การพฒนารัูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัู แลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนของโรงเรียนพร ้ าววทยาคมิ จังหวดเชั ียงใหม่ The Development of Student Care and Support System Management in an Aspect of Students Screening of Phraowittayakom School, Chiang Mai Province ปุญชรัศม ิ์ พันธุวัฒน ์ วิทยานิพนธ์นี้เป็ นส่วนหน ึ่ งของการศึกษา หลกสัูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวชาการบริ ิหารการศึกษา บัณฑิตวทยาลิ ัย มหาวทยาลิยราชภัฏเชั ียงใหม่ พ.ศ.2560
ข หัวข้อวทยานิ ิพนธ์ : การพฒนารัูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ผ้วิจัยู : ปุญชรัศม์ิพันธุวัฒน์ สาขาวชาิ : การบริหารการศึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาวทยานิ ิพนธ์ : อาจารย์ดร.สําเนา หม ื่ นแจ่ม อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก : ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สงบ ประเสริฐพนธั ุ์ อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม บทคดยั ่อ การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์ 1) เพ ื่ อศึกษาสภาพและปัญหาระบบการบริหารจดการั งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวัด เชียงใหม่ 2) เพ ื่ อสร้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั นักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 3) เพ ื่อใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหา การใช้รูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่และ4) เพ ื่ อศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหาร จัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่โดยใช้วิธีการวิจัยและพัฒนา(Research and Development) กลุ่มเป้าหมาย ประกอบดวย้ครูที่ใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั นักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ไดแก้ ่คณะครูกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียน จํานวน15 คน หัวหนาระด้บจัานวนํ 6 คน และครูที่ปรึกษาจานวนํ 39 คน เคร ื่ องมือท ี่ใชในงานว ้ ิจัย คือแบบศึกษาสภาพแวดลอม้ แบบสัมภาษณ์และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยค่าเบ ี่ ยงเบนมาตรฐานแลวน้ ําเสนอผลการวิจัยโดยใช้วิธีการพรรณนา ผลการวิจัยสรุปได้ดังน้ี 1. การศึกษาสภาพและปัญหาระบบบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่พบว่าเกิดจากเคร ื่ องมือ ที่ใชในกระบวนการค ้ดกรองนักเรั ียนไดแก้ ่แบบคดกรองนักเรั ียนและการใชโปรแก ้รมScan Tool3
ค ในการประมวลผล เพ ื่ อจาแนกนํ ักเรียนเป็นสามกลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มปกติกลุ่มเส ี่ ยงและ กลุ่มมีปัญหา 2. การสร้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั นักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่จากสภาพและปัญหาท ี่ พบจึงดาเนํ ินการ แก้ปัญหา โดยใช้กระบวนการทํางานอย่างเป็นระบบตามวงจรพัฒนาคุณภาพของเดมมิ่ง ซึ่งได้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียนประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ คือ 1) การวางแผนสร้างความเขาใจเก ้ ี่ ยวกบสภาพและป ั ัญหารูปแบบการบริหารจดการงานระบบั ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน โดยการประชุมครูที่ปรึกษาพร้อมท้งดัาเํนินการ แต่งต้งคณะกรรมการดัาเนํ ินการแกไขป ้ ัญหาและประชุมครูเพ ื่ อวางแผนแกปั ้ญหา โดยจดทั าเปํ ็น แผนปฏิบัติงานสร้างรูปแบบระบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 2) การดาเนํ ินการตามแผนปฏิบัติงานซ ึ่งประกอบดวยการสร ้ ้างนวตกรรมั เพ ื่อใช้ในการพฒนาั รูปแบบจานวนํ 3 นวตกรรมได ัแก้ ่การสร้างเกณฑ์การคดกรองและแบบคัดกรองั โปรแกรมพร้าว คัดกรอง และคู่มือการใช้งานโปรแกรมพร้าวคัดกรอง 3) การตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบ การบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนและ 4) การปรับปรุง แกไขเพ ้ ื่อให้รูปแบบมีประสิทธิภาพ 3. การใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบั ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 1) การทดลองใช้รูปแบบโดยครูหัวหนาระด้บพบวั ่า รูปแบบมีความเป็นระบบ เหมาะสมกบบรั ิบท ของโรงเรียน มีความชดเจนัตรงกบความตัองการ้กระชบเวลาัเอ้ ือต่อการทางานของครํูแต่คู่มือ การใช้ไม่เอ้ ือต่อผู้สูงวัย 2) การใช้รูปแบบโดยครูที่ปรึกษาพบว่า มีความพึงพอใจต่อการใช้งาน โปรแกรมพร้าวคดกรองโดยรวมอย ัูระด่บมากทั ี่สุด (Xഥ = 4.73) มีความพึงพอใจต่อการใช้คู่มือ โปรแกรมพร้าวคดกรองโดยรวมอย ัูระด่บมากทั ี ่สุด (Xഥ= 4.57) และมีความพึงพอใจต่อการใช้ รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน โดยรวม อยระดู่บมากทั ี่สุด(Xഥ = 4.82) 4. การศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคัดกรองนักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่พบว่าครูกลุ่มบริหาร งานกิจการนกเรั ียน มีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนโดยรวมอยระดู่บมากทั ี่สุด (Xഥ = 4.74)
ง The Title : The Development of Student Care and Support System Management in an Aspect of Students Screening of Phraowittayakom School Chiang Mai Province The Author : Puncharat Puntuwat Program : Educational Administration Thesis Advisors : Lect. Dr.Samnao Muenjaem Chairperson : Asst. Prof. Dr. SaNgop Prasertphan Member Abstract This research and development study had been carried out to1) study states and problems in student care and support system in an aspect of student screening of Phraowittayakom school, Chiang Mai province; 2) construct a management model for the student screening; 3) apply the model and examine the possible problems related to the model, and 4) study users’ satisfaction related to the model. The target group consisted of the teachers who had applied the model. They were 15 teachers who were administrative members in the Department of Student Affairs, 6 head teachers of each class level and 39 homeroom teachers. The tools employed in this study consisted of a survey form, an interview form and a questionnaire related to the users’ satisfaction. Data analysis was performed through percentage, mean and standard deviation. The descriptive method was employed to present the results of the study which can be concluded as follows: 1. In an aspect of the states and the problems of the student screening system management; the tools utilized to screen the students were a student screening form and Scan Tool3 program. The students were classified into three groups, namely normal, at-risk, and problematic. 2. The construction of model; after the states and the problems were examined, the problems found were solved through the Deming Cycle. A model was subsequently constructed, consisting of 4 components: 1) Plan: a homeroom teacher meeting was held to enrich
จ understanding about the states and the problems related to the student screening. Moreover, an action committee was designated to help solve the problems and a teacher meeting was also convened to createan action plan for constructing a model; 2) Do: three innovations were constructed to develop the model. They were the making of screening criteria and screening form, Phrao screening program, and a handbook for the program;3) Check: the quality of the model was checked, and 4) Act: the model was improved and adjusted for its full effectiveness. 3. The application of the model and its problems;1) The experimental use of the model by the head teachers of each class level revealed that the model was systematic, time-saving, easy to use and conducive to the teachers and the school context. However, the handbook for the program was difficult to use for the senior teachers. 2) As for the model used by the homeroom teachers, the results pointed out that the teachers were satisfied with Phrao screening program at the highest level(ݔ= ̅4.73), with the handbook at the highest level (ݔ =̅4.57) and with the application of the model at the highest level(ݔ = ̅4.82), respectively. 4. The users’ satisfaction related to the model; the results demonstrated that the teachers who worked in the Department of Student Affairs were satisfied with the model at the highest level (ݔ =̅4.74).
ฉ กิตตกรรมประกาศ ิ ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทในการบริหารงานมากข้ึนการบริหารจดการขัอมู้ลที่ดี มีความถูก ต้อ ง ทันสมัย รวดเร็ ว ส่งผลให้การตัดสินใจในการบริหารงานได้ดี ขึ้น การพฒนาบัุคลากรท้งทางดัานผ้ ู้ผลิต และผู้ใชเทคโนโลย ้ ี ให้มีความรู้ความสามารถและทกษะั ในการผลิต รวมท้งการใช ั เทคโนโลย ้ ีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ จะส่งเสริมให้กระบวนการ บริหารจดการดัานการศ ้ ึกษามีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนซ ึ่งเป็นส่วนสําคญในการส ั ่งเสริม พัฒนา ป้องกันและ แก้ไขปัญหาท ี่ จะเกิดข้ึนกับผู้เรียน ช่วยให้นักเรียนมีพฤติกรรมท ี่ เหมาะสม สามารถดารงชํ ีวิต ในสังคมได้อย่างมีความสุข เม ื่ อครู รู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลแล้วกระบวนการที่สําคัญ คือกระบวนการคดกรองนักเรั ียนในการจาแนกนํกเรั ียนเป็น 3 กลุ่มไดแก้ ่กลุ่มปกติกลุ่มเส ี่ ยงและ กลุ่มมีปัญหา เพ ื่ อท ี่ จะทาการสํ ่งเสริมและพฒนาผั ู้เรียนในกลุ่มปกติ ป้องกนชั ่วยเหลือนักเรียน ในกลุ่มเส ี่ ยงและแกไขน ้กเรั ียนในกลุ่มมีปัญหาตามข้ นตอนของระบบดัูแลช่วยเหลือต่อไป งานวิจัยน้ีสําเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีเน ื่ องจากการช่วยเหลือ แนะนํา ตลอดจนกําลังใจ จากบุคคลหลายฝ่าย ผู้วิจัยของกราบขอบพระคุณ อาจารย์ดร.สําเนา หม ื่ นแจ่ม ที่ปรึกษา วิทยานิพนธ์หลักผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.สงบ ประเสริฐพนธั ุ์อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม รองศาสตราจารย์อุเทน ปัญโญ ประธานกรรมการสอบวิทยานิพนธ์ รองศาสตราจารยประว ์ ัติ พื้นผาสุขผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.หนูม้วน ร่มแก้วอาจารย์พิรุฬห์แกวฟ้ ุ้งรังสี นายวีระ ศิริรัตน์ นางญาณิศา คําภิระ และนางสาวสายฝน วรรณกูล ผู้เช ี่ยวชาญในการตรวจเครื่ องมือ พร้อมท้ งให ัแนวค้ ิดและคาแนะนําทํ ี่เป็นประโยชน์ต่อการดาเนํ ินการวิจัยในคร้ังน้ี งานวิจัยในคร้ังน้ีหากไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารและบุคลากรของโรงเรียน พร้าววิทยาคมท ี่ให้ความช่วยเหลือในการให้ข้อมูลดาน้ต่างๆ ตลอดจนการให้ความอนุเคราะห์ใน การเกบข็อมู้ลและการทดลองใชเคร้ ื่ องมือในการทาวํ ิทยานิพนธ์
ช การวิจัยคร้ังน้ีเป็นงานที่มีรายละเอียดซับซ้อน ต้องใช้เวลาและความอดทนการได้รับ ความรักความเขาใจ ้และความเอ้ ืออาทรให้แก่ผู้วิจัยไม่รู้จบจากครอบครัวพนธั ุวัฒน์และครอบครัว สุนะ รวมถึงกลยาณมั ิตรทุกท่านท ี่ให้ความช่วยเหลือให้ความห่วงใยตลอดมาจนเป็นพลงสั ําคัญ ในการเรียนรู้พลงทั ี่มุ่งมนให ั่เก้ ิดความสาเรํ ็จในคร้ังน้ีผู้วิจัยขอโอกาสน้ีกรอบขอบพระคุณทุกท่าน ที่ร่วมสร้างพลงทั้ งทั ี่ปรากฏและไม่ได้ปรากฏในรูปของวิทยานิพนธ์ฉบบนั้ี ปุญชรัศม์ิพันธุวัฒน์
