อธิบายและสาธิต ( 5 นาที )
การเสิรฟ์ หรือส่งลกู เทเบิลเทนสิ
วธิ ีปฏบิ ัติ
1.การยนื กลไกลทา่ ทางการเร่มิ ตน้ ในการยืนตลี ูกบอลดา้ นหนา้ มอื และหลังมือ ตาแหนง่ การยนื ใกล้
โตะ๊ ห่างประมาณ 1-2 ฟุต
2.การถือไม้แรก็ เกต หนา้ ไม้ปิดควา่ ลงเล็กนอ้ ย ขอ้ ศอกแนบชดิ ลาตัวงอทามุมของแขนประมาณ 90
องศา
3.การถอื ลกู บอล ใหม้ ืออสิ ระแบบฝา่ มือนิ้วทั้ง 4 เรยี งชดิ ติดกนั นว้ิ หัวแม่มือกลางออกเล็กนอ้ ย ทาฝา่
มือให้แบนราบให้คู่ต่อสแู้ ละกรรมการเหน็ ลกู เทเบิลเทนนิส แขนงอขอ้ ศอก ยกไวร้ ะดบั หนา้ อกด้านหน้าลาตวั
สายตาจับมองที่ลูกบอลและที่หมาย
4.การโยนลูกบอล ใหโ้ ยนลกู บอลขึน้ ในอากาศแนวดง่ิ ค่อนทางไหลซ่ า้ ย เมื่อตลี ูกบอลด้านหลงั มอื หรือ
ค่อนทางไหล่ขวาเมื่อต้องการการตลี ูกบอลดา้ นหนา้ มือ ระดับความสูงในการโยนสงู หรือตา่ ข้ึนอยู่กับความมงุ่
หมายของการตปี ะทะลกู บอลให้ลกู บอลหมนุ ในลกั ษณะใด
5.การเหว่ียงตี ให้มีจงั หวะของระยะการเหวยี่ งแขน เพ่ือเตรยี มตีและจังหวะของการตีปะทะลกู บอล
แขนเคล่ือนจากตาแหนง่ เตรียมเหวี่ยงไปขา้ งหลงั และกลบั มาข้างหน้า ระนาบขนานพน้ื หมุนบดิ ลาตัวไปตาม
จังหวะของการเหวย่ี งแขน เท้าใหใ้ ช้ปลายเท้าเปน็ จดุ หมนุ (เปดิ ส้นเท้า) จงั หวะของการตีปะทะลกู บอลเมอ่ื ลูก
บอลกาลงั ตกมา แนวหน้าไม้ปะทะลูกบอลต้องอยหู่ ลงั เส้นแนวขอบโต๊ะ (เสน้ สกัด)
6.การส่งแรงปะทะ แรงส่งแรงจากแขน หวั ไหล่ ลาตัว และการถา่ ยนา้ หนักตวั จากเท้าหลงั มาสเู่ ท้า
หนา้ เปน็ การส่งเสริมแรงอีกแรงหน่ึง การส่งแรงปะทะน้ีหมายรวมถึงการควบคมุ บงั คับวถิ ีทางของลกู บอลอีก
ดว้ ยในขณะทหี่ น้าไม้ปะทะตลี ูกบอลแล้วให้มีการพักผ่อนตามทศิ ทางของแขนในการเหวยี่ งตีลูกบอล
7.การเสิรฟ์ เข้าเล่น ตอ้ งตีปะทะลูกบอลให้กระดอนพ้นื โต๊ะแดนของตนเองก่อน 1 ครัง้ กอ่ นขา้ มตา
ข่ายตกในแดนของคู่ต่อสู้อีก 1 ครงั้
การเสริ ์ฟเทเบิลเทนนิสมวี ิธีการเสริ ์ฟอย่หู ลายวธิ ซี งึ่ เป็นหัวใจสาคญั ในการเลน่ การเสิร์ฟจะให้มี
ประสิทธภิ าพน้ันต้องมีความแม่นยา และทิศทางทแี่ นน่ อน จงึ จะส่งผลใหฝ้ ่ายรับรับลกู ได้ดว้ ยความลาบาก
การเสิร์ฟมลี าดบั ข้นั ตอนดงั น้ี
ก่อนเสริ ฟ์ ลกู เทเบลิ เทนนิสต้องวางอยู่กลางฝา่ มือข้างท่ีไม่ได้จบั ไม้ เม่ือพร้อมจงึ โยนลูกให้ลอยขน้ึ ไป
ในแนวดิ่ง เมอื่ ลูกลอยขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดแลว้ ตกลงมาจึงจะตีกระทบลกู ได้จะตลี กู ในขณะท่กี าลงั ลอยข้ึนไม่ได้
เมอ่ื เสิรฟ์ ลูกออกไป ลูกต้องกระทบพืน้ หน้าโตะ๊ ฝ่ายผูเ้ สิรฟ์ ก่อนแล้วจึงกระดอนข้ามตาข่ายหรืออ้อมเสาขงึ ตา
ขา่ ยไปยงั พืน้ หน้าโตะ๊ ของฝ่ายรบั ถ้าลูกทเ่ี สริ ์ฟออกไปตดิ ตาข่ายหรือเสาขึงตาขา่ ย แลว้ ขา้ มไปตกในแดนดีของ
ผู้รบั ถือวา่ เปน็ ลกู ” เล็ท” (Let) ให้เสิร์ฟใหม่โดยไม่มกี ารได้หรอื เสยี คะแนนการเสริ ์ฟให้ถูกต้อง ไมต้ อ้ งกระทบ
ลกู หลงั แนวเส้นสกดั และจุดกระทบต้องอยู่เหนือแนวระดับของพน้ื หนา้ โต๊ะ การเสริ ฟ์ สามารถกระทาไดห้ ลาย
แบบ ได้แก่
การเสิร์ฟแบบแบคสปนิ (Backspin Serve) หลักการสาคัญ คอื การ“ตดั ”ลกู โดยปาดไมเ้ ทเบิล
เทนนสิ จากบนลงล่าง และหน้าไม้เปิด
ภาพประกอบ ทักษะการเสิร์ฟแบบแบคสปนิ
นอกจากการเสิร์ฟแบบต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว นักกีฬาเทเบิลเทนนิสระดับทักษะสูง ยังพยายามสร้าง
รปู แบบการเสิร์ฟใหม่ ๆ ทีพ่ ลิกแพลงย่ิงขึ้น เพ่ือให้คู่ต่อสู้คาดเดาไม่ถงึ โดยผสมผสานกบั แบบการเสิร์ฟดงั กลา่ ว
ข้างต้นเข้าด้วยกัน สาหรับการวิจัยในครั้งนี้จะเน้นเฉพาะการเสิร์ฟแบบโฟร์แฮนด์ และแบบแบคแฮนด์ ซ่ึงเป็น
ทนี่ ิยมฝึกกนั มากและสอดคล้องกบั แบบฝึกที่จะนามาใช้
ลูกเสริ ์ฟ คือ หวั ใจอนั ดับแรกของการเลน่ ปิงปอง ดงั นนั้ ลกู เสิรฟ์ ทอี่ อกจากมือเราต้องมั่นใจวา่ ดี ทนี ้ี
คาว่า "ด"ี ของลูกเสริ ์ฟ มอี ะไรบา้ ง
1. เสริ ์ฟไมผ่ ิดกติกา
2. อา่ นความหมุนไดย้ าก
3. หา้ มเสิรฟ์ โดง่
4. จุดตกตี
การฝกึ ทีจ่ ะไม่ใหเ้ สิรฟโ์ ด่ง มีวิธฝี กึ งา่ ยๆ คือ หาเชือกมาขงึ ตึงใหข้ นานระหวา่ งดา้ นบนสุดของเน็ต
จากนั้นฝึกเสรฟิ ให้ลูกปิงปองลอดใตเ้ ชือก ทาซา้ แล้วซ้าอกี ใหเ้ กิดเป็นความชานาญ
กตกิ าการเสริฟทีถ่ กู ตอ้ มตามกตกิ า
1. เมอ่ื เริม่ ส่งลกู ลกู เทเบิลเทนนสิ ตอ้ งวางเปน็ อสิ ระอยู่บนฝ่ามือของมืออิสระ โดยแบฝา่ มือออกและ
ลูกต้องหยุดนิง่ โดยลกู น้ันต้องอย่หู ลังเส้นสกดั และอยเู่ หนือระดบั พ้ืนผิวโต๊ะ
2. ในการส่งลูก ผ้สู ่งจะต้องโยนลกู ข้ึนขา้ งบนด้วยมือใหใ้ กลเ้ คยี งกบั เส้นตั้งฉากและใหส้ ูงจากจุดที่ลกู
ออกจากฝ่ามือไมน่ ้อยกวา่ 16 เซนติเมตร โดยลกู ที่โยนข้นึ ไปนน้ั จะตอ้ งไม่เป็นลกู ที่ถูกทาใหห้ มุนดว้ ยความตัง้ ใจ
3. ผู้ส่งจะตีลูกได้ขณะทีล่ กู เทเบิลเทนนสิ ได้ลดระดับลงจากจดุ สงู สดุ แล้ว เพื่อใหล้ ูกกระทบแดนของผู้
ส่งก่อนแลว้ ข้ามหรืออ้อมตาข่ายไปกระทบแดนของฝา่ ยรับ สาหรบั ประเภทคู่ ลูกเทเบิลเทนนสิ จะตอ้ งกระทบ
คร่ึงแดนขวาของผ้สู ่งก่อนแล้วขา้ มตาขา่ ยไปกระทบคร่ึงแดนขวาของฝ่ายรับ
4. ท้ังลกู เทเบลิ เทนนิสและไม้เทเบิลเทนนสิ จะต้องอยู่เหรือพ้ืนผิวโต๊ะตลอดเวลาทเ่ี รม่ิ ทาการส่งลกู
จนกระทง่ั ไม้ไดก้ ระทบลูกแล้ว
5. ในการส่งลกู ขณะท่ลี ูกกระทบหน้าไมจ้ ะต้องอยนู่ อกเส้นสกัดทางดา้ นผสู้ ง่ หรือนอกอาณาเขตเส้น
สมมตุ ทิ ีต่ ่อออกไปจากเส้นสกัด และตอ้ งไม่เลยสว่ นที่ไกลที่สดุ ของลาตัวออกไปทางด้านหลงั โดยวดั จากเสน้ สกดั
ยกเว้น แขน ศรษี ะ หรอื ขา
6. เปน็ ความรับผดิ ชอบของผู้เลน่ ทจี่ ะตอ้ งส่งลกู ใหผ้ ูต้ ดั สินหรือผูช้ ่วยผตู้ ดั สนิ เห็น และตรวจสอบถึงการ
ส่งลูกนัน้ วา่ ถูกต้องตามกติกาหรอื ไม่
6.1) ถ้าผู้ตดั สนิ สงสัยในลักษณะการส่งลูก แตท่ ั้งเขาและผู้ช่วยผู้ตัดสนิ ไม่มั่นใจว่าผ้สู ่งได้สง่ ลูกถกู ตาม
กติกา ในโอกาสแรกของแมทซ์น้นั จะเตือนผสู้ ่งโดยยงั ไม่ได้ตัดคะแนน
6.2) สาหรับในครัง้ ต่อไปในแมทซ์เดยี วกันน้ัน หากผ้สู ง่ คนเดิมยังคงสง่ ลูกทเี่ ป็นข้อสงสยั ในทานอง
เดียวกัน หรือลกั ษณะนา่ สงสัยอน่ื ๆ อีก ผ้สู ่งจะเสียคะแนนทนั ทโี ดยไม่มีการเตือน
6.3) หากผ้สู ่งได้ส่งลูกผดิ กติกาอย่างชดั เจน ผูส้ ง่ จะเสยี คะแนนทันทโี ดยไม่มกี ารเตือน
7. ผสู้ ง่ ลูกอาจไดร้ ับการอนุโลมไดบ้ า้ ง หากผู้ส่งคนนน้ั แจ้งให้ผู้ตดั สินทราบถึงการหย่อนสมรรถภาพ
ทางรา่ งกาย จนเป็นเหตุใหไ้ ม่สามารถส่งลกู ได้ถูกตอ้ งตามกตกิ า ทั้งนตี้ ้องแจ้งให้ผู้ตดั สินทราบกอ่ นการแข่งขัน
ทกุ ครั้ง
3. ขนั้ ปฏบิ ัติ (15 นาที )
- ใหน้ ักเรียนฝึกทกั ษะการตีโต้ลูกเทเบิลเทนนสิ การตีลกู TOP SPIN ดา้ น FORE HANDและตีลกู TOP
SPIN ด้าน BACK HAND โดยจบั คกู่ นั ฝกึ ปฏบิ ัตจิ นเกิดทักษะ
4. ขัน้ นาไปใช้ ,เกม (10 นาที )
เกม เล็งใหต้ รง
ครกู าหนดจุดให้นักเรยี นฝึกเสริ ฟ์ หรอื สง่ ลูกเทเบลิ เทนิสโดยจบั กลมุ่ กนั ไปทีละ 5-10 คน ผลัดกันเสริ ์ฟลูกเท
เบลิ เทนิสคนละ 10 ครงั้ ใครท่ีสามารถทาการเสิร์ฟหรอื ส่งลกู เทเบิลเทนิส ลงจดุ ตาแหน่งตัวเลขได้จานวนครง้ั
มากท่ีสุด นักเรยี นคนนั้นชนะ
5. ขน้ั สรุป ( 5 นาที )
- ครูใหน้ กั เรียนออกมาอธบิ ายถึงเทคนิค และข้อแก้ไขในการเสิร์ฟหรือสง่ ลูกเทเบลิ เทนนิส
- ครสู รุปเน้ือหาที่เรียนและเสริมสงิ่ ท่ีนักเรยี นยงั ปฏบิ ตั ิไม่ได้
- ครนู ดั หมายการเรียนการสอนในคาบต่อไป
8. สื่อการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. กรวย
6. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
9. การวดั และการประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สงั เกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สังเกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะท่ี
