The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมแผนการสอนปิงปอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by lpzaza, 2022-09-18 11:17:32

รวมแผนการสอนปิงปอง

รวมแผนการสอนปิงปอง

สญั ลักษณ์
นักเรียน
ครู

2. ขน้ั อธบิ ายสาธิต ( 5 นาที )
1. ครูอธบิ าย กฎ กตกิ า ระเบียบการปฏบิ ัตใิ ห้นักเรยี นฟัง
2. ครชู ีแ้ จงกาหนดการจดั การแขง่ ขันประเภทเด่ยี ว
อธบิ ายและสาธิต ( 10 นาที )
การแขง่ ขันแบบแพค้ ร้ังเดียวคัดออก ( Single Elimination )
จานวนนักเรยี นเปน็ กาลังสองของสอง ( Power of two) คือ 21, 22, 23, 24,...2n ได้แก่ 2, 4, 8, 16,
32, 64, 128….. ก็จัดเข้าคู่ได้เลย ใครแพ้ก็คัดออก ใครชนะก็เล่นต่อไป ในรอบที่เหลือ 8 ทีมสุดท้าย เรียกว่า
รอบกอ่ นรองชนะเลิศ ( Quarter -Final )
ถ้าเหลือ 4 ทีมสุดท้ายเรียกว่ารอบรองชนะเลศิ หรือรอบตดั เชือก ( Semi – Final )
รอบท่ีเหลือ 2 ทีมสุดท้าย เรียกว่า รอบชิงชนะเลิศ ( Final ) ใครชนะในรอบนี้ก็ถือว่าเป็นผู้ชนะเลิศ
(Championship ) และคนแพ้ก็เปน็ ผ้รู องชนะเลิศ ( Runner – Up )
ตวั อย่าง ถา้ มผี ู้เขา้ แขง่ ขนั 8 ทีม

ตามตารางน้ี หมายเลข 8 เป็นผูช้ นะเลิศ หมายเลข 4 เป็นรองชนะเลศิ

การแข่งขันแบบแพ้คร้ังเดียวคัดออก ของนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จับ
รูปแบบการแบ่งสายเพ่ือให้ง่ายต่อการ แบง่ สนามแข่งขัน โดยแบง่ เปน็ สายในการแข่งขันในรอบแรกดังเอกสาร
ท่ไี ดแ้ นบมา (รายละเอียดการแข่งขนั ในรอบแรก ประกอบด้วย 1/1 ,1/2,1/3)

4. ขั้นนาไปใช้ ( 20 นาที )
- ครูใหน้ ักเรียนแข่งขนั ในรอบแรก เวลา 50 นาที (หากไม่ทันให้ยกไปคาบถัดไป)

รูปแบบ การแข่งขันประเภทเดี่ยว

สญั ลกั ษณ์

นักเรียน
ครู
โตะ๊ เทเบลิ เทนนิส

5. ข้ันสรุป ( 5 นาที )

- ครแู นะนาและชีแ้ จงความผิดพลาดต่างๆในการแข่งขนั โดยรวม

- ครูนดั หมายการเรียนการสอนในคาบต่อไป

8. ส่ือการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส

6. นาฬิกาจบั เวลา
7.สกอร์ชีด
8.ใบนบั คะแนน

9. การวดั และการประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%

ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สังเกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สงั เกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะที่
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ซกั ถาม วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - ทดสอบ - มีความแขง็ แรงเพิ่มข้ึน
- สงั เกตจากการปฏิบตั ิ กวา่ เดิม

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ

.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………….....................ผสู้ อน

(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย



แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 41

รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เวลา 45 นาที
เร่ือง กฎ กติกา และการเป็นผตู้ ดั สินประเภทเด่ียว

ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565

ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ

4. สาระสาคญั
การจดั การเรียนการสอนในข้นั การเล่นหรือทาความเขา้ ใจกติกาก่อนการแข่งขนั เป็ นส่วนสาคญั ที่

ผูเ้ รียนจะตอ้ งเรียนรู้เพื่อทาความเขา้ ใจ เพราะการฝึ กเล่นในคาบน้ีจะทาให้นกั เรียนคุณเคยในการส่งลูกที่
ถูกตอ้ งมากข้ึน การสร้างความคุน้ เคยในการใชฝ้ ่ ามือแลว้ โยนข้ึนไปในอากาศ การรับลูกที่ถูกตอ้ งเม่ือลูกเท
เบิลเทนนิสถูกตีขา้ มตาข่ายมากระทบแดนของตน รวมท้งั รู้จกั กติกาเช่น ลูกที่ใหส้ ่งใหม่,เสิร์ฟใหม่และการ
เสียคะแนน เป็นตน้

2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วดั
สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง

สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และช่ืนชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา

ตัวชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพอ่ื เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุ่งมน่ั

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถการเป็นผู้ตัดสินประเภทเดยี่ วและการนบั คะแนนประเภทเด่ียวได้ เกินร้อยละ 80 (K)

2. นักเรยี นสามารถเห็นความสาคญั ในการเลน่ กีฬาและฝึกซ้อมเป็นประจา เกนิ ร้อยละ 80 (A)

4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้

2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์

- ซ่ือสตั ย์สุจรติ
- มีวินยั
- ม่งุ มั่นในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
4.1. ความรู้

- ทกั ษะของการเสิร์ฟหรอื ส่งลกู เทเบิลเทนิสและการตโี ต้
- การนับคะแนน การเสยี คะแนน
4.2 ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
- การให้เหตผุ ล
- การปฏิบัต/ิ การสาธติ
-การแก้ปญั หา
7. กจิ กรรมการเรียนรู้

1.ขั้นเตรยี มการสอน (5 นาที )
1) ครใู ห้นกั เรียนจดั แถวรอบห้อง ครเู ชค็ ชื่อของนกั เรยี น
2) ครตู รวจความเรียบร้อยของเครือ่ งแตง่ กาย
3) ครูให้นกั เรียนอบอุ่นร่างกาย

สัญลกั ษณ์

นักเรยี น
ครู
โต๊ะเทเบลิ เทนนสิ

2. ข้นั อธบิ ายสาธติ ( 5 นาที )
1. ครอู ธิบาย กฎ กติกา ระเบียบการปฏิบัติให้นกั เรยี นฟงั โดยจดั แถวใหม่ เป็นแถวตอน 10 แถว

2. ครูอธิบาย กติกาการเล่นเทเบลิ เทนนิสประเภทเดยี่ วและการนบั คะแนนประเภทเดี่ยว

อธิบายและสาธติ ( 10 นาที )

ลาดับการเล่น (THE ORDER OF PLAY)ประเภทเด่ียว
ฝ่ายส่งไดส้ ่งอยา่ งถูกต้อง ฝา่ ยรับจะตีโต้กลบั ไปอยา่ งถูกต้องหลังจากนั้นฝ่ายส่งและฝา่ ยรับจะผลดั กัน
ตีโต้
1.ลกู ทใ่ี ห้สง่ ใหม่ (A LET)การสง่ ซ่งึ ถอื ให้เปน็ การส่งใหม่ ตอ้ งมลี กั ษณะดงั นี้
- ถา้ ลกู ท่ฝี า่ ยส่งได้สง่ ไปกระทบส่วนต่าง ๆ ของตาข่าย แลว้ ข้ามไปในแดนของฝ่ายรบั โดยถกู ต้อง
หรอื ส่งไปกระทบส่วนตา่ ง ๆ ของตาข่าย แลว้ ผรู้ บั หรอื คู่ฝ่ายรบั ขวางลกู หรือตลี ูกก่อนทีล่ ูกจะตกกระทบแดน
ของเขาในเสน้ สกดั
- ในความเหน็ ของผู้ตดั สิน ถ้าลูกท่ีสง่ ออกไปแล้วฝา่ ยรบั หรือคู่ฝา่ ยรับยังไมพ่ ร้อมท่ีจะรับ โดยมีข้อ
แม้ว่า ฝ่ายรบั หรือคู่ของฝา่ ยรับไม่พยายามจะตลี กู
- ในความเห็นของผ้ตู ดั สนิ หากมเี หตรุ บกวนนอกเหนือการควบคุมของผ้เู ลน่ ทาให้การสง่ การรับ
หรือการเลน่ น้นั เสียไป
-ถา้ การเลน่ ถูกยุติโดยผ้ตู ดั สนิ หรือผชู้ ่วยตัดสนิ

2. การเล่นอาจถูกยตุ ิลงในกรณีต่อไปน้ี
2.1 เพ่อื แก้ไขข้อผิดพลาด ในลาดบั การสง่ การรบั ลูกหรือการเปลย่ี นแดน
2.2 เมื่อการแขง่ ขันได้ถกู กาหนดใหใ้ ช้ระบบการแข่งขันระบบการแข่งขันแบบเร่งเวลา
2.3 เพ่อื เตือนหรือลงโทษผเู้ ล่น
2.4 ในความคดิ เหน็ ของผู้ตัดสิน หากเหน็ วา่ สภาพการเลน่ ถูกรบกวนอนั จะเปน็ ผลต่อการเล่น

3. ไดค้ ะแนน (A POINT)
นอกจากการตโี ตจ้ ะถูกสั่งใหเ้ ปน็ เน็ท ผูเ้ ล่นจะได้รบั คะแนนจากกรณีดังต่อไปน้ี

3.1 ถ้าผ้เู ล่นฝ่ายตรงกันข้าม ไม่สามารถสง่ ลูกได้อย่างถูกต้อง
3.2 ถ้าผ้เู ลน่ ฝา่ ยตรงกันข้าม ไมส่ ามารถรับลูกได้อยา่ งถูกต้อง
3.3 ถ้าผู้เล่นฝา่ ยตรงกันขา้ ม ตีลกู สัมผัสถกู สิง่ ใด ๆ นอกเหนือจากส่วนประกอบของตาขา่ ย
3.4 ถา้ ผู้เลน่ ฝ่ายตรงกันข้าม ตีลกู ผ่านเลยเสน้ สกัดของเขาโดยไม่ไดส้ ัมผัสกบั พ้ืนผิวโตะ๊
3.5 ถา้ ผู้เล่นฝ่ายตรงกนั ข้าม ขวางลกู
3.6 ถา้ ผู้เล่นฝา่ ยตรงกนั ขา้ ม ตลี ูกติดตอ่ กันสองครั้ง
3.7 ถ้าผู้เล่นฝา่ ยตรงกนั ขา้ ม ตีลูกดว้ ยหนา้ ที่ไม่ถูกต้องตามกตกิ า
3.8 ถา้ ผู้เลน่ ฝา่ ยตรงกันขา้ ม หรอื สง่ิ ใด ๆ ท่ผี ู้เล่นฝ่ายตรงกันขา้ มสวมใสห่ รือถืออยู่ ทาใหพ้ น้ื ผิวโตะ๊
เคลอ่ื นที่

3.9 ถา้ ผู้เลน่ ฝ่ายตรงกนั ขา้ ม หรอื สิ่งใด ๆ ท่ีผเู้ ล่นฝา่ ยตรงขา้ มสวมใสห่ รือถอื อยู่ สัมผัสถูกส่วนต่าง
ๆ ของตาขา่ ย

