แผนการจดั การเรียนรู้
วิชาพลศกึ ษา พ 21103
ระดับมธั ยมศกึ ษาช้นั ปีท่ี 1
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565
นายอนสั แวสอเฮาะ
ครูผู้ชว่ ย
โรงเรียนโพธค์ิ ีรีราชศึกษา จังหวัดปัตตานี
สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษาปัตตานี
กำหนดกำรสอน
วชิ ำพลศกึ ษำ พ21103
กีฬำเทเบิลเทนนิส
นำยอนสั แวสอเฮำะ
ภำคเรียนที่ 1 ปกี ำรศึกษำ 2565
กลุ่มสำระกำรเรยี นรสู้ ุขศกึ ษำและพลศึกษำ
โรงเรยี นโพธิค์ รี ีรำชศึกษำ จงั หวดั ปตั ตำนี
สำนักงำนเขตพ้นื ท่กี ำรศึกษำมัธยมศึกษำปัตตำนี
กำหนดกำรสอน
วิชาพลศกึ ษา รหัสวชิ า พ 21103
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
รายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษา และพลศึกษา จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
นายอนสั แวสอเฮาะ ครูผสู้ อน
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565 เวลา 20 ชว่ั โมง
โรงเรียนโพธิค์ ีรรี าชศึกษา อาเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี
คำอธิบำยรำยวชิ ำ
ศกึ ษาประวตั ิความเป็นมาของกีฬาเทเบิลเทนนิส และหลักการเกีย่ วกับกจิ กรรมพลศึกษา ฝึกทักษะ
การบริหารร่างกาย การเสริมสรา้ งสมรรถภาพทางกาย การเคลื่อนไหวพื้นฐาน และการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส
เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ การปฏิบตั ิเกี่ยวกับกิจกรรมพลศึกษา กีฬาเทเบิลเทนนิส มที ักษะในการเล่นกีฬา
มีคุณธรรมและเห็นคุณค่าของกิจกรรมพลศึกษาและกีฬา มีสุขภาพดีทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญา
สามารถอยู่ร่วมและทางานกับผู้อ่ืนได้อย่างมีความสุข และนาไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองและ
สว่ นรวม
ตวั ช้ีวดั
พ 3.1 ม.1.1 เพม่ิ พูนความสามารถของตน ตามหลักการเคลอื่ นไหวทีใ่ ชท้ ักษะกลไก และทกั ษะ
พืน้ ฐานท่ีนาไปสูก่ ารพฒั นาทกั ษะการเลน่ กีฬา
พ 3.1 ม.1.2 เลน่ กีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบคุ คลและทีมโดยใช้ทกั ษะพน้ื ฐานตามชนิดกีฬา
อยา่ งละ 1 ชนดิ
พ 3.2 ม.1.1 อธบิ ายความสาคญั ของการออกกาลังกายและเล่นกีฬา จนเปน็ วิถีชวี ติ ทมี่ สี ขุ ภาพดี
พ 3.2 ม.1.2 ออกกาลงั กายและเลือกเข้าร่วมเลน่ กีฬาตามความถนัด ความสนใจอยา่ งเตม็
ความสามารถ พร้อมทั้งมกี ารประเมนิ การเล่นของตนและผู้อืน่
พ 3.2 ม.1.3 ปฏบิ ัติตามกฎ กติกา และข้อตกลงตามชนิดกฬี าท่ีเลอื กเลน่
รวมทัง้ หมด 5 ตัวชี้วัด
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้
มำตรฐำนกำรเรยี นรู้ พ 3.1 เขา้ ใจ มที ักษะในการเคล่ือนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและกีฬา
มำตรฐำนกำรเรียนรู้ พ 3.2 รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจาอย่าง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และช่ืนชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตำรำงกำรเรยี นรู้
หน่วย ชื่อหน่วยกำร มำตรฐำนกำร สำระสำคัญ เวลำ นำ้ หนกั
(ชั่วโมง) คะแนน
ที่ เรียนรู้ เรยี นรู้/ตวั ช้ีวัด 1. แนะนาตัว
2. ช้ีแจงระเบียบการเรียนการสอน 2 20
1 ขอ้ ตกลงเบอ้ื งต้น ควำมรู้เบ้ืองตน้ (Active Learning) 1
20
1.1 การปฐมนเิ ทศ พ 3.2 ทักษะการเดาะลูกเทเบิลเทนนสิ 1
เป็นทักษะพ้ืนฐานในการเลน่ กีฬา
ช้ีแจงขอ้ ตกลง ม1.3 เทเบิลเทนนิส จาเปน็ ต้องมีทักษะนี้ 10
ใช้ฝกึ ประสาทตาและประสาท 5
เบอ้ื งต้น เกีย่ วกับ สมั ผสั ให้ดแี ละชานาญมากข้ึน
5
กฎ กตกิ า การเรยี น การฝึกเล่นเทเบิลเทนนิสน้ัน สิ่ง
สาคัญคือการฝึกพ้ืนฐานให้มีความ
การสอน ชานาญ เพราะการเล่นกีฬาทุกชนิด
การฝึกพ้ืนฐานคือสิ่งสาคัญที่สุด
1.2 ประวตั คิ วาม พ 3.2 โ ด ย ทั ก ษ ะ ก า ร เ ด า ะ ลู ก เ ท เ บิ ล
เทนนิสเป็นทักษะพื้นฐานอีกอย่าง
เปน็ มาและการ หน่ึงในการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส
จ า เ ป็ น ต้ อ ง ฝึ ก ทั ก ษ ะ นี้ เ พ่ื อ ฝึ ก
สรา้ งความคุ้นเคย ประสาทตาและประสาทสัมผัสให้ดี
ขึ้น การฝึกตีลูกเทเบิลเทนนิสให้
กบั การเลน่ กีฬาเท เกินแรงหมุนแบบต่างๆ ซ่ึงจะต้อง
ฝึกฝนและเรียนรู้แรงหมุนท่ีมีอยู่
เบิลเทนนสิ ท้ังหมดให้ครบถ้วน โดยฝึกตีให้ได้
ท้ังแรงหมุนที่มาก และแรงหมุน
2 กำรฝกึ ทกั ษะกีฬำเทเบิลเทนนสิ นอ้ ย
2.1 การตลี ูก พ 3.2
พ้ืนฐาน 4 แบบ
2.2 ทกั ษะของการ
เสิรฟ์ หรือส่งลกู
บอล
หนว่ ย ชือ่ หน่วยกำร มำตรฐำนกำร สำระสำคัญ เวลำ น้ำหนัก
ท่ี เรียนรู้ เรยี นรู้/ตวั ช้ีวดั (ช่วั โมง) คะแนน
สอบกลำงภำค 1 20
3 กำรเลน่ เทเบลิ เทนนิสประเภทเดย่ี ว 2 10
3.1 กฏ กตกิ า การ พ 3.2 การจัดการเรียนการสอนในข้ันการ 2
เลน่ เทเบลิ เทนนิส เล่นหรือทาความเข้าใจกติกาก่อน
ประเภทเดีย่ ว การแข่งขัน เป็นสว่ นสาคัญท่ีผเู้ รยี น
3.2 การจบั ฉลาก จะต้องเรียนรู้เพื่อทาความเข้าใจ
แบง่ สายและ เพราะการฝึกเล่นในคาบน้ีจะทาให้
แข่งขันเทเบิล นั ก เ รี ย น คุ ณ เ ค ย ใ น ก า ร ส่ ง ลู ก ท่ี
เทนนสิ ประเภท ถู ก ต้ อ ง ม า ก ขึ้ น ก า ร ส ร้ า ง
เดย่ี ว ความคุ้นเคยในการใช้ฝ่ามือแล้ว
3.3 กฎ กติกา และ โยนขึ้นไปในอากาศ การรับลูกท่ี
ถูกต้องเม่ือลูกเทเบิลเทนนิสถูกตี
การเปน็ ผตู้ ัดสนิ ข้ามตาข่ายมากระทบแดนของตน
ประเภทเดี่ยว
รวมท้ังรู้จักกติกาเช่น ลูกท่ีให้ส่ง
ใหม่,เสิร์ฟใหม่และการเสียคะแนน
เปน็ ตน้
4 กำรเลน่ เทเบิลเทนนิสประเภทคู่ 2 10
4.1 กฏ กติกา การ พ 3.2 การเล่นเทเบิลเทนนิสประเภทคู่ 2
เลน่ เทเบิลเทนนสิ เป็นการเล่นท่ีมีผู้เล่นฝ่ายละ 2 คน
ประเภทคู่ เป็นการเล่นที่ต้องใช้ความสามารถ
4.2 การแข่งขันเท แ ล ะ ทั ก ษ ะ เ ฉ พ า ะ ตั ว ท่ี ช า น า ญ
เบิลเทนนิสและการ ความฉลาด มีไหวพริบของผู้เล่น
น อ ก จ า ก น้ั น ผู้ เ ล่ น ต้ อ ง มี
เป็นผ้ตู ัดสนิ
กระบวนการและกลวิธีการเล่น
4.3 การแข่งขันเท หลายวิธีอีกด้วย โดยทั่วไปการเล่น
เบลิ เทนนสิ และ ประเภทคู่ มี 3 ประเภท คือชายคู่,
วิธกี ารจดั ทีมเพื่อทา หญิงคู่ และคผู่ สม
การแข่งขัน
หน่วย ชอ่ื หน่วยกำร มำตรฐำนกำร สำระสำคญั เวลำ นำ้ หนกั
ท่ี เรยี นรู้ เรียนรู้/ตวั ช้ีวัด (ช่ัวโมง) คะแนน
5 วธิ ีกำรจดั ทีม 3-
5.1 การแขง่ ขันเท พ 3.2 ปฏิบัติและอธิบาย ทักษะพ้ืนฐาน 3
เบลิ เทนนสิ ประเภท ข อ ง ก า ร แ ข่ ง ขั น เ ท เ บิ ล เ ท น นิ ส
เดีย่ ว ประเภทเด่ยี วและคู่ได้
5.2 การแขง่ ขันเท
เบลิ เทนนสิ ประเภท
คู่
สอบปลำยภำค 1 20
รวม 20 100
กำรวัดผลประเมนิ ผล
1. คะแนนกำรวดั และประเมินผล 100 คะแนน
2. สดั สว่ นกำรประเมนิ ผลระหว่ำงภำค:ปลำยภำคเรยี น 80:20 คะแนน
ท่ี รำยกำรกจิ กรรม คะแนน หมำยเหตุ
