The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา2564 โรงเรียนวัดดงป่างิ้ว สพป.ชม.เขต4

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanak2560, 2021-07-25 04:05:21

หลักสูตรสถานศึกษา2564 โรงเรียนวัดดงป่างิ้ว สพป.ชม.เขต4

หลักสูตรสถานศึกษา2564 โรงเรียนวัดดงป่างิ้ว สพป.ชม.เขต4

อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๐๐
ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓ คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน

กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ
เวลา ๑๒๐ ชั่วโมง

ศึกษา บอก ระบุ และปฏบิ ตั ิตามคาสงั่ คาขอร้องที่ฟงั หรืออา่ นคา สะกดคา อา่ นกลุ่มคาประโยค และบทพูด
เข้าจังหวะ (chant) ง่ายๆ ถูกต้องตามหลักการอ่านภาพหรือสัญลักษณ์ตรงตามความหมายของคา กลุ่มคา และ
ประโยคท่ีฟังจากการฟังหรืออ่านประโยค บทสนทนา หรือนิทานง่ายๆ คาส้ันๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคล
คาสั่ง คาขอร้อง ความต้องการง่ายๆ ของตนเอง ขอ และให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเอง เพื่อนตามแบบท่ีฟัง
ความรู้สึกของตนเองเก่ียวกับส่ิงต่างๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง ให้ข้อมูลง่ายๆ เกี่ยวกับตนเองและ
เรื่องใกล้ตัว คาตามประเภทของ บุคคล สัตว์ สิ่งของตามท่ีฟังหรืออ่าน มารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
ชื่อ คาศัพท์ง่ายๆ เก่ียวกับเทศกาล วันสาคัญ งานฉลอง ชวี ิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมท่ีเหมาะสมกับวัย ความแตกต่างของเสียง ตัวอักษร คา กลุ่มคา ประโยคง่ายๆ ของภาษาต่างประเทศ
(ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย คาศัพท์ท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ สถานการณ์ง่ายๆ ท่ีเกิดข้ึนใน
หอ้ งเรยี น รวมทัง้ ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาอังกฤษ) เพ่อื รวบรวมคาศพั ท์ที่เกี่ยวข้อง ใกลต้ วั

โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง ฟัง พูด อ่าน เขียน ถามตอบ
สนทนา โต้ตอบ และใชท้ ่าทาง

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงท่ีเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา วัฒนธรรม
รวมถึงการรวบรวมความรู้ แสวงหาความเพลิดเพลินจากภาษาอังกฤษ สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
เกิดสมรรถนะตามความต้องการของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับ
ผอู้ ่นื ในสังคมได้อย่างมคี วามสขุ ถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ต ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔
ต ๑.๒ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕
ต ๑.๓ ป.๓/๑, ป.๓/๒
ต ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓
ต ๒.๒ ป.๓/๑
ต ๓.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๑ ป.๓/๑
ต ๔.๒ ป.๓/๑

รวม ๘ มาตรฐาน ๑๘ ตัวช้วี ัด

โรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๐๑
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔ คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน

กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

ศึกษา บอก ระบุ และปฏิบัติตามคาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา (instructions) ท่ีฟังหรืออ่านออกเสียงคา
สะกดคา อ่านกลุ่มคา ประโยค ข้อความง่ายๆ และบทพูดเข้าจังหวะ ถกู ต้องตามหลักการอ่าน ภาพ สัญลักษณ์ หรือ
เคร่ืองหมายตรงตามความหมายของประโยค ข้อความสั้นๆที่ฟัง อ่าน ตอบคาถามจากการฟัง การอ่านประโยค
บทสนทนา นิทานง่ายๆ พูด และเขียนโต้ตอบในการสื่อสารระหว่างบุคคลโดยใช้คาส่ัง คาขอร้อง คาขออนุญาต
แสดงความต้องการของตนเอง และขอความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ ขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองเพ่ือน
ครอบครัว รวมทั้งแสดงความรู้สึกของตนเองเก่ียวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบที่ฟัง พูด
วาดภาพแสดงความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวท่ีฟังหรืออ่าน พูดแสดงความคิดเห็นง่ายๆ เก่ียวกับตนเองและเรื่อง
ใกล้ตัว ทาท่าประกอบอย่างสุภาพตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ตอบคาถามเก่ียวกับเทศกาล
วนั สาคัญ งานฉลอง ชีวติ ความเปน็ อยู่ง่ายๆ ของเจา้ ของภาษา การเขา้ ร่วมกิจกรรมทางภาษา วัฒนธรรมท่ีเหมาะสม
กับวัย ตลอดจนบอกถึงความแตกต่างของเสียง ตัวอักษร คา กลุ่มคา ประโยค ข้อความของภาษาต่างประเทศ
(ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย ความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลองตามวัฒนธรรมของเจ้าของ
ภาษากับของไทย ค้นคว้ารวบรวม คาศัพท์ที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น โดยการนาเสนอด้วยการพูดและ
การเขียน ฟัง/พูดในสถานการณท์ ่ีเกดิ ขึ้นในห้องเรียน สถานศกึ ษา ใชภ้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ในการสบื ค้น
และรวบรวมขอ้ มลู ต่างๆ

โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง ฟัง พูด อ่าน เขียน ถามตอบ
สนทนา โต้ตอบ และใชท้ ่าทาง

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา วัฒนธรรม
รวมถึงการรวบรวมความรู้ แสวงหาความเพลิดเพลินจากภาษาอังกฤษ สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
เกิดสมรรถนะตามความต้องการของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับ
ผูอ้ ื่นในสงั คมไดอ้ ย่างมีความสุขถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด ต ๓.๑ ป.๔/๑
ต ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป๔/๔ ต ๔.๑ ป.๔/๑
ต ๑.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป๔/๔, ป๔/๕ ต ๔.๒ ป.๔/๑
ต ๑.๓ ป.๔/๑,ป.๔/๒, ป.๔/๓
ต ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓
ต ๒.๒ ป.๔/๑, ป.๔/๒

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวช้ีวัด

โรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๐๒
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๕ คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน

กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

ศึกษา บอก ระบุ และปฏิบัติตามคาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา ท่ีฟังหรืออ่านออกเสียง ประโยค ข้อความ
บทกลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน วาดภาพสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายตรงตามความหมายของประโยค
ข้อความสน้ั ๆท่ฟี ังหรอื อ่าน บอกใจความสาคัญ ตอบคาถามจากการฟงั หรืออ่านบทสนทนา และนิทานหรือเรื่องส้นั ๆ
พูดและเขียนโต้ตอบในการส่ือสารระหว่างบุคคล โดยใช้คาสั่ง คาขอร้อง คาขออนญุ าต คาแนะนางา่ ยๆ แสดงความ
ต้องการของตนเอง ขอความช่วยเหลือ ตอบรับ ปฏิเสธ การให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ เพ่ือขอและให้
ข้อมูล เกี่ยวกับตนเองเพื่อน ครอบครัว และเรื่องใกล้ตัว แสดงความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว หรือ
กิจกรรมต่างๆ พร้อมทงั้ ใหเ้ หตุผลสั้นๆประกอบ เขียนภาพ แผนผัง และแผนภูมิแสดงข้อมูลต่างๆ ตามทีฟ่ ังหรืออ่าน
รวมทั้งพูดแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ใกล้ตัว ใช้ถ้อยคา น้าเสียง กิริยาท่าทางอย่างสุภาพตามมารยาท
สังคม วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา ตอบคาถาม บอกความสาคัญของเทศกาล วันสาคัญ งานฉลอง ชีวิตความเป็นอยู่
งา่ ยๆ ของเจ้าของภาษา การเขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษา วัฒนธรรมตามความสนใจ บอกความเหมือน/ความแตกต่าง
ระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน และการลาดับคา (order) ตามโครงสร้างของ
ประโยคของภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย บอกความเหมือน/ความแตกตา่ งระหว่างเทศกาล งาน
ฉลองตามวัฒนธรรมของเจ้าของภาษากับของไทย ค้นคว้ารวบรวม คาศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนๆ
นาเสนอด้วยการพูดและเขียน ตลอดจนฟัง พูด อ่าน เขียนในสถานการณ์ต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา
และใชภ้ าษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ) ในการสืบค้น รวบรวมข้อมูล

โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง ฟัง พูด อ่าน เขียน ถามตอบ
สนทนา โตต้ อบ และใชท้ ่าทาง

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา วัฒนธรรม
รวมถึงการรวบรวมความรู้ แสวงหาความเพลิดเพลินจากภาษาอังกฤษ สามารถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
เกิดสมรรถนะตามความต้องการของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับ
ผอู้ ่นื ในสงั คมได้อยา่ งมคี วามสขุ ถกู ต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวชี้วดั ต ๒.๒ ป.๕/๑,ป.๕/๒
ต ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ ต ๓.๑ ป.๕/๑
ต ๑.๒ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ ต ๔.๑ ป.๕/๑
ต ๑.๓ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓ ต ๔.๒ ป.๕/๑
ต ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตวั ชี้วัด

โรงเรยี นวัดดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔

อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ หลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๐๓
ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ คาอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน

กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

ศึกษา บอก ระบุ และปฏิบัติตามคาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา ที่ฟัง และอ่านออกเสียง ข้อความ นิทาน บท
กลอนสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือกประโยค หรือ ข้อความส้ันๆ ตรงตามภาพ สัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายที่
อ่าน บอกใจความสาคัญ ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่าน บทสนทนา นิทานง่ายๆ เร่ืองเล่า โต้ตอบในการส่ือสาร
ระหว่างบุคคล ใช้คาส่ัง คาขอร้อง คาขออนุญาตและให้คาแนะนา แสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับ
และปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ง่ายๆ เพื่อขอ และให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เพ่ือน ครอบครัว และ
เร่ืองใกล้ตัว พูด เขียนแสดงความรู้สึกของตนเองเก่ียวกับเร่ืองต่างๆ ใกล้ตัว หรือกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งให้เหตุผล
สนั้ ๆประกอบ เขยี นภาพ แผนผัง แผนภูมแิ สดงข้อมลู ต่างๆตามที่ฟงั หรืออา่ น แสดงความคิดเห็น เกีย่ วกับเรื่องตา่ งๆ
ใกล้ตัว ใช้ถ้อยคา น้าเสียง กิริยา ท่าทางอย่างสุภาพ เหมาะสมตามมารยาทสังคม วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา ให้
ข้อมูลเก่ียวกับเทศกาล วันสาคัญ งานฉลอง ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา การเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา
วัฒนธรรมตามความสนใจ รวมทั้งบอกความเหมือน ความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้
เครื่องหมายวรรคตอน การลาดับคา ตามโครงสร้าง ประโยค ของภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) และภาษาไทย
ตลอดจนเปรียบเทียบความเหมือน ความแตกต่างระหว่างเทศกาลงานฉลอง ประเพณีของเจ้าของภาษากับของไทย
ค้นคว้ารวบรวม คาศัพท์ท่ีเก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืนๆ จากแหล่งการเรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพูด
การเขียน การใช้ภาษาสอ่ื สารในสถานการณต์ า่ งๆท่ีเกดิ ขนึ้ ในห้องเรยี น สถานศกึ ษา
โดยใช้กระบวนการสอนภาษา และกระบวนการกลุ่มในการฝึกออกเสียง ฟัง พูด อ่าน เขียน ถามตอบ สนทนา
โตต้ อบ และใชท้ ่าทาง

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ สนใจเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา วัฒนธรรม
รวมถึงการรวบรวมความรู้ แสวงหาความเพลิดเพลินจากภาษาอังกฤษ สามรถนาไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน
เกิดสมรรถนะตามความต้องการของหลักสูตร มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในตัวของผู้เรียน และสามารถอยู่ร่วมกับ
ผ้อู ่นื ในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ ถูกต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั ต ๓.๑ ป.๖/๑
ต ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ ต ๔.๑ ป.๖/๑
ต ๑.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕ ต ๔.๒ ป.๖/๑
ต ๑.๓ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓
ต ๒.๒ ป.๖/๑, ป.๖/๒

รวม ๘ มาตรฐาน ๒๐ ตัวชีว้ ัด

โรงเรียนวดั ดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๐๔
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการเรยี นรู้ ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ

ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

ศึกษา และใช้คาส่ังที่ใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง
ประโยคบอกความต้องการเก่ียวกับตนเอง ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง คาสั่งท่ีใช้ในห้องเรียน ข้อความท่ีใช้ใน
การพูดให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง และเร่ืองใกล้ตัว คา ที่มีความหมายสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม
วัฒนธรรมเจ้าของภาษาแสดงกิริยา การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง การใช้ภาษาในการฟัง พูด อ่านใน
สถานการณท์ เี่ กิดขึน้ ในห้องเรียน

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซื่อสตั ย์ ใฝ่เรยี นรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย

เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิง่ ที่เรียนรู้ และนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ในชีวิตประจาวัน

ผลการเรียนรู้
๑. ปฏบิ ัตติ ามคาสงั่ คาขอรอ้ งทฟ่ี ัง
๒. อา่ นออกเสียงตวั อกั ษร คา กล่มุ คา ประโยคง่ายๆ และ บทพดู เข้าจังหวะงา่ ยๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน
๓. บอกความหมายของคา และกลุ่มคาท่ีฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค

บทสนทนาหรอื นทิ านง่ายๆ
รวมท้ังหมด ๓ ผลการเรียนรู้

โรงเรียนวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพ้นื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๐๕
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

อ ๑๒๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การเรียนรู้ ๒ กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ

ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๒ เวลา ๘๐ ช่วั โมง

ศึกษา และใช้คาส่ังที่ใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสียง คา
กลุ่มคา บทอ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองคา ประโยคบทอ่าน บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูล
เกี่ยวกับตนเอง ข้อความที่ใช้ในการพูดให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง และเร่ืองใกล้ตัว คา ท่ีมีความหมายสัมพันธ์กับส่ิง
ต่างๆใกล้ตัว อาหาร เคร่ืองด่ืม วัฒนธรรมเจ้าของภาษาแสดงกิริยา การขอบคุณ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง
กิจกรรมทางภาษา การร้องเพลง การใชภ้ าษาในการฟัง พดู อา่ นในสถานการณท์ ีเ่ กิดข้นึ ในหอ้ งเรยี น

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธิปไตย ซ่อื สัตย์ ใฝ่เรยี นรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย

เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถส่ือสารสิ่งทเ่ี รียนรู้ และนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์ ในชวี ติ ประจาวัน

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัตติ ามคาสั่ง คาขอร้องท่ีฟัง
๒. อา่ นออกเสียงตัวอกั ษร คา กล่มุ คา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพดู เข้าจังหวะง่ายๆ ถูกตอ้ งตามหลักการอ่าน
๓. บอกความหมายของคา และกลุ่มคาท่ีฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค

