หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑
โรงเรียนวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑
ความนา
กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ตามคาส่ังกระทรวงศึกษาธิการท่ี สพฐ.
๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคาส่ังสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน ท่ี ๓๐/๒๕๖๑
ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และ
วิทยาศาสตร์ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ.๒๕๖๐) โดยมคี าสงั่ ให้โรงเรียนดาเนนิ การใชห้ ลกั สูตรในปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้
ใช้ในชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ และ ๔ ต้ังแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นมา ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ
โดยกาหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
มีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ เพ่ือให้สอดคล้องกับนโยบายและ
เป้าหมายของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
โรงเรียนวัดดงป่างิ้ว จึงได้ทาการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบับปรับปรุง
พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) ในกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ใช้ในทุกระดับช้ัน เพื่อนาไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผนและ
พัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มี
กระบวนการนาหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกาหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัดประเมินผล
ให้มีความสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้โรงเรียนสามารถกาหนดทิศทางในการจดั ทาหลักสูตรการ
เรียนการสอนในแต่ละระดับตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทางท่ีชัดเจนเพ่ือตอบสนอง
นโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มคี วามพร้อมในการก้าวสู่สงั คมคุณภาพ มีความรู้อย่างแทจ้ รงิ และมีทักษะในศตวรรษที่ ๒๑
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ช้ีวัดทก่ี าหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทาให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทกุ ระดับเห็นผล
คาดหวังท่ีต้องการในการพัฒนาการเรียนรขู้ องผู้เรียนทช่ี ัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วยให้หน่วยงานที่เกีย่ วข้อง
ในระดับท้องถ่ินและสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลกั สตู รได้อยา่ งมน่ั ใจ ทาให้การจัดทาหลักสูตรในระดับสถานศึกษามี
คุณภาพและมีความเป็นเอกภาพย่ิงข้ึน อีกท้ังยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเร่ืองการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ และ
ช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังน้ันในการพัฒนาหลักสูตรในทุกระดับตั้งแต่ระดับชาติจนกระทั่ง
ถึงสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน รวมทั้งเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศึกษาทุกรูปแบบ และครอบคลุมผู้เรียน
ทุกกลุ่มเปา้ หมายในระดบั การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน
การจัดหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐานจะประสบความสาเร็จตามเป้าหมายท่ีคาดหวังได้ ทุกฝ่าย ท่ีเก่ียวข้อง
ทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และบุคคลต้องร่วมรับผิดชอบ โดยร่วมกันทางานอย่างเป็นระบบ และต่อเน่ือง
ในการวางแผน ดาเนินการ ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติไปสู่
คุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้
โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๒
ลักษณะของหลกั สตู รสถานศึกษาโรงเรียนวดั ดงป่าง้วิ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑
(ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๐)
หลักสตู รสถานศึกษาโรงเรยี นวดั ดงป่าง้ิว พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) เป็นหลักสูตรที่โรงเรียนได้พัฒนาขึ้น เพ่ือพัฒนาผู้เรียนใน
ระดับประถมศึกษา โดยยึดองค์ประกอบหลักสาคัญ ๕ ส่วน คือ (๑) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (๒) มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสาระ
ภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (๓) นโยบายการจัดการเรียน การสอนหน้าท่ีพลเมือง
(๔) กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น และ (๕) สาระสาคัญ จุดเน้นที่โรงเรียนพัฒนาเพิ่มเติม เป็นกรอบในการจัดทา
รายละเอียดเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กาหนดเหมาะสมกับสภาพชุมชนและท้องถิ่นและ
จุดเน้นของโรงเรียน โดยหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่างิ้ว พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ท่ีพัฒนาข้ึนมีลักษณะของหลักสูตร
ดงั นี้
๑. เป็นหลักสูตรเฉพาะของโรงเรียนวัดดงป่างิ้ว สาหรับจัดการศึกษาในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น
พน้ื ฐานจดั ในระดบั ประถมศึกษา
๒. เป็นหลักสูตรที่มีความเป็นเอกภาพสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑ สาหรบั ใหค้ รผู สู้ อนนาไปจดั การเรียนรไู้ ด้อย่างหลากหลาย โดยกาหนดให้มรี ายละเอยี ด ดังนี้
๒.๑ สาระการเรียนรู้ที่โรงเรียนใช้เป็นหลักเพื่อสร้างพื้นฐานการคิด การเรียนรู้ และการแก้ปัญหา
ประกอบดว้ ย ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
๒.๒ สาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ ศักยภาพการคิด และการทางาน ประกอบด้วย
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษา และพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพ และภาษาต่างประเทศ
(ภาษาอังกฤษ)
๒.๓ สาระการเรียนรู้เพ่ิมเติม โดยจัดทาเป็นรายวิชา/กิจกรรมเพ่ิมเติมตามความเหมาะสม
และสอดคล้องกบั โครงสร้างเวลาเรียน สาระการเรียนร้ทู ้องถนิ่ ความต้องการของผเู้ รยี น และบริบทของโรงเรยี น
๒.๔ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสังคม
เสริมสร้างการเรยี นรนู้ อกจากกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ๘ กลมุ่ และการพฒั นาตนตามศักยภาพ
๒.๕ การกาหนดมาตรฐานของโรงเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับต่าง ๆ เพื่อเป็นเป้าหมาย
ของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน จัดทารายละเอียดสาระการเรียนรู้ และจัดกระบวนการเรียนรู้
ให้สอดคลอ้ งกบั สภาพในชุมชน สังคม และภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ
๓. มีมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสาคัญของการพัฒนาคุณภาพหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน
วัดดงป่าง้ิว พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง
โรงเรียนวดั ดงป่างิ้ว สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๓
พทุ ธศักราช ๒๕๖๐) เปน็ หลักสูตรที่มีมาตรฐานเป็นตัวกาหนดเก่ียวกับความรู้ ทักษะ กระบวนการ สมรรถนะ และ
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคข์ องผู้เรียน เพื่อเป็นแนวทางในการประกันคุณภาพการศึกษา โดยมีการกาหนดมาตรฐาน
ไวด้ ังนี้
๓.๑ มาตรฐานหลักสูตร เป็นมาตรฐานด้านผู้เรียนหรือผลผลิตของหลักสูตรโรงเรียน เกิดข้ึนจาก
การจัดกิจกรรมตามโครงสร้างของหลักสูตรท้ังหมดของครู และใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบคุณภาพ
โดยรวมของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรในทุกระดับ ซึ่งโรงเรียนต้องใช้สาหรับการประเมินตนเองเพ่ือ
จดั ทารายงานประจาปีตามบทบัญญัตใิ นพระราชบัญญัตกิ ารศึกษา เพื่อนามาเป็นข้อมลู ใน การกาหนดแนว
ปฏิบัตใิ นการสง่ เสรมิ กากบั ติดตาม ดูแล และปรบั ปรุงคุณภาพ เพอื่ ให้ได้ตามมาตรฐานท่ีกาหนด
๓.๒ มีตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายระบุสิ่งที่นักเรยี นพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมท้ังคุณลักษณะของผู้เรียน
ในแต่ละระดับชั้นซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจง และมีความเป็นรูปธรรม นาไปใช้ใน
การกาหนดเนื้อหา จัดทาหน่วยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สาคัญสาหรับ การวัด
ประเมินผล เพื่อตรวจสอบคุณภาพผ้เู รียน ตรวจสอบพฒั นาการผ้เู รยี น ความรู้ ทกั ษะ กระบวนการ คุณธรรม
จริยธรรม และคา่ นิยมอันพึงประสงค์ และเป็นหลักในการเทยี บโอนความรู้และประสบการณ์จากการศกึ ษา
ในระบบนอกระบบ และตามอธั ยาศัย
๓.๓ มีความเป็นสากล ความเป็นสากลของหลักสูตรโรงเรียน คือมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้
ความสามารถในเร่ืองเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาษาอังกฤษ การจัดการส่ิงแวดล้อม ภูมิปัญญาท้องถิ่น
มคี ุณลักษณะท่ีจาเป็นในการอยู่ในสังคมไดแ้ ก่ ความซื่อสัตย์ ความรบั ผิดชอบ การตรงต่อเวลา การเสียสละ
การเอ้ือเฟื้อ โดยอยู่บนพ้ืนฐานของความพอดีระหว่างการเป็นผู้นา และผู้ตาม การทางานเป็นทีม และการ
ทางานตามลาพัง การแข่งขัน การรู้จักพอ และการร่วมมือกันเพื่อสังคม วิทยาการสมัยใหม่ และภูมิปัญญา
ท้องถ่ิน การรับวัฒนธรรมต่างประเทศ และการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย การฝึกฝนทักษะเฉพาะทาง และ
การบรู ณาการในลักษณะทเี่ ปน็ องค์รวม
๔. มีความยืดหยุ่น หลากหลาย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่าง้ิว พุทธศักราช ๒๕๖๔
ตามหลกั สูตรแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) เป็นหลักสูตร
ที่โรงเรียนจัดทารายละเอียดต่างๆ ขึ้นเอง โดยยึดโครงสร้างหลักที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน เป็นขอบข่ายในการจัดทา จึงทาให้หลักสูตรของ
โรงเรยี นมีความยดื หยุ่น หลากหลาย สอดคลอ้ งกบั สภาพปัญหา และความต้องการของท้องถ่ิน โดยเฉพาะอย่างย่ิงมี
ความเหมาะสมกับตัวผู้เรยี น
๕. การวัดและประเมินผลเน้นหลักการพ้ืนฐานสองประการคือ การประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียน และเพื่อ
ตดั สินผลการเรียน โดยผู้เรียนต้องได้รบั การพัฒนา และประเมินตามตัวช้ีวัด เพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐาน การเรียนรู้
สะท้อนสมรรถนะสาคัญ และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการ
เรียนรใู้ นทกุ ระดบั ไมว่ า่ จะเป็นระดบั ชน้ั เรยี น ระดับสถานศึกษา ระดบั เขตพ้นื ทก่ี ารศกึ ษา และระดับชาติ การวดั และ
ประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศท่ี
แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ
การส่งเสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นเกิดการพัฒนาและเรียนรอู้ ยา่ งเต็มตามศักยภาพ
โรงเรยี นวัดดงป่าง้ิว สานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๔
วสิ ัยทศั น์หลักสตู รสถานศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่าง้ิว พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๐)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพัฒนาผู้เรียน ด้านศักยภาพ ความคิด
ความเปน็ ผู้นา มจี ิตสาธารณะบนพน้ื ฐานของคุณธรรม และอยรู่ ว่ มกบั ชมุ ชน สงั คมอย่างเปน็ สขุ
สมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่างิ้ว พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๐)
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ม่งุ ให้ผ้เู รียนเกดิ สมรรถนะสาคญั ๕ ประการ ดงั นี้
๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพ่ือแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลัก
เหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ท่ีมีประสิทธิภาพโดยคานึงถึงผลกระทบท่ีมีต่อตนเอง
และสังคม
๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนาไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศเพ่ือ
การตัดสนิ ใจเกยี่ วกับตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ท่ีเผชิญได้อย่าง
ถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการ
เปล่ียนแปลงของเหตุการณ์ต่างๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาและ
มีกาตดั สนิ ใจที่มีประสทิ ธภิ าพโดยคานึงถงึ ผลกระทบทีเ่ กดิ ขึ้นต่อตนเอง สงั คมและส่ิงแวดล้อม
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการดาเนิน
ชีวิตประจาวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง การทางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้าง
เสรมิ ความสัมพันธ์อันดีระหวา่ งบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งตา่ ง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับ
การเปล่ียนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ท่ีส่งผลกระทบต่อ
ตนเองและผอู้ ื่น
๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมี
ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทางาน
การแก้ปญั หาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม
โรงเรยี นวดั ดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๕
คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่างิ้ว พุทธศักราช ๒๕๖๔ ฉบับปรับปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๐)
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
เพ่อื ใหส้ ามารถอย่รู ่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อยา่ งมคี วามสุข ในฐานะพลเมืองไทยและพลโลก ดังน้ี
๑. รักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซ่ือสัตยส์ จุ ริต
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝเ่ รยี นรู้
๕. อยูอ่ ยา่ งพอเพยี ง
๖. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
๗. รักความเปน็ ไทย
๘. มจี ติ เป็นสาธารณะ
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานกาหนดมาตรฐานการเรียนรู้ใน ๘ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ จานวน ๓๑
สาระ ๕๕ มาตรฐาน ดงั นี้
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพ่ือนาไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดาเนนิ ชวี ิตและมนี สิ ัยรักการอา่ น
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขยี นเรียงความ ย่อความ และเขียนเรื่องราวใน