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพิม่ ข้ึน
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ กวา่ เดิม
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………….....................ผสู้ อน
(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1
เวลา 45 นาที
เร่ือง ทกั ษะของการเสิร์ฟหรือส่งลูกเทเบิลเทนนิส
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
1. สาระสาคญั
ลูกเสริฟ คือหวั ใจสาคญั ที่นกั กีฬาเทเบิลเทนนิสจะตอ้ งฝึก เพราะการเสริฟน้นั นกั เรียนทุกคนจะตอ้ ง
ไดน้ าไปใชใ้ นเกมส์การแข่งขนั และเป็นจุดเริ่มตน้ ของการแข่งขนั และการมีลูกเสริฟท่ีดี จะนามาซ่ึงการได้
คะแนนทนั ที หรือไดเ้ ปรียบคูแ่ ขง่
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั
สาระท่ี 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และชื่นชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตัวชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพอ่ื เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุง่ มน่ั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายขัน้ ตอนทกั ษะการเสริ ์ฟหรอื สง่ ลูกเทเบิลเทนสิ ได้
2. นกั เรยี นสามารถปฏิบตั ิตามทักษะการเสริ ์ฟหรือสง่ ลกู เทเบลิ เทนสิ ได้
3. นกั เรยี นเหน็ ความสาคญั ในการเลน่ กฬี าและการออกกาลังกาย
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซอื่ สตั ยส์ จุ ริต
- มวี ินัย
- มงุ่ มั่นในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
4.1. ความรู้
- ทกั ษะของการเสริ ฟ์ หรอื ส่งลูกเทเบิลเทนนสิ
- โยนลกู ขึ้นพร้อมกับเสริ ์ฟได้
- เหวยี่ งไม้ไปกระทบลกู
4.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
- การให้เหตผุ ล
- การสรุปความรู้
- การปฏบิ ัติ/การสาธติ
-การแกป้ ญั หา
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ขัน้ เตรียมการสอน (5 นาที )
1) ครูใหน้ กั เรยี นจดั แถวรอบห้อง โดยยืนหา่ งจากผนงั ห้อง 1 ฟุต
2) ครูเช็คช่อื ของนักเรยี น
3) ครูตรวจความเรยี บร้อยของเครอ่ื งแต่งกาย
4) ครใู ห้นกั เรยี นอบอุ่นร่างกาย โดยยนื ทั่วบริเวณห้อง
สญั ลักษณ์
นักเรยี น
ครู
โตะ๊ เทเบิลเทนนสิ
2. ขนั้ อธิบายสาธิต ( 5 นาที )
1. ครูอธบิ าย กฎ กตกิ า ระเบียบการปฏิบัติใหน้ ักเรยี นฟงั
2. ครูอธบิ ายและสาธิตทักษะของการเสิร์ฟหรือสง่ ลกู เทเบิลเทนนิส
อธิบายและสาธิต ( 5 นาที )
การเสิรฟ์ หรือส่งลกู เทเบิลเทนสิ
วธิ ีปฏบิ ัติ
1.การยนื กลไกลทา่ ทางการเร่มิ ตน้ ในการยืนตลี ูกบอลดา้ นหนา้ มอื และหลังมือ ตาแหนง่ การยนื ใกล้
โตะ๊ ห่างประมาณ 1-2 ฟุต
2.การถือไม้แรก็ เกต หนา้ ไม้ปิดควา่ ลงเล็กนอ้ ย ขอ้ ศอกแนบชดิ ลาตัวงอทามุมของแขนประมาณ 90
องศา
3.การถอื ลกู บอล ใหม้ ืออสิ ระแบบฝา่ มือนิ้วทั้ง 4 เรยี งชดิ ติดกนั นว้ิ หัวแม่มือกลางออกเล็กนอ้ ย ทาฝา่
มือให้แบนราบให้คู่ต่อสแู้ ละกรรมการเหน็ ลกู เทเบิลเทนนิส แขนงอขอ้ ศอก ยกไวร้ ะดบั หนา้ อกด้านหน้าลาตวั
สายตาจับมองที่ลูกบอลและที่หมาย
4.การโยนลูกบอล ใหโ้ ยนลกู บอลขึน้ ในอากาศแนวดง่ิ ค่อนทางไหลซ่ า้ ย เมื่อตลี ูกบอลด้านหลงั มอื หรือ
ค่อนทางไหล่ขวาเมื่อต้องการการตลี ูกบอลดา้ นหนา้ มือ ระดับความสูงในการโยนสงู หรือตา่ ข้ึนอยู่กับความมงุ่
หมายของการตปี ะทะลกู บอลให้ลกู บอลหมนุ ในลกั ษณะใด
5.การเหว่ียงตี ให้มีจงั หวะของระยะการเหวยี่ งแขน เพ่ือเตรยี มตีและจังหวะของการตีปะทะลกู บอล
แขนเคล่ือนจากตาแหนง่ เตรียมเหวี่ยงไปขา้ งหลงั และกลบั มาข้างหน้า ระนาบขนานพน้ื หมุนบดิ ลาตัวไปตาม
จังหวะของการเหวย่ี งแขน เท้าใหใ้ ช้ปลายเท้าเปน็ จดุ หมนุ (เปดิ ส้นเท้า) จงั หวะของการตีปะทะลกู บอลเมอ่ื ลูก
บอลกาลงั ตกมา แนวหน้าไม้ปะทะลูกบอลต้องอยหู่ ลงั เส้นแนวขอบโต๊ะ (เสน้ สกัด)
6.การส่งแรงปะทะ แรงส่งแรงจากแขน หวั ไหล่ ลาตัว และการถา่ ยนา้ หนักตวั จากเท้าหลงั มาสเู่ ท้า
หนา้ เปน็ การส่งเสริมแรงอีกแรงหน่ึง การส่งแรงปะทะน้ีหมายรวมถึงการควบคมุ บงั คับวถิ ีทางของลกู บอลอีก
ดว้ ยในขณะทหี่ น้าไม้ปะทะตลี ูกบอลแล้วให้มีการพักผ่อนตามทศิ ทางของแขนในการเหวยี่ งตีลูกบอล
7.การเสิรฟ์ เข้าเล่น ตอ้ งตีปะทะลูกบอลให้กระดอนพ้นื โต๊ะแดนของตนเองก่อน 1 ครัง้ กอ่ นขา้ มตา
ข่ายตกในแดนของคู่ต่อสู้อีก 1 ครงั้
การเสริ ์ฟเทเบิลเทนนิสมวี ิธีการเสริ ์ฟอย่หู ลายวธิ ซี งึ่ เป็นหัวใจสาคญั ในการเลน่ การเสิร์ฟจะให้มี
ประสิทธภิ าพน้ันต้องมีความแม่นยา และทิศทางทแี่ นน่ อน จงึ จะส่งผลใหฝ้ ่ายรับรับลกู ได้ดว้ ยความลาบาก
การเสิร์ฟมลี าดบั ข้นั ตอนดงั น้ี
ก่อนเสริ ฟ์ ลกู เทเบลิ เทนนิสต้องวางอยู่กลางฝา่ มือข้างท่ีไม่ได้จบั ไม้ เม่ือพร้อมจงึ โยนลูกให้ลอยขน้ึ ไป
ในแนวดิ่ง เมอื่ ลูกลอยขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดแลว้ ตกลงมาจึงจะตีกระทบลกู ได้จะตลี กู ในขณะท่กี าลงั ลอยข้ึนไม่ได้
เมอ่ื เสิรฟ์ ลูกออกไป ลูกต้องกระทบพืน้ หน้าโตะ๊ ฝ่ายผูเ้ สิรฟ์ ก่อนแล้วจึงกระดอนข้ามตาข่ายหรืออ้อมเสาขงึ ตา
ขา่ ยไปยงั พืน้ หน้าโตะ๊ ของฝ่ายรบั ถ้าลูกทเ่ี สริ ์ฟออกไปตดิ ตาข่ายหรือเสาขึงตาขา่ ย แลว้ ขา้ มไปตกในแดนดีของ
ผู้รบั ถือวา่ เปน็ ลกู ” เล็ท” (Let) ให้เสิร์ฟใหม่โดยไม่มกี ารได้หรอื เสยี คะแนนการเสริ ์ฟให้ถูกต้อง ไมต้ อ้ งกระทบ
ลกู หลงั แนวเส้นสกัด และจดุ กระทบต้องอยู่เหนือแนวระดบั ของพ้ืนหน้าโตะ๊ การเสิร์ฟสามารถกระทาได้หลาย
แบบ ไดแ้ ก่
การเสริ ฟ์ แบบทอปสปิน (Topspin Serve) หลักสาคัญ คือการปาดสัมผสั ลกู โดยลากไม้เทเบิล-
เทนนสิ จาข้างลา่ งขน้ึ ข้างบน บวกกบั ไปขา้ งหน้าและหนา้ ไม้คว่าเล็กน้อย
ภาพประกอบ ทักษะการเสริ ์ฟแบบทอปสปนิ
การเสิร์ฟแบบทอปไซคส์ ปิน (Topspin with Sidespin) หลกั สาคัญ คอื การปาดสัมผัสลูก
ขน้ึ ขา้ งบนบวกกับออ้ มด้านข้างของลูกเทเบลิ เทนนิสไป
ภาพประกอบ ทกั ษะการเสิร์ฟแบบทอปไซคส์ ปนิ
นอกจากการเสิร์ฟแบบต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว นักกีฬาเทเบิลเทนนิสระดับทักษะสูง ยังพยายามสร้าง
รูปแบบการเสิร์ฟใหม่ ๆ ทพี่ ลิกแพลงยงิ่ ขึ้น เพ่ือใหค้ ่ตู ่อสู้คาดเดาไม่ถงึ โดยผสมผสานกับแบบการเสิร์ฟดังกล่าว
ขา้ งต้นเข้าด้วยกัน สาหรับการวิจัยในคร้ังน้ีจะเน้นเฉพาะการเสิร์ฟแบบโฟร์แฮนด์ และแบบแบคแฮนด์ ซึ่งเป็น
ที่นิยมฝึกกันมากและสอดคลอ้ งกบั แบบฝึกท่จี ะนามาใช้
ลูกเสิรฟ์ คือ หัวใจอนั ดับแรกของการเลน่ ปงิ ปอง ดงั นั้นลกู เสิร์ฟทีอ่ อกจากมือเราต้องม่นั ใจว่าดี ทนี ี้
คาว่า "ด"ี ของลกู เสริ ฟ์ มอี ะไรบา้ ง
1. เสิรฟ์ ไมผ่ ิดกติกา
2. อ่านความหมุนไดย้ าก
3. ห้ามเสริ ฟ์ โด่ง
4. จุดตกตี
การฝึกท่จี ะไม่ใหเ้ สิรฟ์โดง่ มีวิธฝี กึ ง่ายๆ คือ หาเชือกมาขึงตงึ ใหข้ นานระหวา่ งด้านบนสุดของเน็ต
จากนน้ั ฝึกเสริฟใหล้ ูกปิงปองลอดใต้เชือก ทาซา้ แล้วซา้ อีกใหเ้ กิดเปน็ ความชานาญ
กติกาการเสริฟทถี่ กู ต้อมตามกติกา
1. เมือ่ เร่มิ ส่งลกู ลูกเทเบลิ เทนนสิ ตอ้ งวางเปน็ อิสระอยู่บนฝ่ามือของมืออสิ ระ โดยแบฝา่ มือออกและ
ลกู ต้องหยดุ นิ่ง โดยลูกนน้ั ต้องอยู่หลงั เสน้ สกดั และอยูเ่ หนือระดับพ้นื ผิวโต๊ะ
2. ในการส่งลกู ผสู้ ่งจะต้องโยนลกู ขน้ึ ข้างบนดว้ ยมือใหใ้ กลเ้ คียงกับเส้นตง้ั ฉากและใหส้ ูงจากจุดทีล่ กู
ออกจากฝ่ามือไม่น้อยกว่า 16 เซนติเมตร โดยลูกทโ่ี ยนข้นึ ไปนัน้ จะต้องไม่เป็นลูกที่ถูกทาใหห้ มุนด้วยความต้ังใจ
