38 ความกวาง้ 14.8 เซนติเมตรความยาว 21 เซนติเมตรภายในประกอบดวย้ 3 ส่วนไดแก้ ่ 1)การใชงาน้ ของปรึกษาในการเข้าใช้โปรแกรม การกรอกข้อมูล การแก้ไขข้อมูล การดูผลสรุปข้อมูล ระดบหั ้องเรียน การรายงานผลขอมู้ลระดบหั ้องเรียน และการสืบคนข้อมู้ลรายบุคคลของนกเรั ียน 2)การใช้งานของครูหัวหน้าระดับในการเขาถ้ ึงโปรแกรมการใช้งาน การดูผลสรุปขอมู้ลระดับ ห้องเรียน การดูผลสรุปขอมู้ลระดบชั้นเรั ียน การรายงานผลการคดกรองระดับชั้ันเรียน และการ ค้นหาขอมู้ลนักเรียนรายบุคคล 3) การใชงานของคร้ ูหัวหน้ากลุ่มงานกิจการนักเรียนในการเขาถ้ ึง โปรแกรมการดูผลสรุปขอมู้ลระดบหั ้องเรียน การดูผลสรุปขอมู้ลระดบชั้นเรั ียน การดูผลสรุปขอมู้ล ระดบโรงเร ั ียน การรายงานผลการคดกรองนั ักเรียนระดบโรงเร ั ียนและการคนหาข้อมู้ลนักเรียน รายบุคคลหลงจากดัาเนํ ินการสร้างคู่มือระหว่างวนทั ี่ 19 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 ถึงวนทั ี่ 15 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2559 แล้วนําคู่มือให้ผู้เช ี่ ยวชาญจานวนํ 3 คน จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ตรวจสอบประสิทธิภาพของคู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองคั ือ มีความสะดวกในการใช้ งานสะดวกต่อในการใช้งาน เขาใจง ้ ่าย สามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง ระหว่างวนทั ี่ 21-31 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2559 พบว่ามีค่าดชนั ีความสอดคลองต้ ้งแตั ่0.67-1.00 และผู้เช ี่ยวชาญเสนอให้เพิ่ ม เกณฑ์การคัดกรองลงในคู่มือการใช้งานซ ึ่งคณะกรรมการได้ปรับปรุงตามข้อเสนอแนะของ ผู้เช ี่ยวชาญเป็นท ี่ เรียบร้อยแลวในว ้นทั ี่ 1 เดือนกนยายนัพ.ศ.2559 (ดังภาคผนวกจ) 3. จากการตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบการบริหารจดการังานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน โดยผู้เช ี่ ยวชาญซ ึ่งประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา จํานวน3 คนในการตรวจสอบรูปแบบของการดําเนินงานซ ึ่งประกอบด้วย การวางแผน การดําเนินการ การตรวจสอบ และการปรับปรุงแก้ไข พบว่ามีค่าดัชนีความสอดคล้องต้ังแต่ 0.67-1.00 โดยผู้เช ี่ยวชาญเสนอแนะในส่วนของตารางของแผนปฏิบัติการเพ ื่ อสร้างรูปแบบ ใหเพ้ ่ มเติ ิมผู้รับผิดชอบเพื่อสะดวกในการติดตามงาน 4. ครูกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียนดาเนํ ินการปรับปรุงตามคาแนะนํ ําของผู้เช ี่ ยวชาญ ในการเพ่ มผิ ู้รับผดชอบในส ิ ่วนของตารางของแผนปฏิบัติการเป็นท ี่ เรียบร้อยดงตารางทั ี่ 4.1
39 ตารางท 4.1 ี่ แผนปฏิบัติการเพื่อสร้างรูปแบบระบบการบริหารจดการงานระบบดัูแล ช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน รายการ วัน/เดือน/ปี ผู้รับผดชอบิ 1.ประชุมเชิงปฏิบัติการการ จัดทาเกณฑํการค์ดกรองนักเรั ียน และแบบคดกรองนักเรั ียน วันท ี่ 6 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 นางสาวธราเนาว์สัตยพานิช และคณะกรรมการดาเนํ ินงาน 2.ประชุมวพากษิเกณฑ์ ์ การคัดกรองนกเรั ียนและ แบบคดกรองนักเรั ียน วันท ี่ 13 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 นางสาวธราเนาว์สัตยพานิช และคณะกรรมการดาเนํ ินงาน 3.ประชุมคณะกรรมการ เพ ื่อปรับปรุงเกณฑการค์ดกรองั นักเรียนและแบบคดกรองั ใหสมบ ู้รณ์ วันท ี่ 14-16 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 นางสาวธราเนาว์สัตยพานิช และคณะกรรมการดาเนํ ินงาน 4.ประชุมคณะกรรมการตามคาสํ ั่ ง แต่งต้ งเพั ื่ อจดทั าโปรแกรมพร ํ ้าว คัดกรอง วันท ี่ 20 เดือนมิถุนายน พ.ศ.2559 นางปุญชรัศม์ิพันธุวัฒน์ นางชวาลีภิรารักษ์ 5.จัดทาโปรแกรมพร ํ ้าวคดกรองั วันท ี่ 21 เดือนมิถุนายน ถึงวนทั ี่ 8 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 นางชวาลีภิรารักษ ์ และคณะกรรมการดาเนํ ินงาน 6.ให้ผู้เช ี่ ยวชาญตรวจสอบ โปรแกรมพร้าวคดกรองั วันท ี่ 9-15 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 นางปุญชรัศม์ิพันธุวัฒน์ 7.ประชุมคณะกรรมการตามคาสํ ั่ ง แต่งต้ งเพั ื่ อจดทัาคํู่มือการใชงาน้ โปรแกรมพร้าวคดกรองั วันท ี่ 18 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2559 นางปุญชรัศม์ิพันธุวัฒน์ นางชวาลีภิรารักษ์ 8.จัดทาคํู่มือการใชงานโปรแกรม ้ พร้าวคดกรองั วันท ี่ 19 เดือนกรกฎาคม ถึงวนทั ี่ 15 เดือนสิงหาคม พ.ศ.2559 นางชวาลีภิรารักษ ์ และคณะกรรมการดาเนํ ินงาน 9.ให้ผู้เช ี่ ยวชาญตรวจสอบ คู่มือการใชงานโปรแกรม ้ พร้าวคดกรองั วันท ี่ 21-31 เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2559 นางปุญชรัศม์ิพันธุวัฒน์
40 ตอนท ี่ 3 ผลการใช้ รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการใช้ รูปแบบการบริหารจัดการ งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ 3.1 ทดลองใช้รูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียนกับครูหัวหน้าระดับจานํวน 6 คน และดําเนินการสัมภาษณ์เชิงลึก เพ ื่ อศึกษาสภาพในการใช้งานพบว่า รูปแบบมีความเป็นระบบ เหมาะสมกบบรั ิบทของโรงเรียน มีความชดเจนัตรงกบความตัองการ้กระชบเวลาัเอ้ ือต่อการทางานของครํูแต่คู่มือการใชไม้ ่เอ้ ือ ต่อผู้สูงวัย ซึ่งสอดคลองก้บผั ใหู้ ้ข้อมูลดงนั้ี “ ...การใช้ รูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้าน การคัดกรองนักเรียน ของโ รงเรียนในจุดนี้ถ้าพูดถึงความพึงพอใจ ก็อยู่ในระดับมากเหมือนกัน เพราะดูจากการใช้แล้วก็เห็นว่าเป็นกระบวนการ ที่เป็นระบบ และทุกคนมีส่วนร่วมเป็นน ํ้ าหน ึ่ งเดียวกันในการดําเนินการ แก้ปัญหาร่วมกัน ซึ่งในตอนนี้ก็ยังไม่พบปัญหาในการใช้งานใดๆนะค่ะ...” (ผู้ให้ข้อมูล : หัวหนาระด้บชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 1) “...ถ้าพูดถึงการใช้รูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน เอ่อมีความเหมาะสมกับบริบทของโ รงเรียนนะค่ะ มีความชัดเจน ตรงกับความต้องการและมความเป ี ็นระบบค่ะ....” (ผู้ให้ข้อมูล : หัวหนาระด้บชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 2) “ ...ครับ ในรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้าน การคัดกรองนักเรียน ผมคิดว่าในแต่ละขนตอนม ั้ ความเป ี ็นระบบ ส่งเสริมให้ครู มีบทบาทในการดาเนํ ินการพัฒนานักเรียน ผมคิดว่าดีนะครับ จากการทดลองใช้ รูปแบบคือสามารถทาได ํ ้จริงในแต่ละข ั้ นตอน มีผลดีต่อทุกคนครับ ถ้าถามว่า มีปัญหาในการใช้รูปแบบไหม? ส่วนตัวผมยงไม ั ่พบปัญหาใดๆ นะครับ... ” (ผู้ให้ข้อมูล : หัวหนาระด้บชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 3) “...รูปแบบของการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน ส่วนตัวผมผมคิดว่ามความเหมาะสมในแต ี ่ละขนตอน ั้ ในขั้ นตอนของการแต่งต ั้ งคณะกรรมการดําเนินงาน ซึ่งโ รงเรียนของเรา ก็มีบุคลากรที่มีความสามารถ จึงสามารถดาเนํ ินการในการเขียนโ ปรแกรม