รปู แบบตา่ งๆ เขยี นรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ ควา้ อย่างมปี ระสิทธิภาพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดอู ย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความร้สู ึก
ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมีวจิ ารณญาณ และสรา้ งสรรค์
สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ
พลังของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษา ภาษาไทยไว้เป็นสมบตั ิของชาติ
สาระท่ี ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณค่า
และนามาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จริง
โรงเรยี นวัดดงปา่ งิ้ว สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๖
กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์
สาระที่ ๑ จานวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ
จานวน ผลทีเ่ กิดขนึ้ จากการดาเนนิ การ สมบัติของการดาเนินการ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค. ๑.๒ เขา้ ใจและวเิ คราะห์แบบรปู ความสมั พนั ธ์ ฟังกช์ นั ลาดับและอนกุ รม และนาไปใช้
สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. ๒.๑ เข้าใจพื้นฐานเก่ียวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงท่ีต้องการวัด และ
นาไปใช้
มาตรฐาน ค. ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่างรูป
เรขาคณิต และทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนาไปใช้
สาระที่ ๓ สถิติและความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค. ๓.๑ เขา้ ใจกระบวนการทางสถติ ิ และใชค้ วามร้ทู างสถติ ใิ นการแกป้ ัญหา
มาตรฐาน ค. ๓.๒ เขา้ ใจหลกั การนับเบือ้ งต้น ความน่าจะเป็น และนาไปใช้
กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตรช์ วี ภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต
กับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในระบบนิ เวศ การถ่ายทอดพลังงาน
การเปลี่ยนแปลงแทนท่ีในระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อม รวมทั้งนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารเข้า และออก
จากเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และมนุษย์ท่ีทางานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ ของอวัยวะต่างๆ ของพืชท่ีทางานสัมพันธ์กัน รวมท้ังนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม สาร
พันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อส่ิงมีชีวิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวัฒนาการของ
ส่งิ มีชีวติ รวมทั้งนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
สาระท่ี ๒ วิทยาศาสตร์กายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ สสารกับ
โครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิด
สารละลาย และการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี
โรงเรยี นวดั ดงป่าง้ิว สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๗
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลักษณะ
การเคลื่อนท่ีแบบตา่ ง ๆ ของวตั ถุรวมท้งั นาความร้ไู ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปล่ียนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ท่ีเก่ียวข้องกับ
เสยี ง แสง และคล่ืนแม่เหลก็ ไฟฟ้า รวมท้ังนาความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
สาระท่ี ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ
กาแล็กซีดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ที่ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยอี วกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง
ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อ
สิง่ มชี วี ติ และสง่ิ แวดลอ้ ม
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลง
อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตรค์ ณิตศาสตร์และ ศาสตร์อ่ืนๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึง
ผลกระทบต่อชวี ิต สงั คม และส่งิ แวดล้อม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รเู้ ท่าทนั และมจี รยิ ธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
สาระท่ี ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้ และเข้าใจประวัติ ความสาคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพทุ ธศาสนาหรือศาสนา
ทีต่ นนบั ถอื และศาสนาอ่นื มีศรัทธาทีถ่ ูกต้อง ยดึ มั่น และปฏิบตั ิตามหลกั ธรรม เพื่ออยรู่ ่วมกันอยา่ งสันติสขุ
มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธารงรักษาพระพุทธศาสนา
หรอื ศาสนาท่ีตนนับถือ
สาระท่ี ๒ หน้าทีพ่ ลเมอื ง วฒั นธรรม และการดาเนนิ ชีวติ ในสงั คม
มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม และธารง
รกั ษาประเพณแี ละวัฒนธรรมไทย ดารงชีวิตอยรู่ ่วมกันในสังคมไทย และ สังคมโลกอยา่ งสนั ตสิ ขุ
มาตรฐาน ส ๒.๒ เขา้ ใจระบบการเมืองการปกครองในสงั คมปัจจุบนั ยดึ มั่น ศรทั ธา และธารงรกั ษาไว้
ซึ่งการปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข
โรงเรียนวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔
สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์ หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๘
มาตรฐาน ส.๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภคการใช้
ทรัพยากรท่ีมีอยู่จากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการ
ดารงชวี ิตอย่างมดี ลุ ยภาพ
มาตรฐาน ส.๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความ
จาเป็นของการรว่ มมอื กันทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก
สาระที่ ๔ ประวัติศาสตร์
มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วธิ กี ารทางประวัติศาสตรม์ าวเิ คราะห์เหตุการณ์ตา่ ง ๆ อยา่ งเปน็ ระบบ
มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้านความสัมพันธ์และ
การเปลย่ี นแปลงของเหตุการณ์อยา่ งต่อเนื่อง ตระหนักถงึ ความสาคญั และสามารถ วเิ คราะห์ผลกระทบท่ีเกดิ ขน้ึ
มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย มีความรัก ความภูมิใจ
และธารงความเป็นไทย
สาระที่ ๕ ภมู ิศาสตร์
มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลก และความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซ่ึงมีผล ต่อกัน
และกัน ใชแ้ ผนทแ่ี ละเครื่องมือทางภมู ิศาสตร์ ในการคน้ หา วเิ คราะห์ และสรปุ ขอ้ มูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์
ตลอดจนใชภ้ มู ิสารสนเทศอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับส่ิงแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิดการ
สร้างสรรค์วิถีการดาเนินชีวิต มีจิตสานึกและมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมเพ่ือการพัฒนาที่
ย่ังยืน
กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษา และพลศึกษา
สาระท่ี ๑ การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของมนษุ ย์
มาตรฐาน พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาติของการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนษุ ย์
สาระที่ ๒ ชีวิตและครอบครัว
มาตรฐาน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคณุ คา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมที กั ษะในการดาเนนิ ชีวิต
สาระที่ ๓ การเคลือ่ นไหว การออกกาลงั กาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกฬี าสากล
มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มที ักษะในการเคล่อื นไหว กิจกรรมทางกาย การเลน่ เกม และกฬี า
มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกาลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา ปฏิบัติเป็นประจาอย่าง
สม่าเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้าใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน และช่ืนชมในสุนทรียภาพของ
การกีฬา
สาระท่ี ๔ การสรา้ งเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกันโรค
มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดารงสุขภาพ การป้องกันโรค
และการสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพเพ่อื สขุ ภาพ
โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๙
สาระที่ ๕ ความปลอดภัยในชีวิต
มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเส่ียง พฤติกรรมเส่ียงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ การใช้ยา
สารเสพติด และความรนุ แรง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ
สาระท่ี ๑ ทัศนศลิ ป์
มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคดิ สร้างสรรค์ วิเคราะห์ วพิ ากษ์
วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจาวนั
มาตรฐาน ศ ๑.๒ เขา้ ใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณคา่ งาน
ทัศนศลิ ป์ท่ีเป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถ่นิ ภูมปิ ญั ญาไทย และสากล
สาระท่ี ๒ ดนตรี
มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
ดนตรี ถา่ ยทอดความรสู้ ึก ความคิดตอ่ ดนตรอี ยา่ งอสิ ระ ช่นื ชม และประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวัน
มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของดนตรีที่
เป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถิน่ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล
สาระที่ ๓ นาฏศิลป์
มาตรฐาน ศ ๓.๑ เข้าใจ และแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่า
นาฏศลิ ป์ถา่ ยทอดความรูส้ ึก ความคิดอยา่ งอสิ ระ ช่ืนชม และประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวนั
มาตรฐาน ศ ๓.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เห็นคุณค่า
ของนาฏศลิ ป์ที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมปิ ญั ญาไทยและสากล
กล่มุ สาระการเรยี นร้กู ารงานอาชพี
สาระท่ี ๑ การดารงชีวิตและครอบครวั
มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทางาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการ
จัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทางานร่วมกัน และทักษะ การแสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และ
ลกั ษณะนิสยั ในการทางาน มีจติ สานึก ในการใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากร และสิ่งแวดล้อมเพื่อการดารงชีวติ และครอบครวั
สาระที่ ๒ การออกแบบและเทคโนโลยี
มาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจเทคโนโลยีและกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสรา้ งส่งิ ของเครื่องใช้ หรือ
วิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ เลือกใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม
ส่ิงแวดลอ้ ม และมสี ่วนร่วม ในการจัดการเทคโนโลยีทย่ี ง่ั ยืน
โรงเรียนวัดดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๐
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
สาระที่ ๑ ภาษาเพอื่ การสอ่ื สาร
มาตรฐาน ต ๑.๑ เข้าใจและตีความเร่ืองที่ฟังและอ่านจากส่ือประเภทต่าง ๆ และแสดงความคิดเห็น
อยา่ งมีเหตุผล
มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนขอ้ มูลขา่ วสาร แสดงความรู้สึก และ
ความคิดเหน็ อย่างมีประสิทธภิ าพ
มาตรฐาน ต ๑.๓ นาเสนอข้อมลู ขา่ วสาร ความคดิ รวบยอ และความคิดเห็นในเร่อื งตา่ ง ๆ โดยการพูด
และการเขยี น
สาระท่ี ๒ ภาษาและวัฒนธรรม
มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใช้
ไดอ้ ย่างเหมาะสมกบั กาลเทศะ
มาตรฐาน ต ๒.๒ เขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา
กับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
สาระท่ี ๓ ภาษากับความสมั พันธก์ ับกลุม่ สาระการเรยี นร้อู ่ืน
มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน และเป็น
พ้นื ฐานในการพัฒนา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทศั น์ของตน
สาระท่ี ๔ ภาษากับความสมั พันธก์ ับชมุ ชนและโลก
มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ตา่ งๆ ทั้งในสถานศกึ ษา ชุมชน และสังคม
มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพ้ืนฐานในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และ
การแลกเปล่ยี นเรยี นรู้กบั สงั คมโลก
โรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๑
โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่าง้ิว
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่าง้ิว พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) ได้กาหนดโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้ผู้สอนและ
ผู้ที่เกยี่ วขอ้ งในการจัดการเรียนรตู้ ามหลักสูตรของสถานศึกษามีแนวปฏบิ ัติ ดังนี้
ระดบั การศกึ ษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่าง้ิว พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๓ จดั ระดับการศกึ ษา ดังนี้
ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖) การศึกษาระดับน้ีเป็นช่วงแรกของการศึกษาภาคบังคับ
มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคานวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร กระบวน
การเรียนรทู้ างสังคม และพ้ืนฐานความเปน็ มนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวติ อย่างสมบรู ณแ์ ละสมดุล ทั้งในดา้ นรา่ งกาย
สติปัญญา อารมณ์ สงั คม และวฒั นธรรม โดยเนน้ จดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ
การจัดเวลาเรียน
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่าง้ิว พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ได้จัดเวลาเรียนตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่มสาระ และ
กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน โดยจดั ให้เหมาะสมตามบรบิ ท จุดเนน้ ของโรงเรยี น และสภาพของผ้เู รียน ดงั น้ี
ระดับประถมศึกษา (ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ – ๖) จดั เวลาเรยี นเป็นรายปี โดยมเี วลาเรยี นวันละ ๖ ชว่ั โมง
โครงสร้างหลักสตู ร
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่างิ้ว พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ประกอบด้วยโครงสร้างเวลาเรียน และโครงสร้างหลักสูตร
ช้นั ปี ดังนี้
๑. เวลาเรียน เป็นโครงสร้างที่แสดงรายละเอียดในภาพรวม โครงสร้างเวลาเรียนของแต่ละกลุ่มสาระ
