สัปดำหท์ ี่ 13 หน่วยที่ 3 เรอื่ ง คาสัง่ วนซา้
รหัสวิชำ ว31181 ช่ือวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษำปีที่ 4
วนั ทีส่ อน ....... เดือน...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรียนที่ 1 ปกี ำรศกึ ษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได/้ ครบ ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
สอนไม่ได/้ ไม่ครบ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอื่ งจาก .............................................................
....................................................................................................... .....................................................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จานวนนกั เรียนที่ผา่ นการประเมิน .......................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
จานวนนักเรยี นทไ่ี มผ่ ่านการประเมิน ...................... คน คิดเปน็ ร้อยละ .................................
ได้แก่ ...................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. ..................................
3. ปัญหาและอุปสรรค
กจิ กรรมการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มีนักเรยี นทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกาหนดเวลา
มนี กั เรยี นท่ีไมส่ นใจเรยี น
อ่นื ๆ ...................................................................................................................... .......................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรับปรุง เร่อื ง ......................................................................................................
แนวทางแก้ไขนักเรยี นที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................
ไมม่ ขี ้อเสนอแนะ
ลงชอ่ื ........................................... ครผู สู้ อน
(นายอนุรกั ษ์ เตชะเถลงิ ผล)
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลงั การสอน ตามแผนการจดั การเรียนรู้ฉบับนี้ ได้รบั การพิจารณาจากกลุ่มบริหารวิชาการแล้ว
ลงชือ่ ........................................... ลงช่อื ...........................................
( นางบษุ รา มิ่งขวัญ ) (นางสาวเกศนิ ี พนั ธมุ จินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ลงช่ือ ...........................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ ิพิพฒั น์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธญั บรุ ี
ข้อเสนอแนะของหัวหน้ำสถำนศกึ ษำหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ท่ี ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันท่ี ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...................................................
(นางชฏาพร เธียรศิรพิ ิพัฒน์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นธัญบุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......
แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 5
รายวชิ า วิทยาการคานวณ1 รหสั ว31181 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4
หนว่ ยกำรเรยี นรทู้ ี่ 3 กำรเขียนโปรแกรมเพอื่ แก้ปญั หำ เรอ่ื ง ฟังก์ชนั และการเรยี กใชฟ้ ังกช์ ัน เวลำเรยี น 2 คำบ
ภาคเรยี นท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2564 โรงเรียนธญั บุรี
วันทส่ี อน 16 เดือน สิงหำคม พ.ศ. 2564 ถึงวันท่ี 20 เดอื น สิงหำคม พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรยี นรู้ / ตัวช้ีวัด
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถึง
ผลกระทบตอ่ ชวี ิต สงั คม และสง่ิ แวดล้อม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รเู้ ท่าทนั และมจี ริยธรรม
ตวั ชีว้ ัด ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น
ภายใต้กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมท้ังเสนอแนวทางการ
พัฒนาต่อยอด
ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบรู ณการกับวิชาอ่ืน
อย่างสร้างสรรค์ และเชื่อมโยงกบั ชวี ติ จริง
2. สำระสำคญั
การเขียนโปรแกรมโดยแยกการทางานแต่ละส่วนที่ชัดเจนออกเป็นฟังก์ชัน มีข้อดีคือทาให้การเขียน
โปรแกรมเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพราะสามารถแยกกนั เขียนโปรแกรมแต่ละส่วนและนามารวมกันได้ อกี ท้ังเม่ือ
เกิดปัญหา ก็จะสามารถหาจุดผิดพลาดของโปรแกรมได้ง่ายและสะดวกกว่าการเขียนโปรแกรมรวมกันใน
โปรแกรมหลัก
3. สำระกำรเรียนรู้
3.1 ควำมรู้
1. ฟังกช์ ัน
2. การเรียกใช้ฟังกช์ ัน
3.2 ทักษะ/กระบวนกำร
1. การวิเคราะห์
2. การแกป้ ัญหา
3. การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์
3.3 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3.4 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งม่นั ในการทางาน
4. กระบวนกำรจดั กำรเรียนกำรสอน : ใชก้ ารสอนแบบการเรียนรูโ้ ดยใชป้ ญั หาเปน็ ฐาน
4.1 กจิ กรรมนำเข้ำสกู่ ำรเรยี น
1. ครูให้นักเรียนร่วมกับคิดและอภิปรายเก่ียวกับโปรแกรม Microsoft Word ว่ามีฟังก์ชันที่สาคัญ
อะไรบ้าง
2. ครูให้นักเรียนร่วมกับวิเคราะห์ว่าหากเขียนคาส่ังรวมทุกอย่างไว้ด้วยกัน กับการเขียนคาส่ังแบบแยก
ฟงั ก์ชัน มขี ้อดขี ้อเสยี ต่างกนั อยา่ งไร
4.2 กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
กำหนดปัญหำ
1. ครูใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่มๆ ละ 4 – 5 คน โดยเปล่ียนกล่มุ จากเดิมทค่ี รั้งทผ่ี า่ นมา และแจกใบกิจกรรมที่ 5
เร่อื งฟังกช์ ันและการเรยี กใชฟ้ ังก์ชัน
2. ครูมอบหมายภารกจิ ให้แต่ละกลุ่มเขียนโปรแกรมคานวณหาคา่ ของสมการทางวทิ ยาศาสตร์ต่อไปน้ี โดย
เขยี นเปน็ เมนทู สี่ ามารถเลือกเมนไู ด้ และแต่ละเมนูให้สรา้ งเป็นฟงั ก์ชันของเมนตู า่ งๆ ดงั ตวั อยา่ งนี้
Program easy physics
Please select this formulas.
1.Work formula. #สตู รหางานจาก w = fs
2.Temperature formula. #สูตรหาค่าอุณหภูมิในหน่วย K โดยรับค่า C
3.Triangle Area formula. #สตู รหาค่าพน้ื ที่สามเหล่ยี ม
You select : 1 #สมมติว่าเลอื กเมนูท่ี 1
You select Work formula.
Input f : 10
Input s : 5
Work (w) = 50 J.
ทำควำมเขำ้ ใจปัญหำ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มทาความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหาท่ีต้องค้นหาหรือแก้ไขจากใบกิจกรรมท่ี
กาหนดให้
4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาที่นักเรียนจะต้องค้นหา แก้ไข หรือหาวิธีการที่ถูกต้อง โดยครูคอยให้
คาแนะนา เสริมแรง และเสนอแนะเพ่ิมเติมหากนักเรียนยังวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้อง โดยตอบคาถามในประเด็น
ต่อไปนี้
- ควรสรา้ งฟงั กช์ ันก่ีฟงั ก์ชนั อะไรบา้ ง
- แต่ละฟังกช์ ันควรต้ังช่ือว่าอะไรจึงจะเหมาะสม
- การสร้างเป็นฟังกช์ ัน จะสร้างความสะดวกหรอื มปี ระโยชนใ์ นอนาคตอย่างไร
ดำเนินกำรศกึ ษำคน้ ควำ้
5. นักเรียนดาเนินการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เก่ียวกับการแสดงผลข้อมูลและการรับค่าข้อมูลเข้าสู่
โปรแกรม จากเว็บไซต์ python.nattapon.com หัวข้อ 4.1 ฟงั ก์ชัน และหัวข้อ 4.2 การเรยี กใช้ฟังก์ชนั เป็นเวลา
20 นาที
6. ครูคอยให้คาแนะนา เสนอแนะ และตอบข้อซักถามเม่อื นักเรยี นเกดิ ปัญหาหรือมีข้อสงสยั
สังเครำะห์ควำมรู้
7. นกั เรยี นสงั เคราะห์ความรู้เป็นของกลุ่มตนเอง ในประเด็นตอ่ ไปนี้
- ฟังก์ชันคืออะไร มีวิธีการสรา้ งอย่างไร
- การเรียกใช้ฟงั ก์ชันมีวธิ กี ารอย่างไร
8. นกั เรยี นในกลมุ่ แลกเปลยี่ นความคิดเห็นและตรวจสอบองคค์ วามรู้ของกลุม่ ตนเอง
สรุปและประเมินคำตอบ
9. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสรปุ คาตอบและเขียนคาตอบลงในใบกิจกรรมให้ชดั เจน
10. สมาชิกกลุม่ ร่วมกันประเมินคาตอบและตรวจสอบคาตอบทคี่ ้นพบอีกครัง้
นำเสนอและประเมนิ ผล
11. ครูสุม่ นักเรียน 2 – 3 กลุ่มให้ออกมานาเสนอคาตอบและวิธกี ารหาคาตอบท่ีคน้ พบ พร้อมอธิบายองค์
ความรูท้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาค้นควา้
12. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์คาตอบของเพ่ือนที่นาเสนอ และเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่าง
จากวิธีการทต่ี นเองค้นพบ หากมีจุดท่ีแตกต่างให้นักเรียนนาเสนอและแลกเปล่ียนความรู้กับเพอ่ื นกลมุ่ อ่ืนๆ ท่ีหน้า
ชน้ั เรียนอกี ครั้ง
4.3 กจิ กรรมสรุปกำรเรยี นรู้
1. ครูเฉลยใบกิจกรรม และตอบปญั หาขอ้ สงสัยต่างๆ ของนกั เรียน
2. นกั เรียนและครรู ่วมกนั สรปุ องคค์ วามรเู้ กยี่ วกับการใช้ฟังกช์ ัน
3. ครูเปดิ โอกาสให้นักเรยี นสอบถามปัญหาขอ้ สงสยั และตอบปญั หาให้นักเรยี นเข้าใจอกี ครง้ั
5. ส่อื กำรเรียนรู้
1. ใบกิจกรรมท่ี 5 เรือ่ งฟังกช์ ันและการเรยี กใช้ฟงั กช์ นั
3. เว็บไซต์ python.nattapon.com
4. หนงั สอื เรยี นภาษาไพทอน (สสวท.)
