The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนวิทยาการคำนวณ1_2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by anurak, 2021-05-17 09:53:00

แผนวิทยาการคำนวณ1_2564

แผนวิทยาการคำนวณ1_2564

หน่วยการเรยี นรอู้ ิงมาตรฐาน
และแผนการจัดการเรียนรู้

วชิ า วทิ ยาการคานวณ (ว 31181)

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2564

นายอนุรกั ษ์ เตชะเถลงิ ผล

ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ชานาญการ
กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรงเรียนธญั บรุ ี จงั หวดั ปทุมธานี
สานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษาปทมุ ธานี

คานา

การจัดทาหลักสูตรสถานศึกษา รหัสวิชา ว 31181 วิชาวิทยาการคานวณ ใช้เป็นแนวทางในการจัดการ
เรียนรใู้ ห้กบั ผู้เรียนได้อยา่ งมคี ุณภาพในระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ปีการศึกษา 2564 โรงเรียนธญั บุรี ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2560) เล่มนี้ ข้าพเจ้ามีวตั ถุประสงค์เพื่อพัฒนา
ผู้เรียนให้เป็นคนดีของสังคม มีสมาธิจิตทางปัญญา มีจิตสาธารณะ ดารงชีวิตอย่างมีความสุขบนพ้ืนฐานความ
พอเพียง และเพ่ือสะดวกต่อการปฏิบัติหน้าท่ีในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยนามาตรฐานการเรียนรู้
ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง/สาระการเรียนรู้-สาระการเรียนรู้ท้องถ่ิน วิสัยทัศน์ของโรงเรียน
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ คาอธิบายรายวชิ า โครงสร้างรายวชิ า และบันทกึ ผลการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การ
งานอาชีพและเทคโนโลยี มาบูรณาการตามความเหมาะสมเน้ือหาสาระ ความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม
วัฒนธรรม ความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และกิจกรรมการเรียนรู้ ฝึกกระบวนการคิด การจัดการและนาไป
ประยกุ ต์ใชเ้ พอื่ จดั กิจกรรมให้ผู้เรียนไดเ้ รยี นร้จู ากประสบการณ์จริงตามความต้องการของผู้เรยี น ชมุ ชน ท้องถ่นิ

ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ท่ีทาให้อาชีพครูของข้าพเจ้าพัฒนาตามแนวทางการปฏิรูปการศึกษาอย่าง
ต่อเน่ือง และจะเปน็ ประโยชนต์ ่อผเู้ รยี นมากที่สดุ

(นายอนรุ กั ษ์ เตชะเถลงิ ผล)
ตาแหน่งครู วิทยฐานะ ชานาญการ

วันที่ ......../......../..........

คาช้แี จง

แนวทางการออกแบบหน่วยการเรยี นรอู้ ิงมาตรฐานกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฉบับน้ี จัดทาขน้ึ เพื่อ
รวบรวมความรู้ท่ีสาคัญและจาเป็นส่วนหน่ึง จากแนวทางการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ปรับปรุง พ.ศ. 2563) ที่สานักงานคณะกรรมการศึกษาข้ันพ้ืนฐานได้
จัดทาขึ้น เพ่ือใหค้ รูผู้สอนมแี นวทางในการจดั การเรียนการสอนในรายวิชาวิทยาการคานวณ และทราบถึงลกั ษณะ
ของหลักสูตรท่ียึดมาตรฐานเป็นหลัก และพัฒนาหลักสูตรด้วยตนเองให้เหมาะสมกับระดับชั้นและศักยภาพของ
ผู้เรียน ให้สอดคลอ้ งกับความต้องการของท้องถนิ่ จัดทาแผนการเรียนรเู้ พ่ือพัฒนาทักษะการส่ือสารของผู้เรียนตาม
แบบการสอนการใชเ้ ทคโนโลยี การวัดผลและประเมินผลระหว่างเรยี น และการวดั ผลประเมินผลรวม เพื่อให้ทราบ
ผลการเรียนรูท้ ีแ่ ท้จรงิ ของผูเ้ รียน

ผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน และผู้ที่สนใจการเรียนการสอนรายวิชา
วิทยาการคานวณ ในการจัดทาและพฒั นาหลักสูตรให้สอดคลอ้ งกับเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรและแนวนโยบาย
ของกระทรวงศึกษาธิการ

(นายอนุรกั ษ์ เตชะเถลงิ ผล)
ตาแหนง่ ครู วิทยฐานะ ชานาญการ

สารบญั หนา้

คานา ก
คาช้ีแจง ข
สารบญั ค
ทาไมตอ้ งเรียนวทิ ยาศาสตร์ 1
เรยี นร้อู ะไรในวทิ ยาศาสตร์ 1
สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี นและคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 2
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ 3
คุณภาพผเู้ รียน 5
ตวั ชีว้ ัดและสาระการเรยี นรู้แกนกลาง 8
แบบบันทึกการวิเคราะหต์ ัวช้วี ัดเพือ่ จัดทาคาอธบิ ายรายวิชา 12
คาอธฺ ิบายรายวิชา 16
โครงสร้างรายวชิ า 17
หนว่ ยและแผนการจดั การเรียนรอู้ งิ มาตรฐาน 19

ทำไมต้องเรยี นวทิ ยำศำสตร์

วิทยาศาสตร์มีบทบาทสาคัญยิ่งในสังคมโลกปัจจุบันและอนาคต เพราะวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับทุกคน

ทัง้ ในชีวิตประจาวันและการงานอาชีพต่าง ๆ ตลอดจนเทคโนโลยี เคร่ืองมือเครือ่ งใช้และผลผลติ ต่าง ๆ ที่มนุษย์ได้

ใช้เพื่ออานวยความสะดวกในชีวิตและการทางาน เหล่าน้ีล้วนเป็นผลของความรู้วิทยาศาสตร์ ผสมผสานกับ

ความคิดสร้างสรรค์และศาสตร์อื่น ๆ วิทยาศาสตร์ช่วยให้มนุษย์ ได้พัฒนาวิธีคิด ท้ังความคิดเป็นเหตุ

เป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ มีทักษะสาคัญในการค้นคว้าหาความรู้ มีความสามารถในการ

แก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ สามารถตัดสินใจโดยใช้ข้อมูล ท่ีหลากหลายและมีประจักษ์พยานที่

ตรวจสอบได้ วิทยาศาสตร์เป็นวฒั นธรรมของโลกสมยั ใหม่ซึ่งเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ (knowledge-based society)

ดังนั้นทุกคนจึงจาเป็นต้องได้รับการพัฒนาให้รู้วิทยาศาสตร์ เพ่ือที่จะมีความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติและ

เทคโนโลยีทม่ี นษุ ยส์ ร้างสรรค์ขน้ึ สามารถนาความรู้ไปใชอ้ ย่างมีเหตผุ ล สร้างสรรค์ และมคี ณุ ธรรม

เรยี นรู้อะไรในวทิ ยำศำสตร์

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ ที่เน้นการเชื่อมโยงความรู้กับ
กระบวนการ มีทักษะในการค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ โดยใชก้ ระบวนการในการสืบเสาะความรู้ และแก้ปัญหาที่
หลากหลาย ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ทุกข้ันตอน มีการทากิจกรรมด้วยการลงมือปฏิบัติจริงอย่าง
หลากหลาย เหมาะสมกับระดับชั้น โดยกาหนดสาระสาคัญ ดังน้ี

 วิทยำศำสตร์ชีวภำพ เรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตในส่ิงแวดล้อม องค์ประกอบของส่ิงมีชีวิต การ
ดารงชวี ิตของมนุษย์และสตั ว์ การดารงชีวิตของพชื พันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ และ
วิวัฒนาการของสง่ิ มีชวี ติ

 วทิ ยำศำสตร์กำยภำพ เรียนรู้เกีย่ วกับธรรมชาติของสาร การเปลี่ยนแปลงของสาร การเคลื่อนที่
พลงั งาน และคลืน่

 วิทยำศำสตรโ์ ลกและอวกำศ เรียนรู้เก่ยี วกบั องค์ประกอบของเอกภาพ ปฏิสัมพันธภ์ ายในระบบ
สรุ ิยะ เทคโนโลยีอวกาศ ระบบโลก การเปลยี่ นแปลงทางธรณวี ิทยา กระบวนการเปลีย่ นแปลงลม
ฟ้าอากาศ และผลตอ่ สิ่งมชี ีวติ และสง่ิ แวดลอ้ ม

 เทคโนโลยี
o กำรออกแบบและเทคโนโลยี เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมท่ีมี
การเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์
และศาสตร์อ่ืนๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วย
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคานึงถึง
ผลกระทบตอ่ ชวี ติ สังคม และส่งิ แวดลอ้ ม

o วิทยำกำรคำนวณ เรียนรู้เก่ียวกับการคิดเชิงคานวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็น
ข้ันตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอื่ สาร ในการแก้ปญั หาทพี่ บในชวี ิตจรงิ ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม
มาตรฐานที่กาหนด ซงึ่ จะชว่ ยใหผ้ ู้เรียนเกดิ สมรรถนะสาคัญและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ดังน้ี

 สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
หลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน มุง่ ใหผ้ ู้เรยี นเกดิ สมรรถนะสาคญั 5 ประการ ดงั น้ี
1. ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา

ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพ่ือขจัดและลดปัญหา
ความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้
วธิ ีการสอ่ื สาร ที่มปี ระสทิ ธภิ าพโดยคานึงถงึ ผลกระทบที่มตี ่อตนเองและสังคม

2. ควำมสำมำรถในกำรคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอยา่ งมวี ิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรอื สารสนเทศเพื่อ
การตัดสนิ ใจเกยี่ วกบั ตนเองและสังคมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

3. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ท่ีเผชิญได้อย่าง
ถูกต้องเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา
และมีการตัดสนิ ใจทมี่ ีประสทิ ธภิ าพโดยคานึงถงึ ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึน้ ตอ่ ตนเอง สงั คมและสิง่ แวดล้อม

4. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่างๆ ไปใช้ใน
การดาเนินชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การ
ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ท่ี
ส่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผอู้ น่ื

5. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร
การทางาน การแกป้ ญั หาอยา่ งสร้างสรรค์ ถกู ตอ้ ง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

 คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน มุ่งพฒั นาผ้เู รยี นให้มคี ณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ เพ่อื ใหส้ ามารถอยู่

รว่ มกับผู้อนื่ ในสังคมได้อยา่ งมีความสุข ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดังนี้
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์
2. ซือ่ สัตย์สจุ รติ
3. มวี ินยั
4. ใฝ่เรยี นรู้
5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง
6. มงุ่ มั่นในการทางาน
7. รักความเปน็ ไทย
8. มจี ิตสาธารณะ

สำระมำตรฐำนกำรเรียนรู้

สำระที่ 1 วทิ ยำศำสตร์ชีวภำพ
มำตรฐำน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับส่ิงมีชีวิต
และความสมั พันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมชี ีวิตต่างๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่
ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปญั หาและผลกระทบที่มีตอ่ ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม แนวทาง
ในการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและแก้ไขปัญหาสง่ิ แวดล้อม รวมท้งั นาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์
มำตรฐำน ว 1.2 เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพื้นฐานของส่ิงมีชีวิต การลาเลียงสารเข้าและออกจาก
เซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชที่ทางานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
มำตรฐำน ว 1.3 เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อส่ิงมีชีวิต ความหลายหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของ
สิ่งมชี วี ิต รวมทงั้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์

สำระที่ 2 วิทยำศำสตรก์ ำยภำพ
มำตรฐำน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาพ หลักและธรรมชาติของการเปล่ียนแปลงสถานะของสสาร การเปิด
สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ิยาเคมี
มำตรฐำน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงที่กระทาต่อวัตถุ ลักษณะการ
เปลย่ี นท่ีแบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มำตรฐำน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์
ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของคล่ืน ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง
และคล่ืนแมเ่ หล็กไฟฟา้ รวมท้งั นาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

