แผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง
อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และ
ฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ระดับพื้นที่
สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 กรมพัฒนาที่ดิน
กันยายน 2564
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
ื้
การจัดทำแผนการบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟูพนที่เกษตรกรรม
ั
ื้
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 -
2580) ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความ
สอดคล้องของแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ: แผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ และ
สอดคล้องของยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของประเทศ (พ.ศ. 2558 - 2569) ยุทธศาสตร์ที่ 5
ั
ื้
ู
การอนุรักษ์ฟนฟสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการพงทลายของดิน กลยุทธ์: การอนุรักษ์
ื้
ื้
ื้
ู
ฟนฟพนที่เกษตรกรรมในพนที่ดินเสื่อมโทรมและชะล้างพงทลายของดิน โดยมีเป้าหมายสำคัญสูงสุด
ั
ื้
คือ พนที่เกษตรกรรมได้รับการอนุรักษ์และฟนฟให้สามารถใช้ที่ดินได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตาม
ู
ื้
ศักยภาพของพื้นที่ ไม่น้อยกว่า 20 ล้านไร่ ภายใน 20 ปี
ั
ื้
คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม
ู
ื้
ื้
ื้
ั
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ระดับพนที่ สำนักงานพฒนาที่ดินเขต 6 จึงได้กำหนดพนที่เป้าหมาย
สำหรับการจัดทำแผนปฏิบัติงานโครงการฯ คือ ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด จังหวัด
เชียงใหม่ โดยได้ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ และประเมินสถานภาพทรัพยากรดินเชิงระบบสำหรับ
ื้
ื้
้
ั
แกปัญหาด้านการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟูพนที่เกษตรกรรม ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและ
ความต้องการของชุมชน และการรับฟงข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาคีเครือขายที่เกี่ยวข้อง
ั
่
ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
การกำหนดกรอบแนวคิดจากหลักการ เข้าใจ เข้าถึง และพฒนา โดยการนำฐานข้อมูลด้าน
ั
ั
ทรัพยากรดิน ประกอบด้วย ดินปัญหาและการชะล้างพงทลายของดิน เป็นตัวกำหนดพนที่เป้าหมาย
ื้
จากสภาพปัญหาสำหรับนำไปใช้ในการบริหารจัดการ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพฒนา
ั
ั
และเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน บูรณาการข้อมูลเชิงสหวิชาการเพอใช้ในการพฒนา
ื่
ื้
กำหนดมาตรการด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพนที่และความต้องการ
ของชุมชน เพอให้ได้เขตอนุรักษ์ดินและน้ำที่มีการบริหารจัดการเชิงระบบ เกษตรกรสามารถใช้
ื่
ประโยชน์พนที่การเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมตามศักยภาพของที่ดิน โดยสามารถ
ื้
สรุปผลการจัดทำแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม
ื้
ู
ั
ื้
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ดังนี้
ก
1. การประเมนสถานภาพทรัพยากรดินและน้ำเชิงระบบ สำหรับป้องกันการชะล้าง
ิ
พังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
1.1 ด้านทรัพยากรดิน
ื้
จากการศึกษาและสำรวจข้อมูลดินในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด
ื่
ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เพอจัดทำฐานข้อมูลและประเมินสถานภาพ
ทรัพยากรดิน ผลการจำแนกสภาพปัญหาของดินหรือข้อจำกัดต่อการใช้ที่ดินด้านการเกษตร แบ่งเป็น 3
ประเภทหลัก ได้แก่ (1) ปัญหาพนที่มีความลาดชันสูง ส่วนใหญ่มีสภาพการใช้ที่ดินเป็นป่าไม้ มีเนื้อที่
ื้
ุ
71,784 ไร่ หรือร้อยละ 60.47 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ (2) ดินมีความอดมสมบูรณ์ต่ำ ครอบคลุมเนื้อที่รวม
30,974 ไร่ หรือร้อยละ 26.09 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ และ (3) ดินตื้น เป็นอปสรรคต่อการเจริญเติบโตของ
ุ
พืชด้านการชอนไชของรากพืช ครอบคลุมเนื้อที่รวม 3,158 ไร่ หรือร้อยละ 2.66 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
1.2 ด้านทรัพยากรน้ำ
ั
จากการศึกษาความสัมพนธ์ของ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ การใช้ที่ดิน ทรัพยากรดิน และ
ื้
สภาพภูมิอากาศ พบว่า พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก มีพนที่รับน้ำ 118.95 ตารางกิโลเมตร (118,721
ไร่) มีปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยจากการคำนวณด้วยวิธี Regional Runoff Equation 21.96 ล้านลูกบาศก์
เมตรต่อปี
1.3 ด้านการใช้ที่ดิน
ื้
ิ่
การเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินในพนที่เกษตรกรรมในภาพรวมมีแนวโน้มเพมขึ้นจากปี
ิ่
ึ้
ื่
พ.ศ. 2551 โดยมีเนื้อที่เพมขนประมาณ 2,217 ไร่ การใช้ที่ดินเพอการเกษตรในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นไม้
ผล 26,447 ไร่ หรือร้อยละ 22.28 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ เป็นสวนลำไย 18,768 ไร่ หรือร้อยละ 15.05 ของ
เนื้อที่ลุ่มน้ำ รองลงมาเป็นนาข้าว 7,799 ไร่ หรือร้อยละ 6.57 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
1.4 ด้านการชะล้างพังทลายของดิน
ั
ื้
พนที่ส่วนใหญ่มีความรุนแรงของการชะล้างพงทลายในระดับปานกลาง โดยมีปริมาณ
การสูญเสียดิน 2-5 ตันต่อไร่ต่อปี โดยครอบคลุมพนที่ร้อยละ 53.05 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ พบกระจายตัว
ื้
ื้
ื้
อยู่ทางด้านทิศตะวันตกทอดยาวลงมาทางด้านทิศใต้ของพนที่ลุ่มน้ำ สภาพพนที่ส่วนใหญ่มีลักษณะ
เป็นลูกคลื่นลอนชันและใช้ประโยชน์ในการปลูกไม้ยืนต้น เช่น สัก และยางพารา ส่วนบริเวณทมีสภาพ
ี่
ื้
ื้
พนที่เป็นเนินเขามีสภาพเป็นป่าผลัดใบสมบูรณ์ พนที่นี้ในบริเวณที่มีการทำเกษตรกรรมต้องมีการใช้
ประโยชน์ที่ดินอย่างระมัดระวัง ควรได้รับการจัดการด้วยมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม
รองลงมาพื้นที่มีความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดินในระดับน้อย ซึ่งมีปริมาณการสูญเสียดิน 0-2
ตันต่อไร่ต่อปี หรือร้อยละ 26.37 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ พบกระจายตัวอยู่ตามที่ราบริมสองฝั่งของลำน้ำแม่
ข
ื้
ื้
งัด ส่วนใหญ่มีสภาพพนที่เป็นพนที่ราบเรียบจนถึงค่อนข้างราบเรียบและลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย
การใช้ที่ดินส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ในการปลูกข้าว ลำไย มะม่วง สัก ยางพารา และป่าผลัดใบสมบูรณ์
แม้ในพนที่นี้ซึ่งมีสถานภาพความรุนแรงในระดับน้อย แต่ควรได้รับการจัดการด้วยมาตรการอนุรักษ์
ื้
ดินและน้ำที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญเสียดิน
1.5 ด้านเศรษฐกิจและสังคม
ื้
จากการศึกษาข้อมูลเศรษฐกิจและสังคมโดยเฉพาะในพนที่ได้รับผลกระทบจากการ
ั
ชะล้างพงทลายของดิน พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำนา ทำไร่ ทำ
ื
สวน และเลี้ยงสัตว์ พชเศรษฐกิจที่สำคัญในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ปีการผลิต 2563/2564 ได้แก่
ื้
ข้าว (ข้าวเหนียวนาปี) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และ ลำไย มีพนที่เกษตรเฉลี่ย 11.83 ไร่ต่อครัวเรือน จำนวน
แรงงานภาคเกษตรเฉลี่ย 2 คนต่อครัวเรือน มีรายได้เฉลี่ย 80,405.68 บาทต่อคนต่อปี ลักษณะการ
ถือครองที่ดิน พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง มีทั้งที่มีหนังสือสำคัญในที่ดิน เช่น
โฉนด นส.3 น.ส.3ก เป็นต้น เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของการชะล้างพังทลาย
ของดินต่อความเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยดินที่ถูกชะล้างหรือกัดเซาะจะถูกพัด
ื้
พาไหลไปตกตะกอนในแหล่งน้ำ ทำให้แหล่งน้ำตนเขิน ส่งผลให้ในฤดูฝนแม่น้ำลำคลองเก็บนำไว้ไม่ทันเกิด
้
ิ
น้ำท่วม และเกิดสภาวะขาดแคลนน้ำในฤดแล้ง อีกทงสารเคมี และยาฆ่าแมลงทไหลปนไปกับตะกอนดนสู่
ี่
ั้
ู
พื้นที่ตอนล่าง ทำให้เกิดมลพิษสะสมในดินและน้ำ มีผลเสียต่อคน พืช สัตว์บก และสัตว์น้ำ
2. แผนบริหารจัดการ การป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก แผน 5 ปี
ื้
ู
ั
ื้
แผนบริหารจัดการ การป้องกนการชะล้างพังทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบ
อนุรักษ์ดินและน้ำ ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอ
ื้
พร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นแผนปฏิบัติการเพอเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนโครงการป้องกันการชะ
ื่
ล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ให้สามารถวางแผน
ู
ื้
ั
ื้
กำหนดมาตรการ และบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการชะล้างพงทลายของดินและ
ั
พื้นที่เสื่อมโทรม เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด เป็นธรรม และยั่งยืน รวมทั้งสามารถแปลงไปสู่
การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามระบบการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับประเด็นปัญหา
และบูรณาการการดำเนินการของหน่วยงาน โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีและผู้มีส่วนได้
ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง
จากการวิเคราะห์สภาพปัญหาของพนที่ ข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วยข้อมูลทุติย
ื้
ภูมิและปฐมภูมิที่ได้จากการสำรวจภาคสนาม เพอให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันครอบคลุมประเด็นปัญหา
ื่
ค
ื้
ของสภาพพนที่ ได้แก่ ข้อมูลสภาพการใช้ที่ดิน ระดับการเปลี่ยนแปลงของการใช้ที่ดิน ทรัพยากรน้ำ
สภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันทั้งด้านกายภาพ ด้านเศรษฐกิจและสังคม ผ่าน
กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และการรับฟังความคดเห็นของหน่วยงานในระดับพื้นที่ เพื่อนำข้อมูล
ิ
ื่
ื้
ั
มาประกอบการวิเคราะห์และจัดทำแผนปฏิบัติการ เพอป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟ ู
ื้
ั
พนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำให้มีประสิทธิภาพถูกต้องเหมาะสม ลดอตราการชะล้าง
พังทลายและกัดเซาะหน้าดิน และการตกตะกอนดิน อันเป็นผลมาจากการใช้ที่ดินไม่เหมาะสมบนพนที่
ื้
ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนเพอให้เกษตรกรและชุมชนสามารถใช้
ื่
ประโยชน์ที่ดินได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ื้
ื้
พนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก มีขอบเขตครอบคลุมพนที่ 118,721 ไร่ ประกอบด้วยลำน้ำ
สายหลัก จำนวน 5 สาขา ได้แก่ น้ำแม่วะ น้ำแม่สม+แม่ลาด น้ำแม่ละงอง ห้วยงู+ห้วยเกี๋ยงซาง และ
น้ำแม่แพง และจากประเมินอตราการชะล้างพงทลายของดินด้วยสมการสูญเสียดินสากล (USLE)
ั
ั
พบว่าในแต่ละปีมีดินที่ถูกชะล้างคิดเป็นปริมาณ 706,703 ตัน โดยดินที่ถูกชะล้างนี้บางส่วนจะถูกเก็บ
กักไว้ในพื้นที่ ไม่ถูกพัดพาไปยังตอนล่างของพื้นที่หรือลงสู่ลำน้ำทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์
ื้
ที่ดินในพนที่ จากการประเมินการเคลื่อนย้ายตะกอนดินสู่ลำน้ำจากข้อมูลการสูญเสียดิน และ
1
สัมประสิทธิ์การเคลื่อนย้ายของตะกอน (SDR: Sediment Delivery Ratio) จากจุดตรวจวัด P 56a
น้ำแม่งัด บ้านสหกรณ์ร่มเกล้า ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พบว่า ปริมาณตะกอนที่แขวนลอยในลำ
น้ำในแต่ละปี มีมากถึง 22,088 ตัน ซึ่งตะกอนเหล่านี้จะเกิดการเคลื่อนย้ายไปทับถมบริเวณลำน้ำและ
แหล่งน้ำต่าง ๆ ก่อให้เกิดการตื้นเขินของลำน้ำและแหล่งน้ำในพื้นที่
ั
์
การป้องกนการชะล้างพังทลายของดินต้องมีมาตรากรอนุรักษดินและน้ำเพื่อลดความรุนแรงของ
การเกิดการชะล้างพงทลายของดินและลดปริมาณตะกอนดินไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำ โดยการลดความ
ั
ยาวของความลาดชันเพอลดความรุนแรงของการชะล้างหน้าดิน และการจัดการตะกอนดินให้ไหลลงสู่
ื่
ื้
ื้
ั
พนที่ที่ได้จัดทำมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำรองรับไว้ พร้อมทั้งพฒนาพนที่ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้
ั
ื้
อย่างยั่งยืน จึงกำหนดแผนงานเพอการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม
ู
ื้
ื่
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก จำนวน 4 แผนงาน ประกอบด้วย
2.1 แผนลดการชะล้างพังทลายของดินและรักษาดินไว้ในพื้นที่
การทำการเกษตรในพนที่ลาดชัน เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการชะล้างพงทลายของดิน
ั
ื้
การจัดทำมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำให้เหมาะสมกับสมบัติของดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน และสภาพ
ื่
ภูมิประเทศ สามารถใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพนที่ เพอให้พนที่ทำการเกษตร
ื้
ื้
1 อัตราส่วนระหว่างตะกอนที่แขวนลอยในลำน้ำแม่งัดกับปริมาณดินที่สูญเสียในพื้นที่รับน้ำ โดยปริมาณดินที่สูญเสีย
เป็นค่าที่ได้จากการคำนวณ
ง
ุ
ื้
ยังคงความอดมสมบูรณ์ของดินสำหรับการทำการเกษตร การจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพนที่
ื้
ื้
เกษตรกรรมตามความลาดชันของพนที่ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตกฯ ควรมีมาตรการอนุรักษ์ดิน
และน้ำ ดังนี้
(1) พนที่นาข้าว จำนวน 6,315 ไร่ นาข้าวในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ส่วน
ื้
ื้
ใหญ่อยู่บนพื้นที่ความลาดชันน้อย (ความลาดชัน 0-5 เปอร์เซ็นต์) แปลงนาส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็น