3.10 ถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงกนั ข้าม ใชม้ อื อิสระสมั ผสั ถูกผิวโต๊ะ
3.11 ถา้ ผเู้ ล่นฝ่ายตรงกนั ขา้ ม ตลี ูกผิดลาดบั ในการเลน่ ประเภทคู่ยกเวน้ ลาดบั โดยคนเสริ ์ฟ หรือคน
เสริ ์ฟ
3.12 ในระบบการแขง่ ขนั แบบเร่งเวลา ถา้ เขาหรอื คู่ของเขาสามารถตีโต้กลับไปได้อย่างถูกต้องครบ
13 คร้ัง
4. เกมการแข่งขัน (A GAME)
ผู้เล่นหรือคู่เล่นท่ที าคะแนนได้ 11 คะแนนกอ่ น จะเป็นฝา่ ยชนะ ยกเว้นถา้ ผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทา
คะแนนได้ 10 คะแนนเทา่ กันจะตอ้ งแขง่ ขันต่อไป โดยฝ่ายใดทาคะแนนไดม้ ากกว่าอีกฝ่ายหน่งึ 2 คะแนน
จะเป็นฝ่ายชนะ
5. แมทชก์ ารแขง่ ขนั (A MATCH)
ในหนง่ึ แมทช์ประกอบด้วยเกมการแข่งขนั ท่เี ป็นจานวนเลขค่ี เชน่ 2 ใน 3 เกม, 3ใน 5 เกม, 4 ใน
7 เกม เปน็ ตน้
6. ลาดับการสง่ การรับ และแดน (THE ORDER OF SERVING, RECEIVING AND ENDS)
6.1 สทิ ธิ์ในการเลอื กสง่ เลือกรับ หรือเลอื กแดน จะใช้วธิ เี สย่ี งทาย โดยผชู้ นะในการเสยี่ งจะต้อง
เปน็ ผูเ้ ลอื ก
6.2 เมือ่ ผเู้ ล่นหรือคู่ของผเู้ ลน่ ได้เลือกอย่างหนึง่ อยา่ งใดแล้วผูเ้ ลน่ หรือคู่เล่นอีกฝ่ายหนงึ่ จะเป็นฝา่ ย
เลือกในหัวข้อที่เหลืออยู่
6.3 ผเู้ ลน่ หรอื คเู่ ลน่ ทั้งสองผลดั กนั ส่งลูกฝา่ ยละ 2 คะแนน จนกระทงั่ จบเกมการแข่งขัน ยกเว้นผู้
เลน่ หรือคูเ่ ลน่ ทง้ั สองฝ่ายทาคะแนนได้ 10 คะแนนเทา่ กนั หรอื เมื่อนาระบบการแข่งขันแบบเรง่ เวลามาใช้
แต่ละฝ่ายจะผลัดกนั ส่งลูกฝ่ายละ 1 คะแนน
6.4 ในเกมแรกของประเภทคู่ ฝ่ายซ่ึงมีสทิ ธใิ์ นการสง่ ก่อนต้องเลือกวา่ ใครจะเป็นผสู้ ่งก่อน จากนน้ั
ฝา่ ยรบั จะเลอื กผู้ทจ่ี ะเป็นผูร้ ับสาหรับในเกมถัดไปของแมทน์ ้ันฝา่ ยสง่ ในเกมนนั้ จะเป็นผ้เู ลือกส่งกอ่ นบา้ ง โดย
สง่ ให้กบั ผูท้ ส่ี ่งให้เขาในเกมก่อนหน้านั้น
6.5 ในประเภทคู่ ทุก ๆ ครัง้ ท่ีเปลีย่ นการส่งลกู ผทู้ ีเ่ คยเป็นผู้รบั ลูกจะกลายเปน็ ผ้สู ่งลกู บา้ ง โดยส่ง
ใหก้ ับคู่ของผทู้ ีส่ ่งลูกใหก้ ับเขากอ่ นหน้าน้นั
6.6 ผูเ้ ล่นหรอื ค่เู ล่นที่เป็นฝา่ ยสง่ ลูกกอ่ นในเกมแรกจะเป็นฝา่ ยรบั ลูกกอ่ นในเกมตอ่ ไป สลับกันจน
จบแมทช์ และในเกมสุดทา้ ยของประเภทคู่ ฝ่ายรับจะต้องเปลย่ี นผ้รู ับทันทีเม่ือฝา่ ยใดฝา่ ยหนึ่งทาคะแนนได้
5 คะแนนกอ่ น

6.7 ผู้เล่นหรอื คเู่ ลน่ จะตอ้ งเปลีย่ นแดนทันทีเมอ่ื การแข่งขันในแตล่ ะเกมสิน้ สดุ ลงสลบั กันจน
จบแมทช์ และในการแข่งขันเกมสดุ ทา้ ยผ้เู ลน่ หรือคู่เลน่ ทง้ั สองฝา่ ย จะตอ้ งเปล่ียนแดนทนั ที เมือ่ ฝา่ ยใดฝา่ ย
หนงึ่ ทาคะแนนได้ 5 คะแนนก่อน

7. การผิดลาดบั ในการส่ง การรบั และแดน
(OUT OF ORDER OF SERVING,RECEIVING OR ENDS)

7.1 ถา้ ผเู้ ลน่ สง่ หรือรับลูกผดิ ลาดบั กรรมการผู้ตัดสนิ จะยุติการเลน่ ทันทีทีไ่ ด้คน้ พบข้อผิดพลาด
และทาการเริม่ เลน่ ใหม่ โดยผเู้ ล่นและผรู้ ับที่ควรจะเปน็ ผู้ส่งและผรู้ บั ตามลาดบั ท่ีไดจ้ ัดวางไว้ ต้ังแตเ่ ร่ิมการ
แข่งขนั ของแมทช์นัน้ ต่อจากคะแนนท่ีทาได้ สาหรับในประเภทคู่ หากไม่สามารถทราบถึงผู้สง่ และผู้รับท่ี
ถูกต้อง ลาดับในการสง่ จะถูกจดั ให้ถกู ต้อง โดยค่ทู ่ีมสี ิทธใิ์ นคร้ังแรกของเกมท่ีคน้ พบข้อผิดพลาดนนั้

7.2 ถา้ ผูเ้ ลน่ ไมไ่ ดเ้ ปลี่ยนแดนกันเมื่อถงึ คราวตอ้ งเปลีย่ นแดนกรรมการผูต้ ัดสนิ จะยุตกิ ารเล่นทนั ทที ี่
ทราบ และจะเริ่มเลน่ ใหมโ่ ดยเปลีย่ นแดนกันให้ถูกต้องตามลาดบั ทีจ่ ดั ไวต้ งั้ แตก่ ารเริ่มการแข่งขนั ของแมทช์
นน้ั ตอ่ จากคะแนนทไี่ ด้

7.3 กรณใี ด ๆ กต็ าม คะแนนทั้งหมดซงึ่ ทาไว้ก่อนทจี่ ะค้นพบข้อผดิ พลาดให้ถือวา่ ใชไ้ ด้

8. ระบบการแข่งขันเร่งเวลา (THE EXPEDITE SYSTEM)
8.1 ระบบการแข่งขนั เร่งเวลาจะถูกนามาใช้ ถา้ เกมการแขง่ ขันในเกมนั้นไม่เสรจ็ ส้ินภายในเวลา
10 นาที หรือก่อนครบกาหนดเวลาก็ได้ ถ้าผ้เู ล่นหรอื คู่เล่นทัง้ สองฝา่ ยต้องการ ยกเว้นในกรณที ผ่ี ู้เลน่ หรือคู่
เลน่ ทงั้ สองฝา่ ยมีคะแนนไม่น้อยกว่า 9 คะแนนจะแขง่ ขันตามระบบเดิม

8.1.1 ถ้าลกู ไมไ่ ด้อย่ใู นการเลน่ และครบกาหนดเวลาแขง่ ขันพอดี การเล่นนัน้ จะถูกยตุ ลิ งโดย
กรรมการผู้ตดั สนิ และจะเริ่มใหม่ด้วยการสง่ โดยผ้เู ล่นซ่งึ เป็นผูส้ ง่ กอ่ นท่ีการตีโต้นนั้ ถูกยุติลง

8.1.2 ถา้ ลูกไม่ได้อยู่ในการเลน่ และครบกาหนดเวลาพอดี การเล่นนั้นจะเรม่ิ เล่นใหม่ด้วย
การส่งโดยผูเ้ ล่นทีเ่ ป็นฝา่ ยรบั ลกู อยู่ก่อนที่เวลาน้ันจะสน้ิ สุดลง

8.2 หลังจากนัน้ ผูเ้ ล่นแต่ละคนจะเปลย่ี นกนั สง่ คนละ 1 คะแนน จนกระท่งั จบการเกมการแขง่ ขนั
และในการตีโตห้ ากผ้รู บั หรือคู่เล่นฝ่ายรับสามารถตีโต้กลบั มาถกู ต้องครบ 13 ครงั้ ฝ่ายส่งจะเสยี 1 คะแนน

8.3 เม่ือระบบการแขง่ ขันเร่งเวลานามาใช้ในเกมใด ในเกมทีเ่ หลอื ของแมทชน์ น้ั ๆ จะตอ้ งแข่งขัน
ภายใต้ระบบเรง่ เวลา

9.ผ้ชู ้ขี าด (REFEREE)
9.1. ผู้ชี้ขาดจะตอ้ งถกู แต่งต้ังขึ้นในการแข่งขัน แตล่ ะครัง้ เพอ่ื ควบคุมการแข่งขัน โดยช่ือ และที่
ติดตอ่ จะตอ้ งเป็นทที่ ราบแกผ่ ู้เขา้ แขง่ ขันหรอื หวั หน้าทีมต่าง ๆ พอสมควร ผชู้ ้ขี าดมีหน้าท่รี ับผิดชอบ ดงั นี้
1 มหี นา้ ที่เก่ียวกับการจับฉลาก

2 จัดตารางเวลาและกาหนดโต๊ะแข่งขัน
3 แตง่ ตง้ั เจา้ หนา้ ท่ีในการแข่งขนั เช่น ผตู้ ดั สิน ผชู้ ่วยผูต้ ัดสิน ฯลฯ
4 ตดั สินปญั หาในเรื่องของการตีความกติกาหรือข้อบังคับต่าง ๆ รวมไปถงึ ขอ้ บังคับเกย่ี วกับเสอื้ ผ้า
อปุ กรณ์การแขง่ ขัน และสภาพของสนามแขง่ ขัน
5 ตัดสินว่าผูเ้ ล่นจะสวมชดุ วอร์มลงแขง่ ขนั ได้หรอื ไม่
6 ตัดสินว่าจะยุตกิ ารเล่นเปน็ การฉุกเฉนิ ได้หรือไม่
7 ตดั สนิ ว่าผู้เลน่ จะออกนอกพ้ืนที่การแข่งขนั ในระหวา่ งการแขง่ ขันได้หรอื ไม่
8 ตดั สินวา่ ผู้เล่นจะฝกึ ซอ้ มได้เกินตามเวลาที่กาหนดไว้ได้หรอื ไม่
9 มหี น้าทีท่ จี่ ะใชม้ าตรการลงโทษ สาหรบั ผปู้ ระพฤตผิ ดิ มารยาทหรือละเมิดข้อบังคบั อื่น ๆ
10 มหี น้าทตี่ รวจสอบคณุ สมบัตขิ องผเู้ ลน่ ให้ไปตามระเบียบการแขง่ ขัน
11 ตัดสินวา่ จะใหผ้ ู้เลน่ ฝกึ ซ้อมท่ใี ดขณะยุตกิ ารเล่นฉุกเฉนิ

9.2 หากหน้าท่ตี ่าง ๆ ท่กี ล่าวมา คณะกรรมการจัดการแข่งขนั ไดม้ อบหมายใหบ้ คุ คลใดบุคคลหนง่ึ
ทาหน้าที่แทนช่ือ และท่ีติดต่อของบุคคลนน้ั จะต้องเป็นที่ทราบแก่ผเู้ ข้ารว่ มแขง่ ขันหรอื หัวหน้าทีมตา่ ง ๆ ตาม
สมควร

1.ผูช้ ข้ี าดหรอื ผู้มีหนา้ ที่รับผิดชอบรองลงไปจะตอ้ งอยู่ ณ ที่แข่งขันตลอดเวลาการแขง่ ขัน
2.ผชู้ ี้ขาดสามารถทจ่ี ะลงทาหน้าทแ่ี ทนผู้ตดั สินผชู้ ว่ ยตัดสิน หรอื เจา้ หนา้ ทน่ี บั จานวนคร้ังได้ทกุ
โอกาส แตจ่ ะไมส่ ามารถเปลี่ยนแปลงคาตัดสินหรือผชู้ ่วยตัดสินท่ีไดต้ ัดสินไปแลว้ ในปัญหาท่เี กดิ ขน้ึ เกี่ยวกบั
ข้อเทจ็ จริง
3. ผเู้ ล่นจะอยูภ่ ายใตก้ ารควบคุมของผชู้ ี้ขาด นบั ตั้งแตเ่ วลามาถึงสถานท่ีแข่งขัน จนกระทั่งออก
จากสถานทีแ่ ขง่ ขัน

9.3 ผู้ตดั สนิ (UMPIRE)
ผู้ตัดสนิ จะถูกแตง่ ตัง้ ขึน้ 1 คน และผู้ช่วยผตู้ ดั สนิ 1 คน ในแตล่ ะแมทช์ โดยจะน่ังหรือยืนตรง
ดา้ นข้างของโต๊ะในแนวเดียวกันกับตาขา่ ยและจะห่างจากโต๊ะประมาณ 2-3 เมตร ผตู้ ัดสินมีหนา้ ทีร่ บั ผิดชอบ
ดังนี้
-ตรวจอปุ กรณ์ และดูแลสภาพความเรยี บร้อยของสนามแข่งขนั และรายงานต่อผชู้ ้ีขาดทนั ทีที่สภาพ
สนามบกพร่อง
-ทาหน้าท่ีในการสุ่มเพ่ือเลือกลกู เทเบลิ เทนนสิ ตามข้อ 21.1.2 และ 21.1.3
- ทาหนา้ ทใ่ี นการเส่ียง เพื่อให้ผู้เลน่ เลือกเสิรฟ์ เลือกรับ หรือเลือกแดน
- ตดั สนิ ใจผอ่ นผนั ในการเสริ ์ฟลกู ของผู้เล่นที่หย่อนสมรรถภาพทางรา่ งกาย
-ควบคมุ ลาดับการเสิร์ฟ การรบั การเปลีย่ นแดน และแก้ไขในกรณที ีผ่ ดิ พลาด