41 และจัดทาคํ ู่มือเพ ื่ ออานวยความสะดวกให ํ ้ครูได้ครับ การใช้งานโปรแกรมและ คู่มือกไม็ ่มีปัญหาครับ(หัวเราะ) เอ ื้ อต่อการทางานของครํูมีเกณฑ์ที่ร่วมกันสร้าง จึงเกิดแนวทางในการปฏิบัติงานในแนวเดียวกัน ในส่วนของคู่มือ เน ื่ องจาก ทําเป็นเล่มเล็ก บางคร ั้ งจึงลําบากต่อผู้สูงวัย (หัวเราะ) แต่ทั้งหมดที่ทํา ถือเป็นส ิ่ งที่ดีครับ...” (ผู้ให้ข้อมูล : หัวหนาระด้บชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 4) “...รูปแบบของการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัด กรองนักเรียนท ี่ สร้างข ึ้ นมามการแตี ่งต ั้ งคณะกรรมการการประชุมเชิงปฏิบัติการ การวิพากษ์การประชุมจัดการจัดทาโปรแกรม ํ การจัดทาโปรแกรม ํ การประชุม การจัดทาคํ ู่มือการจัดทาคํ ู่มือและการให้ผู้เช ี่ ยวชาญตรวจสอบ ดิฉันเรียบเรียง ขั้นตอน ถูกนะค่ะ (หัวเราะ) ในส่วนตัวถือว่าเหมาะสมค่ะ ช่วยให้เกิดระบบ เป็นแนวทางในการปฏิบัติสามารถกระชับเวลาและสามารถทาได ํ ้จริ ง ปัญหา ในแต่ละขนตอนก ั้ ไม็ ่พบนะค่ะ...” (ผู้ให้ข้อมูล : หัวหนาระด้บชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 5) “ ...รูปแบบท ี่ สร้างขึ้น จากการเป็นผใชู้ ้รูปแบบและมีส่วนร่วมในแต่ละข ั้ นตอน ยังไม่พบปัญหาใดๆนะค่ะ ส่วนตัวของดิฉันชอบนะค่ะ เพราะการดาเนํ ินการ แบบนี้ทําให้เกิดความเป็นระบบ ดังน ั้ นคร ั้ งต่อไปหากมการเปล ี ยนแปลงหร ี่ ือพบ ปัญหาในการคัดกรองนักเรียนอีกการดาเนํ ินการแบบน ี้ จะช่วยให้การทางานงํ ่าย ขึ้นค่ะ...” (ผู้ให้ข้อมูล : ครูหัวหนาระด้บชั้นมัธยมศั ึกษาปีที่ 6) จากผู้ให้ข้อมูลไดให้ ้ข้อมูลพบสภาพปัญหาในส่วนของคู่มือการใช้งานคือรูปเล่ม มีขนาดเล็กไม่เอ้ ือต่อผู้สูงวัย จึงดําเนินการปรับปรุงคู่มือให้มีขนาดความกวาง้ 21 เซนติเมตร ความยาว 29.7 เซนติเมตร ซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้น เพ ื่อให้ได้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแล ช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนท ี่ สมบูรณ์ 3.2 การใช้รูปแบบของครูที่ปรึกษา ผู้วิจัยดําเนินการสอบถามการใช้รูปแบบ ในประเด็นท ี่ เก ี่ ยวของจ้านวนํ 3 ประเด็นไดแก้ ่ ประเด็นท ี่ 1 ความพึงพอใจในการใช้โปรแกรม พร้าวคดกรองั ประเด็นท ี่ 2 ความพึงพอใจในการใช้คู่มือโปรแกรมพร้าวคดกรองั และประเด็นท ี่ 3 ความพึงพอใจในการใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียนดานการค้ดกรองั
42 นักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่แลวด้าเนํ ินการวิเคราะห์ผลโดยใชโปรแกรม ้ คอมพิวเตอร์มีรายละเอียดดงนั้ี ผู้ตอบแบบสอบถามไดแก้ ่ครูที่ปรึกษาจานวนํ 39 คน เป็นเพศหญิงจานวนํ 21 คน คิดเป็นร้อยละ 53.80 เป็นเพศชายจานวนํ 18 คน คิดเป็นร้อยละ 46.20 เป็นครูที่ปรึกษาระดบชั้นั มัธยมศึกษาปี ที่ 1-3 ชั้นละ 6 คน ในแต่ละช้ันคิดเป็นร้อยละ 15.40 ระดับมัธยมศึกษาปี ที่ 4 -6 ชั้นละละ 7 คน ในแต่ละช้นคั ิดเป็นร้อยละ 17.90 มีประสบการณ์ตํ่ากว่า 6 ปีจํานวน 3 คน คิดเป็น ร้อยละ 7.70 ประสบการณ์ในการสอน 6-10 ปีจํานวน 16 คน คิดเป็นร้อยละ 41.00 ประสบการณ์ ในการสอน 11-15 ปีจํานวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 20.50 ประสบการณ์ในการสอน 16-20 ปีจํานวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 12.80 ประสบการณ์ในการสอน 21-25 ปีคิดเป็นร้อยละ 10.30 ประสบการณ์ มากกวา่ 25 ปี ขึ้นไปจานวนํ 3 คน คิดเป็นร้อยละ 7.70 มีความพึงพอใจในประเดนต็ ่างๆดงนั้ี ประเด็นท 1 ี่ ความพงพอใจของคร ึูที่ปรึกษาที่มีต่อการใช้โปรแกรมพร้าวคดกรองั ตารางท ี่ 4.2 ค่าเฉลี่ย (࢞ഥ) ส่วนเบ ี่ ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และความพึงพอใจของครูที่ปรึกษา ที่มีต่อการใช้โปรแกรมพร้าวคดกรองั ข้อคาถามํ ࢞ഥ S.D. ระดับ 1. ความสะดวกต่อการกรอกขอมู้ล 4.97 .16 มากที่สุด 2. ความสะดวกในการแกไขข ้อมู้ล 4.67 .47 มากที่สุด 3. ความสะดวกในการใชงานสามารถด ้าเนํ ินการกรอก ข้อมูลและดูผลสรุปได้ทุกที่ที่มีเครือข่าย Internet 4.62 .49 มากที่สุด 4. ความสะดวกในการเขาระบบและออกจากระบบ้ 4.82 .38 มากที่สุด 5. สามารถตรวจสอบสิทธ์ิก่อนการใชงาน้ 4.85 .36 มากที่สุด 6. มีการสืบคนข้อมู้ลรายงานรายบุคคลไดสะดวกรวดเร ้ ็ว 4.87 .33 มากที่สุด 7. มีการรายงานผลระดบหัองเร้ ียน ระดบชั้ นเรั ียนและ ระดบโรงเร ั ียน 4.90 .30 มากที่สุด 8. สามารถพิมพรายงานผลการค์ดกรองั 4.64 .53 มากที่สุด 9. ความถูกตองในการประมวลข ้อมู้ล 4.72 .56 มากที่สุด 10. ความถูกตองในการแสดงผลล ้พธั ์ในรูปแบบรายงาน 4.59 .59 มากที่สุด
43 ตารางท ี่ 4.2 (ต่อ) ข้อคาถามํ ࢞ഥ S.D. ระดับ 11. ความเหมาะสมในการใช้สีของตวอักษรและรัูปภาพ 4.56 .64 มากที่สุด 12. ความเหมาะสมในการใช้ข้อความเพื่อส ื่ อความหมาย 4.67 .53 มากที่สุด 13. ความเหมาะสมในการแสดงผลลพธั ์ในรูปแบบ รายงาน 4.69 .61 มากที่สุด โดยรวม 4.73 .13 มากที่สุด จากตารางท ี ่ 4.2 พบว่าครูที ่ปรึกษามีความพึงพอใจต่อการใช้งานโปรแกรมพร้าว คัดกรองโดยรวมอยูระด่บมากทั ี่สุด (ݔ = ̅4.73 ) เม ื่ อพิจารณาในรายละเอียดพบว่า มีความสะดวก ต่อการกรอกขอมู้ล (ݔ = ̅4.97) มากที่สุด รองลงมาคือมีการรายงานผลระดบหั ้องเรียน ระดบชั้นั เรียนและระดบโรงเร ั ียน (ݔ = ̅4.90 ) รองลงมาคือมีการสืบคนข้อมู้ลรายงานรายบุคคลไดสะดวก ้ รวดเร็ว (ݔ = ̅4.87) รองลงมาคือสามารถตรวจสอบสิทธ์ิก่อนการใชงาน้ (ݔ = ̅4.85) รองลงมาคือ ความสะดวกในการเขาระบบและออกจากระบบ้ (ݔ = ̅4.82) และความเหมาะสมในการใช้สีของ ตัวอกษรและรัูปภาพ (ݔ = ̅4.56) น้อยที่สุดตามลําดับ ประเด็นท ี่ 2 ผลการศึกษาความพึงพ อใจของครูที่ปรึกษาที่มีต่อการใช้งานค่มืูอโปรแกรม พร้าวคดกรองั ตารางท ี่ 4.3 ค่าเฉลี่ย (࢞ഥ) ส่วนเบ ี่ ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และความพึงพอใจของครูที่ปรึกษา ที่มีต่อการใช้ค่มืูอโปรแกรมพร้าวคดกรองั ข้อคาถามํ ࢞ഥ S.D. ระดับ 1. ความเหมาะสมดานเน้ ้ ือหา 4.64 .48 มากที่สุด 2. สามารถทาความเขํ าใจได ้ ้ด้วยตนเอง 4.56 .50 มากที่สุด 3. ตรงกบวัตถัุประสงคในการใช ์งาน้ 4.72 .45 มากที่สุด 4. ลําดบขั้ นตอนมั ีความเหมาะสม 4.72 .45 มากที่สุด 5. รายละเอียดชดเจนั 4.62 .49 มากที่สุด
44 ตารางท ี่ 4.3 (ต่อ) ข้อคาถามํ ࢞ഥ S.D. ระดับ 6. ความเหมาะสมของขนาดตวหนังสั ือ 4.36 .58 มาก 7. ความเหมาะสมของสีตัวอกษรและรัูปภาพ 4.38 .59 มาก โดยรวม 4.57 .15 มากที่สุด จากตารางท ี่ 4.3 พบว่าครูที่ปรึกษามีความพึงพอใจต่อการใช้คู่มือโปรแกรมพร้าวคัด กรองโดยรวมอยระดู่บมากทั ี่สุด (ݔ = ̅4.57 ) เม ื่ อพิจารณาในรายละเอียดพบวา่ตรงกบวัตถัุประสงค ์ ในการใช้งานและลําดับข้ันตอนมีความเหมาะสม (ݔ = ̅4.72) มากที่สุ ด รองลงมาคือ ความเหมาะสมดานเน้ ้ ือหา (ݔ = ̅4.64 ) รองลงมาคือรายละเอียดชดเจนั (ݔ = ̅4.62) รองลงมาคือ สามารถทาความเขํ าใจได ้ ้ด้วยตนเอง (ݔ = ̅4.56) รองลงมาคือความเหมาะสมของสีตัวอกษรและั รูปภาพ (ݔ = ̅4.38) และความเหมาะสมของขนาดตัวหนงสั ือ (ݔ = ̅4.36) น้อยที่สุดตามลําดับ ประเด็นท ี่ 3 ผลการศึกษาความพึงพอใจของครูที่ปรึกษาที่มีต่อการใช้รูปแบบการบริหารจัดการ งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน ตารางท 4.4 ี่ ค่าเฉลี่ย (ݔ ( ̅ส่วนเบ ี่ ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และความพงพอใจของคร ึูที่ปรึกษา ที่มีต่อการใช้รูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ข้อคาถามํ ࢞ഥ S.D. ระดับ 1. การประชุมครูที่ปรึกษาเพอสร ื่ ้างความเข้าใจเกี่ ยวกบั สภาพและปัญหารูปแบบระบบการบริหารจดการงานั ระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียนดานการค้ดกรองนักเรั ียน 4.85 .36 มากที่สุด 2. การประชุมคณะกรรมการดาเนํ ินงานเพอวางแผน ื่ การสร้างรูปแบบ 4.85 .36 มากที่สุด