ซ สารบัญ หน้า บทคดยั ่อ.................................................................................................................................. ข ABSTRACT............................................................................................................................ ง กิตติกรรมประกาศ................................................................................................................... ฉ สารบัญ..................................................................................................................................... ซ สารบัญตาราง........................................................................................................................... ฏ สารบัญภาพ.............................................................................................................................. ฐ บทท ี่ 1 บทนํา........................................................................................................................... 1 ความเป็นมาและความสาคํ ญของป ั ัญหา...................................................... 1 วัตถุประสงคของการว์ ิจัย............................................................................ 3 ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย..................................................................... 3 ขอบเขตการวิจัย.......................................................................................... 4 นิยามศพทัเฉพาะ์ ......................................................................................... 4 2 การทบทวนวรรณกรรมทเก ี่ ยวข ี่ ้อง.............................................................................. 6 แนวคิดการบริหารสถานศึกษา.................................................................... 6 ระบบสารสนเทศเพ ื่ อการบริหารจดการในสถานศ ั ึกษา.............................. 9 งานกิจการนกเรั ียน...................................................................................... 11 งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน................................................................ 12 การวิจัยและพฒนาั ...................................................................................... 14 การวิจัยและพฒนารัูปแบบ.......................................................................... 15
ฌ สารบัญ (ต่อ) หน้า บทท ี่ 3 วิธีดําเนินการวิจัย......................................................................................................... 19 ตอนท ี่ 1 การศึกษาสภาพและปัญหาระบบบริหารจดการงานระบบดัูแล ช่วยเหลือนกเรั ียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ........................................................................ 21 ตอนท ี่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ........................................................................ 21 ตอนท ี่ 3 การดาเนํ ินการใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการบริหาร จัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั นักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ .............. 24 ตอนท ี่ 4 การศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจดการั งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ............................ 25 เคร ื่ องมือท ี่ใชในการเก ้บรวบรวมข็อมู้ล...................................................... 25 การวิเคราะห์ข้อมูล...................................................................................... 28 4 ผลการวเคราะหิ ์ข้อมูล.................................................................................................. 30 ตอนท ี่ 1 การศึกษาสภาพและปัญหาระบบบริหารจดการงานระบบดัูแล ช่วยเหลือนกเรั ียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ........................................................................ 30 ตอนท ี่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ........................................................................ 35
ญ สารบัญ (ต่อ) หน้า ตอนท ี่ 3 การใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการบริหารจดการั งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ............................ 40 ตอนท ี่ 4 การศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจดการั งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ............................ 46 5 สรุป อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ.............................................................................. 50 สรุปผลการวิจัย........................................................................................... 50 อภิปรายผล.................................................................................................. 53 ข้อเสนอแนะ............................................................................................... 58 บรรณานุกรม............................................................................................................................ 59 ประวัติผ้วิจัยู ............................................................................................................................ 64 ภาคผนวก................................................................................................................................. 65 ภาคผนวกก คําสงแตั่่งต้ งคณะกรรมการดัาเนํ ินงาน................................................ 66 ภาคผนวกข เกณฑการค์ดกรองนักเรั ียน................................................................. 70 ภาคผนวกค แบบคดกรองนักเรั ียน......................................................................... 75 ภาคผนวกง โปรแกรมพร้าวคดกรองั ..................................................................... 76 ภาคผนวกจ ตัวอยางคู่่มือการใชโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองั ...................................... 77 ภาคผนวก ฉ ผู้เช ี่ยวชาญในการตรวจเครื่ องมือ........................................................ 79 ภาคผนวก ช หนงสั ือขออนุญาตเกบข็อมู้ลเพ ื่ อทาวํ ิทยานิพนธ์................................ 80 ภาคผนวก ซ หนงสั ือขออนุญาตทดลองใชเคร้ ื่ องมือเพ ื่ อทาวํ ิทยานิพนธ์................. 81
ฎ สารบัญ (ต่อ) หน้า ภาคผนวก ฌ หนงสั ือขอความอนุเคราะห์เป็นผเชู้ ี่ ยวชาญตรวจเคร ื่ องมือ ในการทําวิทยานิพนธ์......................................................................... 82 ภาคผนวก ญ แบบสมภาษณั ์เชิงลึก.......................................................................... 88 ภาคผนวก ฎ ผลการวิเคราะห์ความเท ี่ ยงตรงเชิงเน้ ือหา........................................... 91
ฏ สารบัญตาราง ตารางท ี่ หน้า 3.1 แผนปฏิบัติการเพ ื่ อสร้างรูปแบบระบบบริหารจดการังานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน......................................................................... 22 4.1 แผนปฏิบัติการเพ ื่ อสร้างรูปแบบระบบบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนหลงจากการปร ั ับแกไขตามค ้าแนะนําของํ ผู้เช ี่ ยวชาญ............................................................................................................. 39 4.2 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ ี่ ยงเบนมาตรฐานและความพึงพอใจของครูที่ปรึกษา ต่อการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองั .................................................................. 42 4.3 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ ี่ ยงเบนมาตรฐานและความพึงพอใจของครูที่ปรึกษา ต่อการใชงานคู้่มือโปรแกรมพร้าวคดกรองั ........................................................... 43 4.4 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบ ี่ ยงเบนมาตรฐานและความพึงพอใจของครูที่ปรึกษา ที่มีต่อการใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองั ...................................................................................... 44 4.5 จํานวนร้อยละของผตอบแบบสอบถาม ู้ จําแนกตามเพศ ของครูกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียนที่มีต่อรูปแบบการบริหารจดการั งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั ............................................... 46 4.6 จํานวนร้อยละของผตอบแบบสอบถาม ู้ จําแนกตามประสบการณ์ ของครูกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียนที่มีต่อรูปแบบการบริหารจดการั งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั ............................................... 46 4.7 ค่าเฉล ี่ ยและส่วนเบ ี่ ยงเบนมาตรฐานและความพึงพอใจ ของครูกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียนที่มีต่อรูปแบบการบริหารจดการั งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั ............................................... 47
ฐ สารบัญภาพ ภาพท ี่ หน้า 2.1 แนวคิดทฤษฎีระบบ................................................................................................ 7 2.2 การพฒนาตามกระบวนการวงจรคัุณภาพของเดมมิ่ งอยางต่ ่อเน ื่ อง......................... 8 2.3 การเชื่อมโยงระหวางทฤษฎ่ ีระบบและวงจรคุณภาพของเดมมิ่ ง.............................. 9 2.4 โครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียนพร้าววิทยาคม............................................ 17 2.5 โครงสร้างแสดงขอบข่ายภาระงานของกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียน.................. 17 2.6 โครงสร้างแสดงขอบข่ายงานกิจการนกเรั ียน.......................................................... 18 2.7 โครงสร้างแสดงขอบข่ายงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน..................................... 18 3.1 สรุปข้ นตอนการดัาเนํ ินการวิจัย............................................................................... 20 4.1 ผลการประเมินสถานภาพของงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน.................... 32
1 บทท 1 ี่ บทนํา ความเป็ นมาและความสําคญของป ั ัญหา ในปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทในการบริหารงานมากข้ึน การบริหารจดการขัอมู้ลที่ดี มีความถูกตอง้ มีความทนสมั ัย มีความรวดเร็ว ส่งผลให้การตดสั ินใจในการบริหารงานได้ดีขึ้น จากพระราชบญญั ัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2542 แกไขเพ ้ ่ ิมเติม (ฉบบทั ี่ 2) พ.ศ.2545 และ(ฉบบทั ี่ 3) พ.ศ. 2553 หมวด 9 ไดกล้ ่าวถึงการใชเทคโนโลย ้ ีเพ ื่ อการศึกษา มาตรา 65 ให้มีการพฒนาบัุคลากร ทั้งทางด้านผู้ผลิต และผู้ใช้เทคโนโลยี เพ ื่ อการศึกษาเพ ื่อให้มีความรู้ความสามารถ และทกษะั ในการผลิต รวมท้งการใช ั เทคโน ้ โลยีที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ดังน้นกระทรวงศั ึกษาธิการ จึงได้นําเทคโนโลยสารสนเทศมาใช ี ในกระบวนการบร ้ ิหารจดการั และการใหบร้ ิการดานการศ ้ ึกษา ซึ่งในปัจจุบันเป็นท ี่ ยอมรับว่าขอมู้ลสารสนเทศเป็นทรัพยากรที่จําเป็นอย่างยิ่ ง ผู้ใดได้ข้อมูล สารสนเทศที่ถูกตอง้รวดเร็วกว่าจะเป็นผู้ได้เปรียบเพราะสามารถใช้ข้อมูลสารสนเทศเหล่าน้ัน ประกอบการตดสั ินใจในเรื่ องต่างๆไดอย้างรวดเร่ ็ว ดังน้นการวางแผนศั ึกษาและกาหนดนโยบาย ํ ต้องมีระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพ ถูกต้อง ตรงตามความต้องการ ทันสมัย สะดวก ต่อการใชงานจะช้ ่วยใหการวางแผนบร้ ิหารจดการั และการตดสั ินใจดาเนํ ินไปอยางม่ ีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล (ศิโรรัตน์ไกรสุริยวงค, 2551: 1) ์ โรงเรียนพร้าววิทยาคม เป็นโรงเรียนระดบมัธยมศั ึกษาขนาดใหญ่ เปิดสอนในระดบชั้นั มัธยมศึกษาปี ที่ 1-6 และระดบประกาศน ั ียบตรวั ิชาชีพ สาขาช่างเช ื่อมโลหะการ มีจํานวนนกเรั ียน ทั้งสิ้น 1,487 คน ครูจํานวน 69 คน ผู้บริหารจํานวน 4 คน และคณะกรรมการสถานศึกษา จํานวน 15 คน มีการพัฒนาโรงเรียนโดยใช้ระบบการบริหารในรูปแบบ SMART SCHOOL MODELเพ ื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาข้ันพ้ ืนฐานตามหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551 และหลกสัูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ 2545(ปรับปรุงพ.ศ.2556)ตลอดจนการพฒนาั ส่งเสริมศกยภาพผั ู้เรียนครูและบุคลากรทางการศึกษาสู่ประชาคมอาเซียนและมาตรฐานสากล รวมถึงพฒนาระบบการเรั ียนรู้โดยใช้สื่อ นวตกรรมดั านเทคโนโลย ้ ีโรงเรียนพร้าววิทยาคม ไดแบ้ ่ง