สำระที่ 3 วิทยำศำสตร์โลก และอวกำศ
มำตรฐำน ว 3.1 เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภาพ กาแล็กซี
ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุรยิ ะทส่ี ่งผลต่อสิง่ มีชวี ิต และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี
อวกาศ
มำตรฐำน 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปล่ียนแปลงภายในโลก
และบนผิวโลก ธรณีพบิ ัติภัย กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟ้า อากาศและภูมอิ ากาศโลก รวมทั้งผลต่อส่งิ มีชีวติ และ
ส่ิงแวดลอ้ ม

สำระที่ 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทกั ษะดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพอ่ื แก้ปญั หาหรือพัฒนางานอย่างมี
ความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึง
ผลกระทบตอ่ สิง่ มชี วี ิต สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม
มำตรฐำน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รู้เทา่ ทนั และมีจรยิ ธรรม

คุณภำพผเู้ รียน

จบชั้นมธั ยมศกึ ษำปีที่ 6
 เข้าใจการลาเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ กลไกการรักษาดุลยภาพของมนุษย์ ภูมิคุ้มกันใน

ร่างกายของมนุษย์และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน การใช้ประโยชน์จากสารต่าง ๆ ที่พืชสร้างข้ึน การ
ถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การเปล่ียนแปลงทางพันธุกรรม วิวัฒนาการที่ทาให้เกิดความหลายหลายของ
สง่ิ มชี วี ิต ความสาคญั และผลของเทคโนโลยที างดเี อน็ เอต่อมนษุ ย์ สิ่งมีชีวติ และส่งิ แวดลอ้ ม

 เข้าใจความหลายหลายของไบโอมในเขตภูมิศาสตร์ต่าง ๆ ของโลก การเปล่ียนแปลงแทนที่ใน
ระบบนิเวศ ปัญหาและผลกระทบท่ีมีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ และการแก้ไขปญั หาสิ่งแวดล้อม

 เข้าใจชนิดของอนุภาคสาคัญท่ีเป็นส่วนประกอบในโรงสร้างอะตอม สมบัติบางประการของธาตุ
การจัดเรียงธาตุในตางรางธาตุ ชนิดของแรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาคและสมบัติต่าง ๆ ของสารที่มีความสัมพันธ์
กับแรงยึดเหนี่ยว พันธะเคมี โครงสร้างและสมบัติของพอลิเมอร์ การเกิดปฏิกิริยาเคมี ปัจจัยท่ีมีผลต่ออัตราการ
เกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี และการเขยี นสมการเคมี

 เข้าในปริมาณท่ีเกี่ยวกับการเคลื่อนท่ี ความสัมพันธ์ระหว่างแรง มวลและความเร่ง ผลของ
ความเร่งท่ีมีต่อการเคลื่อนท่ีแบบต่าง ๆ ของวัตถุ แรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็ก ความสัมพันธ์ระหว่างสนามแม่เหล็ก
และกระแสไฟฟ้า และแรงภายในนวิ เคลียส

 เข้าใจพลังงานนิวเคลียร์ ความสัมพันธ์ระหว่างมวลและพลังงาน การเปลี่ยนพลังงานทดแทนเป็น
พลังงานไฟฟ้า เทคโนโลยีด้านพลังงาน การสะท้อน การหักเห การเลี้ยวเบน และการรวมคล่ืน การได้ยิน
ปรากฏการณ์ทเี่ ก่ียวข้องกบั เสยี ง สีกบั การมองเห็นสี คลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้า และประโยชน์ของคลืน่ แม่เหล็กไฟฟา้

 เข้าใจการแบ่งช้ันและสมบัติของโครงสร้างโลก สาเหตุ และรูปแบบการเคล่ือนที่ของแผ่นธรณีท่ี
สัมพันธ์กบั การเกดิ ลกั ษณะธรณีสัณฐาน สาเหตุ และกระบวนการเกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบดิ สึนามิ ผลกระทบ
แนวทางการเฝา้ ระวัง และการปฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภยั

 เข้าใจผลของแรงจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลิส ท่ีมีต่อการหมุนเวียนของ
อากาศ การหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจูด และผลที่มีต่อภูมิอากาศ ความสัมพันธ์ของการหมุนเวียนของ
อากาศ และการหมุนเวียนของกระแสน้าผิดหน้าในมหาสมุทร และผลต่อลักษณะลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวิตและ

สิ่งแวดล้อม ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก และแนวปฏิบัติเพื่อลดกิจกรรมของมนุษย์ที่
ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก รวมทง้ั การแปลความหมายลักษณล์ มฟา้ อากาศที่สาคญั จากแผนที่อากาศ
และขอ้ มูลสารสนเทศ

 เข้าใจการกาเนิดและการเปลี่ยนแปลงพลังงาน สสาร ขนาด อุณหภูมิของเอกภพ หลักฐานที่
สนับสนนุ ทฤษฎีบกิ แบง ประเภทของกาแลก็ ซี โครงสร้างและองคป์ ระกอบของกาแล็กซที างช้างเผือก กระบวนการ
เกิดและการสร้างพลังงาน ปัจจัยที่ส่งผลต่อความส่องสว่างของดาวฤกษ์ และความสัมพันธ์ระหว่างความส่องสว่าง
กับโชติมาตรของดาวฤกษ์ ความสัมพันธ์ระหว่างสี อุณหภูมิผิว และสเปกตรัมของดาวฤกษ์ วิวัฒนาการและการ
เปล่ียนแปลงสมบัติบางประการของดาวฤกษ์ กระบวนการเกิดระบบสุริยะ การแบ่งเขตบริวารของดวงอาทิตย์
ลักษณะของดาวเคราะห์ที่เอ้ือต่อการดารงชีวิต การเกิดลมสุริยะ พายุสุริยะและผลที่มีต่อโลก รวมท้ังการสารวจ
อวกาศและการประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ

 ระบุปัญหา ต้ังคาถามท่ีจะสารวจตรวจสอบ โดยมีการกาหนดความสัมพันธ์ระหว่างตวั แปรต่าง ๆ
สืบค้นข้อมูลจากหลายแหลง่ ตง้ั สมมตฐิ านทีเ่ ป็นไปได้หลายแนวทาง ตดั สินใจเลอื กตรวจสอบสมมติฐานท่ีเป็นไปได้

 ตงั้ คาถามหรือกาหนดปัญหาทีอ่ ยู่บนพ้นื ฐานของความรู้และความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ ท่ีแสดง
ให้เห็นถึงการใช้ความคิดระดับสูงที่สามารถสารวจตรวจสอบหรือศึกษาค้นคว้าได้อย่างครอบคลุมและเชื่อถือได้
สรา้ งสมมติฐานท่ีมที ฤษฎรี องรับหรอื คาดการณ์ส่ิงทีจ่ ะพบ เพ่ือนาไปสู่การสารวจตรวจสอบ ออกแบบวิธีการสารวจ
ตรวจสอบสมมตฐิ านทีก่ าหนดไว้ได้อย่างเหมาะสม มีหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ เลอื กวัสดุ อุปกรณ์ รวมทั้งวิธีการในการ
สารวจตรวจสอบอยา่ งถกู ต้อง ทงั้ ในเชิงปรมิ าณและคณุ ภาพ และบันทึกผลการสารวจตรวจสอบอยา่ งเปน็ ระบบ

 วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และประเมินความสอดคล้องของข้อสรุป เพ่ือตรวจสอบกับ
สมมติฐานที่ต้ังไว้ ให้ข้อเสนอแนะเพื่อปรับปรุงวิธีการสารวจตรวจสอบ จัดกระทาข้อมูลและนาเสนอข้อมูลด้วย
เทคนิควิธีท่ีเหมาะสม สื่อสารแนวคิด ความรู้จากผลการสารวจตรวจสอบ โดยการพูด เขียน จัดแสดง หรือใช้
เทคโนโลยสี ารสนเทศเพื่อให้ผ้อู ืน่ เข้าใจโดยมหี ลกั ฐานอา้ งอิงหรอื มที ฤษฎีรองรับ

 แสดงถึงความสนใจ มุ่งม่ัน รับผิดชอบ รอบคอบ และซ่ือสัตย์ ในการสืบเสาะหาความรู้ โดยใช้
เครื่องมือและวิธีการท่ีให้ได้ผลถูกต้อง เชื่อถือได้ มีเหตุผลและยอมรับได้ว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์อาจมีการ
เปล่ียนแปลงได้

 แสดงถึงความพอใจและเห็นคุณค่าในการค้นพบความรู้ พบคาตอบ หรือแก้ปัญหาได้ ทางาน
ร่วมกับผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ แสดงความคิดเห็นโดยมีข้อมูลอ้างอิงและเหตุผลประกอบเกี่ยวกับผลของการพัฒนา
และการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมีคุณธรรมต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม และยอมรับฟังความคิดเห็นของ
ผูอ้ ่ืน

 เข้าใจความสัมพันธ์ของความรู้วิทยาศาสตร์ท่ีมีผลต่อการพัฒนาเทคโนโลยีประเภทต่าง ๆ และ
การพัฒนาเทคโนโลยีที่ส่งผลให้มีการคิดค้นความรู้ทางวิทยาศาสตร์ท่ีก้าวหน้า ผลของเทคโนโลยีต่อชีวิต สังคม
และสงิ่ แวดลอ้ ม

 ตระหนักถึงความสาคัญและเห็นคุณค่าของความรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้ใน
ชวี ิตประจาวัน ใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการดารงชีวิตและการประกอบอาชีพ
แสดงความชืน่ ชม ภมู ิใจ ยกย่อง อ้างองิ ผลงาน ชนิ้ งานทเ่ี ป็นผลมาจากภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ และการพัฒนาเทคโนโลยี
ทีทนั สมยั ศกึ ษาหาความรเู้ พิ่มเติม ทาโครงงานหรอื สร้างชิน้ งานตามความสนใจ

 แสดงความซาบซ้ึง ห่วงใย มีพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้และรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดล้อมอย่างรู้คุณค่า เสนอตัวเองร่วมมือปฏิบัติกับชุมชนในการป้องกัน ดูแลทรัพยากรธรรมชาติและ
ส่ิงแวดลอ้ มของทอ้ งถ่ิน

 วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ได้แก่ ระบบทางเทคโนโลยีท่ีซับซ้อน การเปลี่ยนแปลงของ
เทคโนโลยี ความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อื่น โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ วิเคราะห์
เปรยี บเทียบ และตัดสินใจเพอ่ื เลือกใช้เทคโนโลยี โดยคานึงถึงผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อม
ประยุกต์ใชค้ วามรู้ ทักษะ ทรพั ยากรเพ่ือออกแบบสร้างหรือพัฒนาผลงาน สาหรับแก้ปัญหาท่ีมีผลกระทบต่อสงั คม
โดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบและนาเสนอผลงาน เลือกใช้วั สดุ
อปุ กรณ์ และเครอ่ื งมือได้อยา่ งถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย รวมทั้งคานงึ ถึงทรัพยส์ ินทางปัญญา

 ใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่ือดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เพื่อ
รวบรวมข้อมูลในชีวิตจริงจากแหล่งต่าง ๆ และความรู้จากศาสตร์อ่ืน มาประยุกต์ใช้สร้างความรู้ใหม่ เข้าใจการ
เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยที ีม่ ผี ลตอ่ การดาเนนิ ชีวติ อาชพี สงั คม วฒั นธรรม และใช้อย่างปลอดภัย มีจรยิ ธรรม

ตวั ชว้ี ดั สำระกำรเรยี นรู้ และสำระกำรเรียนรูท้ ้องถน่ิ
รหสั วชิ ำ ว 31181 ชอื่ วิชำ วิทยำกำรคำนวณ

สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่าง

รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ื่น ๆ เพ่อื แก้ปญั หาหรือพัฒนางานอย่างมี
ความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึง
ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต สงั คม และส่งิ แวดล้อม

ตัวชว้ี ดั สำระกำรเรียนรูแ้ กนกลำงและสำระกำรเรยี นรู้ทอ้ งถิน่

ม.4/1 วิเคราะห์แนวคิดหลักของ  ระบบทางเทคโนโลยี เป็นกลุ่มของส่วนต่าง ๆ ต้ังแต่สองส่วน

เทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับ ขึ้นไปประกอบเข้าด้วยกันและทางานร่วมกันเพื่อให้บรรลุ

ศาสตรอ์ น่ื โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ วัตถุประสงค์ โดยในการทางานของระบบทางเทคโนโลยีจะ

ห รื อ ค ณิ ต ศ า ส ต ร์ ร ว ม ท้ั ง ประกอบไปดว้ ยตัวปอ้ น (input) กระบวนการ (process) และ

ประเมินผลกระทบท่ีจะเกิดขึ้นกับ ผลผลิต (output) ท่ีสัมพนั ธก์ ัน นอกจานี้ระบบทางเทคโนโลยี

มนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และ อาจมีข้อมูลย้อนกลับ (feedback) เพ่ือให้ปรับปรุงการทางาน

สิ่งแวดล้อม เพ่ือเป็นแนวทางใน ได้ตามวัตถุประสงค์ โดยระบบทางเทคโนโลยีอาจจะมีระบบ

การพฒั นาเทคโนโลยี ย่อยหลายระบบ (sub-systems) ที่ทางานสัมพนั ธก์ ันอยู่ และ

หากระบบย่อยใดทางานผิดพลาดจะส่งผลต่อการทางานของ

ระบบอนื่ ๆ ดว้ ย

 เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้ังแต่อดีตจนถึง

ปัจจุบัน ซึ่งมีสาเหตุหรือปัจจัยมาจากหลายด้าน เช่น ปัญหา

ความต้องการ ความก้าวหน้าของศาสตร์ต่าง ๆ เศรษฐกิจ

สังคม วฒั นธรรม ส่งิ แวดลอ้ ม

ม. 4/2 ระบุปัญหาหรือคว าม  ปัญหาหรือความต้องการท่ีมีผลกระทบต่อสังคม เช่น ปัญหา

ต้องการที่มีผลต่อสังคม รวบรวม ด้านการเกษตร อาหาร พลังงาน การขนส่ง สุขภาพและ

วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่ี การแพทย์ การบริการ ซึ่งในแต่ละด้านอาจมีได้หลากหลาย

เกี่ยวข้องกับปัญหาท่ีมีความ ปัญหา

ซับซ้อน เพื่อสังเคราะห์วิธีการ  การวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาโดยอาจใช้เทคนิคหรือวิธีการ

เท คนิ คใ นก า รแ ก้ปั ญห าโ ด ย วิเคราะห์ท่ีหลากหลาย ช่วยให้เข้าใจเง่ือนไขและกรอบของ

ค า นึ ง ถึ ง ค ว า ม ถู ก ต้ อ ง ด้ า น ปัญหาได้ชัดเจน จากน้ันดาเนินการสืบค้น รวบรวมข้อมูล

ทรัพยส์ ินทางปญั ญา ความรู้จากศาสตร์ต่าง ๆ ทเ่ี กีย่ วข้อง เพื่อนาไปสกู่ ารออกแบบ

แนวทางการแกป้ ญั หา

ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา  การวเิ คราะห์ เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลอื กข้อมูลท่ีจาเป็น
โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และ โดยคานงึ ถึงทรัพยส์ ินทางปญั ญา เง่อื นไขและทรัพยากร เช่น

ตั ด สิ น ใ จ เ ลื อ ก ข้ อ มู ล ท่ี จ า เ ป็ น

ตวั ชี้วัด สำระกำรเรียนรู้แกนกลำงและสำระกำรเรยี นรูท้ ้องถิน่

ภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มี งบประมาณ เวลา ข้อมลู และสารสนเทศ วสั ดุ เครอื่ งมือและ

อยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหา อุปกรณ์ ชว่ ยให้ได้แนวทางการแก้ปญั หาทีเ่ หมาะสม

ให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยเทคนิคหรือ  การออกแบบแนวทางการแก้ปญั หาทาไดห้ ลากหลายวธิ ี เชน่

วิธีการที่หลากหลาย โดยใช้ การรา่ งภาพ การเขยี นแผนภาพ การเขียนผังงาน

ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ  ซอฟตแ์ วรช์ ว่ ยในการออกแบบและนาเสนอมีหลากหลายชนดิ
วางแผนขั้นตอนการทางาน และ จึงต้องเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกับงาน
ดาเนนิ การแกป้ ญั หา
 การกาหนดข้นั ตอนและระยะเวลาในการทางานกอ่ น

ดาเนินการแกป้ ัญหาจะชว่ ยใหก้ ารทางานสาเร็จได้ตาม

เปา้ หมาย และลดขอ้ ผิดพลาดของการทางานท่ีอาจเกดิ ขน้ึ

ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์  การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบช้ินงานหรือ

และให้เหตุผลของปัญหาหรือ วิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตามวัตถุประสงค์ภายในกรอบ

ข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นภายใต้กรอบ ของปัญหา เพ่ือหาข้อบกพร่อง และดาเนินการปรับปรุง โดย

เง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุง อาจทดสอบซ้าเพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมี

แ ก้ ไ ข แ ล ะ น า เ ส น อ ผ ล ก า ร ประสิทธภิ าพ

แก้ปัญหา พร้อมท้ังเสนอแนว  การนาเสนอผลงานเป็นการถา่ ยทอดแนวคิด เพือ่ ใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ
ทางการพฒั นาต่อยอด
เกี่ยวกับกระบวนการทางานและช้ินงานหรือวิธีการท่ีได้ ซ่ึง

สามารถทาได้หลายวิธี เช่น การทาแผ่นนาเสนอผลงาน การ

จดั นิทรรศการ การนาเสนอผ่านสื่อออนไลน์ หรือการนาเสนอ

ตอ่ ภาคธุรกิจ เพื่อการพัฒนาต่อยอดสู่งานอาชพี

ม.4/5 ใช้ความร้แู ละทักษะ  วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้สังเคราะห์

เกย่ี วกบั วสั ดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมอื โลหะ จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติเพ่ือเลือกใช้ให้เหมาะสมกับ

กลไก ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ ลกั ษณะของงาน

และเทคโนโลยที ีซ่ บั ซ้อนในการ  การสร้างช้ินงานอาจะใช้คว ามรู้ เรื่องกลไก ไฟฟ้า
แก้ปญั หาหรือพฒั นางาน ได้อยา่ ง อิเล็กทรอนิกส์ เช่น LDR sensor เฟือง รอก คาน วงจร
ถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย สาเร็จรูป

ม.5/1 ประยุกต์ใช้ความรแู้ ละ  การทาโครงงาน เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะจาก

ทักษะจากศาสตร์ตา่ ง ๆ รวมท้ัง ศาสตร์ต่าง ๆ รวมท้ังทรัพยากรในการสรา้ งหรอื พัฒนาชนิ้ งาน

ทรัพยากรในการทาโครงงานเพ่อื หรือวิธีการ เพ่ือแก้ปัญหาหรืออานวยความสะดวกในการ

แก้ปัญหาหรือพฒั นางาน ทางาน

 การทาโครงงานการออกแบบและเทคโนโลยีสามารถ

ดาเนินการได้ โดยเริ่มจาก การสารวจสถานการณ์ปัญหาที่

สนใจ เพื่อกาหนดหัวข้อโครงงาน แล้วรวบรวมข้อมูลและ

แนวคิดที่เก่ียวข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา

วางแผนและดาเนินการแก้ปัญหา ทดสอบ ประเมินผล

ปรับปรุงแก้ไขวิธีการแกป้ ัญหาหรอื ชิ้นงาน และนาเสนอวธิ ีการ

แกป้ ญั หา

มำตรฐำน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ

เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี

ประสทิ ธิภาพ รเู้ ท่าทัน และมีจรยิ ธรรม

ตัวช้วี ัด สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำงและสำระกำรเรียนรทู้ อ้ งถิน่

ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิง  การพัฒนาโครงงาน

คานวณในการพัฒนาโครงงานที่มี  การนาแนวคิดเชิงคานวณไปพัฒนาโครงงานที่เก่ียวกับ
การบูรณาการกับวิชาอ่ืนอย่าง ชีวิตประจาวัน เช่น การจัดการพลังงาน อาหาร การเกษตร
สร้างสรรค์ และเช่ือมโยงกับชีวิต การตลาด การค้าขาย การทาธรุ กรรม สุขภาพ และสิง่ แวดล้อม
จริง  ตัวอย่างโครงงาน เช่น ระบบดูแลสุขภาพ ระบบอัตโนมัติการ

ควบคุมการปลูกพืช การจัดเส้นทางการขนส่งผลผลิต ระบบ

แนะนาการใช้งานห้องสมุดที่มีการโต้ตอบกับผู้ใช้และเชื่อมต่อ

กับฐานขอ้ มูล

ม.5/1 รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล  การนาความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัล และ

และใช้ความรู้ด้านวิทยาการ เทคโนโลยสี ารสนเทศ มาใชแ้ กป้ ญั หากบั ชวี ิตจรงิ

คานวณในการแก้ปัญหาหรือเพิ่ม  การเพ่ิมมูลค่าให้บรกิ ารหรอื ผลติ ภณั ฑ์
มูลค่าให้กับบริการหรือผลิตภัณฑ์  การเก็บข้อมูลและการจัดเตรียมข้อมูลให้พร้อมกับการ
ท่ีใช้ในชวี ติ จรงิ อย่างสร้างสรรค์
ประมวลผล

 การวิเคราะหข์ อ้ มลู ทางสถิติ

 การประมวลผลข้อมลู และเครอ่ื งมือ

 การทาข้อมูลให้เป็นภาพ (data visualization) เช่น bar

chart, scatter, histogram

 การเลือกใช้แหล่งข้อมูล เช่น data.go.th, wolfram alpha,

OECD.org, ตลาดหลกั ทรพั ย์, world economic forum

 คุณคา่ ของขอ้ มูลและกรณีศกึ ษา

 กรณศี กึ ษาและวิธีการแกป้ ัญหา

 ตวั อยา่ งปญั หา เช่น

o รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ที่ดึงดูดความสนใจ และ

ตรงตามความต้องการของผูใ้ ชใ้ นแต่ละประเภท

o การกาหนดตาแหน่งป้ายรถเมล์เพื่อลดเวลา

เดนิ ทางและปัญหาการจราจร

o สารวจความต้องการรับประทานอาหารในชุมชน

และเลือกขายอาหารท่ีจะได้กาไรสูงสุด

o ออกแบบรายการอาหาร 7 วัน สาหรับผู้ป่วย

เบาหวาน

ม.6/1 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศใน  การนาเสนอและแบ่งปันข้อมูล เช่น การเขียนบล็อก อัพโหลด

การนาเสนอ และแบ่งปันข้อมูล วิดโี อ ภาพอินโฟรกราฟกิ

อย่างปลอดภัย มีจริยธรรม และ

วิ เ ค ร า ะ ห์ ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง

ตวั ช้ีวัด สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำงและสำระกำรเรยี นรูท้ อ้ งถน่ิ

เทคโนโลยีสารสนเทศที่มีผลต่อ  การนาเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย เช่น ระมนั ระวัง

การดาเนินชีวิต อาชีพ สังคม และ ผลกระทบท่ตี ามมา เม่ือมกี ารแบ่งปันข้อมลู หรอื เผยแพร่ขอ้ มูล