แปลงขนาดเล็ก และหลั่นระดับกัน ดังนั้นจึงควรมีการปรับระดับแปลงนา (Land leveling) โดยรวม
แปลงนาให้เป็นผืนใหญ่และปรับให้มีระดับสม่ำเสมอกัน เพื่อให้สะดวกต่อการปฏิบัติงานของเกษตรกร
และสามารถป้องกันตะกอนดินไม่ให้ไหลออกจากพื้นที่
ื้
ื้
ื
ื้
(2) พนที่ปลูกพชไร่ จำนวน 2,389 ไร่ พนที่ปลูกพชไร่ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่ง
ื
ื้
ตะวันตก ร้อยละ 49 อยู่ในพนที่มีความลาดชัน 2-5 และร้อยละ 36 อยู่ในพนที่มีความลาดชัน 5-12
ื้
ื้
เปอร์เซ็นต์ และอยู่บนพนที่มีความลาดชัน 12-20 เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ 6 ในการใช้ประโยชน์พนที่
ื้
ั
ควรมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำเพอลดการชะล้างพงทลายของดิน โดยการทำคูเบนน้ำและการทำ
ื่
ขั้นบันไดดิน แบบไม่ต่อเนื่องเป็นระยะ เพอลดความยาวของความลาดชันของพนที่ให้เกิดการชะล้าง
ื้
ื่
หน้าดินน้อยที่สุด และระบายตะกอนดินและน้ำในคูเบนน้ำไปตามร่องน้ำธรรมชาติ จากการประเมิน
การชะล้างพงทลายของดิน โดยสมการสูญเสียดินสากลจะพบว่า การชะล้างพงทลายของดินในพนที่
ั
ั
ื้
ปลูกพชไร่ก่อนการทำระบบจะมีการสูญเสียดิน 51,453.97 ตันต่อปี หลังจากทำระบบแล้วจะมีการ
ื
สูญเสียดินเพียง 2,376 ตันต่อปี
ื้
(3) พนที่ปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้น จำนวน 20,877 ไร่ พนที่ปลูกไม้ผลและไม้ยืน
ื้
ต้น ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ร้อยละ 57 อยู่ในพนที่มีความลาดชัน 2-5 และร้อยละ 37 อยู่ใน
ื้
ื้
ื้
ุ่
ื้
พนที่มีความลาดชัน 5-12 เปอร์เซ็นต์ ในพนที่ไม้ผลและไม้ยืนต้น ทรงพมของต้นไม้จะคลุมดินไว้
ั
ั
ื้
ไม่ให้เกิดการตกกระทบของเม็ดฝนต่อดินโดยตรง ทำให้อตราการชะล้างพงทลายดินในพนปลูกไม้ผล
ื้
ต่ำกว่าพนที่ปลูกพชไร่ และการจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำด้วยวิธีกลในพนที่ไม้ผลที่โตแล้วจะนำ
ื้
ื
ื้
เครื่องจักรเข้าไปจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำได้ไม่สะดวก ดังนั้นการอนุรักษ์ดินและน้ำในพนที่นี้จึง
ั
ื้
เน้น การควบคุมทิศทางการไหลของน้ำและการพดพาตะกอนด้วยโครงสร้างพนฐาน เช่น ถนนที่มีอยู่
เดิม ทางลำเลียงในไร่นา คูเบนน้ำ ให้น้ำไหลบ่าพาตะกอนลงไปยังร่องน้ำ แล้วสร้างฝายชะลอน้ำหรือ
ื่
บ่อดักตะกอนดิน เพอลดความเร็วของน้ำและดักตะกอนดิน นอกจากนี้ เกษตรกรยังได้ประโยชน์จาก
การเก็บกักน้ำของฝายและบ่อดักตะกอนไว้ใช้ในพื้นที่
2.2 แผนงานปกป้องแหล่งน้ำชลประทานจากการตกตะกอนของดิน
ั
(1) การพฒนาแหล่งน้ำสาธารณะเพอเพมพนที่กักเก็บน้ำ โดยดำเนินการขุดลอก
ื่
ื้
ิ่
ื่
ื้
ลำน้ำสาขาและลำน้ำสายหลัก รวมถึงแหล่งน้ำสาธารณะในพนที่ เพอนำตะกอนดินเดิมที่ทับถมในลำ
น้ำและแหล่งน้ำออกจากพนที่ และจัดทำบ่อหน่วงน้ำ (Retention pond) เพอเพมระยะเวลาในการ
ื้
ื่
ิ่
จ
ขังน้ำและการตกตะกอนของตะกอนดิน ซึ่งผลพลอยได้จากการขุดลอกตะกอนดินจะทำให้แหล่งน้ำ
สามารถกักเก็บปริมาณน้ำได้มากขึ้น
(2) การดักตะกอนดินไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ โดยดำเนินการสร้างฝาย
ื่
ชะลอน้ำ หรือบ่อดักตะกอนดินขวางลำน้ำและร่องน้ำเป็นระยะ เพอดักตะกอนดินที่ถูกชะล้างออกจาก
พนที่ลงสู่ร่องน้ำธรรมชาติ การสร้างฝายชะลอน้ำและบ่อดักตะกอนดินเป็นระยะในร่องน้ำ นอกจาก
ื้
จะช่วยให้ตะกอนดินสะสมอยู่หน้าฝายหรือภายในบ่อดักตะกอนดินแล้ว ยังทำให้ง่ายต่อการจัดการ
ตะกอนในปีต่อไป รวมถึงสามารถชะลอความเร็วของน้ำและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ได้
2.3 แผนงานเพิ่มศักยภาพการผลิตของดิน
ิ่
แผนงานเพมศักยภาพการผลิตของดินเป็นแผนงานที่มุ่งเน้นปรับปรุงความอดมสมบูรณ์
ุ
ของดิน และเพิ่มศักยภาพการผลิตของดินโดยการเพิ่มระบบกระจายน้ำในพื้นที่ รายละเอียดดังนี้
ุ
ื้
ู
ุ
ื้
(1) ฟนฟความอดมสมบูรณ์ของดินในพนที่มีความอดมสมบูรณ์ต่ำ ในพนที่ทำ
ื้
ุ
การเกษตร ควรมีการปรับปรุงบำรุงดินและรักษาความอดมสมบูรณ์ของดิน อยู่เสมอโดยการนำเอา
ื
ั
ื้
ื้
เทคโนโลยีของกรมพฒนาที่ดินมาใช้ในพนที่ สำหรับในพนที่นาข้าว แนะนำให้ปลูกพชปุ๋ยสด ได้แก่
ุ่
ื
ปอเทือง ถั่วพร้า และถั่วพม ซึ่งเป็นพชตระกูลถั่วจะช่วยตรึงธาตุไนโตรเจนในดินและอากาศมาไว้ที่
ราก เมื่อสับกลบในระยะออกดอกประมาณ 45-55 วันหลังปลูก จะช่วยเพมธาตุไนโตรเจนให้กับพช
ื
ิ่
ิ
และช่วยเพมอนทรียวัตถุให้กับดิน นอกจากนี้การใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือวัสดุปรับปรุงดินอน ๆ ยัง
ื่
ิ่
ื
ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดินให้เหมาะสมต่อการผลิตพชและสามารถเพมธาตุอาหารให้แก่พชปลูกได้อก
ี
ื
ิ่
ด้วย สำหรับพนที่ที่มีการปลูกพชไร่อน หรือไม้ผล ในพนที่ที่มีความลาดชันสูง ควรปรับปรุงบำรุงดิน
ื้
ื้
ื
ื่
ด้วยปุ๋ยหมักแทนการปลูกพชปุ๋ยสด เนื่องจากหากมีการไถพรวนในพนที่ที่มีความลาดชันสูงจะทำให้
ื
ื้
ดินเกิดการชะล้างได้ง่าย
(2) เพมความชุ่มชื้นดินด้วยระบบกระจายน้ำ ในการทำการเกษตร น้ำนับเป็น
ิ่
ปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของพืช การเพมความชุ่มชื้นดินโดยระบบกระจายน้ำด้วยรางคอนกรีต
ิ่
และระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้การกระจายน้ำเป็นไปอย่างทั่วถึงจะช่วยส่งเสริม
ให้เกษตรกรทำการเกษตรในพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม และส่งผลให้เกษตรกรได้ผลผลิตสูงขึ้น
2.4 แผนงานอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมาย
พนที่ป่าไม้ตามกฎหมายในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ตั้งอยู่ในเขตป่าสวงนแห่งชาติ
ื้
ื้
ุ
ุ
ป่าแม่งัด อทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งทางอทยานแห่งชาติศรีลานนาได้ดำเนินการสำรวจการ
ื้
ครอบครองที่ดินของราษฎรในพนที่อนุรักษ์ ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในพนที่ป่า
ื้
ุ
อนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 และพระราชบัญญัติอทยานแห่งชาติ
พ.ศ.2562 มาตรา 64 เพื่อจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน (คทช.) ในป่าสงวนแห่งชาติ
ฉ
ื้
ื้
เขตพนที่ป่าไม้เป็นพนที่ที่กฎหมายกำหนดให้รักษาหรืออนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติของชาติ
ห้ามมิให้ เข้าไปกระทำการใดๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตตามระเบียบและดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรม
ป่าไม้กำหนด ซึ่งการดำเนินงานในพนที่ที่มีการประกาศเป็นเขตป่าไม้ตามกฎหมายจะต้องเป็นการ
ื้
ดำเนินการเพอการควบคุมมิให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าตามธรรมชาติ เป็นการรักษาสภาพป่า
ื่
ื้
ธรรมชาติตามหลักวิชาการ รวมถึงส่งเสริมมาตรการร่วมกันปกป้องพนที่ป่าต้นน้ำลำธาร และฟนฟ ู
ื้
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ื้
สำหรับแผนปฏิบัติการระยะเวลา 5 ปี เป็นการกำหนดกรอบพนที่ดำเนินการ และ
ื้
์
มาตรการอนุรักษดินและน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพนที่ โดยในระยะที่ 1 ประกอบด้วย ลำน้ำสายหลัก
ที่ไหลผ่านทางตอนเหนือของพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ได้แก่ น้ำแม่วะ น้ำแม่สม น้ำแม่ลาด และ
ื้
ื้
น้ำแม่ละงอง มีพนที่ 69,652 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 58.67 ของพนที่ลุ่มน้ำทั้งหมด ระยะที่ 2
ื้
ประกอบด้วยลำน้ำสายหลักที่ไหลผ่านตอนล่างของของพื้นที่ ได้แก่ ห้วยงูและห้วยเกี๋ยงซาง และน้ำแม่
ื้
ื้
แพง มีพนที่ 49,069 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 41.33 ของพนที่ลุ่มน้ำทั้งหมด เพอให้เหมาะสมกับการใช้งาน
ื่
ของเกษตรกร โดยมีแนวทางในการบริหารทรัพยากรให้ได้ประโยชน์สูงสุด การใช้มาตรการด้านต่าง ๆ
ั
ื่
ื้
จะเป็นไปตามมาตรฐานของกรมพฒนาที่ดิน เพอควบคุมและจัดการพนที่ในการลดการชะล้าง
ู
ื้
ื้
พังทลายและฟนฟพนที่เกษตรกรรม ให้เป็นต้นแบบในการบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำในพนที่
ื้
ื่
อน ๆ ตามแผนปฏิบัติการรายปีต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการติดตามและประเมินผลโครงการ เพอแก้ไข
ื่
และปรับปรุงการดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ที่ดำเนินการลงไปในพื้นที่ให้เหมาะสมมากขึ้น
3. แผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วย
ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตกฯ ในระยะที่ 1
ื้
ในการบริหารจัดการพนที่อนุรักษ์ดินและน้ำ ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว
ื้
จังหวัดเชียงใหม่ ได้พิจารณาประเด็นคำถามด้านความรู้ ความเข้าใจ และลำดับความสำคัญของความ
ต้องการ วิธีการรักษาและป้องกันการชะล้างพงทลายของหน้าดิน (รายละเอยดดังบทที่ 3) มา
ี
ั
ิ
พจารณากำหนดมาตรการด้านอนุรักษ์ดินและน้ำ ร่วมกับประเด็นปัญหาและความต้องการจากการ
ประชาพิจารณ์ นำมาสู่การกำหนดพนที่ดำเนินการ เพอความสะดวกในการปฏิบัติงานและการ
ื้
ื่
ติดตามประเมินผลตัวชี้วัดทั้งนี้
ื้
ในระยะที่ 1 ประกอบด้วยลำน้ำสายหลักที่ไหลผ่านทางตอนเหนือของพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่ง
ตะวันตก ได้แก่ น้ำแม่วะ น้ำแม่สม น้ำแม่ลาด และน้ำแม่ละงอง มีพนที่ 69,652 ไร่ คิดเป็นร้อยละ
ื้
ั
ื้
ื่
58.67 ของพนที่ลุ่มน้ำทั้งหมด การดำเนินการเพอป้องกันการชะล้างพงทลายของดินจะดำเนินการใน
เขตเกษตรกรรมนอกพื้นที่ป่าตามกฎหมาย โดยกำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม ดังนี้
(1) งานปรับพื้นที่ (Land Leveling)
ช
(2) งานดักตะกอนดินในไร่นา
(3) งานบ่อดักตะกอนดินขนาดใหญ่
(4) งานชะลอความเร็วน้ำ
(5) งานขุดลอกตะกอนดินในลำห้วย
(6) งานคูเบนน้ำและงานขั้นบันไดดินแบบไม่ต่อเนื่อง
(7) งานทางลำเลียงในไร่นา
4. กลไกการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการโครงการ
ื้
ั
การดำเนินงานตามแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่
ื้
ู
เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ มีกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบ
คณะกรรมการและคณะทำงาน ในการจัดทำต้นแบบแผนการบริหารจัดการโครงการจัดการชะล้าง
ั
พงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ สำหรับขับเคลื่อนการ
ื้
ู
ื้
ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ 20 ปี แผนพฒนาเศรษฐกิจ
ั
และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ดังนั้น เพอให้แผน
ื่
บริหารจัดการเกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติ บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้อง
ได้รับการขับเคลื่อนและผลักดันจากทุกภาคส่วน และให้เกิดการบูรณาการทุกระดับผ่านกระบวนการมี
ส่วนร่วม เพอให้การบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน ควรมีแนว
ื่
ทางการดำเนินงาน ดังนี้
4.1 สร้างความเข้าใจในเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของแผนบริหารจัดการทรัพยากรดิน
เพอป้องกนการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ให้สามารถนำไปสู่การวางแผน การ
ื่
ั
ื้
ั
กำหนดมาตรการและบริหารจัดการพนที่เกษตรกรรรมที่มีความเสี่ยงต่อการชะล้างพงทลายของดิน
และพื้นที่ดินเสื่อมโทรม
4.2 วิเคราะห์บทบาทและปรับบทบาทกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับเป้าหมาย
การดำเนินงานทุกระดับตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับหน่วยงานที่ปฏิบัติงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
โดยนำแนวทางการปฏิบัติงานไปกำหนดเป็นแผนงานโครงการ และกำหนดเป็นข้อตกลงการทำงาน
ระหว่างหน่วยงาน เน้นการทำงานเชิงบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
ั
4.3 พฒนาระบบการติดตามและประเมินผลเชิงบูรณาการ โดยจัดตั้งคณะทำงาน
ติดตามประเมินผลที่มีกลไกและเครือข่ายการดำเนินงานทั้งหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในส่วนกลางและ
ส่วนภูมิภาคเชื่อมโยงการประเมินผล ทุกมิติ ประกอบด้วย มิติทางกายภาพหรือสิ่งแวดล้อม มิติสังคม
และมิติเศรษฐกิจ ที่สามารถสะท้อนผลสัมฤทธิ์ของงานได้ชัดเจน จนนำไปสู่การปรับปรุงพฒนา
ั
ี
แผนการดำเนินงานโครงการให้เกิดประสิทธิผลและมประสิทธิภาพ
ซ
คำนำ
ิ
ี่
ี่
กรมพัฒนาทดินมีภารกิจสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาทรัพยากรทดน โดยการพัฒนาทดนและ
ิ
ี่
้
ิ
ิ
ี่
อนุรักษ์ดนและน้ำ ซึ่งมาตรการดานอนุรักษ์ดนและน้ำจะช่วยปรับโครงสร้างพื้นฐานของทดนในพื้นทให้
ิ
ี่
่
เหมาะสมกับการปลูกพืช พร้อมกับช่วยรักษาระบบนิเวศทางดินให้เกิดการใช้ทดินได้อยางยั่งยืน โดยก่อน
ี่
ี่
เริ่มดำเนินงานจำเป็นตองมีการศึกษาและวิเคราะห์สภาพของทดนในพื้นท เพื่อกำหนดมาตรการดาน
้
้
ี่
ิ
อนุรักษ์ดนและน้ำด้วยวิธีกลและพืชเฉพาะพื้นที่ เพื่อควบคุมหรือป้องกันความรุนแรงของสภาพดินปัญหา
ิ
ี่
ี่
ี่
ิ
ั
ไม่ให้ส่งผลกระทบก่อปัญหาเพิ่มขึ้นในพื้นทอื่น ดงนั้น กรมพัฒนาทดนจึงเป็นหน่วยงานหลักทมีบทบาท
ิ
สำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรดนเชิงบูรณาการระดบลุ่มน้ำ โดยนำหลักวิชาการด้านการอนุรักษ์
ั
ดนและน้ำ พิจารณาจากสภาพพื้นทและความตองการของชุมชนเป็นหลัก นอกจากนี้ยังศึกษา
ิ
้
ี่
้
แนวนโยบายดานการเกษตรของรัฐบาล และทองถิ่นในระดบตางๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์กำหนดมาตรการ
ั
้
่
้
ิ
ในแผนการใช้ทดน พร้อมข้อเสนอแนะดานการจัดการพื้นท ให้เป็นแนวทางในการใช้ทดนอย่างมี
ี่
ี่
ิ
ี่
ประสิทธิภาพและใช้ได้อย่างยั่งยืน
คณะทำงานจัดทำแผนการบริหารจัดการโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดนและฟื้นฟู
ิ
ี่
ิ
้
ี่
พื้นทเกษตรกรรมดวยระบบอนุรักษ์ดนและน้ำ พื้นทลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัด
้
ิ
เชียงใหม่ ไดดำเนินการศึกษา วิเคราะห์เพื่อประเมินสถานภาพทรัพยากรดนเชิงระบบสำหรับแก้ปัญหา