-ตัดสนิ ผลของการตโี ตว้ า่ ได้คะแนนหรือเล็ท
- ทาหนา้ ที่ในการขานคะแนนและให้สญั ญามือตามข้อ 19.2.3
- เป็นผู้แนะนาระบบการแขง่ ขนั แบบเร่งเวลา
- ควบคุมการแข่งขันใหเ้ ป็นไปอยา่ งต่อเนอ่ื ง
- ควบคุมการแนะนาหรือการสอนผเู้ ล่น และมารยาทความประพฤติของผเู้ ล่นใหเ้ ปน็ ไปตามกติกา
- ผตู้ ัดสินจะใช้สัญญาณมือเพ่ือชว่ ยในการตัดสินควบคุมไปกบั การขานคะแนน ดงั นี้
- เมือ่ ได้คะแนน ผตู้ ดั สินจะกามอื โดยหันหน้ามอื ออก ยกกาปั้นขึ้นมาโดยข้อศอกอยรู่ ะดบั เดยี วกัน
กบั หวั ไหล่ด้านของฝา่ ยที่ไดค้ ะแนน
- ในตอนเริ่มเกมหรือในการเปลี่ยนเสิรฟ์ ผตู้ ดั สนิ จะผายมือไปยงั แดนหรอื ฝ่ายน้ัน ๆ
- เม่อื การเลน่ เปน็ เลท็ ผู้ตัดสินจะยกมือไปข้างหนา้ เหนือศรี ษะ เพอ่ื แสดงวา่ การตโี ตน้ ้ันหยุดลง
- เมือ่ ลูกถูกด้านขอบบนโตะ๊ ผูต้ ัดสินจะชีม้ อื ไปยังจดุ ท่ถี ูกสมั ผัสถูกขอบโต๊ะ
- ขณะเปล่ียนแดนในครง่ึ เกมสุดทา้ ยผตู้ ดั สนิ จะไขวม้ อื ทงั้ 2 ขา้ งในระดับอก เพอื่ ให้ผู้เลน่ เปลย่ี น
แดนกัน
-ผูเ้ ลน่ จะอยู่ภายใตก้ ารควบคุมของผตู้ ัดสิน นับตงั้ แตเ่ วลามาถงึ พืน้ ที่การแขง่ ขนั จนกระทง่ั ออกจาก
พน้ื ท่ีการแข่งขนั

9.4 ผ้ชู ่วยผู้ตัดสิน (ASSISTANT UMPIRE)
- ผู้ชว่ ยตัดสินมหี นา้ ท่ีตดั สนิ ว่าลูกเทเบลิ เทนนสิ สมั ผสั ถกู ขอบโต๊ะหรือไม่ ในด้านท่ใี กล้ท่ีสุดกบั
ตนเอง
- ท้งั ผู้ตัดสินและผชู้ ่วยตัดสนิ อาจจะตดั สนิ ใจ ดงั น้ี
- พิจารณาลักษณะการส่งลูกของผ้เู ลน่ ว่าถกู ต้องตามกติกาหรือไม่
- ในการเสริ ฟ์ ลกู น้ันสัมผสั ถูกตาข่ายหรือไม่
- พิจารณาว่าผเู้ ล่นขวางลูกหรือไม่
- ในขณะแขง่ ขนั มสี ิง่ เข้ามารบกวนอนั จะมีผลตอ่ การแข่งขันหรือไม่
- รักษาเวลาในการฝกึ ซ้อม ในการเล่นหรือในขณะหยุดพัก

การตัดสินใด ๆ ของผตู้ ัดสนิ และผชู้ ว่ ยผู้ตดั สนิ จะต้องไมก่ ้าวกา่ ยตอ่ หน้าทีข่ องเจา้ หน้าที่อ่ืน ๆ ท่ี
แต่งตงั้ ขึน้ อยา่ งเป็นทางการ ในการแขง่ ขันระบบเร่งเวลา จะให้ผู้ชว่ ยผู้ตัดสินหรือจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ข้นึ มา
ตา่ งหาก เปน็ ผู้นบั จานวนคร้ังกไ็ ด้

9.5 การประทว้ ง (APPEALS)
จะไม่มีการตกลงกันเองของผเู้ ลน่ หรอื หัวหน้าทีมท่จี ะเปล่ียนแปลงคาตดั สินของผตู้ ดั สนิ หรือ

เจ้าหนา้ ที่ ในกรณีที่เกมการแข่งขนั เกิดปญั หาขน้ึ ตามขอ้ เท็จจริง หรอื เปลยี่ นแปลงการตีความกติกาหรือกฎ
ข้อบังคับของผชู้ ้ีขาดหรือเปลี่ยนแปลงการตคี วามกติกาแข่งขนั ซ่งึ อย่ใู นความรบั ผดิ ชอบของคณะกรรมการ
จดั การแขง่ ขนั

-การประท้วงจะตอ้ งไม่คัดค้านต่อการตัดสินของผตู้ ดั สนิ หรือเจา้ หนา้ ทีใ่ นกรณีปัญหาทีเ่ กิดขนึ้ ตาม
ข้อเท็จจริงหรือประท้วงในการตดั สินของผชู้ ขี้ าดในกรณีที่เกี่ยวกบั การตีความตามกติกาหรือกฎข้อบงั คับ

-การประทว้ งเกีย่ วกบั การตัดสินของผู้ชีข้ าดในกรณเี ก่ียวกับการตีความในปัญหาของกติกา หรือกฎ
ข้อบังคบั ให้ประท้วงต่อผู้ชข้ี าด และคาตัดสินของผู้ชขี้ าดถือเป็นข้อยุติ

-การประท้วงเกยี่ วกบั การตดั สนิ ของผู้ข้ีขาดในกรณีปญั หาของการจัดการแข่งขัน นอกเหนือจากกตกิ า
หรอื กฎข้อบังคับ ให้ทาการประทว้ งต่อคณะกรรมการจัดการแขง่ ขัน และการตดั สนิ ของคณะกรรมการ
จัดการแข่งขัน ถอื ว่าสน้ิ สุด

-การแข่งขันประเภทบุคคล การประท้วงจะทาไดเ้ ฉพาะผู้เลน่ ซ่ึงเปน็ คู่กรณีในแมทชท์ ่ีปัญหาได้
เกดิ ขึ้น และในการแขง่ ขนั ประเภททีม การประทว้ งจะทาไดเ้ ฉพาะหวั หนา้ ทีมซึ่งเป็นคู่กรณใี นแมทช์ทีป่ ัญหา
เกดิ ข้นึ เท่านน้ั

ปญั หาการตีความกติกาหรือกฎขอ้ บงั คบั ที่เกิดจากการตัดสินของผตู้ ดั สินของผ้ชู ้ีขาดหรือปัญหาของ
การจัดการแข่งขนั หรือดาเนนิ การแขง่ ขนั ทีเ่ กิดขึ้นจากการตัดสนิ ของคณะกรรมการจดั การแข่งขันผเู้ ลน่ หรอื
หวั หนา้ ทีมอาจจะประท้วงผ่านต้นสังกดั หรือสโมสรของตนไปยงั สมาคมกไ็ ด้ สาหรบั การพิจารณาของสมาคม
จะพิจารณาหาข้อปฏบิ ัติ สาหรับการตดั สินตอ่ ไปในอนาคต แตท่ ั้งนจ้ี ะไมม่ ผี ลต่อคาตัดสนิ ในครงั้ ทผ่ี า่ นมาใด
ๆ ซ่งึ ไดด้ าเนนิ การไปแลว้ โดยผชู้ ข้ี าดหรือคณะกรรมการจัดการแขง่ ขันทีร่ บั ผิดชอบ

3. ข้นั ปฏิบัติ (10 นาที )

- ใหน้ กั เรยี นฝกึ ทกั ษะการนับคะแนนประเภทเด่ยี วและการเป็นผู้ตัดสินในโตะ๊ ทคี่ รจู ดั เตรียมไว้ เฉพาะ
การแข่งขนั

4. ข้ันนาไปใช้ ,เกม (10 นาที )

- ครูใหฝ้ กึ ทักษะการนบั คะแนนประเภทเดยี่ วและการเป็นผู้ตดั สิน โดยแบง่ เป็น 2 กลมุ่ คือเลขคี่ ให้
เป็นผู้ตัดสิน และ เลขค่ใู ห้จับค่กู ันฝึกแขง่ ขันไปกอ่ น เม่ือแข่งเสร็จ ใน 1 เซต 11 แต้ม ให้เปลี่ยนเพอื่ นมาแข่ง
และนกั เรียนที่ยงั ไมเ่ ป็นผตู้ ัดสินใหล้ องฝกึ ตามลาดบั ไป

5. ข้ันสรุป ( 5 นาที )
- ครใู หน้ ักเรียนช่วยกนั อภปิ รายเกีย่ ว กฎ กติกา และการเป็นผตู้ ัดสินประเภทเด่ยี ว
- ครูสรปุ เนอ้ื หาที่เรียนไปและเสริมสิง่ ท่นี กั เรียนยังปฏิบัติไม่ได้ และเปิดให้ถามเก่ยี วกบั กฎกติกาทยี่ งั

ไม่เข้าใจ จากน้นั ครนู ัดหมายการเรยี นการสอนในคาบต่อไป

8. ส่ือการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
6. กรวย

9. การวดั และการประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%

ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สงั เกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สังเกตจากพฤติกรรม - สงั เกต - ตรงตามคุณลกั ษณะท่ี
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ทดสอบ วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - มีความแขง็ แรงเพมิ่ ข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม

.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………….....................ผสู้ อน

(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย



แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15

รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เวลา 45 นาที
เร่ือง กฎกติกาและการเล่นเทเบิลเทนนิสประเภทคู่

ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565

ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ

1. สาระสาคัญ
การเล่นเทเบิลเทนนิสประเภทคู่ เป็ นการเล่นท่ีมีผูเ้ ล่นฝ่ ายละ 2 คน เป็ นการเล่นที่ตอ้ งใชค้ วามสามารถ

และทกั ษะเฉพาะตวั ท่ีชานาญ ความฉลาด มีไหวพริบของผูเ้ ล่น นอกจากน้นั ผูเ้ ล่น ตอ้ งมีกระบวนการและ
กลวธิ ีการเล่นหลายวธิ ีอีกดว้ ย โดยทว่ั ไปการเล่นประเภทคู่ มี 3 ประเภท คือชายคู,่ หญิงคู่ และคู่ผสม
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วดั

สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และชื่นชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา

ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลเพือ่ เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีที่เหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุ่งมน่ั

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นกั เรียนสามารถอธิบายและขนั้ ตอนการจดั การแขง่ ขนั ประเภทคู่เกนิ ร้อยละ 80 (K)
2. นกั เรยี นสามารถปฏบิ ตั ติ ามทกั ษะการจัดการแขง่ ขันประเภทคเู่ กนิ ร้อยละ 80 (P)
3. นักเรียนสามารถเหน็ ความสาคญั ¬ในการเลน่ กีฬาเปน็ ประจาสมาเสมอเกนิ ร้อยละ 80 (A)

4. สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซอื สตั ย์สุจริต
- มวี นิ ยั
- มงุ่ มันในการทางาน

6. สาระการเรียนรู้
1.ความรู้
การจัดการแข่งขันประเภทคู่
-กฎ กติกาฝนการแขง่ ขัน
-การรบั ทถี ูกต้อง
-ลาดบั การเลน่
-การไดค้ ะแนน
-เกมการแข่งขัน
-แมทซก์ ารแข่งขนั
-ลาดบั การสง่ การรับ และแดน
-การผดิ ลาดับในการสง่ การรบั และแดน
2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
-การจาแนก
-การให้เหตผุ ล
-การสรปุ ความรู้
-การปฏิบตั ิ/การสาธิต
-การแก้ปัญหา
-การประยุกต/์ การปรับปรงุ

