The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ 2-2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 63040113130, 2024-01-31 04:02:05

แผนการจัดการเรียนรู้ 2-2566

แผนการจัดการเรียนรู้ 2-2566

6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ(Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน จากนั้นแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ 2. ครูพูดคุยสนทนากับนักเรียน จากนั้นครูถามนักเรียนว่า “ตอนเช้า/ตอนเที่ยง นักเรียนรับประทาน อะไรบ้าง”โดยให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระไม่มีการเฉลยว่าถูก หรือผิด (แนวตอบ : ขึ้นอยู่กับสิ่งที่นักเรียนรับประทาน เช่น ไส้กรอกทอด ไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ต้ม หมูทอด ไก่ทอด เป็นต้น) 3. ครูยกตัวอย่างอาหารที่นักเรียนรับประทาน เช่น ไข่ต้ม แล้วครูตั้งประเด็นค าถามกระตุ้นความคิด นักเรียนว่า “นักเรียนคิดว่าไข่ต้ม เป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของไข่ หรือไม่ อย่างไร” (แนวตอบ : ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เนื่องจากไข่เมื่อเพิ่มความร้อนจนสุก จะเปลี่ยน สถานะจากของเหลวเป็นของแข็ง แต่เมื่อไข่ต้มที่สุกแล้ว ลดความร้อนลง จะไม่สามารถเปลี่ยน สถานะกลับเป็นของเหลวดังเดิมได้) 4. นักเรียนดูภาพในบทที่ 2การเปลี่ยนแปลงทางเคมีจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูถามค าถามส าคัญประจ าบทว่า “จากภาพเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือไม่ เพราะเหตุใด”โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายเพื่อหาค าตอบ (แนวตอบ : เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เนื่องจากเหล็กเมื่อโดนน้้าและอากาศท้าให้เกิดสนิม เหล็ก ท้าให้สีของเหล็กเปลี่ยนไปจากเดิม และเกิดสนิมเหล็กซึ่งเป็นสารใหม่) 5. นักเรียนเรียนรู้ค าศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในบทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงทางเคมี จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน จ านวน 1คน ให้เป็นผู้อ่านน า และให้นักเรียนที่อยู่ในชั้นเรียนเป็นผู้อ่านตามทีละค า ดังนี้ ชั่วโมงที่ 1 ขั้นน า Chemical Change (‘เค็มมิคัล เชนจ) การเปลี่ยนแปลงทางเคมี Changes of Color (ชนจ ออฟว ‘คัลเลอ) สีเปลี่ยน Rust (รัสท) สนิม


6. นักเรียนท ากิจกรรมน าสู่การเรียน โดยอ่านสถานการณ์จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 แล้วตอบค าถาม ลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท้างานรายบุคคล) ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นหา(Explore) 1. ครูน าลูกอม 4 รสชาติได้แก่ ลูกอมรสโคล่า ลูกอมรสสตอว์เบอร์รี่ ลูกอมรสมิ้นต์ และลูกอม รสมะนาว มาวางไว้หน้าชั้นเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนเลือกลูกอมคนละ 1 เม็ด รสชาติใดก็ได้ จากนั้นครูแจ้งให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 4 คน โดยแต่ละกลุ่มจะต้องประกอบไปด้วย นักเรียนที่มีลูกอมครบทั้ง 4 รสชาติได้แก่ ลูกอมรสโคล่า ลูกอมรสสตอว์เบอร์รี่ ลูกอมรสมิ้นต์ และลูกอมรสมะนาว 2. เมื่อนักเรียนแบ่งกลุ่มเรียบร้อย ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการ เรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเรื่องที่ได้ศึกษา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปความรู้ ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน เพื่อน าส่งครูท้ายชั่วโมง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท้างานกลุ่ม) 4. ครูตั้งประเด็นค าถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนว่า “การเปลี่ยนแปลงใดบ้าง ที่เป็น การเปลี่ยนแปลงทางเคมี”โดยให้แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเพื่อหาค าตอบ (แนวตอบ : การเผาไหม้ การเกิดสนิม การท้าขนมครก ไข่ต้ม การสุกของสตอว์เบอร์รี่) ขั้นสอน Physical Change (‘ฟิซิคัล เชนจ) การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ Vaporisation (‘เวเพอไรเซชัน) การกลายเป็นไอ Physical Change (‘ฟิซิคัล เชนจ) การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ Vaporisation (‘เวเพอไรเซชัน) การกลายเป็นไอ Physical Change (‘ฟิซิคัล เชนจ) การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ Vaporisation (‘เวเพอไรเซชัน) การกลายเป็นไอ


ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นหา(Explore) (ต่อ) 5. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - ช้อนโลหะ 1 คัน - กระดาษ 1 แผ่น - ไม้ขีดไฟ 1 กลัก - ผงชูรสแท้ 1ซอง - กระก๋องโลหะ 1 ใบ - ขวดแก้วปากแคบ 1 ใบ - ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ 1 ชุด - ผงฟู 1 ซอง - ลูกโป่ง 1 ใบ - น้ าส้มสายชู 1 ขวด - กรวยกรอกน้ า 1 อัน - หลอดดูดน้ า 1 หลอด - หลอดทดลองขนาดเล็ก 1 หลอด - น้ าปูนใส 1/2 ของหลอดทดลองขนาดเล็ก 6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ป.5เล่ม 2 7. ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 1 การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็น แนวทางการปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมที่ 1การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร โดยปฏิบัติ กิจกรรม ดังนี้ 1) ศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 อย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยให้สอบถามครู 2) ร่วมกันก าหนดปัญหาและตั้งสมมติฐานในการปฏิบัติกิจกรรม แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจ าตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3) ร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกขั้นตอน จากนั้นบันทึกผลลงใน สมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท้างานกลุ่ม) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้วอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน


ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด จนครบทุกกลุ่ม ในระหว่างที่นักเรียนน าเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียน มีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ: ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการน้าเสนอผลงาน) 11. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 การเปลี่ยนแปลงทางเคมี ของสาร ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “เมื่อเผากระดาษหรือผงชูรสแท้ พบว่ากระดาษหรือผงชูรสแท้ จะไหม้ กลายเป็นเถ้าถ่านสีด้า เมื่อเป่าลมใส่น้้าปูนใส พบว่าน้้าปูนใสจะขุ่น และมีตะกอนเกิดขึ้น เมื่อเทผงฟูลงในน้้าส้มสายชู พบว่ามีฟองแก๊สเกิดขึ้น” 12. นักเรียนแต่ละคนท ากิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบ ค าถามลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 13. นักเรียนแต่ละคนใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR Code เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีจากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 จากนั้นครูตั้งประเด็นค าถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “เราสามารถสังเกตได้อย่างไรว่าสารใหม่ที่เกิดขึ้นการจากเปลี่ยนแปลง เป็นการเปลี่ยนแปลง ทางเคมี” (แนวตอบ : สารที่ได้มีสีต่างจากสารเดิม สารที่ได้มีกลิ่นต่างจากสารเดิม เกิดแสงหรือเสียงขึ้น เกิดฟองแก๊สขึ้น มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอุณหภูมิ เกิดตะกอนขึ้น) 14. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูล เพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมี ผลดีและผลเสียจากการเกิดปฏิกิริยาเคมีของสาร จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต 15. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารว่า “การเปลี่ยนแปลง ทางเคมีของสารต่างจาการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของสาร โดยการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของ สารจะท้าให้เกิดสารใหม่ สมบัติของสารใหม่ที่ได้เปลี่ยนไปจากเดิม เป็นการเปลี่ยนแปลง ชั่วโมงที่ 3 ขั้นสอน