2 การบริหารงานแบ่งโครงสร้างการบริหารงาน 5 กลุ่มงาน ได้แก่กลุ่มบริหารงานวิชาการ กลุ่มอานวยการํกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียน กลุ่มนโยบายและพฒนาคัุณภาพการศึกษาและกลุ่ม บริหารงานทวไป ั่ (โรงเรียนพร้าววิทยาคม, 2558-2559: 46-48) สําหรับกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียนประกอบด้วย 10 งานได้แก่ 1)งานสํานักงาน กลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน 2)งานกิจการนักเรียน 3)งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 4)งานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและคุณลกษณะทั ี่พึงประสงค์ 5)งานกิจกรรมเสริมหลกสัูตร 6)งานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 7)งานส่งเสริมโรงเรียนวิถีพุทธ 8)งานเวรยาม 9)งานแผนงาน สารสนเทศและควบคุมภายใน และ10)งานประกนคัุณภาพ ในส่วนของงานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนมีบทบาทสําคญในการส ั ่งเสริม พัฒนา ป้องกันและแก้ไขปัญหาท ี่ จะเกิดข้ึนกับผู้เรียน ช่วยให้นักเรียนมีพฤติกรรมท ี่ เหมาะสม มีทักษะและสามารถดารงชํ ีวิตในสังคมไดอย้างม่ ีความสุข ซึ่งมีกระบวนการ5 ขั้นตอนได้แก่ 1)การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล 2)การคัดกรองนักเรียน 3) การส่งเสริมและพฒนาั 4)การป้องกันช่วยเหลือและแก้ไข 5)การส่งต่อ เม ื่ อครูรู้จักนักเรียน เป็นรายบุคคลแลวกระบวนการท้ ี่สําคญคั ือกระบวนการคดกรองนั ักเรียนในการจาแนกนํ ักเรียน เป็ น 3 กลุ่มไดแก้ ่กลุ่มปกติกลุ่มเส ี่ ยง และกลุ่มมีปัญหา เพ ื่ อท ี่ จะจดกั ิจกรรมส่งเสริมและพฒนาั ผู้เรียนในกลุ่มปกติ ป้องกันช่วยเหลือนักเรียนในกลุ่มเส ี่ ยง และแก้ไขนักเรียนในกลุ่มมีปัญหา ตามข้ นตอนของระบบดัูแลช่วยเหลือต่อไป ปัจจุบันระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนการคัดกรองนักเรียนจะอาศัยแบบประเมิน พฤติกรรมนักเรียน ประกอบด้วยการประเมิน 3 ชุด ได้แก่ชุดท ี่ 1 สําหรับผู้ปกครองประเมิน นักเรียน ชุดท ี่ 2 สําหรับครูประเมินนกเรั ียน และชุดท ี่ 3 สําหรับนกเัรียนประเมินตนเอง ซึ่งผลท ี่ได้ จะจําแนกนักเรียนตามพฤติกรรมจํานวน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) กลุ่มพฤติกรรมด้านอารมณ์ 2)กลุ่มพฤติกรรมไม่หยดนุิ่ ง 3) กลุ่มพฤติกรรมดานความประพฤต ้ ิ 4)กลุ่มพฤติกรรมดานบุ้คลิกภาพ และ5)กลุ่มพฤติกรรมความสามารถทางสังคม ร่วมกบขัอมู้ลท ี่ไดจากระเบ้ ียนสะสม บันทึกลงใน โปรแกรมคอมพิวเตอร์สําเร็จรูป (Scan Tool 3) ในการประมวลการคดกรองนั ักเรียนซ ึ่งพบปัญหา ดังน้ี 1)การใช้แบบประเมินพฤติกรรมนักเรียนน้ันพบว่าผลการประเมินท้งั 3 ชุดไม่เป็นไปใน ทิศทางเดียวกนจากการศั ึกษาเอกสารและการสัมภาษณ์เบ้ ืองตนพบว้าล่กษณะขัอค้าถามทํ ี่ คลายคล้ ึง กนทั าให ํ ้ผู้ประเมินประเมินผิดพลาด และในกรณีของผู้ปกครองที่ไม่สามารถอ่านหนังสือจึงให้ นักเรียนเป็นผู้ประเมินในชุดสาหรํ ับผปกครองประเม ู้ ิน 2) การใชโปรแกรมคอมพ ้ ิวเตอร์สําเร็จรูป
3 (Scan Tool 3) ในการจดเกั ็บและประมวลผลขอมู้ลไม่ได้รับความร่วมมือจากครูที่ปรึกษาจากการ สอบถามและสัมภาษณ์เบ้ ืองตนพบว้ ่า โปรแกรมมีความซับซ้อนยากต่อการเขาใจ ้และตองใช ้ ้ เวลานานในการกรอกข้อมูล จากปัญหาดังกล่าวส่งผลให้งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน มีข้อมูลสารสนเทศที่ไม่ถูกต้องไม่เป็นปัจจุบัน และไม่สามารถ ตรวจสอบได้การบริหารจัดการยงคงใช ั ้รูปแบบเอกสาร และแฟ้มขอมู้ลทาให ํ ้เกิดความล่าช้า ในการค้นหาขอมู้ลจากครูที่ปรึกษา จากปัญหาดงกลั ่าว ผู้วิจัยตระหนักถึงความจาเปํ ็นท ี่ จะตองพ้ฒนารัูปแบบการบริหาร จัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านกระบวนการคัดกรองนักเรียนของโรงเรียน พร้าววิทยาคม โดยใช้แบบคัดกรองและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (พร้าวคัดกรอง) ที่โรงเรียน จะพัฒนาข้ึน เพ ื่อให้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านการคัดกรองนักเรียนมีประสิทธิภาพ คือ มีความถูกตอง้ มีความสามารถในการตรวจสอบได้และมีความสะดวกในการใชงาน้ วัตถุประสงค์ของงานวิจัย 1. เพ ื่ อศึกษาสภาพและปัญหาระบบการบริหารจดการังานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 2. เพ ื่ อสร้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั นักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 3. เพ ื่อใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแล ช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 4. เพ ื่ อศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ประโยชน์ที่ได้รับจากการวิจัย 1. กลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่รู้สภาพ ปัญหาในการบริหารจัดการ งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 2. กลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ได้รับ การพฒนารัูปแบบบริหารจดการังานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน
4 3. งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียนดานการค้ดกรองนักเรั ียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ มีประสิทธิภาพ คือมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน ตรงความต้องการของผู้ใช ้ มีความสามารถตรวจสอบไดและม้ ีความสะดวกต่อการใชงาน้ 4. โรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ ได้พัฒนารูปแบบการบริหารจัดการ ที่มีประสิทธิภาพสนองพนธกั ิจของโรงเรียน และได้รับการยอมรับจากบุคลากรในองคกร์ ขอบเขตของการวิจัย 1. ขอบเขตดานสถานท ้ ี่โรงเรียนพร้าววิทยาคม อําเภอพร้าวจังหวดเชั ียงใหม่ 2. ขอบเขตดานกลุ้่มเป้าหมายกลุ่มเป้าหมายไดแก้ ่ครูที่ใช้รูปแบบการบริหารจดการั งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวัด เชียงใหม่ ซึ่งประกอบดวย้คณะครูกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน จํานวน 15 คน หัวหน้าระดับ ระดบชั้นละั 1 คน รวม 6 คน และครูที่ปรึกษาจานวนํ 39 คน 3. ขอบเขตดานเน้ ้ ือหาการพฒนารัูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนของกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน โรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 4. ขอบเขตดานเวลา้ภาคเรียนท ี่ 1- 2 ปีการศึกษา 2559 นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การบริหารจดการัหมายถึงการวางแผน และการดาเนํ ินการพฒนารัูปแบบงานระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านกระบวนการคดกรองนั ักเรียนให้มีประสิทธิภาพคือ มีความถูกตอง้ มีความสามารถตรวจสอบไดและม้ ีความสะดวกต่อการใชงาน้ 2. รูปแบบการบริหารจดการัหมายถึงการดาเนํ ินการสี่ขั้ นตอนท ี่ประกอบดวย้ การศึกษา สภาพปัญหาของงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน การสร้างรูปแบบ การใช้รูปแบบและ การประเมินการใช้รูปแบบ 3. การคดกรองนักเรั ียน หมายถึงการดาเนํ ินการจาแนกนํกเรั ียนออกเป็นสามกลุ่มไดแก้ ่ กลุ่มปกติกลุ่มเส ี่ ยงและกลุ่มมีปัญหา 4. แบบคัดกรองนักเรียนหมายถึงแบบบันทึกข้อมูลท ี่โรงเรียนร่วมกันสร้างข้ึน เพ ื่อใช้ในการคัดกรองนกเรั ียน
5 5. โปรแกรมคอมพิวเตอร์(พร้าวคัดกรอง) เป็นโปรแกรมที่โรงเรียนได้พัฒนาข้ึน สําหรับการคัดกรองนักเรียนที่มีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยชุดคําสั่งท ี่เป็นระบบสั่งการ ให้คอมพิวเตอร์จัดเก็บขอมู้ลและประมวลผลขอมู้ลด้านการคดกรองนั ักเรียนอย่างเป็นระบบ มีความถูกตอง้ มีความสามารถตรวจสอบไดและม้ ีความสะดวกต่อการใชงาน้
6 บทท 2 ี่ การทบทวนวรรณกรรมทเก ี่ ยวข ี่ ้ อง การทบทวนวรรณกรรมท ี่ เก ี่ ยวของก้บการพัฒนารัูปแบบการบริหารจดการงานระบบั ดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ผู้ศึกษาได้ศึกษาคนคว้าและทบทวนวรรณกรรมท้ ี่ เก ี่ ยวของโดยเร ้ ียงลาดํบดังนั้ี 1. แนวคิดการบริหารสถานศึกษา 2. ระบบสารสนเทศเพ ื่ อการบริหารจดการในสถานศ ั ึกษา 3. งานกิจการนกเรั ียน 4. งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน 5. การวิจัยและพฒนาั 6. การวิจัยพฒนารัูปแบบ 7. บริบทของโรงเรียนพร้าววิทยาคม แนวคดการบริ ิหารสถานศึกษา การบริหารคือการร่วมมือกันในการขับเคล ื่ อนการทํางานให้บรรลุวัตถุประสงค ์ โดยอาศัยศาสตร์และศิลป์ในการดําเนินงานและจัดการทรัพยากรที่มีอยู่อย่างเหมาะสม และเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล จากการศึกษาความหมายของการบริหารสถานศึกษา ที่นักบริหาร นักวิชาการและนักวิจัยหลายท่านได้ให้ความหมายของการรบริหารสถานศึกษา อาทิเช่น วินัย ดิสสงค์ (2549:44) ณรงค์แก้วกัญญา (2555:8) ยุกตนันท์หวานฉํ่า (2555:11) Emilt Hixon (ม.ป.ป : 1) และ Sally Coleman Sylden และคณะ (2006:42) สรุปได้ว่าการบริหาร สถานศึกษาคือกระบวนการวางแผนจัดการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาโดยความร่วมมือ จากหลายฝ่ายในการพฒนาผัเรู้ ียนอยางม่ ีคุณภาพและเกิดประสิทธิผล สามารถดาเนํ ินชีวิตในสังคม ไดอย้างม่ ีความสุขซ ึ่งในการบริหารสถานศึกษาในปัจจุบันมีรูปแบบการบริหารจดการทั ี่ หลากหลาย ตามบริบทของสถานศึกษาท ี่ แตกต่างกันเพ ื่อให้สถานศึกษาเป็นองค์กรแห่งคุณภาพที่ยังย่ ืน
7 โดยมีการดาเนํ ินงานอยางเป ่ ็นระบบตามหลกบรั ิหารจดการทั ี่ เรียกว่าทฤษฎีระบบของ Ludwig Von Bertalanffy (วรรณพร พุทธภูมิพิทักษ์และกัญญามน อินหว่าง:2554,26) ที่ผสมผสานแนวคิด ด้านพฤติกรรมศาสตร์และดานว้ ิทยาศาสตร์เขาด้วยก้ นสามารถแสดงได ั ้ดังภาพท ี่ 2.1 ภาพท ี่ 2.1 แนวคิดทฤษฎีระบบ จากท ี่ กล่าวมาขางต้นจ้ ึงมีนักบริหารการศึกษา นักวิชาการ นักวิจัย หลายท่านไดเสนอ ้ รูปแบบการบริหารสถานศึกษาในบริบทท ี่ แตกต่างกันของสถานศึกษาในแต่ละแห่ง ได้แก่ วิเชียร วิทยอุดม (2554:2-12) สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นพั้ ืนฐานกระทรวงศึกษาธิการ (2553:16) วีรชน นามโคตร (2553:21) ธนวฒนั ์ศรีศิริวัฒน์และคณะ (2555:30) ธีรภทรัมงคลนาวิน (2556:5) Peter Hall (2006:24-31) Max H. Bazerman และคณะ (2009:4-5) สรุปได้ว่า ทฤษฎีระบบ ได้นํามาใช้ในการบริหารจัดการในสถานศึกษาโดยคํานึงถึงสภาพแวดล้อมและบริบท ของสถานศึกษา ซึ่งประกอบดวยกระบวนการ้ 4 ขั้นตอน คือ 1.ปัจจยนัาเขํ ้า ซึ่งไดแก้ ่ทรัพยากร ที่มีอยู่ทั้งในและนอกสถานศึกษา 2.กระบวนการดําเนินการภายใต้บริบทต่างๆที่มีส่งต่อ สภาพแวดลอมในด ้านต้ ่างๆเช่น การบูรณาการเทคโนโลยีใหม่ๆกบการบรั ิหารจดการั 3.ผลลพธั ์ หรือผลผลิตท ี่ เรียกว่า “ นวตกรรมั ” ซึ่งเกิดจากผลของการดําเนินการที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากร 4. การประเมินผลการใช้นวตกรรมแลัวน้ ําขอมู้ลท ี่ได้ป้อนกลบเพั ื่ อหาแนวทาง ในการพัฒนาให้ดีขึ้นต่อไป โดยการบริหารจดการสถานศั ึกษาใหเป้ ็นองคกรท์ ี่มีคุณภาพน้นได ั ใช้วงจรพ้ฒนาคัุณภาพ ของ Dr. William Edwards Deming ซึ่งพฒนามาจากแนวคั ิดของ Dr. W.A. Shewart ในการพฒนาั คุณภาพงานด้านอุตสาหกรรมจนเกิดเป็นวงจรคุณภาพของเดมมิ่งท ี่ เรียกว่า “PDCA” (วีรวิชญ ์ เลิศไทยตระกูล : ม.ป.ป, 2) มาบริหารจดการในองค ั ์กรอย่างต่อเน ื่ องตามกระบวนการของวงจร คุณภาพของเดมมิ่ งจนเกิดประสิทธิภาพอยางย่งยั่ นแสดงได ื ้ดังภาพท ี่ 2.2 สิ่งแวดลอม้ ปัจจยนัาเขํ ้า กระบวนการ การป้อนกลับ ผลลพธั ์
8 การยกระดบคัุณภาพ ภาพท ี่ 2.2 การพฒนาตามกระบวนการวงจรคัุณภาพของเดมมิ่ งอยางต่ ่อเน ื่ อง จากภาพท ี่ 2.2 แสดงถึงการพัฒนาตามกระบวนการวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง ให้มีคุณภาพจนเกิดเป็นพลวัต โดยนักวิจัยท้ังในและต่างประเทศ นักวิชาการการศึกษา และนักบริหารไดแก้ ่ศิโรรัตน์ ไกรสุริยวงศ์ (2551:18) ธนวฒนั ์ศรีศิริวัฒน์และคณะ (2555:30) ภูมินทร์นาวาพานิช (2553: 491) ทิพรัตน์จันทนา (2552:58-63) และธนสาร บรรลงคั ์ปัทมา (2007) Peter Hall (2006:24-31) Max H. Bazerman และคณะ (2009:4-5) ได้แสดงถึงกระบวนการ ในการดาเนํ ินการ สรุปได้ว่าการบริหารจดการสถานศั ึกษาโดยใชวงจรคุ้ณภาพของเดมมิ่ งช่วยให้ การพัฒนากระบวนการทํางานมีระบบในการบริหารจัดการท ี่เป็นรูปธรรมในการปฏิบัติ ประกอบดวย้ 4 ขั้ นตอน ไดแก้ ่ขั้ นท ี่ 1 การวางแผนหรือการเตรียมความพร้อมในการทางานํ (Plan) ขั้นท ี่ 2 การลงมือปฏิบัติหรือการดําเนินการตามแผนท ี่วางไว้ (Do) ขั้นท ี่ 3 การตรวจสอบ เพ ื่อหาแนวทางในการพฒนางานให ั ้ดีขึ้น (Check) ขั้ นท ี่ 4 การแกไขพ ้ ฒนางานให ั ้ดีขึ้น(Act) นอกจากน้ีการใช้เทคนิค SWOT Analysis ในการศึกษาจุดแข็ง(Strengths) จุดอ่อน (Weaknesses) โอกาส(Opportunities) และอุปสรรค(Threats) ในการพัฒนาสถานศึกษา โดยการกาหนดวํ ิสัยทศนั ์กลยุทธ์เป้าหมาย และพนธกั ิจแบบมีส่วนร่วม เพ ื่อให้การดาเนํ ินการ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน (บัณฑิตศึกษามหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช:2553,169) ร่วมกับ การบริหารจดการองคั ์กรตามทฤษฎีระบบและวงจรคุณภาพของเดมมิ่ งจะส่งผลให้สถานศึกษา ไดระบบการพ้ฒนาทั ี่มีคุณภาพซึ่งแสดงความสัมพนธั ์ได้ดังภาพท ี่ 2.3