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ขนั้ เตรียมการสอน (5 นาที )
1) ครูให้นักเรียนจดั แถวตอน ฝ่ังเดียว โดยยืนหา่ งจากผนังห้อง
2) ครูเช็คชือของนักเรียน
3) ครตู รวจความเรียบร้อยของเครืองแตง่ กาย
4) ครใู หน้ กั เรยี นอบอนุ่ รา่ งกาย โดยมตี ัวแทนนาอบอนุ่ ร่างกาย

สญั ลักษณ์

นักเรียน
ครู

2. ขน้ั อธบิ ายสาธิต ( 10 นาที )
1. ครอู ธบิ าย กฎ กติกา ระเบียบการปฏบิ ัติใหน้ กั เรยี นฟัง (เน้อื หาเพิมเตมิ และสอบทกั ษะ)
2. ครอู ธบิ ายและสาธติ ทักษะของการการจดั การแข่งขันประเภทเดยี ว

อธบิ ายและสาธติ ( 10 นาที )
การจดั การแข่งขันประเภทคู่
กติกาเบอื้ งตน้
1. การส่งลูกท่ีถูกต้อง
1. เมอื เริมส่งลกู ลกู เทเบลิ เทนนสิ ตอ้ งวางเปน็ อสิ ระอยู่บนฝ่ามอื ของมืออิสระ โดยแบบฝ่ามือออกและ
ลกู ตอ้ งหยดุ นิง โดยลกู นน้ั ต้องอยหู่ ลังเสน้ สกัดและอยูเ่ หนือระดับพน้ื ผิวโต๊ะ
2. ในการสง่ ลกู ผู้ส่งจะต้องโยนลกู ขึ้นขา้ งบนด้วยมอื ให้ใกล้เคียงกับเส้นต้งั ฉากและใหส้ ูงจากจดุ ทีลกู
ออกจากฝา่ มือไม่น้อยกวา่ 12 เซนติเมตร โดยลูกทโี ยนขน้ึ ไปน้ันจะต้องไมเ่ ป็นลกู ทีถูกทาให้หมนุ ด้วยความตัง้ ใจ
3. ผ้สู ่งจะตีลูกได้ขณะทลี กู เทเบิลเทนนสิ ได้ลดระดับลงจากจดุ สงู สุดแลว้ เพอื ใหล้ กู กระทบแดนของผู้
ส่งก่อนแล้วขา้ มหรอื ออ้ มตาข่ายไปกระทบแดนของฝ่ายรับ สาหรบั ประเภทคู่ ลูกเทเบลิ เทนนสิ จะต้องกระทบ
ครึงแดนขวาของผ้สู ง่ กอ่ นแล้วข้ามตาขา่ ยไปกระทบครงึ แดนขวาของฝ่ายรบั
4. ทั้งลูกเทเบิลเทนนิสและไม้เทเบิลเทนนสิ จะต้องอยเู่ หรือพ้นื ผวิ โตะ๊ ตลอดเวลาทเี ริมทาการสง่ ลูก
จนกระทงั ไม้ไดก้ ระทบลูกแล้ว
5. ในการส่งลูก ขณะทลี ูกกระทบหน้าไมจ้ ะต้องอยู่นอกเสน้ สกัดทางด้านผู้ส่งหรือนอกอาณาเขตเสน้
สมมุตทิ ตี ่อออกไปจากเสน้ สกัด และต้องไมเ่ ลยสว่ นทีไกลทีสุดของลาตวั ออกไปทางดา้ นหลังโดยวัดจากเสน้ สกดั
ยกเว้น แขน ศรษี ะ หรอื ขา
6. เป็นความรับผิดชอบของเล่นทีจะต้องสง่ ลกู ใหผ้ ้ตู ัดสินหรือผชู้ ่วยผตู้ ดั สินเห็น และตรวจสอบถึงการ
ส่งลกู นน้ั วา่ ถกู ต้องตามกติกาหรอื ไม่

6.1 ถา้ ผู้ตัดสนิ สงสัยในลักษณะการสง่ ลกู แตท่ ้ังเขาและผ้ชู ว่ ยผู้ตดั สนิ ไม่มนั ใจว่าผ้สู ง่ ได้ส่งลกู
ถกู ตามกติกา ในโอกาสแรกของแมทซน์ ัน้ จะเตือนผู้สง่ โดยยังไม่ได้ตัดคะแนน

6.2 สาหรบั ในครัง้ ตอ่ ไปในแมทซเ์ ดียวกนั นนั้ หากผ้สู ่งคนเดิมยงั คงสง่ ลูกทีเปน็ ข้อสงสัยใน
ทานองเดียวกัน หรือลกั ษณะน่าสงสยั อืนๆ อีก ผู้ส่งจะเสยี คะแนนทันทีโดยไม่มกี ารเตือน

6.3 หากผสู้ ง่ ไดส้ ง่ ลูกผิดกติกาอยา่ งชัดเจน ผสู้ ง่ จะเสยี คะแนนทนั ทโี ดยไม่มีการเตือน
7. ผสู้ ่งลูกอาจได้รับการอนุโลมได้บ้าง หากผ้สู ง่ คนนนั้ แจ้งใหผ้ ้ตู ดั สินทราบถึงการหยอ่ นสมรรถภาพ
ทางรา่ งกาย จนเปน็ เหตุให้ไม่สามารถสง่ ลกู ไดถ้ ูกต้องตามกติกา ทงั้ นีต้ ้องแจง้ ให้ผู้ตัดสินทราบก่อนการแข่งขนั
ทกุ คร้งั

2. การรบั ทถี่ ูกต้อง
1. เมือลูกเทเบิลเทนนิสได้ถูกส่งหรือตีโต้ไปตกลงในแดนฝ่ายตรงขา้ มถูกต้องแล้ว ฝ่ายรบั ตลี กู ขา้ มหรือ

อ้อมตาข่ายกลบั ไปเพือใหล้ ูกกระทบอีกแดนหนึงโดยตรง หรอื สัมผสั สว่ นใดสว่ นหนงึ ของเน็ตแลว้ ตกลงในแดน
ฝา่ ยตรงขา้ ม
3. ลาดับการเล่น

1. ประเภทเดยี ว ฝ่ายส่งได้ส่งลกู อยา่ งถกู ต้อง ฝา่ ยรบั จะตโี ต้กลับไป หลงั จากนน้ั ฝ่ายสง่ และฝ่ายรับจะ
ผลัดกนั ตโี ต้

2. ประเภทคู่ ผูส้ ่งลูกของฝ่ายส่งจะสง่ ลูกไปยังฝา่ ยรับ ผรู้ ับของฝา่ ยรบั จะตอ้ งตลี ูกกลบั แล้วคขู่ องฝ่าย
สง่ จะตีลกู กลบั ไป จากน้ันคู่ของฝา่ ยรบั ก็จะตลี ูกกลบั ไปเช่นนสี้ ลบั กันในการโต้ลูก

3. ลกู ทีใหส้ ง่ ใหม่ LET
3.1 การตโี ต้ซึงถอื ให้เปน็ การสง่ ใหม่ จะต้องมลี กั ษณะดังนี้

3.1.1 ถา้ ลกู ทีฝา่ ยส่งได้สง่ ไปกระทบสว่ นตา่ งๆ ของเน็ต แลว้ ข้ามไปในแดนของฝา่ ยรบั โดย
ถกู ต้อง หรอื สง่ ไปกระทบสว่ นตา่ งๆ ของเนต็ แลว้ ผรู้ ับหรอื คู่ฝา่ ยรับขวางลูกหรอื ตลี ูกก่อนทีลกู
จะตกกระทบแดนของเขาในเสน้ สกัด

3.1.2 ในความเห็นของผู้ตัดสนิ ถ้าลกู ทสี ่งออกไปแล้ว ฝ่ายรบั หรือคูข่ องฝา่ ยรบั ยงั ไมพ่ ร้อมทจี ะ
รบั โดยมขี อ้ แม้วา่ ฝา่ ยรบั หรือคูข่ องฝา่ ยรบั ไม่พยายามตลี ูก

3.1.3 ในความเห็นของผตู้ ัดสนิ หากมีเหตรุ บกวนนอกเหนอื การควบคุมของผเู้ ล่นจนทาใหก้ าร
สง่ การรับ หรอื การเลน่ นน้ั เสียไป

3.1.4 ถา้ การเล่นถกู ยุติโดยผู้ตัดสินหรือผู้ชว่ ยผู้ตัดสิน
3.1.5 ในประเภทคู่ ถา้ ผู้เลน่ ส่งลูกหรือรบั ลูกส่งผดิ ลาดับ
4.การเล่นอาจถกู ยตุ ิลงในกรณีต่อไปน้ี
4.1 เพอื แกไ้ ขข้อผดิ พลาดในลาดบั การสง่ ลูก การรับลูกหรอื การเปลยี นแดน
4.2 เมือการแขง่ ขันไดถ้ ูกกาหนดให้ใชร้ ะบบการแขง่ ขนั แบบเร่งเวลา
4.3 เพอื เตือนหรือลงโทษผู้เลน่
4.4 ในความเหน็ ของผู้ตัดสิน หากเห็นว่าสภาพการเลน่ ถูกรบกวนอันจะเป็นผลต่อการเลน่

4. การไดค้ ะแนน
1. นอกเหนอื จากการตีโตจ้ ะถูกสังให้เปน็ เลท็ LET ผเู้ ล่นจะไดค้ ะแนนจากกรณดี งั ต่อไปนี้
1.1ถ้าผ้เู ล่นฝ่ายตรงขา้ มไมส่ ามารถสง่ ลกู ไดอ้ ย่างถูกต้อง
1.2 ถา้ ผู้เล่นฝ่ายตรงขา้ มไม่สามารถรับลูกไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
1.3 ถา้ ผเู้ ล่นฝ่ายตรงขา้ มตีลูก สมั ผสั ถกู สิงใดๆ นอกเหนือจากสว่ นประกอบของเนต็
1.4 ถ้าผู้เล่นฝา่ ยตรงข้ามตลี ูกขา้ มผา่ นเส้นสกัดของเขาโดยไม่ไดส้ มั ผัสกบั พนื้ ผิวโตะ๊

1.5 ถ้าผเู้ ลน่ ฝ่ายตรงข้ามขวางลกู
1.6 ถ้าผเู้ ล่นฝ่ายตรงขา้ มตลี ูกดว้ ยหน้าไม้ทีไมถ่ ูกต้องตามกตกิ า
1.7 ถา้ ผเู้ ล่นฝ่ายตรงขา้ มหรือสงิ ใดๆ ทีผูเ้ ล่นฝ่ายตรงข้ามสวมใสห่ รือถืออยู่ทาให้พืน้ ผิวโตะ๊
เคลอื นที
1.8 ถ้าผ้เู ลน่ ฝ่ายตรงขา้ มหรอื สงิ ใดๆ ทีผู้เล่นฝา่ ยตรงข้ามสวมใส่หรือถืออยู่สมั ผัสถกู ส่วน
ต่างๆ ของเน็ต
1.9 ถ้ามืออสิ ระของผู้เลน่ ฝา่ ยตรงข้ามสมั ผสั ถูกพ้ืนผิวโตะ๊
1.10 ในประเภทคู่ ถา้ ผูเ้ ลน่ ฝ่ายตรงขา้ มตลี ูกผดิ ลาดับ
1.11 ในระบบการแขง่ ขันแบบเร่งเวลา ถ้าเขาหรือคขู่ องเขาสามารถตีโตก้ ลับไปได้อย่าง
ถูกต้องครบ 13 ครงั้

5. เกมการแข่งขนั
1. ผู้เลน่ หรอื ค่เู ล่นทีทาคะแนนได้ 11 คะแนนก่อน จะเปน็ ฝา่ ยชนะ ยกเว้นถ้าผ้เู ล่นทงั้ สองฝ่ายทา

คะแนนได้ 10 คะแนนเท่ากันจะต้องเล่นตอ่ ไป โดยฝา่ ยใดทาคะแนนได้มากกวา่ อีกฝ่ายหนงึ 2 คะแนน จะเป็น
ฝ่ายชนะ
6. แมทซก์ ารแขง่ ขัน