บทสนทนาหรือนทิ านง่ายๆ
๔. พูดโต้ตอบด้วยคาส้ันๆ ง่ายๆ ในการส่ือสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาส่ัง และคาขอร้องง่ายๆ

บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง พูดขอและใหข้ ้อมูลเก่ียวกบั ตนเองและเพ่อื น บอกความรสู้ ึกของตนเองเกี่ยวกับ
ส่ิงต่างๆ ใกลต้ ัวหรือกิจกรรมต่างๆ ตามแบบทฟี่ งั

๕. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และส่ิงของ
ตามทฟ่ี งั หรืออ่าน

๖. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกช่ือและคาศัพท์ง่ายๆ
เกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ
วัฒนธรรมทเี่ หมาะกับวัย
รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

โรงเรียนวัดดงป่างิ้ว สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๐๖
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

อ ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพือ่ การเรียนรู้ ๓ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง

ศึกษา และใช้คาส่ังที่ใช้ในห้องเรียน ตัวอักษร เสียงตัวอักษร สระ การสะกดคา การอ่านออกเสียง คา
กลุ่มคา บทอ่าน พูดเข้าจังหวะ บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองคา เลือกระบุภาพ ตรงความหมาย บท
สนทนา ให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง ประโยคบอกความต้องการเกี่ยวกับตนเองคา คาสั่งท่ีใช้ในห้องเรียน ข้อความท่ีใช้
ในการพูดให้ข้อมูลความรู้สึกเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว วัฒนธรรมเจ้าของภาษาแสดงกิริยา การขอบคุณ
ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง การใชภ้ าษาในการฟงั พูด อ่านในสถานการณ์ที่เกิดขนึ้ ในหอ้ งเรยี น

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซ่ือสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถงึ ความเปน็ ไทย

เพอ่ื ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิง่ ทีเ่ รียนรู้ และนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวัน

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัตติ ามคาสัง่ คาขอรอ้ งทีฟ่ ัง
๒. บอกความหมายของคา และกลุ่มคาที่ฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค

บทสนทนาหรอื นทิ านงา่ ยๆ
๓. พดู โตต้ อบด้วยคาสนั้ ๆ งา่ ยๆ ในการส่ือสารระหวา่ งบุคคลตามแบบทีฟ่ ัง ใชค้ าสั่ง และคาขอร้องง่ายๆ
๔. บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง พูดขอและให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเพ่ือน บอกความรู้สึกของ

ตนเองเกย่ี วกบั สงิ่ ตา่ งๆ ใกลต้ วั หรือกิจกรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ฟี ัง
๕. พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของ

ตามทฟ่ี ังหรอื อา่ น
๖. พดู และทาทา่ ประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
๗. บอกช่ือ และคาศัพท์ง่ายๆ เก่ียวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ

ภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมทเี่ หมาะกบั วัย
๘. บอกความแตกต่างของเสียงตวั อกั ษร คา กลุ่มคา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาอังกฤษ และภาษาไทย
๙. ฟงั /พูดในสถานการณง์ ่ายๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนในหอ้ งเรยี น

รวมทง้ั หมด ๙ ผลการเรยี นรู้

โรงเรียนวดั ดงป่างิ้ว สานักงานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๐๗
คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

อ ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่ือการเรยี นรู้ ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ

ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ เวลา ๘๐ ชวั่ โมง

ศึกษา และปฏิบัติตามคาสั่ง คาแนะนา คาขอร้องที่ใช้ในห้องเรียน พูดเข้าจังหวะ บทสนทนา ประโยค ให้
ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองคา เลือกระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ตรงความหมาย ตอบคาถามจากการฟังและอ่าน บทสนทนา
พูด เขียน ให้ข้อมูลโต้ตอบเก่ียวกับตนเอง ส่ือสารระหว่างบุคคล ประโยคบอกความตอ้ งการเกี่ยวกับตนเองคา คาสั่ง
ท่ใี ชใ้ นหอ้ งเรยี น ขอ้ ความท่ีใช้ในการพูด เขยี น แสดงความต้องการของตนเอง ให้ข้อมูลความรสู้ ึกเก่ียวกบั ตนเองและ
เร่อื งใกลต้ วั วฒั นธรรมเจ้าของภาษาแสดงกริ ิยา การขอบคณุ ขอโทษ การพูดแนะนาตนเอง คาศัพท์เกีย่ วกบั เทศกาล
เจ้าของภาษา กิจกรรมทางภาษา การร้องเพลง ศึกษาการใช้ภาษาในการฟัง พูดทาท่าประกอบอย่างสุภาพ เข้าร่วม
กิจกรรมทางภาษา อา่ น พูด ในสถานการณ์ทเี่ กิดข้นึ ในหอ้ งเรียน

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซื่อสัตย์ ใฝ่เรียนรู้ แสดงออกถึงความเป็นไทย

เพ่ือให้เกดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถส่อื สารสง่ิ ที่เรียนรู้ และนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ ในชีวติ ประจาวนั

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบัตติ ามคาสั่ง คาขอร้องที่ฟัง
๒. อ่านออกเสียงตัวอกั ษร คา กลุ่มคา ประโยคงา่ ยๆ และ บทพดู เข้าจงั หวะงา่ ยๆ ถูกต้องตามหลกั การอา่ น
๓. บอกความหมายของคา และกลุ่มคาท่ีฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค

บทสนทนาหรอื นทิ านงา่ ยๆ
๔. พูดโต้ตอบด้วยคาส้ันๆ ง่ายๆ ในการสื่อสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาสั่ง และคาขอร้องง่ายๆ

บอกความตอ้ งการงา่ ยๆ ของตนเอง
๕. พูดขอและให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเพ่ือน บอกความรู้สึกของตนเองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ใกล้ตัวหรือ

กจิ กรรมต่างๆ ตามแบบทฟ่ี งั
๖. พูดให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของ

ตามทีฟ่ งั หรืออา่ น
๗. พูดและทาท่าประกอบ ตามมารยาทสังคม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกช่ือและคาศัพท์ง่ายๆ

เกี่ยวกับเทศกาล/วันสาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษา และ
วัฒนธรรมทีเ่ หมาะกบั วัย

๘. บอกความแตกต่างของเสียงตัวอักษร คา กลุ่มคา และประโยคง่ายๆ ของภาษาภาษาอังกฤษ และ
ภาษาไทย

๙. ฟัง/พูดในสถานการณง์ ่ายๆ ที่เกดิ ขึน้ ในหอ้ งเรยี น
รวมทั้งหมด ๙ ผลการเรยี นรู้

โรงเรยี นวัดดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพ้นื ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๐๘
คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ

อ ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การเรยี นรู้ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง

ศึกษา และปฏิบัติตามคาสั่ง คาแนะนา คาขอร้อง คาแนะนาง่ายๆ ท่ีใช้ในห้องเรียน การสะกดคา การอ่าน
ออกเสียง บทสนทนา ประโยค ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองคา เลือกระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ตรงความหมายของ
ประโยค ตอบคาถามจากการฟังและอา่ น บทสนทนา นทิ านง่ายๆ ประโยค พูด เขียนให้ข้อมูลโต้ตอบเกี่ยวกับตนเอง
แสดงความรู้สึก ส่ือสารระหว่างบุคคล ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และกิริยา ประโยคบอกความต้องการเก่ียวกับตนเองคา
คาสั่งท่ีใช้ในห้องเรียน ข้อความท่ีใช้ในการพูด เขียน แสดงความต้องการของตนเอง ให้ข้อมูลความรู้สึกเกี่ยวกับ
ตนเอง และเรื่องใกล้ตัว บอกความเหมือน ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ แสดงความ
คิดเห็นง่ายๆโดยใช้คาศัพท์เหมาะสมกับวัย การใช้ภาษาในการฟัง พูดทาท่าประกอบอย่างสุภาพ เข้าร่วมกิจกรรม
ทางภาษา อา่ น พูด ในสถานการณท์ ่เี กิดขน้ึ ในหอ้ งเรยี น

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซ่ือสตั ย์ ใฝเ่ รยี นรู้ แสดงออกถึงความเป็นไทย

เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถสือ่ สารสงิ่ ทเ่ี รยี นรู้ และนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ในชวี ิตประจาวัน

ผลการเรียนรู้
๑. ปฏิบตั ติ ามคาสั่ง คาขอร้องท่ฟี งั
๒. อา่ นออกเสียงตัวอกั ษร คา กลมุ่ คา ประโยคง่ายๆ และ บทพูดเขา้ จงั หวะงา่ ยๆ ถกู ตอ้ งตามหลักการอ่าน
๓. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค

บทสนทนาหรือนิทานง่ายๆ
๔. พูดโต้ตอบด้วยคาสั้นๆ ง่ายๆ ในการส่ือสารระหว่างบุคคลตามแบบท่ีฟัง ใช้คาสั่งและคาขอร้องง่ายๆ

บอกความต้องการง่ายๆ ของตนเอง
๕. พูดขอและใหข้ ้อมลู เกี่ยวกบั ตนเองและเพื่อน
๖. บอกความรู้สึกของตนเองเกยี่ วกับสิ่งต่างๆ ใกล้ตวั หรอื กิจกรรมต่างๆ ตามแบบทฟ่ี งั
๗. พูดให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และสิ่งของ

ตามที่ฟังหรืออา่ น
๘. พดู และทาทา่ ประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา
๙. บอกช่ือและคาศัพทง์ ่ายๆ เก่ียวกับเทศกาล/วันสาคญั /งานฉลอง และชีวิตความเปน็ อยขู่ องเจ้าของภาษา

เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมท่ีเหมาะกบั วัย
๑๐. บอกความแตกต่างของเสียงตวั อกั ษร คา กล่มุ คา และประโยคง่ายๆ ของภาษาอังกฤษและภาษาไทย
๑๑. ฟัง/พูดในสถานการณ์ง่ายๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในห้องเรียน
๑๒. ใช้ภาษาอังกฤษเพือ่ รวบรวมคาศัพท์ทเ่ี กี่ยวข้องใกลต้ วั

โรงเรียนวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๐๙
๑๓. มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (เน้นการฟัง-พูด) สื่อสารตามหัวเร่ืองเก่ียวกับตนเอง ครอบครัว โรงเรียน
ส่ิงแวดลอ้ มใกล้ตวั อาหาร เครอ่ื งดืม่ เวลาวา่ ง และนันทนาการภายในวงคาศพั ท์ประมาณ ๓๐๐ - ๔๕๐ คา (คาศัพท์
ทีเ่ ป็นรปู ธรรม)
๑๔. ใช้ประโยคคาเดียว (One Word Sentence) ประโยคเด่ียว (Simple Sentence) ในการสนทนาโต้ตอบ
ตามสถานการณ์ในชีวติ ประจาวนั
รวมท้ังหมด ๑๔ ผลการเรยี นรู้

โรงเรียนวดั ดงปา่ งิ้ว สานักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๑๐
คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

อ ๑๕๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่ือการเรยี นรู้ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ

ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ เวลา ๘๐ ช่ัวโมง

ศึกษา และปฏิบัติตามคาส่ัง คาแนะนา คาขอร้อง คาแนะนาง่ายๆ ที่ใช้ในห้องเรียน การสะกดคา การอ่าน
ออกเสียง คา กลมุ่ คา บทอ่าน บทกลอนส้ันๆ บทสนทนา ประโยคถกู ต้องตามหลักการอ่าน ให้ขอ้ มูลเก่ยี วกับตนเอง
คา เลือกระบุภาพ หรือสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายตรงความหมายของประโยค ข้อความส้ันๆ ตอบคาถามจากการ
ฟงั และอ่าน บทสนทนา พูด เขียนให้ขอ้ มูลโต้ตอบเกี่ยวกับตนเอง แสดงความรู้สึก สื่อสารระหว่างบุคคล เขียนภาพ
แผนผัง และแผนภูมิ ตารางแสดงข้อมูลต่างๆ ใช้ถ้อยคา น้าเสียง และกิริยา ประโยคบอกความต้องการเก่ียวกับ
ตนเองคา คาสั่งท่ีใช้ในห้องเรียน ข้อความที่ใช้ในการพูด เขียน แสดงความต้องการของตนเอง ให้ข้อมูลความรู้สึก
เก่ียวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว ใช้คาส่ัง คาขอร้อง และใหค้ าแนะนา บอกความเหมือน ความแตกต่าง ระหว่างการ
ออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ กิจกรรมทางภาษา การร้องเพลง การเล่านิทานประกอบท่าทาง พูด วาดภาพแสดง
ความสัมพันธ์ของส่ิงต่างๆ แสดงความคิดเห็นง่ายๆ โดยใช้คาศัพท์เหมาะสมกับวัย การใช้ภาษาในการฟัง พูดทาท่า
ประกอบ และนาเสนอดว้ ยการพูด เขียนอย่างสุภาพ เข้ารว่ มกจิ กรรมทางภาษา อ่าน พูด ในสถานการณ์ที่เกิดขึน้ ใน
ห้องเรยี น และสถานศกึ ษา

โดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล และมีทักษะทางสังคม มีวิถีของระบอบ
ประชาธปิ ไตย ซือ่ สตั ย์ ใฝ่เรยี นรู้ แสดงออกถงึ ความเป็นไทย

เพื่อให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถส่อื สารสงิ่ ที่เรียนรู้ และ นาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ ในชีวติ ประจาวัน

ผลการเรยี นรู้
๑. ปฏิบตั ิตามคาสั่ง คาขอรอ้ งทฟ่ี ัง
๒. อ่านออกเสยี งตัวอักษร คา กล่มุ คา ประโยคง่ายๆ และ บทพูดเข้าจงั หวะงา่ ยๆ ถกู ตอ้ งตามหลักการอ่าน
๓. บอกความหมายของคาและกลุ่มคาท่ีฟังตรงตามความหมาย ตอบคาถามจากการฟังหรืออ่านประโยค

บทสนทนาหรอื นทิ านง่ายๆ
๔. พูดโต้ตอบด้วยคาส้ันๆ ง่ายๆ ในการส่ือสารระหว่างบุคคลตามแบบที่ฟัง ใช้คาสั่งและคาขอร้องง่ายๆ

บอกความตอ้ งการง่ายๆ ของตนเอง
๕. พูดขอและให้ขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเองและเพ่ือน
๖. บอกความรูส้ กึ ของตนเองเกี่ยวกับส่ิงตา่ งๆ ใกล้ตัวหรอื กจิ กรรมตา่ งๆ ตามแบบท่ีฟัง
๗. พูดให้ข้อมูลเก่ียวกับตนเองและเร่ืองใกล้ตัว จัดหมวดหมู่คาตามประเภทของบุคคล สัตว์ และส่ิงของ