1 หนว่ ยที่ 1 20
2 หนว่ ยท่ี 2 20
3 หน่วยที่ 3 10
4 สอบกลำงภำค 20
5 หนว่ ยท่ี 4 10
6 หนว่ ยท่ี 5 10
7 สอบปลำยภำค 20
เกณฑ์กำรวดั และประเมนิ ผล ระดบั เกรด
เกณฑ์การตัดสินผลการเรียน 4.00
ระดบั คะแนน 3.50
80-100 3.00
75-79 2.50
70-74 2.00
65-69 1.50
60-64 1.00
55-59 0
50-54
0-49 ผลกำรตดั สิน
มสี ทิ ธส์ิ อบปลายภาคเรียนได้
เกณฑ์กำรตดั สนิ มสี ิทธสิ อบ
อตั รำส่วนของกำรเรียนท้งั หมด ย่ืนชดเชยเพือ่ ขอสอบ
มเี รยี น 80% ข้ึนไป เรยี นซา้
มีเวลาเรยี น 60-79%
ต่ากว่า 60%
ส่อื กำรเรียนกำรสอน
1. ลกู ปิงปอง
2. นกหวีด
3. ตาข่าย
4. โตะ๊ เทเบลิ เทนนิส
5. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
6. แหล่งเรียนรอู้ ื่นๆ
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1
เวลา 45 นาที
เร่ือง การปฐมนิเทศ ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
1. สาระสาคญั
นอกจากการจดั การเรียนการสอนตามแผนการเรียนรู้แลว้ การปฐมนิเทศก่อนการเรียนก็เป็นข้นั ตอน
แรกท่ีสาคญั สาหรับครูและนกั เรียน ท่ีไดร้ วมกบั พบปะกนั และไดร้ ่วมกนั ตกลงก่อนเรียนในรายวชิ า เกณฑ์
การให้คะแนน การเขา้ ช้นั เรียน และการปฏิบตั ิในรายวิชาเรียนแลว้ ท่ีครูตอ้ งทาความเขา้ ใจกบั นกั เรียนทุก
คน นอกจากน้ีแลว้ ครูตอ้ งอธิบายและบอกความสาคญั ของวิชากรีฑาท่ีนกั เรียนทุกคนรับทราบพร้อมๆกนั
ตลอดจนการวางแผนการจดั การเรียนการสอนที่ไดว้ างไวข้ องรายวชิ าเรียนต่อไป
2. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนบอกวธิ ีการปฏิบตั ิตนในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาได้
2. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิตนในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาได้
3. นกั เรียนสามารถบอกประวตั ิความเป็ นมากีฬาเทเบิลเทนนิสได้
3. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
4. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ตรงต่อเวลา
3.ใฝ่ ความรู้
5. สาระการเรียนรู้
1. การปฏิบตั ิตนของนกั เรียนในการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
2. ประวตั ิความเป็นมากีฬาเทเบิลเทนนิส
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
ครูกล่าวตอ้ นรับนกั เรียนและแนะนาตนเองใหน้ กั เรียนไดร้ ู้จกั
ให้นักเรียนแสดงความคิดเห็น เสนอแนะให้ครูฟังเกี่ยวกบั การปฏิบตั ิตนของนักเรียนใน
การเรียนวชิ าพลศึกษา
ครูจะอธิบายประวตั ิความเป็ นมากีฬาเทเบิลเทนนิสให้นกั เรียนฟัง พร้อมเปิ ดโอกาสให้
นกั เรียนไดซ้ กั ถามในส่ิงท่ีตนเองยงั ไม่เขา้ ใจหรือยงั ไม่รู้ จากน้นั ครูช้ีแจงการเตรียมความพร้อมในการเรียน
วชิ าพลศึกษาในคร้ังต่อไป
7. การวดั และการประเมนิ ผล
วธิ ีการวดั และประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
นกั เรียนบอกวธิ ีการปฏิบตั ิตนใน การโตต้ อบในการ แบบสังเกตการเขา้ ร่วม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
การเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุข ตอบคาถาม กิจกรรมของนกั เรียน เกณฑ์
ศึกษาและพลศึกษาได้
นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิตนในการ การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษา เกณฑ์
และพลศึกษาได้
นกั เรียนสามารถบอกประวตั ิความ ซกั ถามความสนใจ แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เป็ นมากีฬาเทเบิลเทนนิสได้ ของนกั เรียน เกณฑ์
8. สื่อการเรียนรู้/แหล่งเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ใบความรู้ท่ี 1 ประวตั ิความเป็นมากีฬาเทเบิลเทนนิส
แบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกจิ กรรม
การตรงต่อ การโต้ตอบ ความร่วมมือ ความต้งั ใจ ความมีนา้ ใจ
เวลา ในการตอบ ในการเข้า นักกฬี า
ชื่อ-สกุล คาถาม ร่วมกจิ กรรม
รวม 20 คะแนน
4 3214321432143214321
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั ิสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิยงั มีขอ้ บกพร่องในจุดท่ีไม่สาคญั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิยงั มีขอ้ บกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิไม่ไดเ้ ลย
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคดิ เห็นและข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
...........
ลงชื่อ ...................................................
(นายอนัส แวสอเฮาะ)
ครูผ้ชู ่วย
ใบความรู้ท่ี 1
เร่ือง ประวตั ิความเป็ นมากฬี าเทเบลิ เทนนิส
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนรู้และเขา้ ใจเก่ียวกบั ประวตั ิความเป็นมากีฬาเทเบิลเทนนิส
2. นกั เรียนสามารถนาความรู้ที่ไดม้ าใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้
ประวตั ิความเป็ นมากฬี าแชร์บอล
ประวตั ิกีฬาปิ งปอง หรือเทเบิลเทนนิส
กีฬาปิ งปองไดเ้ ร่ิมข้ึนคร้ังแรกในปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433) ท่ีประเทศองั กฤษ โดยในอดีตอุปกรณ์ที่ใช้
เล่นปิ งปองเป็นไมห้ ุม้ หนงั สัตว์ ซ่ึงมีลกั ษณะคลา้ ยกบั ไมป้ ิ งปองในปัจจุบนั ส่วนลูกท่ีใชต้ ีเป็นลูกเซลลูลอยด์
ซ่ึงทาจากพลาสติกก่ึงสังเคราะห์ โดยเวลาที่ลูกบอลกระทบกบั พ้ืนโตะ๊ และไมต้ ีจะเกิดเสียง "ปิ๊ ก-ปอก"ดงั น้นั
กีฬาน้ีจึงถูกเรียกช่ือตามเสียงที่ไดย้ นิ วา่ "ปิ งปอง" (PINGPONG) และไดเ้ ร่ิมแพร่หลายในกลุ่มประเทศยโุ รป
ก่อน
ซ่ึงวิธีการเล่นในสมัยยุโรปตอนต้น จะเป็ นการเล่นแบบยัน (BLOCKING) และแบบดันกด
(PUSHING) ซ่ึงต่อมาไดพ้ ฒั นามาเป็ นการเล่นแบบ BLOCKING และ CROP หรือเรียกวา่ การเล่นถูกตดั ซ่ึง
วิธีการเล่นน้ี เป็ นท่ีนิยมมากแถบยุโรป ส่ วนวิธีการจับไม้ จะมี 2 ลักษณะ คือ จับไม้แบบจับมือ
(SHAKEHAND) ซ่ึงเราเรียกกนั วา่ "จบั แบบยุโรป" และการจบั ไมแ้ บบจบั ปากกา (PEN-HOLDER) ซ่ึงเรา
เรียกกนั วา่ "จบั ไมแ้ บบจีน"
ในปี ค.ศ. 1900 (พ.ศ. 2443) เริ่มปรากฏว่ามีการหันมาใช้ไมป้ ิ งปองติดยางเม็ดแทนหนงั สัตว์ ดงั น้ัน
วิธีการเล่นแบบรุก หรือแบบบุกโจมตี (ATTRACK หรือ OFFENSIVE) โดยใช้ท่าหน้ามือ (FOREHAND)
และหลงั มือ (BACKHAND) เริ่มมีบทบาทมากข้ึน และยงั คงนิยมการจบั แบบไมแ้ บบยโุ รป ดงั น้นั จึงถือว่า
ยโุ รปเป็นศูนยร์ วมของกีฬาปิ งปองอยา่ งแทจ้ ริง
ต่อมาในปี ค.ศ. 1922 (พ.ศ. 2465) ได้มีบริษัทค้าเคร่ืองกีฬา จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า
"PINGPONG" ดว้ ยเหตุน้ี กีฬาปิ งปองจึงตอ้ งเปล่ียนช่ือเป็ น เทเบิลเทนนิส (TABLE TENNIS) และในปี ค.ศ.