1. ในหนงึ แมทซ์ประกอบดว้ ยผูช้ นะ 3 ใน 5 เกม หรอื 4 ใน 7 เกม
2. การแข่งขนั จะต้องดาเนินไปอยา่ งต่อเนือง ยกเวน้ ผูเ้ ล่นฝา่ ยหนงึ ฝา่ ยใดหรอื ท้ังสองฝ่ายขอสทิ ธใิ น
การหยดุ พักระหว่างจบเกม ซึงการพักระหวา่ งจบเกมจะพักไดไ้ ม่เกนิ 1 นาที
7. ลาดับการสง่ การรับ และแดน
1. สทิ ธใิ นการเลอื กเสริฟ เลอื กรบั และเลือกแดน จะใชว้ ธิ กี ารเสยี งทาย โดยผ้ชู นะในการเสยี งต้อง
เลือกเสริฟ หรือ เลอื กรบั กอ่ น หรอื เลือกแดน
2. เมือผู้เล่นหรอื คู่ของผ้เู ล่นไดเ้ ลอื กอยา่ งหนึงอยา่ งใดแลว้ ผเู้ ล่นหรือคู่เลน่ อีกฝ่ายหนึงจะเป็นฝ่าย
เลือกในหัวข้อทเี หลืออยู่
3. เมอื ผู้ส่งไดส้ ง่ ลูกครบ 2 ครั้ง ฝา่ ยรับจะกลายเปน็ ผู้ส่งบ้าง จากน้นั ท้ังสองฝ่ายจะผลัดกันส่งลูกฝา่ ย
ละ 2 ครัง้ จนกระทงั จบเกมการแข่งขนั หรือจนกระทงั ทั้งสองฝ่ายทาคะแนนได้ 11 คะแนนเท่ากัน หรือเมอื นา
ระบบการแข่งขันแบบเร่งเวลามาใช้ การสง่ จะผลดั กันส่งฝา่ ยละ 1 ครัง้
4. ในเกมแรกของประเภทคู่ ฝา่ ยซึงมสี ิทธใ์ิ นการส่งลูกก่อนจะตอ้ งเลอื กวา่ ใครจะเปน็ ผู้ส่งก่อน จากน้ัน
ฝ่ายรบั จะเลอื กผู้ทจี ะเป็นผ้รู ับ สาหรบั ในเกมถดั ไปของแมทซ์น้ันฝา่ ยสง่ ในเกมสน์ ้นั จะเป็นผ้เู ลอื กส่งก่อนบ้าง
โดยสง่ ใหก้ ับผทู้ สี ่งให้เขาในเกมกอ่ นหน้านัน้ เอง
5. ในประเภทคู่ ลาดับการเปลยี นส่งคอื เมือผ้สู ง่ ไดส้ ง่ ลูกครบ 2 ครงั้ แล้ว ผรู้ บั จะกลายเปน็ ผู้ส่งบา้ ง
โดยสง่ ให้กบั คขู่ องผู้ทีสง่ ลูกให้เขา

6. ผเู้ ลน่ หรอื คเู่ ล่นทเี ป็นฝ่ายสง่ ลกู ก่อนในเกมแรกจะเป็นฝ่ายรับลกู ก่อนในเกมต่อไป สลบั กนั จน
จบแมทซ์ และในเกมสดุ ท้ายของประเภทคู่ ฝ่ายรบั จะต้องเปลียนเป็นผรู้ ับทันทเี มือฝ่ายใดฝา่ ยหนึงทาคะแนน
ได้ 6 คะแนน

7. ผู้เลน่ หรือคู่เล่นจะตอ้ งเปลียนแดนทนั ที เมือการแข่งขนั ในแตล่ ะเกมสิน้ สดุ ลง สลับกนั จนจบแมทซ์
และในการแขง่ ขนั เกมสดุ ท้ายผู้เล่นจะต้องเปลียนแดนทันทีเมอื ฝา่ ยใดฝ่ายหนึงทาคะแนนได้ 6 คะแนน
8. การผิดลาดับในการสง่ การรับ และแดน

1. ถา้ ผู้เลน่ สง่ หรือรับลกู ผิดลาดับ กรรมการผ้ตู ัดสินจะยตุ กิ ารเล่นทนั ทที ไี ด้ค้นพบข้อผิดพลาดและทา
การเริมเลน่ ใหม่ โดยผู้เล่นและผรู้ ับทคี วรจะเป็นผู้สง่ และผ้รู ับตามลาดับทีได้จดั ไว้ตงั้ แตเ่ ริมการแขง่ ขันของ
แมทซน์ น้ั ต่อจากคะแนนทีทาได้ สาหรบั ในประเภทคหู่ ากไม่สามารถทราบถึงผู้สง่ และผรู้ ับทถี กู ต้อง ลาดบั ใน
การส่งจะถูกจัดให้ถกู ต้อง โดยคูท่ มี สี ทิ ธส์ิ ง่ ในครัง้ แรกของเกมทีคน้ พบข้อผิดพลาดนน้ั

2. ถา้ ผเู้ ล่นไมไ่ ด้เปลยี นแดนกันเมอื ถึงคราวต้องเปลียนแดน กรรมการผ้ตู ดั สินจะยุตกิ ารเลน่ ทนั ทีที
ทราบ และจะเริมเลน่ ใหมโ่ ดยเปลยี นแดนกันให้ถูกต้องตามลาดับทจี ดั ไว้ตงั้ แต่เริมการแข่งขนั ของแมทซ์นั้นต่อ
จากคะแนนทีได้

3. กรณใี ดๆ ก็ตาม คะแนนทั้งหมดซึงทีทาไว้ก่อนทีจะคน้ พบข้อผดิ พลาดใหถ้ ือว่าใช้ได้

4. ขัน้ นาไปใช้ ,เกม (15 นาที )
- ครใู หน้ กั เรยี นจับคกลมุ่ ๆละ 3 คน โดยผลดั กนั เปน็ คนแขง่ และเป็นผ้ตู ดั สนิ
- ครกู าหนดเวลา 5 นาทีในการฝกึ ทักษะการเล่นเทเบิลเทนนสิ ประเภทคู่

รปู แบบ การฝกึ ฝนเลน่ ประเภทคู่

สัญลกั ษณ์
นกั เรยี น
ครู
โตะ๊ เทเบิลเทนนสิ

5. ขั้นสรปุ ( 5 นาที )
- ครแู นะนาและชี้แจงความผิดพลาดต่างๆในการสอบโดยรวม
- ครนู ดั หมายการเรยี นการสอนในคาบต่อไป

8. สื่อการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
6. นาฬิกาจบั เวลา

9. การวดั และการประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%

ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สงั เกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สังเกตจากพฤติกรรม - สงั เกต - ตรงตามคุณลกั ษณะท่ี
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ทดสอบ วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - มีความแขง็ แรงเพมิ่ ข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอปุ สรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม

.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………….....................ผสู้ อน

(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย



แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 16

รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เวลา 45 นาที
เรื่อง การแขง่ ขนั เทเบิลเทนนิสและวธิ ีการจดั ทีมเพ่อื ทาการแขง่ ขนั

ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565

ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ

1. สาระสาคัญ
การเรียนรู้ในการจดั แขง่ ขนั จะทาใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีความเขา้ ใจ ในเร่ืองกฎกติกาเพ่มิ มากข้ึน และไดฝ้ ึ กการ

จดั แข่งขนั ซ่ึงตอ้ งทาการแขง่ ขนั จนทราบผล และทาการแจง้ คะแนนหรือผลของการแขง่ ขนั พร้อมกบั ลงช่ือ
สาหรับผูท้ ่ีเป็ นผูต้ ดั สินเพื่อทาการบนั ทึกช่ือให้คะแนน ดงั น้นั ในคาบน้ีจึงจาเป็ นที่นกั เรียนจะตอ้ งแข่งขนั
และฝึ กในการเป็ นผูต้ ดั สินท้งั ยงั ตอ้ งฝึ กการจดั การทีมในการแข่งขนั ดว้ ย การแข่งขนั จะตอ้ งดาเนินไปอยา่ ง
ต่อเน่ืองจนหมดคาบ(50นาที) นกั เรียนจะตอ้ งสรุปไดว้ า่ ไดเ้ รียนรู้บทบาทใดบา้ งในการจดั แขง่ ขนั คร้ังน้ี
2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วดั

สาระท่ี 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และช่ืนชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา

ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกต่างระหวา่ งบุคคลเพอื่ เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาที่เลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีที่เหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุ่งมน่ั

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรยี นร่วมแข่งขนั เทเบิลเทนนิสและร้จู ักวธิ กี ารจัดทีม เพอ่ื ทาการแขง่ ขันได้

2. นกั เรียนให้ความรว่ มมือในการร่วมแขง่ ขันและมีการฝึกซ้อมเป็นประจา

4. สมรรถนะสาคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้

2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ
5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์

- ซอื่ สัตย์สุจริต
- มวี นิ ัย
- มงุ่ มน่ั ในการทางาน
6. สาระการเรียนรู้
4.1. ความรู้

- การแข่งขันกีฬาเทเบิลเทนนสิ และวธิ ีการจดั ทมี เพอ่ื ทาการแข่งขนั
- การนบั คะแนน
4.2 ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคดิ
- การให้เหตผุ ล
- การปฏิบัติ/การสาธิต
-การแก้ปญั หา
7. กจิ กรรมการเรียนรู้

1.ขั้นเตรยี มการสอน (5 นาที )
1) ครใู หน้ ักเรยี นจัดแถวรอบหอ้ ง ครเู ชค็ ชื่อของนักเรียน
2) ครูตรวจความเรียบร้อยของเครอ่ื งแต่งกาย
3) ครูใหน้ ักเรียนอบอุ่นร่างกาย

สญั ลักษณ์
นกั เรียน
ครู
โต๊ะเทเบิลเทนนิส
2. ขัน้ อธบิ ายสาธิต ( 5 นาที )
1. ครูอธบิ าย กฎ กติกา ระเบยี บการปฏบิ ัติใหน้ ักเรียนฟัง โดยจัดแถวใหม่ เป็นแถวตอน 10 แถว

2.ครอู ธิบาย กตกิ าการแขง่ ขันเทเบิลเทนนิสและวิธกี ารจัดทมี

อธบิ ายและสาธติ ( 5 นาที )
1.การดาเนนิ การแข่งขัน (MATCH PROCEDURE)
1.1 ผ้เู ลน่ จะตอ้ งไมท่ าการคดั เลือกลูกเทเบิลเทนนสิ ในพืน้ ทแี่ ขง่ ขนั

1.1.1 หากมโี อกาส ควรให้ผู้เล่นทาการคัดเลือกลูกเทเบลิ เทนนิสท่ีจะใชท้ าการแข่งขนั
จานวน 1 ลกู หรอื มากกวา่ ก่อนที่ผูเ้ ล่นจะลงทาการแข่งขนั และการแข่งขนั ในแมทชน์ ั้น ๆ จะต้องแขง่ ขัน
ด้วยลกู เทเบิลเทนนิสทผี่ เู้ ล่นคัดเลือกมาเทา่ น้นั โดยผู้ตัดสนิ เปน็ ผูส้ ุม่ ขน้ึ มา

1.1.2 หากผู้เล่นไมไ่ ด้คดั เลือกลูกเทเบิลเทนนสิ ก่อนลงทาการแขง่ ขัน ให้ผูต้ ัดสินผู้สุม่ จากลกู ท่ี
มีอย่เู พื่อใช้แข่งขนั

1.1.3 ระหวา่ งแมทชก์ ารแขง่ ขนั หากจะต้องเปลีย่ นลกู เทเบลิ เทนนิสที่ใช้แขง่ ขัน ใหผ้ ้ตู ัดสิน
สมุ่ เลือกลูกทีไ่ ดเ้ ลือกไว้ก่อนการแข่งขนั หากไม่สามารถทาได้ ให้ผู้ตดั สนิ สุ่มเลือกลูกที่ได้จัดเตรยี มไวเ้ พื่อ
แข่งขนั

1.2 ผู้เล่นจะเปลี่ยนไม้เทเบิลเทนนิสได้ในระหว่างแมทช์ การแขง่ ขนั เม่อื เกดิ จากอุบัติเหตจุ นไม่
สามารถใช้แข่งขนั ไดเ้ ท่านน้ั โดยผูเ้ ล่นสามารถเปลย่ี นไม้อันใหม่ได้ ดว้ ยไม้ของผู้เล่นทนี่ าตดิ ตัวเข้ามาในพ้ืนที่
การแข่งขันหรอื ไม้ท่ถี ูกสง่ ให้กับผเู้ ลน่ ในพน้ื ท่ีการแขง่ ขนั ก็ได้