การเรยี นรู้ ๘ กลุม่ สาระ ท่ีเป็นเวลาเรียนรายวิชาพนื้ ฐาน เวลาเรียนรายวิชาเพมิ่ เติม และเวลาในการจัดกิจกรรมพฒั นา
ผู้เรียน จาแนกแต่ละชน้ั ปี ในระดับประถมศกึ ษา ดังน้ี
โรงเรยี นวัดดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๒
โครงสร้างเวลาเรียนตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา
โครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่างว้ิ พุทธศักราช ๒๕๖๔ (ฉบบั ปรบั ปรุงพุทธศักราช ๒๕๖๐)
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑
กลุ่มสาระการเรยี นร้/ู รายวขิ า/ กจิ กรรม เวลาเรียน(ชั่วโมง/ปี)
ระดับประถมศกึ ษา
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ ป. ๑ ป. ๒ ป. ๓ ป. ๔ ป. ๕ ป. ๖
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วิทยาศาสตร์ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ประวัตศิ าสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาต่างประเทศ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
รวมเวลาเรยี น (พน้ื ฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
รายวิชาเพ่มิ เตมิ
ภาษาอังกฤษ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
คอมพิวเตอร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
การงานอาชีพ - - - ๔๐ ๔๐ ๔๐
รวมเวลาเรียน (เพิม่ เตมิ ) ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมนักเรียน
- กิจกรรมลกู เสือ/เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ชมุ นุม ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
กิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
รวมเวลาเรียนทั้งหมด ๑,๐๘๐ ชว่ั โมง/ปี ๑,๑๒๐ ชัว่ โมง/ปี
หมายเหตุ ๑. กจิ กรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์ จัดบรู ณาการในรายวชิ าและกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น โดยจัด
ทั้งในเวลาและนอกเวลาเรยี น ๒. หลักสตู รต้านทุจรติ (หลักสูตรการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน) ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน
ของสถานศึกษา โดยบูรณาการการเรยี นการสอนกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรียนวดั ดงป่าง้ิว สานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๓
โครงสรา้ งหลกั สตู รโรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้วิ
เป็นโครงสร้างท่ีแสดงรายละเอียดเวลาเรียนของรายวิชาพ้ืนฐาน รายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมและกิจกรรม
พัฒนาผู้เรียนในแตล่ ะชน้ั ปี
โครงสร้างหลักสตู รชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชัว่ โมง/ปี) (ชว่ั โมง/สปั ดาห์)
รหสั วชิ า รายวิชาพื้นฐาน ๘๔๐ ๒๑
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐ ๕
ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๒๐๐ ๕
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๑ ๘๐ ๒
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๑ ๘๐ ๒
ส ๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑ ๔๐ ๑
พ ๑๑๑๐๑ สขุ ศึกษา และพลศึกษา ๑ ๔๐ ๑
ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ ๔๐ ๑
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๔๐ ๑
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๑๒๐ ๓
รหัสวชิ า รายวชิ าเพมิ่ เติม ๑๒๐ ๓
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอื่ การเรยี นรู้ ๑ ๘๐ ๒
ว ๑๑๒๐๑ คอมพวิ เตอร์เพอื่ การค้นคว้า ๑ ๔๐ ๑
รหสั กิจกรรม กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น ๑๒๐ ๓
ก ๑๑๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๑
กจิ กรรมนกั เรียน (๘๐) (๒)
ก ๑๑๙๐๒ ลูกเสอื /เนตรนารี ๔๐ ๑
ก ๑๑๙๐๓ ชมุ นุม (วถิ ีพทุ ธ) ๓๐ ๑
ก ๑๑๙๐๔ กจิ กรรมเพ่ือสังคม ๑๐ ผนวก
และสาธารณประโยชน์ ในกจิ กรรมชุมนุม
รวมเวลาเรียนทั้งหมดตามโครงสรา้ งหลักสตู ร ๑,๐๘๐ ๒๗
หมายเหตุ ๑. กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ จัดบูรณาการในรายวิชาและกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น โดย
จัดทงั้ ในเวลาและนอกเวลาเรียน
๒. หลักสูตรตา้ นทุจรติ (หลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน) ใช้ในการจดั การเรยี นการสอนของสถานศึกษา
โดยบูรณาการการเรยี นการสอนกบั กล่มุ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๔
โครงสรา้ งหลกั สตู รช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๒
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชว่ั โมง/ปี) (ช่วั โมง/สปั ดาห์)
รหัสวิชา รายวชิ าพ้ืนฐาน ๘๔๐ ๒๑
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๒๐๐ ๕
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ ๒๐๐ ๕
ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๒ ๘๐ ๒
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๒ ๘๐ ๒
ส ๑๒๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๒ ๔๐ ๑
พ ๑๒๑๐๑ สุขศกึ ษา และพลศึกษา ๒ ๔๐ ๑
ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ ๔๐ ๑
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ ๔๐ ๑
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๒ ๑๒๐ ๓
รหัสวิชา รายวิชาเพม่ิ เติม ๑๒๐ ๓
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การเรยี นรู้ ๒ ๘๐ ๒
ว ๑๒๒๐๑ คอมพวิ เตอร์เพือ่ การคน้ คว้า ๒ ๔๐ ๑
รหัสกจิ กรรม กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน ๑๒๐ ๓
ก ๑๒๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๑
กจิ กรรมนกั เรียน (๘๐) (๒)
ก ๑๒๙๐๒ ลูกเสอื /เนตรนารี ๔๐ ๑
ก ๑๒๙๐๓ ชมุ นุม(วถิ ีพุทธ) ๓๐ ๑
ก ๑๒๙๐๔ กิจกรรมเพ่ือสงั คม ๑๐ ผนวก
และสาธารณประโยชน์ ในกิจกรรมชุมนุม
รวมเวลาเรียนท้ังหมดตามโครงสร้างหลักสูตร ๑,๐๘๐ ๒๗
หมายเหตุ ๑. กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ จัดบูรณาการในรายวิชาและกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน โดย
จัดทั้งในเวลาและนอกเวลาเรียน
๒. หลักสูตรต้านทจุ รติ (หลกั สูตรการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน) ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอนของสถานศกึ ษา
โดยบรู ณาการการเรียนการสอนกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรียนวัดดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๕
โครงสรา้ งหลักสูตรช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๓
รายวิชา/กจิ กรรม เวลาเรียน
(ชว่ั โมง/ปี) (ช่วั โมง/สปั ดาห์)
รหสั วชิ า รายวชิ าพ้ืนฐาน ๘๔๐ ๒๑
ท๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๒๐๐ ๕
ค๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ ๒๐๐ ๕
ว๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๓ ๘๐ ๒
ส๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๓ ๘๐ ๒
ส๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๓ ๔๐ ๑
พ๑๓๑๐๑ สุขศกึ ษา และพลศกึ ษา ๓ ๔๐ ๑
ศ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ ๔๐ ๑
ง๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ ๔๐ ๑
อ๑๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๑๒๐ ๓
รหัสวชิ า รายวิชาเพ่ิมเติม ๑๒๐ ๓
อ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอื่ การเรียนรู้ ๓ ๘๐ ๒
ว๑๓๒๐๑ คอมพวิ เตอร์เพอ่ื การคน้ คว้า ๓ ๔๐ ๑
รหสั กิจกรรม กจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน ๑๒๐ ๓
ก๑๓๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๑
กจิ กรรมนกั เรยี น (๘๐) (๒)
ก๑๓๙๐๒ ลูกเสอื /เนตรนารี ๔๐ ๑
ก๑๓๙๐๓ ชมุ นุม(วถิ ีพุทธ) ๓๐ ๑
ก๑๓๙๐๔ กิจกรรมเพ่ือสงั คม ๑๐ ผนวก
และสาธารณประโยชน์ ในกิจกรรมชุมนุม
รวมเวลาเรยี นท้ังหมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร ๑,๐๘๐ ๒๗
หมายเหตุ ๑. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ จัดบูรณาการในรายวิชาและกิจกรรมพฒั นาผู้เรียน โดย
จัดทั้งในเวลาและนอกเวลาเรียน
๒. หลักสตู รต้านทจุ รติ (หลกั สตู รการศึกษาข้นั พื้นฐาน) ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอนของสถานศกึ ษา
โดยบรู ณาการการเรยี นการสอนกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรียนวดั ดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๖
โครงสรา้ งหลักสตู รช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน
(ชั่วโมง/ปี) (ชวั่ โมง/สปั ดาห์)
รหัสวิชา รายวชิ าพน้ื ฐาน ๘๔๐ ๒๑
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๑๖๐ ๔
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ ๑๖๐ ๔
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๔ ๑๒๐ ๓
ส ๑๔๑๐๑ สังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๔ ๘๐ ๒
ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔ ๔๐ ๑
พ ๑๔๑๐๑ สขุ ศึกษา และพลศึกษา ๔ ๘๐ ๒
ศ ๑๔๑๐๑ ศลิ ปะ ๔ ๘๐ ๒
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ ๔๐ ๑
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๘๐ ๒
รหสั วิชา รายวชิ าเพิ่มเติม ๑๖๐ ๔
อ ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนรู้ ๔ ๘๐ ๒
ว ๑๔๒๐๑ คอมพิวเตอร์เพื่อการค้นควา้ ๔ ๔๐ ๑
ง ๑๔๒๐๑ การปลูกพืช ๔๐ ๑
รหสั กจิ กรรม กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๑๒๐ ๓
ก ๑๔๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๑
กจิ กรรมนกั เรียน (๘๐) (๒)
ก ๑๔๙๐๒ ลกู เสอื /เนตรนารี ๔๐ ๑
ก ๑๔๙๐๓ ชมุ นมุ (วถิ ีพุทธ) ๓๐ ๑
ก ๑๔๙๐๔ กจิ กรรมเพ่ือสังคม ๑๐ ผนวก
และสาธารณประโยชน์ ในกิจกรรมชมุ นุม
รวมเวลาเรียนทง้ั หมดตามโครงสรา้ งหลกั สูตร ๑,๑๒๐ ๒๘
หมายเหตุ ๑. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ จัดบูรณาการในรายวิชาและกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น โดย
จดั ทงั้ ในเวลาและนอกเวลาเรยี น
๒. หลกั สตู รต้านทุจริต (หลักสตู รการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน) ใช้ในการจดั การเรียนการสอนของสถานศึกษา
โดยบูรณาการการเรียนการสอนกบั กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรียนวัดดงป่าง้ิว สานักงานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๗
โครงสร้างหลักสูตรชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕
รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น
(ชว่ั โมง/ปี) (ชว่ั โมง/สัปดาห)์
รหัสวิชา รายวิชาพ้ืนฐาน ๘๔๐ ๒๑
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๑๖๐ ๔
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๑๖๐ ๔
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๕ ๑๒๐ ๓
ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๕ ๘๐ ๒
ส ๑๕๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๕ ๔๐ ๑
พ ๑๕๑๐๑ สขุ ศกึ ษา และพลศกึ ษา ๕ ๘๐ ๒
ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ ๘๐ ๒
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๔๐ ๑
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ ๘๐ ๒
รหสั วิชา รายวชิ าเพ่ิมเติม ๑๖๐ ๔
อ ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการเรยี นรู้ ๕ ๘๐ ๒
ว ๑๕๒๐๑ คอมพวิ เตอร์เพ่ือการค้นควา้ ๕ ๔๐ ๑
ง ๑๕๒๐๑ การเลย้ี งไก่ไข่ ๔๐ ๑
รหสั กิจกรรม กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ๑๒๐ ๓
ก ๑๕๙๐๑ กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๑
กิจกรรมนกั เรยี น (๘๐) (๒)
ก ๑๕๙๐๒ ลูกเสือ/เนตรนารี ๔๐ ๑
ก ๑๕๙๐๓ ชมุ นมุ (วิถพี ุทธ) ๓๐ ๑
ก ๑๕๙๐๔ กจิ กรรมเพ่ือสังคม ๑๐ ผนวก
และสาธารณประโยชน์ ในกจิ กรรมชมุ นุม
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมดตามโครงสรา้ งหลักสูตร ๑,๑๒๐ ๒๘
หมายเหตุ ๑. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ จัดบูรณาการในรายวิชาและกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น โดย
จดั ทัง้ ในเวลาและนอกเวลาเรยี น
๒. หลักสูตรตา้ นทุจริต (หลกั สตู รการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน) ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอนของสถานศกึ ษา
โดยบูรณาการการเรียนการสอนกับกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
โรงเรยี นวัดดงป่าง้ิว สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๘
โครงสรา้ งหลักสตู รชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖
รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น
(ชว่ั โมง/ปี) (ชว่ั โมง/สัปดาห)์
รหัสวิชา รายวชิ าพืน้ ฐาน ๘๔๐ ๒๑
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๑๖๐ ๔
ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖ ๑๖๐ ๔
ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๖ ๑๒๐ ๓
ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ๖ ๘๐ ๒
ส ๑๖๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๖ ๔๐ ๑
พ ๑๖๑๐๑ สขุ ศกึ ษา และพลศึกษา ๖ ๘๐ ๒
ศ ๑๖๑๐๑ ศลิ ปะ ๖ ๘๐ ๒
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๔๐ ๑
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖ ๘๐ ๒
รหสั วชิ า รายวิชาเพิ่มเติม ๑๖๐ ๔
อ ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพื่อการเรยี นรู้ ๖ ๘๐ ๒
ว ๑๖๒๐๑ คอมพิวเตอรเ์ พื่อการคน้ ควา้ ๖ ๔๐ ๑
ง ๑๖๒๐๒ การเพาะเห็ด ๔๐ ๑
รหัสกิจกรรม กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๑๒๐ ๓
ก ๑๔๙๐๑ กจิ กรรมแนะแนว ๔๐ ๑
กจิ กรรมนักเรียน (๘๐) (๒)
ก ๑๔๙๐๒ ลกู เสือ/เนตรนารี ๔๐ ๑
ก ๑๔๙๐๓ ชมุ นมุ (วถิ พี ุทธ) ๓๐ ๑
ก ๑๔๙๐๔ กจิ กรรมเพื่อสังคม ๑๐ ผนวก
และสาธารณประโยชน์ ในกจิ กรรมชมุ นุม
รวมเวลาเรียนทัง้ หมดตามโครงสร้างหลกั สูตร ๑,๑๒๐ ๒๘
หมายเหตุ ๑. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ จัดบูรณาการในรายวิชาและกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น โดย
จดั ทั้งในเวลาและนอกเวลาเรยี น
๒. หลักสตู รตา้ นทจุ รติ (หลกั สูตรการศึกษาขนั้ พื้นฐาน) ใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอนของสถานศกึ ษา
โดยบูรณาการการเรียนการสอนกับกลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
โรงเรียนวดั ดงป่าง้ิว สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๙
กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ - ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖
โรงเรียนวดั ดงป่างิ้ว สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๒๐
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ การอา่ น
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสร้างความรแู้ ละความคิดเพ่ือนาไปใชต้ ัดสินใจ แก้ปัญหาในการ
ดาเนนิ ชวี ิตและมีนิสยั รักการอ่าน
สาระที่ ๒ การเขยี น
มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ ระบวนการเขียน เขียนส่อื สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี นเร่ืองราวใน
รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมลู สารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อยา่ งมีประสิทธิภาพ
สาระที่ ๓ การฟัง การดู และการพดู
มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลอื กฟงั และดูอยา่ งมวี ิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สกึ
ในโอกาสตา่ งๆ อยา่ งมวี ิจารณญาณ และสร้างสรรค์
สาระที่ ๔ หลกั การใชภ้ าษาไทย
มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษาและพลงั ของ
ภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา และรกั ษา ภาษาไทยไว้เปน็ สมบตั ิของชาติ
สาระที่ ๕ วรรณคดี และวรรณกรรม
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเหน็ คุณค่า
และนามาประยุกต์ใช้ในชวี ติ จรงิ
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
รายวชิ าพืน้ ฐาน จานวน ๒๐๐ ชวั่ โมง
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๑ จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จานวน ๑๖๐ ชัว่ โมง
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๒ จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง
จานวน ๑๖๐ ชั่วโมง
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๓
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๔
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๕
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖
โรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๒๑
คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง
ศกึ ษาการอ่านและเขียนพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ตัวเลขไทย การสะกดคา การอ่านแบบแจกลูก และ
การอ่านเป็นคา การอ่านและการเขียนตัวสะกดที่ตรงตามมาตราและไม่ตรงตามมาตรา การผันวรรณยุกต์ และ
ความหมายของคา ข้อความ และประโยค คาที่มีรูปวรรณยุกต์และไม่มีรูปวรรณยุกต์ เร่ืองสั้น วิธีอ่านร้อยแก้วและ
บทอาขยาน มารยาทในการพูดสื่อสารในชีวิตประจาวัน การฟังคาแนะนา คาส่ัง และการปฏิบัติอย่างมีมารยาท
การพูดแสดงความคิดเห็นตามความเป็นจรงิ และใชถ้ อ้ ยคาอย่างสุภาพต่อสง่ิ ท่ฟี ัง อ่าน หรอื ดู ศกึ ษาการคดิ วิเคราะห์
จากการอ่านหรือฟังวรรณกรรม มีมารยาทในการอ่านและท่องจาบทอาขยานตามที่กาหนดให้ เขียนเรื่องจากภาพ
และบอกข้อคิดของวรรณกรรมร้อยแกว้ และร้อยกรองสาหรบั เด็ก
โดยใช้การฝึกทักษะกระบวนการทางภาษา ท้ังในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เป็น
กระบวนการคดิ มที กั ษะทางภาษา ทกั ษะการสอ่ื สาร ใชภ้ าษาเป็นเคร่ืองมือในการถา่ ยทอดวัฒนธรรม พัฒนาผเู้ รยี น
ให้เปน็ คนมีเหตผุ ล สรุปเร่ืองราวอยา่ งมีกฎเกณฑ์ ใชภ้ าษาในการแสดงหาความรู้
เพ่ือให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน ค้นคว้าหา
ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ อย่างสม่าเสมอ ซักถามและสืบค้นเพื่อหาข้อมูล มีความรอบคอบในการทางาน
ใชภ้ าษาไทยไดอ้ ย่างถูกตอ้ งเหมาะสม มมี ารยาทในการพูด การอ่าน การเขียน และการฟัง
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๑๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตัวช้วี ัด
โรงเรียนวัดดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๒๒
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง
อ่านออกเสียง ความหมายของคา คาคล้องจอง บทร้อยกรองง่ายๆ อ่านจับใจความ นิทาน เร่ืองเล่าส้ันๆ
บทเพลงและบทร้อยกองง่ายๆ เรื่องราวในบทเรียน ข่าวและเหตุการณ์ประจาวัน อ่านหนังสือตามความสนใจ การ
อ่านข้อเขียนเชิงอธิบายและปฏิบัติตามคาส่ังหรือข้อเสนอแนะ การคัดลายมือ การเขียนเร่ืองส้ันเก่ียวกับ
ประสบการณ์ ตามจินตนาการ การฟัง และปฏิบัติตามคาแนะนาคาส่ังทีซับซ้อนเล่าเร่ืองท่ฟี ัง และดู พูดแสดงความ
คิดเห็น สาระสาคัญของเร่ืองที่ฟังและดู การพูดแสดงความรู้สึกจากเร่ืองที่ฟังและดู จากเร่ืองเล่า สารคดี นิทาน
การ์ตนู เร่ืองขบขนั เพลง การพูดส่อื สารแนะนาตนเอง พูดขอความช่วยเหลือ ขอบคุณ คาขอโทษ การพูดขอรอ้ งใน
โอกาสต่างๆ ประสบการณ์ในชีวิตประจาวัน การบอกและเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย การเขียน
สะกดคา การแจกลูก การอ่าน เช่น คามาตราตัวสะกดท่ีตรงและไม่ตรงตามมาตรการผันอักษรกลาง อักษรสูง และ
อักษรตา่ คาทมี่ ีตัวการันต์ พยัญชนะควบกล้า อักษรนา คาที่มคี วามหมายตรงข้ามกนั คาท่ีมี รร ความหมายของคา
การแต่งประโยค เรียบเรียงประโยคเป็นข้อความสั้นๆ บอกลักษณะคาคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทย มาตรฐานและ
ภาษาถิ่นได้เหมาะสม การเลือกใชข้ ้อคิดจากการอ่านนิทาน เรื่องส้ันง่ายๆ ปรศิ นาคาทาย บทอาขยาน บทร้อยกรอง
วรรณคดีและวรรณกรรมในบทเรียน ร้องบทร้องเล่นในท้องถ่ิน ท่องจาบทอาขยานตามท่ีกาหนดและบทร้อยกรอง
ตามความสนใจ
โดยใช้การฝึกทักษะกระบวนการทางภาษา ท้ังในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เป็น
กระบวนการคดิ มีทกั ษะทางภาษา ทักษะการส่ือสาร ใชภ้ าษาเป็นเครอื่ งมือในการถา่ ยทอดวัฒนธรรม พัฒนาผู้เรยี น
ใหเ้ ป็นคนมเี หตุผล สรปุ เรอ่ื งราวอยา่ งมกี ฎเกณฑ์ ใชภ้ าษาในการแสดงหาความรู้
เพ่ือให้เกิดเจตคติท่ีดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย ต้ังใจเรียนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน ค้นคว้าหา
ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ อย่างสมา่ เสมอ ซักถามและสืบค้นเพื่อหาข้อมูล มีความรอบคอบในการทางาน ใช้
ภาษาไทยได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสม มีมารยาทในการพูด การอ่าน การเขยี น และการฟัง
มาตรฐาน/ตัวชวี้ ัด
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ช้วี ัด
โรงเรียนวัดดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๒๓
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชัว่ โมง
ศึกษา อธิบาย และอ่านออกเสยี งคา ข้อความ เรื่องส้ันๆ และบทรอ้ ยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคา
และขอ้ ความที่อ่านต้งั คาถาม ตอบคาถามเชิงเหตุผล ลาดบั เหตกุ ารณ์ คาดคะเนเหตุการณ์สรุปความรูข้ ้อคิดจากเรื่อง
ท่ีอ่าน เพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวันเลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่าเสมอและนาเสนอเร่ืองท่ีอ่านอ่าน
ข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคาสั่งหรือข้อแนะนาอธิบายความหมายของข้อมูลจากแผนภาพ แผนท่ี และ
แผนภูมิ มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจาวัน เขียน
เรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด เล่ารายละเอียดบอกสาระสาคัญต้ัง
คาถาม ตอบคาถาม พูดแสดงความคดิ เหน็ ความร้สู ึก พูดสอ่ื สารได้ชดั เจนตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ มีมารยาทในการฟัง
การดูและการพูด ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคาและบอกความหมายของคาระบุชนิด หน้าที่ของคา
ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคา แต่งประโยคง่ายๆ แต่งคาคล้องจอง คาขวัญ ตลอดจนเลือกใช้ภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาถ่ินไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ
โดยใช้การฝึกทักษะกระบวนการทางภาษา ทั้งในด้านการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน
เป็นกระบวนการคิด มีทักษะทางภาษา ทักษะการสื่อสาร ใช้ภาษาเป็นเคร่ืองมือในการถ่ายทอดวัฒนธรรม พัฒนา
ผเู้ รียนใหเ้ ป็นคนมีเหตผุ ล สรปุ เรอ่ื งราวอย่างมีกฎเกณฑ์ ใชภ้ าษาในการแสดงหาความรู้
เพื่อให้เกิดเจตคติท่ีดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน ค้นคว้าหา
ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ อย่างสม่าเสมอ ซักถามและสืบค้นเพ่ือหาข้อมูล มคี วามรอบคอบในการทางาน ใช้
ภาษาไทยได้อย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม มมี ารยาทในการพดู การอ่าน การเขยี น และการฟัง
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตัวชี้วัด
โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพนื้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๒๔
คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง
ศึกษา และฝึกทักษะทางภาษาผ่านกระบวนการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพูด การอ่านออก
เสียงบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยค และสานวน อ่านเร่ืองส้ันๆ ตามเวลาที่กาหนด
ตอบคาถาม แยกข้อเท็จจริง ขอ้ คดิ เห็น คาดคะเนเหตุการณ์จากเร่ืองที่อ่านโดยระบุเหตุผลประกอบ สรปุ ความรู้และ
ข้อเท็จจริง คัดลายมือตัวบรรจง เขียนส่ือสารด้วยแผนภาพโครงเร่ือง แผนภาพความคิด ย่อความ เขียนจดหมาย
ส่วนตัว เขียนบันทึก เขียนรายงาน เขียนเร่ืองตามจินตนาการ จาแนกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็นจากการฟังและดู พูด
สรุปความ พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึก ตั้งคาถามตอบเชิงเหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นท่ี
ศกึ ษา สะกดคา บอกความหมายของคา ระบุชนิดและหน้าท่ขี องคาในประโยค การใชพ้ จนานุกรม แตง่ บทรอ้ ยกรอง
คาขวัญ และบอกความหมายของสานวน เปรียบเทียบภาษาไทยกบั ภาษาถิ่น พร้อมท้ังระบุข้อคดิ จากนิทานพื้นบ้าน
นิทานคติธรรม อธบิ ายข้อคิดจากการอ่าน เพ่ือนาไปใชใ้ นชีวิตจริง ร้องเพลงพื้นบา้ น ทอ่ งจาบทอาขยาน และบทร้อย
กรองทมี่ ีคณุ ค่าตามความสนใจ มนี สิ ัยรักการอ่าน มีมารยาทในการอ่าน เขยี น ฟงั ดู และการพดู
โดยใช้กระบวนการอา่ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
วิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกข้อเท็จจริง กระบวนการค้นคว้า กระบวนการใช้เทคโนโลยีในการส่ือสาร
กระบวนการใชท้ กั ษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บนั ทึก การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทกั ษะการฟัง การดแู ละ
การพูด พดู แสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด
เพื่อให้เกิดเจตคติท่ีดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน ค้นคว้าหา
ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ อย่างสม่าเสมอ ซักถามและสืบคน้ เพื่อหาข้อมูล มีความรอบคอบในการทางาน ใช้
ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม มมี ารยาทในการพดู การอา่ น การเขยี น และการฟัง
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวช้ีวัด
โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๒๕
คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ชวั่ โมง
ศกึ ษา ระบุ อธิบาย และอ่านออกเสยี งบทร้อยแก้ว บทร้อยกรอง ความหมายของคา ประโยค และข้อความ
ท่ีเป็นการบรรยาย การพรรณนา ความหมายโดยนยั แยกข้อเทจ็ จรงิ ขอ้ คดิ เหน็ วเิ คราะหแ์ สดงความคดิ เห็น อา่ นงาน
เขียนเชิงอธบิ าย คาสั่ง ข้อแนะนา และปฏิบัติตาม เลือกอ่านหนังสือท่ีมีคุณค่าตามความสนใจ มีมารยาทในการอ่าน
คัดลายมือด้วยตัวบรรจงเตม็ บรรทัด และครึ่งบรรทัด เขยี นสือ่ สาร เขียนแผนภาพโครงเร่อื ง แผนภาพความคดิ เขยี น
ย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครอง และญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความคิดเห็น กรอกแบบรายการต่าง ๆ
เขียนเรื่องตามจินตนาการมีมารยาทในการเขียน รวมท้ังฝกึ ทักษะการฟัง การดู และการพูด พูดแสดงความรู้ ความ
คิดเห็นความรู้สึก ต้ังคาถาม ตอบคาถาม วิเคราะห์ความ พูดรายงาน และมีมารยาทในการฟังการดู การพูด
ตลอดจนระบุชนิดและหน้าท่ีของคาในประโยค จาแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐาน
กับภาษาถิน่ ใชค้ าราชาศัพท์ บอกคาภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย และแต่งบทร้อยกรองใชส้ านวนไดถ้ ูกต้อง
โดยใชก้ ระบวนการอา่ น กระบวนการเขยี น กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
วิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกข้อเท็จจริง กระบวนการค้นคว้า กระบวนการใช้เทคโนโลยีในการส่ือสาร
กระบวนการใชท้ ักษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บนั ทกึ การต้ังคาถาม ตอบคาถาม ใช้ทกั ษะการฟัง การดูและ
การพูด พดู แสดงความคดิ เห็น กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด
เพ่ือให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย ตั้งใจเรียน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน ค้นคว้าหา
ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ อย่างสม่าเสมอ ซักถามและสืบค้นเพ่ือหาข้อมูล มคี วามรอบคอบในการทางาน ใช้
ภาษาไทยไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม มีมารยาทในการพูด การอา่ น การเขยี น และการฟัง
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตัวชีว้ ดั
โรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๒๖
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ เวลา ๑๖๐ ชั่วโมง
ศึกษา อธิบาย แยก และอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง ความหมายของคา ประโยคและ
ข้อความท่ีเป็นโวหารอ่านเรื่องส้ัน ๆอย่างหลากหลาย ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องท่ีอ่านวิเคราะห์และแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีอ่านเพื่อนาไปใช้ในการดาเนินชีวิตอ่านงานเขียน เชิงอธิบาย คาส่ัง ข้อแนะนา และ
ปฏิบัติตามอธิบายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนท่ี แผนภูมิและกราฟเลือกอ่านหนังสือตามความ
สนใจและอธิบายคุณค่าท่ีได้รับมีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียน
สื่อสารโดยใช้คาได้ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสมเขียนแผนภาพโครงเร่ืองและแผนภาพความคิดเพ่ือใช้พัฒนางาน
เขยี นเขียนเรียงความ เขยี นยอ่ ความจากเรอื่ งอา่ นเขยี นจดส่วนตัวกรอกแบบรายการต่าง ๆเขียนเรือ่ งตามจินตนาการ