ตามทีฟ่ งั หรอื อ่าน
๘. พดู และทาท่าประกอบ ตามมารยาทสงั คม/วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา
๙. บอกชื่อและคาศัพทง์ ่ายๆ เกย่ี วกับเทศกาล/วนั สาคัญ/งานฉลอง และชีวิตความเปน็ อยู่ของเจ้าของภาษา

เขา้ รว่ มกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมทีเ่ หมาะกับวัย

โรงเรียนวัดดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๑๑
๑๐. บอกความแตกตา่ งของเสียงตวั อกั ษร คา กลุ่มคา และประโยคงา่ ยๆ ของภาษาองั กฤษและภาษาไทย
๑๑. ฟงั /พดู ในสถานการณง์ ่ายๆ ท่เี กิดข้นึ ในหอ้ งเรียน
๑๒. ใชภ้ าษาองั กฤษ เพ่ือรวบรวมคาศัพทท์ ีเ่ กีย่ วข้องใกลต้ วั
๑๓. มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (เน้นการฟัง-พูด) ส่ือสารตามหัวเร่ืองเก่ียวกับตนเองครอบครัว โรงเรียน
ส่ิงแวดล้อมใกล้ตัว อาหาร เครื่องดื่ม และเวลาว่างและนันทนาการ ภายในวงคาศัพท์ประมาณ ๓๐๐-๔๕๐ คา
(คาศัพทท์ ่เี ปน็ รูปธรรม)
๑๔. ใช้ประโยคคาเดียว (One Word Sentence) ประโยคเด่ียว (Simple Sentence) ในการสนทนา
โต้ตอบตามสถานการณใ์ นชีวติ ประจาวนั
รวมทงั้ หมด ๑๔ ผลการเรยี นรู้

โรงเรียนวดั ดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๑๒

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ - ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖

โรงเรียนวัดดกงิจปกา่ รงริ้วมสพาฒันักนงาาผนเู้เขรยีตนพ้ืนทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๑๓

โรงเรียนวัดดงป่างว้ิ ได้จัดกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน โดยมุง่ ให้ผู้เรยี นเกดิ การเรียนร้จู ากประสบการณ์ตรง ได้ฝึก
ปฏิบัติจริงและค้นพบความถนัดของตนเอง สามารถค้นคว้าหาความรู้เพ่ิมเติมตามความสนใจจากแหล่งเรียนรู้
ที่หลากหลาย บาเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม มีทักษะในการดาเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคม
ศีลธรรม จรยิ ธรรม ให้ผเู้ รยี นรู้จกั และเข้าใจตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชพี ได้อย่างเหมาะสม

๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์ส่ิงแวดล้อม สามารถ
ตดั สินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชวี ิตทงั้ ด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรบั ตนไดอ้ ย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมี
สว่ นร่วมพัฒนาผ้เู รียน โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชัว่ โมงต่อปกี ารศึกษา กิจกรรมแนะแนว
จาแนกเปน็ ๓ กลุ่ม ดังน้ี

๑.๑ การแนะแนวการศึกษา มุ่งให้ผู้เรยี นพัฒนาการเรียนได้เต็มศักยภาพ รู้จักแสวงหาความรู้และ
วางแผนการเรียนไดอ้ ย่างมปี ระสิทธภิ าพ สามารถปรับตัวด้านการเรยี น และมวี ินยั ใฝร่ ู้ ใฝ่เรยี น

๑.๒ การแนะแนวอาชีพ ช่วยให้ผู้เรียนรู้จักตนเอง และโลกของงานอย่างหลากหลายมีเจตคติและ
นสิ ยั ที่ดใี นการทางาน มีโอกาสได้รับประสบการณ์และฝึกงานตามความถนัด ความสนใจ

๑.๓ แนะแนวเพ่ือพัฒนาบุคลิกภาพ ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจตนเอง รักและเห็นคุณค่าในตนเองและ
ผอู้ ่ืน มอี ารมณม์ ั่นคง มมี นุษยสัมพันธ์ทด่ี ี เข้าใจสิ่งแวดล้อม และสามารถปรบั ตัวใหด้ ารงอยูใ่ นสังคมอย่างเป็นสขุ
วัตถปุ ระสงค์

๑. เพอื่ ผู้เรยี นค้นพบความถนดั ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รกั ละเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อ่ืน
๒. เพ่ือให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้จากข้อมูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพส่วนตัว สังคม
เพื่อนาไปใชใ้ นการวางแผน เลือกแนวทางการศกึ ษาอาชพี ไดอ้ ย่างเหมาะสมสอดคล้องกบั ศักยภาพของตนเอง
๓. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นไดพ้ ัฒนาบุคลกิ ภาพ และรบั ตัวอยูใ่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ
๔. เพื่อให้ผู้เรยี นมีความรู้ มที กั ษะ มีความคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชพี และมเี จตคติท่ีดตี อ่ อาชีพสุจรติ
๕. เพื่อใหผ้ เู้ รยี นมคี า่ นิยมทดี่ งี ามในการดาเนนิ ชีวติ สร้างเสรมิ วินยั คุณธรรมและจรยิ ธรรมแกน่ ักเรียน
๖. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนมีจติ สานกึ ในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สงั คม และประเทศชาติ
แนวการจัดกิจกรรม
โรงเรียนวดั ดงป่างวิ้ ได้จัดกจิ กรรมแนะแนวเพ่อื ช่วยเหลือและพฒั นาผู้เรยี น ดังนี้
๑. จัดกิจกรรมเพื่อให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากขึ้น โดยใช้กระบวนการทางจิตวิทยา

การจัดบริการสนเทศ โดยให้มีเอกสารเพื่อใช้ในการสารวจข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต
สัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การเยี่ยม
บ้านนักเรียน การให้ความช่วยเหลือผู้เรียนเร่ืองสุขภาพจิต เศรษฐกิจ การจัดทาระเบียนสะสม
สมดุ รายงานประจาตัวนักเรยี น และบัตรสขุ ภาพ
๒. การจัดกิจกรรมพฒั นาวฒุ ิภาวะทางอารมณ์ โดยทาแบบทดสอบเพ่ือรู้จักและเขา้ ใจตนเอง มีทักษะในการ
ตัดสินใจ การปรบั ตวั การวางแผนเพ่อื เลือกศกึ ษาตอ่ เลอื กอาชีพ

โรงเรียนวดั ดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๑๔
๓. การจดั บริการให้คาปรึกษาแก่ผู้เรียนรายบุคคล และรายกล่มุ ในด้านการศึกษา อาชพี และส่วนตวั โดยมี
ผูใ้ หค้ าปรกึ ษาทมี่ ีคุณวฒุ ิ และมคี วามเช่ียวชาญในเร่ืองการใหค้ าปรึกษา ตลอดจนมีห้องให้คาปรกึ ษาทีเ่ หมาะสม

๓.๑ ช่วยเหลือผ้เู รยี นทีป่ ระสบปัญหาด้านการเงินโดยการให้ทุนการศกึ ษาแกผ่ ู้เรียน
๓.๒ ตดิ ตามเก็บขอ้ มูลของนักเรยี นท่ีสาเร็จการศกึ ษา
๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งพัฒนาระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา ผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ
การทางานร่วมกัน รู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันเอื้ออาทรและ
สมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเองใน
ทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทางานเน้นการทางาน
รวมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษาและท้องถ่ิน
กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี
๔๐ ชง่ั โมงตอ่ ปีการศกึ ษา กิจกรรมชุมนมุ นักเรยี นทุกคนต้องเข้ารว่ มกิจกรรม ชมรม ๓๐ ชงั่ โมงต่อปีการศกึ ษา
กิจกรรมนักเรยี นประกอบดว้ ย
๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ผู้เรียนในระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖ ทุกคน ได้ฝึกอบรมวิชา
ลูกเสือ - เนตรนารี เพ่ือส่งเสริมหลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริม
ความสามัคคี มีวินัย และบาเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม โดยดาเนินการจัดกิจกรรมตามข้อกาหนดของคณะกรรมการ
ลูกเสือแห่งชาติ
วตั ถปุ ระสงค์
พระราชบญั ญัตลิ ูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได้กาหนดวัตถปุ ระสงคข์ องการฝึกอบรม เพอื่ พัฒนาลกู เสือท้ัง
ทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และช่วยสร้างสรรค์สังคม เพ่ือให้เกิด
ความสามัคคี และความเจริญก้าวหน้า ทั้งน้ีเพือ่ ความสงบสุข และความมั่งคงของประเทศชาตติ ามแนวทางดงั ต่อไปนี้
๑. ใหม้ ีนิสยั ในการสงั เกต จดจา เช่อื ฟงั และพง่ึ ตนเอง
๒. ใหม้ ีความซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผ้อู ่นื
๓. ให้รจู้ ักบาเพญ็ ตนเพือ่ สาธารณประโยชน์
๔. ให้รจู้ กั ทาการฝมี ือและฝกึ ฝนการทากิจกรรมต่างๆตามความเหมาะสม
๕. ให้รจู้ กั รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม และความมั่งคงชองชาติ
แนวการจดั กิจกรรม
กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๓ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของ
ลูกเสือ และจัดกิจกรรมให้ศึกษาวิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติกิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเน้นระบบหมู่ สรุปผลการ
ปฏิบตั ิกจิ กรรม ปดิ ประชุมกอง โดยให้ผูเ้ รียนศกึ ษาและฝึกปฏิบัตดิ ังนี้
๑. เตรยี มลูกเสือสารอง นยิ ายเร่ืองเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจกรรมลูกเสือสารอง การทาความเคารพเป็นหมู่
การทาความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถวเบื้องต้น คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ
สารอง

โรงเรยี นวดั ดงป่าง้ิว สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๑๕
๒. ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๑, ๒ และ ๓ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ
ความปลอดภัย บริการ ธง และประเทศตา่ งๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจง้ การบันเทงิ การผูกเงื่อน คาปฏิญาณ และ
กฎของลูกเสือสารอง
โดยใช้กระบวนการทางาน กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิด
ริเร่ิมสร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถ่ินได้อย่าง
เหมาะสม
เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ
สารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง ซ่ือสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน
บาเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศีลธรรม ท้ังน้ีโดยไม่เก่ียวข้องกับลัทธิทาง
การเมืองใดๆ สนใจและอนุรกั ษ์ธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวันไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ
กิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔-๖ เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของ
ลกู เสอื และจัดกิจกรรมใหศ้ ึกษา วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามมาตรฐาน โดยเนน้ ระบบหมู่ สรุปการปฏบิ ัติ
กิจกรรม ปิดประชุมกอง โดยให้ผเู้ รยี นศึกษาและปฏิบัตใิ นเร่ือง
๑. ลูกเสือตรี ความรู้เกี่ยวกับขบวนการลูกเสือ คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสามัญ กิจกรรมกลางแจ้ง
ระเบียบแถว
๒. ลูกเสือโท การรู้จกั ดูแลตนเอง การช่วยเหลือผู้อื่น การเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ ทกั ษะทางวิชาลกู เสือ
งานอดิเรกและเรอื่ ทน่ี ่าสนใจ คาปฏญิ าณ และกฎของลูกเสอื ระเบยี บแถว
๓. ลกู เสอื เอก การพ่ึงพาตนเอง การบรกิ าร การผจญภยั วิชาการของลกู เสือ ระเบียบแถว
โดยใช้กระบวนการทางาน กระบวนการแก้ปัญหา ระบวนการกลุ่ม กระบวนการจัดการ กระบวนการคิด
ริเริ่ม สร้างสรรค์ กระบวนการฝึกปฏิบัติทางลูกเสือ กระบวนการทางเทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถ่ินได้อย่าง
เหมาะสม
เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือ
สามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟัง และพ่ึงตนเอง ซื่อสัตย์ สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
บาเพญ็ ตนเพอ่ื สารธารณประโยชน์ รจู้ ักทาการฝีมือ พัฒนากาย จิตใจ และศลี ธรรม ท้ังน้โี ดยไม่เกี่ยวขอ้ งกบั ลทั ธิทาง
การเมอื งใดๆ สนใจและอนุรกั ษธ์ รรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อม และนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวันได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
หมายเหตุ ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรม และผ่านการทดสอบแล้ว จะได้รับเครื่องหมายลูกเสือตรี ลูกเสือโท และ
ลกู เสอื เอก
๒.๒ กิจกรรมชมุ นุม นักเรียนทกุ คนต้องเขา้ รว่ มกิจกรรมชมุ นุม ๓๐ ช่ัวโมงตอ่ ปกี ารศึกษา
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพ่ือใหผ้ ู้เรียนไดป้ ฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน
๒. เพื่อใหผ้ ูเ้ รยี นได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทัง้ ทาง
วิชาการและวชิ าชีพตามศักยภาพ
๓. เพื่อส่งเสรมิ ให้ผ้เู รยี นใช้เวลาให้เกดิ ประโยชนต์ อ่ ตนเองและส่วนรวม
๔. เพ่ือให้ผ้เู รยี นทางานร่วมกับผ้อู ่ืน ไดต้ ามวถิ ปี ระชาธิปไตย

โรงเรยี นวดั ดงป่าง้ิว สานกั งานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔

แนวการจดั กจิ กรรม หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๑๖

การจัดกิจกรรมตามความสนใจ(ชุมนุม) ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการดาเนิน

กิจกรรมร่วมกัน โดยมีชมรมท่ีหลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วยกิจกรรม

ด้านคุณธรรม จริยธรรม วัฒนธรรม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมประชาธิปไตย ส่งเสริมการเรียนรู้ และค่ายวชิ าการ

การศึกษาดูงาน การฝกึ ปฏิบัติ การบรรยายพิเศษดงั ตวั อย่างพอสังเขปต่อไปน้ี

๑. กิจกรรมพัฒนาวฒุ ิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรมและจริยธรรม จัดสอนจรยิ ธรรมในห้องเรียน จดั ใหม้ กี าร

ปฏิบัติกิจกรรมเนื่องในวันสาคัญท้ังทางชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมท้ังใน

ด้านวฒั นธรรม ประเพณี กฬี า และศิลปะ

๒. กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีทุกช่วงช้ัน โดยผู้เรียนได้ฝึกทักษะการทางาน และ

การแกป้ ญั หาทุกขนั้ ตอน

๓. กจิ กรรมส่งเสริมนิสัยรักการทางาน จัดกิจกรรมวันวชิ าการโดยผู้เรียนมโี อกาสปฏบิ ัติจริง และฝึกทักษะ

การจัดการ

๔. กิจกรรมเพ่ืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เช่น ประเพณี

ไหวค้ รู ประเพณีลอยกระทง

๕. กิจกรรมส่งเสรมิ การปกครองระบอบประชาธิปไตย จัดให้มกี ารเลือกคณะกรรมการนักเรียน โดยให้นา

