จุดประสงค ์รายวิชา 1. เข้าใจเกี่ยวกบัแพลงกต ์ อน หลกัการและเทคนิควิธีการเพาะเล้ียงแพลงกตอน และการน าไปใช้ประโยชน์ ์ 2. สามารถวางแผน เตรียมการการเพาะเล้ียงแพลงกตอนตามหลักการและกระบวนการโดยค านึงถึงการอนุรักษ์ ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ้ ม 3. มีเจตคติและกิจนิสยัที่ดีต่อการศ ึ กษาเรียนรู้/การปฏิบัติงานด้วยความรับผิดชอบ รอบคอบ ขยัน อดทนมีความคิดสร้างสรรค์ และสามารถทา งานร่วมกบัผอู้ื่น สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้ เกี่ยวกบัแพลงกต ์ อน หลกัการและเทคนิควิธีการเพาะเล้ียงแพลงกตอน และการน าไปใช้ประโยชน์ ์ 2. วางแผนเพาะเล้ียงแพลงกตอนตามหลักการ ์ 3. เตรียมสถานที่เคร ื่องม ื อ อุปกรณ ์ และเพาะเล้ียงแพลงกตอนตามหลักการและกระบวนการ ์ 4. เพาะเล้ียงแพลงกตอนตามหลักการและกระบวนการ ์ 5. ตรวจวัดการเจริญเติบโตของแพลงกตอนตามหลักการและ ์ กระบวนการ 6.จัดการผลผลิตแพลงกตอนตามหลักการและกระบวนการ ์ ค าอธิบายรายวิชา ศึกษาและปฏิบตัิเกี่ยวกบัความสา คญัของแพลงกต ์ อน ลกัษณะทวั่ ไปของแพลงกตอน การจ าแนกประเภทและชนิดของ ์ แพลงก ์ ตอน การเพาะเล้ียงแพลงกต ์ อนพ ื ช การเพาะเล้ียงแพลงกตอนสัตว์ การจัดการผลผลิตและการใช้ประโยชน์ ์
แพลงก์ตอน (plankton) หมายถ ึ ง ส ิ ่ งม ี ช ี ว ิ ตท ี ่ ล ่ องลอยอยใ่ ู นน ้ า ส ุ ดแต ่ คล ื ่ นและกระแสน ้ า จะ พาไป แพลงกต ์ อนส ่ วนม ี ขนาดเลก ็ ต ้ ง ั แต ่ ด ู ดว ้ ยกลอ ้ งจ ุ ลทรรศน ์ จนถ ึ งระดบ ั ท ี ่ มองดว ้ ยตาเปล ่ า เช ่ น แมงกระพรุน แพลงกต ์ อน ประกอบดว ้ ยส ิ ่ งม ี ช ี วต ิ หลายกล ุ ่ ม แต ่ ท ุ กกล ุ ่ มจะม ี ลก ั ษณะท ี ่ เหม ื อนกน ั ค ื อไม ่ ม ีระยางค์หร ื อส ่ วนท ี ่ ช ่ วยในการเคล ื ่ อนท ี ่