1926 (พ.ศ. 2469) ได้มีการประชุ มก่อต้ังสหพันธ์เทเบิลเทนนิ สนานาชาติ (INTERNATIONAL
TABLETENNIS FEDERATION : ITTF) ข้ึนท่ีกรุงลอนดอน ในเดือนธันวาคม พร้อมกับมีการจัดการ
แข่งขนั เทเบิลเทนนิสแห่งโลก คร้ังท่ี 1 ข้ึนเป็นคร้ังแรก
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1
เร่ือง ประวตั ิความเป็ นมาและการสร้างความคุน้ เคยกบั การเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 45 นาที
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
1. สาระสาคัญ
ทกั ษะการเดาะลูกเทเบิลเทนนิสเป็นทกั ษะพ้ืนฐานในการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส จาเป็นตอ้ งมีทกั ษะ
น้ีใชฝ้ ึกประสาทตาและประสาทสัมผสั ใหด้ ีและชานาญมากข้ึน
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั
สาระท่ี 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ 3.1 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และชื่นชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพอื่ เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุง่ มน่ั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายทกั ษะการเดาะลูกเทเบิลเทนนิสได้
2. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิทกั ษะการเดาะลูกเทเบิลเทนนิสได้
3. นกั เรียนเห็นถึงความสาคญั ในการเล่นกีฬาและการออกกาลงั กาย
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซ่อื สัตย์สจุ รติ
- มวี ินยั
- ม่งุ มั่นในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
1. ความรู้
ทกั ษะการเดาะลูกเทเบิลเทนนิสที่ถูกต้อง
-ทา่ ยืนทถ่ี ูกตอ้ ง
-วิถที าง ทศิ ทางลูกเทเบิลเทนนิสที่ถูกต้อง
-ลกู เทเบลิ เทนนิสจดุ ทตี่ กกระทบไม้เทเบิลเทนนสิ ถูกต้อง
2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
- การจาแนก
- การให้เหตุผล
- การสรปุ ความรู้
- การปฏิบตั /ิ การสาธิต
- การแก้ปญั หา
- การประยุกต์/การปรบั ปรงุ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ข้นั เตรียม ( 5 นาที )
1) ครใู ห้นักเรยี นจดั แถวรอบหอ้ ง โดยยืนหา่ งจากผนงั ห้อง 1 ฟุต
2) ครเู ชค็ ชอ่ื ของนักเรียน
3) ครตู รวจความเรยี บร้อยของเครือ่ งแตง่ กาย
4) ครูให้นกั เรียนอบอนุ่ ร่างกาย
สญั ลักษณ์
นักเรยี น
ครู
โต๊ะเทเบลิ เทนนสิ
2.ข้ันอธิบายสาธิต ( 10 นาที )
1. ครูอธิบาย กฎ กตกิ า ระเบียบการปฏบิ ัติให้นักเรียนฟงั
2. ครูอธิบายประวัตคิ วามเปน็ มาและทกั ษะการสร้างความคุน้ เคยในการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส
อธิบายและสาธติ ( 5 นาที )
การสรา้ งความค้นุ เคยลูกเทเบิลเทนนสิ
1.ทักษะการเดาะลกู เทเบิลเทนนิสแบบหงายมอื ( FOURHAND )
ท่าเตรียม
-ใหน้ ักเรียนจับไม้เทเบิลเทนนสิ ในมอื ที่ถนดั และอีกมือที่
ไม้ถนดั ถือลูกเทเบิลเทนนสิ
ทา่ ปฎบิ ตั ิ
-ให้นกั เรียนทาการเดาะลกู เทเบิลเทนนสิ โดยการ
เดาะลกู เทเบลิ เทนนสิ นั้นต้องใหล้ ูกเทเบลิ เทนนิสให้อย่ตู รง
กลางไม้เทเบลิ เทนนสิ แบบฝึกคอื ให้นกั เรียนเดาะ
ลกู เทเบิลเทนนสิ 1 ครั้งความสูงของลกู เทเบลิ เทนนิสอยู่ใน
ระดับสายตา แล้วจับลูกเทเบิลเทนนิส แลว้ คอ่ ยๆ เพ่ิม
จานวนครงั้ ไปเร่ือยๆ
3. ขน้ั ปฏิบตั ิ (10 นาที )
- ให้นกั เรียนฝกึ ทกั ษะการสร้างความคุ้นเคย โดยครเู ปน็ ผู้กาหนดชว่ งระยะเวลา เพื่อใหน้ ักเรยี นทาการ
ฝึกได้อยา่ งเต็มท่ี และเพื่อใหน้ ักเรยี นทุกคนไดส้ ร้างความคนุ้ เคยกบั การเลน่ กีฬาเทเบิลเทนนิสมากขน้ึ
4. ขนั้ นาไปใช้ ,เกม (10 นาที )
เกมนาไปใช้ (เกมส์เก้าอี้ดนตรี)
ครเู ปิดเพลงใหน้ ักเรียนเดาะลูกเทเบิลเทนนิส จะใชก้ ารเดาะแบบหน้ามือหรอื หลงั มือก็ได้ แต่
ต้องเดนิ เป็นวงกลม เม่ือเสยี งเพลงหยดุ ให้นักเรียนเดาะลูกเทเบลิ เทนนิสไปยงั จดุ ทคี่ รวู างไว้ และเม่ือนักเรยี น
คนไหนเขา้ เป็นคนสุดทา้ ย ถอื ว่าแพ้
5. ขั้นสรุป ( 5 นาที )
- ครูใหน้ ักเรียนออกมาอธิบายถงึ ทักษะการสร้างความคนุ้ เคยในการเลน่ กีฬาเทเบิลเทนนิส
- ครูสรุปเนือ้ หาท่ีเรียนและเพิ่มเติมในสว่ นท่ีนักเรยี นยงั ปฏิบตั ิไม่ได้
- ครนู ัดหมายการเรยี นการสอนในคาบต่อไป
8. สื่อการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. กรวย
6. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
9. การวดั และการประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - การตอบคาถามของนกั เรียน - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สังเกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สงั เกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะที่
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพ่มิ ข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอปุ สรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………….....................ผสู้ อน
(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เวลา 45 นาที
เรื่อง ฝึกการเดาะลูกเทเบิลเทนนิสแบบต่างๆและฝึกการตีลูกดว้ ย
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
1. สาระสาคัญ
การฝึ กเล่นเทเบิลเทนนิสน้นั ส่ิงสาคญั คือการฝึ กพ้ืนฐานให้มีความชานาญ เพราะการเล่นกีฬาทุก
ชนิด การฝึ กพ้ืนฐานคือส่ิงสาคญั ที่สุด โดยทกั ษะการเดาะลูกเทเบิลเทนนิสเป็ นทกั ษะพ้ืนฐานอีกอยา่ งหน่ึง
ในการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส จาเป็ นตอ้ งฝึกทกั ษะน้ีเพ่ือฝึ กประสาทตาและประสาทสัมผสั ให้ดีข้ึน การฝึ กตี
ลูกเทเบิลเทนนิสใหเ้ กินแรงหมุนแบบต่างๆ ซ่ึงจะตอ้ งฝึ กฝนและเรียนรู้แรงหมุนที่มีอยทู่ ้งั หมดให้ครบถว้ น
โดยฝึกตีใหไ้ ดท้ ้งั แรงหมุนที่มาก และแรงหมุนนอ้ ย
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วดั
สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และช่ืนชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุ่งมนั่
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายและข้นั ตอนทกั ษะการเดาะลูกเทเบิลเทนนิสได้
2. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิตามทกั ษะการเดาะลูกเทเบิลเทนนิสได้
