The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by tkag79, 2021-10-28 00:23:11

แผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

3.5.3 ศักยภาพปริมาณน้ำท่า

ื้
น้ำแม่งัดเป็นลำน้ำสาขาของน้ำแม่ปิง มีพนที่รับน้ำทั้งหมดประมาณ 1,309 ตาราง
กิโลเมตร ลำน้ำนี้มีต้นกำเนิดจากดอยจิ๊กจ๊อง ทางตอนเหนือของเทือกเขาผีปันน้ำตะวันตกซึ่งอยู่ทางทิศ
ตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ลำน้ำนี้ไหลจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้ผ่านพนที่อำเภอพร้าว ใน
ื้
เขตตำบลสันทราย ตำบลบ้านโป่ง ตำบลน้ำแพร่ ตำบลเขื่อนผาก ตำบลแม่แวน ตำบลแม่ปั๋ง ตำบลบ้าน

เป้า ตำบลช่อแล และไหลผ่านเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล บรรจบกับแม่น้ำปิงที่บ้านใหม่ อำเภอแม่แตง
จังหวัดเชียงใหม่ รวมความยาวทั้งสิ้น 95 กิโลเมตร มีความจุ 265 ล้านลูกบาศก์เมตร

จากข้อมูลปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยของลุ่มน้ำปิงของกรมชลประทาน (ศูนย์อทกวิทยา

ชลประทานภาคเหนือตอนบน, 2562) ได้ศึกษาปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีของสถานีวัดน้ำท่าชองสถานี

ื่
ต่างๆ ภายในลุ่มน้ำปิง คำนวณปริมาณฝนเฉลี่ยของลุ่มน้ำด้วยวิธีธีเอสเสน เพอหาค่าสัมประสิทธิ์น้ำท่า
ื้
จากสมการ ได้ค่าความสัมพนธ์ระหว่างปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีและพนที่รับน้ำฝนของลุ่มน้ำปิง ดัง

แสดงในภาพที่ 3-8
ข้อมูลปริมาณน้ำรายปีของลุ่มน้ำแม่งัด ของสถาถานีวัดน้ำบริเวณบ้านสหกรณ์ร่มเกล้า

ื้
อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ (P 56A) พนที่รับน้ำ 546 ตารางกิโลเมตร สูง 408 เมตร จากระดับทะเล
ปานกลาง ระหว่างปี พ.ศ. 2542 – 2563 พบว่ามีปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ย 156.07 ล้าน ลบ.ม. โดย

ปริมาณน้ำสูงสุดเฉลี่ยเท่ากับ 350.97 ล้าน ลบ.ม. และปริมาณน้ำต่ำสุดเฉลี่ย 48.26 ล้าน ลบ.ม.(ศูนย์

อุทกวิทยาชลประทานภาคเหนือตอนบน, 2564)
ื้
จากการศึกษาสภาพพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก มีพนที่รับน้ำเท่ากับ 118,721 ตาราง
ื้
กิโลเมตร (74.20 ล้านไร่) โดยภายในลุ่มน้ำจะมีลำน้ำ ลำห้วยไหลลงสู่แม่น้ำสายหลัก คำนวณปริมาณ

น้ำท่า ด้วยวิธี Reginal Runoff equation ซึ่งอาศัยความสัมพนธ์แบบรีเกรซชั่น (Regression)
ื้
ระหว่างปริมาณน้ำท่ารายปีเฉลี่ยและพนที่รับน้ำฝน สามารถคำนวณปริมาณน้ำท่าได้จากสมการ (ศูนย์
อุทกวิทยาชลประทานภาคเหนือตอนบน, 2562)


Q = 0.288A 0.978


ื้
จากสมการสามารถวิเคราะห์ปริมาณน้ำเฉลี่ยรายปีและพนที่รับน้ำของลุ่มน้ำแม่งัดฝั่ง

ตะวันตกได้ เท่ากับ 21.96 ล้านลูกบาศก์เมตร ควรมีการศึกษาความเหมาะสมของโครงการพฒนา
แหล่งน้ำต้นทุนให้มีความเหมาะสม เพื่อนำไปสู่การสำรวจและออกแบบโครงการต่อไป














35

ภาพที่ 3-8 ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณน้ำท่าเฉลี่ยรายปีและพื้นที่รับน้ำฝนของลุ่มน้ำปิง
ที่มา : ศูนย์อุทกวิทยาชลประทานภาคเหนือตอนบน (2564)

































36

3.6 ทรัพยากรป่าไม้ และขอบเขตที่ดินตามกฎหมายและนโยบาย


ขอบเขตที่ดินของรัฐด้านทรัพยากรป่าไม้ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ประกอบด้วย เขต
ื้
อุทยานแห่งขาติ เขตป่าสงวนแห่งชาติ และเขตนิคมสหกรณ์ รายละเอยดดังตารางที่ 3-5


ตารางที่ 3-5 ข้อมูลที่ดินของรัฐที่ใช้ร่วมในการวิเคราะห์ด้านทรัพยากรป่าไม้ ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก
อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่



หน่วยงาน และข้อมูลประเภทที่ดิน สถานะทางกฎหมาย
1) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เขตอุทยานแห่งชาติ ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 106 ตอน

ที่ 120 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2532
2) กรมป่าไม้

เขตป่าสงวน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 89 ตอนที่
166 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2515

3) นิคมสหกรณ์

เขตนิคมสหกรณ์ที่จัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกาหรือคำสั่งคณะ มติคณะรัฐมนตรี
ปฏิวัติ (มติคณ ะรัฐมนตรี วันที่ 14

พฤศจิกายน 2504)


ื้
พนที่ป่าไม้ในเขตป่าตามกฎหมายวิเคราะห์จากการซ้อนทับข้อมูลพนที่ป่าอนุรักษ์ (อทยาน

ื้
แห่งชาติ) พนที่ป่าสงวนแห่งชาติ (เขตการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้ในพนที่ป่าสงวน
ื้
ื้
ื้
แห่งชาติ) พนที่ป่าอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี และเขตนิคมสหกรณ์ที่จัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกา
หรือคำสั่งคณะปฏิวัติ เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลพนที่ป่าไม้ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก สามารถจำแนก
ื้
ื้
สถานภาพทรัพยากรป่าไม้ และขอบเขตที่ดินตามกฎหมายและนโยบายได้ 3 ประเภท ได้แก่ (1) พื้นที่
ื่
เขตอทยานแห่งชาติ (2) เขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นเขตพนที่ป่าเพอการอนุรักษ์ (C) (ตารางที่ 3-6)

ื้
ื้
และ (3) พนที่นิคมสหกรณ์ ทั้งนี้ พนที่อทยานแห่งชาติศรีลานนา และพนที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่
ื้
ื้

งัด ซ้อนทับกันอยู่ รายละเอียดมีดังนี้




1) เขตอทยานแห่งชาติ รับผิดชอบโดยกรมอทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพนธุ์พช โดย
ื้
ื้
พบว่าพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อยู่ในเขตพนที่ประกาศเป็นเขตอทยานแห่งชาติศรีลานนา ตาม

แผนที่แนบท้าย ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 106 ตอนที่ 120 ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2532) เนื้อที่ 81,960 ไร่
2) เขตป่าสงวนแห่งชาติ การจำแนกการใช้ประโยชน์ทรัพยากรและที่ดินป่าไม้ในเขต
ื้
ป่าสงวนแห่งชาติ ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อยู่ในพนที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่งัด ตามแผน
ื้
37

ื้
ที่แนบท้าย ราชกิจจานุเบกษา (เล่ม 89 ตอนที่ 166 ลงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2515) โดยเป็นเขตพนที่ป่า
เพอการอนุรักษ์ (โซน C) เนื้อที่ 77,371 ไร่
ื่

3) นิคมสหกรณ์ที่จัดตั้งตามพระราชกฤษฎีกาหรือคำสั่งคณะปฏิวติ ตามมติ
คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2504 มีเนื้อที่ 27,720 ไร่















































































38

ภาพที่ 3-9 สถานภาพป่าไม้และขอบเขตที่ดินตามกฎหมายในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก
ื้
อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่





39

3.7 สภาพการใช้ที่ดิน

ี่

สภาพการใช้ทดนในโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดนและฟื้นฟูพื้นทเกษตรกรรมดวย
ี่


ี่

ระบบอนุรักษ์ดนและน้ำ พื้นทลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอ
พร้าว จังหวัดเชียงใหม่ สามารถจำแนกประเภทการใช้ที่ดินได้เป็น 5 ประเภทหลัก ดังนี้
1) พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง (U) เนื้อที่ 4,837 ไร่ หรือร้อยละ 4.07 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
ประกอบด้วย หมู่บ้าน หมู่บ้าน สถานที่ราชการและสถาบันต่างๆ ถนน พื้นที่อุตสาหกรรมร้าง โรงงาน
อุตสาหกรรม ลานตากและแหล่งรับซื้อทางการเกษตร สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ สุสาน ป่าช้า

ื้
(1) หมู่บ้าน (U2) เป็นหมู่บ้านพนราบ เนื้อที่ 4,044 ไร่ หรือร้อยละ 3.41 ของเนื้อที่

ลุ่มน้ำ ส่วนใหญ่เป็นบ้านพกที่อยู่อาศัยกระจายตัวเป็นจุด ๆ ตามแนวถนนเชื่อมตัวกันทั้งหมู่บ้าน มี
ไม้ยืนต้น ไม้ผลปลูกแทรกอยู่บริเวณของบ้าน
(2) สถานที่ราชการและสถาบันต่างๆ (U3) เนื้อที่ 367 ไร่ หรือร้อยละ 0.31 ของเนื้อที่

ลุ่มน้ำ

(3) ย่านอตสาหกรรม (U5) เนื้อที่ 245 ไร่ หรือร้อยละ 0.21 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ

ประกอบด้วย โรงงานอุตสาหกรรม ลานตากและแหล่งรับซื้อทางการเกษตร

(4) สุสาน ป่าช้า (U6) เนื้อที่ 181 ไร่ หรือร้อยละ 0.15 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ

2) พื้นที่เกษตรกรรม (A) เนื้อที่ 41,048 ไร่ หรือร้อยละ 34.59 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย

นาข้าว พชไร่ ไม้ยืนต้น ไม้ผล พืชสวน ไร่หมุนเวียน และสถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
(1) นาข้าว (A1) เนื้อที่ 7,802 หรือร้อยละ 6.57 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ประกอบไปด้วย นา
ร้าง (A100) เนื้อที่ 110 ไร่ นาข้าว (A101) เนื้อที่ 7,692 ไร่ พบบริเวณที่ราบขนาดใหญ่สองข้างของ

ี่
น้ำแม่งัด และทราบริมลำน้ำสายเล็ก
(2) พืชไร่ (A2) เนื้อที่ 3,118 หรือร้อยละ 2.63 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ได้แก่ ไร่ร้าง พืชไร่ผสม
ข้าวโพด สับปะรด และพริก ส่วนใหญ่พบในพื้นที่ตำบลเขื่อนผาก

(3) ไม้ยืนต้น (A3) เนื้อที่ 1,683 หรือร้อยละ 1.42 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ได้แก่ ยางพารา ยู
คาลิปตัส สัก และสะเดา

(4) ไม้ผล (A4) เนื้อที่ 26,449 หรือร้อยละ 22.28 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ได้แก่ ไม้ผลผสม ส้ม

ลิ้นจี่ มะม่วง มะขาม ลำไย ขนุน และแก้วมังกร
(4) ไร่หมุนเวียน (A6) เนื้อที่ 1,547 หรือร้อยละ 1.30 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ประกอบไปด้วย

ไร่หมุนเวียนร้าง และพืชไร่ผสม (ไร่หมุนเวียน)

(5) ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ (A7) เนื้อที่ 86 หรือร้อยละ 0.07 ของ
เนื้อที่ลุ่มน้ำ ประกอบไปด้วย โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก และโรงเรือนเลี้ยงสุกร

(7) สถานที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ (A9) เนื้อที่ 95 หรือร้อยละ 0.08 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ซึ่งเป็น

สถานที่เพาะเลี้ยงปลา





40


3) พื้นที่ปาไม้ (F) เนื้อที่ 68,595 ไร่ หรือร้อยละ 57.78 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ประกอบด้วยป่าผลัด
ใบ และป่าปลูก
(1) ป่าผลัดใบ (F2) เนื้อที่ 67,765 หรือร้อยละ 57.08 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย

ื้
ป่าผลัดใบรอสภาพฟนฟ เนื้อที่ 645 ไร่ และป่าผลัดใบสมบูรณ์ เนื้อที่ 67,745 ไร่ พบบริเวณทิศ

ตะวันตกของพื้นที่ลุ่มน้ำ
(2) ป่าปลูก (F5) เนื้อที่ 185 หรือร้อยละ 0.16 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ เป็นป่าปลูกสมบูรณ์

4) พื้นที่แหล่งน้ำ (W) เนื้อที่ 1,618 ไร่ หรือร้อยละ 1.36 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ
(1) แหล่งน้ำธรรมชาติ (W1) ประกอบด้วย แม่น้ำ ลำห้วย ลำคลอง เนื้อที่ 187 ไร่ หรือ

ร้อยละ 0.16 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ พบกระจายทั่วไปบริเวณบริเวณพื้นที่ราบในพื้นที่ลุ่มน้ำ

(2) แหล่งน้ำที่สร้างขึ้น (W2) เนื้อที่ 1,431 หรือร้อยละ 1.20 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ประกอบ
ไปด้วย อ่างเก็บน้ำ เนื้อที่ 1,240 ไร่ บ่อน้ำในไร่นา เนื้อที่ 178 ไร่ และคลองชลประทาน เนื้อที่ 14 ไร่

พบกระจายทั่วบริเวณพื้นที่ลุ่มน้ำ

5) พื้นที่เบ็ดเตล็ด (M) เนื้อที่ 2,623 ไร่ หรือร้อยละ 2.21 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ประกอบไปด้วย
(1) ทุ่งหญ้าและไม้ละเมาะ (M1) เนื้อที่ 1,677 ไร่ หรือร้อยละ 1.41 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ

ประกอบไปด้วย ทุ่งหญ้าธรรมชาติ 186 ไร่ และทุ่งหญ้าสลับไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ 1,491 ไร่
(2) พื้นที่ลุ่ม (M2) เนื้อที่ 760 ไร่ หรือร้อยละ 0.64 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ

(3) เหมืองแร่ บ่อขุด (M3) เนื้อที่ 133 ไร่ หรือร้อยละ 0.11 ของเนื้อที่ลุ่มน้ำ ประกอบ

ไปด้วย เหมืองเก่า บ่อขุดเก่า 72 ไร่ บ่อลูกรัง 34 ไร่ และบ่อดิน 27 ไร่
ื่
ื้
(4) พนที่เบ็ดเตล็ดอน ๆ (M4) พนที่ถม เนื้อที่ 53 ไร่ หรือร้อยละ 0.05 ของเนื้อที่
ื้
ลุ่มน้ำ ประกอบด้วย พื้นที่ดินถล่ม เนื้อที่ 11 ไร่ และพื้นที่ถม เนื้อที่ 42 ไร่




































41

ตารางที่ 3-6 ประเภทการใช้ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำ

ปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่


เนื้อที่
สัญลักษณ์ ประเภทการใช้ที่ดิน
ไร่ ร้อยละ

U พื้นที่ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง 4,837 4.07
U201 หมู่บ้านบนพื้นราบ 3,945 3.32

U202 หมู่บ้านชาวไทยภูเขา 96 0.08
U301 สถานที่ราชการและสถาบันต่าง ๆ 368 0.31

U502 โรงงานอุตสาหกรรม 177 0.15
U503 ลานตากและแหล่งรับซื้อทางการเกษตร 68 0.06

U602 รีสอร์ท โรงแรม เกสต์เอาส์ 89 0.07
U603 สุสาน ป่าช้า 92 0.08

A พื้นที่เกษตรกรรม 41,046 34.57
A1 พื้นที่นา 7,802 6.57

A100 นาร้าง 110 0.09
A101 นาข้าว 7,692 6.48

A2 พืชไร่ 3,118 2.63
A200 ไร่ร้าง 220 0.19

A201 พืชไร่ผสม 146 0.12
A202 ข้าวโพด 2,549 2.15

A229 พริก 191 0.16
A3 ไม้ยืนต้น 1,683 1.42

A302 ยางพารา 965 0.81
A304/A305 ยูคาลิปตัส/สัก 24 0.02

A305 สัก 664 0.56
A306 สะเดา 34 0.03






















42

ตารางที่ 3-6 (ต่อ)

เนื้อที่
สัญลักษณ์ ประเภทการใช้ที่ดิน
ไร่ ร้อยละ


A4 ไม้ผล 26,449 22.28

A400 ไม้ผลร้าง/เสื่อมโทรม 11 0.01
A401 ไม้ผลผสม 400 0.34

A402 ส้ม 12 0.01
A406 ลิ้นจี่ 411 0.34

A407 มะม่วง 7,667 6.46
A412 มะขาม 46 0.04

A413 ลำไย 17,869 15.05
A416 ขนุน 23 0.02
A6 ไร่หมุนเวียน 1,547 1.30

A600 ไร่หมุนเวียนร้าง 1,517 1.28

A601 พืชไร่ผสม (ไร่หมุนเวียน) 30 0.03
A7 ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์และโรงเรือนเลี้ยงสัตว ์ 86 0.07
A703 โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก 47 0.04

A704 โรงเรือนเลี้ยงสุกร 39 0.03


A9 สถานที่เพาะเลี้ยงสัตวน้ำ 95 0.08
A902 สถานที่เพาะเลี้ยงปลา 95 0.08

F พื้นที่ป่าไม้ 68,595 57.78
F200 ป่าผลัดใบรอสภาพฟื้นฟู 645 0.54

F201 ป่าผลัดใบสมบูรณ์ 67,765 57.08
W พื้นที่น้ำ 1,618 1.36

W101 แม่น้ำ ลำห้วย ลำคลอง 187 0.13
W102 หนอง บึง ทะเลทราย 33 0.03

W201 อ่างเกบน้ำ 1,240 1.04

W202 บ่อน้ำในไร่นา 178 0.15
W203 คลองชลประทาน 14 0.01










43

ตารางที่ 3-6 (ต่อ)

เนื้อที่
สัญลักษณ์ ประเภทการใช้ที่ดิน
ไร่ ร้อยละ

M พื้นที่เบ็ดเตล็ด 2,623 2.21
M101 ทุ่งหญ้าธรรมชาติ 186 0.16

M102 ทุ่งหญ้าสลับไม้พุ่ม/ไม้ละเมาะ 1,491 1.25
M201 พื้นที่ลุ่ม 760 0.64

M300 เหมืองเก่า บ่อขุดเก่า 72 0.06
M302 บ่อลูกรัง 34 0.03

M304 บ่อดิน 28 0.02
M402 พื้นที่ดินถล่ม 11 0.01

M405 พื้นที่ถม 42 0.04
รวมทั้งหมด 118,721 100.00
หมายเหตุ: ตัวเลขได้จากการคำนวณด้วยโปรแกรมสารสนเทศภูมิศาสตร์ จากข้อมูลการใช้ที่ดิน

มาตราส่วน 1:25000 ปี พ.ศ. 2561 ของกองนโยบายและการใช้ที่ดิน กรมพัฒนาที่ดิน
















































44

ภาพที่ 3-10 สภาพการใช้ที่ดิน ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง

อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่









45

3.8 พื้นที่เสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของดิน



การชะล้างพงทลายของดินเป็นปัญหาที่สำคัญที่ส่งผลให้ทรัพยากรที่ดินเสื่อมโทรมเนื่องจาก

ทำให้เกิดการสูญเสียหน้าดิน การสูญเสียธาตุอาหารและอนทรียวัตถุในดิน ส่งผลให้ความอดมสมบูรณ์

ของดินลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการใช้ที่ดินในการปลูกพชอย่างเขมข้นในรอบปี รวมทั้งใน


ื้
พนที่ที่มีการใช้เครื่องจักรกลในการไถพรวนดินเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้สมบัติทางกายภาพของดิน

โดยเฉพาะโครงสร้างดินถูกทำลาย ยิ่งส่งเสริมให้เกิดการชะล้างพงทลายของดินในพื้นที่ ผลจากการชะ
ื้
ล้างพังทลายของดินจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในพนที่และพื้นที่โดยรอบ และทำให้ผลผลิตต่อ

หน่วยพื้นที่ลดลง เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ลดลง และเกดการตื้นเขินของแม่น้ำลำคลองเนื่องจากม ี
การสะสมของตะกอนดิน ทำให้ศักยภาพในการเก็บกักน้ำของแหล่งน้ำลดลง ปัญหาเหล่านี้จะส่งผล
กระทบต่อการเพาะปลูกในฤดูกาลถัดไป ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการป้องกนการชะ

ล้างพังทลายของดิน เพื่อรักษาทรัพยากรที่ดินให้สามารถใช้ที่ดินได้อย่างยั่งยืน
การชะล้างพังทลายของดินในแต่ละพนที่จะมีระดับความรุนแรงแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับ
ื้
ลักษณะของดินเอง และปัจจัยจากภายนอก โดยปกติแล้วการชะล้างพงทลายของดินในประเทศไทย

จะเกิดขึ้นโดยมีฝนเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญ แต่โดยธรรมชาติแล้วจะเกิดไม่รุนแรงบนพนที่ที่มีความลาด
ื้
ชันน้อยและมีสิ่งปกคลุมผิวดินหรือพนที่ที่มความลาดชันสูงแต่มีสิ่งปกคลุมผิวดินหนาแน่นจนเม็ดฝนไม่

ื้
ื้
ื้
สามารถกระทบสู่พนดินได้ แต่จะเกิดรุนแรงมากขึ้นถ้าพนที่มีความลาดชันมากขึ้นและไม่มีสิ่งปกคลุม
ผิวดิน โดยมีกิจกรรมการใช้ที่ดินของมนุษย์เป็นตัวเร่งให้เกิดความรุนแรงมากขึ้น การชะล้างพงทลาย

ของดินนอกจากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้วยังส่งผลเสียทางด้านเศรษฐกิจ และจากการประเมิน

การสูญเสียดิน (ตัน/ไร่/ปี) ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง
ื้

สามารถแบ่งระดับความรุนแรงของการชะล้างพงทลายของดินออกเป็น 5 ระดับ (ตารางที่ 3-13 และภาพ
ที่ 3-11) ดังนี้

1) ความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดินระดับน้อย
พื้นที่มีความรุนแรงของการชะล้างพงทลายของดินในระดับน้อย ซึ่งมีปริมาณการสูญเสียดิน 0-

2 ตันต่อไร่ต่อปี โดยมีครอบคลุมเนื้อที่ประมาณ 31,313 ไร่ หรือร้อยละ 26.37 ของเนื้อที่ทั้งหมด
ส่วนใหญ่พบกระจายตัวอยู่ตามที่ราบริมสองฝั่งของลำน้ำแม่งัด ส่วนใหญ่มีสภาพพนที่เป็นพนที่
ื้
ื้
ราบเรียบจนถึงค่อนข้างราบเรียบและลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย การใช้ที่ดินส่วนใหญ่ใช้ประโยชน์ใน

การปลูกข้าว ลำไย มะม่วง สัก ยางพารา และป่าผลัดใบสมบูรณ์ แม้ในพนที่นี้ซึ่งมีสถานภาพความ
ื้
รุนแรงในระดับน้อย แต่ควรได้รับการจัดการด้วยมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม เพอป้องกัน
ื่
การสูญเสียดิน
2) ความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดินระดับปานกลาง

พนที่มีความรุนแรงของการชะล้างพงทลายของดินในระดับปานกลาง ซึ่งมีปริมาณการสูญเสีย
ื้

ดิน 2-5 ตันต่อไร่ต่อปี โดยมีเนื้อที่ครอบคลุมประมาณ 62,987 ไร่ หรือร้อยละ 53.05 ของเนื้อที่ทั้งหมด

46

ส่วนใหญ่พบกระจายตัวอยู่ทางด้านทิศตะวันตกทอดยาวลงมาทางด้านทิศใต้ของพนที่ลุ่มน้ำ สภาพ
ื้
พนที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนชันและใช้ประโยชน์ในการปลูกไม้ยืนต้น เช่น สัก และ
ื้
ยางพารา ส่วนบริเวณที่มีสภาพพนที่เป็นเนินเขามีสภาพเป็นป่าผลัดใบสมบูรณ์ พนที่นี้ในบริเวณที่มี
ื้
ื้
การทำเกษตรกรรมต้องมีการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างระมัดระวัง ควรได้รับการจัดการด้วยมาตรการ
อนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม

3) ความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดินระดับรุนแรง


ื้
พนที่มีความรุนแรงของการชะล้างพงทลายของดินในระดับรุนแรง ซึ่งมีปริมาณการสูญเสียดิน
5-15 ตันต่อไร่ต่อปี โดยมีเนื้อที่ครอบคลุมประมาณ 9,614 ไร่ หรือร้อยละ 8.10 ของเนื้อที่ทั้งหมด สภาพ
พื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนลาดจนถึงลูกคลื่นลอนชัน พบกระจายตัวอยู่ตามบริเวณที่เป็น



ื้
ลานตะพกลำน้ำระดับสูง และเนินตะกอนน้ำพารูปพดของพนที่ลุ่มน้ำ ส่วนใหญ่มีการใช้ที่ดินในการ
ปลูกข้าวโพด ลำไย มะม่วง และข้าวโพดผสมลำไย/มะม่วง พนที่นี้ควรนำมาตรการป้องกนการสูญเสีย

ื้
ดินทั้งวิธีพชและวิธีกลสำหรับป้องกันการสูญเสียดิน มีการปรับปรุงบำรุงดินอย่างต่อเนื่อง

4) ความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดินระดับรุนแรงมาก
ื้
พนที่มีความรุนแรงของการชะล้างพงทลายของดินในระดับรุนแรงมาก ซึ่งมีปริมาณการสูญเสีย

ื้
ดิน 15-20 ตันต่อไร่ต่อปี มีเนื้อที่ 3,118 ไร่ หรือร้อยละ 2.63 ของเนื้อที่ทั้งหมด สภาพพนที่ส่วนใหญ่
เป็นลูกคลื่นลอนชัน และเนินเขา ส่วนใหญ่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินในการปลูกข้าวโพด มะม่วง ลำไย


พืชไร่ผสมไมผลและไม้ผลผสมไม้ยืนต้น พื้นที่นี้หากมีการใช้ประโยชน์ที่ดินทางการเกษตร จำเป็นอย่าง
ื่
ยิ่งที่ต้องมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำอย่างเคร่งครัด มีการปรับปรุงบำรุงดินอย่างต่อเนื่อง เพอ
ป้องกันการสูญเสียดิน


ตารางที่ 3-7 ระดับความรุนแรงของการชะล้างพงทลายของดินในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำ

ื้
สาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

ค่าการสูญเสียดิน เนื้อที่
ระดับความรุนแรง
(ตัน/ไร่/ปี) ไร่ ร้อยละ

น้อย 0-2 31,313 26.37

ปานกลาง 2-5 62,987 53.05
รุนแรง 5-15 9,614 8.10

รุนแรงมาก 15-20 3,118 2.63

รุนแรงมากที่สุด มากกว่า 20 11,690 9.85
รวมเนื้อที่ 118,721 100.00








47

5) ความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดินระดับรุนแรงมากที่สุด

พนที่มีความรุนแรงของการชะล้างพงทลายของดินในระดับรุนแรงมาก ซึ่งมีปริมาณการสูญเสีย
ื้