6. กำรวดั และประเมนิ ผล
ดำ้ น วิธีกำร เครอื่ งมือ เกณฑ์
ด้ำนควำมรู้
- นาเสนอองค์ความรู้เกย่ี วกบั - ใบกิจกรรมที่ 5 เรอื่ งฟังก์ชัน - รอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป
ดำ้ นคุณธรรม/ ฟังกช์ นั และการเรียกใช้ และการเรยี กใชฟ้ งั กช์ ัน
จริยธรรม ฟงั ก์ชนั
ด้ำนทกั ษะ/ - สังเกตจากพฤตกิ รรมท่ี - แบบสังเกตพฤติกรรมการ - ระดับดีข้ึนไป
กระบวนกำร รับผดิ ชอบตอ่ งานทไ่ี ด้รบั ทางานกลุ่ม
มอบหมาย
- สงั เกตความอดทน การรับ - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ - ระดบั ดขี น้ึ ไป
ฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อนื่ การ ทางานกลมุ่
วิเคราะห์การวจิ ารณ์ผลงาน
ของกลุ่มตนเองและกลมุ่ อื่น
- สงั เกตจากพฤติกรรมทเี่ กดิ - แบบประเมินทักษะ/ - ระดับดขี ึ้นไป
จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแก้ปญั หา
แกป้ ัญหารว่ มกัน
ใบกิจกรรมที่ 5
เรอ่ื งฟังก์ชันและกำรเรียกใช้ฟังกช์ ัน
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ ๆ ละ 4 – 5 คน แลว้ แกป้ ัญหาตามสถานการณต์ ่อไปน้ี พร้อมตอบคาถามลงในใบ
กจิ กรรม
1. จงเขียนโปรแกรมคานวณหาค่าของสมการทางวิทยาศาสตร์ต่อไปนี้ โดยเขียนเป็นเมนูท่ีสามารถเลือกเมนูได้
และแต่ละเมนูใหส้ รา้ งเปน็ ฟงั ก์ชันของเมนตู ่างๆ ดงั ตัวอยา่ งน้ี
Program easy physics
Please select this formulas.
1.Work formula. #สูตรหางานจาก w = fs
2.Temperature formula. #สูตรหาคา่ อุณหภมู ใิ นหนว่ ย K โดยรับคา่ C
3.Triangle Area formula. #สตู รหาคา่ พนื้ ทส่ี ามเหล่ียม
You select : 1 #สมมติวา่ เลอื กเมนูท่ี 1
****************************************************
You select Work formula.
Input f : 10
Input s : 5
Work (w) = 50 J.
1.1ขอ้ มูลนาเขา้ คือ..................................................................................................................................
1.2 การประมวลผลคือ...........................................................................................................................
มฟี งั ก์ชันอะไรบ้าง และทาหน้าทีอ่ ะไร
............................................................................................................................. .................................................
.......................................................................................................................................... ....................................
.............................................................................................. ................................................................................
1.3 ข้อมูลสง่ ออกหรือแสดงผลคือ………………………………………………………………………………………........
1.4 เขยี นโปรแกรมไดด้ งั นี้
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชกิ ในกล่มุ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
คำชีแ้ จง: ให้นกั เรียนทาเคร่อื งหมาย ในช่องท่ตี รงกับความเปน็ จรงิ
พฤติกรรมท่สี ังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. มีความกระตือรอื รน้ ในการทางาน
3. รบั ผิดชอบในงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์กำรให้คะแนน
พฤติกรรมทท่ี าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเปน็ บางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทานอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์กำรให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแกป้ ัญหา
การกาหนด ดาเนนิ สรปุ และ
การศกึ ษา ประเมิน
ลาดับ ชอ่ื – สกลุ ปญั หาและทา ค้นควา้ สงั เคราะห์ คาตอบ นาเสนอและ รวม
ที่ ของผ้รู ับการ ความเข้าใจ ความรู้ ประเมินผล 20
ประเมนิ ปญั หา คะแนน
43214321432143214321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
มีทกั ษะ/กระบวนการดีมาก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มีทกั ษะ/กระบวนการพอใช้
มีทกั ษะ/กระบวนการท่ตี ้องปรับปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
18-20 ดี
14-17
10-13 พอใช้
ต่ากวา่ 10 ปรบั ปรุง
สัปดำหท์ ี่ 14 หนว่ ยที่ 3 เรือ่ ง ฟังกช์ นั และการเรยี กใชฟ้ งั ก์ชนั
รหัสวชิ ำ ว31181 ช่ือวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดบั ชั้นมัธยมศึกษำปที ่ี 4
วนั ท่สี อน ....... เดอื น...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรยี นที่ 1 ปีกำรศึกษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได้/ครบ ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
สอนไม่ได้/ไม่ครบ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้ เนอื่ งจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จานวนนักเรียนท่ผี ่านการประเมิน .......................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
จานวนนักเรียนท่ีไม่ผ่านการประเมนิ ...................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ .................................
ได้แก่ ...................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. ..................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี กั เรยี นทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกาหนดเวลา
มีนักเรียนทไ่ี มส่ นใจเรียน
อน่ื ๆ ...................................................................................................................... .......................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรบั ปรุง เรื่อง ......................................................................................................
แนวทางแก้ไขนักเรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................
ไมม่ ีข้อเสนอแนะ
ลงชอื่ ........................................... ครผู ูส้ อน
(นายอนรุ ักษ์ เตชะเถลิงผล)
______________________________________________________________________________
บันทกึ หลงั การสอน ตามแผนการจดั การเรียนรฉู้ บบั น้ี ไดร้ ับการพจิ ารณาจากกลุ่มบรหิ ารวชิ าการแล้ว
ลงชอ่ื ........................................... ลงชื่อ ...........................................