3. นกั เรียนเห็นถึงความสาคญั ในการเล่นกีฬาและการออกกาลงั กาย
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซ่ือสตั ย์สุจริต
- มวี ินยั
- มงุ่ ม่นั ในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
1. ความรู้
ทักษะการเดาะลกู เทเบิลเทนนิสท่ีถูกต้อง
-ท่ายืนที่ถกู ต้อง
-วิถีทาง ทิศทางลูกเทเบิลเทนนิสท่ีถูกต้อง
-ลกู เทเบิลเทนนิสจุดทต่ี กกระทบไม้เทเบลิ เทนนิสถูกต้อง
2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
- การจาแนก
- การให้เหตุผล
- การสรุปความรู้
- การปฏบิ ตั ิ/การสาธติ
- การแก้ปญั หา
- การประยกุ ต/์ การปรับปรงุ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ข้นั เตรียม ( 5 นาที )
1) ครใู หน้ ักเรยี นจัดแถวรอบหอ้ ง โดยยืนหา่ งจากผนงั ห้อง 1 ฟตุ
2) ครเู ช็คชือ่ ของนักเรยี น
3) ครตู รวจความเรียบร้อยของเคร่ืองแตง่ กาย
4) ครใู หน้ กั เรียนอบอุ่นร่างกาย
สญั ลักษณ์
นักเรียน
ครู
โตะ๊ เทเบิลเทนนสิ
2.ขนั้ อธิบายสาธติ ( 5 นาที )
1. ครอู ธบิ าย กฎ กติกา ระเบียบการปฏิบตั ิให้นักเรียนฟงั
2. ครูอธิบายและสาธิตวธิ กี ารจบั ไม้ และการตี โฟร์แฮนด์(FORE HAND) และแบคแฮนด์ (BACK
HAND)
อธิบายและสาธติ ( 5 นาที )
ขนั้ พ้ืนฐาน
1. การจับไม้ การจบั ไม้ในการเลน่ เทเบิลเทนนิสมีสองลักษณะคอื
1.1การจับไม้แบบจับมอื การจับไม้แบบจับมือ หรอื การจบั แบบสากล เปน็ วิธีการจับไม้ที่ได้รบั ความ
นยิ มอยา่ งแพรห่ ลายโดยเฉพาะอยา่ งยิ่งสาหรับ นักกีฬาเทเบิลเทนนสิ ในกล่มุ ประเทศแถบทวีปยโุ รป การจบั ไม้
แบบนเี้ หมาะสาหรับผู้เล่นทเี่ พิง่ เรม่ิ ต้นฝึกหัดการเล่น
วธิ ปี ฏบิ ตั ิ
- ใช้มือขวาหรือมือขา้ งท่ีถนดั จับไมเ้ หมือนกบั ว่ากาลังจะจบั มอื คนอีกคนหนง่ึ โดยจบั ด้ามไมใ้ ห้อย่ใู น
ระหว่างหัวแม่มือกบั นิ้วช้ี
-วางนิ้วหัวแมม่ ือบนหน้าไม้ด้านหนึ่งของบรเิ วณสว่ นโคนไม้ โดยที่หน้าไม้ด้านที่วางนวิ้ หัวแมม่ อื นีจ้ ะ
เป็นดน้ สาหรับการตีลกู หนา้ มือ
- วางนวิ้ ชข้ี นานไปตามแนวขวางของส่วนปลายโคนไมบ้ นหน้าไม้อกี ด้านหนึ่ง โดยท่ีหนา้ ไมท้ ่ีวางนิว้ ช้นี ี้
จะเป็นดา้ นสาหรับการตีลกู หลงั มือ และงอน้ิวทเี่ หลืออีก 3 นว้ิ คือ นวิ้ กลาง นว้ิ นาง และนวิ้ ก้อยการอบดา้ มไม้
-จับไมใ้ หพ้ อดีมอื สบายๆ ไมเ่ กร็ง
1.2 การจบั ไม้แบบจับปากกา
การจับ ไม้แบบจบั ปากกา หรอื การจับแบบไมจ้ น เปน็ วิธีการจบั ไม้ท่ีผเู้ ลน่
ในประเทศแถบทวีปเอเซยี นิยม การจบั ไมแ้ บบนี้ชว่ ยใหผ้ ูเ้ ล่นตีลกู ได้เร็วขึน้ และมี
ความคลอ่ งตัวในการเคล่ือนที่เพ่อื รบั ลูกจากฝา่ ยตรงข้าม การจบั ไม้แบบจบั ปากกา
จึงเหมาะสมสาหรบั การเลน่ ลกั ษณะจโู่ จม หรือการเกมรุก
วิธีปฏิบัติ
-จบั ไมค้ ล้ายวา่ กาลังจับปากกา โดยจับให้สบายๆ พอดีมือ ไมเ่ กร็ง
- วางน้ิวหัวแมม่ ือและนิ้วชีป้ ระกบกนั จบั ดา้ มไม้ไวด้ า้ นหนงึ่
- งอน้ิวอกี 3 นวิ้ ทีเ่ หลือ คอื น้ิวกลาง นิ้วนาง และนว้ิ กอ้ ย
บนหนา้ ไม้อกี ดา้ นหน่ึงเพ่ือชว่ ยประคองไม้ หรอื อาจวางราบบน
ส่วนล่างของไม้ก็ได้
3. ขั้นปฏบิ ัติ (15 นาท)ี
- ให้นักเรียนฝกึ ทกั ษะโฟรแ์ ฮนด์ (FORE HAND) และแบคแฮนด์ (BACK HAND)
ตา่ ง ๆ ดงั นี้
สถานีท่ี 1 ฝึกการสร้างความคุน้ เคยกบั ลกู ปงิ ปอง
ให้ นกั เรียนหัดโยนลกู เทเบิลเทนนิสเลน่ โดยการโยนให้ลกู ปงิ ปอง
กระเดง้ แล้วให้นักเรยี น พยายามจบั ลกู ปงิ ปองให้ได้ หรือโยนลูกกระทบ
ขา้ งฝา ฯลฯ ซ่ึงแบบฝกึ น้ีต้องการใหน้ ักเรียน ไดค้ นุ้ เคยกับจังหวะการ
กระดอนของลูกปิงปอง รวมถึงไดส้ ังเกตทศิ ทางของลกู ปิงปองเม่ือกระทบ
กับสงิ่ ต่างๆ โดยการฝึกจะให้นักเรียน ยืนเล่นหรอื นัง่ เล่นกับลกู ปิงปองกไ็ ด้
สถานที ่2ี ฝกึ การตีลูกหลังมือ
ฝกึ ให้นกั เรยี น หัดตลี ูกปิงปองด้วยด้านแบค๊ แฮนด์ ให้เด็ก
นักเรียน นงั่ ลงกบั พ้ืน(ดงั รูป) โดยให้อกี ฝ่ายหนึ่งกลงิ้ ลูกไปกับพ้ืนและให้
อีกฝา่ ยหนึง่ หัดตลี ูกปงิ ปองให้ โดน โดยใช้ด้านหลงั มอื ในการตลี กู
สถานที 3่ี ฝึกการตลี กู หน้ามือ
ให้ นักเรียนหดั ตลี กู ด้วยดา้ นเช่นเดยี วกันกบั การฝกึ ตดี ้านแบค๊
แฮนด์ ข้างต้นซ่ึงการฝกึ ลกั ษณะเชน่ น้ีจะช่วยให้เด็กนกั เรยี น เริ่มเรียนรู้
การใช้ไมป้ ิงปองตีลกู ดว้ ยดา้ นหน้ามือและหลังมือเดก็ นักเรยี น จะรูส้ กึ ว่า
การเริ่มเลน่ ปิงปองน้นั ไม่ใช่สิง่ ทย่ี ากเลย
สถานีท่ี 4 ฝึกการเดาะลกู ปงิ ปองแบบตา่ งๆ
ให้ เด็กนักเรียน หดั เดาะลูกเทเบิลเทนนสิ โดยการตลี กู ด้วย
หนา้ มือ (FORE HAND) และหลงั มือ (BACK HAND) ในการเดาะลูก
หรืออาจจะเล้ียงลูกให้อยู่บนหน้าไมโ้ ดยไมใ่ หล้ กู ตกลงพ้ืนกไ็ ดซ้ ่งึ แบบฝึก
นีม้ ีวตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อฝกึ ให้เด็กนักเรียน ฝกึ การควบคุมลูกปิงปองให้ได้
สถานที ี่ 5 ฝกึ ใหร้ ูจ้ ักการตลี ูกด้วยหนา้ มือและหลงั มือ
หลัง จากท่นี กั เรียน ชานาญการเดาะลกู แล้วให้นกั เรยี น หัดตี
ลูกด้วยหน้ามอื (FORE HAND) โดยใหน้ ักเรียนอีกคนหนงึ่ โยนลูก
ปงิ ปองให้อีกคนหนึ่งตลี กู โดยใชด้ ้านหนา้ มอื (FORE HAND) และ
ด้านหลงั มอื (BACK HAND) สลบั กันไปมา
สถานที ่ี 6 ฝึกการตลี กู ปิงปองกบั ผนงั ด้วยด้านหลังมือ (BACK HAND)
ให้นกั เรยี น หดั ตลี ูกปิงปองกบั ผนังโดยการนง่ั เริม่ ต้นจากการใช้
ด้านหลังมอื (BACK HAND) ก่อน(ดังรปู ) นกั เรยี นควรพยายามใหต้ ีโตไ้ ด้
หลายๆ ลูกข้นึ
สถานที ี่ 7 ฝึกการตลี ูกปงิ ปองกบั ผนงั ด้วยดา้ นหนา้ มือ (FORE HAND)
การฝึกตีน่ังตโี ต้กับผนังดว้ ยดา้ นหน้ามอื (FORE HAND) และเม่ือ
เดก็ ๆ เกดิ ความคล่องและชานาญขึน้ แล้ว ใหน้ ักเรียนนัง่ ตโี ต้กบั ผนงั โดยสลบั
การตีดว้ ยหน้ามือ (FORE HAND) และหลังมอื (BACK HAND) สลับกันไป
สถานที ่ี 8 ฝกึ การตโี ตก้ บั ผนังด้วยการยนื
จากนั้นให้นักเรียน เปล่ยี นจากการนั่งเป็นการยืนตโี ตก้ ับกาแพง โดยใชฝ้ กึ ตี
โตโ้ ดยใช้ทั้งลูกหน้ามือและลกู หลังมือสลับกันไป
สถานีที่ 9 ฝกึ ตลี ูกไปข้างหนา้
ให้นักเรยี น ตีลกู ไปข้างหนา้ โดยการปล่อยลูกปิงปองตกพ้ืนก่อนและค่อยตี
(ดังรปู ) โดยสามารถฝึกใหต้ ีได้ทง้ั ดา้ นหนา้ มือและหลังมอื
สถานที ี่ 10 ฝกึ ตโี ตไ้ ปมากลางอากาศ