การแบ่งประเภทของแพลงก์ตอนออกได้เป็ น 2 กล ่ ม ุ ดง ั น ี ้ 1. แพลงกตอนพืช ์ (Phytoplankton มาจากคา วา ่ phytonในภาษากรีกแปลวา ่ พ ื ช) เป็ น primary production พวกน ้ ี สามารถสามารถสง ั เคราะห ์ แสง สร ้ างอาหาร เองได้ ไดแ ้ ก ่ พ ื ชกล ุ ่ มท ี ่ ม ี สารในเซลลท ์ า ใหส้ ามารถด ู ดซบ ั พลง ั งาน แสงและใชพ ้ ลง ั งานแสงร ่ วมกบ ั ก ๊ าซคาร ์ บอนไดออกไซดใ์ น กระบวนการสังเคราะห์แสง แพลงกต ์ อนพ ื ชม ี ความสา คญ ั ต ่ อระบบ น ิ เวศเพราะเป็ นอาหารเบ ้ ื องตน ้ ของห ่ วงโซ ่ อาหาร(food chain) ในแหล ่ งน ้ า ดง ั น ้ น ั จ ึ งจด ัไดว ้ า ่ เป็ นผผ ู ้ ล ิ ต (producer)
2. แพลงก์ตอนสัตว์ (zooplankton) มาจากค าว่า zoon ในภาษากรีกแปลว่า สัตว์ ) ไม่สามารถ สร้างอาหารเองเป็ นสิ่งมีชีวิตที่กินอาหารอื่นๆและกินแพลงก์ตอน พืชอีกต่อหนึ่ง ไดแ ้ ก ่ สต ั วเ ์ ซลลเ ์ ด ี ยว(โปรโตซัว) จนถึงสัตว์หลายเซลล์ที่ ไม ่ ม ี กระด ู กสน ั หลง ั ท ้ ง ั ระยะตว ั เตม ็ วย ั และในวย ั อ ่ อน แพลงค์ตอน สต ั วจ ์ ด ั อยใ่ ู นอน ั ดบ ั ท ี ่ สองและอน ั ดบ ั ท ี ่ สามของห ่ วงโซ ่ อาหารใน แหล ่ งน ้ า โดยก ิ นท ้ ง ัแพลงค์ตอนพ ื ชและสต ั วเ ์ป็ นอาหาร ดง ั น ้ น ั แพลงกต ์ อนสต ั วจ ์ ด ั วา ่ เป็ นผบ ู ้ ร ิโภค(consumer)
การแบ่งแพลงก์ตอนออกตามร ู ปแบบการเปลย ี ่ นแปลงพฤตก ิ รรม 1. แพลงกต ์ อนชว ั ่ คราว ค ื อ ส ิ ่ งม ี ช ี วต ิ ท ี ่ บางช ่ วงระยะของช ี วต ิ ตรงกบ ั น ิ ยามของแพลงก ์ ตอน เช ่ น ล ู กปลาล ู กกง ุ ้ ท ี ่ ตว ั เลก ็ ๆ ยง ัไม ่ ม ีระยางค์ในการเคลื่อนที่ และปล ่ อยใหต ้ ว ั เองลอยไปตามกระแสน ้ า
2. แพลงกตอนถาวร ์ คือเป็ นแพลงค์ตอนต ้ ง ั แต ่ เก ิ ดจนตาย
บทบาทของแพลงก์ตอนต ่ อการอน ุ บาลล ู กส ั ตว ์ น า ้ 1. เป็ นอาหารหลักส าหรับสัตว์น ้าวัยอ่อน 2. ช ่ วยให ้ ระบบน ิ เวศน ์ในบ ่ ออน ุ บาลเหมาะสมต ่ อการเจร ิ ญเตบ ิโต 3. แพลงก์ตอนทจ ี ่ ะคด ั เลอ ื กมาอน ุ บาลส ั ตว ์ น า ้ วย ั อ ่ อน จะต ้ องเป็ น แพลงก์ตอนทล ี ่ ู กส ั ตว ์ น า ้ กน ิได ้ ย ่ อยได ้ และไม ่ เป็ นพษ ิ
บทบาทของแพลงค์ตอนพืชในบ่อน ้า 1. สังเคราะห์แสงเพิ่มปริมาณออกซิเจน 2. ลดการเกิดน ้าเสีย 3. ลดความโปร่งแสงของน ้า 4. ใช ้ เป็ นดช ั น ี บ ่ งช ี ้ ค ุ ณภาพน า ้ ชน ิ ดและปร ิ มาณของแพลงก์ ตอนใช้ตรวจสอบมลภาวะของแหล่งน ้าได้ -