( นางบุษรา มิ่งขวญั ) (นางสาวเกศนิ ี พนั ธุมจนิ ดา)
รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ลงชื่อ ...........................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ ิพิพฒั น์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นธัญบุรี
ข้อเสนอแนะของหัวหนำ้ สถำนศึกษำหรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรียนรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันที่ ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...................................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ พิ ิพัฒน์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธัญบุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6
รายวิชา วิทยาการคานวณ1 รหัส ว31181 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
หน่วยกำรเรยี นร้ทู ี่ 3 กำรเขยี นโปรแกรมเพ่อื แกป้ ญั หำ เร่อื ง พำรำมิเตอรแ์ ละกำรคืนค่ำจำกฟังกช์ ัน เวลำเรยี น 2 คำบ
ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 โรงเรยี นธญั บุรี
วนั ที่สอน 23 เดือน สงิ หำคม พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 27 เดอื น สงิ หำคม พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถึง
ผลกระทบต่อชวี ิต สงั คม และสงิ่ แวดล้อม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพ รเู้ ทา่ ทัน และมจี ริยธรรม
ตัวช้วี ดั ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดข้ึน
ภายใต้กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมทั้งเสนอแนวทางการ
พัฒนาต่อยอด
ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบรู ณการกับวิชาอื่น
อย่างสร้างสรรค์ และเช่ือมโยงกบั ชวี ิตจรงิ
2. สำระสำคัญ
ทางานแบบลาดบั ข้ัน การทางานแบบเงื่อนไข การทางานแบบวนซ้า โดยการเขยี นคาสั่งในรูปแบบของฟังก์ชัน
เพ่อื แยกการทางานของระบบออกแบบสัดส่วนท่ีชัดเจน เพ่ือให้งา่ ยและสะดวกต่อการพัฒนาและแก้ไขข้อผดิ พลาด
3. สำระกำรเรยี นรู้
3.1 ควำมรู้
1. ฟังกช์ ัน
2. การเรยี กใช้ฟังก์ชัน
3.2 ทักษะ/กระบวนกำร
1. การวิเคราะห์
2. การแกป้ ัญหา
3. การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
3.3 สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
3.4 คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี ินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทางาน
4. กระบวนกำรจัดกำรเรียนกำรสอน : ใชก้ ารสอนแบบการเรยี นรู้โดยใช้ปญั หาเป็นฐาน
4.1 กิจกรรมนำเข้ำสกู่ ำรเรียน
1. ครูยกตัวอย่างโปรแกรมที่มีการส่งค่าข้ามฟังก์ชัน แล้วให้นักเรียนร่วมกับอภิปรายว่าการส่งค่าข้าม
ฟังกช์ ันมขี อ้ ดี ขอ้ เสีย อยา่ งไร
2. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสาคัญของการส่งค่าข้ามฟังก์ชัน องค์ประกอบที่นักเรียนควรรู้จักเช่น
พารามเิ ตอร์ การคนื คา่ และขอบเขตของตัวแปร เบ้อื งตน้
4.2 กิจกรรมพัฒนำกำรเรยี นรู้
กำหนดปัญหำ
1. ครใู ห้นักเรียนแบง่ กลุ่มๆ ละ 4 – 5 คน โดยเปลย่ี นกลุม่ จากเดิมท่คี ร้ังที่ผา่ นมา และแจกใบกจิ กรรมท่ี 6
เรอ่ื งพารามเิ ตอร์และการคืนค่าจากฟงั กช์ นั
2. ครูมอบหมายภารกิจให้แต่ละกลุ่มเขียนโปรแกรมเพื่อสร้างฟังก์ชนั หาด้านประกอบมุมฉาก 1 ด้าน โดย
ทราบว่าดา้ นประกอบมุมฉากอกี 1 ดา้ นและดา้ นตรงขา้ มมุมฉาก จากนั้นใหส้ ่งค่าด้านประกอบมมุ ฉากทง้ั 2 ด้านไป
คานวณหาพน้ื ทสี่ ามเหลยี่ ม จากสตู ร พน้ื ที่สามเหล่ียม = ½ * ฐาน * สงู
ทำควำมเข้ำทำควำมเขำ้ ใจปัญหำ
3. นักเรียนแต่ละกลุ่มทาความเข้าใจปัญหา โดยวิเคราะห์ปัญหาท่ีต้องค้นหาหรือแก้ไขจากใบกิจกรรมท่ี
กาหนดให้
4. นักเรียนร่วมกันอภิปรายปัญหาท่ีนักเรียนจะต้องค้นหา แก้ไข หรือหาวิธีการท่ีถูกต้อง โดยครูคอยให้
คาแนะนา เสริมแรง และเสนอแนะเพิ่มเติมหากนักเรียนยังวิเคราะห์ปัญหาไม่ถูกต้อง โดยตอบคาถามในประเด็น
ตอ่ ไปนี้
- ควรสรา้ งฟงั กช์ นั กี่ฟังก์ชนั อะไรบา้ ง
- แต่ละฟงั กช์ นั ควรตงั้ ชือ่ วา่ อะไรจึงจะเหมาะสม
- อะไรทีเ่ รยี กว่าพารามเิ ตอร์ และในกรณีนี้ค่าใดคอื พารามิเตอร์
ดำเนนิ กำรศกึ ษำคน้ คว้ำ
5. นักเรียนดาเนินการศึกษาค้นคว้าและเรียนรู้เก่ียวกับการแสดงผลข้อมูลและการรับค่าข้อมูลเข้าสู่
โปรแกรม จากเว็บไซต์ python.nattapon.com หัวข้อ 4.3 พารามิเตอร์ของฟังก์ชัน หัวข้อ 4.4 การคืนค่าจาก
ฟังกช์ ัน และหัวขอ้ ท่ี 4.5 ขอบเขตของฟงั ก์ชนั เปน็ เวลา 20 นาที
6. ครคู อยใหค้ าแนะนา เสนอแนะ และตอบข้อซักถามเมือ่ นักเรียนเกิดปัญหาหรือมีข้อสงสยั
สังเครำะหค์ วำมรู้
7. นกั เรียนสงั เคราะห์ความรูเ้ ปน็ ของกลมุ่ ตนเอง ในประเด็นต่อไปนี้
- ควรสร้างฟังกช์ นั ก่ีฟังก์ชนั อะไรบ้าง
- แตล่ ะฟงั ก์ชันควรต้ังชื่อว่าอะไรจึงจะเหมาะสม
- อะไรท่ีเรยี กว่าพารามเิ ตอร์ และในกรณีน้ีคา่ ใดคือพารามเิ ตอร์
8. นักเรียนในกลมุ่ แลกเปล่ยี นความคดิ เห็นและตรวจสอบองคค์ วามรขู้ องกลุ่มตนเอง
สรปุ และประเมนิ คำตอบ
9. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มสรุปคาตอบและเขยี นคาตอบลงในใบกจิ กรรมให้ชดั เจน
10. สมาชิกกลมุ่ ร่วมกนั ประเมินคาตอบและตรวจสอบคาตอบที่คน้ พบอกี ครงั้
นำเสนอและประเมนิ ผล
11. ครูสุ่มนักเรียน 2 – 3 กลุ่มให้ออกมานาเสนอคาตอบและวิธีการหาคาตอบท่ีค้นพบ พร้อมอธิบายองค์
ความรูท้ ีไ่ ดจ้ ากการศกึ ษาค้นคว้า
12. นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์คาตอบของเพ่ือนท่ีนาเสนอ และเปรียบเทียบความเหมือนหรือแตกต่าง
จากวิธกี ารทีต่ นเองค้นพบ หากมีจุดที่แตกต่างให้นักเรียนนาเสนอและแลกเปลี่ยนความรู้กับเพ่อื นกลุ่มอื่นๆ ที่หน้า
ชนั้ เรยี นอกี ครง้ั
4.3 กิจกรรมสรปุ กำรเรยี นรู้
1. ครูเฉลยใบกจิ กรรม และตอบปัญหาขอ้ สงสยั ตา่ งๆ ของนกั เรียน
2. นักเรียนและครูรว่ มกันสรุปองค์ความรู้เก่ยี วกบั การใชพ้ ารามิเตอร์ของฟังก์ชัน
3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามปญั หาข้อสงสยั และตอบปญั หาให้นักเรยี นเข้าใจอกี คร้งั
4. ครูให้นักเรียนทาแบบทดสอบเร่ืองที่ 4 การเขียนโปรแกรมแบบฟังก์ชัน จากเว็บไซต์
python.nattapon.com เปน็ เวลา 10 นาที
5. ครเู ฉลยและแนะนาเพมิ่ เติมในประเดน็ คาถามของแบบทดสอบแต่ละข้อ
5. สื่อกำรเรียนรู้
1. ใบกจิ กรรมที่ 6 เรือ่ งพารามิเตอร์และการคนื คา่ จากฟังก์ชนั
3. เวบ็ ไซต์ https://sites.google.com/a/tbs.ac.th/eportkruanurak
4. หนงั สอื เรยี นภาษาไพทอน (สสวท.)
7. กำรวดั และประเมนิ ผล วิธกี ำร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ดำ้ น
ดำ้ นควำมรู้ - นาเสนอองค์ความร้เู กย่ี วกบั - ใบกจิ กรรมที่ 6 เรอื่ ง - ร้อยละ 80 ขนึ้ ไป
ฟงั ก์ชันและการเรียกใช้ พารามเิ ตอรแ์ ละการคืนคา่ จาก
ฟังกช์ ัน ฟงั ก์ชนั
ดำ้ นคุณธรรม/ - สงั เกตจากพฤติกรรมที่ - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ - รอ้ ยละ 80 ข้ึนไป
จรยิ ธรรม รบั ผิดชอบต่องานที่ได้รบั ทางานกลุ่ม - ระดบั ดขี ึ้นไป
มอบหมาย
ดำ้ นทกั ษะ/ - ระดับดีขึน้ ไป
กระบวนกำร - สงั เกตความอดทน การรบั - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ - ระดบั ดีข้นึ ไป
ฟังความคิดเห็นของผู้อืน่ การ ทางานกลมุ่
วเิ คราะห์การวิจารณ์ผลงาน
ของกล่มุ ตนเองและกล่มุ อนื่
- สังเกตจากพฤตกิ รรมทเ่ี กดิ - แบบประเมนิ ทักษะ/
จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแกป้ ญั หา
แกป้ ญั หาร่วมกัน
ใบกจิ กรรมท่ี 6
เรอื่ งฟงั ก์ชันและกำรเรยี กใช้ฟังกช์ นั
คำช้แี จง : ให้นกั เรียนแบ่งกลุ่มๆ ละ 4 – 5 คน แล้วแก้ปญั หาตามสถานการณ์ต่อไปนี้ พร้อมตอบคาถามลงในใบ
กิจกรรม
1. จงเขียนโปรแกรมเพือ่ สร้างฟังก์ชันหาด้านประกอบมุมฉาก 1 ดา้ น โดยทราบว่าด้านประกอบมมุ ฉากอกี 1 ดา้ น
และด้านตรงข้ามมุมฉาก จากน้ันให้ส่งค่าด้านประกอบมุมฉากท้ัง 2 ด้านไปคานวณหาพ้ืนท่ีสามเหลี่ยม จากสูตร
พื้นทีส่ ามเหลย่ี ม = ½ * ฐาน * สูง
1.1ข้อมูลนาเข้าคือ.............................................................................................................. ....................
