วิธีการศึกษาแพลงก์ตอน
วต ั ถ ุ ประสงค ์หลักในการศึกษาแพลงก์ตอน 1. เพื่อศึกษาชนิดของแพลงก์ตอน 2. เพื่อศึกษาปริมาณของแพลงก์ตอน
เครื่องมือและอ ุ ปกรณ ์ในการเกบ ็ ตว ั อย ่ างแพลงก์ตอน 1. กระบอกเก็บน ้าหรือขวดเก็บน ้า -อาจท าด้วยแก้ว หรือพลาสติก - ความจ ุ 25-500 มล. - ความลึก 10-200 เมตร ข้อดี -สามารถเกบ ็ ตว ั อยา ่ งในระดบ ั ความล ึ กต ่ างๆท ี ่ ตอ ้ งการ ข้อเสีย -เป็ นภาชนะท ี ่ ม ี ความจ ุ จา กด ั
2. การเกบ ็ ตว ั อย ่ างโดยการส ู บน า ้ ขน ึ ้ มากรอง ข้อดี เกบ ็ น ้ า ไดใ้ นปร ิ มาณมากและเร ็ ว ข้อเสีย เก ิ ดแรงดน ั ท ี ่ ปากท ่ อส ู บน ้ า เซลลแ ์ พลงกตอนบางชนิดอาจ ์ เสียหายได ้ ค ่ าใชจ ้่ ายสูง
3. การเกบ ็ โดยการใช ้ ถ ุ งลากแพลงก์ตอน เป็ นเครื่องมือที่นิยมใช้กรองแพลงกต ์ อนในน ้ า ลก ั ษณะเป็ นถ ุ งร ู ปกรวย ทา ้ ยถ ุ งม ี กระบอกเก ็ บตว ั อยา ่ ง ข้อดี ได้ตว ั อยา ่ งในปร ิ มาณมาก และส ุ ่ มตว ั อยา ่ งไดใน้ บริเวณกว้าง ข้อเสีย แพลงกตอนพืชบางชนิดที่มีขนาดเล็ก อาจ ์ หลุด ลอดผ้ากรองไปได้
วิธีเก็บตัวอย่างแพลงก์ตอนด ้ วยถ ุ งลากแพลงก์ตอน 1. การลากในแนวราบ 2. การลากในแนวด ิ ่ ง 3. การลากในแนวเฉียง
การเก็บรักษาตัวอย่าง 1. ฟอร์มาลีน ความเข้มข้น 2-5 % ขอ ้ ด ี หาซ ้ ื อง ่ าย เกบ ็ ไดเ ้ป็ นเวลานาน 2. แอลกอฮอล์ ความเข้มข้น 70 % 3. น ้ า ยาลูกอล เหมาะกบ ั การเกบ ็ ร ั กษาตว ั อยา ่ งแพลงกต ์ อนพ ื ชท ุ กกล ุ ่ ม ภาชนะท ี ่ ใชเ ้ กบ ็ ตว ั อยา ่ งแพลงกตอน ์ ควรเป็ นภาชนะแกว ้ ม ีฝาปิ ดสน ิ ท หากตอ ้ งการเกบ ็ ร ั กษา ตว ั อยา ่ งแพลงกต ์ อนท ี ่ ม ี ช ี วต ิ ควรเกบ ็ ในท ี ่ ม ี แสงสวา ่ งเพ ี ยงเลก ็ นอ ้ ย
การวิเคราะห์ปริมาณแพลงก์ตอน การเตรียมตัวอย่าง 1. ตวงวด ัปร ิ มาตรน า ้ ในขวดเกบ ็ เพอ ื ่ ให ้ ทราบปร ิ มาณทถ ี ่ ู กต ้ อง 2. หยดตัวอย่างลงบนสไลด์ 1 ml. 3. การนับและค านวณ
การเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืช
การเจริญเติบโตของแพลงก์ตอนพืช แบ่งออกเป็ น 5 ระยะ 1. ระยะปรับตัว ระยะปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ยังไม่เพิ่มจ านวน 2. ระยะเอกซ์โพเนนเซียล แพลงก์ตอนเพม ิ ่ จ านวนทวค ี ู ณ 3. ระยะเฉื่อย ชะลอการเจริญเติบโต 4. ระยะคงที่ ปริมาณแพลงก์ตอนคงที่ และเริ่มตาย