ปรากฎการณ์ข ้ ีปลาวาฬ หมายถึง ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ท ี ่ ทา ใหน ้ ้ า ทะเลเปล ี ่ ยนส ี เน ื ่ องมาจากการเพ ิ ่ มจา นวนข ้ึ นของแพลงก ์ ตอนซ ่ ึ งทา ใหเ ้ ห ็ นน ้ า ทะเลเป็ นส ี ท ี ่ ต ่ างออกไปจากเด ิ ม ปรากฏการณ ์ น ้ ี อาจเป็ นอน ั ตรายต ่ อปลาและส ิ ่ งม ี ช ี วต ิ อ ื ่ น ๆ ใน ทะเลจากการท ี ่ สาหร ่ ายเซลลเ ์ ด ี ยวบางชน ิ ดปล ่ อยสารพ ิ ษออกมา โดยมากเป็ นกล ุ ่ มไดโนแฟลกเจลเลต
แพลงกต ์ อนท ี ่ ทา ใหเ ้ ก ิ ดปรากฎการณ ์ น ้ า ทะเลเปล ี ่ ยนส ี -Noctiluca -Ceratium -Dinophysis -Gymnodinum
การจา แนกหมวดหม ่ ู เบ ื อ ้ งต ้ น แพลงก์ตอนพืช
Division cyanophyta สาหร ่ ายส ี เข ี ยวแกมน ้ า เง ิ น (blue-green algae) ม ี วว ิ ฒ ั นาการต ่ า ส ุ ด พบไดท ้ ว ั ่ ท ุ กแห ่ งในโลก รงควต ั ถ ุ ท ี ่ พบ ไดแ ้ ก ่ คลอโรฟิ ลลเ ์ อ บ ี ตาแคโรทีน แซนโท ฟิ ลล์ และไฟโคบิลิน สามารถทา ใหเ ้ ก ิ ดวอเตอร์บลูม ไดแ ้ ก ่ Microcystis sp. และ Anabaena sp.
Chroococcus ปกต ิ เป็ นเซลลเ ์ ด ี ่ ยว แต ่ มก ั พบอยเ ่ ู ป็ นกล ุ ่ ม ม ี จา นวน 2-4 เซลล์ ม ี สารเม ื อกหนาห ุ ม ้ อย ่ ู แต ่ ละเซลลร ์ ู ปร ่ างกลม หร ื อร ี ม ี สาร เม ื อกลก ั ษณะใสโปร ่ งแสงห ุ ม ้ เซลล ์
Microcystis เป็ นกล ุ ่ มเซลลร ์ ู ปร ่ างกลมในระยะแรก ต ่ อมา จะเบ ้ ี ยวและม ี ร ู ปร ่ างไม ่ แน ่ นอน เซลลก ์ ระจายอยท ่ ู ว ั ่ ไป เป็ นตว ั การ ทา ใหเ ้ ก ิ ดวอเตอร ์ บล ู ม พบวา ่ ทา ใหเ ้ ก ิ ดข ้ ี แดดในแหล ่ งน ้ า
Oscillatoria เป็ นเส้ นสายท ี อาจอยเ ่ ู ด ี ่ ยวๆ หร ื ออยร ่ ู วม เป็ นกล ุ ่ มหนาแน ่ น แต ่ ละสายไม ่ แตกแขนงลก ั ษณะเป็ นร ู ป ทรงกระบอก ขนาดกวา ้ งเท ่ ากน ั ตลอดสาย
Spirulina คล้าย Oscillatoria ทีขดเป็ นเกลียว มีโปรตีนสูงจัด เป็ น แหล ่ งโปรต ี นท ี ่ สา คญ ั ปั จจ ุ บน ั ม ี การเล ้ ี ยงเป็ นอาหารเสร ิ มส ุ ขภาพ