45 ตารางท ี่ 4.4 (ต่อ) ข้อคาถามํ ࢞ഥ S.D. ระดับ 3. การประชุมเชิงปฏิบัติการการจดทัาเกณฑํการค์ดกรองั นักเรียนและแบบคดกรองนักเรั ียน 4.85 .36 มากที่สุด 4. การประชุมวิพากษเกณฑ์การค์ดกรองและแบบคัดกรองั นักเรียน 4.82 .38 มากที่สุด 5. การประชุมคณะกรรมการเพ ื่อปรับปรุงเกณฑ ์ การคดกรองและแบบคั ดกรองให ัสมบ ู้รณ์ 4.74 .44 มากที่สุด 6. การประชุมคณะกรรมการตามคาสํงแตั่่งต้ งั เพ ื่ อจดทั าโปรแกรมพร ํ ้าวคดกรองั 4.79 .40 มากที่สุด 7. การจดทั าโปรแกรมพร ํ ้าวคดกรองั 4.79 .40 มากที่สุด 8. การให้ผู้เช ี่ยวชาญตรวจสอบโปรแกรมพร้าวคดกรองั 4.85 .36 มากที่สุด 9. การประชุมคณะกรรมการตามคาสํงแตั่่งต้ งั เพ ื่ อจดทัาคํู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองั 4.69 .46 มากที่สุด 10. การจดทัาคํู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองั 4.69 .46 มากที่สุด 11. การให้ผู้เช ี่ ยวชาญตรวจสอบคู่มือการใชงานโปรแกรม ้ พร้าวคดกรองั 4.79 .40 มากที่สุด โดยรวม 4.82 .06 มากที่สุด จากตารางท ี่ 4.4 พบว่าครูที่ปรึกษามีความพึงพอใจเกี่ ยวกบการสรั ้างรูปแบบการบริหาร จัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนโดยรวมอยูระด่บมากทั ี ่สุด (ݔ = ̅4.82) เม ื่ อพิจารณาในรายละเอียดพบว่า มีความพึงพอใจในการประชุมครูที่ปรึกษาเพ ื่ อสร้าง ความเขาใจเก ้ ี่ ยวกับสภาพและปัญหารูปแบบระบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียนดานการค้ดกรองนักเรั ียน การประชุมเชิงปฏิบัติการการประชุมคณะกรรมการดาเนํ ินงาน เพ ื่ อวางแผนการสร้างรูปแบบและการจดทัาเกณฑํ ์การคดกรองนักเรั ียนและแบบคดกรองนั ักเรียน และการให้ผู้เช ี่ยวชาญตรวจสอบโปรแกรมพร้าวคดกรองเทั ่ากนั (ݔ = ̅4.85) มากที่สุด รองลงมา คือการประชุมวิพากษเกณฑ์การค์ดกรองและแบบคัดกรองนักเรั ียน (ݔ = ̅4.82)มากที่สุดรองลงมา
46 คือ การประชุมคณะกรรมการตามคาสํ ั่งแต่งต้ังเพ ื่ อจัดทําโปรแกรมพร้าวคัดกรอง การจัดทํา โปรแกรมพร้าวคดกรองั และการให้ผู้เช ี่ ยวชาญตรวจสอบคู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองั เท่ากนั (ݔ = ̅4.79 ) มากที่สุด รองลงมาคือการประชุมคณะกรรมการเพ ื่อปรับปรุงเกณฑ์สําหรับ การคดกรองและแบบคั ดกรองให ั ้สมบูรณ์ (ݔ = ̅4.74) รองลงมาคือการประชุมคณะกรรมการตาม คําสั่ งแต่งต้ังเพ ื่ อจัดทาคํู่มือการใช้งานโปรแกรมพร้าวคัดกรองและการจัดทาคํู่มือการใช้งาน โปรแกรมพร้าวคัดกรองเท่ากนั (ݔ = ̅4.69) น้อยที่สุดตามลําดับ ตอนท ี่ 4 ผลการศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววทยาคมิ จังหวดเชั ียงใหม่ ผลการศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียนของครูกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียนจานวนํ 15 คน มีรายละเอียดดงนั้ี ตารางท 4.5 ี่ จํานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถาม จําแนกตามเพศ เพศ จํานวน ร้อยละ ชาย 8 53.30 หญิง 7 46.70 รวม 15 100.00 จากตารางท ี่ 4.5 พบว่าครูกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียนส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จํานวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ53.30 รองลงมาเป็นครูเพศหญิงจานวนํ 7 คน คิดเป็นร้อยละ 46.70 ตารางท 4.6 ี่ จํานวนและร้อยละของผู้ตอบแบบสอบถามจําแนกตามประสบการณ์ในการทางานํ ประสบการณ์การทางานํ จํานวน ร้อยละ 1-5 ปี 2 13.30 6-10 ปี 6 40.00 11-15 ปี 2 13.30
47 ตารางท ี่ 4.6 (ต่อ) ประสบการณ์การทางานํ จํานวน ร้อยละ 16-20 ปี 2 13.30 21-25 ปี 3 20.00 รวม 15 100.00 จากตารางท ี่ 4.6 พบว่าครูมีประสบการณ์ในการทางานํ 6-10 ปีจํานวน6 คนคิดเป็น ร้อยละ 40.00 รองลงมาครูมีประสบการณ์ในการทางานํ 21-25 ปีจํานวน 3 คนคิดเป็นร้อยละ 20.00 และรองลงมาคือครูที่มีประสบการณ์ในการทางานํ 1-5 ปี 11-15 ปีและ16-20 ปี จํานวนเท่ากัน คิดเป็นร้อยละ 13.30 น้อยที่สุดตามลําดับ ตารางท ี่ 4.7 ค่าเฉลี่ย (ݔ ( ̅ส่วนเบ ี่ ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และความพึงพอใจของครูกลุ่มบริหาร งานกจการนิ ักเรียนที่มีต่อรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ข้อคาถามํ ࢞ഥ S.D. ระดับ การวางแผน 1. การประชุมครูที่ปรึกษาเพอสร ื่ ้างความเข้าใจเกี่ ยวกบั สภาพและปัญหารูปแบบระบบการบริหารจดการงานั ระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียนดานการค้ดกรองนักเรั ียน 4.80 .41 มากที่สุด 2. การประชุมคณะกรรมการดาเนํ ินงานเพอวางแผนการ ื่ สร้างรูปแบบ 4.80 .41 มากที่สุด การดําเนินการ 3. การประชุมเชิงปฏิบัติการจดทัาเกณฑํการ์คดกรองั นักเรียนและแบบคดกรองนักเรั ียน 4.80 .41 มากที่สุด 4. การประชุมคณะกรรมการเพ ื่ อสร้างโปรแกรมพร้าว คัดกรอง 4.73 .45 มากที่สุด
48 ตารางท ี่ 4.7 (ต่อ) ข้อคาถามํ ࢞ഥ S.D. ระดับ 5. การประชุมคณะกรรมการเพ ื่ อจดทัาคํู่มือการใชงาน้ โปรแกรมพร้าวคดกรองั 4.73 .45 มากที่สุด การตรวจสอบ 6. การประชุมวิพากษเกณฑ์การค์ดกรองและแบบคัดกรองั นักเรียน 4.85 .36 มากที่สุด 7. การให้ผู้เช ี่ยวชาญตรวจสอบโปรแกรมพร้าวคดกรองั 4.85 .36 มากที่สุด 8. การให้ผู้เช ี่ ยวชาญตรวจสอบคู่มือการใชงานโปรแกรม ้ พร้าวคดกรองั 4.85 .36 มากที่สุด การปรับแก้ไข 9. การประชุมคณะกรรมการเพ ื่อปรับปรุงแกไขเกณฑ ้การ์ คัดกรองนกเรั ียนและแบบคดกรองนักเรั ียน 4.60 .50 มากที่สุด 10. คณะกรรมการจดทั าโปรแกรมด ําเนํ ินการปรับปรุง โปรแกรมพร้าวคดกรองให ัสมบ ู้รณ์ 4.60 .50 มากที่สุด 11. คณะกรรมการจดทัาคํู่มือการใชโปรแกรมพร ้ ้าวคัด กรองดาเนํ ินการปรับปรุงคู่มือโปรแกรมพร้าวคดกรองั ใหสมบ ู้รณ์ 4.60 .50 มากที่สุด โดยรวม 4.74 .10 มากที่สุด จากตารางท ี ่ 4.7 พบว่าครูกลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียนมีความพึงพอใจเกี่ ยวกับ การสร้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน โดยรวมอยระดู่บมากทั ี่สุด (ݔ = ̅4.74) เม ื่ อพิจารณาในรายละเอียดพบวาครู่กลุ่มบริหารงานกิจการ นักเรียนมีความพึงพอใจในข้ันตอนการตรวจสอบซ ึ่งประกอบด้วยการประชุมวิพากษ์เกณฑ ์ การคดกรองและแบบคัดกรองนั ักเรียน การให้ผู้เช ี่ยวชาญตรวจสอบโปรแกรมพร้าวคดกรองและั คู่มือการใช้งานโปรแกรมพร้าวคัดกรองเท่ากัน (ݔ = ̅4.85) มากที่สุด รองลงมาคือข้ันตอน การวางแผน ซึ่งประกอบดวย้ การประชุมครูที่ปรึกษาเพ ื่ อสร้างความเขาใจเก ้ ี่ ยวกบสภาพและป ั ัญหา
49 รูปแบบระบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน การประชุมคณะกรรมการดาเนํ ินงานเพ ื่ อวางแผนการสร้างรูปแบบเท่ากนั (ݔ = ̅4.80) มากที่สุด รองลงมาคือข้นตอนการดัาเนํ ินการ ซึ่งประกอบดวยการประช ุ้มเชิงปฏิบัติการจดทัาเกณฑํ ์การคัด กรองนกเรั ียนและแบบคดกรองนักเรั ียน (ݔ = ̅4.80) การประชุมคณะกรรมการเพ ื่ อสร้างโปรแกรม พร้าวคดกรองและการประช ัุมคณะกรรมการจดทัาคํู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองเทั ่ากนั (ݔ = ̅4.73) มากที่สุด รองลงมาคือข้ นตอนการปร ั ับปรุง ซึ่งประกอบดวย้ การประชุมคณะกรรมการ เพ ื่อปรับปรุงแก้ไขเกณฑ์การคดกรองนั ักเรียนและแบบคดกรองนั ักเรียน คณะกรรมการจดทั ํา โปรแกรมดาเนํ ินการปรับปรุงโปรแกรมพร้าวคดกรองให ัสมบ ู้รณ์และคณะกรรมการจดทัาคํู่มือการ ใช้โปรแกรมพร้าวคดกรองดัาเนํ ินการปรับปรุงคู่มือโปรแกรมพร้าวคดกรองให ั ้สมบูรณ์เท่ากัน (ݔ = ̅4.60) น้อยที่สุดตามลําดับ