และสร้างสรรค์มีมารยาทในการเขียน ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์
ของเร่ืองท่ีฟังและดูตั้งคาถามและตอบคาถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดูวิเคราะห์ความน่าเช่ือถือจากเรื่องท่ีฟัง
และดูส่ือโฆษณาอย่างมีเหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนาพูด
โน้มน้าวอย่างมีเหตุผลและน่าเชื่อถือมีมารยาทในการฟังการดูและการพูด ฝึกวิเคราะห์ชนิดและหน้าท่ีของคาใน
ประโยคใช้คาได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคลรวบรวมและบอกความหมายของคาภาษา ต่างประเทศที่ใช้ใน
ภาษาไทยระบุลักษณะของประโยคแต่งบทร้อยกรองวิเคราะห์เปรียบเทียบสานวนที่เป็นคาพังเพยและสุภาษิต
รวมทง้ั แสดงความคิดเหน็ จากวรรณคดหี รือวรรณกรรมที่อา่ นเล่านิทานพ้ืนบ้านท้องถ่นิ ตนเองและนิทานพ้ืนบ้านของ
ท้องถิ่นอ่ืน คุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมท่ีอ่านและนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตลอดจนท่องจาบทอาขยาน
ตามทีก่ าหนดและบทร้อยกรอง
โดยใชก้ ระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
วิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกข้อเท็จจริง กระบวนการค้นคว้า กระบวนการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร
กระบวนการใช้ทกั ษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บนั ทึก การตั้งคาถาม ตอบคาถาม ใชท้ กั ษะการฟัง การดแู ละ
การพดู พดู แสดงความคดิ เห็น กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด
เพ่ือให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียนวิชาภาษาไทย ตั้งใจเรียนและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียน ค้นคว้าหา
ความรู้จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ อย่างสม่าเสมอ ซักถามและสืบค้นเพื่อหาข้อมูล มีความรอบคอบในการทางาน
ใชภ้ าษาไทยไดอ้ ย่างถูกต้อง เหมาะสม มีมารยาทในการพดู การอา่ น การเขียน และการฟงั
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวม ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตัวชว้ี ัด
โรงเรยี นวดั ดงป่าง้ิว สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๒๗
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ - ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖
โรงเรียนวัดดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๒๘
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ ๑ จานวนและพชี คณิต
มาตรฐาน ค. ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจานวน ระบบจานวน การดาเนินการของ
จานวน ผลทีเ่ กดิ ขนึ้ จากการดาเนนิ การ สมบตั ขิ องการดาเนินการ และนาไปใช้
มาตรฐาน ค. ๑.๒ เข้าใจและวิเคราะห์แบบรปู ความสัมพนั ธ์ ฟงั ก์ชัน ลาดบั และอนกุ รม และนาไปใช้
สาระท่ี ๒ การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. ๒.๑ เข้าใจพ้ืนฐานเก่ียวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งท่ีต้องการวัด และ
นาไปใช้
มาตรฐาน ค. ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์ระหว่างรูป
เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนาไปใช้
สาระที่ ๓ สถิตแิ ละความน่าจะเป็น
มาตรฐาน ค. ๓.๑ เข้าใจกระบวนการทางสถติ ิ และใช้ความรทู้ างสถิติในการแกป้ ญั หา
มาตรฐาน ค. ๓.๒ เขา้ ใจหลกั การนับเบ้ืองต้น ความนา่ จะเปน็ และนาไปใช้
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
รายวิชาพื้นฐาน จานวน ๒๐๐ ช่ัวโมง
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ จานวน ๒๐๐ ช่วั โมง
จานวน ๒๐๐ ชั่วโมง
ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ จานวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ จานวน ๑๖๐ ช่ัวโมง
จานวน ๑๖๐ ชัว่ โมง
ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒
ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๓
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๕
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕
ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๖
ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖
โรงเรยี นวดั ดงป่างิ้ว สานักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๒๙
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง
ศึกษาการอ่านและการเขยี นตวั เลขเลขฮินดูอารบิก ไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับ ๑ ถงึ ๑๐๐ และ ๐
การแสดงจานวนไม่เกิน ๒๐ ในรูปความสัมพันธ์ของจานวนแบบส่วนย่อย – ส่วนรวม การบอกอันดับท่ี หลัก ค่า
ประจาหลัก และค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจานวนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจานวน
นบั ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ โดยใช้เคร่ืองหมาย = ≠ > < การเรียงลาดับจานวนนับ ๑ ถึง ๑๐๐ และ ๐ ตัง้ แต่ ๓ ถึง ๕
จานวน ความหมายของการบวก การลบ การหาผลบวก ผลลบ การหาตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์ โจทย์
ปัญหาการบวก การลบ การสร้างโจทย์ปัญหา รูปเรขาคณิตสองมิติ และสามมิติ แบบรูปของจานวนท่ีเพ่ิมข้ึนหรือ
ลดลงทีละ ๑ ทีละ ๑๐ แบบรูปซ้าของจานวน รูปเรขาคณิตและรูปอื่นๆ การวดั ความยาว โดยใช้หน่วยท่ีไมใ่ ช่หน่วย
มาตรฐาน การวัด และเปรียบเทียบความยาวเป็นเซนติเมตร เป็นเมตร โจทย์ปัญหาเก่ียวกับความยาวท่ีมีหน่วยเป็น
เซนติเมตร เป็นเมตร การวัดน้าหนัก โดยใช้หน่วยท่ีไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน การวัด และเปรียบเทียบน้าหนักเ ป็น
กโิ ลกรมั เปน็ ขีด โจทยป์ ญั หาเกย่ี วกับนา้ หนักท่ีมีหน่วยเปน็ กิโลกรัม เป็นขดี การอา่ นแผนภูมริ ูปภาพ
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการบอกจานวน จาแนก วัด เปรียบเทียบ เรียงลาดับจานวน หาค่า
ของตัวไม่ทราบคา่ หาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คณู หารระคน แสดงวธิ ีหาคาตอบ ระบุจานวนทหี่ ายไปในแบบรปู และใช้
ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบบูรณาการกระบวนการคิดสร้างสรรค์ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสร้างความตระหนัก การให้เหตุผลอิง หลักการการฝึก
ปฏิบัตผิ ่านการจัดการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการระหว่างกลุ่มสาระ
เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ในสถานการณ์ต่างๆ มีความสามรถในการคิด
แกป้ ัญหา ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มัน่ ในการทางานทางคณติ ศาสตร์ และนาทกั ษะทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในชีวติ ประจาวนั
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ค ๑.๒ ป.๑/๑
ค ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ค ๒.๒ ป.๑/๑
ค ๓.๑ ป.๑/๑
รวม ๕ มาตรฐาน ๑๐ ตัวชวี้ ดั
โรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพ้นื ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๓๐
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นร้คู ณิตศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชวั่ โมง
ศึกษาการบอกจานวนของสิ่งต่างๆ แสดงสิ่งต่างๆ ตามจานวนท่ีกาหนด การอ่านและเขียนตัวเลข
ฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย ตัวหนังสือแสดงจานวนนับไม่เกิน ๒,๐๐๐ และ ๐ การเปรียบเทียบจานวนนับไม่เกิน
๑,๐๐๐ และ ๐ โดยใช้เคร่ืองหมาย = ≠ > < การเรียงลาดับจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ ตั้งแต่ ๓ ถึง ๔
จานวนจากสถานการณ์ต่างๆ การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวก และประโยค
สัญลักษณ์แสดงการลบของจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยค สัญลักษณ์
แสดงการคูณของจานวน ๑ หลักกับจานวนไม่เกิน ๒ หลัก การหาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดง
การหารท่ีตัวตง้ั ไม่เกิน ๒ หลัก ตวั หาร ๑ หลัก โดยท่ีผลหารมี ๑ หลกั ทั้งหารลงตัว และหารไม่ลงตัว การหาผลลัพธ์
การบวก ลบ คูณ หารระคนของจานวนนับไม่เกนิ ๑,๐๐๐ และ ๐ การแสดงวธิ หี าคาตอบของโจทยป์ ญั หา ๒ ข้นั ตอน
ของจานวนนับไม่เกิน ๑,๐๐๐ และ ๐ แบบรูปของจานวนที่เพิ่มข้ึนหรือลดลงทีละ ๒ ทีละ ๕ และทีละ ๑๐๐
แบบรูปซ้า การแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลาที่มีหน่วยเดียวและเป็นหน่วยเดียวกัน การวัดและ
การเปรียบเทียบความยาวเป็นเมตรและเซนตเิ มตร การแสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ญั หา การบวก การลบเกี่ยวกับ
ความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร การวัดและเปรียบเทียบน้าหนักเป็นกิโลกรัมและกรัม กิโลกรัมและขีด
การแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบเกย่ี วกับน้าหนักทีม่ หี นว่ ยเป็นกิโลกรมั และกรัม กิโลกรมั และ
ขีด การวัดและเปรียบเทียบปริมาตรและความจุเป็นลิตร การจาแนกและบอกลักษณะของรูปหลายเหล่ียมและ
วงกลม การใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเมื่อกาหนดรูป ๑ รูป แทน ๑ หน่วย
๕ หน่วย หรือ ๑๐ หน่วย
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการบอกจานวน จาแนก วัด เปรียบเทียบ เรียงลาดับจานวน หาค่า
ของตัวไมท่ ราบค่า หาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคน แสดงวิธีหาคาตอบ ระบจุ านวนที่หายไปในแบบรูป และใช้
ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบบูรณาการกระบวนการคิดสร้างสรรค์ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสร้างความตระหนัก การให้เหตุผลอิง หลักการการฝึก
ปฏิบตั ผิ ่านการจดั การเรยี นรแู้ บบบูรณาการระหวา่ งกลมุ่ สาระ
เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ในสถานการณ์ต่างๆ มีความสามรถในการคิด
แก้ปญั หา ใฝเ่ รยี นรู้ ม่งุ ม่นั ในการทางานทางคณติ ศาสตร์ และนาทักษะทางคณิตศาสตรไ์ ปใช้ในชีวิตประจาวนั
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ค ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ค ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖
ค ๒.๒ ป.๒/๑
ค ๓.๑ ป.๒/๑
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชี้วดั
โรงเรียนวัดดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพนื้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๓๑
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ กล่มุ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์
ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ช่วั โมง
อ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบิก ตัวเลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐
เปรียบเทียบ และเรียงลาดับจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ จากสถานการณ์ต่างๆ บอกการอ่านและเขียน
เศษส่วนที่แสดงปรมิ าณส่ิงตา่ งๆ และแสดงสิ่งต่างๆ ตามเศษส่วนทกี่ าหนด เปรียบเทยี บเศษส่วนที่ตวั เศษเท่ากัน โดย
ท่ีตัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสัญลักษณ์แสดงการบวกและการลบของ
จานวนนบั ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาค่าของตัวไม่ทราบค่าในประโยคสญั ลักษณ์แสดงการคณู ของจานวน ๑ หลัก
กบั จานวนไม่เกิน ๔ หลักและจานวน ๒ หลักกบั จานวน ๒ หลัก หาคา่ ของตัวไม่ทราบคา่ ในประโยคสัญลกั ษณ์แสดง
การหารท่ีตัวต้ังไม่เกิน ๔ หลัก ตัวหาร ๑ หลัก และหาผลลัพธ์การบวก ลบ คูณ หารระคน และแสดงวิธีการหา
คาตอบของโจทย์ปัญหา ๒ ข้ันตอนของจานวนนับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ หาผลบวกและแสดงวิธีหาคาตอบของ
โจทย์ปัญหาการบวกของเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันและผลบวกไม่เกิน ๑ และหาผลลบพร้อมทั้งแสดงวิธีหาคาตอบ
ของโจทย์ปัญหาการลบของเศษสว่ นที่มีตวั ส่วนเท่ากัน ระบุจานวนที่หายไปในแบบรูปของจานวนท่ีเพ่มิ ขึ้นหรือลดลง
ทีละเท่าๆ กัน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับเงิน เวลา และระยะเวลา เลือกใช้เคร่ืองมือความยาวที่
เหมาะสม วัดและบอกความยาวของส่ิงต่างๆ เป็นเซนติเมตร และมิลลิเมตร เมตร และเซนติเมตร คาดคะเนความ
ยาวเป็นเมตรและเป็นเซนติเมตร เปรียบเทียบความยาวและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับระหว่าง
เซนติเมตรกับมิลลิเมตร เมตรกับเซนติเมตร กิโลเมตรกับเมตร จากสถานการณ์ต่างๆ เลือกใช้เคร่ืองช่ังท่ีเหมาะสม
และบอกน้าหนักเป็นกิโลกรัมและขีด กิโลกรัมและกรัม คาดคะเนน้าหนักเป็นกิโลกรัมและเป็นขีด เปรียบเทียบ
น้าหนักและแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับน้าหนักท่ีมีหน่วยเป็นกิโลกรัมกบั กรัม เมตริกตันกับกิโลกรัม
จากสถานการณ์ต่างๆ เลือกใช้เคร่ืองตวงท่ีเหมาะสม วัดและเปรียบเทียบปริมาตร ความจุเป็นลิตร และมิลลิลิตร
คาดคะเน และแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตรและความจุเป็นลิตรและมิลลิเมตร ระบุรูป
เรขาคณิตสองมิติท่มี ีแกนสมมาตรและจานวนแกนสมมาตร เขียนแผนภูมิรปู ภาพและใช้ข้อมลู จากแผนภูมิรูปภาพใน
การหาคาตอบของโจทย์ปัญหา เขียนตารางทางเดียวจากข้อมลู ท่ีเป็นจานวนนับและใช้ข้อมูลจากตารางทางเดียวใน
การหาคาตอบของโจทยป์ ญั หา
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการบอกจานวน จาแนก วัด เปรียบเทียบ เรียงลาดับจานวน หาค่า
ของตวั ไมท่ ราบค่า หาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคน แสดงวธิ ีหาคาตอบ ระบจุ านวนที่หายไปในแบบรปู และใช้
ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบบูรณาการกระบวนการคิดสร้างสรรค์ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสร้างความตระหนัก การให้เหตุผลอิง หลักการการฝึก
ปฏบิ ัตผิ า่ นการจัดการเรียนรู้แบบบรู ณาการระหวา่ งกล่มุ สาระ
เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ในสถานการณ์ต่างๆ มีความสามรถในการคิด
แก้ปญั หา ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งม่นั ในการทางานทางคณิตศาสตร์ และนาทกั ษะทางคณิตศาสตร์ไปใช้ในชีวิตประจาวนั
โรงเรียนวดั ดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๓๒
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ค ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒ ,ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗ ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐,ป.๓/๑๑
ค ๑.๒ ป.๓/๑
ค ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗ ป.๓/๘, ป.๓/๙, ป.๓/๑๐ ป.๓/๑๑, ป.