1.3 ผเู้ ล่นจะตอ้ งวางไม้เทเบิลเทนนิสของเขาบนโต๊ะแข่งขันระหวา่ งหยุดพักระหวา่ งเกม
1.4 ผู้เลน่ จะได้รับอนุญาตให้ฝกึ ซอ้ มบนโต๊ะแขง่ ขนั เป็นเวลาไมเ่ กนิ 2 นาที กอ่ นการแข่งขัน สาหรับ
ในช่วงเวลาระหว่างการแข่งขัน จะไม่สามารถทาการฝกึ ซ้อมได้ ซึ่งการฝึกซอ้ มนอกเหนือจากท่ีกล่าวมา
อาจจะขยายออกไปได้โดยการอนญุ าตของผชู้ ีข้ าด
1.5 ระหวา่ งการยตุ ิการเลน่ ฉุกเฉนิ ผู้ชี้ขาดจะอนญุ าตใหผ้ เู้ ล่นทาการซ้อมบนโต๊ะแขง่ ขนั นัน้ รวมไป
ถงึ โตะ๊ แข่งขนั อน่ื ๆ ได้
1.6 ผู้เล่นจะได้รับอนญุ าตอย่างมเี หตุผลท่ีจะตรวจสอบอปุ กรณ์ทเ่ี ปลี่ยนใหม่อันเกดิ จากการชารุด
เชน่ ไมเ้ ทเบิลเทนนิส หรือลูกเทเบลิ เทนนสิ ท่ีชารุด แต่ก็จะไม่มากไปกว่าการฝึกตีโต้ 2-3 ครัง้ ก่อนการ
เลน่ ใหม่
1.7 การแข่งขนั จะต้องดาเนินไปอย่างต่อเน่ือง ยกเว้นเวลาหยดุ พักท่ีไดร้ ับอนญุ าต
1.8 ผเู้ ล่นสามารถหยุดพกั ได้ไม่เกิน 1 นาที ในระหว่างจบการแขง่ ขนั
1.9 ในระหวา่ งการแขง่ ขัน ผ้ตู ดั สนิ จะอนุญาตใหห้ ยดุ เพื่อทาการเช็ดเหงื่อได้ในช่วงเวลาอันสน้ั ๆ
เมอ่ื ครบทกุ ๆ 6 คะแนนเท่านนั้ และเมอื่ ขณะเปลีย่ นแดนกนั ในเกมสดุ ทา้ ย
1.10 ผเู้ ล่นหรอื คู่เลน่ สามารถขอเวลานอกได้แมทชล์ ะ 1 คร้ังไม่เกิน 1 นาที

1.10.1 ประเภทบคุ คล ผ้เู ลน่ หรือค่เู ล่น หรือผฝู้ ึกสอนทถ่ี ูกกาหนดไวเ้ ป็นผู้ขอเวลานอก
ประเภททมี ผู้เล่นหรอื คเู่ ล่นหรอื หวั หน้าทีมเป็นผ้ขู อเวลานอก

1.10.2 การขอเวลานอก จะขอไดข้ ณะท่ีลูกไม่อยูใ่ นระหว่างการเลน่ โดยผูข้ อใช้มือทา
สัญลกั ษณ์เป็นรูปตวั “ที”

1.10.3 ผตู้ ดั สนิ จะหยดุ การแข่งขัน โดยชูใบขาวเหนือศีรษะแล้ววางไว้บนโต๊ะ ในแดนของผู้
เลน่ หรือคู่เล่นท่ีขอเวลานอก

1.10.4 ผ้ขู อเวลานอก เปน็ ผใู้ ชส้ ทิ ธใ์ิ นระยะเวลาตามทกี่ าหนดไว้
1.10.5 ถ้าผูเ้ ลน่ หรอื ค่เู ลน่ และผูฝ้ กึ สอนท่ีถูกกาหนดไว้หรือหัวหนา้ ทมี ไม่สามารถตกลงกันได้
ในการขอเวลานอกอานาจในการตัดสินใจครั้งสุดท้ายใหถ้ ือดังนี้ ในประเภทบุคคลโดยผเู้ ล่นหรอื คเู่ ล่น ใน
ประเภททมี โดยหวั หน้าทมี
1.10.6 ถ้าการขอเวลานอกได้กระทาขึน้ พร้อมกนั โดยผูเ้ ลน่ หรอื คูเ่ ล่นทง้ั สองฝา่ ย เมื่อครบ
กาหนดการขอเวลานอก 1 นาที หรือทั้งสองฝ่ายพร้อมทจี่ ะเลน่ ตอ่ การเล่นจะดาเนนิ ต่อไป และผู้เลน่ หรือคู่
เล่นท้งั สองฝ่ายจะไมส่ ามารถใช้สทิ ธิ์ในการขอเวลานอกไดอ้ ีกระหว่างการแขง่ ขนั ประเภทแมทชป์ ระเภทบุคคล
นน้ั ๆ
1.10.7 ผ้ชู ข้ี าดอาจจะอนุญาตให้ยตุ ิการเลน่ ชว่ั คราวในชว่ งเวลาอนั ส้นั ทสี่ ดุ ซ่งึ จะไมเ่ กนิ 10
นาที ถา้ ผเู้ ล่นไม่สามารถเล่นได้ เน่อื งจากอุบตั เิ หตุ โดยมเี งือ่ นไขว่าในความเห็นของผู้ชี้ขาดการยตุ ิการเล่น
ชั่วคราวนัน้ ไมน่ า่ จะทาใหผ้ ู้เลน่ หรอื คู่เลน่ ฝ่ายตรงกันข้ามเสียเปรยี บเกินควร
1.10.8 การยตุ ิการเล่นชวั่ คราว จะไมอ่ นุญาตสาหรบั ความไม่พร้อมของร่างกายทีจ่ ะเกิดขึน้
ในขณะแข่งขัน หรอื คาดวา่ จะเกิดกอ่ นการแข่งขันจะเร่มิ ข้ึน เชน่ ความออ่ นเพลีย ตะครวิ หรือความไม่
สมบรู ณ์ของผเู้ ลน่ เหลา่ นจี้ ะไม่อนุญาตใหเ้ ปน็ การยตุ ิการเล่นฉกุ เฉนิ การยุติการเลน่ ฉุกเฉนิ จะยตุ ิในกรณีทเ่ี กิด
จากอบุ ัตเิ หตุเท่าน้นั เช่น การบาดเจบ็ เนอ่ื งจากหกล้ม
1.10.9 ถ้าบุคคลใดบุคคลหนงึ่ ในบรเิ วณพ้นื ทีแ่ ข่งขันมีเลอื ดออก การเล่นจะยตุ ิและการลง
แขง่ ขันจะไม่ดาเนินต่อจนกวา่ บุคคลนัน้ จะได้รบั ปฐมพยาบาล และทาความสะอาดเลือดออกจากพ้ืนท่ีการ
แขง่ ขนั แล้ว
1.10.10 ผเู้ ลน่ จะตอ้ งอย่ใู นพ้นื ที่การแข่งขนั หรือใกล้พ้ืนท่ีการแข่งขนั ตลอดการแข่งขนั นน้ั
โดยการหยุดพกั ระหวา่ งเกมและการขอเวลานอก ผู้เลน่ จะต้องอยู่ในระยะไมเ่ กิน 3 เมตร ของพน้ื ทกี่ าร
แข่งขันภายใต้การควบคุมของผู้ตดั สนิ การออกนอกระยะดงั กลา่ วสามารถทาได้โดยต้องไดร้ ับอนญุ าตจากผ้ชู ้ี
ขาด

2. การแนะนาผูเ้ ลน่ หรอื การสอนผ้เู ล่น (ADVICE TO PLAERS)
2.1 ในการแข่งขนั ประเภททมี ผู้เล่นจะไดร้ ับคาแนะนาหรือการสอนจากใครก็ได้ แตใ่ นการ

แขง่ ขนั ประเภทบคุ คล ผเู้ ล่นหรือคเู่ ล่นจะได้รบั การสอนจากบุคคลในบุคคลหน่ึงเทา่ น้นั ซง่ึ จะต้องแจง้ ให้ผู้
ตัดสนิ สินทราบก่อนการแขง่ ขัน ยกเว้นระดบั นานาชาติในประเภทคู่ หากผูเ้ ลน่ มาจากคนละประเทศใหผ้ เู้ ล่น

ในขณะแข่งขัน ผูต้ ดั สินจะใช้ใบเหลืองแสดงเตอื นบุคคลน้นั ไม่ใหก้ ระทาเชน่ นี้อีก และแจง้ ให้ทราบว่าในครง้ั
ต่อไปจะให้ออกจากบรเิ วณพ้ืนทแี่ ข่งขัน

2.3 หลงั จากผู้ตดั สนิ ไดเ้ ตือนแล้ว หากมีบคุ คลในทีมหรือบุคคลอนื่ ทท่ี าการอย่างผิดกติกาอีก
ผู้ตดั สนิ จะใชใ้ บแดงแสดงให้ออกจากพน้ื ทกี่ ารแขง่ ขนั ไม่วา่ เขาจะเป็นผถู้ ูกเตือนมาก่อนหน้าน้นั หรือไม่กต็ าม

2.4 ในการแข่งขันประเภททมี ผู้สอนที่ถูกให้ออกจากพน้ื ที่แข่งขันจะไม่สามารถกลับเขา้ มาได้อีก
และไม่สามารถเปลยี่ นผู้สอนคนอ่นื แทนได้ จนกระทัง่ จบการแขง่ ขนั ประเภททีม ยกเว้นเขาผู้นน้ั ตอ้ งลงทาการ
แขง่ ขัน สาหรับประกอบบุคคล ผู้สอนไมส่ ามารถกลับเขา้ มาอีกจนกระทั่งจบการแข่งขนั แมทชน์ น้ั

2.5 ถ้าผู้สอนปฏเิ สธท่ีจะออกจากพน้ื ที่การแข่งขัน หรือหลบั เขา้ มาในพ้นื ที่การแข่งขันก่อนท่ีการ
แขง่ ขนั จะเสร็จสน้ิ ผูต้ ัดสินจะยตุ ิการเล่นและรายงานต่อผู้ช้ขี าดทันที

3. ความประพฤติ (BEHAVIOUR)
3.1 ผ้เู ลน่ และผฝู้ กึ สอน จะต้องไมท่ ากริ ิยาหรอื ความประพฤตทิ ่ีไมด่ ีอนั จะมผี ลต่อฝ่ายตรงกัน

ข้าม หรอื ผู้ชม หรอื ทาใหเ้ กมการแข่งขนั เกดิ ความเส่ือมเสีย ความประพฤติดงั กล่าว เช่น จงใจ ทาใหล้ ูกแตก
เคาะโต๊ะดว้ ยไม้เทเบลิ เทนนิส เตะโตะ๊ เทเบลิ เทนนสิ หรือผังก้ันลูก พูดคาหยาบหรือจงใจตะโกนดว้ ยเสียงอัน
ดังเกินควรแกลง้ ตลี ูกเทเบิลเทนนสิ ใหอ้ อกจากพืน้ ท่ีการแข่งขัน หรอื การไม่เคารพเชือ่ ฟังผู้ตัดสินและเจา้ หนา้ ท่ี

3.2 เมื่อผู้ตัดสนิ ได้พจิ ารณาแล้วเห็นว่าผเู้ ลน่ หรอื ผฝู้ ึกสอนทาความประพฤติไม่ดีอย่างรา้ ยแรง จะ
ยุติการเล่นทันที และรายงานต่อผู้ขข้ี าด แตห่ ากไมร่ ้ายแรง ผูต้ ดั สนิ จะให้ใบเหลือง และเตือนถึงการลงโทษ
หากยังกระทาอยู่อีก

3.3 หลังจากท่ีไดร้ บั การเตือนแล้ว ถ้าผเู้ ล่นยงั กระทาลักษณะดังกล่าวหรอื ลักษณะอื่น ๆ เป็น
คร้งั ท่ี 2 ในแมทช์เดยี วกนั กับประเภทบคุ คล หรือแมทช์เดียวกันกบั ประเภททีม ผูต้ ัดสินจะให้ 1 คะแนน
แกฝ่ า่ ยตรงกันข้าม หลงั จากนนั้ หากยงั กระทาอยู่อีกผู้ตดั สนิ จะใหค้ ะแนน 2 คะแนน แก่ฝ่ายตรงข้าม ซึง่ ใน
การใหค้ ะแนนแตล่ ะคร้ังผตู้ ัดสินจะใช้ใบเหลอื งและใบแดงชูขน้ึ พร้อมกนั ทงั้ นยี้ กเว้นกรณขี อ้ 23.2 และข้อ
23.5

3.4 ถา้ ผู้เล่นไดถ้ ูกลงโทษในเรือ่ งเก่ยี วกับความประพฤติ โดยใหค้ ะแนนแกฝ่ า่ ยตรงกันขา้ ม 2
ครั้งแล้ว (3 คะแนน) แต่ยังกระทาอยู่อกี ผู้ตัดสนิ จะยตุ กิ ารเลน่ และรายงานต่อผู้ช้ขี าดทันที