50 บทท 5 ี่ สรุป อภปรายผลและข ิ ้อเสนอแนะ การวิจัยคร้ังน้ีมีวัตถุประสงค์เพ ื่ อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแล ช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม โดยมีรูปแบบ 4 ขั้ นตอน ดังน้ี 1) การศึกษาสภาพปัญหาและการศึกษาเอกสาร หลกการแนวคั ิดท ี่ เก ี่ ยวของ้ เพ ื่ อร่างรูปแบบ การพฒนาั ขั้ นตอนท ี่ 2)การสร้างรูปแบบ ขั้ นตอนท ี่ 3) การทดลองใช้รูปแบบ และ 4) การประเมิน รูปแบบ ผู้ให้ข้อมูลประกอบดวยครู้กลุ่มบริหารงานกิจการนกเรั ียน จํานวน 15 คน ครูหัวหนาระด้ ับ จํานวน 6 คน ครูที่ปรึกษา จํานวน 39 คน เคร ื่ องมือในการเก็บรวบรวมขอมู้ลไดแก้ ่แบบศึกษา สภาพแวดล้อมการดําเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน แบบสัมภาษณ์สภาพปัญหา การดาเนํ ินงานระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน เกณฑการค์ดกรองนักเรั ียน และแบบคัดกรองนักเรียน โปรแกรมพร้าวคัดกรอง คู่มือการใช้โปรแกรมพร้าวคัดกรอง แบบสัมภาษณ์การใช้งานรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน แบบศึกษาความพึงพอใจในการใช้รูปแบบการบริหารจัดการของ ครูที่ปรึกษา และแบบศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจัดการของครูกลุ่มบริหาร งานกิจการนกเรั ียน โดยใชสถ้ ิติในการหาคุณภาพเคร ื่ องมือไดแก้ ่ค่าดชนั ีความสอดคลองระห้ว่าง เน้ ือหากับจุดประสงค์ (Index of Item – Objective Congruence หรือ IOC) และค่าสถิติพื้นฐาน ไดแก้ ่ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลการวิจัย ผลการวิจัยสรุปผลได้ดังน ี้ 1. การศึกษาสภาพและปัญหาระบบบริหารจดการังานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ พบประเด็นปัญหา 2 ประเด็นได้แก่ ประเด็นท ี่ 1 แบบคดกรองนั ักเรียน ( แบบประเมินนักเรียน : SDQ) ซึ่งประสบ
51 ปัญหาในข้อคําถามที่มีความคล้ายคลึงกัน ทําให้การแปลผลขัดแย้งกันและข้อความ ขาดความยืดหยุ่น ส่งผลให้ข้อมูลมีความคลาดเคล ื่ อนกับพฤติกรรมของนักเรียน ประเด็นท ี่ 2 การบันทึกข้อมูลและการประมวลผลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สําเร็จรูป ( Scan Tool 3 ) เกิดปัญหาในการติดต้ัง การเขาโปรแกรม ้ มีความยาก ระบบการทางานไม ํ ่เสถียร ไม่สามารถ เช ื่อมโยงข้อมูล และไม่สามารถประมวลผลข้อมูลได้รวมถึงการเพิ่มภาระงานให้ครู ในการกรอกขอมู้ลที่ซํ้าซ้อน หากมีโปรแกรมอื่น ที่มีความเสถียรสามารถ เช ื่อมโยงขอมู้ลได ้ ไม่เพิ่ มภาระงานให้ครูจะช่วยให้การประมวลผลในการคดกรองประสบความส ัาเรํ ็จ จึงมีแนวทาง ในการพฒนาสองสั ่วน ไดแก้ ่ส่วนท ี่ 1 คือการพฒนาแบบคัดกรองนักเรั ียนและเกณฑการค์ดกรองั นักเรียน ส่วนท ี่ 2 คือการพฒนาโปรแกรมในการประมวลผลข ัอมู้ล 2. การสร้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองั นักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่พบว่ารูปแบบประกอบดวย้ 4 องคประกอบ ์ ไดแก้ ่ 1)การวางแผน ประกอบดวย้ 2 ขั้นตอนคือขั้นตอนท ี่ 1 การประชุมครูเพ ื่ อสร้างความเขาใจ ้ เก ี่ ยวกับสภาพและปัญหารูปแบบระบบบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียนและแต่งต้ังคณะกรรมการดําเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ขั้นตอนท ี่ 2 ประชุมคณะกรรมการดาเนํ ินงานเพ ื่ อวางแผนสร้างรูปแบบ โดยจดทั าเปํ ็นแผนปฏิบัติการสร้างรูปแบบระบบบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน 2)การดาเนํ ินการประกอบด้วย 9 ขั้นตอนได้แก่ขั้นตอนท ี่ 1 ประชุม เชิงปฏิบัติการการจดทัาเกณํฑการค์ดกรองนักเรั ียนและแบบคดกรองนักเรั ียน ขั้ นตอนท ี่ 2 ประชุม วิพากษเกณฑ์ ์การคดกรองนั ักเรียนและแบบคดกรองนั ักเรียน ขั้นตอนท ี่ 3 ประชุมคณะกรรมการ เพ ื่อปรับปรุงเกณฑ์การคัดกรองนักเรียนและแบบคัดกรองให้สมบูรณ์ขั้นตอนท ี่ 4 ประชุม คณะกรรมการตามคาสํ ั่ งแต่งต้งเัพ ื่ อจดทั าโปรแกรมพร ํ ้าวคดกรองั ขั้นตอนท ี่ 5 จัดทาโปรแกรม ํ พร้าวคดกรองั ขั้นตอนท ี่ 6 ให้ผู้เช ี่ยวชาญตรวจสอบโปรแกรมพร้าวคดกรองั ขั้นตอนท ี่ 7 ประชุม คณะกรรมการตามคาสํงแตั่่งต้ งเพั ื่ อจดทัาคํู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองั ขั้ นตอนท ี่ 8 จัดทํา คู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองัและข้ นตอนทั ี่ 9 ให้ผู้เช ี่ ยวชาญตรวจสอบคู่มือการใชงาน้ โปรแกรมพร้าวคดกรองั 3)การตรวจสอบประสิทธิภาพของรูปแบบพบว่า มีความสอดคลองก้บั วัตถุประสงค์ มีความเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน มีความสามารถในการปฏิบัติและ มีความสามารถในการตรวจสอบได้ 4)การปรับปรุงแก้ไข ดําเนินการปรับปรุงแผนปฏิบัติการ โดยระบุผู้รับผิดชอบเพื่อใหสะดวกต ้ ่อการติดตามงานตามคาแนะนําของผํเชู้ ี่ ยวชาญ 3. การใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแล ช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่แบ่งเป็น
52 2 ประเด็นได้แก่ประเด็นท ี่ 1 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือ นักเรียนดานการค้ดกรองนักเรั ียนพบวารู่ปแบบ มีความเป็นระบบ เหมาะสมกบบรั ิบทของโรงเรียน มีความชดเจนตรงกับความตัองการ้กระชบเวลาัเอ้ ือต่อการทางานของครํูประเด็นท ี่ 2 การใชงาน้ รูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านการคัดกรองนักเรียนของ ครูที่ปรึกษาโดยสอบถามความพึงพอใจใน 3 ส่วน ไดแก้ ่ส่วนท ี่ 1 การใชโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองั ครูที่ปรึกษามีความพึงพอใจโดยรวมในระดับมากที่สุด (ݔ=̅4.73) โดยให้ความสําคัญกับ ความสะดวกต่อการกรอกขอมู้ลมากที่สุดและให้ความสาคํญกั บการใช ั ้สีของตวอักษรและรัูปภาพ น้อยที่สุด ส่วนท ี่ 2 การใช้คู่มือโปรแกรมพร้าวคัดกรองครูที่ปรึกษามีความพึงพอใจโดยรวม ในระดบมากทั ี่สุด (ݔ=̅4.57) โดยให้ความสาคํญตั ่อวตถัุประสงคในการใช ์งานและความเหมาะสม ้ ของลาดํบขั้นตอนมากทั ี่สุดและให้ความสําคญกับความเหมาะสมของขนาดตัวหนั ังสือน้อยที่สุด ส่วนท ี่ 3 การใช้รูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองั นักเรียนครูที่ปรึกษามีความพึงพอใจโดยรวมในระดบมากทั ี่สุด (ݔ=̅4.82) โดยครูให้ความสําคัญ ต่อการประชุมครูที่ปรึกษาเพ ื่ อสร้างความเขาใจเก ้ ี่ ยวกบสภาพและป ั ัญหารูปแบบระบบการบริหาร จัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนด้านการคดกรองนั ักเรียน, การประชุมคณะกรรมการ ดําเนินงานเพ ื่ อวางแผนการสร้างรูปแบบ, การประชุมเชิงปฏิบัติการการจดทัาเกณฑํ ์การคดกรองั นักเรียนและแบบคดกรองนักเรั ียนและการให้ผู้เช ี่ยวชาญตรวจสอบโปรแกรมพร้าวคดกรองเทั ่ากนั ในระดบมากทั ี่สุด และให้ความสาคํญตั ่อการประชุมคณะกรรมการตามคาสํ ั่ งแต่งต้ งเพั ื่ อจดทัาคํู่มือ การใชงานโปรแก ้รมพร้าวคดกรองัและการจดทัาคํู่มือการใชงานโปรแกรมพร ้ ้าวคดกรองเทั ่ากนั น้อยที่สุด 4. การศึกษาความพึงพอใจในรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ครูกลุ่มบริหารงานกิจการ นักเรียนมีความพึงพอใจโดยรวมในระดับมากที่สุด (ݔ=̅4.74) โดยให้ความสําคัญในข้ันตอน ของการตรวจสอบรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองั นักเรียน มากที่สุด รองลงมาคือข้ นตอนการวางแผนสรั ้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแล ช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน รองลงมาคือข้นตอนการดัาเนํ ินการสร้างรูปแบบ การบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนและข้นตอนการั ปรับปรุงแก้ไขรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองั นักเรียนนอยท้ ี่สุดตามลําดับ
