The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้ 2-2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 63040113130, 2024-01-31 04:02:05

แผนการจัดการเรียนรู้ 2-2566

แผนการจัดการเรียนรู้ 2-2566

81 ขั้นที่ 3 การท้านาย (ล้วงเอาแนวคิดของผู้เรียน) [Prediction: the elicitation of students' ideas] 7. ครูน้าบัตรข้อความเกี่ยวกับเมฆและหมอกใส่ไว้ในกล่อง แล้วน้ามาวางไว้หน้าชั้นเรียน จากนั้นครูแบ่งนักเรียนออกเป็น สองฝ่าย โดยให้แต่ละฝ่ายส่งตัวแทนออกมากลุ่มละ 1 คน แล้ว เลือกว่าฝ่ายใดจะได้ทายก่อน8. ตัวแทนฝ่ายที่ได้เล่นก่อน หยิบบัตรข้อความในกล่อง อ่าน ข้อความให้เพื่อนฟัง แล้วให้เพื่อนทาย ถ้าทายถูกจะได้ข้อละ 2 คะแนน ถ้าทายผิดจะไม่ได้คะแนน สลับกันเล่นจนหมดบัตร ข้อความที่ครูเตรียมไว้ ซึ่งตัวอย่างบัตรข้อความ มีดังนี้ - เมฆเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : เมฆเกิดจากไอน้้าใน อากาศควบแน่นเป็นละอองน้้าขนาดเล็กจ้านวนมาก เมื่อละอองน้้าจ้านวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูง จากพื้นดินมาก) - เมฆ แบ่งออกเป็นกี่ระดับ ใช้เกณฑ์อะไรบ้างในการ แบ่งเมฆ (แนวตอบ : เมฆ แบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดย พิจารณาจากความสูง) - เมฆคิวมูลัส มีลักษณะอย่างไร (แนวตอบ : มีลักษณะ เป็นก้อนขนาดคล้ายภูเขาหรือดอกกะหล่้า มีสีขาว) - ถ้าพบเมฆคิวมูลัส แสดงว่าสภาวะอากาศเป็นอย่างไร (แนวตอบ : สภาวะอากาศดี ท้องฟ้ามีสีน้้าเงินเข้ม พบ ในฤดูร้อน) - หมอกเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : หมอกเกิดจากไอ น้้าในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้้าขนาดเล็กจ้านวน มาก เมื่อละอองน้้าจ้านวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอย อยู่ใกล้พื้นดิน) - หมอกท้าให้เกิดอันตรายหรือไม่อย่างไร (แนวตอบ : หากมีละอองน้้ามาก หมอกจะยิ่งหนามาก ท้าให้การ มองเห็นของเราลดลง อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิด อุบัติเหตุในการเดินทาง)


82 ขั้นที่ 4 อภิปรายผลการท้านาย (discussing their prediction) 9. ครูสุ่มเลขที่นักเรียน จ้านวน 3 คน ให้ยกตัวอย่างเมฆในแต่ ละชั้น ดังนี้ - คนที่ 1 ให้ยกตัวอย่างเมฆชั้นสูง - คนที่ 2 ให้ยกตัวอย่างเมฆชั้นกลาง - คนที่ 3 ให้ยกตัวอย่างเมฆชั้นต่้า 10. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การ เกิดเมฆและหมอก และให้ความรู้เพิ่มเติมจากค้าถามของ นักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การเกิดเมฆและหมอก ในการอธิบายเพิ่มเติม 11. นักเรียนแต่ละคนท้าใบงานที่ 6.3.1เรื่อง เมฆและหมอก จากนั้นครูสุ่มนักเรียน 4 คน ออกมาน้าเสนอค้าตอบของตนเอง โดยครูให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาว่าค้าตอบใดถูกต้อง จากนั้นครูเฉลยค้าตอบที่ถูกต้องให้นักเรียน ขั้นที่ 5 สังเกตการณ์ (observation) 12. นักเรียนแต่ละกลุ่มท้ากิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆ และหมอก จากนั้นบันทึกผลการท้ากิจกรรมลงตาราง 13. น้าความรู้ที่ได้จากการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดเมฆ และหมอก และจากการสร้างแบบจ้าลองมาเปรียบเทียบการ เกิดเมฆและหมอก แล้วบันทึกผล 14. น้าเสนอผลการท้ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน จากนั้นร่วมกัน อภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับกระบวนการเกิดเมฆและหมอก


83 ขั้นที่ 6 อธิบาย (Explanation) 15. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ กิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆและหมอก 16. นักเรียนแต่ละคนท้ากิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบค้าถามลงในสมุดประจ้าตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 ขั้นที่ 7 เสนอการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ (Providing the scientific explanation) 17. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน้าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม หน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดจนครบทุกกลุ่ม ใน ระหว่างที่นักเรียนน้าเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ขั้นที่ 8 ติดตามผล (Follow-up) 18. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤติกรรมการท้างานรายบุคคล พฤติกรรมการท้างานกลุ่ม และจากการน้าเสนอผลการท้ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน 19. ครูตรวจสอบผลการท้าแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้้าและลมฟ้าอากาศ เพื่อตรวจสอบความ เข้าใจหลังเรียนของนักเรียน 20. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิด เมฆและหมอก ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 21. ครูตรวจสอบผลการท้ากิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุด ประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 22. ครูตรวจสอบผลการท้าใบงานที่ 6.3.1 เรื่อง เมฆและหมอก 23. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเกิดเมฆและหมอก ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “ไอน้้าในอากาศจะควบแน่นเป็นละออง น้้าเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณู ของดอกไม้เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน้้าจ้านวนมาก เกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก เรียกว่า เมฆ แต่ ละอองน้้าที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้พื้นดิน เรียกว่า หมอก”


84 การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1) ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิด เมฆและหมอก - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) เมฆและหมอก - ตรวจใบงานที่ 6.3.1 - ใบงานที่ 6.3.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) การน้าเสนอผลการ ปฏิบัติกิจกรรม - ประเมินการน้าเสนอ ผลปฏิบัติกิจกรรม - แบบประเมินการ น้าเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการ ท้างานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท้างานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรมการ ท้างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7)คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ท้างาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9. แบบทดสอบ ก่อนเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้้า และลมฟ้าอากาศ - ตรวจแบบทดสอบ ก่อนเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้้า และลมฟ้าอากาศ - แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้้าและลมฟ้า อากาศ - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์


85 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ 3) ใบงานที่ 6.3.1 เรื่อง เมฆและหมอก 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 1 กระบวนการเกิดเมฆและหมอก 5) PowerPoint เรื่อง การเกิดเมฆและหมอก 6) บัตรข้อความเกี่ยวกับเมฆและหมอก 7) สมุดประจ้าตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2)อินเทอร์เน็ต