เมื่อ นักเรยี น เกิดความชานาญมากยงิ่ ข้นึ แล้ว นกั เรยี นควรหดั ใหต้ ีลูก
โต้ไป-มากลางอากาศโดยไม่ให้ลกู ปิงปองตกลงพ้ืนดินซ่ึง สามารถฝกึ ตโี ต้ได้ท้งั ลูก
หน้ามือและลูกหลังมือสลบั ไปมา
สถานีท่ี 11 ฝึกกาหนดจุดกระทบบนผนัง
นัก เรียนสามารถกาหนดจดุ ให้ ตีโต้บนผนงั ได้(ดังรปู ) โดยใหต้ ีโต้กบั กาแพง
สลับลูกหนา้ มอื หลงั มือไปมา หรอื นักเรยี นจะผลดั กนั ตีคนละทีก็สามารถนามา
ประยกุ ตใ์ ช้ได้
สถานที ่ี 12 ฝกึ ตีปิงปองบนพื้นก่อนฝกึ บนโต๊ะ
ให้ นักเรียนตอ่ แถวตลี กู คนละคร้งั โดยใช้ลกู หนา้ มือหรอื ลูกหลังมอื
เม่อื ตเี สรจ็ ก็ใหไ้ ปต่อแถวด้านหลงั ดังรูป โดยใช้การฝึกแบบนีจ้ ะช่วยให้
นกั เรยี น ได้เกิดการเรยี นรูเ้ ก่ยี วกบั กีฬาปิงปองไดเ้ รว็ ขึ้นกว่า ทน่ี กั เรียนไปฝึกตี
ปงิ ปองบนโต๊ะปงิ ปองจริงทันที
สถานีที่ 13 ฝกึ ตปี ิงปองโดยมคี รูฝึกปอ้ นหรอื ใช้เครื่องยิงป้อน
เม่ือ นักเรียน มีความพรอ้ มที่จะเลน่ บนโตะ๊ ปิงปอง ควรจะมีครฝู ึก
เป็นผทู้ ค่ี อยป้อนลูกจะดีกว่า เพราะหากปลอ่ ยใหน้ ักเรยี น เลน่ กนั เองจะทา
ให้เกิดความชานาญไดช้ ้าและไม่มีผู้ที่คอยบอกข้อบกพรอ่ งของนกั เรียน
4. ขนั้ นาไปใช้ (10 นาที )
- ฝกึ ตีปงิ ปองโดยมีครฝู กึ ป้อน 10 ลูกแบบต่อเนื่อง
- นกั เรยี นต้องตตี ่อเนื่อง 10 ลูก หากคนใดตีพลาดก่อนถงึ 10 ลกู ให้กลับไป
ตอ่ แถวดา้ นหลังเพ่ือเร่ิมฝึกใหมอ่ กี คร้ัง
5. ขัน้ สรุป ( 5 นาที )
- ครูใหน้ ักเรยี นซกั ถามและร่วมกันอธิบายทักษะการตีลูก (FORE HAND) และ (BACK HAND)
- ครูสรปุ เนอ้ื หาทเี่ รียนและเสริมสิง่ ท่นี ักเรียนยงั ปฏิบัติไม่ได้
- ครนู ดั หมายการเรียนการสอนในคาบต่อไป
8. ส่ือการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. กรวย
6. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
9. การวดั และการประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - การตอบคาถามของนกั เรียน - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สังเกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สงั เกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะที่
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพ่มิ ข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอปุ สรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………….....................ผสู้ อน
(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เร่ือง การตีลูกพ้นื ฐาน 2 แบบ (FORE HAND) และ (BACK HAND) บนโตะ๊
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 45 นาที
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
1. สาระสาคญั
การตีลูกเป็นหวั ใจของการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส การตีแบง่ ออกเป็น 2 ลกั ษณะ คือการตีลูกดว้ ย
หนา้ มือ (FORE HAND) และการตีลูกดว้ ยหลงั มือ (BACK HAND) ถือเป็นการตีลูกข้นั พ้นื ฐาน การตีลูกหนา้
มือเป็ นการตีลูกในลกั ษณะของการตีลูกท่ีปล่อยอยูใ่ นตาแหน่งดา้ นหนา้ ค่อนไปทางดา้ นขา้ งของมือดา้ นจบั
ไมเ้ ทเบิลเทนนิสของผตู้ ี เพื่อตอ้ งการใหล้ ูกขา้ มตาขา่ ยไปตกยงั จุดที่ตอ้ งการในแดนของฝ่ ายตรงขา้ ม
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั
สาระท่ี 3 การเคล่ือนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และชื่นชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ท่ีเกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพ่อื เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีที่เหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุง่ มนั่
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายทกั ษะและข้นั ตอนการตีโตบ้ นโตะ๊ ได้
2. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิตามทกั ษะการตีโตบ้ นโตะ๊ ได้
3. นกั เรียนสามารถเห็นความสาคญั ¬ในการเล่นกีฬาและออกกาลงั กาย
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซื่อสัตยส์ ุจริต
- มีวนิ ยั
- ม่งุ มนั่ ในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
1. ความรู้
ทักษะการเดาะลกู เทเบลิ เทนนสิ ที่ถูกต้อง
-ทา่ ยนื ทถี่ ูกตอ้ ง
-วถิ ที าง ทิศทางลูกเทเบิลเทนนิสท่ีถูกต้อง
-ลกู เทเบลิ เทนนิสจุดท่ีตกกระทบไม้เทเบิลเทนนิสถูกต้อง
2. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
- การจาแนก
- การใหเ้ หตุผล
- การสรปุ ความรู้
- การปฏิบตั /ิ การสาธิต
- การแก้ปญั หา
- การประยุกต/์ การปรบั ปรุง
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1. ข้นั เตรียม ( 5 นาที )
1) ครใู ห้นกั เรียนจัดแถวรอบหอ้ ง โดยยืนหา่ งจากผนังห้อง 1 ฟตุ
2) ครเู ชค็ ชือ่ ของนักเรยี น
3) ครูตรวจความเรียบร้อยของเครอ่ื งแตง่ กาย
4) ครใู ห้นกั เรียนอบอุ่นร่างกาย
สญั ลกั ษณ์
นักเรียน
ครู
โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
2. ขัน้ อธิบายสาธติ ( 5 นาที )
1. ครอู ธบิ าย กฎ กติกา ระเบียบการปฏิบัติใหน้ กั เรยี นฟัง
2. ครูอธบิ ายและสาธติ ทกั ษะการฝกึ ตีลูกด้วยหนา้ มือ (FORE HAND)
และการตีลูกด้วยหลังมอื (BACK HAND) บนโตะ๊
อธิบายและสาธิต ( 10 นาที )
1. ทกั ษะการตโี ต้ลูกเทเบลิ เทนนิสหลงั มือ (BACK HAND)
ทา่ เตรียมพรอ้ ม
- ทา่ เตรียมพร้อมยนื ในท่าเตรียมพร้อมโดยยืนหา่ งจากโต๊ะ
ประมาณ 1-2 ฟตุ ก้าวเทา้ ขวาไปขา้ งหน้าโดยใหอ้ ยหู่ นา้ เท้า
ซา้ ยเฉียงไปดา้ นหลงั เลก็ น้อย หนั ไหลข่ วาเขา้ หาโต๊ะ
พรอ้ มกับบดิ ลาตวั ไปทางซ้าย โนม้ ตัวไปดา้ นหนา้ เลก็ น้อย
การเหวี่ยงแขน
- ให้นกั เรียนเหวยี่ งแขนผ่านลาตัวไปทาง
ดา้ นซ้าย แขนซ้ายเคลือ่ นไหวตามธรรมชาตเิ พื่อชว่ ยการทรง
ตวั
การตลี กู
- ใหน้ กั เรยี นรอจงั หวะทีล่ กู ตกแล้วกระดอนลอยขนึ้ มาถงึ
จดุ สูงสดุ ด้านหนา้ ทางซ้ายมือ ตีลกู ใน
ลกั ษณะผลักไม้ไปข้างหน้า
2 . ทกั ษะการตโี ตล้ ูกเทเบลิ เทนนิสหน้ามือ (FORE HAND)
ท่าเตรยี มพร้อม
- ยนื ในท่าเตรยี มพร้อมโดยยืนหา่ งจากโต๊ะประมาณ 1-2 ฟุต
ก้าวเท้าซ้ายไปขา้ งหนา้ โดยให้อยหู่ น้าเท้าขวาเฉยี งไปดา้ นหลงั