วิธีการรักษาสภาพการเพาะเลี้ยงแพลงก์ตอนที่เหมาะสม 1. การย้ายเชื้อ (Transfer) เป็ นการเลี้ยงแบบใช้หัวเชื้อ ส าหรับการย้ายเชื้อ เป็ นระยะๆ เพื่อ การขยายพน ั ธ ์ ุ 2. การเลี้ยงแบบต่อเนื่อง (continuous culture) เลย ี ้ งให ้ได ้ปร ิ มาณส ู งส ุ ด แล ้ วตก ั บางส ่ วนไปให ้ ล ู กส ั ตว ์ น า ้ จากน ้ ั นเตม ิ น า ้ และธาต ุ อาหาร(ป๋ ุ ย) เมื่อมีความหนาแน่นก็ตักออกไป ใช้อีก จนกว่าสภาพบ่อเลี้ยงมีสภาวะไม่เหมาะสม
ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของแพลงก์ตอน 1. แสง 2. อ ุ ณหภ ู ม ิ 3. ความข ่ ุ น 4. ค่าความเป็ นกรดด่างของน ้า 5. ธาต ุ อาหาร
การเพาะเลี้ยงไรแดง
ร ู ปร ่ างลก ั ษณะของไรแดง เป็ นสต ั วไ์ ม ่ ม ี กระด ู กสน ั หลง ั จา พวกก ุ ง ้ ม ี ขนาด 0.4-1.8 ม ิ ลล ิ เมตรลา ตว ั ม ี ส ี แดงเร ื ่ อ ๆ ถา ้ อยร ่ ู วมกน ั เป็ นจา นวนมากจะมองเห ็ น ไรแดงมีสีแดงเข้ม ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม ไรแดงจะมีประชากรเพศผู้ 5 เปอร์เซ็นต์ เพศเมีย 95 เปอร์เซ็นต์
การเพาะไรแดงในบ่อซีเมนต์ 1. การเพาะเล ้ ี ยงแบบเกบ ็ เก ี ่ ยวไม ่ ต ่ อเน ื ่ อง คือการเพาะไรแดง แบบการเกบ ็ เก ี ่ ยวเพ ี ยงคร ้ ั งเด ี ยว 2. การเพาะแบบเกบ ็ เก ี ่ ยวต ่ อเน ื ่ อง คือการเพาะไรแดงแบบเก ็ บ เก ี ่ ยวผลผล ิ ตไรแดงหลายวน ั ภายในบ ่ อเด ี ยวกน ั
วส ั ด ุ และอ ุ ปกรณ ์ 1. บ ่ อผล ิ ต 2. เครื่องเป่ าลม 3. ผ้ากรอง 4. น ้ า เข ี ยว 5. ไรแดง 6. กากผงชูรส (อามิ-อามิ) 7. อาหารสมทบ ไดแ ้ ก ่ ร ากากถว ั ่ และปลาป่ นหมก ั 8. ปุ๋ ยวิทยาศาสตร์ 9. ปูนขาว
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมบ่อผลิต บ ่ อใหม ่ จะตอ ้ งลา ้ งบ ่ อใหอ ้ ยใ่ ู นสภาพเป็ นกลาง (7-8) โดยแช ่ น ้ า ท ิ ้ งไวป้ ระมาณ 1-3 สัปดาห์ บ ่ อเก ่ า ตอ ้ งลา ้ งบ ่ อแลว ้ ตากบ ่ อใหแ ้ หง ้ เพ ื ่ อกา จด ั ศต ั ร ู ไรแดง