Nostoc เป็ นกอ ้ นส ี เข ี ยวคล ้ า เซลลม ์ ี ลก ั ษณะเป็ นเส้ นสายคลา ้ ยล ู กปั ด เซลล ์ แต ่ ละเซลลจ ์ ะฝั งตว ัในสารเม ื อก พบไดท ้ ว ั ่ ไปในแหล ่ งน ้ า จ ื ด
Anabaena เซลล ์ เร ี ยงกน ั ต ่ อเป็ นสายยาว เซลล ์ ม ี ร ู ปร ่ างแบบถง ั เบ ี ยร ์ ตรงกลาง ป่ อง อาจทา ให ้ เกด ิ วอเตอร ์ บล ู มเป็ นคร ้ ั งคราว
Division Chlorophyta สาหร่ายสีเขียว (green algae) พบไดใ้ นแหล ่ งน ้ า ทว ั ่ โลก พบในแหล ่ งน ้ า จ ื ด 90 % ซึ่งมีสมาชิกประมาณ 300-450 สกุล ประมาณ 5,700-7,500 ชนิด แพลงกต ์ อนพ ื ชในกล ุ ่ ม น ้ ี ม ี ส ี เข ี ยว พบไดท ้ ว ั ่ ไปในแหล ่ งน ้ า ทว ั ่ โลกจะพบ มากในแหล ่ งน ้ า จ ื ดประมาณ 90 %
chorella ลก ั ษณะ เป็ นเซลลเ ์ ด ี ่ ยวม ี ขนาดเลก ็ ร ู ปร ่ างกลมหร ื อร ี ผนง ั เซลลค ์ ่ อนขา ้ งบาง พบไดท ้ ว ั ่ ไปท ้ ง ัในน ้ า จ ื ด การส ื บพน ั ธ ุ ์โดยการ แบ ่ งเซลลเ ์ ด ิ ม ประโยชน์ เป็ นอาหารของสต ั วน ์ ้ า และแพลงกต ์ อนสต ั ว ์ เป็ นอาหารเสริมสุขภาพของคน
Akistrodesmus ลก ั ษณะ เป็ นเซลลเ ์ ด ี ่ ยวแต ่ บางคร ้ ั งอาจอยร ่ ู วมกน ั เป็ น กล ุ ่ ม เซลลม ์ ี ลก ั ษณะผอมยาว หว ั ทา ้ ยแหลม บางคร ้ ั งเซลล ์ อาจบิดเล็กน้อย
Pediastrum พบในแหล ่ งน ้ า จ ื ด ลก ั ษณะประกอบดว ้ ยเซลลเ ์ ลก ็ ๆจา นวน 2-128 เซลล ์โดยแต ่ ละเซลลจ ์ ะม ี ร ู ปร ่ างไม ่ แน ่ นอน การเร ี ยงตว ั ของเซลลภ ์ ายในกล ุ ่ มด ู คลา ้ ยร ู ปดาวกระจาย
Tetraselmis เซลลม ์ ี ร ู ปร ่ างกลมร ี มก ั อยเ ่ ู ป็ นเซลลเ ์ ด ี ่ ยวๆ ใชเ ้ป็ น อาหารของสต ั วน ์ ้ า วย ั อ ่ อนและแพลงกต ์ อนสต ั ว ์ เ
Division Chromophyta ไดอะตอม ลก ั ษณะโดยทว ั ่ ไป - ส ่ วนใหญ ่ เป็ นเซลลเ ์ ด ี ่ ยว บางคร ้ ั งอาจรวมกน ั เป็ นกล ุ ่ มเซลล ์ หร ื อเป็ นเส้ นสาย พบในน ้ า จ ื ด น ้ า เคม ็ และน ้ า กร ่ อย จด ั เป็ นแพลงก ์ ตอนท ี ่ สา คญ ั ในแหล ่ งน ้ า -เซลลส ์ี น ้ า ตาลทอง หร ื อเข ี ยวปนเหล ื อง หร ื อส ี น ้ า ตาล
Cyclotella ลก ั ษณะ เปล ื อกกลมแบน มก ั อยเ ่ ู ป็ นเซลลเ ์ ด ี ่ ยวๆ ม ี ส ี เหล ื องออก น ้ า ตาล มก ั พบในน ้ า เคม ็ มากกวา ่ ในน ้ า จ ื ด สามารถบ ่ งบอกถ ึ งความ อ ุ ดมสมบ ู รณ ์ ของแหล ่ งน ้ า ได ้