86


86


88 กิจกรรมที่ 1 เรื่อง กระบวนการเกิดเมฆและหมอก จุดประสงค์ สร้างแบบจ้าลองและใช้แบบจ้าลองอธิบายและเปรียบเทียบการเกิดเมฆและหมอก ต้องเตรียมต้องใช้ 1. น้้าแข็ง 1 แก้ว 2. น้้าร้อน 200 มิลลิลิตร 3. บีกเกอร์ขนาด 250 มิลลิลิตร 2 ใบ 4. กระบวกตวงขนาด 100 มิลลิลิตร 1 ใบ 5. แหล่งข้อมูล เช่น หนังสือ อินหร์เน็ต 6. จานกระเบื้องหรือกระจกนาฬิกา (ขนาดปิดปากบีกเกอร์ได้) 2 ใบ 7. ธูป 2 ดอก 8. ไม้ขีดไฟ 1 กลัก ลองท้าดู 1. แบ่งกลุ่ม จากนั้นร่วมกันตั้งสมมติฐานว่า การเกิดเมฆและหมอกแตกต่างกันหรือไม่แล้วบันทึกลงใน สมุด 2. สืบคันข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเกิดเมฆและหมอกจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ แล้วร่วมกันออกแบบ แบบจ้าลองการเกิดเมฆและหมอก โดยใช้อุปกรณ์ที่ครูก้าหนดให้ จากนั้นร่วมกันแสดงความคิดเห็น ดังนี้ 2.1 สิ่งใดบ้างที่มีผลท้าให้เกิดเมฆและหมอก (ตัวแปรต้น) 2.2 สิ่งใดบ้างที่เราจะต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงตลอดการทดลอง โดยใช้อุปกรณ์ข้างต้น (ตัวแปร ตาม) 2.3 นอกจากตัวแปรต้นแล้วสิ่งใดบ้างที่จะมีผลกระทบต่อการทดลอง ซึ่งอาจท้าให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน จึงต้องควบคุมให้เหมือนกัน (ตัวแปรควบคุม) 3. ทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน โดยสร้างแบบจ้าลองเพื่อเปรียบเทียบการเกิดเมฆและหมอก โดย ปฏิบัติ ดังนี้


89 3.1 ตวงน้้าร้อนลงในบีกเก่อร์ 2 ใบ ใบละ 100 มิลลิลิตร 3.2 ให้จุดธูปแล้วดับไฟ จากนั้นจ่อธูปลงไปในบีกเกอร์ทั้ง 2 ใบ แล้วใช้จานกระเบื้องหรือกระจก นาฬิกาปิดปากบีกเกอร์ และรอจนควันธูปลอยเต็มบีกเกอร์ จากนั้นจุ่มธูปลงในน้้าและเอาธูปออก สังเกตด้านในบีกเกอร์และบันทึกผล 3.3 วางน้้าแข็งลงในภาชนะที่ใช้ปิดปากบีกเกอร์ 1 ใบ จากนั้นสังเกตการเปลี่ยนแปลงแล้วบันทึกผล 4. น้าความรู้ที่ได้จากการสืบคันข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดเมฆและหมอก และจากการสร้างแบบจ้าลองมา เปรียบเทียบการเกิดเมฆและหมอก แล้วบันทึกผล 5. น้าเสนอผลการท้ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน จากนั้นร่วมกันอภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับกระบวนการเกิด เมฆและหมอก


90 ใบบันทึกผลการท้ากิจกรรมที่ 1 เรื่อง กระบวนการเกิดเมฆและหมอก ตารางบันทึกผลการท้ากิจกรรม การทดลอง ผลการสังเกต 1. เทน้้าร้อนลงในบีกเกอร์ 2. จุดธูปลงในบีกเกอร์ แล้วน้ากระจก นาฬิกามาปิดฝาบีกเกอร์ 3. น้าน้้าแข็งมาวางบนกระจกนาฬิกา เปรียบเทียบการเกิดเมฆและหมอก การเกิดเมฆ การเกิดหมอก


91 เฉลย ใบบันทึกผลการท้ากิจกรรมที่ 1 เรื่อง กระบวนการเกิดเมฆและหมอก ตารางบันทึกผลการท้ากิจกรรม การทดลอง ผลการสังเกต 1. เทน้้าร้อนลงในบีกเกอร์ มีไอน้้าระเหยขึ้นมาจากน้้าร้อน 2. จุดธูปลงในบีกเกอร์ แล้วน้ากระจก นาฬิกามาปิดฝาบีกเกอร์ ควันลอยเต็มบีกเกอร์ 3. น้าน้้าแข็งมาวางบนกระจกนาฬิกา มีหยดน้้าขนาดเล็กเกาะบริเวณ กันกระจกนาฬิกา เปรียบเทียบการเกิดเมฆและหมอก การเกิดเมฆ การเกิดหมอก เมฆ เกิดจากไอน้้าที่อยู่ในอากาศ ควบแน่นเป็นละอองน้้าขนาดเล็ก เกาะกลุ่มกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก หมอก เกิดจากไอน้้าในอากาศ ควบแน่นเป็นละอองน้้าขนาดเล็ก เกาะกลุ่มกันลอยอยู่ใกล้พื้นดิน


92 ใบงานที่ 6.3.1 เรื่อง เมฆและหมอก ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความที่ก้าหนดให้แล้วท้าเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง ท้าเครื่องหมายผิด หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้อง 1. ไอน้้าในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้้าเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณูของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง 2. เมื่อละอองน้้าจ้านวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก เรียกว่า หมอก 3. ละอองน้้าที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้พื้นดิน เรียกว่า เมฆ 4. เมฆแบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจากความสูงของฐานเมฆ 5. เมฆอัลโตคิวมูลัส เป็นเมฆชั้นต่้า 6. เมฆที่ท้าให้ฝนตกพร่้า คือ เมฆนิมโบสเตรตัส 7. เมฆที่ท้าให้เกิดฝนฟ้าคะนอง คือ เมฆคิวมูโลนิมบัส 8. เมฆที่มีลักษณะแผ่นคล้ายผ้าห่ม คือ เมฆสเตรตัส 9. ในวันอากาศดีมองเห็นท้องฟ้าสีน้้าเงินเข้ม มองเห็นเมฆเป็นริ้วคล้ายขนนก คือ เมฆ ซีร์รัส 10. หากมีละอองน้้ามาก หมอกจะยิ่งหนามาก ท้าให้การมองเห็นของเราลดลง อาจเป็นสาเหตุ หนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทาง


93 เฉลย ใบงานที่ 6.3.1 เรื่อง เมฆและหมอก ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความที่ก้าหนดให้แล้วท้าเครื่องหมาย หน้าข้อความที่ถูกต้อง ท้าเครื่องหมายผิด หน้าข้อความที่ไม่ถูกต้อง 1. ไอน้้าในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน้้าเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณูของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง 2. เมื่อละอองน้้าจ้านวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื้นดินมาก เรียกว่า หมอก 3. ละอองน้้าที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้พื้นดิน เรียกว่า เมฆ 4. เมฆแบ่งออกเป็น 3 ระดับ โดยพิจารณาจากความสูงของฐานเมฆ 5. เมฆอัลโตคิวมูลัส เป็นเมฆชั้นต่้า 6. เมฆที่ท้าให้ฝนตกพร่้า คือ เมฆนิมโบสเตรตัส 7. เมฆที่ท้าให้เกิดฝนฟ้าคะนอง คือ เมฆคิวมูโลนิมบัส 8. เมฆที่มีลักษณะแผ่นคล้ายผ้าห่ม คือ เมฆสเตรตัส 9. ในวันอากาศดีมองเห็นท้องฟ้าสีน้้าเงินเข้ม มองเห็นเมฆเป็นริ้วคล้ายขนนก คือ เมฆ ซีร์รัส 10. หากมีละอองน้้ามาก หมอกจะยิ่งหนามาก ท้าให้การมองเห็นของเราลดลง อาจเป็นสาเหตุ หนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทาง หมอก เมฆ เมฆชั้นกลาง


94 เมฆเกิดขึ้นได้อย่างไร เมฆแบ่งออกเป็นกี่ระดับใช้เกณฑ์ อะไรบ้างในการแบ่งเมฆ เมฆคิวมูลัส มีลักษณะอย่างไร ถ้าพบเมฆคิวมูลัส แสดงว่าสภาวะ อากาศเป็นอย่างไร หมอกเกิดขึ้นได้อย่างไร บัตรข้อความ


95 หมอกท้าให้เกิดอันตรายหรือไม่ อย่างไร


95


98 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15102 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้้าและลมฟ้าอากาศ เวลา 15 ชั่วโมง เรื่อง การเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวกันตพร สุดาทิพย์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/4 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดเมฆ หมอก น ้าค้าง และน ้าค้างแข็ง จากแบบจ้าลอง 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการเกิดน ้าค้างและน ้าค้างแข็งได้ (K) 2. เปรียบเทียบเกิดน ้าค้างและน ้าค้างแข็งได้ (K) 3. ปฏิบัติกิจกรรมการเกิดน ้าค้างและน ้าค้างแข็งได้อย่างถูกต้องและเป็นล้าดับขั นตอน (P) 4. ให้ความร่วมมือในการท้ากิจกรรมกลุ่มและมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ไอน ้าในอากาศจะควบแน่นเป็นละอองน ้าเล็ก ๆ โดยมีละอองลอย เช่น เกลือ ฝุ่นละออง ละอองเรณู ของดอกไม้ เป็นอนุภาคแกนกลาง เมื่อละอองน ้า จ้านวนมากเกาะกลุ่มรวมกันลอยอยู่สูงจากพื นดินมาก เรียกว่า เมฆ แต่ละอองน ้าที่เกาะกลุ่มรวมกันอยู่ใกล้ พื นดิน เรียกว่า หมอก ส่วนไอน ้าที่ควบแน่นเป็น ละอองน ้าเกาะอยู่บนพื นผิววัตถุใกล้พื นดิน เรียกว่า น ้าค้าง ถ้าอุณหภูมิใกล้พื นดินต่้ากว่าจุดเยือกแข็ง น ้าค้างก็จะกลายเป็นน ้าค้างแข็ง พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา


99 4. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด ไอน ้าที่ควบแน่นเป็นละอองน ้าเกาะอยู่บนพื นผิววัตถุใกล้พื นดิน เรียกว่า น ้าค้าง ถ้าอุณหภูมิใกล้ พื นดินต่้ากว่าจุดเยือกแข็งน ้าค้างก็จะกลายเป็นน ้าค้างแข็ง 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการทดลอง 3) ทักษะการตั งสมมติฐาน 4) ทักษะการสร้างแบบจ้าลอง 5) ทักษะการท้างานร่วมกัน 6) ทักษะการก้าหนดและควบคุมตัวแปร 7) ทักษะการตีความหมายข้อมูลและลงข้อสรุป 8) ทักษะการจัดกระท้าและสื่อความหมาย ข้อมูล 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. มีวินัยรับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ซื่อสัตย์ สุจริต 4. มุ่งมั่นในการท้างาน


100 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนที่ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) แนวคิด POE 9 ขั้นที่ 1 การแนะน้าและสร้างแรงกระตุ้น (orientation and motivation) 1.ครูทักทายกับนักเรียนและน้าบัตรภาพน้้าค้าง และน้้าค้างแข็ง มาให้นักเรียนดู โดยครูติดไว้บนกระดาน ดังนี้ 2.จากนั้นครูตั้งประเด็นค้าถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนจาก บัตรภาพ โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความ คิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี้ - น้้าค้างเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : น้้าค้าง เกิดจากไอ น้้าที่ควบแน่นเป็นละอองน้้าเกาะอยู่บนพื้นผิววัตถุใกล้ พื้นดิน) - น้้าค้างแข็งเกิดขึ้นอย่างไร (แนวตอบ : น้้าค้างแข็ง เกิด จากน้้าค้างอุณหภูมิใกล้พื้นดินต่้ากว่าจุดเยือกแข็ง น้้าค้างก็จะกลายเป็นน้้าค้างแข็ง) - น้้าค้างและน้้าค้างแข็งเหมือนกันหรือแตกต่างกันอย่างไร (แนวตอบ : แตกต่างกันน้้าค้างมีสถานะเป็นของเหลว แต่น้้าค้างแข็งมีสถานะเป็นของแข็ง) 3.นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยครูเตรียมสลากหมายเลขกลุ่ม 1-6 จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนออกมาหยิบสลาก ซึ่งนักเรียนที่ได้ หมายเลขเดียวกันจะอยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิก ภายใน กลุ่มละ 7 คน 3 P O E