1.2 การประมวลผลคือ...........................................................................................................................
มฟี งั ก์ชันอะไรบ้าง และทาหน้าทอี่ ะไร
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
1.3 ข้อมูลส่งออกหรือแสดงผลคอื ………………………………………………………………………………………........
1.4 เขยี นโปรแกรมไดด้ งั นี้
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................... ..........
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ................................................
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชิกในกลุ่ม 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
คำชี้แจง: ใหน้ ักเรียนทาเครื่องหมาย ในช่องทต่ี รงกบั ความเป็นจริง
พฤติกรรมท่สี ังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มสี ่วนร่วมในการแสดงความคดิ เหน็
2. มคี วามกระตือรือรน้ ในการทางาน
3. รับผิดชอบในงานทไี่ ด้รบั มอบหมาย
4. มขี ั้นตอนในการทางานอยา่ งเป็นระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอยา่ งเหมาะสม
รวม
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
พฤติกรรมทีท่ าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทาเปน็ บางครั้ง ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมทีท่ านอ้ ยคร้งั ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรับปรงุ
แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแกป้ ัญหา
การกาหนด ดาเนนิ สรุปและ
การศกึ ษา ประเมิน
ลาดับ ชอ่ื – สกลุ ปญั หาและทา ค้นควา้ สงั เคราะห์ คาตอบ นาเสนอและ รวม
ที่ ของผ้รู ับการ ความเข้าใจ ความรู้ ประเมินผล 20
ประเมนิ ปญั หา คะแนน
43214321432143214321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
มีทกั ษะ/กระบวนการดีมาก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มีทกั ษะ/กระบวนการพอใช้
มีทกั ษะ/กระบวนการท่ตี ้องปรับปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ต่ากวา่ 10
สัปดำหท์ ่ี 15 หนว่ ยท่ี 3 เร่อื ง พำรำมิเตอรแ์ ละกำรคนื คำ่ จำกฟังก์ชัน
รหสั วิชำ ว31181 ช่ือวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดับช้ันมัธยมศึกษำปที ี่ 4
วนั ที่สอน ....... เดอื น...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรยี นท่ี 1 ปีกำรศึกษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได้/ครบ ตามแผนการจดั การเรยี นรู้
สอนไมไ่ ด้/ไม่ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เนอ่ื งจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน
จานวนนกั เรยี นทผ่ี ่านการประเมิน .......................... คน คดิ เปน็ ร้อยละ .................................
จานวนนกั เรียนท่ไี มผ่ ่านการประเมนิ ...................... คน คิดเปน็ ร้อยละ .................................
ไดแ้ ก่ ...................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. ..................................
3. ปญั หาและอปุ สรรค
กิจกรรมการเรียนรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี ักเรียนทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกาหนดเวลา
มีนักเรยี นทไี่ ม่สนใจเรียน
อ่นื ๆ ...................................................................................................................... .......................
4. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรบั ปรุง เรอื่ ง ......................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนักเรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................
ไม่มขี ้อเสนอแนะ
ลงชอ่ื ........................................... ครูผูส้ อน
(นายอนรุ กั ษ์ เตชะเถลิงผล)
______________________________________________________________________________
บนั ทกึ หลงั การสอน ตามแผนการจัดการเรียนรฉู้ บับนี้ ไดร้ ับการพจิ ารณาจากกลุ่มบริหารวชิ าการแลว้
ลงชื่อ ........................................... ลงชื่อ ...........................................
( นางบษุ รา มิ่งขวญั ) (นางสาวเกศินี พนั ธุมจนิ ดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
หัวหนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ลงชอื่ ...........................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ พิ ิพัฒน์)
ผอู้ านวยการโรงเรียนธญั บุรี
ข้อเสนอแนะของหัวหนำ้ สถำนศึกษำหรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรียนรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันที่ ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...................................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ พิ ิพัฒน์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธัญบุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......
หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ่ี 4
ชือ่ หน่วย กำรพัฒนำโครงงำน
รหัส ว31181 วชิ า วิทยาการคานวณ1 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศกึ ษา 2564 เวลา 6 ชัว่ โมง
ช่อื ผสู้ อน นายอนรุ กั ษ์ เตชะเถลงิ ผล โรงเรยี นธญั บรุ ี
............................................................................................................................. .......................................................
1. สำระกำรเรยี นรู้ / ตวั ชี้วดั
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืนๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลอื กใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถึง
ผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสง่ิ แวดลอ้ ม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รู้เท่าทนั และมีจรยิ ธรรม
ตัวชว้ี ดั ว 4.1 ม.4/5 ใช้ความรู้และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและ
อิเลก็ ทรอนิกส์ และเทคโนโลยีท่ีซบั ซ้อนในการแกป้ ัญหาหรือพัฒนางาน ไดอ้ ย่างถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภยั
ว 4.1 ม.5/1 ประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรในการทา
โครงงานเพือ่ แก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน
ว 4.2 ม.4/1 ประยกุ ต์ใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่มี ีการบูรณการกับวิชาอื่น
อย่างสรา้ งสรรค์ และเช่อื มโยงกับชีวติ จรงิ
ว 4.2 ม.5/1 รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และใช้ความรู้ด้านวิทยาการคานวณในการแก้ปัญหา
หรือเพ่มิ มูลคา่ ให้กบั บรกิ ารหรอื ผลติ ภัณฑ์ที่ใชใ้ นชีวิตจรงิ อย่างสรา้ งสรรค์
ว 4.2 ม.6/1 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนาเสนอ และแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย มี
จริยธรรม และวิเคราะห์การเปล่ียนแปลงเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีผลต่อการดาเนินชีวิต อาชีพ สังคม และ
วฒั นธรรม
2. สำระสำคญั
โครงงานคอมพิวเตอร์กิจกรรมการเรียนท่ีนักเรียนมีอิสระในการเลือกศึกษาปัญหาท่ีตนเองสนใจ โดย
จะต้องวางแผนการดาเนินงาน ศึกษา พัฒนาโปรแกรม โดยใช้ความรู้ทางกระบวนการวิศวกรรมซอฟต์แวร์ เคร่ือง
คอมพิวเตอร์และอุปกรณท์ ี่เกี่ยวข้อง ตลอดจนทักษะพ้ืนฐานในการพัฒนาโครงงาน เร่ืองทีน่ ักเรยี นสนใจและคิดจะ
ทาโครงงาน ซ่ึงอาจมีผู้ศึกษามาก่อน หรือเป็นเรื่องที่นักพัฒนาโปรแกรมได้เคยค้นคว้าและพัฒนาแล้ว นักเรียน
สามารถทาโครงงานเรื่องดังกล่าวได้ แต่ต้องคิดดัดแปลงแนวทางในการศึกษา การวิเคราะห์ข้อมูล การพัฒนา
โปรแกรม หรือศึกษาเพิ่มเติมจากผลงานเดิมท่ีมีผู้รายงานไว้ จุดมุ่งหมายสาคัญของการทาโครงงานเป็นการเปิด
โอกาสให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรงในการใช้ระบบคอมพิวเตอร์แก้ปัญหา ประดิษฐ์คิดค้น หรือค้ นคว้าหา
ความร้ตู ่าง ๆ ใช้คอมพิวเตอร์ในการพัฒนาสื่อการเรียนรู้เพอื่ การศึกษา ประดษิ ฐ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์
ใช้สอยต่าง ๆ พัฒนาโปรแกรมประยกุ ตต์ า่ ง ๆ ตลอดจนการพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ เพ่ือฝึกให้นักเรียนเป็นบุคคลที่