ขั้นตอนที่ 2 การเตรียมน ้า การระบายน ้ า เขา ้ บ ่ อโดยผา ่ นการกรองดว ้ ยถ ุ งกรอง จะช ่ วย ป้ องกน ั ศต ั ร ู ไรแดงท ี ่ ต ิ ดมากบ ั น ้ า ระดบ ั น ้ า ท ี ่ ใชป้ ระมาณ 20-30 ซม. ขั้นตอนที่ 3 การเตรียมอาหาร 1. อาหารผสม ไดแ ้ ด ่ ร าละเอ ี ยด ปลาป่ น และกากถว ั ่ เหล ื อง โดยเฉพาะกากถว ั ่ เหล ื องจะม ี กรดไขมน ั ท ี ่ เร ่ งการลอกคราบของไรแดง ทา ใหผ ้ ลผล ิ ตไรแดงส ู งข ้ึ น 2. น ้ า เข ี ยวเช ่ น คลอเรลล ่ า ซ ่ ึ งทา ใหไ้ รแดงสมบ ู รณ ์ จ ึ งม ี ผลผล ิ ต ท ี ่ เพ ิ ่ มข ้ึ น
ขั้นตอนที่ 4 การเตร ี ยมพน ั ธ ์ ุ ไรแดง จา เป็ นตอ ้ งใชแ ้ ม ่ พน ั ธ ุ ์ ท ี ่ สมบ ู รณ ์ และแขง ็ แรง ม ี วธ ิี การดา เน ิ นการ ง ่ าย ๆ ดง ั น ้ ี 1. การคัดพันธุ์ไรแดง ควรแยกไรแดงออกจากแพลงกตอนสัตว์ ์ ชนิดอื่น โดยใช้กระชอนอวนมุ้งสีฟ้ าขนาดตาเล็กที่สุด 2. การสังเกตเพศไรแดง ไรแดงมี 2 เพศ คือ ไรแดงเพศเมียและไร แดงเพศผู้ ในสภาวะเหมาะสมไรแดงจะสร้างเพศผู้เพียง 5%
3. การถ ่ ายน ้ า หมายถ ึ งการระบายน ้ า ออกและเต ิ มน ้ า เขา ้ ท ุ ก2-3 วัน โดยสังเกตปริมาณผลผลิตไร แดงในบ ่ อ ขั้นตอนที่ 5 การควบค ุ มบ ่ อผลต ิ การคงสภาพบ ่ อผล ิ ตใหส้ ามารถเกบ ็ ผลผล ิ ตไดม ้ ากกวา ่ 7 วัน มี วธ ิี การดง ั น ้ ี 1. การเกบ ็ เก ี ่ ยวผลผล ิ ตใหเ ้ กบ ็ เก ี ่ ยวเพ ี ยงวน ั ละคร ่ ึ งหน ่ ึ งของ ผลผล ิ ตท ้ ง ั หมด ค ื อคร ้ ั งแรกวน ั ท ี ่ 3 หรือ 5 หลง ั จากเต ิ มแม ่ พน ั ธ ุ ์ไร แดง 2. การเติมอาหาร ให้เติมอาหารหมักทุกวัน โดยสังเกตปริมาณ ผลผลิตไรแดงในบ ่ อ 3. การถ ่ ายน ้ า หมายถ ึ งการระบายน ้ า ออกและเต ิ มน ้ า เขา ้ ท ุ ก2-3 วน ั โดยสง ั เกตปร ิ มาณผลผล ิ ตไรแดงในบ ่ อ
วิธีเพาะเลี้ยงไรแดงแบบเก็บเกี่ยวไม่ต่อเนื่อง 1.1 ในบ ่ อซ ี เมนตข ์ นาด 50 ตารางเมตร ซึ่งท าความสะอาดและ ตากบ ่ อท ิ ้ งไวแ ้ ลว ้ 1 วัน 1.2 เปิ ดน ้ า และกรองลงบ ่ อใหไ้ ดร ้ ะดบ ั ความส ู ง 20 เซนติเมตร พร ้ อมท ้ ง ั ละลายป๋ ุ ยและอาหารลงในบ ่ อโดยใชส้ ู ตรใดส ู ตรหน ่ ึ ง ดง ั น ้ ี
สูตรที่ 1 อามิ-อามิ 8 ลิตร ปุ๋ ยนา (16-20-0) 1.2 กก. ปุ๋ ยยูเรีย(46-0-0) 1.2 กก. ปุ๋ ยซุปเปอร์ฟอสเฟต (0-46-0) 100 กรัม ปูนขาว 1 กก. กากถวั่เหล ื อง 1 กก. สูตรที่ 2 ร าละเอียด 1 กก. ปลาป่ น 0.5 กก. กากถวั่เหล ื อง 0.5 กก. ปุ๋ ยนา (16-20-0) 1.2 กก. ปุ๋ ยยูเรีย(46-0-0) 1.2 กก. ปุ๋ ยซุปเปอร์ฟอสเฟต (0-46-0) 100 กรัม ปูนขาว 1 กก.