วฒั นธรรม ไม่สรา้ งความเดอื นรอ้ นตอ่ ตนเองและผู้อื่น

 จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศ

 เทคโนโลยีเกิดใหม่ แนวโน้มในอนาคต การเปลี่ยนแปลงของ

เทคโนโลยี

 นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ

ชวี ิตประจาวนั

 อาชีพเกย่ี วกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ

 ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศต่อการดาเนินชีวิต อาชีพ

สงั คม และวฒั นธรรม

แบบบันทึกกำรวเิ ครำะห์ตัวช้ีวัดเพอื่ จัดทำคำอธบิ ำยรำยวชิ ำ
กล่มุ สำระกำรเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี รำยวิชำ เทคโนโลยีสารสนเทศ

ระดับ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 4

สำระที่ 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง

รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ื่น ๆ เพ่ือแก้ปญั หาหรือพฒั นางานอย่างมี
ความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึง
ผลกระทบต่อสิง่ มีชีวติ สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม

นำไปสู่

ตัวชว้ี ัด ผู้เรียนรู้อะไร/ทำอะไร สมรรถนะสำคัญ คุณลกั ษณะอนั

ของผเู้ รียน พึงประสงค์

ม.4/1 วิเคราะห์แนวคิด ผเู้ รยี นรอู้ ะไร - ความสามารถใน 1. มีวินยั

ห ลั ก ข อ ง เ ท ค โ น โ ล ยี แนวคดิ หลกั ของ การส่อื สาร 2. ใฝเ่ รยี นรู้
ความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่น เทคโนโลยีกบั ศาสตรอ์ ่นื
โ ด ย เ ฉ พ า ะ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ - ความสามารถใน 3. ม่งุ มน่ั ในการ
การใชเ้ ทคโนโลยี ทางาน
หรือคณิตศาสตร์ รวมทั้ง ผูเ้ รียนทำอะไรได้

ประเมินผลกระทบท่ีจะเกิด ประเมนิ ผลกระทบท่ีจะ - ความสามารถใน
ขึ้ น กั บ ม นุ ษ ย์ สั ง ค ม เกิดข้นึ กบั มนษุ ย์ สังคม การคดิ
เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดลอ้ ม
เ พ่ื อ เ ป็ น แ น ว ท า ง ใ น ก า ร เพ่ือเปน็ แนวทางในการพัฒนา
พฒั นาเทคโนโลยี เทคโนโลยี

ม.4/2 ระบุปัญหาหรือความ ผเู้ รียนรู้อะไร - ความสามารถใน 1. มวี นิ ยั
การสอ่ื สาร
ต้ อ ง ก า ร ที่ มี ผ ล ต่ อ สั ง ค ม ปัญหาหรอื ความต้องการ 2. ใฝเ่ รียนรู้
รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล ที่มีผลตอ่ สงั คม - ความสามารถใน
และแนวคิดท่ีเกี่ยวข้องกับ การใช้เทคโนโลยี 3. มุ่งมน่ั ในการ
ทางาน
ปัญหาท่ีมีความซับซ้อน ผเู้ รียนทำอะไรได้ - ความสามารถใน
การคดิ
เ พ่ื อ สั ง เ ค ร า ะ ห์ วิ ธี ก า ร ระบปุ ัญหา รวบรวม
เทคนิคในการแก้ปัญหาโดย วเิ คราะห์ข้อมลู และแนวคดิ ท่ี

นำไปสู่

ตวั ช้วี ัด ผเู้ รียนรอู้ ะไร/ทำอะไร สมรรถนะสำคญั คณุ ลักษณะอนั

ของผู้เรียน พึงประสงค์

คานึงถึงความถูกต้องด้าน เกี่ยวขอ้ ง เพ่ือแกป้ ัญหาโดย

ทรพั ยส์ ินทางปัญญา คานงึ ถึงความถูกต้องด้าน

ทรัพยส์ ินทางปัญญา

ม. 4/3 ออกแบบวิธีการ ผู้เรียนรู้อะไร - ความสามารถใน 1. มีวนิ ัย

แก้ปัญหา โดยวิเคราะห์ วธิ ีการแกป้ ญั หา การสื่อสาร 2. ใฝเ่ รยี นรู้
เปรียบเทียบ และตัดสินใจ
เลือกข้อมูลที่จาเป็นภายใต้ ผเู้ รียนทำอะไรได้ - ความสามารถใน 3. มุ่งมน่ั ในการ
เง่ือนไขและทรัพยากรที่มี การใช้เทคโนโลยี ทางาน
อยู่ นาเสนอแนวทางการ ออกแบบและนาเสนอ
แก้ปัญหาให้ผู้อ่ืนเข้าใจด้วย แนวทางการแก้ปญั หาใหผ้ ู้อนื่ - ความสามารถใน
เ ท ค นิ ค ห รื อ วิ ธี ก า ร ท่ี เขา้ ใจดว้ ยเทคนิคหรอื วธิ ีการที่ การคิด
ห ล า ก ห ล า ย โ ด ย ใ ช้ หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์
ซ อ ฟ ต์ แ ว ร์ ช่ ว ย ใ น ก า ร ชว่ ยในการออกแบบ วางแผน
ออกแบบ วางแผนขั้นตอน ขั้นตอนการทางาน และ
การทางาน และดาเนินการ ดาเนินการแกป้ ญั หา

แก้ปญั หา

ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน ผเู้ รียนรอู้ ะไร - ความสามารถใน 1. มีวนิ ัย
การสื่อสาร
วิเคราะห์ และให้เหตุผล การทดสอบ ประเมนิ 2. ใฝ่เรียนรู้
ของปัญหาหรือข้อบกพร่อง วิเคราะห์ และใหเ้ หตุผลของ - ความสามารถใน
ท่ี เ กิ ด ขึ้ น ภ า ย ใ ต้ ก ร อ บ ปญั หาหรือข้อบกพร่องที่ การใช้เทคโนโลยี 3. ม่งุ ม่ันในการ
เงื่อนไข หาแนวทางการ เกดิ ขน้ึ ภายใต้กรอบเงื่อนไข ทางาน
ปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอ - ความสามารถใน
การคดิ
ผลการแก้ปัญหา พร้อมท้ัง ผูเ้ รยี นทำอะไรได้

เสนอแนวทางการพัฒนาต่อ หาแนวทางการปรับปรุง
ยอด แก้ไข และนาเสนอผลการ

แกป้ ัญหา พร้อมทั้งเสนอแนว

ทางการพัฒนาต่อยอด

นำไปสู่

ตัวชว้ี ัด ผเู้ รียนรูอ้ ะไร/ทำอะไร สมรรถนะสำคญั คณุ ลกั ษณะอนั

ของผ้เู รียน พึงประสงค์

ม.4/5 ใชค้ วามรู้และทกั ษะ ผู้เรียนร้อู ะไร - ความสามารถใน 1. มีวินยั

เก่ียวกบั วัสดุ อปุ กรณ์ วสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ การใชเ้ ทคโนโลยี 2. ใฝเ่ รยี นรู้
เครอ่ื งมอื กลไก ไฟฟ้าและ กลไก ไฟฟา้ และ
อิเล็กทรอนิกส์ และ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ และเทคโนโลยี - ความสามารถใน 3. ม่งุ มัน่ ในการ
เทคโนโลยที ี่ซบั ซอ้ นในการ ทซ่ี ับซอ้ นในการแกป้ ัญหา การคดิ ทางาน
แก้ปญั หาหรือพัฒนางาน ได้
- ความสามารถใน

อย่างถูกต้อง เหมาะสม ผ้เู รยี นทำอะไรได้ การแกป้ ัญหา

และปลอดภัย ใชค้ วามรแู้ ละทักษะ - ความสามารถใน

เก่ยี วกับวัสดุ อุปกรณ์ การใช้ทักษะชีวติ

เคร่อื งมอื กลไก ไฟฟา้ และ

อิเลก็ ทรอนกิ ส์ และเทคโนโลยี

ท่ซี ับซ้อนในการแก้ปัญหาหรือ

พัฒนางาน ได้อย่างถกู ต้อง

เหมาะสม

ม.5/1 ประยกุ ต์ใช้ความรู้ ผูเ้ รียนรอู้ ะไร - ความสามารถใน 1. มวี นิ ยั
และทักษะจากศาสตรต์ า่ ง การใชเ้ ทคโนโลยี
ๆ รวมทั้งทรัพยากรในการ ความรู้และทกั ษะจาก 2. ใฝเ่ รยี นรู้
ทาโครงงานเพอ่ื แก้ปญั หา ศาสตรต์ า่ ง ๆ รวมทง้ั - ความสามารถใน
หรอื พฒั นางาน ทรพั ยากรในการทาโครงงาน การใช้ทกั ษะชีวติ 3. มุ่งมน่ั ในการ
เพอ่ื แก้ปัญหา ทางาน

ผเู้ รียนทำอะไรได้

ประยุกตใ์ ชค้ วามร้แู ละ
ทักษะจากศาสตร์ตา่ ง ๆ
รวมทง้ั ทรพั ยากรในการทา
โครงงานเพ่ือแก้ปญั หาหรือ
พัฒนางาน

มำตรฐำน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแกป้ ัญหาทีพ่ บในชีวติ จริงอยา่ งเปน็ ขน้ั ตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รู้เทา่ ทัน และมีจริยธรรม

นำไปสู่

ตวั ชว้ี ดั ผเู้ รยี นรู้อะไร/ทำอะไร สมรรถนะสำคัญ คุณลักษณะอัน

ของผูเ้ รียน พงึ ประสงค์

ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคิด ผู้เรียนรู้อะไร - ความสามารถใน 1. มวี นิ ยั

เชิงคานวณในการพัฒนา แนวคดิ เชิงคานวณ การสอ่ื สาร 2. ใฝเ่ รียนรู้
โครงงานท่ีมีการบูรณาการ
- ความสามารถใน 3. มงุ่ มนั่ ในการ
กับวิชาอ่ืนอย่างสร้างสรรค์ การพฒั นาโครงงาน การใช้เทคโนโลยี ทางาน

และเชอ่ื มโยงกบั ชีวติ จริง ผู้เรียนทำอะไรได้ - ความสามารถใน

ประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคิดเชงิ การคิด

คานวณในการพฒั นาโครงงาน

ที่มกี ารบูรณาการกับวิชาอื่น

อย่างสรา้ งสรรค์ และเชื่อมโยง

กบั ชวี ติ จรงิ

ม.5/1 รวบรวม วิเคราะห์ ผเู้ รยี นรอู้ ะไร - ความสามารถใน 1. มวี ินยั
การสือ่ สาร
ข้อมูล และใช้ความรู้ด้าน การใชค้ วามรู้ดา้ น 2. ใฝเ่ รยี นรู้
วิทยาการคานวณในการ วิทยาการคานวณในการ - ความสามารถใน
แ ก้ ปั ญ ห า ห รื อ เ พิ่ ม มู ล ค่ า แกป้ ญั หาหรือเพ่ิมมูลค่า การใชเ้ ทคโนโลยี 3. มุ่งมั่นในการ
ให้กับบริการหรือผลิตภัณฑ์ ทางาน
- ความสามารถใน
ท่ี ใ ช้ ใ น ชี วิ ต จ ริ ง อ ย่ า ง ผู้เรยี นทำอะไรได้ การคิด

สรา้ งสรรค์ รวบรวม วิเคราะหข์ ้อมูล

และใช้ความรู้ด้านวิทยาการ

คานวณในการแกป้ ัญหาหรอื

เพ่ิมมูลคา่ ใหก้ ับบริการหรอื

ผลิตภณั ฑท์ ่ใี ชใ้ นชวี ิตจรงิ

อยา่ งสรา้ งสรรค์

ม . 6/ 1 ใ ช้ เ ท ค โ น โ ล ยี ผู้เรยี นรอู้ ะไร - ความสามารถใน 1. มีวินัย
สารสนเทศในการนาเสนอ การสื่อสาร