101 ขั้นที่ 2 แนะน้าการทดลอง (Introducing the experiment) 4.ครูจัดเตรียมและแนะน้าวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้าชั้นเรียน ดังนี้- เกลือ 1 ถุง - ช้อนโต๊ะ 1 คัน- แก้วสแตนเลส 2 ใบ - น้้าแข็ง 1 แก้ว- บัตรภาพน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง 1 ชุด 5.ครูอธิบายการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน โดยสร้าง แบบจ้าลองเพื่อเปรียบเทียบการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง โดย ปฏิบัติ ดังนี้ 5.1) ให้ใส่น้้าแข็งลงในแก้วสแตนเลสใบที่ 1 จนเต็มแก้ว จากนั้นตั้งแก้วทิ้งไว้สักครู่ แล้วสังเกตบริเวณด้านนอกของแก้ว และบันทึกผล 5.2) ใส่น้้าแข็งลงในแก้วใบที่ 2 เกือบเต็มแก้ว จากนั้นใส่ เกลือ 2-3 ช้อนโต๊ะ ลงไปแล้วใช้ช้อนคนน้้าแข็งกับเกลือให้เข้า กันและตั้งทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที สังเกตบริเวณด้านนอกของ แก้ว แล้วบันทึกผล ขั้นที่ 3 การท้านาย (ล้วงเอาแนวคิดของผู้เรียน) [Prediction: the elicitation of students' ideas] 6.ครูและนักเรียนร่วมตั้งประเด็นค้าถาม โดยให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นเพื่อหาค้าตอบ ดังนี้ - เราจะพบน้้าค้างได้ที่ใดบ้าง (แนวตอบ : จะพบน้้าค้าง ได้ตอนเช้าตรู่ ซึ่งจะเกาะอยู่บนใบหญ้า บนใยแมงมุมที่ ขึงอยู่ตามต้นไม้) - น้้าค้างที่พบบนใยแมงมุมมีลักษณะอย่างไร(แนวตอบ : มีลักษณะเหมือนเพชรเม็ดเล็ก ๆ ร้อยกันเป็นพวง) - การเกิดน้้าค้างแข็งส่งผลอย่างไรบ้าง(แนวตอบ : อาจ ส่งผลท้าให้ผลผลิตทางการเกษตรเสียหาย และหาก เกิดเป็นจ้านวนมากติดต่อกันหลายวันอาจเป็นสาเหตุ หนึ่งของอุบัติเหตุบนถนนได้) - น้้าค้างแข็งที่เกิดขึ้นทางภาคเหนือเรียกว่าอะไร (แนว ตอบ : เหมยขาบ หรือแม่คะนิ้ง)


102 ขั้นที่ 4 อภิปรายผลการท้านาย (discussing their prediction) 7. ครูอธิบายให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับ เรื่อง น้้าค้างแข็งว่า “น้้าค้างแข็งจะเกิดในช่วงฤดูหนาว ทางภาคเหนือของประเทศ ไทย หรือที่เรียกว่า เหมยขาบ หรือแม่คะนิ้ง อยู่บนดอยสูง ๆ ท้าให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปชมเป็นจ้านวนมาก” 8. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การ เกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง และให้ความรู้เพิ่มเติมจากค้าถาม ของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การเกิดน้้าค้างและ น้้าค้างแข็งในการอธิบายเพิ่มเติม 9. นักเรียนแต่ละคนท้าใบงานที่ 6.4.1เรื่อง น้้าค้างและน้้าค้าง แข็ง จากนั้นครูสุ่มนักเรียน 2คน ออกมาน้าเสนอค้าตอบของ ตนเอง โดยครูให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาว่าค้าตอบใดถูกต้อง จากนั้นครูเฉลยค้าตอบที่ถูกต้องให้นักเรียน ขั้นที่ 5 สังเกตการณ์ (observation) 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มท้ากิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้้าค้าง และน้้าค้างแข็ง จากนั้นบันทึกผลการท้ากิจกรรมลงตาราง 11. น้าความรู้ที่ได้จากการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเกิดน้้าค้างและ น้้าค้างแข็ง และจากการสร้างแบบจ้าลองมาเปรียบเทียบเกิด น้้าค้างและน้้าค้างแข็ง แล้วบันทึกผล 12. น้าเสนอผลการท้ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน จากนั้นร่วมกัน อภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับกระบวนเกิดน้้าค้างและน้้าค้าง แข็ง ขั้นที่ 6 อธิบาย (Explanation) 13. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ กิจกรรมที่ 2 กระบวนเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง 14. นักเรียนแต่ละคนท้ากิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบค้าถามลงในสมุดประจ้าตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2


103 ขั้นที่ 7 เสนอการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ (Providing the scientific explanation) 15. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน้าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม หน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดจนครบทุกกลุ่ม ใน ระหว่างที่นักเรียนน้าเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ขั้นที่ 8 ติดตามผล (Follow-up) 16. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤติกรรมการท้างานรายบุคคล พฤติกรรมการท้างานกลุ่ม และจากการน้าเสนอผลการท้ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน 17. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิด น้้าค้างและน้้าค้างแข็ง ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 18. ครูตรวจสอบผลการท้ากิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุด ประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 19. ครูตรวจสอบผลการท้าใบงานที่ 6.4.1 เรื่อง น้้าค้างและ น้้าค้างแข็ง 20. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเกิดน้้าค้างและ น้้าค้างแข็ง ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “น้้าค้างเกิดจากการกลั่นตัว เมื่อไอน้้าในอากาศกระทบกับบริเวณผิววัตถุที่เย็นกว่า และ น้้าค้างแข็งเกิดจากอากาศที่เย็นจัด ซึ่งอุณหภูมิลดลงอย่าง ต่อเนื่องจนถึงจุดต่้ากว่าจุดเยือกแข็ง น้้าค้างก็จะเกิดการแข็งตัว กลายเป็นน้้าค้างแข็ง”


104 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1) ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิด น้้าค้างและน้้าค้าง แข็ง - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) น้้าค้างและน้้าค้าง แข็ง - ตรวจใบงานที่ 6.4.1 - ใบงานที่ 6.4.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) การน้าเสนอผลการ ปฏิบัติกิจกรรม - ประเมินการน้าเสนอ ผลปฏิบัติกิจกรรม - แบบประเมินการ น้าเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการ ท้างานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท้างานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรมการ ท้างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7)คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ท้างาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


105 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ 3) ใบงานที่ 6.4.1 เรื่อง น ้าค้างและน ้าค้างแข็ง 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 2กระบวนการเกิดน ้าค้างและน ้าค้างแข็ง 5) PowerPoint เรื่อง การเกิดน ้าค้างและน ้าค้างแข็ง 6) บัตรภาพน ้าค้าง และน ้าค้างแข็ง 7) สลากหมายเลขกลุ่ม 1-5 8) สมุดประจ้าตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3)อินเทอร์เน็ต