ดินมากกว่า 20 ตันต่อไร่ต่อปี โดยมีเนื้อที่ครอบคลุมประมาณ มีเนื้อที่ 11,690 ไร่ หรือร้อยละ 9.85
ื้

ื้
ของเนื้อที่ทั้งหมด สภาพพนที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเนินเขา และพนที่สูงชัน ส่งผลให้มีอตราการ
สูญเสียดินรุนแรงมากที่สุด มีลักษณะของการชะล้างพงทลายของดินเป็นร่องลึก (gully) เกิดขึ้นทั่วไป


มีสภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินส่วนใหญ่ในการปลูกข้าวโพด ไร่หมุนเวียนร้าง พชไร่ผสม (ไร่หมุนเวียน)
มะม่วง ลำไย ไม้ผลผสมไม้ยืนต้น และพืชผัก
ื้
การชะล้างพงทลายของดินในพนที่ส่วนใหญ่มีความรุนแรงของการชะล้างพงทลายในระดับ


ปานกลาง โดยมีปริมาณการสูญเสียดิน 2-5 ตันต่อไร่ต่อปี มีเนื้อที่คิดเป็นร้อยละ 53.05 ของเนื้อที่
ทั้งหมด โดยพบกระจายตัวอยู่ทางทิศตะวันตกของพ้นที่ลุ่มน้ำ สภาพการใช้ที่ดินส่วนใหญ่เป็นป่า

ื้
ผลัดใบสมบูรณ์และปลูกไม้ยืนต้น สภาพพนที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นลูกคลื่นลอนชันจนถึงเนินเขา
ี่
รองลองมาอยู่ในระดับน้อย โดยมีปริมาณการสูญเสียดิน 0-2 ตันต่อไร่ต่อปี โดยมีเนื้อทคิดเป็นร้อยละ
26.37 ของเนื้อที่ทั้งหมด พบกระจายตัวอยู่ทางทิศตะวันออกของพ้นที่ลุ่มน้ำ ซึ่งพ้นที่ดังกล่าวส่วน


ื้
ื้
ใหญ่มีสภาพพนที่เป็นพนที่ราบเรียบถึงค่อนข้างราบเรียบ และลูกคลื่นลอนลาดเล็กน้อย มีสภาพการ
ใช้ที่ดินส่วนใหญ่เป็นข้าว ลำไย มะม่วง สัก ยางพารา และป่าผลัดใบสมบูรณ์ ซึ่งปัญหาการชะล้าง
พังทลายของดินควรได้รับการป้องกนเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อการผลิตและผลผลิตของเกษตรกร

อีกทั้งลดต้นทุนการผลิตที่สูญหายไปกับการชะล้างของผิวหน้าดินที่อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ื้
ื้
นอกจากนี้ในพนที่ที่มีสภาพเป็นแบบเนินเขาจนถึงพนที่สูงชันที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดินในการปลูกพชไร่
ไร่หมุนเวียน ไม้ผล และพชผัก จะเกิดการชะล้างพงทลายของดินในระดับที่มีความรุนแรงมากที่สุด


โดยก่อให้เกิดปริมาณการสูญเสียดินมากกว่า 20 ตันต่อไร่ต่อปี
ื้
ทั้งนี้ เพอเป็นการป้องกันและหยุดการชะล้างพังทลายของดินอย่างยั่งยืนโดยเฉพาะพนที่ที่มี
ื่
ความรุนแรงของการสูญเสียดินปานกลางถึงรุนแรงมากที่สุดนั้น ควรมีมาตรการในการจัดระบบ
อนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสมสำหรับแต่ละพนที่ โดยเฉพาะในพนที่บางแห่งที่มีการใช้ที่ดินอย่างไม่
ื้
ื้
เหมาะสมเนื่องจากพนที่ที่มีความลาดชันสูง ควรปรับเปลี่ยนการใช้ที่ดินให้เหมาะสม และวิธีการจัดการ
ื้
มีความเป็นไปได้จริง วิธีการที่สะดวก และเสียค่าใช้จ่ายน้อย ไม่ต้องใช้แรงงานมาก และสอดคล้องตาม

ความต้องการของชุมชน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาถึงการคาดคะเนการชะล้างพงทลายของดินในแต่ละพนที่

ื้
และแต่ละระดับ แม้กระทั้งในพื้นที่ที่มีการชะล้างพงทลายในระดับน้อยซึ่งมีปริมาณการสูญเสียดิน 0-2

ตันต่อไร่ต่อปี ซึ่งไม่ควรเพกเฉยต่อการใช้มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ และมีจัดการปรับปรุงดินที่

เหมาะสม ซึ่งหากมีการละเลยหรือมีการจัดการที่ไม่เหมาะสม และถูกต้องตามหลักวิชาการอาจจะส่งผล

กระทบที่รุนแรงขึ้น ซึ่งเกิดปัญหาต่อการสูญเสียดิน ปริมาญและคณภาพผลผลิต และส่งผลกระทบต่อ
ต้นทุนการผลิต การจัดการดิน น้ำ ปุ๋ย ทำให้เกษตรกรในพนที่มีค่าใช้จ่ายที่เพมสูงขึ้นตามไปด้วย
ื้
ิ่





48

ภาพที่ 3-11 การสูญเสียดินในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลัก

แม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่









49

3.9 สภาวะเศรษฐกิจและสังคม


จากการศึกษาข้อมูลเชิงสภาวะเศรษฐกิจและสังคมจากหน่วยงานต่าง ๆ และการสัมภาษณ์

ื้
เกษตรกรในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว
จังหวัดเชียงใหม่ ครอบคลุมพนที่อำเภอพร้าว ประกอบไปด้วย 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลแม่ปั๋ง ตำบล
ื้
เขื่อนผาก ตำบลน้ำแพร่ และ ตำบลบ้านโป่ง มีรายละเอียดดังนี้ (ตารางที่ 3-8)

1) สภาพทั่วไป

ื้
ประชากรของพนที่ลุ่มน้ำเฉลี่ยประมาณ 829.25 คนต่อตำบล โดยตำบลที่มีประชากร
ื้
สูงสุด ในพนที่ลุ่มน้ำอำเภอพร้าว คือตำบลแม่ปั๋ง รองลงมาเป็นตำบลน้ำแพร่ ตำบลบ้านโป่ง และ
ตำบลเขื่อนผาก สัดส่วนของเพศชายและเพศหญิงค่อนข้างใกล้เคียงกัน คือ เป็นเพศชายเฉลี่ย

ประมาณ 403.00 คนต่อตำบล และเป็นเพศหญิงเฉลี่ยประมาณ 426.25 คนต่อตำบล จำนวน
ครัวเรือนเฉลี่ยประมาณ 342.75 ครัวเรือนต่อตำบล โดยตำบลน้ำแพร่ มีจำนวนครัวเรือนสูงสุด

รองลงมาตำบลแม่ปั๋ง ตำบลบ้านโป่ง และตำบลเขื่อนผาก มีการรวมกลุ่มของเกษตรกรทุกตำบล

ื้
โครงสร้างพนฐานด้านสาธารณูปโภค (ไฟฟา ประปา โทรคมนาคม) ด้านสถานบริการสาธารณะ และ

หน่วยธุรกิจมีครบถ้วนทุกตำบล แต่มีจำนวนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับขนาดของพนที่และประชากร
ื้
2) ด้านเศรษฐกิจ

การประกอบอาชีพ ประชากรส่วนใหญ่ในทุกตำบลประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำ

ื่
ื่
นา ทำไร่ ทำสวน และเลี้ยงสัตว์ เป็นการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเพอบริโภคและเพอจำหน่าย ส่วน
ื่
ื่
อาชีพอนๆ มีรับราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานเอกชน ธุรกิจส่วนตัว รับจ้างทั่วไป ค้าขาย และอนๆ
จำนวนครัวเรือนเกษตรเฉลี่ยประมาณ 321.50 ครัวเรือนต่อตำบล หรือร้อยละ 94.50 ของครัวเรือน

ทั้งหมด ตำบลที่มีครัวเรือนเกษตรมากที่สุดคือ ตำบลแม่ปั๋ง รองลงมาเป็นตำบลน้ำแพร่ ตำบลบ้านโป่ง

ื้
และตำบลเขื่อนผาก มีพนที่เกษตรเฉลี่ย 11.83 ไร่ต่อครัวเรือน จำนวนแรงงานภาคเกษตรเฉลี่ย 2 คน
ต่อครัวเรือน มีรายได้เฉลี่ย 80,405.68 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งตำบลที่มีรายได้เฉลี่ยสูงสุดคือ ตำบลเขื่อน

ผาก รองลงมาเป็นตำบลแม่ปั๋ง ตำบลน้ำแพร่ และตำบลบ้านโป่ง ลักษณะการถือครองที่ดิน พบว่า

ี่

เกษตรกรส่วนใหญ่มีที่ดินทำกนเป็นของตนเอง มีทั้งทมีหนังสือสำคัญในที่ดิน เช่น โฉนด นส.3 น.ส.3ก
เป็นต้น ทั้งนี้ในด้านเครื่องมือการเกษตร เกษตรกรส่วนใหญ่ใช้รถไถเดินตาม รถไถเล็ก รถไถใหญ่

เครื่องพ่นยา เครื่องตัดหญ้า เครื่องสูบน้ำ และเครื่องนวดข้าว เป็นต้น










50

51

52

53

3) พืชเศรษฐกิจที่สำคัญ

จากผลการศึกษาสถานการณ์พชเศรษฐกิจที่สำคัญในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ปีการผลิต

ื้
2563/2564 ได้แก่ ข้าว (ข้าวเหนียวนาปี) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และลำไย โดยมีรายละเอียด ดังนี้ (ตารางที่ 3-9)

3.1) ข้าวเหนียวนาปี (นาหวาน) พนธุ์ที่ใช้ปลูก คือ พนธุ์สันป่าตอง 1 ผลผลิตเฉลี่ย 462.22


กิโลกรัมต่อไร่ ราคาผลผลิต 12.20 บาทต่อกิโลกรัม มูลค่าผลผลิต 5,640.42 บาทต่อไร่ ต้นทุนทั้งหมด

3,100.08 บาทต่อไร่ เมื่อพจารณาต้นทุนและผลตอบแทน พบว่า มีผลตอบแทนเหนือต้นทุนทั้งหมด
2,540.34 บาทต่อไร่ และมีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุนทั้งหมด 1.82

3.2) ข้าวเหนียวนาปี (นาหวาน) พันธุ์ที่ใช้ปลูก คือ พันธุ์ กข6 ผลผลิตเฉลี่ย 507.69 กิโลกรัม
ต่อไร่ ราคาผลผลิต 8.08 บาทต่อกิโลกรัม มูลค่าผลผลิต 4,102.13 บาทต่อไร่ ต้นทุนทั้งหมด 3,289.66 บาท


ต่อไร่ เมื่อพจารณาต้นทุนและผลตอบแทน พบว่า มีผลตอบแทนเหนือต้นทุนทั้งหมด 812.47 บาทต่อไร่ และ
มีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุนทั้งหมด 1.24

ื้


3.3) ข้าวโพดเลี้ยงสัตว พันธุ์ที่ใช้ปลูก คือ พนธุ์ 888 พนที่ดินที่มีการชะล้างพงทลายของดินระดับ

ปานกลาง ผลผลิตเฉลี่ย 480.71 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาผลผลิต 5.77 บาทต่อกิโลกรัม มูลค่าผลผลิต 2,773.69 บาท

ต่อไร่ ต้นทุนทั้งหมด 3,097.64 บาทต่อไร่ เมื่อพจารณาต้นทุนและผลตอบแทน พบว่า มีผลตอบแทนเหนือ
ต้นทุนทั้งหมด 323.95 บาทต่อไร่ และมีอัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุนทงหมด 1.09
ั้

3.4) ลำไย พันธุ์ที่ใช้ปลูก คือ พนธุ์อดอ ผลผลิตเฉลี่ย 559.27 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาผลผลิต 20.93

บาทต่อกิโลกรัม มูลค่าผลผลิต 11,705.52 บาทต่อไร่ ต้นทุนทั้งหมด 5,499.02 บาทต่อไร่ ผลตอบแทนเหนือ

ต้นทุนทั้งหมด 6,206.50 บาทต่อไร่ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อต้นทุนทั้งหมด 2.13
ทั้งนี้ จากผลการศึกษาจะเห็นว่า พชเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวเหนียวนาปี (นาดำ) และลำไย ให้

ผลตอบแทนคุ้มค่าการลงทุน โดยลำไยให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่าแต่เกษตรกรก็ยังประสบปัญหาภัยแล้ง และ
ขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตรในบางปี





























54

ตารางที่ 3-9 ต้นทุนการผลิต ผลผลิต และผลตอบแทนเหนือต้นทุนทั้งหมดของการปลูกพืชในพนที่
ื้
พืช ผลผลิต ราคา มูลค่า ต้นทุนการ ผลตอบแทน B/C

เฉลี่ย ผลผลิต ผลผลิต ผลิตทั้งหมด เหนือต้นทุน ratio
(กก.ต่อไร่) (บาทต่อกก.) (บาทต่อไร่) (บาทต่อไร่) ทั้งหมด

(บาทต่อไร่)
- ข้าวเหนียวนาปี (นาหว่าน) 462.33 12.20 5,640.42 3,100.08 2,540.34 1.82
พันธุ์สันป่าตอง 1

- ข้าวเหนียวนาปี (นาหว่าน) 507.69 8.08 4,102.13 3,289.66 812.47 1.24
พันธุ์ กข6
- ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 480.71 5.77 2,773.69 3,097.64 323.95 1.09
- ลำไย 559.27 20.93 11,705.52 5,499.02 6,206.50 2.13

ที่มา : ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มวางแผนการใช้ที่ดิน สพข.6 (2564)


4) ความรู้ ความเข้าใจ ด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ

จากผลการสัมภาษณ์เกษตรกรกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ดนและน้ำ ใน