3. ผ้สู ง่ จะตีลกู ได้ขณะท่ลี ูกเทเบลิ เทนนิสได้ลดระดบั ลงจากจุดสงู สุดแลว้ เพ่อื ใหล้ กู กระทบแดนของผู้
สง่ กอ่ นแลว้ ข้ามหรือออ้ มตาข่ายไปกระทบแดนของฝา่ ยรับ สาหรับประเภทคู่ ลกู เทเบลิ เทนนสิ จะตอ้ งกระทบ
ครึ่งแดนขวาของผสู้ ง่ ก่อนแล้วขา้ มตาข่ายไปกระทบคร่งึ แดนขวาของฝ่ายรับ
4. ท้งั ลกู เทเบลิ เทนนิสและไม้เทเบลิ เทนนสิ จะต้องอยเู่ หรอื พนื้ ผวิ โต๊ะตลอดเวลาที่เร่มิ ทาการสง่ ลกู
จนกระทัง่ ไม้ได้กระทบลูกแลว้
5. ในการสง่ ลกู ขณะท่ลี ูกกระทบหน้าไม้จะต้องอย่นู อกเส้นสกดั ทางด้านผู้ส่งหรือนอกอาณาเขตเสน้
สมมตุ ทิ ่ีต่อออกไปจากเสน้ สกัด และตอ้ งไมเ่ ลยสว่ นท่ีไกลที่สุดของลาตัวออกไปทางดา้ นหลงั โดยวดั จากเสน้ สกัด
ยกเว้น แขน ศรีษะ หรือขา
6. เป็นความรับผิดชอบของผู้เลน่ ที่จะต้องส่งลกู ให้ผตู้ ดั สนิ หรือผูช้ ว่ ยผ้ตู ดั สนิ เห็น และตรวจสอบถงึ การ
ส่งลูกนน้ั วา่ ถูกต้องตามกติกาหรือไม่
6.1) ถา้ ผู้ตดั สนิ สงสัยในลกั ษณะการส่งลกู แต่ท้ังเขาและผู้ช่วยผู้ตดั สนิ ไม่ม่นั ใจว่าผสู้ ่งได้สง่ ลูกถกู ตาม
กติกา ในโอกาสแรกของแมทซน์ ัน้ จะเตือนผสู้ ่งโดยยงั ไม่ได้ตดั คะแนน
6.2) สาหรบั ในครัง้ ต่อไปในแมทซ์เดียวกนั นน้ั หากผู้ส่งคนเดมิ ยงั คงส่งลูกทเี่ ป็นข้อสงสยั ในทานอง
เดียวกนั หรอื ลักษณะน่าสงสัยอืน่ ๆ อีก ผสู้ ง่ จะเสียคะแนนทนั ทโี ดยไม่มีการเตือน
6.3) หากผู้ส่งได้สง่ ลูกผดิ กติกาอย่างชดั เจน ผู้สง่ จะเสยี คะแนนทันทีโดยไม่มกี ารเตือน
7. ผู้ส่งลกู อาจไดร้ ับการอนโุ ลมไดบ้ า้ ง หากผสู้ ง่ คนนัน้ แจ้งใหผ้ ูต้ ดั สินทราบถึงการหยอ่ นสมรรถภาพ
ทางรา่ งกาย จนเป็นเหตุใหไ้ ม่สามารถส่งลกู ได้ถูกต้องตามกตกิ า ทง้ั นต้ี ้องแจง้ ให้ผู้ตดั สินทราบก่อนการแข่งขนั
ทุกครง้ั
3. ข้ันปฏบิ ัติ (15 นาที )
- ใหน้ กั เรียนฝึกทกั ษะการตโี ต้ลูกเทเบลิ เทนนิสการตีลูก TOP SPIN ด้าน FORE HANDและตีลูก TOP
SPIN ดา้ น BACK HAND โดยจับคกู่ ัน ฝกึ ปฏบิ ัตจิ นเกิดทักษะ
4. ขนั้ นาไปใช้ ,เกม (10 นาที )
เกม เล็งให้ตรง
ครกู าหนดจุดใหน้ ักเรยี นฝึกเสริ ์ฟหรือส่งลูกเทเบิลเทนิสโดยจับกลมุ่ กันไปทลี ะ 5-10 คน ผลัดกันเสิรฟ์ ลกู เท
เบิลเทนิสคนละ 10 ครัง้ ใครท่สี ามารถทาการเสริ ์ฟหรอื สง่ ลูกเทเบลิ เทนิส ลงจุดตาแหน่งตวั เลขได้จานวนครงั้
มากทสี่ ดุ นกั เรียนคนนน้ั ชนะ
5. ขั้นสรปุ ( 5 นาที )
- ครูใหน้ ักเรยี นออกมาอธิบายถงึ เทคนิค และขอ้ แก้ไขในการเสริ ฟ์ หรือส่งลกู เทเบิลเทนนิส
- ครูสรปุ เนื้อหาท่เี รยี นและเสริมสิ่งทน่ี กั เรียนยงั ปฏิบัติไม่ได้
- ครูนดั หมายการเรียนการสอนในคาบต่อไป
8. ส่ือการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. กรวย
6. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
9. การวดั และการประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สังเกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สงั เกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะที่
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพ่มิ ข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอปุ สรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………….....................ผสู้ อน
(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1
เวลา 45 นาที
เร่ือง ทกั ษะของการเสิร์ฟหรือส่งลูกเทเบิลเทนนิส
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
1. สาระสาคญั
ลูกเสริฟ คือหวั ใจสาคญั ที่นกั กีฬาเทเบิลเทนนิสจะตอ้ งฝึก เพราะการเสริฟน้นั นกั เรียนทุกคนจะตอ้ ง
ไดน้ าไปใชใ้ นเกมส์การแข่งขนั และเป็นจุดเริ่มตน้ ของการแข่งขนั และการมีลูกเสริฟท่ีดี จะนามาซ่ึงการได้
คะแนนทนั ที หรือไดเ้ ปรียบคูแ่ ขง่
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั
สาระท่ี 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และชื่นชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตัวชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพอ่ื เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุง่ มน่ั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายขัน้ ตอนทกั ษะการเสริ ์ฟหรอื สง่ ลูกเทเบิลเทนสิ ได้
2. นกั เรยี นสามารถปฏิบตั ิตามทักษะการเสริ ์ฟหรือสง่ ลกู เทเบลิ เทนสิ ได้
3. นกั เรยี นเหน็ ความสาคญั ในการเลน่ กฬี าและการออกกาลังกาย
4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซ่ือสัตย์สุจริต
- มีวินยั
- มงุ่ มน่ั ในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
4.1. ความรู้
- ทักษะของการเสริ ์ฟหรือส่งลูกเทเบลิ เทนนสิ
- โยนลูกขึ้นพรอ้ มกบั เสิร์ฟได้
- เหวี่ยงไม้ไปกระทบลกู
4.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
- การใหเ้ หตผุ ล
- การสรปุ ความรู้
- การปฏิบัติ/การสาธติ
-การแก้ปญั หา
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ขัน้ เตรียมการสอน (5 นาที )
1) ครูใหน้ ักเรยี นจัดแถวรอบหอ้ ง โดยยืนหา่ งจากผนงั ห้อง 1 ฟุต
2) ครูเช็คชือ่ ของนักเรยี น
3) ครตู รวจความเรยี บร้อยของเครื่องแต่งกาย
4) ครใู ห้นักเรียนอบอุ่นรา่ งกาย โดยยนื ท่วั บรเิ วณห้อง
สญั ลกั ษณ์
นักเรียน
ครู
โต๊ะเทเบลิ เทนนสิ
2. ข้นั อธิบายสาธิต ( 5 นาที )
1. ครูอธิบาย กฎ กติกา ระเบียบการปฏบิ ตั ิใหน้ ักเรยี นฟัง
2. ครอู ธบิ ายและสาธิตทักษะของการเสริ ์ฟหรือส่งลูกเทเบิลเทนนิส
อธิบายและสาธิต ( 5 นาที )
การเสิรฟ์ หรือส่งลกู เทเบิลเทนสิ
วธิ ีปฏบิ ัติ
1.การยนื กลไกลทา่ ทางการเร่มิ ตน้ ในการยืนตลี ูกบอลดา้ นหนา้ มอื และหลังมือ ตาแหนง่ การยนื ใกล้
โตะ๊ ห่างประมาณ 1-2 ฟุต
2.การถือไม้แรก็ เกต หนา้ ไม้ปิดควา่ ลงเล็กนอ้ ย ขอ้ ศอกแนบชดิ ลาตัวงอทามุมของแขนประมาณ 90
องศา
3.การถอื ลกู บอล ใหม้ ืออสิ ระแบบฝา่ มือนิ้วทั้ง 4 เรยี งชดิ ติดกนั นว้ิ หัวแม่มือกลางออกเล็กนอ้ ย ทาฝา่
มือให้แบนราบให้คู่ต่อสแู้ ละกรรมการเหน็ ลกู เทเบิลเทนนิส แขนงอขอ้ ศอก ยกไวร้ ะดบั หนา้ อกด้านหน้าลาตวั
สายตาจับมองที่ลูกบอลและที่หมาย
4.การโยนลูกบอล ใหโ้ ยนลกู บอลขึน้ ในอากาศแนวดง่ิ ค่อนทางไหลซ่ า้ ย เมื่อตลี ูกบอลด้านหลงั มอื หรือ
ค่อนทางไหล่ขวาเมื่อต้องการการตลี ูกบอลดา้ นหนา้ มือ ระดับความสูงในการโยนสงู หรือตา่ ข้ึนอยู่กับความมงุ่
หมายของการตปี ะทะลกู บอลให้ลกู บอลหมนุ ในลกั ษณะใด
5.การเหว่ียงตี ให้มีจงั หวะของระยะการเหวยี่ งแขน เพ่ือเตรยี มตีและจังหวะของการตีปะทะลกู บอล
แขนเคล่ือนจากตาแหนง่ เตรียมเหวี่ยงไปขา้ งหลงั และกลบั มาข้างหน้า ระนาบขนานพน้ื หมุนบดิ ลาตัวไปตาม
จังหวะของการเหวย่ี งแขน เท้าใหใ้ ช้ปลายเท้าเปน็ จดุ หมนุ (เปดิ ส้นเท้า) จงั หวะของการตีปะทะลกู บอลเมอ่ื ลูก
บอลกาลงั ตกมา แนวหน้าไม้ปะทะลูกบอลต้องอยหู่ ลงั เส้นแนวขอบโต๊ะ (เสน้ สกัด)
6.การส่งแรงปะทะ แรงส่งแรงจากแขน หวั ไหล่ ลาตัว และการถา่ ยนา้ หนักตวั จากเท้าหลงั มาสเู่ ท้า
หนา้ เปน็ การส่งเสริมแรงอีกแรงหน่ึง การส่งแรงปะทะน้ีหมายรวมถึงการควบคมุ บงั คับวถิ ีทางของลกู บอลอีก
ดว้ ยในขณะทหี่ น้าไม้ปะทะตลี ูกบอลแล้วให้มีการพักผ่อนตามทศิ ทางของแขนในการเหวยี่ งตีลูกบอล
7.การเสิรฟ์ เข้าเล่น ตอ้ งตีปะทะลูกบอลให้กระดอนพ้นื โต๊ะแดนของตนเองก่อน 1 ครัง้ กอ่ นขา้ มตา
ข่ายตกในแดนของคู่ต่อสู้อีก 1 ครงั้
การเสริ ์ฟเทเบิลเทนนิสมวี ิธีการเสริ ์ฟอย่หู ลายวธิ ซี งึ่ เป็นหัวใจสาคญั ในการเลน่ การเสิร์ฟจะให้มี
ประสิทธภิ าพน้ันต้องมีความแม่นยา และทิศทางทแี่ นน่ อน จงึ จะส่งผลใหฝ้ ่ายรับรับลกู ได้ดว้ ยความลาบาก
การเสิร์ฟมลี าดบั ข้นั ตอนดงั น้ี