ใฝ่เรียนใฝ่รู้ การพัฒนาความคิดใหม่ ๆ ความมีคุณธรรมจริยธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้กับเพื่อนมนุษย์ และอยู่ใน
สังคมอยา่ งมคี วามสขุ
3. สำระกำรเรียนร้แู กนกลำง
1. วัสดุแต่ละประเภทมีสมบัติแตกต่างกัน เช่น ไม้สังเคราะห์ โลหะ จึงต้องมีการวิเคราะห์สมบัติเพื่อ
เลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะของงานในการสร้างช้ินงานอาจะใช้ความรู้ เร่ืองกลไก ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เช่น
LDR sensor เฟือง รอก คาน วงจรสาเรจ็ รปู
2. การทาโครงงาน เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะจากศาสตร์ต่าง ๆ รวมทั้งทรัพยากรในการสร้าง
หรือพัฒนาชิ้นงานหรือวิธีการ เพื่อแก้ปัญหาหรืออานวยความสะดวกในการทางาน และการทาโครงงานการ
ออกแบบและเทคโนโลยีสามารถดาเนินการได้ โดยเร่ิมจาก การสารวจสถานการณ์ปญั หาท่ีสนใจ เพอ่ื กาหนดหัวข้อ
โครงงาน แล้วรวบรวมข้อมูลและแนวคิดท่ีเกี่ยวข้องกับปัญหา ออกแบบแนวทางการแก้ปัญหา วางแผนและ
ดาเนินการแก้ปญั หา ทดสอบ ประเมินผล ปรับปรงุ แก้ไขวธิ กี ารแกป้ ญั หาหรือช้ินงาน และนาเสนอวธิ ีการแกป้ ัญหา
3. การพัฒนาโครงงาน
4. การนาแนวคิดเชิงคานวณไปพัฒนาโครงงานที่เกี่ยวกับชีวิตประจาวัน เช่น การจัดการพลังงาน อาหาร
การเกษตร การตลาด การค้าขาย การทาธรุ กรรม สขุ ภาพ และสิง่ แวดล้อม
5. ตัวอย่างโครงงาน เช่น ระบบดูแลสุขภาพ ระบบอัตโนมัติการควบคุมการปลูกพืช การจัดเส้นทางการ
ขนส่งผลผลติ ระบบแนะนาการใชง้ านห้องสมดุ ทมี่ กี ารโต้ตอบกบั ผ้ใู ชแ้ ละเชื่อมต่อกับฐานขอ้ มลู
6. การนาความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดิจิทัล และเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้แก้ปัญหากับชีวิต
จริง เช่น การเพ่มิ มูลค่าใหบ้ รกิ ารหรอื ผลติ ภณั ฑ์
7. การเก็บข้อมูลและการจัดเตรียมข้อมูลให้พร้อมกับการประมวลผล และการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ
การประมวลผลข้อมูลและเครื่องมือ จากนั้นจึงทาข้อมูลให้เป็นภาพ (data visualization) เช่น bar chart,
scatter, histogram โดยเลือกใช้แหล่งข้อมูล เช่น data.go.th, wolfram alpha, OECD.org, ตลาดหลักทรัพย์,
world economic forum
8. การนาเสนอและแบง่ ปันข้อมูล เช่น การเขียนบลอ็ ก อัพโหลดวิดโี อ ภาพอินโฟกราฟิก การนาเสนอและ
แบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย เช่น ระมันระวังผลกระทบที่ตามมา เม่ือมีการแบ่งปันข้อมูลหรือเผยแพร่ข้อมูล ไม่
สร้างความเดือนรอ้ นต่อตนเองและผู้อื่น
9. จรยิ ธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
10. เทคโนโลยีเกิดใหม่ แนวโน้มในอนาคต การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี นวตั กรรมหรอื เทคโนโลยีด้าน
ต่าง ๆ ที่เก่ียวข้องกับชีวิตประจาวัน และอาชีพเก่ียวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมทั้งผลกระทบของเทคโนโลยี
สารสนเทศต่อการดาเนินชีวิต อาชีพ สังคม และวฒั นธรรม
สำระกำรเรยี นร้ทู อ้ งถิ่น
-
4. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
5. คุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. ม่งุ ม่นั ในการทางาน
6. กำรบรู ณำกำร
บรู ณาการร่วมกับรายวิชาคณิตศาสตร์ เร่ือง เซต ตรรกศาสตร์ ฟังกช์ นั และการแกส้ มการ
บูรณาการร่วมกับรายวิชาวทิ ยาศาสตรใ์ นระดับชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4
7. หลักฐำนกำรเรียนรู้
ชิน้ งำน
- โครงงานคอมพวิ เตอร์ (ซอฟต์แวร์ รายงาน และการนาเสนอ)
ภำระงำน
- นาเสนอหัวขอ้ โครงงาน
- proposal โครงงาน
- รายงานและนาเสนอโครงงาน
8. กำรวดั และประเมนิ ผล
8.1 ประเมินผลกอ่ นเรียน
- แบบทดสอบก่อนเรียน เร่อื งการพัฒนาโครงงาน
8.2 การประเมนิ ผลระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้
- ตรวจหวั ขอ้ โครงงาน
- ตรวจ proposal โครงงาน
8.3 การประเมนิ ผลหลงั เรียน
- ประเมินแบบทดสอบหลังเรียน เร่อื งการพัฒนาโครงงาน
8.4 การประเมินชิน้ งาน/ภาระงาน
- ตรวจโครงงาน (ซอฟต์แวร์ รายงาน และการนาเสนอ)
9. กำรจัดกิจกรรมกำรเรยี นรู้
1.แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง แนวทางการพฒั นาโครงงาน ใช้การสอนแบบบรรยายพรอ้ มยกตัวอย่าง
ประกอบ จานวน 2 ช่ัวโมง
2. แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง การดาเนินการทาโครงงาน ใช้การสอนแบบบรรยายพร้อมยกตัวอย่าง
ประกอบ จานวน 2 ช่วั โมง
3. แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เร่ือง การนาเสนอโครงงาน ใช้การสอนแบบนาเสนอผลงาน จานวน 2
ช่ัวโมง
แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ท่ี 1
รำยวชิ ำ วิทยำกำรคำนวณ1 รหัส ว31181 ช้นั มธั ยมศึกษำปที ่ี 4
หน่วยกำรเรียนรทู้ ่ี 4 กำรพัฒนำโครงงำน เร่ือง แนวทำงกำรพฒั นำโครงงำน เวลำเรยี น 2 คำบ
ภำคเรยี นท่ี 1 ปีกำรศกึ ษำ 2564 โรงเรยี นธัญบรุ ี
วันทส่ี อน 30 เดือน สิงหำคม พ.ศ. 2564 ถงึ วันที่ 3 เดือน กันยำยน พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรียนรู้ / ตัวช้ีวดั
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานึงถึง
ผลกระทบต่อชวี ติ สงั คม และสิง่ แวดลอ้ ม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รเู้ ท่าทัน และมีจริยธรรม
ตัวช้ีวดั ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดข้ึน
ภายใต้กรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมท้ังเสนอแนวทางการ
พฒั นาต่อยอด
ว 4.2 ม.4/1 ประยกุ ต์ใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานที่มีการบรู ณการกบั วิชาอื่น
อยา่ งสร้างสรรค์ และเช่ือมโยงกบั ชวี ติ จริง
2. สำระสำคญั
การพัฒนาโครงงานเป็นกิจกรรมท่ีเร่ิมจากการศึกษาส่ิงที่นักเรียนสนใจ จากน้ันดาเนินการออกแบบ
วางแผน ลงมือปฏิบัติจนเกิดเป็นผลลัพธ์ และเผยแพร่ผลงานน้ันให้ผู้อื่นรับทราบ นักเรียนจะเกิดการเรียนรู้และ
เขา้ ใจในส่งิ ทส่ี นใจน้ันอย่างถ่องแท้ รวมท้ังไดร้ ับประสบการณ์โดยตรงจากการปฏิบัติ ศกึ ษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง การ
แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสภาพความเป็นจริง การทางานเป็นกลุ่ม โดยจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้จาการพัฒนาโครงงาน
มุ่งเน้นให้เกิดการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ เช่น การสื่อสาร การทางานร่วมกัน การเป็นผู้นา การคิดสร้างสรรค์
การเขยี นรายงาน และการนาเสนอ โดยจะเปน็ ประโยชนต์ ่อนกั เรียนในการศกึ ษาในระดับท่สี ูงขนึ้ หรอื การประกอบ
อาชพี ในอนาคต
3. สำระกำรเรยี นรู้
3.1 ควำมรู้
1. การกาหนดปัญหา
2. การเสนอหัวขอ้ โครงงาน
3.2 ทกั ษะ/กระบวนกำร
1. การวเิ คราะห์
2. การแกป้ ัญหา
3. การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
3.3 สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
3.4 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทางาน
4. กระบวนกำรจดั กำรเรยี นกำรสอน : ใชก้ ารสอนแบบโครงงาน
4.1 กจิ กรรมนำเขำ้ สกู่ ำรเรยี น
1. นักเรียนแต่ละคนอธิบายว่าตนเองเคยทาโครงงานอะไรมาบ้าง หรือเคยทาโครงงานคอมพวิ เตอร์มาบ้าง
หรอื ไม่
2. ครูให้นักเรียนร่วมดูและพิจารณาตัวอย่างโครงงานคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาจากการเขียนโปรแกรมด้วย
ภาษาไพทอน
4.2 กิจกรรมพัฒนำกำรเรยี นรู้
1. ครอู ธิบายความหมายของโครงงานคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบของการจัดทาโครงการคอมพิวเตอร์
ประเภทของโครงงานคอมพวิ เตอร์
2. นักเรียนศกึ ษาเนอ้ื หาเพมิ่ เตมิ จากหนงั สือเรียน
3. ครูยกตวั อย่างโครงงานคอมพิวเตอร์ใหน้ กั เรียนทุกคนดเู ป็นตวั อย่าง
4. ครูอธบิ ายวธิ กี ารเขยี นการนาเสนอโครงงาน
5. นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 3 คน โดยแตล่ ะกลุ่มสืบคน้ ขอ้ มลู จากอนิ เทอร์เน็ต และร่วมมือกนั ในกลุม่ เพ่ือ
คดิ โครงงานคอมพิวเตอร์ท่ีต้องการทา
6. แตล่ ะกล่มุ นาเสนอชื่อโครงการและแนวคิดเบ้ืองต้นท่หี น้าชั้นเรียน
7. หากโครงงานใดครอู นุญาตให้ดาเนินการได้ ให้นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มเขียนรายงานนาเสนอโครงงานตาม
แบบฟอรม์ ท่ีกาหนด โดยนาสง่ ในการเรียนในชั่วโมงต่อไป
4.3 กจิ กรรมสรุปกำรเรยี นรู้
1. นกั เรียนรว่ มกนั สรุปความรู้เก่ยี วกับการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์
5. สอื่ กำรเรียนรู้
1. ใบกจิ กรรมที่ 1 เรือ่ งเสนอหัวข้อโครงงาน
2. หนงั สอื เรยี นภาษาไพทอน (สสวท.)
