แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแก้ปญั หา
ลาดับ ชอื่ – การกาหนด ดาเนนิ สังเคราะห์ สรุปและ นาเสนอและ รวม
ที่ สกลุ ปญั หาและทา การศกึ ษา ความรู้ ประเมนิ ประเมินผล 20
ของ ความเข้าใจ คน้ คว้า คาตอบ คะแนน
ผรู้ บั 4321 4321
การ ปัญหา 4321 4321
ประเมิน
4321
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
มที ักษะ/กระบวนการดมี าก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มที ักษะ/กระบวนการพอใช้
มที ักษะ/กระบวนการที่ต้องปรบั ปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดมี าก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ตา่ กวา่ 10
สัปดำหท์ ่ี 8 หน่วยที่ 2 เรอื่ ง ข้นั ตอนวิธกี ำรคน้ หำและจดั เรียงขอ้ มลู
รหัสวชิ ำ ว31181 ช่ือวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดับช้นั มัธยมศกึ ษำปีที่ 4
วันทส่ี อน ....... เดือน...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรยี นท่ี 1 ปีกำรศึกษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได้/ครบ ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
สอนไมไ่ ด้/ไม่ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เนอื่ งจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จานวนนกั เรียนทผี่ ่านการประเมิน .......................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ .................................
จานวนนกั เรียนท่ไี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ .................................
ได้แก่ ...................................................................................................................... ...............................
...............................................................................................................................................................
3. ปญั หาและอุปสรรค
กจิ กรรมการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี ักเรยี นทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกาหนดเวลา
มนี ักเรยี นท่ีไม่สนใจเรยี น
อ่นื ๆ ...................................................................................................................................... .......
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรบั ปรุง เร่อื ง ......................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนท่ีไม่ผ่านการประเมิน ..................................................................................
ไมม่ ีข้อเสนอแนะ
ลงชอื่ ........................................... ครผู ู้สอน
(นายอนุรักษ์ เตชะเถลิงผล)
______________________________________________________________________________
บนั ทึกหลังการสอน ตามแผนการจัดการเรยี นรฉู้ บบั นี้ ไดร้ ับการพจิ ารณาจากกลุ่มบริหารวิชาการแล้ว
ลงชือ่ ........................................... ลงชื่อ ...........................................
( นางบุษรา ม่ิงขวัญ ) (นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผ้อู านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ลงชือ่ ...........................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ พิ ิพฒั น์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธัญบุรี
ข้อเสนอแนะของหัวหนำ้ สถำนศึกษำหรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรียนรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันที่ ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...................................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ พิ ิพัฒน์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธัญบุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 6
รายวิชา วิทยาการคานวณ1 รหัส ว31181 ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 4
หนว่ ยกำรเรยี นรู้ท่ี 2 กำรแกป้ ญั หำและขั้นตอนวธิ ี เร่ือง กำรประยุกต์ผังงำน เวลำเรยี น 2 คำบ
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นธญั บรุ ี
วันทส่ี อน 27 เดือน กรกฏำคม พ.ศ. 2564 ถงึ วนั ที่ 2 เดือน สงิ หำคม พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรยี นรู้ / ตวั ช้ีวัด
สำระที่ 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืนๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานึงถึง
ผลกระทบต่อชวี ติ สงั คม และสงิ่ แวดล้อม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ร้เู ทา่ ทัน และมีจริยธรรม
ตัวชว้ี ดั ว 4.1 ม.4/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการท่ีมีผลต่อสังคม รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและ
แนวคิดท่ีเกี่ยวข้องกับปัญหาท่ีมีความซับซ้อน เพื่อสังเคราะห์วิธีการ เทคนิคในการแก้ปัญหาโดยคานึงถึงคว าม
ถกู ตอ้ งดา้ นทรพั ยส์ ินทางปัญญา
ว 4.1 ม.4/3 ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่
จาเป็นภายใต้เง่ือนไขและทรัพยากรท่ีมีอยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อื่นเข้าใจด้วยเทคนิคหรือวิธีการท่ี
หลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ช่วยในการออกแบบ วางแผนขัน้ ตอนการทางาน และดาเนินการแกป้ ัญหา
ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคดิ เชงิ คานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณการกับวิชาอื่น
อยา่ งสร้างสรรค์ และเชอื่ มโยงกบั ชีวิตจรงิ
2. สาระสาคัญและความคิดรวบยอด
ระบบคอมพิวเตอร์น้ันจะมีการทางานประสานกันระหว่างการทางานแบบลาดับข้ัน การตัดสินใจ และการ
ทาซ้า ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ก็มาจากการทางานของมนุษย์นั่นเอง เพราะมนุษย์เรามีกิจกรรมประจาวันที่ทางาน
แบบลาดบั ข้ัน ตัดสนิ ใจ และทาซา้ อยู่ตลอดเวลาอยู่แลว้
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ควำมรู้
1. การประยุกต์ผงั งาน
3.2 ทกั ษะ/กระบวนกำร
1. การวิเคราะห์
2. การแก้ปัญหา
3. การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
3.3 สมรรถนะสำคัญของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
3.4 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมัน่ ในการทางาน
4. กจิ กรรมการเรยี นรู้ : ใชก้ ารสอนแบบการเรียนรู้โดยใชป้ ัญหาเปน็ ฐาน
4.1 กิจกรรมนาเข้าสู่บทเรียน
1. นักเรียนร่วมกันทบทวนผังงานรูปแบบต่างๆ และกระบวนการแก้ปัญหาหรือขั้นตอนวิธีในระบบ
คอมพิวเตอร์
2. ครูสรปุ ความรเู้ กีย่ วกับการออกแบบข้นั ตอนวิธแี ละการวาดผงั งานใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจอกี คร้ัง
4.2 กิจกรรมพฒั นาการเรียนรู้
กาหนดปัญหา
3. ครแู บ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละไม่เกนิ 5 คน และแจกใบกิจกรรมที่ 5 เรื่องการประยกุ ต์ผังงาน
4. ครกู าหนดปญั หาใหน้ ักเรียนหาวธิ ีการแกป้ ัญหาโดยการวาดผงั งาน และมอบหมายงานให้นักเรียนแตล่ ะ
กลุม่ ดังน้ี
1. ระบบตู้เอทีเอ็ม
2. ระบบคิดภาษเี งินได้
3. ระบบเครือ่ งคิดเงนิ ร้านสะดวกซื้อ
4. ระบบเขาวงกต
ทำควำมเข้ำทำควำมเขำ้ ใจปัญหำ
5. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มทาการวเิ คราะหป์ ัญหาทไ่ี ด้รบั ในประเดน็ เกย่ี วกับ
- ขอ้ มลู นาเข้า
- การประมวลผล/การตัดสนิ ใจ/การวนซ้า
- การแสดงผล
6. แต่ละกลุม่ รว่ มกนั สรุปแนวคิดและผลการวเิ คราะหป์ ัญหาท่ีกลมุ่ ได้รับ
ดำเนินกำรศึกษำคน้ ควำ้
7. ครูแนะนาวธิ ีการเขียนผงั งาน สญั ลกั ษณท์ ่สี าคัญ ข้นั ตอนวธิ ที ี่ใช้ในการแกป้ ญั หา
8. นักเรียนศกึ ษาค้นควา้ แนวทางการเขยี นผังงานขน้ั ตอนวิธีจากปญั หาทไี่ ด้รับจากอนิ เทอร์เนต็ และใบ
ความรู้
9. นกั เรยี นสอบถามปญั หาเพิ่มเตมิ กับครูผสู้ อน เกี่ยวกับการเขยี นผงั งาน
สังเครำะห์ควำมรู้
10. แต่ละกลุ่มสรุปและสงั เคราะหค์ วามรู้และวาดผงั งานตามโจทย์หรอื ประเดน็ ปญั หาท่ีกลุ่มได้รบั
11. นกั เรียนในกลุ่มแลกเปล่ยี นความคดิ เห็นและตรวจสอบองค์ความรูห้ รือผงั งานของกลุ่มตนเอง
12. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มวาดผงั งานและตกแต่งผงั งานตนเองให้สมบรู ณ์
สรุปและประเมินคำตอบ
13. นักเรียนแต่ละกลมุ่ สรปุ คาตอบและเขยี นคาตอบลงในใบกิจกรรมที่ครแู จกให้
14. สมาชกิ กลุม่ รว่ มกนั ประเมินคาตอบและตรวจสอบคาตอบท่คี ้นพบอีกคร้ัง
นำเสนอและประเมินผล
15. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมานาเสนอขน้ั ตอนวิธีในชวี ิตประจาวันที่กลมุ่ ไดร้ ับ พร้อมอธิบายว่ามขี ้นั ตอน
วธิ ีอย่างไร
16. เพ่อื นและครรู ่วมกนั สอบถามกลมุ่ ที่นาเสนอในประเดน็ ท่สี งสัย
17. เมอ่ื แตล่ ะกล่มุ นาเสนอเสรจ็ ครูสรุปองคค์ วามรเู้ ก่ียวกับการแก้ปัญหาดว้ ยขน้ั ตอนวิธนี ้ันๆ ใหน้ ักเรยี น
ทกุ คนฟังอีกครั้ง
4.3 กจิ กรรมสรุปกำรเรยี นรู้
18. ครูสรปุ ขัน้ ตอนวิธใี นชวี ติ ประจาวัน พร้อมกบั อธิบายสรุปผงั งานขน้ั ตอนวธิ ตี ามปัญหาท่ไี ด้รบั
19. ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามปัญหาข้อสงสัย และตอบปัญหาให้นักเรียนเข้าใจอีกครงั้
5. ส่ือกำรเรียนรู้
- ใบกจิ กรรมท่ี 5 เรื่องการประยุกตผ์ ังงาน
- https://sites.google.com/a/tbs.ac.th/eportkruanurak/
6. การวัดและประเมนิ ผล
ด้ำน วิธีกำร เคร่อื งมือ เกณฑ์
- รอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป
ดำ้ นควำมรู้ - นาเสนอองค์ความรเู้ กย่ี วกบั - ใบกิจกรรมที่ 5 เรอื่ งการ - ระดับดีขน้ึ ไป
- ระดับดีขึ้นไป
การขัน้ ตอนวธิ ใี นการ ประยกุ ต์ผงั งาน
- ระดบั ดีข้นึ ไป
แก้ปัญหา
ดำ้ นคณุ ธรรม/ - สังเกตจากพฤตกิ รรมที่ - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ
จริยธรรม รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ด้รบั ทางานกลมุ่
มอบหมาย
- สังเกตความอดทน การรับ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ฟงั ความคิดเห็นของผู้อนื่ การ ทางานกลุ่ม
วิเคราะหก์ ารวิจารณ์ผลงาน
ของกลุม่ ตนเองและกลุ่มอน่ื
ดำ้ นทักษะ/ - สงั เกตจากพฤติกรรมท่ีเกดิ - แบบประเมินทักษะ/
กระบวนกำร จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแก้ปญั หา
แก้ปัญหาร่วมกัน
ใบกิจกรรมที่ 5
เรอื่ ง กำรประยกุ ต์ผังงำน
สมาชกิ กลุ่ม 1............................................................ 2............................................................. .......