1.3 ทา การเต ิ มน ้ า เข ี ยวลงในบ ่ อประมาณ 1 ตัน (1,000) ล ิ ตร ท ิ ้ งไว ้ ประมาณ 3 วน ั ในระหวา ่ งน ้ ี ควรเด ิ นคนบ ่ อย ๆ เพ ื ่ อป้ องกน ั การตกตะกอน 1.4 หลง ั จากน ้ า เข ี ยวเจร ิ ญเต ิ บโตเตม ็ ท ี ่ แลว ้ จ ึ งนา พน ั ธ ุ ์ไรแดงท ี ่ ม ี ความสมบ ู รณ ์ใส ่ ลงไปจา นวน 2 ก ิโลกร ั ม และใหอ ้ ากาศในน ้ า ไรแดงจะ ขยายพน ั ธ ุ ์ ข ้ึ นและสามารถเกบ ็ เก ี ่ ยวไรแดงไดป้ ระมาณ 13-15 ก ิโลกร ั ม ใช ้ เวลาการเพาะเล ้ ี ยงไรแดงประมาณ 5 วัน
2. วิธีเพาะเลี้ยงไรแดงแบบเก็บเกี่ยวต่อเนื่อง 2.1 เม ื ่ อดา เน ิ นข ้ น ั ตอนตามวธ ิี การ ถึงข้อ 1.4 ในการเกบ ็ เก ี ่ ยวไรแดง จะทา การเก ็ บไรแดงมาใชเ ้ พ ี ยงคร ่ ึ งของไรแดงท ี ่ เก ิ ดข ้ึ นในบ ่ อประมาณ 5-6 ก ิโลกร ั ม 2.2 ลดระดบ ั น ้ า ลงใหเ ้ หล ื อประมาณ 10 เซนติเมตร แล้วท าการเติม น ้ า สะอาดและน ้ า เข ี ยวผสมอาหารและป๋ ุ ย ทา เช ่ นน ้ ี ท ุ กวน ั จนกวา ่ สภาวะ แวดลอ ้ มในบ ่ อไรแดงไม ่ เหมาะสมหร ื อผลผล ิ ตต ่ อไรแดงลดลงจ ึ งทา การ ลา ้ งบ ่ อแลว ้ เร ิ ่ มทา การเพาะใหม ่
ปัญหาผลผลิตไรแดงลดลง 1. ปร ิ มาณออกซ ิ เจนต ่ า สง ั เกตจากไรแดงลอยตว ัในตอนเชา ้ แต ่ ผลผล ิ ตไรแดงต ่ า ลงในวน ั ต ่ อมา หร ื อน ้ า ข ่ น ุ เขม ้ 2. ม ี ศต ั ร ู ไรแดงในบ ่ อผล ิ ต 3. น ้ า ในบ ่ อผล ิ ตม ี ความเขม ้ ขน ้ ส ู ง ส ี เข ี ยวขน ้ เน ื ่ องจากม ี อาหารมาก เก ิ นไป 4. น ้ า ในบ ่ อผล ิ ตใสจนเห ็ นกน ้ บ ่ อเน ื ่ องจากอาหารนอ ้ ยเก ิ นไป
การฟักไข่อาร์ทีเมีย
ร ู ปร ่ างลก ั ษณะของอาร์ทีเมีย อาร์ท ี เม ี ยไม ่ ม ี เปล ื อกแขง ็ ห ุ ม ้ ตว ั วา ่ ยน ้ า ในลก ั ษณะหงายทอ ้ ง ลา ตว ั แบน เร ี ยวยาวลา ตว ั แบ ่ งเป็ น 3 ส ่ วน ปกต ิ เพศผจ ู ้ ะม ี ขนาดเลก ็ กวา ่ เพศเมีย