6. กำรวัดและประเมนิ ผล วธิ กี ำร เครื่องมือ เกณฑ์
ดำ้ น - ร้อยละ 80 ข้ึนไป
- ระดับดีขึ้นไป
ดำ้ นควำมรู้ - นาเสนอองค์ความรเู้ ก่ียวกับ - ใบกจิ กรรมที่ 1 เร่ืองเสนอ
การทาโครงงานคอมพวิ เตอร์ หัวข้อโครงงาน - ระดับดีขน้ึ ไป
ดำ้ นคุณธรรม/ - สังเกตจากพฤตกิ รรมท่ี - แบบสงั เกตพฤติกรรมการ - ระดับดขี ึ้นไป
จรยิ ธรรม รับผดิ ชอบต่องานที่ได้รับ ทางานกลมุ่
มอบหมาย
- สงั เกตความอดทน การรบั - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
ฟังความคดิ เห็นของผู้อื่น การ ทางานกล่มุ
วิเคราะห์การวจิ ารณ์ผลงาน
ของกลุ่มตนเองและกล่มุ อื่น
ดำ้ นทกั ษะ/ - สงั เกตจากพฤติกรรมทเ่ี กดิ - แบบประเมินทักษะ/
กระบวนกำร จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแก้ปัญหา
แกป้ ัญหารว่ มกัน
ใบกิจกรรมท่ี 1
เรอ่ื งเสนอหัวข้อโครงงำน
คำช้แี จง : ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลมุ่ ๆ ละไม่เกนิ 3 คน คน้ หาข้อมลู จากอินเทอรเ์ นต็ และปรกึ ษาหารอื เก่ียวกบั โครงงาน
คอมพวิ เตอร์ที่ตอ้ งการทา แล้วตอบคาถามต่อไปนี้
1. หัวขอ้ โครงงานทีต่ ้องการทา
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. วตั ถุประสงคข์ องโครงงานนี้
.......................................................................................................................................................... ....................
.............................................................................................................. ................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ ับ
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
4. ขอ้ มลู ท่เี กีย่ วข้องในการทาโครงงาน
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................................... ...............................
................................................................................................... ...........................................................................
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................. ............................................
...................................................................................... ........................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกลุ่ม
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชกิ ในกล่มุ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
คำชีแ้ จง: ให้นักเรยี นทาเคร่อื งหมาย ในช่องท่ตี รงกับความเป็นจรงิ
พฤติกรรมท่สี ังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. มีความกระตอื รือรน้ ในการทางาน
3. รบั ผิดชอบในงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์กำรให้คะแนน
พฤติกรรมทท่ี าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเปน็ บางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทานอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์กำรให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแกป้ ัญหา
การกาหนด ดาเนนิ สรปุ และ
การศกึ ษา ประเมิน
ลาดับ ชอ่ื – สกุล ปญั หาและทา ค้นควา้ สงั เคราะห์ คาตอบ นาเสนอและ รวม
ที่ ของผ้รู บั การ ความเข้าใจ ความรู้ ประเมินผล 20
ประเมนิ ปญั หา คะแนน
43214321432143214321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ
มีทักษะ/กระบวนการดมี าก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มีทกั ษะ/กระบวนการพอใช้
มีทกั ษะ/กระบวนการทตี่ ้องปรับปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
18-20 ดีมาก
14-17 ดี
10-13 พอใช้
ปรบั ปรุง
ต่ากว่า 10
สัปดำห์ที่ 16 หน่วยท่ี 4 เรอ่ื ง แนวทำงกำรพัฒนำโครงงำน
รหัสวิชำ ว31181 ช่ือวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษำปที ี่ 4
วนั ทส่ี อน ....... เดอื น...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรยี นท่ี 1 ปกี ำรศึกษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได/้ ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไม่ได/้ ไม่ครบ ตามแผนการจัดการเรียนรู้ เนอื่ งจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรียนของนักเรียน
จานวนนกั เรยี นที่ผ่านการประเมนิ .......................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ .................................
จานวนนกั เรียนทไี่ ม่ผา่ นการประเมิน ...................... คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ .................................
ได้แก่ ............................................................................................................................. ........................
.......................................................................................................... .....................................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กิจกรรมการเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา
มีนักเรยี นทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทันตามกาหนดเวลา
มนี ักเรยี นทีไ่ ม่สนใจเรียน
อืน่ ๆ .............................................................................................................................................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรับปรุง เร่ือง ......................................................................................................
แนวทางแกไ้ ขนกั เรียนที่ไมผ่ า่ นการประเมนิ ..................................................................................
ไม่มขี ้อเสนอแนะ
ลงชื่อ ........................................... ครูผ้สู อน
(นายอนุรกั ษ์ เตชะเถลงิ ผล)
______________________________________________________________________________
บนั ทกึ หลังการสอน ตามแผนการจัดการเรยี นรูฉ้ บบั น้ี ได้รบั การพจิ ารณาจากกลุ่มบริหารวชิ าการแล้ว
ลงชอื่ ........................................... ลงช่อื ...........................................
( นางบษุ รา มง่ิ ขวัญ ) (นางสาวเกศนิ ี พันธุมจนิ ดา)
รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ลงชอื่ ...........................................
(นางชฏาพร เธียรศิรพิ ิพัฒน์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธัญบุรี
ข้อเสนอแนะของหัวหน้ำสถำนศกึ ษำหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด/ผลการเรียนรู้
มีกิจกรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อื่ การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ ีการวัดและประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่อื .................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ท่ี ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ดั /ผลการเรยี นรู้
เหน็ ควรอนุญาตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรยี นรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันท่ี ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนุญาต ดาเนนิ การสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ...................................................
(นางชฏาพร เธียรศริ พิ ิพัฒน์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นธัญบุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ท่ี 2
รำยวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 รหสั ว31181 ช้ันมธั ยมศึกษำปีท่ี 4
หนว่ ยกำรเรียนรูท้ ี่ 4 กำรพัฒนำโครงงำน เรื่อง กำรดำเนินกำรทำโครงงำน เวลำเรียน 2 คำบ
ภำคเรียนท่ี 1 ปกี ำรศกึ ษำ 2564 โรงเรยี นธญั บรุ ี
วันทสี่ อน 6 เดือน กนั ยำยน พ.ศ. 2564 ถึงวันที่ 10 เดือน กนั ยำยน พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรียนรู้ / ตวั ชี้วัด
สำระท่ี 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดยคานงึ ถึง
ผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม และส่ิงแวดลอ้ ม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รูเ้ ท่าทนั และมีจริยธรรม
ตวั ชีว้ ดั ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดข้ึน
ภายใต้กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมทั้งเสนอแนวทางการ
พฒั นาต่อยอด
ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณการกับวิชาอื่น
อย่างสรา้ งสรรค์ และเช่อื มโยงกบั ชีวิตจรงิ
2. สำระสำคญั
การทาโครงงานคอมพวิ เตอร์หรือโครงงานประเภทใดกต็ าม ส่ิงสาคัญคือการวางแผนการทาโครงงานอยา่ ง
เป็นข้ันตอนและการปฏิบัติตามแผนท่ีวางไว้ เมื่อปฏิบัติตามแผนที่วางไว้แล้วหากเกิดปัญหาก็จะสามารถหาทาง
แก้ไขได้โดยง่ายกวา่ การปฏิบัติโดยไม่ไดว้ างแผน ดงั นน้ั ข้ันตอนการวางแผนการทาโครงงาน จงึ เปน็ สิ่งสาคัญทจี่ ะทา
ให้การทาโครงงานประสบความสาเรจ็ ไปไดด้ ้วยดี
3. สำระกำรเรยี นรู้
3.1 ควำมรู้
1. การวางแผนและออกแบบโครงงาน
2. การดาเนินการทาโครงงาน
3.2 ทกั ษะ/กระบวนกำร
1. การวิเคราะห์
2. การแกป้ ัญหา
3. การเขยี นโปรแกรมคอมพวิ เตอร์
3.3 สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3.4 คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ ม่ันในการทางาน
4. กระบวนกำรจัดกำรเรียนกำรสอน : ใช้การสอนแบบโครงงาน
4.1 กจิ กรรมนำเข้ำสกู่ ำรเรียน
1. นักเรยี นทบทวนหัวข้อโครงงานของตนเอง
2. นักเรียนร่วมกันนาเสนอแนวคิดหลังจากท่ีได้หัวข้อโครงงานแล้ว นักเรียนควรจะดาเนินการอย่างไร
ต่อไป
3. ครูให้แนวคดิ เพ่มิ เติม และอธิบายขัน้ ตอนการทาโครงงาน
4.2 กจิ กรรมพฒั นำกำรเรียนรู้
1. ครูอธิบายการวางแผนและการออกแบบโครงงาน
2. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปความรู้เก่ียวกบั การวางแผนและการออกแบบโครงงาน
3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มดาเนนิ การทาโครงงานของตนเอง
4. ครอู ธบิ ายเก่ียวกบั การนาเสนอโครงงาน เล่มรายงาน และวธิ กี ารนาเสนอโครงงานให้เกิดความน่าสนใจ
5. ครมู อบหมายงานใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทาโครงงานใหเ้ สรจ็ สิ้นและเตรยี มส่งและนาเสนอในชั่วโมงเรียน
คร้ังต่อไป
4.3 กิจกรรมสรุปกำรเรยี นรู้
1. นักเรยี นร่วมกันสรุปความรู้เก่ยี วกบั การวางแผนและการออกแบบโครงงาน
2. นกั เรียนสรุปงานทตี่ ้องการและการนาเสนอ
5. สอ่ื กำรเรยี นรู้
1. หนังสอื เรยี นภาษาไพทอน (สสวท.)