กระบวนการประชาธปิ ไตยไปใชใ้ นการรว่ มวางแผนดาเนนิ งานพฒั นาโรงเรียน

๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ เพ่ือป้องกันปัญหาโรคติดต่อร้ายแรง ปัญหา

ยาเสพติด ปัญหาวัยรุ่น ใหค้ วามรูเ้ พือ่ ปลกู ฝงั ให้เป็นสภุ าพบรุ ษุ สุภาพสตรี

๗. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางภาษา

หอ้ งปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตร์ หอ้ งเทคโนโลยสี ารสนเทศ

๘. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามัย ให้บริการห้องพยาบาล มีบริการให้ความรู้แก่ผู้เรียน เพื่อป้องกัน

โรคระบาดอย่างทันเหตกุ ารณ์

๓. กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผ้เู รียนบาเพ็ญตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์

ต่อสังคมชุมชนและท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความ

เสียสละการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม

กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๐ ชัว่ โมงตอ่ ปีการศึกษา

วัตถปุ ระสงค์

๑. เพ่อื ใหผ้ ูเ้ รียนบาเพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชนต์ อ่ ครอบครัว โรงเรยี น ชมุ ชน และประเทศชาติ

๒. เพื่อให้ผู้เรียนออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและความ

สนใจในลักษณะอาสาสมคั ร

๓. เพื่อใหผ้ ้เู รียนพฒั นาศกั ยภาพในการจัดกจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนไ์ ด้อย่างมีประสิทธภิ าพ

๔. เพื่อให้ผ้เู รียนปฏิบตั กิ ิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนจ์ นเกิดคณุ ธรรม จรยิ ธรรมตามคณุ ลักษณะ

อันพึงประสงค์

๕. เพอื่ ใหผ้ ้เู รียนมจี ิตสาธารณะและใช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์

โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

แนวการจดั กจิ กรรม หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๑๗

การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ทาประโยชน์ตาม

ความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพ่ือแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม

ความเสียสละต่อสังคม มีจิตใจมุ่งทาประโยชน์ต่อครอบครัว ชุมชนและสังคมกิจกรรมสาคัญได้แก่ กิจกรรมบาเพ็ญ

ประโยชน์ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม กิจกรรมดารงรักษา สืบสาน ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กิจกรรมพัฒนา

นวตั กรรมและเทคโนโลยี

เวลาเรยี นสาหรบั กิจกรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ในส่วนกิจกรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์

จัดสรรเวลาให้ผู้เรียนระดับประถมศึกษาปที ี่ ๑-๖ รวม ๖ ปี จานวน ๖๐ ช่วั โมง (เฉลี่ยปีละ ๑๐ ชวั่ โมง)

การจดั กิจกรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ในระดบั ประถมศึกษาปีที่ ๑-๖ เปน็ การจดั กิจกรรมภายใน

เวลาเรียน โดยให้ผู้เรียนรายงานแสดงกรเข้าร่วมกิจกรรมลงในสมุดบันทึก และมีผู้รับรองผลการเข้าร่วมกิจกรรม

ทกุ ครงั้

โครงสร้างและอัตราเวลาการจดั กิจกรรม

กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน ระดับประถมศึกษา
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒. กิจกรรมนกั เรยี น
๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
๒.๑ ลกู เสอื -เนตรนารี ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐ ๓๐
๒.๒ กิจกรรมชมุ นุม ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐ ๑๐
๓. กจิ กรรมเพอ่ื สงั คม
และสาธารณประโยชน์ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐

เวลาเรียนรวม

แนวทางการประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น
โรงเรยี นวดั ดงป่างว้ิ กาหนดแนวทางในการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนดังนี้
๑. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี นรายกจิ กรรม มแี นวทางปฏบิ ตั ิดังนี้
๑.๑ การตรวจสอบเวลาเขา้ ร่วมกจิ กรรมของผู้เรยี น ไม่น้อยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอดปีการศึกษา
๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้นิ งานของผู้เรียน ผู้เรียนต้องได้รับ

การประเมินทุกผลการเรียนรู้ และผ่านทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการเรียนรู้ผ่านไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ หรือมี
คณุ ภาพในระดบั ๑ ขน้ึ ไป

๑.๓ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ข้อ ๑.๑
และขอ้ ๑.๒ ถอื ว่าผู้เรยี นมผี ลการเรียน “ผ่าน” ผ่านการประเมินกิจกรรมและนาผลการประเมนิ ไปบันทกึ ในระเบยี น
แสดงผลการเรียน

โรงเรยี นวดั ดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพ้นื ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๑๘
๑.๔ ผูเ้ รียนมเี วลาเข้าร่วมกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน การปฏิบตั ิกิจกรรมและผลงานไม่เปน็ ไปตามเกณฑ์ขอ้ ๑.๑
และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “ไม่ผ่าน” โรงเรียนต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทากิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียน
ไม่ไดเ้ ขา้ ร่วมหรือไม่ไดท้ าจนครบถว้ น แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรยี นจาก “ไม่ผา่ น” เป็น “ผ่าน” และนาผลการประเมิน
ไปบันทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรยี น
๒. การประเมนิ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียนเพื่อการตดั สนิ มีแนวปฏิบตั ิดงั นี้
๒.๑ กาหนดให้ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนทุกคน
ตลอดระดบั การศึกษา
๒.๒ ผู้รับผิดชอบสรุปและตัดสินการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ที่
โรงเรยี นกาหนด ผู้เรยี นจะต้องผา่ นกิจกรรม ๓ กจิ กรรมสาคัญดงั นี้

๒.๒.๑ กจิ กรรมแนะแนว
๒.๒.๒ กิจกรรมนกั เรยี น ได้แก่

๑. กจิ กรรมลกู เสอื เนตรนารี
๒. กิจกรรมชุมนมุ
๒.๒.๓ กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
๒.๓ การนาเสนอผลการประเมินตอ่ คณะกรรมการกลมุ่ สาระการเรยี นรู้และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น
๒.๔ เสนอผู้บริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์การจบ
แต่ละระดับการศึกษา

โรงเรียนวัดดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพืน้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๑๙

คาอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน

ก ๑๑๙๐๑ แนะแนว ๑ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

บอกช่ือและหน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตนเองได้ถูกต้อง ระบุส่วนต่าง ๆ ของร่างกายท่ีตนเองพอใจ
พร้อมเหตุผล และรบั รู้ในสว่ นของรา่ งกายท่ีเพือ่ นพอใจ ดแู ลรกั ษาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทงั้ ของตนเองและเพ่ือนให้
ปลอดภยั

บอกอารมณ์และความรู้สึกของตนเองได้ รับรู้ความแตกตา่ งทางด้านรา่ งกายของตนเองและเพอื่ น ยอมรับความ
แตกต่างทางด้านร่างกายของตนเองและเพ่ือน ระบุงานและกิจกรรมเก่ียวกับการเรียนท่ีชอบและไม่ชอบ รวมทั้ง
การรบั รูค้ วามชอบและไมช่ อบของเพื่อนในชัน้ เรยี น

บอกอาชีพของพ่อแม่ บอกความหมายของเครื่องหมาย สัญลักษณ์ที่แสดงถึงคุณภาพด้านการเรียนของตน
ดูแลตัวเองในการปฏิบัติกิจวัตรประจาวัน รู้จักสังเกต ต้ังคาถาม และแสวงหาคาตอบ รู้เท่าทันอารมณ์ของตนเอง
และเป็นผฟู้ งั ทด่ี ี

ผลการเรียนรู้
๑. เรยี กช่ือสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายไดถ้ ูกต้อง
๒. ระบสุ ว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายท่ตี นเองพอใจพร้อมเหตผุ ล และรบั รใู้ นสว่ นของรา่ งกายทเี่ พอื่ นพอใจ
๓. ดแู ลส่วนต่าง ๆ ของร่างกายท้ังของตนเองและเพ่ือนให้ปลอดภยั
๔. บอกอารมณ์และความรสู้ กึ ของตนเองได้
๕. รบั รู้ความแตกต่างทางดา้ นร่างกายของตนเองและเพื่อน
๖. ยอมรับความแตกตา่ งทางดา้ นรา่ งกายของตนเองและเพื่อน
๗. ระบุงานและกิจกรรมเกี่ยวกับการเรียนที่ชอบและไม่ชอบ รวมทั้งการรับรู้ความชอบและไม่ชอบ ของ

เพอ่ื นในช้นั เรียน
๘. บอกอาชีพของพ่อแม่
๙. บอกความหมายของเครอ่ื งหมาย สัญลักษณท์ แี่ สดงถงึ คณุ ภาพด้านการเรียนของตน
๑๐. ดูแลตวั เองในการปฏบิ ตั ิกจิ วัตรประจาวัน
๑๑. รจู้ กั สังเกต ต้งั คาถาม และแสวงหาคาตอบ
๑๒. รเู้ ท่าทันอารมณ์
๑๓. เป็นผูฟ้ ังท่ดี ี

รวมท้ังหมด ๑๓ ผลการเรียนรู้

โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๒๐

คาอธิบายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

ก ๑๒๙๐๑ แนะแนว ๒ กจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน
ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง

อธิบายหน้าท่ีของส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ถูกต้อง ดูแลรักษาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทั้งของตนเองและ
เพอื่ ให้ปลอดภัย

บอกอารมณ์ ความรู้สึกของตนและรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของครู เพ่ือนในห้องเรียนและสมาชิกในครอบครัว
รับรูอ้ ารมณค์ วามรูส้ กึ ของตนเองและเพื่อน ยอมรบั ความแตกต่างดา้ นอารมณ์ จติ ใจของตนเองและเพอ่ื น

บอกอาชีพในชุมชน บอกความหมายผลการเรียนของตน ระบุวิชาท่ีมีผลการเรียนอยู่ในระดับดีและที่ต้อง
ปรับปรุง

แสดงพฤติกรรมท่ีแสดงถึงความมีเมตตา แบ่งปันของกินของใช้ วิเคราะห์ความน่าเช่ือถือของข้อมูลข่าวสารได้
สมเหตสุ มผล ควบคมุ อารมณข์ องตนเองได้ และใชภ้ าษาและกริ ยิ าท่ีเหมาะสมในการสือ่ สาร

ผลการเรียนรู้
๑. อธบิ ายหนา้ ที่ของสว่ นตา่ ง ๆ ของร่างกายไดถ้ กู ต้อง
๒. ดแู ลรักษาสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายทั้งของตนเองและเพื่อให้ปลอดภัย
๓. บอกอารมณ์ ความรูส้ กึ ของตนและรบั รู้อารมณ์ความรู้สกึ ของครู เพือ่ นในห้องเรียนและสมาชิกในครอบครัว
๔. รบั รอู้ ารมณ์ความรูส้ ึกของตนเองและเพอ่ื น
๕. ยอมรับความแตกตา่ งด้านอารมณ์ จิตใจของตนเองและเพ่ือน
๖. บอกอาชพี ในชมุ ชน
๗. บอกความหมายผลการเรียนของตน
๘. ระบวุ ิชาท่ีมีผลการเรยี นอยู่ในระดับดีและทต่ี ้องปรบั ปรงุ
๙. แสดงพฤตกิ รรมทแ่ี สดงถงึ ความมเี มตตา แบง่ ปนั ของกนิ ของใช้
๑๐. วเิ คราะหค์ วามนา่ เชื่อถอื ของข้อมลู ข่าวสารได้สมเหตุสมผล
๑๑. ควบคุมอารมณข์ องตนเองได้
๑๒. ใช้ภาษาและกิรยิ าท่ีเหมาะสมในการสอ่ื สาร

รวมท้ังหมด ๑๒ ผลการเรยี นรู้

โรงเรยี นวัดดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๒๑

คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน

ก ๑๓๙๐๑ แนะแนว ๓ กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รียน
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

บอกประโยชน์ของสว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายได้ถกู ตอ้ ง รับรกู้ ารเปลี่ยนแปลงของรา่ งกายตามวยั ยอมรับ
การเปลี่ยนแปลงของรา่ งกายตามวยั

ระบสุ าเหตุของการเกิดอารมณ์ความรู้สึกของตนเองและเพื่อน ยอมรับความแตกต่างดา้ นอารมณ์ จิตใจของ
ตนเองและเพ่ือน รับรู้อารมณ์ ความรู้สึกของครู เพ่ือนต่างห้องเรียน และสมาชิกในครอบครัว แสดงความคิดและ
แสดงออกด้านอารมณ์ท่ีมีต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสม รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา คานึงถึงความรู้สึกของ
ผู้อ่ืนในการส่ือสาร

ระบุความสนใจ ความถนดั ความสามารถดา้ นการเรยี นของตนเองพร้อมเหตผุ ล รบั รู้ความสนใจ ความถนดั
ความสามารถด้านการเรียนของเพื่อนพร้อมเหตผุ ล ยอมรับความแตกต่างด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถ
ทางการเรยี นของตนเองและเพ่ือน ยอมรับความแตกต่างด้านบคุ ลิกภาพของตนเองและเพ่อื น

บอกอาชีพที่หลากหลาย บอกพฤติกรรมของตนเองที่ช่วยให้ผลการเรียนดี ระบุพฤติกรรมที่จะนามาใช้ใน
การปรับตัวด้านการเรียนให้มีผลการเรียนระดับดีข้ึนไป และมีความพร้อมสาหรับการประเมินระดับชาติ รวมท้ัง
ประเมินสถานการณ์และนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ ประจาวนั

ผลการเรยี นรู้
๑. ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ถูกต้อง
๒. รบั รู้การเปลยี่ นแปลงของร่างกายตามวัย
๓. ยอมรบั การเปลย่ี นแปลงของรา่ งกายตามวัย
๔. ระบสุ าเหตุของการเกิดอารมณ์ความรสู้ ึกของตนเองและเพ่ือน
๕. ยอมรบั ความแตกตา่ งด้านอารมณ์ จิตใจของตนเองและเพอ่ื น
๖. รบั รอู้ ารมณ์ ความรสู้ ึกของครู เพอื่ นต่างหอ้ งเรยี น และสมาชกิ ในครอบครวั
๗. แสดงความคดิ และแสดงออกดา้ นอารมณ์ทม่ี ีตอ่ สถานการณ์ตา่ ง ๆ ได้อยา่ งเหมาะสม
๘. รู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา
๙. คานงึ ถงึ ความรู้สึกของผู้อื่นในการสอ่ื สาร
๑๐. ระบุความสนใจ ความถนดั ความสามารถด้านการเรียนของตนเองพร้อมเหตผุ ล
๑๑. รับรคู้ วามสนใจ ความถนัด ความสามารถด้านการเรียนของเพ่อื นพร้อมเหตผุ ล
๑๒. ยอมรบั ความแตกตา่ งด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียนของตนเองและเพื่อน
๑๓. ยอมรบั ความแตกตา่ งด้านบุคลกิ ภาพของตนเองและเพ่ือน
๑๔. บอกอาชีพท่หี ลากหลาย
๑๕. บอกพฤติกรรมของตนเองทช่ี ว่ ยใหผ้ ลการเรยี นดี

โรงเรียนวัดดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพื้นท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๒๒
๑๖. ระบุพฤติกรรมท่ีจะนามาใช้ในการปรับตัวด้านการเรียนให้มีผลการเรียนระดับดีขึ้นไป และมีความพร้อม
สาหรับการประเมนิ ระดบั ชาติ
๑๗. ประเมนิ สถานการณแ์ ละนาไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจาวัน
รวมท้ังหมด ๑๗ ผลการเรียนรู้

โรงเรยี นวดั ดงปา่ งิ้ว สานักงานเขตพืน้ ที่การศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๒๓

คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน

ก ๑๔๙๐๑ แนะแนว ๔ กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๔๐ ชัว่ โมง

รับรู้การเปล่ียนแปลงของร่างกายตามวัย บอกความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของตนและรับรู้ความคิด
ความรู้สึก อารมณ์ของครู เพื่อน และสมาชกิ ในครอบครวั จาแนกความคดิ ความรู้สึก อารมณ์ทด่ี แี ละไม่ดีของตนเอง
และผู้อ่นื

อธิบายบุคลิกภาพของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพของเพ่ือน รับได้กับบุคลิกภาพของตนเอง ยอมรับในส่ิงที่
ผู้อ่ืนเป็นด้านบุคลิกภาพ พอใจในส่ิงท่ีดีของตนเองด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ ช่ืนชมสิ่งท่ีดีของผู้อื่น
ด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ ยอมรับส่ิงที่ตนเองมีในด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน
เขา้ ใจผูอ้ ื่นในด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรยี น

บอกลักษณะของอาชพี ท่ีสนใจ บอกคุณลกั ษณะของตนเองท่สี อดคล้องกบั อาชีพท่ีสนใจ วิเคราะหผ์ ลการเรียนของ
ตนแต่ละรายวิชา และระบวุ ธิ กี ารพัฒนารายวชิ าที่ผลการเรียนยังไมเ่ ปน็ ทพี่ อใจ

มีจินตนาการและมีความสามารถในการคิดเช่ือมโยง มีวิธีผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดให้ กับตนเอง
รู้จักแสดงความคิด ความรูส้ ึกชื่นชมการกระทาทดี่ งี ามให้ผอู้ น่ื รบั รู้

มีมารยาทในการส่ือสารกับผู้อ่ืน ชื่นชมความสาเร็จ ความสามารถและการกระทาท่ีดีงามของผู้อื่น ดว้ ย
คาพูด ภาษากาย และสัญลักษณ์ ควบคุมความคิดและอารมณ์ของตนเองได้ และมีวิธีสร้างความมั่นคงในอารมณ์ของ
ตนเองได้อย่างเหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
๑. รับรู้การเปล่ยี นแปลงของรา่ งกายตามวัย
๒. บอกความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของตนและรับรู้ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของครู เพ่ือน และสมาชิกใน

ครอบครวั
๓. จาแนกความคดิ ความรสู้ กึ อารมณ์ท่ดี ีและไมด่ ีของตนเองและผ้อู ่นื
๔. อธบิ ายบคุ ลกิ ภาพของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพของเพ่อื น
๕. รบั ได้กับบคุ ลิกภาพของตนเอง
๖. ยอมรบั ในสิ่งทผี่ ู้อื่นเป็นดา้ นบุคลกิ ภาพ
๗. พอใจในสิง่ ท่ดี ีของตนเองด้านรา่ งกาย ความคิด อารมณ์ และจติ ใจ
๘. ชนื่ ชมสง่ิ ท่ดี ขี องผู้อืน่ ด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ
๙. ยอมรบั สง่ิ ทตี่ นเองมใี นด้านความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น
๑๐. เขา้ ใจผอู้ น่ื ในด้านความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น
๑๑. บอกลกั ษณะของอาชีพที่สนใจ
๑๒. บอกคุณลกั ษณะของตนเองท่สี อดคล้องกบั อาชีพทีส่ นใจ

โรงเรียนวัดดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๒๔
๑๓. วเิ คราะห์ผลการเรียนของตนแตล่ ะรายวิชา
๑๔. ระบวุ ิธีการพฒั นารายวชิ าท่ีผลการเรยี นยงั ไมเ่ ป็นทพ่ี อใจ
๑๕. มีจนิ ตนาการและมีความสามารถในการคิดเชอ่ื มโยง
๑๖. มีวธิ ีผ่อนคลายอารมณ์และความเครียดใหก้ บั ตนเอง
๑๗. รจู้ กั แสดงความคดิ ความรู้สึกชื่นชมการกระทาท่ดี งี ามใหผ้ อู้ ื่นรับรู้
๑๘. มมี ารยาทในการสอ่ื สารกบั ผอู้ น่ื
๑๙. ช่ืนชมความสาเร็จ ความสามารถและการกระทาทดี่ งี ามของผอู้ ่ืนด้วยคาพูด ภาษากาย และสญั ลกั ษณ์
๒๐. ควบคมุ ความคดิ และอารมณ์ของตนเองได้
๒๑. มวี ิธสี รา้ งความมัน่ คงในอารมณ์ของตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม
รวมทง้ั หมด ๒๑ ผลการเรยี นรู้

โรงเรียนวัดดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๒๕

คาอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน

ก ๑๕๙๐๑ แนะแนว ๕ กิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

รบั รู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย ระบุบุคลิกภาพที่ดีและไม่ดีของตนเองและรับรู้บุคลิกภาพท่ีดีและ
ไมด่ ีของเพือ่ น ภูมิใจในบุคลกิ ภาพด้านดีของตน ชน่ื ชมบคุ ลกิ ภาพดา้ นดีของผู้อืน่

แสดงออกถึงความม่ันใจในส่ิงที่ดีของตนเอง ด้านร่างกาย ความคิด อารมณ์ และจิตใจ รู้เท่าทันความคิด
และอารมณข์ องตนเอง จัดการกับความคดิ และอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม

บอกวิชาท่ีตนเองถนัดอย่างมีเหตุผล รับรู้วิชาที่เพื่อนถนัดพร้อมเหตุผล ภูมิใจในคุณค่าของตนเองในด้าน
ความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน และอาชีพ ชื่นชมในคุณค่าของผู้อื่นในด้านความสนใจ ความถนัด
ความสามารถทางการเรยี น และอาชีพ

บอกอาชีพที่ตนสนใจ บอกคุณสมบัติของบุคคลที่ประกอบอาชีพ ศึกษาข้อมูลด้านอาชีพที่กว้างและลึกซ้ึง
มากขึ้น รับรู้ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของผู้ท่ีตนคบหาสมาคม วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชาและ
ปรับปรงุ พฤติกรรมการเรียนในรายวชิ าท่มี ผี ลการเรยี นไม่เป็นทพ่ี อใจ

วิพากษ์ วิจารณ์ บนพ้ืนฐานของข้อมูลสารสนเทศท่ีถกู ต้อง การยตุ ิข้อขัดแยง้ ในกลุ่มเพ่อื นด้วยสันติวิธี อาสา
ทางานเพ่ือส่วนรวมและสังคม รู้จักปฏิเสธ ต่อรอง และร้องขอความช่วยเหลือในสถานการณ์เส่ียง แสดงออกถึง
พฤติกรรมท่ีดใี นการอยู่รว่ มกบั ผอู้ ืน่ ตลอดจนรับฟงั และยอมรบั ความคิดเห็นซ่ึงกันและกัน

ผลการเรียนรู้
๑. รบั รู้การเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามวัย
๒. ระบบุ คุ ลกิ ภาพท่ีดีและไม่ดีของตนเองและรบั รู้บคุ ลิกภาพทีด่ ีและไม่ดขี องเพ่อื น
๓. ภูมิใจในบุคลิกภาพดา้ นดีของตน
๔. ชน่ื ชมบุคลิกภาพดา้ นดีของผ้อู ืน่
๕. แสดงออกถึงความมนั่ ใจในสง่ิ ที่ดีของตนเอง ด้านรา่ งกาย ความคดิ อารมณ์ และจติ ใจ
๖. รู้เท่าทนั ความคิดและอารมณข์ องตนเอง
๗. จดั การกับความคิดและอารมณ์ของตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม
๘. บอกวิชาท่ตี นเองถนดั อย่างมเี หตุผล
๙. รับรู้วิชาท่ีเพอื่ นถนดั พร้อมเหตผุ ล
๑๐. ภูมิใจในคุณค่าของตนเองในด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียน และอาชพี
๑๑. ชื่นชมในคณุ ค่าของผู้อืน่ ในด้านความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี น และอาชพี
๑๒. บอกอาชพี ท่ีตนสนใจ
๑๓. บอกคณุ สมบตั ิของบุคคลท่ีประกอบอาชพี
๑๔. ศึกษาข้อมูลดา้ นอาชีพท่ีกวา้ งและลกึ ซึ้งมากข้นึ

โรงเรยี นวดั ดงป่าง้ิว สานักงานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๒๖
๑๕. รบั รู้ความคดิ ความรู้สึก อารมณ์ของผู้ทต่ี นคบหาสมาคม
๑๖. วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชาและปรับปรุงพฤติกรรมการเรียนในรายวิชาท่ีมีผลการเรียน
ไมเ่ ปน็ ท่พี อใจ
๑๗. วิพากษ์ วิจารณ์ บนพน้ื ฐานของขอ้ มลู สารสนเทศท่ีถูกต้อง
๑๘. ยุติขอ้ ขัดแยง้ ในกลมุ่ เพอ่ื นด้วยสันติวธิ ี
๑๙. อาสาทางานเพ่ือสว่ นรวมและสงั คม
๒๐. รู้จักปฏิเสธ ต่อรอง และรอ้ งขอความชว่ ยเหลอื ในสถานการณ์เสี่ยง
๒๑. แสดงออกถึงพฤตกิ รรมที่ดใี นการอยู่รว่ มกบั ผอู้ ืน่
๒๒. รบั ฟังและยอมรบั ความคิดเห็นซึ่งกันและกัน
รวมท้ังหมด ๒๒ ผลการเรียนรู้

โรงเรียนวดั ดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพนื้ ที่การศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๒๗

คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น

ก ๑๖๙๐๑ แนะแนว ๖ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

รับรู้ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ของคู่สนทนา แสดงออกถึงความม่ันใจในคุณค่าของตนเอง ด้านความสนใจ
ความถนัด ความสามารถทางการเรียนและอาชีพ เชื่อมั่นในคุณค่าของผู้อ่ืนด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถ
ทางการเรียนและอาชพี แสดงออกถึงความม่นั ใจในบคุ ลกิ ภาพด้านดขี องตนเอง รวมท้ังเชอ่ื ม่นั ในคุณค่าของผู้อืน่ ดา้ น
บุคลิกภาพ

มีข้อมูลโลกกว้างทางด้านการศึกษา มีแนวทางในการเลือกศึกษาต่อ พิจารณาความเหมาะสมของตนกับ
อาชีพท่ีสนใจ ระบุอาชีพที่ตนเองสนใจ วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชา โดยเฉพาะวิชาท่ีต้องใช้ประเมิน
ระดับชาติ และการเรียนต่อระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ และเรียนรเู้ พม่ิ เตมิ เพื่อความพร้อมในการเข้าเรียนต่อ

ปฏิบัติตามกฎ กติกา และระเบียบของสังคม ปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว โรงเรียน และ
ประเทศชาติ มีวิธีสร้างความมั่นคงในอารมณ์ของตนเองได้อย่างเหมาะสม มีคุณธรรมที่เหมาะสมกับวัย เช่น ซื่อสัตย์
กตัญญูกตเวที เอื้อเฟ้ือเผื่อแผ่ มีน้าใจ มีจิตสานึกเพื่อส่วนรวม สามัคคี ฯลฯ มีจิตอาสา และทากิจกรรมที่เป็นประโยชน์
ตอ่ สว่ นรวม

รจู้ ักวิธีการตัดสินใจและแก้ปัญหาที่ถกู ต้อง ปฏบิ ัติกิจกรรมที่ทาแล้วมีความสุข ผู้อื่นไม่เดือดรอ้ น ตลอดถึงให้
ความรว่ มมือและทางานร่วมกับผู้อ่นื ได้อยา่ งสรา้ งสรรค์

ผลการเรียนรู้
๑. รบั รู้ความคดิ ความรูส้ กึ อารมณ์ของคูส่ นทนา
๒. แสดงออกถงึ ความมั่นใจในคุณคา่ ของตนเอง ด้านความสนใจ ความถนัด ความสามารถทางการเรียนและ

อาชพี
๓. เช่อื มน่ั ในคุณคา่ ของผอู้ ่ืนดา้ นความสนใจ ความถนดั ความสามารถทางการเรยี นและอาชพี
๔. แสดงออกถึงความมั่นใจในบุคลกิ ภาพดา้ นดีของตนเอง
๕. เชื่อมัน่ ในคุณค่าของผ้อู น่ื ดา้ นบุคลิกภาพ
๖. มขี อ้ มลู โลกกวา้ งทางด้านการศกึ ษา
๗. มีแนวทางในการเลอื กศึกษาต่อ
๘. พิจารณาความเหมาะสมของตนกบั อาชีพทส่ี นใจ
๙. ระบอุ าชีพทตี่ นเองสนใจ
๑๐. วิเคราะห์ผลการเรียนของตนแต่ละรายวิชา โดยเฉพาะวิชาท่ีต้องใช้ประเมินระดับชาติ และการเรียนต่อ

ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น
๑๑. เรียนรู้เพิม่ เติมเพอื่ ความพรอ้ มในการเขา้ เรียนต่อ
๑๒. ปฏิบตั ติ ามกฎ กติกา และระเบียบของสงั คม

โรงเรยี นวัดดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพืน้ ท่ีการศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสูตรสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๒๘
๑๓. ปฏิบตั ิตนเป็นสมาชิกทดี่ ีของครอบครวั โรงเรียน และประเทศชาติ
๑๔. มีวธิ ีสรา้ งความมั่นคงในอารมณข์ องตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม
๑๕. มีคุณธรรมที่เหมาะสมกับวัย เช่น ซ่ือสัตย์ กตัญญูกตเวที เอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ มีน้าใจ มีจิตสานึกเพ่ือส่วนรวม
สามคั คี ฯลฯ
๑๖. มจี ติ อาสา และทากจิ กรรมทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ อ่ สว่ นรวม
๑๗. รูจ้ กั วิธีการตดั สินใจและแกป้ ญั หาทถ่ี กู ตอ้ ง
๑๘. ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมทท่ี าแล้วมคี วามสุข ผู้อืน่ ไม่เดอื ดรอ้ น
๑๙. ให้ความรว่ มมือและทางานร่วมกับผู้อนื่ ได้อย่างสรา้ งสรรค์
รวมท้ังหมด ๑๙ ผลการเรยี นรู้

โรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๒๙

คาอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น กิจกรรมนักเรยี น
ก ๑๑๙๐๒ เตรยี มลูกเสือสารองและลูกเสือสารอง (ดาวดวงท่ี ๑) เวลา ๔๐ ชัว่ โมง
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑

เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณและกฎของลูกเสือสารอง
เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สญั ลักษณส์ มาชิกลูกเสือสารองทีม่ ีความเป็นเอกลักษณ์รว่ มกัน ศึกษาธรรมชาติ
ในชมุ ชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถีเศรษฐกจิ พอเพยี ง สรุปผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม ปดิ ประชุมกอง ในเรอ่ื งต่อไปนี้

๑. เตรียมลูกเสือสารอง นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนด์ฮาวล์)
การทาความเคารพเปน็ รายบุคคล การจับมอื ซ้าย ระเบียบแถวเบื้องต้น คาปฏญิ าณ กฎและคติพจน์ของลกู เสือสารอง

๒. ลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๑ อนามัย ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ ความปลอดภัย
บริการ ธงและประเทศต่างๆ การฝีมือ กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิง การผูกเง่ือน คาปฏิญาณและกฎของลูกเสือ
สารอง

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๑ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และ
คติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟัง และพึ่งตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และ
เห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน รู้จักบาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมต่างๆ
ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม และความม่ันคงของชาติ และสามารถประยุกต์ใช้
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้
๑. มนี ิสยั ในการสังเกต จดจา เชอ่ื ฟังและพึ่งพาตนเองได้
๒. มคี วามซอื่ สตั ย์ สจุ ริต มรี ะเบยี บวินยั และเหน็ อกเหน็ ใจผู้อ่นื
๓. บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝมี อื และฝึกฝนการทากจิ กรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถ่ิน และความมน่ั คงของชาติ
๖. อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้

โรงเรยี นวัดดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพ้ืนที่การศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๓๐

คาอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กจิ กรรมนกั เรยี น
ก ๑๒๙๐๒ ลูกเสือสารอง (ดาวดวงท่ี ๒) เวลา ๔๐ ช่วั โมง
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๒

เปิดประชมุ กอง ดาเนินการตามกระบวนการของลกู เสือ และจดั กจิ กรรมใหศ้ ึกษา วเิ คราะห์ วางแผน ปฏิบัติ
กิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสารอง เรียนรู้
จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติใน
ชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง ในเร่ืองต่อไปนี้
ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๒ นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์) การทา
ความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสารอง อนามัย
ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถ่ิน ความปลอดภัย บริการ
การผูกเงื่อน ธงและประเทศต่างๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพ
กาย สขุ ภาพจิต และอนุรกั ษภ์ มู ิปัญญาท้องถิ่น อนุรกั ษ์ทรพั ยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๒ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎและ
คติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟงั และพ่ึงตนเอง มีความซื่อสัตยส์ ุจริต มีระเบียบวินัย และ
เห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมต่างๆ
ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
สิง่ แวดลอ้ ม ความมัน่ คงของชาติ และสามารถประยุกตใ์ ชป้ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง

ผลการเรยี นรู้
๑. มีนสิ ยั ในการสังเกต จดจา เชอ่ื ฟงั และพึ่งพาตนเองได้
๒. มคี วามซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต มรี ะเบียบวินยั และเห็นอกเห็นใจผ้อู ืน่
๓. บาเพญ็ ตนเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝีมือและฝกึ ฝนการทากจิ กรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ และความมนั่ คงของชาติ
๖. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู้

โรงเรยี นวัดดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพ้ืนท่กี ารศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๓๑

คาอธิบายรายวชิ ากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น กจิ กรรมนักเรียน
ก ๑๓๙๐๒ ลูกเสือสารอง (ดาวดวงท่ี ๓) เวลา ๔๐ ช่วั โมง
ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๓

เปิดประชมุ กอง ดาเนินการตามกระบวนการของลกู เสือ และจัดกจิ กรรมใหศ้ กึ ษา วเิ คราะห์ วางแผน ปฏบิ ัติ
กิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสารอง เรียนรู้
จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสารองที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติใน
ชุมชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง สรุปผลและปฏิบัติกิจกรรม ปิดประชุมกอง ในเรื่องต่อไปน้ี
ลูกเสือสารองดาวดวงท่ี ๓ นิยายเมาคลี ประวัติการเร่ิมกิจการลูกเสือ การทาความเคารพหมู่ (แกรนฮาวล์) การทา
ความเคารพเป็นรายบุคคล การจับมือซ้าย ระเบียบแถว คาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของลูกเสือสารอง อนามัย
ความสามารถเชิงทักษะ การสารวจ การค้นหาธรรมชาติ การอนุรักษ์ทรัพยากรในชุมชนท้องถ่ิน ความปลอดภัย บริการ
การผูกเงื่อน ธงและประเทศต่างๆ การฝีมือที่ใช้วัสดุเหลือใช้ในท้องถิ่น กิจกรรมกลางแจ้ง การบันเทิงที่ส่งเสริมสุขภาพ
กาย สขุ ภาพจิต และอนุรกั ษภ์ มู ิปัญญาท้องถิ่น อนรุ ักษท์ รัพยากรธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อม ลดภาวะโลกรอ้ น

เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสารองดาวดวงที่ ๓ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎและ
คติพจน์ของลูกเสือสารอง มีนิสัยในการสงั เกต จดจา เชื่อฟัง และพึ่งตนเอง มคี วามซื่อสัตยส์ ุจริต มีระเบียบวินัย และ
เห็นอกเห็นใจ รู้จักบาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ รู้จักทาการฝีมือและฝึกฝนทากิจกรรมต่างๆ
ตามความเหมาะสม รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
สิง่ แวดลอ้ ม ความมัน่ คงของชาติ และสามารถประยกุ ต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรยี นรู้
๑. มีนสิ ยั ในการสังเกต จดจา เช่ือฟงั และพงึ่ พาตนเองได้
๒. มคี วามซอ่ื สตั ย์ สจุ ริต มรี ะเบยี บวินยั และเห็นอกเหน็ ใจผู้อื่น
๓. บาเพญ็ ตนเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝีมือและฝกึ ฝนการทากิจกรรมตา่ งๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วฒั นธรรม ภมู ิปัญญาท้องถ่ิน และความมั่นคงของชาติ
๖. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนรู้

โรงเรยี นวดั ดงปา่ ง้ิว สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๓๒

คาอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผ้เู รียน กจิ กรรมนักเรยี น
ก ๑๔๙๐๒ ลกู เสอื สามัญ (ลกู เสือตร)ี เวลา ๔๐ ชั่วโมง
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๔

เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสามัญ
เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติ
ในชมุ ชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพียง สรปุ ผลและปฏบิ ัตกิ ิจกรรม ปิดประชมุ กอง ในเรอื่ งต่อไปนี้
ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ( Load Baden Powell ; B.P.)
พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ
ลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามือเปล่า ท่าถือ
ไม้พลอง การใช้สัญญาณมือและนกหวีด การต้ังแถวและการเรียกแถว การใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การรู้จักดูแล
ตนเอง การชว่ ยเหลือผอู้ ื่น การเดินทางไปยังสถานทีต่ า่ งๆ การทางานอดิเรกและเรอื่ งทีส่ นใจ

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟังและพ่ึงตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ
ผู้อ่ืน บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม
ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความม่ันคงของชาติ และสามารถ
ประยกุ ตใ์ ชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรียนรู้
๑. มีนสิ ยั ในการสังเกต จดจา เช่ือฟงั และพ่งึ พาตนเองได้
๒. มคี วามซื่อสัตย์ สจุ ริต มีระเบยี บวนิ ยั และเห็นอกเห็นใจผอู้ นื่
๓. บาเพ็ญตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝมี อื และฝกึ ฝนการทากจิ กรรมตา่ งๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ้ งถิ่น และความม่ันคงของชาติ
๖. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี งได้
รวมทั้งหมด ๖ ผลการเรียนรู้

โรงเรียนวัดดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพืน้ ท่กี ารศึกษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๓๓

คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น กจิ กรรมนกั เรียน
ก ๑๕๙๐๒ ลูกเสือสามญั (ลูกเสือโท) เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ ๕

เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสามัญ
เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สญั ลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญท่ีมีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติ
ในชมุ ชนด้วยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวิถเี ศรษฐกจิ พอเพยี ง สรปุ ผลและปฏบิ ัติกจิ กรรม ปิดประชมุ กอง ในเรอ่ื งต่อไปน้ี
ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ( Load Baden Powell ; B.P.)
พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ
ลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามือเปล่า ท่าถือ
ไม้พลอง การใช้สัญญาณมือและนกหวีด การตั้งแถวและการเรียกแถว การใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การรู้จักดูแล
ตนเอง การช่วยเหลือผ้อู น่ื การเดินทางไปยงั สถานที่ตา่ งๆ การทางานอดิเรกและเร่ืองทสี่ นใจ

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เชื่อฟังและพ่ึงตนเอง มีความซ่ือสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ
ผู้อ่ืน บาเพ็ญตนเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม
ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ และสามารถ
ประยุกต์ใชป้ รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ผลการเรยี นรู้
๑. มนี ิสยั ในการสงั เกต จดจา เชือ่ ฟงั และพง่ึ พาตนเองได้
๒. มีความซอ่ื สัตย์ สจุ รติ มีระเบียบวินยั และเห็นอกเหน็ ใจผู้อนื่
๓. บาเพญ็ ตนเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝีมอื และฝกึ ฝนการทากจิ กรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม
๕. รักษาและส่งเสรมิ จารตี ประเพณี วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถน่ิ และความมัน่ คงของชาติ
๖. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกจิ พอเพยี งได้
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้

โรงเรียนวัดดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๓๔

คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น กจิ กรรมนักเรียน
ก ๑๖๙๐๒ ลกู เสอื สามญั (ลกู เสือเอก) เวลา ๔๐ ช่ัวโมง
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖

เปิดประชุมกอง ดาเนินการตามกระบวนการของลูกเสือ และจัดกิจกรรมโดยให้ศึกษา วิเคราะห์ วางแผน
ปฏิบัติกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ โดยเน้นระบบหมู่ และปฏิบัติกิจกรรมตามคาปฏิญาณ คติพจน์ และกฎของลูกเสือสามัญ
เรียนรู้จากการคิดและปฏิบัติจริง ใช้สัญลักษณ์สมาชิกลูกเสือสามัญที่มีความเป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน ศึกษาธรรมชาติ
ในชมุ ชนดว้ ยความสนใจ ใฝ่รู้ ตามวถิ เี ศรษฐกจิ พอเพยี ง สรุปผลและปฏิบตั ิกจิ กรรม ปดิ ประชมุ กอง ในเรือ่ งต่อไปนี้
ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการลูกเสือ ประวัติของลอร์ด เบเดน โพเอลล์ ( Load Baden Powell ; B.P.)
พระราชประวัติสังเขปของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว วิวัฒนาการของกระบวนการลูกเสือไทยและ
ลูกเสือโลก การทาความเคารพ การแสดงรหัส การจับมือซ้าย กิจกรรมกลางแจ้ง ระเบียบแถว ท่ามือเปล่า ท่าถือ
ไม้พลอง การใช้สัญญาณมือและนกหวีด การต้ังแถวและการเรียกแถว การใช้ทักษะในทางวิชาลูกเสือ การรู้จักดูแล
ตนเอง การชว่ ยเหลือผอู้ นื่ การเดินทางไปยงั สถานที่ต่างๆ การทางานอดเิ รกและเรื่องที่สนใจ

เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในกิจกรรมลูกเสือสามัญ สามารถปฏิบัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจน์ของ
ลูกเสือสามัญ มีนิสัยในการสังเกต จดจา เช่ือฟังและพึ่งตนเอง มีความซื่อสัตย์สุจริต มีระเบียบวินัย และเห็นอกเห็นใจ
ผู้อ่ืน บาเพ็ญตนเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ทาการฝีมือและฝึกฝนการทากิจกรรมต่างๆ ตามความเหมาะสม
ความถนัด และความสนใจ รักษาและส่งเสริมจารีตประเพณี วัฒนธรรมและความมั่นคงของชาติ และสามารถ
ประยกุ ตใ์ ชป้ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ผลการเรียนรู้
๑. มีนสิ ยั ในการสงั เกต จดจา เช่อื ฟังและพึ่งพาตนเองได้
๒. มคี วามซื่อสตั ย์ สจุ ริต มีระเบียบวินัยและเห็นอกเหน็ ใจผู้อนื่
๓. บาเพ็ญตนเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชน์
๔. ทาการฝมี อื และฝึกฝนการทากจิ กรรมตา่ งๆ ตามความเหมาะสม
๕. รกั ษาและสง่ เสริมจารตี ประเพณี วัฒนธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ และความม่ันคงของชาติ
๖. อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อน และสามารถประยุกต์ใช้ปรัชญาของ

เศรษฐกิจพอเพยี งได้
รวมทงั้ หมด ๖ ผลการเรียนรู้

โรงเรียนวดั ดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๓๕

คาอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน

กจิ กรรมชุมนุม กจิ กรรมนักเรียน
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๑ - ๖ เวลา ๓๐ ชว่ั โมง

ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการ เพ่ือพัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิด
วิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ทั้งด้านวิชาการ และพ้ืนฐานอาชีพ ทักษะชีวิต และสังคม ตามศักยภาพ
อย่างรอบด้าน เพ่ือความเป็นมนุษยท์ ี่สมบูรณ์ มีความสามารถในการสอื่ สาร มีทักษะการคิด แก้ปัญหา ความสามารถใน
การใช้เทคโนโลยี พัฒนาทักษะในการทางาน และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข รักในสถาบันชาติ
ศาสนา พระมหากษัตริย์ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน ดารงชีวิตอย่างพอเพียง มีความมุ่งมั่น
ในการทางาน รักความเปน็ ไทย และมีจิตสาธารณะ

เพ่ือให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัด และความต้องการของตน ได้พัฒนาความรู้
ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบการณ์ ท้ังทักษะทางวิชาการ ทักษะอาชีพ ทักษะชีวิต
และสงั คมตามศักยภาพ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม คดิ เป็น ทาได้ ทางานรว่ มกับผอู้ ่ืนได้ตาม
วถิ ีประชาธปิ ไตย และประยกุ ต์หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้อยา่ งเหมาะสม

โรงเรียนวัดดงป่าง้ิว ได้กาหนดกิจกรรมชุมนุม จานวน ๑ ชุมนุม ซึ่งนักเรียนมคี วามสนใจ ความถนดั และมี
ความต้องการ ได้แก่