3....................................................... 4.................................................. 5........... ..................................
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ปัญหาไดร้ ับ / นาเสนอ .......................................................................................
2. ผังงาน
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลมุ่
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชิกในกลุม่ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
คำช้ีแจง: ใหน้ ักเรยี นทาเคร่ืองหมาย ในชอ่ งท่ตี รงกับความเป็นจริง
พฤติกรรมที่สังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นร่วมในการแสดงความคิดเห็น
2. มีความกระตือรอื ร้นในการทางาน
3. รับผิดชอบในงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4. มขี ั้นตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
พฤตกิ รรมทีท่ าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเป็นบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
พฤตกิ รรมท่ที าน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์กำรให้คะแนน
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรงุ
แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแก้ปญั หา
ลาดับ ชอื่ – การกาหนด ดาเนนิ สังเคราะห์ สรุปและ นาเสนอและ รวม
ที่ สกลุ ปญั หาและทา การศกึ ษา ความรู้ ประเมนิ ประเมินผล 20
ของ ความเข้าใจ คน้ คว้า คาตอบ คะแนน
ผรู้ บั 4321 4321
การ ปัญหา 4321 4321
ประเมิน
4321
เกณฑก์ ารให้คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน
มที ักษะ/กระบวนการดมี าก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มที ักษะ/กระบวนการพอใช้
มที ักษะ/กระบวนการที่ต้องปรบั ปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ระดบั คุณภาพ
ชว่ งคะแนน ดมี าก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ตา่ กวา่ 10
สัปดำห์ที่ 9 หนว่ ยท่ี 2 เรอื่ ง กำรประยกุ ตผ์ ังงำน
รหสั วิชำ ว31181 ช่ือวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดับช้ันมัธยมศกึ ษำปที ่ี 4
วนั ท่ีสอน ....... เดือน...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรียนท่ี 1 ปกี ำรศึกษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได้/ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไม่ได/้ ไม่ครบ ตามแผนการจดั การเรยี นรู้ เนอ่ื งจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน
จานวนนกั เรยี นทผ่ี ่านการประเมนิ .......................... คน คิดเปน็ ร้อยละ .................................
จานวนนักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมิน ...................... คน คดิ เป็นร้อยละ .................................
ไดแ้ ก่ ...................................................................................................................... ...............................
...............................................................................................................................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนกั เรยี นทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกาหนดเวลา
มีนกั เรยี นท่ไี มส่ นใจเรียน
อ่นื ๆ ...................................................................................................................................... .......
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรับปรุง เรือ่ ง ......................................................................................................
แนวทางแก้ไขนักเรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................
ไมม่ ขี ้อเสนอแนะ
ลงชอ่ื ........................................... ครูผ้สู อน
(นายอนรุ กั ษ์ เตชะเถลงิ ผล)
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลังการสอน ตามแผนการจัดการเรียนร้ฉู บับนี้ ได้รับการพิจารณาจากกลุ่มบรหิ ารวิชาการแล้ว
ลงชอ่ื ........................................... ลงช่ือ ...........................................
( นางบษุ รา มง่ิ ขวัญ ) (นางสาวเกศนิ ี พันธมุ จนิ ดา)
รองผ้อู านวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ลงช่อื ...........................................
(นางชฏาพร เธียรศริ พิ ิพัฒน์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธัญบุรี
ข้อเสนอแนะของหัวหนำ้ สถำนศึกษำหรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรียนรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันที่ ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...................................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ พิ ิพัฒน์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธัญบุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......
หนว่ ยกำรเรียนรู้ที่ 3
ช่ือหน่วย กำรเขียนโปรแกรมเพอ่ื แก้ปัญหำ
รหัส ว 31181 วิชา วทิ ยาการคานวณ1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 เวลา 6 ชั่วโมง
ชื่อผู้สอน นายอนรุ กั ษ์ เตชะเถลงิ ผล โรงเรียนธัญบรุ ี
............................................................................................................... .....................................................................
1. สำระกำรเรียนรู้ / ตัวช้ีวัด
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่นๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานึงถึง
ผลกระทบตอ่ ชวี ติ สังคม และสง่ิ แวดล้อม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รูเ้ ท่าทนั และมีจริยธรรม
ตัวชี้วัด ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึน
ภายใต้กรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมท้ังเสนอแนวทางการ
พฒั นาตอ่ ยอด
ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณการกบั วิชาอ่ืน
อย่างสรา้ งสรรค์ และเชือ่ มโยงกบั ชวี ติ จรงิ
2.สำระสำคญั
ภาษาไพทอนเป็นโปรแกรมที่มีความยืดหยุ่นและมีขีดความสามารถสูง โปรแกรมมีขนาดเล็กทางานได้เร็ว
ลักษณะของภาษาจะอยู่ในรูปแบบของฟังก์ชัน และมีคาสั่งท่ีใกล้เคียงกับภาษาของมนุษย์เป็นอย่างมาก ทาให้
เรียนรู้ได้ง่ายและรวดเร็ว จึงทาให้ภาษาไพทอนได้รับความนิยมและถูกนามาใช้ในการจัดการเรียนสอนท่ีเน้นการ
แก้ปัญหาและการเขียนโปรแกรมภาษาเบื้องต้น ซึ่งนอกจากความสามารถท่ัวไปท่ีเหมือนกับภาษาอื่นๆ แล้ว ภาษา
ไพทอนยังมีฟังก์ชันและคาสั่งที่ช่วยในการแก้ปัญหาท่ีมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนไม่ต้องกังวลกับข้อผิดพลาดในการ
เขียนคาสั่งมากนัก เพราะรูปแบบของภาษาไม่มีความซับซ้อน ทั้งนี้ในหน่วยการเรียนรู้นี้ จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ
หลักการเขียนโปรแกรมด้วยภาษาไพทอนเบ้ืองต้น คาสั่งแสดงผล รับค่า การตัดสินใจ การทาซ้า และการเขียน
โปรแกรมแบบฟงั กช์ ัน เพื่อให้มคี วามรู้ความเข้าใจและมที ักษะในการเขียนโปรแกรมเพอ่ื แก้ปญั หาได้
3.สำระกำรเรยี นรแู้ กนกลำง
1. การทดสอบและประเมินผลเป็นการตรวจสอบช้ินงานหรือวิธีการว่าสามารถแก้ปัญหาได้ตาม
วัตถุประสงค์ภายในกรอบของปัญหา เพ่ือหาข้อบกพร่อง และดาเนินการปรับปรุง โดยอาจทดสอบซ้าเพื่อให้
สามารถแกไ้ ขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. การนาเสนอผลงานเป็นการถ่ายทอดแนวคิด เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการทางานและชิน้ งาน
หรือวิธกี ารที่ได้ ซ่งึ สามารถทาได้หลายวิธี เชน่ การทาแผ่นนาเสนอผลงาน การจัดนิทรรศการ การนาเสนอผ่านส่ือ
ออนไลน์ หรอื การนาเสนอต่อภาคธุรกจิ เพอ่ื การพฒั นาต่อยอดส่งู านอาชพี
3. การพัฒนาโครงงาน
4. การนาแนวคิดเชิงคานวณไปพัฒนาโครงงานท่ีเกี่ยวกับชีวิตประจาวัน เช่น การจัดการพลงั งาน อาหาร
การเกษตร การตลาด การค้าขาย การทาธุรกรรม สุขภาพ และสงิ่ แวดล้อม
5. ตัวอย่างโครงงาน เช่น ระบบดูแลสุขภาพ ระบบอัตโนมัติการควบคุมการปลูกพืช การจัดเส้นทางการ
ขนส่งผลผลติ ระบบแนะนาการใช้งานหอ้ งสมุดทีม่ ีการโตต้ อบกบั ผู้ใช้และเช่อื มต่อกับฐานข้อมูล
สำระกำรเรยี นรู้ท้องถ่นิ
-
4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น
1. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5. คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทางาน
6. กำรบรู ณำกำร