6. กำรวัดและประเมนิ ผล วิธีกำร เครื่องมือ เกณฑ์
ดำ้ น - ร้อยละ 80 ขน้ึ ไป
- ระดบั ดีขึ้นไป
ดำ้ นควำมรู้ - นาเสนอองค์ความร้เู ก่ยี วกบั -
การวางแผนและการ - ระดับดีขึ้นไป
ออกแบบโครงงาน - ระดับดีขึ้นไป
ดำ้ นคณุ ธรรม/ - สงั เกตจากพฤตกิ รรมท่ี - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการ
จรยิ ธรรม รับผิดชอบต่องานท่ีไดร้ ับ ทางานกลมุ่
มอบหมาย
- สงั เกตความอดทน การรับ - แบบสังเกตพฤติกรรมการ
ฟังความคดิ เหน็ ของผู้อืน่ การ ทางานกล่มุ
วเิ คราะห์การวจิ ารณ์ผลงาน
ของกลุ่มตนเองและกลุ่มอื่น
ด้ำนทกั ษะ/ - สังเกตจากพฤตกิ รรมทีเ่ กิด - แบบประเมนิ ทักษะ/
กระบวนกำร จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแก้ปญั หา
แก้ปญั หารว่ มกัน
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกล่มุ
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชกิ ในกล่มุ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
คำชีแ้ จง: ให้นักเรยี นทาเคร่อื งหมาย ในชอ่ งท่ตี รงกับความเป็นจรงิ
พฤติกรรมทสี่ ังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มีสว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เห็น
2. มีความกระตอื รือรน้ ในการทางาน
3. รบั ผิดชอบในงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
4. มีข้ันตอนในการทางานอยา่ งเปน็ ระบบ
5. ใช้เวลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์กำรให้คะแนน
พฤติกรรมทท่ี าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเปน็ บางครงั้ ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทานอ้ ยครั้ง ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์กำรให้คะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแกป้ ัญหา
การกาหนด ดาเนนิ สรุปและ
การศกึ ษา ประเมิน
ลาดับ ชอ่ื – สกลุ ปญั หาและทา ค้นควา้ สงั เคราะห์ คาตอบ นาเสนอและ รวม
ที่ ของผ้รู ับการ ความเข้าใจ ความรู้ ประเมินผล 20
ประเมนิ ปญั หา คะแนน
43214321432143214321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
มีทกั ษะ/กระบวนการดีมาก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มีทกั ษะ/กระบวนการพอใช้
มีทกั ษะ/กระบวนการท่ตี ้องปรับปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ต่ากวา่ 10
สัปดำห์ท่ี 17 หนว่ ยท่ี 4 เร่ือง กำรดำเนินกำรทำโครงงำน
รหสั วิชำ ว31181 ช่ือวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษำปที ี่ 4
วนั ทส่ี อน ....... เดอื น...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรยี นท่ี 1 ปกี ำรศกึ ษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได/้ ครบ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้
สอนไม่ได/้ ไม่ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เนือ่ งจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรยี นของนักเรียน
จานวนนกั เรียนท่ีผ่านการประเมิน .......................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ .................................
จานวนนกั เรียนทไ่ี มผ่ ่านการประเมนิ ...................... คน คิดเป็นรอ้ ยละ .................................
ไดแ้ ก่ ...................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. ..................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกบั เวลา
มีนักเรยี นทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกาหนดเวลา
มนี ักเรียนทไ่ี ม่สนใจเรียน
อืน่ ๆ ...................................................................................................................... .......................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรับปรุง เรอ่ื ง ......................................................................................................
แนวทางแก้ไขนักเรยี นที่ไมผ่ ่านการประเมนิ ..................................................................................
ไมม่ ีข้อเสนอแนะ
ลงชอ่ื ........................................... ครผู ูส้ อน
(นายอนุรกั ษ์ เตชะเถลงิ ผล)
______________________________________________________________________________
บนั ทกึ หลงั การสอน ตามแผนการจดั การเรยี นรฉู้ บบั น้ี ไดร้ บั การพจิ ารณาจากกลุ่มบริหารวชิ าการแลว้
ลงชอื่ ........................................... ลงช่ือ ...........................................
( นางบุษรา มิง่ ขวญั ) (นางสาวเกศนิ ี พนั ธุมจินดา)
รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ลงช่ือ ...........................................
(นางชฏาพร เธียรศริ พิ ิพัฒน์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นธญั บรุ ี
ข้อเสนอแนะของหัวหนำ้ สถำนศึกษำหรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรียนรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันที่ ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...................................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ พิ ิพัฒน์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธัญบุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......
แผนกำรจัดกำรเรียนร้ทู ี่ 3
รำยวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 รหสั ว31181 ช้ันมัธยมศกึ ษำปีที่ 4
หนว่ ยกำรเรียนรทู้ ่ี 4 กำรพัฒนำโครงงำน เรอ่ื ง กำรนำเสนอโครงงำน เวลำเรียน 2 คำบ
ภำคเรียนที่ 1 ปีกำรศกึ ษำ 2564 โรงเรียนธญั บุรี
วันท่สี อน 13 เดือน กนั ยำยน พ.ศ. 2564 ถึงวันท่ี 17 เดอื น กนั ยำยน พ.ศ. 2564
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. สำระกำรเรยี นรู้ / ตัวชี้วัด
สำระที่ 4 เทคโนโลยี
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มำตรฐำน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคานึงถึง
ผลกระทบตอ่ ชีวติ สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม
ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธภิ าพ รู้เท่าทัน และมจี ริยธรรม
ตวั ชวี้ ัด ว 4.1 ม.4/4 ทดสอบ ประเมิน วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้น
ภายใต้กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พร้อมท้ังเสนอแนวทางการ
พัฒนาตอ่ ยอด
ว 4.2 ม.4/1 ประยุกต์ใชแ้ นวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานทมี่ ีการบรู ณการกบั วิชาอ่ืน
อยา่ งสรา้ งสรรค์ และเช่อื มโยงกบั ชีวิตจริง
2. สำระสำคัญ
การนาเสนอโครงงานไม่มีรปู แบบตายตัว ข้นึ อยู่กบั สถานการณ์และความเหมาะสม การนาเสนออาจอยู่ใน
รูปแบบโปรแกรมนาเสนอหรือโปสเตอร์ โดยทั่วไปแล้ว การนาเสนอควรมีสาระสาคัญ คือ ข้อมูลของโครงงาน
คาอธิบายถึงเหตุจูงใจในการทาโครงงาน วิธีการดาเนินงาน ผลลัพธ์ของโครงงาน และสรุปผลโครงงาน เป็นต้น
ทั้งนี้การนาเสนอไม่จาเป็นต้องเรียงหัวข้อตามรายงานฉบับสมบูรณ์ แต่ควรท่ีจะยกตัวอย่างท่ีแสดงให้เห็นถึง
ผลกระทบของปัญหา วิธีการแก้ไข และผลท่ีได้รับจากการแก้ปัญหาท่ีชัดเจน โดยให้เน้นไปท่ีความสนใจของผู้ฟัง
เป็นสาคญั
3. สำระกำรเรยี นรู้
3.1 ควำมรู้
1. การนาเสนอโครงงาน
3.2 ทักษะ/กระบวนกำร
1. การวิเคราะห์
2. การแกป้ ัญหา
3. การเขยี นโปรแกรมคอมพิวเตอร์
3.3 สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
3.4 คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุ่งม่นั ในการทางาน
4. กระบวนกำรจดั กำรเรียนกำรสอน : ใช้การสอนแบบโครงงาน
4.1 กิจกรรมนำเขำ้ สู่กำรเรียน
1. ครยู กตัวอยา่ งการนาเสนอโครงงานทีน่ า่ สนใจ
2. ครูแสดงวธิ กี ารนาเสนอโครงงานเป็นตวั อยา่ งใหน้ ักเรยี นดู
4.2 กิจกรรมพัฒนำกำรเรียนรู้
1. ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอโครงงานของตนเอง กลุ่มละไม่เกิน 10 นาที
2. หลังจากนาเสนอเสร็จหรอื หมดเวลา ครใู ห้นกั เรยี นที่รับฟงั และมขี ้อสงสัยสอบถามปัญหาเปน็ เวลา 5
นาที
3. ครูใหค้ าแนะนาในการปรบั ปรงุ พัฒนาโครงงาน และการนาเสนอ
4.3 กจิ กรรมสรปุ กำรเรยี นรู้
1. นกั เรียนรว่ มกันสรุปความรู้ทไ่ี ดร้ บั จากการทาโครงงาน
2. ครูสรุปประโยชน์ของการทางานโครงงานคอมพิวเตอร์ และแนวทางในการพฒั นาเพื่อให้เกดิ นวัตกรรม
ตอ่ ไป
5. สือ่ กำรเรยี นรู้
1. หนังสือเรียนภาษาไพทอน (สสวท.)