53 อภิปรายผล จากการพฒนารัูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัด กรองนกเรั ียนของโรงเรียนพร้าววิทยาคม โดยมีรูปแบบ 4 ขั้ นตอน สามารถอภิปรายผลการพฒนาั ดังน้ี 1. จากผลการพฒนาการศั ึกษาสภาพและปัญหาระบบบริหารจดการังานระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่พบว่า งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมีโอกาสพฒนาดัานการค้ดกรองนั ักเรียน ในส่วนของเคร ื่ องมือ ที่ใช้กระบวนการคัดกรอง แยกเป็ น 2 ประเด็นได้แก่ ประเด็นท ี่ 1 เคร ื่ องมือในการวิเคราะห์ พฤติกรรมนกเรั ียนโดยทวไปใช ั่แบบค้ดกรองนักเรั ียน (แบบประเมินพฤติกรรม:SDQ) ซึ่งประสบ ปัญหาในส่วนของขอมู้ลข้อมูลท ี่ได้มีความคลาดเคล ื่ อนซ ึ่ งเกิดจากข้อคาถามทํ ี่มีความคลายคล้ ึงกนั และขาดความยืดหยุ่น ทําให้การแปลผลขดแยังก้ ัน ทั้งน้ีเพราะการกรอกแบบคดกรองนั ักเรียน (แบบประเมินพฤติกรรม:SDQ) มีองค์ประกอบสามส่วนได้แก่ครูประเมินนักเรียน นักเรียน ประเมินตนเอง และผู้ปกครองประเมินนักเรียน หากผู้ประเมินส่วนใดส่วนหน ึ่งประสบปัญหา ในการอ่าน หรือไม่เขาใจข ้อค้าถามแลํ วการแปลผลข ้อมู้ลจึงมีความคลาดเคล ื่ อน ซึ่งสอดคลองก้บั การศึกษาของเสริมฤทธ์ิ หวายฤทธ์ิ (2552 : 115) ที่ศึกษาสภาพการดาเํนินงานระบบการดูแล ช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานเขตพ้ ืนท ี่ การศึกษาบุรี รัมย์เขต 2 ที่พบว่า สถานศึกษามีการใชแบบประเม ้ ินพฤติกรรมนกเรั ียน มีค่าเฉล ี่ ยตาท ํ่ ี่สุด (SDQ) เป็นวิธีการที่ยุ่งยาก และซบซัอนส ้าหรํ ับครูเพราะครูส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเขาใจในการใช ้ แบบประเม ้ ินพฤติกรรม นักเรียน (SDQ) อีกท้งไม ั ่ค่อย มีเวลาและไม่มีพื้นฐานความรู้ด้านการสร้างแบบประเมินพฤติกรรม และการวดผลั /ประเมินผล หากนาแบบประเม ํ ินมาตรฐานมาใช้ก็อาจไม่ตรงกบสภาพและบรั ิบท ของนกเรั ียนในช้นเรั ียน ดังน้นั ครูส่วนใหญ่จึงมกวั ิเคราะห์ข้อมูลนกเรั ียนจากเคร ื่ องมือและวิธีการ อื่น และสอดคลองก้บับรรทม รวมจิตร (2553 :23) ได้ศึกษาการศึกษาสภาพการดาเนํ ินงานระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนเวียงแก่นวิทยาคม สํานักงานเขตพ้ ืนท ี่ การศึกษาเชียงราย เขต 4 พบว่าหากสถานศึกษาไม่ตั้งเกณฑ์การคัดกรองให้ชัดเจนก็จะทําให้ผลการคัดกรองนักเรียน คลาดเคล ื่ อน ประเด็นท ี่ 2 การประมวลผลขอมู้ลโดยใชโปรแกรมคอมพ ้ ิวเตอร์ Scan tool 3 ประสบ ปัญหาในการติดต้ังโปรแกรม การเข้าใช้งานโปรแกรมมีความยากระบบทํางานไม่เสถียร ไม่สามารถเช ื่อมโยงขอมู้ลไดไม้ ่สามารถจาแนกนํกเรั ียนเป็นสามกลุ่มไดแก้ ่กลุ่มปกติกลุ่มเส ี่ ยงและ กลุ่มมีปัญหาได้นอกจากน้ียังเพิ่ มภาระงานให้ครูในการกรอกขอมู้ลที่ซํ้าซ้อน ซึ่งสอดคลองก้บั สมิทธิรักษ ์ จันทรักษ (2553:6) ์ ที่ศึกษาการพฒนาระบบการดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียนที่มีพฤติกรรม เส ี่ยงในโรงเรียนสังกัดสํานักงานเขตพ้ ืนท ี่ การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1 พบว่าปัญหา
54 และอุปสรรคในการดาเนํ ินงานดานการค้ดกรองนักเรั ียนคืออาจารย์ที่ปรึกษาประจาชํ้นั มีภาระงาน เพิ่ มมากข้ึนเน ื่ องจากเอกสารท ี่ใช้มีรูปแบบมากมาย ต้องเสียเวลาในการเก็บและเอกสารบางอย่าง เป็นงานที่ซํ้ าซอนและสอดคล ้องก้บเบญจพรัทศานนท (2557:524-530) ์ ที่ศึกษาสภาพและปัญหา การดาเนํ ินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนสังกดสั ํานักงานเขตพ้ ืนท ี่ การศึกษา มัธยมศึกษา เขต 6 จังหวดสมัุทรปราการสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้นพั้ ืนฐานพบว่า ต้นสังกัดมีนโยบายให้สถานศึกษาทุกแห่งในสังกัดนําโปรแกรมคดกรองนั ักเรียน Scan Tool 3 ไปใช้ในการประมวลผลและจดเกั ็บขอมู้ลในระบบการดูแลการบนทั ึกผลการคดกรองนั ักเรียน พบว่า มีการปฏิบัติอยู่ในระดับมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่านโยบายส่งผลต่อปฏิบัติในระดับหนึ่ ง ซึ่งยงไม ั ่ก่อให้เกิดการปฏิบัติในระดบมากทั ี่สุด สอดคลองก้ บสมจั ิตร ภูษา (2558:471 ) ได้ศึกษา รูปแบบการดําเนินงานตามระบบช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษาสังกัดสํานักงานเขตพ้ ืนท ี่ การศึกษามธยมศั ึกษา เขต 20 พบวา่ครูยังไม่ เขาใจการใช ้ การใช ้ โปรแกรมคอมพ ้ ิวเตอร์ Scan Tool 3 และสอดคลองก้ ับสวีทศกดั์ิสํานักวงศ์ (2558:2 ) ที่ศึกษาการพฒนาครั ูด้านการดาเนํ ินงานตาม ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนน้ําพองพฒนศั ึกษารัชมงคลาภั ิเษกอําเภอน้ําพอง จังหวัด ขอนแก่นพบว่า ครูที่ปรึกษาบางส่วน ขาดความชํานาญในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ Scan Tool 3 ส่งผลใหไม้ ่สามารถแยกนกเรั ียนออกเป็นกลุ่มปกติกลุ่มเส ี่ ยงและกลุ่มมีปัญหาได้ 2. จากผลการพฒนาการสรั ้างรูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคัดกรองนักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวัดเชียงใหม่ จนได้รูปแบบ ซึ่งประกอบดวย้ 4 องคประกอบ ์ ไดแก้ ่ 1) การวางแผน 2) การดาเนํ ินงาน 3) การปรับปรุงแกไข้ และ4) การประเมินรูปแบบ ซึ่งสอดคลองก้บรัูปแบบของภูมินทร์นาวาพานิช (2555:477) การศึกษา สภาพปัญหาการบริหารงานกิจการนักเรียน ด้านปกครองของโรงเรียนวัดกระจับพินิ จ สังกัดกรุงเทพมหานคร เขตธนบุรีโดยใช้กระบวนการตามวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง ( PDCA) ประยุกต์กบหลักเกณฑั ์การประเมินมาตรฐานคุณภาพดานกระบวนการของระบบดู้แลช่วยเหลือ นักเรียน สอดคลองก้บรัูปแบบของเพชริน สงคประเสร ์ ิฐ (2554:229) ที่ดําเนินการพฒนารัูปแบบ 4 ขั้นตอนคือข้ันตอนท ี่ 1 การศึกษาองค์ประกอบของรูปแบบ ขั้นตอนท ี่ 2 การสร้างรูปแบบ ขั้นตอนท ี่ 3 การทดลองใช้รูปแบบ และข้นตอนทั ี่ 4 การประเมินรูปแบบ สอดคลองก้บรัูปแบบ ของ ศรีวรรณ เกียรติสุรนนท์และคณะ (2551:53) ได้สร้างกรอบแนวคิดในการพฒนารัูปแบบ 4 ขั้นตอน ได้แก่ขั้นตอนท ี่ 1 การศึกษาปัญหา ขั้นตอนท ี่ 2 การประเมินรูปแบบ ขั้นตอนท ี่ 3 การทดลองใช้รูปแบบและข้นตอนทั ี่ 4 การปรับปรุงรูปแบบ สอดคลองก้บงานวั ิจัยของชยาภรณ์ ศฤงคารทวีกุล (2557:214) ที่ศึกษาการพฒนารัูปแบบการดาเนํ ินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน กลุ่มเส ี่ ยง สําหรับโรงเรียนประถมศึกษาขนาดกลาง สังกัดคณะกรรมการการศึกษาข้นพั้ ืนฐาน