ก่อนเสริ ฟ์ ลกู เทเบลิ เทนนิสต้องวางอยู่กลางฝา่ มือข้างท่ีไม่ได้จบั ไม้ เม่ือพร้อมจงึ โยนลูกให้ลอยขน้ึ ไป
ในแนวดิ่ง เมอื่ ลูกลอยขึ้นไปจนถึงจุดสูงสุดแลว้ ตกลงมาจึงจะตีกระทบลกู ได้จะตลี กู ในขณะท่กี าลงั ลอยข้ึนไม่ได้
เมอ่ื เสิรฟ์ ลูกออกไป ลูกต้องกระทบพืน้ หน้าโตะ๊ ฝ่ายผูเ้ สิรฟ์ ก่อนแล้วจึงกระดอนข้ามตาข่ายหรืออ้อมเสาขงึ ตา
ขา่ ยไปยงั พืน้ หน้าโตะ๊ ของฝ่ายรบั ถ้าลูกทเ่ี สริ ์ฟออกไปตดิ ตาข่ายหรือเสาขึงตาขา่ ย แลว้ ขา้ มไปตกในแดนดีของ
ผู้รบั ถือวา่ เปน็ ลกู ” เล็ท” (Let) ให้เสิร์ฟใหม่โดยไม่มกี ารได้หรอื เสยี คะแนนการเสริ ์ฟให้ถูกต้อง ไมต้ อ้ งกระทบ
ลูกหลงั แนวเสน้ สกดั และจุดกระทบต้องอยู่เหนอื แนวระดับของพืน้ หน้าโต๊ะ การเสิรฟ์ สามารถกระทาไดห้ ลาย
แบบ ได้แก่
การเสิร์ฟแบบทอปไซค์สปิน (Topspin with Sidespin) หลักสาคญั คือการปาดสมั ผัสลกู
ขน้ึ ข้างบนบวกกบั อ้อมด้านข้างของลูกเทเบิลเทนนสิ ไป
ภาพประกอบ ทกั ษะการเสริ ์ฟแบบทอปไซค์สปิน
การเสิร์ฟแบบแบคไซดส์ ปนิ (Backspin with Sidespin) หลกั สาคัญ คือ ตัดลูกปาดไมจ้ ากบนล่าง
บวกกับอ้อมรอบลกู บอล
ภาพประกอบ ทักษะการเสิร์ฟแบบแบคไซคส์ ปนิ นาชัย เลวัลย์ (2530 : 33- 44)
นอกจากการเสิร์ฟแบบต่าง ๆ ดังกล่าวแล้ว นักกีฬาเทเบิลเทนนิสระดับทักษะสูง ยังพยายามสร้าง
รูปแบบการเสริ ์ฟใหม่ ๆ ทีพ่ ลิกแพลงย่ิงขึ้น เพื่อใหค้ ู่ต่อสู้คาดเดาไม่ถึง โดยผสมผสานกับแบบการเสิร์ฟดังกลา่ ว
ขา้ งต้นเข้าด้วยกัน สาหรับการวิจัยในครั้งน้ีจะเน้นเฉพาะการเสิร์ฟแบบโฟร์แฮนด์ และแบบแบคแฮนด์ ซึ่งเป็น
ทีน่ ิยมฝึกกันมากและสอดคล้องกับแบบฝึกทจ่ี ะนามาใช้
ลกู เสิรฟ์ คอื หวั ใจอันดบั แรกของการเลน่ ปิงปอง ดงั นัน้ ลูกเสิรฟ์ ท่ีออกจากมือเราต้องมน่ั ใจว่าดี ทีน้ี
คาวา่ "ดี" ของลูกเสิร์ฟ มอี ะไรบา้ ง
1. เสริ ์ฟไม่ผิดกติกา
2. อ่านความหมุนไดย้ าก
3. หา้ มเสิร์ฟโดง่
4. จุดตกตี
การฝึกทจี่ ะไม่ใหเ้ สิรฟโ์ ด่ง มีวิธฝี กึ ง่ายๆ คือ หาเชอื กมาขงึ ตึงให้ขนานระหว่างดา้ นบนสุดของเน็ต
จากนน้ั ฝกึ เสรฟิ ให้ลูกปิงปองลอดใต้เชอื ก ทาซา้ แล้วซา้ อกี ใหเ้ กิดเปน็ ความชานาญ
กติกาการเสรฟิ ท่ีถกู ต้อมตามกตกิ า
1. เมอ่ื เรมิ่ ส่งลกู ลกู เทเบลิ เทนนสิ ต้องวางเปน็ อสิ ระอยู่บนฝ่ามอื ของมืออิสระ โดยแบฝ่ามือออกและ
ลกู ต้องหยดุ นงิ่ โดยลูกนน้ั ต้องอยู่หลงั เสน้ สกดั และอยูเ่ หนือระดับพน้ื ผวิ โต๊ะ
2. ในการสง่ ลกู ผูส้ ่งจะต้องโยนลูกข้ึนข้างบนด้วยมอื ใหใ้ กลเ้ คียงกับเสน้ ตั้งฉากและใหส้ งู จากจุดทีล่ กู
ออกจากฝา่ มือไม่น้อยกว่า 16 เซนติเมตร โดยลูกท่ีโยนข้ึนไปน้ันจะตอ้ งไมเ่ ป็นลกู ที่ถกู ทาให้หมนุ ด้วยความตง้ั ใจ
3. ผูส้ ง่ จะตลี กู ได้ขณะทีล่ ูกเทเบิลเทนนสิ ได้ลดระดับลงจากจุดสงู สดุ แล้ว เพ่อื ใหล้ กู กระทบแดนของผู้
สง่ กอ่ นแล้วข้ามหรืออ้อมตาข่ายไปกระทบแดนของฝ่ายรับ สาหรบั ประเภทคู่ ลกู เทเบิลเทนนสิ จะต้องกระทบ
คร่ึงแดนขวาของผสู้ ่งกอ่ นแลว้ ขา้ มตาข่ายไปกระทบครึ่งแดนขวาของฝา่ ยรับ
4. ทัง้ ลูกเทเบลิ เทนนิสและไม้เทเบิลเทนนิสจะต้องอยู่เหรอื พืน้ ผิวโตะ๊ ตลอดเวลาทเ่ี ร่ิมทาการสง่ ลกู
จนกระทงั่ ไม้ได้กระทบลูกแล้ว
5. ในการส่งลกู ขณะที่ลูกกระทบหนา้ ไม้จะต้องอยู่นอกเสน้ สกดั ทางดา้ นผู้ส่งหรือนอกอาณาเขตเส้น
สมมตุ ิท่ตี ่อออกไปจากเส้นสกัด และตอ้ งไมเ่ ลยสว่ นท่ีไกลที่สุดของลาตัวออกไปทางด้านหลังโดยวดั จากเสน้ สกดั
ยกเวน้ แขน ศรษี ะ หรือขา
6. เป็นความรบั ผดิ ชอบของผู้เล่นทีจ่ ะต้องส่งลกู ใหผ้ ู้ตัดสินหรอื ผู้ช่วยผู้ตดั สินเหน็ และตรวจสอบถงึ การ
สง่ ลูกน้ันว่าถูกต้องตามกติกาหรอื ไม่
6.1) ถา้ ผู้ตัดสนิ สงสยั ในลกั ษณะการสง่ ลูก แต่ท้ังเขาและผู้ช่วยผูต้ ัดสินไมม่ ่นั ใจวา่ ผู้ส่งได้สง่ ลูกถูกตาม
กติกา ในโอกาสแรกของแมทซ์นั้นจะเตือนผู้ส่งโดยยงั ไม่ได้ตัดคะแนน
6.2) สาหรบั ในคร้งั ต่อไปในแมทซ์เดยี วกันนนั้ หากผสู้ ่งคนเดมิ ยงั คงสง่ ลูกทเ่ี ปน็ ข้อสงสัยในทานอง
เดียวกัน หรือลกั ษณะนา่ สงสัยอื่นๆ อีก ผ้สู ่งจะเสยี คะแนนทันทโี ดยไม่มีการเตือน
6.3) หากผสู้ ่งได้ส่งลูกผิดกติกาอย่างชดั เจน ผู้สง่ จะเสียคะแนนทันทีโดยไม่มกี ารเตือน
7. ผู้สง่ ลกู อาจได้รับการอนโุ ลมได้บ้าง หากผสู้ ง่ คนนน้ั แจง้ ให้ผตู้ ัดสินทราบถึงการหย่อนสมรรถภาพ
ทางรา่ งกาย จนเป็นเหตุใหไ้ ม่สามารถสง่ ลูกไดถ้ ูกตอ้ งตามกติกา ทัง้ นต้ี ้องแจง้ ให้ผ้ตู ัดสนิ ทราบกอ่ นการแข่งขัน
ทุกครัง้
3. ขนั้ ปฏิบตั ิ (15 นาที )
- ให้นักเรยี นฝกึ ทกั ษะการตโี ต้ลูกเทเบิลเทนนสิ การตีลูก TOP SPIN ด้าน FORE HANDและตีลูก TOP
SPIN ด้าน BACK HAND โดยจบั คกู่ ัน ฝกึ ปฏบิ ัติจนเกิดทักษะ
4. ขน้ั นาไปใช้ ,เกม (10 นาที )
เกม เล็งใหต้ รง
ครกู าหนดจุดใหน้ ักเรยี นฝึกเสิร์ฟหรือส่งลูกเทเบิลเทนิสโดยจบั กลุ่มกนั ไปทีละ 5-10 คน ผลดั กันเสริ ์ฟลกู เท
เบลิ เทนสิ คนละ 10 ครง้ั ใครท่สี ามารถทาการเสริ ์ฟหรอื สง่ ลกู เทเบิลเทนิส ลงจุดตาแหน่งตวั เลขไดจ้ านวนครง้ั
มากท่ีสดุ นักเรยี นคนนน้ั ชนะ
5. ขน้ั สรุป ( 5 นาที )
- ครูใหน้ กั เรียนออกมาอธบิ ายถึงเทคนิค และข้อแก้ไขในการเสิร์ฟหรือสง่ ลูกเทเบลิ เทนนิส
- ครสู รุปเน้ือหาที่เรียนและเสริมสงิ่ ท่ีนักเรยี นยงั ปฏบิ ตั ิไม่ได้
- ครนู ดั หมายการเรียนการสอนในคาบต่อไป
8. สื่อการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. กรวย
6. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
9. การวดั และการประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สงั เกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สังเกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะท่ี
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพิม่ ข้ึน
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ กวา่ เดิม
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………….....................ผสู้ อน
(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 01
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เร่ือง ทกั ษะของการตีลูกตดั ดา้ น FORE HAND และลูกตดั ดา้ น BACK HAND
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 45 นาที
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
0. สาระสาคญั
หวั ใจสาคญั ที่นกั กีฬาเทเบิลเทนนิสจะตอ้ งฝึก ให้ไดเ้ ปรียบคู่แขง่ ขนั จากการรับลูกแลว้ จะส่งกลบั ไป
ยงั คูต่ อ่ สู่ดว้ ยลูกท่ีแรงข้ึนโดยการใชล้ ูกตดั ซ่ึงการฝึกลูกตดั หรือ ลูกความหมุนแบบ BACK SPIN น้ี นกั เรียน
ตอ้ งฝึ กให้ชานาญท้งั ดา้ นโฟร์แฮนด์และด้านแบ๊คแฮนด์ ฝึ กให้แม่นและสามารถปฏิบตั ิไดเ้ พื่อไม่ให้เป็ น
จุดออ่ นของตวั เราต่อไปในการเล่นเกมรับ
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และช่ืนชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลเพอื่ เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาที่เลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีที่เหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุ่งมน่ั
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถอธิบายข้ันตอนทกั ษะการตีลูกตัด ทั้ง 2 ด้านได้ เกินร้อยละ 80 (K)
2. นักเรยี นสามารถปฏิบตั ิตามทักษะการตีลกู ตดั ท้ัง 2 ดา้ นได้ เกนิ ร้อยละ 80 (P)
3. นักเรียนสามารถเห็นความสา่ คญั ในการเล่นกีฬาเป็นประจา่ สม่าเสมอเกนิ ร้อยละ 80 (A)
4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซือสัตย์สุจริต
- มีวินัย
- มุ่งมนั ในการท่างาน
6. สาระการเรียนรู้