วงจรชีวิตของอาร์ทีเมีย ตว ั อ ่ อนท ี ่ ออกมาจากแม ่โดยตรงหร ื อฟั กจากไข ่ เร ี ยกวา ่ “อิน สตาร์วัน” (Instar I) มีความยาวประมาณ 0.40-0.52 มิลลิเมตร สี เหล ื องส้ มของไข ่ แดง ตว ั อ ่ อนจะเจร ิ ญเต ิ บโตโดยม ี การลอกคราบ ประมาณ 15 คร ้ ั งจะเจร ิ ญเป็ นตว ั เตม ็ วย ั(Adult) ใช้เวลาประมาณ 7- 15วัน การส ื บพน ั ธ ุ ์โดยการจบ ั ค ู ่ ผสมพน ั ธ ุ ์ จะใหล ้ ู ก2 แบบ คือ เป็ น ตว ั อ ่ อน (nauplii) หร ื อเป็ นไข ่(Cysts) ข ้ึ นอยก ่ ู บ ั สภาวะแวดลอ ้ ม
อาร์ทีเมีย
การฟักไข่อาร์ทีเมีย มีขั้นตอนดังนี้ - เตร ี ยมภาชนะฟั กไข ่ ส ่ วนมากจะใชภ ้ าชนะทรงกลมท ี่ม ี ขนาดเลก ็ มี ความจุประมาณ 5 – 20 ลิตร ยกเวน ้ ฟาร ์ มขนาดใหญ ่ ท ี่จา เป็ นตอ ้ งเพาะคร ้ ั งละ มากๆ จะใช้ถังไฟเบอร์ขนาด 100 – 200 ลิตร - เตร ี ยมน ้ า โดยใชน ้้ า ทะเลปกต ิ หร ื อน ้ า จ ื ดผสมดว ้ ยเกล ื อใหม ้ี ความ เค็ม 25 ppt. - ใส ่ สายลม เพื่อให้ออกซิเจน ใช้เวลา 24 – 36 ชว ั่โมง ไรจะฟักตัว ออกจากไข ่ จะสง ั เกตไดว ้ า ่ น ้ า ในภาชนะท ี่ใชฟ้ ั กไข ่ ม ี ส ี สม ้ เน ื่องจากตว ั อ ่ อนท ี่ ออกจากไข ่ใหม ่ ๆ เหมาะที่จะน าไปใช้อนุบาลลูกปลา -การแยกตว ั อ ่ อนของอาร์ท ี เม ี ยออกจากเปล ื อกไข ่
การแยกตัวอ่อนของอาร์ทีเมียออกจากเปลือกไข่ 1. ยกสายลมออก เพ ื ่ อใหน ้ ้ า หยด ุ การหม ุ นเวย ี น 2. ปล ่ อยท ิ ้ งไว ้15-20 นาที 3. ใชส้ ายยางด ู ดเอาตว ั อ ่ อนอาร์ท ี เม ี ยท ี ่ กน ้ ภาชนะ แลว ้ กรองดว ้ ย กระชอนผ้าตาถี่ 4. ลา ้ งใหส้ ะอาด และนา ไปใหส้ ั ตวน ์ ้ า ไดท ้ น ั ท ี
ปัจจัยส าคัญที่มีผลต่อการฟักไข่อาร์ทีเมีย 1. ความหนาแน ่ นของไข ่อาร์ทีเมีย 2. แสง 3. ความเป็ นกรด-ด ่ าง (pH) ที่เหมาะสมประมาณ 8.5-9 4. อุณหภูมิที่เหมาะสมประมาณ 20-34องศาเซลเซียส 5. ความเคม ็ ท ี ่ เหมาะสมทว ั ่ ไปประมาณ 10-30 ส ่ วนในพน ั 6. ออกซิเจน 7. ถง ัฟั กไข ่อาร์ทีเมียควรเป็ นถังรูปทรงกระบอก ข้างถังควรทึบ แสงกน ้ ถง ัใส
การเพาะเลี้ยงโรติเฟอร์
โรติเฟอร์(rotifer) สภาวะปกติโรติเฟอร์เก ื อบท ้ ง ั หมดเป็ นเพศเม ี ย โรต ิเฟอร์แต ่ ละตัวให้ลูกได้ประมาณ 20 ตัว