พื้นทลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก โดยมุ่งเน้นข้อมูลเกี่ยวกับ 1) ความรู้ ความเข้าใจ การชะล้างพังทลายของดน 2)
ี่
ี่




ผลกระทบทเกิดขึ้นตอผลผลิต 3) แนวทางการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการชะล้างพังทลายของดน และทศนคตตอการ

ป้องกันสภาพปัญหา (ตารางที่ 3-10)

ู้
4.1) ความร ความเข้าใจ การชะลางพังทลายของดิน เกษตรกรให้ข้อมูลถึงการชะล้าง
ี่
ี่
พังทลายของดนในพื้นทเพาะปลูกพืช และทอยู่อาศัยของเกษตรกร พบว่า เกษตรกร ร้อยละ 24.00 ของเกษตรกร


ทั้งหมด พื้นทมีน้ำไหลพัดพาหน้าดน ทเหลือคือ มีการใช้ปุ๋ย สารเคมี ยาฆ่าแมลงเพิ่มมากขึ้น และแหล่งน้ำมีความตื้นเขิน
ี่
ี่


มากขึ้น ร้อยละ 8.00 และ 4.00 ตามลำดบ เกษตรกรร้อยละ 16.67 ทำการป้องกันกรณีที่ดนภูกน้ำกัดเซาะ/น้ำพัดพาหน้า
ดน ทำการแก้ไข/ป้องกัน เช่น การทำร่องน้ำ การก่ออิฐขวางทางน้ำ หรือการปลูกหญ้าแฝก ส่วนเกษตรกรร้อยละ 83.33

ไม่ได้ เนื่องจากไม่มีความรู้ร้อยละ 80.00 และไม่มีงบประมาณในการจัดการ อีกร้อยละ 40.00 กรณีดินมีปัญหาน้ำกัดเซาะ/

น้ำพัดพาหน้าดนและเกษตรกรไม่มีการแก้ไข เกษตรกรมีความต้องการแก้ไขปัญหาในระดับปานกลาง ร้อยละ 83.33 และท ี่
เหลือเกษตรกรใความต้องการแก้ไขในระดับมาก ร้อยละ 16.67
ทั้งนี้ จะเห็นวา เกษตรกรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับผลกระทบของการชะล้างพังทลายของ

ี่


ดนตอความเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาตและสิ่งแวดล้อม โดยดนทถูกชะล้างหรือกัดเซาะจะถูกพัดพาไหลไป




ตกตะกอนในแหล่งน้ำ ทำให้แหล่งน้ำตนเขิน ส่งผลให้ในฤดฝนแม่น้ำลำคลองเก็บน้ำไว้ไม่ทนเกิดน้ำทวม และเกิด

ื้

ั้

ี่
สภาวะขาดแคลนน้ำในฤดแล้ง อีกทงสารเคมี และยาฆ่าแมลงทไหลปนไปกับตะกอนดนสู่พื้นทตอนล่าง ทำให้เกิด
ี่
มลพิษสะสมในดินและน้ำ มีผลเสียต่อคน พืช สัตว์บก และสัตว์น้ำ

4.2) ผลกระทบต่อผลผลต เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 96.00 ไดรับผลกระทบตอปริมาณ


ผลผลิตจากการชะล้างพังทลายของดิน ในกรณีพื้นที่เพาะปลูกทางการเกษตรที่มีสภาพเป็นร่องน้ำ การสูญเสียของ
55





หน้าดนซึ่งถูกพัดพาไป หรือทรุดตวในบางแห่ง โดยแบ่งระดบผลกระทบตอผลผลิตออกเป็น 3 ระดบ คือ น้อย

(ลดลงไม่เกิน 20%) ปานกลาง (ลดลง 20-40%) และมาก (ลดลงมากกว่า 40%) พบว่า เกษตรกรร้อยละ 33.33
ี่



ของเกษตรกรทไดรับผลกระทบ ไดรับผลกระทบน้อย ร้อยละ 50.00 ไดรับผลกระทบปานกลาง ร้อยละ 16.67


ไดรับผลกระทบมาก และมีเกษตรกรอีกบางส่วน ร้อยละ 88.33 ไม่ไดทำการแก้ไขป้องกัน เนื่องจากไม่มีความรู้
ร้อยละ 80.00 ไม่มีงบประมาณ ร้อยละ 40.00 และขาดแรงงาน ร้อยละ 7.14

4.3) แนวทางการปองกนและแกไขปญหาการชะลางพังทลาย จากสภาพปัญหาของการ





ชะล้างพังทลายของดนในพื้นทเพาะปลูกพืช และทอยู่อาศัยของเกษตรกร จะเห็นว่า มีเกษตรกรเพียงร้อยละ
ี่
ี่
16.67 ของเกษตรกรทั้งหมด มีการป้องกันและแก้ไขปัญหาการชะล้างพังทลาย โดยอาศัย 3 วิธีหลัก คือ 1) ทำร่อง
ี่
น้ำ 2) ก่ออิฐขวางทางน้ำ และ 3) ปลูกหญ้าแฝก ในขณะทเกษตรกรมากถึงร้อยละ 83.33 ทไม่ไดมีแนวทางหรือ

ี่


มาตรการในการป้องกันหรือแก้ไขแตอย่างใด โดยให้เหตผลว่า ส่วนใหญ่ขาดองค์ความรู้ ขาดการสนับสนุน

งบประมาณ และขาดแรงงาน เพื่อดำเนินการดงกล่าว นอกจากนี้ หากมีช่องทางในการป้องกันหรือแก้ไขโดยอาศัย
หน่วยงานรัฐเข้ามาจัดการแก้ไขให้ ซึ่งเกษตรกรทั้งหมดมีความต้องการให้เข้ามาดำเนินการแก้ไข
ื้
ตารางที่ 3-10 ความรู้ ความเข้าใจด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว
จังหวัดเชียงใหม่ ปีการผลิต 2563/2564
รายการ ร้อยละ
1) ลักษณะและสภาพปัญหาด้านการชะล้างพังทลายของดิน
ในพื้นที่ปลูกพืชและที่อยู่อาศัย (ตอบได้มากกว่า 1 ข้อ)
(1) น้ำไหลบ่าพัดพาหน้าดิน 24.00

(2) แหล่งน้ำตื้นเขินมากขึ้น 4.00
(3) มีการใช้ปุ๋ย/สารเคมี/ยาฆ่าแมลง มากขึ้น 8.00

2) ผลกระทบต่อผลผลิต (กรณีที่มีร่องน้ำ/หน้าดินถูกพัดพาหรือทรุดตัว)
(1) ไม่มี 0.00
(2) มี โดยมีผลกระทบให้ผลผลิตลดลงในระดับ 100.00

- น้อย (ลดลงไม่เกิน 20%) 33.33
- ปานกลาง (ลดลง 20-40%) 50.00
- มาก (ลดลงมากกว่า 40%) 16.67

3) แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการชะล้างพังทลาย
(กรณีที่ดินถูกน้ำกัดเซาะ/น้ำพัดพาหน้าดิน)
(1) ดำเนินการแก้ไข/ป้องกัน โดยวิธี 16.67
- ทำร่องน้ำ 60.00

- การก่ออิฐขวางทางน้ำ 20.00
- ปลูกหญ้าแฝก 20.00





56

ตารางที่ 3-10 (ต่อ)

รายการ ร้อยละ

(2) ไม่ดำเนินการแก้ไข/ป้องกัน เนื่องจาก 83.33
- ขาดองค์ความรู้ 80.00
- ขาดงบประมาณสนับสนุน 40.00

- ขาดแรงงาน 7.14
* กรณีที่ไม่ได้แก้ไข ความประสงค์ให้หน่วยงานรัฐช่วยเหลือ
ต้องการ โดยมีระดับความต้องการ 100.00

- น้อย 0.00
- ปานกลาง 83.33
- มาก 16.67

ที่มา : ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มวางแผนการใช้ที่ดิน สพข.6, 2564

ทั้งนี้ จะเห็นว่า เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจในวิธีการรักษาและป้องกันไม่ให้เกิดการชะล้าง

พงทลายของดินในแต่ละวิธีการมากน้อยแตกต่างกน พบว่า 3 อนดับแรกที่เกษตรกรมีมีความต้องการเกี่ยวกับ




วิธีการรักษาและป้องกันการชะล้างพงทลายของดิน คือ การปลูกหญ้งแฝกขวางทางลาดชัน การถางป่า ตัดไม้
ทำลายป่า การขุดถนนทำให้เกิดการชะล้างพงทลายของดิน การปลูกพืชสลับเป็นแถบ การทำฝายน้ำล้นหรือคัน

ชะลอความเร็วของน้ำ การปลูกพืชหมุนเวียน/ปลูกพืชแซม/ปลูกพืชเหลื่อมฤดู การใช้วัสดุคลุมดิน เช่นเศษซาก
พืช พลาสติก กระดาษ และการปลูกพืชคลุมดิน (ตารางที่ 3-11)



ตารางที่ 3-11 ความรู้และความเข้าใจ วิธีการรักษาและป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน
ร้อยละ ลำดับความร ู้
วิธีการรกษาและป้องกัน

ใช่ ไม่ใช่ ไม่แน่ใจ ความเข้าใจ
1) การปลูกหญ้าแฝกขวางทางลาดชัน 96.00 0.00 4.00 1
2) การถางป่า ตัดไม้ทำลายป่า การขุดถนนทำให้เกิด 96.00 0.00 4.00 1

การชะล้างพังทลายของดิน
3) การปลูกพืชสลับเป็นแถบ 92.00 0.00 8.00 2
4) การทำฝายน้ำล้นหรือคันชะลอความเร็วของน้ำ 88.00 0.00 12.00 3
5) การปลูกพืชหมุนเวียน/ปลูกพืชแซม/ปลูกพืชเหลื่อมฤดู 88.00 0.00 12.00 3

6) การใช้วัสดุคลุมดิน เช่นเศษซากพืช พลาสติก กระดาษ 88.00 0.00 12.00 3
7) การปลูกพืชคลุมดิน 88.00 0.00 12.00 3
8) การปลูกพืชแบบขั้นบันได (ปรับพื้นที่เป็นขั้นๆ) 84.00 0.00 16.00 4

9) การยกร่องและปลูกพืชทำร่องน้ำไปตามแนวระดับ 80.00 0.00 20.00 5
10) เพื่อชะลอความเร็วของน้ำไม่ให้กัดเซาะ 80.00 0.00 20.00 5
11) การทำคันดินขวางทางลาดเท 68.00 0.00 12.00 6

ที่มา : ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มวางแผนการใช้ที่ดิน สพข.6, 2564

57

เมื่อพจารณาข้อมูลทัศนคติของเกษตรกรเกี่ยวกับประเด็นที่เชื่อมโยงกับสภาพปัญหา

การชะล้างพังทลายของดิน 3 ด้าน (ตารางที่ 3-12) ดังนี้
1) การย้ายถิ่นฐาน จากประเด็นทัศนคติเกี่ยวกับ “กรณีหากเกิดเหตุการณ์ดินถล่ม

ื้
ในพนที่เสี่ยงภัย แล้วภาครัฐต้องการให้เกษตรกรในพนที่อพยพออกจากพนที่โดยจะจัดหาสถานที่
ื้
ื้
ื้
ที่เหมาะสมให้ ซึ่งส่วนใหญ่เกษตรกรร้อยละ 64.00 ไม่ออกจากพนที่ ร้อยละ 20.00 ต้องการย้ายออกจากพนที่
ื้
ไปอยู่ในสถานที่ที่รัฐจัดให้ และส่วนที่เหลือไม่แน่ใจ ร้อยละ 16.00
2) ความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐในการจัดทำเขตระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ โดยเกษตรกร
ื้
ทั้งหมดในพนที่เห็นด้วยที่จะมีหน่วยงานรัฐมาจัดทำเขตระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพนที่ ร้อยละ 100.00
ื้
(ร้อยละ 2.17)

3) ปัญหาด้านการเกษตร เกษตรกรส่วนใหญ่มีปัญหาด้านการเกษตร ร้อยละ 72.00 และไม่มี
ปัญหาด้านการเกษตร ร้อยละ 28.00 โดยปัญหาด้านการเกษตรที่พบ ได้แก่ ราคาผลผลิตตกต่ำ ฝนแล้งหรือฝน


ทิ้งช่วง สภาพดินเสื่อม และศัตรูพชรบกวน แนวทางแก้ไขมีดังนี้ ใช้ปุ๋ยอนทรีย์ปรับสภาพดิน และใช้ยากำจัด

ศัตรูพืช เป็นต้น


ตารางท 3-12 ทัศนคติด้านการย้ายถิ่นฐาน ปัญหาด้านการเกษตร และแนวทางแก้ไขของเกษตรกร
ี่
พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ปีการผลิต 2563/2564

รายการ ร้อยละ
1) การย้ายถิ่นฐาน (กรณีที่คาดว่าในอนาคตจะเกิดดินถล่ม และทางรัฐต้องการพื้นที่
ให้อพยพออกจากโดยทางจัดหาสถานที่ให้)

(1) ไม่มีความต้องการออกจากพื้นที่ 64.00
(2) มีความต้องการออกจากพื้นที่ไปอยู่ในสถานที่ที่รัฐจัดให ้ 20.00
(3) ไม่แน่ใจ 16.00
2) ความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐในการจัดทำเขตระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
(1) ไม่เห็นด้วย 0.00

(2) เห็นด้วย 100.00
3) ปัญหาด้านการเกษตร
(1) ไม่มี 28.00
(2) มี 72.00
- ราคาผลผลิตตกต่ำ 11.11
- ฝนแล้ง/ฝนทิ้งช่วง 5.56
- ผลผลิตลดลง 83.33
- ศัตรูพืชรบกวน 11.11
แนวทางแก้ไข

- ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ปรับสภาพดิน 5.56
- ใทราบวิธีการแก้ไข 5.56
- ไม่ทราบวิธีแก้ไข 94.44
ที่มา : ข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มวางแผนการใช้ที่ดิน สพข.6, 2564