บรู ณาการร่วมกับรายวชิ าคณิตศาสตร์ เร่ือง เซต ตรรกศาสตร์ ฟงั ก์ชนั และการแก้สมการ
7. หลักฐำนกำรเรยี นรู้
ชน้ิ งำน
- โปรแกรมแก้ปัญหาทางวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์
ภำระงำน
- การแสดงผลและรับคา่
- ฟังกช์ ันคณติ ศาสตร์และข้อความ
- คาสั่งเลือกทา
- คาส่ังวนซา้
- ฟงั ก์ชันและการเรยี กใชฟ้ งั ก์ชัน
8. กำรวดั และประเมนิ ผล
8.1 ประเมนิ ผลก่อนเรียน
- แบบทดสอบก่อนเรียน เร่ืองการเขียนโปรแกรมเพ่ือแกป้ ัญหา
8.2 การประเมินผลระหวา่ งจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
- การแสดงผลและรบั ค่า
- ฟังก์ชันคณิตศาสตร์และข้อความ
- คาสง่ั เลอื กทา
- คาสงั่ วนซ้า
- ฟงั กช์ ันและการเรียกใช้ฟงั ก์ชัน
8.3 การประเมนิ ผลหลังเรยี น
- ประเมินแบบทดสอบหลังเรียน เรอ่ื งการเขยี นโปรแกรมเพือ่ แก้ปญั หา
8.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน
- ตรวจผงั งานขนั้ ตอนวิธกี ารแก้ปญั หา
9. กำรจดั กิจกรรมกำรเรยี นรู้
1. แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ีa1aเรือ่ งการแสดงผลและรบั คา่ (จานวนa2aชั่วโมง)
ใชก้ ารสอนแบบการเรยี นรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL)a
2. แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2aเรื่องฟงั ก์ชันคณติ ศาสตรแ์ ละขอ้ ความ (จานวนa2aช่ัวโมง)
ใชก้ ารสอนแบบการเรียนรโู้ ดยใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (Problem-Based Learning: PBL)a
3. แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 3aเรื่องคาส่ังเลอื กทา (จานวนa2aช่วั โมง)
ใชก้ ารสอนแบบการเรยี นรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL)a
4. แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4aเร่ืองคาส่งั วนซ้า (จานวนa2aช่วั โมง)
ใช้การสอนแบบการเรยี นรู้โดยใชป้ ญั หาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL)a
5. แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5aเร่ืองฟงั กช์ นั และการเรียกใชฟ้ ังกช์ นั (จานวนa2aชว่ั โมง)
ใช้การสอนแบบการเรียนรู้โดยใชป้ ญั หาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL)a
6. แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6aเร่ืองพารามเิ ตอร์และการคืนค่าจากฟังกช์ นั (จานวนa2aชั่วโมง)
ใช้การสอนแบบการเรยี นรโู้ ดยใช้ปญั หาเป็นฐาน (Problem-Based Learning: PBL)a
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 1
รายวิชา วิทยาการคานวณ1 รหัส ว31181 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ี่ 3 กำรเขียนโปรแกรมเพือ่ แก้ปัญหำ เร่อื ง การแสดงผลและรบั ค่า เวลำเรยี น 2 คำบ
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 โรงเรียนธัญบุรี
วันทีส่ อน 3 เดือน สิงหำคม พ.ศ. 2564 ถงึ วนั ที่ 9 เดือน สิงหำคม พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรียนรู้ / ตัวช้ีวัด
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถึง
ผลกระทบต่อชวี ิต สังคม และส่งิ แวดล้อม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รเู้ ท่าทนั และมจี รยิ ธรรม
ตัวช้วี ัด ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้น
ภายใต้กรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมท้ังเสนอแนวทางการ
พัฒนาตอ่ ยอด
ว 4.2 ม.4/1 ประยกุ ต์ใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานทีม่ ีการบูรณการกบั วิชาอื่น
อย่างสร้างสรรค์ และเชอ่ื มโยงกับชวี ติ จรงิ
2. สำระสำคัญ
ความสามารถประการแรกๆ ของโปรแกรมคอมพิวเตอร์คือการแสดงผลข้อมูลออกทางหน้าจอหรือส่วน
แสดงผลได้ ซึ่งการแสดงผลมีด้วยการหลากหลายรูปแบบตามจุดประสงค์ของการนาเสนอข้อมูล นอกจากน้ี
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ีดีและมียืดหยุ่นต่อการใช้งาน ควรจะต้องสามารถรับข้อมูลสาหรับใช้ประมวลผลเข้าสู่
เคร่ืองคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน เพราะผลลัพธ์ในการแสดงผลจะเปลยี่ นไปเมื่อข้อมูลนาเข้ามีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย
และทาให้ผู้ใชง้ านสามารถป้อนขอ้ มูลทตี่ อ้ งการเข้าสู่คอมพิวเตอร์ไดอ้ ย่างสะดวกและรวดเร็ว ไมต่ ้องแก้ไขโปรแกรม
บ่อยครั้ง
3. สำระกำรเรยี นรู้
3.1 ควำมรู้
1. ฟงั กช์ ันแสดงผล
2. ฟงั ก์ชันรับค่า
3. ตวั แปร
4. ตวั ดาเนินการ
3.2 ทกั ษะ/กระบวนกำร
1. การวิเคราะห์
2. การแกป้ ญั หา
3. การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
3.3 สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3.4 คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทางาน
4. กระบวนกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน : ใช้การสอนแบบการเรยี นร้โู ดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน
4.1 กจิ กรรมนำเขำ้ สูก่ ำรเรียน
1. ครูให้นักเรียนร่วมกับคิดและอภปิ รายเกี่ยวกับกระบวนการประมวลผลข้อมูลว่ามีองค์ประกอบอย่างไร
บ้าง โดยครูคอยแนะนาและช้ีแนะหรือยกตัวอย่างให้นักเรียนเห็นแนวทางคาตอบ คือ การรับข้อมูลเข้า การ
ประมวลผล และการแสดงผล
2. ครูยกตวั อย่างโปรแกรมคานวณพน้ื ท่ีสามเหล่ียม พร้อมกับให้นักเรียนรว่ มกับวิเคราะห์ว่าถ้าจะคานวณ
พน้ื ทส่ี ามเหลีย่ มไดน้ นั้ ข้อมูลเขา้ คืออะไร การประมวลผลคืออะไร และผลลพั ธท์ ี่ต้องแสดงคอื อะไร
4.2 กจิ กรรมพฒั นำกำรเรยี นรู้
กำหนดปญั หำ
1. ครูให้นักเรียนแบง่ กลุม่ ๆ ละ 4 – 5 คน โดยเปล่ียนกลุ่มจากเดิมท่ีคร้ังท่ผี า่ นมา และแจกใบกิจกรรมที่ 1
เร่ืองการแสดงผลและการรบั ขอ้ มลู เข้า
2. ครูมอบหมายภารกจิ ให้แตล่ ะกลุ่มเขียนโปรแกรมคานวณพ้ืนท่ีอยา่ งงา่ ย โดยจับสลากสูตรคานวณพื้นท่ี
ต่างๆ ดังน้กี ลุ่มละ 1 สตู ร
- คานวณหาคา่ พืน้ ที่ผิวของทรงกระบอก
- คานวณหาคา่ พน้ื ทผี่ ิวของทรงกลม
- คานวณหาคา่ พื้นทผ่ี วิ ของกรวย
- คานวณหาค่าพน้ื ทผ่ี ิวของลูกบาตร
- คานวณหาค่าพืน้ ท่ผี ิวของรปู ทรงส่ีเหลี่ยมผืนผา้
ทำควำมเขำ้ ใจปัญหำ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มทาความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหาท่ีต้องค้นหาหรือแก้ไขจากใบกิจกรรมที่
กาหนดให้
4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาที่นักเรียนจะต้องค้นหา แก้ไข หรือหาวิธีการท่ีถูกต้อง โดยครูคอยให้
คาแนะนา เสริมแรง และเสนอแนะเพิ่มเติมหากนักเรียนยังวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้อง โดยตอบคาถามในประเด็น
ต่อไปน้ี
- ข้อมลู นาเขา้ มีก่คี ่า อะไรบา้ ง
- การประมวลผลคอื อะไร
- ผลลพั ธห์ รอื ขอ้ มลู ส่งออกคอื อะไร
ดำเนินกำรศกึ ษำคน้ คว้ำ
5. นักเรียนดาเนินการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เกี่ยวกับการแสดงผลข้อมูลและการรับค่าข้อมูลเข้าสู่
โปรแกรม จากเว็บไซต์ https://sites.google.com/a/tbs.ac.th/eportkruanurak/หัวข้อ 2.3 ฟังก์ชันแสดงผล
และหัวขอ้ 2.4 ฟังก์ชนั รบั คา่ เป็นเวลา 20 นาที
6. ครคู อยให้คาแนะนา เสนอแนะ และตอบข้อซกั ถามเม่ือนกั เรียนเกดิ ปญั หาหรือมีข้อสงสัย
สงั เครำะหค์ วำมรู้
7. นักเรียนสงั เคราะห์ความรเู้ ปน็ ของกลมุ่ ตนเอง ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
- ฟงั ก์ชันแสดงผลคืออะไร มวี ิธกี ารใช้งานอยา่ งไร
- ฟงั ก์ชันรบั ขอ้ มลู คืออะไร มีวธิ ีการใชง้ านอยา่ งไร
8. นกั เรียนในกลุ่มแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ และตรวจสอบองค์ความรขู้ องกลมุ่ ตนเอง
สรปุ และประเมนิ คำตอบ
9. นกั เรียนแต่ละกลุ่มสรุปคาตอบและเขยี นคาตอบลงในใบกิจกรรมให้ชดั เจน
10. สมาชกิ กลมุ่ รว่ มกนั ประเมนิ คาตอบและตรวจสอบคาตอบทคี่ ้นพบอีกคร้ัง
นำเสนอและประเมินผล
11. ครูส่มุ นักเรียน 2 – 3 กลุ่มให้ออกมานาเสนอคาตอบและวิธีการหาคาตอบท่ีคน้ พบ พรอ้ มอธิบายองค์
ความรทู้ ไ่ี ด้จากการศึกษาค้นคว้า
12. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์คาตอบของเพ่ือนท่ีนาเสนอ และเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่าง
จากวิธกี ารท่ตี นเองค้นพบ หากมีจุดที่แตกต่างให้นักเรียนนาเสนอและแลกเปล่ียนความรู้กับเพ่อื นกลุม่ อ่ืนๆ ที่หน้า
ชั้นเรยี นอกี ครั้ง
4.3 กจิ กรรมสรุปกำรเรียนรู้
1. ครูเฉลยใบกจิ กรรม และตอบปัญหาขอ้ สงสยั ตา่ งๆ ของนักเรียน
2. นกั เรยี นและครรู ว่ มกันสรปุ องคค์ วามรู้เกีย่ วกับการแสดงผลข้อมูลและการรับคา่ ข้อมูล
3. ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรียนสอบถามปญั หาขอ้ สงสยั และตอบปญั หาให้นักเรยี นเข้าใจอีกครงั้
5. ส่ือกำรเรียนรู้
1. ใบกิจกรรมที่ 1 เรื่องการแสดงผลและการรบั ข้อมลู เข้า
2. เว็บไซต์ https://sites.google.com/a/tbs.ac.th/eportkruanurak/
3. หนงั สอื เรียนภาษาไพทอน (สสวท.)