ด้านการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมและความต้องการ
ของชุมชน และการรับฟังข้อคิดเหน ข้อเสนอแนะจากหน่วยงานภาคีเครือข่ายและหนวยงานที่เกี่ยวข้องท ี่
่
็
ี่
ิ
ิ
ี่
้
ปฏิบัตงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทำให้ไดตนแบบแผนบริหารจัดการโครงการทกรมพัฒนาทดน
้
้
ิ
สามารถนำไปใช้ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานดานการอนุรักษ์ดนและน้ำบรรลุเป้าหมายตาม
ยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ และแผนบริหารจัดการน้ำของประเทศ
ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณหน่วยงานภาคีเครือข่ายและหน่วยงานทเกี่ยวข้อง และเกษตรกรในชุมชน
ี่
พื้นทลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ทมีส่วนร่วมในการดำเนินงานโครงการให้
ี่
ี่
ี
สำเร็จลุล่วงไปไดดวยดจนบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อนำข้อมูลแผนการบริหารจัดการโครงการ
้
้
้
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดนและฟื้นฟูพื้นทเกษตรกรรมดวยระบบอนุรักษ์ดนและน้ำไปดำเนินการ
ิ
ี่
ิ
ี่
ในพื้นท ก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงตอการชะล้างพังทลายของดินและพื้น
่
ที่ดินปัญหา สามารถใช้ที่ดินได้อย่างเหมาะสมตรงตามศักยภาพของพื้นที่และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
คณะทำงาน
กันยายน 2564
ฌ
สารบัญ
หน้า
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร ก
คำนำ ฌ
สารบัญ ญ
สารบัญตาราง ฏ
สารบัญภาพ ฑ
บทที่ 1 บทนำ
1.1 หลักการและเหตุผล 1
1.2 วัตถุประสงค์ 2
1.3 กรอบแนวคิดการดำเนินงาน 3
1.4 เป้าหมาย 3
1.5 ขั้นตอนการดำเนินงาน 4
1.6 สถานที่ดำเนินงาน 4
1.7 ระยะเวลาดำเนินการ 5
1.8 ผลผลิต 5
1.9 ผลลัพธ์ 5
1.10 ผลกระทบ 5
1.11 ตัวชี้วัดความสำเร็จ 6
1.12 ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 6
1.13 ผู้รับผิดชอบ 6
บทที่ 2 วิธีการดำเนินงาน
2.1 การรวบรวมข้อมูล 8
2.2 การสำรวจศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน 9
2.3 การประเมินพื้นที่การชะล้างพังทลายของดิน 12
2.4 การรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 14
2.5 การวิเคราะห์ลำดับความสำคัญ 15
2.6 การจัดทำแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน 17
ื้
และฟนฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
ญ
สารบัญ (ต่อ)
บทที่ 3 สถานภาพพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก
3.1 ที่ตั้งและอาณาเขต 18
3.2 สภาพภูมิประเทศ 18
3.3 สภาพภูมิอากาศ 22
3.4 ทรัพยากรดิน 24
3.5 ทรัพยากรน้ำ 33
3.6 ทรัพยากรป่าไม้ และขอบเขตที่ดินตามกฎหมายและนโยบาย 37
3.7 สภาพการใช้ที่ดิน 40
3.8 พื้นที่เสี่ยงต้องการชะล้างพังทลายของดิน 45
3.9 สภาวะเศรษฐกิจและสังคม 50
3.10 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ (SWOT) 59
บทที่ 4 แผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
4.1 แผนบริหารจัดการป้องกนการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟพนที่เกษตรกรรม
ั
ื้
ู
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก แผน 5 ปี 61
4.2 แผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ในระยะที่ 1 69
บทที่ 5 การขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติ
5.1 แนวทางการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติ 71
5.2 กลไกการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟู
พื้นที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 - 2569) 73
5.3 บทบาทของหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทุกระดับในการขับเคลื่อนแผนบริหาร
ั
จัดการทรัพยากรดินและน้ำเพื่อป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟื้นฟ ู
พื้นที่เกษตรกรรม 74
ื่
5.4 แนวทางการติดตามและประเมินผลตามแผนบริหารทรัพยากรดินเพอป้องกัน
การชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม 77
เอกสารอ้างอิง 82
ภาคผนวก 85
ฎ
สารบัญตาราง
ตารางที่ หน้า
2-1 ระดับความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดิน 13
2-2 ชั้นของการกัดกร่อน (Degree of erosion classes) 14
3-1 ความลาดชันพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 19
3-2 สถิติภูมิอากาศ ณ สถานีตรวจอากาศจังหวัดเชียงใหม่ (ปี พ.ศ.2533-2562) 24
3-3 ทรัพยากรดินในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด
ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิงอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 27
3-4 สถานภาพทรัพยากรดินในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด
ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิงอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 31
3-5 ข้อมูลที่ดินของรัฐที่ใช้ร่วมในการวิเคราะห์ด้านทรัพยากรป่าไม้ พนที่ลุ่มน้ำ
ื้
แม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 37
3-6 ประเภทการใช้ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด
ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 42
3-7 ระดับความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดินในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก
ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 47
3-8 สภาวะเศรษฐกิจและสังคม 49
3-9 ต้นทุนการผลิต ผลผลิต และผลตอบแทนเหนือต้นทุนทั้งหมดของการปลูกพืช
ในพนที่ 55
ื้
3-10 ความรู้ ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก
อำเภอเพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ปีการผลิต 2563/2564 56
3-11 ความรู้และความเข้าใจ และลำดับความต้องการของวิธีการรักษาและป้องกัน 57
การชะล้างพังทลายของหน้าดิน พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว
จังหวัดเชียงใหม่ ปีการผลิต 2563/2564
3-12 ทัศนคติด้านการย้ายถิ่นฐาน ปัญหาด้านการเกษตร และแนวทางแก้ไข 56
ของเกษตรกร พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอเพร้าว
จังหวัดเชียงใหม่ ปีการผลิต 2563/2564
ฏ
สารบัญตาราง (ต่อ)
ตารางที่ หน้า
4-1 ปริมาณการสูญเสียดิน (ตัน) และปริมาณตะกอนดินแขวนลอย (ตัน) ในลำน้ำสายหลัก
พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก 62
4-2 แผนปฏิบัติงาน และตัวชี้วัดการดำเนินงาน พนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด
ื้
อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ปี 2566-2570 67
5-1 บทบาทของหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทุกระดับในการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการ
ื้
ทรัพยากรดินและน้ำเพอป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟพนที่เกษตรกรรม 74
ู
ื่
5-2 กรอบตัวชี้วัดในการติดตามและประเมินผล 78
5-3 การจัดทำฐานข้อมูลเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงตามตัวชี้วัดมิติกายภาพ
เศรษฐกิจและสังคม 80
ฐ
สารบัญภาพ
ภาพที่ หน้า
2-1 กรอบวิธีการดำเนินงาน 7
3-1 แผนที่ขอบเขตการปกครอง ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด
ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 20
3-2 แผนที่ขอบเขตลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด
ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 21
3-3 แผนที่ความลาดชัน ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด
ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 22
3-4 กราฟสมดุลของน้ำเพื่อการเกษตร จังหวัดเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2533-2562 23
3-5 แผนที่ดินทรัพยากรดิน ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิงอำเภอพร้าว
จังหวัดเชียงใหม่ 29
3-6 แผนที่สถานภาพทรัพยากรดิน พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด
ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิงอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 32
3-7 แผนที่ทรัพยากรน้ำและเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ดำเนินโครงการป้องกันการชะล้าง 34
พังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
3-8 ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีและพื้นที่รับน้ำฝนของลุ่มน้ำปิง 36
3-9 สถานภาพป่าไม้และขอบเขตที่ดินตามกฎหมายในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก 39
อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
3-10 สภาพการใช้ที่ดิน ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 45
3-11 การสูญเสียดินในพื้นทลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว และอำเภอแม่เมาะ 49
ี่
จังหวัดเชียงใหม่
4-1 พื้นที่ลุ่มน้ำเป้าหมายในแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน
และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมฯ พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 66
4-2 กิจกรรมการอนุรักษดินและน้ำ ในแผนปฏิบัติการ เพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน
์
และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ 70
ื้
ฑ
บทที่ 1
บทนำ
1.1 หลักการและเหตุผล
ประเทศไทยมีพนที่ชะล้างทั้งประเทศ จำนวน 108 ล้านไร่ เป็นพนที่ชะล้างรุนแรง จำนวน 40
ื้
ื้
ล้านไร่ (กรมพฒนาที่ดิน, 2545) กรมพฒนาที่ดินจึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการโครงการป้องกันการ
ั
ั
ั
ื้
ชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ระยะ 20 ปี โดยมี
ื้
ู
เป้าหมายและตัวชี้วัดคือ พนที่ได้รับการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินไม่น้อยกว่า 20 ล้านไร่
ื้
ั
ภายใน 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) หรือประมาณ 1 ล้านไร่/ปี ซึ่งดำเนินการสอดคล้องกับ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต
ี่
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แผนแม่บท (ท 19) การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แผนการบริหารจัดการ
โครงการฯ นี้ มีเป้าหมายพื้นที่ดำเนินการ จำนวน 5 แห่ง มีการออกแบบระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อ
ั
ป้องกันการชะล้างพงทลายของดิน พร้อมแบบก่อสร้างและการประเมินราคา ในปี 2564 ไม่น้อยกว่า
ั
ื่
100,000 ไร่ ทั้งนี้ การดำเนินงานในพนที่ กรมพฒนาที่ดินได้จัดทำแผนงานงบประมาณ เพอสพด.
ื้
จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำตามแบบและพนที่เป้าหมายดำเนินการ ในปี 2565 โดยมีเป้าหมายไม่
ื้
ั
น้อยกว่า 100,000 ไร่/ปี ติดตามและประเมินผลโครงการฯ ในการลดการชะล้างพงทลายของดิน โดย
ื้
วัดการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังได้รับการอนุรักษ์ดินและน้ำ ทั้งในพนที่จัดทำระบบอนุรักษ์ดินและ
น้ำ และนอกเขตจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีโครงการชลประทานที่สำคัญในแอ่งเชียงใหม่ - ลำพูนประกอบด้วย
ื้
1) ฝายแม่แตง ซึ่งส่งน้ำครอบคลุมพนที่ในจังหวัดเชียงใหม่รวม 4 อำเภอ พื้นที่ชลประทาน
ประมาณ 99,298 ไร่ (โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง, 2564)
2) เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลตั้งอยู่บนลำน้ำแม่งัดในเขตอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ มี
่
ปริมาตรเก็บกัก 265 ล้านลูกบาศก์เมตร สามารถส่งน้ำให้บริเวณท้ายอางเก็บน้ำ พนที่เพาะปลูกใน
ื้
ื้
เขตชลประทานมาแฝก และพนที่การเกษตรในเขตโครงการแม่ปิงและตามลำน้ำแม่ปิง รวม 188,000
ไร่ (โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล, 2564) เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลมีปริมาณ
่
น้ำเกินพอต่อความต้องการน้ำท้ายเขื่อน โดยต้องระบายออกเพอพร่องน้ำในอางเก็บน้ำในการ
ื่
เตรียมการป้องกันและบรรเทาอทกภัยปริมาณน้ำที่ต้องระบายน้ำออกดังกล่าวจะสามารถผันไปใช้
ุ
ประโยชน์ด้านอื่นๆได้
1
ุ
3) เขื่อนแม่กวงอดมธาราตั้งอยู่บนลำน้ำแม่กวง ในเขตอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
ื้
มีปริมาตรกักเก็บน้ำ 263 ล้าน ลบ.ม. มีพนที่ชลประทาน 175,000 ไร่ (โครงการส่งน้ำและ
บำรุงรักษาแม่กวงอุดมธารา, 2564) ในเขตจังหวัดเชียงใหม่และลำพูน
ุ
สภาพปัญหาการผันแปรปริมาณน้ำท่าของอางเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอดมธารา ส่งผลต่อการ
่
บริหารจัดการน้ำในอางเก็บน้ำปัญหาการเพมขึ้นของประชากรและการขยายตัวของธุรกิจการ
่
ิ่
ื้
ท่องเที่ยว ที่พกโรงแรมจำนวนมากในพนที่ลุ่มน้ำแม่กวงทำให้มีความต้องการในใช้น้ำด้านการเกษตร
ั
และอปโภคบริโภคในพนที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวง รวมปีละ 258.08 ล้าน ลบ.ม. ใน
ื้
ุ
ปัจจุบันมีปัญหาการขาดแคลนน้ำ 136.35 ล้าน ลบ.ม. และในอนาคต 20 ปีข้างหน้าความต้องการใช้
ิ่
ิ่
น้ำจะเพมขึ้นเป็น 386.45 ล้าน ลบ.ม. จะขาดแคลนน้ำเพมขึ้นเป็น 173.03 ล้าน ลบ.ม./ปี
้
กลยุทธ์ในการแกปัญหาความขาดแคลนน้ำในพื้นที่ส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำแม่กวงฯ คือ การจัดการน้ำแม่
ุ
แตง แม่ งัด แม่กวง ร่วมกันโดยจัดทำอโมงค์ผันน้ำจากลำน้ำแม่แตงมายังอางเก็บน้ำแม่งัด ฯ และส่ง
่
่
ต่อไปยังอางเก็บน้ำแม่กวงโดยอโมงค์ส่งน้ำเช่นกัน นอกจากนี้ในโครงการดังกล่าวยังมีการผันน้ำจาก
ุ
อางเก็บน้ำแม่งัดคืนลงสู่คลองส่งน้ำของฝายแม่แตงด้วย ลักษณะของการจัดการน้ำร่วมกันดังกล่าว
่
่
ทำให้อางเก็บน้ำแม่งัดฯ เป็นศูนย์กลางของการบริหารจัดการน้ำในโครงการชลประทานขนาดใหญ่ใน
แองเชียงใหม่-ลำพนทั้งหมด โดยเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการน้ำคือความจุของอ่างเก็บน้ำแม่
ู
่