9 ภาพท ี่ 2.3 แสดงการเชื่อมโยงระหวางทฤษฎ่ ีระบบและวงจรคุณภาพของเดมมิ่ ง ระบบสารสนเทศเพ ื่ อการบริหารจัดการในสถานศึกษา การนําแผนแม่บทการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการส ื่ อสารเพ ื่ อการศึกษา มาบริหารจดการสารสนเทศในสถานศ ั ึกษาในปัจจุบันมีความสาคํญอยั ่างยิ่ งโดยการนาขํอมู้ลท ี่ได ้ มาใชให้ ้เกิดประโยชน์สูงสุดในการประกอบการตดสั ินใจในการดาเนํ ินงานต่างๆของสถานศึกษา ซึ่งมีผู้ใหแนวค้ ิดเพ ื่อเป็นแนวทางในการพฒนาระบบสารสนเทศเพั ื่ อการบริหารสถานศึกษาดงนั้ี ความหมายของระบบสารสนเทศ จากการศึกษางานเอกสารและงานวิจัยของนักวิจัย หลายท่านสรุปความหมายของระบบสารสนเทศ ดังน้ีณรงค์แกวก้ญญาั (2555 : 10-11) สุวรรณ ผาดไธสง (2554 : 13) และจิรวฒนั ์หลาชมภู้ (2554 : 15) สรุปได้ว่า ระบบที่จัดทาขํ้ึน เพ ื่ อรวบรวม และจัดกระทําข้อมูลหรือประมวลผล รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลและการเก็บ รักษา เพ ื่อใชประกอบการต ้ ดสั ินใจโดยองคประกอบของระบบสารสนเทศท ์ ี่ไดจากงานว้ ิจัยของสุวรรณ ผาดไธสง(2554:14-15) สรุปได้ว่า องค์ประกอบระบบสารสนเทศแบ่งเป็ น 3 ส่วน ได้แก่ 1. คือขอเท้ ็จจริงในเรื่ องที่ต้องการศึกษาหรือปัจจยนัาเขํ ้า 2. การจดเกั ็บขอมู้ลและการประมวลผล คือ เคร ื่ องมือในการดาเนํ ินการจดกระทัาขํอมู้ล วิเคราะห์ข้อมูลให้เป็นระบบ 3. สารสนเทศคือ ข้อมูลที่ผ่านการจดกระทัาหรํ ือประมวลผลมาแลวและสามารถน ้าผลทํ ี่ไดไปใช ้ ้ประโยชน์ต่อไป ดังน้ันสารสนเทศจึงเขามาม้ ีบทบาทในการบริหารจดการโดยด ัาเนํ ินการตามแนวคิดทฤษฎีระบบ ที่ประกอบไปด้วยปัจจัยนําเข้า กระบวนการ และผลลัพธ์จากการศึกษาคุณสมบัติที่ดี ของสารสนเทศในงานวิจัยต่างๆ เช่น ศรีไพร ศักด์ิรุ่งไพศาล และเจษฎาพร ยุทธนวิบูลย์ชัย (2549:25-26) สุวรรณ ผาดไธสง (2554:18-20) และจิรวฒนั ์หล้าชมภู (2554:15) ได้ข้อสรุปว่า สารสนเทศที่ดีต้องมีคุณสมบัติคือ มีความถูกตองแม้ ่นยํา สมบูรณ์ครอบคลุม ตรงกบความตัองการ้ สะดวกต่อการใชงาน้ เป็นปัจจุบัน และสามารถตรวจสอบได้ ปัจจยนัาเขํ ้า สิ่งแวดลอม้กระบวนการ ผลลพธั ์ การป้อน กลับ Act Plan Do Check
10 ดังน้นจั ึงเกิดงานวิจัยทางการศึกษาเก ี่ ยวกบสารสนเทศเพั ื่ อการบริหารสถานศึกษาท้งใน ั และต่างประเทศ ได้แก่อธิปัตย์คลี่สุนทร (2556:2-3) จีรศักด์ิศรีโยธา และคณะ (2554:1-2) สุ จิตร หานะพันธ์ (2553:9-20) EwaZiemba and Iwona Oblak (2014:31-56) R.Krishnavent and J.Meenakumari (2010:282-283) และสุวรรณ ผาดไธสง (2554:20) สรุปได้ว่าในสถานศึกษา สารสนเทศเข้ามามีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาสถานศึกษาในทุกๆด้าน อาทิด้านขอมู้ลข่าวสารเพ ื่ อช่วยในการตดสั ินใจของผบรู้ ิหารระดับสูงการใชในกระบวนการจ ้ดการั เรียนการสอน การจดการขัอมู้ลข่าวสารอย่างเป็นระบบเพ ื่อความสะดวกในการนําขอมู้ลมาใช ้ โดยในสถานศึกษาส่วนมากจะใช้ระบบ MIS (Management Information System) ระบบน้ีจะเน้น การจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลเป็นหลัก จึงเป็นระบบที่มีบทบาทต่อผู้บริหารระดับกลาง ในการนาเสนองานตํ ่อผู้บริหารระดบสัูงเพ ื่อประกอบการตดสั ินใจ ตัวอยางของระบบ่ MIS ไดแก้ ่ ระบบเงินเดือน ระบบงานสารบรรณ ระบบขอมู้ลนกเรั ียน เป็นต้น การพฒนาระบบสารสนเทศจั ึงมีความจาเปํ ็นอย่างสูงสุดในยุคโลกาภิวัตน์เน ื่ องจาก ส่งผลต่อระบบบริหารจดการศั ึกษาให้เกิดประสิทธิภาพ ดังน้ันผู้ศึกษาจึงดาเนํ ินการศึกษาแนวคิด ในการบริหารจดการเพั ื่ อพฒนาระบบสารสนเทศในสถานศ ั ึกษา จากนักวิจัยหลายท่าน ได้แก่ สุ จิตร หานะพันธ์ (2553:10-15) เมธา ชาญเมธี (2549:32) สุวรรณ ผาดไธสง (2554:75) และ ศิโรรัตน์ ไกรสุริยวงค (์2551:18-20) สรุปได้ว่าการบริหารจดการระบบสารสนเทศในสถานศ ั ึกษา ผู้บริหารระดับปฏิบัติการควรเริ่มต้นจากการจัดระบบข้อมูลสารสนเทศของแต่ละฝ่ายงาน โดยมีขั้นตอนในการดาเนํ ินการดงนั้ีการดาเนํ ินการรวบรวมขอมู้ลการตรวจสอบความสมบูรณ์ ของขอมู้ลการจดกระทัาขํอมู้ลโดยการวิเคราะห์และประมวลผลการนาขํอมู้ลไปใช้และการเก็บ รักษาขอมู้ลสารสนเทศอยางเป ่ ็นระบบ ผู้บริหารระดบกลางควรนัาขํอมู้ลท ี่ไดจากการน้ าเสนอของํ ผู้บริหารระดบปฏ ั ิบัติการมาศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพ ื่ อนาไปส ํู่การสร้างระบบสารสนเทศที่นํามาใช้ แกไขป ้ ัญหา ปรับปรุงและพฒนาองคักร์ โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนไดแก้ ่การศึกษาและสารวจระบบํ การวิเคราะห์ระบบ การออกแบบระบบ การนาระบบไปใช ํ ้ผู้บริหารระดบสัูงจะใช้ข้อมูลท ี่ได้รับ ประกอบการตัดสินใจในการบริหารจัดการสถานศึกษาให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทั้งน้ีการพฒนาระบบสารสนเทศในสถานศ ั ึกษาจะเป็นไปในทิศทางเดียวกนผับรู้ ิหารตองกระต้ ุ้น ให้ผู้มีส่วนเก ี่ ยวของตระหน้กถั ึงความสาคํ ัญและความจําเป็นในการพฒนาระบบสารสนเทศั การพฒนาสารสนเทศของทั ิพยวรรณ หล่อสุวรรณ อ้างถึงในศิโรรัตน์ไกรสุริยวงค์ (2551:20) อธิบายว่ากระบวนการพัฒนาระบบสารสนเทศมีหลายวิธีคือ 1.แบบวงจรชีวิต แบบด้ังเดิม (Traditional System Development Life Cycle : TSDLC) แบ่งข้ันตอนการพัฒนา ระบบงานเป็น 7 ขั้นตอนไดแก้ ่การสํารวจการวิเคราะห์ระบบ การออกแบบระบบ การทดสอบ
11 ระบบ การนาระบบไปต ํ ิดต้ งัการปฏิบัติงานในระบบใหม่และการบารํุงรักษา 2.การสร้างตนแบบ้ (Prototyping) การพัฒนาระบบด้วยการสร้างต้นแบบโดยจะไม่พัฒนาท้ังระบบในคร้ังเดียว แต่จะพฒนาโดยใช ั ้ต้นแบบและดาเนํ ินการสร้างตนแบบ้ 4 ขั้ น ขั้ นท ี่ 1 การเนนผ้ ใชู้ เป้ ็นหลักขั้ นท ี่ 2 การจางบุ้คคลภายนอก (Outsourcing) ขั้นท ี่ 3การใชโปรแกรมส ้าเรํ ็จรูป คือการหาความตองการ้ พื้นฐานของผู้ใช้ขั้นท ี่ 4 การออกแบบตนแบบ้การนําตนแบบไปทดลองใช ้ ้และการปรับปรุง ต้นแบบ 3.การพัฒนาระบบโดยผู้ใช้เป็นหลัก (End-User Development) เป็นการพัฒนาระบบ โดยผู้ใช้ซึ่งอาศัยความช่วยเหลือจากผู้เช ี่ ยวชาญน้อยมาก ซึ่งมีความเป็นไปได้ เน ื่ องจาก ความก้าวหน้าของโปรแกรมสําเร็จรูป 4.การจ้างบุคคลภายนอก ในการดําเนินการแทนศูนย์ คอมพิวเตอร์ในกรณีที่องค์กรมีต้นทุนของระบบสารสนเทศเพิ่มข้ึนอย่างรวดเร็ว 5. การใช้ โปรแกรมสําเร็จรูป (Application Software Package) เป็นการใช้โปรแกรมสําเร็จรูปที่มีขาย หรือให้เช่าต้งแัต่งานข้นพั้ ืนฐานไปจนถึงข้นซั ับซ้อน หากมีโปรแกรมสําเร็จรูปใช้จึงไม่จําเป็ น ต้องเขียนโปรแกรมเพราะสามารถลดตนทุ้นการดาเนํ ินการไดมาก้ งานกจการนิ ักเรียน ภารกิจสําคัญประการหนึ่ งของสถานศึกษาคืองานกิจการนักเรียนซ ึ่ งมีบทบาท ในการพัฒนาผู้เรียนให้เก่ง ดีมีสุข จากการศึกษางานวิจัยของ สุวรรณ ผาดไธสง(2551:47) ไดกล้ ่าวว่ากระทรวงศึกษาธิการได้กาหนดความสํ ําคัญ จุดมุ่งหมายและขอบข่ายของการบริหาร กิจการนักเรียนไว้ว่าการบริหารกิจการนักเรียนคืองานส่งเสริม พัฒนาควบคุมและแก้ไขความ ประพฤติของนักเรียนให้อยู่ในระเบียบวินัยก่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยในการอยู่ร่วมกัน เพ ื่ อสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนให้บรรลุเป้าหมายของหลกสัูตรการดาเนํ ินการบริหาร กิจการนกเรั ียนอยางม่ ีประสิทธิภาพทาใหํเก้ ิดประโยชน์ 6 ประการดงนั้ี 1. ทําใหเก้ ิดความสงบเรียบร้อยในโรงเรียน 2. ส่งเสริมให้การเรียนการสอนผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามระบบประกันคุณภาพ การศึกษา 3. นักเรียนแต่ละคนได้รับการพัฒนาความรู้ความสามารถเฉพาะตนเตมศ็กยภาพั 4. นักเรียนที่มีปัญหาด้านต่างๆได้รับความช่วยเหลือ และแก้ไขพฤติกรรม ให้สามารถอยู่ร่วมกบผั ู้อื่นไดเป้ ็นอย่างดีตามโครงการประกนคัุณภาพระบบการดูแลช่วยเหลือ นักเรียน 5. บุคลากรในโรงเรียนรู้จักควบคุมตนเองให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขรู้จักการให ้ และการรับมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆของโรงเรียน เป็นผู้นําและผู้ตามที่ดีเขาใจและยอมร ้ ับ กฎเกณฑ์ระเบียบขอบ้งคั ับ
12 6. บุคลากรในโรงเรียนเขาใจร ู้ปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยรู้จักใช้สิทธิ และหนาท้ ี่ ของตนเองอยางถู่กตอง้ งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียนไดเข้ามาม้ ีบทบาทในการพฒนาคัุณภาพทางการศึกษาใหแก้ ่ เด็กและเยาวชนจากการศึกษางานวิจัย บทความทางการศึกษาจากนกการศั ึกษาอาทิชูวิทย์สิงห์โท (ม.ป.ป.:2) บรรทม รวมจิตร (2553:8) สมิทธิรักษ์จันทรรักษ์ (2553:5) เบญจพร ทศานนท์ (2557:522) สมจิตร ภูษา (2558:462-464) สวีทศักด์ิสํานักวงศ์ (2558:1) สุวรรณ แสงสุ ริฉาย (2556:374-376) แทน ด่านแกว้ (2552:2-3) และอวยชัยศรีตระกูล (2556:87-88) สรุปได้ว่า ระบบ ดูแลช่วยเหลือนกเรั ียนคือการบริหารจดการขัอมู้ลสารสนเทศดานการดู้แลช่วยเหลือนกเรั ียนในการ ส่งเสริม พัฒนา ป้องกนและแกั ไขป ้ ัญหาที่จะเกิดข้ึนกบนักเรั ียนอยางเป ่ ็นระบบ มีความชดเจนในแต ั ่ ละกระบวนการและมีความต่อเน ื่ อง โดยความร่วมมือของผู้ที่เก ี่ ยวของท้ ้งในและนอกสถานศ ั ึกษา ซึ่งมีกระบวนการดาเนํ ินงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน (ชูวิทย์สิงห์โท:ม.ป.ป. ,16-26) ดังน้ี 1. การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลซ ึ่งประกอบด้วยขอมู้ลพ้ ืนฐานของนักเรียนในด้าน ต่อไปน้ี 1.1 ด้านความสามารถของนักเรียนทางด้านการเรียนและพฤติกรรม รวมถึง ความสามารถดานอ้ ื่ นๆของผเรู้ียน 1.2 ด้านสุขภาพของนกเรั ียน เพ ื่อให้รู้จักสภาพร่างกายของนกเรั ียนซ ึ่ งสามารถแสดง ถึงพฤติกรรมทางดานจ้ ิตใจได้เช่นการซึมเศร้า สมาธิสั้น หรือการเกบต็ วเปั ็นต้น 1.3 ด้านครอบครัว ด้านการคุ้มครองนักเรียนและความสัมพนธั ์ในครอบครัวโดยมี เคร ื่ องมือในการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลได้แก่แบบประเมินพฤติกรรมนักเรียนของกรม สุขภาพจิต 2. การคดกรองนั ักเรียนเป็นกระบวนการหลงจากทั ี่ ครูได้รู้จักนักเรียน เป็นรายบุคคล แลวน้าขํอมู้ลมาวิเคราะห์เพ ื่ อแยกนกเรั ียนเป็น 3 กลุ่มไดแก้ ่กลุ่มปกติกลุ่มเส ี่ ยงและกลุ่มมีปัญหา เพ ื่อให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนและแก้ไขปัญหา ที่เกิดข้ึนกับนักเรียนตรงกับปัญหาและ ความตองการมากท้ ี่สุด ซึ่งสํานักพฒนาสัุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุขพฒนาั จาก The Strengths and Difficulties Questionaire (SDQ) เป็น เค ร ื่ องมือที่ ผ่านการวิ จัยแล้ว ว่ามีประสิทธิภาพในการคดกรองป ั ัญหาเด็กได้ดีสามารถช่วยเหลือครูในการคดกรองป ั ัญหาและ ให้การช่วยเหลือเบ้ ืองต้นแก่เด็กในโรงเรียนแบบประเมินตนเอง (SDQ) เหมาะสําหรับเด็ก อายุระหว่าง4-16 ปีโดยแบบประเมินแต่ละชุดมี 2 หน้า หน้าแรกเป็นลักษณะพฤติกรรม จํานวน25 ข้อ ซึ่งมีลักษณะของพฤติกรรม ทั้งด้านบวกและด้านลบโดยสามารถจัดเป็ น
13 กลุ่มพฤติกรรมได้ 5 ด้านได้แก่ 1)พฤติกรรมด้านอารมณ์ 2)พฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง/สมาธิสั้น 3) พฤติกรรมเกเร/ความประพฤติ 4)พฤติกรรมด้านความสัมพันธ์กับเพ ื่ อน 5)พฤติกรรม ด้านสัมพันธภาพทางสังคม โดยคะแนนรวมของกลุ่มท ี่ 1-4 เป็นคะแนนท ี่ แสดงถึงปัญหา พฤติกรรมของเด็ก ในดาน้น้ัน ๆ (Total Difficulties score) ส่วนคะแนนในด้านท ี่ 5 เป็นคะแนน ที่แสดงถึงจุดแข็งของเด็ก (Strength score) ซึ่งเป็นส่วนสําคัญในการพิจารณานําจุดแข็งมาใช ้ เพ ื่อให้การช่วยเหลือแกปั้ ญหาในดานอ้ ื่ นๆแก่เด็กต่อไป ในขณะเดียวกนคะแนนดัานส ้ ัมพนธภาพั ทางสังคมก็เป็นตวบั ่งช้ีให้ครูไดทร้าบถึงความยากง่ายในการแกปั ้ญหาถาเด้ ็กมีจุดแข็ง (คะแนน ด้านสัมพนธภาพทางสังคมสัูง) การใหความช้ ่วยเหลือปัญหาพฤติกรรมจะง่ายกว่าเด็กท ี่ไม่มีจุดแข็ง (คะแนนด้านสัมพนธภาพทางสั ังคมตํ่า) เป็นตนส้ ําหรับหน้าท ี่ 2 ในด้านหลงของแบบประเม ั ิน เป็นการประเมินผลกระทบของพฤติกรรมว่ามีความเร้ ือรัง ส่งผลกระทบต่อบุคคลรอบข้าง ต่อตัวเด็กเองมีผลต่อสัมพันธภาพทางสังคม และชีวิตประจําวันของเด็กมากน้อยอย่างไร ซึ่งในส่วนน้ีใช้คําลงสรุปวา่ “เป็นระดบความรัุนแรงของปัญหา” โดยในการใชแบบประเม ้ ินตนเอง (SDQ) จะประกอบดวย้ 3 ชุด คือ1) แบบประเมินที่นักเรียนประเมินตนเอง1 ชุด 2) แบบประเมิน ที่ครูประเมินนักเรียน 1 ชุด 3)แบบประเมินที่ผู้ปกครองประเมินนักเรียน1 ชุด ซึ่งแบบประเมิน ทั้ง 3 ชุดน้ี มีลักษณะขอค้าถามคลํายคล้ ึงกบขัอค้ าถามในแบบประเม ํ ินที่นักเรียนประเมินตนเอง ตลอดจนการตรวจให้คะแนน ยกเวนเกณฑ้ ์การแปลผลต่างกันเล็กน้อย ครูที่ประเมินนักเรียน ตลอดจนผปกครองท ู้ ี่จะประเมินควรรู้จักนักเรียนและมีความใกล้ชิดกบนักเรั ียนมาระยะเวลาหนึ่ง และควรประเมินท้งั 25 ข้อในคร้ังเดียว ระยะเวลาที่นักเรียนประเมินตนเองครูประเมินนักเรียน หรือผู้ปกครองเป็นผู้ประเมินนักเรียนควรเป็นระยะเวลาท ี่ใกล้กนั โดยในคร้ังแรกอาจให้นักเรียน ประเมินตนเองก่อนแลวครู้/ผู้ปกครองสามารถใช้แบบประเมินตนเองฉบบของครัู / ผู้ปกครอง ทําการประเมินนักเรียนซ้ํา เพ ื่ อดูผลท ี่ได้ว่าสอดคลองก้ ันหรือไม่ ซึ่งอาจใช้การสัมภาษณ์หรือ เคร ื่ องมืออ ื่ นช่วยในการพิจารณาเพิ่ มเติม กรณีที่เห็นว่าผลท ี่ได้ขัดแยงก้ บความเป ั ็นจริงตองค้านํ ึงถึง ความจริงว่าไม่มีเคร ื่ องมือชนิดใดสมบูรณ์แบบข้ึนอยกู่บสภาพความพรั ้อมของผตอบแบบประเม ู้ ิน เป็นสาคํ ญแบบประเม ั ินตนเองชุดน้ีเป็นเพียงเคร ื่ องมือเพ ื่ อช่วยเหลือในการคดกรองป ั ัญหานกเรั ียน เท่าน้ัน ไม่ใช่เป็นตัวช้ีนําครูในการตัดสินปัญหานักเรียนโดยทั่ วไปจะใช้ร่วมกับโปรแกรม คอมพิวเตอร์ Scan tool3 ในการบันทึกข้อมูลการคดกรองนั ักเรียนและรายงานการปฏิบัติงาน ให้ต้นสงกัดทราบั 3. การสนับสนุนส่งเสริมนักเรียนไดแก้ ่กิจกรรมโฮมรูม เพ ื่อฝึกนักเรียนให้รู้จักตนเอง และปรับตวเขัาก้ บสั ิ่งแวดลอม้ มีทักษะในการตดสั ินใจ วางแผนการดาเนํ ินชีวิตอย่างเป็นระบบ