นำไปสู่

ตัวช้วี ดั ผ้เู รียนรอู้ ะไร/ทำอะไร สมรรถนะสำคัญ คณุ ลกั ษณะอนั

ของผู้เรียน พงึ ประสงค์

และแบ่งปันข้อมูลอย่าง การนาเสนอ และแบง่ ปนั - ความสามารถใน 2. ใฝ่เรยี นรู้
การใช้เทคโนโลยี
ปลอดภัย มีจริยธรรม และ ขอ้ มูลอยา่ งปลอดภัย มี 3. มุ่งมัน่ ในการ
- ความสามารถใน ทางาน
วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง จริยธรรม การคิด

เทคโนโลยีสารสนเทศท่มี ีผล ผเู้ รียนทำอะไรได้
ต่อการดาเนินชีวิต อาชีพ

สังคม และวัฒนธรรม ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ

ในการนาเสนอ และแบง่ ปนั

ขอ้ มลู อย่างปลอดภัย มี

จรยิ ธรรม

วเิ คราะห์การ
เปล่ยี นแปลงเทคโนโลยี
สารสนเทศท่ีมีผลต่อการ
ดาเนินชวี ิต อาชพี สังคม และ
วัฒนธรรม

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำพนื้ ฐำน

รหัสวิชา ว 31181 ช่อื รายวิชา วิทยาการคานวณ1

กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4

เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง จานวนหน่วยกิต 1.0 หนว่ ยกิต

ศึกษาการประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงาน การพัฒนาโครงงานทางด้านเทคโนโลยี

การนาแนวคิดเชิงคานวณพัฒนาโครงงานท่เี กยี่ วกบั ชีวติ ประจาวนั ตลอดจนใช้ในการพฒั นาโครงงานท่ีมีการบูรณา

การกับวิชาอื่นอยา่ งสร้างสรรค์และเช่ือมโยงกับชวี ิตจรงิ

โดยอาศัยกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem–based Learning) และการเรียนรู้แบบใช้

โครงงานเปน็ ฐาน(Project-based Learning) เพอื่ เนน้ ให้ผเู้ รียนได้ลงมอื ปฏิบตั ิ ฝึกทกั ษะการคดิ เผชิญสถานการณ์

การแก้ปัญหาวางแผนการเรียนรู้ตรวจสอบการเรยี นรู้ และนาเสนอผ่านการทากิจกรรมโครงงาน เพ่ือให้เกิดทักษะ

ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการวเิ คราะห์โจทย์ปัญหา จนสามารถนาเอาแนวคิดเชิงคานวณมาประยุกต์ใช้ใน

การสรา้ งโครงงานได้

เพื่อให้ผู้เรียนสามารถใช้ความรู้ทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ ส่ือดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสารเพ่ือรวบรวมข้อมูลในชีวิตจริงจากแหล่งต่าง ๆ และความรู้จากศาสตร์อ่ืน มาประยุกต์ใช้ สร้างความรู้ใหม่
เข้าใจการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการดาเนินชีวิต อาชีพ สังคม วัฒนธรรม และใช้อย่างปลอดภัยมี
จริยธรรม ตลอดจนนาความรู้ความเข้าใจในวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม และ
การดารงชีวิต จนสามารถพัฒนากระบวนการคิดและจินตนาการ ความสามารถในการแก้ปัญหาและการจัดการ
ทักษะในการส่ือสาร และความสามารถในการตัดสินใจ และเป็นผู้ท่ีมีจิตวิทยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และ
ค่านิยมในการใช้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยอี ย่างสร้างสรรค์

ตัวชว้ี ดั
ว 4.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.5/1
ว 4.2 ม.4/1, ม.5/1, ม.6/1
รวมท้ังหมด 9 ตัวช้ีวัด

โครงสร้ำงรำยวิชำ วิทยำกำรคำนวณ

รหัสวิชา ว 31181 ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง

ประเภทวชิ าพ้ืนฐาน คะแนนเตม็ 100 คะแนน อัตราสว่ นคะแนนระหว่างเรียนกับปลายภาค 70 : 30

ลำดับท่ี ช่อื หน่วยกำร มำตรฐำนกำร สำระสำคัญ เวลำ น้ำหนกั คะแนน
เรียนรู้ เรียนร้/ู ตัวชว้ี ัด (ช่วั โมง) (100 คะแนน)

1 แนวคดิ เชงิ ว 4.1 ม.4/1 แนวคิดเชิงคานวณ เป็น 6 10
คานวณ ว 4.2 ม.4/1 ความสามารถในการแก้ไขปัญหา
โดยมุ่งเน้นการคิดเชิงตรรกะ หรือ
เ ป็ น ก า ร แ ก้ ไ ข ปั ญ ห า อ ย่ า ง เ ป็ น
ล า ดั บ ข้ั น ต อ น แ ล ะ มี วิ ธี ก า ร
แก้ปัญหาอยา่ งมรี ะบบ

2 การแก้ปัญหาและ ว 4.1 ม.4/2 การออกแบบขั้นตอนในการ 12 15

ขั้นตอนวิธี ว 4.1 ม.4/3 แก้ปัญหา การกาหนดปัญหา
ศึกษา วางแผน ดาเนินงาน สรปุ ผล

ว 4.2 ม.4/1 แ ล ะ น า เ ส น อ ใ น ก า ร พั ฒ น า

โครงงานที่มีการ บูรณาการร่วมกับ

วิชาอ่นื และเช่ืองโยงกบั ชวี ติ จริง

สรุปทบทวนภำพรวม (สอบกลำงภำค) 2 20

3 การเขยี น ว 4.1 ม.4/4 - หลกั การแก้ปญั หา 12 15
โปรแกรมเพ่ือ ว 4.2 ม.4/1 - ภาษาโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
แกป้ ญั หา - ข้นั ตอนการพัฒนาโปรแกรม

- ความรู้พื้นฐานโปรแกรมภาษา
C#

- การสร้างโปรแกรมแสดงเนอ้ื หา

- การสร้างโปรแกรมคานวณ

- การพัฒนาโปรแกรมเพ่ือ
แก้ปญั หา

ลำดับท่ี ชือ่ หน่วยกำร มำตรฐำนกำร สำระสำคญั เวลำ นำ้ หนักคะแนน
เรยี นรู้ เรียนรู้/ตัวช้วี ดั (ชั่วโมง) (100 คะแนน)

4 การพฒั นา ว 4.1 ม.4/5 การพัฒนาโครงงานทางด้าน 6 10
โครงงาน ว 4.1 ม.5/1 เทคโนโลยี เป็นการนาแนวคิดเชิง
ว 4.2 ม.4/1 คานวณมาแก้ปญั หาต่าง ๆ
ว 4.2 ม.5/1
อย่างเป็นระบบ เพ่ือให้โครงงาน
สาเร็จลุล่วงตามเปา้ หมาย

ว 4.2 ม.6/1 การนาแนวคิดเชิงคานวณ
พัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณาการ
ร่วมกับวิชาอ่ืน การนาแนวคิดเชิง
คานวณพัฒนาโครงงานท่ีเช่ืองโยง
กับชีวิตจริง โดยมีการนาเสนอ
อย่างสรา้ งสรรค์

สรปุ ทบทวนภำพรวม (สอบปลำยภำค) 2 30

รวม 40 100

หน่วยกำรเรยี นร้ทู ่ี 1

ชอ่ื หน่วย แนวคิดเชิงคำนวณ

รหสั ว 31181 วิชา วทิ ยาการคานวณ1 กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2564 เวลา 6 ช่วั โมง

ชื่อผ้สู อน นายอนรุ ักษ์ เตชะเถลงิ ผล โรงเรียนธญั บรุ ี

..................................................................................................................................................................... ...............

1. สำระกำรเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั

สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่าง

รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานึงถึง
ผลกระทบตอ่ ชีวติ สังคม และส่ิงแวดล้อม

ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รู้เท่าทนั และมีจรยิ ธรรม

ตัวชว้ี ัด ว 4.1 ม.4/1 วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่น โดยเฉพาะ
วิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ รวมทั้งประเมินผลกระทบท่ีจะเกิดขึ้นกับมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม
เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี

ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณการกบั วิชาอ่ืน

อย่างสร้างสรรค์ และเช่อื มโยงกับชีวิตจริง

2.สำระสำคญั
แนวคิดเชิงคานวณ (computational thinking) เป็นพื้นฐานของการคิดแก้ปัญหาที่สามารถนาไป

ประยุกต์ในการแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน แนวคิดเชิงคานวณ เป็นการคิดแบบแยกส่วนประกอบและการย่อย
ปัญหา (decomposition) การหารูปแบบของปัญหา (pattern recognition) การคิดเชิงตรรกะ (abstraction)

เพ่ือพิจารณาสาระสาคัญของปัญหา และการออกแบบข้ันตอนวิธีในการแก้ปัญหา (algorithm) ซึ่งข้ันตอนวิธี คือ
ลาดับข้ันตอนในการแก้ปญั หาหรือการทางานทช่ี ัดเจน ชว่ ยให้คิดอย่างเป็นระบบและเปน็ ขัน้ ตอน

3.สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง
1. ระบบทางเทคโนโลยี เป็นกลุ่มของส่วนต่าง ๆ ต้ังแต่สองส่วนขึ้นไปประกอบเข้าด้วยกันและทางาน

ร่วมกันเพ่ือให้บรรลุวัตถุประสงค์ โดยในการทางานของระบบทางเทคโนโลยีจะประกอบไปด้วยตัวป้อน (input)
กระบวนการ (process) และผลผลิต (output) ท่ีสัมพันธ์กัน นอกจาน้ีระบบทางเทคโนโลยีอาจมีข้อมูลย้อนกลับ
(feedback) เพื่อให้ปรับปรุงการทางานได้ตามวัตถุประสงค์ โดยระบบทางเทคโนโลยีอาจจะมีระบบย่อยหลาย
ระบบ (sub-systems) ท่ีทางานสัมพันธ์กันอยู่ และหากระบบย่อยใดทางานผิดพลาดจะส่งผลต่อการทางานของ
ระบบอ่นื ๆ ด้วย

2. เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ต้ังแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ซ่ึงมีสาเหตุหรือปัจจัยมาจากหลาย
ดา้ น เชน่ ปญั หา ความตอ้ งการ ความก้าวหนา้ ของศาสตรต์ ่าง ๆ เศรษฐกจิ สงั คม วัฒนธรรม ส่ิงแวดล้อม

3. การพัฒนาโครงงาน
4. การนาแนวคิดเชิงคานวณไปพัฒนาโครงงานที่เก่ียวกับชีวิตประจาวัน เช่น การจัดการพลังงาน อาหาร
การเกษตร การตลาด การค้าขาย การทาธรุ กรรม สขุ ภาพ และส่งิ แวดลอ้ ม
5. ตัวอย่างโครงงาน เช่น ระบบดูแลสุขภาพ ระบบอัตโนมัติการควบคุมการปลูกพืช การจัดเส้นทางการ
ขนสง่ ผลผลติ ระบบแนะนาการใช้งานหอ้ งสมดุ ท่มี ีการโตต้ อบกับผูใ้ ชแ้ ละเชือ่ มต่อกับฐานขอ้ มูล

สำระกำรเรยี นร้ทู อ้ งถน่ิ
-

4. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

5. คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

6. กำรบรู ณำกำร
บรู ณาการร่วมกับรายวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง เซต ตรรกศาสตร์ ฟงั กช์ ัน และการแก้สมการ

7. หลกั ฐำนกำรเรยี นรู้
ช้นิ งำน
-
ภำระงำน
- การแยกส่วนประกอบย่อย (decomposition)
- การหารูปแบบของปัญหา (pattern recognition)
- การคดิ เชงิ ตรรกะ (abstraction)