งัดฯ ซึ่งจะลดลงทุกปีเนื่องจากปัญหาการชะล้างพังทลายของดินและการพดพาตะกอนจากพนที่รับ
ื้
ั
น้ำฝน
ั
ั
สำนักงานพฒนาที่ดินเขต 6 ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการป้องกันการชะล้างพงทลายของดิน
ื้
ู
ื้
ื้
และฟนฟพนที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ในพนที่จังหวัดเชียงใหม่ได้เล็งเห็น
่
ความสำคัญของการปกป้องความจุของอางเก็บน้ำแม่งัดฯ เพออำนวยประโยชน์แก่พนที่ชลประทาน
ื่
ื้
รวมทั้งสิ้น 435,700 ไร่ จึงได้กำหนดพื้นที่เป้าหมายในการจัดทำแผนแม่บทในลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก
ื้
อันเป็นส่วนหนึ่งของพนที่รับน้ำฝนของอ่างเก็บน้ำแม่งัด ในเขตอำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
1.2 วัตถุประสงค์
1) เพอศึกษาและประเมินสถานภาพทรัพยากรดินเชิงระบบสำหรับการป้องกันการชะล้าง
ื่
พังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
ื่
2) เพอจัดทำแผนการบริหารจัดการทรัพยากรดินระดับลุ่มน้ำที่มีการกำหนดมาตรการด้านการ
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
2
1.3 กรอบแนวคิดการดำเนินงาน
ื้
ั
ื้
การจัดทำแผนการบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟูพนที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ มีความสอดคล้องและเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ความสอดคล้องของ
ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต
ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ความสอดคล้องของ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ: แผนแม่บทการ
บริหารจัดการน้ำทั้งระบบ และความสอดคล้องของยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำของประเทศ
ู
ื้
(พ.ศ. 2558 - 2569) ยุทธศาสตร์ที่ 5 การอนุรักษ์ฟนฟสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมและป้องกันการ
ื้
์
ั
พังทลายของดิน กลยุทธ์ การอนุรักษฟื้นฟูพนที่เกษตรกรรมในพื้นที่ดินเสื่อมโทรมและชะล้างพงทลาย
ของดิน โดยมีเป้าหมายสำคัญสูงสุด คือ พนที่เกษตรกรรมได้รับการอนุรักษ์และฟนฟให้สามารถใช้
ื้
ู
ื้
ื้
ที่ดินได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามศักยภาพของพนที่ ไม่น้อยกว่า 20 ล้านไร่ ภายใน 20 ปี
ื้
การดำเนินงานให้สอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ชาติในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ซึ่งมี
ระดับการชะล้างพังทลายของดินรุนแรง - รุนแรงมากที่สุด (สูญเสียดิน 5 - มากกว่า 20 ตันต่อไร่ต่อปี)
ร้อยละ 20.58 ของพนที่ลุ่มน้ำ ระดับปานกลาง (สูญเสียดิน 2 – 5 ตันต่อไร่ต่อปี) ร้อยละ 50.05
ื้
ส่งผลให้มีตะกอนไหลลงไปทับถมในแหล่งน้ำธรรมชาติ และเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลสะสมมากขึ้นในทุก
ื้
ปี กรอบแผนการดำเนินงานในพนที่จึงประกอบด้วย แผนงานปกป้องแหล่งน้ำชลประทานจากการ
ั
ตกตะกอน แผนงานลดการชะล้างพงทลายของดินและรักษาดินไว้ในพื้นที่ แผนงานเพิ่มศักยภาพการ
ผลิตของดิน และแผนงานอนุรักษ์ดินและน้ำในพนที่ป่าไม้ตามกฎหมาย โดยเป้าหมายการดำเนินงาน
ื้
ั
ื้
ื้
ระดับพนที่ คือ คงไว้ซึ่งพนที่ป่าต้นน้ำ ซึ่งเป็นป่าไม้ตามกฎหมาย ลดการชะล้างพงทลายของดินใน
พื้นที่ลุ่มน้ำและการสูญเสียตะกอนดินจากพื้นที่ แหล่งน้ำมีศักยภาพในการกักเก็บน้ำมากขน พื้นที่ดินมี
ึ้
ุ
ู
ความอดมสมบูรณ์ เกษตรกรสามารถใช้พนที่ได้อย่างถกต้องเหมาะสมตามศกยภาพของดิน บรรลุตาม
ั
ื้
เป้าหมายการพัฒนาในด้านการอยู่ดีกินดีและมีความสุข เศรษฐกิจเกษตรเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและ
ยั่งยืน มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ชุมชนท้องถิ่นมีขีดความสามารถในการพัฒนาและพงพา
ึ่
ื้
ตนเองเพมขึ้น ตลอดจนอนุรักษ์ ฟนฟ ใช้ประโยชน์และสร้างการเติบโตให้สมดุลภายในขีด
ิ่
ู
ความสามารถของระบบนิเวศ
1.4 เป้าหมาย
ื้
จัดทำแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม ด้วย
ั
ื้
ู
์
ั
ระบบอนุรักษดินและน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำงัด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
ครอบคลุมพนที่ 118,721 ไร่
ื้
3
1.5 ขั้นตอนการดำเนินงาน
1) การรวบรวมข้อมูล เป็นข้อมูลทุติยภูมิที่ได้จากการรวบรวมเอกสารและงานวิชาการที่
ั
ื่
เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ศึกษา วิเคราะห์ เชื่อมโยงสู่การจัดทำแผนบริหารจัดการเพอป้องกนการชะล้าง
พังทลายของดินด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ได้แก ฐานข้อมูลด้านทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ สภาพ
่
ภูมิประเทศ สภาพการใช้ที่ดิน เศรษฐกิจและสังคม และข้อมูลการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เกี่ยวข้อง
2) การสำรวจภาคสนาม ข้อมูลปฐมภูมิ ได้แก่ ทรัพยากรดิน สภาพการใช้ที่ดิน การ
เปลี่ยนแปลงของการใช้ที่ดิน ทรัพยากรน้ำ สภาพภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อม และสภาวะเศรษฐกิจ
สังคม
3) การวิเคราะห์และประเมินผลข้อมูล การประเมินสถานภาพทรัพยากรดิน ทรัพยากรน้ำ การ
ประเมินการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน และการสำรวจข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคม
4) การประเมินพื้นที่การชะล้างพังทลายของดิน
ิ
ื่
5) การรับฟังความคิดเห็นของชุมชนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม การประชาพจารณ์เพอการรับ
ฟังความคดเห็นของชุมชนต่อการดำเนินงานโครงการ
ิ
6) การวิเคราะห์ลำดับความสำคัญเพอกำหนดพื้นที่เป้าหมายในการดำเนินงาน
ื่
ื้
ื่
ู
7) การจัดทำแผนบริหารจัดการเพอป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่
ื้
ั
เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
ั
ิ
8) การประชาพจารณ์เพอการรับฟงความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนบริหารจัดการป้องกันการ
ื่
ชะล้างพังทลายของดินและฟนฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
ื้
ื้
ู
ื้
9) นำเสนอแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม
ั
ั
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการป้องกนการชะล้างพงทลายของดิน
ั
และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ และขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการต่อไป
1.6 สถานที่ดำเนินงาน
ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแมงัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
่
4
1.7 ระยะเวลาดำเนินการ
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564
1.8 ผลผลิต
ื้
1) ฐานข้อมูลด้านการชะล้างพงทลายของดินในพนที่เกษตรกรรม และสถานภาพด้าน
ั
ทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจและสังคม สำหรับเป็นข้อมูลพนฐานประกอบการ
ื้
พิจารณากำหนดแผนการใช้ที่ดิน
2) แผนบริหารจัดการทรัพยากรดินระดับลุ่มน้ำที่มีการกำหนดมาตรการด้านการป้องกันและ
ฟื้นฟูทรัพยากรดินตามสภาพปัญหาของพื้นที่และความต้องการของชุมชน
1.9 ผลลัพธ์
ั
ื้
ู
ื้
1) มีแผนการบริหารจัดการโครงการจัดการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ปี 2564 สำหรับนำไปขยายผลในพื้นที่ส่วนอื่นของลุ่มน้ำแม่งัด
2) มาตรการด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำที่กำหนดมีความสอดคล้องกับสภาพปัญหาของพนที่
ื้
และสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงสถานภาพทรัพยากรดินได้ตามตัวชี้วัดที่กำหนด
1.10 ผลกระทบ
ั
1) กรมพฒนาที่ดินสามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำให้บรรลุ
เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ และแผนบริหารจัดการน้ำของประเทศ
ู
ื้
ั
2) พื้นที่เกษตรกรรมในลุ่มน้ำแม่งัดมีแผนการจัดการการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่
ื้
เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ทำให้เกษตรกรสามารถใช้ที่ดินได้อย่างเหมาะสมตรงตาม
ื้
ศักยภาพของพนที่
5
1.11 ตัวชี้วัดความสำเร็จ
1) เชิงปริมาณ
- ร้อยละความสำเร็จในการจัดทำฐานข้อมูลด้านการชะล้างพังทลายของดินสำหรับเป็นข้อมูล
พื้นฐานประกอบการจัดทำแผนแผนการบริหารจัดการทรัพยากรดินระดับลุ่มน้ำ (ร้อยละ 100)
ื้
- จำนวนพนที่ที่มีการกำหนดแนวทางด้านการป้องกันและฟนฟทรัพยากรดินตามสภาพ
ู
ื้
ปัญหาของพื้นที่ (ไม่น้อยกว่า 20,000 ไร่)
2) เชิงคุณภาพ
ั
- ฐานข้อมูลด้านการชะล้างพงทลายของดินมีความถูกต้อง ครบถ้วน สอดคล้องกับสภาพ
ปัญหาของพื้นที่
- มาตรการด้านการป้องกันและฟนฟทรัพยากรดิน มีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพ
ื้
ู
พื้นที่ และสามารถนำไปกำหนดแผนงานโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.12 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
ื้
ื้
ู
ั
1) มีแผนการบริหารจัดการการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ สำหรับขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำให้บรรลุ
เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ แผนปฏิรูปประเทศ และแผนบริหารจัดการน้ำของประเทศ
2) หน่วยงานที่ดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ มีค่าดัชนีชี้วัดสำหรับนำไปใช้ในการ
ื้
พัฒนางานวิจัยให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาของพนที่และสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงสถานภาพ
ทรัพยากรดิน
ั
3) เกษตรกรที่อยู่ในพนที่เสี่ยงต่อการชะล้างพงทลายของดินและพนที่ดินปัญหา มีแผนบริหาร
ื้
ื้
จัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
ื้
ื้
ู
ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างเหมาะสมตรงตามศักยภาพของพื้นที่
1.13 ผู้รบผิดชอบ
ั
ั
ื้
ู
ื้
คณะทำงานขับเคลื่อนโครงการป้องกันการชะล้างพงทลายของดิน และฟนฟพนที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ระดับพื้นที่ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6
6
บทที่ 2
วิธีการดำเนินงาน
ั
การจัดทำแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม
ื้
ื้
ู
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอ
พร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ขั้นตอนวิธีการดำเนินงานประกอบด้วย การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์และ
ั
ื้
ั
ประเมินผลข้อมูล การประเมินพนที่การชะล้างพงลายของดิน การรับฟงความคิดเห็นของชุมชนผ่าน
กระบวนการมีส่วนร่วม การวิเคราะห์ลำดับความสำคัญ และการจัดทำแผนบริหารจัดการฯ โดยมี
ื้
ู
เป้าหมายคือแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม ด้วย
ื้
ั
ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งได้จากกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน รายละเอยดวิธีการดำเนินงาน มี
ี
ดังนี้
้
พนท่เปาหมาย ส ารวจ
ี
้
ื
วเคราะห์ข้อมูล
ิ
ุ
้
ลมนาแม่งัดฝ่งตะวันตก ศกษาข้อมูล
่
ั
ึ
มงเน้น การปองกันการชะล้างของดินและ
้
ุ่
้
้
ฟนฟูพืนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนรักษ์ดินและน ้า
ื
ุ
้
ประชุมชแจงโครงการฯ รับฟงปญหาในพนท่ ี
ื
้
ั
ี
ั
-ร่าง-แผนการด าเนนการ
ิ
้
่
ิ
ื
้
ื
ิ
้
ุ
่
เพอปองกันการชะล้างของดนและฟนฟูพนทีเกษตรกรรมด้วยระบบอนรักษ์ดนและน ้า
ื
(ครั้งที่ 1)
ประชาพจารณ์
ิ
(แผนด าเนินการฯ/พืนที่ด าเนินการ)
้
ปรับปรุงพัฒนาแผนฯ
-ร่าง-แผนการด าเนนการ ในพนท่เปาหมาย
ี
้
ิ
ื
้
ุ
ิ
้
ิ
้
เพอปองกันการชะล้างของดนและฟนฟูพนทีเกษตรกรรมด้วยระบบอนรักษ์ดนและน ้า
่
ื
ื
้
่
ื
ิ
แผนบรหารจัดการ
การป้องกันการชะล้างของดน
ิ
้
ิ
และฟนฟูพนทีเกษตรกรรม ประชาพจารณ์ (ครังที่ 2)
้
ื
้
ื
่
้
ด้วยระบบอนรักษ์ดนและน ้า (แผนด าเนินการ/กิจกรรม/พืนที่ด าเนินการ)
ิ
ุ
ภาพที่ 2-1 กรอบวิธีการดำเนินงาน
7
2.1 การรวบรวมข้อมูล
ื่
ื้
ื้
การรวบรวมข้อมูล เป็นการรวบรวมข้อมูลพนที่ที่เกี่ยวข้องในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก เพอ
ี
นำมาวิเคราะห์สภาพพื้นที่ ประกอบด้วยข้อมูลทุติยภูมิ และข้อมูลปฐมภูมิ รายละเอยดมีดังนี้
ิ
2.1.1 ข้อมูลทุติยภูม ประกอบด้วย
(1) สภาพภูมิประเทศ
(2) สภาพภูมิอากาศ ปี พ.ศ. 2533 – 2562 ของกรมอุตุนิยมวิทยา
(3) ทรัพยากรน้ำ
(4) สถานภาพทรัพยากรป่าไม้และขอบเขตที่ดินทำกิน โดยแสดงขอบเขตป่าไม้ตาม
ุ
ื
กฎหมาย ได้แก่ เขตอทยานแห่งชาติ ของกรมอทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพนธุ์พช เขตป่าอนุรักษ์
ุ
ั
เขตป่าเศรษฐกิจ พนที่เกษตรนอกเขตป่าตามกฎหมาย ของกรมป่าไม้ และเขตแปลงปฏิรูปที่ดิน ของ
ื้
สำนักปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(5) แผนที่ดิน มาตราส่วน 1:25,000 ปี พ.ศ. 2561 ของกองสำรวจดินและวิจัย
ั
ทรัพยากรดิน กรมพฒนาที่ดิน
(6) สถานภาพทรัพยากรดิน
(7) สภาพการใช้ที่ดิน มาตราส่วน 1:25,000 ปี พ.ศ. 2561 ของกองนโยบายและ
แผนการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน
(8) ข้อมูลสภาวะเศรษฐกิจและสังคม จากฐานข้อมูลกชช 2ค ของกรมการพัฒนาชุมชน
(9) ข้อมูลการชะล้างพังทลายของดิน และ
(10) ข้อมูลปริมาณ ตะกอนรายปีน้ำแม่งัด สถานี P.56A บ้านสหกรณ์ร่มเกล้า อำเภอ
พร้าว จังหวัดเชียงใหม่
ื้
ื่
นอกจากนี้รวบรวมข้อมูลพนฐานของพนที่ที่เกี่ยวข้องอนๆ จากเอกสารวิชาการ รายงาน สื่อ
ื้
ื่
หรือสิ่งพมพต่างๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพอนำมาประกอบการพจารณาวิเคราะห์สภาพพนที่
ื้
ิ
ิ
์
สำหรับดำเนินการจัดทำแผนบริหารจัดการฯ
ู
2.1.2 ข้อมลปฐมภูมิ ได้จากการดำเนินการศึกษา และสำรวจภาคสนาม เป็นข้อมูลที่
เป็นปัจจุบัน ทั้งนี้จะเป็นการนำเอาข้อมูลทุติยภูมิไปตรวจสอบความถูกต้อง และปรับปรุงให้เป็น
ปัจจุบัน และมีการสอบถามโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง และการทำประชาพจารณ์
ิ
ื้
ื้