4.1. ความรู้
- ทักษะของการตีลกู ตดั ดา้ น FORE HAND และลูกตัด ดา้ น BACK HAND
- โยนลกู ขึน้ พรอ้ มกบั ตลี ูกตัดด้าน FORE HAND -BACK HANDได้
- การตัดลูกเทเบิลเทนนิสและจงั หวะไม้ไปกระทบลูก
4.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
- การใหเ้ หตผุ ล
- การสรปุ ความรู้
- การปฏิบตั ิ/การสาธิต
-การแก้ปญั หา
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้ันเตรยี มการสอน (5 นาที )
1) ครใู หน้ กั เรียนจัดแถวรอบหอ้ ง โดยยนื หา่ งจากผนงั ห้อง 1 ฟุต
2) ครเู ช็คชือของนักเรยี น
3) ครูตรวจความเรยี บร้อยของเครืองแตง่ กาย
4) ครใู หน้ ักเรียนอบอ่นุ ร่างกาย
สญั ลักษณ์
นกั เรยี น
ครู
โตะ๊ เทเบลิ เทนนิ
2. ขัน้ อธบิ ายสาธติ ( 5 นาที )
1. ครูอธิบาย กฎ กตกิ า ระเบียบการปฏิบตั ิให้นกั เรียนฟัง
2. ครูอธิบายและสาธติ ทกั ษะของการตลี ูกตดั ดา้ น FORE HAND และลกู ตดั ดา้ น BACK HAND
อธิบายและสาธิต ( 5 นาที )
การฝึกลูกตัด หรือ ลกู ความหมนุ แบบ BACK SPIN น้ี ผู้ฝึกจะตอ้ งฝึกใหช้ ่านาญท้ังด้านโฟรแ์ ฮนดแ์ ละ
ด้านแบ๊คแฮนด์ เพราะหากช่านาญเพียงด้านใดด้านหนึง ก็จะเป็นจดุ ออ่ นของตวั เราตอ่ ไปในอนาคตได้
จงั หวะการตลี ูก
ผูเ้ รมิ ฝึก ให้ฝกึ ตีทจี งั หวะ C ก่อน เมอื ช่านาญแลว้ กเ็ รมิ ฝึกตใี นจังหวะทเี รว็ ขนึ้ และจะมีประสทิ ธภิ าพ
มากทสี ดุ หากผูเ้ ลน่ สามารถตีลูกไดท้ ุกจงั หวะ ทัง้ จังหวะ A , B และ C
ลกั ษณะการสัมผัสของหนา้ ไม้ กบั ลูกปงิ ปอง
ใหห้ นา้ ไมป้ งิ ปอง สัมผสั ถูกลูกปิงปอง ในลกั ษณะ เสียดสกี ับผวิ ของลูกปงิ ปอง เพือให้เกิดความหมุน
โดย
ให้หนา้ ไม้พ่งุ เข้าหาเน็ตปงิ ปองและเมือมีความช่านาญแล้ว นักกฬี าสามารถพลกิ แพลงลักษณะของหนา้ ไม้ใน
การเขา้ ไปตัดข้างลูกปงิ ปองทั้งด้านซ้ายและขวาได้ ซึงจะท่าให้การตดั ลูกมีประสทิ ธิภาพทีหลากหลายขึ้น
เป้าหมายการฝกึ
มีเป้าหมายในการฝกึ โดยเน้นทา่ ทางให้ถูกต้อง สวยงาม และ นับเป็นจ่านวนคร้ังทีจะต้องตีให้ได้
อยา่ งต่อเนือง ต้งั แต่ 50 ครัง้ ัขนึ ไป ในการฝกึ แตล่ ะที หากตเี สยี เองใหเ้ ริมต้นนับใหม่
การถ่ายนา้ หนกั ตัว
สา่ หรบั ผูเ้ ลน่ มอื ขวา ใหก้ า้ วท้าวขวาเขา้ ไปหาลูกปิงปอง พร้อมกับถ่ายนา้่ หนักตัวไปทีปลายเท้าขวา
ด้วยทกุ ครัง้ (นักกีฬามือซา้ ยใหถ้ า่ ยน้่าหนักตวั ไปทีเทา้ ซา้ ย)
3. ขน้ั ปฏิบตั ิ (15 นาที )
- ให้นักเรียนฝึกทักษะการตีลูกตดั ดา้ น FORE HAND และลกู ตดั ดา้ น BACK HAND โดยจบั คู่กนั ฝกึ
ปฏิบัติจนเกิดทักษะ
4. ข้ันน้าไปใช้ ,เกม (10 นาที )
เกมตัดให้ตรงจุด
ครูก่าหนดให้นักเรยี นฝึกการตลี ูกตดั ดา้ น FORE HAND และลกู ตีตัด ดา้ น BACK HAND โดยจับกลุม่ กัน
ไปทลี ะ 5-10 คน ผลัดกนั ตีลูกตดั ทุกดา้ น โดยใช้ลกู เทเบิลเทนิสคนละ 10 ครง้ั ฝึกดา้ นละ 5 ครั้ง ซงึ ในการฝึก
ครูเปน็ ผูใ้ หค้ ่าแนะน่าคอยให้การควบควบและ ทุกกลุม่ จะต้องมตี วั แทน 1 คนในการปอ้ นลูกสมบูรณื ให้
สามารถท่าลกู ตัดทัง้ 2 ด้านไดอ้ ยา่ งงา่ ย ใครทีสามารถท่าการตลี ูกตดั ดา้ น FORE HAND และตลี กู ตดั ดา้ น
BACK HAND ลงโต๊ะอย่างสมบูรณ์ได้จา่ นวนครั้งมากทสี ุด นักเรียนคนนั้นชนะ
สญั ลกั ษณ์
ทิศทางการปอ้ นลกู
ทิศทางการตีลูก
นกั เรียนทีฝกึ
นกั เรียนทีปอ้ นลูก
5. ข้นั สรปุ ( 5 นาที )
- ครูใหน้ ักเรียนออกมาอธบิ ายถงึ เทคนิค และข้อแก้ไขในการตีลูกตัด ดา้ น FORE HAND และลูกตีตดั
ดา้ น BACK HAND
- ครูสรุปเนอื้ หาทีเรียนและเสริมสงิ ทีนักเรียนยงั ปฏิบัติไม่ได้
- ครนู ดั หมายการเรยี นการสอนในคาบต่อไป
8. ส่ือการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
9. การวดั และการประเมนิ ผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สังเกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สงั เกตจากพฤติกรรม - สงั เกต - ตรงตามคุณลกั ษณะที่
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพ่มิ ข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ
บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพม่ิ เติม
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………….....................ผสู้ อน
(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เร่ือง การโตก้ ลบั ลูก Topspin (อธิบายเพิม่ เติมและสอบทกั ษะประจาหน่วยการเรียนรู้)
ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 1 คาบ
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ อาจารยพ์ เี่ ล้ียง : มูฮามดั ตอยดู ีน เจะ๊ แว
1. สาระสาคัญ
จากการที่นกั เรียนไดฝ้ ึ กลูกเสริฟ,การรับเสริฟ ตลอดจนการตีโตไ้ ปแลว้ น้นั จะเห็นไดว้ ่าสิ่งที่เป็ น
ความลาบากในการปฏิบตั ิคือนกั เรียนไม่สามารถนาทกั ษะการตีโตก้ ลบั ในเกมส์รุกมาใชไ้ ด้ โดยเฉพาะการตี
ลูก Topspin ฉน้นั ครูจึงตอ้ งฝึ กความแมน่ และทกั ษะการตีลูก Topspinอีกคร้ังและเพิ่มลายละเอียดทกั ษะอยา่ ง
เขา้ เม่ือนกั เรียนสามารถทาไดอ้ ยา่ งชานาญแลว้ นกั เรียนทดสอบทกั ษะประจาหน่วย เพอ่ื วดั ทกั ษะท้งั เป็นการ
เนน้ ยาใหต้ ระหนกั ในการฝึกฝนข้ึน
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั
สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และช่ืนชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา ท่ีเกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลเพอ่ื เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีที่เหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุ่งมนั่
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายข้นั ตอนทกั ษะการโตก้ ลบั ลูก Topspin ได้ เกินร้อยละ 80 (K)
2. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิตามทกั ษะการโตก้ ลบั ลูก Topspin ไดเ้ กินร้อยละ 80 (P)
3. นกั เรียนสามารถเห็นความสาคญั ¬ในการเล่นกีฬาเป็นประจาสม่าเสมอเกินร้อยละ 80 (A
4. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซอ่ื สตั ย์สจุ ริต
- มีวนิ ยั
- ม่งุ มั่นในการทางาน
- ปฏบิ ตั ติ ามกฎกติกา
6. สาระการเรียนรู้
4.1. ความรู้
- ทักษะของการโตก้ ลบั ลูก Topspin
- ตีโตไ้ ด้อย่างชานาญและสามารถเสริฟ,รับเสริฟ และใช้ลูก Topspin ตีโต้กลบั ได้
4.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
- การสรุปความรู้
- การฝึกปฏบิ ัติและการสาธติ
- การแก้ปัญหา
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ขน้ั เตรยี มการสอน (5 นาที )
1) ครใู หน้ กั เรยี นจดั แถวรอบห้อง โดยยนื หา่ งจากผนังห้อง 1 ฟุต
2) ครูเช็คชื่อของนักเรยี น
3) ครตู รวจความเรียบร้อยของเครือ่ งแตง่ กาย
4) ครูให้นักเรยี นอบอุน่ ร่างกาย
สญั ลักษณ์
นกั เรยี น
ครู
โต๊ะเทเบิลเทนนิ
2. ขน้ั อธิบายสาธิต ( 10 นาที )
1. ครูอธิบาย กฎ กติกา ระเบียบการปฏบิ ัติใหน้ ักเรียนฟัง (เน้อื หาเพ่ิมเตมิ และสอบทักษะ)
2. ครอู ธิบายและสาธติ ทกั ษะของการรับลูกเสริฟ
อธิบายและสาธิต ( 10 นาที )
ขอบคุณข้อมลู จาก www.tabletennistip.com
(ใช้ในการเรียนการสอน ร.ร.สาธิตมหาวิทยาลยั สงขลานคริน)
จากภาพบนรปู แรก ตามปกติถ้ารบั ลูกปิงปองท่ีไม่หมุนโดยตัง้ หนา้ ไม้ให้ตง้ั ฉากกับโต๊ะไว้
1.ถา้ ไม้กระทบลูกในจังหวะท่ีลูกกาลงั กระเดง้ ขน้ึ ลกู ปิงปองก็จะกระเด้งออกจากไม้เป็นมุม
ขึ้นอย่แู ลว้ ตามเส้นสนี า้ ตาล พอเจอลกู ทม่ี ุมท้อปสปนิ มาจะมีแรงผลักทาให้มุมกระเด้งออกจากไม้เงย
ข้นึ กว่าเดมิ อีกตามเสน้ สเี ขยี ว
2.ถา้ ไม้กระทบลกู ในจงั หวะที่ลกู กระเด้งขนึ้ สงู สดุ ลูกปิงปองก็จะกระเด้งออกจากไมเ้ ปน็ มุม