วิธีการเลี้ยง 1. การเลี้ยงแบบเปลี่ยนถัง -โดยการลา ้ งบ ่ อใหส้ ะอาดและตากใหแ ้ หง ้ - เติมคลอเรลล ่ าใหเ ้ ตม ็ บ ่ อ - เติมพันธุ์โรติเฟอร์ลงในบ ่ อ - ให้ฟองอากาศ เกบ ็ เก ี ่ ยวโรต ิเฟอร์ 70-80% ไปใชอ ้ น ุ บาลสต ั วน ์ ้ า วย ั อ ่ อน เหล ื อไว ้ 20-30% เป็ นพน ั ธ ุ ์ในการเพาะเล ้ ี ยงในถง ัใหม ่ รอบต ่ อไป
2. การเลี้ยงแบบเก็บผลผลิตบางส่วน -โดยการลา ้ งบ ่ อใหส้ ะอาดและตากใหแ ้ หง ้ - เติมคลอเรลล ่ าใหเ ้ ตม ็ บ ่ อ - เติมพันธุ์โรติเฟอร์ลงในบ ่ อ - ให้ฟองอากาศ เม ื ่ อไดค ้ วามหนาแน ่ นของโรต ิเฟอร์มากแล้ว ให้ตักโรติเฟอร์ ออกบางส ่ วน จากน ้ น ั เต ิ มคลอเรลล ่ าลงในถง ั อ ี ก ทา การเกบ ็ เก ี ่ ยวท ุ ก วันจนโรติเฟอร์ลดจา นวนลง หลง ั จากน ้ น ั ตอ ้ งทา ความสะอาดถง ั เพ ื ่ อ เร ิ ่ มตน ้ เล ้ ี ยงใหม ่
อาหารที่ใช้เลี้ยง อาหารท ี ่ ด ี ท ี ่ ส ุ ดในการเล ้ ี ยงโรตเฟอร์ ิ ไดแ ้ ก ่ สาหร ่ ายขนาดเลก ็ (คลอเรลล ่ า) การเก็บเกี่ยว ใช้ถุงแพลงกตอนขนาดตา ์ 60 ไมครอน กรองโรติเฟอร์ ลา ้ งดว ้ ยน ้ า สะอาดแลว ้ นา ไปใหส้ ต ั วน ์ ้ า วย ั อ ่ อน
ข้อดีของโรติเฟอร์ -มีขนาดเล็ก -ม ี ค ุ ณค ่ าทางอาหารส ู ง -เคลื่อนไหวช้า -เล ้ ี ยงไดใ้ นปร ิ มาณมาก -ขยายพน ั ธ ุ ์ไดร ้ วดเร ็ ว ในระยะเวลาส ้ น ั
การเพาะเลี้ยงสเกลีโตนีมา
สเกลีโตนีมา (Skeletonema) เป็ นแพลกต ์ อนพ ื ชในกล ุ ่ มท ี ่ เร ี ยกวา ่ ไดอะตอม เม ื ่ อรวมกน ั มากๆ จะทา ใหเ ้ ห ็ นน ้ า เป็ นส ี น ้ า ตาล เซลลร ์ ู ปทรงกลมหร ื อทรงกระบอกหว ั ทา ้ ยโคง ้ มนต ่ อกน ั เป็ นสายโซ ่ ม ุ มฝาม ี หนามบางๆเร ี ยงกน ั เป็ นวง หนามแต ่ ละเซลลป์ ระสานต ่ อกน ั เป็ นสาย -อยไ่ ู ดใ้ นช ่ วงอ ุ ณหภ ู ม ิ กวา ้ ง 3-32 องศาเซลเซียส -ความเค็มที่เหมาะสมคือ 25-29 ppt
วิธีการเพาะเลี้ยงสเกลีโตนีมาในถัง 1 ตัน ข ้ น ั ตอนที่ 1 เตร ี ยมน ้ า ทะเลโดยผา ่ นการกรอง ตรวจสอบความเค็ม 28-30 ส ่ วนในพน ั ส ่ วน แลว ้ ฆ ่ าเช ้ ื อต ่ างๆในน ้ า โดยใชค ้ ลอร ี น ที่ความ เข้มข้น 60 เปอร์เซ็นต์ 15-30 กร ั มต ่ อล ู กบาศกเ ์ มตรเป่ าลมท ิ ้ งไวป้ ระมาณ 2 วัน ขั้นตอนที่ 2 เติมป๋ ุ ยและตามดว ้ ยหว ั เช ้ ื อจากห้องปฎิบัติการ ใน อต ั ราส ่ วนหว ั เช ้ ื อ 1:10 เช ่ น หากขยายในภาชนะ 10 ล ิ ตรใหใ้ ชห ้ ว ั เช ้ ื อ 1 ลิตร พร้อมเป่ าอากาศท ิ ้ งไวใ้ หโ้ ดนแสงแดด 2-4 วน ั จนขยายจา นวนเพ ิ่มมากข ้ึ น สังเกตไดจ ้ ากส ี ของน ้ า ท ี่เขม ้ ข ้ึ น จ ึ งสามารถนา ไปใชเ ้ป็ นอาหารแพลงกตอนสัตว์ ์
ส ู ตรป๋ ุ ยเพาะเลี้ยงสเกลีโตนีมาในถัง 1 ตัน 1.โปตัสเซียมไนเตรท 100 กรัม 2.ไดโซเดียมไฮโดรเจนฟอสเฟต 10 กรัม 3.โซเดียมเมตาซิลิเกต 5 กรัม 4.เฟอร์ริกคลอไรด์1 กรัม
หลักการสังเกตว่าเซลล์ของ skeketonema เน่าเสียหรือไม่ 1. เซลลเ ์ ร ิ ่ มจมส ่ ู พ ้ ื นหร ื อเกาะขา ้ งภาชนะ 2. ม ี เซลลว ์ า ่ ง 3. เซลลม ์ ี ส ี น ้ า ตาลเขม ้ เก ื อบดา 4. กา ้ นท ี ่ เช ื ่ อมระหวา ่ งเซลลส ์ ้ น ั ลง 5. เซลลม ์ ี ร ู ปร ่ างกลม 6. สายโซ ่ เซลลส ์ ้ น ั กวา ่ เด ิ ม
การเพาะเลี้ยงสไปร ู ไลน่า
สไปร ู ไลนาหรือสาหร่ายเกลียว ส ื บพน ั ธ ุ ์โดยหก ั เป็ นท ่ อนแลว ้ ยาวต ่ อไป ม ี ค ุ ณค ่ าทางโภชนาการหลากหลาย ม ีโปรต ี นส ู ง อ ุ ดมดว ้ ย วต ิ าม ิ นและเกล ื อแร ่ หลายชน ิ ดม ี สารเร ่ งส ี สา หร ั บส ั ตว ์ และม ี สารตา ้ นเช ้ ื อ โรคโดยเฉพาะไวรัส จ ึ งเหมาะท ี ่ จะนา มาเพาะเล ้ ี ยงเพ ื ่ อเป็ นอาหารของคน และสัตว์
การเตรียมอ ุ ปกรณ ์ ภาชนะ การเพาะเล ้ ี ยงเพ ื ่ อเกบ ็ ผลผล ิ ตควรใชภ ้ าชนะท ี ่ ม ี ความจ ุ ไม ่ ต ่ า กวา ่ 50ลิตร ภาชนะต้องวางให้ได้รับแสง อ ุ ปกรณ ์ให ้ฟองอากาศ ปั ๊ มลมโดยใชห ้ ว ั ทราย
ส ู ตรป๋ ุ ยท ั ่ วไป ส าหร ั บเพาะเลี้ยงสไปร ู ไลนา 1 โซเดียมไนเตรท 150 กรัม ไดโปแตสเซียมหรือไดโซเดียมไฮโดรเจนฟอสเฟต 30 กรัม โซเดียมไบคาร์บอเนต 1,000 กรัม อามิ-อามิ หรือกากผงชูรส ชนิดเข้มข้น 100 ซีซี
น ้า น ้ า ท ี ่ ใชใ้ นการเพาะเล ้ ี ยงใชน ้้ า ใสสะอาด เช ่ น น ้ า บาดาล น ้ า บ ่ อ น ้ า ประปาท ี ่ ไม ่ ม ี คลอร ี น สวิง ส าหรับกรองสไปรูไลนา ขนาดตา 60 ไมครอน