14 กิจกรรมประชุมผปกครองช ู้ ้นเรั ียนเพ ื่ อสร้างความสัมพนธั ์อันดีระหว่างครูที่ปรึกษาและผปกครอง ู้ ในการดูแลนกเรั ียน 4. การป้องกนและชั ่วยเหลือนกเรั ียน สําหรับนักเรียนกลุ่มเส ี่ ยงหรือมีปัญหาสามารถทํา ไดหลายว้ ิธีไดแก้ ่ 4.1 การให้คําปรึกษาเบ้ ืองต้นโดยครูที่ปรึกษา 4.2 การจัดกิจกรรมเพ ื่อป้องกัน ช่วยเหลือแก้ไขปัญหานักเรียนโดยมีกิจกรรม ที่หลากหลาย 4.3 การใช้กิจกรรมเสริมหลกสัูตรในรูปแบบของชมรม 4.4 กิจกรรมในห้องเรียนโดยใชกระบวนการกลุ้่ม 4.5 กิจกรรมเพื่อนช่วยเพ ื่ อน 4.6 กิจกรรมซ่อมเสริม 4.7 กิจกรรมส ื่ อสารกบผั ปกครอง ู้ 5. การส่งต่อนักเรียน เม ื่ อการดาเนํ ินงานท้ัง 4 ขั้นตอนไม่สามารถช่วยเหลือนักเรียน ได้ต้องอาศัยผู้เช ี่ยวชาญในการให้ความช่วยเหลือก่อนที่ปัญหาจะทวีความรุนแรงการส่งต่อ มี 2 รูปแบบไดแก้ ่ 5.1 การส่งต่อภายใน โดยครูที่ปรึกษาส่งต่อให้ครูแนะแนวครูพยาบาลครูประจํา วิชาครูปกครองเป็นตนตามความเหมาะสมในการด ู้แลช่วยเหลือ 5.2 การส่งต่อภายนอก โดยการประสานงานกับผู้เช ี่ ยวชาญภายนอกผู้ที่ส่งต่อ คือครูแนะแนวครูพยาบาลครูปกครอง เม ื่ อนักเรียนได้รับความช่วยเหลือให้กลบสัู่สภาพปกติ แลวจ้ ึงรับนกเรั ียนเขาเร้ ียนตามปกติ การวิจัยและพฒนาั การวิจัยและพฒนาั (Research and Development) เป็นการวิจัยลกษณะหนั ึ่ งท ี่ เก ี่ ยวของ้ ในการเพิ่มประสิทธิภาพในด้านต่างๆ เช่น วิชาชีพ การบริหารจัดการคุณภาพชีวิต เป็นต้น จากการศึกษาความหมายของการวิจัยและพฒนาของนั ักวิชาการ อาทิกฤษิยากร เตชะปิยะพร (2552:1) และชุมพล เสมาขันธ์ (2552:97) สรุปได้ 2 ประเด็นคือ การพัฒนาทางเลือกหรื อ วิธีการใหม่ๆ โดยอาศยการวั ิจัยเชิงทดลองและการสร้างผลิตภณฑั ์ขึ้นมาโดยอาศยกระบวนการวั ิจัย ซึ่งผู้วิจัยสังเคราะห์และสรุปว่าการวิจัยและพฒนาเป ั ็นการวิจัยท ี่ เนนให ้เก้ ิดการพฒนาอยัางต่ ่อเน ื่ อง และมีประสิทธิภาพ โดยกฤษิยากร เตชะปิยะพร(2552:1)กล่าวว่าการวิจัยและพฒนาจะให ั ้ผลลพธั ์ ที่สําคัญ 2 ลักษณะคือ นวตกรรมประเภทว ัตถัุและนวตกรรมทั ี่เป็นรูปแบบ ส่วนชุมพลเสมาขนธั ์ (2552:98) กล่าวว่าลักษณะของการวิจัยและพัฒนามี 6 ลักษณะได้แก่ 1) เป็นการวิจัยประยุกต ์
15 มุ่งนําผลไปใช้พัฒนาหรือแก้ปัญหา 2) เป็นการวิจัยเชิงประจกษั ์มุ่งพิจารณาขอมู้ลเชิงประจกษั ์ เป็นหลัก 3) มีขั้นตอนการดาเนํ ินงานที่ชัดเจน 4) เป็นกระบวนการที่ต่อเน ื่องในข้นตอนตั ่างๆ 5) มีลักษณะการวิจัยเชิงทดลองเป็นส่วนใหญ่ 6) มีการตรวจสอบประเมินผลได้จากการศึกษา เอกสารดงกลั ่าวผู้วิจัยได้ทําการสังเคราะห์ลักษณะของการวิจัยและพฒนาพบวั ่าผู้วิจัยจะดาเนํ ินการ วิจัยและพฒนาในล ักษณะของนวั ตกรรมประเภทร ัูปแบบ คือนาผลทํ ี่ไดไปพ ้ฒนาหรั ือแกปั ้ญหา โดยชุมพล เสมาขันธ์ (2552:99-104) ได้อธิบายกระบวนการวิจัยและพัฒนา 4 ขั้นตอนได้แก่ ขั้นตอนท ี่ 1 การสํารวจสภาพปัญหา และความต้องการ ขั้นตอนท ี่ 2 การออกแบบผลิตภัณฑ์ ขั้นตอนท ี่ 3 การวิจัยเชิงทดลองขั้นตอนท ี่ 4 การวิจัยเชิงประเมิน และกฤษิยากร เตชะปิยะพร (2552:2) ไดอธ้ ิบายข้ นตอนของการวั ิจัยและพฒนาไว ั 3 ้ ขั้ นตอนไดแก้ ่ขั้ นท ี่ 1 พัฒนาตนแบบ้ ขั้ นท ี่ 2 ทดลองใชนว้ตกรรมั ขั้ นท ี่ 3 สรุปผลการทดลองจากการศึกษาเอกสารของนกวั ิชาการท้ งสองทั ่าน ที่กล่าวมาผู้วิจัยสรุปว่าการวิจัยและพฒนาประกอบด ัวย้ 4 ขั้นตอนไดแก้ ่ขั้นตอนท ี่ 1 การศึกษา สภาพปัญหาและความตองการ้ ขั้นตอนท ี่ 2 การพฒนารัูปแบบ ขั้นตอนท ี่ 3 การทดลองใช้และ ขั้ นตอนท ี่ 4 การประเมินผลการพฒนารัูปแบบ การวิจัยพฒนารัูปแบบ ในปัจจุบัน การวิจัยและพฒนารัูปแบบมีบทบาทในการพฒนาดั ้านการบริหารจดการั ในสถานศึกษามากข้ึน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารูปแบบที่พัฒนาข้ึนช่วยให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาแนวคิด และงานวิจัยท ี่ เก ี่ ยวของของ้ วาโร เพ็งสวสดั์ิ (2553:3-5) Piyanart Singchoo (2011) และชญานีภัทรวารินทร์ (2556:16) สามารถจดกลัุ่มความหมายของรูปแบบได 3 ้ ลักษณะ คือ กรอบความคิดในการดําเนินการอย่างเป็นระบบ 2) ชุดโครงสร้างที่มีความสัมพันธ์กัน อยางเป ่ ็นระบบ 3)วิธีการบริหารงาน จากการสังเคราะห์ความหมายของรูปแบบขางต้ ้น สรุปได้ว่า รูปแบบหมายถึงกรอบแนวคิดท ี่ สร้างข้ึนอย่างเป็นระบบเพ ื่ อนํามาใช้ในการบริหารจัดการ งานใหบรรลุ้ตามวตถัุประสงคโดยม ์ ี Steiner (1988) อ้างถึงใน วาโรเพงสว็สดั์ิ (2553:13) วารู่ปแบบ มี 2 ประเภทคือรูปแบบเชิงปฏิบัติเป็นรูปแบบจําลองทางกายภาพ และรูปแบบเชิงทฤษฎี เป็นรูปแบบที่ สร้างข้ึนขากกรอบแนวคิดที่มีทฤษฎีเป็นพ้ ืนฐานทําให้เกิดรูปแบบโครงสร้าง ที่มีความสัมพนธั ์กันโดยในที่นี้ผู้วิจัยจะดาเนํ ินการศึกษาในรูปแบบเชิงทฤษฎีโดยอาศยทฤษฎั ี เป็นพ้ ืนฐานของการสร้างรูปแบบโครงสร้างที่มีความสัมพนธั ์ของงานอย่างเป็นระบบ ซึ่งนาไปส ํู่ รูปแบบของการพฒนาตั ่อไป จากการศึกษาข้ันตอนของการพัฒนารูปแบบของ Keeves (1988) อ้างถึงในวาโร เพ็งสวสดั์ิ (2553:14) กล่าวถึงหลกการกวัางๆของการพ้ฒนารัูปแบบไว 4 ้ ประการคือ 1) รูปแบบ ควรประกอบข้ึนด้วยความสัมพันธ์อย่างมีโครงสร้าง 2) รูปแบบควรใช้เป็นแนวทางในการ
16 พยาการณ์ผลท ี่ จะเกิดข้ึนจากการใช้รูปแบบได้สามารถตรวจสอบได้โดยการสังเกตและ หาขอสน ้ ับสนุนดวยข้อมู้ลเชิงประจกษั ได์ 3) ้รูปแบบควรตองระบุ้หรือช้ีให้เห็นกลไกเชิงเหตุผล ของเร ื่ องที่ศึกษา 4) รูปแบบควรเป็นเคร ื่ องมือในการสร้างมโนทศนั ์ใหม่และสร้างความสัมพนธั ์ ของตวแปรในล ั กษณะใหม ั ่และการศึกษางานวิจัยของอวยชัยศรีตระกูลและคณะ (2556:88-89) พบว่า มีขั้นตอนในการพฒนารัูปแบบ 3 ขั้นตอนได้แก่ขั้นตอนท ี่ 1 การศึกษาสภาพและแนว ทางการบริหารขั้ นตอนท ี่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหารแยกเป็น 2 ส่วนคือการยกร่างรูปแบบ และ การตรวจสอบร่างรูปแบบ และข้ นตอนทั ี่ 3 คือการประเมินความเป็นไปไดของรู้ปแบบ ศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์และคณะ (2551:53) ไดสร้ ้างกรอบแนวคิดในการพฒนารัูปแบบ 4 ขั้นตอนไดแก้ ่ ขั้ นตอนท ี่ 1 การศึกษาปัญหาขั้ นตอนท ี่ 2 การประเมินรูปแบบ ขั้ นตอนท ี่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ และข้นตอนทั ี่ 4 การปรับปรุงรูปแบบ เพชริน สงค์ประเสริฐ (2554:229) ได้ดําเนินการพฒนาั รูปแบบ 4 ขั้ นตอนคือข้ นตอนทั ี่ 1 การศึกษาองคประกอบของร ์ูปแบบ ขั้ นตอนท ี่ 2การสร้างรูปแบบ ขั้นตอนท ี่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ ขั้นตอนท ี่ 4 การประเมินรูปแบบชยาภรณ์ ศฤงคารทวีกุล (2557:214) ได้พัฒนารูปแบบการดําเนินการดูแลช่วยเหลือนักเรียน กลุ่มเส ี่ยงประกอบด้วย 3 ขั้ นตอน ไดแก้ ่การศึกษาสภาพการดาเนํ ินการการศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบ และการศึกษา ความเหมาะสมในการนําไปใช้เพชริน สงค์-ประเสริฐ (2554:229) ได้พัฒนารูปแบบ 4 ขั้นตอน ไดแก้ ่การศึกษาองคประกอบของร ์ูปแบบการสร้างรูปแบบ การทดลองใช้รูปแบบและการประเมิน รูปแบบ และงานวิจัยของชญานีภัทรวารินทร์ (2556:16) พบว่าการพฒนารัูปแบบประกอบดวย้ 5 ขั้ นตอนไดแก้ ่ขั้ นตอนท ี่ 1การศึกษาเอกสารเพ ื่ อกาหนดกรอบแนวคํ ิด ขั้ นตอนท ี่ 2 การศึกษาและ การวิเคราะห์ข้อมูลพ้ ืนฐานประกอบการสร้างรูปแบบ ขั้นตอนท ี่ 3 การสร้างรูปแบบ ขั้นตอนท ี่ 4 การตรวจสอบรูปแบบ และข้ นตอนทั ี่ 5 การปรับปรุงและนาเํสนอรูปแบบ จากแนวคิดของนกวั ิจัย ที่กล่าวถึงในข้นตอนการพัฒนารัูปแบบ ผู้วิจัยได้สังเคราะห์ร่วมกับแนวคิดทฤษฎีที่เก ี่ ยวของ้ จนไดกรอบแนวค้ ิด ในการพฒนารัูปแบบใน 4 ขั้นตอนไดแก้ ่ขั้นตอนท ี่ 1 การศึกษาสภาพปัญหา และการศึกษาเอกสาร หลกการแนวคั ิดท ี่ เก ี่ ยวของเพ้ ื่ อร่างรูปแบบการพฒนาั ขั้ นตอนท ี่ 2 การสร้าง รูปแบบ ขั้ นตอนท ี่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ และข้ นตอนทั ี่ 4 การประเมินรูปแบบ บริบทของโรงเรียนพร้าววทยาคมิ โรงเรียนพร้าววิทยาคม เป็นโรงเรียนสหศึกษาระดบชั้นมัธยมศั ึกษา ประจาอําเภอํ สังกดั กรมสามญศั ึกษากระทรวงศึกษาธิการ ตั้งอยู่ เลขท ี่ 196 หมู่ 1 ตําบลเข ื่ อนผากอําเภอพร้าว จังหวัด เชียงใหม่จํานวนนกเรั ียนในปัจจุบัน (ปีการศึกษา 2558) ระดบชั้นมัธยมศั ึกษาตอนต้น นักเรียนชาย 289 คน นักเรียนหญิง 324 คน ระดบชั้นมัธยัมศึกษาตอนปลายนกเรั ียนชาย 338 คน นักเรียนหญิง 321 คน ระดบประกาศน ั ียบตรวั ิชาชีพ สาขาช่างเช ื่อมโลหะการนักเรียนชาย 115 คน รวมนกเรั ียน
17 ชาย 742 คน รวมนักเรียนหญิง 645 คน รวมท้งหมดั 1487 คนจานวนบํุคลากรฝ่ายบริหาร 4คน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสนับสนุนการสอนจานวนํ 4 คน ครู 80 คน รวม 84 คนมีโครงสร้างบริหารงาน ดังภาพท ี่ 2.4 ภาพท ี่ 2.4 โครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียนพร้าววิทยาคม กลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียนรับผิดชอบงานในด้านต่างๆประกอบด้วย 1)งานสํานักงานกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน 2)งานกิจการนักเรียน 3)งานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม 4)งานกิจกรรมเสริมหลักสูตร 5)งานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ 6)งานเวรยาม 7)งานแผนงานสารสนเทศและควบคุมภายในกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียน8)งานประกนคัุณภาพ กลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียนโดยมีโครงสร้างแสดงขอบข่ายภาระงานของกลุ่มบริหารงาน กิจการนกเรั ียนแสดงได้ดังภาพท ี่ 2.5 ภาพท ี่ 2.5 โครงสร้างแสดงขอบข่ายภาระงานของกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียน รองผู้อํานวยการ งานประกนคัุณภาพ ผ้อํูานวยการ คณะกรรมการ สถานศึกษาข้ นพั้ ืนฐาน คณะกรรมการสมาคม ผปกครองและครูู้ คณะกรรมการ ชมรมศิษยเก์ ่ า กลุ่มอานวยการํ กลุ่มบริหาร งานวชาการิ กลุ่มบริหาร งานกิจการ กลุ่มบริหาร งานทวไป ั่ กลุ่มนโยบายและ แผนพฒนาคัุณภาพ รองผู้อํานวยการกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียน หัวหนากลุ้่มบริหารกิจการนกเรั ียน งานสานํ กงานฝ ั ่ายกิจการนกเรั ียน งานกิจการนกเรั ียน งานส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม งานโรงเรียนส่งเสริมสุขภาพ งานสารสนเทศและควบคุมภายใน งานเวรยาม งานกิจกรรมส่งเสริมหลกสัูตร
18 โดยในส่วนของงานกิจการนกเรั ียนมีโครงสร้างขอบข่ายงานแสดงได้ดังภาพท ี่ 2.6 ภาพท ี่ 2.6 โครงสร้างแสดงขอบข่ายกิจการนกเรั ียน ซึ่งในงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียนมีโครงสร้างขอบข่ายงานแสดงได้ดังภาพท ี่ 2.7 ภาพท ี่ 2.7 โครงสร้างแสดงขอบข่ายงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน การรู้จักนกเรั ียน เป็นรายบุคคล -การเยยมบ ี่ าน้ -การสมภาษณั ์ -การสังเกต การคดกรองั นักเรียน -แบบประเมิน ตนเอง(SDQ) -โปรแกรม คอมพิวเตอร์ Scan tool 3 การส่งเสริม สนบสนัุน -ชุมนุม -กิจกรรมจิตอาสา ฯลฯ การป้องกนและั แกไข้ -ชมรม TO Be Number one -กิจกรรม YC - กิจกรรมกีฬาเพื่อ สุขภาพ ฯลฯ การส่งต่อ -ครูแนะแนว -ครูพยาบาล - โรงพยาบาล ฯลฯ งานกิจการนกเรั ียน งานวินัยนกเรั ียน -ร่วมพิจารณาและกาหนดการลงโทษน ํกเรั ียนตามระเบียบ ข้อบงคั ับ หรือประกาศของโรงเรียน -ควบคุม ดูแล ติดตาม ช่วยเหลือนกเรั ียน และพิจารณาโทษ นักเรียนใหเป้ ็นไปตามระเบียบ ข้อบงคั ับนักเรียน -จัดทาคํู่มือนกเรั ียน งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน -การรู้จักนกเรั ียนเป็นรายบุคคล -การคดกรองนักเรั ียน -การส่งเสริม สนบสนัุน -การป้องกนและแกั ไข้ -การส่งต่อ งานสภานกเรั ียน -จัดกิจกรรมการเลือกตั้ งสภานกเรั ียน -ให้คําปรึกษาการดาเนํ ินกิจกรรมต่างๆของสภานกเรั ียน งานประชุมผปกครอง ู้ -จัดการประชุมผปกครองอย ู้ างน่อยภาคเร้ ียนละหนึ่งคร้ัง -เลือกตั้ งผปกครองเคร ู้ ือข่าย งานนิเทศ ติดตาม -นิเทศกากํบั ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงานของครูที่ปรึกษา หัวหนาระด้ ับ
19 บทท 3 ี่ วิธีดําเนินการวิจัย การวิจัยคร้ังน้ีเป็นการวิจัยและพฒนาั มีวัตถุประสงค 1) ์เพ ื่ อศึกษาสภาพและปัญหาระบบ บริหารจัดการ งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าว วิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 2) เพ ื่ อสร้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 3) เพ ื่อใช้รูปแบบและศึกษา สภาพปัญหาการใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองั นักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่และ 4)เพ ื่ อศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบ การบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าว วิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่โดยมีขั้ นตอนการดาเนํ ินการวิจัย 4 ขั้ นตอน ดังน้ี ตอนท ี่ 1 การศึกษาสภาพและปัญหาระบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ตอนท ี่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหารจัดการ งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ตอนท ี่ 3 การดาเนํ ินการใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการใช้รูปแบบการบริหาร จัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ตอนท ี่ 4 การศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ขั้นตอนการวิจัยเร ื่ องการพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่แสดงเป็นลาดํ ับ ขั้ นตอนตามรายละเอียดดงภาพทั ี่ 3.1