55 ที่ดําเนินการวิจัย 3 ขั้ นตอนไดแก้ ่ขั้ นตอนท ี่ 1 การศึกษาสภาพการดาเนํ ินงานโดยใชแบบส ้ ัมภาษณ์ แบบมีโครงสร้าง แล้วนํามาสังเคราะห์ รูปแบบแล้วศึกษาความสมบูรณ์ของรูปแบบ โดยการประชุมสัมมนาขั้นตอนท ี่ 2 ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบดานประส ้ ิทธิภาพโดยทาการํ ทดลองใช้กบโรงเร ั ียน ขั้นตอนท ี่ 3 ศึกษาความเหมาะสมของรูปแบบโดยใชแบบสอบถามความ ้ เหมาะสมในการนาไปใช ํ ้ 3. จากผลการใช้รูปแบบและศึกษาสภาพปัญหาการใช้รูปแบบการบริหารจัดการ งานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวัด เชียงใหม่แบ่งได 3 ้ ประเดนด็งนั้ี ประเด็นท ี่ 1 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคัดกรองนักเรียนพบว่า รูปแบบมีความเป็นระบบเหมาะสมกับบริบทของโรงเรียน มีความชัดเจนตรงกับความต้องการ กระชับเวลาเอ้ ือต่อการทางานของครํูแต่คู่มือการใช้งาน ยังไม่เอ้ ือต่อผู้สูงวัย เน ื่องจากขนาดไม่เหมาะสม จึงปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้นเพ ื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สําหรับผู้สูงวัย ประเด็นท ี่ 2 การใช้โปรแกรมพร้าวคัดกรองของครูที่ปรึกษาให้ความสําคัญกับ ความสะดวกต่อการกรอกขอมู้ลมากที่สุดซ ึ่ งสอดคลองก้บขัอมู้ลในการทดลองใช้คือกระชบเวลาั เอ้ ือต่อการทางานของครํู และการใช้คู่มือโปรแกรมพร้าวคดกรองครั ูที่ปรึกษาให้ความสําคัญ ต่อวตถัุประสงค์ในการใช้งานและความเหมาะสมของลาดํ ับข้นตอนมากทั ี่สุด เน ื่ องจากมีผล ต่อประสิทธิภาพในการทางานํ ประเด็นท ี่ 3 การใช้งานรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนของครูที่ปรึกษาและครูกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน จะเห็นได้ว่า ครูที่ปรึกษาให้ความสําคญในข ั้นตอนการวางแผนเนั ื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของการดาเนํ ินงาน หากครูทุกคนเกิดความตระหนักถึงปัญหาร่วมกนัเกิดเป้าหมายเดียวกนัความร่วมมือจะเกิดข้ึน การดาเนํ ินงานมีความเป็นระบบและเกิดความสําเร็จ สําหรับครูกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน ให้ความสําคัญในข้ันตอนของการตรวจสอบ เน ื่ องจากมีความต้องการให้รูปแบบที่ สร้างข้ึน มีประสิทธิภาพไดแก้ ่ มีความสะดวกต่อการใชงาน้ มีความถูกตอง้ มีความสามารถในการตรวจสอบ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงผลของการทางานในข ํ้นตอนวางแผนและขั้นตอนกาัรดาเนํ ินงานแลวจ้ ึงนาผลํ ที่ไดจากการตรวจสอบมาปร ้ ับปรุงพฒนาให ั ้ดีขึ้น จากท ี่ กล่าวมาขางต้นจะเห้ ็นได้ว่าการพฒนารัูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแล ช่วยเหลือนกเรั ียน ด้านการคดกรองนักเรั ียน ของโรงเรียนพร้าววิทยาคมส่งผลดงนั้ี
56 1. ผลท ี่ เกิดข้ึนกับโรงเรียน โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการงานระบบดูแลช่วยเหลือ นักเรียน ด้านการคดกรองนั ักเรียนที่มีความชัดเจน สามารถปฏิบัติไดจร้ ิง ซึ่งเกิดจากการทุกคน มีส่วนร่วม มีความเป็นน้าหนํ ึ่ งเดียวกนั มีเป้าหมายเดียวกนัส่งผลให้การขบเคลั ื่ อนงานระบบดูแล ช่วยเหลือ ด้านการคดกรองนั ักเรียนประสบผลสําเร็จ ซึ่งสอดคลองก้ ับ เพชริน สงค์ประเสริฐ (2551:57) ที่ศึกษาการพัฒนารูปแบบการบริการงานวิชาการโดยยึดหลักการทํางานเป็นทีม ในสถานศึกษาข้นพั้ ืนฐานพบว่าการทางานเป ํ ็นทีมส่งผลให้เกิดความสัมพนธั ์ระหว่างสมาชิก ทําให้สมาชิกมีประสบการณ์ในการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและฝึกฝนการทางานรํ ่วมกัน สอดคล้องกับ จีรพงษ์หอมสุวรรณ (2556:38) ที่ศึกษาการพัฒนารูปแบบการมีส่วนร่วม ในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานอาชีวศึกษาพบว่า การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร ผู้บริหารต้องกระจาย ความรับผิดชอบให้ทุกคนได้ร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมแรงร่วมใจ ในการดาเนํ ินงานและร่วมรับผลประโยชน์สอดคลองก้ บสั ุภัทร พันธ์พัฒนกุล (2554:176) ที่ศึกษา การพฒนารัูปแบบการบริหารโรงเรียนมธยมศั ึกษาที่มีประสิทธิผล สังกดสัานํกงาันคณะกรรมการ สถานศึกษาข้ นพั้ ืนฐาน พบว่าการมีส่วนร่วมในการบริหารจดการศั ึกษาเป็นประโยชน์ในการพฒนาั คุณภาพ มาตรฐานของโรงเรียนมธยมศั ึกษาให้มีประสิทธิภาพ 2. ผลท ี่ เกิดข้ึนกับครู การดาเนํ ินการสร้างรูปแบบการบริหารจัดการงานระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนช่วยสร้างความสัมพนธั ์ที่ดีต่อกนั มีการแลกเปลี่ ยนเรียนรู้แนวคิด มุมมองและ ความคิดเห็นร่วมกัน ยอมรับความคิดเห็นท ี่ แตกต่าง จนเกิดนวตกรรมโปรแกรมพร ั ้าวคดกรองั ที่ช่วยลดความซ้ําซ้อนในการทางานของครํูทําให้ครูมีเวลาในการพัฒนาตนเอง จัดกิจกรรม ที่เหมาะสมให้กบนักเรั ียน ทั้งกิจกรรมในการเรียนการสอนและกิจกรรมเสริมหลกสัูตร ซึ่งส่งผล ให้การดาเนํ ินงานมีประสิทธิผลสอดคลองก้ บสั ุภัทร พันธ์พัฒนกุล (2554:176) ที่ศึกษาการพฒนาั รูปแบบการบริหารโรงเรียนมธยมศั ึกษาที่มีประสิทธิผล สังกดสัานํกงานคณะกรรมการสถานศั ึกษา ขั้ นพ้ ืนฐานพบว่าการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจดการศั ึกษาเพ ื่อใหโรงเร ้ ียนเขมแข้ ็ง ครูและบุคลากรเป็นมืออาชีพ สอดคลองก้ ับอวยชัย ศรีตระกูล (2556:90-91) ที่ศึกษาการพฒนาั รูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียนในสถานศึกษา สังกดสัานํกงานเขตพั้ ืนท ี่ การศึกษา ประถมศึกษา พบว่าผู้บริหารครูต้องมีความรู้ความเขาใจในก ้ ิจกรรมสาคํ ญในระบบด ัูแลช่วยเหลือ นักเรียน มีการพัฒนาและสรุปผลการทางานรํ ่วมกันอยู่สมาเสมอ ํ่ การประสานงานเป็นหัวใจ ของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนครูต้องใช้ทักษะการประสานงานรอบดานใช ้เท้คนิคการส ื่ อสาร อยางม่ ีประสิทธิภาพ และการสร้างสัมพนธภาพอันดั ีเพ ื่อให้เป้าหมายบรรลุผลสาเรํ ็จ สอดคลองก้บั สุวรรณ ผาดไธสง (2554:129) ที่ศึกษาการพฒนาระบบสารสนเทศงานกั ิจการนักเรียน โรงเรียน
57 สันติราษฎร์วิทยาลัย สํานกงานเขตพั้ ืนท ี่ การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต1 พบว่าการพฒนาระบบั สารสนเทศใหเป้ ็นระบบมีความถูกตอง้ สมบูรณ์เป็นปัจจุบันทาใหํเก้ ิดทกษะในการปฏ ั ิบัติงาน 3. ผลท ี่ เกิดข้ึนกบนั ักเรียน นักเรียนได้รับการคดกรั องเป็น 3 กลุ่มไดแก้ ่กลุ่มปกติกลุ่ม เส ี่ ยงและกลุ่มมีปัญหา โดยการใช้โปรแกรมพร้าวคดกรองัส่งผลให้การดาเนํ ินการจดกั ิจกรรม ด้านการส่งเสริม การป้องกนัและแกไขป ้ ัญหานักเรียนในแต่ละกลุ่มมีความชดเจนั นักเรียนได้รับ การพฒนาอยั ่างเหมาะสม ตามศักยภาพ โดยมีรายละเอียดดังน้ีนักเรียนกลุ่มปกติดําเนินการ ส่งเสริมนักเรียนตามความสนใจในแต่ละด้าน ได้แก่ ด้านกีฬา ส่งเสริมนักเรียนจนได้เขาร้ ่วม การแข่งขนฟัุตบอลแชมป์ กีฬา 7 สีชิงแชมป์ประเทศไทย รางวลรองชนะเลั ิศอนดั ับ 2 ตะกร้อ ชายหาดและรางวลรองชนะเลั ิศอนดั ับ 2 วอลเลยบอลหญ์ ิงในการแข่งขนกั ีฬานักเรียน จังหวัด เชียงใหม่ เป็นต้น ด้านศิลปะ ดนตรีนาฏศิลป์ส่งเสริมนักเรียนจนได้รับการยอมรับจากชุมชน ในการเป็นส่วนหน ึ่ งของการจดกั ิจกรรมของชุมชนและหน่วยงานท ี่ เก ี่ ยวของ้เช่น การบรรเลงเพลง ของวงโยธาทิต การแสดงวงดนตรีลูกทุ่งการฟ้อนรําของนกเรั ียนชมรมนาฏศิลป์การบรรเลงดนตรี พื้นเมือง เป็นต้น ด้านภาษา ส่งเสริมนักเรียนให้เกิดทกษะการฟ ั ัง พูด อ่านเขียน ตนได้รับรางวัล ระดับประเทศ เช่น รางวลเหรั ียญทองการแข่งขนพัูดเพ ื่ ออาชีพ ภาษาจีน ในการแข่งขนทั ักษะ งานศิลปหตถกรรมัรางวลรองชนะเลั ิศอนดั ับ 2 การประกวดแต่งบทกลอนสด จากสโมสรไลออนส์ สากลภาครวมประเทศไทย เป็นต้น นักเรียนกลุ่มเส ี่ ยง อาทิด้านยาเสพติด ดําเนินการป้องกัน โดยการจดการอบรมในโครงการป ั ้องกันและแก้ไขปัญหาเยาวชนในสถานศึกษาและเฝ้าระวัง โดยโรงเรียนเขาร้ ่วมโครงการหนึ่งโรงเรียนหน ึ่ งตารวจํส่งผลให้สถิติด้านยาเสพติดของโรงเรียน ลดลงเม ื่ อเทียบกบปั ีการศึกษา 2558 เป็นต้น นักเรียนกลุ่มมีปัญหา อาทิด้านการเรียน ดําเนินการ แกไขป ้ ัญหาร่วมกนระหวั ่างนกเรั ียน ผู้ปกครองและครูโดยจดกั ิจกรรมตลาดนดแกั ไขผลการเร ้ ียน และเรียนซ้ าํ ซึ่งมีการติดตามอยางต่ ่อเน ื่ องส่งผลให้นักเรียนสถิตินักเรียนที่มีปัญหาดานผลการเร้ ียน ลดลงเม ื่ อเทียบกับปีการศึกษา 2558 เป็นต้น จากการดาเํนินการดังกล่าว หากนักเรียนได้รับ การดูแลช่วยเหลือและพัฒนาตามผลท ี่ได้จากการคัดกรอง นักเรียนจะเติบโตเป็นเยาวชนที่ดี ของชุมชน สังคม และประเทศชาติต่อไป ซึ่งสอดคลองก้บอวยชั ัยศรีตระกูล (2556:93) ที่ศึกษา การพัฒนารูปแบบการบริหารระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ในสถานศึกษา สังกัดสํานักงาน เขตพ้ ืนท ี่ การศึกษาประถมศึกษา พบว่า นักเรียนต้องได้รับการดูแลคุ้มครองอย่างทั่ วถึง ได้รับ การส่งเสริมให้เกิดภูมิคุ้มกนในการด ัารงชํ ีวิตและการปรับตัว สอดคลองก้ บสัุวรรณ แสงสุริฉาย (2556:383) ที่ศึกษาการพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนแบบออนไลน์ในสถานศึกษา สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ ืนฐาน พบว่า การนําโปรแกรมคัดกรองวยรัุ่น มามีส่วนในการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล คัดกรองนักเรียนและนําข้อมูลสารสนเทศ มาใช ้
58 ในการวางแผน ส่งเสริมพฒนาั ป้องกนและแกั ไขป ้ ัญหานักเรียนทาให ํ ้นักเรียนได้รับการพิทักษ์ คุ้มครองดูแลอย่างทั่ วถึง ได้รับการส่งเสริมให้เกิดภูมิคุ้มกันในการดารงชํ ีวิต การปรับตัวและ การพฒนาอยัางรอบด่าน้ ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะในการพฒนาตั ่อยอดการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านคดกรองนักเรั ียน มีรายละเอียดดงนั้ี 1. ในการสร้างเกณฑ์การคดกรองนั ักเรียนควรให้ตัวแทนสมาคมครูและผู้ปกครอง ตัวแทนสภานกเรั ียนเขามาม้ ีส่วนร่วมในการดาเนํ ินการ 2. การใช้รูปแบบการบริหารจดการงานระบบดัูแลช่วยเหลือนักเรียน ด้านการคดกรองั นักเรียน ควรใชในบร ้ ิบทท ี่ใกลเค้ ียงกบบรั ิบทของโรงเรียนพร้าววิทยาคม 3. ในการสร้างรูปแบบต้องสร้างความเข้าใจให้ครูตระหนักถึงความสําคัญและ ปรับทศนคตั ิเพ ื่อใหเก้ ิดเป้าหมายเดียวกนั ข้อเสนอแนะในการวิจัยคร้ังต่อไป 1. ควรมีการวิจัยเก ี่ ยวกบกัารบริหารจดการเพั ื่ อพฒนาผั ู้เรียนในกลุ่มต่างๆ เช่น นักเรียน กลุ่มปกตินักเรียนกลุ่มเส ี่ ยงและนกเรั ียนกลุ่มมีปัญหา 2. ควรมีการวิจัยเก ี่ ยวกับการพัฒนาโปรแกรมพร้าวคัดกรองและคู่มือการใช้งาน โปรแกรมพร้าวคดกรองเพั ื่อให้เกิดเสถียรภาพและนาเสนอตํ ่อหน่วยงานตนส้ ังกดในการพ ั ิจารณา ใชเพ้ ื่อใหเป้ ้าหมายในการคดกรองนักเรั ียนบรรลุตามวตถัุประสงค์ที่แทจร้ ิง
59 บรรณานุกรม จิรวฒนั ์หลาชมภู้. ปัญหาและแนวทางการพฒนาระบบสารสนเทศโรงเร ั ียนอนุบาลระยอง สังกัด สํานักงานเขตพ ื้ นทการศ ี่ ึกษาระยองเขต 1. ระยอง : ปริญญานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลยบัูรพา, 2554. จีระพงษ์หอมสุวรรณและคณะ. การมีส่วนร่วมในการบริการงานวชาการของคริูโรงเรียน วัดวิมุตยาราม. กรุงเทพฯ : ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยนเรศวรั , 2556. จีระพงษ์หอมสุวรรณและคณะ. การพฒนารัูปแบบการบริหารแบบมีส่วนร่วมในสถานศึกษา สังกดสั ํานักงานอาชีวศึกษา. กรุงเทพฯ : ปริญญานิพนธ์ครุศาสตรมหาบณฑั ิต สาขาวิชา การบริหารการศึกษา มหาวทยาลิยราชภัฏสมัเดจเจ็าพระยา้ , 2553. จีรศกดั์ิศรีโยธาและสุรเชต น้อยฤทธ์ิ. “การพฒนาระบบสารสนเทศงานกัจการนิ ักเรียน โรงเรียน อนุบาลพรเจริญ อําเภอพรเจริญ จังหวดหนองคายั ”, 15 มิถุนายน 2554. http://www.km.ictbk.net/?name=research?&file=readresearch&id=70. 18 ตุลาคม 2557. จันทรานี สงวนนาม. ทฤษฎและแนวปฏ ี ิบัติในการบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท, 2550. ์ ชญานีภัทรวารินทร์. การพฒนารัูปแบบการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานของโรงเรียน เอกชน. กรุงเทพฯ : วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลยสยามั , 2556. ชุมพลเสมาขนธั ์. “รูปแบบการวิจัยและพฒนาั ”, วารสารวทยาศาสตริ ์มหาวทยาลิยราชภั ัฏ พิบูลสงคราม. 102, ฉบบพั ิเศษ (มกราคม-ธันวาคม 2552) : 97. ชูวิทย์สิงห์โท. แนวคดทิเก ี่ ยวข ี่ ้องในการดาเนํ ินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน. อุดรธานี : สํานกงานเขตพั้ ืนท ี่ การศึกษาอุดรธานีเขต 1, ม.ป.ป. ณรงค์แกวก้ญญาั . การพฒนาระบบสารสนเทศงานกัจการนิ ักเรียน โรงเรียนโนนไทย คุ รุอุปถัมภ์ อําเภอโนนไทย จังหวดนครราชสั ีมา. นครราชสีมา : ปริญญานิพนธ์ การศึกษามหาบณฑั ิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลยมหาสารคามั , 2555.
60 แทน ด่านแกว้. การพฒนาการดั ําเนินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน กรณีศึกษาโรงเรียน ลําทะเมนไชยพทยาคมิ . กรุงเทพฯ : ปริญญานิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบณฑั ิต สาขาวิชาการ บริหารการศึกษา มหาวิทยาลยนอรั ์ท-เชียงใหม่ , 2552. ทิพรัตน์จันทนา. การบริหารงบประมาณโดยใช้วัฏจักรคุณภาพของเดมม ิ่งในโรงเรียน ขนาดเล็ก สังกัด สํานักงานเขตพ ื้ นทการศ ี่ ึกษากาญจนบุ รีเขต 2. กรุงเทพฯ : การคนคว้าอ้ ิสระ สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลยศั ิลปากร, 2552. ธนวฒนั ์ศรีศิริวัฒน์และคณะ. การพฒนากระบวนการบรั ิหารงานประกนคัุณภาพภายใน สถานศึกษาขนพ ั้ ื้ นฐานด้วยการจัดการคุณภาพ. กรุงเทพฯ : ทุนอุดหนุนจากมหาวิทยาลัย ราชภฏสวนสั ุนันทา, 2555. ธนสาร บัลลงกั ปั ์ทมา. “การประกนคัุณภาพการศึกษา”. https://www.gotoknow.org/posts/159146. 18 มีนาคม 2558 ธีรภทรัมงคลนาวิน. รายงานการจัดประชุมเอกอครราชทัูตกงสุลใหญ่เพ ื่ อการกาหนดทํศทางิ และการบริหารจัดการภารกจดิ ้านการต่างประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ. หลกสัูตร นักบริหารการทูต กระทรวงต่างประเทศ, 2556. บรรทม รวมวิจิตร. การศึกษาสภาพการดําเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โรงเรียนเวยงี แก่นวทยิาคม สํานักงานเขตพ ื้ นทการศ ี่ ึกษาเชียงราย เขต 4. เชียงราย : ปริญญานิพนธ์ ครุศาตรมหาบณฑั ิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวทยาลิยราชภัฏเชั ียงราย, 2553. เบญจพร ทศานนท. “์ สภาพและปัญหาการดาเนํ ินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนกเรั ียนของ โรงเรียน สังกดสัานํกงานเขตพั้ ืนท ี่ การศึกษามธยมศั ึกษาเขต 6 จังหวดสมัุทรปราการ”, OJED. 9, 3 (2014) : 522-536. พิพัฒน์ประดบเพชรและคณะั . “ทฤษฎีและแนวปฏิบัติในการบริหารการศึกษา”, การบริหารและ การพฒนาัมหาวทยาลิยมหาสารคามั . 2, 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2553) : 161. เพชราภรณ์อาจศิริ. การพฒนาระบบสารสนเทศเพั ื่ อการบริหารงานวชาการโรงเร ิ ียนบ้านหนอง ตะลุมป๊ กุอําเภอเมืองจังหวดันครราชสีมา. นครราชสีมา : ปริญญานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลยมหาสารคามั , 2553. เพชริน สงคประเสร ์ ิฐ. “การพฒนารัูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยยดหลึกการทัางานํ เป็นทีมในสถานศึกษาข้ นพั้ ืนฐาน”, ศึกษาศาสตร์มหาวทยาลิยนเรศวรั . 10, 2 (พฤษภาคม-สิงหาคม 2551) : 48-64.