๑. ชมุ นมุ วิถพี ทุ ธ

โรงเรยี นวดั ดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๓๖

ชุมนมุ วิถพี ทุ ธ

หลกั การและเหตผุ ล
วิถีชีวิต และวฒั นธรรมของชาวไทย ได้รับการกล่อมเกลาจากคาสอนทางพระพุทธศาสนา มาตัง้ แต่ครั้งสร้าง

ชาติไทย กล่าวได้ว่า วิถีพุทธ คือ วิถีวัฒนธรรมของชาวไทยส่วนใหญ่จนมีความเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการยอมรับ
ทั่วโลก พุทธธรรม เป็นองค์ความรู้ท่ีมุ่งเน้นให้เข้าใจธรรมชาติของโลก และชีวิตให้สามารถดาเนินชีวิตอย่างถูกต้อง
เหมาะสม คือ การกิน อยู่ ดู ฟัง และการมีชีวิตที่บริสุทธ์ิ ทาให้ผู้ศึกษาและปฏิบัติตามพุทธธรรม มีความสุข
ในขณะเดยี วกนั กช็ ่วยให้คนรอบข้าง และสงั คมมคี วามสขุ ไปพร้อมกันดว้ ย

โรงเรียนจึงมุ่งเน้นฝึกฝนนักเรียนที่เป็นเยาวชน อันจะเป็นอนาคตของชาติ โดยใช้หลักธรรมสาคัญ เน้น
พฤติกรรมการแสดงออกมาผสานให้กลมกลืนเป็นกระบวนการเดียวกั นกับระบบการศึกษาในปัจจุบันเพื่อให้มี
คุณลักษณะท่ีต้องการ ใช้คุณธรรมในการพัฒนาเพื่อให้เกิดความดีงามต่อเยาวชนของชาติที่เป็นเสาหลักสาคัญใน
อนาคตของประเทศชาติ คือความเปน็ วิถพี ุทธท่งี ดงาม เยาวชนทง้ั หลายตา่ งเป็นพุทธมามกะนับถือพทุ ธศาสนามาแต่
กาเนิด หากได้รับการปลูกฝังหน้าที่ความเป็นชาวพุทธอย่างถูกต้อง จะได้เกิดความตระหนัก เกิดความศรัทธาอย่าง
ถูกตอ้ ง นาหลักธรรมไปปฏิบตั แิ ละดาเนนิ ชีวิตไดอ้ ย่างมีความสขุ

ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวัง
๑. เพือ่ ให้นักเรยี นได้รูห้ ลกั การของความเป็นชาวพทุ ธที่แทจ้ ริง
๒. เพื่อให้นกั เรยี นไดฝ้ กึ ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของชาวพุทธจนเปน็ วถิ ีชวี ติ และถกู ตอ้ ง
๓. เพอ่ื สรา้ งความตระหนักเห็นคุณค่า และมีเจตคติท่ีดีตอ่ ความเปน็ ชาวพทุ ธทดี่ ี

รวมทั้งหมด ๓ ผลการเรียนรู้

โรงเรยี นวดั ดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๓๗

คาอธิบายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน กิจกรรมนกั เรยี น
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ เวลา ๑๐ ชัว่ โมง
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ - ๖

ฝึกปฏิบัติกิจกรรมด้วยความสมัครใจผ่านกิจกรรมท่ีหลากหลาย ฝึกการทางานที่สอดคล้องกับชีวิตจริง
ตลอดจนสะท้อนความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ สารวจและใช้ข้อมูลประกอบการวางแผนอย่างเป็นระบบ
เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ การบริการด้านต่างๆ ท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม
เสริมสร้างความมีน้าใจ เอื้ออาทร ความเป็นพลเมืองดีและความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว และสังคม
คิดออกแบบกิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ในลักษณะอาสาสมัคร จิตอาสา เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมตาม
แนวทางวิถชี ีวิตเศรษฐกจิ พอเพยี ง

เพื่อให้ผู้เรียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว โรงเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติ สามารถ
ออกแบบการจดั กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์อยา่ งสร้างสรรค์ ตามความถนดั และความสนใจ ในลักษณะ
อาสาสมัคร พัฒนาศักยภาพตนเองในการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสังคม
และสาธารณประโยชน์ จนเกิดคุณธรรม จริยธรรม ตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีจิตสาธารณะ และใช้เวลา
ว่างใหเ้ กิดประโยชน์ และสามารถประยกุ ต์ใช้หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงได้

ผลการเรียนรู้
๑. บาเพญ็ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์ตอ่ ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติ
๒. ออกแบบการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ ตามความถนัดและความสนใจ

ในลักษณะอาสาสมัคร
๓. สามารถพัฒนาศักยภาพในการจดั กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชนไ์ ด้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
๔. ปฏิบตั ิกจิ การเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จรยิ ธรรม ตามคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๕. สามารถประยกุ ตใ์ ชห้ ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้

รวมท้งั หมด ๕ ผลการเรียนรู้

โรงเรยี นวัดดงปา่ งิ้ว สานักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๓๘

เกณฑก์ ารวดั การประเมนิ ผล และเกณฑ์การจบหลกั สตู ร

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนวัดดงป่างิ้ว พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับบปรับปรุง พุทธศักราช๒๕๖๐) กาหนดเกณฑ์การวัด การประเมินผล และ
เกณฑ์การจบหลกั สูตรสาหรับการจบการศกึ ษา ไว้ดังนี้

การจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษา

ข้ันพ้ืนฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน
เป็นเปา้ หมายสาหรับพฒั นาเด็กและเยาวชน

ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้
โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระท่ีกาหนดไว้ในหลักสูตร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝังเสริมสร้าง
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ พฒั นาทักษะต่างๆ อันเปน็ สมรรถนะสาคัญใหผ้ ้เู รียนบรรลุตามเป้าหมาย

๑. หลักการจัดการเรยี นรู้
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรร ถนะสาคัญและ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า ผู้เรียนมี
ความสาคญั ทสี่ ุด เช่ือว่าทุกคนมคี วามสามารถเรียนร้แู ละพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ท่เี กิดกับผู้เรียน กระบวนการ
จัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึงความแตกต่าง
ระหวา่ งบุคคลและพัฒนาการทางสมองเนน้ ให้ความสาคัญทงั้ ความรู้ และคุณธรรม
๒. กระบวนการเรียนรู้
การจดั การเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเปน็ สาคัญผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ท่หี ลากหลาย เป็นเครอ่ื งมือ
ท่จี ะนาพาตนเองไปสเู่ ป้าหมายของหลักสูตรกระบวนการเรยี นรู้ท่ีจาเปน็ สาหรับผ้เู รยี น อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบ
บูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และ
แก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริงกระบวนการจัดการ
กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนาลักษณะนิสัย กระบวนการเหล่านี้
เป็นแนวทางในการจัดการเรยี นรู้ทผ่ี ู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พฒั นา เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้
ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังน้ัน ผู้สอน จึงจาเป็นต้องศึกษาทาความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่างๆ
เพือ่ ใหส้ ามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรยี นรู้ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
การจัดการเรียนรู้ Active Learning เป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนได้ลงมือกระทา และได้ใช้
กระบวนการคิดเก่ียวกับสิ่งทเี่ ขาไดก้ ระทาลงไป เปน็ การจดั กิจกรรมเรียนรู้ภายใต้สมมตฐิ าน ๒ ประการ คอื
๑. การเรียนร้เู ป็นความพยายามโดยธรรมชาติของมนษุ ย์
๒. แตล่ ะคนมีแนวทางในการเรียนรู้ท่แี ตกตา่ งกัน

โรงเรยี นวดั ดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศึกษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๓๙

ความรู้ท่ีได้เกิดจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือกระทามากก ว่าการฟังเพียง
อย่างเดียว เกิดการเรียนรู้จากการอ่าน การเขียน การโต้ตอบ และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งให้ผู้เรียนได้ใช้
กระบวนการคดิ ข้นั สงู ได้แก่ การวเิ คราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมนิ คา่

การจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (Distance Learning Television :
DLTV) เป็นการจัดการเรียนการสอนทางไกลผ่านดาวเทียมจากโรงเรียนวังไกลกังวล อาเภอหัวหิน จังหวัด
ประจวบคีรีขันธ์ โดยจัดการเรียนการสอนด้วยระบบทางไกลผ่านดาวเทียมเพ่ือสนองพระบรมราโชบายด้าน
การศกึ ษา ทั้งยังเป็นแนวทางสาหรับพัฒนาครู ในแต่ละรายวิชาให้มีคุณภาพสูงขนึ้ เพื่อพัฒนาผู้เรียนในด้านต่างๆให้
มมี าตรฐานเท่าเทียมกนั

๓. การออกแบบการจัดการเรียนรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวช้ีวัด สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้
โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตาม
ศกั ยภาพและบรรลุตามเปา้ หมายทก่ี าหนด
๔. บทบาทของผสู้ อนและผเู้ รียน
การจัดการเรยี นรู้เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นมีคุณภาพตามเปา้ หมายของหลักสูตร ท้งั ผูส้ อนและผ้เู รยี นควรมีบทบาท ดงั น้ี
๔.๑ บทบาทของผสู้ อน
(๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ที่ท้าทาย
ความสามารถของผู้เรียน
(๒) กาหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ท่ีเป็นความคิด
รวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมท้ังคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
(๓) ออกแบบการเรยี นรู้และจดั การเรียนรู้ท่ตี อบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง
เพอื่ นาผเู้ รยี นไปสเู่ ปา้ หมาย
(๔.) จดั บรรยากาศทเ่ี อื้อตอ่ การเรียนรู้ และดูแลชว่ ยเหลอื ผู้เรยี นใหเ้ กิดการเรยี นรู้
(๕.) จัดเตรียมและเลือกใช้ส่ือให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีที่เหมาะสมมา
ประยุกตใ์ ช้ในการจดั การเรยี นการสอน
(๖.) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวิชาและระดับ
พฒั นาการของผู้เรยี น
(๗.) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมท้ังปรับปรุงการจัดการเรียนการ
สอนของตนเอง
๔.๒ บทบาทของผูเ้ รยี น
(๑.) กาหนดเปา้ หมายวางแผนและรับผดิ ชอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
(๒.) เสาะแสวงหาความรู้ เขา้ ถึงแหล่งการเรียนรู้ วเิ คราะห์ สงั เคราะหข์ ้อความรู้ ต้ังคาถาม คดิ หาคาตอบหรอื หา
แนวทางแก้ปญั หาด้วยวธิ กี ารต่างๆ

โรงเรียนวดั ดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพ้นื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลกั สูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๔๐

(๓.) ลงมือปฏิบัตจิ รงิ สรุปส่ิงท่ีได้เรียนรดู้ ว้ ยตนเอง และนาความรู้ไปประยุกตใ์ ชใ้ นสถานการณต์ า่ งๆ
(๔.) มีปฏิสมั พันธ์ ทางาน ทากิจกรรมรว่ มกับกล่มุ และครู
(๕.) ประเมนิ และพฒั นากระบวนการเรยี นรูข้ องตนเองอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง

สือ่ การเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้เป็นเคร่ืองมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ ทักษะ

กระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสตู รได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพสื่อการเรียนรู้มีหลากหลายประเภท
ท้ังส่ือธรรมชาติส่ือส่ิงพิมพ์สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่างๆ ท่ีมีในท้องถิ่นการเลือกใช้สื่อควรเลือกให้มี
ความเหมาะสมกบั ระดับพฒั นาการ และลีลาการเรยี นรทู้ ีห่ ลากหลายของผู้เรยี น
การจัดหาส่ือการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทาและพัฒนาขึ้นเองหรือปรับปรุงเลือกใช้อย่างมีคุณภาพจาก
ส่ือต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนามาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถส่งเสริมและส่ือสารให้ผู้เรียนเกิด
การเรียนรโู้ ดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอยา่ งพอเพยี ง เพอื่ พัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรยี นรู้อย่างแท้จรงิ สถานศึกษาเขต
พืน้ ทก่ี ารศกึ ษา หนว่ ยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ งและผ้มู หี น้าทจ่ี ัดการศกึ ษาข้นั พื้นฐานควรดาเนนิ การดังน้ี

๑. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ศูนย์สื่อการเรียนรู้ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครือข่ายการเรียนรู้ที่มี
ประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชนเพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปล่ียนประสบการณ์การเรียนรู้
ระหว่างสถานศึกษาท้องถนิ่ ชุมชน สังคมโลก

๒. จัดทาและจดั หาส่ือการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียนเสริมความรู้ให้ผู้สอนรวมท้ังจัดหาส่ิงท่ี
มอี ยู่ในทอ้ งถ่นิ มาประยกุ ตใ์ ช้เปน็ สือ่ การเรียนรู้

๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ท่ีมีคุณภาพมีความเหมาะสมมีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการเรียนรู้
ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกต่างระหว่างบคุ คลของผู้เรยี น

๔. ประเมนิ คุณภาพของสอื่ การเรียนรู้ที่เลือกใชอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ
๕. ศึกษาค้นควา้ วจิ ยั เพือ่ พฒั นาส่ือการเรียนรใู้ หส้ อดคล้องกับกระบวนการเรยี นรูข้ องผูเ้ รยี น
๖. จัดให้มีการกากับติดตามประเมินคุณภาพและประสิทธิภาพเก่ียวกับส่ือและการใช้ส่ือการเรียนรู้เป็น
ระยะๆ และสม่าเสมอ
ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพส่ือการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษาควรคานึงถึงหลักการ
สาคัญของส่ือการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตรวัตถุประสงค์การเรียนรู้การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้
การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนเนื้อหามีความถูกต้องและทันสมัยไม่กระทบความม่ันคงของชาติ ไม่ขัดต่อศีลธรรมมี
การใช้ภาษาที่ถูกตอ้ งรูปแบบการนาเสนอท่เี ขา้ ใจง่ายและน่าสนใจ
การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพ้ืนฐานสองประการคือการประเมินเพื่อ
พัฒนาผู้เรียนและเพ่ือตัดสินผลการเรียนในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสาเร็จนั้น ผู้เรียน
จะต้องได้รับการพัฒนาและประเมนิ ตามตวั ช้ีวัดเพ่ือให้บรรลุตามมาตรฐานการเรยี นรู้ สะท้อนสมรรถนะสาคญั และ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับ

โรงเรยี นวัดดงปา่ งิ้ว สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๔๑

ไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียนระดับสถานศึกษาระดับเขตพื้นท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวั ดและประเมินผล
การเรียนรู้ เปน็ กระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศทแ่ี สดงพฒั นาการ
ความก้าวหนา้ และความสาเรจ็ ทางการเรยี นของผเู้ รยี น ตลอดจนข้อมลู ที่เป็นประโยชน์ต่อการสง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนเกิด
การพฒั นาและเรียนรู้อย่างเต็มตามศกั ยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ได้แก่ ระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นท่ี
การศึกษา และระดบั ชาติ มรี ายละเอยี ด ดังน้ี

๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน
ดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น
การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน แฟ้มสะสมงาน
การใช้แบบทดสอบฯลฯโดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพ่ือนประเมินเพ่ือน
ผู้ปกครองรว่ มประเมนิ ในกรณที ไ่ี ม่ผ่านตวั ชีว้ ัดใหม้ ีการสอนซอ่ มเสริม

การประเมินระดับช้ันเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้อันเป็นผล
มาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีส่ิงที่จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงและ
ส่งเสริมในด้านใดนอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ท้ังน้ีโดยสอดคล้องกับ
มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชี้วัด

๒. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินที่สถานศึกษาดาเนินการเพ่ือตัดสินผลการเรียนของ
ผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรม
พฒั นาผู้เรียน นอกจากนเี้ พ่ือให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกบั การจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
ตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษา
เปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและสารสนเทศเพ่ือการปรับปรุง
นโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพ่ือการจดั ทาแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา
ของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาต่อคณะกรรมการ
สถานศึกษา สานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษา สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พื้นฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน

๓. การประเมินระดับเขตพื้นที่การศึกษา เป็นการประเมินคณุ ภาพผู้เรยี นในระดับเขตพื้นท่ีการศึกษาตาม
มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของเขตพ้ืนที่การศึกษาตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของ
ผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทาและดาเนินการโดยเขตพื้นท่ีการศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงานต้น
สังกัด ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจากการประเมินระดับสถานศึกษา
ในเขตพื้นท่ีการศึกษา

๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานสถานศึกษาต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนท่ีเรียน ในช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๓ ช้ัน
ประถมศึกษาปที ่ี ๖ เขา้ รับการประเมิน ผลจากการประเมนิ ใชเ้ ปน็ ข้อมูลในการเทยี บเคยี งคุณภาพการศึกษาในระดับ

โรงเรยี นวัดดงปา่ ง้ิว สานักงานเขตพ้ืนท่กี ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๔๒

ต่างๆ เพื่อนาไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสิน ใจใน
ระดับนโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดับต่างๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนา
คณุ ภาพผเู้ รยี น ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาทจี่ ะตอ้ งจัดระบบดูแลช่วยเหลอื ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริม
สนับสนุนเพ่ือใหผ้ ู้เรยี นได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพ้นื ฐานความแตกต่างระหว่างบุคคลท่ีจาแนกตามสภาพปัญหา
และความต้องการ ได้แก่ กลุ่มผเู้ รยี นท่วั ไป กล่มุ ผเู้ รยี นทม่ี ีความสามารถพิเศษกลุ่มผเู้ รยี นท่ีมผี ลสัมฤทธทิ์ างการเรียน
ต่า กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรมกลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ
และสังคม กลุ่มพิการทางร่างกายและสติปัญญา เป็นต้น ข้อมูลจากการประเมินจึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการ
ดาเนนิ การช่วยเหลอื ผู้เรยี นได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผเู้ รียนได้รบั การพฒั นาและประสบความสาเร็จในการเรียน

สถานศึกษาในฐานะผู้รับผิดชอบจัดการศึกษาจะต้องจัดทาระเบียบว่าด้วยการวัดและประเมินผลการเรียน
ของสถานศึกษาให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติท่ีเป็นข้อกาหนดของหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน เพอื่ ให้บุคลากรทีเ่ กย่ี วข้องทุกฝ่ายถือปฏิบตั ิร่วมกัน

เกณฑ์การวัด และประเมนิ ผลการเรยี น
๑. การตดั สนิ การให้ระดบั และการรายงานผลการเรียน
๑.๑ การตดั สินผลการเรยี น
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึง

ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนน้ัน ผู้สอนต้องคานึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็นหลัก และต้องเก็บข้อมูล
ของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเน่ืองในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พัฒนาจนเต็มตาม
ศกั ยภาพ

ระดับประถมศึกษา
(๑) ผเู้ รยี นตอ้ งมีเวลาเรยี นไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทง้ั หมด
(๒) ผเู้ รียนต้องไดร้ ับการประเมนิ ทุกตัวชวี้ ัด และผ่านตามเกณฑท์ ่สี ถานศกึ ษากาหนด
(๓) ผเู้ รยี นต้องได้รบั การตดั สนิ ผลการเรียนทกุ รายวชิ า
(๔) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมนิ ผา่ นตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากาหนด ในการอ่าน คิด
วเิ คราะห์และเขียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน
การพิจารณาเลื่อนช้ัน ถ้าผู้เรยี นมีขอ้ บกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนา
และสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อนผันให้เล่ือนชั้นได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชา
จานวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับช้ันที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการ
พิจารณาใหเ้ รยี นซา้ ชั้นได้ ทั้งนี้ให้คานึงถงึ วฒุ ิภาวะและความรคู้ วามสามารถของผเู้ รียนเปน็ สาคัญ

โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๔๓

๑.๒ การใหร้ ะดับผลการเรียน
ระดับประถมศึกษาในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชาสถานศึกษาสามารถให้ระดับผลการเรียน
หรือระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอักษรระบบร้อยละ และระบบท่ีใช้คาสาคัญ
สะท้อนมาตรฐาน
การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์น้ัน ให้ระดับผล การประเมิน
เป็น ดเี ย่ยี ม ดี และผ่าน
การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและ
ผลงานของผเู้ รยี น ตามเกณฑท์ ีส่ ถานศกึ ษากาหนด และใหผ้ ลการเข้ารว่ มกิจกรรมเปน็ ผ่าน และไม่ผา่ น

๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเปน็ การสื่อสารให้ผูป้ กครองและผ้เู รยี นทราบความกา้ วหนา้ ในการเรียนร้ขู องผเู้ รยี น
ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะๆ หรืออย่างน้อย
ภาคเรียนละ ๑ คร้งั
การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนท่ีสะท้อนมาตรฐาน
การเรยี นรกู้ ล่มุ สาระการเรียนรู้
๒. เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานกาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการศึกษาเป็น ๑ระดับ คือ ระดับ
ประถมศกึ ษา
๒.๑ เกณฑ์การจบระดับประถมศึกษา
(๑) ผเู้ รยี นเรียนรายวชิ าพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพ่ิมเตมิ ตามโครงสร้างเวลาเรียนท่ีหลักสตู รแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พื้นฐานกาหนด
(๒) ผ้เู รียนตอ้ งมผี ลการประเมนิ รายวิชาพนื้ ฐาน ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ตามทส่ี ถานศกึ ษากาหนด
(๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ี
สถานศึกษากาหนด
(๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ีสถานศึกษา
กาหนด
(๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามท่ีสถานศึกษา
กาหนด
สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรับผู้มี
ความสามารถพเิ ศษ การศึกษาทางเลือก การศกึ ษาสาหรับผ้ดู ้อยโอกาส การศึกษาตามอธั ยาศยั ใหค้ ณะกรรมการของ
สถานศึกษาเขตพื้นที่การศึกษาและผู้ที่เกี่ยวข้อง ดาเนินการวัดและประเมินผล การเรียนรู้ตามหลักเกณฑ์ในแนว
ปฏบิ ัตกิ ารวดั และประเมินผลการเรียนรู้ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานสาหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ

โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานกั งานเขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษา เชียงใหม่ เขต ๔

เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา หลกั สูตรสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๔๔

เอกสารหลักฐานการศึกษาเป็นเอกสารสาคัญท่ีบันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศที่เก่ียวข้องกับ

พัฒนาการของผ้เู รยี นในดา้ นต่างๆ แบ่งออกเป็น ๒ ประเภท ดังน้ี

๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่ีกระทรวงศึกษาธิการกาหนด

๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตาม

รายวิชา ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา

และผลการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รียน สถานศกึ ษาจะต้องบนั ทกึ ข้อมลู และออกเอกสารนี้ใหผ้ ูเ้ รยี นเปน็ รายบุคคล

เมอื่ ผู้เรยี นจบการศึกษาระดบั ประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖)

๑.๓ แบบรายงานผู้สาเร็จการศกึ ษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทกึ รายช่อื และข้อมูลของผ้จู บ

การศึกษาระดับประถมศึกษา (ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖)

๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่ีสถานศึกษากาหนดเป็นเอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทาขึ้นเพ่ือบันทึก

พฒั นาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสาคัญ เกี่ยวกับผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจาตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการ

เรยี นประจารายวชิ า ระเบียนสะสม ใบรบั รองผลการเรียน และ เอกสารอ่นื ๆ ตามวัตถปุ ระสงคข์ องการนาเอกสารไป

ใช้

การเทยี บโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆ ได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การเปลี่ยน

รูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจากต่างประเทศ
และขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทียบโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จากแหล่งการเรียนรู้
อ่นื ๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบันศาสนา สถาบันการฝกึ อบรมอาชพี การจดั การศกึ ษาโดยครอบครวั

การเทียบโอนผลการเรียนควรดาเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรกที่สถานศึกษา
รับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ท้ังน้ี ผู้เรียนท่ีได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเน่ืองในสถานศึกษาที่รับ
เทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาท่ีรับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกาหนดรายวิชา/จานวน
หนว่ ยกติ ท่จี ะรับเทยี บโอนตามความเหมาะสม

การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดาเนนิ การได้ ดงั นี้
๑. พิจารณาจากหลกั ฐานการศกึ ษา และเอกสารอนื่ ๆ ท่ใี ห้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของผเู้ รียน
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งภาคความรู้และ
ภาคปฏิบัติ
๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ใิ นสภาพจรงิ
การเทียบโอนผลการเรยี นให้เปน็ ไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏิบัตขิ องกระทรวงศึกษาธิการ

โรงเรยี นวัดดงป่างิ้ว สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔

หลกั สตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๔๕

การบริหารจัดการหลักสตู ร

ในระบบการศึกษาท่ีมีการกระจายอานาจให้ท้องถ่ิน และสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตรน้ัน
หน่วยงานต่างๆ ท่ีเกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ต้ังแต่ระดับชาติ ระดับท้องถ่ิน จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาทหน้าที่
และความรับผิดชอบในการพัฒนาสนับสนุนส่งเสริม การใช้ และพัฒนาหลักสูตรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เพ่ือให้การดาเนินการจัดทาหลักสตู รสถานศกึ ษา และการจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด
อนั จะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ท่ีกาหนดไว้ในระดับชาติ คุณภาพของสาคัญ
และคุณลักษณะอนั พึงประสงค์

ระดับท้องถ่ิน ได้แก่ สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา หน่วยงานต้นสังกัดอ่ืนๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทใน
การขับเคลือ่ นคุณภาพการจัดการศึกษา เป็นตัวกลางท่ีจะเช่ือมโยงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานท่ีกาหนด
ในระดับชาติให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น เพ่ือนาไปสู่การจัดทาหลักสูตรของสถานศึกษา
ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสาเร็จ โดยมีภารกิจสาคัญ คือ กาหนด
เป้าหมายและจุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ในระดับท้องถิ่นโดยพิจารณาใหส้ อดคล้องกับสิ่งท่ีเป็นความต้องการ
ในระดับชาติ พัฒนาสาระการเรียนรู้ท้องถ่ินประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับท้องถ่ิน รวมท้ังเพิ่มพูนคุณภาพ
การใชห้ ลักสูตรด้วยการวจิ ัยและพัฒนาการพัฒนาบุคลากร สนบั สนนุ สง่ เสริมติดตามผล ประเมนิ ผล วิเคราะห์ และ
รายงานผลคุณภาพของผเู้ รยี น

สถานศึกษามีหน้าที่สาคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาการวางแผนและดาเนินการใช้หลักสูตร
การเพ่ิมพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนาการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทาระเบียบการวัด
และประเมินผลในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดค ล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ข้นั พ้ืนฐาน และรายละเอียดทีเ่ ขตพ้ืนที่การศกึ ษา หรือหน่วยงานสังกดั อื่นๆ ในระดบั ทอ้ งถนิ่ ได้จัดทาเพ่ิมเติม รวมท้ัง
สถานศึกษาสามารถเพิ่มเติมในส่วนท่ีเกี่ยวกับสภาพปัญหาในชุมชนและสังคมภูมิปัญญาท้องถิ่น และความต้องการ
ของผู้เรยี น โดยทุกภาคส่วนเขา้ มามสี ่วนรว่ มในการพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา

โรงเรยี นวดั ดงปา่ งิ้ว สานักงานเขตพื้นท่กี ารศึกษาประถมศึกษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลกั สตู รสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หนา้ ๑๔๖

เอกสารอา้ งอิง

กรมวชิ าการ.๒๕๕๑. แนวทางการวดั และประเมินผลตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน.
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร.(๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐).การบริหารจดั การเวลาเรียนของสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน.
กระทรวงศึกษาธิการ.๒๕๕๑.หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑.กรุงเทพมหานคร:
โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณก์ ารเกษตรแหง่ ประเทศไทย จากดั , ๒๕๕๑ พุทธศักราช ๒๕๕๑.กรงุ เทพมหานคร
โรงเรยี นวดั ดงป่าง้วิ .๒๕๖๐.หลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นวดั ดงปา่ งิ้ว พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๑ ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐).เชยี งใหม.่
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.(๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐).ที่ ศธ.๐๔๐๑๐/ว๒๕๔๑.ประกาศ
กระทรวงศึกษาธิการเรื่อง การบรหิ ารจัดการเวลาเรียนของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน.
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน.(๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑).ท่ี ศธ.๙๒๑/๒๕๖๑.ยกเลิกมาตรฐานการ
เรียนรแู้ ละตัวช้ีวดั สาระท่ี ๒ การออกแบบและเทคโนโลยแี ละสาระท่ี ๓ เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารใน
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช
๒๕๕๑.
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน.(๓ พฤษภาคม ๒๕๖๑).ที่ ศธ.๙๒๒/๒๕๖๑.การปรับปรุงโครงสร้าง
เวลาเรยี น ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑.
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน.(๗ กันยายน ๒๕๖๐).ท่ี ศธ.๐๔๐๑๐/ว๓๓๐๒.ประชาสัมพันธ์สร้าง
ความเข้าใจเกี่ยวกับคาสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ เร่ืองให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้และ
ตวั ชี้วัดฯ.

โรงเรยี นวัดดงป่าง้ิว สานกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษา เชยี งใหม่ เขต ๔

หลักสตู รสถานศกึ ษา พุทธศักราช ๒๕๖๔ หน้า ๑๔๗

ภาคผนวก

โรงเรยี นวดั ดงป่าง้ิว สานกั งานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษา เชียงใหม่ เขต ๔


Click to View FlipBook Version