ร่วมกัน ระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพนที่ลุ่มน้ำ เช่น ผู้นำชุมชน เกษตรกร หน่วยงานในพนที่
เป็นต้น การสัมภาษณ์ใช้แบบสอบถามความรู้ ความเข้าใจของเกษตกร และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ั
ด้านการชะล้างพงทลายของดิน สภาพปัญหาในพนที่ ความต้องการของเกษตรกร ข้อมูลสภาวะ
ื้
เศรษฐกิจและสังคม เพื่อนำมาวิเคราะห์พื้นที่ และจัดลำดับความสำคัญของพื้นที่ดำเนินการ
8
2.2 การสำรวจ ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน
สำหรับในขั้นตอนนี้เป็นการศึกษา วิเคราะห์ และประเมินผลข้อมูล จากข้อมูลทุติยภูมิและ
ื้
ั
ื่
ปฐมภูมิที่รวบรวมได้ เพอจัดทำแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่
ื้
ู
เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ประกอบด้วย
2.2.1 ทรัพยากรดิน
1) ข้อมูลทรัพยากรดิน
ประเมินข้อมูลทรัพยากรดิน โดยการวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนที่ดิน มาตราส่วน
1:25,000 ที่มีอยู่ ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทรัพยากรดินในพื้นที่ เพื่อให้ทราบถึงลักษณะของดินที่พบ
ิ
ื้
ื่
ส่วนใหญ่ในพนที่ลุ่มน้ำ ชุดดินที่พบและคุณสมบัติของชุดดินนั้นๆ เพอประกอบการพจารณาจัดทำ
ี่
แผนบริหารจัดการฯ ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก และพิจารณากำหนดพื้นทดำเนินการ
ื้
สำหรับข้อมูลทรัพยากรดินในพนที่ดำเนินการ ทำการสำรวจศึกษาดินภาคสนาม
วิเคราะห์ข้อมูลแผนที่ดินมาตราส่วน 1:25,000 กำหนดกรอบการสำรวจ ศึกษา เก็บข้อมูล และ
ตรวจสอบดินภาคสนาม ข้อมูลที่ใช้ประกอบการพจารณา ได้แก่ แผนที่ภาพถ่ายออร์โธสีเชิงเลข และ
ิ
แผนที่สภาพภูมิประเทศ ขั้นตอนการดำเนินงาน ประกอบด้วย (1) การปฎิบัติงานก่อนออกสนาม (2)
(3) การปฏิบัติงานภาคสนาม และ (4) การทำแผนที่ดิน
2) ข้อมูลทรัพยากรดินปัญหา
จัดทำข้อมูลและแผนที่สถานภาพทรัพยากรดินในพนที่ลุ่มน้ำ มาตราส่วน 1:25,000 ใน
ื้
ื้
พนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก วิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพทรัพยากรดิน โดยเฉพาะสภาพปัญหาและ
ื้
ข้อจำกัดของทรัพยากรดินในพนที่ลุ่มน้ำ ประเมินความรุนแรงของดินปัญหาในพนที่ นำไปพจารณา
ื้
ิ
ื้
กำหนดพนที่ดำเนินการ กำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ และแผนบริหารจัดการป้องกันการ
ชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
2.2.2 ทรัพยากรน้ำ
การประเมินสถานภาพทรัพยากรน้ำ สำหรับนำไปใช้ประเมินการชะล้างพงทลายของดิน
ั
ั
จัดทำแผนการใช้ที่ดิน กำหนดมาตรการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและอนุรักษ์ดินและน้ำ
การประเมินปริมาณน้ำผิวดินที่ไหลจากพนผิวดินสู่ร่องน้ำ ลำห้วย คลอง และแม่น้ำ โดยคำนวณจาก
ื้
ปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาบนพื้นที่หนึ่งๆ แล้วถูกดูดซับลงไปเก็บกักไว้ในดิน และระเหยไปในอากาศ น้ำ
ั
ที่เหลือจากกระบวนการเหล่านี้ จะไหลลงสู่ร่องน้ำ ลำห้วย คลอง และแม่น้ำ อตราการไหลและ
ปริมาณน้ำขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ความรุนแรงของฝน ปริมาณน้ำ ทิศทางลม ลักษณะ
ื้
ื้
ความลาดเทของพนที่ ประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำบนผิวดิน การใช้ที่ดิน สมบัติของดิน ขนาดพนที่
9
รับน้ำ เป็นต้น ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลสำคัญในการกำหนดแผนบริหารจัดการฯ กิจกรรมการอนุรักษ ์
ดินและน้ำเพื่อชะลอการไหลบ่าของน้ำผิวดิน ตลอดจนการเก็บกักน้ำไหลบ่าบนผิวดินไว้ใช้ในพนที่เพอ
ื้
ื่
ประโยชน์สูงสุดตามศักยภาพของพนที่ สำหรับน้ำส่วนเกินถูกระบายทิ้งไปให้เข้าสู่ระบบ ทั้งนี้ ข้อมูล
ื้
ดังกล่าวจะต้องมีการคำนวณปริมาณน้ำท่าโดยอาศัยข้อมูลอุตุนิยมวิทยาเฉพาะพื้นที่
การคำนวณปริมาณน้ำท่า สามารถคำนวณได้หลายวิธี สำหรับการจัดทำแผนบริหาร
จัดการฯ นี้ จะคำนวณน้ำท่าด้วยวิธี Regional Runoff Equation (Lanning-Rush, 2000) โดยใช้
ความสัมพนธ์แบบรีแกรซชั่น (Regression) ระหว่างปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยและพนที่รับน้ำจาก
ื้
ั
ื่
ข้อมูลสถานีวัดในลุ่มน้ำต่างๆ ในลุ่มน้ำขนาดใหญ่ เพอหาปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยที่จุดต่างๆ ในลุ่มน้ำ
การจัดทำแผนบริหารฯ ในครั้งนี้ได้ใช้ข้อมูลจากกราฟปริมาณน้ำท่าของกรมชลประทาน คำนวณได้ดัง
สมการ
Q = aA
b
f
เมื่อ Q คือ ปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย (ลูกบาศก์เมตร)
f
A คือ พื้นที่รับน้ำ (ตารางกโลเมตร)
ิ
a, b คือ ค่าคงที่คำนวณจากกราฟ
2.2.3 การประเมินการใช้ที่ดิน
การประเมินสภาพการใช้ที่ดินในพนที่ลุ่มน้ำ วิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลพนฐานจาก
ื้
ื้
กองนโยบายและแผนการใช้ที่ดิน กรมพฒนาที่ดิน สำรวจและตรวจสอบรายละเอียดสภาพการใช้ที่ดิน
ั
ในพื้นที่จริง แก้ไขรายละเอยดให้ถูกต้องตรงกับสภาพปัจจุบัน
ี
2.2.4 เศรษฐกิจและสังคม
ื่
การสำรวจเก็บรวบรวบข้อมูลด้านเศรษฐกิจและสังคมเพอประกอบการจัดทำแผน
ั
บริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและความเสื่อมโทรมของดิน ด้วยระบบอนุรักษ์ดิน
ื้
และน้ำ โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรที่ปลูกพชเศรษฐกิจสำคัญของพนที่ ได้แก่ ข้าว
ื
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และลำไย มีขั้นตอนการดำเนินงาน ดังนี้
1) การเก็บรวบรวมข้อมูล
์
รวบรวมขอมูลจากแหล่งข้อมูลที่สำคัญ ได้แก เกษตรกรผู้ให้สัมภาษณ ข้อมูลสถิติ
้
่
จากหน่วยงานต่าง ๆ โดยสามารถจัดข้อมูลได้ 2 ประเภท คือ
็
1.1) ข้อมูลปฐมภูมิ คือ ข้อมูลที่เกบรวบรวมจากการสำรวจในภาคสนาม
ด้วยวิธี การสัมภาษณ์เกษตรกรในพื้นที่เป้าหมาย โดยวิธีการสัมภาษณเกษตรกร พบว่าเกษตรกรปลูก
์
พืชที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และลำไย
10
1.2) ข้อมูลทุติยภูมิ คือ ข้อมูลต่างๆ ที่เก็บรวบรวมจากเอกสารวิชาการ
ผลงานวิจัย รายงาน บทความ และระบบสืบค้นทางอนเตอร์เน็ต เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับระบบการปลูก
ิ
้
การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยว เป็นต้น เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับอางอิงและประกอบการศึกษาต่อไป
2) การวิเคราะห์ข้อมูล
การนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ ตรวจสอบความถูกต้องและความครบถ้วนของ
ข้อมูล และประมวลผล วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงพรรรณา (Descriptive analysis)
แสดงผลเป็นค่าร้อยละ และ/หรือค่าเฉลี่ย โดยแบ่งการวิเคราะห์ข้อมูล ดังนี้
2.1) การวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของครัวเรือนเกษตร ความรู้ ความเข้าใจ
ด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ ผลกระทบของการชะล้างพงทลายของดิน ตลอดจนทัศนคติ ปัญหาและ
ั
ความต้องการความช่วยเหลือจากรัฐของเกษตรกร
2.2) การวิเคราะห์ข้อมูลการใช้ปัจจัยการผลิต โดยใช้ปริมาณและมูลค่า
ิ
ั
ปัจจัยการผลิตที่สำคัญ ได้แก่ การใช้พนธุ์ การใช้ปุ๋ยชนิดต่าง ๆ (ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอนทรีย์) การใช้สาร
ื
ั
ป้องกนและกำจัดวัชพช/ศัตรูพืช/โรคพืช การใช้แรงงานคน และแรงงานเครื่องจักร โดยวิเคราะห์และ
สรุปข้อมูลมาเป็นค่าเฉลี่ยต่อพนที่ 1 ไร่
ื้
2.3) การวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนและผลตอบแทนในการผลิต ได้แก
่
(1) การวเคราะห์ต้นทุนการผลิต ประกอบด้วย ต้นทุนทั้งหมด
ิ
ต้นทุนผันแปร และต้นทุนคงที่ โดยมีวิธีการคำนวณต้นทุน ดังนี้
ต้นทุนทั้งหมด = ต้นทุนผันแปร + ต้นทุนคงท ี่
ต้นทุนผันแปร เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการผลิตที่จะ
เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิต ค่าใช้จ่ายประเภทนี้ เกษตรกรสามารถเพมหรือลดได้ในช่วง
ิ่
ุ
ื
ั
ระยะเวลาการผลิตพช เช่น ค่าพนธุ์ ค่าปุ๋ย ค่าแรงงานคน ค่าแรงงานเครื่องจักร ค่าซ่อมแซมอปกรณ์
การเกษตร และค่าขนส่งผลผลิต เป็นต้น
ต้นทุนคงที่ เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแก่เกษตรกร ถึงแม้จะไม่ได้ทำ
การผลิตพช เนื่องจากค่าใช้จ่ายประเภทนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงไปตามปริมาณการผลิตพช เช่น ค่าเช่า
ื
ื
ื
ที่ดินที่ใช้ในการปลูกพช ค่าภาษีที่ดินซึ่งต้องเสียทุกปี ไม่ว่าที่ดินผืนนั้นจะใช้ประโยชน์ในปีนั้น ๆ
หรือไม่ก็ตาม
(2) การวิเคราะห์ผลตอบแทนการลงทุน มีวิธีการคำนวณ ดังนี้
ผลตอบแทนเหนือต้นทุนทั้งหมด = ผลต่างระหว่างมูลค่าผลผลิต
ทั้งหมดกับต้นทุนทั้งหมด
11
ั
(3) อตราส่วนผลตอบแทนต่อทุนทั้งหมด (Benefit-cost ratio:
ื่
B/C ratio) เป็นการวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงิน เพอใช้ในการตัดสินใจในการลงทุนว่าควรจะ
ลงทุนในการผลิตหรือไม่ เป็นการวิเคราะห์อตราส่วนเปรียบเทียบมูลค่าปัจจุบันเฉลี่ยต่อไร่ของ
ั
ผลตอบแทนกับต้นทุนทั้งหมดตลอดช่วงปีที่ทำการผลิต โดยเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินใจเลือกลงทุนใน
โครงการใด ๆ คือ B/C Ratio ที่มีค่ามากกว่าหรือเท่ากับ 1 ถ้า B/C Ratio มากกว่า 1 หมายความว่า
ื
ผลตอบแทนที่ได้รับจากการผลิตพชมากกว่าค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนที่เสียไป หรือถ้า B/C Ratio เท่ากับ
1 หมายความว่า ผลตอบแทนที่ได้รับจากการผลิตพืชเท่ากับค่าใช้จ่ายหรือต้นทุนทเสียไปพอดี
ี่
2.3 การประเมินพื้นที่การชะล้างพังทลายของดิน
ั
ื้
การประเมินการชะล้างพงทลายของดินในพนที่ลุ่มน้ำ ใช้สมการการสูญเสียดินสากล
(Universal Soil Loss Equation: USLE) (Wischmeier and Smith, 1965) ซึ่งพฒนาขึ้นมาเพอใช้
ื่
ั
ั
ั
ประเมินการชะล้างพงทลายของดินในพนที่เกษตร และเป็นการชะล้างพงทลายของดินที่เกิดจากการ
ื้
กระทำของน้ำ ไม่รวมถึงการชะล้างพังทลายที่เกิดจากลม ดังสมการ
A = R K LS C P
สมการดังกล่าวพจารณาการชะล้างพงทลายของดินจากการตกกระทบของเม็ดฝน (Raindrop
ั
ิ
erosion) และแบบแผ่น (Sheet erosion) ไม่ครอบคลุมถึงการชะล้างพังทลายแบบริ้ว (Rill erosion)
และแบบร่อง (Gully erosion) (Wischmeier and Smith, 1965) ปัจจัยที่นำมาพจารณาในสมการ
ิ
ื
ได้แก่ ปริมาณน้ำฝน ความแรงของน้ำฝน ลักษณะของดิน ลักษณะของพชคลุมดิน สภาพของพนที่
ื้
ี
และมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ รายละเอยดแต่ละปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
1) ปัจจัยที่เกี่ยวกับฝน (Erosivity factor: R) เป็นค่าความสัมพันธ์ของพลังงานจลน์ของ
เม็ดฝนที่ตกกระทบผิวหน้าดินกับปริมาณความหนาแน่นของฝนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งความสัมพนธ์
ั
นี้ได้มีผู้ศึกษาและนำมาประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง (มนู และคณะ, 2527; Kunta, 2009) ใน
ั
การศึกษานี้ได้นำค่าสหสัมพนธ์ระหว่างค่าปัจจัยการกัดกร่อนของฝนสอดคล้องตามวิธีการของ
ั
Wischmeier (กรมพฒนาที่ดิน, 2545; มนู และคณะ, 2527) มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลปริมาณน้ำฝน
เฉลี่ยรายปี (Average annual rainfall) ในช่วงระยะเวลา 30 ปี (พ.ศ. 2533 – 2562) ได้ค่าปัจจัยที่
ื้
เกี่ยวข้องกับฝนสำหรับพนที่โครงการ
2) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับลักษณะของดิน (Eridibility factor: K) เป็นค่าความคงทนของ
ดินภายใต้สภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกัน ดินแต่ละชนิดจะทนต่อการชะล้างพงทลายที่แตกต่างกัน
ั
สอดคล้องตามหลักการของ Wischmeier สามารถวิเคราะห์ค่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับลักษณะดินจาก
12
ภาพ Nomograph โดยประเมินได้จากสมบัติของดิน 5 ประการ ได้แก่ (1) ผลรวมปริมาณร้อยละดิน
ี
ของทรายแป้งและปริมาณร้อยละของทรายละเอยดมาก (2) ปริมาณร้อยละของทราย (3) ปริมาณ
ร้อยละของอนทรียวัตถุในดิน (4) โครงสร้างของดิน และ (5) การซาบซึมน้ำของดิน (กรมพฒนาที่ดิน,
ั
ิ
2545)
3) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิประเทศ (Slope length and slope steepness
factor: LS) เป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความลาดชันและความยาวของความลาดชัน ซึ่งตามปกติค่าการ
ชะล้างพงทลายของดินจะแปรผันตรงกบความลาดชันสูงและความยาวของความลาดชัน ในการศึกษา
ั
ั
นี้ได้ใช้ข้อมูลความสูงจากแบบจำลองระดับความสูงเชิงเลข (Digital elevation model: DEM) โดย
คำนวณทั้งสองปัจจัย สอดคล้องกับการศึกษาของ Hickey et al. (1994)
4) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพช (Crop management factor: C) เป็นปัจจัยที่
ื
ั
ื
ื
เกี่ยวข้องกับพชคลุมดิน ซึ่งพชแต่ละชนิดมีความต้านทานในการชะล้างพงทลายของดินที่แตกต่างกัน
ุ่
ขึ้นอยู่กับความสูงของต้น ลักษณะพม หรือการยึดอนุภาคดินของรากพชนั้นๆ เป็นต้น กรณีที่ไม่พช
ื
ื
ื
ปกคลุมดินนั้นค่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการจัดการพชจะมีค่ามากที่สุด เท่ากับ 1.00 สำหรับกรณีที่พช
ื
ั
ปกคลุมดินสามารถต้านทานการชะล้างพงทลายของดินได้ดีจะให้ค่าปัจจัยนี้น้อย นอกจากนี้ ปัจจัยที่
ื
เกี่ยวข้องกับการจัดการพชยังมีความสัมพนธ์กับสภาพภูมิอากาศในพนที่นั้นๆ เนื่องจากสภาพ
ื้
ั
ภูมิอากาศมีผลโดยตรงต่อการเจริญเติบโตของพืช
5) ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ดินและน้ำ (Conservation factor: P) เป็นปัจจัยที่
แสดงถึงมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำในพนที่นั้นๆ เช่น การปลูกพชตามแนวระดับ (Contouring) การ
ื้
ื
ื
ื้
ปลูกพชสลับขวางความลาดเอียง (Strip cropping) การปลูกพชในพนที่มีคันนา เป็นต้น สำหรับการ
ื
ั
จัดทำแผนบริหารจัดการฯ นี้ ได้ใช้ค่าตามการศึกษาของกรมพฒนาที่ดิน (2545) จากค่าปัจจัยทั้ง 5
ประการ สามารถนำมาคำนวณการสูญเสียดินสอดคล้องตามสมการการสูญเสียดินสากลได้บน