61 ไพทูลย์พิทักษ์และคณะ. “รูปแบบการบริหารจดการงานวั ิชาการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียน สังกดเทศบาลนครอัุดรธานี”, คณะศึกษาศาสตร์มหาวทยาลิยมหาสารคามั . ฉบบพั ิเศษ (มีนาคม 2558) : 149. ภูมินทร์นาวาพานิช. “สภาพและปัญหาการบริหารจดการงานกั ิจการนกเรั ียนดานปกครองของ ้ โรงเรียนวดกระจับพั ินิจ สังกดกรัุงเทพมหานครเขตธนบุรี”, OJED. 7, 1 (2012) : 477-491. ยุกตนนทั ์หวานฉํ่า. การบริหารสถานศึกษากบประส ั ิทธิผลของโรงเรียนในอาเภอคลองหลวงํ สังกดสั ํานักงานเขตพ ื้ นทการศ ี่ ึกษาประถมศึกษาปทุมธานีเขต 1. กรุงเทพฯ : ปริญญา นิพนธ์ศึกษาศาสตรมหาบณฑั ิต สาขาวิชาเทคโนโลยการศี ึกษา มหาวิทยาเทคโนโลย ี ราชมงคลธญบั ุรี, 2555. โรงเรียนพร้าววิทยาคม. แผนกลยุทธ์การจัดการศึกษาประจําปีการศึกษา 2558-2559. เชียงใหม่ : โรงเรียนพร้าววิทยาคม, 2558. วาโรเพงสว็สดั์ิ. “การวิจัยพฒนารัูปแบบ”, มหาวิทยาลยราชภัฏสกลนครั . 2, 4 (กรกฎาคมธันวาคม 2553) : 1-15 วรรณพร พุทธภูมิพิทักษและก์ญญามนั อินหวาง่ . ทฤษฎองคี ์การและการจัดการ. พิษณุโลก : มหาวิทยาลยพัษณิุโลก, 2554. วิเชียรวิทยอุดม. การจัดการสมัยใหม่. กรุงเทพฯ : ธนธัช การพิมพ, 2554. ์ วินัย ดิสสงค. ์การบริหารโรงเรียนแบบมีส่วนร่วม. กรุงเทพฯ : สํานกพั ิมพธารอ์กษรั , 2550. วิโรจน์สารรัตนะ. Action Research. หลกสัูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหาร การศึกษา มหาวิทยาลยมักฏราชว ุิทยาลัย, 2556. วีรชน นามโคตร. การพฒนาระบบสารสนเทศั โรงเรียนวดอันทารามิ . กรุงเทพฯ : ปริญญา นิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบณฑั ิต สาขาวิชาเทคโนโลยสารสนเทศี มหาวิทยาลยศั ิลปกร, 2553. วีรวิชญ์เลิศไทยตระกูล. “ปรัชญาวงจร PDCA”. www.east.spu.ac.th/. 18 สิงหาคม 2558. ศรวิศิษย์ภูมิทัศน์และคณะ. “สภาพการมีส่วนร่วมของชุมชนในการบริหารโรงเรียน สังกดั สํานักงาน เขตพ้ ืนท ี่ การศึกษามธยมศั ึกษา เขต 32”, ศรีวนาลัย. 4, 7 : 32. ศรีวรรณ เกียรติสุรนนท. “์การพฒนารัูปแบบการมีส่วนร่วมในการจดการศั ึกษาขององคกร์ เอกชนจงหวัดศรั ีสะเกษ”, KKU Res.J.(be). 10, 2 (2011) : 225-235.
62 ศิโรรัตน์ไกรสุริยวงค. ์ความต้องการพฒนาระบบสารสนเทศเพั ื่ อการบริหารจัดการของครู โรงเรียนเอกชนสังกดสั ํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน. ปทุมธานี : ปริญญานิพนธ์ครุศาสตรมหาบณฑั ิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัย ราชภฏพระนครั , 2551. สมจิตร ภูษา. “รูปแบบการดาเนํ ินงานตามระบบช่วยเหลือนกเรั ียนในสถานศึกษา สังกดสัานํ ัก งานเขตพ้ ืนท ี่ การศึกษามธยมศั ึกษา เขต 20”, คณะศึกษาศาสตร์มหาวทยาลิ ัย มหาสารคาม.ฉบบพั ิเศษ : 462-478 สมิทธิรักษ์จันทรักษ. “์การพฒนาระบบการดัูแลช่วยเหลือนกเรั ียนที่มีพฤติกรรมเส ี่ยงในโรงเรียน สังกดสัานํกงานเขตพั้ ืนท ี่ การศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1”. http://www.thai-explore.net/file_upload/submitter/file_doc/. 19 มกราคม 2560. สวีทศกดั์ิสํานกวงศั . “์การพฒนาครั ูด้านการดาเนํ ินงานตามระบบดูแลช่วยเหลือนกเรั ียน โรงเรียนน้ าพองพํฒนศั ึกษารัชมงคลาภั ิเษกอําเภอน้ าพองํ จังหวดขั ่อนแก่น”. http://www.slideshare.net/sweetsaks/ss-43674640. 19 มกราคม 2560. สุจิตร หานะพนธั ์. การพฒนาระบบสารสนเทศฝ ั ่ายกจการนิ ักเรียน โรงเรียนคอนฉิม. ขอนแก่น : ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบณฑั ิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัย มหาสารคาม, 2553. สุวรรณ ผาดไธสง. การพฒนาระบบสารสนเทศงานกัจการนิ ักเรียน โรงเรียนสันติราษฎร์ วิทยาลัย สํานักงานเขตพ ื้ นทการศ ี่ ึกษากรุงเทพมหานครเขต 1. กรุงเทพฯ : ปริญญานิพนธ์การศึกษา มหาบณฑั ิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัย มหาสารคาม, 2554. สุวรรณาแสงสุริฉาย. การพฒนาระบบการดัูแลช่วยเหลือนักเรียนแบบออนไลน์ในสถานศึกษา สังกดสั ํานักงานคณะกรรมการสถานศึกษาข ั้ นพ ื้ นฐาน. เพชรบุรี : ปริญญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจดการเทคโนโลย ั ีมหาวิทยาลยราชภัฏเพชรบั ุรี, 2556. สุวิมล ตริกานนทั . ์การใช้สถิติในงานวิจัยทางสังคมศาสตร์:หนทางสู่การปฏิบัติ. สํานกพั ิมพ ์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2549. เสริมฤทธ์ิหวายฤทธ์ิ. สภาพการดําเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนในสถานศึกษา สังกดสั ํานักงานเขตพ ื้ นทการศ ี่ ึกษาบุ รีรัมย์เขต 2. สํานกงานเขตพั้ นทื ี่ การศึกษา บุรีรัมยเขต์ 2 สํานกงานคณะกรรมการการศั ึกษาข้ นพั้ นฐานกระทรวงศื ึกษาธิการ, 2552
63 อวยชัยศรีตระกูล. การพฒนารัูปแบบการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนใน สถานศึกษา สังกดสั ํานักงานเขตพ ื้ นทการศ ี่ ึกษาประถมศึกษา. พิษณุโลก : ปริญญาดุษฎี บัณฑิตสาขาวชาการบริ ิหารการศึกษา มหาวิทยาลยนเรศวรั , 2556. อธิปัตย์คลี่สุนทร. “ระบบสารสนเทศเพ ื่ อการบริหารการศึกษา”, 21 มีนาคม 2556. http://www.moe.go.th/. 10 ตุลาคม 2557. Hixon, Emily. “Team-based online course development: A case study of collaboration models”, Online Journal of Distance Learning Administration. 11, 4 (2008) : 8. Ewa Ziemba , Iwona Oblak. “The Survey of Information Systems in Public Administration in Poland”, Interdisciplinary Journal of Information, Knowledge, and Mangement. 9 (2014) : 31-56. Krishnaveni R, Meenakumari J. “Usage of ICT for Information Administration in Higher education Institutions – A studycc”, International Journal of Environmental Science and Development. 1, 3 (2002) : 282. Lisa D. Ordonez, Maurice E. Sschweizer, Adam D. Galinsky, Max H. Bazerman. “Goals Gone Wild”, The Systematic Side Effects of Over-Prescribing Goal Setting. Working papers. 23, 1 (2009) : 6-16. Hall PA. "Systematic process analysis : when and how to use it”, Europern Management Review. 3, 1 (2006) : 24-31. Sally CS, Jessica E. Sowa, Jodi S. “The Impact of Nonprofit Collaboration in Early Child Care and Education on Management and Program Outcomes”, Public Administration Review. 66, 3 (2006) : 412-425.
64 ประวัติผ้วิจัยู ชื่อ-นามสกลุ นางปุญชรัศม์ิ พันธุวัฒน์ วัน เดือน ปีเกิด 2 กนยายนั 2523 ที่อย่ปัูจจุบัน 10/15 หมู่ 3 ตําบลช้างเผือกอําเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวดเชั ียงใหม่รหสไปรษณ ั ีย์ 50300 ประวัติการศึกษา พ.ศ.2545 ครุศาสตรบณฑั ิต (ฟิสิกส์) สถาบนราชภัฏเชั ียงใหม่ ประสบการณ์ทํางาน พ.ศ.2545-2547 ครูอัตราจาง้ โรงเรียนส่วนบุญโญปถมภั ์ลําพูน พ.ศ.2547-2548 ครูเอกชน โรงเรียนพายพเทคโนโลย ัและบรี ิหารธุรกิจ จังหวดเชั ียงใหม่ พ.ศ.2548 -2556 ครูเอกชน โรงเรียนดาราวิทยาลัยจังหวดเชั ียงใหม่ พ.ศ.2556-2557 พนกงานราชการั โรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ พ.ศ.2557-2559 ครูผู้ช่วย โรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่ พ.ศ.2559-ปัจจุบัน ครูคศ.1 โรงเรียนพร้าววิทยาคม จังหวดเชั ียงใหม่
65 ภาคผนวก
66 ภาคผนวกก คําส ั่ งแต่งตงคณะกรรมการด ั้ ําเนินงาน
67
68
69
70 ภาคผนวกข เกณฑ์การคดกรองนั ักเรียน
71
72
73
74
75 ภาคผนวกค แบบคดกรองนั ักเรียน
76 ภาคผนวกง โปรแกรมพร้าวคดกรองั
77 ภาคผนวกจ ตัวอย่างค่มืูอการใช้งานโปรแกรมพร้าวคดกรองั
78
78
79 ภาคผนวก ฉ ผู้เช ี่ยวชาญในการตรวจสอบเครื่ องมือ 1. รองศาสตราจารยประว ์ ัติพื้ นผาสุข อาจารยมหาว์ทยาลิยราชภัฏเชั ียงใหม่ 2. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ดร.หนูม้วน ร่มแกว้ อาจารยมหาว์ทยาลิยราชภัฏเชั ียงใหม่ 3. อาจารย์พิรุฬห์แกวฟ้ ุ้งรังสี อาจารยมหาว์ทยาลิยราชภัฏเัชียงใหม่ 4. นายวีระศิริรัตน์ ผู้อํานวยการโรงเรียนพร้าววิทยาคม 5. นางญาณิศาคําภิระ รองผู้อํานวยการโรงเรียนพร้าววิทยาคม 6. นางสาวสายฝน วรรณกูล รองผู้อํานวยการโรงเรียนพร้าววิทยาคม
80 ภาคผนวก ช หนังสือขออนุญาตเกบข็ ้อมูลเพ ื่ อทาวํทยานิ ิพนธ์
81 ภาคผนวก ซ หนังสือขออนุญาตทดลองใช้เคร ื่ องมือเพ ื่ อทาวํทยานิ ิพนธ์
82 ภาคผนวก ฌ หนังสือขอความอนุเคราะห์เป็นผู้เช ี่ ยวชาญตรวจเคร ื่ องมือในการทาวํทยานิ ิพนธ์
83
84
85
86