20 ภาพท ี่ 3.1 สรุปข้ นตอนการดัาเนํ ินการวิจัย ขั้นตอนท ี่ 1ศึกษาสภาพและ ปัญหาระบบการบริหารจดการั งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน 1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฏีหลกการและงานวั ิจัยท ี่ เก ี่ ยวของก้บงานกั ิจการ นักเรียนงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน 2. วิเคราะห์สภาพแวดลอม้ (SWOT Analysis) 3. สัมภาษณ์ครูที่ปรึกษา - ได้ข้อมูลสภาพและปัญหาระบบบริหารจดการังานระบบดูแล ช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ขั้นตอนท 2 ี่ สร้างรูปแบบการ บริหารจดการังานระบบดูแล ช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคัด กรองนกเรั ียน ขั้นตอนท 3 ี่ ใช้รูปแบบและศึกษา สภาพปัญหาการใช้รูปแบบการ บริหารจดการงานระบบดัูแล ช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั นักเรียน ขั้นตอนท 4 ี่ ศึกษาความพึงพอใจ ในรูปแบบการบริหารจดการงานั ระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้าน การคดกรองนักเรั ียน 1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฏีหลกการและงานวั ิจัยท ี่ เก ี่ ยวของก้บการบรั ิหาร สถานศึกษาและการทํางานอยางเป ่ ็นระบบตามวงจรคุณภาพของ เดมมิ่ ง 2. ร่างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนโดยผนวกขอมู้ลจากการศึกษาสภาพและ ปัญหาในข้ นตอนทั ี่ 1และแนวคิด ทฤษฏีทางการบริหารสถานศึกษา โดยใช้การทํางานอยางเป ่ ็นระบบตามวงจรคุณภาพของเดมมิ่ ง ซึ่งได้รูปแบบประกอบดวย้ 4องคประกอบค ์ ือ1)การวางแผน 2)การดาเนํ ินการ3)การตรวจสอบ และ4)การปรับปรุงแกไข้ 3. ตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการบริหารจดการังานระบบดูแล ช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน 4. นํารูปแบบการบริหารจดการังานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนไปปรับปรุงแกไขให ้สมบ ู้รณ์ 1. ทดลองใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน 2. ใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการใช้รูปแบบการบริหารจดการงานั ระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน
21 ตอนท ี่ 1 การศึกษาสภาพและปัญหาระบบการบริหารจัดการ งานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววทยาคมิ จังหวดเชั ียงใหม่ 1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฏีหลกการและงานวั ิจัยท ี่ เก ี่ ยวของก้ ับงานกิจการนักเรียน งานระบบดูแลช่วยเหลือ 2. วิเคราะห์สภาพแวดล้อม (SWOT Analysis) จากแบบศึกษาสภาพแวดล้อม ของงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียนโดยเก็บรวบรวมขอมู้ลจากครูที่ปรึกษาจานวนํ 39 คนระหว่าง วันท ี่ 2-6 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2559 แลวน้ามาวํ ิเคราะห์โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ระหว่างวนทั ี่ 9-10 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2559 เพ ื่อให้ได้จุดแข็ง (ข้อไดเปร ้ ียบ) จุดอ่อน (ข้อเสียเปรียบ) โอกาส (เพ ื่ อการดาเนํ ินการต่อ) และอุปสรรค (ข้อจากํดั ) ของการดาเนํ ินงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน (ดังรายละเอียดท ี่ปรากฏในบทที่ 4) 3. สัมภาษณ์ครูที่ปรึกษาระดบชั้นละั 1 คน โดยพิจารณาจากประสบการณ์ทํางาน ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป รวมท้งหมดั 6 คน ในวนทั ี่ 11-13 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2559 ได้ข้อมูลสภาพ ปัญหาและแนวทางในการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม (ดังรายละเอียดท ี่ปรากฏในบทที่ 4) ตอนท ี่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววทยาคมิ จังหวดเชั ียงใหม่ 1. ศึกษาแนวคิด ทฤษฏีหลกการและงานวั ิจัยท ี่ เก ี่ ยวของก้ ับแนวคิดการบริหาร สถานศึกษาโดยใชกระบวนการการท้างานอยํ างเป็นระบบตามวงจรคุ ่ณภาพของเดมมิ่ ง 2. ร่างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั นักเรียนโดยผนวกข้อมูลจากการศึกษาสภาพและปัญหาในข้ันตอนท ี่ 1 และแนวคิด ทฤษฏี ทางการบริหารสถานศึกษาและการทางานตามวงจรคํุณภาพของเดมมิ่ งโดยรูปแบบประกอบดวย้ 4 องคประกอบ ์ คือ 1)การวางแผน 2)การดาเนํ ินการ 3)การตรวจสอบ และ 4)การปรับปรุงแกไข้ โดยมีรายละเอียดดงนั้ี 2.1 วางแผน (Plan) 2.1.1 ประชุมครูที่ปรึกษาในวนทั ี่ 23 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2559 เพ ื่ อสร้าง ความเข้าใจเกี่ ยวกับสภาพและปัญหาการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน และดาเนํ ินการพิจารณาเลือกคณะกรรมการในการดาเนํ ินงานโดยมติ ที่ประชุมพิจารณาให้ครูกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียนดาเนํ ินการแต่งต้ งคณะกรรมการดัาเนํ ินงาน ระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน
22 2.1.2 ประชุมคณะกรรมการดําเนินงานเพ ื่ อวางแผนแก้ปัญหาในวันท ี่ 30 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2559โดยจดทั าเปํ ็นแผนปฏิบัติการเพ ื่ อสร้างรูปแบบระบบการบริหาร จัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนตารางที่ 3.1 ตารางท 3.1 ี่ แสดงแผนปฏิบัติการเพื่อสร้างรูปแบบระบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน รายการ วัน/เดือน/ปี 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการการจดทัาเกณฑํการค์ดกรองั นักเรียนและแบบคดกรองนักเรั ียน วันท ี่ 6 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 2.ประชุมวิพากษเกณฑ์การค์ดกรองนักเรั ียนและ แบบคดกรองนักเรั ียน วันท ี่ 13 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 3.ประชุมคณะกรรมการเพ ื่อปรับปรุงเกณฑ์ การคดกรองนักเรั ียนและแบบคดกรองให ัสมบ ู้รณ์ วันท ี่ 14-16 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 4.ประชุมคณะกรรมการตามคาสํงแตั่่งต้ งั เพ ื่ อจดทั าโปรแกรมพร ํ ้าวคดกรองั วันท ี่ 20 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 5.จัดทาโปรแกรมพร ํ ้าวคดกรองั วันท ี่ 21 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 ถึงวนทั ี่ 8 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 6.ให้ผู้เช ี่ยวชาญตรวจสอบโปรแกรมพร้าวคดกรองั วันท ี่ 9-15 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 7.ประชุมคณะกรรมการตามคาสํงแตั่่งต้ งั เพ ื่ อจดทัาคํู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองั วันท ี่ 18 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 8.จัดทาคํู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองั วันท ี่ 19 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 ถึงวนทั ี่ 15 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2559 9.ให้ผู้เช ี่ ยวชาญตรวจสอบคู่มือการใชงานโปรแกรม ้ พร้าวคดกรองั วันท ี่ 21-31 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2559 2.2 ดําเนินการ (Do) 2.2.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการการจดทัาเกณฑํการค์ดกรองนักเรั ียนดาเนํ ินการ สร้างความเขาใจก ้บครัูในการกาหนดเกณฑํ ์สําหรับใช้ในการคดกรองนั ักเรียนโดยอางอ้ ิงขอมู้ล จากกรมสุขภาพจิตเพ ื่อใหได้เกณฑ้การค์ดกรองทั ี่ เหมาะสมกบบรั ิบทของนกเรั ียนซ ึ่งในการประชุม คร้ังน้ีดําเนินการแบ่งกลุ่มครูที่ปรึกษาตามระดับช้ันเพ ื่ อจัดทําเกณฑ์การคัดกรองนักเรียน
23 หลังจากน้ันตัวแทนครูระดับช้ันต่างๆนําเสนอเกณฑ์การคัดกรองท ี่ สร้างข้ึนแล้วนําประเด็น ที่คณะครูเห็นดวยมาจ้ดทั าเปํ ็นเกณฑการค์ดกรองนักเรั ียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม เม ื่อไดเกณฑ้ ์ การคัดกรองแล้วจึงดําเนินการสร้างแบบคัดกรองนักเรียนโดยให้ครูแต่ละระดับออกแบบ และนาเสนอแํบบคดกรองและคัดเลั ือกแบบคดกรองทั ี่มีความสอดคลองก้บเกณฑัการค์ดกรองทั ี่สุด ในการเกบข็อมู้ล 2.2.2 ประชุมคณะกรรมการเพ ื่ อสร้างโปรแกรมพร้าวคดกรองโดยผ ั ู้วิจัย ดําเนินการช้ีแจงความสําคญและวัตถัุประสงค์ในการสร้างโปรแกรม ให้คณะกรรมการทราบ เพ ื่อให้คณะกรรมการวางแผนในการจดทั าโปรแกรมให ํ ้สอดคลองก้ ับความตองการและบรรลุ้ วัตถุประสงคและม์ ีประสิทธิภาพในการดาเนํ ินงาน 2.2.3 ประชุมคณะกรรมการเพ ื่ อจัดทําคู่มือการใช้งานโปรแกรมพร้าว คัดกรองโดยปรึกษาหารือร่วมกันในการออกแบบคู่มือให้ผู้ใช้งานโปรแกรมเกิดความสะดวก ในการใชงาน้เขาใจง ้ ่าย สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง 2.3 ตรวจสอบ (Check) 2.3.1 ประชุมวิพากษเกณฑ์การค์ดกรองนักเรั ียนและแบบคดกรอังนกเรั ียน โดยผู้บริหาร หัวหน้ากลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน หัวหนาระด้บและคณะกรรมการดัาเนํ ินงาน เพ ื่อให้ไดเกณฑ้ ์การคดกรองนั ักเรียนและแบบคดกรองนั ักเรียนท ี่ เหมาะสมกบบรั ิบทของนกเรั ียน และโรงเรียนรวมถึงการตรวจสอบความเหมาะสมทางดานเน้ ้ ือหา 2.3.2 นําโปรแกรมพร้าวคัดกรองให้ผู้เช ี่ ยวชาญจากมหาวิทยาลัย ราชภัฏเชียงใหม่ จํานวน 3 คนตรวจสอบประสิทธิภาพของโปรแกรมพร้าวคัดกรองคือ มีความถูกตอง้ มีความสามารถในการตรวจสอบไดและม้ ีความสะดวกในการใชงาน้ 2.3.3 นําคู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองให ั ้ผู้เช ี่ ยวชาญจานวนํ 3 คน จากมหาวิทยาลยราชภัฏเชั ียงใหม่ ตรวจสอบประสิทธิภาพของคู่มือการใช้งานโปรแกรมพร้าว คัดกรองคือ มีความสะดวกในการใช้งานสะดวกต่อในการใช้งาน เขาใจง ้ ่าย สามารถเรียนรู้ได ้ ด้วยตนเอง 2.4. ปรับแกไข้ (Act) 2.4.1 ประชุมคณะกรรมการเพ ื่อปรับปรุงแก้ไขเกณฑ์การคัดกรองและ แบบคดกรองโดยผ ับรู้ ิหาร หัวหนากลุ้่มบริหารงานกิจการนกเรั ียน หัวหนาระด้บและคณะกรรมการั ดําเนินงาน เพ ื่อให้ไดเกณฑ้ ์การคดกรองนั ักเรียนและแบบคดกรัองนักเรียนท ี่ เหมาะสมกบบรั ิบท ของนกเรั ียนและโรงเรียนรวมถึงการตรวจสอบความเหมาะสมทางดานเน้ ้ ือหา
24 2.4.2 ปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมพร้าวคัดกรองโดยคณะกรรมการจัดทํา โปรแกรมพร้าวคดกรองดัาเนํ ินการปรับปรุงตามขอเสนอแนะของผ ้ ู้เช ี่ ยวชาญเพ ื่อให้ไดโปรแกรม ้ การคดกรองทั ี่มีประสิทธิภาพ 2.4.3 ปรับปรุงคู่มือการใช้โปรแกรมพร้าวคัดกรองโดยคณะกรรมการ ดําเนินการจัดทําคู่มือการใช้งานโปรแกรมพร้าวคัดกรองดําเนินการปรับปรุงตามคาแนะนํ ํา ของผเชู้ ี่ ยวชาญเพ ื่อใหได้ ้คู่มือการใชโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองทั ี่มีประสิทธิภาพ 3. ตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการบริหารจัดการ งานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน โดยผู้เช ี่ ยวชาญซ ึ่งประกอบดวยผ้ ู้บริหารสถานศึกษาจานวนํ 3 คนในการตรวจสอบรูปแบบของการดาเนํ ินงานซ ึ่งประกอบด้วย การวางแผน การดาเนํ ินการ การตรวจสอบ และการปรับปรุงแก้ไข ซึ่งพบขอมู้ลที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ได้แก่การวางแผน ปฏิบัติการเพ ื่ อสร้างรูปแบบให้เพิ่มเติมในส่วนของผู้รับผิดชอบเพ ื่อสะดวกในการติดตามงาน หลังจากปรับปรุงแลวส้ ่งผลให้ค่าดชนั ีความสอดคลองต้ ้ งแตั ่ 0.67-1.00 4. นํารูปแบบการบริหารจดการังานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั นักเรียนไปปรับปรุงแกไขให ้สมบ ู้รณ์ ตอนท ี่ 3 การ ใช้ รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการใช้ รูปแบบการบริหารจัดการ งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวัด เชียงใหม่มีรายละเอยดดี ังน ี้ 1. ทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนกบครั ูหัวหนาระด้บจัานวนํ 6 คน โดยดาเนํ ินการประชุมครูหัวหนาระด้ ับ เพ ื่ อช้ีแจงเก ี่ ยวกับรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านการคดกรองั นักเรียนในแต่ละข้ นตอนในว ันทั ี่ 1 เดือนกนยายนัพ.ศ.2559 และใหคร้ ูหัวหนาระด้ บทดลองใช ังาน้ ระหว่างวันท ี่ 2-5 เดือนกันยายน พ.ศ.2559 ห ลังจากครู หัวหน้าระดับทดลองใช้แล้ว จากน้ันดาเนํ ินการสัมภาษณ์การใช้รูปแบบของครูหัวหน้าระดบระหวั ่างวนทั ี่ 6-8 เดือนกนยายนั พ.ศ.2559 แลวน้ ําไปปรับปรุงแก้ไขรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน 2. ใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองั นักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม กบครั ูที่ปรึกษาจานวนํ 39 คน โดยประชุมช้ีแจงครูที่ปรึกษา เก ี่ ยวกับรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านการคดกรองนั ักเรียน ในวันท ี่ 11 เดือนกันยายน พ.ศ.2559 และครูที่ปรึกษาดําเนินการใช้ระหว่างวันท ี่ 12-18