3.5 ถา้ พบว่าผู้เลน่ ไดเ้ ปลย่ี นไมเ้ ทเบิลเทนนิสของเขาในระหวา่ งการเลน่ โดยไมแ่ จ้งทราบให้ผตู้ ดั สนิ
จะยุติการเลน่ ทนั ทแี ละรายงานผูช้ ้ขี าดทนั ที

3.6 การเตอื นหรอื ลงโทษตัดคะแนนในประเภทคูใ่ หห้ มายรวมถึงท้งั 2 คนดว้ ย สาหรบั ใน
ประเภททมี ในแมทชเ์ ดียวกนั น้ัน เม่อื เริม่ การแขง่ ขนั ประเภทคู่ หากมีการถกู เตือนหรือลงโทษตัดคะแนนมา
กอ่ นหน้าน้ัน จะถือผลของการเตอื นหรอื ลงโทษตดั คะแนนอนั ท่สี งู ท่ีสุดของผู้ทกี่ ระทาผิดในคนู่ น้ั เวน้ แตห่ าก
ผเู้ ลน่ ในประเภทคู่นนั้ ไมไ่ ด้เป็นผู้กระทาผดิ จะไม่มผี ลเม่อื ลงทาการแข่งขันในลาดับถดั ไปในทีมแมทชเ์ ดียวกัน

3.7 หลังจากผแู้ นะนาหรือผู้สอนได้รับการเตือนแล้วแต่ยังกระทาอยู่อีก ผูต้ ัดสนิ จะใหเ้ ขาออก
จากพื้นท่โี ดยใช้ใบแดง ซึ่งเขาจะกลบั มาไม่ไดจ้ นกวา่ การแขง่ ขนั ในประเภททีมน้ันได้เสร็จส้ินลง หรือจบการ
แขง่ ขนั ในประเภทบุคคล ท้งั นีย้ กเว้นกรณีข้อ 23.2

3.8 ผชู้ ้ขี าดอาจจะใช้มาตรการทางวนิ ัยแกผ่ ูเ้ ล่นภายใต้ดลุ ยพินิจของเขา สาหรบั ความประพฤติท่ี
ไมส่ มควรก้าวรา้ ว ฯลฯ โดยอาจจะให้ผ้เู ลน่ ออกจากแมทช์ในประเภทนน้ั ๆ หรือการแข่งขันท้งั หมด โดย
การใช้ใบแดง แมว้ ่าผูต้ ัดสินจะรายงานให้ทราบหรอื ไม่ก็ตาม

3.9 ถา้ ผเู้ ล่นถกู ปรบั ใหแ้ พ้ 2 แมทช์ ในการแข่งขันประเภททีม หรือในประเภทบุคคล ผเู้ ล่นจะ
ถูกให้ออกจากการแขง่ ขันในประเภททีม หรอื ประเภทบุคคล ของรายการแขง่ ขัน โดยอัตโนมตั ิ

3.10 ผชู้ ขี้ าดอาจลงโทษบคุ คลใดบุคคลหน่งึ ไม่ใหเ้ ข้าร่วมการแขง่ ขนั ในรายการทีเ่ หลอื อย่ถู ้า
บคุ คลนนั้ ได้ถกู ลงโทษใหอ้ อกนอกพ้ืนทแี่ ข่งขนั ถงึ 2 ครั้ง

3.11 ถา้ เกดิ กรณีปฏบิ ัตผิ ิดอย่างรา้ ยแรง ใหร้ ายงานเป็นบันทึกให้สมาคมตน้ สังกดั ของผ้ทู าผดิ นน้ั
ทราบ

4. การแขง่ ขันประเภททีม (TEAM EVENT)
4.1 ในการแขง่ ขันประเภททีมจะทาการแขง่ ขันแบบ BEST OF 5 MATCHES (5 SINGLES)

หรือ BEST OF 5 MATCHES SIGLES AND 1 DOUBLES) ซ่งึ จะต้องระบุลงในระเบยี บการแขง่ ขนั นนั้


4.2 การแขง่ ขนั แบบ BEST OF MATCHES (5 SINGLES) จะตอ้ งประกอบด้วยผู้เล่น 3 คน
ลาดบั การแข่งขนั มดี งั น้ี คู่ท่ี 1 A-X คูท่ ี่ 2 B-Y ค่ทู ่ี 3 C-Z คูท่ ี่ 4 A-Y คู่ที่ 5 B-X

4.3 การแขง่ ขนั แบบ BEST OF 5 MATCHES (4 SINGLES) AND 1 DOUBLES) จะ
ประกอบดว้ ยผเู้ ล่น 2-3 หรอื 4 คน ลาดบั การแข่งขนั มีดังน้ี คูท่ ่ี 1 A-X คู่ที่ 2 B-Y ค่ทู ่ี 3 ประเภทคู่ คู่
ที่ 4 A-Y คทู่ ี่ 5 B-X

4.4 ก่อนการแขง่ ขนั หวั หน้าทีมจะต้องมาจับฉลากเสี่ยงทายวา่ ทีมใดจะได้ทีม A B C หรือ X
Y Z โดยนักกีฬาทจ่ี ะทาการแขง่ ขัน จะต้องมีรายชอื่ อยู่ในทีม

4.5 กรณีทมี่ กี ารแข่งขันประเภทคู่ สามารถส่งรายชื่อได้ หลงั จากแข่งขันประเภทเด่ียวคู่ก่อน
หน้านัน้ เสรจ็ แลว้

4.6 การแขง่ ขนั จะถอื ผลชนะ เมื่อทมี ใดชนะในการแขง่ ขันบคุ คลมากกวา่ คร่งึ หนึ่งของจานวนคู่
ท้งั หมด

4.7 เมอื่ จบการแข่งขนั ในแต่ละคู่ ผ้เู ล่นจะสามารถหยุกกพกั ไดไ้ มเ่ กนิ 5 นาที

5. การแข่งขันแบบแพ้คดั ลอก (KNOCK-OUT COMPETITIONS)
5.1 จานวนตาแหนง่ ของระบบการแขง่ ขนั แพ้คดั ลอกจะต้องมจี านวนเปน็ ทวคี ณู กาลัง 2เชน่ 2,

4, 8, 16, 32 เป็นต้น
5.2 ถ้าจานวนผเู้ ล่นมีน้อยกว่าตาแหนง่ ใหใ้ ส่ ชนะผ่าน (BYE) เพ่มิ เขา้ ไปในรอบแรก
5.3 ถ้าจานวนผู้เล่นมมี ากกว่าตาแหน่ง ใหใ้ ชร้ อบคัดเลอื ก (QUALFIERS)
5.4 การชนะผ่าน (BYE) หรอื การคัดเลือก (QUALFIERS) จะต้องกระจายอยู่อยา่ งสม่าเสมอ

โดยการชนะผ่าน (BYE) จะต้องอยู่กับมือวางเปน็ อันดบั แรก
5.5 การวางมอื อนั ดบั
5.5.1 ผู้เล่นทมี่ ฝี ีมอื ดีตามอันดบั จะต้องถูกวางตวั เพ่ือไมใ่ ห้ต้องพบกนั กอ่ นทจี่ ะถึงรอบ

สุดท้ายของการแขง่ ขนั
5.5.2 ผเู้ ล่นมีมาจากสโมสรเดียวกันจะถกู จับแยกกันใหห้ ่างทีส่ ดุ เท่าทจี่ ะเป็นไปได้ เพื่อไม่ให้

ตอ้ งพบกนั ก่อนทจ่ี ะถึงรอบสุดทา้ ยของการแขง่ ขนั
5.5.3 ผู้เลน่ มือวางอันดบั 1 จะถกู จดั ให้อย่บู นสุดผ้เู ลน่ มอื วางอนั ดับ 2 ถูกจดั ใหอ้ ยูล่ า่ งสุด

ผู้เล่นมอื วางอันดบั 3-4 จะจับฉลากระหว่างผู้เลน่ มือ 1 2
5.5.4 ผู้เลน่ มอื วางอันดับ 5-6
5.5.5 ผเู้ ลน่ มือวางอันดับ 9-16 จะจับฉลากอย่รู ะหวา่ งผเู้ ลน่ ตามข้อ 5.5.4

6.กาหนดการแข่งขนั (SCHEDULING)
6.1 ในการแข่งขันระดับภายในประเทศ ผู้จะต้องทาการแข่งขันตามเวลาที่กาหนด หากเลยเวลา
แข่งขันใหป้ รับเปน็ แพ้ โดยผชู้ ้ีขาด ดังน้ี

6.1.1 ประเภทบุคคลให้เวลา 5 นาที นับจากกาหนดเวลาแข่งขัน หรือหากเลย
กาหนดเวลาแข่งขันแลว้ นับจากที่เรียกลงทาการแข่งขนั

6.1.2 ประเภททมี ใหเ้ วลา 15 นาที นบั จากกาหนดเวลาแข่งขัน หรือหากเลยเวลาแข่งขัน
แล้ว นับจากเวลาที่เรียกมาจับฉลาก โดยในการแข่งขันระบบ BEST OF 5 MATCHES (4 SINGLES
AND DOUBLES) จะต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 2 คน และในการแข่งขันระบบ BEST OF 5 MATCHES
(5 SINGLES) จะต้องมีผู้เลน่ อยา่ งนอ้ ย 3 คน

6.2 เวลาทีร่ ะบไุ วต้ ามข้อ 6.1.1 6.1.2 นีอ้ าจจะอนญุ าตขยายออกไปไดโ้ ดยผ้ชู ้ีขาด

3. ข้ันปฏบิ ัติ (15 นาที )
- ใหน้ กั เรียนฝึกทักษะการเป็นผู้ตดั สินในโต๊ะท่ีครูจัดเตรียมไว้ เฉพาะการแข่งขัน และให้นกั เรยี นฝกึ

เปน็ ผตู้ ดั สนิ และเป็นผู้แข่งดว้ ย

4. ขั้นนาไปใช้ ,เกม (10 นาที )
- ครูใหฝ้ ึกทกั ษะการการเป็นผู้ตัดสิน โดยแบ่งเปน็ 2 กลุ่ม คือเลขค่ี ใหเ้ ปน็ ผู้ตัดสิน และ เลขคู่ใหจ้ บั คู่

กันฝกึ แข่งขนั ไปก่อน เม่ือแขง่ เสรจ็ ใน 1 เซต 11 แตม้ ใหเ้ ปลี่ยนเพ่ือนมาแข่ง และนักเรียนที่ยงั ไมเ่ ป็นผตู้ ดั สิน
ใหล้ องฝึก ตามลาดับไป

5. ข้ันสรปุ ( 5 นาที )
- ครใู ห้นักเรียนช่วยกนั อภปิ รายเกีย่ วกบั การแขง่ ขนั เทเบิลเทนนิสและวธิ กี ารจัดทมี
- ครูสรุปเนอ้ื หาทเี่ รยี นไปและแนะนาเพม่ิ เติมในการแข่งขนั เทเบลิ เทนนสิ และวิธีการจัดทีม จากนนั้
ครนู ัดหมายการเรยี นการสอนในคาบต่อไป

8. ส่ือการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
6. กรวย
7. สกอร์บอร์ด
8. ใบนบั คะแนน

9. การวดั และการประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%

ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สงั เกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สังเกตจากพฤติกรรม - สงั เกต - ตรงตามคุณลกั ษณะท่ี
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ทดสอบ วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - มีความแขง็ แรงเพมิ่ ข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ

บันทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะเพมิ่ เติม

.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………….....................ผสู้ อน

(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย



แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 17

รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ที่ 1
เวลา 45 นาที
เรื่อง การแขง่ ขนั เทเบิลเทนนิสประเภทเด่ียว

ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565

ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ

1. สาระสาคัญ
นกั เรียนจะตอ้ งแข่งขนั ในรอบแรกทุกคน ซ่ึงตอ้ งทาการแข่งขนั 3ใน5 จนทราบผล และทาการแจง้

คะแนนหรือผลของการแข่งขนั พร้อมกบั ลงชื่อสาหรับผทู้ ี่เป็นผตู้ ดั สินเพอื่ ทาการบนั ทึกช่ือใหค้ ะแนน ดงั น้นั
ในคาบน้ีจึงจาเป็นท่ีนกั เรียนจะตอ้ งแข่งขนั และฝึ กในการเป็ นผตู้ ดั สินในแต่ละเกมการแข่งขนั โดยใน 1 คาบ
สามารถเป็นผตู้ ดั สินไดไ้ มเ่ กิน 3 คู่ ในการแข่งขนั จะตอ้ งดาเนินไปอยา่ งต่อเนื่องจนหมดคาบ(50นาที) ยกเวน้
ผเู้ ล่นฝ่ ายหน่ึงฝ่ ายใดหรือท้งั สองฝ่ ายขอสิทธิในการหยุดพกั ระหว่างจบเกม ซ่ึงการพกั ระหวา่ งจบเกมจะพกั
ไดไ้ มเ่ กิน 1 นาที