6. กำรวดั และประเมนิ ผล วิธีกำร เครอื่ งมอื เกณฑ์
ดำ้ น - รอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป
- ระดับดขี ึ้นไป
ดำ้ นควำมรู้ - นาเสนอโครงงาน -
คอมพวิ เตอร์ - ระดับดีขึ้นไป
ดำ้ นคุณธรรม/ - สังเกตจากพฤติกรรมที่ - แบบสังเกตพฤติกรรมการ - ระดบั ดีขึ้นไป
จริยธรรม รบั ผิดชอบตอ่ งานที่ไดร้ บั ทางานกลุ่ม
มอบหมาย
- สงั เกตความอดทน การรบั - แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการ
ฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อ่นื การ ทางานกลุ่ม
วิเคราะห์การวจิ ารณผ์ ลงาน
ของกลุ่มตนเองและกลมุ่ อ่ืน
ด้ำนทกั ษะ/ - สงั เกตจากพฤตกิ รรมทเ่ี กิด - แบบประเมินทักษะ/
กระบวนกำร จากการทางานกลุ่มในการ กระบวนการในการแกป้ ญั หา
แก้ปัญหารว่ มกัน
แบบประเมนิ พฤติกรรมการทางานกล่มุ
กลุ่ม ..........................................................................................................
สมาชกิ ในกล่มุ 1. 2....................................................................... ......................................................................
3. 4....................................................................... ......................................................................
5. 6....................................................................... ......................................................................
คำชีแ้ จง: ให้นักเรยี นทาเคร่อื งหมาย ในช่องท่ตี รงกับความเป็นจรงิ
พฤติกรรมท่สี ังเกต 3 คะแนน 1
2
1. มสี ว่ นรว่ มในการแสดงความคดิ เหน็
2. มีความกระตอื รือรน้ ในการทางาน
3. รับผิดชอบในงานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
4. มขี ้ันตอนในการทางานอย่างเปน็ ระบบ
5. ใชเ้ วลาในการทางานอย่างเหมาะสม
รวม
เกณฑ์กำรให้คะแนน
พฤติกรรมทท่ี าเปน็ ประจา ให้ 3 คะแนน
พฤตกิ รรมทท่ี าเปน็ บางครง้ั ให้ 2 คะแนน
พฤติกรรมท่ีทานอ้ ยครงั้ ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์กำรใหค้ ะแนน
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
13-15 ดี
8-12 ปานกลาง
5-7 ปรบั ปรุง
แบบประเมนิ ทกั ษะ/กระบวนการในการแกป้ ัญหา
การกาหนด ดาเนนิ สรุปและ
การศกึ ษา ประเมิน
ลาดับ ชอ่ื – สกลุ ปญั หาและทา ค้นควา้ สงั เคราะห์ คาตอบ นาเสนอและ รวม
ที่ ของผ้รู ับการ ความเข้าใจ ความรู้ ประเมินผล 20
ประเมนิ ปญั หา คะแนน
43214321432143214321
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ
มีทกั ษะ/กระบวนการดีมาก
มที กั ษะ/กระบวนการดี ............../.................../...............
มีทกั ษะ/กระบวนการพอใช้
มีทกั ษะ/กระบวนการท่ตี ้องปรับปรุง ให้ 4 คะแนน
ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ระดับคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ดีมาก
18-20 ดี
14-17 พอใช้
10-13 ปรบั ปรุง
ต่ากวา่ 10
สัปดำหท์ ี่ 18 หน่วยท่ี 4 เรอื่ ง กำรนำเสนอโครงงำน
รหัสวชิ ำ ว31181 ช่ือวิชำ วิทยำกำรคำนวณ1 ระดับชัน้ มธั ยมศึกษำปีท่ี 4
วนั ที่สอน ....... เดอื น...................พ.ศ. ……..…. จำนวน …….. คำบ ภำคเรยี นที่ 1 ปกี ำรศึกษำ2564
***********************************************************
1. ผลการสอน
สอนได/้ ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้
สอนไมไ่ ด/้ ไม่ครบ ตามแผนการจดั การเรียนรู้ เนอ่ื งจาก .............................................................
............................................................................................................................. ...............................................
2. ผลการเรียนของนักเรยี น
จานวนนักเรยี นทผ่ี า่ นการประเมนิ .......................... คน คดิ เป็นร้อยละ .................................
จานวนนักเรียนท่ไี มผ่ ่านการประเมนิ ...................... คน คิดเป็นร้อยละ .................................
ไดแ้ ก่ ...................................................................................................................... ...............................
............................................................................................................................. ..................................
3. ปัญหาและอปุ สรรค
กจิ กรรมการเรยี นรู้ ไม่เหมาะสมกับเวลา
มนี ักเรียนทาใบงาน/ใบกิจกรรมไม่ทนั ตามกาหนดเวลา
มีนักเรยี นที่ไมส่ นใจเรียน
อน่ื ๆ ...................................................................................................................... .......................
4. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
ควรนาแผนไปปรบั ปรุง เรือ่ ง ......................................................................................................
แนวทางแก้ไขนกั เรยี นท่ีไมผ่ ่านการประเมิน ..................................................................................
ไม่มีข้อเสนอแนะ
ลงชื่อ ........................................... ครผู ู้สอน
(นายอนุรักษ์ เตชะเถลิงผล)
______________________________________________________________________________
บันทึกหลังการสอน ตามแผนการจัดการเรยี นรฉู้ บบั น้ี ได้รับการพจิ ารณาจากกลุ่มบริหารวิชาการแลว้
ลงช่ือ ........................................... ลงช่ือ ...........................................
( นางบุษรา มงิ่ ขวัญ ) (นางสาวเกศินี พันธมุ จนิ ดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารวชิ าการ
หวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ลงชอ่ื ...........................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ ิพิพัฒน์)
ผู้อานวยการโรงเรยี นธัญบรุ ี
ข้อเสนอแนะของหัวหนำ้ สถำนศึกษำหรอื ผู้ท่ีไดร้ ับมอบหมำย
ความเห็นของหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
สาระการเรยี นรูส้ อดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้วี ดั /ผลการเรียนรู้
มีกจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีเหมาะสม
มสี อ่ื การเรยี นรู้ทเี่ หมาะสม
มีวธิ กี ารวดั และประเมินผลเหมาะสม
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชื่อ.................................................
( นางบษุ รา ม่ิงขวญั )
หัวหน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วนั ที่ ..26....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของรองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
เห็นควรอนญุ าตใหใ้ ชเ้ ปน็ แผนการจัดการเรียนรู้
ขอ้ เสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอื่ .................................................
(นางสาวเกศินี พันธุมจินดา)
รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารวิชาการ
วันที่ ..27....พฤษภาคม...2564......
ความเห็นของผู้อานวยการสถานศกึ ษา
อนญุ าต ดาเนินการสอนตามแผนการจัดการเรยี นรู้ได้
ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื ...................................................
(นางชฏาพร เธยี รศริ พิ ิพัฒน์)
ผอู้ านวยการโรงเรยี นธัญบุรี
วนั ที่ ..28....พฤษภาคม...2564......