106


108


108 กิจกรรมที่ 2 กระบวนการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง จุดประสงค์ สร้างแบบจ้าลองและใช้แบบจ้าลองอธิบายและเปรียบเทียบการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง ต้องเตรียมต้องใช้ 1. เกลือ 1 ถุง 2. ช้อนโต๊ะ 1 คัน 3. แก้วสแตนเลส 2 ใบ 4. บัตรภาพน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง 1 ชุด (ครูเตรียมให้) 5. น้้าแข็ง 1 แก้ว 6. แหล่งข้อมูล เช่น หนังสือ อินเทอร์เน็ต ลองท้าดู 1. แบ่งกลุ่ม แล้วสังเกตบัตรภาพน้้าค้างและน้้าค้างแข็งที่ครูเตรียมไว้. และตั้งสมมติฐานว่าน้้าค้างและ น้้าค้างแข็งเกิดจากสาเหตุเดียวกันหรือไม่ จากนั้นบันทึกผลลงในสมุด 2. สืบค้นข้อมูลเพิ่มเดิมเกี่ยวกับการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็งจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ แล้วร่วมกัน ออกแบบแบบจ้าลองการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็งโดยใช้อุปกรณ์ที่ครูก้าหนดให้จากนั้นร่วมกันแสดง ความคิดเห็น ดังนี้ 2.1 สิ่งใดบ้างที่จะมีผลท้าให้เกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง (ตัวแปรต้น) 2.2 สิ่งใดบ้างที่เราต้องสังเกตการเปลี่ยนแปลงตลอดการทดลอง โดยใช้อุปกรณ์ข้างต้น (ตัวแปรตาม) 2.3 นอกจากตัวแปรต้นแล้ว สิ่งใดบ้างที่จะมีผลกระทบต่อการทดลอง ซึ่งอาจท้าให้ข้อมูลคลาดเคลื่อน จึงต้องควบคุมให้เหมือนกัน (ตัวแปรควบคุม) 3. ทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน โดยสร้างแบบจ้าลองเพื่อเปรียบเทียบการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง โดยปฏิบัติ ดังนี้ 3.1 ให้ใส่น้้าแข็งลงในแก้วสแตนเลสใบที่ 1จนเต็มแก้ว จากนั้นตั้งแก้วทิ้งไว้สักครู่แล้วสังเกตบริเวณ ด้านนอกของแก้ว และบันทึกผล


109 3.2 ใส่น้้าแข็งลงในแก้วใบที่ 2 เกือบเต็มแก้วจากนั้นใส่เกลือ 2-3 ช้อนโต๊ะ ลงไปแล้วใช้ช้อนคนน้้าแข็ง กับเกลือให้เข้ากัน 4. น้าความรู้ที่ได้จากการสืบต้นเกี่ยวกับการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็งและจากการสร้างแบบจ้าลองมา เปรียบเทียบการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง แล้วบันทึกผล 5. น้าเสนอการท้ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน แล้วร่วมกันอภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับกระบวนการเกิดน้้าค้าง และน้้าค้างแข็ง


110 ใบบันทึกผลการท้ากิจกรรมที่ 2 เรื่อง กระบวนการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง ตารางบันทึกผลการท้ากิจกรรม การทดลอง ผลการสังเกต 1. ใส่น้้าแข็งลงในแก้วสแตนเลส ใบที่ 1 จากนั้นตั้งทิ้งไว้ 2. ใส่น้้าแข็งลงในแก้วสแตนเลส ใบที่ 2 จากนั้นใส่เกลือ แล้ว คนให้เข้ากัน และตั้งทิ้งไว้ เปรียบเทียบการเกิดเมฆและหมอก การเกิดน้้าค้าง การเกิดน้้าค้างแข็ง


111 เฉลย ใบบันทึกผลการท้ากิจกรรมที่ 2 เรื่อง กระบวนการเกิดน้้าค้างและน้้าค้างแข็ง ตารางบันทึกผลการท้ากิจกรรม การทดลอง ผลการสังเกต 1. ใส่น้้าแข็งลงในแก้วสแตนเลส ใบที่ 1 จากนั้นตั้งทิ้งไว้ เกิดหยดน้้าเกาะบริเวณด้านนอกแก้ว 2. ใส่น้้าแข็งลงในแก้วสแตนเลส ใบที่ 2 จากนั้นใส่เกลือ แล้ว คนให้เข้ากัน และตั้งทิ้งไว้ เกิดเกล็ดน้้าแข็งเกาะบริเวณด้านนอก แก้ว เปรียบเทียบการเกิดเมฆและหมอก การเกิดน้้าค้าง การเกิดน้้าค้างแข็ง น้้าค้างเกิดจากไอน้้าควบแน่นเป็น ละอองน้้าเกาะอยู่บนพื้นผิวของวัตถุที่ อยู่ใกล้ๆ พื้นดิน น้้าค้างแข็งเกิดจากไอน้้าควบแน่น เป็นละอองน้้าเกาะอยู่บนพื้นผิววัตถุ ที่อยู่ใกล้พื้นดินในบริเวณที่มีอุณหภูมิ ใกล้พื้นดินต่้ากว่าจุดเยือกแข็ง


112 ใบงานที่ 6.4.1 เรื่อง น้้าค้างและน้้าค้างแข็ง ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาภาพที่ก้าหนดให้ แล้วอธิบายใต้ภาพมาพอสังเขป 1. ............................................................................................................................. ............................ ...................................................................................................... ................................................... ............................................................................................................................. ............................ ......................................................................................................................................................... 2. ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. ............................ ...................................................................................................... ..................................................


113 ใบงานที่ 6.4.1 เฉลย เรื่อง น้้าค้างและน้้าค้างแข็ง ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาภาพที่ก้าหนดให้ แล้วอธิบายใต้ภาพมาพอสังเขป 1. น้้าค้างเกิดจากเมื่ออากาศที่อยู่ใกล้พื้นดินในเวลากลางคืนเย็นลงเร็วกว่าอากาศบนท้องฟ้า จึงท้าให้ไอน้้าควบแน่นเป็นละอองน้้าเกาะอยู่บนใยแมงมุม มีลักษณะเหมือนเพชรเม็ดเล็ก ๆ ร้อยกัน เป็นพวง 2. น้้าค้างแข็งเกิดจากเมื่ออุณหภูมิใกล้พื้นดินต่้ากว่าจุดเยือกแข็ง น้้าค้างจะแข็งตัวกลายเป็น น้้าค้างแข็งเกาะอยู่บนใบไม้


114 1 2 3 4 5 6 สลากหมายเลข


114 บัตรภาพน้ าค้าง และน้ าค้างแข็ง


119 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชาวิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15102 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน้้าและลมฟ้าอากาศ เวลา 15 ชั่วโมง เรื่อง การเกิดหยาดน้้าฟ้า เวลา 3 ชั่วโมง ครูผู้สอน นางสาวกันตพร สุดาทิพย์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 ป.5/5 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายการการเกิดหยาดน ้าฟ้าได้ (K) 2. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะและลูกเห็บได้ (K) 3. ปฏิบัติกิจกรรมการเกิดหยาดน ้าฟ้าได้อย่างถูกต้องและเป็นล้าดับขั นตอน (P) 4. ให้ความร่วมมือในการท้ากิจกรรมกลุ่มและมีความรับผิดชอบในการส่งงานตรงเวลา (A) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็นหยาดน ้าฟ้าซึ่งเป็นน ้าที่มี สถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพื นดิน ฝนเกิดจากละออง น ้าในเมฆที่รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึง ตกลงมา หิมะเกิดจากไอน ้าในอากาศระเหิดกลับเป็น ผลึกน ้าแข็ง รวมตัวกันจนมีน ้าหนักมากขึ นจนเกินกว่า อากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจากหยดน ้าที่ เ ป ลี่ ย น ส ถ า น ะ เ ป็ น น ้ า แ ข็ ง แ ล้ ว ถู กพ า ยุพั ด วนซ ้าไปซ ้ามาในเมฆฝนฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่และ อยู่ในระดับสูงจนเป็นก้อนน ้าแข็งขนาดใหญ่ขึ นแล้วตก ลงมา พิจารณาตามหลักสูตรของสถานศึกษา