ขนานไปข้างหนา้ ตามเส้นสีน้าตาล พอเจอลกู ท่ีมมุ ท้อปสปนิ มาจะมีแรงผลักทาให้มมุ กระเดง้ ออกจาก
ไม้เงยขนึ้ กว่าเดิมอีกตามเสน้ สีเขยี วแต่จะเปน็ มุมเงยน้อยกว่าการกระทบลกู ในจังหวะกระเด้งขึน้
3.ถ้าไม้กระทบลูกในจังหวะท่ีลูกกาลังกระเด้งลง ลกู ปิงปองก็จะกระเด้งออกจากไม้เป็นมุมลง
ตามเส้นสีนา้ ตาล พอเจอลกู ท่ีมมุ ท้อปสปนิ มาจะมีแรงผลักทาใหม้ ุมกระเดง้ ออกจากไม้เงยข้ึนตามเสน้
สเี ขียว โดยเป็นมุมเงยเพียงเล็กนอ้ ยเท่าน้ัน
จงั หวะทโี่ ต้กลบั ลูกท้อปสปินได้งา่ ยที่สุดคือตีลกู ในจังหวะที่ลกู กาลงั กระเด้งลง เพราะมุมของ
ลกู ที่กระเดง้ ลงจะหกั ลา้ งกบั อิทธิพลของลูกทีห่ มนุ มาแบบท้อปสปนิ ไปในตัว แตก่ ารตโี ต้ช้าลงจะเปดิ
โอกาสใหค้ ่แู ขง่ ขันบกุ กลับมาได้อกี ดังน้ันจึงต้องหาทางโตก้ ลบั ไปให้เรว็ ทสี่ ุดโดยตีกลบั ไปในจังหวะที่
ลกู กาลังกระเด้งขึ้นหรอื ที่จดุ สูงสดุ เปน็ อย่างชา้ ท่สี ดุ ซึ่งเป็นจงั หวะทีล่ กู กาลงั หมนุ แรงและมแี รงดีด
ออกจากโต๊ะแรงมาก นักปงิ ปองจงึ ต้องร้จู กั อ่านแรงและความหมนุ ของลกู ปิงปองท่สี ่งมาใหอ้ อกวา่ จะ
ปดิ หนา้ ไม้มากน้อยเพยี งใดและตอ้ งออกแรงโต้กลับไปหรือบางคร้ังอาจตอ้ งถอยหนา้ ไม้กลับเพอื่ ลด
แรงสะท้อนกนั เลยทีเดียว
หากจะโตก้ ลบั ลูกท้อปสปินแบบบกุ กลับดว้ ยลูกท้อปสปนิ โดยตีกลบั ไปในจังหวะทีล่ กู กาลงั กระเดง้ ข้นึ
ตอ้ งตงั้ หน้าไม้ให้ปดิ มากๆจนเกอื บจะขนานกับพน้ื โต๊ะทีเดียว อีกวธิ ีหนง่ึ ให้กระแทกสง่ แรงผ่านจุดศูนยก์ ลาง
ของลกู ปิงปองกลบั ไปซ่งึ เรยี กวา่ Punch Block หรือจะเลีย่ งไปโต้กลบั แบบ Sidespin โดยตีลกู ปงิ ปองให้โดนท่ี
ข้วั ของการหมนุ ซึ่งแรงจากการหมุนมอี ทิ ธิพลน้อยท่สี ุด
ในการฝึกช่วงแรกควรฝึกตง้ั หน้าไม้ไว้เฉยๆก่อนจนกว่าจะคุ้นเคยวา่ ตอ้ งปดิ หน้าไม้มากน้อยเพียงใดใน
ลูกท่ีกระเด้งจังหวะใด เม่ือสามารถควบคุมความแรงและตาแหน่งทีล่ กู ลงโตะ๊ ไดแ้ ลว้ จงึ ฝึกบกุ กลับ โดยเฉพาะ
นักปงิ ปองทใี ช้ยางท่ีกระเดง้ แรงและหมนุ แรงๆตอ้ งฝกึ จนตัวเองเขา้ ใจสามารถควบคมุ การกระเด้งของยาง
ปิงปองของตัวเองได้เช่อื งก่อน
4. ขั้นนาไปใช้ ,เกม (10 นาที )
- ครใู ห้นกั เรียนจบั คซู่ ้อม และ ทดสอบทักษะประจาหน่วยการเรยี นรู้
- ครูกาหนดเวลา 5 นาทีในการฝึกทักษะ การเสริฟ การรับเสริฟ และการตีโต้กลบั โดยลกู ท้อปสปิน
- เรียกรวมยกตัวอย่างทที่ าถูกต้อง 1 คู่
- ทาการสอบโดยให้คู่ทม่ี ีความพรอ้ มมากทีส่ ดุ สอบก่อน
รปู แบบ การสอบ
สญั ลกั ษณ์
นกั เรยี น
ครู
โตะ๊ เทเบิลเทนนสิ
5. ข้นั สรปุ ( 5 นาที )
- ครแู นะนาและชี้แจงความผิดพลาดตา่ งๆในการสอบโดยรวม
- ครนู ัดหมายการเรยี นการสอนในคาบต่อไป
8. สื่อการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
6. นาฬิกาจบั เวลา
9. การวดั และการประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สังเกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สงั เกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะที่
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพ่มิ ข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอปุ สรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเพมิ่ เตมิ
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชื่อ………………….....................ผสู้ อน ลงชื่อ…………………................ครูพ่เี ล้ียง
(นายอนสั แวสอเฮาะ) (ครู มูฮามดั ตอยดู ีน เจะ๊ แว)
ครูผชู้ ่วย ครูพเี่ ล้ียง
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 21
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เรื่อง กติกา การเล่นเทเบิลเทนนิสประเภทเดี่ยวและการนบั คะแนนประเภทเด่ียว
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 45 นาที
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
2. สาระสาคัญ
การจดั การเรียนการสอนในข้นั การเล่นหรือทาความเขา้ ใจกติกาก่อนการแข่งขนั เป็ นส่วนสาคญั ที่
ผูเ้ รียนจะตอ้ งเรียนรู้เพ่ือทาความเขา้ ใจ เพราะการฝึ กเล่นในคาบน้ีจะทาให้นกั เรียนคุณเคยในการส่งลูกท่ี
ถูกตอ้ งมากข้ึน การสร้างความคุน้ เคยในการใชฝ้ ่ ามือแลว้ โยนข้ึนไปในอากาศ การรับลูกท่ีถูกตอ้ งเม่ือลูกเท
เบิลเทนนิสถูกตีขา้ มตาข่ายมากระทบแดนของตน รวมท้งั รู้จกั กติกาเช่น ลูกที่ให้ส่งใหม่,เสิร์ฟใหม่และการ
เสียคะแนน เป็นตน้
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั
สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และชื่นชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพ่ือเป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีที่เหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุง่ มนั่
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถอธิบายขนั้ ตอนทักษะการเลน่ เทเบิลเทนนิสประเภทเด่ยี วและการนับคะแนนประเภท
เด่ยี ว เกินร้อยละ 80 (K)
2. นักเรียนสามารถเลน่ เทเบิลเทนนสิ ประเภทเดีย่ วและนับคะแนนประเภทเดย่ี วได้ เกนิ รอ้ ยละ 80 (P)
3. นักเรยี นสามารถเหน็ ความสาคัญในการเล่นกีฬาเปน็ ประจาสม่าเสมอและฝกึ ซ้อม เกินรอ้ ยละ 80 (A)
4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซ่ือสัตย์สจุ ริต
- มีวินยั
- มุ่งม่ันในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
4.1. ความรู้
- ทกั ษะของการเสริ ฟ์ หรือส่งลกู เทเบลิ เทนสิ และการตีโต้
- การนบั คะแนน การเสียคะแนน
4.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
- การใหเ้ หตุผล
- การปฏบิ ัต/ิ การสาธติ
-การแก้ปัญหา
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้ันเตรียมการสอน (5 นาที )
1) ครูให้นกั เรียนจดั แถวรอบหอ้ ง โดยยนื หา่ งจากผนงั ห้อง 1 ฟตุ
2) ครูเชค็ ช่อื ของนักเรียน
3) ครตู รวจความเรยี บร้อยของเครอื่ งแต่งกาย
4) ครใู หน้ กั เรียนอบอุ่นร่างกาย
สญั ลักษณ์
นักเรยี น
ครู
โต๊ะเทเบิลเทนนิ
2. ขน้ั อธบิ ายสาธติ ( 5 นาที )
1. ครอู ธบิ าย กฎ กตกิ า ระเบียบการปฏบิ ตั ิให้นกั เรยี นฟัง โดยจัดแถวใหม่ เป็นแถวตอน 10 แถว
1. ครอู ธิบาย กติกาการเลน่ เทเบลิ เทนนสิ ประเภทเด่ียวและการนบั คะแนนประเภทเดย่ี ว
อธบิ ายและสาธติ ( 5 นาที )
1. โต๊ะเทเบลิ เทนนิส
1.1 พืน้ หนา้ ด้านบนของโต๊ะเรยี กว่า “พน้ื ผิวโตะ๊ ” (PLAYING SURFACE) จะเป็นรปู ส่เี หลีย่ มผืนผา้ มี
ความยาว 2.74 เมตร (9 ฟุต) ความกวา้ ง 1.525 เมตร (5 ฟตุ ) และจะต้องสูงได้ระดบั โดยวัดจากพน้ื ที่ต้งั ขนึ้
มาถงึ พืน้ ท่ีผิวโตะ๊ สูง 76 เซนตเิ มตร (2 ฟตุ 6 นิ้ว)
1.2 พ้ืนผวิ โตะ๊ ไม่รวมถึงด้านขา้ งตามแนวตัง้ ที่อยตู่ า่ กว่าขอบบนสุดของโต๊ะลงมา
1.3 พื้นผิวโต๊ะอาจทาด้วยวัสดุใด ๆ ก็ได้ แต่จะต้องมคี วามกระดอนสมา่ เสมอเมื่อเอาลูกเทเบลิ เทนนสิ
มาตรฐานปล่อยลงในระยะสูง 30 เซนตเิ มตร โดยวัดจากพ้ืนผวิ โต๊ะลกู จะกระดอนขึ้นมาประมาณ 23
เซนตเิ มตร
1.4 พื้นผวิ โตะ๊ จะต้องเป็นสเี ข้มสม่าเสมอและเป็นสดี า้ น ไม่สะทอ้ นแสง ขอบด้านบนของพ้ืนผวิ โต๊ะทง้ั
4 ด้าน จะทาด้วยสขี าว มีขนาดกว้าง 2 เซนติเมตร เสน้ ของพ้ืนผวิ โตะ๊ ดา้ นยาว 2.74 เมตร ท้ังสองด้านเรยี กว่า
“เสน้ ข้าง” (SIDE LINE) เสน้ ของพ้นื ผิวโต๊ะดา้ นกวา้ ง 1.525 เมตร ท้งั สองดา้ นเรียกว่า “เส้นสกดั ” (END
LINE)
1.5 พ้ืนผิวโต๊ะจะถูกแบ่งออกเปน็ สองแดน (COURTS) เท่า ๆ กัน กั้นดว้ ยตาข่ายซึง่ ขงึ ต้งั ฉากกบั
พืน้ ผวิ โต๊ะ และขนานกบั เสน้ สกัดโดยตลอด
1.6 สาหรบั ประเภทคู่ ในแตล่ ะแดนจะถกู แบ่งออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน ดว้ ยเส้นสขี าว มีขนาดกวา้ ง