ฐานข้อมูลแบบราสเตอร์ (Raster) โดยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ จากผลการคำนวณค่าการสูญเสีย
ื้
ดินนั้น สามารถนำมาจัดชั้นความรุนแรงของการสูญเสียดิน ทำให้ทราบถึงขอบเขตของพนที่มีปัญหา
เนื่องจากการสูญเสียดิน เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่
ตารางท 2-1 ระดับความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดิน
ี่
ระดับความรุนแรงของการชะล้างพังทลาย ค่าการสูญเสียดิน (ตัน/ไร่/ปี)
น้อย 0-2
ปานกลาง 2-5
รุนแรง 5-15
รุนแรงมาก 15-20
รุนแรงมากที่สุด มากกว่า 20
ที่มา: กรมพัฒนาที่ดิน (2563)
13
2.4 การรับฟังความคิดเของชุมชนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม
ื่
์
ิ
2.4.1 การประชาพจารณเพอการรับฟังความคิดเห็นของชุมชนต่อการดำเนินงาน
โครงการ
1) กลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ดำเนินการ การคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมายบริเวณลุ่มน้ำ
แม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เลือกตัวแทนชุมชน และเกษตรกรผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ื้
2) ประเด็นการรับฟังความคิดเห็น ได้แก่ สภาพปัญหาของพนที่ด้านการชะล้าง
พังทลายของดิน แนวทางแก้ไขปัญหา และความต้องการของเกษตรกร
2.4.2 การประชาพิจารณ์เพื่อการรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนบริหารจัดการ
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดิน
และน้ำ
1) จัดทำ (ร่าง) รายงานแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟนฟ ู
ื้
ื้
ั
ื่
พนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ เพอประกอบการประชุมรับฟงความคิดเห็นจาก
ั
หน่วยงานภาครัฐ ประชุมรับฟงความคิดเห็นต่อการจัดทำแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้าง
ื้
พังทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก
ื้
ู
โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานภาครัฐระดับจังหวัด ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และองค์การบริหารส่วนตำบล
2) ประชาพิจารณ์ โดยคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมาย จากผลการประชาพจารณ์ครั้งที่ 1 ซึ่ง
ิ
ได้วิเคราะห์ลำดับความสำคัญ กำหนดพนที่นำร่องโครงการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและ
ั
ื้
ื้
ื้
ื้
ี
ู
ฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ รายละเอยดในข้อ 2.6 ได้พนที่เป้าหมาย จำนวน
2 ตำบล เลือกตัวแทนชุมชน และเกษตรกรผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เป็นตัวแทนของชุมชนในพนที่ลุ่มน้ำ
ื้
เป้าหมาย
3) ปรับปรุงแก้ไข (ร่าง) รายงานแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดิน
ั
ื้
และฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ก่อนเสนอต่อคณะทำงานจัดทำแผนการ
ื้
ู
ื้
บริหารจัดการโครงการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบ
ั
ื้
ู
อนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ และคณะกรรมการ
ขับเคลื่อนโครงการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟื้นฟูพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดิน
ั
ื้
และน้ำ
14
2.5 การวิเคราะห์ลำดับความสำคัญ
การกำหนดพนที่เป้าหมายเพอดำเนินกิจกรรม (Implement) ประกอบการจัดทำแผนปฏิบัติ
ื้
ื่
ื้
การให้สอดคล้องกับสภาพปัญหาพนที่และความต้องการของชุมชน ด้วยการวิเคราะห์ลำดับ
ั
ื้
ื้
ความสำคัญเป็นการกำหนดพนที่นำร่องโครงการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่
ื้
ู
เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
จำนวน 118,721 ไร่ เมื่อผ่านการวิเคราะห์จากข้อมูลทุติยภูมิเบื้องต้นทั้งรูปแบบรายงานและแผนที่
ประกอบด้วย ข้อมูลดิน สถานภาพทรัพยากรดิน การชะล้างพงทลายของดิน การใช้ที่ดิน และ
ั
ื้
แผนการใช้ที่ดิน จากข้อมูลหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการสำรวจข้อมูลจากสภาพพนที่ดำเนินการ
ั
ื้
ื้
รวมถึงการรับฟงความคิดเห็นต่อแนวทางการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่
ั
ู
ิ
ื้
เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ กำหนดเกณฑ์การพจารณากำหนดพนที่เป้าหมายและ
กำหนดแผนงาน/โครงการสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ เช่น ความรุนแรงของพนที่ชะล้าง
ื้
ื้
ั
พงทลายของดิน พนที่ถือครอง แหล่งน้ำ สถานการณ์ภัยแล้งและน้ำท่วม ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
การใช้ที่ดิน และการมีส่วนร่วมหรือการยอมรับของชุมชน
การคัดเลือกพนที่ดำเนินการ พจารณาปัจจัยหลัก 6 ด้าน ประกอบด้วย (1) ระดับความรุนแรง
ิ
ื้
ื้
ของการชะล้าง (2) พนที่นอกเขตป่าไม้ตามกฎหมาย (3) การใช้ที่ดิน (4) กิจกรรมที่ดำเนินงานใน
ื้
พนที่ ได้แก่ แหล่งน้ำ และระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ และ (5) ความต้องการและความพร้อมของชุมชน
โดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้
15
คะแนน
1) ระดับความรุนแรงของการชะล้างพังทลาย (น้ำหนัก 20%) 5
รุนแรง – รุนแรงมากที่สุด > ร้อยละ 40 ของพื้นที่
รุนแรง – รุนแรงมากที่สุด 30 – 40 ของพื้นที่ 4
รุนแรง – รุนแรงมากที่สุด 20 - 30% ของพื้นที่ 3
รุนแรง – รุนแรงมากที่สุด 10 - 20% ของพื้นที่ 2
รุนแรง – รุนแรงมากที่สุด 0 – 10 % ของพื้นที่ 1
2) พื้นที่นอกเขตป่าไม้ตามกฎหมาย (น้ำหนัก 20%)
> 70 % ของพื้นที่ 5
50 - 70 % ของพื้นท ี่ 4
30 - 50 % ของพื้นท ี่ 3
20 - 30 % ของพื้นท ี่ 2
10 - 20 % ของพื้นที่ 1
3) การใช้ที่ดิน (น้ำหนัก 20%)
พื้นที่เกษตรกรรม > 80-100 % ของพื้นที่ 5
พื้นที่เกษตรกรรม > 60-80 % ของพื้นที่ 4
พื้นที่เกษตรกรรม > 40-60 % ของพื้นที่ 3
พื้นที่เกษตรกรรม > 20-40 % ของพื้นที่ 2
พื้นที่เกษตรกรรม 0-20 % ของพื้นท ี่ 1
4) กิจกรรมที่เคยดำเนินงานในพื้นที่ (น้ำหนัก 30%)
ุ
แหล่งน้ำชมชน/แหล่งน้ำอื่นๆ (น้ำหนัก 15%)
ไม่มี หรือมีแต่ใช้การไม่ได้แล้ว 5
มี 1- 2 แห่ง ตื้นเขิน 4
มี > 2 แห่ง ตื้นเขิน 3
มี 1-2 แห่ง ยังใช้การได้ 2
มี > 2 แห่ง ยังใช้การได้ 1
ระบบอนุรักษ์ฯ (น้ำหนัก 15%)
ไม่มี หรือมีแต่ไม่คงสภาพแล้ว 5
มี > 3 กิจกรรม แต่สภาพไม่สมบูรณ์ 4
มี 1- 3 กิจกรรม แต่สภาพไม่สมบูรณ์ 3
มี 1-3 กิจกรรม ยังคงสภาพอยู่ 2
มี >3 กิจกรรม ยังคงสภาพอยู่ 1
5) ความต้องการและความพร้อมของชุมชน (น้ำหนัก 10%)
ระดับมาก 3
ระดับปานกลาง 2
ระดับน้อย 1
16
2.6 การจัดทำแผนบริหารจัดการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
ั
ื้
แผนปฏิบัติการเพอป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม ลุ่มน้ำ
ื่
ื้
ู
ั
แม่งัดฝั่งตะวันตก ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570) เป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนโครงการป้องกนการ
ชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษดินและน้ำ ให้สามารถนำไปสู่การ
์
ื้
ื้
วางแผน การกำหนดมาตรการและบริหารจัดการพนที่เกษตรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการชะล้าง
ื้
ั
พงทลายของดินและพนที่เสื่อมโทรม นำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างสูงสุด สมดุล เป็นธรรม และยั่งยืน
รวมทั้งสามารถแปลงไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามระบบการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ที่
สอดคล้องกับประเด็นปัญหาและบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงาน โดยผ่านกระบวนการมีส่วน
ร่วมจากภาคีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผู้เกี่ยวข้อง
การบริหารจัดการทรัพยากรดินระดับลุ่มน้ำ ได้นำหลักการอนุรักษ์ดินและน้ำ การบริหาร
ื่
จัดการเชิงระบบนิเวศที่ต้องดำเนินการเพอให้เกิดความสมดุลของระบบ ตามหลักปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง การบูรณาการให้การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นไปอย่างเหมาะสมตามศักยภาพของที่ดิน
มีความเชื่อมโยงกับการจัดการทรัพยากรน้ำ ป่าไม้ และชายฝั่ง ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งในด้าน
เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของประเทศ โดยคำนึงถึงสิทธิในทรัพย์สิน
ของประชาชน หลักธรรมาภิบาล การรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมของ
ประชาชน ชุมชน และภูมิสังคม ดังนั้น เพอให้แผนบริหารจัดการแปลงไปสู่การปฏิบัติ จึงได้จัดทำ
ื่
แผนปฏิบัติการ แบ่งออกเป็น 2 ระยะ ซึ่งได้พจารณาครอบคลุมทุกมิติแบบองค์รวม ได้แก่ มิติ
ิ
กายภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดทิศทางจากสภาพปัญหาเป็นตัวนำ และความรู้
ทางวิชาการหลากหลายสาขาผ่านกระบวนการคิด วิเคราะห์จากงานวิจัย และเทคโนโลยีด้านการ
พัฒนาที่ดิน การอนุรักษ์ดินและน้ำ ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน
17
บทที่ 3
สถานภาพพื้นที่ลุ่มน้ำ
3.1 ที่ตั้งและอาณาเขต
ิ
พนที่โครงการตั้งอยู่ระหว่างพกัด 19º15'39.2"N ถึง 19º19'42.9"N และ 99º07'33.5"E ถึง
ื้
99º09'53.5"E (UTM 47Q 513237 E ถึง 517317 E และ UTM 47Q 2129699 N ถึง 2137192 N
ระวาง 4847III และ 4847IV) มีเนื้อที่ประมาณ 118,721 ไร่ อยู่ในลุ่มน้ำปิง และเป็นส่วนหนึ่งของลุ่ม
น้ำสาขาแม่น้ำงัด พนที่ส่วนใหญ่อยู่ในตำบลน้ำแพร่ ตำบลเขื่อนผาก และตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว
ื้
และมีพนที่บางส่วนอยู่ในตำบลบ้านโป่ง อำเภอพร้าว รวมครอบคลุมพนที่ 24 หมู่บ้าน ดังแสดงใน
ื้
ื้
ภาพที่ 3-1
ทิศเหนือ ติดต่อ ต.ปิงโค้ง อ.เชียงดาว และ ต.สันทราย อ.พร้าว
ทิศใต้ ติดต่อ ตำบลแม่หอพระ อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่
ทิศตะวันออก ติดต่อ ลำน้ำแม่งัด และต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่
ทิศตะวันตก ติดต่อ ต.แม่งด ต.เชียงดาว ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
ั
3.2 สภาพภูมิประเทศ
ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
ี่
ี่
ี่
ลักษณะภูมิประเทศ ส่วนใหญ่เป็นพื้นทสูงชัน รองลงมาเป็นพื้นทเนินเขา พื้นทลูกคลื่นลอนลาด พื้นท ี่
ี่
ี่
ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบ พื้นทลูกคลื่นลอนชัน และพื้นทลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย (ตารางท 3-1) มี
ี่
ิ
้
ี่
ี่
ิ
ความลาดเทของพื้นทจากทศตะวันตกเฉียงเหนือไปยังทศตะวันออกเฉียงใตของพื้นทลุ่มน้ำ อยู่สูงจาก
ี่
ิ
ิ
ั
ระดบทะเลปานกลางประมาณ 400 – 1,360 เมตร โดยมีน้ำแม่งัดไหลผ่านพื้นทจากทศเนือไปยังทศใต ้
โดยไหลไปลงเขื่อนแม่งัด บริเวณบ้านแม่ปั๋ว ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ (ภาพท 3-2 และ
ี่
ภาพที่ 3-3)
18
ี่
ตารางที่ 3-1 ความลาดชันพื้นทลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอ
พร้าว จังหวดเชียงใหม่
ั
ความลาดชัน สภาพพื้นที่ เนื้อที่
(เปอร์เซ็นต์) ไร ่ ร้อยละ
0–2 ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบ 17,103 14.41
2–5 ลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย 3,917 3.30
5–12 ลูกคลื่นลอนลาด 18,572 15.64
12–20 ลูกคลื่นลอนชัน 12,245 10.31
20–35 เนินเขา 20,694 17.43
35–50 พื้นที่สูงชัน 46,190 38.91
รวมเนื้อที่ 118,721 100.00
ที่มา: จากการวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์
19
ภาพที่ 3-1 แผนที่ขอบเขตการปกครอง ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลัก
แม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
20
ภาพที่ 3-2 แผนที่ขอบเขตลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง
อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
21
ภาพที่ 3-3 แผนที่ความลาดชัน พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง
อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
22
3.3 สภาพภูมิอากาศ
สภาพภูมิอากาศทั่วไปของจังหวัดเชียงใหม่ จากข้อมูลสถานีตรวจอากาศจังหวัดเชียงใหม่
พบว่าจังหวัดเชียงใหม่มี 3 ฤดู โดยลักษณะภูมิอากาศในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ดังนี้
ิ
ุ
อณหภูม มีอณหภูมิเฉลี่ยตลอดปี 26.1 องศาเซลเซียส โดยมีอณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน
ุ
ุ
36.6 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม 15.6 องศาเซลเซียส
ปริมาณน้ำฝน มีปริมาณน้ำฝนรวมตลอดปี 1,146.5 มิลลิเมตร โดยมีปริมาณน้ำฝนสูงสุดใน
เดือนกันยายน 204.2 มิลลิเมตร และปริมาณน้ำฝนต่ำสุดในเดือนมกราคม 11.8 มิลลิเมตร
ั
ั
ความชื้นสัมพัทธ์ มีความชื้นสัมพทธ์เฉลี่ยตลอดปี 71.3 เปอร์เซ็นต์ โดยมีความชื้นสัมพทธ์
สูงสุดในเดือนสิงหราคมและกันยายน 82.0 เปอร์เซ็นต์ และต่ำสุดในเดือนมีนาคม 54.0 เปอร์เซ็นต์
ิ
ื่
การวเคราะห์ช่วงฤดูเพาะปลูก จากการวิเคราะห์สถานการณ์สมดุลของน้ำ เพอการเกษตร
ด้วยข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยรายเดือน และค่าศักยภาพการคายระเหยน้ำเฉลี่ยรายเดือน
(Evapotranspiration : ETo) ซึ่งคำนวณโดยใช้โปรแกรม Cropwat for Windows Version 8.0 โดย
พิจารณาจากช่วงระยะที่น้ำฝนอยู่ที่เหนือระดับเส้น 0.5 ของค่าศักยภาพการคายระเหยน้ำ (0.5 ETo)
ั
ื
เป็นหลัก (ภาพที่ 3-4) พบว่า ระยะเวลาในการปลูกพชที่เหมาะสมกบจังหวัดเชียงใหม่อยู่ในช่วงปลาย
เดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤศจิกายน
ื่
ภาพที่ 3-4 กราฟสมดุลของน้ำเพอการเกษตร จังหวัดเชียงใหม่ ปี พ.ศ. 2533-2562
23
ตาราง 3-2 สถิติภูมิอากาศ ณ สถานีตรวจอากาศจังหวัดเชียงใหม่ (ปี พ.ศ. 2533-2562)
อุณหภูมิ (°ซ) ความชื้น ปริมาณ จำนวนวันที่ ศักยภาพการ ปริมาณฝน
เดือน ต่ำสุด สูงสุด เฉลี่ย สัมพัทธ์ น้ำฝน ฝนตก คายระเหยน้ำ ใช้การ
(%) (มม.) (วัน) (มม.) (มม.)