องค์ประกอบภายในของสาร และสารใหม่ที่ได้กลับคืนสู่สภาพเดิมไม่ได้หรือท้าได้ยาก” 16. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร และให้ความรู้เพิ่มเติมจากค าถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การเปลี่ยนแปลง ทางเคมีของสารในการอธิบายเพิ่มเติม 17. นักเรียนแต่ละคนท าใบงานที่ 5.4.1เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร เป็นการบ้านส่งใน ชั่วโมงถัดไป 18. นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปสาระส าคัญประจ า บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยเขียน เป็นแผนผังมโนทัศน์ ลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน 19. นักเรียนแต่ละคนท ากิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 2การเปลี่ยนแปลงทางเคมี จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 ลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 20. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4 คน จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษากิจกรรมสร้างสรรค์ผลงงาน จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยให้เลือกผักหรือผลไม้กลุ่มละ 1 ชนิดช่วยกันสังเกต และบันทึกผลการเปลี่ยนแปลงทางเคมีอย่างน้อย 1 สัปดาห์ แล้วน าข้อมูลที่ได้จากการสังเกตมา จัดท าเป็นรายงาน เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของผักและผลไม้ ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. นักเรียนแต่ละคนดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 จากนั้นครูถามนักเรียนเป็นรายบุคคลตามรายการข้อ 1-5 เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียนหลังจากการเรียนจบบทที่ 2การเปลี่ยนแปลงทางเคมี 2. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค าถาม พฤติกรรมการท างานรายบุคคล พฤติกรรมการท างานกลุ่ม และจากการน าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน 3. ครูตรวจสอบผลการท ากิจกรรมน าสู่การเรียน ในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 4. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร ในสมุดประจ าตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 5. ครูตรวจสอบผลการท ากิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 6. ครูตรวจสอบผลการท าใบงานที่ 5.4.1 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร 7. ครูตรวจผลการท ากิจกรรมสรุปสาระส าคัญประจ า บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลงทางเคมี ในสมุดประจ าตัวนักเรียน 8. ครูตรวจสอบผลการท ากิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 2การเปลี่ยนแปลงทางเคมี ในสมุดประจ าตัว ขั้นสรุป


นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 9. ครูตรวจสอบรายงาน เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของผักและผลไม้ ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม 10. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร คือ การเปลี่ยนแปลงของสารชนิดเดียว หรือการท้าปฏิกิริยา ระหว่างสาร 2 ชนิดขึ้นไปแล้วเกิดสารใหม่ ซึ่งมีสมบัติต่างไปต่างเดิม และท้าให้กลับมาเป็นสารเดิม ได้ยาก โดยสามารถสังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากสารใหม่ได้หลายอย่าง เช่น สีที่จากต่าง เดิม กลิ่นที่ต่างจากเดิม อาจมีเสียงหรือแสงเกิดขึ้น มีฟองแก๊สเกิดขึ้น มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของ อุณหภูมิ หรือมีตะกอนเกิดขึ้น”


7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) กิจกรรมน าสู่ การเรียน - ตรวจสมุดประจ าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 การเปลี่ยนแปลง ทางเคมีของสาร - ตรวจสมุดประจ าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจ าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) การเปลี่ยนแปลง ทางเคมีของสาร - ตรวจใบงานที่ 5.4.1 - ใบงานที่ 5.4.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 5) กิจกรรมสรุป สาระส าคัญประจ า บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลง ทางเคมี - ตรวจสมุดประจ าตัว - สมุดประจ าตัว - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์


รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 6) กิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 2 การเปลี่ยนแปลง ทางเคมี - ตรวจสมุดประจ าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 7) การน าเสนอ ผลงาน/ผลการ ปฏิบัติกิจกรรม - ประเมินการน าเสนอ ผลงาน/ผลการปฏิบัติ กิจกรรม - แบบประเมินการ น าเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8) พฤติกรรมการ ท างานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท างานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9) พฤติกรรมการ ท างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 10)คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ท างาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7.2 การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจรายงาน เรื่อง การเปลี่ยนแปลง ทางเคมีของผักและ ผลไม้ - แบบประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเปลี่ยนแปลง 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเปลี่ยนแปลง 3) ใบงานที่ 5.4.1 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร 5) PowerPoint เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร 6)ลูกอม 4 รสชาติ 7) สมุดประจ าตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2)อินเทอร์เน็ต


ใบงานที่ 5.4.1 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร เด็กหญิง ก. ซื้อแกงกะทิจากตลาด ช่วงเช้า จากนั้นเด็กหญิง ก. ตั้งแกงกะทิทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร ในช่วงเย็น เด็กหญิง ก. น าแกงกะทิมาเทใส่จานเพื่อรับประทาน พบว่า แกงกะทิมีกลิ่นเหม็น จากข้อมูลดังกล่าว นักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงของแกงกะทิ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี หรือไม่สังเกตได้อย่างไร ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................... ................ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ให้นักเรียนน าค าในสี่เหลี่ยมด้านล่างนี้ เติมลงในช่องว่างด้านล่าง เกิดสารใหม่ เปลี่ยนแปลงรูปร่าง ภายนอก เปลี่ยนสถานะกลับ สู่สภาพเดิมไม่ได้ สมบัติของสาร คงเดิม เปลี่ยนสถานะ กลับไปกลับมาได้ สมบัติของสาร เปลี่ยนแปลง ได้สารเดิม เปลี่ยนแปลง องค์ประกอบภายใน การเปลี่ยนแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ


ใบงานที่ 5.4.1 เฉลย เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร เด็กหญิง ก. ซื้อแกงกะทิจากตลาด ช่วงเช้า จากนั้นเด็กหญิง ก. ตั้งแกงกะทิทิ้งไว้บนโต๊ะอาหาร ในช่วงเย็น เด็กหญิง ก. น าแกงกะทิมาเทใส่จานเพื่อรับประทาน พบว่า แกงกะทิมีกลิ่นเหม็น จากข้อมูลดังกล่าว นักเรียนคิดว่าการเปลี่ยนแปลงของแกงกะทิ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี หรือไม่สังเกตได้อย่างไร การเปลี่ยนแปลงของแกงกะทิ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมี เนื่องจากแกงกะทิมีกลิ่นเหม็น ต่างจากตอนแรกที่ซื้อมา แสดงว่าแกงกะทิเกิดปฏิกิริยาทางเคมีเกิดขึ้น ให้นักเรียนน าค าในสี่เหลี่ยมด้านล่างนี้ เติมลงในช่องว่างด้านล่าง เกิดสารใหม่ เปลี่ยนแปลงรูปร่าง ภายนอก เปลี่ยนสถานะกลับ สู่สภาพเดิมไม่ได้ สมบัติของสาร คงเดิม เปลี่ยนสถานะ กลับไปกลับมาได้ สมบัติของสาร เปลี่ยนแปลง ได้สารเดิม เปลี่ยนแปลง องค์ประกอบภายใน การเปลี่ยนแปลงทางเคมี การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เกิดสารใหม่ เปลี่ยนสถานะกลับสู่สภาพเดิมไม่ได้ สมบัติของสารเปลี่ยนแปลง เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบภายใน ได้สารเดิม เปลี่ยนสถานะกลับไปกลับมา สมบัติของสารคงเดิม เปลี่ยนแปลงรูปร่างภายนอก