8. กำรวัดและประเมนิ ผล
8.1 ประเมนิ ผลก่อนเรยี น
- แบบทดสอบก่อนเรียน เรื่องแนวคิดเชงิ คานวณ
8.2 การประเมนิ ผลระหวา่ งจัดกิจกรรมการเรียนรู้
- ตรวจใบกจิ กรรม
- การแยกสว่ นประกอบย่อย (decomposition)
- การหารปู แบบของปัญหา (pattern recognition)
- การคดิ เชิงตรรกะ (abstraction)
8.3 การประเมินผลหลงั เรียน
- ประเมินแบบทดสอบหลังเรียน เร่อื งแนวคดิ เชงิ คานวณ

8.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน
-

9. กำรจัดกจิ กรรมกำรเรยี นรู้
1.แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การแยกส่วนประกอบย่อย (decomposition) ใช้การสอนแบบใช้

ปัญหาเปน็ ฐาน จานวน 2 ช่วั โมง
2. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เร่อื ง การหารูปแบบของปัญหา (pattern recognition) ใช้การสอนแบบใช้

ปัญหาเปน็ ฐาน จานวน 2 ชว่ั โมง
3. แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 เร่ือง การคิดเชิงตรรกะ (abstraction) ใช้การสอนแบบใช้ปัญหาเป็นฐาน

จานวน 2 ชั่วโมง

แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1
รายวิชา วิทยาการคานวณ1 รหสั ว31181 ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 แนวคิดเชงิ คำนวณ เรอ่ื ง การแยกส่วนประกอบย่อย เวลาเรียน 2 คาบ

ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรยี นธัญบรุ ี
วันท่สี อน 1 เดือน มถิ นุ ำยน พ.ศ. 2564 ถงึ วันท่ี 7 เดือน มิถุนำยน พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรียนรู้ / ตัวชี้วัด
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถึง
ผลกระทบต่อชวี ิต สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม

ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ร้เู ทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม

ตวั ช้วี ัด ว 4.1 ม.4/1 วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่น โดยเฉพาะ
วิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ รวมทั้งประเมินผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนกับมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อม
เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี

ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณการกับวิชาอื่น
อยา่ งสร้างสรรค์ และเชื่อมโยงกับชวี ิตจริง

2. สาระสาคญั และความคิดรวบยอด
การแยกส่วนประกอบเป็นวิธีคิดรูปแบบหน่ึงของแนวคิดเชิงคานวณ เป็นการพิจารณาเพื่อแบ่งปัญหาหรือ

งานออกแบบส่วนยอ่ ย ทาให้สามารถจัดการกับปัญหาหรืองานได้ง่ายขนึ้ เช่น การพิจารณาจกั รยาน ซ่งึ หาพิจารณา
แล้วจะประกอบดว้ ย ลอ้ แฮนด์ โครงจักรยาน ระบบขับเคลื่อน หรืออื่นๆ เป็นต้น

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ควำมรู้
1. การแยกส่วนประกอบย่อย

3.2 ทกั ษะ/กระบวนกำร
1. การวเิ คราะห์
2. การแก้ปัญหา
3. การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์

3.3 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา

3.4 คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. ม่งุ ม่ันในการทางาน

4. กิจกรรมการเรยี นรู้ : ใชก้ ารสอนแบบการเรียนรูโ้ ดยใชป้ ัญหาเป็นฐาน

4.1 กจิ กรรมนาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูนารปู จักรยานมาให้นักเรียนทกุ คนพิจารณา แลว้ ให้ทุกคนชว่ ยกันแยกส่วนประกอบของจกั รยานว่ามี
อะไรบ้าง และแตล่ ะส่วนมหี น้าทีอ่ ยา่ งไร
2. ครชู ่วยนกั เรียนในการพิจารณาส่วนประกอบยอ่ ย และแนะนาเพมิ่ เติม
3. ครูแสดงให้เห็นวา่ สิง่ ของทุกอย่างมีองค์ประกอบย่อยเสมอ แม้กระทั่งปัญหาทนี่ ักเรียนต้องแก้ปญั หาน้ัน
ก็จะมีปัญหาย่อยๆ ให้นักเรียนพิจารณา ดังนั้นการแก้ปัญหาที่สาคัญคือการมองปัญหาย่อยให้ออก แล้วแก้ไขจาก
ปัญหาย่อยไปยงั ปัญหาท่ีใหญข่ ้นึ

4.2 กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรู้
กาหนดปัญหา
1. ครูแบ่งกลมุ่ นักเรียนกลุม่ ละไม่เกนิ 5 คน และแจกใบกิจกรรมท่ี 1 เรื่องการแยกสว่ นประกอบย่อย
2. ครูกาหนดปญั หาให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ แยกสว่ นประกอบย่อย ดงั นี้

1. รถยนต์
2. เคร่อื งบิน
3. เรือ
4. มอเตอร์ไซค์

ทำควำมเขำ้ ทำควำมเข้ำใจปัญหำ
1. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มทาการวิเคราะห์องคป์ ระกอบของสถานการณท์ ี่ได้รับ
2. แต่ละกลุม่ รว่ มกันสรปุ แนวคดิ และผลการวิเคราะห์องค์ประกอบทกี่ ลุ่มไดร้ บั ในประเด็นเกย่ี วกับ ส่งิ ที่
ต่างและสง่ิ ที่เหมือนกันองคป์ ระกอบน้นั

ดำเนินกำรศึกษำคน้ คว้ำ
1. นักเรยี นรว่ มกันทาใบงานและบนั ทึกหนา้ ท่ีสาคัญขององคป์ ระกอบแตล่ ะส่วน
2. นกั เรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์ว่ามีอปุ กรณห์ รอื ส่งิ ท่ีมีลกั ษณะองค์ประกอบคล้ายกบั สถานการณ์ที่นักเรยี น
ได้รับ
3. นกั เรียนสอบถามปญั หาเพิ่มเติมกับครผู สู้ อน เกีย่ วกับการแยกองคป์ ระกอบ

สังเครำะห์ควำมรู้
1. แตล่ ะกล่มุ สรุปและสงั เคราะหค์ วามรแู้ ละเขยี นองค์ประกอบลงในใบกิจกรรม
2. นกั เรียนในกลุ่มแลกเปล่ยี นความคดิ เห็นและตรวจสอบองคค์ วามรู้ของตนเอง เปรียบเทียบความเหมือน
และความแตกตา่ งของแต่ละองค์ประกอบ
3. นักเรยี นตรวจสองใบกจิ กรรมทีท่ าอีกคร้ัง

สรุปและประเมนิ คำตอบ
1. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสรุปคาตอบและเขยี นคาตอบลงในใบกิจกรรมที่ครูแจกให้
2. สมาชิกกล่มุ ร่วมกันประเมนิ คาตอบและตรวจสอบคาตอบท่คี ้นพบอีกครงั้

นำเสนอและประเมินผล
1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอองค์ประกอบของสถานการณ์ท่ีไดร้ บั
2. เพื่อนและครรู ว่ มกนั สอบถามกลุ่มทีน่ าเสนอในประเด็นที่สงสยั
3. เมื่อแต่ละกลุ่มนาเสนอเสร็จ ครสู รปุ องคค์ วามรูเ้ กย่ี วกบั การแยกองค์ประกอบของปญั หา ให้นกั เรยี นทุก
คนฟังอีกคร้ัง

4.3 กจิ กรรมสรปุ กำรเรียนรู้
1. ครูสรปุ หลักการและประโยชน์ของการแยกสว่ นประกอบและการย่อยปญั หา พร้อมกับอธบิ ายสรุป
2. ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนสอบถามปญั หาข้อสงสัย และตอบปญั หาใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจอีกครั้ง

5. สอ่ื กำรเรียนรู้
- ใบกิจกรรมท่ี 1 เรื่องการแยกสว่ นประกอบและการย่อยปัญหา
- https://sites.google.com/a/tbs.ac.th/eportkruanurak/

6. การวดั และประเมนิ ผล

ด้ำน วิธกี ำร เครื่องมอื เกณฑ์
ดำ้ นควำมรู้ - รอ้ ยละ 80 ข้ึนไป
- นาเสนอองค์ความรเู้ กีย่ วกบั - ใบกจิ กรรมท่ี 1 เรอื่ งการแยก
ดำ้ นคุณธรรม/ - ระดบั ดีข้นึ ไป
จริยธรรม การแยกสว่ นประกอบและ ส่วนประกอบและการยอ่ ย - ระดบั ดีขึน้ ไป

ด้ำนทกั ษะ/ การย่อยปัญหา ปัญหา - ระดบั ดีขน้ึ ไป
กระบวนกำร
- สังเกตจากพฤติกรรมท่ี - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทีไ่ ดร้ ับ ทางานกลุ่ม

มอบหมาย
- สังเกตความอดทน การรบั - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
ฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อืน่ การ ทางานกลุม่

วิเคราะหก์ ารวิจารณผ์ ลงาน
ของกล่มุ ตนเองและกลุ่มอ่นื

- สังเกตจากพฤติกรรมทเี่ กิด - แบบประเมนิ ทักษะ/
จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแกป้ ญั หา
แก้ปัญหารว่ มกัน

บันทึกหลังสอน
สัปดำห์ท่ี 1 หน่วยที่ 1 เรอื่ ง การแยกส่วนประกอบยอ่ ย

รหสั วชิ ำ ว31181 ช่ือวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดับชัน้ มธั ยมศกึ ษำปที ่ี 4
วนั ทีส่ อน ....... เดือน...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรียนท่ี 1 ปีกำรศึกษำ2564

***********************************************************
1. ผลการสอน

 สอนได/้ ครบ ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
 สอนไมไ่ ด/้ ไม่ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เนอ่ื งจาก .............................................................
.......................................................................................... ............................................................. .....................
2. ผลการเรียนของนักเรียน
 จานวนนกั เรยี นท่ผี า่ นการประเมิน .......................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ .................................
 จานวนนกั เรียนที่ไมผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ .................................
ได้แก่ ...................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. ..................................
3. ปัญหาและอุปสรรค
 กิจกรรมการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา
 มีนกั เรียนทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกาหนดเวลา
 มีนกั เรียนที่ไม่สนใจเรยี น
 อ่นื ๆ ...................................................................................................................... .......................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
 ควรนาแผนไปปรบั ปรุง เรอ่ื ง ......................................................................................................
 แนวทางแกไ้ ขนักเรยี นที่ไม่ผ่านการประเมนิ ..................................................................................
 ไมม่ ขี ้อเสนอแนะ

ลงช่อื ........................................... ครูผูส้ อน
(นายอนุรักษ์ เตชะเถลิงผล)

______________________________________________________________________________

บนั ทกึ หลังการสอน ตามแผนการจดั การเรียนรูฉ้ บบั น้ี ได้รบั การพจิ ารณาจากกลุ่มบริหารวิชาการแล้ว

ลงชอ่ื ........................................... ลงช่อื ...........................................
( นางบษุ รา มงิ่ ขวญั ) (นางสาวเกศนิ ี พันธุมจนิ ดา)
รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ลงชอ่ื ...........................................
(นางชฏาพร เธียรศริ พิ ิพัฒน์)

ผ้อู านวยการโรงเรยี นธญั บุรี
ข้อเสนอแนะของหัวหนำ้ สถำนศกึ ษำหรือผู้ทไี่ ดร้ บั มอบหมำย

ความเหน็ ของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
 สาระการเรียนรู้สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้
 มกี จิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
 มสี ื่อการเรียนรทู้ เี่ หมาะสม
 มวี ธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
 ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................
( นางบุษรา ม่ิงขวญั )

หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วนั ท่ี ..26....พฤษภาคม...2564......

ความเหน็ ของรองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารวชิ าการ
 สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
 เหน็ ควรอนุญาตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจดั การเรียนรู้
 ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ .................................................
(นางสาวเกศินี พนั ธุมจินดา)

รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
วนั ท่ี ..27....พฤษภาคม...2564......