Coscinodiscus ร ู ปร ่ างกลม แบน ม ี ช ่ องวา ่ งภายในเซลลข ์ นาดใหญ ่ ม ี ส ี เหล ื อง ออกน ้ า ตาล มก ั พบในน ้ า เคม ็ มากกวา ่ ในน ้ า จ ื ดเป็ นแพลงกต ์ อนท ี ่ บอกถ ึ งความอ ุ ดมสมบ ู รณ ์ ของแหล ่ งน ้ า แต ่ เป็ นแพลงกต ์ อนท ี ่ ไม ่ ม ี ประโยชน ์ ต ่ อกง ุ ้ หากม ี การบล ู มในบ ่ อน ้ า อาจอ ุ ดแน ่ นในเหง ื อกกง ุ ้ ได้
Rhizosolenia เปล ื อกร ู ปทรงกระบอกยาว ท ี ่ ส ่ วนปลายม ี ลก ั ษณะแหลม คลา ้ ยร ู ปเขม ็ ส ื บพน ั ธ ุ ์โดยการแบ ่ งเซลล ์ บ ่ งบอกถ ึ งความไม ่ อ ุ ดมสมบ ู รณ ์ ของแหล ่ งน ้ า หากเก ิ ดบล ู มมากในแหล ่ งน ้ า อาจไป อ ุ ดท ี ่ เหง ื อกของสต ั วน ์ ้ า ได ้
Chaetoceros เซลลเ ์ ร ี ยงต ่ อกน ั เป็ นแถว เมด ็ ส ี เป็ นส ี น ้ า ตาล เป็ นแพลก ์ ตอนท ี ่ เหมาะเป็ นอาหารของสต ั วน ์ ้ า วย ั อ ่ อน
Skeletonema เซลลม ์ ี ร ู ปร ่ างค ่ อนขา ้ งกลมร ี เร ี ยงต ่ อเป็ นสายยาว เมด ็ ส ี ม ี ส ี น ้ า ตาล เป็ นแพลกต ์ อนท ี ่ เหมาะเป็ นอาหารของสต ั วน ์ ้ า วย ั อ ่ อน
ไดโนแฟลกเจลเลต มีจ านวนและปริมาณรองจากไดอะตอม บางชนิดสามารถ เรืองแสงได้ในเวลากลางคืน บางชนิดท าให้เกิดกระแสน ้าแดง พบมากในแหล่งน ้ากร่อย และทะเลมากกว่าในแหล่งน ้าจืด
Dinophysis มีสีแดง มักบลูมในช ่ วงฤด ู หนาว และช ่ วงรอยต ่ อระหวา ่ งฤด ู หนาวกบ ั ฤด ู ร ้ อน มก ั ก ่ อใหเ ้ ก ิ ดปรากฎการณ์ข ้ ีปลาวาฬ และใน เซลลจ ์ ะสะสมสารพ ิ ษ ซ ่ ึ งจะม ี พ ิ ษต ่ อคนท ี ่ สต ั วน ์ ้ า เขา ้ไป
Gymnodinium เซลลร ์ ู ปร ่ างกลมหร ื อร ี เยอ ื ่ ห ุ ม ้ เซลลอ ์ าจเร ี ยบหร ื อม ี แถบ ตามยาว หากม ี จา นวนมากจะเป็ นอน ั ตรายต ่ อสต ั วน ์ ้ า เพราะจะ สะสมสารพ ิ ษ หากมน ุ ษยก ์ิ นสต ั วน ์ ้ า ท ี ่ ไดร ้ั บสารพ ิ ษน ้ ี เขา ้ไปจะ เก ิ ดอาการผ ิ ดปกต ิ ของลา ไส้