58

3.10 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและศักยภาพ (SWOT)



ื่
จากการรวบรวมข้อมูลสภาพแวดล้อมทางกายภาพ สังคม เศรษฐกิจ เพอจัดทำแผนการใช้ที่ดินเพอ
ื่
การป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม พนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ได้วิเคราะห์
ื้


ื้
ื้
SWOT โดยศึกษาสภาพการณ์ภายในและภายนอก วิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และข้อจำกัด สรุปได้ดังนี้
1) ด้านกายภาพ (ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)
จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness)

(1) สภาพพื้นที่เหมาะสมในการทำการ (1) ดินมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ เป็นอุปสรรคต่อ
เกษตรกรรมในพื้นที่ความลาดชันน้อยกว่า 35 การเกษตร

เปอร์เซ็นต์ (2) พื้นที่ทำการเกษตรมีการชะล้างพังทลาย
(2) มีลำห้วยขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ซึ่ง (3) ลำน้ำ และแหล่งน้ำ ตื้นเขินเรวจากตะกอนดิน

สามารถพัฒนาเพื่อใช้ทำการเกษตรในอนาคตได้ ที่ถูกชะล้างพังทลาย ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
(3) พื้นที่ลุ่มน้ำบริเวณต้นน้ำ มีสภาพป่าไม้ที่ (4) ระบบบริหารจัดการน้ำไม่กระจายทั่วพื้นที่ทำ
สมบูรณ์ ให้พื้นที่เกษตรบางส่วนขาดน้ำ

โอกาส (Opportunity) ปัญหา (Threat)

(1) มีแผนงานโครงการภาครฐและท้องถิ่นที่จะ (1) หน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่
พัฒนาแหล่งน้ำของชุมชนและท้องถิ่น อำเภอพร้าว สามารถจัดสรรงบประมาณพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่
จังหวัดเชียงใหม่ ก่อนได้

(2) มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าไป (2) ฤดูแล้งขาดแคลนน้ำเพื่อทำการเกษตร
สนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์และเกษตรปลอดภัย (3) แหล่งน้ำที่มีอยู่ตื้นเขิน

(3) มีโครงการพัฒนาพื้นที่เกษตรในที่ดินนิคม
สหกรณ์


2) ด้านสังคม
จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness)

(1) ชุมชนประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก (1) เกษตรกรส่วนใหญ่อยู่ในวัยสูงอายุ

และมีการรวมกลุ่มของเกษตรกร (2) วิถีชีวิตดั้งเดิมที่มีการพึ่งพาอาศัยกันลด
(2) ระบบสาธารณูปโภคครอบคลุมทั่วทุกตำบล น้อยลง
โอกาส (Opportunity) ปัญหา (Threat)

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหความสำคัญในด้าน (1) คนรุ่นใหม่ไม่ทำการเกษตร

การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านต่างๆ (2) ต้องอาศัยแรงงานจากนอกพื้นที่ เนื่องจาก

แรงงานภาคเกษตรขาดแคลน





59

3. ด้านเศรษฐกิจ

จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness)
(1) เกษตรกรส่วนใหญ่มีที่ดินทำกินเป็นของ มีภาวะหนี้สินในครัวเรือน
ตนเอง

(2) เกษตรกรในพื้นที่มีความกระตือรือร้นในการ
แก้ไขปัญหาและอยากร่วมในการพัฒนา/แก้ไข

ปัญหาแบบมีส่วนร่วม
โอกาส (Opportunity) ปัญหา (Threat)

(1) มีแหล่งรับซื้อผลผลิตในพื้นที่ (1) ต้นทุนการผลิตสูง
(2) จังหวัดให้ความสำคัญกับการพัฒนาการ (2) ราคาผลผลิตทางการเกษตรไม่แน่นอน

เกษตรโดยเน้นการพัฒนาด้านระบบตลาด
สินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ และการเชื่อมโยง
ตลาดสินค้าเกษตร


4. ด้านนโยบาย

จุดแข็ง (Strength) จุดอ่อน (Weakness)
องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมีการพยายามผลักดัน (1) ยังขาดการบูรณาการและเชื่อมโยงงานด้าน

โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ โดยเฉพาะ แผนงาน วิชาการ และปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนงาน
อย่างยิ่งด้านน้ำ สู่ระดับพื้นที่

(2) การบริหารงานระดับท้องถิ่นขาดความต่อเนื่อง
โอกาส (Opportunity) ปัญหา (Threat)

(1) กรมฯ จัดทำโครงการฯและจัดสรร แผนงานโครงการส่วนท้องถิ่น ยังไม่สามารถ
งบประมาณเพื่อการดำเนินงานเพื่อจัดทำโครงการฯ สนับสนุนได้ครอบคลุมสภาพปัญหาในพื้นที่
ที่เหมาะสมกับพื้นที่ และมีแผนปฏิบัติงานตาม

ยุทธศาสตร์ที่ 5 เพื่อจัดทำโครงการป้องกันการชะ

ล้างพังทลายของดิน ในระยะ 20 ปี โดยกำหนด
เป้าหมายและตัวชี้วัดที่ชัดเจน
(2) มีแนวทางการแก้ไขปัญหาการชะล้าง

พังทลายของดินภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการ
ทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) โดยพื้นที่

ได้รับการคัดเลือกใหเป็นพื้นที่เป้าหมายดำเนินงาน

ในการจัดทำแผนบริหารจัดการโครงการป้องกันการ

ชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ





60

บทที่ 4



แผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วย

ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ




4.1 แผนการปฏิบัติการเพื่อการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่

เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก แผน 5 ปี

แผนบริหารจัดการ การป้องกนการชะล้างพังทลายของดินและฟนฟูพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์

ื้
ื้
ดินและน้ำ ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด ลุ่มน้ำหลักแม่น้ำปิง อำเภอพร้าว จังหวัด
ื้
เชียงใหม่ เป็นแผนปฏิบัติการเพอเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนโครงการป้องกันการชะล้างพงทลายของดิน
ื่

ื้
ื้

และฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ให้สามารถวางแผน กำหนดมาตรการ และบริหาร
ื่
ื้

จัดการพนที่เกษตรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการชะล้างพงทลายของดินและพนที่เสื่อมโทรม เพอนำไปสู่การใช้
ื้
ประโยชน์อย่างสูงสุด เป็นธรรม และยั่งยืน รวมทั้งสามารถแปลงไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามระบบ
การบริหารเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับประเด็นปัญหา และบูรณาการการดำเนินการของหน่วยงาน โดยผ่าน

กระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง กลุ่มเป้าหมายสำหรับการประชาพจารณ์
ประกอบด้วย ตัวแทนชุมชน และเกษตรกรผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จำนวน 20 คน (เนื่องจากสถานการณ์แพร่
ระบาดของโรคโควิด-19) เป็นตัวแทนของชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ ได้แก่
(1) ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว ประกอบดวย 7 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 บ้านหนองปลามัน หมู่ 2 บ้าน

ป่างิ้ว หมู่ 3 บ้านสันขวาง หมู่ 4 บ้านน้ำแพร่ หมู่ 6 บ้านแม่ละงอง หมู่ 7 บ้านสหกรณ์ดำริ หมู่ 8 บ้านป่าอ้อ

(2) ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว ประกอบดวย 7 หมู่บ้าน ไดแก่ หมู่ 2 บ้านเขื่อนผาก หมู่ 3 บ้าน



ห้วยบงเหนือ หมู่ 4 บ้านห้วยบงใต หมู่ 5 บ้านทรายมูล หมู่ 8 บ้านขวัญประชา หมู่ 9 บ้านไชยมงคล หมู่ 10
บ้านม่วงหลวง

(3) ตำบลแม่ปั๋ง อำเภอพร้าว ประกอบดวย 6 หมู่บ้าน ไดแก่ หมู่ 1 บ้านห้วยงู หมู่ 2 บ้านประด
ู่

หมู่ 3 บ้านแม่แพง หมู่ 8 บ้านห้วยทราย หมู่ 11 บ้านโป่งบัวบาน หมู่ 12 บ้านผาแดง
ื้
จากการวิเคราะห์สภาพปัญหาของพนที่ ข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วยข้อมูลทุติยภูมิและ
ื่
ื้
ปฐมภูมิที่ได้จากการสำรวจภาคสนาม เพอให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบันครอบคลุมประเด็นปัญหาของสภาพพนที่
ได้แก่ ข้อมูลสภาพการใช้ที่ดิน ระดับการเปลี่ยนแปลงของการใช้ที่ดิน ทรัพยากรน้ำ สภาพภูมิประเทศและ
สิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความเชื่อมโยงกันทั้งด้านกายภาพ ด้านเศรษฐกิจและสังคม ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของ


ื้
ื่
ชุมชน และการรับฟงความคิดเห็นของหน่วยงานในระดับพนที่ เพอนำข้อมูลมาประกอบการวิเคราะห์และ
ื้

ื่
จัดทำแผนปฏิบัติการ เพอป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดิน
ื้


และน้ำให้มีประสิทธิภาพถูกต้องเหมาะสม เพอลดอตราการชะล้างพงทลายและกัดเซาะหน้าดิน และการ
ื่

61


ตกตะกอนดิน อนเป็นผลมาจากการใช้ที่ดินไม่เหมาะสมบนพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตกฯ อำเภอพร้าว จังหวัด
เชียงใหม่ ตลอดจนเพื่อให้เกษตรกรและชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
ื้
ื้
พนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตกฯ มีขอบเขตครอบคลุมพนที่ 118,721 ไร่ ประกอบด้วยลำน้ำสายหลัก
จำนวน 5 สาขา ได้แก่ น้ำแม่วะ น้ำแม่สม+แม่ลาด น้ำแม่ละงอง ห้วยงู+ห้วยเกี๋ยงซาง และ น้ำแม่แพง และ

จากประเมินอตราการชะล้างพังทลายของดินด้วยสมการสูญเสียดินสากล (USLE) พบว่าในแต่ละปีมีดินที่ถูกชะ

ื้
ล้างคิดเป็นปริมาณ 706,703 ตัน (ตารางที่ 4-1) โดยดินที่ถูกชะล้างนี้บางส่วนจะถูกเก็บกักไว้ในพนที่ ไม่ถูก
ื้
ื้
พัดพาไปยังตอนล่างของพนที่หรือลงสู่ลำน้ำทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ที่ดินในพนที่ จากการ
ประเมินการเคลื่อนย้ายตะกอนดินสู่ลำน้ำจากข้อมูลการสูญเสียดิน และสัมประสิทธิ์การเคลื่อนย้ายของตะกอน
(SDR: Sediment Delivery Ratio) จากจุดตรวจวัด P 56a น้ำแม่งัด บ้านสหกรณ์ร่มเกล้า ต.แม่แวน อ.พร้าว

จ.เชียงใหม่ (ตารางภาคผนวกที่ 2-1) พบว่า ปริมาณตะกอนที่แขวนลอยในลำน้ำในแต่ละปี มีมากถึง 22,088
ตัน (ตารางที่ 4-1) ซึ่งตะกอนเหล่านี้จะเกิดการเคลื่อนย้ายไปทับถมบริเวณลำน้ำและแหล่งน้ำต่าง ๆ ก่อให้เกิด

การตื้นเขินของลำน้ำและแหล่งน้ำในพื้นที่


ตารางที่ 4-1 ปริมาณการสูญเสียดิน (ตัน) และปริมาณตะกอนดินแขวนลอย (ตัน) ในลำน้ำสายหลัก

พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก


พื้นที่ ปริมาณการสูญเสียดิน ปริมาณตะกอนดิน
ลำน้ำ/อัตราการชะล้าง
(ไร่) (ตัน) แขวนลอยในลำน้ำ (ตัน)
1
น้ำแม่วะ 19,131 89,508 2,802

น้อย (0-2 ตัน/ไร่/ปี) 4,902 5,701
ปานกลาง (2-5 ตัน/ไร่/ปี) 11,679 31,718
รุนแรง (5-15 ตัน/ไร่/ปี) 955 8,607

รุนแรงมาก (15-20 ตัน/ไร่/ปี) 289 5,316
รุนแรงมากที่สุด (มากกว่า 20 ตัน/ไร่/ปี) 1,306 38,166
น้ำแม่สม+แม่ลาด 27,887 113,795 3,562

น้อย (0-2 ตัน/ไร่/ปี) 9,016 9,979
ปานกลาง (2-5 ตัน/ไร่/ปี) 14,805 40,404
รุนแรง (5-15 ตัน/ไร่/ปี) 2,418 20,524
รุนแรงมาก (15-20 ตัน/ไร่/ปี) 498 9,175

รุนแรงมากที่สุด (มากกว่า 20 ตัน/ไร่/ปี) 1,151 33,712
น้ำแม่ละงอง 22,634 204,721 6,408
น้อย (0-2 ตัน/ไร่/ปี) 4,300 4,660

ปานกลาง (2-5 ตัน/ไร่/ปี) 10,944 30,070
รุนแรง (5-15 ตัน/ไร่/ปี) 2,223 21,341
รุนแรงมาก (15-20 ตัน/ไร่/ปี) 983 18,292
รุนแรงมากที่สุด (มากกว่า 20 ตัน/ไร่/ปี) 4,184 130,359


62

ตารางที่ 4-1 (ต่อ)


ื้
พนที่ ปริมาณการสูญเสียดิน ปริมาณตะกอนดิน
ลำน้ำ/อัตราการชะล้าง
(ไร่) (ตัน) แขวนลอยในลำน้ำ (ตัน)
1
ห้วยงู+ห้วยเกี๋ยงซาง 23,577 161,380 5,051
น้อย (0-2 ตัน/ไร่/ปี) 5,845 6,791
ปานกลาง (2-5 ตัน/ไร่/ปี) 12,375 34,777