3 มลิ ลิเมตร โดยขีดขนานกบั เสน้ ข้าง เรยี กว่า “เส้นกลาง” (CENTER LINE) และให้ถือว่าเสน้ กลางน้เี ป็นส่วน
หน่งึ ของคอร์ดดา้ นขวาของโต๊ะด้วย
1.7 ในการแข่งขันระดับมาตรฐานสากล โต๊ะเทเบลิ เทนนิสท่ีใชส้ าหรับการแขง่ ขนั จะต้องเปน็ ยี่หอ้ และ
ชนดิ ท่ีไดร้ ับการรบั รองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) เท่านั้น โดยโตะ๊ เทเบลิ เทนนสิ จะมสี ีเขยี ว
หรือนา้ เงนิ และในการแขง่ ขนั จะต้องระบสุ ขี องโต๊ะทจี่ ะใชแ้ ข่งขนั ลงในระเบยี บการแข่งขันดว้ ยทกุ คร้ัง
2.ส่วนประกอบของตาขา่ ย
2.1 สว่ นประกอบของตาขา่ ยจะประกอบดว้ ย ตาข่าย ที่แขวนและเสาตั้ง รวมไปถึงทจี่ ับยึดกบั โต๊ะเท
เบลิ เทนนสิ
2.2 ตาข่ายจะต้องขึงตงึ และยึดดว้ ยเชอื กซ่ึงผกู ติดปลายยอดเสาซง่ึ ตงั้ ตรงสงู จากพน้ื ผิวโต๊ะ 15.25
เซนติเมตร (6 นิว้ )
2.3 สว่ นบนสุดของตาขา่ ย ตลอดแนวยาวจะต้องสงู จากพ้ืนผิวโตะ๊ 15.25 เซนตเิ มตร
2.4 ส่วนลา่ งสดุ ของตาข่ายตลอดแนวยาวจะต้องอยชู่ ิดกับพ้ืนผิวโตะ๊ ใหม้ ากท่สี ุดเทา่ ที่เป็นไปได้ และ
ส่วนปลายสดุ ของตาข่ายท้งั สองดา้ นจะตอ้ งอยูช่ ิดกับเสาให้มากทส่ี ุดเทา่ ท่เี ปน็ ไปได้
2.5 ในการแข่งขันระดับมาตรฐานสากล ตาขา่ ยท่ใี ช้สาหรับแขง่ ขนั จะต้องเปน็ ย่หี อ้ และชนิดท่ไี ดร้ บั
การรบั รองจากสหพนั ธเ์ ทเบลิ เทนนิสนานาชาติ (ITTF) เทา่ น้ัน
3.ลกู เทเบลิ เทนนสิ
3.1 ลูกเทเบลิ เทนนสิ จะต้องกลมและมเี ส้นผ่าศูนย์กลาง 40 มิลลเิ มตร
3.2 ลกู เทเบิลเทนนิส จะต้องมีน้าหนัก 2.7 กรัม
3.3 ลูกเทเบิลเทนนสิ จะต้องทาดว้ ยเซลลูลอยด์หรือวสั ดุพลาสตกิ อนื่ ใดที่คล้ายคลึงกนั มสี ขี าว หรอื สี
สม้ และเป็นสดี ้าน
3.4 ลกู เทเบลิ เทนนิสจะต้องเป็นยหี่ อ้ และชนิดที่ไดร้ ับการรับรองจากสหพันธเ์ บลิ เทนนิสนานาชาติ
(ITTF) เทา่ น้ัน และจะตอ้ งระบุสขี องลูกทใี่ ชแ้ ข่งขันลงในระเบียบการแข่งขันทุกคร้ัง
4. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
4.1 ไม้เทเบิลเทนนิสจะมีรูปร่าง ขนาด หรือนา้ หนักอย่างไรกไ็ ด้ แต่หนา้ ไม้จะต้องแบนเรียบและแข็ง
4.2 อยา่ งน้อยทส่ี ุด 85 % ของความหนาของไม้ จะต้องทาด้วยไมธ้ รรมชาติ ชน้ั ทอ่ี ดั อยตู่ ิดภายในหนา้
ไม้ ซงึ่ ทาด้วยวสั ดุอน่ื ใด เช่น คาร์บอนไฟเบอร์ กลาสไฟเบอร์ หรอื กระดาษอัดจะต้องมคี วามหนาไมเ่ กิน 7.5 %
ของความหนาท้งั หมดของไม้ หรอื ไมเ่ กิน 0.35 มิลลเิ มตร สดุ แทแ้ ต่กรณีใดจะมีคา่ นอ้ ยกว่า
4.3 หนา้ ไมเ้ ทเบิลเทนนสิ ด้านทใ่ี ชต้ ีลกู จะต้องมวี สั ดุปดิ ทับวัสดุน้นั จะเปน็ แผน่ ยางเม็ดธรรมดา แผ่น
ยางชนิดน้ี เมื่อปิดทับหนา้ ไมแ้ ละรวมกับกาวแลว้ จะต้องมีความหนาท้งั สนิ้ ไม่เกิน 2 มิลลิเมตร หรอื แผ่นยาง
ชนดิ สอดไส้ แผ่นยางชนดิ นเ้ี ม่ือปิดทับหนา้ ไมแ้ ละรวมกับกาวแล้วจะตอ้ งมีความหนาทัง้ ส้ินไมเ่ กนิ 4 มิลลเิ มตร
ท้งั นค้ี วามสงู ของเมด็ ยางจะเท่ากับความกวา้ งของเม็ดยางในอตั ราส่วน 1: 1
4.3.1 แผ่นยางเม็ดธรรมดา (ORDINARY PIMPLED RUBBER) จะต้องเป็นแผ่นยางช้นิ เดยี ว
และไมม่ ีฟองนีร้ องรับโดยหนั เอาเมด็ ยางออกมาด้านนอก จะทาด้วยยางธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์
มีเม็ดยางกระจายอยู่อยา่ งสม่าเสมอไม่นอ้ ยกวา่ 10 เมด็ ต่อ 1 ตารางเซนตเิ มตร และไม่มากกว่า 30
เม็ดตอ่ 1 ตารางเซนตเิ มตร
4.3.2 แผ่นยางชนดิ สอดไส้ (SANDWICH RUBBER) ประกอบด้วยฟองนา้ ชนดิ เดียวปดิ คลุม
ด้วยแผน่ ยางธรรมดาช้นิ เดยี ว โดยจะหันเอาเม็ดยางอยู่ดา้ นในหรอื อยูด่ ้านนอกกไ็ ด้ ซงึ่ ความหนาของ
แผ่นยางธรรมดาน้ีจะต้องมีความหนาไม่เกิน 2 มิลลิเมตร
4.4 วสั ดุปิดทบั หน้าไมจ้ ะต้องปิดทับคลมุ หนา้ ไม้ดา้ นน้ัน ๆ และจะต้องไมเ่ กนิ ขอบนา้ ไม้ออกไป ยกเว้น
ส่วนที่ใกลก้ บั ด้ามจบั ทีส่ ดุ และทีว่ างนวิ้ อาจจะหุ้มหรือไม่หมุ้ ด้วยวสั ดุใด ๆ ก็ได้
4.5 หนา้ ไมเ้ ทเบลิ เทนนิส ช้นั ภายในหนา้ ไม้ และชน้ั ของวัสดปุ ดิ ทบั ตา่ ง ๆ หรือกาว จะต้องสมา่ เสมอ
และมีความหนาเท่ากันตลอด
4.6 หน้าไม้เทเบลิ เทนนิส ด้านหน่งึ จะต้องเป็นสแี ดงสว่าง (BRIGHT RED) และอกี ดา้ นหนึ่งจะต้องเป็น
สดี า (BLACK) และจะตอ้ งมสี ีกลมกลนื อย่างสมา่ เสมอไมส่ ะท้อนแสง
4.7 วสั ดทุ ี่ปดิ ทับหน้าไมส้ าหรับตลี ูกเทเบิลเทนนิสจะตอ้ งมเี ครอ่ื งหมายการค้าของ บรษิ ทั ผู้ผลติ ยีห่ อ้
รนุ่ และเครอ่ื งหมาย ITTF แสดงไวอ้ ยา่ งชดั เจนใกลก้ ับขอบของหน้าไม้ โดยจะต้องเป็นชื่อ ยีห่ อ้ และชนดิ
(BRAND AND TYPE) ทีไ่ ด้รับการรับรองจากสหพนั ธเ์ ทเบิลเทนนิสนานาชาติ (ITTF) ครงั้ หลงั สุดเทา่ นน้ั
4.8 สาหรับกาวทม่ี สี ่วนประกอบของสารทีเ่ ป็นพิษ จะไม่อนุญาตใหใ้ ชท้ าลงบนหนา้ ไมเ้ ทเบิลเทนนสิ ผู้
เลน่ จะตอ้ งใชก้ าวแผน่ สาเรจ็ รปู หรือกาวท่ีได้รบั การรับรองจากสหพันธ์เทเบิลเทนนสิ นานาชาติ (ITTF) เท่านนั้
และหา้ มใชก้ าวในการตดิ ยางกบั ไมเ้ ทเบลิ เทนนิสในบริเวณสนามแขง่ ขนั
4.9 การเปล่ียนแปลงเลก็ น้อยของความสมา่ เสมอของผิวหน้าไม้หรือวัสดปุ ดิ ทบั หรือความไมส่ ม่าเสมอ
ของสหี รอื ขนาดเน่ืองจากการเสียหายจากอบุ ตั เิ หตุ การใชง้ านหรือสีจางอาจจะอนญุ าตใหใ้ ชไ้ ด้ โดยเงอ่ื นไขวา่
เหตเุ หล่านนั้ ไม่ไดเ้ ปลีย่ นแปลงอย่างสาคัญตอ่ คณุ ลักษณะของผิวหน้าไม้ หรอื วสั ดุปดิ ทับ
4.10 เมือ่ เร่ิมการแขง่ ขนั และเมอื่ ใดกต็ ามทผ่ี ้เู ลน่ เปลย่ี นไม้เทเบิลเทนนิสระหวา่ งการแข่งขนั ผ้เู ลน่
จะต้องแสดงไมเ้ ทเบิลเทนนสิ ที่เขาเปล่ียนให้กับคู่แขง่ ขัน และกรรมการผู้ตดั สนิ ตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
4.11 เปน็ ความรับผิดชอบของผ้เู ลน่ ท่ีจะต้องมน่ั ใจวา่ ไมเ้ ทเบลิ เทนนสิ นนั้ ถกู ต้องตามกติกา
4.12 ในกรณีท่มี ีปัญหาเกี่ยวกับอปุ กรณ์การเล่น ให้อยใู่ นดุลยพินิจของผู้ชข้ี าด
5.คาจากัดความ (DEFINITIONS)
5.1 การตีโต้ (RALLY) หมายถงึ ระยะเวลาทีล่ ูกอยใู่ นการเลน่
5.2 ลกู อยู่ในการเลน่ (INPLAY) หมายถึง เม่ือลูกเทเบลิ เทนนิสได้หยดุ น่งิ บนฝา่ มืออิสระก่อนการส่งลกู
ในจงั หวะสดุ ทา้ ยจนกระทั่งลูกน้ันถกู สง่ั ให้เป็นเลท หรอื ได้คะแนน
5.3 การส่งใหม่ (LET) หมายถึง การตีโตท้ ่ีไม่มผี ลได้คะแนน
5.4 การได้คะแนน (POINT) หมายถึง การตโี ต้ท่ีมผี ลได้คะแนน
5.5 มอื ท่ีถอื ไม้ (RACKET HAND) หมายถงึ มอื ในขณะท่ีถือไมเ้ ทเบิลเทนนสิ
5.6 มอื อิสระ (FREE HAND) หมายถงึ มือในขณะทไ่ี มไ่ ด้ถอื ไมเ้ ทเบิลเทนนสิ
5.7 การตีลกู (STRIKES) หมายถงึ การที่ผู้เล่นสมั ผัสลกู ด้วยไมเ้ ทเบิลเทนนสิ ขณะที่ถืออยู่ หรอื สมั ผัส
ลูกดว้ ยมอื ท่ีถือไมเ้ ทเบิลเทนนิสต้งั แตข่ ้อมอื ลงไป
5.8 การขวางลูก (OBSTRUCTS) หมายถึง ขณะท่ลี กู อยู่อยู่ในการเลน่ หลังจากท่ีฝ่ายตรงขา้ มตลี กู มา
โดยลูกนั้นยังไม่ได้กระทบแดนของอีกฝ่ายหนึง่ หละยงั ไม่พ้นเสน้ สกดั ปรากฏว่าผ้เู ลน่ หรือสิง่ ใด ๆ ทเี่ ขาสวมใส่
หรือถืออยู่สัมผสั ถูกลกู ขณะลูกนั้นอยเู่ หนือระดับพืน้ ผิวโต๊ะ หรอื ลกู นน้ั มที ิศทางวง่ิ เหขา้ หาพ้นื ผวิ โต๊ะ
5.9 ผสู้ ง่ (SERVER) หมายถงึ ผู้ทต่ี ีลูกเทเบลิ เทนนิสเป็นครั้งแรกในการตีโต้
5.10 ผู้รับ (RECEIV) หมายถงึ ผู้ท่ตี ลี กู เทเบิลเทนนิสเปน็ ครั้งทส่ี องในการตโี ต้
5.11 ผู้ตดั สนิ (UMPIRE) หมายถึง ผูท้ ีถ่ กู แต่งต้งั ขึ้นเพ่ือควบคมุ การแขง่ ขนั
5.12 ผชู้ ว่ ยตดั สิน (ASSISTANT UMPIRE) หมายถงึ ผูท้ ี่ถูกแตง่ ต้ังขน้ึ เพื่อชว่ ยผู้ตดั สนิ ในการแขง่ ขนั
5.13 สง่ิ ใด ๆ ท่ผี ู้เลน่ สวมใสห่ รือถืออยู่ หมายรวมถึง สงิ่ ใด ๆ กต็ ามทผี่ ้เู ลน่ สวมใสห่ รอื ถืออยูต่ ัง้ แตเ่ ริ่ม
การตโี ต้