ม.ค. 15.6 29.9 21.9 69.0 11.8 1.5 97.7 11.6
ก.พ. 16.7 32.8 24.1 58.0 13.0 1.3 113.4 12.7
มี.ค. 20.1 35.3 27.3 54.0 23.6 3.3 155.3 22.7
เม.ย. 23.3 36.6 29.4 58.0 52.8 7.1 174.0 48.3
พ.ค. 24.1 34.5 28.5 71.0 175.5 15.7 155.6 126.2
มิ.ย. 24.4 33.1 28.0 76.0 116.5 16.7 126.3 94.8
ก.ค. 24.2 32.0 27.4 79.0 147.4 19.2 114.4 112.6
ส.ค. 23.9 31.6 26.9 82.0 216.4 21.1 109.1 141.5
ก.ย. 23.6 32.0 26.9 82.0 204.2 18.6 110.7 137.5
ต.ค. 22.5 31.7 26.3 79.0 124.9 11.8 114.1 99.9
พ.ย. 19.9 30.8 24.5 75.0 45.8 4.5 102.6 42.4
ธ.ค. 16.8 29.1 22.2 73.0 14.6 2.0 93.0 14.3
เฉลี่ย 21.3 32.5 26.1 71.3 - - - -
รวม - 1,146.5 122.8 1,466.2 864.5
ที่มา : กรมอุตุนิยมวิทยา (2563)
หมายเหตุ : *จากการคำนวณโดยโปรแกรม Cropwat for Windows Version 8.0
3.4 ทรัพยากรดิน
3.4.1 ข้อมูลทรัพยากรดิน
จากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลทรัพยากรดินในระดับชุดดิน มาตราส่วน 1:25,000 ในพนที่
ื้
ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก เนื้อที่ 118,721 ไร่ สามารถจำแนกออกได้เป็น 20 หน่วยแผนที่ (ตารางที่ 3-3
ภาพที่ 3-4) ประกอบด้วย ระดับหน่วยจำแนก มี 8 ชุดดิน (10 หน่วยแผนที่) ดินคล้าย 6 ดิน (6
ี่
ี
หน่วยแผนที่) หน่วยดินเชิงซ้อน 1 หน่วยแผนที่ (รายละเอยดชุดดินตามภาคผนวกท 1) ร้อยละ 35.88
ื้
พนที่เบ็ดเตล็ด ร้อยละ 1.89 ประกอบด้วย พนที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้างและพนที่แหล่งน้ำ และพนที่
ื้
ื้
ื้
ลาดชันเชิงซ้อน (SC) ร้อยละ 62.23 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
ชุดดินที่มีการกระจายตัวมากที่สุด คือชุดดินแม่แตง (Mt) มีเนื้อที่ร้อยละ 18.76 ของเนื้อที่ลุ่ม
ื้
ื้
น้ำ ส่วนใหญ่กระจายอยู่ในพนที่ตำบลเขื่อนผากและตำบลแม่ปั๋ง และกระจายตัวเล็กน้อยอยู่ในพนที่
ตำบลน้ำแพร่และตำบลบ้านโป่ง อำเภอพร้าว ลักษณะเป็นดินลึกมาก ดินบนเป็นดินร่วนถึงดินร่วนปน
ดินเหนียว ดินล่างเป็นดินเหนียว พบในสภาพพนที่ลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อยถึงลูกคลื่นลอนชัน ชุดดิน
ื้
ที่มีการกระจายตัวรองลงมา คือ ชุดดินหางดง (Hd) มีเนื้อที่ร้อยละ 3.46 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ส่วนใหญ่
24
ื้
ื้
กระจายอยู่ในพนที่ตำบลเขื่อนผากและตำบลน้ำแพร่ และกระจายตัวเล็กน้อยอยู่ในพนที่ตำบลบ้าน
โป่งและตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว ลักษณะเป็นดินเหนียวลึกมาก ดินบนเป็นดินร่วนเหนียวปนทราย
แป้ง ดินล่างเป็นดินร่วนปนดินเหนียว ดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทรายแป้ง พบจุดประสีน้ำตาลปน
ื้
เหลืองหรือน้ำตาลแก่ตลอดหน้าตัดดิน สภาพพนที่ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบ
นอกจากนั้นยังพบชุดดินลาดหญ้า (Ly) ชุดดินท่ายาง (Ty) ชุดดินแม่ริม (Mr) มีเนื้อที่ร้อยละ
2.51 0.77 และ 0.18 ตามลำดับ ลักษณะเป็นดินลึกปานกลางถึงชั้นเศษหิน กรวด ดินตื้นถึงชั้นเศษ
ื้
หินและหินพน ดินตื้นหรือตื้นมากถึงชั้นก้อนกรวดและหินในเล็กหนาแน่นตั้งแต่ภายใน 50 ซม. จาก
ผิวดิน ดินบนเป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทราย ดินร่วนปนเศษหินหรือดินร่วนปนทรายปนเศษหิน ดิน
ร่วนปนทรายหรือทรายปนดินร่วน อาจมีกรวดและหินมนเล็กปะปน ดินล่างเป็นดินร่วนปนทรายหรือ
ดินร่วนเหนียวปนทราย ดินร่วนปนทรายปนเศษหิน พบก้อนกรวดเป็นพวกหินควอร์ตไซต์ หินทราย
ิ
หินฟลไลท์และหินดินดาน ดินร่วนปนดินเหนียวหรือดินร่วนแหนียวปนทราย มีกรวดและหินมนเล็ก
ปะปนอยู่หนาแน่น มากกว่า 35% สภาพพนที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อยถึงลูกคลื่นลอนชัน ดินสัน
ื้
ี
ป่าตองที่เป็นดินร่วนละเอยด (Sp-fl) ดินแม่แตงที่เป็นดินร่วนละเอยด (Mt-fl) มีเนื้อที่ร้อยละ 3.24
ี
ื้
และ 0.78 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ตามลำดับ พบกระจายตัวอยู่ในพนที่ตำบลน้ำแพร่ ตำบลเขื่อนผาก และ
ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว ลักษณะเป็นดินลึกมาก ดินบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินล่างเป็นดินร่วน
เหนียวปนทราย ดินร่วนปนดินเหนียว สภาพพนที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย หน่วยดินเชิงซ้อนของ
ื้
ชุดดินเชียงใหม่และดินเชียงใหม่ที่มีจุดประสีเทา (Cm-Cm-gm) มีเนื้อที่ร้อยละ 2.60 พบบริเวณสอง
ข้างริมน้ำแม่งัดในบางแห่ง น้ำแม่ละงอง และน้ำแม่แพง ลักษณะเป็นดินลึกมาก มีการสลับชั้นของเนื้อ
ดินต่างๆ ดินบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินล่างเป็นดินร่วนปนทราย หรือดินร่วนปนทรายแป้ง มีจุดประ
ื้
สีน้ำตาลแก่ หรือสีเทาอ่อน สภาพพนที่ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบ
พบชุดดินที่ลุ่ม ได้แก่ ชุดดินแม่สาย (Ms) ดินหางดงที่เป็นทรายแป้งละเอียด (Hd-fsi) ดินหาง
ดงที่มีหน้าดินแตกระแหง (Hd-vertic) และดินสันทรายที่เป็นดินร่วนละเอยด (Sai-fl) มีเนื้อที่ร้อยละ
ี
0.73 1.32 1.05 0.49 ตามลำดับ พบกระจายอยู่บริเวณที่ราบที่เป็นพนที่นาสองข้างของลำน้ำแม่งัด
ื้
ถัดจากหน่วยดินเชิงซ้อนของชุดดินเชียงใหม่และดินเชียงใหม่ที่มีจุดประสีเทา ลักษณะเป็นดินลึกมาก
ดินทรายแป้งละเอียดลึกมาก ดินบนเป็นดินร่วนปนทรายแป้งหรือดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง ดินร่วน
ปนทรายแป้ง ดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทรายแป้ง ดินล่างเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง ดิน
เนียวหรือดินเหนียวปนทรายแป้ง สภาพพื้นที่ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบ
ั
ิ
เมื่อพจารณาถึงปัจจัยด้านลักษณะของดินที่มีผลต่อการชะล้างพงทลายของดิน ซึ่งดินแต่ละ
ชนิดจะคงทนต่อการชะล้างพงทลายที่แตกต่างกันในสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึง โดยเฉพาะค่าปัจจัย
ั
ความคงทนของดิน (K-factor) ที่สามารถนำไปประเมินการสูญเสียดินในสมการการสูญเสียดินสากล
(USLE) จะเห็นว่า ปัจจัยสมบัติดินที่มีผลต่อค่าปัจจัยความคงทนของดิน ได้แก่ (1) ผลรวมปริมาณ
ร้อยละของทรายแป้งและปริมาณร้อยละของทรายละเอยดมาก (% silt + % very fine sand)
ี
(2) ปริมาณร้อยละของทราย (% sand) (3) ปริมาณร้อยละของอนทรียวัตถุในดิน (% organic
ิ
25
matter) (4) โครงสร้างของดิน (Soil structure) และ (5) การซาบซึมน้ำของดิน (Permeability)
ึ
ั
(กรมพัฒนาที่ดิน, 2545) จากการศกษาค่าปัจจัยความคงทนของดินต่อการชะล้างพงทลาย (K-factor)
ั
ตามชนิดจากค่าปัจจัยความคงทนต่อการถูกชะล้างพงทลายของดินภาคเหนือของประเทศไทย พบว่าง
ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก เนื้อดินบนส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนดินเนียว (cl) เนื้อที่ร้อยละ 18.76 ของเนื้อ
ที่ลุ่มน้ำ ซึ่งมีค่า K อยู่ระหว่าง 0.24 – 0.27 อยู่ในระดับปานกลาง เมื่อเทียบกับช่วงค่า K ของดินที่
ประเมินจากเนื้อดินบนของดินที่พบในภาคเหนือของประเทศไทย ที่มีค่าระหว่าง 0.05 – 0.49 ทั้งนี้
ั
พบเนื้อดินร่วนปนทราย (sl) และร่วนปนทรายแป้ง (sil) ซึ่งมีค่า K ระหว่าง 0.27 -0.49 (กรมพฒนา
ที่ดิน, 2545) อยู่ในระดับปานกลางถึงสูง อยู่ร้อยละ 12.61 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
ื้
ดินที่พบส่วนใหญ่ในพนที่อยู่ในกลุ่มดินที่มีวัตถุต้นกำเนิดดินจากตะกอนน้ำพา ได้แก่ ชุดดิน
แม่แตง (Mt) ชุดดินแม่ริม (Mr) ชุดดินสันป่าตอง (Sp) ชุดดินเชียงใหม่ (Cm) ชุดดินหางดง (Hd) ชุด
ดินสันทราย (Sai) ชุดดินแม่สาย (Ms) ร้อยละ 32.60 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ มีอนทรียวัตถุต่ำถึงปานกลาง
ิ
รองลงมาเป็นกลุ่มดินที่มีวัตถุต้นกำเนิดดินพวกหินตะกอนหรือหินแปรเนื้อหยาบ พวกหินทรายและ
ิ
ิ
หินควอร์ตไซต์ รองรับด้วยหินดินดานและหินฟลไลท์ เนื้อดินเป็นกลุ่มดินร่วน ปริมาณอนทรียวัตถุสูง
คือ ชุดดินท่ายาง (Ty) และชุดดินลาดหญ้า (Ly) ร้อยละ 3.27 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
ื้
นอกจากปัจจัยด้านลักษณะและสมบัติดินแล้ว ปัจจัยด้านสภาพพนที่และการใช้ประโยชน์ที่ดิน
ื้
ก็มีผลต่อการชะล้างพงทลายของดิน โดยเฉพาะความลาดชันของพนที่จะมีผลโดยตรงต่อการชะล้าง
ั
ั
พงทลายของผิวหน้าดิน การไหลบ่าของน้ำผ่านผิวหน้าดิน ระดับน้ำใต้ดิน ความชื้นในดิน การระบาย
น้ำ ความยากง่ายต่อการกกเก็บน้ำและการเขตกรรม ดังนั้น สภาพพื้นที่จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่ง
ั
ั
ที่ควบคุมลักษณะของการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส่งผลต่อการชะล้างพงทลายของดินด้วย โดยเฉพาะ
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นพืชไร่เศรษฐกิจที่ปลูกในพื้นที่ที่มีความลาดชันเป็นส่วนใหญ่ และมีสิ่งปกคลุม
ผิวหน้าดินน้อยหรือไม่มีสิ่งปกคลุมดิน เกิดการชะล้างพังทลายของดิน ส่งผลให้ความอุดมสมบูรณ์ของ
ดินลดลง รวมถงสมบัติทางกายภาพของดินลดลง ซึ่งเร่งให้เกิดการชะล้างพังทลายของดินสูงขึ้น
ึ
ื้
ื้
พนที่ลาดชันเชิงซ้อนหรือพนที่ลาดชันสูง มีความลาดชันมากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์ เป็นพื้นที่ที่ยัง
ไม่มีการจำแนกประเภทดิน กระจายตัวอยู่ร้อยละ 38.91 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ เรียงตัวอยู่ทาง
ทิศตะวันตกของพนที่ลุ่มน้ำ พนที่ลาดชันสูงเหล่านี้เสี่ยงต่อการชะล้างพงทลายของดินสูงมาก ไม่
ื้
ั
ื้
ื้
เหมาะสมต่อการเกษตรกรรม สภาพพนที่ลาดชันเชิงซ้อนหรือพนที่ลาดชันสูง แบ่งย่อยออกเป็น 3
ื้
ระดับ ดังนี้
1) พื้นที่สูงชัน (Steep slope) มีความลาดชัน 35 – 50 เปอร์เซ็นต์
2) พื้นที่สูงชันมาก (Very steep slope) มีความลาดชัน 50 – 75 เปอร์เซ็นต์
3) พนที่สูงชันมากที่สุด (Extremely steep slope) มีความลาดชันมากกว่า 75
ื้
เปอร์เซ็นต์
26
ิ
ั่
ตารางที่ 3-3 ทรัพยากรดนในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝงตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
ลำดับ สัญลักษณ์ คำอธิบาย เนื้อที่ ร้อยละ
(ไร่)
1 Bg-hb-clE ดินบ้านจ้องที่มีความอิ่มตัวเบสสูง มีเนื้อดินบนเป็นดิน 3 0.01
ร่วนปนดินเหนียว ความลาดชัน 20-35 เปอร์เซ็นต์
2 Cm-Cm-gm- หน่วยดินเชงซ้อนของชดดินเชียงใหม่และดินเชยงใหม่ที่ 3,089 2.60
ุ
ี
ิ
slA/b มีจุดประสีเทา มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนทราย ความ
ลาดชัน 0-2 เปอร์เซ็นต์ มีคันนา
3 Hd-fsi-silA ดินหางดงที่เป็นดินทรายแป้งละเอียด มีเนื้อดินบนเป็น 1,562 1.32
ดินร่วนปนทรายแป้ง ความลาดชัน 0-2 เปอร์เซ็นต์
ุ
4 Hd-siclA ชดดินหางดง มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนเหนียวปนทราย 4,106 3.46
แป้ง ความลาดชัน 0-2 เปอร์เซ็นต์
5 Hd-vertic-sicA ดินหางดงที่มีหน้าดินแตกระแหง มีเนื้อดินบนเป็นดิน 1,248 1.05
เหนียวปนทรายแป้ง ความลาดชัน 0-2 เปอร์เซ็นต์