รุนแรง (5-15 ตัน/ไร่/ปี) 1,818 17,267
รุนแรงมาก (15-20 ตัน/ไร่/ปี) 387 7,113
รุนแรงมากที่สุด (มากกว่า 20 ตัน/ไร่/ปี) 3,153 95,431

น้ำแม่แพง 25,492 136,299 4,266
น้อย (0-2 ตัน/ไร่/ปี) 7,228 7,864
ปานกลาง (2-5 ตัน/ไร่/ปี) 13,194 36,509
รุนแรง (5-15 ตัน/ไร่/ปี) 2,202 21,065

รุนแรงมาก (15-20 ตัน/ไร่/ปี) 963 17,477
รุนแรงมากที่สุด (มากกว่า 20 ตัน/ไร่/ปี) 1,904 53,384

รวม 118,721 705,703 22,088
หมายเหตุ: สัมประสิทธิ์การเคลื่อนย้ายของตะกอน (SDR) ณ จุด P56a มีค่าเท่ากับ ร้อยละ 3.13

1 ปริมาณดินแขวนลอยในลำน้ำ = ปริมาณการสูญเสียดิน x สัมประสิทธิ์การเคลื่อนย้ายของตะกอน (SDR)


การป้องกันการชะล้างพังทลายของดินต้องมีมาตรากรอนุรักษดินและน้ำเพื่อลดความรุนแรงของการเกิด

การชะล้างพงทลายของดินและลดปริมาณตะกอนดินไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำ โดยการลดความยาวของความ

ื้
ื่
ลาดชันเพอลดความรุนแรงของการชะล้างหน้าดิน และการจัดการตะกอนดินให้ไหลลงสู่พนที่ที่ได้จัดทำ

ื้
มาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำรองรับไว้ พร้อมทั้งพฒนาพนที่ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน จึงกำหนด
ื้
ื่

แผนงานเพอการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
ื้

ื้
พนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก จำนวน 4 แผนงาน ประกอบด้วย
(1) แผนลดการชะล้างพังทลายของดินและรักษาดินไว้ในพื้นที่
ื้
การทำการเกษตรในพนที่ลาดชัน เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการชะล้างพงทลายของดิน การ

จัดทำมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำให้เหมาะสมกับสมบัติของดิน การใช้ประโยชน์ที่ดิน และสภาพภูมิประเทศ
ื้
สามารถใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพนที่ เพอให้พนที่ทำการเกษตรยังคงความอดมสมบูรณ์
ื่
ื้

ื้
ของดินสำหรับการทำการเกษตร การจัดระบบอนุรักษ์ดินและน้ำในพนที่เกษตรกรรมตามความลาดชันของ
พื้นที่ในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตกฯ ควรมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ ดังนี้
ื้
(1.1) พนที่นาข้าว จำนวน 6,315 ไร่ นาข้าวในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ส่วนใหญ่อยู่บน
ื้
พนที่ความลาดชันน้อย (ความลาดชัน 0-5 เปอร์เซ็นต์) แปลงนาส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นแปลงขนาดเล็ก
ื้
และหลั่นระดับกัน ดังนั้นจึงควรมีการปรับระดับแปลงนา (Land leveling) โดยรวมแปลงนาให้เป็นผืนใหญ่

63


และปรับให้มีระดับสม่ำเสมอกัน เพื่อให้สะดวกต่อการปฏิบัติงานของเกษตรกร และสามารถป้องกนตะกอนดิน
ไม่ให้ไหลออกจากพื้นที่

(1.2) พื้นที่ปลูกพชไร่ จำนวน 2,389 ไร่ พื้นที่ปลูกพชไร่ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ร้อยละ
ื้

ื้
49 อยู่ในพนที่มีความลาดชัน 2-5 และร้อยละ 36 อยู่ในพนที่มีความลาดชัน 5-12 เปอร์เซ็นต์ และอยู่บนพื้นที่
ื้
ื้
มีความลาดชัน 12-20 เปอร์เซ็นต์ ร้อยละ 6 ในการใช้ประโยชน์พนที่ ควรมีมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำเพอ
ื่

ื่
ลดการชะล้างพงทลายของดิน โดยการทำคูเบนน้ำและการทำขั้นบันไดดิน แบบไม่ต่อเนื่องเป็นระยะ เพอลด
ความยาวของความลาดชันของพนที่ให้เกิดการชะล้างหน้าดินน้อยที่สุด และระบายตะกอนดินและน้ำในคูเบน
ื้

น้ำไปตามร่องน้ำธรรมชาติ จากการประเมินการชะล้างพงทลายของดิน โดยสมการ USLE จะพบว่า การชะ

ื้
ล้างพงทลายของดินในพนที่ปลูกพชไร่ก่อนการทำระบบจะมีการสูญเสียดิน 51,453.97 ตันต่อปี หลังจากทำ

ระบบแล้วจะมีการสูญเสียดินเพียง 2,376 ตันต่อปี
ื้
ื้
(1.3) พนที่ปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้น จำนวน 20,877 ไร่ พนที่ปลูกไม้ผลและไม้ยืนต้น ในพื้นที่ลุ่ม
น้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ร้อยละ 57 อยู่ในพนที่มีความลาดชัน 2-5 และร้อยละ 37 อยู่ในพนที่มีความลาดชัน 5-
ื้
ื้
12 เปอร์เซ็นต์ ในพนที่ไม้ผลและไม้ยืนต้น ทรงพมของต้นไม้จะคลุมดินไว้ ไม่ให้เกิดการตกกระทบของเม็ดฝน
ุ่
ื้

ื้
ื้


ต่อดินโดยตรง ทำให้อตราการชะล้างพงทลายดินในพนปลูกไม้ผลต่ำกว่าพนที่ปลูกพชไร่ และการจัดทำระบบ
ื้
อนุรักษ์ดินและน้ำด้วยวิธีกลในพนที่ไม้ผลที่โตแล้วจะนำเครื่องจักรเข้าไปจัดทำระบบอนุรักษ์ดินและน้ำได้ไม่
สะดวก ดังนั้นการอนุรักษ์ดินและน้ำในพนที่นี้จึงเน้น การควบคุมทิศทางการไหลของน้ำและการพัดพาตะกอน
ื้
ื้
ด้วยโครงสร้างพนฐาน เช่น ถนนที่มีอยู่เดิม ทางลำเลียงในไร่นา คูเบนน้ำ ให้น้ำไหลบ่าพาตะกอนลงไปยังร่อง
ื่
น้ำ แล้วสร้างฝายชะลอน้ำหรือบ่อดักตะกอนดิน เพอลดความเร็วของน้ำและดักตะกอนดิน นอกจากนี้
เกษตรกรยังได้ประโยชน์จากการเก็บกักน้ำของฝายและบ่อดักตะกอนไว้ใช้ในพื้นที่
(2) แผนงานปกป้องแหล่งน้ำชลประทานจากการตกตะกอนของดิน
ื่
ื้
(2.1) การพฒนาแหล่งน้ำสาธารณะเพอเพมพนที่กักเก็บน้ำ โดยดำเนินการขุดลอกลำน้ำสาขา

ิ่
ื่

และลำน้ำสายหลัก รวมถงแหล่งน้ำสาธารณะในพื้นที่ เพอนำตะกอนดินเดิมที่ทับถมในลำน้ำและแหล่งน้ำออก
ื้
ิ่
จากพนที่ และจัดทำแก้มลิง (Retention pond) เพอเพมระยะเวลาในการขังน้ำและการตกตะกอนของ
ื่

ตะกอนดิน ซึ่งผลพลอยได้จากการขุดลอกตะกอนดินจะทำให้แหล่งน้ำสามารถกกเกบปริมาณน้ำได้มากขึ้น

(2.2) การดักตะกอนดินไม่ให้ไหลลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ โดยดำเนินการสร้างฝายชะลอน้ำ หรือ
บ่อดักตะกอนดินขวางลำน้ำและร่องน้ำเป็นระยะ เพอดักตะกอนดินที่ถูกชะล้างให้ออกจากพนที่และไหลลงสู่
ื่
ื้
ร่องน้ำธรรมชาติก่อนลงสู่แหล่งน้ำต่อไป การสร้างฝายชะลอน้ำและบ่อดักตะกอนดินเป็นระยะ นอกจากจะช่วย
ให้ตะกอนดินสะสมอยู่หน้าฝายหรือภายในบ่อดักตะกอนดินแล้ว ยังทำให้ง่ายต่อการจัดการตะกอนในปีต่อไป
รวมถึงสามารถชะลอความเร็วของน้ำและกักเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ได้

(3) แผนงานเพิ่มศักยภาพการผลิตของดิน

ื้
(3.1) ฟนฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินในพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ
ื้
ในพนที่ทำการเกษตร ควรมีการปรับปรุงบำรุงดินและรักษาความอดมสมบูรณ์ของดิน อยู่เสมอ

ื้
โดยการนำเอาเทคโนโลยีของกรมพฒนาที่ดินมาใช้ในพนที่ สำหรับในพนที่นาข้าว แนะนำให้ปลูกพชปุ๋ยสด
ื้


64


ได้แก่ ปอเทือง ถั่วพร้า และถั่วพม ซึ่งเป็นพชตระกูลถั่วจะช่วยตรึงธาตุไนโตรเจนในดินและอากาศมาไว้ที่ราก
ุ่
ิ่

ิ่
เมื่อสับกลบในระยะออกดอกประมาณ 45-55 วันหลังปลูก จะช่วยเพมธาตุไนโตรเจนให้กับพช และช่วยเพม
อินทรียวัตถุให้กับดิน นอกจากนี้การใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก หรือวัสดุปรับปรุงดินอน ๆ ยังช่วยปรับปรุงโครงสร้าง
ื่


ิ่
ื้
ดินให้เหมาะสมต่อการผลิตพืชและสามารถเพมธาตุอาหารให้แก่พชปลูกได้อกด้วย สำหรับพนที่ที่มีการปลูก
ื้
พชไร่อน หรือไม้ผล ในพนที่ที่มีความลาดชันสูง ควรปรับปรุงบำรุงดินด้วยปุ๋ยหมักแทนการปลูกพชปุ๋ยสด
ื่


เนื่องจากหากมีการไถพรวนในพื้นทที่มีความลาดชันสูงจะทำให้ดินเกิดการชะล้างได้ง่าย
ี่
(3.2) เพิ่มความชุ่มชื้นดินด้วยระบบกระจายน้ำ
ิ่

ในการทำการเกษตร น้ำนับเป็นปัจจัยสำคัญในการเจริญเติบโตของพช การเพมความชุ่มชื้นดิน
ื่
โดยระบบกระจายน้ำด้วยรางคอนกรีต และระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ เพอให้การกระจายน้ำ
ื้
เป็นไปอย่างทั่วถึงจะช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรทำการเกษตรในพนที่ได้อย่างเหมาะสม และส่งผลให้เกษตรกร
ได้ผลผลิตสูงขึ้น
(4) แผนงานอนุรักษ์ดินและน้ำในพื้นที่ป่าไม้ตามกฎหมาย
ื้
ื้
พนที่ป่าไม้ตามกฎหมายในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ตั้งอยู่ในเขตป่าสวงนแห่งชาติ ป่าแม่งัด


อทยานแห่งชาติศรีลานนา ซึ่งทางอทยานแห่งชาติศรีลานนาได้ดำเนินการสำรวจการครอบครองที่ดินของ
ื้
ื้
ราษฎรในพนที่อนุรักษ์ ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินของราษฎรในพนที่ป่าอนุรักษ์ตามมติคณะรัฐมนตรี
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 64 เพื่อจัดที่ดินทำกิน
ให้ชุมชน (คทช.) ในป่าสงวนแห่งชาติ

เขตพนที่ป่าไม้เป็นพนที่ที่กฎหมายกำหนดให้รักษาหรืออนุรักษ์ไว้เป็นสมบัติของชาติ ห้ามมิให้
ื้
ื้
เข้าไปกระทำการใดๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตตามระเบียบและดำเนินการตามเงื่อนไขที่กรมป่าไม้กำหนด
ื่
ซึ่งการดำเนินงานในพื้นที่ที่มีการประกาศเป็นเขตป่าไม้ตามกฎหมายจะต้องเป็นการดำเนินการเพอการควบคุม
มิให้มีการเปลี่ยนแปลงสภาพป่าตามธรรมชาติ เป็นการรักษาสภาพป่าธรรมชาติตามหลักวิชาการ รวมถึง

ส่งเสริมมาตรการร่วมกันปกป้องพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ื้
สำหรับแผนปฏิบัติการระยะเวลา 5 ปี เป็นการกำหนดกรอบพนที่ดำเนินการ และมาตรการอนุรักษ์ดิน
และน้ำให้เหมาะสมกับสภาพพนที่ โดยในระยะที่ 1 ประกอบด้วย ลำน้ำสายหลักที่ไหลผ่านทางตอนเหนือของ
ื้

พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งดฝั่งตะวันตก ได้แก่ น้ำแม่วะ น้ำแม่สม-น้ำแม่ลาด และน้ำแม่ละงอง มีพื้นที่ 69,652 ไร่ คิดเป็น
ร้อยละ 58.67 ของพื้นที่ลุ่มน้ำทั้งหมด ระยะที่ 2 ประกอบด้วยลำน้ำสายหลักที่ไหลผ่านตอนล่างของของพื้นที่

ื้
ได้แก่ ห้วยงู-ห้วยเกี๋ยงซาง และน้ำแม่แพง มีพนที่ 49,069 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 41.33 ของพนที่ลุ่มน้ำทั้งหมด
ื้
ื่
(ภาพที่ 4.1) เพอให้เหมาะสมกับการใช้งานของเกษตรกร โดยมีแนวทางในการบริหารทรัพยากรให้ได้

ประโยชน์สูงสุด การใช้มาตรการด้านต่าง ๆ จะเป็นไปตามมาตรฐานของกรมพฒนาที่ดิน เพอควบคุมและ
ื่
ื้
จัดการพนที่ในการลดการชะล้างพงทลายและฟนฟพนที่เกษตรกรรม ให้เป็นต้นแบบในการบริหารจัดการ