เลก็ น้อย หันไหล่ซา้ ยเขา้ หาโต๊ะ พร้อมกับบิดลาตวั ไปทางซา้ ย
โน้มตัวไปด้านหนา้ เลก็ น้อย
ทกั ษะการตโี ต้ลกู เทเบลิ เทนนสิ หน้ามอื (FORE HAND)
การเหว่ยี งแขน
- ใหน้ ักเรียนเหวีย่ งแขนขวาข้างที่จบั ไมไ้ ปทางด้านขวาของลาตัว
(สาหรับผู้ทถ่ี นดั มือขวา) แขนซา้ ยเคล่ือนไหวตามธรรมชาติ เพ่อื ช่วย
การทรงตัว
การตีลูก
- ให้นกั เรยี นรอจงั หวะท่ลี กู ตกกระทบพ้นื โต๊ะแล้วกระดอนขนึ้ มา
ดา้ นหนา้ ลาตัวทางขวามือ ใหเ้ หวย่ี งแขนออกพรอ้ มกบั บิดลาตวั เข้าตลี กู
ด้านหนา้ ทางซ้ายมอื ตีลูกใน
3. ขัน้ ปฏบิ ัติ (10 นาที )
- ให้นักเรยี นฝกึ ทักษะการตีโต้ลกู เทเบิลเทนนสิ หลงั มือ (Back hand) การตีโตล้ กู เทเบิลเทนนสิ หน้า
มอื (Four hand)
4. ขนั้ นาไปใช้ ,เกม (10 นาที )
ใครแมน่ กวา่ กนั ครูกาหนดจุดใหน้ ักเรยี น ตโี ต้บนผนังได้โดยให้นักเรียนตีโต้กับกาแพงสลบั ดา้ น (Four
hand) และ (Back hand) ไปมาคนละ 10 คร้ัง หรือใหน้ ักเรยี น ผลดั กนั ตคี นละทีแลว้ แต่เหมาะสมกบั เวลาใน
การสอน ใครท่ีสามารถตโี ตล้ ูกเทเบลิ เทนนสิ ได้จานวนคร้งั มากที่สดุ นกั เรยี นคนนั้นชนะ
5. ขั้นสรุป ( 5 นาที )
- ครใู ห้นักเรยี นออกมาอธิบายถงึ เทคนิค การตีไม้ดว้ ยหน้ามือ (FORE HAND) และ (BACK HAND)
- ครูสรปุ เนือ้ หาท่ีเรยี นและเสรมิ ส่งิ ทีน่ ักเรียนยงั ปฏบิ ตั ิไม่ได้
- ครนู ดั หมายการเรียนการสอนในคาบต่อไป
8. ส่ือการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. กรวย
6. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
9. การวดั และการประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - การตอบคาถามของนกั เรียน - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สังเกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สงั เกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะที่
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพ่มิ ข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคดิ เห็นและข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………….....................ผสู้ อน
(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 5
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1
เวลา 45 นาที
เร่ือง การตีโต้ ดา้ น FORE HAND และ การตีโต้ ดา้ น BACK HAND
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
1. สาระสาคัญ
การตีลูกเป็นหวั ใจของการเล่นกีฬาเทเบิลเทนนิส การตีแบง่ ออกเป็น 2 ลกั ษณะ คือการตีลูกดว้ ย
หนา้ มือ และการตีลูกดว้ ยหลงั มือ ถือเป็ นการตีลูกข้นั พ้ืนฐาน การตีลูกหน้ามือเป็ นการตีลูกในลกั ษณะของ
การตีลูกท่ีปล่อยอยูใ่ นตาแหน่งดา้ นหนา้ ค่อนไปทางดา้ นขา้ งของมือดา้ นจบั ไมเ้ ทเบิลเทนนิสของผูต้ ี เพื่อ
ตอ้ งการให้ลูกขา้ มตาข่ายไปตกยงั จุดท่ีตอ้ งการในแดนของฝ่ ายตรงขา้ ม เมื่อเกิดทกั ษะแลว้ สามารถนาไปใช้
ในการตีโต้ ดา้ น FORE HAND และ การตีโต้ ดา้ น BACK HAND เป็นข้นั ต่อไป
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วดั
สาระที่ 3 การเคล่ือนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และช่ืนชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตัวชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา ท่ีเกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพอ่ื เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุง่ มน่ั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถอธิบายทกั ษะการตโี ต้ดา้ นFORE HAND และดา้ นBACK HAND เกินร้อยละ 80 (K)
2. นักเรียนสามารถปฏิบัติตามทักษะการตีโต้ดา้ นFORE HAND และดา้ นBACK HAND เกินรอ้ ยละ 80 (P)
3. นกั เรียนสามารถเห็นความสาคัญในการเล่นกฬี าเปน็ ประจาสมาเสมอเกนิ ร้อยละ 80 (A)
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซอื สัตย์สจุ ริต
- มีวินยั
- ม่งุ มันในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
4.1. ความรู้
- ทักษะการตีโต้ ดา้ นFORE HAND และการตีโต้ ดา้ น BACK HAND บนโต๊ะ
- ยืนในทา่ เตรียม
- โยนลูกขึน้ พรอ้ มกับเหวียงไม้ไปด้านหลัง
- เหวียงไมไ้ ปกระทบลกู
4.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
- การจาแนก
- การให้เหตุผล
- การสรปุ ความรู้
- การปฏิบัติ/การสาธติ
-การแกป้ ญั หา
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ขัน้ เตรยี มการสอน (5 นาที )
1) ครูใหน้ ักเรียนจัดแถวรอบห้อง โดยยนื หา่ งจากผนงั ห้อง 1 ฟุต
2) ครเู ช็คชือของนักเรยี น
3) ครูตรวจความเรียบร้อยของเครอื งแต่งกาย
4) ครูใหน้ ักเรียนอบอนุ่ รา่ งกาย โดยยืนทวั บรเิ วณห้อง
สญั ลกั ษณ์
นักเรียน
ครู
โตะ๊ เทเบิลเทนนสิ
เลน่ เกมสเ์ พือนาเขา้ ส่บู ทเรยี น
- แบ่งพ้ืนออกเป็นสสี ว่ นเทา่ ๆ กนั จากนั้นให้นกั เรยี น ตลี ูกเทเบลิ เทนนสิ ไปตามชอ่ งตา่ งๆ โดยจะตไี ปช่องไหนก็
ได้ เกมส์นี้จะเปน็ การฝึกสมาธิในการเตรยี มพรอ้ มทีจะตลี กู เทเบลิ เทนนิสตลอดเวลา รวมถึงจะไดเ้ กดิ ความคิด
ในการตีลกู ไปอย่างไรเพือให้เพอื นๆ รบั ไปได้อีกดว้ ย
2.ขั้นอธบิ ายสาธิต ( 5 นาที )
1. ครอู ธิบาย กฎ กตกิ า ระเบียบการปฏิบัติใหน้ กั เรียนฟัง
2. ครอู ธิบายและสาธิตทกั ษะการตีโตด้ ้านFORE HAND และดา้ นBACK HAND
อธิบายและสาธิต ( 5 นาที )
1) ทบทวนการจับไม้ทถี ูกวธิ ี
สาระเสรมิ : การฝกึ การจบั ไม้เทเบิลเทนนสิ ในภาพด้านบนน้นั เป็นการแนะนาการจบั ไมส้ าหรับผทู้ ี
เริมเล่นใหม่ให้ถูกต้องเสียก่อน แต่เมอื ฝึกไปสักระยะ นกั เรียนอาจจะมีลักษณะการจับไม้ทีปรับเปลยี นไปได้
ตามความถนัดของแต่ละบคุ คล อาจจะมีการจับไม้ในลักษณะของรูป 2 รปู หรอื ลักษณะอืนซงึ ก็ไม่ใชเ่ รืองการ
จบั ไม้ทผี ดิ เพยี งอยา่ งใด เพราะในความเป็นจริงแลว้ ในการแขง่ ขันระดับโลก เราจะเหน็ นักกฬี าทีเล่นได้เกง่ มี
อนั ดับโลกทีสงู ๆ กม็ กี ารจบั ไม้มลี ักษณะเปน็ เอกลักษณเ์ ฉพาะตัวแปลกๆ เหมือนกนั
2) ทบทวนตลี ูกให้โดนในตาแหนง่ ตา่ งๆ ของไม้
ด้านโฟรแ์ ฮนด์
ตาแหน่งที 1 (บริเวณหวั ไมป้ ิงปอง) สาหรบั ตลี กู TOP SPIN (ลกู หมนุ ไปข้างหน้า)