6 Ly-slB ชุดดินลาดหญ้า มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนบนทราย ความ 280 0.23
ลาดชัน 2-5 เปอร์เซ็นต์
7 Ly-slC ชุดดินลาดหญ้า มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนบนทราย ความ 2,694 2.27
ลาดชัน 5-12 เปอร์เซ็นต์
8 Mr-gslC ชุดดินแม่ริม มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนทรายปนกรวด 219 0.18
ความลาดชัน 5-12 เปอร์เซ็นต์
9 Ms-silA ชดดินแม่สาย มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนทรายแป้ง 866 0.73
ุ
ความลาดชัน 0-2 เปอร์เซ็นต์
10 Mt-clB ชดดินแม่แตง มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนดินเหนียว 17,474 14.72
ุ
ความลาดชัน 2-5 เปอร์เซ็นต์
ุ
11 Mt-clC ชดดินแม่แตง มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนดินเหนียว 4,592 3.87
ความลาดชัน 5-12 เปอร์เซ็นต์
ุ
12 Mt-clD ชดดินแม่แตง มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนดินเหนียว 201 0.17
ความลาดชัน 12-20 เปอร์เซ็นต์
13 Mt-fl-slB ดินแม่แตงที่เป็นดินร่วนละเอียด มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วน 921 0.78
ปนทราย ความลาดชัน 2-5 เปอร์เซ็นต์
14 Sai-fl-slA ดินสันทรายที่เป็นดินร่วนละเอียด มีเนื้อดินบนเป็นดิน 587 0.49
ร่วนปนทราย ความลาดชัน 0-2 เปอร์เซ็นต์
15 Sp-fl-slB ดินสันป่าตองที่เป็นดินร่วนละเอียด มีเนื้อดินบนเป็นดิน 3,841 3.24
ร่วนปนทราย ความลาดชัน 2-5 เปอร์เซ็นต์
16 Ty-gslC ชุดดินท่ายาง มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนทรายปนกรวด 530 0.45
ความลาดชัน 5-12 เปอร์เซ็นต์
27
ตารางที่ 3-3 (ต่อ)
ลำดับ สัญลักษณ์ คำอธิบาย เนื้อที่ ร้อยละ
(ไร่)
17 Ty-gslD ชุดดินท่ายาง มีเนื้อดินบนเป็นดินร่วนปนทรายปนกรวด 380 0.32
ความลาดชัน 12-20 เปอร์เซ็นต์
ั
18 SC พื้นที่ลาดชนเชงซ้อน ความลาดชนมากกว่า 35 73,878 62.23
ิ
ั
เปอร์เซ็นต์
19 U พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง 1,169 0.98
ี่
20 W พื้นทแหล่งน้ำ 1,080 0.90
รวมทั้งหมด 118,721 100.00
หมายเหต: ตัวเลขได้จากการคำนวณด้วยโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ จากข้อมูลชุดดิน
ุ
มาตราส่วน 1:25000 ปี พ.ศ. 2561 ของกองสำรวจดินและวิจัยทรัพยากรดิน กรมพัฒนาที่ดิน
28
ภาพที่ 3-5 แผนททรัพยากรดิน ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง
ี่
อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
29
3.4.2 ข้อมูลสถานภาพทรัพยากรดิน
สถานภาพทรัพยากรดินในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตกส่วนใหญ่เป็นดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ
ื้
ื้
และพนที่ลาดชันเชิงซ้อน พบกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่างๆ (ตารางที่ 3-4 และภาพที่ 3-6) รายละเอียด
มีดังนี้
1) ดินตื้น เป็นดินที่มีชั้นดินบนหนาประมาณ 50 เซนติเมตร ส่วนใหญ่มีเนื้อดินบนเป็น
ดินร่วน ดินร่วนปนทรายแป้งหรือดินร่วนปนดินเหนียวปนเศษหิน ดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายแป้ง
ดินร่วนปนทรายหรือทรายปนดินร่วน อาจมีกรวดและหินมนเล็กปะปน ชั้นถัดไปเป็นดินเหนียวปน
เศษหินหนาแน่นมาก ดินร่วนปนดินเหนียวหรือดินร่วนเหนียวปนทรายแป้ง หรือดินเหนียวที่มีปริมาณ
ื้
กรวดหรือเศษหินปะปนมากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 35 โดยปริมาตร หรือพบหินพน ภายในความลึก
ื
ุ
ื
50 เซนติเมตรจากผิวดิน ซึ่งเป็นอปสรรคต่อการเจริญเติบโตของของพชด้านการชอนไชของรากพช
ทำให้การเกาะยึดตัวของดินไม่ดี ยากแก่การไถพรวน เกิดการชะล้างพงทลายได้ง่าย สภาพปัญหาและ
ั
ื้
ข้อจำกัดนี้ครอบคลุมเนื้อที่รวม 3,158 ไร่ หรือร้อยละ 2.66 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ เป็นดินตื้นในพนที่ดอน
ถึงชั้นลูกรัง ก้อนกรวด หรือเศษหิน ส่วนใหญ่พบกระจายอยู่ในพนที่ตำบลน้ำแพร่ ตำบลเขื่อนผาก
ื้
และตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
2) ดินมความอดมสมบูรณ์ต่ำ การประเมินความอดมสมบูรณ์ของดินในประเทศไทย
ี
ุ
ุ
ั
กรมพฒนาที่ดินใช้หลักเกณฑ์ประเมินจากค่าวิเคราะห์ดิน 5 รายการ ได้แก่ ร้อยละของปริมาณ
ิ
อนทรียวัตถุ ปริมาณฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์ ปริมาณโพแทสเซียมที่เป็นประโยชน์ ความจุ
ิ่
แลกเปลี่ยนแคตไอออน และอตราร้อยละความอมตัวเบส เกณฑ์การประเมินมี 3 ระดับ คือ สูง
ั
ปานกลาง และต่ำ ซึ่งดินทั่วไปตามธรรมชาติ มีวัตถุต้นกำเนิดดินที่มีแร่ธาตุอาหารตามธรรมชาติต่ำ
การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยไม่มีการปรับปรุงดิน ทำให้ดินเสื่อมโทรม
ุ
ความอดมสมบูรณ์ของดินลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พชเจริญเติบโตช้า และผลผลิตตกต่ำ สภาพ
ื
ปัญหาข้อจำกัดนี้ครอบคลุมเนื้อที่ 30,974 ไร่ หรือร้อยละ 26.09 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
ื้
ื้
ุ
2.1) ดินที่มีความอดมสมบูรณ์ต่ำในพนที่ดอนที่เป็นกรด พบกระจายอยู่ในพนที่
ตำบลเขื่อนผาก ตำบลน้ำแพร่ ตำบลแม่ปั๋ง และตำบลบ้านโป่ง เนื้อที่ 28,161 ไร่ หรือร้อยละ 23.72
ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
ื้
2.2) ดินที่มีความอดมสมบูรณ์ต่ำในพนที่ดอนที่ไม่เป็นกรด พบกระจายในพนที่
ื้
ุ
ี่
ตำบลแม่ปั๋ง ตำบลเขื่อนผาก และตำบลน้ำแพร่ เนื้อที่ 2,813 ไร่ หรือร้อยละ 2.37 ของเนื้อทลุ่มน้ำ
ื้
ื้
3) ดินที่มความอดมสมบูรณ์ปานกลาง พบกระจายอยู่ในพนที่พบกระจายอยู่ในพนที่
ี
ุ
ตำบลเขื่อนผาก ตำบลน้ำแพร่ ตำบลแม่ปั๋ง และตำบลบ้านโป่ง อำเภอพร้าว เนื้อท 8,048 ไร่ หรือร้อย
ี่
ละ 6.77 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
3.1) ดินที่มีความอดมสมบูรณ์ปานกลางในพนที่ม พบกระจายอยู่ในพนที่ตำบล
ุ
ื้
ื้
น้ำแพร่ ตำบลเขื่อนผาก และตำบลแม่ปั๋ง เนื้อที่ 4,956 ไร่ หรือร้อยละ 4.17 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
30
3.2) ดินที่มีความอดมสมบูรณ์ปานกลางในพนที่ดอน อำเภอพร้าว เนื้อที่ 3,092
ุ
ื้
ไร่ หรือร้อยละ 2.60 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
ื้
4) พื้นที่ลาดชันเชิงซ้อน เป็นพนที่ที่มีความลาดชันสูง มากกว่า 35 เปอร์เซ็นต์
ั
ไม่เหมาะสมสำหรับใช้ประโยชน์ที่ดินเพอเกษตรกรรม มีความเสี่ยงต่อการชะล้างพงทลายของดินสูง
ื่
ื้
ื้
พบกระจายอยู่ตามแนวของของพนที่ลุ่มน้ำทางทิศตะวันตก ส่วนใหญ่พบกระจายในพนที่ตำบลน้ำ
แพร่ ตำบลเขื่อนผาก ตำบลแม่ปั๋ง และตำบลบ้านโป่ง อำเภอพร้าว เนื้อที่ 71,784 ไร่ หรือร้อยละ
60.47 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
ื่
ื้
5) อนๆ พนที่อนๆ เนื้อที่ 4,757 ไร่ หรือร้อยละ 4.01 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย
ื่
พนที่น้ำ 1,385 ไร่ หรือร้อยละ 1.17 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ และพนที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง 3,372 ไร่
ื้
ื้
หรือร้อยละ 2.84 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
ี่
ตารางท 3-4 สถานภาพทรัพยากรดินในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลัก
แม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
คำอธิบาย เนื้อที่
ไร่ ร้อยละ
1) ปัญหาดินตื้น
ดินตื้นในพื้นที่ดอนถึงชั้นลูกรัง ก้อนกรวด หรือเศษหิน 3,158 2.66
2) ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ
2.1) ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำในพื้นที่ดอนที่เป็นกรด 28,161 23.72
2.2) ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำในพื้นที่ดอนที่ไม่เป็นกรด 2,813 2.37
3) ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลาง
3.1) ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางในพื้นที่ลุ่ม 4,956 4.17
3.2) ดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ปานกลางในพื้นที่ดอน 3,092 2.60
4) พื้นที่ลาดชันเชิงซ้อน 71,784 60.47
ื่
5) อนๆ 4,757 4.01
รวมเนื้อที่ 118,721 100.00
หมายเหตุ: ตัวเลขได้จากการคำนวณด้วยโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ จากข้อมูลสถานภาพทรัพยากรดิน
ปี พ.ศ. 2561 ของกองสำรวจดินและวิจัยทรัพยากรดิน กรมพัฒนาที่ดิน
31
ภาพที่ 3-6 แผนที่สถานภาพทรัพยากรดิน พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด
ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
32
3.5 ทรัพยากรน้ำ
3.5.1 ลำน้ำธรรมชาติที่สำคัญ
ื้
พนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลักษณะลุ่มน้ำวางแนวจากทางทิศเหนือไปยังทิศใต้ มีลำห้วยย่อย
อางเก็บน้ำ ที่เป็นส่วนหนึ่งของลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง
่
(ดังภาพที่ 3-7)
ื้
ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด (0603) เป็นลุ่มน้ำสาขาแม่น้ำปิง ไหลจากพนที่ตำบลบ้านโป่งไปยังทิศใต้
ื้
ผ่านตำบลน้ำแพร่ ตำบลเขื่อนผาก และตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพนที่ราบ
ความสูงจากระดับทะเลปานกลางประมาณ 400 เมตร
ื้
ลำห้วยสำคัญของลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ในพนที่ตำบลบ้านโป่ง ตำบล
่
น้ำแพร่ ตำบลเขื่อนผาก และตำบลแม่ปั๋ง ได้แก น้ำแม่วะ น้ำแม่สม น้ำแม่ลาด น้ำแม่ละงอง ห้วยเกี๋ยง
ั
ซาง ห้วยงู และน้ำแม่แพง โดยลำน้ำแม่สมจะไหลรวมกับน้ำแม่ลาดก่อนไหลลงสู่น้ำแม่งด เช่นเดียวกับ
่
ห้วยเกี๋ยงซางและห้วยงู สำหรับอางเก็บน้ำที่สำคัญ ได้แก่ อางเก็บน้ำห้วยแม่ลาด อางเก็บน้ำห้วยงู
่
่
และอ่างเก็บน้ำแม่แพง
3.5.2 สภาพปัญหาทรัพยากรน้ำ
สภาพปัญหาที่สำคัญเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำในพื้นที่ ได้แก ่
- แหล่งน้ำที่มีอยู่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ เนื่องจากมีขนาดเล็กและตื้นเขิน ขาด
ระบบส่งน้ำ และระบบสูบน้ำ ตลอดจนการบริหารจัดการที่ดี
- ในฤดูแล้งขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร สำหรับทำการเกษตรนอกฤดู
่
- การพัฒนาพื้นที่แหล่งน้ำที่มีอยู่ไมได้รับการพัฒนาและปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพที่ดี มี
ศักยภาพในการกักเก็บและระบายน้ำ
แนวทางการป้องกันปัญหาแหล่งน้ำในอนาคต เช่น ปัญหาการขาดแคลนของน้ำช่วงฤดูแล้ง
ปัญหาการพฒนาพนที่แหล่งน้ำ และปัญหาคุณภาพแหล่งน้ำ ในอนาคตเมื่อคำนึงถึงความต้องการที่
ั
ื้
ิ่
เพมขึ้นของการใช้น้ำในด้านต่างๆ อนเนื่องมาจากอตราการเพมของประชากร การเจริญเติบโตของ
ั
ิ่
ั
เศรษฐกิจและสังคม ซึ่งทำให้เกิดความไม่สมดุลในด้านการใช้น้ำและทรัพยากรธรรมชาติอนที่เกี่ยวข้อง
ื่
อาจก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ปัญหาแหล่งน้ำยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ควรได้รับการแก้ไขอย่าง
ต่อเนื่อง
33
ื้
ภาพที่ 3-7 แผนที่ทรัพยากรน้ำและเส้นทางคมนาคมในพนที่ดำเนินโครงการป้องกันการชะล้าง
พังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
34