119 4. สาระส าคัญ/ความคิดรวบยอด ฝนเกิดไอน ้าในอากาศควบแน่นเป็นละอองน ้าเล็ก ๆ เมื่อละอองน ้าจ้านวนมากในเมฆรวมตัวกันจน อากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมาเป็นฝน หิมะเกิดจากไอน ้าในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน ้าแข็ง รวมตัวกันจนมีน ้าหนักมากขึ นจนเกินกว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจากหยดน ้าที่เปลี่ยน สถานะเป็นน ้าแข็ง แล้วถูกพายุพัดวนซ ้าไปซ ้ามาในเมฆฝนฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่และอยู่ในระดับสูง จนเป็นก้อนน ้าแข็งขนาดใหญ่ขึ นแล้วตกลงมา 5. สมรรถนะส าคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะส าคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการสังเกต 2) ทักษะการทดลอง 3) ทักษะการตั งสมมติฐาน 4) ทักษะการท้างานร่วมกัน 5) ทักษะการลงความเห็นจากข้อมูล 6) ทักษะการจัดกระท้าและสื่อความหมาย ข้อมูล 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 1. มีวินัยรับผิดชอบ 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ซื่อสัตย์ สุจริต 4. มุ่งมั่นในการท้างาน


120 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนที่ กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ เวลา (ชั่วโมง) แนวคิด POE 10 ขั้นที่ 1 การแนะน้าและสร้างแรงกระตุ้น (orientation and motivation) 1.ครูน้าบัตรภาพฝนตก ลูกเห็บตก และหิมะตก มาให้นักเรียนดู โดยครูติดไว้บนกระดาน ดังนี้ 2. จากนั้นครูตั้งประเด็นค้าถามกระตุ้นความสนใจนักเรียนจาก บัตรภาพ โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความ คิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี้ - นักเรียนคิดว่าฝนตกได้อย่างไร (แนวตอบ : ฝนตก เกิด จากไอน้้าในอากาศ เมื่อเย็นลงจะควบแน่นรวมตัวกัน เป็นเมฆ ละอองน้้าในเมฆจะรวมตัวกันเป็นหยดน้้าที่มี ขนาดใหญ่ขึ้น) - นักเรียนคิดว่าลูกเห็บตกได้อย่างไร (แนวตอบ : ลูกเห็บ เกิดจากเม็ดฝนถูกลมหรือกระแสอากาศพัดขึ้นไปใน ชั้นบรรยากาศที่มีอุณหภูมิต่้า จึงเกิดการแข็งตัวเป็น น้้าแข็ง หากลูกเห็บถูกพัดขึ้นไปหลาย ๆ รอบจะมี ขนาดใหญ่ขึ้น) - นักเรียนคิดว่าหิมะตกได้อย่างไร (แนวตอบ : หิมะเกิด จากไอน้้าในอากาศระเหิดกลับเป็นของแข็งซึ่งจะเกิด ในสภาวะที่หนาวเย็นและความชื้นเหมาะสม) 3.นักเรียนแบ่งกลุ่ม โดยครูเตรียมสลากหมายเลขกลุ่ม 1-6 จากนั้นให้นักเรียนแต่ละคนออกมาหยิบสลาก ซึ่งนักเรียนที่ได้ หมายเลขเดียวกันจะอยู่กลุ่มเดียวกัน ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีสมาชิก ภายใน กลุ่มละ 7 คน 3 P O E


121 ขั้นที่ 2 แนะน้าการทดลอง (Introducing the experiment) 4.ครูจัดเตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาด น้้าฟ้า จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 มาวางไว้หน้า ชั้นเรียน ดังนี้- น้้าแข็ง 1 ถุง -คัตเตอร์ 1 อัน- ขวดน้้าพลาสติก 1 ใบ -กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 3 แผ่น- น้้าอุ่น 1 แก้ว - หลอดหยด 1 หลอด- สีผสมอาหารแบบน้้า (สีแดง) 1 ขวด 5.ครูอธิบายการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน โดยสร้าง แบบจ้าลองเพื่อเปรียบเทียบการเกิดหยาดน้้าฟ้า โดยปฏิบัติ ดังนี้ 5.1) ตัดขวดพลาสติกตามขวางเป็นสองส่วน 5.2) เทน้้าอุ่นลงในขวดพลาสติกด้านล่าง จากนั้นหยดสีผสม อาหารลงในน้้าอุ่นเล็กน้อย 5.3) ใส่น้้าแข็งลงในขวดพลาสติกด้านบน แล้วน้ามาวาง ซ้อนบนขวดพลาสติกด้านล่าง และตั้งทิ้งไว้สักครู่ สังเกตการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในขวดพลาสติก จากนั้นบันทึกผล