ความเห็นของผู้อานวยการสถานศึกษา
 อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรียนรไู้ ด้
 ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ...................................................
(นางชฏาพร เธียรศิรพิ พิ ัฒน์)
ผ้อู านวยการโรงเรยี นธญั บรุ ี

วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......

ใบกจิ กรรมท่ี 1
เรอ่ื ง การแยกส่วนประกอบและการยอ่ ยปญั หา
สมาชกิ กลุ่ม 1............................................................ 2....................................................................
3....................................................... 4.................................................. 5............. ................................
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ปัญหาได้รับ / นาเสนอ .......................................................................................
2. ส่วนประกอบ

แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลุ่ม

กลุ่ม ..........................................................................................................

สมาชิกในกลุม่ 1. 2....................................................................... ......................................................................

3. 4....................................................................... ......................................................................

5. 6....................................................................... ......................................................................

คำชแี้ จง: ใหน้ ักเรยี นทาเคร่ืองหมาย  ในชอ่ งท่ตี รงกับความเป็นจริง

พฤติกรรมที่สังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็น
2. มีความกระตือรอื ร้นในการทางาน
3. รับผิดชอบในงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4. มขี ั้นตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม

รวม

เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน

พฤตกิ รรมทีท่ าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมท่ที าน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์กำรให้คะแนน

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแก้ปญั หา

ลาดับ ชอื่ – การกาหนด ดาเนนิ สังเคราะห์ สรุปและ นาเสนอและ รวม
ที่ สกลุ ปญั หาและทา การศกึ ษา ความรู้ ประเมนิ ประเมินผล 20
ของ ความเข้าใจ คน้ คว้า คาตอบ คะแนน
ผรู้ บั 4321 4321
การ ปัญหา 4321 4321
ประเมิน
4321

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
มที ักษะ/กระบวนการดมี าก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มที ักษะ/กระบวนการพอใช้
มที ักษะ/กระบวนการที่ต้องปรบั ปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดมี าก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ตา่ กวา่ 10

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ท่ี 2
รำยวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 รหัส ว31181 ชนั้ มธั ยมศึกษำปีท่ี 4
หน่วยกำรเรยี นรู้ที่ 1 แนวคิดเชงิ คำนวณ เรือ่ ง กำรหำรูปแบบของปัญหำ เวลำเรยี น 2 คำบ

ภำคเรยี นท่ี 1 ปีกำรศึกษำ 2564 โรงเรยี นธัญบุรี
วนั ท่ีสอน 8 เดอื น มิถนุ ำยน พ.ศ. 2564 ถงึ วันที่ 14 เดือน มิถุนำยน พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. สำระกำรเรยี นรู้ / ตัวชี้วดั
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่าง

รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืนๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานึงถึง
ผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม

ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รเู้ ทา่ ทัน และมีจริยธรรม

ตัวชีว้ ัด ว 4.1 ม.4/1 วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่น โดยเฉพาะ
วิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ รวมท้ังประเมินผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนกับมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อม
เพือ่ เป็นแนวทางในการพฒั นาเทคโนโลยี

ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคิดเชงิ คานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณการกบั วิชาอ่ืน
อยา่ งสร้างสรรค์ และเชอื่ มโยงกบั ชีวติ จรงิ

2. สาระสาคัญและความคิดรวบยอด
การหารูปแบบของปัญหาเป็นทักษะการหาความสัมพันธ์ท่ีเกี่ยวข้อง แนวโน้ม และลักษณะท่ัวไปของส่ิง

ตา่ งๆ โดยท่ัวไปแล้วนกั เรยี นจะเรมิ่ พิจารณาปัญหาหรือสงิ่ ที่สนใจ จากน้ันอาจจะใช้ทักษะการแยกส่วนประกอบทา
ใหไ้ ด้องคป์ ระกอบภายในอืน่ ๆ แล้วจึงใชท้ ักษะการหารูปแบบเพ่ือสร้างความเขา้ ใจระหว่างองค์ประกอบเหลา่ นน้ั

3. สาระการเรียนรู้
3.1 ควำมรู้
1. การหารูปแบบของปญั หา

3.2 ทักษะ/กระบวนกำร
1. การวเิ คราะห์
2. การแก้ปัญหา
3. การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์

3.3 สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

3.4 คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน

4. กิจกรรมการเรียนรู้ : ใช้การสอนแบบการเรียนรู้โดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน

4.1 กจิ กรรมนาเข้าสู่บทเรยี น
1. ครูนารูปเมา้ ส์และคีย์บอร์ดมาให้นกั เรียนพิจารณาแยกส่วนประกอบย่อย และลงความเห็นร่วมกันว่ามี
ส่วนประกอบยอ่ ยอะไรบ้าง
2. นักเรียนร่วมกันสรุปว่าเม้าส์มีองค์ประกอบที่เหมือนกันและต่างกันอย่างไรบ้าง และคีย์บอร์ดมี
ส่วนประกอบทีเ่ หมอื นกันหรอื ตา่ งกันอย่างไรบา้ ง
3. ครูสรุปให้เห็นว่าสิ่งของทุกส่ิง ถ้ามีการทางานที่เหมือนกันจะมีองค์ประกอบท่ีเหมือนกัน และมี
องคป์ ระกอบบางสว่ นท่ตี ่างกนั

4.2 กจิ กรรมพฒั นาการเรียนรู้
กาหนดปญั หา
1. ครูแบง่ กลุ่มนักเรียนกลมุ่ ละไม่เกนิ 5 คน และแจกใบกิจกรรมท่ี 2 เร่อื งการหารูปแบบของปญั หา
2. ครูกาหนดปัญหาให้นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ หารูปแบบของปัญหา ดังนี้

1. รถยนต์
2. เครือ่ งบนิ
3. เรอื
4. มอเตอร์ไซค์

ทำควำมเข้ำทำควำมเขำ้ ใจปัญหำ
1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มทาการวิเคราะห์องค์ประกอบของสถานการณ์ที่ได้รับ
2. แต่ละกลมุ่ ร่วมกันสรุปแนวคิดและผลการวิเคราะห์องคป์ ระกอบท่ีกลุ่มไดร้ บั ในประเด็นเกยี่ วกับ สิง่ ที่
ต่างและสิ่งท่ีเหมอื นกนั องค์ประกอบนั้น
3. แต่ละกลมุ่ สรปุ องคป์ ระกอบทเ่ี หมอื นและตา่ งกนั ของปัญหาทไี่ ด้รับ

ดำเนนิ กำรศึกษำคน้ คว้ำ
1. นักเรยี นหาข้อมูลเพิ่มเตมิ เก่ยี วกบั การหารปู แบบ จากหนงั สอื เรียนเทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) บทที่
1 หนา้ ที่ 16 จากน้นั แตล่ ะกลุ่มวเิ คราะห์วา่ มีอปุ กรณห์ รอื ส่ิงท่มี ลี กั ษณะองค์ประกอบคล้ายกับสถานการณท์ ี่
นกั เรียนไดร้ บั
2. นกั เรยี นสอบถามปัญหาเพิ่มเติมกบั ครผู ู้สอน เกีย่ วกับการแยกองค์ประกอบ

สงั เครำะหค์ วำมรู้
3. แต่ละกลุ่มสรุปและสังเคราะห์ความรู้และเขยี นองค์ประกอบลงในใบกจิ กรรม
4. นักเรียนในกลุ่มแลกเปล่ียนความคดิ เห็นและตรวจสอบองคค์ วามรู้ของตนเอง เปรียบเทียบความเหมือน
และความแตกตา่ งของแตล่ ะองคป์ ระกอบ
5. นกั เรยี นวาดภาพรา่ งหารูปแบบขององคป์ ระกอบวตั ถทุ ่ีมีความเหมอื นและต่างกัน จากน้นั จึงบันทกึ ลงใน
ใบกิจกรรมและตรวจสอบใบกิจกรรมท่ีทาอีกคร้งั

สรปุ และประเมินคำตอบ
1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มสรปุ คาตอบและเขยี นคาตอบลงในใบกจิ กรรมท่ีครูแจกให้
2. สมาชกิ กลุ่มร่วมกันประเมนิ คาตอบและตรวจสอบคาตอบท่คี น้ พบอีกครัง้

นำเสนอและประเมนิ ผล
1. นักเรยี นแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอองคป์ ระกอบของสถานการณ์ท่ีไดร้ บั
2. เพอ่ื นและครูร่วมกนั สอบถามกลมุ่ ท่นี าเสนอในประเดน็ ที่สงสัย
3. เมอื่ แต่ละกล่มุ นาเสนอเสร็จ ครูสรุปองค์ความรู้เกี่ยวกบั การแยกองค์ประกอบของปญั หา ให้นักเรียนทุก
คนฟงั อกี คร้งั

4.3 กิจกรรมสรปุ กำรเรยี นรู้
1. ครูสรปุ หลกั การและประโยชน์ของการหารูปแบบ พร้อมกบั อธิบายสรุป
2. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรียนสอบถามปญั หาข้อสงสัย และตอบปญั หาใหน้ ักเรยี นเข้าใจอีกครัง้

5. สือ่ กำรเรยี นรู้
- ใบกจิ กรรมท่ี 2 เร่ืองการหารปู แบบของปัญหา
- https://sites.google.com/a/tbs.ac.th/eportkruanurak/

6. การวัดและประเมินผล

ดำ้ น วธิ กี ำร เคร่อื งมือ เกณฑ์
- ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป
ดำ้ นควำมรู้ - นาเสนอองค์ความรู้เก่ียวกบั - ใบกจิ กรรมที่ 2 เร่ืองการหา - ระดับดีข้ึนไป
การหารูปแบบของปัญหา รปู แบบของปญั หา
- ระดบั ดขี ึน้ ไป
ด้ำนคณุ ธรรม/ - สงั เกตจากพฤตกิ รรมที่ - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ
จริยธรรม รับผดิ ชอบตอ่ งานทีไ่ ด้รับ ทางานกลมุ่ - ระดับดขี ึ้นไป
มอบหมาย

- สังเกตความอดทน การรับ - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
ฟังความคิดเห็นของผู้อ่นื การ ทางานกล่มุ
วิเคราะหก์ ารวิจารณ์ผลงาน

ของกล่มุ ตนเองและกลมุ่ อนื่

ดำ้ นทกั ษะ/ - สังเกตจากพฤตกิ รรมทเี่ กดิ - แบบประเมินทักษะ/

กระบวนกำร จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแก้ปญั หา
แกป้ ญั หารว่ มกัน

ใบกิจกรรมท่ี 2
เรอื่ ง การหารปู แบบของปัญหา
สมาชกิ กลุ่ม 1............................................................ 2............................................................. .......
3....................................................... 4.................................................. 5.............................................
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ปัญหาไดร้ ับ / นาเสนอ .......................................................................................
2. การหารปู แบบ

แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่

กลุ่ม ..........................................................................................................

สมาชิกในกลุม่ 1. 2....................................................................... ......................................................................

3. 4....................................................................... ......................................................................

5. 6....................................................................... ......................................................................