6. กำรวดั และประเมนิ ผล วธิ ีกำร เครื่องมอื เกณฑ์
ด้ำน - รอ้ ยละ 80 ข้ึนไป
- ระดบั ดีข้นึ ไป
ด้ำนควำมรู้ - นาเสนอองค์ความร้เู กีย่ วกับ - ใบกิจกรรมที่ 1 เรอ่ื งการ
เรอ่ื งการแสดงผลและการรบั แสดงผลและการรบั ข้อมลู เข้า - ระดบั ดีขึน้ ไป
ขอ้ มูลเขา้ - ระดบั ดีขน้ึ ไป
ดำ้ นคุณธรรม/ - สังเกตจากพฤตกิ รรมท่ี - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
จรยิ ธรรม รับผดิ ชอบต่องานที่ได้รับ ทางานกลุ่ม
มอบหมาย
- สังเกตความอดทน การรบั - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื การ ทางานกลุม่
วิเคราะหก์ ารวจิ ารณผ์ ลงาน
ของกลมุ่ ตนเองและกลุ่มอ่ืน
ด้ำนทกั ษะ/ - สังเกตจากพฤติกรรมที่เกดิ - แบบประเมินทักษะ/
กระบวนกำร จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแก้ปญั หา
แกป้ ัญหารว่ มกัน
ใบกิจกรรมที่ 1
เร่ืองกำรแสดงผลและกำรรบั ขอ้ มูลเข้ำ
คำชี้แจง : ให้นกั เรียนแบ่งกลุม่ ๆ ละ 4 – 5 คน แล้วแกป้ ัญหาตามสถานการณต์ ่อไปน้ี พร้อมตอบคาถามลงในใบ
กิจกรรม
1. หวั ข้อที่จับสลากไดค้ ือ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. ข้อมลู นาเข้าคือ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. การประมวลผลคือ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. ข้อมูลส่งออกหรือแสดงผลคือ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
5. โปรแกรมคานวณพ้นื ท.ี่ ....................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................... .......
........................................................................................................................... ...................................................
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชกิ ในกล่มุ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
คำชีแ้ จง: ให้นักเรยี นทาเคร่อื งหมาย ในช่องท่ตี รงกับความเป็นจรงิ
พฤติกรรมท่สี ังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. มีความกระตอื รือรน้ ในการทางาน
3. รบั ผิดชอบในงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์กำรให้คะแนน
พฤติกรรมทท่ี าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเปน็ บางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทานอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์กำรให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแกป้ ัญหา
การกาหนด ดาเนนิ สรปุ และ
การศกึ ษา ประเมิน
ลาดับ ชอ่ื – สกุล ปญั หาและทา ค้นควา้ สงั เคราะห์ คาตอบ นาเสนอและ รวม
ที่ ของผ้รู บั การ ความเข้าใจ ความรู้ ประเมินผล 20
ประเมนิ ปญั หา คะแนน
43214321432143214321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
มีทักษะ/กระบวนการดมี าก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มีทกั ษะ/กระบวนการพอใช้
มีทกั ษะ/กระบวนการทตี่ ้องปรับปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ต่ากว่า 10
สปั ดำห์ที่ 10 หน่วยท่ี 3 เร่อื ง การแสดงผลและรับค่า
รหสั วชิ ำ ว31181 ช่ือวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษำปีท่ี 4
วันทีส่ อน ....... เดือน...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศกึ ษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได้/ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไมไ่ ด/้ ไม่ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เน่อื งจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรยี นของนักเรียน
จานวนนกั เรียนที่ผา่ นการประเมนิ .......................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ .................................
จานวนนกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ .................................
ได้แก่ .....................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..................................
3. ปัญหาและอุปสรรค
กจิ กรรมการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา
มนี กั เรยี นทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกาหนดเวลา
มีนักเรยี นที่ไม่สนใจเรยี น
อน่ื ๆ .............................................................................................................................................
4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรบั ปรุง เร่ือง ......................................................................................................
แนวทางแก้ไขนกั เรียนท่ีไมผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................
ไม่มีข้อเสนอแนะ
ลงชือ่ ........................................... ครผู สู้ อน
(นายอนรุ ักษ์ เตชะเถลงิ ผล)
______________________________________________________________________________
บนั ทกึ หลงั การสอน ตามแผนการจัดการเรยี นรฉู้ บบั น้ี ไดร้ ับการพจิ ารณาจากกลุ่มบรหิ ารวชิ าการแลว้
ลงชอ่ื ........................................... ลงช่ือ ...........................................
( นางบุษรา มง่ิ ขวัญ ) (นางสาวเกศินี พันธมุ จินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวชิ าการ
หวั หน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ลงช่ือ ...........................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ ิพิพฒั น์)
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นธัญบรุ ี
ข้อเสนอแนะของหัวหน้ำสถำนศกึ ษำหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ท่ี ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันท่ี ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...................................................