ื้

ื้
ทรัพยากรดินและน้ำในพนที่อื่น ๆ ตามแผนปฏิบัติการรายปีต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการติดตามและประเมินผล
ื้
โครงการ เพื่อแกไขและปรับปรุงการดำเนินการตามมาตรการต่าง ๆ ที่ดำเนินการลงไปในพื้นที่ให้เหมาะสมมาก

ขึ้น
65

ภาพที่ 4.1 พื้นที่ลุ่มน้ำเป้าหมายในแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วย
ระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ลุ่มน้ำสาขาน้ำแม่งัด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่


66

67

68

4.2 แผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก ในระยะที่ 1

ื้
ื้
ในการบริหารจัดการพนที่อนุรักษ์ดินและน้ำ ในพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว
จังหวัดเชียงใหม่ ได้พิจารณาประเด็นคำถามด้านความรู้ ความเข้าใจ และลำดับความสำคัญของความ

ต้องการ วิธีการรักษาและป้องกันการชะล้างพงทลายของหน้าดิน (รายละเอยดดังบทที่ 3) ประชา


ื้


พจารณ์ โดยคัดเลือกหมู่บ้านเป้าหมาย จากผลการประชาพจารณ์ครั้งที่ 1 พนที่นำร่องโครงการ

ื้
ป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ

ื้

ื้
รายละเอยดในข้อ 2.6 ได้พนที่เป้าหมาย จำนวน 2 ตำบล เลือกตัวแทนชุมชน และเกษตรกรผู้มีส่วน
ได้ส่วนเสีย จำนวน 40 คน เป็นตัวแทนของชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำ พื้นที่เป้าหมาย ได้แก ่
(1) ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว ประกอบด้วย 7 หมู่บ้าน ได้แก หมู่ 1 บ้านหนองปลามัน

หมู่ 2 บ้านป่างิ้ว หมู่ 3 บ้านสันขวาง หมู่ 4 บ้านน้ำแพร่ หมู่ 6 บ้านแม่ละงอง หมู่ 7 บ้านสหกรณ์
ดำริ หมู่ 8 บ้านป่าอ้อ
(2) ตำบลเขื่อนผาก อำเภอพร้าว ประกอบด้วย 7 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 2 บ้านเขื่อนผาก
หมู่ 3 บ้านห้วยบงเหนือ หมู่ 4 บ้านห้วยบงใต้ หมู่ 5 บ้านทรายมูล หมู่ 8 บ้านขวัญประชา หมู่ 9

บ้านไชยมงคล หมู่ 10 บ้านม่วงหลวง


พจารณากำหนดมาตรการด้านอนุรักษ์ดินและน้ำ ร่วมกับประเด็นปัญหาและความต้องการ

จากการประชาพจารณ์ นำมาสู่การกำหนดพนที่ดำเนินการ เพอความสะดวกในการปฏิบัติงานและ
ื่
ื้
การติดตามประเมินผลตัวชี้วัด
ื้
ในระยะที่ 1 ประกอบด้วยลำน้ำสายหลักที่ไหลผ่านทางตอนเหนือของพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่ง
ื้
ตะวันตก ได้แก่ น้ำแม่วะ น้ำแม่สม น้ำแม่ลาด และน้ำแม่ละงอง มีพนที่ 69,652 ไร่ คิดเป็นร้อยละ
ื้

ื่
58.67 ของพนที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก การดำเนินการเพอป้องกันการชะล้างพงทลายของดินจะ
ื้
ดำเนินการในเขตเกษตรกรรมนอกพนที่ป่าตามกฎหมาย โดยกำหนดมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่
เหมาะสม ดังนี้


1) งานปรับพื้นที่ (Land Leveling)

2) งานดักตะกอนดินในไร่นา
3) งานบ่อดักตะกอนดินขนาดใหญ่

4) งานชะลอความเร็วน้ำ

5) งานขุดลอกตะกอนดินในลำห้วย
ั้
6) งานคูเบนน้ำและงานขนบันไดดินแบบไม่ต่อเนื่อง
7) งานทางลำเลียงในไร่นา


69

ภาพที่ 4.2 กิจกรรมการอนุรักษ์ดินและน้ำ ในแผนปฏิบัติการเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่








70

บทที่ 5


การขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน


และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ


5.1 แนวทางการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติ



การดำเนินงานตามแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่
ื้

ื้
เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ มีกลไกการขับเคลื่อนการดำเนินงานในรูปแบบ
คณะกรรมการและคณะทำงาน ประกอบด้วย คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการป้องกันการชะล้าง

ื้

ื้
พงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ และคณะทำงานจัดทำ
ื้


แผนการบริหารจัดการโครงการป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม
ื้

ด้วยระบบอนุรักษดินและน้ำ พื้นที่ลุ่มน้ำแม่งัดฝั่งตะวันตก อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ในการจัดทำ

แผนการบริหารจัดการการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟูพนที่เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ดินและ
ื้
ื้
น้ำ สำหรับขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ 20 ปี

แผนพฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 และแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
ดังนั้น เพอให้แผนบริหารจัดการเกิดผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติ บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่
ื่
กำหนดไว้ จึงจำเป็นต้องได้รับการขับเคลื่อนและผลักดันจากทุกภาคส่วนให้เกิดการบูรณาการทุก
ื่
ระดับโดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม เพอให้การบริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำมีเป้าหมายไปใน
ทิศทางเดียวกัน ควรมีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้
5.1.1 สร้างความเข้าใจในเป้าหมายและวัตถุประสงค์ของแผนบริหารจัดการทรัพยากรดิน

เพื่อป้องกนการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ให้สามารถนำไปสู่การวางแผน การ

กำหนดมาตรการและบริหารจัดการพื้นที่เกษตรกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการชะล้างพังทลายของดินและ

พนที่ดินเสื่อมโทรม รวมทั้งสามารถแปลงไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ตามระบบ
ื้
การบริหารเชิงยุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกับประเด็นปัญหาและบูรณาการการดำเนินงานของหน่วยงาน
โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคีผู้มีส่วนได้เสียที่เกยวข้อง เพอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกิดการ
ื่
ี่
ยอมรับและตระหนักถึงความสำคัญของแผน และนำต้นแบบของแผนไปขยายผลสู่การปฏิบัติได้อย่าง
เป็นรูปธรรม

5.1.2 วิเคราะห์บทบาทและปรับบทบาทกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับเป้าหมาย

การดำเนินงานทุกระดับตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับหน่วยงานที่ปฏิบัติงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
ในด้านวิชาการที่เป็นกระบวนการหลัก (Core process) และ กระบวนการสนับสนุน (Support

process) โดยนำแนวทางการปฏิบัติงานไปกำหนดเป็นแผนงานโครงการ และกำหนดเป็นข้อตกลง


71

การทำงานระหว่างหน่วยงาน เน้นการทำงานเชิงบูรณาการเพอขับเคลื่อนองค์กรให้บรรลุเป้าหมายที่
ื่
กำหนดไว้


5.1.3 พฒนาระบบการติดตามและประเมินผลเชิงบูรณาการ โดยจัดตั้งคณะทำงานติดตาม
ประเมินผลที่มีกลไกและเครือข่ายการดำเนินงานทั้งหน่วยงานที่ปฏิบัติงานในส่วนกลางและ

ส่วนภูมิภาคเชื่อมโยงการประเมินผลตั้งแต่บริบท (Concept) ปัจจัยนำเข้า (Input) กระบวนการ

(Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) และผลกระทบ (Impact) ทุกมิติ ประกอบด้วย
มิติทางกายภาพหรือสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติเศรษฐกิจ ที่สามารถสะท้อนผลสัมฤทธิ์ของงานได้

ชัดเจน จนนำไปสู่การปรับปรุงพฒนาแผนการดำเนินงานโครงการให้เกิดประสิทธิผลและมี

ประสิทธิภาพ







































72

5.2 กลไกการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและ
ฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2566 - 2570)



คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน

และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ



1 2 3
คณะอนุกรรมการจัดทำแผนบริหาร คณะอนุกรรมการจัดทำมาตรการ คณะอนุกรรมการด้านการ
จัดการโครงการป้องกันการชะล้าง ด้านการอนุรักษ์ ประเมินสถานการณ์ทรัพยากรดิน
พังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่ ดินและน้ำเพื่อป้องกันการ และน้ำ โครงการป้องกันการชะล้างพังทลาย
เกษตรกรรมด้วยระบบอนุรักษ์ ชะล้างพังทลายของดิน ของดิน
ดินและน้ำ ระดับพื้นที่ (Planning) แผน สู่ระดับพื้นที่ ตัวชี้วัด ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
ปฏิบัติการ และเกณฑ ์
(Action/Implement) (Monitoring & Evaluation)





คมือการจัดทำมาตรฐาน
ู่
ด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ บริบท (Content)
แผนบริหารจัดการ (จ.เชียงใหม่) ด้านแผนบริหารจัดการ




คู่มือการปฏิบัติงาน ปัจจัยนำเข้า (Input)
(Work manual) มาตรการด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำ
- ด้านฐานข้อมูลทรัพยากร
ดินและน้ำ
คณะทำงานแผนบริหารจัดการ - ด้านการใช้ที่ดิน กระบวนการ (Process)

- ด้านการสำรวจภาวะ - มาตรฐานการปฏิบัติงานด้านต่าง ๆ
เศรษฐกิจและสังคม
- ด้านการวางแผนการใช้
แผนบริหารจัดการ ที่ดิน ผลผลิต (Productivity)
ในปี 2564 - ผลผลิต (output)

- ผลลัพธ์ (outcome)

- ผลกระทบ (impact)




แผนบริหารจัดการ พื้นที่ได้รับการป้องกันการชะล้าง พื้นที่เกษตรกรรมสามารถใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่าง
1 แห่ง (5 ปี) และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม เหมาะสม ลดการสูญเสียดิน เกษตรกรมีรายได้และ
คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
(ไม่น้อยกว่า 20,000 ไร่ ภายใน 5 ปี)


73

5.3 บทบาทของหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทุกระดับในการขับเคลื่อนแผนบริหาร
จัดการทรัพยากรดินและน้ำเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่

เกษตรกรรม


การกำหนดบทบาทหน่วยงานและภาคีเครือขายทุกระดับในการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการ

ื้
ื้
ทรัพยากรดินและน้ำเพื่อป้องกันการชะล้างพงทลายของดินและฟนฟูพนที่เกษตรกรรม ไปสู่การปฏิบัติ

ตามบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ได้แก่ ผู้บริหาร (อธิบดี รองอธิบดี) หน่วยงานที่ปฏิบัติงาน
ส่วนกลาง หน่วยงานที่ปฏิบัติงานส่วนภูมิภาค รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพนที่
ื้
มีแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้


ี่
ตารางท 5-1 บทบาทของหน่วยงานและภาคีเครือข่ายทุกระดับในการขับเคลื่อนแผนบริหารจัดการ
ื้
ทรัพยากรดินและน้ำเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพนที่เกษตรกรรม

ระดับหน่วยงาน แนวทางการขับเคลื่อน หน่วยงาน
รับผิดชอบ

1. ระดับนโยบาย กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงาน คณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ อธิบดี
(Policy Maker) ป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบ กรม พั ฒ น า
อนุรักษ์ดินและน้ำ ที่ดิน และรอง

กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงาน คณะทำงานจัดทำแผนการบริหาร อ ธิ บ ดี ก ร ม
จัดการโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่ พัฒนาทดิน
ี่
เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ และขับเคลื่อนงานวิชาการด้าน

การกำหนดมาตรการ แนวทางการจัดการดินและน้ำ ให้รองรับการแก้ไข
ปัญหาตามสภาพพื้นท ี่
กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงาน ในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการและ

แผนปฏิบัติราชการ ภายใต้แผนการบริหารจัดการโครงการป้องกันการชะ
ื้
ล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพนที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและ
น้ำ
ี่
กำกับดูแลและติดตามการดำเนินงานในระดับพื้นท และจัดตั้งคณะทำงาน
จัดทำแผนการบริหารจัดการโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน
และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ คณะทำงาน
จัดทำมาตรการด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำเพื่อป้องกันการชะล้างพังทลาย

ของดินสู่ระดับพื้นที่ คณะทำงานด้านการติดตามและประเมินผลโครงการ
ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ




74

ตารางที่ 5-1 (ต่อ)


ระดับหน่วยงาน แนวทางการขับเคลื่อน หน่วยงาน
รับผิดชอบ
2. ระดับปฏิบัติ (Operator)


ี้
2.1 ส่วนกลาง 1) จัดประชมชแจงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ และ กผง. และคณะ
ประสานความร่วมมือ โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานได้กำหนดแนวทางการ
ดำเนินงานร่วมกัน สำหรับใชเป็นกรอบแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการ

และแผนปฏิบัติราชการประจำปี รวมถึงการติดตามและประเมินผลที่
ครอบคลุมทุกมิติ
2) จัดทำมาตรฐานการปฏิบัติงาน จากต้นแบบแผนการบริหารจัดการ กผง.และคณะ
โครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม


ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ สำหรับใชขยายผลและขับเคลื่อนการ
ดำเนินงานในพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยอื่น ๆ
3) ขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานในการจัดทำแผนการบริหาร คณะทำงานฯ

จัดการโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่
เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ลุ่มน้ำย่อย
4) ปรับบทบาทกระบวนการทำงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายการ กสด. สวด. กนผ.
ดำเนินงาน ด้านการสำรวจ วิจัยทรัพยากรดินและน้ำ การวิเคราะห์ดิน กวจ. สวพ. สสผ.



การวิเคราะห์สภาพการใชที่ดิน การวางแผนการใชที่ดิน และการประเมิน
สถานภาพทรัพยากรดิน และการประเมินเชิงเศรษฐสังคม สวพ. กวจ.