ตาแหนง่ ที 2 สาหรับตีลูก BACK SPIN (ลูกตดั )
ตาแหน่งที 3 สาหรบั ตีลูก SIDE SPIN (ลูกหมุนด้านข้าง)
ตาแหนง่ ที 4 สาหรบั ตีลูก BOCK , ลกู BASIC เบอ้ื งต้น
ดา้ นแบค๊ แฮนด์
ตาแหนง่ ที 1 ( บรเิ วณหวั ไมป้ ิงปอง) สาหรับตีลูก TOP SPIN (ลกู หมนุ ไปข้างหนา้ )
ตาแหน่งที 2 สาหรับตลี ูก BACK SPIN (ลูกตดั หรอื ลูกหมนุ ถอยหลงั )
ตาแหนง่ ที 3 สาหรบั ตีลูก SIDE SPIN (ลกู หมนุ ดา้ นข้าง)
ตาแหนง่ ที 4 สาหรบั ตลี กู ดดี ด้านแบ๊คแฮนดใ์ นโต๊ะ
ตาแหนง่ ที 5 สาหรบั ตีลูก BOCK , ลกู BASIC เบอ้ื งตน้
3) ใหน้ กั เรยี นจับค่กู นั แล้วเขา้ แถวให้ตรงคูข่ องตัวเองทีอย่ตู รงข้าม แล้วแบง่ นักเรยี นออกเปน็ สองฝ่ัง ตาม
จานวนโตะ๊ เทเบลิ เทนนิสทมี ี สัญลกั ษณ์
นักเรียน
ครู
โต๊ะเทเบลิ เทนนสิ
4) ใหน้ กั เรยี นฝึกการการตโี ต้ด้านFORE HAND และดา้ นBACK HAND (ดงั ภาพ)
3. ขน้ั ปฏิบตั ิ (15 นาที )
- ให้นักเรียนฝึกทักษะการการตโี ตด้ า้ นFORE HAND และด้านBACK HAND โดยฝกึ ตีโต้ 10 –20 คร้งั
จากน้นั เปลียนคู่
สญั ลกั ษณ์
นกั เรยี น
ครู
โตะ๊ เทเบลิ เทนนิส
4. ข้ันนาไปใช้ ,เกม (10 นาที )
-ให้นกั เรยี น แบง่ กลมุ่ ละ 18 คน แบง่ เปน็ สองฝ่ังๆละ 9 คน เพือ แข่งขันตีโต้ ให้ครบทกุ คนโดย
หมุนเวยี นกัน กล่มุ ใดเสรจ็ ชา้ สุดวิงรอบๆหอ้ ง 1 รอบ
5. ขนั้ สรปุ ( 5 นาที )
- ครใู หน้ กั เรยี นออกมาอธิบายถึงเทคนิค และข้อแก้ไขในการวงิ ผลัดการรับและการสง่ ไม้ใหเ้ พือนดู
- ครูสรปุ เนื้อหาทเี รยี นและเสรมิ สงิ ทนี กั เรียนยงั ปฏบิ ตั ิไม่ได้
- ครูนัดหมายการเรียนการสอนในคาบต่อไป
8. สื่อการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. กรวย
6. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
9. การวดั และการประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - การตอบคาถามของนกั เรียน - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สังเกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สังเกตจากพฤติกรรม - สงั เกต - ตรงตามคุณลกั ษณะท่ี
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพิม่ ข้ึน
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ กวา่ เดิม
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………….....................ผสู้ อน
(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 6
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เวลา 45 นาที
เร่ือง การตีโต้ ดา้ น FORE HAND และ การตีโต้ ดา้ น BACK HAND
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
1. สาระสาคญั
การตีลูกดว้ ยความหมุนแบบ TOP SPIN (ลูกหมุนไปขา้ งหนา้ ) มีความสาคญั เพราะเม่ือลูกปิ งปอง
ออกนอกโตะ๊ มา ไม่วา่ จะออกมามาก หรือ ออกมาเพียงเลก็ นอ้ ย นกั เรียนจะตอ้ งฝึ กการชิงจงั หวะเล่นเกมบุก
ใส่คู่ต่อสู้ดว้ ยลูกหมุนแบบทอ๊ ปสปิ น การฝีกเบสิคการตีลูกหมุนแบบทอ๊ ปสปิ น จึงมีความจาเป็นตอ้ งฝึกซอ้ ม
อยตู่ ลอดเวลา ไมว่ า่ จะเพิง่ เริ่มเล่น หรือเล่นเก่ง ก็ยงั คงตอ้ งฝึกอยา่ งสม่าเสมอ
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั
สาระท่ี 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และชื่นชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ท่ีเกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลเพอ่ื เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีที่เหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุ่งมน่ั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธบิ ายทักษะการตีลูก TOP SPIN ได้
2. นักเรียนสามารถปฏบิ ตั ิทักษะการตลี กู TOP SPIN ได)้
3. นักเรียนเห็นถงึ ความสาคญั ในการเลน่ กีฬาและการออกกาลงั กาย
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซื่อสัตย์สุจรติ
- มีวนิ ยั
- มงุ่ มั่นในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
4.1. ความรู้
- ทักษะการตโี ตบ้ นโตะ๊
- โยนลูกขน้ึ พรอ้ มกบั เหวีย่ งไมไ้ ปด้านหลงั พร้อมกับตแี บบ TOP SPIN
- เหว่ยี งไม้ไปกระทบลูก
4.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
- การใหเ้ หตุผล
- การสรุปความรู้
- การปฏบิ ตั ิ/การสาธติ
-การแก้ปัญหา
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ขน้ั เตรียมการสอน (5 นาที )
1) ครใู ห้นกั เรียนจดั แถวรอบหอ้ ง โดยยนื ห่างจากผนงั ห้อง 1 ฟุต
2) ครูเชค็ ชอ่ื ของนักเรียน
3) ครูตรวจความเรียบร้อยของเครอื่ งแต่งกาย
4) ครใู ห้นักเรียนอบอุ่นร่างกาย โดยยนื ทัว่ บรเิ วณหอ้ ง
สญั ลกั ษณ์
นักเรียน
ครู
โตะ๊ เทเบิลเทนนสิ
2. ข้นั อธบิ ายสาธิต ( 5 นาที )
1. ครอู ธบิ าย กฎ กติกา ระเบียบการปฏิบตั ิให้นกั เรียนฟงั
2. ครอู ธบิ ายและสาธิตทักษะการฝึกตลี กู การตลี กู (TOP SPIN) ดา้ น (FORE HAND)
และ ดา้ น (BACK HAND)
อธบิ ายและสาธติ ( 5 นาที )
การตีลูก (TOP SPIN) ดา้ น (FORE HAND)
2.1 ลกั ษณะการสมั ผัสระหว่างหน้าไม้กับลูกปงิ ปอง
การตลี กู ปิงปองให้ลูกหมุน ลักษณะการสัมผัสระหวา่ งหนา้ ไม้กบั ลูกปงิ ปอง จะต้องสมั ผัสในลกั ษณะเสยี ดลูก
โดยใหอ้ อกแรงเสียดสีในจงั หวะที่ลูกกระทบหน้าไม้ ลกู จะหมนุ มากหรือนอ้ ย ข้ึนอยุ่กบั แรงเหว่ยี งไม้ขณะทต่ี ลี ูก
ปงิ ปอง
2.2 จังหวะในการตีลูกปงิ ปอง
ในเบื้องตน้ สาหรบั ผู้เริ่มเลน่ ใหม่ ให้เรม่ิ ฝกึ ตลี ูกปงิ ปองในจงั หวะทลี่ ูกลอยตกลงจากจังหวะสงู สดุ
เลก็ นอ้ ย (จังหวะ C)
2.3 มมุ ของหนา้ ไม้
ใหป้ ดิ หนา้ ไม้เล็กน้อย
2.4 การถา่ ยนา้ หนักตวั
การฝกึ ตลี กู ปิงปอง การถา่ ยน้าหนกั ตวั มีความสาคัญในการฝึกเทคนคิ และเบสิคต่างๆ รวมถงึ การฝกึ ตี
ลกู
ด้านโฟร์แฮนด์มีข้อแนะนาดงั นี้ (สาหรับผู้เล่นมอื ขวา)
1. ขณะทลี่ ากวงสวิงเพื่อเตรยี มตลี กู ให้ถ่ายนา้ หนักตัวไปไว้ทเ่ี ทา้ ขวา
2. ขณะท่ีลากไมเ้ พื่อเข้าไปตีลูกปิงปอง ใหถ้ า่ ยน้าหนักตัวไปไว้ที่เท้าซ้าย
2.5 ความเรว็ ของวงสวิง
ขณะทเี หวยี งไม้เข้าสัมผสั ลูก ใหเ้ พม่ิ ความเรว็ การเพิ่มความเรว็ จะทาให้ลูกมีประสิทธภิ าพเกิดแรงหมุน