(นางชฏาพร เธียรศริ พิ ิพัฒน์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นธญั บุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 2
รายวิชา วิทยาการคานวณ1 รหัส ว31181 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 4
หน่วยกำรเรยี นรทู้ ี่ 3 กำรเขยี นโปรแกรมเพ่อื แกป้ ญั หำ เรื่อง ฟงั กช์ นั ทำงคณิตศำสตร์และข้อควำม เวลำเรยี น 2 คำบ
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 โรงเรียนธัญบุรี
วนั ทีส่ อน 26 เดือน กรกฏำคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 30 เดือน กรกฏำคม พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรียนรู้ / ตัวช้ีวดั
สำระที่ 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานึงถึง
ผลกระทบตอ่ ชีวติ สังคม และส่ิงแวดล้อม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ ร้เู ท่าทัน และมจี รยิ ธรรม
ตวั ช้ีวัด ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้น
ภายใต้กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมทั้งเสนอแนวทางการ
พัฒนาตอ่ ยอด
ว 4.2 ม.4/1 ประยกุ ต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานที่มีการบรู ณการกับวิชาอ่ืน
อยา่ งสร้างสรรค์ และเชือ่ มโยงกับชวี ติ จรงิ
2. สำระสำคัญ
นอกจากฟังก์ชัน print และฟังก์ชัน input ซ่ึงเป็นฟังก์ชันพื้นฐานสาหรับแสดงผลและรับข้อมูลเข้าแล้ว
ภาษาไพทอนยังมีฟังก์ชันท่ีสามารถเรียกใช้ได้ทันทีอีกมากมาย เช่น ฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์ท่ีช่วยให้สามารถ
คานวณค่าทางคณิตศาสตร์ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว หรือฟังก์ชันที่ใช้ในการจัดการกับข้อความ เพื่อใช้ในการ
ประมวลผลข้อความหรืออกั ขระท่ตี ้องการ ซง่ึ การใชฟ้ ังกช์ ันพิเศษเหล่านี้จะตอ้ งมีการเรยี กใชผ้ ่านคาสั่ง import
3. สำระกำรเรียนรู้
3.1 ควำมรู้
1. ฟงั กช์ นั ทางคณติ ศาสตร์
2. ฟังกช์ นั จดั การกับขอ้ ความ
3.2 ทักษะ/กระบวนกำร
1. การวเิ คราะห์
2. การแกป้ ญั หา
3. การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
3.3 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3.4 คุณลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
4. กระบวนกำรจดั กำรเรียนกำรสอน : ใชก้ ารสอนแบบการเรยี นรูโ้ ดยใช้ปญั หาเปน็ ฐาน
4.1 กจิ กรรมนำเขำ้ สู่กำรเรยี น
1. ครูใหน้ ักเรียนร่วมกับคิดและอภิปรายเก่ียวกับฟังก์ชัน print และ input ว่ามีท่ีมาอย่างไร ทาไมการใช้
คาสงั่ print ถงึ สามารถแสดงผลได้ หรอื การใช้คาสงั่ input ถึงสามารถรับขอ้ มูลเขา้ ได้
2. ครูให้คาแนะนาและเสริมคาตอบเพ่ือให้ได้คาตอบว่าในแต่ละภาษาจะมีการสร้างคาส่ังหรือชุดคาส่ังที่
สามารถเรียกใช้ในรปู แบบของฟงั กช์ ันไดท้ นั ที เพือ่ อานวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม
3. ครูยกตัวอย่างโปรแกรมคานวณทางคณิตศาสตร์และโปรแกรมประมวลผลข้อความท่ีมีการเรียกใช้
ฟังก์ชันพิเศษ
4.2 กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
กำหนดปญั หำ
1. ครูใหน้ ักเรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 4 – 5 คน โดยเปล่ยี นกลุม่ จากเดิมทคี่ รั้งทผ่ี ่านมา และแจกใบกิจกรรมท่ี 2
เร่ืองฟังก์ชันทางคณติ ศาสตร์และฟงั ก์ชนั จัดการกับข้อความ
2. ครูมอบหมายภารกิจใหแ้ ต่ละกลมุ่ เขยี นโปรแกรมคานวณและจดั การกับข้อความ ดงั นี้
- จงเขียนโปรแกรมคานวณหาคา่ = √ 2−(2∗ )
5
- จงเขยี นโปรแกรมจัดการกบั ขอ้ ความตอ่ ไปนี้
Input Output
Input your string : TBSSchool Upper : TBSSCHOOL
How long character? : 9
The second character is B
ทำควำมเขำ้ ใจปญั หำ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มทาความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหาท่ีต้องค้นหาหรือแก้ไขจากใบกิจกรรมที่
กาหนดให้
4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาท่ีนักเรียนจะต้องค้นหา แก้ไข หรือหาวิธีการที่ถูกต้อง โดยครูคอยให้
คาแนะนา เสริมแรง และเสนอแนะเพิ่มเติมหากนักเรียนยังวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้อง โดยตอบคาถามในประเด็น
ต่อไปนี้
- ข้อมลู นาเข้ามีก่คี ่า อะไรบา้ ง
- การประมวลผลคอื อะไร
- ผลลพั ธห์ รือข้อมลู ส่งออกคอื อะไร
ดำเนินกำรศกึ ษำคน้ ควำ้
5. นักเรียนดาเนินการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เก่ียวกับการแสดงผลข้อมูลและการรับค่าข้อมูลเข้าสู่
โปรแกรม จากเว็บไซต์ https://sites.google.com/a/tbs.ac.th/eportkruanurak/หัวข้อ 2.5 ฟังก์ชันทาง
คณติ ศาสตร์ และ 2.6 ฟังก์ชันจัดการกับข้อความ เป็นเวลา 20 นาที
6. ครูคอยใหค้ าแนะนา เสนอแนะ และตอบข้อซกั ถามเมื่อนกั เรียนเกิดปญั หาหรือมขี ้อสงสยั
สังเครำะห์ควำมรู้
7. นกั เรยี นสังเคราะห์ความรู้เป็นของกลมุ่ ตนเอง ในประเด็นต่อไปนี้
- ฟังกช์ นั ทางคณติ ศาสตร์มอี ะไรบ้าง แต่ละฟงั กช์ นั มีการใชง้ านอย่างไร
- ฟงั กช์ ันจัดการกับขอ้ ความมอี ะไรบ้าง แตล่ ะฟงั กช์ ันมกี ารใชง้ านอยา่ งไร
8. นกั เรียนในกลมุ่ แลกเปลี่ยนความคดิ เห็นและตรวจสอบองค์ความรขู้ องกลุม่ ตนเอง
สรปุ และประเมินคำตอบ
9. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสรปุ คาตอบและเขยี นคาตอบลงในใบกิจกรรมให้ชัดเจน
10. สมาชกิ กลุ่มร่วมกันประเมนิ คาตอบและตรวจสอบคาตอบท่คี ้นพบอกี คร้งั
นำเสนอและประเมนิ ผล
11. ครูสมุ่ นักเรียน 2 – 3 กลุ่มให้ออกมานาเสนอคาตอบและวิธีการหาคาตอบท่ีคน้ พบ พร้อมอธิบายองค์
ความรทู้ ่ีได้จากการศึกษาคน้ ควา้
12. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์คาตอบของเพื่อนที่นาเสนอ และเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่าง
จากวิธีการที่ตนเองค้นพบ หากมีจุดที่แตกต่างให้นกั เรียนนาเสนอและแลกเปล่ียนความรู้กับเพอื่ นกลุ่มอ่ืนๆ ท่ีหน้า
ชัน้ เรยี นอีกครงั้
4.3 กจิ กรรมสรุปกำรเรยี นรู้
1. ครเู ฉลยใบกจิ กรรม และตอบปญั หาข้อสงสยั ตา่ งๆ ของนักเรียน
2. นักเรยี นและครูรว่ มกนั สรุปองคค์ วามรูเ้ ก่ยี วกบั ฟังก์ชันทางคณิตศาสตรแ์ ละฟงั ก์ชนั จัดการกับข้อความ
3. ครูเปิดโอกาสให้นกั เรียนสอบถามปัญหาขอ้ สงสัย และตอบปญั หาใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจอีกครัง้
4. ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบเรื่องที่ 2 พื้นฐานการเขียนโปรแกรมไพทอน จากเว็บไซต์
python.nattapon.com เป็นเวลา 10 นาที
5. ครูเฉลยและแนะนาเพิม่ เติมในประเดน็ คาถามของแบบทดสอบแตล่ ะข้อ
5. ส่ือกำรเรยี นรู้
1. ใบกจิ กรรมที่ 2 เรอ่ื งฟงั กช์ ันทางคณิตศาสตร์และฟังก์ชันจดั การกบั ขอ้ ความ
2. เวบ็ ไซต์ https://sites.google.com/a/tbs.ac.th/eportkruanurak/
3. หนังสอื เรียนภาษาไพทอน (สสวท.)
1. กำรวัดและประเมนิ ผล เครอื่ งมือ เกณฑ์
ด้ำน วิธกี ำร
ด้ำนควำมรู้ - นาเสนอองค์ความรู้เก่ียวกบั - ใบกจิ กรรมที่ 2 เรื่องฟังกช์ ัน - รอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป
เร่อื งฟังก์ชันทางคณติ ศาสตร์ ทางคณิตศาสตรแ์ ละฟังก์ชัน
และจัดการกับข้อความ จดั การกบั ข้อความ
ด้ำนคุณธรรม/ - สังเกตจากพฤตกิ รรมท่ี - แบบสังเกตพฤติกรรมการ - ร้อยละ 80 ขึ้นไป
จรยิ ธรรม รับผดิ ชอบตอ่ งานที่ไดร้ ับ ทางานกลมุ่ - ระดบั ดขี ้นึ ไป
มอบหมาย
ดำ้ นทกั ษะ/ - ระดับดขี นึ้ ไป
กระบวนกำร - สงั เกตความอดทน การรับ - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ - ระดบั ดีขึ้นไป
ฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่นื การ ทางานกล่มุ
วิเคราะหก์ ารวิจารณ์ผลงาน
ของกลุ่มตนเองและกล่มุ อื่น
- สงั เกตจากพฤตกิ รรมที่เกิด - แบบประเมินทักษะ/
จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแกป้ ญั หา
แก้ปัญหาร่วมกัน
ใบกิจกรรมที่ 2
เรอ่ื งฟังก์ชนั ทำงคณติ ศำสตร์และฟังกช์ นั จดั กำรกับข้อควำม
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุม่ ๆ ละ 4 – 5 คน แลว้ แก้ปญั หาตามสถานการณ์ต่อไปน้ี พรอ้ มตอบคาถามลงในใบ
กจิ กรรม
1. จงเขยี นโปรแกรมคานวณหาค่า = √ 2−(2∗ )
5
1.1ขอ้ มูลนาเข้าคือ..................................................................................................................................
1.2 การประมวลผลคือ...........................................................................................................................
1.3 ข้อมลู สง่ ออกหรือแสดงผลคือ………………………………………………………………………………………........
1.4 เขยี นโปรแกรมได้ดังนี้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. จงเขียนโปรแกรมจัดการกบั ขอ้ ความตอ่ ไปน้ี Output
Input Upper : TBSSCHOOL
How long character? : 9
Input your string : TBSSchool The second character is B
2.1ขอ้ มลู นาเข้าคือ..................................................................................................................................
2.2 การประมวลผลคือ...........................................................................................................................
2.3 ขอ้ มลู สง่ ออกหรือแสดงผลคือ………………………………………………………………………………………........