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเปลี่ยนแปลง เวลา 17 ชั่วโมง เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร เวลา 4 ชั่วโมง โรงเรียนอนุบาลศรีสุทโธ ครูผู้สอน นางสาวกันตพร สุดาทิพย์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 2.1 ป.5/4 วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ผันกลับได้ได้(K) 2. วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ผันกลับไม่ได้ 3. ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อระบุการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ผันกลับได้ได้อย่างถูกต้อง (P) 4. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความร่วมมือในการท ากิจกรรมกลุ่ม (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น เมื่อสารเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว สารสามารถ เปลี่ยนกลับเป็นสารเดิมได้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผัน กลับได้ เช่น กา รหลอมเหลว กา รกลายเป็นไอ การละลาย แต่สารบางอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว ไม่สาม ารถเปลี่ยนกลับเป็นสารเดิมได้ เป็นการ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ เช่น การเผาไหม้ การเกิด สนิม พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา


4. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด เมื่อสารเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วสามารถเปลี่ยนกลับเป็นสารเดิมได้ เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงที่ผัน กลับได้ เช่น การหลอมเหลว การกลายเป็นไอ การแข็งตัว การละลาย เป็นต้น ส่วนสารที่เกิดการ เปลี่ยนแปลงแล้วไม่สามารถเปลี่ยนกลับเป็นสารเดิมได้ เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ เช่น การเผาไหม้ การสุกของผลไม้ การเกิดสนิม เป็นต้น 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการทดลอง 3) ทักษะการตั้งสมมติฐาน 4) ทักษะการท างานร่วมกัน 5) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลง ข้อสรุป 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. มีวินัยรับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ซื่อสัตย์ สุจริต 4. มุ่งมั่นในการท างาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ(Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน จากนั้นครูทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมี และการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ โดยครูแจกกระดาษสีเหลือง และสีแดง ให้นักเรียนคนละ 2 สี จากนั้นครูชี้แจงให้นักเรียนปฏิบัติดังนี้ กระดาษสีเหลือง แทนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ กระดาษสีแดง แทนการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ชั่วโมงที่ 1 ขั้นน า


2. ครูยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงของสารในชีวิตประจ าวัน 10 ตัวอย่าง เช่น การเผากระดาษ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนวิเคราะห์ว่า “ตัวอย่างดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ หรือการเปลี่ยนแปลงทางเคมี” 3. นักเรียนยกกระดาษสี เพื่อตอบค าถาม หากนักเรียนตอบถูกจะได้คะแนนรวม 1 คะแนน จากนั้นครูรวบรวมคะแนนสะสมของนักเรียนแต่ละคน โดยครูกล่าวชื่นชมนักเรียนที่ได้คะแนน สูงสุด 4. นักเรียนดูภาพในบทที่ 3การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสารจากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นครูถามค าถามส าคัญประจ าบทว่า “การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับ ไม่ได้คืออะไร”โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นโดยไม่มีการเฉลยว่า ถูกหรือผิด (แนวตอบ : การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ คือ การที่สารเกิดการเลี่ยนแปลงแล้วไม่สามารถ เปลี่ยนกลับเป็นสารเดิมได้) 5. นักเรียนเรียนรู้ค าศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในบทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับ ไม่ได้ของสารจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน จ านวน 1 คน ให้เป็นผู้อ่านน า และให้นักเรียนที่อยู่ในชั้นเรียนเป็นผู้อ่านตามทีละค า ดังนี้ 6. นักเรียนท ากิจกรรมน าสู่การเรียน โดยอ่านสถานการณ์จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 แล้วตอบค าถาม ลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล) ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นหา(Explore) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 4 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ และผันกลับไม่ได้ของสาร จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเรื่องที่ได้ศึกษา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปความรู้ ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน เพื่อน าส่งครูท้ายชั่วโมง ขั้นสอน Irreversible Change (อิริ’ เวอซึบึล เชนจ) การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ Reversible Change (ริ’ เวอซึบึล เชนจ) การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ Melting (‘เม็ลทิง) การหลอมเหลว Dissolution (ดิสโซ’ ลูชัน) การละลาย


(หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม) 3. ครูตั้งประเด็นค าถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนว่า “การหลอมเหลวของน้ าแข็งขั้วโลก เป็นการ เปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้หรือไม่ เพราะเหตุใด”โดยให้แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเพื่อหาค าตอบ (แนวตอบ : การหลอมเหลวของน้ าแข็งขั้วโลก เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ เพราะในปัจจุบัน ขั้วโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น จึงท าให้น้ าแข็งเกิดการละลาย แต่ถ้าขั้วโลกมีอุณหภูมิที่ลดลงจนถึงระดับ หนึ่ง จะท าให้น้ าแข็งที่เคยละลายเกิดการแข็งตัวเช่นเดิม) ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นหา(Explore) (ต่อ) 4. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 ดอกอัญชันเปลี่ยนสีจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้ - ดอกอัญชันสด 5 ดอก - แท่งแก้วคนสาร 2 อัน - น้ าเปล่า 250 มิลลิลิตร - น้ ามะนาว250 มิลลิลิตร - บีกเกอร์ขนาด 500 มิลลิลิตร - ไม้ขีดไฟ 1 กลัก - หลอดหยด 3 อัน - น้ าสบู่ 250 มิลลิลิตร - หลอดทดลอง 1 หลอด - ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ 1 ชุด 5. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั้นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 ดอกอัญชันเปลี่ยนสี จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 6. ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 1 ดอกอัญชันเปลี่ยนสีให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนวทางการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ถูกต้อง 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมที่ 1ดอกอัญชันเปลี่ยนสี โดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 1) ศึกษาขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 อย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยให้สอบถามครู 2) ร่วมกันก าหนดปัญหาและตั้งสมมติฐานในการปฏิบัติกิจกรรม แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจ าตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3) ร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั้นตอนให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกขั้นตอน จากนั้นบันทึกผลลงใน สมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานกลุ่ม) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้วอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน


ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 9. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด จนครบทุกกลุ่ม ในระหว่างที่นักเรียนน าเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียน มีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ: ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการน าเสนอผลงาน) 10. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 ดอกอัญชันเปลี่ยนสี ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “เมื่อน าดอกอัญชันไปต้มในน้ าเดือด จะได้น้ าอัญชันที่มีน้ าเงิน เมื่อน าน้ า มะนาวหยดลงในน้ าอัญชันที่มีสีน้ าเงินจะเกิดการเปลี่ยนสีของน้ าอัญชันเป็นสีม่วง และเมื่อน าน้ า สบู่หยดลงในน้ าอัญชันที่มีสีม่วง จะเกิดการเปลี่ยนสีของน้ าอัญชันเป็นสีน้ าเงิน ึึ่งจากการทดลอง ดังกล่าวสรุปได้ว่าการเปลี่ยนสีของน้ าอัญชันเป็นการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ผันกลับได้” 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า “การเปลี่ยนแปลงทางเคมี มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ผันกลับได้ ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนสีของน้ าอัญชัน และ การเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ผันกลับไม่ได้ เช่น การเผาไหม้ของกระดาษ เป็นต้น” 12. ครูตั้งประเด็นค าถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “นอกจากการเผาไหม้ของกระดาษ นักเรียนคิดว่า เราสามารถพบเห็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่ผันกลับไม่ได้ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจ าวัน อะไรอีกบ้าง”โดยให้แต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเพื่อหาค าตอบ (แนวตอบ : การเกิดสนิมของเหล็ก การสุกของผลไม้เป็นต้น) 13. นักเรียนแต่ละคนท ากิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบ ค าถามลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 14. นักเรียนแต่ละคนใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR Code เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 จากนั้นครูตั้งประเด็นค าถามกระตุ้นความคิดนักเรียนว่า “การละลายของสารในน้ า เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้หรือผันกลับไม่ได้” (แนวตอบ : การละลายของสารในน้ าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ โดยเมื่อเพิ่มความร้อนให้ อุณหภูมิสูงในระดับหนึ่ง สารเดิมจะเปลี่ยนสถานะเป็นสถานะเดิมก่อนท าการละลายกับน้ า) ชั่วโมงที่ 3-4 ขั้นสอน