๓/๑๒, ป.๓/๑๓
ค ๒.๒ ป.๓/๑
ค ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๘ ตัวช้ีวดั
โรงเรียนวัดดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๓๓
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่วั โมง
ศึกษาการอ่านและเขียนตัวเลขฮินดูอารบกิ ตวั เลขไทย และตัวหนังสือแสดงจานวนนับท่ีมากกว่า๑๐๐,๐๐๐
และ ๐ หลัก ค่าประจาหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลัก การเขียนตัวเลขแสดงจานวนในรูปกระจาย การ
เปรียบเทียบและเรยี งลาดับจานวนนับท่ีมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ค่าประมาณของจานวนนับ การใช้เคร่ืองหมาย ≈ การ
บวก การลบ การคณู การหาร การประมาณผลลัพธ์ การหาตัวไมท่ ราบค่าในประโยคสัญลกั ษณ์ โจทย์ปัญหาการบวก
การลบ การคูณ และการหาร แบบรูปของจานวนที่เกิดจากการคูณ การหารด้วยจานวนเดียวกัน เส้นตรง ส่วนของ
เส้นตรง ส่วนประกอบของมุม ชนิดของมุม การวัดและการสร้างมุม ชนิดและสมบัติของรูปส่ีเหล่ียมมุมฉาก โจทย์
ปญั หาเก่ียวกับความยาวรอบรูป และพื้นท่ีของรูปส่ีเหลี่ยมมมุ ฉาก ความหมาย การอ่านและการเขียนเศษส่วน และ
จานวนคละท่ีตัวส่วนตัวหน่ึงเป็นพหุคูณของอีกตัวหน่ึง ความหมาย การอ่านและการเขียนทศนิยมไม่เกินสาม
ตาแหน่งหลัก ค่าประจาหลักและค่าของเลขโดดในแต่ละหลักของทศนิยม การเขียนทศนิยมในรูปกระจาย การ
เปรียบเทียบ และเรียงลาดับทศนิยม การบวก การลบเศษส่วน และจานวนคละท่ีตัวส่วนตัวหน่ึงเป็นพหุคูณของอีก
ตัวหนึ่ง โจทย์ปัญหาการบวก การลบเศษส่วน และจานวนคละ การบวก การลบทศนิยมไม่เกินสามตาแหน่ง โจทย์
ปัญหาการบวก การลบทศนิยม การบอกระยะเวลาเป็นวินาที นาที ช่ัวโมง วัน สัปดาห์ เดือน ปี การเปรียบเทียบ
ระยะเวลา โดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยเวลา การอ่านตารางเวลา โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเวลา การเก็บรวบรวม
ข้อมูล และการจาแนกข้อมลู การอ่าน และการเขียนแผนภูมิแท่ง (ไมร่ วมการยน่ ระยะ) การอา่ นตารางสองทาง
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการบอกจานวน จาแนก วัด เปรียบเทียบ เรียงลาดับจานวน หาค่า
ของตัวไม่ทราบค่า หาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคน แสดงวิธีหาคาตอบ ระบุจานวนทีห่ ายไปในแบบรูป และใช้
ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบบูรณาการกระบวนการคิดสร้างสรรค์ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสร้างความตระหนัก การให้เหตุผลอิง หลักการการฝึก
ปฏิบัติผา่ นการจดั การเรยี นร้แู บบบูรณาการระหวา่ งกลมุ่ สาระ
เพ่ือให้ผู้เรียนมีทักษะในการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ในสถานการณ์ต่างๆ มีความสามรถในการคิด
แก้ปัญหา ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่นั ในการทางานทางคณิตศาสตร์ และนาทกั ษะทางคณิตศาสตร์ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘, ป.๔/๙,
ป.๔/๑๐,ป.๔/๑๑,ป.๔/๑๒, ป.๔/๑๓, ป.๔/๑๔, ป.๔/๑๕, ป.๔/๑๖
ค ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ค ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒
ค ๓.๑ ป.๔/๑
รวม ๔ มาตรฐาน ๒๒ ตัวชี้วดั
โรงเรยี นวัดดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๓๔
คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ค ๑๕๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๕ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง
ศึกษา ฝึกทักษะการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การบวก การลบ การคูณ และการหารของโจทย์ปัญหา
จานวนนับและ ๐ การบวก การลบ การคูณ การหารเศษส่วนและจานวนคละ โจทย์ปัญหาเศษส่วน เศษส่วนที่ตัว
ส่วนเปน็ ตวั ประกอบของ ๑๐ หรอื ๑๐๐ หาความสัมพันธร์ ะหว่างเศษส่วนและทศนยิ ม – ค่าประมาณของทศนิยมไม่
เกิน ๓ ตาแหน่งที่จานวนเตม็ ทศนิยม ๑ ตาแหน่ง และ ๒ ตาแหน่ง การใช้เคร่อื งหมาย ≈ การแก้โจทยป์ ัญหาโดยใช้
บัญญัติไตรยางศ์ การเปรียบเทียบเศษส่วนและจานวนคละ การบวก การลบของเศษส่วนและจานวนคละ การคูณ
การหารของเศษส่วนและจานวนคละ การบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วนและจานวนคละ การแก้โจทย์ปัญหา
เศษส่วนและจานวนคละ การประมาณ ผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหารทศนิยม การคูณ การหาร
ทศนิยมการแก้โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ทศนิยม การอ่านและการเขยี นร้อยละหรือเปอร์เซ็นต์ การแกโ้ จทย์ปัญหาร้อยละ
แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกีย่ วกับความยาวระหวา่ งหน่วยความยาวเซนติเมตรกับมิลลิเมตร โดยใช้ความรู้
เร่อื งการเปลี่ยนหน่วยและทศนิยม แสดงวิธีหาคาตอบของโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั นา้ หนกั ระหวา่ งหน่วยน้าหนักกโิ ลกรัม
กับกรัม โดยใช้ความรู้เร่ืองการเปลี่ยนหน่วยและทสนิยม การแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับปริมาตร
ของทรงสี่เหล่ียมมมุ ฉากและความจุของภาชนะทรงสเี่ หล่ียมมุมฉาก การแสดงวิธหี าคาตอบของโจทย์ปญั หาเกี่ยวกับ
ความยาวรอบรปู ของรูปสเี่ หลี่ยมและพ้ืนทขี่ องรูปสี่เหลีย่ มดา้ นขนานและรูปสเ่ี หลยี่ มขนมเปียกปูน สร้างเส้นตรงหรือ
ส่วนของเส้นตรง เส้นต้ังฉากและสญั ลักษณ์แสดงการต้ังฉากเส้นขนาน สญั ลักษณแ์ สดงการขนาน การสร้างเสน้ ขนาน
มุมแย้ง มุมภายในและมุมภายนอกท่ีอยู่บนข้างเดียวกันของเส้นตัดขวาง การจาแนกรูปส่ีเหล่ียม โดยพิจารณาจาก
สมบัติของรูป การสร้างรูปส่ีเหลี่ยมชนิดตา่ งๆ เม่ือกาหนดความยาวของดา้ นและขนาดของมุมหรือเมือ่ กาหนดความ
ยาวของเส้นทแยงมุม การบอกลกั ษณะปริซึม การใช้ขอ้ มูลจากกราฟเส้นในการหาคาตอบของโจทย์ปัญหา การเขียน
แผนภมู แิ ทง่ จากข้อมลู ท่เี ป็นจานวนนับ
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการบอกจานวน จาแนก วัด เปรียบเทียบ เรียงลาดับจานวน หาค่า
ของตวั ไม่ทราบคา่ หาผลลพั ธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคน แสดงวธิ หี าคาตอบ ระบจุ านวนท่ีหายไปในแบบรปู และใช้
ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบบูรณาการกระบวนการคิดสร้างสรรค์ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสร้างความตระหนัก การให้เหตุผลอิง หลักการการฝึก
ปฏบิ ัติผา่ นการจดั การเรยี นร้แู บบบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระ
เพ่ือให้ผู้เรียนมีทักษะในการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ในสถานการณ์ต่างๆ มีความสามรถในการคิด
แกป้ ญั หา ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งม่นั ในการทางานทางคณติ ศาสตร์ และนาทกั ษะทางคณิตศาสตรไ์ ปใช้ในชวี ิตประจาวนั
โรงเรียนวดั ดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๓๕
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ค ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ค ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๒.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔
ค ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๙ ตัวชีว้ ดั
โรงเรยี นวดั ดงปา่ งิ้ว สานักงานเขตพนื้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๓๖
คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน
ค ๑๖๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง
ศึกษา ระบุ เปรียบเทียบ เรียงลาดับเศษส่วน จานวนคละจากสถานการณ์ต่างๆ เขียนอัตราส่วนแสดงการ
เปรียบเทียบปริมาณ ๒ ปริมาณจากข้อความหรือสถานการณ์ โดยที่ปริมาณแต่ละปริมาณเป็นจานวนนับ หา
อัตราสว่ นท่ีเท่ากบั อตั ราส่วนท่กี าหนดให้ หา ห.ร.ม. และ ค.ร.น. ของจานวนนบั ไม่เกิน ๓ จานวน แสดงวิธหี าคาตอบ
ของโจทย์ปัญหาโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับ ห.ร.ม. และ ค.ร.น. หาผลลัพธ์ของการบวก ลบ คูณ หารระคนของเศษส่วน
และจานวนคละ แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเศษส่วน จานวนคละ ๒ – ๓ ขั้นตอน หาผลหารของทศนิยมที่
ตวั หาร และผลหารเปน็ ทศนยิ มไม่เกิน ๓ ตาแหน่ง แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปญั หาการบวก การลบ การคูณ การ
หารทศนิยม ๓ ขั้นตอน แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาอัตราส่วน ปัญหาร้อยละ ๒– ๓ ขั้นตอน แสดงวิธีคิดหา
คาตอบของปัญหาเก่ียวกับแบบรูป แสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเก่ียวกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่
ประกอบด้วยทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก และแสดงวิธีหาคาตอบของโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับความยาวรอบรูปพ้ืนท่ีของรูป
หลายเหล่ียม ความยาวรอบรูปพ้ืนที่ของวงกลม จาแนกรูปสามเหล่ียม โดยพิจารณาจากสมบัติของรูป สร้างรูป
สามเหล่ียมเมื่อกาหนดความยาวของด้าน ขนาดของมุม บอกลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติชนิดต่าง ๆ รูป
เรขาคณิตสามมิติท่ีประกอบจากรูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติ ตลอดจนใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปวงกลมในการหา
คาตอบของโจทยป์ ัญหา
โดยใช้กระบวนการทางคณิตศาสตร์ในการบอกจานวน จาแนก วัด เปรียบเทียบ เรียงลาดับจานวน หาค่า
ของตัวไม่ทราบค่า หาผลลัพธก์ ารบวก ลบ คูณ หารระคน แสดงวธิ หี าคาตอบ ระบจุ านวนท่หี ายไปในแบบรูป และใช้
ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพในการหาคาตอบบูรณาการกระบวนการคิดสร้างสรรค์ กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสร้างความตระหนัก การให้เหตุผลอิง หลักการการฝึก
ปฏบิ ตั ิผา่ นการจดั การเรียนรูแ้ บบบูรณาการระหวา่ งกลุม่ สาระ
เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ในสถานการณ์ต่างๆ มีความสามรถในการคิด
แก้ปญั หา ใฝเ่ รียนรู้ ม่งุ มนั่ ในการทางานทางคณติ ศาสตร์ และนาทกั ษะทางคณิตศาสตรไ์ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ค ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙, ป.๖/๑๐, ป.๖/๑๑
ค ๑.๒ ป.๖/๑
ค ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ค ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
ค ๓.๑ ป.๖/๑
รวม ๕ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชีว้ ดั
โรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๓๗
กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑ - ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖
โรงเรียนวัดดงป่างิ้ว สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๓๘
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี ๑ วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ
มาตรฐาน ว ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงไม่มีชีวิต กับ
ส่ิงมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน
การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติ
และส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมท้ังนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของสิ่งมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การลาเลียงสารเข้า และออก
จากเซลล์ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ทางานสัมพันธ์กัน
ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าท่ี ของอวัยวะต่างๆ ของพืชท่ีทางานสัมพันธ์กัน รวมทั้งนาความรู้ไปใช้
ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสาคัญของการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม
สารพันธกุ รรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มผี ลตอ่ ส่ิงมชี วี ิต ความหลากหลาย ทางชีวภาพและวิวัฒนาการของ
สิ่งมีชวี ิต รวมทั้งนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
สาระที่ ๒ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติ ของการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร
การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี
มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจาวัน ผลของแรงท่ีกระทาต่อวัตถุ ลักษณะ
การเคลอ่ื นทแ่ี บบต่าง ๆ ของวัตถรุ วมทง้ั นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
มาตรฐาน ว ๒.๓ เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจาวัน ธรรมชาติของ คล่ืน ปรากฏการณ์ที่เก่ียวข้องกับ
เสียง แสง และคลืน่ แมเ่ หล็กไฟฟ้า รวมท้ัง นาความรไู้ ปใช้ประโยชน์
สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลักษณะ กระบวนการเกิด และวิวัฒนาการของเอกภพ
กาแล็กซีดาวฤกษ์และระบบสุริยะ รวมท้ังปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะ ท่ีส่งผลต่อส่ิงมีชีวิต และการประยุกต์ใช้
เทคโนโลยีอวกาศ
มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง
ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปล่ียนแปลงลมฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก รวมท้ังผลต่อ
ส่งิ มีชีวิตและสิ่งแวดลอ้ ม
สาระที่ ๔ เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลง
อย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตรค์ ณิตศาสตร์และ ศาสตร์อื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน
โรงเรียนวัดดงปา่ งิ้ว สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๓๙
อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม โดยคานึงถึง
ผลกระทบต่อชวี ติ สังคม และสิง่ แวดลอ้ ม
มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่ีพบในชีวิตจริงอย่างเป็น ขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทนั และมีจริยธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
รายวิชาพน้ื ฐาน จานวน ๘๐ ช่วั โมง
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ จานวน ๘๐ ชั่วโมง
จานวน ๘๐ ชั่วโมง
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๑ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๒ จานวน ๑๒๐ ชั่วโมง
จานวน ๑๒๐ ช่วั โมง
ว ๑๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๒
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๓
ว ๑๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๓
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๔
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๔
ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๕
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๕
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖
ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๖
รายวิชาเพม่ิ เติม จานวน ๔๐ ชัว่ โมง
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ว ๑๑๒๐๑ คอมพวิ เตอร์เพอ่ื การเรียนรู้ ๑ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง
ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๒ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง
จานวน ๔๐ ชั่วโมง
ว ๑๒๒๐๑ คอมพวิ เตอรเ์ พื่อการเรียนรู้ ๒
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๓
ว ๑๓๒๐๑ คอมพวิ เตอร์เพ่อื การเรียนรู้ ๓
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔
ว ๑๔๒๐๑ คอมพิวเตอรเ์ พ่ือการเรยี นรู้ ๔
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๕
ว ๑๕๒๐๑ คอมพวิ เตอรเ์ พื่อการเรียนรู้ ๕
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖
ว ๑๖๒๐๑ คอมพวิ เตอร์เพื่อการเรยี นรู้ ๖
โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๔๐
คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ เวลา ๘๐ ช่วั โมง
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ลักษณะ หน้าท่ี และการดูแลรักษาส่วนต่างๆ ของร่างกายมนุษย์
ลกั ษณะและหน้าท่ีของส่วนต่างๆของสัตว์และพืชรอบตัว และสภาพแวดล้อมในบริเวณที่สัตว์และพืชอาศัยอยู่ ชนิด
และสมบัติของวัสดุท่ีใช้ทาวัตถุรอบตัว การเกิดเสียงและทิศทางการเคล่ือนท่ีของเสียง ลักษณะของหิน และการ
มองเห็นดาวบนท้องฟ้าในเวลากลางวนั และกลางคืน การแก้ปัญหาโดยการลองผิดลองถูก การเปรียบเทียบการเขียน
โปรแกรมอย่างงา่ ยโดยใชซ้ อฟตแ์ วรห์ รือส่อื การใช้งานอปุ กรณ์เทคโนโลยีเบอื้ งต้น การใช้งานซอฟตแ์ วร์เบอ้ื งตน้
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต สารวจตรวจสอบโดยใช้เคร่ืองมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และ
อธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความร้คู วามเขา้ ใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพนื้ ฐาน และ
มที ักษะการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑ ในด้านการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารเบอ้ื งต้น สามารถสื่อสารส่งิ ท่ี
เรยี นรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทางานร่วมกับผู้อ่ืน แสดงข้นั ตอนการแก้ปญั หาอย่างงา่ ย เขียนโปรแกรมโดยใช้
สื่อ สรา้ ง จดั เก็บและเรยี กใชไ้ ฟล์ตามวัตถุประสงค์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
อยา่ งเหมาะสม มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นิยมทเี่ หมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด
ว ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๑.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๒.๓ ป.๑/๑
ว ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒
ว ๓.๒ ป.๑/๑
ว ๔.๒ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
รวม ๗ มาตรฐาน ๑๕ ตัวช้ีวัด
โรงเรยี นวดั ดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๔๑
คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
ศึกษาการเรียรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ลักษณะของส่ิงมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิต ความจาเป็นของแสง และน้า
ต่อการเจริญเติบโตของพืช วัฏจักรชีวิตของพืชดอก สมบัติการดูดซับน้าของวัสดุและการนาไปใช้ประโยชน์ สมบัติ
ของวัสดุท่ีเกิดจากการนาวัสดุมาผสมกัน การเลือกวัสดุมาใช้ทาวัตถุตามสมบัติของวัสดุ การนาวัสดุที่ใช้แล้วกลับมา
ใช้ใหม่ การเคล่ือนท่ีของแสง การมองเห็นวัตถุ การป้องกันอันตรายจาการมองเห็นในบริเวณที่มีแสงสว่างไม่
เหมาะสม ส่วนประกอบและการจาแนกชนิดของดิน การใช้ประโยชน์จากดิน การแสดงขั้นตอน การแก้ปัญหา
การตรวจหาข้อผิดพลาดของโปรแกรม การใช้งานซอฟต์แวร์เบ้ืองต้น การจัดการไฟล์และโฟลเดอร์ การใช้งานและ
ดูแลรักษาอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีในชวี ิตประจาวัน การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภยั
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต สารวจตรวจสอบโดยใช้เคร่ืองมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และ
อธบิ ายผลการสารวจตรวจสอบ เพ่อื ให้เกิดความรูค้ วามเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ ้ันพน้ื ฐาน และ
มีทักษะการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑ ในดา้ นการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารเบื้องต้น สามารถสื่อสารส่ิงที่
เรยี นรู้ มคี วามคิดสรา้ งสรรค์ สามารถทางานร่วมกบั ผู้อน่ื แสดงขน้ั ตอนการแก้ปัญหาอยา่ งงา่ ย เขียนโปรแกรมโดยใช้
ส่ือ สร้าง จดั เกบ็ และเรยี กใช้ไฟล์ตามวตั ถปุ ระสงค์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
อยา่ งเหมาะสม มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มที่เหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ว ๑.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓
ว ๑.๓ ป.๒/๑
ว ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ว ๒.๓ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๓.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒
ว ๔.๒ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
รวม ๖ มาตรฐาน ๑๖ ตัวช้วี ัด
โรงเรียนวัดดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๔๒
คาอธิบายรายวิชาพืน้ ฐาน
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๓ กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ ๓ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ ปัจจัยในการดารงชีวิต และการเจริญเติบโตของมนุษย์และสัตว์ วัฏ
จักรชีวิตของสัตว์ วัตถุประกอบข้ึนจากชิ้นส่วนย่อย ซึ่งสามารถแยกออกจากกันและประกอบกันเป็นวัตถุชิ้นใหม่ได้
การเปลี่ยนแปลงของวัสดุเมื่อทาให้ร้อนข้ึนหรือเยน็ ลง ผลของแรงท่ีมีต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุ แรง
สัมผัสและแรงไมส่ ัมผัส วัสดุท่แี มเ่ หล็กดงึ ดดู ได้ แรงแม่เหลก็ ขั้วแม่เหลก็ การเปล่ียนพลังงานหนง่ึ ไปอกี พลังงานหนึ่ง
การทางานของเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า แหล่งพลังงานในการผลติ ไฟฟ้า การใช้ไฟฟ้าอยา่ งประหยัดและปลอดภัย การเกิด
กลางวัน กลางคืน การข้ึนและตกของดวงอาทิตย์ การกาหนดทิศ ความสาคัญของดวงอาทิตย์ ส่วนประกอบของ
อากาศ ความสาคัญของอากาศ ผลกระทบของมลพิษทางอากาศ การเกิดลม ประโยชน์และโทษของลม การแสดง
ข้ันตอนการแก้ปัญหาดดยใช้เหตุผลเชิงตรรกะเบ้ืองต้น การเขียนโปรแกรมแบบวนซ้าโดยใช้บัตรคาสั่งและการ
ตรวจหาข้อผิดพลาด การใช้อินเทอร์เน็ต และข้อตกลงในการใช้งาน การรวบรวมข้อมูล การประมวลผลข้อมูล
เบ้ืองต้น การนาเสนอข้อมูล เทคโนโลยีในงานด้านต่างๆข้อดีและข้อเสียในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสาร
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต สารวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และ
อธบิ ายผลการสารวจตรวจสอบ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจ มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพืน้ ฐาน และ
มที ักษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี ๒๑ ในดา้ นการใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเบอื้ งต้น สามารถสื่อสารสิง่ ท่ี
เรียนรู้ มคี วามคิดสร้างสรรค์ สามารถทางานร่วมกับผ้อู น่ื แสดงขน้ั ตอนการแก้ปัญหาอย่างง่าย เขียนโปรแกรมโดยใช้
ส่ือ สรา้ ง จดั เก็บและเรียกใช้ไฟลต์ ามวัตถปุ ระสงค์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างเหมาะสม มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมทีเ่ หมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ว ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ว ๒.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๒.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ว ๓.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ว ๔.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
รวม ๗ มาตรฐาน ๒๕ ตัวช้ีวดั
โรงเรียนวัดดงป่าง้ิว สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๔๓
คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา ๑๒๐ ช่วั โมง
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวทิ ยาศาสตร์ การจาแนกส่ิงมชี ีวิตเป็นกลุ่มพืช กลุ่มสตั ว์และกลมุ่ ท่ีไม่ใชพ่ ืชและสัตว์
การจาแนกพชื ออกเปน็ พืชดอกและพชื ไมม่ ีดอก การจาแนกสัตวอ์ อกเปน็ สัตว์มกี ระดุกสนั หลังและสัตวไ์ ม่มกี ระดูกสัน
หลงั ลกั ษณะเฉพาะของสัตว์มีกระดกู สันหลังในกลมุ่ ปลา กลุม่ สัตว์สะเทินนา้ สะเทินบก กลุม่ สตั ว์เลอ้ื ยคลาน กลมุ่ นก
และกลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้านม หน้าที่ของราก ลาต้น ใบและดอกของพืชดอก สมบัติทางกายภาพ ด้านความ
แข็งแรง สภาพยืดหยุ่น การนาความร้อนและการนาไฟฟ้าของวัสดุ การนาสมบัติทางกายภาพของวัสดุไปใช้ใน
ชีวิตประจาวัน สมบัตขิ องสสารท้งั ๓ สถานะ ผลของแรงโน้มถ่วงทมี่ ีตอ่ วัตถุการวัดน้าหนักของวัตถุ มวลของวัตถุท่ีมี
ผลต่อการเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของวัตถุและตัวกลางของแสง การข้ึน – ตกและรูปร่างดวงจันทร์ องค์ประกอบ
ของระบบสุริยะ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการแก้ปัญหา การออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่าย การตรวจหา
ข้อผิดพลาดในโปรแกรม การค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตและการใช้คาคน การประเมินความน่าเชื่อถือของข้อมูล
การรวบรวม นาเสนอข้อมลู และสารสนเทศ
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต สารวจตรวจสอบโดยใช้เคร่ืองมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และ
อธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจ มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ข้ันพนื้ ฐาน และ
มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ ในดา้ นการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสารเบื้องต้น สามารถส่ือสารสง่ิ ท่ี
เรยี นรู้ มคี วามคดิ สร้างสรรค์ สามารถทางานร่วมกบั ผอู้ นื่ แสดงขัน้ ตอนการแกป้ ัญหาอยา่ งง่าย เขยี นโปรแกรมโดยใช้
สอ่ื สรา้ ง จัดเกบ็ และเรียกใช้ไฟล์ตามวตั ถุประสงค์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างเหมาะสม มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ว ๑.๒ ป.๔/๑
ว ๑.๓ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔
ว ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๒.๓ ป.๔/๑
ว ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ว ๔.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕
รวม ๗ มาตรฐาน ๒๑ ตัวช้วี ัด
โรงเรยี นวัดดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๔๔
คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๕ กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ โครงสร้างและลักษณะของส่ิงมีชีวิตที่เหมาะสมในแต่ละแหล่งท่ีอยู่
ความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับส่ิงไม่มีชีวิต การถ่ายทอดลักษณะ
ทางพันธุกรรมของพืช สัตว์ และมนุษย์ การเปลี่ยนสถานะของสสาร การละลายของสารในน้า การเปล่ียนแปลงทาง
เคมี การเปล่ียนแปลงท่ผี นั กลับได้และผันกลับไมไ่ ด้ แรงลัพธ์ แรงเสียดทาน การได้ยินเสยี งผา่ นตวั กลาง ลกั ษณะและ
การเกิดเสียงสูง เสียงต่า เสียงดัง และเสียงค่อย ระดับเสียงและมลพิษทางเสียง ความแตกต่างของดาวเคราะห์และ