2.4 เขียนโปรแกรมได้ดังนี้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกล่มุ
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชกิ ในกล่มุ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
คำชีแ้ จง: ให้นักเรยี นทาเคร่อื งหมาย ในชอ่ งท่ตี รงกับความเป็นจรงิ
พฤติกรรมทสี่ ังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เห็น
2. มีความกระตอื รือรน้ ในการทางาน
3. รบั ผิดชอบในงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอยา่ งเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์กำรให้คะแนน
พฤติกรรมทท่ี าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเปน็ บางครงั้ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทานอ้ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์กำรให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแกป้ ัญหา
การกาหนด ดาเนนิ สรปุ และ
การศกึ ษา ประเมิน
ลาดับ ชอ่ื – สกลุ ปญั หาและทา ค้นควา้ สงั เคราะห์ คาตอบ นาเสนอและ รวม
ที่ ของผ้รู ับการ ความเข้าใจ ความรู้ ประเมินผล 20
ประเมนิ ปญั หา คะแนน
43214321432143214321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
มีทกั ษะ/กระบวนการดีมาก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มีทกั ษะ/กระบวนการพอใช้
มีทกั ษะ/กระบวนการท่ตี ้องปรับปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ต่ากวา่ 10
สปั ดำห์ที่ 11 หน่วยท่ี 3 เรื่อง ฟงั ก์ชนั ทำงคณติ ศำสตร์และข้อควำม
รหัสวิชำ ว31181 ชื่อวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษำปีท่ี 4
วันท่ีสอน ....... เดือน...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรียนท่ี 1 ปกี ำรศึกษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได้/ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไมไ่ ด้/ไม่ครบ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอื่ งจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน
จานวนนักเรยี นท่ผี า่ นการประเมิน .......................... คน คิดเปน็ รอ้ ยละ .................................
จานวนนกั เรียนทไ่ี ม่ผ่านการประเมนิ ...................... คน คดิ เป็นร้อยละ .................................
ได้แก่ ...................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. ..................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนักเรียนทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกาหนดเวลา
มนี ักเรียนที่ไมส่ นใจเรียน
อ่ืน ๆ ...................................................................................................................... .......................
4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรับปรุง เร่ือง ......................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนท่ีไม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................
ไมม่ ขี ้อเสนอแนะ
ลงช่ือ ........................................... ครูผู้สอน
(นายอนรุ ักษ์ เตชะเถลงิ ผล)
______________________________________________________________________________
บันทึกหลังการสอน ตามแผนการจัดการเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากกลุ่มบริหารวชิ าการแลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงชอ่ื ...........................................
( นางบุษรา มงิ่ ขวัญ ) (นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ลงช่อื ...........................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ ิพิพัฒน์)
ผ้อู านวยการโรงเรียนธัญบรุ ี
ข้อเสนอแนะของหัวหนำ้ สถำนศึกษำหรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรียนรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันที่ ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...................................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ พิ ิพัฒน์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธัญบุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 3
รายวชิ า วิทยาการคานวณ1 รหัส ว31181 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
หนว่ ยกำรเรยี นร้ทู ี่ 3 กำรเขยี นโปรแกรมเพอ่ื แกป้ ญั หำ เรอ่ื ง คำสัง่ เลือกทำ เวลำเรยี น 2 คำบ
ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โรงเรยี นธัญบรุ ี
วันท่สี อน 2 เดือน สิงหำคม พ.ศ. 2564 ถึงวนั ที่ 6 เดือน สงิ หำคม พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรยี นรู้ / ตัวช้ีวัด
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพ่ือแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถึง
ผลกระทบตอ่ ชีวติ สงั คม และส่ิงแวดล้อม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รู้เท่าทัน และมจี ริยธรรม
ตวั ชว้ี ดั ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น
ภายใต้กรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมทั้งเสนอแนวทางการ
พฒั นาตอ่ ยอด
ว 4.2 ม.4/1 ประยกุ ต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบรู ณการกับวิชาอ่ืน
อย่างสรา้ งสรรค์ และเช่อื มโยงกบั ชวี ติ จรงิ
2. สำระสำคญั
หลักการทางานของคอมพิวเตอร์ที่สาคัญประการหน่ึงก็คือการเลือกทาหรือตัดสินใจได้ตามเงื่อนไขหรือ
สถานการณ์ท่ีกาหนด โดยคาสงั่ ท่ีใช้ในการตัดสินใจคือคาส่ัง if-else ซ่ึงคาสั่งเลือกทาถอื ว่าเปน็ ส่วนสาคัญและ
จาเป็นอย่างยิ่งตอ่ การเขยี นโปรแกรมหรอื พัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอรใ์ หม้ ีประสิทธิภาพ
3. สำระกำรเรียนรู้
3.1 ควำมรู้
1. คาส่งั เลือกทา
3.2 ทักษะ/กระบวนกำร
1. การวิเคราะห์
2. การแกป้ ัญหา
3. การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์
3.3 สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
3.4 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน
4. กระบวนกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน : ใช้การสอนแบบการเรยี นรู้โดยใชป้ ัญหาเป็นฐาน
4.1 กจิ กรรมนำเขำ้ สกู่ ำรเรียน
1. ครูให้นักเรียนร่วมกับคิดและอภิปรายว่าหากนักเรียนต้องการเขียนโปรแกรมตรวจสอบว่าคะแนนที่
รับเข้าสู่โปรแกรมว่าผ่าน 50 คะแนนหรือไม่ นักเรียนจะออกแบบการทางานของโปรแกรมอย่างไร โดยนักเรียน
ตอบคาถามตามประเดน็ ตอ่ ไปนี้
- ข้อมลู นาเขา้ คอื อะไร
- การประมวลผลคอื อะไร
- ผลลัพธท์ ต่ี ้องการคืออะไร
2. ครูให้คาแนะนาและเสริมคาตอบเพ่ือให้ได้คาตอบว่าการประมวลผลในสถานการณ์ต่อไปน้ีคือการ
ตดั สินใจ โดยมเี งื่อนไขคอื ผา่ นเกณฑ์ 50 คะแนน เพ่อื อานวยความสะดวกในการเขยี นโปรแกรม
3. ครูยกตัวอย่างโปรแกรมท่ีมีการตดั สินใจอ่ืนๆ เช่น โปรแกรมตัดเกรด โปรแกรมตดั สินใจในการเดินทาง
ไปโรงเรียน เปน็ ตน้
4.2 กจิ กรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
กำหนดปัญหำ
1. ครูให้นักเรียนแบ่งกล่มุ ๆ ละ 4 – 5 คน โดยเปลี่ยนกลุ่มจากเดิมทค่ี รั้งทผ่ี า่ นมา และแจกใบกิจกรรมที่ 3
เร่อื งคาส่ังเลือกทา
2. ครูมอบหมายภารกิจใหแ้ ต่ละกลุม่ เขยี นโปรแกรมคานวณหาคา่ y เมอ่ื กาหนดเงื่อนไขดังน้ี
2 เม่อื = 1,2
3 + 2 เม่อื 5 ≤ ≤ 8
= √ เมอื่ = 3 หรือ 9 ≤ ≤ 12
2 − 5 เม่ือ = 4
{ เม่ือ = ℎ
ทำควำมเขำ้ ใจปัญหำ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มทาความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหาท่ีต้องค้นหาหรือแก้ไขจากใบกิจกรรมที่
กาหนดให้
4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาที่นักเรียนจะต้องค้นหา แก้ไข หรือหาวิธีการท่ีถูกต้อง โดยครูคอยให้
คาแนะนา เสริมแรง และเสนอแนะเพ่ิมเติมหากนักเรียนยังวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้อง โดยตอบคาถามในประเด็น
ตอ่ ไปนี้
- ข้อมูลนาเขา้ มีก่คี า่ อะไรบา้ ง
- การประมวลผลคืออะไร มีเงอื่ นไขในการตดั สินใจอะไรบา้ ง
- ผลลัพธห์ รือข้อมลู ส่งออกคืออะไร
ดำเนินกำรศกึ ษำคน้ ควำ้
5. นักเรียนดาเนินการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เกี่ยวกับการแสดงผลข้อมูลและการรับค่าข้อมูลเข้าสู่
โปรแกรม จากเว็บไซต์ python.nattapon.com หวั ขอ้ 3.1 คาส่งั เลือกทา เป็นเวลา 20 นาที
6. ครคู อยให้คาแนะนา เสนอแนะ และตอบข้อซกั ถามเม่อื นักเรยี นเกิดปญั หาหรือมขี ้อสงสยั
สงั เครำะห์ควำมรู้
7. นกั เรยี นสงั เคราะห์ความรเู้ ป็นของกลุ่มตนเอง ในประเด็นตอ่ ไปนี้
- นิพจนท์ ตี่ ้องใช้มีอะไรบา้ ง
- มวี ิธกี ารเขยี นนพิ จนใ์ นภาษาไพทอนอย่างไร
- ลาดบั การตัดสินใจของกลมุ่ เป็นอยา่ งไร
8. นกั เรียนในกลุ่มแลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ และตรวจสอบองคค์ วามรู้ของกล่มุ ตนเอง
สรปุ และประเมนิ คำตอบ
9. นักเรียนแต่ละกลุ่มสรุปคาตอบและเขยี นคาตอบลงในใบกิจกรรมให้ชดั เจน
10. สมาชกิ กลมุ่ รว่ มกันประเมนิ คาตอบและตรวจสอบคาตอบทีค่ น้ พบอีกครั้ง
นำเสนอและประเมนิ ผล
11. ครูสุม่ นักเรียน 2 – 3 กลุ่มให้ออกมานาเสนอคาตอบและวิธกี ารหาคาตอบท่ีค้นพบ พร้อมอธิบายองค์
ความรู้ทีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษาค้นคว้า
12. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์คาตอบของเพ่ือนที่นาเสนอ และเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่าง
จากวิธกี ารท่ตี นเองค้นพบ หากมีจุดท่ีแตกต่างให้นกั เรียนนาเสนอและแลกเปล่ียนความรู้กับเพือ่ นกล่มุ อื่นๆ ท่ีหน้า
ชั้นเรียนอกี ครั้ง
4.3 กิจกรรมสรุปกำรเรยี นรู้
1. ครเู ฉลยใบกิจกรรม และตอบปญั หาข้อสงสัยต่างๆ ของนกั เรียน
2. นักเรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ องคค์ วามรูเ้ ก่ยี วกับการใชค้ าสั่งเลือกทา
3. ครูเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นสอบถามปัญหาขอ้ สงสัย และตอบปญั หาใหน้ กั เรียนเข้าใจอีกครงั้
5. สือ่ กำรเรียนรู้
1. ใบกจิ กรรมท่ี 3 เร่อื งคาสง่ั เลอื กทา
2. เวบ็ ไซต์ https://sites.google.com/a/tbs.ac.th/eportkruanurak/
3. หนงั สอื เรยี นภาษาไพทอน (สสวท.)