15. นักเรียนแต่ละคนศึกษาค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ของสาร และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ของสาร จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่ง การเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต จากนั้นเขียนสรุปความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าลงใน สมุดประจ าตัวนักเรียน (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท างานรายบุคคล) 16. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร ว่า “การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ ส่วนการเปลี่ยนแปลงทาง เคมี ส่วนใหญ่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ยกเว้นสารบางชนิดที่เมื่อเกิดปฏิกิริยาทางเคมี แล้ว สามารถผันกลับได้ เช่น สีของดอกอัญชัน เป็นต้น” 17. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหา เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ ของสาร และให้ความรู้เพิ่มเติมจากค าถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร ในการอธิบายเพิ่มเติม 18. นักเรียนตอบค าถามท้าทายการคิดขั้นสูง จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ลงในสมุด ประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั้นนักเรียนแต่ละคนท า ใบงานที่ 5.5.1เรื่องการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร เป็นการบ้านส่งใน ชั่วโมงถัดไป 19. นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปสาระส าคัญประจ า บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับ ไม่ได้ของสาร โดยเขียนเป็นแผนผังมโนทัศน์ ลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน 20. นักเรียนแต่ละคนท ากิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 3การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ ของสาร จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 ลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 21. นักเรียนท าแบบทดสอบหลังเรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 5การเปลี่ยนแปลง เพื่อเป็นการวัด ความรู้หลังเรียนของนักเรียน 22. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 3 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษากิจกรรม สร้างสรรค์ผลงาน จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 แล้วช่วยกันส ารวจเกี่ยวกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ของสาร หรือการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ของสารที่เกิดขึ้น ในชีวิตประจ าวัน จากนั้นรวบรวมข้อมูลและจัดท าเป็นใบความรู้ พร้อมตกแต่งให้สวยงาม


ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. นักเรียนแต่ละคนดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 จากนั้นครูถามนักเรียนเป็นรายบุคคลตามรายการข้อ 1-5 เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียนหลังจากการเรียนจบบทที่3 การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับ ไม่ได้ของสาร 2. ครูตรวจสอบผลการท าแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5การเปลี่ยนแปลง เพื่อตรวจสอบความเข้าใจหลังเรียนของนักเรียน 3. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค าถาม พฤติกรรมการท างานรายบุคคล พฤติกรรมการท างานกลุ่ม และจากการน าเสนอผลการท ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน 4. ครูตรวจสอบผลการท ากิจกรรมน าสู่การเรียน ในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 5. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 ดอกอัญชันเปลี่ยนสีในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 6. ครูตรวจสอบผลการท ากิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 7. ครูตรวจ ค าถามท้าทายการคิดขั้นสูง ในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 8. ครูตรวจสอบผลการท าใบงานที่ 5.5.1 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร 9. ครูตรวจผลการท ากิจกรรมสรุปสาระส าคัญประจ า บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และ ผันกลับไม่ได้ของสาร ในสมุดประจ าตัวนักเรียน 10. ครูตรวจสอบผลการท ากิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 3การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ ของสาร ในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 11. ครูตรวจชิ้นงาน/ผลงาน ใบความรู้ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร ในชีวิตประจ าวัน ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม 12. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ของสาร คือ การที่สารเกิดการเปลี่ยนแปลง แล้ว สามารถเปลี่ยนกลับเป็นสารเดิมได้ เช่น การหลอมเหลว การกลายเป็นไอ การเปลี่ยนสีของ ดอกอัญชัน ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ การที่สารเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วไม่สามารถ กลับเป็นสารเดิมได้ เช่น การเผาไหม้ การเกิดสนิม” ขั้นสรุป


7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) กิจกรรมน าสู่ การเรียน - ตรวจสมุดประจ าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 ดอกอัญชันเปลี่ยน สี - ตรวจสมุดประจ าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจ าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) กิจกรรมท้าทาย การคิดขั้นสูง - ตรวจสมุดประจ าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 5) การเปลี่ยนแปลงที่ ผันกลับได้และ ผันกลับไม่ได้ของ สาร - ตรวจใบงานที่ 5.5.1 - ใบงานที่ 5.5.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 6) กิจกรรมสรุป สาระส าคัญประจ า บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงที่ ผันกลับได้และ ผันกลับไม่ได้ของ - ตรวจสมุดประจ าตัว - สมุดประจ าตัว - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์


รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน สาร รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7) กิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 3 การเปลี่ยนแปลงที่ ผันกลับได้และ ผันกลับไม่ได้ของ สาร - ตรวจสมุดประจ าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 8) การน าเสนอ ผลงาน/ผลการ ปฏิบัติกิจกรรม - ประเมินการน าเสนอ ผลงาน/ผลการปฏิบัติ กิจกรรม - แบบประเมินการ น าเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9) พฤติกรรมการ ท างานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท างานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 10) พฤติกรรมการ ท างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การท างานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11)คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ท างาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7.2 การประเมินหลังเรียน - แบบทดสอบ หลังเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 5 การเปลี่ยนแปลง - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 5 การเปลี่ยนแปลง - แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเปลี่ยนแปลง - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 7.3 การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจชิ้นงาน ใบความรู้ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผัน กลับได้และผันกลับ ไม่ได้ของสาร ในชีวิตประจ าวัน - แบบประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเปลี่ยนแปลง 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเปลี่ยนแปลง 3) ใบงานที่ 5.5.1 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1ดอกอัญชันเปลี่ยนสี 5) PowerPoint เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร 6)กระดาษสีเหลือง และสีแดง 7) QR Code เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ 8) สมุดประจ าตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2)อินเทอร์เน็ต


ใบงานที่ 5.5.1 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ คืออะไร ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ คืออะไร ................................................................................................................................... ................ ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ให้นักเรียนท าเครื่อง √ หน้าข้อความที่กล่าวถูกต้องและท าเครื่องหมาย X หน้าข้อความที่ผิด ................. 1) การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของน้ า เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ ................. 2) การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารทุกชนิด เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ ................. 3) การเผาไหม้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ ................. 4) การเปลี่ยนสีของดอกอัญชัน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ ................. 5) การเกิดสนิมเหล็ก เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ ................. 6) การเกิดสนิมเหล็ก เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้เช่นเดียวกับการเผาไหม้ ................. 7) การเปลี่ยนสีของดอกอัญชัน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้เช่นเดียวกับ การเช่นเดียวกับการหลอมเหลวของสสาร