5.14 ลูกเทเบิลเทนนิสจะถกู พิจารณาว่าผา่ นตาขา่ ย ถ้าขา้ มผ่านหรอื อ้อม หรือลอดส่วนประกอบของ
ตาขา่ ย ยกเว้นลูกทลี่ อดระหว่างตาขา่ ยกบั พ้นื ผิวโต๊ะ หรือลูกที่ลอดระหวา่ งตาขา่ ยกบั อุปกรณท์ ี่ยึดตาขา่ ย
5.15เสน้ สกดั (END LINE) หมายรวมถึง เสน้ สมมตทิ ล่ี ากต่อออกไปจากเสน้ สกัดทั้งสองดา้ นด้วย
5. การส่งลกู ท่ีถกู ต้อง (A GOOD SERVICE)
6.1 เมื่อเรม่ิ สง่ ลูกเทเบลิ เทนนสิ ตอ้ งวางเปน็ อิสระอยู่บนฝ่ามอื อสิ ระ โดยแบฝา่ มือออกและลูกจะตอ้ ง
อยู่นิง่
6.2 ในการสง่ ผสู้ ่งจะต้องโยนลกู ขึน้ ขา้ งบนดว้ ยมอื ใหล้ กู ลอยข้นึ ขา้ งบนใกล้เคยี งกับเสน้ ต้ังฉาก และให้
สงู จากจดุ ท่ีลูกออกจากฝา่ มอื ไมน่ อ้ ยกว่า 16 เซนติเมตร โดยลกู ทโ่ี ยนข้ึนไปนั้นจะต้องไม่เปน็ ลกู ทถ่ี ูกทาให้หมนุ
ดว้ ยความตงั้ ใจ
6.3 ผสู้ ่ง จะตลี กู ไดใ้ นขณะที่ลูกเทเบลิ เทนนิสได้ลดระดับจากจดุ สูงสุดแล้วเพื่อใหล้ กู กระทบแดนของผู้
ส่งก่อน แลว้ ขา้ มหรอื ออ้ มตาข่ายไปกระทบแดนของฝ่ายรบั สาหรับประเภทคู่ ลกู เทเบิลเทนนสิ จะต้องกระทบ
ครงึ่ แดนขวาของผ้สู ่งก่อน แล้วขา้ มหรอื ออ้ มตาข่ายไปกระทบครงึ่ แดนขวาของฝา่ ยรับ
6.4 ต้ังแต่เร่มิ ส่งลกู จนหระทงั่ ลกู ถูกตี ลกู เทบลิ เทนนิสจะต้องอยู่เหนือระดับพนื้ ผวิ โต๊ะ และอยู่หลัง
เสน้ สกดั และจะต้องไมใ่ ห้ถูกสว่ นใดส่วนหน่งึ ของรา่ งกาย หรอื เส้ือผา้ ของผู้ส่ง หรอื คู่เลน่ ในประเภทคู่ บงั การ
มองเหน็ ของผ้รู บั ขณะที่ลกู เทเบิลเทนนสิ ถูกโยนขน้ึ มืออสิ ระของผ้สู ่งจะต้องเคล่อื นออกจากบรเิ วณพน้ื ที่
ระหวา่ งลาตวั ผู้ส่งและตาข่าย (NET) (วัตถปุ ระสงค์ของกติกาข้อนี้ ต้องการให้ผู้รบั เห็นลูกเทเบิลเทนนสิ
ตลอดเวลา ทัง้ นีผ้ สู้ ง่ หรอื คู่ของผูส้ ง่ จะต้องไม่แสดงทา่ ทางที่จะตอ้ งการบงั การมองเหน็ ของผรู้ บั ตลอดเวลาต้งั แต่
ลูกออกจากมอื ของผสู้ ง่ และเหน็ ถึงหนา้ ไม้ดา้ นทใ่ี ชต้ ีลกู )
6.5 เป็นความรับผิดชอบของผ้เู ล่นท่จี ะต้องส่งใหผ้ ตู้ ดั สินหรือผู้ช่วยผูต้ ัดสินเหน็ และตรวจสอบถงึ การ
ส่งนัน้ วา่ ถกู ตอ้ งตามกติกาหรือไม่
6.5.1 ถา้ ผ้ตู ดั สนิ สงสัยในลักษณะการสง่ วา่ ผู้ส่งได้สง่ ลกู ถูกตามกติกาในโอกาสแตกของแมทช์เดียวกนั
นน้ั จะแจ้งให้สง่ ลูกใหม่ และเตือนผู้ส่งโดยยังไม่ตัดคะแนน
6.5.2 สาหรบั ในคร้งั ตอ่ ไปในแมทชเ์ ดียวกนั นนั้ หากผู้เล่นหรือคเู่ ลน่ ยังคงสง่ ให้เป็นข้อสงสัยในทานอง
เดยี วกนั หรือในลกั ษณะนา่ สงสัยอ่ืน ๆ ผรู้ บั จะได้คะแนนทันที
6.5.3 หากผู้สง่ ได้สง่ ลกู ผิดกติกาอย่างชัดเจน ผสู้ ่งจะเสียคะแนนทันที
6.6 ผ้สู ่งอาจไดร้ ับการอนุโลมไดบ้ า้ ง หากผสู้ ง่ คนน้ันแจ้งให้ผตู้ ัดสนิ ทราบถึงการหยอ่ นสมรรถภาพทาง
รา่ งกาย จนเป็นเหตุให้ไม่สามารถสง่ ได้ถูกต้องตามกติกา ท้ังนี้ตอ้ งแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบก่อนการแขง่ ขนั ทกุ ครง้ั
6. การรับลกู ที่ถกู ต้อง (A GOOD RETURN)
7.1 เม่อื ลูกเทเบลิ เทนนิสไดถ้ ูกส่งหรอื ตโี ตไ้ ปตกลงในแดนตรงข้ามอย่างถกู ต้องแล้ว ฝ่ายรับตีลกู ขา้ ม
หรอื อ้อมตาข่ายกลับไป เพื่อใหล้ กู กระทบแดนของอกี ฝา่ ยหน่ึงโดยตรง หรือสัมผัสส่วนใดสว่ นหนงึ่ ของตาขา่ ย
แลว้ ตกลงในแดนของฝ่ายตรงข้าม
8. ลาดบั การเล่น (THE ORDER OF PLAY)
8.1 ประเภทเด่ียว ฝา่ ยส่งได้สง่ อย่างถูกต้อง ฝ่ายรับจะตีโต้กลบั ไปอยา่ งถูกต้องหลงั จากน้ันฝา่ ยสง่
และฝา่ ยรับจะผลัดกันตโี ต้
8.2 ประเภทคู่ ผู้สง่ ลูกของฝา่ ยสง่ จะส่งลกู ไปยังฝา่ ยรบั ผูร้ บั ของฝ่ายรับจะต้อตีลูกกลับ แลว้ คขู่ อง
ฝา่ ยส่งจะตีลูกกลบั ไป จากนน้ั คู่ของฝา่ ยรบั กจ็ ะตลี กู กลับไปเช่นน้สี ลบั กนั ไปในการตโี ต้
3. ขั้นปฏบิ ตั ิ (15 นาที )
- ให้นักเรยี นฝกึ ทกั ษะ การนับคะแนนประเภทเดย่ี ว
4. ข้นั นาไปใช้ ,เกม (10 นาที )
- ใหน้ ักเรียนฝกึ ทกั ษะการเล่นเทเบิลเทนนิสประเภทเดย่ี วและการนบั คะแนนประเภทเด่ียว
5. ข้ันสรุป ( 5 นาที )
- ครใู หน้ กั เรียนออกมาอธิบายถงึ เทคนิค และขอ้ แก้ไขในการเสิรฟ์ หรือส่งลูกเทเบลิ เทนสิ
- ครูสรปุ เนอื้ หาทเ่ี รียนและเสริมสิ่งท่นี กั เรียนยังปฏิบัติไม่ได้
- ครูนัดหมายการเรยี นการสอนในคาบต่อไป
8. ส่ือการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
6. กรวย
9. การวดั และการประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สงั เกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สังเกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะท่ี
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพ่มิ ข้ึน
- สงั เกตจากการปฏิบตั ิ กวา่ เดิม
บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน
…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ
.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงช่ือ………………….....................ผสู้ อน
(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 31
รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เร่ือง การจบั ฉลากแบง่ สายและแขง่ ขนั เทเบิลเทนนิสประเภทเด่ียว(รอบแรก)
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565 เวลา 45 นาที
ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ
3. สาระสาคัญ
นกั เรียนจะตอ้ งแข่งขนั ในรอบแรกทุกคน ซ่ึงตอ้ งทาการแข่งขนั 3ใน5 จนทราบผล และทาการแจง้
คะแนนหรือผลของการแขง่ ขนั พร้อมกบั ลงชื่อสาหรับผทู้ ่ีเป็นผตู้ ดั สินเพ่อื ทาการบนั ทึกชื่อใหค้ ะแนน ดงั น้นั
ในคาบน้ีจึงจาเป็นท่ีนกั เรียนจะตอ้ งแข่งขนั และฝึ กในการเป็ นผตู้ ดั สินในแตล่ ะเกมการแข่งขนั โดยใน 1 คาบ
สามารถเป็นผูต้ ดั สินไดไ้ ม่เกิน 3 คู่ ในการแขง่ ขนั จะตอ้ งดาเนินไปอยา่ งต่อเน่ืองจนหมดคาบ(50นาที) ยกเวน้
ผูเ้ ล่นฝ่ ายหน่ึงฝ่ ายใดหรือท้งั สองฝ่ ายขอสิทธิในการหยดุ พกั ระหว่างจบเกม ซ่ึงการพกั ระหวา่ งจบเกมจะพกั
ไดไ้ มเ่ กิน 1 นาที
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วดั
สาระท่ี 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และช่ืนชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา
ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาที่เลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีที่เหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุง่ มนั่
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถอธิบายและขัน้ ตอนการจดั การแข่งขนั ประเภทเดีย่ วเกินร้อยละ 80 (K)
2. นักเรียนสามารถจัดการแข่งขันประเภทเดี่ยวเกินร้อยละ 80 (P)
3. นักเรยี นสามารถเห็นความส่าคญั ในการเลน่ กฬี าเปน็ ประจา่ สม่าเสมอเกินรอ้ ยละ 80 (A)
4. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซ่ือสัตยส์ ุจรติ
- มวี ินัย
- มุ่งมั่นในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
1.ความรู้
การจดั การแข่งขันประเภทเด่ียว
-กฎ กตกิ าฝนการแขง่ ขัน
-การรับทถ่ี ูกต้อง
-ลาดับการเลน่
-การไดค้ ะแนน
-เกมการแข่งขนั
-แมทซก์ ารแขง่ ขนั
-ลาดับการสง่ การรบั และแดน
-การผิดลาดับในการสง่ การรบั และแดน
2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
-การจาแนก
-การใหเ้ หตุผล
-การสรปุ ความรู้
-การปฏบิ ตั ิ/การสาธิต
-การแกป้ ัญหา
-การประยกุ ต/์ การปรับปรุง
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้นั เตรียมการสอน (5 นาที )
1) ครใู ห้นกั เรยี นจดั แถวตอน ฝัง่ เดยี ว โดยยืนห่างจากผนังหอ้ ง
2) ครูเช็คช่อื ของนักเรียน
3) ครตู รวจความเรยี บร้อยของเครื่องแต่งกาย
4) ครใู หน้ ักเรยี นอบอนุ่ รา่ งกาย โดยมีตวั แทนนาอบอ่นุ รา่ งกาย