2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตวั ชี้วดั
สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง

สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และชื่นชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา

ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปลี่ยนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ท่ีเกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพือ่ เป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาที่เลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุง่ มน่ั

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถอธิบายข้นั ตอนการจดั การแข่งขนั ประเภทเดีย่ วได้

2. นักเรยี นสามารถจดั การแข่งขันประเภทเดย่ี วได้

3. นักเรยี นเห็นความสาคัญในการเล่นกฬี าและการออกกาลงั กาย

4. สมรรถนะสาคัญของผ้เู รียน

1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้

2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์

- ซอ่ื สตั ย์สจุ รติ

- มวี นิ ัย

- มุ่งมน่ั ในการทางาน

6. สาระการเรียนรู้

1. ความรู้
การจัดการแข่งขนั ประเภทเดย่ี ว
-กฎ กตกิ าการแข่งขนั
-การรับท่ีถกู ต้อง
-ลาดับการเล่น
-การไดค้ ะแนน
-เกมการแข่งขนั
-แมทซก์ ารแขง่ ขนั
-ลาดบั การส่ง การรับ และแดน
-การผิดลาดับในการส่ง การรบั และแดน
2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
-การจาแนก
-การให้เหตผุ ล
-การสรปุ ความรู้
-การปฏิบตั /ิ การสาธิต
-การแกป้ ัญหา
-การประยกุ ต/์ การปรับปรงุ
7. กจิ กรรมการเรียนรู้

1.ขน้ั เตรยี มการสอน (5 นาที )
1) ครใู หน้ กั เรียนจดั แถวตอน ฝ่ังเดยี ว โดยยนื หา่ งจากผนงั หอ้ ง
2) ครูเชค็ ช่ือของนกั เรยี น
3) ครตู รวจความเรียบร้อยของเครอ่ื งแตง่ กาย
4) ครใู หน้ ักเรยี นอบอนุ่ รา่ งกาย โดยมตี วั แทนนาอบอุ่นร่างกาย

สญั ลักษณ์
นักเรียน
ครู

2. ข้นั อธบิ ายสาธติ ( 5 นาที )
1. ครอู ธบิ าย กฎ กติกา ระเบียบการปฏบิ ตั ใิ ห้นกั เรยี นฟัง
2. ครูชีแ้ จงกาหนดการจดั การแขง่ ขันประเภทเดีย่ ว
อธบิ ายและสาธติ ( 5 นาที )
การแข่งขนั แบบแพ้คร้ังเดียวคดั ออก ( Single Elimination )

การแข่งขันแบบแพ้ครั้งเดียวคัดออก ของนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จับ
รูปแบบการแบ่งสายเพื่อให้งา่ ยตอ่ การแบง่ สนามแขง่ ขัน

4. ข้ันนาไปใช้ (25 นาท)ี
- ครใู ห้นักเรียนแข่งขนั ในรอบสอง เวลา 45 นาที (หากไม่ทนั ใหย้ กไปคาบถัดไป)
-นักเรยี นทตี่ กรอบแรกให้เปน็ กรรมการผู้ตัดสิน กาหนดให้ 1คน ตดั สนิ ได้ 1 คู่ เท่านัน้

รูปแบบ การแข่งขนั ประเภทเด่ยี ว

สญั ลกั ษณ์
นักเรียนชาย
นักเรยี นหญิง
ครู
โต๊ะเทเบลิ เทนนิส

5. ขน้ั สรุป ( 5 นาที )
- ครแู นะนาและเพ่ิมเตมิ ในการแขง่ ขันโดยรวม เน้นย้ากฎกตกิ า อย่างเคร่งครัด
- ครูนัดหมายการเรยี นการสอนในคาบต่อไป

8. สื่อการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
6. กรวย
7. สกอร์ชีด
8. ใบนบั คะแนน

9. การวดั และการประเมินผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%

ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สงั เกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สังเกตจากพฤติกรรม - สงั เกต - ตรงตามคุณลกั ษณะท่ี
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ทดสอบ วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - มีความแขง็ แรงเพมิ่ ข้ึน
กวา่ เดิม
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ

.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………….....................ผสู้ อน

(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย



แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 18

รายวชิ า : พ 21103 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศึกษาปี ท่ี 1
เวลา 45 นาที
เร่ือง การแข่งขนั เทเบิลเทนนิสประเภทคู่

ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2565

ผสู้ อน : นายอนสั แวสอเฮาะ

1. สาระสาคัญ
นกั เรียนจะตอ้ งแข่งขนั การแข่งขนั เทเบิลเทนนิสประเภทคู่ ในรอบแรกทุกคน ซ่ึงตอ้ งทาการแข่งขนั 2

ใน3 จนทราบผล และทาการแจง้ คะแนนหรือผลของการแข่งขนั พร้อมกบั ลงชื่อสาหรับผูท้ ี่เป็ นผูต้ ดั สินเพ่ือ
ทาการบนั ทึกชื่อใหค้ ะแนน ดงั น้นั ในคาบน้ีจึงจาเป็ นที่นกั เรียนจะตอ้ งแข่งขนั และฝึ กในการเป็ นผตู้ ดั สินใน
แต่ละเกมการแข่งขนั โดยใน 1 คาบสามารถเป็ นผูต้ ดั สินไดไ้ ม่เกิน 2 คู่ ในการแข่งขนั จะตอ้ งดาเนินไปอยา่ ง
ตอ่ เน่ืองจนหมดคาบ(45นาที) ยกเวน้ ผูเ้ ล่นฝ่ ายหน่ึงฝ่ ายใดหรือท้งั สองฝ่ ายขอสิทธิในการหยดุ พกั ระหวา่ งจบ
เกม ซ่ึงการพกั ระหวา่ งจบเกมจะพกั ไดไ้ ม่เกิน 1 นาที

2. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วดั
สาระท่ี 3 การเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย การเล่นเกม กีฬาไทยและกีฬาสากล
มาตรฐานพ พ 3.2 รักการออกกาลงั กาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบตั ิเป็นประจาอยา่ ง

สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎกติกา มีน้าใจเป็ นนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั และช่ืนชมใน
สุนทรียภาพของการกีฬา

ตวั ชี้วดั
1. อธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สงั คม และสติปัญญา ที่เกิด
จากการออกกาลงั กายและเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวถิ ีชีวติ
2. เลือกเขา้ ร่วมออกกาลงั กายเล่นกีฬา ตามความถนดั ความสนใจพร้อมท้งั วเิ คราะห์
ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพฒั นาตนเอง
3. มีวนิ ยั ปฏิบตั ิตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ในการเล่นกีฬาท่ีเลือก
4. นาผลการปฏิบตั ิในการเล่นกีฬามาสรุปเป็นวธิ ีที่เหมาะสมกบั ตนเอง ดว้ ยความมุ่งมนั่

3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักเรยี นสามารถอธิบายขัน้ ตอนการแข่งขันเทเบิลเทนนิสประเภทคไู่ ด้

2. นักเรยี นสามารถแข่งขนั เทเบลิ เทนนิสประเภทคู่ได้

3. นกั เรียนเห็นความสาคญั ในการแขง่ ขนั และออกกาลังกายอย่างสมาเสมอ

4. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
1. ความสามารถในการคิด ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้
2. ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ

5. คุณลกั ษณะพงึ ประสงค์
- ซือสตั ยส์ ุจรติ
- มวี ินัย
- ม่งุ มันในการทางาน

6. สาระการเรียนรู้
1.ความรู้

การจดั การแข่งขนั เทเบิลเทนนิสประเภทคู่
-กฎ กติกาฝนการแขง่ ขัน
-การรบั ทถี ูกต้อง
-ลาดับการเลน่
-การได้คะแนน
-เกมการแข่งขนั
-แมทซ์การแขง่ ขัน
-ลาดบั การสง่ การรบั และแดน
-การผิดลาดบั ในการส่ง การรับ และแดน
2. ทักษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
-การสรุปความรู้
-การปฏบิ ตั ิ/การสาธิต
-การแก้ปัญหา
-การประยกุ ต/์ การปรับปรุง

7. กจิ กรรมการเรียนรู้
1.ข้นั เตรียมการสอน (5 นาที )
1) ครูใหน้ กั เรยี นจัดแถวตอน โดยยนื ห่างจากผนงั ห้อง
2) ครเู ชค็ ชือนักเรยี น
3) ครตู รวจความเรียบร้อยของเครืองแตง่ กาย
4) ครใู ห้นักเรยี นอบอุ่นร่างกาย โดยมีตัวแทนนาอบอุ่นรา่ งกาย

สญั ลกั ษณ์
นักเรยี น
ครู
โต๊ะเทเบิลเทนนิส

2. ขนั้ อธิบายสาธิต ( 5 นาที )
1. ครูอธิบาย กฎ กตกิ า ระเบียบการปฏบิ ัติใหน้ กั เรยี นฟงั
2. ครชู ี้แจงกาหนดการจดั การแขง่ ขันประเภทคู่
อธิบายและสาธติ ( 5 นาที )
การแขง่ ขันแบบแพค้ รงั้ เดียวคัดออก ( Single Elimination )
การแข่งขันแบบแพ้คร้ังเดียวคัดออก ของนักเรียนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จับ
รปู แบบการแบ่งสายเพือให้ง่ายตอ่ การแบง่ สนามแขง่ ขัน
4. ขนั้ นาไปใช้ (25 นาที)
- ครูให้นกั เรยี นแขง่ ขนั ในรอบแรก เวลา 45 นาที (หากไมท่ ันใหย้ กไปคาบถัดไป)
-นักเรยี นทตี กรอบแรกใหเ้ ป็นกรรมการผตู้ ัดสนิ กาหนดให้ 1คน ตดั สนิ ได้ 1 คู่ เท่าน้นั

รูปแบบ การแข่งขนั ประเภทคู่

สญั ลักษณ์
นกั เรยี นชาย
นกั เรียนหญิง
ครู
โตะ๊ เทเบลิ เทนนิส

5. ขั้นสรปุ ( 5 นาที )
- ครูแนะนาและช้ีแจงความผิดพลาดต่างๆในการแขง่ ขันโดยรวม เนน้ ย้ากฎกติกา อยา่ งเคร่งครัด
- ครูนดั หมายการเรียนการสอนในคาบต่อไป

8. สื่อการเรียนรู้
1. นกหวดี
2. ตะกร้า
3. โตะ๊ เทเบิลเทนนิส
4. ลูกเทเบิลเทนนิส
5. ไมเ้ ทเบิลเทนนิส
6. กรวย
7. สกอร์ชีด
8. ใบนบั คะแนน

9. การวดั และการประเมนิ ผล

จุดประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครื่องมือ เกณฑ์
- การตอบคาถามของนกั เรียน
ดา้ นความรู้ - ต้งั คาถาม - นกั เรียนมีความเขา้ ใจใน
เน้ือหาอยา่ งนอ้ ย 80%

ดา้ นทกั ษะ - ใหน้ กั เรียนปฏิบตั ิ - สังเกตจากการปฏิบตั ิ - นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิ
ไดถ้ ูกตอ้ งอยา่ งนอ้ ย 80%
ดา้ นคุณลกั ษณะ - สงั เกตจากพฤติกรรม - สังเกต - ตรงตามคุณลกั ษณะท่ี
ดา้ นสมรรถภาพ การเรียน - ทดสอบ วางไว้ 80%
- ความต้งั ใจในการเรียน
และแสดงความคิดเห็น - มีความแขง็ แรงเพม่ิ ข้ึน
- สังเกตจากการปฏิบตั ิ กวา่ เดิม

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู้
ผลหลงั การจัดการเรียนการสอน

…………………………………………………………………………………………………….....
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..................................................
ปัญหาและอุปสรรคระหว่างการจัดการเรียนการสอน

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………….……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………..
การปรับปรุงแก้ไข

………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………..……………………………
………………………………………………………………………………………………………………
……………...
ข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ

.............................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................

ลงช่ือ………………….....................ผสู้ อน

(นายอนสั แวสอเฮาะ)
ครูผชู้ ่วย


Click to View FlipBook Version