มากขน้ึ และหลังจากสมั ผัสลูกจนสดุ วงสวงิ แล้ว ใหด้ งึ ไมก้ ลับอยา่ งรวดเร็ว เพอื่ เตรียมความพร้อมในการตลี กู
ตอ่ ไป
2.6 จดุ สมั ผสั บนลกู ปิงปอง
ผู้เรม่ิ ฝกึ ใหม่ ใหล้ ากไม้สมั ผสั พ้นื ทหี่ ลังลกู ทีต่ าแหน่ง B ก่อน เมอื่ ชานาญข้นึ กเ็ พ่มิ การสัมผสั ลูกที่พน้ื ที่
บริเวณ A และ C ตอ่ ไป
ผลของการตลี ูกปงิ ปองบนพืน้ ที่ตา่ งกัน จะให้ผลลพั ธข์ องทิศทางลกู ที่ต่างกนั ดงั น้ี (สาหรับผูเ้ ล่นมือขวา)
ตลี ูกทพ่ี ื้นท่ี B เมื่อลูกตกลงบนโตะ๊ ลกู จะวง่ิ ไปขา้ งหน้า
ตีลกู ทพี่ น้ื ที่ C ลกู ปิงปองเม่ือตกลงบนโตะ๊ ลกู จะเล้ียวออกไปทางดา้ นซ้ายของโต๊ะปิงปอง
ตลี ูกทพี่ น้ื ที่ A ลกู ปิงปองเม่ือตกลงบนโต๊ะลกู จะเลย้ี วออกไปทางด้านขวามือของโต๊ะปิงปอง
หมายเหตุ ความหมนุ ในการตีลกู ปงิ ปองตอ้ งถึงด้วยนะครับ ลกู ปงิ ปองทต่ี กลงบนโต๊ะจงึ จะสามารถเล้ยี ว
ซ้ายเลย้ี วขวาได้
ตลี ูก TOP SPIN ด้าน BACK HAND
backspin หนกั ได้จากหน้าไมข้ องคซู่ ้อมวา่ ตอนกระทบลกู ใชห้ งายหนา้ ไมม้ ากเพ่อื ตีใต้ลูกคล้ายๆการ
ชอ้ นลูกกลบั มา มีเสียงที่ไม้กระทบลกู คอ่ ยไม่ดังก้องๆ ลูกวิง่ มาชา้ เป็นวิถีโค้งมากหน่อย พอตกกระทบโต๊ะจะ
กระเดง้ สั้นๆและแรงนอ้ ยลง และตกลงใกลๆ้ กับจุดทีล่ งโต๊ะ ลกู หมนุ เร็วจนไมส่ ามารถมองเห็นตรายี่ห้อบนลกู
แรงที่ลูกตกเข้าหาไม้(เส้นสีฟ้า)จะกระเด้งออกไปในทิศขา้ งหน้าและมมี ุมเงยขน้ึ ไดต้ ่อเม่ือปรับมุมหน้า
ไมใ้ ห้หงายมาก ถ้าหงายน้อยไปจะทาให้แรงนม้ี มี ุมชี้ลง ทาใหต้ อ้ งออกแรงจากหนา้ ไม้มากขึ้นเพ่ือสกู้ บั แรงจาก
ลูกทต่ี กกบั แรงท่ีลูกหมนุ หากต้องการปน่ั ลกู ให้หมนุ มากกลับไปก็ต้องเหว่ียงไม้ขน้ึ ข้างบน(เส้นสนี า้ ตาล)เพ่ือ
เฉย่ี วขอบลูก แตม่ มุ ของแรงผลลัพธ์จะไม่เลยี ดเน็ต ทาใหล้ ูก topspin ทไ่ี ดค้ ่อนข้างโดง่ และลอยช้า
ดงั นนั้ การตีลูก topspin จังหวะทล่ี กู ตกจึงเหมาะสาหรับการตลี ูก slow loop ซง่ึ ใช้แรงไปกบั การ
หมนุ มากกวา่ ต้องการตลี กู ให้ลอยกลับไปแรงๆและเร็วๆ
เมื่อตลี ูกในจังหวะท่ีลูกกระเด้งข้ึน ไม่จาเปน็ ต้องหงายหนา้ ไม้อกี ตอ่ ไปเพราะแรงทีล่ กู กระเด้งจากโตะ๊
เข้าหาไมจ้ ะกระเดง้ ออกจากไม(้ เส้นสฟี า้ )เป็นมุมเงยช้ีข้ึนให้เอง เมื่อบวกกับแรงจากการตีหน้าไมจ้ ะสู้กบั แรง
จากการหมนุ backspin ไดง้ ่ายขนึ้ อกี ท้งั การควา่ หน้าไม้ชว่ ยทาให้ออกแรงป่ันลกู ใหห้ มนุ แบบ topspin ไดใ้ น
ตวั
3. ข้ันปฏบิ ัติ (15 นาที )
- ใหน้ ักเรียนฝึกทักษะการตีโต้ลูกเทเบิลเทนนสิ โดยใช้ทกั ษะการตลี กู TOP SPIN ดา้ น FORE HAND
และและ ด้าน BACK HAND โดยจับค่กู ัน ฝกึ ปฏิบตั ิจนเกิดทักษะ
4. ขัน้ นาไปใช้ ,เกม (10 นาที )
ใครแมน่ กวา่ กัน
ครูกาหนดจดุ ให้นักเรียน การตลี ูก TOP SPIN ด้าน FORE HANDและดา้ น BACK HAND โดยใหน้ ักเรยี น
จับกล่มุ กนั ไปทลี ะ 5-10 คน ผลัดกนั TOP SPIN คนละ 10 ครง้ั ใครทีส่ ามารถตีลกุ TOP SPIN ไดจ้ านวนครง้ั
มากทส่ี ุด นักเรยี นคนน้นั ชนะ
5. ขน้ั สรปุ ( 5 นาที )
- ครูให้นักเรียนออกมาอธบิ ายถงึ ทกั ษะการตีลกุ และข้อแก้ไขในการตลี ูก TOP SPIN ดา้ น FORE
HAND และ ดา้ น BACK HAND
- ครสู รุปเนื้อหาท่เี รยี นและเพิ่มเติมในสว่ นท่นี ักเรยี นยังปฏิบตั ิไม่ได้
- ครูนัดหมายการเรียนการสอนในคาบต่อไป
8. ส่ือการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. กรวย
6. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
9. การวดั และการประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สังเกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สังเกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะท่ี
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพ่ิมข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………….....................ผสู้ อน
(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เวลา 45 นาที
เรื่อง ทกั ษะของการเสิร์ฟหรือส่งลูกเทเบิลเทนนิส
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
1. สาระสาคัญ
ลูกเสริฟ คือหวั ใจสาคญั ท่ีนกั กีฬาเทเบิลเทนนิสจะตอ้ งฝึก เพราะการเสริฟน้นั นกั เรียนทุกคนจะตอ้ ง
ไดน้ าไปใชใ้ นเกมส์การแข่งขนั และเป็นจุดเร่ิมตน้ ของการแข่งขนั และการมีลูกเสริฟท่ีดี จะนามาซ่ึงการได้
คะแนนทนั ที หรือไดเ้ ปรียบคูแ่ ขง่
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั
สาระที่ 3 การเคล่ือนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และช่ืนชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตัวชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา ท่ีเกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลเพ่อื เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาที่เลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุง่ มนั่
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายข้นั ตอนทกั ษะการเสริ ์ฟหรอื ส่งลกู เทเบลิ เทนิสได้
2. นกั เรียนสามารถปฏบิ ัติตามทกั ษะการเสิรฟ์ หรือสง่ ลกู เทเบิลเทนสิ ได้
3. นกั เรียนเห็นความสาคญั ในการเลน่ กฬี าและการออกกาลังกาย
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต
- มวี ินัย
- มงุ่ มั่นในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
4.1. ความรู้
- ทกั ษะของการเสริ ฟ์ หรอื ส่งลูกเทเบิลเทนนสิ
- โยนลกู ขึ้นพร้อมกับเสริ ์ฟได้
- เหวยี่ งไม้ไปกระทบลกู
4.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
- การให้เหตผุ ล
- การสรุปความรู้
- การปฏบิ ัติ/การสาธติ
-การแกป้ ญั หา
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ขัน้ เตรียมการสอน (5 นาที )
1) ครูใหน้ กั เรยี นจดั แถวรอบห้อง โดยยืนหา่ งจากผนงั ห้อง 1 ฟุต
2) ครูเช็คช่อื ของนักเรยี น
3) ครูตรวจความเรยี บร้อยของเครอ่ื งแต่งกาย
4) ครใู ห้นกั เรยี นอบอุ่นร่างกาย โดยยนื ทั่วบริเวณห้อง
สญั ลักษณ์
นักเรยี น
ครู
โตะ๊ เทเบิลเทนนสิ
2. ขนั้ อธิบายสาธิต ( 5 นาที )
1. ครูอธบิ าย กฎ กตกิ า ระเบียบการปฏิบัติใหน้ ักเรยี นฟงั
2. ครูอธบิ ายและสาธิตทักษะของการเสิร์ฟหรือสง่ ลกู เทเบิลเทนนิส