ใบงานที่ 5.5.1 เฉลย เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสาร การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ คืออะไร การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ คือ การที่สารเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว สามารถเปลี่ยนกลับ เป็นสารเดิมได้ เช่น การหลอมเหลว การกลายเป็นไอ การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ คืออะไร การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ คือ การที่สารเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงแล้ว ไม่สามารถกลับ เป็นสารเดิมได้ เช่น การเผาไหม้ การเกิดสนิม ให้นักเรียนท าเครื่อง √ หน้าข้อความที่กล่าวถูกต้องและท าเครื่องหมาย X หน้าข้อความที่ผิด ........√..... 1) การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของน้ า เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ ........X..... 2) การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสารทุกชนิด เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ ........√..... 3) การเผาไหม้ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ ........X..... 4) การเปลี่ยนสีของดอกอัญชัน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ ........X..... 5) การเกิดสนิมเหล็ก เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ ........X..... 6) การเกิดสนิมเหล็ก เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้เช่นเดียวกับการเผาไหม้ ........√..... 7) การเปลี่ยนสีของดอกอัญชัน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ เช่นเดียวกับการเช่นเดียวกับการหลอมเหลวของสสาร


ใบความรู้ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และผันกลับไม่ได้ของสารในชีวิตประจ าวัน ค าชี้แจง : นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 3 คน ช่วยกันส ารวจเกี่ยวกับ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ของสาร หรือการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ของสารที่เกิดขึ้นในชีวิตประจ าวัน จากนั้นรวบรวมข้อมูลและ จัดท าเป็นใบความรู้ พร้อมตกแต่งให้สวยงาม ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้้าและลมฟ้าอากาศ เวลา 17 ชั่วโมง เรื่อง แหล่งน้้าบนโลก เวลา 4 ชั่วโมง โรงเรียนอนุบาลศรีสุทโธ ครูผู้สอน นางสาวกันตพร สุดาทิพย์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/1 เปรียบเทียบปริมาณน ้าในแต่ละแหล่ง และระบุปริมาณน ้าที่มนุษย์สามารถน้ามาใช้ ประโยชน์ได้จากข้อมูลที่รวบรวมได้ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. เปรียบเทียบปริมาณน ้าในแต่ละแหล่งได้(K) 2. เปรียบเทียบปริมาณน ้าจืดและน ้าเค็มบนโลกได้ (K) 3. ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อระบุสัดส่วนของน ้าที่ปกคลุมผิวโลกได้อย่างถูกต้องและเป็นล้าดับขั นตอน (P) 4. มีความใฝ่เรียนรู้และให้ความร่วมมือในการท้ากิจกรรมกลุ่ม (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โลกมีทั งน ้าจืดและน ้าเค็มซึ่งอยู่ในแหล่งน ้าต่าง ๆ ที่มีทั งแหล่งน ้าผิวดิน เช่น ทะเล มหาสมุทร บึง แม่น ้า และแหล่งน ้าใต้ดิน เช่น น ้าในดิน และน ้าบาดาล น ้าทั งหมดของโลกแบ่งเป็นน ้าเค็ม ประมาณร้อยละ 97.5 ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรและแหล่งน ้าอื่น ๆ และ ที่ เห ลื อ อี กป ร ะ ม าณ ร้ อยล ะ 2 . 5 เป็ นน ้ าจืด ถ้าเรียงล้าดับปริมาณน ้าจืดจากมากไปน้อยจะอยู่ที่ ธารน ้าแข็ง และพืชน ้าแข็ง น ้าใต้ดิน ชั นดินเยือกแข็ง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา


คงตัวและน ้าแข็งใต้ดิน ทะเลสาบ ความชื นในดิน ความชื นในบรรยากาศ บึง แม่น ้า และน ้าในสิ่งมีชีวิต 4. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด โลกของเรามีน ้าปกคลุมเป็นส่วนใหญ่ของพื นผิวโลกทั งหมด โดยมีทั งแหล่งน ้าเค็มและแหล่งน ้าจืด ซึ่งมีความส้าคัญต่อการด้ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เราจึงต้องใช้น ้าอย่างประหยัดและคุ้มค่า 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการส้ารวจค้นหา 3) ทักษะการใช้จ้านวน 4) ทักษะการรวบรวมข้อมูล 5) ทักษะการจัดกระท้าเเละสื่อความหมายข้อมูล 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. มีวินัยรับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการท้างาน


6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน แล้วแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ จากนั นนักเรียนท้า แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ เพื่อวัดความรู้เดิมของ นักเรียนก่อนเข้าสู่กิจกรรม 2. นักเรียนอ่านสาระส้าคัญและดูภาพ หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและฟ้าอากาศ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 จากนั นครูกระตุ้นความสนใจโดยใช้ค้าถามว่า “ภาพนี้มีแหล่งน้้า หรือไม่ ถ้ามีแหล่งน้้านักเรียนคิดว่า เป็นแหล่งน้้าจืดหรือแหล่งน้้าเค็ม เพราะอะไร”โดยให้นักเรียน ช่วยกันตอบค้าถามอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด (แนวตอบ : มีแหล่งน้้า เป็นแหล่งน้้าจืด เพราะมีต้นไม้ขึ้นทั้งสองฝั่งของแม่น้้า) 3. นักเรียนดูภาพในบทที่ 1 แหล่งน ้าเพื่อชีวิต จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 จากนั นครู ถามค้าถามส้าคัญประจ้าบทว่า “นักเรียนคิดว่าน้้ามีความส้าคัญกับมนุษย์หรือไม่อย่างไร” แล้วให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพื่อหาค้าตอบ (แนวตอบ : แหล่งน้้ามีความส้าคัญกับมนุษย์ เช่น แหล่งน้้าจืดเป็นน้้าที่น้ามาบริโภคและอุปโภค การคมนาคมขนส่ง เป็นที่อยู่ของสัตว์น้้า ซึ่งมนุษย์น้ามาเป็นอาหาร เป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นต้น) 4. นักเรียนเรียนรู้ค้าศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการเรียนในบทที่ 1 แหล่งน ้าเพื่อชีวิต จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยครูขออาสาสมัครนักเรียน จ้านวน 1 คน ให้เป็นผู้อ่านน้า และให้นักเรียนที่อยู่ในชั นเรียนเป็นผู้อ่านตามทีละค้า ดังนี 5. ครูให้นักเรียนแต่ละคนท้ากิจกรรมน้าสู่การเรียน โดยศึกษาภาพ แล้วตอบค้าถาม ลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท้างานรายบุคคล) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นน า ขั้นสอน Sea (ซี) ทะเล Freshwater (‘เฟรชวอเทอ) แหล่งน ้าจืด Marine (มะ'รีน) แหล่งน ้าเค็ม


ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนในชั นเรียน ตามความสมัครใจ จากนั นครูน้าลูกโลกจ าลอง มาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียนแต่ละคู่ช่วยกันเปรียบเทียบส่วนที่เป็นพื นน ้า พื นดิน และระบุแหล่งน ้าที่ตนเองรู้จัก มาให้มากที่สุดแล้วช่วยกันจ้าแนกประเภทของแหล่งน ้าเหล่านั น โดยอาจตั งเกณฑ์ในการจ้าแนก เช่น น ้าจืดและน ้าเค็ม น ้าผิวดินและน ้าใต้ดิน แหล่งน ้าธรรมชาติแหล่งน ้าที่มนุษย์สร้างขึ น เป็นต้น (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท้างานกลุ่ม) 2. ครูขออาสาสมัครนักเรียน จ้านวน 2 คู่ ออกมาน้าเสนอผลการจ้าแนกประเภทของแหล่งน ้าโดยใช้ เกณฑ์ที่ตนเองก้าหนดขึ นหน้าชั นเรียน คู่ละ 1 เกณฑ์ แล้วเพื่อนในห้องช่วยกันตรวจสอบว่า สามารถจ้าแนกประเภทของแหล่งน ้าตามเกณฑ์นั น ๆ ได้หรือไม่ 3. เมื่อนักเรียนน้าเสนอเสร็จ ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนโดยให้นักเรียนหยิบลูกอมสีต่าง ๆ คนละ 1 เม็ด แล้วให้นักเรียนที่มีเปลือกลูกอมสีเดียวกันอยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิกในกลุ่ม 5 คน 4. เมื่อนักเรียนแบ่งกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง แหล่งน ้าและการอนุรักษ์น ้า จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต 5. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 แหล่งน้ าบนโลก จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั นเรียน ดังนี - สีไม้ 1 กล่อง - ไม้บรรทัด 1 อัน - ดินสอ 1 แท่ง - กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 1 แผ่น - แผนที่โลกขนาด 10*15 เซนติเมตร 6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากนั นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 แหล่งน ้าบนโลก จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 7. ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 1 แหล่งน ้าบนโลก ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ กิจกรรมที่ถูกต้อง 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 แหล่งน ้าบนโลก ตอนที่ 1 โดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี 1) ศึกษาขั นตอนการปฏิบัติกิจกรรมจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 อย่างละเอียด หากมีข้อสงสัยให้สอบถามครู 2) ร่วมกันก้าหนดปัญหาและตั งสมมติฐานในการปฏิบัติกิจกรรม แล้วบันทึกผลลงในสมุดประจ้าตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3) ร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมตามขั นตอนให้ครบถ้วนและถูกต้องทุกขั นตอน จากนั นบันทึกผลลงใน สมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท้างานกลุ่ม)


9. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ผลการปฏิบัติกิจกรรม แล้วอภิปรายผลและสรุปผลการทดลอง ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นหา (Explore) (ต่อ) 10. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษา ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง ปริมาณน ้าจืด น ้าเค็ม และปริมาณน ้าที่มนุษย์สามารถน้ามาใช้ ประโยชน์ได้จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด 11. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิดเพื่อเปรียบเทียบปริมาณน ้าจืดและน ้าเค็ม จากนั น วาดภาพ หรือติดภาพ พร้อมระบุปริมาณน ้าที่มนุษย์สามารถน้ามาใช้ประโยชน์ได้ ลงในกระดาษ แข็งแผ่นใหญ่ พร้อมตกแต่งให้สวยงาม (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท้างานกลุ่ม) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain) 12. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน้าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิด จนครบทุกกลุ่ม ในระหว่างที่นักเรียนน้าเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียน มีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ: ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการน้าเสนอผลงาน) 13. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 แหล่งน ้าบนโลก 14. นักเรียนแต่ละคนท้ากิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบค้าถาม ลงในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 15. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากนั นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับ เรื่อง แหล่งน ้าบนโลก จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด 16. ครูตั งประเด็นค้าถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดง ความคิดเห็นเพื่อหาค้าตอบ ดังนี - แหล่งน ้าบนโลกมีปริมาณน ้าจืดมากกว่าปริมาณน ้าเค็มหรือไม่ อย่างไร (แนวตอบ : มีปริมาณน้้าเค็มมากกว่าปริมาณน้้าจืด ส่วนใหญ่น้้าบนผิวโลกเป็น ทะเล มหาสมุทร) ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน


- น ้ามีความจ้าเป็นต่อการด้ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในด้านใดบ้าง (แนวตอบ : ด้านอุปโภคและบริโภค) - น ้าบนโลกปกคลุมพื นที่เท่าไรของพื นที่ผิวโลกทั งหมด (แนวตอบ : พื้นที่ 3 ใน 4 ส่วนของพื้นที่ผิวโลกทั้งหมด) 17. ครูสุ่มนักเรียน จ้านวน 4 คน ให้ยกตัวอย่างแหล่งน ้าบนโลก ดังนี คนที่ 1 ให้ยกตัวอย่างแหล่งน ้าผิวดิน 2ตัวอย่าง คนที่ 2 ให้ยกตัวอย่างแหล่งน ้าใต้ดิน 2ตัวอย่าง คนที่ 3 ให้ยกตัวอย่างแหล่งน ้าจืด 2 ตัวอย่าง คนที่ 4 ให้ยกตัวอย่างแหล่งน ้าเค็ม 2ตัวอย่าง 18. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื อหาเกี่ยวกับ เรื่อง แหล่งน ้าบนโลกและให้ความรู้เพิ่มเติม จากค้าถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง แหล่งน้ าบนโลก ในการอธิบายเพิ่มเติม ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจสอบผลการท้าแบบทดสอบก่อนเรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ เพื่อตรวจสอบความเข้าใจก่อนเรียนของนักเรียน 2. ครูประเมินผลนักเรียน โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤติกรรมการท้างานรายบุคคล พฤติกรรมการท้างานกลุ่ม และจากการน้าเสนอผลการท้ากิจกรรมหน้าชั นเรียน 3. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่1แหล่งน ้าบนโลก ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 4. ครูตรวจสอบผลการท้ากิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับแหล่งน ้าบนโลก ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “โลกของเรามีน้้า ปกคลุมเป็นส่วนใหญ่ของพื้นผิวโลกทั้งหมด โดยมีทั้งแหล่งน้้าเค็มและแหล่งน้้าจืด ซึ่งมีความส้าคัญ ต่อการด้ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต” ขั้นสรุป


7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 การประเมินก่อนเรียน - แบบทดสอบ ก่อนเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้า และลมฟ้าอากาศ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและ ลมฟ้าอากาศ - แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้า อากาศ - ประเมินตาม สภาพจริง 7.2 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) กิจกรรมน้าสู่ การเรียน - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2)ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 แหล่งน ้าบนโลก - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่าน เกณฑ์ 3) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจ้าตัว แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) การน้าเสนอผลงาน/ ผลการปฏิบัติ กิจกรรม - ประเมินการน้าเสนอ ผลงาน/ผลการปฏิบัติ กิจกรรม - แบบประเมินการ น้าเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการ ท้างานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท้างานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรมการ ท้างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7)คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ท้างาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ 3) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 แหล่งน ้าบนโลก 4) PowerPoint เรื่อง แหล่งน ้าบนโลก 5) ลูกอมสีต่างๆ 6) ลูกโลกจ้าลอง 7) สมุดประจ้าตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) อินเทอร์เน็ต


แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15101 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้้าและลมฟ้าอากาศ เวลา 17 ชั่วโมง เรื่อง การใช้น้้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้้า เวลา 2 ชั่วโมง โรงเรียนอนุบาลศรีสุทโธ ครูผู้สอน นางสาวกันตพร สุดาทิพย์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/2 ตระหนักถึงคุณค่าของน ้าโดยน้าเสนอแนวทางการใช้น ้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น ้า 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ระบุปริมาณน ้าที่มนุษย์สามารถน้ามาใช้ประโยชน์ได้ (K) 2. สืบค้นข้อมูลและเสนอแนะแนวทางการใช้น ้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น ้าได้(P) 3. ให้ความร่วมมือในการท้ากิจกรรมกลุ่มและมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น น ้าจืดที่มนุษย์น้ามาใช้ได้มีปริมาณน้อยมากจึงควร ใช้น ้าอย่างประหยัดและร่วมกันอนุรักษ์น ้า พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา 4. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด โลกของเรามีน ้าปกคลุมเป็นส่วนใหญ่ของพื นผิวโลกทั งหมด โดยมีทั งแหล่งน ้าเค็มและแหล่งน ้าจืด ซึ่งมีความส้าคัญต่อการด้ารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต น ้าจืดที่มนุษย์น้ามาใช้ได้มีปริมาณน้อยมาก เราจึงต้องใช้น ้า อย่างประหยัดและร่วมกันอนุรักษ์น ้า 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์


สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการส้ารวจค้นหา 2) ทักษะการท้างานร่วมกัน 3) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 4) ทักษะการจัดกระท้าและสื่อความหมาย ข้อมูล 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. มีวินัยรับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ซื่อสัตย์ สุจริต 4. มุ่งมั่นในการท้างาน 6. กิจกรรมการเรียนรู้ แนวคิด/รูปแบบการสอน/วิธีการสอน/เทคนิค : สืบเสาะหาความรู้ (5Es Instructional Model) ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ(Engage) 1. ครูทักทายกับนักเรียน จากนั นครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับแหล่งน ้าบนโลก 2. ครูน้าแปรงฟัน และแก้วน้ า มาให้นักเรียนดู จากนั นครูตั งประเด็นค้าถามกระตุ้นความสนใจ นักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี - ขณะที่นักเรียนแปรงฟัน นักเรียนใช้น ้าในการแปรงฟันประหยัดหรือไม่ (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า ใช้น ้าอย่างประหยัด) - นักเรียนมีวิธีการประหยัดน ้าในการแปรงฟันได้อย่างไรบ้าง (แนวตอบ : นักเรียนอาจตอบว่า ใช้แก้วรองน ้าน้ามาแปรงฟัน ปิดก๊อกน ้าเมื่อยังไม่ใช้น ้า) 3. ครูน้าลูกบอลมาจ้านวน 1 ลูก จากนั นครูส่งลูกบอลให้นักเรียนแล้วให้นักเรียนส่งต่อไปเรื่อย ๆ ถ้าได้ยินเสียงนกหวีดให้หยุดส่งลูกบอลทันที ลูกบอลอยู่ที่ใครคนนั นต้องยืนขึ น แล้วบอกวิธีการใช้ น ้าอย่างประหยัดในชีวิตประจ้าวันมา 1 วิธี ให้กับเพื่อนในห้องฟังซึ่งเพื่อนที่ฟังจะต้องจดค้าตอบ ลงในสมุดประจ าตัวนักเรียน ชั่วโมงที่ 1 ขั้นน า


ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นหา(Explore) 1. ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน้ าจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั นเรียน ดังนี - กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 1 แผ่น - กระดาษ A4 10-20 แผ่น - สีไม้ 1 กล่อง 2. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 5 คน ตามความสมัครใจ จากนั นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดเตรียมอุปกรณ์ ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน ้า จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 3. ครูแจ้งจุดประสงค์ของกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน ้า ให้นักเรียนทราบ เพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติ กิจกรรมที่ถูกต้อง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน ้า ตอนที่ 1 โดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกัน สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้น ้าอย่างประหยัด แล้วบันทึกลงในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเพื่อเลือกวิธีการใช้น ้าอย่างประหยัดมา 2 วิธี จากนั นน้ามาจัดท้าเป็นแผ่นพับความรู้ เรื่อง วิธีการใช้น ้าอย่างประหยัด (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท้างานกลุ่ม) ขั้นที่ 2 ส ารวจค้นหา(Explore) 6. นักเรียนแบ่งกลุ่ม (กลุ่มเดิม) จากชั่วโมงที่ผ่านมา จากนั นให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันปฏิบัติ กิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน ้า ตอนที่ 2 โดยให้แต่ละกลุ่มช่วยกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการ อนุรักษ์น ้า แล้วบันทึกลงในสมุดประจ้าตัวนักเรียน 7. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันระดมความคิด แล้วเลือกวิธีการอนุรักษ์น ้ามา 1 วิธี จากนั นวาดภาพ หรือติดภาพประกอบลงในกระดาษแข็ง พร้อมตกแต่งให้สวยงาม (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการท้างานกลุ่ม) ขั้นสอน ชั่วโมงที่ 2 ขั้นสอน


ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน้าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั นเรียน ในระหว่างที่นักเรียน น้าเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ: ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการน้าเสนอผลงาน) 9. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน ้า 10. นักเรียนแต่ละคนท้ากิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบค้าถาม ลงในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 11. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนในชั นเรียน ตามความสมัครใจ โดยใช้โทรศัพท์มือถือสแกน QR Code เรื่อง การใช้น้ าอย่างประหยัด 12. ครูขออาสาสมัครนักเรียน จ้านวน 6 คน ให้ยกตัวอย่างการใช้น ้าอย่างประหยัดและคุ้มค่า รวมถึง การอนุรักษ์น ้า ดังนี คนที่ 1-3 ให้ยกตัวอย่างการใช้น ้าอย่างประหยัดและคุ้มค่าคนละ 1ตัวอย่าง คนที่ 4-6 ให้ยกตัวอย่างการอนุรักษ์น ้าคนละ 1ตัวอย่าง 13. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การใช้น ้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น ้า และให้ความรู้เพิ่มเติมจากค้าถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การใช้น้ าอย่าง ประหยัดและการอนุรักษ์น้ าในการอธิบายเพิ่มเติม 14. นักเรียนแต่ละคนเขียนสรุปสาระส้าคัญประจ้า บทที่ 1แหล่งน ้าเพื่อชีวิต โดยเขียนเป็นแผนผัง มโนทัศน์ ลงในสมุดประจ้าตัวนักเรียน 15. นักเรียนแต่ละคนท้ากิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 1 แหล่งน ้าเพื่อชีวิตจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ลงในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 16. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ ละ 3-4คน ตามความสมัครใจ จากนั นให้สมาชิกภายในกลุ่มช่วยกันออกแบบ และประดิษฐ์เครื่องกรองน ้าเสีย เพื่อน้าน ้าเสียกลับมาใช้ใหม่ได้ ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. นักเรียนแต่ละคนดูตารางตรวจสอบตนเอง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 จากนั นครูถามนักเรียนเป็นรายบุคคลตามรายการข้อ 1-5 เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ ความเข้าใจของนักเรียนหลังจากการเรียนจบบทที่1 แหล่งน ้าเพื่อชีวิต 2. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤติกรรมการท้างานรายบุคคล พฤติกรรมการท้างานกลุ่ม และจากการน้าเสนอผลการท้ากิจกรรมหน้าชั นเรียน 3. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 2คุณค่าของน ้า ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ป.5 เล่ม 2 ขั้นสรุป