คำช้ีแจง: ใหน้ ักเรยี นทาเคร่ืองหมาย  ในช่องท่ตี รงกับความเป็นจรงิ

พฤติกรรมท่ีสังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็น
2. มีความกระตือรอื ร้นในการทางาน
3. รับผิดชอบในงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4. มขี ั้นตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม

รวม

เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน

พฤตกิ รรมทีท่ าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมท่ที านอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์กำรให้คะแนน

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรงุ

แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแก้ปญั หา

ลาดับ ชอื่ – การกาหนด ดาเนนิ สังเคราะห์ สรุปและ นาเสนอและ รวม
ที่ สกลุ ปญั หาและทา การศกึ ษา ความรู้ ประเมนิ ประเมินผล 20
ของ ความเข้าใจ คน้ คว้า คาตอบ คะแนน
ผรู้ บั 4321 4321
การ ปัญหา 4321 4321
ประเมิน
4321

เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
มที ักษะ/กระบวนการดมี าก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มที ักษะ/กระบวนการพอใช้
มที ักษะ/กระบวนการที่ต้องปรบั ปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดมี าก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ตา่ กวา่ 10

บนั ทึกหลังสอน
สปั ดำห์ท่ี 2 หน่วยท่ี 1 เรอ่ื ง กำรหำรปู แบบของปัญหำ
รหสั วิชำ ว31181 ชื่อวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษำปีที่ 4
วนั ทีส่ อน ....... เดือน...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรียนท่ี 1 ปีกำรศึกษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
 สอนได/้ ครบ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้
 สอนไม่ได้/ไม่ครบ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เน่ืองจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
 จานวนนักเรยี นทีผ่ ่านการประเมิน .......................... คน คดิ เป็นร้อยละ .................................
 จานวนนักเรยี นทไี่ มผ่ ่านการประเมนิ ...................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
ได้แก่ ...................................................................................................................... ...............................
...............................................................................................................................................................
3. ปญั หาและอปุ สรรค
 กจิ กรรมการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา
 มนี ักเรียนทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกาหนดเวลา
 มีนักเรยี นทไ่ี มส่ นใจเรียน
 อืน่ ๆ ...................................................................................................................................... .......
4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
 ควรนาแผนไปปรับปรุง เรอ่ื ง ......................................................................................................
 แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมิน ..................................................................................
 ไมม่ ขี ้อเสนอแนะ

ลงช่ือ ........................................... ครูผูส้ อน
(นายอนรุ ักษ์ เตชะเถลิงผล)

______________________________________________________________________________

บนั ทึกหลงั การสอน ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ฉบบั น้ี ได้รับการพิจารณาจากกลุ่มบรหิ ารวชิ าการแล้ว

ลงชื่อ ........................................... ลงช่อื ...........................................
( นางบุษรา มงิ่ ขวัญ ) (นางสาวเกศนิ ี พันธมุ จินดา)
รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

ลงชอื่ ...........................................
(นางชฏาพร เธยี รศิรพิ ิพฒั น์)
ผู้อานวยการโรงเรียนธัญบุรี

ข้อเสนอแนะของหัวหน้ำสถำนศกึ ษำหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมำย

ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
 สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้
 มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ที่เหมาะสม
 มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
 มีวธิ กี ารวัดและประเมินผลเหมาะสม
 ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………

ลงช่อื .................................................
( นางบุษรา ม่ิงขวัญ )

หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
วนั ท่ี ..26....พฤษภาคม...2564......

ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุม่ บรหิ ารวิชาการ
 สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
 เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้
 ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชอ่ื .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)

รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
วันท่ี ..27....พฤษภาคม...2564......

ความเห็นของผู้อานวยการสถานศึกษา
 อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
 ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชื่อ...................................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ ิพิพฒั น์)
ผู้อานวยการโรงเรียนธญั บุรี

วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......

แผนกำรจัดกำรเรียนรทู้ ่ี 3
รำยวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 รหสั ว31181 ชัน้ มัธยมศึกษำปีที่ 4
หน่วยกำรเรียนรทู้ ่ี 1 แนวคดิ เชงิ คำนวณ เรือ่ ง กำรคิดเชงิ ตรรกะ เวลำเรยี น 2 คำบ

ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศกึ ษำ 2564 โรงเรียนธัญบรุ ี
วันที่สอน 15 เดือน มิถุนำยน พ.ศ. 2564 ถงึ วนั ท่ี 21 เดือน มิถนุ ำยน พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

1. สำระกำรเรยี นรู้ / ตวั ช้ีวัด
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง

รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืนๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคานึงถึง
ผลกระทบต่อชีวติ สังคม และส่ิงแวดลอ้ ม

ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รเู้ ท่าทนั และมีจริยธรรม

ตัวชว้ี ดั ว 4.1 ม.4/1 วิเคราะห์แนวคิดหลักของเทคโนโลยี ความสัมพันธ์กับศาสตร์อื่น โดยเฉพาะ
วิทยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ รวมท้ังประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจ และส่ิงแวดล้อม
เพอื่ เป็นแนวทางในการพฒั นาเทคโนโลยี

ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมกี ารบูรณการกบั วิชาอื่น
อยา่ งสรา้ งสรรค์ และเชอื่ มโยงกบั ชีวติ จริง

2. สาระสาคัญและความคดิ รวบยอด
การคิดเชิงตรรกะหรือการคิดเชิงนามธรรม คือ กระบวนการคิดแยกคุณลักษณะที่สาคัญออกจาก

รายละเอียดในโจทยป์ ัญหาหรอื งานที่กาลงั พจิ ารณา เพือ่ ให้ได้องค์ประกอบทีส่ าคญั หรือจาเปน็ เพียงพอ และกระชับ
ที่สุดในการพิจารณาภายใต้สถานการณ์ท่ีสนใจ

3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ควำมรู้
1. การคิดเชงิ ตรรกะหรอื การคิดเชงิ นามธรรม

3.2 ทักษะ/กระบวนกำร
1. การวิเคราะห์
2. การแกป้ ัญหา
3. การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์

3.3 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

3.4 คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมน่ั ในการทางาน

4. กิจกรรมการเรียนรู้ : ใช้การสอนแบบการเรียนรู้โดยใช้ปญั หาเป็นฐาน

4.1 กิจกรรมนาเขา้ สู่บทเรยี น
1. ครูให้นักเรียนพิจารณาแผนที่ทางเดินรถไฟฟ้าเปรียบเทียบสองภาพ ได้แก่ ภาพแผนที่ท่ัวไปกับภาพ
โครงร่างสถานีรถไฟฟา้ แล้วใหน้ ักเรียนเปรยี บเทียบวา่ ภาพไหนเข้าใจงา่ ยกว่ากนั เพราะเหตใุ ด
2. นักเรียนร่วมกันสรุปว่าแนวคิดเชิงนามธรรมมีนิยามหรือความหมายว่าอย่างไรเม่ือได้พิจารณาภาพท้ัง
สองแล้ว
3. ครสู รุปใหเ้ ห็นชดั เจนเก่ียวกบั แนวคิดเชงิ นามธรรมและอธิบายเพม่ิ เตมิ

4.2 กิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้
กาหนดปัญหา
1. ครูแบ่งกลมุ่ นักเรียนกลมุ่ ละไม่เกิน 5 คน และแจกใบกิจกรรมท่ี 3 เรอ่ื งการคิดเชิงนามธรรม
2. ครกู าหนดปัญหาใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกแบบหรือวาดภาพรา่ งออกมาเปน็ แนวคิดเชิงนามธรรม ดังน้ี

1. แผนที่บรเิ วณโรงเรียน
2. โครงสรา้ งบา้ นสองช้นั
3. ระบบไฟฟ้าภายในห้องเรียน
4. การเชอื่ มต่อของระบบคอมพิวเตอร์

ทำควำมเข้ำทำควำมเขำ้ ใจปัญหำ
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มทาการวิเคราะห์องคป์ ระกอบของสถานการณ์ที่ได้รบั และพจิ ารณาเฉพาะ
สว่ นประกอบทีส่ าคัญ
2. แตล่ ะกลุ่มร่วมกันสรปุ แนวคดิ และผลการวิเคราะห์องคป์ ระกอบทก่ี ลุ่มไดร้ ับ
3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มสรปุ องคป์ ระกอบที่สาคัญของประเด็นทไ่ี ดร้ บั อกี ครั้ง

ดำเนนิ กำรศึกษำคน้ ควำ้
1. นักเรยี นหาขอ้ มูลเพ่มิ เตมิ เกย่ี วกบั การคดิ เชงิ ตรรกะหรือการคิดเชิงนามธรรม จากหนังสือเรยี น

เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) บทท่ี 1 หน้าท่ี 19

2. นักเรยี นสอบถามปญั หาเพิ่มเติมกบั ครูผสู้ อน เกย่ี วกับการคดิ เชงิ ตรรกะ และครูอธิบายเพ่ิมเติมให้

นกั เรยี นทุกคนเขา้ ใจ

สงั เครำะหค์ วำมรู้
1. แตล่ ะกลมุ่ สรปุ และสังเคราะห์ความร้แู ละเขียนภาพรา่ งแนวคดิ เชงิ นามธรรม

2. นักเรียนในกล่มุ แลกเปล่ยี นความคิดเหน็ และตรวจสอบองคค์ วามรขู้ องตนเอง เปรยี บเทียบความเหมือน

และความแตกตา่ งของแต่ละองคป์ ระกอบกบั ข้อมูลต้นฉบับ

3. นักเรยี นวาดภาพร่างลงในใบกิจกรรมและตรวจสอบใบกิจกรรมทท่ี าอีกครั้ง

สรุปและประเมนิ คำตอบ
1. นกั เรียนแต่ละกลุ่มสรุปคาตอบและเขยี นคาตอบลงในใบกจิ กรรมท่ีครูแจกให้

2. สมาชกิ กลมุ่ ร่วมกันประเมินคาตอบและตรวจสอบคาตอบท่คี ้นพบอีกคร้งั

นำเสนอและประเมนิ ผล
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอแนวคิดเชิงนามธรรมตามสถานการณ์ที่ไดร้ ับ

2. เพ่อื นและครูรว่ มกันสอบถามกล่มุ ท่นี าเสนอในประเด็นที่สงสัย

3. เม่อื แตล่ ะกล่มุ นาเสนอเสร็จครสู รุปองค์ความร้เู กี่ยวกับการคดิ เชิงนามธรรมให้นักเรียนทกุ คนฟัง

4.3 กิจกรรมสรปุ กำรเรียนรู้
1. ครูสรปุ หลักการและประโยชนข์ องการคิดเชิงนามธรรม พร้อมกบั อธบิ ายสรุป

2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นสอบถามปญั หาข้อสงสยั และตอบปัญหาให้นักเรยี นเขา้ ใจอีกครั้ง

5. สอ่ื กำรเรยี นรู้
- ใบกจิ กรรมที่ 3 เรอ่ื งแนวคิดเชงิ นามธรรม

- https://sites.google.com/a/tbs.ac.th/eportkruanurak/

6. การวัดและประเมนิ ผล

ด้ำน วิธกี ำร เครอื่ งมอื เกณฑ์
- ร้อยละ 80 ข้นึ ไป
ดำ้ นควำมรู้ - นาเสนอองค์ความรูเ้ กย่ี วกับ - ใบกิจกรรมท่ี 2 เรอ่ื งการหา
การหารปู แบบของปัญหา รูปแบบของปัญหา

ด้ำน วิธกี ำร เครื่องมอื เกณฑ์
ด้ำนคณุ ธรรม/ - ระดบั ดขี ึ้นไป
จริยธรรม - สงั เกตจากพฤตกิ รรมท่ี - แบบสังเกตพฤติกรรมการ - ระดับดีขน้ึ ไป
รบั ผิดชอบตอ่ งานทีไ่ ด้รบั ทางานกลุม่
ดำ้ นทักษะ/ มอบหมาย - ระดับดีข้ึนไป
กระบวนกำร - สังเกตความอดทน การรบั - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อื่น การ ทางานกลุ่ม
วเิ คราะหก์ ารวิจารณ์ผลงาน
ของกลมุ่ ตนเองและกลมุ่ อืน่

- สังเกตจากพฤตกิ รรมที่เกิด - แบบประเมินทักษะ/
จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแกป้ ญั หา
แกป้ ญั หารว่ มกัน

ใบกิจกรรมท่ี 3
เร่อื ง แนวคิดเชิงนามธรรม
สมาชกิ กลมุ่ 1............................................................ 2....................................................................
3....................................................... 4.................................................. 5.............................................
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ปญั หาได้รับ / นาเสนอ .......................................................................................
2. ภาพแนวคดิ เชิงนามธรรม


Click to View FlipBook Version