Noctiluca เซลลม ์ ี ขนาดค ่ อนขา ้ งใหญ ่ ร ู ปร ่ างกลม จด ั เป็ นสาหร ่ ายท ี ่ เร ื องแสงได ้ และเป็ นตว ั การท ี ่ ก ่ อใหเ ้ ก ิ ดน ้ า แดง ไดบ ้ ่ อยในอ ่ าวไทย เป็ นแพลงกตอนที่ภายในเซลล์มีแอมโมเนียสูง ์
Gonyaulax เซลลม ์ ี ลก ั ษณะกลมหร ื อร ี สามารถเร ื องแสงได ้ พบท ้ ง ัในทะเล และในน ้ า จ ื ด สามารถเร ื องแสงได ้ เป็ นแพลกต ์ อนท ี ่ ก ่ อใหเ ้ ก ิ ด กระแสน ้ า แดง เป็ นแพลงกตอนที่มีพิษ หากได้รับสารพิษจะมีอาการ ์ ทอ ้ งร ่ วง
Cerratium เมื่อมีการบลูมน ้ า จะม ี ส ี แดงเหม ื อนอ ิ ฐเผา ผลกระทบท ี ่ ตามมา ค ื อ ทา ใหส้ ต ั วน ์ ้ า ตาย เน ื ่ องจากขาดออกซ ิ เจนใน แหล ่ งน ้ า และจะม ี ผลต ่ อหากคนก ิ นสต ั วน ์ ้ า เขา ้ไป
การจ าแนกแพลงก์ตอนสัตว์
Phylum cnidaria สัตว์ในไฟลัมน ้ ี ม ี สมาช ิ ก ค ื อแมงกะพร ุ น จด ั เป็ นแพลงกตอน ์ สต ั วข ์ นาดใหญ ่ ส ่ วนใหญ ่ อาศย ั อยใ่ ู นทะเล ม ี ท ้ ง ั ดา รงช ี วต ิ เป็ น แพลงกตอนถาวรและ ์ แพลงกต ์ อนชว ั ่ คราว
Phylum clenophora สัตว์ในไฟลัมน ้ ี พบในทะเลท ้ ง ั หมด ม ี ช ื ่ อสามาชิก คือ หวี วุ้น มีลักษณะคล้ายแมงกะพรุนมาก เนื่องจากตัวเป็ นวุ้นใสๆ สมาช ิ กส ่ วนใหญ ่ ดา รงช ี ว ิ ตเป็ นแพลงกตอน มีเพียงน้อยชนิดที่ ์ ค ื บคลานบนพ ้ ื นทะเล
Phylum Rotifera -ส ่ วนใหญ ่ พบในน ้ า จ ื ด 80 % หร ื อบร ิ เวณปากแม ่ น ้ า ท ี ่ ม ี ความ เคม ็ ต ่ า พบนอ ้ ยชน ิ ดท ี ่ อาศย ั อยใ่ ู นน ้ า ทะเล -ลา ตว ัประกอบดว ้ ยส ่ วนหว ั ส ่ วนลา ตว ั และ ส ่ วนทา ้ ย -บร ิ เวณส ่ วนหว ั ม ี ซ ี เล ี ยอยเ ่ ู ป็ นวง (corona) ท าหน้าที่พัด โบกและกรองอาหารเขา ้ส ่ ู ปาก
โรติเฟอร์ เป็ นแพลงกต ์ อนสต ั วท ์ ี ่ เหมาะสา หร ั บเป็ นอาหารของล ู กปลา เน ื ่ องจากม ี ขนาดลา ตว ั เลก ็ ต ้ ง ั แต ่ 0.06-1.00 มิลลิเมตร เคล ื ่ อนไหวชา ้ และสามารถแพร ่ พน ั ธ ุ ์ไดร ้ วดเร ็ วในระยะเวลา ส ้ น ั ๆ
Phylum Chaetognatha ไฟลัมคีทอกนาทา ส ั ตว ์ในไฟลม ั น ี เ ้ ร ี ยกท ั ่ วไปว ่ า หนอนธน ู เน ื ่ องจากมร ี ู ปร ่ าง คล ้ ายล ู กธน ู พบอาศ ั ยอย ่ ู ในทะเลท ้ ง ั หมด เป็ นแพลงก ์ ตอนท ี ่ กินสัตว์อื่นเป็ นอาหาร ส่วนใหญ่ด ารงชีวิตเป็ นแพลงก์ตอน ตลอดชีพ
