี 40 คน 2.1 นศ. ระดับปริญญาตรี วิจัยกับชุมชน ในประเด็นด้านการ ความเข้าใจในกระบวนการวิจัย การมี
รวบรวมข้อมูล การเก็บข้อมูล การ ส่วนรว่ มในการทาวิจยั รวมถงึ นาความรู้ที่
วิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการ
32
โครงการทไี่ ด้รับอนมุ ตั ิ ผลผลติ ตามคารบั รอง จานวน หน่วยนบั ผลผลิตทเี่ กดิ ข้ึนจรงิ จานวน หนว่ ยนับ รายละเอยี ดผลติ เชิงคณุ ภาพ
(พรอ้ มแนบหลกั ฐาน)
ได้เรียนมาพัฒนา ประยุกต์ใช้ในการลง
นาเสนอข้อมูลด้านอุปสงค์และอุปทาน พืน้ ท่ี การปฏิสมั พนั ธร์ ่วมกับชุมชน
ในเขตระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค
ตะวันออก (EEC) 2. นักศึกษาทราบ องคค์ วามร้ทู ี่ไดจ้ ากการวจิ ัยนาไปเผยแพร่
แนวทางการทางานวิจัยกับชุมชน ใน โดยผ่านกระบวนการการตีพิมพ์บทความ
ประเด็นด้านการรวบรวมข้อมูล การ วิจยั เพ่อื นาองคค์ วามร้ทู ไ่ี ดไ้ ปใช้ทงั้ ในการ
เก็บข้อมูล การวิเคราะห์สังเคราะห์ วางแผนด้านนโยบาย เศรษฐกิจ สังคม
ข้อมูล รวมถึงการนาเสนอข้อมูลด้าน และชุมชน ท่ีเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการ
การจัดการความรู้ด้านองค์ประกอบ ท่องเที่ยว ให้มีความทันสมัยและเป็น
การท่องเท่ียว (5A’s) ท่ีสอดคล้องกับ รปู ธรรม
บริบทการส่งเสริมธุรกิจการท่องเท่ียว
เชิงสุขภาพในเขตระเบียงเศรษฐกิจ
พิ เ ศ ษ ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก ( EEC) 3 .
นกั ศกึ ษาทราบแนวทางการทางานวิจัย
กับชุมชน ในประเด็นด้านการรวบรวม
ข้อมูล การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์
สังเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการนาเสนอ
ข้อมูลด้านการจัดการโลจิสติกส์การ
ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่สอดคล้องกับ
บ ริ บ ท ก า ร พั ฒ น า พื้ น ที่ เ ข ต ร ะ เ บี ย ง
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
4. นักศึกษาทราบแนวทางการทางาน
วิจัยกับชุมชน ในประเด็นด้านการ
รวบรวมข้อมูล การเก็บข้อมูล การ
วิเคราะห์สังเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการ
นา เสนอ ข้ อ มูลด้า นก า รส่ง เ ส ริ ม
การตลาดเชิงสร้างสรรค์สาหรับการ
ท่องเท่ียวเชิงสุขภาพในเขตระเบียง
เศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
1. นักวิจยั ชุมชน ทราบกระบวนการหา
ความต้องการและปัญหาด้านอุปสงค์