122 ขั้นที่ 3 การท้านาย (ล้วงเอาแนวคิดของผู้เรียน) [Prediction: the elicitation of students' ideas] 6.ครูและนักเรียนร่วมตั้งประเด็นค้าถาม โดยให้นักเรียนแต่ละ กลุ่มร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นเพื่อหาค้าตอบ ดังนี้ - ฝนเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : ฝนเกิดจากเมื่อไอน้้าใน อากาศควบแน่นเป็นละอองน้้าเล็ก ๆ เมื่อละอองน้้า จ้านวน มากในเมฆรวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุง ไว้ได้จึงตกลงมาเป็นฝน) - ฝนมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตอย่างไร (แนวตอบ : ท้าให้พืช เจริญเติบโต มีน้้าหมุนเวียน เป็นต้น) - การเกิดฝนมีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง (แนวตอบ : การเกิดฝน มี 3 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 น้้าในแหล่งน้้าต่าง ๆ เมื่อ ได้รับความร้อนจะระเหยกลายเป็นไอน้้าแล้วลอยขึ้น ไปในอากาศ ขั้นที่ 2 ไอน้้าในอากาศเมื่อเจออากาศ เย็นจะควบแน่นเป็นละอองน้้า รวมตัวกันเป็นก้อนเมฆ และขั้นที่ 3 เมื่อเมฆรวมตัวกันจ้านวนมากจนอากาศ พยุงน้้าหนักของละอองน้้าไม่ไหว จึงตกลงมาเป็นฝน) - หิมะเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : หิมะเกิดจากไอน้้าใน อากาศระเหิดกลับผลึกน้้าแข็ง แล้วรวมตัวกันจนมี น้้าหนักมากจนอากาศจะพยุงไว้ไม่ไหว จึงตกลงมา) - การเกิดหิมะ มีกี่ขั้นตอน อะไรบ้าง (แนวตอบ : การเกิด หิมะ มี 3 ขั้นตอน โดยขั้นที่ 1 น้้าในแหล่งน้้าต่าง ๆ เมื่อได้รับความร้อนจะระเหยกลายเป็นไอน้้าแล้วลอย ขึ้นไปในอากาศ ขั้นที่ 2 ไอน้้าในอากาศระเหิดกลับ เป็นผลึกน้้าแข็ง รวมตัวกันจนมีน้้าหนักมากขึ้น จึงตก ลงสู่พื้นโลก และขั้นที่ 3 เมื่อผลึกน้้าแข็งตกลงมาบน โลกจะไม่ละลายจึงกลายเป็นหิมะ) - ลูกเห็บเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : ลูกเห็บเกิดจาก หยดน้้าที่เปลี่ยนสถานะเป็นน้้าแข็ง แล้วถูกพายุพัดวน ซ้้าไปซ้้ามาจนหยดน้้ากลายเป็นก้อนน้้าแข็ง)


123 ขั้นที่ 4 อภิปรายผลการท้านาย (discussing their prediction) 7. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง การ เกิดหยาดน้้าฟ้า และให้ความรู้เพิ่มเติม จากค้าถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง การเกิดหยาดน้้าฟ้า ในการ อธิบายเพิ่มเติม 8. นักเรียนแต่ละคนตอบค้าถามท้าทายการคิดขั้นสูง จาก หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 ลงในสมุดประจ้าตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 จากนั้น นักเรียนแต่ละคนท้าใบงานที่ 6.5.1เรื่อง หยาดน้้าฟ้า 9. ครูสุ่มนักเรียน 2คน ออกมาน้าเสนอค้าตอบของตนเอง โดย ครูให้นักเรียนร่วมกันพิจารณาว่าค้าตอบใดถูกต้อง จากนั้นครู เฉลยค้าตอบที่ถูกต้องให้นักเรียน ขั้นที่ 5 สังเกตการณ์ (observation) 10. นักเรียนแต่ละกลุ่มท้ากิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้้าฟ้า จากนั้นบันทึกผลการท้ากิจกรรมลงตาราง 11. น้าความรู้ที่ได้จากการสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดหยาด น้้าฟ้า และจากการสร้างแบบจ้าลอง แล้วสรุปผลการทดลอง 12. น้าเสนอผลการท้ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน จากนั้นร่วมกัน อภิปรายและสรุปผลเกี่ยวกับการเกิดหยาดน้้าฟ้า ขั้นที่ 6 อธิบาย (Explanation) 13. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จากการปฏิบัติ กิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้้าฟ้า 14. นักเรียนแต่ละคนท้ากิจกรรมหนูตอบได้ จากหนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 โดยตอบค้าถามลงในสมุดประจ้าตัว นักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2


124 ขั้นที่ 7 เสนอการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ (Providing the scientific explanation) 15. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมาน้าเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรม หน้าชั้นเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดจนครบทุกกลุ่ม ใน ระหว่างที่นักเรียนน้าเสนอครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง ขั้นที่ 8 ติดตามผล (Follow-up) 16. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบค้าถาม พฤติกรรมการท้างานรายบุคคล พฤติกรรมการท้างานกลุ่ม และจากการน้าเสนอผลการท้ากิจกรรมหน้าชั้นเรียน 17. ครูตรวจสอบผลการปฏิบัติกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน้้า ฟ้า ในสมุดประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 18. ครูตรวจสอบผลการท้ากิจกรรมหนูตอบได้ ในสมุด ประจ้าตัวนักเรียน หรือแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 19. ครูตรวจสอบผลการท้าใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้้าฟ้า 20. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเกิดหยาดน้้าฟ้า ซึ่ง ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็นหยาดน้้าฟ้าซึ่งเป็น น้้าที่มีสถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพื้นดิน ฝนเกิดจากละออง น้้าในเมฆที่รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมา หิมะเกิดจากไอน้้าในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน้้าแข็ง รวมตัว กันจนมีน้้าหนักมากขึ้นจนเกินกว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา ลูกเห็บเกิดจากหยดน้้าที่เปลี่ยนสถานะเป็นน้้าแข็งแล้วถูกพายุ พัดวนซ้้าไปซ้้ามาในเมฆฝนฟ้าคะนองที่มีขนาดใหญ่และอยู่ใน ระดับสูงจนเป็นก้อนน้้าแข็งขนาดใหญ่ขึ้นแล้วตกลงมา”


125 1. การวัดและประเมินผล รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1) ผลบันทึกการ ปฏิบัติกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาด น้้าฟ้า - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) กิจกรรมหนูตอบได้ - ตรวจสมุดประจ้าตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - สมุดประจ้าตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 3) หยาดน้้าฟ้า - ตรวจใบงานที่ 6.5.1 - ใบงานที่ 6.5.1 - ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 4) การน้าเสนอผลการ ปฏิบัติกิจกรรม - ประเมินการน้าเสนอ ผลปฏิบัติกิจกรรม - แบบประเมินการ น้าเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) พฤติกรรมการ ท้างานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การท้างานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) พฤติกรรมการ ท้างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 7)คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ท้างาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8) พฤติกรรมการ ท้างานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การท้างานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 9)คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ท้างาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์


126 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ป.5เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ป.5 เล่ม 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 แหล่งน ้าและลมฟ้าอากาศ 3) ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน ้าฟ้า 4) วัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในกิจกรรมที่ 3 การเกิดหยาดน ้าฟ้า 5) PowerPoint เรื่อง การเกิดหยาดน ้าฟ้า 6) บัตรภาพฝนตก ลูกเห็บตก และหิมะตก 7) QR Code เรื่อง กระบวนการเกิดฝน 8) สมุดประจ้าตัวนักเรียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3)อินเทอร์เน็ต