25 เดือนกันยายน พ.ศ.2559 หลังจากท ี่ ครูที่ปรึกษาดําเนินการใช้เรียบร้อยแล้ว จากน้ันสอบถาม ความพึงพอใจครูที่ปรึกษาในระหว่างวนทั ี่ 19-22 เดือนกันยายน พ.ศ.2559 แลวน้ ํามาปรับปรุง เพ ื่อได้รูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคมท ี่ สมบูรณ์ ตอนท ี่ 4 การศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่มีรายละเอยดดี ังน ี้ ดังน ี้ สอบถามความพึงพอใจรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่จากคณะครูกลุ่มบริหาร งานกิจการนักเรียน จํานวน 15 คน ในวันท ี่ 25-29 เดือนกันยายน พ.ศ.2559โดยสอบถาม ความพึงพอใจในการใช้รูปแบบแต่ละข้ นตอนตามวงจรคัุณภาพของเดมมิ่ งจากน้นแลัวน้ามาเขํ ียน รายงานผลการดาเนํ ินการวิจัย เคร ื่ องมือในการวิจัยประกอบด้วย 1. แบบศึกษาสภาพแวดลอม้ 2. แบบสมภาษณั ์ครูที่ปรึกษา 3. แบบสมภาษณั ์หัวหนาระด้ ับ 4. แบบสอบถามความพึงพอใจ ขั้นตอนการสร้างและหาประสิทธิภาพเคร ื่ องมือ 1. แบบศึกษาสภาพแวดลอม้ 1.1 ศึกษาแนวคิดในการสร้างแบบศึกษาสภาพแวดลอม้ (SWOT Analysis) 1.2 ดําเนินการสร้างแบบศึกษาสภาพแวดลอม้ โดยกาหํนดวตถัุประสงคเพ์ ื่อประเมิน สภาพแวดลอมของงานระบบดู้แลช่วยเหลือนกเรั ียนใน 2 ปัจจัยไดแก้ ่ปัจจยทั ี่ 1 คือสภาพแวดลอม้ ภายนอกแบ่งเป็น 4 ปัจจยยั อยได ่แก้ ่ สังคมสภาพแวดลอม้ เทคโนโลยีเศรษฐกิจและนโยบาย ปัจจัย ที่ 2 สภาพแวดลอมภายใน ้แบ่งเป็ น 6 ปัจจยยั ่อยไดแก้ ่โครงสร้างงาน ผลผลิต-บริการ บุคลากร งบประมาณ สื่ออุปกรณ์และการบริหารจดการัแลวก้ าหนดประเด ํ ็นคาถามในแต ํ ่ละประเด็นปัจจัย ซึ่งปัจจัยท ี่ 1 มีข้อคําถามรวมท้ังหมด 18 ข้อได้แก่ ด้านสังคมสภาพแวดล้อมจํานวน 6 ข้อ ด้านเทคโนโลยีจํานวน 4 ข้อ ด้านเศรษฐกิจจํานวน 4 ข้อและดานนโยบาย ้ จํานวน 4 ข้อ ปัจจยทั ี่ 2 สภาพแวดล้อมภายในมีข้อคําถามท้ังหมด 33 ข้อ ได้แก่ ด้านโครงสร้างงานจํานวน 6 ข้อ
26 ด้านผลผลิต-บริการจานวนํ 5 ข้อ ด้านบุคลากรจานวนํ 5 ข้อ ด้านงบประมาณจานวนํ 4 ข้อ ด้านสื่อ อุปกรณ์จํานวน 5 ข้อและดานการบร้ ิหารจดการจัานวนํ 5 ข้อ 1.3 นําขอค้ าถามให ํ ้อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ตรวจสอบความครอบคลุมของ เน้ ือหา 1.4 เสนอผเชู้ ี่ ยวชาญผไดู้ แก้ ่บริหารสถานศึกษาจานวนํ 3 คนในการตรวจสอบความ เหมาะสมทางดานภาษา้และเน้ ือหา 1.5 ดําเนินการปรับปรุงแก้ไขตามขอเสนอแนะของผ ้ ู้เช ี่ยวชาญในการปรับภาษา ที่ใชให้ ้มีความชดเจนโดยขยายความในประเด ันของการว็ฒนธรรมการลั้ียงดูโดยขยายความเพิ่ มเติม ในส่วนของการเล้ียงดู (แบบตามใจ หรือแบบใช้เหตุผล) ส่งผลให้ค่าดชนั ีความสอดคล้อ (IOC) หลงการปร ั ับปรุงมีค่าครอบคลุมสิ่งที่ต้องการศึกษาต้ งแตั ่ 0.67-1.00 1.6 ดําเนินการจดพั ิมพเพ์ ื่ อนาไปเก ํบข็อมู้ล 2. แบบสมภาษณั ์ครูที่ปรึกษา 2.1 ศึกษาแนวคิดวิธีการสร้างแบบสัมภาษณ์และกําหนดประเด็นเพ ื่ อสร้าง ข้อคาถามํ 2.2 ดําเนินการสร้างขอค้ าถามให ํ ้ครอบคลุมตามประเด็นที่กาหนดซํ ึ่งประกอบดวย้ แนวประเด็นคาถามํ จํานวน 7 ประเด็นได้แก่ ประเด็นท ี่ 1ความเข้าใจในระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน ประเด็นท ี่ 2. ปัจจยใดบ ัางท้ ี่ส่งผลต่อการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประเด็นท ี่ 3ระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม ประเด็นท ี่ 4 แนวทางการพฒนาขั้นตอนของระบบั ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประเด็นท ี่ 5. ความสําเร็จของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ประเด็นท ี่ 6 จุดอ่อน-จุดแข็ง-อุปสรรคและโอกาสของระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม และประเดนท็ ี่ 7. แนวทางในการพฒนารัูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน 2.3 เสนออาจารย์ที่ป รึกษาวิทยานิพนธ์เพ ื่ อตรวจสอบความเหมาะสม ทางดานเน้ ้ ือหาและความสอดคลองก้บวัตถัุประสงค์ 2.4 ปรับปรุงแกไขตามข ้อเสนอแนะ ้ 2.5 จัดพิมพเพ์ ื่ อนาไปเก ํบข็อมู้ล 3. แบบสมภาษณั ์หัวหนาระด้ ับ 3.1 ศึกษาแนวคิดวิธีการสร้างแบบสมภาษณั ์และกาหนดประเด ํนเพ็ ื่ อสร้างขอค้าถามํ 3.2 ดําเนินการสร้างข้อคาถามให ํ ้ครอบคลุมตามประเด็นที่กําหนดโดยกําหนด ประเด็นคาถามํ 2 ประเดนได ็แก้ ่ประเดนท็ ี่ 1 เคร ื่ องมือในการคดกรองนักเรั ียนประเดนท็ ี่ 2 รูปแบบ การบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน
27 3.3 เสนออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ตรวจสอบความเหมาะสมทางดานเน้ ้ ือหาและ ความสอดคลองก้บวัตถัุประสงค ์ 3.4 ปรับปรุงแกไขตามข ้อเสนอแนะ ้ 3.5 จัดพิมพเพ์ ื่ อนาไปเก ํบข็อมู้ลต่อไป 4. แบบสอบถามความพึงพอใจ 4.1 ศึกษาแนวคิดวิธีการสร้างแบบสอบถามความพึงพอใจและกาหนดประเด ํ ็น เพ ื่ อสร้างขอค้าถามํ 4.2 ดําเนินการสร้างขอค้าถํ ามให้ครอบคลุมตามประเด็นที่กาหนดํ จํานวน 4 ฉบับ ประกอบด้วย ฉบบทั ี่ 1 คือแบบสอบถามความพึงพอใจของครูที่ปรึกษาที่มีต่อโปรแกรมพร้าว คัดกรองโดยกาหนดประเด ํ ็นคาถามํ 3 ประเด็นหลกคั ือความสะดวกในการใชงาน้ความถูกตอง้ ในการใชงาน้ ความสามารถในการตรวจสอบตรวจสอบ ฉบบทั ี่ 2 คือแบบสอบถามความพึงพอใจ ของครูที่ปรึกษาที่มีต่อคู่มือการใช้งานโปรแกรมพร้าวคัดกรองโดยกําหนดประเด็นคาถามํ 3 ประเด็นหลักคือความสะดวกในการใช้งาน ความสอดคล้องกับวตถัุประสงค์ในการใช้งาน ความเหมาะสมทางด้านเน้ ือหา ฉบับท ี่ 3 คือ แบบสอบถามความพึงพอใจของครูที่ปรึกษา ที่มีต่อรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน โดยกาหนดประเด ํ ็นคาถามจํานวนํ 11 ประเด็น ตามข้นตอนของการดัาเนํ ินการพฒนารัูปแบบ ฉบับท ี่ 4 คือแบบสอบถามความพึงพอใจของครูกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียนที่มีต่อรูปแบบ การบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนโดยกาหนดประเด ํ ็น คําถาม 4 ประเด็นได้แก่ ประเด็นท ี่ 1 การวางแผน ประเด็นท ี่ 2 การดําเนินการ ประเด็นท ี่ 3 การตรวจสอบและประเด็นท ี่ 4 การปรับปรุงแกไข้ 4.3 เสนออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ตรวจสอบความเหมาะสมทางดานเน้ ้ ือหาและ ความสอดคลองก้บวัตถัุประสงค ์ 4.4 ให้ผู้เช ี่ ยวชาญตรวจสอบค่าดัชนีความสอดคล้องพบว่ามีความเหมาะสม สามารถนาไปใช ํ ได้ โดยม ้ ีค่าดชนั ีความสอดคลองต้ ้ งแตั ่ 0.67-1.00 ทุกฉบับ 4.5 ปรับปรุงแกไขตามข ้อเสนอแนะ ้ 4.6 จัดพิมพเพ์ ื่ อนาไปเก ํบข็อมู้ลต่อไป
28 การเกบรวบรวมข็ ้อมูล ผู้วิจัยดาเนํ ินดาเนํ ินการเกบรวบรวมข็อมู้ลตามลาดํบขั้ นตอนดังนั้ี 1. เกบข็อมู้ลรวบรวมขอมู้ลต้ งแตั ่ เดือนพฤษภาคม 2559 ถึง มิถุนายน 2560 2. เกบรวบรวมข็อมู้ลตามข้ นตอนการวั ิจัยของการพฒนารัูปแบบ การวเคราะหิ ์ข้อมูล การวิจัยคร้ังน้ีผู้วิจัยได้วิเคราะห์และใชสถ้ ิติวิเคราะห์ข้อมูลดงนั้ี 1. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ไดแก้ ่ แบบสัมภาษณ์ 2 ประเด็น คือประเด็นท ี่ 1 ศึกษาสภาพปัญหาของการบริหาร จัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน โดยสัมภาษณ์ครูที่ปรึกษา ระดับช้ันละ1คน และครูหัวหน้างานกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน รวมท้ังหมด 7 คน ที่มีประสบการณ์ในการทางานํ 10 ปีขึ้นไป ประเดนท็ ี่ 2 ศึกษาสภาพปัญหาของรูปแบบ การบริหาร จัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนของ โรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ โดยสัมภาษณ์ครูหัวหน้าระดับ ระดับละ 1 คน รวมท้ังหมด 6 คนโดยหา ความสมพันธั ์ของขอมู้ลแลวสร ้ ุปประเด็นเป็นความเรียงในแต่ละขอค้าถามํ 2. การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ไดแก้ ่ การทํา SWOT Analysis จากแบบศึกษาสภาพแวดลอมการด้าเนํ ินงานระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน จํานวน 39 ฉบับ (ครูที่ปรึกษาห้องละ 1 คน จํานวน 39 ห้อง) เพ ื่อประเมินผล การดาเนํ ินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในปีการศึกษา 2558 แลวน้ามาวํ ิเคราะห์ความสัมพนธั ์ ในรูปของกราฟ โดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์และหาความสัมพนธั ์ของขอมู้ลเพ ื่ อกาหนดทํ ิศทาง โดยอางอ้ ิงขอมู้ลร่วมกบแบบสัมภาษณั ์ แบบสอบถามความพึงพอใจของครูที่ปรึกษาเก ี่ ยวกบการใช ั ้รูปแบบการบริหาร จัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน จํานวน 39 ฉบับ แบบสอบถามความพึงพอใจของครูกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียนเก ี่ ยวกับ รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน จํานวน 15 ฉบับ โดยใช้สถิติพื้นฐานหาค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และส่วนเบ ี่ ยงเบนมาตรฐาน แล้วนําเสนอเป็นตารางประกอบคาบรรยายํ ใช้มาตราส่วนในการประเมินค่า (Rating Scale) ตามแบบของลิเคิร์ท Likert (สุวิมล ติรกานนทั :2549) ์ ให้นํ้ าหนกคะแนนดังนั้ี
29 ความพึงพอใจระดบมากทั ี่สุด ใหคะแนน้ 5 ความพึงพอใจระดบมากั ใหคะแนน้ 4 ความพึงพอใจระดบปานกลาง ั ใหคะแนน้ 3 ความพึงพอใจระดบนัอย้ ใหคะแนน้ 2 ความพึงพอใจระดบนัอยท้ ี่สุด ใหคะแนน้ 1 แปลความหมาย 4.50-5.00 หมายความวา่ มีความพึงพอใจระดบมากทั ี่สุด 3.50-4.49 หมายความวา่ มีความพึงพอใจระดบมากั 2.50-3.49 หมายความวา่ มีความพึงพอใจระดบปานกลาง ั 1.50-2.49 หมายความวา่ มีความพึงพอใจระดบนัอย้ 1.00-1.49 หมายความวา่ มีความพึงพอใจระดบนัอยท้ ี่สุด
30 บทท 4 ี่ ผลการวเคราะหิ ์ข้อมู ล การวิจัยและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่มีวัตถุประสงคเพ์ ื่อ 1) ศึกษา สภาพและปัญหาระบบบริหารจดการังานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนดานการค้ดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ 2) สร้างรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 3) ใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่และ 4) ศึกษา ความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองั นักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ ผู้วิจัยขอนําเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตามวตถัุประสงคของงานว์ ิจัยดงนั้ี ตอนท ี่ 1 การศึกษาสภาพและปัญหาระบบบริหารจัดการ งานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียนด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววทยาคมิ จังหวดเชั ียงใหม่ มีรายละเอยดดี ังน ี้ 1.1 สภาพและปัญหาระบบบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม ประกอบดวย้ 5 ขั้นตอน ไดแก้ ่ขั้นท ี่ หนึ่ ง รู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคลโดยการจดทัาระเบํ ียนสะสม และเย ี่ ยมบานน้ ักเรียน เพ ื่อให้ได้ข้อมูล พื้นฐานทางด้านความสามารถ ด้านสุขภาพ ด้านครอบครัว ขั้นท ี่ สองการคัดกรองนักเรียน เพ ื่ อจําแนกนักเรียนเป็ น 3 กลุ่มได้แก่กลุ่มปกติกลุ่มเส ี่ ยงและกลุ่มมีปัญหา เพ ื่อให้การดูแล ช่วยเหลือนักเรียนตรงกบปั ัญหาและความตองการของน้ ักเรียนโดยใช้แบบประเมินพฤติกรรม ที่เรียกว่าแบบประเมิน SDQ และประมวลผลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า โปรแกรม Scan Tool 3 ขั้นท ี่ สามการจดกั ิจกรรมส่งเสริมนักเรียนกลุ่มปกติได้แก่การจดกั ิจกรรมโฮมรูม ขั้ นที่สี่การป้องกนและแกั ปั้ญหานกเรั ียนกลุ่มเส ี่ ยงและกลุ่มมีปัญหา โดยการให้คําปรึกษาเบ้ ืองต้น
32 1.2 การจัดกิจกรรมชุมนุม กิจกรรมเพ ื่ อนท ี่ปรึกษา ฯลฯ ขั้นที่ห้าการส่งต่อนักเรียน ในกรณี ที่การดําเนินงานสี่ ขั้นตอนไม่สามารถช่วยเหลือนักเรียนได้ต้องอาศัยผู้เช ี่ ยวชาญ ซึ่งการดาเนํ ินงานที่ผ่านมาพบว่า ในกระบวนการห้าข้นตอนของระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ประสบความสําเร็จในข้ันตอนท ี่ หน ึ่ งคือการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ส่วนข้ันตอน ของการคดกรองนักเรั ียนพบปัญหาในการดาเนํ ินงานส่งผลให้ขั้ นตอนการดาเนํ ินงานอ ื่นๆไม่บรรลุ ตามวตถัุประสงค์ 1.3 ปัญหาท ี่ พบจากการทํา SWOT Analysis โดยใช้แบบศึกษาสภาพแวดล้อม ของการดาเํนินงาน ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการสัมภาษณ์ครูที่ปรึกษาผลการวิเคราะห์ แสดงได้ดังภาพท ี่ 4.1 ภาพท 4.1 ี่ ผลการประเมินสถานภาพของงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคมบนแกนความสมพันธั ์ของ SWOT Analysis จากภาพท ี่ 4.1 สรุปได้ว่า สถานภาพของงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียน พร้าววิทยาคมอยู่ในรูปเครื่ องหมายคาถามํ (Question Marks) หมายถึง สภาพแวดล้อมภายใน ของโรงเรียนมีปัญหาไดแก้ ่ นักเรียนกลุ่มเส ี่ ยงและกลุ่มมีปัญหาบางคน ไม่สามารถปรับพฤติกรรม ของตนเองได้ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริม ป้องกันและแก้ปัญหาบางกิจกรรม ดาวรุ่ง (STARS) เคร ื่ องหมายคาถามํ (QUESTION MARKS) วัวแม่ลูกอ่อน (CASH COWS) สุนัขจนตรอก(DOGS)