ดาวฤกษ์ การใช้แผนท่ีดาว แบบรูปเส้นทางการขึ้น และตกของกลมุ่ ดาวฤกษบ์ นท้องฟ้าในรอบปี ปรมิ าณน้าในแต่ละ
แหล่ง ปริมาณน้าที่มนุษย์สามารถนามาใช้ได้ การใช้น้าอย่างประหยัดและการอนุรักษ์น้า วัฏจักรน้า กระบวนการ
เกิดเมฆ หมอก น้าค้าง และน้าค้างแข็ง กระบวนการเกิดฝน หิมะและลูกเห็บ การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการ
แก้ปัญหา การเขียนรหัสลาลองเพ่ือแสดงวิธีการแก้ปัญหา การออกแบบและการเขียนโปรแกรมแบบมีเงื่อนไขและ
การทางานแบบวนซ้า การใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลข้อมูล การติดต่อส่ือสารผ่านอินเทอร์เน็ต การใช้อินเทอร์เน็ต
ค้นหาขอ้ มูลและการประเมินความนา่ เชื่อถือของข้อมูล อันตรายจากการใช้งานและอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต สารวจตรวจสอบโดยใช้เครื่องมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก และ
อธบิ ายผลการสารวจตรวจสอบ เพือ่ ให้เกิดความรคู้ วามเข้าใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ขั้นพืน้ ฐาน และ
มีทักษะการเรียนรูใ้ นศตวรรษที่ ๒๑ ในดา้ นการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารเบือ้ งต้น สามารถสื่อสารสง่ิ ที่
เรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถทางานร่วมกบั ผ้อู น่ื แสดงขัน้ ตอนการแกป้ ญั หาอยา่ งง่าย เขยี นโปรแกรมโดยใช้
สื่อ สรา้ ง จัดเกบ็ และเรียกใชไ้ ฟลต์ ามวัตถปุ ระสงค์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
อย่างเหมาะสม มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวชี้วัด
ว ๑.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔
ว ๑.๓ ป.๕/๑,ป.๕/๒
ว ๒.๑ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔
ว ๒.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
ว ๒.๓ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
ว ๓.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
ว ๔.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒,ป.๕/๓,ป.๕/๔,ป.๕/๕
รวม ๘ มาตรฐาน ๓๒ ตัวชีว้ ัด
โรงเรยี นวดั ดงปา่ งิ้ว สานักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๔๕
คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ๖ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๑๒๐ ชว่ั โมง
ศึกษาการเรียนรู้แบบนักวิทยาศาสตร์ สารอาหาร การเลือกรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารครบถ้วนใน
สดั ส่วนที่เหมาะสม และปลอดภัยต่อสุขภาพ ระบบย่อยอาหาร การแยกสารผสมโดยการหยิบออก การร่อน การใช้
แมเ่ หล็กดึงดูด การรนิ ออก การกรอง และการตกตะกอน แรงไฟฟา้ ซง่ึ เกิดจากวตั ถุทีผ่ ่านการขัดถู การต่อวงจรไฟฟ้า
อย่างง่าย การต่อเซลล์ไฟฟ้าแบบอนุกรม และการนาไปใช้ประโยชน์ การต่อหลอดไฟฟ้าแบบอนุกรม แบบขนานและ
การนาไปใช้ประโยชน์ การเกิดเงามืดเงามัว ปรากฏการณ์สุริยุปราคา และจันทรุปราคา เทคโนโลยีอวกาศ
กระบวนการเกิดหินอัคนี หินตะกอน หนิ แปร วัฏจกั รหนิ ลกั ษณะและสมบตั ิการใช้ประโยชน์ของหินและแร่ การเกิด
ซากดึกดาบรรพ์ และสภาพแวดลอ้ มในอดีตของซากดกึ ดาบรรพ์ การเกิดลมบก ลมทะเล และมรสุม ผลของมรสมุ ต่อ
การเกิดฤดูของประเทศไทย ลักษณะและผลกระทบของน้าท่วม การกัดเซาะชายฝั่ง ดินถล่ม แผ่นดินไหว สึนามิ
การเกิดและผลกระทบของปรากฏการณ์เรือนกระจก การใช้เหตุผลเชิงตรรกะในการอธิบาย และออกแบบวิธีการ
แก้ปัญหา การออกแบบ การเขียนโปรแกรม และการตรวจหาข้อผิดพลาด การค้นคว้าข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอย่างมี
ประสิทธภิ าพ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการทางานรว่ มกนั
ใช้การสืบเสาะหาความรู้ สังเกต สารวจตรวจสอบโดยใช้เคร่ืองมืออย่างง่าย รวบรวมข้อมูล บันทึก แล ะ
อธิบายผลการสารวจตรวจสอบ เพอ่ื ให้เกิดความรู้ความเขา้ ใจ มที ักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ ้ันพน้ื ฐาน และ
มีทักษะการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ ๒๑ ในดา้ นการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารเบือ้ งตน้ สามารถสื่อสารส่ิงท่ี
เรยี นรู้ มีความคิดสรา้ งสรรค์ สามารถทางานร่วมกับผอู้ ่ืน แสดงขน้ั ตอนการแกป้ ญั หาอย่างงา่ ย เขยี นโปรแกรมโดยใช้
สื่อ สรา้ ง จัดเกบ็ และเรียกใชไ้ ฟลต์ ามวัตถุประสงค์
ตระหนักถึงประโยชน์ของการใช้ความรู้และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการดารงชีวิต ใช้เทคโนโลยี
สารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้งาน ดูแลรักษาอุปกรณ์และใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ
อยา่ งเหมาะสม มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทเี่ หมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ว ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕
ว ๒.๑ ป.๖/๑
ว ๒.๒ ป.๖/๑
ว ๒.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘
ว ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒
ว ๓.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ว ๔.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔
รวม ๗ มาตรฐาน ๓๐ ตัวช้วี ัด
โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๔๖
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเติม
ว ๑๑๒๐๑ คอมพิวเตอรเ์ พื่อการค้นควา้ ๑ กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
ศึกษา ความหมายของข้อมูล แหล่งข้อมูล ลักษณะของข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล ประโยชน์ของข้อมูล
ความหมาย ส่วนประกอบ หน้าท่ี และประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ การควบคุมเมาส์ แป้นพิมพ์ การวางมือบน
แป้นพิมพ์ ส่วนประกอบของโปรแกรม WordPad โปรแกรม Paint แถบเคร่ืองมือ การพิมพ์ข้อความ การกาหนด
แบบอักษร ขนาดอักษร การจัดรูปแบบข้อความ สีข้อความ การกาหนดขนาดกระดาษ การบันทึกข้อมูล การเปิด
แฟ้มข้อมูล และการพมิ พเ์ อกสาร
โดยการสืบค้น รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใกล้ตัว และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ
ตลอดจนสามารถอธิบายสิ่งที่เรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากส่ิงที่ได้เรียน สามารถนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ใน
ชีวติ ประจาวนั และเห็นคณุ ค่า ความสาคัญของชนิ้ งานทส่ี ร้างขน้ึ
ผลการเรยี นรู้
๑. บอกความหมายของขอ้ มลู แหล่งขอ้ มูล ลักษณะของข้อมูล วิธกี ารเก็บรักษาขอ้ มลู ประโยชนข์ องขอ้ มลู
๒. บอกความหมาย ประโยชน์ การใชง้ านคอมพิวเตอร์อยา่ งถกู ต้อง ชอ่ื และหนา้ ทข่ี องอปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์
๓. บอกความหมาย การใช้งาน และการดูแลรักษาเมาสอ์ ย่างง่าย
๔. บอกส่วนตา่ งๆ ของแปน้ พิมพ์ การวางมือ และการใชง้ านแปน้ พมิ พอ์ ยา่ งถูกตอ้ ง
๕. อธิบายการใช้งานโปรแกรม WordPad บอกชื่อและหน้าที่ของแถบเคร่ืองมือ และใช้งานโปรแกรม
WordPad
๖. อธบิ ายการใช้งานโปรแกรม Paint บอกช่อื และหนา้ ที่ของแถบเคร่ืองมือ และใชง้ านโปรแกรม Paint
๗. เห็นคุณคา่ ความสาคญั ของชนิ้ งาน
รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรียนรู้
โรงเรียนวดั ดงปา่ งิ้ว สานักงานเขตพื้นทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๔๗
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
ว ๑๒๒๐๑ คอมพิวเตอรเ์ พ่ือการคน้ คว้า ๒ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๒ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง
ศึกษา ความหมายของข้อมูล แหล่งข้อมูล คุณสมบัติของข้อมูล ประเภทของข้อมูล การเก็บรักษาข้อมูล
ประโยชน์ของข้อมูล ความหมาย หลักการทางาน ส่วนประกอบ หน้าท่ี ประโยชน์ การดูแลรักษาของคอมพิวเตอร์
ความหมาย ส่วนประกอบ และหน้าต่างโปรแกรมวินโดวส์ ความหมาย ประโยชน์และโทษ การใช้งานอินเทอร์เน็ต
โปรแกรม Microsoft Word ช่ือและหนา้ ท่ขี องแถบเครื่องมือ การพิมพข์ ้อความ การกาหนดแบบอกั ษร ขนาดอักษร
การจัดรูปแบบข้อความ สีข้อความ การกาหนดขนาดกระดาษ การบันทึกข้อมูล การเปิดแฟ้มข้อมูล และการพิมพ์
เอกสาร
โดยการสืบค้น รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใกล้ตัว และการอภิปรายเพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ
ตลอดจนสามารถอธิบายส่ิงท่ีเรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากส่ิงที่ได้เรียน สามารถนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ใน
ชวี ิตประจาวนั และเห็นคุณคา่ ความสาคัญของช้นิ งานที่สร้างขน้ึ
ผลการเรียนรู้
๑. บอกความหมายของขอ้ มูล แหลง่ ข้อมูล คณุ สมบตั ิ ประเภท วธิ กี ารเก็บรักษาข้อมูล ประโยชนข์ องข้อมูล
๒. บอกความหมาย หลกั การทางาน ประโยชน์ ชื่อและหนา้ ท่ขี องอุปกรณ์คอมพวิ เตอร์
๓. บอกวธิ กี ารดแู ลรกั ษาคอมพวิ เตอร์ และประโยชนข์ องการดแู ลรกั ษาเคร่อื งคอมพิวเตอร์
๔. บอกความหมาย สว่ นประกอบ และหน้าตา่ งโปรแกรมวนิ โดวส์
๕. บอกความหมาย ประโยชนแ์ ละโทษของอนิ เทอร์เนต็ วธิ ีการใชง้ านเวบ็ ไซต์
๖. อธบิ ายการใช้งาน บอกชือ่ หนา้ ทีข่ องแถบเครื่องมือ และใช้โปรแกรม Microsoft Word พิมพ์ข้อความ
๗. เห็นคณุ คา่ ความสาคญั ของช้นิ งาน
รวมทั้งหมด ๗ ผลการเรยี นรู้
โรงเรียนวดั ดงป่าง้ิว สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๔๘
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
ว ๑๓๒๐๑ คอมพิวเตอร์เพ่ือการค้นควา้ ๓ กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา ๔๐ ชั่วโมง
ศึกษา การค้นหาข้อมูลอย่างมีข้ันตอนและนาเสนอข้อมูลในรูปแบบต่างๆ ความหมายของเทคโนโลยี
สารสนเทศ ข้อมูลกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์ การทางานของคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์รับ
ข้อมูล อุปกรณแ์ สดงผลข้อมูล วธิ ีดแู ลรักษาอุปกรณ์เทคโนโลยสี ารสนเทศ การบันทึกข้อมลู การเปดิ แฟ้มข้อมลู การ
พิมพ์เอกสาร การใช้โปรแกรม Microsoft Word ในการจัดทาเอกสาร สร้างชิ้นงาน และประยุกต์ใช้โปรแกรมให้
สอดคลอ้ งกับกลมุ่ สาระตา่ งๆ
โดยการสืบค้น รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ
ตลอดจนสามารถอธิบายสิ่งที่เรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากสิ่งที่ได้เรียน สามารถนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ใน
ชวี ติ ประจาวนั และเหน็ คุณค่า ความสาคัญของชิ้นงานท่ีสรา้ งขึ้น
ผลการเรียนรู้
๑. คน้ หาขอ้ มูลอย่างมีขั้นตอนและนาเสนอข้อมูลในรปู แบบต่างๆ
๒. บอกความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศ องค์ประกอบของเทคโนโลยีสารสนเทศ ข้อมูลกับเทคโนโลยี
สมัยใหม่
๓. อธบิ ายถึงองค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์ได้
๔. อธบิ ายถงึ การทางานของคอมพิวเตอร์ได้
๕. บอกถึงอปุ กรณ์รับขอ้ มลู อปุ กรณ์แสดงผลขอ้ มลู
๖. บอกวธิ ดี แู ลรักษาอุปกรณเ์ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
๗. สามารถบันทกึ ขอ้ มูล เปดิ แฟม้ ข้อมลู และพิมพเ์ อกสารได้
๘. ใช้งานโปรแกรม Microsoft Word ในการจัดทาเอกสาร สร้างช้ินงาน และประยุกต์ใช้โปรแกรมให้
สอดคล้องกบั กลมุ่ สาระต่างๆ
๙. เห็นคณุ คา่ ความสาคญั ของช้นิ งาน
รวมทง้ั หมด ๙ ผลการเรยี นรู้
โรงเรียนวัดดงปา่ งิ้ว สานักงานเขตพ้ืนทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔
หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๔๙
คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ
ว ๑๔๒๐๑ คอมพิวเตอร์เพ่ือการค้นควา้ ๔ กลุม่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี
ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง
ศึกษาความหมายของข้อมูล แหล่งข้อมูล ประเภทของข้อมูล ประโยชน์ของข้อมูล รวบรวมข้อมูล ชื่อและ
หน้าท่ีของอุปกรณ์ องคป์ ระกอบของคอมพิวเตอร์ การใช้งานคอมพิวเตอร์อย่างถกู วิธี การใชอ้ ินเทอร์เน็ต การใชง้ าน
โปรแกรม Microsoft PowerPoint ในการนาเสนอ จัดรูปแบบ ภาพน่ิง แทรกตารางและแผนภูมิในงานนาเสนอ
นาเสนองานภาพนิ่ง
โดยการสืบค้น รวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใกล้ตัว และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ
ตลอดจนสามารถอธิบายส่ิงที่เรียนรู้ สร้างสรรค์ผลงานจากส่ิงที่ได้เรียน สามารถนาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ใน
ชีวติ ประจาวัน เห็นคณุ ค่า ความสาคัญของชิน้ งานทส่ี ร้างข้นึ
ผลการเรยี นรู้
๑. บอกความหมายของขอ้ มลู แหล่งขอ้ มูล ประเภทของขอ้ มลู ประโยชน์ของข้อมูล และรวบรวมขอ้ มูลได้
๒. บอกช่ือและหนา้ ที่ของอุปกรณ์ องคป์ ระกอบของคอมพวิ เตอร์และใช้งานคอมพวิ เตอรไ์ ด้อย่างถูกวิธี
๓. สืบคน้ ข้อมูลโดยใช้อนิ เทอรเ์ นต็ ได้
๔. ใช้งานโปรแกรม Microsoft PowerPoint ในการนาเสนอ จดั รปู แบบ ภาพน่ิงได้
๕. แทรกตารางและแผนภูมใิ นงานนาเสนอได้
๖. นาเสนองานภาพนิ่งได้
๗. ประยกุ ต์เพ่อื ใช้งานไดแ้ ละเหน็ ความสาคัญของชน้ิ งาน
รวมทง้ั หมด ๗ ผลการเรยี นรู้
โรงเรียนวัดดงป่างิ้ว สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