127


128


129 กิจกรรมที่ 3 เรื่อง การเกิดหยาดน้้าฟ้า จุดประสงค์ อธิบายและเปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ ต้องเตรียมต้องใช้ 1. น้้าแข็ง 1 ถุง 2. คัตเตอร์ 1 อัน 3. ขวดน้้าพลาสติก 1 ใบ 4. กระดาษแข็งแผ่นใหญ่ 3 แผ่น 5. แหล่งข้อมูล เช่น หนังสือ อินเทอร์เน็ต 6. น้้าอุ่น 1 แก้ว 7. หลอดหยด 1 หลอด 8. สีผสมอาหารแบบน้้า (สีแดง) 1 ขวด ลองท้าดู ตอนที่ 1 1. แบ่งกลุ่ม จากนั้นร่วมกันตั้งสมมติฐานว่า ฝนเถิดได้อย่างไร แล้วบันทึกผลลงในสมุด 2. ท้าการทดลองเพื่อตรวจสอบสมมติฐาน โดยปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้ 2.1 ตัดขวดพลาสติกตามขวางเป็นสองส่วน 2.2 เทน้้าอุ่นลงในขวดพลาสติกด้านล่าง จากนั้นหยดสีผสมอาหารลงในน้้าอุ่นเล็กน้อย 2.3 ใส่น้้าแข็งลงในขวดพลาสติกด้านบันแล้วน้ามาวางซ้อนบนขวดพลาสติกด้านล่าง และตั้งทิ้งไว้ สักครู่ สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในขวดพลาสติก จากนั้นบันทึกผล 3. น้าเสนอผลการท้ากิจกรรมหน้าชั้นเรียนจากนั้นอภิปรายและสรุปผลร่วมกันภายในชั้นเรียน


130 ลองท้าดู ตอนที่ 2 1. สืบคันข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเกิดฝน หิมะ และลูกเห็บ แล้วบันทึกผล 2. น้าข้อมูลที่ได้มาเขียนเป็นแผนผัง แผนภาพ หรืออื่น ๆ เพื่อเปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝนหิมะ และ ลูกเห็บ ลงในกระดาษแข็งแผ่นใหญ่ พร้อมตกแต่งให้สวยงาม 3. น้าเสนอผลงานหน้าชั้นเรียน จากนั้นร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับกระบวนการเกิดฝน หิมะ และ ลูกเห็บ ภายในชั้นเรียน


131 ใบบันทึกผลการท้ากิจกรรมที่ 3 เรื่อง การเกิดหยาดน้้าฟ้า ตารางบันทึกผลการท้ากิจกรรม ตอนที่ 1 การทดลอง ผลการสังเกต 1. ใส่น้้าแข็งลงไปบนขวดพลาสติก ด้านบน แล้วน้ามาวางซ้อนบนขวด พลาสติกด้านล่าง จากนั้นทิ้งไว้ สรุปผลการทดลอง ………………………………………………………………………………………………………………………………………... ………………………………………………………………………………………………………………………………………... ………………………………………………………………………………………………………………………………………... ………………………………………………………………………………………………………………………………………... ………………………………………………………………………………………………………………………………………... ………………………………………………………………………………………………………………………………………... ………………………………………………………………………………………………………………………………………... ตารางบันทึกผลการท้ากิจกรรม ตอนที่ 2 หยาดน้้าฟ้า กระบวนการเกิดหยาดน้้าฟ้า 1. ฝน 2. หิมะ 3. ลูกเห็บ


132 เฉลย ใบบันทึกผลการท้ากิจกรรมที่ 3 เรื่อง การเกิดหยาดน้้าฟ้า ตารางบันทึกผลการท้ากิจกรรม ตอนที่ 1 การทดลอง ผลการสังเกต 1. ใส่น้้าแข็งลงไปบนขวดพลาสติก ด้านบน แล้วน้ามาวางซ้อนบนขวด พลาสติกด้านล่าง จากนั้นทิ้งไว้ เกิดหยดน้้าขึ้นบริเวณด้านในของขวดพลาสติก สรุปผลการทดลอง จากการท้ากิจกรรม พบว่า เมื่อใช้น้้าอุ่นแทนน้้าจากแหล่งน้้าต่างๆได้รับความร้อนจาก แสงอาทิตย์ ใช้น้้าแข็งแทนอากาศเย็น และเมื่อน้้าอุ่นเจอกับน้้าแข็ง จึงท้าให้เกิดหยดน้้าขึ้น เปรียบได้กับน้้าในแหล่งน้้าได้รับความร้อนจากแสงอาทิตย์ แล้วกลายเป็นไอน้้าลอยขึ้นไปในอากาศ เมื่อเจออากาศเย็นจะควบแน่นกลายเป็นละอองน้้าจ้านวนมากรวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุง ไว้ได้ จึงตกลงมาเป็นฝน ตารางบันทึกผลการท้ากิจกรรม ตอนที่ 2 หยาดน้้าฟ้า กระบวนการเกิดหยาดน้้าฟ้า ก. ฝน เกิดจากไอน้้าในอากาศควบแน่นเป็นละอองน้้าเล็ก ๆ เมื่อละอองน้้า จ้านวนมากในเมฆรวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้ จึงตกลงสู่ พื้นโลกในสถานะของเหลว ข. หิมะ เกิดจากไอน้้าในอากาศระเหิดกลับเป็นผลึกน้้าแข็ง แล้วรวมตัวกันจน หนักมาก และตกลงสู่พื้นโลกในสถานะของแข็ง ค. ลูกเห็บ เกิดจากหยดน้้าที่เปลี่ยนเป็นน้้าแข็ง จากนั้นถูกพายุพัดวนในเมฆฝน ฟ้าคะนอง จนหยดน้้ากลายเป็นก้อนน้้าแข็ง แล้วตกลงพื้นโลกใน สถานะของแข็ง


133 ใบงานที่ 6.5.1 เรื่อง หยาดน้้าฟ้า ค้าชี้แจง : ให้นักเรียนพิจารณาข้อความที่ก้าหนดให้ แล้วน้าข้อความที่ก้าหนดให้เติมลงในประโยค ให้ถูกต้อง ฝน หิมะ ลูกเห็บ เป็น____________ซึ่งเป็นน้้าที่มีสถานะต่าง ๆ ที่ตกจากฟ้าถึงพื้นดิน _______เกิด จาก_________ใน___________ที่รวมตัวกันจนอากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จึงตกลงมา _______เกิด จาก_________ในอากาศ_________กลับเป็นผลึกน้้าแข็ง รวมตัวกันจนมีน้้าหนักมากขึ้นจนเกินกว่าอากาศ จะพยุงไว้จึงตกลงมา _________เกิดจากหยดน้้าที่เปลี่ยนสถานะเป็น________แล้วถูก_______พัดวนซ้้าไปซ้้ามาในเมฆฝนฟ้า คะนองที่มีขนาดใหญ่และอยู่ในระดับสูงจนเป็นก้อนน้้าแข็งขนาดใหญ่ขึ้นแล้วตกลงมา หยาดน้ าฟ้า ฝน หิมะ ลูกเห็บ เมฆ ระเหิด ละอองน้ า ไอน้ า น้ าแข็ง พายุ


Click to View FlipBook Version