4. ครูตรวจสอบผลการท้ากิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 5. ครูตรวจผลการท้ากิจกรรมสรุปสาระส้าคัญประจ้า บทที่ 1 แหล่งน ้าเพื่อชีวิต ในสมุดประจ้าตัว นักเรียน 6. ครูตรวจสอบผลการท้ากิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 1 แหล่งน ้าเพื่อชีวิต ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 7. ครูตรวจชิ นงาน/ผลงาน จิกซอว์การเกิดวัฏจักรน ้า ของนักเรียนแต่ละกลุ่ม 8. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการใช้น ้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น ้า ซึ่งได้ข้อสรุป ร่วมกันว่า “การใช้น ้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น ้า เช่น ควรตรวจสอบรอยรั่วของท่อน ้าใน บ้าน ใช้อุปกรณ์ประหยัดน ้า เพื่อลดปริมาณการใช้น ้า เช่น ชักโครกประหยัดน ้า ฝักบัวประหยัดน ้า ก๊อกประหยัดน ้า หัวฉีดประหยัดน ้าเป็นต้น” 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 7.1 ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1)ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน ้า - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) กิจกรรมสรุป สาระส้าคัญประจ้า บทที่ 1 แหล่งน ้า เพื่อชีวิต - ตรวจสมุดประจ้าตัว - สมุดประจ้าตัว - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) กิจกรรมฝึกทักษะ บทที่ 1 แหล่งน ้า เพื่อชีวิต - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์


รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 5) การน้าเสนอ ผลงาน/ผลการ ปฏิบัติกิจกรรม - ประเมินการน้าเสนอ ผลงาน/ผลการปฏิบัติ กิจกรรม - แบบประเมินการ น้าเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรมการ ท้างานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท้างานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7) พฤติกรรมการ ท้างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8)คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ท้างาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7.2 การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจผลงาน การประดิษฐ์เครื่อง กรองน ้าเสีย - แบบประเมินชิ นงาน/ ภาระงาน (รวบยอด) - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ 3) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 คุณค่าของน ้า 4) PowerPoint เรื่อง การใช้น ้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น ้า 5) แปรงฟัน และแก้วน ้า 6) ลูกบอล 7) สมุดประจ้าตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3)อินเทอร์เน็ต


การประดิษฐ์เครื่องกรองน้ าเสีย ค าชี้แจง : นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๆ 3-4 คน จากนั นให้แต่ละกลุ่มช่วยกันออกแบบและประดิษฐ์เครื่องกรองน ้าเสีย เพื่อน้าน ้าเสียกลับมาใช้ใหม่ได้ ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด)


78 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15102 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้้าและลมฟ้าอากาศ เวลา 15 ชั่วโมง เรื่อง การเกิดเมฆและหมอก เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวกันตพร สุดาทิพย์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/4 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น ้าค้าง และน ้าค้างแข็ง จากแบบจ้าลอง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการเกิดเมฆและหมอกได้ (K) 2. เปรียบเทียบการเกิดเมฆและหมอกได้ (K) 3. ปฏิบัติกิจกรรมการเกิดเมฆและหมอกได้อย่างถูกต้องและเป็นล้าดับขั นตอน (P) 4. ให้ความร่วมมือในการท้ากิจกรรมกลุ่มและมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ไอน ้าในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน ้าเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณู ของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน ้า จ้านวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื นดินมาก เรียกว่า เมฆ แต่ละอองน ้าที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้ พื นดิน เรียกว่า หมอก ส่วนไอน ้าที่ควบแน่นเป็น ละอองน ้าเกาะอยู่บนพื นผิววัตถุใกล้พื นดิน เรียกว่า น ้าค้าง ถ้าอุณหภูมิใกล้พื นดินต่้ากว่าจุดเยือกแข็ง น ้าค้างก็จะกลายเป็นน ้าค้างแข็ง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา


78 4. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด เมฆ เกิดจากไอน ้าในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน ้าเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณูของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน ้าจ้านวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจาก พื นดินมาก แต่ละอองน ้าที่เกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่ใกล้พื นดิน เรียกว่า หมอก 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการวัด 2) ทักษะการสังเกต 3) ทักษะการทดลอง 4) ทักษะการตั งสมมติฐาน 5) ทักษะการสร้างแบบจ้าลอง 6) ทักษะการท้างานร่วมกัน 7) ทักษะการก้าหนดและควบคุมตัวแปร 8) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. มีวินัยรับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ซื่อสัตย์ สุจริต 4. มุ่งมั่นในการท้างาน


79 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนที่ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) แนวคิด POE 8 ขั้นที่ 1 การแนะน้าและสร้างแรงกระตุ้น (orientation and motivation) 1.ครูทักทายกับนักเรียน แล้วแจ้งจุดประสงค์การเรียนให้ นักเรียนทราบ 2.นักเรียนท้าแบบทดสอบก่อนเรียนของหน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้้าและลมฟ้าอากาศ เพื่อเป็นการวัดความรู้ก่อนเรียนของ นักเรียน 3.ครูสนทนากับนักเรียนเกี่ยวกับ เรื่อง เมฆและหมอก จากนั้น ครูให้นักเรียนแต่ละคนสังเกตเมฆบนท้องฟ้า แล้วตั้งประเด็น ค้าถามกระตุ้นความสนใจนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคน ร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลย ว่าถูกหรือผิด ดังนี้ - นักเรียนคิดว่า เมฆและหมอกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ : เมฆจะลอยอยู่สูงจากพื้นดินมากและมีลักษณะเป็น กลุ่มก้อนสีขาว ส่วนหมอกจะลอยอยู่ใกล้พื้นดิน และมี ลักษณะคล้ายควันสีขาว) 4.นักเรียนทุกกลุ่มร่วมกันศึกษาข้อมูลและภาพเกี่ยวกับเมฆ หมอก น้้าค้าง และน้้าค้างแข็ง จากหนังสือเรียน จากนั้นให้ ช่วยกันตอบค้าถามจากปรากฏการณ์ต่างๆเกิดจึ้นได้อย่างไร 5.นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันศึกษาขั้นตอนการท้ากิจกรรมที่ 1 เรื่องกระบวนการเกิดเมฆและหมอก โดยศึกษาขั้นตอนการท้า กิจกรรม จากหนังสือเรียน หน้า 66-67 3 P O E


80 ขั้นที่ 2 แนะน้าการทดลอง (Introducing the experiment) 6.ครูจัดเตรียมและแนะน้าวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆและหมอก จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้- น้้าแข็ง 1 แก้ว - น้้าร้อน 200 มิลลิลิตร- ธูป 2 ดอก - ไม้ขีดไฟ 1 กลัก- บีกเกอร์ขนาด 250 มิลลิลิตร 2 ใบ - กระบอกตวงขนาด 100 มิลลิลิตร 1 ใบ- จานกระเบื้องหรือกระจกนาฬิกา (ขนาดปิดปากบีกเกอร์ได้) 2 ใบ 5.ครูอธิบายการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน โดยสร้าง แบบจ้าลองเพื่อเปรียบเทียบการเกิดเมฆและหมอก โดยปฏิบัติ ดังนี้ 6.1) ตวงน้้าร้อนลงในบีกเกอร์ 2 ใบ ใบละ100 มิลลิลิตร 6.2) ให้จุดธูปแล้วดับไฟ จากนั้นจ่อธูปลงไปในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ แล้วใช้จานกระเบื้องหรือกระจกนาฬิกาปิดปากบีกเกอร์ และรอจนควันธูปลอยเต็มบีกเกอร์ จากนั้นจุ่มธูปลงในน้้าและ เอาธูปออก สังเกตด้านในบีกเกอร์และบันทึกผล 6.3) วางน้้าแข็งลงในภาชนะที่ใช้ปิดปากบีกเกอร์ 1 ใบ จากนั้นสังเกตการเปลี่ยนแปลง แล้วบันทึกผล


Click to View FlipBook Version