33 ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนภายในที่ต้องแกไขป ้ ัญหาโดยใช้โอกาสจากนโยบายของ ต้นสังกัดที่ต้องการลดปริมาณนักเรียนกลุ่มเส ี่ ยงและกลุ่มมีปัญหาในแต่ละด้าน ประกอบกับ โรงเรียนมีจุดแขงในด ็ านการให ้ความร้ ่วมมือในการพฒนาระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ทั้งน้ีสาเหตุทั้งหมดเกิดจากกระบวนการในการคดกรองนั ักเรียนโดยทวไปจะใช ั่แบบ้ ประเมินพฤติกรรม (SDQ) เป็นเคร ื่ องมือในการคดกรองนั ักเรียนและใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Scan Tool 3 ประมวลผลเพ ื่ อจาแนกนํ ักเรียนเป็นสามกลุ่ม ประกอบดวยกลุ้่มปกติกลุ่มเส ี่ ยงและ กลุ่มมีปัญหาจากการการสมภาษณั ์เชิงลึกครูที่ปรึกษาสามารถแยกประเดนป็ ัญหาได้ 2 ประเดนค็ ือ ประเด็นท ี่ 1 แบบคดกรองนั ักเรียน (แบบประเมินนักเรียน:SDQ) มีการกรอกขอมู้ล3 ส่วนไดแก้ ่ครูประเมินนกเรั ียน นักเรียนประเมินตนเองและผปกครองประเม ู้ ินนกเรั ียนซ ึ่งประสบ ปัญหาในขอค้าถามทํ ี่มีความคลายคล้ ึงกัน ทําให้การแปลผลขดแยังก้ ัน และขอความขาดความ้ ยืดหยนุ่ส่งผลให้ข้อมูลมีความคลาดเคล ื่ อนกบพฤติ ักรรมของนกเรั ียน ดังตวอยัางการส่ ัมภาษณ์ผู้ให้ ข้อมูลดงนั้ี “ …เดิมการคัดกรองนักเรียนจะใช้แบบสอบถามท ี่ เรียกว่า SDQ โ ดยมีการเก็บ ข้อมูลสามส่วนคือ นักเรียนประเมินตนเอง ครูประเมินนักเรียน และผู้ปกครอง ประเมินนักเรียนค่ะแล้วนาขํ ้อมลทูี่ได้มาแปลผลพบว่าข้อมลทูี่ได้ขัดแย้งกันจึงเป็น ปัญหาค่ะ ส่วนใหญ่นักเรียนจะประเมินตนเองขัดแย้งกับพฤติกรรมท ี่ แสดงออก ค่ะ…” (ผู้ให้ข้อมูล : ครูที่ปรึกษาระดบชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 3) “ …กระบวนการคัดกรองนักเรียนแรกๆนะครับ เดิมทีไม่ค่อยเป็นระบบเท่าไหร่ ต่อมาเร ิ่ มมีเอกสารมา คือแบบประเมินท ี่ เราเรียกกันว่า SDQ ครับแต่ทุกอย่างย่อม มีข้อเสียแน่นอนในความรู้สึกของผม ข้อเสียของ SDQ คือตายตัวเกินไป ขาดความ ยืดหยนคร ุ่ ับ…” (ผู้ให้ข้อมูล : ครูที่ปรึกษาระดบชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 6) “… ปกติของพร้าวจะมีการคัดกรองนักเรียนโดยใช้ SDQ อยู่ 3 กลุ่มก็คือ นักเรียน ประเมินตนเอง ผู้ปกครองประเมินนักเรียน และครูประเมินนักเรียน แล้วแยก นักเรียนเป็ น 3 กลุ่มในรูปเอกสารค่ะ ส่วนใหญ่นักเรียน Check เองพอCheck เอง ทําให้ไม่ตรงกับข้อมลทูี่ ครูมีและพฤติกรรมของนักเรียนท ี่ แสดงออก…” (ผู้ให้ข้อมูล : ครูหัวหนากลุ้่มบริหารงานกิจการนกเรั ียน)
34 ประเด็นท ี่ 2 การบนทั ึกขอมู้ลและการประมวลผลขอมู้ลโดยใชโปรแกรมคอมพ ้ ิวเตอร์ สําเร็จรูป (Scan Tool 3) พบว่าเกิดปัญหาในการติดต้ัง การเข้าโปรแกรมมีความยาก ระบบ การทางานไม ํ ่เสถียรไม่สามารถเช ื่อมโยงขอมู้ล และประมวลผลขอมู้ลได้เพิ่มภาระงานให้ครู ในการกรอกขอมู้ลที่ซํ้ าซอน้หากมีโปรแกรมอื่ นที่มีความเสถียร สามารถเช ื่อมโยงขอมู้ลไดไม้ ่เพิ่ ม ภาระงานให้ครูจะช่วยให้การประมวลผลในการคัดกรองประสบความสําเร็จดังตัวอย่าง การสมภาษณั ์ผู้ให้ข้อมูลดงนั้ี “...การประมวลผลข้อมูลโ ดยใช้โปรแกรม Scan Tool 3 ที่ได้รับการอบรมมา ก็พบปัญหาในการใช้งานเน ื่ องจากระบบอินเตอร์เนตหร็ ืออะไรสักอย่างกับระบบ ครับ ทําให้การจัดกลมนุ่ ักเรียนและการบันทึกข้อมลไมู่ประสบผลสาเรํ ็จครับ... ” (ผู้ให้ข้อมูล : ครูที่ปรึกษาระดบชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 1) “...การประมวลผลโดยใช้โปรแกรม Scan Tool 3 คิดว่าโปรแกรมมีความซับซ้อน เข้าโปรแกรมยาก ยุ่งยากต่อการใช้งานจึงเกบข็ ้อมูลอยู่ในรูปเอกสารจึงไม่ได้ใช้ โปรแกรมค่ะ...” (ผู้ให้ข้อมูล : ครูที่ปรึกษาระดบชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 2) “...การใช้โปรแกรม Scan Tool 3 ในการประมวลผลได้ทําการ Install Program แต่ใช้ไม่ได้กระบวนการซับซ้อน ไม่ Link หากัน มันยากต่อการทางานมากคํ ่ะ ความจริงอยากให้โ ปรแกรมสามารถ Link ไปยังแผ่นต่อไปแล้ว แปลผลออกมา จะช่วยให้เกิดความสะดวกในการทางานและเรํ ็วด้วยค่ะ...” (ผู้ให้ข้อมูล : ครูที่ปรึกษาระดบชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 3) “...การใช้โปรแกรม Scan Tool 3 นะคะ โปรแกรมนี้ต้องติดต ั้งในคอมพิวเตอร์ ค่ะ แต่จริงๆ แล้วข้อมูลในการทาโปรแกรมก ํ ็เหมือน SDQ ค่ะแบ่งเป็นส่วนๆให้ครู ให้นักเรียน ให้ผู้ปกครองทาเหมํ ือนกัน เหมือนกับว่า ให้ผู้ปกครอง ทําในเอกสาร แล้วครูต้องนามากรอกํ ในโปรแกรมอีกท ี่ หน ึ่งปรากฏว่า เกิดปัญหาอย่างมากเลย ค่ะเพราะว่าโปรแกรมไม่เสถยรป ี ัญหาของก็คือจาก ที่ เห็นคุณครูบางท่าน ก็ใช้เป็น ไม่มีปัญหาแต่คุณครูบางท่านก็มีปัญหาในการติดต ั้ งนะคะ ถ้าเรามีเคร ื่ องมือดีๆ ที่สามารถใช้งานได้ง่ายคล้ายๆโปรแกรมตัวน ี้ แต่ครูสามารถเข้าไปใช้งานได้ง่ายๆ ตรงๆอาจเป็นพวกระบบออนไลน์โปรแกรมที่ติดต ั้ งบนเชิฟเวอร์นะคะสักตัวหนึ่ง เวลาเราคีย์ข้อมูลเข้าไปมันกจะม็ ีที่เกบข็ ้อมูลบนเชิฟเวอร์นะคะ และประมวลผล
35 ออกมาอยู่เป็นระบบส่วนกลาง อย่างโปรแกรม Scan Tool3 คือครูที่ปรึกษา คีย์ห้องไหนก็ดูได้เฉพาะห้องของตนเองนะค่ะ โ รงเรียนหรือฝ่ายบริหารจะดึง ข้อมูลมารวมกันก็ต้องมาส่งทีละคน หากเรามีระบบออนไลน์ครูแต่ละคนต่างคน ต่างกรอกข้อมลแลู้วกมารวมอย็ ู่ที่ที่เดียว ตรงกลางประมวลผลเลยกจะด็ ีมากๆ ๆค่ะ ...” (ผู้ให้ข้อมูล : ครูที่ปรึกษาระดบชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 4) “...โปรแกรม Scan Tool 3 ในการประมวลผลข้อมลคู่ะ เม ื่อใส่ข้อมลแลู้วไม่เสถยรี หรืออะไรสักอย่างค่ ะ ทําให้ไม่ได้ใ ช้ ค่ ะ ตอนน ั้ นก็มีปัญหาตรงติดต ั้ งข้อมูล เลยค่ะ...” (ผู้ให้ข้อมูล : ครูที่ปรึกษาระดบชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 5) “...การใช้โปรแกรม Scan Tool 3 พบว่าไม่สามารถทาได ํ ้ปัญหาหลายคน คือระบบ ไม่เสถียรจึงทาให ํ ้ ข้อมูลไม่สมบูรณ์บางคนก็กรอกครบ บางคนก็กรอกไม่ครบ จึงเกิดปัญหาของระบบดูแลทันที... ” (ผู้ให้ข้อมูล : ครูหัวหนากลุ้่มบริหารงานกิจการนกเรั ียน) ผู้วิจัยจึงเกิดแนวคิดในการพฒนารัูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่โดยดําเนิน การศึกษาเอกสารและงานวิจัยท ี่ เก ี่ ยวของตามประเด ้ ็นต่างๆ ประกอบด้วย แนวคิดการบริหาร สถานศึกษา ระบบสารสนเทศเพ ื่ อการบริหารจดการในสถานศ ั ึกษา งานกิจการนกเรั ียน งานระบบ ดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน การวิจัยและพฒนาัและบริบท ของโรงเรียนพร้าววิทยาคมจากน้นนัาขํอมู้ล ที่ไดมาส ้ ังเคราะห์เน้ ือหาเพ ื่ อนาไปส ํร้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนตามบริบทของโรงเรียนพร้าววิทยาคม ตอนท ี่ 2 การสร้างรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการ คัดกรองนักเรียน ของโรงเรียนพร้าววทยาคมิ จังหวดเชั ียงใหม่ จากการศึกษาสภาพและปัญหาในข้นตอนทั ี่ 1 ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีหลกการั และงานวิจัยท ี่ เก ี่ ยวของก้บงานกั ิจการนกเรั ียน งานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน แนวคิดการบริหาร สถานศึกษาโดยใชกระบวนการท้างานอยํ ่างเป็นระบบตามวงจรคุณภาพของเดมมิ่ งซ ึ่งได้รูปแบบ การบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียนประกอบดวย้ 4 องคประกอบ ์ ดังน้ี
36 1. การวางแผน ผู้วิจัยดําเนินการสร้างความเขาใจเก ้ ี่ ยวกับสภาพและปัญหารูปแบบ การบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน 1.1 ประชุมครูที่ปรึกษาในวนทั ี่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2559 เพ ื่ อสร้างความเข้าใจ เก ี่ ยวกับสภาพและปัญหาการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองั นักเรียน 2 ประเด็นไดแก้ ่เกณฑการค์ดกรองนักเรั ียน และโปรแกรมสาหรํ ับการประมวลผลขอมู้ล จึงดําเนินการมอบหมายให้กลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียนดําเนินการทําหนังสือแต่งต้ัง คณะกรรมการดาเนํ ินงานตามคาสํ ั่ งโรงเรียนพร้าววิทยาคม ที่ 217/2559 เร ื่ องแต่งต้งคณัะกรรมการ ดําเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ปีการศึกษา 2559 สั่ งไว้ณ วันท ี่ 27 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2559 (ดังภาคผนวกก) 1.2 ประชุมคณะกรรมการดาเนํ ินงานเพ ื่ อวางแผนแกปั ้ญหาเร ื่ องเกณฑ์การคดกรองั นักเรียน และโปรแกรมสําหรับการประมวลผลข้อมูลในวนทั ี่ 23 เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2559 โดยจดทั าเปํ ็นแผนปฏิบัติการสร้างรูปแบบระบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ดังท ี่ปรากฏอยในบททู่ ี่ 3 2 การดาเนํ ินการ 2.1 ประชุมเชิงปฏิบัติการการจัดทาเกณฑํ ์การคัดกรองนักเรียนในวนทั ี่ 6 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2559 เพ ื่ อสร้างความเขาใจก ้บครั ูที่ปรึกษาในการกาหํนดเกณฑ์สําหรับใช้ในการ คัดกรองนักเรียนโดยอางอ้ ิงขอมู้ลจากกรมสุขภาพจิตเพ ื่อให้ไดเกณฑ้ ์การคดกรองทั ี่ เหมาะสมกบั บริบท ของนกเรั ียนซ ึ่งในการประชุมคร้ังน้ีดําเนินการแบ่งกลุ่มครูที่ปรึกษาตามระดบชั้นเพั ื่ อจดทั ํา เกณฑการค์ดกรองนักเรั ียนหลงจากนั้นตัวแทนครัูระดบชั้นตั ่างๆนาเสนอเกณฑํการ์คดกรองทั ี่ สร้าง ขึ้นแลวน้ าประเด ํ ็นท ี่ คณะครูเห็นดวยจ้านวนํ 8 ประเด็นมาจดทั าเปํ ็นเกณฑ์การคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคมโดยมีรายละเอียดดงนั้ี ประเด็นท ี่ 1 ด้านความสามารถได้แก่ความสามารถทางการเรียนและ ความสามารถพิเศษ ประเดนท็ ี่ 2 ด้านสุขภาพ ไดแก้ ่สุขภาพทางร่างกายและสุขภาพทางจิตใจ ประเดนท็ ี่ 3 ด้านครอบครัวไดแก้ ่เศรษฐกิจและการคุ้มครองนกเรั ียน ประเดนท็ ี่ 4 ด้านยาเสพติด ประเดนท็ ี่ 5 ความปลอดภัย ประเดนท็ ี่ 6 การปรับตวทางเพศั ประเดนท็ ี่ 7 การติดเกม
37 ประเดนท็ ี่ 8 การใชเคร้ ื่ องมือส ื่ อสารทางอิเลกทรอน็ ิกส์ (electronic) สําหรับแบบคดกรองนักเรั ียนในที่ประชุมคดเลั ือกแบบคัดกรองท ี่เป็นแนวต้ งทั าในร ํูปแบบตาราง ประชุมวิพากษ์เกณฑ์การคัดกรองนักเรียนและแบบคัดกรองนักเรียนในวันท ี่ 13 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 โดยผู้บริหาร หัวหน้ากลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน หัวหน้าระดับ และคณะกรรมการดาเนํ ินงาน เพ ื่อให้ไดเกณฑ้ ์การคดกรองนั ักเรียนและแบบคดกรองนั ักเรียน ที่เหมาะสมกบบรั ิบทของนกเรั ียนและโรงเรียนรวมถึงการตรวจสอบความเหมาะสมทางดานเน้ ้ ือหา ในส่วนของเกณฑ์การคัดกรองนักเรียนดาเนํ ินการประชุมคณะกรรมการเพ ื่อปรับปรุงเกณฑ ์ การคดกรองและแบบคั ดกรองในว ันทั ี่ 14-16 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 โดยปรับแกไขในประเด ้ ็น ที่ 1 ด้านความสามารถทางการเรียนโดยกาหนดคะแนนผลการเรํ ียนกลุ่มมีปัญหาจากเดิมกาหนดํ ผลการเรียนอยู่ระหว่าง 0.00-1.50 ปรับเป็นผลการเรียนอยู่ระหว่าง 0.00-0.99 กลุ่มเส ี่ ยงจากเดิม มีผลการเรียนระหว่าง 1.51-2.00 ปรับเป็นผลการเรียนระหว่าง 1.00-1.49 โดยครูกลุ่มบริหารงาน กิจการนกเรั ียนดาเนํ ินการปรับแกไขเป ้ ็นท ี่ เรียบร้อยจนไดเกณฑ้การค์ดกรองทั ี่ เหมาะสมกบบรั ิบท ของนักเรียนโรงเรียนพร้าววิทยาคม (ดังภาคผนวกข) และปรับเกณฑ์แบบคดกรองจากแนวตั้งั เป็นแนวนอนเพ ื่อใหได้แบบค้ดกรองทั ี่ สะดวกต่อการใชงาน้ (ดังภาคผนวกค) 2.2 ประชุมคณะกรรมการเพ ื่ อสร้างโปรแกรมพร้าวคัดกรองในวันท ี่ 20 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2559 โดยดาเนํ ินการช้ีแจงความสําคญและวัตถัุประสงค์ในการสร้างโปรแกรม ให้คณะกรรมการทราบเพ ื่อให้คณะกรรมการวางแผนในการจัดทําโปรแกรมให้สอดคล้อง กบความตัองการและบรรล้ ุวัตถุประสงคและม์ ีประสิทธิภาพในการดาเนํ ินงานโดยให้มีความถูกตอง้ มีความสามารถในการตรวจสอบไดและม้ ีความสะดวกต่อการใชงาน้ซ ึ่ งคณะกรรมการรับทราบ และดาเนํ ินการจดทั าโปรแกรมพร ํ ้าวคดกรองระหวั ่างวนทั ี่ 21 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 ถึงวนทั ี่ 8 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 จากน้ันดาเนํ ินการให้ผู้เช ี่ ยวชาญจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จํานวน 3 คนตรวจสอบประสิทธิภาพของโปรแกรมพร้าวคัดกรองระหว่างวันท ี่ 9-18 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 พบค่าดชนั ีความสอดคลองต้ ้งแัต่ 0.67-1.00 โดยมีข้อเสนอแนะให้เพิ่ ม เกณฑ์การคดกรองและคัู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองในหน ั ้าแรกเพ ื่ อเพิ่ มความสะดวก ในการใช้งานโดยคณะกรรมการดําเนินการจัดทําโปรแกรมพร้าวคัดกรองได้ปรับปรุ ง ตามขอเสนอแนะของผ ้เชู้ ี่ยวชาญเป็นท ี่ เรียบร้อยแล้ว (ดังภาคผนวกง) 2.3 ประชุมคณะกรรมการเพ ื่ อจดทัาคํู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองในว ันทั ี่ 18 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 โดยปรึกษาหารือร่วมกันในการออกแบบคู่มือสําหรับผู้ใช้งาน โปรแกรมพร้าวคดกรองเพั ื่อให้เกิดความสะดวกต่อในการใชงาน้เขาใจง ้ ่าย สามารถเรียนรู้ได้ด้วย ตนเองผลการประชุมจะดาเนํ ินการสร้างคู่มือประกอบการใชงาน้ โปรแกรมพร้าวคดกรองขนาดั