6. กำรวดั และประเมินผล วิธีกำร เครอื่ งมอื เกณฑ์
ดำ้ น - รอ้ ยละ 80 ขน้ึ ไป
- ระดับดีขนึ้ ไป
ด้ำนควำมรู้ - นาเสนอองค์ความรเู้ ก่ยี วกบั - ใบกจิ กรรมที่ 3 เรอ่ื งคาสง่ั
- ระดับดีขน้ึ ไป
คาส่งั เลอื กทา เลือกทา
- ระดับดีขึ้นไป
ดำ้ นคุณธรรม/ - สงั เกตจากพฤตกิ รรมที่ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
จรยิ ธรรม รบั ผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ดร้ ับ ทางานกลุ่ม
มอบหมาย
- สงั เกตความอดทน การรับ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ฟังความคดิ เห็นของผู้อืน่ การ ทางานกลุ่ม
วิเคราะหก์ ารวจิ ารณ์ผลงาน
ของกลุ่มตนเองและกลุม่ อน่ื
ดำ้ นทกั ษะ/ - สงั เกตจากพฤติกรรมทีเ่ กิด - แบบประเมินทักษะ/
กระบวนกำร จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแก้ปญั หา
แกป้ ญั หารว่ มกัน
ใบกจิ กรรมท่ี 3
เร่ืองคำส่งั เลอื กทำ
คำชแ้ี จง : ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 4 – 5 คน แลว้ แกป้ ัญหาตามสถานการณต์ ่อไปน้ี พร้อมตอบคาถามลงในใบ
กิจกรรม
1. จงเขียนโปรแกรมคานวณหาค่า y เมือ่ กาหนดเงื่อนไขดังนี้
2 เม่ือ = 1,2
3 + 2 เมอ่ื 5 ≤ ≤ 8
= √ เม่ือ = 3 หรอื 9 ≤ ≤ 12
2 − 5 เมื่อ = 4
{ เม่ือ = ℎ
1.1ขอ้ มูลนาเขา้ คือ..................................................................................................................................
1.2 การประมวลผลคือ...........................................................................................................................
มีเง่ือนไขในการตัดสนิ ใจอะไรบ้าง
............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................. ................................
.................................................................................................. ............................................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................. .............................................
1.3 ข้อมูลส่งออกหรือแสดงผลคือ………………………………………………………………………………………........
1.4 เขยี นโปรแกรมได้ดังนี้
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
....................................................................................................................................................................... .......
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชกิ ในกล่มุ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
คำชีแ้ จง: ให้นกั เรียนทาเคร่อื งหมาย ในช่องท่ตี รงกับความเปน็ จรงิ
พฤติกรรมท่สี ังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. มีความกระตือรอื รน้ ในการทางาน
3. รบั ผิดชอบในงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์กำรให้คะแนน
พฤติกรรมทท่ี าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเปน็ บางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทานอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์กำรให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแกป้ ัญหา
การกาหนด ดาเนนิ สรปุ และ
การศกึ ษา ประเมิน
ลาดับ ชอ่ื – สกลุ ปญั หาและทา ค้นควา้ สงั เคราะห์ คาตอบ นาเสนอและ รวม
ที่ ของผ้รู ับการ ความเข้าใจ ความรู้ ประเมินผล 20
ประเมนิ ปญั หา คะแนน
43214321432143214321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
มีทกั ษะ/กระบวนการดีมาก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มีทกั ษะ/กระบวนการพอใช้
มีทกั ษะ/กระบวนการท่ตี ้องปรับปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ต่ากวา่ 10
สัปดำหท์ ี่ 12 หนว่ ยที่ 3 เรื่อง คำสง่ั เลอื กทำ
รหสั วชิ ำ ว31181 ชื่อวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษำปีที่ 4
วันทส่ี อน ....... เดือน...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศกึ ษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได/้ ครบ ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
สอนไมไ่ ด/้ ไม่ครบ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนือ่ งจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จานวนนกั เรยี นที่ผา่ นการประเมนิ .......................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ .................................
จานวนนกั เรียนท่ไี ม่ผ่านการประเมนิ ...................... คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .................................
ไดแ้ ก่ ...................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. ..................................
3. ปญั หาและอุปสรรค
กจิ กรรมการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา
มนี ักเรยี นทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกาหนดเวลา
มีนักเรยี นทไี่ มส่ นใจเรียน
อ่นื ๆ ...................................................................................................................... .......................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรับปรุง เรอื่ ง ......................................................................................................
แนวทางแก้ไขนกั เรยี นท่ีไม่ผา่ นการประเมนิ ..................................................................................
ไมม่ ีข้อเสนอแนะ
ลงชื่อ ........................................... ครูผสู้ อน
(นายอนรุ กั ษ์ เตชะเถลิงผล)
______________________________________________________________________________
บนั ทึกหลงั การสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบบั น้ี ไดร้ บั การพิจารณาจากกลุ่มบริหารวิชาการแล้ว
ลงชอ่ื ........................................... ลงชื่อ ...........................................
( นางบุษรา มงิ่ ขวัญ ) (นางสาวเกศินี พันธุมจนิ ดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
หวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ลงช่ือ ...........................................
(นางชฏาพร เธียรศริ ิพิพฒั น์)
ผ้อู านวยการโรงเรยี นธญั บรุ ี
ข้อเสนอแนะของหัวหน้ำสถำนศกึ ษำหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ท่ี ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันท่ี ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...................................................
(นางชฏาพร เธียรศริ พิ ิพัฒน์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นธัญบุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......
แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 4
รายวิชา วิทยาการคานวณ1 รหสั ว31181 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
หน่วยกำรเรียนรทู้ ่ี 3 กำรเขยี นโปรแกรมเพอ่ื แกป้ ญั หำ เรอ่ื ง คาสง่ั วนซา้ เวลำเรยี น 2 คำบ
ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรียนธัญบรุ ี
วันทสี่ อน 9 เดอื น สิงหำคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 13 เดือน สงิ หำคม พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรียนรู้ / ตวั ชี้วัด
สำระที่ 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคานึงถึง
ผลกระทบตอ่ ชีวติ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นข้ันตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รเู้ ท่าทัน และมจี ริยธรรม
ตัวช้วี ัด ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้น
ภายใต้กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมทั้งเสนอแนวทางการ
พัฒนาตอ่ ยอด
ว 4.2 ม.4/1 ประยกุ ต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานทีม่ ีการบรู ณการกับวิชาอ่ืน
อยา่ งสร้างสรรค์ และเช่ือมโยงกับชีวติ จรงิ
2. สาระสาคญั
หลกั การทางานของคอมพิวเตอร์ทีส่ าคญั อีกประการหน่งึ นอกเหนือจากการตดั สนิ ใจได้ ก็คอื การวนซ้าตาม
เงื่อนไขหรือสถานการณ์ที่กาหนด โดยคาสั่งท่ีใช้ในการวนซ้าคือคาสั่ง for และ while ซ่ึงมีรูปแบบการใช้งานและ
ลักษณะในการใช้งานที่แตกต่างกันไป โดยคาสั่งวนซ้าถือว่าเป็นส่วนสาคัญและจาเป็นอย่างย่ิงต่อการเขียน
โปรแกรมหรือพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้มีประสิทธิภาพสาหรับการประมวลผลที่มีการทางานซ้าๆ กันของ
โปรแกรมจานวนมากๆ
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 ความรู้
1. คาสงั่ วนซา้
2. คาสั่ง break
3. คาส่ัง continue
3.2 ทักษะ/กระบวนการ
1. การวิเคราะห์
2. การแกป้ ญั หา
3. การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์
3.3 สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3.4 คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
4. กระบวนการจัดการเรยี นการสอน : ใช้การสอนแบบการเรียนรู้โดยใชป้ ญั หาเป็นฐาน
4.1 กจิ กรรมนาเขา้ สกู่ ารเรียน
1. ครูให้นักเรียนร่วมกับคิดและอภิปรายว่าหากนักเรียนต้องการเขียนโปรแกรมแสดงช่ือตนเองจานวน
1,000,000 บรรทดั นักเรยี นจะมวี ธิ ีการอย่างไรไดบ้ า้ ง
2. ครูให้คาแนะนาและเสริมคาตอบเพ่ือให้ได้คาตอบว่าสามารถเขียนคาสั่งแสดงผลซ้าๆ กันจานวน
1,000,000 ครง้ั หรือการเขยี นบรรทดั เดยี วแต่สง่ั ให้โปรแกรมทาการวนซา้ คาสง่ั น้ันๆ จานวน 1,000,000 คร้งั
3. ครูยกตัวอย่างโปรแกรมท่ีมีวนซ้า เช่น โปรแกรมการเดินเป็นรูปสี่เหล่ียมจัตุรัส โปรแกรมสูตรคูณ
โปรแกรมหาผลรวมของตัวเลข 1-n เปน็ ต้น
4.2 กิจกรรมพฒั นาการเรยี นรู้
กาหนดปญั หา
1. ครูใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่มๆ ละ 4 – 5 คน โดยเปลี่ยนกล่มุ จากเดิมที่คร้ังท่ีผ่านมา และแจกใบกิจกรรมท่ี 4
เร่ืองคาสง่ั ทาซา้
2. ครูมอบหมายภารกิจให้แต่ละกลุ่มเขียนโปรแกรมรับค่าตัวเลขจากคีย์บอร์ดไปเร่ือยๆ โดยทุกคร้ังท่ีรับ
คา่ ให้ทาการบวกสะสม และเมอ่ื รบั คา่ 0 จากคยี บ์ อรด์ ใหห้ ยุดรบั คา่ และแสดงผลรวมของตวั เลขออกทางหน้าจอ
ทาความเข้าใจปัญหา
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มทาความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหาที่ต้องค้นหาหรือแก้ไขจากใบกิจกรรมที่
กาหนดให้
4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาท่ีนักเรียนจะต้องค้นหา แก้ไข หรือหาวิธีการที่ถูกต้อง โดยครูคอยให้
คาแนะนา เสริมแรง และเสนอแนะเพ่ิมเติมหากนักเรียนยังวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้อง โดยตอบคาถามในประเด็น
ตอ่ ไปนี้
- ขอ้ มูลนาเขา้ มกี ค่ี ่า อะไรบ้าง
- การประมวลผลคอื อะไร มเี งอื่ นไขในการทาซ้าอะไรบา้ ง
- ผลลพั ธห์ รอื ขอ้ มลู ส่งออกคืออะไร
ดาเนนิ การศกึ ษาคน้ ควา้
5. นักเรียนดาเนินการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เกี่ยวกับการแสดงผลข้อมูลและการรับค่าข้อมูลเข้าสู่
โปรแกรม จากเว็บไซต์ python.nattapon.com หัวข้อ 3.2 คาสั่งทาซ้า หัวข้อ 3.3 คาส่ัง break และหัวข้อ 3.4
คาสง่ั continue เป็นเวลา 20 นาที
6. ครูคอยให้คาแนะนา เสนอแนะ และตอบข้อซกั ถามเมือ่ นกั เรียนเกิดปัญหาหรือมีข้อสงสัย
สังเคราะห์ความรู้
7. นักเรียนสังเคราะห์ความรเู้ ปน็ ของกลุ่มตนเอง ในประเด็นต่อไปน้ี
- การทาซา้ มีคาส่งั อะไรบ้าง
- คาสง่ั for มวี ธิ ีการใช้งานอยา่ งไร และใช้ในกรณีใด
- คาส่งั while มีวิธีการใช้งานอยา่ งไร และใชใ้ นกรณใี ด
- คาสง่ั break และ continue ควรใช้ในสถานการณ์ใดบา้ ง
- สถานการณด์ งั กลา่ ว ควรใช้คาสั่งแบบใด เพราะอะไร
8. นักเรียนในกลมุ่ แลกเปลี่ยนความคิดเหน็ และตรวจสอบองคค์ วามร้ขู องกลมุ่ ตนเอง
สรปุ และประเมินคาตอบ
9. นกั เรียนแต่ละกลุ่มสรปุ คาตอบและเขยี นคาตอบลงในใบกจิ กรรมให้ชัดเจน
10. สมาชกิ กลุ่มร่วมกันประเมินคาตอบและตรวจสอบคาตอบท่ีคน้ พบอกี ครัง้
นาเสนอและประเมินผล
11. ครูสมุ่ นักเรียน 2 – 3 กลุ่มให้ออกมานาเสนอคาตอบและวิธีการหาคาตอบท่ีค้นพบ พร้อมอธิบายองค์
ความร้ทู ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาคน้ คว้า
12. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์คาตอบของเพ่ือนท่ีนาเสนอ และเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่าง
จากวิธีการท่ตี นเองค้นพบ หากมีจุดท่ีแตกต่างให้นักเรียนนาเสนอและแลกเปลี่ยนความรู้กับเพอื่ นกลุ่มอ่ืนๆ ท่ีหน้า
ช้ันเรยี นอกี ครงั้
4.3 กจิ กรรมสรุปการเรียนรู้
1. ครูเฉลยใบกจิ กรรม และตอบปัญหาขอ้ สงสัยตา่ งๆ ของนกั เรียน
2. นักเรียนและครรู ว่ มกนั สรปุ องคค์ วามรเู้ กยี่ วกบั การใช้คาสงั่ ทาซา้
3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรยี นสอบถามปญั หาขอ้ สงสยั และตอบปญั หาให้นักเรยี นเข้าใจอีกคร้ัง
5. สื่อการเรียนรู้
1. ใบกิจกรรมที่ 4 เรอื่ งคาสง่ั วนซา้
3. เวบ็ ไซต์ python.nattapon.com
4. หนงั สือเรียนภาษาไพทอน (สสวท.)
4. การวัดและประเมนิ ผล วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ดา้ น
ดา้ นความรู้ - ทาแบบทดสอบเร่อื งที่ 4 แบบทดสอบออนไลนเ์ รื่องที่ 4 - ร้อยละ 80 ขน้ึ ไป
จากเว็บไซต์ จากเว็บไซต์
python.nattapon.com python.nattapon.com
- นาเสนอองค์ความรเู้ กยี่ วกับ - ใบกจิ กรรมท่ี 6 เรื่องคาส่งั วน
คาสงั่ วนซ้า ซา้ - ร้อยละ 80 ขึน้ ไป
ดา้ นคุณธรรม/ - สงั เกตจากพฤติกรรมท่ี - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ - ระดบั ดีขึ้นไป
จรยิ ธรรม รับผดิ ชอบต่องานทีไ่ ด้รับ ทางานกลุ่ม
มอบหมาย
- สังเกตความอดทน การรบั - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ - ระดับดขี ึ้นไป
ฟงั ความคิดเห็นของผู้อน่ื การ ทางานกลมุ่
วิเคราะหก์ ารวจิ ารณผ์ ลงาน
ของกลมุ่ ตนเองและกลมุ่ อื่น
ด้าน วิธกี าร เครือ่ งมอื เกณฑ์
ดา้ นทกั ษะ/
กระบวนการ - สงั เกตจากพฤติกรรมที่เกดิ - แบบประเมินทักษะ/ - ระดับดีข้นึ ไป
จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแก้ปญั หา
แก้ปัญหาร่วมกัน
ใบกิจกรรมที่ 4
เรอื่ งคาสั่งวนซ้า
คาชี้แจง : ให้นกั เรยี นแบ่งกลุม่ ๆ ละ 4 – 5 คน แลว้ แก้ปัญหาตามสถานการณต์ ่อไปนี้ พรอ้ มตอบคาถามลงในใบ
กิจกรรม
1. จงเขียนโปรแกรมรับค่าตวั เลขจากคีย์บอรด์ ไปเรื่อยๆ โดยทุกครงั้ ทรี่ ับค่าให้ทาการบวกสะสม และเม่ือรับคา่ 0
จากคียบ์ อรด์ ให้หยดุ รับค่า และแสดงผลรวมของตัวเลขออกทางหน้าจอ
1.1ขอ้ มลู นาเข้าคือ..................................................................................................................................
1.2 การประมวลผลคือ...........................................................................................................................
มีเงอ่ื นไขในการวนซ้าอะไรบา้ ง
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
1.3 ข้อมลู สง่ ออกหรอื แสดงผลคอื ………………………………………………………………………………………........
1.4 เขยี นโปรแกรมได้ดงั นี้
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชกิ ในกล่มุ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
คาชีแ้ จง: ให้นักเรยี นทาเคร่อื งหมาย ในช่องท่ตี รงกับความเป็นจรงิ
พฤติกรรมท่สี ังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. มีความกระตอื รือรน้ ในการทางาน
3. รบั ผิดชอบในงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์การให้คะแนน
พฤติกรรมทท่ี าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเปน็ บางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทานอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแกป้ ัญหา
การกาหนด ดาเนนิ สรปุ และ
การศกึ ษา ประเมิน
ลาดับ ชอ่ื – สกลุ ปญั หาและทา ค้นควา้ สงั เคราะห์ คาตอบ นาเสนอและ รวม
ที่ ของผ้รู ับการ ความเข้าใจ ความรู้ ประเมินผล 20
ประเมนิ ปญั หา คะแนน
43214321432143214321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
มีทกั ษะ/กระบวนการดีมาก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มีทกั ษะ/กระบวนการพอใช้
มีทกั ษะ/กระบวนการท่ตี ้องปรับปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ต่ากวา่ 10