ไฟลัมแอนเนลิดา Phylum Annelida สัตว์ในไฟลัมน ้ ี เป็ นหนอนตว ั กลม พวกท ี ่ พบในทะเลมก ั เร ี ยก ไส้ เด ื อนทะเล ม ี ท ้ ง ั แบบดา รงช ี วต ิ เป็ นแพลงกตอนถาวร และ ์ แพลงกต ์ อนชง ั ่ คราวไดแ ้ ก ่ ตว ั อ ่ อนระยะโทรโคฟอร์ ส ่ วนใหญ ่ อาศย ั อยพ ่ ู ้ ื นน ้ า ใตท ้ ะเล
ไฟลัมอาร์โทรโปดา Phylum Arthropoda กล ่ ม ุ คลส ั ตาเชียน ส ่ วนหน ึ ่ งเป็ นกล ่ ม ุ ส ิ ่ งม ี ช ี วต ิ ทม ี ่ ี สภาพเป็ น แพลงก์ตอน เป็ นส ั ตว ์ไม ่ ม ี กระด ู กส ั นหลง ั สมาช ิ กในไฟลัมนี้มี จ านวนมาก อาศัยในน ้าจืด น ้าเค็ม และน ้ากร่อย มีทั้งที่เป็ นแพลงก์ ตอนชั่วคราว และเป็ นแพลงก์ตอนตลอดชีพ คลาส ครัสเตเชียน ส่วนใหญ่ใช้ชีวิตเป็ นแพลงก์ตอน มีความส าคัญต่อการเพาะเลี้ยง ส ั ตว ์ น า ้ เช ่ น ตว ั อ ่ อนของก ้ ง ุ ป ู ตว ั เตม ็ วย ั ของไรน า ้
Subclass branchiopoda เป็ นคลัสตาเช ี ยนขนาดเลก ็ ส ่ วนใหญ ่ อาศ ั ยอย ่ ู ในน า ้ จด ื ได้แก่ ไรแดง ไรน ้านางฟ้ า พบในน ้าเค็ม ได้แก่ ไรน ้าเค็ม หรือไรสีน ้าตาล
Subclass copepoda โคพีพอดจัดเป็ นแพลกต ์ อนสต ั วท ์ ี ่ สา คญ ั กล ุ ่ มหน ่ ึ ง ส ่ วนใหญ ่ เป็ นแพลงกต ์ อนถาวร ม ี ขนาดเลก ็ ต ้ ง ั แต ่ 0.5-5 มม.ก ิ นแพลงก ์ ตอนพ ื ชเป็ นอาหารกล ุ ่ มไดอะตอมเป็ นอาหาร Subclass cirripedia ระยะตว ั อ ่ อนเท ่ าน ้ น ั ท ี ่ เป็ นแพลงกต ์ อน ไดแ ้ ก ่ เพร ี ยงห ิ น
Phylum mollusca เป็ นแพลกต ์ อนชว ั ่ คราว ไดแ ้ ก ่ ตว ั อ ่ อนของหอย และตว ั อ ่ อน ของหมึก Phylum Echinodermata เป็ นสต ั วท ์ ะเลท ้ ง ั หมด ช ่ วงท ี ่ เป็ นแพลงกตอนจะพบในระยะที่ ์ เป็ นตว ั อ ่ อนเท ่ าน ้ น ั ลก ั ษณะเด ่ นของสต ั วใ์ นไฟลัมน ้ ี ค ื อ การม ี ลา ตว ั เป็ นหนาม หรือมีปุ่ มยาวยื่นออกมา ไดแ ้ ก ่ ดาวทะเล ร ู ปร ่ างม ี แขนยน ื ่ ยาวออก จากลา ตว ั ช ่ วงท ี ่ เป็ นตว ั อ ่ อน เร ี ยกวา ่ แพลงกตอน ์ ไบพินนาเรียน (Bipinnaria larva)