5) กำหนดมาตรการด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำให้สอดคล้องกับแผนการใช
ที่ดินเพื่อป้องการการชะล้างพังทลายและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม
6) จัดทำฐานขอมูลการติดตามและประเมินผลในระดับภาพรวมและระดับ กวจ. กนผ. กผง.

พื้นที่ ครอบคลุมการประเมินผลเชิงกายภาพ สังคมและเศรษฐกิจ
2.2 ส่วนภูมิภาค 1) จัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนการบริหารจัดการโครงการป้องกันการชะ สพข./สพด.


ี่

ล้างพังทลายของดินและฟื้นฟพื้นทเกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษดินและ
น้ำ ระดับพื้นทลุ่มน้ำย่อย
ี่
2) ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานส่วนกลางและคณะทำงานจัดทำแผนการ
บริหารจัดการโครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่
เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ ให้เกิดความเข้าใจจนสามารถ
นำไปถ่ายทอดแก่หน่วยงานที่รับผิดชอบได้








75

ตารางที่ 5-1 (ต่อ)


ระดับหน่วยงาน แนวทางการขับเคลื่อน ห น่ ว ย ง า น
รับผิดชอบ
2.2 ส่วนภูมิภาค 3) จัดทำแผนการบริหารจัดการโครงการป้องกันการชะล้างพังทลาย สพข./สพด.

(ต่อ) ของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ
ระดับลุ่มน้ำย่อย
4) ขับเคลื่อนการดำเนินงานในระดับพื้นที่ให้สอดคล้องกับแผน

บริหารจัดการ
5) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องในระดับพื้นท ี่
พร้อมรายงานผลการดำเนินงาน
3. หน่วยงานภาคีเครือข่าย (Network)

1) ประสานความร่วมมือในการกำหนดกรอบแนวทางการจัดทำแผน หน่วยงานระดับ
บริหารจัดการทรัพยากรดินและน้ำ เพื่อเชอมโยงเป้าหมายการ จังหวัด
ื่
ดำเนินงานกันในระดับพื้นท ี่

2) สนับสนุนการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนแผนการบริหารจัดการ หน่วยงานภาครัฐ
โครงการป้องกันการชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่ และเอกชน
เกษตรกรรม ด้วยระบบอนุรักษ์ดินและน้ำระดับลุ่มน้ำย่อย
3) สร้างแนวทางหรือกำหนดรูปแบบการระชาสัมพันธ์ในการทำ องค์กรปกครอง

ความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนท้องถิ่น
4) ร่วมดำเนินกิจกรรมหรือโครงการเพื่อการบริหารจัดการทรัพยากร หน่วยงานภาครัฐ
ดินและน้ำเชิงบูรณาการ และ

5) ผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร พร้อมทั้งสร้าง เอกชน
ความตระหนักและกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการ สื่อมวลชน
ขับเคลื่อนการดำเนินงาน

























76

5.4 แนวทางการติดตามและประเมินผลตามแผนบริหารทรัพยากรดินเพื่อป้องกันการ
ชะล้างพังทลายของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม




การดำเนินงานตามแผนบริหารจัดการทรัพยากรดินเพื่อป้องกนการชะล้างพงทลายของดินและ
ื้
ื่

ฟนฟพนที่เกษตรกรรม มีแนวทางการติดตามประเมินผลเพอประเมินผลสัมฤทธิ์ของแผนงาน โดยมี
ื้
การดำเนินการในด้านต่าง ๆ ดังนี้
ื่
1) การติดตามความก้าวหน้า ในการดำเนินงานตามแผนบริหารทรัพยากรดินเพอป้องกันการ

ื้
ื้
ชะล้างพงทลายของดินและฟนฟพนที่เกษตรกรรม โดยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานต่าง ๆ ทั้ง

ื้
ส่วนกลาง และระดับพนที่ โดยกำหนดให้มีการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานประจำปี การติดตาม
ประเมินผลสำเร็จ และผลกระทบจากการดำเนินงานตามแผนทุก 2 ปี มีการประเมินผลช่วงกลางแผน
ื่
เพอปรับเป้าหมายและตัวชี้วัด ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้ง
มีการประเมินผลเมื่อสิ้นสุดการดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ
2) จัดตั้งคณะกรรมการติดตามประเมินผล เพอติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน และ
ื่
ผลสัมฤทธิ์ของงานในแต่ละด้านตามแผน ทั้งด้านปัจจัยนำเข้า (Input) การบวนการทำงาน (Process)

ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) และผลกระทบ (Impact) ประกอบด้วย นักวิชาการจาก
ื้
ส่วนกลาง นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานระดับพนที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วน
ร่วมในการติดตามประเมินผลตามแผนปฏิบัติการ ที่มีการกำหนดกรอบตัวชี้วัดที่ครอบคลุมทุกมิติ
ประกอบด้วย ประเด็นการวัดและติดตามประเมินผล ผู้จัดเก็บตัวชี้วัดและรายงานผล (ตารางที่ 5-2)

พร้อมทั้งเสนอวิธีการจัดเก็บและติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ สังคม และ

เศรษฐกิจ ในการจัดทำฐานข้อมูลเพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงตามตัวชี้วัด ประกอบด้วย ประเด็นการ
วัด รายการตรวจวัด ผู้รับผิดชอบฐานข้อมูลกลางและฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ (ตารางที่ 5-3)
























77

ตารางที่ 5-2 กรอบตัวชี้วัดในการติดตามและประเมินผล


แผนบริหาร ตัวชี้วัด ประเด็นการวัด ผู้รับผิดชอบ
จัดการ และติดตามประเมินผล ตัวชี้วัด


ี้
ปี 2566-70 1. มีฐานข้อมูลด้านการชะล้างพังทลาย - ฐานข้อมูลมีความถูกต้องตาม ผู้กำกับตัวชวัด กลุ่ม
ของดิน (Soil erosion) หลักวิชาการ วางแผนการใชที่ดิน

ในพื้นที่เกษตรกรรม สพข.6

2. มีแผนการบริหารจัดการทรัพยากร - แผนบริหารจัดการได้รับความ ผู้จัดเก็บและรายงาน
ี้
ดินระดับลุ่มน้ำย่อยที่มีการกำหนด เห็นชอบจากคณะกรรมการและ ผลตามตัวชวัด
มาตรการด้านการป้องกันและฟื้นฟู หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คณะทำงานฯ
ทรัพยากรดินตามสภาพปัญหาของ

พื้นที่ - มาตรการด้านการอนุรักษ์ดิน
3. มีรูปแบบมาตรการด้านการอนุรักษ์ และน้ำได้รับการยอมรับจาก
ดิ น แ ล ะ น้ ำ ส ำ ห รั บ ด ำ เนิ น เกษตรกรและชุมชน

การในระดับพื้นท ี่

ปี 2566-70 โครงการป้องกันการชะล้างพงทลาย ผู้กำกับตัวชี้วัด
ของดินและฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมลุ่ม สพข.6
ั่
น้ำแม่งัดฝงตะวันตก จังหวัด
เชียงใหม่
1. ระดับผลผลิต (output) - ความสอดคล้องของมาตรการ ผู้จัดเก็บและรายงาน
- ร้อยละความสำเร็จในการดำเนิน ด้านการอนุรักษ์ดินและน้ำและ ผลตามตัวชี้วัด

กิจกรรมตามมาตรการด้านการอนุรักษ์ ระยะในการดำเนินงานเป็นไป สพข.6/สพด.ชม.
ดินและน้ำ ตามแผน
- จำนวนพื้นที่เกษตรกรรมได้รับการ - พื้นที่เกษตรกรรมได้รับการ
ป้องกันและฟื้นฟูทรัพยากรดิน ป้องกันและฟื้นฟู ไม่น้อยกว่า

20,000 ไร่
2. ระดับผลลัพธ์ outcome) - จัดทำฐานข้อมูลเพื่อประเมิน ผู้จัดเก็บและรายงาน
ี้

- ทรัพยากรดินสามารถใช การเปลี่ยนแปลงตามตัวชวัด ผลตามตัวชี้วัด
ประโยชน์ที่ดินได้อย่างคุ้มค่า ลดการ เชน ค่าการสูญเสียดินคุณภาพ กลุ่มวางแผนการใช ้

สูญเสียหน้าดินที่เป็นประโยชน์ ดิน ความชนในดินปริมาณ ที่ดิน สพข.6
ื้
ต่อการผลิตภาคการเกษตร ไม่น้อย ตะกอนดิน








78

ตารางที่ 5-2 (ต่อ)


แผนบริหาร ตัวชี้วัด ประเด็นการวัด ผรับผิดชอบ
ู้
จัดการ และติดตามประเมินผล ตัวชี้วัด

ปี 2566-70 กว่า ร้อยละ 80 เมื่อเปรียบเทียบกับปี และปริมาณการกักเก็บน้ำ
(ต่อ) ฐานหรือค่าเฉลี่ยในพื้นที่ระดับลุ่ม
น้ำย่อย

- รักษาและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับ สวพ./กลุ่มสำรวจ
ดิน ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 เมื่อ และทำแผนที่ สพข.
เปรียบเทียบกับปีฐาน หรือค่าเฉลี่ยใน 6
พื้นที่ระดับลุ่มน้ำย่อย

- เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำ สวพ./กลุ่มสำรวจ
ภาคการเกษตร ด้วยการเพิ่มแหล่งน้ำ และทำแผนที่ สพข.
ต้นทุนและระบบการกระจายน้ำ ไม่ 6

น้อยกว่า ร้อยละ 80 เมื่อเปรียบเทียบ
กับปีฐาน หรือค่าเฉลี่ยในพื้นที่ระดับ
ลุ่มน้ำย่อย
- เกษตรกรสามารถใชประโยชน์ กลุ่มวางแผนการใช ้

ที่ดินได้อย่างเหมาะสมตรงตาม ที่ดิน /กลุ่มวิชาการ
ศักยภาพของพื้นที่ไม่น้อยกว่า ร้อยละ สพข.6
80 เมื่อเปรียบเทียบกับปีฐานหรือ

ี่
ค่าเฉลี่ยในพื้นทระดับลุ่มน้ำย่อย

3. ระดับผลกระทบ (impact) - ส ำรวจ ข้ อมู ล เชงสั งค ม กลุ่มวางแผนการใช ้
- เพิ่มผลผลิตภาคการเกษตร เศรษฐกิจเพื่อประเมิน ที่ดิน สพข.6
- เพิ่มรายได้ในครัวเรือนให้กับ

เกษตรกร ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 เมื่อ
เปรียบเทียบกับปีฐาน หรือค่าเฉลี่ยใน
พื้นที่ระดับลุ่มน้ำย่อย

- เพิ่ ม มู ล ค่ าก ารผ ลิ ต ภ าค การเปลี่ยนแปลงหลังได้รับ
การเกษตร และผลิตภัณฑ์มวลรวมของ ประโยชน์จากมาตรการตาม
ประเทศ ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 30 เมื่อ ตัวชี้วัดด้านสังคมเศรษฐกิจ
เปรียบเทียบกับปีฐาน หรือค่าเฉลี่ยใน

พื้นที่ระดับลุ่มน้ำย่อย








79

80

81

82

83

เอกสารอ้างอิง


ู่
กรมการพัฒนาชุมชน. 2562. สรุปข้อมลพื้นฐานระดับหมบ้าน (กชช. 2ค) ปี 2562 ระดับตำบล

(ระบบออนไลน์). สืบค้นจาก http://www.rdic.cdd.go.th/nrd-service (30 กันยายน
2564).

กรมป่าไม้. 2560. แผนที่ขอบเขตป่าสงวนแห่งชาติ (ไฟล์ข้อมูล). กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ

และสิ่งแวดล้อม.
กรมพัฒนาที่ดิน. 2545. การประมินการสูญเสียดินในประเทศไทย. กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวง

เกษตรและสหกรณ์ กรุงเทพฯ.

กรมพัฒนาที่ดิน. 2551. คู่มอการสำรวจดิน. เอกสารวิชาการฉบับที่ 30/03/50. ส่วนมาตรฐาน
การสำรวจจำแนกดินและที่ดิน สำนักสำรวจดินและวางแผนการใช้ที่ดิน.

กรมพฒนาที่ดิน. 2558. สถานภาพทรัพยากรดินและที่ดินของประเทศไทย. กระทรวงเกษตรและ

สหกรณ์. 304 หน้า.

กรมพัฒนาที่ดิน. 2561. แผนบริหารจัดการทรัพยากรดินของประเทศไทย ระยะ 20 ปี (พ.ศ.
2561 - 2580). กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 161 หน้า.




คณะกรรมการจัดทำปทานุกรมปฐพวิทยา. 2541. ปทานุกรมปฐพีวทยา. กรุงเทพฯ: สำนักพมพ ์
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. 169 หน้า.

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่กวงอดมธารา. 2564. ประวัติเขื่อนแม่กวงอดมธารา (ระบบ

ออนไลน์). สืบค้นจาก http://www.maekuangudomthara.com/history (27 สิงหาคม

2564).
โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง. 2564. ประวัติความเป็นมา (ระบบออนไลน์). สืบค้นจาก

http://www.maetangrid.com/history1.php (27 สิงหาคม 2564)

โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แฝก-แม่งัดสมบูรณ์ชล. 2564. ประวัติเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล
(ระบบออนไลน์). สืบค้นจาก http://maefaek-maengad.com/dam.htm (27 สิงหาคม

2564).
มนู ศรีขจร อรรถ สมร่าง ไพบูลย์ ประโมจนีย์ สุทธิพงษ์ ประทับวิทย์ ไชยสิทธิ์ อเนกสัมพันธ์ และ

ปทุมพร ฟั่นเพ็ง. 2527. การใช้สมการสูญเสียดินสากลสำหรับประเทศไทย. รายงานการ

ประชุมวิชาการประจำปี 2527. กองบริรักษ์ กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมพัฒนาที่ดิน.







84


Click to View FlipBook Version